Image default
รีวิว

Review: The Crew 2

Platform: PS4, Xbox One, Windows (รีวิวบน PS4)


The Crew 2 เป็นเกม Racing ออนไลน์ที่เราสามารถบังคับได้ทั้งรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ เรือ และเครื่องบิน ซึ่งมาพร้อมกับระบบเกมแบบ Open World สามารถขับตะลุยได้ทั่วทั้งอเมริกา พร้อมด้วยภารกิจมากมายและระบบปรับแต่งรถปรับแต่งตัวละคร ทางทีมงาน GameFever ได้ลองเล่นเกมภาคต่อเกมนี้ทั้งแบบเล่นคนเดียวและเล่นกับเพื่อน จึงอยากนำความรู้สึกหลังจากได้เล่นมาแบ่งปันกับเพื่อนๆ ว่าเกมขับรถเกมนี้จะคุ้มค่าการรอคอยหรือเปล่า เชิญอ่านกันได้เลยจ้า

ในด้านเนื้อเรื่องของเกมนี้นั้นจะมีแบบหลวมๆ ไม่ได้เน้นมากนัก โดยเกมจะแบ่งเป็นบ้านใหญ่ๆ 4 บ้านที่เราสามารถเข้าร่วมได้ แต่ละบ้านจะมีชนิดของการแข่งขันที่แข่งได้ต่างกัน หากอยากขับแบบ Street Racing ต้องไปบ้านนี้ อยากขับแบบ Rally ต้องไปบ้านนี้เป็นต้น แต่ละบ้านก็จะมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง มีตัวละครที่มีบทเฉพาะสำหรับบ้านนั้น แต่เนื้อเรื่องที่ว่าก็เป็นเพียงฉากคัทซีนบทสนทนาง่ายๆ หรือบางครั้งก็เป็นเพียงเสียง Voice Over ระหว่างแข่ง ด้วยเวลาที่จำกัดทางทีมงานจึงไม่สามารถเล่นจนจบครบทุกภารกิจได้ แต่เท่าที่ได้เล่นไปส่วนหนึ่งคาดว่าในส่วนเนื้อเรื่องก็น่าจะเป็นแบบนี้ไปตลอด คือเป็นคัทซีนง่ายๆ อาจจะดูมีอะไรมากหน่อยตอนเปิดเนื้อเรื่องเล่นบ้านนั้นครั้งแรก และน่าจะไปมีอีกทีตอนเล่นจบครบทุกภารกิจของบ้านนั้นเลย เพราะฉะนั้นใครคาดหวังว่าจะได้เนื้อเรื่องเข้มข้นสไตล์หนังแข่งรถอย่าง Fast and Furious อาจจะต้องผิดหวังในส่วนนี้

ในด้านภาพและกราฟิกต้องขอแยกเป็นสองส่วนคือส่วนของยานพาหนะและสภาพแวดล้อม เรื่องยานพาหนะทำได้สวยสมจริงหากมองจากด้านนอก แต่ในส่วนของด้านในรถที่นั่งคนขับยังทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ยังรู้สึกถึงความแข็ง ขาดรายละเอียดอยู่ ส่วนสภาพแวดล้อมหากดูผ่านๆ อาจดูสวยอยู่ แต่ถ้ามองดูใกล้ๆ จริงๆ จะพบว่าค่อนข้างทำออกมาหยาบไปหน่อย และมีความโล่งกว้างซะเยอะ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นข้อจำกัดของเทคโนโลยีในยุคนี้ เพราะแมพทำออกมากว้างมาก เราสามารถขับรถวนรอบประเทศอเมริกาได้โดยไม่มีการตัดฉากเลย ถ้าขับรถเพลินๆ ชมวิวก็ยังเพลิดเพลินอยู่ แต่ถ้าหยุดแวะชมสาวๆ ระหว่างทางอาจจะผิดหวังได้ โดยเฉพาะกับคนที่ชินกับเกม Open World ที่โลกเล็กกว่านี้แต่รายละเอียดเยอะกว่านี้

รถมีระบบความสกปรกหากขับลุยดินลุยโคลน แต่ก็ไม่ได้มีรายละเอียดสมจริงอะไร ไม่ได้มีรายละเอียดว่าเลอะเยอะเลอะน้อยแบบชัดเจน และที่น่าผิดหวังคือเวลาขับลุยพื้นที่ที่เป็นดินหรือน้ำ เกมใส่รายละเอียดการกระเด็นของน้ำของดินไว้น้อยมาก ทำให้ขาดความสนุกไปเหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าเกมแข่งรถเกมอื่นๆ ที่ออกมานานแล้วก็มีระบบนี้กัน

ด้านระบบการเล่นเราสามารถกดเลือกภารกิจได้จากไอคอนบนแผนที่เลย หรืออาจใช้วิธีขับเล่นตามแผนที่ไปเรื่อยๆ ก็ได้ หากเข้าใกล้สถานที่เริ่มภารกิจเกมจะขึ้นเตือนขึ้นมาให้กดเข้าร่วมภารกิจได้ทันที เรื่องของภารกิจโดยมากแล้วก็จะเหมือนเกม Racing เกมอื่นๆ คือมีเป้าหมายที่การเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 หรือติดท็อป 1 – 3 หรือไม่ก็ทำคะแนนให้ได้คะแนนตามที่กำหนดหากเล่นภารกิจแบบดริฟต์ จะมีพิเศษหน่อยก็อย่างเช่นการขับเครื่องบิน ที่นอกจากจะมีภารกิจแบบปกติแล้วยังมีแบบที่ให้เล่นท่าผาดโผนให้ได้คะแนนตามที่กำหนด เป็นการเล่นที่เพลินไปอีกแบบ

ภารกิจต่างๆ จะปลดล็อกออกมาตามเลเวลของเรา ยิ่งเลเวลสูงยิ่งมีภารกิจให้เลือกเล่นมาก และบางภารกิจเราจำเป็นต้องเก็บเงินซื้อยานพาหนะเฉพาะสำหรับการแข่งประเภทนั้นก่อน หากอยากแข่งดริฟต์ก็ต้องมีรถดริฟต์ก่อน เป็นการปลดล็อกรูปแบบการเล่นแบบใหม่ๆ ด้วยการซื้อรถ

หลังจบภารกิจเราจะได้สิ่งที่เรียกว่า Followers มา ซึ่งจริงๆ แล้วก็เทียบได้กับ Exp ในเกมอื่นนั่นเอง เมื่อ Followers ถึงจุดที่กำหนดเราก็จะเวลเวลขึ้น ปลดล็อกภารกิจมากขึ้น โดยการได้ Followers นอกจากการจบภารกิจแบบปกติแล้วก็สามารถได้จากการขับรถผาดโผนเล่นท่าสวยๆ ได้ด้วย (ทำอะไรเจ๋งๆ ได้ก็มีผู้ติดตามมากขึ้นนั่นเอง)

นอกจากการแข่งในรูปแบบนี้แล้วยังมีภารกิจพิเศษที่ให้เราไปถ่ายรูปสิ่งต่างๆ ในแผนที่ ถ่ายหมี ถ่ายนกฟลามิงโก ถ่ายหอไอเฟล โดยเกมจะไม่ได้บอกตำแหน่งมา เราต้องไปตามหาในโลกอันกว้างใหญ่ของเกมเอาเอง ภารกิจประเภทนี้คนที่ชอบเก็บอะไรให้ครบ ชอบสำรวจโลกในเกมน่าจะชอบมาก

การขับขี่ยานพาหนะจะใช้ระบบเดียวกัน มีปุ่มเร่งเครื่อง ปุ่มเบรก ปุ่มเทอร์โบ (ไนตรัส) แต่พอขยับไปใช้เครื่องบิน ใช้เรือก็อาจมีลูกเล่นมากขึ้นหน่อย บินกลับหัวได้ กดปุ่มให้เรือเพิ่มความเร็วได้เป็นต้น ซึ่งเราสามารถสลับไปเล่นยานพาหนะทั้งสามแบบ คือเรือ เครื่องบิน และรถยนต์ ได้ตลอดเวลาผ่านปุ่มบนจอย โดยไม่ต้องเข้าหน้าจอโหลด ขับเครื่องบินอยู่แล้วเปลี่ยนเป็นรถยนต์ได้กลางอากาศเลย

นอกจากนี้เกมยังมีการแข่งแบบพิเศษที่จะให้เราขับยานพาหนะทั้งสามแบบในการแข่งขันเดียว ซึ่งต้องเรียกว่าเป็นจุดขายของเกมนี้เพราะเป็นภารกิจแบบแรกที่ให้เล่นตอนเปิดเกมเลย โดยเมื่อแข่งไปถึงจุดหนึ่งเกมจะตัดเปลี่ยนเป็นยานพาหนะอื่นให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าทำได้ค่อนข้างน่าประทับใจอยู่เหมือนกัน (โดยเฉพาะในฉากเปิดเกมต้องเรียกว่าเป็นประสบการณ์ชั้นยอดในการเล่นเกมเลย)

ยานพาหนะในส่วนของเรือ เครื่องบิน และมอเตอร์ไซค์นั้นมีให้เลือกใช้ไม่เยอะเท่าไหร่นัก แต่กับรถยนต์ต้องเรียกว่ามาแบบจัดเต็ม มีรถที่ไม่เจอในเกมอื่นๆ ใครที่ชอบสะสมรถต้องถูกใจแน่นอน โดยทุกๆ คันแม้จะไม่มีเงินซื้อก็สามารถกดมาทดลองขับเล่นก่อนได้ โดยมีเวลาจำกัด

ยานพาหนะทุกอย่างเราสามารถอัพเกรดได้  โดยแบ่งเป็นสองส่วน อัพเกรดระบบภายในกับอัพเกรดรูปลักษณ์ภายนอก สำหรับภายในอย่างเกียร์ เครื่องยนต์ เราจะได้ส่วนต่างๆ จากการเก็บ Lootbox ที่จะตกมาหลังจากเราผ่านภารกิจ การอัพเกรดในส่วนนี้จะทำให้รถเรามีสมรรถนะดีขึ้น เร็วขึ้น บังคับได้ดีขึ้น และไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเล่นซ้ำซากเพื่อให้ได้ของดีๆ เพราะของที่ตกทุกครั้งจะดีกว่าของที่เรามีเสมอ ถ้าใช้รถแพงๆ ดีๆ แข่ง ของที่ตกก็จะดีกว่าที่รถคันนั้นมีติดตัวมาเสมอ

ส่วนการอัพเกรดรูปลักษณ์ภายนอกจะไม่มีผลต่อสมรรถนะของรถ เราสามารถปรับสี ติดโลโก้ เปลี่ยนยาง เปลี่ยนแม็กซ์ เปลี่ยนสีที่นั่งคนขับ เปลี่ยนประโปรงรถ ทำได้อย่างอิสระเลย เรียกได้ว่ายังไม่มีเงินซื้อรถจริง ไม่มีเงินแต่งรถจริง ก็มาลองในเกมก่อนก็ได้ โดยการปรับแต่งในส่วนนี้จะใช้เงินที่หามาได้ในเกม ซึ่งเท่าที่ดูไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายอะไร ลำพังเงินจากการผ่านภารกิจไปเลยๆ ก็เปลี่ยนรถที่ขับเป็นรถในฝันได้

ในส่วนของการเล่นออนไลน์กับเพื่อนนั้นเท่าที่ได้ลองยังทำออกมาได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เราสามารถชวนเพื่อนเข้า Crew และหลังจากนั้นเมื่อเราหรือเพื่อนเล่นภารกิจ เกมจะส่งคำเชิญไปหาเพื่อนใน Crew ที่ออนไลน์อยู่โดยอัตโนมัติ หากเพื่อนตอบตกลงเราจะเข้าเล่นภารกิจนั้นร่วมกัน และภารกิจจะดำเนินไปเหมือนตามปกติแต่ที่พิเศษคือหากมีใครคนหนึ่งผ่านภารกิจทุกคนใน Crew ที่เข้าเล่นภารกิจนั้นจะผ่านด้วยทันที แม้ว่าเพื่อนอีกคนจะรั้งท้ายอยู่เป็นที่ 8 ก็ตาม

นอกจากการเล่นแบบนี้แล้วทางทีมงานยังไม่เจอการเล่นในส่วนอื่นอีก แอบหวังว่าพอขับรถเจอคนอื่นจะกดท้าให้แข่งรถกันได้ตอนนั้น หรือระบบ Crew จะมีอะไรอย่างการตั้งแก๊ง สร้างนู่น สร้างนี่ ท้าแก๊งอื่นแข่งได้ อะไรแบบนั้น ก็หวังว่าพอเกมเปิดจริงๆ แล้วจะมีอะไรให้ทำมากกว่านี้ (เซิร์ฟเวอร์ที่เล่นยังมีเฉพาะสื่อที่ได้รับสิทธิ์ให้เล่นก่อน) หรือไม่งั้นเวลาผ่านไปอาจมีอัพเดตให้ทำอะไรได้มากขึ้น เพราะถ้าทำได้เท่านี้หมดแค่นี้จริงๆ ก็คล้ายๆ กับว่าเกมเป็นเกมเล่นคนเดียวแต่บังคับให้เราต่อออนไลน์เท่านั้นเอง หรือถ้าเห็นรถของผู้เล่นคนอื่นขับกันมากกว่านี้ก็อาจให้ความรู้สึกต่างไปจากเดิม เพราะตอนนี้เจอผู้เล่นคนอื่นในแผนที่น้อยมาก ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อจำกัดของเกมที่จำนวนรถที่เราเจอในแผนที่น้อย หรือว่าเป็นเพราะผู้เล่นที่เล่นในตอนนี้มีน้อยเอง

โดยรวมแล้ว The Crew 2 เป็นเกมที่มีนู่นมีนี่ให้ทำ แต่สิ่งที่ทำได้ก็ไม่ได้ต่างจากเกมแข่งรถเกมอื่นๆ นัก แต่เพิ่มลูกเล่นอย่างการกระจายภารกิจเหล่านี้ไปตามโลกแบบ Open World ให้ได้สนุกกัน ใครที่ชอบเล่นเกมขับรถ ชอบรถอยู่แล้วน่าจะสนุกกับเกมนี้ได้ไม่ยาก แต่คนที่ไม่ใช่ขาประจำเกมขับรถอาจไม่ถูกใจเกมนี้นัก เพราะไม่ได้มีอะไรที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เกมเป็น Open World แผนที่ใหญ่ก็จริงแต่ก็ไม่ได้มีอะไรให้ทำนอกจากการขับรถ ขับเครื่องบิน ขับเรือ ขับจักรยานยนต์ ถามว่าเป็นเกมที่สนุกมั๊ยก็สนุกดี แต่ว่ายังไม่ได้สนุกแบบ “ว้าว” แบบที่เกมสัญญาไว้ในเทรลเลอร์ตัวอย่างเท่านั้นเอง

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ชมเกมเพลย์การแก้ปริศนาใน Darksiders 3

GameFever TH

โคจิมาปล่อยภาพปริศนา Death Stranding

GameFever TH

เจาะลึกเกม E3 2018: The Last of Us 2

GameFever TH

Leave a Comment