GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
รีวิว Resident Evil 3 Remake สยองขวัญเหมือนเดิม แต่กินง่ายไปหน่อย
ลงวันที่ 07/04/2020

เปิดมาอย่างเซอร์ไพรส์เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วสำหรับ Resident Evil 3 Remake ทำให้หลายๆ คนเฝ้ารอกันเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งในศัตรูที่น่าจดจำที่สุดของซีรีส์นี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าอาวุธชีวภาพอย่าง Nemesis ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดในการไล่ล่าตัวละครหลักทั้งเกม บวกกับคอสตูมเกาะอกฟ้าของตัวเอกอย่าง Jill Valentine (จิล) ที่กระแทกใจหนุ่มๆ สมัยนั้นมาแล้ว และจากประสบการณ์ในวัยเด็ก Resident Evil ภาคนี้น่าจะเป็นภาคที่ทำให้ชาวไทยได้รู้จักซีรีส์นี้กันแบบเต็มตัวอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่เกมวางจำหน่ายมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2020 ทางเรา GameFever TH ได้ไปเล่นเกมนี้มาแล้วครับและจะมารีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันว่ามันยังจะเป็นเกม Remake ยอดเยี่ยมเหมือนที่เคยทำไว้ใน Resident Evil 2 Remake หรือไม่ ไปชมกันเลยครับ

เนื้อเรื่อง


อย่างที่ทราบว่าในภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของ Resident Evil 1 อย่าง Jill Valentine (จิล) โดยภาคนี้ดำเนินเรื่องราว 3 เดือนหลังจากเกิดเหตุการณ์ในภาคแรก ตัวเธอก็ยังใช้ชีวิตเป็นตำรวจหน่วย S.T.A.R.S ของเมือง Raccoon City เช่นเดิม และสืบหาความจริงของบริษัท Umbralla ต่อไป และในตอนนี้ตัวเมืองเองก็เกิดเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดเสียแล้ว ซึ่งจิลเองก็ได้วางแผนที่อยากจะหนีออกจากเมืองนี้ไปให้ได้ แต่ทันใดนั้นก็มีอาวุธชีวภาพอย่าง Nemesis เข้ามาทำร้ายเธอที่ห้องพัก และเหตุการณ์ต่างๆ ก็เริ่มขึ้น !!



ซึ่งใน Resident Evil 3 Remake เนื้อเรื่องของเกมเวอร์ชั่นนี้จะมีโครงเรื่องที่เหมือนกันกับเวอร์ชั่นปี 1999 อยู่ เพียงแต่การนำเสนอ หรือการดำเนินเรื่องราวอาจจะมีความแตกต่างกันอยู่มากพอสมควร แต่โดยรวมนั้นก็ยังเป็นเนื้อเรื่องเส้นเดียวกันอยู่ดี และใครที่เคยเล่นภาคเก่ามาท่านก็น่าจะทราบว่าเนื้อเรื่องของเกมภาคนี้ มันเหมือนเป็นการขยายโครงเนื้อเรื่องหลักในภาคสอง และเพิ่มเนื้อเรื่องเสริมที่ทำให้เราเห็นบทสรุปความพินาศของเมืองนี้เยอะขึ้นเสียมากกว่า ตัวเนื้อเรื่องต้องยอมรับว่ามันก็ไม่ได้ลึกซึ้งมากมายมีดราม่าเท่ากับ Resident Evil 2 เท่าไร ตัวเกมภาคนี้จะเป็นการดำเนินเรื่องในการพยายามหนีออกจากเมืองของจิลอย่างเดียว แต่มันก็ยังมีสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ว้าวอยู่บ้างอาทิเช่นการใส่ Easter Egg เชื่อมโยงบางอย่างระหว่าง Resident Evil 2 Remake ภาคที่แล้ว ถึงอย่างนั้นอะไรแบบนี้มันก็ไม่ได้มีเยอะเท่าไรภายในเกม


กราฟิก / การนำเสนอ


ตัวกราฟิกของเกมนี้ก็ยังใช้ RE Engine ที่ใช้มาตั้งแต่ Resident Evil 7 และการบังคับแบบเดียวกันกับ Resident Evil 2 Remake ซึ่งเราก็คงไม่ต้องไปกังขาอะไรสำหรับความยอดเยี่ยมของมันเลย และดีมากยิ่งขึ้นสำหรับการ Optimize ที่ทำให้ตัวเกมมีความลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งส่วนตัวใช้คอมพิวเตอร์ระดับกลางๆ I5 Gen 8 กับการ์จอ GTX 1060 ก็สามารถเล่นเกมนี้แบบ High ได้เกิน 60 FPS

โมเดลตัวละครเองก็อาจจะเอาซอมบี้แบบเดิมมาเปลี่ยนแปลงชุดหน่อย หรือเอาโมเดลคล้ายๆ กันมาดัดแปลงอัพเกรดมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยสำหรับ Mr.X และ Nemesis ที่แอนิเมชั่นเหมือนกันเป๊ะๆ พร้อมทั้งสคริปของซอมบี้บ้างอย่างเองก็อาจจะซ้ำๆ กันในภาคที่แล้วดูเป็นงานเผาๆ บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่จุดสำคัญอะไร



ส่วนในเรื่องของการนำเสนอ กลื่นอายของเกมในภาคนี้จะมีความแตกต่างจากภาคก่อนหน้าอย่าง Resident Evil 2 Remake สิ้นเชิง โดยภาคที่แล้วจะเน้นการเล่าเรื่องเชิงลึกลับและสยองขวัญมากๆ สิ่งต่างๆ ที่เราเจอจะเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่คาดคิดตลอดเวลา ไหนจะเป็นเรื่องของปริศนาของสถานที่อย่างสถานีตํารวจ ที่มีความลับมากมายให้เราได้ค้นหาการเล่นกับความมึดและความเก่าที่ทำได้อย่างดีงาม

แต่ในภาคล่าสุดนี้ !! เนื่องจากตัวเนื้อเรื่องที่ตัวเอกค่อนข้างช่ำชองพวกซอมบี้แล้ว รวมถึงโลเคชั่นภายในเกมเองส่วนใหญ่อยู่แต่บนถนน ทำให้ความน่ากลัวนั้นน้อยลงไปเยอะ การเล่นกับความมึดก็ทำได้ไม่เท่าเดิมเนื่องจากข้อจำกัดของสถานที่ มันเลยทำให้เกมภาคนี้จึงไปเน้นอารมณ์อย่างอื่นเข้ามาทดแทน นั่นคือความ ชุลมุน ของเหตุการณ์อันวุ่นวายภายในเมือง ความสมเหตุสมผลของโลเคชั่นที่มันไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในสถานีตํารวจ ทำให้ฝูงซอมบี้เองก็มีมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความโกลาหลมากขึ้นอีก ไหนจะเป็นการไล่ล่าของ Nemesis ที่เราจะต้องซัดกับมันทั้งเกม ในภาคนี้จะเป็นเกมสยองขวัญที่จะกลิ่นอายความเป็นแอคชั่นที่มากขึ้นกว่าเดิม



โดยหลายๆ คนก็อาจจะคิดว่าภาคนี้มันไม่ค่อยน่ากลัวและสยองขวัญเท่ากับภาคก่อนหน้าเลย ส่วนตัวผมนั้นสามารถหาข้อแก้ต่างให้กับผู้พัฒนาได้นะ ก็เพราะว่า Resident Evil ในสมัยก่อนนั้นภาพของเกมก็ยังไม่ได้มีการเล่นเฉดเงา และความมึดเหมือนดั่งภาคสมัยนี้ ความน่ากลัวของเกมมันเลยเน้นไปที่เหล่าซอมบี้สุดโหดพื้น, บรรยากาศความเงียบ และพื้นที่แคบๆ เสียมากกว่า และเรื่องของมุมกล้องเองที่เปลี่ยนมาเป็นมุมมองบุคคลที่สาม มันเลยทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ บวกกับในภาคสองที่ทางเดินมันจะเป็นทางแคบๆ ชวนรู้สึกน่าอึดอัดมากกว่าภาคสามที่ต่อให้ทางเดินจะกว้างพอๆ กัน แต่มันกลับมีวิวทิวทัศน์ที่ค่อนข้างมองให้เห็นไกลกว่ามาก !! "ถ้าคุณจะต้องเจอผีซักตัว คุณว่าเจอบนกลางถนน หรือเจอในห้อง อะไรน่ากลัวกว่ากันล่ะ"


เกมเพลย์


การบังคับต่างๆ ของเกมภาคนี้ มันก็จะเหมือนกับภาคที่แล้วเกือบทั้งหมด จังหวะการยิงหรือแม้กระทั่งการผสมของที่ก็ยังเอาระบบจากภาคที่แล้วมาใช้ แต่อย่างที่พูดไปก่อนหน้าว่าอารมณ์ของเกมภาคนี้จะมีความแอคชั่น และมีความชุลมุนมากขึ้น ทำให้ภายในเกมภาคนี้เราจะได้ประทะและพบเจอกับเหล่าซอมบี้บ่อยกว่าแต่ก่อน ซอมบี้จะมาโจมตีเราจากทุกที่ทุกทางด้วยจำนวนที่มากขึ้น ผู้พัฒนาจึงได้ทำการใส่จุดดรอปกระสุนให้เรามากกว่าเดิมพอสมควรเพื่อรองรับในการต่อสู้



พร้อมทั้งยังใส่เครื่องทุนแรงมาประหยัดกระสุนอย่างมีดที่ภายในภาคนี้จะสามารถใช้ฟันศัตรูได้อย่างไม่จำกัด ผิดจากภาคที่แล้วเป็นเพียงแค่เอาไว้ป้องกันศัตรูจากการโจมตีอย่างเดียว และไอ้ระบบมีดที่เปลี่ยนใหม่นี่แหละมันกลับทำให้เราประหยัดกระสุนมากขึ้น เพราะในภาคที่แล้วเวลาเรายิงซอมบี้ล้มเราจะต้องยิงใส่มันเพื่อเช็คอีกครั้งว่าตายหรือไม่ ซึ่งมันค่อนข้างเปลืองกระสุนมาก แต่ในภาคนี้เวลายิงศัตรูล้อมคุณก็อาจจะเอามีดไปฟันมันตอนล้มได้ไม่เปลืองกระสุน ไหนจะเป็นการทุ่นแรง ที่ตามแผนที่มักจะมีระเบิดให้เก็บบ่อย หรือถังน้ำมันที่สามารถเอาไว้ยิงให้มันระเบิดใส่ซอมบี้ก็ได้

รวมถึงระบบ Dodge ที่ถ้าหากว่าคุณกดให้ตรงจังหวะ มันจะทำให้เราสามารถหลบการโจมตีของศัตรูได้ทันที ซึ่งระบบนี้สามารถกดได้แบบไม่มีหลอด Stamina มากวนใจเหมือนเกมอื่นๆ จึงสามารถใช้ได้ไม่จำกัดเลยทีเดียว ใครที่ชำนาญมันจะทำให้เราค่อนข้าง Over Power มากๆ หลบได้แม้กระทั่ง Nemesis เลยทีเดียว



มาพูดถึงเจ้าตัว Nemesis กันหน่อยดิกว่า ซึ่งส่วนตัวได้เคยลองเล่นใน Demo มาแล้วรู้สึกประทับใจกับมันมากพอสมควร เพราะอย่างไปกล่าวไปว่าเกมนี้ค่อนข้างทำให้ตัวเรามีความสามารถมากไปหน่อย ทั้งการหลบหลีก กระสุนมีให้เก็บเยอะ ปืนดีๆ ก็หาง่ายในช่วงต้นเกม การมีเจ้า Nemesis เข้ามามันช่วยลดทอนความเก่งกาจของเราได้ดีนักเชียว เพราะมันวิ่งเร็ว, กระโดดดักหน้า, ดึงให้ล้ม และ มาแบบไม่พัก ต่อให้คุณสำรองเลือดยังไงก็จะหมดไปกับมันแน่นอน



แต่พอได้เล่นตัวเกมเต็ม ส่วนตัวกลับรู้สึกผิดหวังเข้าขั้นรุนแรงเลยทีเดียว โอเคว่าความสามารถของ Nemesis ที่เราเจอจะเก่งมากโดยเถียงไม่ได้ แต่การปรากฏของศัตรูตัวนี้ในแต่ละครั้งจะเป็นสคริปแทบทั้งหมด ไม่มีการสุ่มปรากฏเหมือนที่เคยเจอกับ Mr.X เลยซักนิด ใครที่เล่นเกมนี้จบเพียงครั้งเดียวท่านก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเจ้าอาวุธชีวภาพตัวนี้จะออกมาเมื่อไร ซึ่งมันค่อนข้างหน้าผิดหวังนะ เพราะมันทำให้ความตื่นเต้นและความรู้สึกกลัวเจ้าศัตรูตัวนี้ลดลงไปแทบทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะพยายามชาเลนซ์ตัวเองฆ่ามันให้ได้ (ในด่านแรกๆ ) แต่มันจะมีประโยชน์อะไรหล่ะ เพราะมันก็จะไม่เกิดมาใหม่อีกแล้วจนกว่าจะเข้าสคริปต่อไป ไม่เหมือน Mr. X ที่พอฆ่ามันเสร็จ เดี๋ยวอีกซักพักมันก็กลับมาได้ มันน่าตื่นเต้นตรงไหน



และการที่เกมนี้มันมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับตัวละครเยอะจนเกินไป มันก็เป็นอะไรที่น่าเบื่อเหมือนกันนะ ถ้าคุณเล่นไปซักพักคุณจะรู้ได้เลยว่ากระสุนต่างๆ ของเกม จะมีเพียงพอสำหรับซอมบี้และอสูรกายทุกตัวเสมอ ถ้าคุณบังเอิญไปเจอกระสุนให้เก็บเยอะก็เดาได้เลยว่าเหตุการณ์ข้างหน้าอีกไม่ไกล คุณจะเจอกับฝูงซอมบี้, ซอมบี้ตัวใหม่ ไม่ก็บอสแน่นอน บางทีมีไอเท็มและปืนที่ใช้ปราบศัตรูตัวนั้นก่อนที่จะเจอมันไม่ถึง 1 นาทีก็มี รวมถึงกระสุนที่มีให้พร้อมยิงตายแน่นอนไม่ต้องหนีขอแค่ยิงให้โดนนะ



รวมถึงปริศนาภายในเกมที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ปริศนาของเกมนี้จะไม่ใช่การไขกลไกต่างๆ เหมือนภาคก่อนหน้าแล้ว แต่จะเป็นการหาไอเท็มมาเพื่อใช้ในสิ่งๆ หนึ่งเท่านั้น มันเลยไม่ทำให้เราต้องคิด วิเคราะห์ใดๆ ทั้งนั้น เพียงแค่คุณหาไอเท็มให้เจอและก็ไปปลดล็อคมันซะ

ซึ่งถ้าให้พูดเชิงความสมเหตุสมผลมันก็พอแก้ตัวได้บ้างเพราะในภาคนี้เราจะได้อยู่นอกอาคารไม่เหมือนกับภาคก่อนหน้าที่เขาปูมาเลยว่าสถานีตํารวจเป็นพิพิธภัณฑ์เก่า เลยทำให้กลไกมันเยอะ แต่มันก็มีฉากที่อยู่ในห้องแลปเหมือนกัน แต่ทำไมไอเดียปริศนาของภาคที่แล้วกลับดูเจ๋งกว่าหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างไอเดียปริศนาเปิดสวิชไฟด้วยชนวนหมากรุกที่เราจะต้องไขปริศนาจากคำใบ้ หรือแม้กระทั่งการหาคลื่นเสียงเพื่อเปิดไฟ ซึ่งภาคก่อนหน้าทำได้ดีมาก แต่ในภาคนี้ทำเพียงแค่การหาของให้ครบภายในอาคารและก็เอาไปปลดล็อคแค่นั้น ในประเด็นนี้ผิดหวังอย่างแรง !!


สรุป


Resident Evil 3 Remake เป็นเกมที่พยายามทำให้มันมีความแตกต่างกับเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Resident Evil 2 Remake อย่างสิ้นเชิงถึงแม้ว่าจะมีเกมการเล่นที่คล้ายกัน โดยกลิ่นอายในภาคนี้จะมีความสยองขวัญที่ดูมีความชุลมุนมากขึ้นในเรื่องของจำนวนซอมบี้ และความเก่งกาจของเจ้า Nemesis แต่มันก็แลกมาด้วยความเก่งกาจของตัวละครเราที่ Over Power เป็นอย่างมาก และมีเครื่องทุ่นแรงจากสิ่งต่างๆ มาช่วยเหลือที่ส่วนตัวคิดว่ามันมากเกินไป



Nemesis เองก็ไม่ได้ทำให้เรามีความรู้สึกกลัวมันเลยแม้แต่ครั้งเดียวสำหรับผู้เขียน เพราะเรารู้แน่นอนว่ามันจะมาตอนไหนซีนไหน ทำให้คุณมีเวลาฟาร์มของหาปริศนาปลดล็อคสิ่งเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ต้องกลัวอะไรเลย ผิดกับ Mr. X ในภาคก่อนหน้าที่เราแค่ได้ยินเสียงฝีเท้ามันก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้ว

ส่วนการลดทอนระบบปริศนาให้มันง่ายกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะพวกเขาอยากให้คนรุ่นใหม่สามารถจับต้องมันมากขึ้นก็ได้ ส่วนตัวเองไม่ค่อยชอบในเรื่องนี้เสียเท่าไร เพราะปริศนาใน Resident Evil 2 Remake ค่อนข้างทำได้กลมกล่อมแล้ว ถึงอย่างนั้นผู้เขียนเองก็เข้าใจในประเด็นนี้นะ เพราะมันก็มีผู้เล่นหลายๆ คนเองก็ไม่ชอบปริศนายากๆ อยู่จำนวนหนึ่งเหมือนกัน และการนำเสนอที่แตกต่างจากภาคที่แล้วเองก็เป็นไอเดียที่ค่อนข้างดี แต่เอาจริงๆ มันยังขาดการขัดเกลาที่มากกว่านี้ เพราะภาคก่อนหน้าทำไว้ดีมากๆ ภาคนี้มันจึงถูกเปรียบเทียบเป็นธรรมดา



แต่ถึงแม้ว่าเกมภาคนี้จะมีหลายๆ สิ่งที่ผู้เขียนไม่ชอบค่อนข้างเยอะ โดยรวม Resident Evil 3 เองก็ถือว่ามันเป็นเกมที่สนุกมากๆ เกมหนึ่ง ยังไงซะการเล่นครั้งแรกความตื่นเต้นต่างๆ มันมาเต็มอยู่แล้ว คุณสามารถสนุกกับมันแบบเล่นรวดเดียวจบได้ทันที แต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากการที่ซีรีส์ Resident Evil ช่วงสามสี่ปีมานี้ มันเป็นเกมที่มีคนกลับมาคาดหวังอีกครั้ง เนื่องจากการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ให้มัน Hardcore เพื่อรองรับผู้เล่นดั้งเดิมมากขึ้น แต่พอภาคนี้มันเบาลง เลยทำให้ผิดหวังอยู่หน่อยๆ

[penci_review id="49508"]

7
ข้อดี
ข้อเสีย
8
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ !! Thailand Game Show 2022 ประกาศขายบัตรวันแรก 15 สิงหาคมนี้
BASUP!
เกมเมอร์ชูป้ายในระหว่างดูมวยปล้ำ Matt Hardy และ Christian ผมเคยเล่นแมตช์นี้ตั้งแต่เกม WWF No Mercy แล้ว
BASUP!
สื่อญี่ปุ่นรายงาน Nintendo จะไม่ปล่อยฮาร์ดแวร์ใหม่ภายในต้นปีหน้า เพราะโฟกัสกับการผลิต Switch ให้เพียงพออยู่
12ooki3
Editors' Choice
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
[ไกด์เกม] Moonlight Blade Mobile แนะนำตัวละครทั้ง 6 คลาส อธิบายจุดเด่น และข้อดี ข้อเสีย
SKT
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
รีวิว Resident Evil 3 Remake สยองขวัญเหมือนเดิม แต่กินง่ายไปหน่อย
07/04/2020

เปิดมาอย่างเซอร์ไพรส์เมื่อช่วงปลายปีที่แล้วสำหรับ Resident Evil 3 Remake ทำให้หลายๆ คนเฝ้ารอกันเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งในศัตรูที่น่าจดจำที่สุดของซีรีส์นี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าอาวุธชีวภาพอย่าง Nemesis ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดในการไล่ล่าตัวละครหลักทั้งเกม บวกกับคอสตูมเกาะอกฟ้าของตัวเอกอย่าง Jill Valentine (จิล) ที่กระแทกใจหนุ่มๆ สมัยนั้นมาแล้ว และจากประสบการณ์ในวัยเด็ก Resident Evil ภาคนี้น่าจะเป็นภาคที่ทำให้ชาวไทยได้รู้จักซีรีส์นี้กันแบบเต็มตัวอีกด้วย ซึ่งหลังจากที่เกมวางจำหน่ายมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2020 ทางเรา GameFever TH ได้ไปเล่นเกมนี้มาแล้วครับและจะมารีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกันว่ามันยังจะเป็นเกม Remake ยอดเยี่ยมเหมือนที่เคยทำไว้ใน Resident Evil 2 Remake หรือไม่ ไปชมกันเลยครับ

เนื้อเรื่อง


อย่างที่ทราบว่าในภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของ Resident Evil 1 อย่าง Jill Valentine (จิล) โดยภาคนี้ดำเนินเรื่องราว 3 เดือนหลังจากเกิดเหตุการณ์ในภาคแรก ตัวเธอก็ยังใช้ชีวิตเป็นตำรวจหน่วย S.T.A.R.S ของเมือง Raccoon City เช่นเดิม และสืบหาความจริงของบริษัท Umbralla ต่อไป และในตอนนี้ตัวเมืองเองก็เกิดเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดเสียแล้ว ซึ่งจิลเองก็ได้วางแผนที่อยากจะหนีออกจากเมืองนี้ไปให้ได้ แต่ทันใดนั้นก็มีอาวุธชีวภาพอย่าง Nemesis เข้ามาทำร้ายเธอที่ห้องพัก และเหตุการณ์ต่างๆ ก็เริ่มขึ้น !!



ซึ่งใน Resident Evil 3 Remake เนื้อเรื่องของเกมเวอร์ชั่นนี้จะมีโครงเรื่องที่เหมือนกันกับเวอร์ชั่นปี 1999 อยู่ เพียงแต่การนำเสนอ หรือการดำเนินเรื่องราวอาจจะมีความแตกต่างกันอยู่มากพอสมควร แต่โดยรวมนั้นก็ยังเป็นเนื้อเรื่องเส้นเดียวกันอยู่ดี และใครที่เคยเล่นภาคเก่ามาท่านก็น่าจะทราบว่าเนื้อเรื่องของเกมภาคนี้ มันเหมือนเป็นการขยายโครงเนื้อเรื่องหลักในภาคสอง และเพิ่มเนื้อเรื่องเสริมที่ทำให้เราเห็นบทสรุปความพินาศของเมืองนี้เยอะขึ้นเสียมากกว่า ตัวเนื้อเรื่องต้องยอมรับว่ามันก็ไม่ได้ลึกซึ้งมากมายมีดราม่าเท่ากับ Resident Evil 2 เท่าไร ตัวเกมภาคนี้จะเป็นการดำเนินเรื่องในการพยายามหนีออกจากเมืองของจิลอย่างเดียว แต่มันก็ยังมีสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ว้าวอยู่บ้างอาทิเช่นการใส่ Easter Egg เชื่อมโยงบางอย่างระหว่าง Resident Evil 2 Remake ภาคที่แล้ว ถึงอย่างนั้นอะไรแบบนี้มันก็ไม่ได้มีเยอะเท่าไรภายในเกม


กราฟิก / การนำเสนอ


ตัวกราฟิกของเกมนี้ก็ยังใช้ RE Engine ที่ใช้มาตั้งแต่ Resident Evil 7 และการบังคับแบบเดียวกันกับ Resident Evil 2 Remake ซึ่งเราก็คงไม่ต้องไปกังขาอะไรสำหรับความยอดเยี่ยมของมันเลย และดีมากยิ่งขึ้นสำหรับการ Optimize ที่ทำให้ตัวเกมมีความลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งส่วนตัวใช้คอมพิวเตอร์ระดับกลางๆ I5 Gen 8 กับการ์จอ GTX 1060 ก็สามารถเล่นเกมนี้แบบ High ได้เกิน 60 FPS

โมเดลตัวละครเองก็อาจจะเอาซอมบี้แบบเดิมมาเปลี่ยนแปลงชุดหน่อย หรือเอาโมเดลคล้ายๆ กันมาดัดแปลงอัพเกรดมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดเลยสำหรับ Mr.X และ Nemesis ที่แอนิเมชั่นเหมือนกันเป๊ะๆ พร้อมทั้งสคริปของซอมบี้บ้างอย่างเองก็อาจจะซ้ำๆ กันในภาคที่แล้วดูเป็นงานเผาๆ บ้าง แต่มันก็ไม่ใช่จุดสำคัญอะไร



ส่วนในเรื่องของการนำเสนอ กลื่นอายของเกมในภาคนี้จะมีความแตกต่างจากภาคก่อนหน้าอย่าง Resident Evil 2 Remake สิ้นเชิง โดยภาคที่แล้วจะเน้นการเล่าเรื่องเชิงลึกลับและสยองขวัญมากๆ สิ่งต่างๆ ที่เราเจอจะเป็นสิ่งใหม่ที่เราไม่คาดคิดตลอดเวลา ไหนจะเป็นเรื่องของปริศนาของสถานที่อย่างสถานีตํารวจ ที่มีความลับมากมายให้เราได้ค้นหาการเล่นกับความมึดและความเก่าที่ทำได้อย่างดีงาม

แต่ในภาคล่าสุดนี้ !! เนื่องจากตัวเนื้อเรื่องที่ตัวเอกค่อนข้างช่ำชองพวกซอมบี้แล้ว รวมถึงโลเคชั่นภายในเกมเองส่วนใหญ่อยู่แต่บนถนน ทำให้ความน่ากลัวนั้นน้อยลงไปเยอะ การเล่นกับความมึดก็ทำได้ไม่เท่าเดิมเนื่องจากข้อจำกัดของสถานที่ มันเลยทำให้เกมภาคนี้จึงไปเน้นอารมณ์อย่างอื่นเข้ามาทดแทน นั่นคือความ ชุลมุน ของเหตุการณ์อันวุ่นวายภายในเมือง ความสมเหตุสมผลของโลเคชั่นที่มันไม่ได้ถูกจำกัดแค่ในสถานีตํารวจ ทำให้ฝูงซอมบี้เองก็มีมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อเพิ่มความโกลาหลมากขึ้นอีก ไหนจะเป็นการไล่ล่าของ Nemesis ที่เราจะต้องซัดกับมันทั้งเกม ในภาคนี้จะเป็นเกมสยองขวัญที่จะกลิ่นอายความเป็นแอคชั่นที่มากขึ้นกว่าเดิม



โดยหลายๆ คนก็อาจจะคิดว่าภาคนี้มันไม่ค่อยน่ากลัวและสยองขวัญเท่ากับภาคก่อนหน้าเลย ส่วนตัวผมนั้นสามารถหาข้อแก้ต่างให้กับผู้พัฒนาได้นะ ก็เพราะว่า Resident Evil ในสมัยก่อนนั้นภาพของเกมก็ยังไม่ได้มีการเล่นเฉดเงา และความมึดเหมือนดั่งภาคสมัยนี้ ความน่ากลัวของเกมมันเลยเน้นไปที่เหล่าซอมบี้สุดโหดพื้น, บรรยากาศความเงียบ และพื้นที่แคบๆ เสียมากกว่า และเรื่องของมุมกล้องเองที่เปลี่ยนมาเป็นมุมมองบุคคลที่สาม มันเลยทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ บวกกับในภาคสองที่ทางเดินมันจะเป็นทางแคบๆ ชวนรู้สึกน่าอึดอัดมากกว่าภาคสามที่ต่อให้ทางเดินจะกว้างพอๆ กัน แต่มันกลับมีวิวทิวทัศน์ที่ค่อนข้างมองให้เห็นไกลกว่ามาก !! "ถ้าคุณจะต้องเจอผีซักตัว คุณว่าเจอบนกลางถนน หรือเจอในห้อง อะไรน่ากลัวกว่ากันล่ะ"


เกมเพลย์


การบังคับต่างๆ ของเกมภาคนี้ มันก็จะเหมือนกับภาคที่แล้วเกือบทั้งหมด จังหวะการยิงหรือแม้กระทั่งการผสมของที่ก็ยังเอาระบบจากภาคที่แล้วมาใช้ แต่อย่างที่พูดไปก่อนหน้าว่าอารมณ์ของเกมภาคนี้จะมีความแอคชั่น และมีความชุลมุนมากขึ้น ทำให้ภายในเกมภาคนี้เราจะได้ประทะและพบเจอกับเหล่าซอมบี้บ่อยกว่าแต่ก่อน ซอมบี้จะมาโจมตีเราจากทุกที่ทุกทางด้วยจำนวนที่มากขึ้น ผู้พัฒนาจึงได้ทำการใส่จุดดรอปกระสุนให้เรามากกว่าเดิมพอสมควรเพื่อรองรับในการต่อสู้



พร้อมทั้งยังใส่เครื่องทุนแรงมาประหยัดกระสุนอย่างมีดที่ภายในภาคนี้จะสามารถใช้ฟันศัตรูได้อย่างไม่จำกัด ผิดจากภาคที่แล้วเป็นเพียงแค่เอาไว้ป้องกันศัตรูจากการโจมตีอย่างเดียว และไอ้ระบบมีดที่เปลี่ยนใหม่นี่แหละมันกลับทำให้เราประหยัดกระสุนมากขึ้น เพราะในภาคที่แล้วเวลาเรายิงซอมบี้ล้มเราจะต้องยิงใส่มันเพื่อเช็คอีกครั้งว่าตายหรือไม่ ซึ่งมันค่อนข้างเปลืองกระสุนมาก แต่ในภาคนี้เวลายิงศัตรูล้อมคุณก็อาจจะเอามีดไปฟันมันตอนล้มได้ไม่เปลืองกระสุน ไหนจะเป็นการทุ่นแรง ที่ตามแผนที่มักจะมีระเบิดให้เก็บบ่อย หรือถังน้ำมันที่สามารถเอาไว้ยิงให้มันระเบิดใส่ซอมบี้ก็ได้

รวมถึงระบบ Dodge ที่ถ้าหากว่าคุณกดให้ตรงจังหวะ มันจะทำให้เราสามารถหลบการโจมตีของศัตรูได้ทันที ซึ่งระบบนี้สามารถกดได้แบบไม่มีหลอด Stamina มากวนใจเหมือนเกมอื่นๆ จึงสามารถใช้ได้ไม่จำกัดเลยทีเดียว ใครที่ชำนาญมันจะทำให้เราค่อนข้าง Over Power มากๆ หลบได้แม้กระทั่ง Nemesis เลยทีเดียว



มาพูดถึงเจ้าตัว Nemesis กันหน่อยดิกว่า ซึ่งส่วนตัวได้เคยลองเล่นใน Demo มาแล้วรู้สึกประทับใจกับมันมากพอสมควร เพราะอย่างไปกล่าวไปว่าเกมนี้ค่อนข้างทำให้ตัวเรามีความสามารถมากไปหน่อย ทั้งการหลบหลีก กระสุนมีให้เก็บเยอะ ปืนดีๆ ก็หาง่ายในช่วงต้นเกม การมีเจ้า Nemesis เข้ามามันช่วยลดทอนความเก่งกาจของเราได้ดีนักเชียว เพราะมันวิ่งเร็ว, กระโดดดักหน้า, ดึงให้ล้ม และ มาแบบไม่พัก ต่อให้คุณสำรองเลือดยังไงก็จะหมดไปกับมันแน่นอน



แต่พอได้เล่นตัวเกมเต็ม ส่วนตัวกลับรู้สึกผิดหวังเข้าขั้นรุนแรงเลยทีเดียว โอเคว่าความสามารถของ Nemesis ที่เราเจอจะเก่งมากโดยเถียงไม่ได้ แต่การปรากฏของศัตรูตัวนี้ในแต่ละครั้งจะเป็นสคริปแทบทั้งหมด ไม่มีการสุ่มปรากฏเหมือนที่เคยเจอกับ Mr.X เลยซักนิด ใครที่เล่นเกมนี้จบเพียงครั้งเดียวท่านก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าเจ้าอาวุธชีวภาพตัวนี้จะออกมาเมื่อไร ซึ่งมันค่อนข้างหน้าผิดหวังนะ เพราะมันทำให้ความตื่นเต้นและความรู้สึกกลัวเจ้าศัตรูตัวนี้ลดลงไปแทบทั้งหมด ถึงแม้ว่าเราจะพยายามชาเลนซ์ตัวเองฆ่ามันให้ได้ (ในด่านแรกๆ ) แต่มันจะมีประโยชน์อะไรหล่ะ เพราะมันก็จะไม่เกิดมาใหม่อีกแล้วจนกว่าจะเข้าสคริปต่อไป ไม่เหมือน Mr. X ที่พอฆ่ามันเสร็จ เดี๋ยวอีกซักพักมันก็กลับมาได้ มันน่าตื่นเต้นตรงไหน



และการที่เกมนี้มันมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับตัวละครเยอะจนเกินไป มันก็เป็นอะไรที่น่าเบื่อเหมือนกันนะ ถ้าคุณเล่นไปซักพักคุณจะรู้ได้เลยว่ากระสุนต่างๆ ของเกม จะมีเพียงพอสำหรับซอมบี้และอสูรกายทุกตัวเสมอ ถ้าคุณบังเอิญไปเจอกระสุนให้เก็บเยอะก็เดาได้เลยว่าเหตุการณ์ข้างหน้าอีกไม่ไกล คุณจะเจอกับฝูงซอมบี้, ซอมบี้ตัวใหม่ ไม่ก็บอสแน่นอน บางทีมีไอเท็มและปืนที่ใช้ปราบศัตรูตัวนั้นก่อนที่จะเจอมันไม่ถึง 1 นาทีก็มี รวมถึงกระสุนที่มีให้พร้อมยิงตายแน่นอนไม่ต้องหนีขอแค่ยิงให้โดนนะ



รวมถึงปริศนาภายในเกมที่ทำออกมาได้น่าผิดหวังเป็นอย่างมาก ปริศนาของเกมนี้จะไม่ใช่การไขกลไกต่างๆ เหมือนภาคก่อนหน้าแล้ว แต่จะเป็นการหาไอเท็มมาเพื่อใช้ในสิ่งๆ หนึ่งเท่านั้น มันเลยไม่ทำให้เราต้องคิด วิเคราะห์ใดๆ ทั้งนั้น เพียงแค่คุณหาไอเท็มให้เจอและก็ไปปลดล็อคมันซะ

ซึ่งถ้าให้พูดเชิงความสมเหตุสมผลมันก็พอแก้ตัวได้บ้างเพราะในภาคนี้เราจะได้อยู่นอกอาคารไม่เหมือนกับภาคก่อนหน้าที่เขาปูมาเลยว่าสถานีตํารวจเป็นพิพิธภัณฑ์เก่า เลยทำให้กลไกมันเยอะ แต่มันก็มีฉากที่อยู่ในห้องแลปเหมือนกัน แต่ทำไมไอเดียปริศนาของภาคที่แล้วกลับดูเจ๋งกว่าหลายเท่าตัว ยกตัวอย่างไอเดียปริศนาเปิดสวิชไฟด้วยชนวนหมากรุกที่เราจะต้องไขปริศนาจากคำใบ้ หรือแม้กระทั่งการหาคลื่นเสียงเพื่อเปิดไฟ ซึ่งภาคก่อนหน้าทำได้ดีมาก แต่ในภาคนี้ทำเพียงแค่การหาของให้ครบภายในอาคารและก็เอาไปปลดล็อคแค่นั้น ในประเด็นนี้ผิดหวังอย่างแรง !!


สรุป


Resident Evil 3 Remake เป็นเกมที่พยายามทำให้มันมีความแตกต่างกับเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Resident Evil 2 Remake อย่างสิ้นเชิงถึงแม้ว่าจะมีเกมการเล่นที่คล้ายกัน โดยกลิ่นอายในภาคนี้จะมีความสยองขวัญที่ดูมีความชุลมุนมากขึ้นในเรื่องของจำนวนซอมบี้ และความเก่งกาจของเจ้า Nemesis แต่มันก็แลกมาด้วยความเก่งกาจของตัวละครเราที่ Over Power เป็นอย่างมาก และมีเครื่องทุ่นแรงจากสิ่งต่างๆ มาช่วยเหลือที่ส่วนตัวคิดว่ามันมากเกินไป



Nemesis เองก็ไม่ได้ทำให้เรามีความรู้สึกกลัวมันเลยแม้แต่ครั้งเดียวสำหรับผู้เขียน เพราะเรารู้แน่นอนว่ามันจะมาตอนไหนซีนไหน ทำให้คุณมีเวลาฟาร์มของหาปริศนาปลดล็อคสิ่งเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่ต้องกลัวอะไรเลย ผิดกับ Mr. X ในภาคก่อนหน้าที่เราแค่ได้ยินเสียงฝีเท้ามันก็ขนลุกไปทั้งตัวแล้ว

ส่วนการลดทอนระบบปริศนาให้มันง่ายกว่าเดิม อาจจะเป็นเพราะพวกเขาอยากให้คนรุ่นใหม่สามารถจับต้องมันมากขึ้นก็ได้ ส่วนตัวเองไม่ค่อยชอบในเรื่องนี้เสียเท่าไร เพราะปริศนาใน Resident Evil 2 Remake ค่อนข้างทำได้กลมกล่อมแล้ว ถึงอย่างนั้นผู้เขียนเองก็เข้าใจในประเด็นนี้นะ เพราะมันก็มีผู้เล่นหลายๆ คนเองก็ไม่ชอบปริศนายากๆ อยู่จำนวนหนึ่งเหมือนกัน และการนำเสนอที่แตกต่างจากภาคที่แล้วเองก็เป็นไอเดียที่ค่อนข้างดี แต่เอาจริงๆ มันยังขาดการขัดเกลาที่มากกว่านี้ เพราะภาคก่อนหน้าทำไว้ดีมากๆ ภาคนี้มันจึงถูกเปรียบเทียบเป็นธรรมดา



แต่ถึงแม้ว่าเกมภาคนี้จะมีหลายๆ สิ่งที่ผู้เขียนไม่ชอบค่อนข้างเยอะ โดยรวม Resident Evil 3 เองก็ถือว่ามันเป็นเกมที่สนุกมากๆ เกมหนึ่ง ยังไงซะการเล่นครั้งแรกความตื่นเต้นต่างๆ มันมาเต็มอยู่แล้ว คุณสามารถสนุกกับมันแบบเล่นรวดเดียวจบได้ทันที แต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากการที่ซีรีส์ Resident Evil ช่วงสามสี่ปีมานี้ มันเป็นเกมที่มีคนกลับมาคาดหวังอีกครั้ง เนื่องจากการปรับเปลี่ยนระบบต่างๆ ให้มัน Hardcore เพื่อรองรับผู้เล่นดั้งเดิมมากขึ้น แต่พอภาคนี้มันเบาลง เลยทำให้ผิดหวังอยู่หน่อยๆ

[penci_review id="49508"]


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ !! Thailand Game Show 2022 ประกาศขายบัตรวันแรก 15 สิงหาคมนี้
BASUP!
เกมเมอร์ชูป้ายในระหว่างดูมวยปล้ำ Matt Hardy และ Christian ผมเคยเล่นแมตช์นี้ตั้งแต่เกม WWF No Mercy แล้ว
BASUP!
สื่อญี่ปุ่นรายงาน Nintendo จะไม่ปล่อยฮาร์ดแวร์ใหม่ภายในต้นปีหน้า เพราะโฟกัสกับการผลิต Switch ให้เพียงพออยู่
12ooki3
Yeeha Games แพลตฟอร์มเกมมิ่งที่สามารถระดมทุนได้ถึง 50 ล้านเหรียญ เล็งปล่อยเกมคุณภาพสูงสู่เกมเมอร์ทั่วโลก
BASUP!
ทะลวงลัทธิคลั่งในเนื้อหาเสริม Back 4 Blood : Children of the Worm ปล่อยตัว 30 สิงหาคมนี้
sLAUGHTER
Editors' Choice
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
[ไกด์เกม] Moonlight Blade Mobile แนะนำตัวละครทั้ง 6 คลาส อธิบายจุดเด่น และข้อดี ข้อเสีย
SKT
Show header