รีวิว

Review | รีวิว Naruto to Boruto: Shinobi Striker เมื่อโลกนินจาน่าอยู่น้อยกว่าที่เคย

แพลตฟอร์ม: PS4, Xbox One, Windows (รีวิวบน PS4)

แนวเกม: Fighting

ผู้พัฒนา: Soleil

เวลาที่ใช้เล่นเพื่อรีวิว: 7 ชั่วโมง


Naruto to Boruto: Shinobi Striker แหวกแนวเกมไฟท์ติ้งจากมังงะหรืออนิเมะที่ปกติจะตอบสนองความต้องการของผู้เล่นด้วยการให้เราบังคับตัวละครที่เราชื่นชอบ รัวหมัด ละเลงเท้า ปลดปล่อยท่าไม้ตายใส่ตัวละครที่เราหมั่นไส้จากเวอร์ชันต้นฉบับ มาคราวนี้ผู้เล่นอย่างเราจะได้รับบทเป็นนินจาที่เราสร้างขึ้นใหม่ ทั้งชื่อ หน้าตา ทรงผม เครื่องแต่งกาย หรือแม้กระทั่งวิชานินจาที่เลือกใช้ แถมคราวนี้ยังพาเราเข้าทีม 4 คนเพื่อต่อสู้กับทีมฝั่งตรงข้ามอีก 4 คนด้วย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ฟังดูทีเดียวที่คราวนี้เราจะได้เล่นเกมนารูโตะที่ไม่ใช่แค่เพียงอัพเดตกราฟิก อัพเดตตัวละครใหม่เท่านั้น แต่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปเลย แต่น่าเสียดายที่ความพยายามในครั้งนี้กลับทำให้โลกนินจาน่าอยู่น้อยลงกว่าที่เคย

สามารถเลือกนินจาเก่งๆ ที่เราชื่นชอบเป็นอาจารย์ได้

เหตุผลสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ใครสักคนชื่นชอบในการ์ตูนสักเรื่องหนึ่งก็คือเนื้อเรื่องและตัวละครจากการ์ตูนเรื่องนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนารูโตะจึงเป็นการ์ตูนในดวงใจหลายๆ คน ทั้งๆ ที่นินจาก็เป็นอะไรที่อยู่คู่กับโลกนี้มานานแล้ว แต่เราไม่เคยมีคาถาอัญเชิญกบยักษ์ ไม่เคยมีหมู่บ้านโคโนะฮะ ไม่เคยมีนินจาขี้แพ้ที่มีจิ้งจอกสถิตอยู่ในร่างอย่างนารูโตะ

คาถาและวิชานินจาหลายๆ อย่างยังอยู่ในเกมนี้ แต่ตัวละครที่เรารักกลับกลายเป็นเพียง NPC ที่คอยให้เควสต์ เป็นเพื่อนร่วมปาร์ตี้ หรือเป็นศัตรูเท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้เกมนี้น่าสนใจน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมากๆ เพราะเราได้เพียงแค่บังคับตัวละครที่เราไม่มีความผูกพันอะไรมาก่อนหน้านี้เลย ลองนึกภาพเกมสไปเดอร์-แมนที่เราไม่ได้เล่นเป็นพระเอกหนุ่มปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ แต่กลับได้รับบทเป็นหนุ่มน้อยที่มีคุณลุงปีเตอร์คอยเป็นเทรนเนอร์ให้แทน ความรู้สึกของการเล่นเกมนารูโตะแล้วไม่ได้บังคับนารูโตะก็เป็นอะไรประมาณนั้น

อย่างที่บอกไปว่าเนื้อเรื่องและตัวละครเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การ์ตูนสักเรื่องสนุก ในเมื่อเกมจากการ์ตูนเกมนี้ทำให้เราผิดหวังกับตัวละครไปแล้ว สิ่งที่น่าจะหวังได้อีกอย่างหนึ่งก็คือเนื้อเรื่อง ซึ่งเนื้อเรื่องของเกมนี้นั้นคือการที่เราได้รับบทเป็นนินจาฝึกหัดที่ต้องการจะเป็นนินจาที่เก่งกาจ ซึ่งเราทำเช่นนั้นด้วยการเข้าต่อสู้ในโปรแกรม VR จำลองเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต นั่นหมายความว่าเกมนี้แทบไม่มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองเลย แถมระบบอย่างหนึ่งของเกมนี้ก็คือการเลือกอาจารย์ที่จะช่วยเราต่อสู้และมอบวิชานินจาให้เราเมื่อระดับความสัมพันธ์เพิ่มขึ้น แต่อาจารย์ที่ว่าก็เป็นเพียง VR จำลองอาจารย์อีกเช่นกัน ซึ่งส่งผลอย่างมากในเรื่องความรู้สึก เพราะกลายเป็นว่าสุดท้ายแล้วเราแทบไม่ได้มีความสัมพันธ์กับตัวละครในเวอร์ชันต้นฉบับเลย

ใช้คาถาพ่นไฟ

เกมเปลี่ยนรูปแบบจากเกมไฟท์ติ้งที่ต่อสู้กันในฉากแคบๆ และเน้นการวัดฝีมือ ทำคอมโบ เพื่อจบการต่อสู้อย่างรวดเร็ว มาเป็นการต่อสู้ในฉากกว้างๆ ที่ใช้ปุ่มเพียงไม่กี่ปุ่มแทน เกมมีลูกเล่นอย่างการให้เราเลือกประเภทของวิชานินจาที่เราใช้ ซึ่งได้แก่ Attack, Range, Defense, และ Heal ซึ่งมีคาถาและอาวุธที่ใช้ได้ รวมถึงวิธีการต่อสู้ที่แตกต่างกันตามชื่อประเภทวิชานั่นเอง ถ้าเป็น Attack ก็เน้นโจมตีระยะใกล้ ใช้คาถาโจมตีอย่างกระสุนวงจักร แต่ถ้าเป็น Range ก็จะโจมตีไกลขึ้นหน่อย และใช้คาถาอย่างคาถาพ่นไฟเป็นต้น ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้อย่างอิสระ จะเป็นนินจาที่ใช้ทั้งพันปักษา ทั้งคาถาเชิญงูก็ได้ ไม่ว่ากัน

แม้จะมีระบบการปรับแต่งที่น่าสนใจ แต่เพราะเกมไปเน้นการเล่นเป็นทีม เน้นโหมดต่างๆ อย่างโหมดชิงธง โหมดยึดฐาน เลยทำให้ความสนุกในการต่อสู้วัดฝีมือกันหายไปเยอะ พอเกมไปเน้นระบบเล่นเป็นทีมที่ให้ความสำคัญกับการเก็บคะแนน เลยทำให้ตัวละครเราตายง่ายมากๆ ต้องไปเน้นการหลบ การป้องกันแทน ช่วงแรกๆ ที่ยังปรับตัวไม่ทันนี่พอเล่นคนเดียวก็รู้สึกว่าเกมง่ายเกินไป แต่พอเล่นหลายคนเจอกับผู้เล่นเก่งๆ ก็รู้สึกว่าทุกอย่างดูมั่วซั่วไปหมด ไม่ทันไรก็ตายซะแล้ว ซึ่งเกมไฟท์ติ้งที่สนุกจริงๆ ควรจะให้เราได้มีโอกาสอัดกันให้สนุกกว่านี้ แน่นอนว่า Naruto to Boruto: Shinobi Striker ไม่ใช่เกมไฟท์ติ้งเต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่เกมอยากจะเป็นจริงๆ ก็ไม่ได้ทำได้สนุกขนาดนั้น เหมือนกับว่าเกมไปไม่สุดสักทาง จะเป็นเกมไฟท์ติ้งอัดกันอย่างสะใจก็ไม่ใช่ จะเป็นเกมที่เน้นโหมดเล่นเป็นทีมก็สู้โหมดนี้ในเกม Shooting ไม่ได้อีก

เลือกสร้างนินจาในแบบของตัวเองได้ตามใจ

ถ้าไม่นับโหมดผู้เล่นหลายคนที่ตอนนี้มีให้เล่นแค่ 2 โหมดจากทั้งหมด 4 โหมด ที่เหลือก็เป็นโหมดภารกิจ VR ที่เราสามารถเลือกทำคนเดียวหรือชวนเพื่อนมาทำแบบออนไลน์ได้ ภารกิจแบ่งเป็น Rank ตามระดับความยาก เป็นภารกิจ VR จำลองภารกิจที่เกิดขึ้นในการ์ตูนต้นฉบับ อย่างเช่น ชิงกระดิ่งจากคาคาชิ หรือสืบหาข้อมูลเพน ซึ่งก็ยังใช้ระบบการต่อสู้ป้องกันฐาน ยึดฐาน ปราบศัตรูตามที่กำหนด หรือวิ่งเก็บของตามทาง ไม่ได้น่าสนใจเป็นพิเศษ จะตื่นเต้นหน่อยก็ตอนที่ได้สู้กับบอสตัวใหญ่ๆ อย่างเก้าหาง แปดหาง

ตอนแรกดูๆ ไปก็เหมือนจะมีภารกิจให้ทำเยอะอยู่ แม้จะดูซ้ำซากไปบ้าง แต่ก็ยังพอมีเนื้อเรื่องกำกับนิดหน่อย เปลี่ยนหน้าตาศัตรูก็ยังพอให้สนุกอยู่บ้าง และในตอนแรกดูจากรายชื่อภารกิจที่ยังไม่ปลดล็อคแล้วก็คิดว่าน่าจะมีภารกิจให้ทำมากมายทีเดียว แต่อยู่ดีๆ เกมก็ขึ้นเครดิตจบขึ้นมาเฉยๆ ทำเอาไม่ทันตั้งตัวไม่คิดว่าเกมนี้จะมีฉากจบด้วย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นหลังฉากจบก็คือ ภารกิจเกือบทุกภารกิจในทุก Rank จะปลดล็อคให้เรา ซึ่งผู้เล่นก็จะพบว่าเป็นภารกิจซ้ำๆ ที่เพิ่มระดับความยากเท่านั้นเอง!

หลังจากเครดิตขึ้นแล้วทำให้พบว่าตัวเกมจริงๆ แทบไม่ได้มีอะไรให้เราทำเลย มีโหมดภารกิจที่ให้ทำภารกิจซ้ำๆ โหมดผู้เล่นหลายคนที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ต่างกันขนาดนั้น 4 โหมด และนอกนั้นก็เป็นการเก็บของ เก็บคาถา แต่งตัวละคร หมู่บ้านโคโนะฮะก็เป็นเพียงลานแคบๆ ที่เอาไว้รับภารกิจ เอาไว้เป็น Lobby รอเล่นกับคนอื่นเท่านั้นเอง

หมู่บ้านโคโนะฮะ

1 comment

zasoken September 7, 2019 at 1:05 pm

เป็นบทความที่ไม่ได้เข้าใจตัวเกมแม้แต่น้อย หาแต่จุดเสียจนไม่ได้ดูว่าแท้จริงแล้วเกมขาย PVP ไม่ได้ขายเนื้อเรื่อง

เกมสามารถเล่นเป็ฯตัวที่ชอบได้ก่อนเริ่มภารกิจ หรือ PVP

ระบบต่อสู้ทำออกมาดี ผสมแต่ล่ะสกิลใช้ความไวในการตัดสินเกม อุปกรณ์นินจาเป็ฯสิ่งจำเป็นในการผลิกเกมชั่วทีมไฟต์ ไว้หยุด ศตรู

ตัวเกมปัจจุบันทำออกมาแล้ว 2 ซีซัน เหมือนคนเขียนไปโฟกัสแต่เนื้ออเรื่องจนไม่ได้ดูว่าแท้จริงแล้วเขาขาย PVP

Reply

Leave a Comment