บทความ เกมมือถือ ไกด์เกม

10 จุดเด่นสำคัญของเกม Pokemon Masters ที่แฟนๆ โปเกมอนต้องรู้ก่อนเล่น !!

Pokemon Masters ถือเป็นเกมโปเกมอนในจักรวาลหลักภาคแรกที่ปล่อยออกมาให้เล่น นอกเหนือจากแพลตฟอร์มของเครื่องเกม Nintendo ซึ่ง Pokemon Masters ถูกพัฒนาโดยค่าย DeNA ตัวเกมถูกออกแบบมาเพื่อเล่นบนแพลตฟอร์ม Mobile โดยเฉพาะ นั่นทำให้เกมโปเกมอนภาคนี้มีระบบการเล่นที่เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งได้เปลี่ยนจากระบบการต่อสู้แบบ Turn-based ให้กลายมาเป็นแบบ Real-time โดยสมบูรณ์ และปรับการเล่นจาก 1 vs 1 หรือ 2 vs 2 ให้กลายเป็นการแข่งแบบ 3 vs 3 แทน

ทั้งนี้ในปัจจุบัน Pokemon Masters ได้ทำการเปิด Soft Luanch แล้วในแคนาดา และสิงคโปร์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ VPN ในการมุดเพื่อเข้าไปเล่น โดยสำหรับในประเทศไทยเรา ตัวเกมเตรียมเปิดแบบ Global ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะรองรับภาษาอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, สเปน และจีน (ไม่มีไทย T^T) โดยตอนนี้ใครกำลังรอเกมเกมนี้อยู่ สามารถเข้าไปลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่นี่ Android [คลิก] และ iOS [คลิก] ส่วนสำหรับใครที่ยังลังเล หรืออยากรู้ว่าตัวเกมโปเกมอนภาคนี้มีรูปแบบการเล่นเป็นแบบไหน บทความนี้ได้ทำการรวบรวมไว้ให้หมดแล้ว


1. ทวีปใหม่ เนื้อเรื่องใหม่ การแข่งขันใหม่

Pokemon Masters จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นบนเกาะ Pasio ซึ่งถือเป็นเกาะสุดพิเศษ ที่มีปรากฎอยู่บนแผนที่ในจักรวาลโปเกมอนจริงๆ โดยเกาะ Pasio จะมีวัฒนธรรมเกี่ยวกับโปเกมอน การดำรงชีวิต และการแข่งขันไม่เหมือนกับที่อื่นๆ โดยที่นี่เทรนเนอร์ 1 คน จะจับคู่กับโปเกมอนเพียง 1 ตนเท่านั้น ซึ่งจะเรียกระบบนี้ว่า Sync Pairs รวมไปถึงการแข่งขัน Pokemon League หรือ  Pokemon Battle ของที่นี่เองก็ไม่เหมือนใคร เพราะจะเน้นการต่อสู้รูปแบบทีมเป็นหลัก โดยจะเป็นการจับคู่เทรนเนอร์ 3 คน เข้าปะทะ กับเทรนเนอร์อีก 3 คน หรือก็คือ 3 vs 3 นั่นเอง และสำหรับ Pokemon League ของเกาะนี้จะใช้ชื่อว่า Pokemon Masters League ซึ่งเป็นความฝันของเทรนเนอร์ทุกคนบนเกาะนี้ ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน และกลายเป็นแชมป์ทีมอันดับ 1 ของการแข่งขัน


2. ตัวละครจากจักรวาลโปเกมอนทุกภาค

ความพิเศษหนึ่งที่จะทำให้เหล่าแฟนๆ เกมโปเกมอนจะต้องยิ้มจนแก้มปริ ก็คือเหล่าตัวละคร หรือเทรนเนอร์จากตัวเกมในโปเกมอนทุกภาคจะมารวมตัวในเกมภาคนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเหล่าตัวละครหลักที่เราใช้เล่นกันในแต่ละภาค เหล่าตัวร้าย หัวหน้ายิม เทรนเนอร์ตามทาง จนไปถึงจตุรเทพ ก็จะมาโชว์ตัวให้เราได้หยิบจับไปใช้ และที่จะยิ่งพิเศษไปมากกว่าเดิม ก็คือเหล่าเทรนเนอร์ที่มา จะมีหลากหลายฟอร์ม ซึ่งแต่ละฟอร์ม นอกจากการแต่งตัวจะไม่เหมือนกันแล้ว โปเกมอนข้างกายก็จะไม่เหมือนกันด้วย ถือเป็นการหยิบของที่มีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงๆ ขอคารวะทีมพัฒนาในเรื่องนี้เลย


3. เทรนเนอร์ 1 คน ต่อ โปเกมอน 1 ตัว

ถือเป็นการเปลี่ยนระบบจากปกติที่เทรนเนอร์หนึ่งคน จะมีโปเกมอนในการครอบครองระหว่างการเดินทางได้ 6 ตัว ให้กลายมาเป็นเทรนเนอร์ 1 คน ต่อโปเกมอน 1 ตัวเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการปรับเพื่อให้ตัวเกมมีระบบการเล่นที่รวดเร็วขึ้น และสอดคล้องไปกับระบบ RPG ของตัวเกมที่ปรับมาเพื่อเป็นเกมกาชาปองโดยเฉพาะ และถ้าถามว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบนี้จะส่งผลกับเสน่ห์ของซีรีส์เกมโปเกมอนไหม ผมคิดว่าคงมีบ้าง แต่ผมเชื่อว่าตัวเกมจะให้อารมณ์ที่แตกต่างจากเดิม และจะเปลี่ยนจากการสะสมแต่โปเกมอน ให้มากลายเป็นสะสมเทรนเนอร์ไปด้วย ก็ถือเป็นอารมณ์ที่แตกต่างไปอีกแบบเหมือนกัน


4. โปเกมอนมีทั้งวิวัฒนาการได้ และไม่ได้

อีกสิ่งหนึ่งที่เกมโปเกมอนภาคนี้จะไม่เหมือนเกมโปเกมอนภาคหลัก ก็คือโปเกมอนในภาคนี้ ต่อให้ตามข้อมูลแล้วจะสามารถวิวัฒนาการได้ แต่ถ้าระบบของตัวเกมนี้ตั้งค่าว่าไม่ให้วิวัฒนาการได้ โปเกมอนตัวนั้นก็จะไม่สามารถวิวัฒนาการได้อย่างแน่นอน รวมไปถึงเลเวลการวิวัฒนาการร่างของโปเกมอนจะถูกปรับไปเป็นระดับเท่ากันทั้งหมด โดยโปเกมอน 1 ตนสามารถวิวัฒนาการร่างได้สูงสุด 3 ครั้ง ซึ่งร่าง 2 และร่าง 3 จะวิวัฒนาการได้ตอนเลเวล 30 และ 45 ส่วนร่าง 4 ซึ่งเป็นร่าง Mega จะมาพร้อมกับระบบ Sync Move หรือระบบท่าไม้ตายของตัวเกม

ทั้งนี้การวิวัฒนาการร่างของโปเกมอนจะไม่ใช่ถึงเลเวลแล้ววิวัฒนาการเลย แต่เราจะต้องหาไอเทมเพื่อมาวิวัฒนาการร่างตัวโปเกมอนที่เราต้องการโดยเฉพาะ


5. โหมดการเล่นครบถ้วนสไตล์เกม RPG บนมือถือ

อย่างที่ผมกล่าวมาตั้งแต่ต้น Pokemon Masters คือการหยิบเอาเกมซีรีส์โปเกมอนมาแปลงเป็นเกม RPG บนแพลตฟอร์มมือถือ ดังนั้นโหมดการเล่นต่างๆ จึงจะเหมือนเกม RPG บนมือถือต่างๆ ที่เราเคยสัมผัส ไม่ว่าจะเป็น Main Story, Events, Sync Pair Stories และ Training Area โดยจะมีบางโหมดที่เราสามารถ Co-op เล่นร่วมกับเพื่อนของเราได้อีกด้วย ทั้งนี้โหมดการเล่น Main Story ของตัวเกม นอกจากจะเป็นการดำเนินเนื้อเรื่องของตัวเกมแล้ว ยังเป็นโหมดที่จะปลดล็อคตัวละครต่างๆ ให้เราได้ใช้อีกด้วย และยังมีโหมด Sync Pair Stories ซึ่งเป็นโหมดเนื้อเรื่องแยกย่อยของตัวละครแต่ละตัว ซึ่งจะผูกไปกับระบบแปลงร่างของโปเกมอน ที่ถ้าเราไม่จบ Sync Pair Stories ของเทรนเนอร์นั้นๆ ก่อน โปเกมอนของเขาก็จะไม่สามารถวิวัฒนาการร่างได้


6. ระบบการต่อสู้รูปแบบใหม่ไม่เหมือนตัวเกมภาคก่อนๆ

สิ่งที่จะแตกต่างจากเกมโปเกมอนทุกภาคแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยสำหรับ Pokemon Masters ก็คือระบบต่อสู้ของตัวเกม ซึ่งนอกจากเราจะต้องฟอร์มทีมเทรนเนอร์ขนาด 3 คนขึ้นมาแล้ว ตัวระบบการต่อสู้ของตัวเกมยังเปลี่ยนจาก Turn-based ให้กลายมาเป็นแบบ Real-time โดยสมบูรณ์ ซึ่งในการต่อสู้เราสามารถกดท่าได้อย่างรัวๆ โดยท่าของโปเกมอนบางท่าจะมีคูลดาวน์จำกัดไว้อยู่ และบางท่าจะมีจำนวนครั้งที่เราจะใช้ต่อหนึ่งการต่อสู้ตั้งเอาไว้อยู่อีกด้วย ถือเป็นระบบการเล่นที่เน้นให้ผู้เล่นได้ Action กับการเล่นมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องมารอเวลาต่างๆ ให้เสียเวลา

ในการต่อสู้เราสามารถสลับโปเกมอนสั่งการในทีมไปมาได้อย่างอิสระ และที่น่าสนใจที่สุดก็คือยิ่งเราใช้ท่ามากเท่าไหร่ เราจะยิ่งสามารถสั่งให้โปเกมอนของเราใช้ท่าไม้ตาย หรือ Sync Move ได้เร็วขึ้นมากเท่านั้น


7. ระบบท่าไม้ตาย Sync Move

ก่อนจะพูดถึงระบบท่าไม้ตาย หรือ Sync Move ผมจะพูดถึงท่าประจำตัวของโปเกมอนต่างๆ ก่อน โดยในตัวเกม โปเกมอนทุกตัวจะมีท่าติดมากับตัวทั้งหมด 6 ท่า ประกอบไปด้วยท่าปกติ 4 ท่า ท่า Sync Move 1 ท่า และพาสซิพสกิลอีก 1 ท่า แต่เริ่มแรก โปเกมอนของเราจะมีท่าให้ใช้เพียง 2 ท่าเท่านั้น ซึ่งการจะใช้ท่าอื่นๆ ได้ จำเป็นต้องปลดล็อคท่าเหล่านั้นเสียก่อน ส่วนสำหรับ Sync Move เป็นท่าไม้ตายประจำตัวของโปเกมอน การกดใช้ท่านี้จะมีคัทซีนเท่ห์ๆ ของโปเกมอนตนนั้นปรากฎออกมา


8. มีระบบ Auto และระบบเร่งสปีด

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเพื่อนๆ เบื่อที่จะต้องมานั่งกดรัวสกิลตลอดทั้งเกม ตัวเกมมีระบบ Auto และระบบเร่งสปีดเตรียมไว้ให้เราอย่างพร้อมสรรพ ซึ่งแน่นอนว่ามันมีประโยชน์มากสำหรับใช้ในการฟาร์มเลเวลของโปเกมอนที่เรามีครอบครองทั้งหมด และแน่นอนว่าระบบ AI ของมันอาจไม่ฉลาดนัก ดังนั้นหากเป็นการต่อสู้สำคัญๆ ผมแนะนำให้เล่นเองจะดีกว่า


9. มีระบบอัปเกรดดาว เลเวล สกิล และเปลี่ยนร่าง

สิ่งหนึ่งที่ผมชอบใน Pokemon Masters คือตัวละคร หรือโปเกมอนของเราทุกตัวสามารถมีพลังในระดับเท่ากันได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะโปเกมอนในระดับ 1 ดาว ซึ่งมีเลเวลที่ต่ำเรี่ยดิน เราก็สามารถอัปเกรดจนสุด 5 ดาวได้ และยังสามารถอัปเกรดเลเวลของตัวโปเกมอนต่างๆ ให้สุดที่เลเวล 100 ได้อีกด้วย ส่วนระบบสกิลของตัวเกม จะใช้ระบบการได้รับตัวละครซ้ำในการอัปเกรดเลเวลของสกิล และอย่างที่ผมบอกไว้ในช่วงต้น ว่าระบบวิวัฒนาการ หรือระบบเปลี่ยนร่างของเกมนี้จำเป็นต้องใช้ไอเทมในการเปลี่ยนร่าง โดยไอเทมต่างๆ ที่ใช้ในระบบเหล่านี้ เราสามารถหาได้จากในตัวเกมได้ทั้งหมด !!


10. มีระบบกาชาปอง

หลายคนคงสงสัยว่า แล้วเราจะหาเทรนเนอร์ หรือจับโปเกมอนกันอย่างไร ? สำหรับตัวเกม Pokemon Masters จะใช้ระบบกาชาปองแบบสมบูรณ์ในการหาเทรนเนอร์ หรือโปเกมอน โดยเรามีสิทธิ์ที่จะได้ตัวซ้ำได้ แต่ตัวโปเกมอนที่เราได้ซ้ำจะสลายกลายเป็นระดับสกิลของโปเกมอนตัวที่ซ้ำแทน


Pokemon Masters คือการเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเกม RPG บนแพลตฟอร์มมือถืออย่างสมบูรณ์ ตัวเกมทำลายระบบการเล่นของตัวเอง และเปลี่ยนโฉมระบบใหม่หมด ซึ่งการทำแบบนี้เป็นเหมือนดาบสองคม ที่บางครั้งอาจทำให้เหล่าแฟนเกมไม่พอใจ แต่ถ้าถามผู้เขียนอย่างผมรู้สึกอย่างไร ผมรู้สึกว่าการเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของเกมโปเกมอนภาคนี้ จะทำให้ตัวซีรีส์เข้าถึงผู้เล่นกลุ่มอื่นๆ ได้แพร่หลายมากขึ้น และการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่นแบบนี้ของโปเกมอน อาจจะก่อให้เกิดความแพร่หลายมากขึ้นในเกมโปเกมอนภาคต่อๆ ไปก็เป็นได้

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ไกด์ Pokemon Masters กับระบบ Evolution ของโปเกมอน

Site Default

ไกด์ Pokemon Master ระบบต่อสู้ Various Move, Sync Move, Unity Attacks

Site Default

วิธีเล่น Pokemon Master เซิร์ฟ Singapore/Canada เน็ตโทรศัพท์ก็เล่นได้ (เฉพาะ Android)

Lazefatboy

Leave a Comment