GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ข่าวอีสปอร์ต
Valve เปลี่ยนวิธีนับแต้ม DPC ส่งผลยังไงต่อการแข่ง DOTA 2?
ลงวันที่ 07/09/2018

หลังจากที่ไม่นานมานี้วงการโดตา 2 (DOTA 2) แถบภูมิภาค SEA เพิ่งได้มีข่าวดีเนื่องในโอกาสที่หนึ่งในการแข่งขัน 5 Major ใหญ่มาจัดที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะใช้ในการเก็บแต้ม Dota Pro circuit (DPC) วัด Ranking ทีมที่แข็งแกร่งที่สุด 12 ทีม เพื่อคัดเลือกเป็นทีมรับเชิญเข้าไปแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ The International ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการ Esports ล่าสุด Valve เพิ่งประกาศและปล่อยกฎชุดใหม่ออกมา ซึ่งทำให้รูปแบบการแข่งขันและการคัดเลือกทีม The International เปลี่ยนไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

การเก็บแต้ม DPC

ในการแข่งขัน Dota Pro Circuit 2018-2019 ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ คือในครั้งนี้คะแนนจะถูกแจกให้กับทีม ไม่ใช่ผู้เล่นเหมือนปีก่อนๆ และหากผู้เล่น Roster ย้ายทีมออกไป คะแนนของทีมก็จะยังคงอยู่ โดยในแต่ละ Major จะมี คะแนน15,000 แต้มจะถูกแจกจ่ายให้กับ 16 ทีม ส่วน 8 ทีมในการแข่งขัน Minor จะต้องไปแบ่ง 500 แต้ม โดยมีเปอร์เซนต์การแบ่งดังนี้


  • การแข่ง MAJOR มีแต้มรวมทั้งหมด 15,000 แต้ม



[caption id="attachment_5177" align="alignnone" width="1024"] การแจกแต้ม DPC ในการแข่งขัน MAJOR ซึ่งมีทั้งหมด 15,000 แต้ม[/caption]

 


  • การแข่ง MINOR มีแต้มรวมทั้งหมด 500 แต้ม



[caption id="attachment_5178" align="alignnone" width="1024"]GameFever TH การแจกแต้ม DPC ในการแข่งขัน MINOR ซึ่งมีทั้งหมด 500 แต้ม[/caption]

 
ยิ่งแต้ม DPC มาก ก็ยิ่งการันตีที่นั่งในงานแข่ง The International 2019 (TI 9)
GameFever TH

ในฐานะโปรเพลเยอร์เกมโดตา 2 (DOTA 2) แล้ว อาจพูดได้ว่าความฝันสูงสุดของผู้เล่นฝีมือระดับโลก ก็คือการมุ่งสู่งานแข่ง DOTA 2 และการแข่ง Esports ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นก็คืองาน The International 2019 โดยการแข่งขัน Dota Pro Circuit (DPC) นี้ก็เป็นตัวตัดสินชะตาของทีมแข่งโดตามืออาชีพเหมือนกัน โดยหากได้คะแนน DPC ดี จะทำให้ได้เป็นทีมรับเชิญ นั่งเก้าอี้รออยู่ในการแข่ง TI เลยทีเดียว

ล่าสุด Valve ได้ทำการเปลี่ยนจำนวนทีมที่ได้รับการเชิญใน The International 2019 เป็น 12 ทีม ซึ่งทีมที่จะได้เข้าไปแข่งขันในงาน TI ทั้งหมดคือ 18 ทีมด้วยกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพราะเพิ่มโควต้าทีมรับเชิญขึ้นมาถึง 4 ทีม จากเดิมคือ 8 ทีม

ส่วนอีก 6 ทีมที่เหลือที่ไม่สามารถเก็บแต้ม DPC และครองตำแหน่งต้นๆ ของตารางได้ จะต้องไปเข้าแข่งรอบคัดเลือกจาก 6 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกาเหนือ (NA), อเมริกาใต้ (SA) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA), ยุโรป (EU), จีน (CN) และ ประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS)

โดยมีเพียงผู้แข็งแกร่งเพียง 1 เดียวจากแต่ละภูมิภาคเท่านั้น ที่จะได้ตั๋วไปเข้าไปแย่งชิง Aegis เรียกได้ว่าหากสามารถทำผลงานตลอดปีจากการแข่งขัน Major และ Minor ได้ดี ก็มีสิทธิเข้าสู่ฝั่งฝันมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งทางผู้พัฒนาเกม Valve ออกมาบอกว่าที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสำคัญของการแข่งขันในแต่ละ Major

 
การเลือกทีมเข้าแข่ง Major และ Minor ประจำ Dota Pro Circuit
GameFever TH

รายละเอียดทีมที่จะเข้าแข่งขัน Major


  • 12 ทีม มาจากการคัดเลือกแบบภูมิภาค: ในรอบคัดเลือกจะมีทีมจากภูมิภาคเข้ามาอย่างน้อย 2 ทีม จาก 6 ภูมิภาค

  • 3 ทีม มาจากโควต้าพิเศษที่ Valve เลือกเพิ่มให้ภูมิภาคนั้นๆ: ทางผู้พัฒนา Valve จะกำหนดโควต้าพิเศษเพิ่มให้ภูมิภาคต่างๆ ในแต่ละ Major เพื่อหาทีมมาเติม Major ให้เต็ม

  • 1 ทีม มาจากผู้ชนะ Minor: ทีมที่ได้แชมป์ Minor จะได้รับสิทธิให้เข้ามาเป็นหนึ่งทีมที่เหลือในการแข่งขัน Major ซึ่งมีแต้มและเงินรางวัลมากกว่า


ส่วนสำหรับการแข่งขัน Minor จะมีทีมจากทุกภูมิภาคเข้ามาร่วมแข่งด้วยอย่างน้อย 1 ทีม (รวม 6 ทีม จาก 8 ทีม) ทั้งนี้ในการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบภูมิภาคจะยังมีทีมรับเชิญอยู่ โดยแต้ม DPC อาจจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดในการได้เป็นทีมรับเชิญ ทว่าก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเหมือนกัน

 
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคะแนน DPC ของทีมไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นอีกต่อไป?

[caption id="attachment_5200" align="alignnone" width="1024"]GameFever TH Ranking แต้ม DPC ของแต่ละทีมหลังจบการแข่ง Dota Pro Circuit 2017-2018 มาจากคะแนน DPC ที่มากที่สุดของผู้เล่น 3 คนรวมกัน[/caption]

สิ่งหนึ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับข้อกำหนดใหม่ที่ Valve ออกมาใช้กับการแข่งโดตา Dota Pro Circuit 2018-2019 ก็คือ การที่แต้ม DPC จะไม่ได้กลายเป็นของผู้เล่น แต่จะเป็นของทีมแทน ซึ่งผู้พัฒนาเกมเองก็ออกมาบอกตรงๆ ว่าทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ Roster ของแต่ละทีม

จากที่เห็นในภาพ เมื่อก่อนแต้ม DPC ของแต่ละทีมนั้นได้มาจากแต้ม DPC ของผู้เล่น 3 คนแรกที่มีคะแนนเก็บอยู่กับตัวมากที่สุด พอเอามารวมกันทำให้ทีมนั้นพลอยได้คะแนนเยอะและติดอันดับ Ranking ด้วย โดยทั้ง 8 ทีมนี้ คือทีมที่ได้รับเชิญเข้าไปร่วมแข่งขันใน The International 2018 หรือ TI 8 นั่นเอง

ดังนั้นจึงถือได้ว่ากฎที่ Valve ประกาศออกมาใหม่ ถือเป็นการยกเลิกระบบเดิม ส่งผลให้การเปลี่ยนมาให้คะแนน DPC กับทีมแทนที่จะให้คะแนนติดตัวผู้เล่นไป ถือเป็นการให้โอกาสแต่ละทีมปรับเปลี่ยนผู้เล่นเพื่อหาผู้เล่นที่เหมาะจะไปชิง Aegis นอกจากนี้ยังทำให้เวลาผู้เล่นออกจากทีมไป ทีมนั้นๆ จะไม่ต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันเพราะแต้ม DPC ไม่เพียงพอ

ในระบบที่เปลี่ยนใหม่นี้อนุญาตให้ทีมสามารถเปลี่ยนผู้เล่นได้ระหว่างการแข่งขัน ทว่ายังต้องมีการสมัครและกำหนดชื่อ Roster ให้ครบ 5 ตำแหน่งเหมือนเดิม ทั้งนี้หากผู้เล่นออก Roster ไป แต้มของทีมในตอนนั้นจะถูกหักออกไป 20% และการเพิ่มผู้เล่นใหม่เข้ามาจะไม่ทำให้ทีมได้รับแต้มใดๆ เพิ่มทั้งสิ้น

ทั้งนี้ในการแข่งขันรอบ Pro Circuit หากทีมลงแข่งโดยใช้ผู้เล่นที่อยู่นอกเหนือจาก Roster 5 คนที่ลงทะเบียนไว้ แต้มจากการแข่งนั้นๆ จะถูกปรับให้ลดลง 40% แต่ว่าผู้จัดการทีมยังมีสิทธิที่จะถอนผู้เล่นจาก Roster ของทีมตัวเองอยู่เหมือนเดิม ส่วนผู้เล่นก็สามารถลาออกจากทีมในระหว่างซีซั่นได้ เพียงแต่ในการแข่งขันทุกครั้ง ทีมจะต้องมีผู้เล่นที่ลงทะเบียนเป็น Roster อย่างน้อย 4 คนจากทั้งหมด 5 คน

โดยหากทาง Valve ส่งเทียบเชิญให้กับทีมทั้ง 12 ทีม และเปิดรอบคัดเลือกสำหรับงาน TI เมื่อไหร่ ทุกทีมจะหมดสิทธิในการเปลี่ยน Roster และจะต้องเล่นให้จบการแข่งขัน TI โดยใช้ Roster เดิม นอกจากนี้จะสามารถประกาศรายชื่อตัวสำรองในทีมได้หลังจากการแข่งขันรอบคัดเลือกของ TI จบลง และจะต้องได้รับการอนุมัติจาก Valve ทั้งนี้ทุกทีมจะต้องส่งรายชื่อและลงทะเบียน Roster ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 16 กันยายน 2018 ก่อนเวลา 12:00 น.

ในการแข่งขัน Major และ Minor ครั้งนี้จะไม่มีการให้สิทธิแก่ทีมรับเชิญเหมือนปีก่อนๆ โดยจะจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกของ Major ก่อน สำหรับทีมที่ไม่ผ่านรอบคัดเลือกจะสามารถไปลงแข่งรอบคัดเลือกของ Minor ได้ และอย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทีมที่ได้อันดับหนึ่งของ Minor จะมีสิทธิเข้าไปแข่งใน Major อัตโนมัติ

 
ตารางการแข่งขัน


  • 17 กันยายน - 21 กันยายน: Major Qualifier (The Kuala Lumpur Major)

  • 23 กันยายน - 26 กันยายน: Minor Qualifier

  • 26 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน: Minor Main Event

  • 8 พฤศจิกายน - 19 พฤศจิกายน: Major Main Event  (The Kuala Lumpur Major)







  • 26 พฤศจิกายน - 30 พฤศจิกายน: Major Qualifier

  • 1 ธันวาคม - 4 ธันวาคม: Minor Qualifier

  • 7 มกราคม - 13 มกราคม: Minor Main Event

  • 17 มกราคม - 27 มกราคม: Major Main Event







  • 1 กุมภาพันธ์ - 5 กุมภาพันธ์: Major Qualifier

  • 7 กุมภาพันธ์ - 10 กุมภาพันธ์: Minor Qualifier

  • 4 มีนาคม - 10 มีนาคม: Minor Main Event

  • 14 มีนาคม - 24 มีนาคม: Major Main Event







  • 28 มีนาคม - 1 เมษายน: Major Qualifier

  • 3 เมษยน - 6 เมษายน: Minor Qualifier

  • 22 เมษายน - 28 เมษายน: Minor Main Event

  • 2 พฤษภาคม - 12 พฤษภาคม: Major Main Event







  • 15 พฤษภาคม - 19 พฤษภาคม: Major Qualifier

  • 21 พฤษภาคม - 24 พฤษภาคม: Minor Qualifier

  • 10 มิถุนายน - 16 มิถุนายน: Minor Main Event

  • 20 มิถุนายน - 30 มิถุนายน: Major Main Event






 

สรุป: ด้วยข้อกำหนดใหม่ที่ Valve ประกาศออกมา ทำให้แต่ละทีมมีโอกาสแก้เกม ลองผิดลองถูกในการเล่นหรือลอง Line up ใหม่ๆ คาดเดาได้เลยว่าน่าจะมีการโยกย้ายตำแหน่งระหว่างแต่ละซีซั่นหากว่า Line up ที่วางมาตั้งแต่ตอนแรกทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทว่าก็ยังคงต้องคิดให้รอบคอบก่อนอยู่ดี เพราะการเปลี่ยนผู้เล่นนั้น แม้จะทำได้ในปัจจุบัน ทว่าก็ยังมีบทลงโทษและผลเสีย อย่างการหักคะแนน DPC ของทีม

นอกจากนี้ยังทำให้การแข่งขันรอบ Major และ Minor เข้มข้นขึ้นไปอีกขึ้น เพราะเป็นการแย่งชิงตำแหน่งเก้าอี้ใน TI 9 อีกด้วย เรียกได้ว่าผู้ชมจะได้เห็นการต่อสู้ที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หากแฟนเกมโดตาคนไหนอยากเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับโลก และพบเจอกับทีมที่ชื่นชอบ สามารถติดตามการแข่งขัน Major Qualifier รอบ ได้ใน The Kuala Lumpur Major ช่วงวันที่ 8-19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้

 

 

บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
FFXIV: Endwalker ทุบสถิติยอดผู้เล่นบน Steam คิวเข้าเกมยาวจนผู้พัฒนาต้องเติมแจก Airtime ชดเชยผู้เล่น!
OcelotBoy
ยืนยัน !! เจ้าเม่นสายฟ้า Sonic จะเข้าร่วมงาน The Game Awards 2021 ด้วย
BASUP!
Guerilla Games เผยรายละเอียดระบบต่อสู้ใหม่ใน Horizon Forbidden West พร้อมคลิปเกมเพลย์ใหม่เพียบ!
OcelotBoy
Ubisoft จับมือกับ Venum ออกชุดสุดเท่สไตล์ไวกิ้ง เอาใจแฟนเกม Assassin's Creed Valhalla
12ooki3
ลือ! Prey จะกลับมาสานต่อความสยองในชื่อ Prey 2: Neuroshock
12ooki3
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
Valve เปลี่ยนวิธีนับแต้ม DPC ส่งผลยังไงต่อการแข่ง DOTA 2?
07/09/2018

หลังจากที่ไม่นานมานี้วงการโดตา 2 (DOTA 2) แถบภูมิภาค SEA เพิ่งได้มีข่าวดีเนื่องในโอกาสที่หนึ่งในการแข่งขัน 5 Major ใหญ่มาจัดที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะใช้ในการเก็บแต้ม Dota Pro circuit (DPC) วัด Ranking ทีมที่แข็งแกร่งที่สุด 12 ทีม เพื่อคัดเลือกเป็นทีมรับเชิญเข้าไปแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ The International ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการ Esports ล่าสุด Valve เพิ่งประกาศและปล่อยกฎชุดใหม่ออกมา ซึ่งทำให้รูปแบบการแข่งขันและการคัดเลือกทีม The International เปลี่ยนไป โดยมีรายละเอียดดังนี้

 

การเก็บแต้ม DPC

ในการแข่งขัน Dota Pro Circuit 2018-2019 ได้มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ คือในครั้งนี้คะแนนจะถูกแจกให้กับทีม ไม่ใช่ผู้เล่นเหมือนปีก่อนๆ และหากผู้เล่น Roster ย้ายทีมออกไป คะแนนของทีมก็จะยังคงอยู่ โดยในแต่ละ Major จะมี คะแนน15,000 แต้มจะถูกแจกจ่ายให้กับ 16 ทีม ส่วน 8 ทีมในการแข่งขัน Minor จะต้องไปแบ่ง 500 แต้ม โดยมีเปอร์เซนต์การแบ่งดังนี้


  • การแข่ง MAJOR มีแต้มรวมทั้งหมด 15,000 แต้ม



[caption id="attachment_5177" align="alignnone" width="1024"] การแจกแต้ม DPC ในการแข่งขัน MAJOR ซึ่งมีทั้งหมด 15,000 แต้ม[/caption]

 


  • การแข่ง MINOR มีแต้มรวมทั้งหมด 500 แต้ม



[caption id="attachment_5178" align="alignnone" width="1024"]GameFever TH การแจกแต้ม DPC ในการแข่งขัน MINOR ซึ่งมีทั้งหมด 500 แต้ม[/caption]

 
ยิ่งแต้ม DPC มาก ก็ยิ่งการันตีที่นั่งในงานแข่ง The International 2019 (TI 9)
GameFever TH

ในฐานะโปรเพลเยอร์เกมโดตา 2 (DOTA 2) แล้ว อาจพูดได้ว่าความฝันสูงสุดของผู้เล่นฝีมือระดับโลก ก็คือการมุ่งสู่งานแข่ง DOTA 2 และการแข่ง Esports ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นั่นก็คืองาน The International 2019 โดยการแข่งขัน Dota Pro Circuit (DPC) นี้ก็เป็นตัวตัดสินชะตาของทีมแข่งโดตามืออาชีพเหมือนกัน โดยหากได้คะแนน DPC ดี จะทำให้ได้เป็นทีมรับเชิญ นั่งเก้าอี้รออยู่ในการแข่ง TI เลยทีเดียว

ล่าสุด Valve ได้ทำการเปลี่ยนจำนวนทีมที่ได้รับการเชิญใน The International 2019 เป็น 12 ทีม ซึ่งทีมที่จะได้เข้าไปแข่งขันในงาน TI ทั้งหมดคือ 18 ทีมด้วยกัน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพราะเพิ่มโควต้าทีมรับเชิญขึ้นมาถึง 4 ทีม จากเดิมคือ 8 ทีม

ส่วนอีก 6 ทีมที่เหลือที่ไม่สามารถเก็บแต้ม DPC และครองตำแหน่งต้นๆ ของตารางได้ จะต้องไปเข้าแข่งรอบคัดเลือกจาก 6 ภูมิภาค ได้แก่ อเมริกาเหนือ (NA), อเมริกาใต้ (SA) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA), ยุโรป (EU), จีน (CN) และ ประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS)

โดยมีเพียงผู้แข็งแกร่งเพียง 1 เดียวจากแต่ละภูมิภาคเท่านั้น ที่จะได้ตั๋วไปเข้าไปแย่งชิง Aegis เรียกได้ว่าหากสามารถทำผลงานตลอดปีจากการแข่งขัน Major และ Minor ได้ดี ก็มีสิทธิเข้าสู่ฝั่งฝันมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งทางผู้พัฒนาเกม Valve ออกมาบอกว่าที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสำคัญของการแข่งขันในแต่ละ Major

 
การเลือกทีมเข้าแข่ง Major และ Minor ประจำ Dota Pro Circuit
GameFever TH

รายละเอียดทีมที่จะเข้าแข่งขัน Major


  • 12 ทีม มาจากการคัดเลือกแบบภูมิภาค: ในรอบคัดเลือกจะมีทีมจากภูมิภาคเข้ามาอย่างน้อย 2 ทีม จาก 6 ภูมิภาค

  • 3 ทีม มาจากโควต้าพิเศษที่ Valve เลือกเพิ่มให้ภูมิภาคนั้นๆ: ทางผู้พัฒนา Valve จะกำหนดโควต้าพิเศษเพิ่มให้ภูมิภาคต่างๆ ในแต่ละ Major เพื่อหาทีมมาเติม Major ให้เต็ม

  • 1 ทีม มาจากผู้ชนะ Minor: ทีมที่ได้แชมป์ Minor จะได้รับสิทธิให้เข้ามาเป็นหนึ่งทีมที่เหลือในการแข่งขัน Major ซึ่งมีแต้มและเงินรางวัลมากกว่า


ส่วนสำหรับการแข่งขัน Minor จะมีทีมจากทุกภูมิภาคเข้ามาร่วมแข่งด้วยอย่างน้อย 1 ทีม (รวม 6 ทีม จาก 8 ทีม) ทั้งนี้ในการแข่งขันรอบคัดเลือกแบบภูมิภาคจะยังมีทีมรับเชิญอยู่ โดยแต้ม DPC อาจจะไม่ได้เป็นตัวกำหนดในการได้เป็นทีมรับเชิญ ทว่าก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญเหมือนกัน

 
จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคะแนน DPC ของทีมไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เล่นอีกต่อไป?

[caption id="attachment_5200" align="alignnone" width="1024"]GameFever TH Ranking แต้ม DPC ของแต่ละทีมหลังจบการแข่ง Dota Pro Circuit 2017-2018 มาจากคะแนน DPC ที่มากที่สุดของผู้เล่น 3 คนรวมกัน[/caption]

สิ่งหนึ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญสำหรับข้อกำหนดใหม่ที่ Valve ออกมาใช้กับการแข่งโดตา Dota Pro Circuit 2018-2019 ก็คือ การที่แต้ม DPC จะไม่ได้กลายเป็นของผู้เล่น แต่จะเป็นของทีมแทน ซึ่งผู้พัฒนาเกมเองก็ออกมาบอกตรงๆ ว่าทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับ Roster ของแต่ละทีม

จากที่เห็นในภาพ เมื่อก่อนแต้ม DPC ของแต่ละทีมนั้นได้มาจากแต้ม DPC ของผู้เล่น 3 คนแรกที่มีคะแนนเก็บอยู่กับตัวมากที่สุด พอเอามารวมกันทำให้ทีมนั้นพลอยได้คะแนนเยอะและติดอันดับ Ranking ด้วย โดยทั้ง 8 ทีมนี้ คือทีมที่ได้รับเชิญเข้าไปร่วมแข่งขันใน The International 2018 หรือ TI 8 นั่นเอง

ดังนั้นจึงถือได้ว่ากฎที่ Valve ประกาศออกมาใหม่ ถือเป็นการยกเลิกระบบเดิม ส่งผลให้การเปลี่ยนมาให้คะแนน DPC กับทีมแทนที่จะให้คะแนนติดตัวผู้เล่นไป ถือเป็นการให้โอกาสแต่ละทีมปรับเปลี่ยนผู้เล่นเพื่อหาผู้เล่นที่เหมาะจะไปชิง Aegis นอกจากนี้ยังทำให้เวลาผู้เล่นออกจากทีมไป ทีมนั้นๆ จะไม่ต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันเพราะแต้ม DPC ไม่เพียงพอ

ในระบบที่เปลี่ยนใหม่นี้อนุญาตให้ทีมสามารถเปลี่ยนผู้เล่นได้ระหว่างการแข่งขัน ทว่ายังต้องมีการสมัครและกำหนดชื่อ Roster ให้ครบ 5 ตำแหน่งเหมือนเดิม ทั้งนี้หากผู้เล่นออก Roster ไป แต้มของทีมในตอนนั้นจะถูกหักออกไป 20% และการเพิ่มผู้เล่นใหม่เข้ามาจะไม่ทำให้ทีมได้รับแต้มใดๆ เพิ่มทั้งสิ้น

ทั้งนี้ในการแข่งขันรอบ Pro Circuit หากทีมลงแข่งโดยใช้ผู้เล่นที่อยู่นอกเหนือจาก Roster 5 คนที่ลงทะเบียนไว้ แต้มจากการแข่งนั้นๆ จะถูกปรับให้ลดลง 40% แต่ว่าผู้จัดการทีมยังมีสิทธิที่จะถอนผู้เล่นจาก Roster ของทีมตัวเองอยู่เหมือนเดิม ส่วนผู้เล่นก็สามารถลาออกจากทีมในระหว่างซีซั่นได้ เพียงแต่ในการแข่งขันทุกครั้ง ทีมจะต้องมีผู้เล่นที่ลงทะเบียนเป็น Roster อย่างน้อย 4 คนจากทั้งหมด 5 คน

โดยหากทาง Valve ส่งเทียบเชิญให้กับทีมทั้ง 12 ทีม และเปิดรอบคัดเลือกสำหรับงาน TI เมื่อไหร่ ทุกทีมจะหมดสิทธิในการเปลี่ยน Roster และจะต้องเล่นให้จบการแข่งขัน TI โดยใช้ Roster เดิม นอกจากนี้จะสามารถประกาศรายชื่อตัวสำรองในทีมได้หลังจากการแข่งขันรอบคัดเลือกของ TI จบลง และจะต้องได้รับการอนุมัติจาก Valve ทั้งนี้ทุกทีมจะต้องส่งรายชื่อและลงทะเบียน Roster ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 16 กันยายน 2018 ก่อนเวลา 12:00 น.

ในการแข่งขัน Major และ Minor ครั้งนี้จะไม่มีการให้สิทธิแก่ทีมรับเชิญเหมือนปีก่อนๆ โดยจะจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกของ Major ก่อน สำหรับทีมที่ไม่ผ่านรอบคัดเลือกจะสามารถไปลงแข่งรอบคัดเลือกของ Minor ได้ และอย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าทีมที่ได้อันดับหนึ่งของ Minor จะมีสิทธิเข้าไปแข่งใน Major อัตโนมัติ

 
ตารางการแข่งขัน


  • 17 กันยายน - 21 กันยายน: Major Qualifier (The Kuala Lumpur Major)

  • 23 กันยายน - 26 กันยายน: Minor Qualifier

  • 26 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน: Minor Main Event

  • 8 พฤศจิกายน - 19 พฤศจิกายน: Major Main Event  (The Kuala Lumpur Major)







  • 26 พฤศจิกายน - 30 พฤศจิกายน: Major Qualifier

  • 1 ธันวาคม - 4 ธันวาคม: Minor Qualifier

  • 7 มกราคม - 13 มกราคม: Minor Main Event

  • 17 มกราคม - 27 มกราคม: Major Main Event







  • 1 กุมภาพันธ์ - 5 กุมภาพันธ์: Major Qualifier

  • 7 กุมภาพันธ์ - 10 กุมภาพันธ์: Minor Qualifier

  • 4 มีนาคม - 10 มีนาคม: Minor Main Event

  • 14 มีนาคม - 24 มีนาคม: Major Main Event







  • 28 มีนาคม - 1 เมษายน: Major Qualifier

  • 3 เมษยน - 6 เมษายน: Minor Qualifier

  • 22 เมษายน - 28 เมษายน: Minor Main Event

  • 2 พฤษภาคม - 12 พฤษภาคม: Major Main Event







  • 15 พฤษภาคม - 19 พฤษภาคม: Major Qualifier

  • 21 พฤษภาคม - 24 พฤษภาคม: Minor Qualifier

  • 10 มิถุนายน - 16 มิถุนายน: Minor Main Event

  • 20 มิถุนายน - 30 มิถุนายน: Major Main Event






 

สรุป: ด้วยข้อกำหนดใหม่ที่ Valve ประกาศออกมา ทำให้แต่ละทีมมีโอกาสแก้เกม ลองผิดลองถูกในการเล่นหรือลอง Line up ใหม่ๆ คาดเดาได้เลยว่าน่าจะมีการโยกย้ายตำแหน่งระหว่างแต่ละซีซั่นหากว่า Line up ที่วางมาตั้งแต่ตอนแรกทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทว่าก็ยังคงต้องคิดให้รอบคอบก่อนอยู่ดี เพราะการเปลี่ยนผู้เล่นนั้น แม้จะทำได้ในปัจจุบัน ทว่าก็ยังมีบทลงโทษและผลเสีย อย่างการหักคะแนน DPC ของทีม

นอกจากนี้ยังทำให้การแข่งขันรอบ Major และ Minor เข้มข้นขึ้นไปอีกขึ้น เพราะเป็นการแย่งชิงตำแหน่งเก้าอี้ใน TI 9 อีกด้วย เรียกได้ว่าผู้ชมจะได้เห็นการต่อสู้ที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

ทั้งนี้หากแฟนเกมโดตาคนไหนอยากเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การแข่งขันระดับโลก และพบเจอกับทีมที่ชื่นชอบ สามารถติดตามการแข่งขัน Major Qualifier รอบ ได้ใน The Kuala Lumpur Major ช่วงวันที่ 8-19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้

 

 


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
FFXIV: Endwalker ทุบสถิติยอดผู้เล่นบน Steam คิวเข้าเกมยาวจนผู้พัฒนาต้องเติมแจก Airtime ชดเชยผู้เล่น!
OcelotBoy
ยืนยัน !! เจ้าเม่นสายฟ้า Sonic จะเข้าร่วมงาน The Game Awards 2021 ด้วย
BASUP!
Guerilla Games เผยรายละเอียดระบบต่อสู้ใหม่ใน Horizon Forbidden West พร้อมคลิปเกมเพลย์ใหม่เพียบ!
OcelotBoy
Ubisoft จับมือกับ Venum ออกชุดสุดเท่สไตล์ไวกิ้ง เอาใจแฟนเกม Assassin's Creed Valhalla
12ooki3
ลือ! Prey จะกลับมาสานต่อความสยองในชื่อ Prey 2: Neuroshock
12ooki3
Editors' Choice
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
OcelotBoy
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
OcelotBoy
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
wine2035
GTA Trilogy - Definitive Edition: เผยสูตรโกงทั้งหมดสำหรับภาค GTA III
OcelotBoy
Show header