GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
ผลการค้นหา : "บทความ"
10 ตัวร้ายที่ควรนำมาสร้างเป็นเกมแยกของตัวเอง
ทุกๆ วงการนั้นการมีตัวเอกก็ต้องมีตัวร้าย ซึ่งตัวร้ายบางตัวนั้นดันแย่งซีนตัวเอกเพราะมีภูมิหลังที่คลุมเคลือน่าสนใจ หรือตัวร้ายบางตัวมีเอกลักษณ์ของตัวเองที่แฝงไปด้วยสเน่ห์และดึงดูดใจ จนหลายๆ คนต้องเผลอคิดว่า " อยากเล่นเป็นตัวร้าย " ซึ่งในวันนี้ พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมาพบกับ 10 ตัวร้ายที่ควรนำมาสร้างเป็นเกมแยกของตัวเองจะมีใครบ้างมาดูกันเลย! 1.Boo หนึ่งในวายร้ายจากซีรี่ส์เกม Mario ซึ่งเป็นที่น่าจดจำของใครหลายๆ คนและวายร้ายตัวนี้เคยได้รับความนิยมจนทางผู้พัฒนาถึงขั้นต้องสร้างเกมภาคแยกให้ แต่ก็น่าเสียดายที่โครงการนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยถ้าโครงการนี้ยังอยู่เราอาจจะได้เห็นเกมนี้มีชื่อว่า " Haunt" ซึ่งตัวเกมวางแผนจะว่างจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo DS ซึ่งบอกเลยว่า Boo นี่แหละเป็นบอสผีที่น่ากลัวอันดับต้นๆ ในสมัยนั้นเลย. 2.Doctor "Eggman" Robotnik อีกหนึ่งวายร้ายที่เคยได้รับความนิยมมากๆ ในซีรี่ส์ Sonic the Hedgehog นั่นคือ Doctor "Eggman" Robotnik ผู้มี IQ 300 โดยเขามีสติปัญญาที่ฉลาดสุดๆ และต้องการท้าทายความเร็วของเหล่า Sonic ซึ่งสิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนๆ ซีรี่ส์นั้นเพราะว่าเขามักจะหาวิธีการโจมตีแบบสร้างสรรค์เสมอ ถ้าให้พูดแบบตลกร้ายผู้เล่นประมาณ 9 ใน 10 นั้นส่วนใหญ่จะรู้จัก Doctor "Eggman" Robotnik มากกว่าตัวร้ายอื่นๆ ในซีรี่ส์เสียอีก ดังนั้นมันจะน่ายินดีมากๆ ที่เราจะให้เห็นเกมเดี่ยวของเขาและผู้ประวัติความเป็นมาของเขา.   3.Dark Samus ตัวละครวายร้ายสุดเท่สุดเท่ที่น่าสนใจ บุคคลผู้มีเรื่องราวไม่ชัดเจนในซีรี่ส์ Metroid Prime ผู้ที่เราสามารถเรียกได้ว่าตัวละครสายไต่เต้า โดยเขานั้นค่อยๆ มีบทบาทเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่ภาคแรก / เป็นลาสบอสภาค 2 และยังเป็นศัตรูหลักของเราในภาค 3 ซึ่งการปรากฏตัวของเขาในแต่ละฉากนั้นสร้างอิมแพ็คให้กับเกมซีรีส์นี้มากๆ มันจะเป็นไปได้หรือไม่? ถ้าหามีเกมภาคแยกของ Darrk Samus และเราจะได้เรียนรู้ถึงเรื่องราวเพิ่มเติมของวายร้ายผู้นี้!   4.Dracula ล่าสุดซีรี่ส์เกมในตำนานอย่าง Castlevania ได้ถูกนำไปสร้างเป็น Animetion บน Netflix สิ่งนี้ทำให้หลายๆ คนเห็นความน่าสนใจในการมีอยู่ของราชาแวมไพร์อย่าง Dracula โดยในเรื่องเล่าถึงยุคของจักรพรรดิโรมาเนียที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 14 และยังมีภาคที่ผู้เล่นสามารถเล่นเป็น Dracula ได้ใน Castlevania: Lords of Shadow 2 แต่นั่นก็ยังไม่ใช่ภาคแยกแบบเต็มรูปแบบและภาพเกมเป็นแนว 2D อาจจะยังไม่เข้าถึงอารมณ์มากนัก ดังนั้นในยุคนี้ที่เทคโนโลยีกำลังก้าวไกล ถ้าท่าน Dracula ในซีรี่ส์นี้ถูกนำกลับมาสร้างโดยเป็นเกมภาคแยกของตัวเองคงเป็นอะไรที่สนุกไม่ใช่น้อยเลย! 5.GLaDOS แค้เห็นชื่อหลายๆ คนคงกำหมัดแน่นอนเพราะเรากำลังพูดถึง AI ระบบอัจฉริยะสุดแสนฉลาดและเจ้าเล่ห์ที่บางทีมันก็เหมือนจะเป็นผู้นำทางที่ดีบางทีมันก็หาเรื่องเราแบบเอาเป็นเอาตายจนบางคนท้อ บางคำอยางปาเมาส์ เรียกได้ว่าตัวป่วนแห่งซีรี่ส์ Portal เลยก็ว่าได้ ทีนี้ลองคิดในอีกมุมนะครับ ถ้าเราสามารถเล่นเป็น GLaDOS มีความสามารถฉลาดๆ เปิดวิสัยทัศน์ผ่านมุมมองของ AI และต้องมาเจอกับปริศนาที่ยากขึ้นคงจะสนุกไม่ใช่ย่อยเลย. 6.Mewtwo ในช่วงที่ผ่านมาหลายปีนี้เราจะได้เห็น Mewtwo มีบทบาทสำคัญในหลายวงการทั้งวีดีโอเกม / การ์ตูนอนิเมะ และภาพยนต์ ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่ดูมีเรื่องราวและน่าหลงใหลกว่าตัวอื่นๆ เป็นอย่างมาก  Mewtwo นั้นมีเรื่องราวเบื้องหลังที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ดังนั้นทุกครั้งที่สื่อไหนพูดถึงเรื่องราวต้นกำเนิดของเขา บรรดาแฟนๆ Pokémon มักจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ แต่......ในบรรดาวีดีโอเกมเฟรนไชส์โปเกมอนที่มีมามากกว่าหนึ่งร้อยฉบับ ยังไม่เคยมีเกม Pokémon ภาคแยกของ Mewtwo เลยแม้แต่เกมเดียว.   7.Darth Vader Darth Vader ถือว่าเป็นตัวอย่างของความชั่วร้ายและเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในวิดีโอเกม ผู้เล่นอาจจะเคยเล่นเป็นเขาในบางภาคเช่น Star Wars Battlefront II และ Star Wars: The Force Unleashed แต่ทั้งหมดนั่นมันเป็นเพียงการเล่นแบบผิวเผินไม่ได้มีการเจาะลึกหรือเข้าประเด็นอะไรที่เดียวกับ Dart Vader เลย แต่อย่างน้อยนี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีเพราะเมื่อช่วงต้นปีนั้นมีการสร้าง The Vader Immortal VR series ถึงแม้จะไม่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีนักแต่ไม่แน่ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นเกม Darth Vader ที่ให้เราเล่นเป็นเขาเรียนรู้เรื่องราวอันดำมืดไปพร้อมๆ กันก็เป็นได้.   8.Bowser เรียกได้ว่าใครที่เป็นคอเกมรุ่นเก๋าไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเจ้า Bowser เขาถือได้ว่าเป็นตัวร้ายที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ในประวัติศาสตร์วิดีโอเกม สำหรับผู้เขียนเขาถือเป็นบอสตัวแรกๆ ในชีวิตของการเล่นเกมเลยก็ว่าได้ ถึงแม้จะมีเกมมากมายที่ให้เราร่วมมือหรือเล่นเกม Bowser แต่สิ่งที่น่าคิดก็คือทำไมไม่มีเกมภาคแยกของเขาให้เราได้เห็นเลย แต่ลองคิดดูเขามีลูกหลานมากมาย มีวีรกรรมเยอะมาก และทาง Nintendo ก็ยังเคยเอาเขาไปโฆษณา ดังนั้นอาจจะดีก็ได้หากทางค่ายทำเรื่องราวเบื้องลึกของเขามาสร้างเป็นเกมภาคแยกและมันอาจจะทำให้หลายๆ คนหวนระลึกถึงตำนานอย่างพวกเขามากขึ้น.   9.Arthas (The Lich King) สำหรับใครที่เป็นแฟนเกม World of Warcraft: Shadowlands จะรู้จักชื่อนี้เป็นอย่างดีเขาคือวายร้ายผู้ถูกปลดจากพันธนาการ โดยเป้าหมายของเขานั้นคือการรวบรวมกองทัพอันเดดเพื่อที่จะพิชิตโลกทั้งหมด ซึ่งเขามีชื่อมากมายได้แก่ The Lord of the Scourge, Dark Lord of the Dead และ Lord of Terror ขอพูดสั้นๆ ว่าเขานี่แหละเป็นตัวร้ายที่ควรนำมาสร้างเป็นเกมแยกมากๆ. ( อยากชมความน่าเกรงขามของเขาแนะนำให้ไปดูตามลิงค์นี่ครับ https://www.youtube.com/watch?v=AwmvwTopbas  )   10.The Joker วายร้ายเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้  The Joker เป็นศัตรูตัวฉกาจของแบทแมนทั้งในโลกคอมมิค / วีดีโอเกม และภาพยนต์ บางครั้งเขาก็แย่งซีนตัวเอกไปชนิดที่แฟนๆ ยังหลงใหล และล่าสุดเราก็ได้เห็นความสำเร็จของภาพยนต์ The Joker ที่ทำออกมาแล้วว่ามันสามารถดึงอารมณ์และสร้างความมืดมนแก่จิตใจคนดูขนาดไหน แล้วถ้าในสักวัน The Joker ถูกนำมาสร้างเป็นเกมภาคแยกและพาเราย้อนไปในเรื่องราวที่แสนจะวิกลจริตของเขาล่ะ? เราอาาจะได้เห็นเรื่องราวต้นกำเนิดในอีกรูปแบบหนึ่ง และผมเชื่อว่าหลายๆ คนกำลังรอคอยวันนั้นอยู่ ซึ่งนั้นก็รวมถึงตัวผมด้วย. Credit : GAMERANT
01 Dec 2020
10 เกมที่เซ็ตฉากอยู่ในเมืองลอนดอน
สำหรับเกมในทุกยุคทุกสมัยนั้น บางเกมจะสร้างบนสถานที่จริง บางเกมก็สร้างบนสถานที่ๆ สมมติขึ้น ซึ่งเกมที่สร้างบนสถานที่จริงนั้น ถ้าสามารถสร้างให้ตรงกับความจริงได้จะเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ  ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH ขอพาทุกคนมาพบกับ 10 เกมที่เซ็ตฉากในเมืองลอนดอน จะมีเกมไหนบ้างมาดูกันเลย. 1.Watch Dogs: Legion เปิดหัวข้อแรกด้วยเกม Watch Dogs : Legion ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเกมนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่เกมน่าประทับใจที่สามารถแสดงภาพของเมืองลอนดอนได้ออกมาอย่างยอดเยี่ยม นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ขนาดที่ใหญ่มากและพื้นที่สำรวจต่างๆ ก็มีความแม่นยำกับสถานที่จริงสูงมาก ที่พีคไปกว่านั้นคือ NPC ทุกคนจะพูดด้วยสำเนียงของผู้คนชาวลอนดอนที่ถูกต้องอีกด้วย!   2.Assassin's Creed Syndicate เมื่อพูดถึงลอนดอนในยุคอนาคตแล้ว ในข้อนี้ขอพาทุกคนมาพบกับเมืองลอนดอนยุควิกตอเรียในเกม Assassis's Creed Syndicate ซึ่งสถานที่สำคัญหลายๆ แห่งในเมืองเช่น พระราชวัลบัคกิงแฮม / หอคอยลอนดอน ผู้เล่นก็สามารถสำรวจได้ตลอดทั้งเกม และนอกจากนี้ผู้พัฒนาได้ทำการศึกษาเรื่องราวของยุคสมัยนั้นมาเป็นอย่างดีและถ่ายทอดออกมาเป็นศิลปะและสร้างพฤติกรรมต่างๆ ของผู้คนในยุคนั้นได้ตรงตามความจริงมากขึ้น. 3.The Order : 1886 The Order : 1886 ตั้งอยู่ในช่วงเวลาอื่นและถูกสร้างสรรค์ปรุงแต่งด้วยสิ่งใหม่ๆ มากมาย จึงไม่ค่อยจะมีความถูกต้องทางประวัติศาตร์มากเท่าไหร่นัก แต่ทางผู้พัฒนาก็สามารถสร้างลักษณะเฉพาะที่แค่มองก็สามารถรู้ได้ทันทีว่านี้คือเมืองลอนดอน โดยในช่วงของการเปิดตัวเกมนี้ถือว่าเป็นเกมที่น่าประทับใจที่สุดเกมหนึ่งในตลาดและยังมีการสร้างสรรค์เมืองออกมาได้ดี ( ถึงแม้จะอยู่ในธีมมืดๆ หม่นๆ ) ผู้พัฒนายังใส่เรือเหาะและหมอกเข้าไปในเกม ยิ่งทำให้เมืองลอนดอนเวอร์ชั่นนี้ดูมีชีวิตชีวาแปลกใหม่สุดๆ   4.Grand Theft Auto: London ในยุคของเกม Grand Thrft Auto ในปัจจุบันนั้นมักจะเซ็ตเกมให้อยู่ในเมืองสมมติเช่น Los Santos หรือ San Andreas  แต่ถ้าย้อนกลับไปในยุค 90 ทาง Rockstar  ได้เนรมิตเมืองลอนดอนขึ้นมมาในเกม Grand Thrft Auto : London โดยใช้มุมมองกล้องมุมบนลงล่าง มันอาจจะดูแปลกตาและสับสนเล็กน้อย แต่เราจะได้เห็นสถานที่สำคัญทั้งหมดของเมือง ซึ่งน่าชื่นชมมากๆ ที่ทางผู้พัฒนาสามารถสร้างแผนที่ได้ขนาดใหญ่และแม่นยำมากๆ ในยุคสมัยนั้น และน่าเสียดายที่ภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายที่เกม GTA จะตั้งอยู่ในสถานที่จริงในโลก 5.ZombiU พาไปดูลอนดอนยุคอนาคตและอดีตกันแล้ว ขอพามาในธีมสยองกันบ้าง ซึ่งลอนดอนในเกม ZombiU นั้นน่าจะอยู่อันดับต้นๆ ของเกมซอมบี้ที่เซ็ตเมืองได้ดีและถูกต้องตามสถานที่จริง แต่จริงๆ แล้วนั้นสถานที่บางแห่งอาจถูกย้ายตำแหน่งไปเล็กน้อย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่เพราะอย่างน้อยๆ พวกเขาก็ยังสามารถเข้าไปสำรวจได้เช่น  พระราชวัง Gherkin และ Buckingham และอีกข้อที่น่าเสียดายคือไม่มีหอนาฬิกาในเกม แต่ทางผู้พัฒนาอาจตอบแบบตลกร้ายว่า ซอมบี้คงไม่สนใจเวลาหรอกว่าตอนนี้กี่โมง.   6.Vampyr ถ้าเราสังเกตกันดีๆ ไม่ว่าจะวงการไหนๆ ภาพยนต์ / การ์ตูน และเกมแนวพลังเหนือธรรมชาติมักจะถูกดึงดูดให้เซ็ตฉากกันที่เมืองลอนดอนเสียส่วนใหญ่ หนึ่งในนั้นคือเกม Vampyr อีกหนึ่งเกมน่าเล่นแนวผีดูดเลือดที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของอังกฤษ และผู้พัฒนาก็เลือกไทม์ไลน์ได้เก่งดีเพราะเลือกช่วงเวลาอ้างอิงจากประวัติศาสตร์ที่เกิดไข้หวัดใหญ่สเปน นั่นหมายความว่าจะมีการตายและล้มป่วยเป็นเรื่องปกติ นั่นจึงทำให้ตัวเอกของเราสามารถหลบซ่อนและไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยเมื่อมีคนตาย.   7.Sherlock Holmes: The Devil's Daughter ถ้าพูดถึงตัวละครสุดโดดเด่นที่อยู่คู่เมืองลอนดอนมาอย่างยาวนาน เขาคนนั้นคือ Sherlock Holme ถ้าสังเกตเราจะพบว่าส่วนใหญ่เขาจะอยู่แต่ในเมืองลอนดอนไม่ว่าจะเป็นหนัง นิยาย หรือแม้แต่ในเกมก็ตาม ดังนั้น Sherlock Holmes: The Mystery of the Mummy ก็ต้องถูกเซ็ตฉากไว้ในเมืองลอนดอนเช่นกัน ซึ่งนักพัฒนา Frogwares ให้ความสำคัญกับความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก ดังนั้นเราจะได้เห็นศิลปะวัฒนธรรมในยุควิคตอเรียที่ยอดเยี่ยมแน่นอน ขอให้รอชมกันได้เลยเพราะเกมนี้เปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาและน่าจะวางจำหน่ายในปี 2021 นี้.   8.The Getaway Getaway เป็นเกมในปี 2002 พัฒนาโดย Team Soho และเป็นหนึ่งในเกมโคลน GTA ที่ทำออกมาได้ดีกว่าในช่วงเวลานั้น โดยตัวเกมจะเซ็ตภาพไปที่ท้องถนนเมืองลอนดอนและให้ภาพจุดต่างๆ ของเมืองที่ค่อนข้างแม่นยำ และสิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจเข้าไปอีกก็คือผู้พัฒนาใส่ใจในเรื่องของยี่ห้อรถด้วย โดยพวกเขาได้นำรถยนต์ที่ผลิตในอังกฤษใส่เข้ามา เช่น MG Rover และ Jensen นั่นเองทำให้กระแสตอบรับดีจนได้ถูกนำไปสร้างภาคต่อ. 9.The Italian Job The Italian Job เป็นเกมที่ถูกสร้างขึ้นจากภาพยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี 1969 และใช้ชื่อเดียวกันเพื่อให้ตรงกับชื่อภาพยนต์รีเมคในปี 2003 แม้ว่าเกมนี้จะถูกเซ็ตฉากในเมืองลอนดอน แต่น่าเสียดายที่เกมนี้มีกระแสวิจารณ์ในด้านลบเพราะตัวเกมมีความน่าเบื่อมากๆ แต่ถ้าอยากลองขับรถมินิคูเปอร์เพื่อเสพบรรยากาศเมืองลอนดอนพร้อมกับกราฟฟิคสมัยยุค PlayStation ก็แนะนำให้เข้าไปลอง.   10.Mario & Sonic At The London 2012 Olympic Games ขอย้อนกลับไปในช่วงยุค 90 ที่เคยมีคนบอกว่า Sonic จะไปปรากฏตัวในเกม Mario นั่นทำให้มีหลายคนพากันขบกัน แต่มันก็เป็นจริงขึ้นมาได้ในเกม Mario & Sonic At The London 2012 Olympic Games ซึง้กมนี้ถือเป็นเกมที่ 3 ของซีรี่ส์ที่จัดขึ้นในสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองลอนดอน ถึงแม้ว่าเกมจะไม่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากนัก แต่เกมสามารถถ่ายทอดถึงสถานที่สำคัญของลอนดอนและสนามกีฬาในโลกจริงได้ดี.   Credit : Gamerant
30 Nov 2020
10 เกม Action ที่ถูกลืมและควรนำกลับมารีเมค
ถ้าย้อนกลับไปในช่วงยุค 90 และต้นๆ ปี 2000 มีเกมพล็อตเรื่องดีๆ มากมายถูกสร้างออกมาให้พวกเราได้เล่นกัน แต่เพราะด้วยเรื่องยอดขาย และเทคโนโลยีสมัยนั้นทำให้บางเกมไม่สามารถไปต่อได้ แต่แล้วยังไงล่ะ? ในยุคนี้เรามีทุกอย่างพร้อมแล้ว ดังนั้นเกมเหล่านั้นที่ถูกลืมเลือนไปควรถูกนำกลับมารีเมค ในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมาพบกับ 10 เกมแอ็คชั่นที่ถูกลืมและควรนำกลับมารีเมค จะมีเกมไหนที่เราเคยเล่นและรอคอยกันบ้างมาดูกันเลย! 1.Castlevania อีกหนึ่งซีรี่ส์เกม Castlevania ของ Konami เกมแอ็คชั่น RPG 3D ในตำนาน ที่มีการปรับเปลี่ยนกลายเป็นเกมแอ็คชั่น RPG ในรูปแบบ 2D-Side Platfrom ซึ่ง นั้นผู้พัฒนาทำออกมาได้ดีมากๆ เพราะทำเกมแนว 2D ให้มีความซับซ้อนน่าสนใจน่าค้นหามากๆ ยิ่งไปกว่านั้นการได้อยู่ในธีมยุคกลางที่ ปราสาทในตำนานของ Count Dracula ที่ Belmont Clan ด้วยภารกิจตามล่าแวมไพร์และต่อสู้กับเจ้าแห่งแวมไพร์คงเป็นอะไรที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน ยิ่งไปกว่านั้นล่าสุดมีทาง Netflix ได้นำมาสร้างเป็น Anime ลองคิดดูว่าด้วยเทคโนโลยีในสมัยนี้ ถ้านำกลับมารีเมคในยุคนี้ คงจะเป็นอะไรที่สุดยอดมากแน่ๆ   2.GoldenEye 007 เกม FPS รุ่นเก๋าที่เคยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุค 90 โดยเกม GoldEye 007 นั้นดัดแปลงมาจากภาพยนต์สายลับเจมบอนด์ 007 เกมสามารถนำเสนอศักยภาพของเกมแนว FPS ได้นำหน้าเกมในยุคนั้นมาก และถึงแม้จะมีการนำกลับมารีเมคใหม่เมื่อไม่นานมานี้ แต่สิ่งที่ทำออกมากลับได้รับกระแสตอบรับที่แย่ ดังนั้นจึงสมควรมากๆ ที่จะมีการนำเกมนี้มารีเมคใหม่ให้ดีกว่าเดิม และสนุกไม่แพ้ต้นฉบับ.   3.Contra บน บน ล่าง ล่าง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา เกมตำนานที่ไม่ต้องพูดชื่อเกมก็รู้ได้ นั่นคือเกม Contra 1987 เกมบู๊ล้างผลาญที่จะพาผู้เล่นไปผจญภัยในปี 2633 ที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่าภัยคุกคามจากต่างดาวที่อยู่เข้าไปในป่าลึก ฉากที่น่าดึงดูดจนตอนนี้ยังติดตาใครหลายๆ คน ทั้งมีอาวุธที่หลากหลาย และศัตรูที่มีเอกลักษณ์อีกด้วย ถึงแม้ว่าในปี 2019 จะมีการนำมาสร้างในรูปแบบ 3D แต่เสียงวิจารณ์กลับอยากได้แบบดั้งเดิมที่เป็นแบบ 2D มากกว่า หวังว่าเร็วๆ นี้เราจะได้พบกับเกม Contra Remake ในสักวัน.   4.SOCOM อีกหนึ่งเกม FPS / Tactic ที่มีความซับซ้อนและสนุกมากๆ ในยุคนั้น ถ้าเทียบกับเกมในยุคนี้มีความใกล้เคียงกับเกม Rainbow Six มากๆ โดยในสมัยนั้นเกม FPS ส่วนใหญ่จะอาศัยเกมเพลย์แบบเดือดๆ ฉากบู๊เยอะๆ แต่สำหรับ SOCOM นั้นจะเน้นไปที่ทีมเวิร์ค ความแม่นยำของจังหวะและเวลา รวมถึงการลอบเร้นอีกด้วย นึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเกม SOCOM ถูกนำกลับมา Remake ในยุคนี้ผู้เขียนคิดว่าสามารถเทียบเคียงกับเกมแนว FPS / Tactic ได้แน่นอน.   5.Bounty Hounds Bounty Hounds เป็นเกมบนเครื่อง PSP ที่จะเน้นไปที่ความ Sci-Fi บนดวงดาวประหลาดและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นเกม RPG ซึ่งเกมนี้สามารถดำเนินเรื่องราวของเกมออกมาได้ดี โดยผู้เล่นจะสามารถใช้อาวุธได้มากมายตั้งแต่ดาบไซไปไปจนถึงปืนต่างๆ ซึ่งมีหลากหลายมาก ยังมีในส่วนของชุดเกราะที่เราสามารถนำมาแต่งได้อย่างอิสระ ทั้งหมดนี้มีไว้เพื่อใช้ในไล่ล่าศัตรูต่างดาวไล่ฆ่าไล่สังหารอย่างเมามันส์ ดังนั้นการนำเกมนี้กลับมารีเมคมันอาจจะทำให้เราได้กลิ่นอายของความเก๋าของเกมในยุคก่อนๆ บนเครื่องเกมพกพาว่าจริงๆ แล้วยังมีเกมอีกมากมายที่สมควรอย่างยิ่งที่จะนำกลับมารีเมคใหม่อีกครั้ง!   6.Oni ถ้าถามว่าเกมแนวต่อสู้ 3D ในต้นปี 2000 เกมไหนทำออกมาได้ดีในเรื่องต่างๆ ทั้งภาพ เกมเพลย์หรือมุมกล้อง หนึ่งในเกมอันดับต้นๆ นั้นคือ Oni เกมที่มีกราฟฟิกเรียบง่าย แต่ลูกเล่นไม่ธรรมดาเพราะนอกจากที่ผู้เล่นจะสามารถยิ่งศัตรูด้วยปืนต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถที่จะใช้ศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดอีกด้วย เป็นการผสมผสานที่ลงตัวซึ่งหาไม่ค่อยได้แล้วในเกมใหม่ๆ ยุคนี้ ดังนั้นคงจะดีไม่น้อยถ้าเกมนี้ถูกนำกลับมา Remake อีกครั้ง.   7.Command & Conquer: Renegade อย่าเพิ่งตกใจครับเชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าสุดยอดเกม RTS ในตำนานอย่าง  Command & Conquer นั้น เคยทำเกมของตัวเองให้แหวกแนวออกมาเป็นรูปแบบ FPS ด้วย ถึงแม้ว่ากระแสตอบรับมันจะไม่ดีมาก ซึ่งตัวเกมก็ไม่ได้แตกต่างจากเกม FPS ทั่วไป โดยผู้เล่นจะสามารถใช้อาวุธที่ทันสมัยมากมาย สามารถขับยานพาหนะต่างๆ เพื่อสำรวจพื้นที่ต่างๆ ในเกม และยังมีโหมดผู้เล่นหลายคนอีกด้วย ทีนี้ลองนึกภาพดูว่าถ้าเกมนี้ถูกนำกลับมารีเมค นั่นหมายความว่าผู้เล่นจะสามารถเข้าไปอยู่ในเรื่องราวของ C&C ในอีกมุมองหนึ่ง และชัดยิ่งขึ้นบอกเลยว่าสนุกมันส์แน่นอน!   8.Syphon Filter เกมเก๋าแนวสุดยอดสายลับบนเครื่องพกพาอย่าง PSP ของ Sony อย่างเกม Siphon Filter ตัวเกมจะให้ผู้เล่นรับบทเป็น Gabe Logan ตัวแทนของหน่วยงานปริศนาที่ต้องทำภารกิจลอบเร้นและลอบเข้าไปยังพื้นที่ส่วนต่างๆ ซึ่งตัวเกมในยุคนั้นมีความตื่นเต้น ระทึกครบรสมากๆ แต่น่าเสียดายที่ข่าวเกมนี้เงียบหายไปนานมาแล้ว และถึงแม้จะมีการนำกลับมาทำใหม่บนเครื่อง PS3 แต่กลับทำได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับเท่าไหร่นัก หวังว่าในยุคของเจ็นใหม่นี้ อาจจะมีข่าวดีที่เราจะได้เล่นเกมแบบเน้นลอบเร้นเต็มรูปแบบบนเครื่อง PS5 .   9.BloodRayne BloodRayne เป็นอีกหนึ่งเกมมี่จะให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็น Rayne หญิงสาวผู้สามารถใช้พลังแวมไพร์และทักษะต่อสู้ในการจัดการกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ รูปแบบการเล่นจะเน้นรวดเร็วและมีพื้นที่เปิดกว้างในการสำรวจ แค่เกรื่นมาเท่านี้ก็น่าเล่นแล้ว แต่เนื้อเรื่องของเกมนี้มันดูเรียบง่ายไปหน่อยจึงไม่ค่อยดึงดูงและสร้างเนื้อเรื่องภาคต่อได้ แต่ถ้าเรานำกลับมาปัดฝุ่นในยุคนี้ไม่แน่เกมนี้อาจจะกลับมาบูมอีกครั้งก็ได้.   10.The Matrix: Path Of Neo คงจะจำกันได้แม่นรวมถีงตัวผมด้วยสำหรับเกมสานฝันในวัยเด็กอย่าง The Matrix ที่หลังจากชมภาพยนต์แล้วและถูกนำมาสร้างเป็มเกมมันเป็นอะไรที่ว้าวมากๆ ในยุคนั้น โดยในเกมผู้เล่นจะรับบทเป็นตัวเอกอย่าง Neo และค่อยๆ เรียนรู้ทักษะต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฏิวัติ ส่วนสิ่งที่หลายๆ คนชอบ ผมด้วยนั่นแหละคือฉากหลบกระสุนสุดเท่! ยิ่งไปกว่านั้นเราหวังอยู่ 2 อย่างคือ 1.เกมถูกนำมารีเมคใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น และ 2.สร้างภาคให้เตรียมรับกับ The Matrix 4 ที่จะมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะข้อไหนก็ดีต่อใจทั้งนั้น! Credit : GAMERANT
30 Nov 2020
Demon's Souls PS5 กับ 10 สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้
Demon's Souls นั้นถือว่าเป็นต้นกำเนิดเกมตระกูล Souls ซึ่งล่าสุดทางค่าย Bluepoint Games ได้นำมารีเมคเป็นฉบับ 2020 ลงให้กับเครื่องเล่น PS5 และหลายๆ คนคงจะได้เห็นสตรีมเมอร์ชื่อดังเล่นกันมาหลายท่านได้ ( ขอยกเอาพี่เอก HRK เป็นพิเศษ ) ซึ่งสำหรับเกมนี้นั้นมีความพิเศษหลายอย่างที่หลายๆ คนอาจจะยังไมม่รู้ ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH ขอพาทุกคนมาพบกับ 10 สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ จะมีอะไรที่ทำให้เราแปลกใจและตื้นเต้นกันบ้างมาดูกันเลย! 1.การตั้งค่าการแสดงผล ในเกม Demon's Souls PS5 นั้นผู้เล่นสามารถที่จะตั้งค่าหน้าจอการแสดงผลได้ โดยหลักๆ ก็มีการตั้งค่าเหมือนเกมทั่วไปในกลุ่มเกมคอลโซล แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกของ PS5 ที่รับประกันว่าเกมสามารถมีเฟรมเรททะลุถึง 60 เฟรม/วินาทีได้ และยิ่งไปกว่านั้นผู้เล่นยังสามารถปรับโหมด Performance ลดสเกลลงนิดหน่อยแต่ก็ยังคงความละเอียด 4K โดยเฟรมเรทก็ยังคงวิ่งอยู่ที่ 60 เฟรม/วินาทีเช่นดิม หรือถ้ายังไม่ชอบก็สามารถปรับไปเป็นโหมด Cinematic ได้ แต่ต้องแลกมาที่อัตราเฟรมเรทต่อวินาทีอยู่ที่ 30 เฟรมแทน นอกจากนี้ยังมีการปรับแต่งอีกมากมายมากชนิดที่เอามาอธิบายคงจะหลับกันไปก่อนแน่นอนครับ ดังนั้นใครที่อยากรู้ก็เก็บเงินรอสอยมาดูกันเองได้เลย. 2.สามารถ "หยุดชั่วคราว" ได้ มีสิ่งหนึ่งที่จะเรียกว่าความท้าทายก็ได้เพราะส่วนใหญ่ในเกมประเภท Souls นั้นจะไม่สามารถกด Pause หรือหยุดเกมชั่วคราวกลางคันได้ เช่นเกม Sekiro ที่ไม่อนุญาตให้ผู้เล่นหยุดเกมชั่วคราวได้ ด้วยเหตุผลว่าต้องการให้ผู้เล่นมีสติอยู่เสมอและเพิ่มความท้าทาย แต่สำหรับเกม Demon's Souls ฉบับ 2020 นี้ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะหยุดเกมชั่วคราวได้ด้วยการเข้าถึงโหมดถ่ายภาพที่จะให้ผู้เล่นสามารถจับภาพหน้าจอของเกม หรือการเข้าไปในหน้าต่างตั้งค่าต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการหยุดเกมชั่วคราวไปในตัวด้วย ( แต่ไม่ได้มีปุ่ม Pasue แบบเกมทั่วๆ ไป )   3.บอสตัวแรกจริงๆ แล้ว..เราสามารถเอาชนะมันได้! ในจุดนี้แฟนเกมยุคแรกๆ ของเฟรนไชส์หลายคนจะรู้กันดีว่า Vanguard Demon  ( บอสที่เราเจอในครั้งแรก ) จริงๆ แล้วนั้นสามารถเอาชนะได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ซึ่งสำหรับภาครีเมค 2020 นั้นจริงๆ ผู้พัฒนาต้องการจะให้มันเป็นความท้าทายสำหรับผู้เล่นใหม่และเก่าอยู่แล้ว ซึ่งความลับมันอยู่ที่ว่าต่อให้ผู้เล่นสามารถสังหาร Vanguard Demon บอสตัวแรกได้สำเร็จ สุดท้ายแล้วผู้เล่นคนนั้นก็จะถูกส่งไปยังสถานที่อื่น จากนั้นจะเจอกับบอสที่โหดกว่าเดิม ดุกว่าเดิมเพื่อทำการบังคับให้ผู้เล่นตายนั่นเอง!   4.ปรับแต่งตัวละครได้อีกรอบในช่วงกลางเกม การปรับแต่งตัวละคนนั้นเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทาง Bluepoint Games นำม่ปรับปรุงต่อยอดจากเกมต้นฉบับให้ดีขึ้น ซึ่งจากเดิมมันก็ดีอยู่แล้วก็ยิ่งทำให้ดีขึ้นไปอีกด้วยการเพิ่มตัวเลือกและรายละเอียดที่มากขึ้นกว่าเดิมเข้าไป และที่หลายคนยังไม่รู้นั่นคือผู้เล่นยังสามารถเลือกปรับแต่งรูปลักษณ์ของตัวละครได้อีกครั้งในช่วงกลางเกม โดยผู้เล่นสามารถขึ้นไปยังรูปปั้นแห่งการสะท้อนกลับที่เพิ่มเข้ามาใหม่และเลือกเครื่องสังเวย 25,000 ดวงวิญญาณเพื่อทำการปรับแต่งตัวละครนั่นเอง.   5.สเต็ปอ้อมหลังยังอยู่ สำหรับ Demon's Souls ภาคดั้งเดิมนั้น มีหนึ่งในสิ่งที่อาจจะเรียกว่า " บัค " หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ผู้พัฒนาเต็มใจใส่ลงไปก็ได้ สิ่งนี้เป็นความสามารถในการโจมตีในทางที่ผิดนั่นคือ การแทงข้างหลังซึ่งเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงและสร้างดาเมจได้มหาศาลมากๆ ในเกม และเมื่อทาง Bluepoint Games ประกาศที่จะทำการรีเมคลงบน PS5 หลายๆ คนคิดว่าทางผู้พัฒนาใหม่น่าจะนำออกไป แต่เพราะพวกเขาต้องการเคารพในภาคดั้งเดิมจึงยังคงใส่มา และอย่าคิดว่าการอ้อมไปข้างหลังศัตรูนั้นจะทำได้ง่ายๆ นะครับ!.   6.สามารถปรับกล้องได้ ถ้าพูดตรงๆ ในเรื่องของมุมกล้องของเกม Demon's Souls ภาคดั้งเดิมนั้นแย่ในระดับนึงเลย เพราะกล้องมักจะติดหรือค้างอยู่หลังสิ่งกีดขวางทำให้ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ทั้งทั้งพื้นที่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือโดนมอสตบตายแบบงงๆ นั่นเองทำให้หลายคนต้องการให้ Bluepoint ปรับปรุงระบบกล้องให้ดีขึ้นและพวกเขาก็รับฟังปัญหานั้น ในตอนนี้ Demon's Souls มีการวางกล้องบนไหล่คล้ายกับเกมแอ็คชั่นมุมมองบุคคลที่สามหลาย ๆ เกมแทนที่จะเป็นตำแหน่งกล้องตรงกลางแบบคลาสสิก และยังลดปัญหาการที่มุมกล้องชนกับสิ่งกิดขวางอีกด้วย นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถเลือกปรับการตั้งค่าให้เป็นมุมกล้องคลาสสิค หรือแบบใหม่ได้อีกด้วย!   7.Fractured Mode Fractured Mode เป็นส่วนเสริมพิเศษที่ทาง Bluepoint Games ใส่เข้ามาในภาครีเมคด้วย โดยส่วนพิเศษที่เสริมเข้ามานั้นอนุญาตให้ผู้เล่นย้อนกลับไปยังส่วนต่างๆ ของแผนที่ทั้งหมดโดยจะเพิ่มสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยต่างๆ เข้ามาให้ผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่รู้สึกท้าทายอีกด้วย สำหรับผู้เล่นที่ต้องการลองโหมดนี้ก็สามารถไปที่รูปปั้นแห่งการสะท้อนกลับที่อยู่ตรงโลกของ Nexus  โดยจะต้องสังเวยวิญญาณ 25,000 ดวงก่อนจึงจะสามารถเข้าถึงคุณสมบัตินี้ได้ 8.เล่นออนไลน์ได้? สำหรับโหมดผู้เล่นออนไลน์และโหมด Co-op ใน Demon's Souls  ปี 2020 นั้นจะมีความแตกต่างกับภาคต้นฉบับเล็กน้อย โดยในตอนนี้เกมสามารถรองรับผู้เล่นได้สูงสุดมากถึงหกคนพร้อมกัน โดยเราสามารถเข้าถึงโหมดนี้ได้ด้วยการพูคคุยกับ Black Maiden ใน Nexus ผู้เล่นสามารถใช้ Blue Eye Stone เพื่ออัญเชิญเราไปยังโลกอื่น Black Eye Stone เพื่อบุกและเรียก Red Eye Stone เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน PvP 9.เพิ่มพลังชีวิตในรูปแบบวิญญาณ สำหรับในเกม Demon's Souls ถ้าผู้เล่นตายจะกลายเป็น " วิญญาณ " โดยนิยามสำหรับคำนี้ในเกมจะหมายถึงการที่ผู้เล่นจะถูกลดค่าสภานะต่างๆ ของตัวละครลงไป แต่ร่างวิญญาณนั้นจะมีทั้งข้อดีข้อเสีย ข้อดีคือผู็เล่นจะโจมตีได้แรงขึ้น แต่ข้อเสียคือต้องแลกด้วยการรับพลังวิญญาณน้อยลง และจะอยู่ในสองโลก ถ้าโลกขาวผู้เล่นจะมีความสามารถที่ดีขึ้น เช่น ดามจแรงขึ้น แต่ได้รับพลังวิญญาณน้อยลง ส่วนโลกสีดำนั้นผู้เล่นจะได้รับวิญญาณมากขึ้น แต่ศัตรูจะทำดาเมจแรงขึ้น ขอแนะนำว่าถ้าอยากใช้ประโยชน์จากร่างวิญญาณให้สวม Cling Ring เนื่องจากพลังชีวิตเป็น 75% แทนที่จะเป็น 50% เมื่ออยู่ในร่างวิญญาณ 10.สามารถแก้ไขความผิดได้ มีหลายเกมถ้าเกิดผู้เล่นไปทำอะไรกับ NPC ในทางแย่หรือดีทุกอย่างจะส่งผลต่อการเล่นเกมของผู้เล่นด้วย ซึ่ง  Demon's Souls  ก็เช่นกัน ถ้าหากผู้เล่นทำการโจมตี NPC โดยตั้งใจหรือไม่ก็ตามตัวละครนั้นจะโจมตีผู้เล่นสวนกลับมาและทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ NPC ทั้งเควสหรือร้านค้าของเขาจะหายไป แต่สำหรับ  Demon's Souls 2020 นี้ ความผิดพลาดเหล่านั้นเราสามารถที่จะแก้ไขได้ ถ้าสมมติผู้เล่นดันไปทำร้าย NPC โดยไม่ตั้งใจทำให้พลาดเควสหรือพลาดการซื้อ-ขายกับพวกเขาเราสามารถ ไปยังรูปปั้นแห่งการสะท้อนกลับใน Nexus เพื่อขอการให้อภัยและแลกกับดวงวิญญาณสองดวง. Credit : GAMERAN
30 Nov 2020
10 สิ่งที่น่ารำคาญในวิดีโอเกม
เกมคือสิ่งที่มอบความสุขและโลกอีกใบให้กับเหล่าเกมเมอร์ที่ชื่นชอบใช่ไหมครับ? แต่เพราะชื่อว่าเกมมันจึงไม่ได้สมบูรณ์แบบถูกใจเราไปในทุกๆ เรื่อง มันอาจจะมีบางเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือหัวอุ่นหัวร้อนเกือบปาจอยปาเมาส์ทิ้งกีนบ้างแหละ! ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH ขอพาทุกคนมาพบกับ 10 สิ่งที่น่ารำคาญในวีดีโอเกมกันจะมีอะไรที่เคยพบเจอกันมาบ้างมาดูกันเลย! 1.การเผชิญหน้าแบบสุ่ม ผู้เล่นหมายคนชอบเกมแนวผจญภัยเพราะสามารถสร้างตัวละครที่ชอบพร้อมออกสำรวจโลกขนาดใหญ่ไปกับปาร์ตี้เพื่อนร่วมทีม แต่สิ่งที่หลายๆ คนทั้งรู้สึกสนุกและรำคาญในเวลาเดียวกันนั่นคือ " การเผชิญหน้าแบบสุ่มของเหล่ามอนสเตอร์" เพราะบางครั้งเราไม่ได้ต้องการที่จะต้อสู้อาจจะกำลังหาของ หรือเสพบรรยากาศ แต่พอพวกมศัตรูโผล่มาก็ต้องออกไปสู้ บางทีมากันเยอะๆ ทำเราแตกแทบจะปาจอยทิ้งกันเลยทีเดียว. 2.กำแพงที่มองไม่เห็น การสำรวจโลกเปิดกว้างและสวยงามนั้นเป็นสิ่งที่เกมเมอร์หลายๆ คนใฝ่ฝัน แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป บางเกมถ้าเราระดับไม่ถึง หรือไม่ผ่านเงื่อนไขส่งที่เกิดขึ้นคือจะมีอุปสรรคต่างๆ มาขวางเราเช่นรั้วหนา ประตูที่ล็อคอยู่แต่สิ่งที่เจ็บใจที่สุดคือ " กำแพงที่มองไม่เห็น " เพราะว่าลองนึกภาพว่าเป้าหมายของเราอยู่แค่เอื้อมด้านหน้าแต่ไม่สามารถที่จะเดินเข้าไปได้ เพราะบางครั้งนักพัฒนาก็ไม่รู้จะหาอะไรมาขวางเราเพื่อไม่ให้ไปข้างหน้า ก็เลยทำการสร้างกำแพงที่มองไม่เห็นมาขวางเราแทน. 3.เกมเอาใจผู้เล่น เมื่อผู้เล่นได้ไปประลองความเร็วในเกมแข่งรถด้วยความคิดที่ว่า AI จะต้องโหลดและแข่งกันแบบเมามันส์ แต่มันจะมีบางเกมที่ไม่ได้เป็นแบบนั้นเพราะรถของ AI จะลดความเร็วลงเพื่อให้เรามีโอกาสที่จะแซงและขึ้นนำเป็นที่หนึ่งได้ สิ่งนี้เหมือนเป็นการดูถูกผู้เล่นเล็กน้อยทำให้หลายๆ รู้สึกไม่โอเครกับระบบนี้เอามากๆ .   4.ใบ้ภารกิจอ้อมๆ ผู้เล่นหลายคนชอบเล่นเกมแนว Single-Player เพราะจะช่วยให้เสพบรรยากาศจากเกมได้เต็มที่ แต่ก็มีบางสิ่งที่ทำให้หลายๆ คนหงุดหงิดหัวอุ่นกันมานักต่อนัก นั่นคือ “ ภารกิจที่บอกใบ้เราอ้อมๆ ” บอกโดยการทิ้งข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ไว้ ซึ่งนั้นจะทำให้เราต้องวิ่งวุ่นไปตรงนู้นทีตรงนั้นที บางคนบอกมันคือสเนห์ของเกมผู้เล่นคนเดียว แต่เล่นวิ่งไปมาหลายชั่วโมงก็ไม่ใช่นะ5555. 5.คัตซีนที่ไม่สามารถข้ามได้ บางเกมนั้นต้องการที่จะให้ผู้เล่นเข้าใจเรื่องราวและเสพอารมณ์ของเกมให้เต็มที่จึงบังคับให้เราต้องดูฉากคัตซีนด้วย ไม่สามารถกดข้ามได้ ซึ่งกรณีนี้หลายๆ คนเข้าใจดี แต่มันมีคัตซีนนึงเรียกว่า คัตซีนเปิดตัวบอสหรือคัตซีนที่เข้าสู่ฉากสำคัญ ถ้าผู้เล่นดันมาตายระหว่างสูักับบอสหรือทำภารกิจอยู่ก็จะต้องย้อนมาดูฉากคัตซีนเหล่านี้เรื่อยๆ ไม่สามมารถข้ามได้ ถ้าตาย 5 รอบ ก็ต้องทนดูซ้ำๆ 5 รอบ ดังนั้นพยายามเคลียร์ให้จบในทีเดียวนะครับ ถ้าไม่อยากนั่งดูฉากเดิมๆ จนตาแฉะ   6.กล้องชวนปวดหัว เกมที่เน้นกราฟฟิกและลูกเล่นมักจะสร้างเกมในรูปแบบ 3D เพื่อให้เกมมีรายละเอียดมีมิติที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาควบคู่กับมาอย่างยาวนานนั่นคือ “ มุมกล้อง “ บางเกมเราต้องปรับมุมกล้องเองแต่หมุนช้ามาก กว่าจะหมุนเสร็จศัตรูก็เข้าถึงตัวแล้ว หรือบางเกมมุมกล้องจะหันให้อัตโนมัติแต่บางทีมันหมุนไปไหนไม่รู้! เช่น กรณีเราติดมุมในแผนที่มุมใดมุมหนึ่ง มุมกล้องจะชอบแกว่งไปมาจนเราโดนศัตรูรุมกระทืบตาย บางทีมุมกล้องมันโฟกัสพื้นเฉยเลย เรียกได้ว่าปัญหาคู่วงการเกมอีกหนึ่งปัญหาที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนาน.   7.DLC  หลายๆ เกมนั้นมักออกวางจำหน่ายในราคาแพง และเมื่อเราเล่นไปได้ระยะหนึ่งก็มีข่าวว่าเกมที่เราเล่นนั้นจะมี DLC เนื้อเรื่องเสริมจนต้องตั้งคำถามว่า “ สรุปเราซื้อเกมเต็มมาจริงๆ ใช่ไหม ” แต่นั่นยังไม่พอเพราะ DLC เกมส่วนใหญ๋ต้องเสียเงินอีกรอบ! มันน่าหงุดหงิดตรงที่ว่าเรายอมจ่ายแพงเพื่อซื้อเกมซื้อเรื่องราวทั้งหมดแต่นั่นไม่ใช่! นั่นแค่อาหารจารหลักเราต้องควักเงินซื้อของหวานและของทานเล่นอีก! แต่พูดก็พูดเถอะครับ ถึงจะบ่นแบบนี้สุดท้ายเราก็ซื้ออยู่ดี จริง?ไม่จริง5555   8.ปัญหาเกมกระตุกและเฟรมเรทร่วง เวลาเราเล่นเกมอะไรก็ตามจะเป็นแนว MOBA / FPS หรือเกมอื่นๆ จะออฟไลน์หรือออนไลน์ ถ้าุถามว่าความสุขของการเล่นเกมนั้นอยู่ตรงไหน เชื่อว่าหลายคนต้องตอบว่า เล่นเกมได้ลื่นๆ เฟรมเรตคงที่ เพราะหลายคนประสบปัญหาเวลาเกมไม่ลื่นมันจะรู้สึกแปลกๆ และขัดหูขัดตามากๆ ไหนจะภาพวาร์ป กลับมาอีกทีโดยศัตรูฆ่าตาย หรือช้ากว่าคนอื่นสารพัดปัญหา ยิ่งเกมแนว MOBA หรือ FPS ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบอกเลยว่าหัวอุ่นกันมาเยอะแล้ว    9.AI  แค่พูดคำว่า “ AI ” เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเคยลงเรือลำเดียวกัน ยอมรับว่าบางเกมนั้นทำ AI ออกมาได้ดีและฉลาดสุดๆ แต่บางเกมเหมือนทำส่งๆ ให้มีบทบาท เช่น AI ฝั่งเราเหมือนจะดีมาช่วนเราสู้ แต่ดันวิ่งไปให้เขายิงตาย / AI ศัตรูวิ่งมาให้เรายิงแบบเหมือนมาโยนเกม555 และที่ขัดใจสุดคือ AI ที่เราต้องคุ้มกัน บางครั้งศัตรูข้างหน้าเรายังจัดการไม่หมด AI ก็ดันวิ่งผ่าไปและโดนยิงตาย ภารกิจล้มเหลวต้องเริ่มใหม่ทำเอาหัวร้อนกันเลยทีเดียว   10.โหลดนาน ( เกินไป ) ปัญหานี้เกิดมาตั้งแต่ยุคก่อนๆ แล้วและยังคงเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ( แต่ส่วนใหญ่จะดีขึ้นแล้ว ) “ เวลาโหลดเกมนาน ” ในสมัยก่อนถ้าเอามาเทียบ ไม่แน่ว่าเวลารอเกมโหลดกับเวลาเล่นนั้นน่าจะมีอัตราส่วนของเวลาเท่าๆ กันเลย ซึ่งปัญหานี้ที่ยังพบเจอเพราะมันเป็นการช่วยแบ่งเบาความจำของเกมให้ทำงานไม่หนักเกินไป จึงต้องมีการโหลดด้วยหลายๆ สาเหตุนั่นคือ ไปยังพื้นที่ถัดไป / ระดับใหม่ๆ / ตัดคัตซีน / ย้ายไปอีกสถานที่หนึ่ง หรือเวลาเราตายระบบจะโหลดเราย้อนกลับไปยังจุดเช็ตพอยด์ แต่นั่นจะไม่ใช่ปัญหาถ้ามันโหลดไว เพราะผมเคยรอโหลดนานสุด 30 นาที แล้วคนอื่นๆ ละครับรอนานสุดแค่ไหน.
30 Nov 2020
สอนวิธีเลือกซื้อ PC มือ 2 อีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้ได้คอมแพงในราคาถูกๆ
ในปัจจุบันวงการเกมได้เข้าสู่ช่วงเจเนอเรชันใหม่แล้ว ส่งผลให้ภาพ / กราฟิก ของเกมที่กำลังจะออกหลังจากนี้ จะมีความสวยงามมากขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งมันหมายความว่าถ้าหากจะเล่นเกมเหล่านี้บนเครื่อง PC แล้วปรับทุกอย่างแบบเต็มแม็ก เกมเมอร์หลายคนน่าจะต้องอัพเกรดเครื่อง PC ของตัวเองเล็กน้อยเช่นกัน ยิ่งในช่วงที่เพิ่งจะมีการ์ดจอตัวใหม่ออกมาทั้งจากค่าย เขียว และ แดง แบบนี้ยิ่งนับเป็นโอกาสดีที่จะอัพเกรดเครื่องมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามคิดว่าคงไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะจ่ายเงินหลายหมื่นในตอนนี้ ในจุดนี้ผมคิดว่าตลาด Hardware มือสอง จะสามารถตอบโจทย์ของคุณได้ครับ หลายคนอาจจะยังไม่รู้ จริงๆ แล้วการซื้ออุปกรณ์ Hardware บางชิ้นในตลาดมือสองจะช่วยประหยัดราคาได้เยอะมาก ซึ่งสินค้ามือสองที่ผมกำลังพูดถึงอยู่ในที่นี้ หมายถึงตัวที่ยังมีประกันเหลืออยู่ด้วยนะครับ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการซื้อของในตลาดมือสองเองก็มีความเสี่ยงอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ ไปเรียนรู้วิธีการเลือกซื้อสินค้า Hardware มือสองกันครับ ทำไมตลาดมือสองถึงน่าสนใจในตอนนี้ ? ก่อนจะเริ่มพูดถึงสิ่งที่ควรซื้อ ข้อดี หรืออะไรก็แล้วแต่ ผมว่าสิ่งที่ทุกคนควรรู้เป็นอย่างแรกคือ "ทำไมถึงต้องซื้อของในตลาดมือ 2" ก่อนอื่นผมขอยืนยันว่า "สินค้ามือหนึ่งจะดีกว่า มือสองอย่างแน่นอน" หากแต่ข้อดีของการซื้อสินค้ามือสองคือการที่เรา "ราคาที่ถูกกว่า" ดังนั้นถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆ แล้ว ตลาด Hardware มือสองคือ "อีกหนึ่งทางเลือก" ในการประกอบ หรืออัพเกรดคอม สำหรับคนที่มีงบ "จำกัด" ครับ ในช่วงที่วงการเกมกำลังเข้าสู่เจนเนอเรชั่นใหม่แบบนี้หมายความว่า ภาพ / กราฟิก ของเกมจะสวยมากขึ้น และต้องการ Hardware ที่ทรงพลังมากขึ้น ดังนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่จึงเริ่มอัพเกรด PC กันในช่วงนี้ ส่งผลให้สินค้าในตลาดมีราคาสูงขึ้นมาก เพราะเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการ และทำให้การประกอบคอมดีๆ ในงบที่จำกัดทำได้ยากขึ้นตามไปด้วย ในจุดนี้การซื้อ Hardware บางตัวเป็นของมือสองหรือทั้งเครื่องเลย เป็นหนึ่งในทางออกที่ดีเวลาแบบนี้ครับ นอกจากนี้สินค้าที่หาไม่ได้ในตลาดมือหนึ่งตอนนี้ บางครั้งอาจโผล่มาในตลาดมือสองได้เช่นกัน ยกตัวอย่างการ์ดจอ RTX ซีรีส์ 30 หรือ CPU กับ RAM บางตัว ดังนั้นถ้าหากเพื่อนๆ กำลังจะอัพเกรด PC ช่วงนี้แล้วละก็ การเข้าไปเช็คตลาดมือสองอาจทำให้ได้สินค้าหายากมาก็เป็นได้ครับ [caption id="attachment_71853" align="aligncenter" width="568"] เครดิตรูปภาพจากกลุ่ม "ตลาดนัด คอมฯไทย ระดับโลก - Deva's Market Place Thai Society"  [/caption] สินค้า Hardware ตัวไหนบ้างที่เหมาะมากๆ ถ้าจะซื้อแบบมือสอง ? แม้ว่าจริงๆ แล้ว Hardware ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้มือสองได้อย่างไม่มีปัญหา แต่จะมี Hardware อยู่บางชิ้นที่เหมาะจะซื้อมือ 2 มากกว่าชิ้นอื่นๆ ครับ เนื่องจาก Hardware บางชนิด มักมาพร้อมกับประกันที่ยาวนานหลายปี (บางชิ้นอาจนานถึงหลัก 10 ปีเลย) ดังนั้นผมคิดว่าก่อนที่จะไปเลือกซื้อกัน ควรรู้ก่อนว่าสินค้าตัวไหนบ้างที่เหมาะจะซื้อมือ 2 ที่สุดครับ Power Supply การ์ดจอ RTX ซีรีส์ 30 ใช้กำลังไฟค่อนข้างเยอะ ดังนั้นสำหรับใครที่ใช้ Power Supply ที่น้อยกว่า 750W อยู่อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้ตัวรุ่นที่จ่ายไฟได้เยอะขึ้น ซึ่งเจ้าตัวจ่ายไฟในปัจจุบันจะมีหลายเกรดด้วยกันแบ่งเป็น Bronze, Silver, Gold, Platinum และ Titanium โดยส่วนใหญ่ตัวที่เป็น Gold ขึ้นไปมักจะรับประกัน 10 ปี เป็นอย่างน้อยใน ดังนั้นต่อให้เราซื้อ Power Supply มือ 2 แล้ว มันก็ยังมักจะเหลือประกันอีกหลายปีนั้นเองครับ สรุปง่ายๆ ว่า เราสามารถได้ Power Supply ดีๆ ในราคาไม่แพง แล้วยังประกันเหลือนั้นเอง มันจึงทำให้เจ้าตัวจ่ายไฟนี้ เป็นหนึ่งใน Hardware ที่เหมาะจะซื้อมือ 2 ครับ RAM ในปัจจุบัน Ram จากแบรนด์ชั้นนําส่วนใหญ่ มักจะมีประกันแบบ Life Time ซึ่งมันหมายความว่าถ้าหากทางผู้ผลิตยังคงผลิต Ram ตัวดังกล่าวอยู่ เราก็ยังสามารถนำมันไปเคลมได้เรื่อยๆ ถ้าพัง ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ Ram เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่เหมาะจะซื้อมือสองเป็นอย่างมาก ป.ล ถ้าหากว่าเพื่อนๆ ต้องการจะซื้อ Ram มาใส่เครื่องเพิ่ม อย่าลืมดูด้วยว่าปัจจุบันที่เราใช้อยู่คือรุ่นไหนนะครับ เพราะ Ram ใน PC เครื่องเดียวกันควรจะเป็นรุ่น และยี่ห้อเดียวกันเสมอครับ GPU (การ์ดจอ) ขอออกตัวก่อนเลยว่า การ์ดจอ ไม่ใช้สินค้าที่มีการรับประกันยาวนานเหมือนกับ 2 ตัวแรก แต่ที่ผมแนะนำว่า การ์ดจอเป็นหนึ่งในสิ้นค่าที่เหมาะจะซื้อมือ 2 ด้วย เป็นเพราะการ์ดจอที่หาได้ในตลาดมือสองมักมีราคาที่ถูกกว่ามือ 1 มากพอสมควร และส่วนใหญ่จะเหลือประกันมากกว่า 1 ปีครับ ถ้าโชคดีหน่อยอาจได้สินค้ารุ่นใหม่ๆ อย่าง 3070 หรือ 3080 ในราคาที่ถูกกว่า 2,000 - 3,000 เลย รุ่นเก่าลงมาหน่อยอย่าง 2080 Ti, 2080 Super หรือ 2070 Super ก็มักจะพบได้ในตลาดเช่นกัน ดังนั้นผมจึงให้การ์ดจอเป็นหนึ่งในสินค้าที่เหมาะจะซื้อมือสองด้วยครับ อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะกลัวว่าตัวเองจะไปซื้อการ์ดจอที่ถูกเอาไปใช้ขุดเหมืองมา ซึ่งผมขอยืนยันว่าต่อให้การ์ดจอถูกเอาไปใช้ขุดเหมืองมาจริงๆ แต่ถ้าประกันของการ์ดยังเหลือ มันจะยังสามารถเอามาใช้เล่นเกมหนักๆ ได้สบายครับ ต่อให้มันพังขึ้นมาจริงๆ เราก็ยังสามารถส่งไปเคลมได้อยู่ดี ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลมากจนเกินไปเลยครับ วิธีป้องกันตัวเองจากการโดนโกงในตลาดมืสอง ได้ชื่อว่าเป็นการซื้อขายของมือสองแล้ว เรื่องของการโกงนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของคู่กันเลย ดังนั้นผมจึงคิดว่าเพื่อนๆ ควรรู้วิธีป้องกันตัวเองจากการโกงไว้บ้างครับ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วการป้องกันโดนโกงไม่ได้ยากอย่างที่ทุกคนคิดครับ โดยผมจะแบ่งเป็นข้อๆ ให้ทุกคนสามารถอ่านได้ง่ายข้างล่างนี้ครับ ไปรับของด้วยตัวเอง จริงๆ นี้น่าจะถือเป็นวิธีที่ง่าย และปลอดภัยมากที่สุดครับ ในเมื่อกลัวว่าจะไม่ได้รับของหลังจากโอนเงินไปแล้ว เราก็แค่ไปรับสินค้าด้วยตัวเองเลย การทำแบบนี้จะทำให้เราได้เห็นสภาพของสินค้าก่อนด้วย ซึ่งถ้าเกิดรู้สึกว่าหน้าตาสินค้าจริงไม่ได้สภาพดีเหมือนในรูป หรือพบตำหนิเราก็สามารถเลือกที่จะไม่จ่ายเงินได้ แถมยังสามารถขอให้เจ้าของเทสสินค้าตัวที่เราไปรับให้ดูก่อนได้ด้วย โดยมันจะทำให้เรามั่นใจว่า สินค้าที่เรากำลังซื้อนี้สามารถใช้งานได้จริงๆ ครับ จ่ายเงินผ่านคนกลาง ( ง่ายสุดคือ Shoppee ) แน่นอนว่ามันคงไม่ใช้ทุกครั้งที่เราจะไปรับสินค้าด้วยตัวเองได้ ซึ่งในกรณีที่ต้องให้เขาส่งสินค้าให้เราจริง (เช่นคนขายอยู่ต่างจังหวัด หรืออยู่ไกลบ้านเรามากๆ ) ผมแนะนำให้โอนเงินผ่านคนกลางครับ โดยคนกลางสำหรับการโอนเงินที่ทุกคนเข้าถึงง่ายที่สุดก็คือ Shoppee ครับ จริงๆ แล้วสามารถใช้งานคนกลางที่ทั้งสองสบายใจร่วมกันก็ได้ แต่ถ้าไม่รู้จะใช้ใครจริงๆ ผมก็แนะนำ Shoppee เลยครับ ซื้อ - ขาย กับคนที่มีเครดิต หรือโพสต์ถามเครดิตกับคนในกลุ่มก่อน ถ้าหากว่าไม่สามารถใช้สองวิธีข้างบนที่ผมแนะนำมาได้จริงๆ (ซึ่งเอาจริงๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้เลย) วิธีสุดท้ายคือพยายามซื้อกับคนที่มีเครดิตครับ เพราะคนที่มีเครดิตหมายถึงคนที่เคย ซื้อ-ขาย สินค้าในกลุ่มมาเยอะแล้ว คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เขามาทำธุรกิจในกลุ่มซื้อขาย Hardware มือ 2 ครับ ดังนั้นส่วนใหญ่มักจะเชื่อถือได้ แต่ถ้าไม่มั่นใจว่าคนที่เราจะทำการซื้อขายด้วยมีเครดิตที่ดีจริงหรือไม่ เราสามารถแคปหน้า Facebook ของคนขาย ไปถามหาเครดิตของเขาจากคนในกลุ่มได้ครับ ถ้าหากว่าได้รับ + มากกว่า 10 ผมคิดว่าคนนั้นก็เชื่อถือได้แล้วครับ! แนะนำกลุ่มที่ ซื้อ - ขาย Hardware มือสอง หลังจากรู้ข้อดึ รวมไปจนถึงวิธีการซื้อไปแล้ว สิ่งสุดท้ายที่เพื่อนๆ ควรรู้คือควรจะไปซื้อที่ไหน โดยตลาดมือ 2 ที่ผมบอกก็ไม่ใช่ตลาดในโลกความจริง หรือห้างขายของมือ 2 ครับ แต่เป็นกลุ่มใน Facebook เนี่ยแหละ โดยจะมีอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ ด้วยกันที่มีสินค้าเยอะ สามารถดูชื่อกลุ่มได้ข้างล่างนี้เลย ตลาดนัด คอมฯไทย ระดับโลก - Deva's Market Place Thai Society ( สมาชิก 270,000 คน ) Deva น่าจะเป็นกลุ่มซื้อขาย Hardware มือสองที่ใหญ่ และมีสมาชิกมากที่สุดแล้วในไทย ซึ่งทาง Deva ยังทำหน้าที่เป็นคนกลางในการซิ้อขายให้ด้วย ดังนั้น Deva's Market Place Thai Society จึงเป็นกลุ่มที่มีความปลอดภัยสูง ข้อเสียของกลุ่มนี้จะเป็นตรงที่มีขั้นตอนในการขอเข้ากลุ่มที่ยุ่งยากเล็กน้อย แต่ถ้าหากจะหาซื้ออุปกรณ์มือสองแล้ว กลุ่มนี้น่าจะมีสินค้าให้เราดูมากที่สุดครับ Extreme IT ห้องสำหรับ ซื้อ-ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ PC ( สมาชิก 120,000 คน ) แม้จะไม่ใหญ่เท่า Deva แต่ห้องสำหรับ ซื้อ-ขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของ Extreme It ก็จัดเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีขนาดใหญ่ และเราสามารถพบกับการ์ดจอ, CPU รวมไปจนถึงสินค้าที่ยังมีประกันได้มากมายในกลุ่มนี้ ข้อดีก็คือเป็นกลุ่มเปิดที่เปิดให้เราสามารถเข้าไปดูโพสต์ได้เลยนั้นเอง ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจอีกครั้งว่า บทความนี้ไม่ได้ต้องการจะสื่อว่าการซื่อสินค้ามือ 2 จะดีกว่าการซื้อสินค้ามือ 1 เพียงแต่สำหรับคนที่มีงบอย่างจำกัดบางครั้งการยอมเลือกสินค้าบางตัวเป็นมือ 2 ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีความรู้ และอยากแนะนำเพิ่มเติม หรือข้อมูลที่ผมให้มาในบทความนี้ผิดยังไง ก็สามารถคอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ!
27 Nov 2020
รวมโปรโมชั่นโดนๆ ส่งตรงจากงาน COMMART XTREME
มหกรรมลดราคาสินค้า IT กลับมาอีกครั้งในช่วงปลายปีกับชื่อ COMMART XTREME (ปีนี้มาบ่อยมากครั้งล่าสุดจำได้ว่าเพิ่งมาตอนเดือน สิงหาคม เอง) ซึ่งในครั้งนี้แน่นอนว่าภายในงานก็มีโปรโมชั่นโดนๆ ทั้งการลดราค่า และของแถมมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์เซ็ต, โน๊ตบุ๊ค, จอคอมพิวเตอร์, ซีพียู หรือการ์ดจอ โดยการมาของงาน COMMART XTREME ในครั้งนี้ มันก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับคนที่มีแผนจะอัพเกรดคอมพิวเตอร์, คนที่อยากได้โน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ หรือคนที่อยากจะตามหา PC ดีๆ สักเครื่องเอาไว้ใช้เล่นเกม วันนี้พวกเราเล่นรวมโปรโมชั่นดีๆ จากภายในงานมาให้ครับ แอบบอกเลยว่าโปรรอบนี้ผ่อน 0% ได้แบบยาวๆ 36 เดือนเลยด้วย! IT City ก่อนอื่นเลยต้องเป็นของทาง IT City ครับ เนื่องจากพี่แก่ยกคอมเซตหลากหลายราคามาให้เราเลือกซื้อกันในงาน โดยจุดที่น่าสนใจก็คือ หลายเซตในนี้มีการแถมเกม Marvel Avenger, GodFall หรือ Call of Duty Black Ops Coldwar มาด้วย แน่นอนว่าของแถมอื่นๆ ก็มีเช่นกัน แถมยังสามารถผ่อนแบบ 0% ได้นานถึง 24 เดือนเลยด้วย! Asus ถ้าหากว่าช่วงนี้กำลังคิดจะซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่อยู่ในละก็ สินค้าจากทาง Asus เป็นสิ่งที่คุณไม่ควรพลาด เพราะทุกรุ่นมากับ Window 10 แท้ และของแถมสุดพิเศษมากมายไม่ว่าจะเป็น External Hard Disk, เสื้อกันหนาว, หูฟัง, เสื้อยืด, นาฬิกา และอื่นๆ อีกมากมาย ถ้าใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูใบโบรชัวร์ก่อนได้ผ่านลิงก์นี้เลยครับ JIB มาดูร้านคอมพิวเตอร์ชั้นนำอย่าง JIB บ้าง ปีนี้พี่แกก็ยังมาแรงสุดๆ เหมือนเดิม ขนเอาเซตคอมประกอบมาให้เราเลือกซื้อแบบจุใจ ทั้งยังสามารถผ่อน 0% ได้สูงสุดถึง 36 เดือนเลยด้วย เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูใบโบรชัวร์เต็มๆ ของพวกเข้าได้เลยผ่านลิงก์นี้ครับ Banana แน่นอนว่างานใหญ่แบบนี้พี่กล้วยของเราก็ไม่มีพลาดด้วยแน่นอน ซึ่งในงานทาง Banana เองก็ขนคอมเซตจำนวนมากมาขายเช่นกัน สำหรับใครที่กำลังตามหา Gaming Gear ใหม่ๆ แล้วบูธนี้คือจุดที่คุณไม่ควรพลาด เพราะมีการลดราคาสินค้าในกลุ่มดังกล่าวสูงสุดถึง 40% เลยทีเดียวครับ MSI ถ้าหากว่ากำลังตามหาโน๊ตบุ๊คสำหรับเล่นเกมเครื่องใหม่ ที่มีดีไซน์สวยแปลก ไม่เหมือนใคร สินค้าจองทาง MSI คือสิ่งที่ไม่ควรพลาดในงานนี้ เพราะนอกจากจะมีเครื่องดีไซน์แปลกๆ มากมายให้เลือกซื้อแล้ว ภายในงานยังมีของแถมมากมายให้กับลูกค้าของ MSI ด้วย รับชมตัวอย่างได้ข้างล่างนี่เลย ฃ Advice แม้จะไม่ได้มีสินค้ามาโชว์อะไรมากมายเหมือนคนอื่นเขา แต่ถ้าหากกำลังตามหาเซตคอมพิวเตอร์อยู่ละก็ Advice คือจุดที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากมีชุดสุดคุ้มมากมายเลยมาให้เราเลือกซื้อ แถมทุกเครื่องยังได้ พี่นพ จาก Extreme It เป็นคนจัดสเปค พร้อมให้คำปรึกษาด้วยครับ AMD ถ้าถามว่าแบรนด์ไหนแถมสินค้าได้น่าสนใจมากที่สุดแล้วละก็ ผมจะตอบว่า AMD อย่างไม่ลังเลเลย เพราะโปรโมชั่นของพวกเขาจัดว่าดีสุดๆ ไปเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นชุดระบายความร้อนด้วยน้ำ Kraken จากทาง NZXT หรือ รับเกม God Fall กับ World of Warcraft ไปเลยถ้าหากซื้อสินค้าตามที่ร่วมรายการครับ iStudio ดูสินค้าของ PC ไปเยอะแล้วมาดูทางฝั่งของมือถือบ้างแล้วกันครับ ถ้าหากคุณกำลังตามหามือถือเครื่องใหม่ ที่จะเอาไว้ใช้งาน หรือว่าเล่นเกม iStudio คือจุดที่ไม่ควรพลาด เพราะนอกจาก มือถือ ราคาถูกมากมายแล้ว ยังมีสินค้า Accessories ลดราคามากมายด้วยครับ   นอกจากโปรโมชั่นที่ว่ามาแล้ว ภายในงานจะมีช่วง Flash Sale หรือไม่ก็นาทีทอง ที่จะมีสินค้าลดราคามากกว่า 80% อีกมากมายเลยด้วย ซึ่งพวกนั้นคิดว่าทุกคนต้องลองไปเดินเล่นในงานกันดูเองครับ โดย COMMART XTREME จะจัดขึ้นจนถึงวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2020 นี้ ที่ไบเทคบางนา สุดสัปดาห์นี้ใครว่างก็สามารถไปเดินเล่นกันได้ครับ
26 Nov 2020
Cyberpunk 2077: ความเห็นเพิ่มเติมจากสื่อที่ลองเล่น ตอบคำถามสุดร้อนแรงจากผู้เล่น 11 ข้อ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ทางผู้พัฒนา CD PROJEKT RED ได้ออกอากาศรายการ Night City Wire #5 จนจบ ก็มีสื่อมวลชนจากต่างประเทศหลายๆ สำนักที่เริ่มตีพิมพ์บทความพรีวิวเกม Cyberpunk 2077 ที่บอกเล่าประสบการณ์และความรู้สึกของสื่อมวลชนเหล่านี้ หลังจากที่ได้มีโอกาสทดลองเล่นเกมกันไปถึงคนละ 16 ชั่วโมงเต็ม หนึ่งในสื่อที่ออกมาบรรยายความรู้สึกดังกล่าวก็คือเว็บข่าวเกมชื่อดัง IGN โดยแม้ว่าในบทความดังกล่าวจะกล่าวถึงเกมไปแล้วในหลายแง่มุม (อ่านสรุปความเห็นสื่อมวลชนได้ที่ > ลิงค์) แต่ก็ยังมีประเด็นร้อนแรงมากมายที่ผู้เล่นอยากจะได้คำตอบ แต่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความของเว็บ เพื่อตอบคำถามคาใจของเกมเมอร์ ผู้สื่อข่าวที่ได้ทดลองเล่นเกมคุณ Tom Marks จึงได้ปล่อยคลิปวิดีโอตอบคำถามสุดฮ๊อตจากฝั่งผู้เล่นมากถึง 11 ข้อด้วยกัน จะมีข้อมูลอะไรน่าสนใจบ้าง ไปอ่านบทสรุปของ GameFever ได้เลย! การขับรถรู้สึกอย่างไร? สำหรับประเด็นแรกที่พูดถึงคือเรื่องของการขับรถ โดยผู้เล่นหลายคนตั้งคำถามถึงความรู้สึกของการขับรถในเกมว่าทำออกมาได้ดีแค่ไหน คุณ Tom กล่าวว่าเขาไม่ได้รู้สึกว่าการขับรถในเกมมีความโดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ คือไม่ได้จะบอกว่าไม่ดี แต่ก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนเกมขับรถตรงๆ คุณ Tom กล่าวว่าเขาชอบรายละเอียดภายในของรถแต่ละคันมาก เพราะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างรถแต่ละรุ่น ในแง่ของความเร็ว คุณ Tom กล่าวว่ารถที่เขาได้ขับในช่วงต้นๆ ของเกมนั้นค่อนข้างอืดอาดมาก แต่พอเล่นไปซักพัก เขาก็มีโอกาสขโมยรุสปอร์ตราคาแพงมาใช้ และทำให้การขับรถรู้สึกเร็วขึ้นเยอะ คุณ Tom บอกว่าเขาชอบการขับรถมอเตอร์ไซค์มากกว่ารถยนตร์ เพราะมันมีความคล่องตัวสูงกว่า ทำให้สามารถขับรถซอกแซกตามถนนหนทางของเมือง Night City ได้ดีกว่า  ถนนในเกมจะโล่งๆ ร้างๆ เหมือนที่เห็นในตัวอย่างไหม? จากตัวอย่างเกมเพลย์หลายๆ คลิปที่ปล่อยออกมา มีฉากหลายฉากที่แสดงให้เห็นถนนของเมือง Night City ที่แลดูโล่งๆ ไม่ค่อยมี NPC หนาตาเหมือนในตัวอย่างที่ปล่อยออกมาแรกๆ ทำให้ผู้เล่นหลายคนเป็นห่วงว่าเมืองของเกมตัวเต็มจะร้างแบบเดียวกันไหม? คุณ Tom กล่าวว่าเขารู้สึกว่าความรู้สึก "ร้างๆ โล่งๆ" ที่ว่านี่น่าจะเป็นเหตุมาจากคลิปตัวอย่างซะเองมากกว่าตัวเกม เพราะจากที่เขาเล่นมา เขาบอกว่าแม้จะมีบางพื้นที่ในเมือง (เช่นบริเวณชานเมืองหรือเขต Badlands) อาจจะไม่ค่อยมีคนมาก แต่ในเขตกลางเมือง หรือตามสถานที่อย่างตลาดหรือย่านการค้า ก็ยังมี NPC เดินกันขวักไขว่ไปหมดแน่นอน คุณ Tom ก็กล่าวด้วยว่าแต่ละเขตในเกมจะมีตัวตนที่แตกต่างกันอย่างมาก ทำให้คุณ Tom ไม่ได้รู้สึกขัดที่เกมบางเขตไม่ได้มีผู้คน ทั้งนี้ คุณ Tom ก็มีข้อตำหนิเล็กน้อย โดยเขาบอกว่าแม้ในบางฉากจะมีผู้คนและร้านค้ามากมาย แต่มักจะมีเพียงส่วนน้อยที่ผู้เล่นจะสามารถเข้าไปปฏิสัมพันธ์ด้วยได้จริงๆ และส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนเพียงของประกอบฉากเท่านั้น ซึ่งคุณ Tom บอกว่าแอบรู้สึกผิดหวังกับจุดนี้ แต่ก็คงไม่ถึงกับใช้คำว่าโลกของเกมมัน "ร้าง" ไปเลยเช่นกัน มีอาคารที่เราสามารถเข้าไปสำรวจได้มากน้อยแค่ไหน? สำหรับคำถามนี้ คุณ Tom ตอบตรงๆ เลยว่ามีอยู่ "ไม่มาก" กระทั่งอาคารที่เราสามารถเข้าไปได้ (เช่นตึกอพาร์ตเมนต์ของ V) ก็ใช่ว่าเราจะสามารถสำรวจอาคารทั้งอาคารได้อย่างอิสระ โดยในตัวอย่างของตึกอพาร์ตเมนต์ เขาบอกว่าเราจะสามารถเลือกสำรวจได้จริงๆ เพียง 2-3 ห้องเท่านั้น แต่คุณ Tom กล่าวว่าเมื่อได้เล่นจริงๆ เขาก็ค้นพบว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดหวังกับจุดนี้เท่าไหร่ เพราะ 1. เขารู้สึกว่าผู้เล่นไม่น่าจะมีเหตุผลให้ต้องเข้าไปในอาคารส่วนใหญ่ๆ ที่ตั้งอยู่ในเมือง Night City และ 2. เขาพบว่าอาคารหลายอาคารที่เขาเข้าไปไม่ได้ มักจะมีประตูที่ถูกล๊อคเอาไว้ ทำให้เขาเชื่อว่าเราจะสามารถเข้าไปในตึกเหล่านี้จนได้ในภายหลัง โดยอาจจะต้องเข้าไปเพื่อทำภารกิจเฉพาะ กล่าวโดยสรุป คุณ Tom บอกว่าแม้ว่าผู้เล่นจะ "ไม่สามารถเดินเข้าตึกไหนก็ได้" อย่างอิสระ แต่ภารกิจทั้งหลายในเกมก็อาจจะ "ส่งผู้เล่นเข้าไปในตึกไหนก็ได้" ทุกเมื่อเหมือนกัน ซึ่งแม้จะไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว แต่ในทางปฏิบัติเขาพบว่าไม่ได้เป็นปัญหาอะไรกับการเล่น และทำให้เกมมีโอกาสพาผู้เล่นเข้าไปสำรวจมุมใหม่ๆ ในเขตเดิมๆ ได้ตลอด การต่อสู้ระยะประชิดเป็นอย่างไร? คุณ Tom กล่าวว่าสำหรับเขา การต่อสู้ระยะประชิดในเกมอยู่ในระดับที่ "พอใช้" เท่านั้น แต่เขาก็รีบเสริมว่าโดยส่วนตัวแล้วเขาก็ค่อนข้าง "เฉยๆ" กับระบบต่อสู้โดยรวมอยู่แล้วเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ ซึ่งการต่อสู้ระยะประชิดก็รวมอยู่ในนั้นด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้จะบอกว่าการต่อสู้ระยะประชิด (หรือการต่อสู้โดยรวม) จะไม่สนุก แต่อาจจะเป็นจุดที่โดดเด่นน้อยกว่าจุดอื่นๆ เขาได้ค้นพบดาบคาตะนะเล่มหนึ่งระหว่างที่เล่น และเขาสนุกกับการใช้มันมากๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาสามารถผนวกระบบสกิลและระบบการปรับแต่งร่างกาขเข้าไปเพื่อเอื้อต่อการเล่นดาบโดยตรงมากขึ้น ระบบต่อสู้ระยะประชิดของเกมค่อนข้างเรียบง่าย มีการโจมตีหนัก-เบา / มีการปัดป้องการโจมตีศัตรูด้วยการกดป้องกันให้ถูกจังหวะ / ฯลฯ เกมจะมีกิจกรรมการต่อสู้มือเปล่าให้ทำเต็มไปหมด แม้เขาจะไม่ได้มีโอกาสลองเล่นกับระบบการต่อสู้ประชิดมากนัก และคุณ Tom ก็ไม่ได้รู้สึกว่าระบบการต่อสู้ระยะประชิดของเกมในขณะนี้ "ลึก" พอจะทำให้เขาเลือกเล่นตัวละครสายประชิดไปเลย แต่เขาก็คิดว่าระบบต่อสู้ของเกมถือเป็นรากฐานที่ดี ที่สามารถต่อยอดไปได้อีกมากเมื่อเล่นเกมไปเรื่อยๆ ทางเลือก Lifepath ของผู้เล่นส่งผลต่อเกมมากไหม? คุณ Tom บอกว่าการเลือก Lifepath เป็นตัวเลือกที่ส่งผลใหญ่หลวงต่อเกมแน่นอน โดยเขายกตัวอย่างว่าเขาเองเลือกเล่นเป็น Corpo ทำให้ได้รับตัวเลือกบทสนทนามากขึ้นเมื่อคุยกับ NPC ชนิดนักธุรกิจ ทำให้สามารถคลี่คลายปัญหาต่างๆ ได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ไม่คิดว่ามันเป็นทางเลือกที่ต้องคิดอะไรมาก อย่างน้อยก็จากระยะเวลา 16 ชั่วโมงที่เขาได้เล่นเกม แต่ไม่รู้ว่าถ้าเล่นไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีผลมาขึ้นไหม ในขณะเดียวกัน คุณ Tom ยอมรับว่าถ้าเขาเลือกเล่น Lifepath อื่นๆ อาจจะทำให้เหตุการณ์หลายอย่างที่เขาพบดำเนินไปอีกแบบหนึ่งอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้ แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นทางเลือกที่ใหญ่หลวงมากจนทำให้แต่ละ Lifepath แตกต่างกันราวกับเป็นคนละเกมไปเลยเช่นกัน การปรับแต่งหน้าตาหรือเสื้อผ้าของตัวละครจะส่งผลต่อเกมหรือไม่/แค่ไหน? คำตอบคือไม่มาก (หรือไม่เลย) โดยคุณ Tom กล่าวว่าเขามักจะบอกกับเพื่อนๆ สื่อมวลชนเสมอว่าให้ใส่ใจเลือกเล็บของตัวละครให้ดีๆ เพราะมันคืออวัยวะที่คุณจะได้เห็นบ่อยที่สุดแล้วในเกม แม้จะได้เห็นหน้าตาตัวละครทุกครั้งที่เข้าเมนูเพื่อสวมใส่เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ แต่เกมก็ไม่มีคัตซีนมุมมองบุคคลที่ 3 ให้เราเห็นตัวละครของเราเดินไปมาแต่อย่างใด จึงอาจจะบอกได้ว่ารูปลักษณ์ของตัวละครจะไม่ได้มีผลต่อเกมมากขนาดนั้น ระบบคลาสในเกมเป็นอย่างไร? สามารถเลือกผสมความสามารถข้ามสายได้มากน้อยแค่ไหน? ระบบ Perk และ Skill จะเป็นการเพิ่มตัวเลขเป็น % เฉยๆ หรือจะสามารถเปลี่ยนวิธีการเล่นไปเลย? คุณ Tom ยอมรับว่าด้วยระยะเวลาอันจำกัดที่เขาได้ทดสอบเกม ทำให้เขาไม่ได้ใช้เวลาไปกับการสำรวจระบบสกิลอย่างลึกซึ้งนัก เขาอธิบายว่าเกมนี้จะไม่ได้มีระบบคลาสตายตัวเหมือน RPG ทั่วไป แต่จะเน้นการเลือกอัปทักษะหรือสกิลที่ต้องการไปเลย ทำให้เป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นมาก นอกจากนี้ เกมยังมีระบบที่จะมอบค่าประสบการณ์ให้กับสกิลหรือความสามารถที่เราใช้บ่อยๆ โดยอัตโนมัติด้วย ในกรณีของคุณ Tom เขาเริ่มเล่นเกมด้วยการเน้นค่าสถานะ Body ที่เน้นความแข็งแรงทนทานของร่างกายโดยตรง แต่เมื่อเขาเล่นไปเรื่อยๆ เขากลับพบเขาใช้สกิล Hacking บ่อยมาก และเห็นว่า Perk สาย0 Hacking ของเขาก็ได้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นไปด้วยแม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจอัปเองก็ตาม ในส่วนของ Perk คุณ Tom ยอมรับว่ามีบางส่วนที่เป็นเพียงการเพิ่มตัวเลขเป็น % เท่านั้น (เช่นรับความเสียหายน้อยลง 10% เป็นต้น) แต่ก็มี Perk ที่ส่งผลต่อเกมเพลย์โดยตรงเช่นกัน คุณ Tom ยกตัวอย่าง Perk หนึ่งที่อยู่ในหมวดของค่าสถานะ 'Cool' ที่ชื่อว่า Cold Blooded ที่จะมอบบัฟให้ผู้เล่นทุกครั้งที่ฆ่าศัตรูได้ โดยเราสามารถเลือกอัป Perk อื่นๆ ผสมกันเพื่อทำให้บัฟ Cold Blooded แสดงผลเปลี่ยนไปได้ เช่น Perk หนึ่งอาจจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ อีก Perk อาจเพิ่มความเร็วในการเติมกระสุน โดยแม้จะฟังดูเหมือนเป็นความสามารถติดตัวมากกว่า แต่ก็เป็นการเพิ่ม "วิธีเล่น" หรือ "ระบบใหม่" ที่ไม่มีมาก่อนถ้าคุณไม่ได้อัปมันเช่นกัน ทำไมคุณถึงดูจะไม่ค่อยถูกใจระบบการยิงปืนในเกมเลย? ประเด็นหนึ่งที่คุณ Tom กล่าวถึงในบทความของเขา คือเขาไม่ได้รู้สึกประทับใจกับระบบต่อสู้หรือยิงปืนเป็นพิเศษ คุณ Tom ขยายความว่าในขณะที่เขายังไม่ได้เข้าถึงระบบการพัฒนาตัวละครหรืออาวุธขั้นสูง เขารู้สึกว่าระบบยิงปืนค่อนข้าง "เฉยๆ" เมื่อวัดด้วยมาตรฐานของเกม FPS ทั่วไป ไม่ได้ดีหรือแย่เป็นพิเศษอะไรเลย เขาพบว่าศัตรูในเกมตายค่อนข้างยาก แถมปืนช่วงต้นๆ ยังถีบแรงเป็นม้าจนยิงลำบาก แต่เขาบอกว่าข้อตำหนิในใจเขาค่อยๆ มลายหายไปเมื่อเขาเริ่มเข้าถึงระบบพัฒนาตัวละครทั้งหลายที่กล่าวถึงไป ที่มอบทางเลือกในการเล่นมากขึ้น จนไม่รู้สึกว่าเกมสามารถจำกัดความด้วยมาตรฐานของ FPS ได้อีกต่อไป เขาสรุปว่าเขาคงยังไม่สามารถวิจารณ์ระบบอย่างจริงจังได้ในขณะนี้ และคิดว่าเป็นเรื่องที่แต่ละคนน่าจะต้องลองเล่นเองมากกว่าจึงจะเข้าใจ ระดับความยากของเกมเป็นอย่างไร? เกมจะแบ่งระดับความยากให้เลือกทั้งหมด 4 ระดับ ตั้งแต่ระดับ Story ที่ปรับเกมให้ง่ายสำหรับคนที่ต้องการเสพเนื้อเรื่องอย่างเดียว ไปจนถึงระดับ Hard และ Very Hard คุณ Tom กล่าวว่าเขาเล่นเกมในระดับปกติหรือ Normal ซึ่งเขาบอกว่ามีจังหวะที่รู้สึกว่าเกมท้าทายเรา และบังคับให้เราต้องใช้สมองในการแก้ปัญหาจริงๆ เกมเปิดช่องให้เราทำผิดพลาดไม่มาก และคุณ Tom บอกว่าเขามักจะกด Quick Save ทุกครั้งก่อนการต่อสู้เพราะรู้ว่าสามารถพลาดพลั้งได้เสมอ ไม่ว่าจะในแง่ของการต่อสู้หรือตัวเลือกบทสนทนาหลังการต่อสู้ แต่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับภารกิจด้วย เพราะบางภารกิจก็อาจจะพาเราไปยังเขตที่มีศัตรูระดับสูงๆ ในขณะที่บางภารกิจก็อาจจะวนเวียนอยู่แต่ในเขตระดับต่ำ ทำให้มีความหลากหลายในระดับความยากของเกม Pacing ของเกมเป็นอย่างไรถ้าเปรียบเทียบกับ Red Dead Redemption 2? *Pacing หมายถึงจังหวะหรือ "ความเร็ว" ในการดำเนินเรื่อง คุณ Tom ออกตัวก่อนว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ชอบเกม Red Dead Redemption 2 ขนาดนั้น แม้เขาจะยอมรับว่ามันเป็นเกมที่สุดยอดในแง่ของกราฟิก แต่คุณ Tom ก็รู้สึกว่าเกมมี Pacing ที่ช้ามากเกินไปจนเขาเล่นเกมไม่ค่อยสนุกเลย เขาบอกว่า CP2077 ไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้นกับเขาแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะบอกว่าเกมมี Pacing ค่อนข้างยืดยาด แต่มันเป็นความยืดยาดแบบ RPG คลาสสิคมากกว่า โดยเขาเปรียบเทียบกับเกมอย่าง Divinity: Original Sin ที่ให้ผู้เล่นใช้เวลาอยู่ในเมืองเริ่มต้นหลายชั่วโมงกว่าจะได้ออกสู่โลกกว้าง ทั้งนี้ เขาไม่ได้จะบอกว่า CP2077 จะช้าขนาดนั้น (เพราะไม่งั้นก็คงช้าไปเหมือนกัน) แต่มันเป็น "ความรู้สึก" แบบเดียวกันมากกว่า กล่าวคือเกมไม่ได้เพ่งไปสนใจฉากแอ๊คชั่นเลือดพล่านสาดกระสุนเพียงอย่างเดียว แต่มักจะให้เวลากับการสร้างโลกหรือตัวละครในมุมเงียบๆ มากกว่า ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะสื่อในบทความ เกมจะมีเนื้อหาที่เปิดให้เล่นซ้ำได้เรื่อยๆ บ้างไหม? หรือว่าเป็นเกมที่มีเนื้อหาจำกัดและเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำทุกอย่างจนครบได้? คุณ Tom กล่าวว่าเขาเพิ่งเล่นเกมไปเพียง 16 ชั่วโมง จึงยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้จริงๆ เขาบอกว่าจากที่เขาเล่นมาเอง ยังไม่พบอะไรในลักษณะนั้น แต่ก็ไม่แน่ว่าพอเล่นไปเรื่อยๆ อาจจะมีอยู่ได้เช่นกัน ขอบคุณเนื้อหาดั้งเดิมจาก: IGN
25 Nov 2020
ความรู้สึกหลังเล่น Summoners War: Lost Centuria จากเกมเทิร์นเบส สู่การต่อสู้แบบเรียลไทม์
หนึ่งในเกมที่น่าสนใจมากๆ สำหรับเกมใหม่จากซีรีส์ Summoners Wars โดยใช้ชื่อว่า Summoners War: Lost Centuria ที่ปรับเปลี่ยนแนวเกมจากภาคก่อนๆ ที่เป็นแนว Turn Based ให้กลายเป็นแนว Timing Based ซึงเดี๋ยวเรามาเจาะลึกกันว่าแนวเกมนี้จะเป็นอย่างไร พร้อมทั้งยังมีจุดเด่นเรื่องของการต่อสู้ 8v8 ที่สามารถเลือกจัดทีมได้อย่างอิสระ ซึ่งทางเรา GameFever ได้เข้าไปลองเล่นมาแล้วครับ และจะมาพูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้สัมผัสมา Casual ผสม RPG Summoners War: Lost Centuria คือเกมที่ผสมความเป็นเกม Casual กับเกม RPG เข้าไปได้อย่างดี เพราะว่าตัวเกมจะมีทั้งโหมดการเล่นคนเดียวต่อสู้กับบอทก็ได้ หรือถ้าหากใครคิดว่าเล่นกะบอทมันไม่เร้าใจ ตัวเกมยังมีโหมดดวล ที่จะสามารถ Matchmaking กับผู้เล่นท่านอื่น เอาชนะและทำการไต่ Rank ให้สูงขึ้นได้ และถ้าคุณสามารถไต้ได้ถึง Rank สูงๆ ตัวเกมก็จะมีของรางวัลดีๆ ให้คุณไปครอบครอง ซึ่งส่วนตัวรู้สึกน่าสนใจกับระบบนี้พอสมควร เพราะมันเปลี่ยนอารมณ์ได้ดีเลยทีเดียว เพราะบางคนอาจจจะรู้สึกเบื่อถ้าหากจะให้สู้อยู่แค่กับบอทอย่างเดียว แถมบอทเกมนี้ค่อนข้างยากอยู่พอสมควร เราจะต้องจัดทีมให้ดีในการผ่านแต่ละด่าน Timing Based หลายๆ คนน่าจะอยากรู้แล้วว่า คำว่า Timing Based เนี่ยมีนคืออะไร ซึ่งเกมเพลย์แนวนี้มันก็คือการผสม Real - Time Attack บวกกับการกดใช้สกิล โดยยูนิตของเราและศัตรูจะเผชิญหน้ากันโดยการโจมตีแบบออโต้ แต่การใช้สกิลเราจะต้องกดเองเท่านั้น ซึ่งการแพ้ชนะเอามันก็ขึ้นอยู่กับเราด้วย พร้อมทั้งหลักการใช้สกิลนั้นแต่ละสกิลจะมีแต้มมานาที่เราต้องเสีย ซึ่งมานาจะค่อยๆ ขึ้น (เต็ม 10 แต้ม) เราจะต้องใช้สกิลให้อย่างคุ้มค่าและเหมาะสมที่สุด และจุดเด่นของเกมเพลย์ที่น่าจะเป็นไฮไลท์ของเกมนี้เลยก็คือระบบ Counter Attack ที่ถ้าหากว่าเราทำการกดสกิลสวนไปในขณะที่ศัตรูกดสกิลพอดี คาถาของเราที่ Counter จะทำงานก่อนศัตรูนั่นเอง ซึ่งนี่ถือเป็นระบบช่วงชิงจังหวะที่น่าสนใจมากๆ ข้อสังเกตุเดียวในความคิดของผู้เขียนที่ติดใจก็คือ เกมนี้ไม่ได้มีระบบโจมตีออโต้โจมตี ทำให้การเล่นทุกครั้งเราจะต้องเล่นมือทั้งหมด ซึ่งมันอาจจะเป็นข้อดีนะ แต่มันก็ไม่เอื้อต่อผู้เล่นที่ทำงานไปด้วยเล่นไปด้วยได้ ถ้าคุณจะเล่นเกมนี้คุณอาจจะต้องโฟกัสกับมัน (แอบเล่นในที่ทำงานไม่ได้มาก 55555) 8v8 โดยเกมนี้เราจะสามารถนำทีมไปรบได้มากถึง 8 ตัวละครเลยทีเดียว แถมว่ายูนิตแต่ละตัวจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน บางตัวเป็นตัวฮีล บางตัวเป็นตัวตีหมู่ หรือบางตัวเป็นตัวโจมตีเดี่ยวที่รุนแรง และยังมีระบบธาตุขอตัวละครจะประกอบไปด้วย ไฟ น้ำ ลม แสง และมืด ที่จะแพ้ทางกันไป รวมถึงแต่ละตัวยังมีค่าพลังที่ไม่เหมือนกันอีก บางตัวโจมตีแรง หรือบางตัวเลือดเยอะเหมาะจะนำไปยืนเป็นตัวแทงค์ ซึ่งระบบของเกมนี้ค่อนข้างน่าสนใจมากๆ เลยนะครับ แต่ก็มีข้อสังเกตุอยู่บ้างในเรื่องของการที่ตัวละครมีให้เลือกเข้าทีมมากกว่า 8 ตัวละคร ทำให้การเล่นมันค่อนข้างโฟกัสตัวละครได้ยากและดูชุลมุลไปนิด และเนื่องจากที่ตัวละครมันเยอะทำให้เราจะต้องอัพเกรดตัวละครทุกตัวซึ่งมันอาจจะต้องใช้เวลา หรือทรัพยากรที่มากหน่อย สรุป โดยรวมแล้ว Summoners War: Lost Centuria ถือว่าเป็นเกม RPG ที่สร้างความแปลกใหม่ได้อย่างดีมากๆ เพราะระบบ Timing Based ที่ค่อนข้างน่าสนใจ และเราจะต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ ในการผ่านด่านแต่ละครั้ง รวมถึงใครที่เป็นแฟนเกม Summonners War ตัวละครที่ท่านรู้จักและหลงรักนั้นกลับมาครบแน่นอน ส่วนข้อสังเกตุก็เป็นอย่างที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั่นคือเนื่องจากระบบที่เป็น 8v8 อาจจะทำให้การเล่นดูชุลมุนไปนิด และการอัพเกรดตัวละครอาจจะต้องใช้ทรัพยากรมาก (แต่เกมนี้มีแจกของเยอะมากเช่นกัน) พร้อมทั้งตัวเกมมีความเป็นเกม Casual ที่เราจะต้องต่อสู้กับผู้เล่นที่เป็นคนด้วยกัน ระบบออโต้เลยไม่ได้ถูกใส่เข้ามา จึงทำให้เกมนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเกมที่เล่นตอนเวลาทำงาน แต่อาจจะเป็นเกมที่เล่นฆ่าเวลา (แวปมาเล่นซัก 2-3 นาทีซักตานีงอะไรแบบนี้)
25 Nov 2020
《สแลมดังก์ SLAM DUNK》เปิดให้บริการบนระบบ iOS และ Android แล้ววันนี้
"สแลมดังก์ SLAM DUNK" เกมมือถือบาสเก็ตบอลแบบเรียลไทม์ของ DeNA  เปิดให้บริการบนระบบ IOS และ Android ในวันนี้ (25) ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดและมาร่วมสนุกไปด้วยกัน พร้อมร่วมกิจกรรมฉลองเปิดเซิร์ฟอีกมากมาย ซึ่งเกม "สแลมดังก์ SLAM DUNK" มีโหมดเกมและเนื้อเรื่องที่หลากหลาย มาย้อนวันรำลึกถึงการ์ตูนสแลมดังก์ไปด้วยกัน และเติมเต็มความฝันในการเป็น "แชมป์ระดับประเทศ"! แจกของขวัญฉลองผู้เล่นลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุล้าน อันดับแรกขอขอบคุณผู้เล่นที่รอคอยการมาของเกมนี้อย่างน่ารักและใจเย็น ขณะนี้​มีจำนวนผู้เล่นที่ลงทะเบียนล่วงหน้ามากกว่าหนึ่งล้านคนแล้ว ผู้เล่นจะได้รับแพ็คเกจของขวัญที่ทางทีมงานจัดเตรียมไว้ให้ กิจกรรมพิเศษฉลองเปิดเซิร์ฟ ดาวน์โหลดเกมจะได้รับข้อมูลซากุรางิ ฮานามิจิ ดาวน์โหลดเกมและเล่นถึง LV.8 รับทันทีข้อมูลซากุรางิ ฮานามิจิ กิจกรรมรับน้องใหม่ ทำภารกิจใหม่ทุกวันหลังจากสร้างโปรไฟล์ผู้เล่นสำเร็จ สะสมคะแนนจากการทำภารกิจเพื่อรับข้อมูลรุคาว่า คาเอเดะ และไอเทมพัฒนาตัวละครมากมาย! รูกี้รุคาว่า คาเอเดะ   3. รางวัลล็อกอิน7วันสำหรับผู้เล่นใหม่ ล็อกอินสะสมครบ 7 วันเพื่อรับรางวัลมากมาย รวมถึงข้อมูลอาคางิ ทาเคโนริ และข้อมูลมูราซาเมะ เคนโงะ ยังไม่พอ! เลือกรับชุดฝึกซ้อมเฉพาะทาเคโนริ หรือชุดฝึกซ้อมเฉพาะโคงุเระได้อีกด้วย! กิจกรรมวงล้อไพ่ตายเรียวนัน ลุ้นรับบัตรฝึกนักบาสและบัตรฝึกซ้อมสกิลจำนวนมาก อีกทั้งมีโอกาสได้รับคริสตัลตำนาน ซึ่งสามารถใช้แลกรับไพ่ตายเรียวนัน ข้อมูลเซนโด อากิระ และ บัตรฝึกเซนโด ไพ่ตายเรียวนัน-เซนโด อากิระ ลิขสิทธิ์แท้ เนื้อเรื่องดั้งเดิม "สแลมดังก์ SLAM DUNK" เป็นเกมบาสเก็ตบอลมือถือที่ได้รับลิขสิทธิ์แท้จาก Toei Animation เนื้อเรื่องเล่าถึงเรื่องราวที่ซากุรางิ ฮานามิจิเริ่มต้นชีวิตนักกีฬาบาสเก็ตบอล ดิ้นรนต่อสู้อย่างหนักร่วมกับเพื่อน ๆ เพื่อชิงแชมป์ประเทศ ย้อนชมคัตซีนสวย ๆ ได้จากการใช้ท่าไม้ตายของตัวละครแต่ละตัวในระหว่างการแข่งขัน ท้าทายด้วยระบบการเล่นแบบใหม่ อัปเกรดพรสวรรค์ ผู้เล่นสามารถบังคับตัวละครให้ใช้สกิลหรือท่าไม้ตายที่ได้รับการออกแบบตามการ์ตูนต้นฉบับได้ดั่งใจชอบ ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสการ์ตูนเรื่องโปรดจนหายคิดถึง พร้อมกันนี้ยังมีสกิลใหม่ ๆ เช่น เจลลี่เลย์อัพ, ยูโรสเต็ป เป็นการผสมผสานความทรงจำสุดสนุกกับการพัฒนาในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้อย่างลงตัวจริง ๆ ผู้เล่นสามารถฝึกฝนเพื่อเพิ่มสกิลระดับสูงผ่านระบบพรสวรรค์ สร้างตัวละครในแบบฉบับของคุณเอง ตะลุยแรงค์เกม ชิงแชมป์ประเทศ  "สแลมดังก์ SLAM DUNK" เป็นเกมแข่งขันบาสเก็ตบอลแบบเรียลไทม์ ผู้เล่นสามารถร่วมทีมกับผู้เล่นคนอื่น ๆ เพื่อแข่งขันผ่านโหมดจับคู่ทั่วไปหรือไต่แรงค์ โดยแบ่งออกเป็น 9 แรงค์ เช่น สำรองชั้นเยี่ยม ตัวหลักสำคัญ สแลมดังก์ เป็นต้น โดยแต่ละซีซั่นจะใช้เวลาแข่งประมาณ 2 เดือน ก่อนจะรีเซ็ตเพื่อเข้าสู่ฤดูกาลถัดไป เลือกโซนเกียรติยศของตนเอง และสนุกสุดมันส์กับการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นที่หนึ่งกับผู้เล่นอื่น ๆ อีกมากมาย ตัวละครดัง พากย์ญี่ปุ่น – อังกฤษ นอกจากเนื้อเรื่องคลาสสิกและตัวละครดังแล้ว "สแลมดังก์ SLAM DUNK" ยังมีเสียงพากย์ภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนได้อย่างอิสระ สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม แผนในอนาคตของ สแลมดังก์ SLAM DUNK ทีมงานมีแผนจัดการแข่งขันบาสเก็ตบอลออนไลน์อย่างต่อเนื่อง  สร้างบรรยากาศการแข่งขันอีสปอร์ตสุดสนุกและเร้าใจ พร้อมทั้งจะมีการปล่อยตัวละครใหม่ ๆ ออกมาอีกมากมาย อาทิ ฟูจิมะ เคนจิ, ฮานางาตะ โทรุ และซากุรางิหัวเกรียน เป็นต้น  และจะมีระบบศึกสุดยอดสำหรับให้ยอดฝีมือทั้งหลายได้มาประชันกันอย่างดุเดือด กรุณาติดตามข่าวล่าสุดของ "สแลมดังก์ SLAM DUNK" ได้จากเว็บไซต์และ Facebook Fan Page ทางการ ดาวน์โหลด《สแลมดังก์ SLAM DUNK》ผ่าน App Store https://apps.apple.com/app/id1501672902  ดาวน์โหลด《สแลมดังก์ SLAM DUNK》ผ่าน Play Store https://play.google.com/store/apps/details?id=com.denachina.g63002013.android  Facebook Fan Page สแลมดังก์ SLAM DUNK https://www.facebook.com/SLAMDUNKGLOBAL 
25 Nov 2020
ไกด์เกม Godfall อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี
ก่อนหน้านี้เกวลินได้นำเสนอไกด์แนะนำเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software เกี่ยวกับค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลทั้งหมดของตัวละครภายในเกม ใครที่กำลังเตรียมเล่นเกมนี้ก็สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ คลิกที่นี่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ “ชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate” ซึ่งมันคือไฮไลท์หลักของเกมนี้เลยก็ว่าได้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักชุดเกราะเหล่านี้กันว่า มันมีคุณสมบัตพิเศษอะไรบ้าง! อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn   ก่อนที่เราจะไปรู้จัก “ชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate” ทั้ง 12 ชุดเรามาดูเรื่องราวความเป็นมาของชุดเกราะนี้กันหน่อยค่ะ ภายในเกม Godfall จะพูดถึงผู้เล่นที่เป็นอัศวินวาลอเรียนกลุ่มสุดท้ายที่จะต้องสวมชุดเกราะในตำนานที่เรียกว่า “Valorplate” ส่งผลทำให้นักรบที่ปกติก็แข็งแกร่งอยู่แล้วกลายเป็นนักรบที่มีพลังดุจเทียบเท่าพระเจ้ากันเลยค่ะ โดยแต่ละชุดเกราะก็จะอ้างอิงจาก 12 จักรราศีทำให้แต่ละชุดมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป แล้วชุดเกราะแต่ละชิ้นเราจะต้องรวบรวมวัตถุดิบตามที่ชุดเกราะต้องการก่อนถึงจะสามารถสร้างขึ้นมาเพื่อสวมใส่ได้ ซึ่งรายละเอียดแต่ละชุดเกราะมีดังต่อไปนี้ค่ะ ชุดเกราะ Silvermane ชุดเกราะชนิดนี้เป็นชุดเกราะตั้งแต่เริ่มต้นของเกมนี้ เป็นชุดเกราะที่เหมาะอย่างมากในช่วงเริ่มเกมสำหรับคนที่ลังเลว่าจะใช้ชุดเกราะไหนดีนะแบบตั้งแต่ต้นเนื้อเรื่องจนจบเนื้อเรื่องหลัก เกวลินมองว่าชุดเกราะนี้ดูจะสมเหตุ สมผลมากที่สุด สาเหตุเป็นเพราะคุณสมบัติพิเศษของชุดเกราะนี้นั่นเองค่ะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มความเร็ว 10% ในการชาร์จท่าพิเศษของอาวุธแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques, Shield และ Polarity Attacks คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - อัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมา 3 ตนเพื่อช่วยเราโจมตีศัตรูชั่วคราว ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มความเร็ว 300% ในการชาร์จท่าพิเศษของอาวุธแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques, Shield และ Polarity Attacks แล้วก็เพิ่มพลังโจมตี 30% ให้กับรูปแบบการโจมตี Weapon Techniques, Shield Abilities และ Polarity Attacks วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ไม่ต้องใช้เพราะปลดล็อคให้ตั้งแต่เริ่มเกม ชุดเกราะ Phoenix ชุดเกราะชนิดนี้เราจะเห็นว่าเธอปรากฎตัวอยู่ในตัวอย่างเกมคู่กับ Silvermanew ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ชุดเกราะของเธอผู้ที่สวมใส่จะได้รับพลังแห่งไฟที่จะทำให้ทุกครั้งที่เราโจมตีศัตรูมีโอกาสที่จะติดสถานะไฟไหม้ที่จะค่อย ๆ ลดพลังชีวิตของศัตรูทีละนิด ๆ  คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะไฟไหม้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจด้วยธาตุไฟ 30 แต้ม ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะไฟไหม้, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะไฟไหม้ และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุไฟ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Greyhawk ชุดเกราะชนิดนี้เราจะเห็นว่าเขาปรากฎตัวอยู่คู่กับ Silvermanew และ Phoenix เป็น 3 อัศวินที่จะต้องปกป้องดินแดนของตน ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ความพิเศษของชุดเกราะนี้จะอยู่ตรงที่ความสามารถพิเศษที่สร้างความเสียหายที่น่ากลัวเป็นอย่างมากค่ะ เพราะมันสามารถลดพลังชีวิตในความสามารถที่ภายในเกมเรียกว่า “Soulshatter” คือถ้าเราตีปกติหลอดเลือดสีแดงจะมีแถบสีขาวขึ้น แล้วถ้าเราคลิกเมาส์ขวาเพื่อโจมตีเราจะลดพลังชีวิตในแทบสีขาวนั้นทั้งหมด ทำให้ชุดเกราะนี้ถ้าเราจัดออฟชั่นดี ๆ จะกลายเป็นหนึ่งในชุดเกราะที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก! คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มความเสียหาย 10% เพื่อให้หลอดแถบสีขาวยาวขึ้น คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจแบบ Soulshatter ทำให้หลอดแถบสีขาวเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มความเสียหาย 100% เพื่อให้หลอดแถบสีขาวยาวขึ้น และ ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวส่งผลทำให้ศัตรูตัวอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ได้รับผลดาเมจแบบ Soulshatter ด้วยเช่นกัน วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Armistice ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะนี้จะทำให้เขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทำให้การโจมตีศัตรูแต่ละครั้งดาเมจในรูปแบบ “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อหลอดนี้เต็มก็จะทำให้ศัตรูชะงักชั่วขณะแล้วเราก็สามารถสร้างดาเมจได้อย่างต่อเนื่อง คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มพลังโจมตี 10% ในรูปแบบ Breach คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจเล็กน้อย แล้วก็ส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรูเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มพลังโจมตี 50% ในรูปแบบ Breach, สร้างความเสียหาย 100% ให้กับศัตรูที่ถูกทำลายเกราะป้องกัน, สร้างความเสียหาย 100% เมื่อโจมตีในสถานะ Takedown และ เพิ่มความเสียหาย 50% ทุกครั้งที่คุณสามารถทำลายเกราะป้องกัน หรือ โจมตีในสถานะ Takedown วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Crystalline Tear 50 ชิ้น ชุดเกราะ Typhon เมื่อเรามีชุดเกราะ Phoenix ที่เปรียบเสมือนพลังแห่งไฟแล้ว มันก็ต้องมีชุดเกราะที่มีพลังแห่งน้ำสิงสถิตด้วยเช่นกัน ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะแห่งนี้จะสัมผัสถึงความนิ่งสงบในจิตใจ สามารถทำให้ศัตรูเมื่อได้รับการโจมตีจะเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นอีกหนึ่งชุดเกราะที่มีประสิทธิภาพสูงถ้าใช้อย่างถูกที่ถูกเวลา คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงทั้งการเคลื่อนที่และการโจมตี คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวพร้อมอัญเชิญเสาแห่งธาตุน้ำออกมา 3 เสาพร้อมยิงลำแสงสร้างความเสียหายต่อเนื่องจนกว่าพลังจะหมดลง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงทั้งการเคลื่อนที่และการโจมตี, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะหนาวเย็น และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุน้ำ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Crystalline Tear 50 ชิ้น ชุดเกราะ Bulwark จะเรียกว่าเป็นชุดเกราะที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ชื่นชอบการโจมตีแบบไร้ธาตุโดยเฉพาะเลยค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา โดยผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะนี้เมื่อถืออาวุธที่ไม่มีธาตุเขาสามารถฟาดอาวุธนั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดไหล แถมการดีไซน์ชุดเกราะก็ดูเท่และดุดันถูกใจเกมเมอร์อย่างแน่นอนค่ะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวพร้อมอัญเชิญเสาที่โจมตีแบบไร้ธาตุออกมา 3 เสาพร้อมยิงลำแสงสร้างความเสียหายต่อเนื่องจนกว่าพลังจะหมดลง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะเลือดไหล และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นไร้ธาตุ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Moebius ชุดเกราะนี้เปรียบเสมือนชุดเกราะแห่งความมืดเพราะดีไซน์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนปีศาจที่มีสีหน้าดุดัน ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา เมื่อเราสวมชุดเกราะนี้จะมอบพลังแห่งความมืดให้กับเรา ส่งผลทำให้การโจมตีใส่ศัตรูมันก็จะติดสถานะคำสาป แล้วก็ยังทำให้ติดสถานะจากพลังแห่งความมืดไปครอบงําจิตใจของพวกมันอีกด้วย คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะคำสาป คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวพร้อมอัญเชิญเสาที่โจมตีแบบธาตุความมืดออกมา 3 เสาพร้อมยิงลำแสงสร้างความเสียหายต่อเนื่องจนกว่าพลังจะหมดลง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะคำสาป, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะคำสาป และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีธาตุความมืด วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Aetheric Filament 50 ชิ้น ชุดเกราะ Vertigo เป็นชุดเกราะที่มีการดีไซน์ที่แปลกตาพอสมควรเพราะเหมือนเป็นแมลงปีกแข็งขนาดใหญ่ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมชุดเกราะนี้จะได้พลังแห่งสายฟ้ามาอยู่ในกายแถมยังสามารถโจมตีใส่ศัตรูด้วยธาตุลม ทำให้ชุดเกราะนี้มีลูกเล่นที่ไม่เหมือนกับชุดเกราะอื่น ๆ ที่มีแค่ธาตุใด ธาตุหนึ่ง  คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะช็อก ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจด้วยธาตุลม 30 แต้ม ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะช็อก, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะตกใจจากเสียงลมและเสียงฟ้าผ่า และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุลม ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Crystalline Tear 50 ชิ้น ชุดเกราะ Aegishorn ถ้าใครที่มองหาชุดเกราะที่แข็งแกร่งเพื่อใช้ในการยืนชนกับศัตรูที่มีพละกำลังที่สูง เกวลินก็ขอแนะนำชุดเกราะชุดนี้เลยค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะนี้จะได้รับพลังลึกลับบางอย่างที่จะช่วยในเรื่องการลดความเสียหายที่ได้รับจากการโจมตีของศัตรูได้มากกว่าชุดเกราะประเภทอื่น ๆ มันทำให้เขากลายเป็นรถถังเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้ค่ะ แถมการดีไซน์ชุดเกราะก็เท่ใช้ได้เลย คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - ลดความเสียหายจากการได้รับดาเมจทุกอย่างลง 5% คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - อัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมา 3 ตนเพื่อช่วยเราโจมตีศัตรูชั่วคราว ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - ทำให้ผู้เล่นและสมาชิกในทีมได้รับพรพิเศษที่ทำให้ลดความเสียหายจากการได้รับดาเมจทุกอย่างลง 30% และ เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่ในสถานะนี้อยู่แล้วถูกโจมตีเราจะปล่อยกระสุนออกไปโจมตีใส่ศัตรูแถมยังสร้างความเสียหายรอบ ๆ ตัวของศัตรูที่ถูกกระสุนที่เราปล่อยออกไปด้วย วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Aetheric Filament 50 ชิ้น ชุดเกราะ Illumina เป็นหนึ่งในชุดเกราะที่เกวลินชอบมาก ๆ ทั้งชื่อ และ การดีไซน์ของชุดเกราะทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่จะได้รับพลังที่จะทำให้เราสามารถโจมตีศัตรูเข้าถึงจุดอ่อนได้มากกว่าชุดเกราะอื่น ๆ แถมยังมีพลังที่มองเห็นจุดอ่อนของศัตรูแล้วโจมตีบริเวณดังกล่าวเพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้อีกด้วย คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มความเสียหาย 15% เข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจเล็กน้อย พร้อมเผยจุดอ่อนของศัตรูที่ได้รับผลกระทบของคลื่นพลัง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวในทุก ๆ 2 วินาทีพร้อมเผยจุดอ่อนของศัตรูที่ได้รับผลกระทบของคลื่นพลัง, เพิ่มความเสียหาย 40% เข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู และ เมื่อเราฆ่าศัตรูด้วยการโจมตีไปบริเวณจุดอ่อนความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 40% วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Aetheric Filament 50 ชิ้น ชุดเกราะ Mesa เป็นหนึ่งในชุดเกราะที่บอกเลยว่าหน้าตาการออกแบบดีไซน์ชุดเท่ซะไม่มีจริง ๆ ค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมชุดเกราะนี้จะได้รับพลังแห่งธาตุดินแถมยังมีโอกาสที่ศัตรูจะติดสถานะพิษทำให้ลดพลังชีวิตศัตรูอย่างรวดเร็วอีกด้วย  คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะพิษ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวแล้วก็ทำให้ติดสถานะพิษพร้อมสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะพิษ, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะพิษ และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุดิน ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Hinterclaw มาถึงชุดเกราะสุดท้ายของเกมนี้กันค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ชุดเกราะนี้เราจะไม่สามารถสร้างได้ในช่วงแรกจนกว่าผู้เล่นจะเล่นจบเนื้อเรื่อง ซึ่งไอเทมที่ใช้ในการสร้างจะอยู่ในช่วง End Game เป็นหลัก ด้วยความที่เป็นชุดเกราะสุดท้ายมันเลยมีความแข็งแกร่งทำให้ผู้ที่สวมใส่สามารถสร้างความเสียหายต่อศัตรูได้อย่างรุนแรง คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มโอกาส 5% ที่จะโจมตีติดสถานะ Critical Hit คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - อัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมา 3 ตนเพื่อช่วยเราโจมตีศัตรูชั่วคราว ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มโอกาส 30% ที่จะโจมตีติดสถานะ Critical Hit และ เพิ่มความเสียหาย 15% เมื่อสังหารศัตรูด้วยการโจมตีติดสถานะ Critical Hit สามารถทำได้สูงสุด 150% วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - จะต้องจบเนื้อเรื่องก่อนถึงจะสามารถสร้างได้ โดยต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Orb of Oblivion 5 ชิ้น จบกันไปกับไกด์อีกหนึ่งตัวของเกม Godfall เกวลินก็หวังว่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ หลังจากที่มีคนสงสัยกันเข้ามาเยอะว่าแต่ละชุดเกราะมันมีความสามารถอะไรซ่อนเอาไว้อยู่บ้าง สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะซื้อเกมมาเล่นดีไหมก็สามารถอ่านบทความรีวิวของเกมนี้ได้ที่ คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
24 Nov 2020
ไกด์เกม Godfall อธิบายรายละเอียดค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลตัวละครทั้งหมด
หลังจากที่เกวลินได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software หนึ่งในเกมชูโรงเครื่อง PlayStation 5 แล้วก็ยังได้รับสิทธิ์เป็นเกมเอ็กซ์คลูซีฟบนแพลตฟอร์ม PC [Epic Games Store] กินระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่จะไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอนาคต งานนี้เกวลินก็เลนจะทำไกด์เกมนี้ออกมาให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันค่ะ โดยไกด์ตัวแรกที่จะพูดถึงในวันนี้ก็คือเรื่อง “รายละเอียดค่าสเตตัสต่างๆ และ สกิลทั้งหมด” ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันค่ะ อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn   Attributes Character [ค่าสเตตัสต่าง ๆ ของตัวละคร] Might - คือค่าพลังโจมตีที่มีผลทางกายภาพเป็นหลัก ยิ่งมีค่านี้มากเท่าไหร่ก็จะทำให้การโจมตีธรรมดา หรือ การกดคอมโบต่าง ๆ ด้วยการใช้คลิกซ้ายแล้วผสมกับการคลิกขวา ถ้าเล่นผ่านคอนโทรลเลอร์คือการกดปุ่ม R1 กับ R2 รวมไปถึงค่านี้ยังส่งผลต่อความเสียหายใส่ศัตรูด้วยการโจมตีด้วยการปาโล่ หรือ ท่าสังหารที่ใช้โล่ Spirit - คือค่าพลังโจมตีที่มีผลต่อเมื่อผู้เล่นใช้ท่าพิเศษของอาวุธทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques ท่าพิเศษของอาวุธชิ้นนั้นๆ Shield Abilities ท่าพิเศษของสายโล่ และ Polarity Attacks ท่าพิเศษที่ผู้เล่นจะต้องเก็บหลอดของอาวุธชิ้นที่ 2 ให้เต็มก่อนแล้วเมื่อสลับไปจะสร้างความเสียหายรอบ ๆ ตัว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตจากการเก็บ Life Stones ให้มากกว่าเดิม และ ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการได้รับ Overhealth เมื่อใช้ Banners Vitality - คือค่าพลัง Max Health ของตัวละคร และ เพิ่มดาเมจในการโจมตีด้วยรูปแบบ Siphon Combat [สถานะการโจมตีต่าง ๆ] Critical Hit Chance - โอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit Critical Hit Bonus Damage - ค่าความเสียหายสูงสุดเมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Weakpoint Bonus Damage - ค่าความเสียหายสูงสุดเมื่อโจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู Ailment Chance [เพิ่มโอกาสติดสถานะต่าง ๆ] Bleed - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะเลือดไหล Ignite - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะไฟไหม้ Chill - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง Shock - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะช็อก Poison - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะพิษ Curse - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะคำสาป สกิลของตัวละครและความสามารถทั้งหมด [Skills] ชื่อสกิล: Weapon Techniques Level 1 - กด E ค้างแล้วคลิกเมาส์ซ้ายจะเป็นการใช้ท่าโจมตีพิเศษ กับ กด E ค้างแล้วคลิกเมาส์ขวาจะเป็นการโจมตีท่าพิเศษ ถ้าเล่นผ่านคอนโทรลเลอร์คือการกดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1 ก็จะเป็นการใช้ท่าพิเศษ หรือ L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2 ก็จะเป็นท่าพิเศษ Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% เมื่อใช้ท่าพิเศษของอาวุธ Level 3 - เพิ่มความเร็ว 5% ในการใช้ท่าพิเศษ  Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 15% เมื่อใช้ท่าพิเศษของอาวุธ Level 5 - เพิ่มความเร็ว 10% ในการใช้ท่าพิเศษ คุณสมบัติของอาวุธแต่ละชนิดที่ใช้ท่าพิเศษต่าง ๆ Dual Blades [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - เมื่อเปิดใช้งานท่าพิเศษ “Inner Focus” จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวละครสามารถสร้างความเสียหายมากกว่าปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง Dual Blades [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - ท่าพิเศษ “Mortal Coil” ผู้เล่นจะโยนใบมีดไปหาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้วดึงศัตรูเข้ามาหาเรา โดยเราจะดึงได้แค่ศัตรูทั่วไป แต่ศัตรูประเภท Boss จะดึงเราเข้าไปหา Boss แทน โดยท่าพิเศษนี้ไม่ต้องใช้ค่าพลังงานเหมือนกับท่า Dual Blades Greatswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - ท่าพิเศษ “Whirlwind” ถือดาบใหญ่แล้วหมุนเป็นเป็นพายุโจมตีศัตรูรอบ ๆ ระยะการโจมตี Greatswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - ท่าพิเศษ “Great Throw” เราจะโยนดาบใหญ่ของคุณไปข้างหน้าสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงแล้วถ้าศัตรูยังอยู่ด้านหน้าก็จะได้รับดาเมจเพิ่มเติมเมื่อดาบกลับมาหาเรา Longswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - ท่าพิเศษ “Spectral Flurry” เมื่อเรากดใช้เราจะวาร์ปไปหายังตำแหน่งของศัตรูแล้วโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศัตรูที่อยู่รอบ ๆ ก็จะได้รับดาเมจด้วยเช่นกัน Longswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - ท่าพิเศษ “Spiral Technique” เมื่อเรากดใช้ท่านี้เราจะใช้ดาบยาวของตัวเองฟาดฟันศัตรูในรูปแบบเส้นตรง เมื่อใช้ท่านี้เราจะไปอยู่ด้านหลังของศัตรูเพื่อทำคอมโบอื่น ๆ ต่อได้ด้วย Polearms [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - เมื่อเรากดใช้ท่าพิเศษ “Polearm Slam” เราจะกระโดดเข้าไปหาใส่ศัตรูพร้อมสร้างแรงกระแทกสร้างความเสียหายต่อศัตรูที่อยู่รอบ ๆ Polearms [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - เมื่อเรากดใช้ท่าพิเศษ “Javelin Throw” เราจะยกหอกขึ้นเพื่อเล็งจากนั้นก็ปาออกไปด้วยความรุนแรง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงพร้อมกับทำให้ศัตรูติดสถานะตาบอดชั่วขณะหนึ่ง Warhammers [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - เมื่อเรากดใช้ท่าพิเศษ “Concussive Smash” เราจะถือค้อนฟาดลงพื้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรงแล้วก็ทำให้ศัตรูติดสถานะสตั๊นชั่วขณะหนึ่งด้วย Warhammers [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - กดใช้ท่าพิเศษ “Unstoppable Force” แล้วใช้ค้อนฟาดลงพื้นสร้างคลื่นขนาดใหญ่พุ่งไปข้างหน้า ทำให้ศัตรูที่อยู่เส้นเดียวกับระยะโจมตีได้รับความเสียหายทั้งหมด ชื่อสกิล: Weapon Timing Level 1 - ปลดล็อคการโจมตีในรูปแบบ “Weapon Timing Attack” เมื่อโจมตีด้วยการคลิกเมาส์ซ้าย หรือ กดปุ่ม R1 แล้วเว้นระยะเพื่อให้เกิดแสงขึ้นแล้วเรากดโจมตีเป็นรูปแบบคอมโบได้ Level 2 - ปลดล็อคการโจมตีในรูปแบบ “Heavy Timing Attack” ด้วยการคลิกเมาส์ขวาค้าง หรือกดปุ่ม R2 ค้าง แต่ถ้าโจมตีแบบปกติแล้วเว้นระยะเพื่อให้เกิดแสงจากนั้นกดคลิกเมาส์ขวา หรือ กดปุ่ม R2 ก็จะสร้างความเสียหายมากถึง 500% Level 3 - เมื่ออยู่ในระหว่าง Timing แล้วกดปุ่ม Q เพื่อใช้โล่ในการป้องกัน แล้วถ้าป้องกันได้สำเร็จจะสร้างความเสียหายได้สูงสุด 100% แล้วโล่ก็ยังจะกลับมาใช้งานได้ปกติอีกด้วย Level 4 - เราสามารถกดปุ่ม Q เพื่อปัดป้องกันการโจมตีแล้วทำได้สำเร็จจะสร้างดาเมจกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้ Level 5 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้กับ Timing Attack ทุกรูปแบบ ชื่อสกิล: Might Level 1 - เพิ่มค่า Might 20 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Might 40 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Might 60 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Might 4% Level 5 - เพิ่มค่า Might 8% ชื่อสกิล: Rampage Level 1 - มีผลกับอาวุธทุกประเภทเมื่อโจมตีไปเรื่อย ๆ มีโอกาสที่เราจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 20% ถ้าหากผู้เล่นไม่โดนศัตรูโจมตีทุก ๆ 10 วินาที Level 2 - เพิ่มโอกาส 5% ติดสถานะ Rampage Level 3 - เพิ่มระยะเวลา 25% เมื่อติดสถานะ Rampage Level 4 - เพิ่มโอกาส 10% ติดสถานะ Rampage Level 5 - เพิ่มความเสึยหาย 10% เมื่อติดสถานะ Rampage ชื่อสกิล: Polarity Attacks Level 1 - เราสามารถสะสมพลังให้กับอาวุธอีกชนิด เมื่อสะสมจนเต็มแล้วถ้าสลับอาวุธมันจะปลดปล่อยคลื่นพลังกระแทกศัตรูที่อยู่โดยรอบ และ เพิ่มความเสียหายให้กับอาวุธชิ้นนั้น 20% เป็นระยะเวลา 30 วินาที Level 2 - เพิ่มความเสึยหาย 10% ให้กับ Polarity Attacks Level 3 - เพิ่มความเร็ว 5% ในการสะสมพลัง Polarity Attacks Level 4 - เพิ่มความเสึยหาย 15% ให้กับ Polarity Attacks Level 5 - เพิ่มความเร็ว 10% ในการสะสมพลัง Polarity Attacks ชื่อสกิล: Soulshatter Level 1 - 5% Soulshatter Buildup Level 2 - 5% Soulshatter Buildup Level 3 - 7% Soulshatter Buildup Level 4 - 10% Soulshatter Buildup Level 5 - ปล่อยคลื่น Soulshatter กระแทกศัตรู ชื่อสกิล: Sundering Slam Level 1 - เมื่อกดปุ่ม E + C หรือกดปุ่ม L2 + O จะทำการปล่อย Sundering Slam แล้วถ้าเราชาร์จจนเต็มแล้วปล่อยออกไปจะทำให้ศัตรูที่อยู่รอบ ๆ ได้รับโบนัสความเสียหายมากถึง 20% เป็นระยะเวลา 30 วินาที Level 2 - ศัตรูที่โดน Sundering Slam จะได้รับโบนัสความเสียหายมากถึง 20% เป็นระยะเวลา 30 วินาที Level 3 - เมื่อศัตรูได้รับลำแสง Sundering Slam รอบ ๆ ตัวจะติดสถานะตาบอด  Level 4 - ลดระยะการชาร์จท่าลำแสง Sundering Slam ลง 25% Level 5 - เมื่อปลดปล่อยลำแสง Sundering Slam เมื่อผู้เล่นปักเสา Banner จะเพิ่มความเสียหายให้กับผู้เล่นและสมาชิกในทีม 15% ชื่อสกิล: Critical Hit Damage Level 1 - เพิ่มความเสึยหาย 5% เมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Level 2 - เพิ่มความเสึยหาย 10% เมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Level 3 - มีโอกาส 10% ที่ศัตรูจะมีร่างกายเปราะบางทุกครั้งที่ผู้เล่นโจมตีติด Critical Hit Level 4 - เพิ่มความเสึยหาย 15% เมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Level 5 - มีโอกาส 10% ที่ศัตรูจะมีร่างกายเปราะบางทุกครั้งที่ผู้เล่นโจมตีติด Critical Hit ชื่อสกิล: Siphon Level 1 - เมื่อกดปุ่ม E + R หรือกดปุ่ม L1 + X ค้างไว้เราจะทำการดูดพลังชีวิตของศัตรู โดยความเสียหายจะขึ้นอยู่กับค่าสเตตัส Vitality  Level 2 - ลดระยะเวลาในการดูดพลังชีวิตของศัตรู 25% Level 3 - หาจัดการศัตรูด้วยการดูดพลังชีวิตจะได้รับค่าพลัง Shield Charge 25% และ ค่าพลัง Archon Fury 10% Level 4 - ลดระยะเวลาในการดูดพลังชีวิตของศัตรู 25% Level 5 - สามารถดูดพลังชีวิตของศัตรูพร้อมกันได้สูงสุด 3 ตัวในเวลาเดียวกัน ชื่อสกิล: Breach Level 1 - ใช้ท่า Leaping Shield Bash จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 50% หากศัตรูที่ใช้อาวุธระยะไกลมีพลังชีวิตเต็ม Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้กับศัตรูที่ถูกโจมตีด้วย “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรู Level 3 - เพิ่มความเสียหาย 25 แต้มด้วยการโจมตีแบบ “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรูเพิ่มมากขึ้น Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 15% ให้กับศัตรูที่ถูกทำลายเกราะป้องกัน Level 5 - เมื่อโจมตีศัตรูติดสถานะ Takedown ( ด้วยการกดปุ่ม F หรือกดปุ่ม R3 ) ศัตรูที่ถูกทำลายเกาะป้องกัน การโจมตีครั้งต่อไปด้วยท่า Charged Heavy Attack ( ด้วยการกดปุ่มคลิกขวาค้าง หรือกดปุ่ม R2 ค้าง ) ที่อาวุธของเราจะโจมตีเป็นแสงสีแดง ตรงนี้จะสร้างดาเมจเพิ่มขึ้นอีก 100% ชื่อสกิล: Vitality Level 1 - เพิ่มค่า Vitality 20 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Vitality 40 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Vitality 60 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Vitality 4% Level 5 - เพิ่มค่า Vitality 8% ชื่อสกิล: Critical Hit Chance Level 1 - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit 2.5% Level 2 - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit 2.5% Level 3 - มีโอกาส 10% ที่จะได้รับ Blessing of Luck ที่จะเพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit มากขึ้น Level 4 - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit 4% Level 5 - มีโอกาส 10% ที่จะได้รับ Blessing of Luck ที่จะเพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit มากขึ้น ชื่อสกิล: Archon Fury Level 1 - เพิ่มระยะเวลาของท่าพิเศษ Archon Fury 5% Level 2 - เพิ่มระยะเวลาของท่าพิเศษ Archon Fury 5% Level 3 - เพิ่มความเร็วเพื่อให้ท่าพิเศษ Archon Fury 5% Level 4 - เพิ่มระยะเวลาของท่าพิเศษ Archon Fury 10% Level 5 - เพิ่มความเร็วเพื่อให้ท่าพิเศษ Archon Fury 10% ชื่อสกิล: Ailments Level 1 - เพิ่มโอกาส 2% ติดสถานะ Ailments เมื่อโจมตีศัตรู Level 2 - เพิ่มโอกาส 2% ติดสถานะ Ailments เมื่อโจมตีศัตรู Level 3 - เพิ่มความเสียหาย 15% กับศัตรูที่ติดสถานะ Ailments Level 4 - เพิ่มโอกาส 4% ติดสถานะ Ailments เมื่อโจมตีศัตรู Level 5 - เพิ่มความเสียหาย 20% กับศัตรูที่ติดสถานะ Ailments ชื่อสกิล: All Stats Level 1 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 10 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 15 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 20 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 2% แต้ม Level 5 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 4% แต้ม ชื่อสกิล: Shield Attacks Level 1 - กดปุ่ม Q + Space หรือกดปุ่ม L1 + X เราจะกระโดดพุ่งเข้าไปหาศัตรูพร้อมโล่แล้วทุบลงพื้นสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้การใช้โล่โจมตี Level 3 - กดปุ่ม Q + คลิกขวา หรือกดปุ่ม L1 + R2 จะใช้โล่กระแทกใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้วทำให้ศัตรูติดสถานะล้มด้วย Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้การใช้โล่โจมตี Level 5 - กดปุ่ม Q สองครั้ง หรือกดปุ่ม L1 สองครั้งเพื่อทำการยกโล่ขึ้นมาแล้วกระแทกใส่ศัตรู รวมไปถึงยังขัดขวางการโจมตีของศัตรูที่เป็นพลังสีแดงได้ด้วย ชื่อสกิล: Shield Prime Level 1 - หากผู้เล่นยกโล่เพื่อยกป้องกัน หรือ สวนการโจมตี โล่ของเราจะกลายเป็นสถานะ Prime เป็นระยะเวลา 40 วินาที แต่ถ้าสวนการโจมตีได้สำเร็จจะสะท้อนความเสียหาย 25% ไปยังศัตรูที่อยู่ตรงหน้า Level 2 - โล่ของเราที่อยู่ในสถานะ Prime จะได้รับเวลาเพิ่ม 20 วินาที, เพิ่มความเร็วในการชาร์จ 25% และ เพิ่มความเสียหายจากการสะท้อน 50% Level 3 - กดปุ่ม Q + คลิกซ้าย หรือกดปุ่ม L1 + R2 จะเป็นการปาโล่ หรือ ชาร์จ ถ้าโล่นั้นติดสถานะ Prime จะทำดาเมจของโล่มากถึง 100% Level 4 - หากโล่ของเราติดสถานะ Prime แล้วกดเรา Q หรือ L1 จะกระแทกใส่ด้วยพลังที่มีอยู่ทันที Level 5 - กดปุ่ม Q + Shift จะทำให้โล่ของเราติดสถานะ Prime ชื่อสกิล: Resistance Level 1 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 2%  Level 2 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 2%  Level 3 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 3%  Level 4 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 3%  Level 5 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 5%  ชื่อสกิล: Recovery Level 1 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 3% Level 2 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 3% Level 3 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 5% Level 4 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 5% Level 5 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 10% ชื่อสกิล: Takedowns Level 1 - หากผู้เล่นยกโล่เพื่อป้องกันการโจมตีได้พอดีจะสามารถจับทุ่มมอนสเตอร์ประเภทเล็ก ๆ ได้ทันที Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 5% ในการจับทุ่ม Level 3 - หากผู้เล่นยกโล่เพื่อป้องกันการโจมตีได้พอดีจะสามารถจับทุ่มมอนสเตอร์ประเภทใหญ่ได้ทันทีหากพลังชีวิตต่ำกว่า 40% Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 10% ในการจับทุ่ม Level 5 - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] ไม่ว่าจะเป็นท่า Northern หรือ Southern เี่จะมีเวลา 30 วินาทีที่สามารถใช้สกิลพิเศษ Spectral Takedown ด้วยการกด E ค้างไว้ หรือ กด F ที่ศัตรูเพื่อใช้ท่านี้ได้ ชื่อสกิล: Shield Throw Level 1 - กดปุ่ม Q + C หรือกดปุ่ม L1 + O จะทำการปาโล่ออกไปเป็นวงกลมโจมตีศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในวิถีของมัน Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้การใช้โล่โจมตี Level 3 - กดปุ่ม Q + คลิกขวา หรือกดปุ่ม L1 + R2 เพื่อปาโล่ออกไปโจมตีศัตรูเมื่อโล่กลับมาถึงตัวเราสามารถกดยกโล่ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อปล่อยคลื่นพลังออกไปโจมตีศัตรูที่อยู่ด้านหน้า Level 4 - เพิ่มความเร็วในการชาร์จโล่ 5% Level 5 - กด Q + คลิกขวาเพื่อปาโล่ไปเมื่อโล่กระทบกับศัตรูแล้วกด Q อีกครั้งเราจะพุ่งเข้าไปหาศัตรูจากระยะไกลเพื่อทำการโจมตีซ้ำได้อีกด้วย ชื่อสกิล: Banners Level 1 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดพิเศษ 5% เมื่อปักเสา Banners Level 2 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดพิเศษ 7% เมื่อปักเสา Banners Level 3 - เพิ่มความเร็ว 5% ให้กับของหลอดใช้ท่าปักเสา Banners Level 4 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดพิเศษ 10% เมื่อปักเสา Banners Level 5 - เพิ่มระยะเวลา 10% เมื่อเราปักเสา Banners ชื่อสกิล: Spirit Level 1 - เพิ่มค่า Spirit 20 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Spirit 40 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Spirit 60 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Spirit 4% Level 5 - เพิ่มค่า Spirit 8% ชื่อสกิล: Weakpoints Level 1 - เมื่อโจมตีใส่ศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรูจะปล่อยคลื่นพลังสร้างความเสียหายออกจากด้านหลังของศัตรู Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% เมื่อโจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อน Level 3 - เมื่อโจมตีใส่ศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อนด้วย Heavy Attack จะสร้างความเสียหายเพิ่มอีก 50% Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 15% เมื่อโจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อน Level 5 - เมื่อโจมตีใส่ศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรูจะปล่อยคลื่นพลังสร้างความเสียหายออกจากด้านหลังของศัตรู ชื่อสกิล: Finesse Level 1 - กดปุ่ม Space Bar เพื่อทำให้เราสามารถหลบหลีกการโจมตีของศัตรูและมีความคล่องตัวในการหลบมากขึ้น Level 2 - หลอดปัดป้องกันแบบ Parry จะยาวขึ้น 10% Level 3 - กดปุ่ม X หรือกดปุ่มเครื่องหมายลูกศรลง เราจะปากริชออกไปใส่ศัตรูที่อยู่ด้านหลังได้ถึง 2 ตัวแถมยังทำให้ศัตรูเสียการส่งตัวช่วงระยะหนึ่ง Level 4 - หลอดปัดป้องกันแบบ Parry จะยาวขึ้น 10% Level 5 - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษของอาวุธแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques, Shield Abilities และ Polarity Attacks ความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 50% หากศัตรูมีพลังชีวิตเต็ม เป็นยังไงกันบ้างคะกับไกด์ตัวแรกของเกม Godfall เกวลินก็หวังว่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับใครที่ยังลังเลก็มีการเขียนบทความรีวิวของเกมนี้ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันแล้ว คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
24 Nov 2020
Among Us : 10 ไข่อีสเตอร์ที่ซ่อนอยู่และหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้
Among Us อีกหนึ่งเกมที่กำลังฮิตในช่วงนี้และยังคงกระแสความนิยมไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเกมเสียเพื่อนเนียนๆ แบบนี้ใครจะไปคิดกันครับว่ามันจะมีไข่อีสเตอร์ซ่อนอยู่ แต่มันมีจริงๆ! ในวันนี้พวกเรา GameFever จะพาทุกคนมาพบกับไข่อีสเตอร์ที่ซ๋อนอยู่ในเกมนี้กัน! 1. Simsong Monitor บนแผนที่ Polus จะมีอุปกรณ์สำหรับให้ผู้เล่นตรวจสอบชีพจรของผู้เล่นคนอื่น เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ดีมากๆ ในการดูว่าใครยังมีชีวิตอยู่บ้าง นากจากนี้เรายังสามารถใช้ดูได้ด้วยว่าใครเป็น Impostor เพราะเวลาเขาสังหารคนอื่นอัตราการเต้นของหัวใจจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่เรากำลังจะพูดถึงนั้นคือสิ่งที่ใครหลายๆ คนอาจจะไม่ได้สังเกตนั่นคือหน้าจอมอนิเตอร์ติดป้ายยี่ห้อ Simsong อยู่ ซึ่งอาจเป็นการแซวยี่ห้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลกอย่าง Samsung นั่นเอง! 2. พวงกุญแจ Brain Slug ในช่วงเริ่มต้นบนแผนที่ Polus ผู้เล่นจะต้องใส่กุญแจก่อนเข้าสู่พื้นที่ส่วนอื่น ผู้เล่นส่วนใหญ่จะรีบไขกุญแจอย่างรวดเร็วเพื่อวิ่งไปทำงานอื่นๆ ให้สำเร็จหรือกลัวโดนฆ่า โดยสถานที่นี้เรียกได้ว่าเป็นจุดที่โดน Impostor ดักฆ่าบ่อยมาก แต่ด้วยความกลัวและความรีบนี่แหละ ทำให้หลายๆ คนมองข้ามพวงกุญแจที่ติดอยู่ออกไป เพราะมันคือ Brain Slug จากรายการทีวี Futurama เป็นกาฝากที่เกาะติดกับสมองของมนุษย์และควบคุมร่างกายของคนๆ นั้น เรียกได้ว่าเป็นไข่อีสเตอร์ที่เข้ากับ Impostor เป็นอย่างมาก 3. Terminator ยกนิ้วให้ เวลาที่โดนเพื่อนร่วมทีมสงสัยและถูกโหวตคะแนนเสียงออก เป็นอีกหนึ่งวิธีในการกำจัด Impostor หรือผู้ที่ถูกเข้าใจผิด โดยแผนที่ Polus นั้นผู้เล่นจะถูกทิ้งลงในแอ่งลาวา โดยส่วนใหญ่นั้นตัวละครของเราจะจมลงในลาวาอย่างรวดเร็ว แต่นานๆ ครั้งถ้าสังเกตดีๆ ตัวละครเหล่านั้นจะยกนิ้วให้ระหว่างที่กำลังจม นี่เป็นการเอ่ยถึงตอนจบของภาพยนตร์ Terminator 2 (1991) เมื่อหุ่นคนเหล็ก T-800 กำลังจมลงไปในแอ่งลาวา 4.เพชรจากซีรี่ส์เกม Henry Stickmin ในเกม Among Us นั้นจะมีภารกิจที่แสนง่ายอยู่ภารกิจนึงนั่นคือการกำจัดขยะ โดยปกตินั้นส่วนใหญ่จะเป็นการทิ้งพวกเศษขยะที่ไร้ค่า แต่ทุกๆ ครั้งถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นเพชรสีน้ำเงินขนาดใหญ่อยู่ท่ามกลางใบไม้เหล่านั้น นั่นแหละครับคือไข่อีสเตอร์ เพราะว่าเกม Among Us นั้นถูกพัฒนาโดย InnerSloth ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาเคยพัฒนาเฟรนไชส์เกมอีกชุดหนึ่งคือ ซี่รี่ส์ Henry Stickmin โดยจะมีตอนหนึ่งที่ตัวละครในเกมจะได้รับมอบหมายให้ผู้เล่นเข้าไปขโมยเพชรสีน้ำเงินขนาดใหญ่ พูดง่ายๆ ว่าเป็นมุขแซวตัวเองก็ได้ 5.Don Dew อีกภารกิจหนึ่งที่จะมีคำใบ้ให้ผู้เล่นสั่งซื้อสินค้าจากในตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งมันต้องใช้เวลาระยะหนึ่งทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่จะรีบทำให้เสร็จและจากไปโดยไม่ได้สังเกตอะไรเลย แต่รู้หรือไม่ว่าในบรรดาสินค้าต่างๆ ในตู้นั้น มีน้ำอัดลมสีเขียวยี่ห้อ Don Dew ให้เราได้เห็น นี่คือหนึ่งในการล้อเลียนเครื่องดื่ม Mountain Dew ที่ถูกนำไปทำเป็นมีมเยอะอันดับต้นๆ ของโลกอินเทอร์เน็ต และยังเคยไปปรากฏอยู่ในซีรี่ส์ Henry Stickmin เช่นกัน 6.รหัส QR Code หนึ่งในงานที่ผู้เล่นต้องทำคือการแสกนตั๋วโดยสายที่ผู้เล่นจะต้องนำไปแสกนให้ตรงกับภาพ ซึ่งการเช่นนี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ถ้าเราลองเอามือถือมาแสกนดูเมื่อไร่ เราจะพบกับข้อความลับที่ซ่อนอยู่ว่า Yo Holmes , Smell you later เป็นวลีคำที่มีความหมายสำหรับผู้เล่นที่เติบโตในยุคของซีรี่ส์ทีวีชื่อดัง The Fresh Prince of Bel-Air จะตามมุขนี้ทัน (ซีรี่ส์โด่งดังมากในประเทศอเมรีกา) 7.รดน้ำ The Korok ผู้เล่นจะได้รับภารกิจรดน้ำต้นไม้ในห้องเก็บของ หลังจากเอาบัวรดน้ำจากห้องเก็บของแล้วพวกเขาสามารถไปที่ห้องเรือนกระจกและรดน้ำต้นไม้ทั้ง 4 ได้ ซึ่งต้นไม้ทั้ง 4 นั้นมีความดูเหมือนพืชพันธ์ุในโลกจนจริงเล็กน้อย แต่มีพืชอยู่ต้นหนึ่งคืออันที่สามนับจากซ้ายที่ดูโดดเด่นกว่าต้นอื่น นี่เป็นไข่อีสเตอร์มที่หมายถึงการแสดงความเคารพ Koroks จากใน Legend of Zelda 8.โปสเตอร์ Henry Stickman มีการนำผลงานมากมายของค่ายพัฒนาอย่าง InnerSloth ด้วยโปสเตอร์ให้กระจายไปทั่วสถานที่ โดยโปสเตอร์เหล่านี้จะแสดง Stickman มากมายที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรสำหรับผู้เล่นทั่วไป แต่ในความจริงนั้นพวกเขาเป็นตัวละครจากซีรี่ส์ Henry Stickmin ซึ่งเราจะเห็นเขาหลายครั้งพร้อมกับ Ellie Rose, Charles Calvin และคนอื่นๆ บนรูปถ่ายและโปสเตอร์เล็กๆ น้อยๆ ที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่ การอ้างอิงถึงผลงานอื่นๆ ของ InnerSloth คือโปสเตอร์ที่กระจายอยู่ทั่วสถานที่ โปสเตอร์เหล่านี้แสดงรูปแท่งต่างๆที่อาจดูเหมือนไม่สำคัญสำหรับผู้เล่นทั่วไป ในความเป็นจริงพวกเขาเป็นตัวละครจากซีรีส์ Henry Stickmin Henry Stickmin ปรากฏตัวหลายครั้งพร้อมกับ Ellie Rose, Charles Calvin และคนอื่น ๆ รูปถ่ายและโปสเตอร์เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไปในแต่ละแผนที่ 9.หมวกของเอลเมอร์ หนี่งในสกิลที่ผู้เล่นสามารถซื้อได้คือหมวกนักล่าหน้าตาแปลกๆ ซึ่งถ้ามองผ่านๆ หลายๆ คนอาจจะจำไม่ได้ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นหมวกของนายพราน Elmer Fudd จากซีรี่ส์ Loony Tunes  ในวัยเด็กของพวกเรานี่เอง! ไข่อีสเตอร์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบไล่ฆ่าคนอื่นในเกม เพราะมันจะให้ความรู้สึกเหมือน Elmer Fudd พยายามจับบันนี่นั่นเอง! 10.หมวก Reginald Copperbottom อีกหนึ่งไข่อีสเตอร์ใบสุดท้ายนั่นคือสกินหมวกสองใบซ้อนกันที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ แต่รู้กันหรือไม่ว่านี่คือหมวกของตัวละครในซีรี่ส์ Henry Stikmin อีกแล้ว โดยเขาเป็นหนึ่งในคู่อริหลักหรือพันธมิตรขึ้นอยู่กับตัวเลือกของผู้เล่นในเกมอย่าง Reginald Copperbottom เรจินัลด์เป็นผู้นำของกลุ่ม Toppat ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ร่ำรวย หมวกด้านล่างเป็นของเขาและหมวกด้านบนเป็นของอดีตผู้นำตระกูล และนี่คือไข่อีสเตอร์สุดกวนที่เราค้นพบในเกม Among Us จ้า! เพื่อนๆ คนไหนเจอไข่ตลกๆ อันอื่นที่เราพลาดไป คอมเมนต์เข้ามาแบ่งปันกันนะ!
24 Nov 2020
รับชมสาระคดี กองไฟ แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของเกมเมอร์ ชาติ (12มีนา)
Garena Free Fire มักจะเป็นเกมที่ชอบนำเรื่องเล่าจากชีวิตจริงมาทำเป็นคลิปวิดีโอเชิงสาระคดีอยู่มากมาย อย่างเช่นสาระคดีของ “ยายอี๊ด” คุณยายวัย 60 ปีที่มีงานอดิเรกในการเล่นเกมกับหลาน หรือสาระคดีเรื่อง “บทบาท” เกี่ยวกับเด็กอาชีพเก็บขยะคนหนึ่งที่ได้พูดคุยกับ Influencer ชื่อดัง Heartrocker เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของชีวิตมนุษย์เรา ซึ่งแต่ละคลิปนั้นต้องยอมรับว่าทางผู้พัฒนาทำออกมาดีมากๆ สามารถเป็นหนึ่งในแรงบรรดาลใจในการขับเคลื่อนชีวิตได้อย่างดีเลย และล่าสุดทาง Garena Free Fire ได้กลับมาสร้างแรงบรรดาลใจอีกครั้งกับสาระคดี “กองไฟ” ทีเป็นเรื่องราวอ้างอิงจากเรื่องจริงของ “ชาติ(12 มีนา)” เด็กหนุ่มแคลน H.B.D จากเกม Garena Free Fire ที่เป็นที่รักของเพื่อนๆ ในกลุ่ม เปรียบดั่งกองไฟที่รวบรวมใครหลายๆ คน แต่ตัวเขานั้นกลับจากไปก่อนวัยอันควร ซึ่งภายในสาระคดีตัวนี้จะเล่าเรื่องราวของความผูกพันธ์ ความสัมพันธ์ของผู้คนต่างๆ ที่ถึงแม้ว่าจะมีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เกมคือหนึ่งจุดรวมที่ทำให้คนเหล่านั้นได้พบเจอและรู้จักกันในที่สุด  รับชมคลิปวิดีโอสาระคดี “กองไฟ” สุดท้ายแล้วในตอนนี้ถึงแม้ว่า “ชาติ” จะอยู่ในที่ไหน และถึงแม้ว่ากองไฟในชีวิตจริงของเขาจะดับไป แต่กองไฟของเขายังส่องสว่างอยู่ในจิตใจเพื่อนๆ ทีมงาน และเหล่าเกมเมอร์ตลอดไป……….. ด้วยความเคารพจากพวกเรา GameFever TH ดาวน์โหลดเกม Free Fire ได้ที่ - https://bit.ly/34CLKFR #RespectYourGame #ความผูกพันคือแรงผลักดันเกมชีวิต #FreeFireFriend #FreeFire #หนังสั้นฟีฟาย
23 Nov 2020
COD: Black Ops Cold War เมื่อสิงที่เชื่อมาตลอด ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องโกหก!
วางจำหน่ายแล้วกับเกม Call of Duty: Black Ops Cold War การกลับมาครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการสานต่อเนื้อเรื่องจากตัวเกมต้นฉบับภาคแรกในยุคสงครามเย็น ปี 1947 - 1991 ซึ่งหลังจากที่ผมได้มีโอกาสเล่นในโหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้จนจบแล้ว ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งภาคที่ทำออกมาได้ดีจริงๆ โดยหนึ่งในจุดที่น่าจะถูกใจแฟนๆ ซีรีส์นี้มากเห็นจะเป็นเรื่องที่เราจะได้พบกับ Woods และ Mason ตัวละครประจำภาค Black Ops อีกครั้งครับ! เอาจริงๆ ตัวผมเองแทบไม่ได้เล่น Call of Duty: Black Ops เลยตั้งแต่ภาค 3 เป็นต้นมา (เนื่องจากไปติดเกมอื่นๆ อยู่) การกลับมาเล่นครั้งนี้ต้องยอมรับว่าตื่นเต้นไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งความประทับใจโดยรวมยังคงไปในทิศทางบวก และวันนี้จะนำมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟัง ว่าจะได้พบกับอะไรบ้างหากซื้อเกมนี้มาเล่น แอบบอกก่อนเลยว่าผมประทับใจโหมดเนื้อเรื่องภาคนี้มากๆ ครับ ◊ เนื้อเรื่อง ◊ เรื่องราวในภาคนี้จะเริ่มต้นหลังเหตุการณ์ใน Call of Duty Black Ops ภาคแรก เมื่ออเมริกาจะรู้ถึงการกลับมาของ Perseus สายลับระดับตำนานของโซเวียต ที่ไม่ว่าปรากฏตัวขึ้นมาเมื่อไหร่ สถานการณ์ของสงครามเย็นเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเลวร้ายต่อสหรัฐทุกครั้ง ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจึงได้ให้ Adler เจ้าหน้าที่ CIA มือฉมังจัดตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อไล่ล่า Perseus โดยเฉพาะ และผู้เล่นจะได้รับบทเป็น "Bell" หนึ่งในสมาชิกของทีมเฉพาะกิจนี้ครับ ถ้าหากให้จำกัดความง่ายๆ เกี่ยวกับภารกิจที่ทีมเฉพาะกิจนี้ทำ คงต้องบอกว่าเป็นภารกิจแบบโคตรผิดกฎหมายที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะ ดังนั้นภารกิจประมาณ 50% ของเนื้อเรื่องหลักจะเป็นการเล่นแบบลอบเร้น มากกว่าบุกเข้าไปยิงแบบบู๊แหลก ซึ่งให้อารมณ์ออกไปทางสายลับมากกว่าหน่วยพิเศษในภาค Modern Warfare และสนุกไปอีกแบบครับ หนึ่งในจุดที่ชอบมากๆ คือการที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะให้ "Bell" มีภูมิหลัง กับความสามารถพิเศษ รวมถึงชื่อจริงๆ อะไร กล่าวคือ "Bell" เป็นตัวละครที่ผู้เล่นต้องสร้างขึ้นมา ซึ่งในส่วนนี้จะมีผลกับเนื้อเรื่องด้วย แต่ด้วยความที่เป็นตัวละครสร้างขึ้นมาเอง มันจึงทำให้ "Bell" ไม่มีเสียงพากย์เป็นของตัวเอง บางครั้งเวลาโต้ตอบกับ NPC อื่นๆ ก็ทำให้รู้สึกขาดอรรถรสไปพอสมควรเลยเช่นกัน ส่วนตัวคิดว่าเป็นจุดที่ทำให้โดยหักคะแนนไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ อีกหนึ่งจุดที่ส่วนตัวคิดว่าทำออกมาได้ดีขึ้น คือการเล่าเนื้อเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายกว่าภาคก่อนๆ ทั้งในเรื่องของจังหวะภาพ และภาษาที่ใช้ ทำให้ผู้เล่นที่ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย ก็สามารถทำความเข้าใจเนื้อเรื่องของเกมได้ง่ายๆ โดยไม่ได้ทิ้งความซับซ้อน กับจุดหักมุมตามสไตล์ลายเซ็นของ Black Ops ไปเลย ต้องขอชมเลยว่า Activision ออกแบบโหมด รวมถึงเขียนเนื้อเรื่องของเกมนี้มาได้ดีจริงครับ ◊ กราฟิก / การนำเสนอ ◊ ได้ชื่อว่าเป็นเกมเจเนอเรชันใหม่แล้ว เรื่องของกราฟิกคิดว่าคงไม่ต้องพูดเยอะถ้าแบบสั้นเลยคือ "สวยงามเป็นอย่างมาก" ครับ ยิ่งถ้าเปิด Ray Tracing เวลาเห็นเงาที่สะท้อนผ่านน้ำ หรือพบกับที่แสงกระทบกับเหล็กบนตัวปืนแล้ว ยิ่งทำให้รู้สึกว่า "นี้แหละเกมเจนใหม่" และที่น่าสนใจคือ เกมนี้ไม่ได้กินสเปคมากมายอะไรเลยบน PC ครับ ด้วยสเปคเครื่องที่ไม่สูงอะไรมากมายการจะเล่นให้ได้ 60 FPS ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ถ้าหากต้องการภาพสุกจัดเต็มด้วย FPS ที่สูงกว่า 144 อันนี้ก็อาจจะต้องมีการ์ดจอที่ดีระดับหนึ่งครับ ทางด้านการนำเสนอ ในส่วนของโหมดเนื้อเรื่องผมคิดว่าผู้พัฒนาสร้างบรรยากาศที่ทำให้รู้สึกกดดัน เวลาทำภารกิจต่างๆ ได้ดีในภาคนี้ ไม่ว่าจะเป็นจังหวะภาพ, จังหวะของเนื้อเรื่อง, ดนตรี, สภาพแวดล้อมของสถานที่, มูส และโทน ทุกอย่างล้วนถูกคิดมาอย่างดีแล้วว่าจะสร้างอรรถรสให้กับผู้เล่นได้ จุดนี้ต้องขอชมเชยเลยจริงๆ ครับ ที่นี้มาพูดถึงเรื่องการนำเสนอทางฝั่งของเกมเพลย์บ้าง ภาคนี้จะแตกต่างจาก Call of Duty Modern Warfare ที่วางขายในช่วงปีที่แล้ว เรื่องของความสมจริงที่มีมากกว่าครับ สามารถสังเกตในตอนที่เล่นเลยยกตัวอย่างเช่น การขว้างระเบิดในภาคนี้ตัวละครเราจะใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียวในการขวาง ซึ่งมือขวาจะยังจับปืนแล้วเล็งข้างหน้าอยู่ (ใช้ปากดึกสลักระเบิดแทนที่จะเป็นมืออีกข้าง) อีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การที่เวลาเรากด Reload ในขณะที่กำลังเข้า Scope ของปืนอยู่ ตัวละครของเราจะใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียวในการ Relode ซึ่งในขณะนี้ตัวละครของเราจะไม่ทำการเอาหน้าออกจาก Scope ของปืนเลย นับเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทหารในโลกความจริงน่าจะทำกันครับ องค์ประกอบเหล่านี้มันทำให้รู้สึกว่าทีมพัฒนาได้ใส่ใจในรายละเอียดของการรบจริงอย่างเต็มที่ และมันทำให้ผู้เล่นอย่างเรารู้สึกอินไปกับเกมมากขึ้นไปด้วยครับ ◊ เกมเพลย์ ◊ ** เนื่องจาก COD ภาคนี้มีโหมดให้เราเล่นแบ่งออกเป็น 3 โหมดหลักๆ คือ Campagin, Multiplayer และ Zombie ซึ่งแตกต่างกันมากๆ ผมจึงจะขอรีวิวในหัวข้อนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย้อยครับ ** Campagin ผมได้กล่าวไปข้างต้นเล็กน้อยแล้วว่าเนื้อเรื่องของภาคนี้จะให้ทำให้รู้สึกว่าเรากำลังเล่นเป็นสายลับมากกว่าทหารหน่วยพิเศษเหมือนตอนภาค Modern Warfare ซึ่งหลายคนอาจคิดว่า "เกมบังคับให้เราต้องเล่นแบบลอบเร้น" เอาตรงๆ คือมันก็ไม่ขนาดนั้นครับ ส่วนใหญ่ก็สามารถเล่นแบบบู๊แหลกตามสไตล์ COD ได้ จะมีแค่ 2 ภารกิจเท่านั้นที่บังคับให้เราเล่นแบบลอบเร้นจริงๆ ซึ่งทั้ง 2 ก็ไม่ได้ยากอะไรมากมาย ดังนั้นสำหรับใครที่ไม่ถนัดลอบเร้นแล้วกลัวว่าจะเล่นไม่ผ่านก็ไม่ต้องกังวลไปครับ ผู้พัฒนาได้เคยกล่าวว่า "โหมดเนื้อเรื่องหลักของเกมนี้ จะมีการนำระบบ Butterfly Effect มาใช้ด้วย" ดังนั้นการเลือกตอบบทสนทนาต่างๆ ส่วนใหญ่จึงส่งผลถึงเนื้อเรื่องด้วย โดยส่วนตัวแล้วผมชอบระบบนี้มากๆ เพราะมันทำให้อยากรู้ว่า เนื้อเรื่องหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปเรื่อยๆ ครับ อีกหนึ่งจุดขายของโหมดนี้เลยคือ Side Quest ครับ เหตุผลที่ทำให้เควสรองเกมนี้น่าสนใจ เพราะว่าเราจำเป็นต้องถอดรหัส หรือระบุตัวคนร้ายเองในภารกิจต่างๆ โดยข้อมูลที่ช่วยในการถอดรหัสเหล่านี้ ก็จะอยู่ใน Objective เสริมที่เรา พบในภารกิจหลักของเกมนั่นแหละ มันเหมือนกับว่าเรากำลังเป็นหน่วยข่าวกรองลับจริงๆ กำลังถอดรหัสจริงๆ ซึ่งช่วยเสริมอรรถรสได้เป็นอย่างดีเลยจริงครับ! สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองไม่ถูกกับคอนเทนต์ที่จำเป็นต้องใช้หัวเยอะๆ แบบนี้ และกลัวว่าการไม่เล่นจะส่งผลถึงเนื้อเรื่องหลักด้วยก็ไม่ต้องกลัวไปครับ เพราะเควสรองของเกมนี้ไม่ได้มีผลกับฉากจบของเกมเลย เพียงแต่จะถูกกล่าวถึงเพียงเล็กน้อยหลังจากเล่นเนื้อเรื่องหลักจบแล้วเท่านั้น ทั้งหมดนี้ต้องยอมรับว่าออกแบบเกมมาดีมากๆ ครับ Multiplayer โดยรวมระบบเกมเพลย์ของภาคนี้จะแทบไม่ต่างจากภาคก่อนเท่าไหร่ครับ ได้ชื่อว่าเป็น Call of Duty แล้วภาคนี้ก็ยังคงเป็นเกมที่มีจังหวะดวลปืนที่เร็วมากๆ เหมือนเดิม, ยังคงมีจังหวะวิ่งที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก, ยังสามารถวิ่งสไลด์ยิงได้เหมือนเดิม คือถ้าเกิดเคยเล่นเกม COD ภาคก่อนๆ มา ก็ไม่น่าจะต้องปรับตัวมากนักในภาคนี้ครับ ในส่วนของระบบ Loadout ภาคนี้จะใช้ระบบแบบเดียวกับ Call of Duty Modern Warfare คือมี ปืนหลัก, ปืนรอง, Perk สามช่อง, Lethal และ Tactical แต่มีอุปกรณ์ให้เลือกใช้เพิ่มมา 2 ช่องครับ อันแรกเป็นอุปกรณ์พิเศษที่จะมี Cooldown อยู่ที่ 90 - 300 วินาที แล้วแต่ความเก่งของอุปกรณ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะช่วยให้เราสามารถเล่นได้ง่ายขึ้นเช่น กับระเบิด, อุปกรณ์ต่อต้านระเบิดมือ หรือป้อมปืนขนาดเล็ก ส่วนอีกหนึ่งช่องที่ถูกเพิ่มเขามาคือ ช่องความสามารถพิเศษ ที่จะให้ผลแตกต่างกันไป โดยจะทำงานคล้ายๆ กับ Perk เช่นสามารถพกระเบิดได้ 2 ลูก หรือพกอาวุธหลักได้ 2 ชิ้นเป็นต้น โหมดทั้งหมดที่สามารถเล่นได้ในตอนนี้ จะมีทั้งหมด 10 แบบด้วยกันคือ Domination, Hardpoint, Kill Confirm, Control, Team Death Match, Free For All, Search and Destroy, VIP Escort, Combined Arms และ Dirty Bomb Domination, Hardpoint, Kill Confirm, Control, Team Death Match, Free For All จะเป็นโหมดที่มี Objective ง่ายๆ ใช้เวลาทำความเข้าใจไม่นาน สามารถวิ่งเข้าไปบู๊แหลกแบบไม่ต้องคิดอะไรมากมายนักได้ โหมดในกลุ่มนี้จะเล่นได้สูงสุดแบบ 6 Vs 6 และตายเกิดได้เรื่อยๆ เกมเพลย์โดยรวมในทั้ง 5 โหมดนี้จะเน้นความมันเอาไว้ก่อน หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือโหมดที่เอาไว้เล่นแก้เบื่อครับ ส่วน Combined Arms กับ Dirty Bomb จะเป็นโหมดที่ตาย และเกิดได้เรื่อยๆ เช่นกัน แต่จะมีจำนวนผู้เล่นสูงสุดมากกว่า 20 คน โดย Combined Arms จะเป็นโหมดที่แบ่งคนออกเป็น 2 ทีมแบบ 12 Vs 12 ซึ่งมี Objective ชนะเป็นยึดจุด ซึ่งเกมเพลย์จะมั่วกว่า 5 โหมดแรกมากๆ แต่ก็มันกว่าเช่นกัน ต่อมา Dirty Bomb จะเป็นโหมดที่แบ่งผู้เล่นออกเป็น 10 ทีม แต่ละทีมจะมีสมาชิก 4 คน แผ่นที่ในโหมดนี้จะมีขนาดใหญ่ ทั้งยังใช้เวลาเล่นค่อนข้างนานมาก และมีเกมเพลย์ใกล้เคียงกับเกม Battle Royale แต่สามารถเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ วิธีชนะในโหมดนี้คือเป็นกลุ่มที่มีแต้มสูงที่สุด โดยแต้มสามารถหาได้จากการทำ Objective ในด่าน ซึ่งจุดที่ทำ Objective ได้จะมีเพียง 5 จุดเท่านั้นในด้าน ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ได้ปะทะกับผู้เล่นทีมอื่นอย่างแน่นอนครับ สุดท้าย Search and Destroy กับ VIP Escort อาจถือว่าเป็นอะไรที่จริงจังมากสุดใน 10 แบบครับ โดยอันแรกก็คือโหมดวางระเบิดที่ทุกคนรู้จักกันดี ส่วนอีกอันจะมีความคล้ายกัน คือ ตายแล้วไม่สามารถเกิดได้ ฝั่งหนึ่งต้องป้องกัน ส่วนอีกฝั่งต้องบุก แต่ต่างกันตรงที่ทีมบุกไม่ได้มีเป้าหมายเป็นการวางระเบิด หากแต่เป็นการนำผู้เล่นที่ถูกเลือกไปยังตำแหน่งเป้าหมายอย่างปลอดภัยครับ ดังนั้นถ้าหากว่าฝั่งป้องกันสามารถฆ่า VIP ได้ เกมก็จะจบลงเลยเช่นกัน Zombie อาจเรียกได้ว่าเป็นโหมดที่อยู่คู่กับ Black Ops อย่างแท้จริง (เนื่องจากมีให้เล่นทุกครั้งที่ออกภาคใหม่เลย) ซึ่งความสนุกของโหมดนี้ก็คือการที่เราจะต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เกมเพลย์ส่วนใหญ่จะเป็นแบบ Run and Gun เพราะจำเป็นต้องวิ่งหลบเหล่าผีดิบจำนวนมากพร้อมๆ กับยิงฆ่าพวกมันไปด้วย ในภาคนี้วิธีการเล่นจะยังคงเหมือนกับภาคก่อน คือเหล่าผีดิบจะทยอยบุกมาเรื่อยๆ เป็นระลอก และจะเยอะขึ้น เก่งขึ้น ตามรอบที่ผ่านไป ผู้เล่นจะสามารถดรอปเงินได้จากเหล่าผีดิบที่ยิงตาย โดยเงินเหล่านี้จะใช้ในการเปิดประตู, ซื้อกระสุน กับชุดเกราะช่วยเพื่อช่วยเอาตัวรอดได้ ซึ่งยังสามารถดรอปกระสุน กับอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ อย่างระเบิด กับ C4 ได้ จุดที่แตกต่างกันเลยจริงๆ จะมีอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการเคลื่อนไหวของตัวละคร และผีดิบที่ทำออกมาได้ดีกว่าภาคก่อนหน้านี้ (เนื่องจาก Optimize มาดีขึ้น รวมถึงมี ภาพ / กราฟิก ที่สวยงามสมจริงมากขึ้น) ซึ่งมันทำให้จังหวะเกมเพลย์ของภาคนี้สนุกกว่าที่ผ่านๆ มา เนื่องจากรวดเร็วลื่นไหลกว่าครับ อีกเรื่องคือการที่เราไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกจนครบ 4 คนก่อนถึงจะเล่นได้ สำหรับใครที่อยากเล่นโหมดนี้แบบคนเดียว ผู้พัฒนาได้สร้างโหมด Solo โดยเฉพาะมาให้ด้วยนั้นเอง สรุปแบบเข้าใจง่ายๆ คือโหมดนี้ยังคงความสนุกแบบเดียวกับภาคก่อนๆ ไว้ได้เหมือนเดิมโดยภาพ / กราฟิก ที่สวยงามขึ้นเป็นตัวช่วยเสริมความสนุก และความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดีครับ ◊ สรุป ◊ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่านี้คือ Call of Duty Black Ops ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุด เท่าที่ Activision เคยสร้างมาเลย โดยเฉพาะการเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้เล่นสามารถเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น, Optimize มาให้เล่นได้บน PC สเปคที่หลากหลาย, กราฟิกสวยงามสมกับเป็นเกมเจนใหม่ ทั้งยังมีการคำนึงถึงการเคลื่อนไหวที่สมจริงเวลาออกรบของเหล่าทหาร ถ้าจะเป็นจุดที่น่าเสียดายคงเป็นการที่ภาคนี้ไม่มีระบบอะไรใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น หรือเรียกได้ว่าใหม่ในเกมแนว FPS เลย เมื่อพิจารณาจากทั้งหมดที่ผมกล่าวมา คิดว่า Call of Duty Black Ops Cold War ควรได้คะแนนสูงถึงระดับ 9 เต็ม 10 เลย มันคงจะเป็นเรื่องดีถ้าหาก Activision จะยังคงรักษามาตรฐานที่ดีเช่นนี้ได้เรื่อยๆ ต่อไป และหวังว่า COD ภาคต่อไปที่เราจะได้เล่นในปีอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ ที่ชวนให้พูดคำว่า "Oh My God" ได้สักทีครับ! [penci_review id="72848"]
20 Nov 2020
Cyberpunk 2077: สรุปความเห็นจากสื่อต่างประเทศที่ได้ทดลองเล่นเกม!
เมื่อคืนนี้ (11/20/2020) ทางผู้พัฒนา CD PROJEKT RED ได้ทำการออกอากาศรายการ Night City Wire #5 ตอนสุดท้ายไปแล้ว ซึ่งนอกจากจะเน้นการพูดถึงหนึ่งในตัวละครหลักในเกมอย่าง Johnny Silverhand แล้ว ยังมีการแสดงตัวอย่างเกมเพลย์ใหม่จากเกม ที่แสดงให้เห็นถึงกิจกรรมมากมายที่ผู้เล่นจะสามารถทำได้ในเมือง Night City ของเกม นอกจากนี้ หลังจากที่รายการจบลง ก็ได้มีสื่อต่างชาติหลายสำนักที่เปิดเผยว่าพวกเขาได้ทดลองเล่นเกม Cyberpunk 2077 มาแล้วกว่า 16 ชั่วโมงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับปล่อยบทความที่บรรยายถึงประสบการณ์และความรู้สึกที่พวกเขามีต่อเกมอีกด้วย เราจึงได้รวบรวมความเห็นหลักๆ ของสื่อแต่ละสำนักมาไว้ให้แล้ว เพื่อให้ท่านผู้อ่านทุกท่านสามารถรับรู้ถึงสภาพของเกมในปัจจุบัน IGN: พรีวิวโดยคุณ Tom Marks ใช้เวลาเล่นราว 6 ชั่วโมงก่อนจะจบส่วน Tutorial ของเกม (เริ่มสาย Corpo) เวลา 16 ชั่วโมงที่ใช้ไป รู้สึกเหมือนยังเข้าถึงเกมแค่ระดับพื้นผิวเท่านั้น ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมหาศาล เนื้อเรื่องเปิดมาค่อนข้างเนิบ แต่ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ยิ่งเข้มข้น แผนที่ของเกมไม่ใหญ่มาก และไม่สามารถเดินเข้าอาคารอะไรก็ได้อย่างอิสระ แต่อัดรายละเอียดเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว คุณ Tom บอกว่าสิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการขับรถวนในเมือง Night City ไปเรื่อยๆ เพราะฉากของเกมออกแบบมาให้น่าค้นหามากๆ มีรายละเอียดสนุกๆ ให้มองหาตลอด คุณสามารถสำรวจแผนที่ทั้งหมดได้ตั้งแต่เริ่มเกม แต่ศัตรูในเขตบางเขตอาจจะเลเวลสูงเกินกว่าจะรับมือไหวในตอนแรก เมื่อเข้าสู่เขตใหม่ของเมือง จะมี NPC โทรมาบอกจุดสนใจทั้งหมดในเขตนั้น นอกจากภารกิจเสริมและภารกิจหลัก ยังมีกิจกรรมเล็กน้อยให้ทำอีกเยอะมากๆ ในแต่ละเขต คนที่คาดหวังเกมเพลย์แบบแอคชั่นดุเดือดเลือดพล่านอาจจะผิดหวัง เพราะระบบต่อสู้มีความช้าๆ เหมือนเกม RPG อย่าง Fallout 4 มากกว่า ระบบต่อสู้ช่วงแรกจำกัดมากๆ แต่เมื่อเริ่มปลดล๊อคอาวุธและความสามารถเพิ่มขึ้นก็พบว่าเกมมอบทางเลือกให้เยอะมากๆ เทียบกับเกมแนวเดียวกัน คุณ Tom ยกตัวอย่างว่าเขาได้พบกับปืนไรเฟิลระดับสูงกระบอกหนึ่งที่สามารถยิงทะลุกำแพงได้ เขาจึงใช้คู่กับ cyberware ที่สามารถมาร์คตำแหน่งศัตรูได้ และเน้นยิงศัตรูจากห้องข้างๆ แทน ด้วยความที่เป็นเมือง ทำให้เราไม่ค่อยเจอศัตรูยืนโดดๆ อยู่ใน Open World เท่าไหร่ โดยคุณ Tom กล่าวว่าเขาสามารถเล่นเกมเป็นชั่วโมงๆ โดยไม่ได้ต่อสู้กับใครเลย และหลายๆ ครั้งต้องตั้งใจเดินหาศัตรูเมื่ออยากต่อสู้ คุณ Tom ได้ทดลองเล่นเกมเวอร์ชั่นที่อยู่ระหว่างพัฒนา ซึ่งเขาบอกว่ามีบั๊คอยู่เยอะมากๆ และเขาพบกับบั๊คที่ทำให้ดำเนินเนื้อเรื่องต่อไม่ได้ด้วย หนึ่งในข้อติใหญ่ๆ ที่คุณ Tom พูดถึงคือการที่หน้าเมนูภารกิจของเกมจะเพิ่มภารกิจเข้ามาเองโดยอัตโนมัติทีละเยอะมากๆ แต่ไม่ค่อยให้ข้อมูลอะไรเลย เช่นว่าภารกิจนี้จะให้รางวัลอะไรบ้าง หรือภารกิจนี้เหมาะกับช่วงเลเวลเท่าไหร่ (มีบอกแค่ระดับความยาก) ทำให้คุณ Tom รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ถูกว่าควรไปทำอะไรก่อน-หลังดี แต่แม้จะเจอบั๊คมากมาย คุณ Tom ก็ยังบอกว่าการได้ลองเล่นเกมด้วยตัวเองครั้งนี้ยิ่งทำให้เขาอยากเล่นเกมเต็มๆ มากขึ้นไปอีก Gamespot: พรีวิวโดยคุณ Phil Hornshaw *บทความเต็มมีสปอยเนื้อหาของภารกิจเสริมเยอะพอสมควร จึงขอสรุปมาเป็นความเห็นย่อๆ เพื่อกันสปอย บทความของคุณ Phil เน้นพูดถึงตัวละครเสริมในเกม และการพัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละครเหล่านี้ เกมให้ความสำคัญกับการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครมาก จากตัวอย่างที่เขายกมา คุณ Phil กล่าวว่าเขาได้สานสัมพันธ์อันดีเอาไว้กับ NPC ตัวหนึ่ง ทำให้ NPC ตัวนั้นคอยเมสเสจมาถามไถ่เขาเกี่ยวกับเกมอยู่เรื่อยๆ (บางคนถึงกับมอบภารกิจเสริมเพิ่มเติมให้ด้วย) ซึ่งถ้าเราไม่ตอบแชตของ NPC ไปเรื่อยๆ หรือถ้าพูดจากับเขาไม่ดี พวกเขาก็อาจจะตัดสัมพันธ์กับเราไปเลยได้เหมือนกัน ซึ่งก็จะทำให้พลาดภารกิจของพวกเขาไปด้วย คุณ Phil พูดถึงทางเลือกต่างๆ ในเกม ที่สามารถส่งผลต่อโลกของเกมอย่างใหญ่หลวง โดยเขาอธิบายว่าเขาได้ลองเล่นภารกิจเนื้อเรื่องหนึ่งที่เคยเล่นมาตอนทีไ่ด้พรีวิว 4 ชั่วโมงรอบก่อนหน้านี้ แต่เปลี่ยนทางเลือกของตัวเองทั้งหมด ซึ่งจุดจบของภารกิจก็ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลย และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเกมในหลายๆ แง่ ความสัมพันธ์ระหว่าง Johnny Silverhand และ V จะมีความสำคัญอย่างมากต่อเกม ผู้เล่นจะสามารถเลือกที่จะคุยกับเขาดีๆ เพื่อสานสัมพันธ์ก็ได้ หรือจะชวนทะเลาะกับเขาไปเลยก็ได้ โดยคุณ Phil สันนิษฐานว่าสภาพความสัมพันธ์นี้จะส่งผลสำคัญต่อทิศทางของเนื้อเรื่องและตอนจบแน่นอน  คุณ Phil ได้มีโอกาสทดลองเล่นฉากเซ๊กส์ในเกมด้วย โดยเขาอธิบายว่าฉากเซ๊กส์ในเกมนี้จะแสดงในมุมมองบุคคลที่ 1 ทั้งหมด และเขายังบอกว่าฉากเหล่านี้มีความ "ล่อแหลม" กว่าฉากในเกม The Witcher 3 ซะอีก แต่กระทั่งในแง่ของเซ๊กส์ก็ยังมีพื้นที่ให้เกมสอดใส้ประเด็นเรื่อง "ความเป็นมนุษย์" เข้ามา เช่นฉากหนึ่งที่ V เข้าไปในซ่องระดับไฮโซที่สามารถแสกนหา "ความต้องการ" ของเหล่าลูกค้าและเลือกโสเภณีที่เหมาะสมให้ โดยเมื่อคุณ Phil เข้าไปในห้อง เขากลับพบว่าไม่มีฉากเซ๊กส์ แต่กลับเป็นฉากที่ V และโสเภณีนอนจับมือกันเฉยๆ และพูดคุยถึงชีวิตในเมือง Night City ซึ่งคุณ Phil มองว่ามีความลึกซึ้งกินใจในระดับที่เขาไม่คาดคิดเลยทีเดียว PCGamer: พรีวิวโดยคุณ Andy Kelly คุณ Andy เปิดบทความด้วยการพูดถึงดาบคาตะนะระดับสูงที่เขาพบในเกม และพูดถึงความสนุกของการใช้ดาบในการต่อสู้ โดยเขาถึงกับบอกว่าทันทีที่เริ่มใช้ดาบคล่อง เขาก็ไม่อยากกลับไปจับปืนอีกเลย เกมจะมีสกิลเฉพาะสำหรับอาวุธแต่ละชนิดเยอะมากๆ ทำให้คุณสามารถเลือกใช้อาวุธที่อยากใช้ได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะสู้อาวุธชนิดอื่นไม่ได้ ต่อให้ใช้ดาบก็เคลียร์ฐานศัตรูที่ใช้ปืนได้ตราบใดที่อัปสกิลมาดี คุณ Andy เปรียบเกม Cyberpunk 2077 กับเกมตระกูล Deus Ex ของค่าย Eidos Montreal ที่เปิดช่องทางให้ผู้เล่นทำภารกิจได้อย่างหลากหลายมาก ในตัวอย่างที่เขายกมา เขาได้รับมอบหมายให้ลักลอบเข้าไปในอาคารแห่งหนึ่ง โดยในระหว่างที่เขากำลังสำรวจอาคารดังกล่าวจากภายนอก เขาค้นพบว่าจะมีรถบรรทุกขับเข้า-ออกอาคารอย่างสม่ำเสมอ เขาจึงตัดสินใจใช้วิธีปล้นรถบรรทุกคันหนึ่งและขับมันเข้าไปในอาคารตรงๆ เลย แถมรปภ.หน้าอาคารยังโบกมือทักทายเขาด้วย นอกจากวิธีปล้นรถแล้ว คุณ Andy ยังบอกด้วยว่าเขาพบเส้นทางที่จะลอบเข้าไปในตึกอีกอย่างน้อยสองทาง โดยคุณ Andy กล่าวว่าเขารู้สึกได้จริงๆ ว่าเกมต้องการให้ผู้เล่นสามารถคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาอย่างอิสระจริงๆ คุณ Andy เล่าว่าเขาเลือกเล่น Lifepath Corpo ต่างจากครั้งที่เขาได้ทดลองเล่นเกม 4 ชั่วโมงเมื่อหลายเดือนที่แล้ว ที่เขาเลือกเล่นเป็น Nomad โดยเขากล่าวชื่นชมความแตกต่างระหว่าง Lifepath ทั้งสอง ที่ทำให้ตัวละคร V รู้สึกมีตัวตนต่างกันไปเลย ภารกิจเสริมและเนื้อเรื่องหลักคุณภาพสูงมาก ทัดเทียบกับเควสระดับท๊อปในเกม The Witcher 3 ได้สบาย คุณ Andy กล่าวถึงข้อตำหนิของเกมเอาไว้ด้วย โดยเขากล่าวว่าในเดโมที่เขาเล่น เขาต้องพบกับฉากที่เป็น on-rail shooting (การยิงปืนแบบวิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดเรื่อยๆ) ซึ่งมักจะให้ V ยื่นตัวออกไปนอกกระจกรถที่คนอื่นขับเพื่อโจมตีศัตรูหรือหุ่นโดรนที่ตามไล่ล่าเรา โดยเขาบอกว่าระบบแบบนี้มันเก่าและเชยไปแล้ว และไม่น่าใส่มาให้เจอบ่อยเท่านี้ เช่นเดียวกับคุณ Tom Marks จาก IGN คุณ Andy เองก็กล่าวตำหนิหน้าเมนูเลือกภารกิจของเกม ที่จะคอยเพิ่มภารกิจเข้ามาเองเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าทำเท่าไหร่ก็ไม่หมด ซึ่งเขามองว่าอาจจะทำให้ผู้เล่นบางคนรู้สึกท้อได้ โดยเฉพาะคนอย่างคุณ Andy เองที่ชอบเก็บเควสทั้งหมด สิ่งสุดท้ายที่เขาตำหนิคือเรื่องของเสียงรบกวนมากมาย จาก NPC ที่มักจะชอบส่งเมสเสจหรือโทรมาหาเราอยู่ตลอดเวลา (ซึ่งจากข้อมูลที่คุณ Tom Marks เปิดเผยมา จะไม่สนใจก็ไม่ได้) จนเขารู้สึกว่าตัวเองโดนรบกวนสมาธิเวลาเล่น คุณ Andy กล่าวว่าเขาไม่คิดว่า Cyberpunk 2077 เป็นเกมที่เป็น 'Next-Gen' แต่เป็นเกมที่นำสิ่งที่เกมอื่นๆ ใน Gen ที่ผ่านมาเคยทำมาก่อนแล้ว และขัดเกลามันจนเหมือนใหม่มากกว่า GamesRadar: พรีวิวโดยคุณ Sam Loveridge คุณ Sam เริ่มกล่าวชมตั้งแต่ระบบการสร้างตัวละคร ที่ให้ผู้เล่นสามารถ "สร้าง" V ได้ดั่งใจ ตั้งแต่หน้าตาไปจนถึงขนาดของหัวนม ทำให้ V ของผู้เล่นแต่ละคนกลายเป็นตัวละครของพวกเขาโดยเฉพาะ ทางเลือกในเกมหลายๆ อย่างมักมีผลกระทบที่คาดไม่ถึง โดยระบบทางเลือกในเกมนี้มีความลึกซึ้งกว่าเกมอื่นๆ ที่ผ่านมาทั้งหมด และคำตอบในบทสนทนาคำตอบหนึ่งอาจจะส่งผลถึงขั้นเปลี่ยนเป้าหมายของภารกิจที่ทำอยู่ไปได้เลย กระทั่งบทสนทนาที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไร (เช่นบทสนทนาทางเมสเสจกับ NPC) ก็อาจจะส่งผลใหญ่หลวงต่อเกมได้ แต่ทางเลือกที่ว่าไม่ใช่เพียงตัวเลือกบทสนทนาที่กดเลือกปุ่มเดียวเท่านั้น แต่นับรวมการกระทำน้อยใหญ่ทั้งหมดของ V ตั้งแต่เริ่มเกมเลย แค่คุณทำอะไรที่ธรรมดามากๆ ในเกมอื่นเช่นเดินหนี NPC ระหว่างที่เขากำลังพูดอยู่ก็อาจจะนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ ลำดับที่คุณกระทำบางอย่างก็มีผลต่อเกมเช่นกัน คุณ Sam ยกตัวอย่างว่าในช่วงหนึ่งของเกมเขาได้รับภารกิจเสริมให้ไปทวงหนี้จากตัวละครตัวหนึ่ง แต่เขากลับเลือกที่จะไม่สนใจภารกิจนั้นและทำเนื้อเรื่องต่อ โดยเขาพบว่าเขาสามารถเลือกตัวเลือกบทสนทนาที่พูดถึง "เงินที่ยังไม่ได้รับ" จากภารกิจเสริมที่ว่านี้ได้ ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซะทีเดียว ทำให้เห็นว่าเกมสามารถปรับตัวให้เข้ากับการกระทำ (หรือไม่กระทำ) ของ V ได้ตลอดเวลา แม้จะไม่ได้เจอบั๊คที่รุนแรงเท่าผู้ทดสอบคนอื่นๆ แต่คุณ Sam ก็บอกว่าเขาสังเกติเห็นบั๊คด้านกราฟิกเยอะมาก โดยแม้ว่าผู้พัฒนา CDPR จะยืนยันว่าพวกเขารับทราบถึงการมีอยู่ของบั๊คเหล่านี้ แต่ด้วยขนาดและความลึกซึ้งของเกม คงจะคาดหวังให้บั๊คที่ว่าทั้งหมดถูกแก้ทันวันวางจำหน่ายยากเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้น คุณ Sam ก็บอกว่าเขายังคงเชื่อมั่นในความสุดยอดของเกมนี้เต็มเปี่ยม และเขามั่นใจว่าผู้เล่นหลายๆ คนจะต้องหลงเกมนี้หัวปักหัวปำทันทีที่เริ่มเล่นแน่นอน Cyberpunk 2077 จะวางจำหน่ายสำหรับเครื่อง PS4, Xbox One, PC ในวันที่ 10 ธันวาคม โดยเกมจะสามารถทำงานได้บนเครื่อง PS5, Xbox Series X เช่นเดียวกัน และจะมีเวอร์ชั่นปรับปรุงที่สร้างมาสำหรับคอนโซล Gen ใหม่โดยเฉพาะ ซึ่งจะมอบให้ผู้ที่ซื้อเกมเวอร์ชั่น PS4, Xbox One แบบฟรีๆ ในปี 2021 Credit: Reddit
20 Nov 2020
Assassin's Creed Valhalla: คู่มือแผนผังสกิลทั้ง 3 สาย
ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง Ubisoft ได้ปล่อยเกมประจำค่ายระดับ AAA อย่างเกม Assassin's Creed Valhalla ซึ่งบอกเลยว่ายังคงมีความอลังการในทุกเรื่องทั้งภาพ ความใหญ่ของแผนที่ เนื้อเรื่องและระบบการเล่น ซึ่งพวกเรา GameFever TH เชื่อว่ายังมีหลายๆ คนอาจงงกับระบบสกิลของเกมนี้ ดังนั้นในวันนี้พวกเราจึงขอแนะนำคู่มือแผนผังสกิลฉบับสมบูรณ์ที่จะช่วยให้ผู้เล่นทุกคนตัดสินใจในการเลือกแนวทางการเล่นได้ง่ายขึ้น มาดูกันเลย! 0.ระบบสกิลเบื้องต้น ใน Assassin's Creed Valhalla นั้นผู้เล่นจะไม่ได้มีการอัพเลเวลเหมือนเกม RPG ที่ไป แต่จะได้รับคะแนนทักษะหรือ Points จากการทำภารกิจหรือสะสมค่า XP จนถึงเกณฑ์ที่เกมกำหนดในแต่ละครั้ง เมื่อเรานำคะแนนทักษะไปใช้ในหน้าแผงสกิล ซึ่งจะเริ่มจากจุดศูนย์กลางตามภาพจากนั้นเราสามารถเลือกที่จะใช้คะแนนทักษะในการขยายสกิลกลุ่มดาวออกไปได้ ซึ่งบอกเลยว่าสกิลในภาคนี้มีเยอะมาก โดยสามารถแบบออกเป็นสายหลักๆ ได้ 3 สาย ได้แก่ สายระยะประชิด, สายลอบเร้นมือสังหาร และสายระยะไกล ซึ่งถ้าสังเกตตามภาพเราจะเห็นว่าในแต่ละกลุ่มดาวจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้อีกนั่นคือ stat nodes สกิลย่อย  (จุดเล็กๆ) และ Main Skills สกิลหลัก  (จุดใหญ่) 1.สายระยะประชิด สกิลสำหรับระยะประชิดทั้งหมดนั้นจะอยู่ด้านบนของสุดสูงกลาง ผู้เล่นสามารถรับพลังโจมตีโหดๆ ได้จากสายนี้ รายละเอียดสกิลดังนี้: Stomp : เมื่อศัตรูล้มลงกับพื้นจะสามารถกด R3 เพื่อกระทืบซ้ำได้ Dual Swap : เมื่อถืออาวุธคู่ สามารถกด R2 + R3 เพื่อสลับอาวุธได้ Perfect Attack : กด Rฺ1 อีกครั้งในระหว่างที่กำลังโจมตีเพื่อสร้างดาเมจที่แรงขึ้นในการโจมตีครั้งถัดไป Parry Damage : สามารถปัดป้องการโจมตีของศัตรู และโจมตีสวนกลับได้ทันที Adrenaline Fiend : ทุกครั้งที่เพิ่มดรีนาลีนได้อย่างน้อยหนึ่งช่อง ผู้เล่นจะได้รับบัฟทำความเสียหายได้มากขึ้น เพิ่มความเร็วในการโจมตีให้รวดเร็วขึ้น และสามารถเพิ่มได้เรื่อยๆ ตามช่องของอะดรีนาลีน Arrow Volley : ใช้ธนูโจมตีด้วยลูกศรทั้งหมดที่ชาร์จอยู่พร้อมกัน Warrior Takedown : กด R2 เพื่อล้มศัตรูที่กำลังเผลอด้วยอาวุธระยะประชิดของผู้เล่น ซึ่งจะทำให้ศัตรูรอบตัวตื่นตัว แต่เราจะได้รับหลอดอะดรีนาลีน Sprint Bash : ปลดล็อคความสามารถในการพุ่งชนสิ่ง และสามารถวิ่งชน NPC ให้ล้มลงได้ Adrenaline Upgrade : +1 ช่องอะดรีนาลีน Berserker’s Mettle : ต่อสู้ด้วยความคลุ้มคลั่ง อะดรีนาลีนจะไม่เสียหายจากการโจมตีของศัตรู Light Bow Combo : สามารถยิงธนูเบาติดต่อกันได้ Battlefield Cremation : ศัตรูที่ตายจากการโจมตีด้วยไฟของผู้เล่นจะสร้างดาเมจเผาไหม้แก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ ด้วย Terror : ถ้าสามารถสตั๊นศัตรูได้สำเร็จจะมีโอกาสทำให้ศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ ตกใจกลัว. Heavy Dual Wield : สามารถถืออาวุธหนักได้ด้วยมือเดียว 2.สายลอบเร้น สกิลสำหรับสายลอบเร้นนั้นจะอยู่ตรงฝั่งซ้ายล่าง ผู้เล่นสามารถอัพสกิลเพื่อรับเครื่องมือในการช่วยลอบฆ่าได้จากสายนี้ รายละเอียดสกิลดังนี้ : Backstab : การโจมตีศัตรูจากด้านหลังโดยตรงจะทะลุพลังป้อง และทำให้เป้าหมายติด Stagger. Brush With Death : การหลบหลีกการโจมตีของศัตรูจะทำให้ผู้เล่นมีประสาทสัมผัสที่ดีขึ้น ทำให้คนอื่นๆ รอบตัวดูเหมือนจะเคลื่อนไหวช้าลงไปชั่วขณะหนึ่ง. Guided Arrow : เพิ่มความเชี่ยวชาญในการใช้ธนูของผู้เล่น ช่วยเพิ่มความแม่นยำอย่างมาก และยังสามารถกด R1 เพื่อปรับวิถีของลูกศรขณะยิงออกไปได้อีกด้วย. Advanced Assassination : ปลดล็อคความสามารถในการลอบสังหารเป้าหมายระดับสูง. Predator Bow Combo : การยิงธนูใส่หัวศัตรูติดต่อกันจะสร้างโบนัสความเสียหายเพิ่มขึ้น Counter Roll : ถ้าหากกดหลยในจังหวะที่อีกฝ่ายโจมตีมา จะกลิ่งหลบไปด้านหลังของศัตรูได้ Explosive Corpse : วางกับดักไว้กับศพเพื่อสร้างความเสียหายให้กับทุกคนที่เข้าไปตรวจสอบด้วยการกด R3 ใกล้ๆ กับศพเพื่อวางผงระเบิดไว้. Miasma : ศัตรูที่ตายจากการโจมตีด้วยพิษของผู้เล่นจะปล่อยควันพิษออกมารอบๆ ตัวทำให้ผู้ที่อยุ่ในบริเวณนั้นโดนพิษด้วยเช่นกัน. Adrenaline Upgrade : +1 ช่องอะดรีนาลีน Chain Assassination : หลังจากทำการลอบสังหารสำเร็จแล้ว จะสามารถขว้างขวานไปที่ศัตรูอีกตัวที่อยู่ใกล้ๆ ได้. Assassin’s Cantrip : หลังจากที่หลบหลีกการโจมตีสำเร็จให้กดสามเหลี่ยมให้ไวที่สุดเพื่อขว้างระเบิดควันตรงจุดที่ผู้เล่นอยู่เพื่อพรางตัว Auto-Loot : สามารถ Loot หรือเก็บของได้โดยอัตโนมัติหลังจากสามารถสังหารระยะประชิดหรือลอบสังหารได้. Breakfall : Eivor จะทำการทำการกลิ้งอัตโนมัติเวลากระโดด หรือตกลงจากที่สูงเพื่อลดความเสียหายที่ได้รับให้เบาลง Missile Reversal : สามารถหยิบ และโยนอาวุธที่ศัตรูปามาสวนกลับได้ได้โดยกด L1 ก่อนที่มันจะโดนตัวผู้เล่น. 3.สายระยะไกล สกิลสำหรับสายระยะไกลนั้นจะอยู่ที่ตรงฝั่งขวาล่าง ผู้เล่นสามารถอัพสกิลเพื่อรับสกิลดีๆ และอุปกรณ์ช่วยเหลือดีๆ ในสถานการณ์ฉุกเฉินได้จากสายนี้ รายละเอียดสกิลดังนี้ : Stealth Recon : ไฮไลต์ศัตรูอัตโนมัติเมื่อนั่ง และจะไม่ถูกตรวจพบ Sprint Attack : กด R1 ในขณะวิ่งเพื่อทำการโจมตีได้ Bow to Melee Link : สามารถสลับธนูกับอาวุธระยะประชิดเพื่อสร้างดาเมจพิเศษได้ในเวลาสั้นๆ Emergency Aim : สามารถกด L2 เพื่อสังหารศัตรูที่พบเจอเราได้ทันที และมีโอกาสที่จะไม่ถูกตรวจพบ Last Chance Healing :  เมื่อพลังชีวิตเข้าสู่สถานะวิกฤติ เวลารอบตัวผู้เล่นจะช้าลงชั่วขณะ เปิดโอกาสให้หนีหรือฟื้นฟูเลือดได้ Battleground Bolt : สามารถหยิบอาวุธที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วขว้างใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ ได้ Stealth Adrenaline : ถ้าสามารถลอบเร้น และเปิดหีบสมบัติหรือล้วงกระเป๋าศัตรู จะเพิ่มอะดรีนาลีนให้กับผู้เล่น Hunter Bow Combo : ลดความเร็วในการง้างลูกศรทำให้ยิงได้ความเร็วขึ้นทำให้การยิงในครั้งต่อไปใช้งานได้ไวขึ้น Grit : ฟิ้นฟูพลังส่วยสีแดงบนแถบสถานะของผู้เล่นเมื่อทำการโจมตีระยะประชิดสำเร็จ Charged Shot : ชาร์จธนู และยิงสองลูกออกไปพร้อมกันในครั้งเดียว (ไม่สามารถยกเลิกการโจมตีได้) Bow Stun Finisher :  กด R3 เล็งและยิงไปที่หัวศัตรูเพื่อทำการฆ่าตัวที่ติดสตั๊น Arrow Reinforcement :  ลูกศรที่ยิงออกไปจะไม่มีวันแตก และสามารถไปเก็บได้จากศัตรูที่ถูกสังหาร. Credit : https://www.polygon.com/assassins-creed-valhalla-guide/21548282/skills-map-guide-perks-image-power-level-abilities
19 Nov 2020
รีวิว Godfall ศึกนักรบแห่งทวยเทพเกมเน็กซ์เจนที่ชูโรงโชคประสิทธิภาพเครื่อง PS5
ถ้าให้พูดถึงเกม “Godfall” มันคืออีกหนึ่งเกมน้ำดีที่วางจำหน่ายพร้อมกับเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง PlayStation 5 เพื่อโปรโมทให้เกมเมอร์เห็นประสิทธิภาพของเครื่องเกมรุ่นนี้ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง! แต่ด้วยความที่ตอนนี้เครื่องเกม PlayStation 5 ยังไม่มีการประกาศวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา ผู้ที่จะเล่นเกมนี้ได้ก็คือแพลตฟอร์ม PC นั่นเองค่ะ วันนี้เกวลินก็เลยจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักเกมนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพราะด้วยราคาเกมที่สูงทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “Godfall เป็นเกมที่คุ้มค่าที่จะซื้อมาเล่นหรือเปล่า!?” เมื่ออ่านบทความรีวิวนี้เพื่อน ๆ น่าจะได้คำตอบไม่มากก็น้อยค่ะ   เนื้อเรื่องที่เหมือนจะดี...แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่คิดซะงั้น! เนื้อเรื่องของเกม Godfall พูดถึงเราผู้เป็นหนึ่งในอัศวินวาลอเรียนกลุ่มสุดท้ายที่มีหน้าที่ในการกอบกู้ดินแดน Aperion ให้รอดพ้นจากการล่มสลาย โดยเราจะต้องสวมชุดเกราะในตำนานที่ภายในเกมเรียกว่า “Valorplate” ซึ่งชุดเกราะนี้จะเปลี่ยนให้นักรบที่มีพลังธรรมดากลายเป็นผู้ที่แข็งแกร่งไร้เทียมทานได้ ซึ่งเราจะต้องไปทำภารกิจเพื่อต่อสู้กับเหล่านักรบที่แข็งแกร่งเพื่อนำความสงบสุขสู่ดินแดนของเราอีกครั้ง! ฟังเนื้อเรื่องปูทางออกมาจริง ๆ คือดีในระดับหนึ่งเลยนะคะ แต่เชื่อไหมว่ามันดันตกม้าตายซะงั้น เพราะการทำภารกิจภายในเกมเราจะได้แค่พูดคุยและสืบหาข้อมูลเพื่อเดินทางไปต่อสถานที่ต่อไปเท่านั้น แถวบอสใหญ่แต่ละฉากที่เราจะต้องต่อกรด้วยเนื้อเรื่องพูดถึงหลังจากจัดการไปน้อยมากจริง ๆ ทั้งที่ช่วงต้นเกมเนื้อเรื่องปูมาซะดิบดีเลยค่ะ ทำให้รู้สึกได้อย่างหนึ่งว่าเรื่องบทเนื้อเรื่องทางทีมผู้พัฒนาเกม Counterplay Games ใส่ใจรายละเอียดน้อยไปนิด อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องยังไม่จบแค่นั้นนะคะ ซึ่งจะมีการเล่าต่อในเนื้อหาเสริม [DLC] ที่จะอัปเดตภายในปีหน้า ก็ได้แต่หวังว่าจะแก้ไขในส่วนเนื้อเรื่องที่ทำให้ดูน่าติดตามมากกว่านี้ก็แล้วกันนะ เกมเพลย์ที่ดุดัน หลากหลาย มีเสน่ห์ และ เป็นจุดแข็งของเกมนี้! ต้องบอกว่าตัวเกม Godfall เกมเพลย์มีความซับซ้อนมาก แต่ต้องอธิบายก่อนว่าคำว่า “ซับซ้อน” ที่เกวลินพูดถึงคือระบบภายในเกมมันเยอะมากจริง ๆ ค่ะ ซึ่งถ้าผู้เล่นใหม่จะต้องทำความเข้าใจเรื่องอาวุธภายในเกมก่อนค่ะ ปัจจุบันอาวุธภายในเกมจะมีทั้งหมด 5 ชนิดแล้วทุกชนิดก็เป็นประเภทโจมตีในระยะประชิดทั้งหมด ไม่มีอาวุธที่ใช้ในการโจมตีระยะไกล หรือ อาวุธที่ทำให้เราร่ายเวทมนตร์ได้ ซึ่งอาวุธภายในเกมก็จะประกอบไปด้วย ดาบยาว, ดาบใหญ่, ดาบคู่, หอก และ ค้อน รวมไปถึงโล่ที่เราสามารถใช้ในการป้องกันการโจมตีหรือสวนการโจมตีกลับก็ทำได้เหมือนกัน ทั้งนี้ต่อให้อาวุธภายในเกมจะมีเพียงแค่นี้แต่เราก็สามารถพกอาวุธได้ 2 ชนิดในเวลาเดียวกันค่ะ ทั้งนี้เมื่ออยู่ในเกมถ้าเราเก็บไอเทมพวกอาวุธต่าง ๆ เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอาวุธได้ตลอดเวลาอีกด้วย ทำให้ใครที่กังวลเรื่องนี้ตัดไปได้เลยค่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องมาทำความเข้าใจเพิ่มอีกอย่างก็คือ “อาวุธทุกชิ้นมีธาตุในตัว!” ซึ่งธาตุเหล่านี้จะมีผลต่อมอนสเตอร์ภายในเกม ในช่วงแรก ๆ เรื่องธาตุอาจจะไม่เห็นผลมากนัก แต่ถ้าเราเล่นจนเข้าสู่คอนเทนต์หลัง End Game มันจะเห็นความแตกต่างพอสมควรเวลาไปอัดกับมอนสเตอร์ในระดับสูง ทำให้เกมนี้ผู้เล่นจำเป็นต้องพกอาวุธติดตัวไปหลากหลายธาตุเพื่อเอาไว้ใช้ต่อกรกับมอนสเตอร์ หรือ บอสบางตัวค่ะ แล้วสิ่งที่จะทำให้เกมเพลย์ดูลื่นไหลและเป็นสไตล์ในแบบของผู้เล่นก็คือ “การอัปเกรดสกิล” ทุก ๆ 1 เลเวลเราจะได้แต้มอัปสกิล 1 Point หรือ บางครั้งถ้าไปทำภารกิจก็จะมอบให้ 1 Point หลังทำภารกิจนั้น ๆ สำเร็จ ปัจจุบันสกิลของเกม Godfall มีให้อัปเกรดทั้งหมด 25 ตัว ซึ่งทุก ๆ ตัวจะ Max Level อยู่ที่ระดับ 5 ในแต่ละสกิลการเพิ่มขั้นของสกิลนั้น ๆ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ รวมไปถึงอาจจะปลดล็อครูปแบบการโจมตี หรือ ลูกเล่นที่ใช้ในการหลบการโจมตีที่ลื่นไหลมากยิ่งขึ้นค่ะ แล้วตรงนี้เองที่ทำให้เราสามารถผสมผสานเกมเพลย์ในแบบของตัวเองที่ได้จากอาวุธที่เลือกใช้ และ สกิลที่อัปเกรดค่ะ เกมเพลย์ของเกม Godfall ถือได้ว่าเป็นจุดแข็งของเกมนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ อย่างไรก็ตามมันก็มีจุดที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่าตัวเกมจะเน้นความดุดันเป็นหลัก ทำให้มันไม่ได้แอ็คชั่นลื่นไหลเหมือนพวกเกม Devil May Cry อะไรพวกนั้นนะคะ เพราะเราไม่สามารถยกเลิกแอนิเมชั่นได้สมบูรณ์แบบ ยิ่งถ้าใช้อาวุธที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะอันนี้เห็นผลชัดเจนเลย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่าอัปเกรดสกิลในส่วนการเพิ่มท่าทางการหลบหลีกมากน้อยแค่ไหน ความสนุกของเกมนี้เลยอยู่ตรงนี้ละค่ะ มาถึงสุดท้ายแล้วสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเกมนี้ก็คือ “Valorplate” ชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ ซึ่งการออกแบบชุดเกราะเหล่านี้อ้างอิงจากจักรราศีทั้ง 12 โดยผู้เล่นจะสามารถปลดล็อคชุดเกราะพวกนี้ได้จากการรวบรวมไอเทมต่าง ๆ แล้วสร้างทีละชุด ๆ แน่นอนว่าแต่ละชุดล้วนมีท่าพิเศษที่เมื่อกดใช้งานจะทำให้เราได้รับผลจากชุดนั้น ๆ ชั่วระยะหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น  ชุดเกราะ Illumina เมื่อเลือกใช้งานผู้เล่นจะได้คุณสมบัติในการเพิ่มความเสียหายให้กับจุดอ่อนของศัตรู 15% แล้วถ้ากดใช้ท่าพิเศษ [Archon Fury] จะปล่อยคลื่นพลังงานสร้างความเสียหายเล็กน้อย และ เผยให้เห็นจุดอ่อนของศัตรู แล้วเมื่อเราโจมตีใส่ศัตรูบริเวณจุดอ่อนก็จะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 40% และความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอีก 40% เมื่อผู้เล่นโจมตีบริเวณจุดอ่อนทุกครั้งที่เราทำให้ศัตรูติดสถานะกระเด็น หรือ Deathblow สำเร็จ เป็นต้น โดยชุดเกราะ “Valorplate” ผู้เล่นจะสามารถปลดล็อคได้ครบทั้ง 12 ชุดเมื่อเล่นจบเนื้อเรื่องหลักแล้วดังนั้นอยู่ที่เราอยากจะเล่นสายไหนก็เลือกชุดเกราะให้เหมาะสมก็เพียงพอแล้วค่ะ  กราฟฟิกที่ทำออกมาดีเยี่ยม! แม้ว่าสเปกเครื่องจะไม่สูงก็ตาม ด้วยความที่ตัวเกม Godfall ทางทีมผู้พัฒนาเกม Counterplay Games ได้เลือกใช้ “Unreal Engine 4” ก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยที่กังวลว่า “คอมพิวเตอร์ของตนเองไม่ได้สเปกสูงจะสามารถรันเกมนี้ได้เต็มประสิทธิภาพไหม!?” ผลจากการทดสอบคอมพิวเตอร์ของเกวลินคือ CPU ใช้ i7-8700K ส่วน Ram 32GB. และ GPU ใช้ NVIDIA GeForce GTX 1660 Super ปรับกราฟฟิกสูงสุดความละเอียด 1080p ได้เฟรมเรตอยู่ที่ 59 - 110fps นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึ่งพอใจเลยค่ะ เพราะจากที่คำนวนแล้วสเปกที่ใช้เล่นอยู่ในขั้นแนะนำนั่นเองค่ะ รายละเอียดกราฟฟิก แสง สี ของเกม Godfall ทำออกมาได้ดีไร้ที่ติ แต่ในช่วง Day One ตัวเกมก็มีปัญหาเรื่อง Bug ต่าง ๆ เกี่ยวกับการแสดงผลที่เยอะพอสมควร โดยเฉพาะเมื่อเล่นออนไลน์กับเพื่อนจะพบปัญหาเกี่ยวข้องกับเฟรมเรตที่ลดลงจากตอนเล่นคนเดียวอย่างเห็นได้ชัดเจน ทั้งนี้ก็ต้องยอมใจทีมผู้พัฒนาเกมที่มีการออกแพทช์อัปเดตแก้ไขปัญหาเรื่องการแสดงผลกราฟฟิก และ เฟรมเรตผิดพลาดเหล่านี้อยู่ 2 - 3 รอบอย่างไรก็ตาม ส่วนใครที่รอเล่นบนเครื่องเกม PlayStation 5 บอกเลยว่าจากการที่ไปส่องเพื่อนที่เขามีเครื่องก็ตอบกลับมาว่า “กราฟฟิกสวยงาม เฟรมเรตนิ่ง การแสดงผลดีเยี่ยม แต่ก็มี Bug มากวนใจเล็ก ๆ น้อย ๆ” สรุปคือดีงาม! สรุป สรุปแล้วความคุ้มค่าในการซื้อเกม Godfall มาเล่นในช่วงเวลาแบบนี้เกวลินก็ตอบได้คำเดียวว่า “คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปแน่นอน!” อาจจะเพราะว่าเราไม่ค่อยเห็นเกมทำนองแบบนี้ออกมาให้เราได้เล่นกันมากนัก ตัวเกมมอบความสนุก ตื่นเต้น และ ความท้าทายให้กับผู้เล่นไม่ว่าจะเล่นคนเดียว หรือ เล่นออนไลน์กับเพื่อน ๆ เพราะเมื่อเราเล่นโหมด Hard ความยากที่เพิ่มขึ้น ข้อจำกัดที่ท้าทายผู้เล่นในทีม มันเลยทำให้เราและเพื่อนจะต้องสามัคคีกันไม่งั้นก็ไม่สามารถผ่านอุปสรรคไปได้ แล้วความคุ้มค่าที่เกวลินมองเห็นก็คือ “คอนเทนต์หลัง End Game” มีอะไรให้เราได้ทำเพียบเลยค่ะ เมื่อเราเล่นจบเนื้อเรื่องก็ยังมีการเก็บเลเวลเพื่อไต่ระดับขึ้นไปจุดสูงสุดคือ Level 50 แต่กว่าจะไต่ไปถึงระดับนั้นได้เราก็จะต้องเผชิญหน้ากับ “Tower of Trials หอคอยแห่งการทดสอบ” สถานที่แห่งนี้จะให้เราต่อกรกับศัตรูที่แข็งแกร่งออกตามหาอาวุธในตำนานที่ซ่อนอยู่เพื่อกลับไปล้างบางบอสที่แข็งแกร่งบนหอคอยแห่งการทดสอบในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งตอนนี้ที่ทำสถิติได้คืออยู่ที่ชั้น 11 เท่านั้นค่ะ หลังจากนี้ลำบากพอตัวเพราะศัตรูที่เยอะขึ้น และ แข็งแกร่งเกินที่จะต่อกรได้ไว รวมไปถึงคอนเทนต์อื่น ๆ ภายในเกมที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็นการอัปเกรดเลื่อนขั้นอาวุธที่ต่อให้เราไม่มีอาวุธในตำนานก็ให้หาอาวุธชิ้นที่ต้องการ จากนั้นก็เลื่อนขั้นไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นระดับสูงสุดได้ด้วยเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้มันก็จะมีการสุ่มออกชั่นของอาวุธก็ขึ้นอยู่กับเพื่อน ๆ ว่าจะได้ออฟชั่นตรงกับอาวุธที่เลื่อนขั้นหรือเปล่า แม้ว่าตัวเกม Godfall ส่วนตัวเกวลินจะมองว่ามันคุ้มค่าเพียงใดก็ตาม จุดบอดของเกมก็มีให้เห็นเหมือนกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะตกไปอยู่ที่บทเนื้อเรื่องที่ทำออกมาได้ขั้นแย่พอสมควร ฉากคัตซีนสวย ๆ ที่เราเห็นในตัวอย่างจะมีแค่ช่วงเริ่มต้นเกมเท่านั้นค่ะ ที่เหลือก็จะเป็นฉากคัตซีนที่ทำขึ้นมาผ่าน Unreal Engine 4 แล้วที่หนักที่สุดตัวเกมก็ยังมี Bug ให้เราได้เห็นอยู่เป็นระยะ ๆ อีกด้วย โชคยังดีที่ทีมงานมีการเก็บข้อมูลจากผู้เล่นที่มีการแจ้งปัญหาไปแล้วก็ออกแพทช์แก้ไขยกตัวอย่างแพทช์ Day One ที่มีขนาดไฟล์ 25GB. เรียกว่าครึ่งหนึ่งของไฟล์เกมกันเลยค่ะ แล้วอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่อาจจะทำให้เกมเมอร์หลายคนไม่สบายใจก็คงจะเป็นเรื่องของราคาที่จัดอยู่ในระดับที่ “แพงหูฉีก!” เพราะขนาดแพ็คเกจ Standard Edition ยังราคาประมาณ 1,700 บาท แล้วถ้าจะให้คุ้มค่ายังไงก็ต้องซื้อตัวเกมพร้อมเนื้อหาเสริม [DLC] ที่ราคาจะอยู่ประมาณ 2,260 บาท ด้วยราคาเกมขนาดนี้กับคอนเทนต์ที่บางคนอาจจะมองว่า “มันน้อยไปหน่อย!” ซื้อเกมอื่นอาจจะคุ้มค่ากว่า เกวลินก็มองว่าเห็นด้วยค่ะ เพราะถ้าซื้อมาเล่นคนเดียวมันไม่สนุกเท่าไหร่ แต่ถ้าซื้อมาเล่นกับเพื่อนรวม ๆ แล้วมันก็ถือว่าเป็นเกมที่น่าเสียเงินซื้อมาเล่นได้อยู่ อีกทั้งตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าทางทีมผู้พัฒนาเกม Counterplay Games จะตัดสินใจให้เกม Godfall สามารถเล่นข้ามแพลตฟอร์ม [Cross-Platform] ระหว่าง PC กับ PlayStation 5 หรือเปล่า!? เพราะถ้าทำได้จริงก็จะช่วยทำให้เกมนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น แล้วยิ่งให้เกมนี้เป็นตัวชูโรงในช่วงแรกของการโปรโมทเครื่องเกม PlayStation 5 ด้วยแล้วถ้าทำระบบนี้มันก็จะตอบโจทย์ผู้เล่นได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ น่าเสียดายที่ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้เลย สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ [penci_review id="72743"]
19 Nov 2020
Exclusive! สนทนากับทีมพัฒนา CD PROJEKT RED เกี่ยวกับเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ของ Cyberpunk 2077
เมื่อเร็วๆ นี้ ทางทีมงาน GameFever ได้มีโอกาสร่วมสัมภาษณ์สมาชิกจากทีมพัฒนา CD PROJEKT RED เกี่ยวกับเกม Cyberpunk 2077 หลายประเด็น ตั้งแต่การออกแบบเนื้อเรื่องอันสลับซับซ้อนที่ให้อิสระกับผู้เล่นในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และระบบการต่อสู้ระยะประชิด ที่พัฒนาต่อยอดมาจากระบบในเกม The Witcher 3 โดยตรง ไปจนถึงคำถามคาใจผู้เล่นหลายๆ คนอย่างเรื่องมุมมองบุคคลที่ 1 ของเกม Q: พวกคุณมักจะพูดเสมอว่าทุกๆ สถานการณ์ในเกม Cyberpunk 2077 จะสามารถตอบสนองต่อทางเลือกของผู้เล่นได้อย่างหลากหลายและเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมนิดนึงได้ไหมว่าพวกคุณทำอย่างไรเพื่อให้แน่ใจว่าเกมจะสามารถรับมือกับการกระทำของผู้เล่นได้ทุกอย่างจริงๆ ลองยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมว่าเหตุการณ์หนึ่งในเกมมันจะดำเนินไปอย่างไรได้บ้าง Andrzej Zawadzki/AZ (ผู้พัฒนาตำแหน่ง RPG Lead): ประเด็นนี้มันพูดถึงโดยไม่สปอยอะไรเลยยากอ่ะนะ แต่ถ้าจากใจจริงๆ ของเรา เราเชื่อว่าถ้าเรื่องราวอะไรก็แล้วแต่มันจะมีผลกระทบต่อผู้เสพได้จริงๆ มันจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และอย่างที่ชีวิตจริงมักจะทำให้เราเห็นอยู่บ่อยๆ คือเราไม่สามารถคาดเดาทุกอย่างได้ และเราก็มักจะเซอร์ไพรส์กับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเสมอๆ การจะนำสิ่งนั้นมาใส่ไว้ในเกมเป็นอะไรที่ยากแสนเข็ญเลยล่ะ เพราะเราต้องคำนึงถึงทางเลือกและความคาดหวังทั้งหมดของผู้เล่นต่อสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่ง ในการออกแบบเส้นเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเส้นเรื่องหลักหรือไม่ก็ตาม เรามักจะพยายามจินตนาการถึงทุกอย่างที่ผู้เล่นอาจจะทำในแต่ละช่วงเวลา เกมของเราไม่ใช่เกมที่คุณจะสามารถเลือกทางเลือกทั้งหมดได้ด้วยการกดปุ่มๆ หนึ่ง แต่คุณอาจจะรู้สึกรำคาญ NPC จนเดินหนีไปกลางบทสนทนา หรือกระทั่งซัดหน้ามันไปเลยก็ได้ แค่การคิดว่า “เราคาดหวังให้ผู้เล่นทำอะไร” มันตื้นเกินไปสำหรับเรา [caption id="attachment_72856" align="aligncenter" width="400"] Andrzej Zawadzki (รูปจาก Twitter)[/caption] ถ้าให้ยกตัวอย่าง มันมีภารกิจหนึ่งในเกมที่จะส่งคุณไปช่วยหมอที่ถูกขังตัวเอาไว้ในคลินิคแห่งหนึ่งโดยแก๊งหนึ่งของเมือง เมื่อคุณไปถึง คุณก็พบว่าเป้าหมายของคุณกำลังพยายามช่วยชีวิตของสมาชิกแก๊งคนหนึ่ง เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอถูกแก๊งกักตัวเอาไว้ ตัวละครของคุณจะบอกเธอว่ามันไม่มีเวลาแล้ว และพวกคุณจะต้องออกไปจากที่นั่นเดี๋ยวนี้ แต่เธอกลับปฏิเสธที่จะละทิ้งคนไข้ของเธอและเอาตัวรอดคนเดียว ทีนี้คุณก็มีทางเลือกละ คุณจะถ่วงเวลารอให้เธอผ่าตัดคนไข้ให้เสร็จไหม หรือจะช่างแม่งแล้วทิ้งเธอไว้ตรงนั้น แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณกำลังใจร้อนและตัดสินใจยิงหัวไอ้คนไข้ให้ตายไปซะเลยล่ะ? มันทำได้จริงในเกมหรือเปล่า? ไว้รอให้คุณไปหาคำตอบเอาเองดีกว่า สิ่งที่เราต้องการจะสื่อคือใน “ชีวิตจริง” ในแทบทุกสถานการณ์มันมักจะมีทางเลือกที่เรามองไม่เห็นในแวบแรก เราอยากให้ผู้เล่นได้มีโอกาสทดลองเล่นกับทางเลือกเหล่านั้น ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่เราใช้ออกแบบแทบทุกส่วนของเกมเลย ทางเลือกมากมายที่เกมจะมอบให้กับผู้เล่นจะไม่เพียงกำหนดตอนจบและเรื่องราวของตัวละครของคุณ แน่นอนว่าคงไม่ใช่ทุกทางเลือกที่จะสามารถสร้างความตื่นตะลึงให้คุณได้ แต่อย่างน้อยคุณจะจดจำผลลัพธ์ของทางเลือกเหล่านั้นเพราะมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนเกมมัน “เข้าใจตัวตน” ของคุณ Q: Lifepath ทั้ง 3 จะมีตอนจบเหมือนกันไหม หรือว่าจะมีตอนจบเฉพาะของตัวเอง? Paweł Ciemniewski (นักเขียนบทเกม): ระบบ Lifepath ในเกม Cyberpunk 2077 เปรียบเสมือนการเลือก “จุดเริ่มต้น” ของตัวละคร V และผู้เล่นจะได้พบกับเหตุการณ์และตัวละครเฉพาะของแต่ละ Lifepath ในช่วงแรก และสามารถใช้สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้มาในช่วงต้นเหล่านี้ในการดำเนินเรื่องของเกมที่เหลือเพื่อเข้าถึงเส้นเรื่องที่สร้างมาสำหรับ Lifepath แต่ละอันโดยเฉพาะ อาจจะเป็นตัวเลือกบทสนทนาที่เปิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในเนื้อเรื่อง หรืออาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครที่เราได้รู้จักภายหลัง ทำให้เรามีความได้เปรียบพวกเขาในการต่อรองเป็นต้น [caption id="attachment_72859" align="aligncenter" width="400"] Paweł Ciemniewski (รูปจาก Twitter)[/caption] ทางเลือกทั้งหมดในเกมจะสามารถนำไปสู่ตอนจบอันหลากหลายของเกมได้ แต่ไม่มีตอนจบใดที่ผูกอยู่กับ Lifepath ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นอย่างไร เรื่องราวของคุณก็ยังสามารถมาบรรจบลงที่ตอนจบไหนก็ได้ในเกม แต่ในขณะเดียวกัน ตอนจบแต่ละแบบก็จะคำนึงถึง Lifepath ของผู้เล่นด้วย เพื่อสร้างความรู้สึกที่ว่าผู้เล่นคือคนที่สร้างตัวละครนี้มาเอง และทางเลือกทั้งหมดของเขาคือสิ่งที่นำพาเขามาสู่ตอนจบที่ได้พบ Q: เราสามารถปรับแต่งร่างกายของ V ได้แค่ไหน? สามารถปรับจนกลายเป็น Cyborg เต็มตัวไปเลยได้ไหม? มีเครื่องจักร cyberware อะไรบ้างที่พวกคุณชอบเป็นพิเศษ? AZ: การปรับแต่งร่างกายเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญมากๆ อยู่แล้วในธีม Cyberpunk ซึ่งแน่นอนว่าเราก็มีทางเลือกการปรับแต่งร่างกายให้เลือกมากมาย ตั้งแต่การปรับแต่งผิวหนังไปจนถึงการปลูกถ่ายอวัยวะจักรกล หรืออาจจะปลูกถ่ายทั้งระบบร่างกายเลยก็ได้ บางชนิดอาจจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวละครได้ หรืออาจจะมอบอาวุธใหม่อย่างดาบ Mantis Blade โดยเราคำนึงถึงการมอบอิสระให้ผู้เล่นเสมอ ถ้าคุณอยากจะเล่นแบบลอบเร้น คุณก็สามารถเปลี่ยนตัวละครให้เป็นนินจาได้ด้วยการใส่ตัวช่วยกลบเสียงฝีเท้า หรือกระทั่งเพิ่มปฏิกิริยาตอบสนองจนเหมือนเวลาช้าลงเมื่อโดนเจอตัว หรือถ้าอยากเล่นสายบู๊แหลก ก็สามารถเสริมเกราะป้องกันใต้ผิวหนังเพื่อลดความเสียหายที่ได้รับเป็นต้น และคุณสามารถเลือกปรับแต่งร่างกายมากเท่าไหร่ก็ได้ แต่สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำคือการปรับแต่งร่างกายด้วยเครื่องจักรมันถือเป็นเรื่องธรรมดาในโลกของเกม Cyberpunk 2077 คุณอาจจะเจอคนที่ปรับแต่งร่างกายจนแทบจะไม่เป็นมนุษย์อยู่แล้ว หรือคนที่ปรับน้อยมาก หรือกระทั่งไม่ปรับแต่งอะไรเลย เราจึงอยากให้คุณสบายใจว่าคุณจะสามารถเล่นเกมโดยที่ไม่ปรับแต่งอะไรเลยก็ได้ เพราะเราอยากให้คุณสามารถเล่นเป็นตัวละครที่คุณอยากเป็น ในส่วนของ cyberware ชิ้นโปรด ผมคงไม่กล้าตอบแทนสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมนะ เพราะแต่ละคนก็มีของที่ชอบไม่เหมือนกันจริงๆ แต่สำหรับผมชอบ cyberware Sandevistan มาก เป็นเครื่องจักรที่ทดแทนระบบประสาททั้งร่างกายของคุณ ทำให้คุณมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วมากจนเหมือนเวลาเดินช้าลงตามที่ผมพูดถึงไปก่อนหน้านี้ แถมผมยังชอบใส่ cyberware ที่จะปล่อยคลื่นระเบิด EMP ออกมาทุกครั้งที่ V โดนโจมตี ทำให้ผมสามารถบู๊แหลกได้โดยไม่ต้องกลัวอันตรายมากนัก และสุดท้ายคือ Gorilla Arms ที่ทำให้ผมสามารถฆ่าศัตรูด้วยมือเปล่าได้ในระยะประชิด ผมว่าเดี๋ยวพอผู้เล่นแต่ละคนได้ลองก็จะเข้าใจเอง และผมตื่นเต้นมากว่าผู้เล่นจะเลือกผสม cyberware ออกมาอย่างไรบ้างระหว่างการเล่น Q: คุณเคยกล่าวในบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าระบบการต่อสู้ระยะประชิดของเกม CP2077 จะถอดแบบมาจากของ The Witcher 3 ช่วยอธิบายได้ไหมว่าคุณปรับระบบการต่อสู้แบบบุคคลที่ 3 แบบนั้นมาไว้ในเกมบุคคลที่ 1 ได้อย่างไร AZ: การทำระบบต่อสู้ระยะประชิดในมุมมองบุคลลที่ 1 ให้ดีมันยากกว่าในบุคคลที่ 3 แน่ๆ เราเริ่มจากการตัดสินใจกันก่อนว่าเราอยากให้ระบบต่อสู้ของเราออกมาเป็นแบบไหน เราอยากให้มันเป็นระบบที่ต้องใช้การวางแผนหรือใช้เทคนิคสูง หรือเราอยากให้เป็นเกมเดินหน้าบู๊แหลก? เราอยากให้ผู้เล่นจำเป็นต้องใส่ใจกับทรัพยากรณ์อย่างพลังชีวิตหรือพลังงาน Stamina มากแค่ไหน? ซึ่งผมว่าเราหาจุดสมดุลที่ดีระหว่างการต่อสู้ทุกแบบ เพราะในขณะที่ผู้เล่นจะต้องเรียนรู้จุดอ่อนของศัตรูชนิดปีศาจเพื่อหาช่องโจมตี แต่ก็ยังมีจังหวะที่สามารถปล่อยของกับศัตรูมนุษย์ได้เต็มที่อยู่ด้วย ซึ่งนี่เป็นจุดที่เราอยากคงเอาไว้สำหรับเกมนี้ เราอยากให้ผู้เล่นได้มีโอกาสวางแผนและบริหารพลังชีวิตและ Stamina ไปพร้อมกัน แต่ก็ยังมีจังหวะให้แบกหมัดกับศัตรูมันส์ๆ เหมือนกัน การจะนำความรู้สึกนั้นมาใส่เอาไว้ในเกมบุคคลที่หนึ่งมันท้าทายมากในระดับเทคนิค และในระดับการออกแบบท่าทางด้วย เพราะคุณมีพื้นที่ในการออกแบบอนิเมชั่นต่างๆ ได้หลากหลายกว่าในบุคคลที่ 3 ซึ่งผมว่าเราสามารถถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้ดีในเกม และผมเชื่อว่ามุมมองบุคคลที่ 1 จะสามารถให้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังอยู่ในการต่อสู้มากกว่าอีกด้วย นอกจากนี้ เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างตัวตนเฉพาะให้กับอาวุธระยะประชิดแต่ละชนิดของเรา ให้มอบความรู้สึกที่ต่างกันอย่างชัดเจนมาก ไม่ว่าจะเป็นดาบคาตะนะ ค้อนยักษ์ มีดพก หรืออะไรก็แล้วแต่ และเรายังมีระบบสกิลและ perk ที่ลึกซึ้ง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถใช้อาวุธแต่ละชนิดในแบบที่เข้ากับตัวเองได้ หมายความว่าต่อให้คุณและเพื่อนคุณเลือกใช้ดาวคาตะนะเป็นอาวุธหลักเหมือนกัน ก็ยังอาจจะได้ประสบการณ์ที่ต่างกันไปเลยก็ได้ ซึ่งเราให้ความสำคัญมากๆ กับจุดนี้ เราตั้งใจมากๆ กับการทำให้การต่อสู้ระยะประชิดในเกม CP2077 ให้ความรู้สึกสม่ำเสมอ เราใส่ใจกับการทำให้จังหวะของการโจมตีมีความลงตัว ให้ทุกอย่างรู้สึกลื่นไหล ให้ผู้เล่นได้รู้สึกถึงจังหวะจะโคนของการต่อสู้ไปพร้อมๆ กับการวางแผน ซึ่งผมก็คิดว่าสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดีในมุมมองบุคคลที่ 1 เช่นกัน Q: ในขญะที่เกม RPG หลายๆ เกมเลือกใช้มุมมองบุคคลที่ 3 กัน ทำไมคุณถึงเลือกใช้มุมมองบุคคลที่ 1? คุณคำนึงถึงอะไรบ้างสำหรับการตัดสินใจครั้งนี้ Mateusz Tomaszkiewicz (หัวหน้าทีมออกแบบระบบเควส):  การสร้างอารมณ์ร่วม (Immersion) เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของเราในการเลือกมุมมองของเกม และในแง่นี้ เรามองว่ามุมมองบุคคลที่ 1 ให้ตัวเลือกมากกว่า ผู้เล่นจะมองเห็นทุกอย่างที่ V เห็น ซึ่งแค่นี้ก็ทำให้ผู้เล่นกับ V มีความใกล้ชิดกันมากขึ้นแล้วโดยปริยาย และเมื่อคุณเดินทางไปในเมือง Night City คุณจะสามารถรับรู้ได้ถึงสเกลของเมืองในแบบที่สมจริงกว่ามาก มุมมองบุคคลที่ 1 ถือเป็นตัวช่วยในการสร้างความรู้สึกเสมือนว่าคุณอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ และเราเชื่อว่ามันจะส่งผลดีต่อระบบเกมเพลย์ของเราเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการต่อสู้ การเดินทาง หรือบทสนทนา ผู้เล่นจะยังควบคุมตัวละครได้อย่างอิสระตลอดเวลา และเราเชื่อว่ามุมมองบุคคลที่ 1 นี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุดในการเล่าเรื่องที่เราอยากเล่า และมอบประสบการณ์ที่เราอยากมอบให้ผู้เล่น  [caption id="attachment_72869" align="aligncenter" width="400"] Mateusz Tomaszkiewicz (รูปจาก Twitter)[/caption]   Q: จากคลิปเกมเพลย์และตัวอย่างมากมายที่ออกมา เราได้เห็นอิทธิพลของวัฒนธรรมญี่ปุ่นต่อโลกของเกมอย่างชัดเจน และ Night City จะมีอิทธิพลของชาติเอเซียอื่นๆ อีกบ้างไหม? แล้วประเทศไทยล่ะ? AZ: เมือง Night City เป็นแหล่งรวมของผู้คนจากทุกเชื้อชาติและวัฒนธรรม ซึ่งเราให้ความสำคัญกับการสื่อ “วัฒนธรรม” อันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองมากๆ โดยอ้างอิงจากเรื่องราวในเกมต้นฉบับ Cyberpunk 2020 วางใจได้เลยว่าเมื่อคุณเดินทางจากเขตหนึ่งไปอีกเขตหนึ่งของเมือง คุณจะมีโอกาสได้เห็นอิทธิพลของวัฒนธรรมอันหลากหลายจากทุกมุมโลกตามโฆษณา เสียงเพลง อาหาร หรือแฟชั่นของผู้คนในเมือง สำหรับประเทศไทย ขอให้ทุกคนไปหาคำตอบในเกมดีกว่า :) Q: สุดท้ายนี้ อยากถามว่าพวกคุณรู้สึกอย่างไรกับการมาถึงของคอนโซล Gen ใหม่? พวกคุณมีแผนการบ้างหรือยังว่าจะใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างไรได้บ้าง? AZ: เอาจริงๆ ตอนนี้เรากำลังตื่นเต้นกับการให้ผู้เล่นได้เล่น Cyberpunk 2077 ซะทีเท่านั้นแหละ! แน่นอนว่าเกมจะวางจำหน่ายสำหรับ PC, Xbox One, PS4 แต่ผู้เล่นทุกคนก็สามารถนำเกมไปเล่นบนเครื่อง Xbox Series S/X และ PS5 ได้ด้วย โดยเรามีแผนจะปล่อยเกมเวอร์ชั่นปรับปรุงสำหรับคอนโซล Gen ใหม่โดยเฉพาะในอนาคตให้กับผู้ที่ซื้อเกมในคอนโซล PS4, Xbox One ฟรีๆ ด้วย แต่จะปรับปรุงอย่างไรบ้าง ขออุบไว้บอกกันวันหลังนะ เกม Cyberpunk 2077 จะวางจำหน่ายในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ โดยผู้พัฒนา CDPR ได้ปล่อยวิดีโอเกมเพลย์ความยาวกว่า 10 นาทีออกมาให้ชมกันเพื่อเปรียบเทียบกราฟิกระหว่างเครื่องคอนโซล Xbox One X และ Xbox Series X และจะปล่อยเกมเพลย์ออกมาอีกในตัวอย่างใหม่ที่จะเปิดเผยในรายการ Night City Wire #5 ที่จะจัดขึ้นในเวลา 00.00 (เที่ยงคืน) ของวันศุกร์ที่ 20 พฤษจิกายนนี้ (เวลาไทย)
19 Nov 2020
รู้จักกับ USB4 เทคโนโลยีสายเล็กๆ ที่อาจเปลี่ยนประสบการณ์เกมมิ่งของคุณได้
หลายคนอาจไม่รู้ว่าในปี 2019 ที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวมาตรฐาน USB ใหม่จากทาง USB Implementers Forum ชื่อว่า USB4 ซึ่งมีกำหนดจะถูกเอามาใช้จริงในช่วง ปลายปี 2020 หรือก็คือช่วงนี้ และเชื่อหรือไม่ครับว่าเจ้าเทคโนโลยีสายเล็กๆ นี้อาจเปลี่ยนแปลงประสบการณ์เกมมิ่งของเราชนิดคาดไม่ถึงเลยทีเดียว เพื่อที่จะให้เพื่อนๆ ได้รับความรู้ที่เต็มที่ และเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่าเจ้า USB4 นี้ มันยอดเยี่ยมยังไง ผมจำเป็นต้องเริ่มอธิบายก่อนว่า USB4 คืออะไร หน้าตาเป็นแบบไหน, และสามารถทำอะไรได้บ้าง โดยตัวบทความนี้อาจมีความยาวที่มากพอสมควร ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเลยครับ USB4 คืออะไร USB4 คือเทคโนโลยีส่งข้อมูลแบบ External ตัวใหม่ล่าสุดที่ได้รับการยอมรับจากทาง USB Implementers Forum ซึ่งเป็นองค์กรที่คอยควบคุมดูแลมาตรฐานของสาย USB โดยเจ้าสายรับส่งข้อมูลเจเนอเรชันใหม่นี้ สามารถรับส่งข้อมูลได้สูงสุดถึง 40GB ต่อวินาที ซึ่งเร็วกว่า USB 3.2 อีกเท่าตัว สายนี้จะมาในรูปแบบ Type-C เท่านั้น และไม่มีรูปแบบ Type-A ที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งเหตุผลที่ต้องทำให้ออกมาเป็น Type-C เท่านั้น ก็เพื่อให้สามารถเอาไปใช้งานร่วมกับสาย Thunderbolt 3 ได้ด้วย โดยการที่สามารถใช้ร่วมกันได้แบบนี้ จะส่งผลถึงวงการเกมพอสมควรในเรื่องของราคา Hardware แต่ผมจะขอกล่าวต่อไปข้างล่างนี้ครับ นอกจากนี้จากประกาศของทาง VESA ทำให้เทคโนโลยี DisplayPort 2.0 เอง ก็หันมาใช้สาย USB4 ในการส่งข้อมูลเช่นกัน ซึ่งเจ้า DisplayPort 2.0 เองก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนแปลงประสบการณ์เล่นเกมของเพื่อนๆ ไปเลยเช่นกัน และเหตุผลว่าทำไมถึงเปลี่ยนไปก็อยู่ข้างล่างนี้แล้วเช่นกันครับ DisplayPort 2.0 คืออะไร หลายคนอาจคุ้นเคยกับการใช้สาย HDMI ในการต่อจอเข้ากับเครื่องเล่นเกม หรือคอมพิวเตอร์อยู่ในตอนนี้ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วถ้าหากเพื่อนๆ ต้องการใช้งานจอแสดงผลที่มีความละเอียดมากกว่า 4K และมีค่า Refresh Rate สูงกว่า 60 Hz แล้วละก็ เราจะไม่สามารถใช้สาย HDMI ในการเชื่อมต่อได้ ตัวสายมีขนาดของ Bandwidth ที่ไม่เพียงพอครับ โดยเทคโนโลยีล่าสุดของสาย HDMI คือ HDMI 2.0 ซึ่งมีขนาด Bandwidth เท่ากับ 18Gbps ดังนั้นจึงส่งผลให้สาย HDMI สามารถแสดงผลได้สูงสุดที่ความละเอียด 4K กับค่า Refresh Rate ที่ 60 Hz ครับ ดังนั้นในส่วนนี้สาย DisplayPort 1.4 จึงเข้ามารับหน้าที่แทนเนื่องจากเป็นสายที่มีขนาด Bandwidth สูงถึง 32.4 Gbps  (สามารถแสดงผลได้ถึง 4K/120 Hz และ 8K/60Hz) นอกจากนี้เทคโนโลยี Nvidia G-Sync กับ AMD FreeSync เอง ก็สามารถทำงานผ่านสาย DisplayPort ได้เท่านั้นเช่นกัน เพื่อนๆ อาจสังเกตได้ว่าจอคอมพิวเตอร์แพงๆ ที่มีความละเอียดสูง มีค่า Refresh Rate สูง และมีเทคโนโลยี Nvidia G-Sync หรือ AMD FreeSync มักให้สาย DisplayPort มาด้วยครับ กลับมาที่ประเด็น DisplayPort 2.0 เทคโนโลยีนี้คือตัวใหม่ล่าสุดที่มี Bandwidth สูงถึง 77.4 Gbps (สามารถแสดงผลได้ถึง 4K/144 Hz, 8K/120 Hz และ 16K/60Hz) ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการมาของ USB4 คือ การหมายความว่าเราจะสามารถเล่นเกมในความละเอียดที่สูงมากขึ้น หรือ Refresh Rate ที่สูงกว่าเดิมได้นั้นเอง [caption id="attachment_72716" align="aligncenter" width="1280"] เล่นเกมแบบ 16K[/caption] (ขอบคุณภาพจากทาง Linus Tech Tips) USB4 สามารถใช้กับ Thunderbolt 3 = ราคาของ Hardware จะถูกลง ก่อนที่โลกเราจะรู้จักกับ USB4 เทคโนโลยีสายที่ส่งข้อมูลได้เร็วที่สุดของโลกคือ Thunderbolt 3 ซึ่งเจ้าสายนี้เป็นเทคโนโลยีลิขสิทธิ์ของทาง Intel ส่งผลให้หากผู้ผลิต Hardware จะใช้เทคโนโลยี จำเป็นต้องจ่ายเงินให้กับ Intel ด้วย ผลลัพธ์คือผู้ผลิตจำเป็นต้องใช้ต้นทุนที่มากขึ้น และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ Notebook รุ่น Highend รวมไปจนถึง Macbook ของทาง Apple มีราคาที่แพง นอกจากนี้ AMD เองก็ไม่สามารถนำ Thunderbolt 3 มาใช้งานได้เช่นกันเนื่องจาก Intel ไม่ยอม ทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ External GPU ที่เอาไว้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Notebook สามารถใช้งานได้กับเครื่องที่ใช้ Chipset ภายในเป็นของ Intel เท่านั้นในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นการมาของ USB4 ที่สามารถใช้งานกับ Thunderbolt 3 ได้จึงจะช่วยลดราคาต้นทุนให้กับผู้ผลิตได้ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ถูกกว่า การลดต้นทุนได้จึงหมายความว่า ราคาของสินค้าที่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในส่วนนี้จะถูกลง ซึ่งจะทำให้พวกเราเหล่าเกมเมอร์สามารถจับต้องสินค้าที่มีประสิทธิภาพ สูงขึ้นในราคาเท่าเดิมได้นั้นเอง และการมี Notebook แรงๆ หรือ Hardware ดีๆ ก็จะทำให้การเล่นเกมของเพื่อนๆ ลื่นไหลมากขึ้นไปด้วยในเวลาเดียวกันครับ ความเปลี่ยนแปลงของวงการเกมที่น่าจะเกิดขึ้นเมื่อ USB4 ถูกใช้งานจริง นอกจากที่ผมกล่าวมาข้างตนแล้วยังมีอีก 2 ประเด็นที่ผมคิดว่าน่าจะเกิดขึ้น สามารถอ่านได้ข้างล่างนี้เลยครับ การเปลี่ยนไปใช้จอที่สามารถเชื่อมต่อกับ USB4 ได้ ในปัจจุบันมาตรฐานการเล่นเกมถูกปรับขึ้นมาเป็น 4K / 60 FPS แล้ว จากการมาของเครื่อง PS5 และ Xbox Series X ดังนั้นในอนาคตมาตรฐานของความละเอียด กับ Refresh Rate จะสูงมากขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน โดยความละเอียดที่สูงกว่า 4K / 60 FPS นั้นไม่สามารถใช้งานสาย HDMI ได้แล้ว กล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือการเปลี่ยนไปใช้ USB4 ในการส่งภาพจะกลายเป็นมามาตรฐานใหม่ของจอ PC อย่างแน่นอน และเมื่อวันนั้นมาถึง เหล่าเกมเมอร์ PC อาจได้เปลี่ยนจอกันทุกคนเลยครับ เอาจริงๆ มันยัง ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ขนาดนั้นสำหรับเราในตอนนี้ เนื่องจากมาตรฐาน USB4 ยังไม่ได้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในตอนนี้ และน่าจะไม่จำเป็นสำหรับคนที่ต้องการเล่นเกมที่ควายละเอียดต่ำกว่า 8K / 60 FPS เช่นกัน เนื่องจากสาย DisplayPort 1.4 ยังสามารถทำงานในส่วนนี้ได้ดีอยู่ ซึ่งผมเชื่อว่าเมื่อเวลาที่เราต้องเปลี่ยนมาถึงจริงๆ เราก็จะปรับตัวกันได้เอง เหมือนตอนที่โลกเปลี่ยนจากสาย AV มาใช้สาย HDMI แทน นอกจากนี้คิดว่ากว่ายุคที่เราจะไปถึงความละเอียดมากกว่า 8K มันก็น่าจะยังอีก 6 - 8 ปีเลยครับ ถ้าจะพูดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นเลยหลังจากที่ DisplayPort 2.0 กับ USB4 ถูกใช้งานเลย เห็นจะเป็นการที่สามารถต่อจอความละเอียดสูงพร้อมกันหลายตัวได้เลยด้วยสายเพียงเส้นเดียว ซึ่งผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะช่วยให้ประสบการณ์เกมมิ่งของเราดีขึ้นมากน้อยขนาดไหนเช่นกันครับ และอย่าลืมว่าจอที่นำมาใช้ต้องรองรับสายตัวนี้ด้วยเช่นกัน   (ขอบคุณภาพจากทาง BeginnersTech) ตลาด Hardware อุปกรณ์เก็บข้อมูลที่จะมีราคาถูกลง อ่านผ่านๆ อาจเห็นว่าประเด็นนี้ไม่เกี่ยวกับวงการเกมเท่าไหร่นัก แต่ผมจะบอกว่าแม้ไม่ทางตรง แต่ข้อนี้ก็ส่งผลในทางอ้อมอยู่พอสมควรครับ ซึ่งถ้าให้อธิบายไปทีละขั้นต้อนแล้วละก็ คิดว่าอาจจะยาวเกินไปดังนั้นผมจึงได้เขียนอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ เอาไว้แล้วข้างล่างนี้ครับ มีสายที่ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น = SSD พกพาจะสามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับ SSD ที่อยู่ในเครื่องมากขึ้น SSD พกพาจะสามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับ SSD ที่อยู่ในเครื่องมากขึ้น = การแข่งขันในตลาดอุปกรณ์เก็บข้อมูลจะสูงขึ้น การแข่งขันในตลาดอุปกรณ์เก็บข้อมูลจะสูงขึ้น = อาจทำให้ราคาของสินค้าจะถูกลง ราคาของสินค้าจะถูกลง = การประกอบ PC หรือ Console จะใช้ต้นทุนถูกลง การประกอบ PC หรือ Console จะใช้ต้นทุนถูกลง = เราอาจได้เครื่องที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่ราคาเท่าเดิม เครื่องที่มีประสิทธิภาพ = ประสบการณ์เกมที่ได้จะดีกว่า (4K / 120 FPS หรืออะไรก็แล้วแต่) นี้คือผลกระทบจากการมาของสาย USB4 เท่าที่ผมจะนึกออกในตอนนี้ครับ ซึ่งความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดที่ผมกล่าวมาจะไม่ได้เกิดขึ้นแบบทันทีหรอกครับ มันน่าจะต้องใช้เวลาอีก 5 - 10 ปี เลยในความคิดของผม และไม่แน่ใจด้วยว่ามีความเป็นไปได้อะไรที่ผมมองข้ามไปหรือไม่ ถ้าหากเพื่อนคิดเห็นอย่างไรก็คอมเม้นต์คุยกันได้ครับ!
17 Nov 2020
บทสัมภาษณ์ Bankyugi เด็กไทยผู้ได้สิทธิ์เข้าไปแข่ง Hearthstone ระดับโลก
เป็นอีกหนึ่งในความภาคภูมิใจของชาวไทยบ้านเราจริงๆ ครับสำหรับน้องแบงค์ หรือสมญานามว่า Bankyugi เด็กไทยชาวสมุทรสาครที่ได้สร้างชื่อในวงการเกมที่เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ตัวเขานั้นได้ชนะการแข่งขันเกม Hearthstone - Grandmasters 2020 Season 2 Asia-Pacific ได้สำเร็จและคว้าสิทธิ์เข้าไปแข่งในรายการ Hearthstone World Championship 2020 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12 - 13 ธันวาคม 2020 นี้ !! ซึ่งทางเราเองก็ได้รับเชิญให้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องแบงค์แบบตรงๆ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่วงการ eSport และทำไมถึงได้ชอบเล่นเกม Heartstone จนประสบความสำเร็จขนาดนี้ !! มีคนจำนวนมากที่อยากรู้จัก Bankyugi ให้มากขึ้น ช่วยแนะนำตัวเองหน่อย  สวัสดีครับ ผมชื่อจริงชื่อปรเมษฐ์ ปุจฉาการ นะครับ อายุ 21 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี ปีสาม คณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปีนี้ผมได้รับโอกาสเป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมการแข่งขัน Hearthstone World Championship 2020 ครับ จากเด็กผู้ชายคนนึงคุณกลายเป็น Bankyugi ที่เป็น eports professional player ได้ยังไง ซึ่งกำลังจะแข่งขันในเวทีระดับโลกด้วย อะไรทำให้ตัดสินใจมาเป็น esports pro-player และทำไมถึงเลือกที่จะเล่น Hearthstone?  จุดเริ่มต้นในตอนแรกคือ ในอดีตสมัยม.ปลายผมเริ่มเล่นเกมอื่นมาก่อน ซึ่งมันเป็นเกมที่ต้องประสานงานกันเป็นทีม เล่นกันเป็นทีม ซึ่งในช่วงเวลานั้นเราสามารถคุยประสานงาน หรือเล่นกันกับทีมได้ แต่พอขึ้นมหาลัย มันทำให้การพูดคุยมันยากขึ้น ทำให้เราต้องแยกย้ายกันไปครับ  ตัวผมเลยมองหาอะไรใหม่ๆ ที่ท้าทายใหม่ๆ ซึ่งโดยธรรมชาติของผมเนี่ยชอบการแข่งขันอยู่แล้ว ผมก็เลยลองหาเกมที่ผมสามารถเล่นได้ด้วยตัวคนเดียวครับ เลยลองค้นหาดูเรื่อยๆ และเพื่อนผมก็แนะนำเกมนี้มาให้ครับ ซึ่งนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของผมในการเริ่มเล่น Hearthstone ซึ่งเล่นไปเล่นมาผมก็ไม่รู้ว่าผมกลายมาเป็นโปรเพลย์เยอร์ได้ยังไง ก็คืออย่างทีบอกว่าผมชอบการแข่งขัน ผมก็เลยลองเริ่มลงแข่ง หาโอกาสให้ตัวเองให้ได้มากที่สุด เพราะอย่างน้อยไม่ชนะไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยเราก็ได้ประสบการณ์ครับ ได้รู้ข้อผิดพลาดของตัวเองมากขึ้น นำไปพัฒนาตัวเอง ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะเรียกตัวเองว่าเป็นโปรเพลย์เยอร์ได้อย่างเต็มปากไหม เพราะผมเองก็ยังต้องพัฒนาตัวเองต่อไปครับ เพราะผมเองก็ยังมีสิ่งที่ต้องพิจารณาอีกเยอะครับ ผู้เล่น จำนวนมากสนใจว่าในหนึ่งวันของโปรเพลย์เยอร์เป็นอย่างไร อยากให้ช่วยแชร์ชีวิตในหนึ่งวันหน่อย (ต้องทำอะไรบ้าง จัดสรรเวลายังไง) ส่วนใหญ่ผมตื่นนอนมา เวลาประมาณสิบเอ็ดโมงครับ อย่างแรกก็ทำกิจวัตรประจำวันให้เรียบร้อยก่อนครับ บวกกับว่าตอนนี้ผมยังเรียนอยู่ก็เลยพยายามจัดเวลาให้มันลงตัวหลายอย่างครับ แล้วเวลาที่ผมซ้อมส่วนมากจะเป็นช่วงตั้งแต่ตื่นนอน กินข้าวเสร็จเลยครับ แต่ถ้ามีเรียนก็จะไปเรียนก่อนครับ ก็เรียนไปเล่นไปครับ เพราะผมอยากใช้เวลาให้มีค่าครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้มีพรสวรรค์ ผมเลยต้องขยันมากกว่าคนอื่น ผมเลยต้องใช้เวลาเยอะ วันนึงผมว่าผมน่าจะเล่นไม่ต่ำกว่าหกชั่วโมงครับ เพราะว่าต้องซ้อมเยอะครับ เราเริ่มมาหลังคนอื่นและไม่ได้เก่งมาตั้งแต่แรก บวกกับผมอยากจะพัฒนาตัวเองครับ ให้ดีขึ้น เพราะความผิดหวัง ความผิดพลาดในอดีต ทำให้ผมต้องขยันต้องพยายามมากกว่าคนอื่น กว่าจะได้นอนคืนนึงก็เกือบเช้าเลยครับ ส่วนมากลูปจะเป็นแบบนี้ครับถ้าเป็นช่วงแข่ง แต่ถ้าเป็นเสาร์อาทิตย์ ผมจะอยู่บ้านครับ ไปหาพ่อแม่ ไปซ้อมที่บ้าน ซึ่งพ่อแม่ผมก็จะซัพพอร์ตผมเสมอครับ เตรียมตัวสำหรับแข่งทัวร์นาเมนต์ยังไงบ้าง ต้องฝึกซ้อมนานแค่ไหน? คิดว่าอะไรเป็นส่วนที่ยากและท้าทายที่สุดในการเตรียมตัว และมีวิธีหรือเคล็ดลับอะไรในการเตรียมตัวมั้ย เพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านั้น  ผมคิดว่า Hearthstone เป็นเกมที่ไม่ได้เล่นคนเดียวครับ แม้ว่าตอนแข่งจริงจะเล่นคนเดียว ใช้ความคิดคนเดียว แต่ผมว่าการแข่งมันเริ่มตั้งแต่การที่เราเตรียมพร้อมและเตรียมตัวแลว ตั้งแต่การคิดเด็ค การจัดไลน์อัพ ผมรู้สึกว่ามันสำคัญมากๆ ซึ่งอาจจะสำคัญมากกว่าตอนแข่งก็ได้ครับ บางครั้งผลแพ้ชนะอาจจะตัดสินตั้งแต่ที่เราเห็นเด็คเขา เขาเห็นเด็คเรา  สำหรับเกมแนว strategy เกมการ์ด ผมคิดแบบนั้นครับ เวลาผมแข่งผมจะมีกลุ่ม Practice หรือที่รู้จักกันในนามของ Practice Partner ผมก็จะมีกลุ่มต่างประเทศที่อยู่ในระดับ Grandmaster เดียวๆกันครับ เขาก็จะอยู่ต่างประเทศ ก็พยายามแลกเปลี่ยนแนวความคิดที่มันแตกต่าง เราก็พยายามเปิดรับตลอดครับ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆให้มันรู้เท่าทัน ว่าเมต้าตอนนี้เป็นยังไงนะ เราควรทำยังไงถึงจะสู้กับเด็คเหล่านี้ได้ เล่นแบบไหนถึงจะได้เปรียบเด็คแบบนี้ครับ และสำหรับผม โดยปกติผมพยายามไม่เลือกเด็คที่เก่งที่สุดครับ ถ้ามันไม่ใช่แนวทางของผม ผมจะเลือกใช้เด็คที่ผมถนัดที่สุด และสามารถดึงศักยภาพเด็ดคนั้นออกมาได้ดีที่สุด  แม้ว่าคนอื่นอาจจะมองว่าเด็คนี้มันไม่เก่งก็ตาม แต่ถ้าผมรู้สึกมั่นใจและทำมันได้ดีผมก็จะเลือกมันมากกว่าเด็คที่เก่งครับ พยายามฝึกซ้อมเยอะๆแล้วเราจะรู้แนวทางของตัวเองครับว่าชอบเล่นแบบไหน สไตล์ไหน เด็คแบบไหนที่เหมาะกับเราครับ เหมือนคำที่บอกว่าถ้าเด็คที่ไม่ใช่มันก็ไม่ใช่ครับ วันนึงถ้าเราเล่นจะเยอะมากพอ เราจะเจอทางที่ใช่ของเราเองครับ คุณลักษณะหรือคุณค่าที่สำคัญที่สุดที่คุณคิดว่าผู้เล่น esport ต้องมีคืออะไร? วินัยสำคัญที่สุดครับ ในอาทิตย์นึงเราอาจจะซ้อมสามวันสี่วัน ผมเปรียบนักกีฬา eSport เหมือนนักกีฬาคนนึงครับ แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ใช้พลักำลังร่างกายเหมือนกีฬาอื่นๆ แต่ก็ต้องมีวินัยเหมือนกันครับ เพราะว่าต้องซ้อมครับ ทุกอย่างมันหมุนไปตลอดครับ ไม่ได้หยุดอยู่กับที่ เราหยุดคนอื่นเขาอาจจะวิ่งอยู่ครับ ผมเลยรู้สึกว่าเราก็ต้องตามเขาให้ทัน ผมจึงรู้สึกว่าวินัยสำคัญที่สุดครับสำหรับผู้เล่น esport ครับ ถ้าจะเล่นๆพักๆ ผมว่ามันไม่โอเคครับ พยายามวางแผน มีวินัย ฝึกซ้อมอยู่เสมอครับ ถ้ามีโอกาสก็ควรคว้าไว้ครับดีกว่าปล่อยเวลาให้มันไม่เกิดประโยชน์ครับ เมื่อคุณตัดสินใจที่จะแข่งขันใน eSports คุณตั้งเป้าหมายอะไรให้ตัวเองหรือไม่? คุณช่วยบอกเราได้ไหมว่าอะไรคือเป้าหมายที่คุณตั้งไว้สำหรับตัวเอง?  ตอนแรกเริ่มแค่คิดว่าอยากหาเงินมาเที่ยวเล่น กินขนม ปกตินี่แหละครับ แล้วเราไปได้ข่าวมาว่า Hearthstone จะเป็นกีฬาสากลที่เราติดทีมชาติได้นะ แล้วอย่างที่มบอกว่าแต่ก่อนผมเคยเล่นกีฬาอื่นมาก่อน ความฝันก็คืออยากติดทีมชาติสักครั้งอะไรแบบนั้นครับ อยากได้เรียญ ทำให้คนอื่นภูมิใจ พ่อแม่ภูมิใจครับ สำหรับ Hearthstone ผมก็อยากเป็นตัวแทน SEA Games ตัวแทนทีมชาติ อะไรแบบนั้นครับ รู้สึกยังไงตอนที่รู้ว่าจะก้าวไปสู่ง World Championship เพราะมันเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก ตัวเองเคยคิดว่าจะมาถึงตรงนี้ไหม?  ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้เลยครับ เพราะเอาจริงๆคือ ผมเป็นคนมองก้าวต่อก้าว มองทีละ Goal ครับ Step by Step คนอาจจะมองว่าได้เป็นแชมป์ของ World Championship อาจจะเป็นที่สุดของผู้เล่น Hearthstone แล้ว แต่สำหรับผม มันเป็นโอกาสที่ล้ำค่ามากๆ แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากทำให้ได้ แม้ผมจะมาถึงจุดนี้ แต่ผมยังต้องพัฒนาต่อไปครับ เรารู้ว่า Madness at the Darkmoon Faire เมต้าจะต้องเปลี่ยนไปแน่นอน คุณอาจจะใช้การ์ดจากส่วนเสริมนี้ในการแข่งขัน World Championship ในความคิดของ คาดหวังว่า Meta จะเปลี่ยนเป็นยังไงหลังจากส่วนเสริมนี้  มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนครับ เมื่อคืนผมก็เพิ่งดูการ์ดที่ปล่อยออกมาทั้งหมดครับ ก็เห็นการ์ดหลายๆใบ หลายๆคลาสครับ ที่มันพอจะมี Potential ที่จะเอาไปเล่นต่อใน Expansion หน้าครับ และสามารถเอามาลงเด็คปัจจุบัน หรือไม่แน่อาจจะเกิดเด็คใหม่เลยครับ ซึ่งผมคิดว่าเมต้าเปลี่ยนอยู่แล้วครับ อยู่ที่จะเปลี่ยนมากหรือน้อย ผมคิดว่าส่วนเสริมนี้ก็น่าจะทำให้หลายๆคลาสที่ไม่ได้เป็น Tier1 หรือ Tier2 ดึงตัวเองกลับมาเมต้าได้แน่นอนครับ แล้วผมก็คงต้องใช้การ์ดส่วนเสริมนี้ไปแข่ง World Championship แน่นอนครับ เพราะว่าพลังมันเยอะครับเท่าที่ดูมา ไม่ว่าจะเป็น 4 Old Gods และอีกหลายๆใบครับ ก็คงต้องรอลุ้นครับ คงต้องลองก่อน แต่จากที่มองตอนนี้คงใช้แน่ๆครับ Hearthstone World Championship 2020 จะจัดขึ้นในวันที่ 13-14 ธันวาคม 2563 ตอนนี้คุณมั่นใจแค่ไหนกับการแข่งที่จะถึงนี้ ได้มีการตั้งเป้าหมายสำหรับตัวเองในการแข่งขันนี้รึเปล่า? แล้วอะไรทำให้กังวลที่สุด?  ถ้าถามเรื่องตั้งเป้าไว้ไหม ก็ไม่ได้ตั้งครับว่าต้องจบอันดับที่เท่าไหร่ แต่คงอยากเล่นให้ดีที่สุด ผิดพลาดน้อยสุดครับ เพราะตรงจุดนั้นความกดดันเยอะอยู่แล้วครับ ถึงแม้จะเป็นรายการแข่งที่บ้านเพราะ Covid ครับ แต่ยังไงก็ตื่นเต้นแน่นอนครับ หลายๆคนอาจจะเห็นจากการแข่งก่อนๆว่า พอผมตื่นเต้นแล้วผมไม่ได้เล่นดีที่สุด ผมเลยว่าคงต้องรับความกดดันให้มากกว่านี้ แต่ในเรื่องความกังวลถ้าไปถึงจุดนั้นคงไม่มีแล้วครับ เพราะเราก็ต้องเตรียมตัว เตรียมความพร้อมให้ดีครับ ถ้าไปถึงจุดนั้น ทุกคนมีโอกาสชนะเหมือนกันหมดครับ ใน 6 คนที่เป็นคู่แข่ง เราอยากเจอใครมากสุดครับ Silvername ตัวแทนภูมิภาคยุโรปครับ เพราะว่าน่าจะเป็นผู้เล่นที่คล้ายผมมากสุด พอจะสูสี พอฟัดพอเหวี่ยงมากสุดครับ เรารู้ว่ามีคนจำนวนมากคอยเชียร์และเป็นกำลังใจในการแข่งขัน World Championship ที่จะถึงนี้ อยากพูดอะไรกับพวกเขาเหล่านั้นไหม?  แบงค์ขอบคุณทุกคนมากๆนะครับที่เป็นกำลังใจ ซัพพอร์ตอยู่เสมอครับ แบงค์ได้รับมันจริงๆครับ ถ้าไม่มีกำลังใจผมคิดว่าผมคงตื่นเต้นกว่านี้ วิตก เครียดครับ สิ่งที่สำคัญมากๆคือความมั่นใจครับ เพราะเวลาลงแข่งที่มีความมั่นใจ กับแข่งแบบไม่มีความมั่นใจผมว่ามันค่อนข้างที่จะแตกต่างครับ เพราะวันที่มันแย่ๆ เราได้รับกำลังใจจากจุดๆนี้ จากทุกคน ครอบครัว คนรอบข้าง ลูกเพจ คนในคอมมูนิตี้ มันเป็นพลังบวกให้ผมจริงๆครับ ผมก็อยากจะขอบคุณอีกครั้งจริงๆครับที่คอยดูแลช่วยเหลือผมมาตลอดครับ คำพูดแค่คอมเม้นเล็กๆ ผมก็ดีใจครับ สำหรับโอกาสที่จะมาถึงในเดือนธันวาคมนี้ ผมก็อยากขอกำลังใจอีกสักครั้งครับ โปรดช่วยเชียร์คนไทยคนแรกคนนี้ด้วยครับ ผมก็จะพยายามให้เต็มที่ที่สุดครับ จะพยายามทำให้คนไทยมีความสุขมากสุดครับ ขอบคุณครับ ถ้าชนะการแข่งขัน World Champion มีอะไรที่อยากจะพูดไหม? ตอนนั้นก็คงช็อคอยู่ครั้บ 555 เพราะมันเกินจุดที่เราคาดหวังไปมาก แต่ก็คงแอบหวังแหละครับ ในส่วนถ้าจะพูดอะไร ก็คงขอบคุณแหละครับ เพราะว่าทุกๆคนมีส่วนกับผมจริงๆครับ ไม่ว่าจะคนรอบข้าง คนรอบตัว ดีใจมากๆครับ เฮลั่นบ้าน หรืออาจจะเกิดอะไรที่ทุกคนไม่คาดคิดมาก่อนผ่านกล้องครับ ตัวผมเองก็ยังไม่ได้คิดครับ เพราะมันก็เหลือเวลาเดือนนิดๆเนอะกว่าจะถึงตรงนั้น ผมก็พยายามเตรียมพร้อมมากกสุด แต่ถ้าได้แชมป์จริงๆ ค่อยว่ากันครับว่าจะเกิดไรขึ้น อาจจะแก้บนด้วยครับ 5555 ขอบคุณครับ ในฐานะผู้เล่น คุณชอบอะไรเกี่ยวกับ Hearthstone ที่สุด และมันสนุกยังไง? คือผมเล่น Hearthstone มาตั้งแต่ช่วงเกือบแรกๆเลยครับ ซึ่ง Hearthstone อยู่กับผมมาตลอดระยะเวลาหลายปีครับ ผมรู้สึกว่าเป็นเกมที่มีสเน่ห์ครับ สามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่บนรถ หรืออะไรครับ เล่นคนเดียวก็ได้ เล่นกับคอมมูนิตี้ เล่นกับเพื่อนๆก็ได้ เป็นเกมที่ใช้ทักษะครับ เกมนี้ให้ความสุขกับผมจริงๆครับ พูดออกมาเป็นคำพูดยากครับ สำหรับแบงค์เป็นมากกว่าเกมแล้วครับ เหมือนเป็นครอบครัวเราแล้วครับ เด็คอะไรเป็นเด็คที่คุณชอบที่สุด ถ้าให้นิยามตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นผู้เล่นประเภทไหน? Aggro หรือ Control ?  ผมชอบไข่ฮันเตอร์ครับ ยุคนั้นครับ เพราะเป็นเด็ดต้นเกม กลางเกม ไปจนท้ายเกม เรียกว่าเป็นเด็คที่เก่งครับ และแบงค์เป็นผู้เล่นสไตล์ Control Player ครับ เล่นเด็คช้าครับ เด็คเร็วไม่ค่อยได้แตะครับ แต่ก็ต้องเล่นได้หมดครับ ต้องปรับตัวกับเมต้าปัจจุบันให้ได้ครับ พยายามไม่ยึดติดครับ แต่ถ้าให้เลือก control ครับ การแข่งขัน Hearthstone ที่คุณคิดว่าเล่นได้ดีที่สุดในชีวิตคือแมทช์ไหน?  การแข่งขันของ Grandmaster วีคแรกครับ เพราะผมชนะมาด้วยเด็คสไตล์ผม ซึ่งไม่ค่อยมีใครขาดคิดว่าผมจะเอาเด็คพวกนี้มา  อย่างที่บอกครับผมไม่ได้เลือกเด็คที่เก่งสุด ผู้เล่นคนอื่นส่วนมากจะมาในทางเลือกเด็คเมต้าครับ แต่ผมจะเลือกที่ผมมั่นใจ ก็สามารถไปดูย้อนหลัง เพื่อทบทวนได้ครับ ผมประทับใจมากครับ ปิดท้าย   ในฐานะนักกีฬาesports ในไทย อยากให้แนะนำอะไรกับเด็กๆรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นโปรเพลย์เยอร์หน่อย  ถ้าทุกคนมีความฝันหรือความคิดที่จะเป็นนักกีฬา eSport เหมือนผม ก็ขอให้ขยัน หมั่นฝึกซ้อมครับ ผมคิดว่ามันไม่สามารถขอพรแล้วตื่นขึ้นมาเป็นตามฝันได้ครับ ผมคิดว่ามันคงไม่บังเอิญเกิดขึ้นมาหรอกครับ ผมอยากให้ทุกคนสู้ๆ ตั้งใจในความฝัน มีวินัย ฝึกซ้อมเสมอครับ มันไม่ง่ายครับ เพราะแต่ละคนมีต้นทุนไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือความขยัน ความพร้อมในการเตรียมตัว การซ้อมอย่างสม่ำเสมอครับ พยายามคุย แลกเปลี่ยน หาคอมมูนิตี้ครับ โตไปด้วยกันครับ อย่ามองว่าเขาเป็นศัตรู หรือมาทำลายเราครับ สู้ๆครับ เป็นกำลังใจ ถ้ามีคนอยากดูไลฟ์สตรีม หรือให้น้องแบงค์แนะนำแนวทางในการเล่น สามารถติดตามได้ที่ไหน ต้องบอกว่าช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ไลฟ์สตรีมครับ แต่สามารถติดตามเพจได้ครับ ผมพยายามอัพเดตหรือแลกเปลี่ยนข่าวสารเสมอครับ หลักผมเล่นอยู่สองช่องทางครับ คือทาง เฟซบุ๊คเพจ Bankyugi กับทางทวิตเตอร์ Bankyugi_hs ครับซึ่งส่วนมากจะเป็นการอัพเดตข่าวสาร แชร์เด็คที่ผมเอาไปลงแข่งครับ บางการแข่งขันเราเปิดมาก็เสียเปรียบเลย เช่น ไพ่ไม่ขึ้นมือ ส่วนตัวแล้ว Bankyugi รับมืออะไรแบบนี้ยังไง ก็ต้องบริการทรัพยากรที่มีให้ดีที่สุดครับ เช่นเราเล่นเด็ค Control แต่มือเรามาเลทมากๆ เราก็ต้องพยายามบริหารครับ หรืออาจจะต้องเปลี่ยนสไตล์ไปเลยครับ ใน Hearthstone เด็คมันไม่ได้มีแผนเดียวหรือตรงตัวเสมอครับ ส่วนตัวผมจะชอบเล่นเด็คกลางๆที่สามารถปรับไปทาง Aggro ได้ Control ได้ครับ Hearthstone มันไม่จำเจครับ ว่าจะต้องตีแบบนี้ ใช้แบบนี้ คอมโบแบบนี้ครับ พยายามปรับตัวตลอดครับ ถ้า Bankyugi ไม่ได้มาเอาจริงเอาจังทางด้านนี้ ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่? อย่างที่บอกครับ ผมชอบการแข่งขันครั้ง ก่อนหน้าที่ผมจะมาเล่น Hearthstone เต็มตัว ผมเคยเล่นฟุตซอลครับ ก็คงไปคัดตัวแหละครับ 555 คงไปทางกีฬาไปเลยครับ ชอบเล่นคลาสไหนมากสุดใน Hearthstone มีหลายคลาสครับ แต่คลาสที่ผมมีไว้แล้วอุ่นใจ แม้จะไม่ใช่ช่วงที่เป็น Tier1 ก็ตามครับ แต่มมักจะหยิบคลาสนี้ไปใช้ด้วยครับ เพราะเวลามีเขาแล้วผลงานดีมากกว่าตอนไม่เอาไปใช้ครับ ก็คือคลาสเมจ ครับ เพราะผมเล่นแล้วสนุกครับ ใช้บ่อยครับ ถ้ามีเด็กที่อยากเป็นโปรเพลย์เยอร์ แต่พ่อแม่ไม่สนับสนุน เราอยากให้คำแนะนำยังไงดี สำหรับผมคิดว่าในโลกปัจจุบัน มีตัวอย่างให้ดูเยอะครับ อยากให้ผู้ปกครองเปิดใจครับ มองที่ความฝันของเด็กจริงๆครับ ผมเชื่อว่าน้องๆก็มีความตั้งใจ ความชอบครับ อยากให้ให้ลองโอกาสเขาครับ เกมมันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องไม่ดีครับ มันก็ไม่อีกมุมนึงที่ผู้ปกครองอาจจะไม่เห็นครับ ทั้งนี้ก็อยากให้ลองให้โอกาส เปิดใจ ให้เขาทำตามสิ่งที่เขาชอบครับครับ   สุดท้ายนี้ทางเรา GameFever TH ก็ขอเอาใจช่วงน้องแบงค์ Bankyugi ให้ได้แชมป์รายการนี้กลับมานะครับ
17 Nov 2020
[รีวิว] Poco X3 NFC เอามาทรมานบนเกม Genshin Impact จะรอดหรือจะร่วง?
หลังจาก Poco X3 NFC ออกสู่วางตลาดไปได้ไม่นาน ก็นับว่าเป็น Smartphone ที่แทบจะตบหลายยี่ห้อกันเลยทีเดียวทั้งสเปคต่อความคุ้มค่าคุ้มราคาและตอบโจทย์การเล่นเกมได้เป็นอย่างดีสมกับค่าตัวของมัน และคนเขียนเองก็ได้เป็นหนึ่งในเจ้าของเครื่องนี้ด้วยเช่นกัน บทความนี้เราจะไม่ได้มาเน้นรีวิว Smartphone เครื่องนี้เป็นหลักเพราะคงจะทราบถึงสเปคและประสิทธิภาพเครื่องนี้กันมาพอสมควรแล้ว แต่เราจะมารีวิวเฉพาะทางด้วยการนำ Poco X3 NFC เอามาทรมานบนเกม Genshin Impact ที่เป็นเกมแนว Action RPG Openworld เพื่อทดลองว่าโทรศัพท์ยี่ห้อนี้เหมาะหรือคุ้มค่ากับการเอามาเล่นเกม Genshin Impact หรือไม่ เราไปดูกัน ================================================== มาทำความรู้จักสเปคคร่าวๆ และตัวแพคเกจกันก่อน ก่อนที่จะพูดถึงเนื้อเรื่องหลัก ก็ขอเกริ่นเกี่ยวกับตัวแพคเกจและสเปคโดยรวมของมันเสียหน่อย ซึ่งทางเราได้ซื้อตัวรุ่น Ram 6GB / Rom 128GB สีน้ำเงิน หรือตัวบนสุดของ Poco X3 NFC ในราคาเจ็ดพันต้นๆ โดยลักษณะกล่องจะเป็นสีดำด้านตัดกับตัวอักษรสีเหลือง พอเปิดฝากล่องก็จะมีแพคเกจเป็นกล่องสีเหลืองคร่อมอีกชั้นทำให้ตัวแพคเกจดูแข็งแรง ปลอดภัยเรื่องแรงกระแทกอย่างแน่นอน ในตัวแพคเกจที่มีมาให้หลักๆ ก็จะประกอบไปด้วย ตัวโทรศัพท์ Poco X3 NFC หนึ่งเครื่อง เคสพลาสติคใส ตรงมุมจะแข็งกว่าปกติ หัวชาร์จแบบ Fast Charge 33W สาย USB Type-C to Type A หนึ่งเส้น ( สายชาร์จนั้นแหละ ) เข็มถาดจิ้มช่อง SIM คู่มือและใบรับประกันต่างๆ แพคเกจที่แถมมาให้ก็นับว่าเยอะพอสมควร ไม่มากไม่น้อยจนเกินไปตามมาตรฐาน ส่วนการจับรู้สึกว่ากระชับมือ แต่ทว่าน้ำหนักตัวของมันดูหนักไปนิดหน่อย แต่ไม่ได้มากมายอะไร อาจจะเป็นเพราะตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มาเยอะมากๆ ก็ถือว่าหักล้างขอเสียเรื่องน้ำหนักไปได้ ส่วนในด้านสเปคเครื่องโดยคร่าวๆ ก็มีรายการดังนี้ สเปคข้อมูลสำคัญ (สำหรับการทดลองเล่นเกม Genshin Impact) CPU: Qualcomm Snapdragon 732G แกน 8 หัว 2.3Ghz GPU: Adreno 618 มีซิงค์ระบายความร้อนด้วยเทคโนโลยี LiquidCool Technology 1.0 Plus หน้าจอใหญ่ 6.67 นิ้ว ความละเอียดจอเป็น FHD+ แบบ IPS ค่า Refresh Rate 120Hz Touch Sampling 240Hz Ram ขนาด 6GB แบบ LPDDRX4 ความจุ 64GB/128GB แบบ UFS 2.1 (ทางเราซื้อตัว 128GB มา) แบตเตอรี่ 5160mAh, รองรับการชาร์ตด่วนที่ 33W สเปคข้อมูลส่วนอื่นๆ (ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเล่นเกมแต่เขียนไว้สำหรับผู้สนใจ) รองรับเทคโนโลยี 4G LTE ถาด SIM รองรับ 2 ถาด และรองรับ Micro SD Card สูงสุด 256GB ลำโพงคู่ รองรับ Hi-Res Audio ( ออกตรงลำโพงด้านทายเครื่องและตำแหน่งลำโพงรับสาย ) ช่องหูฟังแบบ 3.5 mm รองรับ USB Type-C รองรับสแกนลายนิ้วมือตรงปุ่ม Power มาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP53 กล้องหลังหลัก 64MP, อัลตร้าไวล์ 13MP, เลนส์มาโคร 2MP, เลนส์ Depth 2MP รวมทั้งหมด 4 ตัว กล้องหน้า 20MP ระบบปฏิบัติการณ์ Android 10 ครอบด้วย MIUI 12 for POCO รองรับเซนเซอร์ต่างๆ 8 อย่าง รองรับ NFC ซึ่งหากพูดด้วยสเปคแล้วขอบอกเลยว่า โห...สเปคจัดเต็มมากกับราคาที่จ่ายไป แต่ก็มีจุดที่แอบกังวลใจบางอย่างนั้นก็คือ เทคโนโลยี ROM ที่ยังคงใช้ UFS 2.1 อยู่ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการส่งถ่ายข้อมูลแบบเก่าอยู่ แต่จะขอพูดถึงรายละเอียดส่วนนี้ในหัวข้อต่อๆ ไป และหลังจากนี้จะเป็นการรีวิวเจ้า POCO X3 NFC เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเล่นเกม Genshin Impact เท่านั้น ================================================== การเปิดเกมครั้งแรกที่ทั้งชอบและไม่ชอบใจ โดยทางนี้จะใช้แอพ Game Turbo ของตัว Poco X3 เพื่อรีดประสิทธิภาพและบูสขุมพลัง CPU ภายในตัวเครื่องให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นนอกเหนือจากนี้ยังสามารถตั้งค่าไม่ให้ใครมารบกวนเช่นปิดการแจ้งเตือนต่างๆ รวมถึงการบล็อคการโทรเข้าชั่วคราวเพื่อไม่ให้ใครหงุดหงิดใจ แต่เราเลือกที่จะไม่บล็อคเพราะอยากรู้ว่าเวลาแจ้งเตือนหรือ Headchat จาก Facebook จะส่งผลต่อเครื่องหรือไม่ และเราจะเริ่มต้นจากแบตเตอรี่ที่ 100% หรือ 5160 mAh เต็ม ส่วนที่ชอบสิ่งแรกที่ได้เจอเลยคือ ตัว Game Turbo สามารถปรับแสงและสีของตัวหน้าจอให้เข้ากับสายตาเพื่อถนอมสายตาของเราหรือปรับให้เหมาะกับสภาพแสงโดยรอบตอนเล่นเกมให้มากที่สุด โดยจะมีโหมดเพิ่มความสว่างโดยจะทำให้ภาพดูสว่างนวลขึ้นไม่แสบตา, ภาพแบบอิ่มสีก็คือจะทำให้ภาพดูสีสดใสมากขึ้น หรือจะปรับภาพให้แสดงผลทั้งสองอย่างด้วยกันซึ่งมันก็จะกินแบตเตอรี่ด้วย...แน่นอนว่าไหนๆ มาทรมานเครื่องแล้วก็ต้องเปิดการแสดงภาพแบบสว่างและอิ่มสีอยู่แล้ว และจุดนี้ก็ถือเป็นจุดที่เป็นข้อติจุดใหญ่ๆ จุดแรกเลยก็คือหลัง Log in เข้าไปแล้วมันโหลดเข้าเกมช้ามากๆ ราวๆ 40 วินาทีถึง 1 นาทีโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับว่าเล่นครั้งล่าสุดเราอยู่ในเมืองหรืออยู่นอกเมือง โดยมันจะคาไว้ที่ไอคอนธาตุน้ำแข็งสักพักใหญ่ๆ กว่าจะเข้าหน้าเกมได้ ซึ่งเหตุผลตรงนี้มีข้อเดียวคือ ตัวอ่านหน่วยความจำภายในเครื่องยังคงใช้ UFS 2.1 ซึ่งเป็นรุ่นเก่า การอ่านเขียนข้อมูลดึงข้อมูลจากในเกมจะทำได้ช้ากว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ที่เริ่มมาใช้ UFS 3.0 ขึ้นไปแล้ว แต่หากเทียบกับราคาแล้วก็ถือว่าพอรับได้ เว้นแต่ว่าเป็นเกมเมอร์สายใจร้อนก็อาจจะนั่งเซ็งกันสักหน่อย กราฟิคเปิดสุดไม่ต้องยั้ง พังหรือไม่เดี๋ยวรู้กัน เมื่อเข้ามาหน้าตั้งค่าการแสดงผลแล้ว ค่าเดิมๆ ของมันถูกปรับให้เป็นคุณภาพต่ำ อันนี้เราจะแสดงกันให้เห็นชัดๆ เลยว่าเราเปลี่ยนมาเปิดสุดจริงๆนะ โดยจะมีการเปลี่ยนแปลงกราฟิคเล็กน้อยในส่วนของหัวข้อ FPS ที่เดิมๆ มันตั้งไว้ 30 FPS เราเปลี่ยนให้มันเป็น 60 FPS แล้วมาดูกันว่าเล่นไป 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่ลดกี่เปอเซ็นต์และเครื่องจะรีดประสิทธิภาพไหวไหม ภาพนี้จะเป็นหลักฐานยืนยันชัดๆ อีกทีว่าเราเริ่มเล่นช่วงแบตเตอรี่ 100% เต็มและจะเล่นต่อเนื่อง 1 ชั่วโมงเพื่อทำการทดลองโดยมีน้อง Sucrose ที่แสนน่ารักและนุ่มนิ่มมากจะมาเป็นผู้ช่วยในครั้งนี้ แต่ว่าพอหลังตั้งค่าเสร็จ ภาพก็ดีเนียนดูสวยนะ แต่ก็อาจจะยังไม่เนียนไม่สวยเท่ากับโทรศัพท์ระดับสูงๆ เสียเท่าไหร่ หืมมมม....หลังจากนี้จะเป็นการทดลองภาคสนามกันแล้ว ช่วงเวลาการถ่ายทำจะไม่ตรงกันในแต่ละภาพที่จะได้เห็นก็จริงแต่ก็ขอให้รู้ไว้ว่าสถานะการณ์ต่างๆ และผลทดลองที่ได้ยังคงอยู่ภายในหนึ่งชั่วโมงการทดลองจ้า ผลทดสอบการใช้ CPU, GPU และ FPS เขต Monstadt ตอนนี้เราได้ทำการออกเดทกับน้อง Sucrose เพื่อทำการทดลองเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรของ CPU, GPU และค่าเฟรมเรตที่ทำออกมาได้โดยปรับการตั้งค่าให้สูงสุด โดยพาไปเดินเล่นช่วงนอกเมือง Monstadt ก็ได้เห็น CPU ใช้ไปโดยเฉลี่ย 55% แต่ GPU แทบจะวิ่งเต็ม 100% เกือบตลอดเวลา เพราะว่าเราได้ดึงประสิทธิภาพของตัว Snapdragon 732G อย่างเต็มที่ของมันแล้ว ซึ่งโดยรวมค่าเฟรมเรตที่ทำได้จะอยู่ในช่วง 45 ถึง 55 เฟรมเรต ถือว่าเคลื่อนไหวได้ราบเรียบมากๆ จากนั้นก็ได้พาน้อง Sucrose ทำการทดลองด้วยการลงภาคสนามกับเหล่า Slime หินผู้โชคร้ายว่าเวลาต่อสู้เฟรมเรตจะเป็นอย่างไร ผลที่ออกมาก็ตามคาดคือ FPS ร่วงลงมา โดยต่ำสุดอยู่ที่ 30 FPS ไม่ต่ำกว่านั้น มีแกว่งๆ ขึ้นไป 40 FPS บ้าง โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 35 FPS ทีนี้เราเปลี่ยนบรรยากาศมายังตัวเมือง Monstadt กันบ้างซึ่งหากเราเทเลพอร์ตเข้ามาในเมืองเลย จะแทบกระตุกช่วงพักหนึ่ง ก่อนจะเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่งเป็นเพราะระบบการถ่ายโอนข้อมูลยังคงเป็น UFS 2.1 ซึ่งเป็นรุ่นเก่านั้นเอง ราวกับว่าต้องใช้เวลาโหลดฉากนิดหนึ่งอะไรประมาณนั้น ตอนนี้น้อง Qiqi ก็อยากถ่ายรูปด้วย(?) เราเลยใจอ่อนยอมเปลี่ยนตัวให้ Sucrose ไปพักเหนื่อยบ้าง ต้องขอบอกก่อนว่าพอเราอยู่ในเมืองค่าเฟรมเรตที่ได้จะตกลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ค่า GPU กลับใช้พลังงานน้อยลงเป็นนัยยะสำคัญเช่นกัน โดยค่าเฟรมเรตที่ทำได้ ไม่ต่ำกว่า 25 FPS และสูงสุดไม่เกิน 40 FPS มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 30 FPS ซึ่งก็ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรหงุดหงิดใจนัก ยังคงพอรับได้ บังคับได้ลื่นไหลพอสมควร หลังจากนี้เราก็เอาทีมคณะผู้ช่วยไปบวกกับ Boss หมาป่า Adrius ซึ่งบอกเลยว่าเป็นอะไรที่มันมาก เพราะการต่อสู้ลื่นไหล ไม่มีอาการกระตุกให้กวนใจแต่อย่างใดเลย FPS เฉลี่ยที่ทำได้คือ 40 FPS ถือว่าทำออกมาได้ดีมากสำหรับ Poco X3 แม้จะต้องเจอกับเอฟเฟคเยอะๆ ก็ตามที ที่สำคัญ การควบคุมตอบสนองดีมาก ไม่มีอาการหลุดการควบคุมหรือหลอนเลยเพราะตัว Touch Sampling ที่มีมากถึง 240Hz ทำให้การตอบสนองต่อการกดนั้นไวมากๆ และแม่นยำมากๆ แม้ว่าเราจะติดฟิลม์กระจกอย่างหนาก็ตาม ผลทดสอบการใช้ CPU, GPU และ FPS เขต Liyue ทีนี้เราพาน้อง Sucrose มาเปลี่ยนบรรยากาศมาที่เขต Liyue กันบ้างโดยเริ่มจากเขตนอกท่าเรือ Liyue ที่เต็มไปด้วยผาน้อยใหญ่ บรรยากาศให้ความรู้สึกอยู่ในพื้นที่แฟนตาซีหนังจีนกำลังภายใน ผลการทดสอบของ CPU ก็ใช้พลังงานมากขึ้นนิดหน่อย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 55% และ GPU ก็ยังเต็มเกือบ 100% มีบ้างบางช่วงที่ตกลงมาที่ 85% โดยเฟรมเรตเฉลี่ยที่ทำได้จะอยู่ประมาณ 45 FPS เหมือนกัน ก็ไม่ค่อยแตกต่างจากเขตนอกเมือง Monstadt เท่าไหร่นัก ส่วนในฉากต่อสู้ทั่วๆ ไปนั้นก็ยังลื่นไหลไม่ต่างเขตนอกเมือง Monstadt เช่นกัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 40 FPS ไม่ต่ำกว่า 30 FPS อย่างแน่นอน แต่เนื่องจากว่าช่วงที่ถ่ายทำนั้นมีผลเท่ากันจึงเลยไม่ได้ตัดสินใจถ่ายช่วงต่อสู้เพื่อความกระชับของเนื้อหา จากนั้นก็ลองพาเข้ามายังท่าเรือ Liyue ด้วยการเทเลพอร์ตดูบ้าง โดยงานนี้น้อง Klee โลลิที่น่ารักของผองเราก็อยากถ่ายรูปด้วย(?) พอเทเลพอร์ตเข้ามาในเมืองเท่านั้นแหละ กระตุกหนักกว่าอยู่ในเมือง Monstadt อีก แต่สักพักใหญ่ๆ ก็กลับมาลื่นเป็นปกติ เหตุผลก็เพราะว่าระบบถ่ายโอนข้อมูล UFS 2.1 เช่นเดิม และด้วยเมือง Liyue มี Object ที่เยอะมากอยู่แล้วไม่แปลกใจที่โหลดฉากไม่ทันและกระตุก แต่อย่างน้อยก็กลับมาลื่นปกติโดยปล่อยไว้สักพัก ส่วนเฟรมเรตเฉลี่ยที่ทำได้อยู่ที่ 30FPS ต่ำสุดคือ 25FPS ซึ่งอยู่ในเขตเมืองก็ยังพอโอเคไม่มีปัญหาอะไรขนาดนั้น คราวนี้ก็มาถึงช่วงทีเด็ดของเรานั้นคือลุยภาคสนามไปตบตีกับ Tatarglia "Childe" แห่ง Fatui กัน ซึ่งบอกเลยว่าถึงจะเจอฉากอลังการงานสร้างตั้งแต่ Phase แรกของการต่อสู้เฟรมเรตที่ทำได้เฉลี่ยอยู่ที่ 45FPS ต่ำสุดอยู่ที่ 30FPS จัดว่าดีงามมากๆ เลยนะ ช่วง Phase ที่สองของการต่อสู้ ลูกเล่นของเจ้า Childe ก็เยอะขึ้นแต่ด้วยตัว Touch Sampling 240Hz ทำให้ตอบสนองได้ไว การใช้ Beidou ในการต่อสู้หรือกดสกิลสวนกลับต่างๆ รวมถึงการกดสับตัวเพื่อใช้สกิลก็ทำได้รวดเร็ว คล่องมือมากๆ เฟรมเรตเฉลี่ยที่ทำได้ยังคงได้ดีอยู่ที่ 40FPS ไม่กระตุกหรือแลคแต่อย่างใด พอเข้าสู่ช่วง Phase ที่สามของการต่อสู้ ชากคัตซีนดูเนียนตาและลื่นมากๆ ทำเฟรมเรตแตะไปที่ 55FPS พร้อมกับเสียงลำโพงคู่ที่กระหึ่มได้ใจในช่วงที่ Childe ได้ใช้พลังขั้นสุดยอด เอาซะเราขนลุกเลยทีเดียว พอตัดฉากมาช่วงต่อสู้ค่าเฟรมเรตที่ทำได้ยังคงอยู่ที่ 40FPS โดยเฉลี่ย แน่นอนว่าการตอบสนองการทำอะไรต่างๆ ยังคงลื่นๆ สบายๆ หลบสกิลหรือต่อสู้กับ Childe ได้สบายหายห่วง...แน่นอนว่ามีน้อง Klee ซะอย่าง สายโลลิระเบิดเขา เผากระท่อมนั้นกลัวผู้ใหญ่ของ Fatui ซะทีไหน...ดู Damage นั้นสิ! สรุปผลจากการเล่นครบหนึ่งชั่วโมงและขอสังเกตุต่างๆ เมื่อเราทำการเล่นครบหนึ่งชั่วโมง จากแบตเตอรี่ 100% ตั้งค่าสเปคในเกมปรับสุด ผลก็คือแบตเตอรี่เหลือ 78% เท่ากับว่าหนึ่งชั่วโมงเราใช้แบตเตอรี่ไปราวๆ 22% โดยเฉลี่ย ถือว่าสูบพลังงานเอาเรื่องจากแบตเตอรี่ที่จุดมากถึง 5160mAh แต่เพราะทั้งนี้ก็มาจาก Engine ที่ใช้พัฒนา Genshin Impact เป็น Unity Engine เวอร์ชั่นเก่า ( เวอร์ชี่นเดียวกับ Honkai Impact ) ก็อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกมนี้กินสเปคเยอะและใช้พลังงานแบตเตอรี่เยอะในเวลาเดียวกัน และก่อนหน้านั้นก็ได้ทำการทดลองเปิดแจ้งเตือนแบบลอยและเปิด Head Chat ของ Facebook Messenger เพื่อดูว่าหากใครทักมาจะเป็นอย่างไร ผลก็คือมีคนทัก Head Chat ปรากฎขึ้น เกมจะกระตุกทันที และกระตุกนานหลายวินาทีก่อนจะกลับมาลื่นอีกครั้ง ส่วนการแจ้งเตือนแบบลอยไม่มีผล ถ้ากำลังตบตีกับศัตรูอยู่แล้วมีใครทักมาก็อาจจะทำให้หงุดหงิดได้บ้างเป็นบางเวลา เหตุผลก็เพราะว่าเกม Genshin Impact บนมือถือก็กิน RAM ไปมากกว่า 3.5GB แล้วซึ่งตัว Poco X3 มี RAM อยู่ที่ 6GB หากเปิดการทำงานส่วนอื่นๆ ก็อาจจะมีการดึงทรัพยากรของ RAM กันเกิดขึ้น และอีกข้อสังเกตุเลยก็คือเรื่องความร้อน พอเราปรับสุดในเกม Genshin Impact พอผ่านไปได้ห้านาที ฝาหลังร้อนเลยจ้า แต่ไม่ได้ลวกมือหรือร้อนจี๋อะไรแบบนั้น เนื่องจากตัวเครื่องมีฮีตซิงค์ที่เรียกว่า LiquidCool Technology 1.0 Plus ซึ่งมันเป็นระบบระบายความร้อนรูปแบบเดียวกันที่ใช้กับ CPU ของตัวคอมพิวเตอร์ โดยการทำงานของมันคือจะมีแท่งเหล็กทองแดงแปะพาดตัว CPU ข้างในแท่งทองแดงจะมีของเหลวนำความร้อนอยู่ ทำให้การนำความร้อนออกจากเครื่องได้รวดเร็ว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเล่นแป๊บเดียวก็เริ่มร้อนมือ แต่ว่ามันก็ไม่ทำให้เครื่องร้อนเกินไป และพอหยุดเล่นเครื่องก็หายร้อนอย่างรวดเร็วเช่นกัน ================================================== โดยสรุปแล้ว Poco X3 NFC สามารถเล่น Genshin Impact ได้อย่างสบายๆ ถึงจะปรับสุดก็ไม่เคยหวั่น แม้ว่าภาพหรือกราฟิคต่างๆ รวมถึงความลื่นไหลของเฟรมเรตอาจจะไม่ได้สูงเท่ากับมือถือระดับสูง แต่หากเทียบกับความคุ้มค่าในราคาหลักเจ็ดพันกว่าๆ แล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นมือถือที่สามารถเล่นเกมหนักๆ ได้อย่างดี แม้ว่าเครื่องจะร้อนเร็วไปหน่อยก็ตาม มันก็ไม่ถึงกับลวกมือขนาดนั้น เพราะเทคโนโลยี LiquidCool Technology 1.0 Plus ที่ระบายความร้อนได้รวดเร็วนั้นเอง หากใครอยากหาซื้อมือถืองบไม่สูงเพื่อเล่น Genshin Impact โดยเฉพาะ Poco X3 NFC ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ และหากอยากให้เล่นลื่นๆ ฟินๆ ก็ปรับแค่ระดับกลางๆ ก็ทำให้เราได้รับประสบการณ์จากเกมนี้มากเกินพอแล้ว และสุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า Sucrose นั้นเราจองแล้ว หวงนะ! ( ล้อเล่นจ้า )
17 Nov 2020
รู้ก่อนซื้อ! Godfall เกมแนว Action RPG ฟอร์มดีเอ็กซ์คลูซีฟ PC และ PS5 ที่ควรหามาเล่น
มาอยู่อีกหนึ่งเกมที่พึ่งวางจำหน่ายกันไปสด ๆ ร้อน ๆ แถมเป็นหนึ่งในเกมที่ใช้ในการโปรโมทเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ PlayStation 5 ด้วยนะ นั้นก็คือเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software ที่หลายคนอยากจะซื้อเกมนี้เพื่อมาเล่นบนเครื่อง PlayStation 5 ซะหน่อย แต่เพราะตอนนี้เครื่องยังไม่มีกำหนดวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างเป็นทางการ ทำให้มีเกมเมอร์จำนวนหนึ่งตัดสินใจที่จะไปซื้อเล่นบนแพลตฟอร์ม PC เสียก่อน หนึ่งในนั้นก็คือเกวลินเองละค่ะ ฮ่า ๆ วันนี้จะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักเกมนี้คร่าว ๆ ก่อนที่จะซื้อมาเล่นกันค่ะ   ตัวเกม Godfall มันเป็นเกมแนวไหนกันแน่!? เป็นคำถามแรก ๆ ที่หลายคนก็ยังคงสงสัยว่า “สรุปแล้วเกมนี้มันเป็นเกมแนวไหน เล่นอะไรยังไง!?” เกวลินเลยขออธิบายให้ฟังคร่าว ๆ ก็คือตัวเกมเป็นแนว Action Hack and Slash ที่ให้อารมณ์เหมือนกำลังเล่นเกม Warframe เกมเพลย์มีความแอ็คชั่นที่ดุดัน ผ่านภารกิจในรูปแบบมิสชั่นที่แต่ละด่านก็จะมีเงื่อนไขในการทำที่แตกต่างกันออกไปค่ะ แล้วเราก็เลือกระดับความยากง่ายได้ด้วย ส่วนความแข็งแกร่งของตัวละครก็จะขึ้นอยู่กับไอเทมต่าง ๆ ที่มีการแบ่งระดับออกไป ในช่วงเริ่มเกมไอเทมก็จะได้ตามระดับเลเวลของด่านที่เราต้องไปลง นอกจากนี้ไอเทมทุกชิ้นภายในเกมล้วนมีออฟชั่นที่ไม่เหมือนกัน ทำให้ผู้เล่นสามารถที่จะอัปสกิลในแบบที่ต้องการจะเล่นแล้วนำมาผสมผสานกับการใส่ออฟชั่นให้เหมาะสม ทำให้เราสามารถมีสายการเล่นที่แตกต่างกันออกไป ในด้านอาวุธภายในเกมก็มีหลากหลายประเภท ต่อให้เป็นประเภทเดียวกันก็มีลูกเล่นที่ไม่เหมือนกันอีกด้วยค่ะ ตรงนี้เลยทำให้กลายเป็นจุดเด่นที่เราสามารถสร้างเกมเพลย์ให้แตกต่างจากผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้   แม้จะเล่นคนเดียวก็ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการเล่นตลอดเวลา! ใช่ค่ะ เพื่อน ๆ ฟังไม่ผิดแน่นอน เพราะตัวเกม Godfall ถึงผู้เล่นจะเล่นคนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเกม แต่ตัวเกมก็จะมีการบังคับให้เราเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเกมสามารถอัปเดตข้อมูลในการเล่นเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการสูญหายจากปัญหาต่าง ๆ อีกทั้งเมื่อเราเล่นอยู่ภายในเกมถ้ายังไม่ลงภารกิจต่าง ๆ ก็สามารถที่จะชวนเพื่อนเข้าในปาร์ตี้เพื่อไปทำภารกิจร่วมกันได้เลยค่ะ กราฟฟิกสุดอลังการด้วยขุมพลังของ Unreal Engine 4 ต้องบอกว่าตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการของเกม Godfall ตัวเกวลินก็ให้ความสนใจเกมนี้และติดตามข่าวสารมาโดยตลอด ตัวเกมทางทีมผู้พัฒนาเกม Counterplay Games ตัดสินใจเลือกใช้ “Unreal Engine 4” จากค่ายยักษ์ใหญ่ Epic Games ในการสร้างสรรคเกมนี้ออกมาให้เราได้เล่นกัน จึงไม่ต้องแปลกใจที่ทำไมเกมนี้ถึงวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบนแพลตฟอร์ม PC ผ่านร้านค้าของ Epic Games ก่อน 6 ไปวางจำหน่ายผ่านช่องทางอื่นเป็นระยะเวลา 6 เดือน เห็นภาพสวย ๆ แบบนี้บนแพลตฟอร์ม PC แต่จริง ๆ ไม่ได้กินสเปกอย่างที่คิด! แอบกลัวเหมือนกันค่ะ เพราะตอนแรกที่เกวลินเห็นตัวอย่างเกม Godfall คิดว่ามันจะต้องกินสเปกเครื่องแน่นอนเลย แถมตัวเกมยังใช้ขุมพลัง Unreal Engine 4 ทำให้คนที่ใช้สเปกระดับกลาง ๆ ก็กังวลไม่ใช่น้อยเลยว่าจะเล่นเกมนี้ได้หรือเปล่า แต่ผลจากการทดสอบคอมพิวเตอร์ของเกวลินคือ CPU ใช้ i7-8700K ส่วน Ram 32GB. และ GPU ใช้ NVIDIA GeForce GTX 1660 Super ปรับกราฟฟิกสูงสุดความละเอียด 1080p ได้เฟรมเรตอยู่ที่ 40 - 55fps ส่วนสเปกคอมพิวเตอร์ที่ทางทีมผู้พัฒนาเกมแนะนำมีดังต่อไปนี้ สเปคคอมพิวเตอร์ขั้นต่ำที่ใช้ในการเล่นเกม Godfall OS: Windows 10 เฉพาะ 64Bit. เท่านั้น CPU: Intel Core I5-6600 3.3GHz. หรือ AMD Ryzen 5 1600 3.2GHz. ขึ้นไป Ran: 12GB. ขึ้นไป GPU: NVIDIA GeForce GTX 1060 ที่มีหน่วยความจำ 6GB. ขึ้นไป หรือ AMD Radeon RX 580 ที่มีหน่วยความจำ 8GB. ขึ้นไป Storage: 50 GB. ขึ้นไป แนะนำให้ติดตั้ง SSD หรือ SSD M.2 จะช่วยให้การอ่านข้อมูลรวดเร็วมากขึ้น DirectX: Version 11 compatible video card or equivalent Network: Broadband Internet connection Sound Card: DirectX Compatible สเปกเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นแนะนำที่ใช้ในการเล่นเกม Godfall OS: Windows 10 เฉพาะ 64Bit. เท่านั้น CPU: Intel Core I5-8700 4.6GHz. หรือ AMD Ryzen 5 3600 3.6GHz. ขึ้นไป Ran: 16GB. ขึ้นไป GPU: NVIDIA GeForce GTX 1080 Ti ที่มีหน่วยความจำ 11GB. ขึ้นไป หรือ AMD Radeon RX 5700 XT ที่มีหน่วยความจำ 8GB. ขึ้นไป Storage: 50 GB. ขึ้นไป แนะนำให้ติดตั้ง SSD หรือ SSD M.2 จะช่วยให้การอ่านข้อมูลรวดเร็วมากขึ้น DirectX: Version 11 compatible video card or equivalent Network: Broadband Internet connection Sound Card: DirectX Compatible ราคาเกมที่อาจจะแรง แต่ก็คุ้มค่าที่จะซื้อมาเล่นอยู่นะ! ปัจจัยสำคัญของเกม Godfall ที่ทำให้เกมเมอร์ลังเลก็คือเรื่องของราคาที่ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มไหนก็สูงพอสมควรเลย ขนาดแบบแผ่นของเครื่อง PlayStation 5 แพ็คเกจธรรมดายังขายในราคา 2,290 บาท โดยแพ็คเกจแพลตฟอร์ม PC ผ่านร้านค้าของ Epic Games มีทั้งหมด 3 ชุดด้วยกันประกอบไปด้วย Standard Edition ราคาอยู่ที่ $56.99 เหรียญสหรัฐฯ [1,700 บาท] ที่จะมีเพียงแค่ตัวเกมเท่านั้น ตามมาด้วย Deluxe Edition ราคาอยู่ที่ $74.99 เหรียญสหรัฐฯ [2,260 บาท] ที่จะมีทั้งตัวเกมและเนื้อหาเสริมที่จะอัปเดตภายในปี 2021 และ Ascended Edition ราคาอยู่ที่ $84.99 เหรียญสหรัฐฯ [2,560 บาท] รายละเอียดในชุดนี้มีดังต่อไปนี้ ตัวเกม Godfall เนื้อหาเสริม [DLC] ตัวแรกที่จะอัปเดตในปี 2021 สกินสีทอง [Gold Valorplate] ของชุดเกราะ Silvermane, Phoenix และ Greyhawk สกินสีพิเศษ [Red Valorplate] ของชุดเกราะ Vertigo สกินสีทองของอาวุธ 5 ชิ้น สกินสีทองของโล่ สกิลสีทองของ Royal Banner ฉายาพิเศษในโหมดออนไลน์ ถ้าถามเกวลินว่าควรซื้อแพ็คเกจไหนถึงจะเหมาะสมดี!? เพราะแพ็คเกจ Deluxe Edition และ Ascended Edition ที่ราคาห่างกันประมาณ 300 บาทให้คอนเทนต์ภายในที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่สิ่งที่สำคัญก็คือเนื้อหาเสริม [DLC] ตัวแรกที่ได้มาทั้งสองตัว อืม...ถ้าให้แนะนำคงเป็น Deluxe Edition ค่ะ แต่ถ้าใครที่คิดว่ากำลังเงินไว้ก็สามารถเลือกเป็น Ascended Edition ก็จะได้สกินเหล่านั้นมาใช้ในการติดตั้ง ซึ่งไม่มีผลอะไรกับตัวละครนะคะ แค่ความสวยงามและเก๋ไก๋เท่านั้น เพราะภายในเกมและในอนาคตก็จะมีการเพิ่มสกินและโทนสีเข้ามาให้ผู้เล่นได้ปลดล็อคอยู่แล้วนั่นเองค่ะ นี่เป็นแค่รายละเอียดแนะนำเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักเกม Godfall มากยิ่งขึ้นค่ะ แล้วหลังจากนี้ทางเกวลินก็จะมีบทความรีวิวเกม และ ไกด์ต่าง ๆ ของเกมนี้ออกมาเสิร์ฟให้เพื่อน ๆ ได้ติดตามกัน อย่างแน่นอนค่ะ ใครที่สนใจอยากเล่นบนแพลตฟอร์ม PC ก่อนก็สามารถสั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store แล้ววันนี้ ส่วนเครื่องละ 5 5 5+ อันนี้รอทาง Sony Thailand ประกาศวันวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการต่อไปค่ะ
17 Nov 2020
แนะนำ 3 สมาร์ทโฟนประเภท “เกมมิ่งโฟน” แบรนด์ดังที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทยตอนนี้
ต้องบอกว่าปีนี้เป็นปีทองของมือถือสมาร์ทโฟนประเภท “เกมมิ่งโฟน” เพราะแบรนด์มือถือชื่อเสียงหลายเจ้าถือได้ว่าตีตลาดหนักเป็นอย่างมาก ทำให้เกมเมอร์ที่ต้องการมือถือเอาไว้เล่นเกมโดยเฉพาะมีตัวเลือกมากยิ่งขึ้น แถมเราไม่ต้องซื้อเครื่องหิ้วเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มาอีกแล้ว วันนี้เกวลินเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักเกมมิ่งโฟนที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเมืองไทยกันค่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่าทุกรุ่นเป็นชิปเซ็ตตัวท็อปทั้งหมดเลย จะแตกต่างก็ประสิทธิภาพ, ลูกเล่นแต่ละแบรนด์ แล้วก็ราคา เมื่อพร้อมกันแล้วไปดูกันเลยค่ะ รุ่นแรกที่เกวลินขอแนะนำก็คือ “ASUS ROG Phone 3” จะเรียกว่าเป็นสุดยอดเกมมิ่งโฟนอันดับต้น ๆ ที่มีขุนพลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเวลานี้เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะใช้ชิปเซ็ตตัวท็อปอย่าง “Snapdragon 865 Plus” ที่ทาง ASUS ยังได้ดันประสิทธิภาพด้วยการ OC ตัวชิปเซ็ต CPU และ GPU ให้มีความเร็วมากกว่าเกมมิ่งโฟนแบรนด์อื่น ๆ ในท้องตลาด แล้วความพิเศษของรุ่นนี้ก็คือมีการแถมตัวระบายความร้อนรุ่นใหม่อย่าง “GameCool 3” ที่ทำให้เราสามารถเล่นเกมได้ตลอดทั้งวันไม่ต้องกลัวว่าเครื่องจะร้อนมือ แล้วด้วยความที่เป็น ASUS ก็มีการดีไซน์ตัวเครื่องในส่วนต่าง ๆ เช่น มีตัวรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่แม่นยำ, ตัวรับเสียงพูดของผู้ใช้งาน, เพิ่มปุ่ม AirTriggers 3 เข้ามาด้านข้างเครื่องเพื่อใช้ในการเล่นเกมประเภท FPS ได้ดีมากกว่าเดิม, ลำโพงที่จัดมาให้เต็ม ๆ รวมไปถึงเรายังสามารถที่จะชาร์จขนาดเล่นพร้อมเชื่อมต่อในการถ่ายทอดสดได้อีกด้วย ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ ASUS ยังได้ออกแบบอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ออกมาเพียบเลย สุดท้ายนี้ก็ยังสามารถรองรับเทคโนโลยี 5G อีกด้วยค่ะ สเปกเครื่อง ASUS ROG Phone 3 ระบบปฏิบัติการ: Android 10 ครอบทับด้วย ROG UI หน้าจอการแสดงผล: หน้าขอมีขนาด 6.59 นิ้วเป็นรูปแบบ AMOLED ที่มีความละเอียด Full HD+ ที่รองรับการแสดงผลในรูปแบบ HDR10+ รีเฟรชเรทสามารถดันได้สูงสุด 144Hz ที่มีการตอบสนองการสัมผัสหน้าจอที่ 240Hz แถมที่มีค่าดีเลยเพียงแค่ 1ms เท่านั้น รวมไปถึงตัวหน้าจอยังเป็น Corning Gorilla Glass 6  CPU: Snapdragon 865 Plus และ Snapdragon 865 สำหรับรุ่น ROG Phone 3 Strix Edition GPU: Adreno 650 RAM: 8GB. สำหรับรุ่น ROG Phone 3 Strix Edition และ 12GB. เป็นรูปแบบ LPDDR5 ความจุ: 256GB. สำหรับรุ่น ROG Phone 3 Strix Edition และ 512GB. เป็นรูปแบบ UFS 3.1 ( ไม่สามารถเพิ่มความจุได้ ) กล้องหลัง: กล้องหลักความละเอียด 64MP [เป็นเซ็นเซอร์ของ Sony IMX682], เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13MP, เลนส์ Macro ความละเอียดสูงถึง 5MP กล้องหน้า: ความละเอียด 24MP การเชื่อมต่อ: WiFi 802.11 a/b/g/n/ac/ax Bluetooth 5.1, USB-C 3.1 กับ ช่องเสียบชุดหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ระบบเสียง: เป็นระบบเสียง DTS X Sound เซ็นเซอร์: ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ แบตเตอรี่: 6,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30 วัตต์ สำหรับ ASUS ROG Phone 3 วางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันค่ะ รวมไปถึงอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ใช้ร่วมกันมีดังต่อไปนี้ค่ะ ASUS ROG Phone 3 ในรุ่น Ram 12GB. และ Rom 512GB. สนนราคาอยู่ที่ 32,990 บาท ภายในกล่องแถมตัวระบายความร้อน AeroActive Cooler 3 มาให้ด้วย ASUS ROG Phone 3 Strix Edition ในรุ่น Ram 8GB. และ Rom 256GB. ราคาอยู่ที่ 24,990 บาท ภายในกล่องแถมตัวระบายความร้อน AeroActive Cooler 3 มาให้ด้วย ROG Phone 3 Lighting Armor Case - ราคาอยู่ที่ 1,990 บาท ROG Clip - ราคาอยู่ที่ 1,990 บาท ROG Kunai 3 Gamepad - ราคาอยู่ที่ 3,990 บาท TwinView Dock 3 - ราคาอยู่ที่ 7,990 บาท โดย ASUS ROG Phone 3 สามารถหาซื้อได้ทั้ง ASUS Exclusive Store, ASUS Official Store ผ่านช่องทาง Shopee กับ lazada นอกจากนี้ยังสามารถซื้อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดังอย่าง “AIS” ที่มีโปรโมชั่นลดราคาในแพ็คเกจพิเศษแล้วก็ยังสามารถสั่งซื้อผ่านร้านค้าชื่อดังทั้ง JIB Computer หรือ Banana ก็มีวางจำหน่ายด้วยเช่นกันค่ะ ใครที่อยากจะได้สุดยอดเกมมิ่งโฟนห้ามพลาดเลยค่ะ! รุ่นต่อมาพึ่งประกาศวางจำหน่ายในบ้านเราแบบสด ๆ ร้อน ๆ กันเลยกับ “Legion Phone Duel” จากแบรนด์ Lenovo ที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อของ ASUS ROG Phone 3 เลยก็ว่าได้ค่ะ ด้วยราคาที่ถูกกว่ากันเล็กน้อย แต่ประสิทธิภาพก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดย Legion Phone Duel ก็ถูกจัดอยู่ในสมาร์ทโฟนประเภท “เกมมิ่งโฟน” ที่ใช้ซิปเซ็ตตัวท็อปอย่าง “Snapdragon 865 Plus” เหมือนกัน แล้วจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ตรงที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับเกมที่เล่นแบบแนวนอนเป็นหลัก ( ส่วนใหญ่เกมก็มักจะเป็นแนว ๆ นี้อยู่แล้วใช่ไหมคะ ) ที่น่าสนใจอีกข้อก็คือมีการปรับปรุงปุ่ม Trigger ทั้งซ้าย และ ขวาของตัวเครื่องให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่แม่นยำขึ้น ใครที่ชอบเล่นเกมแนว FPS หรือ บางคนจะนำไปใช้กับเกมแนว MOBA ก็ได้เหมือนกันค่ะ โดยสองปุ่มนี้จะเป็นปุ่มที่เพิ่มคำสั่งต่าง ๆ ภายในเกมขึ้นอยู่กับว่าตัวผู้เล่นต้องการตั้งค่าเพื่อให้ใช้งานรูปแบบไหน ที่เด็ดสุดก็คือทาง Lenovo ได้ออกแบบระบบสั่นเป็นมอเตอร์คู่อยู่ฝั่งซ้าย กับ ขวาของตัวเครื่องที่จะมอบประสบการณ์ในการเล่นเกมบนมือถือแบบใหม่ซะด้วยค่ะ เช่นเดียวกันค่ะ รุ่นนี้ก็รองรับเทคโนโลยี 5G ด้วยเช่นกันค่ะ สเปกเครื่อง Legion Phone Duel ระบบปฏิบัติการ: Android 10 ครอบทับด้วย Legion OS และ ZUI12 หน้าจอการแสดงผล: หน้าขอมีขนาด 6.65 นิ้วเป็นรูปแบบ AMOLED ที่มีความละเอียด Full HD+ รองรับ รีเฟรชเรทสามารถดันได้สูงสุด 144Hz ที่มีการตอบสนองการสัมผัสหน้าจอที่ 240Hz รวมไปถึงตัวหน้าจอยังเป็น Corning Gorilla Glass 6  CPU: Snapdragon 865 Plus  GPU: Adreno 650 RAM: 12GB. และ 16GB. เป็นรูปแบบ LPDDR5 ความจุ: 256GB. และ 512GB. เป็นรูปแบบ UFS 3.1  กล้องหลัง: กล้องหลักความละเอียด 64MP [เป็นเซ็นเซอร์ของ Sony IMX682] ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/1.89, เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 16MP กล้องหน้า: ความละเอียด 20MP ค่ารูรับแสง f/2.2 เป็นรูปแบบป๊อปอัพด้านข้าง การเชื่อมต่อ: Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, มี USB-C ถึง 2 ช่องส่งผลทำให้เราสามารถที่จะชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกับเล่นเกมไปด้วย ระบบเสียง: ลำโพงคู่ระบบเสียงสเตริโอ เซ็นเซอร์: ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ และ มีระบบระบายความร้อนแบบ Dual-Liquid และ Mid-Thermal แบตเตอรี่: 5,000 mAh ที่ทาง Lenovo ออกแบบมาให้เป็น 2 ส่วนคือข้างละ 2,500 mAh เหตุผลก็เพราะเพื่อลดความร้อนระหว่างการชาร์จแบตเตอรี่ หรือ ลดความร้อนจากการที่เครื่องทำงานอย่างหนัก แล้วเด็ดที่สุดคือรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วสูงถึง 90 วัตต์ที่เครมกันว่าสามารถชาร์จจาก 0 ไป 100% ในระยะเวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น! โดย Legion Phone Duel วางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน รุ่นแรกมี Ram 12GB. แล้วก็ Rom 256GB. ราคาอยู่ที่ 23,990 บาท ที่ตัวเครื่องจะมีแค่สีน้ำเงินเท่านั้น และ รุ่นต่อมา Ram 16GB. แล้วก็ Rom 512GB. ราคาอยู่ที่ 30,990 บาท ที่ตัวเครื่องจะมีแค่สีแดงเท่านั้น ซึ่งถ้าใครที่อยากจะได้ในแพ็คเกจราคาพิเศษก็ซื้อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดังอย่าง “AIS” ได้เลยค่ะ เพราะราคาถูกมาก ๆ เลย แล้วถ้าใครที่ใช้เบอร์ของ AIS มานานก็จะได้รับสิทธิ์ในการลดราคาเพิ่มเติมอีกด้วย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ( คลิกที่นี่ ) นอกเหนือจากนี้ยังมีการวางจำหน่ายผ่านช่องทางอื่น ๆ อาทิเช่น IT City, JD.co.th, JIB Computer, Speed Computer, Banana และ BlueShop เป็นต้นค่ะ มาถึงอีกหนึ่งรุ่นที่เริ่มตีตลาดในบ้านเราได้ราว ๆ 2 ปีแล้วค่ะ กับ “Black Shark 3, Black Shark 3 Pro หรือ Black Shark 3S” หนึ่งในแบรนด์ลูกของ Xiaomi ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับจากเกมเมอร์เป็นอย่างดีเลยค่ะ เห็นชื่อแบรนด์หลายคนก็คงจะทราบเลยว่ามันคือสมาร์ทโฟนประเภท “เกมมิ่งโฟน” ที่มีราคาถูกที่สุดในบรรดา 2 แบรนด์ก่อนหน้านี้เลยค่ะ แต่ก็ใช่ว่าประสิทธิภาพของเขาจะไม่ได้ยอดเยี่ยมอย่างนั้นนะคะ โดยต้องอธิบายก่อนว่าปัจจุบันทาง Xiaomi มีแค่ 2 รุ่นที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเราก็คือ Black Shark 2 กับ Black Shark 3 ส่วน Black Shark 3 Pro กับ Black Shark 3S ที่เป็นรุ่นอัปเกรดเพิ่มประสิทธิภาพยังไม่มีตารางการนำเข้ามาวางจำหน่าย สำหรับ Black Shark 3 ทาง Xiaomi เลือกใช้ชิปเซ็ต “Snapdragon 865” แม้ว่าประสิทธิภาพจะไม่ได้แตกต่างจากชิปเซ็ตตัวท็อป “Snapdragon 865 Plus” ก็ตาม แต่ตัวนี้ก็สามารถรองรับเทคโนโลยี 5G และ Wi-Fi 6 ได้ด้วย มีการดีไซน์มีปุ่ม Shoulder Button ที่อยู่ทางซ้าย และ ขวาของตัวเครื่องเหมือนกับ 2 แบรนด์ก่อนหน้านี้ค่ะ ความเก๋ของมันก็คือเมื่อเวลาเล่นเกมปุ่มนี้จะเด้งขึ้นมาเพื่อให้ใช้งาน แต่เมื่อใดที่เราใช้งานแบบปกติมันก็จะกลับไปอยู่ในสภาพตามปกติค่ะ อีกทั้งยังเครมอีกว่ามันทนต่อแรงกด และ การหดตัวเวลาเก็บได้ถึง 300,000 ครั้ง ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดหนึ่งที่น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยค่ะ นอกจากนี้ Black Shark 3 ยังมีลำโพงคู่ในรูปแบบระบบสเตริโอ รวมไปถึงยังรองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res อีกด้วยค่ะ เท่านั้นยังไม่พอใครที่ใช้ชอบหูฟังที่เป็นรูปแบบ 3.5 มม. รุ่นนี้ก็กลับมาให้เราได้ใช้งานกันอีกครั้ง แถมตัวนี้ยังมีการชาร์จแบบแม่เหล็กที่แตะด้านหลังเครื่องได้ด้วย รวมไปถึงยัง สเปกเครื่อง Black Shark 3 ระบบปฏิบัติการ: Android 10 ครอบทับด้วย Joy UI 11 หน้าจอการแสดงผล: หน้าขอมีขนาด 6.67 นิ้วเป็นรูปแบบ AMOLED ที่มีความละเอียด Full HD+ รองรับ รีเฟรชเรทสามารถดันได้สูงสุด 90Hz ที่มีการตอบสนองการสัมผัสหน้าจอที่ 240Hz  CPU: Snapdragon 865 GPU: Adreno 650 RAM: 8GB. และ 12GB. เป็นรูปแบบ LPDDR4x ความจุ: 125GB. และ 256GB. เป็นรูปแบบ UFS 3.0 กล้องหลัง: กล้องหลักความละเอียด 64MP [เป็นเซ็นเซอร์ของ Sony IMX682] ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/1.8, เลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13MP ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.3 และ เลนส์ Depth ความละเอียด 5MP ค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.2  กล้องหน้า: ความละเอียด 20MP ค่ารูรับแสง f/2.0 การเชื่อมต่อ: Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB-C ระบบเสียง: ลำโพงคู่ระบบเสียงสเตริโอ เซ็นเซอร์: ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ แบตเตอรี่: 4,720 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วสูงถึง 65 วัตต์ การชาร์จแบบแม่เหล็กด้านหลังเครื่อง 18 วัตต์ สำหรับ Black Shark 3 วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการผ่านช่องทาง Black Shark Official Store แพลตฟอร์ม lazada เท่านั้น! โดยสนนราคาอยู่ที่ 21,900 บาท ก็จะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาเป็นระยะ ๆ ซึ่งในตอนที่เขียนบทความนี้ลดราคาเหลืออยู่ที่ 18,990 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ( คลิกที่นี่ ) นอกจากนี้ทาง Xiaomi ยังจำหน่ายอุปกรณ์เสริมที่ใช้งานร่วมกับ Black Shark 3 เพียบเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเคส, พัดลมระบายความร้อน, หูฟัง, คีย์บอร์ดมือถือ หรือ คอนโทรลเลอร์ เป็นต้น ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่าง ๆ ได้ที่ ( คลิกที่นี่ )  นี่คือมือถือสมาร์ทโฟนประเภท “เกมมิ่งโฟน” ที่วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรา ไม่นับแบรนด์อื่น ๆ ที่วางจำหน่ายแล้วมีร้านค้าที่หิ้วนำเข้ามาขายในบ้านเรานะคะ ซึ่ง 3 แบรนด์นี้เกมเมอร์สามารถซื้อผ่านช่องทางต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการประกันจากผู้ผลิต หรือใครที่ต้องการอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ก็สามารถสั่งซื้อผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้เลย งานนี้ก็ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋าของเพื่อน ๆ ว่าอยากจะซื้อแบรนด์ไหนมาใช้งานกัน เพราะแต่ละรุ่นก็มีลูกเล่น, ประสิทธิภาพ แล้วก็ราคาที่แตกต่างกันออกไป เรียกว่าจะไปให้สุดแล้วหยุดที่สุดยอด หรือ จะเลือกประหยัดแต่ก็เล่นเกมได้เหมือนกันอยู่ที่เพื่อน ๆ ตัดสินใจเลยค่ะ แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ!
12 Nov 2020
[บทความ] 'ความยากของเกม' อีกหนึ่งเสน่ห์ของเกมตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน
จะว่าไปพูดถึงความยากของเกมในปัจจุบัน คนส่วนใหญ่อาจจะนึกถึงเกมตระกูล Soul ไม่ว่าจะเป็น Demon Soul หรือ Dark Soul อะไรก็แล้วแต่ เพราะด้วยระบบการเล่นที่ไม่ได้ซับซ้อนแต่ความยากจะอยู่ที่การจดจำ Pattern ของศัตรูที่มาพร้อมกับพลังการโจมตีอันแสนหนักหน่วงตบทีเดียวกลับกองไฟ Bon fire นั่งหัวร้อนวนไป หรือแม้กระทั่งเกมทีมีความ Realism เข้ามาอย่าง Rainbow Six: Siege หรือ War Thunder ที่ต้องอาศัยความชำนาญ, การจดจำหรือแม้กระทั่งสายตากับการตอบโต้แบบฉับพลันเข้าเกี่ยวข้อง ล้วนแล้วเป็นความยากที่เจอในปัจจุบันทั้งสิ้น บทความนี้เราจะย้อนไปพูดคุยเกี่ยวกับเสน่ห์ของเกมยากๆ ในสมัยก่อนว่าเขาใช้ลูกเล่นอะไรในการทำให้เกมดูยากและท้าทาย จนถูกกล่าวขานว่าเป็นเกมที่ปราบเซียนคนรุ่นเก่าให้หัวร้อนแต่กาลก่อนไล่มาถึงเกมที่ชวนหัวร้อนเพราะความยากปัจจุบันกัน ================================================== Prince of Persia ( 1989 ) เสน่ห์แห่งความยากแต่ก่อนกาล หัวข้อแรกที่เราจะมาพูดกัน หลายคนอาจจะยังไม่ได้คุ้นหูกับชื่อเกมนี้แต่หากเป็นเกมเมอร์รุ่นเก่าๆ พอได้ยินชื่อนี้ก็ร้องไปถึงบางอ้อนั้นคือเกม Prince of Persia ที่พัฒนาโดย BRØDERBUND และเขียนบทโดยคุณ Jordan Mechner ในปี 1989 ซึ่งภาคนี้เห็นเป็นเกมบนเครื่อง Famicom แต่จริงๆ แล้วเป็นเกมที่ค่อนข้างลงทุนเอาเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการใช้ Motion Capture ซึ่งเกมในปลายยุค 90 ถือว่าเป็นอะไรที่ล้ำมาก โดยท่าทางการวิ่งของตัวละครต่างๆ ก็ได้คุณ Jordan Mechner เป็น Motion Capture เป็นต้นแบบนี่แหละให้ตัวเจ้าชาย ทำให้การเคลื่อนไหวในเกมค่อนข้างดูสมจริงมากๆ สมัยนั้น เรามาพูดถึงส่วนความยากของเกมนี้มันคือเสน่ห์ที่ยากจะลืมเลือน เพราะจะต้องใช้ทักษะการปีนป่ายของเจ้าชายออกเดินทางในดันเจียนตามหาเจ้าหญิงที่ถูก Jaffar เสนาบดีผู้ชั่วร้ายจับตัวไป พร้อมกับตัวด่านต่างๆ มีพื้นหล่น มีกับดักมากมาย แถมการเคลื่อนไหวที่ต้องกะจังหวะให้เป๊ะ หากพลาดคือเจ้าชายจมกองเลือดเกิดใหม่ตั้งแต่ต้นไม่มีจุดเซฟเหมือนในเกมปัจจุบัน ส่งผลทำให้หลายคนหัวร้อนกันเป็นว่าเล่น บางคนใกล้จะจบเกมแล้วแต่ดันตายเสียก่อนต้องเล่นใหม่หมด เป็นใครจะไม่หัวร้อนบ้างล่ะ จริงไหม? Rockman ( 1987 ) เกมหุ่นยนต์ตัวฟ้ากับการตามล่า Dr.Willy อีกหนึ่งเกมที่ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์ยุคเก่าหรือยุคใหม่ ไม่มีใครไม่รู้จักเกม Rockman หรือ Megaman หุ่นยนต์สีฟ้าที่มาพร้อมกับ Rockbuster คู่ใจของเขา ซึ่งพัฒนาโดย Capcom นำทีมโดย Keiji Itafune บิดาผู้ให้กำเนิด Rockman และ Mighty No.9 โดยภาคแรกสร้างในปี 1987 และก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีภาคต่อมากมายจนปัจจุบันก็มีภาคมัดรวมขายใน Steam เอาไปเล่นกันให้หายคิดถึงไปเลย ส่วนเสน่ห์ความยากของเกมนี้บอกเลยว่าใครผ่านได้จนจบนี่โคตะระภูมิใจมากๆ เพราะอุปสรรค์ต่างๆ ที่ต้องใช้ทักษะการจดจำอย่างมากๆ เช่นในด่าน Gutsman ที่มีจุดยืนเคลื่อนที่ไปมา ถ้ากะจังหวะไม่ถูกต้องคือตกฉากตายกันรัวๆ และไหนจะมีศัตรูที่โจมตีหนักมาก อีกทั้งตัวเกมภาคแรกไม่มีระบบชาร์ตยิงหรือสไลด์อีก ทำให้การฆ่าศัตรูเป็นอะไรที่ต้องใช้เวลา โดยรวมแล้วคือเล่นยากมาก แม้ว่าตัวเกมใจดีที่หากปราบบอสด่านไหนแล้วไปเล่นด่านอื่นตายก็ไม่ได้รีเซ็ตทั้งหมดก็ตาม แต่เชื่อเถอะว่าแม้กระทั่งผู้เขียนเองก็เคยหัวร้อนเพราะเกมเก่าๆ เกมนี้มาแล้ว Contra ( 1988 ) เกมแนวยิงระเบิดเขา เผากระท่อมใน 3 ชีวิต อีกหนึ่งเกมที่เคยออกมาในตู้เกม Arcade ในปี 1987 และพอร์ตลงเครื่อง Famicom ในปี 1988 กับเกมที่มีเนื้อเรื่องเป็นเส้นตรง ไม่ซับซ้อน เดินหน้ายิงแหลกอย่างเดียวกับ Contra พัฒนาโดย Konami ซึ่งสมัยนั้นไอ้สองตัวละครที่ขึ้นปกหน้าเกมนั้นก็ได้แรงบัลดาลใจ (?) จากสองนักแสดงชื่อดังอย่าง Michael Stallone นักแสดงเรื่อง Rambo กับ Arnold Schwarzenegger ที่แสดงหนังเรื่องคนเหล็ก เอามายำเป็นตัวหลักไปบวกกับพวก Red Falcon กวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก ในส่วนของเสน่ห์ความยากของเกมนี้ต้องยกให้กับพลังชีวิตที่เรามีแค่ 3 ชีวิตเท่านั้น แม้ว่าหากเราเก็บคะแนนถึงที่กำหนดจะมีโบนัสชีวิตเพิ่มให้ก็ตาม แต่หากเราโดนศัตรูโจมตีใส่เราจะตายและเสียพลังชีวิตไปหนึ่งตัวทันที และศัตรูทั่วไปมากันเป็นฝูง แถมบอสก็มีแพทเทิร์นการโจมตีที่หลากหลายมาก ยากที่จะลบอีกต่างหาก หากตายจนไม่เหลือพลังชีวิตก็ต้องไปเริ่มใหม่อีกครั้ง จัดได้ว่าเคยหัวร้อนกับเกมนี้เพราะตัวเกมดูเหมือนไม่มีอะไรแต่กลับมีความยากซุกซ่อนอยู่ในทุกด่านที่เราฝ่ามันไปแน่นอน Metal Slug ( 1996 ) เมื่อความสนุกและความหัวร้อนมาเจอกัน อีกหนึ่งเกมแนว Action บนตู้ Arcade ของทาง SNK ที่ได้แรงบัลดาลใจมาจาก Contra อีกทีนั้นก็คือ Metal Slug ภาคแรกทำออกมาในปี 1996 และก็ออกมาเรื่อยๆ หลายภาคจนปัจจุบัน โดยมาพร้อมกับลูกเล่นที่แปลกใหม่มากๆ อย่างรถถัง Metal Slug SV-001 ตามชื่อในเกมรวมถึงการเล่าเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายแต่ไม่ซับซ้อน ทำให้หลายคนหลงรักซีรี่ส์นี้อย่างง่ายดาย ความยากของเกมนี้อาจจะไม่ได้ยากเท่ากับเกมยุค 80 หรือไม่ค่อยต่างอะไรกับเกม Contra ที่เรามีแค่สามชีวิตตายหมดหากไม่หยอดเหรียญเล่นเพิ่มก็เริ่มต้นใหม่หมด แต่ด้วยที่ว่าตัวเกมมีลูกเล่นอาวุธปืนต่างๆ ให้เราเก็บ มีรถถัง Metal Slug ให้เรานั่ง แต่ก็แลกกับศัตรูที่มาจำนวนเยอะมากพร้อมกับการโจมตีที่หลากหลาย, อุปสรรค์สุดเกรียนที่จะไม่ให้คุณผ่านได้ง่ายๆ รวมถึงบอสแต่ละด่านนี่อึดมากกว่าจะตาย กว่าจะเล่นจบได้โดยไม่ตายเลยนี่ถือว่าสุดยอดและถูกยกย่องเป็นเทพเลยก็ว่าได้ Street Fighter ( 1987 ) เกมที่ท้าทายนักสู้ว่าโหดแค่ไหน เกมแนวต่อสู้ยุคแรกๆ ไม่มีใครไม่รู้จัก Street Fighter ที่ถูกสร้างมาในปี 1987 ให้กับเครื่องเกม Arcade พัฒนาโดย Capcom ซึ่ภาคแรกนี้เป็นการบุกเบิกและช่วยต่อยอดให้ภาค 2 กลายเป็นมาตรฐานของเกมแนว Fighting ในปัจจุบันแถมเป็นที่จดจำของผู้เล่นหน้าเก่าหรือหน้าใหม่ หรือแม้ผู้ที่ไม่เคยเล่นเกมนี้ก็คงต้องได้ยินชื่อหรือเคยเห็นผ่านๆ ตากันมาบ้างแหละ ในส่วนความยากของภาคนี้ก็คงจะพูดได้ว่าเราต้องเล่นเป็น Ryu และต้องต่อสู้กับนักสู้ต่างๆ มากมายเหมือนเป็น Stage ตะลุยด่าน หากเอาชนะศัตรูได้จากสองในสามก็ไปด่านต่อไป แต่หากแพ้ก็ต้องเริ่มต้นใหม่ เทคนิคการเอาชนะเกมนี้จึงเป็นการอาศัยจังหวะ ชิงไหวชิงพริบและความอดทนสูงมากๆ ชนิดที่เรียกว่าจังหวะต้องเป๊ะ ตาต้องดี เพราะบางทีศัตรูก็ต่อยหน้าเราแรงจนรู้สึกโกงเสียเหลือเกิน Don't Strave ( 2013 ) ใช้ชีวิตกับความกลัวที่ไม่รู้จัก หลังจากที่พูดคุยถึงเกมเก่าๆ กันแล้วก็มาพูดถึงเกมยุคใหม่หลังปี 2000 กันบ้าง ก็มีการพัฒนาท้าทายผู้เล่นด้วยความยากที่แปลกใหม่ ฉีกกฎเดิมๆ หรือต่อยอดความยากที่คุ้นเคยให้ยากมหาโหดยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น Don't Strave ซึ่งเป็นเกมแนว Survival, Sandbox พัฒนาโดยทีมงาน Klei Entertainment ในปี 2013 ซึ่งบอกเลยว่าเป็นอะไรที่แปลกมากโดยเฉพาะกราฟิคและระบบการเล่นที่แตกต่างไปจากเกมแนวเอาตัวรอดอื่นๆ อย่าง Minecraft ณ สมัยนั้น โดยเสน่ห์ของเกมนี้นอกจากจะต้องเอาตัวรอดจากสถานที่ที่ไม่รู้จักไปพร้อมกับไขความลับของเนื้อเรื่องภายในเกมนี้ที่ชวนน่าติดตามแล้ว นั้นก็คือความยากในการเล่น...เราสามารถชิมอาหาร สำรวจหรือทำอะไรต่างๆ ได้มากมายแต่หากทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า กินของผิดสำแดงเราก็จะตายหรือแม้กระทั่งเจออิเวนท์ไม่คาดฝันอย่างสัตว์ประหลาดหรือฝูงหมาบุกตอนกลางคืน หากเรารับมือไม่ดีเราก็จะตาย และไม่ว่าเราจะเล่นไปไกลแค่ไหน หากในเกมเป็นอะไรตาย ทุกอย่างจะเริ่มต้นใหม่หมดไม่มีเซฟ ซึ่งเป็นอะไรที่อยากจะกรีดร้องหากเราฟาร์มของได้เยอะแล้วจู่ๆ สิ่งที่เราทำก็สูญหายเหมือนโดนทานอสดีดนิ้ว คงเป็นอะไรที่หัวร้อนแน่ๆ โชคดีที่ในเวลาต่อมาก็มี Don't Strave Together สำหรับเล่นหลายคนที่หากใครตายก็กลายเป็นผี รอเพื่อนมาชุบชีวิตให้ ทำให้การเล่นนั้นง่ายขึ้นไปเลย Dark Souls ( 2011 ) เกมแนว Action RPG ที่ไม่มีใครไม่รู้จักเกมซีรี่ส์ Dark Souls ที่พัฒนาโดยทีมงาน FromSoftware ซึ่งขึ้นชื่อด้วยจักรวาลของเกมนี้ที่ดูมืดมน ดาร์คสมชื่อ และคงไม่ต้องขออธิบายมากความว่าทำไมเกมนี้ยังคงเป็นที่จดใจในหมู่เกมเมอร์แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้วก็ตาม เสน่ห์ของเกมนี้คงพูดได้เต็มปากเลยว่า ยากตั้งแต่ระบบการเล่นที่ต้องบังคับหรือควบคุมตัวละครจะมีผลต่ออุปกรณ์ต่างๆ ที่เราถือ, ศัตรูที่มีแพทเทิร์นการโจมตีที่คาดเดายากมากๆ แถมรุนแรงสุดๆ และเนื้อเรื่องที่เต็มไปด้วยปริศนาซึ่งเราต้องตามหากันเอาเองจากไอเท็มที่ดรอปจากศัตรู โดยรวมแล้วทุกอย่างคือความยากของเกมนี้ แม้กระทั่งหายใจก็ยังยากเลย เกิดตายวนเวียนเป็นว่าเล่นหลายสิบรอบกว่าจะผ่าน เล่นเอาแทบจะปาจอยทิ้งกันเลยทีเดียว Rainbow six: Siege ( 2015 ) คุณยิ่งตาย ยิ่งหัวร้อนและยิ่งเก่ง เปลี่ยนอารมณ์มาเป็นเกมแนว Multi-player ที่เล่นยากที่สุดอีกเกมหนึ่งกันบ้าง ซึ่งจุดเด่นต่างๆ ของเกมแนว Tactical FPS นี้ดังไกลไประดับ E-Sport ก็คงไม่พ้นเกม Tom Clancy's Rainbow six: Siege ของทีมงาน Ubisoft โดยจุดเด่นของเกมนี้ก็คงจะเป็นการเล่นทีมี Interact ค่อนข้างเยอะ และใช้อุปกรณ์ทุกอย่างรวมถึงสิ่งรอบตัวให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเพื่อชัยชนะ ฝั่งบุกก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อเจาะแนวป้องกันและทำภารกิจให้สำเร็จ ส่วนฝ่ายป้องกันก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ฝ่ายบุกเข้าถึงพื้นที่ภารกิจได้ และความยากของเกมนี้ที่ทำให้คนที่ชอบก็ชอบเกมนี้ไปเลยหรือคนที่เกลียดก็เกลียดเกมนี้ไปเลยนั้นคือการใช้สิ่งรอบตัวให้เป็นประโยชน์หรือเป็นอันตราย อย่างเช่นกำแพงไม้ที่สามารถยิงทะลุได้, วางกับดักต่างๆ, ดักโจมตีจากมุมอับ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลทำให้ทุกย่างก้าวคืออันตราย ไม่ระวังคือตายโดยที่ไม่ทันจะตอบโต้ ทำใครหลายคนหัวร้อนจนเลิกเล่นเกมแนว FPS ก็เยอะ แต่คนที่ชอบก็จะเล่นต่อไป ยิ่งตายเยอะยิ่งจดจำว่าทำไมเราถึงตาย ตายจากมุมไหน และเราจะเก่งขึ้นในที่สุด War Thunder ( 2012 ) เกมขับยานเกราะสุดยากพาหัวร้อน สำหรับเกมแนว Shooting มุมมองบุคคลที่สามผ่านมุมมองยานเกราะหรือเครื่องบินต่างๆ ที่ดีที่สุดก็คงต้องพูดถึงเกม War Thunder จากทีมงาน Gaijin entertainment ที่ได้จับเครื่องบิน, รถถังหรือแม้กระทั่งเรือรบจากยุคต่างๆ ในอดีตจนปัจจุบัน เอามาต่อสู้กันเป็นทีมในรูปแบบโหมดต่างๆ ปัจจุบันตัวเกมก็ยังคงอัพเดตทั้งรถถังหรือเครื่องบินใหม่ๆ รวมถึงกราฟิคที่ดีขึ้นด้วย ส่วนตัวแล้วหากเล่นแบบทั่วๆ ไปก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรที่คิดว่าน่าจะยาก แต่พอเล่นโหมด Realism Battle เมื่อไหร่ นั้นคือความยากที่แท้จริง มุมองศาของเกราะ, ปืนที่ใช้, กระสุนที่มี รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ และสภาพพื้นที่มีผลต่อการสู้รบหมด ถ้าเรายิงศัตรูแล้วยิงไม่เข้าก็จริงแต่สะเก็ดระเบิดส่งผลทำให้พลขับตาย จะถือว่ายานยนต์พังเรียบร้อย เป็นอะไรที่หัวร้อนสุดๆ ไปเลยและโหมดนี้ส่วนใหญ่โดนนัดเดียวก็หมดสภาพการต่อสู้โดยเราไม่เห็นศัตรูเลยด้วยซ้ำ ที่สำคัญคือจะต้องดูผังวิจัยเพื่อพัฒนายานเกราะของเราอีก บางคันนี่ห่วยมากต้องอดทนเล่นเพื่อได้ผังวิจัยพัฒนาปืนรถถังที่ดีกว่าเดิม บางคนถึงกับท้อไปเลยทีเดียว ซึ่งผู้เขียนเล่นเกมนี้ได้ไม่นานก็ยอมแพ้เพราะหัวร้อนเกินไป สู้คนอื่นไม่ไหวจริงๆ Syobon Action ( 2007 ) มาริโอ้เนโกะที่ยากที่สุดตลอดกาล อีกหนึ่งเกมยากที่ผู้เขียนยกย่องให้เป็นเกมที่โคมหาตะระยากที่สุดตลอดกาลนั้นก็คือ Syobon Action หรือที่เรารู้จักกันในเกม "มาริโอ้ เนโกะ" ซึ่งเป็นเกม Action สุดอินดี้ได้แรงบัลดาลใจมาจากเกมมาริโอ้ พัฒนาโดย Username ที่ใช้ชื่อว่า Chiku เปิดให้ดาวน์โหลดทดลองเล่นกันครั้งแรกในปี 2007 บน PC และก็ได้พอร์ตลงบนมือถือในเวลาต่อมา บอกเลยว่าต้องมีสักครั้งที่ต้องได้ลองเกมนี้แล้วบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า What the F---k!? จะบอกว่าเกมนี้ยากทุกตรงใช่ไหม ก็ใช่...และเกมนี้เกรียนทุกตรงใช่ไหม ก็ใช่อีกนั้นแหละ ทุกย่างก้าวคือความเกรียนที่จะมีอะไรเซอร์ไพร์สไม่ให้ผู้เล่นผ่านง่ายๆ แม้ว่าจำนวนชีวิตมีไม่จำกัด ( แต่ติดลบ ) ก็ตาม แต่พอได้เล่นสักพักแทบจะปิดเกมนี้ทิ้งไปเลย หรือไม่ก็กว่าจะผ่านแต่ละด่านได้เลือดตาแทบกระเด็น มีการสับขาหลอกต่างๆ อีกเยอะที่จะให้บ่นก็บ่นยันลูกบวชได้ ฉะนั้นต้องลองด้วยตัวเองแล้วจะรู้ว่าทำไมเป็นเกมที่ชวนหัวร้อนและยากที่สุดตลอดกาล ================================================== ทั้งหมดทั้งมวลคือความแตกต่างระหว่างความยากของเกมยุคเก่าและเกมยุคปัจจุบันที่มาพูดกัน บางเกมก็ฉีกกฎความยากให้แตกต่าง บางเกมก็เอาความยากของเกมยุคก่อนๆ แล้วเสริมให้โหดมันฮายิ่งขึ้น ต้องขอบอกเลยว่าถ้าไม่เคยหัวร้อนกับพวกนี้แสดงว่าผู้อ่านได้เป็นท่านผู้เจริญเรียบร้อยแล้ว ( ล้อเล่นนะ ) หากมีเกมไหนคิดว่ายากล่ะก็ลองมาคอมเมนต์แล้วแชร์ข้อมูลกันได้นะ เพราะเชื่อว่ายังมีอีกหลายเกมที่ยังไม่กล่าวและอาจจะยากหรือเหนือกว่าบทความนี้ก็เป็นได้    
12 Nov 2020
รู้ก่อนซื้อ! PlayStation 5 เครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ซื้อรุ่นไหนและข้อมูลอัปเดตล่าสุด
อีกไม่กี่วันทาง Sony Interactive Entertainment ก็จะวางจำหน่ายเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง “PlayStation 5” ให้กลุ่มประเทศแรกกันแล้วค่ะ ซึ่งบ้านเราเองก็ได้แต่รอลุ้นว่าจะวางจำหน่ายตามกำหนดการณ์เดิมคือวันที่ 19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้หรือเปล่า แถมตอนนี้ก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยมีคำถามเกิดขึ้นว่า “สรุปแล้วเราจะต้องเลือกซื้อ PlayStation 5 รุ่นไหนดี!?” เพราะมีการผลิตออกมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน วันนี้เกวลินจะมาสรุปและวิเคราะห์ให้เพื่อน ๆ เข้าใจเพื่อได้ตัดสินใจถูกว่าควรซื้อรุ่นไหนดี อัปเดตข่าวล่าสุดของ PlayStation 5 กันก่อน! ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องสเปกและรายละเอียดต่าง ๆ ของเครื่อง PlayStation 5 เรามาพูดถึงข้อมูลล่าสุดกันก่อนค่ะ เพราะตอนนี้สื่อต่างประเทศรวมไปถึงยูทูปเบอร์ชื่อดังหลายคน ( ส่วนใหญ่ทั้งหมดจะเป็นของต่างประเทศ ) ได้ออกมารีวิวพูดถึงความรู้สึกแรกหลังจากที่แกะกล่อง แล้วได้ลองทดสอบในการเล่นเกมต่าง ๆ ผลที่ได้รับจากผู้ใช้ก็คือ “เทคโนโลยีใหม่ ๆ บนเครื่อง PlayStation 5 ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก” เพราะมันได้มอบประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีกว่าเครื่องเกมรุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัดเจนเลย สิ่งที่พูดถึงมากที่สุดก็คือ “การโหลดเข้าเกม” ที่รวดเร็วภายในระยะไม่กี่วินาที ยกตัวอย่างเช่นเกม Marvel's Spider-Man: Miles Morales อันนี้เห็นได้ชัดเจนเลยว่าโหลดฉากตั้งแต่หน้าเมนูยันหน้าเข้าเกมใช้เวลาเพียงแค่แว่บเดียวจริง ๆ ถ้าย้อนไปสมัยก่อนกว่าจะเข้าเกมได้ต้องโหลดนั้น โหลดนี้ใช้เวลาร่วมนาทีเลยค่ะ  อีกสิ่งที่ได้รับคำชมไม่แพ้กันก็คือ “DualSense Controller” เพราะเขาได้อธิบายเอาไว้ว่าตัวจอยมีขนาดใหญ่จับกระชับมือ อีกทั้งมันยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเล่นเกม เราจะสัมผัสถึงแรงต้านในการกดแต่ละระดับหรือที่เรียกว่า Adaptive Triggers และ ระบบการสั่น Haptic Feedback ที่เมื่ออยู่ในมือผู้ใช้งานจะรู้สึกถึงแรงสั่นที่ให้ความสมจริงตามอิริยาบถของตัวละครที่ปรากฎอยู่ภายในเกม แต่เมื่อมาเทสกับเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Marvel's Spider-Man: Miles Morales สองฟีเจอร์นี้ยังตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนระบบ 3D AudioTech ยังทำออกมาไม่ได้โดดเด่นมากนัก เพราะสื่อต่างประเทศก็บอกว่าตอนนี้ใช้งานได้ตอนเชื่อมต่อกับหูฟังเท่านั้น! นอกจากเรื่องการโหลดเข้าเกมที่รวดเร็วถูกใจเกมเมอร์แล้ว “เสียงพัดลม” ตอนระบายความร้อนก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ซึ่งถ้านำไปเทียบกับเครื่อง PlayStation 4 Pro ตอนทำงานแบบปกติระดับเสียงจะอยู่ที่ 45 dB แล้วถ้าทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพเสียงจะดังสูงถึง 54 bB ตรงกันข้ามกับเครื่อง PlayStation 5 ที่แม้ว่าจะทำงานหนักแต่เสียงพัดลมดังแค่ 38 dB เท่านั้น! แม้ว่าจะถูกชมมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เหมือนถูกพูดถึงมากที่สุดเลยก็คือ “SSD M.2” ที่ติดมากับตัวเครื่องที่ให้มา 825GB. แต่เมื่อมีการติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่เครื่องจำเป็นต้องใช้ก็จะเหลือเนื้อที่อยู่ประมาณ 667GB. ที่ดูน้อยไปหน่อย แถมตอนนี้ตัวเครื่องยังไม่รองรับ SSD M.2 ในช่องที่เครื่องมีให้ติดตั้ง อีกทั้งยังไม่สามารถนำเกมจากเครื่อง PlayStation 5 ไปติดตั้งอยู่ใน External HDD เพื่อใช้เก็บตัวเกม หรือ ใช้เล่นเหมือนสมัยเครื่อง PlayStation 4 ทั้งนี้ถ้าต้องการจะเล่นเกมจาก PlayStation 4 ที่มีอยู่ใน External HDD สามารถเล่นได้ตามปกติค่ะ สเปกเครื่อง PlayStation 5 อย่างเป็นทางการ CPU: AMD Zen 2-based CPU with 8 cores at 3.5GHz. GPU: 10.28 TFLOPs, 36 CUs at 2.23GHz. GPU Architecture: Custom RDNA 2 Memory Interface: 16GB. GDDR6 / 256-bit Memory Bandwidth: 448GB/s Internal Storage: Custom 825GB. SSD M.2 Usable Storage: 667.2GB. IO Throughput: 5.5GB/s (Raw), typical 8-9GB/s (Compressed) Expandable Storage: NVMe SSD Slot External Storage: USB HDD Support แค่เกมจากแพลตฟอร์ม PlayStation 4 เท่านั้น Optical Drive: 4K UHD Blu-ray Drive เห็นสเปกเครื่องกันแล้วก็ต้องมาพูดให้เข้าใจกันก่อนว่าทาง Sony Interactive Entertainment วางจำหน่ายเครื่อง PlayStation 5 ทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันคือ รุ่นแบบมี 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ความแตกต่างมันมีส่วนไหนบ้าง!? คำตอบก็คือ “แตกต่างแค่มี 4K UHD Blu-ray Drive กับ ไม่มีเท่านั้นเองค่ะ!” เพราะสเปกภายในส่วนอื่น ๆ ทั้ง CPU, GPU และ Ram ไม่มีการปรับหรือลดสเปกเครื่องลงมาเหมือนกับ Xbox Series X กับ Xbox Series S ที่สเปกภายในแตกต่างกันพอสมควร โดยรุ่น 4K UHD Blu-ray Drive เราสามารถใส่แผ่นเกมเข้าไปในเครื่อง PlayStation 5 หลังจากนั้นจะมีการติดตั้งเกมบางส่วนลงไปใน SSD M.2 ด้วยเพื่อลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดเข้าเกม ซึ่งเมื่อเราได้แกะตัวเครื่องออกจะมีช่องให้ติดตั้ง SSD M.2 เพิ่มได้อีก 1 ตัวแล้วจากข้อมูลที่ยืนยันแล้วก็คือ “จะต้องเป็น SSD M.2 Gen 4 เท่านั้น!” แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีรุ่นไหน แบรนด์ไหนบ้างที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งก็คงต้องรอทาง Sony ประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมอีกครั้งค่ะ ตามมาด้วยรุ่น Digital Edition รุ่นนี้ได้ตัดเอาส่วน “4K UHD Blu-ray Drive” ออกไปทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่เล็กลงจากเดิมเล็กน้อย ( เล็กน้อยจริง ๆ ค่ะ ) แต่อย่างที่บอกไปว่าสเปกภายในเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องการจะเล่นเกมจะต้องซื้อเกมจาก PlayStation Store แล้วดาวน์โหลดมาติดตั้งใน SSD M.2 ที่อยู่ภายในเครื่องที่เหลือเนื้อที่อยู่ประมาณ 667GB. บางคนถามว่า “เพ่แล้วมันจะเพียงพอหรอ!?” ตอบเลยว่าถ้าไม่ใช่เกมที่มีขนาดใหญ่มันก็สามารถติดตั้งเกมได้มากถึง 5 - 6 เกมเลยนะคะ ไม่นับเกมที่กินทรัพยากรเครื่องอย่าง Call of Duty: Modern Warfare ที่กินไปมากกว่า 200GB. ก็อาจจะทำให้ติดตั้งเกมได้น้อยลง สิ่งที่เกวลินเจอปัญหาก่อนหน้านี้ก็คือ “การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบ Wi-Fi” สมัยดาวน์โหลดเกมบนเครื่อง PlayStation 4 Pro ในรูปแบบ Wi-Fi แม้ว่าตัวเครื่องจะตั้งอยู่ใกล้กับเลาเตอร์เลยก็ตาม แต่รู้สึกว่าความเร็วที่ดาวน์โหลดเกมดูช้าผิดปกติ แถมตอนที่เรา Test Speed แล้วก็ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่นัก ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi ของเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง PlayStation 5 จะปรับปรุงการเชื่อมต่อสัญญาณให้ดีขึ้นเพื่อที่จะช่วยลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดเกมไม่มากก็น้อยค่ะ เมื่อสเปกภายในเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ “ราคา” ใช่ค่ะ ทาง Sony Interactive Entertainment ได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่าเครื่องเกม PlayStation 5 ทั้งรุ่น 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ออกมาเรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วย $499.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 15,300 บาท ( รุ่น 4K UHD Blu-ray Drive ) และ $399.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 12,240 บาท ( รุ่น Digital Edition ) โดยค่าเงินบาทอ้างอิงในปัจจุบัน  แต่ก็ต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่าในวันที่เกวลินเขียนบทความนี้ทาง PlayStation Thailand และ Sony Thailand ก็ยังไม่มีการประกาศราคาของเครื่องศูนย์ไทยแต่อย่างใดนะคะ แต่ก็แอบได้ยินมานิด ๆ ว่า “ราคาเครื่องก็จะไม่ได้แตกต่างจากที่เปิดตัวอย่างแน่นอน!” แต่ถ้าราคาเครื่องหิ้วที่แอบไปส่อง ๆ มาก็เห็นว่าราคากระโดดสูงถึง 30,000 - 50,000 บาทแล้วแต่กรณีด้วยค่ะ ก็เอาเป็นว่าใครที่จะรอเครื่องศูนย์ไทยที่มีประกันก็ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ สรุป จากข้อมูลที่เกวลินหยิบยกมานี้ทั้งเครื่องสเปกเครื่อง, ราคา, ความแตกต่าง และ ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากสื่อต่างประเทศที่ได้สัมผัสเครื่อง PlayStation 5 มาเล่าสู่กันฟัง แล้วถ้าให้พูดว่าสรุปแล้วควรเลือกซื้อเครื่องรุ่นไหนดีระหว่าง 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ก็คงตอบว่า “แล้วแต่กำลังทรัพย์และรูปแบบไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลมากกว่า” เพราะบางคนอาจจะเป็นคนที่ชื่นชอบการสะสมแผ่นเกมก็มักจะใช้ซื้อเครื่องที่ช่องใส่แผ่น แต่ด้วยยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลายคนหันมาซื้อแบบดิจิตอลดาวน์โหลดมากยิ่งขึ้น โดยตัวเกวลินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะจะซื้อเกมแบบดิจิตอลดาวน์โหลดมากกว่า มันสามารถเก็บไว้ในบัญชีของเราได้ ไม่มีวันหายแล้วก็สามารถนำไปใช้กับเครื่องอื่น ๆ ได้ตลอดเวลา แถมปัจจุบันก็มีการมีแอพพลิเคชั่น PlayStation App ที่ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับบัญชีของตนเอง จะสั่งซื้อเกม, อัปเดตข่าวสารใหม่ ๆ หรือ ดูว่าเพื่อน ๆ ของเราเล่นเกมอะไรอยู่ก็สะดวก สบายกว่าเมื่อก่อนมาก เลยคิดว่าเรื่องราคาและรูปแบบเครื่องไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่าค่ะ ถ้าให้เกวลินเลือกซื้อรุ่น Digital Edition แน่นอน! แล้วเพื่อน ๆ ละคะจะซื้อรุ่นไหนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้าค่ะ
12 Nov 2020
รู้ก่อนซื้อ! Devil May Cry 5: Special Edition แตกต่างจากเวอร์ชั่นเก่ายังไงบ้าง
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วค่ะ ที่เกมเมอร์จะได้สัมผัสเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ “PlayStation 5” กันแล้วค่ะ โดยประเทศกลุ่มแรกที่จะเป็นเจ้าของกันก่อนก็ประกอบไปด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, แคนาดา, เม็กซิโก, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และ เกาหลีใต้ แล้วเกมที่น่าจับตามองและวางจำหน่ายในวันเดียวกันกับเครื่องก็คือ “Devil May Cry 5: Special Edition” เกมแนว Action Hack & Slash สุดมันส์จากค่าย Capcom มันก็สร้างคำถามมากมายแก่เกมเมอร์ว่า “ตัวเกมเวอร์ชั่นนี้มันแตกต่างจากก่อนหน้านี้ยังไง!?” วันนี้เกวลินก็เลยจะมาเล่าสู่กันฟังว่าตัวเกมเวอร์ชั่นนี้น่าสนใจกว่าตัวเดิมมากน้อยแค่ไหนกันค่ะ! ปรับปรุงกราฟฟิกด้วยเทคโนโลยี Ray Tracing ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ “เทคโนโลยี Ray Tracing” ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่คอมพิวเตอร์ที่มีสเปกสูงและอุปกรณ์สำคัญอย่าง “การ์ดจอ” จะต้องรองรับด้วย แต่ทั้งนี้เกมต่าง ๆ ก็ต้องรองรับด้วย แล้วสิ่งที่ได้ก็คือมันจะช่วยทำให้แสง, สี หรือ เงาสะท้อนกระทบต่อวัตถุดูสวยงาม แล้วมีความสมจริงมากขึ้น แล้วด้วยเทคโนโลยีใหม่ของเครื่องเกมคอนโซลทั้ง PlayStation 5 และ Xbox Series X ทาง Capcom ก็เลยเพิ่มโหมดนี้มาส่งผลทำให้กราฟฟิกภายในเกม Devil May Cry 5: Special Edition มีรายละเอียดกราฟฟิกที่สวยมากยิ่งขึ้นเมื่อเปิดใช้งาน Ray Tracing โดยทาง Capcom ได้ให้รายละเอียดเอาไว้ว่า Ray Tracing ของเกม Devil May Cry 5: Special Edition สามารถเปิดใช้งานในความละเอียด 1080p หรือ 4K ได้ แต่เฟรมเรตก็จะแตกต่างกัน โดยความละเอียด 1080p จะสามารถปลดล็อคเฟรมเรตได้สูงสุด 60 - 120fps ส่วนความละเอียด 4K สามารถรีดเฟรมเรตออกมาอยู่ที่ 30fps ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีการออกแพทช์อัปเดตเพื่อให้สามารถรีดเฟรมเรต 60fps ได้หรือเปล่า ซึ่งก็มีเผยภาพแบบเปรียบเทียบกันเลยว่าความแตกต่างระหว่างการปิด และ เปิดใช้ Ray Tracing แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน จากภาพก็จะเห็นว่าถ้าเราเปิด Ray Tracing แสง, สี และ เงาจะดูดีขึ้น ด้านสีจะดูเข้มมากขึ้น แสงจะดูสว่าง ( แต่ไม่ได้สว่างจ้าอะไรนะคะ ) อย่างเหมาะสม และ เงาสะท้อนที่เห็นจากผิวน้ำ หรือ สะท้อนจากกระจก เราจะเห็นอย่างชัดเจนแม้แต่ตอนที่ตัวละครของเราเคลื่อนไหวแล้วมีการสะท้อนออกมาให้เราได้เห็นด้วย แล้วมันก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไมเครื่องเกมคอนโซลยุคเก่าถึงไม่มีแพ็คเกจนี้ขายนั่นเองค่ะ ปรับปรุงเกมเพลย์ให้ลื่นไหลกว่าเดิมด้วย Turbo Mode จริง ๆ แล้วตัวเกม Devil May Cry 5 ก็ถือว่าเป็นเกมที่มีเกมเพลย์แอ็คชั่นรวดเร็วอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคนที่เล่นจนกลายเป็น “โปรเพลเยอร์” ก็สามารถทำคอมโบของตัวละครแบบเทพ ๆ ชนิดที่สร้างคอมโบแบบแปลก ๆ ทำแรงค์ได้ระดับ SSS ตลอดเวลาแถมไม่โดนการโจมตีแล้วก็ปิดการสังหารได้อย่างรวดเร็ว แต่ใน Devil May Cry 5: Special Edition ทาง Capcom ได้เพิ่มโหมดที่มีชื่อว่า “Turbo Mode” เข้ามา สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือการเคลื่อนไหวของตัวละครจะรวดเร็วมากกว่าเวอร์ชั่นปกติ อีกทั้งเกมเพลย์จะลื่นไหลมากขึ้นมีการลดแอนิเมชั่นของการโจมตีตัวละครลงทำให้เราสามารถทำคอมโบต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น ใครที่เล่นเก่ง ๆ อยู่แล้วคงสนุกกับการทำคอมโบมากกว่าเดิม เพิ่มศัตรูให้มากขึ้นกว่าเดิมด้วยโหมดที่หลายคนรอคอย Legendary Dark Knight ต้องบอกว่าทุกภาคของ Devil May Cry ไม่ว่าจะเป็นภาคไหนก็ตาม “Legendary Dark Knigh Mode” โหมดที่เกวลินคิดว่าทำออกมาเอาใจเกมเมอร์บางกลุ่มที่อยากจะให้ฉากต่อสู้มีมอนสเตอร์มากกว่าปกติ เช่นเดียวกันกับภาค Devil May Cry 5: Special Edition ทาง Capcom ก็หยิบนำโหมดนี้ใส่เข้ามาด้วย ต้องอธิบายให้เข้าใจกันก่อนค่ะ ตัวเกม Devil May Cry ในทุก ๆ ภาคจะมีโหมดที่เรียกว่า “Legendary Dark Knigh Mode” จะเพิ่มมอนสเตอร์เข้ามาในฉากนั้น ๆ มากกว่าปกติ บางฉากก็อาจจะมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งเข้ามาผสมกับมอนสเตอร์ระดับล่าง ๆ ปะบนอยู่ในนั้นด้วย ทำให้เราสามารถกวาดจัดการมอนสเตอร์ทีละมาก ๆ เพื่อเก็บ Red Orbs ทีละมาก ๆ ได้ โดยใน Devil May Cry 5: Special Edition จะมีความแตกต่างตรงที่ยิ่งฉากด่านเริ่มยากขึ้นเมื่อไหร่ ศัตรูที่แข็งแกร่งก็จะปรากฎตัวออกมาพร้อมกันทีละหลายตัวมากขึ้น ความมันส์ก็จะเริ่มจากตรงนี้ที่เกมเพลย์ถูกปรับให้รวดเร็วขึ้นแล้ว การเจอมอนสเตอร์เยอะ ๆ ก็ทำให้ผู้เล่นสามารถฝึกฝนเกมเพลย์ให้ก้าวสู่ “โปรเพลเยอร์” สายเกมแอ็คชั่นได้ไม่ยากเลยค่ะ การกลับมารอบที่ล้านเพิ่มตัวละครลูกรักประจำซีรีส์ Vergil พี่ชายของ Dante ก็ต้องบอกว่าทุกครั้งที่เกม Devil May Cry ไม่ว่าจะภาคไหนก็ตามแล้ววางจำหน่ายในแพ็คเกจ Special Edition สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาแน่นอนก็คือ “ตัวละคร Vergil” พี่ชายของ Dante ที่มีรูปแบบเกมเพลย์แตกต่างจากตัวละครอื่น ๆ ของซีรีส์นี้ในหลาย ๆ จุด ไม่ว่าจะเป็นพลังทำลายล้างที่เรียกว่าสูงที่สุดในบรรดาตัวละครทั้งหมด แถมอาวุธที่ใช้โจมตีในระยะประชิดก็มีหลากหลายแบบ แล้วถ้าใครที่เล่นเกม Devil May Cry 5 เวอร์ชั่นบน PC ก็จะมี Mod ที่เราสามารถนำตัวละครนี้ได้ด้วย แต่ถึงกระนั้นมันก็มีความแตกต่างจากตัวเกมเวอร์ชั่น Devil May Cry 5: Special Edition มากเลยละค่ะ แตกต่างตรงที่ใน Devil May Cry 5: Special Edition ทาง Capcom ได้ออกแบบเกมเพลย์และดีไซน์ใหม่ ๆ ของตัวละคร Vergil แบบที่ตัวเกมในเวอร์ชั่นเดิมไม่มี ซึ่งตัวละครนี้เราสามารถเลือกเล่นได้ตั้งแต่แรกเลย สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเวลานี้ก็คือ “ตัวละคร Vergil คือตัวละครที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อเล่นในฉากต่าง ๆ แต่จะไม่มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองเหมือนเดิม” แต่อย่างไรก็ตามก็จะมีฉากคัทซีนใหม่ ๆ ที่จะให้เราเข้าใจที่มาที่ไปของตัวละครนี้ จริง ๆ ก็แอบเสียดายเหมือนกันอยากให้ Capcom จริงจังในส่วนของเนื้อเรื่องและเกมเพลย์มากกว่านี้หน่อย ในด้านของเกมเพลย์ที่ทาง Capcom ได้ดีไซน์ให้ Vergil ยอมรับว่าแต่ละท่าน่าสนใจไม่น้อยเลย อาวุธที่เราได้เห็นก็ประกอบไปด้วย “ดาบ Yamato” ดาบคู่กาย่ของ Vergil รูปแบบการโจมตีของดาบนี้จะยากกว่าอาวุธชนิดอื่น ๆ แต่ถึงกระนั้นมันก็มีพลังทำลายล้างที่สูงมาก แล้วถ้าเราฝึกฝนจนชำนาญมันจะกลายเป็นอาวุธทำลายล้างที่น่ากลัวมากจริง ๆ, “สนับมือและสนับเท้า Beowolf” อาวุธที่ตามติดตัว Vergil มาตั้งแต่ Devil May Cry 3 มันคืออาวุธที่มีความแข็งแกร่งสามารถตัดหรือทำลายเกราะที่แข็งแกร่งของศัตรูได้อย่างสบาย ๆ และ “ดาบ Force Edge” ที่มีพลังทำลายล้างระดับกลาง แต่สามารถทำคอมโบได้ดีกว่าอาวุธชนิดอื่น ๆ เป็นต้น  แล้วใน Devil May Cry 5: Special Edition ก็มีการเพิ่มท่าพิเศษเข้ามาด้วย อาทิเช่น การเรียกตัวตนอีกด้านอย่าง  ออกมาแล้วอัญเชิญู Griffon, Shadow และ Nightmare ออกมาเพื่อโจมตีทำลายล้างศัตรูที่รุนแรงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวค่ะ หรือ จะเป็นการเรียกร่างแยกออกมาช่วยในการโจมตี เป็นต้น   คอนเทนต์ใน Devil May Cry 5: Special Edition มีอะไรบ้าง!? เป็นอีกหนึ่งคำถามที่หลายคนสงสัยว่า “Devil May Cry 5: Special Edition ซื้อมาแล้วจะได้อะไรในนี้บ้าง!?” เกวลินจะเฉลยให้ทราบก็คือ มันคือตัวเกมแพ็คเกจ Deluxe Edition ที่เราจะได้คอนเทนต์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นได้รับ Red Orbs จำนวน 100,000 Point, เพิ่มเสียง Alt Style Rank ตอนที่เราทำแรงค์ต่าง ๆ, ฉากคัทซีทแบบ Live Action Cutscenes เข้ามา, เพิ่มเพลงประกอบจาก Devil May Cry 1 - 4 ให้เราเปลี่ยนได้, เพิ่มอุปกรณ์พิเศษ Gerbera GP01, Pasta Breaker, Sweet Surrender, Mega Buster และ Cavaliere R ดังนั้นก็คือซื้อทีเดียวจบค่ะ แล้วนี่คือรายละเอียด “รู้ก่อนซื้อเกม Devil May Cry 5: Special Edition” ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 12 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้บนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 และ Xbox Series X เท่านั้นนะคะ ส่วนคนที่ถามว่า “พี่แล้วทำไมแพลตฟอร์มเก่า และ พีซีถึงไม่มี!?” คำตอบก็คือ หลาย ๆ ฟีเจอร์เครื่องคอนโซลรุ่นเก่าไม่สามารถรองรับได้ ส่วนเวอร์ชั่น PC ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะวางจำหน่ายแพ็คเกจนี้ในอนาคตไหม แต่ที่ประกาศออกมาแล้วก็คือ “จะอัปเดตในวันที่ 15 ธันวาคมที่จะถึงนี้ โดยจะเพิ่มตัวละคร Vergil อย่างเดียว” บนแพลตฟอร์ม PC, PlayStation 4 และ Xbox One อีกทั้ง Devil May Cry 5: Special Edition ไม่มีตัวละคร Trish และ Lady ให้เราได้เล่นเหมือนกับ Devil May Cry 4: Special Edition นะคะ แอบเสียดายเหมือนกัน ไม่รู้ว่าในอนาคตข้างหน้าทาง Capcom จะมีการอัปเดตออกมาเพื่อเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้งหรือเปล่า โดยตอนนี้ตัวเกมได้เปิดวางจำหน่ายล่วงหน้าแล้วนะคะ อ้างอิงราคาจากแพลตฟอร์ม PlayStation 5 สนนราคาอยู่ที่ 1,212 บาท ใครจะสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ค่ะ ( คลิปที่นี่ ) แต่อย่างไรก็ตามบ้านเราจะวางจำหน่ายเครื่อง PlayStation 5 ตามกำหนดเดิมคือ “วางจำหน่ายทั่วโลกวันที่ 19 พฤศจิกายน ศกนี้” ตามกำหนดเดิมที่ประกาศหรือเปล่าก็ได้แต่รอลุ้นค่ะ ตัวเกวลินเองก็สั่งจองเครื่องไปแล้วนะเนี่ย ฮือ ๆ เอาไว้ถ้าได้เครื่องและเกมจะมารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะคะ สำหรับวันนี้ขอตัวลาไปก่อนแล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ บะบุย ๆ
12 Nov 2020
เผยรายชื่อ NPC ที่ Eivor สามารถจีบได้ใน Assassin's Creed Valhalla
Assassin's Creed Valhalla เป็นเกมภาคใหม่ของซีรีส์นักฆ่าที่มอบอิสระให้กับผู้เล่นอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในด้านเกมเพลย์, รูปแบบการเจริญเติบโตของตัวละคร, การดำเนินเนื้อเรื่อง, วิธีการสำรวจโลก หรือกระทั่งในเรื่องของความรัก ซึ่ง NPC ที่เราสามารถจีบได้ในเกมนี้มีอยู่มากมายเลย และการจะจีบแต่ละคนได้ก็มีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป อย่างที่รู้กันว่าเกมนี้ให้ผู้เล่นสามารถสลับเพศของ Eivor ได้ตลอดเวลา ดังนั้น NPC ที่เราสามารถจีบได้ในเกมนี้จึงมีทั้งเพศ หญิง กับ ชาย หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามี NPC ใกล้ตัวหลายคนเลยที่เราสามารถจีบได้ในภาคนี้ ซึ่งวันนี้พวกเรา GameFever TH ได้รวมรายชื่อ NPC เหล่านั้นมาให้แล้ววันนี้ครับ! PETRA Petra นั้นเป็น NPC เกี่ยวกับการล่าสัตว์ ที่เราจะได้เริ่มคุยกับเธอ หลังจากสร้างกระท่อมล่าสัตว์ ในค่ายที่ประเทศ อังกฤษ โดยวิธีการได้เธอมาเป็นคนรักไม่ได้ยากมากมาย เพียงแค่ทำเควสของเธอทั้งหมดจนเสร็จเท่านั้น โดยหลังจากทำเควสของเธอเสร็จทั้งหมดแล้ว Petra จะชวน Eivor ออกไปเดทกับเธอ ซึ่งหลังจากกลับมาเธอจะสารภาพรักกับเรา ตรงนี้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะตอบเธออย่างไรครับ Gunlodr เธอคือลูกสาวของราชาของเหล่ายักษ์ใน Jotunheim ดังนั้นหมายความว่า Eivor กับเธอจะรักกันได้ ผู้เล่นจำเป็นต้องไปให้ถึงดินแดน Jotunheim เสียก่อน และทำเควสของที่นั่นเสียก่อน ซึ่งวิธีที่คุณจะได้รับความรักจากเธอ ผู้เล่นจำเป็นต้องตามหา Thor Bridal Circlet ในดินแดนน้ำแข็งนี้ให้เจอเสียก่อน โดยเราต้องนำมันไปมอบให้กับเธอ หลังจากราชาให้เธอนำอาหารมาเพิ่มจากคลัง ในเควส A Feast Remember แล้ว Eivor กับ Gunlodr จะได้เริ่มเป็นคนรักกันครับ Broder เขาเป็นตัวละครชายที่ผู้เล่นจะได้พบช่วงที่กำลังทำเควสของ East Anglia ที่นั่นเราจะได้พบสองพี่น้อง Broder กับ Brothir ซึ่งเราจะมีโอกาสได้กระชับความสัมพันธ์กับเขาในช่วงงานแต่งของกษัตริย์ Oswald ในงานนี้ถ้าหากเราควบคุม Eivor ให้ไปคุยกับเขาบริเวณโต๊ะอาหาร มันจะเป็นการเปิดโอกาสให้สามารถจูบกับเขาได้ และนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์กับชายคนนี้ BIL เธอเป็นหญิงสาวที่นั่งอยู่บริเวณน้ำตกที่บริเวณภูเขา Rygjafylke ซึ่งบริเวณใกล้กันเราจะได้พบกับ NPC ชาย จำนวนมากกำลังหาอะไรสักอย่างในแอ่งน้ำแถวนั้น โดยจริงๆ แล้วพวกเขากำลังหาหวีของ Bil อยู่ และเธอได้สัญญาว่าใครก็ตามที่หาหวีได้ เธอจะให้คนนั้นเข้าร่วมงาน ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือการงมหาหวีมาคืนเธอให้ได้ หลังจากนั้นทั้ง 2 จะไปเดินเล่นในยามราตรีด้วยกัน Bil จะอาหวีผมให้กับ Eivor และนั้นคือจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองครับ Randvi ตอนแรกไม่คิดเลยว่าเราจะสามารถจีบเธอได้ด้วยเนื่องจาก Randvi เป็นภรรยาของ Sigurd พี่ชายเรานั้นเอง ซึ่งวิธีที่เราจะได้รับความรักจากเธอจะเริ่มหลังผู้เล่นทำเควส กระชับมิตรกับไวกิง 3 เผ่าเสร็จเสียก่อน หลังจากนั้นจะมีเควสที่ชื่อว่า Taken for Granted ขึ้นมาให้ทำได้ โดยเควสนี้ Eivor จะบอกให้เธอพักจากการทำงานบ้าง ซึ่งมันจะทำให้ทั้ง 2 ได้ออกไปขี่ม้าเที่ยวด้วยกัน ตัวเควสจะมีความยาวพอสมควร แต่หลังจากทำเสร็จแล้ว Eivor กับ Randvi ถึงจะสามารถเป็นคนรักกันได้ครับ นี้คือตัวละครทั้งหมดที่เรารู้ว่าสามารถจีบได้ในเกม Assassin's Creed Valhalla ในตอนนี้ ซึ่งเอาจริงๆ คิดว่าน่าจะมี NPC อีกหลายตัวเลยที่เราสามารถมีความสัมพันธ์ได้ในเกมนี้ โดยถ้าหากว่าทางเราพบเพิ่มหลังจากนี้ สัญญาว่าจะนำมาอัปเดตให้ครับ และถ้าเกิดว่าเพื่อนๆ พบ NPC ตัวอื่นที่เราสามารถมีความสัมพันธ์ด้วยได้ ก็แชร์ข้อมูลกันได้ครับ Assassin's Creed Valhalla วางจำหน่ายแล้ววันนี้บนเครื่อง PS5, PS4, Xbox Series X / S, Xbox One และ PC
11 Nov 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Venti
Venti: Support, Tier S เทพลมขี้เมาแห่งนคร Monstadt ผู้ซึ่งปรากฏกายในคราบวณิพกหนุ่มน้อยหน้าหวาน ที่รับตำแหน่งตัวละครแบบ Limited ตัวแรกของเกม แน่นอนว่าด้วยความเป็นตัวละคร 5 ดาวของเขา ทำให้ Venti มีท่าไม้ตายที่ดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเกมที่ทำความเสียหายได้สูงลิบ แถมยังสามารถล๊อคศัตรูทั้งกลุ่มเอาไว้กับที่ ซึ่งเป็นความสามารถที่มีตัวละครน้อยตัวจะทำได้ และความเป็นตัวละครธาตุลมของเขายังทำให้เราสามารถเสริมคอมโบธาตุของตัวละครอื่นๆ ในปาร์ตี้ได้ด้วย จุดเด่น สกิลไม้ตายที่รุนแรง แถมยังสามารถล๊อคศัตรูให้อยู่กับที่ทั้งกลุ่มได้ สกิล Elemental Skill และความสามารถติดตัวมีประโยชน์มากในการสำรวจโลก เป็นธาตุลมทำให้สามารถเสริมตัวละครอื่นได้ทุกธาตุ จัดลงทีมได้หลากหลาย สกิล Elemental Skill [E / R2]: Skyward Sonnet ถ้ากดใช้: จะเรียกกระแสลมออกมาข้างใต้ศัตรู สร้างความเสียหายธาตุลมเป็นรัศมี ถ้ากดค้าง: สร้างกระแสลมขึ้นรอบตัว Venti พร้อมกับลอยขึ้นไปบนอากาศ เมื่อปลดล๊อค Ascension ได้จะทิ้งกระแสลมไว้ใช้บินขึ้นไปบนฟ้าได้ (เหมือนกระแสลมที่พบได้ตามแผนที่) แม้จะไม่ได้ทำความเสียหายได้รุนแรงเป็นพิเศษ แต่ข้อดีของสกิลนี้ (อย่างน้อยเมื่อกดใช้ธรรมดา) คือคูลดาวน์ที่รวดเร็วเพียง 6 วินาทีเท่านั้น ทำให้เราสามารถกดสกิลนี้ได้บ่อยมากๆ และยิ่งถ้าใช้ตัวละครในปาร์ตี้ติดธาตุใส่ศัตรูก่อน ยิ่งทำให้สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ประโยชน์อันดับ 1 ที่หลายคนน่าจะคิดถึงมากกว่า คือความสามารถในการสร้างกระแสลมเพื่อพาเราบินขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งมีประโยชน์สารพัดในการสำรวจโลกของเกม แถมยังสามารถใช้หลบการโจมตีของบอสหลายๆ ตัวได้อีก โดย Venti เป็นตัวละครเดียวที่มีความสามารถนี้ Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Wind's Grand Ode สร้างพายุลมหมุนขนาดใหญ่ ที่จะดึงดูดศัตรูในรัศมีกว้างๆ เข้าหาตัวเอง พร้อมสร้างความเสียหายธาตุลมใส่ศัตรูในรัศมี โดยพายุยังสามารถดูดพลังธาตุอื่นๆ เข้ามาเสริมกำลังเพื่อเพิ่มความเสียหายได้อีก และจะลดความต้านทานธาตุที่ดูดเข้ามาอีกด้วย สกิลไม้ตายที่เก่งอันดับต้นๆ ของเกมเลยทีเดียว จากรัศมีการแสดงผลที่กว้างมากๆ แถมยังสามารถดูดศัตรูจากระยะไกลเข้ามาหาตัวเองได้อีก ซึ่งนอกจากจะทำความเสียหายได้เยอะแล้ว ยังทำให้เราสามารถสลับตัว DPS เข้ามาโจมตีศัตรูทีเดียวทั้งกลุ่มได้ฟรีๆ ตลอดระยะเวลาแสดงผลของไม้ตายอีกด้วย แถมถ้าสามารถผสมธาตุของ DPS เข้าไปในพายุได้ ยังสามารถทำให้ DPS เก่งขึ้นไปอีก เพราะศัตรูจะโดนลดพลังป้องกันธาตุที่ดูดเข้าไป ทำให้ DPS ของเราทำความเสียหายได้มากขึ้นไปด้วย แน่นอนว่าในการใช้จริงมันต้องมีข้อจำกัดกันบ้าง อย่างแรกคือการที่เราเล็งตำแหน่งของไม้ตายค่อนข้างลำบากเพราะไม่สามารถกดค้างเอาไว้เพื่อเล็งเหมือนสกิลของตัวละครอื่นๆ ได้ (เช่นท่าเรียกนกของ Fischl) โดย Venti จะทำการยิงพายุใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดแทน และบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ศัตรูที่เราอยากเล็งใส่ หรือไม่ใช่ตำแหน่งที่เราอยากปล่อยพายุ ทำให้เราอาจจะต้องใส่ใจในตำแหน่งยืนของ Venti เองเพื่อให้สามารถควบคุมตำแหน่งของพายุได้บ้าง ข้อจำกัดอีกอย่างคือการที่พายุมักจะพัดให้ศัตรูที่อยู่ตรงกลางลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ตัวละครสายประชิดหลายๆ ตัวตีไม่ถึงศัตรู แต่ถ้ามีตัวละครที่เป็นนักเวทย์หรือธนู (เช่น Klee / Ningguang / Fischl เป็นต้น) จะสามารถกลบจุดอ่อนตรงนี้ไปได้ทั้งหมดเลย Ascension Level 1: Embrace of Winds สกิล Skyward Sonnet แบบกดค้างจะทิ้งกระแสลมเอาไว้บนพื้น 20 นาที (สามารถใช้เพื่อลอยตัวขึ้นบนอากาศได้) อย่างที่อธิบายไปแล้วด้านบน ทำให้ Venti กลายเป็นตัวละครที่ช่วยในการสำรวจได้อย่างดีเยี่ยม Ascension Level 4: Stormeye เมื่อผลของสกิล Wind's Grand Ode สิ้นสุดลง จะเพิ่ม Elemental Energy ให้กับ Venti 15 หน่วย และถ้าพายุดูดธาตุอื่นเข้าไปผสมด้วย จะมอบ Elemental Energy ธาตุนั้นให้เพิ่มอีก 15 หน่วย ทำให้ Venti สามารถปล่อยไม้ตายได้รัวๆ จนเรียกว่าแทบจะใช้ได้ตลอดเวลาเลยทีเดียว แถมผลการเพิ่มพลังงานธาตุที่ผสมเข้าไปด้วยยังทำให้สกิลนี้มีประโยชน์ในการซัพพอร์ตตัวละครอื่นๆ ในทีมได้อีกทางด้วย ความสามารถติดตัว: Windrider ทำให้การร่อนใช้พลังงาน Stamina น้อยลง -20% เมื่อ Venti อยู่ในปาร์ตี้ เหมือนกับสกิลของ Amber เป๊ะๆ และเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ Venti เป็นตัวละครทีมสำรวจระดับท๊อป โบนัสกลุ่มดาว Splitting Gale: ทำให้ Venti ปล่อยลูกธนูออกไปพร้อมกัน 3 ดอกเมื่อใช้ท่าเล็งโจมตี สร้างความเสียหาย 33% ของลูกศรหลัก Breeze of Reminiscence: ศัตรูที่ได้รับความเสียหายจากสกิล Skyward Sonnet จะลดแรงต้านทานธาตุลม -12% นาน 10 วินาที และถ้าศัตรูถูกพัดจนลอยขึ้น จะโดนลดแรงต้านทานธาตุลมและกายภาพเพิ่มขึ้นอีก -12% ตราบใดที่ลอยอยู่ในอากาศ Ode to Thousand Winds: เพิ่มเลเวลของสกิล Wind's Grand Ode ขึ้น +3 (เต็ม +15) Hurricane of Freedom: เมื่อ Venti ได้รับ Elemental Orb หรือ Elemental Particle เขาจะได้รับโบนัสความเสียหายธาตุลม +25% เป็นเวลา 10 วินาที Conceirto dal Cielo: เพิ่มเลเวลของสกิล Skyward Sonnet ขึ้น +3 (เต็ม +15) Storm of Defiance: ศัตรูที่ได้รับความเสียหายจากสกิล Wind's Grand Ode จะสูญเสียพลังต้านทานธาตุลม -20% และถ้าสามารถผสมธาตุอื่นเข้าไปได้ จะลดพลังต้านทานธาตุนั้นๆ ลง -20% ด้วยเช่นกัน วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม อย่างที่น่าจะพอเดาได้ ความเก่งหลักๆ ของ Venti ในการต่อสู้จะมาจากท่าไม้ตายของเขาซะเกือบทั้งหมดเลย ซึ่งอาจจะฟังดูจำกัดไปซะหน่อย แต่เอาเข้าจริงแล้วสกิลนี้มีคูลดาวน์ค่อนข้างต่ำ และยังใช้ Energy น้อยมากๆ จนแทบจะสามารถใช้ได้ตลอดเวลาเลย คนที่เคยเล่น Venti หรือเคยลงโดเมนแล้วเจอ Venti น่าจะยืนยันได้ว่าแค่ในระยะเวลา 2-3 นาทีที่ใช้เคลียร์ดันแต่ละครั้ง เขาสามารถปล่อยไม้ตายได้ไม่ต่ำกว่า 4-5 รอบเลยทีเดียว ด้วยความเป็นธาตุลมของเขา ทำให้ Venti สามารถสนับสนุนการทำคอมโบธาตุได้ทุกแบบเท่าๆ กัน เพราะธาตุลมของเขาจะส่งผลกระจายสถานะธาตุไปยังศัตรูรอบๆ ได้ง่าย แต่ในทางกลับกัน ความเป็นธาตุลมของเขาก็ทำให้ในการต่อสู้เขาจะมีสถานะเป็นเหมือน "ตัวแถม" ในทีมมากกว่าจะเป็นตัวซัพพอร์ตหลัก (เพราะทำคอมโบธาตุได้แค่ Swirl) และทำให้บางครั้งก็หาที่ลงยากเพราะจะไปขัดโบนัสการสั่นพ้องของธาตุได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนที่มีตัว DPS และซัพพอร์ตคู่หลักอยู่แล้ว Venti เป็นทางเลือกที่ดีในการดันความเสียหายของคอมโบหลักของเราขึ้นไปอีกขั้น ในการออกของสำหรับ Venti อาจจะรู้สึกว่าควรเน้นไปที่ค่า "ความชำนาญธาตุ" เพื่อเพิ่มพลังโจมตีของปฏิกิริยา Swirl แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว พลังโจมตีที่เพิ่มมาจากค่าความชำนาญธาตุนั้นยังเทียบไม่ได้กับการเพิ่มค่า ATK โดยตรงเพื่อเพิ่มพลังโจมตีตั้งต้นของสกิล หรือการเพิ่มโอกาส +ความแรงคริติคอล แต่ด้วยความที่ความเสียหายเกือบทั้งหมดของเขาจะมาจากสกิลและไม้ตาย ทำให้จำเป็นต้องมีของเพิ่มความเสียหายธาตุลมด้วย การออกของให้ Venti จึงมีความแปลกๆ เมื่อเทียบกับตัวละครส่วนใหญ่ เพราะต้องใช้ Stat หลายอย่างรวมกันถึงจะเก่ง ในเบื้องต้นนั้น แนะนำว่าควรเน้น Artifact ที่ให้ค่า ATK% / Crit% หรือ Crit DMG ขึ้นอยู่กับอาวุธและออพชั่นรอง / Anemo DMG Bonus (โบนัสความเสียหายธาตุลม) เป็นหลัก แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ในการเลือกอาวุธ ธนูที่น่าจะดีที่สุดสำหรับ Venti (เอาจริงๆ น่าจะดีที่สุดในเกมแล้ว) ก็คือธนู 5 ดาว Skyward Harp นั่นเอง จากความสามารถในการเพิ่มทั้ง Crit Rate และ DMG พร้อมกัน แต่ถ้าไม่มีธนูนี้ เราก็ควรคำนึงถึงหน้าที่ที่เราอยากจะให้ Venti ทำเสียก่อน ถ้าหากอยากจะให้เป็นซัพพอร์ตเต็มตัว เน้นใช้ไม้ตายไว้ล๊อคศัตรูเฉยๆ โดยไม่ได้คาดหวังความเสียหาย อาจจะสามารถใช้ธนู Favonius Warbow เพื่อให้สามารถฟื้นฟูพลังงานไม้ตายได้อย่างรวดเร็ว หรือถ้าต้องการให้เขาเป็นตัวซัพพอร์ตที่ยังสามารถทำความเสียหายมากพอจะแบกทีมได้ ก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ธนูอย่าง The Stringless หรือ Blackcliff Warbow ก็ได้เช่นกัน Skyward Harp (5 ดาว): เพิ่ม Crit DMG สูงสุด +40% การโจมตีธรรมดาทุกครั้งจะมีโอกาสสูงสุด 100% ที่จะสร้างความเสียหายกายภาพเทียบเท่ากับ 100% ของค่า ATK เป็นวงกว้าง (มีคูลดาวน์ 4 วินาที) The Stringless (4 ดาว): เพิ่มความเสียหายของสกิล Elemental Skill และ Elemental Burst สูงสุด +48% Favonius Warbow (4 ดาว): เมื่อโจมตีติดคริติคอล จะมีโอกาสสูงสุด 100% ที่จะมอบพลังงานไม้ตายให้ตัวละคร 6 หน่วย ดูลดาวน์ต่ำสุด (เมื่อขัดเกลาเต็ม) 6 วินาที เซ็ต Artifact ที่แนะนำ Viridescent Venerer: (2) เพิ่มพลังโจมตีธาตุลม (Anemo) ขึ้น +15% (4) เพิ่มความเสียหายของ Reaction Swirl ขึ้น 60% และลดพลังป้องกันธาตุที่ถูก Swirl ลง 40% เป็นเวลา 10 วินาที Noblesse Oblige: (2) เพิ่มความเสียหายจากสกิล Elemental Burst +20% (4) เมื่อใช้สกิล Elemental Burst จะเพิ่มค่า ATK ของตัวละครในปาร์ตี้ +20% (ไม่สามารถซ้อนทับกันได้) อ้างอิงข้อมูล: Genshin.gg Game8 GachaGamer
11 Nov 2020
6 เรื่องที่ควรรู้หากจะยึด "อังกฤษ" ใน Assassin’s Creed Valhalla
Assassin’s Creed Valhalla เริ่มวางจำหน่ายแล้วในวันนี้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นภาคที่ทำในเรื่องเกมเพลย์ กับระบบต่างๆ มาได้ดีจริง อย่างที่ทราบกันดีกว่าเนื้อเรื่องของภาคนี้จะกล่าวถึง Eivor ชาวไวกิงเผ่า Raven จากดินแดนแสนเหน็บหนาว นอร์เวย์ ที่เดินทางข้ามทะเลอันกว้างใหญ่ เพื่อมาพิชิตเกาะ อังกฤษ ที่เป็นดินแดนแสนอบอุ่น และอุดมสมบูรณ์ อย่างไรก็ตามการพิชิต อังกฤษ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยงาน Eivor ต้องผ่านช่วงเวลา และเรื่องที่ยากลำบากมากมาย ในการพิชิตเกาะแห่งนี้ ซึ่งถ้าให้เทียบเป็นเวลาเกมเพลย์แล้ว อาจยาวถึง 100 ชั่วโมงได้เลยทีเดียว วันนี้พวกเราทีมงาน GameFever Th จึงได้นำ 6 เรื่องที่ควรมาฝากเพื่อนๆ เพื่อที่จะได้สามารถเข้ายึด อังกฤษ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาฝากครับ ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย 1.) อัพเกรดกระเป๋าเก็บอาหารกับซองธนูก่อน Leather กับ Iron Ore คือวัตถุดิบสองอย่างที่ใช้ในการอัพเกรดอุปกรณ์ต่างๆ ในเกมนี้ ซึ่งคำแนะนำของผมคือ พยายามนำทั้ง 2 สิ่งไปอัพเกรดกระเป๋าสำหรับเก็บอาหาร กับ ซองธนู ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนครับ เนื่องจากอาหารในเกมนี้ใช้สำหรับเพิ่มเลือดในนาทีฉุกเฉิน อย่างเวลาต่อสู้ หรือหนีตายได้ ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะอัพเกรดกระเป๋าให้สามารถเก็บอาหารมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อน ส่วนธนูนั้นเป็นอาวุธที่สามารถใช้ได้ในหลายสถานการณ์มาก ไม่ว่าจะเป็นใช้สำหรับการลอบฆ่า, ใช้ในการยิงสกัดการโจมตีของศัตรู, ใช้ยิงศัตรูตัวสำคัญที่ชอบหนี รวมไปจนถึงยิงเพื่อดึงความสนใจของศัตรู ดังนั้นเราจึงควรอัพเกรดซองธนูให้สามารถเก็บลูกธนูได้เยอะๆ ไว้ก่อน นอกจากจากนี้อุปกรณ์ที่เราสวมใส่ได้ในช่วงแรกไม่ใช่อุปกรณ์ที่ดีอะไรมากมายด้วยครับ ใช้ไม่นานก็อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนแล้ว ดังนั้นการเอาไปอัพกระเป๋าอาหาร กับซองธนูที่จะอยู่กับเราไปยาวๆ ยังไงก็เป็นเรื่องที่น่าทำมากกว่าในช่วงแรกของเกมครับ [caption id="attachment_72349" align="aligncenter" width="1280"] อัพ 2 สิ่งนี้ก่อน[/caption] 2.) สำรวจ นอร์เวย์ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าเวทีหลักของเนื้อเรื่องจะเป็นประเทศ อังกฤษ แต่เรื่องราวของ Eivor นั้นจะเริ่มที่ นอร์เวย์ ครับ ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องในดินแดนหิมะจะมีไม่มาก และใช้เวลาเล่นไม่นาน แต่ขนาดของแผนที่นั่นกลับใหญ่พอสมควร และมีหนังสือสกิลสำคัญมากมายเลยที่อยู่ใน นอร์เวย์ ซึ่งผมแนะนำว่าอย่างน้อย ควรหาสมุดสกิลที่นี่ให้ครบเสียก่อน จึงเริ่มออกเดินไปประเทศ อังกฤษ ส่วนใครที่เริ่มออกเดินทางไปแล้วก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะเราสามารถกลับไปยัง นอร์เวย์ ได้ตลอดเวลาผ่านเมนูแผนที่ครับ หนึ่งในสกิลสำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้การยึด อังกฤษ ง่ายขึ้นคือ "Rage of Helheim" ที่สามารถได้รับผ่านถ้ำด้านหลังน้ำตก ทางขวามือของค้าย Kjotve โดยเพื่อนๆ สามารถปีนภูเขาทางขวาขึ้นไปได้เลย สกิลนี้จะทำให้เราสามารถพุ่งชนศัตรู และชกใส่รัวๆ ได้ ซึ่งมันเป็นสกิลที่ทำดาเมจได้เยอะมาก เหมาะจะใช้ใส่ตัวที่ฆ่ายากๆ ครับ [caption id="attachment_72348" align="aligncenter" width="1024"] จุดเก็บของต่างๆ ในนอร์เวย์[/caption] 3.) พยายามใช้ Hidden Blade โจมตีตัวที่เก่งๆ ก่อน เพราะจะช่วยลดเลือดได้เยอะมาก แม้ว่าภาคนี้ตัวเกมจะยังใช้ระบบ RPG ที่จะโจมตีได้ แรงหรือเบา ขึ้นอยู่กับสเตตัสเหมือนภาคก่อนอยู่ แต่ผู้พัฒนาก็ได้ใส่ Hidden Blade กับระบบ Stealth Attack มาให้ด้วยในเกมนี้ ซึ่งแม้ว่าจะไม่สามารถฆ่าอีกฝ่ายได้ทันทีถ้าหากเลเวลต่างกันมากๆ แต่การโจมตีแบบที่เผลอ จะสามารถลดเลือดของอีกฝ่ายได้เยอะมากๆ อยู่ดี โดยมันเยอะถึงขนาดที่ว่าต่อให้ ห่างกันมากกว่า 40 เลวล เราก็ยังสามารถลดเลือกอีกฝ่ายได้เกือบ 50% เลยครับ ดังนั้นถ้าหากรู้ว่าจำเป็นต้องสู้กับศัตรูที่เก่งกว่าเรามากๆ ผมจึงแนะนำให้พยายามเปิดด้วยการใช้ Hidden Blade ทำการ Stealth Attack ก่อน ยิ่งกับตัวที่เลเวลไม่ต่างกัน มันอาจทำให้เราชนะได้โดยไม่จำเป็นต้องออกแรงเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นแนะนำให้ฝึกลักลอบโจมตีไว้บ้างก็ดีครับ 4.) ช่วงแรก Raid ให้เยอะที่สุด และจง Raid อย่างชาญฉลาด ในเกมภาคนี้มีการเพิ่มระบบใหม่ที่เรียกว่าการสร้างบ้าน และพัฒนาค่าย โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการก่อสร้างจะหาได้จากการ Raid เมืองที่ติดกับแม่น้ำ ซึ่งการสร้างอาคารต่างๆ จะช่วยปลดล็อกระบบสนุกๆ ของเกมมากมายเช่น สร้างท่าเรือจะทำให้เราสามารถตกแต่งเรือยาวของตัวเองได้, ถ้าสร้างกระท่อมล่าสัตว์จะปลดล็อกเควสล่าสัตว์ในตำนานได้, ถ้าสร้างค่ายทหารจะช่วยให้เราสามารถจ้างชาวไวกิงคนอื่นๆ ที่บุกมายังอังกฤษได้เป็นต้น มาพูดถึงวิธีการ Raid กันบ้าง จริงๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเป่าแตร และวิ่งเข้าไปตะลุมบอนเหมือนที่ไวกิงทำจริงๆ ในประวัติศาสตร์ก็ได้ ยิ่งกับเมืองที่มีศัตรูเลเวลสูง หรือเก่งๆ หลายตัว เราสามารถลักลอบเข้าไปสังหารพวกตัวเก่งๆ ให้หมดก่อน แล้วค่อยเป่าแตร เรียกเพื่อนๆ เข้ามาถล่มก็ได้ ซึ่งมันจะทำให้เราสามารถ Raid สำเร็จได้ง่ายมากขึ้น และหลังจากที่เปิดหีบจนครบหมดแล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าศัตรูให้หมดเช่นกัน จะหนีกลับมาที่เรือแล้วเผ่นเลยก็ได้ครับ นอกจากนี้ ดูให้ดีด้วยว่า Raid ที่เรากำลังจะไป Suggested Power เท่าไหร่ เพราะถ้าหากว่ามันห่างกับ Power ของเรามากเกินไป มันเป็นไปได้ยากมากที่ Raid ได้สำเร็จ ดังนั้นดูให้ดีก่อนครับว่าเราโจมตีไหวจริงๆ หรือไม่ 5.) พยายามอัพ Passive ไปทางเดียวก่อน อย่าพยายามอัพกระจาย ใน Assassin’s Creed Valhalla ทุกครั้งที่เราเลเวลอัพ Eivor จะได้แต้มสำหรับอัพสกิล Passive มา 2 แต้ม โดยจากจุดเริ่มต้น จะมีเส้นทาง Passive 3 สายที่เราสามารถอัพได้คือ Passive ที่เกี่ยวกับการต่อสู้ระยะประชิด (สีแดง) , Passive ที่เกี่ยวกับการโจมตีระยะไกล (สีฟ้า) กับ Passive ที่เกี่ยวกับการลอบฆ่า (สีเหลือง) ในช่วงแรกศัตรูที่เราเจอในเกมไม่ได้เก่งมาก ผมจึงแนะนำว่าอัพสายไหนอยู่ก็ไปให้สุดก่อน อย่าพยายามอัพกระจายครับ เหตุผลที่ให้ทำแบบนี้ เป็นเพราะว่าในช่วงสกิลชุดที่ 3 หรือ 4 ของแต่ละสาย มักจะมีสกิลเก่งๆ ที่ช่วยให้เราสามารถเล่นได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมากอยู่ เช่น Heavy Dual Wield ซ้ายสุดของฝั่งสีแดง ที่จะทำให้สามารถถืออาวุธสองมือด้วยมือเดียวได้, Counter Roll ซ้ายสุดของฝั่งสีเหลือง ที่จะทำให้เราป้องกันการโจมตีหนักทั้งหมดได้ หรือ Bow Stun Finisher ขวาสุดของฝั่งสีฟ้า ที่จะทำให้เราฆ่าศัตรูได้ง่ายๆ ต่อให้อยู่ระยะไกล ดังนั้นอัพสายเดียวไปให้ถึงสกิลเหล่านี้ก่อนจะช่วยให้เล่นได้ง่ายกว่า (อารมณ์แบบเก่งอะไรก็ไปให้สุด) สำหรับใครที่อัพแบบกระจายๆ ไปแล้ว เกมนี้เปิดให้เราสามารถ Reset Skill Tree ได้ฟรี โดยสามารถทำได้โดยกดปุ่มที่ตั้งค่าไว้ตามที่บอกอยู่ขว่าล้างของหน้าจอ ในหน้าอัพ Pass Skill Tree ได้เลยครับ 6.) Stun อีกฝ่าย คือวิธีเอาชนะที่มีประสิทธิภาพ ในเกมนี้ศัตรูทุกตัวที่เราได้เจอ จะมีหลอดเลือด กับหลอดสตามิน่า อยู่บนหัว โดยถ้าหากว่าหลอดสตามิน่าหมด อีกฝ่ายจะติดสถานะ Stun ซึ่งมันจะทำให้ Eivor สามารถใช้ท่าโจมตี Stun Finisher ได้ โดยส่วนใหญ่จะฆ่าอีกฝ่ายได้เลย จะมีแค่บางตัวเท่านั้นที่ไม่ใช่การฆ่าได้ (แต่จะทำดาเมจรุนแรงมากๆ แทน) ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการทำให้อีกฝ่ายติด Stun เป็นวิธีเอาชนะอีกฝ่ายได้ง่ายที่สุดในแต่ละการต่อสู้ครับ วิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายติด Stun ได้ง่ายที่สุด คือการใช้ธนูยิงไปที่ส่วนสำคัญของอีกฝ่าย โดยเมื่อ Eivor หยิบธนูขึ้นมาเล็ง ตัวเกมจะไฮไลท์จุดนั้นบนร่างกายของอีกฝ่ายด้วยสีเหลืองให้เลย ซึ่งเราสามารถ Stun อีกฝ่ายได้จากการโจมตีไปเรื่อยๆ เช่นกัน แต่มันจะใช้เวลานานมากๆ (นานชนิดที่อีกฝ่ายอาจตายก่อนติด Stun ด้วยซ้ำ) บวกกับศัตรูส่วนใหญ่ที่เราได้เจอในภาคนี้มักจะถือโล่ด้วยมือซ้ายด้วย มันจึงเป็นเรื่องง่ายกว่าที่จะใช้ธนูยิงจุดสำคัญของอีกฝ่ายไปเลยครับ
10 Nov 2020
10 เหตุผลที่เกม Assassin's Creed และ Watch Dogs อาจจะตั้งอยู่ในจักรวาลเดียวกัน
เวลาที่เราเห็นภาพยนต์ฮีโร่มาอยู่ในจักรวาลเดียวกันมันเป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมากๆ แล้วถ้าเกมยักษ์ใหญ่สองเกมที่เราชื่นชอบนั้นมาอยู่ในจักรวาลเดียวกันมันจะสนุกแค่ไหน? ซึ่งเกมที่กำลังพูดถึงนั่นคือเกมระดับ AAA จากค่าย Ubisoft อย่าง Assassin's Creed และ Watch Dogs ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH มี 10 เหตุผลที่จะมาพิสูจน์ว่าทั้งสองเกมที่อาจจะตั้งอยู่ในจักรวาลเดียวกัน! 1.ความคล้ายกันของทั้งสองเกม สำหรับ Assassin's Creed และ Watch Dogs นั้นทั้งสองเกมจะดำเนินเรื่องผ่านตัวละครเอกที่มีความเชี่ยวชาญในกันลอบเล้นและก่อวินาศกรรมเหตุการณ์สำคัญมากมาย เช่น Aiden / Marcus ที่มีความว่องไวและเสียงฝีเท้าที่แสดงถึงความเป็นนักล่า ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาสามารถเข้า-ออกอาคารต่างๆ ได้โดยที่ทำให้ศัตรูไม่รู้ตัวเลยว่ามีผู้บุกรุก มีสิ่งของหายไป หรือกำลังจะเกิดเหตุร้ายในที่นั้นๆ สิ่งเหล่านี้บ่งบอกให้รู้ว่าพวกเขาได้รับการฝึกฝนและมีสายเลือดนักฆ่า และไม่แน่กลุ่มแฮกเกอร์อย่าง Dedsec  อาจเป็นผู้สืบทอดองค์กร Assassin ในยุคปัจจุบันก็เป็นได้   2.ความคล้ายกันของพล็อตและการบรรยาย Assassin's Creed จะมุ่งเน้นไปที่การเล่าถึงกลุ่มนักฆ่าที่ต้องกำจัดเหล่าบุคคลสำคัญผู้มีผลต่อการเคลื่อนไหวในเรื่องของการกดขี่ข่มเหงประชาชน โดยพวกเขาจะปกป้องผู้คนด้วยหูตาที่กว้างไกลเหมือนนกอินทรีย์จากเงามือ เช่นเดียวกับเกม Watch Dogs ที่มุ่งเน้นเล่าเรื่องที่คล้ายกันมากๆ แต่เปลี่ยนเป็นธีมในยุคอนาคตที่เทคโนโลยีเป็นเหมือนส่วนหนึ่งในชีวิตของทุกคน ซึ่งเนื้อเรื่องจะเล่าไปที่กลุ่มแฮกเกอร์นามว่า Dedsec ที่มีความสามารถระดับอัจฉริยะในการขโมยข้อมูลอาชญากรรมผิดกฏหมายที่ถูกปิดไว้โดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุคนั้น ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสามารถขัดขวางการปล้น การค้ามนุษย์และเหตุการณ์อันตรายต่างๆ ได้ โดยที่กลุ่ม Dedsec นั้นจะซ่อนตัวและไม่เปิดเผยตัวตน หน้าที่ของพวกเขามีเพียงคอยช่วยเหลือผู้คนจากเงามืดเช่นเดียวกับกลุ่ม Assassin   3.หลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า CEO ของ Abstergo อยู่ในจักรวาลเดียวกัน มีสำเนาในโฟลเดอร์ Abstergo ใน Assassin's Creed : Origins ที่แสดงให้เห็นใบเสร็จรับเงินของ Olivier Garneau CEO ของ Abstergo สำหรับมื้ออาหารใน Quinkie's ซึ่งเป็นร้านอาหารของจักรวาล Watch Dogs อาหารของเขามีมูลค่าเกือบ 62 เหรียญ การไปยังร้านอาหารดังกล่าวของ CEO คนดังกล่าวนั้นเป็นการแสดงให้เห็นเป็นหลักฐานว่าทั้งสองเกมอยู่ในจักรวาลเดียวกันชัดเจนยิ่งขึ้น .   4.Aiden Pearce สังหาร Olivier Garneau Olivier Garneau มีบทบทใน Assassin's Creed:  Black Flag โดยระหว่างที่เขากำลังเดินทางไปประชุมผู้ถือหุ้นในชิคาโก้ซึ่งเป็นสถานที่ของเกม Watch Dogs ภาคแรก เขาได้หายตัวไปอย่างลึกลับและไม่กลับมาที่ Abstergo อีกเลย ซึ่งในช่วงนั้นเองที่ Melanie Lemay ได้บอกกับผู้เล่นว่าบริษัทถูกบุกรุกในเรื่องของข้อมูลด้านความปลอดถัย ทำให้ต้องทำการปิด Abstergo ไว้ก่อน ( ภายหลังเฉลยว่าถูกเจาะโดย John Standish หนึ่งในคนวงในของ Abstergo ) ทีนี้เราย้อนกลับมาในจักรวาลของ Watch Dogs กัน ซึ่งเรื่องนี้ถ้าไม่สังเกตหรือเป็นแฟนพันธ์ุแท้อาจจะไม่รู้เพราะผู้เล่นที่รับบทเป็น Aiden Pearce จะได้รับเควสเสริมให้ทำการสังหารเป้าหมายซึ่งนั่นก็คือ Olivier Garneau ใน Assassin's นั่นแหละ ซึ่งหลักฐารนั้นสามารถดูได้จากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพในช่วงที่ Aiden ได้สังหาร CEO ของ Abstergo.   5.Albion อาจเป็นพันธมิตรที่ก่อตั้งขึ้นโดย Blume และ Abstergo Blume เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่โดดเด่นใน Watch Dogs พวกเขารับผิดชอบในการดูแล CTOS ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ปฏิบัติการที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตส่วนตัวของผู้คนผ่านเทคโนโลยีไลฟ์สไตล์และยังเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองได้ทุกส่วนอีกด้วย ซึ่งบริษัทนี้จะคอยสอดส่องดูชีวิตส่วนตัวของผู้คนเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ด้านมืดอย่างลับๆ ด้วย ซึ่งใน Assassin's : Black Flag มีฉากที่ Abstergo ได้รับอีเมลจาก Blume ที่ขอให้เป็นผู้ให้บริการด้านความปลอดภัย สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งสองบริษัทนั้นเป็นพันธมิตรกัน ซึ่งนั่นอาจจะเป็นการบอกใบ้ถึงศัตรูตัวฉกาจที่ผู้เล่นจะต้องเจอในอนาคตก็เป็นได้ และถ้าตัดภาพมาที่ Albion ในเกมล่าสุดอย่าง Watch Dogs Legion อีกหนึ่งบริษัทรักษาความปลอดภัย โดย CEO Nigel Cass ซึ่งโลโก้ของบริษัทนั้นมีความคล้ายๆ กับ Abstergo จนอยากรู้แล้วล่ะว่าในอนาคตทั้งสองเกมนี้จะผูกเข้าหากันจริงๆ หรือไม่?   6.Blume ถูกกล่าวถึงโดยพนักงานของ Abstergo ใน Assassin's Creed ในภาค Black Flag เมื่อผู้เล่นเข้าใกล้ NPC ใน Abstergo จะได้ยินพวกเขาพูดถึงความไม่พอใจที่ต้องทำงานให้ Abstergo และวางแผนที่จะทำงานแทน Blume การพูดถึงเช่นนี้ทำให้พิสูจน์ได้อีกข้อว่าทั้งสองเกมนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะอยู่ในจักรวาลเดียวกัน อย่างไรก็ตามไม่ใช่แค่ในเกม Assassin's Creed เท่านั้น เพราะเราก็สามารถเห็นเรื่องเหล่านี้ได้ในเกม Watch Dogs ได้เช่นกัน   7.พนักงานของ Abstergo อยู่ทุกที่ใน Watch Dogs NPC ในเกม Watch Dogs นั้นผู้เล่นสามารถที่จะตรวจสอบโปรไฟล์แสดงอาชีพและเงินเดือนของพวกเขาได้ โดยเมื่อเราใช้ฟิเจอนี้จะพบว่า NPC บางคนในจักรวาล Wacth Dogs นั้นเคยเป็นอดีตพนักงานของ Abstergo   8.Watch Dogs Legion สามารถเล่นเป็น Assassin ได้ Watch Dogs Legion นั้นนอกจากผู้เล่นจะสามารถเล่นเป็นใครก็ได้แล้ว เรายังสามารถเลือกที่จะเล่นเป็น Aiden Pearce, Wrench และ Darcy หนึ่งในสมาชิกของ Assassin's Brotherhood ได้อีกด้วย โดยทาง Ubisoft ได้ออกมาประกาศว่าเธอจะข้ามมามีส่วนร่วมใน Watch Dogs ด้วยนั่นเอง นี่ยิ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม Assassin นั้นอาจจะยังคงมีอยู่ ในอนาคตอันไกลหลังจากหลายพันปีแห่งความขัดแย้งกับนักรบ นอกจากนี้ยังสามารถชี้ให้เห็นว่า Templars อาจมีบทบาทอย่างมากใน  Watch Dogs Legion   9.Legion และ Syndicate เกิดขึ้นในลอนดอนเดียวกัน ทั้ง Watch Dogs Legion และ Assassin's : Syndicate เกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนหนึ่งของลอนดอนซึ่งล้อมรอบแม่น้ำเทมส์ สิ่งนี้อาจบ่งบอกได้ว่า Legion ไม่เพียงได้รับอิทธิพลจากเหตุการณ์ในเกม Watch Dogs ก่อนหน้านี้ แต่เรื่องราวของ Assassin's Creed: Syndicate อาจมีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน อีกข้อหนึ่งที่น่าคิดวายร้ายหลักของ Legion  Zero-Day มีรูปแบบและความสามารถคล้ายๆ กับ Juno ของ Assassin's Creed ซึ่งไม้แน่เราอาจจะได้รู้ว่า Juno สามารถมีอยู่ในเครือข่ายข้อมูลทั่วโลกและสืบทอดเจตนารมณ์กันมาจนถึงโลกอนาคตก็ได้.   10.การเปิดตัวของ Legion และ Valhalla นั้นใกล้กันมาก การเปิดตัวล่าสุดสำหรับสองเฟรนไชส์ที่ใหญ่ยักษ์ขออง Ubisoft นั้นอยู่ห่างกันไม่ถึงสองสัปดาห์ นี่อาจจะเป็นการบอกใบ้ว่า Legion และ Assassin's Creed:  Valhalla  อาจมีความเชื่อมโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง! และก่อนจะจากกันไปทั้งสองเกมนี้ควรค่าแก่การสอยมาเล่นมาก อย่าลืมซื้อมาเล่นและรีวิวกันด้วยนะคัรบ Credit : Gamerant
09 Nov 2020
Genshin Impact: ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับแพทช์ 1.1 จากผู้พัฒนา
มีข่าวหลุดออกมาให้ติดตามกันอยู่เรื่อยๆ เลยกับการอัปเดทแพทช์ 1.1 ของเกม Genshin Impact ที่จะเพิ่มเนื้อหาและตัวละครและเนื้อหาใหม่ๆ หลากหลายชนิดเข้าไปในเกมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่วางจำหน่าย โดยแม้ว่าในเวลานี้เราจะพอรับรู้ถึงสิ่งที่จะเพิ่มเข้ามาเกือบหมดแล้ว แต่ล่าสุดผู้พัฒนา miHoYo ก็ได้ออกมายืนยันเนื้อหาภายในอัปเดทอย่างเป็นทางการอีกครั้ง แถมยังประกาศกิจกรรมใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยหลุดออกมาอีกมากมาย! อัปเดท 1.1 - "ดาราใหม่ฉายแสง" จะเพิ่มเข้ามาเมื่อไหร่? สำหรับการอัปเดทแพทช์ 1.1 จะเกิดขึ้นในวันที่ 11 พฤษจิกายนนี้เวลา 5.00 น. (ตีห้า) ของประเทศไทย โดยผู้พัฒนาจะทำการปิดเซิฟเวอร์เพื่ออัปเดทเกมเป็นเวลา 5 ชั่วโมง และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลาราว 10.00 น. เพื่อชดเชยเวลาปิดเซิฟเวอร์ ผู้พัฒนาจะทำการแจกเพชร Primogem ให้กับผู้เล่นทุกคนจำนวน 300 เม็ด (60 เม็ดต่อการปิดเซิฟเวอร์ 1 ชั่วโมง) โดยของชดเชยนี้จะเพิ่มขึ้อีกทุกชั่วโมงที่เซิฟปิดเกินเวลา และจะทำการส่งเข้าไปยังกล่องจดหมายของผู้เล่น (ต้องกดรับภายใน 30 วัน) ทั้งนี้ การจะรับของชดเชยจะมีเงื่อนไขเล็กน้อย โดยผู้เล่นที่จะรับของชดเชยจะต้องเป็นไอดีที่มีเลเวลนักผจญภัย (Adventure Rank) อย่างน้อยเลเวล 5 ขึ้นไป ตัวละครใหม่ 2 ตัว พร้อมกับเควส "ทดลองพรสววรค์" ใหม่ การอัปเดท 1.1 ในวันที่ 11 นี้ จะเพิ่มตัวละครใหม่เข้าสู่เกมอีก 2 ตัว ประกอบไปด้วย: Childe / Tartaglia (5*) Diona (4*) (ตัวละครจะถูกเพิ่มเข้าตู้กาชาถาวรในแพทช์ 1.2 เดือนธันวาคมนี้) เช่นเดียวกับตัวละครใหม่ที่ผ่านมาทั้ง Venti และ Klee ตัวละครทั้งสองจะมาพร้อมกับตู้กาชาพิเศษของตัวเอง โดยนอกจากตัวละครสองตัวข้างต้นแล้ว ยังมีตัวละคร 4 ดาวที่จะได้รับการเรทอัปอีกคือ Beidou (4*) Ningguang (4*) นอกจากนี้ จะมีเควส "ทดลองพรสววรค์" (เควสลองเล่นตัวละคร) ใหม่อีก 2 เควส "ผู้พเนจรแห่งแดนมนุษย์ - Zhongli (หิน)" (5 ดาว) "เมโลดี้อันร้อนแรง - Xinyan (ไฟ)" (4 ดาว) โดยตัวละครใหม่ทั้ง 2 (Zhongli และ Xinyan) จะเข้ามาในตู้กาชาพิเศษถัดจากตู้ของ Childe / Tartaglia อาวุธสุดเท่ชุดใหม่ นอกจากตู้ตัวละครพิเศษแล้ว แน่นอนว่าเรายังจะมีตู้กาชาอาวุธพิเศษอีกด้วย สำหรับตู้แรกจะมีไอเทม 5* เรทอัปดังนี้: "สื่อเวทย์ - Memory of Dust" (5 ดาว) "ธนู - Skyward Harp" (5 ดาว) ภายในบทความอัปเดทของผู้พัฒนา ยังมีการกล่าวถึงอาวุธใหม่ๆ ชนิดอื่นที่จะมาในแพทช์ 1.1 นี้อีกในอนาคต ประกอบไปด้วย: "หอก - Vortex Vanquisher" (5 ดาว) "ดาบใหญ่ - The Unforged" (5 ดาว) *อาวุธ "หอก - Vortex Vanquisher" และ "ดาบใหญ่ - The Unforged" จะปรากฎในกิจกรรมอธิษฐานต่อไป "หอก - Royal Spear" (4 ดาว) *อาวุธ "หอก - Royal Spear" สามารถใช้ Starglitter แลกได้ที่ร้านค้า เควสเนื้อเรื่อง / เควสตัวละครใหม่ หลังการอัปเดตเวอร์ชัน 1.1 จะเปิดเควสต์เทพเจ้า — บทที่ 1: ฉากที่ 3 ดาราใหม่ฉายแสง ทำเควสต์ให้สำเร็จเพื่อรับ Primogem, วัสดุเสริมพลังอาวุธ, วัสดุประสบการณ์ตัวละคร เป็นต้น! นอกจากนี้ จะมีเควสตัวละครใหม่อีกจำนวนหนึ่ง ประกอบไปด้วย: บทแห่งวาฬ: ฉากที่ 1 การชุมนุมของเจ้าตาเดียว (Childe / Tartaglia) บทแห่งอดีตกาล: ฉากที่ 1 บทแห่งดอกเกลือ (ยังไม่ทราบตัวละคร จะตามมาภายหลังการอัปเดท) เควสโลกใหม่ เพิ่มเควสต์โลกใหม่: งานทั้งหลายของกิลด์นักผจญภัย, ขั้นตอนที่จำเป็น, หนังสือมีค่ากว่าทอง, เพื่อนตัวน้อยของ Changchang, ปริศนาแห่ง Nantianmen, บทกวีอุทิศแด่เมืองนี้ และการวิจัยที่ไม่สิ้นสุด กิจกรรมใหม่เพียบ! กิจกรรมประจำเวอร์ชัน: ดาราดับแสงที่รอวันกลับ ช่วงเวลากิจกรรม: 2020-11-16 10:00:00 - 2020-11-30 03:59:59 ในช่วงเวลากิจกรรม ทำเควสต์กิจกรรมที่กำหนดและทำการท้าทาย "ดวงดาวแห่งชะตาลิขิต" ให้สำเร็จ เพื่อรับ Fading Star's Might และ Fading Star's Essence! ใช้ Fading Star's Might และ Fading Star's Essence แลกรับรางวัลในร้านค้ากิจกรรม เช่น วัสดุเลื่อนขั้นตัวละคร, Hero's Wit, Mystic Enhancement Ore, วัสดุยกระดับพรสวรรค์, มงกุฎแห่งความรู้ เป็นต้น! ทำ "สัญญาของเจ้าหญิง" ให้สำเร็จเพื่อรับ "เจ้าหญิงแห่งการลงทัณฑ์!! - Fischl (ไฟฟ้า)"! "การแข่งขันร่อนเวหา" และ "อาหารร้อน ๆ" (ตามมาทีหลัง) เควสล๊อคอินประจำวัน (เหมือนเดิม) กิจกรรม "ประสานเสียงเพลง" - ผู้เล่นที่มีแรงค์ผจญภัย 18 ขึ้นไป และทำเควส "เพื่อเงาสีฟ้านั่น" สำเร็จ จะได้รับตัวละคร Barbara ไปเลยฟรีๆ (คนที่เคยรับตัวละครจากกิจกรรมแพทช์ 1.0 มาแล้วสามารถรับซ้ำได้) การกลับมาของ Battle Pass คาดว่าของรางวัลทั้งหมดน่าจะเหมือนเดิม ระบบชื่อเสียงประจำเมือง เก็บแรงก์ผจญภัยถึงเลเวล 25 และทำเควสต์ที่เกี่ยวข้องให้สำเร็จ เพื่อปลดล็อกระบบชื่อเสียงประจำเมือง ชื่อเสียงประจำเมืองแบ่งออกเป็น ชื่อเสียงประจำเมือง Mondstadt และ ชื่อเสียงประจำเมือง Liyue เงื่อนไขการปลดล็อกชื่อเสียงประจำเมือง Mondstadt: ทำเควสต์เทพเจ้า "คนแปลกหน้าผู้มากับสายลม" อารัมภบท: ฉากที่ 1 ให้สำเร็จ เงื่อนไขการปลดล็อกชื่อเสียงประจำเมือง Liyue: ทำเควสต์เทพเจ้า "ลาก่อน เทพโบราณ" บทที่ 1: ฉากที่ 2 ให้สำเร็จ นักเดินทางสามารถรับเควสต์ "ปราบปรามเป้าหมาย" และ "คำขอของชาวเมือง" ได้จาก Hertha ผู้รับผิดชอบด้านโลจิสติกส์ของ "กองอัศวินแห่ง Favonius" และ คุณ Yu เลขาธิการของ "ฝ่ายกิจการทั่วไปแห่ง Liyue" และยังสามารถรับรางวัล "ออกสำรวจโลกกว้าง", "เควสต์ Mondstadt" หรือ "เควสต์ Liyue" เพื่อเพิ่มชื่อเสียงประจำเมืองได้อีกด้วย หลังจากที่ระดับชื่อเสียงเพิ่มขึ้นแล้ว จะสามารถปลดล็อกของรางวัลจำพวกฟังก์ชันพิเศษของเมือง, สูตรอาหาร, แบบแปลนไอเทมชื่อเสียง, นามบัตร, เครื่องร่อนเวหา เป็นต้น ...และอื่นๆ อีกเพียบ! สามารถอ่านรายละเอียดเต็มๆ ทั้งหมดได้ที่ ลิงค์
09 Nov 2020
K/DA ปล่อยเพลงอัลบัมแรก ALL OUT แล้ววันนี้ !! พร้อม Q&A ของผู้พัฒนา !!
K/DA ศิลปินเพลงป็อปเสมือนจริงที่ขับร้องโดยตัวละครจากเกม League of Legends ได้แก่ Ahri, Kai'Sa, Evelynn, และ Akali ได้ปล่อยอัลบัม “ALL OUT” ที่แฟนๆ รอกันมาอย่างยาวนาน โดยในอัลบัมนี้จะประกอบไปด้วยเพลงทั้งหมด 5 เพลง รวมถึงเพลงที่ได้ปล่อยไปก่อนหน้านี้อย่าง “THE BADDEST” และเพลง “MORE” เพลงในอัลบัม ALL OUT เขียนโดย Bekuh BOOM แร็ปเปอร์ นักแต่งเพลงและนักร้อง  จากนั้นผลิต มิกซ์และทำให้สมบูรณ์โดยนักแต่หงเพลงของไรออท เกมส์ Sebastien Najand โดยแต่ละเพลงในอัลบัมจะประกอบไปด้วยเพลงที่มีความเฉพาะตัวที่แสดงถึงความสร้างสรรค์และความเป็นตัวตนของสมาชิกแต่ละคน ทำให้แฟนๆ ได้สัมผัสถึงสไตล์ที่แตกต่างที่ทำให้เกิดเป็นวง K/DA ขึ้นมา ซึ่งอัลบัม ALL OUT สามารถฟังได้ฟรีบนเว็บและแอปสตรีมมิ่งเพลงต่างๆ   เพลง MORE ในอัลบัม ALL OUT ได้ถูกปล่อยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อเรียกเสียงตอบรับอย่างหนาหู และปัจจุบันมีผู้ชมแล้วมากกว่า 24 ล้านวิวบน YouTube และขึ้นอันดับที่ 1 บน K-pop chart ของ iTunes อันดับที่ 2 บน Pop chart ของ iTunes อันดับที่ 4 บน Worldwide Song Chart ของ iTunes และอันดับที่ 7 บน US Chart ของ iTunes โดยเพลง MORE ได้รับความร่วมมือจากศิลปินหลักที่เคยร้องเพลง POP/STARS เมื่อ 2 ปีก่อน ได้แก่ Madison Beer, MIYEON และ SOYEON จากวง (G)I-DLE และ Jaira Burns รวมถึง  Lexie Liu และ Seraphine  เพลง The BADDEST อีกหนึ่งเพลงในอัลบัม ALL OUT ได้ถูกฉบับสมบูรณ์ออกมาพร้อมกับวิดีโอเนื้อเพลงเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเพลงนี้ได้ขับร้องโดย MIYEON และ SOYEON จากวง (G)I-DLE ร่วมกับนักร้องที่ไม่เคยร่วมงานกันมาก่อนอย่าง Bea Miller และ Wolftyla โดยเพลง THE BADDEST ได้ขึ้นอันดับ 1 บน World Digital Sales Charts ของ Billboard ในสัปดาห์ของวันที่ 12 กันยายน และปัจจุบันได้ถูกรับชมมากกว่า 38 ล้านครั้งบน Spotify และถึง 31 ล้านวิวบน YouTube อีกด้วย รายชื่อเพลงในอัลบัม ALL OUT: ● “THE BADDEST..” ร้องโดย MIYEON และ SOYEON จากวง (G)I-DLE, Bea Miller และ Wolftyla ● “MORE” ร้องโดย Madison Beer, MIYEON และ SOYEON จากวง (G)I-DLE, Jaira Burns, Lexie Liu และ Seraphine ● “VILLAIN” ร้องโดย Madison Beer and Kim Petras ● “DRUM GO DUM” ร้องโดย Aluna, Wolftyla, and Bekuh BOOM ● “I’LL SHOW YOU” ร้องโดย JIHYO, NAYEON, SANA, และ CHAEYOUNG จากวง TWICE, Bekuh BOOM, และ Annika Wells แรกเริ่ม วง K/DA ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปิน K-pop จากนั้นพัฒนาและเปิดรับแนวเพลงของ Global pop และได้ปรับเอกลักษณ์แนวดนตรีของวงให้เข้ากับสมาชิกในวง ได้แก่ Ahri, Evelynn, Akali, และ Kai'Sa และมอบเสียงของตัวละครเหล่านั้นด้วยเสียงของนักร้องมืออาชีพ โดยมีศิลปินมากมายที่มาร่วมในอัลบัมมือกัน ALL OUT จึงทำให้วง K/DA เปิดโอกาสให้ศิลปินมากความสามารถเข้ามาร่วมงานกันได้ในการกลับมาครั้งนี้ วง K/DA ได้สร้างความตื่นเต้นครั้งใหญ่ในปี 2018 ด้วยเพลงเปิดตัว “POP/STARS” ที่ขึ้นถึงอันดับต้นบน iTunes (อันดับ 1 K-pop chart และอันดับ 2 pop chart) Billboard (อันดับ 1 World Digital) และสตรีมแล้วมากกว่า 170 ล้านครั้ง โดยเพลงนี้ได้รับความร่วมมือจาก MIYEON และ SOYEON จากวง (G)I-DLE, Madison Beer, และ Jaira Burns ซึ่งทำยอดวิวได้มากกว่า 380 ล้านวิว และนับเป็นการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จที่สุดของวง K-pop ในบันทึกของ YouTube เพลงในอัลบัม ALL OUT สามารถสตรีมฟังได้ที่ Spotify, Apple Music, Amazon Music, YouTube Music, และอีกมากมาย และล่าสุดทางเรา GameFever TH เองได้มีโอกาสเข้าร่วมงานเปิดตัวในครั้งจากทาง Riot โดยตรงอย่างคุณ Toa Dunn (Head of Riot Music Group), คุณ Patrick Morales (Creative Director in League of Legends (K/DA & Seraphine) ) และคุณ Hanna Woo (Communications League of Legends (K/DA & Seraphine) ) อีกด้วย บทสัมภาษณ์ผู้พัฒนา Seraphine ได้กลายมาเป็นสมาชิก K/DA อย่างเป็นทางการหรือยัง ? ตอบ - Seraphine ไม่ใช่สมาชิกอย่างเป็นทางการของ K/DA ครับ เธอเป็นเพียงแค่นักร้องรับเชิญ ความคิดในการสร้าง K/DA เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อใด ตอบ - ประมาณปี 2017 ครับที่เราเริ่มพูดคุยกันเพื่อที่จะสร้าง K/DA แต่จริงๆ อาร์ทสกินของตัวละครใน MV เพลง POP/STAR มีการพูดคุยกันมานานตั้งแต่ปี 2013 แล้ว เพราะเราต้องดูว่าเราจะต้องทำยังไงต่อไปเกี่ยวกับการผจญภัยและเรื่องราวและวิวัฒนาการไปอย่างไร จนเสร็จสิ้นในปี 2018 จะมีแผนเกี่ยวกับการร่วมมือระหว่างคนดังจากประเทศอื่นๆ อีกไหม ตอบ - จริงๆ มันน่าสนใจมากๆ เลยนะ ดูอย่างในเพลงแรกอย่าง POP/STAR เราเองก็ได้รวมงานกับนักร้องเกาหลีวง  (G)I-dle เช่นเดียวกันกับนักร้องอย่าง Madison Beer และ Jaira Burns มีคนไม่มากที่เหมือนกับศิลปินเหล่านั้นและได้ร่วมกันทำเพลง ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นความสามารถของเราที่สามารถค้นหาและร่วมงานกับศิลปินดังๆ อย่างที่คุณเห็นในเพลงอื่นๆ ของอัลบั้มนี้ก็จะมีศิลปินจากประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย มีวิธีเลือกเพลงยังไง ตอบ จริงๆ มันเป็นกระบวนการที่สนุกนะ เป็นการร่วมมือกันระหว่างทีมเพลงของเรา กับทีม Creative โดยในขั้นแรกแน่นอนว่ามันต้องเริ่มจากการเลือกสมาชิกวง ต่อมาจึงเป็นการเริ่มสร้างเพลง ซึ่งเราก็ต้องมานั่งคิดกันว่าตัวละครตัวไหนจะเหมาะกับตำแหน่งอะไรในวง เช่นถ้าเราจะมีท่อนแร๊ปของ Akali ตรงนี้ เราคิดว่าศิลปินคนไหนจะเข้ากับเพลงท่อนนั้น และสามารถนำเสนอเพลงออกมาได้โดยที่รู้สึกเหมือนเป็น Akali จริงๆ เป็นงานที่สนุกนะ เพราะเราได้มีโอกาสในการฟังเพลงจากศิลปินที่หลากลายมากๆ เพื่อหาคนที่จะเหมาะกับเพลง พร้อมๆ กับสามารถรับบทตัวละครทั้งหลายได้อย่างน่าเชื่อพร้อมๆ กัน แรงบันดาลใจของ K-POP ด้านใดที่คุณเอามาใช้ใน K/DA ตอบ - ในตอนที่เราเริ่มพัฒนาคอนเซปต์ของวง KDA สิ่งแรกที่เรามานั่งคิดกันคือเรามีอะไรที่แตกต่างจะนำเสนอบ้างในวงการ kpop ซึ่งแน่นอนว่ามันมีอิทธิพลต่อแนวเพลงของวงแน่ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เพลงของวงเราพิเศษคือการผสมผสานระหว่างเพลง kpop และเพลงของศิลปินฝัง่ตะวันตก ออกมาเป็นแนวดนตรีที่มีเอกลักษณ์ของเราเองที่เป็นเพลงทั้งสองแนว และก็ไม่ได้เป็นซะีเดียวในเวลาเดียวกัน อย่างที่เห็นได้ในเนื้อเพลงหรือดนตรี ที่มีวามเป็น EDM สูงตามสไตล์ของ Riot พูดง่ายๆ ว่าสำหรับผม เพลงของ KDA มีเอกลักษณ์ตรงที่เราไม่เดินตามแนวเพลงใดๆ เลย ยกเว้นแค่แนวเพลงของเราเอง และเราก็ทำได้ค่อนข้างดีตลอดมา K/DA มีแผนที่จะไปมีส่วนร่วมกับอีเวนต์อื่นๆ นอกเหนือจากงาน World บ้างไหม ตอบ - ตอนนี้เรายังไม่ได้คิดถึงโปรเจกต์ที่ยากถึงขนาดนั้น สิ่งที่โฟกัสตอนนี้คือเหล่าแคมเปญต่างๆ หรือเพลงใหม่ๆ แตมันก็สามารถเป็นไปได้จริงนะ จากศักยภาพ Performance ที่เคยทำมาใน World ซึ่งต้องรอดูกันครับ เรารู้ว่า K/DA เป็นเกิร์ลกรุ๊ปที่ได้รับความนิยมมาก คุณช่วยบอกเราหน่อยว่าคุณมีวิธีการทำยังไงให้ดังขนาดนี้ ตอบ - จริงๆ มันก็ขึ้นอยู่กับทั้งหมดเลยนะครับ เช่นเพลงดี ความรู้สึก อีโมชัน เนื้อเพลง ที่สร้างมันขึ้นมา และสำหรับเรานั้นก็จะมุ่งไปเพลงที่สร้างอิมแพคได้ แต่อย่างไงผมก็คิดว่ามันต้องขึ้นอยู่กับทุกๆ อย่าง โดยเฉพาะกับ K/DA ที่ยิ่งต้องคิดลึกขึ้นไปอีกเพื่อสร้างเสียงดนตรีที่ทุกคนรัก คุณมีเกณฑ์ในการเลือกเหล่าแชมป์เปี้ยนที่จะเป็นสมาชิกใน K/DA อย่างไร ตอบ - ผมคงตอบได้แค่สำหรับ KDA อ่านะ แต่สำหรับวงนี้เราเริ่มที่แนวเพลงก่อน โดยเราตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะต้องเป็นวงเพลงป๊อบ ซึ่งเราตั้งใจมากๆ ว่าวงนี้จะต้องให้ความรู้สึกดุดันแต่ก็สนุกพร้อมๆ กัน และยิ่งเราเริ่มเห็นภาพของเพลงที่เราอยากทำเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่ามันยิ่งมีความเป็นเกิร์ลกรุ๊ปมากขึ้นเรื่อยๆ ตามความรู้สึกของเรา มันจึงตัดตัวละครเพศชายทั้งหมดออกไปได้ละ คำถามต่อมาคือแล้วเราจะเลือกตัวละครอย่างไรให้ตัวละครที่เลือกมาสามารถเข้าถึงทั้งคนที่เล่น LoL และคนที่ไม่ได้เล่น และตัวละครเหล่านี้ต้องมีความชัดเจนในตัวตนด้วย เราจึงเริ่มนั่งดูกันว่าในวงป๊อบทั่วไปมันมีตำแหน่งอะไรบ้าง มันก็จะมีคนหนึ่งเป็นหัวหน้าวง คนหนึ่งที่เต้นเก่งมากๆ คนหนึ่งที่แร๊ปได้ คนหนึ่งที่เซ็กซี่ๆ อะไรทำนองนั้น เราจึงใช้ข้อกำหนดเหล่านี้ในการเลือกตัวละครที่เราคิดว่าสามารถรับตำแหน่งเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้คนฟังสามารถบอกได้ทันทีว่าตัวละครตัวไหนรับตำแหน่งอะไร ซึ่งผมว่าเราทำได้ดีพอสมควรนะ มีแผนจะทำวงแนวอื่นอีกบ้างไหม ตอบ - แน่นอนอยู่แล้ว ทุกวันนี่เราเริ่มมองความเป็นไปได้ในการสร้าง "จักรวาลเพลง Riot" ขึ้นมา ที่จะสะสมเพทั้งหมดของเราเอาไว้ ฉะนั้นคำถามที่ว่าจะมีอีกไหม มันคงเป็นเรื่องของอนาคตนะ มันก็มีสมาชิกในทีมหลายคนที่มีไอเดียที่น่าสนใจสำหรับโ)รเจกต์ในอนาคต คงต้องรอดูกันต่อไปว่าเราจะขยายเพลงของเราไปในทิศทางใดได้บ้าง เราจะได้เห็นเพลงของ K/DA จะถูกใส่เข้าไปในเกมอื่นๆ ของ League of Legends (Runeking, Runetera) ไหมในอนาคต ตอบ - เราต้องไปสำรวจว่ามันสามารถใส่เข้าไปได้ไหม มันสมเหจุสมผลหรือไม่ เราต้องรอดูกัน แต่เราจะโฟกัสในด้านการทำเพลงที่จะสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด Riot เริ่มเข้าสู่อุตสาหกรรมเพลงแบบจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่ เป็นคำถามที่ดีนะครับ โดยเราเริ่มตั้งแต่ปี 2013 แต่ไม่ได้มีทีมที่ใหญ่มากในตอนนั้น (มีแค่ 3 คน) ซึ่งย้อนกลับไปตอนนั้นเพลงมีความสำคัญต่อพวกเรามากๆ ทำให้เกิดแพชชันและพยายามผลักดันมันมากๆ จนเราได้ผู้เขียนเพลง โปรดิวซ์เซอร์ นักเรียบเรียงเพลง และนักดนตรี ซึ่งทั้งหมดถูกสร้างขึ้นจากการที่จะทำเพลงเท่านั้น ซึ่งในตอนนี้แรงผลักดันของเราเติบโตขึ้นมาก โดย MV แรกที่ปล่อยก็คือเพลงของ Jinx ในปี 2014 ซึ่งพอลองมองกลับไป เพราะเราเห็นแรงพลักดันและผลักดันมันให้เติบโต และดูเหมือนว่าแฟนๆ จะชอบมันมาก และก็เรียกร้องว่าต้องการมันอีก เมมเบอร์ 4 คนใน K/DA ก็ค่อนข้าง Perfect แล้ว แต่จะมีการเพิ่มสมาชิกใหม่ในอนาคตอีกไหม ตอบ - สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ผมคิดว่า 4 คนนั้นกำลังดีมากๆ เพราะเมมเบอร์แต่ละคนจะให้ความรู้สึกและบทบาทที่แตกต่างกัน K/DA ตอนนี้โด่งดังมากๆ ไปถึงคนที่ไม่ได้เล่นเกม LoL เลยทีเดียว พวกคุณมีแผนที่จะโปรโมต หรือมีอีเวนต์ Standalone อื่นๆ บ้างไหม ตอบ - เป็นคำถามที่น่าสนใจ ในส่วนของทีมงานเรามีความรักในเสียงดนตรีมากอยู่แล้ว และเราก็พยายามจะปฏิบัติเหมือน KDA ก็เป็นศิลปินที่มีอยู่จริง และเราก็กำลังทำผลงาน EP ออกมาเพื่อเอาใจแฟนๆ ด้วย หวังว่าแฟนๆ จะรู้สึกดีกับสิ่งที่เราทำในอนาคต K/DA จะมี CD วางขายบ้างไหม ตอบ - ผมหวังว่าจะมีนะ แต่ในตอนนี้เรากำลังมุ่งปล่อยเพลงทางแพลตฟอร์มดิจิตอลมากกว่า ไม่ได้บอกว่าในอนาคตจะปล่อยซีดีไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่จุดที่เราให้ความสำคัญมาก มีแนวทางที่ปล่อยเพลงให้บ่อยขึ้นไหม ตอบ - อาจจะต้องขึ้นอยู่กับแนวทางของ Riot ด้วยนะ แต่วิธีคิดของเราคือยิ่ง Riot มีโปรเจกต์ที่หลากหลายเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีพื้นที่ให้กับการทำดนตรีมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นมันเป็นไปได้แน่ๆ ว่าเราอาจจะมีเพลงปล่อยออกมาให้ฟังบ่อยขึ้นในอนาคต แต่ในตอนนี้ก็ยังต้องรอดูต่อไป K/DA จะมีการเคลื่อนไหวในการโปรโมตอะไรอีกบ้างในอัลบั้มนี้ เราสามารถคาดหวังอะไรได้บ้าง ตอบ - สำหรับตอนนี้เรากำลังมุ่งพัฒนา EP เป็นหลัก และหลังจากนั้นก็จะเป็นการพัฒนาและขยายจักรวาลดนตรีของ Riot ออกไปอีกแน่ๆ แต่หลังจากนั้นไปก็ยังไม่รู้เหมือนกัน แต่เราก็ตื่นเต้นที่จะได้พบความท้าทายใหม่ๆ แน่นอน คุณใฝ่ฝันอยากให้ K/DA ร่วมงานกับใครบ้าง มีเยอะมากๆ เลยล่ะ มีศิลปินเยอะมากๆ ที่เราอยากร่วมงานได้ และทีมงานของเราก็มีความต้องการส่วนตัวทุกคนว่าอยากให้ใครมาร่วมงานด้วย ซึ่งนั่นเป็นสเน่ห์ของ KDA อยางนึงนะที่มันสามารถดึงใครมาร่วมก็ได้ ในส่วนของอนาคตนั้น เราก็คอยถามตัวเองอยู่เรื่อยๆ ว่าถ้าวงนี้เป็นวงจริงๆ ที่เรารัก เราจะอยากเห็นพวกเขาทำอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละสำหรับคำถามนี้
06 Nov 2020
Review: Marvel's Spider-man: Miles Morales "ภาคต่ออันใหญ่ยิ่ง ของเกมฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่"
แม้ว่าภาคก่อนหน้าจะเพิ่งวางจำหน่ายไปได้ไม่นาน แค่ราวๆ สองปีที่แล้วนี่เอง แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดผู้พัฒนา Insomniac Games ในการพัฒนาภาคต่อ Marvel's Spider-man: Miles Morales ออกมาต้อนรับการมาถึงของคอนโซล PlayStation 5 อีกครั้ง ซึ่งจากความนิยมและคะแนนรีวิวอันสูงลิบลิ่วของเกมภาคแรก ทำให้เกมภาคต่อจำเป็นต้องทำงานหนักแน่นอน เพื่อให้สามารถรับไม้ต่อจากภาคแรกได้อย่างสมศักดิ์ศรี ผู้เขียนได้มีโอกาสเล่นเกม Marvel's Spider-man: Miles Morales เวอร์ชั่น PS4 (ขอขอบคุณ Sony Thai สำหรับโค้ดเกม) และต้องบอกเลยว่าเกมนี้ถือเป็นทายาทที่คู่ควรของตำนานไอ้แมงมุม ที่แม้จะไม่ได้นำเสนออะไรที่ "ใหม่" ซะทีเดียว แต่ก็สามารถรักษามาตรฐานอันยอดเยี่ยมของภาคแรกมาได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเกมเพลย์ที่รวดเร็วและลื่นไหล ระบบการโหนใยอันยอดเยี่ยม และกราฟิกที่สวยงามแม้กระทั่งในเครื่อง PS4 Pro ก็ตาม แม้ว่าเนื้อเรื่องของตัวละครหลัก Miles Morales อาจจะไม่ได้เข้มข้นเท่าเนื้อเรื่องของ Peter Parker ในภาคแรก แต่โดยรวมก็ยังต้องบอกว่า Marvel's Spider-man: Miles Morales ถือเป็นเกมระดับแนวหน้าที่ไม่ควรพลาด โดยเฉพาะสำหรับคนที่ติดใจเกมภาคแรก [penci_review id="71902"] เนื้อเรื่อง เนื้อเรื่องของเกม Spider-man: Miles Morales จะดำเนินต่อจากเกม Marvel's Spider-man โดยตรง หลังจากที่ตัวละครหลัก Miles Morales ได้เปิดเผยพลังแมงมุมของเขาต่อ Peter Parker โดย Peter ก็ไม่รอช้ารีบรับ Miles เข้ามาเป็นลูกศิษย์ และฝึกสอนทักษะไอ้แมงมุมของเขาไปพร้อมๆ กับการปกป้องนคร New York อันเป็นที่รัก แต่หลังจากเริ่มฝึกไปได้ไม่ทันไร Peter ก็เกิดมีความจำเป็นต้องบินไปยุโรปเพื่อทำงานในฐานะช่างภาพของหนังสือพิมพ์ Daily Bugle เป็นเวลาหลายสัปดาห์ ทำให้ Miles กลายเป็นไอ้แมงมุมเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ใน New York โดยหลังจากที่ Peter ออกเดินทางได้ไม่ทันไร Miles ก็ถูกลากเข้าไปพัวพันกับสงครามระหว่างบริษัทพลังงาน Roxxon และกลุ่มผู้ก่อการร้าย The Underground ที่นำโดยวายร้ายหน้าใหม่ชื่อ The Tinkerer อีกด้วย ในแง่ของคุณภาพ ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องของ Miles Morales ให้ความรู้สึกขาด "น้ำหนัก" ทางอารมณ์ไปบ้างเมื่อเทียบกับภาคแรก ซึ่งปัญหาดูจะมาจาก "Pacing" หรือจังหวะในการเล่ามากกว่าคุณภาพของบทหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามเนื้อเรื่อง โดยถ้าเทียบกับเกมภาคแรกที่ให้เวลากับการพัฒนาตัวละครที่รายล้อม Peter Parker ค่อนข้างเยอะ เนื้อเรื่องของ Miles Morales แม้จะมีตัวละครเสริมหลายตัวที่ใกล้ชิดกับ Miles แต่เกมค่อนข้างจะใช้เวลาอยู่กับตัวเอก Miles เป็นหลักมากกว่า ซึ่งแม้จะไม่ได้แย่หรือทำให้เกมไม่สนุก เพราะเนื้อเรื่องของ Miles เองก็ยังมีจุดที่น่าสนใจของตัวเองอยู่ แต่ก็ขาดความ "อิน" ในแบบที่รู้สึกกับเนื้อเรื่องของเกมภาคแรก ยิ่งไปกว่านั้น การที่ Miles ไม่ได้ต่อกรกับกลุ่มวายร้ายหลายๆ ตัวเหมือน Peter แต่มีวายร้ายหลักเพียงคนหรือสองคน ก็ทำให้สเกลของเหตุการณ์รู้สึก "เล็ก" เมื่อเทียบกับเกมภาคแรก ซึ่งอาจจะเหมาะสมกับ Miles ในฐานะไอ้แมงมุมฝึกหัด แต่ก็ทำให้รู้สึกด้อยลงกว่าภาคแรกอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ขอย้ำอีกครั้งว่าเนื้อเรื่องไม่ได้แย่เลย แต่เพราะภาคแรกตั้งมาตรฐานไว้ค่อนข้างสูง บวกกับสถานะของ Miles ที่เป็นเพียงไอ้แมงมุมฝึกหัด อาจจะทำให้เนื้อเรื่องของเกมภาคนี้รู้สึกเหมือนการก้าวถอยหลังจากภาคแรกไปซะหน่อย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้น่าเกลียดเลย และสามารถทำหน้าที่สร้างแรงขับให้ผู้เล่นได้เรื่อยๆ แน่นอน เกมเพลย์ สำหรับคนที่เคยเล่นเกม Marvel's Spider-man อยู่แล้ว น่าจะสามารถเข้าถึงเกมภาค Miles Morales ได้ไม่ยาก เพราะแทบจะเหมือนกันทุกอย่างไม่ต่ำกว่า 90% เลยทีเดียว เกมยังคงใช้ระบบต่อสู้แบบแอคชั่นที่ว่องไว เน้นการหลบหลีกการโจมตีของศัตรูไปพร้อมๆ กับการต่อสู้ด้วยมือเปล่าและอุปกรณ์หลากหลายชนิด โดย Miles จะได้รับความสามารถหลักๆ ของ Peter มาทั้งหมดเลยเช่นกัน องค์ประกอบหลักที่ทำให้ Miles แตกต่างจาก Peter ไปเลยก็คือความสามารถพิเศษในการสร้างกระแสไฟฟ้าที่เกมเรียกว่า "Venom" นั่นเอง โดยแทนที่จะได้รับอุปกรณ์ยิงใยหลายชนิดเหมือน Peter (Miles จะมีอุปกรณ์ให้ใช้เพียง 4 ชนิด) ลูกเล่นส่วนใหญ่ในการต่อสู้ของ Miles จะอยู่ที่ระบบ Venom แทน โดยเมื่อเราโจมตีศัตรูด้วยท่าโจมตี Venom ต่างๆ จะทำให้ศัตรูติดกระแสไฟฟ้า และทำให้ศัตรูได้รับความเสียหายจากการโจมตีของเราแรงขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งเมื่อเราเล่นเกมไปเรื่อยๆ ก็จะได้รับความสามารถในการติด Venom ใส่ศัตรูได้หลากหลายวิธีมากขึ้น ทำให้เกมเน้นหนักไปที่ด้านการทำคอมโบด้วยทักษะต่างๆ เหมือนเกมแอคชั่นเต็มตัวมากขึ้น และก็จะมีศัตรูบางชนิดที่จำเป็นต้องใช้ Venom เพื่อแก้ทางโดยเฉพาะด้วย จึงอาจจะเรียกได้ว่านี่คือจุดแตกต่างหลักระหว่างเกมเพลย์ของทั้งสองภาคนั่นเอง ความสามารถอีกอย่างของ Miles ที่เพิ่มขึ้นมา คือความสามารถในการล่องหนได้ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งในการลอบเร้นและการต่อสู้ โดยแม้จะไม่ได้ส่งผลต่อการเล่นเกมมากเท่าระบบ Venom แต่ก็เป็นความน่าสนใจที่เพิ่มเข้ามา และทำให้เกมเพลย์ของ Miles และ Peter มีความแตกต่างกันมากกว่าเดิม นอกเหนือไปจากภารกิจเนื้อเรื่อง เกมก็ยังมีภารกิจ/กิจกรรมเสริมอื่นๆ ไม่ต่างจากภาคแรก บางกิจกรรมก็เป็นเพียงการเข้าไปเก็บทรัพยากรณ์เพื่อใช้ในการปลดล๊อคชุดหรือ Mod อัปเกรดตัวละคร ซึ่งตัวกิจกรรมที่มีก็ยกมาจากภาคแรกเกือบทั้งหมดอีกเช่นกัน ซึ่งแม้จะไม่ได้ใหม่ แต่ก็ทำให้เรามีอะไรทำเพลินๆ ตลอดเวลาที่เล่นเกม แต่ด้วยการที่เกมเปลี่ยนจากการมีไม้ตายประจำชุดที่แตกต่างกัน มาเป็นการมี Mod เฉพาะชุดที่ให้เอฟเฟกต์ติดตัวมากกว่า ก็ทำให้ความตื่นเต้นของการพยายามปลดล๊อคชุดใหม่น้อยลงไปบ้าง เพราะไม่ได้ส่งผลแตกต่างต่อการเล่นเกมเท่าในภาคแรก ในภาพรวม Marvel's Spider-man: Miles Morales สามารถรักษามาตรฐานเกมเพลย์จากภาคแรกไว้ได้ครบถ้วน โดยแม้ว่าระบบต่างๆ ที่เพิ่มเข้ามาอย่าง Venom หรือการล่องหนจะไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าใหม่หรือเป็นการพัฒนา แต่แค่เป็นความ "แตกต่าง" ระหว่างความสามารถของฮีโร่ทั้งสองมากกว่า ใครที่ชื่นชอบเกมเพลย์จากภาคแรก มั่นใจได้ว่าเกมนี้จะมอบประสบการณ์ระดับเดียวกันให้กับคุณได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย กราฟิก/การนำเสนอ เช่นเดียวกับเกมเพลย์นั้น กราฟิกของ Miles Morales (เวอร์ชั่น PS4) ก็ไม่ได้ต่างจากเกมภาคแรกเท่าไหร่ และยังคงใช้มาตรฐานเดียวกันเกือบทั้งหมดเลย ตั้งแต่กราฟิกของเมือง New York ไปจนถึงหน้าตาตัวละคร อาจจะพัฒนาขึ้นนิดหน่อยในแง่ของแสงสี โดยเฉพาะในฉากคัตซีนสำคัญ แต่ก็ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้นอีกเช่นกัน อาจจะเพราะเกมยังคงพัฒนามาจากเอนจิ้นเดียวกันกับภาคก่อนหน้าด้วย ทำให้เกมยังโหลดเร็วพอสมควรบนเครื่อง PS4 Pro แตกต่างกับเกมคร่อม Gen บางเกม (เช่น Watch Dogs: Legion) ที่พอเอามาเล่นบนคอนโซลรุ่นเก่าแล้วกลับทำงานได้ช้ามากๆ ทั้งนี้ แน่นอนว่าภาพในเกมเวอร์ชั่น PS4 ย่อมต้องถูกลดคุณภาพลงจากที่เราเห็นในคลิปตัวอย่างของเกมแน่นอน เพราะภาพที่เอามาใช้น่าจะเก็บมาจาก PS5 มากกว่า ที่สำคัญคือเรื่องของ Ray Tracing ที่ทำให้แสงสีในบางพื้นที่ (เช่นเมื่อโหนใยในเมือง) ดูแบนๆ ไปบ้างเมื่อเทียบกับในวิดีโอตัวอย่างทั้งหลายของเกม แม้ว่าจะไม่ได้ส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นเกมเท่าไหร่ โดยเฉพาะสำหรับคนที่เล่นภาคเก่ามาแล้ว (เพราะน่าจะปรับความคาดหวังได้ไม่ยาก) แต่ก็เป็นเรื่องที่ควรคำนึงถึงสำหรับคนที่วางแผนจะเล่นเกมใน PS4 แทนที่จะรอเล่นใน PS5 จะได้ไม่ตกใจที่ภาพในเกมไม่ตรงปก สรุปแล้วก็ไม่ได้มีอะไรที่รู้สึกว่าต้องพูดถึงมาก เพราะส่วนใหญ่ๆ ก็แทบจะไม่ต่างจากเกมภาคก่อนหน้าเลย สรุป ในภาพรวม เกม Marvel's Spider-man: Miles Morales ถือเป็นภาคต่อที่น่าพอใจสำหรับเกม Marvel's Spider-man ที่รักษามาตรฐานหลายๆ อย่างเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับการนำเสนอระบบใหม่ๆ ที่แม้จะไม่ได้น่าทึ่งหรือตื่นตาตื่นใจอะไรนัก แต่ก็แตกต่างจากภาคเก่ามากพอที่จะทำให้เกมรู้สึกมีตัวตนของตัวเองอยู่ด้วย สำหรับแฟนๆ ของเกม Marvel's Spider-man ภาคแรก มั่นใจได้เลยว่า Miles Morales จะทำให้คุณหายคิดถึงเกมภาคแรกไปได้เยอะ และเป็นเกมที่เหมาะเอาไว้เล่นระหว่างรอ PS5 ได้โดยที่ไม่รู้สึกเหมือนเสียอะไรไป   [penci_review id="71902"]
06 Nov 2020
10 เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลของวิดีโอเกม ที่ไม่น่าเกิดขึ้นในชีวิตจริง
ในปัจจุบันเกมนั้นถูกพัฒนาและสร้างออกมามากมาย โดยหลายๆ เกมนั้นจะสร้างโดยอิงหลักพื้นฐานความเป็นจริงเอาไว้ด้วยเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้้น แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นมันก็มีบางส่วนที่ดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก ซึ่งมันก็เกิดจากหลายๆ ปัจจัยเช่น ถ้าเหมือนจริงเกินไปอาจจะไม่สนุก หรือทำเพื่อเน้นแอ็กชั่นมากขึ้น ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมาพบกับ 10 เรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลในโลกเกม จะมีอะไรที่เราเคยสงสัยกันบ้างมาดูกันเลย. 1.สมบัติเรืองแสง หีบสมบัติในเกมเป็นที่เก็บของล้ำค่าและมีค่าที่สุดในเกม เมื่อเราทำการเปิดมันอาจจะพบกับอาวุธ ชุดเกราะในตำนาน หรือไอเทมยิบย่อยต่างๆ ให้กับผู้เล่น ซึ่งในบางทีที่หีบสมบัติมันเรืองแสงสีทองเหมือนจะมีของดีๆ แต่พอเราเดินไปเปิดกลับได้อะไรมาก็ไม่รู้! หรืออีกกรณีเราเปิดหีบพบเงินเต็มหีบตัวละครของเราไม่สนใจ ดันไปสนใจพวกของเล็กๆ น้อยๆ เป็นงงสำหรับคนขึ้สงสัยอย่างผู้เขียนสุดๆ แต่นั่นก็ถือเป็นเอฟเฟกต์แฟนตาซีที่ทำให้หีบสมบัติมันดึงดูงผู้เล่นได้มากขึ้น และเป็นสเนห์ของเกม RPG เลยแหละ.   2.ยามเป็นคนที่ขี้ลืมและขี้ตกใจ ในเกมแนวลอบเร้นจะมีระบบการขว้างสิ่งของเพื่อเรียกร้องความสนใจให้ศัตรู เช่น ทหารลาดตะเวน ยาม ทหารยาม ให้เกิดความสงสัยแล้วเดินไปยังที่มาของเสียง โดยศัตรูเหล่านั้นก็ใช้เวลาประมาณ 10 วินาทีในการจ้องไปยังที่มาของเสียงและเมื่อเวลาผ่านไปพวกเขาก็ไม่ได้ทำการสงสัยอะไรมันอีกเลย ต่อให้เกิดเสียงแบบนี้อีกสักสิบๆ ครั้ง พวกเขาก็แค่เดินไปดู จ้องมอง และเดินลาดตะเวนต่อ ถ้าให้พูดในแง่ของความเป็นจริงพวกเขาเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนและเคยอยู่สนามรบควรจะมีลางสังหรที่มากกว่านี้ หรืออีกข้อคือไม่ควรตกใจกับแค่เสียงก้อนหินเล็กๆ ( ขอยกตัวอย่างเกมที่สมจริอย่าง Payday 2 ถ้าเราฆ่ายามและปลอมเสียงเกินกำหนดอีกฝ่ายจะรู้ตัวและเราจะ Game Over ทันที )   3.กระเป๋าเก็บของหรือหลุมดำ? กล้ารับประกันได้เลยว่า 90% ของเกมที่ผู้เล่นสามารถเก็บของใส่กระเป๋าได้ ล้วนทำให้ระบบนี้เหมือนหลุมดำเก็บสิ่งของได้เยอะแบบเวอร์วังมากๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะเห็นการฟาร์มทรัพยากรมากมายของตัวละครที่ไม่มีกระเป๋า และความสามารถในการหยิบอาวุธชนิดต่างๆ ออกมาใช้ได้อย่างมากมายทั้งๆ ที่เราก็เห็นอยู่ว่าตัวละครไม่ได้มีกระเป๋า หรือแบกอาวุธที่ใช้ไว้เลย การทำแบบนี้มันอาจจะไม่สมเหตุสมผลแต่ก็เพื่อเพิ่มอรรถรสและให้ผู้เล่นโฟกัสกับการเล่นเกมในส่วนอื่นๆ ยกเว้นตัวเกมต้องการทำให้ระบบกระเป๋าเป็นแบบเสมือนจริง ก็จะทำให้กระเป๋ามีการบรรจุสิ่งของได้จำกัดตามขนาด เช่น PUBG   4.เก่งทุกช็อต แต่มาแพ้ในฉาก Cutscene ถ้าผู้เล่นมีฝีมือเทพๆ และมีอาวธดีๆ ในเกมก็สามารถเคลียร์ภารกิจในแต่ละด่าน สังหารศัตรูได้แบบชิลๆ เรียกได้ว่าใครก็ไม่สามารถล้มเราได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเสียท่าได้นั่นคือฉากคัตซีน เพราะบางเกมต้องมีพล็อตที่ตัวละครของเราถูกจับหรือถูกลอบทำร้าย แต่ลองคิดดูว่าตลอดเวลาที่เราบังครับตัวละครต่อให้ศัตรูมาเป็นกองทัพแล้วเข้ามาต่อยเรา ยิงเรา ปาระเบิดใส่เรา ล้วนทำอะไรเราได้ไม่มากนัก แต่เรากลับต้องมาเสียท่าให้กับการถูกด้ามปืนทุบสลบเอย โดนต่อยท้องน้อยและจับไปทรมาน บลาๆ เอาเป็นว่าลองคิดตามที่อธิบายไปข้างบนดูแล้วจะเข้าใจ555.   5.อาหารรักษาอาการบาดเจ็บขั้นรุนแรงได้ การสุนโดยหัว โดนแขนขา กระดูกหักหรือกำลังตาย เรื่องเหล่านี้เราไม่ต้องกังวลเลยเพราะสามารถกินแซนวิชหรืออาหารที่ช่วยทำให้ตัวละครในเกมกลับมาเป็นเหมือนเดิมปกติได้แบบ 100% เลย นอกจากแซนวิชเราจะเห็นอาหารต่างๆ มากมายที่กินแล้วทำให้ตัวละครหายจากอาการบาดเจ็บเป็นปลิดทิ้งชนิดที่แบบเหมือนไม่เคยได้รับความเสียหายใดๆ มาก่อนเลย ซึ่งในแง่ความเป็นจริงนั้นถ้าบาดเจ็บในสนามรบหรือในพื้นที่อันตรายกว่าจะหายดีได้ต้องอยู่ในมือหมอเป็นเวลานาน แต่ทางผู้พัฒนาไม่อยากทำให้เกมมันไม่สนุก แต่ก็ไม่อยากตัดระบบการรักษาออกจากเกมของตนจึงต้องหาวิธีต่างๆ ตามที่เราเห็นในโลกเกมาช่วยรักษาตัวละคร.   6.ชุดเกราะน้อยชิ้น เชื่อว่าในข้อนี้หลายๆ คนอาจสังสัยในเรื่องของแฟชั่นชุดเกราะที่บางจุดควรจะมีไว้เพื่อป้องกันตัวแต่มันดันไม่มี ซึ่งในความเป็นจริงชุดเกราะควรจะมีเพื่อปกป้องผู้ใส่จากอาวุธต่างๆ แต่หลายๆ คนจะเห็นว่าในเกมนั้นมีชุดเกราะที่น้อยชิ้นจนไม่รู้จะมีไว้เพื่ออะไร555   7.ตัวละครที่เงียบทั้งเรื่อง เกมส่วนใหญ่นั้นจะมีจุดขายอยู่ที่การเดินเรื่องและเล่าเรื่องที่น่าสนใจ แต่ก็ยังมีอีกหลายเกมที่เลือกให้ตัวละครไม่พูดนั่นถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงเพราะมันอาจจะทำให้การเชื่อมถึงกันระหว่างตัวละครกับผู้เล่นต้องตัดขาดกัน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นถ้าพูดในแง่ความเป็นจริงคนบ้าอะไรจะไม่พูดเลยสักคำงั้นหรือ? แต่อีกข้อที่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้นั่นคือมันมีบางเกมที่ตัวละครไม่พูดแต่ก็ทำให้เราหลงใหลและเล่นจนจบมาแล้วเช่น DOOM และ Half-Life.   8.Eagle Vision สิ่งที่ทำให้ Eagle Vission น่าสนใจนั่นคือผู้เล่นจะสามารถมองเห็นตำแหน่งศัตรู จุดลับ หีบสมบัติหรือสิ่งต่างๆ ที่เกมใส่เข้ามาให้ นอกจากนี้ยังใช้เป็นที่แกะรอยเบาะแสในการทำภารกิจได้อีกด้วย แต่สิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลซึ่งหลายๆ เกมก็ไม่อธิบายนั่นคือ ตัวละครที่เราเล่นเขาไม่ใช้ยอดมนุษย์หรือสัตว์ร้ายที่มีความสามารถเหล่านี้หรือไม่อธิบายว่าได้ความสามารถนี้มาอย่างไร แต่นั่นก็น้อยคนที่จะสงสัยเพราะหลายๆ คนรู้สึกชอบกับ Eagle Vision มากๆ   9.ถังสีแดงระเบิดได้ ถังสีแดงมักจะเป็นสิ่งที่สะดุดตาและโดดเด่นในหลายๆ เกม ซึ่งโดยส่วนใหญ่เกมไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าสามารถยิงมันให้ระเบิด ผู้เล่นก็สามารถรู้ได้โดยอัตโนมัติไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องมีใครสอนก็รู้ได้ แต่สิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลก็คือถ้าศัตรูรู้ว่ามันจะทำอันตรายกับพวกเขา แล้วจะเอามาไว้ในฐานตัวเองทำไม อีกข้อหนึ่งก็คือจริงๆ แล้วน้ำมันเบนซินหรือโพรเพนที่อยู่ภายในถังถ้าโดนยิง มันจะทำได้เพียงรั่วไหลออกมาทางรูกระสุนที่ยิงไปไม่ใช่ระเบิดแบบที่เราเห็นๆ กัน.   10.กองทัพ VS ชายคนหนึ่ง หลายๆ คนมักอยากให้ตัวเราเพียงคนเดียวสามารถสู้กับศัตรูมากมายได้ ซึ่งหลายๆ เกมก็ได้สานฝันเหล่านั้นให้เป็นจริง โดยสามารถใช้เพียงระเบิด ปืน M4A1 ในการถล่มกองทัพศัตรูนับพันได้แบบชิลๆ กลับออกมายังหน้าตาหล่อเท่เหมือนเดิม ซึ่งถ้าพูดในแง่ความเป็นจริงเราลองคิดกันดูว่าต่อให้หาเหตุผลในเรื่องที่ตัวเอกฝึกมาเยอะเลยโหด แต่อย่าลืมว่าศัตรูก็ต้องถูกฝึกมาเช่นกัน ดังนั้นนี่จึงเป็นที่มาของคำว่า " สกิลพระเอกสามารถเนิฟความสามารถศัตรูได้" . Credit : Gamerant
06 Nov 2020
ร้อนๆ หนาวๆ! สื่อต่างประเทศเทสประสิทธิภาพการทำงาน iPhone 12 กับ iPhone 12 Pro แบบจัดเต็ม
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมาสำหรับ “iPhone 12 Series” มือถือสมาร์ทโฟนจากแบรนด์ดังระดับโลก Apple ที่ในรุ่นนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องดีไซน์ครั้งยิ่งใหญ่เลยก็ว่าได้ แถมออกมาหลากหลายรุ่นให้ผู้ที่เป็นแฟนได้เลือกซื้อ เลือกใช้อย่างเหมาะสมก็จะมีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัรประกอบไปด้วย iPhone 12, iPhone 12 mini, iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ซึ่งทั้ง 4 รุ่นความแตกต่างกันอยู่ตรงที่กล้อง, แบตเตอรี่, ดีไซน์ตัวเครื่อง และ วัตถุที่ใช้จะไม่เหมือนกัน แต่ชิปเซ็ตภายในทุกรุ่นเป็น “A14 Bionic” ที่กลายเป็นชิปเซ็ตที่มีขนาดเล็กที่สุดคือ 5 นาโนเมตรเท่านั้น! ความน่าสนใจของ “iPhone 12 Series” ก็เลยอยู่ที่ชิปเซ็ตเพราะทุกรุ่นใช้ตัวเดียวกันทั้งไม่ว่าจะเป็นทั้ง CPU หรือ GPU ที่ทาง Apple ยังออกมาเครมว่ามันมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ยอดเยี่ยมกว่าชิปเซ็ตของฝั่ง Android มากถึง 50% แถมยังประหยัดพลังงานมากกว่า ในทางกลับกันด้านการเล่นเกมอันนี้ก็ต้องยอมรับว่า iPhone ที่เป็นตัวท็อป ๆ มักจะสามารถเล่นเกมต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล ปรับกราฟฟิกได้สูงสุดแทบทุกเกม โดย iPhone 12 Series จะมีรูปแบบการทำงานเป็น Neural Engine 16-Core ผ่านระบบ Machine Learning จุดนี้ละที่ทำให้รุ่นนี้การทำงานเวลาเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุดนั่นเองค่ะ แต่สิ่งที่น่าจับตามองของ “iPhone 12 Series” คือเรื่องแบตเตอรี่เพราะถ้ามอง ๆ แล้วถือว่าให้มาน้อยมากกว่ารุ่นก่อนเป็นอย่างมาก โดยสื่อต่างประเทศอย่าง Phonearena ได้เปิดเผยออกมาว่าจากข้อมูลที่มีการตรวจสอบพบว่า iPhone 12 และ iPhone 12 Pro แบตเตอรี่เท่ากันคือ “2,815 mAh” เอาจริง ๆ มันน้อยมาก ๆ ถ้าเทียบกับฝั่ง Android ที่บางรุ่นทะลุไปถึง 6,000 mAh แล้วถ้าไปเทียบค่าแบตเตอรี่รุ่นก่อนหน้านี้อย่าง iPhone 11 อยู่ที่ “3,110 mAh” และ iPhone 11 Pro อยู่ที่ “3,046 mAh” งานนี้ก็เลยพวกเขาก็เลยขอหยิบนำ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro มาทดสอบในการทำงานรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเล่นเกม หรือ การใช้งานต่าง ๆ ว่าแบตเตอรี่แค่นี้จะอยู่ได้ราว ๆ กี่ชั่วโมงกัน การทดสอบแบตเตอรี่เมื่อนำมาเล่นเกมแบบต่อเนื่อง ทางเว็บไซต์ Phonearena ได้นำเครื่อง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro มาทดสอบในการเล่นเกมแล้วมีการปรับรายละเอียดกราฟฟิกสูงสุด โดยหยิบนำเกม Call of Duty: Mobile และ Minecraft มาใช้ในการเทส ผลที่ได้ก็คือแบตเตอรี่อยู่ได้เพียงแค่ 3 ชั่วโมงเศษ ๆ เท่านั้น ที่สำคัญเมื่อเล่นเกมไปสักระยะรู้สึกได้เลยว่าเครื่องมีความร้อนพอสมควร แล้วจากการเทสก็พบว่าพอเครื่องเริ่มมีความร้อนสูงแบตเตอรี่ก็กินมากขึ้นตามทวีคูณเลยค่ะ แต่ตรงกันข้ามกับ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro ที่สามารถเล่นเกมได้นานมากถึง 6 - 7 ชั่วโมงครึ่ง เรียกว่ามันแตกต่างจากรุ่นก่อนเป็นอย่างมากเลยค่ะ ใครที่คิดอยากจะซื้อ “iPhone 12 Series” เพื่อมาเล่นเกมโดยเฉพาะคงต้องคิดหน้าคิดหลังดี ๆ นะคะ การทดสอบแบตเตอรี่เมื่อนำมาดู YouTube แบบต่อเนื่อง หลังจากที่ทางเว็บไซต์ Phonearena ได้นำเครื่อง iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ได้นำมาทดสอบในการเล่นเกมแล้ว พวกเขาก็เลยตัดสินใจที่จะนำมาทดสอบในส่วนของการเปิดรับชมวีดีโอผ่าน YouTube พบที่ได้ก็คือสามารถรับชมได้ต่อเนื่องยาวนานมากถึง 6 ชั่วโมงกับอีก 38 - 48 นาทีโดยประมาณ ถ้าเปรียบเทียบกับ iPhone 11 และ iPhone 11 Pro ก็มีความใกล้เคียงกันพอสมควรค่ะ ซึ่งถ้ามองแบบเชิงวิเคราะห์ก็ถือว่ายังคงประสิทธิภาพในการทำงานส่วนนี้ได้ดีค่ะ การทดสอบแบตเตอรี่เมื่อนำมาดูเว็บไซต์ต่าง ๆ แบบต่อเนื่อง มาถึงการทดสอบครั้งสุดท้ายของ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro นั้นก็คือการเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ดูข่าวสาร นู่นนี้นั้น ผลการทดสอบทาง Phonearena ได้เปิดเผยว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งถ้าให้ไปเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง iPhone 11 อยู่ที่ราว ๆ 11 ชั่วโมงนิด ๆ กับ iPhone 11 Pro ที่ใช้ระยะเวลา 8 ชั่วโมงกว่า ๆ แบตเตอรี่ถึงจะหมด ก็เรียกว่าประสิทธิภาพในการทำงานส่วนนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้สักเท่าไหร่ค่ะ ถ้าให้เกวลินสรุปเนี่ยจากผลการทดสอบของเว็บไซต์ Phonearena ทำให้เราได้เห็นว่าแม้แบตเตอรี่ของ iPhone 12 กับ iPhone 12 Pro เทียบกับ iPhone 11 กับ iPhone 11 Pro อาจจะไม่ได้แตกต่างกันมา แต่เมื่อนำมาใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะการเล่นเกมที่เห็นได้ชัดเจนว่าแค่เล่นเกมที่กราฟฟิกอาจจะยังไม่สุดอย่าง Call of Duty: Mobile และ Minecraft ก็สามารถสูบแบตเตอรี่ได้มากมายขนาดนี้ เพราะจาก 100% เล่นไปเหลือ 0% ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 3 ชั่วโมง งานนี้คนที่คิดจะนำไปใช้งานตอนสตรีมเกมแบบถ่ายทอดสดก็คงจะต้องคำนวนการใช้งานอย่างเหมาะสมด้วยนะคะเนี่ย เพราะถ้าทำงานจริงตัวเครื่องก็ยังทำงานแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ แบตเตอรี่อาจจะหมดเร็วกว่านี้ก็เป็นได้ค่ะ  อย่างไรก็ตามตอนนี้สื่อไอทีบางเจ้าในบ้านเราตอนนี้ก็มีการจัดเครื่องหิ้วมาเทสกันเพียบเลยค่ะ ส่วนคนที่อยากรู้ว่าเมื่อไหร่ Apple Thailand จะประกาศวันวางจำหน่ายในประเทศไทยสักที เกวลินก็ตอบไม่ได้ค่ะ แต่ที่รู้แน่ชัดก็คือหน้าเว็บไซต์หลักมีการปล่อยข้อมูลออกมาให้เราได้ทราบสเปกเครื่องของ “iPhone 12 Series” ทั้ง 4 รุ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเจ้าแรกที่เปิดตัวก่อนเลยก็คือ “AIS” ที่ออกมาโฆษณาว่าจะเปิดให้สั่งจองในเร็ว ๆ นี้ ใครที่เป็นแฟนมือถือสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้ยังไงก็อดใจรอกันหน่อยนะคะ คาดว่าบ้านเราน่าจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไม่เกินสิ้นปีนี้แน่นอนค่ะ  ก่อนจะจากกันถ้าถามเกวลินว่าควรซื้อ “iPhone 12 Series” รุ่นไหนดี อันนี้อยู่ที่เงินในกระเป๋าของเพื่อน ๆ เลยค่ะ เพราะทุกรุ่นในเรื่องของชิปเซ็ตที่ใช้งานเหมือนกันทุกประการจะแตกต่างก็คือเรื่องกล้อง ยิ่งตัวท็อป ๆ ก็จะมีเลนส์กล้องที่ใช้ในการถ่ายรูป หรือ ถ่ายวีดีโอได้ยอดเยี่ยมมากกว่า ถ้าคุณเป็นสายถ่ายรูป ทำคอนเทนต์แล้วใช้ iPhone ในการทำบล็อกเกอร์มาโดยตลอดเนี่ยก็จัดตัว iPhone 12 Pro หรือ iPhone 12 Pro Max น่าจะเหมาะที่สุดแล้วค่ะ ทั้งนี้เราเองก็ต้องสำรองพวกพาวเวอร์แบงค์สำรองติดตัวไว้ด้วยนะคะ ส่วนเรื่องของราคาก็ต้องมารอลุ้นกันว่าบ้านเราจะขายแต่ละรุ่นอยู่ที่เท่าไหร่กันบ้าง เข้าไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมของ iPhone 12 Series ได้ที่ ( คลิกที่นี่ ) และ ( คลิกที่นี่ ) Source: Phonearena ( เรียบเรียงโดย KaelynVT )
06 Nov 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Keqing
Keqing: DPS, Rank S ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลพ่อค้าใหญ่ (หรือที่รู้จักกันในนามน้องหูแมว) Keqing ถือเป็นตัว 5 ดาวระลอกแรกที่อยู่ในเกม Genshin Impact และเป็น DPS ตัวจี๊ดที่มีความสามารถโดดเด่นในแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำความเสียหายกายภาพไปจนถึงความเสียหายธาตุไฟฟ้า หรือกระทั่งการทำคอมโบธาตุติดๆ กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เธอสามารถปั้นให้เก่งได้หลากหลายแบบ สามารถแบกทีมผ่านเนื้อหาทุกชนิดได้สบายๆ จุดเด่น เป็นตัวละครที่ตีเร็วที่สุดในเกม (ไม่นับการบัฟ) ทำให้ใช้เอฟเฟกต์พิเศษจากอาวุธหลายๆ ชนิดง่ายเพราะเก็บ Stack บัฟเร็ว สกิลทั้งหมดคูลดาวน์เร็วมาก สามารถทำคอมโบธาตุได้อย่างต่อเนื่อง สกิล Elemental Skill สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลายทั้งในการต่อสู้และการสำรวจ สกิล Elemental Skill [E / R2]: Stellar Restoration ขว้างมีดสั้นไฟฟ้าออกไปโจมตีศัตรู โดยเราสามารถกดใช้สกิลอีกครั้งเพื่อวาร์ปไปยังตำแหน่งของมีดและโจมตีศัตรูเป็นธาตุไฟฟ้า หรือสามารถกดปุ่มโจมตีธรรมดาค้างเอาไว้เพื่อสร้างคลื่นดาบออกมาโจมตีตรงตำแหน่งของมีดได้ เป็นสกิลสารพัดประโยชน์ที่สามารถพลิกแพลงใช้ได้หลายสถานการณ์ ช่วยเราได้ทั้งในแง่ของการต่อสู้และการสำรวจเลยทีเดียว ในการต่อสู้นั้น สกิลนี้มีข้อดีหลักๆ ที่คูลดาวน์ค่อนข้างต่ำ แถมด้วยผลพิเศษจากการ Ascension ทำให้เราสามารถเปลีย่นธาตุการโจมตีธรรมดาของตัวละครเป็นธาตุไฟฟ้าได้ด้วยเมื่อใช้ท่าวาร์ปฟัน (กดใช้สกิลซ้ำ) หมายความว่าเราจะสามารถทำคอมโบธาตุได้ง่ายๆ ด้วยเพียงการโจมตีธรรมดา หรือเราสามารถกดโจมตีค้างเพื่อระเบิดคลื่นดาบออกมาแทนได้ ซึ่งทั้งสองรูปแบบมีจุดประสงค์ที่ต่างกัน เราอาจจะเลือกใช้สกิลซ้ำในกรณีที่ต้องการทำคอมโบธาตุต่อเนื่อง หรือกดปล่อยคลื่นดาบแทนเมื่อจำเป็นต้องทำความเสียหายเยอะๆ ในระยะเวลาสั้นๆ โดยเมื่อกดสกิลครั้งแรก เรายังสามารถกดค้างเอาไว้เพื่อเล็งตำแหน่งของมีดสั้นได้ (เหมือนสกิลเรียกหินของตัวเอกดิน) และสามารถใช้โจมตีศัตรูที่อยู่ที่สูงหรือใช้โจมตีจุดอ่อนของศัตรู (เช่นตาของ Ruin Guard) ได้ด้วย ในการสำรวจ เราสามารถกดใช้สกิลค้างเอาไว้เพื่อเล็งตำแหน่งของมีด และกดใช้สกิลซ้ำเพื่อกระโดดไปยังตำแหน่งมีดได้ ซึ่งก็สามารถใช้ในการสำรวจเมื่อเราจำต้องการขึ้นที่สูง หรือต้องการข้ามเหวเป็นต้น Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Starward Sword ระเบิดพลังสายฟ้าออกมารอบตัว ก่อนจะกระโดดฟันศัตรูทุกตัวในรัศมีสกิลอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสกิลไม้ตายที่สมกับเป็นไม้ตายมาก นอกจากจะทำความเสียหายรุนแรงแล้ว สกิลยังมีรัศมีที่กว้างมากๆ และสามารถโจมตีศัตรูที่บินอยู่ได้ด้วย ตราบใดที่มันอยู่ในรัศมีของสกิล ที่สำคัญที่สุดคือสกิลนี้มีความต้องการพลังงาน (Elemental Energy) ในการใช้น้อยมากๆ เมื่อรวมกับความสามารถในการสร้าง Elemental Particle ให้ตัวเองได้อย่างต่อเนื่องของ Keqing ทำให้เราสามารถกดใช้สกิลนี้แทบจะตลอดเวลา แถมเมื่ออัปเกรดตัวละครถึง Ascension Level 4 แล้ว จะทำให้ได้รับอัตราโจมตีติดคริติคอลอีก +15% ทำให้สกิลนี้มีประโยชน์ทวีคูณขึ้นไปอีกด้วย อีกหนึ่งประโยชน์ที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง คือการที่ตัว Keqing จะเป็นอมตะตลอดระยะเวลาที่เธอกระโดดฟันศัตรูอยู่ เราจึงสามารถใช้สกิลนี้เพื่อหลบหลีกการโจมตีของศัตรูหรือบอสบางตัวไปพร้อมกับการทำความเสียหายต่อไปได้ด้วย Ascension Level 1: Thundering Penance เมื่อกดใช้สกิล Stellar Restoration ซ้ำ จะเปลี่ยนการโจมตีธรรมดาทั้งหมดเป็นธาตุไฟฟ้านาน 5 วินาที อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การที่เราสามารถเปลี่ยนการโจมตีธรรมดาของเราให้เป็นความเสียหายธาตุได้ หมายความว่า Keqing จะมีความสามารถในการทำคอมโบธาตุได้บ่อยและต่อเนื่องมาก โดยเฉพาะถ้านำมาคู่กับตัวละครที่สามารถติดสถานะธาตุใส่ศัตรูได้เรื่อยๆ เช่น Xiangling หรือ Xingqiu ได้เป็นอย่างดี Ascension Level 4: Aristocratic Dignity หลังจากที่ใช้สกิล Starward Sword จะทำให้ Keqing ได้รับอัตราคริติคอลและอัตราฟื้นฟูพลังงาน (Energy Recharge) เพิ่มขึ้น +15% เป็นเวลา 8 วินาที การได้อัตราคริเพิ่มขึ้นย่อมเป็นเรื่องดีแน่ๆ อยู่แล้ว แต่ผลที่ได้อัตราฟื้นฟูเพิ่มก็หมายความว่าเราจะใช้สกิลนี้ได้บ่อยขึ้น เรียกว่าสกิลยังคูลดาวน์ไม่เสร็จก็เก็บ Energy เต็มใหม่อีกรอบแล้ว ความสามารถติดตัว: Land's Overseer เมื่อส่ง Keqing ออกไปทำภารกิจ Expedition ในเขตทวีป Liyue จะใช้เวลาน้อยลง 25% เอาจริงๆ ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่ นอกเสียจากว่าจะไม่ได้ใช้ Keqing ในทีมหลัก โบนัสกลุ่มดาว Thundering Might: เมื่อกดใช้สกิล Stellar Restoration ซ้ำเพื่อวาร์ปไปหามีดสั้น Keqing จะสร้างความเสียหายธาตุไฟฟ้าเท่ากับ 50% ของค่า ATK ใส่ศัตรูทั้งในบริเวณจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการวาร์ป Keen Extraction: เมื่อโจมตีธรรมดาใส่ศัตรูที่ติดสถานะไฟฟ้า (Electro) จะมีโอกาส 50% ที่จะได้รับ Elemental Particle (มีคูลดาวน์ 5 วินาที) Foreseen Reformation: เพิ่มเลเวลของสกิล Starward Sword ขึ้น +3 (เต็ม +15) Attunement: เมื่อ Keqing ทำคอมโบธาตุไฟฟ้าได้ จะได้รับ ATK +25% เป็นเวลา 10 วินาที Beckoning Stars: เพิ่มเลเวลของสกิล Stellar Restoration ขึ้น +3 (เต็ม +15) Tenacious Star: ทุกครั้งที่โจมตีธรรมดา ชาร์จโจมตี ใช้สกิล Elemental Skill หรือ Elemental Burst จะทำให้ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุไฟฟ้า +6% เป็นเวลา 8 วินาที โดยบัฟที่ได้จากการโจมตีธรรมดา ชาร์จโจมตี ใช้สกิล Elemental Skill หรือ Elemental Burst จะนับแยกกัน (กล่าวคือสามารถซ้อนกันได้ 4 ครั้ง) วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม ด้วยความเป็นตัว 5 ดาวของเธอ ทำให้ Keqing มีความเก่งในตัวเองมากกว่าตัวละครหลายๆ ตัวอยู่แล้วจากค่าสถานะตั้งต้นที่สูงกว่า แถมยังมีชุดความสามารถที่ยืดหยุ่น คูลดาวน์เร็ว และใช้ง่ายอีกด้วย โดยสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบอีกคือท่าชาร์จโจมตีธรรมดาของ Keqing จะออกเร็วกว่าตัวละครสายดาบมือเดียวทุกตัวในเกม (แต่ก็ใช้ Stamina สูงที่สุดด้วยเช่นกัน) และสามารถปล่อยได้ต่อเนื่องมากๆ ในการออกของสำหรับ Keqing ควรเน้นหนักไปที่การเพิ่มพลังของการโจมตีปกติ เช่นโบนัสจากเซ็ต Gladiator's Finale แบบ 4 ชิ้น เพื่อใช้ประโยชน์จากการโจมตีธรรมดาอันรวดเร็วของเธอ รวมไปถึงการชาร์จโจมตีด้วย เพราะสกิล Stellar Restoration ของเราจะทำให้การโจมตีธรรมดากลายเป็นธาตุสายฟ้าจะได้รับผลเพิ่มพลังโจมตีนี้ด้วย โดยแม้ว่าการใส่เซ็ต Thundering Fury โดยตรงจะได้ผลเพิ่มพลังไม่ต่างกัน แต่การใช้เซ็ตนี้ก็มีข้อเสีย เพราะหากเราไม่ได้บัฟธาตุสายฟ้าจากสกิล Stellar Restoration เมื่อไหร่ก็จะทำให้ความเสียหายลดลงทันที จึงเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียนว่าเซ็ต Gladiator's Finale เป็นเซ็ตที่ทำให้ "เล่นง่าย" ที่สุด สำหรับการจัดทีม Keqing จะสามารถใช้ประโยชน์จากผลลดพลังป้องกันการโจมตีกายภาพของ Reaction Super-conductor ได้เป็นอย่างดี จึงควรมีตัวละครน้ำแข็งมาร่วมทีมซักตัว (ยกเว้น Chongyun เพราะสกิลของเขาจะเปลี่ยนธาตุการโจมตีของเราเป็นน้ำแข็ง ทำให้ไม่ได้รับผลจาก Super-conductor) นอกจากนั้นแล้ว ด้วยความที่ความสามารถต่างๆ ของเธอสามารถติดสถานะธาตุใส่ศัตรูได้บ่อยและต่อเนื่อง เธอจึงควรคอมโบกับตัวละครที่มีความสามารถลักษณะเดียวกันเช่น Xiangling ที่สามารถใช้หมีติดสถานะไฟใส่ศัตรูได้เรื่อยๆ หรือ Xingqiu ที่ทำให้ติดสถานะเปียกน้ำ (Wet) ได้เรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องสลับตัวบ่อย เป็นต้น แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ในส่วนของอาวุธ เอาเข้าจริง Keqing มีอาวุธที่ใช้เข้ามือหลายชิ้น แน่นอนว่าเหล่าอาวุธ 5 ดาวทั้งหลายย่อมน่าใช้อยู่แล้ว แต่ในหมู่อาวุธ 4 ดาวก็ใช้ได้หลายชิ้น ตราบใดที่อาวุธเหล่านั้นมอบค่า Stats ที่จำเป็นเช่น ATK%, Crit Rate, Crit DMG เช่นอาวุธดาบดำ The Black Sword ที่นอกจากจะให้ค่า Crit Rate แล้ว ยังเพิ่มพลังโจมตีธรรมดา และมีผลเพิ่มเลือดให้เราเป็นของแถมด้วย หรือจะใช้ The Flute ที่ทำให้เราระเบิดพลังออกมาสร้างความเสียหายรุนแรงเมื่อโจมตีธรรมดาต่อกัน 5 ครั้ง หรือถ้ายากเน้นพลังโจมตีเพียวๆ (และความเท่) จะไปดาบ Lion's Roar ก็ได้เช่นกัน The Black Sword (4 ดาว): เพิ่มพลังโจมตีจากการโจมตีธรรมดา (รวมการชาร์จโจมตีด้วย) เพิ่มขึ้น +20% และฟื้นฟูพลังชีวิตเท่ากับ 60% ของค่า ATK เมื่อโจมตีติดคริติคอล (มีคูลดาวน์ 5 วินาที) The Flute (4 ดาว): เมื่อโจมตีธรรมดา (รวมทั้งชาร์จโจมตี) จะได้รับบัฟ Harmonics 1 Stack เมื่อเก็บครบ 5 Stack จะปล่อยคลื่นเสียงออกมาโจมตีศัตรูรอบตัว สร้างความเสียหายสูงสุด 200% ของค่า ATK ตัวละคร (บัฟ Harmonics จะติดตัวละครเป็นเวลา 30 วินาที และสามารถเก็บได้ 1 Stack ต่อ 0.5 วินาที) Lion's Roar (4 ดาว): เมื่อโจมตีศัตรูที่ติดสถานะ Electro (ไฟฟ้า) หรือ Pyro (ไฟ) จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นสูงสุด +36% เซ็ต Artifact ที่แนะนำ Gladiator's Finale: (2) เพิ่มค่า ATK +18% (4) ถ้าตัวละครใช้อาวุธ ดาบ / ดาบใหญ่ / หอก จะเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีธรรมดา +35% Thundering Fury: (2) เพิ่มความเสียหายธาตุไฟฟ้า +15% (4) เพิ่มความเสียหายจากปฏิกิริยาธาตุ Super-conduct, Electroshock, Overload +40% และลดคูลดาวน์สกิล Elemental Skill ลง 1 วินาทีทุกครั้งที่ทำปฏิกิริยา (มีคูลดาวน์ 0.8 วินาที) Resolution of the Sojourner: (2) เพิ่มพลังโจมตี +18% (4) เพิ่มอัตราคริติคอลของการชาร์จโจมตี +30%
05 Nov 2020
10 ตัวละครในเกมที่ไม่มีบทพูดสักคำ
ตัวละครในเกมนั้นมีมากมายและส่วนใหญ่จะมีบทพูดของตนเองเพื่อสร้างภาพลักษ์และเอกลักษ์ของแต่ละตัวละครให้น่าจดจำ แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าตัวละครบางตัวในโลกเกมนั้น มัมนีตัวละครที่ไม่มีบทพูดเลยอยู่ด้วย ซึ่งการทำแบบนี้มันมีเหตุผลอะไร? ส่งผลดีต่อเกมนั้นๆ หรือไม่? ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมารู้จักกับ 10 ตัวละครในโลกเกมที่ไม่มีบทพูดเลยสักคำ มาดูกันเลย. 1.Bomberman ( Bomberman ) Bomberman เป็นตัวละครหลักของเฟรนไชส์เกมวางระเบิดในยุคแรกๆ ซึ่งในยุคนั้นเราจะเห็นตัวละครส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีบทพูดกันเพราะผลของข้อจำกัดทางเทคนิคหลายๆ อย่างในยุคสมัยนั้น ในขณะเดียวกันเมื่อระยะเวลาผ่านไปเทคโนโลยีต่างๆ ก็ก้าวหน้าขึ้น ทำให้เราเห็นตัวละครต่างๆ ในเกม Bomberman เริ่มมีการพูดคุยสนทนากัน แต่ทางผู้พัฒนาอย่าง Hudson Soft ก็ยังไม่คิดที่จะใส่บทพูดให้กับตัวละครหลักของพวกเขา ดังนั้นตลอดระยะเวลา 35 ปีของหนึ่งในเฟรนไชส์เกมที่ยาวนานที่สุดตัวละครอย่าง Bomberman ก็ยังคงไม่ถูกใส่บทพูดซึ่งนักวิจารณ์และหลายๆ คนก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะการทำเช่นนี้จะทำให้เกมเกิดความเรียบง่ายเพราะตัวเกมเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของเกมเพลย์ที่สนุก ไม่ใช่การเล่าเรื่องที่ซับซ้อนใดๆ เลย. 2.The Stranger ( Myst ) อีกเหตุผลหนึ่งของการไม่ใส่บทพูดให้กับตัวเอกเพราะต้องการให้ผู้เล่นได้รู้สึกเหมือนเขาเป็นตัวละครในเกมนั้นๆ และจะช่วยให้รู้สึกอินกับเกมมากขึ้น ซึ่งสำหรับเกม Myst นั้นถือว่าเป็นหนี่งในตัวอย่างเกมแรกๆ ที่ใช้ประโยชน์ในการไม่ใส่หน้าตาตัวละครทำให้ผู้เล่นมีอารมณ์ร่วมกับเกมได้เป็นอย่างดี เราไม่ต้องพูดถึงระบบเกมเพลย์เลยเพราะสำหรับ Myst นั้นทำออกมาได้ดีๆ มากๆ และผู้สร้างเกมอย่าง Robyn และ Rand Miller พวกเขาคิดนอกกรอบขนาดที่ว่าสร้างตัวเอกของเกมที่ไม่มีชื่อ ไม่มีบทพูด ซึ่งมันไม่มีใครเขากล้าทำกัน แต่นั้นกลับเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง ดังนั้น The Stranger จะเป็นตัวละครที่ผู้เล่นสามารถจินตนาการได้ด้วยตนเองและยังเข้าถึงอารมณ์เหมือนตัวผู้เล่นเองนั่นแหละ! คือตัวละครหลักในเกม.     3.Serge (Chrono Cross) อีกตัวละครหนึ่งที่ไม่มีบทพูดที่ผู้พัฒนาได้ทำให้ส่วนนี้มีผลกับเรื่องราวและการเล่าเรื่องในเกม โดยปกติในเกมนั้นตัวเอกอย่าง Serge นั้นแทบจะ 90% ของบทบาทของเขานั้นจะไม่มีบทพูดเลยสักคำ ยกเว้นอีก 10%  ที่เขาจะถูก Lynx ศัตรูตัวฉกาจของเขาจะเขามาควบคุมร่างของเขา ในช่วงนั้นแหละที่จู่ๆ เขาจะมีพูดได้ขึ้นมาดื้อๆ ซึ่งนั้นจะเป็นเหมือนสัญญาณเตือนให้ผู้เล่นและสมาชิกในปาร์ตี้รู้ว่าเขาไม่ใช่ Serge แน่แนน การทำแบบนี้ในยุคนั้นบอกเลยว่าเป็นอะไรที่สร้างสรรค์เอามากๆ แถมยังเป็นการช่วยให้นักพัฒนาประหยัดงบประมาณและประหยัดเทคโนโลยีในยุคนั้นอีกด้วย. 4.Sparrow ( Fable II ) Fable ถือว่าเป็นเฟรนไชส์เกมที่หลายๆ คนรู้จักกันในเรื่องของการที่ตัวละครหลักในแต่ละภาคไม่มีบทพูด โดยหนี่งในตัวละครนั้นก็คือ " Sparrow " ในเกม Fable II ซึ่งเขาทำให้หลายๆ คนเห็นว่าตัวละครที่ไม่มีบทพูดก็เท่ได้ ซึ่ง Sparrow ก็ได้พิสูจน์ให้ใครหลายๆ คนเห็นแล้วว่าถึงจะไม่มีบทพูด แต่การกระทำแต่ละอย่างของเขานั้นทำให้ผู้เล่นหลายๆ คนต้องตื่นตาตื่นใจกันมาเยอะแล้ว แต่สำหรับภาค 2 นี้มีเสียงวิจารณ์อีกแง่ที่ว่าการไม่ใส่บทพูดทำให้เขาดูเทียบกับตัวละครในภาคแรกได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก.   5.Claude ( Grand Theft Auto ) Grand Theft Auto III หรือ GTA 3 ได้นำซีรี่ส์ของตนเองไปในทิศทางใหม่และสู่มิติใหม่อย่างชัดเจน โดยหนึ่งในเรื่องที่ทำให้เกิดเสียงถกกันอย่างกว้างขวางนั้นคือการเปลี่ยนให้ตัวละครไม่มีบทพูดและเงียบตลอดทั้งเกม แต่นั้นกลับทำให้เกมออกมาดีแบบที่หลายๆ คนคาดไม่ถึงเพราะ Claude กลายเป็นหนึ่งใน Anti-Hero ที่ดีที่สุดในเฟรนไชส์ GTA เพราะเขามีแฟนคลับเป็นของตัวเองเยอะมากในยุคนั้นทั้งๆ ที่ไม่มีบทพูดสักคำ ซึ่งมันน่าประหลาดใจขนาดที่ว่านักพัฒนายังออกมายอมรับเองเลยว่าพวกเขาจะไม่คาดคิดเลยว่าการที่ Claude นั้นไม่มีบทพูดเรื่องนี้นอกจากจะไม่ขัดการเล่าเรื่องของเกมแล้ว มันยังมีบางฉากที่เรียกเสียงฮาให้กับเหล่าผู้เล่นได้โดยที่เขาไม่ต้องพูดอะไรเลยสักคำ!   6.Gordon Freeman ( Half-Life ) Gordom Freeman เรียกได้ว่าเป็นหนี่งในตัวละครสายบู๊ขวัญใจใครหลายๆ คนในยุค 90 เขาเป็นตัวเอกในซีรีส์ Half-Life ที่ประสบความสำเร็จมากอีกตัวละครหนึ่งของทางค่าย Vale ชายผู้ไล่ตบเอเลี่ยนมากมายและไม่เคยที่จะพูดอะไรเลย ถึงแม้ว่าในช่วงแรกๆ หลายๆ คนจะกังขาในเรื่องของการไม่ใส่บทพูดให้เขาว่าจะมีปัญหากับการเล่าเรื่องหรือไม่? แต่นั้นก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาไม่จำเป็นต้องพูดก็เป็นตำนานได้ ดังนั้นตัวละครอย่างเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีบทพูดก็สามารถเป็นภาพลักษณ์ของเกมได้นั่นเอง. 7.Doom Slayer ( Doom ) ตัวละครสายบู๊มากมายเช่น Duke Nukem มักใช้คำพูดเท่ๆ เพื่อสร้างอิมแพ็คในสถานการณ์ต่างๆ ในเกม แต่นั้นไม่ใช่กับเขาคนนี้ชายผู้ไม่เคยพูดตั้งแต่ปี 1993 และยังไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าภายใต้หมวกของเขา แต่ถึงจะเป็นแบบนี้ก็โคตรจะเท่ เขาคนนั้นคือ " Doom Slayer " ผู้ที่ทำให้ปีศาจรู้ว่าถ้าเจอกันไม่ต้องพูดเยอะมากความ เขาจะไล่ฆ่าอย่างเดียว ซึ่งแนวคิดนี้เกิดจาก Id Software ตัดสินใจที่จะไม่ใส่บทพูดให้เขา การทำเช่นนี้มันยิ่งทำให้เกมดูมีแรงกดดันมากขึ้นเพราะนั่นเน้นย้ำถึงอันตรายรอบตัวที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและทำให้ผู้เล่นโฟกัสกับการเล่นเกมมากขึ้นโดยไม่ถูกทำลายโดยบทสนทนาที่น่าเบื่อใดๆ เลย.   8.Chell ( Portal ) Portal อีกเกมหนึ่งจากค่าย Vale ที่ยังคงเลือกให้ตัวละครอย่าง " Chell " ไม่มีบทพูดซึ่งนั่นก็ถือเป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจที่ดี เพราะความเงียบของเธอนั้นช่วยทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงบรรยากาศที่โดดเดี่ยว เคว้างคว้างได้จริงๆ เพราะนอกจากสถานที่อย่าง Aperture Facility จะถูกทิ้งร้างไม่มีใครอื่นนอกจากผู้เล่นแล้ว ตัวเกมยิ่งทำให้รู้ว่าไม่มีอะไรน่ากลัวกว่าการอยู่คนเดียว และนอกจากนั้นความน่ากลัวนี้ยังไม่ถึงครึ่งของการที่ต้องมาอยู่กับ AI ที่มากวนมาป่วนเราตลอดเวลาอีกบอกเลยว่าผู้เล่นหลายๆ คนต้องหัวร้อนกันมาเยอะแล้ว เรียกได้ว่ากดดันสุดๆ   9.Red ( Pokémon Red & Blue ) Pokémon Red & Blue อีกหนึ่งเกมในยุคก่อนๆ ที่สามารถทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมในการให้ตัวเอกไม่มีบทพูดในการเล่าเรื่องของเขา แต่รู้หรือไม่ว่าด้วยการเล่าเรื่องที่ดีของเกมนี้มันกลับทำให้คนส่วนน้อยที่จะรู้ว่าตัวเอกอย่าง Red ไม่พูดอะไรเลยตลอดทั้งเกมและด้วยเหตุนี้นั่นเอง เมื่อนักพัฒนามีการสร้างเกม Pokémon ภาคหลังๆ จึงเลือกที่จะให้ผู้เล่นเป็นตัวละครเอกของภาคนั้นๆ ด้วยการให้ผู้เล่นสามารถตั้งชื่อตัวละครได้อิสระ และไม่มีบทพูดเหมือนต้นแบบที่ช่วยให้เกมภาคหลังๆ ประสบความสำเร็จอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ 10.Link ( The Legend Of Zelda ) อีกหนึ่งตัวละครตำนานอย่าง " Link " เขาเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ใครหลายๆ คนนั้นรักและจดจำได้เป็นอย่างดี สิ่งที่น่าประทับใจนั้นคือคือเขาสามารถสร้างชื่อเสียงและประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องมีบทพูดอะไรเลย อะไรคือข้อพิสูจน์? หลังจากที่เขาไปแจมเกมอื่นๆ มาเยอะแล้ว และเกมหลักของเขาก็หายไปหลาย 10 ปี เมื่อเขากลับมาในเกมหลักของตัวเองอย่าง The Legend of Zelda : Breath of The Wild ก็ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าตำนานที่ไม่มีวันตาย และการไม่พูดอะไรเลยนั้นก็มีอีกข้อที่สมเหตุสมผลนั่นคือ ในไดอารี่ของเจ้าหญิงแห่งเซลด้าเผยว่า Link เลือกที่จะเงียบเพราะไม่อยากให้คนอื่นต้องมาหนักกับกับภาระที่เขาได้แบกรับไว้นั่นถือเป้นอีหหนึ่งเหตุผลที่ใช้แก้ตัวได้ดีในเรื่องของบทพูดอีกด้วย. Credit : https://gamerant.com/video-game-silent-protagonists-who-dont-speak/      
04 Nov 2020
10 ตัวละครในโลกเกม ที่มีอดีตเรื่องราวอันน่าเศร้า
ตัวละครในโลกของวีดีโอเกมนั้นมีมากมายบางตัวก็น่ารัก บางตัวก็เท่จนโดนใจหลายๆ คนซึ่งแต่ละคนล้วนมีเรื่องราวของตนเอง แต่เชื่อไหมครับว่าในเรื่องราวเหล่านั้นมีเรื่องราวของตัวละครบางตัวที่ภูมิหลังอดีตเต็มไปด้วยความมืดมน หดหู่และน่าเศร้าในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนไปดูเรื่องราวของตัวละครเหล่านั้นกันมาดูกันเลย. 1.John Marston (Red Dead Redemption) John Marston เขาเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่ตอนอายุ 8 ขวบ ซึ่งหลังจากนั้นอีก 3 ปีเขาก็ได้ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งแรก แม้ว่าจะถูกดัทช์และอีกหลายๆ คนเข้ามาเตือนและแนะนำ แต่ทั้งหมดนั่นมันกลับทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางที่มืดมนถลำลึกยิ่งกว่าเดิม และเมื่อถึงเวลาที่ความโชคชะตาแห่งความตายคืบคลานเข้ามาถึงตัวจอห์น เขาก็ยังเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยหวังว่าการตายของเขานั้นจะทำให้ภรรยากับลูกของเขาปลอดภัยและสามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ ถึงแม้ว่าการตายของจอห์นจะน่าเศร้าสำหรับใครหลายๆ คนแล้ว แต่มันยังมีจุดที่น่าเศร้ากว่านั้นอีกเพราะหเมื่อผ่านไป 3 ปีหลังจากที่จอห์นเสียชีวิตภรรยาของเขาก็เสียชีวิตลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ส่วนลูกชายของเขาก็...เดินตามรอยเท้าของผู้เป็นพ่อ! 2.Connor Kenway (Assassin's Creed 3) Connor เขาเคยถูกเหล่าคนจากเทมพลาร์เข้ามาสร้างบาดแผลฝังลึกในจิตใจไว้อย่างรุนแรง ซึ่งตอนนั้นเขามีอายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น โดยในตอนนั้นเขาและคนในหมู่บ้านต้องตื่นขึ้นมาพบกับหมู่บ้านที่กำลังจมอยู่ในเปลวเพลิง ถึงแม้ว่าเขาจะหาแม่เจอในช่วงที่กำลังโกลาหลนั้น แต่แม่ของเขาก็อยู่ในสภาพที่โชกเลือดบาดเจ็บสาหัสและตอนนั้นคอนเนอร์ในวัยเด็กก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากยืนมองผู้เป็นแม่ต้องสิ้นใจตายต่อหน้าต่อตา ซึ่งนั่นกลับไม่ใช่จุดจบของคอนเนอร์โชคชะตายังคงเล่นตลกเพราะมันทำให้เขาเข้าสู่เหตุการณ์ต่างๆ ที่ผู้เล่นจะได้เห็นใน Assassin's Creed 3 จนกระทั่งเขามาพบความจริงที่น่าเจ็บปวดอีกสิ่งนั่นคือ เขาต้องฆ่าพ่อของตัวเอง ทุกคนคิดว่าเขาจะลงมือไหม? ใช่เขาทำมันสำเร็จเขาฆ่าพ่อของตัวเอง โชคชะตาช่างแสนจะเล่นตลกกับคอนเนอร์มากๆ. 3.Kratos (God Of War) อีกหนึ่งตัวละครขวัญใจใครหลายๆ คนแต่รู้กันหรือไม่ว่าเขามีภูมิหลังที่มืดมนเช่นกัน โดยเราจะเห็นว่าร่างกายของ Kratos นั้นเต็มไปด้วยบาดแผลมากมายที่เกิดจากการต่อสู้ แต่บาดแผลที่เจ็บมี่สุดสำหรับเขานั้นจะเป็นส่วนไหนไม่ได้เลยนอกจากบาดแผลภายในจิตใจของเขา มีเหตุการณ์มากมายที่บีบบังคับให้เขาสร้างวีรกรรมมากมายที่แม้แต่ผู้เล่นยังต้องสะเทือนใจตามอย่างการสังหารภรรยาคนแรกและลูกสาวของตัวเอง การที่มารู้ว่าต้องฆ่าต้องของตัวเอง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ล้วนสร้างบาดแผลให้แก่เขา แต่เขาก็ยังพร้อมที่จะแบกรับเรื่องราวทุกอย่างและก้าวเดินไปข้างหน้า จนได้พบพานกับภรรยาคนที่สองในเวลาต่อมา แต่เหมือนทุกอย่างมันไม่ได้ราบรื่นอย่างที่เขาวาดฝันไว้นักเพราะภรรยาของเขามีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็จากไปก่อนเวลาอันควร ทิ้งให้เขาอยู่กับลูกชายหนึ่งคน ซึ่งเราจะรู้กันดีว่าสิ่งที่ขาดไปสำหรับ Kratos นั้นไม่ใช่เรื่องอะไรเลยนอกจาก...ทักษะความเป็นพ่อที่ Atreus ลูกชายของเขาต้องการ แต่ถ้าผู้เล่นได้เล่นและเดินทางไปกับเขาเราจะได้เห็นพัฒนาการของสองพ่อลูกคู่นี้แน่นอน.   4.Aerith Gainsbrough (Final Fantasy VII) หลายๆ เหตุการณ์ในเกม Finai Fantasy VII นั้นชอบใส่เหตุการณ์สะเทือนใจในอดีตให้กับตัวละครต่างๆ ในเกม แต่เหมือนสำหรับ Aerith เธอจะเจอเหตุการณ์แบบนั้นมาหนักกว่าตัวละครอื่นๆ หน่อย โดยเธอนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่ในวัยเด็กอยู่ในการห้องทดลองของดร.โฮโจ ผู้บ้าคลั่งงานทดลองและสติไม่ค่อยจะครบเท่าไหร่นัก และเธอยังต้องมาเฝ้าดูแม่ของเธอเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาอีก ยังไม่หมด! ยังมีอีกโดยหลังจากที่เธอสามารถหลบหนีจากเงื้อมมือของพวกชินระได้ แต่เธอก็ยังถูกตามล่าโดยพวกเติร์ก นอกจากนี้เธอยังต้องรับผิดชอบในการเป็นคนโบราณคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่อีกด้วย และในช่วงสุดท้ายเธอยังต้องมาสละชีวติเพื่อปกป้องโลกใบนี้อีก.   5.Samus Aran (Metroid) Samus เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวหลังจากที่แก๊งค์โจรสลัดอวกาศทำลายอาณานิคมของเธอ ซึ่งตอนนั้นเธอเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งที่ต้องมาเห็นครอบครัว คนรู้จักโดนฆ่าตายและถูกทิ้งให้เหลือตัวคนเดียว แต่ในโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่เพราะ Samus ได้ถูกเอเลี่ยนสปีชีส์ Chozo รับมาเลี้ยงดูและฝึกฝนเธอ โดย Samus ได้สาบานว่าจะล้างแค้นพวกแก๊งค์โจรสลัดอวกาศที่พรากที่สิ่งไปจากเธอ.   6.Marcus Fenix (Gears Of War) สำหรับทหารนั้นเวลาลงไปในเขตพื้นที่สงครามจะต้องทิ้งเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสังหารศัตรูหรือเห็นพันธมิตรถูกสังหาร ซึ่ง Marcus Fenix สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ดีมาก แต่บางครั้งเรื่องบางเรื่องมันก็อยู่ที่ความเป็นมนุษย์ เพราะหลายๆ ครั้งเราจะเห็น Marcus Fenix ยอมเอาชีวิตและหน้าที่ไปเสี่ยงด้วยการขัดขืนคำสั่งเพื่อช่วยเหลือพันธมิตรมานับครั้งไม่ถ้วน แต่นั่นทำให้เขาต้องถูกตัดสินจำคุกถึง 40 ปีในเรือนจำความมั่นคงสูงสุด เราจะกล้าพูดเต็มปากไหมว่าที่เขาทำมันผิด ? และยังมีช่วงที่เขายอมทิ้งทุกอย่าง ยอมที่จะรับโทษเพื่อพยายามที่จะช่วยเหลือพ่อของเขา แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่าการโดนปลดจากตำแหน่งและการจำคุก นั่นคือ...เขาล้มเหลวในการช่วยพ่อของตนเอง.   7.Kaim Argonar (Lost Odyssey) ความเป็นอมตะไม่ใช่เรื่องที่ดีไปเสียทุกอย่างสำหรับ Kaim Argonar นั้นเราสามารถยืนยันได้ว่าเขามีชีวิตอยู่มาเป็นพันๆ ปีและสิ่งที่เขาไม่เคยได้สัมผัสกับมันนั่นคือความตายที่แท้จริงและในเกมผู้เล่นจะรู้ว่าเราต้องใช้เวลาๆ ต่างๆ ในการสำรวจหาความทรงจำที่หายไปของเขาและในแต่ละช่วงจะมีเรื่องสะเทือนใจมากมายค่อยๆ เปิดเผยให้เราได้รู้ เช่น เรื่องการตายของลูกสาวของเขา ทำให้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าการมีชีวิตนิรันด์นั้นเป็นพรหรือคำสาปกันแน่ ในทอนท้ายๆ อาจจะมีผู้เล่นหลายคนตั้งคำถามว่าจริงๆ แล้วความทรงจำของ Kaim นั้นไม่ได้หายไปตามกาลเวลาแต่อาจจะเป็นเขาเองที่ลบมันออกด้วยความเต็มใจ เพื่อให้เขาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากขึ้นต่างหาก.   8.Max Payne (Max Payne) ในตอนที่ผู้เล่นได้พบกับ Max Payne ครั้งแรกจะเห็นว่าเขากำลังคิดฆ่าตัวตายจากเหตุการณ์เสียชีวิตของภรรยาและลูก แต่สิ่งเดียวที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจที่จะมีชิวิตอยู่นั่นก็คือการล้างแค้น เขาได้ใช้ความโกรธมาเป็นพลังและพลังนั่นก็รุนแรงพอที่จะลากเขามาพบกับนรกบนดินและการล้างแค้นกับผู้ที่มีส่วนกับการสูญเสียของเขา   9.Wander (Shadow Of The Colossus) เรื่องราวของ Wander ก่อนเหตุการณ์ในเกม Shodow of the Colossus นั้นเต็มไปด้วยปริศนามากมาย ผู้เล่นจะรู้เพียงแค่เขาต้องเดินทางไปยังดินแดนต้องห้ามเพื่อหาทางชุบชีวิตให้กับคนรักของเขา Mono และด้วยพลังแห่งรักนี้เขาจึงเดินทางไปด้วยความมุ่งมั่น โดยเขาได้ทำสัญญากับเงาลึกลับดอร์มินด้วยการจะต้องไปสังหารยักษ์ทั้ง 16 ตนและแลกกับชีวิตของเขา เขานั้นยินดีที่จะทำมันถึงแม้จะรู้ถึงผลที่จะตามมา เมื่อเขาทำทุกอย่างบรรลุเป้าหมายเขาก็ได้พบเจอกับคนรักของเราที่กลับมามีชิวิตอีกครั้ง ความสุขถึงแม้จะเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ ก็ถือว่าเป็นความสุขเขาได้ทำตามความต้องการสำเร็จ บางครั้ง " ความรักก็ไม่จำเป็นต้องครอบครองเสมอไป " มันคงจะจริงนะครับ. ..   10.Ethan Mars (Heavy Rain) เหตุการณ์ก่อนเรื่มเนื้อเรื่องในเกมนั้น Ethan Mars ก็มีชีวิตปกติสมบูรณ์แบบอย่างคนทั่วๆ ไป เขาแต่งงานมีลูกสองคนและเป้นสถาปนิกที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก บางทีมันอาจจะเพราะเคยมีเหตุการณ์แห่งความสุขมากก่อนนี่แหละมันเลยทำให้เรื่องที่จะเกิดยิ่งดูน่าเศร้าเข้าไปอีก โดยการวันเกิดครบ 10 ปีของลูกชายเขานั้นเขากับลูกชายดันถูกรถชนเสียก่อน เจสันเสียชีวิตทันที ส่วนเขาตกอยู่ในอาการโคม่าเป็นเวลา 6 เดือนเมื่อเขาตื่นมารู้ข่าวผู้เป็นพ่อก็ใจสลาย และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความมืดหม่น เพราะลูกชายคนเล็กชองเขาก็ยังมาถูกฆาตกรโรคจิตลักพาตัวไปอีกคน.   Credit : https://gamerant.com/video-game-heroes-with-sad-backstories/?fbclid=IwAR22wp2ZLatwYS9GrjJBvbjKQjjYmg9bH3UBDPsiblQf-ySfXgmg7WYTW64
04 Nov 2020
Dark Souls ตำนานเนื้อเรื่องบทที่ 14 ป้อมปราการแห่งดินเเดนเทพเจ้า กับดวงจิตอันไม่เที่ยงของมนุษย์
สวัสดีครับ! กระผมยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบสี่ โดยในบทนี้พวกเราจะมาดูกันว่าหลังจาก Bells of Awakening ทั้งสองใบถูกลั่นระฆัง เพื่อให้ประตูของ Sen's Fortress อันเป็นด่านหน้าแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เปิดออก… เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา กระผมก็ขอนำทุกท่านเข้าสู่บทความ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบสี่ “ป้อมปราการแห่งดินเเดนเทพเจ้า กับดวงจิตอันไม่เที่ยงของมนุษย์” ( ภาพประกอบ : ปากทางสู่เมืองหลวง Anor Londo เเห่งเหล่าเทพเจ้า เเต่มันช่างดูมืดมนไร้ซึ่งความหวัง เสียจนเเม้เเต่เเสงสว่าง ก็มิอาจส่องเข้าไปถึงข้างในได้ ) < ลิงค์บทความก่อนหน้า >  บทที่หนึ่ง l บทที่สอง l บทที่สาม l บทที่สี่ บทที่ห้า l บทที่หก l บทที่เจ็ด l บทที่เเปด บทที่เก้า l บทที่สิบ l บทที่สิบเอ็ด l lบทที่สิบสอง บทที่สิบสาม เริ่มบททดสอบ Undead นิรนามลุกพรวดตื่นขึ้นจากการสลบไสล และได้พบว่าตนเองเดินทางมาถึงยัง Firelink Shrine ตั้งเเต่เมื่อไรก็มิอาจทราบได้ เขาจำได้เเต่เพียงความฝันประหลาดว่าตนได้สังหารเหล่าอสูรแห่ง Izalith ไปนับถ้วนอย่างโหดเหี้ยม... แต่ทันก่อนที่เขาจะนึกอะไรออก จู่ ๆ ก็มีเสียงของเจ้าจอมเวทย์น้อย Griggs  และพ่อมดเพลิง Laurentius กล่าวทักทายขึ้น เหล่าคนจรทั้งสองต่างกล่าวว่าเมื่อหลายวันก่อนได้มีเสียงระฆังดังขึ้นมาจากหุบเหวลึกเบื้องล่าง พวกตนจึงสามารถอนุมานได้ทันทีว่านั่นต้องเป็นพระเอกของเราอย่างแน่นอน Undead นิรนามเริ่มออกมองไปรอบ ๆ และสังเกตเห็นว่า Bonfire ที่เคยสุกสว่างโชติอยู่ตลอดเวลา บัดนี้กลับดับสนิทลงอย่างน่าประหลาดใจ เจ้า Griggs จึงได้เล่าว่าหลังจากเสียงระฆังใบที่สองเริ่มดังขึ้น บนโลกเบื้องบนก็ได้เกิดเรื่องปั่นป่วนต่าง ๆ นา ๆ ขึ้นมากมาย โดยเรื่องแรกก็คือเจ้า Lautrec ที่จู่ ๆ มันก็ดันลงมือฆ่าแม่นาง Anastacia และเก็บเอาดวงจิตเเห่ง Fire Keeper ติดตัวมุ่งหน้าเข้าไปยัง Sen's Fortress เหลือทิ้งเอาไว้แต่เครื่องรางปริศนาอย่าง Black Eye Orb ซึ่งไม่มีใครทราบได้ว่ามันใช้ทำอะไรกันเเน่ ( ภาพประกอบ : Bonfire ภายใน Firelink Shrine ที่ดับลง ) ( ภาพประกอบ : Black eyes orbs เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับเควสของเจ้า Lautrec   ) เมื่อได้ยินเช่นนั้น Undead นิรนามก็แทบไม่อยากจะเชื่อหู เขากล่าวโต้เถียงหัวชนฝากับสองพ่อมดอยู่นานจนไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้อีก จึงได้หันไปพูดคุยเจ้า Crestfallen Warrior ชายผู้ซึ่งเคยปรามาสเขาไว้ในอดีตว่าไม่มีทางลั่นระฆัง Bells of Awakening ทั้งสองใบได้อย่างเเน่นอน เจ้า Crestfallen Warrior เริ่มกล่าวโทษว่าคนที่ทำให้ผืนปฐพีลุกเป็นไฟก็คือ Undead นิรนาม (พูดด้วยความอิจฉา) การลั่นระฆังได้ทำให้มี Undead มากมายเดินผ่านที่แห่งนี้เป็นพัลวันจนวุ่นวาย และไหนจะปีศาจคอยาวซึ่งส่งกลิ่นอายความเหม็นโชยออกมาโบสถ์ร้าง จนผู้คนแทบจะใช้ชีวิตอยู่ไม่ได้ ( ภาพประกอบ : โฉมหน้า Primordial Serpent ที่ชื่อว่า Frampt ซึ่งเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของเทพเจ้า Gwyn คอยทำหน้าที่เป่าหู Undead ให้ทำตามคำทำนาย ) Undead นิรนามรู้สะกิดใจกับคำว่า “ปีศาจคอยาว” เขาจึงลุกขึ้นเดินไปดูให้เห็นกับตาตนเอง และก็ได้พบกับสัตว์ประหลาดรูปร่างผิดธรรมชาติ ผิวสีดำของมันดูแข็งหยาบกระด้างราวกับหนังควาย หัวและคอมีรูปร่างดูคล้ายกับค้อนปอนด์ที่สามารถโยกเยกไปมาได้อย่างผิดรูป ริมฝีปากอันไร้ซึ่งหนังปกคลุมได้เผยให้เห็นแถวฟันบนและล่างอันน่าเกลียดที่ส่งเสียงคบเคี้ยวกันไปมาอยู่ตลอดเวลา… เเต่ถึงรูปร่างจะไม่ได้ดูน่าพิสมัย เจ้าประหลาดก็แนะนำตัวเองอย่างสุภาพ มันบอกว่าตนเองคือเผ่าพันธุ์งูดึกดำบรรพ์ Primordial Serpent ซึ่งมันมีชื่อว่า Frampt ข้ารับใช้คนสนิทของเทพเจ้า Gwyn Frampt เริ่มเอ่ยถามพระเอกของเราว่าเขาเป็นคนที่ลั่นระฆัง Bells of Awakening ทั้งสองใบหรือไม่ ซึ่งเมื่อพระเอกตอบว่าใช่ ท่าทีของมันก็ดูเหนื่อยหน่ายราวกับว่าได้ยินคำตอบนี้มาแล้วนับไม่ถ้วน Frampt ได้แนะนำให้ Undead นิรนามเดินทางต่อไปยัง Sen's Fortress เพื่อเข้ารับการทดสอบขั้นต่อไป เหมือนกับคนอื่นๆก่อนหน้านี้… ( ภาพประกอบ : ภาพ Concept Art ของ Sen's Fortress ที่พบใน Anor Londo ) หลังได้ยินเช่นนั้น Undead นิรนามตกใจอย่างมาก! เพราะถ้าหากว่า Frampt พูดจริง ก็แสดงว่าตอนนี้เขากำลังถูกคนอื่นช่วงชิงผลงานอันยากลำบากไปต่อหน้าต่อตา พระเอกของเรารีบตระเตรียมเสบียงและข้าวของจำเป็นทันทีเพื่อออกเดินทาง เเต่ก่อนจะจากไปเขาได้บอกกับเจ้า Laurentius ว่าตนได้พบแม่มดเพลิงคนหนึ่งที่ยังคงอาศัยอยู่ใน Blighttown ซึ่งนางอาจจะเป็นคนที่เจ้าพ่อมดเพลิงกำลังตามหาอยู่ก็ได้ เมื่อร่ำลากันเสร็จ Undead นิรนามก็ออกเดินทางต่อไป โดยไม่ลืมที่จะพก Black Eye Orb ติดตัวมาด้วย เพราะว่าเขาต้องการใช้เจ้าสิ่งนี้เค้นเอาความจริงจากปากของสหายร่วมรบให้ได้ ว่าเหตุใดกันถึงได้ลงมือฆ่า Fire Keeper Anastacia อย่างโหดเหี้ยม ( ภาพประกอบ : ภายในเกมถ้าหากผู่เล่นฆ่าเจ้า Lautrec ก่อนลั่นระฆัง Bells of Awakening เเล้วละก็ Anastacia ก็จะไม่ถูกฆ่า… เเต่ก็จะอดได้ชุดเกราะของมันตามไปด้วย ) พระเอกของเราขึ้นลิฟต์ต่อไปยังโบสถ์ร้างภายใน Undead Burg ซึ่งเป็นทางผ่านอันนำไปสู่ Sen's Fortress และเเน่นอนเขาไม่ลืมที่จะไปเยี่ยมเยือนเเม่นักบวชสาว Rhea เเต่ทว่าก็หานางไม่เจอเเม้เเต่เงา พบเพียงข้าวของที่ตกหล่นกระจัดกระจาย ราวกับว่ามีการต่อสู้ในโบสถ์เเห่งนี้ก็ไม่ปาน Undead นิรนามรู้สึกร้อนรุ่มเป็นอย่างมาก เนื่องจากกังวลว่านางอาจจะโดนเจ้า Lautrec สังหารไปอีกคน… เขาจึงรีบเดินทางผ่านบานประตูหน้ายักษ์ที่ครั้งหนึ่งเคยปิดตาย และได้พบกับทหารยาม Man Serpent ซึ่งมีหัวเป็นงูแต่ร่างกายเป็นมนุษย์ คอยยืนรับน้อง(ดักตี)เหล่าผู้กล้าทั้งหลายที่อาจหาญเข้ามาภายใน Sen's Fortress ( ภาพประกอบด้านซ้าย : เหล่า Man Serpent เป็นลูกสะมุนโดยตรงของมังกรไร้เกร็ด Seath  ) ( ภาพประกอบด้านขวา : Man Serpent บางประเภทได้รับการเรียนรู้พลังสายฟ้าทั้งๆที่เป็นธาตุเเพ้ทางของเผ่าพันธุ์มังกร )   ปากทางสู่แดนสวรรค์ ในครั้งอดีต เมืองหลวง Anor Londo เคยเป็นสถานที่อันรุ่งโรจน์ และยิ่งใหญ่น่าเกรงขามเหล่าอัศวินชั้นสูง Silver Knight จะออกตรวจตราตามป้อมปราการหลายแห่งทั่วดินแดน Lordran เพื่อโอ้อวดแสนยานุภาพของเทพเจ้าสูงสุดอย่าง Gwyn ต่อบรรดาแขกเหรื่อมากมายที่หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาเยี่ยมเยือน… ทว่าในปัจจุบันก็อย่างที่เรารู้ ๆ กัน เรื่องราวทั้งหมดนี้ได้กลายเป็นเพียงแค่เรื่องเล่ารอบกองไฟ เหล่า Silver Knight ต่างพากันถอยร่นกลับเข้าไปในเมืองเหลวง Anor Londo และสร้างหุ่นไม้อัศวินขึ้นมาใช้ตบตาใครก็ตามที่คิดจะบุกยึดดินแดนเเห่งเทพเจ้า ซึ่งแน่นอนว่านานวันเข้าเล่ห์กลง่าย ๆ เเบบนี้ ก็พลอยเสื่อมถอยตามก้อนอิฐเเละปูนของป้อมปราการทั่วดินเเดน Lordran ภายในช่วงเวลาเเห่งการเสื่อมถอย เหล่าเทพเจ้าเเห่ง Anor Londo จำเป็นต้องจัดสรรกำลังพลให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดยหนึ่งในนั้นก็คือการเปลี่ยน Sen's Fortress ให้กลายเป็นลานกับดักมรณะ เพื่อใช้ทดสอบเหล่าแมงเมาที่หลงใหลคลั่งไคล้ต่อคำทำนายเเห่ง The First Flame ( ภาพประกอบ : ชุดเกราะหรูหราของ Silver Knight ได้ถูกนำมาสวมให้กับหุ่นไม้มากมายอย่างเสียของ ซึ่งเเสดงให้เห็นกลาย ๆ ว่าจำนวนทหารมันมีน้อยกว่าชุดเกราะมาก ๆ ) นิยามทั่วไปของป้อมปราการ ก็คือสถานที่อันแข็งแกร่งและยากต่อการบุกทะลวงโจมตี แต่โครงสร้างภายใน Sen's Fortress ไม่ถูกสร้างให้เป็นกำแพงชั้นหินปิดตายแต่อย่างใด ทว่ากำแพงของสถานที่แห่งนี้ กลับไม่ได้ยากเกินกว่าความพยายามของมนุษย์ที่จะปีนป่ายฝ่าเข้าไป เเละในอดีตก็เคยมีผู้คนมากมายบุกทะลวงเข้าไปใน Sen's Fortress มาเเล้วหลายครั้ง ด้วยคิดว่าการลั่นระฆัง Bells of Awakening ก็เป็นเพียงพิธีกรรมปาหี่… ซึ่งเเน่นอนถ้าหากว่ามันสำเร็จจริง ป่านนี้ Undead นิรนามก็คงไม่ถ่อมาถึงที่นี้ด้วยตัวเอง เหล่าผู้ทะนงตนทั้งหลาย ต้องพบเจอกับโครงสร้างภายในป้อมปราการอันวกวนไปมา เเละต้องคอยระแวงการถูกสุ่มโจมตีอยู่ตลอดเวลาจากทั่วทุกหัวมุมทางเดิน นี่ยังไม่นับรวมไปถึงกับดักอีกมากมาย อย่างเช่นกลไกแป้นเหยียบที่จะยิงลูกดอกอาบยาพิษออกมา, ใบขวานยักษ์ขนาดมหึมาที่จะเหวี่ยงใส่ทุกคนที่พยายามข้ามสะพานไปอีกฟาก, พื้นโคลนเหนี่ยวหนืดซึ่งจะจับเหล่าผู้คนที่ตกลงมาเบื้องล่าง ให้ถูกพวกอสูรเพชฌฆาต Titanite Demon บดขยี้ สรุปง่าย ๆ Sen's Fortress ไม่ได้ถูกสร้างเพื่อป้องกันคนบุกรุกเข้ามา เเต่ถูกสร้างเพื่อกักขังคนเอาไว้ข้างในต่างหาก! ( ภาพประกอบ : บรรยากาศภายใน  Sen's Fortress ชั้นล่าง ) ( ภาพประกอบ :  ลิฟต์ที่จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อถูกคนจากชั้นบนหย่อนลงมาให้เพียงเท่านั้น  ) เมื่ออ่านมาถึงจุดนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะพอเข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดกันจึงต้องมีคำนายให้ Undead ไปลั่นระฆัง Bells of Awakening ทั้งสองใบเสียก่อน เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติหลาย ๆ ประการ ให้มั่นใจว่าผู้ถูกเลือกจะสานต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่ เเละเลือกที่จะต่อชีวิตให้กับ The First Flame ( ยอมเป็นเบี้ยบนกระดานให้เเก่เทพเจ้า ) ( ภาพประกอบ : บรรดาสิ่งต่าง ๆ ที่ Undead นิรนามเคยเผชิญ ต่างหล่อหลอมทำให้เขากลายเป็นคนที่เเข็งเเกร่ง ) Undead นิรนามคือบุคคลที่เข้าใกล้คำว่าผู้ถูกเลือกมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดังนั้นกับดักพื้น ๆ ภายใน Sen's Fortress จึงมิอาจทำอันตรายเขาได้เลย... เเต่เเน่นอนว่าเหล่าเทพเจ้าเเห่ง Anor Londo (เเละผู้พัฒนาเกม) ก็ได้คาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้เเล้วเช่นกัน พวกเขาจึงได้มอบบททดสอบใหม่ ๆ ให้เเก่พระเอกของเราได้เรียนรู้ ราวกับต้องการจะบอกว่าอย่าทำตัวเป็นน้ำที่เต็มแก้ว ( ภาพประกอบ : กลไกลูกหินยักษ์ที่จะกลิ้งลงมาทับเหล่า Undead ที่ดื้อด้าน ) ( ภาพประกอบด้านซ้าย : อสูร Mimic ที่จะปลอมตัวเป็นหีบสมบัติสามารถสังหารผู้เล่นได้ง่ายๆ หากไม่ระวังตัว ) ( ภาพประกอบด้านขวา : Lloyd's Talisman เป็น Item สำหรับ PVP เเต่สามารถใช้กับ Mimic เพื่อทำให้มันหลับเเละขโมยของที่อยู่ในปากของมันได้ ) หลังงมหาทางขึ้นอยู่นาน ในที่สุด Undead นิรนามก็เดินทางขึ้นมาถึงยังชั้นดาดฟ้าของ Sen's Fortress จนได้ เเละเขาก็ได้พบคำตอบว่าสิ่งใดกันเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่เคย Undead เคยผ่านสถานที่เเห่งนี้ไปได้… ร่างกายของมันทำจากเหล็กกล้าทั่วทั้งตัว ขนาดตัวอันใหญ่โตมโหฬารราวกับยักษาช่างดูขัดเเย้งกับส่วนหัวที่เล็กผิดปกติอย่างไม่น่าเชื่อ บริเวณกลางลำตัวมีรูโหว่กลวงโบ๋สีดำทมิฬอันเกิดจากกระบวนการถ่ายเทพลังวิญญาณจากซากกระดูกของมังกรนิรันดรเข้าไปสิงสู่ในสิ่งไม่มีชีวิต... จนบังเกิดเป็นยักษ์เหล็ก Iron Golem นายทวารเเละปาการด่านสุดท้ายเเห่ง Sen's Fortress ( ภาพประกอบ : โฉมหน้าของ Iron Golem ผู้เคยสังหารความฝันของเหล่าผู้กล้ามาเเล้วมากมาย ) เจ้า Iron Golem มิใช่สิ่งเดียวที่คอยทำหน้าที่ปกป้องดาดฟ้าเเห่งนี้ เเต่ยังมีพวกบรรดาเผ่าพันธุ์ยักษาอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจทดสอบเหล่า Undead ไปชั่วนิรันดร์ เนื่องจากพวกยักษาสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวหลายพันปี เเละมีนิสัยยึดถือสัจจะเป็นที่สุด พวกมันจึงทำตามคำมั่นสัญญาที่เคยกล่าวไว้กับเหล่าเทพเจ้าเรื่อยมาโดยไม่ปริปากบ่น... (ช่างน่าสงสาร) อุปสรรคต่อไปเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ นั่นก็คือเหล่าอัศวินแห่ง Balder, และ Berenike ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในพวกที่ทะนงตนจนละเลย Bells of Aweakening เเละบุกเข้าโจมตี Sen's Fortress เเต่ก็ทำไม่สำเร็จ โดยบัดนี้พวกมันได้กลับกลายเป็น Hollow ไร้สติสตางค์เที่ยวออกเดินมาตามดาดฟ้า เเละเข้าจู่โจม Undead ทุกคนประหนึ่งกับว่าต้องการจะให้ล้มเหลวเหมือนกับมัน ( ภาพประกอบ : Concept Art ของพวกยักษาใน Sen's Fortress  ) Undead นิรนามแลเห็นแล้วว่าพื้นที่บนดาดฟ้ามันก็ไม่ต่างอะไรกับทุ่งสังหารดี ๆ นี่เอง เขาจึงถอดชุดเกราะอันหนักอึ้งทิ้งเสีย เเละเปลี่ยนไปใส่ชุดเบา ๆ ที่เน้นความคล่องแคล่วในการวิ่งหลบหลีกลูกระเบิดที่พวกยักษาปามา กับเพื่อสลัดฝูงอัศวิน Hollow ที่หมายตามมาจะเอาชีวิตเขา Undead นิรนามวิ่งหนีจนขึ้นมาถึงสะพานสามเเยกแคบ ๆ โดยด้านซ้ายเป็นทางขาดซึ่งจะนำไปสู่หอคอยโดดเดี่ยวอันดูไม่น่ามีอะไร ส่วนด้านขวาจะนำไปสู่ทางขึ้นสู่ชั้นถัดไป ทว่าโชคร้ายเพราะทางขึ้นได้ถูกสะเก็ดเพลิงจากระเบิดเผาไหม้จนไปต่อไม่ได้เเล้ว พระเอกของเราจึงตัดสินใจว่าจะวิ่งกลับทางเดิมเพื่อไปตั้งหลักใหม่เสียก่อน... แต่ก็เหมือนหนีเสื้อปะจระเข้เพราะพวกอัศวิน Hollow ที่เขาเคยละเลยไม่ยอมสังหาร ต่างวิ่งไล่ตามมาจนกลับทางเดิมไม่ได้อีกแล้ว ( ภาพประกอบ : หนึ่งในอัศวินเเห่ง Berenike ที่กลายเป็น Hollow ) เเต่ท่ามกลางช่วงเวลามืดเเปดด้าน จู่ ๆ ก็ได้มีเสียงตะโกนปริศนาดังมาจากทางหอคอยโดดเดี่ยวด้านซ้าย Undead นิรนามมองเห็นนับรบคนหนึ่งกำลังโบกมือเรียกเขาอยู่ตรงนั้น โดยไม่ต้องคิดมากพระเอกของเราตัดสินใจวิ่งตรงปรี่ไปทางหอคอยโดดเดี่ยวทันที โดยที่มีเหล่าอัศวิน Hollow มากมายไล่ตามหลังมาติด ๆ ...แต่ทว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาคิดเล็กคิดน้อยอีกแล้ว เขาเดิมพันชีวิตทั้งหมดเพื่อกระโดดข้ามสะพานที่ดูจะไกลเกินเอื้อมเเบบหมาจนตรอก ( ภาพประกอบ : หอคอยโดดเดี่ยวทางด้านซ้าย  ) เหมือนฟ้าดลบันดาล! ในจังหวะที่พระเอกของเรากำลังส่งแรงผ่านปลายเท้าพอดี ลูกระเบิดเพลิงก็ดันลงมาตกอยู่ข้างหลังเขาพอดิบพอดี เเละสร้างแรงผลักส่งตัวเขาลอยข้ามไปยังฝากหนึ่งได้อย่างปาฏิหาริย์ ทิ้งให้พวกอัศวิน Hollow ที่ตามมาจมหายกลายเป็นขี้เทาในกองเพลิง เจ้าของเสียงปริศนารีบลากคอ Undead นิรนามที่กำลังหน้าคลุกดินเข้ามาหลบข้างในหอคอยโดดเดี่ยวอย่างรวดเร็ว เจ้าบุรุษปริศนาคนนั้นได้เเต่งกายคล้ายกับพวกนักรบจากนคร Berenike เเต่มันก็ไม่ยอมบอกชื่อเสียงเรียงนามที่เเท้จริงของตน(หรืออาจจะเป็นเพราะหลงลืมไปเเล้วเนื่องจากกำลังกลายเป็น Hollow ) ( ภาพประกอบ : Crestfallen Merchant ชายผู้คงสติได้ด้วยการปอกลอกคนตาย เเละยึดติดกับความโภคภายในจิตใจ  ) ยังไม่ทันที่เเผลไฟไหม้จะหายดี เจ้าอัศวินปริศนาก็เอ่ยปากบอกกับ Undead นิรนาม ว่าถ้าหากเขากำลังจะกลายเป็น Hollow ตัวมันก็ขอให้เขาทิ้งสัมภาระและชุดเกราะทั้งหมดเอาไว้ที่นี่ เพราะถ้าหากตายไปยังไงก็คงไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรอยู่ดี Undead นิรนามเข้าใจถึงจุดประสงค์ที่เเท้จริงของไอ้หมอนี่ทันที เขาจึงไม่ตอบคำถาม… เมื่อได้เเต่เพียงความเงียบย้อนกลับมาเจ้าอัศวินก็วีดเเตก เเละงัดคำพูดบั่นทอนจิตใจเพื่อพยายามให้พระเอกของเราหมดสิ้นศรัทธาต่อคำทำนายให้ได้เหมือนกับตน ด้วยการยกตัวอย่างเหล่าคนบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายในอดีต อย่างเช่นราชันนักรบ Rendal ผู้เลื่องลือก็ยังยอมเเพ้, จอมทัพอัศวินเหล็กทมิฬ Tarkus ก็หายตัวสาบสูญไร้ร่องรอย, มหาจอมเวทย์ชื่อดัง Big Hat Logan ก็ยังถูกจับคุมขังอยู่ในคุก… เหล่าบรรดาบุคคลในตำนานมากมาย ต่างเคยพยายามฝ่าฟันมานานนมเป็น 100 ปีแต่ก็หาได้มีใครเคยทำสำเร็จไม่! ( ภาพประกอบ : ภายในเกมกุญเเจที่ใช้ช่วย Big Hat Logan นั่น อยู่ไม่ไกลจากหอคอยโดดเดี่ยวทางด้านซ้ายมากนัก ) Undead นิรนามรู้สึกสะดุดหูเข้ากับชื่อ Big Hat Logan เป็นอย่างมาก คุ้น ๆ ว่าเคยได้ยินเจ้าพ่อมดน้อย Griggs เอยถึงผ่าน ๆ เขาจึงได้ลองสอบถามถึงสถานที่คุมขังดังกล่าว และได้ความว่า Big Hat Logan ถูกซุกซ่อนเอาไว้ใต้กำแพงหินลับ ซึ่งจะต้องประยุกต์พลิกแพลงกับดักลูกหินใน Sen's Fortress เพื่อทำลายกำแพงเข้าไป หลังได้ยินเช่นนั้น Undead นิรนามกล่าวขอบคุณเจ้าพ่อค้าความตาย แต่กลับได้รับเพียงเสียงสาปแช่งว่าขอให้เขาถูกถลกหนังทั้งเป็น… พระเอกของเราเริ่มออกสำรวจตามหาคุกลับภายใน Sen's Fortress เเละสามารถช่วยจอมเวทย์ Big Hat Logan ออกมาได้อย่างปลอดภัย ( ภาพประกอบ : Big Hat Logan หนึ่งในจอมเวทย์ที่ปราดเปรื่องที่สุดในประวัติศาสตร์ ) เจ้าจอมเวทย์กล่าวขอบคุณพระเอกของเราอย่างยกใหญ่ แล้วจึงเล่าว่าตนเองเป็นหนึ่งในพวกที่พยายามบุกเข้าไปในเมืองหลวง Anor Londo แต่ก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งเมื่อหลายวันก่อนเขาได้เห็นพวก Man Serpent จับกุมนักบวชหญิงนางหนึ่ง เเละส่งตัวเข้าไปในเมืองหลวงผ่านเส้นทางลับ เเละด้วยความอับจนหนทางเขาก็เลยคิดโง่ ๆ ลองยอมให้พวก Man Serpent จับกุม เพื่อหวังจะได้ตั๋วฟรี...เเต่ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นอย่างที่เห็น Undead นิรนามรู้ได้ทันทีว่านักบวชสาวที่ว่าจะต้องเป็น Rhea อย่างแน่นอน ซึ่งมันยิ่งทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจมากขึ้นไปอีก เพราะว่านางอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตรายก็ได้ Undead นิรนามแนะนำให้ Big Hat Logan กลับไปตั้งหลักใน Firelink Shrine เสียก่อน เพราะว่าเจ้าลูกศิษย์ของเขา Griggs กำลังร้อนใจตามหาอยู่ ทว่าก่อนที่จะแยกย้าย พระเอกของเราก็ได้ลองถาม Big Hat Logan ถึงคำแนะนำในการผ่าน Sen's Fortress แต่เจ้าจอมเวทย์กลับส่ายหัวเบา ๆ พร้อมกล่าวว่าถ้าหาก Undead นิรนามสามารถฝ่าฟันมาถึงจุดนี้ได้ ก็แสดงว่าฝีมือได้ก้าวข้ามตนเองไปแล้ว ตัวจึงมิอาจมีสิ่งใดแนะนำได้อีก...นอกเสียจากเวทมนตร์เล็กน้อย ๆ ซึ่งจะให้สั่งสอนกันตอนนี้เลยก็คงไม่เหมาะนัก ( ภาพประกอบ : Big Hat Logan เป็น NPC คนสำคัญสำหรับผู้เล่นสาย Sorcery เขาขายทั้ง White Dragon Breath, White Dragon Breath, เเละ Great Heavy Soul Arrow ) Undead รีบกลับขึ้นไปยังดาดฟ้าเเดนสังหารอีกครั้ง แต่คร่านี้เขาพกเอาความห่วงใยที่มีต่อนักบวชสาว Rhea ติดตัวมาด้วย...ซึ่งไม่ว่าจะเป็นยักษ์ใหญ่จอมปาลูกระเบิด หรือพวกอัศวิน Hollow ก็มิอาจหยุดชายคนนี้ได้อีกต่อไป เหลือเเต่เพียงปราการด่านสุดท้ายอย่าง Iron Golem นายทวารผู้พิทักษ์แห่ง Anor Londo ( ภาพประกอบ : ท่าผ่าอากาศของ Iron Golem ที่จะใช้โจมตีในระยะไกล ) Undead นิรนามพยายามออกสำรวจพื้นรอบ ๆ Sen's Fortress ทุกตารางนิ้วเผื่อว่าจะเจออะไรดี ๆ กับเขาบ้าง จนกระทั่งบังเอิญไปได้ยินเสียงคล้ายกับเหล็กปะทะกัน ดังสนั่นมาจากหาหอคอยทางด้านขวาของป้อมปราการ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น พระเอกของเราจึงได้ลองตามไปดูที่มาของเสียง เเละได้พบกับอัศวิน Undead สองตนกำลังเหวี่ยงดาบเข้าฟาดฟันใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตามวิสัยปกติเเล้ว พวก Hollow จะไม่หันดาบเข้าฆ่าฟันกันเอง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าหนึ่งในสองอัศวินจะต้องมีใครสักที่ยังไม่กลายเป็น Hollow... พระเอกของเราจึงทดลองเอ่ยเสียงเรียกร้องความจนใจ เเละปรากฏว่าเจ้าอัศวินคนหนึ่งซึ่งมีท่าทางคล่องเเคล่ว กลับวิ่งตรงปรี่เข้ามาหมายจะทำลายตัวเขา อันกลายเป็นเปิดช่องโหว่ให้อัศวินอีกคน ใช้ดาบยาวแทงทะลุหน้าอกคู่กรณีจนสิ้นชีวิต เจ้าบุคคลที่เพิ่งจะตายไปครู่นี้ก็คือเจ้าชาย Ricard แห่งนคร Astora ซึ่งกลายเป็น Hollow ไปเเล้ว ส่วนอัศวินอีกคนมีนามว่า Tarkus นักรบเหล็กทมิฬแห่งนคร Berenike... โดยบุคคลทั้งสองต่างเป็นผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรที่เเพ้พ่ายต่อป้อมปราการ Sen's Fortress ( ภาพประกอบด้านซ้าย : ชุดเกราะของเจ้าชาย Ricard แห่งนคร Astora จะมีความคล้ายกับ Oscar เเห่ง Astor เป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนเเผนระหว่างพัฒนาตัวเกมอย่างฉับพลัน ) ( ภาพประกอบด้านขวา : Concept Art ของ  Tarkus ) แม้ว่าการต่อสู้จะจบลงแล้วก็ตาม แต่เจ้า Tarkus ก็ยังคงยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอะไรเลยราวกับเป็นหุ่นไล่กา ซึ่งไม่รู้เป็นเพราะนิสัยขี้อายส่วนตัวหรือว่ามันกำลังจะกลายเป็น Hollow กันแน่... พระเอกของเราจึงลองใช้ภาษามือสื่อสารแล้วชี้ไปทางเจ้า Iron Golem ด้วยหวังให้เจ้าอัศวินคนนี้ยอมตกลงปลงใจช่วยเขาต่อสู้กับมัน ซึ้งเจ้า Tarkus ไม่ได้เปล่งเสียงอะไรออกมา ทำเเต่เพียงแค่พยักหน้าเพื่อสื่อสารว่าตามนั้น ทั้งสองใช้เวลาวางแผนการอยู่นานนมเกินความจำเป็น เพราะว่าเจ้า Tarkus มันไม่ยอมพูดอะไรเลย เอาแต่ผงกหัวรับทราบอย่างเดียว Undead นิรนามจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลุยงานของจริงไปเลย ผิดพลาดตรงไหนค่อยมาคุยเเก้งานกันทีหลัง ( ภาพประกอบ : Black Iron Greatshield โล่ประจำตัวของเจ้า Tarkus ซึ่งจะเพิ่มค่าต้านทานไฟถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เป็นโล่ป้องกันไฟที่ดีที่สุดอันดับสองของเกม  ) ธรรมดาในการต่อสู้ระหว่างคนที่มีขนาดตัวต่างกัน คนตัวใหญ่มักจะต้องก้มตัวให้ต่ำลงเพื่อให้ง่ายต่อการจับตัวหรือเเลกหมัด… เเละยิ่งไม่ต้องพูดถึงในกรณีระหว่างยักษ์กับมนุษย์ ที่สามารถวิ่งไปมาเป็นหนูน้อยซุกซนรอบ ๆ ตัวเจ้า Iron Golem Undead พยายามกดดันให้เจ้ายักษ์เปลี่ยนมาใช้ท่อนขาเพื่อกระทืบพื้น ซึ่งเป็นจังหวะที่เขากำลังเฝ้ารออยู่! ทันทีที่มันกำลังจะยกเท้าเตรียมตัวจะกระทืบพื้น Undead นิรนามก็จะรีบวิ่งไปจู่โจมใต้ข้อพับของขาอีกข้าง สร้างภาระให้เเก่หัวเข่ามันทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งมันเสียหลักหกล้มลงในที่สุด ( ภาพประกอบ : จังหวะที่ Iron Golem โจมตีพลาดก็คือจังหวะสวนกลับที่ดีที่สุด ) แผนขั้นต่อมาก็คือให้เจ้า Tarkus ใช้เเรงอันมหาศาล ระดมฟาดซ้ำเติมเข้าใส่หัวเข่าซึ่งหลอมมาจากเหล็กกล้าโดยไม่หยุดไม่หย่อน เเม้ว่ามือจะบวมเป่งจนกลายเป็นลูกตำลึงสีเเดงเเล้วก็ตาม เพราะไม่งั้นเจ้า Iron Golem จะกลับมายืนตั้งหลักได้ เรียกง่าย ๆ ว่าศึกนี้แพ้ชนะตัดสินกันที่ความถึก เมื่อทารุณกรรมหัวเข่าจนสาเเก่ใจ Undead นิรนามก็ส่งสัญญาณบอกให้ Tarkus ถอยห่างออกมา เพื่อปล่อยให้เจ้า Iron Golem ใช้ขาค้ำยันลำตัวของมันขึ้นมายืนตั้งตรงอีกครั้ง... เสียงเบียดเสียดระหว่างเหล็กกล้าดังสนั่นออกมาผ่านข้อต่อที่บิดเบี้ยว ชั้นเกราะหนาที่เคยเป็นเครื่องป้องกันชั้นดีบัดนี้กลับกลายเป็นภาระอันหนักอึ้ง เข้าฉีกกระชากหัวเข่าของเจ้ายักษ์เหล็กจนไม่เหลือชิ้นดี ในที่สุดเจ้า Iron Golem ก็ล้มหัวคะมำลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง เฉกเช่นเดียวกับเหล่าอัศวินมากมายที่เคยถูกมันโยนลงจากหอคอย เป็นอันจบสิ้นตำนาน Sen's Fortress ป้อมปราการที่ไม่มีใครเคยพิชิตได้มากว่าพันปี! ( ภาพประกอบ : จังหวะที่เจ้า Iron Golem ล้มลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง )   ดินแดนแห่งมายาคติ Anor Londo ในท้ายที่สุดการเดินทางอันยากลำบากบนเส้นด้ายเเห่งคำนาย The First Flame ก็เปิดออก เหล่า Bat Wing Demon จำนวนมากต่างกระพือปีกบินกรูกันเข้ามาหอบร่างของอัศวินทั้งสอง พาลอยตัวขึ้นไปจนเหนือจุดบนสุดของกำเเพงเเห่งเมืองหลวง Anor Londo... รัศมีสีเหลืองทองจนเเสบตา พุ่งทแยงเข้าสู่ดวงตาของ Undead นิรนามเเละเจ้า Tarkus โอ้อวดปราสาทราชวังที่โอ่อ่ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ช่างแตกต่างกับบ้านเมืองของมนุษย์ภายนอกกำเเพงราวกับเป็นคนละโลก ทั้งดูสะอาดตา, สวยงาม, เเละยิ่งใหญ่สมคำลำลือจริง ๆ ( ภาพประกอบ : ดินเเดนต้องห้าม เเละเมืองหลวงของเหล่าเทพเจ้า Anor Londo ) ประโยคที่กล่าวออกไปก่อนหน้านี้ คือความคิดเเวบเเรกภายในหัวของมนุษย์ธรรมดาอย่าง Undead นิรนาม… ตัวเขามิอาจจะล่วงรู้ได้เลยว่า ความตระการตาที่อยู่ตรงหน้า เป็นเพียงเเค่ภาพมายาของเทพเจ้าองค์สุดท้าย Gwyndolin บุตนชายคนท้องของเทพเเห่งพระอาทิตย์ อย่างที่ท่านผู้อ่านทราบกันดีว่าหลังจากที่ Gwyn ได้สิ้นเสียชีวิตลง อาณาจักรที่เขารักนักรักหนาก็พลันเสื่อมสูญจนไม่เหลือเค้าเดิม ทำให้เผือกร้อนต้องตกไปอยู่ในมือของ Gwyndolin ผู้เต็มใจรับหน้าสานต่อคำโกหกเเห่ง The First Flame ต่อไป สายเลือดเเห่งขัดติยะคนสุดท้าย ได้ใช้พลังเวทมนตร์อันเป็นพรสวรรค์มาตั้งแต่เกิด เนรมิตสร้างภาพลวงตาให้เสมือนประหนึ่งว่าเมืองหลวง Anor Londo ยังคงยิ่งใหญ่เกรียงไกรดังเช่นวันวาน แต่ทว่าคำโป้ปด ก็ยังคงเป็นคำโป้ปดอยู่วันยังค่ำ เหล่าราษฎรภายในเมืองต่างเริ่มสะกิดใจระแคะระคายถึงความจริงข้อนี้ และต่างพากันทยอยหลบหนีไปพร้อม ๆ กับเหล่าเทพเจ้าองค์อื่น ซึ่งรับรู้ถึงวงจรอุบาทว์แห่งประถมเพลิง จัตุรัสกลางเมืองที่เคยคร่าครำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา มาตอนนี้กลับเงียบสนิทลงราวกับป่าช้า จนแม้แต่ตัว Gwyndolin เอง ก็ยังคลายเวทมนตร์ภาพลวงตาออกบางส่วน เนื่องจากมันไม่เหลือประชาชนให้ต้องล้างสมองอีกแล้ว ( ภาพประกอบ : ภาพที่กำลังดูอยู่นี้ คือทัศนียภาพของฉากหลังในเเผนที่ Anor Londo ซึ่งได้จากการใช้โปรเเกรมเเฮ็กเพื่อเข้าไปดูในระยะใกล้ ) กองกำลังหลักอย่างพวก Silver Knight ต่างถูกเรียกตัวกลับเข้ามารักษาการภายในวังหลวง เคียงคู่กับเหล่าทหารยักษ์ Sentinel ซึ่งมีสติปัญญาไร้เดียงสาเกินกว่าจะล่วงรู้ ว่าตนกำลังถูกหลอกใช้ให้ปกป้องสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เหล่าอสูรชั้นต่ำอย่างพวก Bat Wing Demon เเละรูปปั้นไร้ชีวิตอย่าง Gargoyle ต่างก็ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งในกองกำลังหลักสำหรับรักษาวังหลวง อันเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าเมืองหลวง Anor Londo กำลังเข้าตาจนเสียแล้วจริง ๆ ( ภาพประกอบ : Bat Wing Demon เเละ Gargoyle ภายใน Anor Londo ) บรรดาผู้กล้าทั้งสองถูกพวก Bat Wing Demon ปล่อยลงสู่พื้นกำแพงชั้นนอก และได้มีโอกาสพบพานเข้ากับ Fire Keeper นางหนึ่งผู้มีหน้าที่เฝ้า Bonfire บริเวณหน้าวังหลวง สตรีนางนี้ได้สวมใส่ชุดเกาะสีทองปกคลุมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างมิดชิด เเละพกดาบเเปลก ๆ ติดตัวอยู่ตลอดเวลาไว้ตลอดเวลา Undead นิรนามได้ลองพยายามซักถามนางเกี่ยวกับ Anor Londo แต่นางก็ไม่ยอมบอกตรง ๆ เอาแต่พูดกำกวมว่าถ้าหากพระเอกของเราเป็น Undead ผู้ถูกเลือกตามคำทำนายเเล้วละก็ ถึงเวลาความจริงก็จะมาปรากฏต่อหน้าของเขาเอง ( ภาพประกอบ : ภายในเกม NPC ตนนี้จะถูกเรียกว่า Darkmoon Knightess โดยเธอคนนี้ได้ซุกซ่อนโรคผิวหนังที่น่าเกลียดของตนเอาไว้ใต้เสื้อเกราะหนาเตอะ ) เมื่อไม่ได้คำตอบอะไร ทั้ง Undead นิรนามก็พาเจ้า Tarkus ออกเดินทางตะลุยเมืองหลวงเเบบคนบ้านนอกเข้ากรุง พวกสามารถจัดเหล่าศัตรูที่ขวางทางอยู่ได้อย่างไม่มีปัญหา เเต่ทว่ากลับติดแหงกหลงทางอยู่นานกับสภาพเเวดล้อมที่คุ้นเคย( ลองจินตนาการว่าตนเองไปอยู่ในต่างจังหวัดที่ไม่เคยไป ) ด้วยอับจนหนทาง พระเอกของเราก็ตัดสินใจเดินผ่านแนวหลังคาแคบ ๆ เพื่อเข้าไปยังวิหารทางด้ายซ้ายมือจากด้านบน ซึ่งถ้าหากว่าทรงตัวพลาดเพียงแค่มิลเดียว เท้าก็อาจลื่นและตกไปตายได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนทีใส่ชุดเกราะหนักแบบเจ้า Tarkus ( ภาพประกอบ : หลังคาเเคบ ๆ ที่จะนำไปสู่วิหารใกล้ ๆ ) หลังเข้ามาภายในวิหาร พวกเขาก็พบกับห้องโถงขนาดใหญ่มาก ๆ ซึ่งเหมือนจะเป็นลานพิธีหรือสถานที่จัดเลี้ยงอะไรสักอย่าง และตรงกำเเพงใต้เท้าของพวกเขาก็มีภาพวาดขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Painted World of Ariamis  ซึ่งกินความสูงถึงสองในสามของตัววิหาร Undead นิรนามสามารถรู้สึกถึงพลังปริศนาบางอย่างโชยออกมาจากรูปวาดดังกล่าว โดยมันชวนให้เขานึกถึงผู้หญิงในผ้าคลุมสีดำที่เคยเห็นในฝัน กับตุ๊กตา Peculiar Doll ซึ่งได้ติดตัวมาตอนครั้งกลับไปเยือน Undead Asylum ( ภาพประกอบ :ด้วยขนาดของรูปวาด Painted World of Ariamis จึงมีการสันนิษฐานว่าคนที่วาดน่าจะเป็นพวกเผ่าพันธุ์ยักษา ) เหล่าผู้กล้าจำเป็นจะต้องปีนป่ายเพื่อข้ามคานเล็ก ๆ ภายในวิหาร ให้ไปถึงยังทางออกซึ่งอยู่ห่างออกไปคนละฟากของวิหาร โดยระหว่างทางก็ต้องรับมือพวกกองกำลังพิเศษ Painting Guardian ไปด้วย Painting Guardian คือเหล่าผู้ดูแลวิหาร(ยาม) มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้ใครก็ตามเข้าใกล้รูปวาด Painted World of Ariamis หรือป้องกันอะไรก็ตามที่พยายามจะออกมาจากรูปวาดนี้… โดยอาศัยความชำนานในการขว้างมีดสั่น โจมตีเหล่าผู้กล้าทั้งสองจากระยะไกล ( ภาพประกอบ : Concept Art ของ Painting Guardian ) Undead นิรนามจึงเสนอให้เจ้า Tarkus ถือโล่ประจำกายอันใหญ่ยักษ์ เดินนำหน้าเพื่อป้องกันการโจมตี ส่วนตนจะคอยทำหน้าที่ยืนบอกเส้นทางอยู่ด้านหลัง ทั้งสองออกเดินไปบนคานได้เพียงไม่กี่ก้าว จู่ ๆ เจ้าอัศวินดำ Tarkus ก็หยุดนิ่งไป ยืนรับการโจมตีจากพวก Painting Guardian ประหนึ่งว่าตนเองเป็นหุ่นไล่กา จนพระเอกของเราต้องเดินเข้าไปสะกิดไหล่เพื่อไถ่ถาม แต่ทว่านั่นกลับกลายเป็นความคิดที่ผิด! เจ้า Tarkus ส่งเสียงขู่เหมือนกับหมาบ้าและหันมาโจมตีเข้าใส่พระเอกของเราอย่างบ้าคลั่ง! Undead นิรนามตกใจสุดขีดเพราะไม่นึกไม่ฝันว่าเพื่อนรวมทางจะดันกลายเป็น Hollow ในสถานการณ์แบบนี้! เขารีบหมุนตัวจวงเท้ากลับทางเดิม โดยมีอดีตเพื่อนร่วมทางและห่าฝนใบมีดไล่ตามหลังมาติด ๆ อีกแค่เพียงก้าวเดียว Undead นิรนามก็จะกลับไปถึงระเบียงอยู่เเล้วเชียว... ทว่าเสียแต่อย่างเดียวคือเจ้า Tarkus ซึ่งกลายเป็น Hollow กลับวิ่งเร็วขัดตอนมีสติอย่างไม่น่าเชื่อ มันขวาไหล่ของบุรุษดวงซวยและดึงให้เขาตกลงสู่พื้นเบื้องล่างเพื่อตายไปพร้อม ๆ กัน ร่างกายของทั้งสองพุ่งโหม่งโน้มไปชนกับรูปวาดยักษ์ และมันก็ได้เกิดปาฏิหาริย์บางอย่างขึ้น เพราะร่างของ Undead นิรนามกลับถูกดูดหายลบเข้าไปในรูปวาด Painted World of Ariamis ทิ้งให้ร่างซึ่งเคยเป็นของอัศวินดำร่วงหล่นกระเเทกลงกับพื้นดิน จบสิ้นชีวาอย่างรวดเร็วโดยไม่ทรมาน สิ้นสุดเรื่องราวการเดินทางของอัศวิน Tarkus ผู้พิชิตเเห่ง Sen's Fortress เอาไว้ ณ ดินแดนเทพเจ้าที่เขาถวิลหา ( ภาพประกอบ : ภายในเกมผู้เล่นจำเป็นต้องมี Peculiar Doll เสียก่อนจึงจะสามารถเข้าไปข้างใน Painted World of Ariamis ได้  ) คุยกันหลังเรื่องเล่า ก็จบกันลงไปแล้วนะครับกับ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบสี่ “ป้อมปราการแห่งดินเเดนเทพเจ้า กับดวงจิตอันไม่มั่นคงของมนุษย์” โดยในบทนี้ผมได้เน้นเนื้อหาของเนื้อเรื่องเสริมที่มาจาก NPC หลาย ๆ ตัวภายในเกม อย่างเช่นเจ้า Lautrec ซึ่งสามารถนำมาขยี้ปมเรื่องของการทรยศหักระหว่างมิตรสหายร่วมรบ หรือวีรกรรมความเก่งกาจของอัศวิน Tarkus ที่ภายในเกมหากว่าผู้เล่นโชคดีมากพอเขาจะสามารถโจมตี Iron Golem ให้ร่วงหล่นจาก Sen's Fortress ได้ด้วยการโจมตีแค่ไม่กี่ครั้ง! (สามารถหาดูได้ใน Youtube) อนึ่งผมเพิ่งจะมานึกได้ว่าตอนแรกผมกล่าวไว้ในบทแรก ๆ ว่าจะแยกเนื้อเรื่องเสริมและเนื้อหลักออกจากกัน แต่พอทำไปทำมา ผมกลับใส่มันรวมกันมาเลยทีเดียว โดยส่วนนี้ผมก็ต้องขอโทษจริง ๆ ครับ เพราะเมื่อผมลองพิจารณาดูแล้ว งานเขียนของผมมันออกไปทางการเอาเนื้อหาของเกมมาประพันธ์ต่อ เพื่อเพิ่มความเป็นมนุษย์ทั้งรัก, โลภ, โกรธ, หลง ให้สามารถนำไปเชื่อมโยงกับ Lore ของเกมได้ง่ายขึ้น เอาละ! บัดนี้ก็ได้เวลาอันสมควรแล้ว กระผมก็ขอลาทุกท่านไปก่อน...เเล้วเจอกันในบทหน้า สวัสดีครับ
04 Nov 2020
ส่อง 7 สถานที่ ซึ่งเราควรเรียกมันว่า "Dungeon ในโลกความจริง"
Dungeon (ดันเจี้ยน) คุกใต้ดินขนาดใหญ่ใต้ปราสาท แต่สำหรับเหล่าเกมเมอร์ โดยเฉพาะกลุ่มที่เล่นเกม RPG แล้ว อาจเข้าใจคำนี้แตกต่างไปเล็กน้อย เนื่องจากผู้พัฒนาส่วนใหญ่นิยมเอาคำนี้ไปใช้เรียกสถานที่พิเศษ ซึ่งมีมอนสเตอร์พิเศษ กับบอสสุดโหดที่จะดรอปไอเทมดีๆ มาให้เราใช้เมื่อสามารถเคลียร์ได้ แรกเริ่มเดิมที่ Dungeon แทบทั้งหมดที่พบได้ในเกม ก็เป็นพื้นที่ใต้ดินขนาดใหญ่ ที่ใกล้เคียงกับความหมายดั้งเดิมของมัน แต่เมื่อการเวลาได้ล่วงเลยมา ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปการตีความหมายก็เปลี่ยนไปเช่นกัน ปัจจุบัน Dungeon ไม่จำเป็นต้องเป็นพื้นที่ใต้ดินอย่างเดียว แต่อาจเป็นวิหาร, คฤหาสน์, ปราสาท, ป่า, เกาะ หรือที่ไหนก็ได้ขอแค่มีมอนสเตอร์พิเศษ หรือบอสสุดโหดอาศัยอยู่ แต่แม้จะต่างกันขนาดไหน Dungeon ของเกมยุคเก่ากับใหม่นั้น ก็ยังมีจุดร่วมหนึ่งที่เหมือนกันคือ "สถานที่ปริศนาที่ไม่มีทางรู้ว่ามีอะไรรออยู่ข่างใน จนกว่าจะได้เข้าไปเจอด้วยตัวเอง" ครับ ถ้าหากอ้างอิงตามนี้แล้ว ในโลกความจริงเอง ก็คงมีสถานที่มากมายเลยที่สามารถเรียกว่า Dungeon เช่นกัน ซึ่งมีใครเคยคิดไหมครับว่า "ถ้าหากสถานที่ลึกลับเหล่านั้นมีมอนสเตอร์ กับบอสสุดโหด หมือนกับในเกมอยู่อาศัยอยู่จริงๆ แต่ละสถานที่จะมีตัวแบบไหนอยู่" วันนี้ผมจึงได้เอา 7 สถานที่ลึกลับที่เราควรเรียกมันว่า "Dungeon ในโลกความจริง" มาให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกัน พร้อมกับช่วยกันจินตนาการให้ว่า "ถ้าหากสถานที่เหล่านี้คือ Dungeon มอนสเตอร์แบบไหนจะรอเราอยู่ข้างในกันแน่?" ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ! ก่อนที่จะเริ่มรูัจักกับสถานที่ต่างๆ ผมอยากให้ผู้อ่านทุกคนเข้าใจก่อนว่า บทความนี้ผู้เขียนต้องการนำเสนอมุมมองแปลกใหม่ให้เพื่อนๆ ได้สนุกกันเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะ "ลบหลู่" หรือ "มุ่งร้าย" ต่อใครครับ  Poveglia Island (อิตาลี) แม้ว่าเมือง เวนิส ของ อิตาลี จะได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งสายน้ำแสนสวย แต่เชื่อไหมครับว่าทางตอนใต้ของเมืองนี้ จะมีเกาะผีสิงที่ชื่อว่า Poveglia อยู่ด้วย โดยเกาะนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่กักกันกาฬโรคในช่วง ศตวรรษที่ 18 กล่าวกันว่าสถานที่แห่งนี้มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวสูงถึง 160,000 คน เลยทีเดียว ต่อมาในปี 1922 เกาะแห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนไปใช้เป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยทางจิตแทน ซึ่งก็มีข่าวลือว่าวิธีการรักษาผู้ป่วยที่นี่ โหดร้ายเป็นอย่างมาก เพราะมีพบทั้งสว่าน, ค้อน และเครื่องมืออื่นๆ ที่คิดไม่ออกว่ามันจะเอามาใช้รักษาผู้ป่วยทางจิตได้อย่างไรครับ ความน่ากลัวของ Poveglia ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ มีข่าวลือว่าหมอคนหนึ่งของโรงพยาบาลแห่งนี้ได้ใช้วิธีการรักษาสุดโหดร้าย เกินกว่าที่คนธรรมดาจะจินตนาการในการรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาล จนมันไปกระตุ้นความโกรธแค้นของวิญญาณบนเกาะ จนส่งผลให้หมอคนดังกล่าวถูกฆ่าตายโดยวิญญาณที่อยู่บนเกาะ Poveglia  สุดท้ายโรงพยาบาลแห่งนี้ก็ปิดตัวลงในปี 1968 และไม่มีใครไปที่เกาะแห่งนี้อีกเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีเรื่องเล่าว่า ทุกวันนี้ยังคงมีคนได้ยินเสียงกรีดร้อง กับเสียงระฆังออกมาจากเกาะนี้ ทั้งที่ในช่วงเวลานั้นไม่น่าจะมีใครอยู่บนเกาะ Poveglia ครับ คิดว่าไม่ต้องพูดอะไรมากมาย ทุกคนก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าสถานที่แห่งนี้เหมาะสมจะเรียกว่า Dungeon มากขนาดไหน เพราะเรียกได้ว่ามีองค์ประกอบครบเลยทีเดียว ถ้าให้จินตนาการแล้ว ที่นี่คงไม่เป็น Dungeon รูปแบบอาคารผีสิงขนาดใหญ่ ที่มีเหล่าวิญญาณอาฆาต และซอมบี้พ้นพิษได้เดินไปมา ส่วนบอสของที่นี่คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าหมอโรคจิต ที่อยู่ในเรื่องเล่าอีกแล้ว ไม่แน่ว่าเขาอาจยังคงทดลองวิธีรักษาคนไข้ด้วยวิธีสุดโหดร้ายอยู่ก็เป็นได้ครับ Snake Island (บราซิล) ทุกคนรู้ว่าบราซิลเป็นประเทศที่มีป่าอเมซอนสุดกว้างใหญ่ไพศาล แน่นอนว่าในป่าแห่งนี้มีสิ่งมีชิวิตสุดอันตรายอยู่มากมาย แต่ถ้าจะมีสถานที่ซึ่งอันตรายกว่า เกาะที่ได้ฉายาว่า Snake Island คือสถานที่นั้นครับ เพราะเกาะแห่งคือที่อยู่อาศัยของงูพิษจำนวนมาก (เยอะชนิดที่ว่าทุกๆ 1 ตารางเมตร จะมีงูอยู่ 5 ตัว เลยทีเดียว) แถมงูที่อยู่บนเกาะนี้ยังดุร้ายสุดๆ จนมีคนตั้งชื่อเล่นของเกาะนี้ว่า "เกาะงูคลั่ง" เลยทีเดียว มาคิดกันดูเล่นๆ นะครับ โดยปกติแล้วถ้าหากมีการอาศัยร่วมกันเป็นสังคมขนาดใหญ่แล้ว สังคมนั้นมักจะมีผู้นำอยู่เสมอ ยิ่งเป็นเกาะที่มีสัตว์กินเนื้อเป็นจำนวนมากอย่างเกาะนี้แล้ว มันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่อาหารจะเพียงพอต่อความต้องการของงูทุกตัว แต่ถ้าหากมีผู้นำที่คุมกฎในเกาะนี้อย่างเด็ดขาดอยู่ละก็มันจะเป็นอีกเรื่องครับ ไม่แน่ว่าในเกาะแห่งนี้อาจมีการจัดสันปันส่วนอาหารอย่างดีเยี่ยมโดยผู้นำดังกล่าวก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เกาะแห่งนี้ไม่ต่างอะไรจาก Dungeon ที่มีลักษณะเป็นป่า มีงูพิษต่างๆ เป็นมอนสเตอร์ทั่วไป โดยงูพิษทั้งหมดอยู่ภายใต้อาณัติของเจ้าอสรพิษ ที่อาจจะเป็นงูขนาดยักษ์ หรือบางทีแล้วเกาะของ Medusa ปีศาจในตำนานของกรีกเองอาจจะเป็นเกาะนี้ในโลกความจริงก็เป็นได้ครับ Catacombs of Paris (ฝรั่งเศส) ถ้าหากว่าคุณเคยเห็น Dungeon ใต้ดินที่มี กองทัพกระดูกเดินหน้าออกมาต้อนรับในเกม RPG ไหนสักเกมแล้วละก็ ขอให้คิดว่า ผู้พัฒนาอาจได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Catacombs of Paris ครับ เพราะสถานที่แห่งนี้คือสุสานขนาดใหญ่ที่มีกระดูกของมนุษย์จำนวนมากตกแต่งอยู่ในโลกความจริง โดยในปัจจุบันบางส่วนของสุสานแห่งนี้ถูกเปิดให้เข้าชมได้ ซึ่งบางส่วนที่ว่า ก็มีขนาดใหญ่ชนิดที่ต้องเดินเป็นชั่วโมงแล้ว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าสถานที่แห่งนี้จริงๆ ใหญ่ขนาดไหน ไม่แน่วาใต้ถนนของเมือง ปารีส ทั้งเมือง อาจเป็นสุสานกระดูดทั้งหมดเลยก็ได้ครับ เอาจริงๆ คิดว่าคงไม่มีสถานที่แห่งไหนในโลก เหมาะจะเรียกว่า "Dungeon ในโลกความจริง" มากกว่าที่นี้อีกแล้วครับ ไม่แน่ว่าถ้าหากเข้าไปยังส่วนลึกของสุสานแห่งนี้ เราอาจได้พบกับกองทัพกระดูกถือดาบ กับโล่ออกมาต้อนรับเหมือนในเกมจริงๆ ก็เป็นได้ และปลายทางสุดของสุสานแห่งนี้ อาจมีปีศาจ Ancient Lich หรือ Necromancer สุดโหด ที่เป็นผู้สร้างสุสานขนาดใหญ่นี้ขึ้นมา รออยู่ก็เป็นได้ครับ Chernobyl Exclusion Zone (ยูเครน) ในปี 1986 การระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ บริเวณนิคมเชียร์โนบีลทางตอนเหนือของ ยูเครน ได้ถูกระบุว่าเป็นอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ขั้นร้ายแรงระดับ 7 (ระดับสูงสุด) ครั้งแรกของโลก จากการระเบิดครั้งนี้ทำให้ขี้เถ้าปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศมากมาย จนต้องอพยพประชากรมากกว่า 336,431 คน ออกจากพื้นที่ทางตะวันตกของ สหภาพโซเวียต, ยุโรปตะวันออก, ยุโรปตะวันตก, ยุโรปเหนือ, ยูเครน, เบลารุส อย่างฉุกเฉิน และจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีใครรู้เลยว่า บริเวณจุดศูนย์กลางของการระเบิดครั้งนั้นเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้ครับ ถ้าหากว่ากัมมันตภาพรังสี ทำให้เกิดการกลายพันธุ์เหมือนที่เราเห็นในหนัง หรือการ์ตูนได้จริง ไม่แน่ว่าบริเวณที่เกิดการระเบิดขึ้นอาจมี สิ่งมีชีวิตที่กลายพันธุ์ และดุร้ายมากๆ อาศัยอยู่ก็เป็นได้ (เช่นหนูยักษ์, แมลงสาบที่ตัวใหญ่เท่าขา หรือมนุษย์ที่หนีออกมาไม่ทันแล้วกลายพันธุ์ไป) ซึ่งถ้าหากว่าเป็นแบบนั้นจริง บริเวณโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดังกล่าว ที่มีกัมมันตภาพรังสีเข้มข้นสุดๆ คงไม่ต่างอะไรกับ "Dungeon ขนาดใหญ่ ที่มีมอนสเตอร์กลายกลายพันธุ์อาศัยอยู่เลยครับ ส่วนบอสประจำที่นี้อาจจะเป็นปีศาจกลายพันธุ์ขนาดใหญ่เหมือน Nemesis ที่เราเห็นในเกม Resident Evil ก็เป็นได้ครับ Winchester Mystery House (อเมริกา) วินเชสเตอร์คือคฤหาสน์เขาวงกตขนาดใหญ่ที่เมืองแซนโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบันวินเชสเตอร์คือ มรดกทางประวัติศาสตร์ที่เปิดให้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ แต่เดิมบ้านหลังนี้เป็นของ ซาร่า วินเชสเตอร์ โดยสามีของเธอได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอาวุธปืน ว่ากันว่ามีผู้คนที่ตายด้วยปืนของเขาเป็นจำนวนมาก ซึ่งมันทำให้ ซาร่า เชื่อว่าเธอกำลังโดนวิญญาณของคนที่ตายเหล่านั้นตามหลอกหลอนอยู่ เธอจึงได้สร้างบ้านขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนนี้ขึ้นมาเพื่อจะใช้หลอกเหล่าวิญญาณอาฆาตเหล่านี้ ว่ากันว่าเธอยังคงหมกมุ่น อยู่กับการต่อเติมคฤหาสน์หลังนี้จนวันถึงวันที่เธอเสียชีวิตเลยทีเดียว แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมานานแล้ว และคฤหาสน์วินเชสเตอร์กลายเป็นสถานที่ซึ่งเราสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้แล้ว แต่ความเฮี้ยนของที่นี่ยังไม่หมดไป มีเรื่องเล่าจากทั้งไกด์นำทัวร์ในคฤหาสน์หลังนี้ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมากมายว่า พวกเขาได้ยินเสียงคนเดินชั้นบนของบ้าน ทั้งที่ไม่น่าจะมีใครอยู่, เห็นสตรีในวัยชราที่แต่งตัวเหมือนสมัยวิคตอเรียเดินไปมาอยู่ในบ้าน กระทั่งภาพถ่ายจากกล่องของนักท่องเที่ยวเอง ก็มีหลายครั้งที่ถ่ายติดลูกไฟกลมเหมือนวิญญาณ หรือไม่ก็เงาร่างของใครบางคนในบ้านหลังนี้ครับ จากเรื่องที่กล่าวมาข้างต้นนี้ คฤหาสน์วินเชสเตอร์คงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Dungeon ได้เช่นกัน ไม้แน่ว่าวิญญาณอาฆาตเหล่านั้น ยังคงออกตามหา ซาร่า อยู่ในบ้านหลังนี้อยู่ก็เป็นได้ และพวกเขาคงไม่ได้หวังดีกับเหล่านักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ถ้าเพื่อที่จะได้ล้างแค้นคนของตระกูล วินเชสเตอร์ แล้วใครจะรู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรบ้าง และบอสใหญ่สุดของ Dungeon แห่งนี้ ก็คงเป็นวิญญาณที่มีความแค้นกับตระกูลวินเชสเตอร์มากที่สุดนั้นแหละ Island of the Dead Dolls (เม็กซิโก) Island of the Dead Dolls คือเกาะของเหล่าตุ๊กตาแห่งความตาย ที่ถูกสร้างขึ้นโดย Don Julian Santana เพื่อบูชาวิญญาณเด็กหญิงที่จมน้ำคลองตายในละแวกนั้น แต่ความหลอนของเกาะนี้ เห็นจะเริ่มตั้งแต่ปี 2001 หลังจากที่ตัวของ Don ได้ถูกพบเป็นศพในคลองเดียวกับที่เด็กผู้หญิงตาย การที่เขาตายแบบเดียวกับเด็กผู้หญิงที่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเกาะแห่งนี้ขึ้นมา มันเลยทำให้เกาะแห่งนี้ดูน่ากลัวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เพียงแค่ 1 ก่าวที่เหยียบลงบนเกาะนี้ จะรู้สึกได้ถึงสายตามากมายที่กำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวของคุณจากเหลาตุ๊กตานับร้อยบนเกาะแห่งนี้ มาลองคิดกันดูเล่นๆ ครับ ถ้าหาว่าสายตาที่จ้องมองอยู่ไม่ใช้ แค่ความรู้สึกคิดไปเอง แต่เป็นของจริงล่ะ? ถ้าหากว่าตุ๊กตาเหล่านี้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆ ล่ะ? แค่คิดก็ขนหัวลุกแล้วครับ ถ้าหากว่าสถานที่แห่งนี้คือ "Dungeon ในโลกความจริง" แล้วละก็ คิดไม่ออกเหมือนกันว่าเราจะรับมือกับตุ๊กตานับร้อยนี้พร้อมๆ กันได้อย่างไร แน่นอนว่าบอสใหญ่สุดของที่นี้ ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก วิญญาณของ Don Julian Santana ที่กำลังควบคุมตุ๊กตาเหล่านี้อยู่ครับ Aokigahara Forest (ญี่ปุ่น) Aokigahara Forest คือป่าอาถรรพ์ที่อยู่บริเวณ ภูเขาไฟฟูจิ ป่าแห่งนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของการฆ่าตัวตาย กล่าวกันว่าในแต่ละปีมีคนพบศพของช่าวญี่ปุ่นไม่ต่ำกว่า 100 คนเลยทีเดียว โดยร่างไร้ลมหายใจที่พบส่วนมากจะเป็นการผูกคอตัวเองไว้บนต้นไม้ ซึ่งยังคงเป็นปริศนาว่าทำไมหลายคนถึงตัดสินใจที่จะมาฆ่าตัวตายที่นี้จนถึงปัจจุบันครับ ตามตำนานของญี่ปุ่นแล้ว ได้มีการกล่าวว่าเทพเจ้า กับปีศาจนั้นเป็นของที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก และยังมีอีกเรื่องเล่าที่บอกว่า "เท่าเจ้านั่นมีร้อยแปดพันเก้า" แล้วมันจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ "ป่าแห่งนี้จะมีปีศาจที่คอยล่อลวงให้คนเข้าไปฆ่าตัวตายอยู่ เหมือนที่เห็นในหนังญี่ปุ่นบ่อยๆ ?" โดยถ้าหากว่าเรื่องที่ว่ามาถูกต้องแล้วละก็ ป่าแห่งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ Dungeon ที่มีธีมเป็นป่าขนาดใหญ่เลยครับ แน่นอนว่าบอสที่อยู่ใน Dungeon แห่งนี้ก็คือเจ้าปีศาจที่คอยล่อลวงนั่นแหละ! คุยกันท้ายบทความ เป็นยังไงบ้างครับกับ ส่อง 7 สถานที่ ซึ่งเราควรเรียกมันว่า "Dungeon ในโลกความจริง" เอาจริงๆ ถ้าจะให้พูดถึงสถานที่ลึกลับในโลกใบนี้ซึ่งสามารถเอามาเรียกว่า Dungeon ได้คิดว่าคงมีอีกเยอะมากเลยไม่ว่าจะเป็น Pyramid, Great Wall of China, Bermuda Triangle ฯลฯ  คือเยอะชนิดที่ให้ผมเขียนทั้งปี ก็คงยังไม่หมด ดังนั้นหน้าที่ในการจินตนาการว่า สถานที่ลึกลับอื่นๆ จะมีมอนสเตอร์แบบไหนรออยู่ ผมยกให้เป็นของเพื่อนๆ แล้วกันครับ ถ้าคิดแล้วก็มาแชร์แบ่งกันอ่านด้วยจะดีใจมากเลยครับ
02 Nov 2020
Genshin Impact: รวมรายละเอียดตัวละคร / ไอเทม / กิจกรรมใหม่ที่จะมาในอัปเดท 1.1
เมื่อพูดถึงเกมฮิตติดกระแสในปัจจุบัน ทั้งสำหรับสายPC/คอนโซลและมือถือ คงเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะพูดถึงเกม Genshin Impact เกมแอคชั่น RPG จากค่าย miHoYo ที่ทำเงินไปได้แล้วกว่า $250 ล้านเหรียญสหรัฐตั้งแต่ที่เปิดให้บริการมาได้เพียงเดือนเศษๆ โดยแน่นอนว่าการอัปเดทแพทช์ 1.1 ของเกมย่อมกลายเป็นที่จับตามองจากกลุ่มผู้เล่นทั่วโลก ที่ต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อที่จะได้รับคอนเทนต์ใหม่ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางผู้พัฒนา miHoYo ก็ได้จัดรายการไลฟ์สตรีมครั้งพิเศษขึ้น เพื่อพูดถึงเนื้อหาใหม่ทั้งหมดที่จะถูกเพิ่มเข้ามาในเกมพร้อมกับแพทช์ 1.1 นี้ ซึ่งนอกจากจะยืนยันข่าวการมาของตัวละครใหม่ๆ ถึง 4 ตัวแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบต่างๆ ของเกม รวมไปถึงกิจกรรมใหม่ที่จะเปิดให้ผู้เล่นได้ทำเพื่อรับของรางวัลอีกมากมาย! เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดข่าวคราวการอัปเดททั้งหมดสำหรับแพทช์ 1.1 เราจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเอาไว้ในที่เดียวแล้ว! ตัวละครใหม่ ข้อมูลที่น่าจะเป็นที่สนใจมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเหล่าตัวละครใหม่ที่จะถูกเพิ่มเข้ามา โดยเราได้รับการยืนยันแล้วว่าตัวละครที่จะถูกเพิ่มเข้าไปในิัปเดท 1.1 จะมีทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ดังนี้: Zhongli (5*) ธาตุ: ดิน อาวุธ: หอก   Childe (5*) ธาตุ: น้ำ อาวุธ: ธนู Xinyan (4*) ธาตุ: ไฟ อาวุธ: ดาบใหญ่ Diona (4*) ธาตุ: น้ำแข็ง อาวุธ: ธนู ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าตัวละครทั้งหมดจะเข้ามาในตู้กาชา Rate Up ตู้เดียวกันเลยไหม จะเป็นตัวลิมิเตดในระยะเวลาสั้นๆ (เหมือน Venti กับ Klee) หรือไม่ หรือถ้าแยกตู้กันแล้วใครจะมาก่อนหลัง ฉะนั้นใครเล็งตัวละครใหม่ทั้งสองอยู่ก็กำเพชรเอาไว้แน่นๆ ก่อนนะจ๊ะช่วงนี้ เควสเนื้อเรื่องใหม่ อย่างที่หลายคนอาจจะทราบอยู่แล้วว่าเนื้อเรื่องในเกม Genshin Impact ภาคเมือง Liyue ในแพทช์ปัจจุบันดูจะจบแบบครึ่งๆ กลางๆ ไปซักนิด ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นเพราะว่าเนื้อเรื่องมันยังไม่จบ โดยเนื้อเรื่องที่เหลือทั้งหมดของภาค Liyue จะถูกเพิ่มเข้ามาในแพทช์ 1.1 นี้ หวังว่าจะช่วยตอบคำถามคาใจของผู้เล่นหลายๆ คนได้ เช่นว่า Zhongli คือเทพดิน Rex Lapis จริงหรือไม่ รวมไปถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังของ Childe นอกจากนี้ ผู้พัฒนายังประกาศว่าจะเพิ่มเควสเสริมประจำตัวละครแต่ละตัว (ดังที่มีอยู่ในเกมขณะนี้) เข้าไปมากขึ้นด้วยเช่นกัน ให้เราได้มีโอกาสลองเล่นตัวละครใหม่ๆ กัน ไอเทมใหม่ นอกจากตัวละครและเควส ภายในอัปเดทใหม่ยังจะเพิ่มไอเทมที่จะคอยช่วยผู้เล่นในการผจญภัยมากมาย เช่น: เสาเทเลพอร์ตแบบพกพา ให้ผู้เล่นสามารถตั้งจุดวาร์ปได้อย่างอิสระ เข็มทิศนำทาง ที่จะพาผู้เล่นไปหากล่องสมบัติที่ใกล้ที่สุด หินสั่นพ้องธาตุ เอาไว้ตามหาเหล่าลูกแก้วธาตุ (Oculus) ที่เราพลาดไป จะได้ไม่ต้องไปเปิดแผนที่หาทีละจุดอีกต่อไป ชุดครัวแบบพกพา ให้เราสามารถทำอาหารที่ไหนก็ได้ ขวดเก็บลม เอาไว้เก็บเหล่าแมลงลม (Anemo Flies) เพื่อใช้สร้างกระแสลมที่ไหนก็ได้ ไอเทมเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสามารถหาได้จากการคราฟติ้ง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้อะไรมาคราฟบ้าง หวังว่าผู้พัฒนาจะเปิดเผยออกมาเร็วๆ จะได้รีบไปฟาร์มมาตุนกันไว้ก่อน กิจกรรมใหม่ นอกจากเนื้อหาทั้งหมดที่กล่าวไป ผู้พัฒนายังยืนยันด้วยว่าแพทช์ 1.1 จะเพิ่มกิจกรรมใหม่เข้าไปด้วย โดยในขณะนี้มีข้อมูลของกิจกรรมหลักๆ อยู่สองกิจกรรม: Unreconciled Stars: กิจกรรมพิเศษที่เน้นการเล่นแบบ Co-op มีลักษณะคล้ายๆ กับกิจกรรม Elemental Crucible ที่ผ่านมา ผู้เล่น 4 คนจะต้องร่วมมือกันในการกำจัดศัตรูตามเงื่อนไขของกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีเควสของตัวเองรวมไปถึงของรางวัลพิเศษเพียบ โดยรางวัลใหญ่จะเป็นตัวละคร 4* ยอดฮิตอย่างน้องนักธนูสายเบียว Fischl นั่นเอง! Reputation System: อันนี้ไม่เชิงเป็นกิจกรรม แต่จะเป็นระบบชื่อเสียงแบบใหม่ที่เพิ่มเข้าไปในเกม โดยผู้เล่นจะต้องทำภารกิจหลากหลายชนิด เพื่อเก็บชื่อเสียงของตัวละครในแต่ละเขตแดนของเกม และแลกของรางวัลประจำเขตแดนต่างๆ ได้ด้วย ของรางวัลที่แลกได้จะประกอบไปด้วยทรัพยากรณ์ที่พบได้ทั่วไปในเกม รวมไปถึงของรางวัลที่หาที่อื่นไม่ได้ เช่นสกินตกแต่งปีกเป็นต้น ระบบ Resin อีกหนึ่งเรื่องที่แฟนเกมน่าจะกังวลกันคือเรื่องของระบบ Resin ที่หลายคนรู้สึกว่าจำกัดเวลาเล่นเกมของพวกเขามากจนเกินไป โดยแม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบนี้มากมาย แต่ดูเหมือนว่าในขณะนี้การปรับปรุงข้อเดียวที่เราสามารถยืนยันได้คือเรื่องการเพิ่มปริมาณ Resin สูงสุดของผู้เล่นจาก 120 หน่วยเป็น 160 หน่วย (ไม่มีการปรับอัตราการฟื้นฟู) ซึ่งก็น่าจะช่วยให้ผู้เล่นที่มีเวลาเล่นน้อยสามารถใช้ Resin ในแต่ละวันได้คุ้มค่ามากขึ้น สำหรับแพทช์ 1.1 นี้มีกำหนดอัปเดทปล่อยในวันที่  11 พฤษจิกายนนี้สำหรับผู้เล่นทุกคน
02 Nov 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Ningguang
Ningguang: DPS, Tier C เจ้าแม่ใหญ่แห่งท่าเรือ Liyue คนนี้ แม้จะมีความสามารถที่ดูเหมือนจะเน้นการป้องกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว Ningguang เป็นตัวละครที่มีความสามารถในการสร้างความเสียหายได้รุนแรงและต่อเนื่องไม่แพ้ตัว DPS ระดับแนวหน้าหลายๆ ตัวเลยทีเดียว ตราบใดที่ทำความเข้าใจความสามารถต่างๆ ของเธอได้ ข้อเสียหลักเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เธอไม่ถูกจัดอยู่ในอันดับที่สูงกว่านี้มาจากธาตุดินของเธอ ที่ทำให้เธอมีความสามารถในการทำคอบโบธาตุต่ำ จุดเด่น ถ้าเล่นให้ถูกวิธี (ซึ่งเอาจริงไม่ยากเลย) จะโจมตีแรงมากๆ เป็น DPS ระดับแนวหน้าได้เลย สกิลเรียกโล่ห์ป้องกันมีประโยชน์หลายอย่าง นอกจากจะใช้ป้องกันการโจมตีระยะไกลได้ ยังใช้แก้พัซเซิ่ลบางชนิดได้ด้วย ความสามารถเฉพาะตัวทำให้สามารถหาแร่ชนิดต่างๆ ได้ง่าย สกิล Normal Attack / ท่าโจมตีธรรมดา: Sparkling Scatter ยิงลูกพลังธาตุดินเพื่อโจมตีศัตรู มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้: ทุกครั้งที่โจมตีธรรมดา Ningguang จะได้รับหิน Star Jade ติดตัวไว้ 1 Stack (เห็นได้จากหินก้อนเล็กๆ ที่ลอยอยู่รอบตัว เก็บได้เต็มที่ 3 ก้อน) เมื่อกดโจมตีค้าง Ningguang จะปล่อยลูกพลังก้อนใหญ่ที่สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น พร้อมปล่อย Star Jade ทั้งหมดออกไปโจมตีศัตรู การโจมตีธรรมดาของ Ningguang ถือเป็นเครื่องมือหลักในการทำความเสียหายของเธอ ยิ่งกว่าทั้งสกิล Elemental Skill และ Elemental Burst ของเธอเสียอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนอาจจะไม่คาดคิดในตอนแรกที่เห็นตัวละคร เหตุผลเป็นเพราะว่าก้อน Star Jade แต่ละก้อนจะทำความเสียหายเพิ่มอีกเกือบ 50% ของพลังโจมตีต่อก้อน หมายความว่าถ้าเราสามารถเก็บได้ครบ 3 ก้อนก่อนปล่อยท่าชาร์จโจมตี จะทำให้ได้ความเสียหายเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 150% เลยทีเดียว แถมยิ่งอัปเกรด Talent / พรสวรรค์ไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งแรงขึ้นไปอีก ที่สำคัญที่สุด ความเสียหายจาก Star Jade เหล่านี้สามารถติดคริติคอลได้อีกด้วย ทำให้ Ningguang สาย Crit DMG กลายเป็น DPS ที่น่ากลัวอีกตัวหนึ่งในเกมแพทช์ปัจจุบัน สเต๊ปง่ายๆ ในการเล่น Ningguang จึงเป็นการโจมตีธรรมดา 3 ครั้งเพื่อเก็บ Star Jade > กดชาร์จโจมตีเพื่อปล่อย Star Jade ออกไปทำความเสียหาย > วนไปเรื่อยๆ Elemental Skill [E / R2]: Jade Screen สร้างม่านพลังธาตุดินขึ้นมาตรงหน้า สร้างความเสียหายธาตุดินใส่ศัตรูในระยะ และป้องกันการโจมตีระยะไกลของศัตรูได้ คงไม่แปลกถ้าหลายคนจะเห็นสกิลนี้แล้วคิดว่า Ningguang เป็นตัวละครที่เน้นป้องกันมากกว่า แต่ความเป็นจริงก็คือสกิลนี้สามารถใช้เสมือนเป็นสกิลทำความเสียหายแบบ AoE ทั่วไปได้เลย แถมความสามารถในการป้องกันการโจมตีระยะไกลยังช่วยทำให้การต่อสู้กับบอสหลายๆ ตัวง่ายขึ้นมาก เพราะเราสามารถเรียกม่านพลังออกมาป้องกันการโจมตีตรงๆ ได้แทนการวิ่งหลบ ในการเล่น Ningguang เราควรพยายามใช้สกิล Jade Screen ทุกโอกาสที่ใช้ได้ และควรมีม่าน Jade Screen อยู่บนสนามเสมอ เพื่อคอมโบกับสกิล Elemental Burst ของเธออีกที Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Starshatter เรียกก้อนหินจำนวนมากออกมาโจมตีศัตรูรอบๆ ตัว หากใช้สกิลนี้ในขณะที่มีม่าน Jade Screen อยู่ด้วย จะเพิ่มจำนวนก้อนหินที่เรียกออกมาด้วย นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงควรมีม่าน Jade Screen ตั้งอยู่เสมอ เพราะแม้สกิลนี้จะทำความเสียหายได้มหาศาลในตัวของมันเอง แต่เมื่อใช้คู่กับ Jade Screen จะทำให้สกิลนี้น่ากลัวขึ้นไปอีก และสามารถกำจัดศัตรูกลุ่มใหญ่ๆ พร้อมกันได้สบายเลย แถมการที่สกิลนี้ใช้พลังงาน Energy น้อยเพียง 40 หน่วยเท่านั้น ทำให้เราสามารถกดสกิลนี้ได้หลายครั้งในการต่อสู้ และทำให้ Ningguang สามารถทำความเสียหายได้อย่างต่อเนื่องมากๆ Ascension Level 1: Backup Plan [ติดตัว] เมื่อ Ningguang มี Star Jades ติดตัวอยู่ จะทำให้การชาร์จโจมตีไม่เสีย Stamina ด้วยสเต็ปการเล่นของ Ningguang ที่อธิบายไปด้านบน คงเข้าใจไม่ยากว่าสกิลนี้มีประโยชน์มากแค่ไหน เพราะทำให้เราไม่ต้องเสีย Stamina ในการใช้ท่าโจมตีใหญ่อีกต่อไป ก็หมายความว่าเราจะสามารถทำคอมโบการโจมตีธรรมดาของเราไปได้เรื่อยๆ ไม่สิ้นสุด โดยไม่ต้องกลัวว่า Stamina จะหมดเลย Ascension Level 4: Strategic Reserve [ติดตัว] เมื่อตัวละครในปาร์ตี้เดินผ่านม่านพลัง Jade Screen จะทำให้ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุดินเพิ่มขึ้น +12% เป็นระยะเวลา 10 วินาที เอาเข้าจริงไม่ได้มีประโยชน์เท่าไหร่สำหรับการเล่นเป็นทีม (นอกจากจะใช้คู่กับธาตุดินตัวอื่นๆ เช่น Noelle) แต่ก็สามารถใช้เพื่อช่วยเพิ่มความเสียหายให้กับการโจมตีของ Ningguang เองได้บ้าง ความสามารถประจำตัว: Trove of Marvelous Treasure ทำให้เรามองเห็นตำแหน่งของที่ขุดแร่ (Iron Ore, White Iron Ore, Crystal Ore, Magical Crystal Ore เท่านั้น) แม้จะไม่ได้แสดงตำแหน่งของแร่บางชนิดอย่าง Cor Lapis หรือ Noctilucous Jade แต่ก็ยังมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการจะฟาร์มหาแร่ Crystal สำหรับการคราฟอาวุธหรือเพชรอัปเกรดอาวุธ ซึ่งได้ใช้แน่ๆ ในระยะยาว โบนัสกลุ่มดาว Piercing Fragments: ทำให้การโจมตีธรรมดาของ Ningguang ทำความเสียหายเป็น AoE Shock Effect: เมื่อม่านพลัง Jade Screen ถูกทำลาย จะรีเซ็ตคูลดาวน์ของสกิลทันที (แสดงผลทุก 6 วินาที) Majesty be the Array of Stars: เพิ่มเลเวลของสกิล Starshatter ขึ้น +3 (เต็ม +15) Exquisite be the Jade, Outshining All Beneath: ม่านพลัง Jade Screen จะเพิ่มพลังป้องกันธาตุต่างๆ ให้กับตัวละครใกล้เคียง +10% Invincible be the Jade Screen: เพิ่มเลเวลของสกิล Jade Screen ขึ้น +3 (เต็ม +15) Grandeur be the Seven Stars: เมื่อกดใช้ Starshatter จะได้รับหิน Star Jade ติดตัวทันที 7 ก้อน วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม อย่างที่กล่าวไปข้างต้น Ningguang มีความสามารถในการสร้างความเสียหายได้ค่อนข้างสูงและต่อเนื่อง จากท่าโจมตีธรรมดาที่รุนแรง (เพระการใช้ Star Jade) แถมถ้าปลดล๊อคกลุ่มดาวได้ขั้นหนึ่งจะทำให้การตีธรรมดาโดนศัตรูเป็นกลุ่มได้ด้วย ยังไม่นับรวมสกิลทั้งสองที่สามารถกดใช้ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเสียหายได้ไม่แพ้ตัว DPS ท๊อปตารางหน้าไหนเลย จุดอ่อนของ Ningguang มาจากการที่เธอเป็นธาตุดิน เธอจึงไม่สามารถทำคอมโบธาตุได้ (นอกจาก Crystalize) และในดันเจี้ยน Domain หรือ Spiral Abyss ระดับสูงที่ต้องอาศัยคอมโบธาตุเยอะๆ อาจจะทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยเก่งขึ้นมาได้ถ้าของไม่สุดจริง และทำให้เธอเป็นตัวละครที่จัดทีมมารองรับยาก เพราะสไตล์การเล่นของเธอไม่ค่อยเอื้อให้สลับตัวละครตัวอื่นเข้ามาบ่อยๆ ด้วย ในการจัดทีม Ningguang จะได้รับประโยชน์จากตัวละครอะไรก็ตามที่สามารถซัพพอร์ตพลังโจมตีของเธอได้ หรือตัวละครที่มีสกิลแบบเปิดทิ้งไว้แล้วเปลี่ยนตัว เช่น Chongyun หรือ Bennett เป็นต้น และเธอจะสามารถเกื้อหนุนกันเองกับตัวละครธาตุดินอย่าง Noelle เพื่อเอาโบนัสการสั่นพ้องของธาตุมาเพิ่มพลังโจมตีให้ตัวเองและเพิ่มพลังโจมตีให้เพื่อนไปพร้อมกัน ในส่วนของการออกของ Ningguang เป็นตัวละครที่ไม่ค่อยมีเซ็ต Artifact ที่เข้าทางเต็มๆ ซะทีเดียว แต่ในทางกลับกัน ก็ทำให้เธอสามารถใช้ประโยชน์จาก Artifact ได้หลายเซ็ตมากๆ ตัวอย่างเซ็ตที่เหมาะอาจจะเป็น Archaic Petra 2 ชิ้นเพื่อเพิ่มความเสียหายธาตุดิน (โบนัส 4 ชิ้นไม่ค่อยน่าใช้) และใส่ Artifact เซ็ตที่ให้ผล +ATK% (เช่น Gladiator's Finale, Resolution of the Sojourner, ฯลฯ) หรือจะใส่ Berserker สองชิ้นเพื่อเอา Crit Rate ก็ได้เช่นกัน แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ในส่วนของอาวุธ ถ้าโชคดีได้อาวุธ 5 ดาว Skyward Atlas ก็จะเหมาะกับเธอมาก เพราะจะเพิ่มพลังโจมตีโดยตรงจากการอัปเกรดอยู่แล้ว แถมความสามารถของอาวุธยังเพิ่มการโจมตีธาตุ และทำให้มีโอกาสทำความเสียหายเพิ่มเติมอีกขั้นต่ำ 160% อีกด้วย หรือถ้าไม่มี สามารถใส่ Eye of Perception (4 ดาว) ที่ให้ผลคล้ายๆ กัน หรือจะใช้อาวุธ BP Solar Pearl เพื่อเอา Crit Rate ก็ใช้ได้เหมือนกัน Skyward Atlas (5 ดาว): เพิ่มความเสียหายธาตุทั้งหมด +12% (ถ้าขัดเกลาได้สูงสุด 24%) และทำให้การโจมตีธรรมดามีโอกาส 50% ที่จะสร้างวิญญาณเมฆขึ้นมา โดยวิญญาณจะสร้างความเสียหายเพิ่มอีกขั้นต่ำ 160% (สูงสุด 320%) ต่อครั้งเป็นระยะเวลา 15 วินาที โดยสามารถแสดงผลได้หนึ่งครั้งต่อ 30 วินาที Eye of Perception (4 ดาว): การโจมตีธรรมดาและการชาร์จโจมตีจะมีโอกาส 50% ที่จะปล่อยคลื่นพลังออกไปสร้างความเสียหายเพิ่มเติมอีกขั้นต่ำ 240% ซึ่งคลื่นพลังจะสามารถชิ่งสร้างความเสียหายใส่ศัตรูใกล้เคียงได้สูงสุด 4 ตัว สามารถแสดงผลได้หนึ่งครั้งทุก 12 วินาที (สามารถขัดเกลาให้เหลือ 8 วินาทีได้) Solar Pearl (4 ดาว): การโจมตีธรรมดาจะเพิ่มความเสียหายของสกิลทั้งหมด +20% (สูงสุด +40%) ในขณะที่การใช้สกิลอะไรก็ตาม จะเพิ่มความเสียหายของการโจมตีธรรมดาขึ้น +20% (สูงสุด +40%) โดยบัฟทั้งสองจะมีระยะเวลาแสดงผล 6 วินาที เซ็ต Artifact ที่แนะนำ Archaic Petra: (2) เพิ่มความเสียหายธาตุดิน +15% (4) เมื่อเก็บผลึกธาตุที่เกิดจาก Reaction Crystalize ได้ จะทำให้ตัวละครในทีมทั้งหมดได้รับพลังป้องกันธาตุนั้นๆ +35% เป็นระยะเวลา 10 วินาที (สามารถเพิ่มพลังป้องกันได้ทีละธาตุเท่านั้น) Noblesse Oblige: (2) เพิ่มความเสียหายจากสกิล Elemental Burst +20% (4) เมื่อใช้สกิล Elemental Burst จะเพิ่มค่า ATK ของตัวละครในปาร์ตี้ +20% (ไม่สามารถซ้อนทับกันได้) Resolution of Sojourner: (2) เพิ่มพลังโจมตี +18% (4) การชาร์จโจมตีจะได้รับอัตราติดคริติคอล +30% อ้างอิงข้อมูล: Genshin.gg Game8 GachaGamer
30 Oct 2020
รีวิว Watch Dogs: Legion "ก้าวแรกสู่ Next Gen ของ Ubisoft"
หลังจากที่ได้ทดลองเล่นเกม Watch Dogs: Legion บนเครื่อง PS4 และ PC รวมๆ กันราว 20 ชั่วโมง ทำให้นึกย้อนกลับไปถึงการเล่นเกมคร่อม Gen อย่าง Assassin's Creed IV: Black Flag ในเครื่อง PS3 เมื่อหลายปีมาแล้ว โดยแม้ว่าเกมเพลย์จะไม่ได้ต่างกันกับเวอร์ชั่น PS4 ที่ถือเป็น "Next-Gen" ในสมัยนั้น แต่ประสบการณ์ที่ได้จากเกมทั้งสองเวอร์ชั่นช่างต่างกันเหลือเกิน จากองค์ประกอบที่พัฒนาขึ้นจาก Gen หนึ่งไปอีก Gen หนึ่ง เกม Watch Dogs: Legion (เช่นเดียวกับเกม ACIV: Black Flag ที่กล่าวไป) อาจจะไม่ใช่เกมที่แปลกใหม่หรือหวือหวามากในแง่ของเกมเพลย์พื้นฐาน เช่นระบบต่อสู้ ระบบขับรถ หรือแม้กระทั่งระบบการแฮ๊คกิ้งของเกม ที่แม้จะดีขึ้นจากภาค 2 พอสมควร แต่ก็ไม่ได้พิเศษไปกว่าเกมอื่นๆ ที่ผ่านมาของค่าย Ubisoft เท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้เกมมีความรู้สึกเป็น "Next-Gen" คือเรื่องของกราฟิกและเวลาโหลด ที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมบน PS4 และ PC แตกต่างกันอย่างชัดเจน และมีอิทธิพลต่อประสบการณ์การเล่นเกมอย่างมีนัยยะสำคัญเลย (ขอขอบคุณ Ubisoft สำหรับโค้ดเกมเวอร์ชั่น PS4 และ NVIDIA สำหรับเวอร์ชั่น PC) เนื้อเรื่อง Watch Dogs: Legion จะเกิดขึ้นหลังจากเกม Watch Dogs 2 ประมาณหนึ่ง โดยจะติดตามกลุ่มแฮ๊คเกอร์ DedSec สาขาลอนดอน ผู้ซึ่งต้องต่อกรกับองค์กรทหารรับจ้าง Albion ที่ถูกรัฐบาลลอนดอนว่าจ้างให้รักษาความสงบในเมือง หลังจากเหตุการณ์วางระเบิดครั้งใหญ่ของผู้ก่อการร้าย Zero Day แต่บริษัท Albion กลับฉวยโอกาสนี้ในการเข้ายึดครองเมืองลอนดอนอย่างเต็มตัวด้วยการป้ายสีความผิดให้กับ DedSec พร้อมกับจับกุมประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ต่อต้านพวกเขาไปคุมขังอย่างกว้างขวาง ผู้เล่นจะรับบทเป็นสมาชิกใหม่ขององค์กร DedSec สาขาลอนดอน ผู้ซึ่งต้องชักชวนเหล่าประชากรผู้เหลืออดกับอำนาจเผด็จการของ Albion ให้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับผู้กดขี่ และทำให้ลอนดอนเป็นอิสระจากกลุ่มทหารรับจ้างที่ว่านี้อีกครั้ง   ถ้าให้เปรียบเทียบกับเนื้อเรื่องของเกมภาคที่ผ่านมา Watch Dogs: Legion เปรียบเสมือนจุดกึ่งกลางระหว่างความซีเรียสอึมครึมของเกมภาคแรก และความอารมณ์ดีติดตลกของเกมภาค 2 ซึ่งเป็นสมดุลที่กลมกล่อมกว่าทั้งสองภาคที่ผ่านมามากๆ โดยแม้ว่าเราจะยังมีตัวละครอย่างเจ้า A.I. ฝีปากร้ายประจำกลุ่ม DedSec อย่าง Bagley ที่จะคอบปล่อยมุกแซวผู้เล่นตลอดเวลา แต่เนื้อเรื่องก็ยังพูดถึงเหตุการณ์หนักๆ อย่างการค้าอวัยวะมนุษย์หรือการค้าแรงงานผิดกฏหมายได้พร้อมๆ กัน ซึ่งทำให้เรื่องราวของเกมไม่รู้สึกจริงจังหรือมืดมนมากจนเกินพอดี ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่น่าชมไม่แพ้กันก็คือการที่เกมสามารถผูกโยงเรื่องราวของเหล่า NPC นิรนามในโลกเข้ากับเนื้อเรื่องของเกมได้ และทำให้ NPC เหล่านี้รู้สึกเหมือนมีความเป็นมนุษย์มาก จากบทสนทนาที่มีเสียงพากย์สำหรับตัวละครทุกตัว ไปจนถึงอุปนิสัยของตัวละครที่แสดงออกมาผ่านบทสนทนากันเองในทีมอย่างเป็นธรรมชาติ หรือการพูดบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยจากประสบการณ์ของผู้เขียน NPC ในเกมนี้มีอุปนิสัย หน้าตา และภูมิหลังที่หลากหลายมากๆ (ยังไม่เคยเจอตัวที่หน้าตาซ้ำกันเลย) และความหลากหลายนี้เองก็ช่วยทำให้เนื้อเรื่องมีสีสันกว่าเดิมด้วย ยิ่งเราเชิญชวน NPC เข้ามาร่วมทีมได้มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้บทสนทนาระหว่างสมาชิกทีม DedSec ของเรามีชีวิตชีวามากขึ้นไปด้วย นอกจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว WD: L ยังมีเนื้อเรื่องเล็กๆ ของ NPC แต่ละตัว รวมไปถึงเนื้อเรื่องประจำเขต (Boroughs) ต่างๆ ของเมืองลอนดอนอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดล้วนพูดถึงความพยายามของเหล่าประชาชนคนเดินดินในการต่อต้านอำนาจของ Albion ซึ่งก็ช่วยเสริมให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนตัวเองและการกระทำของเรามีผลต่อโลกในแบบที่เป็นธรรมชาติมาก แม้ว่าผู้เขียนจะยังไม่ได้เล่นจนจบเนื้อเรื่อง (เนื่องจากได้โค้ดเกมมาค่อนข้างช้า) ทำให้ยังไม่สามารถออกความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องโดยรวมๆ ได้ แต่เท่าที่ผู้เขียนเล่นมา ก็ต้องบอกว่าเนื้อเรื่องและบทพูดของ Watch Dogs: Legion เป็นการพัฒนาขึ้นจากภาคก่อนหน้าอย่างชัดเจน และเป็นเกม Watch Dogs เกมแรกที่ผู้เขียนรู้สึกสนใจเนื้อเรื่องขึ้นมาจริงๆ เกมเพลย์ ในขั้นพื้นฐานนั้น เกม Watch Dogs: Legion ก็ไม่ได้แตกต่างจากเกมโลกเปิดสูตร Ubisoft อื่นๆ นัก ผู้เล่นจะต้องเดินทางไปบนแผนที่อันกว้างใหญ่ของเมืองลอนดอนเพื่อทำภารกิจหลากหลายชนิด เพื่อดำเนินเนื้อเรื่องและ/หรือเก็บทรัพยากรณ์หรือของตกแต่งไว้สำหรับพัฒนาตัวละครไปเรื่อยๆ โดยระบบการควบคุมเบื้องต้นก็ไม่ได้ต่างจากเกมแอคชั่นบุคคลที่ 3 ทั่วไปนัก ระบบที่พัฒนาขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดอาจจะมีเพียงระบบต่อสู้มือเปล่า ที่ใส่ความเป็นเกมแอคชั่นแบบเดียวกับ The Witcher เข้าไป โดยผู้เล่นจะต้องคอยหลบหลีกและหาจังหวะสวนกลับการโจมตีของศัตรูตลอดเวลา ทำให้มีความน่าสนใจมากขึ้นประมาณหนึ่ง แถมตัวละครแต่ละชนิดยังมีท่าทางแอคชั่นที่ต่างกัน ทำให้มีความน่าสนใจทั้งในแง่ของเกมเพลย์และอนิเมชั่นด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะพูดได้เต็มปากว่า WD: L ถือเป็นเกม Watch Dogs ที่ดีที่สุด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นเกมที่ “ดี” ในภาพรวมได้แค่ไหน จากเกมเพลย์อีกหลายๆ ส่วนที่ยังไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอยนัก อย่างแรกคือระบบการแฮ๊คกิ้ง ที่ยังคงติดๆ ขัดๆ อยู่ไม่ต่างจากเกมภาคเก่า แม้จะมีลูกเล่นใหม่ๆ อย่างการบังคับโดรนก่อสร้างเพื่อบินไปไหนมาไหน แต่โดยรวมก็ไม่ได้ต่างไปจากที่ผ่านมานัก ผู้เล่นจะต้องกระโดดจากกล้องวงจรปิดเครื่องหนึ่งไปอีกเครื่องหนึ่งเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอมุมที่ต้องการในการแฮ๊คเข้าสู่ระบบที่ต้องแฮ๊ค โดยแม้ว่าในบางกรณีที่ต้องทำการแฮ๊คกิ้งในพื้นที่จำกัดจะไม่ได้มีปัญหานัก และยังมีพื้นที่ให้เราใช้การแฮ๊คกิ้งในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้ แต่เมื่อเราต้องบุกเข้าไปในอาคารหรือฐานทัพขนาดใหญ่ ก็อดหงุดหงิดไม่ได้เหมือนกัน เมื่อเราเลือกไม่ถูกว่ากล้องวงจรปิดกล้องไหนกันแน่ที่จะมองเห็นมุมที่เราต้องการ และการโดดไปโดดมาอย่างไร้จุดหมายก็ไม่ใช่เกมเพลย์ที่สนุกเท่าไหร่นัก และทำให้การเล่นเกมเหมือนเป็นเกมลอบเร้นบุคคลที่ 3 ธรรมดาๆ กลับรู้สึกสนุกกว่าการแฮ๊คกิ้งจริงๆ อย่างต่อมาคือระบบขับรถของเกม ที่ทำออกมาได้ไม่ค่อยสนุกเอาซะเลย และเผลอๆ อาจจะแย่กว่าที่เคยมีในเกม Watch Dogs ภาคก่อนๆ ด้วยซ้ำ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพถนนของกรุงลอนดินที่ค่อนข้างแคบ ทำให้เราไม่สามารถขับซอกแซกผ่านรถอันอืดอาดของ NPC ได้คล่องแคล่วเท่าเกมอย่าง GTA เมื่อนำมาผนวกกับการที่เกมมักจะบังคับให้เราต้องเดินทางข้ามแผนที่ไปมาเพื่อทำภารกิจ ทำให้ประสบการณ์การเดินทางในเกม Watch Dogs: Legion รู้สึกน่าหงุดหงิดรำคาญใจมากๆ แต่ครั้นจะไปใช้ระบบ Fast Travel ที่อ้างอิงจากรถไฟใต้ดินของลอนดอน ก็ยังหนีไม่พ้นความอืดอาดของจราจรในเกม เพราะผู้เล่นจะต้องเดินเท้าเข้าไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อปลดล๊อคสถานีรถไฟในเขตเหล่านั้นเสียก่อนถึงจะสามารถ Fast Travel ไปได้ ทำให้ผู้เล่นเหมือนโดนบังคับให้ต้องใช้การสัญจรทางถนนเป็นวิธีการหลักในการเดินทางอยู่ดี ซึ่งสำหรับผู้เขียนถือเป็นจุดอ่อนมากๆ ของเกมนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใช้ระบบ Fast Travel ก็ยังหนีไม่พ้นความหงุดหงิดรำคาญใจ เพราะเราจะต้องพบกับหน้าจอโหลดเกมทุกครั้งที่เดินทาง หรือกระทั่งทุกครั้งที่เข้า/ออกคัตซีนหรืออาคารบางแห่ง โดยใน PS4 จะต้องเผชิญกับปัญหานี้บ่อยมากๆ จนเรียกได้ว่าทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมแย่ลงไปเลยเหมือนกัน ปัญหาที่กล่าวมาเกี่ยวกับหน้าจอโหลดเกม ทำให้การเล่นเกมบน PC ที่มี SSD (หรือคอนโซล Next Gen ทั้งหลาย) ช่วยทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมดีขึ้นอย่างมาก เพราะความเร็วในการโหลดทำให้ผู้เขียนสามารถใช้ระบบ Fast Travel ได้โดยไม่ต้องรอเกมโหลดเป็นนาทีและทำให้เล่นเกมได้ลื่นไหลมากขึ้น เรียกว่าเปลี่ยนความรู้สึกของผู้เขียนไปได้เลย จนอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้พัฒนาตั้งใจออกแบบระบบเกมเพื่อให้เล่นบนเครื่องที่มี SSD แต่แรกเลยหรือเปล่า เพราะมันส่งผลต่อประสบการณ์โดยรวมอย่างใหญ่หลวงมาก อีกหนึ่งข้อตำหนิใหญ่ๆ คือเรื่องของภารกิจเสริม เช่นภารกิจการดึง NPC มาเป็นพวก ซึ่งมีอยู่ไม่กี่ประเภทเท่านั้น และมักจะวนมาให้เล่นซ้ำๆ กันบ่อยมาก ซึ่งการซ้ำในรูปแบบเฉยๆ อาจจะยังไม่แย่มาก แต่บางครั้งก็ซ้ำไปจนถึงฉากที่จะต้องเข้าไปทำภารกิจเลยด้วย เช่นภารกิจหนึ่งบอกให้เข้าไปขโมยคลิปวิดีโอจากสถานีตำรวจ ส่วนอีกภารกิจหนึ่งให้ไปแฮ๊คระบบรักษาความปลอดภัยของสถานีตำรวจแห่งเดียวกัน โดยการที่เราต้องวนเวียนทำภารกิจเดิมๆ ในสถานที่เดิมๆ ก็ทำให้เบื่อหน่ายไปได้เร็วเหมือนกัน นอกเหนือไปจากนั้นก็มีเพียงข้อตำหนิเล็กๆ อย่างการที่เราไม่สามารถเปิดโหมดแสกนค้างเอาไว้เพื่อมองหา NPC ที่น่าชวนมาร่วมทีม (ต้องกดแสกนทีละคน ซึ่งเสียเวลามาก) หรือการที่เราไม่สามารถหยิบอาวุธในฉากหรืออาวุธที่ศัตรูทำหล่นมาใช้ได้ ซึ่งทั้งหมดเป็นปัญหาที่สร้างความรำคาญใจเล็กน้อยมากกว่าจะส่งผลต่อประสบการณ์โดยรวมของเกม  กราฟิก/การนำเสนอ อย่างที่อาจจะพอเดาได้จากหัวข้ออื่นๆ การเล่นเกม WD: L ใน PS4 และใน PC เป็นประสบการณ์ที่ต่างกันอย่างมาก และคงไม่มีจุดไหนที่แสดงถึงความแตกต่างระหว่างสองเวอร์ชั่นได้ชัดเจนเท่ากับในส่วนของกราฟิก จากวิดีโอตัวอย่างรวมไปถึงการสื่อสารของผู้พัฒนาที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าระบบ Ray Tracing จะมีความสำคัญมากต่อเกม WD: L ซึ่งในจุดนี้ผู้เขียนรู้สึกว่าต้องเห็นด้วยกับเขาจริงๆ เพราะการเล่นเกมใน PS4 โดยไม่มีระบบ Ray Tracing ทำให้ภาพในเกมรู้สึก “แบน” และจืดชืดไปซะหน่อยเมื่อเทียบกับการเล่นใน PC ที่สามารถแสดงถึงแสงสีของเมืองได้อย่างเต็มที่ แถมด้วยสภาพอากาศของลอนดอนที่มักจะมีฝนตกอยู่บ่อยๆ ยิ่งทำให้เทคโนโลยี Ray Tracing มีความสำคัญต่อประสบการณ์โดยรวมมากกว่าหลายๆ เกมที่ผู้เขียนเคยเล่นมาเลยก็ว่าได้ (เพราะมีพื้นผิวที่สะท้อนแสงเยอะ) นอกจากนี้ เทคโนโลยี NVIDIA DLSS ที่ผู้พัฒนาเลือกใช้ยังทำให้เกมสามารถรันได้อย่างลื่นไหลมากๆ แม้จะเปิด Ray Tracing แถมยังสามารถปรับแต่งสมดุลย์ระหว่างความละเอียดและเฟรมเรตได้ด้วย ซึ่งทั้งหมดทำให้ประสบการณ์เกมบน PC ดีกว่าบน PS4 อย่างก้าวกระโดด และเชื่อว่าในเครื่อง Xbox Series X / PS5 ก็คงไม่ต่างกัน นอกเหนือไปจากนั้น ต้องบอกว่า WD: L ได้พัฒนากราฟิกในด้านหน้าตาตัวละครและความสมจริงโดยรวมขึ้นจากเกมอย่าง Assassin’s Creed: Odyssey หรือ Ghost Recon: Breakpoint เสียอีก โดยแม้ว่าสุดท้ายคงจะไม่ได้อยู่ในมาตรฐานเดียวกับเกมอย่าง Call of Duty หรือ Cyberpunk 2077 แต่ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ชัดเจน และทำให้ตัวละครในเกมมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้เหมือนกัน ถ้าจะมีข้อเสีย คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ตัวละครในเกมมักจะพูดกันด้วยสำเนียงอังกฤษแบบเน้นๆ ซึ่งแค่นี้ก็หลากหลายและฟังยากมากอยู๋แล้ว ยังมีสำเนียงของเหล่าผู้อพยพจากประเทศต่างๆ ที่ก็มีสำเนียงของตัวเองอีกที แถมการพูดจาของชาวอังกฤษยังเต็มไปด้วยศัพท์แสลงมากมายที่อาจจะต้องตีความกันหน่อยกว่าจะเข้าใจ นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกมไม่มีบทบรรยายภาษาไทย เพราะคนที่ฟังภาษาอังกฤษไม่ถนัดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วน่าจะยิ่งงงเข้าไปอีก และไม่มั่นใจว่าจะติดตามเนื้อเรื่องหรือเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีแค่ไหน สรุป กล่าวโดยสรุป แม้ว่า WD: L จะมีพัฒนาการที่ทำให้เกมมีความน่าสนใจมากกว่าเกมภาคก่อนๆ ในซีรี่ส์ โดยเฉพาะในส่วนของเนื้อเรื่อง แต่โดยรวมก็ยังไม่ได้มอบอะไรที่ใหม่หรือพิเศษไปกว่าที่เราๆ น่าจะเคยได้เล่นกันมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเกมไม่ดี แต่อาจจะเรียกได้ว่า “เฉยๆ” เสียมากกว่า แฟนๆ ของซีรี่ส์นี้น่าจะชอบเกมนี้ในฐานะเกม Watch Dogs ที่ดีที่สุด แต่สำหรับคนทั่วไป Watch Dogs: Legion อาจจะไม่ได้มีอะไรให้พวกคุณมากไปกว่าเกมแอคชั่นบุคคลที่ 3 เกมอื่นๆ นัก โดยเฉพาะเกมร่วมค่าย Ubisoft ด้วยกัน [penci_review id="71206"]
28 Oct 2020
รีวิว HyperX Alloy Origins [ Tactile Switch ] ถ้าชอบใช้แรงกดน้อยต้องตัวนี้เลย
Alloy Origins นับเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งตัวใหม่จากทาง HyperX ที่มีดีไซน์สวยงาม ที่มาพร้อมกับไฟ RGB สีสันสวยงาม และมีสวิตช์ให้เลือกใช้ถึง 3 แบบ ประกอบด้วย Red (Linear), Blue (Clicky) และ Aqua (Tactile) โดยก่อนหน้านี้ทางเราได้มีการรีวิวตัว Blue ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องขอบคุณทาง HyperX ที่ได้มีการส่งตัว Aqua มาให้เราทดลองใช้อีกตัวครับ ซึ่งวันนี้ผมจะมีรีวิวให้เพื่อนๆ ได้รู้ถึงความยอดเยี่ยมของคีย์บอร์ดตัวนี้ให้เพื่อนๆ ได้รู้กัน แอบบอกก่อนเลยว่าสวิตช์ตัวนี้ "พิมพ์สนุกมาก" จะเป็นยังไงไปดูกันครับ รายละเอียด Switch HyperX Aqua Operation Style - Tactile ควมแรงในการกด - 45 G ระยะสั่งการ - 1.8 mm ระยะการเคลื่อนที่ - 3.8 mm จำนวนการกด - 80 ล้านครั้ง ถ้าหากจะให้พูดถึงข้อดีของเจ้า Aqua (Tactile) ตัวนี้ คงจะเป็นในเรื่องที่มีจังหวะสะดุดเล็กน้อย ทำให้ตอนใช้งานจะรู้สึกได้ว่ากดปุ่มลงไปแล้วจริงๆ หรือไม่ ทั้งยังใช้แรงในการกดเพียงแค่ 45 G จึงทำให้การสั่งการผ่านคีย์บอร์ดตัวนี้ สามารถทำได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วมากกว่าคีย์บอร์ดทั่วไปที่มีอยุ่ในตลาดครับ จากประสบการณ์ใช้งานตรง ผมพบว่าสวิตช์รูปแบบนี้เหมาะสมเวลาใช้พิมพ์ข้อความเป็นอย่างมาก เนื่องจากจังหวะสะดุดเล็กน้อยนั้นช่วยให้แน่ใจว่าพิมพ์ตัวอักษรแต่ละตัวไปแล้วจริงๆ ทั้งยังใช้แรงในการกดไม่มากเท่าไหร่นัก ส่งผลให้ไม่เกิดอาการเจ็บนิ้วเวลาใช้งานนานๆ ครับ ในด้านของการเล่นเกม Aqua (Tactile) ถือว่าตอบโจทย์เมื่อเอาไปใช้กับแนวเกมที่ต้องการความถูกต้องในการสั่งการ และความเร็วอย่างแนว RTS หรือ MOBA เป็นอย่างมาก การใช้งานกับเกมตระกูล FPS เองก็ค่อนข้างเหมาะสมเช่นกัน เอาจริงๆ สามารถใชได้กับเกมทุกแนวครับ แต่เนื่องจากว่าใช้แรงในการกดเพียงแค่ 45 G เท่านั้น ผู้ใช้งานอาจจำเป็นต้องระวังในเรื่องของการกดไปโดนปุ่มข้างๆ เล็กน้อยครับ! วัสดุและดีไซน์ HyperX Alloy Origins มีโครงสร้างของตัวคีย์บอร์ดเป็นอลูมิเนียม และมีตัวปุ่มกดเป็นพลาสติกแข็งเกรดดี จึงทำให้มีน้ำหนักเบา สามารถพกพาได้สะดวกทั้งยังแข็งแรงทนทาน อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นอลูมิเนียมผิวดำ ถึงทำให้เกิดรอยขีดข่วนจากเล็บ หรือของมีคมได้ง่ายเช่นกัน ถ้าอยากให้คีย์บอร์ดสวยงามอยู่ตลอดเวลา ตอนใช้งานก็อาจจำเป็นต้องตัดเล็บให้สั้นไว้ก่อนดีกว่าครับ ในส่วนของดีไซน์ Alloy Origins ตัวนี้นับว่ามีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก ถ้าเปรียบเทียบกับคีย์บอร์ด Full Size ตัวอื่นๆ ในตลาด เนื่องจากคีย์บอร์ดตัวนี้ถูกออกแบบมาให้แทบจะไม่มีขอบเลย จึงส่งผลให้ขนาดโดยรวมเล็กกว่าตัวอื่นๆ ที่มีในตลาดประมาณ 10 - 20% ดังนั้นสำหรับใครที่มีพื้นที่ระหว่างขอบโต๊ะกับหน้าจอน้อย Alloy Origin อาจเป็นตัวหนึ่งที่ตอบโจทย์ของคุณได้ครับ แสงและไฟ อีกหนึ่งฟังก์ชันที่เหล่าเกมเมอร์ให้ความสนใจมากขึ้น เมื่อเป็นคีย์บอร์ดเกมมิ่งคือในเรื่องของแสงสีที่สวยงาม ซึ่ง Hyper X Alloy Origin ได้มีการใช้ไฟแบบ RGB LED ที่จะแสดงผลแสงสีได้สวยงาม โดนเฉพาะเวลาอยู่ในที่มืด นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมไฟ RGB ให้แสดงผลได้ตามต้องการผ่านโปรแกรม HyperX NGENUITY ด้วย เท่าที่ตัวผมเองได้ลองตั้งค่าไฟเล่นดู พบว่าคีย์บอร์ดตัวนี้สามารถแสดงผลรูปแบบไฟ RGB ได้ไม่น้อยหน้าแบรนด์ Gaming Gear ชั้นนำอื่นๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นไฟแบบ Wave, Breathing, Starlight, Riptide, Static, หรือ All Random ก็สามารถทำได้ครับ สรุป เท่าที่ได้ลองใช้งานมา 2 อาทิตย์กว่าๆ ตอนนี้คงต้องยอมรับเลยว่าตัวผมเองได้ตกหลุมรักเจ้า HyperX Alloy Origins [ Tactile Aqua Switch ] ตัวนี้ไปเสียแล้วเพราะไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์, ไฟ หรือสัมผัส ล้วนแล้วแต่ทำออกมาได้เป็นอย่างดี ทำให้ตอนนี้มันได้กลายเป็นคีย์บอร์ดหลัก ที่ใช้ทั้งพิมพ์งาน และเล่นเกมในบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าจะพูดถึงข้อเสียของเจ้าตัวนี้คิดว่าคงมีอย่างเดียว คือยังไม่มีภาษาไทยบนคีย์บอร์ดครับ ถ้าหากว่าเพื่อนๆ ไม่สามารถใช้งานคีย์บอร์ดโดยที่ไม่มีมองได้ อาจจะลำบากพอสมควรเลยในการใช้งานเจ้า HyperX Alloy Origins [ Tactile Switch ] ตัวนี้ แต่ส่วนหนึ่งคิดว่า อาจเป็นเพราะเจ้าตัวนี้ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาขายในไทยอย่างเป็นทางการด้วยครับ ซึ่งคิดว่าถ้าเข้ามาแล้วน่าจะมีตัว เวอร์ชันภาษาไทยให้เพื่อนๆ ได้เลือกซื้อกันด้วย คงต้องรอดูกันต่อไป
27 Oct 2020
เทคนิคหนีผีใน Phasmophobia ทำตามนี้มีแต่รอด!
คุณเล่น Phasmophobia แล้วโดนผีขย้ำไปกี่รอบแล้วเอ่ย? แน่นอนว่าตายบ่อยๆ มันก็เซ็งนะ ยิ่งไม่รู้ประเภทของผีด้วยก็วิ่งหน้าตั้งอย่างเดียว ไม่รู้จะซ่อนดีไหม หรือใช้อะไรไล่ดี วันนี้เรา GameFever TH จึงรวบรวมทริคการหนีผีจากแหล่งต่างๆ มาไว้ในบทความนี้ รับรองว่าได้ออกไปอย่างปลอดภัยแน่นอน ================================================== วิธีที่ 1 พกอุปกรณ์ไล่ผีไปให้ครบทุกแบบ ธูป เกลือ ไม้กางเขน ต้องครบ! เพราะแน่นอนว่าเราไม่ชัวร์ว่าในบ้านนั้นจะเป็นผีประเภทใด ถ้าพอเดาได้ว่าผีอยู่ตำแหน่งไหนรีบโยนไม้กางเขนและจุดธูปไว้ใกล้ๆ เลย หรือถ้ายังหาไม่เจอ ลองโรยเกลือไว้บนพื้นแล้วจะช่วยให้เห็นรอยเท้าผี ซึ่งจะช่วยให้เรามีเวลาในการหาเบาะแสะอย่างปลอดภัยได้   วิธีที่ 2 มองหาและจดจำเส้นทาง ถ้าเล่นบ่อยก็อาจไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าไม่คุ้นด่านให้พยายามจำว่าตอนนี้เราเดินมาจากทางไหน เส้นทางภายในแผนที่เป็นอย่างไร เพื่อที่เวลาผีออกไล่ล่าเราจะได้มีเส้นทางการหนีที่ชัดเจน ดีกว่าวิ่งวนในแมพเรื่อยๆ จนค่าสติเหลือ 0 อันนี้คืออันตรายถึงชีวิตเลยนะ!   วิธีที่ 3 มองหาที่ซ่อน เข้ามาในพื้นที่ปุ๊บรีบมองหาเลย "ตู้อยู่ไหน!!!" ทุกห้องที่พอจะมีจุดซ่อนตัวให้เราจำคู่กับเส้นทางเดินไปเลย เพราะอย่างที่บอกไปว่าในช่วงที่ผีเริ่มโจมตี การมีเส้นทางที่แน่นอนช่วยประหยัดเวลาให้มากกว่าอยู่แล้ว ยิ่งเราหนีได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น   วิธีที่ 4 ถอดประตู การหนีผีที่ดีที่สุดคือการหนีออกไปด้านนอก เพราะถ้านอกเขตพื้นที่ผีจะไม่สามารถตามเรามาได้ แต่ก็มีใช่ไหมล่ะ ที่ผีจะแกล้งปิดและล็อคประตูหน้าไม่ให้เราออก แล้วเราก็โดนหักคอ แอ๊ะ! ไปตรงหน้าประตูนั่นเลย วิธีแก้คือ ให้หาทางถอดประตูหน้าออกมาเลย เท่านี้ผีก็จะเล่นตลกกับเราไม่ได้แล้ว   วิธีที่ 5 รีบกลับ สายลุยกับสายทำเควสคงจะไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ เมื่อเราสามารถระบุ (หรือเดา) ชนิดของผีได้ พวก Objective ให้ทิ้งและรีบกลับได้เลยก่อนที่ผีจะโจมตีหรือไล่ล่าแบบฮาร์ดคอร์ขึ้น เพราะถือว่าเควสหลักสำเร็จแล้ว ในบางครั้งเพื่อการทำ Objective ทำให้เราจำเป็นต้องเรียก "ชื่อจริง" ของผีบ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผีทุกตัวใน Phasmophbia ไม่ชอบ และอาจไปกระตุ้นให้มันอยากฆ่าเรามากขึ้น แทนที่จะจบเกมรับเงิน อาจจะต้องตายฟรีโดยไม่รู้ตัวก็ได้เน้อ~
26 Oct 2020
เกมสยองขวัญน่าเล่นปี 2020 ต้อนรับวันฮาโลวีน
เทศกาลปล่อยผี ควรมาคู่กับเกมสยองขวัญขนหัวลุกสิถึงจะได้บรรยากาศ ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าฮาโลวีนนี้จะเล่นเกมอะไรดีล่ะก็ อยากบอกว่าในปีนี้มีเกมสยองขวัญออกใหม่และได้รับความนิยมอยู่หลายเกมเลยนะ และนี่คือ 5 เกมเด็ดประจำปีที่เรา GameFever TH คัดสรรมาให้ทุกคนได้เอาไปลองเล่นกัน~ 1. Amnesia: Rebirth Platforms: PS4, PC ขอเริ่มต้นกับเกมที่เพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมา กับเกม Amnesia: Rebirth ภาคใหม่ล่าสุดจากซีรี่ย์ Amnesia ในการเดินทางครั้งใหม่ที่อ้างว้างและหดหู่ โดยเราจะได้รับบทเป็น Tasi Trianon และต้องแก้ไขปริศนาต่างๆ เพื่อนำความทรงจำในอดีตกลับมา รวมถึงการเอาตัวรอดจากความสยองที่เข้ามาคุกคาม นับเป็นเกมผจญภัยที่น่าจับตามองเกมหนึ่งเลยล่ะ   2. Resident Evil 3 Platforms: PS4, Xbox One, PC งานรีเมคเกมในตำนานอย่าง Resident Evil ก็ออกมาให้เล่นทุกปี และปีนี้ก็ถึงคิวของภาคที่ 3 ซึ่งเป็นเรื่องราวของจิล วาเลนไทน์ที่ถูกไล่ล่าโดย Nemesis ตามคำสั่งเก็บของ Umbrella การผจญภัยที่ตื่นเต้นเร้าใจมากขึ้นจากภาคก่อน แถมภาพกับระบบที่ได้ถูกพัฒนาให้ทันสมัย รับรองได้เลยว่าการผจญภัยใน Resident Evil 3 นี้จะได้อรรถรสมากขึ้นแน่นอน   3. Endless Nightmare Platform: Android, IOS มาทางฝั่งเกมมือถือกันบ้างดีกว่า เกมนี้ก็เป็นเกมใหม่ที่เพิ่งปล่อยให้เล่นเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา และนับเป็นเกมสยองขวัญกราฟฟิค 3D ที่โคตรสมจริง เสียงประกอบก็เข้ากันจนขนลุก โดยเรื่องราวของเกมคือเจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อ เจมส์ ต้องการรวบรวมเบาแสะเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของภรรยาและลูก ทำให้เขาต้องมาเผชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิตและเอาตัวรอดให้ได้ บอกเลยว่าแค่ตัวอย่างก็สะดุ้งแล้ว ไปเล่นจริงมีมือสั่นกันแน่นอน   4. The Dark Pictures Anthology: Little Hope Platforms: PS4, Xbox One, PC ส่วนเกมนี้ เหมือนตั้งใจปล่อยให้เล่นในวันฮาโลวีนเลยอ่ะ! เพราะตัวเกมกำลังจะปล่อยให้เล่นกันในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ (สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าได้นะ) ซึ่งเป็นซีรี่ย์ใหม่ของ The Dark Pictures Anthology และในภาคนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยกับนักศึกษาอีก 4 คนกำลังติดอยู่ในเมืองร้าง Little Hope พวกเขาต้องหาที่มาของเรื่องประหลาดในเมืองก่อนที่พลังงานชั่วร้ายจะลากทุกคนลงนรก ตัวเกมสามารถตื่นเต้นได้ทั้งแบบ Solo หรือจะ Co-op กับเพื่อนก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะ   5. Phasmophobia Platforms: PC เกมนี้ไม่ต้องพูดถึง! เพราะกำลังฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง มีคลิปจากเหล่าสตรีมเมอร์ให้ดูทั้งแบบกลัวผี ด่าผี และผีไม่ยอมคุยด้วย Phasmophobia เป็นเกมที่เราต้องสวมบทบาทเป็นนักสืบหาร่อยรอยผี เพื่อระบุตัวตนและขายข้อมูลให้กับพวกนักล่าผี เกมนี้เราจะเจอผีแบบเป็นตัวไม่บ่อย แต่ความเขย่าประสาทนี่กลับไม่แพ้ใคร ยิ่งขนทีมไปเยอะยิ่งพากันกลัวมากขึ้น เป็นอีกเกมที่เข้ากับบรรยากาศปาร์ตี้ฮาโลวีนที่สุดในปีนี้แล้ว~  
26 Oct 2020
แนะนำวิธีการยกเลิก Pre-Order และขอเงินคืนจาก Steam
หนึ่งในประสบการณ์ร่วมกันที่เกมเมอร์ส่วนใหญ่น่าจะเคยพบเจอ คือความเสียดายเมื่อซื้อเกมมาเล่นแล้วค้นพบว่าไม่ชอบ หรือพรีออเดอร์เกมล่วงหน้าไปแล้วค้นพบร้านที่ขายถูกกว่า หรือที่เรียกกันตลกๆ ว่า "หลังหัก" นั่นเอง ปัญหานี้น่าจะยิ่งพบได้บ่อยสำหรับคนที่เล่นเกมผ่านแพลตฟอร์มเกม PC อันดับ 1 ของโลกอย่าง Steam ที่มีเกมนับร้อยนับพันถูกเพิ่มเข้าไปในร้านตลอดเวลา แต่รู้หรือไม่ว่าในความเป็นจริงแล้ว Steam มีนโยบายที่ให้ผู้เล่นสามารถขอเงินคืนเมื่อซื้อหรือพรีออเดอร์เกมอยู่ด้วย! โดยแม้จะมีเงื่อนไขอยู่บ้าง แต่ขั้นตอนการขอเงินคืนก็ค่อนข้างง่าย และยังดำเนินการอย่างรวดเร็วด้วย เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ สามารถประหยัดเงินค่าเกมเมื่อพบเกมที่ไม่ชอบ หรือต้องการยกเลิกการพรีออเดอร์เพื่อไปซื้อร้านที่ถูกกว่า เราจึงอยากแนะนำวิธีการขอเงินคืนจาก Steam ทั้งในกรณีที่เล่นเกมแล้วไม่ชอบ และในกรณีการยกเลิกพรีออเดอร์ด้วย การขอเงินคืน (ทั้ง Refund และ Pre-Order) ในการยกเลิกคำสั่ง Pre-Order นั้น สามารถทำได้ตลอดเวลาตราบใดที่เกมยังไม่วางจำหน่าย แต่มีข้อแม้เล็กๆ เพียงว่าหากเป็นเกมที่ Pre-Order ไปแล้วเป็นระยะเวลามากกว่า 3 เดือน อาจจะไม่สามารถขอคืนเงินเข้าบัตรเครดิตได้ แต่จะได้รับเงินคืนเป็นลักษณะ Store Credit เอาไว้ซื้อของใน Steam แทน ในกรณีที่เราซื้อเกมมาเล่นแล้วแต่ไม่ชอบ เราสามารถขอ "Refund" (ขอเงินคืน) จาก Steam ได้ด้วยเช่นกัน แต่การจะทำเช่นนี้ได้จะต้อง