รีวิว

รีวิว Resident Evil 2 Remake ว่าที่ “เกมแห่งปี” มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย

ย้อนกลับมาเมื่อ 2-3 ปีที่แล้วทางทีมงาน Invader Studios ได้ปล่อยตัวอย่างเกม Resident Evil 2 แบบฉบับ Fan Made ออกมา ซึ่งตัวเกมเปลี่ยนจากมุมมองแบบมุมสูงให้กลายเป็นแนว 3rd Person แบบเต็มตัวและมันก็ทำให้แฟนเกมหลายๆ คนต่าง Hype และพูดถึงโปรเจคนี้กันยกใหญ่ แต่เวลาต่อมาทาง Capcom เองก็ได้มาสั่งยกเลิกโปรเจคนี้ พร้อมกับอธิบายว่าพวกเขานั้นจะสร้างเกมนี้ขึ้นมาเอง และเชิฐให้ทาง Invader Studios เป็นผู้ร่วมออกไอเดียเกมนี้

จนในเดือนมกราคม ปี 2019 !! ตัวเกม Resident Evil 2 Remake ก็ปล่อยออกมาให้แฟนๆ เล่นกันแล้ว !! กับความสยอง ความน่ากลัวแบบจัดเต็ม !! ที่จะทำให้คุณขนลุกชูชันราวกับปวดท้องเข้าห้องน้ำ !! และในบทความนี้ผมจะมารีวิวเกมนี้แบบละเอียดทุกซอกทุกมุมให้ทุกท่านได้ทราบ กับประสบการณ์ที่ผมได้รับหลังจากไปเล่นเกมนี้มา

แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าตัวผมเองนั้นก็ไม่ใช่แฟนเกมซีรีส์นี้โดยตรงเท่าไร ด้วยอายุอานามก็ยังไม่โตพอที่จะเล่น Resident Evil 2 ในสมัย PS1 แบบลึกถึงแก่นแก้ แต่ส่วนตัวก็เคยเล่นเกม Resident Evil 7 มาบ้าง จึงทำให้การรีวิวในบทความนี้เป็นความเห็นของเกมเมอร์หน้าใหม่ที่พึ่งเข้าวงการไม่นานนั่นเอง

 


Story


โดยในเกมภาคนี้เราจะดำเนินอยู่ในช่วงปี 1998 เราได้รับบทเป็นสองตัวละครนั่นคือ Leon S Kennedy ตำรวจหน้าใหม่ที่พึ่งจะได้รับหน้าที่ให้มาประจำการเมือง Raccoon City วันแรก และ Claire Redfield น้องสาวของ Chris Redfield เจ้าหน้าที่หน่วย S.T.A.R ตัวเอกจากภาคแรก โดยเธอนั้นมาตามหาพี่ชายที่ประจำการอยู่เมืองนี้เนื่องจากขาดการติดต่อไป และในความซวยนั่นเอง พวกเขาทั้งสองเดินทางมาในเมือง Raccoon City ในช่วงเวลาที่เมืองเกิดวิกฤติซอมบี้ระบาดพอดี

ซึ่งในตอนเริ่มเราจะสามารถเลือกเล่นตัวละครใดตัวละครหนึ่งก่อนได้ โดยจะแบ่งเป็นเนื้อเรื่อง A และ B ซึ่งเราจะสามารถเล่นเนื้อเรื่อง

  • Leon แบบ A และ Claire แบบ B
  • Clare แบบ A และ Leon แบบ B

รวมๆ แล้วเราสามารถเล่นเกมนี้ได้ถึง 4 รอบเลยทีเดียว ซึ่งระบบนี้ก็มีมาตั้งสมัยเกมเวอร์ชั่น PS1 แล้ว

ส่วนตัวเล่น Claire แบบ A เนื้อเรื่องจะพาเราเข้าสถานีตำรวจทางด้านหน้า และวิธีการเล่นจะคล้ายกับตัว Demo
เล่น Leon เวอร์ชั่น B จะเข้าสถานีตำรวจอีกทางทำให้เกมเพลย์แตกต่างจากพาร์ทแรก

ตัวเนื้อเรื่องของทั้งสองจะมีเส้นเรื่องที่ต่างกันออกไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างเช่นการเล่าเรื่องของ Leon จะพาให้เราไปเจอกับ FBI สาวชาวจีนอย่าง Ada Wong แต่ตัว Claire นั้นจะไปพบเจอกับเด็กสาวที่ชื่อว่า Sherry Birkin นั่นเอง

แต่ถึงอย่างนั้นหลังจากที่ผมเล่นจบมาทั้งสองแบบแล้ว ตัวมอนสเตอร์หรือบอสต่างๆของทั้งสองตัวละครที่เจอ ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่อาจจะมีบอสบางตัวที่ทาง Claire เจอแต่ Leon ไม่เจอ….หรือ…. Leon เจอแต่ Claire ไม่เจอ

ความแตกต่างที่เห็นชัดเจนมากๆ ก็คือในช่วงกลางเกม ที่เราจะได้มีโอกาสบังคับตัวละครรอง ซึ่งถ้าหากคุณเล่นเนื้อเรื่อง Leon มันจะมีช่วงที่ให้คุณบังคับ Ada แต่ถ้าคุณเล่นเนื้อเรื่อง Claire มันก็จะมีช่วงที่ให้คุณบังคับ Sherry ซึ่งการเล่าเรื่องจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายเส้นเรื่องต่างๆ ช่วงบั้นปลายมันก็จะไปประจบในจุดเดียวกัน

เกมเพลย์ของ Ada Wong ในเนื้อเรื่องของ Leon
เกมเพลย์ของ Sherry Birkin ในเนื้อเรื่องของ Claire

ถึงแม้เนื้อเรื่องจะบรรจบคล้ายๆ กัน แต่มันก็จะมีแรงจูงใจที่จะให้เราเข้าไปเล่นใหม่อีกรอบอยู่ดี !! เพราะมันจะทำให้คุณได้ทราบถึงอีกหนึ่งมุมมอง เนื้อเรื่องด้านใหม่ๆ ที่ถ้าหากว่าคุณเล่นไม่ครบทั้งสองตัวละครมันจะเกิด Plot Hole ที่จะทำให้คุณไม่เข้าใจ หรือความเป็นมาบางอย่างที่เล่าไม่หมดในแต่ละเนื้อเรื่อง ถึงแม้ว่าตอนจบมันจะพาให้เราไปเจอบอสตัวเดียวกันก็เหอะ แต่อย่างน้อยมันก็คุ้มค่า รวมถึงพวกบทสนทนาของตัวละครบางตัวที่อาจจะพูดแตกต่างกันถ้าหากเราเล่นเนื้อเรื่องคนไหนอีกด้วย ซึ่งนี่มันก็คือหนึ่งในเสน่ห์หลักของเกมนี้เลย


กราฟิก


ซึ่งเกมภาคนี้ก็ยังใช้ RE Engine ที่เคยสร้าง Resident Evil 7 มาก่อน หน้า Interface, HUD และ Inventery ต่างๆ ก็จะเหมือนเดิมเกือบหมด แต่ในเรื่องเงาต่างๆ ของเกมนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามันทำได้ดีกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าหากว่าคุณคิดว่า Resident Evil 7 ภาพสวยแล้ว ผมว่าภาคนี้ต่อให้โมเดลจะทรงเดิม แต่ภาพมันสวยขึ้นและสมจริงมากขึ้นอีกนะ

หน้า Inventory และ HUD จะคล้ายกับทาง Resident Evil 7

และทางผู้พัฒนาได้เปลี่ยนแปลงเกมนี้ให้กลายมาเป็นเกมแนว 3rd Person ซึ่งมันทำให้ความระทึกมันมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะในเกมเวอร์ชั่นเก่าเราก็จะรู้สึกว่ามอนสเตอร์หรือบอสต่างๆ มันกำลังไล่ฆ่าตัวละครในเกม แต่การที่มันเป็นมุมมองนี้ มันจะทำให้เรารู้สึกว่ามันกำลังไล่ล่าเราอยู่จริงๆ เพราะเราจะจ้องหน้ากับมันอย่างชัดเจน บรรยากาศที่เน้นความมึด ความน่ากลัวที่ให้อารมณ์ต่างจากภาคก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิงที่จะเป็นความน่ากลัวแบบจิตๆ หลอนประสาท แต่ในภาคจะน่ากลัวในเชิงสัตว์ประหลาดชีวภาพที่จะคอยไล่ฆ่าเรา


เกมเพลย์


ต้องบอกว่าด้านเกมเพลย์นั้น Resident Evil 2 Remake ยังคงความเป็นเกมฉบับคลาสสิคไว้อย่างเต็มร้อย ดั่งที่เกม Resident Evil 7 เคยทำมาเมื่อก่อนหน้า โดยตัวเกมจะเน้นการเล่นแบบ Survival จริงๆ ที่ไม่มีความรู้สึกถึงการเป็นเกม Action ดั่งในภาค 5-6 เลย ซึ่งหลักๆ ของเกมจะมีการแก้ไขปริศนาต่างๆ เพื่อหาทางออก รวมถึงตัวแผนที่ของเกมนี้ก็จะถอดแบบมาจากเวอร์ชั่นเก่าเป๊ะ แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนรายละเอียด หรือเปลี่ยนแปลงบางจุดเล็กน้อยตามยุคตามสมัยไป

ห้อง Library หนึ่งในห้องที่มีอยู่ในเวอร์ชั่นเก่า ถอดแบบมาเป๊ะๆ
ห้องของหน่วย S.T.A.R หรือห้องทำงานของ Chris Redfield พี่ชายของ Claire Redfield ตัวเอก แต่ว่าในภาคนี้เราจะไม่ได้มาพบกับ Leon เหมือนในเวอร์ชั่นเก่าแล้ว

โดยตัวปริศนาในภาค Remake นี้มีความคล้ายคลึงกับทางเวอร์ชั่นแรกบางส่วน แต่ก็จะมีบางอย่างที่เพิ่มขึ้นมาหรือแตกต่างกันไป หรือไอเท็มบางอันในภาคเก่าหาจุดนี้ แต่ในภาคใหม่หาอีกจุด รวมถึงในบางปริศนาหน้าตาคล้ายกัน แต่มันอาจจะมีจุดประสงค์ที่ไม่เหมือนกันเป็นต้น รวมถึงการเปิดพื้นที่ใหม่ๆ หรือช่องทางใหม่ๆ ที่เนื้อเรื่องแบบแรกไม่ได้เข้าไปอีกด้วย

และในส่วนของเนื้อเรื่อง A และ B ตัวปริศนาจะและเกมเพลย์มีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่ารวมๆ แล้วจะคล้ายกัน แต่การแก้ไขปริศนาจะเปลี่ยนแปลงไปคนละแบบ ซึ่งนี่มันถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ถึงแม้โดยรวมมันยังเหมือนเดิม

(คำใบ้ปริศนาของเนื้อเรื่อง A และ B จะแตกต่างกัน ดูได้จากรูปด้านล่าง)

และในเกมนี้อย่างที่บอกเกมเพลย์มันกลับไปเป็นรูปแบบคลาสสิคที่มีความ Survival อยู่เต็มเปี่ยม !! ทรัพยากรต่างๆ พวกกระสุนยา มันก็จะมีให้เราจำกัด รวมถึงพวกซอมบี้ในเกมนี้มันถึกมากๆ ถึกว่าหลายภาคที่ผ่านมาเลยทีเดียว บางตัวถ้าหากคุณบังเอิญยิงติดคริติคอลแล้วมันตายเลยก็โชคดีไป แต่ในความเป็นจริงการยิงแล้วติดครินี่เป็นเรื่องยากมากๆ อาศัยดวงล้วนๆ ซึ่งปกตินี่ยิงซอมบี้ตัวนึงต้องใช้กระสุนเป็น 10 นัดกว่าจะตาย ซึ่งคุณไม่มีทางที่จะสามารถฆ่าศัตรูทุกตัวแล้วยังมีกระสุนเพียงพอให้ใช้แน่

ถึงแม้ต่อให้คุณจะเล่นเกมนี้ในโหมดง่าย กระสุนที่มีให้เก็บเพิ่มมันก็ไม่พออยู่ดีถ้าไม่ประหยัด ซึ่งบังเอิญถ้าหากคุณตะบี้ตะบันยิงเล่นจนกระสุนหมด และบังเอิ๊ญอีก !! ไปจ๊ะเอ๋กับบอสพอดีในฉากหน้า !! ส่วนตัวก็ต้องบอกว่า กู๊ด ลั๊ค แฮ๊ป ฟัน ! นะจ๊ะ ! อิอิ ซึ่งมันทำให้คุณต้องคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเอายังไงดี เลือกที่จะฆ่าให้หมดเพราะจุดนี้เราต้องมาบ่อย หรือเลือกที่จะวิ่งหลบเอาเพราะประหยัดกระสุนเป็นต้น รวมถึงพวกระเบิดแฟลช ระเบิดมือ หรือมีด ที่นอกจากจะใช้ปาใส่ศัตรู ใช้ฟันแล้วนั้น ข้อดีของมันคือเอาไว้เคาน์เตอร์มอนสเตอร์ที่มากระโดดงับเราด้านหน้าได้อีกด้วย

จุดนี้เราต้องวิ่งมาบ่อย เลยต้องฆ่าศัตรูให้หมด
บางทีเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเพื่อประหยัดกระสุน
มีการเคาน์เตอร์ศัตรู เมิ้อถูกศัตรูเล่นงานจากด้านหน้า

รวมถึงตัว Leon และ Claire นั้นจะมีอาวุธที่แตกต่างกัน ซึ่งตัว Leon จะมีปืนพกตำรวจ อาวุธพิเศษจะเป็นลูกซอง, แม็กนั่ม, ปืนไฟ ส่วนของ Claire จะเป็นปืนลูกโม่, M79 และ ปืนช็อตไฟฟ้า ซึ่งทั้งสองจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน อย่างเช่นตัวปืนพกของ Leon จะมีกระสุนเยอะมากถ้าหากแต่งครบ ซึ่งมันจะทำให้เคลียร์ซอมบี้ได้ง่ายไม่ต้องกังวลเปลี่ยนแม็คบ่อย ต่างกับ Claire ที่ลูกโม่ใส่กระสุนได้ 5 นัดเท่านั้น แต่ผมรู้สึกว่าปืนมันแรงกว่าและยิงศัตรูกระเด็นได้ดีกว่า

แคลร์จะมีปืน M79 ให้ใช้
Leon จะมีปืนลูกซอง

และรายละเอียดต่างๆ ของเกมที่จะทำมันสนุกมากขึ้นอย่างเช่นการอัพเกรดอาวุธปืนที่เราจะต้องไปหาคำใบ้หรือปลดล็อคสิ่งต่างๆ ตามฉาก รวมถึงในบางครั้งมันก็จะมีพวกซอมบี้ทะลุกำแพงมาจากทางหน้าต่าง ซึ่งตัวเกมมันก็จะมีระบบรองรับอย่างการเอาไม้ไปปิดเพื่อไม่ให้ศัตรูเข้ามา การคราฟกระสุนหรือยา ที่เราจะต้องคิดแล้วคิดอีกว่า ตรูจะคราฟอะไรดีฟ๊ะเพื่อประโยชน์ที่สุดนั่นเอง รวมถึงความลับต่างๆ ตามเอกสารที่จะทำให้เรารู้เนื้อเรื่องความเป็นมาของเกมมากขึ้น รวมถึงมันอาจจะมีคำใบ้เกี่ยวกับการแก้ไขปริศนาบางอย่างด้วย

 

มีการคราฟกระสุนหรือยา ที่เหมือนกับภาคที่แล้ว
มีการเอาไม้มาตอกกั้นหน้าต่าง กันผีทะลุออกมาในจุดที่เราต้องวิ่งมาประจำ

ซึ่งบรรยากาศภายในเกมนั้นก็ต้องบอกเลยว่ามันมีความมึด, ความระทึกกับเหล่าซอมบี้หรือ Licker ที่จะมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง แต่ความระทึกของคุณจะเข้าถึงขั้นขีดสุดก็ต่อเมื่อคุณเจอกับมัน !! เจ้า Mr.X ที่มันจะคอยเดินตามหลอกหลอนฆ่าเราทุกที และที่ระทึกไปกว่านั้นคือ เราฆ่ามันไม่ตาย !! อาจจะมียิงให้มันล้มบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็จะกลับมาใหม่ทุกที มันเหมือนเป็นปลิงที่คอยหลอกหลอนเราเวลาที่เรากำลังวิ่งแก้ไข้ปริศนา ซึ่งใครที่เคยเล่น Resident Evil 7 มันก็จะคล้ายๆ กับที่คุณวิ่งหนีไอ้ลุง Baker นั่นแหละ บอกเลยว่าระทึกมาก !! เครียดมาก !! คนที่กลัวเกมสยองขวัญที่แทบจะปิดเกมทิ้งเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับไอ้เจ้าลุงโล้นนี่เลย และถ้าบังเอิ๊ญญญ เราไปเจ๊อะกับ Mr.X ที่ต้องวิ่งหนี อยู่กับเจ้า Licker ที่จะต้องเดินนิ่งๆ ห้ามส่งเสียง นั่นแหละครับคำว่านรกบังเกิดมีจริง 55555555555555+

เจอ Licker เจอ Boss ว่าระทึกแล้ว !! แต่มันน้อยนิดมากถ้าหากคุณได้เจอกับ Mr.X !!

ความรู้สึก

บอกเลยว่า Resident Evil 2 Remake มันเป็นเกมที่ทำออกมาให้ตอบโจทแฟนๆ มากเลยทีเดียว และต้องบอกเลยว่าในภาคนี้มันเพิ่มสเกลความระทึกและความยากมากกว่า Resident Evil 7 เสียอีก ถึงแม้ว่าความน่ากลัวของภาคนี้ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เน้น Jump Scare แบบภาคที่แล้วให้เรากลัว แต่เนื่องการจำกัดของทรัพยากรที่มีให้น้อย บวกกับความระทึกของมอนสเตอร์ที่ไล่ล่าเราไม่หยุด บวกไปกับบรรยากาศเลือด เศษซากศพ ความเหวอะหวะ ความมึดวังเวงที่ทำออกมาได้ดีมากๆ จึงทำให้ภาพรวมของมันกลายเป็นเกมที่่น่ากลัวไม่แพ้ใครเลยทีเดียว

รวมถึงความยากของเกมนี้อยู่ในขั้นพอดี ที่มันไม่ยากมากจนเกินเหตุ แต่ก็ไม่ง่ายจนเกินไป คนที่ไม่ใช่แฟนเกมแนวนี้ก็เล่นได้โดยไม่รู้สึกยากอะไร แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าความยากระดับนี้มันจะถูกใจแฟนๆ สายฮาร์ดคอร์ของเกมนี้หรือไม่ ซึ่งถ้าให้พูดถึงความรู้สึกส่วนตัวต้องบอกเลยว่า เกมนี้ไม่มีที่ติในเกือบทุกด้าน ถึงแม้ว่าตัวเนื้อเรื่องผมอาจจะตะขิดตะขวงใจหน่อยๆ เกี่ยวกับ Plot Hole ที่ยังรู้สึกมีให้เห็นอยู่บ้าง แต่ในเรื่องเกมเพลย์ที่ระลึก ความสยดสยองมันแทบจะทำให้ลืมข้อเสียของเกมนี้ไปโดยปริยาย และเคยมีสื่อต่างประเทศได้รีวิวเกมนี้ไว้ว่า Capcom ปล่อยว่าที่ Game of the Year มาตั้งแต่ต้นปีเลยหรอ ซึ่งผมต้องบอกเลยว่าคำๆ นี้ที่สื่อต่างประเทศเขากล่าวมา…..มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ชมเทรลเลอร์เนื้อเรื่องใหม่จาก God Eater 3

GameFever TH

เปิดตัว Far Cry: New Dawn พล็อตเรื่องโลกล่มสลาย หลังเกิดนิวเคลียร์

GameFever TH

Bioware ปล่อยแพทช์แก้ไขไอเทมอย่างลับๆ หลังติดบั้กจนผู้เล่นทำความเสียหายได้หลักล้าน!

OcelotBoy

Leave a Comment