GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
Editors' Choice
ล่าสุด
เกม PC/CONSOLE
ดูโพสต์อื่นๆ
คลิปวิดีโอ
ทั้งหมด
10 เกมเก่าที่ยังคงมีภาคใหม่ๆ ในปัจจุบัน | GameFever Scoop
10 เกมสยองขวัญ ไม่มีเลือดก็หลอนได้ | GameFever Scoop
10 เกมเจ้าปัญหา จนต้องถูกลบออกจากหน้าร้าน | GameFever Scoop
Militech บริษัทค้าอาวุธระดับโลกคู่แข่งตลอดกาลของ Arasaka
10 เกมเก่าที่ยังคงมีภาคใหม่ๆ ในปัจจุบัน | GameFever Scoop
10 เกมสยองขวัญ ไม่มีเลือดก็หลอนได้ | GameFever Scoop
รีวิวเกม
[Review] Werewolf: The Apocalypse - Earthblood เกมที่เหมือนจะดี...แต่ไปไม่สุดซะงั้น
ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีเกมแนว Action ที่น่าสนใจอยู่เกมหนึ่งวางจำหน่ายให้เราได้เล่นกันกับเกมที่มีชื่อว่า “Werewolf : Apocalypse - Earthblood” ผลงานจากทีมผู้พัฒนาเกม Cyanide Studio ทำไมเกวลินถึงสนใจเกมนี้น่ะหรอคะ เพราะว่าเราไม่ค่อยได้เห็นเกมที่เกี่ยวข้องกับ ‘มนุษย์หมาป่า’ สักเท่าไหร่ ก็เลยจัดเกมนี้มาลองเล่นดูสักหน่อย บอกไว้ก่อนนะคะรีวิวเกมนี้จะตรงไปตรงมามาก ๆ ก็จะมีการอธิบายผลการทดสอบจากการเล่นบนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 และ PC ค่ะ   กราฟฟิกของเกมมันตรงกันข้ามกับคำว่า “Next-Gen” ซะจริง… คือต้องบอกก่อนว่าเกวลินเล่นเกม Werewolf : Apocalypse - Earthblood บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ซึ่งมีแพทช์ออกมาเพื่ออัปเกรดกราฟฟิกและความลื่นไหลให้กับตัวเกมด้วย แต่ผลที่ได้ก็คือกราฟฟิกมันดูไม่สวยงามหรืออลังการงานสร้างสมกับคำว่า “Next-Gen” เข้ากับยุคสมัยสักเท่าไหร่ แต่พอไปลองเทสเกมนี้บนแพลตฟอร์ม PC เอาจริง ๆ ก็สวยกว่าเล็กน้อยพวกแสง เงา ที่กระทบต่อวัตถุ รวม ๆ แล้วถ้าอยากจะเล่นแบบฟิน ๆ ก็คงเล่นบน PC ดูจะโอเคมากกว่าค่ะ ดังนั้นใครที่เล่นเกมนี้บนแพลตฟอร์มคอนโซลไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็คงต้องทำใจสักเล็กน้อยนะคะ เกมเพลย์ที่ผสมผสานจนดูดี แต่ถ้ามองลึก ๆ มันดูแปลก ๆ ยังไงชอบกล!? เห็นหัวข้ออย่าพึ่งตัดสินใจว่าเกวลินไม่ชอบเกม Werewolf : Apocalypse - Earthblood นะคะ จริง ๆ แล้วเกมเพลย์ตอนต่อสู้กับศัตรูทั่ว ๆ ไปถือว่าสนุกมาก ๆ แล้วก็มีความยากระดับหนึ่งเลยละ ถ้าเราคิดจะบุกป่าฝ่าดงศัตรูมันไม่ใช่ความคิดที่ถูกเสมอไปค่ะ ดังนั้นการที่เราค่อย ๆ ลอบฆ่าดูจะโอเคมากกว่า ตัวเราสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์มหาป่าได้ ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเมื่อศัตรูรู้ตำแหน่งของเราความสนุกของเกมนี้จะเริ่มต้นขึ้นค่ะ ศัตรูทั่วทั้งฉากจะบุกเข้ามารุมยำเราแบบเต็มที่ไม่ให้เราได้พักหายใจ หายคอกันเลย แต่จงจำไว้อย่างหนึ่งว่า ‘พวกมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ต่อกรซึ่ง ๆ หน้า’ ดังนั้นเราอาจจะเป็นฝ่ายวูบเองก็เป็นได้ค่ะ เกลวินตายบ่อยกับศัตรูระดับธรรมดามากกว่า แต่เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับศัตรูระดับ Boss หลายต่อหลายครั้งที่รู้สึกว่า เพราะถ้าเราจับจุดการเคลื่อนไหว หรือ การโจมตีของบอสได้แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาทันที ทำให้บางครั้งเราสามารถอัดบอสรัว ๆ จนพลังชีวิตของมันหมดหลอดโดยที่มันยังไม่ได้เตรียมตัวหรือตั้งหลักรอบใหม่เลย ทำให้การต่อสู้กับบอสหลายครั้งรู้สึกไม่ท้าทายเท่าศัตรูระดับธรรมดาที่โจมตีได้รุนแรงและบุกเข้ามาพร้อมกันมากกว่า ในด้านเชิงของเกมเพลย์จริง ๆ แล้วมัน ‘สนุก!’ แถมออกแนวเลือดสาด 18+ ด้วยซ้ำไป การโจมตีของเราจะมีทั้งการโจมตีหนัก, โจมตีเบา, โจมตีกลางอากาศ, การพุ่งเข้าชนเพื่อสร้างความเสียหาย หรือการใช้อาวุธบางชนิดในการปิดการสังหารศัตรู เป็นต้น ทั้งหมดนี้เราจะต้องมีการอัปสกิลต่าง ๆ เพื่อให้เกมเพลย์ดูลื่นไหลมากกว่าเดิม แม้จะว่าฟังดีแต่มันก็ขาดความลื่นไหลของเกมเพลย์ในบางช่วงเวลา เพราะตัวละครของเราไม่ได้เป็นแค่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังต้องกลายร่างเป็น ‘มนุษย์หมาป่า’ ด้วย ทำให้รูปแบบการโจมตีจะมีทั้งเร็ว ช้า แตกต่างกันออกไป สิ่งที่สำคัญเราจะต้องจำท่าการโจมตีเพื่อใช้ทำคอมโบให้ดีมันจะช่วยให้เราเล่นเกมนี้ได้สนุกมากยิ่งขึ้นค่ะ แล้วอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าถ้าเราอยากจะให้การโจมตีหลากหลายสิ่งที่ช่วยได้คือ ‘การอัปสกิล’ เกมนี้มีสกิลให้เลือกอัปเกรดเพียบเลยค่ะ เราจะต้องใช้แต้มในการอัปที่แต่ละสกิลก็จะใช้มากน้อยแตกต่างกันออกไป ความน่าสนใจของเกมนี้คือเราสามารถรีเซ็ตสกิลได้ตลอดเวลาเพื่อให้เราสามารถจัดสายที่ต้องการจะเล่นได้อย่างอิสระนั่นเอง ถือว่าเป็นข้อดีที่จะทำให้ผู้เล่นได้รู้ว่าตนเองควรจะเล่นสายไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด เพลงประกอบที่ช่วยเสริมให้การเล่นยังเพลินได้!? ฟังดูมันอาจจะตลกแต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ ตัวเกม Werewolf : Apocalypse - Earthblood เมื่อเข้าสู่ฉากต่อสู้เพลงประกอบจะกลายเป็นดนตรีร็อค ๆ ขึ้นมาในทันที ทำให้ผู้เล่นรู้สึกฮึกเหิมในการเล่นมากยิ่งขึ้น โดยรวมเพลงประกอบส่วนนี้มาช่วยทำให้เกมดูดีขึ้น เพราะพูดตรง ๆ ว่าเกมเพลย์มันล้าหลังไปนิดทำให้คนที่เล่นไปนาน ๆ อาจจะรู้สึกเบื่อขึ้นมาก็เป็นได้ค่ะ สรุปโดยรวม ตัวเกม Werewolf : Apocalypse - Earthblood เป็นเกมแนว Action ที่ผสมผสานความเป็น RPG เล็กน้อย เนื้อหาการนำเสนอคือน่าสนใจนะที่เราจะได้สวมบทบาทเป็น ‘มนุษย์หมาป่า’ แต่น่าเสียดายที่เกมมันไปไม่สุดจริง ๆ ทั้งเกมเพลย์ที่ดูอาจจะสนุกแต่ระบบกลับล้าสมัยไปนิดมันทำให้นึกถึงเราเล่นเกมแอ็คชั่นสมัยยุคเครื่อง PlayStation รุ่นเก่า ๆ เลยนะคะ โชคดีที่ความลื่นไหลของเกมเพลย์มันไม่มีสะดุดตรงนี้ขอปรบมือดัง ๆ ให้เลยค่ะ ส่วนกราฟฟิกบนเครื่องเกมคอนโซลมันไม่ได้สวยแบบที่มันควรจะเป็นนี่อะสิ เอาเป็นว่ามันก็เล่นได้เพลิน ๆ นั่นแหละค่ะ คุณผู้อ่าน คุณผู้ชม! [penci_review id="79430"]
22 Feb 2021
[Review] Blue Archive สวมบทบาทอาจารย์กอบกู้โรงเรียนที่รัก
ช่วงเสี้ยวสุดท้ายก่อนที่เราจะหมดสตินั้น ได้เห็นหญิงสาวคนหนึ่งได้กล่าวกับเราว่า เราอาจจะเป็นความหวังที่จะกอบกู้ระบบของสหพันธ์นักเรียนได้ เราคือผู้กอบกู้ที่จะทำทุกอย่างที่เคยพังทลายกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะมืดลงและตื่นขึ้นมาบนตึกแห่งหนึ่ง...ได้เห็นวิวทิวทัศน์ของเมือง Kivotos อันสวยงามจากกลางเมือง แต่เขนชนบทกลับดูทรุดโทรมและพังทลายจากภัยพิบัติต่างๆ และนี่คือจุดเริ่มต้นในฐานะ 'อาจารย์' ของเราเอง ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเรื่องราวบทนำของเกมมือถือที่กำลังเป็นกระแสสุดๆ ณ ตอนนี้ และเป็นเกมที่ไต่อันดับความนิยมติด Top 10 ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันของ Store ญี่ปุ่น นั้นก็คือเกมที่ชื่อว่า Blue Archive นั้นเอง และแน่นอนว่าทางเราก็ไม่พลาดที่ต้องลองเกมนี้แล้วมารีวิวเล่าสู่กันฟังสำหรับใครที่ยังลังเลว่าเกมนี้จะสนุกเหมือนคนญ๊่ปุ่นได้กล่าวถึงมากไหม ลองมาอ่านบทความนี้ดูได้เลย ================================================== แค่เข้าหน้าเกม ก็หลงรักโดยไร้เหตุผล สิ่งแรกที่ทำให้เกม Blue Archive ประสบความสำเร็จเลยก็คือ การสร้าง Impression หรือภาษาชาวบ้านว่า สร้างบรรยากาศ "รักแรกพบ" ได้ดีมากๆ ทั้งภาพและเสียง รวมถึงช่วงก่อนที่ตัวเกมจะเปิดก็ได้มีการโปรโมตเกี่ยวกับเพลงเปิดหรือเพลง OP ของเกมนี้ซึ่งเป็นเพลงที่ชื่อว่า Clear Morning ขับร้องโดยคุณ Yui Ogura ซึ่งเป็นคนพากย์เสียงตัวละคร "Shiroko" ตัวละครเอกในเกมอีกด้วย เมื่อทุกอย่างได้ถูกถ่ายทอดออกมา มันทำให้ทุกอย่างรู้สึกกล่มกล่อมอย่างบอกไม่ถูก และช่วงแรกที่มองว่า เกมแนว Character Collect, Tactical RPG, Turn-Base มีธีมเป็นสาวปืน มันทำให้คิดว่าเกมนี้ต้องมีความดาร์คประดุจจักรวาล DC แน่ๆ...แต่ตรงกันข้าม เกมนี้กลับค่อนข้างสดใสซึ่งเป็นอะไรที่แปลกพอสมควร แต่ความใสนี้ ไม่ใช่เนื้อเรื่องจะเบาสมอง แต่มันกลับมีความหนักแน่น เนื้อเรื่องชวนติดตามและลำดับการเล่าเรื่องที่มีทั้งความสนุก, ความกาว, ความหนักของเนื้อเรื่องที่กำลังพอดีและปริศนาชวนติดตาม โดยเฉพาะการเล่าถึงบรรยากาศของเมือง Kivotos ที่กลางเมืองนั้นดูสวยงามสดใส แต่พอห่างจากตัวเมืองก็ได้เห็นตึกอาคารที่เสียหาย ทำให้รู้ว่าเมืองแห่งนี้ต้องมีอะไรที่มากกว่าความสดใส่ที่อยู่เห็นตรงหน้า ภาพประกอบ CG ต่างๆ ถือว่างามเป็นอันดับต้นๆ หนึ่งจุดเด่นหลักของเกม Blue Archive ก็คงจะไม่พ้นเรื่อง CG ภาพต่างๆ ที่ทีมงาน Yostar ลงทุนลงแรงมากๆ จากครั้งแรกที่เล่นเลยคืออย่างชอบและหลงกับภาพสวยๆ น่ารักอะไรแบบนี้ โดยเฉพาะฉากการปรากฎตัวครั้งแรกของน้อง Alona หรือ AI สาวน้อยที่ปรากฎครั้งแรกบน Tablet ที่ส่งต่อมาจาก Rin ผู้แทนสหพันธ์นักเรียนให้กับเราไว้ใช้งาน ทำให้รู้ว่าภาพงาน CG แต่ละภาพ แทบไม่มีร่องรอยการเผา ( ลองทำงานเผาสิคนด่ายับแน่ ) และคงจะไม่พูดถึงน้อง Shiroko ก็คงไม่ได้ ถือเป็นหนึ่งตัวละครเอกของ Blue Archive ที่มีบทบาทสำคัญมากๆ ทั้งจากนี้และอนาคต โดยปกติเกมอื่นๆ แล้วหากมีตัวเอก ส่วนใหญ่มักจะดูจืดจางไปบ้าง แต่ไม่ใช่กับ Shiroko ที่ปรากฎตัวครั้งแรกในเกมก็แทบได้รับความนิยมสูงจนมี Fanart มากมาย มันทำให้เห็นว่าทีมงานผู้พัฒนากำลังเดินมาถูกทางแล้ว เนื้อเรื่องสดใส แต่หนักแน่น เข้ากันอย่างกลมกลืน ในเนื้อเรื่องเกม Blue Archive เราจะรับบทเป็น "คนนอก" ที่ถูกรัฐบาลส่งตัวมายัง สหพันธ์นักเรียนของเมือง Kivotos ในฐานะ "อาจารย์" ซึ่งเมือง Kivotos นั้นปกครองด้วยระบอบสภานักเรียน เราจะตื่นขึ้นและพบว่าเราได้อยู่กับ Rin สาวหูเอลฟ์ซึ่งเป็นผู้รักษาการประธานสหพันธ์นักเรียนและแนะนำเมือง Kivotos ให้เราเห็นว่าสภาพบ้านเมืองที่มีทั้งด้านสวยงามและทรุดโทรม โดยเราจะถูกส่งมาเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูจากภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเมืองนี้ พร้อมทั้งช่วยกันออกตามหาประธานนักเรียนของสหพันธ์ที่หายตัวไปด้วย แต่ด้วยที่ว่าเราคือ "คนนอก" ทำให้เราต้องมีชมรมเพื่อที่จะมีอำนาจในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ทำให้อาจารย์ต้องเข้ายึดอาคาร S.C.H.A.L.E ที่เคยเป็นฐานที่มั่นของอาจารย์คนเก่าก่อนหายสาปสูญและถูกยึดโดยผู้ก่อการร้ายแกงค์หมวกกันน็อค ( ชื่อเท่ซะไม่มีเลย ) ซึ่งเราก็ทำการยึดมาได้และตั้งชมรม S.C.H.A.L.E ขึ้นมา โดยรินได้มอบ Tablet ให้กับเราซึ่งภายในบรรจุ A.I. สาวน้อยที่ชื่อ อโลน่า เอาไว้ซึ่งเราถูกสหพันธ์นักเรียนฝากฝังและใช้อำนาจได้เต็มที่ และจุดเริ่มต้นของอาจารย์ที่จะเป็นความหวังในการดูและรอบอบสภานักเรียนและฟื้นฟูเมือง Kivotos ก็ได้เริ่มต้นขึ้น นี่เป็นแค่การเล่าเรื่องย่อเท่านั้นเนื้อหาอาจจะไม่ครบเท่าไหร่ ซึ่งเอาจริงๆ เนื้อเรื่องและรายละเอียดมีเยอะมาก และบอกได้เลยว่าเนื้อเรื่องค่อนข้างจะหนักเอาเรื่อง แต่ก็ไม่ขั้นกับดาร์คหนักๆ เหมือน Arknights, Azur Lane หรือ Girls' Frontline แต่ว่ามันก็เข้ากับ Blue Archive และหลายๆ คนที่อยากจะเสพเนื้อเรื่องที่ไม่ดาร์คแต่เนื้อเรื่องเข้มๆ บ้าง ทำให้เราอินกับมันได้โดยไม่ต้องรู้สึกเครียดแต่ก็มีเรื่องให้ลุ้นชวนติดตามเช่นกัน การสร้างความสัมพันธ์กับนักเรียนคือลูกเล่นที่ดีงาม ลูกเล่นที่ดีงามสำหรับ Blue Archive คือระบบแชทกับนักเรียน ซึ่งจริงๆ มันคือการเล่าเรื่อง Story ของนักเรียนแต่ละคนผ่านทางการแชทมือถือ มันทำให้รู้สึกเป็นอะไรที่ใหม่และสมเหตุสมผลมากๆ สำหรับเด็กวันรุ่นสมัยนี้มีอะไรก็แชทส่งกัน โดยนักเรียนแต่ละคนจะแชทมาหาเราก็ขึ้นอยู่กับการสร้างค่าความสัมพันธ์ ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์แต่ละระดับนอกจากจะทำให้นักเรียนสนิทสนมกับเรา แชทเข้าหาเราให้อบอุ่นหัวใจ ก็ยังจะมอบเพชรและค่า Status พิเศษที่จะเสริมพลังตอนต่อสู้อีกด้วย และที่สำคัญคือ หากเราปลดล็อคค่าความสัมพันธ์จนถึงระดับหนึ่ง ก็จะเป็นการปลดล็อคภาค CG แบบ Live 2D ของนักเรียนแต่ละคนอีกด้วย โดยในภาพ Live 2D นั้นจะมีการเล่าเรื่องของนักเรียนแฝงอยู่ ยกตัวอย่างกรณีของ "Takahashi Hoshino" นักเรียนชั้นปีสามของโรงเรียน Abydos ที่ทางนี้ได้ปั่นค่าความสัมพันธ์จนปลด Live 2D ได้ ซึ่งถ้าเทียบกับคนอื่นๆ ก็แค่การที่ผู้เล่นพาเธอมาเดทไปเที่ยวอคาเรียม แต่ประโยคคำพูดของเธอเชิงตัดเพ้อทำให้รู้ว่า เธอเป็นหนึ่งในห้าคนของโรงเรียน Abydos ที่ยังเหลืออยู่และต้องแบกรับอะไรหนักหนามากกว่าเด็กอายุ 17 จะรับได้ แต่เธอก็ไม่อาจละทิ้งในฐานะผู้อาวุโสที่สุดของโรงเรียนนี้เช่นกัน ( และมันทำให้คนเขียนหลงรักโฮชิโนะจนหมดหัวใจเช่นกัน ฮ่าๆ ) ระบบการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Blue Archive ระบบการต่อสู้ต่างๆ นั้น ไม่ว่างจะเป็นการต่อสู้ผ่านเนื้อเรื่อง, PvP หรือแม้กระทั่ง Raid Boss ก็ตาม ระบบการต่อสู้จะเหมือนๆ กันนั้นก็คือ เราจะเลือกนักเรียนลงสนามต่อสู้ได้ทั้งหมด 6 คนต่อหนึ่งทีม โดยแบ่งเป็น Striker หรือชุดจู่โจม 4 คน จะทำหน้าที่วิ่งเข้าต่อสู้และกวาดล้างศัตรูเป็นหลัก และ Special หรือทีมสนับสนุน 2 คน จะเน้นการสร้าง Buff ต่างๆ, สร้างเกราะ, Heal เพื่อนร่วมทีม หรือแม้กระทั่งช่วยการโจมตีได้ แต่จะอยู่แนวหลังไม่ได้ลงภาคสนามเหมือนชุดจู่โจม และนักเรียนทุกคนจะมีสกิลและค่าการใช้ Cost มากน้อยต่างกัน และเมื่อกดใช้ จะมีการเข้าคัตซีนการใช้ท่าเล็กน้อยให้ชม ซึ่งโยชิโนะนั้นท่าการใช้สกิลเท่บาดใจมากๆ เพราะเธอกางโล่แล้วเอาปืนลูกซองตั้งพาดไว้แล้วเดินทำลายแนวหน้าศัตรู ( เหมือนสกิลตั้งโล่อาวุธในเกม Division 2 เลย ) ที่สำคัญเลยเลยคือ ฉากภายในเกมมีความสำคัญมากๆ ที่กำบังและสิ่งก่อสร้างทุกอย่างสามารถถูกเราและศัตรูทำลายได้ ( คงได้แรงบัลดาลใจมาจากซีรี่ส์ Battlefield มาแน่ๆ ) ซึ่งดูเหมือนจะดีนะ แต่ใครที่มีมือถือสเปคไม่สูงก็อาจจะเจอปัญหากระตุกบ้าง อาจจะต้องปรับตั้งค่าลดกราฟิคลงเสียหน่อย และระบบการเล่นจะดูไม่ยุ่งยากซับซ้อน ทุกอย่างเป็นอนิเมชั่น 3D แบบ Chibi ดูไม่น่าเบื่อ แต่เราก็ไม่สามารถบังคับตัวละครให้หลบเข้าที่กำบังตามใจต้องการไม่ได้ ซึ่งเป็นอะไรที่แย่แท้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาใหญ่อะไรนัก และอีกข้อที่ทำให้ระบบการเล่นนั้นดูน่าสนใจคือ นักเรียนทุกคนมีความสามารถทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นตัว 1 ดาว หรือ 3 ดาวก็ตาม เพราะทุกตัวนั้นจะมีความชำนาญพื้นที่และประเภทการโจมตีไม่เหมือนกัน อย่างเช่นตัวละครหนึ่งดาวชำนาญการสู้รบตัวเมืองและโจมตีเป็นประเภทสายสีแดง และเล่นอยู่บนพื้นที่ในตัวเมือง ก็ทำให้เธอโจมตีได้รุนแรงกว่าตัวนักเรียน 3 ดาวที่ไม่ได้ชำนาญการสู้รบในเมือง ทำให้อาจารย์ตั้งปั้นเหล่านักเรียนให้หลากหลาย ไม่มีปั้นตัวอวยเพื่อแบกทีมทั้งเกมอย่างแน่นอน ซึ่งมันดีที่ว่าทำให้เกิดความหลากหลายในการเล่น แต่อาจจะไม่ดีสำหรับผู้ที่รู้สึกว่าลำบากยุ่งยากเกินไป ================================================== โดยสรุปแล้ว Blue Archive นั้นเล่นสนุกและเนื้อเรื่องครบรส กราฟิคสวยงาม แม้ตอนต่อสู้จะเป็นแบบร่าง Chibi แต่ก็เป็น Chibi แบบสามมิติ ทำให้เราไม่อยากจะ Skip การต่อสู้ของเหล่านักเรียนเลยแม้แต่วินาทีเดียว แต่จุดข้อสังเกตุก็มีให้เห็นบ้างเช่นบัคประปรายหรือบัคตลกๆ ก็โผล่ให้เห็นบ้าง แม้จะไม่มีผลต่อตัวเกม แต่มันก็เป็นอะไรที่ไม่ดีนักซึ่งก็คาดหวังว่าจะแก้ให้เร็ววัน อีกทั้งตัวเกมกินสเปคค่อนข้างสูง หากใครมือถือไม่แรงก็แนะนำปรับกราฟฟิคระดับกลางๆ ต่ำๆ ก็เล่นสนุกได้เช่นกัน แต่ทางผู้เขียนเองใช้ Poco X3 ปรับสุด 60FPS ได้แต่เครื่องก็ร้อนเอาเรื่องหากไม่ใส่เคส...หากใครอยากลองเกมแนววางแผนที่มีเนื้อเรื่องครบเครื่องแต่ไม่เน้นเครียดหรือดาร์ค เกม Blue Archive เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องลองให้ได้สักครั้งเลยล่ะ! และสุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า "ลุงโฮชิโนะน่ารักที่สุดในสามโลก" [penci_review id="79269"]
22 Feb 2021
รีวิว The Sims 4 - Paranormal เปลี่ยนแปลงบ้านของคุณให้กลายเป็นคฤหาสน์ผีสิง
เป็นเกมที่มักจะมี Pack เสริมออกมาให้เราเล่นอยู่เสมอเลยนะครับสำหรับ The Sims 4 และอัพเดตล่าสุดที่ผู้พัฒนาใส่เข้ามานั้นก็คือ Stuff Pack นามว่า Paranormal ที่จะเปิดโอกาสให้คุณนั้นได้ไปสัมผัสประสบการณ์เร้นลับให้โลกของซิมส์ที่มันจะเข้ามาเสริมสร้างความแปลกใหม่ และความสนุกในการเล่นเกมนี้ของท่านให้มากขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH นั้นได้เข้าไปลองเล่นมาแล้วครับและจะมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าตัวเสริมนี้มีอะไรให้ท่านทำบ้าง และควรแค่การซื้อมาเล่นหรือไม่ ? การตกแต่งบ้านสไตล์ผีสิง ถ้าใครกำลังวาดฝันที่อยากให้บ้านซิมส์ของเรานั้นกลายเป็นคฤหาสน์ผีสิง ตัวแพ็คนี้สร้างขึ้นมาตอบโจทย์ท่านแล้ว เพราะในแพ็คเสริมนี้จะมีของแตกแต่งบ้านสไตล์หม่นๆ สไตล์ของตกแต่งจะมีความเป็นยุโรปปนความพิศวงอยู่หน่อยๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านของท่านแดร็กคิวล่า ที่ระหกระเหินมาอยู่ในเมืองกรุง (55555) มีเตาผิงไฟสไตล์ยุโรป รูปของคนในอดีต ต้องยอมรับว่าตัวผู้เขียนไม่ได้เป็นคนที่มีไอเดียในการแต่งบ้านเก่งนัก แต่จริงๆ มันสามารถแต่งให้กลายเป็นปราสาทสุดหลอนได้เต็มที่ (ถ้าคุณมีไอเดียสร้างสรรค์พอ) พบปะกับเหล่าผีที่จะมาหลอกหลอนในบ้านคุณ สืบเนื่องมาจากในข้อแรกที่เรานั้นสามารถตกแต่งบ้านให้กลายเป็นปราสาทผีสิงได้ถึงขั้นหนึ่ง ในตัวแพ็คเสริมนี้ก็มีระบบที่จะทำให้บ้านคุณนั้นหลายเป็นบ้านผีสิงเต็มตัว จะมีเหล่าผีสางที่จะเข้ามาโผล่หลอกหลอนเราในบ้าน เพื่อนๆ ซิมส์คนไหนที่เข้ามาบ้านเราก็จะต้องหวาดกลัวหลอกแม้กระทั่งเจ้าของบ้านด้วยกันเอง นอกจากนี้ตัวเกมจะมี Event พิเศษที่อาจจะมีเหล่าผีสางตัวพิเศษมาแวะเวียนชื่นชมบ้านของท่าน หรืออาจจะมาให้สิ่งที่พิเศษกับท่านก็ได้ ฝึกพลังพูดคุยกับวิญญาน เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ติดเข้ามาในแพ็คเสริมตัวนี้ กับอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Seance Table ที่จะให้เรานั้นได้ฝึกฝนตัวเองเพื่อสื่อสารกับเหล่าภูติผีวิญญาน หรือถ้ายิ่งเลเวลสูงๆ หน่อยตัวโต๊ะนี้ก็จะมีลูกเล่นแปลกๆ ให้สนุกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนให้ตัวเองกลายเป็นพลังงานวิญญานได้ การเรียกเหล่าผีสางวิเศษออกมาพูดคุยได้โดยตรง การอัญเชิญแม่บ้านโครงกระดูกอย่าง Bonehilda มาช่วยเราปัดกวาดบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือที่พิเศษคือถ้าหากแต้มฝึกฝนวิชาเราถึงขั้นสูงสุด เราก็สามารถกลายเป็นนักปราบผีได้ กลายเป็นหมอผีคอยปราบเหล่าวิญญานตามบ้าน การที่จะให้ผีหลอกเราคนเดียวก็กระไรอยู่ ราสามารถสู้กับเหล่าผีสางได้ เพราะในแพ็ค Paranormal นี้ได้เปิดโอกาสให้เรานั้นมีอาชีพในการไล่ผีสางตามบ้าน หลังจากที่เรานั้นฝึกฝนวิชาวูดูสื่อสารกับผีจนชำนาญแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์ที่ค่อนข้างน่าสนใจมากๆ เป็นเกมการเล่นใหม่ๆ ที่เข้ามาท้าทายเรา เพราะตัวระบบนี้จะสามารถให้เรานั้นเข้าไปปราบผีด้วยตัวเองโดยตรง ไม่เหมือนอาชีพอื่นๆ ที่จะมีการ Timelap ไปถึงตอนที่งานเสร็จเลย สรุป The Sim 4 Paranormal Stuff ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมสร้างความสนุกให้กับท่าน แต่ก็ต้องบอกก่อนว่านี่มันเป็นเพียง Pack เล็กๆ เท่านั้นไม่ใช่ตัวเสริมขนาดใหญ่ที่จะเปลี่ยนเกมเพลย์ หรือมีแผนที่ใหม่อย่าง Pack อื่นๆ แต่มันจะเป็นส่วนเติมเต็มให้กับท่านในการเล่นเสียมากกว่า บวกกับราคาที่ไม่แพงเพียงแค่ 10$ เท่านั้น มันก็ถือว่าเป็นอะไรที่ท่านมาเป็นจับจองมาเป็นเจ้าของโดยไม่ต้องรู้สึกตะขิดตะขวงอะไรนัก [penci_review id="78241"]
10 Feb 2021
รีวิว Demon's Soul Remake นิทานเรื่องเดิมที่สนุกยิ่งกว่าเดิมบนเครื่องใหม่
ในที่สุดชาวไทยเราก็มีโอกาสได้สัมผัสเกม Demon's Souls ภาคใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว หลังจากปล่อยให้ต่างชาติเขาเล่นไปก่อนอยู่นาน ตัวผมเองเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบเกมตระกูลนี้ของ From Software มาก เนื่องจากทุกครั้งที่เล่นจะมีความรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปเสมอ (เนื่องจากหนึ่งภาคใช้เวลาเล่นนานมากๆ) ซึ่งครั้งนี้เองก็นับเป็นโชคดีของผมที่มีโอกาสได้เล่นเกมนี้ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วันนี้เลยจะมารีวิวเกมนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน ก่อนจะเริ่ม ขอออกตัวก่อนเลยว่าตัวผมเอง "ไม่เคย" เล่นตัวเกมเวอร์ชัน PS3 ที่เป็นตัว Original มาก่อนเลย ดังนั้นประสบการณ์ที่เพื่อนๆ จะได้อ่านต่อไปนี้จึงเป็น First Impression โดยแท้จริงครับ ซึ่งต้องยอมรับว่าตัวผมเองทั้งได้สนุก, หัวร้อน, และตื่นเต้น มากมายหลายครั้งเลยในการเล่นเกมนี้ ถ้าทุกคนพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยครับ! เนื้อเรื่อง เรื่องราวของ Demon's Soul จะเริ่มด้วยการโยนตัวละครของเราลงไปในโลกโดยไม่บอกอะไรเลยเหมือนกับเกม Dark Souls ภาคอื่นๆ โดยเนื้อเรื่องของเกมจะเริ่มในท่อระบายน้ำของอาณาจักรแห่งหนึ่ง (ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็น Boletaria) ซึ่งหลังจากเดินทางไปได้สักพัก เราจะได้พบกับปีศาจขนาดใหญ่ได้เข้าต่อสู้กับมัน และตายลง (ที่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสามารถสู้ให้ชนะในฉากนั้นเลยได้หรือไม่) แต่แทนที่จะ Game Over ตัวเกมจะตัดภาพมาที่ The Nexus ดินแดนระหว่างโลกคนเป็นกับคนตาย ที่แห่งนี้เราจะได้พบกับหญิงสาวปริศนา เธอจะบอกว่าดวงวิญญาณของเราเป็นของ The Nexus เราไม่มีทางหนีไปจากที่แห่งนี้ได้ แต่ยังสามารถไปยังโลกภายนอกได้ผ่าน Archstone หลังจากเดินทางไปยัง Boletaria และปราบปิศาจตัวแรกลงได้ เมื่อกลับมาที่ The Nexus อีกครั้งหญิงสาวปริศนา จะบอกให้เราไปคุยกับ Monumental (ไม่รู้จะแปลว่าอะไรดีเหมือนกันครับ) ที่อยู่ด้านบนของ The Nexus เพื่อฟังเรื่องราวของโลกใบนี้ และเหตุผลในการมีอยู่ของสถานที่แห่งนี้ รูปปั่นจะเล่าว่า เมื่อก่อนโลกใบนี้เคยสงบสุข ทุกดวงวิญญาณอาศัยอยู่รวมกันอย่างเท่าเทียมภายใต้ Soul Arts แต่แล้ววันความหิวกระหายในพลังได้ปลุก The Old One ขึ้นมา (คิดว่าน่าจะหมายถึงราชาของเหล่าปีศาจทั้งมวล) หมอกควันแห่งความตายได้ปกคลุมไปทั่วโลกทุกๆ เผ่าพันธุ์ บนโลกต้องเผชิญหน้ากับการรุกรานของปิศาจจนเกือบสูญพันธุ์ แต่โชคดีที่เหล่าผู้เหลือรอดได้ทำให้ The Old One กลับไปหลับใหลได้สำเร็จ แต่ก็แลกมาด้วยความตายของชีวิตมากมายมหาศาล เพื่อป้องกันการตื่นขึ้นมาอีกครั้งของ The Old One เหล่า Monumental ได้มอบหินวิเศษ 6 ก้อนให้กับผู้นำทั้ง 6 ของเผ่าพันธุ์ที่ยังมีชีวิตเหลือรอด ด้วยพลังของ หินวิเศษทั้ง 6 ทำให้สามารถจองจำ The Old One ไว้ใต้ The Nexus สำเร็จ นั่นคือเรื่องราวเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนี้สิ่งมีชีวิตที่ทุกคนหวาดกลัวกำลังจะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยความโลภในพลังของราชาผู้โง่เขลา ในตอนสุดท้ายของเรื่องราว Monumental จะขอให้เราสังหารราชาคนนั้น และทำให้ The Old One กลับไปหลับใหลอีกครั้ง เรื่องราวของ Demon's Soul ไม่ได้ถูกเล่าเป็นเส้นตรง แต่ให้ผู้เล่นไปหาข้อมูลเอาเองจากการพูดคุยกับ NPC รวมไปจนคำอธิบายในไอเทมต่างๆ แต่โดยรวมถือว่าสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่า Dark Souls เป็นอย่างมาก เนื่องจากเนื้อเรื่องส่วนใหญ่ก็ถูกเล่ามาโดย Monumental แล้วหลังจากนี้คือการผจญภัยของเราเอง โดยวิธีการดำเนินเรื่องก็แล้วแต่ผู้เล่นเองเลย จะไปเดินทางไปยัง Archstone ไหน หรือสำรวจดินแดนไหนก่อนก็ได้เพราะปลายทางของเนื้อเรื่องก็จะมาจบที่ The Nexus อยู่ดี เรียกได้ว่าเก็บรายละเอียด และเสน่ห์ของเนื้อเรื่องตามสไตล์ Souls จาก From Software ไว้ได้อย่างครบถ้วน (ต้องยกนิ้วให้กับ Bluepoint Games กับการ Remake ครั้งนี้ครับ) กราฟิก / การนำเสนอ ก่อนอื่นเอาแค่เรื่อง ภาพ, กราฟิก กับ Visual Effects ก่อน สามจุดนี้ขอยอมรับว่าทำออกมาได้ดี, สวยงาม, และเก็บรายละเอียดของวัตถุได้เนี๊ยบมากๆ ส่วนหนึ่งคิดว่าเป็นเพราะความสามารถของตัวเครื่อง PS5 ที่มาพร้อมกับการ์ดจอ และซีพียูที่แรงมากๆ ด้วย ทำให้ตลอดเวลาที่ได้เล่นเกมนี้รู้สึกตื่นตาตื่นใจได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นฉากของปราสาทที่กำลังลุกเป็นไฟ, หมอกและควันจากศพที่ไหม้, แสงที่สองผ่านช่องวางของหน้าต่างมา, รูปร่างหน้าตาของปีศาจที่ได้พบ, ซากประหลักหักพังท่ามกลางพายุ, วิหาร The Nexus ทุกอย่างถูกออกแบบใหม่ให้สวยงามยิ่งขึ้น พอเอาไปรวมกับความละเอียดแบบ 4K / 60 FPS ก็ทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจตลอดเวลาที่เล่นครับ ต่อมาในด้านการนำเสนอ จุดแรกที่ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจ พร้อมทั้งรู้สึกดีมากๆ ตลอดเวลาที่เล่นคือระบบสั่น กับแรงต้านของจอย Dualsense และระบบเสียงที่ใช้งานเทคโนโลยี Tempest ของเกม ที่ช่วยเพิ่มความรู้สึกเสมือนจริง ได้มากขึ้นเป็นอย่างมากตลอดเวลาในการเล่น สิ่งที่ประทับใจมากที่สุดคือการที่รูปแบบของแรงสั่นจากจอยเวลากระทบกับวัตถุประเภทต่างๆ รวมถึงน้ำหนัก และทิศทางเสียงที่เกิดขึ้นในเกม มันแตกต่างกันออกไปทั้งหมดครับ เห็นในชัดที่สุดคือตอนเวลาเอาอาวุธประเภททุบๆ อย่าง ค้อน, กระบอง หรือคทา โจมตีใส่ศัตรู ความรู้สึกที่สัมผัสได้ผ่านจอยคือเหมือนเราได้ตีใส่ศัตรูภายในเกมจริงๆ ด้วยตัวเองเลยครับ (ความรู้สึกเวลาเอา Mace ทุบหินจะแน่นๆ และทำให้รู้สึกว่ามือชาหน่อยๆ ) (เวลาทุบกระดูกจะแรงต้านไม่เยอะเท่า แต่จะรู้สึกเหมือนทำอะไรแตกหัก) พูดถึงเรื่องเทคโนโลยีเสียง Tempest ต่ออีกนิด นอกจากเสียงที่เกิดจากกระทบของวัตถุแล้ว หากใส่หูฟังเล่น จะได้พบกับเสียงของฝน, เสียงไฟ, เสียงกรีดร้อง รวมถึงเสียงการก้าวเดินของตัวละครบนพื้นผิวต่างๆ ที่สมจริงมาก มันสมจริงถึงขนาดที่ว่าถ้าใส่แว่น VR เล่น และเปลี่ยนมุมมองเป็น FPS คงแยกไม่ออกเลยว่าอันไหนคือความจริงๆ อันไหนคือในเกม ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเพียงแค่ระบบของเสียงเปลี่ยนไปเป็น 3D จะสร้างความแตกต่างทางด้านประสบการณ์ที่ได้รับมากขนาดนี้ เอาจริงๆ ผมอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกเหมือนกัน เอาเป็นว่าด้วยระบบเสียงใหม่นี้ทำให้สามารถทำให้เรารู้สึกว่าได้เข้าไปเดินในโลกใบนั้นจริงๆ แหล่งกำเนิดเสียงอยู่ที่ไหนเป็นอะไร ก็จะได้ยินเสียงของวัตถุชิ้นนั้นจากทิศทางนั้นจริงๆ คงพูดได้แค่ว่ามันเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ จริงครับ (เสียงตอนเคียวปาดบนเนื้อหินฉากนี้คือสุดยอดมากๆ ) ต่อมาคือในเรื่องของอนิเมชั่นการขยับของตัวละคร ที่เวอร์ชันนี้ทำออกมาได้อย่างลื่นไหล ถูกต้อง แต่จุดที่ผมประทับใจมากที่สุดคือมีการเพิ่มท่าโจมตีแบบ Fatal Attack เข้ามาใหม่ถึงอาวุธละ 3 ท่าด้วยกัน กล่าวคือการจับอาวุธด้วยมือเดียว หรือสองมือ โจมตีแบบ Fatal Attack จากข้างหน้า และข้างหลัง เราจะได้เห็นท่าโจมตีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมันทำให้รู้สึกหลากหลายมากขึ้นในตอนเล่น และนับเป็นหนึ่งในข้อดีที่ผมอยากชมผู้พัฒนา ต่อมาคือเรื่องของบรรยากาศ ในจุดนี้ตัวผมเองคิดว่าด้วยเซตติ่งของโลก รวมถึงสไตล์ของสถานที่ซึ่งให้เราไปสำรวจแล้ว เกมนี้มีธีมโดยรวมของฉากที่สว่างมากเกินไปครับ ถ้าหากว่าทำออกมาให้มืดมากกว่านี้คิดว่าคงทำให้อินได้มากกว่านี้ อย่างไรก็ตามเหมือนว่าตัวผู้พัฒนาเองก็เข้าใจถึงจุดนี้ดี จึงได้ใส่ Filter ต่างๆ มาให้เราได้ใช้งานด้วย ซึ่งมันเลยทำให้สามารถปรับรูปแบบของสีในฉากต่างๆ ของเกมได้ตามใจผู้เล่นเอง จนปัญหาข้างต้นหมดไป ต้องยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ Bluepoint Games ให้ความสำคัญ และตัดสินใจทำได้ดีมากๆ ครับ เกมเพลย์ เบื้องต้นในเรื่องของระบบต่อสู้ Demon's Soul ภาคนี้เหมือนเอาระบบต่อสู้ของ Dark Souls 3 มาพัฒนาต่อให้ดีขึ้น การบังคับ, จังหวะการโจมตี, กลิ้ง, ป้องกัน, ระยะของฮิตบล็อก ทุกอย่างถูกทำให้มีความถูกต้องมากขึ้น พอเอาไปรวมกับตัวเกมที่สามารถเล่นได้แบบ 60 FPS แล้ว จึงทำให้ประสบการณ์ต่อสู้ในภาคนี้ดูดียิ่งกว่า Dark Souls 3 เป็นอย่างมากจุดนี้ขอชมเชยจากใจครับ ทีนี้มาพูดถึงเรื่องความยากกันบ้าง ก่อนอื่นศัตรูข้างทางที่เราได้พบมีความยากน้อยกว่า ตระกูล Dark Souls พอสมควรครับ  เนื่องจากรูปแบบการโจมตีของศัตรูแต่ละตัวจะมีประมาณ 2 - 4 แบบเท่านั้น และประมาณ 70% มีรูปร่างเป็นแบบ Humanoid (รูปร่างแบบมนุษย์) จึงทำคาดเดาการโจมตี รวมถึงระยะสามารถทำได้ง่ายกว่า ถ้าจะมีจุดที่ยากเลย คิดว่าคงเป็นเรื่องของดาเมจที่ศัตรูทำได้ในแต่ละครั้งมักจะแรงมากๆ และจุดเซฟแต่ละจุดอยู่ห่างกันแบบสุดๆ ครับ ต่อที่ความยากเวลาสู้กับบอส โดยปกติแล้วความยากของเกมตระกูล Souls มักจะอยู่ที่ความเก่งของบอสแต่ละตัว ซึ่งใน Demon's Soul ภาคใหม่นี้ก็ไม่ใช่แบบนั้น อย่างที่ผมบอกไปว่ารูปแบบการโจมตีของศัตรูในภาคนี้จะมีอยู่แค่ 2 - 4 แบบเท่านั้น ซึ่งมันรวมถึงบอสด้วยครับ ถ้าหากเพื่อนๆ ใจเย็นและค่อยๆ ใช้เวลาเรียนรู้การโจมตีของบอสก่อน ทุกตัวน่าจะสามารถผ่านได้ตั้งแต่การสู้ครั้งแรกเลย (ผมเองก็สู้ครั้งเดียวผ่านอยู่หลายตัวมากๆ เช่นกัน) ส่วนหนึ่งคิดว่าคงเป็นเพราะเกมในยุค PS3 ที่เป็นต้นตำรับสามารถใส่ความหลากหลายเข้ามาได้แค่นี้ด้วย แต่เอาตรงๆ สำหรับตัวเกมที่ถูกเรียกว่า Remake แล้ว ผมเองปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองคาดหวังความท้าทายที่มากกว่านี้ครับ ต่อมาจะขอพูดถึงระบบภายในเกมที่น่าสนใจในภาคนี้กันบ้าง หนึ่งในระบบที่ผมชอบมากๆ คือระบบที่มีชื่อว่า Fractured World ที่จะสลับซ้าย และขวาของทุกอย่างในเกม (ย้ำว่าทุกอย่าง กระทั่งตัวละครเราเองก็จะเปลี่ยนไปถืออาวุธในมือซ้าย ถือโล่มือขวาเช่นกัน) การสลับซ้ายกับขวานี้จะทำให้การเดินทางในสถานที่เดิน และการกลิ้งหลบเปลี่ยนไปทั้งหมด ซึ่งเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ยอดเยี่ยม แถมยังมีความลับบางอย่างที่เราสามารถหาได้ในโลกแบบสลับด้านนี้เท่านั้นด้วย ถือได้ว่าเป็นไอเดียที่ดีมากๆ ครับ ระบบที่สองที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่คือระบบที่ให้เราสามารถขอขมากรรมที่ทำไปได้ สำหรับคนที่ยังไม่รู้ในเกมตระกูล Souls เราสามารถโจมตี NPC ทั้งหมดที่มีในเกมได้ ซึ่งบางตัวจะไม่ยอมยกโทษให้กับรวมถึงไม่ยอมคุยด้วย (ทีนี้จะฝากของ หรือตีบวกอาวุธก็ทำไม่ได้อีก) ระบบขอขมากรรมมีไว้เพื่อการนี้ โดยหลังจ่าย Souls เท่ากับกรรมที่ทำไปแล้ว เราก็จะได้รับการยกโทษให้จากเหล่า NPC มันช่วยได้เยอะมากๆ เนื่องจากบางครั้งมันก็มีการกดผิดจากปุ่มตกลงเป็นปุ่มโจมตีกันอยู่บ้างครับ (ก็มันชินอะ) ฟังข้อดีกันไปเยอะแล้ว มาดูข้อเสียของเกมนี้บ้าง หลักเลยๆ ผมมีเรื่องเดียวที่จะติครับ นั้นคือการที่จำนวนชั่วโมงที่จำเป็นต้องใช้ในการเคลียร์มันน้อยมาก ถ้าชินกับจังหวะของเกมแล้วคิดว่า 10 - 15 ชั่วโมงก็สามารถเคลียร์ได้แล้ว จริงอยู่ว่าเกมนี้มีความลับ รวมถึงเนื้อเรื่องเสริมให้เราเล่นด้วย แต่คิดว่าคงกินเวลาเพิ่มไม่ถึงอีก 10 ชั่วโมงครับ ซึ่งถือว่าใช้เวลาน้อยมากๆ ครับ สรุป โดยรวมแล้ว Demon's Souls Remake ถือเป็นภาคหนึ่งของตระกูล Souls ที่สนุก, กราฟิกสวย, เนื้อเรื่องเข้าใจง่าย, มีระบบใหม่ที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การหามาเล่นสักครั้งสำหรับคนที่ชื่นชอบเกมแนวนี้ แต่ตัวเกมจะใช้เวลาเล่นไม่นาน และอาจไม่ยากถูกใจสาย Hardcore เท่าไหร่นัก (แต่ถือว่ายากกว่าเกมในยุคปัจจุบันพอสมควรเลย) แน่นอนว่าเกมนี้ไม่ได้มอบสิ่งใหม่ๆ ที่ถือได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ ดังนั้นคิดว่าโดยรวมแล้วเกมนี้ควรจะมีคะแนนอยู่ที่ 8 เต็ม 10 แม้จะสนุกมากแต่ก็ไม่ถึงกับยอดเยี่ยมจริงๆ หลังจากที่ได้เล่นไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ตัวผมเองได้พบกับจุดเชื่อมโยงเนื้อเรื่องของ Demon's Soul, Dark Souls และ Bloodborne เข้าด้วยกันไม่แน่ว่าโลกทั้ง 3 ใบของ From Software อาจใกล้เคียงกันมากกว่าที่เราคิดก็ได้ ถ้าหากรวบรวมข้อมูลได้แล้ว จะเอามาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันอย่างแน่นอนครับ [penci_review id="78504"]
10 Feb 2021
อีสปอร์ต
Nimo TV จับมือ Mineski จัดการแข่งขันรวม Influencers กว่า 40 ชีวิต ชิงเงินกว่า 100,000 บาท !!
Nimo TV ร่วมมือกับ Mineski เอาใจคนรักเกม League of Legends: Wild Rift ส่งการแข่งขันเด็ดมาอีกรายการ Nimo TV Challengers Invitational การแข่งขันที่รวม Influencers ถึง 8 ทีม หรือ 40 ชีวิต มาร่วมการแข่งขัน ค้นหาสุดยอดทีมที่แข็งแกร่งเพื่อลุ้นรับรางวัลใหญ่ไปครอบครอง สำหรับการแข่งขันรอบแรก จะมีขึ้นในวันที่ 5-6 และ 14-16 ธันวาคม 2563 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบจะต้องมาต่อสู้กันอีกครั้งในรอบ Semi Final และรอบ Grand Final ในวันที่ 19 และ 20 ธันวาคม 2563 ใครเชียร์ทีมไหน ดูวันไว้ให้ดี จะได้ไม่พลาด โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 40,000 บาท รองชนะเลิศ 20,000 บาท อันดับที่สาม และสี่ 10,000 บาท และอันดับที่ 5 ถึง 8 รับรางวัลทีมละ 5,000 บาท รวมมูลค่ารางวัล 100,000 บาท นอกจากนี้ผู้ที่เข้ารับชมการแข่งขันผ่าน Nimo TV ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลอีกด้วย ร่วมให้กำลังใจทีมที่ชื่นชอบ และลุ้นรับรางวัลไปด้วยกัน โอกาสดี ๆ แบบนี้ มีแค่ที่ Nimo TV เท่านั้น ร่วมรับชมการถ่ายทอดสดที่นี่ : https://www.nimo.tv/lolwr?from=nimo2 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม อัพเดทผลการแข่งขันได้ที่นี่ : https://www.facebook.com/nimotvth
07 Dec 2020
อีพอลซ์ประกาศเปิดตัวการแข่งขันรายการ VALORANT ROYAL CUP ชิงเงินรางวัล 25,000 USD
อีพอลซ์จัดงานแข่งขัน VALORANT Tournament ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเงินรางวัลที่สูงที่สุดในภูมิภาค กรุงเทพฯ - 14 กันยายน 2563 – อีพอลซ์ (Epulze) บริษัทจัดงานอีสปอร์ตจับมือกับไรออท เกมส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Riot Games SEA) เพิ่มรายการการแข่งขันอีสปอร์ต ‘Royal Cup’ ชิงเงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์สหรัฐเข้าไปใน VALORANT Ignition Series โดยจะจัดการแข่งขันรอบ Open Qualifier ขึ้นในวันที่         19 - 20 กันยายน และรอบ Main Event ในวันที่ 21 - 27 กันยายน 2563 การแข่งขันอีสปอร์ตรายการ VALORANT Royal Cup มีผู้เข้าร่วมแข่งขันจาก 16 ทีม ได้แก่ 12 ทีมเป็นทีมที่ได้รับเชิญโดยตรงและ 4 ทีมที่ชนะจากการแข่งขันในรอบ Open Qualifier การแข่งขันในรอบ Main Event จะทำการแข่งขันแบบ Round Robin Best of 2 โดยแบ่งทีมออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อทำการคัดเลือก 2 ทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของแต่ละกลุ่ม เข้าสู่การแข่งขันแบบแพ้คัดออกในรูปแบบ Double Elimination รายชื่อทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันและผู้ดำเนินรายการแข่งขันจะประกาศให้ทราบเร็ว ๆ นี้ ลิ้งก์ไปยังประกาศต่างๆ เกี่ยวกับการแข่งขัน: https://epulze.com/royalseacup  ลิ้งก์ไปยังแถลงการณ์ของ Epulze: https://epulze.com/epulze-riotsea-partnership  คุณพอนทัส ลอฟเกรน (Pontus Lövgren) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีพอลซ์ กล่าวว่า "เราตื่นเต้นมากที่ได้มีส่วนร่วมกับ VALORANT และได้ทำงานโดยตรงกับไรออท เกมส์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ที่มอบโอกาสสุดพิเศษให้กับเราในการสร้างคอนเทนต์อันยอดเยี่ยมให้กับชาว VALORANT โดยความตั้งใจของเราคือการได้จัดการแข่งขัน VALORANT ให้มากขึ้นเพื่อผู้เล่นทุกระดับและให้ทุกคนได้มีโอกาสในการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความสนุกและตื่นเต้น” คุณคริส ตราน ผู้จัดการฝ่ายอีสปอร์ต – ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง ไต้หวันและ    มาเก๊าของไรออท เกมส์ กล่าวว่า “เราได้รับความสนับสนุนจากผู้เล่น VALORANT ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแท้จริง และเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มอบประสบการณ์การแข่งขันให้กับชาว VALORANT ผ่านบริษัท   อีพอลซ์ โดยรายการการแข่งขัน Royal Cup นับว่าเป็นรายการแข่งขันล่าสุดที่เพิ่มเข้ามาใน VALORANT Ignition Series ซึ่งเกิดขึ้นหลังการแข่งขัน VALORANT Pacific Open ที่เพิ่งจบลงไปก่อนหน้านี้ และพวกเรารอคอยที่จะได้มอบประสบการณ์การแข่งขันที่สนุกจนหยุดไม่อยู่ให้กับผู้เล่นทุกคน!
14 Sep 2020
มาทำความรู้จักกับ N0tail กัปตันทีมขวัญใจมหาชน
หากให้เหล่าแฟน ๆ Dota 2 เลือกกัปตันในดวงใจของพวกเขาในตอนนี้ ชื่อของ N0tail หรือที่คนไทยนิยมเรียกพ่อใหญ่ คงจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่ออกมาอย่างแน่นอน ด้วยการที่เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่เข้าได้กับทุกคน ในขณะเดียวกันเขาก็มีความเป็นผู้นำสูงและไม่ยอมแพ้แม้จะต้องเจอกับทีมที่เก่งกว่า N0tail ถือว่าเป็นผู้เล่นเกม Dota 2 คนหนึ่งที่ผ่านอุปสรรคมามากมาย จนได้หลอมตัวตนของเขาให้กลายเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมจนสามารถคว้าแชมป์รายการ The International ถึงสองสมัยซ้อน วันนี้เราจะมาดูเส้นทางชีวิตของเขาจากผู้เล่น HoN จนถึงแชมป์โลกเกม Dota 2 กำเนิดพ่อใหญ่ Big Daddy N0tail N0tail มีชื่อจริงว่า Johan Sundstein เกิดเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมปี 1993 ที่ประเทศเดนมาร์ก โดยเขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นผู้เล่นเกม Heroes of Newerth หรือ HoN ตั้งแต่อายุ 15 ปีในฐานะของผู้เล่น Solo Mid และการเล่นเกมนี้เองทำให้เขาได้เจอกับเพื่อนรักที่จะกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญต่อชีวิตเขาในอนาคตอย่าง Fly หลังจากที่แข่งขันเกม HoN ได้ไม่นานเขาก็ได้ไปเล่นเกมใหม่ที่กำลังมาแรงกว่าในตอนนั้นอย่าง Dota 2 เอง โดยสังกัดแรกของ N0tail คือ Fnatic.EU ที่ในตอนนั้นเขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีความสามารถในการ Micro สูงทำให้เขาสามารถเล่นตัวละครอย่าง Meepo ได้อย่างชำนาญ ทีมของพวกเขาทำผลงานได้ดีจนสามารถที่จะเข้าไปแข่งรายการ The International ปี 2013 ได้ แม้ผลงานในรอบแบ่งกลุ่มจะทำได้ดีตนสามารถที่จะอยู่สายบนได้ แต่ในรอบ Main Event พวกก็ต้องกลับบ้านเร็วกว่าที่คิดด้วยการแพ้ให้กับทีม Tongfu และ Orange Esports กลับบ้านด้วยอันดับ 7-8 ร่วม ซึ่งหลังจากจบการแข่งขันนี้เขาก็ได้ลาออกจากทีม Fnatic จากทีม Secret สู่ทีม Monkey Business หลังรายการ TI3 ทีมต่าง ๆ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย โดยเฉพาะหนึ่งในทีมขวัญใจมหาชนในตอนนั้นอย่าง Navi ต้องเสียสองผู้เล่นคนสำคัญอย่าง Puppey และ Kuroky ไป นำไปสู่การรวมตัวกันของทีม All Stars ทีมแรก ๆ ของโลก Dota 2 นามว่าทีม Secret Team Secret ยุค 2014 ได้รวมเอายอดฝีมือจากทุกตำแหน่งมาไว้ในทีมเดียวได้แก่ Kuroky (Carry) , S4(Mid), Simba (Fly Offlane) , Pupey (Support) , Big Daddy (N0tail Supports) ซึ่งสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งสร้างสถิติอันยอดเยี่ยมในการแข่งขัน Qualify รายการ StarLadder StarSeries Season 10: Europe and CIS ด้วยการไม่แพ้ใครเลยติดต่อกัน 13 นัดติด แต่ไม่รู้สาเหตุอะไรก็ตาม N0tail และ Fly ก็ต้องออกจากทีมไปอีกครั้ง โดย N0tail ย้ายไปอยู่ C9 และ Fly ย้ายไปอยู่ทีม MeePwn'd ซึ่ง N0tail สามารถทำผลงานกับ C9 ได้ดีจนสามารถไปแข่งขันรายการ TI5 ได้ แต่ก็ต้องโชคร้ายที่ทีมของพวกเขาต้องไปเจอกับทีม VG ที่ในตอนนั้นกำลังท็อปฟอร์มทำให้กลับบ้านไปอย่างรวดเร็วในอันดับที่ 9-12 ร่วม แม้ว่าในตอนนี้เขาจะเข้าแข่งขันรายการนี้มาแล้วสองครั้งแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เขาจึงตัดสินใจกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเพื่อนคู่ใจของเขา Fly ในทีมใหม่ Monkey Business การกำเนิดขึ้นของทีม OG Monkey Business ของ N0tail ได้มีการดึงเอาผู้เล่นชื่อดังอย่าง MoonMeander และ Cr1t มาเข้าร่วมทีม แต่มีอยู่หนึ่งคนที่วงการ Dota 2 จับตามองมากที่สุดคือ Miracle ที่ในตอนนี้เป็นผู้เล่นที่ MMR 9000 คนแรกของโลกมาเป็นแกนหลักของทีมสลับตำแหน่งกับ N0tail ระหว่าง Mid และ Carry พร้อมกับได้โค้ชที่เป็นอดีตผู้เล่นอย่าง 7ckngMad (Ceb) https://www.facebook.com/975006269212985/posts/975237855856493?sfns=mo Money Business สามารถทำผลงานได้ดีระดับหนึ่ง จนไปเข้าตาสปอนเซอร์ใหญ่อย่าง Redbull และได้เปลี่ยนชื่อเป็นทีม OG ซึ่ง โดยในปี 2016 ทีมสามารถทำผลงานได้เป็นอย่างดีในการแข่งขันรายการใหญ่ระดับ Major ได้ถึงสองรายการ ทำให้แฟน ๆ ของเกม Dota 2 ในตอนน้ันต่างเต็งว่าทีมนี้ยังไงก็เป็นแชมป์ แต่แล้ว OG ก็ไปไม่ถึงฝันเนื่องจากพวกเขาต้องกลับบ้านด้วยฝีมือของ TNC ทำให้ทีม OG ต้องเสียผู้เล่นไปถึง 3 คนคือ MoonMeander , Miracle, Cr1t ทำให้พวกเขาต้องสร้างทีมใหม่อีกครั้ง โดยได้ JerAx ,S4 และ ana มาเข้าร่วมทีมแทน N0tail และความพยายามอีกครั้งเพื่อทีม OG ทีม OG ชุดใหม่ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม โดยที่พวกเขาสามารถคว้าแชมป์รายการ Boston Major 2017 ที่สองรายการ DAC 2017 และแชมป์รายการ Kiev Major 2017 แต่ผลงานของพวกเขาก็เริ่มสะดุด แม้พวกเขาจะสามารถที่จะเข้าร่วมรายการ Ti7 ได้ แต่พวกเขาก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันพ่ายให้กับทีม LGD ไปอย่างน่าเสียดาย ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ N0tail ต้องเสีย ana หนึ่งในสมาชิกคนสำคัญของทีมและได้นำเอา Resolut1on มาเล่นแทน ซึ่งเรียกได้นี่เป็นช่วงตกต่ำของเขาก็ได้เพราะว่าทีม OG ไม่สามารถที่จะทำผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันเลย สุดท้ายผู้เล่นอย่าง Resolut1on ก็ต้องออกจากทีม  7ckngMad มาเล่นแทนตำแหน่งที่หายไป เท่านั้นยังไม่พอเมื่อทางทีม OG รู้ว่าพวกเขาไม่สามารถที่จะเข้าร่วมการแข่งขันรายการ TI8 ได้ก็ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อ Fly เพื่อนรักที่อยู่กับเขามานานหลายปีแยกตัวออกไป พร้อมกับนำเอาสมาชิกอีกคนหนึ่งในทีมออกไปด้วย หลาย ๆ คนเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด” เพราะในตอนนี้ OG แทบจะไม่เหลือสมาชิกคนสำคัญเลย จากเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด สู่ยอดทีม Dota แห่งยุค [caption id="attachment_27565" align="alignnone" width="1024"] รูปภาพจาก Gusugamer[/caption] N0tail ในตอนนั้นเขาได้เริ่มทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ และตัดสินใจว่าจะเดินต่อ ด้วยความร่วมมือกับ 7ckngMad ที่เปลี่ยนชื่อเป็น Ceb พวกเขาจึงรวบรวมทีมใหม่อีกครั้ง ภายใต้ Concept “เล่นเอาสนุกเข้าว่า” เขาจึงได้ชวน ana เพื่อนร่วมทีมเก่าที่และ Topson เด็กหนุ่มมหัศจรรย์ของโลก Dota 2 ในตอนนี้ N0tail ได้ปรับตำแหน่งใหม่ โดยเขาได้กลับไปเล่นตำแหน่ง Support ของทีมแทน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือว่ามาถูกทางเพราะว่า N0tail มีประสบการณ์ในการเล่นที่สูงอยู่แล้ว ทำให้เขาสามารถดึงจุดเด่นของตัวละคร Support ได้อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Silencer และ Chen ทีม OG สามารถ Qualify จนสามารถเข้าร่วมรายการ T8 ได้ ซึ่งด้วยความสามารถของทีมใหม่ทำให้ทีม OG สามารถที่จะเอาชนะทีมของอดีตเพื่อนรักได้อย่างไม่ยากเย็น รวมถึงคว้าแชมป์ TI8 พร้อมทำลายคำสาปของโล่ Aegis อีกด้วย ชัยชนะเริ่มต้นที่ทัศนคติ ในปีต่อมา N0tail ยังคงเดินหน้าคว้าแชมป์รายการ The International ปี 2019 ได้อย่างไม่ยากเย็น โดยเฉพาะรอบชิงที่เขาต้องไปเจออดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง Miracle เขาก็เอาชนะไปอย่างขาดลอย 3:1 เกม เรียกได้ว่าตอนนี้ OG คือสุดยอดทีมของเกม Dota 2 แม้ว่าในด้านฝีมือ N0tail จะไม่ได้เด่นเหมือนกับรุ่นน้องอย่าง ana และ Topson แต่ว่าในบทบาทกัปตันทีมเขาไม่ได้ขาดตกบกพร่องด้านใดเลย สิ่งที่สำคัญที่หลาย ๆ คนเห็นในตัวของ N0tail คือทัศนคติที่ดี พวกเขาเล่นเพื่อความสนุก ไม่กดดันตัวเอง ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะเขาก็ยิ้มเสมอ จนทำให้สิ่งเหล่ากลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวเขาและทำให้หลาย ๆ คนหลงรักเขาในที่สุด ทัศนคติด้านบวกประกอบกับฝีมือในการเล่น ทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าทีม OG ภายใต้การคุมทีมของเขาจะสามารถสร้างตำนานอะไรให้เกิดขึ้นกับเกม Dota 2 ได้อีก สรุป หากเราลองย้อนกลับไป N0tail ผ่านการเล่นเกมมาหลายปี แพ้นัดชิงก็หลายครั้ง แต่เขายังคงเลือกที่จะทำตามความฝันของตัวเอง ประกอบกับการที่เขามีทัศนคติที่ดีทำให้เขายังคงสามารถเดินตามความฝันของตนเองอยู่เสมอ ๆ แม้ทุกวันนี้อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาหลายคนจะวางมือไปแล้วก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทาง N0tail ไม่เหมือนใครคือการที่เขาสามารถที่จะสร้างบรรยากาศให้กับผู้คนที่อยู่รอบตัวของเขา ให้รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันได้ อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความมั่นใจสูง ซึ่งมีกัปตันน้อยคนนักจะสามารถที่จะทำแบบนี้ได้ นอกจากนี้เขายังสามารถส่งมอบทัศนคติการคิดบวกออกมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนร่วมทีมหรือเหล่าแฟนคลับของทีม OG ที่ต่างรักใคร่ในตัวเขา จึงไม่แปลกที่เขาจะยืนอยู่จุดสูงสุดของวงการนี้ อ้างอิงข้อมูลจาก : Liquidpedia
17 Aug 2020
OG's Mind Games - เจาะเส้นทางแชมป์จากสงครามจิตวิทยาของ OG
เป็นเวลากว่า 8 ปีในประวัติศาสตร์การแข่งขัน The International ทัวร์นาเมนต์ความฝันของโปรเพลเยอร์ DOTA 2 ทุกคนที่ไม่เคยมีทีมไหนหรือผู้เล่นคนไหนสามารถได้แชมป์ซ้ำกัน 2 ครั้ง ทำให้หลายๆ คนต่างก็พูดว่า DOTA is that hard หรือ DOTA เป็นเกมที่ยากจนไม่มีใครจะเก่งได้ที่สุดเสมอไป  และในการแข่งขัน TI9 ครั้งนี้ OG ก็กลายเป็นผู้พิสูจน์ ลบล้างทุกคำสาปที่เคยมีมาด้วยการครองแชมป์ 2 สมัยติดๆ กันโดยไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ทีม OG มาถึงจุดนี้ได้ คำตอบนั้นก็คือ Mind Game การทำสงความจิตวิทยาของคู่ต่อสู้ หรือการเล่น Mind Game เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับวงการ DOTA มาอย่างยาวนาน มันเป็นการเล่นกับอารมณ์ของคู่แข่งด้วยการปั่น หลอกล่อทำให้อีกฝั่งหัวร้อน หรือแม้กระทั่งสูญเสียความมั่นใจ นอกจากนี้ก็ยังช่วยเพิ่มความสนุกสนานและเพิ่มความมั่นใจให้แก่ทีมตัวเองด้วย ซึ่งในการแข่งขัน TI9 ครั้งนี้ OG ก็ได้แสดงให้เราเห็นว่าการใช้จิตวิทยาในการแข่งขันมันสำคัญขนาดไหน    You know what’s cooking? BOOM! การเล่น Mind Game หรือการเปิดสงครามประสาทของ OG เริ่มตั้งแต่การดราฟท์ตัวแบบงงๆ ของ Ana ที่จับ IO มาเป็นแคร์รี่ จนสร้างความแปลกใจให้กับนักพากย์ ผู้ชม คู่แข่ง และแม้กระทั่งทีมของตัวเอง จนหลายๆ คนอาจจะอุทานออกมาว่า “WTF” IO แทบไม่เคยถูกใช้ในฐานะฮีโร่ที่แบกเกมในการแข่งขันใหญ่ๆ มาก่อน ส่วนใหญ่มักจะถูกหยิบมาเล่นในตำแหน่งซัพพอร์ตมากกว่าเนื่องจากมีความสามารถในการเพิ่มเลือด มานา และความเร็ว แถมยังมี Relocate อัลติเมตที่ใช้ในการแก็งค์ สามารถช่วยเหลือตัว Core ของเกมในยามคับขันได้ดี [caption id="attachment_27231" align="alignnone" width="1024"] เกมแรกที่ Ana จับ IO มาเป็น Carry[/caption] ด้วยการชุบเลี้ยงจากเพื่อนร่วมทีม บวกกับฝีมือการฟาร์ม หยิบฮีโร่มาปั้นจนได้ดิบได้ดีของ Ana ทำให้เกมได้เปรียบ นอกจากนี้ IO เป็นฮีโร่ที่สามารถทำให้คู่แข่งประมาท เพราะไม่ได้มองว่าจะเป็นฮีโร่ที่สามารถเกิดแล้วบี้ไล่ฆ่าทีมตัวเองได้ในภายหลัง จึงไม่ได้ให้ค่ากับฮีโร่สายซัพตัวนี้เท่ากับตอนที่ Ana จับฮีโร่ฮาร์ดแคร์รี่แบบ Spectre หรือ Faceless Void  ข้อพิสูจน์ก็คือหลังจากที่ OG สามารถเก็บชัยชนะจาก NiP เกมแรกได้แล้ว จะเห็นว่าอีกฝั่งก็ยังไม่เลือกแบน IO เพราะไม่ได้คิดว่าจะส่งผลกับเกมขนาดนั้น และยังคิดว่ายังไงก็เอาอยู่ สามารถแก้ทางได้ อยากแบนฮีโร่อื่นมากกว่า เช่นเดียวกันกับอีกหลายๆ ทีมที่พ่ายให้กับ OG ในรอบ Group Stage อย่าง VP, Fnatic และ Newbee ซึ่งจากสถิติที่ Ana จับ IO แล้วชนะ 6-0 ก็แสดงให้เห็นว่า Mind Game นี้ใช้ได้ผล โดยครั้งสุดท้ายที่หยิบมาเล่นคือแมทช์ที่คว้าชัยชนะจาก Team Liquid และสร้างสถิติแชมป์ 2 สมัย [caption id="attachment_27140" align="alignnone" width="1024"] หน้าของ Ana เมื่อได้จับ IO หลัง Team Liquid ตัดสินใจไม่แบน[/caption]   Ceeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeb! Chat Wheel หรือวงล้อสนทนา เป็นฟังก์ชันที่อยู่ในเกม DOTA 2 มานานแล้ว โดยเหมือนเป็นคำพูดสำเร็จรูปที่เอาไว้ใช้สื่อสารกับเพื่อนร่วมทีม ในนั้นก็จะมีคำเบสิคต่างๆ อย่างเช่น “ช่วยด้วย” “เลนส์บนหาย!” หรือ “ต้องการ Ward” เป็นต้น หลังจากที่ Chat Wheel ได้เริ่มเพิ่มลูกเล่น เลือกกดเป็นเสียงพูดออกมาได้ แถมยังมีบางอันที่เป็นสถานะ [All] คือคู่ต่อสู้ก็ได้ยินด้วย ทำให้เริ่มมีเหล่าโปรเพลเยอร์ใช้วงล้อสนทนานี้กันมากขึ้น  OG ใช้ Chat Wheel นี้ในการแซวทีมฝั่งตรงข้าม โดยสแปมกันแทบจะตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะเป็นจังหวะบวก จังหวะที่ฆ่าฮีโร่ หรือจังหวะที่ตัวเองหนีรอดมาได้ ซึ่งถ้าถามว่ามันยั่วยุปลุกปั่นอารมณ์ฝั่งตรงข้ามขนาดไหน ก็บอกได้เลยว่ามันส่งผลต่ออารมณ์มากจนขนาดที่หลายๆ ทีมเลือกที่จะ Mute หรือปิดไมค์ ซึ่งจะทำให้ไม่เห็นข้อความทั้งหมดที่อีกฝั่งพิมพ์มา รวมทั้ง Chat Wheel ด้วย คำถามต่อมาคือ ถ้าศัตรูของคุณ Mute คุณแล้วคุณจะทำอย่างไร? วิธีที่ OG ใช้เพื่อเล่น Mind Game ของตัวเองต่อไปก็คือ การทิป  การทิป เป็นการให้หน่วยเงิน หรือแต้มในเกมเพื่อชมเชยผู้เล่นที่ทำได้ดี เช่น ถ้าเพื่อนสามารถปล่อยอัลติเมตเก็บคิลศัตรูหรือสร้างจังหวะการเล่นให้แก่ทีมได้ คนในทีมก็จะใช้วิธีการทิปเพื่อเอ่ยชมแบบ “ทำดีมากพ่อหนุ่ม” ซึ่งก็สามารถให้ทิปศัตรูได้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่มักเป็นการทิปเพื่อชมเชยว่า “ขอบคุณนะที่เล่นพลาด” มากกว่าเพื่อชมจริงๆ  [caption id="attachment_27216" align="alignnone" width="1024"] รวมการทิปทั้งหมดจาก OG ในการแข่งขัน Grand Final ที่เจอกับ Team Liquid[/caption] เพื่อเป็นการปั่นให้สุด สเตปต่อมาที่ OG ทำนอกเหนือจากการทิปแล้วก็คือการปักธงและพ่นสเปรย์ข่มขวัญ การพ่นสเปรย์และปักธง (Banner) เป็นฟังก์ชันที่มาพร้อมกับ Battle Pass วิธีการใช้งานก็ไม่มีอะไรยาก แค่กดไอคอนแล้วปักธง หรือพ่นสเปรย์ใน Chat Wheel ลงไปที่พื้น เท่านี้มันก็จะไปเด่นหราต่อหน้าศัตรู  [caption id="attachment_27218" align="alignnone" width="1024"] สเปรย์ของ OG ในป่าของ Team Liquid[/caption] สิ่งที่โดดเด่นยิ่งกว่าการพ่นสเปรย์ Loser ในจังหวะที่ศัตรูตาย หรือพ่นในป่าฝั่งศัตรูเพื่อสลักชื่อบนพื้นว่า “OG มาเยือน” ก็เห็นจะเป็นกลยุทธ์การปักธงของ OG ที่ขยันปั่น เปลี่ยนรูปให้เข้ากับบริบทของแต่ละทีมอยู่เสมอ  อย่างแมทช์ที่เจอกับทีม Newbee ธงที่เราเห็นตลอดทั้งเกมคือธงที่มีรูป Goofy โดย JerAx ผู้เล่นซัพ 4 ให้สัมภาษณ์หลังเกมกับ Kaci ว่า ที่มาของรูป Goofy นี้ก็เป็นเพราะกัปตันทีมของ Newbee บอกลูกทีมเอาไว้ว่า “Don't get into their goofiness and they will beat us.” ทาง OG เลยใช้ตัวละครจาก Disney อย่าง Goofy ที่มีคาแรคเตอร์เซ่อซ่ามาเป็นรูปธง [caption id="attachment_27144" align="alignnone" width="873"] เครดิตรูป: Sheever take my energy[/caption] แมทช์ที่เจอกับ EG ทีมอดีตเพื่อนรัก ภาพเด็ดๆ ที่ OG เลือกใช้เพราะคิดว่าน่าจะกระทบกระเทือนกับจิตใจอีกฝั่งก็หนีไม่พ้น พ่อใหญ่ N0tail กับรูปซาสึเกะ ที่ทั้ง Fly และ N0tail โดนชาวเน็ตจับไปทำมีมเป็น เนื่องจากทั้งสองคนเหมาะจะเป็น นารูโตะ และ ซาสึเกะ แห่งวงการ DOTA โดนเพื่อนรักทิ้งไว้กลางทางเพื่อไล่ตามความฝันของตัวเองไป  [caption id="attachment_27172" align="alignnone" width="1024"] ธงที่ OG ปักในแมทช์ที่แข่งกับ EG[/caption] เอาเข้าจริงแล้วมันดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก การสแปม Chat Wheel พ่นสเปรย์ดักหน้า ปักธงใส่ หรือให้ทิปเวลาตายมันจะส่งผลกับเกมได้ขนาดไหนกันเชียว ตอบได้คำเดียวเลยว่า “มาก” มันไม่ต่างอะไรจากการที่คุณโดนศัตรูฆ่าตายซ้ำๆ แล้วศัตรูก็พิมพ์กลับมาสั้นๆ ว่า “ez” “มันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว แน่นอนว่ามันช่วยในเรื่องของจิตใจพวกเราเยอะมาก ส่วนใหญ่ก็ทำเพราะว่าความสนุก เวลาเราเล่นมันมีพลังความฮึกเหิมไหลผ่านตัวเราอยู่ตลอด เรารักษาความฮึกเหิมนั้นไว้ด้วยการใช้ Chat Wheel แล้วเราก็รู้ด้วยว่าพอเล่นกับฝั่งศัตรูแล้วมันก็เวิร์ค  ผมหมายถึงในการเล่น DOTA ระดับนี้ ผมสามารถเดาได้ว่าพวกเขารู้สึกยังไง คิดอะไรอยู่ มันเห็นได้จากการเล่นของพวกเขา แน่นอนว่าพวกเขาก็เดาเราได้เหมือนกัน มันไม่ใช่แค่เล่นเกมกันเฉยๆ มันมีเรื่องของอารมณ์เข้ามาเกี่ยวด้วย ซึ่งอารมณ์พวกนี้มันก็ส่งผลกับเกม แล้วเราก็เห็นได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่พวกเขาเริ่ม ถูกชักจูง มันเป็นสิ่งที่เราใช้ในการแข่งกับพวกเขา” Ceb ตอบพิธีกรเมื่อโดนถามว่าทำไปเพราะเอาสนุกหรือว่าสงครามประสาทนี่มันเป็นกลยุทธ์การแข่งจริงๆ    The Next Level Play! อะไรที่อยู่ในเกมแล้วทำได้ก็ทำไปหมดแล้ว ถึงเวลาของจิตวิทยานอกเกม ถ้าถามว่าฉากเปิดตัวผู้เล่นคนไหนที่น่าจดจำ ภาพพ่อใหญ่ N0tail ที่เดินถือกระดาษปึ๊งใหญ่เดินเข้าสนามมาพร้อมรอยยิ้มในรอบที่แข่งกับ PSG.LGD ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจน เพราะพี่แกเปิดตัวได้แกรนด์มากจริงๆ หากใครได้ดูสารคดี True Sight ของ TI8 ปีที่แล้วน่าจะยังจำกันได้ว่าในการแข่งรอบแกรนด์ไฟนอล พอ Chalice ผู้เล่นของทีมจีนเห็น Ceb เดินถือกระดาษไปมาในพิทแข่ง ก็เรียกให้เพื่อนดู พร้อมบอกว่า “เช่าหนี่***” กระดาษปึกใหญ่ของทีม OG ปึกนี้ นอกจากจะสร้างมีมเด็ดให้แก่คอมมูนิตี้ DOTA และกวนทีนผู้เล่นฝั่งตรงข้ามแล้ว มันยังเป็นเครื่องมือที่ OG เอาไว้รับมือกับเสียงเชียร์ของกองเชียร์ชาวจีนที่กำลังตะโกนเชียร์ทีมคู่แข่งดังก้องไปทั้งสนาม ด้วยการทำให้ตัวเองรู้สึกสนุกและรู้สึกผ่อนคลายกับการแข่ง “มันยากนะ บางทีมันก็ยาก ผมยังจำทัวร์นาเมนต์แรกที่มาแข่งที่จีนได้ โห ผมเสียความมั่นใจเลย เพราะว่าพวกเขาส่งเสียงเชียร์ทีมฝั่งตรงข้าม บางทีก็โห่ผม บางครั้งมันก็ทำให้คุณหลงทางได้เหมือนกัน ไม่ทุกครั้งหรอก แต่ก็ต้องมีบ้างแหละ” Ceb ให้สัมภาษณ์กับ Kaci ก่อนที่จะแข่งกับ PSG.LGD พอแข่งชนะ PSG.LGD แล้ว Ceb ก็ยังทำท่าแซวกองเชียร์กลับด้วย โดยยกมือขึ้นมา แล้วเอี้ยหูฟังในทำนองว่า “เสียงเชียร์ของพวกนายหายไปไหนแล้วล่ะ โดน Silence หรอ?” Absolutely Perfect! เห็นชอบเปิดวอร์ เล่นสงครามประสาทแบบนี้ ทว่า OG ก็ไม่ใช่ทีมเดียวที่เล่น Mind Game แถมยังมีจังหวะที่โดนคู่แข่งสแปมสเปรย์ใส่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ทีมแชมป์ยังยืนหยัดอยู่ได้คือการตระหนักถึงความสำคัญของ Mental Strength หรือ ความแข็งแกร่งทางจิตใจ  อย่างที่รู้กันว่าหลังจากจบ TI8 ไปแล้วผลงานของ OG ในการเก็บแต้มครั้งใหม่สู่ TI9 ก็ไม่ราบรื่น แทบไม่เคยได้ไปแตะขอบสนามการแข่งขันระดับ Major เลยซะด้วยซ้ำ ดังนั้นสภาพจิตใจของคนในทีมจึงค่อนข้างย่ำแย่เพราะว่าสูญเสียความมั่นใจในตัวเอง เอาเข้าจริงแล้วถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญมากเพราะ การตั้งคำถามกับความสามารถของตัวเองในยามที่ความมั่นใจถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเรื่องยากเกินที่จะรับมือ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้เล่นหลายคนยอมตัดใจละทิ้งความฝันของตัวเองไป "มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากครับตอนนั้น เราไม่ค่อยมีแรงจูงใจในการแข่งเท่าไหร่ ผมจะไม่โกหกนะ มันยากมาก เราทำได้ไม่ดีเลยในการแข่งทัวร์นาเมนต์ต่างๆ" Topson ให้สัมภาษณ์กับ vpesports นอกจากนี้ N0tail ยังได้ให้สัมภาษณ์กับ Kaci หลังเกมที่แข่งกับ PSG.LGD ว่า "ก่อนแข่ง TI ครั้งนี้ ทุกอย่างมันค่อนข้างมืดมน หมาผมตาย มันเป็นช่วงเวลาที่แย่มาก ความมั่นใจของผมต่ำมากๆ ผมรู้สึกขอบคุณ Ceb มาก ทัวร์นาเมนต์นี้ผมยกความดีความชอบให้เขา" ในช่วงก่อน TI9 จะเริ่มขึ้น OG จึงได้จ้าง Mia Stellberg นักจิตวิทยาอีสปอร์ตที่มีผลงานโดดเด่นจากการช่วยทีมแข่ง CS:GO อย่าง Astralis ให้ไปถึงฝั่งฝัน โดยก่อนหน้านี้ Astralis เคยเป็นทีมต้องสาป ไม่สามารถเก็บชัยชนะจากการแข่งทัวร์นาเมนต์ได้ซักที ส่วนผู้เล่นเองก็เผชิญกับความกดดันอย่างหนัก Mia จึงช่วยฝึกความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ ให้คำปรึกษาจนทำให้ Astralis สามารถเอาชนะทัวร์นาเมนต์ระดับ Major ครั้งแรกของทีมได้  ซึ่งก็ถือว่าได้ผล เพราะอย่างที่เราเห็นกัน OG มักก้าวเข้าสนามมาด้วยรอยยิ้มตั้งแต่วันแรกของ Main Stage จนถึงวันสุดท้ายที่เข้าเล่นในรอบ Grand Final ไม่ว่าจะถูกขึ้นนำไปก่อนกี่รอบ ก็มักจะ Comeback กลับมาได้ตลอด “ทุกคนต่างก็เล่นเกมเก่งกันทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมี Mindset ที่ดี คุณต้องเข้มแข็งถ้าคุณอยากจะเล่นให้ได้ดีที่สุด คุณต้องมีความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจเหนือใครทั้งหมด” Ceb พูดในสารคดี Against the odd อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ OG กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งในด้านของฝีมือการเล่นและสภาพจิตใจ ก็คือพวกเขาไม่เคยทอดทิ้งกัน เผชิญหน้ากับอุปสรรคด้วยกัน ผ่านความยากลำบากด้วยกัน เป็นกำลังใจให้กัน และชนะด้วยกัน N0tail กัปตันทีมเคยให้สัมภาษณ์ครั้งที่ยังเล่นให้กับทีม Cloud9 ในปี 2015 ว่า “DOTA เป็นเกมที่เล่นกันเป็นทีม มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณ มันขึ้นอยู่กับทุกคนรอบๆ คุณ” ซึ่งไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือจะโดนใครทิ้งไประหว่างทาง กัปตันสุดแกร่งก็ยังคงเก็บความเชื่อนี้ไว้กับตัว และส่งต่อให้กับเพื่อนร่วมทีมที่ตอนนี้ได้กลายเป็นครอบครัวไปแล้ว “มีอยู่วันนึงผมตื่นขึ้นมาแล้วก็มีความคิดแล่นเข้ามาในหัวของผมว่า มันจะเป็นยังไงถ้าต้องเล่น DOTA กับทีมอื่น มันเป็นความคิดที่ทำให้รู้สึกเศร้ามากเพราะว่าผมไม่อยากเปลี่ยนอะไรเลย พวกเขาคอยระวังหลังให้ผมเสมอ ผมรู้สึกได้เลย ผมรักพวกเขา"  แหล่งอ้างอิงข้อมูล: - สัมภาษณ์หลังเกม N0tail - สัมภาษณ์หลังเกม JerAx - สัมภาษณ์ N0tail และ Ceb - สัมภาษณ์ทีม OG - สัมภาษณ์ Topson - สารคดี Against The Odd - OG จ้างนักจิตวิทยาอีสปอร์ต - Liquidpedia 1 | 2 | 3 บทความที่คุณอาจสนใจ รู้จักกับ Topson เด็กหนุ่มมหัศจรรย์แห่งโลก Dota 2 PUGNA ตัวร้ายกับไอเทมบิ้วแสน UNIQUE ของ TOPSON IO ฮีโร่ที่ควรจะเป็นได้แค่ Support แต่ดูเหมือนว่าวันนี้มันจะไม่ใช้แบบนั้นอีกแล้ว OG’s Mind Games – เจาะเส้นทางแชมป์จากสงครามจิตวิทยาของ OG
17 Aug 2020
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
Editors' Choice
วิเคราะห์ความฝันของ MiHoYo : การสร้างโลกเสมือนเป็นไปได้ขนาดไหน?
Feb 25, 2021
Watch Dogs Legion: ความรู้สึกจากการทดลองเล่นโหมด Online
Feb 25, 2021
Returnal โชว์เขตต่างๆ ในดาวเอเลี่ยนสุดพิสดาร
Feb 25, 2021
นักแสดง Henry Cavill แย้ม อาจมีโปรเจกต์จากจักรวาล Mass Effect เร็วๆ นี้
Feb 25, 2021
ล่าสุด
รายงานใหม่เผย Google ทุ่มเงินหลายสิบล้านเหรียญให้ผู้พัฒนานำเกมมาลง Stadia
01/03/21
ผู้บริหาร Xbox เผย จะยังไม่มีตัวอย่างเกม Elden Ring ให้ชมเร็วๆ นี้
01/03/21
เปิดตัว Pokemon: Diamond และ Pearl ฉบับรีเมค วางจำหน่ายสิ้นปีนี้
01/03/21
Final Fantasy VII Ever Crisis จะมีองค์ประกอบเนื้อเรื่องใหม่ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิม
01/03/21
ดูโพสต์อื่นๆ
เกม PC/CONSOLE
ไลฟ์สตรีม Summer Game Fest ประกาศกลับมาอีกครั้งในปี 2021
01/03/21
สานฝันเกมโปเกม่อนโลกเปิดใน Pokemon Legends: Arceus ปี 2022 นี้!
01/03/21
THE LORD ‘เรียกข้าว่าท่านลอร์ด’ เปิด CBT รอบ 2 จัดหนักล็อคอินรับไอเทมมากมาย พร้อมเปิด Pre – Order สั่งจองตัวละครพิเศษล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 18 – 21 กุมภาพันธ์ 2564
01/03/21
Sony จะอัปเดตระบบ PS5 ให้สามารถเพิ่ม SSD ได้ช่วงกลางปีนี้!
01/03/21
ผู้กำกับเผย God of War ภาคใหม่จะวางจำหน่าย "เมื่อพร้อมแล้วเท่านั้น"
01/03/21
ลือ Elden Ring ถูกเลื่อนวางขายมาแล้วหลายครั้ง แต่จะมีข้อมูลใหม่เร็วๆ นี้
01/03/21
ลือ! Horizon Forbidden West อาจเลื่อนไปวางจำหน่ายปี 2022 แทน
01/03/21
PS Plus เตรียมแจก Final Fantasy 7 Remake ให้เล่นกันแบบฟรีๆ ช่วงเดือนนี้
01/03/21
ดูโพสต์อื่นๆ
เกม MOBILE
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 เซิร์ฟเวอร์ใหม่ เตรียมออกผจญภัย 26 กพ. นี้!
24/02/21
[Review] Blue Archive สวมบทบาทอาจารย์กอบกู้โรงเรียนที่รัก
22/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 แนวทางการเล่น Ninja สายต่างๆ พร้อมข้อดี ข้อเสีย
22/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 แนวทางการเล่น Rune Knight สายต่างๆ พร้อมข้อดี ข้อเสีย
22/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 แนวทางการเล่น Warlock สายต่างๆ พร้อมข้อดี ข้อเสีย
22/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 แนวทางการเล่น Ranger สายต่างๆ พร้อมวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย
19/02/21
Ragnarok X: Next Generation แนะนำอาชีพ Swordman Class พร้อมสายการเล่น
17/02/21
ระบบความสัมพันธ์พิเศษของคุ้กกี้ใน Cookie Run: Kingdom
16/02/21
แนะนำระบบเบบี้ใน FAIRY TAIL: Forces Unite! เป็นโสดก็เลี้ยงได้นะ
16/02/21
Ragnarok X: Next Generation วิธีฟาร์มเลเวลในแต่ละวัน! เก็บให้ครบเวลพุ่ง
16/02/21
Ragnarok X: Next Generation เคล็ด(ไม่)ลับในการเพิ่มแต้มบอท
16/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างจากเวอร์ชันแรก
16/02/21
ดูโพสต์อื่นๆ
คลิปวีดีโอ
LATEST
RECOMMEND
10 เกมเก่าที่ยังคงมีภาคใหม่ๆ ในปัจจุบัน | GameFever Scoop
10 เกมสยองขวัญ ไม่มีเลือดก็หลอนได้ | GameFever Scoop
10 เกมเจ้าปัญหา จนต้องถูกลบออกจากหน้าร้าน | GameFever Scoop
Militech บริษัทค้าอาวุธระดับโลกคู่แข่งตลอดกาลของ Arasaka
บทความ
วิเคราะห์ความฝันของ MiHoYo : การสร้างโลกเสมือนเป็นไปได้ขนาดไหน?
25/02/21
Watch Dogs Legion: ความรู้สึกจากการทดลองเล่นโหมด Online
25/02/21
Valheim วิธีทำให้หมูป่าเชื่อง การผสมพันธุ์ และวิธีติดตั้ง Trophy
23/02/21
[Review] Werewolf: The Apocalypse - Earthblood เกมที่เหมือนจะดี...แต่ไปไม่สุดซะงั้น
22/02/21
ไกด์เกม
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 เซิร์ฟเวอร์ใหม่ เตรียมออกผจญภัย 26 กพ. นี้!
24/02/21
[Review] Blue Archive สวมบทบาทอาจารย์กอบกู้โรงเรียนที่รัก
22/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 แนวทางการเล่น Ninja สายต่างๆ พร้อมข้อดี ข้อเสีย
22/02/21
Ragnarok M: Eternal Love 2.0 แนวทางการเล่น Rune Knight สายต่างๆ พร้อมข้อดี ข้อเสีย
22/02/21
รีวิว
[Review] Werewolf: The Apocalypse - Earthblood เกมที่เหมือนจะดี...แต่ไปไม่สุดซะงั้น
22/02/21
[Review] Blue Archive สวมบทบาทอาจารย์กอบกู้โรงเรียนที่รัก
22/02/21
รีวิว The Sims 4 - Paranormal เปลี่ยนแปลงบ้านของคุณให้กลายเป็นคฤหาสน์ผีสิง
10/02/21
รีวิว Demon's Soul Remake นิทานเรื่องเดิมที่สนุกยิ่งกว่าเดิมบนเครื่องใหม่
10/02/21
อีสปอร์ต
Nimo TV จับมือ Mineski จัดการแข่งขันรวม Influencers กว่า 40 ชีวิต ชิงเงินกว่า 100,000 บาท !!
07/12/20
อีพอลซ์ประกาศเปิดตัวการแข่งขันรายการ VALORANT ROYAL CUP ชิงเงินรางวัล 25,000 USD
14/09/20
มาทำความรู้จักกับ N0tail กัปตันทีมขวัญใจมหาชน
17/08/20
OG's Mind Games - เจาะเส้นทางแชมป์จากสงครามจิตวิทยาของ OG
17/08/20