รีวิว

รีวิว Remnant: From the Ashes นี่มันเกม Dark Souls ฉบับยิงปืนชัดๆ !!

เดี๋ยวนี้กระแสเกมแนว Dark Souls เองก็กำลังเป็นที่นิยมมากๆ กับเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงมหากาฬความยากที่เหล่าศัตรูนั้นสามารถฆ่าเราด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ที แต่ถึงอย่างนั้นเกมแนวนี้มันได้มอบความท้าทายของเกมที่หาได้ยากกว่าเกมแนวอื่นๆ ตัวเกมเหมาะสำหรับเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่มีสกิลเพลย์สูงๆ

ปัจจุบันนี้มันก็มีหลายเกมนะครับ ที่นำเอาระบบของเกมแนวนี้มาใช้เป็นแรงบันดาลใจ เอามาต่อให้ยอดเป็นรูปแบบเกมเพลย์ของตัวเอง อย่างเช่นเกม God of War (2018) ก็ได้นำระบบแนวนี้มาพัฒนาต่อบวกกับเนื้อเรื่องต่างๆ นาๆ ทำให้เกมนี้ได้รับรางวัล Game of the Years ปี 2019 ภายในงาน The Game Awards เลยทีเดียว

และ Remnant: From the Ashes เองก็เป็นหนึ่งในเกมที่เอาระบบนี้มาต่อยอดเช่นกัน และได้ทำการดัดแปลงแนวการเล่นจากที่ส่วนใหญ่มักจะใช้อาวุธระยะประชิด ให้กลายมาเป็นการใช้ปืนแทน จากฝีมือผู้พัฒนาที่เคยสร้างเกมดังมาแล้วอย่าง Darksider II และ Darksider III พร้อมกับใส่ความเป็นเกมแนว RPG เข้ามาให้เกมดูแปลกใหม่มากขึ้น ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะมารีวิวเกมนี้ให้ทุกท่านได้ชมกันครับว่า มันจะสามารถเข้ามาสู้กับเกมรุ่นพี่อื่นๆ ที่เป็นเกมแนวคล้ายกันได้หรือไม่ ?

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ remnant from the ashes


เนื้อเรื่อง

ตัวเกมจะเซ็ตอยู่ในหลังการล่มสลายของโลก ด้วยการบุกรุกของเหล่าอสูรกายในตำนาน โดยเราจะได้รับบทเป็นนักผจญภัย (สร้างตัวละครได้ทั้งชายและหญิง) ที่เราจะต้องหาทางหยุดยั้งหายนะครั้งนี้ แต่เส้นทางของเราบังเอิญได้ไปจับพลัดจับผลูพบกับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่บน Ward 13 ที่จะมีผลึก Red Eyes ทำให้เราสามารถวาร์ปไปยังดินแดนต่างๆ ได้อย่างอิสระ รวมถึงเรายังจะได้เสาะหาการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้ก่อตั้ง Ward 13 อีกด้วย โดยเนื้อเรื่องต่างๆ ของเกมนั้นก็จะมีคำตอบให้เราเลือก ซึ่งแต่ละคำตอบเราก็จะได้รับผลลัพธิ์ที่แตกต่างกัน หรือได้รับของรางวัลที่แตกต่างกันบ้าง

Remnant: From the Ashes

แต่จากที่ได้ลองเล่นมาก็ต้องบอกเลยว่าตัวเนื้อเรื่องนั้นมันเป็นเพียงแค่ส่วนประกอบที่ทำให้เรามีเหตุผลต่างๆ นาๆ ไปไล่ฆ่ามอนสเตอร์นั่นแหละ ตัวเนื้อเรื่องอาจจะดูน่าสนใจบ้างถ้ายิ่งเราเล่นไปเรื่อยๆ แต่มันก็ไม่ได้ขนาดที่ว่าจะดึงอารมณ์ให้พาเราเข้าไปอินขนาดนั้น และถ้าเอาเนื้อเรื่องมาต่อๆ กันมันก็ดูค่อนข้างเนือยๆ พอสมควรเลยทีเดียว เพราะจุดเด่นของเกมนี้มันอยู่ที่เกมเพลย์เสียมากกว่า

Remnant: From the Ashes


กราฟิก

กราฟิกของเกมนี้ได้ใช้ Unreal Engine ในการพัฒนา ที่เราเองก็น่าจะรู้ถึงความสวยงามของมันดี แต่ก็ต้องบอกว่ารายละเอียดต่างๆ ของเกมก็อาจจะไม่ได้เทียบเท่าขนาดเกมระดับ AAA ซักเท่าไร แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะกราฟิกมันก็ไม่ใช่ทุกอย่าง รวมถึงงบในการสร้างเกมนี้ก็อาจจะไม่ได้เวอร์วังอลังการขนาดนั้น

แต่สิ่งที่ต้องชมคือ Performance ของเกมทำได้ลื่นไหลเป็นอย่างมาก ปัญหาต่างๆ ในเรื่องกราฟิกหรือเกมค้างเกมหลุดเองไม่พบเจอให้เห็นซักครั้ง ตัวเกมสามารถปรับแต่งอะไรต่างๆ ได้เยอะ ใครที่คอมแรงก็จัดกราฟิกสูงๆ ไป คุณก็จะได้ภาพที่สวยสดงดงาม แต่ถ้าใครคอมไม่แรงก็อาจจะปรับภาพลงมา ถึงแม้กราฟิกอาจจะดูต่างกันอย่างชัดเจน แต่มันจะแลกมาด้วยเฟรมเรทที่ได้เยอะขึ้นกว่าเดิม 2-3 เท่า แสดงว่าเกมนี้คอมที่ไม่แรงก็สามารถเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา รวมถึงแผนที่ด่านต่างๆ ของเกมนี้ก็เป็นกึ่งๆ Openworld ซึ่งมันก็เลยทำให้เกมไม่กินแรง CPU เราเท่ากับเกมอื่นๆ

แต่ขอเสียก็เห็นบ้างอย่างเช่นบัคประปรายของแอนิเมชั่นตัวละครหรือเควสต่างๆ โดยส่วนตัวบัคที่เคยพบเจอก็คือชื่อเควสใหม่ไม่เด้ง หรือบัคศัตรูบอสติดและเรายิงฟรี แต่ถึงอย่างนั้นในวันที่เขียนรีวิวเหมือนผู้พัฒนาจะแก้บัคไปเยอะแล้ว หลังๆ ไม่เห็นเลย

Remnant: From the Ashes


เกมเพลย์

อย่างที่บอกว่า Remnant: From the Ashes เป็นเกมแนว Souls ในแบบฉบับการยิงปืน แต่ถ้าใครที่เคยเล่นเกมแนวนี้มาก่อน เกมส่วนใหญ่มันจะเป็นเกมที่ใช้อาวุธระยะประชิด ทำให้ความยากของมันอยู่ที่เราจะต้องเข้าไปใกล้ศัตรูเพื่อโจมตี แต่ส่วนของเกมนี้อาวุธต่างๆ ที่ใช้โจมตีมักจะเป็นอาวุธปืน เลยทำให้เกมนี้อาจจะดูง่ายและได้เปรียบกว่าเกมอื่นๆ

Remnant: From the Ashes

แต่ถึงอย่างนั้นผู้พัฒนาก็น่าจะรู้ในจุดนี้ จึงทำให้การต่อสู้ของเกมนี้มีสปีดที่สูงกว่าทุกเกม รวมถึงจำนวนของศัตรูเองก็แห่แหนกันมาอย่างไม่หยุดหย่อน ยิ่งเวลาสู้บอสศัตรูจะทำการเสกลูกน้องออกมาเป็นสิบๆ ตัวคอยก่อกวนเรา จึงทำให้ตัวเราจะต้องรับมือกับศัตรูหลายๆ ด้านทั้งบอส และลูกกระจ๊อก มันเลยทำให้เกมนี้มีความไม่ง่ายอยู่นั่นเอง เพราะจากที่เล่นมาก็ต้องบอกเลยว่ามันก็ยากและพาหัวร้อนพอสมควร ทั้งมอนสเตอร์ธรรมดา และบอสต่างๆ ก็ต่างพากันตีแรงมากๆ ยิ่งดำเนินเรื่องไปไกลเรื่อยๆ ศัตรูจะดุร้ายขึ้นอีกด้วย

Remnant: From the Ashes

ตัวละครของเรานั้นสามารถเลือกคลาสได้ในช่วงแรก ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 แบบคือ

Hunter – จะเก่งในระยะไกล ใช้ปืนสไนเปอร์หลัก และอาวุธระยะประชิดเป็นดาบ

Ex-Cultist – จะเก่งในระยะกลาง ใช้อาวุธปืนกลเป็นหลัก และอาวุธระยะประชิดเป็นขวานเล็ก

Scrapper – จะเก่งในระยะใกล้ ใช้อาวุธลูกซองเป็นหลัก และอาวุธระยะประชิดเป็นค้อน

แต่ละคลาสจะได้รับสกิลต่างๆ หรือจุดเด่นในเรื่องของค่าป้องกันไม่เหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถที่จะสลับเปลี่ยนอาวุธ ชุดและสกิลของสายอื่นได้อยู่ดี

ระบบ Combat ต่างๆ เองก็อ้างอิงมาจากเกมแนว Souls หลายๆ อย่างเช่นระบบเซฟ Checkpoint ก็คล้ายๆ กัน อย่างเกม Dark Souls จะมี Bonfire ที่จะเพิ่มเลือดและยาให้อัตโนมัติ ส่วนเกมนี้เองก็เช่นกันแต่จะเปลี่ยนเป็นคริสตัล Red Eyes แทน ระบบ Stemina เองก็คล้ายๆ กันที่จะใช้วิ่ง, กระโดดหลบ บลาๆ รวมถึงระบบเพิ่มเลือดก็จะสามารถกดเพิ่มเลือดได้ 3 ครั้ง ซึ่งถ้าอยากจะเติมเลือดก็แค่ไปที่คริสตัลนั่นเอง

ระบบการโจมตีเองเป็นสิ่งที่ดีไซน์ออกมาได้ดีมาก เพราะตัวละครเราจะมีอยู่สองปืนที่จะสามารถสลับไปมาได้ (ผู้เขียนเล่นใน PC กดตัว X เพื่อสลับปืน) เวลาจะยิงเราต้องกดเล็งก่อนแล้วถึงยิงได้ แต่ถ้าอยากใช้อาวุธระยะประชิดก็แค่กดโจมตีโดยไม่ต้องเล็ง ซึ่งมันสะดวกมากๆ ในเรื่องของการเล่น เพราะเราจะไม่ต้องมาสลับอาวุธไปๆ มาๆ ให้หลอนประสาทเวลาที่ศัตรูแห่มาตีเราเยอะๆ และจุดเด่นของระบบอาวุธที่ส่วนตัวชอบอีกอย่างคือการ Mod ที่จะเป็น Perk สกิลติดตัวเสริม ให้เราสามารถใช้สกิลได้ถ้าหากเก็บเกจพลังจนเต็ม โดยตัว Mod ยิ่งเราผ่านบอสใหญ่ๆ ได้ มันก็จะมีสกิลใหม่ๆ มาให้เราใช้ที่เหมาะกับสถานะการณ์ต่างๆ อีกด้วย

Mod ติดปืนสกิลสร้างบาเรียเพื่อป้องกันศัตรูยิงไกลชั่วขณะ

แต่ถึงอย่างนั้นเนื่องจากตัวเกมมีระบบความเป็น RPG เข้ามา ทำให้เราสามารถฟาร์มหรือเก็บของอัพเกรดอาวุธ และชุดต่างๆ ให้ตัวละครเราเก่งในระดับหนึ่งก่อนได้แล้วค่อยมาสู้กับเหล่าบอสทีหลังมันก็จะทำให้เราเล่นได้ง่ายขึ้น หรือจะทำการเล่น Co-op กับเพื่อนๆ เพื่อมาช่วยกันยิงบอสก็ได้ จึงทำให้ความยากของเกมนี้อาจจะพาให้เราหัวร้อนบ้าง ตายวนเวียนกันหลายๆ รอบ แต่มันก็ไม่ถึงขนาดที่จะยากเท่ากับ Bloodborne, Dark Souls หรือ Sekiro

ระบบการอัพเกรดนั้นก็ทำออกมาได้ไม่ซับซ้อนเท่าไร ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะเราก็แค่ไปหาเศษเหล็ก (เงิน) และพวก Material ต่างๆ ที่สามารถหาได้ตามด่าน มาอัพเกรดเป็นขั้นๆ ไป มีการอัพเกรดทั้งชุดอาวุธต่างๆ เป็นการตีบวกไปเรื่อยๆ ยิ่งเลเวลสูงขึ้นก็จะใช้วัสดุที่มากขึ้น หรืออาจจะใช้วัสดุที่ระดับสูงขึ้นแค่นั้น แต่สิ่งที่ไม่ชอบก็เป็นในเรื่องของคอสตูมต่างๆ ที่เป็นชุดเดิมและไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรใดๆ เลย แต่ละคลาสมีอยู่ชุดเดียวและตีบวกให้เก่งเท่านั้น

รวมถึงตัวเกมมีระบบ Status ที่เรียกว่า Trait ที่เราจะสามารถได้รับมาหลังจากปลดเงื่อนไขบางอย่าง ซึ่งแต่ละเลเวลเราจะได้รับ 1 Point หรือสามารถหาเก็บได้ตามแผนที่ต่างๆ โดย Trait แต่ละชนิดจะตันอยู่ที่ 20 เลเวล ซึ่งเราสามารถอัพได้อย่างอิสระ และขึ้นอยู่กับว่าท่านจะเลือกอัพอะไร ตามสไตล์ที่ท่านชอบได้เลย

ระบบการ Co-op เองจะสามารถเล่นได้ทั้งหมด 3 คน ซึ่งมันจะช่วยทำให้คุณผ่านด่านได้ง่ายขึ้น โดยก่อนเริ่มเกมเราสามารถที่จะเปิด Public ให้คนเข้ามาได้ หรือจะเปิดเฉพาะเพื่อน ไม่ก็เล่นแบบออฟไลน์คนเดียวได้หมด และต้องบอกเลยว่าการเล่นกับเพื่อนทำให้เกมนี้มีอรรถรสมากขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เกมเล่นง่ายขึ้นก็เถอะ แต่เชื่อว่ามันเป็นความยากพอดีที่ไม่ยากจนเกินไป และไม่ง่ายจนเกินไป (เล่นกับเพื่อนสองคนเจอบอสก็ตายอยู่ 3-4 รอบนะกว่าจะผ่าน)


สรุป

Remnant: From the Ashes เป็นเกมที่นำจุดเด่นของเกมแนว Dark Souls มาใช้เกือบทั้งหมด แต่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างให้เป็นเกมของตัวเองมากขึ้น มีการใส่ระบบ RPG เข้ามาให้ผู้เล่นได้มีแรงจูงใจในการฟาร์มของต่างๆ และทำให้ตัวละครเก่งขึ้น การดีไซน์ระบบการต่อสู้เองก็เป็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กับการกดเล็งถึงเป็นการใช้ปืน กดตีธรรมดาเป็นการใช้อาวุธประชิด ซึ่งมันสะดวกมากๆ รวมถึงการเล่นกับเพื่อนนั้นทำให้เกมนี้ทำให้สนุกมากขึ้นด้วย เราอาจจะต้องคุยกับเพื่อนเพื่อหาแบบแผนรองรับต่างๆ นาๆ ยิ่งถ้าเพื่อนที่เล่นด้วยรู้งาน มันจะยิ่งสนุกขึ้น

แต่กระนั้นความยากของเกมเองก็อาจจะยังไม่สามารถเทียบเท่ากับตำนานอย่าง Dark Souls หรือ Sekiro ได้ อาจจะเป็นในเรื่องของที่เราสามารถโจมตีศัตรูได้ในระยะไกลนั่นเอง เราเลยไม่จำเป็นจะต้องโดดเข้าไปใกล้จนเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะผ่านอยู่ดี เพราะลูกน้องศัตรูมันก็จะแห่มาช่วยลูกพี่มันตีแบบไม่มีพัก ส่วนตัวชอบมากเพราะว่าเกมนี้มีความยากในระดับที่เข้าถึงได้ ไม่ร้อนจนเกินไปอาจจะแค่อุ่นๆ นิดหน่อยเวลาอะไรต่างๆ ไม่ได้ดั่งใจ

Remnant: From the Ashes

แต่สิ่งที่ไม่ชอบก็คงเป็นในเรื่องของสีสันด้านภาพที่มันอาจจะไม่ได้เจิดจรัสเท่าเกมอื่นๆ หรือจะเป็นในเรื่องคอสตูมที่แม๊ !! อุส่ามีอุปกรณ์หลายๆ ชิ้นให้ใส่ ผู้พัฒนาก็น่าจะสร้างคอสตูมหรือสร้างชุดแปลกๆ ดีไซน์อื่นๆ มาอีก เพราะเท่าที่มีอยู่มันดูจืดชืดยังไงไม่รู้ รวมถึงอาวุธต่างๆ เองก็อยากให้มีอาวุธเดิมแต่เปลี่ยนดีไซน์เหมือนกัน หรือเป็นอาวุธเดิม และปรับแต่งลูกเล่นมากกว่าจะเป็นอาวุธอีกแบบไปเลย อาวุธที่ดรอปได้ภายในดันเจี้ยนมันไม่ค่อยมีแรงจูงใจที่อยากให้เราจะหยิบมาใช้เท่าไร เพราะว่าอาวุธหลักเราอัพเกรดไปเยอะแล้ว

จากที่เล่นมาผู้เขียนเองยังใช้อาวุธเดิมตั้งแต่เริ่มและอัพเกรดเอาอย่างเดียว ปืนอื่นไม่สนใจ แต่ในเรื่องของอาวุธก็อาจจะมีข้อดีของ Mod สกิลมันมีให้เปลี่ยนหลากหลายซึ่งอันนี้เป็นจุดที่ต้องชื่นชม รวมถึงราคาของเกมเองเพียงแค่ 699 บาทเท่านั้น ไม่แพงเกินเอื้อมคุ้มค่าคุ้มราคา

ร้านค้า Remnant: From the Ashes: LINK

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Remnant: From the Ashes Trailer ล่าสุดเฉลยทุกอย่าง

wine2035

ค่ายพัฒนา Darksiders 3 เปิดตัวเกม Co-op Shooter ใหม่สุดหลอน Remnant: From the Ashes (ชมเทรลเลอร์)

GameFever TH

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเล่น Remnant: From the Ashes [PC, PS4 และ Xbox One]

Lazefatboy

Leave a Comment