GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
ผลการค้นหา : "บทความ"
5 เทรนด์วงการเกมน่าจับตามองประจำปี 2021
2020 ถือว่าเป็นหนึ่งในปีที่น่าสนใจสำหรับวงการเกม ที่การมาถึงของ COVID - 19 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ทั้งในด้านดีและด้านร้าย อาจจะเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งโอกาสสำหรับหลาย ๆ คนและปีของฝันร้ายของหลาย ๆ คนเช่นกัน แล้วปี 2021 ล่ะ แนวโน้มของวงการเกมจะออกมาทางไหน เรามาดูกัน มือถือยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มือถือนับว่าเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ร้อนแรงที่สุดของวงการเกม ด้วยจุดเด่นในเรื่องความสะดวกพกพาง่าย อีกทั้งผู้ผลิตมือถือค่ายต่าง ๆ เร่งพัฒนานวัตกรรมมากมาย เพื่อชิงส่วนแบ่งทางการตลาดส่งผลมายังเหล่าเกมเมอร์โดยตรง ที่เราจะได้มือถือสเปกแรงแต่มีราคาถูกลง เล่นเกมได้ดีขึ้น ส่งผลให้มือถือยังคงเป็นแพลตฟอร์มเนื้อหอม  ที่ดึงดูดผู้พัฒนาเกมและนายทุนอย่างไม่ขาดสาย  ดังนั้นสายมือถือไม่ต้องห่วงยังไงก็มีเกมให้เล่นยาว ๆ ตลอดทั้งปี วงการ Streamer เชิดฉายอย่างเต็มที่ การระบาดของเชื้อ COVID-19 ทำให้หลาย ๆ คนต้องเข้าสู่การ WFH (Work Form Home) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นำไปสู่การให้สื่อต่าง ๆ ในโลกออนไลน์มากขึ้น ทำให้เหล่า Streamer มากมายสามารถแจ้งเกิดได้ หรือใครที่ได้รับความนิยมอยู่แล้วก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะผู้คนต่างมีเวลาในการเสพสื่อเหล่านี้มากขึ้นจากการทำงานที่บ้านนั่นเอง ไม่ใช่เฉพาะ Steamer เหล่า Content Creator หลาย ๆ คนก็ได้ผลประโยชน์เต็ม ๆ จากเรื่องนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับเหล่า Content Creator และ Streamer หน้าใหม่ที่จะเข้ามาสู่ในวงการนี้ เพราะการแข่งขันที่สูงขึ้นจนทำให้ต้องมีการงัดเอาทุกสกิลทุกอย่างมาใช้อย่างเต็มที่ เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาสุดเดือดสำหรับสายอาชีพนี้ นอกจากนี้ยังส่งผลไปยังเหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับการ Stream และการเล่นเกมที่ได้รับอนิสงค์ไปอย่างเต็ม ๆ โดยเฉพาะในส่วนของยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การมาถึงของ Console รุ่นใหม่ ในที่สุดวงการเกมก็เข้ามาถึงยุคของเครื่อง Console รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ ทั้งเครื่อง PlayStation 5 และเครื่อง Xbox Serise X ที่จะยกระดับวงการเกมให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่อย่างแท้ทรู ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของระบบกราฟิกที่สวยขึ้นอย่างมาก Gameplay ที่สามารถเพิ่มความหลากหลายได้มากขึ้น ตามกำลังของเครื่องเกม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ ว่าเกมที่ถูกออกแบบมาเพื่อ Console ยุคใหม่จะน่าตื่นเต้นขนาดไหน รวมไปถึง Exclusive Game จะอยู่กับเหล่าไปอีกหลายปี เพราะปัจจัยที่อยากให้ใครหลาย ๆ คนอยากซื้อ Console หนึ่งในนั้นคือ Exclusive Game ที่ยิ่งน่าสนใจก็จะดันยอดขายของเครื่องอีกทาง ทัวร์นาเมนต์ออนไลน์คือทางรอดไม่กี่ทางของเหล่า Esport การมาถึงของ COVID - 19 ทำให้วงการ Esport ต้องสั่นสะเทือนเพราะงานแข่งแบบ Lan เกือบทั้งหมดต้องยกเลิก ส่งผลให้ Organize ของวงการนี้ไม่มีทางเลือกที่จะต้องจัดแบบ Online เป็นหลัก แทนการจัดงานแบบเก่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรื่องนี้ส่งผลอย่างหนักต่อทีมต่าง ๆ ที่ไม่อาจจะหางานแข่งมารองรับได้ ทำให้พวกเขาจะต้องหาทางเลือกอื่นไม่ว่าจะเป็น การให้นักกีฬาในสังกัดเป็น Streamer หนึ่งทางออกของทีมต่าง ๆ ที่เรามักจะได้เห็นบ่อย ๆ ในช่วงนี้กับการที่นักกีฬา Esports กลายเป็น Steamer ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทีมเล็กทีมใหญ่ ลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วยรายได้ที่ลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจที่หลาย ๆ ประเทศพบเจอ ทำให้ทีมต่าง ๆ ต้องตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก รวมไปถึงการไม่ต่อสัญญาและการยุบทีมเลยทีเดียว ซึ่งผู้เขียนทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ Brand Royalty คือสิ่งที่ล้ำค่ามากกว่ารายได้จากเกม ปิดท้ายกันด้วยปีเรื่องของ Brand Royalty เมื่อในปีที่ผ่านมาแบรนด์หรือค่ายเกมต่าง ๆ ล้วนแต่เจอบททดสอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวเนื้อเรื่องของเกม จนทำให้แฟนพันธ์แม้ต้องเดือดดาล ไปจนถึงค่ายเกมที่ไม่รักษาคำพูด ทำให้เกิดดราม่าอย่างยิ่งใหญ่ จนไปถึงขั้นฟ้องร้องก็มี  ส่งผลให้ในปีนี้หลาย ๆ ค่ายเกมต่างระวังในการพูดเรื่องต่าง ๆ มากขึ้น เพราะว่าบทเรียนที่ผ่านมาล้วนแต่ล้วนแต่สอนให้รู้ว่า การทรยศต่อแฟนเกมนั้นเป็นอย่างไร สรุป จะเห็นได้ว่าเทรนด์ของวงการเกมนั้นจะเน้นไปยังมือถือและเกมที่สามารถเข้าถึงผู้เล่นทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการสร้าง Player Centric หรือผู้เล่นเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเกมและฐานแฟนเกม ซึ่งผลประโยชน์ไม่ได้ตกไปที่ใครเลย นอกจากเหล่าเกมเมอร์อย่างเรา ๆ นี่แหละ
13 Jan 2021
10 ตัวละครจากภาพยนตร์สยองขวัญ ที่มาอยู่ในโลกของเกม
ถ้าหากตัวละครสยองขวัญจากโลกของภาพยนตร์และโลกเกมสามารถเชื่อมถึงกันได้ล่ะ? มันจะสุดยอดขนาดไหน ยิ่งถ้าเป็นภาพยนตร์ที่เราชอบ หรือภาพยนตร์ระดับตำนานก็จะทำให้เรารู้สึกอยากเล่น และน่าตื่นตาตื่นใจกับเกมนั้นมากแน่นอน! ในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมาพบกับ 10 ตัวละครจากภาพยนตร์สยองขวัญที่เข้าสู่โลกของเกม ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.Spawn ( Soul Calibur 2 ) Spawn : ตัวละครจากนรกที่เป็น Anti-Hero ซึ่งเขามีความโหดมาตั้งแต่ในฉบับคอมมิคแล้ว และเมื่อนำมาทำเป็นภาพยนตร์ในช่วงยุค 1997 ที่มีความแอคชั่นผสมกับความผสมผสาน ทำให้เขาดูน่าเกรงขามไปอีกขั้นจนหลายๆ เกมต้องนำมาเป็นตัวละครรับเชิญ ก่อนอื่นต้องขอแนะนำก่อนว่าแฟรนไซส์เกม Soul Calibur นั้นเป็นเกมแนว Fighting ที่ปัจจุบันนั้นเดินทางมาถึงเกมลำดับที่ 7 แล้ว ซึ่งเกมนี้เป็นหนึ่งในเกมแรกๆ ที่เริ่มนำเทรนการหยิบยกเอาตัวละครจากภาพยนตร์หรือจากเกมอื่นๆ มาร่วมแจมด้วย ซึ่งมันได้รับกระแสตอบรับที่ดีมากๆ โดยตัวละคร Anti-Hero อย่าง Spawn ได้มาปรากฏตัวครั้งแรกบน Soul Calibur 2 ในเวอร์ชั่นถือขวาน หลังจากนั้นก็มีเกมต่างๆ เช่น เกม Mortal Kombat นำเขาเข้าไปเป็นตัวละครรับเชิญทีหลัง. *ตรงนี้ต้องบอกให้รู้นะครับไม่งั้นจะมีคนเข้าใจผิดว่าตัวละครอย่าง Spawn มันอยู่ในเกม Mortal Kombat แต่จริงๆ มันไม่ใช่เพราะมีเกมค่ายอื่นนำมาก่อนแล้ว 2.Predator ( Tom Clancy's Ghost Recon Wildlands ) Predator : เอเลี่ยนนักล่าเผ่าพันธุ์ที่มีความโหดและแข็งแกร่งอันดับต้นๆ ของจักรวาลที่ชอบจับมนุษย์มาล่าฆ่าถลกหนัง! ซึ่ง Predator นอกจากจะมีเอกลักษณ์ที่ดูใหญ่โตน่าเกรงขามแล้ว พวกเขายังมีเทคโนโลยีและอาวุธที่ล้ำสมัยกว่ามนุษย์มากๆ ดังนั้นมันจึงได้รับความสนใจจากวงการภาพยนตร์และวงการเกมอีกด้วย! สำหรับเกม Tom Clancy's Ghost Recon Wildlands นั้นถือเป็นเกมแรกของแฟรนไชส์ที่เปลี่ยนจากเกม FPS แนวสำรวจแบบเส้นตรง เป็น Open-World โลกเปิดให้ผู้เล่นสามารถสำรวจแบบแนวดิ่งได้มากขึ้น ดังนั้นด้วยความที่เกมมีสเกลที่ใหญ่ ทางทีมงานจึงใช้ประโยชน์จากจุดต่างๆ เช่น สภาพแวดล้อมแบบป่า / โหมด Co-op ที่น่าสนใจ พวกเขาจึงได้จัด Event กิจกรรมแบบจำกัดเวลาให้ผู้เล่นต้องเจอกับนักล่าอย่าง Predator ! ถึงจะเป็นแค่อีเวนท์ชั่วคราวแต่ก็ทำให้หลายๆ คนตื่นตาตื่นใจกันมากพอแล้ว! 3.CHUD ( Tony Hawk's Underground ) CHUD : ภาพยนตร์สยองขวัญในยุค 1984 หนึ่งในมนุษย์กลายพันธุ์ที่น่ากลัวมากๆ ในยุคนั้นเลย โดยครั้งหนึ่งมันเคยเป็นมนุษย์ แต่ก็ดันกลายพันธุ์เพราะโดนกากกัมมันตภาพรังสีสารเคมีที่เป็นพิษ ทำให้มันมีรูปลักษณ์ที่ผิดมนุษ์จนต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่ท่อระบายน้ำ และคอยไล่สังหารผู้คน แต่รู้หรือไม่ว่าเกมที่เจ้า CHUD นั้นเข้ามาเป็นตัวละครรับเชิญนั้นมันคือเกม.... Tony Hawk's Underground เป็นเกมแนวสเก็ตบอร์ดลำดับที่ 5 ของซีรี่ส์ Tony Hawk's ที่พัฒนาโดย Neversoft และเผยแพร่โดย Activision ในปี 2003 บนเครื่อง GameCube, PlayStation 2, Xbox / Game Boy Advance และ PC ซึ่งเกมแนวกีฬาในช่วงนั้น ชอบที่จะนำตัวละครจากภาพยนตร์ต่างๆ มาเป็นตัวละครพิเศษในเกมของพวกเขา และสำหรับซีรี่ส์ Tony Hawk's นี้พี่แกก็ชอบเอาตัวละครจากภาพยนตร์ต่างๆ เช่น Spider-Man / Shrek มาใส่ไว้ให้ผู้เล่นด้วย แต่ที่ไม่มีใครคาดคิดคือการนำตัวละครจากภาพยนตร์สยองขวัญอย่าง CHUD เข้ามาโชว์ฝีไม้ลายมือสเก็ตบอร์ด เอิ่ม...มันก็ดูแปลกๆ แหวกๆ ดีนะครับ5555 4.Ghostface ( Dead By Daylight ) Ghostface : ถือเป็นฆาตกรสวมหน้ากากชุดดำที่เป็นระดับตำนานโด่งดังมากๆ จากภาพยนตร์เรื่อง Scream ในยุค 90 ที่เต็มไปด้วยความสยอง ปมปริศนา และความฮาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวมากๆ โดยภาคต้นฉบับนั้นได้ครองแชมป์ติดชาร์จเป็นภาพยนตร์ที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลอีกด้วย! สำหรับเกม Dead By Daylight นั้น เป็นเกมแนว Survivor-Horror Multiplayer ที่จะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย โดยฝ่ายผู้รอดชีวิตนั้นจะรับบทโดยผู้เล่น 4 คนที่ต้องหาทางร่วมมือกันออกจากพื้นที่นั้นๆ และผู้เล่นอีกคนหนึ่งจะเป็นฝ่ายนักล่าที่ต้องคอยขัดขวาง ไล่ฆ่า ไล่ฟันไม่ให้ทั้ง 4 คนหนีออกไปได้ และแน่นอนว่าเกมดบดลนั้น ปัจจุบันเกมนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เพราะทีมงานพัฒนาเกมนี้มีความใส่ใจในคอนเทนต์ใหม่ๆ คอยอัพเดทเพิ่มตัวละครจากซีรี่ส์ จากภาพยนตร์ หรือจากที่ไหนก็ตามที่พวกเขาเห็นว่าน่าสนใจ และ Ghostface ก็เป็นหนึ่งในนั้น! 5.Freddy Krueger ( Mortal Kombat 2011 ) Freddy Krueger : หนึ่งในตัวละครผีในภาพยนตร์สยองขวัญในยุคปี 1984 ที่มาสานต่อความน่ากลัวด้วยพล็อตที่น่าสนใจสั้นว่า ห้ามหลับ! เพราะเจ้าผีตัวนี้มันจะเข้าไปตามฆ่าเราถึงในฝัน โดยจะมาในชุดลายดำแดงและหมวกอันเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนั้นยังมีกรงเล็บที่สุดแสนจะยาวพร้อมจะขย้ำเหยือตลอดเวลาอีกด้วย! สำหรับแฟรนไชส์เกม Mortal Kombat เป็นที่รู้จักกันดีในเกมที่มีการต่อสู้ที่มันส์มาก และรุนแรงจนติดเรท R อยู่บ่อยๆ เพราะพวกเขาเน้นจุดขายไปที่ผู้ใหญ่ โดยเกมจะมีฉากเลือดสาด ฉากสังหารเฉพาะตัวของตัวละครต่างๆ ชนิดที่ว่าโคตรโหด! ดังนั้น เกมนี้จึงมักจะนำตัวละครจากภาพยนตร์สยองขวัญ หรือตัวละครโหดๆ เข้ามาอยู่ในเกม จนกระทั้งในภาค Mortal Kombat 2011 ทีมงานก็ได้ตีตลาดอย่างเฉียบขาด และสามารถเอาใจแฟนๆ ได้อยู่หมัดเพราะพวกเขาได้เพิ่ม Freddy Krueger เข้ามาสู่สนามประลองนองเลือดนี้ด้วย! 6.Jason Voorhees ( Mortal Kombat X ) Jason Voorhees : สำหรับฆาตกรโรคจิตในหน้ากากฮ็อกกี้นี้ เขามาจากแฟรนไชส์ภาพยนตร์ Friday the 13th ซึ่งประสบความสำเร็จอีกเรื่องหนึ่งในยุค 1980 แต่มันมีความน่ากลัวตรงที่เขาเป็นฆาตกรสุดโหดที่ไม่ต้องพูดพร้ำพรรณนาใดๆ ทั้งสิ้น ขอแค่มันเจอใครสักคนมันจะฆ่า และก็ฆ่า ลูกเดียว! กลับมาอีกครั้งกับเกม Mortal Kombat X ที่วางจำหน่ายในปี 2015 บนเครื่อง PC / PlayStation 4 / Xbox One โดยจะเล่าเรื่องราวหลังจากภาค 9 ประมาณ 25 ปี ที่เล่าถึงเทพโบราณผู้หลบหนีออกจากที่คุมขังและออกมาประกาศสงครามกับโลกอีกครั้ง โดยในภาคนี้เราจะได้เห็นเนื้อเรื่องอันเข้มข้นเช่นภาคก่อน แต่จะมีตัวละครใหม่ๆ เข้ามาทั้งตัวละครตามเนื้อเรื่อง และตัวละครรับเชิญมากมาย เช่น พรีเดเตอร์ / เอเลี่ยน และแน่นอนมีเจสันอยู่ด้วย! แต่สิ่งที่ทำให้ภาคนี้น่าสนใจขึ้นไปอีกนั้นคือตัวเกมมี Move Set ของตัวละครมากขึ้นจนทำให้เกมมีลูกเล่นที่สนุกและสะใจกว่าเดิมหลายเท่า! 7.Michael Myers ( Call Of Duty: Ghosts ) Michael Myers : ฮาโลวีนถือเป็นเทศกาลที่ต่างประเทศนิยมกันมากๆ โดยจะมีการคอสเพลย์แต่งตัวเป็นผีต่างๆ จากทั่วโลก ซึ่งจุดนี้เองทำให้ John Carpenter ชายผู้มากฝีมือในเรื่องต่างๆ ทั้งงานเขียนบท งานกำกับผลงานมากมาย เขาได้เนรมิตคืนฮาโลวีนเปลี่ยนเป็นคืนสยองนองเลือด ที่ไม่สนุกอย่างที่ใครหลายๆ คนคิดอีกต่อไป เพราะมันจะมี Michael Myers ชายผู้สวมหน้ากากหนังมนุษย์มาไล่ฆ่าคุณแทน! มาถึงจุดนี้แล้ว Michael มันเกี่ยวอะไรกับแฟรนไชส์เกมอย่าง Call of Duty หนึ่งในเกม FPS ที่ดีที่สุดอันดับต้นๆ ในยุคนี้ล่ะ! ผมขอตอบให้แทนว่า ในเมื่อ COD พาเราไปยิงซอมบี้ได้ พาเราไปนอกโลก หรือแม้แต่พาไปในโลกยุคอนาคตได้ ทำไมมันจะพาเรามาเจอกับตัวละครสยองขวัญจากโลกภาพยนตร์ไม่ได้เล่า! ดังนั้น Onslaught DLC ใน Call of Duty: Ghosts ได้เพิ่มด่านพิเศษที่ต้องเล่นผ่านโหมด Multiplayer โดยผู้เล่นจะสามารถรับบทเป็น Michael Myers ถือขวานไล่ฟันผู้เล่นคนอื่นๆ แบบสะใจ โดยคนที่รับบทเป็นเขานั้นจะเคลื่อนไหวได้เร็วมาก! และจะฟื้นฟู HP ทุกครั้งที่สามารถฆ่าได้ สะใจสุดๆ ! 8.Leatherface ( Mortal Kombat X ) Leatherface : อีกครั้งที่ในปี 1974 ได้ให้กำเนิดตัวละครสุดโหดจิตใจสุดวิปริตอย่าง Leatherface ซึ่งเขามักจะมีเอกลักษณ์อยู่ที่การออกล่าพร้อมกับครอบครัวที่มีจิตใจไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่นัก และมักจะใส่หน้ากากจากหนังมนุษย์พร้อมกับถือเลื่อยคู่ใจ วิ่งไล่หั่นร่างของเหยื่อออกเป็นชิ้นๆ ! สำหรับ Motal Kombat X นั้นผมได้อธิบายไปในระดับนึงแล้วในหัวข้อของ Jason Voorhees แต่ก็ขอเสริมให้ว่า เกมนี้ยังคงเหมาะกับใครก็ตามที่กำลังมองหาเกมต่อสู้แบบเอามันส์ ภาพสวย แถมยังมีเนื้อเรื่องดีๆ โดยสำหรับเกม Mortal Kombat X นั้นยังคงชอบนำตัวละครจากภาพยนตร์สยองขวัญเข้ามาใส่ไว้ในเกมอยู่เสมอ และหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า Leatherface นี้ถือเป็นตัวละครแรกที่ใช้เลื่อยเป็นอาวุธในซีรี่ส์นี้! 9.Gremlins ( Lego Dimensions ) Gremlins : ถือเป็นตัวละครสุดน่ารักจากภาพยนตร์สยองขวัญในปี 1984 หลายๆ คนคงสงสัยว่าในเมื่อมันน่ารัก แต่ทำไมไปโผล่ในหนังสยองขวัญได้ล่ะ? นั่นเพราะว่ามันจะน่ารักถ้าเราไม่ไปทำผิดกฏการเลี้ยงมัน เช่น ห้ามโดนน้ำ ห้ามโดนแสง หรือห้ามให้อาหารหลังเที่ยงคืน เพราะถ้าทำผิดกฏเมื่อไหร่มันจะแพร่พันธุ์ไวมาก! นอกจากนั้นตัวที่แพร่พันธุ์จะมีนิสัยสุดแสนจะซน มีความดุร้ายที่พร้อมจะขย้ำ และทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า! หนึ่งในเกมจากแฟรนไซส์ Lego ที่ออกวางจำหน่ายในปี 2015 ซึ่งเกมสำหรับผู้เล่นทุกเพศทุกวัยแบบนี้ไม่น่าจะมีตัวละครสยองขวัญเข้ามาอยู่ในเกมจนทำให้เด็กๆ กลัวได้ แต่ก็อย่าลืมครับว่า ถ้ามันยังอยู่ในร่างปกติก็ยังคงความเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ารัก ดังนั้นทีมงาน Warner Bros. เล็งเห็นในจุดนี้จึงนำมันเข้ามาใส่ไว้ในเกม และแน่นอนว่าสามารถนำมาตีตลาดต่อ ยอดสร้างกำไรได้แน่นอน! 10.Terminator ( Mortal Kombat 11 ) Terminator : แค่เอ่ยคำว่า คนเหล็กหลายๆ คนก็นึกเป็นอย่างเดียวกันนั่นคือ เทอมิเนเตอร์ โดยแฟรนไชส์นี้ถูกสร้างขึ้นใน้ปี 1984 เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แนว Sci-fi / Horror ที่สร้างรายได้มหาศาลมากๆ แฟรนไชส์หนึ่งของโลก ซึ่งเทอร์มิเนเตอร์ที่ได้รับความนิยมที่สุดนั่นก็คือ หุ่น T-800 นั่นเอง! Mortal Kombat 11 ในปี 2020 ก็ยังคงได้รับกระแสนิยมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ภาค X โดยในภาคนี้บอกเลยว่าทีมงานพัฒนา ก็ยังคงขนทัพตัวละครจากภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ มาเยอะมาก! เช่น โจ๊กเกอร์ / Spawn แต่ที่เด็ดสุดไม่แพ้กันและมันก็ถูกกล่าวถึงในโซเชียลมีเดียอยู่พักใหญ่ๆ นั่นก็คือคือ ลุงอาร์โนลด์ ที่จะมาเป็นตัวละครอย่างหุ่น T-800 ให้เราได้เล่นด้วย! บอกเลยว่าสุดยอดมากๆ ! Credit : GAMERANT
13 Jan 2021
รวม 6 เพลงสุดปัง !! ที่ Free Fire ร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง
สำหรับเกม Garena Free Fire ในตอนนี้นั้นได้รับความนิยมจากเหล่าเกมเมอร์มากมาย นั่นเป็นเพราะผู้พัฒนาได้ใส่ใจลงไปในงานเหล่านั้น และพวกเขาไม่ได้พัฒนาแค่เกมนะครับ พวกเขายังสร้างคอนเทนต์ส่งกำลังใจผ่านบทเพลงด้วยการไปร่วมงานกับศิลปินดังๆ มากมาย จะมีเพลงไหนที่เราชอบกันบ้างมาดูกันครับ 1.ไม่เข้าท่า - bodyslam หนึ่งในวงที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทยอย่าง bodyslam ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ MV เพลง " ไม่เข้าท่า " ที่ส่งกำลังใจให้กับทุกคนที่ล้มจากการวิ่งตามความฝัน และถูกสารพัดคำถูกพูด โดยใน MV จะถ่ายทอดให้เห็นความพยายามเด็กๆ ที่กำลังฝึกฝนเพื่อทำฝันให้เป็นจริงและในที่สุดก็เด็กเหล่านั้นจะสามารถคว้าความฝันของตนมาได้หรือไม่! มารับฟังและรับชมพร้อมกันได้เลย. 2.Garena Free Fire - "Vale Vale" BY Alok X Free Fire อีกหนึ่งศิลปินชื่อดังในระดับโลกอีกคนนั่นคือ Alok (Alok Achkar Peres Petrillo) ชาวบราซิลผู้เป็นทั้งโปรดิวเซอร์และดีเจที่ทำผลงออกมานับไม่ถ้วนทั้งยังเคยร่วมงานกับศิลปินดังๆ มาแล้วมากมายดังนั้นการที่ Garena Free Fire สามารถทาบทามชวนให้ Alok เข้ามาร่วมทำผลงานเพลงและสร้างตัวเขาเป็นหนึ่งในตัวละครได้นั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลย. 3.Free Fire FACT4 โปรเจ็ค FACT4 ที่นำเหล่า Rappers ชื่อดังที่มีสไตล์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวมานำเสนอผลงานเพลง 4 รูปแบบ 4 เรื่องราว โดยทั้ง 4 คนนั้นคือ LAZYLOXY x MAIYARAP x OG-ANIC x URBOYTJ ส่วน MV เพลงด้านล่างนี้เป็นโปรเจ็คร่วมของทั้ง 4 คนที่พวกเขานำสกิลการแร็ปออกมาแบบครบเครื่องจัดเต็มสุดๆ ไปเลย. 4.Garena Free Fire - [MV] เปิดป่ะ❗ นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก TangBadVoice ช่างภาพที่ได้สร้างผลงานเพลงอินดีติดกระแสอยู่พักหนึ่งอย่างเพลง " เปรตป่ะ " และล่าสุดเขาได้ไปฟีทเจอริ่งเพลง Melbourne ให้กับMorvasu ที่ล่าสุดมียอดวิว 6 ล้านกว่าไปแล้ว และเขาก็ได้ร่วมสร้างสรรค์เพลงสไตล์ของตั้งด้วยการใช่ชื่อว่า " เปิดป่ะ " เรามาฟังกันว่าเพลงนี้จะฮาและสนุกขนาดไหน. 5.[Official MV] Pink Killer Kapella - Feat.NOEY & JAM JNP อีกหนึ่งเพลงที่ได้สองสาวสุดสวยอย่างเนยและแจมมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานเพลงและเต้นด้วยชุดคอสเพลย์ที่เหมือนหลุดมาจากโลกของเกม Free Fire เลยทีเดียวครับ และผลงานเพลงนี้ถึงจะสั้นเพียงแค่ 1 นาทีนิดๆ แต่ขอบอกเลยว่ายอดวิวนั้นพุ่งสูงถึง 3 ล้านกว่าวิวเลยทีเดียว! 6.Garena Free Fire x WonderFrame MV เพลงคนตายโลกไม่จำ แร็ปเปอร์สาวสุดฮ็อตอย่างยูนิคอร์น WonderFrame ที่ร่วมทำเพลงโปรโมทให้กับ Garena Free Fire ตัวเพลงจะพยายามสื่อถึงเรื่องของเกมและเรื่องของชีวิต อีกทั้งยังมีการให้กำลังใจสำหรับคนที่กำลังท้ออยู่ในเนื้อเพลงด้วย ซึ่งใน MV เราจะได้เห็นงานวีดีโอที่เป็นเอกลักษณ์ของ WonderFrame อยู่ช่วงหนึ่ง อยากรู้ว่าเพลงมันจะทำให้เราโยกหัวตามขนาดไหนตามมาฟังกันเลย.  เป็นไงกันบ้างกับผลงานเพลงต่างๆ ที่ได้ศิลปินมาร่วมงานกับ Garena Free Fire และยังมีผลงานอีกมากมายที่ทางผู้พัฒนานำมามอบให้กับแฟนๆ ทั้งตัวเกม เพลง การ์ตูน เรื่องสั้น ซึ่งใครที่ยังไม่โหลดในจังหวะนี้รีบหยิบมือถือขึ้นมาแล้วเข้าไปโหลดกันได้เลยนะครับ.
13 Jan 2021
พรีวิว Monster Hunter: Rise บอกเล่าความรู้สึกจากการเล่นในเดโม
มาถึงจุดนี้ เชื่อว่าคงไม่มีเกมเมอร์คนไหนที่ไม่รู้จักกับซีรี่ส์ล่าแย้ในตำนานอย่าง Monster Hunter อีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จของเกม Monster Hunter: World (และภาคเสริม Iceborne) ไปจนถึงภาพยนตร์ที่เพิ่งจะออกฉายในโรง อาจจะพูดได้ว่าไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่เกม Monster Hunter จะมีตัวตนอยู่ในกระแสหลักมากกว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ด้วยประการฉะนี้ คงไม่น่าแปลกใจที่เกมภาคใหม่อย่าง Monster Hunter: Rise จะได้รับความสนใจมากเช่นเดียวกัน โดยหลังจากที่ทาง Nintendo ได้เปิดให้ผู้เล่นดาวน์โหลดตัวเดโมเกมมาทดลองเล่นกันในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ร้านค้าของค่ายก็ถึงกับล่มไปเลยจากจำนวนผู้เล่นที่พยายามเข้าไปโหลดเกมพร้อมๆ กัน ทางทีมงาน GameFever เองก็ได้เข้าไปทดลองเล่นเกมมาแล้วตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงอยากจะลองนำเสนอความคิดเห็นของเราต่อเกม โดยจะเน้นพูดถึงระบบใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา รวมถึงความเปลี่ยนแปลงรวมๆ จากเกมภาค World *ผู้เขียนเล่นเกม Monster Hunter: World ไปกว่า 250+ ชั่วโมง แต่ไม่เคยเล่นภาค Iceborne เลย จึงอาจจะไม่สามารถพูดถึงสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใน Iceborne ไม่ได้ (รูป) อาวุธและคอมโบ สิ่งแรกที่ผู้เล่นเก่าๆ น่าจะสังเกติคือวิธีการเล่นอาวุธที่เปลี่ยนไปจากภาคก่อนหน้าอย่างมีนัยยะสำคัญ แม้ว่าท่วงท่าการโจมตีส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันนัก แต่อาวุธแต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างกันในแง่ของการใช้งานจริงรวมไปถึงคอมโบและท่าพิเศษมากมายที่เปลี่ยนไป จนพูดได้ว่าน่าจะต้องใช้เวลาเรียนรู้กันใหม่พอสมควร ยกตัวอย่างเช่นอาวุธดาบใหญ่ (Greatsword) อันเป็นเอกลักษณ์ของเกม ซึ่งมีท่าพิเศษและคอมโบใหม่ๆ ที่ช่วยให้ลัดเข้าสู่ท่า True Charged Slash (ท่าชาร์จฟันระดับสุดยอด) ได้มากกว่าที่ผ่านมาเป็นต้น ทำให้ต้องเรียนรู้คอมโบที่ "สมบูรณ์" หรือให้ผลสูงสุดกันใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับเกมภาค World โดยแม้ว่าตัวผู้เขียนเองจะยังไม่ได้ทดลองความแตกต่างของอาวุธทุกชนิด (เพราะเอาเข้าจริงก็เล่นเป็นอยู่แค่ไม่กี่อย่าง) แต่ในหมู่อาวุธที่ได้ลองเล่น ก็พอสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับที่น่าจะทำให้จังหวะของการต่อสู้กับแย้ทั้งหลายแตกต่างกับในภาค World อย่างรู้สึกได้ ถ้าให้พูดโดยรวมๆ รู้สึกว่าการใช้อาวุธระยะประชิดส่วนใหญ่ดูจะเล่นง่ายกว่าในภาค World พอสมควร เช่นอาวุธดาบยาว (Longsword) ที่ไม่จำเป็นต้องสลับปุ่มไปมาเพื่อทำคอมโบอีกต่อไป แถมยังมีลูกเล่นเพื่อเก็บเกจ Spirit มากกว่าเดิม หรืออาวุธ Gunlance ที่สามารถพลิกแพลงคอมโบเพื่อผสมผสานระหว่างการฟาดฟันและการใช้กระสุนระเบิดได้หลากหลายมากกว่าในภาค World อย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้เกมรู้สึก "ง่าย" ขึ้นประมาณหนึ่งในระดับเบื้องต้น เพราะไม่จำเป็นต้องจำคอมโบหรือปุ่มกดซับซ้อนเท่าเดิม ในทางกลับกัน อาจจะด้วยรูปลักษณ์ของจอย Nintendo Switch เองด้วย (ผู้เขียนไม่ได้ใช้จอย Pro Controller ในการเล่น) ทำให้การเล่นอาวุธสายโจมตีระยะไกลทั้งหลายรู้สึกลำบากกว่าในภาค World เล็กน้อย แถมกระสุนตัวเก่งอย่าง Slicing Ammo ก็ไม่มั่นใจว่าจะกลับมาให้ใช้กันอีกไหม หรือจะถูกแทนด้วยกระสุนชนิด Piercing Ammo หลากหลายธาตุแทน แต่ถ้าไม่มี Slicing Ammo ก็อาจจะทำให้อาวุธระยะไกลทั้งหลายมีประโยชน์ในการหั่นชิ้นส่วนแย้น้อยลงกว่าภาค World และทำให้อาวุธเหล่านี้เล่นแบบฉายเดี่ยวได้ไม่มากเท่าอีกด้วย คงต้องรอดูกันต่อไปว่าในเกมตัวเต็มจะมีกระสุน Slicing Ammo ออกมาให้ใช้กันอีกไหม Wire Bug และการเคลื่อนที่ ระบบ Wire Bug ที่เพิ่มเข้ามาแทนเครื่อง Slinger ในภาค World อาจจะเป็นระบบที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนที่สุด และทำให้เกมภาค Rise มีความแตกต่างจากเกมในซีรี่ส์ Monster Hunter ทุกภาคที่ผ่านมา ถึงขนาดที่ผู้เขียนรู้สึกว่าอาจจะ "เปลี่ยนแนวทาง" ของซีรี่ส์ไปได้เลย เพราะความคล่องแคล่วที่ผู้เล่นจะได้รับจากระบบใหม่นี้แทบจะทำให้ Rise รู้สึกใกล้เคียงกับเกมแอคชั่นจ๋าๆ อย่าง Devil May Cry เลยในความรู้สึกของผู้เขียน (ไม่ได้บอกว่าเหมือนซะทีเดียว แต่ดูจะขยับเข้าหาแนวนั้นมากขึ้น) ในเบื้องต้นนั้น ผู้เล่นทุกคนจะมีเจ้าแมลง Wire Bug ติดตัวอยู่คนละ 2-3 ตัว ซึ่งสามารถใช้เพื่อดึงตัวเองให้พุ่งขึ้นไปบนอากาศ หรือกระทั่งห้อยโหนกลางอากาศได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าทำให้ผู้เล่นมีทางเลือกในการหลบหลีกการโจมตีของเหล่าแย้ได้มากขึ้น แถมอาวุธแต่ละชนิดก็ดูจะมีท่าโจมตีกลางอากาศเพิ่มเข้ามาใหม่หลายท่า ทำให้ผู้เล่นสามารถเปิดช่องในการโจมตีของตัวเองได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในเกม Monster Hunter ที่ผ่านๆ มา ที่เน้นการรอให้เหล่าแย้เปิดช่องเสียเองมากกว่า ยังไม่นับรวมเหล่าความสามารถ Silk Bind ทั้งหลายทั้งแหล่ที่ใช้ควบคู่กับ Wire Bug ที่มักจะเพิ่มความคล่องแคล่วขึ้นไปอีกระดับ ทำให้กระทั่งอาวุธที่ปกติมักจะอืดอาดอย่าง หอก + โล่ห์ หรือ Heavy Bowgun สามารถเคลื่อนที่และหลบหลีกได้ไม่ต่างจากอาวุธอื่นๆ เลย ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือน Monster Hunter: Rise พยายามจะผลักดันซีรี่ส์ไปในทางที่เน้น "แอคชั่น" มากขึ้นกว่าทุกภาค โดยในเดโมจะมีท่า Silk Bind ให้ใช้เพียงแค่สองท่าต่ออาวุธแต่ละชนิด แต่ในเกมเต็มๆ จะมีท่าพิเศษเหล่านี้ให้เลือกใช้มากขึ้นกว่าเดิมอีก ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าจะยิ่งเพิ่มความคล่องแคล่วขึ้นไปอีกแค่ไหน ถ้าให้พูดกันตามตรง ความคล่องแคล่วที่เพิ่มขึ้นเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ภาค Rise รู้สึก "ง่าย" ขึ้นกว่าภาค World พอสมควร อย่างน้อยก็ในเดโมที่ได้ทดลองเล่นนี้ อาจจะด้วยชนิดของแย้ที่มีมาให้ล่าในเดโมที่ยังไม่ค่อยท้าทายนัก เลยยังไม่มั่นใจว่าเกมจะสามารถปรับสมดุลเพื่อรองรับความสามารถที่เพิ่มขึ้นของฝั่งนักล่าอย่างไร แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Monster Hunter อาจจะรู้สึกไม่ค่อยประทับใจกับเดโมมากนัก ในขณะที่ผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสเกมมาก่อนน่าจะเข้าถึงตัวเกมได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา ยังมีระบบมากมายในเกมที่ยังไม่เปิดให้ลองในเดโม ไม่ว่าจะเป็นระบบการเก็บเกี่ยวทรัพยากรณ์หรือระบบคราฟติ้ง (มีนิดหน่อย) รวมไปถึงระบบสกิลที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ แต่ถ้าให้กล่าวโดยสรุป Monster Hunter: Rise น่าจะเป็นเกมภาคที่เป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ๆ มากกว่าที่ผ่านมา และน่าจะถูกใจคนที่ไม่ชอบความรู้สึกหน่วงๆ ของเกมมอนฮันทั่วไปมากขึ้น แต่สำหรับแฟนๆ ที่อยากได้ประสบการณ์ล่าแย้แบบลุ้นระทึกเหมือนสมัยก่อนอาจต้องรอลุ้นกับแย้ระดับสูงในเกมตัวเต็ม ว่าพวกมันจะมีลูกเล่นอะไรมาท้าทายความว่องไวดุจนินจาของผู้เล่นในภาคใหม่นี้ Monster Hunter: Rise จะวางจำหน่ายสำหรับเครื่อง Nintendo Switch ในวันที่ 26 มีนาคม 2021
12 Jan 2021
The Pathless Review: สู่โลกกว้างเพื่อค้นหา ‘ทาง’ แห่งชีวิต
หมายเหตุ : บทความรีวิวนี้ เขียนขึ้นจากการเล่นบนระบบ Playstation 4 เป็นเวลา 12 ชั่วโมง เก็บรายละเอียดพอประมาณแต่ไม่ทั้งหมด หมายเหตุ 2 : The Pathless วางจำหน่ายทั้งในระบบ PC บน Epic Games Store, macOS, iOS, Apple Arcade, Playstation 4 และ Playstation 5 อันที่จริง มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจมากนัก ถ้าหากเราจะพบว่าในบรรดาเกมยุคสมัยปัจจุบัน มันจะทำให้เรารู้สึก ‘สะกิดใจ’ ขึ้นมา ว่ามีความคล้ายคลึงกันโดยบังเอิญ นั่นเพราะในผลงานที่มีอยู่มากมายในท้องตลาด มันไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากไอเดียจะถูกหยิบมาปรับ ประยุกต์ และเสริมแต่งให้เกิดเป็นชิ้นงานใหม่ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกเกมที่สามารถทำได้ แต่ก็มีอยู่มากมายที่อยู่ในระดับที่ประสบความสำเร็จ ดังเช่นที่ The Pathless ผลงานชิ้นที่สองของ Giant Squid ทีมพัฒนาสายเลือดอินดี้จาก Santa Monica ผู้เคยฝากผลงานที่น่าประทับใจอย่าง Abzu ที่มาในครั้งนี้ แม้จะมีความขลุกขลักและส่วนที่ยังไม่ลงตัวไปบ้าง แต่ก็นับได้ว่าเป็น ‘ย่างก้าว’ ที่สำคัญอย่างมากสำหรับพวกเขา และบ่งบอกถึงฝีมือในการพัฒนาเกมที่ไม่ธรรมดาที่ทำให้นักเล่นเกมต้องจับตามอง และควรหาเกมนี้มาลองดูสักครั้ง โลกกว้างที่ถูกย้อมด้วยความมืด The Pathless เปิดเกมมาอย่างไม่ต้องมากพิธีรีตองอะไรนัก คุณในฐานะผู้เล่นรับบทเป็น ‘นักล่าหญิง (Huntress)’ ผู้มีภารกิจสำคัญในการนำแสงสว่างกลับมาสู่ดินแดนที่ถูกปกคลุมด้วยความมืด โดยมี ‘เหยี่ยว’ ปริศนาเป็นเพื่อนคู่ใจที่จะร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งการผจญภัยครั้งนี้ แน่นอนว่าตัวเกมโดยภาพกว้างนั้น งดงามด้วยกราฟิกแบบ Cel-Shade และเป็น Open World ที่ติดความเป็น Minimal ไว้อย่างถึงที่สุด ไม่มีแผนที่ Mini-Map หรือจุด Checkpoint ไม่มีแม้กระทั่งระบบ Fast Travel และโลกของเกมนั้นก็ ‘กว้าง’ เอามากๆ การเดินด้วยเท้าเปล่าปกติจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งสามารถกินเวลาได้หลายนาทีจนน่าเหนื่อยใจ แต่นั่นก็เป็นจุดที่ทีม Giant Squid ได้ใส่ระบบการ ‘Dashing’ เข้ามา มันคือระบบที่เราทำการวิ่ง และจะ ‘เล็ง’ เครื่องรางหรือเป้าหมายบางจุดเอาไว้โดยอัตโนมัติ หน้าที่ของเราคือการกดยิงให้ตรงจังหวะ เพื่อสร้าง Momentum ของการเคลื่อนไหวให้ต่อเนื่อง ที่จะรวดเร็วขึ้นอีกหลายๆ เท่า มันเป็นระบบที่ค่อนข้างเข้าใจคิด และประยุกต์ออกมาอย่างได้ผล การ Dash จากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง ให้ความรู้สึกราวกับวิ่งฝ่าสายลม และสร้างภูมิทัศน์ที่แปลกตาออกไปจากเดิม และแน่นอน นี่เป็นระบบหลักที่ผู้เล่นจะใช้ในการเคลื่อนที่ไปเกือบจะเรียกได้ว่าแทบจะทั้งเกม มันอาจจะดูเข้าใจได้ยากในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อใช้จนอยู่มือแล้ว มันก็เป็นสิ่งที่เล่นได้สนุกและเพลินตาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว คืนแสงสู่แผ่นดิน แต่การเดินทางในแผ่นดินอันกว้างใหญ่เหล่านี้ หน้าที่ของผู้เล่นในฐานะนักล่าหญิงคือการ ‘คืนแสงสว่าง’ และกำจัดความมืดที่กลืนกินพื้นที่ นั่นคือการเดินทางไป ‘จุดไฟประภาคาร’ ทั้งหมดสามจุด ก่อนที่จะตรงดิ่งไปที่ Boss ประจำโซนนั้นๆ และเข้าสู่ Sequence ของการต่อสู้ ซึ่งแน่นอนว่า การจุดไฟประภาคาร มันตามมาด้วยลูกเล่นของการแก้ปริศนาและ Puzzle อย่างง่ายๆ เช่นการยิงลูกธนูเข้าเครื่องรางให้ถูกลำดับ หรือการใช้นกเหยี่ยวเพื่อเอื้อมไปถ่วงน้ำหนัก ไม่มีอะไรที่ยุ่งยากหรือซับซ้อน ราวกับว่าผู้พัฒนาต้องการให้ส่วนนี้สร้างความปวดหัวให้น้อยที่สุด และไม่ทำลาย Flow ของการเล่นโดยภาพรวม แต่ในโลกกว้างแห่งนี้ คุณสามารถที่จะเถลไถลออกนอกเส้นทางได้ และตัวเกมก็เชื้อเชิญให้คุณทำเช่นนั้น ไม่ว่าจะด้วยระบบ Eagle Vision ที่เปลี่ยนมุมมองส่องให้เห็นจุดที่น่าสนใจ, Puzzle นอกเส้นทางที่จะตอบแทนเป็นค่าประสบการณ์หรือความสามารถใหม่ของเหยี่ยวคู่หู หรือไม่ก็เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่จะเปิดเผยเรื่องราวความเป็นมาของดินแดนแห่งนี้ ที่จะขยายความเข้าใจ และประติดประต่อเรื่องราวให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่บังคับว่าจำเป็นต้องทำ ผู้เล่นสามารถจบเกมได้ด้วยการทำภารกิจหลักและตรงดิ่งไปสู้กับ Boss แต่ความน่าสนใจของสิ่งที่ผู้พัฒนาใส่เข้าไป ก็บ่งบอกถึงความใส่ใจ เป็นสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการเล่นตามเส้นทางหลักและการสำรวจปลีกย่อย พวกเขาไม่จูงมือลากไป แต่ก็ไม่ปล่อยให้ผู้เล่นลอยคว้างอย่างไร้จุดหมาย เรียกได้ว่าเส้นทางหลักนั้นมีอยู่แล้ว แต่ ‘ทางปลีกย่อย’ นั้นต่างหาก ที่คุณในฐานะผู้เล่นจะเป็นคนเลือก ว่าจะเดินออกไปดูหรือไม่ สิ่งกั้นขวางในหนทางสู่แสงสว่าง อย่างไรก็ดี ถ้าจะให้สรุปสิ่งที่ The Pathless เป็นนั้น มันก็อาจจะจบได้ในสองคำนั่นคือ … ‘Boss Rush’ นี่คือเกมในสไตล์แบบ Shadow of the Colossus, The Last Guardian, Furi หรือแม้กระทั่ง Prince of Persia เวอร์ชันปี 2008 นั่นเพราะมันไม่มีการต่อสู้ระหว่างทาง ไม่มีศัตรูเป็นสิ่งกีดขวาง หน้าที่ของผู้เล่นคือแก้ปริศนา สู้กับบอส วนไปจนถึงปลายทาง สำหรับคนที่เป็นสายเล่นจบเร็วและโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเกมไม่ได้บังคับให้คุณออกนอกเส้นทาง นั่นทำให้เกมสามารถจบได้ในเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง และคุณค่าในการกลับมาเล่นซ้ำนั้นก็ลืมไปได้เลย นอกไปเสียจากคุณอยากจะเก็บความลับบางอย่างหรือเป็นสาย Completionist ที่ส่งผลกับฉากจบเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นอะไรที่สลักสำคัญมากนัก Sequences การต่อสู้กับบอสเองก็เป็นจุดที่มีปัญหา เพราะมันจะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปชั่วขณะ เพราะในจังหวะที่คุณก้าวเข้าสู่อาณาเขตของบอสนั้นๆ คุณจะสูญเสียการควบคุมเหยี่ยวไป และตัวเกมจะกลายเป็นสาย Stealth ที่คุณต้องหาทางหลบหลีกและเอาเหยี่ยวกลับมา เพื่อเริ่มการต่อสู้ ที่จะเป็นการยิงเข้าจุดตายที่เห็นได้อย่างชัดเจนพร้อมหลบหลีกสิ่งกีดขวางหรือการโจมตีของบอสนั้นๆ อนึ่ง การต่อสู้กับบอส ‘สุดท้าย’ ดูจะน่าสนใจที่สุด เพราะมีลูกเล่นและการวาง Sequences ที่โดดเด่นกว่าทุกตัว และเป็นจุด Climax ที่สำคัญที่สุดที่ทีมสร้างวางโครงเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่นอกเหนือจากนั้น มันแทบไม่มีอะไรต่าง และเมื่อเจอมันเข้าเป็นครั้งที่สาม สี่ และห้า ความน่าสนใจจะกลายเป็นความน่าเบื่อขึ้นมาในทันที และที่สำคัญ มันทำลาย Flow อันพลิ้วไหวที่เป็นหัวใจหลักของตัวเกมแบบหักดิบหมุนกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ต้องปรับอารมณ์กันพอสมควรกว่าจะเคยชิน (และชินชา…) กับมันได้ และสุดท้าย การแก้ปริศนาในจุดต่างๆ ของตัวเกม แม้จะไม่ได้ยากจนถึงขั้นต้องทึ้งผมออกจากหัว แต่หลายครั้งมุมกล้องและการควบคุมเหยี่ยว ก็กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ติดในจุดนั้นบ้าง จุดนี้บ้าง มุมกล้องบังทำให้ไม่สามารถยิงธนูเข้าจุดได้บ้าง เป็นความน่ารำคาญเล็กๆ น้อยๆ ในเชิงเทคนิคที่อาจจะทำให้เสียอารมณ์ได้นิดหน่อย แต่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนัก ทางชีวิต ลิขิตเอง โดยสรุป แม้ตัวเกมจะมีร่องรอยของการ ‘หยิบยืม’ รูปแบบจากเกมรุ่นพี่ที่ออกมาก่อนหน้านั้น และติดกลิ่นของมันจนเป็นที่สังเกตได้ (เอาแค่เปิดเกมมา สิ่งแรกที่ผู้เขียนนึกถึงก็คือเกม Zelda และเล่นไปเล่นมา ก็ระลึกถึง Shadow of the Colossus...) แต่สิ่งที่ The Pathless ทำได้สำเร็จอย่างงดงามนั่นคือ พวกเขาไม่ใช่การหยิบมายัดอย่างขอไปที หากแต่เป็นการ ‘Inspired’ หรือเอาแรงบันดาลใจ มาสร้างหนทางใหม่ให้กับตัวเองได้อย่างชาญฉลาด และเกมนี้ คือผลสำเร็จที่ว่านั้น มันเล่นได้สนุก มันงดงาม มันลื่นไหล และมันตั้งคำถามที่น่าสนใจ ว่าท้ายที่สุดแล้ว หนทางสู่ความจริงแท้และยั่งยืน มันสมควรจะต้องเดินตามทางที่แผ้วถางเอาไว้ หรือ ‘สร้าง’ หนทางใหม่ด้วยตนเอง “และทีม Giant Squid ก็ให้คำตอบที่ชัดเจน ว่ามันไม่ผิด ถ้าจะเดินตามทางมา แต่ถึงที่สุดแล้ว มันก็ต้องเป็นพวกเขา ที่ต้องมุ่งหน้าต่อไป ในโลกกว้างแห่งวงการเกม ที่พวกเขาประสบความสำเร็จในก้าวแรกของการสร้างทางของตนเองจากเกมนี้แล้วจริงๆ…” [penci_review id="76343"]
11 Jan 2021
มาแล้วววว! ประกาศราคาและวันวางจำหน่าย PlayStation 5 ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ
หลังจากที่ปล่อยให้ลุ้นกันข้ามปี ในที่สุดบริษัท Sony Thai ก็ได้ออกมาประกาศข้อมูลเกี่ยวกับราคาและวันวางจำหน่ายของเครื่องคอนโซล PlayStation 5 สำหรับประเทศไทยแล้ว! สำหรับเครื่องคอนโซล PlayStation 5 จะวางจำหน่ายในวันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยสำหรับเครื่องรุ่นใส่แผ่น (Ultra HD Blu-ray) จะมีราคาเริ่มต้นที่ 16,990 บาท ในขณะที่รุ่นดิจิตอล (Digital Edition) จะเปิดตัวที่ราคา 13,990 บาท นอกจากนี้ ยังมีราคาอย่างเป็นทางการสำหรับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จะวางจำหน่ายพร้อมเครื่องอีกด้วย ดังนี้: คอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense™ (เฉพาะตัวคอนโทรลเลอร์) ราคา 2,390 บาท ชุดหูฟังไร้สาย PULSE 3D™ ที่รองรับเสียงระบบ 3D และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน ราคา 3,490 บาท กล้อง HD มาพร้อมเลนส์คู่รองรับความละเอียด 1080p สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการถ่ายตนเองควบคู่ไปพร้อมกับการเล่นเกม ราคา 2,090 บาท รีโมตสื่อ ควบคุมการเล่นภาพยนตร์ และบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ ราคา 1,090 บาท แท่นชาร์จ DualSense™ ที่อำนวยความสะดวกในการชาร์จคอนโทรลเลอร์ไร้สาย DualSense ของคุณ ราคา 1,090 บาท แน่นอนว่าการมาถึงของเครื่องย่อมต้องมีเกมสำหรับ PS5 โดยเฉพาะตามมาด้วยเช่นกัน (แม้ว่าเกมส่วนใหญ่น่าจะมีร้านค้านำมาขายกันบ้างแล้ว) ดังนี้: Astro’s Playroom (Japan Studio) – ติดตั้งมาในเครื่อง PS5 ตัวเกมรองรับซับไตเติลภาษาไทย Demon’s Souls (Bluepoint Games / Japan Studio) – ราคา 2,290 บาท ตัวเกมรองรับซับไตเติลภาษาไทย Marvel’s Spider-Man: Miles Morales (Insomniac Games) – ราคา 1,690 บาท Marvel’s Spider-Man: Miles Morales Ultimate Edition (Insomniac Games) – ราคา 2,290 บาท Sackboy: A Big Adventure (Sumo Digital / XDEV) – ราคา 1,990 บาท ผู้ที่สนใจสั่งซื้อเครื่องคอนโซลล่วงหน้า สามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมนี้ เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป (เวลาไทย) โดยสามารถสั่งซื้อได้จากร้านค้าตัวแทนจำหน่ายดังต่อไปนี้: ตัวแทนจำหน่าย ลิงก์ช่องทางในการติดต่อสอบถามข้อมูล Sony Store https://www.facebook.com/SonyStore.Thailand Banana IT https://www.facebook.com/Bananaitshop/ Dotlife https://www.facebook.com/byDotlife/ Gameshop Concept Store (GSCS) https://www.facebook.com/GameshopConceptStore/ GameStart https://www.facebook.com/GameStartShop/ Gcorners https://www.facebook.com/gcornersgameshop/ Nadz Project https://www.facebook.com/Nadzproject/ Opensource https://www.facebook.com/OpensourceRama9/ Plawarn https://www.facebook.com/plawarnstore/ Power Buy https://www.facebook.com/Powerbuythailand/ Power Mall https://www.facebook.com/PowerMall/ SiamGameShop https://www.facebook.com/siamgameshop/
08 Jan 2021
Cyberpunk 2077: สถานที่และวิธีรับ (Legendary) Corpo Suit ทั้งหมด
ขึ้นชื่อว่าเกม Cyberpunk 2077 ต้องมีไอเทมมากมายให้ผู้เล่นใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ ทั้งเกมเพลย์ การต่อสู้ การขับรถ ซึ่งในตอนนี้เราพบสถานที่เก็บไอเทมระดับ Legendary ขององค์กร Corpo ทั้ง 6 แห่ง โดยไอเทมเหล่านี้จะมอบค่าสเตตัสที่สูงและเอฟเฟคพิเศษให้กับผู้เล่นในระดับที่ดีมากๆ แถมไม่ต้องซื้ออีกด้วย ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จึงขออาสาพาทุกคนมาพบกับสถานที่และวิธีรับ Legendary Corpo Suit ทั้งหมด ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.กางเกงสแล็ค Legendary Corpo กางเกงขององค์การ Corpo นั้นสามารถพบได้ที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของวัตสัน โดยจะอยู่ห่างจากถนนสำหรับจอดรถหลายคันและเพิงเล็กๆ โดยกางเกงสแล็คชิ้นนี้นั้นจะอยู่บนศพของหนึ่งใน NPC ที่ผู้เล่นพบ ซึ่งถ้าผู้เล่นเก็บมันขึ้นมาก็จะได้รับไอเทมระดับ Legend ที่ให้เกราะ 70.7 และมาพร้อมกับ Mod 2 ช่องที่เพิ่มเกราะขึ้นได้ 21.99 2.เสื้อสูทกันกระสุน Legendary Corpo เสื้อสูทชุดนี้จะตั้งอยู่ทิศตะวันออกห่างออกไปจากตำแหน่งของกางเกงเล็กน้อย โดยค้นหาบริเวนถนนที่มีรถจอดอยู่ใกล้ๆ จากนั้นให้เดินไปที่เพิงเล็กๆ เพื่อเปิดฉากปะทะ จากนั้นจะสามารถเก็บมันได้จากหนึ่งในกลุ่ม NPC ที่ผู้เล่นเพิ่งเข้าไปปะทะด้วย โดยเสื้อสูทชุดนี้จะให้เกราะ 106.8 และเพิ่มความจุ +5 นอกจากนี้ยังมอบอัตราการหลบหลีก 0.20 ให้กับผู้สวมใส่และมอบช่องใส่ Mod มาให้ผู้เล่นด้วย. 3.เสื้อเชิ้ต Legendary Corpo สำหรับเสื้อเชิ้ตผู้เล่นต้องไปที่โซนเฮย์วู้ด ซึ่งเป็นสถานที่ The Glen ตรงข้ามกับ City Center Downtown โดยให้สังเกตที่ป้ายขนาดใหญ่ที่มีข้อความว่า 7th Hell จะพบกลุ่มสิ่งก่อสร้างที่อยู่ตรงข้ามถนน จากนั้นให้เข้าไปบริเวณนั่งร้าน และเดินสำรวจกองศพมากมาย *ผู้เล่นจะสามารถพบได้แถวๆ หลังนั่งร้านที่มีผ้าคลุมไว้ ซึ่งเสื้อเชิ้ตชิ้นนี้จะมอบเกราะให้เรา 132.7 และสามารถเก็บของได้เพิ่มขึ้น +5 นอกจากนี้ยังเพิ่มช่อง Mod ให้ผู้เล่นใส่อุปการณ์เสริมได้อีกด้วย. e 4.แว่นตา แบบที่ 1  Legendary Corpo สำหรับการตามหาแว่นตาแบบที่ 1 นั้น ผู้เล่นต้องตรงไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากโซนล่างของ Coasvew ในแปซิฟิกจากนั้นจะออกมาพื้นที่โล่งกว้างของเมือง Night City  ให้มองหาป้ายใหญ่ทรงตัว T เดินไปที่ใต้ป้ายนั้นจะพบแว่นตาอยู่ที่ใต้แท่นใกล้ๆ กับศพ ซึ่งแว่นนี้จะมอบเกราะให้ 49.0 และเพิ่มออกซิเจนสูงสุด +5 5.แว่นตา แบบที่ 2 Legendary Corpo แว่นตาแบบที่ 2 นั้นสามารถพบได้่ที่ซันโตโตมิงโก ไม่ไกลจากโคโรนาโดมากนัก ซึ่งผู้เล่นจะต้องไปยังขอบทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของซานโตโตมิงโก เพื่อไปที่ถนนทะเลทรายแห้งแล้ง โดยผู้เล่นจะพบกับโดรนส่งของที่ตกอยู่พร้อมตู้คอนเทนเนอร์ จากนั้นให้เข้าไปสำรวจภายในจะพบศพที่มีแว่นตาตกอยู่ใกล้ๆ ผู้เล่นสามารถเก็บมาใส่เพื่อรับเกราะ 44.1 และมอบดาเมจพิเศษ +10 เปอร์เซ็นกับศัตรูระดับกลางและสูง 6.รองเท้า Legendary Corpo ไอเทมชิ้นสุดท้ายของ Corpo นั้นมีเงื่อนไขเล็กน้อยนั่นคือ ผู้เล่นจะต้องทำภารกิจ Fought The Law ให้สำเร็จก่อน จากนั้นให้มุ่งไปที่ Charter Hill ใน Westbrook จะพบกับรถตู้ที่กำลังไฟไหม้ซึ่งตรงจุดนี้จะมีศพอยู่ข้างๆ โดยไอเทมรองเท้านั้นจะอยู่บนส่วนหนึ่งของศพ และมันจะมอบเกราะให้ 62.2 และบัพลดค่าการใช้พลังงานสำหรับโจมตีระยะประชิดลง 10 เปอร์เซ็นอีกด้วย Credit : GAMERANT
07 Jan 2021
จัดอันดับการ์ดจอ PC ที่คุ้มค่ากับการซื้อมาเล่นเกมมากที่สุดในตอนนี้!
ด้วยความที่ตอนนี้วงการเกมกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ภาพ / กราฟิก ถูกยกระดับให้มีความสวยงามสมจริงมากขึ้น (ยุคนี้ต้อง 4K / 60 FPS) เชื่อว่าผู้เล่นบนเครื่อง PC ก็กำลังสนใจที่จะเปลี่ยนไปใช้การ์ดจ่อซีรีส์ใหม่กันอยู่ไม่มากก็น้อย ส่งผลให้ในปัจจุบันการแข่งขันในตลาดของ Hardware เป็นไปอย่างดุเดือดมากๆ ระหว่าง AMD กับ Nvidia  แม้ว่าการ์ดจอของทั้ง 2 ค่ายจะถือว่าแรงมากๆ และมีความแตกต่างกันไม่มาก แต่เชื่อว่าเหล่า PC เกมเมอร์ก็ยังอยากได้การ์ดจอดีที่สุด ในราคาดีที่สุดสำหรับตัวเองอยู่ดี ส่งผลให้หลายคนยังเลือกไม่ได้ว่าจะซื้อการ์ดจอรุ่นไหน ของค่ายไหนถึงจะเรียกได้ว่าดีที่สุด ทางเรา GameFever Th จึงได้จัดอันดับรายชื่อการ์ดจอที่คุ้มค่าจะซื้อมาเล่นเกมที่สุดมาให้ในบทความนี้ครับ ก่อนที่จะไปเริ่มดูกันว่าการ์ดจอตัวไหนบ้าง ขอออกตัวก่อนว่าในบทความนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำเอาเรื่องของราคา รวมถึงความคุ้มค่าที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์การให้คะแนนด้วย แน่นอนว่าจะมีการเขียนบอกข้อดี รวมถึงเหตุผลของการ์ดจอแต่ละอันดับด้วย ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลยครับ! อันดับ 1 Nvidia GeForce RTX 3080 CUDA cores: 8,704 Base clock: 1,440MHz Boost clock: 1,710MHz TFLOPs: 29.76 Memory: 10GB GDDR6X Memory clock: 19 GT/s Memory bandwidth: 760GB/s 3080 คือการ์ดจอที่มีประสิทธิภาพสูงที่สามารถเล่นเกมแบบ 4K / 60 FPS โดยปรับ Setting สูงๆ ได้ แถมยังมาในราคาเพียงแค่ 25,000 - 35,000 เท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่การ์ดตัวนี้เป็นรุ่นที่น่าซื้อมากที่สุดแล้วในตอนนี้ ยิ่งรุ่นนี้มาพร้อมกับหัวคำนวณ Ray Tracing ที่ดีกว่าเจนแรกมากด้วยแล้ว ยิ่งควรค่าแก่การหามาเปลี่ยนมากขึ้นไปอีกครับ น่าเสียดายที่ด้วยความยอดเยี่ยมของตัวการ์ด เลยทำให้หาซื้อได้ยากมากๆ เช่นกัน และด้วยความที่หาซื้อยาก เลยทำให้ราคาของตัวการ์ดเพิ่มสูงขึ้นหลายพันบาทเลยในตอนนี้ นอกจากนี้ตัวการ์ด RTX 3080 ยังกินไฟค่อนข้างมาก การมี Power Supply กำลังไฟ 850W จึงเป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดที่เราอาจต้องคำนึงหากจะหาซื้อการ์ดตัวนี้มาใช้ครับ อันดับ 2 AMD Radeon RX 6800 XT RDNA cores: 4,608 Base clock: 1,825MHz Boost clock: 2,250MHz TFLOPs: 20.74 Memory: 16GB GDDR6 Memory clock: 16 GT/s Memory bandwidth: 512GB/s ถ้าเอาแค่เรื่องความแรงของตัวประมวลผลของการ์ดเพียงอย่างเดียว RX 6800 XT ถือได้ว่าเป็นการ์ดที่แรงกว่า RTX 3080 ในราคาที่ถูกกว่าประมาณ 1,500 - 5,000 บาทครับ (ราคาอยู่แถวๆ 23,000 - 32,500 บาท) แถมยังเป็นการ์ดรุ่นที่มี Memory มากกว่าถึง 16 GB ด้วย ส่งผลให้การ์ดตัวนี้สามารถเล่นเกมแบบ 4K / 60 FPS ด้วย Setting สูงๆ ได้แบบสบายๆ เช่นเดียวกัน น่าเสียดายที่เมื่อพูดถึงประสบการณ์เล่นเกมแล้ว เจ้า RX 6800 XT จะสามารถดัน FPS ได้น้อยกว่า RTX 3080 เมื่อเปิดใช้งาน Ray-Tracing นอกจากนี้การ์ดทางฝั่งของ Nvidia ยังสามารถใช้งานฟังก์ชันที่ชื่อว่า DLSS 2.0 เพื่อเพิ่ม FPS ที่ได้ รวมถึงคุณภาพของกราฟิกได้ด้วย ส่งผลให้การยอมจ่ายเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นอะไรที่ดูคุ้มค่ามากกว่าครับ อันดับ 3 Nvidia GeForce RTX 3060Ti CUDA cores: 4,864 Base clock: 1,410MHz  Boost clock: 1,665MHz TFLOPs: 16.20 Memory: 8GB GDDR6 Memory clock: 14 GT/s Memory bandwidth: 448GB/s น้องเล็กสุดของตระกูล RTX 30 Series ตัวการ์ดมาพร้อมกับประสิทธิภาพระดับเดียวกับ RTX 2080 Super แต่มีหัว Ray-Tracing ที่ดีกว่า และราคาเพียงแค่ 13,000 - 19,000 บาทเท่านั้น ด้วยประสิทธิภาพที่ได้ กับราคาที่ต้องจ่าย เลยทำให้เจ้าการ์ดน้องเล็กใบนี้ได้อันดับ 3 ไปในลิสต์นี้ครับ แม้จะไม่สามารถเล่นเกมแบบ 4K / 60 FPS ได้ใน Setting สูงๆ เหมือนกับพี่ๆ ในซีรีส์เดียวกัน แต่ถ้าหากเพื่อนๆ ไม่ได้มีงบมากมายในการประกอบ PC หนึ่งเครื่องแล้วละก็ RTX 3060Ti คงเรียกได้ว่าเป็นตัวเลือกดีที่สุดในตอนนี้ครับ แต่น่าเสียดายที่อาจหาของได้ยากสักหน่อยช่วงนี้ อันดับ 4 Nvidia GeForce RTX 3070 CUDA cores: 5,888 Base clock: 1,500MHz Boost clock: 1,725MHz  TFLOPs: 20.37 Memory: 8GB GDDR6 Memory clock: 14 GT/s Memory bandwidth: 448GB/s พี่คนรองใน RTX 30 Series ที่มาพร้อมกับแกนประมวลผล RTX แบบใหม่ซึ่งดีกว่าเช่นกัน แต่ด้วยความที่ราคาของรุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 19,900 - 28,900 ซึ่งห่างไกลจาก RX 6800 XT ไม่มาก เลยทำให้เจ้า RTX 3070 ได้อันดับที่ 4 ไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามถ้าหากไม่ได้ต้องการจะเล่นเกมด้วยความละเอียด 2K / 60 FPS รวมถึงเปิด Ray-Tracing ไปด้วย RTX 3070 ก็ยังถือได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีมากๆ ถ้าหากว่าเพื่อนๆ เป็นสาวกค่ายเขียว และต้องการการ์ดจอที่แรงพอสมควรในราคาช่วง 20 กลางๆ เจ้า 3070 คือตัวเลือกที่ดีมากครับ อันดับ 5 AMD Radeon RX 6900 XT RDNA cores: 5,120 Base clock: 1,825MHz Boost clock: 2,250MHz TFLOPs: 23.04 Memory: 16GB GDDR6 Memory clock: 16 GT/s Memory bandwidth: 512GB/s คงสามารถพูดได้ว่านี้คือการ์ดที่แรงมากที่สุดของทางฝั่งค่ายแดงแล้วในตอนนี้ ด้วยความที่แรงเกือบเทียบเท่ากับ RTX 3090 ซึ่งแรงที่สุดของทางฝั่งค่ายเขียวแต่มีราคาที่ถูกกว่าถึง หลายหมื่นบาท (ราคาอยู่ที่ประมาณ 32,000 - 42,000 บาท) จึงทำให้ การ์ดใบนี้อยู่ในอันดับที่ 5 ของรายชื่อครับ จริงอยู่ว่าการ์ดตัวนี้มีความแรงที่สูงมากๆ แถมยังมีราคาเริ่มต้นไม่ไกลจากราคาสูงสุดของ RTX 3080 มากนัก แต่ถ้าหากเพื่อนๆ จะซื้อมาเพื่อเล่นเกมระดับ 4K / 60 FPS แล้ว ด้วยความที่ทาง Nvidia มีหัว Ray-Tracing กับเทคโนโลยี DLSS อยู่ จึงยังทำให้ RTX 3080 มีภาษีที่ดีมากกว่าหากจะซื้อมาเพื่อเล่นเกมครับ อันดับ 6 Nvidia GeForce RTX 3090 CUDA cores: 10,496 Base clock: 1,395MHz Boost clock: 1,695MHz TFLOPs: 35.68 Memory: 24GB GDDR6X Memory clock: 19.5 GT/s Memory bandwidth: 935.8GB/s พี่ใหญ่ รวมถึงเป็นการ์ดจอรุ่นที่แรงสุดของโลกในตอนนี้ สามารถเล่นเกมได้ถึงความละเอียด 8K แต่ด้วยราคาที่แพงมากๆ (ประมาณ 55,000 - 65,000 บาท) บวกกับประสิทธิภาพที่แทบไม่ต่างจาก RTX 3080 เลยเมื่อเล่นเกมที่ความละเอียด 4K จึงทำให้การ์ดรุ่นนี้ดูไม่คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่ม เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้ครับ แน่นอนว่าถ้าอยากไปให้สุดในเรื่องของความแรงกับการเล่นเกมบนจอ 8K ยังไงเพื่อนๆ ก็จำเป็นต้องซื้อ RTX 3090 ครับ แต่จอที่มีความละเอียดสูงถึง 8K ก็เรียกได้ว่ามีราคาที่แพงมากๆ เช่นกัน ไหนจะต้องจ่ายเงินซื้อ CPU แรงๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการคอขวดอีก ถ้าเพื่อนๆ ไม่ได้มีงบประกอบ PC ถึงหลักแสน การ์ดจอตัวนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะหามาใช้งานเลยครับ แม้ว่าบทความนี้ของเราจะพูดถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับเงินที่จ่าย แต่สุดท้ายแล้วเพื่อนๆ จะเลือกซื้อการ์ดจอตัวไหน ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะเอาไปใช้เล่นเกมแบบไหน หรือทำอะไรบ้างครับ แต่ในกรณีที่มีงบเพียงแค่ 50,000 บาท แล้วอยากได้การ์ดจอที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายมากที่สุด ก็หวังว่าบทความนี้จะสามารถช่วยเพื่อนๆ ได้ ถ้าหากมีคำถามอะไรก็สามารถถามในคอมเม้นต์ของโพสต์นี้ได้เลย ถ้าตัวผมสามารถช่วยได้ ก็ยินดีจะช่วยไขข้อสงสัยให้กับเพื่อนๆ ครับ!
07 Jan 2021
10 เกมที่เกิดขึ้น จากไอเดียของแฟนเกม
เกมส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นได้เพราะไอเดียของนักพัฒนาเกม แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะว่าบางเกมเกิดขึ้นได้เพราะไอเดียของแฟนๆ หรือจากแฟนเกมที่สร้าง Mod ขึ้นมา แล้วมันดันกลายเป็นเกมที่ได้รับความนิยมขึ้นมาจนทางผู้พัฒนาต้องขอซื้อมันมาต่อยอดทำกำไรให้กับสตูดิโอ ในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะขอพาทุกคนมาพบกับ 10 เกมที่เกิดขึ้นจากไอเดียของแฟนเกม 1.PlayerUnknown's Battlegrounds เกมที่หลายๆ คนเรียกกันติดปากกันว่า " PUBG " ซึ่งเป้าหมายหลักในการเล่นแต่ละครั้งนั้นก็ง่ายๆ มากๆ แค่เราต้องเอาชีวิตรอดเป็นคนสุดท้ายหรือทีมสุดท้ายในสมรภูมิ เป็นหนึ่งในแนวเกม Battle Royale ที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ในยุคนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเกมนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นจากการสร้างขึ้นมาเป็นเกมของตัวเองเลย เพราะมันเกิดมาจาก Mod ของผู้เล่นชื่อว่า PlayerUnknow ที่สร้าง Mod DayZ บนเกม ARMA จนทำให้สดูดิโอของเกาหลีอย่างค่าย Bluehole เห็นแววว่ามันสามารถต่อยอดได้ จึงได้ติดต่อเขาเพื่อให้มาพัฒนา Mod ดังกล่าวมาสร้างเป็นเกมที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยอ้างอิงจากรูปแบบของสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา จนปัจจุบันนี้เกม PUBG นี้ก็กลายเป็นต้นแบบให้อีกหลายๆ เกมและยังคงเป็นเกมยอดฮิตของใครหลายๆ คน. 2.The Stanley Parable หนึ่งในเกมที่เริ่มต้นมาก็ไม่บอกอะไรผู้เล่นมีเพียงเสียงรอบตัวที่คอยแนะนำและบรรยาย ซึ่งตัวเกมมีปมมากมายทั้งแบบงงๆ และปั่นๆ ซึ่งทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการติดสินใจของผู้เล่นอย่างพวกเราว่าจะเลือกทำตามหรือละเลยคำเพิกเฉยในคำแนะนำของเสียงบรรยายดังกล่าวนั้น ซึ่งมันมีเส้นทางผลลัพธ์มากมายให้เราได้ท้าทาย แต่จริงๆ โดยเกมนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก Mod บนเกม Half-Life 2 โดยผู้สร้างมีชื่อว่า Davey Wreden จนกระทั่งตัวเกมถูกนำมาปรับปรุงและได้รับเงินสนับสนุนการสร้างผ่านบริการ Steam Greenlight ของ Valve Wreden และเกมนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้เล่นหลายกลุ่มอยู่ช่วงหนึ่งเลย. 3.Team Fortress Classic ข้อย้อนกลับไปสู่เกม Team Fortress Classic ในปี 1999 ซึ่งเกมนี้ถูกสร้างขึ้นจากเกมยิงในตำนานอย่าง “ Quake” และ“ Quakeworld” และด้วยระบบการเล่นต่างๆ ที่น่าสนใจนั้นเองทำให้ทาง Valve ได้จ้างวานให้ผู้สร้าง Mod นี้นำมาสร้างเกมเกม Team Fortress เวอร์ชั่นแรกออกมาให้เราได้เล่นกัน หลังจากนั้นเองตัวเกมก็หลายเป็นหนึ่งในมาตฐานของเกมแนว TPS ที่ทำโหมดออนไลน์ออกมาได้อย่างมันสะใจมากๆ ในช่วงนั้นเลย. 4.Castlevania: The Lecarde Chronicles 2 “ Castlevania” หนึ่งในซีรี่ส์เกมของ Konami  ซึ่งหลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่าในช่วงนั้นหลังจากที่เกมภาคแรกออกมานั้น ข่าวเกมภาคต่อก็เงียบหายไปนานประมาณ 10 ปี จนแฟนๆ หลายคนทนไม่ไหวจึงได้พากันสร้างเกมแฟนเมดออกมามากมาย แต่หนึ่งในเกมแฟนเมดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั่นก็คือ Castlevania: The Lecarde Chronicles 2 ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่เกิดขึ้นจากพื้นฐานของการต่อยอดจากภาคแรกที่สร้างโดยแฟนๆ 5.Counter-Strike มีอีกหนึ่งเกมที่เกิดขึ้นจาก Mod ของ Half-Life นั้นก็คือเกมตำนานที่ยังคงได้รับความนิยมอยู่ในยุคนี้นั่นก็คือเกม " Counter-Strike " เกมนี้ถูกเซ็ตตั้งแต่ที่ยังเป็น Mod ให้กลายเป็นเกม FPS แนวยิงออนไลน์โดยแบ่งทีมออกเป็นสองฝ่าย ได้แก่ ฝั่งผู้ก่อการร้าย / ฝั่งผู้ต่อต้านผู้ก่อการร้าย รูปแบบการเล่นนั้นเข้าใจง่ายมากๆ แต่มันกลับสนุกและได้รับความนิยมตั้งแต่ยุคนั้น จนกระทั่ง Mod นี้มันไปเข้าตาของทางค่าย Valve เข้าพวกเขาเลยขอซื้อ Mod นี้มาต่อยอดพัฒนาให้มันสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จนกลายมาเป็นเกมในดวงใจของใครหลายๆ คนจนถึงทุกวันนี้. 6.The Fazbear Fanverse Initiative Fives Nights at Freddy's ถือเป็นหนึ่งในซีรี่ส์เกมสยองขวัญที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งตัวเกมเพียงแค่ผสมผสานรูปแบบการเล่นง่ายๆ กับบรรยากาศหลอนๆ มันกลับสนุกไปอย่างไม่น่าเชื่อ และเมื่อไม่นานมานี้ Scott Cawthon ผู้สร้าง“ Five Nights at Freddy's” ได้ประกาศในเดือนสิงหาคมปี 2020 ว่าเขาจะให้ทุนในการสร้างเกม The Fazbear Fanverse Initiative ซึ่งเกมนี้จะเป็นเหมือนกับการรีเมค Five Night at Freddy's ขึ้นมาใหม่ โดยจะใช้ข้อมูลเดิม แต่จะใช้เอนจิ้นที่ทันสมัยกว่า กราฟฟิคที่ดีกว่า ดังนั้นในเร็วๆ นี้เราเตรียมตัวหลอนกันอีกรอบได้เลย!   7.The Elder Scrolls Renewal: Skywind “ The Elder Scrolls” เป็นอีกหนึ่งในซีรี่ส์เกมที่ใครหลายๆ คนรักและมีฐานแฟนๆ เยอะในระดับนึงเลย ซึ่งล่าสุดมี่ข่าวลือว่าจะมีโครงการนำข้อมูลต่างๆ ฉบับดั้งเดิมของเกม The Elder Scrolls III: Morrowind มารื้อฟื้นใหม่ให้มีทิศทางที่ทันสมัยและน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยใช้ชื่อว่า Skywind ซึ่งผู้บริหารของ Bethesda นั้นได้รู้เรืองนี้และเปิดไฟเขียวให้โครงการนี้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ผู้เล่นอย่างพวกเราทำได้นั่นก็คือรอ! 8.Black Mesa พูดได้เลยว่ามีหลายๆ เกมที่ถูกนำมาต่อยอดจาก Mod ของ Haft-Life ซึ่งมันก็ยังมีอีกหนึ่งเกมนั่นคือ Black Mesa ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็คือเกม Half-Life ฉบับรีเมคดีๆ นี่เอง แต่มันก็เกิดขึ้นจาก Mod ของเกมก่อนที่จะถูกทาง Valve ซื้อมาต่อยอดอีกที แต่นี้ไม่ใช่การรีเมคแค่ภาพเท่านั้น เพราะเราจะเห็น AI ที่ฉลาดขึ้น ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และยังมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องราวบางส่วนจนโดนแฟนๆ บางส่วนวิจารณ์กันไปชุดนึง แต่ขอแนะนำเลยว่าใครที่อยากกลับไปเล่น Half-Life ก็ขอแนะนำให้เล่นเกมนี้ก็ได้เช่นกัน. 9.Street Fighter X Mega Man Street Figher X Mega Man เป็นเกมแนว 8 บิต ที่ถูกสร้างขึ้นจากไอเดียของแฟนเกมจากทางฝั่งสิงคโปร์ แต่เชื่อไหมว่ามันบูมจนได้รับความนิยมจนหลายๆ คนต้องนำไปเล่นกัน จนเรื่องร้อนถึงทางผู้บริหาร Capcom จนได้นำมันมาเป็นโอกาสตีตลาดพร้อมกับถือเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปีของทั้งสองเกม ด้วยการนำมันมารวมด้วยกัน บอกได้เลยว่าเป็นกำไรของผู้เล่นอย่างพวกเรามาก! 10.Sonic Mania Christian Whitehead นักออกแบบเกมมากมายหนึ่งในนั้นก็มี Sonic หลายๆ ภาค ซึ่งเขาได้รับการติดต่อให้ทำการรีมาสเตอร์เกม Sonic ภาคเก่าๆ ขึ้นมา และเมื่อเขากับเพื่อนนักออกแบบเกมอีกคนที่เป็นแฟนพันธ์แท้ Sonic ก็ได้ร่วมกันสร้างเกมได้สำเร็จออกมาเป็นเกม Sonic Mania เชื่อไหมครับว่า เกมนี้มันได้รับเสียงตอบรับที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปี เหตุผลเพราะเขาทำข้อมูลเกมเดิมมาใส่ผสมกับการใส่ระดับใหม่ ระบบใหม่ๆ เข้าไปในเกมเพื่อเพิ่มความสนุกให้กับแฟนๆ อีกด้วย ถ้าอยากรู้ว่าสนุกแค่ไหนต้องไปลองเล่นกันนะครับ. Credit : Watchmojo
07 Jan 2021
10 ตัวละครในเกม GTA ที่ปรากฏตัวในหลายๆ ภาค
ซีรี่ส์เกม Grand Theft Auto (GTA) ถือเป็นอีกหนึ่งจักรวาลที่ยิ่งใหญ่มากๆ เพราะเต็มไปด้วยเรื่องราวและตัวละครมากมายที่อยู่กับผู้เล่นมาอย่างยาวนาน ซึ่งการที่ตัวละครคนเดิมไปปรากฏตัวใน GTA ภาคอื่นได้นั้น มันก็ถือเป็นแฟนเซอร์วิสอีกอย่างหนึ่งที่ให้เรารู้ว่าเกม GTA ภาคนั้นๆ อยู่ในจักรวาลเดียวกัน ในวันนี้พวกเรา GameFever TH ขอพาทุกคนมาพบกับ 10 ตัวละคร GTA ที่ปรากฏตัวในหลายๆ ภาค ถ้าพร้อมกันแล้วมาดูกันเลย! 1.Ken Rosenberg (Vice City, San Andreas) Ken ถือเป็นหนึ่งในตัวละครที่อยู่กับตัวละครเอกอย่าง Tommy Vercetti ในภาค GTA : Vice City ซึ่งในภาคนี้เขาจะคอยอยู่ข้าง Tommy เพื่อมอบภารกิจต่างๆ ให้เขา และนอกจากนี้เขายังปรากฏในเกม GTA ภาค San Adreas ที่มีโมเดลเปลี่ยนไปในระดับหนึ่งเลย ดังนั้นใครที่เป็นแฟนเกมทั้งสองภาคจะจำเขาได้แบบแม่นยำแน่นอน! 2.Johnny Klebitz (GTA 4, GTA 5) หนึ่งในตัวละครที่มีทั้งคนรักและคนเกลียด เขาจะมีบทบาทสำคัญในช่วงภาคเสริมอย่าง Lost and Damned เขารับบทเป็นรองหัวหน้าแก็งค์มอเตอร์ไซค์ที่พยายามหาทางขึ้นตำแหน่งมาเป็นหัวหน้าแก็งค์ บอกได้เลยว่าทุกการกระทำของเขานั้นมีความบ้าบิ่นมากทั้งในภาค GTA IV และภาค GTA V จนกระทั้งเขาได้พบกับ Trevor และได้พบกับบทเรียนที่แสนสาหัส! 3.Kent Paul (Vice City, San Andreas) ตัวละครชาวอังกฤษหนึ่งในพันธมิตรคนสำคัญของ Tommy Vercetti ตัวเอกในภาค Vice City เขาเป็นบุคคลที่ฉลาดมากๆ และมีเครือข่ายที่กว้าง เขาเป็นบุคคลสำคัญสำหรับ Tommy อย่างมากในช่วงเวลาคับขัน ซึ่งได้มาปรากฏตัวอีกครั้งในภาค San Andreas โดยเขาได้รู้จักกับตัวเอกในภาคนี้อย่าง C๋J ซึ่งจะมามีบทบาทกับ CJ ในภารกิจหนึ่งที่ผู้เล่นสามารถสังเกตได้จากหนึ่งในภารกิจของภาค San Andreas 4.Toni Cipriani (GTA 3, Liberty City Stories) Toni ปรากฏตัวครั้งแรกใน GTA ภาค 3 โดยเขาเป็นหนึ่งในสมาขิกขององค์กรนักเลงอย่าง Salvatore Leone ซึ่งมีบทบาทสำคัญในภาค 3 และพวกเขาก็ทำวีรกรรมต่างๆ มากมายจนมีบทบาทอย่างมากและมีอิทธิพลมาถึงภาค Liberty City Stories 5.Karen Daniels (GTA 4, GTA 5, GTA Online)   ในช่วง GTA 4 นิโคพบกับสาวคนหนึ่งและได้ออกเดทกับเธอจนภายหลังมาทราบว่าเธอคือหนึ่งในสายลับของรัฐบาลชื่อว่า Karen ซึ่งเธอได้หลอกใช้ตัวเอกอย่างนิโคในการหลอกล่อเพื่อจับคดีโคเคนของ Elizabeta ที่กำลังพามันไปประมูลที่ United Liberty Paper เพื่อประมูล และหลังจากที่เธอได้ทำร้ายจิตใจของตัวเอกในภาค 4 เธอก็ยังมาปรากฏตัวในภาค 5 ที่ฉากการสอบปากคำ และเธอยังมาปรากฏตัวในช่วง GTA Online ในโหมดพิเศษอีกด้วย. 6.Patrick McReary (GTA 4, GTA 5, GTA Online) สำหรับตัวเอกในภาค 4 อย่างนิโคเขาถูกหลายๆ คนหักหลังมาหลายต่อหลายครั้ง แต่คนที่ยังคงเสมอต้นเสมอปลายกับเขานั้นก็คือ Patrick McReary ผู้ที่ร่วมมือกับเขาในคดีอาชญากรรมและคดีลักพาตัว และด้วยความสามารถของ Patrick เขาก็ถูกเชิญมากอีกครั้งในเกม GTA Online และ GTA 5 ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการช่วยตัวเอกในภาคนี้ และยังคงคอยช่วยเหลือทุกคนไม่ว่าจะเป็น Michael / FranKlin หรือ Trevor ซึ่งเราจะพบเขาได้ในเควสเสริมและเควสอื่นๆ อีกมากมาย. 7.Salvatore Leone (GTA 3, San Andreas, Liberty City Stories) ในบรรดาภาค 3 / San Andreas และ Liberty City Stories นั้นตัวละครอย่าง Salvatore Leone ทำหน้าที่เป็นบุคคลสำคัญของตระกูล Leone โดยเข้าจะเป็นผู้มอบภารกิจให้กับตัวเอกเป็นประจำ ซึ่งภารกิจส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการจัดการกับคู่แข่งเพื่อทำให้องค์กรของเขาอยู่อันดับต้นๆ และนอกจากนี้เขายังคงไปโผล่ในภาคที่มี CJ ซึ่งเขาได้ทำข้อตกลงร่วมกับตัวเอกในภาคนั้นอีกด้วย 8.Catalina (GTA 3, San Andreas) Catalina ถือเป็นหนึ่งในตัวละครที่เลวร้ายที่สุดในฉากเปิดของเกม GTA 3 เพราะเธอได้หักหลังแฟนหนุ่มของเธอและมีส่วนในเหตุการณ์อาชญากรรมของ Claude จากนั้นผู้เล่นก็ต้องทำการตามล่าเธอ และเธอก็ได้มาปรากฎตัวในโลกของ CJ และมีความสัมพันธ์ที่สร้างความวุ่นวายให้กับภาค San Andras และสุดท้ายฉากที่ทำให้ใครหลายๆ คนสะใจนั้นคือการที่ CJ เลือกที่จะทิ้งเธอไว้กลางทาง!. 9.Lazlow Jones ( หลายภาคมาก! ) สำหรับตัวละครอน่าง Lazlow นั้นเขาแทบจะอยู่ในทุกภาคหลักของเกม GTA ซึ่งบางครั้งเราก็จะเห็นเขาตัวเป็นๆ บางครั้งเราจะได้ยินเขาผ่านเสียงวิทยุ ซึ่งเขาเริ่มมีบทบาทสำคัญใน GTA 5 ที่เขาเป็นหัวหน้าของลูกสาวของตัวละครเอกอย่าง Michael และทำเรื่องบ้าๆ จนทำให้เกิดภารกิจอย่าง Tracry De Santa ที่ทำให้ Michael และ Trevor ต้องออกโรงทำเรื่องบ้าบิ่นอีกครั้ง! 10.Claude (GTA 3, San Andreas) สำหรับตัวละครอย่าง Claude เขาถือเป็นหนึ่งในตัวละครที่โดดเด่นมากๆ สำหรับซีรี่ส์เกม GTA 3 เพราะเขาเป็นตัวละครเอกสำหรับภาคนี้ผู้พยายามที่จะแก้่แค้นให้กับแฟนของเขา หลังจากนั้นผู้เล่นเขาจะมาพบกับผู้เล่นอีกครั้งในภาค San Andreas เพราะต้องมาเป็นอริกับตัวละครเอกในภาค San Andreas อย่าง CJ เรียกได้ว่าเป็นการพบเจอกันของตัวละครสำคัญที่ใครหลายๆ คนต้องประทับใจแน่นอน! Credit : Gamerant
07 Jan 2021
10 เกมที่เปิดตัวมาพร้อม BUG สุดปวดหัว
BUG คือหนึ่งในข้อผิดพลาดที่สามารถพบได้ในเกม ซึ่งในหลายๆ เกมนั้นมันก็มีบัคเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ควรที่จะมีให้น้อยที่สุด เพราะแต่ละเกมก็ต้องผ่านการคัดกรองและตรวจสอบกันเป็นอย่างดี แต่ใครจะไปรู้ว่าบางเกมนั้นเปิดตัวมาก็แถมบัคที่ส่งผลกับผู้เล่นอย่างใหญ่หลวงมาด้วย บางเกมมีบัคนิดเดียวแต่สาหัสมาก บางเกมบัคจุกจิกแต่เยอะจนอยากเลิกเล่นเกมไปเลย ในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมารู้จักกับ 10 เกมที่เปิดตัวมาพร้อมกับบัคมากมาย จะมีเกมอะไรบ้างมาดูกันเลย! 1.Batman: Arkham Knight บนเครื่อง PC หนึ่งในเกมซีรี่ส์แบทแมนที่ดีที่สุดในรอบทศวรรษนี้ และยังเป็นบทสรุปของไตรภาคนี้อีกด้วย ซึ่งตัวเกมได้รับการพัฒนาโดย Rocksteady สำหรับแบทแมนภาคนี้ เรียกได้ว่ามีกระแสวิจารณ์ที่ดี...ในช่วงหลัง เพราะว่าช่วงแรกที่ตัวเกมที่ถูกนำมาวางจำหน่ายบนเครื่อง PC นั้น สิ่งที่แฟนๆ รอคอยและได้รับนั่นก็คือบัคมหาศาลมากมาย เช่น บัคล็อคเฟรมเรท 30 / บัคเสียงหาย / บัคจอกระพริบ มันหนักขนาดที่ว่าทางผู้พัฒนาต้องขอเรียกคืน-ปิดการวางจำหน่ายเกมบน PC ชั่วคราวและเมื่อนำเกมกลับมาอีกครั้งถึงจะกู้เสียงวิจารณ์ในด้านดีกลับมาได้. 2.Fallout New Vegas บน PS3 อีกหนึ่งเกมตำนานของ  Bethesda Softworks / Obsidian Entertainment ซึ่งตัวเกมนั้นถือว่าดำเนินเรื่องในมุมมองใหม่ออกมาได้ดีมากๆ แต่เมื่อมันถูกนำมาจำหน่ายบนเครื่อง PS3 นั้นปัญหาของเกมในรูปแบบของระเบิดเวลา ระเบิดเวลายังไง? เพราะในช่วงแรกๆ นั้นการเล่นเกมก็ไม่มีปัญหาอะไรมากมายนัก ( แต่อาจจะเจอบัคนิดๆ หน่อยๆ เช่น บัคคนไม่โหลด น่าเกลียดน่ากลัวมาก555 ) แต่เมื่อเล่นไปได้ประมาณ 60 ชั่วโมง หลังจากนั้นเราจะพบกับปัญหาการเฟรมเรทร่วงชนิดที่ว่าไม่สามารถเล่นต่อได้เลย เหมือนเรากำลังดูฉากสโลโมชั่นของหนังสักเรื่องหนึ่งกันเลยทีเดียว. 3.Fallout 4 ( PC / PS4 / Xbox One ) อีกหนึ่งเกมภาคหลักของค่าย Bethesda Softworks / Obsidian Entertainment ซึ่งภาค 4 นั้นหลายๆ คนต่างก็เฝ้ารอกันอย่างใจจดใจจ่อ แต่สิ่งที่พวกแฟนๆ ได้รับในวันที่เกมเปิดตัวนั้นกับพบกับบัคแปลกๆ บัคประหลาดและบัคสุดปวดหัว เช่น บัคหมาติดประตู บัคทะลุแมพ บัคแมพโหลดไม่ทัน บัคหน้าจอขาว บัคที่ส่งผลให้ทำเควสต่อไม่ได้ ซึ่งแรกๆ บอกได้เลยว่าอารมณ์เดียวกับ Cyberpunk 2077 ในตอนนี้ครับ นั้นคือ ยับ! จนทางทีมงานต้องปล่อยแพทช์อัพเดทเพื่อแก้ไขบัคต่างๆ เหล่านี้ซึ่งใช้เวลานานกว่าหนึ่งเดือนกว่าทุกอย่างจะลงตัว. 4.No Man's Sky บน Xbox one / PS4 / PC No Man's Sky หนึ่งเกมที่ประสบความสำเร็จในตอนนี้ของค่าย Hello Games แต่ก่อนที่จะมาถึงจุดนี้หลายๆ คนน่าจะจำได้ว่าตัวเกมมีการโปรโมทโฆษณาไว้อย่างดิบดี ซึ่งทีมงานได้โฆษณาชวนเชื่อจนมันดูเป็นเกมที่ทะเยอทะยานมากๆ แต่หลายๆ คนก็เชื่อมั่นและคาดหวัง ผลสุดท้ายหลังจากที่เกมมาถึงมือของใครหลายๆ บอกเลยว่าแย่มากๆ เพราะนอกจากจะมีคอนเทนต์น้อย ตัวเกมยังแถมมากับบัคมากมายมหาศาลเช่น บัคยานหาย บัคติดแมพหรือบัคตกแมพ และสารพัดบัคที่ทำให้ทุกคนต้องถึงกับทำเรื่องขอคืนเงินกันเลยทีเดียว แต่ก็ถือว่าทางผู้พัฒนานั้นยังใส่ใจในตัวเกมและแฟนเกม จึงค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มคอมเทนต์ และแก้บัคต่างๆ จนปัจจุบันเกมนี้เป็นเกมสุดรักของใครหลายๆ คนไปแล้ว 5.Cyberpunk 2077 บน PS4 อีกหนึ่งเกมระดับ AAA ที่หลายๆ คนเฝ้ารอคอยเพราะอย่างน้อยๆ เกมนี้ก็ได้รับการการันตีจากค่ายคุณภาพอย่าง CD Projekt Red ผู้สรรสร้างอีกหนึ่งเกมดีอย่าง The Witcher ซึ่งก่อนที่ตัวเกมจะวางจำหน่ายนั้นได้มีการโปรโมทระบบมากมายในเกมให้ผู้เล่นตื่นตาตื่นใจกัน และถึงแม้ว่าจะมีการเลื่อนวันวางจำหน่ายหลายต่อหลายครั้ง ทุกคนก็ยอมรอเพราะว่าเกมดีรอนานแต่มีประสิทธิภาพทุกคนก็ยอม แต่ผลปรากฏว่าเมื่อเกมวางจำหน่ายนั้นใน PC อาจจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แต่บน PS4 นี่บอกได้คำเดียวว่าเละ! เพราะส่วนใหญ่ผู้เล่นจะเจอบัคกันชนิดที่ว่าแทบเล่นไม่ได้ เช่น บัคโหลดฉากไม่ทัน บัคตกแมพ บัคตัวละครหาย บัครถระเบิด บัครถหมุน และอีกสารพัดบัค หนักจนขนาดที่ทาง Sony จะยินดีคืนเงินให้กับผู้ที่ซื้อเกมนี้ไปแล้วด้วย. 6.Battlefield 4 PS3 / Xbox 360 / PC หนุึ่งในเกม Action FPS ที่ดีที่สุดในยุคนี้ก็หนีไม่พ้นกับการมีบัคที่ทำให้ผู้เล่นต้องรู้สึกหัวร้อนกัน แต่ถ้าจะให้พูดถึงทางค่ายอย่าง EA นั้น พี่แกก็ชอบมีดราม่าเรื่องเกมที่ออกมาใหม่แล้วไม่ตรงปก บัคเยอะเป็นประจำอยู่แล้ว555 ซึ่งเกมนี้มันไม่ได้มีปัญหาในโหมด Singleplayer อย่างเดียว บัคมันลามไปในโหมด Multiplayer อีกด้วย ซึ่งบัคเหล่านีั้ก็หนักใช่ย่อยเช่น บัคแมพ บัคทะลุกำแพง บัคมองเห็นตำแหน่งศัตรู บัคว่ายน้ำไม่ได้ บัคกระโดดไม่ได้ หนักจนทาง EA ต้องยอมอัพเดท DLC ให้ฟรี แต่ก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนัก จนทำให้หลายๆ คนต้องขอโบกมือลาโหมด Multiplayer ของเกม Battlefield 4 ตามๆ กันไป 7.Deus Ex: Mankind Divided บน PC อีกหนึ่งเกมแนว Action ทีมีความผสมผสานของหลายๆ แนวรวมถึงความเป็นเกมแนว Cyberpunk เช่นกัน ซึ่งในช่วงที่เกมออกวางจำหน่ายนั้น ผู้เล่นหลายๆ คนที่เสียเงินหลักพันซื้อมันมาก็ร้องโอดครวญกันเยอะมาก เพราะตัวเกมเหมือนถูกลอยแพอยู่ช่วงหนึ่ง ปล่อยให้ผู้เล่นเผชิญหน้ากับบัคที่ทำให้หลายๆ คนต้องท้อ เช่น บัคค้างที่ด่าน 5 บัคกระโดดข้ามฉาก บัคเกมเด้ง บัคเกมค้างในทุกๆ 10 นาที แล้วกว่าจะแก้นะบอกเลยโดนกระแสวิพากษ์อยู่พักหนึ่ง แต่ขอยอมรับเลยนะครับว่าเกมนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ดีมากๆ เกมนึงเลย 8.Assassin's Creed Unity บน PS4 อีกหนึ่งเกมที่ทางค่าย Ubisoft ที่ปัจจุบันมีการเปิดแนวทางใหม่ๆ ให้กับเกมตัวเองและมีความแตกต่างจากภาคดั้งเดิมออกไปเรื่อยๆ และหนึ่งในจุดเริ่มต้นนั้นก็คือ Assassin's Creed Unity ที่ทางผู้พัฒนาพยายามปรับภาพให้สวยเวอร์วังอลังการ ระบบการต่อสู่แบบใหม่ ระบบ Multiplayer แล้วถามว่าสุดยอดไหม? คำตอบคือ พัง เพราะตัวเกมนั้นมีปัญหามากมายในตัวเกมทั้งเฟรมเรทไม่คงที่ บัคเวลาเล่นกับเพื่อน บัคเดินบนอากาศ บัคภาพโหลดตามไม่ทันจนเป็นมีมที่ทำให้เราเห็นทุกวันนี้ บัค NPC เอ๋อ สารพัดบัค แต่ขอยอมรับเลยว่าจุดเปลี่ยนในวันนั้นถือเป็นการเปิดโลกให้กับ Assassin's Creed ในยุคนี้! 9.Max Payne 2 บน PS2 Max payne ถือเป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์เกมที่ดีเกมหนึ่ง ซึ่งเกม Max Payne 2 ก็ได้ถูกวางจำหน่ายบนเครื่อง PC / Xbox 360 / Xbox / PS3 และบน PS2 ซึ่งเกมนี้ที่มีสเกลใหญ่ต้องถูกนำไปลงให้กับเครื่องเกมอย่าง PS2 นั้นสิ่งที่หลายๆ คนต้องเจอนั่นก็คือ บัค! ลองนึกภาพว่าเกมที่ต้องใช้กราฟิคสูงๆ ต้องถูกพล็อตลงมาให้กับเครื่องที่มีระบบประมวลผลที่ต่ำกว่ามันจะไหวได้อย่างไร? ดังนั้นตัวเกมจึงแถมบัคมาให้เรามากมายเช่น บัคติดกำแพง บัคเฟรมเลทล็อคพุ่งไม่ถึง 30 จนทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมที่เหมือนอยู่ในฉากสโลโมชั่นตลอดเวลา. 10.The Evil Within 2 บน PS4 อีกหนึ่งเกมแนว Action / Horror ที่หลายๆ คนไม่ควรพลาดนั่นคือเกม The Evil Within ที่เดินทางมาจนถึงภาค 2 และได้มีการลงให้กับคอนโซลเจนใหม่ในยุคนั้นด้วยอย่าง PS4 แต่เราจะพบได้บ่อยมากที่เวลามีเกมถูกพล็อตลงบนเครื่อง PS4 นั้นตัวเกมมักจะพาปัญหามาแถมผู้เล่นอยู่เสมอ ซึ่งสำหรับเกมนี้ก็แถมบัคมากมายมาให้ด้วย เช่น บัคผีอมตะฆ่าไม่ตาย บัคผีติดหรือเราติดแล้วถูกรุมยำตาย บัคผีขาขาดไม่ล้มวิ่งได้ชิลๆ ปกติ เอ่อ..มันหลอนกว่าเดิมอีกนะ555 และยังมีอีกสารพัดบัคที่ชุมชม PS4 นำมาแชร์กันมากมายอีกด้วย . Credit : Gamerant
07 Jan 2021
[Unbox & Review] Pendulum Z เครื่อง V-Pet รุ่นใหม่กับความลับของโลก Digimon ที่ซ่อนไว้
ความเป็นมาของเครื่องเล่น V-Pet มีจุดเริ่มต้นมาจากตัวเครื่อง Tamagotchi คิดค้นโดยคุณ Maita Aki เจ้าหน้าที่ฝ่ายครีเอทของบริษัท Bandai เรียกว่าเป็นผู้ให้กำเนิด V-Pet ที่ส่งต่อให้กับเครื่องเล่น V-Pet รุ่นใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ และ Tamagotchi ก็แตกลายต่อยอดกลายเป็น V-Pet อีกสายที่เรียกว่า Digital Monster หรือ Digimon ที่เรารู้จักกัน ซึ่งซีรี่ส์ Digimon นี่แหละทำให้เด็กๆ และผู้คนเมื่อ 23 ปีที่แล้วรู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน V-Pet ของซีรี่ส์ Digimon ก็ออกมาหลายรุ่นมาตลอดช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดก็ได้ออก V-Pet รุ่นใหม่ส่งท้ายปี 2020 ที่มีชื่อว่า Digimon Pendulum Z โดยบทความนี้เราจะมาแกะกล่องและรีวิวเครื่องเล่นเจ้า Pendulum Z ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรและมีลูกเล่นอะไรบ้าง ไปดูกัน ================================================== เริ่มแกะกล่องและทำความรู้จักกับ Pendulum Z เครื่องเล่น Pendulum เป็นเครื่องเล่นประเภท V-Pet ของซีรี่ส์ Digimon ผลิตครั้งแรกในปี 1998 ต่อยอดมาจากเครื่ง Digimon V-Pet โดยเพิ่มลูกเล่นการเขย่าที่จะเป็นหัวใจหลักในการต่อสู้ และระบบ Jogress ซึ่งมาจากคำว่า Joint กับ Progress เข้าด้วยกัน มันคือระบบที่ใช้รวมร่าง Digimon และเกิดสายวิวัฒนาการใหม่นั้นเอง และในช่วงเวลาต่อมาก็มี Line การผลิตของ Digimon Pendulum ออกมาหลายรุ่นอย่างเช่น Pendulum Progress, Pendulum X, Pendulum รุ่นครบรอบ 20 ปี และล่าสุดก็มาเป็น Pendulum Z โดยตัว Pendulum Z จะออกวางจำหน่ายทั้งหมด 6 สี 6 สายด้วยกัน แบ่งออกเป็น 2 Wave ซึ่ง Wave แรกได้วางจำหน่ายช่วงสิ้นปี 2020 และ Wave ที่ 2 จะวางจำหน่ายเดือนเมษายน 2564 แน่นอนว่า Concept ของเครื่อง Pendulum Z จะเป็นการรวม Digimon หลายชนิดที่ไม่เคยปรากฎในเครื่องเล่น V-Pet รุ่นอื่นๆ หรือปรากฎในซีรี่ส์อนิเมะภาคไหนมาก่อน และเจ้าตัว Pendulum Z ก็มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง แตกต่างจากเครื่องเล่น Pendulum รุ่นที่ผ่านๆ มาที่ไม่มีเนื้อเรื่องให้เสพเลย ส่วนเนื้อเรื่องของซีรี่ส์นี้ โดยมีใจความคร่าวๆ ที่ว่า มีการค้นพบ Digimon ชนิดใหม่ๆ ที่เรียกว่า Folder Islands หากมีโอกาสได้เล่า จะขอเล่าในโอกาสหน้าอย่างละเอียดแน่นอน แต่เอาจริงๆ พอแกะกล่องไปรษณีย์แล้วเห็นลายของมันครั้งแรก ตัวลายเครื่องมันเหมือน Creeper จาก Minecraft จริงๆ นะ มันจะบึ้มใส่มือหรือเปล่า ??? ( ล้อเล่นนะ ) สำรวจตัว Package มุมต่างๆ ก่อนทดลองเล่นจริง ตัว Package จะค่อนข้างเล็ก ตามสไตล์เครื่องเล่น V-Pet แต่ตัวกล่องนั้นกลับรู้สึกดู Premium หรูหรามากกว่าเครื่องเล่น V-Pet Digimon X ที่วางจำหน่ายไปช่วงปีที่แล้วอย่างมาก และลวดลายตัวเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ เป็นลวดลาย Glitch หรือแถวบ้านที่เรียกว่า ลายภาพไม่มีสัญญาณ พร้อมกับตัว Digimon ใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎในซีรี่ส์ไหน ถูกโปรโมตบนหน้ากล่อง พร้อมลูกเล่นหลักอย่างระบบการเขย่า ซึ่งหากไม่มีแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ใช่ Pendulum อย่างแน่นอน ส่วนของที่จะมาแกะกล่องจะเป็นของจาก Wave แรกทั้งหมด โดยจะมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเขียว - Nature Spirits: จะเป็น Digimon ที่เน้นจำพวกสัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและแมลงเป็นหลัก สีฟ้า - Deep Savers: จะเป็น Digimon ประเภทสัตว์น้ำและจำพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเป็นหลัก สีน้ำตาล/แดง - Nightmare Soldiers: จะเป็น Digimon ที่มีพลังความมืดหรือ Digimon สายภูติผีปีศาจเป็นหลัก แน่นอนว่า ทั้ง 3 เครื่อง จะมี Digimon ประจำเครื่องที่แตกต่างกันเสียส่วนใหญ่ พอพลิกไปด้านข้างก็ได้พูดถึงระบบ Jogress ซึ่งเป็นระบบหลักของ Pendulum ที่จะทำให้เราได้ Digimon สายพันธุ์ใหม่ๆ โดยทาง Bandai ระบุว่า ตัว Pendulum Z จะมี Digimon ให้ได้เลี้ยงมากกว่า 100 ตัว ซึ่งถือว่าเยอะเอาเรื่องเลย แต่จริงๆ แล้วเขาหมายถึงเครื่อง Pendulum Z ทั้ง 3 เครื่องตอนนี้และอีก 3 เครื่องใน Wave ที่ 2 รวมกันมากกว่า จึงพอสรุปได้ว่า เครื่องหนึ่งอาจจะมี Digimon ให้เลี้ยงราวๆ 30 ชนิดเป็นอย่างน้อย พอพลิกตัวกล่องไปอีกข้าง ก็จะพูดถึงกับลูกเล่นทั่วไปที่มีอย่างเช่น การให้อาหาร, การเก็บกวาดอุนจิและระบบการต่อสู้ โดยเป็นการแสดงภาพ Digimon ตัวใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Pixel ให้เห็นเสมือนเป็นพรีเซ็นเตอร์ ด้านหลังตัวกล่องก็ได้โชคข้อมูล Digimon ตัวใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎที่ไหนเป็นตัวหลักประจำเครื่องได้แก่ Marine Chimairamon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีฟ้าหรือ Deep Savers Gogmamon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีเขียวหรือ Nature Spirits Ghostmon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีน้ำตาล/แดง หรือ Nightmare Soldiers และก็มี QR Code ให้สามารถ Scan เพื่อไปอ่านเนื้อเรื่องของ Pendulum Z ได้ โดยจะกล่าวถึง Digimon สายพันธุ์ใหม่บนเกาะ Folder ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า พอแกะฝากล่องก็มีลวดลายของ Gogmamon แบบ Pixel และตัวอักษรที่เขียนว่า "NATURE SPIRITS: DIGIMON PENDULUM Z"  พร้อมกับฝากล่องที่เป็นลวดลาย Glitch สีเขียวให้เห็น ซึ่งหลังจากนี้จะทำการ Unbox ด้วยเครื่องตัวสีเขียวหรือ Nature Spirits เป็นหลัก เพราะหน้าตาและการเล่นแทบจะเหมือนกัน ต่างกันแค่ Digimon ประจำตัวเครื่องและสีแค่นั้น เมื่อทำการแกะกล่องออกมาทั้งหมดแล้ว จะมี สามส่วนหลักๆ ได้แก่ ตัวกล่องภายนอกสีเขียว, ตัวกล่องภายในสีดำ มีคู่มือการใช้งานแบบย่อซึ่งมี QR Code ให้สแกนไปดูวิธีการเล่นแบบฉบับเต็มบนไฟล์ PDF ได้ มันก็สะดวกดีนะและเป็นการตลาดที่ฉลาดด้วยที่ลดการสิ้นเปลืองของกระดาษ และส่วนสุดท้ายก็คือส่วนตัวเครื่องที่มีพลาสติกแข็งหุ้มตัวเครื่องไว้ ซึ่งตัวพลาสติกแข็งนั้นก็จะมีฝาครอบอีกชั้นหนึ่งกันกระแทก ดูใส่ใจเป็นอย่างดีมากๆ เพราะมันแข็งและกันกระแทกได้ดีใช้ได้เลยล่ะ แถมเก็บสายพวงกุญแจไว้เรียบร้อย ไม่ดูเกะแกะด้วย ตัวเครื่องแบบชัดๆ หลังจากดึงที่ขั้นถ่านแล้ว ตัวอักษรก็เด้งขึ้นข้อความว่า "Pendulum Z" เด่นมาๆ แถมเสียงตัวเครื่องดังใช้ได้เลย และหากสังเกตุดีๆ จะมีประกายกริตเตอร์วิ้งวับสะท้อนแสงตลอดทั้งตัวเครื่อง รู้สึกมีความหรูหรามากขึ้นเมื่อจับขึ้นมาเล่นบนมือตัวเอง ด้านหลังจะเป็นตรงที่ใส่ถ่านโดยต้องขันน็อตหัวสี่แฉกเพื่อเปิดฝา และตัวเครื่อง Pendulum Z จะใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 จำนวนหนึ่งก้อน สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปได้เลย หาซื้อไม่ยาก ที่ฝาปิดฐานก็จะระบุถึงวันที่เริ่มผลิตและหมายเลขประจำตัวเครื่องที่เขียนไว้ ซึ่งการันตีว่าของแท้แน่นอน ส่วนด้านบนก็เป็นหัวต่อ Connecter แบบ 2 หัวสำหรับเชื่อมต่อการต่อสู้หรือการ Jogress ถือเป็นสิ่งที่เครื่อง V-Pet Digimon ต้องควรมี ปุ่มกดต่างๆ และคำสั่งใช้งานเบื้องต้น ปุ่มกดและคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในเครื่องของ Pendulum Z จะมีดังนี้ ปุ่ม A: เป็นปุ่มสำหรับเลือกเมนูต่างๆ ทั้ง 9 เมนูและเลื่อนหัวข้อคำสั่งต่างๆ ปุ่ม B: เป็นปุ่มตกลงหรือเลือกเมนูนั้นๆ / เป็นปุ่มกดดูเวลาเมื่ออยู่หน้าจอหลัก ปุ่ม C: เป็นปุ่มยกเลิกคำสั่งหรือออกจากหน้าเมนูนั้น / เป็นปุ่มเช็คสถานะ Digimon แบบย่อเมื่ออยู่หน้าจอหลัก ปุ่ม Reset: เป็นปุ่มสำหรับ Reset เครื่องเพื่อเริ่มเล่นใหม่ นอกจากนี้จะมีคำสั่งที่กดมากกว่า 1 ปุ่มหรือ Combo Command มีคำสั่งดังนี้ ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าจอหลัก: จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของตัวเครื่อง ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าเวลา: จะเป็นการตั้งนาฬิกา โดยกด A จะเป็นการตั้งชั่วโมง กด B เป็นการตั้งนาที และกด C เมื่อตั้งเวลาเสร็จสิ้นแล้ว ปุ่ม A+B เมื่อ Digimon ตายหรือกลายเป็น Computer: จะเป็นการฟักไข่ใบใหม่หลัง Digimon ไม่อยู่กับเราแล้ว ปุ่ม A+C+Reset ค้างไว้: จะเป็นการเข้าสู่โหมด Library เพื่อทดลองเล่น Digimon ภายในเครื่อง แต่จะไม่สามารถเล่นได้อย่างปกติได้ 100% เพราะจะมีบัคแบบจงใจเพื่อไม่ให้เราลักไก่นั้นเอง เมนูต่างๆ และ Feature ที่น่าสนใจ เมนูแรก Status ( รูปตราชั่ง ): จะเป็นการเช็คสถานะของ Digimon ที่เราเลี้ยงแบบละเอียดทั้งชื่อดิจิมอน, ความหิว, ความแข็งแรง และอื่นๆ อีกมากมาย เมนูที่สอง Food ( รูปเนื้อ ): เป็นการให้อาหาร Digimon โดยมีการให้เนื้อกับวิตามิน นอกจากนี้ยังมี Item ชิ้นอื่นๆ ที่สามารถให้ Digimon ได้กินและเพิ่มความสามารถพิเศษบางอย่างด้วย เมนูที่สาม Training ( รูปยกน้ำหนัก ): เป็นการฝึกซ้อม Digimon เพิ่มค่า Effort หรือค่าความพยายามให้สูงขึ้น มีผลต่อการต่อสู้ของ Digimon ด้วย วิธีการฝึกจะใช้การเขย่าให้ตรงกับจำนวนของลูกศร ซึ่งหากตรง ก็จะทำให้การฝึกของ Digimon ส่งผลมากขึ้น เมนูที่สี่ Colosseum ( รูปถ้วยรางวัล ): เมนูนี้จะเป็นเมนูสำหรับต่อสู้ตะลุยด่านของ Digimon ที่เราเลี้ยง โดยจะมีด่านให้เล่นทั้งหมด 50 ด่าน เมื่อชนะศัตรูจะได้รับ EXP ไว้เพิ่ม Level โดยมันจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งด้วย เมนูที่ห้า Clean Waste ( รูปอุนจิ ): เมื่อ Digimon อยู่กับเราไปสักช่วงหนึ่ง พวกเขาก็ต้องการขับถ่าย พอขับถ่ายออกมาก็จะเป็นอุนจิอย่างที่เห็น เมนูนี้จึงเป็นเมนูทำความสะอาด เก็บอุนจิให้ Digimon ของเราเพื่อสุขอนามัยที่ดี เมนูที่หก Light ( รูปไฟ ): เมื่อ Digimon ถึงเวลานอน สามารถเข้าไปที่เมนูรูปไฟ เพื่อปิดไฟได้ แต่หาก Digimon ไม่ถึงเวลานอนแล้วกดปิดไฟ จะเป็นการ Freeze Digimon เอาไว้ กรณีที่เราไม่ว่างเล่นนั้นเอง เมนูที่เจ็ด Heal ( รูปผ้าปิดแผล ): กรณีที่ Digimon ของเราป่วยหรือบาดเจ็บ สามารถเข้าเมนูรักษา เพื่อรักษาตามอาการได้โดยสัญลักษณ์กล่องคำพูดไว้รักษาอาการป่วย และรูปหัวกะโหลก ไว้รักษาอาการบาดเจ็บหลังพ่ายแพ้การต่อสู้ เมนูที่แปด Album ( รูปหนังสือ ): เมนูนี้จะเป็นเมนูที่ดู Digimon ต่างๆ ที่เราเคยเลี้ยงมารวมถึงสามารถเอา Digimon มาเก็บ Back up ไว้สำรองได้สูงสุด 2 ตัว เท่ากับว่าเราสองรองได้สอง และเลี้ยงได้ 1 รวมเป็น 3 ตัว หากอยากกลับมาเล่นตัวเก่าก็สลับตัวจากเมนูนี้ได้ รวมถึงเช็ค Win rate การต่อสู้ได้ด้วย เมนูที่เก้า Connect ( รูปหัวลูกศรชนกัน ): จะเป็นเมนูไว้สำหรับเชื่อมต่อกับ Digimon V-pet อีกเครื่องหนึ่งไว้สำหรับต่อสู้หรือเชื่อมต่อกับ Pendulum Z ด้วยกันเพื่อทำการ Jogress ซึ่งเมนู Jogress สามารถทำการรวมร่าง Digimon ภายในเครื่องก็ได้หรือจะต่อกับอีกเครื่องก็ได้ เมนูที่สิบ Call ( รูป Digimon ร้อง ): เมนูนี้จะเรียกว่าเมนูก็ไม่ใช่ เพราะมันคือ Icon แจ้งเตือนซึ่งมันจะปรากฎขึ้นพร้อมส่งเสียงเมื่อ Digimon มีค่าความหิวเป็นศูนย์, ความแข็งแรงเป็นศูนย์ หรือถึงเวลานอนของ Digimon เป็นการเตือนให้เราเอาใจใส่ Digimon ของตัวเอง หากปล่อยละเลยจนไฟดับไปเอง จะนับว่าเป็น Care Mistake หรือค่าการละเลยความใสใจเป็นหนึ่งทันที โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของ Digimon ในอนาคตด้วย ================================================== ทั้งหมดนี้ก็เป็นการ Unbox & Review เจ้าเครื่องเล่น Digimon Pendulum Z ซึ่งโดยรวมแล้วหากใครชื่นชอบ Digimon และชอบการเลี้ยงแบบ V-Pet หรือเลี้ยงแบบ Tamagotchi ก็ขอบอกเลยว่าเครื่องนี้เลี้ยงง่าย พัฒนาได้ค่อนข้างไวเพราะมีระบบ Jogress เข้ามา แต่ก็จะมีจุดที่เสียดายที่ว่า จะไม่ค่อยมี Digimon เท่ๆ ให้ได้เห็น มันจะเป็น Digimon สายพันธุ์ใหม่เสียส่วนใหญ่ อีกทั้งหลายคนอาจจะไม่ชอบที่ลายเหมือน Creeper จากเกม Minecraft เพราะมันไม่สวย ( แต่ทางนี้ชอบนะ ) ซึ่งตอนนี้ก็ได้วางจำหน่ายแล้ว สามารถหาซื้อได้ตามกลุ่มคนรัก Digimon ราคาจะอยู่ช่วง 1,6XX ต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะแรงนิดหนึ่ง แต่สำหรับคนรัก Digimon และชอบเลี้ยงสัตว์ V-Pet ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การสะสมและเลี้ยงมันจ้า  
06 Jan 2021
[Unbox & Review] Digivice 2020 เปิดจักรวาลใหม่ อุปกรณ์ของเด็กที่ถูกเลือก
เครื่องเล่นพกพาแบบ Pixel ในตัวก็มีทำอยู่แค่สองซีรี่ส์หลักๆ ที่รู้จักกันคือ Tamagotchi และ Digimon ซึ่งทั้งคู่เป็นเครื่องเล่นประเภท Vitual Pet หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า V-Pet มันยังคงได้รับความนิยมที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มในสมัยก่อน เพราะยังไงซะมันก็อาจจะสู้เครื่องเล่นพกพายุคใหม่ๆ ที่เป็นจอสีหรือมือถือที่มีเกมมากมายให้เล่น แต่ทว่าทางบริษัท Bandai ผู้พัฒนาของเล่นและสร้างซีรื่ย์ Digimon ได้ดำเนินรุกการตลาดให้เข้าถึงเด็กรุ่นใหม่และรุ่นเดอะอย่างคนเขียนมากขึ้น ด้วยการนำเสนอเครื่องเล่นที่ผสมผสานแสงสีเสียงที่เรียกว่า Digivice รุ่นปี 2020 พร้อมกับทำอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure: Reboot 2020 ควบคู่กัน ทำให้กระแสคนรักดิจิมอนกลับมาอย่างคึกคักและดึงดูดผู้สนใจดิจิมอนหน้าใหม่มาเพียบ และในอนาคต ก็จะมี V-pet รุ่นใหม่อย่าง Pendulum Z และ Vital Bracelet ที่จะเป็นการผสมผสานระหว่าง Smart band แบบจอสีและการเลี้ยง Digimon เข้าด้วยกัน และบทความนี้เราไม่ได้มารีวิวเกม แต่มารีวิวตอบรับกระแสด้วยการ Unboxing และรีวิวเครื่องเล่นเกม Digivice รุ่น 2020 ให้คุณผู้ชมได้รับชมกันว่า เครื่องเล่นพกพานี้มันมีความน่าเล่นในยุคปัจจุบันมากขนาดไหนกัน ================================================== เริ่มแกะกล่องและทำความรู้จักกับ Digivice เสียก่อน ซึ่งขออธิบายในส่วนนี้ก่อนว่าเครื่องเล่นพกพาซีรี่ย์ Digimon จะมีสองประเภทนั้นก็คือ V-Pet ซึ่งเน้นพักไข่, เลี้ยงดูและเอาไปต่อสู้ ซึ่งรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบเควสต์หรือโคลอสเซี่ยมให้ต่อสู้เพื่อเอาชนะ, เก็บ Level และปลดล็อคเงื่อนไขลับภายในเครื่อง ส่วนอีกประเภทจะเรียกว่า Digivice ซึ่งดีไซน์จะมาจาก Digivice ภายในอนิเมะชั่น Digimon ภาคนั้นๆ โดยจะมีลูกเล่นที่เน้นการผจญภัยตามเนื้อเรื่องอนิเมะ และ Easter Egg ให้ไขความลับภายในเครื่อง ไม่เน้นการเลี้ยงดูและไม่มีวันหมดอายุขัยหรือตายแบบ V-Pet และส่วนที่รีวิวอันนี้คือ Digivice รุ่นปี 2020 ที่มีลูกเล่นเน้นการผจญภัยตะลุยด่านตามเนื้อเรื่องของอนิเมะ Digimon Adventure ภาค Reboot 2020 อันนี้คือตัว Package ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาเลย แบบห่อกระดาษไขป้องกันรอยและสิ่งสกปรก ซึ่งพอแกะกระดาษสาออกไปก็จะเป็นกล่องสีขาวกันกระแทกอีกที ไม่ใช่ตัวกล่องของ Digivice จริงๆ หรือพูดง่ายๆ นี่แค่เป็นกล่องชั้นนอกสำหรับกันกระแทกเท่านั้น แต่พอแกะกระดาษสาและเปิด Package ชั้นนอกเท่านั้นแหละถึงกับอุทานว่า "ลุง Bandai จะห่อเยอะไปไหน" เพราะคุณจะได้เห็นตัวกล่องใส่ Digivice รุ่น 2020 จริงๆ ที่มีกระดาษสาห่ออีกชั้นข้างใน นับถือตัวลุงแกเลยว่าใส่ใจเรื่องการป้องกันการเป็นรอยระหว่างขนส่งจริงๆ พอแกะกระดาษสารอบที่สองออก คุณก็จะได้พบกับความ Premium ของตัว Package อย่างแท้จริง ลายบนกล่องเป็นเจ้าตัว Agumon ซึ่งเป็นมาสคอตของซีรี่ย์ Digimon ไม่ว่าจะภาคอนิเมะหรือในเกมก็ตาม ถอดมาก็เป็นตัวอักษรสีเงินสะท้อนแสงเขียนว่า "DIGIMON ADVENTURE" ดูเรียบหรูสุดๆ ส่วนข้างล่างก็เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "DIGIVICE" ภายในกล่องที่เห็นก็มีตัว Digivice ที่เป็นสีขาว ดูเหมือนไม่มีปุ่มอะไรให้กดเลย และฝ่าหลังที่โชว์ให้เห็น ดูจากสายตาแล้วมันมีขนาดใหญ่น่าจะทำออกมาในอัตราส่วน 1 : 1 แน่ๆ ใหญ๋กว่า Digivce รุ่น D-2 เสียอีก ด้านตัวกล่องทั้งสองข้างก็เขียนคำว่า "DIGIMON ADVENTURE" และคำว่า "DIGIVICE" เป็นสีเงินสะท้อนแสงสวยงาม และใต้ฝากล่องก็พบกับ Easter Egg อย่างแรกของตัว Package เลยนั้นก็คือ ภาพเหล่า Digimon คู่หูของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคนเป็นลวดลาย Pixel สีขาว ทำให้เรานึกถึงวัยเด็กที่ได้เล่น Digivice รุ่น D-2 เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ก่อนจะดูตัวเครื่อง Digivice เราก็ขอยกตัวพลาสติคกันกระแทกของตัวเครื่องออกเสียก่อน ใต้กล่องก็จะพบกับคู่มือการเปิดเครื่องเบื้องตน ซึ่งคราวนี้มาแปลกเพราะว่ามันเป็นคู่มือแบบย่อเท่านั้น ให้รู้ว่าตัวเครื่องใส่ถ่าน AAA จำนวนสามก้อน และสัญญาณแบตเตอร์รี่อ่อนว่าเป็นอย่างไร และควรเปลี่ยนตอนไหน ส่วนคู่มือวืธีเล่นตัวเต็มต้องใชมือถือ Scan QR Code อีกทีหนึ่ง ซึ่งเอาจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องไปดูก็ได้ ใช้วิธีงมโข่งเล่นเอาหลังเปิดเครื่องไปเลย ด้านข้างของใต้กล่องก็มี Easter Egg อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือ ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคน เห็นแล้วทำให้เราคิดถึงอนิเมะชั่นภาคแรกที่เคยดูมากันเลย คราวนี้ก็ถือคอร์สหลักสักทีก็คือ ตัวเครื่องนั้นเอง หลักๆ จะมีสองส่วนด้วยกันคือ ตัวเครื่อง Digivice สีขาว มีรอบวงแหวนสีน้ำเงิน เขียนอักษรภาษา Digital World สีทองบนตัววงสีน้ำเงิน พร้อมจอแบบ Pixel ที่คุ้นเคยและฝ่าหลังปิดถ่านโดยใช้น็อตหัวสี่แฉกเป็นตัวยึด ส่วนแบตเตอร์รี่ที่ใช้ จะใช้ถ่านขนาด AAA ทั้งหมดสามก้อน หลังจากใส่ครั้งแรกให้กดปุ่ม Reset อยู่ตรงรูเล็กๆ เยื้องทางขวาของหลังเครื่อง ที่ต้องใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเข้าไปรูตรงนั้น ลองได้สัมผัสตัวเครื่องครั้งแรกก็เป็นอย่างที่คิด ตัว Digivice ใหญ่เต็มไม้เต็มมือมากเหมือนขนาด 1 : 1 จากในอนิเมะเลย และพอลองได้เปิดเครื่อง ก็มีไฟ LED แปดสี ซึ่งเป็นสีประจำตัวของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคนสว่างรอบตัวเครื่องพร้อมตรา BANDAI เด่นขึ้นมากลางจอ Pixel ส่วนปุ่มกดนั้นดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีปุ่ม แต่จริงๆ แล้วมีปุ่มให้กดสี่ปุ่ม ด้านซ้ายและขวามีอย่างละสองปุ่ม ตำแหน่งแถวเยื้องข้างบนและข้างล่าง ทั้งสองข้าง โดยเมื่อเรากดปุ่มใดก็ได้ เริ่มต้นจะมี Digimon ให้เลือกเล่นสองตัวระหว่าง Agumon และ Gabumon ซึ่งไม่ว่าเลือกตัวไหนก่อน เราก็จะได้เล่นทั้งสองตัวตั้งแต่แรก ไม่มีผลต่อการเล่นช่วงต้นเกมแต่อย่างใด คำสั่งปุ่มทั่วไปและเมนูต่างๆ Digivice รุ่น 2020 นี้อย่างที่บอกข้างต้นว่าดูเหมือนจะไม่มีปุ่ม แต่จริงๆ แล้วปุ่มกดจะมีทั้งหมดสี่ตำแหน่งตามหมายเลขที่ระบุไว้ ซึ่งปุ่มสัมผัมเป็นพลาสติคแข็งๆ และเมื่อกดลงไปมันมีเสียงคลิ๊กเด้งมือมากๆ ราวกับกดปุ่ม Machanical Keyboard แบบจังหวะเดียว ให้ความรู้สึกแตกต่างจากปุ่มยางที่เคยใช้ใน Digivice หรือ V-Pet รุ่นอื่นๆ โดยคำสั่งปุ่มต่างๆ มีฟังก์ชั่นการใช้งานดังนี้ ปุ่มที่ 1: ปุ่มเลื่อนขึ้นบนคำสั่งทั่วไปและย้อนหลังในเมนูบางอย่าง ปุ่มที่ 2: ปุ่มเลื่อนลงบนคำสั่งทั่วไปและหน้าถัดไปในเมนูบางอย่าง ปุ่มที่ 3: เป็นปุ่มสำหรับกดตกลงและเข้าหน้าเมนู ( จริงๆ ปุ่ม 1 2 และ 3 สามารถกดเข้าเมนูได้หมดบนหน้าหลัก ) ปุ่มที่ 4: เป็นปุ่มสำหรับยกเลิกเมนูและกดดู Emotion เล็กๆ ของ Digimon ทั้งสองตัวเมื่ออยู่หน้าหลักแบบสุ่มอารมณ์ เมื่อเข้าหน้าเมนู เมนูแรกที่จะเจอนั้นก็คือเมนู Status ซึ่งเป็นเมนูที่สามารถเข้าไปเช็คสถานะข้อมูลของ Digimon คู่หูของเราว่าเป็น Digimon ประเภทอะไร ลักษณะของสายเป็นแบบไหน ซึ่งปกติมีสามสายคือ Data, Virus และ Vaccine ซึ่งมีการแพ้ทางกันและกัน รวมไปถึงเช็คสถานะจำนวนที่ Digimon คู่หูตัวนั้นๆ ว่าชนะไปกี่ครั้ง ไปถึงระดับไหนแล้วซึ่งมีผลต่อการปลดระดับพัฒนาร่างในเมนู Quest ด้วย ถัดมาเป็นเมนู Quest ซึ่งมันคือโหมดตะลุยด่านอ้างอิงจากอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure: Reboot 2020 เลย โดยจะมีด่านให้เล่นทั้งหมด 11 Stage และมี Stage ลับขอปลดล็อคอยู่อีก เมื่อเข้าไปในแต่ละ Stage จะมีด่านย่อยๆ ให้เล่นสิบด่านซึ่งด่านย่อนที่สิบจะเป็น Boss ประจำ Stage นั้นๆ หากเอาชนะได้ก็จะสามารถไป Stage ต่อไปได้นั้นเอง ส่วนวิธีการต่อสู้นั้น จะใช้วิธีการต่อสู้แบบ Roulette หรือหมุนวงล้อให้เกจพลังขึ้นสูงที่สุด ซึ่งหากทำได้ก็มีโอกาสชนะศัตรูได้มาก และมีโอกาสได้เจอ Cutscene ที่ Digimon คู่หูจะใช้ท่า Burst โจมตีศัตรูตายภายในครั้งเดียวและต้องกดปุ่มที่ 3 รัวๆ ให้เกจเต็มก่อนหมดเวลา ส่วนรายละเอียดการเล่นนั้น หากมีโอกาสได้ทำ Guide จะได้พูดถึงระบบนี้แบบละเอียดอย่างแน่นอน เมนูสุดท้ายของเครื่องนั้นก็คือ Setting ซึ่งไม่มีอะไรมากนอกจากให้เราสามารถเลือกปิดหรือเปิดลูกเล่นไฟ LED และเสียงของตัวเครื่องสามารถปรับให้ปิดหรือเปิดได้เช่นกัน เหมาะกับกรณีไม่ชอบไฟที่แสบตาเกินไปหรือเสียงดังจนรบกวนคนอื่น Feature ต่างๆ ที่เป็นหัวใจของเครื่องนี้ Digivice รุ่น 2020 นี้ได้ตัดระบบการเขย่านับก้าวเดินที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของ Digivice ออกไป ซึ่งฟังแล้วน่าเสียดายมากๆ แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบเมนู Quest ที่มีด่านให้เล่นเยอะมากๆ ฉะนั้นเมื่อเราปล่อยจอเข้าสู่หน้าหลัก Digimon คู่หูของเราจะทำการขยับและเดินเล่นไปมาแบบนั้นพร้อมแสดงท่าทางดีใจให้เราเห็นด้วย เมื่อเรากดปุ่มที่ 4 หรือปุ่มยกเลิกเมื่ออยู่หน้าจอหลัก จะเป็นการแสดง Animation เล็กๆ ระหว่าง Digimon คู่หูทั้งสองตัวแบบสุ่ม จะเป็นทั้งดีใจด้วยกัน โกรธกัน หรือหลับด้วยกันซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากให้เรากดดูเพลินๆ และ Digivice รุ่น 2020 นี้ไม่มีปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง ดังนั้นจึงใช้ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้เล่นช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยสังเกตจากการปล่อยเครื่องสักพัก Digimon คู่หูเราจะนอนหลับ และหลังจากนั้นไม่นาน เครื่องจะปิดหน้าจออัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานของแบตเตอร์รี่ และนี่คือทีเด็ดของ Digivice รุ่นนี้เลยก็คือ เมื่อเราทำการวิวัฒนาการตอนต่อสู้ จะมีไฟ LED สว่างขึ้นมาโดยการพัฒนาแต่ละร่างจะมีการไล่ไฟเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน และ Digimon คู่หูแต่ละตัวเมื่อพัฒนาร่างก็จะมีสีไฟที่ไม่เหมือนกันอีก โดยสีไฟจะแสดงเป็นสีต่างๆ ตามสีประจำตัวของ Digimon คู่หูตัวนั้นๆ ที่สำคัญเลยก็คือ หากพัฒนาร่างสุดยอดด้วยการ Jogress ระหว่าง WarGreymon และ MetalGarurumon จะเป็นไฟ LED วิ่งวนสองสีที่ดูสวยงามสุดๆ แต่แอบใช้เวลาแปลงร่างนานไปหน่อยนะ ยังไงก็ตามแลกกับความสวยงามของไฟถือว่ายินดีเลย หากไม่รู้สึกแสบตาไปเสียก่อนเพราะไฟมันสว่างมาก และอีก Feature หนึ่งที่เรียกว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเลยก็คือ ระบบ Emergency Enemy หรือระบบสุ่มเจอศัตรู โดยมีโอกาสสุ่มเจอเมื่อเราเอาชนะ Boss ประจำ Stage นั้นๆ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ ตื่นเต้นมากๆ และจะได้เจอศัตรูที่เราเห็นแล้วจะต้องร้องพระเจ้าซึ่งหากชนะศัตรูพวกนี้ เราจะได้พวกเขามาเป็นพวก แต่หากแพ้ก็ต้องรอสุ่มกันต่อไป ส่วนข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับคนที่อยู่ๆ มาเจออะไรแบบนี้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว อาจจะทำให้หงุดหงิดได้เช่นกัน ================================================== และนี่คือทั้งหมดของการ Unboxing และ Review ของเครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า ดีต่อใจมากๆ สำหรับคนรักและสะสม Digimon หรือถึงแฟนบอยของ Digimon ที่ควรค่าแก่การสะสมเป็นอย่างยิ่ง ทำไฟ LED ที่มีลูกเล่นไล่ไฟตอนพัฒนาร่าง รวมถึงระบบ Quest ที่เข้ามาแทนที่การเขย่านับก้าวเดิน ก็เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นด้วยเหมือนกัน อีกทั้งด้วยสัดส่วนขนาดแบบ 1 : 1 และมีไฟตามแบบฉบับอนิเมะ ถ้าหากในแง่สะสมถือว่าคุ้มค่าอย่างมากหรือหากเอามาเล่นจริงจังให้เคลียร์เกมก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มกับเงินที่จ่ายไปราวๆ 3,XXX บาทเช่นกัน เพราะระดับความยากถือว่าทำเอาคนเขียนบทความหัวอุ่นใช้ได้เหมือนกัน แต่ก็มีจุดที่น่าเสียดายคือ การที่เอาระบบเขย่าออก มันทำให้เสน่ห์ของมันหายไปเยอะพอสมควร และไฟที่สว่างมากๆ บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะแสบตาหรือไวต่อแสง และราคาค่อนข้างสูง หากเป็นคนที่ไม่ใช่แฟนบอยอาจจะมองว่าแพงก็ได้ หากใครชอบบทความนี้ สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้เยอะๆ เลยนะ และหากมีโอกาสได้ทำบทความ Digivice 2020 อีก ก็จะทำ Guide ระบบการเล่นระบบ Quest ให้อ่านกันนะ
06 Jan 2021
รวมเกมน่าสนใจที่จะวางจำหน่ายในปี 2021
ในที่สุดเราก็ได้เข้าสู่ปี 2021 กันแล้ว! ซึ่งในปีนี้เองก็มีเกมน่าสนใจที่จะวางจำหน่ายให้เราได้เล่นกันเยอะมาก ตั้งแต่ช่วงต้นไปไปจนถึงปลายปีเลยทีเดียว รวมถึงปีนี้คือปีของการปฐมบทเครื่อง Next-Gen อย่าง PS5 และ Xbox Series X / S อีกด้วย ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH ขอพาทุกคนมาพบกับการรวมเกมยักษ์ใหญ่ทั้งหมดที่กำลังจะกลับมาในปี 2021! ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.Hitman 3 ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Switch / Stadia และ PC ) วันวางจำหน่าย : 20 มกราคม 2021 สายลับนักฆ่า ผู้ติดบาร์โค้ดไว้ที่หลังหัว หรือ " Agent 47 " จะกลับมาสานต่อบทสรุปของไตรภาค Hitman : World of Assassination Trilogy ซึ่งในภาคนี้สิทธิ์การจัดจำหน่ายจะอยู่กับทาง IO Interactive เพราะพวกเขาได้แยกทางกับผู้จัดจำหน่ายเดิมอย่าง Square Enix  และนี่จะเป็นเกมระดับ AAA เกมแรกแห่งปี 2021 !! 2.The Medium ( Xbox Series X | S / PC ) วันวางจำหน่าย : 28 มกราคม 2021 อีกหนึ่งเกมแนว Horror มุมมองบุคคลที่ 3 ที่มีพล็อตเรื่องไม่เหมือนใคร เพราะผู้เล่นสามารถเข้าถึงสองโลกได้ นั่นคือ โลกแห่งความจริง และ โลกวิญญาณ ของค่ายพัฒนาอย่าง Bloober Team ( หนึ่งในทีมพัฒนาเกมสยองขวัญมากมาย เช่น Layers of Fear / Blair Witch ) นอกจากนั้นตัวเกมยังได้คุณ Akira Yamaoka นักประพันธ์เพลงในเกมตำนานอย่าง Silent Hill มารับหน้าที่ทำเพลงประกอบเกมนี้! บอกเลยว่าเตรียมรับมือกับความสยองขวัญกันได้เลย! 3.Outriders ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Stadia / PC ) วันวางจำหน่าย : 2 กุมภาพันธ์ 2021 Outriders ถือเป็นหนึ่งในเกม Co-op สำหรับผู้เล่น 1-3 คนที่หลายๆ คนเฝ้ารอกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งพัฒนาโดยค่าย People Can Fly ทีมพัฒนาเกมดังๆ อย่างเช่น Fortnite / Bulletstorm และ Gears of War : Judgement  หลังจากที่หลายๆ คนได้เห็นตัวอย่างเกมเพลย์กันแล้ว ทุกคนก็ได้เห็นว่าตัวเกมมีความดุดัน มีระบบที่แตกต่างออกไปแต่น่าสนใจ และไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นเกมที่มีส่วนผสมของ Action / RPG ที่ดีอันดับต้นๆ ในปี 2021 แน่นอน! 4.Super Mario 3D World + Bowser's Fury ( Nintendo : Switch ) วันวางจำหน่าย : 12 กุมภาพันธ์ 2021 เกมแนวแพลตฟอร์มวิ่งด้านข้างส่งตรงจากเครื่อง Wii U กำลังจะถูกส่งต่อให้กับเครื่อง Nintendo : Switch แต่จะมาแบบเดิมๆ มันก็ดูธรรมดาไปสำหรับปู่นิน ทางทีมงานเลยเพิ่มส่วนขยายฟีเจอร์ใหม่มาให้ด้วย โดยใช้ชื่อว่า Bowser's Fury เป็นโหมด Co-op สำหรับผู้เล่น 2-4 คน ( สามารถเล่นได้ทั้งแบบออนไลน์และแบบแบ่งจอย ) ดังนั้นใครที่กำลังมองหาเกมใหม่ๆ บนเครื่อง Nintendo : Switch ควรที่จะซื้อเกมนี้มาเก็บไว้นะครับ. 5.Riders Republic ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Stadia / PC ) วันวางจำหน่าย : 25 กุมภาพันธ์ Riders Republic จะเป็นเกมแนวกีฬาเอ็กซ์ตรีมโลกเปิดที่สร้างสรรค์โดย Ubisoft Annecy ทีมผู้สร้างที่เคยอยู่เบื้องหลังเกม Steep ซึ่งในครั้งนี้เราสามารถเล่นกีฬาได้ทั้งหมด 5 ประเภท ได้แก่ สกี / สโนว์บอร์ด / จักรยานเสือภูเขา /  วิงส์สูท และ Rocket Wingsuit ที่จะให้ผู้เล่นได้ทำการแข่งขันกันที่อุทยานแห่งชาติทั้ง 7 แห่งของทางตะวันตกของสหรัฐ แต่เกมนี้จะมีความแตกต่างจากเกมเดิมอย่าง Steep อย่างไรนั้น? เราต้องมารอดูกันในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้. 6.Bravely Default 2 ( Nintendo : Switch ) วันวางจำหน่าย : 26 กุมภาพันธ์ 2021 อีกหนึ่งซีรี่ส์แฟรนไชส์เกม Bravely แนว JRPG ของทาง Square Enix ที่เดินทางมาจนถึงเกมลำดับที่ 3 ของซีรี่ส์นี้แล้ว โดยมีชื่อว่า Bravely Default 2 ตัวเกมจะนำเสนอผ่านเครื่องปู่นินอย่าง Nintendo : Switch แตกต่างจาก 2 ภาคก่อนอย่าง Bravely Defaulf / Bravely Second: End Layer ที่ลงบนเครื่อง 3DS รุ่นก่อน ดังนั้นในภาคนี้ต้องมีภาพและลูกเล่นที่หลากหลายกว่าภาคก่อนๆ แน่นอน 7.Destruction AllStars ( PS5 ) วันวางจำหน่าย : เดือนกุมภาพันธ์ 2021 Destruction AllStars จะเป็นเกมแนวต่อสู้แบบผสมผสานระหว่างขับรถชนกันและสู้แบบภาคพื้น ซึ่งล่าสุดผมก็กำลังคิดเลยว่าไม่ค่อยได้เห็นเกมแนวนี้มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว แต่พอเห็นเกมนี้มันทำให้เราคิดถึงเกมเก่าอย่าง Twisted Metal Head On ซึ่งตัวเกมจะพร้อมให้บริการบนเครื่องเจ็นใหม่อย่าง PS5 นอกจากนี้ผู้ที่ใช้บริการ PlayStation Plus จะได้รับสิทธิพิเศษเล่นล่วงหน้าได้ก่อนหนึ่งเดือนอีกด้วย! 8.Returnal ( PS5 ) วันวางจำหน่าย : 19 มีนาคม 2021 นักพัฒนาเกมอย่าง Housemarque เป็นหนึ่งในค่ายเกมที่ถนัดในการพัฒนาแนวเกม Sci-Fi แนวยิงแนวยานอวกาศที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้แนวเพลงของค่ายนี้ถือว่าสุดยอดมากๆ และล่าสุดทางค่ายก็ประกาศทำเกม Returnal แนว Sci-Fi บุคคลที่ 3 ที่จะมาในรูปแบบของ Exculsive บน PS5 และชูโรงความสามารถของ SSD และซาวด์ 3D นอกจากนี้ยังทำมาเพื่อสนับสนุนการใช้จอยแบบเต็มรูปแบบอีกด้วย 9.It Takes Two ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / PC ) วันวางจำหน่าย : 26 มีนาคม 2021 เกม It Takes Two เป็นเกมแนว Adventure แบบ Co-op ของค่ายพัฒนาอย่าง Hazelight ผู้เคยสร้างสรรค์ผลงานอย่างเกม A Way Out / Brothers: A Tale of Two Sons โดยทางผู้พัฒนานั้นมีจุดประสงค์ที่จะทำเกมให้มีความผสมผสานระหว่างการร่วมมือกันของผู้เล่นและการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ และแน่นอนว่าค่ายนี้ส่วนใหญ่ไม่เคยทำให้แฟนเกมผิดหวัง! 10.Monster Hunter Rise ( Nintendo : Switch ) วันวางจำหน่าย : 26 มีนาคม 2021 เกมล่าแย้ ไม่ใช่! เกม Monster Hunter ภาค Rise ของ Capcpm จะถูกนำไปลงในรูปแบบ Exculsive ให้กับทาง Nintendo : Switch ซึ่งเกมนี้ถือว่าจะเป็นหนึ่งในสองของเกม Monster Hunter ที่จะลงให้กับเครื่อง Nintento : Switch ในปีนี้ ซึ่งรายละเอียดอื่นๆ เราต้องรอฟังข่าวสารกันอีกทีในช่วงต้นปีนี้ แต่รับประกันว่ามันต้องออกมาดีแน่นอน!   11.Roller Champions ( PS4 / Xbox One / Switch / PC / Mobile ) วันวางจำหน่าย : ช่วงต้นปี 2021 Roller Champions เป็นเกมกีฬาของ Ubisoft ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกีฬาโรลเลอดาร์บี้ ซึ่งจะมีคุณสมบัติสำหรับการเล่นหลายคนแบบ Co-op 3 V 3 โดยผู้เล่นจะสามารถปรับแต่งทุกส่วนของร่างกายและอุปการณ์ต่างๆ ได้อย่างอิสระ และจะมีสนามแข่งที่หลากหลายอย่างน้อย 3 แบบ. 12.Ruined King: A League of Legends Story ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Switch / PC ) วันวางจำหน่าย : ช่วงต้นปี 2021 หลังจากที่ทาง League of Legends ชอบสร้างเรื่องราวของตัวละครต่างๆ ในเกมให้ออกมาน่าสนใจ ล่าสุดทางค่ายก็ได้ให้ Airship Syndicate ทีมพัฒนาเกมอย่าง Darksiders Genesis ออกมาทำเป็นเกมเนื้อเรื่องเสียเลย โดยทำออกมาเป็นเกมแนว SinglePlayer / RPG / Tuen-Base  ซึ่งผู้เล่นจะสามารถควบคุมแชมเปี้ยนต่างๆ ในเกมได้ เช่น Miss Fortune, Illaoi, Braum, Yasuo, Ahri และ Pyke 13.Deathloop ( PS5, PC ) วันวางจำหน่าย : 21 พฤษภาคม 2021 Deathloop เกมแนว Action / FPS ที่น่าเล่นและมีความน่าสนใจในระดับนึงของทาง Arkane Studios ทีมผู้พัฒนาเกมอย่าง Dishonored และ Prey โดยจะเล่าเรื่องราวของมือสังหารสองคนที่สู้กันมาอย่างยาวนานบนเกาะ Blackreef ที่คนหนึ่งฆ่าเพื่อทำลายไทม์ไลน์ของเกาะ อีกคนหนึ่งฆ่าเพื่อรักษาไทม์ไลน์ไว้! 14.Far Cry 6 (  PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Stadia / PC) วันวางจำหน่าย : 25 พฤษภาคม 2021 อีกภาคต่อของเกมแฟรนไซส์สุดปังของทางค่าย Ubisoft อย่างเกม Far Cry 6 ที่จะพาผู้เล่นไปยังประเทศ Yara ประเทศเผด็จการและอยู่ในช่วงเวลาความวุ่นวายของการปฏิวัติ ซึ่งปกครองโดยเผด็จการอย่าง Anton Castillo ซึ่งตัวเกมนั้น ทางทีมงานชูโรงไว้ว่าจะสามารถรับบนเครื่อง PS5 และ X Box Series X ได้ด้วยระดับรายละเอียดที่ 4K / 60 FPS ! 15.Back 4 Blood ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / PC ) วันวางจำหน่าย : 22 มิถุนายน 2021 Back 4 Blood แค่ชื่อก็คุ้นๆ แล้วใช่ไหมครับ เพราะเกมนี้คือหนึ่งในเกมของ Turtle Rock Studios ทีมผู้สร้างเกมซอมบี้สุดมันส์อย่าง Left 4 Dead ซึ่งยังคงความเป็นเอกลักษณ๋เช่นเดิมนั่นคือเราสามารถเล่น Co-op กับเพื่อนๆ ได้ แต่ในรอบนี้มันจะมีภาพที่ต่างออกไป ระบบใหม่ๆ และซอมบี้ใหม่ๆ จนหลายๆ คนแซวว่ามันคือภาคต่อแบบไม่ทางการของเกม Left 4 Dead ! 16.LEGO Star Wars: The Skywalker Saga ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Switch / PC ) วันวางจำหน่าย : ช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2021 สำหรับ Skywalker Saga นั้นจะไม่ใช่เกมรีเมคของแฟรนไชส์ LEGO Star wars ภาคก่อนๆ แต่มันถูกนำมาเล่าเรื่องใหม่ทั้งหมดโดยอิงจากภาพยนต์ Star Wars ทั้ง 9 เรื่อง โดยจุดที่น่าสนใจของเกมนี้นั่นก็คือผู่้เล่นสามารถที่จะเลือกได้ว่าจะเริ่มต้นจากจุดไหนก่อน และที่สำคัญเกม LEGO Star Wars ภาคนี้จะมอบประสบการณ์ให้ผู้เล่นแบบเต็มอิ่มแน่นอน! 17.Mass Effect Legendary Edition ( PS4 / Xbox One / PC ) วันวางจำหน่าย : ช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2021 การรีมาสเตอร์ของไตรภาคเกม Mass Effect ได้รับการยืนยันในงาน N7 Day 2020 แล้วว่า Mass Effect Legendary Editoin จะเป็นการนำเนื้อหาของโหมดผู้เล่นคนเดียวรวมถึง DLC จากทั้ง 3 เกม คือ  Mass Effect , Mass Effect 2 และ Mass Effect 3 มาใส่ในภาคนี้โดยจะทำงานบนความละเอียดระดับ 4K 18.New World ( PC ) วันวางจำหน่าย : ช่วงเดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2021 New Word ถือเป็นอีกหนึ่งในบรรดาสามเกมของทาง Amazon ที่ประกาศในปี 2016 แต่สองเกมแรกอย่าง Breakaway และ Crucible นั้นกลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักจนล่าสุดได้ยกเลิกและปิดตัวชั่วคราวไปแล้ว แต่ก็ยังมีอีกเกมแนว MMO ที่ทางทีมงานได้เล่าถึงระบบต่างๆ ไว้ได้อย่างน่าสนใจ และตัวอย่างที่อลังการ! ดังนั้นนี่อาจจะเป็นเกมที่กู้หน้าให้กับทาง Amazon ในปี 2021 นี้! 19.Gran Turismo 7 ( PS5 ) วันวางจำหน่าย : ครึ่งแรกของปี 2021 เกมแนว Simulator แข่งรถของทาง Sony กำลังจะเปิดตัวบนเครื่องเจ็นใหม่อย่าง PlayStation 5 ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ และเกมนี้ได้รับการประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วในงานเปิดตัวของเครื่อง PS5 โดยเกม Gran Turismo 7 ถือเป็นเกมใหม่ของซีรี่ส์นี้ นับตั้งแต่ Gran Turimo Sport ในปี 2017 20.Ratchet & Clank: Rift Apart ( PS5 ) วันวางจำหน่าย : ครึ่งแรกของปี 2021 Ratchet & Clank: Rift Apart จะเข้ามาเป็นหนึ่งในเกมที่ชูโรงประสิทธิภาพของเครื่อง PS5 ของ Sony ซึ่งทางผู้พัฒนาเกมอย่าง Insomniac Games ได้บอกไว้ว่าเกมนี้จะแสดงให้เห็นศักยภาพของ SSD ด้วยความเร็วในระดับสูงแบบพิเศษ พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เล่น! 21.Battlefield  ( 2021 ) ( PS5 / Xbox Series X | S / PC ) วันวางจำหน่าย : Holiday ปี 2021 Battlefield ภาคนี้มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2021 โดยเกมนี้จะเป็นภาคใหม่ของซีรีส์เกมนับตั้งแต่เกม Battlefield 5 ในปี 2018 ซึ่งนักพัฒนาอย่าง DICE ได้พูดไว้ว่าเกมภาคนี้จะมอบมุมมองแบบใหม่สำหรับแฟรนไชส์เกมที่ให้กับแฟนๆ ซึ่งไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อนแน่นอน! 22.Halo Infinite ( Xbox Series X | S / Xbox One / PC )   วันวางจำหน่าย : ช่วงเดือนกันยายน - เดือนธันวาคม 2021 ภาคต่อบทใหม่ของ Halo Master Chief จริงๆ แล้วภาคนี้ทีมงานตั้งใจจะให้มันเปิดตัวพร้อมกับเครื่อง Xbox Series X | S ในเดือนพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเกมก็ถูกเลื่อนมาวางจำหน่ายในปี 2021 นี้ เพราะผลกระทบของปัญหา Covid-19 ที่ผ่านมา และทางทีมงานก็เผยว่า โหมดผู้เล่นหลายคนของ Halo Infinite นั้นจะเล่นได้ฟรีพร้อมกับรันอยู่ที่ 120 FPS บนเครื่อง Xbox Siries X 23.Lord of the Rings: Gollum ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Switch / PC ) วันวางจำหน่าย : ปลายปี 2021 การผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนมิดเดิลเอิร์ธที่จะเล่าเรื่องราวผ่านตัวกอลลั่ม ซึ่งเกมนี้จะเป็นการพาผู้เล่นไปพบกับเรื่องราวของ Lord of The Rings ที่ไม่เคยถูกพูดถึงที่ไหนมาก่อน แต่ก็ยังคงซื่อสัตย์และเคารพต่อต้นฉบับแบบนวนิยายอยู่ โดยผู้พัฒนาก็ได้เผยอีกว่าตัวเกมนั้นจะหนักไปที่การเน้นเรื่องราวและการลอบเร้น. 24.GTA V ( Next-Gen ) ( PS5, Xbox Series X | S ) วันวางจำหน่าย : ครึ่งหลังของปี 2021 GTA V นั้นจะวางจำหน่ายบนเครื่องคอนโซลเจ็นใหม่ทั้ง 2 รุ่นนั่นคือ PS5 และ Xbox Series X | S ซึ่งทาง Rockstar นั้นได้ทำการอัพเกรดปรับปรุงงานภาพและประสิทธิภาพให้สามารถทำงานได้สูงสุดอีกด้วย *สำหรับ GTA Online นั้นจะเปิดตัวให้ช่วงครึ่งปีหลังของปี และจะให้บริการฟรีสำหรับผู้เล่น PS5 ใน 3 เดือนแรก. 25.Horizon Forbidden West ( PS5, PS4 ) วันวางจำหน่าย : ครึ่งปีหลังของปี 2021 ภาคต่อของ Horizon Zero Dawn ของค่าย Guerrilla Games จะมาถึงในปี 2021 บนเครื่อง PS5 และ PS4 โดยตัวเกมจะแสดงให้เห็นถึงการเดินทางของ Aloy ที่ได้เดินทางข้ามฟากไปทางตะวันตกของอเมริกาจากยูทาห์ไปยังซานฟรานซิสโก. 26.Chorus ( PS5/ Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / Stadia / PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 Chorus จะเป็นเกมแนวยิงอวกาศที่ขับเคลื่อนเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตผู้คลั่งศาสนาและนักสู้นามว่า Nara ซึ่งผู้เล่นจะต้องเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปกับเธอ โดยมีเป้าหมายในการกำจัด " ลัทธิมืด " ที่คนสร้างนั้นก็คือเธอเอง บอกเลยว่าแค่พล็อตเรื่องก็น่าสนใจแล้ว! 27.Crossfire X ( Xbox Series X | S / Xbox One ) วันวางจำหน่าย : 2021 เกนแนว FPS ยอดนิยมบน PC กำลังจะถูกนำมาลงให้กับเครื่องคอนโซลเป็นครั้งแรกในปี 2021 ในชื่อเกมว่า Crossfire X  ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย Smilegate และ Remedy ทีมพัฒนาเกมดังอย่าง Control / Alan Wake โดยล่าสุดพวกเขาเผยว่ากำลังพัฒนาโหมดผู้เล่นหลายคนและโหมดเล่นคนเดียวให้มีความมันส์กว่าเดิมแน่นอน! 28.Evil Dead: The Game ( PS5, Xbox Series X | S, PS4, Xbox One, Switch, PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 เกม Evill Dead ฉบับนี้จะเป็นแอ็คชั่นมุมมองบุคคลที่ 3 ที่สร้างขึ้นมาด้วยการอ้างอิงตามแฟรนไชส์ภาพยนต์สยองขวัญ โดยตัวเกมนั้นจะมีทั้งโหมด Co-op และ PVP ให้ผู้เล่นได้เลือก ซึ่งตัวเกมจะนำเสนอตัวละครและสถานที่จากฉบับภาพยนต์ แต่ที่ผมคนหนึ่งชอบสุดๆ เลยนั่นคือ มีแผนที่กระท่อมกลางป่าในตำนานบนเกมนี้ด้วย! 29.GhostWire: Tokyo ( PS5, PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 อีกหนึ่งเกมสยองขวัญที่ได้รับการขัดเกลาโดยคุณ Shinji Mikami และทีมงาน Tango Gameworks โดยตัวอย่างนั้นจะแสดงให้เห็นว่าผู้คนบางส่วนได้หายตัวไปอย่างลึกลับ แต่จะเพราะสาเหตุอะไรนั้นต้องรอดูกันในเกม ซึ่งทางทีมงานได้ยืนยันว่าเกมนี้จะมีความแตกต่างไปจากเกมอื่นๆ โดยมันไม่ได้เป็นเกมสยองขวัญเต็มรูปแบบ เพราะนี่จะเป็นเกมแอ็คชั่นผจญภัยที่มีองค์ประกอบของการเอาชีวิตรอดที่น่าสนใจมากขึ้น! 30.God of War: Ragnarok ( PS5 ) วันวางจำหน่าย : 2021 God of War : Ragnarok นั้นอาจจะเป็นหนึ่งในเกมที่แฟนๆ รอคอยกันมากที่สุดในปี 2021 ถึงแม้ว่าทางทีมงานอย่าง Santa Monica Studio ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดใดๆ นอกจากการประกาศวางจำหน่ายในปี 2021 แต่จะเลื่อนหรือไม่นั้นก็ต้องลุ้นเอานะ555 แต่รับรองว่าเกมนี้จะไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังแน่นอน. 31.Gotham Knights  ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 เกม Gotham Knights นั้นเป็นหนึ่งในเกมของค่าย WB Games Montréal ที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองบุคคลที่ 3 โดยจะตั้งอยู่ในจักรวาลที่แบทแมนได้ตายลงไปแล้ว! และหน้าที่ในการปกป้องเมืองก็อตแธมก็ไปตกอยู่ที่โรบิน ไนท์วิงค์ แบทเกิร์ล และเร้ดฮูต นอกจากนี้เรายังสามารถเล่น Co-op กับเพื่อนๆ ได้อีกด้วย! 32.Hogwarts Legacy ( PS5, Xbox Series X|S, PS4, Xbox One, PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 Hogwarts Legacy คือเกมที่จะมาสานฝันอันยาวนานให้กับแฟนๆ แฮรี่พอตเตอร์ เพราะผู้เล่นจะได้รับอิสระในการผจญภัยในโลกเวทย์มนต์ด้วยการสร้างตัวละครอย่างอิสระ / มีพิธีคัดแยกฝ่าย เตรียมตัวให้พร้อมที่จะเดินทางสู่ Hogwarts เวอร์ชั่นปี 1800 ที่รับรองคุณภาพโดยค่าย Avalanche Software. 33.No More Heroes 3 ( Nintendo : Switch ) วันวางจำหน่าย : 2021 อีกหนึ่งเกมต่อสู้สุดมันส์อย่าง No More Heroes 3 ที่ผู้เล่นต้องรับบทเป็นตัวละครสุดเก๋าอย่าง Travis Touchdown ซึ่งจริงๆ แล้วเกมนี้ถูกกำหนดให้วางจำหน่ายในปี 2020 แต่เพราะปัญหาของโควิด-19 ทำให้ตัวเกมนั้นถูกเลื่อนมาวางจำหน่ายอีกครั้งในปี 2021 34.Open Roads ( Consoles , PC )     วันวางจำหน่าย : 2021 อีกหนึ่งเกมการผจญภัยครั้งใหม่ของค่าย Fullbright ผู้สร้างเกม Gone Home / Tacoma ซึ่งตัวเกมนั้นจะเล่าถึงคู่แม่ลูกที่เดินทางไปบนท้องถนนเพื่อค้นหาความลับที่ถูกซ่อนไว้ในสถานที่ๆ เก็บซ่อนเรื่องราวไว้มากมาย และแน่นอนว่าเกมนี้มีภาพและเพลงที่เป็นเอกลักษณ์ชนิดที่ว่าจะทำให้พวกเราติดเกมนี้กันได้เลย! 35.Psychonauts 2 ( Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 เกมพล็อตแนวเด็กพลังจิตที่ภาคแรกถูกวางจำหน่ายเมื่อ 16 ปีที่แล้ว โดยทีมพัฒนา Double Fine นั้นได้ถูกทาง Microsoft ซื้อไปในช่วงที่พัฒนาเกมนี้ได้ครึ่งหนึ่งแล้ว จึงทำให้ทีมงานได้รับงบประมาณมากขึ้นและการอนุญาตให้ทีมงานนำฟีเจอร์ต่างๆ ที่เคยถูกตัดออกมากลับมาอีกครั้ง บอกเลยว่าต้องออกมาน่าสนใจแน่นอน! 36.Resident Evil Village ( PS5, Xbox Series X | S, PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 สำหรับ Resident Evil Village หรือ RE8 ยังคงพาผู้เล่นได้พบกับเรื่องราวของ Ethan และ Mia ด้วยมุมมองที่ยังคงสร้างเสียงที่แตกกันเป็นสองฝ่ายอย่างมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งตัวเกมจะมีศัตรูรูปแบบใหม่มาให้ผู้เล่นต้องขวัญผวาอีกมากมาย เช่น มนุษย์หมาป่า และจะมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้นสยองขึ้นแน่นอน! 37.Shadow Warrior 3 ( PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 อีกหนึ่งเกมแนวเดินหน้ายิงประเภทเดียวกับ DOOM ที่ครั้งนี้ผู้เล่นยังคงรับบทเป็น Lo Wang เช่นเดิม แต่รอบนี้ต้องมาทำภารกิจที่เขาเป็นคนเริ่มมันเอง เพราะดันไปเผลอปล่อยมังกรหลุดออกมาจากคุกชั่วนิรันด์แบบไม่ได้ตั้งใจ และขอรับประกันว่าเกมนี้มีเกมเพลย์ที่บู๊ยับมันส์เลือดสาดแน่นอน! 38.Shin Megami Tensei V. ( Nintendo : Switch ) วันวางจำหน่าย : 2021 Shin Megami Tensei V เป็นเกมแนว RPG ภาคต่อของซีรี่ส์เกม Shin Megami Tensei IV ในปี 2016 ซึ่งตัวเกมนั้นได้รับการพัฒนาโดยค่าย Atlus ทีมพัฒนาเกมดังอย่าง Persona 5 และมันจะถูกนำมาวางจำหน่ายในเวลาไล่เลี่ยกับ Shin Megami Tensei III: Nocturne เวอร์ชั่นรีมาสเตอร์ที่จะวางจำหน่ายบนเครื่อง Switch และ PS4 อีกด้วย. 39.S.T.A.L.K.E.R. 2 ( Xbox Series X | S / PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 ในที่สุดเกมตำนาน FPS สุดคลาสสิกอย่าง S.T.A.L.K.E.R ก็มีภาคต่อสำเร็จเสียทีหลังจากที่ข่าวว่าโครงการนี้ถูกยกเลิกไปแล้วและห่างหายไปนานกว่า 10 ปี! โดยทางทีมงาน GSC Game World อวยไว้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมโลกเปิดที่ใหญ่ที่สุดเท่าทีเกมปัจจุบันนี้จะทำได้ และนี่คือเกมแนวเอาชีวิตรอด แนวสยองขวัญที่ลงตัวที่สุดเกมหนึ่งเลย! 40.Vampire: The Masquerade – Bloodlines 2 ( PS5 / Xbox Series X | S / PS4 / Xbox One / PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 อีกหนึ่งเกมแนวอิทธิพลมืดโลกแวมไพร์ที่ใครหลายๆ คนกำลังรอคอย ซึ่งเป็นเกมภาคต่อจากปี 2004 ซึ่งพัฒนาโดย Hardsuit Labs, Inc. ซึ่งตัวเกมนั้นก็ถูกเลื่อนวันวางจำหน่ายมาจนถึงปี 2021 โดยตัวเกมนั้นจะมีฝักฝ่ายให้เราได้เลือก มีสกิลมากมายให้เล่น และที่สำคัญนี่จะเป็นหนึ่งในเกมที่ทะเยอทะยานที่สุดในปี 2021 ! 41.Warharmmer 40,000: Darktide ( Xbox Series X | S / PC ) วันวางจำหน่าย : 2021 สำหรับเกม Warharmmer 40,000: Darktide ก็ยังคงได้รับการพัฒนาจากทีมงานชุดเดิมอย่าง Fatshark ที่เดินทางมาถึงจุดนี้ได้ก็ไกลมากๆ โดยในภาคนี้ตัวเกมจะมีความดุ เถื่อน ดิบมากขึ้น โดยตัวเกมจะสามารถเล่นโหมด Co-op ได้กับเพื่อนๆ สูงสุดมากถึงสี่คน! 42.Rainbow Six Quarantine ( PS4, Xbox One, PC )   วันวางจำหน่าย : ยังไม่แน่นอนเพราะอาจจะเลื่อนไปวางจำหน่ายในปี 2022 Rainbow Six Quarantine จะยังคงเป็นเกมแนว Tactic - FPS เช่นเดิมแต่จะเสริมความดาร์กเข้าไปด้วย เพราะเราจะได้ร่วมมือกับผู้เล่นสามคนในการเผชิญหน้ากับปรสิตตัวร้ายสุดน่ากลัว ซึ่งตามข้อมูลที่ทาง Ubisoft ประกาศนั้นตัวเกมอาจจะถูกวางจำหน่ายระหว่างเดือนเมษายา 2021 ไปจนถึงมีนาคม 2022 ! Credit : IGN 
05 Jan 2021
จากทะเลทรายสีนิลสู่แอคชั่น RPG สีเลือด: สัมภาษณ์ทีมพัฒนาเกม Crimson Desert
สำหรับแฟนๆ ของเกมแนว MMORPG ฝั่งเกาหลี เชื่อว่าน้อยคนที่จะไม่รู้จักกับเกม Black Desert Online ของผู้พัฒนา Pearl Abyss ที่เปิดให้บริการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปีในหลากหลายประเทศทั่วโลก ที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมเพลย์แนวแอคชั่นอันดุเดือดที่ผสมผสานเข้ากับคุณภาพกราฟิกอันสมจริงอันเป็นลายเซ็นของเกม MMO เกาหลีไปแล้วในช่วงไม่กี่ปีให้หลังมานี้ ล่าสุด ในงานประกาศรางวัลเกม The Game Awards 2020 ที่ผ่านมา ทางค่าย Pearl Abyss ก็จัดเซอร์ไพรส์ที่ไม่มีใครคาดคิดด้วยการเปิดตัวเกม Crimson Desert เป็นครั้งแรกภายในงาน โดยแทนที่จะเป็นเกม MMORPG ออนไลน์เหมือนกับรุ่นพี่จากค่ายเดียวกัน เกม Crimson Desert กลับได้รับการแนะนำในฐานะเกมแอคชั่น RPG โลกเปิดเกมแรกของค่ายที่จะวางจำหน่ายให้กับทั้งผู้เล่น PC และคอนโซลในช่วงสิ้นปี 2021 นี้ ถือเป็นเกม PC/คอนโซลฟอร์มใหญ่เกมแรกในรอบหลายปีที่พัฒนาโดยค่ายสัญชาติเกาหลีเลยทีเดียว (ถ้าไม่นับ BDO ที่พอร์ตมาอ่านะ) ทางทีมงาน GameFever ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้พัฒนาจาก Pearl Abyss เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกม รวมไปถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดเบื้องหลังการเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่ของค่ายครั้งนี้ จึงอยากจะนำบทสนทนาดังกล่าวมาให้เพื่อนๆ ที่รอติดตามเกมได้อ่านกัน จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดู! ผู้ให้สัมภาษณ์ : คุณ Hyo Seok Chae หัวหน้าฝ่ายออกแบบการต่อสู้ (Lead Combat Designer) คุณ Hwan Kyoung Jung ผู้อำนวยการผลิต (Co-producer) คุณ Seong Woo Lee ผู้อำนวยการผลิต (Co-producer)  รู้สึกอย่างไรกับการที่ได้เปิดตัววิดีโอตัวอย่างเกม Crimson Desert เป็นครั้งแรกภายในงาน 'THE GAME 2020' ที่ผ่านมา? Seong Woo Lee : จริงๆ แล้วตอนแรกผมรู้สึกตื่นเต้นและประหม่ามากๆ แต่พอได้แสดงผลงานที่พวกเราสร้างขึ้นมาให้ทุกท่านรับชม ผมรู้สึกประทับใจขึ้นมาทันที และเมื่อเห็นโลโก้ของเกม Crimson Desert ขึ้นมาตอนท้ายของวิดีโอตัวอย่าง ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเลยครับ   Hwan Kyoung Jung: พวกเราได้เปิดตัววิดีโอแนะนำเกม Crimson Desert เป็นครั้งแรกในงาน G-Star ที่จัดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว หลังจากนั้นเราก็ได้มีระยะเวลาในการพัฒนาเกมของเราเพิ่มเติมเป็นเวลา 1 ปี ผมดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัววิดีโออย่างเป็นทางการผ่านทางงาน 'TGA' ในครั้งนี้ครับ ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ผมก็อยากจะแนะนำข้อมูลและแผนการต่างๆ รวมถึงวิดีโอเพิ่มเติมที่เราได้จัดเตรียมไว้ให้ทุกท่านได้สัมผัสครับ   Hyo Seok Chae: ตอนที่ได้เปิดตัววิดีโอเทรลเลอร์ ผมเห็นหลายๆ ท่านตื่นเต้นในผลงานของเรา และหลังจากที่ได้เปิดตัวไปนั้น ผลงานของเราก็ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก รวงทั้งได้รับกระแสตอบรับที่ดี พวกเราจึงรู้สึกประทับใจอย่างมากครับ แต่ผมรู้สึกเสียดายตรงที่ว่าเนื้อหาในวิดีโอที่ได้เปิดตัวให้ทุกท่านรับชมนั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเกม แต่ก็หวังว่าทุกท่านจะได้สัมผัสและเพลิดเพลินไปกับโลกทัศน์ในวิดีโอเทรลเลอร์ของเรานะครับ   ทำไมจึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวเกมเป็นแนวแอคชั่นผจญภัยแบบ open world ในเมื่อเคยได้ประกาศไปว่าเกม Crimson Desert นั้นเป็นเกมแนว MMORPG? Hwan Kyoung Jung:  จริงๆ แล้ว พวกเราได้พิจารณารูปแบบเกมว่าจะสร้างขึ้นมาในรูปแบบไหนให้แตกต่างจากแนว MMORPG ทั่วไป เพราะเราอยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับเรื่องราวที่หนักแน่น พร้อมท่วงท่าแนวแอคชั่นที่สมบูรณ์แบบ รวมไปถึงการเล่นเกมร่วมกับผู้เล่นอื่นในหลากหลายช่องทางด้วย  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเกมนี้จะลงเอยในรูปแบบผู้เล่นคนเดียว (singleplayer) เพราะผู้เล่นจะได้สัมผัสกับเนื้อหาแบบ Open World พร้อมกับเนื้อหาต่างๆ ที่สามารถเลือกได้ว่าจะร่วมมือกับผู้เล่นอื่นหรือไม่ ซึ่งเอาเข้าจริงเกม Crimson Desert ก็เหมือนเกมออนไลน์นั่นอยู่แหละครับ   จุดสำคัญระหว่างการพัฒนาเกม Crimson Desert คืออะไร? Hwan Kyoung Jung: พูดยากนะ เพราะเราพยายามอย่างมากที่จะเก็บรายละเอียดเล็กน้อยทั้งหมดให้มากที่สุดที่จะทำได้ ซึ่งจุดเด่นของเกมของค่าย Pearl Abyss คือแอคชั่นอยู่แล้ว แต่พวกเราก็มีจุดมุ่งหมายที่ใส่เนื้อหาหลายๆ รูปแบบลงไปในเกมอย่างหนาแน่นเท่าๆ กัน ตั้งแต่เนื้อหาการผจญภัย จนถึงการต่อสู้และเนื้อเรื่องด้วย   เป้าหมายของเกม Crimson Desert ซึ่งเป็น IP ถัดไปจาก Black Desert คืออะไร? Hwan Kyoung Jung: แน่นอนว่าในเบื้องต้นผมอยากให้มีกระแสตอบรับที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราตั้งชื่อเกมให้สอดคล้องกันด้วยคำว่า 'Desert' (ทะเลทราย) เพื่อสร้างความต่อเนื่องด้วย และแน่นอนว่าพวกเราคาดหวังกับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่นทั่วโลก ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเกมที่เราได้พัฒนาขึ้นมาครับ   จากตัวอย่างที่เปิดเผยมา เห็นว่าภายในเกม Crimson Desert มีทั้งการต่อสู้ในรูปแบบของมวยปล้ำและเทควันโดด้วย? Hyo Seok Chae: เกมเมอร์หลายๆ คนคงเคยเล่นเกมมวยปล้ำมาไม่มากก็น้อยอ่ะนะ พวกเราได้รับไอเดียต่างๆ จากเกมเหล่านั้น และได้นำมาดัดแปลงให้เข้ากับเกมของเรา ภายในเกม Crimson Desert จะมีการต่อสู้โดยใช้อาวุธ รวมไปถึงการต่อสู้แบบ Tag and Play ซึ่งเราได้นำมาพัฒนาแล้วใส่ลงไปในส่วนของการต่อสู้ร่วมกับเหล่าทหารรับจ้างด้วย  เราได้พัฒนาส่วนนี้เนื่องจากเราต้องร่วมมือกับทหารรับจ้างภายในเกม ซึ่งการใช้ลูกเตะที่เอาแนวคิดมาจากกีฬาเทควันโดและการใช้เทคนิดมวยปล้ำนั้น พวกเราได้เชิญนักกีฬาเทควันโดทีมชาติเกาหลีใต้และนักมวยปล้ำมาเพื่อที่จะถ่ายทอดกริยาท่าทางออกมาให้สมจริงที่สุด ทุกท่านจึงสามารถเห็นภาพของทหารรับจ้างที่ใช้เทคนิดการต่อสู้ โดยใช้ทักษะหักตัว ทักษะในการจับทุ่ม และทักษะอื่นๆ อีกมากมายภายในวิดีโอตัวอย่างเกม Seong Woo Lee: อีกอย่าง ภาพการต่อสู้ในรูปแบบมวยปล้ำและเทควันโดนั้นอาจไม่สามารถพบเห็นได้บ่อยนักในเกมอื่นๆ ที่เป็นแนวเดียวกัน ผมจึงคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นลักษณะพิเศษของเกม Crimson Desert ด้วยครับ   การผสมผสานการเล่นแบบผู้เล่นคนเดียวและแบบออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนนั้น จะออกมาในรูปแบบใด? Seong Woo Lee: การออกผจญภัยของตัวเอก Macduff จะเป็นการเล่นแบบผู้เล่นคนเดียว ซึ่งแน่นอนว่าในนั้นจะมีการรับความช่วยเหลือจากผู้เล่นอื่นได้ แต่ถ้าจะให้สรุปออกมาเป็นภาพโดยรวมแล้ว เกม Crimson Desert จะเป็นการเล่นแบบผู้เล่นเดียวนั่นเองครับ และเมื่อไรที่การผจญภัยของแม๊กซ์ดอร์ฟสิ้นสุดลง ก็จะสามารถเล่นในรูปแบบออนไลน์ได้ทันที แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องเล่นแบบผู้เล่นคนเดียวก่อนถึงจะเล่นแบบออนไลน์ได้ หากท่านสามารถเล่นแบบเก็บรายละเอียดได้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วก็ จะสามารถเล่นเกมได้ทั้งสองรูปแบบโดยสลับกันไปมาครับ ในส่วนของการเล่นแบบออนไลน์นั้น ท่านสามารถสร้างเรื่องราวของตนเองภายในเกม และสามารถสร้างความสัมพันธ์หรือมีการต่อสู้ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยครับ  จะมีการแชร์เลเวล ไอเทม และทักษะทั้งหมดของการเล่นแบบผู้เล่นคนเดียวให้เป็นอันเดียวกันกับแบบออนไลน์ครับ  เห็นว่าในวิดีโอเทรลเลอร์นั้น มีเนื้อหาเกี่ยวกับการแก้ปริศนาชนิดต่างๆ และมีรูนด้วย Seong Woo Lee: รูนจะเป็นสัญลักษณ์ของอักษรภาพโบราณและตำนานโบราณ ระหว่างการเล่นเกมจะได้รับไอเทมตำนาน ซึ่งนี่ถือว่าเป็นจุดสำคัญภายในเกม และต้องเดินทางท่องโลกเพื่อผจญภัย รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาโบราณต่างๆ เพื่อที่จะได้รับความรู้โบราณมาครอบครอง และยังมีความสามารถในการใช้สายฟ้าที่ได้รับมา เพื่อเป็นไอเทมในการต่อสู้ด้วย  Hwan Kyoung Jung: สำหรับพวกเรานั้น ในเกมแนว Open World จะต้องไม่มีเพียงแค่การต่อสู้และการไล่ล่าเท่านั้น เราจึงได้เตรียมเนื้อการสำรวจและเนื้อหาอื่นๆ อีกมากมายที่สามารถพัฒนาตัวละครได้ด้วยครับ  ในวิดีโอเทรลเลอร์นั้น มีฉากหนึ่งที่ตัวละครสามารถเคลื่อนย้ายไปยังอีกมิติหนึ่ง เนื้อหานี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร? Seong Woo Lee: นั่นคือ ‘ดันเจี้ยนเวลา‘ เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาภายในเกมครับ ตัวละครจะสามารถแก้ไขปัญหาโบราณต่างๆ ได้ในดันเจี้ยนเวลา และเมื่อไหร่ที่แก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ ก็จะได้รับความสามารถและไอเทมใหม่เป็นรางวัล Hwan Kyoung Jung: ก็เหมือนกับเรื่องราวโบราณใน Black Desert นั่นเองครับ รวมๆ ก็คือเกม Crimson Desert จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับเทวตำนานและศาสนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วย หากมีการเปิดตัวเกมในแพลตฟอร์มคอนโซล จะเป็นการให้บริการสำหรับเอนจินรุ่นถัดไป (next-generation game engine) หรือเปล่า? และสามารถใช้บริการในเอนจินเวอร์ชั่นปัจจุบันได้หรือไม่? Hwan Kyoung Jung: พวกเรากำลังเตรียมพัฒนาให้สามารถให้บริการในเอนจินรุ่นถัดไปได้ครับ เพราะเป้าหมายของพวกเราคือการที่ทำให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสเกมของเราได้ในทุกแพลตฟอร์มครับ  เอนจินซอฟต์แวร์รูปแบบใหม่ที่ถูกใช้ในการพัฒนาเกม Crimson Desert นั้น ได้ถูกใช้ในการพัฒนาอย่างไร และมีจุดโดดเด่นกว่าอย่างไร? Hwan Kyoung Jung: การเพิ่มประสิทธิภาพภายในเกมนั้นไม่ได้มีส่วนให้พวกเราต้องกังวลมากเท่าไหร่ครับ ข้อดีของเอนจินซอฟต์แวร์ที่พวกเราใช้ก็คือการตอบสนองที่รวดเร็วครับ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นในด้านการแสดงและการใช้เทคนิคที่ต้องการไปด้วย ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราต้องการในรูปแบบไหน ก็จะสามารถใช้งานตามที่ต้องการได้ทันที จึงสามารถสร้างลีลาการต่อสู้ที่ว่องไวกว่าเกมอื่นครับ   คิดอย่างไรกับการที่ค่าเฟรมเรทต่ำลงในขณะที่เปิดตัววีดีโอเทรลเลอร์ให้ทุกท่านรับชม? Hwan Kyoung Jung: ทีมงานของเราไม่ได้กังวลในส่วนที่ค่าเฟรมเรทต่ำลงหรอกครับ เพราะพวกเรามีเทคนิคพิเศษที่ได้สะสมมาเป็นเวลานาน เราจึงมั่นใจว่าจะสามารถแก้ไขส่วนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ทันเวลาที่จะวางจำหน่ายเกมอย่างเป็นทางการแน่นอน คุณภาพที่ให้ทุกท่านสัมผัสล่วงหน้านั้น จะมีโอกาสที่จะพัฒนาขึ้นอีกหรือเปล่า? Hwan Kyoung Jung: ในบรรดาเกมของบริษัท Pearl Abyss ไม่เคยมีเกมไหนที่คุณภาพเกมในวิดีโอเทรลเลอร์ และในเกมจริงๆ แตกต่างกันอยู่แล้วครับ Seong Woo Lee: จริงๆความสมดุลต่างๆ นั้นถ่ายทอดออกมาอย่างเหมาะสมแล้ว ถ้าจะต้องปรับเพิ่มเข้ามาจริงๆ คงจะเป็นส่วนของคุณภาพเกมมากกว่าครับ  เหลือเวลาอีกเกือบ 1 ปีก่อนที่เกมจะวางจำหน่าย ยังมีส่วนที่ต้องพัฒนาอีกหรือเปล่า? Hwan Kyoung Jung: อย่างที่ผมได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ พวกเรามีจุดมุ่งหมายในการเติมเนื้อหาลงไปในภายในเกมอย่างอัดแน่นและเปี่ยมไปด้วยความบันเทิง เพื่อให้ทุกท่านสัมผัสกับการผจญภัยที่น่าตื่นตาตื่นใจภายในเกมครับ   Hyo Seok Chae: เราได้รับข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการรู้สึกมึนหัวเมื่อได้รับชมวิดีโอเทรลเลอร์ พวกเราจึงกำลังจดจ่อในส่วนนี้เพื่อแก้ไขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น บริษัท Pearl Abyss มีแนวทางการพัฒนาด้านแอคชั่นของตนเอง พวกเราจึงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสและพึงพอใจในส่วนนี้ ยกตัวอย่างเช่น เรากำลังพัฒนากริยาท่าทางและลีลาในการต่อสู้ให้ออกมาดูสมจริงที่สุดครับ   Seong Woo Lee: จุดสำคัญของการเล่นเกมคือ ‘ความบันเทิง‘ นั่นเองครับ การหาปัจจัยสำคัญที่สามารถสร้างเนื้อหาที่มีความบันเทิงไปด้วยนั้น เป็นเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้นั่นเองครับ Crimson Desert จะวางจำหน่ายในช่วงสิ้นปี 2021 นี้สำหรับ PS4, Xbox One, PC รวมไปถึง PS5, Xbox Series X/S ด้วย
04 Jan 2021
พี่โล้นมาแล้ว !! Free Fire ประกาศร่วมงานกับการ์ตูน One Punch Man เตรียมไฝว้ในหมัดเดียว
ไซตามะกำลังจะผงาดในเกมโดดร่มแล้ว !! เพราะล่าสุดตัวเกม Garena Free Fire นั้นได้ประกาศร่วมมือกับทางการ์ตูนจาก Shonen Jump ชื่อดังอย่าง One Punch Man โดยจะทำเหล่าฮีโร่ต่างๆ ภายในการ์ตูนเรื่องนี้เข้ามาสู่จักรวาลเกม ซึ่งทางคุณ Harold Teo โปรดิวเซอร์ของเกม Free Fire เองก็ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการร่วมมือครั้งนี้ไว้ว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่นำหนึ่งในฮีโร่ที่น่าจดจำที่สุดของญี่ปุ่นมาสู่จักรวาล Free Fire  เรามีความพยายามที่จะสร้างนวนิยายและคอนเทนต์ภายในเกมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์จากทั่วโลก และเชื่อว่าการจับมือกับ One-Punch Man ครั้งนี้จะทำให้คอมมูนิตี้ของเหล่าผู้เล่น Free Fire ทั่วโลกได้ต่อสู้กันอย่างมีสไตล์มากยิ่งขึ้น” โดยสิ่งที่ยืนยันจากผู้พัฒนาสำหรับคอนเทนต์นี้ก็คือการใส่ชุดของการ์ตูน One Punch Man เอาไว้ในเกมยืนยันตอนนี้คือ ไซตามะ และ เจนอส บวกกับไอเทมภายในเกมและของสะสมมากมาย และที่พิเศษคือตัวเกมจะให้เราได้ใช้พลังพิเศษแบบไซตามะในการต่อยหมัดเดียวตายอีกด้วย ซึ่งผู้พัฒนาน่าจะเผยเงื่อนไขการใช้ในเร็วๆ นี้  ซึ่งทุกท่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโปรเจกต์ Free Fire X One Punch Man ได้ที่นี่ Facebook: Garena Free Fire YouTube: Free Fire Official ดาวน์โหลดเกม Garena Free Fire - https://bit.ly/3fR1V6C #FreeFirexOnePunchMan #จัดไปฮีโร่
25 Dec 2020
จากสนามสู่ eSport ความเปลี่ยนแปลงของวงการกีฬาในช่วง COVID19
ปี 2020 นับเป็นปีที่หนักหนาสำหรับโลกใบนี้ โดยเฉพาะวิกฤต COVID19 ที่ระบาดซะจนเดือดร้อนกันไปทั่ว กิจกรรมทุกรูปแบบในทุกวงการต้องหยุดชะงักโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้วิถีชีวิตหลายๆ อย่างของมนุษย์โลกเปลี่ยนไป แม้แต่งานเกมใหญ่ๆ ก็ยังเลื่อนหรือแคนเซิลการจัดงานไปด้วย ถ้าพูดถึงการแข่งขันกีฬาเอง คงยากที่จะจัดแข่งเช่นกัน เพราะนักกีฬารวมถึงทีมงานที่ต้องทำงานใกล้ชิดกัน และคนดูที่เข้ามานั่งติดกันจนเต็มสนาม ถ้ามีใครสักคนเป็นโรคนะ รับรองว่าติดกันอย่างทั่วถึงแน่นอน เป็นอันว่าก็ต้องยกเลิกไปเหมือนกับงานอีเว้นท์ต่างๆ แต่ยังโชคดีนะ ที่มีกีฬาน้องใหม่ผู้กำลังพยายามพัฒนาตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในวงการอย่าง eSport อยู่ และเจ้าเกมที่พยายามจะเป็นกีฬา ซึ่งคนทั่วไปมองว่าไร้สาระนี่แหละ กำลังจะได้เป็นฮีโร่ในสถานการณ์นี้!   =================================================   Formula One รายการแข่งขันรถรายการใหญ่ ที่ทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูกันมาบ้าง Formula One ได้ประกาศปรับการแข่งความเร็วในสนามแบบเดิม มาเป็นซีรี่ย์การแข่งขันจำลอง ในชื่อ "Virtual Grand Prix Series" โดยใช้เกม F1 ที่เป็นเกมลิขสิทธิ์แท้และสร้างมาจากรายการแข่งนี้เองเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดแข่ง โดยให้นักแข่งทำการแข่งขันแบบออนไลน์รวมทั้งมีเกมเมอร์และนักแข่งอีสปอร์ตมาเป็นแขกรับเชิญเพื่อสร้างสีสันอีกด้วย ทางด้านผู้ชมเองก็สามารถสนุกไปพร้อมกันจากที่บ้านได้เช่นกัน สุดท้ายแฟน F1 ก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าดังเช่นในสถานการณ์ปกติเลย   NASCAR และ Supercars Championship ทั้งนี้ Formula One ไม่ใช่เกมเดียวที่ออกไอเดียการแข่งรูปแบบใหม่นี้ แต่การแข่งขันรถในรายการ NASCAR กับ Supercars Championship เองก็ได้จัดแข่งออนไลน์เช่นกัน โดยนำเทคโนโลยีจำลองการขับรถที่ใกล้เคียงกับการขับในสนามมาใช้ฝึกฝนและแข่งขันกันแบบจริงจัง ซึ่งมันปลอดภัยกว่าการขับในสนามจริงเสียอีก แม้อรรถรสจะไม่เต็มเท่ารถจริงก็ตาม แต่เอาเป็นว่าในภาวะที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้าน นี่นับเป็นทางออกที่ดีทั้งสำหรับตัวนักแข่งเองและทีมงานผู้จัดด้วย   NBA นอกจากวงการแข่งรถแล้ว วงการบาสเกตบอลก็เอากับเขาด้วย เมื่อการแข่งขันต้องหยุดชะงักจากการระบาดของไวรัส COVID19 ทาง Phornix Suns ได้ออกมาประกาศผ่าน Twitter ว่า "เราจะทำการแข่งขันต่อไป ผ่านเกม NBA2K" ซึ่งทางทีมงานได้ถ่ายทอดการแข่งขันให้ชมผ่าน Twitch ด้วยนะ   FIFA ฝั่งฟุตบอลก็ไม่น้อยหน้า ถ้าแข่งไม่ได้ก็จัดทัวร์นาเม้นท์การกุศลซะเลย ซึ่ง FIFA นอกจากจะเป็นรายการแข่งขันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกแล้ว ยังเป็นเกมกีฬาเบอร์ต้นๆ ของโลกอีกด้วย และเพื่อแฟนบอลที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน สโมสรอังกฤษและทีมสโมสรจากทั่วโลกรวม 128 ทีมจึงมาร่วม join ฝีแข้งกันแบบออนไลน์ เพื่อระดมทุนช่วยเหลือองค์การอนามัยโลกหรือ WHO นั่นเองจ้า   =================================================   เนื่องด้วยการจัดแข่งสไตล์นี้มีค่อนข้างมาในช่วงที่ผ่านมา จึงถูกเรียกการแข่งขันกีฬาแบบนี้ว่า Virtual Event หรือการแข่งขันจำลอง แน่นอนว่า FIFA ก็ไม่ได้ฟาดแข้งจริงๆ หรือ NBA ให้วิ่งในบ้านแบบในสนามแข่งก็คงไม่ได้ แต่ถ้าเป็นรายการขับรถเนี่ยยังพอมีความเป็นไปได้อยู่นะ DRIVING FORCE RACING WHEEL คืออุปกรณ์ที่ถูกนำมาใช้สำหรับการแข่งขันรถจำลอง เพราะเราจะได้ทั้งพวงมาลัย เกียร์ ไปจนถึงคันเร่งมาให้เหยียบกันแบบสมจริง ซึ่ง Clint Bowyer นักแข่งจากรายการ NASCAR ได้เผยว่าอุปกรณ์ที่เขาใช้นั้น ทั้งเรื่องส่วนประกอบ กำลังที่ใช้ ไปจนถึงการเคลื่อนไหวมันเหมือนกับรถจริงเลย แถมคอมโบกับมุมกล้องภายในเกม iRacing ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ โดยรวมแล้วเรียกว่า PERFECT ได้เลย แต่สำหรับเกมเมอร์ทั่วไปอย่างเรา แค่มี VR ก็นับว่าได้เล่นเกมอย่างสมจริงมากขึ้นแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าพอวงการแข่งกีฬาเริ่มเข้ามาจับเกมบ้างทำให้เทคโนโลยีที่ปกติเราคงไม่ซื้อ กลับมีบทบาทโดดเด่นขึ้นมาทันตา ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจได้เห็น Gadget ที่เหนือชั้นกว่านี้ถูกพัฒนาออกมาให้เราใช้ก็ได้นะ~   =================================================   ผู้ชมที่ต้องล็อกดาวน์ไม่สามารถไปนั่งติดขอบสนามได้อย่างเคย สามารถสนุกไปกับการแข่งขันจำลองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้เช่นกัน โดย Twitch เป็นหนึ่งในช่องทางที่กลับมาผงาดอีกครั้งท่ามกลางวิกฤตของปี 2020 ได้อย่างสวยงามเลยล่ะ นอกจากนี้สถานีโทรทัศน์เองก็ได้ปรับจากการเอากล้องไปตามถ่ายถึงสนาม มาเป็นการดึงข้อมูลทางออนไลน์เพื่อใช้ในการถ่ายทอดสดการแข่งขันแทน นับว่าช่วยให้ช่องกีฬาผ่านพ้นวิกฤตไปพร้อมกันด้วย เมื่อทุกคนอยู่บ้าน การตอบรับที่มีต่อ Streaming Platform ได้ทะลุสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์ นอกจากความบันเทิงแล้ว ยังเป็นการสร้าง Community ของแฟนกีฬาให้เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่เห็นได้ชัดเลยคือการแข่งขันของ FIFA ที่สามารถระดมทุนได้สูงถึง 28,000 ปอนด์ หรือกว่าล้านบาท นับเป็นเรื่องเล็กๆ ที่สวยงามสำหรับวงการ Streaming รวมไปถึงในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ด้วย   =================================================   ผลต่อทิศทางและการเติบโตของวงการ eSport เป็นอย่างไรบ้าง?   การเติบโตของธุรกิจเกมพูดได้ว่าค่อนข้างสวนทางกับหลายๆ ธุรกิจที่ต้องเผชิญกับปัญหา COVID19 โดย Newzoo ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยการตลาด้านเกมโดยเฉพาะได้ออกมาเปิดเผยว่า "ตลาดเกมทั่วโลก คาดว่าจะมีอัตราเติบโตสูงถึง 159,000 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ ในปี 2020"   สำหรับรายได้ เฉพาะในส่วนของ eSport ก็มีการเติบโตขึ้นมาเป็นลำดับตั้งแต่ปี 2008 และด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ COVID19 ปีนี้วงการอีสปอร์ตมีรายได้แตะถึงหลักพันล้านดอลล่าห์ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตจนทำรายได้สูงถึง 1,598 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ ภายในปี 2023 นี้เลยทีเดียว นับเป็นตัวเลขที่สูงเกินคาดเลย ยิ่งผนวกกับภาคการกีฬาที่เข้ามาให้ความสำคัญกับเกมและอีสปอร์ตมากขึ้นด้วย ทำให้ธุรกิจเกมสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่เข้ามาเสริมทัพได้มากขึ้น แถมความนิยมของการชมการแข่งขัน eSport ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้บริษัทกีฬาและนักลงทุนรายใหญ่ทั้งหลาย พิจารณาให้ eSports เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของพวกเขา แสดงให้เห็นว่านับจากนี้บทบาทของเกมจะเข้าถึงสังคมทั่วไปได้มากขึ้น จากปัจจัยทั้งหมดนี้ เป็นไปได้ว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า eSport อาจกลายเป็นกระแสหลักของสังคมก็เป็นได้ การพัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR เองก็คงมีบทเรียนและเห็นช่องทางต่อยอดเพิ่มเติมจากวิกฤตที่ผ่านมา ซึ่งเราคงจะได้เห็นความล้ำของนวัตกรรมเหล่านี้ที่น่าจะเปิดตัวในอนาคตอันใกล้ เพื่อตอบรับการสร้างประสบการณ์ในการเล่นและรับชมการแข่งขันที่ถึงรสถึงใจออกมาให้เราชื่นชมกันก็เป็นได้ [caption id="attachment_75318" align="aligncenter" width="999"] Boy And Girl Playing Video Games Together Vector. Illustration[/caption]   สุดท้าย วิกฤตก็ได้สอนให้เรารู้จักมีความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหา บางสิ่งที่เราเคยมองว่าไร้สาระอาจกลายเป็นอาวุธขั้นสุดยอดที่ทำให้เราผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายไปได้ก็ได้นะใครจะไปรู้   =================================================   ขอบคุณข้อมูลจาก https://esportsinsider.com/2020/03/sports-esports-content-covid-19/ https://www.gamingtechlaw.com/2020/05/esports-sport-recognized.html https://www.immersiv.io/blog/sports-industry-esports-covid-19/ https://web.tcdc.or.th/media/publication_lang_file/229/TREND-2021-28-10-63-double-page.pdf
23 Dec 2020
10 เกมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสร้างสิ่งต่างๆ
ถ้าเกิดเราอยากลองสร้างสิ่งต่างๆ เช่น บ้าน เมือง บุคคลิก ครอบครัว หรือสิ่งต่างๆ อีกมากมายถ้าการลงมือทำจริงๆ มันอาจจะยากและใช้งบสูงใช่ไหม? แล้วทำไมไม่ลองมาสร้างในเกมดูล่ะ ปัจจุบันมีเกมมากมายที่ผู้เล่นอย่างพวกเราสามารถสร้างสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระจะสร้างด้วยความคิดสร้างสรรค์หรือสร้างแบบฉบับในฝันได้ทุกอย่าง ดังนั้นในวันนี้พวกเรา GameFeverTH ขอพาทุกคนมารู้จักกับ 10 เกมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสร้าง ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.Minecraft เกม Sanbox ที่บางคนอาจมองว่าเป็นเกมของเด็ก แต่จริงๆ แล้วเกมนี้สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยขอแค่มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะถ้าชอบสร้างบ้าน ชอบสร้างสิ่งต่างๆ เราสามารถที่จะเนรมิตมันขึ้นมาในโลกบล็อกสี่เหลี่ยมแห่งนี้ได้โดยถ้าสร้างเก่งๆ อาจจะกลายเป็นสร้างเมืองใหญ่ไปเลย นอกจากนี้ยังมีโหมดอื่นๆ ที่ผู้เล่นจะต้องสร้างตั้งแต่เตียง อาวุธระดับต่างๆ ชุดเกราะ และถ้าใครที่สร้างแล้วอยากอวดคนอื่นสามารถนำมันไปปล่อยให้ผู้เล่นคนอื่นโหลดเข้ามาดูผลงานได้อีกด้วย! 2.House Flipper อีกหนึ่งเกมที่ระบบการเล่นสุดยอดมากๆ เพราะผู้เล่นจะต้องปรับปรุง ทุบทำลาย และเสริมส่วนต่างๆ ของบ้านโดยมีแนวคิดว่าจะต้องนำบ้านเก่าๆ ทรุดโทรมแปลงโฉมให้กลายเป็นบ้านหลังใหม่ที่น่าอยู่เพื่อนำไปขายให้กับลูกค้า โดยผู้เล่นตัได้รับเครื่องมามากมายสารพัดประโยชน์เพื่อใช้ในการจัดการกับบ้าน ซึ่งบอกเลยว่าถ้าซื้อเกมนี้มาจะไม่รู้สึกเสียดายแน่นอนเพราะตัวเกมก็ยังมีการอัพเดทและทำ DLC ออกมาให้เราได้เห็นบ้านใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ อีกมากมาย.   3.Prison Architect สร้างบ้านสร้างเมืองมาเยอะแล้ว เรามาลองสร้างคุกในเกม Prison Architect กันบ้านโดยผู้เล่นจะได้สร้างคุกในมุมมองจากบนลงล่างด้วยเครื่องมือต่างๆ ซึ่งจะต้องทำทุกอย่างตั้งแต่อาคาร ศูนย์พยาบาล โรงอาหาร และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่มากมาย ซึ่งในระหว่างนี้ผู้เล่นจะต้องคอยบริหารเหล่านักโทษในคุกไปด้วย ซึ่งการสร้างนั้นจะอิสระมากๆ และยังมีความท้าทายให้ผู้เล่นต้องคอยเฝ้าดูเหล่านักโทษดังนั้นเกมนี้จึงควรค่าที่จะเล่นสำหรับคนที่ชอบสร้างและทำให้สถานที่ๆ สร้างนั้นมีบทบาทมากๆ   4.Cities: Skylines เกม Cities : Skylines นี้จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถสร้างบ้านสร้างเมืองได้แบบปลายเปิดนั่นหมายความว่าสามารถสร้างได้เรื่อยๆ ไม่มีจุดสิ้นสุด โดยผู้เล่นจะไม่ได้ทำเพียงแต่สร้างสิ่งปลูกสร้างอาคารอย่างเดียวเพราะต้องคอยบริการเส้นทางถนนทางจราจรซึ่งทั้งหมดจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกเกมที่สมจริงๆ มากๆ ที่จะช่วยให้เราเรียนรู้งานสร้างในเกมพร้อมกับการบริหารวางแผนไปในตัวด้วย.   5.Rimworld อีกหนึ่งเกมมุมมองจากบนลงล่าง ที่จะให้ผู้เล่นต้องคอยสร้างและบริการ Rimworld สถานที่ๆ ตั้งอยู่บนดาวเคราห์อันห่างใหญ่ ซึ่งผู้เล่นต้องสร้างอาณานิคมและขยายขอบเขตเพื่อความอยู่รอด แต่เกมนี้ไม่ได้โฟกัสที่งานสร้างอย่างเดียวเพราะผู้เล่นต้องคอยระวังอันตรายจากผู้บุกรุกอีกด้วยเรียกได้ว่าเป็นเกมแนวสร้างแต่ใส่ความระทึกความท้าทายมาให้เราอีกด้วย   6.Fallout 4 จะไม่ขอพูดถึงกระแสด้านลบของคำวิจารณ์ในบั๊กหรือพล็อตเรื่องสำหรับเกมที่เคยมีความทะเยอะทยานสูงอย่าง Fallout 4 แต่ขอให้เรามองไปที่ฟีเจอร์การสร้างของเกมนี้ที่น่าสนใจมากๆ เพราะผู้เล่นสามารถที่จะสร้างไอเทมสร้างสิ่งต่างๆ ในเกมด้วยการประดิษฐ์ที่ซับซ้อนแต่น่าสนใจได้หลายพักชิ้น! จะสร้างบ้านเดี่ยวตกแต่งภายใน หรือเล่นใหญ่สร้างอาณานิคมก็ยังได้ ถ้าขยันนะครับ555 แต่ลองคิดดูว่าถ้าเรามีใจรักในการสร้างและหาเกมที่มีภาพสวยงานด้วยเกมนี้แหละตอบโจทย์! 7.Subnautica เราพูดถึงงานสร้างบนภาคพื้นบนบกมาเยอะแล้ว ขอพามาดูเกมแนวเอาชีวิตรอดที่ผสมการสร้างสิ่งต่างๆ แต่จะเซ็ตฉากเน้นที่การพาผู้เล่นดำดิ่งไปยังส่วนลึกของโลกมหาสมุทรสุดมหัศจรรย์ นั่นคือเกม Subnautica ซึ่งนอกจากผู้เล่นจะได้เห็นโลกแห่งท้องน้ำ จะพบเจอสัตว์น้ำแปลๆ มากมาย และจะได้ผจญภัยแล้ว เรายังสามารถที่จะสร้างอาคารบ้านเรือนใต้น้ำได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถที่จะสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นอีกด้วย.   8.No Man's Sky เกมที่เคยเปิดตัวอย่างล้มเหลว แต่ทางผู้พัฒนาอย่าง Hello Games ก็นำข้อเสียต่างๆ มาปรับปรุงและพัฒนาจนกลับมากอบกู้เกมให้กับมาอย่างยิ่งใหญ่ได้ ซี่งเกมนี้จะเน้นให้ผู้เล่นออกสำรวจ ตามหาวัตถุดิบ ล่าสัตว์ต่างดาว เพื่อนำทรัพยากรมาใช้ในการสร้างงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันนั้นเกมนี้มีลูกเล่นในการสร้างเยอะมากเหมาะสำหรับการเล่นคนเดียวหรือชวนเพื่อนๆ มาร่วมสร้างมากๆ   9.Terraria ใครจะไปคิดครับว่าเกม 2D Side Scrolling จะสามารถถ่ายทอดงานสร้างและกลายเป็นเกมแนวสร้างที่ติดกระแสความนิยมได้ แต่มีเกมที่ทำสำเร็จแล้วนั่คือ Terraria เกมที่ผู้เล่นสามารถผจญภัยได้อย่างโลดโผนและสามารถสร้างบ้านสร้างเมืองได้เหมือนเกมแนว 3D เกมอื่นๆ ซึ่งทำออกมาดีกว่าหลายๆ เกมด้วยซ้ำ โดยสถิติล่าสุดที่ผู้เล่นใช้เวลาคลุกคลีกับเกมนี้คือหนึ่งพันชั่วโมง! แล้วทุกคนใช้เวลาเล่นเกมนี้นานสุดกี่ชั่วโมงอย่าลืมมาแสดงความคิดเห็นกันนะครับ.   10.The Sims 4 และภาคอื่นๆ สำหรับซีรี่ส์เกมนี้บอกเลยว่าแค่พูดชื่อหลายๆ คนก็ร้องอ๋อและยังหลงใหลในสเน่ห์ของเกมนี้ เพราะผู้เล่นสามารถที่จะสร้างบ้านในแบบของตัวเองได้อย่างอิสระ ทั้งยังสามารถสร้างตัวตนขึ้นมาในโลกแห่งนั้น สร้างฐานการงาน สร้างครอบครัว สารพัดสร้างเกมนี้ถือเป็นความสร้างสรรค์มากๆ ซึ่งยิ่งถ้าผู้เล่นลง Mod ลงไปด้วยบอกได้เลยว่าสนุกชนิดลืมวันลืมคืนเลย!   Credit : GAMERANT
23 Dec 2020
ก่อนจะมีเครื่อง PlayStation 5 ไปส่องหา TV หรือ Monitor รุ่นไหนเหมาะใช้ในการเล่นเกมที่สุดกันบ้าง!
ถ้าพูดถึงเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง “PlayStation 5” บอกตรงๆ ว่าเกมเมอร์ชาวไทยหลายคนแอบหงุดหงิดมากว่าสรุปแล้ว “ประเทศไทยจะวางจำหน่ายตอนไหนกันแน่!?” ในวันที่เขียนบทความนี้คือวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ทาง Sony Interactive Entertainment หรือ PlayStation Asia ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหลใด ๆ เลย แม้จะมีข่าวลือหลุดออกมาว่ามีความเป็นไปได้ที่ PlayStation 5 ศูนย์ไทยจะวางจำหน่ายช่วงต้นเดือนมกราคมก็ตาม ซึ่งตอนนี้ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างประเทศมาเลเซียกับฟิลิปปินส์ได้วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 11 ธันวาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยประเทศอินโดนีเซียจะวางจำหน่ายในวันที่ 22 มกราคมที่จะถึงนี้   แล้วถ้าเพื่อน ๆ ที่เล็งเอาไว้แล้วว่า “ฉันจะซื้อ PlayStation 5 มาเล่นอย่างแน่นอน!” แล้วถ้าอยากจะสัมผัสกราฟฟิกสวย ๆ แบบจัดเต็มของเกมบนเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ สิ่งที่จะต้องมีก็คือ “ทีวี หรือ จอมอนิเตอร์” ที่เหมาะเพื่อใช้ในการเล่นเกมด้วยค่ะ เพราะด้วยตัวเครื่อง PlayStation 5 เขาเครมเอาไว้เลยว่าสามารถรันกราฟฟิกออกมาในความละเอียดสูงสุดถึง 4K/60fps ( แต่ตัวกล่องมีโลโก้ 8K ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเกมอะไรรองรับบ้างด้วย ) ได้อย่างสบาย ๆ วันนี้เกวลินเองก็เลยขอคัดเลือกทีวีหรือไม่ก็จอมอนิเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการเล่นเกมจากเครื่อง PlayStation 5 ได้รู้จักกันค่ะ   Sony BRAVIA X90H/XH90 Series สำหรับ “Sony BRAVIA X90H/XH90 Series” ถือว่าเป็นทีวี Full Array LED ที่มีความละเอียดอยู่ที่ 4K แถมยังพัฒนาออกมาเพื่อใช้ในการเล่นเกมบนเครื่อง PlayStation 5 โดยเฉพาะเลยค่ะ ก็มีการผลิตออกมาหลากหลายขนาดเริ่มจาก 55 นิ้ว, 65 นิ้ว, 75 นิ้ว และ 85 นิ้ว จากข้อมูลของ Sony Thailand เผยว่าในบ้านเราวางจำหน่ายรุ่น Sony BRAVIA X90H มีทั้งหมด 2 ขนาดประกอบไปด้วยคือ 65 นิ้วราคาอยู่ที่ 39,990 บาท และ ขนาด 85 นิ้วราคาอยู่ที่ 89,990 บาท โดยดีไซน์ตัวเครื่องอาจจะดูไม่สวยถูกใจบางคนเท่าไหร่ แต่บอกไว้ก่อนว่าประสิทธิภาพของทีวีตัวนี้ไม่ธรรมดานะคะ โดยขุมพลังชิปเซ็ตภายในตัวนี้เลือกใช้ “Sony X1 4K HDR Processor” ที่เป็นตัวประมวลผลภาพแบบเรียลไทม์ในความละเอียด 4K ที่ดีเยี่ยมาก ๆ แถมยังรองรับ HDR ที่มันจะทำให้ภาพปรากฎบนจอดูสมจริงและคมชัดมากยิ่งขึ้น พร้อมเผยว่าสีและคอนทราสต่าง ๆ จะดูสมจริงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ชิปเซ็ตตัวนี้ยังทำให้ภาพที่มีความละเอียด 1080p [Full HD] หรือ 1440p [2K] ก็สามารถอัปสเกลให้ใกล้เคียงความละเอียด 4K ได้อย่างสบาย ๆ ด้วยระบบที่มีชื่อว่า “4K X-Reality PRO” แล้วที่พิเศษสุดก็คือมันเป็นทีวีในรูปแบบ Android TV แล้วก็ยังสามารถขับ Refresh Rate ได้สูงสุด 120Hz แล้วก็ยังแสดงผล Respond Time อยู่ที่ 7.2 ms ที่เรียกว่าน้อยพอ ๆ กับจอมอนิเตอร์ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ได้เลยค่ะ ซึ่งต้องบอกว่า “Sony BRAVIA X90H/XH90 Series” วางจำหน่ายในบ้านเรามาได้พักใหญ่ ๆ แล้วค่ะ ซึ่งก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยที่ซื้อทีวีตัวนี้ไปล่วงหน้ากันแล้วค่ะ ส่วนตัวมองว่าทีวีขนาด 65 นิ้วแสดงผลในความละเอียด 4K/60fps ได้อย่างสบาย ๆ แถมยังทำค่ารีเฟรชเรตได้สูงสุด 120Hz แล้ว Respond Time ก็น้อยอีก ในราคา 39,990 บาทถือว่าคุ้มค่า คุ้มราคาเป็นอย่างมากเลยนะคะ เพราะเราสามารถนำไปเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ใครที่มีคอมสเปกสูง ๆ รันเกมความละเอียด 4K ได้สบาย ๆ จอตัวนี้นอกจากเอาไว้ใช้กับการเล่นเกมคอนโซลแล้วก็ยังเอาไว้ รวมไปถึงทีวีรุ่นนี้ยังรองรับ HDMI 2.1 ด้วยนะคะ ใครที่อยากจะเข้าถึงฟังก์ชั่น Variable Refresh Rate, Auto Low Latency Mode, Full Array Local Dimming, รองรับระบบเสียง Dolby Atmos ด้วยค่ะ   Sony BRAVIA Z8H/ZH8 Series นอกเหนือจาก “Sony BRAVIA X90H/XH90 Series” วางจำหน่ายแล้วทาง Sony ก็ได้เปิดตัวทีวี Full Array LED ตัวท็อปออกมาอีก 1 รุ่นที่มีชื่อว่า “Sony BRAVIA Z8H/ZH8 Series” ทาง Sony Thailand เผยว่าในบ้านเราวางจำหน่ายรุ่น Sony BRAVIA Z8H มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 85 นิ้วสนนราคาอยู่ที่ 299,990 บาท เห็นราคาแบบนี้ก็เกิดคำถามมากมายว่าทำไมมันถึงมีราคาแพงขนาดนี้ อย่างแรงเพื่อน ๆ ต้องเข้าใจก่อนว่าทีวีรุ่นนี้มีความละเอียดสูงถึง 8K ที่สามารถรันเฟรมเรทได้สูงสุด 60fps แล้วถ้าเลือกรันความละเอียด 4K ก็จะขับเฟรมเรตได้สูงสุด 120fps เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้านี้ว่าขับ Refresh Rate ได้สูงสุด 120Hz ดังนั้นถ้าใช้เล่นเกมแนะนำว่าเปิดใช้งานฟังก์ชั่น Game Mode ด้วยนะคะ โดยทีวีตัวนี้เลือกใช้ชิปเซ็ตที่มีชื่อว่า “Sony X1 Ultimate” ชิปเซ็ตประมวลผลภาพตัวนี้ถือว่าเป็นตัวท็อปสุดในเวลานี้เลยก็ว่าได้ค่ะ มันมีประสิทธิภาพในการแสดงสีและคอนทราสในความละเอียดสูงที่ยอดเยี่ยม แล้วยังเพิ่มความละเอียดที่เหนือชั้นเข้าไปอีกเพื่อให้เราสามารถรับชมคอนเทนต์ต่าง ๆ ให้มีความใกล้เคียง 8K แท้ ๆ ได้เลย โดยชิปเซ็ตตัวนี้ยังวิเคราะห์และประมวลผลที่แม่นยำมาก ๆ ทั้งในเรื่องฉากที่มีความลึก, พื้นผิว และ รายละเอียดต่าง ๆ ก็ดูสมบูรณ์แบบมาก ๆ แม้ว่าภาพที่ถ่ายทอดออกมาจะมีความละเอียดอยู่ที่ 1440p [2K] หรือ 4K ก็ตาม ซึ่งเราสามารถเพิ่มสเกลของภาพให้มีระดับ 8K ด้วยเทคโนโลยี “8K X-Reality PRO”  แล้วด้วยความที่ทีวีในรูปแบบ Android TV ทำให้เราเสพย์คอนเทนต์ต่าง ๆ ในความละเอียด 4K ไปจนถึง 8K ได้อย่างสบาย ๆ ยกตัวอย่างเช่น Netflix, Apple TV, YouTube หรือ Prime Video เป็นต้น นอกจากนี้ระบบเสียงของ Sony BRAVIA Z8H/ZH8 Series จะขับเคลื่อนในรูปแบบ Dolby Atmos เสียงที่ออกมาจะรู้สึกเหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์ที่ปรากฎตัวอยู่บนหน้าจอเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น S-Force Front Surround ที่เสียงจะมารอบ ๆ ทิศทางเสมือนเรามีลำโพงเซอร์ราวด์รอบทิศทางภายในทีวีของเราเลยค่ะ เช่นเดียวกันค่ะ ทีวีรุ่นนี้ยังรองรับ HDMI 2.1 ด้วยนะคะ ใครที่อยากจะเข้าถึงฟังก์ชั่น Variable Refresh Rate, Auto Low Latency Mode และ Full Array Local Dimming   LG 48CX เราพูดถึงแบรนด์ Sony ผู้ผลิตเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง PlayStation 5 กันไปแล้ว มาพูดถึงแบรนด์คู่แข่งที่ประสิทธิภาพภายในน่าสนใจไม่ใช่น้อยด้วยค่ะ แล้วที่เกวลินเลือกมาก็คือ “LG 48CX” ซึ่งมันคือทีวีในรูปแบบ OLED ที่ถูกจับตามองจากผู้ใช้งานทั่วโลกเป็นอย่างมาก มันเป็นทีวี OLED ที่รองรับความละเอียด 4K เต็มรูปแบบมาก ๆ มีขนาดหน้าจออยู่ที่ประมาณ 48 นิ้วแถมราคาที่วางจำหน่ายในบ้านเราอยู่ที่ประมาณ 45,000 บาทขึ้นไป ความน่าสนใจของทีวีรุ่นนี้ก็คือมันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้เชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ออกแบบมาให้กับเกมเมอร์สายพีซีอีกด้วยค่ะ โดย “LG 48CX” มาพร้อมกับเทคโนโลยี G-Sync ของการ์ดจอค่ายเขียว NVIDIA ที่เกมเมอร์ฝั่งพีซีที่ใช้การ์ดจอของค่ายเขียวเมื่อนำมาเชื่อมต่อแล้วเปิดใช้งานจะทำให้เมื่อเวลาเล่นเกมเฟรมเรทมีกราฟฟิกสูงสุดด้วย อ่ะ ๆ แต่คนที่ใช้การ์ดจอค่ายแดง AMD ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ เพราะว่าเทคโนโลยี FreeSync ก็รองรับด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้กับตัวเครื่องก่อนค่ะ เท่านั้นยังไม่พอทีวีรุ่นนี้ยังรองรับ Dolby Vision หรือที่เรารู้จักในชื่อ “HDR10” ด้วยนะ แล้ว LG ยังใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ทำให้ทีวีรุ่นนี้มีความหนาแน่นของพิกเซลพอ ๆ กับทีวีที่มีความละเอียด 8K ขนาด 96 นิ้วได้เลย ส่วนถ้าเล่นจริง ๆ จะแสดงผลในความละเอียด 4K/120fps ใครที่เป็นเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ทีวีรุ่นนี้ไม่ควรพลาดเลยค่ะ สุดท้าย “LG 48CX” เป็นทีวี OLED ที่ออกแบบมาให้เกมเมอร์โดยเฉพาะจริง ๆ รองรับการแสดงผลของ HDMI 2.1 แล้วก็ยังมีฟังก์ชั่นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Dolby Atmos, Dolby Vision IQ, Filmmaker Mode และ ยังมีโหมดที่จะช่วยลดความหน่วงของการแสดงผลให้เองแบบอัตโนมัติอีกด้วย รวมไปถึงมีระบบรีเฟรชเรตแบบแปรผัน [VRR] ที่จะทำให้เมื่อเชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเป็น PlayStation 5 หรือ Xbox Series X มีการแสดงผลได้ดีพอ ๆ กับจอมอนิเตอร์ตัวท็อปเลยค่ะ   Samsung Odyssey G9 และ Samsung Odyssey G7 เราพูดถึงทีวีกันไป 3 รุ่นแล้วรุ่นต่อมาจะเป็น “จอมอนิเตอร์” กันบ้างค่ะ ปกติแล้วจอพวกนี้จะใช้ในการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เป็นหลัก แต่รุ่นที่เกวลินหยิบมาแนะนำสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่นี้ได้เหมือนกันนั้นก็คือ “Samsung Odyssey G9 และ Samsung Odyssey G7” สำหรับหน้าจอมอนิเตอร์ถูกจัดเป็นประเภท QLED ทาง Samsung เครมเลยว่าหน้าจอตัวนี้จะแสดงผลเรื่องแสง, สี, เงาคอนทราสต์ที่เป็นธรรมชาติ แล้วสีดำก็จะแสดงผลแบบดำสนิทอีกด้วยค่ะ  โดยเกวลินจะแนะนำรุ่น Samsung Odyssey G9 กันก่อนค่ะ สนนราคารุ่นนี้อยู่ที่ 45,990 บาท มันคือจอมอนิเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ทาง Samsung ผลิตออกมาเลยค่ะ มีขนาดอยู่ที่ 49 นิ้ว แล้วดีไซน์ของเขาก็เก๋ไก๋มาก ๆ สวยงามมาก ๆ แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า Samsung เขาออกแบบหน้าจอมอนิเตอร์ที่มีดีไซน์โค้งมาแล้วหลายตัว โดยรุ่นนี้ความโค้งของตัวหน้าจอจะมีค่า R อยู่ที่ 1,000R ซึ่งสูงที่สุดในโลกณ.ตอนนี้แล้วค่ะ อ่ะ...มีคำถามใช่ไหมคะว่าทำไมมันต้องโค้งอะไรขนาดนั้น!? คำตอบก็คือระยะการโค้งของหน้าจอมันจะเข้ากับระยะสายตาของมนุษย์ ทำให้เราได้รับประสบการณ์ในการเล่นเกมแบบเต็มตาที่สุดเท่าที่จอมอนิเตอร์เคยมีมาบนโลกนี้เลยค่ะ โดย Samsung Odyssey G9 มีอัตราส่วนของหน้าจอเป็น 32:9 ซึ่งตรงนี้เกมเมอร์ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าเกมที่รองรับอัตราส่วนของหน้าจอในเวลานี้ยังมีน้อยเกมนะคะ แต่ถ้าพูดถึงการทำงานมันสามารถแบ่งหน้าจอเพื่อใช้ทำงานได้สูงสุด 6 จอเลยค่ะ ส่วนใครที่กังวลเรื่องความหน่วงของหน้าจอ Respond Time ต่ำมาก ๆ เพียงแค่ 1 ms หรือ 0.001 วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังปลดล็อคค่ารีเฟรชเรตได้สูงสุด 240Hz และยังรองรับเทคโนโลยี G-Sync ของการ์ดจอค่ายเขียว NVIDIA ที่จะช่วยปลดล็อคให้แสดงเฟรมเรตได้สูงสุด ลดอาการภาพสั่น หรือ ภาพแตก แต่ถ้าเพื่อน ๆ คิดว่ารุ่นนี้ขนาดหน้าจออาจจะใหญ่เกินไปพื้นที่อาจจะไม่เพียงพอ ทาง Samsung ก็ได้ผลิตอีกหนึ่งรุ่นออกมาที่สเปกเท่ากับรุ่น Samsung Odyssey G9 นั้นก็คือ “Samsung Odyssey G7” ที่มีขนาดให้เลือก 27 นิ้วราคาอยู่ที่ 18,900 บาท และ 32 นิ้วราคาจะอยู่ที่ 20,900 บาท เป็นขนาดหน้าจอความละเอียด 1440p [2K] แล้วอัตราส่วนของหน้าจอเป็น 16:9 ส่วนสเปกของเครื่องนี้หลายส่วนมีความคล้ายกับตัวท็อปเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวหน้าจอที่เป็น QLED, จะมีค่า R อยู่ที่ 1,000R, รองรับเทคโนโลยี G-Sync ของการ์ดจอค่ายเขียว NVIDIA, ความหน่วงของหน้าจอ Respond Time อยู่ที่ 1 ms หรือ 0.001 วินาที, ปลดล็อคค่ารีเฟรชเรตได้สูงสุด 240Hz และ รองรับเทคโนโลยี HDR600    BenQ EW3280U มาถึงรุ่นสุดท้ายที่เกวลินเลือกมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้เอาไปตัดสินใจกันนั้นก็คือ “BenQ EW3280U” จอมอนิเตอร์จากแบรนด์คุณภาพที่ถึงแม้ว่าตัวหน้าจอจะเป็น IPS ก็เถอะนะ แต่มันก็ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเชื่อมต่อเพื่อเล่นเกมบนพีซีและเครื่องเกมคอนโซลได้เต็มประสิทธิภาพเลยค่ะ ขนาดหน้าจอตัวนี้อยู่ที่ 32 นิ้วเป็นความละเอียดแบบ 4K ที่จะมอบรายละเอียดที่จะปรากฎบนจออย่างคมชัดเลยค่ะ ไม่ว่าเราจะเอามาดูภาพยนตร์ หรือ เล่นเกมกราฟฟิกสวย ๆ แล้วปรับสุดภาพที่ปรากฎบนจอก็จะสวยงามไร้ที่ติกันเลยค่ะ ตัว “BenQ EW3280U” ยังได้เพิ่มเทคโนโลยี Dolby Vision หรือ HDR10 เข้ามาด้วย ทำให้โทนสีที่แสดงผลออกมาแม่นยำไม่ผิดเพี้ยน แล้วถ้าใครเป็นเกมเมอร์สายพีซีที่ใช้การ์ดจอของ AMD ยิ้มได้เลยค่ะ เพราะว่าเทคโนโลยี FreeSync ด้วย แถมการเชื่อมต่อก็รองรับ DisplayPort 1.4 และ HDMI 2.0 ที่จะช่วยปล่อยสัญญาณภาพในความละเอียด 4K/60Hz ถ้าพูดถึงการนำมาเชื่อมต่อเพื่อเล่นเครื่องเกมคอนโซลผลทดสอบออกมาเป็นยังไง จากสื่อที่ได้ลองนำมาเยี่ยมต่อดูพบว่าระยะการมองเห็นที่ไม่ต้องใหญ่มากมันทำให้เราเห็นรายละเอียดภายในเกมที่ปรากฎได้อย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถที่จะบังคับตัวละครได้ถูกต้องมากกว่าที่จะเล่นเกมบนจอใหญ่ ๆ ข้อดีอีกอย่างของ “BenQ EW3280U” คงเป็นเรื่องเทคโนโลยี Brightness Intelligence Plus จากของ BenQ ที่มันจะช่วยปรับโทนแสงและภาพให้เองอัตโนมัติ สิ่งที่ได้คือแสงที่ปรากฎผ่านหน้าจอจะไม่มีแสงที่สว่างจนเกินไปใครที่เล่นเกมนาน ๆ แล้วเกิดอาการปวดตาหรือเมื่อยล้าบริเวณรอบ ๆ ดวงตา เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เราสามารถเล่นเกมได้นานขึ้น เพราะมันจะลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาลง สุดท้ายในเรื่องของราคาอยู่ที่ 27,900 บาท ถ้าถามถึงความคุ้มค่าส่วนตัวมองว่ามันดันค่ารีเฟรชเรตได้เพียงแค่ 60Hz มันเลยดูน้อยไปหน่อยถ้าใครที่ใช้สเปกคอมพิวเตอร์ที่สเปกสูง ๆ ค่ะ จอนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะเท่าไหร่ แต่ถ้าใครที่จะเอามาใช้ในการเล่นเกมคอนโซลรุ่นใหม่ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยค่ะ จบกันไปแล้วค่ะ กับบทความแนะนำทีวีหรือจอมอนิเตอร์ที่ใช้สำหรับเล่นเกมจากเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ทั้ง PlayStation 5 หรือ Xbox Series XIS รวมไปถึงถ้าเพื่อน ๆ เป็นเกมเมอร์กระเป๋าหนักจะเอามาใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ของเราก็ทำได้เหมือนกัน เพราะแต่ละรุ่นที่แนะนำไปไม่ใช่แค่นำมาใช้กับเครื่องเกมคอนโซลอย่างเดียวนะคะ บางคนก็อาจจะถามว่าพี่แล้วแบบนี้จอของผมที่เป็นรุ่นเก่าที่รันความละเอียด 1080p หรือ 1440p สามารถใช้งานได้ไหม!? ก็ตอบเลยว่าได้ค่ะ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ที่อยากจะสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ เพราะไหน ๆ เขาก็ออกแบบมาเพื่อเล่นเกมความละเอียด 4K แล้วมันก็ต้องจัดเต็มกันหน่อยเนอะ ส่วนเกวลินขอเก็บเงินอีกสักนิดแล้วรอโปรลดราคาก็คงจะจัดสักเครื่องมาเอาไว้เล่นเกมเหมือนกันค่ะ
23 Dec 2020
ตามติดซานต้าบน Google Santa Tracker ไปด้วยกันเถอะ!
Oh~♪♫ You Better Watch Out, You Better Not Cry. You Better Not Pout I'm Telling You Why. Santa Claus is Coming to TOWN!! Merry Christmas ชาว Game Fever ทุกท่านนะคะ~ เทศกาลแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองก็ใกล้เข้ามาทุกที แต่ปีนี้อาจจะจัดปาร์ตี้ลำบากหน่อยเพราะความเสี่ยงจากไวรัส COVID19 ยังมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่ไม่เป็นไรจ้า เรามีอะไรสนุกๆ มาแนะนำ รับรองว่าได้กลิ่นอายของคริสต์มาสแบบเต็มรสแน่นอน ถ้าพูดถึงคริสต์มาสทุกคนจะนึกถึงอะไรกันบ้าง... ต้นคริสต์มาส ของขวัญ เสียงเพลง และแน่นอน ซานตาคลอส! ใช่แล้วล่ะสำหรับคนทั่วไปสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุดคงเป็นการได้เห็นคุณลุงผมขาวหนวดขาวในชุดสีแดงยืนแจกของขวัญและพูดคุยกับเด็กๆ นี่แหละ แต่ถ้าออกไปก็ไม่แน่ใจว่าซานต้าติดโควิดกับเขาด้วยหรือเปล่า? ฉะนั้น เรามาสนุกไปกับการเตรียมตัวสำหรับคริสต์มาสของซานต้าผ่าน Google Santa Tracker น่าจะดีกว่า =================================================   GOOGLE SANTA TRACKER เป็น Browser Application ที่อากู๋ (Google) เขาจะเปิดให้บริการในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปี และเขาไม่ได้เพิ่งทำนะคะ เพราะฟีเจอร์ตัวนี้ได้เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2004 แล้ว! แต่ก็ไม่ใช่ไอเดียใหม่อะไรขนาดนั้นนะคะ เพราะจุดกำเนิดการสร้างฟีเจอร์ตัวนี้มาจากโปรแกรม NORAD Tracks Santa โปรแกรมจำลองการเดินทางของซานต้าตั้งแต่ออกจาก North Pole และเดินทางไปรอบโลกในคืนคริสต์มาสอีฟ ซึ่งระบบจะคำนวณให้เลยว่าเวลานี้ซานต้าจะเดินทางถึงประเทศไหนแล้ว ซึ่งได้ถูกพัฒนาและใช้งานมาตั้งแต่ปี 1955 นับว่าเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีจากดาวเทียมทางการทหารที่มีประโยชน์ในการนำมาต่อยอดแก่ประชาชนทั่วไปค่ะ   Before Christmas ก่อนซานต้าจะขับเรนเดียร์ไปแจกของขวัญ ก็ต้องมีการเตรียมตัวใช่ไหมล่ะ! โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เราสามารถเข้าไปในหน้าฟีเจอร์ Google Santa Tracker และเล่นกิจกรรมสนุกๆ ได้ ในส่วนของกิจกรรม จะเน้นไปที่การให้ความรู้สำหรับเด็กและครอบครัว โดยฟีเจอร์ตัวนี้ได้ถูกพัฒนาเต็มรูปแบบในปี 2018 ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบวีดีโอบรรยาย และเกม เพื่อให้เราสำรวจ เล่น และเรียนรู้ผ่านตัวละครที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของซานต้า ทั้งเรนเดียร์ คนงานเอลฟ์ ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตบนขั้วโลกเหนืออย่างเพนกวิน เยติ และหมีขั้วโลก แล้วปีนี้มีกิจกรรมอะไรบ้างนะ? Christmas Tales to WATCH ในแอป จะมีวีดีโอที่ Google สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับเทศกาลในแต่ละปี อาจเป็นคลิปการ์ตูนสั้นขำขัน หรือนิทานเบาๆ อย่าง "เจ้าวาฬ Ollie" ให้ติดตามระหว่างรอซานต้าเตรียมของขวัญ   วัฒนธรรมทั่วโลก น้องๆ รวมถึงวัยที่ไม่น่าน้องแบบเราด้วย สามารถเรียนรู้เรื่องราวของประเทศอื่นทั่วโลกได้ผ่านการเฉลิมฉลองคริสต์มาสเนี่ยแหละ โดย Google ได้ เช่นในแอป "การแปล" คำศัพท์ที่เกี่ยวกับเทศกาลอย่าง สวัสดีปีใหม่ หรือ season's greeting ที่เราสามารถเห็นคำเขียนและเปิดฟังในภาษาต่างๆ ได้... มันก็คือ Google Translate นั่นแหละ! แต่ที่เจ๋งคือ มันมีภาษา เอลฟ์ ด้วย จะเป็นอย่างไรลองไปฟังกันเองนะ ประเพณวันหยุด ที่ Google map จะโผล่มาและมีจุดตามประเทศต่างๆ ให้เราเข้าไปอ่าน "วิธีการฉลอง" ของประเทศนั้นๆ อาจนำไปใช้เป็นไอเดียฉลองของปีนี้ได้ด้วยนะ อิอิ   Coding อย่างที่ทราบว่า Google พยายามผลักดันการเรียนรู้เรื่อง Coding ซึ่งเป็นพื้นฐานไปสู่การทำงานเกี่ยวกับระบบ IT ที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงมากในปัจจุบัน และยังมี Impact อีกมากในอนาคต และเพื่อให้เข้ากับเทศกาลและไม่วิชาการจนไกลตัว เกมบางเกมในแอปจึงถูกสร้างให้เล่นแบบการเขียน Coding เช่น... โค้ดเต้นรำ - ต่อ Coding เพื่อสร้างท่าเต้นของเจ้าเอลฟ์ ห้องทดลองโค้ด - ต่อ Coding รูปต่างๆ เพื่อลองดูว่าจะแสดงผลออกมาอย่างไร คำถามเกี่ยวกับแผนที่ - จิ๊กซอว์รูปประเทศต่างๆ แต่ละส่วนคือประเทศอะไรและอยู่ตรงไหนน้อ?   เล่นเพลินๆ นอกจากนี้ยังมีเกมอีหลากหลายสไตล์ให้เลือกเล่น ทั้งโยนของขวัญ คุมทิศทางเจ้าเพนกวิน แต่งตัวเอลฟ์และซานต้า หรือแต่งภาพด้วยการนำ Item ต่างๆ ไปวางก็มี ใครชอบแบบไหนไปลองเล่นเลย บอกไว้ก่อนว่ามันก็ไม่ได้ง่ายซะด้วยนะกว่าจะเคลียร์เกมได้ รับรองว่าไม่น่าเบื่อแบบ Browser Game แน่จ้า เทศกาลแห่งการให้ และกิมมิคที่สำคัญของเทศกาลคริสต์มาสและแอป Google Santa Tracker คือ การให้ โดยในฟีเจอร์นี้จะให้เราระบายสี Vinter (ลูกแก้วประดับ) ขององค์กรการกุศลจากทั่วโลก ซึ่งเราสามารถดูข้อมูลขององค์กรเหล่านั้นได้ว่าพวกเขาทำงานเกี่ยวกับด้านไหน และของตกแต่งที่เราได้ระบายสีไปก็เท่ากับได้สนับสนุนองค์กรเหล่านั้นด้วยจ้า   It's X'mas Eve ฟีเจอร์ตัวสุดท้ายที่เราจะไม่สามารถเล่นได้จนกว่าจะถึงวันคริสต์มาสอีฟ (วันที่ 24 ธันวาคม) ก็คือ "ซานต้าอยู่ที่ไหน" นั่นเอง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแอปตัวนี้เลยนะ โดยโปรแรมจำลองจะเริ่มทำงานในเวลาเที่ยงคืนของทางตะวันออกไกล ซึ่งเป็นโซนเวลาที่เร็วที่สุดในโลก ในแผนที่แสดงจะแสดงการเดินทางของซานต้าสลับกับภาพการแจกของขวัญในเมืองต่างๆ โดยซานต้าดูเหมือนจะเดินทางไปทางตะวันตกและใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อหนึ่ง Time zone เมื่อซานต้าถึงเมืองไหน เราสามารถเข้าดูข้อมูลของที่นั่นได้ โดยใช้ฐานข้อมูลของ Google Earth และ Wikipedia มาแสดงบนฟีเจอร์เพื่อให้เรารู้ข้อมูลของพื้นที่นั้นๆ ด้วยล่ะ เหมือนกับเราได้เดินทางรอบโลกไปพร้อมกับคุณซานต้าเลยเนอะ แถมเขายังมีการนำรูปซานต้าพร้อมผู้ช่วยลงไปอยู่บนพื้นที่นั้นอีกต่างหาก อ้อ! ไม่เพียงแค่นั้น เรายังสามารถรู้อุณหภูมิของพื้นที่นั้นได้ด้วยนะ โดยฟีเจอร์จะนำข้อมูลจาก The Weather Channel มาแสดงให้เราดูแบบเรียลไทม์ด้วย รู้เลยว่าบรรยากาศแต่ละที่ต้องออกมาแบบไหน น่าเสียดายที่บางเมืองซานต้า (ในฟีเจอร์นี้นะ) ก็ไม่ได้แวะ ด้วยเหตุผลของระยะทางที่ค่อนข้างใกล้กัน ระบบจึงข้ามบางส่วนของโลกไป และนำเสนอพื้นที่ห่างไกลแทนแม้ว่าที่นั่นจะเป็นเมืองที่คนไม่ค่อยรู้จักก็ตาม และทุกที่ที่ซานต้าไป จะมีข้อมูลจำนวนของขวัญที่ถูกส่งแสดงขึ้นมาด้วย ไงล่ะ! อากู๋เขาเก็บทุกรายละเอียดนะเออ   =================================================   ใครที่ยังหาเกมในธีมคริสต์มาสเล่นในช่วงนี้ไม่ได้ เชิญตามลิงก์นี้ไปเลยนะคะ >> g.co/santa tracker << หรือเข้าไปค้นหาในหน้า Google ได้เลยค่ะ และเราสามารถใช้ Google Assistant ในการเรียนซานต้าหรือฟังเรื่องเล่าวันคริสต์มาสได้ หรือใครไม่สะดวก PC ก็สามารถโหลดแอปใน Google Play Store (เฉพาะ Android) ได้เลยนะจ๊ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันคริสต์มาสนะคะ
22 Dec 2020
มาดูกันซิ! ชิปเซ็ตตัวท็อปประจำปี 2021 อย่าง Snapdragon 888 มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง
กำลังจะเข้าสู่ปี 2021 นวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็เริ่มก้าวเข้าสู่ยุคใหม่กันแล้วค่ะ สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ “มือถือสมาร์ทโฟน” ยุคถนัดไปจะมีลูกเล่นใหม่ ๆ ให้ผู้ใช้งานรู้สึกสะดวกสบายมากกว่าเดิม ยกตัวอย่างการยืดหดของหน้าจอให้มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยที่ตัวหน้าจอกลมกลืนไปกับตัวหน้าจอ โดยคอนเซ็ปต์นี้ทาง OPPO เปิดตัวก่อนเป็นอันดับแรกเลยค่ะ อย่างไรก็ตามสิ่งที่มันจะต้องมาควบคู่กันก็คือ “ชิปเซ็ตประมวลผล” คงเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ จะเลือกดูเป็นอันดับแรกก่อนใช่ไหมคะ!? แล้วชิปเซ็ตที่เกมเมอร์มักจะเลือกใช้มากที่สุดก็คือ “ตระกูล Snapdragon จากผู้พัฒนา Qualcomm”  ชิปเซ็ตตัวนี้ถูกกล่าวถึงจากผู้ใช้งานมากที่สุดในเรื่องของประสิทธิภาพที่ทำงานได้ดีเยี่ยม ใช้งานแล้วแบตเตอรี่ไม่ไหลเหมือนน้ำ หรือ เรื่องความร้อนที่ทำออกมาได้ดี จึงไม่แปลกเลยที่ชิปเซ็ตตัวท็อปจะกลายเป็นตัวเลือกสำคัญในการเป็นขุมพลังของสมาร์ทโฟนประเภท “เกมมิ่งโฟน” ล่าสุดทาง Qualcomm ก็ได้เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ประจำปี 2021 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “Snapdragon 888” ความน่าสนใจอันดับแรกเลยก็คือมันคือชิปเซ็ตที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 5 มิลลิเมตรที่มีการทำงานยอดเยี่ยมรวมไปถึงเป็นชิปเซ็ตที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้รองรับการเชื่อมต่อ 5G ได้ด้วย เอาละวันนี้เกวลินเลยจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักชิปเซ็ตตัวนี้ให้มากยิ่งขึ้นค่ะ ในด้านขุมพลังส่วนของ CPU ตัวชิปเซ็ต “Snapdragon 888” ทาง Qualcomm ได้อธิบายรูปแบบการทำงานของส่วน CPU เอาไว้ว่ามันจะเป็นหน่วยประมวลผลที่เรียกว่า Kryo 680 ที่จะมีแกนประมวลผลถึง 8 แกนหลัก ๆ ด้วยกันเริ่มจากไปด้วย “Cortex-X1” ที่มีความเร็วสูงถึง 2.84GHz ก็มีการเครมว่าการทำงานด้านประมวลผลจะดีกว่า Cortex-A78 มากถึง 33% ตามมาด้วย “Cortex-A78” มีความเร็วอยู่ที่ 2.4GHz จะมีทั้งหมด 3 แกน และ “Cortex-A55” มีความเร็วอยู่ที่ 1.8GHz มีแกนทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน  แน่นอนว่ามันก็จะมีคำถามเกิดขึ้นมา “เพ่! ทำไมมันต้องมีตัวประมวลผลอะไรเยอะแยะขนาดนั้น!” โอเคเกวลินจะอธิบายให้ทราบค่ะ การที่มีแกนประมวลผลหลายตัวในชิปเซ็ตเดียวกันมันจะช่วยในการแบ่งเบาภาระการทำงานเพื่อไม่ให้มันไปตกอยู่แกนใด แกนหนึ่งมากจนเกินไป จนเกินปัญหาที่มีอาการค้างต่าง ๆ แล้วปัจจัยหลัก ๆ เลยการทำงานจะลื่นไหลและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยทาง Qualcomm ยืนยันว่าชิปเซ็ต “Snapdragon 888” จะมีความแรงมากกว่าชิปเซ็ต Snapdragon 865 ตัวท็อปของปี 2020 มากถึง 25% แถมยังกินพลังงานน้อยลง 25% ด้วยนะ ขุมพลังการแสดงผลกราฟฟิกของ GPU พูดถึงขุมพลังของตัว CPU ในชิปเซ็ต “Snapdragon 888” กันไปแล้วก็ต้องมาพูดถึงประสิทธิภาพการทำงานของการประมวลผลกราฟฟิกหรือที่เรียกว่า GPU กันบ้างค่ะ โดยหน่วยประมวลผลกราฟฟิกคือ Adreno 660 เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่นก่อน 1 ก้าว อ่า...อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนบอกว่า “พี่มันพัฒนามาแค่ 1 รุ่นมันจะแรงกว่ารุ่นก่อนยังไง!” ใจเย็น ๆ ค่ะ จะอธิบายให้ฟังทาง Qualcomm เผยว่ามันมีประสิทธิภาพในการเรนเดอร์สูงกว่า Adreno 650 มากถึง 35% แล้วเมื่อทำงานเต็มประสิทธิภาพยืนยันว่าจะประหยัดพลังงานมากกว่า 20% โดยหน่วยประมวลผลกราฟฟิกตัวนี้จะตอบสนองเกมเมอร์ไม่มากก็น้อยค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ ที่ต้องการอยากจะเล่นเกมกราฟฟิกสูง ๆ แล้วปรับรายละเอียดภายในเกมได้สุดเฟรมเรตต้องดี หรือ ค่า Latency ( ถ้าพูดคำว่า Ping น่าจะรู้จักและคุ้นชื่อมากกว่า ) ต่ำ ๆ เพื่อให้เล่นเกมออนไลน์ได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด บอกเลยว่าหน่วยประมวลผลรุ่นนี้คือสิ่งที่เพื่อน ๆ ต้องการเลยค่ะ แถมยังสามารถให้ผู้ผลิตแบรนด์สมาร์ทโฟนรีดเฟรมเรตหรือรีเฟรชเรทได้สูงสุด 144Hz ทาง Qualcomm ก็ยังได้เสริมรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 660 ยังได้นำเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า “Variable Rate Shadeing” หยิบนำมาใช้บนสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก มันจะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรนเดอร์ภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น แล้วก็ยังให้การทำงานด้านประมวลผลเต็มที่ที่สุด จุดไหนที่ระบบมองเห็นว่าการทำงานไม่ต้องหนักมากมันจะทำการลดประสิทธิภาพในส่วนนั้น ๆ ลงเพื่อไม่ให้ตัว GPU ทั้งหมดทำงานหนักจนเกินความจำเป็นและแน่นอนว่ามันก็ทำให้การกินแบตเตอรี่หรือพลังงานต่าง ๆ น้อยลงไปด้วย แล้วสิ่งที่เพิ่มมาให้เกมเมอร์โดยเฉพาะก็คือ “Game Quick Touch” เทคโนโลยีที่จะมาช่วยทำให้ความหน่วงของการทัชต่าง ๆ ถูกลดลงมากถึง 20% ในช่วงระยะเวลาที่เล่นเกมเฟรมเรตสูง ๆ แต่ถ้าอยากจะให้การทัชดีขึ้นมันจะแสดงผลชัดเจนในเฟรมเรต 60fps มากกว่า นั้นหมายความว่าความแม่นยำในการทัชบนหน้าจอจะดีขึ้นโดยที่ไม่จำเป็นต้องไปปลดล็อคเฟรมเรตให้แสดงผลสูงอีกต่อไปค่ะ สุดท้ายนี้ยังรองรับ HDR10, ลดการแสดงผลเรื่องแสงกับสีที่ไม่เที่ยงตรง และ ปัญหาเรื่องรอยหยักต่าง ๆ ก็จะทำงานได้ดีมากขึ้น  การทำงานด้านถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอ บางคนอาจจะบอกว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันเลย เพราะการถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอการทำงานมันจะอยู่ที่เลนส์กล้องที่แบรนด์นั้น ๆ เลือกใช้มากกว่า แต่จริง ๆ แล้วชิปเซ็ตก็มีส่วนที่จะทำให้การถ่ายรูปและวีดีโอออกมาได้ดีขึ้นเหมือนกันนะคะ โดยทาง Qualcomm ได้อธิบายเอาไว้ว่าในชิปเซ็ต “Snapdragon 888” จะมีชุดประมวลผลด้านภาพที่เรียกว่า Spectra 580 มันจะมีทั้งหมด 3 ตัวที่จะไปช่วยทำหน้าที่ในการจับภาพเวลาถ่ายรูปหรือถ่ายวีดีโอแบบพร้อมกันได้เลย มันจะมีประโยชน์อย่างมาก เช่น เวลาที่เราสลับการถ่ายรูปแบบโหมดปกติไปเป็นโหมดอื่น ๆ อย่าง Ultra-Wide หรือ Telephoto ที่จะไม่เสียจังหวะใด ๆ แล้วถ้าเราต้องเก็บภาพแบบ HDR มันก็จะช่วยทำให้คุณภาพที่ได้ดีมากขึ้น รวมไปถึงยังเก็บภาพแบบ HDR ในรูปแบบ HEIF ได้ด้วยส่วนในด้านถ่ายวีดีโอชิปเซ็ต “Snapdragon 888” รองรับความละเอียด 4K/120fps ได้สักที หลังจากที่ก่อนหน้านี้สมาร์ทโฟนตัวท็อป ๆ จะสามารถบันทึกวีดีโอแล้วเฟรมเรตส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราว ๆ 24fps - 30fps แล้วเมื่อถ้าเราบันทึกภาพถ่ายสามารถเก็บรูปได้ 120 ภาพต่อวินาทีในความละเอียด 12MP เชื่อหรือยังจ๊ะว่าชิปเซ็ตก็มีผลต่อการทำงานด้านถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอเหมือนกันนะ การทำงานของ AI ในชิปเซ็ตตัวท็อปประจำปี 2021 สำหรับชิปเซ็ต “Snapdragon 888” ทาง Qualcomm เผยว่าในส่วนการประมวลผลของระบบ AI Engine เป็นรุ่นที่ 6 กันแล้วมีชื่อเรียกว่า Hexagon 780 การทำงานของระบบ AI จะมาช่วยในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้อง, เป็นผู้ช่วยที่ดีต่อผู้ที่ใช้งาน, การเชื่อมต่อเมื่อเราเล่นเกม หรือ การประมวลผลในการออกคำสั่งต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้จะทำงานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีการเครมว่าการประมวลผลด้วยคำสั่งต่าง ๆ สามารถทำได้มากถึง 26 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาทีกันเลยนะคะ แม้ว่าจะทำงานดีแบบนี้แต่มันก็ช่วยประหยัดพลังงานได้ดี แล้วภายใน AI Engine เป็นรุ่นที่ 6 ยังมี Sensing Hub ที่พัฒนามาเป็นรุ่นที่ 2 มันจะเป็นหน่วยประมวลผล AI ให้ใช้พลังงานที่ต่ำเมื่อทำงานทั่ว ๆ ไป เรียกว่าต่อไปการประมวลผลหลักระบบ AI Engine จะช่วยใน ในด้านความปลอดภัยที่ดีมากยิ่งขึ้น หลายคนอาจจะมองว่าด้านความปลอดภัยมันจะต้องอยู่ที่ระบบปฏิบัติการของแบรนด์นั้น ๆ มากกว่า แต่จริง ๆ แล้วตัวชิปเซ็ตก็มีระบบป้องกันอยู่ภายในตัว โดยชิปเซ็ต “Snapdragon 888” จะมีฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Qualcomm Wireless Edge Service มันจะช่วยตรวจสอบความปลอดภัยจากแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ในรูปแบบเรียลไทม์ ตามมาด้วยระบบ Type-1 Hypervisor ที่จะทำให้อุปกรณ์ของเราสามารถรันได้หลากหลายระบบปฏิบัติการมากยิ่งขึ้นโดยที่เราไม่ต้องเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่ หรือ การเลือกใช้งานแอพพลิเคชั่นของระบบปฏิบัติการที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันรูปถ่ายที่เราเก็บไว้เพื่อไม่ให้เข้าถึงข้อมูลในส่วนนั้น ๆ ได้ง่าย ๆ ที่อยู่ภายใต้การป้องกัน Content Authenticity Initiative ของ Adobe เข้าสู่การเชื่อมต่อยุคเทคโนโลยี 5G ที่แท้จริง เรามาเก็บตกรายละเอียดส่วนอื่น ๆ อีกสักนิดก็แล้วกันค่ะ อย่างที่เกวลินได้อธิบายไปในตอนต้นว่าชิปเซ็ต “Snapdragon 888” ที่ออกแบบมาเพื่อเทคโนโลยี 5G โดยเฉพาะ มันคือชิปเซ็ตตัวแรกที่เลือกใช้โมเด็ม Snapdragon X60 5G ฝังอยู่ภายในเรียบร้อยแล้วค่ะ ความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่การรองรับคลื่นความถี่แบบ Sub-6GHz และ mmWave ในเรื่องความเร็วในการดาวน์โหลดรองรับสูงสุด 7.5Gbps และ อัปโหลดรองรับสูงสุด 3Gbps ได้อย่างสบาย ๆ ในด้าน Wi-Fi รองรับคลื่นความถี่ 6GHz ที่รองรับความเร็วสูงสุด 3.6Gbps  นอกจากนี้ “Wi-Fi 6E” คือมาตรฐานใหม่ที่จะช่วยลดค่าความหน่วง Latency ได้ดีเยี่ยมมาก มันถูกออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์ที่ต้องการอยากจะเล่นเกมไปด้วยและสตรีมเกมเชื่อมต่อจาก PC หรือจากระบบอื่น ๆ ของสมาร์ทโฟนได้ดีมากกว่าเดิม เช่นเดียวกันชิปเซ็ตตัวนี้ยังรองรับเทคโนโลยี Bluetooth 5.2 และ aptX ทำให้คนที่ใช้หูฟังไร้สายเชื่อมต่อแบบไม่มีสะดุดแล้วเสพย์เสียงต่าง ๆ ที่ดีเยี่ยมมากขึ้นไม่ต้องกังวลว่าจะหลุดกลางคันขณะเล่นเกมอย่างแน่นอนค่ะ รองรับการชาร์จเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนปัจจุบัน บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าปกติแล้วเรื่องระบบการชาร์จเร็วมันไม่ได้อยู่ที่อุปกรณ์ภายในเท่านั้น ชิปเซ็ตก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ได้เร็วตามที่ต้องการ โดยทาง Qualcomm ได้อธิบายเอาไว้ว่าชิปเซ็ตตัวใหม่อย่าง “Snapdragon 888” จะรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วที่เรียกว่า Quick Charge 5 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแล้ว มันจะช่วยกระจายกำลังไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่เข้าได้สูงสุดถึง 100 วัตต์ รวมไปถึงเตอนที่เราชาร์จมันจะช่วยการระบายความร้อนได้ดี ทั้งนี้ต้องรองรับมาตรฐานการชาร์จที่ออกแบบมาโดยเฉพาะด้วยนะ อย่างไรก็ตามตัว Quick Charge รุ่นเก่า ๆ ก็สามารถนำมาชาร์จได้ก็จะรองรับจนถึง Quick Charge 2.0 เลยค่ะ แล้วนี่คือรายละเอียดทั้งหมดของชิปเซ็ตตัวท็อปประจำปี 2021 อย่าง “Snapdragon 888” จากข้อมูลที่มีอยู่ตอนนี้แบรนด์ชั้นนำหลายเจ้าเตรียมนำชิปเซ็ตนี้ไปใช้กับสมาร์ทโฟนตัวเรือธงของปีหน้ากันแล้วค่ะ อย่างไรก็ตามเกวลินคิดว่าทาง Qualcomm อาจจะผลิตชิปเซ็ตตัวใหม่ออกมาอีกในอนาคต อาจจะเป็นทั้งตัวท็อปกว่านี้ หรือ รุ่นรองลงมาเพื่อนำไปใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง ๆ ก็เป็นได้ค่ะ ใครที่คิดอยากจะเปลี่ยนมือถือในช่วงเวลานี้ถ้าจะให้ดีรออีกสัก 2 - 3 เดือนเราคงจะได้เห็นแบรนด์ดังเปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ที่ใช้ชิปเซ็ตตัวนี้ที่มีประสิทธิภาพและราคาใกล้เคียงกับรุ่นที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาดณ.ขนาดนี้ก็เป็นได้ค่ะ Source: Qualcomm Snapdragon เรียบเรียงบทความโดย: KaelynVT
22 Dec 2020
10 บัคแปลกๆ ที่เราสามารถพบได้ขณะเล่น Cyberpunk 2077
Cyberpunk 2077 ถือเป็นหนึ่งในเกมระดับ AAA ที่เกมเมอร์หลายๆ คนกำลังรอคอย แต่ด้วยความที่มันรอคอยนี่แหละครับ ทุกคนก็ต้องคาดหวัง และสิ่งที่ผู้เล่นสัมผัสได้นอกจากประสบการณ์ของเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ นั่นคือ " บัค " เกมนั้นมันดันมีบัคมากมายที่ผู้เล่นหลายคนประสบพบเจอ ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะขอพาทุกคนมาพบกับ 10 บัคแปลกๆ ที่เราสามารถพบได้ขณะเล่นเกมนี้ ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย. 1.แจ็คกี้หายไป จะมีหนึ่งในภารกิจที่เรียกว่า Pickup ซึ่งภารกิจนี้นี่แหละมีโอกาสสูงมากที่เพื่อนของเราอย่างแจ็คกี้จะอยู่ในสภาพล่องหนหรือหายตัวไปในระหว่างที่กำลังทำการดับเพลิงในช่วงท้ายของภารกิจ โดยวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดนั้นคือการอยู่ใกล้ๆ กับแจ็คกี้ ( ที่อยู่ในสภาพล่องหน ) ให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าแยกห่างกันเกินไปก็เตรียมตัวเลยหลงกันได้เลย! 2.หัวโล้นในกระจก โดยส่วนใหญ่ประมาณ 9 ใน 10 ของการเล่นเกมนั้นผู้เล่นจะมีโอกาสน้อยมากที่จะเห็นตัวละครของตนเองเพราะเกมนี้คือมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ในขณะเดียวกันก็สามารถที่จะมองดูตัวเราเองได้ผ่านประจกเช่นกัน แต่...พอส่องกระจกดูจู่ๆ เรากลับเห็นตัวละคร V ที่เรายอมเสียเวลาแต่งตัว แต่งหน้า แต่งผม หมดเวลาไปกับมันหลายนาที เผลอๆ บางคนอาจจะใช้เวลาเป็นชั่วโมง กลายเป็นนตัวละครหัวโล้นหัวล้านเฉยเลย. 3.ศัตรูที่พุ่งผ่านกำแพง ในหัวข้อนี้จริงๆ แล้วมันเกิดขึ้นบ่อยสำหรับเกมที่มีฉากฆ่าฟันกันเยอะๆ จนทำให้เกิดบัคแปลกๆ เช่น ตัวละครมีลักษณะกระดุก ตัวบิดเบี้ยว แต่นั้นไม่พอสำหรับ Cyberpunk 2077 เพราะสิ่งที่เราจะเจอแน่นอนคือ...ศัตรูที่เราเจอบางตัวมันวิ่งผ่านทะลุกำแพงเป็นผีไปแบบหน้าตาเฉยเลย และหลังจากที่เราฆ่าศัตรูแบบล้างผลาญ ตัวที่กลายศพก็เหมือนกลายเป็นสิ่งที่ไร้สสารสามารถทะลุกำแพงได้เช่นกัน งงเป็นไก่ตาแตกอยู่พักนึง555. 4.รีเซ็ต ข้อนี้อาจจะไม่ใช่บัคแปลกมากนัก แต่มันเป็นบัคที่สุดแสนจะน่ารำคาญสำหรับผู้เล่นหลายๆ คน เพราะเมื่อเรารีสตาร์ทเกม เมื่อจะกลับเข้าไปโหลดเริ่มเล่นจากจุดที่เคยเซฟไว้ จู่ๆ ค่าต่างๆ เราเคยเซ็ตไว้ เช่น กราฟฟิค ซับไตเติ้ล หรือเสียงต่างๆ ทั้งหมดนี่ถูกรีเซ็ตใหม่หมดเลย ลองคิดดูว่าเราปรับค่า Low ไว้แล้วจู่ๆ มันก็กลายเป็น High เครื่องกระตุกรัวๆ 555 ซึ่งวิธีแก้ไขคือให้เราปิดเกมไปก่อนแล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่ ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติทันที. 5.T-Poses ท่ายืนกางแขนเป็นตัว T นี้บอกได้เลยว่ากำลังเป็นมีมดังมากๆ สำหรับเกมนี้ เพราะมันมีเยอะมากๆ ตั้งแต่ฉากบัคขับรถแล้วตัวละคร V ก็ยืนโพสต์ท่า T พร้อมกับเปลือยท่อนล่าง! แต่นั่นไม่ได้เป็นแค่กับตัวละครของเราเพราะว่าบางครั้งเมื่อเราเข้าไปในบาร์เราจะเห็น NPC บางคนที่ยืนทำท่าแบบเดียวกัน. 6.วัตถุลอย บัคสิ่งของต่างๆ ในเกมลอยนั้นจริงแล้วมีอยู่ในเกมมากมาย แต่มันไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเกมระดับ AAA แบบนี้! ซึ่งถ้าพูดจริงๆ มันก็มีอยู่น้อยมากดังนั้นมันเลยอาจจะทำให้ผู้เล่นที่เจออาจจะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ซึ่งเมื่อเราเข้าสู้ฉากคัตซีนหรือช่วงเล่นเกมเราจะเห็นวัตถุต่างๆ ลอยเป็นระยะๆ เช่น มือถือที่ไม่มีคนจับก็ลอยได้ / บุหรี่ของ Johnny Silverhand ที่เขาน่าจะทิ้งไปแล้ว แต่มันก็ยังลอยอยู่ในระดับปาก. 7.Animation แปลกๆ ข้อนี้มันจะเกิดขึ้นในช่วงสนทนาตัดสินใจเลือกตัวเลือกและเกิดขึ้นตามสภาพแวดล้อมสถานที่ต่างๆ ซึ่งขอบอกเลยว่ามันมีมากมาย เช่น แจ็คกี้ไปแทนที่จะนั่งมอเตอร์ไซต์ดีๆ กลับไปลอยตัวอยู่บนกำแพงอากาศ / และเมื่อเข้าสู่บทสนทนาเพื่อเลือกตัวเลือกตัดสินใจ เขาก็จะมานั่งคุยกับเราปกติ แต่..พอคุยเสร็จมันก็เอาอีกแล้ว ! มันไปลอยบนอากาศอีกแล้ว! 8.บัคตกแมพ ในขณะที่เรากำลังเดินหรือขับรถไปทั่วเมือง Night City อยู่นั้นมันจะมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น เพราะจู่ๆ ตัวเราก็เหมือนสามารถทะลุสสารถูกดูดลงไปในพื้นไปจากกรอบแมพไปเรื่อยๆ แล้วตายลง เป็นความรู้สึกที่เรียกว่าทำให้ผู้เล่นหัวอุ่นกันมากๆ เพราะบางครั้งเรากำลังทำภารกิจอยู่. 9.รถที่โผล่มาจากไหนไม่รู้! ปกตินั้นการที่มีรถหรือตัวละครในเกมผุดขึ้นมามันถือเป็นเรื่องธรรมดาของเกม Open-World แต่ส่วนใหญ่นั้นมันจะเกิดขึ้นในจุดๆ ที่ผู้เล่นไม่อยู่เท่านั้น แต่นั้นก็ไม่ใช่สำหรับ Cyberpunk 2077 เช่นกันเพราะว่าในขณะที่เรากำลังขับรถอยู่บนถนนของเขต Badland อยู่ดีๆ เส้นทางโล่งข้างหน้านั้นก็มีรถผุดขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้ หรือบางทีไอรถที่อยู่ข้างหน้าเรามันก็ดันหายวับไปเฉยเลย *บัคนี้จะสามารถพบได้นอกเมือง Night City เท่านั้น. 10.บัครวมร่าง! จะมีจุดหนึ่งที่ผู้เล่นต้องนั่งเป็นผู้โดยสารอยู่บนรถ จากนั้นถ้าหากผู้เล่นออกจากเกมเข้าใหม่ หรือตายแล้วเกิดในจุดนี้ แทนที่เราจะได้ไปนั่งเป็นผู้โดยสารแทน เรากลับต้องมานั่งที่ฝั่งคนขับ แต่ประเด็นหลักก็คือ NPC ที่เป็นคนขับนั้นก็ยังนั่งอยู่! ซึ่งตัวละครทั้งสอง ก็ยังคงพูดคุยกันแบบปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!   Credit : THEGAMER
22 Dec 2020
10 เกมภาคต่อ ที่คุณไม่รู้ว่ากำลังจะมาในปี 2021
ใกล้จะก้าวเข้าสู่ช่วงปี 2021 แล้ว แน่นอนว่ากำลังจะมีเกมใหม่ๆ เข้ามาให้เราได้เล่นกันในปีหน้าอีกมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีเกมเก่าที่กำลังพัฒนาเพื่อสร้างภาคใหม่ที่ดีขึ้นมาให้แฟนๆ ได้ติดตามเรื่องราวต่อเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้พวกเรา GameFerverTH ขอเสนอ 10 เกมภาคต่อที่คุณไม่รู้ว่ากำลังจะมาถึงในปี 2021 ถ้าพร้อมแล้วเรามาอัพเดทกันเลยว่ามีเกมไหนกันบ้าง! 1.Resident Evil Village เกมตำนานอย่าง Resident Evill ที่มีตำนานและเรื่องราวคู่เกมเมอร์มาอย่างยาวนาน ซึ่งล่าสุดที่ผ่านมานั้นตัวเกมได้สร้าง Resident Evill VII หรือภาค 7 เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของทาง Capcom ทั้งยังเป็นการนำซีรี่ส์หวนคืนสู่ความสยองขวัญอีกครั้ง ซึ่งก็มีทั้งเสียงวิจารณ์ในแง่ที่ดี และแง่บวก ซึ่งล่าสุดมีข่าวออกมาว่าในช่วงเมษายนปี 2021 ทางค่ายจะปล่อยภาค 8 ที่แฝงความสยองมากกว่าเดิม และมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ส่วนจุดพีคสำหรับผมนั้นคือมันอาจจะมีมนุษย์หมาป่าด้วย! 2.Harvest Moon: One World ซีรี่ส์ Haveest Moon เป็นเกมปลูกผัก เอ๊ะหรือเกมจีบสาวที่กำลังอยู่ในช่วงที่มีกระแสดีมากๆ และอยู่อันดับต้นๆ ของเกมแนวนี้เลย ซึ่งเกมภาคต่อซีรี่ส์ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 2 มีนาคม ปี 2021 คือ Harvest Moon: One World ซึ่งภาคนี้อาจจะทำให้เกมประเภทเดียวกันต้องรีบกลับไปทำการบ้านหาฟีเจอร์มาสู้กับเกมนี้ เพราะสำหรับภาคนี้ผู้เล่นจะสามารถเดินทางไป ณ ส่วนต่างๆ ของโลกเพื่อเลือกพื้นที่ในการสร้างฟาร์มของตัวเองได้เช่น ทะเลทราย Pastilla หมู่บ้านรอบภูเขาไฟใน Lebkuchen และทุ่งทุนดราภูเขาหิมะแห่ง Salmiakki และนอกจากนี้เรายังสามารถที่จะใช้ฟีเจอร์ Expando-Farm เพื่อเดินทางไปยังพื้นที่เหล่านี้โดยยกฟาร์มทั้งหมดตามไปได้อีกด้วย!   3.Psychonauts 2 หลังจากที่ทางผู้พัฒนาได้เปิดโครงการระดมทุนให้แฟนๆ ช่วยกันโดเนทยอดเงินซึ่งรายได้ทั้งหมดจะถูกนำไปสร้าง Psychonauts 2 และมันก็สำเร็จได้อย่างเกินคาดและทางผู้พัฒนาก็ประกาศว่าจะวางจำหน่ายเกมในช่วงปี 2021 ที่ขะถึงนี้ โดยในครั้งนี้ทีมผู้สร้างจะลองทำเกมด้วยแนวคิดที่นอกกรอบจากรูปแบบเดิมเพื่อให้ผู้เล่นได้เข้าถึงอารมณ์และประสบการณ์ในการเล่นมากขึ้น บอกเลยว่าผมเป็นเงินต่อซื้อเกมนี้แน่นอน.   4.Chivalry 2 Chivalry ถือเป็นอีกหนึ่งเกมแนวสงครามยุคกลางที่ทำออกมาได้ดีมากๆ จนแฟนๆ ต้องร้องขอให้มีภาคต่อแต่ข่าวก็เงียบหายไปตั้งแต่ปี 2012 ซึ่งในสมัยนั้นมีไม่กี่เกมที่ผู้เล่นสามารถเล่นออนไลน์พร้อมกับผู้เล่นอื่นได้มากถึง 64 คนพร้อมกันและเข้าไปโบ๊ะบ๊ะสร้างอภิมหาสงครามจะสู้แบบไม่คิดหน้าคิดหลังโถมกัน หรือจะเน้นกลยุทธ์สามารถทำได้ทุกอย่าง และเกมก็เต็มไปด้วยระบบที่น่าสนใจมากมาย จนกระทั่งล่าสุดก็มีข่าวดี! เพราะเกมนี้จะมีภาค 2 ออกมาให้เราได้ลงสู่สนามรบอีกครั้งในปี 2021 ที่จะถึงนี่แหละครับ!   5.Evil Genius 2: World Domination Evil Genius 2: World Domination เกมภาคต่อที่หลายๆ คนรอคอยเพราะนี่ถือเป็นเกมกลยุทธ์ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองซึ่งเปิดตัวเมื่อช่วงปี 2004 และข่าวก็เงียบหายไป แต่ข่าวดีคือ...ในปี 2021 นี้ผู้เล่นเตรียมรับบทเป็นหัวหน้าวายร้ายผู้บงการวางแผนยึดครองโลกอีกครั้งได้เลย ซึ่งในครั้งนี้เกมจะเปิดตัวด้วยแคมเปญต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น การระดมทุนเสนอผลงานเพื่อนำงบมาเทคโนโลยี / การลักพาตัวผู้นำทางการเมืองเพื่อปิดปากหรือขัดขวางการทำงาน ซึ่งถ้าได้เล่นบอกเลยว่าเราจะรู้สึกสะใจมากๆ เพราะนานๆ ทีจะมีเกมที่ให้เรารับบทเป็นวายร้ายมาให้เห็นกัน.   6.Senua’s Saga: Hellblade 2 หนี่งในเกมที่หลายๆ คนเล่นแล้วต้องหัวร้อนไปตามๆ กันนั่นเพราะเกมนี้ตอนที่ออกมาภาคแรก ทางผู้พัฒนาก็เตือนเลยว่าอย่าตาย เพราะถ้าเราตายในเกมบ่อยๆ ตัวละครที่เล่นนั้นจะถูกความมืดกลืนกินทีละนิดและเมื่อถูกกินจนถึงจิตวิญญาณจะ Game Over ต้องเริ่มเล่นใหม่ทั้งหมด แต่จุดเด่นของเกมนี้นั้นอยู่ที่เรื่องราวที่น่าสนใจมากๆ การเล่าเรื่อง การผูกเรื่องดังนั้นจึงทำให้มันโดนใจเกมเมอร์สายเนื้อเรื่องเป็นอย่างมาก ซึ่งในครั้งนี้ตัวเกมจะกลับมาในชื่อว่า Senua’s Saga: Hellblade 2 ซึ่งผู้พัฒนาใบ้มาว่าเรื่องราวของภาคนี้จะลึกซึ้งและมืดหม่นลงไปอีก โดยเรื่องราวจะถูกเซ็ตฉากที่ดินแดนไอซ์แลนด์.   7.Shadow Warrior 3 ซี่รีส์เกม Shadow Warrior ถือเป็นอีกหนึ่งแนวเกมแอ็คชั่นเดินหน้าบู๊พล็อตแปลกแต่น่าสนใจเพราะรูปแบบการเล่นสุดมันส์และการดำเนินเรื่องด้วยตัวละครที่มีเอกลักษณ์สุดกวนโอ๊ยอีก โดยล่าสุดทางผู้พัฒนากำลังส่งต่อความมันส์เลือดสาดนี้มาให้แฟนๆ อีกครั้งด้วยการประกาศวางจำหน่ายภาค 3 ในปี 2021 โดยภารกิจหลักในภาคนี้คือการตามจับมังกรที่ตัวเอกดันทำหลุดออกมาจากที่คุมขังโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งเกมยังคงมีกลิ่นอายของความเป็นแฟนตาซี ฉากบู๊เลือดสาด หรือจะเรียกว่าเกม DOOM ในธีมเอเชียก็ยังได้! 8.Vampire The Masquerade: Bloodlines 2 เกมโลกแวมไพร์ในตำนานกำลังจะกลับมาอีกครั้งในปี 2021 นั่นคือเกม Vampire The Masquerade: Bloodlines 2 ซึ่งในภาคนี้จะมีการสร้างเอกลักษณ์ขึ้นมามากมาย เช่น ระบบเมืองที่ใหญ่มาก / ระบบแก๊งค์ หรือระบบอื่นๆ ที่ทำให้เกมนี้อาจจะกลายเป็น Game of The Year ในปีหน้าเลยก็เป็นได้ เอาล่ะ เตรียมตัวรับบมเป็นแวมไพร์ในโลกแห่งยามรัติกาลกันได้เลย!   9.S.T.A.L.K.E.R. 2 แค่เห็นชื่อเกมนี้มือไม่ก็สั่นไปหมด ใครจะไปคิดว่าเกมโคตรตำนานจะกลับมาอีกครั้ง เพราะโปรเจ็คภาค 2 ของเกมนี้เคยถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ข่าวดีมากๆ เพราะล่าสุดทางค่ายได้ทำการนำเกมมารื้อใหม่เรียบร้อยและพร้อมถึงมือพวกเราในปี 2021 แน่อน ถ้าหลายๆ คนยังไม่รู้จักเกมนี้นะครับขอเกริ่นแค่ว่า เราจะได้เข้าไปในพื้นที่ที่มีพลังงานนิวเคลียร์ สถานที่ๆ เต็มไปด้วยสัตว์กลายพันธุ์ สิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถอธิบายได้ แก๊งค์ต่างๆ หรือ The Zone ที่จะทำให้เราตายได้แบบไม่รู้ตัว!   10.State Of Decay 3 อีกหนึ่งซีรี่ส์เกมแนวเอาชีวิตรอดจากโลกของซอมบี้ที่ดีที่สุดในยุคนี้ หลังจากที่ภาค 2 นั้นตัวเกมทำออกมาได้ในเกณฑ์ที่ดีจนถึงดีมากๆ ดังนั้นจึงควรอย่างยิ่งที่เกมจะมีภาคต่อ ซึ่งภาคต่อนั้นจะถูกปล่อยในปี 2021 แต่รายละเอียดยังไม่มีข้อมูลมากนั้น นอกจากข่าวลือที่ว่าผู้เล่นจะถูกเซ็ตฉากให้อยู่ในเมืองที่มีสภาพแวดล้อมที่หนาวเหน็บอย่างเมืองอลาสก้าหรือแคนนาดา แต่ผมเชื่อว่าเกมนี้จะไม่ทำให้เราผิดหวังแน่นอน! Credit : GAMERANT  
22 Dec 2020
Cyberpunk 2077 กับ 10 Easter Egg ที่ซ่อนอยู่ในเกม
หลังจากเปิดตัว Cyberpunk 2077 มาจนถึงตอนนี้ หลายๆ คนได้มีการแชร์ประสบการณ์และความรู้สึกหลังจากที่ได้เข้าไปเล่นเข้าไปมีส่วนร่วมในเกม นอกจากนั้นยังมีการแชร์สิ่งที่พวกเขาไปพบเจอในเกมอย่าง " Easter Egg " ซึ่งขอยอมรับเลยว่าในเกมนี้ทางผู้พัฒนาได้ใส่ Easter Egg เข้ามาไว้ในเกมเยอะมาก ดังนั้นในวันนี้พวกเรา GameFever TH ขอพาทุกคนมาพบกับ 10 Easter Egg ที่ซ่อนอยู่ในเกมนี้ ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.ภาพยนต์แนว Cyberpunk ที่นำแสดงโดยคีอานูรีฟส์ Cyberpunk 2077 ไม่ใช่งานชิ้นแรกที่ Keanu Reeves แสดงในโลกแห่งยุคอนาคต ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้ทำการซ่อน Easter Egg ที่จะกล่าวถึงไซเบอร์พังค์เรื่องอื่นๆ ไว้ 2 เรื่อง โดยทั้งสองเรื่องนั้นคีอานูได้มีบทบาทสำคัญด้วย ดังนี้ : บริษัท Revere Courier Services ในเกมได้ทำการโฆษณาด้วยภาพเอ็กซเรย์ศีรษะ พร้อมกับอุปกรณ์ในการจัดเก็บข้อมูลภายในตัว โดยมีคำชวนเชื่อว่า " 80 GB แรกฟรี ! " คำพูดนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่มีบทบาทสำคัญในภาพยนต์แนวไซเบอร์พังค์เรื่อง Johnny Mnemonic ที่นำแสดงโดย Keanu Reeves ที่รับบทเป็นบุคคลที่มีชิ๊ปจัดเก็บข้อมูลอยู่ในสมองของเขา และมันสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้มากถึง 80 GB. ต่อด้วยโฆษณาร้านเสื้อที่บอกว่า " ถ้าคุณต้องการอะไร แค่ให้นึกถึงและพูดมันออกมา เช่น เสื้อผ้า / เสื้อผ้าเยอะๆ " จากนั้นเราจะเห็นคนที่ยืนอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าสีขาว เมื่อเขาพูดจบจะมีเสื้อผ้ามากมายพุ่งออกมาเป็นแถวให้เลือก ฉากนี้ถ้าใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ภาพยนต์เรื่อง The Matrix จะจำได้ว่าอีคานูเคยขอปืนเยอะๆ และปืนก็พุ่งออกมาเป็นแถวให้เลือกมากมายเช่นกัน. 2.การโพส์ท่าถ่ายภาพ ล้วนมีแหล่งที่มา ในตัวอย่างเกี่ยวกับโหมภ่ายที่ทาง Cyberpunk 2077 ปล่อยออกมานักพัฒนาได้แสดงให้เห็นถึงการโพสท่าที่มาจากสื่อต่างๆ ที่ใครหลายๆ คนเห็นอาจจะร้องอ๋อตามๆ กัน ซึ่งทางเราได้รวบรวมมาให้แล้วดังนี้ : ในนามของดวงจันทร์ฉันจะลงโทษคุณ! - เซเลอร์มูน ท่าโพสโจโจ้ V's Bizarre Pose - Jojo's Bizarre Adventure You're Breathtaking - คำพูดสร้างแรงบันดาลใจจาก Keanu Reeves มีมดัง Hard Pass / Now You're Talking - Hotline Bling ท่าทาง Joker Stairs - Joker Movie (2019) V for Victory - Dark Souls 'สรรเสริญดวงอาทิตย์ My Name is V. Just V - James Bond 007 V Shot First - Han Solo Like One of Your French Girls - ไททานิค ใจเย็น ๆ นี่คือการปล้น! - เรื่อง Pulp Fiction 3.Ghost in the Shell นี่คือไอคอนที่จูดี้ใช้ในเวลาที่เธอโทรมาหาหรือผู้เล่นโทรไปหาเธอ เราจะเห็นผีน่ารักในเปลือกหอย ซึ่งผีตัวนี้มีข้อมูลอ้างอิงจากอนิเมะเรื่อง Ghost in the Shell ในช่วงปี 1995 *อนิเมะเรื่องนึ้ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่ให้กำเนิดสื่อต่างๆ แนวไซเบอร์พังค์ออกมามากมาย.   4.Portal Series และ GLaDOS ในช่วงภารกิจเสริม Epistrophy ผู้เล่นจะได้พบกับรถแท็กซี่ Delamain ที่ใช้คำพูดสำเนียงกวนส้นคล้ายๆ กับตัวละครดังอย่าง GLaDOS จากซีรี่ส์ Portal ประโยคสนทนานั้นมีเยอะมาก แต่ที่ขอยกมาเป็นตัวอย่างนั่นก็คือประโยคนี้ที่ว่า " ฉันมีเรื่องเซอร์ไพรส์ให้กับคุณหลังจากที่ผ่านการทดสอบที่จะถึงนี้ได้ บอกได้เลยว่าคุณจะต้องประหลาดใจแน่ๆ สิ่งที่ฉันจะบอกคือ...ฉันจะฆ่าคุณและเค้กก็หมดแล้ว" ...เพื่อ! แต่นั่นยังไม่พอยังมีบทสนทนาหลังจากที่พูดจบ นางก็จะพูดในช่วงท้ายอีกว่า " ผลการทดสอบมาแล้ว และสรุปก็คือเมื่อกี้เรายังไม่ได้ทดสอบอะไรเลย "  ... บอกเลยว่าใครที่เคยหงุดหงิดกับ GLaDOS ก็ต้องมาเจอกันอีกในเกมนี้นะครับ555   5.Half-Life 3 เปิดตัว! ค่ายเกมที่นับเลขไม่เคยถึง 3 หลายๆ คนคงจะรู้จักกันดี และหนึ่งในเกมที่ยังนับไม่ถึง 3 เสียทีนั้นก็คือเกม Half-Life ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้แอบมีการแซวเล็กๆ น้อยๆ ประมาณว่า "หลังจากรอคอยมานานจนระยะเวลาผ่านไป 50 ปี ในที่สุดก็มีการเปิดตัวเกม No Life 3 ซึ่งจะนำแสดงโดยตัวเอกที่เงียบขรึม นามว่า Baron Freimensch ( คล้ายๆ กับตัวเอกใน Half-Life อย่าง Gordon Freeman หรือเปล่านะ?.555 ลองไปคิดกันเอง ) ผู้ร่วมมือกับสาวน้อย Alice ( คล้องกับ Alyx 555 ) เพื่อจัดการกับศัตรู " หวังว่าพวกเราคงไม่ต้องรอกันถึงปี 2077 ถึงจะได้เล่น Half-Life 3 กันจริงๆ นะ!   6.การอ้างอิงถึง The Witcher จะมีนิตยสารยี่ห้อหนึ่งในเมื่อ Night City ที่ผู้เล่นสามารถหาเจอได้ในชื่อ Retro Gamer ซึ่งจะเน้นเกมแนวยุคเก่าๆ เก๋าๆ ช่วงปี 2000 และเราจะได้เห็น Ciri หนึ่ง่ในตัวละครจากเกม The Witcher ถูกนำไปขึ้นบนหน้าปกนิตยสาร ซึ่งผู้เล่นสามารถหานิตยสารฉบับนี้ได้ที่ช่วงแนะนำ Corpo Life Path ในลิ้นชักที่โต๊ะทำงานส่วนตัวของเราเอง.   7.มีการแสดงความรักถึง Roach ม้าใน The Witcher Roach ถือเป็นม้าคู่ใจของ Geralt ตัวเอกของเกม The Witcher ซึ่งเจ้าม้าตัวนี้ถือเป็นหนึ่งในความทรงจำและอีกหนึ่งตัวละครที่ผู้เล่นหลายๆ คนรู้สึกรักและผูกพันธ์กับมันมากๆ ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้พาเจ้าม้าตัวนี้มาสู่เกม Cyberpunk 2077 ด้วย และผู้เล่นสามารถพบเจอเจ้าม้าได้จาก : โหมดภาพถ่ายของ Cyberpunk ซึ่งมีสติกเกอร์ Roach หลายแบบให้เลือก   เครื่องเล่นเกมอาร์เคดหลายเครื่องที่สามารถพบได้ โดยจะเป็นเกมเกี่ยวกับการเล่นเป็น Roach ภาพ 8 บิตที่ต้อง พยายามหลบหลึกสิ่งกีดขวาง 8.The Black Unicorn หนึ่งในดาบเหล็กสุดพิเศษนามว่า The Black Unicorn ซี่งเป็นดาบที่อยู่ในเกม The Witcher อาวุธชิ้นนี้ถ้าหากเราทำการสั่งซื้อ Cyberpunk 2077 ใน 3 รุ่นพิเศษจะทำให้เราสามารถรับอาวุธชนิดนี้ได้ โดยมันจะซ่อนอยู่ในอพาร์ทเมนต์ของผู้เล่น และนอกจากนี้ยังจะสามารถรับเสื้อผ้าอื่นๆ จาก The Witcher อีกด้วย.   9.Mike Pondsmith ในเกม Cyberpunk 2077 นั้นมีสถานีวิทยุกระจายเสียงมากมาย โดยเพลงนั้นจะมีเยอะมากหลากหลายแนวเพลงที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อเกมนี้โดยเฉพาะ และสถานีวิทยุกระจายเสียงเหล่านี้จะมีดีเจผู้จัดทำนามว่า Mike Pondsmith ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น เขาผู้นี้คือบุคคลสำคัญผู้สร้าง Cyberpunk IP นั้นเอง! 10.ฮิเดโอะโคจิมะ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวละครรับเชิญที่หลายๆ คนก็ยอมรับ นั่นคือ คุณฮิเดะโอะ เขาถือเป็นหนึ่งในผู้กำกับเกมที่เคยมีมุมมองในการสร้างเกมที่ไกลกว่าผู้กำกับคนอื่นๆ หลายก้าว ดังนั้นทางผู้พัฒนาก็เลยรับเชิญมาแจมในเกมด้วยเสียเลย โดยผู้เล่นสามารถที่จะพบเจอกับเขาที่ภารกิจ Act 1 The Heist ตัวละครที่ว่านั้นจะมีใช้ชื่อ Oshima ซึ่งกำลังนั่งอยู่ในบาร์และผู้เล่นสามารถเข้าไปพูดคุยกับเขาได้เล็กน้อย น่าเสียดายนะครับที่เขาไม่ได้มามีส่วนร่วมในภารกิจใดๆ เลยอย่างน้อยๆ ถ้ามีอยู่ในภารกิจเสริมก็น่าจะดี.  Credit : IGN
21 Dec 2020
Cyberpunk 2077: สรุปรายละเอียดสกิลทั้ง 2 สายของสเตตัส "ความใจเย็น"
การเล่นสไตล์ลอบเร้นเป็นหนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในเกม RPG ยุคหลังๆ เนื่องจากวิธีการเล่นสไตล์นี้สามารถทำให้เราเอาชนะ หรือผ่านด่านต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องต่อสู้ให้บาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย ซึ่งใน Cyberpunk 2077 เองก็สามารถเล่นสไตล์นี้ได้เหมือนกัน ด้วยสกิลต่างๆ ที่อยู่ในสเตตัส "ความใจเย็น" ครับ สกิลในสเตตัสนี้จะแบ่งออกเป็น 2 สายคือ "ลอบเร้น" และ "ความเลือดเย็น" โดยสกิลส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การทำให้เราแอบเข้าไปปลิดชีพอีกฝ่ายที่ไม่รู้ตัวได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงเพิ่มดาเมจให้กับอาวุธเฉพาะทางบางชนิด และบางสกิลยังเพิ่มโอกาสคริติคอล และความเสียหายที่ทำได้จากการคริติคอลด้วยครับ **ป.ล** ข้อมูลสกิลทั้งหมดที่อยู่ในบทความนี้ จะเป็นข้อมูลเลเวล 1 ของสกิลแต่ละอัน โดยบางสกิลจะสามารถอัพได้สูงสุดถึง 3 ขั้นครับ **ป.ล อีกรอบ** การใช้สกิลของ Perk แต่ละสายจะเพิ่มเลเวล "ความก้าวหน้าทักษะ" ของ Perk แต่ละสายด้วย ซึ่งมันจะทำให้เราได้รับ แต้มสำหรับอัพ Perk หรือความสามารถเพิ่มเติมอื่นๆ เช่นกัน โดยรายละเอียดจะอยู่ด้านล่างข้อมูลสกิลของ Perk แต่ละสายครับ ลอบเร้น เป็นไปตามชื่อเลย สกิลส่วนใหญ่ในสายนี้จะช่วยให้เราสามารถลอบเร้น และปลิดชีพศัตรูที่ไม่รู้ตัวได้ง่ายขึ้น หลายสกิลเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับเราด้วย และบางสกิลก็เพิ่มความเสียหายที่ทำได้แบบเยอะมากให้กับอาวุธที่อยู่ในเงื่อนไข (สไนเปอร์, อาวุธเก็บเสียง หรือดาเมจจากพิษ) ในสายนี้มีสกิลที่ทำให้เราสามารถขวางมีดได้อยู่ด้วย แน่นอนว่ามีสกิลที่ช่วยให้เอาตัวรอดได้อยู่บางส่วนเช่นกัน ปลิดชีพอย่างเงียบๆ (ติดตัว) - ศัตรูที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 15% จะหมดสภาพทันทีเมื่อถูกโจมตีด้วยมีด ไม่สามารถใช้ได้กับศัตรูที่มีระดับความเย็นสูงมาก (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) ออกจากเงามืด (ทริกเกอร์) - หลังจากเข้าสู่การต่อสู้ เพิ่มโอกาสคริติคอล 25% เป็นเวลา 7 วินาที (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) สไนเปอร์ (ติดตัว) - เพิ่มความรุนแรงจากการยิงหัว 30% เมื่อไม่ได้ต่อสู้ (ต้องการความใจเย็น 9 ในการปลดล็อค) เสือหมอบ (ติดตัว) - เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 20% เมื่อย่อง จู่โจมเงามืด (ติดตัว) - เพิ่มโอกาสคริติคอล 15% ขณะย่อง (ต้องการความใจเย็น 7 ในการปลดล็อค) ยาแก้พิษขนานแรง (ติดตัว) - ทำให้สามารถต้านทานพิษได้ (ต้องการความใจเย็น 11 ในการปลดล็อค) เขี้ยวพิษ (ติดตัว) - มีดทุกเล่มจะทำให้ศัตรูติดพิษ (ต้องการความใจเย็น 14 ในการปลดล็อค) เร่งพิษ (ติดตัว) - สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 20% แก่ศัตรูที่ติดพิษ (ต้องการความใจเย็น 18 ในการปลดล็อค) โกงความตาย (ทริกเกอร์) - เมื่อพลังชีวิตต่ำกว่า 50% จะลดความเสียหายที่เข้ามา 50% เป็นเวลา 10 วินาที ไม่สามารถเกิดผลได้ต่อหนึ่งครั้งต่อหนึ่งนาที (ต้องการความใจเย็น 18 ในการปลดล็อค) งูหางกระดิ่ง (ติดตัว) - ศัตรูที่ติดพิษจะเคลื่อนที่ช้าลง (ต้องการความใจเย็น 14 ในการปลดล็อค) งานเนี๊ยบ (ใช้งาน) - คุณสามารถแบกร่างของศัตรูได้ทันที หลังจากเทคดาวน์ด้วยการกด E ค้าง (ต้องการความใจเย็น 11 ในการปลดล็อค) มีดบิน (ใช้งาน) - ช่วยให้คุณสามารถปามีดได้โดยการกด คลิกขวาค้าง เพื่อเล็ง แล้วกด คลิกซ้ายค้างเพื่อปา แนบเนียนไปกับเงา (ติดตัว) - เพื่อความเสียหายที่เกิดจากอาวุธเก็บเสียง 25% ขณะที่ย่อง ขาดีด (ทริกเกอร์) - ความเร็วในการเคลื่อนที่หลังจากที่เทคดาวน์สำเร็จจะเพิ่มขึ้น 30% เป็นเวลา 10 วินาที เงามืด (ติดตัว) - เวลาในการพบตัวศัตรูจะเพิ่มขึ้น 20% (ต้องการความใจเย็น 12 ในการปลดล็อค) ถอนตัวอย่างรวดเร็ว (ทริกเกอร์) - เพื่อความเร็วในการเคลื่อนที่ 50% เป็นเวลา 5 วินาทีเมื่อถูกศัตรูพบตัว (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) พิษทำลายประสาท (ติดตัว) - ความเสียหายจากพิษจะเพิ่มขึ้นสองเท่า (ต้องการความใจเย็น 18 ในการปลดล็อค) คอมมานโด (ติดตัว) - คุณจะไม่สามารถถูกพบตัวได้ถ้าหากว่าอยู่ในน้ำ (ต้องการความใจเย็น 14 ในการปลดล็อค) กรีดคอ (ติดตัว) - มีดที่ปาออกไปจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 30% (ต้องการความใจเย็น 9 ในการปลดล็อค) มังกรซ่อนลาย (ใช้งาน) - ช่วยให้คุณสามารถเทคดาวน์ศัตรูกลางอากาศแบบไม่ถึงตายกับเป้าหมายที่ไม่รู้ตัวได้ มือสังหาร (ติดตัว) - สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 15% กับศัตรูที่เป็นมนุษย์ (ต้องการความใจเย็น 7 ในการปลดล็อค) ฟาดให้มึน (ทริกเกอร์) -  การโจมตีประชิดอย่างรวดเร็วด้วยอาวุธระยะไกลจะทำให้ศัตรูชะงัก และเปิดโอกาสให้คุณสามารถกำจัดศัตรูได้ (ต้องการความใจเย็น 11 ในการปลดล็อค) เงาฟื้นฟู (ติดตัว) - ขณะที่ลอบเร้นอยู่การฟื้นฟูพลังชีวิตจะเพิ่มขึ้น 25% (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) ปรมจารย์นินจา (ติดตัว) - การโจมตีขณะย่อตัวจากการลอบเร้นด้วยอาวุธระยะใกล้ จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 100% และการันตรีติดคริติคอล (ต้องการความใจเย็น 20 ในการปลดล็อค) พิษวิทยา - เพิ่มระยะเวลาการติดพิษให้กับศัตรู 5 วินาที +0.2 วินาทีต่อแต้มทักษะแฝง (ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า ลอบเร้นถึง 20 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 เพิ่มการหลบหลีกขึ้น 3% 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 เพิ่มช่วงเวลาก่อนที่ศัตรูจะตรวจพบเรา 10% 5 แต้มทักษะเสริม +1 6 เพิ่มอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตเมื่อไม่ได้ต่อสู้ขึ้น 10% 7 แต้มทักษะเสริม +1 8 เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวขึ้น 3% 9 เพิ่มความเสียหายที่ทำต่อวินาทีขึ้น 3% 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มความเสียหายที่ทำต่อวินาทีขึ้น 2% 12 เพิ่มการหลบหลีกขึ้น 3% 13 แต้มทักษะเสริม +1 14 เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนไหวขึ้น 2% 15 เพิ่มช่วงเวลาก่อนที่ศัตรูจะตรวจพบเรา 10% 16 เพิ่มการหลบหลีกขึ้น 4% 17 แต้มทักษะเสริม +1 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 เพิ่มช่วงเวลาก่อนที่ศัตรูจะตรวจพบเรา 10% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ ความเลือดเย็น Cold Blood  (เลือดเย็น) เป็นบัฟอย่างหนึ่งที่เราจะได้รับเมื่อ สามารถสังหารศัตรูได้ โดยบัฟดังกล่าวสามารถซ้อนทับได้สูงสุด 3 ครั้งโดยพื้นฐาน แต่ละสแตคจะทำให้เราเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น 2% ซึ่ง Perk ส่วนใหญ่ในสายนี้จะช่วยเสริมความสามารถให้กับแสตคของ Cold Blood นั้นเอง แต่ก็มีสกิลบางส่วนที่บวกดาเมจให้กับเราเลย โดยที่ไม่ได้ขอสแตคดังกล่าวเช่นกันครับ คำนวนอย่างเยือกเย็น (ติดตัว) - การโจมตีคริติคอลมีโอกาส 25% ที่จะเพิ่มการทับซ้อนของเลือดเย็น (ต้องการความใจเย็น 14 ในการปลดล็อค) เลือดเย็นสุดๆ (ติดตัว) - เพิ่มจำนวนการทับซ้อนสูงสุดของเลือดเย็นขึ้น 1 ครั้ง (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) ต้องรอด (ติดตัว) - เพิ่มความต้านทานทั้งหมด 2.5% ต่อจำนวนการทับซ้อนของเลือดเย็น ไซแนปส์แช่เย็น (ติดตัว)  ลดคูลดาวน์ลง 3% ต่อจำนวนการทับซ้อนของเลือดเย็น (ต้องการความใจเย็น 7 ในการปลดล็อค) นองเลือด (ติดตัว) - เมื่อทักษะแฝงเลือดเย็นทำงาน เพิ่มการหลบหลีก 5% (ต้องการความใจเย็น 12 ในการปลดล็อค) ความเจ็บปวดก็แค่ภาพลวงตา (ติดตัว) - เมื่อทักษะแฝงเลือดเย็นทำงาน มีโอกาสที่จะไม่ได้รับความเสียหายการโจมตีที่เข้ามา 5% (ต้องการความใจเย็น 18 ในการปลดล็อค) ยอมหักไม่ยอมงอ (ติดตัว) - เพิ่มจำนวนการทับซ้อนสูงสุดของเลือดเย็นขึ้น 1 ครั้ง (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) เพรเดเตอร์ (ติดตัว) - เมื่อทักษะแฝงเลือดเย็น ทำงาน ความเร็วในการโจมตีจะเพิ่มขึ้น 10% (ต้องการความใจเย็น 12 ในการปลดล็อค) คริติคอลกระจาย (ติดตัว) - เพิ่มระยะเวลาของเลือดเย็นขึ้น 5 วินาที (ต้องการความใจเย็น 7 ในการปลดล็อค) ความเลือดเย็น (ติดตัว) - หลังจากที่ปรายศัตรูได้แล้ว จะได้รับผลของทักษะเสริมเลือดเย็นเป็นเวลา 10 วินาทีและเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 2% สามารถมีผลทับซ้อนได้ 1 ครั้ง กระแสเลือดสูบฉีด (ติดตัว) - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตทั้งในและนอกการต่อสู้ขึ้น 50% ต่อจำนวนการทับซ้อนของเลือดเย็น (ต้องการความใจเย็น 9 ในการปลดล็อค) บ่อเลือด (ติดตัว) - เมื่อพลังชีวิตคุณเหลือ 45% เลือดจะทำงานโดยอัตโนมัติพร้อมกับผลทับซ้อนสูงสุด (ต้องการความใจเย็น 14 ในการปลดล็อค) สสารสร้างความเย็น (ติดตัว) - การทับซ้อนของเลือดเย็นจะลดลงทีละหนึ่ง ไม่ใช่ทั้งหมดในทีเดียว (ต้องการความใจเย็น 16 ในการปลดล็อค) แม่นยำแม้เยือกเย็น (ติดตัว) - เพิ่มความเสียหายการยิงหัว 50% (ต้องการความใจเย็น 11 ในการปลดล็อค) ดีดหน่อย (ติดตัว) - เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 2.5% ต่อจำนวนการทับซ้อนของเลือดเย็น ลิมเลือดป้องกันตัว (ติดตัว) - เพิ่มเกราะทั้งหมด 10% ต่อจำนวนการทับซ้อนของเลือดเย็น (ต้องการความใจเย็น 9 ในการปลดล็อค) อัพโหลดด่วน (ติดตัว) - ลดระยะเวลาการอัพโหลดแอคด่วนลง 1% ต่อจำนวนการทับซ้อนของเลือดเย็น (ต้องการความใจเย็น 12 ในการปลดล็อค) ภูมิคุ้มกัน (ติดตัว) - เมื่อทักษะแฝงเลือดเย็นทำงาน คุณจะทนต่อความเสียหายเลือดออก พิษและไฟไหม้ (ต้องการความใจเย็น 12 ในการปลดล็อค) ไร้ปราณี - ถ้าเลือดเย็นทำงานอยู่ จะเพิ่มโอกาสคริติคอล 10% และเพิ่มความเสียหายคริติคอล 25% แต้มทักษะแฝงแต่ละแต้มจะเพิ่มโอกาสคริติคอล 1% และเพิ่มความเสียหายคริติคอล 3% (ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่าความเลือดเย็นถึง 20 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 เพิ่มโอกาสคริติคอล 10% 3 เพิ่มเกราะ 3% 4 แต้มทักษะเสริม + 1 5 แต้มทักษะเสริม + 1 6 เพิ่มแม็คเลือด 10% 7 เพิ่มแม็คสเตมินา 10% 8 เพิ่มความต้านทานทั้งหมด 5% 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 แต้มทักษะเสริม +1 12 เพิ่มความต้านทานทั้งหมด 5% 13 แต้มทักษะเสริม +1 14 เพิ่มความเสียหายคริติคอล 5% 15 เพิ่มโอกาศคริติคอล 10% 16 เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 3% 17 แต้มทักษะเสริม +1 18 เพิ่มเกราะ 7% 19 เพิ่มความเสียหายคริติคอล 5% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ ก็จบไปแล้วครับกับสรุปข้อมูลสายสุดท้าย "ความใจเย็น" จากเกม Cyberpunk 2077 ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดสกิลสายอื่นๆ และบทความน่าสนใจได้ผ่านลิงก์นี้ หวังว่าบทควาทสรุปข้อมูลรายละเอียดสกิลทั้งหมดจะช่วยให้เพื่อนๆ เล่นเกมนี้ได้ตามใจปราถนามากขึ้นครับ
18 Dec 2020
Cyberpunk 2077: วิธีหาเสื้อผ้าแต่ละชิ้นของ Johnny Silverhand
แม้ว่าเกม Cyberpunk 2077 จะมีตัวละครเด่นๆ ที่น่าจดจำมากมาย แต่คงไม่มีคนไหนที่จะเป็นเอกลักษณ์เท่ากับนักดนตรีร๊อคในตำนาน Johnny Silverhand ที่รับบทโดยนักแสดงชื่อดัง Keanu Reeves นั่นเอง โดยแม้ว่าตัวละครของเขาจะเสียชีวิตไปแล้วหลายสิบปีในเวลาปัจจุบันของเกม แต่เขาก็ยังถือเป็นหนึ่งในตำนานของเมือง Night City ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นเช่นเดียวกัน วันนี้เราจะมาบอกว่า แม้คุณจะไม่สามารถเป็น Johnny Silverhand ได้จริงๆ (ยกเว้นในเนื้อเรื่องบางฉาก) แต่คุณก็สามารถหาชุดเสื้อผ้าของ Johnny มาใส่ได้ในเกม Cyberpunk 2077 ด้วย ตั้งแต่เสื้อกล้ามตัวเก่งไปจนถึงกางเกงและรองเท้า ให้คุณได้คอสเพลย์เป็น Johnny ได้ดั่งใจไปเลย (หากเก็บได้ทั้งหมดจะได้รับ Trophy/Achievement "You're Breathtaking" ด้วยนะ)     หมายเหตุ: อาจมีการสปอยเนื้อหาของภารกิจเสริมบ้าง แว่นกันแดดของ Johnny สำหรับแว่นกันแดดของ Johnny จะได้รับมาได้โดยอัตโนมัติระหว่างที่ทำภารกิจเสริม Chippin' In ที่จะปลดล๊อคช่วงท้ายๆ ของเนื้อเรื่อง หลังจากที่ทำภารกิจดังต่อไปนี้เสร็จหมดแล้ว: Automatic Love Transmission Life During Wartime Search And Destroy ในระหว่างภารกิจ ผู้เล่นจะต้องยอมให้ Johnny เข้าควบคุมร่างกายของ V ชั่วขณะ (เกมจะให้ทางเลือก) และเมื่อผ่านเหตุการณ์ตามเนื้อเรื่องของภารกิจไปแล้วก็จะได้รับแว่นตามาเอง เสื้อกล้ามของ Johnny สำหรับเสื้อกล้ามของ Johnny จะได้รับเป็นของรางวัลสำหรับภารกิจเสริม Tapeworm ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นเพียงบทสนทนากับ Johnny 4 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเกิดขึ้นหลังทำภารกิจเนื้อเรื่องทั้ง 4 ภารกิจที่กล่าวถึงไปในเงื่อนไขการปลดล๊อคภารกิจเสริม Chippin' In นั่นเอง โดยเมื่อทำภารกิจไปได้ซํกระยะ Johnny จะชวนผู้เล่นคุย ให้คุยกับเขาจนจบแล้วมุ่งหน้าไปยัง Hotel Pistis Sophia เพื่อรับเสื้อกล้ามนี้ กางเกงของ Johnny กางเกงของ Johnny จะสามารถเก็บได้ในภารกิจเสริม Psychofan ที่จะปลดล๊อคเมื่อผู้เล่นถึงระดับชื่อเสียง / Street Cred 38 และสามารถรับภารกิจได้ที่เขต Vista Del Rey เมื่อเล่นภารกิจไปเรื่อยๆ ผู้เล่นจะได้มีโอกาสลักลอบเข้าไปในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง โดยเราจะสามารถหากางเกงได้จากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งในห้องนอนของอพาร์ตเมนต์นั้น รองเท้าของ Johnny เช่นเดียวกับกางเกง รองเท้าของ Johnny จะเก็บได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นมีระดับชื่อเสียง / Street Cred 38 แล้วเท่านั้น โดยจะได้จากภารกิจเสริม Family Heirloom โดยเมื่อเล่นภารกิจไปเรื่อยๆ จะสามารถเก็บรองเท้าของ Johnny ได้จากตู้ล๊อคเกอร์ตู้หนึ่งที่พบในภารกิจ เราสามารถรับภารกิจนี้ได้จากเขต Charter Hill แถม: เสื้อแจ๊คเก็ตลาย SAMURAI อาจจะไม่ใช่ชุดที่ Johnny ใส่ซะเอง แต่เสื้อแจ๊คเก็ตตัวนี้ก็คือเสื้อที่เรามักจะได้เห็น V ใส่อยู่ในตัวอย่างหรือภาพโฆษณาเกมทั้งหลาย และเป็นส่วนหนึ่งของ Trophy/Achievement "You're Breathtaking" ด้วย โดยเสื้อนี้จะได้รับมาจากการทำภารกิจเสริม Chippin' In จบนั่นเอง Credit:Gameranx
18 Dec 2020
Cyberpunk 2077: สรุปรายละเอียดสกิลทั้ง 2 สายของสเตตัส "สติปัญญา"
เมื่อพูดถึงการเล่นเกม RPG แล้ว เชื่อว่าสไตล์การเล่นที่ชื่อว่า "สายเวท" เป็นหนึ่งสายที่ได้รับความนิยมมากเช่นกัน แม้ว่า Cyberpunk 2077 จะมีเซ็ตติ้งอยู่ในยุคไฮเทค แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถเล่นสายเวทได้ในเกมนี้ เรายังคงสามารถสร้างความเสียหายได้โดยไม่ต้องโจมตีด้วยมือของตัวละคร ด้วยการ "แฮค" ครับ และเพื่อที่จะเล่นสายดังกล่าว สเตตัส "สติปัญญา" คือสิ่งที่เพื่อนๆ ต้องให้ความสนใจ การเพิ่มสเตตัส "สติปัญญา" จะช่วยทำให้เราสามารถอัพสกิลที่เกี่ยวข้องกับการแฮคทั้ง 2 แบบภายในเกม Breach Protocol และ Quickhack ได้ ซึ่งมีทั้งช่วยให้ทำดาเมจจากการแฮคได้มากขึ้น, ทำให้แฮคได้บ่อยขึ้น หรือทำให้การแฮคสร้างสถานะผิดปกติกับศัตรูเป็นวงกว้างได้ครับ **ป.ล** ข้อมูลสกิลทั้งหมดที่อยู่ในบทความนี้ จะเป็นข้อมูลเลเวล 1 ของสกิลแต่ละอัน โดยบางสกิลจะสามารถอัพได้สูงสุดถึง 3 ขั้นครับ **ป.ล อีกรอบ** การใช้สกิลของ Perk แต่ละสายจะเพิ่มเลเวล "ความก้าวหน้าทักษะ" ของ Perk แต่ละสายด้วย ซึ่งมันจะทำให้เราได้รับ แต้มสำหรับอัพ Perk หรือความสามารถเพิ่มเติมอื่นๆ เช่นกัน โดยรายละเอียดจะอยู่ด้านล่างข้อมูลสกิลของ Perk แต่ละสายครับ แฮคโพรโตคอล แฮคโพรโตคอล (Breach Protocol) คือรูปแบบการแฮคหนึ่งในเกม Cyberpunk 2077 โดยสามารถทำให้เกิดผลลัพธ์หลายๆ อย่างให้เกิดขึ้นพร้อมกันได้ภายในการแฮคครั้งเดียว เช่นลดเกราะ, ลดต้านทาน และ ลดการใช้ RAM เมื่อ Quickhaack ลงอีก 2 หน่วยพร้อมกัน เป็นต้น บางสกิลจะทำให้าเราสามารถหาเงินได้เร็วมากๆ ด้วยเช่นกันครับ เปราะบางทั้งขณะ: แฮคด่วน (ติดตัว) : อัพเกรดเดมอนเปราะบางทั้งคณะ ทำให้ศัตรูในเครือยข่ายได้รับความเสียหายจากแฮคด่วนเพิ่มขึ้นอีก 30% ( ต้องการสติปัญญา 16 ในการปลดล็อค) เจ้าแห่งดาต้าไมน์ (ติดตัว) : ใช้อัพเกรดเดมอนดาต้าไมน์ ซึ่งช่วยเพิ่มส่วนประกอบที่ได้รับจากการแอคเซสพอยต์มากขึ้น 50% ( ต้องการสติปัญญา 9 ในการปลดล็อค) เปราะบางทั้งขณะ (ติดตัว) : ปลดล็อคเดมอนเปราะบางทั้งคณะ ซึ่งจะลดความต้านทานกายภาพของศัตรูทั้งหมดในเครือข่าย 30% เป็นเวลา 3 นาที เปราะบางทั้งขณะ: ความต้านทาน (ติดตัว) : ใช้อัพเกรดเดมอนเปราะบางทั้งคณะ ลดความต้านทานของศัตรูในเครือข่าย 30% ( ต้องการสติปัญญา 7 ในการปลดล็อค) กำรอบป้อมปืน (ติดตัว) : ปลดล็อคเดมอนนักกล่อมป้อมปืนในการตั้งค่าสถาระป้อมปืนทั้งหมดในเครือข่ายให้เป็นพวกเดียวกัน 3 นาที ( ต้องการสติปัญญา 12 ในการปลดล็อค) เปิดตัว (ติดตัว) : อัพโหลดเดมอนตัวแรกในรายการเมื่อเริ่มใช้โปรโตคอลเจาะระบบ ( ต้องการสติปัญญา 18 ในการปลดล็อค) แฮคมาราธอน (ติดตัว) : การอัพโหลด 3 หรือเดมอนเพิ่มเติมโพรโทคอลเจาะระบบเดียวกันจะลดคูลดาวน์แฮคด่วน 33% เป็นเวลา 5 นาที ( ต้องการสติปัญญา 18 ในการปลดล็อค)  ดาต้าไมน์ Virtuoso (ติดตัว) : อัพเกรดเดมอนดาต้าไมน์ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้รับแฮคด่วนจากแอคเซสพอยต์ขึ้น 50% ( ต้องการสติปัญญา 12 ในการปลดล็อค) ดาต้าไมน์ขั้นสูง (ติดตัว) : ใช้อัพเกรดเดมอนดาต้าไมน์ ซึ่งช่วยเพิ่มเงินยูโรดอลลาร์ที่ได้จากแอคเซสพอยต์ขึ้น 50% หลับยาว (ติดตัว) : ใช้ปลดล็อคเดมอนนอนยาวซึ่งช่วยปิดกล้องทุกตัวในเครือข่ายเป็นเวลา 3 นาที ปิดป้อมปืน (ติดตัว) : ใช้ปลดล็อคเดมอนปิดป้อมปืนซึ่งช่วยปิดป้อมปืนรักษษความปลอดภัยทุกตัวในเครือขายเป็นเวลา 3 นาที ( ต้องการสติปัญญา 9 ในการปลดล็อค) คลาวด์แคช (ติดตัว) : เมื่อใช้โพรโทคอลเจาะระบบสำเร็จ จะได้ RAM ที่ต้องใช้ของแฮคด่วนต่อไปลดลง 1 เท่าของจำนวนเดมอนที่ต้องอัพโหลด ( ต้องการสติปัญญา 14 ในการปลดล็อค) ปรับค่าใช้บัฟเฟอร์ (ติดตัว) : เพิ่มระยะเวลาของเอฟเฟคเดมอน 100% ( ต้องการสติปัญญา 20 ในการปลดล็อค) เรียกคืนได้มากกว่า (ติดตัว) : เดมอน ICEpick จะลด RAM ที่ต้องใช้ในการแฮคด์ทั้งหมดลง 1 หน่วย ( ต้องการสติปัญญา 16 ในการปลดล็อค) ฟื้นความจำ (ติดตัว) : เดมอน ICEpick จะลด RAM ที่ต้องใช้ในการแฮคด์ทั้งหมดลง 1 หน่วย ( ต้องการสติปัญญา 11 ในการปลดล็อค) เกือบแล้ว (ติดตัว) : เพิ่มเวลาในการเจาะของโพทโทคอลเจาะระบบ 20% อินเทอร์เฟสเครือข่ายแบบละเอียด (ติดตัว) : ไฮไลท์แอคเซสพอยต์ใกล้เคียงโดยอัตโนมัติ ( ต้องการสติปัญญา 7 ในการปลดล็อค) มากประสิทธิภาพ (ติดตัว) : การอัพโหลดเดมอน 3 ตัวหรือมากกว่า ในโพทโทคอลเจาะระบบเดียวกันจะเพิ่มอัตราการฟื้นฟู RAM 3 ยูนิคต่อ 60 วินาที มีผล 5 นาที ( ต้องการสติปัญญา 14 ในการปลดล็อค) บีบอัดไฟล์ (ติดตัว) : ลดขนาดของลำดับข้อมูลเดมอนลง 1 สามารถลดได้สูงสุดถึง 2 ( ต้องการสติปัญญา 20 ในการปลดล็อค) ถ่ายโอนข้อมูล : เพิ่มเวลาในการเจาะของโพรโทคอลเจาะระบบ 50%, +5% ต่อแต้มทักษะแฝง (ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า แฮคโพรโทรคอลถึง 16 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 แต้มทักษะเสริม +1 3 เพิ่มเวลาที่ใช้ได้เวลาทำการ Breach Protocol อีก 5% 4 เพิ่มของที่ได้จากการ Breach Protocol อีก 10% 5 เพิ่มเวลาที่ใช้ได้เวลาทำการ Breach Protocol อีก 5% 6 แต้มทักษะเสริม +1 7 เพิ่มเวลาที่ใช้ได้เวลาทำการ Breach Protocol อีก 5% 8 เพิ่ม RAM ขึ้น 1 9 เพิ่มของที่ได้จากการ Breach Protocol อีก 10% 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มเวลาที่ใช้ได้เวลาทำการ Breach Protocol อีก 5% 12 เพิ่มของที่ได้จากการ Breach Protocol อีก 10% 13 เพิ่ม RAM ขึ้น 1  14 แต้มทักษะเสริม +1 15 เพิ่มเวลาที่ใช้ได้เวลาทำการ Breach Protocol อีก 5% 16 แต้มทักษะเสริม +1 17 เพิ่มของที่ได้จากการ Breach Protocol อีก 10% 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 เพิ่ม Buffer ที่ใช้ได้เวลา Breach Protocol อีก 1 ช่อง 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ การแฮคด่วน ถ้าหาก Breach Protocol คือการแฮคที่เน้นโยนสถานะผิดปกติให้กับศัตรูแล้ว แฮคด่วน (Quickhack) คงเปรียบได้การแฮคเพื่อเน้นโจมตีครับ โดยสกิลส่วนใหญ่ที่เราอัพได้ในสายนี้จะเกี่ยวกับการเพิ่มดาเมจให้กับ Quickhack ทำให้สามารถใช้ได้บ่อยขึ้น รวมไปจนถึงการทำให้สถานะผิดปกติที่ทำได้การแฮคประเภทนี้อยู่นานขึ้น เสียหายหลายแสน (ติดตัว) : จากนี้ Quickhack จะสามารถสร้างความเสียหายคริคิคอลตาม ระดับการคริติคอล และความเสียหายคริติคอล ( ต้องการสติปัญญา 16 ในการปลดล็อค) สัญญาณสนับสนุน (ติดตัว) : เพิ่มระยะเวลาผลของการ Quickhack อีก 25% ( ต้องการสติปัญญา 9 ในการปลดล็อค) บลัดแวร์ (ติดตัว) : Quickhack จะสร้างความเสียหายมากขึ้น 10% คู้มือแฮคเกอร์ (ติดตัว) : ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับ Quickhack ระดับ Uncommon แพร่กระจาย (ติดตัว) : การกระจายของการ Quickhack เพิ่มขึ้น 2 เท่า ( ต้องการสติปัญญา 12 ในการปลดล็อค) ปรับแต่งมาอย่างดี (ติดตัว) : ลด RAM ไซเบอร์เด็คที่ถูกใช้โดย Quickhack ลง 1 หน่วย ( ต้องการสติปัญญา 20 ในการปลดล็อค) หวนรำลึก (ติดตัว) : RAM ไซเบอร์เด็คที่ใช้งานได้จะไม่ลดลงต่ำกว่า 2 หน่วย ( ต้องการสติปัญญา 18 ในการปลดล็อค) ความจำเป็นเลิศ (ติดตัว) : ถ้าเป้าหมายถูก Quickhack การแฮคครั้งต่อไปจะใช้ RAM ลดลง 2 หน่วย ( ต้องการสติปัญญา 12 ในการปลดล็อค) ยอดสายลับ (ติดตัว) : เปิดเผยตัวรันเนอร์ของศัตรูเมื่อพวกมันกำลังจะแฮคเรา ไบโอซินเนอร์จี (ติดตัว) : ช่วยให้ RAM สามารถฟื้นฟูระหว่างต่อสู้ได้, ฟื้นฟู RAM 4 หน่วยทุกๆ 60 วินาที ลิงก์เปราะบาง (ติดตัว) : ลด RAM ไซเบอร์เด็คที่ต้องใช้การแฮคด่วนอุปกรณ์ลง 1 หน่วย ( ต้องการสติปัญญา 7 ในการปลดล็อค) แพร่ระบาด (ติดตัว) : การ Quickhack ที่กระจายเป็นวงกว้าง จะกระจายโดนเป้าหมายเพิ่มเติม 1 ตัว ( ต้องการสติปัญญา 14 ในการปลดล็อค) เทพเจ้าแฮคเกอร์ (ติดตัว) : ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับ Quickhack ระดับ Epic ( ต้องการสติปัญญา 16 ในการปลดล็อค) ข้อความลับ (ติดตัว) : การแฮคด่วนสร้างความเสียหายเพิ่ม 50% กับศัตรูที่ไม่รู้ตัว ( ต้องการสติปัญญา 11 ในการปลดล็อค) อย่า-ลืม-ฉัน (ติดตัว) : การกำจะดเป้าหมายที่ได้รับผลจากแฮคด่วนจะฟื้นฟู RAM ทันที 1 หน่วย ปลดลูกโซ่ (ติดตัว) : การกำจะดเป้าหมายที่ได้รับผลจากแฮคด่วนจะเป็นการลดคูลดาวน์ที่มีให้กับแฮคด่วนอื่นๆ ที่มีผลอยู่ลง 10% ( ต้องการสติปัญญา 7 ในการปลดล็อค) แฮคศาตร์บัณฑิต (ติดตัว) : ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับแฮคด่วนระดับหายาก ( ต้องการสติปัญญา 12 ในการปลดล็อค) ผู้สืบทอดบาร์ทมอสส์ (ติดตัว) : ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับแฮคด่วนระดับตำนาน ( ต้องการสติปัญญา 20 ในการปลดล็อค) เจ้าแห่ง RAM : เพิ่มอัตราการฟื้นฟู RAM ขึ้น 50%, +1% ต่อแต้มทักษะแฝง ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า แฮคด่วนถึง 20 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 แต้มทักษะเสริม +1 3 เพิ่มระยะเวลาผลของการ Quickhack ขึ้น 5% 4 แต้มทักษะเสริม +1 5 เพิ่ม RAM ขึ้น 1 6 ลดคูลดาวน์ Quickhack ลง 5% 7 เพิ่มระยะเวลาผลของการ Quickhack ขึ้น 5% 8 ลดคูลดาวน์ Quickhack ลง 5% 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 เพิ่ม RAM ขึ้น 1 11 แต้มทักษะเสริม +1 12 ลดคูลดาวน์ Quickhack ลง 5% 13 เพิ่มระยะเวลาผลของการ Quickhack ขึ้น 5% 14 แต้มทักษะเสริม +1 15 เพิ่ม RAM ขึ้น 1 16 ลดคูลดาวน์ Quickhack ลง 5% 17 เพิ่มระยะเวลาผลของการ Quickhack ขึ้น 5% 18 ลดคูลดาวน์ Quickhack ลง 5% 19 แต้มทักษะเสริม +1 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากเล่นสายนี้ ตัวผมเองบอกเลยว่าสนุกมากๆ ครับ เพราะเราสามารถแฮคใส่ศัตรู 1 ตัวแล้วทำให้ตายทั้งค่ายได้เลย! แต่แน่นอนว่าการเล่นในช่วงแรกก็จำลำบากกว่าสายบู๊มากๆ  ดังนั้นผมจึงแนะนำว่าช่วงแรกให้อัพคู่กับสายปืนสั้นของฝั่ง Reflex ไป จะได้ทำให้เกมไม่ยากมากครับ บทความสกิลตัวต่อไปจะเป็นอันสุดท้ายแล้ว รออ่านได้เลยวันพรุ่งนี้ครับ
18 Dec 2020
ถึงเวลาแล้วหรือยัง!? ที่เราจะเปลี่ยนมือถือใหม่เพื่อมาใช้เทคโนโลยี 5G ในบ้านเราเวลานี้
ในช่วงระยะเวลาประมาณ 6 - 9 เดือนที่ผ่านมาเทคโนโลยี 5G ก็เข้ามาสู่ชีวิตของเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ แถมตลอดเวลาที่ผ่านมาในบ้านเราเองแบรนด์สมาร์ทโฟนชื่อดังหลายเจ้าก็เปิดตัวมือถือที่รองรับเทคโนโลยี 5G หลากหลายตัวกันเลยค่ะ ก็มีตั้งแต่ราคาหลักพัน, หลักหมื่น ไปจนถึงหลายหมื่นกันเลย ซึ่งมันก็อยู่ที่กําลังทรัพย์ของเราว่ามีมาก มีน้อยมากแค่ไหน แล้วตรงนี้ละค่ะมันก็ทำให้เกิดคำถามมากมายว่า “ปัจจุบันผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ ทุกคนพร้อมกับเทคโนโลยี 5G จริง ๆ หรือเปล่า!?” วันนี้เกวลินผู้ที่ใช้มือถือสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G และ ใช้เครือข่าย 5G ของผู้ให้บริการรายใหญ่เจ้าหนึ่ง มาเล่าให้ฟังกันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาใช้งานเป็นยังไงบ้างแล้วมันถึงเวลาหรือยังที่เราจะเปลี่ยนมาใช้มือถือให้รองรับกับเทคโนโลยี 5G ในเวลานี้ค่ะ เทคโนโลยี 5G คืออะไร!? สำหรับเทคโนโลยี 5G มันคือเครือข่ายไร้สายที่ในอนาคตอันใกล้มันจะมาแทนที่ 4G ในยุคปัจจุบันที่เรายังคงใช้งานกันอยู่ แถมความพิเศษมันอยู่ตรงที่คลื่นความถี่ของ 5G ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับมือถือสมาร์ทโฟนอีกต่อไปนะคะ แต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้อีกด้วย เลยทำให้มันกลายเป็นนวัตกรรมครั้งใหม่ที่จะพาเราก้าวขีดจำกัดของเทคโนโลยี หลายคนก็คงอยากจะรู้ว่าแล้วเทคโนโลยี 5G มันดีกว่า 4G ยังไงกันบ้างจะอธิบายให้เข้าใจคร่าว ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ ความเร็วในการส่งและรับข้อมูลที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น - ปกติแล้วความเร็วในการส่งและรับข้อมูลของ 4G จะรองรับความเร็วคร่าว ๆ อยู่ที่ประมาณ 100Mbps ถ้าย้อนกลับไปที่ 3G รองรับความเร็วอยู่ที่ 42Mbps ส่วน 5G รองรับความเร็วสูงสุด 10Gbps ขึ้นไป เรียกว่าแรงกว่า 4G หลายเท่าเลยทีเดียวค่ะ การตอบสนองในการทำงานที่ดีขึ้น - ด้วยความเร็วในการรับส่งข้อมูลจึงทำให้การทำงาน หรือ การออกคำสั่งต่าง ๆ แม่นยำและรวดเร็ว แถมความหน่วงที่ต่ำจึงทำให้การตอบสนองรวดเร็วดั่งใจนึกเลยค่ะ รองรับการใช้งานของผู้คนในจำนวนมาก ๆ ได้ - เทคโนโลยี 5G จะมาช่วยตอบสนองในการใช้งานของผู้คนให้ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ในพื้นที่ผู้คนพลุกพล่านก็สามารถใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพ ความแรงระดับนี้สายเล่นเกม ดูหนังจัดไป! - ต้องบอกว่าเทคโนโลยีตัวนี้มีความเร็วกว่า 4G จึงทำให้การเล่นเกมได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด ส่วนถ้าดูหนัง หรือ คลิปวีดีโอที่มีความละเอียดสูง ๆ ไม่ว่าจะเป็น 4K, 8K หรือ วีดีโอความละเอียดสูงในรูปแบบ VR ก็สามารถดูได้ลื่นไหลมาก ๆ เทสมากับตัวเองเลยค่ะ ความเชื่อผิด ๆ สำหรับบางคนเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G เกวลินมีเรื่องจะเม้าส์ค๊าาาา! เพราะมีเพื่อน ๆ หลายคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G กันเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า “ฉันยังไม่อยากใช้อะ! รอเขาปลดล็อคความถี่ให้ฉันทีหลังก็ได้ใช้ 4G ไปก่อน” ซึ่งความจริงแล้วการสมาร์ทโฟนของเราจะรับคลื่นความถี่ 5G ได้ สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ “ชิปเซ็ตภายในต้องรองรับด้วยเช่นกัน!” เพราะถ้าชิปเซ็ตภายในไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รองรับ 5G ก็จะไม่สามารถใช้งานได้ ต่อให้เราสมัครแพ็คเกจ 5G แล้วก็ตาม ดังนั้นผู้ที่อยากจะใช้งานจำเป็นต้องเปลี่ยนมือถือสมาร์ทโฟนของตัวเองให้รองรับเทคโนโลยี 5G ก่อนค่ะ  “ชิปเซ็ตก็คือหนึ่งปัจจัยหลักสำคัญที่จะรองรับ 5G ได้” อีกทั้งเราก็ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดด้วยนะคะว่าชิปเซ็ตตัวนั้นรองรับคลื่นความถี่ที่เครือข่ายผู้ให้บริการบ้านเราใช้อยู่หรือเปล่า เพราะจะมีร้านค้าที่ขายมือถือสมาร์ทโฟนบางแห่งที่จะมีการนำมือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่วางจำหน่ายในต่างประเทศมาขายให้คนที่สนใจได้เป็นเจ้าของกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่ชิปเซ็ตที่ผลิตแล้ววางจำหน่ายในต่างประเทศจะออกแบบมาให้รับคลื่นความถี่ของประเทศนั้น ๆ เอาไว้ ซึ่งเราสามารถสอบถามกับร้านค้าที่ขายได้ค่ะ ทางร้านไม่ปิดเป็นความลับอยู่แล้วดังนั้นไม่ต้องกังวลไปค่ะ ข้อเสียของเทคโนโลยี 5G ที่มองเห็นในปัจจุบัน! สำหรับปัจจุบันเทคโนโลยี 5G ต้องยอมรับว่าผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 เจ้าดังไม่ว่าจะเป็น AIS, Dtac และ TrueMove H ต่างพยายามเต็มที่ที่จะให้ผู้ใช้งานสามารถรับคลื่นสัญญาณความถี่ 5G ได้อย่างทั่วถึงกัน ถึงแม้ว่าจะอยู่นอกโซนเมือง นอกเขตต่าง ๆ ก็ตาม แต่โดยรวมแล้วในเวลานี้มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้ผู้ใช้งานที่อยู่นอกโซนที่ไม่ได้อยู่ภายในตัวเมืองสามารถใช้งาน 5G ได้เต็มประสิทธิภาพมากนัก ขนาดตัวเกวลินเองอยู่จังหวัดเชียงใหม่ นอกโซนตัวอำเภอเมือง โชคยังดีที่เสาส่งสัญญาณ 5G อยู่ใกล้บ้านเลยทำให้รับสัญญาณได้ แต่เมื่อเข้าไปในตัวเมืองเชียงใหม่ก็ยังพบปัญหาต่าง ๆ อยู่เช่น สัญญาณ 5G ยังไม่ทั่วถึงสักเท่าไหร่แล้วตัวระบบก็จะตัดไปใช้งาน 4G หรือ 4G+ อยู่บ่อยครั้ง โดยสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่ก็คือ “Samsung Galaxy Note 20 Ultra 5G” เรียกว่าเป็นตัวท็อปสุดของปีนี้ในแบรนด์ Samsung แสดงให้เห็นว่าตอนนี้ทั้ง 3 ผู้ให้บริการเครือข่ายกำลังพยายามติดตั้งเสาสัญญาณเพื่อเพิ่มความถี่ของคลื่นให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ 5G ได้เต็มประสิทธิภาพไม่ใช่สลับไปมาแบบนี้  รวมไปถึงปัญหาใหญ่ ๆ เลยก็คือถ้าเราพักอาศัยอยู่ในคอนโด หรือ ตึกที่มีความหนาแน่นสูง คลื่นความถี่ 5G ก็จะทะลุทะลวงเข้ามาภายในตึกทำให้เรารับสัญญาณได้ยาก วิธีแก้ไขก็อยู่ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายจะมาเพิ่มสัญญาณในจุดนั้นหรือเปล่า ซึ่งเราสามารถดูได้จากจังหวัดใหญ่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร หรือ เชียงใหม่ ในพื้นที่ผู้คนเยอะตึกราบ้านช่องสูง ๆ ก็จะเห็นมีเสาสัญญาณ 5G กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมดก็ได้แต่หวังว่าในปี 2563 หรือปีถัด ๆ ไปผู้คนจะสามารถใช้งานเทคโนโลยี 5G ได้เต็มประสิทธิภาพแล้วทั่วถีงกันสักที แม้ว่าพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดทุรกันดารแค่ไหนก็ตามเพื่อให้บุคลากรใช้งาน 5G ในด้านการเรียน การสอน แล้วแบ่งปันข้อมูลให้คนอื่น ๆ ได้ด้วย แล้วถ้าจะเปลี่ยนมือถือเพื่อมาใช้เทคโนโลยี 5G มันคุ้มไหมในเวลานี้!? เป็นอีกหนึ่งคำถามที่เกวลินได้มาจากเพื่อน ๆ หลายคนที่บอกว่ามันคุ้มค่าหรือเปล่านะที่จะเสียเงินจำนวนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่ใช้อยู่เพื่อให้รองรับเทคโนโลยี 5G ถ้าให้ตอบแบบเป็นกลางก็คือ “อยู่ที่กําลังทรัพย์ของเพื่อน ๆ และ ลองชั่งน้ำหนักว่าถ้าเปลี่ยนแล้วเราจะใช้ 5G ในด้านไหนบ้าง!?” เพราะตอนนี้มือถือสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G แล้ววางจำหน่ายในบ้านเราก็มีหลายราคาเริ่มตั้งแต่ราคาหลักไม่เกิน 10,000 บาทลากยาวไปถึง 20,000 บาทขึ้นไป  ปัจจัยหลักสำคัญมันอยู่ที่สเปกเครื่องและฟังก์ชั่นการใช้งานของมือถือรุ่นนั้น ๆ ว่าทำอะไรได้บ้าง ถ่ายรูปเก๋ไหม เล่นเกมได้ดีหรือเปล่าจริงไหมคะ แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ในปีนี้บางรุ่นยังมีปัญหาเมื่อเปิดใช้งาน 5G เช่น แบตเตอรี่ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นต้น ถ้าจะให้ดีรออีกสักนิดไปดูกลาง ๆ ปีหน้าก็ดีเหมือนกันนะคะ “ภาพบนความเร็ว Wi-Fi 5G ภาพล่างความเร็ว AIS 5G บริเวณท่าแพเชียงใหม่” แล้วสิ่งที่เราจะต้องคิดตามมาก็คือ “ความคุ้มค่าในการใช้งาน 5G” แพ็คเกจส่วนใหญ่ของผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 เจ้าดังไม่ว่าจะเป็น AIS, Dtac และ TrueMove H จะถูกออกแบบมาในรูปแบบรายเดือนเป็นหลัก ซึ่งราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ราว ๆ 699 บาท ซึ่งก็จะมีการจำกัดการใช้งาน แต่ถ้าอยากจะใช้แบบไม่จำกัดก็จะเป็นแพ็คเกจราคา 1,199 บาทขึ้นไป แน่นอนว่าผู้ให้บริการเครือข่ายก็จะมีการแข่งขันในด้านของโปรโมชั่นอันนี้เพื่อน ๆ ก็ต้องไปพิจารณากันดูค่ะ ซึ่งถ้าใครที่มักจะเล่นเกม หรือ ใช้เน็ตบนโน๊ตบุ๊คแล้วเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านมือถืออยู่บ่อย ๆ การจัดโปรแบบใช้ไม่จำกัดมันก็ดูจะคุ้มค่าที่สุดแล้วนั่นเองค่ะ ดูรายละเอียดแพ็คเกจ 5G ของผู้ให้บริการเครือข่ายในบ้านเราได้ที่ : AIS , Dtac และ TrueMove H   เกวลินเองก็ได้แต่คาดหวังว่าบทความนี้จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจสำหรับคนที่ลังเลว่า “ฉันควรเปลี่ยนมือถือใหม่แล้วมาใช้ 5G ตอนนี้เลยดีไหม” ไม่มากก็น้อยค่ะ ส่วนตัวเทคโนโลยี 5G ในบ้านเรายังจะต้องพัฒนากันอีกมาก เพราะในหลากหลายพื้นที่ยังไม่ทั่วถึง รวมไปถึงรูปแบบการส่งสัญญาณมันจะต้องใช้เสาในการติดตั้งที่มากกว่า 4G จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ๆ ที่ปีนี้เราเลยยังไม่เห็นจังหวัดอื่น ๆ ไม่สามารถใช้งาน 5G ได้ หรือถ้าใช้ได้ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถ้าจะให้ดีปีหน้าอาจจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมก็ได้นะคะ เพราะผู้พัฒนาชิปเซ็ตเจ้าดังก็ได้เปิดตัวชิปเซ็ตตัวใหม่ที่จะใช้กับมือถือแบรนด์ดังต่าง ๆ แถมยังมีประสิทธิภาพในการรองรับ 5G ที่เหนือชั้นว่าชิปเซ็ตประจำปีนี้ด้วย ดังนั้นยังไม่ต้องรีบเร่งก็ได้ค่ะ เพราะพูดตรง ๆ ทุกวันนี้ก็เกวลินก็ยังใช้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปสักเท่าไหร่เลย T-T
17 Dec 2020
รายละเอียดและข้อมูลที่เรารู้เกี่ยวกับเกม Hitman 3
Hitman ถือเป็นหนึ่งในซีรี่ส์ที่อยู่คู่กับวงการเกมมานานแล้ว ซึ่งบอกเลยว่าถ้าใครที่กำลังมองหาเกมแนวลอบเร้น รับบทเป็นนักฆ่าเกมนี้ถือว่าตอบโจทย์มากๆ ซึ่งล่าสุดเราก็เดินทางมาถึงเกมลำดับที่ 8 ของซีรี่ส์และเป็นบทสรุปของไตรภาคนั่นคือ Hitman 3 ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFeverTH นั้นขอพาทุกคนมาพบกับรายละเอียดและข้อมูลที่เรารู้เกี่ยวกับเกม Hitman 3 กันถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.Hitman 3 คืออะไร? Hitman 3 นั้นได้รับการพัฒนาโดย IO Interactive ซึ่งเป็นเกมแนว Action Stealth Adventure Sandbox ซึ่งเป็น 1 ในไตรภาคและเป็นบทสรุปของ World of Assassination Trilogy อีกด้วย ( และถือเป็นเกมลำดับที่ 8 ถ้านับจากซีรี่ส์ทั้งหมด ) ซึ่งเกมนี้จะมีเอกลักษณ์ที่การเน้นลอบเร้นเน้นเข้าไปสังหารเป้าหมายด้วยวิธีต่างๆ ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกที่จะเลือกวิธีการได้อย่างอิสระ สามารถปลอมตัวเป็นบุคลากรในพื้นที่นั้นๆ เพื่อแฝงตัวเข้าไป ซึ่งซีรี่ส์นี้ถือว่าทำออกมาได้น่าสนใจได้รับการตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และผู้เล่น จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้ตัวเกมสามารถเดินทางมาจนถึงภาค 3 ได้นั่นเอง.   2.ตัวละครได้รับการเปิดเผยแล้ว ล่าสุดทางผู้พัฒนาก็ได้เปิดเผยบรรดานักแสดงที่เข้ามารับบทเป็นตัวละครต่างๆ เรียบร้อยแล้ว นั่นคือ Olivia Hall - รับบทโดย Isura Barbe - Brown ดาราสาวมากความสามารถซึ่งเคยร่วมแสดงในภาพยนต์มากมาย เช่น  Fantastic Beasts The Crimes of Grindelwald Lucas Gray  - รับบทโดย John Hopkins อีกหนึ่งนักแสดงอังกฤษมากฝีมือผู้เคยรับบททั้งในวงการภาพยนต์และวงการเกมมามากมาย Agent 47  - รับบทโดย David Bateson ดาราคู่บุญของซีรี่ส์เกมนี้เลยเพราะเขารับบทเป็นทั้งโมเดลและนักพากษ์ให้ซีรี่ส์นี้มาหลายภาคมากๆ Diana Burnwood  - แสดงโดย Jane Perry นักแสดงสาวชาวแคนนาดาผู้รับบทหนังดังมามากมายเช่น Alien: isolation The Constant  - แสดงโดย Phillip Rosch นักแสดงรุ่นเก๋าที่ใครเห็นก็ต้องร้องอ๋อซึ่งบอกเลยว่าเขาเหมาะกับบทนี้มากๆ 3.สถานที่ต่างๆ ล่าสุดทางผู้พัฒนาได้เปิดเผยว่าจะมีให้ผู้เล่นเข้าไปทำภารกิจมากถึง 6 สถานที่ หลายคนอาจคิดว่าน้อยนะครับแต่ว่าในแค่ละสถานที่นั้นเราต้องใช้เวลานานมากในการเคลียร์ภารกิจ นอกจากนี้ที่ผมบอกว่ามี 6 แห่งยังไม่รวมบรรดา DLC ที่จะออกมาในภายหลังอีกนะครับ ซึ่งล่าสุดสถานที่ๆ เราได้รับข้อมูลชัดเจนแล้วนั่นคือ นครดูไบที่แสดงให้เห็นถึงตึกสูงระฟ้าสุดหรูที่อิงจาก Burj Khalifa สถานที่จริง โดยผู้เล่นจะต้องหาทางในการแทรกซึมตามสไตล์ของผู้เล่นไม่ว่าจะปลอมตัว ลอบเร้น บุกแบบบู๊ๆ ( อันนี้อย่าหาทำนะครับ555 ) โดยเป้าหมายนั้นคือการแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มปาร์ตี้ซึ่งจะต้องทำอะไรต่อจากนี้ต้องไปรอดูกันต่อในเกมเต็ม ดาร์ตมัวร์ประเทศอังกฤษที่ผู้เล่นจะต้องปลอมตัวเป็นนักสืบและตีเนียนไขคดีฆาตกรรมของครอบครัวในคฤหาสต์สุดหรู ให้อารมณ์เหมือนภาพยนต์ที่ผมชอบมากๆ อย่าง Knives Out ( ชื่อไทย : ใครฆ่าคุณปู่ ) บอกเลยว่าเงินในกระเป๋าสั่นมากๆ ตอนนี้ *อีกเรื่องที่ดีมากๆ เลยนั่นคือสถานที่ทั้ง 6 ที่ผมบอกไปนั้นผู้เล่นไม่จำเป็นต้องผ่านเป็นระดับๆ ไปเพราะเราสามารถที่จะเลือกเล่นจากตรงจุดไหนก็ได้!   4.โหมดที่น่าสนใจ และรองรับ VR ด้วย! ขึ้นชื่อว่า Hitman นั้นถ้าใครอยากลองของไปเล่นโหมดยากสุดในซีรีส์นี้ขั้นแรกเลยคือผู้เล่นต้องเก่งในการลอบเร้นมากๆ และต้องเกมในเรื่องของภาษาในระดับนึงเพราะว่าในภาคก่อนหน้านั้นถ้าเราเลือกดเล่นในโหมดยากสุดตัวเกมจะตัดไกด์ ตัดข้อมูลทุกอย่าง ผู้เล่นต้องอาศัยการอ่านข้อมูลทั้งหมดก่อนเล่นเกมและฟังเสียงเท่านั้น นอกจากนี้ยังไม่สามารถที่จะใช้ความสามารถของ HUD หรือสัญชาติญาณได้อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าในภาคนี้สามารถทำได้ แต่เท่านั้นยังไม่พอตัวเกมยังเพิ่มองค์ประกอบใหม่ ๆ ที่รวมเข้าด้วยกันเพื่อทดสอบทักษะการลอบสังหารของคุณ เช่น กล้องวงจรปิด เสียงที่ผิดปกติ และอุปสรรคอีกมากมาย ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเองก็รู้สึกสนใจมากๆ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกสำหรับซีรีส์เกม Hitman เพราะจะมีการสนับสนุนการใช้งานแว่น VR โดยจะเปลี่ยนจากมุมมองบุคคลที่สามเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งบอกเลยว่าเข้าถึงอารมณ์มากๆ แน่นอน เพราะลองคิดดูว่าพอเปลี่ยนมุมมองวิสัยทัศน์ในการมองเห็นก็จะทำได้ยากขึ้นอีกด้วย!   5.ราคาและ Edition ต่างๆ สำหรับราคาในการวางจำหน่ายของ Hitman 3 นั้นจะอยู่ที่ราคาประมาณ 49.99 ปอนด์หรือ 59.99 ดอลลาร์ นอกจากนั้นใครที่ลังเลว่าซื้อช่วงที่เกมออกจะคุ้มมั้ยเพราะว่าทาง  IO Interactive นั้นประกาศว่าจะมีการอัพเกรด Next-Gen ให้กับทุกคนฟรีถ้าหากซื้อเกม Hitman 3 บน PS4 หรือ Xbox One ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งในตอนนี้ขจะแบบออกเป็น 2 Editions ได้แก่ The Standard edition แบบมาตฐานที่ให้ตัวเกมมา แต่สำหรับผมก็ถืว่าคุ้มสำหรับการได้รับการอัพเกรด Next-Gen ฟรี The Deluxe Edition สำหรับผู้ที่สั่งซื้อแบบนี้จะได้รับ Deluxe Pack ที่มีอาร์ตบุ๊กดิจิทัล ชุดสูทและเพลงประกอบคำบรรยายของผู้กำกับในช่วงแนะนำภารกิจและชุดพรีเมี่ยมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Deluxe Escalations   6. แพลตฟอร์ม วันวางจำหน่ายและความต้องการของระบบ สำหรับเกม Hitman 3 นั้นทาง IO Interactive ได้ประกาศที่จะวางจำหน่ายเกมในวันที่ 20 มกราคม 2021 และลงให้กับแพลตฟอร์ม PlayStation 4 / PlayStation 5 / Xbox One / Xbox ซีรีส์ X /PC, และ Google Stadia ซึ่งผู้ที่เล่นบน PC นั้นจะต้องซื้อเกมนี้ผ่านทาง Epic Games เท่านั้นเพราะพี่เขาก็ทำการครอบครองเกมนี้แบบ Exclusive เพียงผู้เดียวเป็นเวลา 1 ปี. Credit : Gfinity Digitaltrends
17 Dec 2020
รวมสูตรโกงเกม GTA ภาคต่างๆ บน PC ( San Andreas / Vice City / GTA IV / GTA V )
สำหรับซีรี่ส์เกม GTA นั้นถือว่าเป็นเกมแนว Open-World ที่สนุกอันดับต้นๆ ของโลกเกมเลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้เล่นสามารถทำอะไรก็ได้ในโลกแห่งนี้ จะเป็นคนดี จะเป็นคนร้าย สามารถเลือกทำได้หมด แล้วถ้าอยากเล่นเป็นคนเกรียนๆ ล่ะ? หรือถ้าอยากมีตัวช่วยให้เล่นเกมง่ายขึ้น เช่น กระสุนไม่จำกัน วิ่งไม่เหนื่อย ขอพูดตรงนี้เลยว่าสามารถทำได้! เพราะในวันนี้พวกเรา GameFever TH ขอนำสูตรโกมเกม GTA ภาค San Andreas / Vice City / GTA IV และ GTA V มากฝากทุกคนกันถ้าพร้อมแล้วไปกันเลย! 1.GTA : San Andreas สำหรับเกม GTA ภาคนี้ฉบับบน PC ให้ผู้เล่นทำการคือสูตรไปเลยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ ก่อน สูตรอาวุธ  LXGIWYL = อาวุธ Set 1, Thug’s Tools KJKSZPJ = อาวุธ Set 2, Professional Tools UZUMYMW = อาวุธ Set 3, Nutter Tools ZSOXFSQ = รับคนใหม่ทุกๆ หนึ่งคน ได้ (Rockets) SJMAHPE = รับคนใหม่ทุกๆ หนึ่งคน ได้ (9mm) WANRLTW = กระสุนอมตะ, ไม่ต้องเปลี่ยนกระสุน สูตรStatus BAGUVIX = อมตะ จากโดนปืนยิง(เท่านั้น) HESOYAM = เพิ่มเลือด, เกราะ, ตัง$250k CVWKXAM = ออกซิเจนอมตะ LFGMHAL = กระโดดสูง ASNAEB = ลบดาว Wanted Level OSRBLHH = เพิ่ม Wanted Level ดาว 2 ดวง LJSPQK = 6 ดาว Wanted Level AEZAKMI = ไม่มีวันติดดาว Wanted IAVENJQ = ต่อยหนัก AEDUWNV = ไม่มีวันหิว OGXSDAG = Respect เต็ม MUNASEF = โหมดอะดรินาลีน NCSGDAG = มีสเตตัสการใช้อาวุธเต็ม VQIMAHA = มีสเตตัสการขับขี่เต็ม EHIBXQS = Sex Appeal เต็ม สูตรจราจร LLQPFBN = ไฟสีชมพู IOWDLAC = ไฟสีดำ ZEIIVG = ไฟเขียวตลอด THGLOJ = การจราจรลด BGKGTJH = การจราจรรถมากขึ้น GUSNHDE = การจราจรรถเร็ว สูตรเมือง  PRIEBJ = ตัวละครตลก BAGOWPG = โดนทุกคนหมายหัว IOJUFZN = โหมดก่อจลาจล ASBHGRB = มีเอลวิสทุกที่ FOOOXFT = ทุกคนมีอาวุธ BEKKNQV = ผู้หญิงขายบริการเยอะ AFPHULTL = นินจาทั้งเมือง(มาเฟีย) MROEMZH = มีแก๊งในสังกัดทุกที่ BIFBUZZ = มีทุกแก๊งคุมถนน CIKGCGX = แต่งชุดชายหาด สูตรสภาพอากาศ  AFZLLQLL = ฟ้าแจ่มใส CFVFGMJ = หมอก ALNSFMZO = เมฆมาก AUIFRVQS = ฝน OFVIAC = ฟ้าสีส้ม 21:00 XJVSNAJ = เป็นตอนกลางคืนตลอด MGHXYRM = พายุฝน CWJXUOC = พายุทราย  สูตรเสกรถ JQNTDMH = Spawn Rancher AIWPRTON = Spawn Rhino CQZIJMB = Spawn Bloodring Banger UBHYZHQ = Spawn Trashmaster RZHSUEW = Spawn Caddy EEGCYXT = Spawn Dozer AMOMHRER = Spawn Tanker Truck AKJJYGLC = Spawn Quad KRIJEBR = Spawn Stretch AGBDLCID = Spawn Monster PDNEJOH = Spawn Racecar VPJTQWV = Spawn Racecar URKQSRK = Spawn Stunt Plane AQTBCODX = Spawn Romero สูตรเวลา  LIYOAAY = เล่นเกมแบบช้า YSOHNUL = นาฬิกาเร็ว PPGWJHT = เล่นเกมแบบเร็ว สูตรเสกเครื่องบิน  OHDUDE = Spawn Hunter JUMPJET = Spawn Hydra สูตรเสกเรือ  KGGGDKP = Spawn Vortex Hovercraft สูตรแต่งรถAJLOJYQY = Peds Attack Each Other, ได้ Golf Club VKYPQCF = รถแท๊กซี่มีไนตรัส, stamina เต็ม BMTPWHR = รถแบบคันทรี่และ Peds, Get Born 2 Truck Outfit JHJOECW = กระโดดสูง RIPAZHA = รถบินได้ COXEFGU = รถทุกคันมีไนโตร CPKTNWT = ระเบิดรถทุกคัน JCNRUAD = รถที่ถูกชนจะระเบิด ( เราไม่ได้รับเสียหาย ) XICWMD = รถล่องหน FVTMNBZ = มียานพาหนะแบบคันทรี่ BSXSGGC = รถที่ถูกชนจะลอย PGGOMOY = บังคับรถได้ดี OUIQDMW = โผล่ออกมายิงปืนนอกรถได้ สูตรอื่นๆSZCMAWO = ฆ่าตัวตาย FULLCLIP = กระสุนไม่จำกัด MUNASEF = เหมือนใช้ adrenaline อยู่ตลอดเวลา SLOWITDOWN = ลดความเร็วเกม SPEEDITUP = เร่งความเร็วเกม YLTEICZ = มีคนช่วยยิง YLTEICZ = รถบนถนนขับชนกันมั่ว GHOSTTOWN = มีรถน้อยในเมือง OFVIAC  = เวลาเป็น 21.00น XJVSNAJ = เวลา จะมีแค่ 0.00น – 12.00น CPKTNWT = ระเบิดรถรอบข้าง  สูตรเสกของอื่นๆ AIYPWZQP = ได้รับ Parachute ROCKETMAN = ได้รับ Jetpack   2.GTA : Vice City สูตรอาวุธ  NUTTERTOOLS = จะได้อาวุธหนักครบมือ PROFESSIONALTOOLS = จะได้อาวุธขนาดกลางครบมือ THUGSTOOLS = จะได้อาวุธเบาครบมือ OURGODGIVENRIGHTTOBEARARMS = ทุกคนมีอาวุธครบมือ สูตรชีวิต GTA Vice City  ASPIRINE = พลังชีวิตเต็ม YOUWONTTAKEMEALIVE = เพิ่มดาว LEAVEMEALONE = ลดดาว PRECIOUSPROTECTION = เกราะเต็ม ตายยาก สูตรสภาพอากาศ GTA Vice City  ALOVELYDAY = อากาศแจ่มใสมาก APLEASANTDAY = อากาศแจ่มใส CATSANDDOGS = ฝนตกหนัก ABITDRIEG = ท้องฟ้ามีเมฆมาก CANTSEEATHING = หมอกลงจัด สูตรเสกรถ GTA Vice City PANZER = เสกรถถัง THELASTRIDE = เสกรถ Romero’s Hearse TRAVELINSTYLE = เสกรถ Bloodring Banger ROCKANDROLLCAR = เสกรถ Love Fist’s Limo GETTHEREFAST = เสกรถ Sabre Turbo RUBBISHCAR = เสกรถขนขยะ BETTERTHANWALKING = เสกรถกอล์ฟ สูตรเกี่ยวกับรถ GTA Vice City BIGBANG = ระเบิดรถทั้งหมด LOADSOFLITTLETHINGS = รถมีล้อใหญ่ GREENLIGHT = ให้ไฟจราจรเปิดแต่ไฟเขียว MIAMITRAFFIC = การจราจรติดขัด WHEELSAREALLINEED = รถล่องหน MIAMITRAFFIC = คนขับเร็วกันเร็ว GETTHEREQUICKLY = รถเร็ว GETTHEREVERYFASTINDEED = รถเร็วขึ้น GETTHEREAMAZINGLYFAST = รถเร็วสุดๆ COMEFLYWITHME = รถบินได้ AHAIRDRESSERSCAR = รถเป็นสีชมพู SEAWAYS = รถลอยน้ำได้ GRIPISEVERYTHING = รถบังคับง่ายดาย HOPINGIRL = สาวๆเข้ามาในรถ IWANTITPAINTEDBLACK = รถทั้งหมดเป็นสีดำ สูตรตัวละคร GTA Vice City  FOXYLITTLETHING = เปลี่ยนตัวเป็น Mercedes ONEARMEDBANDIT = เปลี่ยนตัวเป็น Phil Cassidy IDONTHAVETHEMONEYSONNY = เปลี่ยนตัวเป็น Sonny Forelli WELOVEOURDICK = เปลี่ยนตัวเป็น Dick ILOOKLIKEHILARY = เปลี่ยนตัวเป็น Hilary King LOOKLIKELANCE = เปลี่ยนตัวเป็น Lance Vance MYSONISALAWYER = เปลี่ยนตัวเป็น Ken Rosenberg ROCKANDROLLMAN = เปลี่ยนตัวเป็น Jezz Torent CHEATSHAVEBEENCRACKED = เปลี่ยนตัวเป็น Ricardo Diaz NOBODYLIKESME = ทุกคนเกลียดคุณ FIGHTFIGHTFIGHT = ทุกคนบ้าคลั่ง ONSPEED = ทุกอย่างเร็ว BOOOOOORING = เดินช้า STILLLIKEDRESSINGUP = เปลี่ยนเครื่องแต่งกาย LIFEISPASSINGMEBY = เพิ่มความเร็วของเวลา CERTAINDEATH = ตัวละครสูบบุหรี่ CHASESTAT = แสดงคดีที่ได้รับ FANNYMAGNET = มีคนมาช่วยยิง CHICKSWITHGUNS = สาวนุ่งบิกินี่จะมีปืน PROGRAMMER = ตัวละครแขนขาลีบ DEEPFRIEDMARSBARS = ตัวละครอ้วนท้วน 3.GTA IV สำหรับในภาคนี้สูตรด้านล่างสามารถใช้ได้ในทุกเวอร์ชั่นเพราะว่าเป็นการกดเบอร์ลงไปในโทรศัพท์แล้วกดโทรออก ถ้าหากสูตรที่เรากดไปนั้นสำเร็จมันจะมีข้อความขึ้นมาว่า “Cheat Activated!” บนหน้าจอโทรศัพท์ และไม่ว่าเราจะกดสูตรโกงไหนลงไปครั้งแรกแล้ว ในการใช้ครั้งต่อๆ ไปสามารถไปที่บันทึกการโทรเพื่อโทรกดสูตรได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องป้อนหมายเลขใหม่ สูตรชีวิต เพิ่มเลือดและเกราะเต็ม: 362-555-0100 เพิ่มเลือด, เกราะ และกระสุนปืนเต็ม: 482-555-0100 สูตรอาวุธ อาวุธชุดที่ 1: 486-555-0150 อาวุธชุดที่ 2: 486-555-0100 สูตรดาว ลบ Wanted Level หายเกลี้ยง: 267-555-0100 เพิ่ม Wanted Level: 267-555-0150 สูตรสภาพอากาศ เปลี่ยนสภาพอากาศ: 468-555-0100 สูตรเรียกรถ เรียก Annihilator: 359-555-0100 เรียก Banshee: 265-555-2423 เรียก Cognoscenti: 227-555-0142 เรียก Comet: 227-555-0175 เรียก Buffalo: 227-555-0100 เรียก Jetmax: 938-555-0100 เรียก NRG-900: 625-555-0100 เรียก Sanchez: 625-555-0150 เรียก SuperGT: 227-555-0168 เรียก Turismo: 227-555-0147 สูตรโกงพิเศษสามารถใช้งานได้เฉพาะในภาค DLC เท่านั้น GTA The Lost and Damned เรียก Burrito: 826-555-0150 เรียก Double T: 245-555-0125 เรียก Hakuchou: 245-555-0199 เรียก Hexer: 245-555-0150 เรียก Innovation: 245-555-0100 เรียก Slamvan: 826-555-0100   GTA The Ballad of Gay Tony กระสุนสไนเปอร์เป็นหัวระเบิด: 486-555-2526 ต่อยหมัดเดียวจอเป็นไซตามะ: 276-555-2666 เรียก Akuma: 625-555-0200 เรียก APC: 272-555-8265 เรียก Bullet GT: 227-555-9666 เรียก Buzzard: 359-555-2899 เรียก Floater:  938-555-0150 เรียกร่มชูชีพ: 359-555-7272 เรียก Vader: 625-555-3273 4.GTA V สำหรับภาคนี้ผู้เล่นเพียงแค่เพียงกด (~) เท่านั้น (ถ้าไม่ติดลองกด Shift พร้อม ~ ) จากนั้นให้ทำการพิมพ์สูตรที่เราต้องการได้ในทันที โดยสูตร GTA V นั้นมีดังนี้ : สูตรทั่วไป  TURTLE = พลังเต็ม เกราะเต็ม POWERUP = เพิ่มพลังพิเศษของตัวละคร PAINKILLER = อมตะ (5 นาที) HOTHANDS = เมื่อโจมตีระยะใกล้จะเกิดการระเบิด INCENDIARY = กระสุนไฟ LAWYERUP = ลดดาว FUGITIVE = เพิ่มดาว LIQUOR = โหมดเมา ตัวละครจะเดินแบบเมาๆ CATCH ME = วิ่งเร็ว DEADEYE = เล็งเป้าแบบ Slow Motion SKYDIVE = เรียกร่มชูชีพ SKYFALL = วาร์ปขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับร่วงลงมา สูตรสภาพอากาศ FLOATER = โหมดไร้แรงโน้มถ่วง MAKEITRAIN = เปลี่ยนสภาพอากาศ SLOWMO = ทั้งเกมจะเป็นภาพ Slow Motion SNOWDAY = โหมดดริฟ รถที่ขับจะลื่นมาก สูตรเรียกยานพาหนะ BANDIT = เรียก BMX COMET = เรียก Comet ROCKET = เรียก PCJ-600 BUZZOFF = เรียก Buzzard RAPIDGT = เรียก Rapid GT VINEWOOD = เรียก Limo OFFROAD = เรียก Sanchez TRASHED = เรียก Trashmaster BARNSTORM = เรียก Stunt Plane
17 Dec 2020
10 เกมที่ถูกลบออกจากร้านค้า
พึ่งมีประเด็นไปสดๆ ร้อนๆ เลยนะครับสำหรับ Cyberpunk 2077 ที่ตัวเกมนั้นมีปัญหาเรื่องการ Optimise ตัวเกมได้แย่ จนไม่สามารถรันเกมบนเครื่อง PS4 และ Xbox One จนสุดท้ายผู้พัฒนาต้องเลือกที่จะนำตัวเกมนี้ออกจากร้านชั่วคราวเพื่อเอาเกมไปปรับปรุง และในประเด็นนี้พวกเรา GameFever TH เลยได้ไปลองค้นหาดูว่ามันมีเกมอะไรบ้างที่เคยโดนลบออกจากร้านค้าแบบนี้บ้าง ซึ่งเกมที่ว่าจะมีอะไรบ้างไปชมกันเลยครับ 1.P.T. ในช่วง Gamescom 2014 มีการประกาศเปิดตัวเกม PT ให้ผู้เล่นได้เข้าไปทดลองเล่นบนเครื่อง Playstaton 4 ซึ่งเป็นเกมที่มีกลิ่นอายของ Silene Hill มากๆ ซึ่งจริงๆ แล้วภายหลังฮิเดโอะ โคจิมะออกมาประกาศว่าเขาพัฒนาเกมนี้เพื่อเตรียมนำมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ ในวันที่เปิดเกมเต็มโดยจะใช้ชื่อว่า Silene Hill เพราะที่ผ่านมาเกมนี้ภาคก่อนหน้านั้นตัวเกมทำออกมาได้ต่ำกว่าคุณภาพที่ภาคแรกๆ ทำไว้ ฮิเดโอะเลยใช้ความกลัวของเขาในการกำกับเกมนี้มันจึงออกมาได้ดีให้ความรู้สึกน่ากลัวและลึกลับมากๆ จนหลายๆ คนเฝ้าหวังและรอเล่นเกมเต็ม แต่แล้วในปี 2015 ทาง Konami ก็ลบเกมนี้ออกจาก Playstatoin Store ออกไปอย่างไม่บอกไม่กล่าวใดๆ ( รวมถึงใครที่โหลดมาแล้วก็ไม่สามารถเล่นได้ ) ในขณะเดียวกันโปรเจ็คของ Silene Hill ก็ถูกยกเลิกและทางคุณฮิเดโอะ โคจิมะก็ได้ออกจาก Konami เช่นกัน 2.Marvel vs. Capcom 2: New Age of Heroes เกมแนวต่อสู้ระหว่างตัวละครจากฝั่ง Marvel และจาก Capcom ซึ่งออกมาในปี 2000 บนเครื่อง PS3 โดยเกมนี้ถือเป็นเกมที่ทางสตูดิโอพัฒนา Capcom ตั้งเป้าที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ด้วยการใส่ตัวละคนมากมายแบบจัดเต็มและเยอะมากๆ ซึ่งมีการปรับระบบเกมให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยผู้เล่นจะสามารถแข่งขันในโหมดต่างๆ ได้มากมายทำให้เกมนี้ถือว่าได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากๆ ในช่วงเวลานั้นจนถูกนำไปลงบน PlayStation Network, Xbox Live Arcade และ Apple App Store แต่แล้วในปี 2013 ทาง Capcom ได้ประกาศว่าเกมดังกล่าวจะถูกลบออกจากร้านค้าโดยที่พวกเขาไม่บอกเหตุผลใดๆ ไว้เลย แต่มีหลายๆ แหล่งข่าวบอกว่าที่ตัวเกมถูกนำออกไปเพราะสัญญาระหว่าง Capcom และ Marvel ได้สิ้นสุดลง.   3.GRID 2 เกมแข่งรถภาพสวยสุดมันส์ในปี 2013 ที่พัฒนาโดย Codemasters เกมที่มีจุดขายที่เน้นความสมจริงไม่ได้มีไอเทมให้เก็บ ไม่มีเทอโบไนตรัสให้เพิ่มความเร็ว หรือโหมดสโลโมชั่นแบบเกมอื่นๆ แต่จะเน้นที่ฝีมือขอผู้เล่นล้วนๆ ซึ่งเราจะได้รับบทบาทเป็นนักแข่งหน้าใหม่ที่ต้องไปแข่งตามสนามต่างๆ เพื่อนำตัวเองไปโปรโมทให้ตัวเองให้สามารถเข้าสู่สนามแข่งขันระดับโลกได้ โดยเกมนี้มีการนำมาแจกฟรีหลายต่อหลายครั้งจนในที่สุดทาง Codemaster ได้ออกมาประกาศถึงการนำเกมนี้ออกจากร้านค้าเพราะว่าลิขสิทธิ์ของรถยนต์ต่างๆ และบรรดาเพลงประกอบนั้นหมดอายุแล้ว และพวกเขาก็ไม่เลือกที่จะต่อลิขสิทธิ์เหล่านี้ เพราะนำงบประมาณไปพัฒนาภาคใหม่ๆ ให้พวกเราได้เล่นกันจนทุกวันนี้นั่นเอง   4.City of Heroes อีกหนึ่งเกมแนว MMORPG ของทาง NCsoft ที่พัฒนาโดยที่ Paragon Studios ซึ่งเปิดตัวในช่วง 2004 ซึ่งยุคนั้นเกมนี้สามารถครองใจชาว PC ได้อย่างล้นหลาม โดยตัวเกมจะเน้นที่ผู้เล่นสามารถสร้างฮีโร่ได้อย่างอิสระ มีภาพที่เป็นเอกลักษณ์และผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะเล่นคนเดียวหรือจัดปาร์ตี้กับเพื่อนๆ เพื่อฟาร์มกันแบบเมามันส์ โดยตัวเกมยังเป็นรากฐานให้เกมแนว MMORG อีกหลายๆ เกมในทุกวันนี้ แต่ในขณะที่เกมยังคงดำเนินต่อและคอยอัพเดทแพทช์ให้ผู้เล่นเรื่อยๆ นั้นจู่ๆ เซิร์ฟเกมก็ถูกปิดตัวลงและถูกลบออกจากร้านค้าแบบไม่มีการบอกล่วงหน้า! เหตุผลเป็นเพราะปัญหาผู้เล่นที่ลดน้อยลงแบบไม่ทันตั้งตัวจากการกำเนิดเกมที่ครองใจคอเกมมาจนถึงทุกวันนี้อย่าง World of Warcraft ที่มีคอนเทนต์มากมายและยังเปิดโอกาสให้ชาว Mod สามารถเข้าไปสร้างแผนที่สร้างโหมดต่างๆ ให้คนอื่นได้เข้ามาเล่นได้อีกด้วย.   5.Devotion Devotion เป็นเกมสยองขวัญที่เล่นกับจิตวิทยาของผู้เล่นในมุมมองบุคคลที่ 1 ที่พัฒนาโดย  Red Candle Games ซึ่งตัวเกมจะเล่นเรื่องที่ผสมผสานกับตำนานพื้นเมืองและวัฒนธรรมไต้หวัน ในขณะที่ตัวเกมกำลังไปได้สวยเพราะได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งจากนักวิจารณ์และนักเล่นเกม แต่ตัวเกมก็ถูกนำออกจากร้านค้าในสตรีมเพราะว่ามีเกมเมอร์ตาดีไปเห็น Easter Eggs ล้อเลียนประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง มีใจความว่า “สี้ จิ้นผิง เจ้าหมีพูห์ติงต๊อง” และนั้นจึงเป็นเหตุให้การร่วมมือระหว่างตัวแทนจำหน่าย Indievent และWinking Entertainment ต้องยุติลงทันที ซึ่งในปัจจุบันเกมก็กลับมาวางจำหน่ายปกติแล้ว แต่น่าเสียดายที่วางจำหน่ายแค่ในเฉพาะไต้หวันเท่านั้น.   6.The Simpsons Arcade Game เกมในยุค 1990 The Simpsons ถือเป็นเกมแนวอาร์เคดที่ได้รับความนิยมและสนุกมากๆ โดยผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนตัวยงของ The Simpsons ฉบับการ์ตูนอนิเมชั่นก็ได้ ซึ่งตัวเกมในยุคนั้นได้รับการพัฒนาภายใต้ค่ายดังอย่าง Konami ซึ่งเกมนี้นอกจากจะมีเนื้อเรื่องพล็อตสุดแปลกแล้ว การออกแบบโมเดล เกมเพลย์การต่อสู้ก็แปลกด้วยเช่นกัน แต่มันดันสนุก เช่น ตัวละครของเราใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อต่อสู้กับศัตรูซึ่งในยุคนั้นไม่ค่อยจะมีใครเขาทำกันอะครับ แต่จู่ๆ ในปี 1992 ข่าวเกมนี้ก็เงียบหายไปนานจนถึงช่วงปี 2012 ที่ทาง Konami อนุญาตให้ Backbone Entertainment นำเกมไปโลดแล่นอีกครั้งบน Xbox 360 และ PlayStation 3 ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่จู่ๆ ทางพี่ Konami ก็นำเกมนี้ออกจากหน้าร้านค้าไปโดยที่ไม่บอกเหตุผลใดๆ เลย ชอบเอาเกมออกเก่งจริงๆ ค่ายนี้555. 7.LawBreakers LawBreakers ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างจะทะเยอทะยานพอตัวสำหรับค่าย Boss Key Productions เพราะค่ายนี้เป็นค่ายน้องใหม่ที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดย Cliff Bleszinski อดีตผู้พัฒนาจาก Epic Games  ซึ่งเขาได้นำแนวคิดของเกมที่เคยร่วมมีผลงานอย่าง Gears of War มาต่อยอดให้มีความน่าเล่นยิ่งขึ้นด้วยการสร้างเกม LawBreakers ที่จะมีคลาส อาวุธ อุปกรณ์และการเล่นที่ให้ผู้เล่นสามารถปรับใช้ได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังมีโหมดมากมายให้ผู้เล่นได้เลือกอีกด้วย แต่ด้วยความที่เกมนี้ดันออกวางจำหน่ายพร้อมเกมที่แย่งยอดขายยอดผู้เล่นไปจากพวกเขา และเกมนั้นก็ยังคงอยู่ในกระแสได้จนถึงทุกวันนี้นั่นคือ Playerunknown's Battlegrounds หรือ PUBG นั่นเอง และอีก 2 เหตุผลนั่นคือ 1.ตัวเกมนั้นมีความเร็วในการเล่นที่อยู่ในระดับเร็วมากๆ ทำให้ผู้เล่นหลายๆ คนไม่ค่อยจะถูกใจเท่าไหร่เพราะมันสุดแสนจะพาเวียนหัวและเข้าถึงยากมากๆ สำหรับผู้เล่นใหม่ 2.ผู้พัฒนาออกมาเผยว่าเขาน่าจะนำเกมไปลงให้กับทาง Xbox มากกว่าที่จะลงให้กับ PS4 และสุดท้ายเกมนี้ก็ต้องถูกถอดออกจากหน้าร้านค้าไป   8.Too Human Too Human เป็นวิดีโอเกมที่พัฒนาภายใต้ Silicon Knights ในปี 2008 บนเครื่อง Xbox 360 ซึ่งเกมนี้เคยมีข่าวลือออกมาว่าติดปัญหามากมายเพราะจริงๆ แล้วเกมนี้เคยมีกำหนดวางจำหน่ายบนเครื่อง PlayStation ในปี 1999 แต่ทาง Microsoft ก็ชุบชีวิตเกมนี้ให้กลับมาโลดแล่นได้สำเร็จ โดยตัวเกมนั้นกลับทำออกมายอดขายไม่ถึงเป้า และทางผู้พัฒนาก็โบ้ยความผิดด้วยการฟ้อง Epic Games ด้วยเหตุผลว่า Unreal Engine 3 นั้นไม่ดีพอในการพัฒนาและทำให้เกมของพวกเขาออกมาไม่ดี แล้วคิดว่า Epic Games จะยอมหรอครับ ฟ้องกลับสิ! จนสุดท้าย Silicon Knights ก็ต้องรับเคราะห์ในการต้องจ่ายเงิน 4.45 ล้านดอลลาร์ และยังไม่พอนะครับทางผู้พัฒนายังถูกสั่งให้นำเกมที่ขายออกไปแล้วกลับมาและปิดร้านค้าพร้อมกับทำลายเกมทิ้งพร้อมไฟล์อีกด้วย! โหดมาก.   9.Dragon Ball Online Dragon Ball ถือเป็นเฟรนไชส์ตำนานที่ได้รับความนิยมทั่วโลกตั้งแต่มังงะ อนิเมะไปจนถึงวีดีโอเกมเช่นกัน จริงๆ แล้วสำหรับฉบับเกมก็มีการออกวางจำหน่ายออกมามากมายให้เราได้เห็น ซึ่งในปี 2010 ทาง Bandai Namco Holdings ก็ได้เปิดตัวเกม Dragon Ball Online  แนว MMORPG ที่ทำให้หลายๆ คนต้องรู้สึกตื่นเต้นและมีผู้เล่นเข้ามาให้ความสนใจกันอย่างมากในช่วงแรก แต่เสียงวิจารณ์ที่เกมได้รับนั้นมีทั้งดีและแย่ปนกันไปแบบครึ่งต่อครึ่ง ยิ่งมาให้ช่วงหลังๆ ตัวเกมไม่ค่อยที่จะอัพเดทอะไรใหม่ๆ ให้ทันกับความต้องการของแฟนเกม จนในที่สุดฐานผู้เล่นก็ค่อยๆ น้อยลงจนตัวเกมก็ได้ปิดไปในที่สุด.   10.The Matrix Online แฟรนไชส์ ​​Matrix ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ได้รับความนิยมมากๆ ซึ่งในปี 2005 ได้มีไฟเขียวให้ Monolith Productions และ Sony Online Entertainment สร้างเรื่องราวเป็นเกมในแบบฉบับออนไลน์โดยใช้ชื่อว่า The Matrix Online โดยจะเป็นเนื่อเรื่องต่อจากภาพยนต์หลังจากที่ออกมาจากเมทริกซ์ได้แล้ว ซึ่งผู้เล่นสามารทำเควสต่างๆ สามารถที่จะเรียนรู้ความสามารถทักษะใหม่ๆ ได้ จนกระทั้งปี 2009 ทาง Sony ตัดสินใจที่จะปิดเกมลงและนำเกมออกจากหน้าร้านค้าเพราะฐานผู้เล่นที่ลดน้อยลง แต่ที่ผมชอบสำหรับข้อสุดท้ายนี้มากๆ เพราะมีผู้เล่นกลุ่มสุดท้ายพวกเขาได้นัดรวมตัวกันเพื่อส่งท้ายเกมนี้จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่เกมปิดตัวลง เป็นความทรงจำที่ดีและซึ้งมากๆ เลยครับ. Credit : Gameranx
17 Dec 2020
รายละเอียดและข้อมูลที่เกี่ยวกับเกมตำนานอย่าง S.T.A.L.K.E.R. 2
10 ปีผ่านมาแล้วหลายๆ คนคงจะจำหนึ่งในเกมตำนานที่เราเคยเฝ้ารอที่จะให้มีภาคต่อกันอย่างเกม S.T.A.L.K.E.R. กันได้นะครับ แต่แฟนๆ ก็น่าจะหมดหวังกันไปแล้วเพราะว่าข่าวเกมนี้เคยมีประกาศว่าทางผู้พัฒนาได้ทำการยกเลิกโปรเจ็คภาคต่อไปแล้ว แต่ไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว! เพราะในไม่ช้า S.T.A.L.K.E.R. 2 จะมาถึงมือพวกเราแน่นอน ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมาดูรายละเอียดและข้อมูลที่เกี่ยวกับเกมตำนานอย่าง S.T.A.L.K.E.R. 2 ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.การเซ็ตฉากและเรื่องราว สำหรับเกม S.T.A.L.K.E.R. ภาค 2 ที่กว่าจะกลับมาทำก็เล่นผ่านไปนานมากๆ นั้นทางผู้พัฒนาก็ได้กล่าวว่าตัวเกมจะยังคงเซ็ตฉากให้อยู่ ณ พื้นที่รกร้างเปื้อนรังสีซึ่งเกิดจากการระเบิดของนิวเคลียร์หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งด้วยเหตุการแผ่รังสีในครั้งนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสิ่งต่างๆ โดยรอบ ทำให้ผู้คนและสัตว์มากมายเกิดการกลายพันธุ์ และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเกมก็จะกลับมาเช่นกันนั่นคือ The Zone พื้นที่ที่จะทำให้เกิดความผิดปกติมากมาย ซึ่งจะส่งผลร้ายกับผู้ที่เข้าไปอยู่โดยบางพื้นที่จะทำให้วัตถุบิดเบี้ยว ทำให้ถูกเผาด้วยอุณภูมิที่สูงหรือไฟฟ้าช็อต และยังมีความผิดปกติมากมายที่ตัวเกมยังไม่เปิดเผยอีกด้วย! และในส่วนของเรื่องราวนั้นยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนมากนัก แต่ที่แน่นอนเลยก็คือเราจะได้กลับมารับบทเป็นนักล่าเงินรางวัลผู้ไม่หวั่นเกรงในอะไรและหวังเพียงเงินรางวัลอย่าง STALKER อีกครั้ง   2.AI ทุกตัวจะมีบทบาทตลอดเวลา! สำหรับการกลับมาอย่างไม่คาดคิดนี้ผู้พัฒนาได้เตรียมจัดเต็มในการใส่กลุ่มมนุษย์ กลุ่มโจร ทหารกลุ่มต่างๆ ที่เข้าไปสำรวจทั่วโซนซึ่งคนเหล่านั้นเป็นทั้งมิตรและศัตรูกับผู้เล่นโดยพวกเขาจะกระจายอยู่ทั่วแผนที่ทำการสำรวจเช่นเดียวกับเราเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีมิวแทนต์ สัตว์กลายพันธุ์และสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามานอธิบายได้อีกด้วย โดยทางผู้พัฒนาก็ออกมาชูโรงว่าในครั้งนี้พวกเขาพัฒนาระบบ A-Lift 2.0 ที่บรรดา AI ในเกมต่างๆ จะมีการดำเนินชีวิตของตนเองไปเรื่อยๆ แม้ผู้เล่นจะไม่ได้ยุ่งกับพวกเขา หรือปิดเกมไว้ ซึ่งระบบนี้เคยนำมาใช้ในภาคแรกซึ่งมันท้าทายมากๆ   3.S.T.A.L.K.E.R. 2 เป็นเกมแนวไหน? สำหรับเกมนี้ในภาคแรกของยกให้เป็นเกมตำนานและเกมบุกเบิกแนวเกม Horror Survival / FPS เลยก็ว่าได้เพราะเป็นเกมที่นอกจากผู้เล่นจะต้องเดินหน้ายิงแล้ว ยังต้องเอาชีวิตรอดจากภัยอันตรายต่างๆ และยังต้องมาคอยดูแลค่าสถานะของตัวเองไม่ว่าจะเป็นความหิว ความกระหาย หรือต้องหาอาวุธ หาชุดมาใส่เพื่อให้สามารถมีชีวิตอยู่ในพื้นที่ปนเปื้อนรังสีได้ และยังมีความลึกลับที่ผู้เล่นต้องเข้าไปค้นหาคำตอบกันเองในเกมอีกด้วย โดยทางตัวเลือกต่างๆ ที่ผู้เล่นตัดสินใจนั้นจะมีผลกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและฉากจบด้วยดังนั้นการจะทำอะไรในแต่ละครั้งผู้เล่นต้องตัดสินใจดีๆ เพราะนั่นอาจจะพลิกรูปแบบการเล่นเกมของผู้เล่นไปตลอดกาล!   4.ต้องเล่น S.T.A.L.K.E.R. ภาคอื่น ๆ ก่อนจะเล่น S.T.A.L.K.E.R. 2 หรือไม่? สำหรับคำถามนี้หลายๆ คนอาจคิดว่าเกมที่ลงท้ายด้วยภาค 2 3 4 นั้นต้องเล่นภาคก่อนหน้าให้จบก่อนถึงจะสามารถเข้าใจเนื้อเรื่องได้มากขึ้น แต่นั้นไม่ใช่สำหรับเกม S.T.A.L.K.E.R. 2 เพราะทางผู้พัฒนาออกมารับรองว่านี้เป็นเกมที่ทำออกมาในรูปแบบภาคแยก สำหรับผมคิดว่าเหตุผลเป็นเพราะเกมภาคก่อนกับภาค 2 ที่จะถึงนั้นมีระยะห่างที่นานเกินไปอาจจะทำให้ผู้เล่นที่ยังไม่เคยเล่นเกมนี้ไม่สามารถตัดสินใจซื้อได้ จึงตัดสินใจทำออกมาเป็นภาค 2 ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภา่คแรก แต่ผู้พัฒนาจะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์แฟนคลับยุคบุกเบิกหรือไม่นั้น ก็ต้องมารอลุ้นในวันที่เกมเปิดครับ.   5.เกมโลกเปิดที่แท้จริง อีกหนึ่งจุดชูโรงที่ผู้พัฒนาออกมาพูดเลยนั้นคือพวกเขาจะสร้างโลก Open-World ให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้และไม่มีรอยต่อ นั่นหมายความว่าตัวเกมจะไม่มีฉากโหลดให้เราเห็น การทำเช่นนี้จะช่วยให้ผู้เล่นรู้สึกอินไปกับโลกหลังวันสิ้นโลกได้มากขึ้น โดยจุดรอยต่อนั้นผู้พัฒนายังเคลมอีกว่าจะมีเพียง 2-3 จุดเท่านั้น ถ้าอยากรู้ว่าพวกเขาจะทำได้จริงหรือไม่เราต้องมาลองหาคำตอบกันในวันเกมเปิดแล้วแหละ!   6.แฟลตฟอร์มและวันวางจำหน่าย ในตอนนี้เว็บไซต์ทางการได้ทำการบอกแล้วว่าจะมีการวางจำหน่าย S.T.A.L.K.E.R. 2 ใน 2021 จริงๆ แต่ไม่ได้บอกวันเวลาอย่างละเอียดไว้ ซึ่งปกติแล้วเกมภาคแรกนั้นลงให้กับเครื่อง PC แต่ในครั้งนี้มีการประกาศว่าจะลงเป็น Exclusive บนเครื่อง Xbox Serie X และให้ผู้ที่มี Xbox Game Pass ได้เล่นฟรี แต่สำหรับชาว PC และ Playstation อย่างเพิ่งหมดหวัง เพราะล่าสุดทางเว็บไซต์ทางการก็ออกมาประกาศแล้วว่าจะเปิดให้บริการบน PC ในวันเดียวกับที่เปิดตัวบนเครื่อง Xbox. Credit : PCGAMER
17 Dec 2020
10 เกมสยองขวัญ ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีเลือดก็น่ากลัวได้
ปัจจุบันมีเกมสยองขวัญมากมายที่ถูกพัฒนามาให้เราเห็นมากมาย แต่เกมสยองขวัญส่วนใหญ่จะชูโรงฉากนองเลือดและความรุนแรง แต่มันก็จะมีเกมสยองขวัญอีกประเภทหนึ่งที่เน้นไปที่ความลึกลับ บรรยากาศ เสียงดนตรีหรืออย่างอื่นอีกมากมายที่จะทำให้เรารู้สึกหลอนและกลัว ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH ขอพาทุกคนมาพบกับ 10 เกมสยองขวัญที่จะพิสูจน์ให้เราเห็นว่าไม่มีเลือดก็น่ากลัวได้! ( บางเกมอาจจะมีเลือดนะครับ แต่เกมเหล่านี้ไม่ได้โฟกัสที่เลือดและความรุนแรงจะโฟกัสที่ส่วนอื่นมากว่า ) 1.Five Nights At Freddy’s ซีรี่ส์ Five Night At Freddy ถือว่าเป็นเกนแนวสยองขวัญแนวใหม่ที่มีกระแสอยู่ช่วงหนึ่งเลย โดยผู้เล่นจะต้องคอยสอดส่องพื้นที่ต่างๆ ผ่านกล้องวงเจอปิดและต้องเอาชีวิตรอดให้พ้นไปในแต่ละคืน ซึ่งผมบอกเลยว่าเกมนี้มันทำให้เราตกใจได้หลายรอบมากโดยที่ไม่ต้องเอาเลือดมาให้เห็นแม้แต้หยดเดียว และทำให้เกิดอาการหลอนอยู่ตลอดเวลากับตุ๊กตาหุ่นน่ารักๆ ที่ผู้พัฒนาเอามาทำให้มากลายเป็นตัวละครที่หลายๆ คนกลัวกันอยู่ช่วงหนึ่งเลย 2.The Exorcist: Legion VR ปัจจุบันนวัฒกรรม VR นั้นไปพัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด ซึ่งหนึ่งในสิ้นที่น่าสนใจนั้นคือเกมแนวสยองขวัญที่เล่นผ่านแว่น VR หนึ่งในนั้นก็มีเกม  The Exorcist: Legion VR เกมที่จะพาเราไปอยู่ในโลกของความสยองขวัญและให้ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับปีศาจในรูปแบบต่างๆ ซึ่งปีศาจนั้นจะมาในรูปแบบคล้ายๆ ภาพยนต์เรื่อง The Exorcist ที่เน้นความลึกลับความหลอน โดยไม่พึ่งความรุนแรงหรือเลือดก็ทำให้ผู้เล่นหลอนกันได้.   3.Little Nightmares Little Nightmares ของค่าย Tarsies Studio เป็นเกมสยองขัญแนวไขปริศนาที่ให้ความแตกต่างจากเกมอื่นๆ ซึ่งแค่ชื่อเราก็น่าจะรู้แล้วว่ามันคือฝันร้ายในคราบของการ์ตูน ซึ่งดูผิดเผินเกมนี้เหมือนจะไม่มีอะไรนะครับ แต่เกมนี้มักจะทำให้ผู้เล่นต้องรู้สึกระแวงตลอดเวลาและบวกกับงานออกแบบศิลปะที่น่าสนใจไม่เหมือนชาวบ้านเขา โดยเกมจะมอบหมายให้เรารับบทเป็นซิกซ์ในการหลบหนีจากโลกดิสโทเปียที่ทำกับเด็กเหมือนเป็นนักโทษ นี่แหละครับนิยามของคำว่า ไม่ม่เลือดก็สยองได้.   4.Amnesia: The Dark Descent ซีรี่ส์ Amnesia นั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เราได้เห็นว่าบรรยากาศของเกมนั้นสำคัญเพราะสามารถทำให้เกมน่ากลัวขึ้นได้และยังเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับคำชมว่าทำให้จิตตกได้อันดับต้นๆ ของหมวดเกมสยองขวัญเลย แต่ที่เกมนี้พิเศษกว่าเกมอื่นๆ เพราะว่าทุกภาคในซีรี่ส์เกมนี้จะมีสเน่ห์เฉพาะตัวอยู่ สำหรับภาคนี้ผู้เล่นจะไปเข้าไปในปราสาทลึกลับที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดที่คอยมาทำให้เราหลอนตลอดเวลา ไหนจะเพลงและบรรยากาศอีก เห็นได้ชัดว่าผมไม่ได้พูดถึงเลือดหรือความรุนแรงเลยแต่เกมก็ดูน่ากลัวมากๆ นะครับ   5.Alien: Isolation ส่วนใหญ่เกม Alien นั้นจะหนักไปในทางแอ็คชั่นและเดินหน้ายิงมากกว่าที่จะเป็นเกมสยองขวัญ แต่ไม่ใช่สำหรับ Alien: Isolation ที่ได้นิยามเกมแนวนี้ใหม่ให้กลายเป็นเกมที่สุดแสนจะตึงเครียดละลุ้นระทึกระหว่างผู้เล่นกับเจ้า Xenomorph ซึ่งเกมนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับนึงเลยโดยผู้พัฒนาทำให้เจ้า Xenomorph ถึกโหดและมีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ น่ากลัวขนาดที่เราได้ยินเสียงเมื่อไหร่ ก็ต้องวิ่งเข้าไปหาทีหลบทันที และที่สำคัญผมเชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะเป็นเหมือนผมที่โดนเจ้าเอลี่ยนบ้านี่ฆ่าตายไปเป็นสิบๆ ครั้งๆ   6.Layers Of Fear Layers of Fear นั้นเป็นเกมแนวสยองขวัญที่เล่นกับศิลปะได้ดีมากๆ ซึ่งอาจจะมีเลือดให้เห็นนิดๆ หน่อยๆ แต่จุดเด่นหลักของเกมคือบรรยากาศ ศิลปะ และเสียนดนตรี ผมเคยมีโอกาสได้ไปเล่นเพราะมีช่วงที่ Epic Store นั้นได้ปล่อยเกมนีั้มาเล่นกันฟรีๆ บอกเลยว่ามันน่ากลัวจริงครับ แต่มันก็เพลินด้วยเพราะเกมไม่ได้ทำให้เราหลอนอย่างเดียว เราต้องเข้าไปไขปริศนาต่างๆ และหาคำตอบสำหรับเคลียร์เกมด้วย.   7.SOMA ค่ายเกม Frictional Games ได้พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าเป็นผู้พัฒนาเกมสยองขวัญมาแรงในยุครุ่งเรื่องของเกมสมัยใหม่มากๆ โดยเกม SOMA นี้ถือเป็นเกมแนวสยองขวัญเอาชีวิตรอดในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยจะหลักๆ ที่เกมนี้เจาะจงนั่นคือการเล่นกับความกลัวทางจิตใจมากกว่าที่จะทำเสนอฉากเลือดสาดหรือฉากรุนแรง และยังมีการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนมากๆ ที่พีคกว่านั้นคือการนำเอามนุษย์กับเครื่องจักร์ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีปริศนนมากมายให้เราแก้อีกด้วย   8.Alan Wake Alan Wake เป็นหนึ่งในเกมสยองขวัญที่เล่นกับฝันร้ายที่น่าสนใจทั้งพล็อตเรื่องและเกมเพลย์ โดยเราจะไก้รับบทเป็นนักเขียนผู้ตามหาเบาะแสของภรรยาที่หายไป และเรื่องราวของนิยายที่เขาเคยเขียนก็ดันกลายเป็นจริงขึ้นมา แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือนี่ไม่ใช่เกมสยองขวัญแนวยิงผีธรรมดา เพราะนอกจากกระสุนที่จำกัดแล้ว เกมยังเพิ่มความลุ้นระทึกให้เราด้วยการต้องส่องไฟฉายให้แสงโดนพวกมันก่อนเพื่อทำลายม่านความมือ จากนั้นจึงจะสามารถสังหารพวกมันได้ และจากประสบการณ์ที่ลองเล่นมามันจะมีช่วงที่ผีนั้นโถมเข้ามาหาเราเป็นสิบๆ ตัวแล้วแต่ละตัวก็มีความสามารถที่แตกต่างกันอี๊กบอกเลยว่าลุ้นกันแทบฉี่ราด!.   9.Dead By Daylight ดบดล หรือ Dead By Daylight นั้นถือเป็นเกมสยองขวัญออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในยุคนี้ ซึ่งเกมก็ได้ตีตลาดด้วยการนำตัวละครสยองขวัญมากมายเข้ามาแจมในเกม เช่น  Halloween, The Blair Witch Project, Sawและอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงฝ่ายผู้เอาชีวิตรอดที่ผู้เล่นต้องคอยซ่อมเครื่องปั่นไปเพื่อหาทางเปิดประตู ซึ่งขอขัดนิดหนึ่งตรงที่เกมนี้อาจจะมีเลือดเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกม แต่เชื่อว่าหลายๆ คนไม่ได้กลัวตรงจุดนั้น เพราะเรากลัวแสงไฟเวลาที่ผีมันจี้ตามเรามาข้างหลังเป็นอะไรที่ระทึกมากๆ และผีนักล่าบางตัวมีสกิลหายตัว สกิลวิ่ง สารพัดความวายป่วงบอกเลยว่าถ้าเล่นคนเดียวอาจจะมีตกใจและช็อคกันบ้างแหละ!   10.Ju-On The Grudge: Haunted House Simulator อีกหนึ่งเกมน่าสนใจบนเครื่องเกม Wii ของทาง Nintendo ซึ่งเกมนี้มันมีจุดหน้าสนใจมากๆ เพราะเกมจะจำลองเหตุการณ์ให้ผู้เล่นต้องเผชิญหน้ากับผีต่างๆ ผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง ซึ่งเกมก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่สถานที่ บรรยากาศ ดนตรี จังหวะที่ผีโผล่ออกมาเกมนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีมากๆ ดังนั้นใครที่มีเครื่อง Wii ไม่ควรพลาเกมนี้เด็ดขาด! Credit : GAMERANT
17 Dec 2020
10 เกมที่น่าผิดหวังที่สุดในปี 2020
บอกได้เลยว่าในปี 2020 นี้มีเกมต่างๆ ออกมามากมาย ซึ่งมีทั้งเกมที่ประสบความสำเร็จและที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันทำออกมาได้น่าผิดหวัง ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมาพบกับ 10 เกมที่น่าผิดหวังที่สุดในปี 2020 ขอบแกเลยว่าแต่ละเกมนั้นเป็นถึงระดับ AAA ทั้งนั้นแต่เราจะมาดูกันว่าทำไม่เกมเหล่านี้ถึงน่าผิดหวัง ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.Marvel's Avengers ได้รับ 67 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic หลังจากที่เกม Marvel's Spider-Man ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากบนเครื่อง PS4 ซึ่งต่อมาในปี 2019 ณ งาน E3 ทางSquare Enix และ Crystal Dynamics ได้เปิดตัวเกมที่ทำให้หลายๆ คนรู้สึกตื่นตาตื่นใจนั่นคือเกม Marvel's Avengers ซึ่งทางผู้พัฒนาก็ได้อวยไว้ว่าตัวเกมจะมีความล้ำหน้ากว่าเกมอื่นๆ แต่แล้วเมื่อแฟนๆ คาดหวังมากขนาดนี้กลับได้รับสิ่งที่ตรงกันข้ามด้วยปัญหาต่างๆ ตัวเกมที่อัพเดทช้า ไหนจะเรื่องของการเปิดตัวเกมที่ช้ากว่ากำหนดเพราะเกิดเหตุไฟป่าในแคลิฟอร์เนียและการระบาดของโควิด -19 อีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนั้นสิ่งที่ตัวเกมเจอปัญหาล่าสุดนั่นคือเมื่อเล่นไปได้ไกลในจุดหนึ่งแล้วผู้เล่นจะไม่มีอะไรให้ทำ สิ่งเดียวที่ทำได้คือรอ DLC เท่านั้น  รู้กันหรือไม่ครับว่าล่าสุดอัตราของผู้ที่เข้ามาเล่นเกมนี้ลดลงถึง 96% นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนกันยายน และที่แย่ไปกว่านั้นตัวเกมยังขาดทุนหลายล้านบาทเนื่องจากยอดขายนั้นทำได้เพียง 60% จากยอดที่ตั้งเป้าไว้เท่านั้น. 2.Godfall ได้รับ 62 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic หลังจากเปิดตัวในงาน 2019 Game Awards เกม Godfall นี้ได้เปิดตัวครั้งแรกและสร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งตัวเกมได้นำเสนอระบบความเป็นเกม RPG ที่คลาสสิคและยังนำเสนอระบบที่เป็นเอกลักษณ์อีกมากมาย เช่น ความสามารถในการเปลี่ยนอาวุธระหว่างการต่อสู้ที่หลากหลาย รูปลักษณ์การปรับแต่งที่มีผลกับการเล่น ซึ่งมันก็ดูเหมือนจะดีนะครับ  แต่สิ่งที่ทำให้หลายๆ คนไม่ค่อยพอใจนั่นคือ ฝ่ายการตลาดโปรโมทเกมชอบปล่อยตัวอย่างวีดีโอสั้นๆ ที่น่าสนใจดูอลังการมากๆ แต่ขาดรายละเอียดหลายๆ อย่างที่ควรทราบ และเมื่อถึงวันเกมเปิดตัวเกมมันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนักตามที่ถูกโปรโมทเอาไว้ และยังมีปัญหาอีกมากมาย เช่น อัตราเฟรมเรทที่ตกเป็นพักๆ / และการโหลดฉากที่ไม่ควรจะเกิด   3.Warcraft 3: Reforged ได้รับ 59 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic สำหรับแฟนเกมยุคแรกๆ น่าจะหลงใหลในเกม RTS สุดคลาดสิคอย่าง Warcraft 3: Reign of Chaos เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ดีมากๆ อันดับต้นๆ ของเฟรนไชส์ก็ว่าได้ ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมาทาง Bizzard ประกาศจะนำกลับมารีเมคทำให้แฟนๆ ต่างรู้สึกตื่นเต้นและหวังอย่างใจจดใจจ่อ โดยทางค่ายได้ให้คำสัญญาว่าจะปรับทั้งภาพให้และคุณสมบัติใหม่ให้กับตัวละคร นอกจากนี้จะปรับแต่งเรื่องราวให้น่าสนใจขึ้นอีกด้วย แต่เกมก็ล่าช้ามาถึงปี 2020 ถึงแม้เกมออกช้าแต่ถ้าที่คนจะไม่บ่นกันเลยครับ แต่นี้ออกมาแล้วเกมก็ขาดฟีเจอร์มากมายที่สมควรจะมีอยู่แต่แรก ไหรจะปัญหาทางเทคนิคบั๊กมากมาย จนทำให้เกมนี้ได้รับคำวิจารณ์ที่แย่มากๆ อย่างที่เราเห็นกัน.   4.Crucible ได้รับ 56 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic อีกหนึ่งเกมในปี 2020 ที่ถูกตีตลาดโดย Amazon Game Studios โดยพวกเขาต้องการที่จะตีตลาดเกมแนวยิง / ออนไลน์ ซึ่งเกมนี้มีระบบคร่าวๆ คือให้ผู้เล่นเลือกตัวละครที่มีความสามารถเฉพาะและทำภารกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ซึ่งเกมนี้ก็สามารถโหลดเล่นฟรีผ่านทาง Steam ได้อีกด้วยเรียกได้ว่าเกมระดับ AAA ฟรีนี่นานๆ จะมีออกมาทีทำให้เกมเมอร์ให้ความสนใจกันอย่างมาก แต่..เมื่อเกมเปิดตัวให้เข้าไปเล่นในเดือนพฤษภาคมทำให้คนส่วนใหญ่ต้องผิดหวัง เพราะไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไรเกมกลับไม่ได้รับความนิยมในวันเปิดตัวแรกๆ เหมือนเกมอื่นๆ และยังมีคุณสมบัติหลายๆ อย่างที่ขาดไปและปัญหาหนักสุดที่ผมเองก็เคยเจอนั่นคือสเปคที่รับไม่ไหวขนาดสเปคขั้นต่ำยังสูงมากๆ แล้วคิดว่าจะมีผู้เล่นกี่คนที่สามารถเข้าไปเล่นได้ จนในเดือนตุลาคมทางค่ายพัฒนาต้องขอนำเกมกลับไปปรับปรุงใหม่อีกครั้งหนึ่ง หวังว่าในอนาคตเกมนี้จะกลับมาดีขึ้นเหมือนหลายๆ เกมที่เราเคยเห็นกันนะครับ.   5.XIII ได้รับ 34 และ 41 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic เกมยิงที่แฟนๆ ชื่นชอบในปี 2003 โดยเกมนี้ได้รับการต่อสัญญาเพื่อกลับมาทำใหม่ในปี 2019 เมื่อ Microids และ PlayMagic ประกาศการรีเมค ซึ่งเกมนี้จะมีเอกลักษณ์คือสไตล์ภาพจะเหมือนหนังสือการ์ตูนเป็นหนึ่งในการแสดงความเคารพต้นฉบับหนังสือการ์ตูนจริงๆ ในปี 1984 แต่แล้วจากที่เกมควรจะวางจำหน่ายปลายปี 2019 กลับถูกเลื่อนไปวางจำหน่ายในปี 2020 แทน และเมื่อเกมวางจำหน่ายสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอะไรที่ทำร้ายจิตใจแฟนเกมยุคดั้งเดิมมาก เพราะว่าทางผู้พัฒนาได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบศิลปะที่ผมเคยบอกไว้ก่อนหน้าไปทั้งหมด และตัวเกมมันดันคล้ายๆ กับโมเดลในเกม Fortnite ยังไม่พอนะครับ ไหนจะมีปัญหาเรื่องของบั๊กมากมาย AI ที่เพี้ยนๆ หนักจนทาง Microids และ PlayMagic ต้องออกมาแถลงข่าวขอโทษแฟนๆ ทุกคนเรียกได้ว่าคะแนนที่ได้นั้นต่ำเตี้ยลากดินมากๆ   6.NBA 2K21 ( PS4 ) ได้รับ 68 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic อีกหนึ่งเกมแนวบาสเก็ตบอลหนึ่งในซีรี่ส์ 2K ที่มาพร้อมกับปัญหามามายที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้ และนอกจากนี้ยังมีความน่าปวดหัวของระบบ Pay To Win หรือไมโครทรานแชคชั่น และถึงแม้เกมจะเปิดตัวแล้วแต่ก็ยังมีบั๊กให้เห็นอยู่บ่อยมาก ซึ่งตอนแรกแฟนๆ หลายคนบอกว่าพวกเขายอมเสียเงิน 70$ เพื่อหวังจะได้เจอความสนุกแบบเต็มที่แต่นี่ต้องมาเสียเงินอีก จนกระทั่งแฟนๆ หลายคนเริ่มทนไม่ไหวออกมาทัวร์วลงในช่วงเดือนพฤศจิกาที่ผ่านมานี้จนติดเทรนด์อยู่พักหนึ่งเลย และในทางกลับกันเมื่อเกมถูกนำกลับมาใน PS5 กระแสวิจารณ์กลับเป็นไปได้ในทิศทางที่ดีมากๆ   7.Madden NFL 21 ได้รับ 63 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic ถ้าจะให้พูดสำหรับค่าย EA นั้นมีปัญหาออกมาให้เราเห็นแทบทุกปีปีนี้ก็ไม่พ้นเช่นกัน โดยในช่วงเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคมนั้น แฟนๆ หลายคนได้สังเกตเห็นบั๊กมากมายที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ ไม่ว่าจะเป็นเงาที่ขาดหายๆ หรือปัญหาระหว่างการเล่นรวมถึงโมเดลของตัวละครที่ชอบเกิดรูปร่างแปลกๆ ให้เห็นเป็นประจำ และยิ่งไปกว่านั้นหลังๆ มานี้ตัวเกมก็เหมือนจะขาดเนื่อหาเรื่องราวใหม่ๆ และไม่มีการปรับปรุงให้เกมมันดีเท่าที่ควรจนล่าสุดทาง EA ก็ได้ออกมาขอโทษและบอกจะทำการปรับปรุงอัพเดทแพทช์ต่อๆ ไปให้ฟรี เอ่อ..ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงจะชินกับเรื่องนี้ของ EA กันแล้วนะครับ555.   8.Disintegration ได้รับ 60 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic อีกหนึ่งเกม Sci-Fi ที่ผมเองก็เคยเขียนรีวิวไปซึ่งรูปแบบการเล่นมันน่าเล่นมากๆ และนอกจากนี้ผู้พัฒนาเกมนี้ยังเคยเป็นอดีตผู้พัฒนาเกมดังอย่าง Destiny 2 และเคยร่วมสร้าง Halo อีกด้วย ซึ่งพูดมาถึงจุดนี้หลายๆ คนคงคิดว่าเกมนี้ต้องสนุกและน่าสนใจมากแน่ๆ ซึ่งด้วยพล็อตที่น่าสนใจแบบนี้หลายๆ คนก็ต้องหวังไว้สูงถูกมั้ยครับ แต่เมื่อเกมออกวางจะหน่ายปรากฏว่าตัวละครต่างๆ ในเกมนั้นกลับดูไรชีวิตชีวามากๆ และช่วงหลังมีอัตราผู้เข้าไปเล่นลดลงแบบดิ่งลงเหวจนในที่สุดทางผู้พัฒนาประกาศว่าระบบรองรับผู้เล่นหลายคนจะสิ้นสุดลงในวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมานี้.   9.Fast And Furious Crossroads ( PC / PS4 / XBox One ) ได้รับ 34 / 35 / 49 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic แฟรนไชส์ ​​Fast and Furious เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการภาพยนต์ซึ่งสามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่าพันล้านดอลลาร์ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทางผู้พัฒนาเกมจะต้องขอหยิบมาสร้างเป็นวีดีโอเกม ซึ่งในปี 2020 นี้เมื่อเกมวางจำหน่าย หลายๆ คนรวมถึงตัวผมนั้นหมดคำจะพูดเลย เพราะตอนแรกเห็นภาพตัวอย่างที่ออกมาแบบนั้นพยายามที่จะมองในแง่ดีว่า เกมกำลังพัฒนา แต่เรียบร้อยเมื่อเข้าไปลองเล่นแทบไม่ต่าง โดยเราจะได้พบกับภาพที่เหมือนต้นยุคปี 2010 ระบบเกมเพลย์ที่ดูดิบเกินไป และภารกิจที่ไม่น่าสนใจเรียกได้ว่าใครเล่นจบผมขอนับถือเลย.   10.Cooking Mama: Cookstar ได้รับ 46 คะแนนอ้างอิงจาก Metacritic เกมนี้หลายๆ คนอาจจะไม่รู้จัก แต่แฟรนไซส์ Cooking Mama ถึอว่าอยู่ในวงการเกมมาได้ระยะหนึ่งตั้งแต่ช่วงปี 2006 เรียกได้ว่าอยู่มาเป็น 10 ปีแล้ว โดยตัวเกมนั้นมีหลายภาคและมีรูปแบบการเล่นมากมายให้เราเลือกเช่น แนวทำอาหาร / แนวเลี้ยงเด็ก แต่เมื่อเกม Cooking Mama: Cookstar นั้นได้วางจำหน่ายบน Nintendo eShop ได้ไม่ถึงชั่วโมงเกมก็ถูกลบไปเพราะมีข่าวออกมาว่าตัวเกมนั้นได้ไปละเมิดให้เกิดข้อขัดแย้งทางกฏหมาย ระหว่างผู้พัฒนา Planet Entertainment และผู้ถือ IP Office Create และนี่อาจจะไม่ใช่ประเด็นหลักแต่มีข่าวหลุดออกมาอีกว่าทางเกมได้ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนชนิดพิเศษเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือขุดและรวบรวมข้อมูลของผู้เล่นโดยไม่บอกและไม่มีการพูดถึงระบบออนไลน์ แต่เกมนั้นออนไลน์ไปยังศูนย์กลางตลอดเวลา ถึงแม้ทางค่ายเกมจะออกมาปฏิเสธ แต่เราทุกคนคิดว่าจะมีใครกล้าเล่นอีกไหม? ทำให้ยอดผู้เล่นตกลงไปอย่างมากพร้อมกับกระแสวิจารณ์คะแนนต่ำลากดินตามที่เราเห็นนั่นเอง. Credit : GAMERANT
17 Dec 2020
ทำไม!? Marvel’s Avengers เกมฟอร์มยักษ์ที่เปิดตัวอลังการแต่กระแสเกมดันตรงกันข้าม
ถ้าพูดถึงเกมฟอร์มยักษ์!? ในความคิดของเพื่อน ๆ มันจะต้องออกมาแบบไหน สำหรับเกวลินเองมันเริ่มต้นจากเหล่า ๆ อย่างเหมือนกันนะไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาที่จะนำเสนอออกมา, ทีมผู้พัฒนาเกมที่จะสร้างเกมนั้น ๆ และ คอนเทนต์หลังจากที่เกมวางจำหน่ายออกไป ( นี่เป็นแค่ปัจจัยเล็ก ๆ น้อย ๆ นะ ) แต่มันมีอยู่เกม ๆ หนึ่งที่เปิดตัวไปช่วง 3 ปีที่แล้วสร้างความฮือฮาระดับโลกเป็นอย่างมากนั้นก็คือ “The Avengers Project” ที่ทาง Marvel Entertainment ได้ออกมาประกาศว่าเกมดังกล่าวจะอยู่ภายใต้การดูแลของค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Square-Enix ที่เนื้อหาจะถูกเขียนขึ้นมาใหม่และไม่มีความเกี่ยวข้องกับจักรวาลภาพยนตร์ Marvel Cinematic Universe   แล้วในช่วงเวลาจักรวาลภาพยนตร์ Marvel Cinematic Universe กำลังมาถึงช่วงปิด Phase 3 ก็จะประกอบไปด้วย Avengers: Infinity War และ Avengers: Endgame ที่ตอนนี้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว แล้วมันก็จึงไม่แปลกเลยที่กระแสของตัว “The Avengers Project” จะได้รับความสนใจจากเกมเมอร์ทั่วโลกเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งเวลาต่อมาในงานมหกรรมเกมโชว์สุดยิ่งใหญ่ E3 2018 ทาง Square-Enix ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่ออย่างเป็นทางการ “Marvel’s Avengers” ซึ่งกระแสตอบรับกลับมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบในเวลาเดียวกัน   สาเหตุที่คนไม่ปลื้ม “Marvel’s Avengers” จากตัวอย่างและเกมเพลย์แรกที่ออกมาคงเป็นเรื่องการดีไซน์ตัวละครที่เกวลินเชื่อว่า 70% เขาอยากเห็นการดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับภาพยนตร์ในฉบับคนแสดงมากกว่า อีกทั้งยอมรับตรง ๆ ว่าการดีไซน์ในตัวอย่างแรกไม่ดีเท่าที่ควรจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวละคร Thor ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าชุดมันดูตลกซะไม่มีเลย โชคยังดีที่ทางทีมผู้พัฒนา Crystal Dynamics, Eidos-Montréal และ Nixxes ต่างรับฟังความคิดเห็นจากเกมเมอร์แล้วได้นำไปปรับปรุงแก้ไข หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้เห็นข่าวการอัปเดตของเกมนี้อีกเลย แม้แต่งานเกมใหญ่ ๆ Demo ที่มีการนำมาให้ผู้เล่นได้ทดสอบก็ยังเป็นเวอร์ชั่นจากงาน E3 2018 ทั้งหมดเลย เกวลินยอมรับตรง ๆ ว่าเป็นหนึ่งในคนที่อวยเกมนี้ตั้งแต่มีการเริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการ มีหลายต่อหลายครั้งที่นั่งพูดคุยกับกลุ่มเพื่อน ๆ ที่เล่นเกมด้วยกันแล้วมักจะบอกว่า “เราเชื่อว่าเกม Marvel’s Avengers มันจะไปได้ดี” เพื่อน ๆ ของเกวลินมักจะติดภาพจำมาจากเหตุการณ์สมัยที่ Square-Enix พัฒนาเกม Final Fantasy XV ที่เราเห็นอย่างชัดเจนเลยว่ามันพัฒนาไม่เสร็จทั้งที่ตัวเกมครึ่งแรกทำออกมาดี แต่ช่วงท้ายเหมือนพยายามเร่งให้จบแล้วดูเหมือนเนื้อเรื่องช่วงท้ายสัมผัสถึงการเขียนที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ “ตราบาปที่ทำให้เกมเมอร์กลัวประวัตศาสตร์จะซ้ำรอย!” ส่งผลทำให้ทางผู้พัฒนาเกมต้องออกแพทช์เนื้อหาเสริม [DLC] มาภายหลังรวมไปถึงแพทช์แก้ไขตัวเกมอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ตัวเกมวางจำหน่ายออกไป แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อตอนแรก Final Fantasy XV วางแผนจะอัปเดตเนื้อหาให้ครบแต่ผู้กำกับคุณ “ฮาจิเมะ ทาบาตะ” ตัดสินใจลาออกจากบริษัททำให้ Square-Enix พับโปรเจกต์ทั้งหมดสร้างความไม่พอใจต่อเกมเมอร์จำนวนมาก แล้วนี่ก็ทำให้เกมเมอร์จำนวนไม่น้อยต่างกลัวว่า “เหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกครั้งกับเกมฟอร์มยักษ์ที่เกมเมอร์ทั่วโลกต่างคาดหวัง” แล้วมันก็ดูเหมือนจะส่อแววมายังเกม Marvel’s Avengers ที่ปัจจุบันตัวเกมกลับมีกระแสในด้านลบอย่างมาก อะไรทำให้เกมฟอร์มยักษ์ในสายตาเกมเมอร์หลาย ๆ คนอย่าง “Marvel’s Avengers” ที่ทาง 3 ทีมพัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Square-Enix แล้วก็ผ่านการพัฒนาเกมคุณภาพมามากมาย กลายเป็นเกมที่เกิดคำถามจากเกมเมอร์ว่ามันจะไปรอดไหมในอนาคต เพราะถึงแม้ว่าพาร์ทเนอร์อย่าง Marvel Entertainment ที่ยังคงมั่นใจว่า “พวกเขาจะนำพาเกมนี้ไปจุดสูงสุดอย่างที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้ได้” ก็ตาม วันนี้เกวลินก็เลยจะมารวบรวมข้อมูลว่าทำไมเกม Marvel’s Avengers ถึงกลายเป็นเกมที่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังเอาไว้กันค่ะ เกมที่มาพร้อมกับความคาดหวังจากเกมเมอร์! เอาจริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลยนะคะที่เกมเมอร์จะคาดหวังเกมนั้น ๆ เพื่อให้ออกมาดีที่สุด แถมเป็นเกมที่ได้รับอิทธิพลมาจากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ด้วย มันก็ไม่แปลกเลยที่ “Marvel’s Avengers” จะมีเกมเมอร์จำนวนมากต่างคาดหวังที่เกมมันจะออกในแบบที่พวกเขาต้องการ ( เกวลินก็เป็นหนึ่งในนั้น ) แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมาทำความเข้าใจเป็นอันดับแรก ๆ ก่อนก็คือ “เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเกม Marvel’s Avengers ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับจักรวาลภาพยนตร์ Marvel Cinematic Universe หรือ จักรวาล Marvel Comic” เพราะอันนี้ได้เขียนเรื่องราวขึ้นมาใหม่ทั้งหมดแต่จะอ้างอิงตัวละครจาก Marvel Comic เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าถามเรื่องเนื้อเรื่องและการนำเสนอพวกเขาทำออกมาได้ดีมากเลยนะคะ ( ความคิดเห็นส่วนตัวนะ ) เรียกว่าเปิดตัวมาก็มีฉากอลังการงานสร้างระเบิดสะพาน ระเบิดเมืองกันเลยทีเดียว! แต่สิ่งที่เกมเมอร์คาดหวังเอาไว้ก็คือเราสามารถเล่นเป็นตัวละครอะไรก็ได้ รวมไปถึงโลกภายในเกมจะต้องเปิดโลกกว้างแล้วมอบอิสระให้กับผู้เล่นเหมือนกับเกม Marvel’s Spider Man จากทีมผู้พัฒนา Insomniac Games ที่ทำออกมาได้ดี แต่ผลสุดท้ายคือการดำเนินเนื้อเรื่องที่เป็นเส้นตรงแล้วถ้าเราต้องการอยากจะออกไปทำเควสต์เสริมก็จะแบ่งจุดเพื่อให้เราไปทำอีกแบบ แล้วสถานที่ก็มักจะอยู่แต่ภายในยานแล้วเวลาจะเริ่มภารกิจเกมก็จะพาผู้เล่นไปจุดดังกล่าวทันที นี่คงเป็นอีกหนึ่งจุดที่ผู้เล่นรู้สึกไม่ประทับใจ รวมไปถึงเควสต์เนื้อเรื่องหลักในตอนแรกที่เกวลินและเพื่อนต่างคาดหวังว่าเราจะสามารถเล่นออนไลน์ร่วมกันได้ สุดท้ายระบบที่นำมาใช้กลับไม่เป็นอย่างที่คิดก็เลยทำให้ความรู้สึกด้านลบที่มีต่อเกมสูงขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาจุกจิกกวนใจที่ได้รับการแก้ไขแต่ก็ยังโผล่ออกมาอยู่เรื่อย ๆ ตัวเกวลินเองได้เล่นเกม “Marvel’s Avengers” นี้บนแพลตฟอร์ม PC สิ่งที่พบตั้งแต่ Day One ก็คือปัญหาจุกจิกกวนใจเรื่อง Bug ต่าง ๆ ถ้าให้จัดลำดับก็เป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่มีปัญหาพวกนี้เยอะใช้ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการที่กินทรัพยากรเครื่องเกินความจำเป็นอย่างมาก แม้ว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้เล่นจะเกินจากสเปกที่แนะนำเอาไว้มากก็ตาม พูดเลยว่าวันแรกจะเล่นไปแล้วถ่ายทอดสดลงเฟสบุ๊คไปด้วยลำบากมากเลยค่ะ ดีว่าหลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีแพทช์ออกมาแก้ไขเรื่องการกินทรัพยากรลง  แต่มันก็มีปัญหาส่วนอื่น ๆ เข้ามา ยกตัวอย่างเช่น ระบบเซิร์ฟเวอร์ที่เกมนี้จะบังคับให้เราออนไลน์อยู่ตลอดเวลา แล้วถ้าต้องการเล่นเควสต์รองก็จะต้องเข้าไปในโหมด Avengers Initiative ซึ่งเกมนี้ดันวางระบบเอาไว้ว่าถ้าจะเสพย์เนื้อเรื่องอย่างเดียวจะต้องไปเล่นในโหมดเนื้อเรื่องอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนโหมดออนไลน์ก็จะทำแยกออกมาแล้วทั้งสองโหมดก็จะต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา แล้วถ้าวันไหนที่เซิร์ฟเวอร์เกม หรือ อินเทอร์เน็ตมีปัญหาก็จะทำให้เข้าเกมไม่ได้เลย กลายเป็นระบบที่เหมือนดาบสองคมแล้วเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบในส่วนนี้ด้วย ( เกวลินเองก็ไมชอบนะเอาจริง ๆ เฮ้อ… ) ระบบเกมเพลย์ที่ผสมผสานความเป็น RPG ที่มันออกแบบมาไม่ลงตัว คือต้องบอกว่าเกม “Marvel’s Avengers” ส่วนตัวมีระบบเกมเพลย์ที่น่าสนใจนะคะ เพราะพวกเขาเลือกที่จะให้ตัวเกมมีความเป็นเกม Action ที่เต็มรูปแบบ แล้วนำความเป็นเกม RPG มาผสมผสานกัน ถามว่าทำออกมาดีไหมมันทำออกมาได้ดีระดับหนึ่ง เพียงแต่ว่าถ้าคุณอยากจะแข็งแกร่งภายในเกมการที่จะเล่นในโหมดเนื้อเรื่องแล้วให้แข็งแกร่งมันเป็นไปได้ยากมาก แล้วถ้าผู้เล่นต้องการก็ต้องไปโหมดออนไลน์แล้วเล่นเควสต์รองเพื่อฟาร์มเลเวลหรือของจนกว่าตัวเองจะพอใจ ทั้งนี้บางอย่างผู้เล่นจะต้องดำเนินเนื้อเรื่องหลักไปให้ถึงในจุดต่าง ๆ เพื่อปลดล็อคตัวละครแล้วเข้าถึงเควสต์นั้น ๆ ได้   ฟังดูแล้วเพื่อน ๆ รู้สึกยังไงบ้างคะ!? เกวลินรู้สึกอย่างหนึ่งก็คือ “มันไม่มอบความอิสระให้แก่ผู้เล่นเลย” ตัวเกมออกแบบมาเพื่อบังคับผู้เล่นทำในแบบที่ทีมผู้พัฒนาต้องการ และที่สำคัญมันตลกตรงที่ว่าถ้าเราเล่นโหมดเนื้อเรื่องจบไปแล้วมันแทบจะไม่มีอะไรเพิ่มเติมเลยจนกว่าเนื้อหาใหม่ ๆ จะอัปเดตเข้ามาในอนาคต หลังจากนั้นถ้าผู้เล่นจะไปไล่เก็บเควสต์รองต้องไปเล่นโหมดออนไลน์ [Avengers Initiative] อย่างเดียวเท่านั้น! แล้วถ้าเราไล่เก็บครบทุกเควสต์ก็จะพบกับฉากจบที่แท้จริง สุดท้ายส่วนตัวเกวลินมองว่าในด้านเกมเพลย์ทำออกมาดีนะคะ แต่ในเนื้อหาเชิงลึกทำออกมาไม่ดีเท่าที่ควร หลายจุดเหมือนยัดนู่น ยัดนี้เข้ามาจนลืมดูความเหมาะสมที่เกมควรจะเป็น คอนเทนต์ที่ถูกปูทางเอามาไว้แล้ว...มันจะช่วยได้จริงไหม!? อย่างที่ทราบกันว่าทาง Marvel Entertainment และ Square-Enix กำลังเตรียมอัปเดตเนื้อหาเสริม [DLC] ตัวแรกเป็นตัวละคร “Kate Bishop” หรือที่รู้จักอีกนามก็คือ “Hawkeye” เธอคือตัวละครใหม่ตัวแรกของเกมนี้ หลังจากที่เลื่อนการอัปเดตมาครั้งหนึ่ง แล้วคนที่จะตามมาก็คือ “Clint Barton” ที่มีกำหนดการณ์อัปเดตในช่วงต้นปี 2021 รวมไปถึงมีข่าวลือหลุดออกมาก่อนหน้านี้ว่ายังมีตัวละครอื่น ๆ ที่เตรียมอัปเดตรวม ๆ มากกว่า 10 กว่าตัวเลยค่ะ ยังไม่นับเนื้อเรื่องใหม่ที่มีการพัฒนากันอยู่ คำถามก็คือ “คอนเทนต์เหล่านี้จะสามารถกู้หน้าให้เกมนี้ได้จริง ๆ หรือเปล่า!?”   “หนึ่งในตัวละครแรกที่จะอัปเดตในเดือนธันวาคมนี้ค่ะ” ตอบได้เลยว่าคอนเทนต์พวกนี้จะสามารถกู้หน้าได้ก็ต่อเมื่อการอัปเดตอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ทิ้งระยะห่างนานหลายเดือนจนเกินไป แล้วสิ่งที่พวกเขาคิดว่าอยากจะให้จักรวาลของเกม “Marvel’s Avengers” ไปไกลเหมือนที่วางแผนเอาไว้ในตอนแรกมันจะกลายเป็นความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่จะไม่เกิดขึ้นจริงแล้วผลที่ได้ก็คือมันจะไปตกอยู่ที่เกมเมอร์ที่ยังคง “ศรัทธา” เกมนี้อยู่นั่นเองค่ะ ซึ่งตัวเกวลินเองก็ยังคงได้แต่คาดหวังว่าสักวันทีมผู้พัฒนาเกมจะสามารถปรับปรุงเนื้อหาภายในเพื่อให้ตัวเกมดีในแบบที่มันควรจะเป็นมากกว่าปัจจุบันนี้ค่ะ อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นของตัวเกวลินเท่านั้น ซึ่งก็เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนที่ซื้อเกม “Marvel’s Avengers” ไปเล่นในวันแรก ๆ ปัจจุบันก็เลิกเล่นไปแล้วก็ได้แต่เฝ้ารอการอัปเดตคอนเทนต์ต่าง ๆ ในอนาคต รวมไปถึงข่าวที่มีออกมาก่อนหน้านี้ว่าตัวเกมมียอดผู้เล่นที่ลดลงเหลือเพียงแค่หลักหน่วย หลักสิบ หลักร้อย ทำให้ตอนนี้ Square-Enix ขาดทุนอย่างหนักเพราะยอดขายที่ไม่ได้ตามเป้า แล้วพวกเขาได้ใช้เงินในการลงทุนด้านการตลาดที่สูงมาก แถมปีนี้วงการเกมได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย เลยทำให้สิ่งที่วางแผนเอาไว้ผิดพลาดไปหมด ก็ต้องมาดูกันว่าในอนาคตเกมฟอร์มยักษ์เกมนี้จะกลับมาผงาดได้อีกครั้งหรือไม่!
17 Dec 2020
ไกด์เกม Godfall อธิบายอาวุธภายในเกมทั้งหมดพร้อมลูกเล่นของแต่ละชนิด
เกวลินเองได้นำเสนอไกด์ของเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software เกี่ยวกับค่าสเตตัสต่าง ๆ และสกิลทั้งหมดของตัวละครภายในเกม กับ อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี ไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ วันนี้มาถึงคิวในเรื่องของอาวุธแต่ละชนิดภายในเกมกันค่ะ ว่ามีรูปแบบไหน มีออฟชั่นอะไรกันบ้างเราจะได้เลือกใช้งานได้ถูกนั่นเองค่ะ เมื่อพร้อมกันแล้วไปลุยกันเลย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเป็นอันดับแรก! อาวุธภายในเกม Godfall จะมีให้เลือกใช้ทั้งหมด 5 ประเภทด้วยกัน ซึ่งจะมีรูปแบบการโจมตีและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป แล้วภายในเกมก็จะมีการแบ่งระดับอาวุธออกไปทั้งหมด 5 ระดับด้วยกันประกอบไปด้วย Common [สีขาว], Uncommon [สีเขียว], Rare [สีฟ้า], Epic [สีม่วง] และ Legendary [สีทอง] แต่ละระดับก็จะมีออฟชั่นติดมาให้ด้วยเหมือนกัน โดยออฟชั่นของอาวุธจะแบ่งออกไปอีก 2 แบบนั้นก็คือ “Primary Effect” ที่จะติดกับอาวุธประเภทนั้น ๆ เลย และ “Secondary Effect” จะเป็นคุณสมบัติพิเศษที่จะทำการสุ่มขึ้นมา งานนี้บอกได้คำเดียวจะได้เข้ากับอาวุธของเราหรือเปล่าอยู่ที่ดวงล้วน ๆ สุดท้ายอาวุธทุกชิ้นสามารถอัปเกรดเพื่อเพิ่มดาเมจให้กับอาวุธชิ้นนั้นรวมไปถึงยังปลดล็อคคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ อธิบายอาวุธประเภทดาบคู่ [Dual Blades] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการโจมตีที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก การทำคอมโบก็ง่ายเป็นอย่างมากค่ะ แถมมีระยะการโจมตีที่กว้างเหมือนกันถ้าปิดด้วยคอมโบของอาวุธชนิดนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกมาด้วยพลังโจมตีที่ไม่ได้สูงมากนัก โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Inner Focus” จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวละครสามารถสร้างความเสียหายมากกว่าปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และ “Mortal Coil” ผู้เล่นจะโยนใบมีดไปหาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้วดึงศัตรูเข้ามาหาเรา โดยเราจะดึงได้แค่ศัตรูทั่วไป แต่ศัตรูประเภท Boss จะดึงเราเข้าไปหา Boss แทน โดยท่าพิเศษนี้ไม่ต้องใช้ค่าพลังงานเหมือนกับท่า Dual Blades โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Conviction - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Hope's Lament - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จ Polarity Attacks ท่าพิเศษที่ผู้เล่นจะต้องเก็บหลอดของอาวุธชิ้นที่ 2 Duskblades - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการโจมตีรูปแบบ Rampage Jade Slivers - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Blades of Cruelty - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อเราโจมตีด้วย Polarity Attacks ท่าพิเศษที่ผู้เล่นจะต้องเก็บหลอดของอาวุธชิ้นที่ 2 จะทำให้ติดสถานะเลือดไหล [Bleed] Mercy - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] มันจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของ Soulshatter ให้มากยิ่งขึ้น Brimtide Cleavers - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] จะเพิ่มการ์ชาร์จคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อโจมตีติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง [Chill] Witherweaves - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราจะใช้ Mark of Leechning ทุกครั้งที่เราถูกศัตรูโจมตี Obsidian Blades - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะ Critical Hit จะทำให้หลอดท่าพิเศษ Polarity Attacks เพิ่มเร็วขึ้น โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Stormflayers - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อใช้ท่าพิเศษ “Inner Focus” แล้วสร้างความเสียหายแบบ Soulshatter Buildup ( ลดหลอดเลือดแบบสีขาว ) มันจะส่งผลกระทบต่อศัตรูที่อยู่ข้าง ๆ แล้วการโจมตีของเราทั้งหมดจะเป็นรูปแบบ Soulshatter อธิบายอาวุธประเภทดาบใหญ่ [Greatswords] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการโจมตีที่หนักแน่น การโจมตีอาจจะช้าดังนั้นผู้เล่นจะคอยดูการโจมตีของศัตรูด้วย เพราะถ้าหากจะทำคอมโบเพื่อปิดการโจมตี โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Whirlwind” เราจะถือดาบใหญ่จากนั้นหมุนเป็นพายุแล้วโจมตีศัตรูที่อยู่ในรอบ ๆ ระยะการโจมตี และ “Great Throw” เราจะโยนดาบใหญ่ออกไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงแล้วแล้วมันก็จะกลับมาหาผู้เล่น ซึ่งดาเมจจะสร้างไปทั้งตอนปาไปและตอนมันกลับมา โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Slate - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Knightblade - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสติดสถานะไฟไหม้คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Serenity - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Harmonic Blade - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีด้วยรูปแบบ Takedown คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Solace - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Power เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้ Gildenblade - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าพิเศษ [Weapon Technique] คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Spine Cleaver - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Overhealth ทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายในรูปแบบ Soulshatter ต่อศัตรู Silverbane - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อเราใช้ท่าพิเศษ “Whirlwind” [Northern Technique] มีโอกาสติดสถานะไฟไหม้คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ White Asp - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - สร้างความเสียหาย Rushing Strike กับศัตรูที่มีพลังชีวิตเต็ม โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Shoku - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มพลังโจมตีให้กับท่าพิเศษ “Whirlwind” [Northern Technique] โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Carapace Blade - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อเราโจมตีด้วยท่าพิเศษของอาวุธไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตามศัตรูจะได้รับ Apply the Mark Oceana - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีด้วยรูปแบบ Takedown จะยิงพลังออกไป 2 ลูกจะสร้างความเสียหายเป็นรูปแบบธาตุน้ำ 516 แต้มให้กับศัตรู Summertide - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราจัดการศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้มันจะระเบิดออกมาสร้างความเสียหานเป็นรูปแบบธาตุไฟ 534 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่รอบ ๆ Vengeance - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีด้วยรูปแบบ Takedown จะได้รับค่าพลัง Archon Fury 2% แล้วเพิ่มความเร็วในการชาร์จ Archon Fury โดยจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา 10 วินาที Alazkilic, The Fire of Hate - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราจัดการศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้มันจะระเบิดออกมาสร้างความเสียหานเป็นรูปแบบธาตุไฟ 534 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่รอบ ๆ แล้วศัตรูยังมีโอกาสติดสถานะไฟไหม้ โดยจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ อธิบายอาวุธประเภทดาบยาว [Longswords] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบที่รวดเร็ว หนักแน่น และ มีพลังทำลายล้างอยู่ในระดับกลาง ๆ ทำให้เป็นอาวุธที่ใช้งานง่ายสามารถสร้างคอมโบได้ง่ายกว่าอาวุธประเภทอื่น ๆ ทำให้มันเป็นหนึ่งในอาวุธที่หลายคนเลือกใช้งาน โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Spectral Flurry” เมื่อเรากดใช้งานจะวาร์ปไปยังตำแหน่งของศัตรูแล้วโจมตีต่อเนื่องให้กับศัตรูที่อยู่โดยรอบ และ “Spiral Technique” เมื่อกดใช้งานเราจะใช้ดาบยาวฟาดใส่ศัตรูเป็นรูปแบบเส้นตรงแล้วท่านี้จะทำให้เราอยู่ด้านหลังของศัตรูอีกด้วย โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Needle - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Chisel - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Falcius Longsword - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าพิเศษ [Weapon Technique] โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Vendetta - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Argent - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มพลังโจมตีให้กับท่าพิเศษ “Spiral Technique” [Southern Technique] โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Stinger - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] -  เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล เมื่อโจมตีในรูปแบบ Charged Heavy Attack โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Hacker - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Power เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะเลือดไหล Windbleeder - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู จะปล่อยคลื่นพลังออกมาสร้างความเสียหาย 272 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของคุณ Dragoncoil - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะ Critical Hit จะทำให้ค่าของหลอดในการใช้สกิลของโล่เพิ่มขึ้น โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์  Rosary - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีท่าพิเศษ “Spiral Technique” [Southern Technique] จะช่วยเร่งทำให้หลอดท่าพิเศษ “Spectral Flurry” [Northern Technique] เพิ่มเร็วขึ้น โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์  Sword of Courage - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะเลือดไหลจะยิงพลังออกไป 2 ลูกแล้วสร้างความเสียหายแก่ศัตรู Zero - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะเลือดไหลจะยิงพลังออกไป 2 ลูกแล้วสร้างความเสียหายแก่ศัตรู อธิบายอาวุธประเภทหอกยาว [Polearms] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการโจมตีที่มีระยะกว้างและมีความเร็วในการโจมตีที่อยู่ในระดับน่าพึ่งพอใจ ส่วนด้านพลังทำลายล้างก็อยู่ในระดับกลาง เป็นอาวุธที่เราฝึกฝนก็จะทำให้การใช้งานคล่องตัวกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยค่ะ โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Polearm Slam” เราจะกระโดดเข้าไปหาศัตรูแล้วสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อศัตรูที่อยู่โดยรอบ และ “Javelin Throw” เราจะยกหอกขึ้นเพื่อเล็งที่จะปาหอกออกไปจากระยะไกลสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงแถมทำให้ศัตรูติดสถานะตาบอดอีกด้วย โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Grit - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Silver Storm - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะช็อก โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Prickle - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Starcaller - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะคำสาป โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Wergeld - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Overhealth ทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายในรูปแบบ Deathblow ต่อศัตรู Shadow's Light - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Endurance เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะคำสาป Faithful - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราจะใช้ Mark of Fragility ทุกครั้งที่เราถูกศัตรูโจมตี Gildenbolt - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะช็อกจะปล่อยคลื่นพลังออกมาสร้างความเสียหาย 214 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของคุณ Windstopper - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะช็อก หากโจมตีด้วยท่าพิเศษ “Polearm Slam” [Northern Technique] โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Gift from the Masters - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - พื้นฟูพลังชีวิตทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายในรูปแบบ Soulshatter ต่อศัตรู Packhunter's Talon - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงเราจะเห็นจุดอ่อนของศัตรู Renzai The Man-Catcher - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู ศัตรูที่อยู่โดยรอบจะติดสถานะตาบอดทุกครั้ง Spirit Reaper - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Endurance เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะคำสาป The Wolf's Boon - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะ Deathblow มีโอกาสที่จะอัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมาช่วยต่อสู้ด้วย โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ อธิบายอาวุธประเภทค้อนยักษ์ [Warhammers] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการต่อสู้ที่ใกล้เคียงกับดาบใหญ่ [Greatswords] แต่มันจะมีอานุภาพที่รุนแรงกว่าอาวุธที่มาอยู่ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ การโจมตีเชื่องช้านั้นคือสิ่งที่ผู้เล่นจะต้องรู้เมื่อใช้อาวุธนี้ในการเล่น โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Concussive Smash” ผู้เล่นจะถือค้อนแล้วฟาดลงพื้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรงแถมทำให้ศัตรูติดสถานะสตั๊นชั่วขณะหนึ่งด้วย และ “Unstoppable Force” ผู้เล่นจะถือค้อนแล้วฟาดลงพื้นอย่างรุนแรงปล่อยคลื่นขนาดใหญ่ออกไปข้างหน้า ศัตรูที่อยู่ในระยะการโจมตีจะได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Tremor - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Shatterplate - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีศัตรูด้วย “Breach” สร้างความเสียหายทำให้ค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ลดลงมากกว่าปกติ โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Blind Justice - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าพิเศษ [Weapon Technique] คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Earth Hammer - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะพิษ โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Tormentor - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Overhealth ทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายเมื่อใช้ท่าพิเศษ Weapon Technique ทุกแบบ The Gavel - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราจะใช้ Mark of Leechning ทุกครั้งที่เราถูกศัตรูโจมตี Resonant Sledgehammer - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Endurance เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะพิษ Azurite Silencer - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - พื้นฟูพลังชีวิตทุกครั้งที่เราจัดการศัตรูที่ติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง Verdant Crusade - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Infusion เมื่อทำลายศัตรูที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ Wailing Fury - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Infusion เมื่อทำลายศัตรูที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ Mountainborn Breaker - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีในรูปแบบ Soulshatter ใส่ศัตรูมันจะเกิดร่างระเบิดสร้างความเสียหายเป็นรูปแบบธาตุดินแก่ศัตรูที่อยู่รอบ ๆ Twin Omen - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อเราโจมตีเบามีโอกาสที่เราจะเรียก Earth Orb ออกมา แล้วเมื่อไหร่ที่คุณหรือเพื่อนร่วมทีมโจมตี Earth Orb ด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] ทุกรูปแบบ หรือ หลบเข้าไปอยู่ใน Earth Orb มันจะระเบิดออกมาทันทีสร้างความเสียหาย 513 แต้ม Darkstar Crusher - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] -  เมื่อไหร่ที่เราโจมตีท่าพิเศษ [Weapon Technique] ทุกรูปแบบจะสร้าง Time Bubble ขึ้นมาทำให้ศัตรูติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง 30% มีระยะคูลดาวน์ 120 วินาที จบไปกับอีกหนึ่งไกด์แนะนำเกม Godfall ซึ่งเกวลินเองก็ได้แต่คาดหวังว่ามันจะช่วยเพื่อน ๆ ที่เล่นเกมนี้ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ สำหรับใครที่หาเพื่อนเล่นเกมนี้อยู่ก็มีกลุ่มคนไทยที่เล่นเกมนี้เหมือนกันนะคะ เข้าไปพูดคุยหาเพื่อนเล่นออนไลน์กันได้ค่ะ คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ ไกด์เกม Godfall อธิบายรายละเอียดค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลตัวละครทั้งหมด ไกด์เกม Godfall อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
17 Dec 2020
Cyberpunk 2077 วิธีรับอาวุธ Mono Wire ฟรี !! ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
Mono Wire เป็นไอเท็ม Cyberware ที่เป็นอาวุธลับระยะประชิด เป็นแส้ที่เอาไว้ฟาดฟันศัตรูได้ แต่ทว่าอาวุธชิ้นนี้ในระดับ Legendary นั้นมีราคาที่ค่อนข้างแพงมากๆ (เป็นแสน) ซึ่งกว่าจะเก็บเงินมาได้แต่ละครั้งนั้นมันต้องใช้เวลาพอสมควร (ถึงแม้จะฟาร์มเงินได้ก็เถอะนะ) แต่เรามีวิธีที่ท่านจะได้รับไอเท็มนี้ไปใช้งานฟรีๆ โดยไม่ต้องซื้อเลยทีเดียว วิธีรับ ให้ท่านเดินทางมาที่เขตวัตสัน (Watson) และเดินทางมาที่ย่าน คาบูกิครับ ซึ่งตำแหน่งให้ท่านมาที่จุด Mark สีเขียวตามรูปด้านล่างได้เลย พอมาตามจุดตรงรูปด้านบนแล้วนั้น ท่านจะพบกับตรอกนี้พอดีครับ (ตามรูปด้านล่าง) ให้ท่านเดินตรงมาสุดทาง (ระวังศัตรู) เดินมาตรงร้านป้าย Pharmaceuticals และเดินเลี้ยวซ้ายมาได้เลยครับ พอเดินมาสุดทางเลี้ยวซ้ายทันทีครับและให้เดินมาสุดทางอีกครั้งทำการเลี้ยวขวา ซึ่งท่านจะเห็นโกดังอยู่ข้างๆ พอดี ให้ท่านทำการเปิดโกดังได้เลยครับ ซึ่งท่านจะเห็นกล่องใบหนึ่งอยู่ด้านใน ซึ่งภายในกล่องนั้นจะมี Mono Wire อยู่ครับ (ถ้าไม่มีให้ทำการโหลดเซฟใหม่) พอรับของเสร็จแล้วให้ท่านไปหาร้าน ริปเปอร์ดอค (ร้านติดตั้ง Cyberware ร้านไหนก็ได้) และทำการติดตั้ง Mono Wire (ชิ้นส่วนแขน) ได้เลยครับ
17 Dec 2020
รู้ก่อนซื้อ! ถ้าต้องเปลี่ยนการ์ดจอใหม่ตอนนี้เป็น NVIDIA GeForce RTX 30 Series จะเลือกรุ่นไหนดี
ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีในการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีเลยก็ว่าได้ เพราะอย่างที่เห็นเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ก็เปิดตัวไปแล้ว ( แต่เมืองไทยยังไม่ประกาศวันวางจำหน่ายก็ตาม ) นอกจากนี้เกมเมอร์ฝั่ง PC ก็คงได้เห็นการเปิดตัวการ์ดจอ [GPU] ของทั้งค่ายเขียว NVIDIA และ ค่ายแดง AMD ในซีรีส์ใหม่กันไปแล้วเรียกว่ากระแสตอบรับดีทั้งสองค่ายเลย แต่เหมือนปีนี้จะหนักไปทางค่ายเขียว NVIDIA ซะมากกว่า เพราะดูเหมือนว่า “GeForce RTX 30 Series” ที่เวลานี้ได้วางจำหน่ายออกมาแล้วทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันไล่มาตั้งแต่ตัวท็อป GeForce RTX 3090, GeForce RTX 3080, GeForce RTX 3070 และ GeForce RTX 3060 Ti นี่ยังไม่นับรวมรุ่นอื่น ๆ ของซีรีส์นี้ที่มีแผนจะเปิดตัวในปีหน้าด้วย วันนี้เกวลินเลยจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักการ์ดจอของแต่ละรุ่นว่าอันไหนเหมาะกับเพื่อน ๆ กันบ้างค่ะ   GeForce RTX 3090 เป็นรุ่นท็อปสุดในเวลานี้เลยก็ว่าได้สำหรับ “GeForce RTX 3090” การ์ดจอรุ่นนี้ทาง NVIDIA ได้อธิบายเอาไว้ว่ามันคือนวัตกรรมใหม่ที่พัฒนามาจากการ์ดจอรุ่น GeForce GTX TITAN เพราะว่าหลังจากนี้ไปการ์ดจอตระกูล TITAN ทาง NVIDIA ตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกพัฒนาแล้วหันมาใช้เป็นเลขรหัสแทน โดยพวกเขาได้เครมเอาไว้ว่าประสิทธิภาพของการ์ดจอตัวนี้สามารถเล่นเกมในความละเอียด 8K ได้อย่างสบาย ๆ ด้วย Ampere สถาปัตยกรรม RTX รุ่นที่ 2 ที่ทำให้เมื่อผู้เล่นเปิดใช้งาน Ray Tracing และ AI การทำงานจะดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นแล้วว่า “เมื่อผู้ใช้งานเปิด DLSS กับ Ray Tracing เฟรมเรตจะสูงขึ้นมากกว่าตอนปิดการใช้งานเสียอีก!” ด้วยความที่มันเป็นการ์ดจอตัวท็อปสุดของ “GeForce RTX 30 Series” จึงไม่แปลกที่จะเกิดคำถามมากมายต่อเกมเมอร์ว่า “เราควรซื้อการ์ดจอตัวนี้ใช้งานเลยดีไหม!?” เพราะราคาก็เริ่มต้นอยู่ที่ 52,000 บาทขึ้นไป ( แล้วแต่แบรนด์ แต่รุ่นกันด้วย ) ซึ่งจัดอยู่ในราคาที่สูงมาก เราก็ต้องมาดูกันก่อนว่าถ้าเราซื้อการ์ดจอ GeForce RTX 3090 คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปหรือเปล่า ถ้าจะบอกว่าเอามาแค่เล่นเกมกับสตรีมถ่ายทอดสดอย่างเดียว บอกเลยว่ามันดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ ตัวการ์ดรุ่นนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดกินพื้นที่ในการติดตั้งไปมากกว่า 3 ช่อง ถ้าเคสคอมพิวเตอร์ของเราเป็นขนาดเล็กก็ต้องมีการจัดวางระบบภายในใหม่ทั้งหมดเพื่อให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น แล้วสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างมากก็คือการ์ดจอ GeForce RTX 3090 กินไฟสูงใช้ได้เลยค่ะ ถ้า Power Supply ของเรามีกำลังวัตต์น้อยจนเกินไปก็ไม่สามารถใช้การ์ดจอตัวนี้ได้นะคะ ซึ่งทาง NVIDIA ได้อธิบายเอาไว้ว่า Power Supply ขั้นต่ำจะต้องอยู่ที่ประมาณ 750 วัตต์ขึ้นไป อย่างไรก็ตามมันก็อยู่กับว่าอุปกรณ์ส่วนอื่น ๆ ว่าเราใช้ CPU ตัวไหนแล้วมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเกี่ยวกับไฟฟ้าบ้าง เพราะบางครั้งกำลังวัตต์ที่แนะนำไปอาจจะไม่เพียงพอ ซึ่งผู้ใช้งานก็จะต้องควักเงินเพื่อเปลี่ยน Power Supply ให้สูงขึ้นแล้วก็เผื่อเอาไว้ด้วย แล้วถ้าใช้ Power Supply รุ่นเก่าอาจจะต้องเปลี่ยนเพื่อจัดการจ่ายไฟอย่างเหมาะสม เพราะการ์ดจอรุ่นใหม่นี้ต้องใช้ขั้วต่อสายไฟเสริมอยู่ที่ PCle 8 Pin ถึง 2 ตัวด้วยกัน “ใครสเปกคอมพิวเตอร์ภายในสูง ๆ จัดเยอะ ๆ ไว้ก็ดีนะ” แล้วถ้าเพื่อน ๆ ยังคงเล่นเกมบนหน้าจอที่มีความละเอียดเพียงแค่ 1080p ( หรือต่ำกว่านั้น ) การ์ดจอตัวนี้ไม่เหมาะอย่างรุนแรงค่ะ เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อให้เล่นในความละเอียด 1440p ไปจนถึง 4K มากกว่าค่ะ ซึ่งทาง NVIDIA เครมว่ามันสามารถรันถึงความละเอียด 8K ได้เลยนะคะ แต่จากผลทดสอบของสื่อต่างประเทศและผู้ที่ใช้งานจริงพบว่า GeForce RTX 3090 สามารถที่จะรันเกมที่ใช้กราฟฟิกสูงพร้อมเปิดใช้งาน Ray Tracing, DLSS หรือ รันเกมบน DirectX 12 ในความละเอียด 4K แล้วเฟรมเรตทะลุ 60fps ได้อย่างสบาย ๆ อย่างไรก็ตามการ์ดจอตัวนี้นอกจากจะใช้เล่นเกมที่มีรายละเอียดสูงได้แล้ว สิ่งหนึ่งก็คือใครที่ทำงานสายออกแบบกราฟฟิก หรือ ตัดต่อวีดีโอก็ทำได้ด้วยเช่นกันค่ะ  สรุปแล้ว GeForce RTX 3090 ผู้ใช้งานต้องคำนึกถึงอะไรบ้าง!? ราคาที่สูงเกินไป เป็นการ์ดจอที่ขนาดใหญ่, น้ำหนักเยอะ และ ใช้พื้นที่เยอะ ถ้าผู้ใช้ซื้อมาแล้วใช้งานไม่คุ้มค่าอาจจะรู้สึกเสียดายเงินก็เป็นได้ ผู้ใช้จะต้องปัจจัยส่วนอื่น ๆ ภายในคอมพิวเตอร์ของเราด้วย เพราะการ์ดจอกินไฟสูงมาก อาจจะต้องมีการเพิ่มงบเพื่อให้สามารถใช้การ์ดจอตัวนี้เต็มประสิทธิภาพ การ์ดออกแบบมาเพื่อให้เราใช้ในการทำงานด้านกราฟฟิกและเล่นเกมในความละเอียด 4K หรือมากกว่า GeForce RTX 3080 ในเมื่อการ์ดจอตัวท็อปอย่าง GeForce RTX 3090 มีราคาที่สูงเกินไปทาง NVIDIA ก็มีการออกแบบการ์ดจอรองท็อปของ “GeForce RTX 30 Series” โดยใช้ชื่อรุ่นว่า “GeForce RTX 3080” มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 31,000 บาทขึ้นไป ( เช่นเดียวกันค่ะ แล้วแต่แบรนด์และรุ่นที่วางจำหน่าย ) ความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่การ์ดจอตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเล่นเกมโดยเฉพาะเลยค่ะ ราคานี้อาจจะสูงไปสำหรับเกมเมอร์บางคน แต่ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่ชื่นชอบการเล่นเกมกราฟฟิกสวย ๆ ในความละเอียดสูง ๆ แล้วมีสเปกคอมพิวเตอร์ที่สูงอยู่แล้วพร้อมกับกําลังทรัพย์มันเป็นหนึ่งในการ์ดจอที่ขอแนะนำเลยค่ะ ขนาดการ์ดจอของ GeForce RTX 3080 จะเล็กกว่า GeForce RTX 3090 นิดหน่อยค่ะ โดยจะกินพื้นที่ประมาณ 2 ช่องเพื่อใช้ในการติดตั้งเช่นเดียวกันค่ะ การเคลียร์พื้นที่ของเคสก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกันเพื่อที่จะไม่ให้เคสมีความแออัดเกินไปจนทำให้เกิดความร้อนภายในเคส แต่ถ้าใครที่เคสขนาดใหญ่อยู่แล้วมีพัดลมระบายอากาศที่ดีก็ถือว่ารอดตัวไปค่ะ ในเรื่องของ Power Supply ก็คล้าย ๆ กับการ์ดจอตัวท็อปพอสมควรค่ะ ด้วยความที่ว่าขั้วต่อสายไฟเสริมก็จะใช้ PCle 8 Pin ถึง 2 เหมือนกันดังนั้นเราจะต้องคำนวนเรื่องการจ่ายไฟของระบบให้ดี ถึงแม้ว่าจะมีการอธิบายเอาไว้แล้วว่าขั้นต่ำควรใช้ Power Supply 750 วัตต์ แต่มันก็มีกรณีที่ไฟไม่เพียงพอ ถ้าจะให้เกวลินแนะนำจริง ๆ ควรประมาณ 850 วัตต์ขึ้นไปจะดีมาก ๆ เลยค่ะ ก็เรียกว่าหลังจากที่ประกาศวางจำหน่ายในบ้านเราในช่วงแรกไป กลายเป็นการ์ดจอรุ่นที่ได้รับความนิยมจากเกมเมอร์ผู้ที่สนใจเป็นอย่างมาก มันคือการ์ดจอตัวรองท็อปที่มีราคาไม่สูงจนเกินไปแต่แลกมากับประสิทธิภาพที่ถ้าให้เทียบกับรุ่น GeForce RTX 2000 Series การตอบรับยังไม่เท่านี้เลยค่ะ ซึ่งเพื่อนของเกวลินที่สนิทกันเขาตัดสินใจเปลี่ยนการ์ดจอจากเดิมใช้ GeForce GTX TITAN X มาเป็น GeForce RTX 3080 ผลที่ได้ก็คือ “ใช้งานได้ดีกว่าการ์ดตัวเดิมอย่างเห็นได้ชัดเจน” โดยเกมที่เขาเลือกลองทดสอบก็คือ Cyberpunk 2077 เริ่มทดสอบในความละเอียด 1080p ที่ปรับรายละเอียดกราฟฟิกสูงสุดพร้อมเปิดใช้งาน DLSS กับ Ray Tracing พบว่าเฟรมเรตสูงมาก ๆ แล้วจากนั้นลองสตรีมถ่ายทอดสดไปด้วยสามารถทำได้ด้วยเช่นกัน “การ์ดจอตัวท็อปที่เล่นเกมปัจจุบันได้ลื่นไหล แต่ก็สู้อะไรใหม่ ๆ ใน 30 Series ไม่ได้เลย!” จากนั้นก็มีการขยับผลการทดสอบมาเทสในความละเอียด 2K หรือ 1440p แบบปรับรายละเอียดกราฟฟิกสูงสุดพร้อมเปิดใช้งาน DLSS กับ Ray Tracing เฟรมเรตก็ยังอยู่ในระดับที่ดีมาก ๆ แล้วตามมาด้วยการลองสตรีมถ่ายทอดสดบน Youtube ในความละเอียด 1440p/60fps ก็ทำได้ดีแถมยังเหลือ ๆ อีกด้วย บ่งบอกได้เลยว่าการ์ดจอ GeForce RTX 3080 ที่ทาง NVIDIA เครมเอาไว้เลยว่า “มันถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเล่นเกมในความละเอียด 4K ได้อย่างสบาย ๆ” มันสามารถทำได้ตามที่เขาพูดเอาไว้จริง ๆ ค่ะ ดังนั้นถ้าสเปกภายในเครื่องของเราไม่ว่าจะเป็น CPU หรือ Ram ของเราเป็นตัวท็อป ๆ การ์ดจอรุ่นนี้คุ้มค่าที่คุณจะยอมเสียเงินเป็นอย่างมากค่ะ สรุปแล้ว GeForce RTX 3080 ผู้ใช้งานต้องคำนึกถึงอะไรบ้าง!? เรื่องของราคาก็จัดอยู่ในระดับที่สูงเหมือนกัน แต่ถ้าคุณมีเงินมากพอแล้วอยากจะเล่นเกมแบบลื่นไหลมันก็น่าลงทุน การ์ดจอตัวนี้ก็ยังคงกินไฟสูงเหมือนกัน ดังนั้นต้องคำนวนการจ่ายไฟของ Power Supply กันด้วยนะคะ ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ที่มีสเปกส่วนอื่น ๆ ก็สูงอยู่แล้ว การ์ดจอตัวนี้จัดไป เป็นการ์ดจอที่รองรับการเล่นเกมทั้งความละเอียด 1080p , 1440p และ 4K ได้อย่างสบาย ๆ GeForce RTX 3070 เราพูดถึงการ์ดจอตัวท็อปและรองท็อปของ “GeForce RTX 30 Series” กันไปแล้ว เรามาพูดถึงตัวกลาง ๆ ที่แท้ทรูกันบ้างค่ะ โดยรุ่นนี้มีชื่อว่า “GeForce RTX 3070” สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 18,900 บาทขึ้นไป ( ราคานี้ก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์และรุ่นที่วางจำหน่ายด้วย ) โดยทาง NVIDIA เผยว่าการ์ดจอตัวนี้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า GeForce RTX 2080 Ti ที่เป็นตัวท็อปของรุ่นที่แล้ว ความพิเศษของรุ่นนี้คงเป็นเรื่องของราคาที่ดูสมเหตุ สมผลมากจริง ๆ ซึ่งเมื่อพอไปเทียบราคากับรุ่นก่อนที่มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ราว ๆ 37,000 บาทขึ้นไปมันแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเจนเลยค่ะ รุ่นก่อนหน้านี้เราจะเห็นว่าปัญหาเรื่องการกินไฟของ Power Supply พอสมควร แต่ GeForce RTX 3070 จะกินไฟขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 650 วัตต์ การเลือกใช้ Power Supply ให้เหมาะสมก็ยังคงเป็นปัจจัยหลักสำคัญอยู่ดีค่ะ ถ้าจะให้แนะนำควรใช้ Power Supply อยู่ที่ประมาณ 850 วัตต์กำลังดีค่ะ แถมการ์ดจอรุ่นนี้ยังใช้ขั้วต่อสายไฟเสริมในรูปแบบ PCle 8 Pin เพียงแค่ 1 ตัวเท่านั้น ตัวการ์ดจอมีขนาดที่ใหญ่พอตัวจะกินพื้นที่อยู่ประมาณ 2 ช่อง ผู้ใช้งานเองก็จำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่ของเคสด้วย แล้วถ้าเคสมีขนาดเล็กไปก็อาจจะต้องเปลี่ยนใหม่เพื่อที่เราจะสามารถจัดสายไฟแล้วการระบายความร้อนที่อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญในการประกอบคอมพิวเตอร์ที่ดีนั่นเองค่ะ มาพูดในเรื่องของประสิทธิภาพในการใช้งานกันหน่อยค่ะ GeForce RTX 3070 เป็นการ์ดจอระดับกลางที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้ในการเล่นเกมได้ทั้งความละเอียด 1080p, 1440p และ 4K ได้เหมือนกัน แต่จะทำได้ขนาดนั้น อุปกรณ์ส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น CPU, Ram และ Mainboard ด้วย เพราะมันจะเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อให้การทำงานของการ์ดจอเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากผลการทดสอบเกวลินก็พบว่ามันสามารถรันในความละเอียด 1080p กับ 1440p ได้อย่างสบาย ๆ เฟรมเรตที่ได้จากเกมอยู่ที่ 150 - 200fps กันเลยทีเดียว ส่วนเกมที่ใช้ในการรันความละเอียด 4K จะขับเฟรมเรตออกมาได้อยู่ที่ 59 - 65fps ทั้งนี้ก็อยู่ว่าเกมนั้น ๆ กินทรัพยากรมากน้อยแค่ไหน  ถ้าถามถึงความคุ้มค่า GeForce RTX 3070 มันเป็นการ์ดจอระดับกลางที่มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี ใครที่มีสเปกคอมพิวเตอร์ระดับกลาง ๆ แล้วกำลังมองหาการ์ดจอดี ๆ สักตัวในราคาที่ไม่แรงมากจนเกินไปมันก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่ใช่น้อยเลยค่ะ  สรุปแล้ว GeForce RTX 3070 ผู้ใช้งานต้องคำนึกถึงอะไรบ้าง!? เหมือนทาง NVIDIA เดินเกมถูกมากเพราะมันคือการ์ดจอระดับกลางที่มีราคาจับต้องได้ เป็นการ์ดจอที่กินไฟน้อยกว่า 2 ตัวท็อปก่อนหน้านี้ แต่ยังไงก็ต้องคำนวนการจ่ายไฟของ Power Supply อยู่ดี คนที่ใช้สเปกคอมพิวเตอร์สเปกกลาง ๆ แล้วอยากเปลี่ยนการ์ดจอเพื่อใช้เล่นเกมได้ลื่นขึ้น ตัวนี้ก็เหมาะดี เป็นการ์ดจอที่รองรับการเล่นเกมทั้งความละเอียด 1080p , 1440p และ 4K ได้อย่างลื่นไหล GeForce RTX 3060 Ti มาถึงการ์ดจอตัวสุดท้ายของ “GeForce RTX 30 Series” ที่พึ่งประกาศเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ เลยรุ่นที่มีชื่อว่า “GeForce RTX 3060 Ti” สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 14,900 บาทขึ้นไป ( เหมือนเดิมค่ะ ราคาก็จะอยู่ที่แบรนด์และรุ่นที่วางจำหน่าย ) สำหรับการ์ดจอตัวนี้ยังถือได้ว่าเป็นการ์ดจอระดับกลางที่ถูกปรับสภาพลดลงมาจาก GeForce RTX 3070 เล็กน้อย ทาง NVIDIA ก็ได้ออกมาให้ข้อมูลว่าตัวการ์ดจอรุ่นนี้ออกแบบมาให้เกมเมอร์ทั้งคนที่มีสเปกคอมพิวเตอร์ระดับกลาง ๆ หรือ ระดับที่ต่ำลงมาอีกนิดสามารถเป็นเจ้าของการ์ดจอตระกูล GeForce RTX 30 Series ได้ไม่ยาก สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมอบประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีกว่าการ์ดจอรุ่นเก่าของ GeForce RTX ก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน สำหรับ “GeForce RTX 3060 Ti” ถือได้ว่าเป็นการ์ดจอที่กินพลังงานไฟน้อยมาก ๆ เพราะทาง NVIDIA อธิบายเอาไว้ว่า Power Supply ที่เหมาะสมในการใช้งานที่สุดอยู่ที่ประมาณ 600 วัตต์ นั้นหมายความว่าถ้าจะให้ดีผู้ที่ใช้การ์ดจอตัวนี้ต้องเลือก Power Supply อยู่ที่ประมาณ 700 - 800 วัตต์กำลังดีค่ะ เพราะส่วนใหญ่คนที่มีสเปกคอมพิวเตอร์กลาง ๆ ก็คงไม่ได้ตกแต่งอะไรมากก็จะใช้กำลังไฟอยู่ที่ราว ๆ นี้น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว ส่วนการ์ดจอ “GeForce RTX 3060 Ti” มีการทดสอบออกมาเรียบร้อยแล้วว่าเหมาะกับการใช้งานในการเล่นเกมระดับความละเอียด 1080p กับ 1440p ที่สามารถปรับสุดแล้วเปิดใช้งาน DLSS กับ Ray Tracing เฟรมเรตที่ได้ก็อยู่ในระดับที่เกินคาดเป็นอย่างมาก แต่ทั้งนี้ถ้าเราเผลอเปิดใช้งานเทคโนโลยี RTX เฟรมเรตอาจจะดรอปลงไปบ้างเพราะมันจะรีดประสิทธิภาพการ์ดจอให้ทำงานเกือบ 100% ดังนั้นถ้าเพื่อน ๆ ที่คิดว่าจะซื้อการ์ดจอตัวนี้มาเล่นเกมแบบปรับสุดทุกอย่างแล้วก็เปิด RTX พร้อมกับสตรีมถ่ายทอดสดไปด้วย สิ่งที่เราจะต้องคำนึกถึงก็คือว่า “สเปกภายในเครื่องของเราเพียงพอหรือเปล่า!?” ทั้ง CPU ที่เราใช้งานอยู่เป็นระดับไหน แล้วก็ Ram ที่มีอยู่ภายในเครื่อง แม้ว่าจะติดตั้งเอาไว้ 16 GB. แต่บางทีก็ต้องคำนึกถึงตอนเราเล่นเกม ตอนเปิดโปรแกรมต่าง ๆ เอาไว้ด้วย เพราะปัจจุบัน Ram 16 GB. มันกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่งั้นตอนสตรีมถ่ายทอดสดเปิดอาการกระตุกจนคนดูไม่สนุกแน่นอนค่ะ แล้วถ้าถามว่าการ์ดจอ “GeForce RTX 3060 Ti” เหมาะกับเกมเมอร์ประเภทไหน จริง ๆ แล้วมันคล้าย ๆ กับรุ่นก่อนหน้านี้ค่ะ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ที่มีสเปกคอมพิวเตอร์ระดับกลาง ๆ CPU ไม่ได้ตัวท็อปอะไรมาก ( หรือเป็นตัวท็อปจากรุ่นก่อน ๆ ) มี Ram อยู่ในตัวเครื่องสัก 16GB. ขึ้นไป แล้วการ์ดจอที่ใช้เป็นรุ่นเก่ามากแล้วรันเกมกราฟฟิกหนัก ๆ ในยุค 2018 - 2020 ที่เฟรมเรตได้ราว ๆ  45 - 50fps แถมกราฟฟิกปรับสุดก็ไม่ได้ แปลว่าเพื่อน ๆ คือหนึ่งในคนที่ควรจะเปลี่ยนการ์ดจอมาสู่ยุคสมัยใหม่ได้แล้วค่ะ แล้วยิ่งเงินในกระเป๋าไม่ได้มากพอที่จะไปเล่นตัว GeForce RTX 3070 หรือตัวรองท็อปอย่าง GeForce RTX 3080 รุ่นนี้ก็ถือว่าเหมาะสำหรับเกมเมอร์สายกระเป๋าแบนแฟนทิ้งได้ไม่ยากเลยค่ะ สรุปแล้ว GeForce RTX 3060 Ti ผู้ใช้งานต้องคำนึกถึงอะไรบ้าง!? เป็นการ์ดจอระดับกลางที่ราคาจับต้องได้เหมาะสำหรับคนที่มีทุนไม่มากนัก การ์ดจอตัวนี้กินไฟน้อยมาก ถ้าซื้อมาแล้วยังไงก็ต้องจัดการระบบไฟฟ้าให้ดีไม่งั้นอาจจะไม่เพียงพอ คนที่ใช้สเปกคอมพิวเตอร์ระดับกลาง ๆ หรือ ต่ำลงมา แล้วใช้การ์ดจอรุ่นเก่าที่รันเกมในช่วง 2 - 3 ปีนี้แบบปรับสุดไม่ได้ มันก็เหมาะที่จะเปลี่ยนมาใช้รุ่นนี้นะ เป็นการ์ดจอที่รองรับในการเล่นเกมทั้งความละเอียด 1080p กับ 1440p ได้สบาย ๆ แต่ระดับ 4K เฟรมเรตอาจจะไม่ได้ดีเท่าที่คาดหวังหนัก ต้องบอกไว้ก่อนนะคะว่าตอนนี้ทาง NVIDIA เตรียมเปิดตัวการ์ดจอรุ่นอื่น ๆ ของตระกูล “GeForce RTX 30 Series” ในปี 2021 เพิ่มเติมอีกด้วยไม่ว่าจะเป็น GeForce RTX 3080 Ti, GeForce RTX 3070 Ti, GeForce RTX 3060 และ GeForce RTX 3050 ใครที่ลังเลว่าจะรอตัวใหม่ ๆ ดีหรือเปล่าอันนี้ก็มาดูกันอีกทีว่าเรื่องของราคา, ความคุ้มค่า และ สเปกภายในเมื่อใช้งานจริง ทดสอบจริงแล้วมันจะเป็นยังไงบ้าง แต่ที่เกวลินทราบมาก็คือมันก็ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนมากเท่าไหร่ แต่มีการเพิ่มความเร็วนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ก็เพิ่ม Ram ความจุให้สูงขึ้นเป็นต้น ก็หวังว่าบทความนี้คงจะช่วยเพื่อน ๆ ที่กำลังคิดว่าจะเปลี่ยนการ์ดจอช่วงนี้ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ แล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าสวัสดีค่ะ!
17 Dec 2020
Cyberpunk 2077 เคล็ดลับในการต่อสู้กับ Oda และจุดแตกต่างถ้าเราไม่ได้จัดการเขา
ภารกิจในเกม Cyberpunk 2077 นั้นมีอยู่มากมายให้ผู้เล่นได้เลือกทำ และมีอยู่หนึ่งภารกิจหลักที่ขอแนะนำว่าไม่ควรที่จะพลาดเด็ดขาดนั่นคือ ภารกิจ Play it Safe ซึ่งในช่วงท้ายนั้นผู้เล่นจะต้องสู้กับบอสอย่าง Oda ผู้เล่นจะมีทางเลือกให้ตัดสินใจ และควรรู้เคล็ดลับในการโค่นเขาด้วย ในวันนี้พวกเรา GamrFeverTH จะขอมาแนะนำภารกิจ Play it Safe ว่าควรที่จะฆ่า Oda หรือไม่? พร้อมกับบอกเคล็ดลับในการจัดการเขาอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.ภารกิจ Play it Safe Play it Safe ถือเป็นหนึ่งในภารกิจหลักที่ดีที่สุดในเกม Cyberpunk 2077 โดยในช่วงท้ายนั้นจะลงเอยด้วยการต้องสู้กับ Oda ตัวแทนจาก Arasaka ที่เก่งในเรื่องของความว่องไวรวดเร็ว ซึ่งหลังจากที่ผู้เล่นเอาชนะเขาได้จะสามารถเลือกได้ว่าจะฆ่าเขาทิ้ง หรือไว้ชีวิตก็ได้ โดยการเลือกทั้งสองอย่างนั้นจะมีผลกับเหตุการณ์ของเกมในอนาคตด้วย 2.จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณฆ่า  / ถ้าคุณไว้ชีวิต Oda ? อย่างที่ได้บอกไว้ในหัวข้อข้างบนว่า หลังจากเอาชนะ Oda ได้นั้น คุณจะสามารถตัดสินใจได้ 2 ตัวเลือกดังนี้ : เลือกที่จะฆ่า : ถ้าคุณเลือกที่จะฆ่า Oda ทิ้ง การทำเช่นนี้จะไม่มอบเงินรางวัล แต้ม หรืออาวุธใดๆ ให้แก่คุณเลย ดังนั้นไม่ขอแนะนำให้เลือกที่จะฆ่าเขา. เลือกที่จะไว้ชีวิต : ถ้าคุณเลือกไว้ชีวิต Oda ถือเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและดีมากๆ เพราะตัวเลือกนี้จำทำให้เขาออกมาปรากฏตัวอีกครั้งในฉากจบทางเลือกของเกม.   3.เคล็ดลับในการต่อสู้กับ Oda การต่อสู้กับโอดะนั้นถือเป็นหนึ่งในบอสไฟต์ที่ยากที่สุด ดังนั้นเทคนิคต่อไปนี้ถือเป็นเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับเขาได้ง่ายขึ้น : หากมีอาวุธประเภท Powerful ฺBlades ให้หยิบออกมาใช้สู้ได้เลย เพราะจะทำให้เลือดของ Oda ไหลเป็นน้ำ Oda แพ้ทางความเสียหายของไฟฟ้า สามารถต่อสู้แบบลอบเร้นได้ วิธีการการคือดึงดูดความสนใจของ Oda ด้วยกล้องถ่ายรูปหรือรีบูตเลนส์ด้วย Quickhack *การโจมตีแบบลอบเร้น 2 ครั้งจะทำให้เอาชนะเขาได้ อย่าใช้ Smart Weapon เพราะหน้ากากของ Oda นั้นจะป้องกันกระสุนของอาวุธนี้ได้ แต่ถ้าอยากใช้อาวุธประเภทนี้จริงๆ แนะนำว่าให้ทำการลอบเร้นใส่เขาก่อน 1 ครั้งเพราะการลอบเร้นครั้งที่ 1 จะเป็นการทำลายหน้ากากของเขา ระเบิด EMP จะสามารถสะท้อนกระสุนของ Oda ได้ชั่วขณะหนึ่ง Quickhack Weapon Glitch ยังมีประโยชน์ในการทำให้อาวุธของเขาอยู่ห่างจากตัวเป็นระยะเวลาสั้นๆ อีกด้วย พยายามหลบหลีกการโจมตีด้วยอาวุธ Mantis Blades ของเขา เพราะมันมีดาเมจที่รุนแรงมากๆ ต่อให้เราเล่นสายระยะไกลหรือระยะประชิด ก็ขอยืนยันว่าการหลบเป็นวิธีที่สุด! เมื่อ Oda บาดเจ็บไปได้ระดับหนึ่งเขาจะทำการล่องหนพรางตัวเพื่อทำการรักษาฮีลตัวเอง จังหวะนี้ให้เราใช้เครื่องสแกนเพื่อติดตามหาตัวเขาจากรอยเท้า นี่จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุดจะช่วยให้เราสามารถจัดการเขาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น Credit : Thegamer
17 Dec 2020
Cyberpunk 2077: วิธีรับรถและมอเตอร์ไซค์แจกฟรีทุกคันในเกม
สำหรับคนที่ได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสเมือง Night City ของเกม Cyberpunk 2077 มาแล้ว น่าจะทราบกันดีถึงความกว้างใหญ่ของเมืองรวมไปถึงถนนหนทางที่มีหลายชั้น ทำให้ผู้เล่นจำเป็นต้องพึ่งพายานพาหนะยอย่างรถหรือมอเตอร์ไซค์ในการเดินทางไปมาระหว่างสถานที่ต่างๆ ในเกม ครั้นจะซื้อรถยนตร์มาใช้ ก็ต้องใช้เงิน Eddies ปริมาณมากๆ ที่เราอาจจะอยากเก็บไว้ซื้อ Cyberware หรืออาวุธชุดสวมใส่ที่เราอยากได้ แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือที่จริงแล้วเราสามารถหาเก็บรถยนตร์ฟรีๆ ได้หลายคันมาก แถมบางคันยังแรงติดอันดับท๊อปเทียบเท่ากับรถยนตร์ที่แพงที่สุดได้สบาย! เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเก็บสะสมรถยนตร์ทั้งหมดในเกมได้อย่างง่ายดาย เราจึงได้รวบรวมสถานที่เก็บยานพาหนะฟรีทุกคันในเกม ไปดูกันเลยว่ามีคันไหนน่าไปหามาขับบ้าง! Hella EC-D 1360 รถประจำตัวของ V ที่ทุกคนจะได้รับเหมือนกันหลังจากที่เล่นช่วงแนะนำ Lifepath จบ แต่เมื่อเล่นภารกิจ The Heist จบ รถจะประสบ "อุบัติเหตุ" จนต้องส่งซ่อมตามเนื้อเรื่องในภารกิจเสริม Human Nature ซึ่งในจุดนี้จะทำให้ใช้รถคันนี้ไม่ได้ไปซักพักใหญ่ๆ ในขณะที่รอรถซ่อม ซึ่งต่อให้ย้อนเวลาในเกมก็ไม่ได้รถกลับมาเร็วขึ้น (ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่ามีวิธีไหนไหมที่จะทำให้รถซ่อมเสร็จเร็วขึ้น) แต่เมื่อเล่นเกมไปเรื่อยๆ เราจะได้รับข้อความจาก Delamain เองว่ารถซ่อมเสร็จแล้ว และสามารถนำกลับมาใช้ได้ตามปกติ Jackie's Arch มอเตอร์ไซค์คันเก่งของ Jackie ที่ผู้เล่นสามารถได้รับฟรีๆ จากการทำภารกิจเสริม Heroes หลังจากภารกิจเนื้อเรื่อง The Heist Thornton Galena "Rattler" รถคันนี้จะเปิดให้เฉพาะผู้ที่เลือกเล่น Lifepath Nomad เท่านั้น โดยหลังจากที่รถ Hella EC-D 1360 ของเราพัง เราจะได้รับภารกิจเสริมที่ชื่อว่า These Boots are Made for Walkin' ซึ่งเราต้องเลือกทางเลือกบทสนทนาในภารกิจให้ถูกถึงจะได้รถคืนมา (เล่นในภารกิจจะรู้เองว่าต้องเลือกตอนไหน) Turbo-R V-Tech สำหรับวิธีการได้รถคันนี้มา ก่อนอื่นจะต้องทำภารกิจเสริม Gig: Life’s Work เสียก่อน หลังจากนั้นเราจะได้รับการติดต่อจากตัวละคร Jake ที่เจอในภารกิจ โดยเขาจะมอบภารกิจเสริมอีกอันที่ชื่อ Sex on Wheels ให้เรา ซึ่งมีรถคันนี้เป็นของรางวัลเมื่อทำเสร็จ Alvarado “Vato” สามารถพบรถคันนี้ได้ในภารกิจเสริม Beat on the Brat: The Glen โดยตัวละคร Cesar ที่เป็นคู่ต่อสู้ของเราจะใช้รถคันนี้เป็นของเดิมพันแทนเงิน Mackinaw “Beast” เป็นของรางวัลจากการทำภารกิจเสริมของตัวละคร Claire ทั้งหมด (เริ่มจาก The Beast in Me) Delamain No. 21 ได้รับจากการทำภารกิจเส้นเรื่องของ Delamain จนจบทั้งหมด (ชุดภารกิจ Epistrophy ทั้งหมด รวมถึงภารกิจ Don't Lose Your Mind ด้วย) Type-66 “Cthulu” หากเราเลือกไว้ชีวิต Samson ในระหว่างทำภารกิจ The Beast in Me เขาจะติดต่อมาหาเราในภายหลังและมอบรถคันนี้ให้เราฟรีๆ 911 II (930) Turbo รถประจำตัวของ Johnny Silverhand สามารถหาได้จากภารกิจ Chippin' In  โดยผู้เล่นจะได้รับกุญแจดอกหนึ่งมาจากตัวละคร Grayson (จะฆ่าหรือไว้ชีวิตเขาก็ได้) ที่สามารถใช้ปลดล๊อคแผงควบคุมเครนบนเรือและหย่อนตู้คอนเทนเนอร์ลงมา ซึ่งภายในจะมีรถของ Johnny อยู่ Apollo “Scorpion” เป็นของรางวัลสำหรับภารกิจเนื้อเรื่อง Life During Wartime Colby CX410 Butte (Green) สำหรับรถคันนี้ ไม่จำเป็นต้องทำภารกิจเสริมใดๆ เพียงเดินทางไปยังสถานที่ Desert Film Set ทางฝั่งตะวันออกของเขต Badlands และขึ้นไปนั่งบนรถ ก็จะเพิ่มมันลงไปในรายชื่อรถส่วนตัวของเราเองโดยอัตโนมัติ Caliburn (Black) รถคันนี้ก็ไม่ต้องทำภารกิจใดๆ เลยเช่นกัน เพียงเดินทางไปยังอุโมงค์ที่เราต้องต่อสู้กับ Nash ในภารกิจเนื้อเรื่อง Ghost Town (อยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของโรงแรม Sunset Motel) Nazare "Itsumade" แถวๆ ร้านขายปืนในเขต Rancho Coronado จะมีอาคารหน้าตาเหมือนอู่รถอยู่ ให้เข้าไปและสำรวจข้อความในคอมพิวเตอร์ที่พบภายในอาคาร จะปลดล๊อคภารกิจ The Highwayman ซึ่งจะมอบรถคันนี้ให้เป็นของรางวัล สามารถหาไกด์เกม Cyberpunk 2077 อื่นๆ เช่นแหล่งเก็บอาวุธระดับ Iconic ฟรีๆ หรือวิธีจีบ NPC ในเกม สามารถติดตามได้ที่ https://gamefever.co/cyberpunk2077/ Credit: RPGSite
17 Dec 2020
Cyberpunk 2077 วิธีช่วยชีวิต Takemura
Cyberpunk 2077 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่มีภารกิจหลัก ภารกิจเสริมที่เยอะมากๆ และแต่ละภารกิจนั้นก็น่าสนใจมากเช่นกันเพราะแต่ละภารกิจนั้นผู้เล่นสามารถเลือกตัวเลือกที่แตกต่างกันออกไปได้ โดยการตัดสินใจในแต่ละครั้งนั้นจะมีผลกระทบกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ภารกิจ Search And Destroy ที่ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะช่วยหรือจะหนี ในวันนี้พวกเรา GameFever จะพาทุกคนมาดูทางเลือกของภารกิจนี้กันว่าทำอย่างไหนคือการช่วยชีวิต Takemura และแบบไหนคือการปล่อยให้เขาตาย. 1.ช่วงเริ่มก่อนภารกิจ ในภารกิจหลัก Search And Destroy นั้นผู้เล่นจะมีโอกาสในการช่วยชีวิตทาเคมูระ แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าการโฟกัสหาตัวเขานั้นทำได้ยาก และไม่มีตัวเลือกให้เราตัดสินใจต้องใช้ผลของการกระทำเท่านั้น โดยในช่วงก่อนเริ่มภารกิจนั้น ช่วงที่ผู้เล่นอยู่กับทาเคมูระที่เซฟเฮาส์ จะมีการบุกโจมตีโดยกลุ่มลูกน้องของอาราซากะ และผลของการบุกถล่มในครั้งนี้ทำให้พื้นถล่มจนผู้เล่นตกลงไปที่โถงทางเดินด้านล่างของอพาร์ทเมนท์ จากนั้นถูกผู้เล่นจะฟื้นขึ้นมาจากการปลุกของ Johny Silverhand และเราต้องกลับไปหาทาเคมูระโดยเร็วที่สุด 2.ตัดสินใจว่าจะช่วยหรือจะหนี! การที่เราจะกลับไปหาทาเคมูระได้นั้นตัวเกมจะไม่ได้บอกตำแหน่งที่ชัดเจน ซึ่งในขณะที่ผู้เล่นเดินมาเรื่อยๆ จนเจอป้ายไฟนีออนสีฟ้า ( ตรงนี้แล้วแต่คนจะมองนะครับเพราะบางคนบอกว่ามันคือป้ายสัญลักษณ์บวก บางคนก็ว่ามันคือสัญลักษณ์ไม้กางเขน ) ตรงจุดนี่แหละผู้เล่นจะพบกับทางแยก 2 แขนง ซึ่งการตัดสินใจด้วยการกระทำต่อไปนี้จะมีผลอันใหญ่หลวงต่อผู้เล่นในอนาคต ดังนี้ : เลือกทางขวา - เพียงเดินไปเรื่อยๆ และผ่านเส้นทางนี้ออกไปจะเป็นการทิ้งทาเคมูระและปล่อยให้เขาตาย เลือกทางซ้าย - การเข้าไปในรอยแตกเล็กๆ ถือเป็นการกลับเข้าไปในอพาร์ทเมนท์และนี่คือ วิธีช่วยชีวิตทาเคมูระ! 3.ห้อง 303 คือคำตอบ! ถ้าเลือกทางซ้ายเรียบร้อยแล้วนั้น ผู้เล่นจะต้องจัดการกับบรรดาลูกน้องของอาราซาระ จากนั้นก็ขึ้นบันไดไปสองชั้น เดินไปเรื่อยๆ จากนั้นเลี้ยวขวาจะพบห้องหมายเลข 303 เมื่อเข้าไปให้จัดการกับทหารภายในนั้นและช่วยทาเคมูระออกจาก ตรงนี้ผู้เล่นห้ามกลับทางเดิมเพราะจะเป็นการทำให้ทาเคมูระตาย ให้เราไปยังทางเดินยาวๆ อีกทางหนึ่ง เพราะถ้าทาเคมูระตายเขาจะไม่มีส่วนร่วมในเนื้อเรื่องหลังจากนี้ตลอดไปจนจบเกม แต่ถ้าผู้เล่นช่วยชีวิตเขาได้สำเร็จ เขาจะมาปรากฏตัวอีกครั้งในตอนจบของเส้นทางฮานาโกะ. Credit : Thegamer  
16 Dec 2020
Cyberpunk 2077 วิธีซื้อรถในเกม
ในตอนนี้เกม Cyberpunk 2077 ถือเป็นเกม RPG โลกเปิดที่มอบประสบการณ์มากมายให้กับเกมเมอร์ทุกท่านด้วยระบบมากมายที่ทำให้เราหลงใหล และหนึ่งในนั้นก็คือระบบการขับรถที่จะช่วยให้เราสามารถขับขี่ไปทำเคสวต่างๆ และใช้ชมบรรยากาศต่างๆ ของเกมได้อีกดี แต่ว่าที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่รู้นั่นคือ รถทุกคันที่ผู้เล่นทำการขโมยมานั้นจะไม่สามารถเก็บไว้ใช้ตลอดได้ มันจะหายไป! ดังนั้นในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะขอพาทุกคนมาดูกับวิธีซื้อรถในเกมนี้กัน ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.จะหารถได้ที่ไหน? เมื่อผู้เล่นดำเนินเรื่องไปจนถึง Act 2 ของเกมแล้วจะสามารถเริ่มหายานพาหนะมาใช้ขับเพื่อท่องเที่ยวไปตามพื้นที่ต่างๆ ของเมือง Night City โดยผู้ให้บริการจะส่งข้อความเกี่ยวกับรถที่อยู๋ใกล้ๆ มาให้กับ V ข้อความเหล่านี้จะเป็นข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถ โดยสามารถเข้าไปดูข้อความเหล่านี้ได้ที่แท็บ Rides บริเวณข้อความของเมนูบันทึกประจำวันและจะมีข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นของรถต่างๆ ช่วยให้ผู้เล่นสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น. 2.วิธีการซื้อรถยนต์ หลังจากที่ผู้เล่นได้อ่านรายละเอียดข้อมูลของรถที่อยู่ใกล้ๆ แล้วเจอรถที่สนใจก็สามารถปักหมุดเส้นทางเพื่อไปยังตำแหน่งที่ตั้งของรถคันนั้น เมื่อไปถึงเราสามารถทำการสั่งซื้อรถคันนั้นได้เลยและจะถูกเพิ่มไปในรายการเรียกรถ โดยผู้ให้บริการขายรถจะทำการส่งข้อความมาที่ตัวผู้เล่นเพื่อให้ทำการยืนยันคำสั่งซื้อและเมื่อกดยืนยันรถก็จะเป็นของเราทันที โดยหลังจากซื้อรถแล้วมันจะสามารถเรียกใช้งานได้และไม่หายไปหากเราลืมไว้หรือเข้าฉากคัตซีนแล้วไปโผล่ที่จุดอื่น เรียกได้ว่าดีกว่าการขโมยรถมากๆ   3.วิธีเลือกและวิธีเรียกรถ หลังจากที่ผู้เล่นทำการซื้อรถเรียบร้อยแล้วจะสามารถทำการเรียกรถให้มาหาเราได้ด้วยการกดปุ่มที่แต่ละแพลตฟอร์มกำหนดมาให้ ( สำหรับ PC นั้นให้กด V ) ซึ่งถ้าเป็นเจ้าของรถหลายคันการกดปุ่มดังกล่าวจะเป็นการเรียกลิสต์รถทั้งหมดขึ้นมาให้เราเลือก สิ่งนี้จะมีประโยชน์มากๆ เพราะว่าจะช่วยให้เราสามารถเลือกได้ว่าในภารกิจแบบนี้ควรใช้รถประเภทไหนในการนำมาใช้งานและไม่ต้องเสียเวลาไปหาขโมยจากที่ไหนเลย   4.รถบางคันสามารถปลดล็อคได้จากเควสเสริม ขอเสริมอีกนิดหน่อยว่ารถบางคันนั้นผู้เล่นจะสามารถปลดล็อคและทำการซื้อได้ผ่านการทำเควสเสริมเท่านั้น ซึ่งการทำเช่นนี้ถือเป็นหนึ่งในแรงจูงใจที่ทำให้ผู้เล่นอยากเล่นเควสเสริมมากขึ้น เพราะนอกจากจะได้สนุกกับเรื่องราวของเควสเสริม ได้เงิน ได้แต้มแล้ว ยังสามารถปลดล็อครถเท่ๆ ให้เราได้อีกด้วย. Credit : Gamerant Gamepressure
16 Dec 2020
Cyberpunk 2077: สรุปรายละเอียดสกิลทั้ง 3 สายของสเตตัส "การตอบสนอง"
สาย “การตอบสนอง” (Reflexes) ของเกม Cyberpunk 2077 จะเป็นค่าสถานะหลักของผู้ที่อยากเล่นตัวละครสายประชิด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้อาวุธมีคมอย่างมีดหรือดาบคาตานะนั่นเอง แน่นอนว่าการเพิ่มความสามารถต่างๆ ให้กับอาวุธประเภทปืนสั้นเองก็เป็น Skill ที่อยู่ในสายนี้เช่นกันครับ ประจัญบาน, ปืนพก และอาวุธมีคม คือสกิล 3 สายที่เราสามารถอัพได้จากสเตตัสนี้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว จะมีความสามารถเกี่ยวกับการหลบหลีกแทรกแซงตามจุดต่างๆ ของ Perk อยู่ด้วย และจากเท่าที่อ่านมา สกิลในสายนี้น่าจะทำให้เราโจมตีได้รุนแรงมากที่สุดแล้วครับ **ป.ล** ข้อมูลสกิลทั้งหมดที่อยู่ในบทความนี้ จะเป็นข้อมูลเลเวล 1 ของสกิลแต่ละอัน โดยบางสกิลจะสามารถอัพได้สูงสุดถึง 3 ขั้นครับ **ป.ล อีกรอบ** การใช้สกิลของ Perk แต่ละสายจะเพิ่มเลเวล "ความก้าวหน้าทักษะ" ของ Perk แต่ละสายด้วย ซึ่งมันจะทำให้เราได้รับ แต้มสำหรับอัพ Perk หรือความสามารถเพิ่มเติมอื่นๆ เช่นกัน โดยรายละเอียดจะอยู่ด้านล่างข้อมูลสกิลของ Perk แต่ละสายครับ ประจัญบาน Perk สาย ประจัญบานจะเน้นไปที่การเสริมอาวุธจำพวกปืนไรเฟิล (Assault Rifle) และปืนกลเบา (Light Machine Gun) เช่นการเพิ่มความเร็วในการเล็ง หรือความรุนแรงของอาวุธชนิดเหล่านี้เป็นต้น Perk ขั้นสูงสุดของสายนี้จะทำให้เมื่อกำจัดศัตรูได้ตัวหนี่ง จะกำจัดการส่ายของกระสุนของปืนไรเฟิลหรือปืนกลเบาที่เราใช้อยู่ทั้งหมดเป็นเวลา 10 วินาที ทำให้เราสามารถกดยิงค้างได้โดยไม่ต้องกลัวว่ากระสุนจะส่าย เข้าจุดที่เล็งแน่ๆ 100% กระสุนฝังชื่อ: เพิ่มความเสียหายปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 35% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 14 ในการปลดล็อค) พรานล่าเป็ด: เพิ่มความเสียหายปืนไรเฟิลและปืนกลเบาต่อศัตรูที่เคลื่อนที่อยู่ 10% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 9 ในการปลดล็อค) อีเกิลอาย : ลดเวลาที่ใช้ในการตั้งศูนย์เล็ง (Aim down sights?) ปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 10% เข้าเป้า : เพิ่มความเสียหายปืนไรเฟิลและปืนกลเบาขณะเล็ง 10% ศึกสนามเพลาะ : เพิ่มความเสียหายปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 5% เมื่อยิงจากที่กำบัง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 12 ในการปลดล็อค) ผ่านลำกล้อง : กระสุนที่ยิงจากปืนไรเฟิลและปืนกลเบาจะกระทบชิ่งเพิ่ม 2 ครั้ง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 18 ในการปลดล็อค) ปราบพยศ : ลดแรงถีบของปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 10% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 16 ในการปลดล็อค) คล่องตัว : ลดเวลาเติมกระสุนของปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 10% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 11 ในการปลดล็อค) ใกล้เกินไปแล้ว : การโจมตีระยะประชิดแบบเร็วด้วยปืนไรเฟิลและปืนกลเบาจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 50% เซียนกระสุน ): เพิ่มความเสียหายจากปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 3% ยิง, เติม, ทำซ้ำ : เมื่อกำจัดศัตรูด้วยปืนไรเฟิลหรือปืนกลเบา จะลดระยะเวลาการเติมกระสุนลง 20% เป็นเวลา 5 วินาที (ต้องการการตอบสนองเลเวล 9 ในการปลดล็อค) หัวต่อหัว : การยิงเข้าหัวศัตรู (Headshot) จะลดแรงถีบของปืนไรเฟิลและปืนกลเบาลง 5% เป็นเวลา 10 วินาที และสามารถซ้อนทับกันได้ 5 ครั้ง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 14 ในการปลดล็อค) คนแกร่งผู้ป่าเถื่อน : เพิ่มความเสียหายปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 35% เวลาที่ยืนอยู่นิ่ง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 20 ในการปลดล็อค) บังเกอร์ : เพิ่มเกราะและความต้านทาน 15% เมื่อยิงปืนไรเฟิลหรือปืนกลเบาจากหลังที่กำบัง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 16 ในการปลดล็อค) เฉียบคม : เพิ่มความเสียหายจากการยิงปืนสไนเปอร์ไรเฟิลและปืนไรเฟิลแม่นยำ 20% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 11 ในการปลดล็อค) นัดสังหารจากกำบัง : เพิ่มโอกาสคริติคอลสำหรับปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 10% เมื่อยิงจากหลังที่กำบัง เพชฌฆาต : สร้างความเสียหายด้วยปืนไรเฟิลและปืนกลเบาเพิ่มขึ้นอีก 25% กับศัตรูที่พลังชีวิตต่ำกว่า 50% มือนิ่งดุจนายพราน : ลงแรงถีบปืนไรเฟิลและปืนกลเบา 20% เมื่อยิงจากหลังที่กำบัง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 12 ในการปลดล็อค) ยิงไกล : ยิ่งอยู่ไกลจากศัตรูเท่าไหร่ ปืนไรเฟิลและปืนกลเบาก็จะมีพลังโจมตีเพิ่มขึ้นเท่านั้น (ต้องการการตอบสนองเลเวล 18 ในการปลดล็อค) พันนิชเชอร์ (ทักษะแฝง 20 แต้ม): หลังจากปราบศัตรูด้วยปืนไรเฟิลหรือปืนกลเบาอาวุธจะไม่มีการส่ายและการกระจายออกจากจุดที่เล็งจะไม่เพิ่มขึ้นเป็นเวลา 10 วินาที (เพิ่มระยะเวลา 0.2 วินาทีต่อแต้มทักษะแฝง) ( ทักษะจะปลดล็อคเมื่อค่าความก้าวหน้าประจัญบานถึง 20 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 ลดเวลาการเล็งผ่านศูนย์ของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 20% 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 ลดแรงดีดของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 10% 5 ลดการกระจายของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 25% 6 แต้มทักษะเสริม +1 7 เพิ่มโอกาสคริติคอลขึ้น 5% เมื่อใช้ปืนกลเบา หรือปืนไรเฟิล 8 ลดแรงดีดของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 10% 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มความเสียหายคริติคอล 15% เมื่อใช้ปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบ 12 แต้มทักษะเสริม +1 13 ลดแรงดีดของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 10% 14 ลดแรงดีดของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 15% 15 แต้มทักษะเสริม +1 16 ลดการกระจายของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 25% 17 ลดการกระจายของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 10% 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 ลดแรงดีดของปืนกลเบา และปืนไรเฟิลทุกแบบลง 15% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ ปืนพก ในส่วนของสกิลสายนี้ ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการเพิ่มดาเมจที่ทำได้ โอกาสติดคริติคอล ความเสียหายคริติคอล และความสามารถอื่นๆ เกี่ยวกับปืนพก และปืนลูกโม่ โดยบอกเลยว่าน่าจะเป็นสายที่ทำให้กระสุนหนี่งนัดของเพื่อนๆ รุนแรงที่สุดแล้วครับ ยิงจนกว่าจะร่วง : การยิ่งต่อเนื่องใส่เป้าหมายด้วยปืนพก หรือลูกโม่ จะเพิ่มความเสียหาย 10% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 14 ในการปลดล็อค) โอเคคอร์รัล : สร้างความเสียหายด้วยปืนพก หรือลูกโม่ เพิ่มอีก 50% กับศัตรูที่มีพลังชีวิตรน้อยกว่า 25% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 9 ในการปลดล็อค) ถึงเวลาดวล : เพิ่มโอกาสคริติคอลด้วยปืนพก และลูกโม่ 4% เร็วทันใจ : ลดเวลาในการชัก และเก็บของปืนพก และลูกโม่ลง 25% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 7 ในการปลดล็อค) หัวจรดเท้า : เพิ่มความเสียหายของปืนพก และลูกโม่ เมื่อยิงแขน กับขาอีก 7% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 11 ในการปลดล็อค) โลกตะวันตก : เพิ่มโอกาสคริติคอลให้กับปืนพก และลูกโม่อีก 10% ถ้าปากปืนที่ถืออยู่ใส่ Mod ครบทุกช่อง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 16 ในการปลดล็อค) พลังแห่งความคิด : ถ้าหากใช้ปืนพก หรือลูกโม่ยิงหัวได้สำเร็จ จะเพิ่มโอกาสคริติคอล 25% เป็นเวลา  5 วินาที (ต้องการการตอบสนองเลเวล 20 ในการปลดล็อค) นักกายกรรม : ทำให้สามารถกดหลบหลีกเมื่อเล็งยิงด้วยปืนสั้น หรือลูกโม่ได้ (ต้องการการตอบสนองเลเวล 12 ในการปลดล็อค) มือนิ่ง : ลดแรงถีบของปืนพกกับลูกโม่ลง 30% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 9 ในการปลดล็อค) สิงห์แม่นปืน : ลดเวลารีโหลดของปืนพก กับลูกโม่ลง 10% เดสเปราโต : เพิ่มความเสียหายของปืนพก และลูกโม่อีก 3% เงินหนึ่งกำ : เพิ่มความเสียหายคริติคอลของปืนพก กับลูกโม่ 10% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 11 ในการปลดล็อค) สโนว์บอลเอฟเฟกต์ : หลังจากฆ่าศัตรูได้ จะเพิ่มความเร็วในการยิงของปืนพก กับลูกโม่อีก 5% เป็นเวลา 6 วินาที ซ้อนทับได้สูงสุด 5 ครั้ง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 16 ในการปลดล็อค) ชุมเสือแดนสิง : ไม่ถูกหักความเสียหายที่ทำได้เมื่อใช้ปืนพก หรือลูกโม่ยิงจากระยะไกล (ต้องการการตอบสนองเลเวล 14 ในการปลดล็อค) สุดสายตา : การหลบหลีกเพิ่ม 25% เป็นเวลา 6 วินาที เมื่อสามารถหลบการโจมตีได้ในขณะที่ถือปืนพก หรือลูกโม่ (ต้องการการตอบสนองเลเวล 9 ในการปลดล็อค) ริโอบราโว : เพิ่มโบนัสตัวคูณดาเมจที่ทำได้เมื่อยิงเข้าหัวด้วยปืนพก กับลูกโม่อีก 10% แม้เป้าไกล ไกก็ลั่นได้ไม่หวั่น : เพิ่มความเสียหายกับศัตรูที่อยู่ไกลกว่า 5 เมตร อีก 15% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 7 ในการปลดล็อค) แกรนด์ฟินาเล : กระสุนนัดสุดท้ายของแม็คปืนพก และลูกโม่ จะสร้างความเสียหายเพิ่ม 2 เท่า (ต้องการการตอบสนองเลเวล 12 ในการปลดล็อค) ควงปืนยิง : สามารถยิงปืนพก กับลูกโม่ในขณะที่หลบได้ (ต้องการการตอบสนองเลเวล 18 ในการปลดล็อค) มือปืนเพชรตัดเพชร : หลังจากโจมตีติดคริติคอลด้วยปืนพก หรือลูกโม่สำเร็จ จะได้รับเกราะ และความสามารถในการทำดาเมจเพิ่มขึ้น 30% เป็นเวลา 5 วินาที (+1% ต่อแต้มทักษะแฝง) ( ทักษะจะปลดล็อคเมื่อค่าความก้าวหน้าปืนพกถึง 20 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 ลดเวลา ADS ของปืนพก และลูกโม่ลง 20% 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 ลดแรงถีบของปืนพก และลูกโม่ลง 10% 5 ลดการกระจายกระสุนของปืนพก และลูกโม่ 25% 6 แต้มทักษะเสริม +1 7 เพิ่มโอกาสติดคริติคอลอีก 5% ด้วยปืนพก และลูกโม่ 8 ลดแรงถีบของปืนพก และลูกโม่ลง 10% 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มความเสียหายคริติคอลของปืนพก กับลูกโม่ 5% 12 แต้มทักษะเสริม +1 13 ลดแรงถีบของปืนพก และลูกโม่ลง 10% 14 ลดแรงถีบของปืนพก และลูกโม่ลง 15% 15 แต้มทักษะเสริม +1 16 ลดการกระจายกระสุนของปืนพก และลูกโม่ 25% 17 ลดการกระจายกระสุนของปืนพก และลูกโม่ 10% 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 ลดแรงถีบของปืนพก และลูกโม่ลง 15% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ อาวุธมีคม ในส่วนของสกิลสายนี้ คือการเพิ่มความเสียหาย โอกาสคริติคอล ความเสียหายคริติคอล โอกาสโจมตีติดศถานะเลือดออก รวมไปจนถึงความสามารถในการเอาตัวรอดเมื่อถืออาวุธที่มีคม และแมนติสเบลด ถ้าเรากำลังพูดถึงการทำดาเมจต่อวินาที ที่รุนแรงมากๆ แล้วละก็ สกิลในสายนี้คือสิ่งที่เพื่อนๆ ตามหาอยู่ครับ ศาล ลูกขุน และเพชฌฆาต : เพิ่มความเสียหายด้วยอาวุธมีคม 50% กับศัตรูที่มีเลือดเต็ม (ต้องการการตอบสนองเลเวล 15 ในการปลดล็อค) ทรายดูด : เมื่อหลบได้จะฟื้นฟูสเตมิน่า 15% วารีคำราม : การโจมตีหนักด้วยอาวุธมีคมจะเพิ่มความเสียหาย 30% นกกระจอกโผบิน : ลดสเตมิน่าที่ต้องใช้ในการโจมตีทุกรูปแบบ 30% กระหายเลือด : ขณะที่ถืออาวุธมีคม พลังชีวิตจะฟื้นฟู 7% เมื่อทำให้ศัตรูเลือดออก หรือโจมตีตัวที่เลือดออก (ต้องการการตอบสนองเลเวล 12 ในการปลดล็อค) ศรสั่งตาย : เมื่อถือดาบ การกำจัดศัตรูจะฟื้นฟูพลังชีวิต 20% และเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 30% เป็นเวลา 5 วินาที (ต้องการการตอบสนองเลเวล 18 ในการปลดล็อค) จิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง : การโจมตีสวนกลับดวยอาวุธมีคมจะฟื้นฟู เลือด และสเตมิน่า 25% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 10 ในการปลดล็อค) ช้าๆ นิ่งๆ : เกราะจะเพิ่มขึ้น 15% ขณะที่เคลื่อนที่ ต่อยเจ็บเหมือนผ้ง : เพิ่มความเร็วการโจมตีด้วยอาวุธมีคม 10% หมูติดจั่น : เพิ่มระยะเวลาเลือดออก 3 วินาที ลุกเป็นไฟ : เพิ่มความเสียหายอาวุธมีคม 1% ต่อพลังชีวิต 1% ที่หายไปของศัตรู (ต้องการการตอบสนองเลเวล 15 ในการปลดล็อค) คลื่นสีเลือด : ผลเลือดออกจากดายสามารถซ้อนทับได้ 3 ครั้ง (ต้องการการตอบสนองเลเวล 18 ในการปลดล็อค) ดาบลงอาคม : เพิ่มโอกาสติดคริติคอลด้วยอาวุธมีคม 20% (ต้องการการตอบสนองเลเวล 10 ในการปลดล็อค) การเต้นรำสีเลือด : การโจมตีคอมโบด้วยอาวุธมีคม มีโอกาส 30% ที่จะทำให้เลือดออก การป้องกันเชิงรุก : การโจมตีแบบตั้งรับดวยอาวุธมีคม จะสร้างความเสียหายเพิ่ม 200% พริ้วไหวเหมือนผีเสื้อ : การหลบหลีกจะเพิ่มความเสียหายให้กับดาบ 25% เป็นเวลา 5 วินาที (ต้องการการตอบสนองเลเวล 12 ในการปลดล็อค) ดาบสะบั้นมังกร : เพิ่มความเสียหายคริติคอลของอาวุธมีคม 25% (+1% ต่อแต้มทักษะแฝง) ( ทักษะจะปลดล็อคเมื่อค่าความก้าวหน้าอาวุธมีคมถึง 20 แต้ม) รางวัลความก้าวหน้าของทักษะ 2 เพิ่มความเร็วในการโจมตีด้วยคาตานะ มีด และแมนติสเบลด 10% 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 ลดสเตมินาที่ใช้ในการโจมตีด้วยคาตานะ มีด และแมนติสเบลด 10% 5 เพิ่มดาเมจต่อวินาทีที่ทำได้อีก 2% เมื่อใช้คาตานะ มีด และแมนติสเบลด 6 เพิ่มความเสียหายคริติคอล 10%  เมื่อใช้คาตานะ มีด และแมนติสเบลด 7 เพิ่มโอกาสคริคิคอล 5% เมื่อใช้คาตานะ มีด และแมนติสเบลด8 8 แต้มทักษะเสริม +1 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มความเร็วในการโจมตีด้วยคาตานะ มีด และแมนติสเบลด 10% 12 ลดสเตมินาที่ใช้ในการโจมตีด้วยคาตานะ มีด และแมนติสเบลด 10% 13 เพิ่มความเร็วในการโจมตีด้วยคาตานะ มีด และแมนติสเบลด 10% 14 แต้มทักษะเสริม +1 15 ลดดาเมจที่ได้รับอีก 25% เมื่อบล็อคการโจมตีด้วยคาตานะ มีด และแมนติสเบลด 10% 16 แต้มทักษะเสริม +1 17 แต้มทักษะเสริม +1 18 เพิ่มสเตมินาอีก 5 หน่วย 19 เพิ่มดาเมจต่อวินาทีที่ทำได้อีก 3% เมื่อใช้คาตานะ มีด และแมนติสเบลด 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ ก็จบกันไปแล้วกับรายละเอียดของสกิลทั้ง 3 สาย ทางฝั่งของ "การตอบสนอง" ซึ่งเมื่อเอาไปเทียบกับสองสายก่อนหน้านี้แล้ว บอกเลยว่าสายนี้ดูจะทำให้เราโจมตีได้แรงกว่ามากๆ ครับ โดยเฉพาะสายปืนสั้นที่เรียกได้ว่า One Shot One Kill เลยทีเดียว ต่อไปจะไปเป็นสกิลสายไหน เพื่อนๆ รอติดตามกันได้เลยครับ
16 Dec 2020
Cyberpunk 2077 วิธีรับอาวุธ Mantis Blade ฟรี !! ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
หนึ่งในอาวุธที่หลายๆ คนสนใจเป็นอย่างมากในเกม Cyberpunk 2077 นั่นก็คืออาวุธอย่าง Mantis Blade แต่การที่จะซื้ออาวุธชิ้นนี้ก็ต้องบอกเลยว่ามันค่อนข้างมีราคาที่สูงอยู่พอสมควร ซึ่งราคาอยู่ที่ 15000 ยูโรดอลลาร์ (ขั้นต่ำสุด) แต่ว่าทางเรา GameFever TH เองมีจุดที่คุณจะสามารถไปหาอาวุธ Mantis Blade ได้ฟรีๆ แบบไม่ต้องเสียเงินซื้อซักบาท วิธีรับ เริ่มแรกให้เรานั้นไปที่ย่าน "ซิตี้ เซ็นเตอร์" ก่อนครับ ให้เดินมาตรงจุดตรงกลางของย่านนี้ โดยท่านสามารถดูได้จากจุดตำแหน่งเขียวจากรูปด้านล่างได้เลย ซึ่งถ้าท่านมาถึงตามจุดที่พิกัดแล้ว มันจะอยู่ตรงหน้าห้องโถงตรงนี้พอดีครับ ** และแนะนำให้ทุกท่าน Save Game เอาไว้ก่อนนะครับ สำคัญมากๆ ** พอเสร็จให้เรา "ค่อยๆ ย่องเข้าไปข้างในเลยครับ" ข้อควรระวังคืออย่าพยายามให้ศัตรูเห็นคุณเด็ดขาด เพราะศัตรูในจุดนี้ค่อนข้างที่จะโหดมากครับ สามารถจัดการคุณได้ในการโจมตีเพียงไม่กี่ที และพอเดินเข้ามา ผ่านถังขยะทางขวาท่านจะพบกับกล่องๆ หนึ่งที่ตั้งอยู่ สามารถดูจุดได้จากภาพด้านล่างครับ ซึ่งมาเดินเข้าไปดูท่านจะพบกับ Mantis Blade อยู่ในกล่องนี้ครับ แต่ถ้าหากไม่พบให้ท่านทำการ Load Save ใหม่ในจุดที่ท่านพึ่งเซฟไป และเข้าไปที่กล่องเดิมทำจนกว่าจะมี Mantis Blade อยู่ในนั้นครับ และพอได้ของมาแล้ว ให้ท่านไปที่ร้านติดตั้ง Cyberware ที่อยู่ทางซ้ายของ ซิตี้เซ็นเตอร์ที่ชื่อว่า "ริปเปอร์ด็อค" ซึ่งให้ท่านทำการติดตั้งได้เลยครับ เห็นว่าเราจะไม่ต้องเสียเงินเพื่อติดตั้งแต่อย่างใด แค่นี้เราก็มีอาวุธ Mantis Blade เจ๋งๆ ใช้แล้วครับ v v
16 Dec 2020
Cyberpunk 2077: สรุปรายละเอียดสกิลทั้ง 2 สายของสเตตัส "ความสามารถทางเทคนิค"
ก่อนหน้านี้ทุกคนได้อ่านข้อมูลสกิลของสาย "ร่างกาย" ในเกม Cyberpunk 2077 ไปแล้ว ดัวนั้นวันนี้เราจะมาดูข้อมูลของสกิลทั้ง 2 สายในสเตตัส "ความสามารถทางเทคนิค" กัน โดยในสายนี้จะมีสกิล 2 สายหลักๆ ให้เราเลือกอัพคือ "การคราฟต์" และ "หัวทางวิศวะ" ครับ การอัพสกิลต่างๆ ในสเตตัสสายนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ สามารถเล่น รวมไปจนถึงหาวัสดุการคราฟต์ และวัสดุในการอัพเกรดได้ง่ายขึ้น สกิลบางส่วนในสายนี้ยังเพิ่มความเสียหายให้กับอาวุธเทคด้วย ถ้าเพื่อนๆ พร้อมแล้วไปเริ่มดูรายละเอียดของสกิลในสายนี้ได้เลยครับ **ป.ล** ข้อมูลสกิลทั้งหมดที่อยู่ในบทความนี้ จะเป็นข้อมูลเลเวล 1 ของสกิลแต่ละอัน โดยบางสกิลจะสามารถอัพได้สูงสุดถึง 3 ขั้นครับ **ป.ล อีกรอบ** การใช้สกิลของ Perk แต่ละสายจะเพิ่มเลเวล "ความก้าวหน้าทักษะ" ของ Perk แต่ละสายด้วย ซึ่งมันจะทำให้เราได้รับ แต้มสำหรับอัพ Perk หรือความสามารถเพิ่มเติมอื่นๆ เช่นกัน โดยรายละเอียดจะอยู่ด้านล่างข้อมูลสกิลของ Perk แต่ละสายครับ การคราฟต์ เป็นไปตามชื่อเลยสกิลในสายนี้ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการคราฟต์ และการแยกส่วนประกอบของวัตถุ โดยหลายๆ สกิลจะทำให้เราได้รับชิ้นส่วนสำหรับการคราฟต์ รวมไปจนถึงของที่ได้จากการคราฟต์เพิ่มเติมด้วย การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม (ติดตัว) : ได้รับ การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม (ติดตัว) : ได้รับม๊อดจากไอเทมที่แยกส่วน ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 16 ในการปลดล็อค) เพิ่มประสิทธิภาพแบบ 200% (ติดตัว) : เสื้อผ้าที่คราฟต์จะได้รับเกราะเพิ่มขึ้น 2.5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) นักคราฟต์ตัวจริง (ติดตัว) : ช่วยให้คุณสามารถคราฟต์ไอเทมระดับ Rare ได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) นวัตกรรม (ติดตัว) : ไอเทมที่ใช้แล้วหมดไปจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น 25% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) กรีสมังกี้ (ติดตัว) : ช่วยให้คุณสามารถคราฟต์ไอเทมระดับ Epic ได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) สุดยอด (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายทั้งหมด และค่าสถานะที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของอาวุธที่คราฟต์อีก 5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 20 ในการปลดล็อค) ช่างฝีมือสุดขอบโลก (ติดตัว) : ช่วยให้คุณสามารถคราฟต์ไอเทมระดับ Legendary ได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 18 ในการปลดล็อค) อัพเกรดประสิทธิภาพ (ติดตัว) : มีโอกาส 10% ที่จะอัพเกรดไอเทมได้ฟรี ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) เวิร์คช็อป (ติดตัว) : การแยกชิ้นส่วนไอเทมจะมีโอกาส 5% ที่จะได้รับส่วนประกอบคุณภาพระดับเดียวกันกับไอเทมที่แยกส่วนฟรี ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 7 ในการปลดล็อค) นายช่าง (ติดตัว) : การแยกชิ้นส่วน จะได้ชิ้นส่วนมากขึ้น ช่างเทคนิคภาคสนาม (ติดตัว) : อาวุธที่คราฟต์เองสร้างความเสียหายเพิ่ม 2.5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) มอบแสงสว่าง (ติดตัว) : ลดส่วนประกอบที่ต้องใช้ในการอัพเกรดไอเทมลง 10% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) จูนอัพ (ติดตัว) : สามารภเปลี่ยนส่วนประกอบระดับต่ำให้เป็นของคุณภาพสูง ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 16 ในการปลดล็อค) เอ็กซ์นิฮิโล (ติดตัว) : มีโอกาส 20% ที่จะคราฟต์ไอเทมได้ฟรี ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) นักแยกขยะ (ติดตัว) : ขยะจะถูกแยกส่วนอัตโนมัติ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 5 ในการปลดล็อค) ทหารช่าง (ติดตัว) : ระเบิดมือจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 10% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) ปรับค่าใช้จ่าย (ติดตัว) : ลดส่วนประกอบที่ต้องใช้สำหรับการคราฟต์ไอเทมลง 15% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) วิทยาศาสตร์บ้าบอ (ติดตัว) : เพิ่มราคาขายให้กับไอเทมคราฟต์ 10%, +1% แต้มทักษะแฟง ( ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า การคราฟต์ถึง 20 แต้ม) รางวัลก้าวหน้าของทักษะ 2 แต้มทักษะเสริม +1 3 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในการคราฟต์ ลง 5% 4 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในการคราฟต์ ลง 5% 5 แต้มทักษะเสริม +1 6 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับไอเทมใช้งาน อาวุธ และเสื้อผ้า 7 เพิ่ม โอกาสที่จะได้รับส่วนประกอบจากการคราฟต์ขึ้น 5% 8 แต้มทักษะเสริม +1 9 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์ใหม่สำหรับอาวุธ ม็อดอาวุธ และเสื้อผ้าระดับ Rare 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในการคราฟต์ ลง 5% 12 เพิ่ม โอกาสที่จะได้รับส่วนประกอบจากการคราฟต์ขึ้น 5% 13 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์ใหม่สำหรับอาวุธ อุปกรณ์ในการรบ และ Cyberware ระดับ Epic 14 แต้มทักษะเสริม +1 15 เพิ่ม โอกาสที่จะได้รับส่วนประกอบจากการคราฟต์ขึ้น 5% 16 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในอัพเกรด ลง 15% 17 แต้มทักษะเสริม +1 18 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับอาวุธ ม็อดอาวุธ และเสื้อผ้า ระดับ Iconic 19 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในอัพเกรด ลง 15% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ จากไอเทมที่แยกส่วน ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 16 ในการปลดล็อค) เพิ่มประสิทธิภาพแบบ 200% (ติดตัว) : เสื้อผ้าที่คราฟต์จะได้รับเกราะเพิ่มขึ้น 2.5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) นักคราฟต์ตัวจริง (ติดตัว) : ช่วยให้คุณสามารถคราฟต์ไอเทมระดับ Rare ได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) นวัตกรรม (ติดตัว) : ไอเทมที่ใช้แล้วหมดไปจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น 25% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) กรีสมังกี้ (ติดตัว) : ช่วยให้คุณสามารถคราฟต์ไอเทมระดับ Epic ได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) สุดยอด (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายทั้งหมด และค่าสถานะที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของอาวุธที่คราฟต์อีก 5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 20 ในการปลดล็อค) ช่างฝีมือสุดขอบโลก (ติดตัว) : ช่วยให้คุณสามารถคราฟต์ไอเทมระดับ Legendary ได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 18 ในการปลดล็อค) อัพเกรดประสิทธิภาพ (ติดตัว) : มีโอกาส 10% ที่จะอัพเกรดไอเทมได้ฟรี ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) เวิร์คช็อป (ติดตัว) : การแยกชิ้นส่วนไอเทมจะมีโอกาส 5% ที่จะได้รับส่วนประกอบคุณภาพระดับเดียวกันกับไอเทมที่แยกส่วนฟรี ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 7 ในการปลดล็อค) นายช่าง (ติดตัว) : การแยกชิ้นส่วน จะได้ชิ้นส่วนมากขึ้น ช่างเทคนิคภาคสนาม (ติดตัว) : อาวุธที่คราฟต์เองสร้างความเสียหายเพิ่ม 2.5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) มอบแสงสว่าง (ติดตัว) : ลดส่วนประกอบที่ต้องใช้ในการอัพเกรดไอเทมลง 10% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) จูนอัพ (ติดตัว) : สามารภเปลี่ยนส่วนประกอบระดับต่ำให้เป็นของคุณภาพสูง ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 16 ในการปลดล็อค) เอ็กซ์นิฮิโล (ติดตัว) : มีโอกาส 20% ที่จะคราฟต์ไอเทมได้ฟรี ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) นักแยกขยะ (ติดตัว) : ขยะจะถูกแยกส่วนอัตโนมัติ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 5 ในการปลดล็อค) ทหารช่าง (ติดตัว) : ระเบิดมือจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 10% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) ปรับค่าใช้จ่าย (ติดตัว) : ลดส่วนประกอบที่ต้องใช้สำหรับการคราฟต์ไอเทมลง 15% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) วิทยาศาสตร์บ้าบอ (ติดตัว) : เพิ่มราคาขายให้กับไอเทมคราฟต์ 10%, +1% แต้มทักษะแฟง ( ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า การคราฟต์ถึง 20 แต้ม) รางวัลก้าวหน้าของทักษะ 2 แต้มทักษะเสริม +1 3 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในการคราฟต์ ลง 5% 4 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในการคราฟต์ ลง 5% 5 แต้มทักษะเสริม +1 6 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับไอเทมใช้งาน อาวุธ และเสื้อผ้า 7 เพิ่ม โอกาสที่จะได้รับส่วนประกอบจากการคราฟต์ขึ้น 5% 8 แต้มทักษะเสริม +1 9 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์ใหม่สำหรับอาวุธ ม๊อดอาวุธ และเสื้อผ้าระดับ Rare 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในการคราฟต์ ลง 5% 12 เพิ่ม โอกาสที่จะได้รับส่วนประกอบจากการคราฟต์ขึ้น 5% 13 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์ใหม่สำหรับอาวุธ อุปกรณ์ในการรบ และ Cyberware ระดับ Epic 14 แต้มทักษะเสริม +1 15 เพิ่ม โอกาสที่จะได้รับส่วนประกอบจากการคราฟต์ขึ้น 5% 16 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในอัพเกรด ลง 15% 17 แต้มทักษะเสริม +1 18 ปลดล็อคสูตรการคราฟต์สำหรับอาวุธ และเสื้อผ้า ระดับ Iconic 19 ลดสิ่งที่ต้องใช้ในอัพเกรด ลง 15% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ หัวทางวิศวะ ในส่วนของสกิลสายนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอาวุธสายเทค โดยจะเกี่ยวกับทั้งการเพิ่มดาเมจ ลดเวลาชาร์จลง เพิ่มโอกาสติดคริติคอล หรือกระทั้งเพิ่มดาเมจคริติคอลของอาวุธเทคครับ พรายกระซิบปืน (ติดตัว) : อาวุธที่ชาร์จจนเต็มจะไม่ยิงเองอันโตมัติ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) ล็อค พร้อมยิง (ติดตัว) : เพิ่มความเร็วในการรีโหลด Smart Weapon อีก 5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) เกราะกันแรงระเบิด (ติดตัว) : ลดความเสียหายจากระเบิก 10% ลูกปลาย (ติดตัว) : ระเบิดทุกประเภทจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 20% ให้กับเอฟเฟกต์ของระเบิด ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 7 ในการปลดล็อค) สายฟ้าฟาด (ติดตัว) : เพิ่มโอกาสติดคริติคอลด้วยอาวุธเทค 3% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) เร็วมาก (ติดตัว) : เวลาชาร์จอาวุธเทคลดลง 10% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 18 ในการปลดล็อค) ซูเปอร์คอนดัคเตอร์ (ติดตัว) : อาวุธเทคจะสร้างความเสียหายโดยไม่สนเกราะ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 20 ในการปลดล็อค) ฉนวนไฟฟ้า (ติดตัว) : ทำให้สามารถต้านทานไฟฟ้าช็อตได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) ได้ถึง 11 (ติดตัว) : ให้คุณสามารถชาร์จอาวุธเทคได้ถึง 75% ของความจุ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) นักขโมยเครื่องจักร (ติดตัว) : เมื่อเก็บของโดรน จักรกล และหุนยนต์ มีโอกาส 25% ที่จะลูทได้ม็อดอาวุธ หรือของแต่งอาวุธ มือระเบิด (ติดตัว) : มองเห็นรัศมีการทำลายของระเบิด ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 5 ในการปลดล็อค) เทศลา (ติดตัว) : เพิ่มตัวคูณการชาร์จของอาวุธเทค 15% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 12 ในการปลดล็อค) ปรับตั้งค่าเอง (ติดตัว) : กระสุนชิ่งจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 50% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 16 ในการปลดล็อค) กำแพงก็เอาไม่อยู่ (ติดตัว) : ลดจำนวนครั้ง การชาร์จที่อาวุธเทคใช้เจาะกำแพงลง 30% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 16 ในการปลดล็อค) ระเบิดลูกเบ้ง (ติดตัว) : ระเบิดมือจะสร้างความเสียหายเพิ่ม 5% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 11 ในการปลดล็อค) อย่ามาจับ (ติดตัว) : ไม่โดนผลทุกอย่างจากระเบิดตัวเอง ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 5 ในการปลดล็อค) เบลดรันเนอร์ (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายจากโดรน จักรกล หุ่นยนต์ 20% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 9 ในการปลดล็อค) อูเบอร์ชาร์จ (ติดตัว) : อาวุธเทคที่ชาร์จจนเต็มจะมีความรุนแรงมากขึ้น 50% ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 14 ในการปลดล็อค) แจ็คพอต (ติดตัว) : ช่วยให้ระเบิดสามารถติดคริติคอลได้ ( ต้องการความสามารถทางเทคนิค 20 ในการปลดล็อค) รีแวมป์ : เพิ่มความเสียหายจากอาวุธเทค 25% เพิ่มความเสียหายจากการชาร์จ 10%, เพิ่มความเสียหายจากการชาร์จ 1% ต่อแต้มทักษะแฝงหนึ่งแต้ม ( ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า หัวทางวิศวะถึง 20 แต้ม) รางวัลก้าวหน้าของทักษะ 2 แต้มทักษะเสริม +1 3 เพิ่มเกราะขึ้น 3% เมื่อใช้อาวุธเทค 4 ลดเวลาในการชาร์จลง 5% 5 เพิ่มความเสียหายที่ทำได้ต่อวินาที ขึ้น 5% เมื่อใช้อาวุธเทค 6 แต้มทักษะเสริม +1 7 เพิ่มเกราะขึ้น 3% เมื่อถืออาวุธเทค 8 แต้มทักษะเสริม +1 9 เพิ่มโอกาสคริติคอล ขึ้น 5% เมื่อถืออาวุธเทค 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มเกราะขึ้น 4% เมื่อถืออาวุธเทค 12 เพิ่ทค่าต้านทานไฟ 5% เมื่อถืออาวุธเทค 13 เพิ่มโอกาสคริติคอล ขึ้น 5% เมื่อถืออาวุธเทค 14 แต้มทักษะเสริม +1 15 เพิ่มดาเมจคริติคอล 15% เทืชชมื่อใช้งานอาวุธเทค 16 เพิ่มเกราะขึ้น 2% เมื่อถืออาวุธเทค 17 แต้มทักษะเสริม +1 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 ลดเวลาชาร์จของอาวุธเทคลง 10% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ และนี้คือข้อมูลทั้งหมดของสกิลทั้ง 2 สายของ "ความสามารถทางเทคนิค" ครับ ถ้าเพื่อนๆ สนใจอยากอ่านข้อมูลสกิลต่างๆ ของสาย "ร่างกาย" ก็สามารถกดลิงก์นี้ ได้เลย สำหรับบทความนี้ก็น่าจะประมาณนี้ครับ แล้วรอดูข้อมูลสกิลทั้งหมดของอีก 3 สายที่เหลือได้เลยเร็วๆ นี้
15 Dec 2020
Cyberpunk 2077: แหล่งเก็บอาวุธระดับ Iconic ทั้งหมดในเกม
ในเกม Cyberpunk 2077 จะมีอาวุธปืนให้เราเก็บได้หลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีระดับความหายากที่แตกต่างกันไป ทำให้มีความสามารถติดตัวไม่เหมือนกัน แม้ว่าในการยิงจริงๆ ส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันเท่าไหร่ก็ตามที แต่จะมีอาวุธอีกระดับหนึ่งที่เรียกว่า "Iconic" (เป็นเอกลักษณ์) ที่นอกจากจะมีให้เก็บแค่ชิ้นเดียวในเกมแล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่หาไม่ได้ในปืนรุ่นเดียวกันทั้งหมดอีกด้วย อาวุธ Iconic หลายชิ้นจะสามารถเก็บได้ในช่วงเวลาที่จำกัดมากๆ เช่นระหว่างภารกิจเนื้อเรื่องบางอัน และถ้าพลาดไปแล้วก็จะพลาดไปเลยได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถหาอาวุธเหล่านี้มาประดับคลังแสงแบบครบๆ เราจึงรวบรวมรายชื่ออาวุธระดับ Iconic ทั้งหมดที่พอหาได้ พร้อมกับเงื่อนไขในการได้มาซึ่งแต่ละชิ้นด้วย โดยจะแบ่งตามชนิดของอาวุธนั้นๆ ปืน Iconic บางกระบอกจะถูกแสดงเอาไว้บนกำแพงในห้องเก็บปืนของ V ที่อพาร์ตเมนต์ของเขาอีกด้วย ปืนเหล่านี้จะมีเส้นขีดใต้ชื่อ *คำเตือน: อาวุธหลายๆ ชิ้นจะสามารถเก็บได้ในช่วงฉากจบบางฉากเท่านั้น โดยรายละเอียดของอาวุธเหล่านี้จะถูกใส่ไว้ท้ายสุด พร้อมกับจะมีคำเตือนก่อนอีกที* *คำเตือน 2: ในส่วนตัวผู้เขียนเองยังไม่มีโอกาสได้ทดลองหาอาวุธทุกชิ้นในบทความนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยล่วงหน้า และสามารถคอมเมนต์เข้ามาแก้ไขได้ครับ* ปืนพก Dying Night โมเดลตั้งต้น: m-10AF Lexington (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความเร็วในการเติมกระสุนและความเสียหายจากการยิงเข้าหัว 50% ปืนประจำตัวของ V ที่สามารถเก็บได้ทันทีหลังจากที่เล่นฉากแนะนำ Lifepath จบ เมื่อเราตื่นขึ้นมาในห้องพักของ V หลังจากคัตซีน ให้เดินลงบันใดมาทางที่มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ที่จะออกจากตึก แต่ให้แวะร้านขายปืนฝั่งตรงข้ามซะก่อน โดยเราจะสามารถกดรับปืน Dying Night นี้จากพ่อค้าได้ฟรี (กดเหมือนซื้อจากร้านค้าปกติ แต่ราคา 0) หากเราไม่ได้รับปืนก่อนจะทำภารกิจ "การปล้น / The Heist" จะได้รับเป็นของรางวัลจากการผ่านภารกิจแข่งยิงปืนที่ร้านปืนเดียวกันได้ในภายหลัง (ต้องชนะเลิศเท่านั้น) Chaos โมเดลตั้งต้น: JKE-X2 Kenshin (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สุ่มเพิ่มโอกาสติดสถานะ Burn หรือ Poison หรือ Stun ทุกครั้งที่กดเติมกระสุน ปืนประจำตัวของนาย Royce หัวหน้าแก๊ง Maelstrom ที่เราสามารถพบได้ตามภารกิจเนื้อเรื่องนั่นเอง โดยเงื่อนไขในการได้ปืนนี้มาก็เพียงแค่ต้องฆ่า Royce ให้ได้เสียก่อนเท่านั้น ซึ่งจะฆ่าอย่างไรก็แล้วแต่ จะเลือกตัวเลือกบทสนทนาแล้วเป่าหัวมันไปแต่แรกเลยก็ได้ หรือจะรอสู้มันในฐานะบอสทีหลังก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกเข้าข้างฝั่ง Royce (เช่นการแก้ไวรัสบนชิปเงินของ Militech) จะทำให้อดได้ปืนนี้มา Kongou โมเดลตั้งต้น: Liberty (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ทำให้สามารถชิ่งกระสุนได้ไม่ว่าจะใส่ Cyberware อยู่หรือไม่ก็ตาม ปืนประจำตัวของ โยริโนบุ อาราซากะ สามารถเก็บได้จากชั้นวางของข้างเตียงในห้องของเขาระหว่างที่เล่นภารกิจ "การปล้น / The Heist" โดยถ้าพลาดไม่ได้เก็บไปแล้ว ก็จะพลาดไปเลยและไม่สามารถกลับมาเก็บได้อีก Plan B โมเดลตั้งต้น: Liberty (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงออกมาเป็นเงิน Eddies แทนกระสุน และมีสิทธิ์ทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดออก หลังจากที่จบภารกิจ "การปล้น / The Heist" และสามารถเลือกตัวละครได้อีกครั้ง ให้เดินทางไปที่กองขยะที่เราพบกับทาเคมูระอีกครั้ง บริเวณด้านล่างๆ ของเมือง (สามารถ Fast Travel ลงไปที่จุดชื่อ Medeski Fuel Station) เมื่อไปถึงแล้วให้ตามหาศพของ Dexter จนพบ จะสามารถเก็บปืนจากศพของเขาได้ Lizzie โมเดลตั้งต้น: Omaha (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ปืน Tech Pistol ที่สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟ มีสิทธิ์สูงที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะไฟใหม้ และเมื่อชาร์จยิงจะปล่อยกระสุนออกไปมากกว่าปกติหนึ่งนัด คุณสามารถพบปืนนี้ได้ในตอนที่ไปหาตัวละครจูดี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่จบภารกิจ "การปล้น / The Heist" (ไปตามภารกิจเนื้อเรื่องที่ให้ตามหา Evelyn Parker) โดยเมื่อเดินลงไปถึงชั้นใต้ดินของบาร์ Lizzie's ก่อนที่จะเข้าไปถึงห้องของจูดี้ ให้เราลองสำรวจพื้นที่ใกล้ๆ ตีนบันได จะพบปืนกระบอกนี้วางอยู่บนโต๊ะแถวนั้น (หากหาไม่เจอลงกดแสกนเพื่อมองหาได้) Apparition (Corpo เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: JKE-X2 Kenshin (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เมื่อพลังชีวิตเหลือน้อย จะได้รับความเร็วในการยิง / ความเร็วในการเติมกระสุน / ทำความเสียหายเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสียหายจากการชาร์จยิง 2 เท่า ปืนกระบอกนี้จะสามารถหาได้จากภารกิจเสริม War Pigs ซึ่งเป็นภารกิจเฉพาะของ Lifepath Corpo เท่านั้น เราสามารถเก็บปืนนี้ได้จากศพของตัวละคร Frank ระหว่างภารกิจ Genjiroh โมเดลตั้งต้น: HJKE-11 Yukimura (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: บรรจุกระสุนได้มากกว่าปกติ และกระสุนนำวิถีเร็วกว่าปกติ สามารถล๊อคเป้าหมายได้พร้อมกัน 6 เป้าหมายและยิงกระสุนนำวิถีพร้อมกันทีละ 4 นัด สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟฟ้า (มีสิทธิ์ทำให้ติดสถานะ Stun) สามารถเก็บได้ระหว่างทำภารกิจ "Play It Safe" ช่วงท้ายๆ เกม ในบริเวณที่เราต้องต่อสู้กับเหล่าศัตรูสไนเปอร์ โดยจะซ่อนอยู่หลังประตูที่ต้องใช้ค่า Technical Ability สูงจึงจะเปิดได้ La Chingona Dorada โมเดลตั้งต้น: Nue (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: มีช่องใส่ Mod มากกว่าปกติหนึ่งช่อง และเติมกระสุนเร็วกว่าปกติ มีสิทธิ์ทำให้ศัตรูติดสถานะ Burn และ Stun ปืนประจำตัวของ Jackie สามารถเก็บได้ในภารกิจเสริม Heroes โดยปืนจะวางอยู่บนโต๊ะพร้อมของที่ระลึกถึง Jackie ภารกิจนี้จะปลดล๊อคต่อเมื่อเราเลือกตัวเลือกให้รถ เดลาเมน พาศพ Jackie ไปส่งครอบครัวหรือบอกให้รอเราอยู่ข้างนอกเท่านั้น หากเลือกให้รถไปส่งศพที่คลินิคหมอ Viktor จะไม่สามารถรับปืนนี้ได้ Malorian Arms 3516 โมเดลตั้งต้น: ไม่มี (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: มีช่อง Mod สี่ช่อง เปลี่ยนท่าโจมตีระยะประชิดให้กลายเป็นการปล่อยไฟออกมาด้านหน้าแทนการฟาดด้วยด้ามปืนตามปกติ และยังสามารถยิงทะลุกำแพงราวกับเป็นปืน Tech Pistol ได้ด้วย (จริงๆ ปืนเป็น Power Pistol) ผู้เล่นทุกคนน่าจะเคยได้ลิ้มลองความโหดของปืนประจำตัวของ Johnny Silverhand กระบอกนี้มาแล้วตามเนื้อเรื่อง เราสามารถได้รับปืนนี้มาใช้ได้จริงๆ ในภารกิจเสริม Chippin' In ที่จะปลดล๊อคหลังจากที่ทำภารกิจเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแก๊ง Voodoo Boys ไปแล้ว โดยเราจะต้องยอมให้ Johnny เข้าครอบงำร่างชั่วขณะในระหว่างที่ทำภารกิจนี้ และเมื่อทำภารกิจไปเรื่อยๆ จะมีโอกาสให้เราเก็บปืนนี้มาใช้เอง (ภารกิจนี้ยังมีสิทธิ์มอบรถประจำตัวของ Johnny ให้เราได้ด้วย) Skippy โมเดลตั้งต้น: HJKE-11 Yukimura (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: จะเพื่มความสามารถขึ้นเรื่อยๆ ตามผู้เล่น และจะพูดคุยกับผู้เล่นตลอดเวลา สำหรับเจ้าปืนช่างจ้อกระบอกนี้ สามารถเก็บได้จากภารกิจของมันเองที่รับได้จากบริเวณ College Street ในเขต Heywood, Vista Del Rey โดยแค่ทำเควสจบก็จะได้มาใช้แล้ว ปืนลูกโม่ Archangel โมเดลตั้งต้น: Overture (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ลดแรงถีบลงกว่าปกติ สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟฟ้า มีสิทธิ์ทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun ปืนประจำตัวของ Kerry Eurodyne อดีตเพื่อนร่วมวงของ Johnny Silverhand นั่นเอง โดยเราจะสามารถได้รับปืนลูกโม่กระบอกนี้มาเมื่อเล่นเควสเสริมทั้งหมดของ Kerry จบ (เควสแรกชื่อ Holdin' On) Comrade's Hammer (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: RT-46 Burya (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายธาตุไฟสูงกว่าปกติมากๆ แต่จะเติมกระสุนช้ากว่าปกติเช่นกัน ต้องเก็บมาในรูปแบบ Crafting Spec จากศัตรูที่พบในกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Arroyo ทางฝั่งตะวันออกของ Red Dirt Bar Crash โมเดลตั้งต้น: Overture (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สามารถลั่นไกค้างเพื่อยิงรัวแบบ Full Auto ได้ ปืนประจำตัวของตัวละคร River ที่ได้รับจากการทำเส้นภารกิจเสริมของเขาจบทั้งหมด Doom Doom โมเดลตั้งต้น: DR5 Nova (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนทีละ 4 นัดต่อการเหนี่ยวไกหนึ่งครั้ง ปืนจะยิงแรงและเร็วกว่าปกติ แลกกับการถีบของปืนและการกระจายตัวของกระสุนที่เพิ่มขึ้น ปืนประจำตัวของตัวละคร Dum Dum (ลิ่วล้อ Maelstrom คนที่ทักทายเราคนแรกในเควส) โดยการจะได้มานั้น จะต้องทำให้ Dum Dum รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในเควสช่วงต้นเกม (คือต้องไว้ชีวิต Royce และพลาดปืน Chaos) เพื่อปลดล๊อคเควสเสริม Second Conflict ซึ่งเราจะสามารถฆ่าเขาและเอาปืนนี้มาได้ในเควสนี้ ปืน Sub Machine Gun Buzzsaw (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: DS1 Pulsar (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนจะสามารถทะลุตัวศัตรูและที่กำบังบางชนิดได้ สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Northside ทางเหนือของถนน Pershing Street Fenrir โมเดลตั้งต้น: M221 Saratoga (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟ พร้อมมีสิทธิ์มทำให้ศัตรูติด Burn ปืนจะมีการกระจายตัวของกระสุนน้อยลง และกระสุนจะมีโอกาสตัดแขนขาศัตรูมากขึ้น แลกกับการถีบแรงขึ้นด้วย เก็บได้ใกล้ๆ หลวงพระที่เจอในภารกิจเสริม Losing My Religion ในเขต Northside Problem Solver โมเดลตั้งต้น: M221 Saratoga (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความจุกระสุนและอัตราการยิงมากกว่าปกติ เก็บได้จากศัตรูที่พบในช่วงที่บุกถล่มฐานศัตรูในภารกิจเสริม Riders On the Storm โดยจะเป็นศัตรูตัวใหญ่ๆ ที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าอยู่ Prototype Shingen: Mark V โมเดลตั้งต้น: TKI-20 Shingen (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนระเบิดนำวิถี สามารถล๊อคเป้าศัตรูได้พร้อมกัน 3 ตัว พบได้ในโกดังเก็บของในภารกิจเนื้อเรื่อง Gimme Danger (สามารถกลับไปเก็บทีหลังได้) ปืนจะอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่ท้ายรถกระบะคันหนึ่ง โดยตู้ดังกล่าวจะเปิดอยู่ แต่จะมีกับดักวางเอาไว้ด้านในด้วยเช่นกัน ตอนจะเก็บต้องระวังให้ดี Yinglong (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: G-58 Dian (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนแต่ละนัดจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเป็นธาตุไฟฟ้า (ไม่ได้เปลี่ยนธาตุไปเลย) และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะสร้างระเบิด EMP ใส่ศัตรูที่โดนยิง สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต The Glen แถวๆ ส่วนตัดถนน Ventura และ Skyline ปืน Assault Rifle Divided We Stand โมเดลตั้งต้น: D5 Sidewinder (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สามารถล๊อคเป้าศัตรูได้พร้อมกันทีละ 5 ตัว สร้างความเสียหายธาตุเคมีพร้อมโอกาสทำให้ติดสถานะ Poison สามารถได้ปืนนี้มาจากภารกิจเสริม Stadium Love โดยเราต้องคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งยิงปืนระหว่างภารกิจ หรือจะเล่นสายโหดแล้วฆ่าทุกคนในงานเพื่อเอาปืนมาก็ได้ Moron Labe (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: M251s Ajax (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มอัตราการยิงและโอกาสที่กระสุนจะตัดแขนขาศัตรู สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต West Wind Estate Psalm 11:6 (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: D5 Copperhead (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟ มีโอกาสทำให้ศัตรูติดสถานะ Burn สูง สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Northside Widow Maker โมเดลตั้งต้น: M-179 Achilles (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนเพิ่มขึ้น 2 นัดทุกครั้งที่ลั่นไก สร้างความเสียหายธาตุเคมีพร้อมโอกาสติดสถานะ Poison และเพิ่มความเสียหายจากการชาร์จยิง ปืนประจำตัวของตัวละคร Nash ซึ่งเป็นศัตรูที่พบได้ในภารกิจเนื้อเรื่อง Ghost Town แค่ฆ่ามันให้ตายแล้วก็เก็บมา จบ! ปืนลูกซอง Mox โมเดลตั้งต้น: Carnage (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ลดการกระจายตัวของกระสุนเมื่อกดเล็ง แต่ลดความเร็วในการเติมกระสุนลงด้วย ได้จากจูดี้ทันทีหากเราจีบเธอสำเร็จ หรือเมื่อเล่นภารกิจเสริมของเธอจบทั้งหมด Sovereign (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: DB-4 Igla (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ลดการกระจายตัวของกระสุนแลกกับการเติมกระสุนช้าลง ยิงกระสุนทีละสองนัด สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Japantown The Headsman (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: M2038 Tactician (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มจำนวนเม็ด Projectile ที่ปล่อยออกมาเป็นสองเท่าของปกติและเติมกระสุนเร็วขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสทำให้ติดสถานะเลือดออกและโอกาสตัดแขนขาศัตรู แต่มีการกระจายตัวของกระสุนเพิ่มขึ้น ยิงช้าลง และความจุกระสุนน้อยลง สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Northoak   ปืนสไนเปอร์ Breakthrough (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: Nekomata (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนของปืนนี้สามารถชิ่งกำแพงได้เหมือนปืน Power (แต่ยังยิงทะลุกำแพงแบบปืน Tech อยู่นะ) สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Rancho Coronado O'Five โมเดลตั้งต้น: SPT32 Grad (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนหัวระเบิดแบบเฉพาะ ในภารกิจ Beat the Brat: Arroyo เราจะมีสิทธิ์เลือกปืนนี้เป็นของเดิมพันจากคู่ต่อสู้ Overwatch โมเดลตั้งต้น: SPT32 Grad (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: มีที่เก็บเสียงเฉพาะตัว (ถอดไม่ได้) และมีความเร็วในการเติมกระสุนเพิ่มขึ้น ได้เป็นของรางวัลจากการช่วยชีวิต Saul ในภารกิจ Riders on the Storm ตามเส้นเรื่องของ Panam ดาบคาตะนะ Satori โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ลดความเสียหายปกติ แต่เพิ่มโอกาสติดคริติคอลอย่างมาก และเพิ่มความเสียหายจากการติดคริติคอลขึ้น 500% เช่นเดียวกับปืน Kongou ดาบ Satori จะสามารถเก็บได้ระหว่างที่เล่นภารกิจ "การปล้น / The Heist" เท่านั้น และจะไม่สามารถกลับมาเก็บได้อีกหากพลาดไปแล้ว โดยหลังจากที่ตัวละคร T-Bug สั่งให้ผู้เล่นหนีออกจากห้องทางหน้าต่าง แทนที่จะวิ่งออกไปตามทางที่เกมนำ ให้เรามองหาบันไดในห้องแล้วเดินตามขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า จะพบกับรถบินได้ของ ซาบุโร่ อาราซากะ ซึ่งภายในจะมีดาบ Satori วางอยู่ด้วย Cocktail Stick โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ สามารถเก็บได้ในบริเวณห้องแต่งตัวของเหล่าโสเภณีที่ Clouds ระหว่างที่เล่นภารกิจเนื้อเรื่อง Automatic Love Jinchu-maru โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: เมื่ออยู่ใต้ผลของ Cyberware Kerenzikov จะเพิ่มโอกาสคริติคอลเป็น 100% เพิ่มความเสียหายเป็นสองเท่าให้กับการโจมตีครั้งสุดท้ายในคอมโบดาบ และทำความเสียหายเป็นสองเท่าในกรณีที่ศัตรูมีพลังชีวิตมากกว่าเราเท่าตัว ได้มาจากบอส Oda ที่ต้องต่อสู้ด้วยในภารกิจเนื้อเรื่อง Play It Safe Scalpel โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุไฟฟ้า เมื่ออยู่ใต้ผลของ Cyberware Sandevistan จะทำให้ได้รับโอกาสคริติคอลเพิ่ม และทำให้การโจมตีมีโอกาสสูงที่จะมอบสถานะ Bleeding ใส่ศัตรู ได้มาเป็นรางวัลจากภารกิจเสริม Big in Japan ที่รับได้จาก NPC ที่ใส่แว่นและสูทสีเหลืองๆ ในผับ Afterlife (ใกล้ๆ กับเวิ้งที่ Rogue นั่งอยู่) Tsumetogi โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุไฟฟ้า และทำให้ศัตรูมีโอกาสติดสถานะ Shock และเพิ่มแรงต้านทานธาตุไฟฟ้าด้วย ภายในภารกิจ Pisces ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเสริมของจูดี้ ในห้องที่เจอกับเหล่าหัวหน้าแก๊ง Tyger Claws โดยจะวางอยู่บนโต๊ะไม่งั้นก็เสียบคาเอาไว้ในศพใดซักศพหนึ่งในนั้น อาวุธระยะประชิดอื่นๆ Cottonmouth โมเดลตั้งต้น: กระบอง คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายธาตุเคมีและไฟฟ้า พร้อมกับมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ติดสถานะ Poison เก็บได้จากห้องส่วนตัวของหมอ Ripperdoc ที่ชื่อว่า Fingers ที่เราพบได้ในภารกิจเนื้อเรื่อง The Space in Between (หรือจะมาเก็บทีหลังก็ได้) Gold-Plated Baseball Bat โมเดลตั้งต้น: ไม้เบสบอล คุณสมบัติพิเศษ: มีโอกาสสูงที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดออก และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ติดสถานะ Stun เก็บได้ในระหว่างภารกิจเสริม Second Conflict โดยจะอยู่ในบ่อซีเมนต์ Sir John Phallustiff โมเดลตั้งต้น: กระบอง (ดิลโด้?) คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ ได้มาจากภารกิจเสริม Venus in Furs โดยเราจะต้องเลือกใช้ชิปของ Militech ที่ได้จาก Meredith Stout จ่ายเงินให้ Royce โดยไม่ได้เตือนว่าชิปมีไวรัส หลังจากนั้นซักพัก Meredith Stout จะติดต่อมาชวนเราไปนัดยิ้มในโรงแรม และเมื่อเสร็จกิจกันแล้วจะสามารถเก็บอาวุธนี้ได้จากบนเตียง Stinger โมเดลตั้งต้น: มีดสั้น คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายธาตุเคมีเพิ่มเติม (ไม่ได้เปลี่ยนธาตุไปเลย) และมีโอกาสมอบสถานะ Poison ให้ศัตรู เป็นของรางวัลจากภารกิจเสริม I'll Fly Away ซึ่งจะเปิดให้ทำได้หลังจากที่เสร็จภารกิจ Riders on the Storm ในเส้นเรื่องของ Panam Tinker Bell โมเดลตั้งต้น: กระบอง คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นต่ำ แต่มีโอกาสสูงที่จะน๊อคศัตรูในการโจมตีครั้งเดียวด้วยท่าโจมตีหนัก หาได้จากภารกิจ The Hunt ในเส้นเรื่องของ River โดยจะวางอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งในฟาร์ม Edgewood ระเบิดพก Ozob's Nose โมเดลตั้งต้น: ระเบิดพก คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ ได้รับเป็นของรางวัลสำหรับภารกิจเสริม Send in the Clowns โดยเราจะสามารถคราฟต์ระเบิดนี้ได้หลายลูกเหมือนระเบิดปกติ *****สปอย***** นอกจากอาวุธที่กล่าวมา ยังมีอาวุธอีกหลายชิ้นที่มีเงื่อนไขผูกพันธ์กับตอนจบที่ผู้เล่นเลือกด้วย ดังนี้: Pride โมเดลตั้งต้น: Liberty (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มโอกาสติดคริติคอลและความเสียหายจากการยิงหัว มีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun ได้มาจากเควสเนื้อเรื่องช่วงสุดท้าย หลังจากที่เลือกเข้าร่วมกับพวกของ Rogue เท่านั้น โดยสามารถพบได้ใกล้ๆ กับจุดที่เจอ Adam Smasher Amnesty โมเดลตั้งต้น: Overture (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงแรงและใช้ง่ายกว่าปกติ ปืนที่เก็บได้ในฉากจบของ Panam เมื่อเลือกเข้าร่วมกับเธอและกลุ่ม Aldecaldos Prejudice โมเดลตั้งต้น: HJSH-18 Masamune (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนสามารถทะลุร่างกายศัตรูได้ เก็บได้จากด้านหลังบาร์ Afterlife เมื่อเลือกเข้าร่วมกับพวก Rogue ในช่วงท้ายของเรื่องในภารกิจเนื้อเรื่อง To Whom the Bell Tolls (เก็บไว้ใช้หลังจบเกมไม่ได้) Ba Xing Chong (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: L-69 Zhuo (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนระเบิดแทนกระสุนปกติ เก็บสูตรการคราฟต์ได้จากกรุของ Adam Smasher บนยาน Ebunike โดยต้องเก็บกุญแจ Access Token จากศพของ Adam Smasher เสียก่อน The Caretaker's CyberSpade โมเดลตั้งต้น: ค้อนสองมือ คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ ในระหว่างที่เล่นภารกิจหลัก Knockin' On Heaven's Door จะสามารถพบอาวุธนี้วางพิงต้นไม้อยู่ใกล้ๆ โต๊ะประชุมตัวหนึ่งในฉาก โดยจะต้องเลือกตอนจบของ Rogue เท่านั้น Credit: Gamespot Eurogamer RPGSite
15 Dec 2020
Cyberpunk 2077: สรุปรายละเอียดสกิลทั้ง 3 สายของสเตตัส "ร่างกาย"
Cyberpunk 2077 วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ซึ่งในเกมนี้สเตตัสที่เราสามารถเลือกอัพให้กับ V ได้แบ่งออกเป็น 5 สายด้วยกัน และในแต่ละสายจะมี Perk อีกหลายสายให้เราได้เลือกอัพ มันจึงทำให้การอัพสกิล หรือ Perk ในเกมนี้สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบมาก เพื่อให้เพื่อนๆ ทุกคนแน่ใจว่าตัวเองจะอัพสกิลให้สมกับสไตล์ที่ตัวเองชอบเล่นได้จริงๆ วันนี้พวกเราจึงได้ทำข้อมูลสรุปสกิลที่สามารถอัพได้ในแต่ละสายมาครับ เนื่องจาก Perk ที่สามารถอัพได้ในเกมนี้มีเยอะมากๆ มันจึงเป็นไปได้ไม่ได้ที่จะใส่ข้อมูลสกิลทั้งหมดในบทความเดียวกัน โดยในบทความนี้เราจะโฟกัสไปที่ Perk และสกิลทั้ง 3 สาย ของสเตตัส "ร่างกาย" ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วสกิลในสายนี้จะเกี่ยวกับการต่อสู้ ด้วยอาวุธประชิด และอาวุธปืนที่มีอำนาจทำลายสูง กับอาวุธที่สามารถยิงได้อย่างรวดเร็วครับ **ป.ล** ข้อมูลสกิลทั้งหมดที่อยู่ในบทความนี้ จะเป็นข้อมูลเลเวล 1 ของสกิลแต่ละอัน โดยบางสกิลจะสามารถอัพได้สูงสุดถึง 3 ขั้นครับ **ป.ล อีกรอบ** การใช้สกิลของ Perk แต่ละสายจะเพิ่มเลเวล "ความก้าวหน้าทักษะ" ของ Perk แต่ละสายด้วย ซึ่งมันจะทำให้เราได้รับ แต้มสำหรับอัพ Perk หรือความสามารถเพิ่มเติมอื่นๆ เช่นกัน โดยรายละเอียดจะอยู่ด้านล่างข้อมูลสกิลของ Perk แต่ละสายครับ ทักษะร่างกาย ในสกิลสายนี้ส่วนใหใหญ่จะเกี่ยวข้องกับหลอดเลือด กับหลอดสเตมินา รวมไปจนถึงการเพิ่มความเร็วในการฟื้นฟืเลือด กับสเตมินา สกิลบางอันในสายนี้จะปลดล็อคความสามารถในการยิงขณะเคลื่อนที่ รวมถึงการแบกร่างของ NPC ด้วยครับ รักษาตัว (ติดตัว) : พลังชีวิตค่อยๆ ฟื้นฟูอย่างช้าๆ ขณะต่อสู้ ลูกหาบ (ติดตัว) : เพิ่มความสามารถในการถือของ 60 แกลดิเอเตอร์ (ติดตัว) : ลดสเตมินาที่ใช้ในการบล็อคการโจมตีระยะประชิดลง 20% ( ต้องการร่างกาย 9 ในการปลดล็อค) คาร์ดิโอฟื้นฟู (ติดตัว) : พลังชีวิตฟื้นฟูเร็วขึ้น 25% เมื่อเคลื่อนที่ ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) ดั่งภูผา (ติดตัว) : ไม่ล้มจากการโจมตีของศัตรู ( ต้องการร่างกาย 20 ในการปลดล็อค) กายาเหล็ก (ติดตัว) : เพิ่มเกราะ 10% ( ต้องการร่างกาย 18 ในการปลดล็อค) สู้ไปด้วยกัน (ติดตัว) : เพิ่มดาเมจที่ทำได้เมื่อแบกร่างอยู่ ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) เหล็กและโครม (ติดตัว) : เพิ่มพลังโจมตีระยะใกล้ 10% ( ต้องการร่างกาย 9 ในการปลดล็อค) สมาธิสูง (ติดตัว) : สามารถรีโหลดขณะวิ่ง สไลด์ หรือข้ามสิ่งกีดขวางได้ ( ต้องการร่างกาย 11 ในการปลดล็อค) โล่มนุษย์ (ติดตัว) : เพิ่มเกราะ 20% เมื่อล็อคตัวศัตรู ( ต้องการร่างกาย 14 ในการปลดล็อค) โค่นไม่ลง (ติดตัว) : ลดดาเมจที่ได้รับทั้งหมด 10% ( ต้องการร่างกาย 20 ในการปลดล็อค) คนอึดตายยาก (ติดตัว) : เพิ่มพลังชีวิตสูงสุด 10% ( ต้องการร่างกาย 5 ในการปลดล็อค) ความนุ่มที่เท้าคุณ (ติดตัว) : ลดความเสียหายเมื่อตกจากที่สูง 5% ( ต้องการร่างกาย 7 ในการปลดล็อค) ทนทายาด (ติดตัว) : เพิ่มสเตมิน่าสูงสุด 10% ( ต้องการร่างกาย 5 ในการปลดล็อค) ฟื้นพลัง (ติดตัว) : พลังชีวิตจะฟื้นฟูสูงสุด 70% ของพลังชีวิตสูงสุด เมื่อไม่ได้ต่อสู้ ( ต้องการร่างกาย 7 ในการปลดล็อค) รวดเร็วเหมือนผีเสื้อ (ติดตัว) : การหลบหลีกจะไม่ใช้สเตมินา ( ต้องการร่างกาย 11 ในการปลดล็อค) มนุษย์มัลติทาสก์ (ติดตัว) : สามารถยิงขณะวิ่ง สไลด์ หรือข้ามสิ่งกีดขวางได้ ( ต้องการร่างกาย 11 ในการปลดล็อค) ยอกนักแบก (ติดตัว) : ทำให้สามารถใช้ปืนพกได้ในขณะที่วิ่งแบกร่างได้ ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) กระหายสงคราม (ติดตัว) : เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตระหว่างต่อสู้ 15% ( ต้องการร่างกาย 16 ในการปลดล็อค) นักวิ่งมาราธอน  (ติดตัว) : การวิ่งจะไม่ใช้สเตมินา ( ต้องการร่างกาย 14 ในการปลดล็อค) วูล์ฟเวอรีน (ติดตัว) : งานการฟื้นฟูพลังชีวิตทำงานเร็วขึ้น 50% ระหว่างการต่อสู้ ( ต้องการร่างกาย 16 ในการปลดล็อค) ทนถึกบึกบึน : เมื่อเข้าสู่การต่อสู้ เกราะ และความต้านทานจะเพิ่มขึ้น 10% เป็นเวลา 10 วินาที, +1% ต่อแต้มทักษะแฝง (ปลดล็อคเมื่อความก้าวหน้าทักษะร่างกายถึง 20 แต้ม) ความก้าวหน้าทักษะ 2 เพิ่มความสามารถในการถือของ 20 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 เพิ่มแม็คสเตมินา 5% 5 เพิ่มอัตราการฟื้นฟูสเตมินา 10% 6 เพิ่มความสามารถในการถือของ 40 7 แต้มทักษะเสริม +1 8 แต้มทักษะเสริม +1 9 เพิ่มแม็คเลือด 5% 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 แต้มทักษะเสริม +1 12 เพิ่มแม็คเลือด 5% 13 เพิ่มความสามารถในการถือของ 100 14 เพิ่มเกราะอีก 3% 15 เพิ่มอัตราการฟื้นฟูเลือดนอกการต่อสู้ 10% 16 แต้มทักษะเสริม +1 17 เพิ่มแม็คเลือด 5% 18 เพิ่มเกราะอีก 3% 19 แต้มทักษะเสริม +1 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ ทำลายล้าง สกิลในสายนี้จะเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับปืนลูกซอง กับปืนกลเบา โดยปืนกลหนักจะได้รับความสามารถเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากความก้าวหน้าทางทักษะครับ เอาอีก ดังๆ (ติดตัว) : ลดแรงดีดของปืนลูกซอง และปืนกลเบา 10% ( ต้องการร่างกาย 5 ในการปลดล็อค) โมเมนตัมชิฟต์ (ทริกเกอร์) : เมื่อฆ่าศัตรูได้ จะเพิ่มความเร็วรีโหลด 10% เป็นเวลา 10 วินาที ( ต้องการร่างกาย 11 ในการปลดล็อค) ความไวเป็นของปีศาจ (ติดตัว) : ยิ่งเราสร้างความเสียหายได้มาก เราก็จะยิ่งเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ( ต้องการร่างกาย 16 ในการปลดล็อค) คลั่งไคล้ (ทริกเกอร์) : เมื่อเริ่มต่อสู้ ความเร็วในการเคลื่อนที่จะเพิ่มขึ้น 20% เป็นเวลา 10 วินาที ( ต้องการร่างกาย 14 ในการปลดล็อค) พังพอน (ติดตัว) : เพิ่มการหลบหลีก 25% ขณะรีโหลด ( ต้องการร่างกาย 9 ในการปลดล็อค) ห่ากระสุน (ติดตัว) : ปืนกลเบา กับปืนลูกซอง สร้างความเสียหายเพิ่ม 3% หิวเลือด (ติดตัว) : เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ระหว่างต่อสู้ 5% หากถือปืนกลเบา หรือปืนลูกซอง ( ต้องการร่างกาย 7 ในการปลดล็อค) นักยิงเป้า (ติดตัว) : สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 15% กับศัตรูที่เคลื่อนไหวอยู่ ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) ยิงซ้ำ (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายกับศัตรูที่เสียหลัก หรือล้มลงอีก 10% ( ต้องการร่างกาย 18 ในการปลดล็อค) เบิร์น เบบี้ เบิร์น (ติดตัว) : เพิ่มระยะเวลาการเผาไหม้สองเท่า ( ต้องการร่างกาย 16 ในการปลดล็อค) สังหารหมู่ (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายคริติคอลของปืนลูกซอง และปืนกลเบา 15% ( ต้องการร่างกาย 11 ในการปลดล็อค) เข้าเต็มหน้า (ติดตัว) : ลดเวลารีโหลดของปืนลูกซอง และปืนกลเบา 20% ( ต้องการร่างกาย 5 ในการปลดล็อค) บูลโดเซอร์ (ติดตัว) : เพิ่มโอกาสคริติคอลด้วยปืนลูกซอง และปืนกลเบา 10% ( ต้องการร่างกาย 9 ในการปลดล็อค) หยุดไม่อยู่ (ทริกเกอร์) : การแยกชิ้นส่วนศัตรูจะเพิ่มอัตราการยิง 10% เป็นเวลา 8 วินาที ทับซ้อนสูงสุด 3 ครั้ง ( ต้องการร่างกาย 14 ในการปลดล็อค) นักกีฬาอาชีพ (ติดตัว) : กระสุนจะไม่กระจายหาก ยิงในขณะเคลื่อนที่ ( ต้องการร่างกาย 20 ในการปลดล็อค) เด็ดปีก (ติดตัว) : ปืนลูกซองมีโอกาสจะแยกชิ้นส่วนศัตรูสูงขึ้น 25% ( ต้องการร่างกาย 18 ในการปลดล็อค) กระสุนหนัก (ติดตัว) : ปืนลูกซอง และปืนกลเบาจะทำให้ศัตรูกระเด็นถอยหลังแรงยิงขึ้น ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) เต็มกลางตัว (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายกับลำตัว 10% ( ต้องการร่างกาย 7 ในการปลดล็อค) นองเลือด : เมื่อแยกชิ้นส่วนศัตรูจะลดแรงถีบอาวุธ 50% เป็นเวลา 6 วินาที, +1% ต่อแต้มทักษะแฝง (ปลดล็อคเมื่อความก้าวหน้าทักษะทำลายล้างถึง 20 แต้ม) ความก้าวหน้าทักษะ 2 ลดเวลาในการเล็งผ่านศูนย์ ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 20% 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 ลดแรงดีด ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 10% 5 ลดการกระจายของกระสุน ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 25% 6 แต้มทักษะเสริม +1 7 เพิ่มโอกาสติดคริติคอล 5% เมื่อใช่ ปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 8 ลดแรงดีด ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 10% 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มความเสียหายคริติคอล 20% เมื่อใช่ ปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 12 แต้มทักษะเสริม +1 13 ลดแรงดีด ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 10% 14 ลดแรงดีด ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 15% 15 แต้มทักษะเสริม +1 16 ลดการกระจายของกระสุน ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 25% 17 ลดการกระจายของกระสุน ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 10% 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 ลดแรงดีด ของปืนลูกซอง ปืนกลเบา และปืนกลหนัก 15% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ นักสู้ข้างถนน สกิลในสายนี้จะเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอาวุธไม่มีคม (ซึ่งรวมหมัดเปล่า กับ กอริลลาอาร์มส์ ด้วย) โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการทำให้อีกฝ่ายติด Stun ไม่ก็การ Block ฉีกทิ้ง (ติดตัว) : การโจมตีหนักด้วยอาวุธไม่มีคม จะลดเกราะอีกฝ่าย 30% เป็นเวลา 10 วินาที ( ต้องการร่างกาย 15 ในการปลดล็อค) โจมตีถูกจังหวะ (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายด้วยอาวุธไม่มีคม ต่อศัตรูที่มึนงง 50% ( ต้องการร่างกาย 8 ในการปลดล็อค) บดขยี้ (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายหนักด้วยอาวุธไม่มีคมอีก 30% เร่งรีบ (ติดตัว) : การโจมตีด้วยอาวุธไม่มีคมจะฟื้นฟีพลังชีวิตร 3% เป็นเวลา 2 วินาที ( ต้องการร่างกาย 6 ในการปลดล็อค) พื้นที่หายใจ (ติดตัว) : เพิ่มการพื้นฟูสเตมินาขณะบล็อคการโจมตีด้วยอาวุธไม่มีคมลง 50% ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) ไม่หวั่นกลัว (ใช้งานอยู่) : การโจมตีศัตรูมึนงงด้วยอาวุธไม่มีคมจะฟื้นพลังชีวิต 5% และสเตมินา 5% ( ต้องการร่างกาย 18 ในการปลดล็อค) ขอคืน (ทริกเกอร์) : การปราบศัตรูด้วยการโจมตีหนักด้วยอาวุธไม่มีคมจะฟื้นสเตมินา 10% ( ต้องการร่างกาย 10 ในการปลดล็อค) มึนตื้อ (ติดตัว) : การโจมตีทุกแบบด้วยอาวุธไม่มีคม มีโอกาส 15% ที่จะทำให้อีกฝ่ายมึนงง รัวๆ (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายการโจมตีคอมโบด้วยอาวุธไม่มีคมอีก 30% ป้อมปราการมนุษย์ (ติดตัว) : ลดสเตมิน่าที่ต้องใช้ในการบล็อคการโจมตีลง 50% ขณะถืออาวุธไม่มีคม ( ต้องการร่างกาย 8 ในการปลดล็อค) ระห่ำ (ติดตัว) : เมื่อปราบศัตรูได้ ความเสียหายด้วยอาวุธไม่มีคมจะเพิ่มขึ้น 100% เป็นเวลา 10 วินาที ( ต้องการร่างกาย 15 ในการปลดล็อค) จังหวะวัดใจ (ทริกเกอร์) : การบล็อคการโจมตีด้วยอาวุธไม่มีคมจะฟื้นฟูเลือด 5% ( ต้องการร่างกาย 18 ในการปลดล็อค) เอาคืน (ติดตัว) : เพิ่มความเสียหายอาวุธไม่มีคม 1% ทุก 1% ของพลังชีวิตที่หายไป ( ต้องการร่างกาย 10 ในการปลดล็อค) จังเกอร์นอต (ติดตัว) : เพิ่มเกราะ 15% ในขณะที่บล็อคการโจมตีด้วยอาวุธไม่มีคม ขอเน้นๆ (ติดตัว) : ลดสเตมินาที่ใช้สำหรับการโจมตีทุกอย่างด้วยอาวุธไม่มีคม 25% ( ต้องการร่างกาย 6 ในการปลดล็อค) ไม่ออมมือ (ทริกเกอร์) : การโจมตีศัตรูที่มึนงงด้วยอาวุธไม่มีคมจะฟื้นสเตมินา 20% ( ต้องการร่างกาย 12 ในการปลดล็อค) สายซุ่ม : เพิ่มความเสียหายคริติคอล 60% เป็นเวลา 10 วินาที หลังเริ่มการต่อสู้, +2% ต่อแต้มทักษะแฝง ( ทักษะแฝงจะปลดล็อคเมื่อค่า นักสู้ข้างถนนถึง 20 แต้ม) ความก้าวหน้าทักษะ 2 ลดความเสียหายที่ได้รับอีก 10% เมื่อป้องกันด้วยหมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 3 แต้มทักษะเสริม +1 4 เพิ่มความเร็วในการโจมตี 5% เมื่อใช้หมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 5 เพิ่ม ลดค่าใช้จ่ายสเตมิน่าในขณะโจมตีขึ้น 10% เมื่อใช้หมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 6 แต้มทักษะเสริม +1 7 เพิ่มความเสียหายคริติคอล ขึ้น 10% เมื่อใช้หมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 8 เพิ่มความเสียหายที่ทำได้ต่อวินาที ขึ้น 2% เมื่อใช้หมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 9 แต้มทักษะเสริม +1 10 แต้มทักษะเสริม +1 11 เพิ่มโอกาสคริติคัล ขึ้น 5% เมื่อ เมื่อใช้หมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 12 แต้มทักษะเสริม +1 13 ลดความเสียหายที่ได้รับอีก 10% เมื่อป้องกันด้วยหมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 14 เพิ่มความเร็วในการโจมตี 10% เมื่อใช้หมัด อาวุธไม่มีคม หรือกอริลลาอาร์มส์ 15 แต้มทักษะเสริม +1 16 เพิ่มแม็คสเตมิน่า 5% 17 เพิ่มแม็คเลือก 5% 18 แต้มทักษะเสริม +1 19 เพิ่มแม็คสเตมิน่า 5% 20 ปลดล็อค Perk สุดท้ายของสายนี้ นี้คือข้อมูลสกิลทั้งหมดของ Perk ทั้ง 3 สายของสเตตัส "รางกาย" ครับ โดยหลังจากนี้จะมีรายละเอียดของสกิล รวมไปจนถึงความก้าวหน้าทางทักษะของสกิลทุกสายในเกมนี้ออกตามมาด้วย แล้วรออ่านรายละเอียดของสกิลสายต่างๆ ได้เลยหลังจากนี้ครับ
14 Dec 2020
Cyberpunk 2077 สอนวิธีแก้ HXD เพื่อดัน FPS อีก 10-20% (สำหรับซีพียู AMD)
สืบเนื่องจากวันนี้มีข่าวที่บอกว่า "Cyberpunk 2077 มีโค้ดปิดการทำงานบางส่วนของซีพียู AMD ทำให้ได้ FPS น้อย" ออกมา ซึ่งเชื่อว่าเกมเมอร์บน PC หลายคนที่ใช้ซีพียูของ AMD คงคิดว่ากำลังจะกลับไปแก้ไข HXD เพื่อดัน FPS ของเกมขึ้นกันอยู่ โดยหลายคนอาจไม่มีความเข้าใจในโค้ด HXD นี้ ทางเราจึงได้ทำบทความเพื่อนสอนวิธีการแก้ไข ชุดตัวเลขดังกล่าวมาให้ครับ ก่อนจะไปเริ่มดูวิธีกันตัวผมเองขอยืนยันว่า วิธีการดังกล่าวช่วยเพิ่ม FPS ของเกมได้จริง และไม่ได้ส่งผลเสียอะไรต่อการเล่น เท่าที่ผมได้ทดลองนำวิธีดังกล่าวไปใช้กับเครื่อง Ryzen 5 3600 + RTX 3070 ปรากฎว่าสามารถเพิ่ม FPS ได้อีก 15 - 20 หน่วยเลยทีเดียวครับ ** ป.ล จำเป็นต้องมีโปรแกรม Hex Editor ซึ่งถ้าใครยังไม่มี สามารถโหลดได้ฟรีผ่านลิงก์นี้ครับ ** หลังจากโหลดโปรแกรม XHD มาแล้วให้เพื่อนๆ ทำการติดตั้งไว้ที่ไหนของเครื่องก็ได้ หลังจากติดตั้งเสร็จแล้วให้ทำการเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะพบกับหน้าต่างเหมือนรูปภาพข้างล่างนี้ หลังจากนั้นให้ไปที่ File, Open ตามภาพที่ 2 และไปเลือกเปิด "Cyberpunk2077.exe" ขึ้นมา ซึ่งตำแหน่งของไฟล์จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าลงเกมไว้ที่ไหนครับ ถ้าหากเปิดขึ้นมาอย่างถูกต้องแล้วจะพบกับหน้าชุดตัวเลขแบบภาพข้างล่างนี้ ให้กด Ctrl + F ขึ้นมาให้เลือกหัวข้อ Hex-Values ด้านบน และใส่ 75 30 33 C9 B8 01 00 00 00 0F A2 8B C8 C1 F9 08 ลงไป แล้วกด OK ครับ ถ้าหากทำทุกอย่างถูกต้อง โปรแกรมควรจะไปไฮไลท์ตัวเลขชุดดังกล่าวให้ตามภาพ หลังจากนั้นให้ก๊อป EB 30 33 C9 B8 01 00 00 00 0F A2 8B C8 C1 F9 08 ไปวางแทนที่เลขชุดดังกล่าว (ก่อนเปลี่ยนชุดตัวเลข) (หลังเปลี่ยนชุดตัวเลข) หลังจากแก้ไขเสร็จแล้วให้กด Save ตามภาพด้านล่างนี้ก็ถือเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีครับ ขึ้นตอนทั้งหมดที่ผมกล่าวมาดีไม่ใช่การ OC ซีพียู หรือการทำให้ Hardware ทำงานเกินประสิทธิภาพ แต่ดูเหมือนผู้พัฒนาจะเขียนโค้ดบางส่วนมาให้ซีพียูของ AMD ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยยืนยันอีกครั้งว่าตัวผมเองได้ลองทำตามวิธีนี้ และพบว่า FPS ภายในเกมดีกว่าก่อนที่จะทำเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่พบกับปัญหา FPS อยู่ก็ลองเอาวิธีนี้ไปทำกันได้ครับ
14 Dec 2020
Cyberpunk 2077 คุณควรเลือกอะไรระหว่าง Nomad / Streetkid หรือ Corpo
ในที่สุดเกมที่หลายๆ คนรอคอยอย่าง Cyberpunk 2077 ก็มาถึงมือพวกเราเรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะที่เราเริ่มต้นเกมนั้นผู้เล่นอาจจะต้องมาสะดุดกับตอนต้นของเกมเพราะมันมีการให้เราเลือกข้างจาก 1 ใน 3 ฝ่าย ได้แก่ Nomad / Streetkid และ Corpo ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมารู้ข้อมูลเบื้องต้นของทั้ง 3 ฝ่ายนี้และมาหาคำตอบกันว่า คุณควรเลือกอะไรระหว่าง Nomad / Streetkid หรือ Corpo ใน Cyberpunk 2077 นี้! ฝ่าย Nomad สำหรับฝ่ายแรกนี้จะพาผู้เล่นไปสู่เส้นทางชีวิตของกลุ่มคนที่เห็นถึงความวุ่นวายและความขัดแย้งในเมือง Night City จึงได้แยกตัวออกมาสร้างเมืองอยู่นอกเขตบริเวณเขตทะเลทรายแห้งแล้ง ซึ่งฝ่ายนี้จะมีการปกครองกันเองแยกออกเป็นชุมชนมากมายซึ่งมีความเป็นระบบมากกว่าฝ่าย Streetkid เรียกได้ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่อยู่นอกกฏหมายของ Night City และพวกเขาจะเดินทางด้วยรถคู่ใจสุดเท่ ( ให้เราลองนึกภาพรถแบบภาพยนต์เรื่อง Mad Max จะได้ฟิลแบบนั้นเลย ) ดังนั้นเวลาที่ผู้เล่นเจอกลุ่มคนจากฝ่ายอื่นหรือผู้คนเห็นเราใน Night City จะถูกมองเป็นตัวอันตรายและไม่ค่อยมีใครอยากผู้มิตรด้วยสักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าผู้เล่นเลือกฝ่ายนี้ตัวเกมจะพาไปรู้จักกับ Jackie Welles บุคคลลึกลับที่ต้องการให้ V ( ตัวเอกที่เราเล่น ) ช่วยลักลอบขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน Night City สรุปได้ว่าถ้าใครชอบรถ ชอบการเดินทางอยู่ฝ่ายนี้จะตอบโจทย์มากๆ   ฝ่าย Streetkid ก่อนอื่นต้องพูดถึงเมือง Night City นั้นเป็นเมืองที่ล่มสลายจนมีการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจนนั่นคือ ชนชั้นสูงและชนชั้นล่าง ทำให้ส่วนใหญ่ผู้คนในเมืองนี้จะมีชนชั้นล่างเยอะมากและพวกเขาก็มีแก็งค์อยู่มากมายที่เมืองแห่งนี้ ซึ่งถ้าผู้เล่นเลือกที่จะเล่นฝ่าย Streetkid เราจะถูกผู้คนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อใจและเป็นที่รู้จักมีมิตรสหายอยู่ทั่วเมืองบนท้องถนนแห่งเมือง Night City ดังนั้นเวลาที่เราเดินไปตามท้องถนนเราไม่ต้องกลัวใครที่จะมาทำร้ายเราเลยเพราะทุกคนคือครอบครัวแห่งชาวแก็งค์ โดยผู้เล่นจะได้เริ่มต้นเรื่องในบาร์ที่เคิร์กซึ่งผู้เล่นจะได้รับงานง่ายๆ คือการขโมยรถของเป้าหมาย ซึ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ระหว่างที่กำลังออกจากคลับนั้น เราจะถูกปาเดร ( หนึ่งในหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมแห่งเมือง Night City ) ลากตัวขึ้นไปบนรถเขา ซึ่งเราจะได้รับมอบหมายให้ขับรถให้เขาและระหว่างนี้ผู้เล่นต้องโชว์ฝีไม่ลายมือบนท้องถนนและแสดงความเป็นชาว Streetkid ให้เขาได้เห็น ซึ่งหลังจากจบทัวร์ของเปรโดนเราจะต้องไปทำการขโมยรถต่อ แต่ระหว่างนี้ผู้เล่นจะได้พบกับ Jackie Welles หลังจากนี้ความมันส์ก็จะเริ่มขึ้น สรุปง่ายๆ ว่าถ้าเราต้องการเป็นหนึ่งในบุคคลที่สามารถโลดแล่นอยู่ในเมือง Night City อย่างสบายใจ แนะนำให้เลือกฝ่ายนี้เพราะทุกคนและทุกแก็งค์นั้นล้วนเป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือเราบนท้องถนนแห่งนี้!   ฝ่าย Corpo สำหรับฝ่าย Corpo นั้นผู้เล่นจะเริ่มต้นด้วย Cotpo-Rat ซึ่งเป็นชื่อของภารกิจเบื้องต้นของ Corpo บอกเลยว่าน่าสนใจมาก โดยสำหรับผู้เล่นที่อยู่ฝ่าย Corpo นั้นจะเป็นคนที่มีไหวพริบต้องคอยตอบคำถามต่างๆ ที่ต้องอาศัยข้อมูลระดับสูง และฝ่ายนี้จะเหมือนกับว่าผู้เล่นอยู่ในการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา มิตรในอนาคตอาจกลายเป็นศัตรู ศัตรูในตอนนี้ในภายภาคหน้าก็อาจเป็นมิตรได้ไม่มีอะไรแน่นอน จะมีการบังคับให้ผู้เล่นเห็นถึงความเล่ห์เหลี่ยมของฝ่ายนี้เพราะจากที่ผู้เล่นเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงกลับถูกทรยศทำให้ต้องเริ่มนับใหม่จาก 0 ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องหาทางไต่เต้าเพื่อกลับไปยืนอยู่ ณ จุดนั้นเพื่อแสดงความเป็นที่ 1 หรือจะขึ้นไปเพื่อหาทางแก้แค้นนั่นก็ขึ้นอยู่กับทางเลือกการตัดสินใจของผู้เล่น แต่ในขณะเดียวกันเบื้องบนก็คอยดูเราอยู่ ในขณะที่เรากำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ตามที่ต่างๆ เราอาจจะต้องคอยระวังหลังหรือระวังเพื่อนร่วมทีมเพราะในตอนนี้เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เต็มที่ สรุปก็คือ ถ้าผู้เล่นชอบการรับบทเป็นหน่วยงาน หน่วยสังหาร มีความรอบคอบในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ต้องมาเล่นฝ่ายนี้เพราะถึงแม้เราอาจจะรู้สึกเดียวดาย แต่ในตัวท่านนั้นเต็มไปด้วยข้อมูลที่ฝ่ายอื่นๆ อย่าง Nomad และ Streekid ไม่มี! การเลือกฝ่ายนั้นจะมีผลกระทบในระยะยาวหรือไม่? หัวข้อนี้ถือเป็นคำถามที่หลายๆ คนกำลังสงสัยกัน ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าเส้นทางชีวิตการเลือกฝ่ายนั้นผู้เล่นจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการดำเนินเรื่องราวของฝ่ายที่เลือก นั้นหมายความว่าเราจะไม่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเลือกฝ่ายนี้ แล้วเรื่องราวหลักจากนี้จะเป็นอย่างไร? คำตอบบทสรุปคือ ถ้าหากเราเลือกฝ่าย Nomad เราจะเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องของเครื่องยนต์และการเดินทางที่ Badlands ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในบางภารกิจและยังมีการเจรจาหนึ่งในทางเลือกพิเศษที่จะช่วยให้เรารอดพ้นในสถานการณ์ยากลำบากได้ ถ้าหากเราเลือกฝ่าย Streetkid เราจะเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับแก็งค์ต่างๆ / เจ้าถิ่น และผู้คนมากมายบนท้องถนน Night City นี้ซึ่งหมายความว่าเมื่อผู้เล่นเข้าไปคุยกับบุคคลที่น่าสงสัย เราจะสามารถแยกแยะได้ทันทีว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ และสามารถเข้าถึงเครือข่ายแก็งค์ได้อย่างทั่วถึง ถ้าหากเราเลือกฝ่าย Corpo ผู้เล่นจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ และ NCPD เราจะรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นในเมือง Night City จะมีความรู้ในเรื่องเรื่องของเทคโนโลยีไซเบอร์เนติกระดับไฮเอนด์ และมีความสามารถชำนาญการในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้ดีมากๆ ท้ายที่สุดแล้วความแตกต่างกันเหล่านี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องหลักของเกม Cyberpunk 2077 มากเกินไป เพียงแต่อย่างน้อยผู้เล่นก็มีส่วนร่วมในการรับรู้ประวัติภูมิหลังของตัวกเอกที่เราเล่นทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมในการเล่นเกมมากขึ้น แต่ไม่ว่าเราจะเลือกเส้นทางไหนก็สามารถที่ส่วนร่วมกับเมือง Night City แห่งนี้ได้เต็มที่ และถ้าหากเรานึกเปลี่ยนใจอยากเปลี่ยนฝ่ายเราก็สามารถเริ่มเกมใหม่เพื่อกลับไปเลือกฝ่ายที่สนใจก็ได้! Credit : Thegamer
14 Dec 2020
Cyberpunk 2077 แนะนำ Cyberware สำหรับสายการเล่นต่างๆ
Cyberware ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญในเกม Cyberpunk 2077 เพราะมันเป็นเหมือนอุปกรณ์ปรับแต่เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวละครของเรา ซึ่งในเกมนี้มีไซเบอร์แวร์เยอะมากมายให้เราเลือกใช้ ดังนั้นผู้เล่นจึงสามารถนำมาเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของตัวเองได้ โดยสายของผู้เล่นนั้นสามารถสรุปออกมาได้ทั้งหมด 8 สาย ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมาดูว่าไซเบอร์แวร์อะไรบ้างที่เหมาะกับสายและสไตล์ไหนของเกมเมอร์ทุกท่าน ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.สายยิงระยะไกล (สไนเปอร์) Sharpshooters คือ นักแม่นปืนนักซุ่มยิงที่เน้นการต่อสู้จากระยะไกล เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้ใช้ไซเบอร์แวร์ที่จะเสริมประสิทธิภาพและลำกล้องของปืนผู้เล่นเป็นหลัก รวมถึงไซเบอร์แวร์ที่จะช่วยเราจากการอยู่ในระยะไกล ดังนี้ อาวุธ - ปืนสไนเปอร์ Bioplastic Blood Vessels - ช่วยเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดได้ 50% / วินาทีเมื่ออยู่นอกการระยะต่อสู้ เพราะว่าโดยปกติแล้วนักแม่นปืนนั้นจะเว้นระยะห่างของตัวเองกับศัตรู เน้นการอยู่ไกลๆ จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในระยะใกล้ดังนั้น การมีไซเบอร์แวร์นี้จึงจะช่วยให้เราสามารถหลบหนีออกจาการต่อสู้ชั่วครู่เพื่อให้ HP ได้รับการฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งได้. Kiroshi Optics - สามารถเปิดใช้งานการซูมเลนกล้องแบบพิเศษ และเพิ่มช่อง Mod ไว้ปรับแต่งปืนได้สูงสุด 3 ช่อง Bionic Joints - ช่วยลดแรงถีบของอาวุธระยะไกลได้ 25% นอกจากนี้ยังมีไซเบอร์แวร์อื่นๆ ที่มีความสามารถคล้ายคลึงกันที่เหมาะสำหรับนักแม่นปืน ซึ่งจะมาช่วยในเรื่องของการลดแรงถีบและการส่ายของกระสุน ดังนี้ : Moore Tech Berserk Zetatech Berserk Biodyne Berserk Militech Berserk 2.Gunslingers Gunslingers นั้นก็คือ นักแม่นปืนเช่นกันแต่จะเป็นมือปืนที่เน้นระยะใกล้และระยะกลางมากกว่า ซึ่งสายนี้จะเน้นการใช้อาวุธเป็นหลัก ดังนั้นการใช้ไซเบอร์แวร์เหล่านี้สามารถช่วยผู้เล่นให้เล่นสายนี้ได้ ดังนี้ อาวุธ - ปืนพก ปืนลูกซอง Feedback Circuit - ช่วยให้ผู้เล่นได้รับ 10% ของพลังชีวิตสูงสุดหลังจากการยิงกระสุนปืนที่ชาร์จเต็มแล้ว นั่นหมายความว่าสามารถใช้ได้กับพวกอาวุธเทคโนโลยีที่ต้องชาร์จในการยิงเท่านั้น. Kerenzikov - สามารถเข้าสู่โหมดสโลโมชั่นด้วยการลดเวลาลง 90% เป็นเวลา 3.5 วินาที ในขณะที่เคลื่อนตัว Fortified Ankles - ช่วยให้สามารถกระโดดได้แบบ Hover Jump ได้และยังช่วยลดความเสียหายจากการตกจากที่สูงได้ 15% Zetatech Sandevistan - สามารถสโลโมชั่นด้วยการชะลอเวลาลง 50% เป็นเวลา 15 วินาที คูลดาวน์ 30 วินาที และเมื่ออยู่ในสถานะนี้มีโอกาสที่จะโจมตีติดคริติคอล 20% Dynalar Sandevistan - สามารถสโลโมชั่นด้วยการชะลอเวลาลง 70% เป็นเวลา 16 วินาที คูลดาวน์ 30 วินาที และเมื่ออยู่ในสถานะนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มดาเมจและโจมตีติดคริติคอล 15% Maneuvering System - สามารถพุ่งหลบขณะที่อยู่กลางอากาศได้และสามารถใช้คอมโบกับ Fortified Ankles ได้อีกด้วย 3. Samurai Samurai คือสายที่เน้นต่อสู้ด้วยความรวดเร็วและเน้นระยะประชิด โดยใช้แนวคิดว่าต้องสร้างความเสียหายให้ได้มากที่สุดในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่ง จะขอแนะนำไซเบอร์แวร์ที่เน้นการเอาตัวรอดในดงศัตรู ดังนี้ อาวุธ -Mantis Blades - อาวุธระยะประชิดที่หายากเพราะสามารถใช้  Mod ตกแต่งอาวุธได้มากถึง 3 ช่อง Self-ICE - ป้องกันไม่ให้ Netrunners ของศัตรูแฮ็คเราได้เมื่อเข้าต่อสู้ในระยะประชิด โดยหลังจากใช้จะมีคูลดาวน์ 45 วินาที และจะต้องมีค่าสถานะ Intelligence เท่ากับ 10 เพื่อใช้งาน Limbic System Enhancement - เพิ่มโอกาสในการโจมตีคริติคอลของผู้เล่น 25% Visual Cortex Support- เพิ่มความเสียหายคริติคอลได้สูงสุด  45% Heal-On-Kill - สามารถฟื้นฟู HP 10% หลักจากทำการสังหารสำเร็จทุกครั้ง Monowire -  อาวุธที่มีระยะไกลกว่า Mantis Blades และสามารถชาร์จเพื่อโจมตีได้ โดยความเสียหายจะรุนแรงน้อย-มากตามระยะเวลาการชาร์จ Reflex Tuner - ทำให้เวลาช้าลง 80% เป็นเวลา 4 วินาทีเมื่อ HP ลดลงต่ำกว่า 25% Microrotors - เพิ่มความเร็วในการโจมตีระยะประชิด 25% Microvibration Generator - เพิ่มความเสียหายระยะประชิด 15% Giant Sandevistan - ทำให้เวลาช้าลง 90% เป็นเวลา 8 วินาทีในระหว่างนี้จะเพิ่มความเสียหายเพิ่มขึ้น 15%  โอกาสในการโจมตีคริติคอลเพิ่มขึ้น 10% และความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลจะเพิ่มขึ้น 50% Neofiber - เพิ่มการหลบหลีกโดยรวม 15% 4.Bruisers (หมัดเดียวจอด) Bruisers คือนักสู้ที้เน้นต่อสู่ด้วยความเสียหายหนักๆ เน้นประจัญหน้ากับศัตรูในระยะประชิด ซึ่งจะเชื่องช้ากว่าสายซามูไร ดังนั้นไซเบอร์แวร์ที่แนะนำนั้นจะมุ่งไปที่การเสริมความแข็งแกร่งและการฟื้นฟู HP ที่จะช่วยให้สามารถอยู่รอดในดงศัตรูในนานยื่งขึ้น ดังนี้ : อาวุธ Gorilla Arms - เปลี่ยนมือเปล่าของผู้เล่นให้กลายเป็นหมัดเหล็กยักษ์ ซึ่งสามารถใส่ Mod ปรับแต่งได้ 3 ช่อง Syn-Lungs -  เพิ่มอัตราการฟื้นฟู Stamina +25% Blood Pump - ฟื้นฟูพลังชีวิจสูงสุด 90% ในการต่อสู้ คูลดาวน์ 30 วินาที Biomonitor - ฟื้นฟูค่า HP 100% ให้แก่ผู้เล่นเมื่องมี HP ที่ลดลงต่ำกว่า 15% คูลดาวน์ 2 นาที Adrenaline Booster - คืนค่า Stamina 50% ขอผู้เล่นทุกครั้งที่สามารถจัดการศัตรูได้. Inductor - ถ้าหากโดน EMP ของศัตรูจะทำให้ได้รับเกราะ 50% Pain Editor - ลดความเสียหายที่ได้รับทั้งหมด 10% Shock-n-Awe - มีโอกาส 10% ที่จะปล่อยระเบิดไฟฟ้าที่สร้างความเสียหายเท่ากับ 20% ของ HP ของศัตรูทุกครั้งที่เราโจมตี Endoskeleton - เพิ่มพลังชีวิตสูงสุด 60% Bionic Lungs - เพิ่มความแข็งแกร่งสูงสุด 60% Dense Marrow - เพิ่มความเสียหายระยะประชิด 25% แต่การโจมตีจะใช้ Stamina เพิ่มขึ้น 10% Subdermal Armor - เพิ่มระดับเกราะขึ้น 200 points 5.Assault Assault คือสายจู่โจมไฮบริดที่เน้นอาวุธหนักในการเข้าปะทะ โดยสามารถนำไซเบอร์แวร์ของมือปืนทั้งสองสายด้านบนมาเสริมได้ และต่อไปนี้คือไซเบอร์แวร์ที่แนะนำ : อาวุธ - ปืนกล Microgenerator -  เมื่อพลังชีวิตลดลงต่ำกว่า 15% ผู้เล่นจะปล่อย EMP ที่สร้างความเสียหายให้กับศัตรูทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียง 50% ของ HP สูงสุด Ballistic Coprocessor - ทำให้กระสุนสามารถที่จะแฉลบเด้งออกจากพื้นผิวที่แข็งได้ 2 ครั้ง Smart Link - เพิ่มโอกาสในการได้รับกระสุนคืนเมื่อใช้ Smart Weapons 15% และเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล 25% Projectile Launch System - ติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธที่ทรงพลังซึ่งมีช่อง Mod ปรับแต่ง สิ่งนี้จะติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธที่ทรงพลังซึ่งมีช่อง mod สามช่องหากไซเบอร์แวร์เป็นตำนาน 3 ช่อง   6.Hackers Hacker คือสายที่ต้องเน้นการเจาะการเล่นเลห์เล่นเหลี่ยมเน้นความรวดเร็ว ซึ่งไซเบอร์แวร์จึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของสายนี้มากๆ ดังนี้ : Bioconductor - ลดคูลดาวน์ไซเบอร์แวร์อื่น ๆ ทั้งหมดลง 30% Tyrosine Injector - ลดระยะเวลาของมินิเกม Breach Protocol ลง 100% ซึ่งทำให้ Quickhacking ง่ายขึ้น. Ex-Disk - เพิ่ม RAM สูงสุด 5 หน่วยช่วยเพิ่มศักยภาพในการ Quickhack ของคุณได้อย่างมาก ( RAM ในเกมนี้คล้ายๆ กับ MP ในเกมอื่นๆ ) RAM Upgrade - เพิ่มอัตราการกู้คืน RAM 0.3 / วินาที Memory Boost - ช่วยให้สามารถเพิ่ม RAM 4 หน่วยจากศัตรูทุกตัวที่ผู้เล่นจัดการได้ ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อ Quickhack มีประสิทธิภาพมากขึ้น Camillo RAM Management - ทุก ๆ สี่นาทีจะช่วยให้ได้รับ 30% ของความจุ RAM สูงสุดของคุณทันทีเมื่อจำนวนของคุณลดลงเหลือสองหน่วย   7.Stealth Stealth คือสายลอบเร้นที่ไม่ค่อยจะใช้ไซเบอร์แวร์มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังมีไซเบอร์แวร์บางตัวที่สามารถช่วยให้ผู้เล่นถูกศัตรพบตัวได้ยาก และยังสามารถที่จะนำไซเบอร์แวร์ของ Hacker มาปรับใช้ได้ ดังนี้ : Synaptic Accelerator - ทำให้เวลาช้าลง 50% เป็นเวลา 4 วินาที Lynx Paws - ลดเสียงขณะเคลื่อนที่ลง 50% Optical Camo - เปิดใช้งานทำให้ผู้เล่นสามารถพรางตัวได้เป็นเวลา 15 วินาที 8.Cyberware อื่นๆ ที่ควรมี มีไซเบอร์แวร์บางตัวใน Cyberpunk 2077 ที่ดีมากจนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับสายอื่นๆ  และนี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดบางส่วน : Second Heart - ฟื้นฟู HP จนเต็ม เมื่อมี HP เหลือน้อย มีคูลดาวน์ 2 นาที Mechatronic Core - เพิ่มความเสียหายหุ่นยนต์โดรนและหุ่นยนต์สูงสุด 50% Detoxifier - มีภูมิคุ้มกันต่อพิษทั้งหมด Metabolic Editor - ความเสียหายจากพิษจะถูกเปลี่ยนเป็น HP และค่อยๆ ฟื้นฟู 12% ต่อวินาที Heat Converter  - การโจมตีที่ปกติจะทำให้เผาไหม้ศัตรูเพิ่มความเสียหายขึ้น 10% Cataresist  - เพิ่มความต้านทานทั้งหมดขึ้น 35% Titanium Bones - เพิ่มขีดความสามารถของคุณ 60% Reinforced Tendons - สามารถกระโดดได้สองครั้ง Fireproof Coating - มีภูมิคุ้มกันจากการเผาไหม้ Grounding Plating - มีภูมิคุ้มกันต่อความเสียหายไฟฟ้า Supra-Dermal Weave - มีภูมิคุ้มกันจากสถานะเลือกไหล Militech Falcon Sandevistan - ทำให้เวลาช้าลง 70% เป็นเวลา 20 วินาที ในระหว่างนี้จะเพิ่มความเสียหายที่ทำได้ 15% โอกาสในการโจมตีคริติคอล 20% และความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล 35% Synaptic Signal Optimizer - เพิ่มระยะเวลาของเอฟเฟกต์ไซเบอร์แวร์ Sandevistan และ Kerenzikov ทั้งหมด 2 วินาที Credit : Thegamer
14 Dec 2020
Cyberpunk 2077: ไกด์เบื้องต้น เคล็ดลับสำคัญที่เกมอาจไม่ได้บอกคุณ
ด้วยความเป็น RPG โลกเปิดของ Cyberpunk 2077 ทำให้เกมมีระบบการเล่นและระบบที่ซับซ้อนมากมาย ซึ่งในหลายๆ ครั้งก็ดูเหมือนจะสื่อสารออกมาให้ผู้เล่นเข้าใจได้ไม่ค่อยดีนัก มีหลายๆ เรื่องที่ตัวผู้เขียนเองมารู้หลังจากเล่นเกมจบไปแล้วรอบหนึ่ง ที่ถ้ารู้มาก่อนก็คงทำให้เล่นเกมได้ง่ายหรือสนุกขึ้นกว่านี้อีกเยอะ เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถก้าวเข้าสู่เมือง Night City ได้อย่างมั่นใจ เราจึงอยากเสนอข้อแนะนำเบื้องต้นที่จะอธิบายระบบการเล่นต่างๆ ที่เกมอาจไมได้บอกคุณ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมในแบบที่คุณต้องการ! เปลี่ยนทรงผม / รอยสัก / หน้าตาอย่างไร? คำตอบสั้นๆ คือเปลี่ยนไม่ได้จ้า! ซึ่งเอาจริงๆ ก็เป็นเรื่องน่าแปลกแหละที่เกมแบบนี้จะไม่มีระบบการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาใดๆ กระทั่งเปลี่ยนทรงผมยังไม่ได้เลย แต่คิดอีกแง่มันก็เป็นเกมมุมมองบุคคลที่ 1 อ่ะเนอะ ถึงเปลี่ยนไม่ได้ก็ใช่ว่าจะได้เห็นหน้าตาตัวละครให้ขัดใจบ่อยๆ อยู่ดี เอาเป็นว่าเลือกเล็บมือให้ดีๆ ละกัน เพราะน่าจะเป็นอวัยวะส่วนที่มองเห็นได้บ่อยสุดแล้ว! รีเซ็ตสกิลได้ไหม? อย่างไร? สำหรับการรีเซ็ตตัวละครเพื่ออัพใหม่นั้น จะไม่สามารถรีเซ็ตแต้ม Attribute เช่น Body / ร่างกาย, Reflexes / การตอบสนอง ฯลฯ ได้ (อัพแล้วอัพเลย) แต่สามารถรีเซ็ตแต้มทักษะแฝง / Perk (ที่อัพสกิลเป็นช่องๆ ตามสาย) ได้ด้วยการซื้อไอเทม Tabula - E - Rasa (แท๊บบูล่า อี-ราซ่า) จากเหล่าร้านค้าหมอ Ripperdoc ทุกสาขาในราคาชิ้นละ $100,000 และกดใช้จากหน้าต่างกระเป๋า (Backpack) ใครจะรีเซ็ตก็คิดวางแผนให้ดีก่อนนะจ๊ะ เพราะเงินแสนในเกมนี้ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ อัพ Attribute อย่างไรดี? ในเมื่อค่า Attribute มันอัพแล้วอัพเลย แล้วเราจะอัพมันอย่างไรดี? แน่นอนว่ามันไม่มีคำตอบตายตัวอยู่แล้วว่าจะอัพอย่างไรถึงจะดีที่สุด แต่แนวทางเบื้องต้นที่เราแนะนำคือการเลือกอัพค่า Attribute ที่ตรงตามสายหลักที่เราเล่น (เช่นถ้าสายดาบก็อัพการตอบสนอง สายลอบเร้นอัพใจเย็น สายปืนกลอัพร่างกาย ฯลฯ) ให้ถึง 15 ภายในระดับชื่อเสียง / Street Cred 25 เพื่อให้เราสามารถสวมใส่ Cyberware ระดับสูงตามสายของตัวเองได้เร็วที่สุด เพราะจะทำให้การต่อสู้รู้สึกสนุกขึ้นมาก นอกจากนั้นก็สามารถเลือกอัพได้ตามต้องการ หากเป็นคนที่เล่นสายบู๊ๆ ไม่ว่าจะด้วยอาวุธอะไร แน่นอนว่าสามารถใช้ประโยชน์จากค่าร่างกาย / Body ได้อยู่แล้ว หรือถ้าอยากเน้นสายคราฟติ้งเพื่อปลดล๊อคอาวุธระดับสูงได้เร็วๆ ก็หันไปเน้นฝั่ง Tech Ability แทนก็ได้ แต่เพื่อให้เราสามารถใช้ Cyberware สนุกๆ ประจำสายอย่าง Mantis Blade หรือ Gorilla Arms ได้เร็วๆ ก็แนะนำตามนี้จ้า อาวุธเดียวก็เสียวได้...ด้วยการอัพเกรด เมื่อเล่นเกมไปเรื่อยๆ เชื่อว่าผู้เล่นทุกคนจะต้องพบกับความรู้สึกเสียดายเมื่ออาวุธที่เราชอบและใช้เข้ามือมาตลอดเริ่มตามเลเวลของเราไม่ไหว ทำให้เราจำใจต้องเปลี่ยนไปใช้อาวุธที่เลเวลสูงกว่าอย่างช่วยไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถอัพเกรดอาวุธที่ชอบไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของมัน แลกกับทรัพยากรณ์เล็กน้อยเท่านั้น และยิ่งถ้าลงทุนอัพ Perk สายคราฟติ้งด้วยจะทำให้ใช้ของน้อยและได้ผลเพิ่มขึ้นไปอีก ลองเช๊กของในร้านค้าใหม่ๆ เสมอ ภายในเมือง Night City จะมีร้านค้ามากมายที่จำหน่ายทั้งเสื้อผ้า อาวุธ ไปจนถึงคลินิคผ่านตัดเพื่อสวมใส่ Cyberware โดยร้านค้าทั้งหมดในเกมจะมีสินค้าที่วางจำหน่ายไม่เหมือนกัน ในขณะที่คลินิคหมอ Ripperdoc ในเขตหนึ่งจะมีเพียง Mantis Blade ระดับสีฟ้า แต่ถ้าไปอีกเขตหนึ่งอาจมี Mantis Blade ระดับสีม่วงให้ซื้อก็ได้ ฉะนั้นการสำรวจดูและจดเอาไว้ซักแห่งว่าร้านค้าแต่ละร้านมีอะไรเด็ดๆ ขายบ้าง จะช่วยให้เราไม่หลังหักจากการซื้อของแพงๆ มาแล้วปรากฏว่าไปเจอเวอร์ชั่นที่ดีกว่า โดยเฉพาะสำหรับ Cyberware ทั้งหลายที่ซื้อมาแล้วขายคืนร้านไม่ได้ นอกจากนี้ เมื่อเพิ่มค่าชื่อเสียง / Street Cred ไปเรื่อยๆ จะทำให้ร้านค้าเอาของมาขายมากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นเราจึงควรหมั่นแวะเข้าไปดูของเป็นระยะ เลือก Cyberware เพื่อปลดล๊อคความสามารถแฝงของอาวุธ คนที่เล่นเกม Cyberpunk 2077 อาจจะเคยสังเกติว่าปืนบางชนิดในเกมดูจะมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ เช่นปืนชนิด Power ที่สามารถยิงกระสุ่นชิ่งกำแพงได้ หรือปืน Smart Gun ที่มีกระสุนนำวิถีติดตามตัวศัตรู แต่พอลองใช้จริงๆ ในเกมกลับไม่สามารถทำได้แบบนั้นจริง สำหรับปืน Power Weapon ทุกกระบอก จะมีโอกาสที่กระสุนจะชิ่งเอง 5% เมื่อยิงโดนพื้นผิวแข็ง แต่เราสามารถเพิ่มโอกาสในการชิ่งด้วยการใส่ Cyberware Ballistic Co-processor ระดับต่างๆ (เราจะได้ระดับสีฟ้าหรือ Rare มาฟรีตามเนื้อเรื่อง) และสามารถเพิ่มเส้นบอกวิถีชิ่งด้วยการใส่ Mod Trajectory Generator เข้าไปใน Cyberware ลูกตา (หาซื้อได้จากหมอ Viktor หลังจากที่ใช้หนี้ไปแล้ว) สำหรับอาวุธชนิด Smart Weapon ก็จะคล้ายๆ กันตรงเราจะต้องมี Cyberware ชนิด Smart Link เสียก่อนจึงจะใช้ได้ โดยเราจะสามารถรับได้ฟรีจากเควส The Gig ที่ได้รับจาก NPC Wakako Okada ตั้งแต่ต้นเกม แต่ด้วยความที่ความแม่นยำของกระสุนนำวิถีจะขึ้นอยู่กับระดับของ Cyberware ทำให้ในช่วงแรกๆ ปืน Smart Gun มีความแม่นยำต่ำมากๆ ต้องใช้กระสุนเยอะกว่าจะฆ่าศัตรูได้ซักตัว (ยิงไป 10 อาจโดนซัก 3-4) และอาจไม่ค่อยน่าใช้จนกว่าจะสามารถซื้ออัพเกรด Smart Link อย่างน้อยระดับสีฟ้าขึ้นไปมาได้เสียก่อน เปลี่ยน Cyberdeck โดยเร็วที่สุด! สำหรับคนที่ได้อ่านรีวิวเกมของเรามาบ้าง เราได้วิจารณ์ระบบการต่อสู้และลอบเร้นของเกมในช่วงต้นๆ เอาไว้ว่าค่อนข้างจำกัดและไม่ได้น่าสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะว่าเราไม่ได้เปลี่ยน Cyberdeck ยังไงล่ะ! ส่วนเสริม Cyberdeck นั้นเปรียบเสมือนตัวคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในหัวของตัวละคร ที่ใช้ในการแฮ๊คศัตรูและสิ่งของในสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าตัว Cyberdeck เริ่มต้นของเราจะมีความสามารถค่อนข้างจำกัดมาก ทำได้แค่เปิด/ปิดกล้องหรือสั่งให้เครื่องจักรดึงดูดความสนใจศัตรูในระยะแคบๆ แถมยังมีช่องให้ใส่สกิล Quickhack ได้เพียงแค่สองช่องด้วย การเปลี่ยน Cyberdeck เป็นรุ่นที่ดีขึ้นจะทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น (เช่นสั่งให้ถังแก๊ซระเบิดได้ หรือเข้าควบคุมป้อมปืนได้เป็นต้น) และยังทำให้เราสามารถสวมใส่สกิล Quickhack ได้มากขึ้นอีกด้วย และยิ่งอัพเกรด Cyberdeck ระดับสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีลูกเล่นเหล่านี้เพิ่มให้เราใช้มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน การได้ลูกเล่นเพิ่มเติมเหล่านี้ย่อมมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการเล่นสายแฮ๊คกิ้งหรือลอบเร้นเป็นหลัก เพราะทำให้เรามีทางเลือกในการจัดการกับศัตรูมากขึ้น โดยผู้เล่นสายบู๊ทั้งหลายอาจไม่ได้จำเป็นต้องใช้ Cyberdeck มากขนาดนั้น และอาจเก็บช่องอวัยวะไว้ใส่อุปกรณ์อย่าง Sandevistan แทน แถม: พลาดแล้วพลาดเลย อาวุธประจำตัวของของพ่อลูก Arasaka ในช่วงต้นเกม ระหว่างที่ทำภารกิจ The Heist / การปล้น ผู้เล่นจะมีโอกาสในการเก็บอาวุธพิเศษระดับ Iconic ได้ถึงสองชิ้น ซึ่งทั้งสองเป็นอาวุธของพ่อลูกตระกูลอาราซากะที่ถ้าพลาดแล้วจะไม่สามารถเก็บได้อีกเลยอีกด้วย! สำหรับอาวุธชิ้นแรกคือปืนพก Kongou ของโยริโนบุ ซึ่งเป็นปืนพก Liberty ชนิดพิเศษที่สามารถชิ่งกระสุนได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะใส่ Cyberware ที่ถูกต้องอยู่หรือไม่ โดยสามารถเก็บได้จากชั้นข้างเตียงในห้องนอนของเขาทันทีที่เข้าไปถึงเลย สำหรับอีกชิ้นจะพลาดง่ายกว่ามาก นั่นก็คือดาบคาตานะ Satori ของนายซาบูโร่ ซึ่งแม้จะมีค่าความเสียหายตั้งต้นค่อนข้างเบา แต่ก็และมากับโอกาสในการโจมตีติดคริติคอลที่เพิ่มขึ้น และยังเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีติดคริติคอลขึ้นถึง 500% เลยทีเดียว โดยเราสามารถเก็บดาบนี้ได้ตอนที่ตัวละคร T-Bug บอกให้เราหนีออกจากห้องทางหน้าต่าง แต่แทนที่จะออกไปตามทางที่เกมนำไป ให้เราเดินขึ้นบันใดในห้องไปบนดาดฟ้า จะพบกับรถบินได้ของซาบุโร่ที่มีดาบวางเอาไว้ภายใน แล้วเพื่อนๆ ที่เล่นมาแล้ว มีทริคอะไรที่อยากส่งต่อให้คนที่เริ่มเล่นทีหลังบ้างไหมเอ่ย? คอมเมนต์มาบอกกันนะ! ติดตามข่าวสารและข้อมูลเนื้อเรื่องและไกด์เกม Cyberpunk 2077 คลิ๊กเลย!
14 Dec 2020
Final Review: Cyberpunk 2077
หลังจากที่ปล่อยให้ผู้เล่นเฝ้ารอกันมาเกือบสิบปี นับตั้งแต่ที่เกมประกาศเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในปี 2012 บวกกับความคาดหวังในฝีมือและคำสัญญามากมายของผู้พัฒนา CD PROJEKT RED เกี่ยวกับความลึกล้ำของเกมที่พวกเขาต้องการจะสร้าง คงเป็นเรื่องธรรมดาที่เกม Cyberpunk 2077 จะต้องแบกรับความคาดหวังมโหฬารจากเกมเมอร์ทั่วโลกในฐานะเกม RPG โลกเปิดที่จะยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมของผู้เล่นในแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน หลังจากที่เล่นเกมมาเป็นเวลาเกือบ 40 ชั่วโมงจนจบเนื้อเรื่อง ถ้าถามว่าเกม Cyberpunk 2077 นับเป็นเกมที่จะพลิกความคาดหวังของผู้เล่นอย่างที่หลายคนอยากเห็นหรือไม่ คำตอบที่มอบได้คงเป็น “ไม่” ด้วยระบบเกมเพลย์ที่เอาจริงๆ ก็ไม่ได้ใหม่หรือน่าตื่นตาไปกว่าที่เคยเห็นมาในเกมอื่นนัก ถ้ามองโครงสร้างของเกมในภาพใหญ่ Cyberpunk 2077 ก็คงไม่ได้ต่างจากเกม RPG โลกเปิดอย่าง Fallout หรือ Mass Effect มากขนาดนั้น ด้วยความเป็นเกม RPG ที่ให้ความสำคัญกับระบบบทสนทนา แต่ในขณะเดียวกับ เกม Cyberpunk 2077 ก็เปรียบเสมือนจุดสูงสุดของการออกแบบเกม Open World ทั้งหมดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยโลกที่ละเอียดและน่าค้นหาที่พร้อมจะเซอร์ไพรส์เราด้วยเรื่องราวอันหลากหลายทั้งอารมณ์และรสชาติเกี่ยวกับชีวิตในมหานคร Night City เมืองแห่งอนาคตและอิสระที่สวยงามและโสมมในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีระบบเกมเพลย์ที่สนับสนุนให้ผู้เล่นแต่ละคนได้มีโอกาสแสดงออกถึงความเป็นตัวเอง และให้รางวัลกับคนที่ยินดีจะเรียนรู้ระบบ RPG อันซับซ้อนนี้จริงๆ      แม้จะไม่ใช่เกมที่จะกลายเป็นตำนานชั่วข้ามคืน แต่ Cyberpunk 2077 ก็เป็นผลลัพธ์ของการขัดเกลาระบบเกมเพลย์หลายๆ อย่างที่เห็นในวงการเกมในยุคที่ผ่านมาจนเปล่งประกาย และถือเป็นหนึ่งในเกม RPG ที่ดีและลึกเป็นอันดับต้นๆ ในรอบหลายปีมานี้อย่างแน่นอน *อ่านรีวิวช่วงต้นเกม (คลิ๊ก) และรีวิวอัปเดท 1 (คลิ๊ก) เพื่ออ่านความเห็นและรับชมภาพบทบรรยายไทย ตำนานที่มีชีวิต สำหรับคนที่อาจไม่ทราบ เกม Cyberpunk 2077 จะติดตามตัวละครเอกที่ชื่อ ‘V’ ทหารรับจ้างหน้าใหม่ที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นตำนานในมหานคร Night City บ้านเกิดของเขา แต่หลังจากที่ภารกิจหนึ่งของเขาเกิดผิดพลาดขึ้นมาอย่างร้ายแรง ทำให้ V ถูกปลูกถ่ายจิดสำนึกของนักร๊อคและ “ผู้ก่อการร้าย” ในตำนานอย่าง Johnny Silverhand เอาไว้ในหัว และทำให้จิตสำนึกแปลกปลอมนั้นค่อยๆ กัดกินสมองของเขาไปเรื่อยๆ โดย V จะต้องแข่งกับเวลาเพื่อหาวิธีรักษาชีวิตตัวเอง พร้อมกับไขปริศนาเบื้องหลังภารกิจอันผิดพลาดนั้น อย่างที่น่าจะพอทราบกันดีจากรายงานของสื่อต่างชาติที่มีเวลารีวิวเกมมากกว่าผู้เขียน เนื้อเรื่องของเกม Cyberpunk 2077 จะค่อนข้างสั้น และสามารถเล่นให้จบได้ในระยะเวลาไม่เกิน 20-25 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งจากที่เล่นมาก็ดูจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพอผู้เขียนตัดสินใจนั่งเล่นเนื้อเรื่องอย่างเดียวเพื่อให้จบเกมเร็วที่สุด ก็พบว่าที่รู้สึกเหมือนอยู่กลางๆ เรื่องมันใกล้จะจบแล้ว และเล่นต่อไปอีกไม่เยอะก็พบฉากจบแล้ว โดยถ้าให้วิจารณ์ในแง่ของภารกิจเนื้อเรื่องเพียวๆ ก็คงต้องบอกว่าเนื้อเรื่องของเกม Cyberpunk 2077 เขียนบทมาได้อย่างเข้มข้นและน่าติดตาม พร้อมกับมีตัวละครที่ล้วนมีแง่มุมที่น่าสนใจของตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่อะไรที่น่าตื่นเต้นหรือแตกต่างจากเกม RPG ที่มีตอนจบหลายแบบที่เคยเล่นมา แต่สิ่งที่น่าสนใจจริงๆ คือการที่เนื้อเรื่องของเกมสามารถเปลี่ยนแปลงและขยายขอบเขตของตัวเองไปได้ตามเนื้อหาเสริมที่เราเล่น ถ้าให้อธิบายโดยไม่สปอย ผู้เขียนได้มีโอกาสเล่นภารกิจเสริมอันหนึ่งจาก NPC ในเนื้อเรื่อง โดยภายในภารกิจผู้เขียนในฐานะ V ก็ได้มีโอกาสคุยเปิดใจกับตัวละครตัวนั้นอย่างลึกซึ้งถึงความเชื่อและความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ จนเหมือนจะช่วยคลายปมในใจบางอย่างให้กับ NPC ตัวนั้นได้ เป็นบทสนทนาที่น่าสนใจแต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะสำคัญอะไรต่อเนื้อเรื่องขนาดนั้น แต่เมื่อไปถึงช่วงใกล้ๆ จบเนื้อเรื่อง ผู้เขียนก็ได้พบกับทางเลือกหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าต่อยอดมาจากทางเลือกที่ว่านี้ โดยตัวละครดังกล่าวเป็นคนพูดออกมาเองว่าถ้าไม่ได้มีบทสนทนานั้น ก็คงไม่ได้นำมาสู่เรื่องราวเช่นนี้ หมายความว่าถ้าไม่ได้เล่นภารกิจเสริมที่ว่านั้น ตอนจบของผู้เขียนก็อาจจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเลยก็ได้ ซึ่งไม่แน่ใจว่ายังมีอีกกี่ภารกิจเสริมที่จะส่งผลต่อตอนจบได้แบบนี้อีก แต่ก็หมายความว่ายิ่งเราทำภารกิจเสริมมากเท่าไหร่ โดยเฉพาะภารกิจเสริมที่เกี่ยวข้องกับตัวละครเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสได้พบกับตอนจบหลากหลายขึ้นเท่านั้น มาถึงตรงนี้ บางคนอาจสงสัยว่าแล้วมันต่างกับที่พบในเกมอย่าง Fallout 4 อย่างไร? ก็ต้องบอกว่าแม้ในภาพใหญ่อาจไม่ต่างมาก แต่วิธีที่ Cyberpunk 2077 ผูกโยงเรื่องราวเหล่านี้เข้าด้วยกันต่างหากที่ทำให้เกมรู้สึกน่าทึ่ง เหตุการณ์ที่จะส่งผลต่อเนื้อเรื่องอย่างเป็นนัยยะสำคัญไม่จำเป็นต้องเป็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ เท่านั้น แต่บางครั้งแค่บทสนทนาธรรมดาๆ เกี่ยวกับชีวิตก็อาจย้อนกลับมามีความสำคัญในแบบที่ไม่ได้จินตนาการเอาไว้ในตอนแรก ทำให้ Cyberpunk 2077 รู้สึกมีความเป็น “มนุษย์” หรืออาจะเรียกว่าความ “เป็นธรรมชาติ” (ถ้าเป็นภาษาอังกฤษคงใช้คำว่า ‘organic’) ในแบบที่เกมปลายเปิดลักษณะเดียวกันเทียบไม่ติดเลย เมื่อมนุษย์คืออาวุธที่น่ากลัวที่สุด แม้ว่าการต่อสู้ของ Cyberpunk 2077 จะค่อนข้างจำกัดในชั่วโมงแรกๆ ของเกม (เอาจริงๆ ก็เป็นสิบชั่วโมงอยู่เหมือนกัน) ที่ผู้เล่นยังเข้าไม่ถึงอาวุธและ Cyberware ที่น่าสนใจ และรู้สึกไม่ค่อยต่างจากเกมแอคชั่น FPS ทั่วไปเท่าไหร่ แต่เกมก็เริ่มเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาที่เล่นเช่นกัน ยิ่งผู้เล่นสามารถปลดล๊อค Perk และ Cyberware ได้เยอะเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเปิดทางเลือกให้กับผู้เล่นมากขึ้นเรื่อยๆ ความน่าสนใจอีกอย่างของเกมอยู่ที่ระบบการพัฒนาตัวละคร ที่ทำให้ผู้เล่นสามารถพัฒนาตัวละครได้ตามใจอยากแค่จากการเล่นเกมตามที่อยากเล่น เพราะนอกจากระบบ Perk และ Attribute ที่จะพัฒนาขึ้นตามการอัปเลเวลแล้ว ยังมีระบบความชำนาญที่จะมอบโบนัสต่างๆ ให้ผู้เล่นตามการกระทำของเราอีกด้วย อย่างผู้เขียนค่อนข้างจะเน้นการอัปเกรด Attribute Reflex (การตอบสนอง) ที่ทำให้ผู้เขียนได้รับโบนัสจากการใช้อาวุธดาบ แต่เมื่อเล่นเกมไปเรื่อยๆ ก็พบว่าต้องใช้การแฮ๊คเยอะ ทำให้ผู้เขียนได้รับความชำนาญในด้านนั้นเพิ่มขึ้นตลอดที่เล่น และทำให้ได้รับโบนัสสำหรับทักษะการแฮ๊คไปด้วย แน่นอนว่าสุดท้ายทุกอย่างก็ยังขึ้นกับค่า Attribute ที่จะกำหนดว่าเราจะอัปเกรด Perk อะไรได้บ้าง จากการทดลองเล่นในระดับความยากปานกลาง พบว่าระดับความท้าทายของเกมโดยรวมจะค่อนไปทางง่ายซะมากกว่าโดยเฉพาะเมื่อเราอัปเกรดตัวละครไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของผู้เขียน ได้เลือกที่จะเน้นไปที่ความสามารถด้านการใช้ดาบควบคู่กับ Perk สายร่างกายที่ทำให้ถึกทนและฟื้นฟูพลังชีวิตเร็วขึ้น ซึ่งพออัปเกรดทั้งของสวมใส่และ Perk ถึงจุดหนึ่งก็พบว่าแทบจะสามารถวิ่งฝ่ากระสุนเข้าไปฟันหัวศัตรูทีละตัวโดยแทบไม่ต้องกลัวตายเลย แม้จะยอมรับว่าสะใจยิ่งนัก แต่ก็ทำให้เกมช่วงท้ายๆ รู้สึกง่ายไปเลยเช่นกัน จุดอ่อนอย่างหนึ่งของเกมมาจากการที่อาวุธและ Cyberware ที่ส่งผลต่อเกมเพลย์มากๆ มักจะถูกกันออกไปไว้ช่วงท้ายหมดเลย ไม่ว่าจะเพราะต้องการระดับ Street Cred สูง หรือไม่ก็ต้องใช้ Attribute สูงระดับหนึ่ง ส่งผลให้เกมเพลย์ช่วงต้นๆ รู้สึกธรรมดาๆ ไปซะหน่อย และกว่าจะเริ่มรู้สึกว่ามันเปิดกว้างให้เรามากขึ้นก็ปาไป 20 ชั่วโมงแล้วสำหรับผู้เขียน ซึ่งถ้าใครไม่ทำภารกิจเสริมเลย หรือทำน้อย เผลอๆ จะเล่นเนื้อเรื่องจบก่อนจะได้ลองใช้ Cyberware เท่ๆ เลยด้วยซ้ำ มหานครแห่งแสง สี และ RTX อีกหนึ่งแรงขับสำคัญเบื้องหลังความน่าทึ่งของเกมคงหนีไม่พ้นกราฟิกและการนำเสนอ ที่ทำให้เมือง Night City รู้สึกเป็น “โลกที่มีชีวิต” อย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในเกมไหนๆ ซึ่งในจุดนี้ต้องกล่าวชมทีมออกแบบของผู้พัฒนา CD PROJEKT RED มากๆ ที่สามารถทำให้โลกของเกม Open World นี้รู้สึกละเอียดไม่ต่างจากเกมแนวเส้นตรงหลายเกมที่ผ่านมา จนไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็รู้สึกเหมือนทุกกระเบียดนิ้วของเมือง Night City ถูกออกแบบและจัดวางมาอย่างตั้งใจ ทำให้เมืองรู้สึกมีเรื่องราวหรือประวัติศาสตร์ในแบบที่คล้ายกับสถานที่จริงอย่างไรอย่างนั้น สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากๆ คือการที่แต่ละเขตจะมีบุคลิกที่ชัดเจนมากๆ ของตัวเอง ที่สะท้อนออกมาทั้งทางการออกแบบถนนหนทางและอาคาร ไปจนถึงการแต่งตัวของประชากรและอาชญากรในเขตนั้นๆ เปรียบเสมือนกับว่าแต่ละเขตเป็น “เมือง” ย่อมๆ ในเกม RPG แฟนตาซีที่มักจะมีธีมและเนื้อเรื่องของตัวเอง โดยแต่ละเขตในเมือง Night City ที่เราเยี่ยมเยียมจะมี NPC ที่เรียกว่า Fixer คอยมอบงานให้เรา ซึ่งงานเหล่านี้ก็มักจะแสดงออกถึงวิถีชีวิตของแต่ละเขตอีกด้วย ทำให้รู้สึกราวกับว่าเกมมีเรื่องราวใหม่ๆ มานำเสนอให้เราตลอดเวลา แม้กระทั่งเมื่อจบเนื้อเรื่องไปแล้วกลับมาเล่นก็ตาม  สำหรับการรีวิว ผู้เขียนได้ทดลองเล่นเกมบนเครื่อง PC ที่มีการ์ดจอ RTX 2060 และ 16GB RAM โดยเล่นเกมส่วนใหญ่ที่การตั้งค่ากราฟิก Preset Ray Tracing - Medium ซึ่งพบว่าเกมสามารถแสดงผลได้ที่ประมาณ 40-45 FPS (ตกไปถึง 35 เวลาบู๊ๆ) และสามารถดันได้ถึง RTX Ultra แลกกับเฟรมเรต 30 FPS ซึ่งถือว่าดีกว่าที่คาดเอาไว้ประมาณหนึ่ง คนที่กลัวว่าคอมพิวเตอร์ของตัวเองจะเล่นเกมไม่ไหวไม่น่าจะมีอะไรต้องห่วง ตราบใดที่มีคอม Spec ขั้นต่ำคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหากับการเล่นเกม (ตั้งค่าได้เท่าไหร่อีกเรื่องหนึ่ง) อีกอย่างที่ต้องไม่ลืมคือเกมเวอร์ชั่นทีเล่นเพื่อรีวิวนี้ยังไม่ได้อัปเดทแพทช์ Day One ที่ว่ากันว่าจะปรับปรุงการทำงานของเกม แถมยังไม่ได้อัปเดท Driver ของการ์ดจอ และมีซอฟต์แวร์ Denuvo Anti-Tampering มาฉุดเฟรมเรตของเกมลงอีก โดยเชื่อได้ว่าเกมเวอร์ชั่นที่ผู้เล่นทุกคนได้รับการน่าจะมีปัญหาน้อยกว่าเวอร์ชั่นที่ผู้เขียนเจอ  สรุป แม้จะไม่ใช่เกมที่เปรียบเสมือนตัวแทนแห่ง Next-Gen ที่หลายคนหวังจะเห็น แต่นั่นก็ไม่ใช่คำตำหนิเลยสำหรับ Cyberpunk 2077 เกมที่เปรียบเสมือนร่างสุดยอดของแนวคิดการออกแบบเกม Open World โดยรวมตลอดทศวรรตที่ผ่านมา ที่ทั้งสนุกและน่าหลงใหลได้ไม่รู้จบ ราวกับการนั่งดูซีรี่ส์ไซไฟดราม่าเข้มข้นหลายซีซั่นในเกมเดียว ที่สำคัญคือเกมเป็นเกมที่ยิ่งให้เวลาสำรวจโลกของเกมได้เท่าไหร่ ก็จะยิ่งเปิดกว้างและหลากหลายขึ้นเท่านั้น หากคุณเคยเล่นเกม Open World อะไรก็แล้วแต่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาแล้วชอบ เชื่อได้เลยว่า Cyberpunk 2077 จะมีอะไรให้คุณแน่นอน
10 Dec 2020
เพื่อนๆ สามารถมีกลิ่นกลายแบบพระเอกเกม Yakuza ได้แล้ววันนี้!
เพื่อนเคยเล่นเกม Yakuza ไหมครับ? คือในเกมซีรีส์นี้เนี่ยพระเอก (ตัวละครที่เราได้เล่น) จะเป็นลูกผู้ชายมาดเท่ ซึ่งเป็นอาจเป็นความใฝ่ฝันของใครหลายคน แม้ว่าการฝึกร่างกายให้ดูแข็งแกร่งเทียบเท่ากันจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าแค่อยากมีกลิ่นตัวเหมือนกับพวกเขา ดูเหมือนจะสามารถทำได้ด้วยเงินพันกว่าบาทครับ! ในไลฟ์สตรีมครบรอบ 15 ปี ซีรีส์ Yakuza ทาง ผู้พัฒนาได้มีการเปิดตัวสินค้าน้ำหอมใหม่ที่มาในธีมพระเอกของเกม Yakuza ทั้ง Kazuma Kiryu และ Ichiban Kasuga โดยขวดน้ำหอมของ Kiryu จะมีสีขาวลายมังกร ในขณะที่ของ Kasuga จะมีสีเลือดหมูลายมังกรกลับด้าน ซึ่งกลิ่นของขวดข่าวจะออกไปทางสดชื่น ในขณะที่ขวดเลือดหมูจะมีกลิ่นออกไปทางเบอร์รีครับ น้ำหอมเซตนี้จะราคาขวดละ 3,300 เยน แต่ถ้าหาก ทำการ Pre-Order วันนี้เราจะสามารถซื้อเซตทั้ง 2 ขวดได้ในราคา 6,000 เยนเท่านั้น โดยทั้ง 2 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 28 ธันวาคม 2020 นี้ครับ! Credit: Siliconera
09 Dec 2020
Review-In-Progress: Cyberpunk 2077 อัปเดท 1 (8/12/20) [NO SPOILER]
เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค ทำให้ไม่สามารถเพิ่มส่วนอัปเดทลงไปในบทความเดิมได้ ใครที่สนใจอยากอ่านความเห็นจากช่วงต้นเกม สามารถอ่านได้ ที่นี่ Update 1: 8/12/20 ยุคนี้ใครเค้าเล็งปืนกัน! จากที่คราวที่แล้วผู้เขียนไม่ค่อยประทับใจกับการต่อสู้ จากการที่เกมช่วงที่เล่นยังมักจะมีแต่ปืนและอาวุธแบบมนุษย์ธรรมดาๆ แม้ว่าศัตรูจะยังไม่ได้เปลี่ยนไปนักในเวลาเกือบสิบชั่วโมงที่ผู้เขียนเล่นเพิ่มเติม แต่ปืนที่ได้รับมาเริ่มจะพิศดารมากขึ้นแล้ว เช่นปืน Smart Gun ที่เราเห็นในตัวอย่างเกมที่ผ่านมาที่จะปล่อยกระสุนนำวิถีไปโจมตีศัตรู หรือปืนสไนเปอร์ Nekomata ที่สามารถยิงทะลุกำแพงจากระยะไกลได้ และอาจจะด้วยการพัฒนาความสามารถสายแฮ๊คกิ้งมากขึ้น ทำให้รู้สึกว่าการต่อสู้และลอบเร้นในเกมมีความหลากหลายกว่าที่คิดเอาไว้ในตอนแรกอีกด้วย ผลเสียอย่างหนึ่งของการที่ตัวละครของผู้เขียนพัฒนาขึ้นแต่ศัตรูส่วนใหญ่ไม่ได้พัฒนาตามเท่าไหร่ ทำให้การต่อสู้ในช่วงนี้เริ่มรู้สึกง่ายขึ้นไปเยอะ เรียกว่าผู้เขียนแทบจะวิ่งฝ่ากระสุนเข้าไปเอาดาบเสียบศัตรูได้เรียงตัวแล้ว แต่ก็เริ่มจะได้เห็นศัตรูแปลกๆ บ้างในฐานะมินิบอส เช่นศัตรูตัวหนึ่งที่ใส่ Cyberware เพิ่มความเร็วจนวิ่งหลบกระสุนได้ หรือศัตรูที่จะพยายามแฮ๊คเราซะเองพร้อมกับวิ่งเข้ามาโจมตีระยะประชิด ผู้เขียนมักต้องเปลี่ยนวิธีเล่นกลางคันเพื่อรับมือกับศัตรูเหล่านี้เสมอ ซึ่งก็ทำให้การต่อสู้ท้าทายขึ้นมาบ้าง แม่ในภาพรวมจะยังถือว่า Cyberpunk 2077 (อย่างน้อยในระดับความยากปานกลางที่ผู้เขียนเล่น) น่าจะเป็นเกมที่ค่อนไปทางง่ายสำหรับผู้เล่นหลายๆ คน  โดยรวมก็ต้องบอกว่าการต่อสู้เริ่มมีความสร้างสรรค์และปลายเปิดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ทำให้เกมง่ายขึ้นไปด้วย นี่ถ้าซื้อ Cyberware โหดๆ มาใส่ได้เมื่อไหร่น่าจะล้างบางศัตรูได้สบายๆ ผลบุญผลกรรมมันหนีกันไม่พ้น ในส่วนของทางเลือก ผู้เขียนเริ่มจะได้เห็นผลของทางเลือกและการกระทำของตัวเองก่อนหน้านี้บ้างแล้ว และได้รับเควสที่ดูเหมือนจะผูกกับเนื้อเรื่องของ Lifepath โดยเฉพาะอีกด้วย หลังจากที่เริ่มเล่นเกมต่อจากที่เล่นค้างไว้ได้ไม่กี่ชั่วโมง ผู้เขียนได้รับการติดต่อจาก NPC คนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะรู้จักกับ V อยู่แล้ว เมื่อไปเจอตัวเธอเข้าจริงๆ จึงจำได้ว่าเธอคือ NPC หญิงสาวที่ผู้เขียนช่วยชีวิตเอาไว้ในอีกภารกิจหนึ่งที่ทำตั้งแต่ตอนเริ่มเกมเลย! แถมตอนสนทนากัน เธอยังเอ่ยถึงทางเลือกของผู้เขียนในภารกิจนั้นๆ ด้วย โดยในจุดนี้ไม่ค่อยมั่นใจว่าถ้าตอนที่เล่นภารกิจเลือกทางเลือกอีกแบบจะได้เจอเธออยู่ไหม แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นรายละเอียดสนุกๆ ที่ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าควรจะใส่ใจกับทางเลือกในแต่ละสถานการณ์ยิ่งกว่านี้อีก ในส่วนของ Lifepath ผู้เขียนได้รับการติดต่อมาจาก NPC ตัวหนึ่งที่เคยเจอกันครั้งแรกในช่วงเนื้อเรื่องของ Lifepath Corpo ตั้งแต่ต้นเกมเลย โดยเขาบอกตัวละคร V ว่าเขากำลังโดนเจ้านายหมายหัวอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ปูมาตั้งแต่ตอนที่คุยกับเขาครั้งแรกในเนื้อเรื่องตอนต้นเลย แถมเช่นเดียวกับตัวอย่างด้านบน เขายังเอ่ยถึงรายละเอียดที่คุยกันก่อนหน้านี้อีกด้วย ทั้งหมดทั้งมวลนั้น แม้ว่าตัวอย่างที่ยกมาจะเป็นเพียงเหตุการณ์เล็กๆ (จริงๆ มีเหตุการณ์ใหญ่กว่านี้แต่ไม่อยากสปอย) แต่แค่รายละเอียดเหล่านี้ก็ช่วยเสริมความรู้สึกว่าเรื่องราวของ V มันเป็นของผู้เล่นแต่ละคนโดยเฉพาะจริงๆ และการกระทำทุกอย่างของเรา แม้จะดูเหมือนเล็กน้อยหรือไม่มีความหมาย แต่เราไม่รู้เลยว่าจะย้อนกลับมาหาเราในรูปแบบใดได้บ้าง ภารกิจเยอะ ข้อมูลน้อย อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้เขียนเริ่มสังเกติชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือการที่เกมค่อนข้างมีปัญหาในการสื่อสารข้อมูลให้ผู้เล่น แม้ว่าเกมจะมีระบบมากมายที่ลึกซึ้งและสัมพันธ์กันในระดับที่น่าทึ่ง แต่เกมกลับไม่ค่อยสอนหรือแนะนำอะไรกับผู้เล่นเท่าไหร่เลย และกระทั่งเรื่องที่ควรจะง่ายอย่างการหาคำตอบว่า “เราสามารถรีเซ็ตค่า Stat และ Perk ทำอย่างไร” กลับเป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่าผู้เล่นต้องหาเอาเอง (ผู้เขียนยังหาไม่เจอ) อีกจุดที่น่าจะพัฒนาได้มากกว่านี้ในแง่ของข้อมูลคือหน้าต่างภารกิจของเกม ด้วยความที่เกมตั้งอยู่ในโลกอนาคตที่ทุกคนมีมือถือ (หรือสื่อสารกันผ่าน Cyberware) ผู้เล่นจะไม่ต้องเดินไปคุยกับ NPC หรือกระดานข่าวเพื่อรับภารกิจอีกต่อไป แต่ NPC เหล่านั้นจะ้วิธีส่งข้อความหรือโทรมาหา V โดยตรง ทำให้เรามักจะมีภารกิจเสริมน้อยใหญ่อยู่เต็มหน้าตลอดเวลา ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าเรามักไม่มีทางรู้ได้เลยว่าของรางวัลจากการทำภารกิจแต่ละอันจะมีอะไรบ้าง หรือว่าภารกิจนี้จะพัฒนาเนื้อเรื่องของใครบ้าง ซึ่งก็ทำให้ตัดสินใจค่อนข้างยากว่าจะทำภารกิจไหนก่อนดี ในบางช่วงเราอาจจะกำลังอยากเก็บเงิน แต่ก็ไม่รู้ว่าภารกิจไหนบ้างที่ทำแล้วจะได้เงิน บางทีเราอยากอัปเลเวลตัวละคร แต่ไม่รู้ว่าภารกิจไหนให้ค่าประสบการณ์ หรืออันไหนให้ค่า Street Cred แทน ทำให้การเล่นภารกิจเพื่อเป้าหมายเฉพาะบางอย่างทำได้ยาก และส่วนใหญ่ผู้เขียนก็มักจะแค่เลือกภารกิจที่ใกล้ที่สุดแล้วตรงไปที่นั่น แต่ก็ทำให้รู้สึกขาดตอนได้เหมือนกันเวลาที่เพิ่งเล่นภารกิจบู๊ๆ มาแล้วมาเจอภารกิจเน้นคุยอย่างเดียว ชีวิตมัวๆ ที่ไม่มีวีรบุรุษ อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนอยากพูดถึงคือตัวละครที่เราสามารถพบได้ในเกม โดยเฉพาะเหล่าตัวละครที่มีบทบาทในเนื้อเรื่อง ที่ล้วนมีมิติที่น่าค้นหาของตัวเอง แม้ในช่วงต้นเกมจะรู้สึกเหมือนยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับ NPC เหล่านี้นักนอกเหนือไปจากในภารกิจเนื้อเรื่อง แต่พอเริ่มได้ใช้เวลาและเรียนรู้ภูมิหลังของพวกเขามากขึ้น ก็พบว่าตัวละครหลายตัวมักมีอะไรน่าสนใจจะพูดหรือเล่าให้ฟังเสมอ และบ่อยครั้งมักเป็นเรื่องที่ช่วยเสริมเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องหรือช่วยพัฒนาตัวละครให้ลึกขึ้น แม้ในเกม RPG ส่วนใหญ่ผู้เขียนอาจจะชอบข้ามตัวเลือกบทสนทนาที่ไม่ได้ดำเนินเนื้อเรื่องต่อ (ในเกมนี้จะเป็นสีฟ้า ส่วนที่ดำเนินเนื้อเรื่องจะเป็นสีเหลือง) แต่ในเกมนี้ มักจะต้องเลือกฟังตัวเลือกบทสนทนาทั้งหมดก่อนจะดำเนินเรื่องต่อไปเสมอ แถม: สำหรับคนที่อยากเห็นภาพซับไทยมากกว่านี้ อังกฤษ: ไทย: เอาจริงๆ ถามว่าซับไทยรู้เรื่องแค่ไหน ก็คงบอกว่ารู้เรื่องซัก 85-90% นั่นแหละ อีก 10-15% ก็น่าจะพอตีความจากบริบทได้ แต่สิ่งที่เป็นจุดอ่อนจริงๆ คือการคงอารมณ์ความรู้สึกของบทเดิมเอาไว้ ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะไม่ติดขัด แต่เผอิญว่าผู้เขียนเป็นคนติดอ่านซับด้วย เวลาเปิดซับไทยก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะอ่านตาม พอไม่ตรงกับเสียงอังกฤษขึ้นมาก็ทำให้เสียอารมณ์เวลาเล่นได้ แต่เชื่อว่าสำหรับผู้เล่นอีกส่วนใหญ่ๆ น่าจะไม่มีปัญหากับซับไทย แต่ให้ระวังคำแปลหน้าเมนูเช่นในตัวอย่างบนก็พอ สรุปอัปเดท 1: ตอนนี้ยังไม่ได้ Cyberware มาใช้ (เงินไม่พอซื้อ) แต่เริ่มได้อาวุธใหม่ๆ มากขึ้น เริ่มสนุกขึ้นกว่าช่วงต้นๆ เกม / เนื้อเรื่องเริ่มผูกโยงกับการกระทำของผู้เล่นมากขึ้น เริ่มเห็นผลของทางเลือกก่อนหน้านี้ / เกมไม่ค่อยให้ข้อมูลเท่าไหร่ทำให้วางแผนการเล่นยาก อยากฟาร์มเงินก็ไม่รู้ภารกิจไหนให้เงิน อยากฟาร์มของก็ไม่รู้ภารกิจไหนให้ของ
09 Dec 2020
รีวิว Immortals Fenyx Rising นักรบสุดแกร่งช่วยเหลือทวยเทพปราบมหาปีศาจไททัน
เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปี 2020 เดือนที่วงการเกมและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีวีดีโอเกมต้องเจอศึกหนัก เพราะเป็นปีที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้การพัฒนาเกมดังหลาย ๆ เกม รวมไปถึงสายการผลิตเครื่องเกมคอนโซล หรือ อุปกรณ์ไอทีมีการชะงักอยู่หลายเดือนด้วยกันค่ะ แต่ถึงกระนั้นก็มีอยู่เกม ๆ หนึ่งที่วางจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมากับเกมที่มีชื่อว่า “Immortals Fenyx Rising” ผลงานจากทีมผู้พัฒนา Ubisoft Quebec หนึ่งในลูกทีมของค่าย Ubisoft ซึ่งตัวเกวลินเองก็จับตามองเกมนี้มาพักใหญ่ ๆ แล้วเหมือนกันค่ะ วันนี้เลยจะมาขอรีวิวเกมนี้ให้เพื่อน ๆ    เนื้อเรื่องที่น่าติดตามแฝงไปด้วยอารมณ์ขัน ( ที่บางทีก็เยอะไปนิ๊ดนึง ) เนื้อเรื่องภายในเกมพูดถึงเทพ 2 ตนประกอบไปด้วย Prometheus เทพไททันผู้ที่ขโมยไฟลงมาให้มนุษย์ได้รู้จักแล้วนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน และ Zeus เทพเจ้าสายฟ้าผู้ปกครองแห่งโอลิมปัสและเป็นบิดาแห่งทวยเทพและเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย พวกเขาต้องตัดสินใจหาคนมาช่วยโลกใบนี้เหมือนจู่ ๆ เกาะทองคำ หรือ “Golden Isle” ได้ถูก “Typhon” ไททัน