GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
ข่าวเกมมือถือ
World of Dragon Nest โลกแห่งมังกรที่ชาว RPG ไม่ควรพลาด (สัมผัสแรก)
ลงวันที่ 22/07/2019

World of Dragon Nest (iOS / Android) เกม MMORPG ภาคล่าสุดของซีรีส์ดราก้อนเนสกำลังจะเปิดให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่แรกเร็วๆ นี้ ซึ่งทาง GameFever เองก็ได้รับเชิญจากบริษัท Nexon Thailand ให้เข้าร่วม ทดสอบย่อย ทดลองเล่นเกมก่อนเปิดจริงด้วย สำหรับผมที่ไม่เคยเล่นเกมในซีรีส์ดราก้อนเนสมาก่อน ต้องบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่น่าประทับใจทีเดียว ผมคงไม่สามารถพูดในฐานะของแฟนซีรีส์นี้ได้ แต่ในฐานะของคนที่กำลังมองหาเกม MMORPG บนมือถือดีๆ เล่นอยู่ บอกได้เลยว่า World of Dragon Nest คือเกมที่ห้ามพลาดสำหรับปีนี้ทีเดียว

โลกกว้างใหญ่น่าค้นหา

World of Dragon Nestโลกของ World of Dragon Nest เป็นโลกแบบ Open World ที่เน้นความกว้างใหญ่ของแผนที่และความมีชีวิตชีวาของสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตภายในฉาก แม้จะไม่ได้กว้างใหญ่แบบไร้รอยต่อแบบเกมคอนโซล ยังมีการเปลี่ยนฉากโดยแบ่งเป็นเขตแผนที่ใหญ่ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าโลกของเกมนี้ทำให้เรารู้สึกว่านี่คืออีกโลกหนึ่งจริงๆ หลายๆ จุดเห็นแล้วก็อยากหยุดชมวิว หยุดนั่งพักใต้ต้นไม้ แม้แต่กับคนที่เห็นภาพสวยๆ จากเกมคอนโซลจนชินตาก็ตาม และด้วยขนาดของแผนที่ที่กว้างใหญ่เลยทำให้ระบบยานพาหนะหรือสัตว์ขี่ของเกมนี้มีความสำคัญขึ้นมา เพราะเราสามารถอัพเลเวลของเจ้าพวกนี้ให้วิ่งเร็วขึ้น พาเราไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น

สัตว์ขี่มากมายให้เลือกใช้ (จิ้งจอกเก้าหาง ม้าขนปุย มังกรจีน)

World of Dragon Nestแม้ระบบสัตว์เลี้ยงของเกมนี้จะยังทำมาไม่ถูกใจผมเท่าไหร่ (คงต้องรอดูว่าระบบผสมพันธ์ุสัตว์เพื่อหาสัตว์ตัวใหม่ๆ จะทำออกมาได้ดีแค่ไหน) แต่ระบบสัตว์ขี่นี่ทำให้ยิ้มได้ทีเดียวครับ เพราะสัตว์เลี้ยงตัวแรกที่เกมให้เป็นม้าขนปุยที่ทั้งเท่และน่ารักสุดๆ เรียกว่าอยากขี่มันตลอดเวลาถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากลงไปวิ่งเลยทีเดียว

สัตว์ขี่ตัวอื่นๆ นั้นสามารถได้มาด้วยระบบสุ่มกาชา ถ้าสุ่มแล้วจะได้เศษมา เมื่อเก็บเศษจนครบจึงจะได้ตัวอื่นๆ มาใช้ ผมเองไม่ชอบระบบสุ่มแบบนี้เท่าไหร่ ก็หวังว่าจะมีกิจกรรมหรือทางเลือกอื่นๆ ที่ทำให้เราได้สัตว์ขี่ที่หมายปองมาใช้ชัวร์ๆ ซึ่งบอกเลยว่ามีให้เลือกมากมายครับ มีทั้งเมฆ ทั้งมอเตอร์ไซค์ จิ้งจอกเก้าหาง ไปจนถึงมังกรจีนกันเลย และด้วยความที่เราสามารถอัพเลเวลให้สัตว์ขี่ของเราเก่งขึ้นได้ ด้วยการให้อาหาร เลยช่วยทำให้เราผูกพันกับเจ้าสัตว์ขี่พวกนี้มากขึ้นด้วยครับ (ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเราใช้มอเตอร์ไซค์เราจะยังให้หญ้ากินเพื่อเพิ่มเลเวลแบบเจ้าม้าขนปุยได้ไหม)

ระบบต่อสู้ที่เน้นฝีมือจริงๆ

เท่าที่ผมคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่าง SuckGameMike (ที่โผล่มาในโฆษณาเกมที่หลายๆ คนรำคาญกันนั่นแหละครับ) ดูเหมือนว่าคนที่เป็นแฟน Dragon Nest จะคุ้นเคยกับระบบต่อสู้ที่เน้นการใช้ฝีมือกันอยู่แล้ว โดยระบบที่ว่าเป็นแบบนี้ครับ การทำภารกิจ การต่อสู้กับมอนสเตอร์ทั่วๆ ไป เกมจะมีระบบผ่านเควส ระบบต่อสู้อัตโนมัติ เช่นเดียวกับเกมมือถือทั่วๆ ไป ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องใช้ฝีมืออะไรนัก แต่หากเราต้องการบังคับเอง เกมก็มีปุ่มให้เราสามารถโจมตีและหลบการโจมตีได้ครับ และยังมีท่าพิเศษให้ใช้หลังจากหลบการโจมตีแล้วด้วย

การหลบนี่จะมีความสำคัญขึ้นมาเมื่อเราเจอบอสยากๆ หน่อยครับ โดยเกมจะบอกเลเวลที่แนะนำและค่าพลังต่อสู้ (CP) ที่แนะนำในการผ่านภารกิจ แต่หากเราฝึกฝนการบังคับด้วยตัวเองจนเก่งแล้วเนี่ย เราก็สามารถผ่านเกมได้ทั้งๆ ที่เลเวลหรือค่าพลังต่อสู้ยังไม่เท่าที่เกมแนะนำด้วยซ้ำ ทำให้เราผ่านภารกิจเร็วกว่า เก่งเร็วกว่าคนอื่นๆ ที่อาจใช้เวลาเล่นมากกว่าแต่ไม่ได้ฝึกฝนการต่อสู้ด้วยตัวเองเท่าไหร่
World of Dragon Nestด้วยระบบต่อสู้แบบบังคับด้วยตัวเองที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี และท่วงท่าในการต่อสู้ที่ทำออกมาได้ลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการหลบ การโจมตี หรือการใช้สกิล ทำให้การต่อสู้ระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง (PvP)  นั้นมีความน่าสนใจมากๆ แม้ตอนที่ได้ทดสอบเกมจะยังไม่ได้ลองสู้กับผู้เล่นจริงๆ เพราะหาคนเล่นด้วยไม่เจอ แต่การได้สู้กับบอทที่สนุกมากๆ ก็ทำให้อยากลองสู้กับผู้เล่นจริงๆ เมื่อเกมเปิดเร็วๆ เลย

เนื้อเรื่องและภารกิจที่น่าติดตาม

สำหรับผู้เล่นน่าใหม่อย่างผมเรียกว่าต้องปรับตัวกันนิดหน่อย เพราะเกมเปิดมาด้วยคัตซีนเล่าเรื่องที่ดูเหมือนจะอิงตัวละครและเนื้อเรื่องมาจากเกมภาคเก่าๆ ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะสร้างความสับสนให้กับคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน แต่การเล่าเรื่องและแนะนำตัวละครผ่านภารกิจต่างๆ ของเกมนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ เกมเล่าเรื่องด้วยตัวหนังสือ ผ่านบทสนทนา และเลือกเล่าเรื่องด้วยคัตซีนในฉากสำคัญต่างๆ

สิ่งที่ผมชอบในระบบภารกิจของเกมนี้คือการที่ภารกิจหลักของเกมจะพาเราไปสำรวจแผนที่ของเกมและตัวละครต่างๆ อย่างทั่วถึง เนื้อเรื่องของเกมจะแบ่งเป็นบท โดยส่วนใหญ่แล้วเนื้อเรื่องบทหนึ่งก็จะให้เราใช้เวลาในแผนที่หนึ่งไปเลย ซึ่งเราจะได้เดินทางและสัมผัสกับมอนสเตอร์แทบทุกตัวในแผนที่นั้น ช่วยทำให้เราคุ้นเคยกับแผนที่  มอนเสตอร์ และ NPC ของเกม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นต่างกับอีกหลายๆ เกมที่มีแผนที่ใหญ่แต่ผู้เล่นไม่ได้มีความคุ้นเคยกับแผนที่และตัวละครจริงๆ

ผมรู้สึกว่าภารกิจและเนื้อเรื่องในช่วงประมาณเลเวล 20 ถึง 25 ค่อนข้างมีความจำเจและอืดอาดไปบ้าง แต่ความต่อเนื่องในช่วงเริ่มเกมถือว่าทำได้ดีจนเทียบชั้นกับเกมเล่นคนเดียวได้สบายๆ เพราะในช่วงทดสอบก็ไม่ค่อยได้พบผู้เล่นคนอื่นอยู่แล้ว แต่ลำพังภารกิจหลักของเกมก็สามารถทำให้เล่นคนเดียวได้เป็นวันๆ

ระบบคราฟของสร้างอาวุธใช้เอง

อาวุธและชุดเกราะของเกมนี้เท่าที่ได้ลองเล่นดูจะได้มาจากการสร้างเองเป็นหลักครับ โดยวัตถุดิบจะได้มาจากการเก็บเกี่ยวเอาในแผนที่และการลงดันเจี้ยน เมื่อเราสร้างของบ่อยขึ้นทักษะการสร้างของเราก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้สร้างอาวุธและชุดเกราะดีๆ ในขั้นต่อไปได้ ข้อดีของระบบนี้ก็คือความผูกพันที่เรามีต่อของที่เราสร้างใช้เอง แทนที่จะเปลี่ยนอาวุธบ่อยๆ ไปใช้ของที่มีพลังเป็นหมื่นๆ ของแพงๆ จนอาวุธที่ได้มาแต่ละชิ้นไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่ การสร้างเองแบบนี้ทำให้อาวุธแต่ละชิ้นเราได้ใช้ไปนานๆ แน่ๆ แถมเรายังติดเพชรเพิ่มความสามารถได้อีก แต่ข้อเสียก็อาจจะมีตรงที่ความหลากหลายของอาวุธและชุดเกราะของผู้เล่นแต่ละคนอาจไม่ได้มากเท่าไหร่ คงต้องรอดูในเลเวลสูงๆ ว่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่กว่านี้หรือไม่

ระบบใช้ชีวิตสนุกๆ มีอะไรให้ทำมากมาย (ตกปลา แช่น้ำร้อน ปลูกผัก)

World of Dragon Nestระบบการใช้ชีวิตของเกมนี้มีตั้งแต่ตกปลา ทำฟาร์ม ทำประมง แช่น้ำร้อน ใครที่ชอบกิจกรรมอะไรแบบนี้น่าจะถูกใจแน่นอน เท่าที่ผมลองเล่นนั้น ระบบที่ผมใช้หลักๆ ก็คือการทำฟาร์มเพื่อเอาผักมาทำยา เพราะถ้าเราเลือกที่จะเก็บผักพวกนี้เอาตามแผนที่นั้น เก็บครั้งนึงก็ได้แค่ 1 ต้น แต่การทำฟาร์ม หว่านเมล็ด แล้วไปทำอย่างอื่นรอเวลาให้ผักโต กลับมาอีกทีเก็บผักได้เป็น 10 ต้น คุ้มกว่าการที่ต้องมาวิ่งเก็บผักทีละต้นเยอะ ไม่แน่ใจว่าระบบแลกเปลี่ยนของเกมนี้จะทำให้เราเก็บผักทำยาขายเพื่อเอาเงินมาแลกอาวุธกับคนที่เน้นไปทางด้านการสร้างของได้หรือเปล่า แต่ถึงจะไม่ได้ถึงขนาดนั้นระบบใช้ชีวิตนี่ก็ช่วยสร้างความเป็นโลกอีกใบให้กับ World of Dragon Nest ได้ดีเลย
โดยรวมแล้วแม้ World of Dragon Nest จะมีจุดที่ขัดใจผมอยู่บ้าง แต่อีกหลายๆ ส่วนก็ทำให้สนุกจนติดหนึบทีเดียวครับ แม้ทาง Nexon Thailand จะบอกว่าตัวที่ให้ทดสอบยังไม่สมบูรณ์ แต่เท่าที่เล่นดูก็แทบไม่พบปัญหาอะไรเลย และเท่าที่ดูจากตารางเกมมือถือที่จะออกในปีนี้แล้ว ถ้าไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรเป็นพิเศษ ถ้าไม่มีเกมใหญ่ๆ เปิดตัวออกมาอย่างกะทันหัน เกมนี้ก็เป็นเกมในหมวด MMORPG ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ ติดตามวันเปิดลงทะเบียนและวันเปิดเซิร์ฟเวอร์ได้จากเพจหลักของเกมได้เลย (facebook.com/wodthpage)

บทความที่คล้ายกัน
ชื่อ :
อวตาล :





0 COMMENTS


TOP COMMENT

ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
Call of Duty: Vanguard เริ่มมีคนพบเจอเหล่า Hacker ในช่วงทดสอบ Open Beta แล้ว
BASUP!
Kena: Bridge of Spirits เผยตัวอย่างโชว์ระบบ Photo Mode หยุดถ่ายภาพสวยๆ ได้ตลอดเวลา
BASUP!
Splitgate ผู้พัฒนาเผยแผนอัปเดตโหมด Custom Map และ Single Player ในอนาคต
BASUP!
[Far Cry 6] ตีตั๋วเครื่องบินสู่ Yara วันนี้ ลุ้นรับเซ็ตของขวัญสุด VIP จากเกมไปเลย!
OcelotBoy
Call of Duty: Vanguard ขยายเวลา Open Beta ออกไปจนถึง 22 กันยายน!
JinJan
Editors' Choice
DokeV เกมจากผู้สร้าง Black Desert ปล่อยตัวอย่างใหม่ โชว์เกมเพลย์และโลกสุดน่ารัก
BASUP!
รวมคะแนนรีวิว Aliens: Fireteam Elite จากสื่อชื่อดังของต่างประเทศ
GunKC
5 เหตุผลที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด เดอะวิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า
JinJan
[Review] Ghost of Tsushima: Director's Cut 'เกมที่ภาพสวยที่สุดบน PlayStation 5'
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
World of Dragon Nest โลกแห่งมังกรที่ชาว RPG ไม่ควรพลาด (สัมผัสแรก)
22/07/2019

World of Dragon Nest (iOS / Android) เกม MMORPG ภาคล่าสุดของซีรีส์ดราก้อนเนสกำลังจะเปิดให้บริการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่แรกเร็วๆ นี้ ซึ่งทาง GameFever เองก็ได้รับเชิญจากบริษัท Nexon Thailand ให้เข้าร่วม ทดสอบย่อย ทดลองเล่นเกมก่อนเปิดจริงด้วย สำหรับผมที่ไม่เคยเล่นเกมในซีรีส์ดราก้อนเนสมาก่อน ต้องบอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่น่าประทับใจทีเดียว ผมคงไม่สามารถพูดในฐานะของแฟนซีรีส์นี้ได้ แต่ในฐานะของคนที่กำลังมองหาเกม MMORPG บนมือถือดีๆ เล่นอยู่ บอกได้เลยว่า World of Dragon Nest คือเกมที่ห้ามพลาดสำหรับปีนี้ทีเดียว

โลกกว้างใหญ่น่าค้นหา

World of Dragon Nestโลกของ World of Dragon Nest เป็นโลกแบบ Open World ที่เน้นความกว้างใหญ่ของแผนที่และความมีชีวิตชีวาของสภาพแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตภายในฉาก แม้จะไม่ได้กว้างใหญ่แบบไร้รอยต่อแบบเกมคอนโซล ยังมีการเปลี่ยนฉากโดยแบ่งเป็นเขตแผนที่ใหญ่ๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าโลกของเกมนี้ทำให้เรารู้สึกว่านี่คืออีกโลกหนึ่งจริงๆ หลายๆ จุดเห็นแล้วก็อยากหยุดชมวิว หยุดนั่งพักใต้ต้นไม้ แม้แต่กับคนที่เห็นภาพสวยๆ จากเกมคอนโซลจนชินตาก็ตาม และด้วยขนาดของแผนที่ที่กว้างใหญ่เลยทำให้ระบบยานพาหนะหรือสัตว์ขี่ของเกมนี้มีความสำคัญขึ้นมา เพราะเราสามารถอัพเลเวลของเจ้าพวกนี้ให้วิ่งเร็วขึ้น พาเราไปถึงที่หมายได้เร็วขึ้น

สัตว์ขี่มากมายให้เลือกใช้ (จิ้งจอกเก้าหาง ม้าขนปุย มังกรจีน)

World of Dragon Nestแม้ระบบสัตว์เลี้ยงของเกมนี้จะยังทำมาไม่ถูกใจผมเท่าไหร่ (คงต้องรอดูว่าระบบผสมพันธ์ุสัตว์เพื่อหาสัตว์ตัวใหม่ๆ จะทำออกมาได้ดีแค่ไหน) แต่ระบบสัตว์ขี่นี่ทำให้ยิ้มได้ทีเดียวครับ เพราะสัตว์เลี้ยงตัวแรกที่เกมให้เป็นม้าขนปุยที่ทั้งเท่และน่ารักสุดๆ เรียกว่าอยากขี่มันตลอดเวลาถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากลงไปวิ่งเลยทีเดียว

สัตว์ขี่ตัวอื่นๆ นั้นสามารถได้มาด้วยระบบสุ่มกาชา ถ้าสุ่มแล้วจะได้เศษมา เมื่อเก็บเศษจนครบจึงจะได้ตัวอื่นๆ มาใช้ ผมเองไม่ชอบระบบสุ่มแบบนี้เท่าไหร่ ก็หวังว่าจะมีกิจกรรมหรือทางเลือกอื่นๆ ที่ทำให้เราได้สัตว์ขี่ที่หมายปองมาใช้ชัวร์ๆ ซึ่งบอกเลยว่ามีให้เลือกมากมายครับ มีทั้งเมฆ ทั้งมอเตอร์ไซค์ จิ้งจอกเก้าหาง ไปจนถึงมังกรจีนกันเลย และด้วยความที่เราสามารถอัพเลเวลให้สัตว์ขี่ของเราเก่งขึ้นได้ ด้วยการให้อาหาร เลยช่วยทำให้เราผูกพันกับเจ้าสัตว์ขี่พวกนี้มากขึ้นด้วยครับ (ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเราใช้มอเตอร์ไซค์เราจะยังให้หญ้ากินเพื่อเพิ่มเลเวลแบบเจ้าม้าขนปุยได้ไหม)

ระบบต่อสู้ที่เน้นฝีมือจริงๆ

เท่าที่ผมคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่าง SuckGameMike (ที่โผล่มาในโฆษณาเกมที่หลายๆ คนรำคาญกันนั่นแหละครับ) ดูเหมือนว่าคนที่เป็นแฟน Dragon Nest จะคุ้นเคยกับระบบต่อสู้ที่เน้นการใช้ฝีมือกันอยู่แล้ว โดยระบบที่ว่าเป็นแบบนี้ครับ การทำภารกิจ การต่อสู้กับมอนสเตอร์ทั่วๆ ไป เกมจะมีระบบผ่านเควส ระบบต่อสู้อัตโนมัติ เช่นเดียวกับเกมมือถือทั่วๆ ไป ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องใช้ฝีมืออะไรนัก แต่หากเราต้องการบังคับเอง เกมก็มีปุ่มให้เราสามารถโจมตีและหลบการโจมตีได้ครับ และยังมีท่าพิเศษให้ใช้หลังจากหลบการโจมตีแล้วด้วย

การหลบนี่จะมีความสำคัญขึ้นมาเมื่อเราเจอบอสยากๆ หน่อยครับ โดยเกมจะบอกเลเวลที่แนะนำและค่าพลังต่อสู้ (CP) ที่แนะนำในการผ่านภารกิจ แต่หากเราฝึกฝนการบังคับด้วยตัวเองจนเก่งแล้วเนี่ย เราก็สามารถผ่านเกมได้ทั้งๆ ที่เลเวลหรือค่าพลังต่อสู้ยังไม่เท่าที่เกมแนะนำด้วยซ้ำ ทำให้เราผ่านภารกิจเร็วกว่า เก่งเร็วกว่าคนอื่นๆ ที่อาจใช้เวลาเล่นมากกว่าแต่ไม่ได้ฝึกฝนการต่อสู้ด้วยตัวเองเท่าไหร่
World of Dragon Nestด้วยระบบต่อสู้แบบบังคับด้วยตัวเองที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดี และท่วงท่าในการต่อสู้ที่ทำออกมาได้ลื่นไหล ไม่ว่าจะเป็นการหลบ การโจมตี หรือการใช้สกิล ทำให้การต่อสู้ระหว่างผู้เล่นด้วยกันเอง (PvP)  นั้นมีความน่าสนใจมากๆ แม้ตอนที่ได้ทดสอบเกมจะยังไม่ได้ลองสู้กับผู้เล่นจริงๆ เพราะหาคนเล่นด้วยไม่เจอ แต่การได้สู้กับบอทที่สนุกมากๆ ก็ทำให้อยากลองสู้กับผู้เล่นจริงๆ เมื่อเกมเปิดเร็วๆ เลย

เนื้อเรื่องและภารกิจที่น่าติดตาม

สำหรับผู้เล่นน่าใหม่อย่างผมเรียกว่าต้องปรับตัวกันนิดหน่อย เพราะเกมเปิดมาด้วยคัตซีนเล่าเรื่องที่ดูเหมือนจะอิงตัวละครและเนื้อเรื่องมาจากเกมภาคเก่าๆ ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะสร้างความสับสนให้กับคนที่ไม่เคยเล่นมาก่อน แต่การเล่าเรื่องและแนะนำตัวละครผ่านภารกิจต่างๆ ของเกมนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีครับ เกมเล่าเรื่องด้วยตัวหนังสือ ผ่านบทสนทนา และเลือกเล่าเรื่องด้วยคัตซีนในฉากสำคัญต่างๆ

สิ่งที่ผมชอบในระบบภารกิจของเกมนี้คือการที่ภารกิจหลักของเกมจะพาเราไปสำรวจแผนที่ของเกมและตัวละครต่างๆ อย่างทั่วถึง เนื้อเรื่องของเกมจะแบ่งเป็นบท โดยส่วนใหญ่แล้วเนื้อเรื่องบทหนึ่งก็จะให้เราใช้เวลาในแผนที่หนึ่งไปเลย ซึ่งเราจะได้เดินทางและสัมผัสกับมอนสเตอร์แทบทุกตัวในแผนที่นั้น ช่วยทำให้เราคุ้นเคยกับแผนที่  มอนเสตอร์ และ NPC ของเกม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นต่างกับอีกหลายๆ เกมที่มีแผนที่ใหญ่แต่ผู้เล่นไม่ได้มีความคุ้นเคยกับแผนที่และตัวละครจริงๆ

ผมรู้สึกว่าภารกิจและเนื้อเรื่องในช่วงประมาณเลเวล 20 ถึง 25 ค่อนข้างมีความจำเจและอืดอาดไปบ้าง แต่ความต่อเนื่องในช่วงเริ่มเกมถือว่าทำได้ดีจนเทียบชั้นกับเกมเล่นคนเดียวได้สบายๆ เพราะในช่วงทดสอบก็ไม่ค่อยได้พบผู้เล่นคนอื่นอยู่แล้ว แต่ลำพังภารกิจหลักของเกมก็สามารถทำให้เล่นคนเดียวได้เป็นวันๆ

ระบบคราฟของสร้างอาวุธใช้เอง

อาวุธและชุดเกราะของเกมนี้เท่าที่ได้ลองเล่นดูจะได้มาจากการสร้างเองเป็นหลักครับ โดยวัตถุดิบจะได้มาจากการเก็บเกี่ยวเอาในแผนที่และการลงดันเจี้ยน เมื่อเราสร้างของบ่อยขึ้นทักษะการสร้างของเราก็จะเพิ่มขึ้น ทำให้สร้างอาวุธและชุดเกราะดีๆ ในขั้นต่อไปได้ ข้อดีของระบบนี้ก็คือความผูกพันที่เรามีต่อของที่เราสร้างใช้เอง แทนที่จะเปลี่ยนอาวุธบ่อยๆ ไปใช้ของที่มีพลังเป็นหมื่นๆ ของแพงๆ จนอาวุธที่ได้มาแต่ละชิ้นไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไหร่ การสร้างเองแบบนี้ทำให้อาวุธแต่ละชิ้นเราได้ใช้ไปนานๆ แน่ๆ แถมเรายังติดเพชรเพิ่มความสามารถได้อีก แต่ข้อเสียก็อาจจะมีตรงที่ความหลากหลายของอาวุธและชุดเกราะของผู้เล่นแต่ละคนอาจไม่ได้มากเท่าไหร่ คงต้องรอดูในเลเวลสูงๆ ว่าจะมีอะไรที่แปลกใหม่กว่านี้หรือไม่

ระบบใช้ชีวิตสนุกๆ มีอะไรให้ทำมากมาย (ตกปลา แช่น้ำร้อน ปลูกผัก)

World of Dragon Nestระบบการใช้ชีวิตของเกมนี้มีตั้งแต่ตกปลา ทำฟาร์ม ทำประมง แช่น้ำร้อน ใครที่ชอบกิจกรรมอะไรแบบนี้น่าจะถูกใจแน่นอน เท่าที่ผมลองเล่นนั้น ระบบที่ผมใช้หลักๆ ก็คือการทำฟาร์มเพื่อเอาผักมาทำยา เพราะถ้าเราเลือกที่จะเก็บผักพวกนี้เอาตามแผนที่นั้น เก็บครั้งนึงก็ได้แค่ 1 ต้น แต่การทำฟาร์ม หว่านเมล็ด แล้วไปทำอย่างอื่นรอเวลาให้ผักโต กลับมาอีกทีเก็บผักได้เป็น 10 ต้น คุ้มกว่าการที่ต้องมาวิ่งเก็บผักทีละต้นเยอะ ไม่แน่ใจว่าระบบแลกเปลี่ยนของเกมนี้จะทำให้เราเก็บผักทำยาขายเพื่อเอาเงินมาแลกอาวุธกับคนที่เน้นไปทางด้านการสร้างของได้หรือเปล่า แต่ถึงจะไม่ได้ถึงขนาดนั้นระบบใช้ชีวิตนี่ก็ช่วยสร้างความเป็นโลกอีกใบให้กับ World of Dragon Nest ได้ดีเลย
โดยรวมแล้วแม้ World of Dragon Nest จะมีจุดที่ขัดใจผมอยู่บ้าง แต่อีกหลายๆ ส่วนก็ทำให้สนุกจนติดหนึบทีเดียวครับ แม้ทาง Nexon Thailand จะบอกว่าตัวที่ให้ทดสอบยังไม่สมบูรณ์ แต่เท่าที่เล่นดูก็แทบไม่พบปัญหาอะไรเลย และเท่าที่ดูจากตารางเกมมือถือที่จะออกในปีนี้แล้ว ถ้าไม่มีเซอร์ไพรส์อะไรเป็นพิเศษ ถ้าไม่มีเกมใหญ่ๆ เปิดตัวออกมาอย่างกะทันหัน เกมนี้ก็เป็นเกมในหมวด MMORPG ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ ติดตามวันเปิดลงทะเบียนและวันเปิดเซิร์ฟเวอร์ได้จากเพจหลักของเกมได้เลย (facebook.com/wodthpage)


บทความที่คล้ายกัน
ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
Call of Duty: Vanguard เริ่มมีคนพบเจอเหล่า Hacker ในช่วงทดสอบ Open Beta แล้ว
BASUP!
Kena: Bridge of Spirits เผยตัวอย่างโชว์ระบบ Photo Mode หยุดถ่ายภาพสวยๆ ได้ตลอดเวลา
BASUP!
Splitgate ผู้พัฒนาเผยแผนอัปเดตโหมด Custom Map และ Single Player ในอนาคต
BASUP!
[Far Cry 6] ตีตั๋วเครื่องบินสู่ Yara วันนี้ ลุ้นรับเซ็ตของขวัญสุด VIP จากเกมไปเลย!
OcelotBoy
Call of Duty: Vanguard ขยายเวลา Open Beta ออกไปจนถึง 22 กันยายน!
JinJan
Editors' Choice
DokeV เกมจากผู้สร้าง Black Desert ปล่อยตัวอย่างใหม่ โชว์เกมเพลย์และโลกสุดน่ารัก
BASUP!
รวมคะแนนรีวิว Aliens: Fireteam Elite จากสื่อชื่อดังของต่างประเทศ
GunKC
5 เหตุผลที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด เดอะวิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า
JinJan
[Review] Ghost of Tsushima: Director's Cut 'เกมที่ภาพสวยที่สุดบน PlayStation 5'
OcelotBoy
Show header