GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "บทความ"
[บทความ] เล่นเกมยังไงให้ได้ภาษา พร้อมแนะนำเกมที่เหมาะใช้ฝึก!
หนึ่งประโยชน์ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาจากการเล่นเกม นั่นคือการฝึกฝนภาษาต่างประเทศ  แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว.... ไม่ใช่ทุกคนซะทีเดียว ที่สามารถพัฒนาทักษะทางด้านภาษาของตนเองจาก การเล่นเกมได้ นั่นอาจเป็นเพราะ ความรู้พื้นฐานของตัวผู้เล่นเอง ความพร้อมในการเรียนรู้ หรือแม้แต่วิธีการเล่นเกมที่ ไม่ถูกต้อง ทำให้การซึบซับเอาทักษะทางภาษาต่างๆ เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ดังนั้น ในบทความนี้ ผู้เขียนขอนำเสนอวิธีการเล่นเกมอย่างถูกต้วง รวมถึง Mind set ในการเล่นเกม ที่จะทำให้การเล่นเกมของผู้อ่านทุกคน สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาได้อย่างแท้จริง และในช่วงท้าย ผู้เขียนได้มีการหยิบยกเกมดีๆ ที่น่าหามาเล่นเพื่อฝึกฝนภาษาอังกฤษอีกด้วย1. เกมที่เลือกเล่นการเลือกเกมที่จะใช้ในการพัฒนาทักษะทางภาษานั้น ก็คงเปรียบได้กับ การเลือกหนังสือที่จะใช้อ่านประกอบการเรียน หรือการเลือกติวเตอร์ที่ยอดเยี่ย ก่อนการสอบครั้งสำคัญ ซึ่งหากเลือกผิด เลือกไม่เหมาะสม ย่อมมีผลต่อการเรียนหรือการสอบอย่างแน่นอน ฉะนั้นการเลือกอย่างพิถีพิถัน จึงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่สำหรับการเลือกเกมเพื่อฝึกภาษา อาจไม่จำเป็นต้องพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงเพียงนั้น...  สิ่งแรกที่ควรพิจารณาเบื้องต้นเหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ พื้นฐานด้านภาษาของตนเอง เราต้องตอบตนเองให้ได้เสียก่อนว่าเรามีความรู้ความเข้าใจ หรือมีพื้นฐานด้านภาษามากน้อยเพียงใด อ่านออกมั้ย แปลและตีความได้แค่ไหน นี่คือก้าวแรกที่สำคัญมาก เพราะการพัฒนาทักษะด้านภาษา จะต้องอิงจากพื้นฐานความรู้ ตรงจุดนี้ เป็นจุดเริ่มต้น โดยบางคนอาจจะไม่มีพื้นฐานเลย บางคนมีพื้นฐานอยู่บ้าง หรือบางคนที่เก่งกาจอยู่แล้ว อาจจะต้องการแค่สิ่งที่จะเข้าเติมเต็มเท่านั้น การเลือกเกมที่เหมาะสมกับพื้นฐานทางภาษาและความสามารถ จึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงเป็นอย่างแรกในการเลือกเกมมาเล่น แต่ถ้าถามว่า หากต้องการพัฒนา อย่างก้าวกระโดด ขอเลือกเกมที่ข้ามขั้นความสามารถไปเล่นเลยจะได้หรือไม่ ในความเห็นของผมนั้น คำตอบก็คือได้ แต่ว่าคุณจะพัฒนาได้มากแค่ไหน ก็อยู่ที่ความอดทนและความตั้งใจของคุณเอง เพราะการที่เราเลือกเกมที่เกินความสามารถ ข้ามขั้นพื้นฐานที่เรามีไป เปรียบเสมือนกำแพงที่สูงเกินกว่า จะกระโดดให้พ้นได้ง่ายๆ คุณจะรู้สึกงง ไม่เข้าใจ และยอมแพ้ไปได้อย่างง่ายดาย สิ่งที่สำคัญต่อมาเลยคือ การอำนวยความสะดวกของเกมนั้นๆ กล่าวคือ เกมพร้อมจะให้เราเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน มีฟังค์ชั่นหรือระบบต่างๆ เพื่อให้ เราเรียนรู้ได้อย่างสะดวกสบายหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ในฉากคัตซีนมีคำบรรยายให้ หรือไม่ แต่ละฉากสามารถกด Pause เพื่อจะไปหาความหมาย ของคำได้ไหม หรือบทสนทนาต่างๆ ของเกมมีการบันทึกให้กลับมาอ่านย้อนหลังได้มั้ยเป็นต้น ซึ่งเกมที่มีการอำนวยความสะดวกสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็จะกลาย เป็นเกมที่เหมาะจะเป็นเกมสำหรับฝึกภาษาได้อย่างง่ายดาย ช่วยให้การเรียนรู้ของเราง่ายมากขึ้น ไม่ต้องมากลัวพะวงว่า ถ้าฉันพยายามแปลเนื้อหามากจนเกินไป แล้วจะสูญเสียอรรถรสในการเล่นเกมไป ยกตัวอย่างเกมที่มีการอำนวยความสะอวดได้เป็นอย่างดี นั้นคือเกม RPG อย่างเช่น Persona 5 นี่เป็นเกมที่เกื้อหนุนให้คนเล่นได้ฝึกฝนภาษาเป็นอย่างมาก เช่นมีความหลากหลายของการใช้ภาษา มีบันทึกบทสนทนาให้อ่านช้าๆ ได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องรีบแปล งงตรงไหนก็สามารถกลับมาอ่านและทำความเข้าใจได้ตลอดเวลา เอาเข้าจริงเกมแนว RPG (หรือที่บ้านเราเคยชอบเรียกกันว่า "เกมภาษา") เป็นแนวเกมที่เหมาะกับการฝึกภาษามากๆสิ่งสำคัญสุดท้ายอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ 'ความสนุก' ยังไงเกมก็คือสิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงอยู่แล้ว ดังนั้นหากจะเลือกเกมจากแค่ 2 ข้อแรกก็อาจจะขาดความสนุกและความบันเทิงไปได้ ดังนั้น นอกจากเกมที่เหมาะกับพื้นฐานภาษา และง่ายต่อการเรียนรู้แล้ว เกมเกมนั้นก็ควรจะเป็นเกมที่ดีระดับนึงด้วย อย่างน้อยก็ทำให้เราสนุกในฐานะของเกมเกมนึงได้ หรือหากใครมีประเภทเกมที่ชอบอยู่แล้ว เช่น JRPG, Action-Open World, Horror ก็อาจจะลองมองหาเกมในประเภทนั้นๆ ก่อนก็ได้เช่นกัน2. แนวทางการพัฒนาในแต่ละทักษะ (ลำดับ/ความสำคัญ)ทักษะภาษาอังกฤษสามารถแบ่งอย่างง่ายได้ 4 อย่าง นั่นคือ ฟัง - พูด - อ่าน - เขียน ซึ่งหากจะใช้เกมมาเป็นตัวพัฒนาและสร้างสมทักษะแต่ละอัน ก็จำเป็นจะต้องใช้วิธีการเรียนรู้แตกต่างกันไปตามทักษะนั้นๆด้วยเช่นกัน โดยตัวผู้เขียนขอเสนอวิธีการพัฒนาแต่ละอันดังนี้1. ทักษะการอ่าน - การอ่านถือเป็นทักษะที่สำคัญเป็นอย่างมาก และสามารถเรียนรู้ได้ง่าย การอ่านในที่นี้ไม่ใช่แค่สักว่าอ่านออก แต่ต้องแปลความหมายได้ เข้าใจบริบท และตีความสิ่งที่อ่านได้ด้วย  โดยวิธีการพัฒนาทักษะนี้ก็ไม่ยากเลยครับ เพียงแค่พยายามตะบี้ตะบันอ่านเข้าไป ทั้งบทสนทนา ทั้งกระดาษโน๊ตหรือ Lore ในเกมทั้งหลาย เราต้องพยายามอ่านและพยายามทำความเข้าใจ คำไหนไม่รู้ความหมายก็หาคำแปล บริบทไหนไม่เข้าใจ ก็ค่อยๆ คิดตาม ยิ่งอ่าน มากแค่ไหนเราก็จะยิ่งเก่งมากขึ้นเท่านั้น เทคนิคก็คือในช่วงแรก เราไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำพูด ทุกตัวอักษรก็ได้ แต่ถ้าเข้าใจบริบท เข้าใจว่าแต่ละตัวละครกำลังพูดถึงอะไรกันอยู่ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง2. ทักษะการฟัง - การฟังถือเป็นทักษะที่ไม่ได้เรียนรู้ได้ยากนัก แต่ต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นมาเล็กน้อย โดยหากเรามีพื้นฐานที่สามารถแปลภาษาอังกฤษได้ประมาณหนึ่ง จะทำให้เราเข้าใจการฟังได้ดีขึ้นด้วย โดยวิธีการพัฒนาการฟังอาจจะดูง่ายแต่จริงๆแล้วต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเลย โดยเราแค่ต้องพยายามฟัง พยายามฟังทุกอย่างที่มันดังเข้ามาในหู โดยขอเน้นย้ำว่าต้อง'พยายาม'เท่านั้น หากเราแค่ปล่อยให้มันเพียงสำเนียงที่ผ่านหูไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจจะฟังมันจริงๆ เราจะไม่สามารถพัฒนาทักษะนี้ได้เลย คุณต้องพยายามตั้งใจอย่างเต็มที่ พยายามแกะให้ออกว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นคือคำว่าอะไรบ้าง โดยในช่วงแรก เป้าหมายคือฟังให้ออกว่าสิ่งที่ได้ยินคือคำว่าอะไร พยายามจับ Keyword ให้ได้ ตั้งใจฟัง ตั้งใจทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ คุณต้องให้เวลา กับมันมากๆ และสุดท้าย เมื่อหูของคุณเคยชิน เมื่อทักษะได้พัฒนาขึ้น จุดนั้น คุณก็ไม่จำเป็นต้อง Focus มากนัก คุณก็สามารถเข้าใจสิ่งที่ได้ยินได้ 3. ทักษะการพูด - การพูดและการเขียนที่จะกล่าวถึงในข้อถัดไป ถือเป็นทักษะที่อยู่ในระดับที่เรียนรู้ได้ยาก นั่นไม่ใช่เพราะว่ามันมีรายละเอียดมาก หรือเป็นทักษะที่เรียนรู้ยากแต่อย่างใด แต่จริงๆแล้ว ความยากของมันคือการฝึกฝนเสียมากกว่า  ซึ่งทักษะการพูดนั้น จริงๆแล้วมันจะไม่ใช่ทักษะที่ยากเลย ที่จะทำให้คล่องแคล้ว เพียงเราพยายามพูด พยายามสื่อสาร ยิ่งเมื่อเราจะได้พูดกับเจ้าของภาษา หรือคนที่รู้หลักภาษาด้วยแล้ว เราจะยิ่งพัฒนาได้เร็ว แต่ปัญหาหลักของเจ้าตัวทักษะนี้ คือคนไทยอย่างเราๆ จะหาช่องทางสำหรับฝึกฝนทักษะการพูดได้ยาก ไม่รู้จะพูดกับใคร แถมคนไทยส่วนใหญ่ยังมี Mindset ว่า ไม่กล้าพูด เพราะกลัวจะผิด กลัวจะปล่อยไก่ ตรงจุดนี้ยิ่งทำให้ทักษะนี้พัฒนาได้ยากยิ่งขึ้น แต่จากประสบการณ์ตัวของผู้เขียนที่ผ่านมา พบว่าเกมเมอร์ชาวไทยส่วนใหญ่ หากมีช่องให้พูดให้คุย ก็มักจะกล้าพูด กล้าสื่อสารกันทั้งนั้น  นี่นับเป็นเรื่องดีไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ตัวผู้เขียนเองก็ยังเชื่อว่า ยังมีเกมเมอร์ชาวไทยอีก ไม่น้อยที่ยังไม่กล้าจะสื่อสาร ทั้งที่ตนเองก็พอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง ซึ่งจะอย่างไรเสีย หากอยากพัฒนาทักษะการพูด แต่ตัวเองกลับไม่กล้าจะพูดเสียเอง ทักษะนี้มันก็จะดีขึ้นได้อย่างไร4. ทักษะการเขียน - จากที่เอ่ยถึงมาจากข้อก่อนหน้า เราจะพบว่าทักษะะการพูดนั้นพัฒนาได้ยาก อันเนื่องมาจากเราไม่รู้ว่าจะไปพัฒนาที่ใด  ไม่รู้จะหาช่องทางใดในการฝึกฝน ซึ่งก็เป็นทำนองเดียวกันกับทักษะการเขียน ในการที่จะเก่งการเขียน ไม่ว่าจะเขียนทางการหรือไม่ทางการก็ตาม เราจำเป็นจะต้องผ่าน การฝึกฝน ผ่านการทดลองเขียน และเมื่อเขียนเสร็จแล้ว ก็จำเป็นจะต้องมีคนตรวจทานให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจการสะกด ตรวจหลักภาษา ตรวจใจความ เป็นต้น ซึ่งการจะหาคนพูดภาษาอังกฤษด้วยยากแล้ว การจะหาคนตรวจเนื้อความภาษาอังกฤษยากยิ่งกว่า ดังนั้นการฝึกฝนการเขียนจึงเป็นเรื่องที่ยาก ทั้งในทางการปฏิบัติและในทางการของการฝึกฝนด้วย ซึ่งเอาจริงๆ การเล่นเกมสามารถช่วยทักษะการเขียนของเราได้ แต่ก็คงได้แค่ในเชิงการสื่อสารง่ายๆ เท่านั้น อีกทั้งชาวเกมเมอร์ต่างๆ ก็คงไม่มีเวลามานั่งบอกเราว่า เราเขียนผิดอย่างไร ใช้ไวยากรณ์ผิดตรงไหนอยู่แล้ว 3. วิธีปฏิบัติในการเล่น (ห้ามขี้เกียจ/ห้ามมั่ว/ห้ามหยุดพัฒนา)1. ห้ามขี้เกียจ - ปัญหาหลักของเกมเมอร์ที่พยายามจะเก่งภาษาให้ได้ก็คือ ความขี้เกียจ จะมีเกมเมอร์ซักกี่คนกันที่ขยันอ่าน ขยันแปลทุกสิ่งภายในเกม แต่ตามจริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องพยายามอ่าน พยายามแปลไปซะทุกอย่างก็ได้ อาจจะเน้นแค่ใจความสำคัญ จำพวก Cutscene หรือ Note ที่สำคัญๆ หรือเนื้อหาของเควสหลักเป็นต้น ซึ่งแค่หากเราพยายามจะอ่านและแปลใจความสำคัญเหล่านี้ในเกม เราก็สามารถพัฒนาทักษะทางภาษาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นว่าแปล ทุกอย่างในเกมก็ได้ แต่ก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่เลือกที่จะข้ามสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไป ซึ่งนอกจากจะทำให้เราพลาดเนื้อหาบางอย่างของเกมไปแล้ว เรายังจะไม่ได้พัฒนาทักษะทางภาษาของเราอีกด้วย เพราฉะนั้นหากอยากจะเก่งภาษาให้มากขึ้น ห้ามขี้เกียจเด็ดขาด 2. ห้ามมั่ว - เกมมีหลากหลายแนวฉันใด ศัพท์ที่นำมาใช้ก็มีหลากหลายฉันนั้น ซึ่งในแต่ละเกมก็จะมีระดับการใช้ภาษาที่แตกต่างกัน บางเกมก็ใช้ภาษาทั่วไป ที่ง่ายๆ เข้าใจได้ไม่ยาก หรือบางเกมก็เลือกใช้ภาษาทางการ เน้นการใช้ไวยากรณ์ระดับงานเขียน หรือบางเกมก็เล่นใช้ราชาศัพท์ ศัพทโบราณต่างๆ มากมาย ซึ่งหากเกมใดใช้ภาษาง่ายๆ ที่เราคุ้นชินอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่เกมไหนที่ใช้ภาษาระดับยากๆ ที่เราแทบจะไม่เคยเห็นเลย มันก็สร้างความยากลำบาก ในการแปลและทำความเข้าใจได้ไม่น้อยเลย ซึ่งบางครั้งก็เจอเกิดอาการอยากจะมั่วไปซะเลย เห็นประโยคยาวๆ ศัพท์ยากๆ ก็ขอแปลแค่เฉพาะคำที่รู้และประติดประต่อกับสถานการณ์เอาเอง ซึ่งนี่เป็นทักษะด้นสดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการใช้ภาษาต่างประเทศบ้าง แต่ถ้าหากมีการด้นสดมากจนเกินไป ก็ไม่เป็นผลดีนัก เพราะอาจจะทำให้ความเข้าใจบางอย่างของเราผิดเพี้ยนไปทีละน้อย จนสุดท้ายอาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดไปได้ในที่สุด ฉะนั้นการมั่วหรือการด้นสดในบางสถานการณ์ไม่ใช่สิ่งที่ผิดอะไร แต่หากมั่วบ่อยครั้งจนเกินไป ก็จะสร้างผลเสียให้แก่เราซะเอง  3. ห้ามหยุดพัฒนา - อยากจะเตะฟุตบอลเก่งก็ต้องขยันเล่น อยากจะเรียนเก่งก็ต้องขยันเรียน และแน่นอนว่าอยากจะเก่งภาษาก็ต้องขยันฝึกฝน ซึ่งไม่ใช่แค่ว่าเราพอได้บ้างแล้ว เราพอมีความรู้แล้ว เราจะหยุดอยู่กับที่ได้ การจะเก่งขึ้นได้นั้นเราต้องขยันพัฒนาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดว่าแข่งขันกับใคร แค่แข่งขันกับตัวเองก็พอ ไม่ต้องพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดก็ได้ ขอแค่พัฒนาเรื่อยๆ อย่าหยุดอยู่กับที่ก็พอ ขอให้ตัวเราในวันนี้รู้มากกว่าตัวเราเมื่อวาน และตัวเราวันพรุ่งนี้ต้องรู้มากกว่าตัวเราในวันนี้ และด้วยการไม่หยุดพัฒนาไปเรื่อยๆ นี่เอง จะทำให้เราเก่งกาจขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่ทันรู้ตัวเลยทีเดียว4. แนะนำเกมสำหรับฝึกฝนภาษาอังกฤษหลังจากที่อ่านเนื้อหาด้านวิชาการกันมาครบถ้วนแล้ว ผู้อ่านก็น่าจะสามารถมองเห็นภาพมากขึ้นว่า การฝึกฝนภาษาด้วยเกมควรจะทำอย่างไร ซึ่งสำหรับหัวข้อสุดท้ายนี้ ผู้เขียนก็อยากจะแนะนำเกมทั้ง 5 ที่เหมาะสมและเล่นได้อย่างสนุกสนาน เพลิดเพลิน ซึ่งทั้ง 5 เกมนี้ เป็นเกมที่มีแนวที่กันชัดเจน ฉะนั้นใครชื่นชอบแบบไหนก็ลองหยิบไปเล่นกันได้ตามสะดวกเลยครับ1. Persona 5 - นี่คือสุดยอด JRPG แห่งยุคอีก 1 เกม ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์สายไหน ก็ไม่ควรพลาด การันตีด้วยจำนวนรางวัลและแฟนคลับ จำนวนมหาศาลทั่วโลก หากใครไม่เคยสัมผัสหรือรู้จักเกมนี้มาก่อน นี่คือเกม JRPG ที่มีระบบต่อสู้แบบ Turnbase อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เล่นสนุก และท้าทายอยู่เสมอ แถมด้วยระบบการใช้ชีวิตอย่างอิสระแบบเด็กนักเรียน ม.ปลายญี่ปุ่น ที่คุณจะทำอะไรก็ได้แล้วแต่ใจนึก พร้อมด้วยอาร์ตไสตล์ที่มีเสน่ห์ เพลงประกอบที่ยอดเยี่ยม ทั้งหมดช่วยเสริมให้ Persona 5 กลายเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมมากๆ เกมหนึ่งเท่าที่ผู้เขียนเคยได้เล่นมา โดยภายในเกมจะมีการใช้ภาษาอังกฤษที่หลากหลายมาก ทั้งระดับภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาทางการ หรือแม้แต่ศัพท์แปลกๆ ก็มีมาให้เห็นอยู่เสมอ ซึ่งภายในเกมก็จะมีการบันทึกบทสนทนาต่างๆ ให้เราสามารถ เปิดดูย้อนหลัง แถมมีระบบหยุด ให้เราได้ค่อยๆ อ่าน ค่อยๆ แปลได้อีกด้วย นี่คือเกมที่ทั้งดีและเหมาะกับการขัดเกลาภาษาเป็นอย่างมาก ดังนั้น ใครยังไม่เคยลอง ห้ามพลาดเด็ดขาดครับPlatform : PS3, PS4, PS52. Fallout 3 - แนะนำเกม RPG จากฝั่งญี่ปุ่นไปแล้ว หากขาดเกม RPG จากฝั่งตะวันตกบ้างก็ คงจะขาดสีสันไปไม่น้อย ซึ่งหากพูดถึงเกม Western-RPG ที่อยู่ในใจผู้เขียน  Fallout 3 ก็คือเกมแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวอย่างแน่นอน เพราะนี่คือเกมที่กวาดรางวัลในปี 2008 มามากมาย พร้อมกับคะแนนรีวิวบนเว็บไซต์ต่างๆที่สูงลิ่ว Fallout คือเป็นเกม RPG Open World บนโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ ที่อบอวลไปด้วยเสน่ห์ของซี่รี่ส์นี้อยู่ตลอดทั้งเกม เราจะสามารถเลือกเส้นทางของเราเองได้อย่างอิสระ จะเป็นคนดีหรือคนชั่ว จะปฏิบัติต่อใครแบบไหนก็ตามแต่ใจผู้เล่น ทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะเอาชีวิตรอดบนโลกที่โหดร้ายนี้ได้อย่างไร ภายใน Fallout 3 จะเต็มไปด้วยศัพท์ภาษาอังกฤษ การพูดคุย การใช้คำที่ค่อนข้างหลากหลาย ศัพท์แสลงก็มีมาให้ได้ยินบ่อยครั้ง แต่อาจจะไม่เหมาะ กับมือใหม่ซักหน่อย เพราะเกมนี้จะไม่ได้มีช่วงให้หยุดได้อ่านทั้งหมด ซึ่งในบางจังหวะเราอาจจะต้องฟังให้ทัน อ่านให้ทันเองบ้าง ซึ่งใครที่พอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง Fallout 3 ก็ถือเป็นอีกเกมที่เหมาะมากๆ สำหรับการเล่นเอาสนุกและเล่นเอาทักษะภาษาอังกฤษไปควบคู่กัน (แน่นอนว่าถ้าอยากได้เกมที่ทันสมัยกว่า จะเลือกภาค 4 ที่วางจำหน่ายภายหลังก็ได้เช่นกัน)Platform : PC, PS3, XBOX360 (ภาค 4 Platform: PC, PS4, Xbox One)3. DORAEMON STORY OF SEASONS - เปลี่ยนบรรยากาศจากเกมสไตล์จริงจัง มาสู่เกมสไตล์สบายๆ กันบ้าง กับ Story of seasons ที่มาในธีมของการ์ตูนอมตะตลอดกาล อย่าง "โดราเอมอน" ที่ดูภายนอกอาจจะคิดว่าเกมมันดูตื้นเขิน เหมาะสำหรับเด็กซะมากกว่า และไม่น่าสนใจซักเท่าไหร่ แต่เอาจริงๆ แล้วนี่คือหนึ่งในเกมที่ใช้คำว่า Story of Seasons ที่ออกมาดีมากเกมนึงเลย ด้วยเนื้อเรื่องและอาร์ตสไตล์ที่ยกมาจากโดเรมอนแบบ 100% โดยถึงแม้เกมนี้จะมีเนื้อเรื่องแบบ Original เป็นของตัวเอง แต่ก็สามารถคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของเรื่องราว ความรู้สึก และความสัมพันธ์ของตัวละครต่างๆ ในเรื่องที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้วอย่าง โนบิตะ เจ้าเด็กแว่นจอมขี้เกียจ หรือโดราเอม่อน แมวสีฟ้าสุดเปิ่น รวมถึงเอกลักษณ์ของเรื่องอย่างพวกของวิเศษต่างๆ ก็มีมาให้เล่นกันอีกด้วย ไม่ใช่แค่พาร์ทของเนื้อเรื่องและบรรยากาศจะดีเพียงอย่างเดียว ส่วนของเกมการเล่นก็สนุกไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการสำรวจเมือง ค้นหาความลับต่างๆ รวมถึงระบบทำฟาร์มปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ ที่ลุ่มลึกและเพลิดเพลินตามสไตล์ของ Story of Seasons ซึ่งภายในเกมก็จะเต็มไปด้วยบทสนทนา และคำศัพท์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เกี่ยวกับอาหาร เกี่ยวกับเทศกาลต่างๆ ที่เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน รูปประโยคไม่ยาก ดังนั้น นี้เป็นอีกหนึ่งเกมที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นฝึกฝนภาษาอังกฤษมากๆ รวมถึงถ้าใครไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถปรับเป็บภาษาไทยเพื่อทำความเข้าใจได้อีกด้วย Platform : PC, PS4, Switch (ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนซื้อ บางเวอร์ชั่นไม่มีภาษาไทยนะครับ)4. Yakuza: Like a Dragon - กลับมาที่เกมยอดเยี่ยมจากฝั่งญี่ปุ่นกันอีกครั้ง กับซี่รี่ส์ Yakuza ที่ยอดเยี่ยมและครองใจแฟนๆ มาอย่างยาวนาน ด้วยเนื้อเรื่องที่สนุก เข้มข้น ผสมกับความเพี้ยนหลุดโลก ทำให้ Yakuza กลายเป็นแฟรนไชส์ที่มีแฟนคลับเฝ้ารอกันอยู่ทั่วโลก ซึ่งในบทความนี้ภาคที่ผมจะมาแนะนำก็คือ Like a Dragon  ภาคใหม่ล่าสุด ลำดับที่ 7 ของซีรีส์ ที่มีเนื้อเรื่องแตกแขนงไปเป็นของตัวเอง ไม่เชื่อมโยงกับภาคไหน มีวิธีการดำเนินเนื้อเรื่องสไตล์ใหม่ๆ ทำให้ภาคนี้เป็นภาคเหมาะมาก สำหรับหน้าใหม่ที่สนใจเกมแฟรนไชต์นี้ โดยถ้าพูดถึงจุดเด่นของ Yakuza: Like a Dragon นอกจากเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้น และน่าค้นหาแล้ว ยังมีระบบต่อสู้แบบ Turn-based สุดกาว ที่ผสมผสานความเป็น RPG สไตล์ผู้กล้าและปีศาจที่แสนจะแฟนตาซีให้เข้ากับสไตล์ของยากูซ่าและยุคสมัยใหม่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ รวมถึงเหล่าเควสเสริมต่างๆ ของเกมที่สร้างความสดใหม่ให้กับการเล่นได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าสำหรับการใช้เกมนี้ในการฝึกภาษาก็ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะภายในเกมจะมีทั้งบทสนทนาแบบค่อยๆ อ่าน บทสนทนาแบบคัตซีนยาวๆ หรือแม้แต่บทพูดลอยๆ ที่ NPC จะพูดขึ้นมาตามบรรยากาศ รวมถึงเหล่าประโยคทั้งภาษาพูด-ภาษาเขียนต่างๆ มากมาย ถือได้ว่า Yakuza: Like a Dragon เป็นเกมที่มีการใช้ภาษาได้หลากหลายและเต็มไปด้วยคำศัพท์ต่างๆ ที่บางครั้งเราอาจจะหาฟังไม่ได้ง่ายๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่ไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษเลยอาจจะไม่เหมาะกับเกมนี้ซักเท่าไหร่นักPlatform : PC, PS4, PS5, XBOX One, XBOX SS|SX5. Firewatch - ปิดท้ายด้วยเกมอินดี้ที่หลายคนมองข้าม ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าใครเป็นสายอินดี้ น่าจะเคยสัมผัสกับความสุดยอดของเกมเกมนี้กันมาบ้าง Firewatch คือเกม First Person Adventure ที่จะให้เรารับบทเป็นชายผู้เข้ามาเป็นนักระวังไฟป่า (Firewatch) ที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่ง ทำไมตัวเอกถึงต้องมาที่นี้? เขาจะต้องเผชิญกับอะไรในป่าใหญ่ที่ไม่คุ้นเคยบ้าง? รวมถึงเหตุการต่างๆ ที่ผู้ระวังไฟป่าจะต้องพบเจอจะเป็นอย่างไร? เนื้อเรื่องของเกมนี้สามารถถ่ายทอดได้ถึงอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเหงา ความเศร้า ความผ่อนคลาย หรือแม้แต่ความรู้สึกถึงการหลุดพ้นจากอะไรบางอย่างได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้เกมเพลย์อาจจะไม่ได้มีอะไรมากมายนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินสำรวจไปตามจุดต่างๆ ตามแผนที่เสียเป็นส่วนใหญ่ แต่บรรยากาศและการเล่าเรื่องที่เกมเกนี้มอบให้กับผู้เล่น ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วที่ได้ลองเล่นด้วยตัวเอง ซึ่งใน Firewatch จะเต็มไปด้วยบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ คมคาย รวมถึงคำศัพท์ต่างๆ ที่ไม่ได้ยากไม่ได้ง่ายจนเกินไป อีกทั้งยังมีคำตอบต่างๆ ให้เลือกตอบตามบทสนทนาอีกด้วย ใครที่กำลังตามหาเกมเนื้อเรื่องดีกินใจ สื่อถึงอารมณ์ได้อย่างลุ่มลึก งานอาร์ตสวยงาม เล่นได้อย่างเพลิดเพลิน ห้ามพลาด Firewatch เด็ดขาดครับPlatform : PC, PS4, XBOX One, Switchจบไปแล้วนะครับสำหรับ How To เล่นเกมอย่างไรให้ได้ฝึกฝนทักษะทางภาษา ผู้เขียนหวังเพียงว่าผู้อ่านที่ได้อ่านบทความนี้จนจบ จะมีความไคร่รู้อยากจะฝึกฝนทักษะภาษาของตัวเองให้ดียิ่งๆขึ้นได้จากสิ่งที่เรารัก อย่างสิ่งที่เรียกว่า “เกม”  หากใครมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถ Comment พูดคุยกันได้ครับ ขอบคุณครับ :)
27 Nov 2021
Magic: The Gathering Arena : แนะนำการ์ดเด็ดประจำบ็อกซ์ Innistrad: Crimson Vow
Magic: The Gathering Arena เป็นหนึ่งในเกมการ์ดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่มีให้เล่นทั้งในเกมและนอกเกม โดยเราได้เคยพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับความสนุก และความยอดเยี่ยมของการ์ดเกมนี้กันไปแล้วในบทความ แนะนำเกม Magic The Gathering Arena เกมที่สร้างจากการ์ดเกมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่การ์ดเกมนี้มีเหมือนกับการ์ดเกมออนไลน์ อื่นๆ ก็คือระบบ Rotaion ที่จะเปลี่ยนการ์ดซึ่งสามารถนำมาใช้จัดเด็คเล่นได้ไปเรื่อยๆ เมื่อมีการออกซองใหม่มาให้เปิดกันล่าสุดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2021 ทางผู้พัฒนาก็เพิ่งจะมีการออกซองใหม่ออกมาอีก 1 ตัว เพื่อเล่นกับ Innistrad Midnight Hunt ชื่อว่า Innistrad: Crimson Vow โดยมีจุดแตกต่างหลักๆ คือธีมที่มากับซองนี้ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การ์ดของเผ่าแวมไพร์ ประหนึ่งจะบอกเล่าถึงเรื่องราวการต่อสู้ระหว่าง ปีศาจยามราตรีทั้งสอง และวันนี้ผมก็อยากพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับการ์ดที่น่าสนใจประจำซองนี้กันครับ!Necrodualityสุดยอดการ์ด Enchament สำหรับผู้เล่นเด็ค Zombie ทุกคน ด้วยค่าร้ายที่ไม่แพงนัก แต่ทำให้ได้ Creature เพิ่มขึ้นหนึ่งตัวทุกคนที่ลงการ์ดติด Type Zombie จึงทำให้ตอนนี้เป็นการ์ดที่ราคาแพงมากที่สุดในโลกความจริงภายในซอง Crimson Vow ตอนนี้ ถ้าหากนำไปจัดเด็คเล่น Zombie ค่าร้ายน้อยๆ ที่มีแต่ละตัวมีความสามารถเล็กๆ น้อย เชื่อว่าสามารถถล่มหลอดเลือดของอีกฝ่ายได้อย่างรวดเร็วแน่นอน!Hullbreaker Horrorถ้าหากจะมีการ์ดใบไหนที่เหมือนกับทำ Rarity ผิด มากที่สุดคิดว่าคงไม่พ้นการ์ดใบนี้ ที่นอกจากจะร่าย 7 ได้พลัง 7/8 แล้ว ยังสามารถร่ายนอกเทิร์น แถมไม่สามารถถูก Couter ได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีความสามารถนำการ์ดที่ไม่ใช่ Land หนึ่งใบขึ้นมือเจ้าของได้เมื่อร่ายอีก เรียกได้ว่าจำเป็นเด็คสาย Control หรือสายบุกก็สามารถใช้ประโยชน์จากการ์ดใยนี้ได้อย่างเต็มที่ จะเก็บไว้ร่ายลงมาตั้งป้องกันแบบเซอร์ไพรส์ หรือจะร่ายก่อนเข้าเทิร์นเพื่อให้ได้ตัวโจมตีพลังเยอะๆ มาก็ได้เช่นกันCultivator Colossusการ์ด Creature ขนาดใหญ่ใบใหม่ของสีเขียว ที่นอกจากจะมีพลังมหาศาล จากผลรวมของการ์ด Land ทั้งหมดรวมกันแล้ว ยังสามารถใช้เป็นการ์ดเพิ่ม Land บนสนามเราอย่างรวดเร็ว โดยไม่เสียมือได้ด้วย แม้ว่าจะมีค้าร่ายที่โหดไปหน่อย แต่ก็นับเป็นการ์ดดีที่อาจใช้พลิกสถานการณ์เสียเปรียบมาเป็นได้เปรียบเลยก็ว่าได้Manaform Hellkiteมังกรร้าย 4 ตัวใหม่ ของสีแดงที่แม้ว่า จะไม่ได้มีพลังโจมตี / ป้องกัน ไม่ได้สูงมาก แต่ด้วยความสามารถที่จะสร้าง Token มังกรพลัง ขึ้นมาทุกครั้งเมื่อทำการร้ายการ์ดอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ Creature จึงทำให้การ์ดใบนี้ถือเป็นตัวช่วยในการทำลายบอร์ดอีกฝ่ายได้ดี คอมโบง่ายๆ ได้ด้วยการใส่การ์ดยิ่งดาเมจใส่บอร์ดอีกฝ่ายเยอะๆ เพราะหลังจากยิงบอร์ดแล้วเราจะได้มังกรที่มีพลังโจมตีเท่ากับค่าร้ายของการ์ดยิงดังกล่าว และมี Haste ไปโจมตีใส่เลือดอีกฝ่ายโดยตรงด้วย นับว่าเป็นคอมโบง่ายๆ ที่โหดเอาเรื่องToxrill, the Corrosiveการ์ดสาย Control ใหม่ของสีดำ ที่เน้นค่อยๆ ทำลายบอร์ดของอีกฝ่าย และเพิ่มความได้เปรียบให้กับฝั่งเรามากขึ้นเรื่อยๆ เหมาะเป็นอย่างมากเวลาเจอกับเด็คที่ มีจำนวน Creature เยอะ แต่ไม่ได้มีพลังมาก ด้วยการวางเม็ด -1/-1 บนบอร์ดอีกฝ่ายทุกครั้งที่จบเทิร์นจึงทำให้การป้องกันการโจมตีทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย ไหนจะได้ Creature เข้าสนามตัวเองเมื่อตัวที่มีเม็ด -1/-1 ตายอีก แต่พิเศษสุดคือการสามารถทำให้เราจ่ายมานา เพื่อเปลี่ยนเป็นการ์ดบนมือได้ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคงเป็นเรื่องค่าร่ายที่โหดเอาเรื่องOlivia, Crimson Brideการ์ดสายโจมตีสายเลือด Vampire ที่จะทำให้เราสามารถชุป Creature ในหลุมขึ้นมาช่วยโจมตีได้ แถมยังมาพร้อมกับ Flying, Haste จึงทำให้จัดการได้ยาก แถมยังสามารถเริ่มโจมตีได้เลยในเทิร์นที่ลง แม้ว่าจะมีพลังโจมตีไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากจัดเด็คมาเป็นแบบเน้นทิ้งการ์ดที่มีพลังเยอะๆ จากมือลงหลุมไป แล้วเอาตัวนี้ชุปขึ้นมาช่วยโจมตี ก็อาจสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ภายในเทิร์นเดียวเลยChandra, Dressed to KillPlaneswalker ช่วยร่ายใบใหม่ของสีแดง ด้วยค่าร่ายเริ่มต้นเพียงแค่ 3 และทำให้เราได้รับมานาโบนัสเพิ่มขึ้น 1 หรือการ์ดบนมืออีก 1 ใบ การ์ดใบนี้จึงถือเป็นตัวเลือกดีสำหรับผู้เล่นที่ใส่การ์ดส่วนใหญ่ในเด็คเป็นสีแดง ในส่วนของความสามารถ -7 อันเป็นท่าไม้ตาย ก็ถือว่าเป็นท่าปิดเกมยอดเยี่ยม ที่อาจฆ่าอีกฝ่ายให้ตายในเทิร์นเดียวได้เลยยิ่งเล่นกับ Manaform Hellkite ด้านบนด้วยแล้วยิ่งโหดเข้าไปอีกFaithbound Judgeการ์ดตั้งรับที่สามารถกลายเป็นไพ่ตายในการเอาชนะได้ ในช่วงท้ายเกม ด้วยค่าร่ายตั้งต้นที่ไม่แพงมากนัก และได้พลัง 4/4 ซึ่งจะสามารถเริ่มโจมตีได้หลังจากลงมาแล้ว 3 เทิร์นจึงทำให้เป็นตัวเลือกที่ดีอีกใบสำหรับคนที่เล่นเด็คสีขาว แต่พิเศษที่สุดคือการ์ดอีกด้านที่สามารถจ่าย 7 เพื่อเอาขึ้นจากหลุมมาแปะบนสนามอีกฝ่ายได้เลย และจะทำให้เราชนะในอีก 3 เทิร์นทันที หากอีกฝ่ายไม่สามารถทำลาย Enchanment ดังกล่าวได้ นับว่าเป็นอีก 1 ไพ่ตาย ที่น่าใส่ไว้ในเด็ค
25 Nov 2021
[บทความ] 6 ตัวละคร League of Legends ที่อาจซ่อนตัวอยู่ใน 'Arcane' ?!
เช่นเดียวกับเกม MOBA เกมอื่นๆ ในตลาด เกม League of Legends เองก็มีรายชื่อตัวละครให้เลือกเล่นได้มากมายกว่า 150 ตัว ซึ่งหลายๆ ตัวเองก็มีบทบาทในซีรีส์ ‘Arcane’ อันยอดเยี่ยมของ Netflix (อ่านรีวิวซีรีส์) ในระดับที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นตัวหลักอย่าง Vi, Jinx, Jayce, Caitlyn, หรือ Viktor ไปจนถึงตัวละครเสริมอย่าง Singed, Heimerdinger, หรือ Ekkoแต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือแท้จริงแล้ว ซีรีส์ ‘Arcane’ อาจจะซุกซ่อนฮีโร่จากจักรวาล League of Legends เอาไว้มากกว่าที่เราคิด โดยหลายๆ ตัวอาจจะปรากฏในฐานะ Easter Egg หรือถูกใบ้ถึงในซีรีส์ โดยวันนี้เราจะมาพูดถึงตัวละครจาก League of Legends ที่คุณอาจไม่รู้ว่าปรากฏตัวในซีรีส์ พร้อมวิเคราะห์ถึงตัวละครที่ “อาจจะ” ได้เจอในซีซั่น 2 ที่กำลังสร้างอยู่ในขณะนี้อีกด้วย!***มีสปอยเนื้อหาซีรีส์นะจ๊ะ!!!***Ryze, the Rune Mageสำหรับตัวละครตัวแรก เชื่อว่าน่าจะเดาไม่ยากสำหรับแฟนเกม League of Legends หลายๆ คน นั่นก็คือ ‘Ryze’ นักเวทย์รูนตัวสีน้ำเงิน ที่หลายคนฟันธงว่าคือพ่อมดปริศนาที่ช่วยชีวิต Jayce และแม่จากภูเขาน้ำแข็งในตอนที่ 2 ของซีรีส์นั่นเองคำใบ้แรกมาจากหินรูนที่เขาใช้ รวมไปถึงรอยสักตามตัว ซึ่งคล้ายกับดีไซน์ของตัวละคร Ryze ในเกมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ เวทมนต์ที่เขาใช้เพื่อเทเลพอร์ต Jayce และแม่ลงจากภูเขาน้ำแข็งยังคล้ายกับสกิลอัลติในเกมของ Ryze ที่ชื่อว่า ‘Realm Warp’ ซึ่งทำให้ Ryze สามารถพาเพื่อนในทีมเทลเลพอร์ตไปยังจุดที่เลือกในแผนที่ได้พร้อมกันอีกด้วยจากเนื้อเรื่องของจักรวาลเกม League of Legends นั้น เวทย์มนต์รูนถือเป็นศาสตร์ต้องห้ามที่เคยก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่มาแล้วในอดีต โดย Ryze เป็นนักเวทย์รูนคนสุดท้าย ที่สาบานว่าจะไม่ยอมให้ใครนำเวทย์รูนกลับมาใช้ได้อีกเป็นอันขาด น่าสนใจว่าว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรถ้าได้เห็นเทคโนโลยี Hextech ของ Jayce ที่แลดูจะพึ่งพาการใช้รูนเป็นสื่อเวทมนตร์ แถมคนที่สร้างยังเป็นเด็กที่เขาช่วยชีวิตไว้ด้วยเวทมนต์อีกต่างหาก ไม่แน่ว่าในซีซั่น 2 อาจม่คำตอบ?!Teemo, the Swift Scoutตัวละคร Teemo อาจจะไม่ได้โผล่ออกมาในซีรีส์ด้วยตัวเป็นๆ แต่เราก็ยังสามารถเห็นเขาได้ในฐานะ Easter Egg หลายครั้งในซีรีส์ โดยครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวคือซีรีส์ตอนที่ 2 ในฉากที่ Vi และเพื่อนๆ อยู่ที่ร้านตู้เกม โดยเราสามารถเห็น Teemo อยู่ในตู้เกมที่ Powder เล่นอยู่นอกจากนี้ ในตอนที่ 6 ของซีรีส์ ในฉากที่ Silco และลูกสมุนเดินทางไปที่บ้านของนายอำเภอ Marcus ลูกน้องคนหนึ่งของ Silco กำลังเปิดหนังสือภาพอยู่ โดยเมื่อกล้องสลับไปแสดงให้เห็นหน้าหนังสือ ก็พบว่ามีภาพของ Teemo อยู่เต็มไปหมดทั้งนี้ ในเนื้อเรื่องดั้งเดิมของ League of Legends นั้นตัวละคร Teemo ถือเป็น “ตำนาน” ในฐานะยอดสายลับหน่วยรบพิเศษของเมือง Bandle City ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเผ่าพันธุ์ Yordle (เช่น Heimerdinger) นั่นเอง โดยดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเขาจะกระฉ่อนไปไกลกว่าแค่ในหมู่ Yordle ซะแล้วในโลกของ Arcane (หรือจริงๆ อาจจะล่องหนปลูกเห็ดอยู่ตรงไหนซักแห่งก็ได้ ใครจะไปรู้) Twitch, the Plague Ratการปรากฏตัวของ Twitch อาจจะเป็นเรื่องของการ “คาดเดา” มากกว่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันแน่ชัด แต่ในตอนที่ 1 ของซีรีส์ มีที่ Singed ได้ทดลองสารเคมี Shimmer ให้ตัวละคร Silco ดูด้วยการป้อนสารให้หนูธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง ซึ่งทำให้หนูตัวนั้นขยายใหญ่ขึ้นจนฆ่าแมวที่ Singed ใส่ลงไปในตู้ แถมยังมีแรงมากพอจะทุบตู้จนร้าวได้เลยทีเดียว โดยเราได้เห็นมาแล้วว่าสาร Shimmer มีผลทำให้ผู้ใช้มีร่างกายขยายใหญ่โตขึ้นได้ ทั้งจากตัวละคร Duncan (สมุนของ Silco ที่ทดลองกิน Shimmer คนแรก) และ Vander ในฉากที่เขาช่วย Vi จากโรงงานอีกด้วยเมื่อเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ League of Legends ก็พบว่ายังไม่เคยมีการเปิดเผยที่มาที่ไปของ Twitch อย่างเป็นทางการ หมายความว่าเหล่าผู้เขียนซีรีส์น่าจะมีอิสระเต็มที่ในการสร้างเรื่องราวของตัวละคร ฉะนั้นก็คงไม่แปลกใจถ้านี่จะเป็นจุดกำเนิดของตัวละครนี้ในจักรวาลของ Arcane ก็เป็นได้Kindred, the Eternal Huntersตัวละคร Kindred ในเกม League of Legends แท้จริงแล้วไม่ใช่ชื่อเรียกตัวละครตัวเดียว แต่เป็นคู่หู Lamb และ Wolf ซึ่งเป็นเหมือนกับ “วิญญาณแห่งความตาย” ในโลก Runeterra ของเกม โดยทั้งสองมีตัวตนอยู่ในเรื่องเล่าพื้นเมืองของทุกชนเผ่าในโลกเลยทีเดียวภายในซีรีส์ Arcane จะสามารถพบกับทั้งสองได้ในตอนที่ 5 ของซีรีส์ เมื่อ Vi และ Caitlyn เดินทางไปยัง “อาบอบนวด” แห่งหนึ่งในเมืองเบื้องล่างเพื่อหาข้อมูล โดยเราสามารถเห็นทั้งสองได้ในฐานะชายหนุ่มและหญิงสาวที่กำลังเพลิดเพลินกับยาสูบ ซึ่งถ้าสังเกติรูปร่างของหน้ากากที่ทั้งสองใส่ รวมไปถึงสัญลักษณ์บนหน้าผาก จะเห็นได้ว่าเหมือนกับตัวละคร Lamb และ Wolf เลย ซึ่งในฐานะที่เป็น “วิญญาณ” หรือ “ภูติ” อะไรบางอย่าง ทั้งสองก็อาจมีความสามารถในการจำแลงกายเป็นมนุษย์ก็เป็นได้แน่นอนว่านี่อาจเป็นแค่ Easter Egg ให้แฟนๆ ของ League of Legends ได้สังเกติกันเล่นๆ แต่ก็เป็นไปได้หรือไม่ว่าการปรากฏตัวของ Lamb และ Wolf ใน Arcane จะมีนัยยะบางอย่างในอนาคต?Warwick, the Uncaged Wrath of Zaunแฟนๆ ของ League of Legends หลายคนได้สันนิษฐานว่าตัวตนที่แท้จริงของ Warwick อาจไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ Vander พ่อบุณธรรมของ Vi และ Jinx นั่นเอง! โดยแม้ว่าซีรีส์พยายามจะสื่อว่า Vander ได้เสียชีวิตไปแล้วในตอนที่ 3 ของซีรีส์ แต่อย่างที่เราเห็นในกรณีของ Jinx นั้น ดูเหมือนว่า Singed จะสามารถใช้สาร Shimmer ในการรักษาคนที่บาดเจ็บปางตายให้กลับมามีชีวิตได้ และด้วยปริมาณ Shimmer ที่ Vander รับเข้าไปก่อนตายจนตัวขยายใหญ่ผิดรูปไปหมด อาจทำให้เขากลายเป็นหนูทดลองที่น่าสนใจสำหรับ Singed ก็เป็นได้นอกจากนี้ เมื่อลองเข้าไปสำรวจดูภูมิหลังของ Warwick ในเกม League of Legends ก็พบว่า Warwick นั้นเป็น “อดีตนักเลงกลับใจที่ละทิ้งชื่อเดิมของตัวเองเพื่อไล่ตามชีวิตที่ดีกว่า แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร เขาก็ไม่สามารถวิ่งหนีอดีตอันสกปรกของตัวเองได้” ซึ่งก็ฟังดูเหมือนภูมิหลังของ Vander ที่ซีรีส์เปิดเผยว่าเคยเป็น “หัวโจก” ของกลุ่มหัวรุนแรงมาก่อน แต่ก็กลับใจเมื่อพบกับ Vi และ Jinx ในช่วงต้นของซีรีส์อีกด้วยอีกคำใบ้หนึ่งที่อาจจะสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้คือท่อนหนึ่งในเนื้อเรื่องของ Warwick ที่บอกว่า “Warwick ไม่สามารถจดจำอดีตของตัวเองได้แม้แต่เรื่องเดียว โดยเมื่อพยายามนึกถึงอดีต สิ่งที่เขาเห็นมีเพียงเลือด และเสียงร้องไห้ของเด็กหญิงคนหนึ่งที่ตะโกนเรียกชื่อที่เขาฟังไม่เข้าใจ” ซึ่งหลายคนชี้ว่านี่อาจพูดถึงเสียงร้องของพาวเดอร์ที่ตะโกนเรียกชื่อ “ไวโอเล็ต” ในฉากท้ายๆ ของตอนที่ 3 ในซีรีส์ โดยมันอาจเป็นความทรงจำสุดท้ายของ Vander ก่อนที่เขาจะหมดสติไป และถูก Singed จับไปทดลองก็ได้สำหรับคนที่ตาไวหน่อยอาจจะสังเกติได้ถึง “กรงเล็บ” ของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่น่าจะเป็น Warwick ในฉากท้ายๆ ของตอนที่ 9 ของ Arcane ซึ่งแสดงให้เห็นฉากห้องทดลองของ Singed โดยมีกรงเล็บของ Warwick โผล่มาในฉากหน้า ในท่าที่ดูเหมือนว่าเขาถูกมัดติดอยู่บนโต๊ะทดลอง ซึ่งอาจหมายความว่าเราคงได้เห็น Warwick ในซีซั่น 2 ของซีรีส์อย่างแน่นอนOrianna, the Lady of Clockworkในฉากเดียวกับที่เห็นกรงเล็บของ Warwick ในตอนที่ 9 ของซีรีส์ จะเห็นได้ว่า Singed กำลังนั่งจ้องล๊อคเก็ตที่มีภาพของเด็กสาวคนหนึ่ง ที่เชื่อได้ว่าน่าจะเป็น “ลูกสาว” ที่เขากล่าวถึงในฉากที่ผ่าตัด Jinx ซึ่งแฟนเกมหลายคนทักว่าหน้าตาละม้ายคล้ายกับตัวละคร Orianna ใน League of Legends เป็นอย่างมากทั้งนี้ หากลองอ่านเบื้องหลังของ Orianna จะพบว่าแม้เธอจะเกิดในเมือง Piltover จริง แต่เธอก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตัวละครตัวไหนใน Arcane เลยแต่อย่างใด โดยเธอเป็นลูกสาวของช่างประดิษฐ์คนหนึ่งในเมือง Piltover ที่บาดเจ็บหนัก ทำให้พ่อของเธอจำเป็นต้องประดิษฐ์ “อวัยวะจักรกล” มาทดแทนร่างกายที่สึกหรอของเธอ แต่อาการของเธอกลับทรุดหนักลงเรื่อยๆ ซึ่งก็ทำให้พ่อของเธอยิ่งพยายามรั้งชีวิตของเธอไว้ด้วยการผ่าตัดทดแทนร่างกายของเธอด้วยเครื่องจักรมากขึ้นเรื่อยๆ ไปด้วย จนสุดท้ายเธอไม่เหลืออวัยวะของเด็กหญิงคนเดิมอีกต่อไป และกายเป็นเครื่องจักรมีชีวิตโดยสมบูรณ์แต่แม้เนื้อเรื่องดั้งเดิมจะไม่เหมือนกัน ซีรีส์ Arcane ก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลายอย่างในเนื้อเรื่องของ League of Legends มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยี Hextech ไปจนถึงอดีตของ Singed เองด้วย โดยในเนื้อเรื่องดั้งเดิมนั้น Singed เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องแห่ง Piltover ผู้ซึ่งหันเข้าสู่ศาสตร์เคมีเพื่อพิสูจน์ว่า Hextech ไม่ใช่นวัตกรรมที่ทุกคนกล่าวถึง ซึ่งในเนื้อเรื่องของ Arcane นั้น Singed ดูจะตั้งรกรากอยู่ในเมืองเบื้องล่างมาตั้งแต่ก่อนที่ Jayce จะสร้าง Hextech สำเร็จเสียอีก ซึ่งในตอนหนึ่ง Singed ได้พูดกับ Viktor ว่า “ความรักและมรดกคือสิ่งที่เราต้องแลกมาเพื่อความก้าวหน้า นั่นคือเหตุผลที่ฉันแยกทางกับ Heimerdinger” จึงเป็นไปได้เสมอว่า Orianna อาจจะเป็นลูกสาวที่ Singed “แลกมาเพื่อความก้าวหน้า” ในเนื้อเรื่องฉบับใหม่ของ Arcane ก็เป็นได้จะอย่างไรก็แล้วแต่ เชื่อว่าคงจะมีคำตอบให้เราในซีซั่น 2 ของ Arcane อย่างแน่นอน!ในระหว่างรอซีซั่น 2 แฟนๆ ของผลงาน Arcane ยังสามารถติดตามเกม Ruined King: A League of Legends Story ได้ทาง PlayStation, Xbox, PC (Steam, Epic Games Store), และ Nintendo Switch ซึ่งเป็นผลงานภายใต้ร่ม Riot Forge เช่นเดียวกัน (อ่านรีวิวเกม)
24 Nov 2021
[Review] รีวิวเกม Ruined King: A League of Legends Story "JRPG ไซส์กระทัดรัดที่เพลินเกินคาด"
แฟนๆ ของเกม MOBA ยอดฮิตอย่าง League of Legends ได้รับเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ไปเร็วๆ นี้ในงาน Riot Forge x Nintendo Switch Showcase ที่จัดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อผู้พัฒนา Riot Games ประกาศวางจำหน่ายเกมที่หลายคนรอคอยอย่าง Ruined King: A League of Legends Story ออกมาให้แฟนๆ ได้เล่นกันอย่างกระทันหันภายในงาน หลังจากที่ไม่ได้ปล่อยข่าวคราวอัปเดตมาซักพักใหญ่ๆ โดยเกมนี้ถือเป็นผลงานภายใต้ร่ม Riot Forge ที่ร่วมสร้างซีรีส์อนิเมชั่นสุดตระการตาอย่าง Arcane อีกด้วยหลังจากที่เล่นเกม Ruined King จนจบเนื้อเรื่อง (และทำภารกิจเสริมทั้งหมด + เก็บอาวุธในตำนานให้ตัวละครทุกตัว ใช้เวลาทั้งสิ้นราว 40 ชั่วโมง) ต้องยอมรับว่าทั้ง Riot Forge และผู้พัฒนา Airship Syndicate ได้ดัดแปลงโลกและตัวละครของ League of Legends มาสู่เกม JRPG นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งระบบการต่อสู้ที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจ ไปจนถึงเนื้อเรื่องและตัวละครที่เขียนมาอย่างเฉียบคมมีมิติ และยังรวมถึงการออกแบบสถานที่ต่างๆ ในเกม ที่เต็มไปด้วยความลับและปริศนาให้ผู้เล่นได้ค้นหาอยู่เสมอ จนบางครั้งก็รู้สึกว่า “วางไม่ลง” เลยทีเดียวแม้จะมีบางจุดที่ยังปรับปรุงได้ในด้านการออกแบบระบบปลีกย่อยและในเรื่องของการแก้บั๊คต่างๆ โดยเฉพาะในเกมเวอร์ชั่น Nintendo Switch แต่ Ruined King: A League of Legends Story เป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นยอดว่าแม้แต่ยักษ์อย่าง League of Legends ก็ยังเติบโตได้อีกมาก การเดินทางเพื่อปัดเป่าม่านหมอกแห่งอดีตเรื่องราวของ Ruined King: A League of Legends Story จะตั้งอยู่ในเมือง Bilgewater และติดตามการเดินทางของกลุ่มฮีโร่จากจักรวาล League of Legends เพื่อหาทางยับยั้งการคืบคลานของ “หมอกสีดำ” ที่กระจายออกมาจากเกาะต้องสาป Shadow Isles ซึ่งนำพาเหล่าวิญญาณร้ายมาจู่โจมเหล่าผู้คนในเมืองอยู่เป็นระยะ พร้อมกับหยุดไม่ให้ราชาต้องสาป “Viego” (หรือ Ruined King) คืนชีพกลับมาอีกครั้งด้วยผู้เล่นจะต้องควบคุมกลุ่มตัวละครหลัก 6 ตัวจากเกม ที่ล้วนมีอดีตและจุดประสงค์ที่แตกต่างกันในการร่วมเดินทางครั้งนี้ โดยสิ่งที่ต้องชมคือตัวละครทุกตัวล้วนมี “ตัวตน” และอุปนิสัยที่ชัดเจนและแตกต่างกันมากๆ และสามารถรับ-ส่งบทกันอย่างคมคายได้ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Sarah Fortune” ราชินีโจรสลัดแห่ง Bilgewater ผู้จมปลักกับความแค้น หรือ “Yasuo” นักดาบพเนจรที่วิ่งหนีความผิดพลาดในอดีต ตัวละครทุกตัวล้วนมี “ปม” หรือ “การยึดติด” บางอย่างที่ขับเคลื่อนการกระทำของพวกเขา ซึ่งช่วยเสริมมิติให้เรื่องราวการเดินทางครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี โดยเกมจะมีระบบฉากสนทนาระหว่างตัวละครให้ดูได้เมื่ออยู่ที่จุดพัก (คล้ายกับเกมตระกูล Tales of นั่นเอง) ซึ่งสามารถเปิดเผยความรู้สึกนึกคิดของตัวละครได้อีกทางด้วยในรีวิวซีรีส์ Arcane ของ GameFever ซึ่งเป็นผลงานใต้ร่ม Riot Forge เช่นเดียวกัน เราได้กล่าวชมการตัดสินใจของทีมงานเขียนบทในการใช้ “ตัวละคร” ในการนำเนื้อเรื่อง มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์แฟนตาซีมหากาพย์ใหญ่โต เพราะเปิดโอกาสให้เล่าเรื่องราวที่ “เป็นมนุษย์” ได้มากกว่า ซึ่งคำชมนี้น่าจะสามารถใช้กับเรื่องราวส่วนใหญ่ของ Ruined King ได้เช่นเดียวกัน เพราะแม้ในภาพกว้างเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างกลุ่มผู้กล้าและจอมมารอันชั่วร้าย แต่เหตุการณ์ระหว่างทางกลับถูกขับเคลื่อนด้วยเหตุผลของมนุษย์อย่างความแค้น ความกลัว ความเชื่อ หรือหน้าที่ ทำให้ผู้เล่นได้เข้าถึงตัวตนของตัวละครได้มากขึ้น ซึ่งก็ช่วยให้รู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครแต่ละตัว และอยากติดตามเรื่องราวของพวกเขาต่อไปอย่างเป็นธรรมชาติที่สำคัญกว่านั้นอีกคือการที่เลือกใช้ปม "ความเป็นมนุษย์" ที่เข้าถึงง่ายเช่นนี้ ทำให้เกม Ruined King (และซีรีส์ Arcane ก็ด้วย) สามารถติดตามได้ง่ายแม้จะไม่ได้คุ้นเคยกับโลกหรือตัวละครเหล่านี้มาก่อน เพราะสุดท้ายเกมก็นำเสนอพวกเขาเป็นเพียง "มนุษย์" มากกว่าจะถูกตีกรอบโดย "บทบาทในเกม" ของตัวละครเหล่านั้นนอกจากนี้ เกมยังใช้ประโยชน์จาก “ความเป็นเกม” ในการเพิ่มมิติให้กับโลก Runeterra (World-Building) โดยรวมได้มากขึ้น ผ่านข้อความที่ผู้เล่นสามารถสะสมได้ในเกม รวมไปถึงภารกิจเสริม (และภารกิจลับ) ต่างๆ ที่มีให้ทำในเกม โดยหากจะต้องตำหนิซักเรื่อง คงเป็นการที่เกมมีภารกิจเสริมเหล่านี้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับเกม RPG ขนาดใหญ่ทั่วไป แต่ก็เป็นข้อตำหนิจาก “ความเสียดาย” ที่เกมไม่ได้มีอะไรให้ทำหรือค้นหาเยอะกว่านี้ มากกว่าจะเป็นความผิดพลาดของตัวเกมซะเองJRPG สายลูกครึ่งตะวันตกที่ทั้งใหม่และคุ้นเคยในเวลาเดียวกันแม้จะมีองค์ประกอบและโครงสร้างแบบเกม RPG ตะวันตกจำพวก Divinity: Original Sin อยู่บ้าง โดยเฉพาะในด้านการเดินทางและสำรวจ แต่ระบบต่อสู้เทิร์นเบสของ Ruined King กลับมีกลิ่นอายของ JRPG อย่างเข้มข้น ซึ่งคนที่เคยเล่นผลงานก่อนหน้าของผู้พัฒนา Airship Syndicate อย่าง Battle Chasers: Nightwar มาก่อนจะเห็นได้ว่าระบบเกมหลายๆ อย่างแทบจะยกมาจากเกมนั้นหมดเลยในการต่อสู้ ผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครมาร่วมปาร์ตี้ได้ทีละ 3 ตัว (จาก 6) ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป การต่อสู้จะดำเนินไปแบบเทิร์นเบสที่มีความคล้ายกับระบบ ATB ของเกม Final Fantasy หลายๆ ภาค โดยตรงด้านล่างจอจะมีแถบไทม์ไลน์ที่มีไอคอนตัวละครวิ่งอยู่ และเมื่อไอคอนของใครวิ่งมาถึงเส้นก็จะถือว่าเป็นเทิร์นของตัวละครนั้น ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเลือกใช้สกิลได้สองชนิดคือ ‘Instant’ และ ‘Lane’สำหรับสกิลชนิด ‘Instant’ จะเป็นสกิลที่กดแล้วออกทันที เปรียบได้กับการโจมตีปกติของตัวละครแต่ละตัว ในขณะที่สกิล ‘Lane’ จะเป็นสกิลพิเศษที่มีเวลาร่าย ซึ่งเมื่อกดใช้จะต้องรอให้ไอคอนของตัวละครวิ่งกลับมาถึงเส้นอีกครั้งจึงจะปล่อยสกิลออกมา ทำให้การต่อสู้จำเป็นต้องใช้การวางแผนมากกว่าเกม JRPG เทิร์นเบสทั่วไป เพราะต้องคำนึงถึงตำแหน่งของตัวละครและศัตรูบนไทม์ไลน์ตลอดเวลา และเลือกว่าจะโจมตีทันที หรือจะรอร่ายสกิลที่รุนแรงกว่า แต่อาจเสี่ยงโดนศัตรูตบสวนก่อนสกิลจะออกได้ ที่สำคัญคือศัตรูในเกมนี้หลายตัวมักตีแรงและเลือดเยอะ แถมบางตัวยังมีเงื่อนไขที่ถ้าไม่ทำตามก็อาจกวาดตี้ลงไปกองได้เลยอีกต่างหากนอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถควบคุมระยะเวลาในการร่ายของสกิลได้ประมาณหนึ่งผ่านระบบ ‘Lane’ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเกมนั่นเอง ไทม์ไลน์บอกลำดับเทิร์นของเกมจะถูกแบ่งออกเป็นสามส่วนหรือ “เลน” ประกอบไปด้วย Speed, Balance, Power โดยในการร่ายสกิลชนิด ‘Lane’ อะไรก็แล้วแต่ จะสามารถเลือกได้ว่าจะร่ายในเลนไหน ถ้าร่ายในเลน Speed จะทำให้สกิลเบาลงแต่ออกเร็วขึ้น ในขณะที่เลน Power จะทำให้สกิลแรงขึ้นแต่ร่ายนานขึ้นไปด้วย ศัตรูบางชนิดยังมีความสามารถพิเศษที่บังคับให้ต้องใช้การโจมตีจากเลนบางเลนเท่านั้น หรืออาจวางกับดักเอาไว้ในเลนบางเลนเพื่อยับยั้งไม่ให้เราร่ายสกิลในเลนนั้นได้ด้วย ซึ่งระบบทั้งหมดนี้รวมกันทำให้การต่อสู้แต่ละครั้งมีความท้าทายและใช้การวางแผนมากกว่าเกม JRPG เทิร์นเบสทั่วไปพอสมควรการวางแผนของเกมยังครอบคลุมออกมานอกการต่อสู้ ไปถึงระบบการพัฒนาตัวละครด้วย โดยเช่นเดียวกับในเกม League of Legends ตัวละครแต่ละตัวจะมีพัฒนาการสองแบบคือ ‘Ability Point’ และ ‘Runes’ นั่นเอง ซึ่งจะได้รับอย่างได้อย่างหนึ่ง (หรือทั้งคู่) ทุกครั้งที่เลเวลของตัวละครเพิ่มขึ้นถึงจุดที่กำหนด โดย Ability Point จะใช้เพื่ออัปเกรดสกิลของตัวละครเป็นรายสกิลไป เช่นเพิ่มความเสียหายที่ทำหรือทำให้ศัตรูติดสถานะต่างๆ เมื่อถูกสกิลนี้โจมตี ในขณะที่ Runes อาจเปรียบได้กับระบบ Perk ในเกมอื่นๆ ที่จะมอบเอฟเฟกต์ติดตัวต่างๆ ให้ตัวละคร เช่น Rune หนึ่งอาจเพิ่มโอกาสในการโจมตีติดคริติคอล หรือเพิ่มเอฟเฟกต์ตีดูดเลือด (Lifesteal) เป็นต้นข้อดีของระบบสกิลในเกมนี้คือการที่ผู้เล่นสามารถเลือก “ปั้น” ฮีโร่แต่ละตัวได้หลากหลายพอสมควร ตัวละคร Braum ของคุณจะเป็นแทงค์สุดถึกทนที่สามารถสร้างบาเรียป้องกันให้เพื่อนในทีมได้ หรือทำให้เขากลายเป็นนักสู้แถวหน้าที่เน้นการสะท้อนความเสียหายกลับคืนสู่ศัตรูก็ได้ หรืออย่างตัวละคร Pyke ที่สามารถปั้นเป็นยอดนักฆ่าที่เน้นปลิดชีพศัตรูในดาบเดียว หรือเป็นตัวป่วนที่เน้นแปะสถานะผิดปกติใส่ศัตรูรัวๆ ก็ได้ โดยสกิลต่างๆ ของตัวละครยังสามารถเกื้อหนุนกันไปมาได้เป็นอย่างดี ความสนุกอย่างหนึ่งของเกมจึงเป็นการหาคอมโบทีมและอัปเกรดที่ลงตัวสำหรับสถานการณ์ที่แตกต่างกันไปอีกด้วยผลลัพธ์คือเกม JRPG ที่มีโครงสร้างคุ้นเคย แต่มีรายละเอียดปลีกย่อยมากมายที่รวมกันทำให้เกมรู้สึกแปลกใหม่กว่าเกม JRPG กระแสหลักหลายๆ เกม และต้องใช้การคิดวางแผนเสมอแม้กระทั่งในการต่อสู้กับศัตรูลูกกระจ๊อกทั่วไปโลกของเกมที่แม้จะไม่ใหญ่ แต่มีอะไรมากกว่าที่เห็นอย่างที่กล่าวไปข้างต้น Ruined King ยังคงเป็นเกมที่มีกลิ่นอายของตะวันตกอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะในส่วนของการเดินทางและการสำรวจแผนที่เพื่อทำภารกิจเสริม โดยแม้ว่าเกมจะมีปริศนาและความลับให้ตามหา แถมโลกของเกมยังออกแบบมาได้อย่างมีสีสันและชีวิตชีวา แต่ก็มีหลายองค์ประกอบรวมกันที่ทำให้เกมรู้สึก “เก่า” อย่างช่วยไม่ได้เมื่อเทียบกับเกมยุคปัจจุบัน และอาจสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้ผู้เล่นได้ไม่มากก็น้อยข้อดีของระบบการสำรวจในเกม Ruined King คือการที่เกมซุกซ่อนความลับเอาไว้ในมุมที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ ทำให้การสำรวจพื้นที่ใหม่ๆ ในเกมรู้สึกตื่นเต้นและมีจุดหมายทุกครั้ง แถมความลับหลายๆ อย่างจำเป็นต้องใช้การอ่านและศึกษาข้อมูลที่เกมเสนอให้อย่างจริงจังจึงจะไขได้ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนตัวเองได้ “ค้นพบ” คำตอบด้วยตัวเองมากกว่าจะเป็นแค่การวิ่งตามหมุดไปเรื่อยๆ ในเกม RPG หลายเกมนอกจากนี้ โลกของเกมยังตอบสนองต่อทางเลือกของผู้เล่นในภารกิจเสริมเหล่านี้ด้วย ซึ่งแม้จะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยยะสำคัญนัก แต่ก็ช่วยทำให้โลกของเกมรู้สึก “มีชีวิต” ราวกับว่า NPC ในเกมก็ดำเนินชีวิตของตัวเองไปเรื่อยๆ ในขณะที่ผู้เล่นออกเดินทางอยู่ ซึ่งจุดนี้เป็นข้อดีของเกม RPG สายตะวันตกที่เกมนำมาใช้ได้อย่างยอดเยี่ยมแต่ในขณะเดียวกัน เกมก็มีการออกแบบหลายๆ จุดที่ทำให้รู้สึกน่าหงุดหงิดอยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่นการที่เกมไม่มีระบบ Fast Travel (มีแบบจำกัดมากๆ) ซึ่งเมื่อนำมารวมกับระบบภารกิจเสริมที่มักให้ผู้เล่นย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เก่าๆ ที่ผ่านมาแล้วบ่อยครั้ง ทำให้การเดินทางในเกมนี้กินเวลามากกว่าที่จำเป็นไปมาก แถมตัวละครก็ยังเดินช้าเหลือเกิน แม้กระทั่งในขณะที่วิ่งอยู่ก็ยังช้า จนบางครั้งก็อดรำคาญไม่ได้เมื่อจำเป็นต้องย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เหล่านี้นอกจากนี้ แม้จะไม่มีการต่อสู้แบบ Random Encounter (เจอศัตรูแบบสุ่มเหมือนเกม JRPG คลาสสิค) แต่ศัตรูในเกมก็หูตาไวมากๆ ยืนอยู่อีกฟากห้องก็ยังอุตส่าห์เห็น และตราบใดที่ผู้เล่นไม่สามารถวิ่งหนีออกจากระยะสายตาของศัตรูได้ทัน ศัตรูจะวิ่งไล่กวดเราทั่วแผนที่ได้เลยโดยไม่ยอมแพ้ หมายความว่าบ่อยครั้งเวลาย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่เก่าๆ ก็จะต้องต่อสู้กับศัตรูไปด้วยตลอดทางอย่างหลีกเลี่ยงแทบไม่ได้ ยิ่งช่วงท้ายๆ เกมที่ศัตรูเริ่มเก่งขึ้น ยิ่งทำให้การเดินทางเก็บภารกิจเสริมมีความน่าปวดหัวอยู่ไม่น้อยอีกระบบที่รู้สึกเก่ามากๆ คือการที่ผู้เล่นไม่สามารถสับเปลี่ยนตัวละครในปาร์ตี้ได้ยกเว้นจะเจอจุดพักเท่านั้น แม้กระทั่งเวลาอยู่ในเมือง ซึ่งน่าหงุดหงิดเวลาที่เจอปริศนาหรือพัซเซิ่ลในฉากที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษของตัวละครตัวใดตัวหนึ่งโดยเฉพาะในการแก้ และทำให้การทดสอบทีมหรือคอมโบใหม่ๆ ทำได้ลำบากกว่าที่ควรจะเป็นเพราะต้องคอยวิ่งไปกลับระหว่างจุดเซฟที่อยู่แสนไกลเพื่อทดสอบตัวละครนอกจากปัญหาที่กล่าวไป ยังมีองค์ประกอบย่อยๆ อื่นๆ ที่ถ้าปรับปรุงได้จะทำให้เกมสนุกขึ้นกว่านี้อีก เช่นการที่เกมไม่มีแผนที่มินิแมพ ทำให้ต้องคอยหยุดเปิดแผนที่อยู่เนืองๆ ตลอดระยะเวลาที่เล่น หรือการที่ไม่สามารถกดข้ามคัตซีนได้ (สำหรับกรณีที่ต้องสู้บอสที่มีคัตซีนขั้นหลายครั้ง) รวมไปถึงระบบ Auto-Save ของเกมที่ดูจะทำงานแบบไม่ค่อยสม่ำเสมอ ทำให้ผู้เล่นต้องคอยเซฟเกมเองบ่อยๆ ไม่งั้นเวลาตายก็เตรียมเล่นเกมใหม่จากการเซฟครั้งล่าสุดได้เลย โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้แม้จะไม่ได้ส่งผลเสียต่อ “แก่นหลัก” ของเกมเท่าไหร่นัก แต่ก็ทำให้ประสบการณ์การเล่นเสียไปบ้างเหมือนกัน และถ้าแก้ได้ก็จะทำให้ประสบการณ์โดยรวมมีความราบรื่นกว่านี้เยอะภาพสวยสบายตา กับราคาด้านเทคนิคเช่นเดียวกับในซีรีส์ Arcane ที่เรากล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ต้องกล่าวชมวิสัยทัศน์ในการ “สร้างโลก” ของ Riot มากๆ แม้จะไม่ใช่เกมทุนใหญ่ระดับร้อยล้าน แถมยังพัฒนาด้วยทีมงานขนาดเล็ก แต่ Ruined King ก็ยังสามารถนำเสนอกราฟฟิกในเกมออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยผู้พัฒนา Airship Syndicate สามารถตีความสถานที่ต่างๆ ในเกมออกมาได้อย่างน่าสนใจ ทุกซอกทุกมุมมีรายละเอียดที่บอกเล่าถึงเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นเมืองโจรสลัด Bilgewater ที่บางพื้นที่ดูจะสร้างมาจากเรืออัปปางขนาดใหญ่หลายๆ ลำประกอบกัน หรืออย่างโซน Shadow Isles ก็ล้วนอัดแน่นไปด้วยซากแห่งอดีตที่บ่งบอกถึงอารยธรรมที่สาบสูญของผู้คนก่อนที่ราชามาร Viego จะทำลายทุกสิ่ง ทุกกระเบียดนิ้วของเกมถูกอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดที่ช่วยในการ “ขยายโลก” (World-Building) ของเกมให้มีมิติและประวัติศาสตร์ของตัวเองจากการทดลองเล่นเกมทั้งบน Nintendo Switch และ PC (ผู้เขียนเริ่มเล่นบน Switch แล้วยืมไอดีเพื่อนเล่นใน PC) สิ่งหนึ่งที่ต้องย้ำกับท่านผู้อ่านทุกท่านคือถ้าเลี่ยงได้ ให้เลี่ยงการเล่นเกมนี้บน Nintendo Switch ไปก่อนจนกว่าผู้พัฒนาจะออกแพทช์แก้ตัวเกมมากกว่านี้ เพราะแม้ภาพกราฟฟิกแนวการ์ตูนของเกมจะทำออกมาได้สวยงามตามมาตรฐาน แต่ก็แลกมาด้วยปัญหาด้านเทคนิคมากมายที่ส่งผลลบต่อประสบการณ์การเล่นเกมอย่างใหญ่หลวงอย่างแรกคือการที่เฟรมเรตของ Switch มักจะตกลงทุกครั้งที่เดินผ่านสถานที่บางแห่ง หรือกระทั่งในแผนที่นั้นทั้งแผนที่เลยก็มี ซึ่งแน่นอนว่าสร้างความลำบากในการวิ่งหลบศัตรูหรือกับดักในฉาก การที่เกมแลคมากๆ ยังนำไปสู่ปัญหาบั๊คอื่นๆ ได้อีก เช่นกดคุยกับ NPC แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น พัซเซิ่ลไม่ทำงาน หรือบางทีก็อาจถึงขั้นส่งเควสไม่ผ่านไปเลยก็มี (ไอเทมหายไปจากกระเป๋าแต่เควสไม่ผ่าน) ซึ่งในกรณีของผู้เขียนเป็นเควสเนื้อเรื่องด้วย แต่โชคดีที่เซฟไว้ก่อนหน้านั้นพอดีเลยโหลดเซฟใหม่มาแก้ได้ ถ้าใครไม่ได้เซฟมาก่อนและเจอแบบนี้เข้าไปก็อาจต้องย้อนกลับไปเล่นไกลเลยก็เป็นได้การเล่นเกมใน PC (และเชื่อว่าใน PlayStation หรือ Xbox ด้วย) ให้ประสบการณ์ที่ดีกว่าก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะสมบูรณ์แบบ เพราะเกม Ruined King ยังมีบั๊คยิบย่อยประปรายอยู่เต็มไปหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างความรำคาญมากกว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการเล่น ในกรณีของผู้เขียนที่ต่อจอย Xbox One เล่นใน PC มักจะพบปัญหาแปลกๆ ที่ทำให้ไม่สามารถกดปุ่ม “ลง” บนจอยเกมได้ในขณะที่ต่อสู้ ซึ่งก็ทำให้ไม่สามารถเลือกเป้าหมายการโจมตีได้ไปด้วย สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาใช้เมาส์เล่นจึงจะเลือกเป้าหมายได้ตามปกติ ซึ่งต้องเข้า-ออกเกมใหม่จึงจะแก้ปัญหานี้ได้ หรือปัญหาเควสที่ทำเสร็จไปแล้วยังค้างอยู่ในหน้าต่างรวมเควส หรือปัญหาที่จู่ๆ ก็พูดกับ NPC ไม่ได้ โดยทั้งหมดแก้ได้ด้วยการปิด-เปิดเกมใหม่จึงไม่ได้หนักหนานัก ถ้าพูดภาษาบ้านๆ ก็อาจบอกได้ว่าปัญหาเหล่านี้ “ทำให้ดูออกว่าเป็นเกมทุนต่ำ” นั่นเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแก่นของเกมจะไม่ดีเช่นเดียวกันทั้งนี้ หากคุณเป็นแฟนของแฟรนไชส์ League of Legends และ/หรือเป็นคนที่สนใจจะทำความรู้จักกับจักรวาลนี้มากขึ้น Ruined King: A League of Legends Story ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่จะให้คุณได้สัมผัสกับโลก Runeterra ในอีกรูปแบบหนึ่ง และเป็นเครื่องพิสูจน์ฝีมือในการสร้างโลกของ Riot ที่น่าสนใจและมีมิติไม่น้อยไปกว่าในซีรีส์ Arcane อันยอดเยี่ยมเลยทีเดียว เกมอาจจะยังมีจุดบกพร่องอยู่ไม่น้อย แต่ถ้ามองข้ามไปได้ สิ่งที่รอคุณอยู่คือเกม JRPG น้ำดีที่สร้างความเพลิดเพลินให้คุณได้ไม่น้อยไปกว่าเกมฟอร์มใหญ่หลายๆ เกมเลยทีเดียว
22 Nov 2021
$69.99 Vs ระบบ Subscribe คำถามที่ถูกตั้งขึ้นเมื่อคำนึงถึง 'ความคุ้มค่า'
หลังจากรับใช้เหล่าเกมเมอร์มานานถึง 7 ปี เครื่องคอนโซล PS4 ก็ใกล้จะกลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่ปลดระวางมากขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้นึกถึงวันวานที่แสนสนุก ซึ่งได้ใช้เวลาร่วมกัน และเป็นการต้อนรับการมาของยุคใหม่ PS5 ยิ่งได้นั่งมองเครื่องเล่นเกมเก่าและใหม่ ที่นอนอยู่ข้างๆ กันนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึกว่าเวลาได้ผ่านไปแล้วมากขึ้นเท่านั้น แม้การมาของยุคสมัยใหม่จะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น ด้วยภาพที่สวยขึ้น ระบบควบคุมที่ดีขึ้น ระบบเสียงที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นยังนำพาความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มาด้วย นั้นก็คือ ราคาของเกม AAA ที่แพงมากยิ่งขึ้นจาก $59.99 สู่ราคาใหม่ของเกมระดับ AAA ที่แพงมากขึ้นเป็น $69.99 การเปลี่ยนแปลงนี้แม้มองเผินๆ เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็ทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้เหมือนกันว่า 'มันหมายถึงเม็ดเงินที่ต้องสูญเสียมากขึ้นต่อๆ ไปในอนาคต' แม้จะเพิ่มขึ้นไม่มากมายอะไรในแต่ละครั้ง แต่พอรวมๆ กันแล้วก็คงเรียกได้ว่าไม่ใช่เงินก้อนเล็กๆ พร้อมกันนี้มีคำถามหนึ่งถูกตั้งขึ้นมาอย่างเงียบๆ "แล้วเกมนี้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไปจริงๆ รึเปล่า?" ความคุ้มค่านั้นวักได้จากอะไร?หลายครั้งที่เรามักได้ยินคนพูดว่า "รู้สึกว่าซื้อมาแล้วยังเล่นไม่คุ้มเลย" หรือ "ซื้อมาตั้งแพงแต่เล่นได้นิดเดียว รู้สึกยังไม่คุ้มเลย" จากสองประโยคดังกล่าวจะสังเกตได้ว่า จำนวนชั่วโมง ที่ใช้ในการเล่นเกมหนึ่งเกมมักถูกเอามาเป็นตัวแปลหนึ่งในการวัด ความคุ้มค่า ที่เราได้จากเกมหนึ่งเกมหลังจากเสียงเงินเพื่อซื้อมา และแม้แต่ผู้พัฒนาเองก็มีอยู่บ่อยครั้งเหมือนกันที่นำจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้เล่นมาใช้เป็นหนึ่งในจุดขาย หรือโฆษณาปริมาณคอนเทนต์ที่มีให้เล่นในเกมเอาจริงๆ แล้วสิ่งที่จะวัดความคุ้มค่าที่เราได้จากเกมหนึ่งเกม หรือเงินที่ต้องจ่ายไป ไม่ได้ถูกวัดด้วยจำนวนชั่วโมงที่ต้องใช้ในการเล่นเสียทีเดียว หากแต่เป็นความสนุกที่ได้ในช่วงเวลาที่เล่นเกมที่ซื้อมาเสียมากกว่า แต่ก็ต้องยอมรับไปในทิศทางเดียวกันด้วยว่า หากเกมที่ซื้อมานั้นทำให้เรารู้สึกสนุกไปกับการเล่นได้จริงๆ จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเล่นมักจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เอง เพราะเราเลือกที่จะเปิดเกมนั้นมาเล่นบ่อยๆ เพราะยังสนุกกับมันอยู่ดังนั้นผู้เขียนจึงคิดว่า "การนำจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเล่นจนเรารู้สึกเบื่อ เป็นหนึ่งในวิธีที่วัดความคุ้มค่าของเกมที่ซื้อได้" นอกจากนี้ในปัจจุบันเกมระดับ AAA นั้นมักถูกออกแบบมาให้สามารถใช้เวลาได้เป็นหลัก 100 ชั่วโมงเพื่อตามหาความลับ เคลียร์คอนเทนต์ทั้งหมด หรือการ New Game+ เพื่อดูฉากจบอีกหลายแบบที่เป็นไปได้อยู่แล้ว ดังนั้นผู้เขียนคิดว่าเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ หากเราจะใช้จำนวนชั่วโมงที่เล่นในการกำหนดความคุ้มค่าในการซื้อเกม AAA มาเล่นของแต่ละคนคำถามคือการซื้อเกม AAA มาเล่นในแต่ละครั้ง เราสนุกกับมันจนคุ้มค่าจริงๆ รึเปล่า?ที่นี่หากอ้างอิงจากที่อธิบายมาข้างบน จริงอยู่ว่าเกม AAA ส่วนใหญ่นั้น มักมีคอนเทนต์ที่ให้เลือกเล่นมากมาย และคงได้ใช้เวลากันเป็นหลัก 100 ชั่วโมงแน่ๆ หากเล่นกันแบบทำคอนเทนต์ ไขปริศนาทั้งหมด อย่างไรก็ตามในบางครั้งความสนุกที่เราได้จากเกมก็ไม่ได้มาจากคอนเทนต์อื่นๆ ภายในเกม หากแต่เป็นเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม หรือบางครั้งอาจเป็นเกมเพลย์ที่สนุกเฉยๆ ทำให้ก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่ซื้อเกมมาเล่นแล้วจะรู้สึกว่า คุ้มค่าจริงๆ แม้ว่าจะสนุกกับเกมนั้นๆ มากก็ตามบางครั้งเกม AAA ที่ถูกปล่อยออกมา อาจมาในรูปแบบของ Live Service ที่เพิ่มคอนเทนต์เข้ามาให้เราสนุกขึ้นเรื่อยๆ ในภายหลัง แต่ไม่ได้มีคอนเทนต์มากมายอะไรนักให้เล่นในช่วงแรกที่เกมวางขาย ซึ่งก็ไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะอยู่รอให้คอนเทนต์ใหม่ๆ ถูกเพิ่มเข้ามา บางคนอาจเลิกไปก่อนแล้วเนื่องจากไม่มีอะไรให้ทำ แม้ว่าบางคนอาจกลับมาเล่นเมื่อมีการเพิ่มคอนเทนต์ใหม่ๆ เข้ามาจนพอจะทำให้รู้สึกว่า คุ้มค่าได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเช่นนั้น สำหรับคนที่เลิกเล่นไปเลยก็จะรู้สึกว่า การซื้อเกมในครั้งนั้นเป็นอะไรที่ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยแน่นอนว่ามันดีขึ้นหน่อยในยุคนี้ที่เรามักจะได้รับโอกาสเข้าไปทดลองเล่นเกมก่อนทั้งผ่าน DEMO หรือรอบทดสอบต่างๆ ที่ผู้พัฒนาเปิด และร้านค้าส่วนใหญ่เองก็เปิดให้ Refund ค้าเกมได้หากเล่นไปแล้วรู้สึกว่าไม่ชอบ อย่างไรก็ตามจำนวนชั่วโมงใน DEMO กับ 2 ชั่วโมงแรกเพื่อให้ยังทำการ Refund ได้ เพียงพอจะพิสูจน์ได้จริงหรือ? ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึก และตั้งคำถามมาตลอดปีหลังจากที่รู้สึก ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย กับเกม AAA หลายๆ ผลงานที่ซื้อมาเล่นในปีนี้Outrider เป็นเกมแรกที่มอบความรู้สึกดังกล่าวให้กับผู้เขียนในช่วงเดือน เมษายน 2021 ด้วยความที่เป็นคนชอบเกม Borderlands มากๆ จึงคิดว่าเกมนี้ที่เป็นสไตล์เดียวกันคงทำให้เราสนุกได้ๆ พอรวมกับชื่อบริษัทผู้จัดจำหน่ายที่เป็น Square Enix ด้วยแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าใช้เรื่องที่ผิดพลาด แต่พอเอาเข้าจริงมันไม่ใช่แบบนั้น แม้ว่าเกมเพลย์จะ Action หนักสมใจสนุกดี แต่วิธีการเล่าเรื่องที่ไม่น่าติดตาม และการออกแบบแผนที่ซึ่งต้องโหลดบ่อยๆ ทำเอาขัดใจมากๆ ในตอนเล่น พอหลายชั่วโมงผ่านไปก็ไม่สามารถรู้สึกสนุกกับเกมนี้ได้จริงๆ อีกต่อไป ที่หนักที่สุดคือคอนเทนต์ End Game ที่น่าเบื่อมาก เควสย่อยที่เนื้อเรื่องน่าเบื่อมาก สุดท้ายจึงได้ใช้เวลาเล่นเกมนี้ไปแค่ประมาณ 30 ชั่วโมง (ประมาณ 1 อาทิตย์) โดยที่ยังไม่ได้สู้กับบอสท้ายเกมใน Eye of Storm เลย และทิ้งความรู้ว่า ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย มาจนถึงตอนนี้เกมที่มอบความรู้สึก ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ต่อมาคือ Back 4 Blood ทั้งนี้ไม่ได้จะบอกว่าเกมเพลย์ของเกมนี้น่าเบื่อ หากแต่เป็นปริมาณคอนเทนต์ที่มีไม่มาก จนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเกมเลยตั้งแต่แรกมากกว่า หลังจากเล่นไปได้ 20 - 30 ชั่วโมง ผ่านระดับความยากสุดของเกมทุกๆ ด้านได้กับกลุ่มเพื่อน ทุกคนก็เกิดความรู้สึกว่า "แล้วยังไงต่อ?" ขึ้นมาพร้อมๆ กัน ไม่มีความยากอะไรให้ท้าทายแล้ว ครั้นจะให้ลงไปวิ่งเล่น ด่านเดิมๆ ใหม่อีกครั้งก็รู้สึกว่าน่าเบื่อจนเกินไป (เนื่องจากตอนเล่นระดับความยากสุด ใน 1 ด่านได้วิ่งกันหลายครั้งมากๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) สุดท้ายจึงได้หยุดเล่นกันไปแต่ผลงานที่เลวร้ายที่สุดสำหรับผู้เขียนในปีนี้คงไม่พ้น Call of Duty: Vanguard ที่แม้แต่ส่วนที่น่าติดตามที่สุดอย่างเนื้อเรื่องของเกม ที่ในภาคนี้ให้ความรู้สึกว่าโดนลดความสำคัญจนทั้งสั้นเกินไป และไม่น่าสนใจ ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างเมื่อได้เล่นโหมด Multiplayer รูปแบบใหม่ของเกม อย่างไรก็ตามพอเล่นไปได้สัก 5 - 10 เกม ก็เริ่มรู้เฉยๆ กับมัน แต่เลวร้ายที่สุดเห็นจะเป็นโหมด Zombie ที่ผู้เขียนคิดว่าห่วยแตกสิ้นดีไม่น่าเล่น น่าเบื่อ และไม่สนุกด้วย เกมนี้ได้เวลาจากผู้เขียนไปแค่ประมาณ 10 - 15 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งมันทำให้ตั้งคำถามหนักมากๆ ว่า "เราควรจะยอมจ่ายเงิน 1600 - 1800 บาท เพื่อความสนุกเพียงแค่นี้มันจะดีจริงๆ หรือ?"การ Subscribe เพื่อเล่นเกม อาจเป็นทางออก?หลังจากเจ็บมาถึง 3 ครั้งในหนึ่งปี ก็ทำเอาผู้เขียนคิดหนักกับการจะซื้อเกมระดับ AAA มาเล่นในแต่ละครั้ง เนื่องจากภาระที่มากขึ้น ค่าใช้จ่ายในชีวิตที่ไม่หนักขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง COVID-19 ระบาด จึงทำให้ไม่ค่อยกล้าที่จะซื้อเกมมาทดลองเหมือนสมัยก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งที่นึกขึ้นได้ว่า โลกนี้มีระบบที่ให้เรา Subscribe เพื่อโหลดเกมมาเล่นฟรีได้อยู่ บวกกับตอนนั้นอยู่ดีๆ ก็รู้สึกอยากเล่นเกมแข่งรถอย่าง Need for Speed ขึ้นมา จึงเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสได้สมัครเป็นสมาชิก EA Play ด้วยเงิน 150 บาท แล้วโหลด Need for Speed Heat มาเล่นแน่นอนว่า โดยปกติผู้เขียนไม่ได้เป็นสายเล่นเกมแข่งรถอยู่แล้ว แต่วันนั้นไปดูหนัง Fast and Furious 8 มาเลยทำให้เกิดความรู้ประมาณว่า "อยากจะซิ่งรถกับเขาบ้างจัง" แต่ก็รู้ตัวดีเหมือนกันว่าไอ้ความรู้สึกประมาณนี้จะอยู่ไม่นาน ซึ่งต่อให้จะรู้สึกสนุกกับมันมากๆ ขึ้นมาจริงก็คงไม่ได้ใช้เวลาเล่นอะไรมากมายขนาดนั้น เต็มที่ 2 - 3 อาทิตย์ก็คงเลิก การจ่ายเงิน Subscribe เพียง 150 บาท แล้วสามารถโหลดเกมมาเล่นได้จึงเป็นอะไรที่ผู้เขียนคิดว่าคุ้มค่ามากๆ เพราะต่อให้เล่น Need for Speed ไปแล้วไม่ชอบก็ยังสามารถโหลดเกมอื่นๆ ใน EA Play มาเล่นต่อได้ในช่วง 1 เดือนนั้นสุดท้ายผู้เขียนก็เล่น Need for Speed Heat ได้อยู่ 2 อาทิตย์ แล้วก็ไม่ได้เล่นต่อ ใช้เวลาไปรวมๆ ประมาณ 20 - 25 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้รู้เสียดายอะไรมากนัก เพราะถือว่า 20 - 25 ชั่วโมงนั้นได้สนุกกับมันอย่างเต็มที่แล้ว แถมก็ไม่ได้เสียเงินไปเยอะมากมายเพื่อให้ได้ความสนุชั่วคราวดังกล่าวมาด้วย แถมยังได้ทดลองเล่น Anthem ที่สนใจมานาน แต่ไม่กล้าซื้ออีกนิดหน่อยด้วย ทำเอาคิดขึ้นมาเล่นว่า ไอ้ระบบ Subscribe เพื่อเล่นเกม ก็ดีเหมือนกันการเติบโตของ ระบบ Subscribe และโอกาสเป็น New Normalระบบ Subscribe เพื่อเล่นเกมนั้นเอาจริงๆ มีมานานแล้วตั้งแต่ปี 2014 โดย EA ใช้ชื่อว่า EA Play บนเครื่อง Xbox ก่อนจะตามมาลงให้กับ PC ในปี 2016 ข้อดีของระบบนี้คืออย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า สมาชิกจะสามารถเข้าถึงเกมจำนวนมากโดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินซื้อเกมเหล่านั้นจริงๆ เลย อย่างไรก็ตามระบบแบบนี้ก็มีจุดอ่อนเช่นเดียวกัน นั้นก็คือหากรายชื่อของเกมที่มีให้เล่นไม่น่าสนใจมากพอ ก็จะไม่มีใครสมัครสมาชิกเพื่อเข้ามาใช้บริการEA สามารถทำสำเร็จได้ เพราะตัวบริษัทมีเกมทั้งฟอร์มเล็ก ฟอร์มใหญ่มากมายให้เล่น ต่อมา Microsoft ได้ทำตามโดยนำเสนอ Xbox Game Pass ให้เกมเมอร์ทั่วโลกได้รู้จัก และตามมาด้วย Ubisoft ในชื่อ Ubisoft+ แต่แม้ว่าระบบเหล่านี้จะน่าสนใจมากขนาดไหน ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้เล่นส่วนใหญ่ได้จนถึงขนาดเป็นที่พูดถึงหลายคนรู้จัก แต่อะไรๆ ก็เปลี่ยนไปในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมาเมื่อ  Microsoft  ตัดสินใจที่จะผลักดัน  Xbox Game Pass อย่างจริงจังด้วยการผลักดันอย่างจริงจังของ Microsoft จึงทำให้ตอนนี้ Xbox Game Pass มีเกมระดับ AAA จากผู้พัฒนาอื่นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ Xbox ถูกเพิ่มเข้ามาให้สมาชิกเลย รวมถึง EA ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับ Xbox มานานแล้ว ก็เปิดให้สมาชิก Xbox Game Pass เป็นสมาชิกของ EA Play และสามารถโหลดเกมของทาง EA มาเล่นได้ด้วย แต่ที่ทำให้ระบบนี้น่าสนใจมากที่สุด คือการสามารถทำให้แม้แต่เกมฟอร์มยักษ์ที่กำลังจะวางจำหน่ายใหม่ๆ มาลงให้กับระบบของตัวเองได้ ดังนั้นการเป็นสมาชิก Xbox Game Pass ในตอนนี้จึงหมายถึงการสามารถสนุกไปกับเกมเยอะมากๆ ได้ในราคาเพียงเดือนละ $10 หรือประมาณ 300 บาท เท่านั้น แถมยังสามารถใช้งานได้ทั้งบน Console และ PC อีกต่างหาก คือถ้าพูดถึงความคุ้มค่าเพียงอย่างเดียว การสมัครสมาชิก Xbox Game Pass อาจถือเป็นการจ่ายเงินเพื่อให้ได้เล่นเกมที่คุ้มค่ามากที่สุดแล้วตอนนี้จากการเติบโตของ Xbox Game Pass จากคำบอกเล่าของคุณ Phil Spencer ที่ยืนยันว่าระบบนี้กำลังเติบโตอย่างยั่งยืนอยู่ หมายความว่าหลังจากนี้ทาง Mircrosoft จะยิ่งหาเกมมาลงให้กับระบบของตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีกทำเอาคิดเลยว่า "เป็นไปได้ขนาดไหน? ที่สุดท้ายแล้ว ระบบนี้จะมีชื่อเสียงจนถึงระดับที่ใครๆ ก็เป็นสมาชิกกันเหมือนกับ Netflix หรือ Disney+" เพราะถ้าหากเป็นแบบนั้นได้ การจ่ายเงินเพียงเดือนละ 300 - 500 บาทเพื่อให้ได้เล่นเกม ก็ดูไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่เท่าไหร่นัก ออกจะเป็นเรื่องดีเสียด้วยซ้ำอย่างไรก็ตามระบบเช่นนี้ก็มีข้อเสียร้ายแรงของตัวมันเอง เนื่องจากผู้เล่นไม่ได้เป็นเจ้าของเกมในการเป็นสมาชิกระบบเหล่านี้ ดังนั้นถ้าหากเดือนไหนไม่ได้จ่ายค่าสมาชิก ก็จะไม่สามารถเล่นเกมอะไรภายในระบบได้เลย แตกต่างจากการเป็นเจ้าของเกมเองที่สามารถหยิบมาเล่นตอนไหน เวลาไหนก็ได้ ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นเกมเท่าไหร่นัก การสมัครสมาชิกระบบเหล่านี้ก็อาจใช้ประโยชน์จากมันได้ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก นอกจากนี้แม้ว่าระบบเหล่านี้จะทำให้เราเข้าถึงเกมดีๆ ได้มากมาย แต่ถ้าหากไม่มีเกมที่เราอยากเล่นอยู่ในช่วงนั้นเลยก็ไม่มีความหมาย ในทางกลับกันแบบนั้นจะเป็นการเปลืองเงินเสียมากกว่าด้วย เพราะสมัครมาแล้วไม่ได้เปิดเกมจากระบบที่สมัครไปขึ้นมาเล่นเลยลากยาวมาหลายสิบบรรทัด สิ่งที่ผู้เขียนอยากจะเล่าให้ฟังจริงๆ ในบทความนี้ คือประสบการณ์ที่มีโอกาสได้ไปลองใช้ระบบ Subscribe แล้วคิดว่า "สิ่งนี่แหละที่จะกลายเป็นอนาคตใหม่ของวงการเกม" เนื่องจากหากสามารถจ่ายเงินในราคาถูก แต่เข้าถึงเกมดีๆ ที่เราอยากเล่นได้ เป็นใครจะไม่ทำบ้าง? แม้ว่าเราอาจไม่ได้เป็นเจ้าของเกมนั้นจริงๆ แต่หากพอใจกับการที่จะเล่นให้เคลียร์ อยากสัมผัสเกมนี้ด้วยตัวเอง มันจำเป็นขนาดไหนที่เราจะต้องเป็นเจ้าของเกมนั้นด้วยตัวเอง? ถ้าหากสามารถสนุกในเกมเดียวกัน สามารถ Co-Op กับเพื่อนๆ ได้เหมือนกัน รับประสบการณ์แบบเดียวกันได้ เห็นฉากจบของเกมได้เหมือนกัน ระหว่างจ่าย 300 บาท กับจ่าย 1,800 บาท เพื่อนๆ จะเลือกอะไร? อยากฝากให้ลองเปิดใจใช้งานระบบ Subscribe เพื่อเล่นเกมกันดูครับ 
22 Nov 2021
[บทความ] มาทำความรู้จัก Roblox สุดยอดเกมที่กำลังมาแรงในขณะนี้
ปัจจุบันหลายคนอาจเคยได้ยินเกมที่มีชื่อว่า Roblox ผ่านหูผ่านตามาไม่มากก็น้อย เพราะเป็นเกมที่กำลังเป็นกระแสที่ดีมากๆในยุคนี้ เรามาทำความรู้จัก Roblox กันเถอะ ว่ามันคือเกมอะไรกันแน่ มีดีแค่ไหน ทำไมถึงได้ฮอตฮิตในยุคปัจจุบันเกม Roblox เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2006 ซึ่งมีมาก่อน Minecraft เสียอีก Roblox ค่อยๆสั่งสมชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่องจากกระแสปากต่อปากในหมู่เด็กๆ Generation Z และในปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในกลุ่มเด็กทุกเพศทุกวัยมารู้จัก Roblox Roblox เป็นแพลตฟอร์มที่รวมเกมหลายล้านเกมอยู่ในแฟลตฟอร์มเดียว เกมต่างๆที่อยู่ในแฟลตฟอร์มสามารถสร้างได้ด้วยผู้ใช้งานโดยทั่วไป โดยใช้ชุดเครื่องมือ (engine) สำเร็จรูปของตัว Roblox เองที่มีชื่อว่า (Roblox Studio) โดยผู้พัฒนาสามารถสร้างรายได้จากเกมที่พวกเขาสร้างขึ้น การเปิดใช้งานเกม Roblox สามารถทำได้ด้วยการสมัครสมาชิก www.roblox.com จากนั้นคุณสามารถดาวน์โหลด Roblox Player ได้ภายในเว็บไซน์และเลือกเล่นเกมต่างๆในแพลตฟอร์มได้ทันที โดยที่ไม่ต้องติดตั้งตัวเกมใด ๆ เลย ภายในแพลตฟอร์ม Roblox จะมีเกมทุกแนวให้เลือกเล่น ไม่ว่าจะเป็น Roleplay / Simulator / Fighting & Battle / Action / Survival / Tycoon และอื่นๆอีกมากมายในแพลตฟอร์มนี้ จากเหตุผลข้างต้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ที่ทำให้ Roblox ฮอตฮิตติดลมบนในกลุ่มผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่ามาแรงไม่น้อยหน้า Minecraft อีกต่อไปเลือกเล่นเกมส์ในหน้าแรกเข้าเล่นได้ทันทีเมื่อเจอเกมส์ที่ถูกใจว่าด้วยความนิยมของ Robloxจากผลสำรวจในปี 2019 ของบริษัทวิจัย Kids Data ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเกม Roblox ภายในสหราชอาณาจักรเพียงประเทศเดียวเท่านั้น สรุปผลสำรวจว่า เกม Roblox เป็นที่นิยมในกลุ่มเด็กผู้ใช้งาน เป็นเด็กผู้หญิง 40% และมีเด็กอย่างอย่างน้อย 1.5 ล้านคนที่เล่นเกมนี้ คิดเป็น 24% ของกลุ่มเด็กอายุ 10-12 ปี โดยสถิตินี้มีผลสูงกว่าการใช้งาน TikTok (13%) และ Snapchat (20%) เลยทีเดียวผลสำรวจกลุ่มผู้ใช้งานพร้อมกันทั่วโลกของเกม Roblox เมื่อเปรียบเทียบกับ Minecraft จากผลสำรวจการใช้งานจะเห็นได้ว่าในเดือนสิงหาคม 2021 Minecraft มีผู้ใช้งาน 160 ล้านคน และ  Roblox มีผู้ใช้งานกว่า 218 ล้านคน อาจจะพูดได้ว่า ในขณะนี้นั้น Roblox มีความนิยมมากกว่า Minecraft ที่ครองตลาดเด็กมานานแสนนานตั้งแต่เปิดตัวในปี 2011    อะไรทำให้ Roblox เป็นที่นิยมมากมายในขณะนี้ ?เกมในส่วนใหญ่ของ Roblox เป็นการใช้งานแบบ multiplayer หรือผู้เล่นหลายคน ภายใน Roblox มีเครื่องมือสำเร็จรูป หรือ game engine ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างเกมของตัวเองเผยแพร่ให้เพื่อนๆ มาร่วมเล่นกันได้อย่างไม่รู้จบ และยังสามารถสร้างเกมได้ทุกแนวอย่างเช่น shooters, whodunit, puzzles และอีกมากมาย กล่าวในอีกนัยหนึ่งคือ Roblox ไม่ได้เป้นเพียงแค่เกม แต่ยังสามารถให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างโลกเสมือนของตัวเองเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ในกลุ่มเพื่อนๆ ด้วยกันเองได้อย่างง่ายดาย เล่นต้องการให้โลกของตัวเองมีหน้าตาเป้นแบบใด มีอะไรที่รอเซอร์ไพรส์เพื่อนๆเมื่อเข้ามาร่วมแจมก็สามารถทำได้ไม่ยากเย็นนัก และที่สำคัญเกมต่างๆที่ผู้ใช้งานสร้างขึ้น สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่เจ้าตัวอีกด้วย เช่นนี้แล้ว Roblox จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้         ทำความรู้จัก Roblox StudioRoblox Studio คือ game engine หรือ gaming toolbox ซอร์ฟแวร์สำเร็จรูปที่สามารถสร้างเกม และเผยแพร่ไปยังแฟลตฟอร์มหลักของ Roblox ได้ เป็นโปรแกรมฟรี ใช้ภาษา Lua ในการพัฒนาเกม สามารถพัฒนาบนระบบปฎิบัติการ Windows และ MacOS นักพัฒนาสามารถ import ไฟล์ต่างๆเข้ามาใน Roblox Studio ได้ ไม่ว่าจะเป็น 3D Model Texture / Audio เป็นต้น ภายในตัว engine สามารถเชื่อมต่อ API ต่างๆเพื่อเพิ่มมาซับซ้อนให้แก่ตัวเกม และสามารถสร้างรายได้จากเกมที่สร้างได้อีกด้วยหน้าแรกของ Roblox Studio สามารถเลือกแนวเกมเริ่มต้น หรือ Baseplate เพื่อสร้างโลกของตัวเองตั้งแต่ต้นเขียน Script ด้วยภาษา Lua   การสร้างรายด้บน Robloxเกม Roblox เป็นเกมที่เล่นฟรีในหลายแฟลตฟอร์ม เช่น PC Android และ iOS ช่องทางการหารายได้ของผู้สร้างเกมด้วย Roblox Studio จะเป็นการซื้อสิ่งต่างๆภายในตัวเกม ไม่ว่าจะเป็นไอเทมใช้งาน ชุดแฟชั่นสวยๆ สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนภายในโลกเสมือนนี้ ผู้เล่นสามารถเติมเงินเข้าสู่ Roblox เป็นสกุลเงิน Robux เพื่อซื้อสิ่งต่างๆภายในร้ายค้าของตัวเกม เงิน Robux ก็จะถูกส่งมายังผู้พัฒนา แล้วผู้พัฒนาสามารถนำเงิน Robux นี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริงนั่นเองเงื่อนไขการเลือกเปลี่ยน Robux เป็นเงินจริงมีอายุอย่างน้อย 13 ปีขึ้นไปเป็นสมาชิกระดับ Outrageous Builders Clubมี Robux ที่ 'ได้รับ' ขั้นต่ำ 100,000 ในบัญชีเกมยอดนิยมและน่าสนใจใน Roblox ของปี 2021Adopt Me!เกมเลี้ยงสัตว์ในโลกเสมือนที่สามารถให้คุณเลี้ยงสัตว์ ผู้เล่นสามารถซื้อสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงได้ โดยการซื้อไข่มาฟัก สัตว์เลี้ยงบางตัวสามารถซื้อได้ด้วยเงิน Robux ตัวสัตว์เลี้ยงที่ผู้เล่นสามารถเลี้ยงได้มี 5 คลาส ขึ้นอยู่กับความหายาก และราคา ได้แก่ common, uncommon, rare, ultra-rare, และ legendary หากผู้เล่นมีสัตว์เลี้ยงโตเต็มวัยประเภทเดียวกัน 4 ตัว สามารถนำมาผสมกันเป็น Neon Pet (สัตว์เลี้ยงเรืองแสง) และสามารถผสมขั้นต่อไปโดยใช้ Neon Pet ที่โตเต็มวัย 4 ตัว นำมาผสมกันอีกขั้นเรียกว่า Mega Neon Pet ได้ สกุลเงินที่ใช้ภายในเกมมีชื่อเรียกว่า Bucks สามารถนำไปซื้อ อาหาร เครื่องดื่มมาให้สัตว์เลี้ยงของเรา อีกระบบที่น่าสนใจคือ ผู้เล่นสามารถรับเด็กมาเลี้ยงและเล่นสวมบทบาท (roleplay) กับผู้เล่นคนอื่นได้ เพื่อสร้างครอบครัวกันในเกมTower of Hellเกมสุดหัวร้อนที่ผู้เล่นต้องแข่งกันขึ้นไปชั้นบนสุดของหอคอยก่อนหมดเวลา เพื่อรับรางวัล หากตายระหว่างทางจะถูกส่งกลับมายังจุดเริ่มต้นทันที ตัวเกมเรียบง่ายไม่มีอะไรมากแต่เป็นอีกเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากของ Roblox MeepCityเกมโลกเสมือนที่สามารถเล่นแบบสวมบทบาท (roleplay) เป็นเกมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Toontown Online และ Club Penguin ผู้เล่นสามารถตกปลาเพื่อหาเงิน เพื่อนำไปซื้อสิ่งต่างๆได้ในเกม เช่นซื้อ Meep (สัตว์เลี้ยงภายในเกม) ซื้อบ้าน เฟอนิเจอร์เพื่อตกแต่งบ้าน เป็นต้นPiggyเกมเอาตัวรอดแนวสยองขวัญ ผู้เล่นต้องหาทางผ่านด่านต่างๆแบ่งเป็น Chapter แต่ละด่านมีวิธีผ่านที่แตกต่างกัน โดยต้องเอาตัวรอดจากแม่หมูใจร้ายที่คอยตามเข่นฆ่าผู้เล่นอยู่ในฉาก
22 Nov 2021
[แนะนำเกม] OutlawZ: ชวนฝ่าฝูงซอมบี้ไปด้วยกันในเกมเซิฟไทย!
เพิ่งจบ CBT กันไปหมาดๆ กับเกมเอาชีวิตรอดจากซอมบี้ในเกม OutlawZ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีเกมนี้ด้วยหรอ? เป็นเกมแนวไหน? สนุกหรือเปล่า? วันนี้ GameFever เลยจะขอมาป้ายยาทุกคนด้วยบรรยากาศเกมเพลย์จากช่วง Closed Beta มาให้ชมกันจ้า~โปรเจค Outlawz ถูกพัฒนามาจากเกมซอมบี้ Open World ชื่อดังในซีรี่ส์ Infestion หรือที่เราคุ้นปากกันในชื่อ The War Z ของเซิฟเวอร์ไทย แน่นอนว่าชื่อนี้ คอนเซปต์มาจากนิยายและภาพยนตร์ซอมบี้สุดระห่ำอย่าง World War Z และสำหรับเกม Infestion ก็สามารถสื่อประสบการณ์สุดระทึกนั้นได้อย่างดีก่อนที่บริษัท Electronics Extreme จะหยิบ Infestation: Survivor Stories มาพัฒนาต่อ เป็นเกมเอาชีวิตรอดจากซอมบี้แนว War Z ตัวใหม่ในชื่อ OutlawZ ภายใต้คอนเซปต์ Post-Apocalypse "หลังวันสิ้นโลก" วันเวลาผ่านมาได้ระยะหนึ่งจากหายนะซอมบี้บุกโลกเพื่อกวาดล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้หมดสิ้น สำหรับผู้คนที่ยังหลงเหลืออยู่ ต่างเริ่มปรับตัว และพร้อมจะอยู่กับความเป็นความตายได้ตลอดเวลา เริ่มมีการพัฒนาอาวุธ นวัตกรรม เพื่อมาต่อกรกับอันตรายที่เกิดขึ้นอยู่ทุกเมื่อ เพราะต่างคนต่างมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นก็คือ "มีชีวิตรอดต่อไป" เท่ากับว่าเราจะมีออปชั่นมากกว่าเดิม งานภาพดีขึ้น ระทึกขึ้น และสนุกกว่าเดิม และนี่ก็เป็นบรรยากาศส่วนหนึ่งจากช่วง Close Beta ในวันที่ 11-17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เผื่อใครที่พลาดจะได้ทำความรู้จักกับเกมนี้ให้มากขึ้น จะได้เตรียมตัวพร้อมลุยเมื่อ Open Beta ไงล่ะหน้า Lobbyเมื่อเข้าเกมมาแล้วเราก็จะได้ตัวละครมาเลย แต่หลายคนอาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ! มีแต่ชายร่างโหดหรอ? ก็ต้องบอกว่าปรับแต่งได้ในหน้า Customize ซึ่งในหน้านี้เราสามารถปรับตัวละครให้เท่หรือสวยแค่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดเพศ พร้อมทั้งคอสตูมตกแต่งต่างๆ ก็รวมมาให้เลือกในหน้าเดียว ใครชอบรูปลักษณ์แบบไหนก็สามารถปรับได้ไม่มีเบื่อเลย นอกจากนี้ยังมีท่าเต้นกวนๆ ให้เลือกด้วยนะต่อมาในหน้า Vault จะเป็นหน้าสำหรับจัดการของในคลังกับกระเป๋า โดยสามารถนำของที่ฟาร์มจากการเอาชีวิตรอดในรอบก่อนหน้ามาเก็บหรือเอาของจากคลังแพคลงกระเป๋าเพื่อเตรียมพร้อมก่อนออกลุยในตาต่อไปได้ในส่วนของสกิล Skill เมื่อเริ่มเกมมาเราจะได้แต้มสกิล 1 แต้ม และจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เลเวลเราอัพ ซึ่งมีสกิลดีๆ ให้เราเลือกเพิ่มความสามารถมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็น การเสริม HP, วิ่งเร็ว, ลดเวลาหรือเพิ่มอัตราการใช้ยา, ความสามารถในการค้นหากล่องหรือกับดัก, ต่อรองราคากับ NPC, เพิ่มทักษะในการใช้ปืนประเภทต่างๆ เป็นต้น รีบเพิ่มเลเวลแล้วเอามาอัพสกิลนะ มีประโยชน์ทุกอย่างเลยนอกจากสกิลส่วนตัวแล้ว ยังมีสกิลของปืนในหน้า Weapon Proficiency คือหน้าที่จะแสดงปืนที่เราเคยหาเจอ รวมถึงปืนทั้งหมดที่จะมีในเกม ลองเลื่อนดูนี่เรียกได้ว่าเยอะเลยแหละ แถมเรายังสามารถเก็บแต้มจากการเล่นเกมเพื่อมาอัพ Stat ปืนได้ด้วย (แต่จะบอกว่า 1 แต้มขึ้นมาแค่นิดเดียวเลย ฉะนั้นหมดห่วงเรื่องจะโกงเกินไป)และนอกจากนี้ยังมี Achievements ปลดล็อคความสำเร็จในการทำกิจกรรมต่างๆ ในเกม และรับของตอบแทนเป็นค่าประสบการณ์และเงินสำหรับใช้จ่ายด้วยนอกจากนี้เรายังสามารถสมัคร Clan และเช็คอันดับในเซิฟเวอร์ได้จากหน้า Lobby และถ้าพร้อมเล่นเกมแล้ว ก็กด Play Game ได้เลย!It's Survival Time!ในช่วง CBT ที่ผ่านมา มีเพียงโหมด Survival ให้เลือกเล่นเท่านั้น โดยจะมีเซิฟเวอร์ให้เลือกเพียบ! โดยแต่ละเซิฟเวอร์จะมีจำนวนผู้เล่นและค่า Ping แสดงขึ้นมา เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าด้วยนะเมื่อเข้ามาในเซิฟเวอร์ เราจะถูกสุ่มพื้นที่เกิด แม้จะไม่ได้เกิดใกล้เมืองแต่ภายในเกมจะมีบ้านเล็กๆ หรือแคมป์กระจายอยู่ทั่วแผนที่ ทำให้แม้เราจะมาตัวเปล่าก็สามารถหา Supply ทั้งปืน กระสุน และอาหารได้ไม่ยากนัก นอกจากของใช้จำเป็นแล้วเรายังมีโอกาสเจอพวกขยะเศษเหล็กที่สามารถนำไปใช้คราฟต์ของได้ โดยขยะเหล่านี้เมื่อเราเก็บปุ๊บมันจะไม่อยู่ในกระเป๋าแต่จะเด้งเข้าคลังไปเลย ประหยัดพื้นที่ดีเลยใช่ไหมล่ะ! นอกจากนี้ตามรถหรือตู้ที่ซ่อนอยู่ในอาคารสามารถ Search เพื่อรับของเพิ่มเติมได้้ ลองเดินเข้าไปใกล้ๆ ดูหากขึ้นให้กดค้นหาล่ะก็จัดเลย เพราะเราอาจเจอของดีซ่อนอยู่ภายในก็ได้และแน่นอนว่าปืนที่เราเก็บได้จากในเกม "ไม่มี Scope" เด้อ~ ฉะนั้นส่วนใหญ่เราอาจจะต้องใช้ Iron Sight หรือศูนย์เล็งของปืนแทน เว้นเสียแต่จะโชคดีเจอศูนย์เล็งเสริม แต่ถ้าใครเคยเล่น Scum มาก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรในส่วนนี้นะ เพราะเกมเอาชีวิตรอดก็แบบนี้แหละ เริ่มมามักจะไม่มีอะไรดีๆ ให้เราเลยในเกมนี้จะมีค่าพลังชีวิต Stamina และค่าความหิว ที่ต้องระวังไม่ให้ลดจนหมด หากค่า Stamina หรือความหิวหมดเราจะไม่สามารถวิ่งหรือกระโดดได้ เปรียบเสมือนเราเหนื่อยเกินไปในชีวิตจริงนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเล่นเกมแนว Survival Open World น่าจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งเลยแหละ ว่านี่คือเสน่ห์ของเกมเอาตัวรอดความดีงามของ OutlawZ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะฉากเขาสวยและดีเทลละเอียด ทั้งหญ้า สิ่งปลูกสร้าง ไปจนถึงร่องรอยการถูกทำลายหรือทิ้งร้างของสถานที่ต่างๆ ดีเลิศสู้งานเกมราคาแพงได้เลย จนแทบไม่เชื่อว่านี่คือเกมฟรี! ท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละครก็เป็นธรรมชาติ รวมถึงการยิงการค่อนข้างสมจริงและสู้เกม FPS ดีๆ ได้ อีกทั้งเสียงเอฟเฟกต์ยังมีรายละเอียด เช่น เสียงลมพัดหรือเสียงนกร้อง คลอไปกับ BGM ที่มาน้อยแต่หลอนประสาท เหมือนที่ประกอบในหนังสยองขวัญเลยส่วนการควบคุม ถ้าคุณชอบเล่น FPS มาเยอะล่ะก็ บอกเลยว่าหวานหมู แถมถ้าศึกษาดีๆ ในเกมจะมีคีย์ลัดมากมายให้เรากดได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยนะ ส่วนมือใหม่ก็เริ่มฝึกได้ไม่ยาก เพราะปุ่มหลักที่ต้องใช้มีไม่เยอะ ถ้าคล่องแล้วก็เล่นเกมอื่นๆ ได้ง่ายด้วยล่ะZombies ก็น่ากลัว คนก็ต้องต้องระวัง!ถ้าให้พูดถึง Zombie แนว War Z ก็ต้องนึกถึงฝูงซอมบี้ที่วิ่งโถมเข้าหาคนใช่ไหมล่ะ และแน่นอน ในเกมนี้หากเราคิดจะแวะฟาร์มที่ไหน เราจะได้เจอซอมบี้มากมายยืนเฝ้าเป็นเจ้าที่อยู่ แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมันไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น ถ้าเราย่อและค่อยๆ ย่องผ่านมันไปโดยทิ้งระยะห่างสักหน่อยก็ผ่านไปได้แล้ว แต่ถ้าพลาดวิ่งให้พวกมันได้ยินล่ะก็ บอกได้คำเดียวว่า "วิ่ง!" เพราะถ้ามันเห็นเรา 1 ตัว พวกตัวในบริเวณใกล้เคียงจะพากันหันมาไล่เราทันที และขอบอกว่าพวกมันเกาะติดมาก บางครั้งเราวิ่งออกมาไกลจากจุดที่เจอมากๆ แล้วซอมบี้เหล่านี้ก็ยังตามไม่เลิก ยกเว้นเสียแต่เราจะฆ่ามันให้หมดก็จบไวหน่อย ซึ่งก็แลกมากับความเสี่ยงที่จะมีผู้เล่นคนอื่นมาเห็นหรือได้ยินเสียงปืนของเรา ขอบอกเลยว่าระบบเสียงปืนของเกมเขาสมจริงมาก ขนาดอยู่ค่อนข้างไกลแต่ยังแว่วเสียงปืนให้ได้ยินจากทิศทางที่ชัดเจนการฆ่าซอมบี้ภายในเกม เราจะได้รับเงินซึ่งจะตกเมื่อซอมบี้ตาย และเรายังสามารถเก็บเนื้อของซอมบี้เพื่อไปใช้สะสมคะแนนในการเลือกฝ่ายของโหมด Bounty Hunter ได้อีกด้วย ฉะนั้นไม่ต้องกลัวที่จะสู้กับมัน เอาเข้าจริงถ้าเผชิญหน้ากับซอมบี้คราวละไม่กี่ตัว ใช้แค่อาวุธระยะประชิดโจมตีได้สบายๆ เพราะซอมบี้ตบเราได้ไม่แรงมาก ยิ่งเลเวลเยอะอัพสกิลและของมาด้วยก็ชิวเลย ดีกว่าใช้ปืนแล้วเสี่ยงเพิ่มจำนวนซอมบี้ อ้อ! แล้วอาจจะมีคนตามมาหาด้วยนะซอมบี้ในเกม ส่วนใหญ่จะแต่งตัวเหมือนคนธรรมดา ท่าทางในการวิ่งก็จะดูเก้งก้างและไม่เร็วเท่ากับคนธรรมดาวิ่งตามนิยามของซอมบี้เลย แต่ที่ต้องระวังคือซอมบี้ทหาร เพราะพวกนี้จะสวมเกราะด้วยทำให้เราต้องใช้เวลาและกระสุนจำนวนมากในการโค่นพวกมัน และอีกตัวคือซอมบี้ที่อยู่ในชุดผู้ป่วย ตัวนี้จะวิ่งไวมาก แนะนำว่าไม่ต้องหนีหรอก แค่รีบจัดการมันก็พอเพราะเลือดมันเท่ากับซอมบี้ธรรมดาเลยอีกหนึ่งกิมมิคที่น่าตื่นเต้นภายในเกมก็คือ ระบบกลางวัน-กลางคืน โดนเราสามารถสังเกตเวลาภายในเกมได้ที่ด้านบนจอ โดย 1 นาทีในเกมจะเท่ากับ 5 วินาที และบรรยากาศในเกมจะเริ่มมืดสนิทในช่วง 1 ทุ่มครึ่ง ซึ่งส่งผลให้เรามองอะไรเห็นยากมาก บางครั้งโดนซอมบี้วิ่งไล่ก็อาจไม่รู้ตัวได้เหมือนกัน โชคดีที่ตอนกลางคืนซอมบี้ไม่ได้โหดขึ้น เราสามารถยิงจัดการมันได้ตามปกติ อ้อ! และในตอนกลางคืนเราจะสามารถเห็นแสงปืนได้อย่างชัดเจน ซึ่งเอฟเฟคสวยมากเลยล่ะ แน่นอนว่าผู้เล่นคนอื่นก็สามารถเห็นพิกัดเราจากแสงปืนนี้ได้เช่นกัน!ถ้าหากเราโดนผู้เล่นตามล่าหรือโดนซอมบี้รุมจนตาย ของในตัวเราจะตกหมด 100% เราสามารถเลือกได้ว่าจะขอเกิดใน Safe Zone หรือให้ระบบสุ่มเราเกิดใหม่ที่ไหนก็ได้ในแผนที่ และเมื่อเกิดมาจะมีพิกัดบอกจุดที่เราตายและของตกอยู่ เราสามารถวิ่งกลับไปเก็บได้โดยมีเวลาจำกัดให้ก่อนมาร์กจะหายไป หรือถ้ามีคน loot ไปหมดแล้วพิกัดนั้นก็จะหายไปทันที หรือถ้าอยากจะสร้างพันธมิตรที่ดี เผื่อเวลาเจอคนจะได้มีเพื่อนคอยช่วย เราก็สามารถรวมทีม 5 คนกับเพื่อนหรือคนในเซิฟเวอร์เดียวกันก็ได้ แบบนี้ค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อยSystem ต่างๆ ที่ทำได้ในเกมAirdrop - ระหว่างที่เราวิ่งเอาชีวิตรอด อาจโชคดีมีแอร์ดรอปตกลงมาในแผนที่ด้วย ซึ่งภายในจะบรรจุของที่ดีกว่าการฟาร์มตามอาคาร ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ อุปกรณ์เสริม ยา และของพิเศษอย่างเช่น น้ำยาล่องหน ที่จะทำให้ซอมบี้ไม่เห็นตัวเรา ก็สามารถหาได้เฉพาะแอร์ดรอปเท่านั้นนะCraft - อย่างที่บอกว่าเราสามารถนำของทุกชิ้นที่ฟาร์มได้มาคราฟต์ ทั้งปืน, โล่, กระเป๋า, อาหาร, ยา, และอุปกรณ์เสริมอื่นๆ โดยของที่เราจะคราฟต์ได้นั้นจะปลดล็อคตามเลเวล โดยแบ่งการคราฟต์เป็น 5 แบบคือ คราฟต์ได้ทันที, ต้องใช้กองไฟ, ต้องใช้ Cooking Rack, ต้องใช้โต๊ะคราฟต์ และแบบที่ต้องใช้เครื่อง 3D Printซื้อขาย - เงินที่ได้จากการฆ่าซอมบี้ สามารถนำมาซื้อของกับ NPC ใน Safe Zone ซึ่งแต่ละตัวจะมีของใช้ ยา หรืออาวุธอยู่ ลองวิ่งไปคุยกับพวกเขาดูได้ อัปเกรดปืน - พิเศษสำหรับ NPC David เราสามารถนำปืนที่ใช้อยู่กับเศษขยะที่ฟาร์มมาได้ ไปแลกเป็นปืนที่คุณภาพดีกว่าเดิมได้ สิ่งที่ต้องจับตามองในอนาคตที่รีวิวมาก็ว่าสนุกแล้ว แต่ขอบอกเลยว่านี่แค่น้ำจิ้ม เพราะในอนาคตเราจะได้พบกับ...โหมด Battle Royale - ความสนุกอีกขั้นของการเอาชีวิตรอด เพราะจะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะสามารถรอดชีวิตออกไปในท้ายที่สุด เรียกได้ว่าท้าทายกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยโหมด Boss Slayer - สารพิษและสารเคมี ส่งผลให้เหล่าซอมบี้เกิดวิวัฒนาการขึ้น ก่อให้เกิดอสูรกายสุดโหดเหี้ยม รอให้เราและเพื่อนๆ ไปช่วยกันกำจัดพวกมันNFTs - ทุกสิ่งที่ฟาร์มมาคือของมีค่า เพราะตัวเกมได้โฆษณาตัวเองตั้งแต่แรกแล้วว่าจะพัฒนาให้ระบบซื้อขายไอเท็มแบบ NFTs เข้ามาด้วย แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ Token ไหน หรือไอเท็มประเภทใดที่จะสามารถ mint เป็น NFTs ได้บ้าง ต้องเกาะขอบจอรอดูอัปเดตในอนาคตแล้วล่ะอย่างไรก็ดี จะมีเซอร์ไพรส์อะไรเพิ่มเติมจากทีมผู้พัฒนาอีก ทุกคนก็สามารถติดตามที่ เว็บไซต์ และ Facebook Page ของเกม OutlawZ กันได้เลย! 
17 Nov 2021
ก่อนจะเป็น NFT: 9 เกมออนไลน์ที่มีระบบซื้อ-ขายด้วยเงินจริง!
เกมออกใหม่ช่วงนี้มักจะปิดป้ายโฆษณาตัวเองว่า "มีระบบ NFT" ด้วย ก็ต้องยอมรับว่ากระแสของเกม Crypto-base นั้นเขามาแรงจริง แต่! เกมที่ออกแบบ ระบบเศรษฐกิจภายในเกมให้หมุนเวียนด้วยเงินจริง นั้นมีมาก่อนแล้วจ้า!! โดยมีนิยามว่า "real-cash economy game" นั่นเอง ซึ่งเชื่อว่าหลายคนน่าจะยังไม่รู้ว่ามีเกมเหล่านี้อยู่แน่ๆ วันนี้พวกเรา GameFever จึงได้หยิบยกเกมที่มีระบบซื้อ-ขายด้วยเงินจริง แบบที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจสร้างขึ้น มาให้ชมกัน จะมีเกมอะไรบ้าง? มีเกมที่ทุกคนเคยได้ยินชื่อกันบ้างหรือเปล่า? ลองไปสำรวจพร้อมกันเลย!1. Entropia UniversePlatform: PCถ้าพูดถึงเกม real-cash economy ในคอมมูนิตี้เกมเมอร์ทั่วโลกต้องยกให้เกมนี้เลย Entropia Universe เกม MMORPG ในโลกเสมือน โดยเกมเปิดบริการมาตั้งแต่ปี 2003 แล้ว ซึ่งเป็นเกมที่ทุ่มเทพัฒนากับการสร้างระบบทุนนิยมภายในเกมมากกว่าเกมเพลย์เสียอีก! ส่วนกิมมิคของเขาคือการที่เราสามารถนำเงิน U.S. ดอลลาร์ แลกเป็นเงิน PED (Project Entropia Dollars) เพื่อใช้จ่ายในเกม หรือแลกจาก PED กลับเป็น USD ก็ทำได้เช่นกันด้วยอัตรา 10 ต่อ 1นั่นหมายความว่าไอเท็มในเกมจะมีมูลค่าเทียบเท่าเงินจริงทุกชิ้น! ซึ่งนอกจาก "สิ่งของ" แล้ว ผู้เล่นในเกม Entropia Universe ยังสามารถซื้อได้กระทั่งที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง หรือบริการอะไรก็ได้ ที่สำคัญคือเราสามารถตั้ง "กฏ" สำหรับการเข้าใช้สิ่งของที่เราเป็นเจ้าของเพื่อทำกำไรต่อไปได้ด้วย ยกตัวอย่างเช่นในปี 2004 ผู้เล่นคนหนึ่งได้จ่ายเงินซื้อ "เกาะสมบัติ" ในเกมไปในราคา 265,000 PED ($26,500 หรือราว 883,775 บาทในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) จากนั้นเขาก็ลงทุนซื้อมอนส์เตอร์ระดับสูงที่ดรอปไอเทมแรร์มาปล่อยบนเกาะของเขา พร้อมกับปลูกบ้านพักเอาไว้รองรับผู้เล่นที่จะเข้ามาฟาร์มไอเทมจากมอนส์เตอร์ในเกาะของเขา และยังเก็บ "ค่าเข้า" สำหรับคนที่อยากจะเข้ามาบนเกาะอีกด้วย โดยผู้เล่นคนดังกล่าวเปิดเผยในภายหลังว่าเขาสามารถคืนทุนค่าซื้อเกาะได้ในระยะเวลาไม่ถึงปี และได้กำไรจากเกาะในเกมนี้อย่างมหาศาลแล้วนับตั้งแต่นั้นมาการซื้อขายเกาะครั้งนั้นทำให้ Entropia Universe ได้เข้าชิงรางวัล Guinness World Records ในหัวข้อวัตถุในโลกเสมือนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลกในปี 2004 และอีกครั้งในปี 2008 มาแล้วด้วย ในขณะที่ในปี 2009 ได้มีผู้เล่นคนหนึ่งทำเงินได้มากกว่า $330,000 (ราว 11,005,500 บาท) จากการขาย "ไนท์คลับจำลอง" ที่เขาสร้างขึ้นในเกม พูดง่ายๆ ว่าเกมนี้อาจเป็นต้นแบบของเกม Play-to-Earn เกมหนึ่งได้เลยทีเดียว2. Second LifePlatform: PC, Mac OSเช่นเดียวกันในปี 2003 ก็ได้มีเกม MMORPG โลกเสมือนอีกเกมที่เปิดให้บริการ โดย Second Life เป็น MMORPG ที่เปิดโอกาสให้เราได้สร้างชีวิตและเรื่องราวในแบบที่เราต้องการได้ ไม่ว่าจะฝันอยากเป็นดารา อยากไปอยู่ในโลกเวทมนต์ อยากปล่อยความสามารถที่ไม่ได้โชว์ในชีวิตจริง ทุกสิ่งล้วนเป็นไปได้ในโลกของเกมนี้ เอ๊ะ! นี่มันต้นแบบของ Metaverse ที่ Mark Zuckerberg กำลังทำเลยนี่น่า!และยิ่งตรงคอนเซปต์ของผู้ให้กำเนิด Facebook เข้าไปใหญ่ เมื่อระบบเศรษฐกิจภายในเกมนั้นมีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินจริงจ้า โดยค่าเงิน Linden Dollars (L$) ของเกมนี้ สามารถใช้เงิน U.S. ดอลลาร์ซื้อมาได้ หรือใครที่เงิน L$ เหลืออยากส่งต่อ ก็สามารถมาแลกเปลี่ยกันได้ที่ LindeX Currency Exchange ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนจะผันผวนไปตามหลัก Demand และ Supply ภายในเกม เข้าสูตรระบบเศรษฐศาสตร์เป๊ะ! ราวกับกำลังคำนวณเงินบาทเป็นดอลล่าห์อยู่เลยอ่ะ3. Market GloryPlatform: Web Browserถ้าใครไม่ใช่ Hardcore Gamer ขี้เกียจคุมเกม เราขอแนะนำเกมที่แค่ควบคุมด้วยการคลิ๊กๆๆ แล้วก็คลิ๊กเท่านั้นอย่าง Market Glory เกมแนววางแผนและจำลองการจัดการชีวิตของเราผ่านการ interact กับคำสั่งต่างๆ ในระบบ โดยเริ่มต้นเราสามารถหาเงินด้วยการต่อสู้หรือออกไปทำงานแล้วค่อยๆ สะสมเงินเพื่อก่อตั้งบริษัทของตัวเอง และเงินจะเริ่มหมุนก็ตอนนี้ล่ะ! เพราะเราต้องบริษัทแข่งกับผู้เล่นอื่นที่มีธุรกิจประเภทเดียวกับเรา ไหนจะต้องหาเงินมาจ่ายให้กับผู้เล่น (ใหม่) ที่มาทำงานให้บริษัทเราอีก ซึ่งบางคนก็อาจยอมลงทุนจ่ายเงินจริงเพื่อให้ธุรกิจไปเร็วกว่าคนอื่น อื้อหือ~ ทุนนิยมจัดๆส่วนสกุลเงินในเกมจะอิงตามสกุลเงินท้องถิ่นจริงบนโลกเลย ไม่ว่าจะเป็นยูโร, ดอลล่าห์ หรือแม้แต่มูลค่าทองคำ แถมผันผวนจริงตามกระแสโลกด้วย ทั้งนี้ในการทำกิจกรรมอาจมีค่าธรรมเนียมที่ถูกหักเข้าส่วนกลาง ซึ่งจะเป็นเสมือนรัฐบาลของประเทศที่เราได้ลงสมัครไว้ด้วย ใครที่คิดจะสร้างธุรกิจของตัวเองสามารถมาซ้อมมือที่นี่พร้อมรับค่าตอบแทนตามจริงได้เลย แถมใช้เวลาการเล่นต่อวันไม่เยอะด้วย4. GamesvillePlatform: Web Browserหรือถ้าจะให้เล่นง่ายกว่าอันดับก่อนหน้า เรามาเล่นมินิเกมอย่าง Solitaire และ Bingo ไปจนถึงเกม Puzzle ด้วยกันบน Gamesville ดีกว่า บนเว็บไซต์นี้มีเกมหลากหลายให้เราเลือกเล่นได้อย่างไม่มีเบื่อ โดยทุก score ของเราจะถูกบันทึกลงแพลตฟอร์ม ซึ่งเราอาจจะชนะเงินรางวัลจากการเล่นได้ด้วย! ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมเล่นเกมในทัวร์นาเม้นต์หรือการทำสปีดให้จบเกมด้วยสถิติที่เร็วที่สุด เป็นต้นนับเป็นแหล่งรวมเกมที่เล่นเพลินแถมยังได้ลุ้นแจคพอต แถมยังเป็นเกมพื้นฐานที่คนทุกเพศทุกวัยสามารถฝึกและเข้าใจได้ไม่ยาก หรือจะเล่นพร้อมหน้ากับสมาชิกครอบครัวก็ยังได้ นี่สินะที่เรียกว่าพักผ่อนอย่างไรให้มีรายได้ 5. Exodus 3000Platform: Web Browserแต่ถ้าคุณหลงใหลในการค้นพบสิ่งแปลกใหม่ในอวกาศล่ะก็ เราแนะนำให้คุณมาสำรวจดาวอังคาร ค้นหาซากหักพัง ขุดแร่ภูเขาไฟ ใน Exodus 3000 ไปด้วยกัน เกมนี้เป็นเกมแนว multiplayer RPG strategy โดยเราสามารถสำรวจพื้นผิวของดาว สร้างพันธมิตร แล้วไปตบผู้เล่นอื่นได้ ไม่ว่ากิจกรรมใดที่ทำเราสามารถได้รับเงิน Mars Dollars (MD) เพื่อมาอัปเกรดของและใช้จ่ายภายในเกม แถมยังเอาไปแลกออกมาเป็นเงินจริงได้อีกด้วยวิธีการเล่นก็ง่ายแสนง่าย แค่สมัครบัญชีผู้ใช้บนเว็บไซต์ก็สามารถเข้าเล่นได้เลย เมื่อเราสะสมรายได้ในเกมถึง 300,000 MD จะสามารถแลกเงินจริงได้ 20 ดอลล่าห์ (ราว 600 กว่าบาท) ...ก็ไม่น้อยเลยนะ... และทางผู้พัฒนาก็เคลมว่าเกมนี้ต่อให้คุณไม่ใช่เกมเมอร์ก็สามารถเข้ามาร่วมสนุกและพูดคุยกับคอมมูนิตี้ในเกมได้ ช่างเป็นมิตรต่อผู้เล่นทุกคนจริงๆ มิน่าถึงอยู่ยาวมาตั้งแต่ปี 2006 จนถึงทุกวันนี้เลย6. EVE OnlinePlatform: PC, Mac OSเกม MMORPG ท่องอวกาศ ที่มีกิจกรรมหลากหลายให้เราทำร่วมกับผู้เล่นอื่น ทั้งสำรวจ ขุดแร่ ก่อสร้าง แลกเปลี่ยน ต่อสู้ ไปจนถึงปล้นพวกเขาเหล่านั้นก็สามารถทำได้ ทำให้เอกลักษณ์ของเกมนี้อยู่ที่การขับยานอวกาศและ PvP กับผู้เล่นอื่นนี่แหละ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ดึงดูดผู้เล่นและทำให้เศรษฐกิจภายในเกมคึกคักก็คือ "PLEX" (Pilot License EXtension) ไอเท็มที่ผู้ให้บริการจะขายให้เราซื้อด้วยเงินจริง สามารถใช้แทนเวลาแอร์ไทม์ได้ ซึ่งหลายคนก็ใช้ไอเท็มชิ้นนี้แลกเปลี่ยนกับเงินในเกมจำนวนมหาศาล ส่วนผู้เล่นหลายๆ คนที่ไม่อยากเสียเงินเติมแอร์ไทม์ก็ใช้เงินในเกมแลกไอเท็มชิ้นนี้มาใช้แทน ทำให้ PLEX มีลักษณะคล้ายๆ กับเหรียญคริปโตในเกม NFT ปัจจุบันที่สามารถใช้คำนวน "มูลค่า" ของสิ่งของต่างๆ ในเกมเป็นเงินจริงได้ยกตัวอย่างง่ายๆ PLEX ชิ้นหนึ่งซึ่งซื้อได้ในราคา 15 ยูโรต่อชิ้น ซึ่งสามารถขายในเกมเป็นเงิน 1,000 เหรียญ หมายความว่า ถ้ายานลำหนึ่งในเกมมีราคา 10,000 เหรียญ ก็จำเท่ากับ 10 PLEX หรือ 150 ยูโรนั่นเอง ซึ่งถึงแม้ PLEX จะแลกกลับเป็นเงินจริงไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้มูลค่าของมันลดน้อยลงเลยในสายตาของผู้เล่น EVE Online โดยผู้ที่ติดตามข่าวสารวงการเกมบ่อยๆ น่าจะเคยได้อ่านเรื่องราวการทำสงครามอวกาศขนาดใหญ่ใน EVE Online มาบ้าง ซึ่งการทำสงครามกันแต่ละครั้งสามารถคำนวนมูลค่าความเสียหายจากยานอวกาศหรือฐานทัพที่ถูกทำลายได้ครั้งละหลายแสนดอลลาร์สหรัฐ (หรือก็หลายล้านบาท) เลยทีเดียว7. Epic MuseumPlatform: Web Browserถ้าไม่อยากเน้นเล่นเกมแต่ต้องการ passive-income เกมนี้จะเหมาะกับคุณมาก เพราะใน Epic Museum จะเปิดโอกาสให้เราได้เป็นเจ้าของพิพิธภัณฑ์ส่วนตัว โดยเริ่มตั้งแต่การสร้างอาคารเลยทีเดียว ยิ่งเราเล่นและปลดล็อครูปปั้นมากขึ้นเท่าไหร่ รายได้ที่หมุนเวียนเข้ามาในพิพิธภัณฑ์ของเราก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งสกุลเงินในเกมก็คือ EM Dollar (Epic Museum Dollar) ที่สามารถนำไปแลกแต้มสำหรับใช้อัปเกรดของต่างๆ ในเกม รวมถึงแลกเป็นเงินจริงได้ในอัตรา 10 EMD ต่อ 1 USD! หรือจะแลก gift card จากเครือพันธมิตรของทีมพัฒนาก็ได้เช่นกันเอาจริงๆ เกมนี้ค่อนข้างใกล้เคียงแนว Idle ที่ต้องใช้เวลารอในการทำอะไรสักอย่าง ทำให้เกมนี้เหมาะกับการเล่นฆ่าเวลาและดูพิพิธภัณฑ์จำลองของเราค่อยๆ เติบโตไป มากกว่าจะมุ่งเอากำไร เพราะเอาเข้าจริงค่อนข้างใช้เวลานานเลยล่ะกว่ารายได้จะเริ่มเข้ามา8. VirtuversePlatform: PCเกมนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น Metaverse ที่มาก่อนกาล กับเกม Sci-fi MMORPG อย่าง Virtuverse โดยในเกมจะไม่มีการจำกัดอาชีพ อาวุธ หรือชุดเกราะใดๆ เราสามารถดีไซน์ตัวละครให้เติบโตได้ตามที่ใจเราต้องการ ก่อนออกผจญภัยในโลกกว้างพร้อมกับเพื่อนๆ ด้วยระบบในเกมที่ออกแบบมาเพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งการสำรวจทรัพยากร ล่าสัตว์ คราฟต์และสร้างอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงทำการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนกับผู้เล่นในเกมแม้จะเป็นเกมเล่นฟรี แต่เราสามารถได้รับผลตอบแทนจากความเหนื่อยในการใช้เวลาสะสมทรัพยากรได้ด้วยเช่นกัน การแลกเปลี่ยนในเกมเราจะใช้สกุลเงิน Aurum และสกุลเงินนี้สามารถแลกออกมาเป็น U.S. ดอลลาร์ ได้ด้วยเช่นกัน ส่วนอัตราการแลกเปลี่ยนจะผันไปตาม Demand และ Supply ของเศรษฐกิจในเกม เรียกได้ว่าสมจริงจนลืมไปเลยว่ากำลังเล่นเกมอยู่9. CS:GO, Dota 2, Team Fortress 2Platform: PCและอันดับสุดท้าย ขอมัดรวมเป็นแพคเกจจาก Valve เลยแล้วกัน! ซึ่งทั้ง 3 เกมนั้นต่างอยู่บนแพลตฟอร์ม Steam ใช่ไหมล่ะ และที่นี่เขาก็มีระบบ Marketplace ชื่อว่า Steam Community Market ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเกมในเครือของ Valve สามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน "สกิน" จากเกมเหล่านี้ได้ แน่นอนว่าสกินยิ่งสวยมากเท่าไหร่ แรร์มากเท่าไหร่ ราคาก็จะพุ่งสูงไปหลายร้อยถึงหลักพัน U.S. ดอลลาร์เลยทีเดียวหากใครอยากซื้อก็ต้องเติมเงินเข้า Steam Wallet ก่อน และเมื่อเราทำการซื้อจำนวนเงินใน Wallet ก็จะถูกหักไปเข้า Wallet ของผู้ขาย แต่ฝ่ายคนขายแม้จะมีเงินอยู่ใน Steam Wallet มากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถถอนออกมาได้นะ เพราะระบบถูกสร้างมาให้ใช้จ่ายภายในแพลตฟอร์ม Steam เท่านั้น หรือเท่ากับว่าเราสามารถนำรายได้จากการขายสกินไปซื้อเกมใหม่ได้ยังไงล่ะ!! ถ้าขายได้ราคางาม ดีไม่ดีอาจซื้อเกมมาเล่นแบบฟรีๆ ได้หลายเกมเลยล่ะ
16 Nov 2021
[บทความ] ส่องเนื้อเรื่องเบื้องหลัง Elden Ring "เมื่อทุกอย่างพังทลาย ผู้มัวหมองจึงได้กลับมาตุภูมิ"
Elden Ring โลกใบที่ 7 ของ Hidetaka Miyazaki ได้มีการเพิ่ม และปรับปรุงระบบเกมเพลย์ใหม่มากมาย และหลังจากที่ได้เข้าไปเล่นมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงตัวผู้เขียนเรียกได้ว่าคาดหวังกับเกมใหม่ของ From Software นี้เป็นอย่างมาก แต่แม้จะมีหลายสิ่งหลายอย่างได้รับการพัฒนาให้ดีมากยิ่งขึ้น หรือมีระบบใหม่ๆ มากมายถูกใส่เข้ามาในเกม หนึ่งสิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปตามลายเซ็นฉบับของคุณ Miyazaki คือเรื่องราวของเกมที่มีปริศนาอยู่มากมาย และไม่เคยถูกเล่าออกมาให้เข้าใจง่ายเลยสักครั้งผลงานใหม่ล่าสุดนี้ยังมีกลิ่นอายของความลึกลับเหล่านั้นอยู่เต็มเปี่ยม แต่ผลงานนี้พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อ George R. R. Martin นักเขียนนวนิยาย Fantasy ชื่อดังได้มีส่วนร่วมกับคุณ Miyazaki ในการสรรค์สร้างผลงานชิ้นนี้ แม้ว่าจะยังอีกห่างไกลถึง 4 เดือน ก่อนเกมจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับผู้เล่นที่จะคาดเดาเนื้อเรื่องของ Elden Ring ก่อน และนี่คือจุดประสงค์ของบทความนี้ครับThe Lands Betweenเรื่องราวของ Elden Ring ไม่ใช่ภาคต่อ หรือเนื้อเรื่องแยกของเกมไหนที่เคยมีมา มันกล่าวถึงดินแดนที่ชื่อว่า The Lands Between ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกปกครองด้วยความร่มเย็นโดยราชินี Marika ผู้เป็นนิรันดร ผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ต่างได้รับพรจาก Erdtree ต้นไม้สีทองที่สูงตระหง่านอยู่ใจกลางของดินแดน และว่ากันว่าเป็นแหล่งกำเนิดพลังของ Elden Ring โดยผู้ที่ได้รับพรจาก Erdtree จะมี Aura สีทองที่ดวงตา อย่างไรไม่ใช่ทุกคนที่จะรักษา Aura สีทองดังกล่าวไว้ได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ดวงตาสูญเสีย Aura สีทองอันเป็นสัญลักษณ์ของพรไป คนผู้นั้นจะถูกขับไล่ออกจากดินแดน The Lands Between และถูกตราหน้าว่า Tarnished ที่มีความหมายว่า "ผู้มัวหมอง"ราชินี Marika ผู้เป็นนิรันดร แค่ชื่อของเธอก็บ่งบอกได้แล้วว่าถูกเทิดทูนว่ายิ่งใหญ่เพียงไหนในดินแดนแห่งนี้ ซึ่งเชื่อว่าพลังของเธอเองส่วนหนึ่งคงได้รับมาจาก Elden Ring โดยตรง ส่งผลให้ลูกๆ ของเธอทั้ง 6 คน ถูกเรียกว่า Demigod หรือครึ่งเทพเจ้า โดยทั้ง 6 ต่างปกครองดินแดนต่างๆ ในดินแดนแห่งนี้รอบๆ Erdtreeจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเรื่องราวดินแดนอันสงบสุขนี้เริ่มต้นอยู่มาวันหนึ่งบางสิ่งบางอย่างได้ทำลาย Elden Ring ให้แตกเป็นผลึกชิ้นน้อยใหญ่ โดยต่อมาผลึกเหล่านี้ถูกเรียกว่า The Great Runes ซึ่งทำให้เหล่า Demigod ทั้ง 6 ที่กระหายพลัง และอำนาจต่างแย่งชิง The Great Runes กันเองจนเกิดเป็นสงครามภายใน จนดินแดนแห่งนี้ถึงจุดล่มสลาย (ป.ล แม้ดินแดนจะล่มสลายแต่ไม่ได้หมายความว่าผู้คนตายหมดนะ) ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวก่อนเกมเริ่มใครคือผู้ทำลาย Elden Ring?ในตัวอย่างแรกสุดของเกม ที่แสดงให้เห็นถึงชายแก่คนหนึ่ง พยายามทุบทำลายบางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่จะตัดภาพมาเป็นภาพของวงแหวนทองคำที่แตกลง เหมือนพยายามบอกเล่าให้เราเข้าใจว่า "ชายแก่คนดังกล่าวนั่นแหละคือผู้ที่ทำลาย Elden Ring ให้แตกเป็นเสี่ยง" ซึ่งเขาเป็นใคร ทำไมถึงต้องทำลาย Elden Ring ด้วย เรื่องนี้ผู้เขียนไม่มีคำตอบให้ แต่ก่อนจะไปต่อกัน ผู้เขียนอยากให้เพื่อนๆ ดูวิดีโอตัวอย่างแรกกันอีกสักครั้งก่อนในวิดีโอข้างบนนี้ หลายคนอาจไม่ได้สังเกตว่าทุกครั้งที่ชายแก่ ทุบบางสิ่งบางอย่างที่อยู่บนแท่นตรงหน้าของเขา แผ่นหลังของชายแก่ ก็มีรอยร้าวเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน และพร้อมกันในหญิงสาวอีกคนที่เหมือนกำลังสวดภาวนาอยู่ก็มีรอยร้าวแตกขึ้นมาบนแผ่นหลังเช่นเดียวกัน และเมื่อภาพตัดมาเป็นวงแหวนทองคำที่แตกละเอียด ทั้งสองก็ทรุดคุกเข่าลงเหมือนทนความเจ็บปวดไม่ไหว มีหลายคนตั้งทฤษฎีว่าทั้งสองคนนั่นแหละคือ Elden Ring แต่ผู้เขียนคิดต่างออกไป และหลังจากนี้จะเป็น ทฤษฎีของตัวผู้เขียนเอง ไม่รับประกันว่าจะถูกต้องครับคุณ Miyazaki ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า "Demigod ทั้ง 6 ต่างมีบุคลิก และพลังที่แตกต่างกัน พวกเขาหมกมุ่นในเรื่องที่แตกต่างกัน และเสียสติในรูปแบบที่แตกต่างกัน" จากคำบอกเล่านี้ทำให้ ผู้เขียนคิดทฤษฎีได้หนึ่งอย่างคือ ชายแก่คนดังกล่าวที่ทำลาย Elden Ring รวมถึงหญิงสาวอีกคนในตัวอย่าง คือผู้ที่ทำหน้าที่ปกป้อง Elden Ring และถูกสร้างขึ้นมา หรือเชื่อมต่อกับพลังของ Elden Ring โดยตรง จึงเป็นเหตุผลให้แผ่นหลังของพวกเขามีรอยร้าวแตกเกิดขึ้นเมื่อทุบทำลายต้นกำเนิดของตัวเอง ส่วนเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเลือกที่จะทำลาย Elden Ring เสียเอง อาจมาจากความไม่สมบูรณ์ของมนุษย์ รวมถึง Demigod หรืออาจรวมถึงราชินี Marika เองด้วย (จะด้วยความโลภในอำนาจ หรืออะไรก็แล้วแต่) ทั้งสองตัดสินว่าผู้คนใน The Lands Between ไม่ควรค่าแก่การได้รับพรอีกต่อไปหนึ่งในเหตุผลสนับสนุนทฤษฎีดีนี้มาจากการแย่งชิงเศษชิ้นส่วนของ Elden Ring กันเองจนเกิดเป็นสงครามภายในของเหล่า Demigod ซึ่งแทนที่จะช่วยกันพา The Lands Between ให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตเช่นนี้ไปได้ พวกเขากลับเลือกที่จะฆ่าฟันกันเองเพื่อแย่งชิงพลังอำนาจ และหากคิดตามทฤษฎีนี้ จะเชื่อมโยงกับตำนานบทหนึ่งที่ถูกเล่าขานในเกมได้พอดี ตำนานดังกล่าวได้เล่าถึงการแตกสลายของ Elden Ring ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว โดยการแตกสลายดังกล่าวแน่นอนว่าสร้างความโกลาหลให้กับโลก แต่มันก็เป็นการเชื้อเชิญเหล่า Tarnished ที่ถูกเนรเทศออกไปจากดินแดน ให้สามารถกลับมายัง The Lands Between ได้อีกครั้ง เพื่อต่อสู้แย่งชิงขึ้นเป็น Elden Lord คนใหม่ถ้าหากมองย้อนกลับไปในอดีตพล็อตเรื่องแนวนี้ ถูกใช้มาแล้วในเกมของคุณ Miyazaki นั้นก็คือ Bell of Awakening ใน Dark Souls ที่ระฆังจะถูกตี เมื่อยุคแห่งไฟกำลังจะมอดดับลง แล้วความมืดกำลังจะกลืนกินดินแดนของมนุษย์ จึงต้องมีการปลุก Undead ทั้งหมดขึ้นมา เพื่อออกเดินทางทำหน้าที่รวบรวมวิญญาณของ Lord Souls และนำไปมอบให้กับเปลวเพลิงเพื่อทำให้มันกลับมาโชติช่วงอีกครั้ง ซึ่งการทำแบบนี้มีความเสี่ยงเพราะ Undead ที่ทำหน้าที่ดังกล่าวได้สำเร็จอาจไม่ใช่คนดีที่คิดจะต่ออายุให้กับกองเพลิง แต่อาจเป็น Undead ที่ลุ่มหลงในพลังจนไม่ยอมทำหน้าที่ของตัวเองไอ้เสร็จหลังจากได้พลังของ Lord Souls ทั้งหมดมาแล้ว ดังนั้นตาม Lore ของ Dark Souls ระฆัง  Bell of Awakening จึงจะถูกตีก็ต่อเมื่อโลกมาถึงจุดที่เลวร้ายไปมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ เท่านั้น(จากตัวอย่างเปิดเกมของ Dark Souls 3 จะเห็นได้ว่าเหล่า Undead เริ่มลุกขึ้นมาจากหลุมหลังได้ยินเสียงระฆัง ซึ่งถึงถูกตีเมื่อยุคแห่งไฟกำลังจะจบลง)จะสังเกตได้ว่าเนื้อเรื่องในส่วนนี้ของ Dark Souls มีความใกล้เคียงกับตำนานภายในเกมของ Elden Ring ที่เมื่อวงแหวน Elden Ring ถูกทำลาย เหล่า Tarnished ที่ถูกเนรเทศออกไป จะสามารถกลับมายัง The Lands Between เพื่อต่อสู้รวบรวมพลัง และขึ้นเป็น Elden Lord ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการทำลาย Elden Ring ทิ้งเพื่อนำทางเหล่า Tarnished กลับมา เป็นเหมือนตัวเลือกสุดท้ายจริงๆ เมื่อดินแดน The Lands Between ไม่มีใครคู่ควรมากพอจะนั่งบัลลังก์ผู้นำได้ เช่นเดียวกับไม่มีใครต่ออายุของไฟใน Dark Souls จนต้องทำให้เกิดการตีระฆัง Bell of Awakening ในขณะเดียวกันก็เป็นความเสี่ยงด้วย เพราะถ้าหาก Tarnished ที่ได้พลังอำนาจทุกอย่างไปเป็นเพียงแค่คนเขลา The Lands Between ก็คงจะมาถึงจุดสิ้นสุด ผู้เขียนจึงคิดทฤษฎีดีนี้ดูมีความเป็นไปได้มากที่สุดนั่นเองที่นี่คำถามต่อมาคือ "แล้วราชินี Marika ล่ะ?" เพราะถ้าหากสิ่งที่ไม่คู่ควรคือเหล่า Demigod แล้ว การที่เธอยังเป็นผู้นำสูงสุด ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรจนทำให้ต้องเกิดการทำลาย Elden Ring ขึ้นเสียหน่อย" ใช่ครับถูกต้อง ดังนั้นข้อสันนิษฐานที่พอจะคิดได้คือมี 3 อย่าง อายุขัยของเธอกำลังจะหมดลง และจำเป็นต้องส่งมอบตำแหน่งผู้นำให้กับคนอื่นเธอถูกฆ่าตายโดยเหล่าลูกๆ Demigod ของเธอเองตัวเธอเองได้ลุ่มหลงในพลังอำนาจ จนต้องการนำพลังของ Elden Ring ทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเองส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าข้อ 3 มีความเป็นไปได้มากที่สุด เนื่องจากจนถึงตอนนี้เรายังไม่ทราบว่าใครกันแน่ที่เป็นบอสตัวสุดท้ายของเกม Elden Ring เนื่องจากคุณ Miyazaki ได้กล่าวว่า "Demigod ทั้ง 6 จะอาศัยอยู่ตามสถานที่ของตัวเองรอบๆ The Lands Between ซึ่ง ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าจะไปยังดินแดนของใครก่อน มันไม่ตายตัว และไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ" ดังนั้นผู้เขียนจึงไม่คิดว่า Demigod คือบอสตัวสุดท้ายที่เราจะได้สู้ในเกมนี้ ไม่แน่ว่าอาจเป็นราชินี Marika เองที่เป็นบอสตัวสุดท้าย หรือไม่ก็อาจเป็นชายแก่ผู้ทำลาย Elden Ring เพื่อทดสอบว่าเราคู่ควรกับตำแหน่ง Elden Lord หรือไม่ฉากจบที่น่าจะมีหลายแบบเหมือนเกมรุ่นพี่หากอ้างอิงจากทฤษฎีที่กล่าวมา คำถามสุดท้ายสำหรับผู้เขียนที่มีต่อวงแหวน Elden Ring อันเป็นพลังพรที่มอบให้กับผู้คนใน The Lands Between คือ "มันเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ หรือ?" เหมือนกับเปลวเพลิงใน Dark Souls ที่ทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างแสงสว่าง และความมืด การมีอยู่ของ Elden Ring ก็อาจนำพาให้เกิดยุคสมัยที่ล่มสลายอีกครั้ง วงแหวนต้องถูกทำลาย เหล่า Tarnished จะถูกเรียกกลับมา แล้วสงครามครั้งใหม่ก็จะเกิดขึ้นอีก การเลือกเส้นทางที่ไม่ต้องมี Elden Ring อีก (ทำลายทิ้งไปจริงๆ เลย) แล้วหาวิธีใช้ชีวิตอยู่ให้ได้โดยไม่มีมัน อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่ารึเปล่า? เหมือนกับฉากจบหลายแบบของ Dark Souls ที่มักให้เลือกว่าจะต่ออายุของกองไฟ หรือสิ้นสุดอายุของยุคเปลวไฟ ในเกมนี้เองก็น่าจะมีให้เลือกระหว่างสร้าง Elden Ring ขึ้นมาใหม่จากชิ้นส่วน The Great Runes ที่เรารวบรวมมา หรือทำลายมันทิ้งไปเลยเช่นเดียวกันณ สุดท้ายนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าทั้งหมดที่เพื่อนๆ ได้อ่านมา เป็นเพียง ทฤษฎี ซึ่งผู้เขียนคิดขึ้นมาเองสนุกๆ หลังจากได้อ่านคำโปรยบนหน้าเว็บไซต์ของ Bandai Namco และบทสัมภาษณ์กับคุณ Miyazaki เนื้อเรื่อง และฉากจบจริงๆ ของเกมอาจไม่เป็นเช่นนี้เลย และคงมีแต่ต้องรอเล่นเกมเต็มในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2022 เพื่อเรียนรู้ความจริงเกี่ยวกับเนื้อเรื่องของเกมเท่านั้น
16 Nov 2021
[บทความ] Far Cry 6 กับการปฏิวัติคิวบาเขย่าหน้าประวัติศาสตร์ของฟิเดล คาสโตร
เป็นเรื่องปกติสำหรับเกมของ Ubisoft กับการนำเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาใช้ในวิดีโอเกมของตนเอง ไม่ว่าจะใช้แบบตรงไปตรงมาอย่างเกมชุด Assassin's Creed หรือการใช้ในทำนองดัดแปลงบางส่วนอย่างเกมชุด Far Cry โดยเฉพาะในภาคหลังๆ สำหรับ Far Cry 5 ที่นำเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันมิอาจถูกลืมของสาธุคุณ จิม โจนส์ กับลัทธิสุดคลั่ง จนถึงปัจจุบัน Far Cry เดินทางมาถึงภาค 6 ซึ่งไม่ว่าพิเคราะห์อย่างไร เรารู้ทันทีว่าเรื่องราวของกลุ่มปฏิวัติในเกาะแถบแคริบเบียน, การต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจร และการรวมกลุ่มหลายขบวนการเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารจอมคอร์รัปชัน ทุกปัจจัยล้วนมุ่งตรงไปยังเรื่องราวของประเทศเดียวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี้คือเรื่องราวที่เป็นต้นแบบของ Far Cry 6 การปฏิวัติแห่งสาธารณรัฐคิวบาเพื่อล้มล้างรัฐบาลขี้ฉ้อของฟุลเฮนซิโอ บาติสตา โดยขบวนการปฏิวัติ “26 กรกฎาคม” ภายใต้การนำทัพของบุรุษนาม “ฟิเดล คาสโตร”จุดเริ่มต้น: การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาจุดกำเนิดรัฐบาลของนายฟุลเฮนซิโอ บาติสตา เป็นผลพวงมาจากการครอบงำและแทรกแซงของประเทศสหรัฐอเมริกา ย้อนไปในช่วงหลังจากจบสงครามสเเปนิช-อเมริกัน อำนาจในการควบคุมคิวบาถูกส่งต่อไปยังสหรัฐจากเดิมที่เป็นของประเทศสเปน สหรัฐได้เขียนรัฐธรรมนูญโดยมีบทบัญญัติอันลือชื่อซึ่งเรียกว่า “Platt Amendment” เพื่อครอบงำและแทรกแซงคิวบาโดยเฉพาะ มีเนื้อหาโดยสังเขปกำหนดโดยนัยไว้ว่าคิวบาต้องยอมให้สหรัฐแทรกแซงอำนาจอธิปไตย “โดยไม่มีเงื่อนไข” เพื่อประโยชน์แก่การรักษาเอกราชของคิวบาเอง (ทำท่าไขว้นิ้ว) ผลจากรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว คิวบาก่อตั้งเป็นสาธารณรัฐอย่างเป็นทางการภายใต้การปกครองของรัฐบาลชุดแรกที่มีนายโทมาส เอสตราดา พัลม่า เป็นประธานาธิบดี โดยการปกครองของรัฐบาลชุดนี้ เศรษฐกิจคิวบาดีขึ้นอย่างทันตาเห็น เพราะได้อานิสงส์จากสนธิสัญญาการค้าน้ำตาลระหว่างสหรัฐ โดยสหรัฐเป็นผู้ผูกขาดการซื้อขายน้ำตาจากคิวบาเพียงเจ้าเดียว(โทมาส เอสตราดา พัลม่า)อนาคตดูสดใสสำหรับรัฐบาลของนายโทมาส แต่ต่อมาเกิดความไม่เสถียรภาพในการปกครอง ถึงแม้ว่าจะชนะการเลือกตั้งในปี 1905 จากการที่รัฐบาลของตนถูกขั้วอำนาจตรงข้ามกล่าวหาว่ารัฐบาลของเขาโกงการเลือกตั้งและฉ้อเงินบำนาญ อีกกระทั่งเขาไม่สามารถปฏิรูปรัฐบาลเพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมืองได้ ความวุ่นวายลุกลามจนเกิดการจลาจลไปทั่ว นายโทมาสจึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังสหรัฐให้ลงมาควบคุมสถานการณ์ โดยช่วงแรกทางสหรัฐส่งคนมาเจรจา แต่การเจรจาไม่เป็นผล จึงใช้ไม้แข็งโดยการแต่งตั้งนายวิลเลียม โฮเวิร์ด ทาฟท์ ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการสงครามแห่งสหรัฐอเมริกา (ต่อมาเปลี่ยนเป็นกระทรวงกลาโหม) ให้เป็นผู้สำเร็จราชการของคิวบา เป็นคำสั่งที่ส่งตรงมาจากประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา “นายธีโอดอร์ รูสเวลต์” ซึ่งให้นายวิลเลียมปกครองสาธารณรัฐคิวบาจนกว่าการเมืองภายในประเทศเกิดเสถียรภาพ(วิลเลียม โฮเวิร์ด ทาฟท์)(ธีโอดอร์ รูสเวลต์)เมื่อความวุ่นวายเริ่มคลี่คลาย ในปี 1909 ทางสหรัฐยุติปกครองคิวบาโดยนายวิลเลียม และมีการถอนกำลังทางทหารทั้งหมดในปีเดียวกัน คิวบากลับไปสู่การปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยมีรัฐบาลรวมทั้งสิ้นสามชุด แต่ก็เหมือนการฉายภาพซ้ำ เกิดปัญหาในระหว่างปกครองและก็มีการแทรกแซงจากสหรัฐเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและศาสนาในช่วงรัฐบาลของนายโจเซ มิเกล โกเมส จนเกิดเหตุการณ์นองเลือดขั้นรุนแรง ปัญหาการฉ้อโกง, ปัญหาการใช้ความรุนแรง และโกงการเลือกตั้งในช่วงรัฐบาลของนายมาริโอ การ์เซีย เมโนกัล ปัญหาทางการเงินในช่วงรัฐบาลของนายอัลเฟรโด้ ซายาส เย อัลฟอนโซ โดยต้องทำเรื่องกู้เงินจากสหรัฐเพื่อแก้ปัญหา (อัลเฟรโด้ ซายาส เย อัลฟอนโซ)ซึ่งประเด็นที่สำคัญอยู่ที่เรื่องราวของรัฐบาลของนายอัลเฟรโด้ ถึงแม้ว่าจะแก้ปัญหาวิกฤตทางการเงินได้ แต่ปัญหาการคอร์รัปชันทะลักจุดแตก เกิดการจลาจลขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีกระแสแง่ลบต่อตัวเขามากมายเกินจะทัดทาน นายอัลเฟรโด้จึงไม่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคให้ลงเขาชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี ตัวเขาเองเลยให้การสนับสนุนคนในพรรคตัวเองอย่าง นายพลเกเรอโด เย โมราเลส ลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่แทนเขา นายพลเกเรอโดได้รับคะแนนเสียงแบบล้นหลามด้วยนโยบายเราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นานแล้วคิวบาที่งดงามจะคืนกลับมา เขาก้าวขึ้นสู่การเป็นประธานาธิบดีเต็มข้อ นำคิวบาเข้าสู่ยุค “เผด็จการทหาร” เต็มแข้ง(เกเรอโด เย โมราเลส)สวัสดี ยุคเผด็จการทหารของฟุลเฮนซิโอ บาติสตาการปกครองคิวบาภายใต้นายพลเกเรอโด ช่วงสมัยแรกยังดูทรงดี แต่เริ่มมาออกลายช่วงสมัยที่สอง เรียกว่าอะไรที่ “เผด็จการทหาร” ทำ เขาทำตามหลักสูตรทั้งหมด ตั้งแต่การปิดปากประชาชน ควบคุมสื่อ ระงับการชุมนุม แจกกล้วยอุดปาก ไปจนการใช้กำลังกำราบขั้วตรงข้าม ต่อมา ปัญหาเศรษฐกิจกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากเขาไม่สามารถควบคุมราคาน้ำตาลได้ตามที่สัญญาไว้ ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเพราะการส่งออกน้ำตาลเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจคิวบา สหรัฐต้องกลับมาแทรกแซงอีกครั้งโดยการเจรจากับรัฐบาลนายพลเกเรอโด ถึงแม้จะเจรจากันแล้ว สุดท้ายนายพลเกเรอโดไม่ยอมลาออก จึงโดนกองทัพขับไล่ออกจากประเทศไป แต่อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าสู่ยุคเผด็จการทหารแล้ว จะไม่มีวันออกจากยุคนี้ได้ง่ายๆ กองทัพเข้าครอบงำและชักใยการเมืองภายในประเทศแบบเบ็ดเสร็จผ่านผู้นำที่ตนเลือก นำโดย สิบเอกฟุลเฮนซิโอ บาติสตา แม้ว่าหลังจากนี้คิวบาก็มีรัฐบาลอีกหลายชุด แต่ล้วนถูกแต่งตั้งและถอดถอนโดยเขาเองด้วยเหตุผลหลากหลาย(ฟุลเฮนซิโอ บาติสตา)หลังจากชักใยอยู่เบื้องหลังพักใหญ่ ฟุลเฮนซิโอที่ตอนนี้เป็นพันเอกได้ลงเลือกตั้งเองและชนะการเลือกตั้ง แต่การเลือกตั้งในสมัยต่อมา ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่เขาไว้วางใจกลับพ่ายแพ้ เขากลับมาอีกครั้งด้วยการก่อรัฐประหารรัฐบาลของนายคาลอส ปรีโอ โซคาราส ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่จะจัดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้าเท่านั้น เขาปกครองประเทศอยู่ประมาณ 2 ปีกว่า ซึ่งเขาขอให้รัฐสภาจัดการเลือกตั้งและก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีเพราะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีคู่แข่ง (ใครมันจะกล้า) ภายใต้การปกครองรอบนี้ของฟุลเฮนซิโอ เกิดกระแสต่อต้านเขาอย่างรุนแรงจากหลายปัจจัย นอกจากปัญหาคอร์รัปชันแล้ว มีอีกปัจจัยหลักที่เป็นเชื้อไฟชั้นเยี่ยมคือผลกระทบจากพระราชบัญญัติน้ำตาล ปี 1956 มีใจความว่าสหรัฐจะลดปริมาณการซื้อน้ำตาลจากคิวบาเพื่อสนับสนุนผู้ผลิตน้ำตาลภายในประเทศตัวเอง สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจขั้นรุนแรง รวมไปถึงการต่อต้านความชอบธรรมในการเลือกตั้งของเขาในครั้งล่าสุด เกิดขบวนการต่อต้านฟุลเฮนซิโอ โดยการนำทัพของนายฟิเดล คาสโตรคาสโตรและผองเพื่อนคาสโตรเป็นนักกิจกรรมตัวกลั่น เขาจบนิติศาสตร์ และเขากำลังจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่กลับถูกพันเอกฟุลเฮนซิโอชิงก่อการรัฐประหารเสียก่อน คาสโตรคิดว่าเขาคงสู้ฟุลเฮนซิโอในระบบไม่ได้ ต้องออกมาสู้กันนอกระบบ คาสโตรได้ก่อตั้งขบวนการต่อต้านฟุลเฮนซิโอโดยมีเป้าหมายในการจุดกระแสการก่อการลุกฮือโดยประชาชน (uprising)(ฟิเดล คาสโตร)เขาและขบวนการได้เริ่มก่อเหตุบุกเขาปล้นสะดมค่ายทหารซานติอาโก การปล้นสะดมคว้าน้ำเหลว หลายคนถูกฆ่า ส่วนคาสโตรกับนายราอูลที่เป็นพี่ชายของเขาถูกจับกุม หลังจากนั้นเขาทั้งสองได้รับการอภัยโทษและได้เดินทางไปยังประเทศเม็กซิโกเพื่อทำการรวบรวมกำลังและวางแผนในการต่อสู้กับรัฐบาลของฟุลเฮนซิโออย่างไม่ลดละ ต่อมา เขากลับมาคิวบาอีกครั้งโดยอาศัยทางเรือยอชต์ โดยมีผู้ร่วมขบวนการ 26 กรกฎาคม 81 นาย รวมถึงราอูลและนายเช เกวารา พวกเขาถูกกองทัพโจมตีจึงต้องลาดถอยไปยังเทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา ซึ่งเป็นชัยภูมิหลักที่ใช้ในการดำเนินยุทธวิธีกองโจรเพื่อต่อต้านฟุลเฮนซิโอ ในเวลาเดียวกันก็เกิดความวุ่นวายทั่วทุกแห่ง อย่างเกิดสงครามกลางเมืองนำโดยคณะปฏิวัติ (Directorio Revolucionario) ซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษา พวกเขาทำการบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดีจนเกิดเหตุนองเลือด  เกิดการพยายามนัดหยุดงานนำโดยสหภาพแรงงาน แต่ความพยายามไม่เป็นผล เนื่องจากฝั่งฟุลเฮนซิโอขู่ไว้ว่าถ้าใครเข้าร่วม จะตกงานทันทีและไม่ถูกว่าจ้างอีกถาวร เกิดการบุกเข้ายึดเมืองท่าอย่างจังหวัดเซียนฟูเอกอส ซึ่งถูกฝั่งรัฐบาลยึดคืนในเวลาต่อมา มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่าร้อยคน จากเหตุปะทะ(เช เกวารา)และเมื่อความวุ่นวายเกิดขึ้นจนยับยั้งไม่ได้ วิธีการสุดแสนคลาสสิกของเผด็จการทหารก็ถูกหยิบมาใช้ กับการคุกคามเสรีภาพในการแสดงออก ทางนายฟุลเฮนซิโอบีบให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่คุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกอีกต่อไป แน่นอนว่าเศรษฐกิจของคิวบาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการก่อการทั่วทุกแห่งหน เมื่อสหรัฐเห็นว่าทางรัฐบาลของฟุลเฮนซิโอไม่สามารถควบคุมสถานการณ์และประกอบกับใช้ความรุนแรง สหรัฐจึงทำการคว่ำบาตรคิวบาทุกทาง ส่วนฝั่งฟุลเฮนซิโอจึงใช้โอกาสนี้เลื่อนจัดการเลือกตั้งอ้างเหตุความไม่สงบ (โคตรคุ้น) การพยายามโต้กลับของฟุลเฮนซิโอฟุลเฮนซิโอได้สั่งการโจมตีฐานที่มั่นของขบวนการ 26 กรกฎาคม ที่เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา เพราะเขาคิดว่าทางประชาชนไม่ได้สนับสนุนคาสโตรสักเท่าไร จากการนัดหยุดงานที่ล้มเหลวหลายครั้ง ผลคือกองทัพของเขาถูกฝั่งขบวนการ 26 กรกฎาคมไล่ต้อนกลับ สุดท้ายจบลงด้วยการลาดถอยของฝ่ายกองทัพเองส่วนคาสโตรก็ทำการกดดันฝั่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะออกแถลงการณ์ขอให้นัดหยุดงาน ข่มขู่ฝ่ายรัฐบาล จนไปถึงลักพาตัวพลเรือนชาวอเมริกันและแคนาเดียนรวมไปถึงพวกทหารอเมริกา แต่สุดท้ายกระแสตีกลับอย่างรุนแรง คาสโตรจึงต้องปล่อยตัวพวกเขาในเวลาต่อมา(ฟิเดล คาสโตร กับพรรคพวก ณ เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา)เมื่อถึงกำหนดการเลือกตั้งใหม่จากที่ถูกเลื่อน ก็เป็นที่คาดเดาได้ว่าเกิดการฉ้อโกงในการเลือกตั้งอีกแล้ว จากการแทรกแซงของฟุลเฮนซิโอ การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ลงสมัครสามราย ได้แก่ นายแอนเดรีย รีเวอร์โร อกูเอโร ซึ่งเป็นคนของฟุลเฮนซิโอ, นายราม่อน เกรา ซาน มาติน อดีตประธานาธิบดี และนายคาลอส มาเกซ สเตอร์ลิง ผู้ที่มีกระแสได้รับการยอมรับจากคนหลายฝ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ชนะการเลือกตั้งคือนายแอนเดรีย ความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งครั้งนี้ปรากฏเมื่อทางนายแอนเดรียชนะเพราะบัตรเสียในการเลือกตั้งจากจังหวัดโอเรียนเตและลัสบียัส ซึ่งเป็นจังหวัดที่พวกกลุ่มปฏิวัติควบคุมอยู่ แม้จะมีผลการเลือกตั้งว่านายคาลอสชนะการเลืองตั้งในอีก 4 จังหวัดก็ตาม มันจบแล้วครับนายผลจากการเลือกตั้งอันฉ้อฉลซึ่งทำให้การสนับสนุนที่มีต่อฟุลเฮนซิโอลดน้อยถอยลงและกำลังทหารที่อ่อนแอลงจากการถูกคว่ำบาตรของสหรัฐ เป็นเหตุให้ยุทโธปกรณ์ร่อยหรอ ประกอบกับฝ่ายปฏิวัติได้สรรพาวุธจากต่างแดน คาสโตรรู้ว่านี้คือโอกาสทองที่จะเผด็จศึกรัฐบาลจอมฉ้อฉล กลุ่มปฏิวัติภายใต้การนำของเช เกวาราทำการบุกฐานทัพในเมืองซานตา คารา ผลคือสำเร็จลุล่วง ซึ่งกลุ่มปฏิวัติสามารถยึดรถไฟหุ่มเกราะที่บรรทุกอาวุธและกระสุน ทางฟุลเฮนซิโอเห็นท่าไม่ดี จึงหลบหนีออกจากประเทศไปยังสาธารณรัฐโดมินิกัน จากนั้นไปเกาะมาเดรา หมู่เกาะของประเทศโปรตุเกส ใช้ชีวิตที่นั่น จวบจนวันตาย คาสโตรประกาศชัยชนะในการปฏิวัติครั้งนี้ และไม่เจรจากับผู้บัญชาการทหารสูงสุด นายพลยูโลจีโอ คานทิลโลที่ได้รับมอบอำนาจมาจากฟุลเฮนซิโอก่อนเขาจะหลบหนีและแต่งตั้งตัวเองกับพรรคพวกเป็นรัฐบาลเฉพาะกาล ต่อมา เช เกวารานำขบวนการปฏิวัติเดินทางเข้าเมืองฮาวานาโดยไม่มีผู้ใดต่อต้าน หลังจากนั้นมีการรัฐบาลเฉพาะกาลของฝั่งปฏิวัติ โดยนายมานูเอล อูรูเชียน เลโอ เป็นประธานาธิบดี และนายฟิเดล คาสโตร เป็นนายกรัฐมนตรี และแล้ว คิวบาก็เข้าสู่ยุคเถลิงอำนาจของฟิเดล คาสโตร อย่างเป็นทางการ(ฟิเดล คาสโตร (คนขวา) ระหว่างนั่งรถหุ้มเกราะ บุกเข้าเมืองฮาวานา ในวันที่ 8 มกราคม 1959)จากการปฏิวัติคิวบา สู่ Far Cry 6หาใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับการนำเรื่องปฏิวัติคิวบามาดัดแปลงและถ่ายทอดในวิดีโอเกมจนกลายเป็น “สูตรสำเร็จหรือแม่แบบ” (trope) ของเกมที่มีเรื่องราวการปฏิวัติหรือล้มล้างระบอบเผด็จการทหารโสโครก โดยกลุ่มประชาชน คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้เป็นชนชั้นเบี้ยหมากในโลกแห่งทุนนิยม ใช้การต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจร ไม่ว่าจะนำมาใช้อย่างตรงไปตรงมา หรือบิดให้แตกต่าง แต่สุดท้ายเรามักเห็นว่ามันไม่ได้ผิดแผกจากสูตรสำเร็จซึ่งเป็นหัวใจของเรื่องราวปฏิวัติคิวบา โดยองค์ประกอบหลักคือ การก่อการลุกฮือโดยประชาชนเพื่อโค่นเผด็จการทหารคอร์รัปชัน, การต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจร, การรวมกลุ่มหลายขบวนการเพื่อต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ, การสืบทอดอำนาจของฝั่งเผด็จการ และการสนับสนุนเผด็จการจากเหล่านายทุนสูตรสำเร็จดังกล่าวถูกนำมาใช้ในวิดีโอเกมอย่างต่อเนื่อง ถูกนำเสนอในหลายมุมมอง เริ่มตั้งแต่เกมในปี 1987 อย่างเกม Guevara หรืออีกชื่อคือ Guerrilla War ของทีมพัฒนา SNK เป็นการนำเรื่องราวปฏิวัติคิวบามาใช้แบบตรงไปตรงมา แต่ต่อมาถูกปรับแก้ทั้งชื่อเกม, ตัวละคร และเรื่องราวในเกม สำหรับการจำหน่ายเกมนี้ในตลาดประเทศอเมริกาปฏิวัติคิวบามักเป็นของคู่กันเกมจำพวกแนวสงครามชื่อดังที่เราเห็นผ่านตาจนชินชา อย่าง Just Cause, Call of Duty: Black Ops และหากเอ่ยถึงเรื่องเกมซึ่งใช้เรื่องราวของเผด็จการในเกาะแถบแคริบเบียน เราไม่กล่าวถึงเกมนี้คงเป็นเรื่องผิดมหันต์ กับเกมแนวสร้างเมืองซึ่งจำลองแนวคิด กลเม็ดของเผด็จการแบบ “เจ็บแต่จริง” จนเคยโดนแบนในบ้านเรา กับเกม Tropico เหตุเพราะ “เนื้อหาเกมบางส่วนอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ” (ทำท่าไขว้นิ้วรอบที่สอง)“นิว อีร่า ขอแจ้งให้ทราบว่า ผลการตรวจพิจารณาเกม Tropico 5 จากสำนักพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ปรากฏว่าคณะกรรมการฯ มีมติไม่อนุญาต เนื่องด้วยเนื้อหาเกมบางส่วนอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของประเทศ จึงทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถวางจำหน่ายเกม Tropico 5 ได้”เมื่อศึกษาจากประวัติศาสตร์ข้างต้น เราเห็นภาพซ้อนในหลายจุดระหว่างเกมและประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน กับการนำเรื่องราวปฏิวัติคิวบามาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อดัดแปลงสู่เกม Far Cry 6 Far Cry 6 เต็มไปองค์ประกอบของสูตรสำเร็จสำหรับเกมแนวดังกล่าว อย่างเรื่องสงครามอสมมาตรในรูปแบบการต่อสู้ด้วยยุทธวิธีกองโจรของขบวนการ 26 กรกฎาคมที่เทือกเขาเซียร์รา มาเอสตรา โดยเช เกวารานำประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมาจากการก่อปฏิวัติคิวบา เขียนเป็นหนังสือ “ทฤษฎีสงครามกองโจร” วางจำหน่ายเพียง 2 ปีให้หลังจากปฏิวัติคิวบาสำเร็จ และหนังสือเล่มนี้ก็กลายเป็นหนังสือคู่มือ แนะแนวทางของการใช้ยุทธวิธีกองโจร โดยเช เกวารา เน้นย้ำถึงเรื่องความจำเป็นในการสร้างแรงจูงใจทางการเมืองสำหรับยุทธวิธีกองโจร รวมถึงการบริหารจัดการองค์กรและยุทธปัจจัยของกลุ่มปฏิวัติ ซึ่งเราก็พบว่า Far Cry 6 นำเสนอถึงประเด็นนี้เช่นกันเกมยังนำเสนอถึงพฤติกรรมของเผด็จการทหาร ตั้งแต่การคอร์รัปชัน, ปิดปากประชาชน, สืบทอดอำนาจจนถึงกำจัดผู้เห็นต่างด้วยวิธีโสมม ซึ่งผู้คนในคิวบา, เกาะยาร่า (และพวกเรา) ต้องเผชิญ แต่ท้ายที่สุด เป็นเรื่องปลายเปิดที่ผู้เล่นต้องไปพิจารณากันเองว่าหลังจากช่วงจบเกมแล้ว แดนี่จะพายาร่าไปในทิศทางใดประชาธิปไตยที่พวกเขาใฝ่หา หรือลงเอยซ้ำรอยประวัติศาสตร์ กับการครองและสืบทอดอำนาจแบบฟิเดล คาสโตร เป็นเวลาหลายทศวรรษแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.britannica.com/event/Cuban-Revolutionhttps://www.cambridge.org/core/journals/journal-of-economic-history/article/abs/us-sugar-program-and-the-cuban-revolution/7110242CB9BF1CFDA167D05A283A8FF8https://www.worldatlas.com/articles/presidents-of-cuba-since-1909.htmlhttps://www.wired.com/story/far-cry-6-cuban-representation/https://thematter.co/thinkers/tropico6-and-dictatorship/75352https://www.bangkokbiznews.com/blogs/columnist/106793
15 Nov 2021
Preview CNT : Elden Ring กว่า 2 ปีที่รอคอย นี่แหละโลกใบใหม่ที่สวยงาม
กว่า 12 ปีแล้วที่โลกได้รู้จักกับเกมสไตล์ Souls ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวอันเป็นปริศนา และเกมเพลย์ที่ยากอันเป็นเอกลักษณ์ Souls ได้สร้างมาตรฐานใหม่ของ Modern Dungeon Crawler แม้ว่าในปัจจุบันเราจะได้เห็นเกมแนวนี้ถูกพัฒนาออกมาขายมากขึ้น แต่ที่กำกับโดยคุณ Hidetaka Miyazaki บิดาแห่งเกมแนว Souls ทั้งปวง ยังคงมีเสน่ห์ที่มากกว่าผลงานไหนๆ ในตลาดแม้จะผ่านมาแล้วถึง 1 ทศวรรษ Elden Ring คือโลกใบที่ 7 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของคุณ Miyazaki และเป็นเกมลำดับที่ 11 ของเขาในฐานะนักพัฒนาเกม และยังเป็นเกม From Software ทะเยอทะยานมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา โดยต้องขอบคุณทาง Sicom เป็นอย่างมากที่มอบโอกาสให้พวกเรา GameFever Th ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทดสอบเกมในรอบ Close Network Test ที่ผ่านมา ตัวผู้เขียนเป็นแฟนคนหนึ่งของเกมซีรีส์ Souls และตื่นเต้นมากๆ ในการได้มีโอกาสได้เข้าไปเล่นก่อนในครั้งนี้ ดังนั้นจึงอยากเอาประสบการณ์ที่ได้ มาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังในบทความนี้โลกใบใหม่ที่สวยงาม กับต้นไม้ทองตระหง่านยักษ์สิ่งแรกที่ได้เห็นหลังจากผ่าน Tutorial ของเกม คือดินแดนที่มีท้องฟ้า ทุ่งหญ้าแสนกว้างใหญ่ และต้นไม้ทองคำยักษ์ที่สูงตระหง่านคอยส่องแสงให้กับโลกทั้งใบ ภาพที่เห็นนี้นับว่าแตกต่างจากเกมตระกูล Souls Borne ทั้งหมดที่มักยอมสีของท้องฟ้าด้วยสีดำ หรือให้เราเดินทางสำเร็จดันเจี้ยนที่มืดมิด กล่าวคือ Elden Ring ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่งมากกว่าเกม Souls ไหนๆ ที่ผ่านมาอีกหนึ่งจุดที่แตกต่างกันคือโลกใบนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ ใบหญ้า และเหล่าสัตว์ ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวากว่า อยากเดินทางสำรวจมากกว่า และเป็นจุดเริ่มต้นของการได้รับรู้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่ขนาดไหน การเดินทางสำรวจก็ให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระมากกว่าเกม Souls ภาคไหนๆ ส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากการที่โลกของเกมเป็นแผนที่ขนาดใหญ่ ที่สามารถเดินทางไปไหนก็ได้แม้ว่าโดยรวมแล้วโลกของเกมจะดูสดใสขึ้น แต่บรรยากาศแบบ Souls ก็ไม่ได้หายไปเลยเสียทีเดียว เนื่องจากในโลกที่กว้างใหญ่ของ Elden Ring จะมีการใส่ Dungeon ต่างๆ ไว้บนแผนที่ ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่เข้าไปยังดันเจี้ยนเหล่านี้ บรรยากาศเดิมๆ ที่เราเคยได้สัมผัสในเกม Souls จะกลับมา รวมไปถึงศัตรูที่ได้เจอเองก็มีทั้งคน ปีศาจ และยักษ์ปะปนกันไป ก็คือทั้งรักษาของเก่าที่ดีๆ ไว้ และใส่อะไรใหม่ๆ น่าตื่นเต้นเขาไปด้วยนั้นเองการกระโดด / การขี่ม้าที่ถูกเพิ่มเข้ามา และ Weapon Art สุดน่าตื่นเต้นใครจะไปคิดว่าการที่แค่ทำให้ตัวละครกระโดดได้ จะทำให้เกมเพลย์ของ Elden Ring แตกต่างจากเกมตระกูล Souls อื่นๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่เพิ่มมาในแนวตั้งนี้ ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้กับเราได้มากขึ้นทั้งการโจมตี และการหลบ นอกจากนี้การกระโดดได้ยังช่วยให้การสำรวจในสถานที่ต่างๆ สามารถทำได้ง่ายกว่าเดิม และในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความรู้สึกอึดอัดในการเล่นเล็กน้อยด้วยโลกที่กว้างใหญ่ย่อมหมายถึงการเดินทางสำรวจที่ต้องใช้เวลา ม้า เป็นพาหนะที่ขาดไม่ได้ในเกมประเภทนี้ ซึ่งในเมื่อใส่ม้าเข้ามาแล้ว ทีมพัฒนาจึงได้ใส่ลูกเล่นการต่อสู้บนหลังม้าเข้ามาด้วย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผู้เล่นเท่านั้นที่ขี่ม้าได้ ศัตรูบางตัว รวมถึงบอสบางตัวก็ปรากฏตัวบนหลังม้าเช่นเดียวกัน เกมเพลย์บนหลังม้าจะแตกต่างจากบนพื้นดินค่อนข้างมาก แน่นอนว่าเราสามารถโจมตี รวมถึงใช้เวทมนตร์โจมตีได้ในขณะอยู่บนหลังม้า แต่ส่วนที่แตกต่างกันคือความเร็วในการเคลื่อนที่ซึ่งเร็วกว่ามาก แถมยังสามารถโจมตีม้าอีกฝ่ายจนตายเพื่อให้ศัตรูตกจากหลังม้าได้ด้วย ต้องใช้เวลาปรับตัวพอสมควรเลย โดยรวมแล้วการเดินทางด้วยม้าให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างดีเมื่อต้องสำรวจโลกที่กว้างใหญ่เช่นนี้ นอกจากนี้ลูกเล่นการขึ้นลงม้ายังช่วยมอบความหลากหลายในการต่อสู้ให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการขี่ม้าต่อสู้กับมังกร เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียวอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่องของ Weapon Arts ที่มีการให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีความหลากหลายยิ่งกว่าเกมที่ผ่านๆ มา สกิลโจมตีพิเศษของอาวุธในแต่ละประเภทนี้ ทำให้เกมเพลย์ของ Elden Ring ไม่น่าเบื่อเลย และเพิ่มความน่าตื่นเต้นในการได้ลองใช้อาวุธใหม่ๆ ที่เราไม่เคยมี ท่าโจมตีพิเศษของอาวุธแต่ละประเภทอาจเป็นได้ทั้งการโจมตีด้วยท่าฟันพิเศษ หรือเป็นการเรียกใช้พลังธาตุแฝงมาเคลือบอาวุธ หรือแม้กระทั่งการเรียกฟ้าผ่าลงมาโจมตีศัตรูเท่าที่ผู้เขียนได้ลองเล่น Weapon Arts ต้องยอมรับว่าการได้ใช้ท่าโจมตีพิเศษพิฆาตศัตรู เป็นอะไรที่ให้ความรู้สึกที่ดีมากจริง แต่มันจะน่าตื่นเต้นที่สุดเมื่อถูกเอาไปใช้ในการประลองระหว่างผู้เล่นด้วยกัน เนื่องจากความหลากหลายของอาวุธ และ Weapon Art ได้ทำให้การต่อสู้ในแต่ละครั้งไม่จำเจ และน่าตื่นเต้นอยู่เสมอ พอเพิ่มการกระโดดเข้าไปอีกความหลากหลายในการต่อสู้ก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก คงบอกได้แค่สั้นๆ ว่ามันสนุกมากๆ ครับ (ป.ล โล่บางอันก็มีท่าโจมตีพิเศษของตัวเองด้วยนะ)(ขอบคุณภาพจาก Oroboro)การปรับปรุงบางส่วนที่ทำให้เล่นได้ง่ายขึ้นมีสำนวนหนึ่งได้กล่าวว่า "อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ให้มันอยู่แบบนั้นต่อไป แต่อะไรที่ยังดีได้มากกว่านี้อีกก็ควรจะปรับปรุงให้มันดีขึ้น" สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับ Elden Ring โดยมี 2 ระบบที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นคือการ Fast Travel ที่ใช้ประโยชน์จากการที่มี Mini Map และตัวช่วยในการเข้าสู่การเล่นแบบ Multiplayerก่อนอื่นการ Fast Travel ใน Elden Ring ไม่จำเป็นต้องทำจากจุดเซฟหนึ่งไปยังอีกจุดเซฟหนึ่งอีกต่อไป หากไม่อยู่ในการต่อสู้ผู้เล่นสามารถเปิด World Map ขึ้นมาแล้วกดที่จุดเซฟซึ่งต้องการวาร์ปไป แล้วทำการ Fast Travel ได้ทันที ระบบนี้ช่วยทำให้การเดินทางไปยังจุดหมายที่ต้องการจริงๆ ทำได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องมานั่งนึกว่าสถานที่ซึ่งเราต้องการไป ต้องวาร์ปไปยังจุดไหนถึงจะใกล้ที่สุด เนื่องจากในระหว่างเลือกจุดวาร์ปเราสามารถดูแผนที่ไปพร้อมๆ กันได้เลยด้วย ส่วนตัวคิดว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อมาคือการไปยังโลกคนอื่นไม่ว่าจะเป็นการไปเพื่อ Co-Op ปราบบอส หรือเพื่อ PvP ก็ตาม ใน Elden Ring จะมีหัวข้อ Multiplayer ให้เลยในหน้าชุดคำสั่ง ซึ่งเมื่อกดเข้าไปในโหมดนี้ ตัวเกมจะนำไอเทมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการเล่น Multiplayer ทั้งหมดขึ้นมาให้เลย ไม่จำเป็นต้องไปนั่งไล่หาเองในช่องเก็บของตัวละคร ทำให้การเข้าสู่ Multiplayer สามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ตัวเกมบน PS5 โหลดเร็วมากในการทดสอบครั้งนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสเล่นบนเครื่อง PS5 โดยหนึ่งในจุดที่ประทับใจมากๆ คือความเร็วในการโหลดเข้าฉาก โหลดกลับมาเกิดใหม่ โหลดเมื่อทำการ Fast Travel ทั้งหมดทำได้อย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องเสียเวลารอเลย แน่นอนว่าพระเอกหลักของการโหลดเร็วไม่พ้น SSD ของเครื่องที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ต้องชมผู้พัฒนาด้วยที่ทำการ Optimize ในส่วนนี้ออกมาได้ดีมีเจออาการภาพกระตุกบ้างเป็นบางครั้งแม้ว่าจากเท่าที่สัมผัสมา Elden Ring จะเป็นผลงานยอดเยี่ยมที่มีเรื่องให้ชมมากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีจุดให้ติอยู่บ้าง หนึ่งในสิ่งที่ผู้เขียนพบแล้วรู้สึกหงุดหงิดมากเวลาเล่น คือปัญหา FPS Drop ที่เกิดขึ้นแบบสุ่มๆ บนเครื่อง PS5 ซึ่งตอนแรกคิดว่ามาจากการที่ตัวเกมอยู่ในโหมด Resolution ที่เน้นความละเอียดของภาพ แต่เปล่าเลยตัวเกมอยู่ในโหมด FPS ที่เน้นความลื่นไหลของภาพเป็นหลัก ภาพที่เจอคืออาการแบบอยู่ดีๆ เกมก็กระตุกค้างไปช่วงเวลาหนึ่ง แล้วโผล่กลับมาอีกครั้งก็โดยโจมตีโดยมอนสเตอร์แล้ว การกระตุกแบบไม่ทราบสาเหตุนี้บางครั้งก็ทำให้ตายได้ง่ายๆ เลย ซึ่งก็ทำเอาหัวร้อนอยู่บ้างในบางครั้ง ส่วนหนึ่งเชื่อว่ารอบทดสอบนี้ มีเพื่อให้ผู้เล่นรายงานบัคที่พบให้ผู้พัฒนาสามารถแก้ไขได้เสร็จก่อนเกมวางขายจริง ผู้เขียนคาดหวังว่าปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขเมื่อเกมวางขายจริงช่วงเดือน 2 ปี หน้าเป็นเกมที่น่าคาดหวัง แฟนๆ From Software ไม่ควรพลาดโดยรวมสามารถกล่าวสรุปได้ว่า "สมกับการรอคอยที่ยาวนาน" ประสบการณ์ที่ได้ในตอนนี้สามารถพูดได้เต็มปากว่ารู้สึกดีมากๆ แทบจะรอให้ถึงวันวางขายจริงๆ ไม่ไหวแล้ว ด้วยความหลากหลายที่เพิ่มขึ้น โลกขนาดใหญ่ที่รอให้สำรวจ ศัตรูรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยเห็น และเหนือสิ่งอื่นใดคือปริศนาของเนื้อเรื่องที่น่าติดตามไม่แพ้เกมก่อนๆ ยังไงแฟนๆ From Software ไม่ควรพลาดครับ
15 Nov 2021
[บทความ] Spec Ops: The Line ยอดเกมที่ล้มล้างขนบเกมสงคราม
หมายเหตุ: บทความนี้มีการสปอยเนื้อหาบางส่วนของเกม Spec Ops: The Line และ The Last of Us Part IIไม่ว่าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน อุดมคติในการดำรงอยู่ของวิดีโอเกมล้วนถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบความสนุกสุขใจให้กับผู้เล่น ทั้งความบันเทิงตามครรลอง หรือในอีกแง่มุมหนึ่งอย่างความทรมานบันเทิงที่เรามักประสบกับวิดีโอเกมประเภทเขย่าขวัญสั่นโสตประสาท ไม่ว่ามันบรรจุความทรมานสักเพียงใด มันยังคงอัดแน่นด้วยความบันเทิงอยู่ร่ำไป กลับกัน หากประสบการณ์ทุกข์ปนเศร้าเคล้าน้ำตา ไร้ซึ่งความรื่นเริง ไร้ซึ่งการประนีประนอม ไร้ซึ่งแสงสว่างปลายทางอุโมงค์ ทุกสิ่งที่เกมหยิบยื่นล้วนประดังประเดพร้อมกระทืบย้ำซ้ำเติมให้ผู้เล่นทั้งสิ้นหวัง แถมสะกิดใจให้ครุ่นคิดว่าสิ่งที่เราทำไป “มันถูกต้องแล้วหรือ?” เมื่อเทียบกับขนบที่เรามักพบในวิดีโอเกมแนวสงคราม แต่ถูกนำเสนอในมุมมองสมจริงและจับต้องได้ อย่างการนำเสนอเรื่องเข่นฆ่าโดยไร้ความปรานีแบบไม่ถูกเชิดชูความเป็นวีรบุรุษและไม่สร้างความชอบธรรมกับการกระทำดังกล่าว รวมถึงการน้อมรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาแม้โดยเนื้อแท้ของคำสั่งมันน่าขยะแขยงปานใด ทุกสิ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น คือนิยามของเกม Spec Ops: The Lineแตกต่างจากหลายปีก่อน ในช่วงเวลาที่ Spec Ops: The Line เป็นเกมถูกประเมินค่าต่ำกว่าควร ปัจจุบันเชื่อว่ากลุ่มผู้เล่นเกมวงกว้างรู้จักเกมนี้มากขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน จากเสียงยกย่องสรรเสริญ Spec Ops: The Line ด้วยการสั่งสมชื่อชั้นในด้านเนื้อเรื่องดำดิ่งดุจหุบเหวลึกไร้จุดสิ้นสุด ยิ่งนานวัน เกมหาได้มีสถานะต่างจากไวน์ชั้นยอดที่ถูกหมักบ่มจนกลมกล่อม พร้อมให้ทุกคนลองลิ้มชิมรสชาติแห่งชีวิตระทมของกัปตันวอคเกอร์ (Captain Martin Walker) ผู้ก้าวล้ำข้ามเขตแดนของศีลธรรมแสนแห้งแล้ง ว่างเปล่า ไร้เข็มทิศชี้นำ ไม่ต่างจากการเดินทางอย่างไม่มีจุดหมายในทะเลทรายแห่งเมืองดูไบSpec Ops: The Line จำหน่ายในปี 2012 ในช่วงกระแสนิยมของการ “ทำเกมให้เป็นภาพยนตร์” เมื่อมองอย่างผิวเผิน ตัวเกมหาได้ฉีกออกจากกระแสนิยมของวิดีโอเกมในช่วงนั้น แต่หากพิจารณาโดยโครงสร้างของเกม Spec Ops: The Line อย่างละเอียด กลับเป็นเกมที่มีแนวคิดหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) พอสมควร เนื่องจากเกมมีสิ่งที่เป็นสารัตถะของแนวคิดหลังสมัยใหม่ คือ การ “ล้มล้าง” (Subvert) แนวคิดสมัยใหม่ ซึ่งก็คือครรลองของวิดีโอเกม ณ เวลานั้น ผละตัวจากสูตรเกมสงครามที่มีอยู่ทั่วไปเกมนำเสนอด้วยระบบเกมการเล่นตามระเบียบปฏิบัติของ Cover-based Third-person Shooter วิ่ง ยิง ซิ่งเข้าที่กำบัง สั่งการลูกทีม และการเล่าเรื่องที่เป็นเส้นตรง ถึงแม้เกมมีตัวเลือก สุดท้ายปลายทางล้วนขึ้นตรงกับการตัดสินในช่วงท้ายเกมอยู่ดี ไม่ต่างจากมาตรฐานวิดีโอเกมตามยุคสมัยนั้นแต่อย่างใด เรื่องราวเริ่มต้น กัปตันวอคเกอร์, สิบโทลูโก้ และร้อยโทอดัม สังกัดเดลต้าฟอร์ซ ต่างย่างกรายเข้าไปในดูไบ เพื่อทำภารกิจช่วยเหลือพันโทคอนราดและกองพันทหารราบที่ 33 ซึ่งเป็นหน่วยที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือการอพยพในดูไบ เมื่อต้นสังกัดของพวกเขาได้รับข้อความเสียงจากพันโทคอนราด จึงมอบหมายนายทหารทั้งสาม มุ่งตรงเข้าดูไบทันที ช่วงแรก เกมใช้การเล่าเนื้อเรื่องตามมาตรฐานของเกมสงครามและระบบเกมการเล่นสุดแสนธรรมดา สร้างจังหวะการเล่นให้แก่ผู้เล่น หลอกล่อว่าคือเกมสงครามทั่วไป ภารกิจดังกล่าวได้พาพวกเขาประสบกับผู้คนมากหน้าหลายตา หลายฝักฝ่าย ต่างมีจุดประสงค์เป็นของตัวเอง ซึ่งในเกมปรากฏอยู่สามกลุ่มหลักคือ The Damned กลุ่มที่ยังฝักใฝ่ในคำบัญชาของพันโทคอนราดThe Exiles กลุ่มที่แยกตัวออกมาจากกองพันทหารราบที่ 33 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของพันโทคอนราดGrey Fox กลุ่มของ CIA ที่เขามาแทรกแซงปฏิบัติการของกองพันทหารราบที่ 33 โดยควบคุมกลุ่มกองกำลังติดอาวุธซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยบางส่วนเกมไม่มีอะไรมากกว่าการเฝ้ามองกลุ่มกัปตันวอคเกอร์เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ในระหว่างทาง กัปตันวอคเกอร์และเราได้เรียนรู้พฤติกรรมเบื้องหน้าของแต่ละกลุ่ม กัปตันวอคเกอร์ไล่ตามรอยกองพันทหารราบที่ 33 จากสัญญาณขอความช่วยเหลือ จนพบกลุ่ม Grey Fox ที่กำลังจับตัวและสอบปากคำร้อยโทแมคเพอสัน หนึ่งในทหารของกองพันทหารราบที่ 33 ไม่ว่าร้อยโทแมคเพอสันจะรอดหรือไม่ เกมพากลุ่มกัปตันวอคเกอร์ไปพบกับฐานที่มั่นของกองพันทหารราบที่ 33 ที่กำลังควบคุมพวกผู้อพยพโดยใช้กำลังอันมิชอบ กลุ่มกัปตันวอคเกอร์เปิดฉากจัดการยิงกวาดล้างกองพันทหารราบที่ 33 ทันที แต่เมื่อจัดการเสร็จ พวกผู้อพยพกลับแสดงความไม่พอใจ กัปตันวอคเกอร์จึงออกเดินทางต่อไป กัปตันวอคเกอร์เริ่มเข้าใจสถานการณ์ในดูไบว่ามีการรบกันเองระหว่างกองพันทหารราบที่ 33 และมี CIA เข้ามาเกี่ยวข้องหลังจากนั้น กลุ่มกัปตันวอคเกอร์จับสัญญาณได้ว่ามีการสอบปากคำ CIA นามเดเนียล พวกเขาจึงตามสัญญาณไป แต่เมื่อถึงที่หมาย กลับเป็นเพียงกับดักจากกองพันทหารราบที่ 33 เดเนียลตายไปนานแล้ว และกับดักทำขึ้นเพื่อล่อคนที่ชื่อโกลด์ ไม่ใช่เพื่อล่อกลุ่มกัปตันวอคเกอร์ กองกำลังไม่ทราบฝ่ายเปิดฉากจัดการกลุ่มกัปตันวอคเกอร์ ซึ่งจังหวะนั้น โกลด์ปรากฏตัว พร้อมช่วยกลุ่มกัปตันวอคเกอร์หนีออกจากการปิดล้อมโจมตีกลุ่มของกัปตันวอคเกอร์สามารถหนีจากการปิดล้อม กัปตันวอคเกอร์เริ่มเปลี่ยนใจหันไปเข้าข้างฝั่ง CIA แทนที่กองพันทหารราบที่ 33 เพราะไม่ชอบใจจากสิ่งที่กองพันทหารราบที่ 33 ทำต่อเขา, คนของ CIA และผู้อพยพ เขาละทิ้งเป้าหมายเริ่มต้นอย่างการช่วยพันโทคอนราด เขาต้องการทำสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นตอนนี้ทำให้เราต่างไม่รู้ว่าแต่ละกลุ่มมาดีหรือมาร้าย เราไม่รู้แน่ชัดว่าการตีตราสถานะว่าใครเป็นวายร้ายหรือใครเป็นผู้ก่อการดี ยังสามารถใช้ได้ในกรณีนี้หรือไม่ ในโลกของเกมที่อิงความเป็นจริงกับความ “เทา” แบบพร่ามัวและคลุมเครือ กลุ่มของกัปตันวอคเกอร์เป็นเพียงบุคคลที่สาม เข้าไปพัวพันกับปัญหาระหว่างกลุ่มโดยต่างฝ่ายต่างใช้งานกลุ่มของกัปตันวอคเกอร์ทำตามวาระซ่อนเร้นของตน และที่สำคัญ ทุกการตัดสินใจของกัปตันวอคเกอร์ ล้วนเกิดขึ้นด้วยการตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าเขาเท่านั้นเกมดำเนินไปตามครรลองเกมแนวสงคราม จนผู้เล่นคิดว่า มันก็แค่เกมสงครามอีกเกมหนึ่งเท่านั้น เพราะไม่ว่าเรื่องสงครามกลางเมือง, การเป็นปรปักษ์ระหว่างฝักฝ่าย และความเทาในจุดยืนของแต่ละฝ่าย มันถูกนำเสนอในเกมสงครามเป็นปกติ จนเราชินชา ซึ่งในจังหวะนี้เอง“การล้มล้างจึงได้เริ่มต้น”เกมเริ่มใส่ความไม่ปกติลงในระบบเกมอย่างแนบเนียน พร้อมหยอดการกระทำอันก้าวล่ำทางศีลธรรมแบบทีเล่นทีจริง หลังจากกลุ่มของกัปตันวอคเกอร์หนีจากการปิดล้อมสำเร็จ พวกเขาตามหาโกลด์และพบโกลด์ว่าถูกจับ เกมบีบให้เราตัดสินใจกับทางแยกแห่งศีลธรรมว่าจะช่วยโกลด์หรือช่วยผู้อพยพ แต่สุดท้ายโกลด์ตายอย่างอนาถแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขาเดินทางไปตามแผนที่ของโกลด์จนพบฐานที่มั่นของกองพันทหารราบที่ 33 โดยกัปตันวอคเกอร์สั่งลงระเบิดฟอสฟอรัสขาวใส่ฐานที่มั่นกองพันทหารราบที่ 33 เพราะพวกเขาคิดว่าไม่สามารถต้านทานกับกองกำลังจำนวนมากจากกลุ่มพวกเขาที่มีแค่ทหารสามนายเท่านั้น การกระทำดังกล่าวจนนำไปสู่จุดที่เกิดความไม่เสถียรภาพทั้งระบบเกมและจิตใจของกัปตันวอคเกอร์ ฉากระเบิดฟอสฟอรัสขาวไม่ต่างกับการกดเปิดสวิตช์ ติดเครื่องยนต์ กระชากผู้เล่นลงห้วงหุบเหวไร้จุดจบ ลิ้มรสบาดแผลทางจิตใจอันเกินเยียวยาของกัปตันวอคเกอร์จากอาการประสาทหลอน (Hallucination) และ Dissociative Disorder (ภาวะที่ความทรงจำ สติสัมปชัญญะ ความรู้ตัว เอกลักษณ์ และ/หรือการรับรู้สภาพแวดล้อมของผู้ป่วยเสียไปหรือถูกรบกวน)จุดนี้เกมเริ่มนำทฤษฎีความไม่เข้ากันระหว่างเกมการเล่นและการเล่าเรื่องในรูปแบบหักล้างจากทฤษฎีต้นฉบับ (Subverted Ludonarrative Dissonance) กล่าวถึงแนวคิดต้นฉบับ คือ เป็นปรากฏการณ์ที่ระบบเกมการเล่นเกิดการขัดกันกับการเล่าเรื่อง ทำให้ผู้เล่นผละออกจากการดำดิ่งไปกับเรื่องราวในเกม ยกตัวอย่างเช่น Tomb Raider ภาค 2013 ที่มีช่วงหนึ่ง ลาร่าต้องหาอาหารมาประทังชีวิตด้วยการล่าสัตว์ป่า ในด้านเนื้อเรื่อง ตัวลาร่าเองรู้สึกไม่สะดวกใจกับการล่าสัตว์ แต่ตัดมาที่เกมการเล่น ผู้เล่นควักธนูยิงสาดไปที่หมู่มวลสัตว์จนเหี้ยนเสียฉิบแต่ทฤษฎีดังกล่าวในรูปแบบหักล้างจากต้นฉบับ แทนที่เป็นการขัดกันระหว่างเกมการเล่นและการเล่าเรื่อง กลับเป็นการสร้างสภาวะการขัดกันระหว่างความคิดของตัวละครภายในเกมกับความคิดของผู้เล่นที่ทำการควบคุมตัวละครดังกล่าว โดยใช้การสร้างสภาวะความคิดเห็นทางศีลธรรมที่ขัดและมุ่งไปคนละทิศทางระหว่างผู้เล่นกับกัปตันวอคเกอร์ ไม่ว่าผู้เล่นพินิจการกระทำของกัปตันวอคเกอร์มันเลยเถิดและลักลั่นทางศีลธรรมเพียงใด เกมกลับยึดตรึงให้ผู้เล่นต้องเล่นต่อไปโดยไม่มีข้อแม้ ไม่มีการผ่อนปรน ผู้เล่นรู้สึกว่าการควบคุมของตน เริ่มไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของตนอีกต่อไป ทุกสิ่งทุกอย่างต่อจากนี้คือ เส้นทางที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ของทั้งผู้เล่นและกัปตันวอคเกอร์ฉากระเบิดฟอสฟอรัสขาวซึ่งเป็นฉากสำคัญที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น กัปตันวอคเกอร์สั่งลงระเบิดฟอสฟอรัสขาวใส่ฐานที่มั่นของกองพันทหารราบที่ 33 ทั้งที่ระเบิดฟอสฟอรัสขาวเป็นหนึ่งในอาวุธต้องห้าม เพราะความโหดร้ายป่าเถื่อนของมันที่ส่งผลกับเหยื่อ กล่าวได้ว่าระเบิดฟอสฟอรัสขาวเป็นหนึ่งในตัวแทนของความไร้มนุษยธรรมจากสงครามในยุคหลัง ประกอบกับกัปตันวอคเกอร์หาได้รู้ข้อเท็จจริงถึงรายละเอียดที่แน่ชัดของฐานที่มั่นดังกล่าว กัปตันวอคเกอร์ไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งสิ้น เขาสั่งลงระเบิดทันที แม้ว่าลูกทีมเห็นต่างจากคำสั่งของเขา “เรามีทางเลือกเสมอ” สิบโทลูโก้กล่าวแย้งถึงการตัดสินใจอันเกินจะทนรับไหวกัปตันวอคเกอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ไม่ เราไม่มีทางเลือก”ผู้เล่นอาจเริ่มเคลือบแคลงใจ แต่ต่อมาในเวลาไม่กี่อึดใจ ความเคลือบแคลงดังกล่าวได้เปลี่ยนเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้เล่นกับกัปตันวอคเกอร์จนมิอาจประสานให้เป็นดังเดิม เกมแจ้งให้เรารับทราบถึงข้อเท็จจริงว่าฐานที่มั่นดังกล่าว แท้จริงแล้วคือที่พักชั่วคราวสำหรับผู้ลี้ภัยสงครามที่ถูกจัดการโดยกองพันทหารราบที่ 33 เป็นผลให้นับจากช่วงเวลานี้เป็นต้นไป กัปตันวอคเกอร์ยึดการควบคุมมาจากผู้เล่นจนหมดจด และผู้เล่นก็มิอาจทำอะไรได้มากไปกว่าการนั่งเสพความฉิบหาย พร้อมไตร่ตรองถึงเรื่องราวที่ล้วนเกิดจากการกระทำของกัปตันวอคเกอร์ไปจนจบเกม เราพบว่าแท้จริงแล้ว กองพันทหารราบที่ 33 ไม่ได้แย่อย่างที่กัปตันวอคเกอร์ด่วนตัดสิน และกลุ่ม CIA ก็ไม่ได้ดีอย่างที่กัปตันวอคเกอร์ด่วนตัดสินอีกเช่นกัน ท้ายที่สุด เขาพบว่าพันโทคอนราดตายไปนานแล้ว ทุกการกระทำที่กัปตันวอคเกอร์กระทำขึ้นหลังจากเหตุการณ์ฟอสฟอรัสขาว ล้วนเกิดจากกลไกทางจิตซึ่งสร้างขึ้นเพื่อหลีกหนีจากความจริง นั่นก็คือผิดที่ตนก่อไว้ ช่วงท้าย เกมให้ผู้เล่นตัดสินใจทางเลือกที่ส่งผลต่อตอนจบ แน่นอนว่าเป็นทางแยกแห่งศีลธรรมอีกเช่นกันการใช้ทฤษฎีความไม่เข้ากันในรูปแบบหักล้าง สร้างความไม่บันเทิงเริงใจในการเล่นเกมอีกต่อไป ซึ่งล้มล้างจากอุดมคติการมีอยู่ของวิดีโอเกมที่เราเคยได้กล่าวไว้ข้างต้น โดยเราเรียกประสบการณ์ที่ได้รับจากเล่นเกม Spec Ops: The Line ว่าเป็น “ประสบการณ์ความไม่สบายใจในเชิงบวก” (positive discomfort) ตามที่ได้มีการวิจัยถึงปรากฏการณ์ทางความคิดดังกล่าวจากการเล่นเกม Spec Ops: The Line โดยคุณ Kristine Jørgensen รองศาสตราจารย์ของ Department of Information Science and Media Studies มหาวิทยาลัย Bergen ประเทศ Norway ได้ทำการวิจัยจากอาสาสมัครที่เล่นเกม Spec Ops: The Line โดยแต่ละคนมีอาการระหว่างการเล่นไม่ต่างกันคือรู้สึกไม่สบายทั้งกายและใจ แต่คิดว่านี้คือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งไม่เคยพบในวิดีโอเกมใดๆ มาก่อน มันได้กระตุ้นความคิดและการไตร่ตรองถึงเรื่องราวที่เกมนำเสนอ นอกจาก Spec Ops: The Line ยังมีการนำทฤษฎีความไม่เข้ากันในรูปแบบหักล้างไปใช้ในเกมที่ถือได้ว่าเป็นเกมซึ่งสร้างการโต้เถียงมากที่สุดในสังคมวิดีโอเกมในช่วงปีก่อน อย่าง The Last of Us Part II กับการให้ผู้เล่นควบคุมตัวละครแอ็บบี้ที่เพิ่งก่อการอุกอาจ หักหาญหัวใจของผู้เล่นแบบไร้ความปรานี เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ต่างจากระเบิดฟอสฟอรัสขาวใน Spec Ops: The Line ซึ่งเปิดปุ่ม ดำเนินการกระชากความคิดผู้เล่นให้ออกจากความคิดตัวละครอย่างศิโรราบหลังจากเกมพาเราประสบกับชะตากรรมสมองดับขมับแตกของโจเอล ด้วยน้ำมือของแอ็บบี้เอง ความขุ่นหมองข้องใจเกิดขึ้นในตัวผู้เล่นต่อการกระทำดังกล่าวของแอ็บบี้ บังเกิดสภาวะการขัดกันระหว่างผู้เล่นกับตัวละคร รอยแยกแห่งความไม่เห็นพ้องต้องกันปรากฏให้เห็นชัดเจนตามสูตรสำเร็จของทฤษฎีความไม่เข้ากันในรูปแบบหักล้าง ประกอบกับเกมไม่ปรานีเสียยิ่งกว่า Spec Ops: The Line ที่บังคับให้ผู้เล่นต้องควบคุมแอ็บบี้ถึงครึ่งต่อครึ่งของเนื้อหาในเกม ความรู้สึกตีตัวออกหากจากเหตุผลความชอบธรรมใดๆ ของแอ็บบี้ที่เกมนำเสนอ นั้นไม่ใช่ความผิดของผู้เล่นที่เกิดความคิดไม่ลงรอยกับแอ็บบี้ และไม่ว่าผู้เล่นรู้สึกอย่างไรกับแอ็บบี้ นี้เป็นเส้นทางชีวิตของแอ็บบี้เอง ไม่ใช่ของผู้เล่น การที่ผู้เล่นควบคุมตัวละคร ไม่ได้หมายถึงต้องควบคุมชะตากรรมของใครในเกมนี้ความชอบธรรมที่เกมระดมโยนใส่ผู้เล่น หากมันได้กระตุ้นความคิดและการไตร่ตรองถึงเรื่องราวที่เกมนำเสนอ ทั้งชีวิต ความเป็นอยู่ เพื่อนพ้อง ความเป็นมนุษย์เดินดิน การรวมหัวจมท้ายในชะตากรรมแอ็บบี้ แม้ว่าผู้เล่นยังคงไม่เห็นด้วยกับแอ็บบี้ แต่นั่นถือว่าเกมประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ไม่ต่างจากสิ่ง Spec Ops: The Line เคยทำมาก่อน เป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งสองเกมถึงได้รับการยกย่องจวบจนปัจจุบันเพราะท้ายที่สุด การที่เราไม่รู้สึกถึงความเป็นวีรบุรุษของกัปตันวอคเกอร์ไม่ใช่ทั้งเรื่องถูกหรือผิดฉันใด การที่เราไม่รู้สึกถึงความชอบธรรมของแอ็บบี้ ก็ไม่ใช่ทั้งเรื่องถูกหรือผิดฉันนั้นแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.wired.com/2012/09/the-darkness-of-the-moral-compass-is-exposed-in-spec-ops-the-line/http://gamestudies.org/1602/articles/jorgensenkristinehttps://specops.fandom.com/wiki/Spec_Ops:_The_Line
15 Nov 2021
[บทความ] จอเกมมิ่ง ช่วยให้เล่นเกมดีขึ้นจริงเหรอ?
รู้หรือไม่? ดวงตาของมนุษย์ส่วนใหญ่สามารถประมวลผลภาพได้เพียงแค่ไม่เกิน 60 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น (Frame Per Second) ซึ่งสาเหตุมันมาจากกระบวนการมองเห็นภาพของมนุษย์นั่นเอง โดยหลักการที่ว่า จะเริ่มต้นด้วยแสงตกกระทบวัตถุ และสะท้อนภาพเข้าสู่ดวงตาของเรา ซึ่งเมื่อเรตินารับภาพเรียบร้อยแล้ว เรตินาจะทำการส่งข้อมูลที่มองเห็นไปสู่สมอง และสุดท้ายสมองจะแปลงข้อมูลนั้นกลายเป็นภาพออกมาในหัวซึ่งหากพูดกันตามจริงแล้ว ดวงตาไม่ใช่อวัยวะที่ทำให้เรามองเห็นหรอก แต่เป็นสมองต่างหาก เพราะดวงตาทำหน้าที่เหมือนกับเลนส์กล้องที่รับภาพมาเพียงเท่านั้น กลับกันทางด้านสมองจะเป็นตัวแปลงสัญญาณที่รับมา จนทำให้เรามองเห็นสิ่งที่ต่างๆ อยู่ในทุกวันนี้โดยสาเหตุที่มนุษย์ไม่สามารถประมวลผลภาพได้เกิน 60 เฟรมต่อวินาที มันมาจากกระบวนการส่งต่อข้อมูลตรงนี้นี่แหละ เพราะระหว่างทางที่ดำเนินการขนส่ง ได้มีข้อมูลบางส่วนตกหล่นไป จึงทำให้สมองประมวลออกมาได้แค่เพียงประมาณ 60 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้นแล้วทำไมในยุคนี้เราถึงได้เห็น Gaming Monitor ที่มีจำนวน Refresh Rate พุ่งไปถึง 120 Hz, 144 Hz หรือ 240 Hz กันล่ะ ทั้งๆ ที่ดวงตาของมนุษย์สามารถมองเห็นได้ไม่เกิน 60 แท้ๆ?สาเหตุจริงๆ นั้นก็คือ จอที่มี Refresh Rate สูง จะช่วยลดอัดตราการกระพริบของแสง (Flicker) ที่เข้ามาสู่ดวงตาเรา ซึ่งยิ่งแสงกระพริบเข้าสู่ดวงตาของเราน้อยมากเท่าไร เราก็จะยิ่งมองเห็นภาพลื่นไหลมากขึ้นเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจอที่มี Refresh Rate สูง ๆ สามารถแสดงผลให้เรารู้สึกว่าภาพดูลื่นตากว่าจอที่มี 60 Hz ได้แล้วคำถามที่เกมเมอร์หลายคนสงสัยว่า “งั้นมอนิเตอร์เกมมิ่งที่มี Refresh Rate สูงกว่า 60Hz ช่วยเรื่องการเล่นเกมไหม?” คำตอบของคำถามนี้ก็คือ “ช่วย” แต่ไม่ได้ช่วยจนดีขึ้นอย่างโจ้งแจ้ง เหมือนเป็นการช่วยอ้อม ๆ เสียมากกว่าเนื่องจากอย่างเราที่กล่าวไปข้างต้นว่า สมองของมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถประมวลผลภาพเกิน 60 เฟรมต่อวินาทีได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่มนุษย์มองไปที่จุดใดจุดหนึ่ง สัญญาณภาพที่รับมาจะมีค่าไม่เกินตัวเลขดังกล่าว ทว่าในจุดที่มนุษย์ได้ให้ความสนใจที่จะมอง หรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “เห็นด้วยหางตา”  สมองก็ยังคงรับสัญญาณในส่วนนั้นมาประมวลผลอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้นี่แหละ ที่ทำให้ Gaming Monitor แสดงศักยภาพของมันออกมาลองนึกถึงสถานการณ์ที่เรากำลังดวลปืนติดพันอยู่กับศัตรู แน่นอนว่าสมาธิของเราจะพุ่งไปที่ศัตรูตรงหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย โดยในสถานการณ์นี้ หากจอของคุณมี Refresh Rate ที่ 60 Hz หางตาของคุณอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นศัตรูตัวที่สอง ที่กำลังเดินเข้ามาจากมุมอับก็เป็นได้ เพราะไม่ว่าคุณจะมองไปตรงไหนของจอ ทุกอย่างก็ดูเคลื่อนไหวเท่ากันไปหมดกลับกันใน Gaming Monitor ที่มีอัตรา Refresh Rate สูง ๆ นั้น ภาพที่แสดงออกมาจะลื่นไหลมากขึ้น แม้ว่าตรงจุดที่เรากำลังโฟกัสอยู่จะมีภาพได้แค่ 60 เฟรมต่อวินาทีก็ตาม แต่ภาพที่มาจากหางตาจะสังเกตสิ่งที่เคลื่อนไหวได้อย่างชัดเจน เนื่องจากการแสดงผลที่ลื่นไหลกว่าปกติ ทำให้สมองเราตรวจจับการขยับได้ง่ายขึ้นนั่นเอง และตรงจุดนี้นี่เองที่ทำให้ Gaming Monitor ได้เปรียบจากจอปกติทั่วไป ความแตกต่างของจอธรรมดา กับ Gaming Monitor จะยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก หากนำไปใช้เล่นเกม Multiplayer ที่มีการแข่งขันกับความรวดเร็ว หรือต้องอาศัยการสังเกตของผู้เล่น- ยกตัวอย่างเช่นเกมแนว Shooters ที่ชี้เป็นชี้ตายในพริบตาที่เห็นหน้า- เกมแนว Battle Royale ที่สังเกตการขยับของศัตรูได้จากระยะไกล- เกมแนว Fighting ที่เห็นการออกท่าทางของตัวละคร ทำให้เราตัดสินใจตั้งรับได้ทันท่วงที- เกมแนว Racing ที่เราจะมองเห็นสภาพแวดล้อมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้มองเห็นเส้นทางใหม่ หรือทางลัดในจังหวะที่แข่งขันกันอยู่- แม้กระทั่งเกม MOBA ที่เราจะสังเกตท่าทางก่อนปล่อยสกิลของศัตรูได้ ทำให้เรามีจังหวะตอบโต้กลับนั่นเองด้วยความลื่นไหลของภาพที่ส่งเข้าสู่สายตา ทำให้สมองของเรามีเวลาประมวลผลมากขึ้น ตรงจุดนี้จึงทำให้ Gaming Monitor ได้เปรียบจากจอปกติทั่ว ๆ ไปดังนั้นหากใครซื้อการ์ดจอ ซื้อ CPU ซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเล่นเกมแล้วงบยังเหลือ ตัวเลือกซื้อ Gaming Monitor ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่เลวเลย ในการช่วยพัฒนาความได้เปรียบ และอรรถรสในการเล่นเกมของคุณอ้างอิง: https://caseguard.com/articles/how-many-frames-per-second-can-the-human-eye-see/https://www.quora.com/Human-eyes-cannot-see-things-beyond-60Hz-Then-why-are-the-120Hz-144Hz-monitor-better/answer/Joyce-Schenkeinhttps://www.quora.com/Human-eyes-cannot-see-things-beyond-60Hz-Then-why-are-the-120Hz-144Hz-monitor-better 
14 Nov 2021
[Play-to-Earn] แนะนำ Morning Moon Village | เกมปลูกผักเก็บ NFT สัญชาติไทย
กลับมาอีกครั้งกับซีรี่ย์เกม Play-To-Earn จากพวกเรา Game Fever ซึ่งวันนี้เราภูมิใจเสนอเกมจากฝีมือนักพัฒนาไทยมือฉมังอย่าง X10 ที่มีผลงานโดดเด่นมากมาย อาทิ A.R.E.S. Extinction Agenda, Jigsaw Mansion, So Many Me และ Pandora Hunter  แถมล่าสุดทีมงานก็ได้ลงมาพัฒนาเกมบนเทคโนโลยีบล็อกเชนและได้ถือกำเนิดเป็น Morning Moon Village ที่เล่นไม่ยากแถมยังสร้างรายได้จริงได้ด้วย ว่าแล้ว..เราไปดูรายละเอียดด้านล่างนี้พร้อมกันเลยดีกว่า!.+X* คำเตือน *X+.บทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเกม ไม่ได้มีเจตนาชักชวนให้ผู้อ่านลงทุนแต่อย่างใดและทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนเริ่มลงทุนทุกครั้งMorning Moon Villageเป็นเกมปลูกผักทำฟาร์มและสำรวจทรัพยากร ที่นำระบบ Yield farming แบบ Defi มาสร้างเป็นเกม ผู้เล่นจะได้เรียนรู้วิธีการเป็น Yield farmer และสร้างผลตอบแทนเป็นโทเคนดิจิทัล ไปพร้อมๆ กับความสนุกจากการเล่นเกมสไตล์ทำฟาร์ม ในรูปแบบภาพ 3 มิติสุดน่ารัก และยังมีจุดเด่นในเรื่อง NFT ที่จะช่วยยกระดับการแข่งขันให้สนุกยิ่งขึ้น [ข้อมูลจาก: https://morningmoonvillage.com/index-th.html]ซึ่งเราสามารถสนุกไปกับการทำฟาร์ม รอดูต้นอ่อนเติบโต รวบรวมทรัพยากร รับรายได้และใช้จ่ายแลกเปลี่ยน เสมือนมีฟาร์มเป็นของตัวเองจริงๆ อย่างไรก็ดีตอนนี้ตัวเกมยังเป็น Early Access อยู่ จึงทำให้มีข้อจำกัดในการเล่นอยู่บ้าง แต่ก็นับว่ามีความน่าสนใจและน่าจับตามองในระยะยาวเลยล่ะ นอกจากจะได้ทีมผู้สร้างเบอร์ต้นของเมืองไทยแล้ว ยังได้ผู้ลงทุนเป็น Bitkub ซึ่งเป็น Cryptocurrency Exchange อันดับ 1 ของเมืองไทย จึงเชื่อถือได้ในประสิทธิภาพด้านการทำธุรกรรมดิจิทัล แบบนี้ผู้เล่นอย่างเราก็หายห่วงและสนุกกับเกมได้เต็มที่เลย!Walletก่อนจะเริ่มต้นทำอย่างอื่น เราขอให้ทุกคนเตรียม Wallet ของตัวเองให้พร้อมก่อนเลย! เพราะการจะ Log-in เข้าสู่ตัวเกมได้นั้นไม่ใช่การสมัคร ID / Password แบบที่เราคุ้นเคยกัน แต่ระบบเกมจะ Log-in ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลของเราโดยตรงเลยและสำหรับเกม Morning Moon Village จะรองรับ Wallet อยู่ 2 ตัวด้วยกัน คือ Metamask และ Bitkub NEXT เท่านั้น ซึ่งใครที่มี Metamask อยู่แล้วก็ง่ายเลย หรือถ้าคุณเป็นมือใหม่ในวงการ Play-To-Earn ก็ใช้ Bitkub NEXT ที่มีระบบรองรับเหรียญและการทำธุรกรรมทุกชนิดในเกม Morning Moon Village นับว่าสะดวกกว่า Metamask ที่ต้องตั้งค่า Network ของ Bitkub เพิ่มเติมก่อนเริ่มเล่นเกม เนื่องจากเกมนี้รันอยู่บน Bitkub Chain นั่นเองLUMI Tokenโทเคนหลักของเกมนี้คือ LUMI ซึ่งหาได้จากหลายวิธีเลย ไม่ว่าจะเป็น การขายผลผลิตให้พ่อค้า หรือเปิดหีบสมบัติที่พบได้จากการผจญภัยในป่า เป็นต้น โดยเจ้าเหรียญ LUMI สามารถใช้ในการซื้อขายสิ่งของต่างๆ ในเกมได้ เช่น NFT อุปกรณ์ต่างๆ เหยื่อตกปลา กล่องไอเทม แถมยังเป็นหน่วยเงินใน in-game marketplace อีกด้วยที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เราสามารรถนำ LUMI ไปฝากเข้าระบบของเกมเพิ่มกินดอกเบี้ยคล้ายกับการฝากธนาคารได้ แถมผู้ที่ร่วม Staking ยังมีสิทธิ์ร่วมโหวตเกี่ยวกับทิศทางภายในเกมเหมือนการเลือกตั้งเลย เรียกได้ว่าแค่มีเหรียญในครอบครองก็สนุกกับกิจกรรมในเกมต่างๆ ได้เยอะขึ้นมาก แถมยังตัวเหรียญเองก็หาได้ไม่ยากอีกด้วย เยี่ยมไปเลย!ปลูกผัก ลุยป่า แล้วรับเงินเป้าหมายของเกมคือการให้เราสวมบทบาทเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน Morning Moon ซึ่งมีกิจวัตรประจำวันคือการทำฟาร์ม ออกไปสำรวจป่าเพื่อหาทรัพยากรธรรมชาติ และการทำภารกิจเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน รวมไปถึงการค้นหา NFT ต่างๆ ที่อยู่ในเกม เพื่อนำมาใช้เพิ่มความสามารถของตัวละครและเพิ่มผลผลิตในการทำฟาร์ม เพื่อเป็นสุดยอดนักทำฟาร์มอันดับต้นๆ บนกระดานจัดอันดับให้ได้!โดยเริ่มต้นเกมมาเราจะยืนอยู่หน้าโรงนาโล่งๆ ซึ่งชีวิตเราจะเริ่มต้นตรงนี้แหละ ก่อนอื่นเลยก็ต้องสร้างแปลงปลูกผักก่อน ซึ่งจะมีผัก 3 ชนิด แต่ละชนิดก็จะมีแปลงอีก 3 แบบ แนะนำว่าไม่ต้องคิดมาก ลงไปให้หมดเลยจ้า เพราะในอนาคตเราก็ต้องปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตทุกตัวอยู่ดีเมื่อได้แปลงผักมาแล้วก็ลงมือเพาะเมล็ดได้เลย โดยเราสามารถซื้อเมล็ดจาก NPC โดยนำทรัพยากรไปแลกหรือจ่ายด้วย LUMI และคริปโตโทเคนตัวอื่นๆ ได้ เมื่อลงเมล็ดแล้วก็รอให้ต้นอ่อนเติบโต ระหว่างนี้เราก็สามารถเข้าไปเดินเล่นในป่า เก็บทรัพยากรมาแลกเปลี่ยนกับชาวบ้านในหมู่บ้านเพิ่มเติมได้โดยในการเข้าป่าเราจำเป็นต้องใช้ Lodestone 1 เม็ดต่อการเข้า 1 ครั้ง และแต่ละครั้งเราจะมี Energy 100 แต้ม ซึ่งถ้าหมดกะทันหันระหว่างอยู่กลางป่าก็ต้องอาศัยอาหารที่เราหาได้หรือซื้อจาก NPC มาเติมพลัง ไม่อย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้และต้องกลับเมืองเท่านั้นเด้อเมื่อเราเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ก็สามารถนำมาแลก  LUMI ได้ที่ NPC Kyle ถ้าขยันทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็เท่ากับมีเงินหมุนเวียนให้เราได้ใช้กันไปยาวๆ เลยอ้อ! แล้วอยากจะขอเตือนว่า การทำกิจกรรมทุกชนิดในเกมจะมีค่า gas หรือค่าธรรมเนียมทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของ การเก็บเกี่ยว หรือแม้แต่เข้าป่า 1 ครั้ง ฉะนั้นอย่าลืมวางแผนการทำกิจกรรมดีๆ ไม่งั้นเปลืองแย่เลยNFTsนอกจาก Token แล้ว ก็ต้องมีการซื้อ-ขาย NFT กันด้วยสิ! ซึ่งใน Morning Moon Village ก็มีไอเทมหลายชิ้นเลยที่เป็น NFT ตั้งแต่อาหาร สมบัติ อุปกรณ์สวมใส่ คอสตูม สัตว์เลี้ยง ฯลฯ โดยจะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันผ่านทาง Marketplace แต่ตอนนี้ระบบยังไม่เปิด ก็ต้องรอติดตามรายละเอียดกันต่อไปว่าถ้าขายกันจริงๆ แล้วจะออกมาเป็นแบบไหนน้อ?ระบบที่น่าสนใจในอนาคตอย่างที่เราได้บอกไปว่าตอนนี้ตัวเกมยังเป็น Early Access อยู่ และจะเปิดบริการอย่างเต็มรูปแบบในไตรมาสที่ 1 ของปี 2022 ฉะนั้นจึงยังมีอีกหลายระบบที่ยังไม่โผล่มาให้เราเล่น ไม่ว่าจะเป็น- ระบบ Crafting: ที่เราสามารถรวบรวมทรัพยากรมาสร้างเป็น NFT Item ทั้งอุปกรณ์สวมใส่ รวมไปถึงสมบัติหายาก ยิ่งเรามีไอเทมเหล่านีมากเท่าไหร่ ก็จะสามารถนำมาอัปเกรดเป็นระดับไอเทมที่สูงขึ้นได้- ระบบตกปลา: นอกจากทุบหิน ตัดไม้ การหาทรัพยากรที่ดีอีกวิธีหนึ่งก็คือตกปลาริมแม่น้ำนี่แหละ ซึ่งเราจะไม่ได้แค่ปลาเพียงอย่างเดียว อาจได้เจอเมล็ดพันธุ์ หิน หรือสมบัติชิ้นอื่นแบบฟรีๆ อีกด้วย- ระบบสัตว์เลี้ยง: จะปลูกผักอย่างเดียวได้ไง ต้องเลี้ยงสัตว์ด้วยสิถึงจะครบ! แต่ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดใดๆ เกี่ยวกับระบบนี้ออกมา ก็ตั้งตารอคอยเลยเพราะเราอยากได้น้องๆ มาดูแลมาก~- Festival: เทศกาลรื่นเริงที่หมู่บ้านจัดขึ้นในช่วงต่างๆ ซึ่งในช่วงเวลานี้เราสามารถพบกับไอเทมหายากในราคาสุดพิเศษได้ ไม่แน่นะ อาจจะมีของดีราคาสูงรอให้เรามาเป็นเจ้าของอยู่ก็ได้- Lottery: คนไทยกับหวยคือของคู่กัน! แน่นอนว่าการเสี่ยงโชคมันอยู่ในสายเลือดทุกคน ตัวเกมจึงไม่พลาดที่จะนำลอตเตอรี่เข้ามาด้วย ถ้าชนะรางวัลล่ะก็จะได้รับ LUMI จำนวนมากมาใช้จ่ายในเกมเชียวนะ- LUMI Staking: ผู้ถือครองโทเคน LUMI ทุกคนจะสามารถฝาก LUMI เพื่อเข้าร่วมการโหวตและบริหารเงินกองกลางครึ่งหนึ่งของเกมซึ่งได้มาจากการเก็บภาษีและส่วนแบ่งรายได้จากการขายสินค้าภายในเกมได้ อีกทั้งยังสามารถเลือกโหวตเนื้อหาและระบบใหม่ๆ ที่อยากให้มีในเกม หรือมีส่วนร่วมกำหนดรูปแบบการซื้อโทเคน LUMI หรือปรับสมดุลของระบบต่างๆภายในเกมได้อีกด้วยโดยระบบทั้งหมดนี้จะทยอยอัปเดตตามมาจนถึงเดือนมีนาคมปีหน้าเลย ก็รอติดตามกันไปยาวๆ และระหว่างนี้ก็เตรียม LUMI ให้พร้อม เมื่อเจอไอเทมหรือกิจกรรมที่น่าสนใจจะได้พร้อมจ่ายความน่าประทับใจของตัวเกมนับเป็น Browser ที่คุณภาพดีที่ตามหามาแสนนานเลยทีเดียวสำหรับ Morning Moon Village ซึ่งตัวเกมทำให้เราเข้าถึงได้ง่ายพอๆ กับเกมมือถือ ระบบการเล่นก็ไม่ซับซ้อน แค่คลิ๊กเม้าส์ตามจุดต่างๆ ภายในเกมก็จะเกิด Action ต่างๆ ได้ทันที ผู้เล่นที่ไม่มีประสบการณ์ก็สามารถเข้าถึงคอนเทนต์ของเกมได้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้น ตัวเกมยังออกแบบตัวละคร 3D สุดน่ารักที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้กับตัวเกมได้อย่างดี นี่ขนาดภาพกราฟฟิคยังอยู่ระหว่างการพัฒนานะ ถ้าทำออกมาเต็มรูปแบบจะงานดีแค่ไหนล่ะเนี่ย! ยิ่งคอมโบกับเสียงเพลง BGM ที่ไพเราะฟังเพลินด้วยนะ บอกเลยว่าเล่นได้ทั้งวันไม่มีเบื่อแม้ว่าในช่วง Early Access นี้จะมีอุปสรรคบ้าง แต่นี่ก็เป็นบทพิสูจน์ความใส่ใจของทีมงานได้เป็นอย่างดี เพราะทีมผู้พัฒนาเรียกได้ว่าดูแลกันทุกวินาทีเลย ถ้าเกมมีปัญหาปุ๊บก็จะจัดการปิดปรับปรุงทันที ฉะนั้นวางใจได้เลยว่าชาวบ้าน Morning Moon อย่างเราจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขแน่นอน~
13 Nov 2021
[แนะนำเกม] Fatal Frame: Maiden of Black Water การกลับมาของซีรี่ส์เกมสยองขวัญในตำนาน
สำหรับคนที่เคยเล่นเกมบนแพลตฟอร์มคอนโซลอย่าง PS2 หรือ Nintendo Wii ในยุคก่อนๆ อาจจะเคยได้สัมผัสถึงความน่ากลัวและสยองขวัญของเกมในซีรี่ส์ Fatal Frame มาบ้างแล้ว โดยในวันนี้ผู้เขียนก็จะพาทุกคนมารู้จักกับเกมในภาค Maiden of Black Water ที่ได้มีการเอามาขายใหม่จากต้นฉบับที่วางขายในแพลตฟอร์ม WiiU ในปี 2014 ส่วนความน่ากลัวและความหลอนที่คุณจะได้รับจากเกมนี้จะเป็นยังไง ก็ตามมาดูกันได้เลยยยยเหตุผลที่ควรมาลองสัมผัสประสบการณ์ความหลอนต้องบอกก่อนเลยว่าเกมนี้ก็นับเป็นเกมในภาคที่ 5 ของซีรี่ส์ Fatal Frame ที่ได้มีการหยิบขึ้นมาวางจำหน่ายอีกครั้ง แต่ถึงแม้จะไม่ได้มีการ Remake หรือ Remastered แต่เกมนี้ก็ยังคงความเป็นเกมสยองขวัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างของกลวิธีในการสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่น นอกจากนี้ยังมีเรื่องของภาพกราฟฟิกที่อยู่ในระดับ HD มาตั้งแต่ตอนยังเป็นต้นฉบับ รับรองได้ว่าจะเพิ่มอรรถรสให้กับการเล่นของเหล่าแฟนๆ ของเกมแนวสยองขวัญได้อย่างแน่นอน  เรื่องราวอันน่าขนหัวลุกบนภูเขาแห่งความตาย เนื้อเรื่องของเกมในภาคนี้ก็จะเกิดขึ้นบนภูเขา Hikami ซึ่งเป็นภูเขาที่มีเหตุการณ์ที่คนมาฆ่าตัวตายอยู่บ่อยครั้ง โดยตัวละครที่เราจะได้เล่นนั้นจะดำดิ่งลงไปสู่พิธีกรรมบางอย่างที่ชั่วร้าย และยังจะจะต้องประสบพบกับอาถรรพ์บางอย่างที่มีลักษณะเป็นน้ำสีดำ และเราจะได้เล่นเป็นตัวละครถึง 3 คน โดยที่มีตัวละครหลักเป็น Yuki Kozukata ที่รับงานตามหาคนหาย เพราะเธอมีพลังพิเศษในการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยการสัมผัส รวมไปถึง Ren และ Miu Hinasaki ด้วย ซึ่งในระหว่างทางก็จะมีการเล่าเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับภาคที่แล้วอีกด้วย เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นด้วยความที่เกมนี้นั้นเป็นเกมที่พัฒนาโดยค่ายจากญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้เล่นเกมนี้แล้วก็จะได้เห็นความเป็นญี่ปุ่นหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นลายเส้น กลิ่นอาย บรรยากาศ รวมไปถึงสถานที่และพิธีกรรมบางอย่างภายในเกมที่จะทำให้เมื่อเราได้ลองเล่นไปแล้วก็จะรู้สึกเลยว่าเกมนี้มันโครตจะญี่ปุ่นเลยว่ะ ถ้าให้ยกตัวอย่างที่ผู้เขียนชอบก็คงจะเป็นเรื่องราวของเกมที่สร้างขึ้น อย่างเช่นพวกเรื่องเล่าที่มาจากภูเขา Hikami ที่บอกไว้ว่าจะมีวิญญาณที่มีความข้องเกี่ยวกับแหล่งน้ำในพื้นที่นั้น โดยในอดีตกาลก็จะมีมิโกะที่คอยทำหน้าที่นำทางผู้คนไปสู่ความตายอย่างสงบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็กิดเหตุร้ายขึ้นทำให้ต้องสังเวยมิโกะเพื่อป้องกันคำสาปที่ชั่วร้ายในรูปแบบของน้ำสีดำสู้กับเหล่าผีด้วยกล้องถ่ายรูปและค่าความชื้นมุมมองของเกมในภาคนี้จะเป็นรูปแบบมุมมองบุคคลที่ 3 โดยเราจะสามารถมุมกล้องดูสภาพแวดล้อมข้างๆ ได้ด้วยตัวเอง และถ้าพูดถึงในส่วนของเกมเพลย์จะมีระบบที่น่าสนใจอย่างมากก็คือ การใช้กล้องถ่ายรูปเป็นอาวุธในการต่อสู้กับ โดยที่เมื่อเราจะต้องต่อสู้กับผีเราก็จะต้องเข้าสู่มุมมองแบบบุคคลที่ 1 เพื่อปรับเล็งองศาในการทำให้ผีที่เราเห็นมาอยู่ภายในกรอบที่กำหนดไว้ให้ได้มากที่สุด จึงจะสามารถกำจัดวิญญาณร้ายเหล่านั้นได้ ซึ่งระบบนี้ก็ทำได้ค่อนข้างดีเพราะว่าการเปลี่ยนมุมมองนั้นทำได้ค่อนข้างจะลื่นไหลเลยทีเดียวและอีกระบบนึงที่ผู้เขียนค่อนข้างชอบมากๆเพราะว่าเป็นระบบที่เพิ่มความท้าทายในการเล่นเป็นอย่างมากก็คือ ข้อจำกัดในด้านของค่าความชื้น ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องเอาความชื้นมามีผลกับการเจอผีก็คงจะต้องให้ทุกคนจินตนาการถึงกล้องฟิล์มที่แน่นอนว่าความชื้นก็จะมีผลกับตัวฟิล์มด้วยเช่นกัน โดยที่ค่าความชื้นก็จะส่งผลกับเกมก็คือ ถ้าตรงไหนที่มีความชื้นเยอะๆก็จะมีจำนวนผีที่มากขึ้นไปด้วย และผียังมีพลังโจมตีที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ไอเทมอย่างตะเกียงเพื่อลดความชื้นลงแต่ก็ยังมีข้อจำกัดก็คือถ้าในบางพื้นที่มีฝนตกหรือน้ำท่วมเราก็จะม่ามารถใช้ตะเกียงได้ จึงทำให้เกมนี้ก็เป็นเกมผีอีกเกมที่มีความท้าทายอยู่ไม่น้อยเลยล่ะระบบการอัพเกรดตัวละครอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เกมนี้มีความท้าทายเพิ่มมากยิ่งขึ้นก็คือการอัพเกรดตัวละครที่เราจะใช้คะแนนที่เก็บมาจากการเล่นเกมมาตลอดทาง มาอัพเกรดพลังในด้านต่างๆของตัวละครที่เราเล่นได้ รวมไปถึงการซื้อไอเทมที่จะช่วยในการเอาชีวิตรอดได้ด้วย อย่างม้วนฟิล์มใหม่หรือยาที่ใช้เติมพลังชีวิต และเรายังสามารถอัพเกรดกล้องของเราให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพที่ทรงพลังมากขึ้น หรือการเปลี่ยนฟิล์มที่รวดเร็วยิ่งขึ้นก็ได้ และอย่างสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของชุดแฟชั่นของตัวละครที่รอให้ทุกคนมาปลดล็อก โดยจะมีตั้งแต่ชุดธรรมดาจนไปถึงชุดว่ายน้ำก็ยังมีให้เลือกสรรกันได้ตามใจบรรยากาศและฉากต่างๆที่ทำให้ต้องหลอนไปตามๆกันเรียกได้ว่าเกมผีและบรรยากาศอันน่ากลัวนั้นเป็นของคู่กัน ซึ่งเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ทำได้ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฉากต่างๆบนเขา Hikami ที่ทำบรรยากาศออกมาได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อได้ลองเล่นจริงๆแล้ว ก็จะให้ความรู้สึกน่าขนลุก ลึกลับ น่ากลัวแต่ก็น่าติดตามไปพร้อมๆกัน ประกอบกับเรื่องของเสียงที่ผู้พัฒนาทำได้ดี จนทำให้เกิดบรรยากาศของเกมที่ทำให้เราเชื่อว่าเรากำลังผจญภัยอยู่ในภูเขา Hikami จริงๆ และแน่นอนว่าคุณจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเจอกับการสะดุ้งอย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย ถึงจะเป็นเกมที่ผู้เขียนแนะนำแต่ก็ยังมีข้อเสียบางอย่างอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น การขยับของผีที่ยังดูไม่ค่อยจะลื่นไหลสักเท่าไหร่ และแอบมีความอืดนิดๆทั้งในเรื่องของเกมเพลย์และเนื้อเรื่อง แต่แน่นอนว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐานของเกมผีอย่างบรรยากาศของฉากรวมถึงองค์ประกอบต่างๆก็ทำได้ค่อนข้างจะดี รวมไปถึงพวกฉากการหลอกให้สะดุ้งที่ถึงจะเป็นคนที่จิตแข็งก็น่าจะต้องมีขนลุกกันบ้าง ประกอบกับเกมเพลย์ที่ยังมีความสนุกท้าทายอยู่ไม่น้อย จึงทำให้เกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเกมผีที่ผู้เขียนแนะนำให้ทุกคนได้ไปลองหามาเล่นกัน โดยสามารถหามาเล่นได้ทาง PC (Steam) และทาง PlayStation, Nintendo Switch ซื้อเกมผ่าน Steam: https://store.steampowered.com/app/1732190/FATAL_FRAME__PROJECT_ZERO_Maiden_of_Black_Water/
13 Nov 2021
[บทความ] DEATHLOOP กับการยั่วล้อแนวคิด "บ่วงแห่งความตาย"
“เวียน ว่าย ตาย เกิด” หรือสังสารวัฏ อยู่คู่มากับวิดีโอเกมอย่างยาวนาน เป็นหนึ่งในกลไกหลักซึ่งสร้างการขับเคลื่อนที่ท้าทายผู้เล่น รวมไปถึงใช้ขับเคลื่อนการเล่าเรื่องราวจนเป็นพื้นฐานของปรัชญาการออกแบบวิดีโอเกม การนำไปบิด คิดให้แตกต่างจากเดิมจนทำให้เกิดแนวทางการเล่นใหม่ไม่รู้จบ อย่างเช่น บ่วง (loop) บ่วงเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมในสื่อบันเทิงทุกแขนง โดยเฉพาะสื่อภาพยนตร์และวิดีโอเกม อยู่ในฐานะสูตรสำเร็จที่ถูกนำไปต่อยอดไม่รู้จบ สมัยนิยมของแนวคิดนี้ได้กลับมาอีกครั้งในวงการวิดีโอเกมอย่าง Returnal, Twelve Minutes และ DEATHLOOPเรื่องราวของ DEATHLOOP ล้วนวนเวียนกับบ่วงเจ้าปัญหา โคลท์ ผู้ที่ความทรงจำเลือนหายไป ต้องมาตกอยู่ท่ามกลางการเวียน ว่าย ตาย เกิดใน “วันแรก” ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องหรือไม่ เขาเพียงคิดแค่ว่าตนต้องทลายความปกติ (ของสังสารวัฏ) ที่ไม่ปกติ (เหตุล้วนเกิดในวันเดียวซ้ำไปมา) ให้จงได้ แต่มันกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อปัจจัยการทลายบ่วงคือการปลิดชีพพวกปัญญาชนคนชั่งเพ้อฝัน (Visionaries) ทั้ง 8 ราย เก็บงานครบ จบภายในวันเดียว ยิ่งไปกว่านั้นยังมี จูลีอานา คอยตามล้างตามเช็ดโคลท์และเป็นผู้ที่ความทรงจำไม่เลือนหายไปเมื่อเข้าช่วงบ่วงวันใหม่ เช่นเดียวกันกับโคลท์บ่วงมันเกิดได้อย่างไร ความลับของโคลท์, จูลีอานาและพวกปัญญาชนคนชั่งเพ้อฝันมันคืออะไร เป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องไปสืบหาด้วยตัวเองโดยปกติ ความตายและการเกิดใหม่ในวิดีโอเกมหาได้ต่างจากปรากฏการณ์บ่วง เพียงเราตาย เราก็แค่กลับไปยังจุดก่อนหน้า แต่ DEATHLOOP ได้เจาะลึกไปถึงสารัตถะนำแนวคิดบ่วงแห่งความตายในทุกแง่มุม และทำให้เราเห็นได้ว่า DEATHLOOP ได้นำแนวคิดของบ่วงมายั่วล้อได้ทุกกระเบียดนิ้วของเกมอย่างแสบสัน ด้านกลไกของเกมการเล่น เมื่อพิจารณาทางทฤษฎี DEATHLOOP มีความเป็น roguelike แต่ทางปฏิบัติ เมื่อเล่นไปถึงจุดจุดหนึ่ง โคลท์ได้ความสามารถพิเศษ ตัวเกมกลับผละตัวจากการเป็น roguelike อย่างชัดเจน เนื่องจากเกมไม่มีระบบการสุ่ม (procedural generation) ประกอบกับการคงไว้ซึ่งความก้าวหน้าของเรื่องราวและพัฒนาการของตัวละคร (progression) คล้ายกับว่า DEATHLOOP เป็นเกม roguelite แต่ก็ไม่ใช่ เพราะกลไกหลักของ roguelite ต้องมีระบบการสุ่ม ซึ่ง DEATHLOOP กลับไม่มี จะ roguelike ก็ไม่ใช่ จะ roguelite ก็ไม่เชิงประกอบกับหากให้เปรียบเพื่อให้เห็นภาพโดยง่าย DEATHLOOP คือเกมแนว metroidvania สมัยใหม่ โดยนำมาผูกโยงกับแนวคิดบ่วงได้อย่างแนบเนียน เนื่องจากกลไกสำคัญของเกมแนวนี้คือการย้อนรอย (backtracking) DEATHLOOP ใช้การย้อนรอยผูกติดกับแนวคิดบ่วง การย้อนกลับไปแต่ละครั้งมีปัจจัยทางด้านช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง แต่ละช่วงเวลาจะมีตารางกิจวัตรประจำวันแรกและวันเดียวของเหล่าพวกปัญญาชนคนชั่งเพ้อฝัน แม้ว่าสถานที่เดิม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแตกต่างไปตามช่วงเวลาเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลาของแต่ละวันหรือการที่โคลท์ถึงแก่ความตาย ตัวเกมจะพาผู้เล่นย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของวัน “วัฏจักรของเกมการเล่น” (gameplay loop) (ผู้เขียนไม่ได้จงใจเล่นคำ แต่ Arkane Lyon น่าจะจงใจ) จึงทำให้ผู้เล่นตกอยู่ในภาวะ “บ่วง” ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าของเรื่องราวจะดำเนินไปไม่หยุด แต่เกมกลับดึงผู้เล่นกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ให้เราได้ “ย้อนรอย” ซ้ำไปมา จนกว่าจะทำลายปรากฏการณ์ชวนคลั่งนี้ได้ ทำให้เกมพาเราไปสำรวจสังสารวัฏของโคลท์อย่างลุ่มลึก ในความเป็นบ่วงอย่างแท้จริงนอกจากด้านกลไกของเกมการเล่นที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ด้านงานศิลป์ เกมเลือกใช้แนวคิด retrofuturism (แนวคิดอนาคตในอดีต) คือแนวคิดทางศิลปะ ว่าด้วยการมองอนาคตจากทัศนะของคนในอดีต ที่จินตนาการวาดภาพสิ่งต่างๆ ในอนาคตด้วยพื้นฐานแนวคิดของคนในยุคนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แนวคิดพื้นฐานที่ว่าคือความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ในยุคดังกล่าวเช่นเดียวกันโดยยุครุ่งเรืองของแนวคิดอยู่ในช่วงยุค 1960s ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงเวลาภายในเกมที่เกิดในช่วงเวลาเดียวกัน เราจึงเห็นได้ว่างานที่ใช้แนวคิด retrofuturism จะติดอยู่ "กึ่งกลาง" ของอดีตและอนาคต อดีตก็ไม่ใช่ อนาคตก็ไม่เชิง หาได้ต่างจากการติดบ่วงของโคลท์แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้น การเลือกใช้ยุค 1960s สร้างความรู้สึกโหยหาอดีต (nostalgia) ถึงแม้จักคิดถึงอดีต อยากย้อนอดีตเพื่อบรรเทารอยแผลทางจิตใจอันกลไกทางจิตเป็นเพียงใด ตัวเรากลับถูกเครื่องพันธนาการที่เรียกว่า “เวลา” จองจำเราให้อยู่ ณ เส้นเวลาปัจจุบันอยู่ร่ำไปเห็นได้ชัดว่า DEATHLOOP พยายามตอกย้ำถึงแนวคิดของการติดอยู่กึ่งกลางอย่างไม่ลดละ ตั้งแต่กึ่งกลางระหว่างห้วงเวลาในเกม, กึ่งกลางระหว่าง roguelike กับ roguelite จนถึงกึ่งกลางระหว่างทัศนะในแนวคิดทางศิลปะสุดท้าย อีกสิ่งที่ชวนกลั้นที่สุดของ DEATHLOOP กับการใช้เรื่องบ่วงเวลาที่มีอยู่อย่างไม่จำกัด ไม่จบสิ้น มาวิพากษ์ชนชั้นอภิสิทธิ์ที่ไม่แยแสต่อเรื่องราว “โลกภายนอกบ่วงเวลา" ไม่ว่าโลกภายนอกจะเป็นอย่างไร สิ่งเดียวที่พวกเขาสนใจก็คือเรื่องของตัวเอง อภิสิทธิ์ที่เขามีช่างล้นฟ้า มีเงิน มีทอง มีโอกาสอันเพียบพร้อมและถึงขั้นมีเวลาไม่รู้จบ ปัจจัยทางเวลาที่อยู่ฝั่งเขาตลอดไป ตัวละครโคลท์อาจจะเป็นเพียงความเพ้อฝันของพวกเราที่ต้องการผู้กล้าในหมู่มวลพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งไม่ยอมอ่อนข้อต่อความปกติที่ไม่ปกติฉะนี้แลแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://www.wired.com/story/deathloop-game-art-style/https://www.cookandbecker.com/en/article/281/the-art-of-deathloop.htmlhttps://www.vanityfair.com/style/2017/04/robert-mcginnis-movie-posters-illustrationshttps://aesthetics.fandom.com/wiki/Retro-Futurismhttps://fashionista.com/2021/01/retro-futurism-definition-fashion-designers
10 Nov 2021
[บทความ] เกมที่เล่นเป็น 10 เกมที่ดองเป็น 100: ทำไมเราถึงชอบดองเกมกัน?
เชื่อว่า เกมเมอร์ทุกคนน่าจะเคยผ่านประสบการณ์ซื้อเกมมาแล้วไม่ได้เล่น หรือที่เรียกกันติดปาก “ดองเกม” กันบ้างไม่มากก็น้อย โดยหากพิจารณาอย่างใจเย็น การซื้อเกมมาเพื่อ "ดอง" ในหลายๆ ครั้งก็เป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ทำไมเราต้องซื้อเกมมาทั้งที่รู้ว่าจะไม่ได้เล่นกันนะ?ในความเป็นจริงแล้ว นิสัยชอบดองเกมสามารถใช้จิตวิทยาช่วยอธิบายได้หลายทางด้วยกัน โดยหลักๆ วันนี้จึงอยากจะชวนเพื่อนๆ มาลองดูกันถึง "สาเหตุ" ทางจิตวิทยามากมายที่นำไปสู่การดองเกม ลองมาดูกันว่ามีข้อไหนตรงกับเพื่อนๆ บ้าง!Specialness Spiral: สายดองรอโอกาส ไม่หยิบมาเล่นสักทีSpecialness Spiral คือปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาเมื่อมนุษย์เห็นของสิ่งหนึ่งพิเศษจนเกินไป ทำให้ไม่กล้านำมาใช้งาน ยกตัวอย่างเช่นคนที่ซื้อรองเท้าลิมิเตดมาแล้วไม่กล้าใส่เป็นต้น ซึ่งลักษณะของ Specialness Spiral เกิดจากปัจจัย 2 อย่างผสมกันส่วนที่หนึ่งคือธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะไม่ชอบตัดสินใจในทันที เพราะไม่มั่นใจว่าช่วงเวลานั้นคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะตัดสินใจหรือยัง ยกตัวอย่างเช่น คุณซื้อไวน์มาขวดหนึ่ง คุณกะจะเปิดขวดในโอกาสพิเศษเพื่อเป็นการฉลอง แต่กลับยังไม่มีโอกาสไหนดีพอที่จะทำให้คุณเปิดขวดได้เลย หรือในตอนที่คุณกำลังจะเปิดขวดนั้น คุณอาจจะคิดว่า เก็บไว้ก่อนดีกว่าไหม หมักให้รสอร่อยขึ้น หรือจะเก็บเอาไว้ไปขายต่อให้ราคาดีขึ้น ซึ่งอาการลังเลลักษณะนี้จะไปกระตุ้นสมองส่วนที่คิดว่า “เอาไว้ทีหลังก็แล้วกัน”อาการนี้เกิดได้กับการเล่นเกมเช่นกัน ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณอาจรู้สึกอยากลองเกมที่ซื้อเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่พอจะเข้าเกมจริงๆ คุณกลับคิดว่า ‘หรือจะรอให้ถึงช่วงวันหยุดยาวดี จะได้เล่นกันนานๆ เล่นทีเดียวให้จบเลย’ และเมื่อใจของคุณไขว้เขว สมองก็จะพาคุณไปส่วนที่เอาไว้เล่นทีหลัง ทำให้เกมที่ตั้งใจจะเล่นตั้งแต่ทีแรกถูกดองต่อไปทั้งแบบนั้นและองค์ประกอบที่สองของ Specialness Spiral คือการรับรู้ที่ผิดพลาดหรือ Misattribution of Arousal นั่นเอง ซึ่งถ้าแปลตรงๆ ตัวก็คือ "การจำแนกจุดเร้าอารมณ์ผิดพลาด" หรือก็คือการที่เราเข้าใจว่าเราชอบอะไรซักอย่างด้วยเหตุผลที่ไม่ตรงกับความจริงนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นเราอาจจะรู้สึกว่าเราชอบเล่นเกมกาชาเกมหนึ่งมากๆ จนเติมเงินแบบไม่ยั้ง แต่เมื่อสำรวจลึกลงไป สิ่งที่เราชอบอาจไม่ใช่เกมนั้นโดยตรง แต่คือ "ประสบการณ์ของการกดกาชา" เป็นต้นส่วนนี้จะเกี่ยวโยงมาจากส่วนที่หนึ่ง ในเมื่อเราไม่ได้เล่นเกมที่ซื้อมาสักที นั่นจะทำให้สมองเข้าใจผิดไปว่า เกมนี้มันสำคัญจนไม่ควรจะหยิบมาเล่นในวันธรรมดาๆ ทั่วไป ควรจะต้องรอโอกาสพิเศษถึงคู่ควรแก่การก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่ กล่าวคือสมองของคุณดันให้ "ความสำคัญ" กับสิ่งนั้นมากจนเกินไป ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกับคุณซื้อรองเท้าคู่ใหม่มา แต่คุณไม่อยากให้มันเปื้อน คุณเลยเก็บมันเอาไว้ รอใส่ในวันที่สำคัญอย่างไปเดตหรือใส่ในงานมงคลต่าง ๆ แต่จนแล้วจนรอด คุณก็ยังหาโอกาสหยิบรองเท้าคู่ใหม่มาใส่ไม่ได้เลยสักครั้ง ยิ่งนานวันไป สมองจะเริ่มทำให้คุณเข้าใจผิด คิดไปว่ารองเท้าคู่นี้มันควรต้องใส่ในงานที่พิเศษมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้คุณไม่มีโอกาสได้อวดโฉมมันกับโลกภายนอกเลยสักทีและด้วยสองส่วนผสมนี้เอง จึงพาเราไปสู่อาการ Specialness Spiral ที่เห็นของสิ่งหนึ่งสำคัญเกินไป จนไม่กล้าใช้งาน ทั้งสองส่วนผสมนี้จะทำให้เกิดเป็นวังวนที่ไม่สิ้นสุด จนกว่าคุณจะพยายามฝืนใจเอามันออกมาใช้ครั้งแรกจนได้นั่นแหละรู้ตัวอีกที... The Diderot Effect: สายสะสม นิยมซื้อของใหม่The Diderot Effect เป็นแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ที่กล่าวว่าการได้รับของใหม่จะนำไปสู่การบริโภคที่บานปลายออกไปไม่จบสิ้น อาจนิยมได้ง่ายๆ ว่า "อาการเสพติดของใหม่" นั่นเองลักษณะของ The Diderot Effect จะเป็นเหมือนขั้วตรงข้ามกับคนที่ติดอยู่ในวังวนของ Specialness Spiral เพราะในขณะที่คนในกลุ่มแรกจะยึดติดกับสิ่งของชิ้นหนึ่งเป็นระยะเวลานาน คนกลุ่มนี้จะมีใจที่ใฝ่หาของใหม่ตลอดเวลา ยกตัวอย่างเช่น คุณได้รองเท้าใหม่มา แต่คุณกลับพบว่า ไม่มีชุดที่ดีพอจะใส่คู่กับรองเท้านี้ได้เลย คุณจึงตัดสินใจช็อปปิ้งเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหาชุดให้เข้าคู่กับรองเท้า ทว่าหลังจากที่ได้ชุดแล้วคุณยังไม่หยุดแค่นั้น คุณต้องการเครื่องประดับที่จะช่วยยกระดับการแต่งตัวของคุณขึ้นไปอีก และการเสริมของใหม่เข้าไปเรื่อยๆ จะนำไปสู่สภาวะวิกฤตทางการเงินของคุณได้ง่ายๆ เช่นกันซึ่งหากจะเทียบเป็นการซื้อเกม ก็อาจจะเหมือนกับเวลาที่เราซื้อคอมหรือเครื่องคอนโซลมาใหม่ที่แรงกว่าเดิม ก็อาจจะมีความรู้สึกว่าอยากจะมีเกมแรงๆ ไว้เล่นบนคอมหรือคอนโซลนั้นได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ก็เลยตะบี้ตะบันซื้อเกมใหม่มาเล่น และเมื่อมีเกมใหม่ที่ภาพสวยกว่าออกมาอีก คุณก็พร้อมจะทิ้งเกมเดิมไปซื้อเกมใหม่ แม้จะยังเล่นเกมที่ซื้อมาตอนแรกไม่หมด เพียงเพื่อให้รู้สึก "คุ้มค่า" กับคอมหรือ PC เครื่องใหม่ที่ได้มา จนกลายเป็นมีเกมที่เล่นไม่จบดองเอาไว้เพียบไปหมดนั่นเองพอมีเครื่อง ก็เริ่มมีอย่างอื่นงอกตามมา... Fear of Missing Out (FOMO): สายตามกระแส กดเกมไม่ยั้งเพราะ "ของมันต้องมี!"Fear of missing out (ย่อสั้นๆ ว่า FOMO) สามารถแปลเป็นไทยตรงๆ ได้ว่า "กลัวพลาด" หรือ "กลัวไม่ได้มีส่วนร่วม" นั่นเอง โดยแนวคิด FOMO เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้มากในคนยุคใหม่ จากกระแสโซเชี่ยลที่เปลี่ยนไปมาอย่างว่องไวตลอดเวลา จนบางครั้งก็ทำอะไรตามๆ คนอื่นไปเพราะ "กลัวพลาด" หรือ "กลัวคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง" นั่นเองอาการ Fear of Missing Out น่าจะเป็นอาการที่หลายคนเคยประสบมาแล้ว คุณอาจจะเคยตัดสินใจดูหนังหรือซีรีส์เกาหลีที่เพื่อนๆ พูดถึงกันไม่หยุด แม้จะไม่เคยนึกอยากดูมาก่อน เพียงเพื่อให้เข้าใจว่าพวกเขาคุยอะไรกันเป็นต้น แน่นอนว่าเราสามารถแทนหนังหรือซีรีส์เก่าหลีเป็นวิดีโอเกมก็ได้ หากคุณนั่งฟังเพื่อนในกลุ่มพูดถึงเกม Final Fantasy XIV ว่าสุดยอดอย่างงั้นอย่างงี้ไปทุกวัน ไม่ช้าก็เร็วคุณก็อาจจะเริ่มมีความคิดว่า "...หรือตูกำลังพลาดอะไรไปล่ะ?" ซึ่งนั่นแหละคือความ FOMO แบบเต็มๆ เลยอาการ FOMO ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคนใกล้ตัวเสมอไปด้วย ยิ่งในยุคนี้ที่การสตรีมเกมและการสร้างคอนเทนต์ทางช่องทางต่างๆ มีความแพร่หลายมากขึ้น คุณก็ยิ่งมีเหตุให้รู้สึกถึงอาการ FOMO มากขึ้นไปด้วย คุณอาจเห็นพี่เหยกเล่นเกมๆ หนึ่งที่คุณสนใจ ก็เลยไปซื้อมาลองเล่นบ้างจะได้รู้ว่าพี่แกพูดถึงอะไรอยู่ในคลิป ทั้งที่คุณอาจจะมีเกมที่เล่นค้างอยู่ก็ได้สตรีมเมอร์และยูทูบเบอร์ทั้งหลายเป็นต้นเหตุของอาการ FOMO ได้เช่นกันแม้ว่าคงจะไม่ได้ช่วยให้เกมในคลังของท่านผู้อ่านทั้งหลายเบาบางลงไป และก็ไม่ปฏิเสธว่าการฉวยโอกาสซื้อเกมที่อยากเล่นเมื่อมีการลดราคาก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่ก็หวังว่าอย่างน้อยบทความนี้จะช่วยใครก็ตามที่หนักใจกับคลังเกมที่ล้นปรี่ของตัวเองได้มีโอกาสทำความเข้าใจและสำรวจพฤติกรรมในการจับจ่ายใช้สอยกันซักนิด อย่างน้อยก็เพื่อให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นนะจ๊ะ อ้างอิง: https://www.thexboxhub.com/we-huge-backlog-games/ https://www.inverse.com/mind-body/psychology-of-buying-things-we-dont-need https://www.wministry.com/th/the-diderot-effect-marie-kondo/ https://www.verywellmind.com/how-to-cope-with-fomo-4174664
09 Nov 2021
[บทความ] Game Engine คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อการสร้างเกม?
คนที่ติดตามข่าวสารข้อมูลในวงการเกมเป็นประจำ จะเห็นว่ามีการกล่าวถึงสิ่งที่เรียกว่า "Game Engine" (เกมเอนจิ้น) อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการพัฒนาเกม ซึ่งบางคนอาจจะพอเข้าใจว่า Engine นี้คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อกระบวนการพัฒนาเกม แต่สำหรับคนที่ไม่รู้ เราขอชวนคุณมาทำความรู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า "Game Engine" ผ่านบทความนี้!!!Game Engine คืออะไร? กล่าวกันง่ายๆ Game Engine คือชุดเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาผู้สร้างเกมอย่างมาก ด้วยการรวมเอาชุดคำสั่ง เครื่องมือ และ 'Asset' หรือโมเดล 3D ซึ่งถูกเขียนขึ้นมาจากภาษาคอมพิวเตอร์ (เช่น C, C++ หรือ JAVA) นำมารวบรวมไว้เพื่อให้เกิดความสะดวกสะบายต่อการหยิบยกขึ้นมาสร้างสรรค์เป็นตัวเกมมากยิ่งขึ้น Engine ส่วนมากจะถูกใส่ฟังชั่นหลักต่างๆ ที่จำเป็นในการสร้างเกมเอาไว้อำนวยความสะดวก เช่น การแสดงผลภาพทั้งในรูปแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เครื่องมือสร้างหรือคำนวนระบบ Physics ต่างๆ ให้กับตัวเกม และองค์ประกอบอีกมากมายเช่นเสียงพากย์ A.I. ศัตรู โหมดออนไลน์ หรือโปรแกรมทำอนิเมชั่น และอื่นๆ อีกมากมาย นำมาเตรียมไว้ให้กับนักพัฒนา และผู้สร้างเกมได้ใช้โดยไม่ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง เปรียบง่ายๆ ว่า Engine ของเกมก็เหมือนกับ "กล่องเครื่องมือ" ที่รวบรวมเอาทุกอย่างที่จำเป้นสำหรับการสร้างเกมเอาไว้ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็เพื่อความสะดวกสบายในการหยิบจับเครื่องมือที่จำเป็น แต่ที่สำคัญกว่าคือการใช้ Engine ยังรับประกันว่าโปรแกรมทั้งหมดที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นเกมจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างแน่นอนอีกด้วย เพราะเอาเข้าจริงการจะสร้างเกมขึ้นมาเกมหนึ่งจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบยิบย่อยรวมกันเป็นร้อยๆ ส่วน หากใช้โปรแกรมจากผู้พัฒนาต่างกันทั้งหมด ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าสุดท้ายแล้วมันจะรองรับการทำงานของกันและกันได้แค่ไหน ถ้าไม่ใช้ Game Engine สร้างเกมได้มั้ย? แน่นอนว่าได้ เพราะอย่างที่กล่าวมาว่า Game Engine เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการรังสรรค์เกมเท่านั้น และแม้ไม่ต้องใช้ Game Engine ก็ยังคงสามารถสร้างเกมได้เหมือนกัน เพียงแต่ผู้สร้างจะต้องเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งจะใช้เวลาในการสร้างที่นาน แต่ข้อดีของการสร้างด้วยตัวเองแบบนี้ก็คือนักพัฒนาสามารถกำหนดสิ่งต่างๆ ได้เอง และไม่ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เราก็ยังสามารถปรับแต่งตัวเกมให้ร่วมสมัยได้เสมอ เพราะเราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองยังไงล่ะ! ตัวอย่างของค่ายที่มี Engine ที่สร้างขึ้นเองประกอบไปด้วย RE Engine ของ Capcom ซึ่งใช้สร้าง Resident Evil ทุกภาคมาตั้งแต่ภาค 7 และยังใช้สร้างเกมซีรีส์ใหญ่อื่นๆ ของ Capcom อย่าง Devil May Cry อีกด้วย โดยข้อดีอีกอย่างของการใช้ Engine ที่พัฒนาขึ้นเองคือการสร้าง "ลายเซ็น" หรือเอกลักษณ์บางอย่างให้กับเกมทั้งหมดของผู้พัฒนา ซึ่งก็อาจเป็นอะไรก็ได้ตั้งแต่เค้าโครงของหน้าตาตัวละคร ไปจนถึง "สัมผัส" เวลาเล่น อย่างเช่นเกม Assassin's Creed ภาคเก่าๆ ก็จะมีสัมผัสในการเล่นรวมไปถึงท่าทางของตัวละครที่ "คล้ายกัน" (ลองสังเกติตัวเอกภาคเก่าๆ วิ่งท่าเดียวกันหมดเลย) ชนิดที่เล่นแล้วรู้เลยว่านี่แหละ Assassin's Creed แน่นอน ข้อจำกัดในการใช้ Engine? ในทางกลับกัน Game Engine แม้จะสร้างความสะดวสบาย และความรวดเร็วในการทำงานให้กับผู้พัฒนาเกม เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจเกิดการตกรุ่นได้ เพราะ Game Engine เองก็เป็นซอฟต์แวร์ตัวหนึ่งที่เมื่อถึงเวลารุ่นใหม่ๆ ก็จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดแทน หรืออาจมี Engine ตัวใหม่ที่สร้างขึ้นมาสะดวกกว่าและทำงานรวดเร็วกว่าก็เป็นได้ แต่การพัฒนา Engine ขึ้นมาใหม่แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องหมูๆ ที่นึกจะทำก็ทำได้ และมักมีค่าใช้จ่ายสูงอีกต่างหาก ทำให้บางครั้งการพัฒนา Engine ของตัวเองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้สำหรับทุกคนตัวอย่างของค่ายเกมหนึ่งที่ประสบปัญหาจากการใช้ Engine เก่าก็คือ Telltale Games ค่ายผู้ผลิตเกมผจญภัย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นชื่อฮิตติดปากเกมเมอร์ทั่วโลก และมีผลงานดัดแปลง IP ชื่อดังมากมาย แต่ปัจจุบันกลับเจ๊งไปแล้วเรียบร้อย ซึ่งสาเหตุใหญ่ๆ อย่างหนึ่งที่ทำให้ Telltale เพลี่ยงพล้ำก็คือ Engine อันแสนโบราณของพวกเขาที่แทบไม่ได้พัฒนาขึ้นเลยมานับสิบปี ที่ทำให้เกมของพวกเขามีปัญหาในการทำงานบนคอนโซลสมัยใหม่อยู่เสมอ โดย Telltale พยายามจะทุ่มเงินไปกับการจ้างพนักงานมายกเครื่อง Engine ของพวกเขาเป็นการใหญ่ แต่ยังไม่ทันเสร็จบริษัทก็ล้มละลายไปซะก่อนนอกจากนี้ Engine ของผู้พัฒนาบางค่ายยังถูกพัฒนามาเพื่อสร้างเกม "เฉพาะทาง" ของค่ายนั้นๆ เท่านั้น และต้องใช้สร้างเกมที่แตกต่างจากเดิมมากๆ ก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้ โดยเกมหนึ่งที่ประสบปัญหานี้หนักมากๆ ก็คือเกม Anthem ของผู้พัฒนา Bioware นั่นเอง เกม Anthem ถูกพัฒนาขึ้นด้วย Frostbite Engine ที่สร้างขึ้นโดยบริษัท D.I.C.E. สำหรับพัฒนาเกมตระกูล Battlefield (และ Star Wars: Battlefront) โดยเฉพาะ เนื่องจากบริษัท EA ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของค่ายทั้งสอง มีความประสงค์ที่จะให้ค่ายพัฒนาในเครือใช้เทคโนโลยีร่วมกัน เพื่อให้ทุกค่ายสามารถพัฒนาเทคนิคการใช้ Frostbite Engine ของตัวเอง และแบ่งปันเทคนิคระหว่างค่ายในเครือ แต่สิ่งที่ EA ไม่ได้คำนึงคือ Frostbite Engine ถูกสร้างขึ้นเพื่อพัฒนาเกมมุมมอง FPS ในแผนที่ที่จำกัด เมื่อต้องมาใช้พัฒนา Anthem ซึ่งมีมุมมองบุคคลที่ 3 แถมยังมีแผนที่กึ่งๆ Open World ด้วย ทำให้ผู้พัฒนาหลายคนรายงานว่าพวกเขาใช้เวลาไปกับการปรับแต่ง Frostbite Engine ให้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ มากพอๆ กับเวลาที่ใช้พัฒนาเกมจริงๆ เลยทีเดียว ส่งผลให้เกมออกมาในสภาพครึ่งๆ กลางๆ อย่างที่เราๆ เห็นกันนอกจากนี้ Engine บางตัวอาจออกแบบมาเพื่อพัฒนาเกมสำหรับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งก็อาจนำไปสู่ปัญหาเมื่อต้องการจะ "พอร์ต" เกมดังกล่าวไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น RAGE Engine (Rockstar Advanced Games Engine) ของผู้พัฒนา Rockstar Games ที่เดิมออกแบบมาสำหรับพัฒนาเกมลงคอนโซลก่อนเป็นหลัก ทำให้เกมหลายๆ เกมของค่ายมักประสบปัญหาการทำงานเมื่ออยู่บน PC (อย่างน้อยในช่วงแรกก่อนที่ผู้พัฒนาจะปล่อยแพทช์แก้) ผู้พัฒนาทุกค่ายต้องมี Engine เป็นของตัวเองไหม?คำตอบคือไม่ต้อง! โดยในตลาดปัจจุบันมี Engine เกมแบบ 3rd Party มากมายที่ให้ผู้พัฒนาเลือกใช้สำหรับเกมของตัวเองได้ ซึ่งแต่ละ Engine ก็มีความโดดเด่นและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไป แต่ด้วยความที่ Engine เหล่านี้มักจะออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่กว้างที่สุด ทำให้มักจะมีศักยภาพไม่เท่า Engine ที่พัฒนามาสำหรับแนวเกมหรือแพลตฟอร์มนั้นๆ โดยเฉพาะ แต่ข้อดีคือ Engine เหล่านี้ส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับ "ตลาด" ที่ให้ผู้พัฒนาเข้าไปเลือกซื้อ (หรือโหลดของฟรีก็ได้) 'Asset' หรือโมเดลสิ่งของต่างๆ มาใช้ในเกมของตัวเองได้ เช่นก้อนหิน ต้นไม้ หญ้า หรือก้อนเมฆเป็นต้น ทำให้ผู้พัฒนาที่มีทีมเล็กหรือผู้พัฒนาฝึกหัดสามารถทดลองสร้างเกมเองได้นั่นเองที่สำคัญที่สุด Engine เหล่านี้หลายอันเปิดให้ใช้ "ฟรี" และจะมีการเก็บตังก็ต่อเมื่อนำเกมที่สร้างไปทำรายได้เท่านั้น โดย Engine แบบ 3rd Party ที่มักถูกใช้ในการสร้างเกมระดับมืออาชีพจะประกอบไปด้วย: Engine ที่โด่งดังที่สุด ที่พัฒนาโดยบริษัท Epic Games นั่นเอง โดย Unreal Engine ถือเป็น Engine เกมที่มีประวัติมายาวนานตั้งแต่สมัยยุค 90s ซึ่งเปิดให้ผู้พัฒนาโหลดใช้เวอร์ชั่นเต็มได้ฟรี 100% จะต้องจ่ายเงินให้ Epic Games ก็ต่อเมื่อเกมที่ใช้สร้างนั้นถูกนำไปสร้างรายได้ โดยจะคิดเป็น % ของรายได้ต่อปีข้อดีอย่างหนึ่งของ Unreal Engine คือความยืดหยุ่นสุดขีด สามารถใช้สร้างเกมได้หลากหลายแนว ด้วยกราฟฟิกระดับต่างๆ กัน ตั้งแต่กราฟฟิกการ์ตูนสีสันสดใสอย่าง Kingdom Hearts 3 ไปจนถึงกราฟฟิกแบบสมจริงถึงรูขุมขนอย่าง Hellblade: Senua's Sacrifice แม้แต่เกมมือถืออย่างซีรีส์ Infinity Blade ก็ยังพัฒนาโดยใช้ Unreal Engine เวอร์ชั่นต่างๆ เช่นกัน เกมดังอื่นๆ ที่ใช้ Unreal Engine: Final Fantasy VII: Remake Mass Effect 1-3Octopath TravellerMortal Kombat 11XCOM: Enemy Unknown, XCOM2 Engine ที่ถูกพัฒนาโดย Crytek นักพัฒนาเกมสัญชาติเยอรมันที่สร้างซีรีส์ Crysis นั่นเอง โดย Engine นี้ก็มีตลาดซื้อ-ขายโมเดลเช่นเดียวกับ Unreal Engine และยังเปิดให้ใช้แบบฟรีๆ อีกด้วย (มีค่าสมาชิกเริ่มต้น $50 ต่อเดือนสำหรับคนที่ต้องการสิทธิพิเศษบางอย่าง)CryEngine มีจุดเด่นในการสร้างเกมที่ให้กราฟฟิกสมจริงมากๆ ซึ่งก็เข้าใจได้เพราะเป็น Engine ที่ใช้สร้างเกมซีรีส์ Crysis ภาคต่างๆ มาก่อน ในปัจจุบันนี้ CryEngine ไม่ค่อยถูกใช้ในการสร้างเกมระดับ AAA เท่าไหร่นัก แต่ก็พอมีเกมดังๆ ที่ใช้ Engine นี้สร้างอยู่เช่น ซีรีส์ State of Decay และ Hunt: Showdown เป็นต้น เกมดังอื่นๆ ที่ใช้ CryEngine:ซีรีส์ Sniper Ghost Warriorซีรีส์ The ClimbWolcen: Lords of MayhemRyse: Son of RomeEvolve Engine ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท Unity Technologies ด้วยความที่ออกแบบมาให้ใช้ง่ายที่สุด ทำให้ Unity มักเป็น Engine เริ่มต้นสำหรับผู้อยากศึกษาการสร้างเกม มาพร้อมตลาดขาย Asset และเวอร์ชั่นฟรีสำหรับผู้ฝึกหัด โดยผู้ใช้ที่เป็นธุรกิจจะต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนให้กับผู้สร้าง Engine อีกทีด้วยความที่เป็นที่รู้จักในฐานะ 'Engine สำหรับผู้เริ่มต้น' ทำให้เรามักเห็น Unity ถูกใช้ในการสร้างเกมอินดี้ขนาดเล็กๆ ที่ไม่ได้มีทุนสูงนัก รวมถึงเกมมือถือหลายเกม และมักไม่ค่อยเห็นเกมกราฟฟิกสมจริงใช้ Engine นี้บ่อยนักเกมดังอื่นๆ ที่ใช้ Unity: Genshin Impact, Fall Guys, League of Legends: Wild Rift, Doki-Doki Literature Club, Pokemon Unite ทั้งหมดนี้ก็คือ Game Engine เครื่องมือสำคัญที่นักพัฒนาเกมมักหยิบมาเพื่อใช้สร้างสรรค์เกมต่างๆ มากมายออกมาให้พวกเราได้เล่นกัน ซึ่งในปัจจุบัน Game Engine เหล่านี้ถูกพัฒนาไปอย่างมาก จนเป็นที่น่าสนใจว่าในอนาคต เราจะเห็นเกมไปได้ไกลขนาดไหน จะสวยล้ำสมจริง หรือระบบแปลกแหวกแนว ก็ต้องจับตามองกันต่อไป
09 Nov 2021
ส่องความสำเร็จเกม Disco Elysium "เพราะปริศนาใดเล่า จะลึกล้ำเท่าใจมนุษย์"
เมื่อปี 2019 ผู้เข้าร่วมงานประกาศรางวัลเกมใหญ่ประจำปี The Game Awards ล้วนต้องตะลึงเมื่อเกม RPG อินดี้ม้ามืดเกมหนึ่งที่หลายคนแทบไม่เคยได้ยินชื่อสามารถแย่งรางวัลใหญ่ Best Narrative (เนื้อเรื่องยอดเยี่ยม) ไปจากเงื้อมมือเกมตัวเต็งประจำปีอย่างมหากาพย์ล่าสุดของเทพโคจิม่า Death Stranding หรือเกมอินดี้สุดฮอตแห่งปี Outer Wilds ขาดลอย และคว้ารางวัล Best Roleplaying Game (RPG ยอดเยี่ยม) ไปจากแฟรนไชส์ร้อยปีอย่าง Final Fantasy XIV และ Kingdom Hearts ได้อย่างง่ายดาย คว้ารางวัลอื่นรวมเป็น 4 รางวัล เป็นเกมที่สามในประวัติศาสตร์ของงานที่คว้ารางวัลได้มากขนาดนี้ในหนึ่งปีเทียบเท่า Red Dead Redemption 2 และ Overwatch เลยทีเดียว เกมนี้ยังตะลุยไปคว้า Best Narrative จากทั้งเวที Game Developers Choice Awards ครั้งที่ 20 และเวที British Academy Games Awards ครั้งที่ 16 และรางวัลอื่นอีกมากมายทั่วโลกจนเต็มหน้าตัก นี่คือความสำเร็จของ Disco Elysium เกม RPG กึ่งสอบสวนคดีสุดประหลาดโลกสัญชาติเอสโทเนียที่กลายมาเป็นขวัญใจนักวิจารณ์และคอ RPG ทั่วโลกประจำปี 2019 ได้อย่างที่หลายคนไม่ทันคาดคิด อะไรคือสิ่งที่ทำให้เกมนี้ทะยานไปสู่ Top 10 ของนักวิจารณ์ทั่วโลกได้ขนาดนี้? ผมจะพาผู้อ่านไปรู้จักกับเกมสุดเซอร์ที่ความสำเร็จไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่มาจากแพสชั่นของกลุ่มคนทำเกม RPG สุดเนิร์ดที่ใช้ความรักในแนวเกมมาพัฒนาเป็นคลื่นลูกใหม่ที่จะปฏิวัติวงการ RPG ตะวันตกที่ติดสูตรเดิมๆ มานับสิบปีให้กลับมาน่าตื่นเต้นอีกครั้ง  "(พูดง่ายๆ เกมนี้คือระบบ) D&D ผสมซีรีส์ตำรวจ มีดาบ ปืน รถ เป็นเกม isometric RPG (มุมมองจากด้านบน) ที่เอาระบบจาก RPG คลาสสิคอย่าง Planescape: Torment และ Baldur's Gate มีเนื้อเรื่องไซส์มโหฬาร ในโลกโคตรสลัมครับ” Robert Kurvitz ผู้กำกับ คนเขียนบทเจ้าของโปรเจ็ค และหัวหน้าทีม ZA/UM ผู้พัฒนาเกม ได้ให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์ GamesRadar เมื่อต้นปี 2020 นี่เป็นเกมที่ที่เอาจุดเด่นของความพีคจากทุกยุคของเกม RPG ทั้งเนื้อเรื่อง ระบบการเล่น และส่วนประกอบต่างๆ จากเกมที่พวกเขารัก ผสมกับชีวิตในอดีตประเทศคอมมิวนิสต์ยากจนอย่างเอสโทเนียกลั่นออกมาเป็นโลกใหม่ที่ไม่เหมือนใครเรื่องราวของ Disco Elysium เกิดขึ้นในโลกสมมติแนว Steampunk กึ่งไซไฟชื่อ Elysium ในเมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยความยากจนและอาชญากรรม ผู้เล่นรับบทเป็น Harry Dubois ตำรวจที่ต้องสืบคดีฆาตกรรมที่พัวพันกับความขัดแย้งระหว่างสหภาพคนงานท่าเรือประจำเมืองและบริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ครองเมือง ผู้เล่นต้องตามหาฆาตกรให้ได้ก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายจะปะทุขึ้นจนอาจทำลายเมืองให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ประเด็นมีอยู่ว่า Harry ดันเป็นนายตำรวจเหลวแหลก อัดเหล้ายาเป็นว่าเล่น จนเช้าวันนั้นที่ตื่นขึ้นมา เขาพบว่าตัวเองเสียความทรงจำทั้งหมดจนไม่เหลือซะแล้ว ไม่รู้ว่าแต่ก่อนตัวเองเป็นใคร หรือแม้แต่ข้อมูลคดีใดๆ ก็หายจ้อยไปกับกาลเวลา ผู้เล่นเลยต้องหาความจริงเกี่ยวกับทั้งตัวคดีฆาตกรรมและเรื่องของตัวเองว่าก่อนหน้านี้เราเคยเป็นใคร เหลวแหลกขนาดไหน"หน้าตาชนิดที่มีแต่แม่ที่รักลง"เมื่อจั่วหัวมาว่าเป็นเกมตำรวจสืบสวน หลายคนอาจจะคิดว่าเกมนี้ต้องเต็มไปด้วยแอคชั่นยิงกราดดุเดือดเลือดพล่าน แต่ต้องบอกเลยว่าเกมนี้เลือกสวนทางทุกเกม RPG ตะวันตกในตลาด แทนที่ตัวละครในโลกนี้จะดวลกันด้วยปืนดาบ เกมกลับเน้นหนักไปที่การสืบคดีและการดวลกันด้วยระบบคำพูดกับตัวละครสุดกวนตีนต่างๆ ในโลกเกมผ่านระบบสุดเด็ดอย่างแรกของเกม นั่นก็คือระบบ Skill Check สุดพิเศษของเกม ในเกม RPG ปกติทั่วไป เรามักได้อัพสกิลของตัวละครในตัวเลือกที่นิยามมาแบบกว้างๆ เช่น ความแข็งแรง strength ความคล่องแคล่ว Dexterity หรือความฉลาด Intelligence ตามขนบเกม RPG ระบบ D&D ธรรมดาทั่วไป แต่ Disco Elysium เลือกที่จะเล่นท่ายากกว่านั้น เกมนี้แบ่งสกิลของตัวละครออกเป็น 4 ด้านด้วยกัน คือ Intellect (มันสมอง), Psyche (สภาวะจิต), Physique (ร่างกาย), and Motorics (การควบคุมร่างกาย) อิงจากระบบร่างกายของมนุษย์จริงๆ และยังแตกย่อยลงไปเป็นสกิลสุดเซอร์ที่จำลองความรู้สึกเล็กย่อยของคนเราจริงๆ อีกมากมาย เช่น สกิล ‘Shivers’ หรือเซนส์ขนแขนสแตนด์อัพที่ทำให้ผู้เล่นสังเกตข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้เพิ่มเติม เหมือนเวลาเรารู้สึกขนลุกขึ้นมาตอนเราเซนส์อะไรประหลาดๆ ได้ในชีวิตจริง หรือสกิลแอคติ้ง ‘Drama’ ที่ทำให้เราสามารถตีหน้าตายโกหกคนหรือปั้นเรื่องปั่นประสาทกับตัวละครคนอื่นได้เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลเพิ่มเติม เป็นต้น คล้ายระบบเกมแนว Tabletop RPG ทั่วไปที่ต้องทายเต๋าวัดความสำเร็จสกิล แต่ละเอียดกว่าทุกเกมที่เคยมีมาผู้เล่นต้องงัดสกิลมาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ตรงหน้า ระบบ Skill Check ทั้ง 4 ด้านสกิลเหล่านี้จะถูกนำมา check กับทุกการกระทำหรือคำพูดที่พูดเล่นต้องการเลือก เช่น ผู้เล่นต้องการแงะประตูเข้าไปในห้องที่ล็อคอยู่ ก็อาจต้องวัดสกิลการใช้มือ ‘Hand-Eye Coordination’ แล้วถ้าอยู่ดีๆ มียามเดินมาเห็นผู้เล่นกำลังทำตัวมีพิรุธอยู่ ผู้เล่นก็อาจต้องงัดสกิล ‘Composure’ ความมั่นหน้าบวกกับสกิล ‘Drama’ เพื่อเล่นละครว่าตัวเองเป็นช่างซ่อมประตู มาซ่อมล็อคเฉยๆ เป็นต้น แต่ที่ยิ่งกว่าการแบ่งสกิลต่างๆ ละเอียดกว่าเกม RPG ทั่วไป จุดเด่นสำคัญอีกอย่างของ Disco Elysium ก็คือ สกิลเหล่านี้สามารถ ‘คุย’ กับเราได้ด้วย ใช่แล้วครับ ด้วยความสติหลุดกระจุยของตัวละคร ทำให้หลายๆ ครั้งก่อนที่ผู้เล่นจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง สกิลต่างๆ ที่เราอัพไว้จะมาแข่งกันแนะแนวให้เราตัดสินใจในแนวทางของแต่ละสกิลนั้นๆ เช่น สมมติเราเจอพยานที่เห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมดันไม่ยอมบอกข้อมูลกับเรา สกิล ‘Shivers’ อาจจะบอกเราว่า “แกรๆ ไม่รู้ทำไมว่ะ แต่รู้สึกได้ว่าแม่งรู้จักกับนักฆ่าชัวร์ ขนลุกหมดแล้ว’ ในขณะที่สกิล ‘Logic’ อาจจะลุกขึ้นมาเถียงว่า ‘อย่าเชื่อ Shivers มัน ถ้าไปกล่าวหาไอ้หมอนี่ลอยๆ ไม่มีหลักฐาน มันไม่มีทางร่วมมือกับเราแน่นอน’ เป็นต้น จนเป็นสีสันสุดฮาของเกมอย่างที่ไม่เคยมีเกม RPG เกมไหนเคยทำมาก่อนนอกจากระบบสกิลสุดพิเศษของเกม อีกหนึ่งระบบเด่นของ Disco Elysium ก็คือระบบ ‘Thought Cabinet’ หรือระบบกล่องความคิด ทุกการกระทำของผู้เล่นในเกม จะทำให้เกิดก้อนความคิดหรือไอเดียบางอย่างที่ผู้เล่นสามารถเลือกเอาไปคิดต่อ จนเกิดเป็น ‘ความเชื่อ’ และกลายเป็น ‘ตัวตน’ ของผู้เล่นที่มีผลกับค่าสกิลของผู้เล่นถาวร เช่น การเจอกับตัวละครที่บอกผู้เล่นว่า “เห้ย หยุดแดกเหล้าเหอะ” อาจทำให้ผู้เล่นสำเหนียกขึ้นมาได้เดี๋ยวนั้นว่าไอ้ที่ชีวิตพังมาตลอดมันเป็นเพราะตัวเองติดเหล้าเนี่ยแหละ จนเกิดความคิดว่า “งดเหล้าตลอดชีวิตก็ดีนะ” ถ้าผู้เล่นเลือกเอาไอเดียนี้ไปคบคิดต่อ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้เล่นก็จะคิดสรตะขึ้นมาได้ว่า ‘เออ ตูไม่ควรกินเหล้าจริงๆ แหละ’ จนใจแข็ง เกิดเป็นแต้มความเข้มแข็งทางจิต Psyche เพิ่มเติม แลกกับสกิลภาพหลอนที่เคยได้จากฤทธิ์เหล้ามาตลอดที่บางครั้งช่วยให้เรานึกจินตนาการสิ่งต่างๆ ได้ เป็นต้นระบบ Thought Cabinetเมื่อเกมนี้เอาระบบทั้งสองมารวมกัน เลยเกิดเป็นเกม RPG ที่ตัวละครไม่ได้เอาชนะปัญหาต่างๆ ในเกมด้วยการควานหาดาบตีบวก หรือ min/max สกิลบู๊จนเป็นเทพเจ้า แต่เป็นการลุยกับปัญหาด้วยระบบความคิดเหมือนคนจริงๆ ที่ผู้เล่นต้องเข้าไปสวมบทนายตำรวจสุดเพี้ยนเต็มตัวเพื่อไขคดี เลยเป็นจุดเด่นที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมนี้ไม่เหมือนเกมไหนๆ บนโลกใบนี้และอีกส่วนที่ทำให้เกมนี้ไม่เหมือนเกม RPG หน้าไหนเลยก็คือการที่เกมเอาประเด็นเรื่อง ‘ตัวตน’ ของผู้เล่นมาบวกกับความเละเทะเหลวแหลกของชีวิตคนเราเป็นประเด็นหลักของเกมอย่างเต็มสูบ ผู้เล่นสามารถดันให้ Harry ของตัวเองเป็นตำรวจแบบไหนก็ได้ จะเป็นตำรวจตงฉินที่พยายามรีเซ็ตตัวเองให้กลับมาเป็นพลเมืองดีก็ได้ แต่ถ้าผู้เล่นอยากลองพาตำรวจของตัวเองดำดิ่งไปในความหยำเปของชีวิตแล้วล่ะก็ เกมนี้พร้อมแจกออพชั่นความเหลวแหลกให้ผู้เล่นได้เลือกสรรเต็มที่ ทั้งเหล้ายาที่ตัวละครอัดได้ไม่อั้น ตัวเลือกคำพูดที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นแสดงความหลงตัวเอง กวนส้น หยามเหยียดตัวละครอื่นๆ ในเรื่องได้เต็มที่ บวกกับความคิดเห็นประเด็นทางการเมืองอย่างการฝักไฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ ระบบฟาสซิสต์ เป็นนักศีลธรรม เป็นติ่งเสรีนิยมสุดขั้ว เป็นกลางทางการเมืองหรือแม้แต่เลือกเป็นอิกนอแร้นท์ไม่ยุ่งการเมืองใดๆ ก็ย่อมได้ ทำให้สุดท้ายผู้เล่นจะเลือกเป็นตำรวจฟาสซิสต์ติดเหล้าบ้าเลือดบรมโง่ หรือจะเป็นนักสืบขี้ยาเสรีนิยมจอมหลงตัวเองก็ได้ทั้งนั้นตามผู้เล่นต้องการ ซึ่งทุก identity ที่ผู้เล่นเลือกให้กับ Harry ของตัวเองล้วนมีผลกับโลกเกมและตอนจบของเกมอย่างละเอียด ถ้าพูดกันจริงๆ อาจจะเรียกได้ว่า Disco Elysium ไม่ใช่แค่เกม RPG แต่ยังเป็นเกม simulator ที่เปิดโอกาสให้เราได้ลองใช้ชีวิตเหลวแหลกเบอร์สุดยังได้เลยด้วยซ้ำ ความสดใหม่เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพียงเพื่อทำให้เกมไม่ซ้ำใคร แต่เป็นความพยายามของทีม ZA/UM ที่ไม่ได้แค่อยากเปลี่ยนโลกเกม RPG แต่อยากสร้างเกมที่เป็นตำนานสำหรับผู้เล่น เป็นเกมที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เล่นและกำหนดทิศทางโลก RPG ให้ คนทำเกมอื่นๆ ในอนาคตเหมือนเกมที่เปลี่ยนโลก RPG ต่างๆ ในอดีตเช่น Fallout หรือเกม D&D สมัยก่อน“(ผมรู้ว่าการจะทำเกมให้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น) ไม่ใช่เรื่องง่าย ใครๆ ก็อยากเป็นคนกำหนดทิศทางอนาคตกันทั้งนั้น” Robert Kurvitz เจ้าของโปรเจ็คและนักเขียนนำของเกม ให้สัมภาษณ์ไว้กับเว็บไซต์ Rock Paper Shotgun “เรื่องนี้ทั้งวงการสู้กันชิบหายอยู่แล้วแหละ ซึ่งผมก็รู้ว่าผมคงไม่มีทางไปชนะใครเขาได้หรอก แต่อย่างน้อยผมอยากลองแม่งซักตั้งอ่ะ” ณ วันนี้ Robert Kurvitz และทีมงานน่าจะได้คำตอบแล้วว่าเกมเล็กๆ สุดเสี่ยงที่พวกเขาทุ่มแรงกายแรงใจให้มาตลอด 5 ปี เขาชนะยักษ์ใหญ่ RPG ในวงการได้มากมายขนาดไหน ถ้าถามว่าเกมนี้จะมีผลกับเกม RPG อื่นๆ ในอนาคตได้มากแค่ไหน ณ จุดนี้เรายังคงตอบไม่ได้เต็มปาก แต่ที่ๆ แน่ก็คือ ZA/UM ได้สร้างเพชรเม็ดงามที่ไม่เหมือนใครให้ขึ้นมาเจิดจรัสในวงการได้อย่างสวยงาม และผมอยากชวนให้ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของโลก RPG ด้วยการมาเล่นเกมนี้กันครับ บทความโดย: Noteyman
08 Nov 2021
Dota 2 เจาะลึก Marci สาวน้อยหมัดหนักผู้มากับความเงียบ
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ได้มาการอัพเดทฮีโร่ใหม่ที่มาพร้อมแพท 7.30e นั่นก็คือ Marci นั่นเอง และเมื่อวันที่ 2 พฤษจิกายนที่ผ่านมาได้มีแพทอัพเดทปรับปรุงความสามารถของ Marci ให้สมดุลขึ้น บทความนี้เรามาเจาะลึกฮีโร่ตัวนี้กันเลยครับ Marci เป็นฮีโร่สาย strength จุดเด่นอยู่ที่การโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่รุนแรง mobility ที่สูง แถมยังมีสกิล support เพื่อนร่วมทีมได้ด้วยสกิล 3 ที่ มีพลังตั้งแต่ต้นเกมส์ไปจนถึงเลทเกมส์ เรียกได้ว่าครบเครื่องที่บทบาท เป็นฮีโร่ไม่กี่ตัวของ Dota2 ที่มีความครบเครื่องเช่นนี้Marci Skill 1. DISPOSE            Marci จับเป้าหมาย (มีผลกับฮีโร่พันธมิตรและศัตรู) ทุ่มไปด้านหลังของเธออย่างรุนแรง เมื่อเป้าหมายตกลงบนพื้นดินส่งผลให้เกิดแรงกระแทกโดยรอบบริเวณนั้นและสตันเป้าหมายทุกตัวในระยะที่เกิดผลกระทบนี้ระยะโยน 350ระยะเวลาสตัน 0.9 / 1.3 / 1.7/ 2.1ความเสียหายตกกระทบ 70 / 120 / 170 / 220คูดาวน์ 16 / 14 / 12 / 10ใช้มานา 902. REBOUNDMarci กระโดดพุ้งไปยังยูนิตเป้าหมายเมื่อถึงยูนิตนั้นแล้ว Marci จะกระโจนไปยังพื้นที่เป้าหมายที่เธอเลือก เมื่อเธอตกถึงพื้นจะเกิดแรงกระแทก สร้างความเสียหายและลดความเร็วเคลื่อนที่ให้แก่ศัตรูภายในบริเวณนั้นระยะกระโดดสูงสุด 800ความเสียหายตกกระทบ 90 / 160 / 230 / 300เคลื่อนที่ช้าลง 30% / 40% / 50% / 60%ระยะเวลาช้าลง 3คูดาวน์ 17 / 15 / 13 / 11ใช้มานา 70 / 80 / 90 / 100           3. SIDEKICKMarci บัฟตัวเองหรือเป้าหมายฝ่ายพันธมิตรเพิ่มเสริมพลังโจมตีและดูดพลังชีวิตเมื่อทำการโจมตีกายภาพใส่ศัตรูระยะเวลา 6ดูดพลังชีวิต 35% / 40%  / 45% / 50%เพิ่มพลังโจมตี 20 / 35  / 50 / 65คูดาวน์ 36 / 28 / 20 / 12มานาที่ใช้ 45 / 40 / 35 / 30                        4. UNLEASHMarci ดึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตนเองชั่วนณะหนึ่ง ในสถานะนี้จะได้รับบัฟสถานะ ชาร์จเดือดดาล ส่งผลให้เธอโจมตีเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วในการโจมตีแต่ละชุด หมุดสุดท้ายจะปลดปล่อยคลื่นกระแทกสร้างความเสียหายโดยรอบเป้าหมาย ลดความเร็วการดคลื่อนที่และการโจมตีเป็นเวลา 2 วินาที เมื่อสิ้นสุดหมัดสุดท้ายจะไม่สามารถโจมตีได้เป็นเวลา 1.75 วินาทีระยะเวลา 16จำนวนหมัดต่อคอมโบ 3 / 4 / 5รัศมีคลื่นกระแทก 800ความเสียหายคลื่น 60 / 130 / 200คลื่นทำให้เคลื่อนที่ช้าลง 30%คลื่นทำให้โจมตีช้าลง 60 / 80 / 100คูดาวน์ 110 / 90 / 70มานาที่ใช้ 100 / 125 / 150Talentsการอัพ Talents แนะนำLv 10 อัพฝั่งขวา +5 Armor เพราะช่วยเพิ่มความหนาให้เก่งขึ้นมาตอนต้นเกมส์ เพราะ Marci เป็นฮีโร่ที่มีเกราะต้นเกมส์น้อยเมื่อเทียบกับฮีโร่สาย strength ตัวอื่น การอัพ Talents นี้ส่งผลให้ Marci ดีขึ้นมากและยังช่วยเพื่อความถึกเมื่อต้องเข้าปะทะในช่วงต้นเกมส์Lv 15 อัพฝั่งซ้าย +200 Rebound Cast/Jump Range เป็น Talents ที่มีประโยชน์สุดๆในทุกสายการเล่น เพราะช่วยให้ mobility สูงขึ้นมาก สามารถกระโดดเข้าไปฆ่าศัตรูได้ไกลขึ้น ที่สำคัญสามารถใช้หนีศัตรูได้ดีด้วยต่างหาก ประโยชน์อีกอย่างนึงก็คือ มันสามารถใช้กระโดดข้ามพื้นที่หน้าผาได้ด้วยนะLv 20 อัพได้ทั้ง 2 ฝั่ง ตามสถานะการณ์ Lv 25 อัพฝั่งซ้าย 1.5s Sidekick Spell Immunity สกิลฟรี BKB ให้ทั้งเพื่อนและตัวเอง พร้อมทั้งสามารถล้างสถานะผิดปกติบางชนิดได้ เป้นสกิลที่มีประโยชน์สุดๆในช่วงท้ายเกมส์ สามารถอัพได้ทุกสายการเล่นเช่นเดียวกันItem Builds                   Marci เป็นฮีโร่สาย Strength-based ข้อดีในส่วนนี้คือในการอัพเวลาในแต่ละครั้งจะได้ค่า Strength ที่สูง ที่เพิ่มทั้ง HP และพลังโจมตีทำให้เป้นฮีโร่ที่มีความสามารถในการเข้าปะทะ ยืนชนเลนในช่วงต้นเกมส์ได้ดีมาก เราสามารถเลือกใช้ไอเทมที่เสริมพลังโจมตีเพื่อเพิ่มความสามารถตรงนี้ได้หลากหลายมาก ไอเทมที่แนะนำได้แก่ต้นเกมส์Orb of Corrosionสุดยอดไอเทมราคาถูกที่มีประโยชน์มากในช่วงต้นเกมส์ พร้อมทั้งยังส่งผลให้สกิล 3 และสกิล Ultimate แข็งแกร่งขึ้น ผลพลอยได้อีกอย่างนึงก็คือมันช่วยเพิ่มความหนา (HP) ให้แก่คุณได้อีกด้วย ทำให้ช่วงต้นเกมส์ถึกขึ้นมากเมื่อใช้คอมโบคู่กับสกิล 3Echo Saberไอเทมช่วงต้นเกมส์ที่ช่วยให้ Marci รีเจนมานาได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ Ultimate มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ความน่าใช้ของไอเทมชิ้นนี้อยู่ในสถานะกลางๆ เพราะมีราคาที่สูงพอตัว ยังมีไอเทมช่วยเร่งมานาอีกหลายชนิดที่ราคาถูกและน่าใช้กว่า แต่โดยรวมถือว่ายังมีประโยชน์Maelstromไอเทมช่วงต้นเกมส์ที่เหมาะกับตำแหน่ง เลนกลาง เพราะช่วยบูสการฟาร์มได้ไวและง่ายยิ่งขึ้น ทั้งการทำครีฟในเลน และการฟาร์มป่า (ข้อเสียของ Marci คือการฟาร์มในป่าที่ทำได้ยาก ) อีกทั้งยังช่วยเสริมดาเมจร่วมกับสกิล Ultimate ที่เรียกว่าแรงมากๆในช่วงต้นเกมส์ เอาไว้ปิดจ็อบศัตรูได้ภายในการโจมตีไม่กี่ชุดTreads” “Vs “Phase Boots”ไอเทมเพิ่ม movement speed ทั้ง 2 ชนิด Marci สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ชนิด แต่จะมีข้อดีที่แตกต่างกัน หากคุณเลือกใช้ Phase Boots จะได้ข้อดีในส่วนของการไล่ฆ่า การ roaming มีประโยชน์อย่างมากหากคุณเล่นเลนกลาง หากคุณเลือกใช้ Treads คุณก็จะได้รับค่า stat และ attack speed ที่มากขึ้น ทำให้ฟาร์มป่าได้ดีขึ้นมาก มีประโยชน์มากในตำแหน่งแครี่ของทีมFalcon Bladeไอเทมราคาถูกควรออกตั้งแต่ช่วงต้นเกมส์ เพราะสามารถเพิ่มทั้งพลังชีวิต และ พลังโจมตีให้ Marci เป็นอย่างมาก และที่สำคัญคือเป็นไอเทมที่เพิ่มการรีเจนมานา (mana regen) ได้ดีอีกด้วย จุดอ่อนของ Marci อย่างนึงคือการมี Mana Max ที่น้อย การออกไอเทมชิ้นนี้มาก็นับเป้ยตัวเลือกที่ดีในการลดข้อเสียตรงนี้ของเธอกลางเกมส์Armlet of Mordiggianไอเทมช่วง ต้น - กลางเกมส์ ที่ช่วยเพิ่ม Attack speed และ Damage อย่างมหาศาลได้ประโยชน์ทั้งการฟาร์ม และ  team fight เพราะเมื่อเปิดใช้งานร่วมกับสกิล Ultimate จะทำให้ Marci ทำ Damage เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถ้าต่อยโดนตัวซัพบางๆละก็ ชุดเดียวตายได้เลยนะBlink Daggerไอเทมช่วงต้นเกมส์ที่ออกมาเพิ่มลดข้อเสียของสกิล rebound ที่ต้องการเป้าหมายในการโดดเหยียบก่อนที่จะเข้าถึงตัวศัตรู คุณสามารถเข้าประชิดตัวสกิลแล้วสตันศัตรูด้วยสกิล dispose และตามด้วยการต่อยหมัดชุดการสกิล Ultimate ปิดจ็อบศัตรูแนวหลังได้ด้วยคอมดบชุดเดียว เป้นไอเทมที่มีประโยชน์มา ที่สำคัญสามารถนำไปขึ้นเป็น Overwhelming Blink ที่ทรงพลังขึ้นไปอีกในช่วยเลทเกมส์Black King Barเนื่องจาก Marci แพ้ทางฮีโร่ที่มีความสามารถ CC (crowd control) เป็นอย่างมาก แม้ Talents จะมี ฟรี bkb แต่เนื่องด้วยช่วงเวลากว่าจะได้ Talents นี้มาก็นานอยู่เพราะกว่าจะอัพได้ก็ Lv 25 การออก bkb ในช่วงกลางเกมส์นับว่าเป้นสิ่งสำคัญเลยทีเดียวSkull Basherสุดยอดไอเทมเสริมความสามารถของสกิล Ultimate เรียกได้ว่าเมื่อออกไอเท็มชิ้นนี้แล้วใช้คู่กับ Ultimate การันตีสถานะ Stun เลยก็ว่าได้ ใครโดนเข้าไปจุกแน่นอนท้ายเกมส์Abyssal Bladeไอเทมต่อยอดมาจาก Skull Basher จุดเด่นที่โกงมากของไอเทมชิ้นนี้คือการบลิ้งเข้าไปโจมตีศัตรูได้ตรง ที่สำคัญยัง stun ศัตรูได้อีก เป็นไอเทมที่ได้ทั้งการเสริมพลังโจมตี และ mobilityDaedalus ไอเทมเสริมดาเมจของ Marci ที่เล่นเป็นตัว Core เป็นไอเทมสำคัญมากในช่วงท้ายเกมส์สำหรับแพทนี้ เรียกได้ว่าตัว Core ที่ต้องการดาเมจแทบทุกตัวต้องออกไอเทมชิ้นนี้Marci skill buildsเนื่องจากที่เกรินไปแล้วว่า Marci เป็นฮีโร่ ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การโจมตีเป้าหมายเดี่ยวที่รุนแรงและมี mobility ที่สูง แถมยังมีสกิล support เพื่อนร่วมทีมได้ด้วยสกิล sidekick ทำให้เป็นฮีโร่ที่ มีพลังตั้งแต่ต้นเกมส์ไปจนถึงเลทเกมส์ เรียกได้ว่าครบเครื่องทุกบทบาท เป็นฮีโร่ไม่กี่ตัวของ Dota2 ที่มีความครบเครื่องเช่นนี้ การเลือกอัพสกิลในช่วงต้นเกมส์ ขึ้นอยู่กับฮีโร่เผชิญหน้าในช่วง Lane Phaseเมื่อเจอฮีโร่ที่เอาชนะเลนในยาก สกิลที่ควรอัพในเต็มเป็นอันดับแรก ควรเป็นสกิล Rebound เนื่องจากสามารถใช้หนีและเปลี่ยนตำแหน่งยืนได้ง่าย และผสมกับการอัพสกิล Sidekick ที่ใช้ในการฟาร์มและฟื้น HP จากการกดดันของศัตรูเมื่อเจอกับฮีโร่ที่สามารถเอาชนะเลนได้ง่าย สกิลที่ควรอัพถ้าหากคุณต้องการ builds ที่สามารถกดดันและไล่ฆ่าศัตรูได้ง่าย ควรเป็นสกิล Rebound คู่กับ Dispose เพราะสามารถเข้าถึงตัวและสตันเป้าหมายได้ในทันทีถ้าหากต้องการเล่นเป็นตำแหน่ง Support สกิลที่ควรอัพนำในช่วง Lane Phase คือสกิล Sidekick และผสมด้วย Rebound กับ Dispose อย่างละ 1 เนื่องจากต้องใช้ Sidekick ในการเลี้ยงเลนตัว core แล้วใช้สกิล Rebound กับ Dispose เพื่อหลบหนี เปิด หรือช่วยเหลือตัว core ให้รอดจากการโดน Ganking (รุมฆ่า)วิเคราะห์ฮีโร่แพ้ทางDark Willowมีสกิล Bramble Maze สามารถดักจับ Marci ได้ง่ายในการเดาทิศทางในการโดดมีสกิล Shadow Realm ป้องการคอมโบการต่อยของ Marci ได้ ทำให้คอมโบชุดเดียวไม่สามารถเก็บซัพพอร์ตตัวนี้ได้ การกระโดดเข้าไปล้วงฮีโร่ตัวนี้นับว่าเป็นเรื่องเสี่ยงอย่างมากTerrorize และ Cursed Crown เป็นสุดยอดสกิล CC ที่ Marci แพ้ทางอย่างมาก ถ้าหากโดนเข้าไปสกิลบัฟ Ultimate ของ Marci ก็จะเสียเปล่าทันทีBloodseekerมีสกิล Rupture ที่ทำลายจุดเด่นด้าน mobility ของเธออย่างมาก ที่สำคัญ Marci เป็นฮีโร่ที่มี Max HP ที่สูง การใช้ Rupture ใส่เธอเป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างมากความสามารถจาก Aghanim's Shard ที่ทำให้ Bloodrage สร้างความเสียหายและดูดพลังชีวิตตาม Max HP การใช้ใส่ Marci ถือว่าคุ้มเกินคุ้มCentaur Warrunnerสกิล Retaliate สามารถสะท้อนพลังโจมตีที่สูงของ Marci ได้คุ้มค่ามาก กระโดดเข้ามาต่อยอาจจะตายเองไปเลยก็ได้ เมื่อ Lv. 25 สกิล Retaliate จะกลายเป็น Aura ให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วย กระโดดไปต่อยใครก็จุกสกิล Hoof Stomp สามารถสตัน Marci ได้ง่ายมาก โดดเข้ามาใส่ตัวนี้โดนสตันสวนแน่นอนWeaverไอเทมสามัญประจำบ้านของฮีโร่ตัวนี้คือ Linken's Sphere ถ้าหากศัตรูสามารถซื้อไอเทมชิ้นนี้ได้เร็ว การโดดเข้าไปสตันฮีโร่ตัวนี้จะทำได้ยากมากRebound ไม่สามารถลดความเร็วการเคลื่อนที่ของมันได้เลย เพราะแค่ใช้ Shukuchi ก็สามารถวิ่งได้เร็วติดจรวดเหมือนเดิมสกิล Swarm ของ Weaver ต้องโจมตี 4 ครั้งเพื่อล้างดีบัฟ การใช้ใส่ Marci เมื่ออยู่ในสถานะ unleash เป็นสิ่งที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากวิเคราะห์ฮีโร่ชนะทางEnchantressสกิล Untouchable จะไร้ประโยชน์ทันทีเมื่อ Marci อยู่ในสถานะ unleashเป็นฮีโร่ที่มี Max HP ที่น้อย Marci สามารถฆ่าได้ด้วยคอมโบชุดเดียวRebound สามารถใช้เป็นเป้าหมายในการเลือกกระโดดได้ง่าย เรียกได้ว่าจับครีฟป่ามาเป้นจุดกระโดดให้ Marci แท้ๆเลยPhantom Lancerเมื่อ Marci อยู่ในสถานะ Unleash การต่อยและปลดปล่อยคลื่นกระแทกออกมาทำให้ร่างแยกของ Phantom Lancer โจมตีได้ช้าลงและช่วยเคลียร่างแยกพวกนี้ได้ง่ายมากด้วยRebound สร้างความเสียหายใส่ร่างจริงของ Phantom Lancer ทำให้ค้นหาตัวจริงได้ง่ายมากวิเคราะห์คอมโบฮีโร่Lifestealerสกิล Infest สามารถคอมโบคู่กับ Rebound ได้ สิ่งร่างแล้วโดดเข้าไปฆ่าศัตรูได้ง่ายมากUrsaMarci สามารถเพิ่มความโหดให้ Ursa ได้ด้วยสกิล Sidekick และบัฟนี้ยังสามารถช่วยให้ Ursa จัดการ Roshanได้ไวขึ้นด้วยSnapfireสามารถคอมโบ Rebound และสกิล Dispose ของตัว Marci กับสกิล Gobble Up เมื่อป้า Snapfire ซื้อ Aghanim's Scepter ได้สำเร็จ เรียกได้ว่าเพิ่มทั้งความคล่องตัวในการไล่ฆ่าได้น่ากลัวอย่างมาก  
06 Nov 2021
[บทความ] เกลือจนจะเป็นโรคไต แต่ทำไม เราถึงหยุดกดกาชาไม่ได้?
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ระบบกาชาปองเป็นหนึ่งในระบบที่ยอดนิยมของเกมในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเกม FPS, MMORPG หรือ MOBA ระบบสุ่มไอเทมนี้ก็แฝงตัวเข้าไปได้อย่างแนบเนียน ช่วยเพิ่มทั้งความตื่นเต้นในการสุ่มให้กับผู้เล่น และผู้เม็ดเงินที่ไหลเวียนเข้าสู่ผู้พัฒนาเกมได้เป็นอย่างดี แต่ก็ใช่ว่ากาชาปองจะมีแต่ข้อดีเสมอไป ข้อเสียข้อใหญ่ของระบบนี้ก็คือ ความไม่แน่นอน ผู้เล่นไม่มีทางรู้เลยว่า ตัวเองจะได้ไอเทมอะไรจากการสุ่มครั้งนี้ แม้บางเกมจะมีการการันตี (Pity rate) เข้ามาช่วย แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดความเจ็บปวดของผู้เล่นดวงกุดได้เลยแม้แต่น้อย จนกลายเป็นเสียงโอดครวญตามกลุ่มเฟซบุ๊คของเกมกาชาแทบทุกเกมถึงความ "เกลือ" อันน่าคับแค้นใจ ทว่าแม้จะมีเสียงบ่นมากมายเกี่ยวกับระบบนี้ จนเกิดเป็นแนวคิดในหมู่ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยว่า “กาชาคือรูปแบบทางธุรกิจที่ชั่วร้าย” แต่จำนวนเงินที่เข้ากระเป๋าผู้พัฒนา กับจำนวนตัวเลขคนสุ่มกลับไม่ลดลงเลยในการเสี่ยงดวงประเภทนี้ ราวกับว่าทุกคนเสพติดมันไปแล้ว อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนยังคงติดอยู่ในวังวนการหมุนกาชา แม้ว่าเราจะบ่น “เกลือ” อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราจะมาไขข้อสงสัยถึงประเด็นนี้กัน ต้นกำเนิดความเค็ม อันดับแรก การหมุนกาชาปองนั้นมีพื้นฐานคล้ายกับการพนัน เพราะทั้งคู่ต่างเป็นการจ่ายเงินไปก่อน และลุ้นว่าจะได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือไม่ ซึ่งตรงจุดนี้จะมีสารเคมีในสมองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เจ้าสารเคมีตัวนี้มีชื่อว่า โดพามีน (Dopamine) โดพามีนนั้นเป็นสารเคมีที่จะหลั่งออกมาในตอนที่มนุษย์กำลังมีความสุขหรือกำลังรู้สึกตื่นเต้น ซึ่งทางโรเบิร์ต ซาโปลสกี (Robert Sapolsky) นักประสาทวิทยาชาวอเมริกัน ได้เคยทำการทดลองกับสมองของลิงเกี่ยวกับเงื่อนไข และช่วงเวลาของการหลั่งสารโดพามีน โดยการทดลองมีรายละเอียดดังนี้ โรเบิร์ตได้ฝึกสอนลิงให้รับรู้ว่า เมื่อพวกมันกดปุ่ม 10 ครั้งในตอนที่มีสัญญาณไฟขึ้น พวกมันจะได้กล้วยตอบแทนเป็นรางวัล สำหรับกราฟด้านบนเป็นการแสดงระดับของสารโดพามีนในสมองของลิง โดนลูกศรแรก (ซ้ายสุด) คือระดับเมื่อลิงเห็นสัญญาณไฟ จะเห็นได้ว่าโดพามีนหลั่งมากสุดในระหว่างทางที่กำลังกด (กราฟระหว่างลูกศรจุดแรกและจุดสอง) ไม่ใช่หลังจากที่ได้รางวัลไปแล้ว (ลูกศรจุดสุดท้าย) สรุปได้ว่าสารโดพามีนเป็นตัวขับเคลื่อนให้ลิงกดปุ่มต่อไปถึงสิบครั้ง เพื่อของรางวัลที่มันรอคอย นอกจากนี้โรเบิร์ตยังทำการทดลองเพิ่มเติม โดยเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปจากเดิมที่จะได้รางวัล 100% เมื่อกดปุ่มครบจำนวน กลายเป็น มีโอกาสได้รางวัล 75% 50% และ 25% ตามลำดับ ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก และอาจจะถือได้ว่า "ตรงข้าม" กับข้อสรุปที่ควรจะเป็นตามตรรกะทั่วไป โดยเราสามารถเห็นระดับโดพามีนที่หลังออกมากลับมีระดับ "ต่ำที่สุด" เมื่อลิงมีโอกาสได้รับรางวัล 100% แต่โดพามีนจะหลั่งออกมาเยอะสุดที่โอกาส 50% ซึ่งนั่นคือตัวเลขที่อยู่ระหว่างการได้ และไม่ได้ของรางวัลแบบเท่าๆ กัน ในขณะที่โอกาส 25% อยู่ตรงกึ่งกลาง หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ "การได้ลุ้น" ทำให้โดพามีนหลั่งออกมามากกว่าการรับประกันรางวัล แต่ก็ต้องอยู่ในระดับที่รางวัลออกบ่อยมากพอจะคาดหวังได้เช่นกัน ด้วยโอกาสที่ไม่สามารถคาดเดาได้ บวกกับความตื่นเต้นในตอนที่ได้ลุ้น องค์ประกอบทั้งสองอย่างนี้คือตัวเร่งชั้นดีของการหลั่งสารโดพามีนในสมองระหว่างที่เรากำลังกดกาชาปอง ซึ่งหากได้สัมผัสภาวะดังกล่าวมากจนเกินไป บางคนอาจจะถึงขั้นเสพติดเลยทีเดียว แน่นอนว่า สมองของมนุษย์กับลิง อาจจะไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด แต่โดยส่วนใหญ่แล้วพวกมันทำงานคล้ายกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่สมองของมนุษย์จะมีปฏิกิริยากับโดพามีนในทางเดียวกันกับลิงที่อยู่ในการทดลองของโรเบิร์ตประกายสีทองที่ทุกคนถวิลหานอกจากนี้ ยังมีอาการที่เรียกในภาษาจิตวิทยาว่า Sunk Cost Effect หมายถึง การที่เราลงทุนกับบางสิ่งไปเยอะแล้ว แต่ยังไม่ได้ผลตอบแทนที่ดีกลับมา ทำให้ต้องเดินหน้าลงทุนต่อ หวังถอนทุนคืนให้ได้เท่านั้น สภาวะนี้ก็มีผลกับระบบกาชาปองเช่นกัน คุณอาจจะลงทุนเติมเงินไปเยอะ แต่ยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการเสียที คุณอยากหยุดเติมแล้ว แต่สมองของคุณก็บอกว่า ที่เติมไปก่อนหน้านี้จะเสียเปล่า นั่นจึงบีบให้คุณต้องเติมเงินเพิ่มอย่างช่วยไม่ได้ ปรากฏการณ์อีกอย่างที่ทำให้การกดกาชาปองมีความน่าดึงดูดคือการที่คนในสังคมเกมต่างออกมาบอกกันปากต่อปากว่า ‘กาชาตู้นี้ดี กาชาตู้นี้เยี่ยม’ ก็เป็น Social Proof หรือการที่ปัจจัยภายนอกในสังคม (เช่นการพูดกันในกลุ่ม หรือการฟังจากปากอินฟลูเอนเซอร์) มีผลที่ช่วยส่งเสริมให้คุณมีอาการ “ของมันต้องมี” ทำให้เผลอตัวกดกาชาปองเพิ่มอีกเช่นกัน อีกทั้งมนุษย์ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ชอบการสูญเสีย ดังนั้นหากเจอคำโฆษณาที่ชวนล่อซื้ออย่าง “จำกัดเวลา” หรือ “ห้ามพลาด” ก็จะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากถลุงเงินไปกับการเสี่ยงดวงขึ้นไปอีก และในเกมบางเกมจะมีระบบ Daily Mission ที่ให้ของรางวัลตอบแทนบางอย่าง โดย Daily Misson นี้ หากมองจากมุมมองคนเล่น มันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะมันช่วยให้รางวัลฟรีแก่เรา แต่หากมองในมุมกลับแล้ว นี่จะเข้ากับทฤษฎี 21 วันของด็อกเตอร์แม็กซ์เวลล์ มอลต์ (Dr.Maxwell Maltz) ผู้เขียนหนังสือ Psycho-Cybernetics ที่ว่าด้วยการ “สร้างนิสัย” กล่าวคือหากคนเราทำสิ่งเดิมๆ เป็นเวลา 21 วัน จะทำให้คนเราเสพติดสิ่งนั้น หรือเคยชินกับสิ่งนั้นไปโดยปริยาย กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “กิจวัตรประจำวัน” หรือ “Daily Routine” ที่พอไม่ทำก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ อยู่ไม่สุข คล้ายกับการลืมทำงานบ้านนั่นเองเกมไรไม่รู้ววว~ (จริงๆ มีแทบทุกเกม) บวกกับระบบค่าเงิน (Currency) ในเกม ที่ช่วยทำให้เราสบายใจมากขึ้นเวลาจับจ่ายใช้สอย หรือเติมเงินเข้าไป การที่เงินในโลกจริงถูกแปลงเป็นเพชรในเกมนั้นจะช่วยทำให้มนุษย์รู้สึกผิดน้อยลงเมื่อต้องใช้จ่ายในเกม เหมือนเป็นกระบวนการหลอกตัวเองของสมองว่า นี่มันไม่ใช่เงินจริงๆ นี่นา จะใช้เยอะสักหน่อยก็ไม่เป็นไร นอกจากนี้ หากสังเกตตัวเลขของอัตราเติมเงิน และอัตราแลกเปลี่ยนให้ดีๆ นั้น เรามักจะได้เห็นเลข 9 อยู่ในอัตราเติมเงินเป็นประจำ ยกตัวอย่างเช่นเกมกาชาชื่อดังอย่าง Genshin Impact เราจะเห็นได้ว่า ราคาเติมเงินจะเป็นราคาที่ลงท้ายด้วย 9 เสมอ โดยหลักการตั้งราคานี้เรียกว่า Odd Pricing เป็นหลักจิตวิทยาที่ตั้งราคาไม่เต็มหน่วย ช่วยทำให้คนเราคิดว่าราคานี้ถูกและคุ้มค่ากว่าราคาทั่วไป ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่เรามักได้เห็นของลดราคามีเลข 9 ห้อยท้ายอยู่ร่ำไป อันดับสุดท้ายคือ อัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เต็มหน่วย หากดูในเกม Genshin Impact สิ่งที่คนมักเติมเงินเพื่อให้ได้มาก็คือ Intertwined fate หรือลูกแก้วสีรุ้ง เพื่อให้ได้หมุนกาชาปองนั่นเอง ทว่าในเรต Genesis Crystals ที่ได้นั้น ไม่มีแพ็กไหนเลยก็หารเจ้าลูกแก้วสีรุ้งนี่ได้ลงตัว โดยลูกแก้วสีรุ้ง 1 ลูกมีมูลค่า 160 เพชร เท่ากับว่า: 60/160 = 0.375 300/160 = 1.875 980/160 = 6.125 1980/160 = 12.375 3280/160 = 20.5 6480/160 = 40.5 ซึ่งนี่ก็เป็นหลักการที่ทำให้มนุษย์อยากจะเติมเงินเพื่อเข้าไปเพื่อเพิ่มจำนวนครั้งที่หมุนได้เช่นกัน เราอาจจะเติมเงินเข้าไปครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้ของที่ต้องการ ทีนี้พอเรามามองเศษที่เหลืออยู่ เราจะคิดว่าขาดอีกนิดเดียวก็จะหมุนกาชาปองได้อีกครั้งแล้ว เติมอีกนิดหน่อยจะเป็นอะไรไป ครั้งนี้เราอาจจะได้ของที่ต้องการก็ได้นะ ด้วยวิธีเล่นกับตัวเลข และการหลอกล่อจิตใจของคน จึงไม่แปลกเลยหากคุณจะเผลอกดรหัสบัตรเครดิต และเติมเงินเข้าสู่เกมอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่สนุกกับการลุ้นกาชาปอง หรือเป็นคนที่เสียดายเกินกว่าจะหยุดได้ ทั้งสองแบบนั้นจะนำคุณไปสู่ปลายทางเดียวกัน นั่นคือการหมุนกาชาปองต่อไปนั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้น บทความนี้ไม่ได้ต้องการจะตัดสินว่าระบบกาชาปองในเกมต่างๆ นั้นเป็นสิ่งที่ "ถูกหรือผิด" หากแต่เป็นการให้ข้อมูลเพื่อให้ทุกคนสามารถ "รู้เท่าทัน" กลยุทธ์ต่างๆ ที่ผู้พัฒนาเกมใช้ในการโน้มน้าวจิตใจของเรา ซึ่งน่าจะช่วยให้หลายๆ คนมีภูมิต้านทานต่อการถูกชักจูงมากขึ้น และอาจจะช่วยให้เราสามารถหลีกเลี่ยงการเสียเงินเกินจำเป็นไปกับก้อนเกลือในอนาคต อ้างอิง: https://www.psychologytoday.com/us/blog/brain-wise/201510/shopping-dopamine-and-anticipation https://www.youtube.com/watch?v=clp3-KCLq_A&ab_channel=CLOUDSPHERE https://www.cbc.ca/radio/undertheinfluence/the-real-reason-most-prices-end-in-99-cents-1.4731238 https://www.reddit.com/r/Genshin_Impact/comments/qj0fvc/psa_whale_hunting_a_guide_to_predatory_game/?utm_term=1604053848&utm_medium=post_embed&utm_source=embed&utm_name=&utm_content=header
05 Nov 2021
ติวเข้มก่อนดู Arcane กับตัวละครหลักทั้ง 5 จากจักรวาล League of Legends
Arcane อนิเมชันซีรีส์ในจักรวาลของเกม League of Legends ที่ใครหลายคนรอคอย กำลังจะเริ่มฉายในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้บนช่องทางสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Netflix นั่นเอง!แน่นอนว่า เมื่อเป็นจักรวาลเดียวกับเกม League of Legends ย่อมมีการดึงเอาตัวละครภายในเกมมาใช้ผสมผสานไปกับเนื้อเรื่อง เพื่อขยายฐานจักรวาลของทั้งคนดูและคนเล่นเกม ซึ่งหากใครที่ไม่ได้เล่นเกม League of Legends มาก่อน หรือไม่ทราบเนื้อเรื่องของเกมบ้างเลย อาจจะทำให้ดูอนิเมชันเรื่องนี้ได้สนุกน้อยลงดังนั้นในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับปูมหลังของบรรดาตัวละครหลักที่โผล่มาในโปสเตอร์โปรโมตของซีรีส์ก่อนจะเข้าไปดูเนื้อเรื่องเต็มๆ กันนครแห่งอนาคตอันรุ่งเรือง และเมืองเบื้องล่างที่ถูกลืมอันดับแรกสิ่งที่คุณต้องรู้คือ อนิเมชันเรื่อง Arcane ใช้ฉากหลังเป็นเมือง Piltover และ Zaun เมืองที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าที่สุดในโลกของ Runeterra (ชื่อเรียกโลกของเกม League of Legends)Zaun เป็นเหมือนเหรียญอีกด้าน Piltover ทั้งสองเมืองเคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อน จนกระทั่งมีการคิดใช้ระเบิดเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือให้สัญจรได้ง่ายขึ้น ทว่าแรงระเบิดนั้นได้สร้างผลกระทบที่โลกจะต้องจารึกเอาไว้ตลอดกาล เพราะแรงระเบิดได้ส่งเมืองส่วนล่างจมลงไปในทะเลพร้อมกับแก๊สพิษที่ทะลักตามลงไปติดๆ แต่กลุ่มคนที่อยู่เมืองส่วนบนกลับไม่คิดจะแยแสแม้แต่นิดเดียว พวกเขาได้ใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลจากการเป็นเมืองท่าให้กำเนิดเมือง Piltover ขึ้นมา เมืองแห่งอนาคตที่เทคโนโลยีล้ำหน้าที่สุดในโลกทางฝั่งเมืองส่วนล่างที่จมลงไปนั้น ชาวเมืองทั้งหลายยังกัดฟันสู้ พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับสารพิษต่างๆ เอามันมาเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีที่เรียกว่า Chem-Tech นอกจากนี้พวกเขายังใช้ของเหลือจากเมืองด้านบนที่ทิ้งลงมา นำไปดัดแปลงผสมผสานให้เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่สุดยอดไม่แพ้กับเมือง Piltover ได้อย่างสูสี กลายเป็นเมืองเบื้องล่างที่ถูกอดีตคนเมืองเดียวกันหลงลืมอย่างตั้งใจJinx: สาวปืนโตผู้เสียสติก่อนที่ Jinx จะกลายเป็นอาชญากรสติเฟื่อนที่เรารู้จักกันใน League of Legends เธอเคยเป็นเพียงเด็กสาวใสซื่อที่เติบโตในเมือง Zaun มาก่อน และเป็นนักประดิษฐ์ตัวน้อยที่เต็มไปด้วยไอเดียแปลกๆ มากมาย โดยไม่มีใครรู้ว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้เธอเริ่มทำตัวบ้าคลั่งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบุคคลอันตรายอันดับต้นๆ ที่ถูกหมายหัวโดยผู้รักษากฏหมายของ Piltover ชื่อของ Jinx เป็นที่รู้จักในวงกว้าง จากการ “แกล้งคนเล่น” ของเธอในเมือง Piltover ในตอนแรกพวกตำรวจยังคงไม่ได้ให้ความสนใจกับเธอมากนัก แต่การหยอกล้อของเธอกลับหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ จนสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับชาวเมืองทั้ง Zaun และ Piltover เลยทีเดียวJinx มักทิ้งลายเซ็นของเธอเอาไว้เสมอในรูปแบบของลวดลายกราฟิตี้สีสันสดใส พร้อมกับคำท้าทาย เย้ยหยันถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจหน้าใหม่อย่าง Vi ผู้ซึ่งเธอดูจะมีประเด็นติดใจอะไรบางอย่างเป็นพิเศษสำหรับในตอนแรกนั้น ทางผู้พัฒนาอย่าง Riot ยังไม่ได้ออกมายืนยันเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง Jinx กับ Vi แต่คนในคอมมูนิตี้ของเกม LoL ส่วนใหญ่ก็คาดว่าสองคนนี้น่าจะเป็นพี่น้องกัน จนกระทั่งเรื่องราวของทั้งคู่ชัดเจนขึ้นใน Trailer ของอนิเมชัน Arcane ที่กำลังจะฉาย เราจะเห็นฉากที่ Vi เรียก Jinx ว่า Little Sister หรือ น้องสาวอีกด้วย มั่นใจได้ว่าซีรีส์ Arcane น่าจะมีคำตอบเกี่ยวกับทั้งเบื้องหลังความสัมพันธ์ของทั้งสอง รวมไปถึงความจริงเบื้องหลังการเสียสติของ Jinx อีกด้วยตำรวจน้องใหม่ที่กลับใจจากการเป็นอาชญากรVi เติบโตขึ้นในเมือง Zaun เช่นเดียวกับ Jinx แน่นอนว่า การเอาชีวิตรอดใน Zaun นั้นเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ Vi จึงได้ฝึกฝนวาทะศิลป์ควบคู่ไปกับหมัดมวย ในยามที่คำพูดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ กำปั้นของเธอจะเข้ามาทำหน้าที่แทน (ซึ่งเธอมักจะใช้กำปั้นก่อนที่จะลองพยายามพูดด้วยซ้ำ)เมื่อรวบรวมความเก่งกล้า และความมั่นใจจนมากพอ Vi ได้ก่อตั้งแก๊งเป็นของตัวเอง และกลายเป็นผู้นำของกลุ่มอาชญากรในเมือง Zaun ในที่สุด ชื่อเสียงของเธอเพิ่มมากขึ้นจากการรับทำงานสกปรกแทบทุกชนิดจนกระทั่งวันหนึ่ง Vi ได้ตัดสินใจยืมมือจากแก๊งคู่อาฆาตมาช่วยในแผนปล้นเงินของ Chem-Baron ผู้ปกครองเมือง Zaun ทุกอย่างเป็นไปได้สวยจนกระทั่งหัวหน้าของแก๊งฝ่ายตรงข้ามได้ทรยศคนของเธอเข้า แม้เธอจะรอดมาได้ แต่ความแค้นต้องจัดการสะสาง Vi จึงบุกเข้าไปถล่มทั้งแก๊งของฝ่ายตรงข้ามด้วยตัวเธอเพียงคนเดียว ตำนานของเธอยังคงเล่าสืบต่อกันถึงทุกวันนี้ในเมืองเบื้องล่างVi หายตัวไปอย่างไร้คำอธิบายหลังจากเหตุการณ์นั้น ข่าวลือเรื่องการตายของเธอแพร่สะพัดออกไป จนกระทั่งเธอปรากฎตัวในคราบใหม่ โดยสวมชุดตำรวจของเมือง Piltover นั่นเองไม่มีใครรู้ว่า Vi ไปอยู่ในกรมตำรวจได้ยังไง และไม่มีใครรู้สาเหตุที่เธอยอมทำงานควบคู่กับ Caitlyn นายอำเภอแห่งเมือง Piltover ผู้ซึ่งเคยตามล่าเธอและแก๊งอย่างไม่ลดละมาตลอด หรือเราจะได้พบคำตอบในซีรีส์กันล่ะ…?นายอำเภอผู้หลงใหลในการล่าCaitlyn เป็นเด็กสาวที่เพรียบพร้อมทุกอย่าง เธอเกิดมาในตระกูลที่ร่ำรวยของ Piltover แต่แม้จะถูกรายล้อมด้วยความสะดวกสบาย เธอกลับชอบอยู่กับธรรมชาติและสัตว์ป่าที่นอกเมืองแห่งวิทยาการมากกว่าความสามารถในฐานะนักล่าของเธอฉายแววตั้งแต่ยังเด็ก เธอสามารถตามรอยนกที่กำลังบินด้วยความเร็วได้อย่างง่ายดาย เธอทำได้แม้กระทั่งยิงปืนไปโดนกระต่ายที่อยู่ห่างออกไปเกือบร้อยก้าวด้วยตาเปล่าอยู่มาวันหนึ่ง พ่อแม่ของ Caitlyn ได้หายตัวไป พร้อมกับสภาพภายในบ้านที่ถูกรื้อค้น Caitlyn ได้ใช้ทุกสิ่งที่เรียนมาจากผืนป่าในการตามแกะรอยหลักฐาน จนเธอสามารถสาวไปถึงต้นตอคนที่จับตัวพ่อแม่ของเธอได้สำเร็จ Caitlyn นำข้อมูลของเธอไปแจ้งกับกรมตำรวจของ Piltover ซึ่งทำให้การจับกุมคนร้ายและช่วยเหลือพ่อแม่เธอเป็นไปได้อย่างราบรื่น ทว่าอาชาญากรเหล่านั้นได้อ้างว่ามีคนจ้างพวกเขามาอีกที โดยบอกเพียงแค่ว่าเป็นคนที่ใช้นามแฝงว่า ‘C’ เท่านั้นหลังจากนั้น แม้ครอบครัวของ Caitlyn จะกลับมาพร้อมหน้า แต่เธอกลับรู้สึกไม่เหมือนเดิม เธอสนุกไปกับการแกะรอยและไล่ล่า เธอหลงใหลมันเกินกว่าจะกู่กลับ Caitlyn ตัดสินใจไม่สืบทอดงานของตระกูล เธอออกไปสร้างธุรกิจของตัวเอง ด้วยการใช้ความสามารถของเธอตามหาคนหาย หรือช่วยจับโจรที่ขโมยของคนอื่นไปชื่อเสียงของเธอโดดเด่นจนเข้าตากรมตำรวจ Piltover เธอถูกทาบทามให้เข้าช่วยเหลือคดีที่ยากจะไขได้ โดยแลกกับตำแหน่งนายอำเภอ ในตอนแรกเธอปฏิเสธ แต่เมื่อเธอกลับมาคิดอีกที ฐานข้อมูลของตำรวจจจะช่วยทำให้เธอสาวถึงตัว C ได้ง่ายขึ้น เธอจึงตอบตกลงไปปัจจุบัน Caitlyn เป็นหนึ่งในตำรวจที่มีคนนับถือมากในเมือง Piltover เธอได้ทำการจับคู่กับอดีตอาชญากรตัวเอ้จาก Zaun อย่าง Vi และด้วยปืนและหมัดของทั้งคู่ พวกเธอได้ส่งอาชาญากรเข้าคุกมานักต่อนักแล้วนักประดิษฐ์ผู้เย่อหยิ่งJayce เป็นนักประดิษฐ์ที่มีพรสวรรค์ของเมือง Piltover ปัญหายากๆ ที่นักประดิษฐ์คนอื่นแก้ไม่ตกเป็นเพียงการปอกกล้วยเข้าปากสำหรับเขา โดยเพื่อนนักประดิษฐ์ในสถาบันเดียวกันไม่มีใครที่ตามเขาได้ทัน จนกระทั่งเขาได้พบเข้ากับ ViktorViktor เป็นชายที่มีมันสมองเทียบเท่ากับ Jayce พวกเขาทำงานร่วมกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะแยกทางกันเนื่องจากความเห็นที่ไม่ลงรอย ทั้งสองต่างแยกย้ายกันไปวิจัยในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ จนกระทั่งวันหนึ่ง Jayce ได้ประดิษฐ์และค้นพบวิทยาการใหม่ที่จะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ Piltover ไปตลอดกาล ด้วยเทคโนโลยีคริสตัลที่จะไปเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Hex-Techทางฝั่ง Viktor ก็ดำเนินแผนการของการประดิษฐ์ของเขาไปได้ด้วยดีเช่นกัน ทว่าเขายังขาดบางสิ่งที่ให้พลังงานได้อย่างมหาศาล และสิ่งนั้นคือเทคโนโลยีคริสตัลของ Jayce นั่นเอง หลังจากการพูดคุยที่ไม่สู้ดีนัก Viktor ตัดสินใจลงมือขโมยคริสตัลทั้งหมดที่ Jayce มีอยู่เพื่อหวังไปใช้ในงานวิจัย Jayce ตามรอยไปจนเจอโรงงานของ Viktor ที่เต็มไปด้วยศพมนุษย์มากมาย ทุกศพถูกเปิดกระโหลกเอาไว้ พร้อมกับสมองที่หายไป โดย Viktor เชื่อว่าร่างกายของมนุษย์จะเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งวิวัฒนาการเอาไว้ ดังนั้นเขาเลยย้ายแค่สมองมาอยู่ในเครื่องจักรแทนJayce ทนไม่ได้ที่เห็นอดีตเพื่อนของเขาทำแบบนี้ เขาจึงลงมือทำลายการทดลองทั้งหมดนั่นด้วยตัวคนเดียว แรงระเบิดจากคริสตัลส่งให้ทั้งห้องทดลองกลายเป็นผุยผง แต่ไม่ว่าจะมองหาที่ไหน ก็ไม่มีวี่แววของศพ Viktor เลยแม้แต่นิดเดียวหลังจากเหตุการณ์นั้น Jayce ถูกยกย่องให้เป็นฮีโร่ของชาวเมือง แต่เขารู้ดีว่า Viktor กำลังวางแผนกลับมาแก้แค้นเขาอย่างแน่นอนชายที่หัวใจเป็นเครื่องจักรViktor เป็นเด็กหนุ่มที่เกิดในเมือง Zaun ที่ค้นพบว่าตัวเองหลงใหลในสิ่งประดิษฐ์และเครื่องกลตั้งแต่ยังเด็ก โดย Viktor ได้ค้นพบว่า Zaun เป็นเมืองที่มีการเกิดอุบัติเหตุสูงมากเนื่องจากความผิดพลาดของมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงได้เสนอให้ใช้เครื่องจักรทำงานแทน ในตอนแรกไม่มีใครที่สนใจฟังความคิดของเขาเลย จนกระทั่งโรงตีเหล็กแห่งหนึ่ง ได้ให้โอกาส Viktor ในการแสดงฝีมือ ในเวลาเพียงไม่นาน Viktor ได้ทำให้โรงตีเหล็กแห่งนั้นมีอัตราเกิดอุบัติเหตุลดลงเหลือ 0 ซึ่งชื่อเสียงและผลงานของ Viktor เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนไปเตะตามหาวิทยาลัยจาก Piltover ซึ่งส่งจดหมายเชิญให้ Viktor ขึ้นไปศึกษาเล่าเรียนที่นั่น แน่นอนว่า Viktor ตอบตกลงอย่างไม่ลังเลและในเมืองเบื้องบนนั่น Viktor ได้พบกับ Jayce ทั้งสองร่วมงานกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ Jayce จะไปรายงานต่อทางมหาวิทยาลัยถึงแนวคิดที่เป็นอันตรายของ Viktor นั่นจึงทำให้ Viktor ถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัยโดยทันที Viktor เชื่อว่า ร่างกายของมนุษย์เป็นเพียงข้อผิดพลาด เขาไม่สนว่าวิธีการจะเป็นยังไง เขาสนใจแค่ผลลัพธ์ต้องออกมาตามความต้องการก็พอหลังจากที่ถูกเนรเทศออกมา Viktor ได้กลับไปที่บ้านเกิดของอีกครั้งในเมืองเบื้องล่างอย่าง Zaunเขาจมอยู่กับความโศกเศร้าอยู่หลายสัปดาห์ จนเขาคิดได้ว่าอารมณ์ของมนุษย์ก็เป็นข้อผิดพลาดเช่นกัน!Viktor ได้เริ่มทำการทดลองกับตัวเองอย่างลับๆ เขาค่อยๆ ดัดแปลงร่างกายของตัวเองทีละน้อยจนกระทั่งไม่เหลือเค้าเดิมของความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่ เขาได้ใช้เทคโนโลยีใหม่นี้ช่วยเหลือชาวเมือง Zaun ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้สะดวกอีกครั้ง ด้วยการดัดแปลงร่างกายของชาวเมืองที่สมัครใจ แม้ว่าวิธีนี้อาจจะเป็นอันตราย แต่ชาวเมืองเหล่านั้นไม่มีทางเลือกมากนักในเมืองขยะแห่งนี้จนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ชาว Zaun นับร้อยต่างโดนลูกหลงจากสารพิษ ถูกคนที่ได้รับสารนั่นเข้าไปจะเริ่มบ้าคลั่ง Viktor ไม่มีทางเลือกนอกจากพาชาวเมืองพวกนั้นไปที่ห้องทดลองของเขา สารพิษนั่นเริ่มกัดกินร่างกายของผู้โชคร้ายอย่างไม่หยุดหย่อน จน Viktor ได้เลือกใช้วิธีสุดท้าย นั่นก็คือผ่ากระโหลกเพื่อย้ายสมองของชาวเมืองสู่เครื่องจักร จากนั้นเขาได้ทำการสกัดสารพิษที่อยู่ในสมองได้ง่ายขึ้นอีกด้วยทว่านั่นคือการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ Viktor ต้องการใช้อุปกรณ์กำจัดสารพิษของเขาเพื่อชะล้างทุกสิ่งที่มาจากอุบัติเหตุนั่น แต่เขามีพลังงานไม่เพียงพอ และนั่นประจวบเหมาะกับที่ Jayce ได้ค้นพบเทคโนโลยีคริสตัลพอดี Viktor ไปตรงขอความช่วยเหลือจาก Jayce ทว่า Jayce กลับปฎิเสธเขาอย่างไม่ใยดี นั่นจึงทำให้ Viktor ต้องลงมือขโมยคริสตัลไปเพื่อใช้สำหรับชาวเมืองในโลกเบื้องล่างทว่าทุกอย่างกลับพินาศยิ่งกว่าเดิม เมื่อ Jayce ตามเข้ามาทำลายห้องทดลองของเขาไปพร้อมกับคริสตัลที่ขโมยมา แม้ Vitkor จะหาทางรอดออกมาได้ แต่เขายิ่งมั่นใจเมื่อเห็น Jayce ทำลายทุกอย่างของเขาโดยไม่ฟังเหตุผล ตอนนี้ Viktor มั่นใจแล้วว่า อารมณ์ที่พุ่งพล่านของมนุษย์ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ฉุดรั้งวิวัฒนาการ และมันเป็นหน้าที่เขาที่จะต้องปลดแอกมนุษย์จากโซ่ตรวนของจิตใจเป็นยังไงกันบ้างครับ กับเรื่องราวสุดเข้มข้นจากจักรวาล League of Legends โดยครั้งนี้ เราหยิบยกมาแค่ตัวละครสำคัญที่ได้รับการยืนยันผ่านทางโปสเตอร์เท่านั้น ไม่นับตัวละครที่โผล่มาใน Trailer แต่ไม่ได้ขึ้นในโปสเตอร์โปรโมตอย่าง Ekko หรือ Heimerdinger นะครับส่วนเรื่องราวเบื้องลึก เบื้องหลังต่อไป ในเมืองแห่งวิวัฒนาการ Piltover และ Zaun จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ต้องไปติดตามกันต่อในซีรีส์ Arcane ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ เวลา 9:00 น. พร้อมๆ กัน!อ้างอิง: https://arcane.com/th-th/media/ https://universe.leagueoflegends.com/en_AU/story/champion/caitlyn/ https://universe.leagueoflegends.com/en_AU/story/champion/jayce/ https://universe.leagueoflegends.com/en_AU/story/champion/vi/ https://universe.leagueoflegends.com/en_AU/story/champion/jinx/ https://universe.leagueoflegends.com/en_AU/story/champion/viktor/
03 Nov 2021
เปรียบเทียบ Diablo Immortal แตกต่างจากเกมฉบับหลักอย่างไรบ้าง?
เปิดให้ทดสอบในรอบ CBT อยู่ตอนนี้สำหรับ Diablo Immortal ซึ่งแม้ว่าจะใช้ชื่อว่าเป็น Diablo เหมือนกัน แต่การพัฒนาเกมให้ออกมาเป็นแบบ Free to Pay ย่อมมีโครงสร้าง และระบบที่แตกต่างไปจากเกมแบบ Pay to Play หรือ Diablo ภาคต้นฉบับ โดยตัวเกมฉบับ Immortal นี้ แม้จะไม่ใช้ภาคยอดเยี่ยมสุดน่าตื่นเต้น แต่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งภาคที่มีเสน่ห์ในแบบของตัวเองหลังจากผู้เขียนมีโอกาสได้เล่น Diablo Immortal เป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง ก็สังเกตได้ถึงระบบดั้งเดิมที่เราเคยเห็นมาแล้วในตัวเกมภาคก่อน กับระบบใหม่ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นเกมแนว Free to Play ผสมกันไป และเชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนก็คงมีคำถามเกี่ยวกับเรื่องความแตกต่างระหว่างตัวเกมฉบับมือถือนี้กันไม่มากก็น้อยว่า "แตกต่างจาก Diablo ปกติที่เราเคยเล่นกันยังไง" ซึ่งวันนี้ผู้เขียนกะว่าจะมาเล่าถึงส่วนนี้ให้ได้รู้กันระบบ Paragon ใหม่Paragon Level ถูกนำเสนอเข้ามาครั้งแรกในเกม Diablo 3 เพื่อความไร้ขีดจำกัดให้กับผู้เล่นได้เก็บเลเวลเพื่อนำมาอัปสกิลพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวละครได้แบบไม่จบสิ้น ในเกมภาค Diablo Immortal เองมีการนำระบบ Paragon มาใช้เช่นกัน แต่แตกต่างจาก Diablo 3 ที่สกิลซึ่งอัปได้จะมอบความสามารถโดยรวมให้กับตัวละคร (เลือด, ความเร็วในการวิ่ง, เกราะ, อัตราการรีเลือด ฯลฯ ) Paragon ของภาค Immortal จะถูกแบ่งออกเป็นหลายสายซึ่งในแต่ละสายจะมอบความสามารถที่เฉพาะเจาะจงให้กับตัวละคร หมายความว่าต่อให้เล่นตัวละครเดียวกัน แต่อัปสกิล Paragon ไปคนละสาย ตัวละครก็จะเก่งไปคนละทางกัน Paragon ถูกแบ่งออกเป็น 5 สาย ในตอนนี้คือ Survivor, Treasure Hunter, Gladiator, Vanquisher และ Soilder เป็นไปตามชื่อ Survivor จะมอบความสามารถในการเอาตัวรอดให้กับตัวละคร ในขณะที่ Treasure Hunter นั้นช่วยให้สามารถฟาร์มไอเทมได้ดีขึ้น, ในขณะที่ 3 สายที่เหลือจะเกี่ยวกับการต่อสู้แทบทั้งหมด เรียกได้ว่าสร้างความหลากหลายในการเล่นกับให้เราพอสมควรเลยระบบสกิลที่ไม่ยุ่งยากหนึ่งในเสน่ห์ของ Diablo ที่มีมาตลอดทุกภาค คือระบบสกิลที่หลากหลาย เล่นได้หลายแบบแม้ว่าจะเป็นอาชีพเดียวกัน แน่นอนว่า Diablo Immortal นั้นมีสกิลให้เลือกเล่นมากมายในแต่ละคลาส เพียงแต่การอัปสกิลในเวอร์ชันนี้จะไม่ได้ยุ่งยาก หรือจำเป็นต้องทำความเข้าใจเยอะเหมือนกับภาคที่ผ่านๆ มา ตัวละครแต่ละคลาสจะมีสกิลให้เลือกใช้ได้ประมาณ 10 - 12 สกิล โดยปลดล็อกไปเรื่อยๆ เมื่อมีเลเวลที่มากขึ้น จึงทำให้การเล่นในภาคนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ใจในส่วนของสกิลมากมายนัก สามารถเอาเวลาไปหาของ เก็บเลเวล หรือศึกษาวิธีการปราบบอสได้เลย จุดที่แตกต่างกันระหว่างผู้เล่นสองคนที่เล่นตัวละครคลาสเดียวกัน จะเป็นในส่วนของสกิล Paragon ที่อัป กับไอเทมที่สวมใส่อยู่มากกว่าการทำบิ้วยังสนุก แต่ถ้าขี้เกียจคิดเกมช่วยคุณได้เมื่อพูดถึงการปั้นตัวละครหนึ่งตัวในเกม Diablo แล้ว นอกจากการอัป และผสมผสานสกิลแล้ว ยังมีในส่วนของไอเทมสวมใส่ซึ่งช่วยบวกความแรงให้กับสกิล, ลด Cooldown, หรือส่งผลดีต่อสกิลที่เราใช้มากขึ้น ซึ่งระบบที่กล่าวมานี้ยังมีอยู่ในเกม Diablo Immortal แต่ไม่ยุ่งยากสำหรับผู้เล่นใหม่เหมือนภาคก่อนๆ เนื่องจากครั้งนี้ Blizzard ได้มีการใส่ข้อมูลบิ้วต่างๆ มาให้เลยในเกมด้านบนของหน้าไอเทมส่วมใส จะมีหน้าที่บอกเราด้วยว่าในเกมตอนนี้มีบิ้วสกิลแบบไหนสามารถเล่นได้บ้างในแต่ละคลาส ซึ่งในหน้าบิ้วดังกล่าวจะมีการใส่ข้อมูลไอเทมที่จำเป็นต้องหามาให้เลย ผู้เขียนมองว่าระบบนี้ถือเป็นข้อดี สำหรับผู้เล่นที่มาใหม่ หรือเพิ่งเริ่มเล่นมากๆ เนื่องจากจะได้เห็นภาพว่าจำเป็นต้องไปหาไอเทมชิ้นไหน ที่ไหนมาใส่เพื่อให้ตัวละครของเราแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทำลายความหลากหลาย ที่ให้ผู้เล่นเปิดเอาไอเทม ต่างๆ มาผสมทำบิ้วเป็นอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง กล่าวสรุปในส่วนของการพัฒนาตัวละครของ Diablo Immortal กับเกมภาคก่อนหน้านี้ได้ง่ายๆ ว่า ตัวเกมนั้นถูกออกแบบมาให้สามารถเล่นได้ง่ายมากกว่าสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นใหม่ และไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับแนวทางของเกม Diablo หรือประสบการณ์มาก่อนเลย ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้เอาเสน่ห์ดั้งเดิมของเกมซีรีส์นี้ในแง่ของการทำบิ้วออกไปนั้นเอง เน้นให้เข้ามาเล่นทุกวัน แต่ไม่เห็นเล่นหนึ่งวันนานๆอีกหนึ่งจุดที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจนคือระบบเควสของเกมที่มีการเพิ่มเควสรายวัน ซึ่งจะมอบ Currency พิเศษให้กับผู้เล่นเพื่อไปใช้สำหรับซื้อรูน หรีอไอเทมเฉพาะต่างๆ การเปิด Rift ที่จำเป็นต้องใช้ไอเทม นอกจากนี้ยังมีการลิมิตเพดานของเลเวล Paragon ที่เราสามารถเก็บได้ในแต่ละวันอีกด้วย ระบบ และข้อจำกัดเหล่านี้จึงเป็นการลดความสำคัญในการฟาร์มมาราธอนลง และเพิ่มเหตุผลให้เราเข้ามา Log-in เล่นเกมทุกวันมากขึ้น ดังนั้นแนวทางการเล่นจึงจะออกไปในแนวทางเข้ามาเล่นทำภารกิจรายวัน สะสมของให้ตัวละครเก่งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับเกม MMORPG มือถือที่เราเห็นในตลาดปัจจุบัน ทีนี้บางคนน่าจะตั้งคำถามว่า "แล้วแบบนี้คนตามาเล่นทีหลังจะไม่เสียเปรียบหรือ?" คือตอบคือไม่ขนาดนั้น เนื่องจากผู้พัฒนาได้มีการเพิ่มระบบ World Paragon System ขึ้นมาเพื่อการนี้ ระบบดังกล่าวคือตัวจำกัดเพดานเลเวล Paragon ที่เราเก็บได้ในแต่ละวัน ทั้งยังช่วยเพิ่มอัตราคูณ Xp ให้กับผู้ที่มีเลเวลน้อยกว่าเลเวล Paragon ของโลกด้วย กล่าวคือคนที่เล่นก่อนจะมีลิมิตในการเล่น ในขณะที่คนมาทีหลังจะได้รับบัฟให้ตามคนที่เลเวลสูงๆ ได้ทันง่ายขึ้นนั้นเองเกมเพลย์ที่เน้น Co-Op มากกว่าเคยDiablo นั้นแม้ว่าจะเป็นที่ได้ชื่อว่า Co-Op ได้ แต่ปกติผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะเล่นเกมนี้คนเดียว ไม่ค่อยชวนเพื่อนๆ ไปฟาร์มด้วยกันเท่าไหร่นัก แต่มันไม่เหมือนกันใน Diablo Immortal เนื่องจากดันเจี้ยนในเกมภาคนี้ออกแบบมาให้การลงแบบ Party มีความหมายมากขึ้น ทั้งยังมีดันเจี้ยน Raid ยากๆ ที่สามารถพาเพื่อนไปลงได้พร้อมกันถึง 8 คน ด้วย ซึ่งเท่าที่ทราบตอนนี้ คือดันเจี้ยนกลุ่มที่ต้องลง 8 คน จะยากมาก และต้องอาศัยความร่วมมือกันเพื่อที่จะผ่าน และเก็บไอเทมเทพๆ มาอัปตัวละครต่อ ในส่วนของดันเจี้ยนธรรมดาเองก็จะสามารถฟาร์ม EXP ของสวมใส่ ได้ดีกว่าหากลงเป็น Party เช่นเดียวกัน เท่าที่ทราบตอนนี้คือ EXP ที่ทำได้ต่อ 1 ชั่วโมงในการฟาร์มจะต่างกันมากระหว่างเล่นคนเดียวกับ Party เนื่องจากพอมีหลายคนก็ช่วยกันทำ Combo รับ Bonus EXP จำนวนมากได้ง่ายขึ้น กล่าวแบบง่ายๆ ก็คือมีการใส่ความเป็น MMORPG เข้ามาแบบจัดเต็มสุดๆ เลยนั้นเองคอนเทนต์แข่งขันที่ชัดเจนกว่าได้ชื่อว่าเป็นเกม MMORPG แล้ว คอนเทนต์ที่ให้ผู้เล่นแข่งขันกันก็ถูกทำให้เป็นรูปเป็นร่างมากกว่า Diablo ภาคที่ผ่านๆ มา ซึ่งใน Diablo ภาคนี้จะมีการแข่งขัน PvP รายสัปดาห์ ที่เป็นการชิ่งความเป็นหนึ่งระหว่างผู้เล่นระดับท็อป เพื่อชิงตำแหน่ง Immortal และเข้าไปเล่นต่อในดันเจี้ยนพิเศษซึ่งมีของรางวัลพิเศษรออยู่ได้ กล่าวคือในภาคนี้มีการพัฒนาระบบ PvP รวมถึงของรางวัลที่ได้หากผู้เล่นใช้เวลาไปกับการเพิ่ม Rank การ PvP ให้สูง มอบรูปแบบการเล่น และคอนเทนต์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนับว่าเป็นข้อดีครับทั้งหมดนี้คือจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่าง Diablo Immortal กับ Diablo ภาคก่อนๆ โดยรวมอธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ได้ว่ามีความเป็นเกมแบบ Free to Play คือเน้นให้ผู้เล่น Log-In เข้ามาทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เพิ่มคอนเทนต์แข่งขันที่มีรางวัลชัดเจนเข้ามากระตุ้นให้ผู้เล่นอยากแข่งขันกัน โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่าเป็นการลองทำอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจดี แล้วเพื่อนๆ มีความคิดเห็นยังไงบ้างครับ?
03 Nov 2021
ไม่มีปืน ก็มันส์ได้ 6 เกมแนว Battle Royale ที่มีคอนเซปต์สุดเจ๋ง
ในยุคนี้ เรามักได้เห็นเกมแนว Battle Royale เปิดตัวกันอย่างเกลื่อนกลาด ด้วยความที่เป็นเกมที่เข้าถึงง่าย แต่เล่นให้เก่งยาก จึงทำให้มีเกมเมอร์ทั้งสาย Casual และสาย Hardcore แวะเวียน สลับกันเข้าไปเล่นอย่างไม่ขาดสายสำหรับเกมแนวนี้ทว่าเกม Battle Royale ส่วนใหญ่นั้นมักจะจบลงที่ใช้อาวุธปืนในการสู้กัน เพราะต้นแบบที่ทำให้เกมแนวนี้ดังก็ไม่ใช่ใครอื่น นั่นคือเกม PUBG (PlayerUnknown's Battlegrounds) นั่นเอง ซึ่งเกม PUBG เป็นเกมที่เน้นความสมจริงของการยิงปืนเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะได้เห็นเกม Battle Royale ที่ตามมาจะใช้รูปแบบการเล่นเป็นแนว Shooting เช่นกันแต่ในวันนี้เรามีเกมแนว Battle Royale ที่มีไอเดียสุดเจ๋ง ฉีกจากกรอบเดิมๆ มาให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จัก เผื่อเกมเมอร์คนไหนที่ชอบ Battle Royale แต่เบื่อรูปแบบเดิม หวังว่าเกมพวกนี้จะถูกตาต้องใจคุณกันบ้างRoyal Crown (PC, iOS, Android)เกม Battle Royale ที่สร้างเอกลักษณ์ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยงานภาพสไตล์คลาสสิคที่ทำให้หลาย ๆ คนชื่นชอบ บวกกับระบบที่แปลกใหม่ ด้วยการผสมผสานระหว่าง Battle Royale, MOBA และ RPG เข้าด้วยกัน จึงได้เกิดเป็นเกมนี้ขึ้นมาในหนึ่งแมตช์จะมีผู้เล่นทั้งหมด 60 คน แบ่งเป็น 20 ทีม ทีมละ 3 คน ซึ่งก่อนที่จะเข้าเกม ผู้เล่นจะได้เลือกเล่นเป็นตัวละครที่มีสกิลแตกต่างกัน โดยตัวละครสามารถแบ่งหมดวหมู่ได้เป็นทั้ง Sniper, Tank, Mage, Assassin, Support และ Warriorผู้เล่นแต่ละทีมจะสามารถเลือกจุดโดดร่มลงไปได้ โดยแต่ละจุดจะมีทรัพยากรที่ต่างกัน ทั้งในป่าที่มีมอนสเตอร์เอาไว้สำหรับฟาร์ม EXP เพื่อเพิ่มเลเวลตัวละครในเมืองที่มีไอเทมอย่างเช่น ยา เกราะ อาวุธต่าง ๆมีบอสประจำแผนที่ที่จะดรอปไอเทมระดับสูง จุดขุดแร่ในเหมือง หรือตัดไม้ตามข้างทาง การทำทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่น แม้ว่าจะมีแค่แผนที่เดียว แต่ด้วยรูปแบบการเล่นที่มีความเป็นได้มากมาย จึงทำให้เป็นเกมที่เล่นได้สนุก แทบไม่รู้เบื่อเลยทีเดียวKing of Crabs (PC, iOS, Android)เกมสายฮาที่จะให้คุณสวมบทบาทเป็นปู แน่นอนว่าปูแต่ละชนิดจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน อย่างเช่น ปูสีรุ้งมีความสามารถปล่อยกาวทำให้ศัตรูขยับไม่ได้ ปูสีน้ำเงินมีสกิลปล่อยน้ำแข็งรอบตัว ปูเสฉวนมีสกิลหดตัวเข้ากระดองและฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเองสำหรับจุดมุ่งหมายของการเล่นนั้นไม่มีอะไรมาก นอกจากจัดการปูตัวอื่น ๆ และขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ของตารางคะแนนให้ได้นานที่สุด (คล้ายกับเกมตระกูล Slither.io) โดยในแผนที่จะมีอาหารเอาไว้ใช้ฟื้นฟูพลังชีวิต หรือกล่องสมบัติที่เปิดแล้วจะได้อาวุธมาช่วยใช้ในการต่อสู้ ไม่ต้องให้ปูของคุณใช้เพียงก้ามเปล่า ๆ อีกต่อไปใครที่กำลังหาเกมเบาสมอง เน้นเสียงหัวเราะ เล่นกับเพื่อนแบบเอาฮา นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่ห้ามพลาดเด็ดขาดNaraka: BladePoint (PC, PS5)หนึ่งในเกม Battle Royale ที่แนวคิดแปลกแหวกแนว ด้วยคอนเซปต์จอมยุทธ์ปะทะดะ สะท้านยุทธจักรเราจะได้สัมผัสฉากต่อสู้กันด้วยกำลังภายใน ปีนขึ้นต้นไม้ ปัดกระสุนปืนราวกับออกมาจากหนังจีนไม่มีผิดเพี้ยนตัวละครในเกมนี้มีให้เลือกเล่นหลากหลาย พร้อมพลังที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้อาวุธที่มีให้เลือกเล่นก็มีจำนวนมหาศาลไม่แพ้กัน โดยแบ่งออกเป็นอาวุธระยะใกล้ เช่น หอก มีดสั้น ดาบยาว ดาบใหญ่ คาตะนะ และอาวุธระยะไกล เช่น ธนู ปืนพก หน้าไม้ ปืนไฟ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้เล่นมักนิยใช้อาวุธระยะใกล้ในการเล่นมากกว่า เนื่องจากมีดาเมจที่หนักหน่วง สามารถจัดการศัตรูได้อย่างรวดเร็ว Naraka: BladePoint เป็นเกมมุมมองบุคคลที่ 3 ที่มีจังหวะการเล่นรวดเร็ว ใครที่ไม่ชินกับเกมที่ต้องหันกล้องไว ๆ หรือมีการเคลื่อนไหวเยอะ ๆ อาจจะทำให้วินเวียน อยากจะอาเจียนได้เหมือนกัน ไม่แนะนำให้คนที่มีอาการเมากล้องเล่นเกมนี้Spellbreak (PC, PS4, XBOX, Switch)หลังจากที่เราไปท่องโลกของวิทยายุทธมา Spellbreak จะพาคุณตื่นตาตื่นใจไปกับโลกเวทมตร์เกมนี้จะให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นจอมเวทย์ ลงไปตีกับผู้เล่นคนอื่นในแผนที่ที่กำหนดไว้ ตรงจุดนี้ก็ยังเหมือนกับเกม Battle Royale ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้แตกต่างคือ จังหวะการต่อสู้ที่หลากหลายและสร้างสรรค์ ด้วยการผสมผสานเวทมนตร์สองแบบเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดเป็นปฏิกิริยาใหม่ ๆ ธาตุในเกมนี้จะมีทั้งหมด 6 ธาตุคือ ดิน น้ำแข็ง ลม ไฟ สายฟ้า และพิษ ซึ่งธาตุแรกจะต้องเลือกไปตั้งแต่ก่อนเข้าเกม ส่วนธาตุที่สองนั้นจะต้องไปหาเก็บเอาภายในเกม เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ลองคอมโบที่ถนัด และคอมโบใหม่ ๆ หากหาธาตุที่ตัวเองต้องการไม่เจอด้วยการผสมผสานระหว่างสองธาตุใน 6 รูปแบบ จึงทำให้เกมนี้มีวิธีสร้างสรรค์การโจมตีใหม่ ๆ แทบจะตลอดเวลา แน่นอนว่าแต่ละธาตุจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น ธาตุไฟจะทำดาเมจเป็นหมู่ได้ง่าย ธาตุไฟฟ้าจะทำดาเมจเดี่ยวได้รุนแรง โดยการโจมตีต่อเนื่อง ธาตุลมมีการโจมตีที่รวดเร็วทำให้หลบยาก แต่ต้องแลกกับดาเมจที่ลดลงไปVALHALL: Harbingerย้อนกลับไปในสมัยยุคกลางอันป่าเถื่อน สวมบทบาทเป็นนักรบแดนเหนือคลั่งชาวไว้กิ้ง ต่อสู้ ฆ่าฟัน เพื่อให้ได้ถูกรับเลือกเข้าสู่สรวงสวรรค์ของเหล่านักรบ วาลฮาล่าตัวเกมจะผสมผสานระหว่างความสมจริงกับตำนานของเทพนอร์สได้อย่างลงตัว มีอาวุธหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอาวุธสมัยโบราณ อย่างดาบ ขวาน หอก ธนู โล่ นอกจากนี้ยังมีอาวุธในตำนานอย่างค้อนสายฟ้าโยเนียร์ (ค้อนของธอร์) ให้ผู้เล่นได้ใช้กันอีกด้วย ซึ่งค้อนนี้จะจะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับผู้เล่นที่ใช้มันได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียวทั้งนี้เกม VALHALL: Harbinger ยังเป็นเกมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยตอนนี้มีการเปิดให้เข้าเล่นเป็นเพียง Pre-Beta Test เท่านั้น เราคงต้องรอกันอีกสักพักกว่าจะได้เข้าไปดื่มด่ำกับโลกอันป่าเถื่อน และน่าหลงใหลของเหล่าไวกิ้งกันแบบจัดเต็มDarwin Project (PC, XBOX, PS)เกม Battle Royale ขนาดเล็กที่หนึ่งแมตช์จะมีผู้เล่นเพียง 10 คนเท่านั้นความน่าสนใจของเกมนี้อยู่ตรงที่ระบบการเล่นที่ตัวเกมตั้งใจนำเสนอ ผู้เล่นทั้ง 10 คนจะถูกส่งไปตามจุดต่างๆ บนแผนที่แบบสุ่ม ซึ่งทุกคนจะต้องฟาร์มไอเทมต่าง ๆ เพื่ออัปเกรดตัวเองก่อนที่จะมาลุยกันในช่วงกลางเกมหรือท้ายเกมอาวุธในเกมนี้มีเพียงแค่ ขวาน และธนูเท่านั้น ไม่มีอาวุธชนิดอื่น ทุกไอเทมที่ผู้เล่นฟาร์มมาได้จะถูกนำไปอัปเกรด นอกจากนี้ในเกมยังมี Air Drop ซึ่งจะบรรจุวัตถุดิบสำหรับการคราฟต์ของไอเทมขั้นสูงเอาไว้อไอเทมขั้นสูงจะเป็นไอเทมที่มีเทคโนโลยีล้ำยุค อย่างเช่น ปีกเครื่องยนต์ที่ทำให้บินได้ ปืนตะขอที่ช่วยเกี่ยวศัตรูเอาไว้หรือใช้เกี่ยวพื้นสำหรับคนที่ต้องการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และโดรนสำหรับช่วยเหลือในการต่อสู้นอกจากเรื่องของศัตรูที่ต้องคอยกังวลแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่เมินไม่ได้คือความหนาวเย็น แผนที่ในเกมจะเป็นเหมือนทุ่งหิมะสุดกว้างใหญ่ แน่นอนว่าตัวละครเราจะมีค่าความหนาวเย็นอยู่ที่เต็ม 100 หากค่านั้นลดลงจนเหลือ 0 เมื่อไร ตัวละครจะเริ่มเสียพลังชีวิตไปเรื่อย ๆ ซึ่งเราสามารถเพิ่มค่าความหนาวเย็นได้จากอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดความร้อนอย่างเช่นกองไฟ แต่ปัญหาอยู่ที่วัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับในการคราฟต์กองไฟต่างหาก เพราะกองไฟต้องใช้ไม้ในการคราฟ์ แต่ว่าไม้ก็ต้องใช้ในการคราฟต์เกราะ กับลูกธนูเช่นกัน ดังนั้นตรงจุดนี้ถือเป็นความท้าทายของผู้เล่นที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญให้ดี ไม่งั้นไอเทมอาจจะหมดกลางทาง และพ่ายแพ้ไปในที่สุดเป็นไงกันบ้างครับ กับ 6 เกม 6 รสชาติแห่งความแปลกใหม่ที่ฉีกตัวเองออกจากขนบธรรมเนียมของเกม Battle Royale ต้นตำรับ สนใจเกมไหน ถูกใจเกมไหน เคยเล่นเกมไหนกันมาแล้วบ้าง มาคอมเมนต์บอกกันหน่อย หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณผู้อ่านได้เกมใหม่ไปเล่นกันอย่างสนุกสนานนะครับ
02 Nov 2021
เหล้าเก่าในขวดใหม่ Dead By Daylight Mobile มีอะไรที่ต่างไปจากเดิมบ้าง
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ทาง NetEase หนึ่งในผู้ให้บริการเกมชื่อดังจากจีน ได้เปิดให้ร่วมทดสอบ เวอร์ชัน BETA ของเกม Dead By Daylight Mobile ทั้งใน iOS และ Andriod โดยการให้ทดสอบนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2564 หลังจากที่ตัวผู้เขียนได้ลองเข้าไปร่วมทดสอบมานั้น ต้องยอมรับว่าทาง NetEase ค่อนข้างรักษาคุณภาพของเกมได้ดีเลยทีเดียว ทั้งภาพกราฟิกที่สวยสดราวกับเล่นอยู่ใน PC หรือ Console ทั้ง Killer และ Survivor ที่คุ้นตา ล้วนยกขโยงกันมาทักทายในตัวเกมเวอร์ชันพกพากันกว่าครึ่งและใช่ว่าจะมีแต่ของเดิม เพราะ Dead By Daylight Mobile มีการปรับเปลี่ยนบางสิ่งที่ให้แตกต่างออกไปจากเวอร์ชันต้นฉบับ ทั้งหมดก็เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้เล่นบนแพลตฟอร์มมือถือให้มากที่สุด ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง Dead By Daylight Mobile กับ Dead By Daylight เวอร์ชันต้นฉบับ มีดังนี้ (ข้อมูลเป็นของเซิร์ฟเวอร์ BETA ที่เปิดทดสอบในวันที่ 28 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน อาจมีการปรับเปลี่ยนในภายหลัง)Blood Web ที่หายไป Blood Market ของใหม่ที่มาแทนสำหรับ Dead By Daylight เวอร์ชันต้นฉบับ ไม่ว่าจะเล่น Survivor หรือเล่น Killer ทุกคนล้วนจะต้องผ่านการใช้แต้มเลือดอัปเลเวลกันใน Blood Web ซึ่งในแต่ละเลเวลจะมีการสุ่ม Perk หรือ Item ออกมาให้ผู้เล่นได้เลือกแนวทางเป็นของตัวเอง แต่สำหรับในเวอร์ชัน Mobile นั้น ทางทีมพัฒนาได้ยกระบบ Blood Web ออกไป และแทนที่ด้วยระบบใหม่ถอดด้ามอย่าง Blood Market โดย Blood Market จะไม่มีผลต่อเลเวลของตัวละคร เจ้าระบบนี้เป็นเสมือนตลาดที่ให้ผู้เล่นนำแต้มเลือดมาจับจ่ายใช้สอยไอเทมที่ต้องการกันเท่านั้นเอง (Blood Market จะรีเฟรชทุก ๆ 24 ชั่วโมง โดยผู้เล่นสามารถจ่ายเงินเพื่อรีเฟรชในทันทีได้)หน้าโหลดเข้าเกมที่มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับในเวอร์ชันต้นฉบับ หน้าโหลดเข้าเกมจะเป็นเพียงหลอดความคืบหน้าขึ้นมา พร้อมกับเทคนิคการเล่นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ในเวอร์ชันมือถือ ทางทีมพัฒนาให้เพิ่มประโยชน์ให้กับมันมากขึ้นโดยทางฝั่ง Killer จะเห็นไอคอนว่า Survivor พกไอเทมอะไรเข้าเกมไปบ้าง ไม่ต้องไปนั่งเพ่งเหมือนแต่ก่อนส่วนฝั่ง Survivor นอกจากจะเห็นไอเทมที่เพื่อนเอาไปแล้ว ยังเห็น Perk ที่เพื่อนร่วมทีมเลือกใช้อีกด้วย นี่จะช่วยให้ทั้งทีมเล่นง่ายขึ้น เมื่อรู้ Perk ของคนอื่น ๆมีระบบช่วยเล็ง (Aim Assist) สำหรับคนที่เล่น Killerภายในการตั้งค่าจะมีระบบช่วยเล็งให้เลือกเปิดปิดได้ตามใจชอบ ซึ่งระบบนี้ทำให้ Killer สามารถบังคับได้ลื่นไหลมากขึ้น Killer ที่เปิดระบบช่วยเล็ง จะทำให้กล้องล็อกตามตัวของ Survivor ในตอนที่สถานะไล่ล่ากำลังดำเนินอยู่ ทำให้ Killer ไม่ต้องคอยหันกล้องตาม Survivor เอง ช่องเก็บของที่แชร์ข้ามตัวละครในเวอร์ชันมือถือ Item, Add-on และ Offering จะใช้ร่วมกันทุกตัวละคร ซึ่งสิ่งของพวกนี้จะหาได้จาก Blood Market ที่กล่าวถึงไปข้างต้น ระบบการแชร์ช่องเก็บของถือเป็นไอเดียที่ดีมาก เพราะจุดนี้จะช่วยให้ Survivor มีไอเทมติดตัวไปเล่นได้แทบทุกเกม ไม่จำเป็นที่จะต้องสลับตัวไปมาแบบในเวอร์ชันต้นฉบับส่วนทางด้าน Killer จะมีเพียง Offering เท่านั้นที่แชร์ร่วมกัน เพราะ Add-on ของ Killer จะส่งเสริมแค่ความสามารถของ Killer ตัวนั้นๆ นี่จึงทำให้ทางผู้พัฒนาตัดการแชร์ Add-on ของทางฝั่ง Killer ออกไป เพราะมันไม่มีประโยชน์ที่จะแชร์ข้ามกันใช้เลเวลปลดล็อกช่อง Perk ที่น้อยกว่าDead By Daylight Mobile จะปลดล็อกช่องใส่ Perk ทุกเลเวล 2 5 และ 10 ตามลำดับ ส่วนในเวอร์ชันต้นฉบับจะปลดล็อกช่องใส่ Perk ที่เลเวล 5 10 และ 15 ตามลำดับระบบเพิ่มเลเวลตัวละครที่เปลี่ยนไปสำหรับในเวอร์ชัน Mobile นั้น ตัวละครจะเลเวลเพิ่มขึ้นได้เฉพาะตอนที่ถูกนำไปเล่นในห้องร่วมกับผู้เล่นคนอื่น ซึ่งจุดนี้แตกต่างจากในเวอร์ชันต้นฉบับ ที่สามารถนำแต้มเลือดไปอัปเลเวลที่ Blood Web ได้เลยโดยส่วนตัวแล้วทางผู้เขียนคิดว่า การปรับระบบเพิ่มเลเวลให้เป็นแบบนี้ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กันไปข้อดีคือ ระบบนี้จะช่วยให้ผู้เล่นได้ลองเปิดใจกับตัวละครที่หลากหลาย ทำให้เบื่อช้าลง ส่วนข้อเสียคือ ผู้เล่นบางคนอาจจะต้องทนเล่นกับตัวละครที่ไม่ชอบหรือตัวละครเล่นไม่เข้ามือ จนกว่าจะได้ Perk ที่ต้องการ ซึ่งการทำแบบนี้อาจจะทำให้ผู้เล่นคนนั้นมีความสนุกกับตัวเกมที่ลดลงสกิลของ Killer บางตัวที่แตกต่างจากเวอร์ชันต้นฉบับถึงจะพูดว่าแตกต่าง แต่อันที่จริงแล้ว ควรเรียกว่ายังใช้แพตช์เก่าเสียมากกว่า เพราะ Killer อย่าง The Nurse ยังสามารถบลิงค์ระยะไกลได้ถึงสองครั้งเหมือนสมัยแพตช์เก่า ต่างจากในเวอร์ชันต้นฉบับที่ตอนนี้การบลิงค์ครั้งที่สองนั้น มีระยะที่ใกล้กว่าการบลิงค์ครั้งแรกเป็นอย่างมากหรือ The Clown ที่ความสามารถยังมีแค่ขวดยาสีม่วงเพียงอย่างเดียว แตกต่างจากเวอร์ชันต้นฉบับที่ตอนนี้มีขวดยาสีเหลืองเพิ่มเติมขึ้นมาอีกแบบมีไอคอนบอก Objective ที่ชัดเจนกว่าใน PC เป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่ภายในตัวเกมจะมีไอคอนบอกที่ชัดเจน ว่าเครื่องปั่นไฟ หรือตะขออยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทำให้ผู้เล่นที่ยังค่อยเข้าใจ หรือยังไม่คุ้นเคยกับตัวเกมสามารถสนุกไปด้วยกันได้ไม่ยากมี Indicator ช่วยสำหรับผู้เล่นที่ไม่ได้ใส่หูฟังสำหรับตัวเกมเวอร์ชันต้นฉบับ เสียงแทบจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเล่นเกม Dead By Daylight เพราะเสียงจะช่วยบอกสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา เช่น เสียงร้องโอดครวญของผู้รอดชีวิต เสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของฆาตกร เสียงเครื่องปั่นไฟ ฯลฯแต่สำหรับตัวเกมเวอร์ชันมือถือนั้น ได้มีเพิ่ม Indicator มาช่วยสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใส่หูฟัง ระบบนี้จะทำให้ผู้เล่นสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ต้องเพ่งสมาธิไปที่เกมเพียงอย่างเดียวยกตัวอย่างเช่น ในตอนที่เล่น Survivor หากมี Killer อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ที่ตัวละครของผู้เล่นจะมีไอคอนรูปหัวใจเด้งขึ้นมา โดยไอคอนนี้จะเริ่มเด่นชัดมากขึ้น ตามระยะทางของ Killer ที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ฝั่ง Killer ก็มีไอคอนของเครื่องปั่นไฟที่กำลังถูกซ่อมแซมอยู่ขึ้นเช่นกัน นี่จะช่วยให้ Killer สามารถไล่ตามหาเหล่า Survivor ได้ง่ายยิ่งขึ้น แม้จะไม่ได้ฟังเสียง หรือใส่หูฟังอยู่ก็ตามสำหรับท่านใดที่สนใจโหลด Dead By Daylight Mobile มาเล่นเพื่อสัมผัสประสบการณ์สยองต้อนรับฮาโลวีนกัน สามารถโหลดได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้กันแบบฟรีๆAndroid: https://play.google.com/store/apps/details?id=com.netease.ma100asia&fbclid=IwAR2uSBoxCIS1AIUf2qRRSkIDpDjvTJbXxm5ZrRtpbBPqwu6hM4ZUeUkdyJI iOS: https://apple.co/3nzMRys 
02 Nov 2021
Preview CBT : Diablo Immortal นี่มัน D3 เวอร์ชัน MMO แบบ Portable ชัดๆ
เปิดให้ทดลองเล่นกันมาหลายวันแล้วสำหรับรอบ CBT ของ Diablo Immortal และเตรียมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งปีแรกของ 2022 หลายคนรอเกมนี้อยู่ และได้ชื่อว่าเป็น Diablo ก็รับประกันคุณภาพของเกมได้ระดับหนึ่งแล้วจากชื่อเสียงที่โด่งดัง เชื่อว่าหลายคนกำลังสงสัยอยู่ไม่มากก็น้อยว่า ตัวเกมฉบับมือถือนี้จะเป็นยังไง? สนุกมากแค่ไหน? เล่นยากรึเปล่า? ซึ่งวันนี้ทาง GameFever TH จะมาเล่าประสบการณ์คร้าวๆ หลังจากได้มีโอกาสทดลองเล่นมาแล้วให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน!ก่อนจะไปเริ่มกันขอออกตัวก่อนว่าตัวผู้เขียนยังไม่ได้ทดลองเล่นคอนเทนต์ทั้งหมดภายในเกม เนื่องจากมีบางคอนเทนต์ที่จำเป็นต้องเก็บเลเวลให้ได้เยอะๆ เช่นการแข่งขันจัดอันดับทั้ง PvE และ PvP, การแข่งขันชิงตำแหน่ง Immortal หรือดันเจี้ยนพิเศษ 8 คน ที่จับเป็นต้องมีปาร์ตีในการลง และจะเปิดเป็นช่วงเวลา ซึ่งหมายความว่าในบทความนี้จะเป็นเพียงการอธิบายให้ทุกคนเห็นภาพคร่าวๆ ของเกมว่าเล่นยังไง มีอะไรบ้างเท่านั้น ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลยเนื้อเรื่องอยู่ระหว่าง Diablo 2 และ Diablo 3แม้ว่าไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะให้ความสนใจเนื้อเรื่องของ Diablo แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ติดตามเนื้อเรื่องของ Diablo มาโดยตลอดแล้ว Immortal ถือเป็นภาคที่ต้องเข้ามาเล่นสักครั้ง เนื่องจากเนื้อเรื่องหลักของภาคนี้จะอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างตัวเกมภาค 2 กับภาค 3 โดยจะช่วยเชื่อมโยงจุดสำคัญที่ไม่ได้ถูกเล่าให้สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายมากขึ้น สำหรับใครที่ตามเนื้อเรื่องของ Diablo อยู่ก็เรียกได้ว่าไม่ควรพลาดมี 6 คลาสให้เลือกเล่น และอาจเพิ่มขึ้นอีกสำหรับ Diablo Immortal จะมีคลาสให้เลือกเล่นทั้งหมด 6 อาชีพคือ Babarian, Monk, Demon Hunter, Crusader, Wizard, และ Necromancer โดยคลาส Necromancer เพิ่งจะถูกเพิ่มเข้ามาในรอบทดสอบ CBT นี้ ทำให้เป็นไปได้ว่าในตอนเปิดให้เล่นจริงๆ ต้นปีหน้าอาจมีคลาส Witch Doctor ถูกเพิ่มเข้ามาด้วย เนื่องจากคลาสทั้ง 6 ที่มีให้เล่นตอนนี้เป็นคลาสที่มาจาก Diablo 3 ทั้งหมด ดังนั้นผู้เขียนจึงคิดว่าเป็นไปได้ที่อาจมีการเพิ่ม Witch Doctor เข้ามาในภายหลังระบบสกิล / เลเวล Paragonระบบสกิลของภาค Immortal จะใช้วิธีการปลดล็อกเช่นเดียวกับเกมภาค 3 คือต้องเก็บเลเวลให้ถึงแล้วจะปลดล็อกเองอัตโนมัติ และเมื่อเลเวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระดับของสกิลก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ซึ่งแม้จะเอาวิธีการปลดล็อกสกิลมาจากภาค 3 แต่ไม่ได้นำระบบเพิ่มความสามารถให้สกิลหลายๆ แบบเข้ามาด้วย กล่าวคือผู้เล่นไม่จำเป็นต้องปวดหัวว่าจะเอาแต้มไปอัปสกิลไหนบ้าง หรือเพิ่มความสามารถแบบไหนให้กับสกิล รักสกิลไหน ชอบสกิลไหน ก็เอามาใส่ในช่อง Hotbar เพื่อใช้งานได้เลยพูดถึงเรื่องเลเวลปัจจุบันเลเวลของตัวละครทุกตัวจะมีเพดานอยู่ที่ 55 และหลังจากนั้นจะเป็นการเก็บเลเวลให้กับ Paragon เช่นเดียวกับ Diablo 3 แต่แตกต่างกันตรงที่ Paragon ของภาคนี้คือจะมีการแบ่งออกเป็นหลายๆ สายตั้งแต่แรก แต่ละสายจะเน้นไปที่การเติบโต และมอบความสามารถให้กับตัวละครที่ต่างกัน ตรงจุดนี้จะช่วยเพิ่มความหลากหลายในการเล่นให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก ทั้งยังทำให้ผู้เล่นที่สร้างตัวละครอาชีพเดียวกันอาจแข็งแกร่งแตกต่างกัน นับเป็นความหลากหลายที่ดีรูปแบบการเล่นเหมือนกับ MMORPGอาจจะเพราะว่าเป็นเกมมือถือด้วยรึเปล่าไม่รู้ Diablo Immortal ถือได้ว่าแตกต่างจากภาคก่อนๆ เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการใส่ระบบเควสรายวัน, ระบบดันเจี้ยนที่จำเป็นต้องลงหลายๆ คน, ระบบ PvP แบบจัดอันดับ, ระบบ Gearscore และอื่นๆ ที่มักจะเห็นในเกมแนว MMORPG เข้ามามากมาย นอกจากนี้ยังสามารถเดินเจอผู้เล่นคนอื่นๆ ในเมืองหรือตาม Free Field ต่างๆ ได้ด้วยแน่นอนว่าในเมื่อมีระบบหลายๆ อย่างแบบเกม MMORPG เข้ามาแล้ว การเก็บเลเวล การฟาร์มไอเทมดีๆ มาสวมใส่ จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ถ้าอยากเก่งก็จำเป็นต้องทำ แต่ Diablo Immortal มีระบบที่ชื่อว่า World Paragon เพื่อช่วยให้คนมาทีหลังสามารถเล่นตามผู้เล่นที่มาก่อนได้ รวมถึงจำกัดความคืบหน้าในการเก็บเลเวลของคนที่มี Paragon เลเวลสูงๆ อยู่ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องห่วงว่าจะเก่งตามไม่ทันจากทั้งหมดที่กล่าวมานี้สรุปได้ว่าการเล่น Diablo Immortal จะเป็นในลักษณะของเปิดเกมเข้ามาเล่นประจำวัน ทำภารกิจต่างๆ เพื่อรับ Resource ที่จะรับได้ในเควสประจำวันต่างๆ เพื่อนำไปอัปเกรดตัวละครให้เก่งขึ้น เก็บเลเวล Paragon ให้สูงขึ้น เพื่อไปเล่นต่อในโลกระดับที่ยากขึ้นไปอีก หาไอเทมที่เก่งขึ้นไปอีกมาอัปเกรดตัวละครนั้นเองไม่มี Pay To Win แต่การเติมจะช่วยให้ประหยัดเวลากว่ายืนยันโดยผู้พัฒนาแล้วว่าในเกม Diablo Immortal จะไม่มีการจ่ายเงินเพื่อให้ได้ไอเทมดีๆ มีสวมใส่ หรือใบคุณ EXP เพื่อให้เก็บเลเวลได้ง่ายขึ้น ถ้าหากอยากเก็บเลเวล Paragon หรือหาไอเทมมาสวมใส่เราจะต้องเล่นเองเท่านั้น เพียงแต่การเติมเงินจะช่วยให้เราสามารถ ประหยัดเวลาได้มากขึ้นเช่นซื้อหินมาลง Elder Rift ได้มากรอบขึ้น หรือช่วยให้ได้รับไอเทมจาก Battlepass มากขึ้นเป็นต้นระบบ Item Set และการดรอปของเฉพาะของดันเจี้ยนอีกหนึ่งระบบคุ้นหน้าคุ้นตาที่มาจาก Diablo ภาคหลัก คือระบบ Set item ที่เมื่อสวมใส่ครบแล้วจะได้รับโบนัสสเตตัสพิเศษ ในภาค Diablo Immortal เองก็จะมี Item Set ต่างๆ ให้เราได้ตามหาเช่นกัน ซึ่ง Item Set และ Legendary บางชิ้นจะสามารถดรอปได้จากบางดันเจี้ยนเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมีบางส่วนที่ดรอปจากดันเจี้ยน 8 คนที่มาเป็นช่วงเวลาด้วย แล้วก็ไม่ใช่ว่าอยากจะฟาร์มก็เข้าไปตีได้เลย เนื่องจากบอสแต่ละตัวจะมีค่าพลังที่จำเป็นต้องมีเพื่อเข้าท้าทายกำกับไว้ด้วย ก็คือถ้าอยากเข้าไปฟาร์มไอเทมที่ดีขึ้นก็ต้องเก่งถึงขั้นเสียก่อน ดูยังไงก็เกม MMORPG ชัดๆหลักๆ ก็จะประมาณนี้สำหรับ Diablo Immortal คือเรียกได้ว่าเป็นเกมเวอร์ชันที่ใส่ความเป็น MMORPG เข้าไปเยอะมาก แต่ยังคงเก็บเอกลักษณ์หลายๆ อย่างที่เราเห็นในเกม Daiblo 3 หรือ Diablo ภาคอื่นๆ เอาไว้ด้วย หลังจากนี้เราจะมีบทความอีกหนึ่งตัวเปรียบเทียบความเหมือน และแตกต่างระหว่างเกมฉบับดั้งเดิม และเกมฉบับมือถือที่กำลังจะมาด้วย ใครสนใจก็สามารถติดตามกันได้ที่เพจ GameFever TH เลย
02 Nov 2021
[บทความ] ทำไมการพอร์ตเกมลง PC ถึงเป็นความท้าทายของผู้พัฒนาเกม
ในช่วงนี้เราจะได้เห็นเกมที่เคยขึ้นหิ้งติดป้าย Exclusive บนเครื่องเกมคอนโซลหลายๆ เกมเริ่มทยอยมาเสิร์ฟถึงมือเกมเมอร์สาย PC กันมากขึ้น ไม่่ว่าจะเป็น Horizon Zero Dawn, Days Gone, หรือเป็นเกมที่เพิ่งประกาศไปไม่นานอย่าง God of War (2018)แม้จะมีกระแสเรียกร้องให้พอร์ตเกมที่เคย Exclusive เฉพาะคอนโซลทั้งหลายมาลง PC มากกว่านี้เพื่อเพิ่มยอดขาย แต่อันที่จริงแล้ว การพอร์ตเกมจากแพลตฟอร์มอื่นมาสู่ PC นั้นมีปัจจัยหลายๆ อย่างที่เป็นอุปสรรคสำหรับนักพัฒนาเกมอยู่ที่ผู้เล่นอย่างเราอาจไม่เคยคิดถึงความแตกต่างทางด้านฮาร์ดแวร์แม้ข้อนี้จะเป็นเรื่องที่พื้นฐานมากที่สุด แต่มันก็เป็นหนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุดเวลาพอร์ตเกมมาลง PC เช่นกัน เครื่องเล่นเกมคอนโซลนั้นจะใช้ Hardware แบบเดียวทุกเครื่อง ดังนั้นเวลานักพัฒนาเกมต้องการทำเกมลงคอนโซลสักแบรนด์หนึ่ง พวกเขาจะเขียนโค้ดของเกมให้รองรับกับ Hardware นั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย นักพัฒนาจะรู้ขีดจำกัด และขุมพลังของเครื่องทำให้สามารถรีดเค้นพลังของเครื่องคอนโซลออกมาได้อย่างเต็มที่ เป็นเหตุผลหนึ่งที่เกม Exclusive ที่สร้างมาสำหรับคอนโซลนั้นๆ โดยเฉพาะมักจะมีคุณภาพกราฟฟิกโดดขึ้นจากเกมที่พัฒนาขึ้นสำหรับหลายแพลตฟอร์มพร้อมกันอย่างสังเกติได้ ซึ่งการที่คอนโซลใช้ Hardware แบบเดียวกันทั้งหมดนั้นยังช่วยในเรื่องการแก้บั๊กของเกมอีกด้วย เพราะหากมีบั๊กเกิดขึ้นในคอนโซลหนึ่งเครื่อง นั่นหมายความว่าเครื่องที่เหลือจะต้องมีอาการแบบเดียวกัน นี่จึงเป็นเรื่องง่ายที่ในการหาต้นตอของบั๊กและดำเนินการแก้ไขกลับกัน ใน PC นั้นมี Hardware ที่หลากหลายกว่ามาก คอมพิวเตอร์สองเครื่องที่ราคาเท่ากัน แต่ส่วนประกอบภายในไม่เหมือนกันสักอย่างเลยก็มี ไม่ว่าจะเป็น RAM, VGA, CPU ก็มีแบรดน์ คุณภาพ และขุมพลังที่แตกต่างกันไปตามราคา ซึ่งความแตกต่าง รวมถึงความเป็นไปได้ในการประกอบ PC หนึ่งเครื่องตรงนี้แหละที่สร้างปัญหาให้กับการพอร์ตเกมมาสู่ PC นักพัฒนาเกมต้องแปลงโค้ดให้สามารถปรับตัวได้หลากหลายบนเครื่อง PC ที่เกิดจากการรวมกันของ Hardware หลายรูปแบบ ซึ่งถ้าเกิดมีบั๊กขึ้นมา ปัญหาในการตามแก้บั๊กของฝั่ง PC จะเป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวมากกว่าฝั่งคอนโซลมากโขเลยเพราะมีตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ให้ต้องคาดการณ์เพิ่มขึ้นเอาแค่สองค่ายใหญ่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแล้วทั้งนี้ ด้วยแนวโน้มของเครื่องคอนโซลที่เริ่มใช้อะไหล่แบบเดียวกับ PC มากขึ้น ทำให้กระบวนการพอร์ตเกมในปัจจุบันง่ายขึ้นพอสมควรสำหรับฝั่งผู้พัฒนา โดยเฉพาะคอนโซลรุ่นล่าสุด และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราเริ่มเห็นการพอร์ตเกมจากคอนโซลมาสู่ PC มากขึ้นในช่วงนี้ Software ก็มีผลเครื่องเล่นเกมคอนโซล ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เล่นเกมเป็นจุดประสงค์หลัก ดังนั้นโปรแกรมที่เปิดใช้งานจะไม่มีอะไรมากไปกว่าระบบที่ใช้เล่นเกม ซึ่งหากพูดถึง PC นั้น จุดประสงค์ดั้งเดิมของมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเล่นเกมเพียงอย่างเดียว ดังนั้นการเปิดโปรแกรมบางตัวทิ้งไว้ อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกมล่มก็เป็นได้ พูดง่ายๆ ว่าแม้เครื่องคอนโซลจะมี "วัตถุประสงค์ในการใช้" และ "ขีดความสามารถ" ที่แคบกว่า แต่ในมุมของผู้พัฒนา พวกเขาสามารถมั่นใจได้ว่าคอนโซลทุกเครื่องจะทำงานเหมือนกัน ต่างกับ PC ที่ร้อยเครื่องก็อาจมีโปรแกรมที่รันอยู่หลังบ้านไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ซักเครื่องก็เป็นได้จะแกะออกมากี่เครื่องก็เหมือนกันแน่นอน 100%นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ “ภาษา” ที่ผู้พัฒนาใช้ในการเขียนโปรแกรมเกมขึ้นมา ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเป็นคนละเรื่องเลยระหว่างการพัฒนาเกมให้กับคอนโซลและ PC ขึ้นอยู่กับเครื่องมือหรือ Engine ที่ผู้พัฒนาใช้ในการสร้างองค์ประกอบต่างๆ ในเกมนั้น โดย Engine อาจจะเปรียบได้กับ "กล่องเครื่องมือ" ที่รวมโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างองค์ประกอบแต่ละอย่าง เช่นโปรแกรมสำหรับการปั้นโมเดลตัวละคร การทำอนิเมชั่น การปรับแสงสี และองค์ประกอบยิบย่อยอีกนับร้อยๆ ส่วนที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างลื่นไหล ซึ่งการใช้ Engine นอกจากจะทำให้ผู้พัฒนามีเครื่องมือทั้งหมดรวมอยู่ในที่เดียวแล้ว ยังเป็นวิธีรับประกันด้วยว่าโปรแกรมทั้งหมดที่ใช้ในการสร้างเกมถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกันได้อย่างแน่นอน เช่นเดียวกับที่โปรแกรมสำหรับ Windows ไม่สามารถโหลดใช้ในระบบปฏิบัติการ Mac OS ได้ เครื่องคอนโซลแต่ละเครื่องก็มีระบบปฏิบัติการของตัวเองเช่นกัน และ Engine บาง Engine ก็ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างเกมสำหรับคอนโซลหรือ PC โดยเฉพาะ (แต่ส่วนใหญ่เป็นคอนโซลมากกว่า) แม้ว่าสุดท้ายผู้พัฒนาจะใช้คอมพิวเตอร์ในการสร้างเกม แต่โค้ดของเกมนั้นอาจจะไม่ได้ถูกเขียนขึ้นสำหรับใช้บน PC เสมอไป และต้องถูก "แปลง" เสียก่อนจึงจะสามารถใช้งานได้ ซึ่งก็คือกระบวนการพอร์ตเกมนั่นเองเกม Red Dead Redemption 2 ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของกรณีนี้ หลายคนอาจจะจำกันได้ว่าเกมประสบปัญหาการทำงานบน PC เยอะมากๆ อย่างน้อยในช่วงแรกที่วางจำหน่าย เหตุผลก็เพราะ Engine ที่ใช้สร้างเกมของค่าย Rockstar Games แทบทุกเกมถูกพัฒนาขึ้นสำหรับแพลตฟอร์มคอนโซลก่อนเป็นหลัก การทำให้เกมเล่นบน PC ได้จึงเปรียบได้กับการ “แปล” ภาษาของหนังสือซักเล่มให้กลายเป็นภาษาที่ PC จะอ่านออก ซึ่งแน่นอนว่าการแปลภาษาหนึ่งแบบตรงตัวคำต่อคำ ย่อมทำให้ความหมายดั้งเดิมผิดเพี้ยนไปได้ นำไปสู่บั๊คหรือปัญหาในการทำงานของเกมเวอร์ชั่นพอร์ตนั่นเอง พูดง่ายๆ ว่าการพอร์ตเกมไม่ใช่อะไรที่แค่ตัดแปะก็จบ แต่เป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและฝีมือเฉพาะทางสูงกว่าที่หลายคนอาจจะคิดเอาไว้ ถึงขนาดที่มีค่ายพัฒนาหลายๆ ค่ายที่เชี่ยวชาญด้านการพอร์ตเกมโดยเฉพาะ และรับจ้างพอร์ตเกมของคนอื่นมากกว่าการพัฒนาเกมของตัวเองเสียอีกภาพที่ลื่นตา กับราคาที่ต้องจ่ายเกมเมอร์รู้กันดีว่า เครื่องคอนโซลมีขีดจำกัดของมันอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงยอมรับได้ที่ภาพในเกมอาจดูไม่คมชัด หรือไหลลื่นสักเท่าไร แต่หากเกมนั้นมาอยู่บน PC แล้ว พวกเขาแทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เนื่องจาก PC หนึ่งเครื่องมีความเป็นไปได้ที่แทบจะไร้สิ้นสุด คุณสามารถอัปเกรดมันได้เรื่อยๆ เท่าที่เงินจะเอื้ออำนวย และนั่นจึงนำเรามาสู่ปัญหาเรื่อง Performance ของเกมที่ถูกพอร์ตมาเกมส่วนใหญ่ที่ถูกพอร์ตมาลง PC มักจะต้องปรับให้ FPS มากขึ้นพร้อมกับความคมชัดของภาพที่มากขึ้นไปตามๆ กัน เนื่องจากทางผู้พัฒนาไม่สามารถอ้างเรื่อง Hardware และขีดจำกัดของตัวเครื่องได้อีกแล้ว ดังนั้นหากเกมไม่สามารถเล่นได้ลื่นทั้งที่ PC มีราคาเหยียบแสน นั่นถือว่าเป็นการ Optimize หรือขัดเกลาเกมที่แย่ ซึ่งนับเป็นความผิดของผู้พัฒนาเต็มประตูแต่ปัญหามันไม่ได้จบที่แค่นั้น ในบางเกมเมื่อต้องเพิ่ม FPS กลับไปทำให้ตรรกะภายในเกมเพี้ยนไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นเกม Vanquish ที่แต่เดิมถูกล็อกให้เล่นเพียง 30 FPS บนคอนโซล แต่เมื่อพอร์ตมาลง PC นั้นตัวเกมต้องอัปเกรดเป็น 60 FPS และนั่นกลับทำให้เกิดบั๊กที่ไม่คาดคิดขึ้น ส่งผลให้ความเสียหายที่ตัวละครหลักของเราโดนทวีคูณขึ้นเป็นสองเท่า การพังของอาวุธก็เร็วขึ้นเป็นสองเท่า เพราะระบบหลายๆ อย่างของเกมดันผูกเข้ากับค่า FPS ดั้งเดิมที่ตั้งเอาไว้ พอเพิ่มขึ้นสองเท่าก็เลยทำให้ระบบเหล่านี้รวนไปหมดเลยพร้อมกัน โดยเรื่องเล่านี้มาจากปากของ Jason Stark ผู้ก่อตั้งบริษัท Disparity Games เองเลยทีเดียวVanquish เวอร์ชั่น PCนอกจากนี้การปรับความคมชัดของภาพ (Resolution) ก็เป็นปัญหาเช่นกัน จินตนาการว่าคุณมีเกมหนึ่งเล่นบนคอนโซลที่ความละเอียด 720 แต่พอคุณพอร์ตมาลง PC คุณต้องทำให้มันชัดขึ้นไปถึง 4k ซึ่งการปรับความละเอียดที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า แต่ Engine ที่คุณใช้สร้างเกิมดั้งเดิมอาจจะเก่าไปซะแล้ว และไม่สามารถรอรับไฟล์กราฟฟิกระดับ 4k ได้ ส่งผลให้บางเกมถึงกับต้องรื้อ Engine มาทำใหม่ เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดและลื่นไหลขึ้นสำหรับ PC ซึ่งแน่นอนว่าเป็นการลงทุนทั้งเวลาและทรัพยากรบุคคลของค่ายไปกับการพัฒนา Engine เพื่อมาใช้พัฒนาหรือพอร์ตเกมอีกทีการ Mapping ปุ่มที่ต้องคิดแล้วคิดอีกในเกมคอนโซล จอยเป็นเหมือนภาษาสากลที่ใช้กันทั่วทุกเครื่อง มันถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ โดยให้มือทั้งสองข้างมาอยู่รวมกันในท่าทางที่สบาย และพร้อมที่จะกดในจังหวะออกแอ็กชันต่างๆ แต่ทว่าบน PC นั้น การบังคับพื้นฐานจะเป็นไปตามคีย์บอร์ด และเมาส์ (หากไม่มีการต่อจอย) ซึ่งถ้าเกมไหนจะพอร์ตมาลง PC พวกเขาจะต้องคิดถึงข้อนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนว่าการปรับปุ่มจากจอยมาสู่คีย์บอร์ดเป็นอีกหนึ่งความท้าทายเช่นกัน เพราะแรกเริ่มเดิมที รูปแบบการวางมือบนจอยกับคีย์บอร์ดก็แตกต่างกันอยู่แล้ว นอกจากนี้เหล่านักพัฒนายังต้องมองเผื่อเรื่องปรับการเคลื่อนไหวจากก้านอนาล็อกมาสู่เมาส์อีกด้วย และหากเกมไหนที่พอร์ตมาได้ไม่ดีพอ เรามักจะได้เห็นอาการเมาส์หน่วงระหว่างการเล่นอยู่เสมอ ซึ่งในบางเกมนั้น ถึงกับไม่สามารถทนใช้เมาส์เล่นได้ จนต้องหาจอยมาต่อเลยทีเดียวเสียเวลา และเสียสตางค์เรื่องที่สำคัญที่สุดคงไม่พ้นหัวข้อนี้ การพอร์ตเกมหนึ่งเกมต้องใช้เวลาและเงินไปควบคู่กัน ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ไปรบกวนโปรเจกต์เกมใหม่ที่กำลังทำอยู่ด้วย หากจะลองจ้างสตูดิโอภายนอกให้เป็นคนทำ ก็อาจจะไม่ได้ผลงานตามมาตรฐานของตัวเองอีก ทางบริษัทเกมก็ต้องชั่งใจเอาเองว่าจะยอมพอร์ตเกมเก่าที่ระบบอาจจะตกยุคไปสู่ PC ดีไหม หรือจะทุ่มเงินไปกับเกมใหม่ ที่ยังไม่มีอะไรการันตีว่ามันจะขายได้ดีกว่าBatman: Arkham Knight ตัวอย่างของเกมดีที่ตกม้าตายตอนพอร์ตนี่เป็นโจทย์ที่ทางบริษัทพัฒนาเกมต้องตีให้แตกก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจพอร์ตเกมเกมหนึ่งมาสู่เกมเมอร์ชาว PC ถ้ายอดขายบนแพลตฟอร์ม PC มากพอที่จะทำให้บริษัทเกมคิดว่ามันคุ้มค่ากับการเสียเวลาและเงินทุนไปกับการพอร์ต แม้ว่าในปัจจุบันนี้เทคโนโลยี PC และคอนโซลจะเริ่มมีความใกล้เคียงกันมากขึ้นก็ตามทีสุดท้ายนี้ แน่นอนว่าการพอร์ตเกมจากแพลตฟอร์มหนึ่งไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ เพิ่มเติมย่อมเป็นผลดีกับผู้พัฒนาอยู่แล้วในแง่ของการขยายฐานลูกค้า และในฝั่งผู้เล่นเองก็จะสามารถเข้าถึงเกมได้มากขึ้นบนแพลตฟอร์มที่ต้องการ ในอนาคตเราคงได้เห็นเกม Exclusive แบบถาวรจำนวนมาก เริ่มกลายร่างเป็น Timed Exclusive (เกม Exclusive แบบจำกัดเวลา) กันมากขึ้น ทำให้ชาวเกมเมอร์ได้สัมผัสเกมที่ตัวเองชื่นชอบบนแพลตฟอร์มที่พวกเขาสะดวกใจ มีความสุขกันทั้งฝั่งผู้พัฒนาและฝั่งผู้บริโภคอย่างชาวเราในที่สุดอ้างอิง: https://www.youtube.com/watch?v=lXmu5ARlzkU&t=1s&ab_channel=Techquickiehttps://www.pcgamer.com/why-porting-games-to-pc-is-hard/https://unsplash.com/photos/I7rXyzBNVQM 
01 Nov 2021
[บทความ] การตลาดสไตล์ Epic จะรุ่งหรือร่วง?
Epic Games Store เริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 6 ธันวาคม 2018 แน่นอนว่า ร้านค้าเกมนี้มีผู้พัฒนาเป็น Epic Games ตามชื่อของมันเลย ซึ่งหากพูดถึงความสำเร็จของ Epic Games นั้น คงหนีไม่พ้นเกมสุดฮิตเข้าถึงง่ายทุกเพศทุกวัยอย่าง Fortnite (ที่เพิ่งโดนปิดในจีนไปเร็วๆ นี้) และ Engine ที่นักพัฒนาเกมส่วนใหญ่เลือกใช้กันอย่าง Unreal Engine อีกด้วย ซึ่งเอาเข้าจริงแค่สินค้าสองอย่างนี้ก็เพียงพอจะทำให้ Epic Games กลายเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จได้ไม่น้อยแล้วทว่าแค่นั้นยังไม่พอที่จะทำให้ Epic Games หยุดกอบโกยเงินเข้าบริษัท พวกเขาได้เลือกตัดสินใจเปิดร้านค้าเกมเป็นของตัวเอง โดยโจทย์ใหญ่ที่พวกเขาต้องเจอคือเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดอย่าง Steam ที่เปิดให้บริการเกมเมอร์มากว่า 18 ปี ซึ่งทาง Epic Games ได้ใช้การตลาดแบบหลุดโลกเข้าสู้ นั่นคือการแจกเกมฟรีเพื่อขยายฐานผู้ใช้งานบนร้านค้าของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีการต่อรองกับผู้พัฒนาเกมเพื่อให้เกมขายเฉพาะบน Epic Games Store เป็นแบบ Exclusive Time (เมื่อครบระยะเวลาหนึ่ง เกมที่ขายเฉพาะบน Epic Games Store จะสามารถลงขายบนแพลตฟอร์มอื่นได้) หรือการที่มีอัตราส่วนแบ่งให้กับทางผู้พัฒนามากถึง 88% ต่างจาก Steam ที่ให้ทางผู้พัฒนาเพียง 70% เท่านั้นหากมองในมุมผู้บริโภค นโยบายแบบนี้ถือว่าไม่เลวเลย ได้ทั้งเกมฟรี แถมยังมีเงินส่วนแบ่งเข้าสู่ผู้พัฒนาเกมที่เราชอบมากขึ้น แต่หากเรามองในมุมของ Epic Games การตลาดแบบนี้มันได้ผลจริง ๆ หรือ? วันนี้จึงอยากชวนทุกคนมาวิเคราะห์ข้อมูลยอดขายของบริษัท Epic Games กันว่าโมเดลธุรกิจ "แจกไปก่อน ค่อยเอาทุนคืนทีหลัง" นี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่?!(รูป) จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่ทาง Epic Games ได้ออกมาเปิดเผยเอง ผลประกอบการในสิ้นปี 2020 ที่ผ่านมาของพวกเขาเสียเงินไปกับการแจกเกมฟรีใน Epic Games Store ทั้งสิ้น 2,407 ล้านดอลลาร์ (ราว 8 หมื่นล้านบาท) แต่กลับได้เงินคืนมาจากผู้ใช้งานจำนวน 965 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่งคิดง่ายๆ ฝั่ง Epic Games Store  ขาดทุนในปีที่ผ่านมาสูงถึง 1,442  ล้านดอลลาร์ (ราว 4.8 หมื่นล้านบาท) เลยทีเดียวแต่เรามีกรณีศึกษาที่คล้ายกันจากการแข่งขันกันระหว่าง Shopee และ Lazada ที่เป็นแบรนด์ e-commerce สองยักษ์ใหญ่ในเอเชีย โดยมีรายงานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกมาว่า ในปี 2562 Shopee ขาดทุนกว่า 4,745.7 ล้านบาทส่วน Lazada ขาดทุน 3,707.3 ล้านบาท ซึ่งหากนับตั้งแต่ปี 2560 จนถึง 2562 แล้ว Shopee ขาดทุนเป็นเงินรวมถึง 10,263.8 ล้านบาท ด้าน Lazada ขาดทุนรวมกัน 6,920.7 ล้านบาทไม่ว่าจะทาง Shopee หรือ Lazada ทั้งสองแพลตฟอร์มต่างใช้เงินลงไปกับการโฆษณาเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ Shopee ทำได้ดีกว่าคือการที่พวกเขาเข้าเป็นพันธมิตรกับผู้ค่าส่งในระดับท้องถิ่น ทำให้มีสินค้าที่หลากหลาย และทางเลือกที่มากกว่า นอกจากนี้ทาง Shopee ยังเลือกจ้างดาราหรือศิลปินที่ได้รับความนิยมแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศเพื่อเจาะฐานลูกค้าโดยเฉพาะอีกด้วย นี่จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ Shopee จะมีตัวเลขขาดทุนที่สูงกว่า Lazadaอย่างไรก็ตาม การยอมขาดทุนของ Shopee นั้นได้ผลตอบแทนคืนมาแล้ว ด้วยปริมาณผู้ใช้งานในไทยที่เพิ่มขึ้นในปี 2563 พุ่งสูงถึงไป 50.09 ล้านบัญชี ในขณะที่ Lazada มีเพียง 36.67 ล้านบัญชีเท่านั้น ซึ่งนั่นช่วยให้ Shopee ทำเงินไปได้ถึง 6.2 ล้านดอลลาาร์ (ประมาณ 205,902,000 บาท) ในหลายประเทศทั่วโลก คิดเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น 74.3% จากเมื่อปี 2562ปริมาณบัญชีผู้ใช้ของ Lazadaปริมาณบัญชีผู้ใช้ของ Shopeeดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า กลยุทธ์ของทาง Epic Games Store ละม้ายคล้ายคลึงกับ Shopee อย่างมากมาก โดยเฉพาะกลยุทธ์แจกฟรีเพื่อขยายฐานลูกค้า โดย Epic Games Store ใช้เกมแจกฟรี เป็นตัวล่อให้ผู้ใช้งานเข้ามาลองสัมผัสร้านค้าของพวกเขามากขึ้น ด้าน Shopee ก็เป็นการแจกโค้ดส่วนลดหรือโค้ดส่งฟรี เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ หรือดึงดูดคนมาจากแอปคู่แข่งอย่าง Lazadaหรือจะเป็นกลยุทธ์ เอาใจผู้ผลิต ผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มของตัวเองซึ่งทาง Epic Games Store ให้ส่วนแบ่งกับทางผู้พัฒนาเกมมากกว่า Steam และยังทำดีลพิเศษกับผู้พัฒนาบางเจ้า เพื่อให้ได้เกม Timed Exclusive มาขายบนร้านค้าของตัวเองอีกด้วย เราจะเห็นเกมชื่อดังอย่าง  Metro: Exodus, Assassin's Creed: Valhalla, หรือ Kena: Bridge of Spirits ขายอยู่บนเฉพาะ Epic Games Store อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ปล่อยให้แฟน Steam นั่งดูคนอื่นเล่นไปอย่างเหงาๆส่วน Shopee ก็ได้ใช้วิธีการที่คล้ายกัน นั่นคือการเป็นพันธมิตรกับผู้ค้ารายย่อยในระดับท้องถิ่น เพื่อเพิ่มสินค้า และตัวเลือกให้มากที่สุด ยิ่งมีสินค้าให้เลือกมาก คนซื้อก็จะถูกดึงดูดให้ติดอยู่กับแพลตฟอร์มนั้น ๆ นานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทาง Epic Games Store หรือ Shopee ต่างยอมขาดทุนในตอนแรก เพื่อซื้อใจคนให้เข้ามาสัมผัสกับแพลตฟอร์มของพวกเขา แน่นอนว่าการท้าชนกับยักษ์ใหญ่ที่อยู่ในวงการมาก่อนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่พวกเขาก็เห็นลู่ทางที่จะพอต่อสู้กลับได้บ้าง ซึ่งผลลัพธ์เริ่มออกมาในทางที่ดีแล้ว ทั้งนี้ทาง Epic Games Store คาดว่า พวกเขาจะยังคงไม่มีกำไรต่อไปจนถึงปี 2027 อ้างอิง: https://workpointtoday.com/ecommerce-accumulated-loss/https://blog.splitdragon.com/lazada-vs-shopee-performance-whos-winning-in-asia/#Lazadas_active_user_base https://www.pcgamer.com/epic-has-sunk-dollar500m-into-the-epic-games-store-doesnt-expect-to-make-a-profit-until-2027/ https://www.epicgames.com/store/en-US/news/epic-games-store-2020-year-in-review  
01 Nov 2021
Dune II - ผู้ปฏิวัติเกมแนว RTS "บิดาของ Command & Conquer"
หากกล่าวถึง Dune ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จัก Dune ในฐานะภาพยนตร์ไซไฟระดับเอกอุ จากวิสัยทัศน์ของสุดยอดผู้กำกับ คุณ Denis Villeneuve ที่ดัดแปลงจากวรรณกรรมคลาสสิกตลอดกาลจากมันสมองอันสุดหยั่งถึงของคุณ Frank Herbert ซึ่งทั้งสร้างผลกระทบพร้อมปูรากฐานต่อสื่อบันเทิงในแนวไซไฟจวบจนทุกวันนี้ หากเราพิจารณาองค์ประกอบโครงสร้าง เรื่องราว จังหวะจะโคนในการพรรณนา ถักทอเนื้อหาให้เป็นหนึ่งเดียว เรามักเห็นองค์ประกอบของ Dune แอบซ่อนอยู่ในเรื่องราวต่าง ๆ อย่างแยบยล ไม่มากก็น้อยหาใช่เรื่องแปลกอันใด เมื่อ Dune ถูกมองว่าเป็นวัตถุดิบชั้นยอด มักถูกดัดแปลงให้ไปอยู่ในรูปแบบสื่ออื่น ๆ ที่หลากหลาย นอกจากภาพยนตร์แล้ว วรรณกรรม Dune ยังเคยถูกดัดแปลงให้เป็นวิดีโอเกม หนึ่งในนั้นเป็นวิดีโอเกมอันถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้ปฏิวัติ วางรากฐาน และเบิกทางให้กับเกมแนว real-time strategy อย่าง Dune II ของทีมพัฒนาระดับตำนาน Westwood Studios ซึ่งต่อมาได้ใช้แนวคิดของเกม Dune II สร้างเกม RTS ที่ทุกคนล้วนรู้จักและยังคงถวิลหา “Command & Conquer”จากคำครหาเมื่อย้อนกลับสู่ช่วงพัฒนาเกม Dune II มีเรื่องราวน่าสนใจไม่น้อย แสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังระบบต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นสูตรสำเร็จของเกมแนว RTS ในเวลาต่อมา โดยผู้พัฒนาล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากทั้งผลงานเก่าของพวกเขาเอง และเกมของทีมพัฒนาอื่นที่กำลังโด่งดังในช่วงเวลานั้น แต่แรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดมาจากความเห็นเชิงครหาว่าร้ายต่อเกมแนววางแผน ว่าเกมแนวดังกล่าวกำลังอยู่ในช่วงขาลง มีการกล่าวว่าเกมแนววางแผนมันห่วยเพราะขาดนวัตกรรม มีการออกแบบที่ไม่สู้ดี และเกมแนวนี้กำลังเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างเนิบช้า เนื่องจากผู้เล่นย้ายไปเล่นเกมที่น่าสนใจกว่า ซึ่งคุณ Brett Sperry ผู้ร่วมก่อตั้ง Westwood Studios และอำนวยการสร้างของ Dune II กลับเห็นต่าง เขาคิดว่าเกมแนวนี้ยังมีศักยภาพและต้องการพิสูจน์ว่าเกมแนวนี้ยังไปต่อได้อีก พร้อมทั้งคิดว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับคิดค้นระบบการควบคุมที่เหมาะสมสำหรับเกมวางแผนที่รวดเร็วและอัดแน่นไปด้วยความพลวัตแบบเรียลไทม์ความท้าทายประการแรกคือการยกเครื่องระบบควบคุมสำหรับเกมวางแผน ในยุคสมัยที่ระบบปฏิบัติการ MS-DOS ยังเป็นที่นิยม ด้วยระบบ user interface (UI) แบบ text-based user interface (TUI) ทีมพัฒนากลับเห็นว่าการแก้ปัญหา UI ในเกมแนวนี้เพื่อสร้างการควบคุมที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ คือการนำปรัชญาการออกแบบ UI จาก macOS มาใช้ ด้วยการออกแบบที่เน้นการคลิก เลือก เล็ง ลากเมาส์เพื่อสั่งการต่าง ๆ หากนำมาไว้ในเกม สามารถสร้างความสะดวกมากกว่าการใช้คีย์บอร์ดพิมพ์สั่งการเป็นหลัก และเหมาะสมกับการควบคุมเกมที่มีความพลวัต รวดเร็ว ต้องใช้ความไวในการสั่งการมากกว่าก่อน นอกจากนั้นยังมีแรงบันดาลใจจากเกมของทีมพัฒนา Bullfrog อย่างเกม Populous ที่ใช้การควบคุมแบบคลิกเมาส์สั่งการได้อย่างลื่นไหลความท้าทายประการต่อมากับการแก้ปัญหาความเฉื่อยชาและน่าเบื่อในเกมแนวนี้ เมื่อคุณ Brett ลองเล่นเกมในบิวท์แรก ๆ พบว่ามันน่าเบื่อและใช้เวลาไม่มากก็เล่นจบ เขาจึงต้องหาวิธีในการสร้างความน่าสนใจให้กับเกม ไม่ว่าการสร้างอุปสรรคให้กับผู้เล่น, ระบบการสร้างความเป็นพลวัต, ระบบก่อสร้างยูนิตและฐานทัพ, ระบบหมอกสงคราม รวมถึงระบบการจัดการทรัพยากรที่ลงตัวกับแนวคิดของจักรวาล Dune ได้อย่างแนบเนียน ซึ่งล้วนได้แรงบันดาลใจมาจาก Civilization ภาคแรกที่วางจำหน่ายในปี 1991 เป็นผลให้ Dune II มีส่วนผสมของการวางแผน, ต่อสู้, สำรวจ และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างลงตัวความท้าทายประการสุดท้ายกับการโดนเกม IP เดียวกันออกตัดหน้าภายในปีเดียวที่วิดีโอเกม Dune II วางจำหน่าย ปรากฏว่ามีเกม Dune โดยทีมพัฒนา Cryo Interactive ซึ่งเป็นเกมแนว point-and-click ผสมกับ strategy วางจำหน่ายอีกเช่นกัน โดยทั้งสองวางจำหน่ายหลังจาก Dune ฉบับภาพยนตร์ของคุณ David Lynch ออกฉายก่อนหน้า 8 ปี ซึ่งทั้งคู่ล้วนได้แรงบันดาลใจจากฉบับภาพยนตร์ แต่มีแนวคิดหลักในการพัฒนาที่แตกต่างกันออกไป Dune II สรรค์สร้างเรื่องราวในโลก Dune ในยุคหลายพันปีหลังจากวรรณกรรมเพื่อผละตัวเองจากการถูกผูกมัดเรื่องราวในวรรณกรรมและเกม Dune ของ Cryo Interactiveสาเหตุที่มีเกม IP เดียวกันออกซ้อนกันเพราะทางผู้ซื้อสิทธิดัดแปลง Dune อย่าง Virgin Games ว่าจ้างทีม Cryo Interactive พัฒนาเกม IP นี้ แต่ Virgin Games คิดว่า Cryo Interactive ไม่น่าจะพัฒนาเกมให้เสร็จทันกำหนดและคิดว่ายกเลิกการพัฒนาไปแล้ว จึงว่าจ้าง Westwood Studios พัฒนาเกม Dune แทน ผลกลับกลายเป็นว่า Cryo Interactive เร่งพัฒนาเกมจนเสร็จ จึงมีเกม Dune อยู่สองเกมออกภายในปีเดียวกัน เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายสำหรับการตลาด เพราะทั้งสองเกมไม่มีความเกี่ยวข้องนอกจากอยู่ในจักรวาล Dune เหมือนกัน โดยเกม Dune ของ Cryo Interactive วางจำหน่ายก่อน ทาง Westwood Studios จึงต้องคิดชื่อสร้อยให้เกมเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนสู่การปฏิวัติเกมแนว RTSท้ายที่สุด Dune II: The Building of a Dynasty (หรือรู้จักในชื่อ Dune II: The Battle for Arrakis สำหรับการทำตลาดในแถบยุโรป และ Dune: The Battle for Arrakis สำหรับการพอร์ตลงเครื่อง Sega Mega Drive/Genesis) วางจำหน่ายในปี 1992 โดย Dune II มีเรื่องราวของการพุ่งรบระหว่างตระกูล Atreides, ตระกูล Harkonnen และตระกูล Ordos เพื่อแก่งแย่งตำแหน่งผู้ปกครอง Arrakis ไว้แต่เพียงผู้เดียว ตามข้อเสนอของจักรพรรดิ Frederick ที่ 4 สำหรับผู้ที่นำ spice มาให้พระองค์ได้มากที่สุด โดยผู้เล่นได้รับบทเป็นผู้บัญชาการกองทัพของแต่ละตระกูลตามการตัดสินใจของผู้เล่นDune II มาพร้อมระบบพื้นฐานอย่าง ระบบการเก็บเกี่ยวทรัพยากรเพื่อนำมาพัฒนากองกำลัง, ระบบการควบคุมยูนิตและสิ่งก่อสร้างแบบเรียบง่ายเพียงแค่คลิกและลากเมาส์, ระบบหมอกสงครามบดบังวิสัยทัศน์ผู้เล่นจนกว่าจะได้สำรวจพื้นที่, ระบบการพัฒนาเทคโนโลยีของกองทัพ, ระบบสงครามอสมมาตรที่ต่างฝ่ายต่างมีข้อดีข้อเสียเฉพาะตัว และ UI ที่เรียบง่าย สั่งได้ดั่งใจนึก แม้ไม่ใช่เกมแนว RTS เกมแรก (หลายสำนักต่างยกให้เกม Herzog Zwei เป็นเกมแรกของแนว RTS) แต่ทุกอย่างล้วนหล่อหลอมให้ Dune II กลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญสำหรับเกมแนว RTS ในยุคปัจจุบัน และคำว่า real-time strategy ก็มาจากคุณ Brett Sperry คิดคำนี้เพื่อใช้ในการอธิบายตัวเกมแก่ผู้เล่นและสื่อต่าง ๆ ซึ่งในตอนนั้นเขาคิดไว้หลายคำ อย่าง “real-time war game”, “real-time war”, “wargame”, หรือ “strategy game” แต่สุดท้ายก็เลือกใช้คำว่า real-time strategy Dune II ประสบความสำรวจทั้งรายได้และคำวิจารณ์ในระดับยอดเยี่ยม ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในนวัตกรรมของวงการเกม Dune II ได้เปลี่ยนโฉมเกมวางแผนให้มีความรวดเร็ว ดุเดือด และที่สำคัญคือตัวเกมทำความเข้าใจง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความซับซ้อน แตกต่างจากเกมวางแผนก่อนหน้าที่เป็นเกมแนว “ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ” (slow-paced) ระบบของเกม Dune II ผลักดันกึ่งบีบบังคับให้ผู้เล่นต้องคิดไว ทำไว ตัดสินใจให้ถี่ถ้วนและถูกต้อง ทั้งการจัดการทรัพยากร กองทัพ กลยุทธ์การจู่โจมและตั้งรับ การแพ้ชนะเกิดขึ้นได้หลายหนทาง ซึ่งล้วนเกิดจากการตัดสินใจของผู้เล่นทั้งสิ้นหลังจากสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการเกม RTS ทีมพัฒนาสานต่อและตอกย้ำว่าสมการแห่งความสำเร็จของ Dune II หาใช่เรื่องบังเอิญ ด้วยเกม Command & Conquer นอกจากนำสูตรสำเร็จและความรู้เชิงปฏิบัติการของ Dune II มาใช้ทุกองคาพยพ ยังปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้น ความสำเร็จของ Command & Conquer เป็นการผลักดันวงการเกม RTS ไปอีกขั้น จนทำให้เข้าสู่ยุครุ่งเรืองของแนวเกมดังกล่าว StarCraft, Age of Empires และอื่น ๆ อีกมากมาย ยกขบวนออกมาสร้างสีสันให้กับวงการเกม เกม RTS ไม่ใช่เกมเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป กลายเป็นเกมสายหลักของอุตสาหกรรมวิดีโอเกมอย่างเต็มตัว พร้อมทั้งสร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม อย่างเช่น ความโด่งดังของเกม RTS สร้างการเติบโตให้กับวงการ “ร้านเน็ต” และเกม RTS ก็ได้แทรกซึมไปอยู่ในชีวิตประจำวัน กลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคม เห็นได้ชัดที่สุดคือในประเทศเกาหลีกับเกมประจำชาติอย่าง StarCraft ที่ร้านเน็ตล้วนมีขึ้นเพื่อรองรับการเล่น StarCraft โดยเฉพาะ อีกกระทั่งเกมดังกล่าวยังได้สอดแทรกอยู่ในเพลง รายการโทรทัศน์ วงการไอดอล จนเป็นเรื่องปกติลงเอยด้วยจุดจบเกม Dune ในช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองของเกมแนว RTS สวนทางกันกับความรุ่งโรจน์ของวิดีโอเกมในนาม Dune เพราะหลังจาก Dune และ Dune II กลับมีเกม Dune อย่างเป็นทางการอีกเพียงสามเกมคือ Dune 2000, Emperor: Battle for Dune และสุดท้ายเกม Frank Herbert's DuneDune 2000 จำหน่ายในปี 1998 พัฒนาโดย Intelligent Games จัดจำหน่ายโดย Westwood Studios ผู้พัฒนาวางเป้าให้เป็นเกมกึ่งรีเมคของ Dune II โดยใช้เกมเอนจินจาก Command & Conquer เพื่ออัปเดตระบบเกมให้ทันยุคทันสมัย ถึงแม้ว่างานภาพของเกมสวยงามขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นผลพวงจากเกมเอนจินใหม่ แต่ตัวเกมมีปัญหาด้านระบบการเล่นจากแนวคิดที่ย้อนแย้งจากเกมภาคต้นฉบับ คือการพยายามปรับสมดุลของยูนิตแต่ละฝ่าย ทั้งที่เกมต้นฉบับยึดมั่นในแนวคิดของการสร้างความเฉพาะตัวให้แต่ละฝ่าย ด้วยแนวทางการเล่น, รูปแบบยูนิต และสิ่งก่อสร้างเป็นของตัวเอง จึงทำให้มีจุดเด่นและจุดด้อยนำมาหักล้างกัน รวมถึงไม่ได้มีการเพิ่มระบบใหม่ ๆ เข้ามาในเกม ยิ่งไปกว่านั้นคือการที่ทีมพัฒนาไม่ได้ใส่ใจกับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ตัวเกมมีความ “งานไม่ละเอียด” เมื่อเทียบกับ Command & Conquer จนท้ายที่สุด Dune 2000 กลายเป็นเกมที่ถูกตีตราปะหน้าว่า “Command & Conquer ในร่าง Dune”ต่อมา Emperor: Battle for Dune จำหน่ายในปี 2001 ซึ่ง Westwood Studios พัฒนาร่วมกับ Intelligent Games เกมถูกปรับภาพให้เป็นสามมิติเต็มรูปแบบ และนำระบบจาก Dune II กับ Command & Conquer มาปรับปรุงและต่อยอด โดยเกมได้รับคำวิจารณ์ในระดับดี แตกต่างจาก Dune 2000 โดยสิ้นเชิง แต่ก็ไม่โดดเด่นจนเทียบเคียงสุดยอดเกม RTS ในยุคเดียวกันได้ แม้กระทั่งผลงานของ Westwood Studios เอง อย่าง Command & Conquer: Red Alert 2 ส่วน Cryo Interactive ที่ยังไม่ยอมแพ้ กลับมาทำเกม Dune อีกครั้งกับเกม Frank Herbert's Dune แต่ความไม่ยอมแพ้ของพวกเขานั้นกลายเป็นเพียงความดื้อดึงติดตรึงความไม่ปล่อยวาง ด้วยคุณภาพเกมที่ไม่มีใครอยากเอื้อนเอ่ยถึง เป็นการขุดหลุมฝังกลบจบตำนาน Dune ในอุตสาหกรรมวิดีโอเกม ไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน จวบจนปัจจุบันแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://dune.fandom.com/wiki/Dune_IIhttps://cnc-comm.com/dune-2https://www.destructoid.com/dune-video-game-retrospective/https://web.archive.org/web/20130212081135/https://www.edge-online.com/features/the-making-of-dune-ii/https://readonlymemory.vg/the-making-of-dune-ii/https://www.pcgamer.com/celebrating-dune-2000-westwoods-forgotten-rts/https://web.stanford.edu/group/htgg/sts145papers/dkeh_2002_1.pdfhttps://web.stanford.edu/group/htgg/sts145papers/adevkar_2003_1.pdf
28 Oct 2021
Genshin Impact ว่าด้วยเรื่อง Internal Cooldown ใครอยากตีแรงต้องอ่าน!
ในเกม Genshin Impact มีการแบ่งตัวละคร รวมถึงการโจมตี และป้องกันออกเป็นธาตุต่างๆ ประกอบด้วย หิน, น้ำ, ไฟ, สายฟ้า, น้ำแข็ง, ลม, ไม้ ซึ่งตัวละครแต่ละตัวจะมีธาตุประจำตัวเป็นของตัวเอง และโจมตีได้แต่เพียงดาเมจธาตุนั้น ซึ่งในการโจมตีผู้เล่นสามารถใช้ธาตุที่แตกต่างกัน 2 ธาตุโจมตีไปที่เป้าหมายเดียวกันเพื่อสร้าง Elemental Reaction ทำดาเมจเสริมให้การโจมตีนั้นรุนแรงมากขึ้น หรือสร้างบัฟที่เป็นผลดีต่อตัวละครของเราเองได้อย่างไรก็ตามการจะโจมตีเพื่อให้เกิด Elemental Reaction ไม่ใช่ว่าอยากทำเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้เลย เมื่อตัวละครในเกมนี้หลายๆ ตัวมี Cooldown ที่มองไม่เห็นในการระหว่างการโจมตีเพื่อแปะธาตุไว้ที่มอนสเตอร์อยู่ เรียกกันง่ายๆ ว่า Internal Cooldown (ICD) โดยวันนี้จะขอพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับเจ้า ICD นี้กัน และขอออกตัวก่อนเลยว่าการเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจวิธีการทำดาเมจยังไงให้แรงๆ ในเกมนี้ได้มากขึ้นเยอะเลย แต่ก่อนจะไปเริ่มกันต้องขออธิบายการทำงานของ Elemental Reaction ในเกมนี้เสียก่อน!Elemental Reaction คืออะไร มีผลดียังไง?"ป.ล. สำหรับคนที่เข้าใจการทำงานในส่วนนี้อยู่แล้ว สามารถข้ามไปอ่านในส่วนของ ICD ด้านล่างได้เลย"Elemental Reaction เป็นผลลัพธ์ 9 แบบ ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่ว่าเอาการโจมตีธาตุไหนไปผสมกับธาตุไหน โดย Elemental Reaction มีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ Transformative Reactions, Amplifying Reactions และ Crystallize Reactions ซึ่งดาเมจในส่วนนี้สามารถทำให้แรงขึ้นได้จากสเตตัส Elemental Mastery (EM) ของตัวละครที่ทำให้เกิด Reaction โดยจะขอลงลึกต่อไปข้างล่างนี้Transformative ReactionsElemental Reaction รูปแบบที่ 1 นี้จะเป็นเกิดขึ้นได้จากการผสมกันของธาตุ และทำให้เกิดดาเมจรูปแบบใหม่ โดยดาเมจรูปแบบใหม่ดังกล่าวจะมีความแรงตายตัวขึ้นอยู่กับเลเวลตัวละครที่ทำให้เกิด Elemental Reaction นั้นๆ (ยิ่งเลเวลเยอะดาเมจที่ทำได้ยิ่งแรง และไม่คิดจากค่า ATK ของตัวละครเลย) โดยแบ่งออกเป็น 6 รูปแบบดาเมจด้วยกัน ไฟ + สายฟ้า หรือ สายฟ้า + ไฟ = Overload ทำดาเมจไฟรุนแรง พร้อมทำให้กระเด็น น้ำ + น้ำแข็ง หรือ น้ำแข็ง + น้ำ = Frozen แช่แข็งศัตรูทำให้ยังมีสถานะน้ำแข็งอยู่ และทำดาเมจ Physical เมื่อน้ำแข็งแตก (Shattered) น้ำแข็ง + สายฟ้า หรือ สายฟ้า + น้ำแข็ง = Supperconduct ทำดาเมจน้ำแข็งพร้อมลด Physical Resist ของเป้าหมายลง 40% เป็นเวลาส 12 วินาที น้ำ + สายฟ้า หรือ สายฟ้า + น้ำ = Electro-Charged ทำดาเมจสายฟ้าต่อเนื่องใส่เป้าหมาย และตัวรอบๆ ตัว่ที่โดนจะยังถือว่าติดสถานะสายฟ้าอยู่ ไม้ + ไฟ = Burning ทำดาเมจไฟตอเนื่องกับเป้าหมาย ตัวที่โดนจะยังติดสถานะไม้กับไฟอยู่ และจะทำดาเมจต่อไปเรื่อยๆ หากไม่เอาสถานะอย่างใดอย่างหนึ่งบนตัวออก (เป็นการผสมที่ผู้เล่นยังทำให้เกิดเองไม่ได้ เนื่องจากเกมยังไม่มีตัวละครธาตุไม้)ธาตุอะไรก็ได้ + ลม = Swirl กระจายธาตุที่ติดอยู่บนศัตรูตัวหนึ่งไปยังศัตรูที่อยู่รอบๆ พร้อมทำดาเมจธาตุที่กระจายออกไป แต่จะทำให้ศัตรูตัวแรกโดนกระจายธาตุออกไปติดสถานะธาตุนั้นน้อยวินาทีลง Amplifying Reactionsในส่วนของรูปแบบที่สองนี้จะแตกต่างจากรูปแบบแรกในส่วนของวิธีคำนวณดาเมจ เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มความแรงให้กับดาเมจฮิตที่ทำให้เกิด Elemental Reaction โดยจะแรงขึ้นเริ่มต้นอีก 1.5 หรือ 2.0 เท่า ขึ้นอยู่กับว่าใช้ธาตุอะไรในการทำให้เกิด Reaction ซึ่งจะมีแค่ 2 แบบเท่านั้นที่ใช้การคำนวณนี้น้ำแข็ง + ไฟ (ทำดาเมจแรงขึ้น 2 เท่า) หรือ ไฟ + น้ำแข็ง (ทำดาเมจแรงขึ้น 1.5 เท่า) = Meltไฟ + น้ำ (ทำดาเมจแรงขึ้น 2 เท่า) หรือ น้ำ + ไฟ (ทำดาเมจแรงขึ้น 1.5 เท่า)  = Vaporizeการคำนวณดาเมจของ Melt และ Vaporize ให้เข้าใจว่าเป็นการคูณดาเมจอีกครั้งในตอนท้ายก็ได้ ยกตัวอย่างเช่นหาก ศัตรูติดสถานะน้ำแข็งอยู่ แล้วเราใช้ตัวละครธาตุไฟโจมตีด้วยดาเมจ 4,000 หน่วย ดาเมจนั้นจะถูกเอาไปคูณด้วย 2.0 ก่อนแสดงผล เป็น 8,000 หน่วย และทำให้สถานะธาตุบนตัวมอนสเตอร์หายไป ซึ่งถ้าหากดาเมจปิดเป็นการโจมตีที่ติด Critical ดาเมจก็จะทวีคูณแรงยิ่งขึ้นไปอีกนั้นเอง Crystallize Reactionsแม้จะเรียกว่า Elemental Reaction รูปแบบที่ 3 แต่จริงๆ แล้วรูปแบบนี้สามารถเกิดได้เมื่อเกิด Reaction ระหว่างธาตุอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ ลม หรือ ไม้ เข้ากับธาตุ ดิน ซึ่งผลลัพธ์ของ Reaction นี้จะสร้างผลึกเกราะ ที่เมื่อไปเก็บแล้วจะได้โล่ป้องกันความเสียหายมา และจะสามารถป้องกันดาเมจจากธาตุที่ตรงกับสีของโล่ได้มากถึง 250% และสาเหตุที่ต้องแยกออกมาเป็นรูปแบบที่ 3 ก็เป็นเพราะใช้สูตรการคำนวณที่แตกต่างกันตามรูปด้านบนนั้นเอง(ภาพสรุป รูปแบบการเกิด Reaction ต่างๆ ขอบคุณ Sunmilk)กลับมาที่ ICDจากข้างบนจะสังเกตได้ว่า Damage จาก Elemental Reaction นั้นมีความสำคัญต่อภาพรวมดาเมจที่ทำได้มากๆ โดยเฉพาะทีมที่เน้นการ Melt และ Vaporize อย่างไรก็ตามการทำให้เกิด Reaction นั้นไม่ใช่ว่าตีสลับธาตุกัน 7 ครั้งแล้ว จะเกิด Reaction ทั้ง 7 ครั้งเลย เนื่องจาก Genshin Impact มี Cooldown ระหว่างการแปะธาตุแต่ละครั้งด้วย โดยตัวละครเกือบทั้งหมดในเกมจะมี Cooldown ในการแปะธาตุในแต่ละครั้งที่ประมาณทุกๆ 2.5 วินาที หรือการโจมตีด้วยรูปแบบการโจมตีเดียวกัน 3 ครั้งยกตัวอย่างง่ายที่สุดคือตัวละคร Yomiya ที่สามารถทำให้การโจมตีปกติของเธอติดธาตุไฟได้ และการโจมตีของเธอจะเป็นการยิงธนูต่อเนื่อง 7 ครั้ง ในการโจมตีครั้งที่ 1 จะแปะไฟไวที่ศัตรูได้ แต่ครั้งที่ 2 กับ 3 จะไม่สามารถแปะไฟที่ศัตรูได้เนื่องด้วยติด ICD อยู่ 2.5 วินาที แต่ในการโจมตีครั้งที่ 4 จะสามารถแปะไฟได้เนื่องจากเป็นการโจมตีครบครั้งที่ 3 ตามกฏของ ICD ซึ่งส่งผลให้ครั้งที่ 7 สามารถตีติดไฟได้จากกฎข้อเดียวกัน ที่นี่ผู้เขียนกล่าวแล้วว่าแค่ "ตัวละครเกือบทั้งหมด" เท่านั้นที่อยู่ภายใต้กฏ 2.5 วินาที และทุกๆ การโจมตี 3 ครั้ง เนื่องจากตัวละครบางตัวจะมีค่า ICD ที่สั้นกว่านั้นมากๆ โดยตัวละครเหล่านี้ก็คือตัวที่เพื่อนๆ เห็นคนมักหยิบมาใช้กันบ่อยๆ นั่นแหละโดยสามารถดูรายชื่อตัวที่มี ICD ไม่ปกติได้ข้างล่างนี้Ganyu : การโจมตี Charge Attack ระดับ 2 และสกิล E ของเธอไม่มี ICD กล่าวคือสามารถแปะน้ำแข็ง หรือทำ Reaction น้ำแข็งได้รัวๆDiluc : สกิล E ของเขาไม่มี ICD เลย และสามารถฟันต่อเนื่องได้ 3 ครั้ง กล่าวคึอสามารถทำ Reaction ได้รัวๆ เช่นกันXiangling : ท่าไม้ตายของเธอที่หมุนหอกไฟไปรอบๆ ตัว ไมมี ICD ดังนั้นมันจะแปะไฟทุกครั้งที่มันชนกับศัตรูXiao : มี ICD พื้นฐานอยู่ที่ 0.1 วินาที ทำให้แทบทุกการโจมตีสามารถทำ Reaction ได้ แต่ใช้กฏ 7 ฮิตในการ Reset แทน (มีผลจริงๆ เมื่อตัวละคร C6)Fischl : หลายๆ สกิลของเธอใช้กฏ 4 ฮิตแทน 3 ฮิต หนึ่งในนั้นคือสกิล E ที่เรียก นก ออกมาช่วยโจมตีเป็นธาตุสายฟ้า Amber : ท่า Charge Attack ของเธอมี ICD แค่ 1 วินาทีTartaglia : ทุก 3 การโจมตีของเขาจะทำให้เกิด Riptide สร้างความเสียหายธาตุน้ำเพิ่มเติม ซึ่งสามารถแปะธาตุบนตัวมอนได้เช่นกัน และใช้การคำนวณ ICD แยกจากการโจมตีปกติของเขาVenti : ท่าไม้ตายของเขามี ICD เพียง 1 วินาที จึงทำให้ทุกครั้งที่มันทำดาเมจ จะทำการกระจายดาเมจธาตุไปยังตัวรอบๆ ด้วยKokomi : สกิล E ของเธอไม่มี ICDXingqiu : สกิลไม้ตายของเขาที่ใช้ดาบน้ำโจมตีต่อเนื่องมี ICD ตามปกติ (2.5 วิ / 3 ฮิต) แต่การนับการโจมตีของดาบน้ำแยกครั้งกัน กล่าวคือทุกๆ ครั้งที่ดาบแทงครบ 3 เล่มจะแปะสถานะน้ำบนตัวศัตรูได้ และด้วยความที่ท่าไม้ตายของเขาสร้างดาบน้ำมาโจมตีแบบ 2 เล่ม - 3 เล่ม เสมอ (มีบางครั้งจะออก 5 เล่ม หาก C6) จึงทำให้เขาเป็นตัวละครที่แปะน้ำได้ตลอดเวลา การโจมตีด้วย Charge Attack ของตัวละครที่ใช้หอกทุกตัวมี ICD เพียง 0.5 วินาที (ยกเว้น Xiao ที่มี ICD แค่ 0.1 วินาที)ที่นี่คำถามต่อมาคือข้อมูลชุดนี้มีประโยชน์ยังไง? คำตอบคือหากเพื่อนๆ ใส่ตัวละครที่มี ICD ต่ำๆ ไว้ในทีม ตัวละครเหล่านั้นจะช่วยทำให้เราสามารถทำ Elemental Reaction ได้แบบรัวๆ และได้ผลลัพธ์เป็นดาเมจที่มากขึ้น ยกตัวอย่างทีมเก่งๆ เช่นXingqiu + ตัวละครธาตุไฟ : ด้วยความที่ท่าไม้ตายของ Xingqiu จะทำให้ศัตรูติดสถานะน้ำอยู่ตลอดเวลา การโจมตีด้วยไฟทั้งหมดของเราจะ = ได้คูณ 1.5 เท่าตลอดเวลา ถ้าเห็นเห็นภาพมากขึ้นไปอีกคือการเอาไปเล่นกับตัวธาตุไฟถือหอกอย่าง Hu tao ซึ่งมี ICD ของ Charge Attack เพียง 0.5 วินาที นี้จึงหมายความว่าทุกๆ ครั้งที่ Hu tao ทำการ Charge Attack ดาเมจที่ได้จะแรงมากๆ เนื่องจาก Charge Attack เป็นท่าโจมตีที่มี ATK% สูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอติดคริแล้วคูณ 1.5 เท่าจากการทำ Vaporize จึงทำให้สามารถแทงได้แต่ละครั้งหลายหมื่นเลยทีเดียวTartaglia + Xiangling : อย่างที่บอกไปแล้วว่าท่าไม้ตายของ Xiangling ซึ่งปล่อยพายุไฟออกมาหมุนรอบตัวนั้นไม่มี ICD เลย การเอาไปเล่นกับตัวละครที่แปะน้ำได้รัวมากๆ อย่าง Tartaglia จึงทำให้ดาเมจของพายุไฟได้รับการคูณ 1.5 ทุกฮิต ซึ่งถ้าหากติดคริด้วย ก็จะยิ่งทำดาเมจได้แรงเกือบ 6 หลักเลยทีเดียวXiangling + Ganyu : อันนี้จะสลับจากการให้พายุไฟเป็นตัวทำดาเมจหลัก เป็นให้หอกไฟทำหน้าที่แปะธาตุไฟบนตัวของศัตรูแทน แล้วใช้การโจมตี Charge Attack ของ Ganyu ที่แรงมากๆ และไม่มี ICD ในการทำดาเมจเป็นหลักแทน ในกรณีของทีมนี้จะคล้ายๆ กับตอน Xingqiu + Hu tao ที่ทำดาเมจคุณ 1.5 เสมอจาก Vaporize ทีม Xiangling + Ganyu ก็เป็นการการันตีว่าทุกครั้งๆ Charge Attack ของ Ganyu จะทำ Melt Reaction และได้โบนัสดาเมจอีก 1.5 เท่าเช่นกันVenti + ใครก็ได้ : ในกรณีที่ทำ EM ให้กับ Venti ไว้สูงมากๆ จะส่งผลให้ Swirl ที่เขาเป็นคนทำมีดาเมจที่สูง และด้วยความที่ท่าไม้ตายของเขามี ICD เพียง 1 วินาที จึงทำให้ทุกการโจมตีของท่าไม้ตายสามารถทำ Swirl ได้ และเกิดเป็นดาเมจ Reaction แบบต่อเนื่องๆ สร้างดาเมจแบบมหาศาลจากการกดใช้ท่าไม้ตายเพียงอย่างเดียวคิดว่าน่าจะพอเห็นภาพกันแล้วว่าการทำ Elemental Reaction แบบต่อเนื่องมีผลทำให้เพื่อนๆ ได้สร้างโบนัสความเสียหายได้เยอะมาก รูปแบบการจัดทีมให้ตีได้แรง แน่นอนว่าไม่ได้จำกัดแค่ที่ผู้เขียนกล่าวมาข้างบนเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบที่ผู้เขียนไม่ได้กล่าวมาเช่น Kaeya + Xiangling, Kokomi + ตัวสายฟ้า, Yomiya + Fischl C6 หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เลือกตัวมาใส่ทีมกันได้ดีมากยิ่งขึ้นครับ
26 Oct 2021
[บทความ] ส่องนโยบาย Steam กับ พรบ. e-Service และผลกระทบต่อเกมเมอร์ชาวไทย?!
ในตอนนี้หลายคนคงเริ่มได้รับผลกระทบจากภาษี e-Service ที่เพิ่งบังคับใช้ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา โดยพรบ.นี้จะบังคับใช้กับแพลตฟอร์มออนไลน์จากต่างประเทศที่เข้ามาเปิดให้บริการในไทย และมียอดขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ซึ่งจะต้องนำส่งภาษี 7% ของราคาค่าบริการแน่นอนว่าที่โดนผลกระทบสำหรับเหล่าเกมเมอร์มากที่สุด คงหนีไม่พ้นราคาเกมที่มากขึ้น และราคาการเติมเงินในเกมที่แพงขึ้น โดยในตอนนี้หลาย ๆ เกมเริ่มทยอยปรับเรื่องราคาการเติมเงินกันไปแล้วทว่าทาง Steam หนึ่งในแพลตฟอร์มร้านค้าเกมยักษ์ใหญ่ได้ออกมาประกาศจุดยืนว่า พวกเขาจะไม่ขึ้นราคาเกมที่ขายในร้านค้าของพวกเขา โดยภาษี 7% นั้นจะถูกแบกรับเอาไว้จากทาง Steam และผู้พัฒนาเกมเอง ไม่ทำให้ลูกค้าต้องกังวลเรื่องต้องจ่ายเงินซื้อเกมในราคาที่แพงขึ้น ทาง Steam ได้ออกมาตอบคำถามนโยบายเกี่ยวกับ VAT and Sales Tax เอาไว้ดังนี้:VAT จะทำงานยังไงเมื่อวางขายเกมบน Steamราคาของเกมที่ขายอยู่ใน Steam จะถูกรวม VAT เข้าไปด้วยตั้งแต่แรกแล้ว โดยราคาจะมีอัปเดตเป็นระยะ ๆ ตามประเทศที่บังคับใช้กฎหมาย e-Service (หากประเทศที่ไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับ VAT บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ราคาเกมของประเทศนั้นก็จะไม่ถูกบวกรวม VAT เข้าไป)รายได้ของผู้พัฒนาเกมที่ Steam จะจ่ายให้คือรายได้สุทธิหลังหักภาษีใช่ไหม?คำตอบคือใช่ โดยรายได้จากการขายเกมนั้นจะถูกหักภาษีออกไปตามอัตราของแต่ละประเทศ จากนั้นจึงค่อยหักส่วนแบ่งรายได้ที่ Steam ตกลงกันไว้กับผู้พัฒนาก่อนที่จะวางขาย ซึ่งตอนนี้ส่วนแบ่งอยู่ที่ Steam 30% ผู้พัฒนา 70%ทางผู้พัฒนาเกมและผู้จัดจำหน่ายต้องรับผิดชอบอะไรบ้างเกี่ยวกับ VAT, Sales Tax หรือภาษีอื่นๆสำหรับข้อนี้ทาง Steam แนะนำให้ทางผู้พัฒนาไปปรึกษาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีของบริษัทตนเองมากกว่า โดย Steam อาจจะช่วยให้ข้อมูลว่าทาง Steam รับมือกับภาษียังไง เพื่อประกอบการตัดสินใจซึ่งในตอนนี้ VAT ของเกมถูกบังคับใช้ใน 56 ประเทศทั่วโลกที่ Steam ให้บริการอยู่ โดยมี 54 ประเทศที่ VAT นับรวมไปกับราคาเกม ส่วนอเมริกาและแคนาดา จะเป็น VAT แบบที่ต้องจ่ายเพิ่มไม่บวกไปกับราคาเกมตั้งแต่แรกโดยราคา VAT ของไทยในตอนนี้อยู่ที่ 7% คิดเป็นอันดับที่ 50 ของราคา VAT จาก 54 ประเทศทั่วโลกเทียบเท่ากับสิงคโปร์ส่วนประเทศที่มีราคา VAT สูงที่สุดคือ ฮังการี พวกเขามีราคา VAT สูงถึง 27% เลยทีเดียว หากให้คำนวนง่ายๆ นั้น ถ้าเกมมีราคากลางที่ 1,000 บาท คนประเทศฮังการีจะต้องจ่ายเงินซื้อเกม 1,270 บาท ในขณะที่คนไทยจะต้องจ่ายเงิน 1,070 บาทนั่นเองจากข้อมูลทั้งหมด และจากนโยบายที่กล่าวไปของ Steam หมายความว่ากลุ่มผู้เล่นทั้งหมด ซึ่งรวมถึงชาวไทย น่าจะรู้สึกถึงผลกระทบจากนโยบายนี้ค่อนข้างน้อยในระยะสั้น เพราะนโยบายของ Steam จะส่งรายได้ให้ผู้พัฒนาเป็น "รายได้สุทธิหลังหักภาษี" หมายความว่าตัว "ผู้พัฒนาเกม" ต่างหากคือคนที่จะต้องแบกรับภาระจากนโยบายภาษีใหม่นี้ เพราะรายได้ที่ควรได้จาก Steam จากที่ควรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย จะต้องโดนหักภาษีก่อน ซึ่งก็แตกต่างกันไปสำหรับแต่ละประเทศ หากผู้เล่นในประเทศที่ภาษีแพงมาซื้อเกม ก็จะยิ่งโดนหักรายได้มากขึ้นไปด้วย ในช่วงนี้อาจจะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเหล่าผู้พัฒนาจะได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้แค่ไหน โดยเฉพาะเหล่าผู้พัฒนาระดับเล็กถึงปานกลางทั้งหลายที่อาจต้องพึ่งพารายได้จาก Steam เป็นหลัก มากกว่าผู้พัฒนาระดับ AAA ที่ยังมียอดจากการขายในคอนโซลมาช่วยได้บ้าง ในตอนนี้ดูเหมือนว่าเหล่าเกมเมอร์จะยังพอวางใจได้บ้างที่ Steam ออกมาช่วยให้พวกเขาไม่ต้องจ่ายเงินที่แพงขึ้นทว่าในอนาคตนั้นยังไม่มีอะไรที่แน่นอน ทางผู้พัฒนาเกมอาจจะขอขึ้นราคา เพื่อไม่ให้ VAT ต้องเข้าเนื้อมากเกินไป หรือเทศกาลลดราคาเกมต่างๆ จะมีอัตราการลดราคาที่น้อยลง เพราะต้องเจียดเงินบางส่วนไปจ่ายให้กับ VAT ที่เพิ่มขึ้นมา ทั้งนี้เรายังต้องจับตาดูต่อไปว่า พรบ. e-Service นี้จะส่งผลกระทบกับวงการเกมในรูปแบบไหนได้อีกReferencehttps://partner.steamgames.com/doc/finance/taxfaq
25 Oct 2021
[บทความ] ส่องประวัติคำว่า 'Toxic' การหยอกล้อเอาสนุก หรือความสุขบนทุกข์ของคนอื่น?
ในวงการเกมปัจจุบัน จะมีพฤติกรรมที่หลายคนเรียกว่า "Toxic"  ซึ่งหมายถึงบุคคลที่พูดจาไม่ดี พูดแล้วเกิดความไม่สบายใจ สร้างความทุกข์ใจให้กับคนอื่นที่พูดถึงแล้วทำให้รู้สึกเดือดขึ้นมา พฤติกรรมทำนองนี้มีอยู่ในทุกสังคม ทุกชนชั้น รวมถึงสังคม เกมเมอร์แบบชาวเราด้วย ถ้าจะพูดกันตามตรง คงไม่มีใครชอบตกเป็นเป้าหมายพฤติกรรม Toxic อย่างแน่นอน แต่การจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เจอพฤติกรรมแบบนี้เลยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในสังคมของเกมที่มีการแข่งขันสูงเช่น MOBA หรือเกมอีสปอร์ตชนิดใดก็แล้วแต่ บางคนอาจจะมองว่าการแสดงพฤติกรรมทำนอง Toxic บางครั้งก็เป็นเพียงการหยอกล้อกันในหมู่เพื่อน และเมื่อจบเกมไปแล้วก็ถือว่าหายกันไป แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมที่มีความ Toxic มากๆ ก็เป็นสิ่งที่กีดกันคนออกจากสังคมนั้นๆ ซึ่งก็ไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้นภายในบทความนี้ ผู้เขียนจะพูดถึงพฤติกรรม Toxic ทั้งการพูดระหว่างเพื่อนเพื่อเอาฮา กับ Toxic ใส่คนอื่นตามอารมณ์คึกคะนอง ว่าแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร คำว่า 'Toxic' มีที่มาที่ไปอย่างไร และทั้งหมดนี้มันคือความขำขันระหว่างผู้เล่น หรือการทำร้ายกันเพื่อเอาสนุกกันแน่====================================ความหมายของคำว่า 'Toxic'ในภาษาอังกฤษ คำว่า 'Toxic' นั้นหมายถึงสิ่งของที่เป็นพิษ ซึ่งมันก็ไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝงอะไรจนกระทั่งในช่วงปี 2000 ที่เริ่มใช้เปรียบเทียบกับคนที่ทำตัวแย่ๆ ในรูปแบบศัพท์แสลง แต่ก็ไม่ได้รู้จักในวงกว้างมากนักจนกระทั่งในปี 2003 ศิลปินที่ชื่อ บริตนี่ย์ สเปียร์ ได้ออกซิลเกิลเพลงที่ชื่อว่า Toxic ซึ่งความหมายของเพลงนั้น ได้สื่อความหมายถึง 'พิษร้ายของคำพูดจากคนรัก' ที่ทำให้ต้องทุกข์ทนเพราะหลงคารมคมคายนั้นเอง ซึ่งก็อย่างที่ทราบกันว่าเพลงนี้ติดหูคนไทยในบ้านเราอย่างมาก แต่สมัยนั้นเราก็ไม่ได้สนใจความหมายเพลงเสียเท่าไหร่ว่ามันคืออะไร และไอ้คำว่า Toxic นี้แหละ ก็ได้เริ่มถูกใช้เพื่อพูดหมายถึงคนที่ทำพฤติกรรมที่ไม่ดีหรือพูดจาแย่ๆ กันอย่างกว้างขวางในสังคมทั่วไปก็อยู่ช่วงปี 2010 แต่จุดเริ่มต้นจริงๆ ก่อนหน้านั้นมันมาจากเกมจุดเริ่มต้นพฤติกรรม Toxic  ที่แสดงให้เห็นในเกมถึงแม้ว่าจะไม่มีใครพูดถึงความหมาย Toxic ในเชิงเกมอย่างชัดเจน แต่ก็มีการแสดงคำพูดเชิงหยามให้เห็นซึ่งตัวอย่างจากเกม DotA ซึ่งเป็นเกมแนว MOBA สมัยยังเป็น Mod ของ Warcraft III อย่างการพิมพ์ '?' หรือ 'Noob' เพื่อตำหนิผู้เล่นคนอื่น หรือคำว่า 'EZ' ที่ออกเสียงเหมือนคำว่า "Easy" ที่แปลว่าง่าย ใช้สำหรับเยาะเย้ยฝ่ายตรงข้าม (เกมนี้ชนะง่ายจัง อะไรแบบนั้น) ซึ่งก็มีพื้นฐานจุดเริ่มต้นมาจากเกมนี้ทั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะเป็นเกมที่ต้องอาศัยความเป็นทีม และใช้ทักษะเฉพาะตัวอย่างเข้มข้น ทำให้เกมมีความตึงเครียดในการเล่นสูงมาก ส่งผลให้ผู้เล่นบางคนอาจจะรู้สึกอยากระบายหรือกรีดร้องออกมาเมื่อมีอะไรไม่ได้ดั่งใจ ไม่ว่าจะเพื่อนเล่นไม่ดี หรือเกมที่สูสีมากๆ และนั่นแหละที่มาของอาการ 'หัวร้อน' ซึ่งเป็นคำที่เรารู้จักกันอย่างกว้างขวางในสังคมไทยทั้งหมดทั้งมวลนี้เองคือจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมที่เรียกรวมๆ กันว่า "Toxic" เพียงแต่ยังไม่เคยมีใครใช้คำนี้ในการจำกัดความเท่านั้นเองคำว่า Toxic ที่เริ่มได้ยินมาจากเกมอย่างเป็นทางการเอาจริงๆ คำว่า Toxic ที่ถูกใช้อยู่ในภาษาของเกมเมอร์ปัจจุบันอาจจะไม่สามารถหาที่มาได้อย่างชัดเจนได้ว่าเริ่มต้นจากปีไหน แต่สิ่งที่พอยืนยันและมีการพูดถึงนั้น ก็เริ่มต้นมาจากเกม Call of Duty 4: Modern Warfare เป็นเกมแนว FPS ที่วางจำหน่ายในปี 2007 และเป็นหนึ่งในภาคที่ผู้คนชื่นชอบมากที่สุดในซีรีส์ในโหมด Multiplayer ของเกมนี้ ก็ได้มีการเปิดไมค์สามารถพูดคุยกับผู้เล่นอื่นได้ค่อนข้างอิสระ และด้วยความที่เกมค่อนข้างไว ยิงตายกันง่าย ก็แน่นอนว่าย่อมทำให้หัวร้อนง่ายเช่นกัน และคำว่า Toxic ก็ถูกใช้ในหมู่ผู้เล่นเกมนี้เป็นที่แรกๆ สมัยนั้นผู้เขียนเองก็เคยยินคนต่างชาติพูดอัดไมค์ว่า 'You're F---king TOXIC!!' เพราะทางเราสมัยวัยละอ่อนได้ไปทำท่าคล้ายลักษณะ T-bag ใส่ เพราะคิดว่าท่ามันคือการหยอกกันขำๆ (แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันคือการหยามมากๆ)แต่ก่อนที่คำว่า Toxic จะถูกใช้อย่างแพร่หลายทุกวันนี้ กลุ่มเกมเมอร์ชาวไทยเราก็มีคำนิยามพฤติกรรมลักษณะนี้ของตัวเองเช่นกันเว็บ Pramool.com  กับนิยามคำว่า 'เกรียน'อันนี้กล้าพูดเลยว่าบ้านเรารู้จักคำว่า Toxic มานมนานแล้ว ตั้งแต่ราวปี 2004 ณ บนเว็บไซต์ที่ชื่อว่า pramool.com ซึ่งถือว่าเป็นเว็บที่ผู้คนไม่ได้มองว่าเป็นเว็บประมูลขายของ...แต่เป็น 'ผู้คน' เพราะว่ามันคือเว็บไซต์โซเชียลยุคบุกเบิกของไทยเลยก็ว่าได้ เป็นศูนย์รวมผู้คนต่างๆ มากมาย ที่เข้ามาสิงเว็บบอร์ด และเว็บนี้แหละได้เกิดคำศัทพ์นิยามใหม่ได้แก่คำว่า 'ดักค--าย', 'หยงบัสเตอร์' และคำว่า 'เกรียน' ซึ่งเราจะขอโฟกัสคำว่าเกรียนเป็นหลักโดยคำว่าเกรียนนั้นเกิดขึ้นจากเว็บบอร์ดในนี้แหละ ซึ่งมีความหมายถึงบุคคลที่ทำตัวแย่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นมาจากพฤติกรรมจากเด็กวัยรุ่นที่ไว้ทรงผมหัวเกรียนนักเรียนไทย ที่ชอบทำตัวกร่างในเว็บบอร์ดของประมูล ซึ่งมีความหมายละม้ายคล้ายคลึงกับคำว่า Toxic ของต่างชาติ อาจจะนับได้ว่าคำว่าเกรียนนั้น มันคือคำว่า Toxic ที่มาก่อนกาลก็ว่าได้ และมันก็ได้เผยแพร่ถูกใช้ในสังคมทั่วไปที่หมายถึง พวกเด็กหรือผู้ใหญ่หัวใจเด็กที่ยังทำตัวแย่ๆ นั่นเองเวลา Toxic ใส่ผู้คนในเกมทำให้คนรู้สึกดีหรือแย่ลง ?จะบอกว่าพฤติกรรม Toxic นั้นมีอยู่ในทุกสังคม ทุกหย่อมหญ้า และแฝงตัวในสังคม Gamer มานานแล้ว ซึ่งตามที่กล่าวไว้ช่วงแรกๆ ความ Toxic ของการเล่นเกมมันคือการปลดปล่อยความรู้สึกส่วนตัวในทางแย่ๆ ใส่คนอื่น ซึ่งมาจากทั้งความรู้สึกผิด กลัว หรือโกรธของตัวเอง พูดแบบให้เข้าใจง่ายๆ แล้วมันคือกลไกการป้องกันตัวเองในจิตสำนึกของเราเพื่อตอบโต้การกระทำของมนุษย์ด้วยกัน และการได้ปลดปล่อยความ Toxic แล้วมันทำให้ตัวเองรู้สึกดีหรือได้รับรางวัลสักอย่างในชีวิตที่เรียกว่า ความรู้สึกดี และมันจะรู้สึกดีมากๆ หากเราได้ทำให้ฝ่ายตรงข้ามรู้สึกผิด โกรธหรือกลัวได้เช่นกัน มันเป็นกลไกภายในของมนุษย์ทุกคนหลังจากเราได้ปลดปล่อยความ Toxic หรือตอบโต้ด้วยการ Toxic กลับใส่คนอื่น มันอาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อเรากลับสู่ภาวะปกติหรือสงบใจลง จิตสำนึกในการตระหนักรู้หรือการรับรู้ผิดชอบชั่วดีจะเข้ามาแทนที อาจจะทำให้เรารู้สึกแย่ขึ้นมาแทน พูดง่ายๆ ก็คือเราอาจจะรู้สึกผิดในใจขึ้นมาเมื่อรู้ตัวอีกทีว่าเราทำอะไรลงไป เพียงแค่จะตระหนักรู้ผิดชอบมากน้อยแค่ไหนในแต่ละคนซึ่งไม่ได้บอกว่าให้เข้าใจธรรมชาติของพวก Toxic แต่อยากให้ทำความเข้าใจคร่าวๆ เวลาเราต้องเจอสถานะการณ์แบบนี้เราจะรู้สึกอย่างไรบ้าง ยังไงซะเราก็ไม่สนับสนุนกับการ Toxic ในสังคมเกมอยู่แล้วการ Toxic ในฝูงเพื่อนเพื่อความเฮฮาสำหรับการ Toxic ใส่เพื่อนนั้นอาจจะมีข้อแตกต่างไปเสียเล็กน้อย ถึงแม้การแสดงออกในการ Toxic แต่เพื่อนอาจจะรู้เจตนาว่าเพื่อนของเรานั้นอาจจะแค่ปั่นเพื่อเอาฮาหรือเรียกเสียงหัวเราะราวกับได้ปลดปล่อยความสะใจใส่ แต่ถึงอย่างนั้นกลไกและหลักการนั้นก็จะเป็นหลักการเดียวกันที่กล่าวไว้ข้างต้น อาจจะมองได้ว่า Toxic กับเพื่อนเอาฮาอาจจะสบายใจและได้ปลดปล่อยเพื่อให้เรารู้สึกดีขึ้นมาเวลาเล่นเกมด้วยกันแต่ยังไงซะ การ Toxic มันก็คือ Toxic อยู่ดี แรกๆ เพื่อนเราอาจจะเฮฮาสนุกสนานด้วยราวกับตบมุกความเกรียนของเพื่อน แต่นานๆ เข้า เมื่อบางคนเจอสถานะการณ์ตึงเครียดด้วยกันตอนเล่นเกม เช่นเล่นเกมกำลังเสียเปรียบ มันอาจจะกลายเป็นการ Toxic ใส่เพื่อนให้รู้สึกแย่เสียแทน และอาจจะนำมาซึ่งการโกรธและทะเลาะกันในหมู่เพื่อนเพียงแค่เรื่องเกมแล้วทำไมการ Toxic ถึงไม่หมดในสังคม Gamerเมื่อมาถึงคำถามว่าทำไมในเมื่อ Toxic มันไม่ดี ทำไมไม่เลิกทำหรือทำอะไรสังอย่างให้ความ Toxic หายไปจากสังคมเกมเมอร์ไปเสียเลยล่ะ ก็คงจะตอบได้เลยว่า ไม่สามารถทำให้เหล่า Toxic หายไปจากสังคมคนเล่นเกมได้อย่างเด็ดขาดเพราะว่ามนุษย์นั้นไม่มีอะไรเหมือนกัน ร้อยพ่อพันแม่หมื่นนิสัยของคนไม่มีทางที่จะเหมือนกัน รวมไปถึงอายุและวุฒิภาวะ ภูมิต้านทานกับความเสียดสีและเหยียดหยามของสังคมต่างๆ ที่กระทำใส่เราว่าเราจะตอบโต้หรือจัดการอย่างไรบางคนอาจจะอดทนแล้วเล่นเงียบๆ เพราะคิดว่ามันก็แค่เกม บางคนก็อาจจะสั่งสอนด้วยคำพูดดีๆ บางคนอาจจะเมินแล้วปิดการแสดงผลของอีกฝ่ายทั้งการปิดเสียงและปิดช่องสนทนา หรือแม้กระทั่งบางคนก็ตอบโต้ไปด้วยการ Toxic กลับและนั่นแหละ เมื่อมีการตอบโต้ความ Toxic ด้วยความ Toxic มันก็เหมือนการเด้งลูกบอลไปมาไม่มีที่สิ้นสุดหรืออีกฝ่ายยอมแพ้ไป และเมื่อยอมแพ้ไปด้วยความรู้สึกเจ็บใจ แค้นใจ ความรู้สึกแย่ ก็อาจจะปล่อยวางแล้วเลิกรา หรือบางคนก็อาจจะหาที่ระบายต่อด้วยการ Toxic ใส่คนอื่นต่อไป และนี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ความ Toxic นั้นอาจจะไม่มีทางหายไปจากสังคมเกมเมอร์======================================สรุปแล้ว ความ Toxic ไม่ว่าจะเอาฮากับเพื่อนหรือกระทำกับผู้อื่น ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ดีทั้งนั้น เพียงแค่การ Toxic กับเพื่อนแล้วเพื่อนจะตบมุกหรือเอาฮาด้วย แต่ก็ต้องดูอารมณ์ว่าเขาจะเล่นด้วยไหม สิ่งที่เราทำเพื่อให้สังคมที่ดีขึ้นคือ การไม่ตอบโต้ความ Toxic ด้วย Toxic หากทำดีหรืออาจจะพูดสั่งสอนให้รู้ว่าทำแบบนี้มันไม่ถูกหากทำได้ แต่รู้สึกว่าไม่ไหวกับการโดน Toxic จนรู้สึกแย่จริง ๆ แล้วล่ะล่ะก็...ลองหาใครสักคนที่เรารัก ที่เราเข้าใจและพร้อมจะรับฟังเรา บางทีมันก็อาจจะทำให้รู้สึกดีขึ้นก็เป็นได้นะ
24 Oct 2021
[บทความ] ประวัติเกม Survival Horror: แนวเกมสยองที่เปลี่ยนความกลัวเป็นความสนุก
เกมแนว Survival Horror เป็นแนวเกมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าที่หลายคนคาดคิด ตั้งแต่ยุคสมัยที่การพัฒนาอุตสาหกรรมเกมยังมีข้อจำกัด แต่ด้วยความมุ่งมั่นคงทีมพัฒนาที่อยากให้ผู้เล่นได้สัมผัสความสยองด้วยเทคโนโลยีที่มีในขณะนั้น จึงกำเนิดเป็นผลงานมากมายที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นได้สัมผัสความสยองจนแทบไม่กล้าไปเล่น ถึงกราฟฟิคหรือความอิสระในการควบคุมจะไม่ได้ดีเหมือนในปัจจุบัน แต่ก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามันมีเสน่ห์บางอย่างที่เกมหลายเกมในปัจจุบันได้หลงลืมไปเสียแล้วบทความนี้จะมาเล่าเรื่องถึงวิวัฒนาการของแนวคิดเบื้องหลังเกมแนวสยองขวัญ + เอาตัวรอดหรือ Survival Horror ว่ามีที่มาอย่างไร และพัฒนาการของเกมแนวนี้จากจุดเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงการตอบคำถามว่าทำไมเกมที่น่ากลัวและกดดัน กลับทำให้เราอยากกลับมาเล่นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า=========================================ความแตกต่างระหว่าง  Pure Horror และ Survivor Horrorจากที่ผู้เขียนเองชื่นชอบเล่นเกมแนว Survival Horror อย่างมากแม้จะเป็นคนที่กลัวอะไรสยองขวัญน่ากลัวก็ตาม ทำให้พอเข้าใจความหมายของเกมแนว Pure Horror และ Survival Horror โดยทั้งจะมีหลายๆ อย่างที่เหมือนกัน เช่นการบริหารทรัพยากรหรือสถานะต่างๆ ที่เรามีอย่างเช่นค่าความเหนื่อยหรือกระสุน หรือจะเป็นกับดักและปริศนาที่รอเราอยู่ อาจมีข้อจำกัดด้านเวลาที่บีบบังคับ ยังไม่รวมเหล่าสิ่งน่ากลัวชวนขนลุกที่ไล่จ้องจะเล่นงานเราให้สยองพองเกล้ากันในเกมเหล่านี้แต่สิ่งที่ทำให้แนวเกมทั้งสองนี้มีข้อแตกต่างเลยก็คือ 'การตอบโต้' ซึ่งหากเป็น Pure Horror นั้นจะเน้นความน่ากลัว ความขนลุกโดยที่ผู้เล่นตอบโต้ไม่ได้เลย อย่างมากอาจจะมีสิ่งของที่ทำให้ศัตรูหยุดตามล่าหรือจู่โจมเราชั่วคราวเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่พวกมันก็จะไม่หยุดไล่ล่าหรือหลอกหลอนผู้เล่นจนกว่าจะ Game Over กันไปข้างหนึ่ง หรือมีคัตซีนที่ทำให้พวกมันมีอันเป็นไปเสียเองแต่กลับกันหากเป็น Survival Horror เรายังพอที่สามารถ 'ตอบโต้' กับสิ่งที่เรากลัวได้ เช่นอาวุธหรืออุปกรณ์ต่างๆ สามารถฆ่าศัตรูให้ตายหรือหยุดยั้งการไล่ล่าของมันได้ แต่ว่าของที่เราใช้มักจะมีจำกัด จึงเป็นการสร้างความกดดันให้กับผู้เล่นอย่างมาก เพราะถ้าไอเทมสำหรับป้องกันตัวหมดแล้ว มันจะกลายเป็น Horror แทบจะทันทีเพราะเราไม่มีอะไรที่ตอบโต้ศัตรูได้นั่นเองเกมแนว Survival Horror ที่ก่อนเราจะได้รู้จัก(คลิปโดย: all that is retro)เอาจริง ๆ แล้วเกมแนวสยองขวัญเอาชีวิตรอดหรือ Survival Horror มีจุดเริ่มต้นและมีเค้าโครงมาจากเกม Sweet Home ของเครื่องคอนโซลแฟมิคอมในปี 1989 ซึ่งทาง Capcom ผู้พัฒนาในขณะนั้นยังเรียกเกมนี้ว่าเป็นแนว RPG Action Adventure ในธีมผีอยู่ เกมมีเนื้อเรื่องที่เข้าใจง่ายสไตล์เกมยุคปี 80's ที่ติดตามกลุ่มนักเดินทางที่ต้องการจะมาถ่ายทำสารคดีเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยพวกเขาพบกับคฤหาสน์หลังหนึ่งระหว่างเดินทางจึงได้เข้าไปข้างใน และได้เจอดีกับสิ่งเหนือธรรมชาติมากมาย ซึ่งเนื้อเรื่องเกมทั้งหมดก็นำเค้าโครงจากหนังเรื่อง Sweet Home มาดัดแปลงอีกทีเกมมีตัวละครให้เล่นถึงห้าตัว แต่ว่าสามารถเลือกสำรวจแต่ละรอบได้ราวๆ 2-3 คนต่อรอบ ซึ่งแต่ละคนจะมีไอเทมติดตัวไม่เหมือนกันเพื่อใช้แก้ปริศนาและสำรวจคฤหาสน์ หากตัวละครไหนตายก็จะตายเลยไม่มีการฟื้นคืนชีพ กลับจุดเซฟ หรือรีสตาร์ทเกมใหม่ จัดได้ว่าเป็นเกมที่เล่นยากเอาเรื่อง ถึงกับต้องซื้อบทสรุปมาเล่นกันเลย ที่สำคัญมันน่ากลัวมาก ( ก.ล้านตัว ) สำหรับเด็กหนวดยุคแฟมิคอมทั้งหลายและอีกหนึ่งเกมที่คิดว่า น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ Survivor Horror ในยุคหลังๆ ก็คงเป็นเกม Alone in the Dark ในปี 1992  เกมอาจไม่ได้ให้ความรู้สึกสยองขวัญขนาดนั้นหากมาเทียบกับผลงานในปัจจุบัน แต่สำหรับยุคนั้นถือว่ากดดันพอตัว และเป็นเกทมแรกๆ ที่่ใช้ระบบ Camera View (กล้องวงจรปิด) ซึ่งที่จริงมันเป็นข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์เกม PlayStation ในยุคนั้น ทำให้ไม่สามารถสร้างมุมมองการเล่นอันเป็นอิสระได้ แต่ข้อจำกัดนี้กลับกลายเป็นข้อดี โดยมุมกล้องแบบนี้ทำให้เกิดมุมอับสายตาในบางจุดที่สร้างความกดดันได้เป็นอย่างดี เพราะไม่รู้ว่ามุมอับนั้นเราจะมีตัวอะไรรอเราอยู่หากไม่เดินเข้าไปเกมที่นิยามคำว่า 'Survival Horror'   เป็นครั้งแรกต่อมาในปี 1997 เชื่อว่าไม่มีเกมเมอร์คนไหนที่ไม่รู้จักเกมนี้ นั่นก็คือ 'Resident Evil' หรือ 'Biohazard' และเรียกตัวเองว่าเป็นเกมแนว Survival Horror เกมแรกของโลก (เอาจริงๆ มีเกมอื่นก่อนหน้านั้นหลายเกมที่อาจจัดอยู่ในหมวดเดียวกันได้ เพียงแค่ไม่ได้คิดชื่อนี้ออกมาเรียกแนวเกมตัวเอง) โดยได้ไอเดียมุมกล้องของ Alone in the Dark และความสยองขวัญน่ากลัวจาก Sweet Home เอามาพัฒนาต่อยอด โดยใช้ธีมใหม่ในคอนเซ็ปต์ 'การทดลองอาวุธชีวภาพ' ซึ่งเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากสำหรับยุคนั้น แม้คำอวดอ้างว่าเป็น "เกม Survival Horror เกมแรกของโลก" อาจเป็นที่ถกเถียงได้ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ 'Resident Evil' นี่แหละที่ทำให้แนวเกมนี้กลายเป็นที่นิยมแพร่หลายในกระแสหลักในวัยเด็กเมื่อผู้เขียนได้ลองเล่นเกมครั้งแรก ก็กรี๊ดแตกแล้วไม่กล้าเล่นอีกเลยหลังจากเจอฉากคัตซีนซอมบี้หันหัวมา แถมเก็บมาหลอกหลอนในฝันอีกต่างหาก แต่ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นความชื่นชอบเกมแนวสยองขวัญเอาตัวรอดตั้งแต่นั้นมายินดีต้อนรับสู่ Silent Hillกระแสอันโด่งดังของเกมแนว Survivor Horror กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะการมาของ Resident Evil ในฐานะเกมที่น่ากลัวและกดดันอย่างถึงที่สุด แต่ทว่าในอีกสองปีต่อมา Konami ได้เข็นเกม Silent Hill เกมแนว Survivor Horror ที่มีธีมเกี่ยวกับความเชื่อและบาปของตัวเองแถมออกมาสู้ โดยพวกศัตรูนั้นก็เน้นความกลัว ความขยะแขยงจากร่างกายมนุษย์ ส่วนเนื้อหาก็คมคาย ลุ่มลึกและซับซ้อน แต่ก็คงไม่ขอเทียบกับอีกเกมหนึ่งเพราะว่าธีมมันคนละอย่างกันอีกจุดเด่นของเกมนี้ที่ไม่คิดว่าจะใช้ข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์เครื่องเล่น PlayStation ในขณะนั้นมาเป็นสิ่งที่สร้างความกลัวให้กับผู้เล่นนั่นก็คือหมอก หมอกนี้แทบจะลดทัศนวิสัยของผู้เล่นชนิดที่ว่ากว่าจะเห็นศัตรูก็แทบจะเข้าใกล้เราแล้ว ซึ่งจริงๆ การสร้างหมอกนี้มีเหตุผลก็คือเกม Silent Hill ออกแบบมาให้มีมุมมองแบบบุคคลที่สามบนแผนที่ขนาดใหญ่ ซึ่งจะใช้พลังการเรนเดอร์ที่สูงมากจนเครื่อง PlayStation เรนเดอร์ฉากได้ช้าหรือรับภาระมากเกินไป จึงต้องมีการใช้หมอกเพื่อบดบังภาพฉากระยะไกลที่กำลังเรนเดอร์อยู่นั่นเองและทั้งสองเกมนี้นับได้ว่าเป็นจ้าวแห่งเกมแนว Survivor Horror ที่ขับเคี่ยวกันมานานหลายปีตั้งแต่นั้นFatal Frame เกม Survivor Horror ในคราบ Pure Horrorเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในปี 2001 คือการมาของคอนโซล PlayStation 2 ที่ทำให้คุณภาพกราฟฟิคในเกมพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับคอนโซลก่อนหน้า และก็ได้มีเกมที่เรียกได้ว่า Pure Horror ในคราบ Survival Horror เน้นความน่ากลัวของผีจากตำนานญี่ปุ่น ซึ่งทีมพัฒนาอย่าง Tecmo ในสมัยนั้นทำออกมาได้น่ากลัวและวังเวงจริงๆ นั่นก็คือเกมตระกูลถ่ายติดผี Fatal Frame นั่นเองจุดเด่นของเกมซีรีส์นี้คือการมีกล้องถ่ายวิญญาณที่มีความสามารถในการขับไล่ผีได้ และเป็นอาวุธหลักของผู้เล่นในการเอาตัวรอด ซึ่งความน่ากลัวของเกม บอกเลยว่าคนที่เล่นครั้งแรกแล้วใจแข็งไม่พออาจจะหลอนและฝันร้ายเทียบได้กับ Pure Horror เลยทีเดียวแต่สุดท้าย ด้วยความที่เกมน่ากลัวมากๆ บวกด้วยเนื้อหาของเกมที่เน้นตำนานญี่ปุ่น แม้ว่ายอดขายจะค่อนข้างดี และมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่จดจำความน่ากลัวของเกมได้ แต่สุดท้ายเกมก็เฉพาะทางไปเสียหน่อย จนกลายเป็นเพียงหนึ่งในซีรีส์เกมจากยุคทองที่หลายคนคิดถึงในที่สุดSurvivor Horror ยุคใหม่ ทำไมความน่ากลัวลดลงหลังจากผ่านไปหลายปี กระแสของเกมแนว Survivor Horror ก็ย่อมมีถึงจุดแผ่วลงมาบ้างในช่วงยุคปี 2000 ถึงช่วงต้น 2010 ที่ผ่านมา ซึ่งมันก็มีสาเหตุหลาย ๆ อย่าง ให้ชวนขบคิดอย่างเช่น การเพิ่มขึ้นของเหล่า Gamer หน้าใหม่ ซึ่งสมัยนั้นก็ชอบอะไรที่เล่นง่าย ๆ เข้าถึงง่าย ๆ ต่างจากยุคก่อน ๆ ที่เน้นความยาก Puzzle สูง หรือมีความน่ากลัว เพราะเวลาผู้เล่นเคลียร์เกมพวกนี้ได้ มันจะรู้สึกว่าตัวเองมีความภาคภูมิเล่าได้ยันลูกบวช แต่ในสมัยนี้มันไม่ใช่ ( แต่ไม่ทั้งหมดนะ ) Gamer ชอบอะไรที่เข้าถึงง่ายและมีความเป็น Action สูงขึ้นโดยที่ไม่ยากเกินไป จึงทำให้ซีรี่ย์ของ Resident Evil ได้เคยเปลี่ยนแนวทางช่วงหนึ่งจากที่มีความน่ากลัวจ๋า เน้นปริศนาก็น้อยลงหรือแบบมันง่ายไปเลย เนื้อเรื่องและการเล่นก็มีความเป็น Action อย่างมาก หรือไม่ก็ใส่ระบบลูกเล่นใหม่ ๆ ที่ไปทำลายเอกลักษณ์หรือทำลายความน่ากลัวบางอย่างลงไปผลที่ตอบรับคือ Gamer สายเดนตายหรือแฟนเกมที่อยู่มานานก็ไม่ถูกใจสิ่งนี้ แต่แลกกับเม็ดเงินและการเข้าถึงของคนหน้าใหม่ที่มากขึ้นอย่างมาก ถึงแม้จะมีหลายเกมที่พยายามทำแนว Survivor Horror ที่มีความน่ากลัวอยู่ไม่น้อย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ก็ยังใส่ความ Action และความง่ายเข้าไปเหมือนกัน ตอนนั้นทางเราก็ยังเรียกติดปากแล้วว่ามันไม่ใช่ Survivor Horror แล้ว นี่มัน Action Horror มากกว่าเกมซีรี่ส์ Metro อีกตำนานของเกมที่มีคนพูดถึงในยุคปี 2010ในระหว่างที่กระแสเกม Survivor Horror กำลังจางลง หรือไม่ก็มีความสยองขวัญบ้างแต่ก็ถูกความเป็น Action กลบจนมากเกินไปเสียหน่อย...แต่ไม่ใช่กับเกมซีรี่ส์ Metro เป็นเกมสัญชาติรัสเซียขนานแท้ โดยภาคแรกใช้ชื่อ Metro วางจำหน่ายในปี 2010 ซึ่งเป็นเกมที่มีความเป็น Action Adventure และความเป็น Survivor Horror ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ไม่มีเอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง จึงทำให้ผู้เล่นจดจำและชื่นชอบในฐานะเกมที่ดีอีกเกมหนึ่งในแง่ความตื่นเต้น กดดัน และน่ากลัวในโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ที่ผู้คนต้องใช้ชีวิตภายใต้สถานีรถไฟใต้ดินของรัสเซีย ผ่านการเล่าเรื่องของชายคนหนึ่งพร้อมกับภารกิจที่ยิ่งใหญ่กับการผจญภัยในสถานีรถไฟใต้ดินและสภาพโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยกัมมันตรังสีและสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ในแง่ของเนื้อเรื่องนั้นค่อนข้างชวนติดตาม แม้อะไรบางอย่างจะดูแข็งและเป็นเส้นตรงไปเสียหน่อย สุดท้ายแล้วเกม Metro ก็ได้สื่อถึงความน่ากลัวที่แท้จริง ไม่ใช่จากฝีมือสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ ไม่ใช่จากผีและสิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นการกระทำของมนุษย์ด้วยกันเองนี่แหละจากความ Action ที่มากเกินไป กลับมาสู่รากเหง้าอีกครั้งเมื่อกาลเวลาผ่านไปจนเข้าสู่ยุคไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้คนก็เริ่มรู้สึกว่า เกมการเข้าถึงง่ายเกินไป มันอาจจะไม่ได้เป็นที่โจทย์จำ และช่วงกระแสเกมยากกับคติที่ว่า "หากผ่านเกมยากได้แล้วรู้สึกภูมิใจในชีวิต" ไม่ว่าจะเป็นเกมตระกูล Soul ทั้งหลายหรือเกมที่เน้นความยากได้เป็นกระแสเริ่มแทนที่ จึงทำให้ทีมพัฒนาเกมที่เคยทำเกมแนว Survivor Horror มาอยย่างยาวนาน กลับมาเน้นความน่ากลัว ความยากและความกดดันขึ้นมาอีกครั้งและด้วยกราฟิคในเกมช่วงปัจจุบันมีความสวยงดงามแทบจะเหมือนจริงแล้ว ยิ่งเสริมความน่ากลัวเข้าไปใหญ่ แม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นที่จดจำเหมือนสมัยก่อน แต่ทุกคนที่ได้เล่นก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า บรรยากาศความน่ากลัว สยองขวัญและขยะแขยงได้กลับมาอีกครั้งเกมแนว  Survivor Horror สายอินดี้ก็สร้างความสยองไม่แพ้กันนอกเหนือจากเกม Resident Evil และ Silent Hill สองเกมที่กล่าวถึงมานั้นก็ยังมีเกมอินดี้หรือเกมแปลก ๆ เกมอื่นที่อาจจะมองว่าไม่ค่อยมีอะไรแต่แอบใส่ความเป็น Survivor Horror เข้ามาอย่าง Subnautica, Barotauma หรือ Raft ซึ่งทั้งสามเกมเล่นไปแบบปกติมันก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าไหร่ ทั้งสามเกมเล่นประเด็นกับความกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้ว่าเราจะต้องเจอกับอะไร นี่แหละความสยองขวัญกับความน่ากลัวมันอยู่ตรงนี้กลายเป็นว่า เกมแนว Survivor Horror กลายเป็นเกมแนวที่มีความกว้างมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเผชิญกับสิ่งมีชีวิตที่ถูกทดลองหรือกับเล่นสิ่งเหนือธรรมชาติ สามารถเล่นกับสิ่งที่เราไม่รู้ก็สามารถทำให้คนกลัวได้เช่นกัน และจุดนี้เองทำให้เกมอินดี้หรือทีมพัฒนาอื่น ๆ ที่อยากลองสร้างอะไรแนวนี้ ไม่จำเป็นต้องสร้างภาพความสยยองความน่าขนลุกให้สมจริงก็เป็นอันใช้ได้====================================ในปัจจุบัน เกมแนว Survivor Horror ก็ไม่ได้ถูกจำกัดว่า ต้องสยองจ๋าเมื่อเจอกับภูติผีปีศาจ ปริศนาที่ต้องยากจนเปิดพลังสมองแบบ 300% หรือทรัพยากรที่มีอยุ่อย่างจำกัดเสียอย่างเดียว แต่มันคือการเล่นกับสิ่งที่เราไม่รู้ ความอึดอัดและความคับแคบ โดยมีเงื่อนไขว่าจะมีอะไรตอบโต้เราได้บ้าง แม้อาจจะไม่ได้พูดถึงมากมายเหมือนแต่ก่อน เพราะถูกแทนที่ด้วยแนวเกมที่เล่นง่ายและเป็นทีม จบไว เพราะสังคมสมัยใหม่สามารถเล่นเกมได้ผ่านมือถือได้่ทุกที่ทุกเวลา ต่างจากเกมสมัยก่อนที่จะต้องมีเวลาเล่นพอตัวเกมแนว Survivor Horror มันไม่เคยตาย แม้จะน่ากลัวจนเราหัวหด แต่ก็ยังอยากกลับมาเล่นให้จบ ( แต่ก็มีบางคนที่ไม่กลับมาเล่นอีกเลยก็มีเพราะน่ากลัวเกินไป ) เพราะความรู้สึกมันเรียกร้องว่า อยากเคลียร์ มันค้างคา แล้วมันจะค่อย ๆ เพิ่มความกล้าสลายความกลัวจนสุดท้ายเราก็ผ่านไปได้ในที่สุดหากมีเกมแนว Survivor Horror อื่น ๆ ที่อยากแนะนำ สามารถพูดคุยและเล่าประสบการณ์ความสยองกันได้เลย เพราะทั้งหมดนี้เป็นบทความที่เขียนจากประสบการณ์ของคนที่ชื่นชอบเล่นเกมแนวสยองขวัญหรือเล่นกับความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้ อาจจะมีอะไรตกลงบ้าง แต่หากมีเกมแนะนำเข้ามาแล้วบอกว่าสนุก สยองมากๆ ขอให้รู้ว่าคุณคือคอร์เกมเดียวกัน
23 Oct 2021
9 วิดีโอเกมที่ให้คุณได้เล่น 'Squid Game' ในเกมอีกที...
นาทีนี้ไม่มีซีรี่ย์เรื่องไหนจะบูมเท่า Squid Game จากแพลตฟอร์ม  Netflix  อีกแล้ว ซึ่งจุดที่ทำให้คนติดงอมแงมกันตั้งแต่ ตัวอย่างออกมาให้ชม ก็คงเป็นการนำการละเล่นตามแบบฉบับเด็กเกาหลีมาผสมผสานลงในการแข่งขันเอาชีวิตรอดได้อย่างลงตัว ซึ่งได้ทั้งความเพลิดเพลิน ความตื่นเต้น และดราม่าไปกับปมของตัวละครแต่ละตัว ครบเครื่องซะขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่ความนิยมจะพุ่งตั้งแต่วันแรกที่ฉายและเพราะการนำการละเล่นแบบเด็กๆมาเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักนี่แหละ เกมเมอร์ที่ชีวิตจิตใจอยู่กับการ เล่น ก็อยากเอามาเล่นบนแพลตฟอร์มของตัวเองกันบ้าง ซึ่งเหล่านักสร้าง Mod หัวใสก็ได้นำ Squid Game มาเป็นไอเดียลงบนหลายเกมเลย จะมีเกมไหนบ้าง เราลองไปดูกันดีกว่า1. GTA Vในเมื่อเรามักจะสร้างเซิฟเวอร์ Role Play กันใน GTA V อยู่แล้ว จะพลาดเอาเกมอย่าง A E I O U (หรือ Red Light, Green Light ในภาษาอังกฤษ) มาเล่นกันในเกมนี้นอกจากนี้เกมเดินบนแผ่นกระจก ก็เป็นอะไรที่พลาดไม่ได้เช่นกัน ซึ่งด้วยระบบของเกมนั้นเอื้อให้เราสามารถสร้างและเล่นเกมนี้ได้อย่างสบาย อ้อ! ที่ขาดไม่ได้ก็คือเกมลับ อยู่ใน GTA ทั้งที ไม่ได้หาเรื่องชวนตีก็คงแปลกๆใช่ไหมล่ะ ^0^2. The Sims 4เกมจำลองชีวิตอันดับ 1 ทำไมจะจำลองสภาพแวดล้อมของ Squid Game มาลงไม่ได้ ซึ่งหากใครค้น Gallery ในช่วงนี้ เชื่อว่าจะได้ Template ที่เกี่ยวข้องกับ Squid Game มากมาย ทั้งบ้าน สวน ไปจนถึงซิมส์ ให้เราหยิบมาใช้เพื่อสร้าง Squid Game ในแบบฉบับของเราเอง อย่างไรก็ตาม เห็นทีน่าจะได้เจอยมทูต บ่อยๆเลยล่ะ เพราะคงมีซิมส์ที่ไม่สามารถรอดจากเกมในแต่ละด่านไปได้ น่าเศร้าจัง T-T3. Mini Worldอีกหนึ่งเกมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นได้สร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ไปพร้อมกับตัวละครสุดน่ารัก ในเมื่อเราสามารถเซิฟเวอร์ แมพ และกติกาการเล่นในเซิฟเวอร์ได้ ทำไมจะไม่มีโหมด Squid Game เล่า!!!!ซึ่งถ้าใครเข้าเกมในช่วงนี้ก็อาจจะหาเซิฟเวอร์เกี่ยวกับ Squid Game ได้ไม่ยาก แต่ละเซิฟต่างก็ครีเอทกันออกมาได้ดูดีเลยทีเดียว นับเป็นอีกเกมหนึ่งที่เราสามารถเข้ามาเล่นเกมตามแบบซีรี่ย์ร่วมกับเพื่อนๆได้อย่างดีเลยล่ะ4. Robloxเกมนี้เรียกว่ามาก่อนใครเพื่อนเลยก็คงไม่ผิดนัก กับเกมที่มีโหมดต่างๆให้เล่นเยอะมากๆ และ Squid Game ก็คือ Mod ล่าสุดที่ชาว Roblox ห้ามพลาดเลย ซึ่งเขามีเกมครบตามซีรี่ย์เลยนะเออ และเรียงด่านเหมือนในซีรี่ย์เป๊ะๆ สมจริงซะขนาดนี้ ใครที่อยากกลายเป็นผู้เล่นใน Squid Game บอกเลยว่าต้องมาเกมนี้ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน 5. VRChatอีกหนึ่งเกมที่จำลองชีวิตในโลกเสมือนกับตัวละครสไตล์อนิเมะสุดน่ารัก ซึ่งเป็นอีกเกมที่สร้าง Community ได้อย่างดีเยี่ยม และแน่นอนว่ามีสังคมก็ต้องมีกิจกรรมร่วมกันสิไม่ต้องคิดมาก Squid Game กำลังฮิต ก็เอาเกมจากในซีรี่ย์มาเล่นด้วยกันซะเลย จะเล่นบน Desktop Mode หรือจะใส่ VR ด้วยก็ยิ่งแจ่มเลย เพื่อความสนุกยิ่งขึ้นไงล่ะ6. Fortniteใน Battle Royale อย่าง Fortnite เอง ผู้เล่นก็สามารถคีย์โค้ดเพื่อเข้าสู่โหมดมินิเกมการเล่นของ Squid Game ได้เช่นกัน ซึ่งจะมีเกมสุดฮิตทั้ง A E I O U, ชักเย่อ หรือเดินบนกระจกได้ แถมบรรยากาศในแมพยังรู้สึกเหมือนเข้าสู่หน้า Lobby ที่เป็นห้องพักของ Squid Game อีกทั้งยังมี mini-game อื่นๆสไตล์ Fortnite ด้วย สนุกละสิงานนี้! 7. PUBGFortnite มีแล้ว PUBG จะน้อยหน้าได้อย่างไร ในเมื่อโหมดสร้างห้องเราสามารถสร้างกติกาอย่างไรก็ได้ ตัวอย่างจากเจ้าของคลิปที่เรานำมาให้ดูวันนี้ YOUKI ที่มักมีคอนเทนต์สร้างห้องแปลกๆอยู่เสมอ และเขาก็ไม่พลาดนำ Squid Game มาเล่นด้วย เช่นเกมง่ายๆ อย่าง A E I O U (ในภาษาเกาหลีต้องใช้คำว่า MuKungHwa KoChi Pieot SeumNiDa สินะ) ใครขยับก็โดนทีมงานสอยไปตามระเบียบ เออ.. ก็เล่นง่ายกันดีเนอะ และในแชแนลของเขายังมีเกมอื่นๆอีกลองเข้าไปหาดูได้เลยจ้า8. Garry's modเกม Sandbox ที่ให้เราสร้างสร้างและทำสิ่งต่างๆได้ตามใจชอบ เรียกได้ว่าเป็นเกมสำหรับสร้าง Mod โดยเฉพาะ แล้วจะพลาดสร้าง Mod จากซีรี่ย์ Squid Game ได้อย่างไร~ ตัวละครก็มีพร้อม อาวุธก็ไม่ขาด อุปกรณ์ก่อสร้างก็มีให้ ลองมาใช้จินตนาการสร้าง Squid Game ในแบบของเรา แล้วมาโชว์ไอเดียกันเลยดีกว่า9. Minecraft ถ้าไม่มีเกมนี้ก็คงรู้สึกแปลกๆ กับเกมบล็อคสร้างเมืองสุดเจ๋ง Minecraft ที่ต้องมีคนลงมือสร้างด่านใน Squid Game มาให้เล่นแน่นอน แถมยังทำได้ครบทุกเกมด้วยนะและก็ไม่น่าแปลกใจเลย ที่จะได้เห็นชาว minecraft ชวนเพื่อนๆมาเล่น เรียกได้ว่าตั้ง Challenge แข่งกันเป็นจริงเป็นจัง ดั่งเข้าไปเป็นตัวละครในซีรี่ย์กันเลยทีเดียว นับเป็นสีสันใหม่ในโลก minecraft และยังเป็นสนามเด็กเล่นที่แสนสนุกของชาวเกมเมอร์อย่างเราอีกด้วย=================================แล้วทุกคนล่ะ! ได้เจอ Squid Game ในเกมอื่นๆอีกหรือเปล่า? ก็ลองเข้ามาคอมเมนท์พูดคุยกันดูนะ และอย่าลืมเข้าไปติดตามผลงานของเหล่า Youtuber ที่เราแนะนำมาในบทความนี้กันด้วยล่ะ หรือมีคลิปจากใครแนะนำอีก ลองเอามาแชร์กันดูได้เลยจ้า~
20 Oct 2021
สรุปเหตุการณ์ Sony Vs. dbrand กับประเด็นกรอบหน้าเครื่อง PS5
หลังจากทาง Sony เปิดเผยเครื่องเล่นวิดีโอเกมตัวใหม่ของตนอย่าง PlayStation 5 แน่นอนว่าเท่าที่เราทราบดีคือเครื่องเล่นดังกล่าวประสบความสำเร็จทั้งในทางรายได้และคำวิจารณ์ แต่ก็มีกระแสบางส่วนที่รู้สึกไม่ค่อยชอบใจกับสีของกรอบหน้าเครื่องสักเท่าไร ประกอบกับตัวกรอบสามารถถอดเปลี่ยนเองได้ ทำให้เกิดลู่ทางแก่ผู้ผลิตหัวใสซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ทาง Sony เอง ทำการผลิตตัวกรอบหน้าเครื่องเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น เรารู้จักเขาในนาม dbranddbrand เป็นบริษัทเอกชนมีภูมิลำเนาในประเทศแคนาดา โดยมีขอบวัตถุประสงค์ทางบริษัทเกี่ยวกับการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นวิดีโอเกม และอุปกรณ์เทคโนโลยีอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรอบเครื่อง แผ่นกันรอยเครื่อง ฟิล์มกันรอยหน้าจอ และเคสกันรอย (จริงๆ มีขายหน้ากากด้วยนะ เอากับเขาสิ)จุดเริ่มต้น Darkplatesฟังดูปกติ ไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ปัญหาของเรื่องราวทั้งหมดทั้งมวลเกิดขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปี 2021 ทาง dbrand ประกาศผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นามว่า Darkplates กรอบหน้าเครื่องของ PlayStation 5 โดยมีรูปลักษณ์เป็นสีดำด้านทั่วทั้งชิ้น ซึ่งประเด็นที่ทำให้เรื่องราวโด่งดังก็คือความร้ายกาจทางอารมณ์ขันของ dbrand ทั้งบอกว่า “99.98% ของมนุษย์บนโลกนี้ล้วนติดตั้งเจ้า Darkplates เองได้อยู่แล้ว” นั้นยังเป็นเพียงน้ำจิ้ม ความแสบคือ dbrand ยังกล่าวอย่างท้าทายอีกว่า “เอาดิ เอาเลย ก็ฟ้องดิค้าบ” รวมถึงการออกแบบผิวสัมผัสที่มีสัญลักษณ์ สามเหลี่ยม, วงกลม, กากบาทและสี่เหลี่ยม ซ่อนเอาไว้แบบดัดแปลงให้มีความแตกต่างจากต้นฉบับ ล้อกับการออกแบบ PlayStation 5 ที่มีผิวสัมผัสซึ่งมีด้วยเครื่องหมายดังกล่าวเช่นเดียวกัน ที่ตัวเครื่องและก้านจอยควบคุมของ PlayStation 5 พร้อม dbrand แนบทิ้งท้ายไว้ประมาณว่า “ถูกกฎหมายจริงจริ๊ง - ตอนคุณมองไปยังพื้นผิวเล็กๆ ในกรอบ คุณเห็นไรปะ? ถ้าคำตอบของคุณคือ ‘ก็อาจจะเหมือนมั้ง แต่เละเทะกว่าของต้นฉบับวะ’ โป๊ะเชะ คุณคงเป็นหนึ่งในทีมทนายของพวกเราแล้วละ” การเคลื่อนไหวของ Sony Interactive Entertainment (SIE)โดยสินค้า Darkplates มีการจัดจำหน่ายปกติ แถมขายดีเสียด้วย จนถึงวันที่ 16 ตุลาคม ปี 2021 ทาง dbrand ระงับการจำหน่าย Darkplates ซึ่งอาจมีเหตุผลจากการที่พวกเขาได้รับจดหมายแจ้งเตือนให้งดเว้นการกระทำการ (C&D letter หรือเรียกเต็มๆ ว่า cease-and-desist letter) จากทาง Sony มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด จดหมายมีความยาว 7 หน้ากระดาษ ถูกปิดวันที่เขียนและส่ง ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้ในช่วงต้นของจดหมาย ทาง Sony อ้างสิทธิในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าที่พวกเขาได้จดทะเบียนไว้ และมีสิทธิโดยเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว มีเนื้อความบางส่วนที่น่าสนใจอย่าง“...จดหมายฉบับนี้เขียนขึ้นจากการกระทำที่ไม่ได้รับอนุญาตของ dbrand ในทรัพย์สินทางปัญญาของ SIE เนื่องจากการขายกรอบเครื่องในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และทั่วโลก...” “...ทาง SIE เป็นเจ้าตลาดในด้านวิดีโอเกมมา 24 ปี ทั้งการจำหน่ายเกม เครื่องเกม และอุปกรณ์เสริมภายใต้เครื่องหมายการค้า PlayStation ไม่จำกัดเพียง PLAYSTATION, PS, PS4 และ PS5 ยังรวมถึง เครื่องหมาย PlayStation Family และ โลโก้รูปทรง PlayStation...”“...ทางลูกความของเราก็ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในสหรัฐและทั่วทั้งโลก…ซึ่งเป็นหลักฐานการมีอยู่ในสิทธิเด็ดขาดของ SIE ในการใช้เครื่องหมายการค้า...”ต่อมาในจดหมายกล่าวถึงการกระทำของ dbrand ที่เป็นการละเมิดกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา“SIE รับทราบถึงการที่ dbrand โฆษณาและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เสริม ซึ่งสร้างความกังวลให้กับลูกความของเรา ประการแรก dbrand จำหน่ายกรอบเครื่อง PS5 (ทั้งรูปทรงตัวเครื่องรุ่นธรรมดาและรุ่นดิจิตอล) ซึ่งเป็นการทำซ้ำการออกแบบผลิตภัณฑ์อันได้รับการคุ้มครองของ SIE ไม่ว่ากรอบเครื่องที่ใช้รูปแบบจากรูปทรงผลิตภัณฑ์ PS5 ของลูกความเรา หรือรูปทรงอื่นใกล้เคียง และถูกผลิตพร้อมจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก SIE ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของลูกความในการออกแบบอย่างชัดเจน"“ประการที่สอง dbrand จำหน่ายแผ่นกันรอยที่มีลวดลายเครื่องหมาย PlayStation Family บริษัทของคุณไม่อาจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีลวดลายที่ไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นเครื่องหมาย PlayStation Family ของลูกความเรา...”“ประการที่สาม dbrand สร้างโลโก้รูปทรง PlayStation ที่มีชื่อเสียงของ SIE ในฉบับของตัวเอง และแสดงออกว่าลวดลายดังกล่าวเป็นโลโก้อิสระบนเว็บไซต์ของตน…แน่นอนว่า dbrand ยอมรับว่าการออกแบบดังกล่าว ‘เละเทะกว่า’ เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการคุ้มครองของ SIE และรับทราบว่าโลโก้รูปทรง PlayStation ทั้งเป็นที่มักคุ้นกับฐานลูกค้าของ dbrand และโด่งดังเพียงพอที่จะถูกเรียกว่า “รูปทรงบนปุ่มกดของ PlayStation คลาสสิค...”“ประการที่สี่ dbrand ใช้เครื่องหมาย PlayStation ภายในชื่อสินค้าซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ร่วมของ SIE เอง บริษัทคุณเสนอขายอุปกรณ์ที่แสดงออกว่าเป็น ‘Sony PS5 Skins & Wraps ’, ‘PS5 Faceplates’, ‘PlayStation 5 Skin’ และ ‘Sony PS4 Pro Skins & Wraps’ แน่นอนว่า dbrand ไม่ได้จำหน่าย ‘Sony PS5 Skins’ หรือ ‘Sony PS4 Wraps’ อย่างไรก็ดี dbrand ครอบครองผลิตภัณฑ์ที่ถูกผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือควบคุมจาก SIE การใช้เครื่องหมายการค้าของลูกความเราในนามผลิตภัณฑ์ของ dbrand อาจทำให้ผู้บริโภคเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ของ dbrand ได้รับอนุญาตจาก SIE เมื่อไม่ได้รับอนุญาต การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนสิทธิทางเครื่องหมายการค้าของ SIE”ในส่วนสุดท้ายของจดหมายกล่าวถึงเหตุที่ SIE ต้องออกมาปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตน ซึ่งเป็นการพรรณนาถึงเหตุผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเรื่องเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายการค้ามีขึ้นเพื่อให้ผู้บริโภคหรือผู้รับบริการทราบถึงแหล่งที่มาของสินค้าหรือบริการ ผู้บริโภคสามารถไว้ใจและคาดหวังในคุณภาพของสินค้าหรือบริการที่ตนจะได้รับ การที่ผู้อื่นซึ่งไม่ใช่เจ้าของสิทธิเครื่องหมายดังกล่าวนำไปใช้ ย่อมส่งผลเสียถึงทั้งตัวเจ้าของเครื่องหมายการค้าเองรวมถึงตัวผู้บริโภค นอกจากนั้นยังมีการระบุว่า dbrand ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาบทบัญญัติใดบ้าง และประเด็นที่สำคัญคือแจ้งให้หยุดผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าข้างต้น“1. ระงับการตลาดและการโฆษณาโดยทันทีและถาวร และระงับการจำหน่ายทั่วทั้งโลกสำหรับกรอบหน้าเครื่องที่ใช้รูปทรงของกรอบ PS5 หรืออย่างอื่นที่ใกล้เคียง รวมไปถึงโดยไม่จำกัดเพียงยังกรอบหน้าเครื่องทุกแบบที่ขายในนาม dbrand.com”“2. ระงับการตลาดและการโฆษณาโดยทันทีและถาวร และระงับการจำหน่ายทั่วทั้งโลกสำหรับสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย PlayStation Family, เครื่องหมายรูปทรงที่ถูกดัดแปลง (ลายที่ dbrand บอกเละเทะกว่าของต้นฉบับนั่นแหละ), เครื่องหมาย PlayStation อื่น ๆ หรืออะไรก็ตามที่เป็นเครื่องบ่งชี้ของ SIE”“3. ระงับการตลาดและการโฆษณาโดยทันทีและถาวร และระงับการจำหน่ายทั่วทั้งโลกสำหรับการใช้เครื่องหมาย PlayStation Family, เครื่องหมายที่มีความใกล้เคียง และเครื่องหมายอื่น ๆ, ตราผลิตภัณฑ์หรือเครื่องบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับ SIE หรือกิจการในเครือ รวมไปถึงโดยไม่จำกัดเพียงชื่อผลิตภัณฑ์”พร้อมทิ้งท้ายตามธรรมเนียมปฏิบัติว่าหาก dbrand ไม่ให้การร่วมมือเต็มที่หรือจงใจดึงช้าในการตอบกลับ ทาง SIE จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาผ่านไปไม่กี่วัน การปรากฏตัวของ Darkplates 2.0ต่อมา วันที่ 16 ตุลาคม 2021 ทาง dbrand ออกมาเคลื่อนไหวทาง Reddit หลังจากได้รับจดหมายดังกล่าว พวกเขาแถลงว่าพวกเขาไม่ได้ทำการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างทางที่ SIE กล่าวหาแต่อย่างใด และหลังจากนั้นเพียง 2 วัน dbrand เปิดตัว Darkplates 2.0 พร้อมคำโปรยว่า “รุกฆาตวะ พี่ทนาย” ซึ่งตัว 2.0 เป็นรุ่นดัดแปลงจากรุ่นแรก โดยมีรายละเอียดตามที่ dbrand ไว้ดังต่อไปนี้     “ล้ำๆ มนๆ …” “ขาดทุนคือกำไร” “ลองคิดดูนะ คุณเป็นองค์กรมูลค่า 15,000,000,000,000 เยน แต่เจียดตังค์เพียงหยิบมือมาออกแบบเครื่องเล่นเกมยุคหน้าเนี่ยนะ บริษัทเอกชนที่ดำเนินการกิจการด้วยหุ่นกระป๋องทาสีดำให้ โลกล้วนปลื้มปริ่ม คุณโกรธจัด คุณเอาความหงิดไปลงกับทีมทนาย พี่ทนายมีไรให้ทำแล้วแหละ ทีนี้พอโดนขู่ฟ้องงี้ หุ่นกระป๋องก็แก้งานใหม่สิ จริงๆ ก็หาตังค์มาขึ้นศาลด้วยอะนะ ต้องบอกอีกปะว่าเราหั่นมุมเครื่องทิ้งไปแล้ว ยินดีด้วยจ้า”“เพิ่ม (หลาย) รู...” “ให้แฟนๆ ได้พักหายใจบ้างเหอะ” “ได้เวลาคำถามฟิสิกส์แล้วหนูๆ หนูคิดว่าออกซิเจนไหลผ่านแผ่นพลาสติกบางสามมิลได้ไหม? ถ้าตอบว่า ‘มั่ยงับ’ ยินดีด้วย หนูได้รับเลือกให้เป็นนักวิทยาศาสตร์เอกการพัดลมคนต่อไป (และคนเดียว) ของพวกเรา เป็นสายงานที่เสี่ยงอยู่นะ แต่คุณต้องบอกเราให้ได้ อย่างเช่น ‘พวกเอ็งต้องเพิ่มช่องให้กับ Darkplates บ้าง’ ก่อนจะเกิดอุบัติเหตุทางอุตสาหกรรมสุดสยอง ก็คุ้มอยู่นะ”“พัฒนาด้านความคูล...” “อย่างคูล ตอนทำงานคูลกว่า” “ตอนที่คุณอ่านย่อหน้าก่อน เราได้เจอร่างนักวิทยาศาสตร์เอกการพัดลมแล้ว สักช่วงนี้แหละระหว่างตอนที่คิดเลขอยู่และเดินอย่างผลีผลามเข้าไปในใบมีดพัดลมเล่มโต เขาบอกเราว่าเครื่องคอนโซลของคุณเย็นขึ้นเพราะช่องที่เราเพิ่มไป เรารู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อนักวิทยาศาสตร์เอกการพัดลมคนนั้นและแสดงความเสียใจอย่างยิ่งยวดกับครอบครัวของเขา ถ้าครอบครัวของเขาอยากจะฟ้องเรากับการตายที่ผิดธรรมชาติ ไปต่อแถวจ๊ะ”“หลีกเลี่ยงการขึ้นโรงขึ้นศาล...” “ขอบคุณนะ Sony” “คุณพอนึกออกปะว่าเรากว่าเราต้องไปพบทนายกี่คนจนกว่าเราจะเจอทนายที่รับทำคดี Darkplates เราจะใบ้ให้นะ คำตอบมันนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ทะเลสาบ Ontario แล้วปรากฏว่าทนายใหม่ของเราทำได้ทั้งคดีฆาตกรรมและคดี Darkplates แต่ถ้าไม่ละก็ เราอาจจะต้องติดอยู่ในคุกที่มีความปลอดภัยขึ้นสูงสุดจนถึงสิ้นปี แต่อย่างน้อยเครื่องเพลย์ 5 ของพวกคุณอาจจะเป็นดีไซน์เดิมอย่างปฏิเสธไม่ได้”“บุกดาวอังคาร...” เรามักอวดว่ากล่องของ Darkplates 1.0 คือ ‘จุดสุดยอดของวิทยาศาสตร์เอกการทำกล่อง’ ถามว่าคุณจะทำอะไรถ้าคุณไปถึงจุดสุดยอดแล้ว? คำตอบก็โคตรชัด ก็ไปให้สุดกว่านี้สิ เรายินดีที่จะประกาศให้ทราบทั่วกันว่าเราส่งนักวิทยาศาสตร์เอกการทำกล่องไปยังดาวอังคารแล้ว ใช้เวลาสักพักหน่อยนะ สำหรับการทดแทนคนเก่าที่เพิ่งหลับไม่ตื่นฟิ้นไม่มี จากการเดินทางแบบไปแล้วไปลับ แต่ให้ผลลัพธ์มันบ่งบอกแล้วกัน”“สัมผัสเย้ายวนใจ...” “Darkplates เจอ Lightstrips หน่อย” “โหถ้าคุณอ่านจนถึงขนาดนี้แล้วยังไม่กดซื้ออะไรเลย คุณคงเป็นทนายสินะ ข่าวดีสำหรับเรา ข่าวร้ายสำหรับคุณ อาจจะไม่มีสิทธิบัตรอะไรเพิ่มเติมอีกแล้วสำหรับไฟ lightstrip แบบ LED แผ่นกันรอยกลางเครื่อง หรือเฉดสีของ Darkplates 2.0 แบบใหม่ยกเซต อ่า ถ้าเราคิดผิด ส่งจดหมายเตือนมาอีกเดะ”โดย dbrand จำหน่ายทั้งรุ่นใส่แผ่นและรุ่นดิจิตอล ราคากรอบทั้งสองรุ่น ปัจจุบันจำหน่ายในราคา 59.05 USD (ราคาต้น 69.05 USD) มีการกำหนดส่งไว้ 4 รอบ ปัจจุบัน คือรอบที่ 3 ส่งภายในเดือนมกราคม ปี 2022มีสีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ สีเทา และสีขาว(ตัวเลือกเสริม) แผ่นกันรอยกลางเครื่องมีให้เลือก 5 แบบ เพิ่มเงิน 9.95 USD (จากราคาต้น 19.95 USD)(ตัวเลือกเสริม) ไฟ lightstrip ซ้ายและขวา มีให้เลือก 9 สี เพิ่มเงิน 4.95 USD ต่อดวง (จากราคาต้น 5.95 USD) สามารถเลือกเพิ่มไฟได้ทั้ง lightstrip สองดวง หรือแค่ดวงเดียว ข้างไหนก็ได้ตามต้องการปัจจุบันยังไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ของ SIE กับกรณี Darkplates 2.0 ซึ่งทางเราจะติดตามสถานการณ์ต่อไป และจะมานำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมหากมีการเคลื่อนไหวของทั้งสองฝ่ายแหล่งข้อมูลอ้างอิง:https://gizmodo.com/dbrand-dares-sony-to-sue-over-its-new-black-faceplates-1846258088https://www.theverge.com/2021/2/12/22279685/matte-black-ps5-faceplates-on-sale-dbrand-sue-us-sonyhttps://www.theverge.com/2021/3/1/22306874/dbrand-ps5-darkplates-matte-black-hands-on-reviewhttps://www.theverge.com/2021/10/16/22728936/dbrand-pulls-ps5-darkplates-from-sale-sony-threatens-legal-actionhttps://kotaku.com/sony-threatens-dbrand-with-legal-action-over-ps5-plates-1847881873https://www.theverge.com/22733642/dbrand-new-ps5-darkplates-sony-legal-threats
20 Oct 2021
แนะนำประวัติเกมและเนื้อเรื่อง Sly Cooper แรคคูนนักย่องเบาและแก๊งมหาโจร
Sly Cooper แรคคูนนักย่องเบาและแก๊งมหาโจรเนื่องจากมีข่าววงในบอกมา Sly Cooper กำลังจะกลับมาบนเครื่อง PS5 อีกครั้งในรอบหลายปีตั้งแต่ถูก port มาลงบนเครื่อง PS3 ซึ่งยังไม่มีการยืนยันที่แน่นอนจากทาง Sony แต่ก็ค่อนข้างมั่นใจได้ว่า Sly Cooper กำลังกลับอย่างแน่นอนจากข่าววงในซึ่งถ้าพูดตามตรงแล้ว หลายๆ คนอาจจะไม่รู้จักเกมซีรีย์กันสักเท่าไหร่ เพราะเนื่องจากการเว้นช่วงของภาคต่อและการโดนเกมดังๆ ที่ออกใกล้ๆ กันกลบกระแสไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Ratchet and Clank หรือ Jak and Daxter โดยเราจะมาทำความรู้จัก Sly Cooper กันว่าทำไมเกมซีรีย์นี้ถึงเป็นหนึ่งในเกมที่คู่ควรแก่การลองหยิบมาเล่นสักครั้งในชีวิต ประวัติจอมโจรผู้ถูกลืมSucker Punch Production สตูดิโอผู้ให้กำเนิด Sly CooperSly Cooper เป็นเกมแนว 3D action-platformer คู่ใจของ Playstation 2 ที่ได้รับการพัฒนาจากทีมมากฝีมือที่ใครๆ ก็ต้องรู้จักอย่าง Sucker Punch Productions ที่ได้สร้าง Ghost of Tsushima เมื่อไม่นานอีกเอง โดย Sucker Punch พัฒนาเกม Sly Cooper ตั้งแต่ภาคแรกจนถึงภาคสามเป็นเกมไตรภาคที่มีเนื้อเรื่องต่อกันไปแต่มีการพัฒนาระบบการเล่นให้น่าสนใจขึ้น Sanzaru Games Inc. สานตำตนาน Sly Cooperโดยช่วงแรกของการว่างจำหน่ายนั้น Sly 1 หรือว่า Sly Cooper The Thievius Raccoonus มียอดขายที่ไม่ได้ดีนัก เนื่องจากเหตุผลที่มีคู่แข่งที่คล้ายกันออกมาเยอะช่วงนั้น แต่ Sony ได้ทำการจัดจำหน่ายภาคแรกอีกครั้งภายใต้หน้าเกม Greastest Hits ทำให้เกมเมอร์หันมาสนใจ Sly กันมากขึ้น สุดท้ายผลตอบรับนั้นค่อนข้างไปทางที่ดีมากๆ ทำให้ Sucker Punch Productions ตัดสินใจทำภาคต่ออีกสองภายใต้ชื่อ Sly 2: Band of Thieves และ Sly 3: Honor Among Thieves โดยเนื้อเรื่องและตัวเกมมีความสนุกมากขึ้นในแต่ละเกม ทำให้แฟนๆ ชื่นชอบภาคสองและสามเป็นอย่างมาก Sly Cooper Greatest Hits ที่ Sony นำมาจัดจำหน่ายอีกครั้งสุดท้ายแล้ว Sucker Punch Productions ก็ได้วางมือจาก Sly และหันไปพัฒนาเกม Infamous ในเวลาต่อมา ทำให้ Sly Cooper ถูกเก็บเข้าคลังไปเป็นเวลายาวนานจนเหมือนจะถูกลืมไปเลย แต่โชคก็ยังเข้าข้างที่ได้มีทีม Sanzaru Games ที่นำเกมซีรีย์นี้ไป Port ลงให้กับเครื่อง Playstation 3 และ PS Vita ทาง Sony ที่เห็นผลตอบรับที่ดี ทำให้ Sony ไฟเขียวกับการสร้างภาค 4 ขึ้นมา โดยครั้งนี้ Sanzaru Games ได้เป็นผู้รับผิดชอบการพัฒนาภาคต่อในครั้งนี้ ภายใต้ชื่อ Sly Cooper: Thieves in Time ภาคสี่นั้นได้ผลตอบรับแตกเป็นสองฝั่งทั้งกลุ่มที่ชอบและกลุ่มที่ผิดหวังกับตัวเกม แต่ถ้าเทียบกับภาคอื่นๆ แล้ว ต้องบอกเลยว่าภาคนี้ไม่ได้มีกลิ่นอายเอกลักษณ์ของ Sly มากนัก สุดท้ายทำให้ความหวังที่จะมีภาคต่อดับไปเลย จนหลายปีผ่านไปก็ยังไม่มีคราวเกมภาคต่อเช่นเคย แม้ว่า Sanzaru ยังเปิดใจที่จะสร้างภาคต่อหาก Sony ต้องการ แต่ก็ไม่มีหวังสำหรับแฟนเกมเลย……………………………………………………………………………………………………………….................................Welcome to the thieves denรู้ประวัติคราวๆ ของ Sly กันไปแล้ว แต่ทำไมคุณควรจะลองหยิบเกมนี้มาเล่นกันละ เริ่มกันที่เนื้อเรื่องกันก่อน อย่างที่บอกไปว่า  Sly Cooper มีทั้งหมด 4 ภาคด้วยกัน โดยทุกภาคจะมีเนื้อเรื่องต่อกันและตัวละครหน้าเก่าใหม่ผสมกันไปมา โดยเราจะมาพูดถึงเนื้อเรื่องคราวๆ ให้ฟังกันว่าแต่ละภาคน่าสนใจยังไงSly Cooper The Thievius Raccoonusภาคแรกของเกมนั้นพูดถึงจุดเริ่มต้นของ Cooper Gang ที่นำโดย Sly จอมโจรนักย่องเบาและเพื่อนสนิทอีกสองคนอย่าง Bentley เต่าแว่นสุดฉลาดและ Murray ฮิปโปตัวใหญ่ใจเล็ก ทั้งสามคนโตขึ้นมาด้วยกันในบ้านเด็กกำพร้า หลังจากพ่อแม่ของ Sly ถูกฆ่าโดยแก๊งโจร Fiendish Five ที่ต้องการ Thievius Raccoonus หนังสือประวัติและเทคนิคโจรกรรมของตระกูล Cooper โดย Sly ก็ต้องตามล่าทวงคืนหน้าของหนังสือที่สมาชิกของแก๊งแต่ละคนขโมยไปกลับมาให้ได้Sly 2: Band of Thievesภาคสองจะมีเนื้อเรื่องต่อจากภาคแรกแบบติดๆ กันมาเลย โดยจะมีการสปอยเนื้อเรื่องตอนจบของภาคแรกนิดหน่อย เพราะเนื้อเรื่องจะเกี่ยวของกับบอสตัวสุดท้ายของภาคแรกโดยตรง ภาคแรกจบลงที่ Sly ได้สู้กับศัตรูคู่แค้นอย่างนกปีศาจ Clockwerk ที่ตามทำร้ายตระกูลของเขามาเป็นเวลาหลายทศวรรษจากความแค้นที่สะสมมานาน จน Clockwerk ยอมเปลี่ยนร่างกายของตัวเองให้เป็นหุ่นยนต์เพื่อมีชีวิตที่ยาวนานได้ ภาคสองจะเล่าถึงแก๊ง Klaww ที่ต้องการชิ้นส่วนร่างกายของ Clockwerk เพื่อนำไปใช้ในธุรกิจผิดกฎหมายของแต่ละคน ซึ่งในภาคนี้ Sly และแก๊งของเขาก็ต้องทำหน้าที่ตามเก็บชิ้นส่วนที่ถูกขโมยไปกลับมาอีกครั้งก่อนทุกอย่างจะสายเกินไปSly 3: Honor Among Thievesภาคสุดท้ายและภาคจบของไตรภาค ซึ่งภาคนี้จะมีเนื้อเรื่องเป็นเอกเทศมากกว่าสองภาคแรกเพราะจะไม่มีเรื่องของ Clockwerk มาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องเลย โดยภาคนี้จะเน้นไปที่ Sly รวบรวมทีมเพื่อบุกเข้าไปในคลังสมบัติของตระกูลของเขา แต่ปัญหาหลักคือคลังสมบัติกำลังถูกสมาชิกแก๊งเก่าของพ่อ Sly พยายามขโมยสมบัติทั้งไปไว้คนเดียว อย่างที่บอกว่าการรวบรวมสมาชิกของทีมเป็นส่วนสำคัญของภาคนี้ ทำให้เราได้พบเจอตัวละครหน้าเก่าใหม่มากมาย ภาคสามจึงเป็นบทสรุปของซีรีย์ที่แฟนๆ พอใจเป็นอย่างมากSly Cooper: Thieves in Time ภาค 4 ของซีรีย์และเป็นเนื้อเรื่องภาคต่อจากภาค 3 โดยตรง ซึ่งภาคนี้มีเนื้อเรื่องที่แฟนๆ เรียกร้องเป็นเวลายาวนานซึ่งก็คือการเล่าถึงบรรพบุรุษของ Sly นั้นเอง ภาคนี้จะเป็นแนว Back to the future ที่อยู่ดีๆ Thievius Raccoonus ก็เกิดปัญหาขึ้นเหมือนเนื้อหาต่างๆของหนังสือกำลังหายไปเพราะมาคนย้อนกลับไปยังอดีตและแก้ไขให้การโจรกรรมที่ทำให้ชื่อของบรรพบุรุษแต่ละคนถูกกล่าวนั้นเปลี่ยนไป Sly และเพื่อนของเขาจึงต้องย้อนกลับไปยังอดีตเพื่อแก้ไขทุกอย่าง ……………………………………………………………………………………………………………………....………....…...สำหรับเนื้อหาที่เราได้อ่านกันไปยังเป็นแค่ส่วนนึงของจักรวาล Sly Cooper เท่านั้น ยังมีตัวละครความพิเศษของตัวเกมในแต่ละภาคให้เราได้ทำความรู้จักกันอีกมากมาย แต่หากนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความสนใจในตัวเกมซีรีย์นี้แล้ว ทางผมก็ยินดีที่ได้เขียนเรื่องราวของ Sly Cooper ให้ทุกคนได้อ่านกัน และหากตัวเกมได้รับการพัฒนาไปลงให้กับเครื่อง PS5 อีกครั้งแล้ว ก็อยากให้ทุกคนได้ลองให้โอกาสลองหยิบจอมโจรแรคคูนไปเล่นกันสักครั้ง รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน
20 Oct 2021
Apex Legends Season 11 : รวมรายละเอียดแผนที่ใหม่ ตัวละครใหม่ และอาวุธใหม่ในซีซันใหม่
เปิดตัวอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับ Apex Legends Season 11 : ที่กำลังจะมาให้เพื่อนๆ ได้เก็บ Rank กันอีกครั้งในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2021 นี้ โดยใน Season ใหม่ก็มีมากกว่าแค่การปรับสมดุลอาวุธ ทุบแผนที่เก่า หรือสกินจาก Battle Pass ใหม่สวยๆ เพราะครั้งนี้มีการเพิ่มทั้งตัวละครใหม่ แผนที่ใหม่ และอาวุธใหม่เข้ามาให้เพื่อนๆ ได้สนุกกันต้องขอบคุณ EA และ Respawn Entertainment ที่ให้พวกเราทีมงาน Game Fever TH ได้มีโอกาสเข้าไปทดลองเล่น Season 11 ก่อน และเพื่อที่จะให้เพื่อนๆ เตรียมตัวกันได้อย่างเต็มที่ก่อน Season ใหม่จะเปิดให้ได้สนุกกัน วันนี้เรารวบรวมรายละเอียดข้อมูลของสิ่งใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา ให้เพื่อนๆ ได้รู้กันก่อน ในบทความนี้ทั้งความสามารถของตัวละครใหม่, สิ่งที่รออยู่ในแผนที่ใหม่ และดาเมจของอาวุธปืนใหม่ป.ล ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็นก่อนแพตช์จะถูกอัปเดตเข้ามาจริงๆ ดังนั้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตัวละครใหม่ ASH จาก Titanfall 2ตัวละครใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้เล่นได้ใน Season 11 นี้ก็คือ ASH จาก Titanfall 2 ที่เปิดตัวในเกมครั้งแรกตอน Season 5 ใน Halloween Event ซึ่งแท้จริงแล้วเธอคือ Dr. Reid อดีตเพื่อนร่วมงานของ Dr. Mary Summers (Horizon) ที่เคยถูกแทงที่หัวใจแล้ว แต่ด้วยความที่ความรู้ของเธอมีค่ามากเกินกว่าจะบรรยายได้มันจึงถูกนำออกมา และเก็บไว้โดย IMC ก่อนจะถูดเปลี่ยนให้เป็นหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า ASH แบบเดียวกับ Revenant อย่างที่เราเห็นในปัจจุบันASH เป็นตัวละครสาย Offensive ที่มาพร้อมกับสกิลเน้นต่อสู้ แบบเดียวกับ Bangalore, Fuse, Mirage และตัวอื่นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้Passive : สามารถมองเห็นตำแหน่งของกล่อศพได้ในแผนที่ และสามารถกดสำรวจที่กล่องของคนตาย เพื่อระบุตำแหน่งของผู้ฆ่าได้ในแผนที่Active : ขว่างดาวกระจายไฟฟ้าไปยังตำแหน่งเป้าหมาย หลังจากตกกระทบจะสร้างสนามไฟฟ้าทำความเสียหายให้กับ ศัตรูคนแรกที่เข้าไปใกล้ พร้อมทั้งทำให้เดินออกจากระยะของดาวกระจายได้ยากUltimate : สร้างประตูวาร์ปแบบทางเดียว ไปยังพื้นที่เป้าหมายทันที โดยทุกคนทั้งมิตร และศัตรูสามารถใช้ประตูวาร์ปดังกล่าวได้เช่นกันในส่วนของสกิล Passive จะช่วยให้เราเห็นตำแหน่งของกล่องคนตายได้ ช่วยให้ง่ายขึ้นเวลาต้องการจะเก็บของจาก Squad ที่สู้ชนะ รวมถึงสามารถใช้เพื่อตามล่าศัตรูที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ หากพบกับกล่องของผู้เล่นคนอื่นที่ถูกฆ่าไป กล่าวคือการมี ASH อยู่ในทีมจะช่วยลดปัญหา มองไม่เห็นกล่องของคนที่เพิ่งฆ่าไปได้ รวมถึงยังทำให้ สามารถปะทะกับผู้เล่นคนอื่นได้ง่ายขึ้นนั้นเองในส่วนของสกิล Active ถือว่าเป็นสิ่งที่ใช้เปิดก่อนการปะทะได้ดีมาก เนื่องจากสามารถช่วยจำกัดการเคลื่อนที่ของศัตรู 1 คนได้ และทำให้การเข้าตีทำได้ง่ายขึ้น และด้วยความที่ดาเมจเป็นประเภทไฟฟ้า มันละลายเกราะของคนที่โดนได้ระดับหนึ่ง ในส่วนของท่าไม้ตาย จะแตกต่างกับ Wraith ตรงที่ ประตูวาร์ปจะถูกสร้างขึ้นมาแบบทันที และสามารถเดินทางไปได้ทิศทางเดียว ไม่สามารถไปกลับได้ มีระยะที่ประมาณระยะขว้างระเบิดบนพื้นราบ แต่มีข้อดีคือสร้างขึ้นมาแบบทันที เหมาะจะใช้เวลาต้องการเข้าตีอย่างรวดเร็วแผนที่ใหม่ : Storm Point แผนที่ลำดับที่ 4 ใน Apex Legends มีภูมิประเทศเป็นเกาะในเขตร้อนมีชื่อว่า Storm Point  เกาะนี้มีภูมิประเทศที่หลากหลายตั้งแต่ ชายหาดไปจนถึงภูเขาสูง และเป็นแผนที่ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเกมตอนนี้ (ยืนยันโดยผู้พัฒนา ใหญ่กว่า World Edge ประมาณ 15%) นอกจากนี้ยังเป็นบ้านของสัตว์หลายชนิด ที่พร้อมจะโจมตีผู้เล่นเมื่อเข้าไปใกล้ หรือยุ่งกับพวกมัน!โดยสัตว์ป่าที่จะได้เจอในแผนที่ Storm Point จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Prowlers กับ Spider ซึ่งผู้เล่นสามารถดรอปทั้งปืน กระสุน เกราะ กระเป๋า อุปกรณ์แต่งปืน รวมถึงดาเมจสำหรับ Evol เกราะก็สามารถเก็บได้จากพวกนี้เช่นกัน ได้จากสัตว์เหล่านี้ โดย Prowlers จะเข้าโจมตีผู้เล่นทันทีหากเข้าไปใกล้เขตจองพวกมัน ส่วน Spider จะอยู่ในรูปของไข่ ที่ถ้าหากไม่ยุ่งกับมันก็จะไม่ทำอะไร แต่ถ้าหากไปทำให้ไข่แตก ก็จะออกมารุมทึ้งเราทันทีที่นี่หลายคนอาจกำลังคิดว่า ในการเล่นจริงเป็นไปได้หรือไม่ที่จะถูกเหล่าสัตว์พวกนี้เข้าโจมตีเป็นมือที่ 3 จนสร้างความเสียเปรียบด้วย คำตอบคือทั้งใช่ และไม่ จริงอยู่ที่ Prowlers จะออกมาโจมตีคนที่เข้าไปใกล้เขตของพวกมันทันทีซึ่งคงมีผลในตอนเล่นด้วยไม่มากก็น้อย แต่สำหรับการต่อสู้ตัดสินตำแหน่งแชมป์ของแต่ละเกม วงจะไม่บีบไปยังตำแหน่งรังของ Prowlers กับ Spider อย่างแน่นอน ยืนยันโดยผู้พัฒนาเองในส่วนของลูกเล่นแผนที่ใหม่ Storm Point ได้มีการลูกเล่นสำหรับการเคลื่อนที่ใหม่เข้ามาเป็นแท่นกระโดดขนาดใหญ่ ที่จะส่งผู้เล่นบินไปยังตำแหน่งเป้าหมายด้วยความเร็วสูงทางอากาศ ซึ่งในขณะที่ลอยตัวอยู่ เราจะสามารถถือปืน และยิ่งได้ ส่งผลให้เราไม่ได้ไร้การป้องกันเหมือนกับตอนบินด้วย Jump Tower แต่ก็แลกกับแนววิธีโค้งของการกระโดดที่ค่อนข้างตายตัวแน่นอนว่าเหมือนกับแผนที่ต่างๆ Storm Point จะมีจุดให้ลงจอดสำหรับฟาร์มของมากมายถึง 17 จุด ที่มีชื่อ และบริเวณรอบๆ ของ 17 จุดดังกล่าวยังมี Camp เล็กๆ ให้สำหรับฟาร์มของได้ด้วย แต่ด้วยตำแหน่งลงจอดที่มีเยอะเกือบเท่ากับจำนวนปาร์ตีผู้เล่นในหนึ่งรอบ เกมเพลย์การฟาร์มของ Storm Point อาจมากกว่าแผนที่อื่นๆ เล็กน้อย ปินใหม่ C.A.R ตระกูล SMGใน Season 11 จะมีการเพิ่มอาวุธปืน SMG กระบอกใหม่จาก Titanfall เข้ามาใน Apex ด้วย นั้นก็คือ C.A.R ที่ผู้เขียนคาดว่าจะกลายเป็นอาวุธ Meta ใหม่ของสายที่ชอบเล่นแบบเร็วๆ โดยจุดเด่นของปืนกระบอกนี้คือมันสามารถใช้ได้ทั้งกระสุน Heavy Rounds และ Light Rounds สามารถแต่งได้ 4 ส่วนคือ Barrel, Magazine, Optics และ Stock โดยจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างของปืนกระบอกนี้คือ สามารถใช้ได้ทั้ง Magazine ของ Heavy และ Light ในการแต่งได้ทั้งคู่ ทั้งยังส่งผลถึงจำนวนของกระสุนที่ใส่ได้ต่อ 1 Magazine ของกระสุนอีกประเภทหนึ่งด้วยในส่วนของดาเมจ จากการทดลองในด่าน Firing Range กับหุ่นที่ใส่เกราะระดับสีแดง สามารถทำดาเมจเมื่อยิงตัวได้นัดละ 13 ดาเมจ และยิงหัวได้ 20 ดาเมจ ในส่วนของความเร็วในการยิ่ง (Fire-Rate) คิดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 900 - 1000  RPM เกือบเทียบเท่ากับ R99 ที่ยิงเร็วสุดในเกมตอนนี้ แต่มีข้อดีคือทำดาเมจได้มากกว่าต่อ 1 นัด (R99 ยิงตัวได้ 11 ดาเมจ และยิงหัวได้ 13 ดาเมจ)อย่างไรก็ตามคุณสมบัติของกระสุน ไม่ได้มีผลต่อดาเมจ หรือความเร็วในการยิงของ C.A.R กล่าวคือไม่ว่าจะใช้ Heavy Rounds หรือ Light Rounds ปืนนี้จะยังมีความเร็วในการยิ่งเท่าเดิม รวมถึงมีดาเมจต่อกระสุนหนึ่งนัดที่เท่าเดิมด้วย อย่างไรก็ตามในการเปลี่ยนประเภทกระสุนที่ใช้ จำเป็นต้องทำการ Reload ด้วย และมีจำนวนกระสุนสูงสุดต่อ Magazine อยู่ที่ 27 นัด ดังนั้นจึงยังไม่ถือว่าโกงมา เป็นยังไงกันบ้างครับกับ Season 11 ที่กำลังจะมา ต้องบอกเลยว่าน่าตื่นเต้นจริงๆ ผู้เขียนเองตอกบอกเลยว่ารอไม่ไหวแล้วที่จะได้สัมผัสกับทั้ง ปืนใหม่ แผนที่ใหม่ และอาวุธใหม่ในฉบับจริง ขอยืนยันอีกครั้งว่าข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากรอบทดสอบ และอาจเปลี่ยนแปลงได้ในวันที่ถูกอัปเดตเข้ามาในเกมจริงๆ หวังว่าทุกคนจะสนุกกับ Season ใหม่อาทิตย์หน้าครับ
20 Oct 2021
5 สิ่งที่ควรทำความรู้จัก ก่อนเข้าสู่วงการ NFT Game
อย่างที่เรามักจะเตือนทุกคนเสมอว่า "บทความของเราไม่ใช่การเชิญชวน และการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษารายละเอียดให้ดีก่อนตัดสินใจ"  ซึ่ง NFTs Game รวมถึง Play-to-Earn ทุกประเภทก็เป็นการลงทุนประเภทหนึ่ง ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยในการดำเนินการมากมายกว่าเงินจะถึงมือเรา และ Content Creator เกมสายนี้ ส่วนใหญ่ก็จะพูดเฉพาะรายละเอียดของเกมเท่านั้น ผู้ชมหน้าใหม่ก็งงไปสิ พอถามไปก็ไม่มีใครอธิบายเพราะเขาถือว่าคุณ "ควรจะรู้อยู่แล้ว" นั่นเองแต่สำหรับใครที่ตัดสินใจอยากเริ่มลงทุนจริงๆ ลองเช็คดูก่อนว่าคุณเข้าใจ 5 สิ่งนี้หรือยัง หรือใครที่อยากเริ่มศึกษาเกี่ยวกับเกมแนว Play-to-Earn ล่ะก็ ลองทำความรู้จักกับทั้ง 5 เรื่องนี้ไปพร้อมกันก่อนดีกว่าจ้า1. Cryptocurrencyพูดถึงคริปโตอาจไม่ค่อยคุ้นหู แต่ถ้าพูดถึง บิตคอยน์ (Bitcoin) ก็คงร้อง อ๋อ กันหมด Cryptocurrency เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายได้บนตลาดออนไลน์ โดยไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือจัดการโดยหน่วยงานทางการเงินสากลใดๆ โดยสกุลเงินเหล่านี้ จะทำงานอยู่บนระบบที่สามารถควบคุมตัวมันเองได้ เรียกว่า "บล็อกเชน" (Blockchain) ซึ่งทำให้การมีอยู่ของเหรียญ Cryptocurrency แต่ละเหรียญนั้น จะถูกบันทึกข้อมูลไว้เป็นหลักฐานว่า “ใครเป็นเจ้าของ” เหรียญนั้นๆโดยจะเป็นการบันทึกร่วมกันของผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายดังกล่าว (Peer) สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมใช้แลกเปลี่ยนกัน ได้แก่ บิตคอยน์, Etheurum, Dogecoin, BNB, USDT เป็นต้น ซึ่งถ้าให้พูดกันจริงๆมันมีเป็นร้อยสกุลเลยนะ เผลอๆอาจจะเยอะกว่าสกุลเงินจริงที่เราใช้จ่ายกันด้วยซ้ำ ให้ทำความรู้จักทุกตัวคงไม่ไหว แต่อย่างน้อยที่สุด สกุลเงินที่นิยมเทรดกันในตลาดเราควรรู้จัก ถามว่าตัวไหนบ้าง ก็ตามที่เรายกตัวอย่างเลยอย่างไรก็ดี สกุลเงินเหล่านี้มีความไม่แน่นอนในการลงทุน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ลงทุน ยิ่งมีคนให้ความสนใจมากราคาก็ยิ่งพุ่ง ฉะนั้น ใครที่คิดจะลงทุนล่ะก็ต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและไม่รีบร้อนที่จะได้ทุนคืน ที่สำคัญคือเมื่อเลือกสกุลเงินที่จะถือแล้วต้องเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย2. Cryptocurrency Walletเมื่อรู้แล้วว่าเราจะถือเงินสกุลไหนบ้าง ก็ต้องไปหากระเป๋าที่จะเก็บเหล่านั้นไว้กับตัวเราก่อนจะนำออกไปแลกเปลี่ยนเป็นสกุลอื่น ซึ่ง Cryptocurrency Wallet หรือกระเป๋าคริปโตจะเป็นเหมือนกระเป๋าตังส่วนตัวที่จะเก็บข้อมูลของจำนวนเหรียญคริปโตที่เรากำลังถืออยู่ในรูปแบบของธุรกรรมบนระบบ Blockchain ทำให้เราสามารถตรวจสอบ รับ ส่ง เงินเหล่านี้ได้ซึ่งวิธีใช้งานก็มีหลายประเภทเลย ทั้งผ่านเว็บไซต์, ติดตั้งเป็นส่วนขยายบน web browser, Application บนมือถือ และ Hardware Wallet ที่มีลักษณะคล้ายแฟลชไดร์ฟ โดยจะเลือกประเภทไหนดี ก็ขึ้นอยู๋กับความสะดวกของผู้ใช้งานเอง แต่ไม่ว่าแบบไหนก็ยังคง เสี่ยง ต่อการถูก Hack ได้อยู่ดี นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องศึกษารายละเอียดการใช้งานให้ดีก่อนเริ่มลงทุน และที่สำคัญต้องเก็บ Private key หรือการเข้ารหัสทั้งหมดให้ดีด้วยล่ะ3. Cryptocurrency Exchangeเมื่อเราอยากใช้เงินในกระเป๋าก็ต้องไปตลาดใช่ไหมล่ะ? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเข้า Cryptocurrency Exchange เลย ซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้เราซื้อ-ขายคริปโตสกุลต่างๆ รวมถึงสามารถแลกคริปโตออกเป็นเงินเฟียตได้ที่นี่ด้วย เพียงแค่เปิดบัญชีกับ Exchange นั้นๆก็ทำธุรกรรมร่วมกับ Wallet ที่เราถืออยู่ได้เลยถ้าให้แนะนำก็ใช้บริการจาก Binance เลยจ้า เพราะเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนที่น่าเชื่อถือแถมยังมีสกุลเงินคริปโตให้เลือกเยอะมากๆ แต่ข้อเสียคือจะไม่สามารถแลกออกมาเป็นเงินบาทได้ เพราะกฎหมายในบ้านเรายังจำกัดการแลกเปลี่ยนคริปโตอยู่ โดยอาจจะเลือกใช้บริการที่ได้รับใบอนุญาตจากทาง ก.ล.ต. เช่น Bitkub, Satang Pro, Kulap, Zipmex ฯลฯ เพื่อแลกออกมาเป็นเงินบาทโดยตรงแทนก็ได้อย่างไรก็ดี เรารู้แล้วว่า Wallet กับ Exchange ทำงานร่วมกัน ก็อย่าลืมศึกษาวิธีการโอนเงินล่ะ โดยเรามี ตัวอย่าง ให้ดู ที่นี่ เผื่อทุกคนจะไปศึกษาต่อยอดกันตามสะดวกจ้า 4. แนวโน้มตลาดอีกสิ่งหนึ่งที่ควรฝึก ศึกษา ทำความเข้าใจ และวิเคราะห์ให้เป็น ก็คือแนวโน้มความผันผวนของราคาคริปโต คิดไม่ออกก็นึกถึงการดูกราฟหุ้นก็ได้ ที่เราต้องเดาให้ออกว่าเดี๋ยวตัวที่เราลงทุนจะขึ้นหรือลง จุดไหนควรซื้อ เมื่อไหร่ควรขาย ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องที่สอนกันได้ยากมาก ต้องอาศัยประสบการณ์และปรึกษาผู้รู้อยู่เรื่อยๆ อาจจะต้องขาดทุนกันบ้างกว่าจะดูเป็น ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มต้นศึกษาตามลิงก์ด้านบนที่เราแปะไว้ให้ก่อนก็ได้ แล้วค่อยต่อยอดไปยังสกุลเงินตัวอื่นตามที่เราสนใจหรือถืออยู่5. เครือข่าย Blockchain ของเกมที่เลือกเล่นเอาล่ะ! ยืดยาวกันมา 4 หัวข้อแล้ว ก็ถึงเวลานำทั้ง 4 หัวข้อมาประยุกต์ใช้แล้วล่ะ! โดยเมื่อเราเลือกเกม NFT ที่จะเล่นได้แล้ว สิ่งแรกที่ต้องดูเลยคือ ใช้ Cryptocurrency สกุลไหน? แล้วเจ้าสกุลเงินนี้สามารถเก็บไว้ใน Wallet ไหนได้บ้าง? จากนั้นไปเช็คต่อว่าเราจะสามารถโอนเงินสกุลนี้เข้า Exchange ไหนได้บ้าง? หรือควร swap เปลี่ยนเป็นสกุลอื่นที่รองรับในกระเป๋าเดียวกันก่อนดี? แล้ว Exchange ที่เราเลือกจะแลกเป็นเงินบาทโดยตรงได้หรือไม่? ถ้าแลกเงินบาทไม่ได้เราจะนำไปเข้า Exchange ที่รองรับเงินบาทแทน หรือจะขายผ่านระบบ P2P (Person to Person) เลยดีกว่า? แต่ถ้าหากใครมีบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินสกุลต่างประเทศอยู่แล้วก็อาจลดความปวดหัวในการเพิ่มขั้นตอนหรือรับความเสี่ยงจาก P2P ลงได้นะ (อันนี้แอบแนะนำ)อธิบายยาวคงจะงง งั้นเรามายกตัวอย่างเกม Mir4 กันดีกว่า เนื่องจากเกมนี้เป็นเกมเกาหลีต้องทำใจแล้วว่า Blockchain จะอิงไปในแพลตฟอร์มของประเทศเกาหลีแน่ๆ โดยเริ่มจากการสร้างเหรียญ DRACO มาแล้วจะถูกเก็บไว้ใน Wallet ที่ชื่อว่า Wemix ซึ่งภายในกระเป๋าจะรองรับ Token จากเกมในเครือของ Wemade ทั้งหมด, เหรียญของ Wemix เอง และเหรียญ KLAY หากอยากจะแลกเงิน USD ออกมา ให้นำเหรียญ Wemix เข้า Exchange ของ Biki, gate.io, bithumb เป็นต้น แต่ถ้าใครใช้ Exchange ของ Binance เป็นปกติ ให้แลก Wemix เป็น KLAY ก่อนโอนเข้า Binance และแลกเปลี่ยนตามขั้นตอนเลยหรืออย่าง Axie Infinity ที่อยู่บน Ethereum ก็จะง่ายหน่อย เพราะเราสามารถใช้กระเป๋า Metamask ในการเก็บเหรียญและโอนเข้า Binance ได้เลยหลายขั้นตอนเลยใช่ไหมล่ะ! กว่าจะเข้าถึงวงการ NFT Game แต่อยากจะบอกว่าถ้าไม่รู้ก็ไม่ได้น่ะสิ ไม่อย่างนั้นเราอาจเสียผลประโยชน์มากกว่าจะทำเงินจากการเล่นเกมได้ อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้เป็นเพียง คำแนะนำเบื้องต้น จากเราเท่านั้น คิดเสียว่าเป็นสารบัญเพื่อไปหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ตรงประเด็นมากขึ้น ดีกว่างมเอาเองทั้งหมดเนอะ
19 Oct 2021
[Review] Vital Bracelet Lab เกมเลี้ยงดิจิมอนยุคใหม่ สำหรับคนใส่ใจสุขภาพ!
หากยังจำกระแสของเล่นดิจิไวซ์รุ่นใหม่อย่าง Vital Bracelet ที่วางจำหน่ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเพื่อตอบรับประแสนี้ จึงได้มีอนิเมชั่น Digimon: Ghost Game พร้อมกับ Digivice -V- ซึ่งเป็นการอัพเกรดต่อยอดมาจาก Vital Bracelet เวอร์ชั่นเดิมอีกที รวมถึงประกาศให้บริการแอพ Vital Bracelet Lab เวอร์ชั่น Global อย่างเป็นทางการพร้อมภาษาอังกฤษเสียทีแน่นอนว่าบทความนี้ จะเน้นรีวิวแอพลิเคชั่น Vital Bracelet Lab ซึ่งเป็นทั้งที่วัดค่าสถานะต่าง ๆ ของดิจิมอนบนเครื่อง Vital Bracelet และเป็นได้ทั้งเกมออนไลน์ที่สามารถนำดิจิมอนมาต่อสู้ออนไลน์ทั้ง Battle Arena, Raid Boss และ Event ต่างๆ ได้ เรามาดูกันบ้างว่าในแอพฯนี้มีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง============================================ทำความรู้จัก Vital Bracelet คืออะไรกันก่อนVital Bracelet เรียกสั้นๆ ว่า VB หรือมีอีกชื่อหนึ่งอย่างเป็นทางการว่า Digivice V เป็นเครื่องเล่นล่าสุดของทางลุง Bandai ในซีรี่ย์ Digital Monster โดยวางจำหน่ายครั้งแรกช่วงมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยลูกเล่นหลัก ๆ ของมันคือ มีฟีเจอร์ในลักษณะ Smart Band ที่สามารถตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ การนับก้าว และติดตามสถานะการออกกำลังกาย ผสมผสานกับการเลี้ยงดู Digimon ภายในเครื่อง โดยการพัฒนาร่างจะขึ้นอยู่กับลักษณะการออกกำลังกายของผู้ใช้ ทำให้ Digimon ที่เราเลี้ยงจะไม่เหมือนคนอื่น ยกตัวอย่างเช่นหากผู้ใช้เป็นพวกชอบออกกำลังกาย Digimon ก็จะแข็งแรงและพัฒนาร่างไปอีกแบบ แต่หากผู้ใช้ไม่ได้ออกกำลังกาย ก็จะพัฒนาร่างไปอีกแบบหนึ่ง เป็นต้นโดยช่วงแรกจะมีสามสีให้เลือกคือ สีดำ สีขาว และสีเขียวนีออน ซึ่งเป็น Special Edition (ซึ่งทางผู้เขียนซื้อตัว Special Edition มา) ความแตกต่างระหว่างสีดำและสีขาวที่เป็นเวอร์ชั่นธรรมดา นอกจากสีแล้วจะมีสิ่งที่เรียกว่า Digimon Identified Memory หรือ DiM Card ที่ใช้เสียบเข้ากับตัวเครื่องเพื่อเพิ่มดิจิมอนนั้น จะมีแค่ Pulsemon เท่านั้น ส่วน Special Edition จะมี DiM Card ของ Veemon (ตัวเอกในอนิเมะดิจิมอนภาค 02) เข้ามาแถมให้ด้วยหน้าตาโดยรวมของมันแล้ว มันแทบจะดูทรงคล้ายๆ Smart band ทั่วไป แต่ต้องขอบอกเลยว่า ถึงแม้จะมีฟีเจอร์สำหรับสายรักการออกกำลังกาย แต่มันถูกออกแบบมาให้เป็นของเล่นเสียมากกว่า เพราะชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ได้ทนทานเหมือน Smart Band โดยเฉพาะส่วนของหน้าจอครอบนั้นเป็นพลาสติก ไม่ใช่กระจกกันรอย และสัญลักษณ์ DM มีโอกาสหลุดลอกง่ายมาก ฉะนั้นอาจจะต้องหาฟิล์มกันรอยเพื่อปกป้องมันเสียหน่อยลักษณะการเล่นของเจ้าเครื่อง VB ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน มันคือการเลี้ยงดิจิมอนที่อยู่บนเครื่องโดยเราจะต้องคอยดูแลเรื่องค่า Vital หรือค่าพลังชีวิตที่มีผลต่อเหล่า Digimon อัตราการเต้นของหัวใจของเราที่มีผลต่อความสุขของ Digimon รวมถึงการทำภารกิจต่างๆ ทั้งการออกกำลังกาย และเดินทางตะลุยด่านสไตล์เครื่องเล่น Digivice ทั้งหมดนี้จะมีผลต่อการพัฒนาร่างทั้งนั้น นี่คือจุดเด่นของเครื่องเล่น VB ที่กระตุ้นทำให้คนหันมารักษาสุขภาพกันมากขึ้นและฟีเจอร์เด็ดของเจ้า VB อีกข้อก็คือ สามารถเชื่อมต่อ Digimon จากภายในเครื่อง เข้าสู่มือถือของเราผ่านแอพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Vital Bracelet Lab หรือ VB Lab โดยการเชื่อมจะมีเงื่อนไขว่าโทรศัพท์มือถือที่ใช้จะต้องผูกไอดีกับ Bandai ID และมือถือจะต้องมีฟังก์ชั่น NFC ถึงสามารถใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ โดยการรีวิวแอพนี้จะกล่าวในส่วนต่อไปVB Lab มันคืออะไรกัน ?แอพลิเคชั่น Vital Bracelet Lab หรือ VB Lab เป็นแอพที่รองรับเหล่า Digimon ที่มาจากเครื่อง VB แล้วทำการลิ้งก์ผ่านระบบ NFC เข้าสู่มือถือเพื่อเช็คสถานะต่างๆ รวมถึงสามารถเอาไปใช้ต่อสู้ออนไลน์อย่าง Arena Battle ที่เน้นต่อสู้กับผู้เล่นอื่นจากทั่วโลก การท้าทาย Raid Boss เป็นการรวมตัวของเหล่าผู้เล่น VB ทั่วโลกต่อสู้กับ Digimon พิเศษ โดยจะได้ของรางวัลพิเศษและไอเทมภายในแอพมากมาย และรวมไปถึง Event ต่างๆ ที่จะมีปรากฎให้เล่นกันในอนาคต โดยฟีเจอร์หลักๆ มีอยู่ 5 อย่างดังนี้Scan: เมนูแรกภายในแอพฯนี้จะเป็นการใช้ระบบ App Link โดยสามารถส่ง Digimon จากตัวเครื่อง VB ไปยังตัวแอพฯ หรือจากตัวแอพฯ ไปยังตัวเครื่อง VB ได้เช่นกัน และการส่งถ่าย Digimon นั้นจะต้องใช้ฟังก์ชั่น NFC บนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น และระหว่างที่โอนถ่าย Digimon ระวังเรื่องการหลุดการเชื่อมต่อ เช็คให้แน่ใจว่า NFC ทำงานได้อย่างปกติ หรือแบตเตอร์รี่ตัวเครื่อง VB ไม่อ่อนจนเป็นสีแดง เพราะอาจจะมีความเสี่ยงที่โอนถ่ายข้อมูลไม่สำเร็จและ Digimon ที่เราเลี้ยงมาอาจจะหายไปเลย หากโอนถ่าย Digimon เข้าเครื่องมือถือสำเร็จ ตัว Digimon ของเราจะไปโชว์อยู่ในส่วนเมนูของ LogLog: เมนูส่วนนี้จะเป็นการแสดงสถานะค่าต่างๆ ของ Digimon ที่เราโอนถ่ายเข้ามาจากตัวเครื่อง VB โดยจะแสดงค่าสถานะค่า Vital เป็นกราฟว่าแต่ละวัน Digimon ของเรามีค่านี้เท่าไหร่ เพื่อที่เราจะได้สามารถควบคุมค่า Vital ที่มีผลต่อการพัฒนาร่างให้ Digimon ตามต้องการ รวมถึงค่าสถานะอื่นๆ ที่มีผลต่อการแปลงร่างเช่นอารมณ์ของ Digimon ความชื่นชอบในการออกกำลังกายของ Digimon อัตราการชนะของ Digimon รวมถึง Throphy ที่ได้มาตอนนี้ได้มาทั้งหมดเท่าไหร่แล้ว ถือว่าบอกสถานะได้อย่างละเอียด และดีในการวางแผนเส้นทางการพัฒนาร่างของเราได้ ค่า Vital ไม่ได้บอกถึงสถานะพลังชีวิตของ Digimon อย่างเดียว แต่มันก็บ่งบอกว่าแต่ละวันเราออกกำลังกายไปมากน้อยแค่ไหนด้วยส่วนเมนูย่อยอื่นๆ เช่นรายการภารกิจประจำวัน ภารกิจทั่วไป และภารกิจ Event จะบอกภารกิจว่าให้เราทำอะไรบ้าง โดยจะมีของรางวัลเป็นเงิน V-Coin ภายในเกมที่ไว้สามารถซื้อไอเทมเสริมพลังหรือไอเทมย่นระยะเวลาการพัฒนาร่าง รักษาอาการบาดเจ็บ และอื่นๆ อีกมากมายนอกจากนี้จะมีส่วนของ Storage ไว้สำหรับเก็บ Digimon ที่เคยพัฒนาร่างจนถึงร่างสุดยอดแล้ว สามารถเอามาเก็บเอาไว้เพื่อไว้เล่น Battle Arena และ Raid Boss หรือ Event ต่างๆ ในอนาคตDigidex: เมนูนี้ถือว่าเป็นสารานุกรม Digimon ที่เรามีในปัจจุบันเลยก็ได้ โดยสามารถเช็คได้ว่า เครื่อง VB ของเราได้เคยเสียบ DiM Card อะไรมาบ้าง และอันนี้แหละ มันเป็น "ก า ร ต ล า ด" ของลุง Bandai เขา มี DiM Card ตัวเดียวเลี้ยงไม่พอหรอกบอกเลย แต่ก็ถือว่าเป็นข้อดีอีกแบบคือปกติแล้วเครื่องเล่นจำพวกดิจิมอนหากจะเลี้ยงตัวใหม่ๆ อาจจะต้องซื้อเครื่องใหม่ในราคาที่ค่อนข้างสูง แต่พอเป็น VB หากอยากเลี้ยง Digimon ชุดใหม่ ก็เพียงแค่ซื้อ DiM Card มาต่อกับเครื่อง VB ซึ่งราคาก็อยู่ในระดับที่จับต้องได้ด้วยเมื่อกดเข้ามาเช็ครายละเอียดชุด DiM Card แล้วก็จะเผยแผนผัง Digimon ที่เราเคยพัฒนาร่างไปแล้ว เพื่อให้รู้ว่ามีสายพัฒนาไหนที่ยังไม่ได้ปลดบ้างนอกจากนี้ยังสามารถเช็ครายละเอียดสายพัฒนาร่างหรือเช็คข้อมูลประวัติ Digimon ก็สามารถกดตัวรูป Digimon ในแผนผังได้เลย โดยจะมีการบอกถึงประวัติ Digimon ตัวนั้นๆ สไตล์การออกกำลังกายของ Digimon ที่มีผลต่ออารมณ์ รวมถึงเงื่อนไขการพัฒนาร่างไปยังร่างต่อไปว่า เราควรจำกัดหรือเพิ่มค่า Vital ให้มีเท่าไหร่ ต่อสู้กับศัตรูกี่ครั้ง (โดยนับทั้งจากในเครื่อง VB เองและการสู้ออนไลน์ผ่านแอพฯ) จำนวนถ้วย Throphy และระยะเวลาการพัฒนาร่าง ซึ่งต้องขอบอกว่า จะทำให้การเล่น VB ของเรานั้นง่ายขึ้นเมื่อมีแอพฯ ตัวนี้ อยากปลดพัฒนาการสายไหน ก็มาดูรายละเอียดส่วนนี้ได้ตลอดเวลา ฉะนั้นใครที่เป็นสายเก็บ Collection แผนผัง Digimon ก็หมดกังวลว่าเราจะพัฒนาร่างแล้วไม่ได้ตัว Digimon ตามที่ต้องการItems: เมนูส่วนนี้จะเป็นการเปิดคลังของและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงแสดงเงิน V-Coins ว่าเรามีเท่าไหร่ ซึ่ง V-Coins จะได้จากการทำภารกิจที่กล่าวไว้ก่อนหน้านั้น รวมถึงการได้เงินจากการรต่อสู้ในเมนู Battle อีกด้วย ส่วนตัวแล้วเงิน V-Coins หากเล่นในช่วงแรกๆ ค่อนข้างจะหายากนิดหนึ่ง แต่หากเรามี Digimon ใน Storage สัก 2-3 ตัว สามารถต่อสู้เพื่อเอาไอเท็มที่ชื่อว่า Archives เพื่อขายแลกเป็นเงิน V-Coins ในเมนู Battle ได้เลย และให้เยอะเสียด้วย ฉะนั้นช่วงแรกๆ ของการเล่นให้อดทนและโฟกัสกับการพัฒนาร่าง Digimon ให้ไปถึงร่างสุดยอด เป็น Main หลักของเราสักตัว หลังจากนั้นก็ค่อยฟาร์มเงิน V-Coins อีกทีส่วนหน้าการซื้อขายไอเท็มนั้นก็มีมากมายมหาศาลอย่าง ไอเท็มเพิ่มค่า Vital พลาสเตอร์รักษาพยาบาลกรณี Digimon บาดเจ็บที่เกิดจากการต่อสู้แพ้ติดต่อกันเกินสามครั้ง  แต่อย่าไปฝืนสู้ต่อล่ะ เพราะหากแพ้เป็นครั้งที่สี่ Digimon จะตาย) ไอเท็มเร่งเวลาพัฒนา ไอเท็มเสริมค่าสถานะต่างๆ รวมไปถึงมีการซื้อภารกิจที่ซื้อแล้วเอาไปเชื่อมกับตัวเครื่อง VB เพื่อรับภารกิจพิเศษด้วย ซึ่งไอเท็มเหล่านี้จะใช้เงิน V-Coins ทั้งหมด ไม่มีการเติม Pay to Win แต่อย่างใดBattle: ส่วนสุดท้ายนี้คือเมนูต่อสู้แบบออนไลน์ โดยตัวที่เราจะใช้ต่อสู้จะเป็นตัว Digimon ที่อยู่ในหน้าแรกของเมนู Log เป็นหลัก โดยการต่อสู้แบบออนไลน์จะมีอยู่สามรูปแบบด้วยกันคือ Arena Battle, ซึ่งจะมีทั้งแบบโหมดฝึกซ้อมกับโหมดสู้จริง ๆ ซึ่งโหมดฝึกซ้อมนั้น จะเป็นการฝึกสู้และวัดขีดความสามารถของ Digimon ที่เราเลี้ยงว่าตอนนี้แข็งแกร่งเพียงใด ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็จะไม่มีผลอะไรส่วนโหมดเอาจริงนั้น ในการต่อสู้แต่ละครั้งจะมีโควต้าให้สามครั้งต่อวัน (โดยจะรีเซ็ตทุกวันเวลาสี่ทุ่มตามเวลาบ้านเรา) หลังจากหมดสามครั้งแล้ว หากจะให้ Digimon ต่อสู้อีกก็จะใช้ตั๋ว Arena Ticket โดยการต่อสู้จะมีทั้งหมด 5 Turns ด้วยกัน และการต่อสู้แต่ละ Turn เราจะต้องรอให้เกจพลังขึ้นจนเต็มแล้วกดปุ่ม Stop หากกดสำเร็จ Digimon ของเราก็มีโอกาสโจมตีติด Crtitical ใส่ฝ่ายตรงข้าม และหากเราสามารถใช้ Digimon โจมตีศัตรูจน HP หมดหลอดหรือครบ 5 Turns แล้วเรามี HP เหลือมากที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะ และจะได้รับค่า Vital จำนวนหนึ่งพร้อมไอเทม Archives เพื่อแลกเงินเป็น V-Coins รวมถึงค่า EXP ของผู้เล่น และมีโอกาสสุ่มได้ตั๋ว Arena จำนวนสามใบด้วยส่วนการต่อสู้อีกประเภทนั้นคือ Raid Boss การต่อสู้ที่มีความคล้ายคลึงกับ Arena และจะมีตาม Event หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาในการตี Raid Boss ราวๆ 13 วัน ส่วนการต่อสู้นั้นจะมีความแตกต่างจาก Arena เล็กน้อยตรงที่ Boss จะเริ่มต้นที่เลเวล 1 และเมื่อชนะได้ เลเวลของ Boss จะเพิ่มเรื่อยๆ อึด ถึก ทน แถมโจมตีแรงและดุดันด้วย แน่นอนว่าคะแนนสะสมในการการไต่ Ranks ก็จะเพิ่มขึ้น ได้ของรางวัลมากขึ้น เป็นการทดสอบความท้าทายว่า Digimon ของเราแข็งแกร่งพอที่คู่ควรได้รับรางวัลอันสุดยอดหรือเปล่าส่วนเรื่องการต่อสู้ ปัจจัยการชนะหลักๆ จะเป็นระบบ RNG (สุ่ม) เสียส่วนใหญ่ แต่หากเรามีค่า Vital ที่สูง อารมณ์ Digimon ที่พร้อมรบหรือมีความสุข การชนะทางประเภทดิจิมอน Chip เพิ่มค่าสถานะต่างๆ ทั้งหมดนี้ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เรามีโอกาสเอาชนะศัตรูได้มากขึ้น=======================================================โดยสรุปแล้ว Vital Bracelet Lab เหมือนเป็นทั้งแอพฯ เช็คค่าสถานะ Digimon โดยละเอียด และเป็นทั้งเกมออนไลน์แนว Collection Turn-Based กลายๆ ไปพร้อมกัน แน่นอนว่าโดยรวมแล้วมันไม่ได้หวือหวานัก แต่มันก็ดีที่ว่าเราไม่ถึงขั้นต้องเล่นแล้วทุ่มแรงกายแรงใจขนาดนั้น หลักๆ แล้วการเล่นจะเน้นไปทางเครื่อง VB มากกว่า เลี้ยงเพื่อสะสม Collection สายพัฒนา Digimon และเอาไว้มาต่อสู้แบบออนไลน์เพื่อฟาร์มเงินซื้อไอเท็มเสริม แต่หากใครเน้นสายต่อสู้ออนไลน์จริงจัง ของรางวัลระดับสูงๆ ก็ค่อนข้างล่อตาล่อใจไม่น้อยฉะนั้นหากใครซื้อเครื่อง VB หรือ Digivice V มาเล่นแล้ว ควรโหลด Vital Bracelet Lab มีไว้ติดเครื่อง เพื่อให้การเล่น VB นั้นรู้สึกได้เติมเต็มและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สมกับเป็นเด็กที่ถูกเลือกของ Digital World ไงล่ะ
19 Oct 2021
Play-to-Earn: 'เล่นเกมแลกเงิน' แนวเกมใหม่ ที่อาจเปลี่ยนวงการเกมไปตลอดกาล?!
ก่อนหน้านี้ในเว็บไวต์ GameFever ของเราได้มีการพูดถึงเกมแบบ Play-to-Earn กันไปบ้างพอสมควรแล้ว ว่าแต่..? แล้วการเข้ามาของ Play-to-Earn และ NFT Game จะส่งผลอย่างไรต่อวงการเกมบ้าง? มีข้อดี-ข้อเสียตรงไหน? แล้วคนเล่นอย่างเราจะได้ประโยชน์อะไร รวมไปถึงทิศทางการพัฒนาเกมในอนาคตมีโอกาสกลายเป็น 'อาชีพ' แทนการเล่นเพื่อ 'ความบันเทิง' ด้วยหรือไม่ เราลองมาคิดวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าการเข้ามาของ Play-to-Earnว่ากันตามตรง การเล่นเกมเพื่อหวังทำธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย จะเรียกว่ามันเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเกม MMO (Massive Multiplayer Online) เลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อผู้เล่นมากหน้าหลายตาได้เข้ามารวมกัน จึงมีการสร้างชุมชนขึ้นในเกม และแน่นอนว่าเมื่อที่ใดมีวัฒนธรรมเป็นของตัวเองก็ย่อมมีเรื่องการค้าขายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอยู่แล้ว เมื่อเกิดการซื้อขายก็มีการสร้างมูลค่า เมื่อไอเท็มมีมูลค่ากลไกการตลาดจึงเกิดขึ้น กลายเป็นว่า Data เล็กๆเพียงโค้ดเดียวของเกมสามารถเทียบเป็นเงินจริงกันได้ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงแสนบาท ล้านบาท ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งนี้ อย่างที่ชาว MMORPG ทราบกันดีว่านี่เป็นการกระทำที่บริษัทเจ้าของเกม 'ไม่สนับสนุน' แต่เกมหลายๆ เกมก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเติบโตและมีอายุยืนยาวได้เพราะกลไกเศรษฐกิจแบบนี้ จนกระทั่งการเข้ามาของเทคโนโลยี Blockchain ที่ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นของที่มีมูลค่าขึ้นมาจริงๆ นี่เองจึงเป็นช่องทางให้ Play-to-Earn ถูกยอมรับว่าเป็นเกมแนวหนึ่งไปนั่นเองและด้วยสถานการณ์ตั้งแต่ต้นปี 2020 ที่มีการแพร่ระบาดของ Covid-19 ทำให้การเล่นเกมเริ่มเป็นลู่ทางหาเงินของหลายๆคนที่ต้องอยู่ภายใต้ภาวะ Lockdown ประจวบเหมาะกับเป็นช่วงพัฒนาของ crypto-base game หรือที่หลายคนอาจจะเรียกว่า NFTs Game จึงทำให้การเล่นเกมแนว Play-to-Earn เติบโตอย่างก้าวกระโดดในพริบตา ซึ่งถ้าใครติดตามข่าวสารในวงการเกมแนวนี้จะรู้เลยว่าการแข่งขันด้านพัฒนาเกม crypto-base นั้นดุเดือดมากๆ มีมาให้ผู้บริโภคเลือกกันจนลายตาเลยล่ะ แต่วงการ Crypto ก็คือการลงทุนประเภทหนึ่งนั่นแหละ มีบางคนได้ แต่หลายคนก็เหมือนจะเสียมากกว่าคืนทุนอย่างไรก็ดี โมเดลธุรกิจเกมแบบนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เรื่องที่เคย 'ผิดเงื่อนไขการให้บริการ' กลายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยอิสระและถูกต้อง ทำให้อำนาจการควบคุมทิศทางของสังคมเกมมาอยู่ในมือผู้เล่นมากขึ้น ส่วนผู้พัฒนาก็ได้รับโอกาสในการสร้างธุรกิจรูปแบบใหม่ๆขึ้นมาด้วยเช่นกันรากฐานของ Play-to-Earnอย่างที่เราบอกไปว่าจุดเริ่มต้นของแนวเกมนี้มาจากสกุลเงินดิจิทัลหรือที่เราเรียกกันว่า คริปโต โดยสกุลที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ BitCoin, Ethereum หรือเหรียญ meme อย่าง DogeCoin ที่ อีลอน มาส์ก เคยปั่นราคาไว้ ซึ่งเมื่อเงินเหล่านี้เริ่มเติบโตขึ้นจะให้แค่แลกเหรียญกันไปมาก็กระไรอยู่ ก็เอามันมาใช้จ่ายเหมือนเงินจริงเสียเลยสิ! แต่ก็ใช่ว่าจะผลักดันได้ง่ายขนาดนั้น เลยเริ่มมีการสร้าง Concept การซื้อขาย NFT ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อขายด้วยเงินดิจิทัลกันไปเลยดีกว่า ซึ่ง non-fungible token นี้ถือเป็นสินค้าเฉพาะที่มีเพียงชิ้นเดียว อาจจะเป็นภาพ เพลง หรืองานใดๆก็ตามที่เราสามารถซื้อและถือครองเป็นเจ้าของ Data ตัวนั้นได้แบบเต็มตัวผ่านการจ่ายด้วยเงินคริปโต และด้วยความสเถียรของระบบที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วว่า "น่าเชื่อถือ" ของคริปโต บวกกับการรับประกันความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ NFT ที่สามารถตรวจสอบได้ จึงไม่น่าแปลกเลยที่ระบบเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งใหญ่ในสังคมโลกปัจจุบันในเมื่อเอางานศิลปะมาทำไฟล์ดิจิทัลขายได้ แล้วสินค้าดิจิทัลที่มีการซื้อขายเงินจริงกันเป็นปกติอยู่แล้วทำไมจะเข้าร่วม NFT กับเขาไม่ได้ล่ะ จริงไหม? นั่นจึงเป็นช่องทางให้เกมใหม่ๆหลายเกมหันมาพัฒนาไอเท็มให้สามารถกลายเป็นสินค้า NFT ได้ พร้อมเชื่อมต่อระบบเข้ากับสกุลเงินคริปโต (ซึ่งส่วนใหญ่ไว้ใจ Ethereum) เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และผลตอบรับก็ดีเสียด้วยล่ะผลกระทบของ Play-to-Earn ต่อวงการเกมการซื้อขายเกม: จากเดิมที่เป็นการซื้อขายเป็นแบบรายได้เข้าสู่ทางเดียว ก็คือบริษัทเกม จะเปลี่ยนไป เนื้อหาภายในเกมผู้เล่นจะมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ บันทึนการซื้อขายภายในเกม ขายไอเท็มให้กับผู้เล่นอื่นได้ หรืออาจจะย้ายทรัพย์สินเหล่านี้ไปยังเกมอื่นได้ด้วย โดยที่ไม่มีใคร แม้แต่ผู้พัฒนาเกม จะแย่งความเป็นเจ้าของนี้ไปจากเราได้ดึงดูดนักสะสม: ใน community อาจจะไม่ได้จำกัดเฉพาะเกมเมอร์เท่านั้น แต่ในเมื่อมี NFT ก็ย่อมมี collector ผู้ชื่นชอบการสะสมงานศิลปะหรืออยากเก็บ NFT เพื่อเก็งกำไรในอนาคต จะมีหมุนเวียนเข้ามาด้วย ซึ่งจะช่วยให้คอนเทนต์ต่างๆในเกมมีความคึกคักมากขึ้น รวมไปถึงฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ก็มีโอกาสสร้างรายได้ในวงกว้างมากขึ้นด้วยเกมแต่ละเกม มีส่วนร่วมต่อกันมากขึ้น: จากแต่ก่อนถ้าเราเล่นเกมใดก็จะมีเครือข่ายอยู่แต่ในเซิฟเวอร์ของตัวเองเท่านั้น แต่ crypto-base game ไม่เป็นแบบนั้น หากเกม 2 เกมที่สร้างบนเครือข่ายสกุลเงินเดียวกัน จะสามารถรองรับทรัพย์สิน อย่างเช่น ตัวละคร อาวุธ ชุดเกราะ ยานพาหนะ ฯลฯ แบบข้ามเกมกันได้ด้วยล่ะความเป็นนิรันด์: แม้ว่าในอนาคตเซิฟเวอร์ของตัวเกมอาจจะไม่มีแล้วแต่เหล่าไอเท็มที่ถูก mint ให้กลายเป็น NFT จะยังคงอยู่บน Blockchain ตลอดไปสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เล่น: จากเมื่อก่อนการซื้อ-ขายส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะในเกม MMORPG แต่เมื่อ Blockchain เข้ามามีบทบาทในวงการเกม ทำให้เกมทุกรูปแบบทั้งเกมไพ่, Turn-base, เกมทำฟาร์ม, เกมสไตล์โปเกม่อน ไปจนถึง MOBA ต่างก็ทยอยพัฒนาคอนเทนต์ของตัวเองให้น่าสนใจได้มากยิ่งขึ้นเพียงแค่นำขึ้นระบบ Blockchain อีกทั้งผู้เล่นยังสามารถแลกเปลี่ยนสะสมของในเกมที่ดำเนินคอนเทนต์ด้วยคนเล่นคนเดียวกับผู้เล่นเกมคนอื่นๆได้อีกด้วย มีอะไรให้ทำมากขึ้นเลยใช่ไหมล่ะ!แล้วเกมใหม่หลังจากนี้ จะกลายเป็น Play-to-Earn ทั้งหมดเลยหรือเปล่า?ถ้าให้พูดถึงมุมมองของคนที่ผลิตสินค้าและบริการก็ต้องบอกว่า เกมจะเป็น Play-to-Earn หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับทิศทางความสนใจของผู้เล่นเองนั่นแหละ เพราะคงไม่มีใครอยากเหนื่อยสร้างเกมที่ไม่มีใครอยากเล่นออกมาอยู่แล้วล่ะคราวนี้มามองในมุมสถานการณ์ปัจจุบันกันบ้าง แม้เกม Play-to-Earn จะเป็นที่สนใจของผู้เล่นในช่วงปีนี้แต่มันก็ยังไม่ใช่แนวเกมที่เป็นกระแสหลักอยู่ดี เพราะก่อนจะเข้าสู่วงการนี้ได้ต้องทำความเข้าใจระบบที่มีความซับซ้อนมากพอสมควร ซึ่งมันยุ่งยากกว่าการซื้อ-ขายแบบเก่าหลายเท่าเลย นอกจากนี้ คอนเทนต์เกมที่ถูก mint เป็น NFT ยังเสี่ยงที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือเก็งกำไร แทนที่จะเป็นทรัพยากรหมุนเวียนภายในเกมอย่างที่มันควรจะเป็น และกลายเป็นสถานที่กอบโกยผลประโยชน์แทนเสียอย่างนั้นอย่างไรก็ดีเหล่าเกม Play-to-Earn ที่คลอดออกมาในตลาดเกมตอนนี้ก็มีปัญหาให้ตามแก้อยู่มากพอสมควร โจทย์ของผู้พัฒนาจึงไม่ใช่แค่การทำให้เกมน่าเล่นแต่ยังต้องรักษาสมดุลเกมให้ดีที่สุด ซึ่งมันมีปัจจัยของปัญหามากกว่าเกมแบบเดิม ที่สำคัญต้องประคองให้การเล่นเกมเป็นการคืนประโยชน์ให้กับผู้เล่นมากกว่าจะเป็นการเล่นเพื่อหารายได้เพียงอย่างเดียว นับว่ายังเป็นโจทย์ที่ยากและท้าทายทีมงานแบบสุดๆ เลยฉะนั้น Play-to-Earn ยังคงเป็นเพียงการจุดประกายใหม่ๆของอุตสาหกรรม และยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องผลักดันให้เกมเป็นการเล่นเพื่อสร้างรายได้โดยเฉพาะ แม้แนวโน้มที่เกมในอนาคตจะกลายเป็น Play-to-Earn เกือบทั้งหมด แต่เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลและต้องวางระบบกันอีกเยอะกว่าจะถึงจุดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า "ทิศทางของเกมในอนาคต ควรจะเป็นแบบไหน" กันแน่สรุปส่งท้ายการเข้ามาของ Play-to-Earn นั้นต้องบอกว่าประโยชน์ส่วนใหญ่ก็ตกอยู่ที่ "ผู้เล่น" นั่นแหละ เพราะมันคือวิธีการสร้างรายได้และอาชีพให้กับคนๆหนึ่งได้ ถ้า! คุณเข้าใจการลงทุนและสามารถหยิบจับประโยชน์จากระบบเหล่านี้ได้อย่างถูกจังหวะ นอกจากนี้คอนเทนต์ต่างๆภายในเกมเรายังมีความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้พัฒนาด้วยในส่วนของผู้พัฒนาเองก็ได้เจอโจทย์การทำเกมใหม่ๆ รวมถึงมีช่องทางการทำรายได้ที่หลากหลายยิ่งขึ้น แม้อาจจะต้องแลกมากับเรื่องปวดหัวที่มากขึ้นก็ตาม ก็เป็นธรรมดาของช่วงตั้งตัวที่ผู้ผลิตต้องพิสูจน์ความเจ๋งของตัวเองเพื่อที่จะเฉิดฉายในวงการนี้ส่วนทิศทางในอนาคตนั้นอาจจะต้องรอดูกันไปก่อนว่าทำให้อุตสาหกรรมเกมกลายเป็นตลาดสร้างรายได้แบบเต็มตัวไปเลยหรือเปล่า แต่ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีทางที่เกมทุกเกมจะเป็น Play-to-Earn หรอก เพียงแต่จะเป็นฟังก์ชั่นเสริมดึงดูดลูกค้าที่จะกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเสียมากกว่าSourceHow 'Play-To-Earn' Is Changing The Business Of GamingGaming and Non-Fungible TokensNFT Gaming is Here to Stay, But Its Model Needs A Rethink
19 Oct 2021
ทำไมเกม MOBA ถึงมักถูกมองว่า Toxic ในสายตาของชาวเกม
เกม MOBA เป็นหนึ่งในประเภทของเกมที่ได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย ด้วยมนตร์เสน่ห์ที่เล่นได้ไม่รู้เบื่อ สิ่งที่ต้องเรียนรู้มีจำนวนมากมายราวกับห้องสมุด ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเสมอเมื่อเริ่มเกมใหม่ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทำให้เกมเมอร์หลายล้านคนทั่วโลกติดหนึบอยู่กับเกมประเภท MOBA อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแต่เมื่อเรามองลึกลงไป ผ่านม่านหมอกของความสนุกและความนิยมนั้น คุณจะเห็นความ Toxic ที่ซ่อนตัวอยู่แน่นอนว่าทุกเกม ทุกสังคมล้วนมีคนที่ทำพฤติกรรมแย่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ทว่าในสายตาของเกมเมอร์นั้น เกม MOBA ดูจะมีสังคมที่ Toxic กว่าเกมประเภทอื่นอย่างเห็นได้ชัดงั้นสาเหตุอะไรบ้างล่ะ ที่ทำให้ผู้เล่นเกม MOBA แสดงออกถึงพฤติกรรมเชิงลบง่ายกว่าเกมประเภทอื่น ๆใช้เวลาเรียนรู้มากอย่างที่เราทราบกัน เกมประเภท MOBA เป็นเกมที่ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจมากกว่าเกมประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่เราเลือกเล่น ตัวละครที่ฝ่ายตรงข้ามเลือกเล่น รูน พลังแฝง สิ่งสำคัญในแผนที่ การออกไอเทม ช่วงเวลาที่ต้องแม่นยำ และปัจจัยอื่นๆ อีกมากมาย นั่นหมายความว่าในการที่เราจะเล่นตัวละครตัวหนึ่งได้อย่างช่ำชองนั้น เราอาจจะต้องเสียเวลาไปกับตัวละครนั้นเป็นหลายสิบชั่วโมงเลยทีเดียว  นี่ยังไม่รวมถึงตัวละครของฝ่ายตรงข้าม หรือเพื่อนร่วมทีมที่เราจำเป็นจะต้องรู้สกิล เพื่อดึงประสิทธิภาพของทีมมาให้ได้มากที่สุดแม้เป้าหมายของ MOBA จะเรียบง่าย เพียงแค่ต้องถล่มฐานทัพของฝ่ายศัตรูให้ย่อยยับ แต่ระหว่างทางก่อนที่จะถึงเป้าหมาย ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซับซ้อน มีเงื่อนไขเล็กๆ มากมายที่จะต้องเกิดขึ้นในระหว่างทางที่ว่านั้นก่อนที่ผู้เล่นจะไปถึงจุดหมายได้ ซึ่งแน่นอนว่าความซับซ้อนนี้เองก็เป็นบ่อเกิดของความตึงเครียดในตัวผู้เล่นเกมได้ไม่มากก็น้อย เพราะต้องคอยสังเกติรายละเอียดรอบตัวและเตรียมพร้อมจะตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปตลอดเวลานอกจากนี้เกมแนว MOBA มักใช้เวลาแต่ละเกมที่ค่อนข้างนาน คงไม่มีใครอยากจะเข้าไปเล่นเกมเกือบ 1 ชั่วโมง เพื่ออยากได้บทสรุปที่ว่าทีมตัวเองแพ้หรอก ใช่ไหม?คนเดียวแบกไม่ได้ ความแตกต่างทางฝีมือที่ชัดเจนเกม MOBA เป็นเกมที่ต้องใช้ทีมเวิร์คค่อนข้างสูง ในระดับที่พูดได้เลยว่า "ไม่มีทางชนะได้หากไม่เล่นเป็นทีม" หากเทียบกับเกมประเภท FPS อย่าง Counter Strike หรือ Rainbow Six Siege ยังมีอยู่บ่อยครั้งที่ผู้เล่นคนเดียวจะสามารถจัดการอีกฝั่งได้ด้วยตัวเอง หากมีจังหวะ มุมยิง และฝีมือที่มากพอ แต่ใน MOBA นั้น โอกาสที่คุณจะจัดการฝ่ายตรงข้ามที่เล่นเป็นทีมโดยไม่มีทีมของตัวเองคอยสนับสนุน ช่างยากเสียเหลือเกินโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของคุณโยนเกมขึ้นมา แจกจนฝ่ายตรงข้ามมีเงินและไอเทมนำหน้าไปมาก นั่นแทบจะปิดประตูชัยชนะของคุณไปได้เลย มันคงน่าหงุดหงิดเอาเรื่อง หากคุณทำทุกสิ่งอย่างสุดความสามารถ แต่เพื่อนร่วมทีมกลับไม่เอาไหน จนพาทีมแพ้ในที่สุดไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่มักแสดงความไม่พอใจออกมาเมื่อพวกเขาไม่ได้ในสิ่งที่อยากได้ และในเกม MOBA ก็เช่นกัน ในเกมประกอบไปด้วยผู้เล่น 5 คน และมี 5 ตำแหน่งคอยรองรับภายในเกม ทว่าแต่ละตำแหน่งกลับมีความนิยมที่ไม่เท่ากัน ซึ่งคนส่วนใหญ่นั้นไม่ค่อยมีใครอยากจะเล่นในตำแหน่งที่บทบาทน้อยอย่าง Support พวกเขาไม่อยากฝากความหวังในชัยชนะไว้กับคนที่ไม่รู้จัก พวกเขาไม่อยากรับหน้าที่ปิดทองหลังพระ พวกเขาอยากออกไปโชว์ฝีมือกับตัวละครที่ฝึกฝนมานานแรมปีแต่อย่างที่เราบอกไป เกม MOBA ต้องการทีมเวิร์คค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงมักต้องมีคนที่เสียสละเสมอ หากต้องการที่จะชนะ กลับกันหากคุณถูกบีบบังคับให้เล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด และเกิดแพ้ขึ้นมา คุณจะต้องรู้สึกว่าอยากจะเล่นเองในตำแหน่งนั้นแทนอย่างแน่นอน คุณอาจจะถูกแย่งตำแหน่งจาก Mid Lane ที่ถนัดมือ จนต้องระเห็จมาในตำแหน่ง Support แต่คนที่แย่งคุณเล่น Mid Lane กลับเล่นแย่เสียจนอยากจะไล่มันไปฝึกเล่นกับบอท เมื่อไม่ได้เล่นตามที่หวัง แถมยังไม่ได้ชัยชนะตามที่ต้องการ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่คนเราจะแสดงพฤติกรรมแย่ ๆ ออกมา เวลาในการตายที่เยอะกว่าเกมประเภทอื่น เกมส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกว่าอยู่แล้ว หากคุณเล่นเกม FPS เมื่อคุณยิงได้ คุณจะได้เงินไปใช้ซื้อปืนที่อยากได้ หากคุณเล่นเกม MMORPG เมื่อคุณเลเวลมากขึ้นจนจัดการบอสได้ คุณจะได้ใช้ไอเทมที่ดรอปจากบอสสำหรับพัฒนาตัวละครให้แข็งแกร่งขึ้น และถ้าหากขึ้นเล่น MOBA เมื่อคุณสังหารศัตรูได้ คุณจะได้เงินไปใช้ออกไอเทม ได้ EXP ไปใช้ในการพัฒนาเลเวลตัวละคร แต่สิ่งสำคัญคือ เมื่อผู้เล่นตาย MOBA จะมีเวลาหยุดพักให้ผู้เล่นค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะที่เมื่อเวลาในเกมยิ่งผ่านไปนานเท่าไร ช่วงเวลารอเกิดของผู้เล่นก็ยิ่งเยอะเท่านั้น สมมติว่าคุณมีเวลารอเกิดในเกม 10 วินาที กับ 1 นาที คนที่รอเกิด 1 นาทีย่อมต้องมีเวลาที่จะสำรวจเพื่อนร่วมทีมมากขึ้นอย่างแน่นอนและการที่เราสำรวจเพื่อนร่วมได้อย่างใจจดใจจ่อมากขึ้นนั้น เป็นเรื่อยง่ายที่เราจะเห็นข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขา นั่นจึงยิ่งทำให้การ Toxic เกิดง่ายขึ้นอีก เพราะคุณกำลังว่าง คุณไม่ต้องเพ่งสมาธิไปที่การเล่นของตัวเอง คุณต้องรออยู่เฉย ๆ แต่สิ่งที่คุณทำได้ระหว่างรอคือ การดูเพื่อนร่วมทีมของคุณเล่นพลาดแล้วพลาดเล่า ซึ่งการพลาดของเขาไม่ได้ส่งผลแค่ต่อตัวเขาคนเดียว แต่มันส่งผลต่อทั้งทีม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้การะเบิดอารมณ์ใส่คนที่เล่นไม่เก่งเป็นเรื่องที่ง่ายมากในเกม MOBAจำนวนสังคมที่ยิ่งใหญ่ โอกาสพบคน Toxic ยิ่งเยอะตามอย่างที่บอกไปตอนต้น เกม MOBA เป็นหนึ่งในประเภทเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่เกมจะดึงดูดคนที่มีพฤติกรรมแย่ ๆ ได้มากขึ้นตามไปด้วย บวกกับสังคมในโลกออนไลน์ที่ไม่มีใครรู้จักกันมาก่อน อีกฝ่ายไม่สามารถทำอะไรคุณได้ง่าย ไม่มีกฎหมายที่คุ้มครองในเกมอย่างชัดเจน ทำให้การแสดงพฤติกรรมในเชิงลบเพื่อปลดปล่อยอารมณ์จากสิ่งแย่ ๆ ในชีวิตจริงนั้นเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยสำหรับคนที่เครียด ๆ มาทุกสังคมย่อมมีคนที่ทำพฤติกรรมแย่ ๆ อยู่เสมอ ทว่าเกมประเภท MOBA นั้นมีการออกแบบเกมที่ช่วยผลักดันให้ผู้เล่น Toxic ง่ายขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสักเท่าไร เมื่อเราได้พบเจอกับคนที่ทำพฤติกรรม Toxic ในเกมประเภทนี้
18 Oct 2021
รวมตัวละครเพื่อนบ้านหน้าใหม่ และเพื่อนบ้านที่กลับมาใน Animal Crossing: New Horizons 2.0
หากจะพูดว่า Animal Crossing: New Horizons คือหนึ่งในเกมที่ประสบความสำเร็จทางด้านยอดขายมากที่สุดบน Nintendo Switch ก็คงไม่ผิดนัก และในวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ทาง Nintendo ได้ประกาศสานต่อเรื่องราวของเกมนี้ ด้วยการปล่อยอัปเดตคอนเทนต์เวอร์ชัน 2.0 ที่จะเป็นคอนเทนต์อัปเดตฟรีครั้งสุดท้ายของ Animal Crossing: New Horizonsการอัปเดตในครั้งนี้เต็มไปด้วยฟีเจอร์ใหม่ ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าใหม่ เฟอร์นิเจอร์ใหม่ ระบบปลูกพืชและทำอาหาร แต่หนึ่งในสิ่งที่สำคัญและคนพูดถึงมากที่สุดคนหนีไม่พ้น ตัวละครเพื่อนบ้านใหม่ที่จะเพิ่มเข้ามาถึง 16 ตัว ใน ‘Amiibo Cards Series 5’ โดย 8 ตัวเป็นตัวละครที่เคยปรากฎตัวมาแล้วในภาคเก่า ส่วนอีก 8 ตัวนั้นเป็นตัวละครใหม่แกะกล่องที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน!ตัวละครใหม่ที่เพิ่งปรากฎตัวครั้งแรกSasha (กระต่าย)      Ione (กระรอก)Tiansheng (ลิง)Shino (ละมั่ง)Marlo (แฮมสเตอร์)Petri (หนู)Cephalobot (ปลาหมึก)Quinn (อินทรี)ตัวละครที่กลับมาจากภาคเก่าChabwick (เพนกวิน)Zoe (ตัวกินมด)Ace (นก)Rio (นกกระจอกเทศ)Frett (สุนัข)Azalea (แรด)Roswell (จระเข้)Faith (โคอาล่า)ทั้งนี้การอัปเดต 2.0 จะเริ่มในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ DLC Happy Home Paradise ออกวางจำหน่ายในราคา $24.99 (ราว 800 บาท)Credit: https://youtu.be/aZ3QC8e1_yg https://animalcrossingworld.com/2021/10/everything-new-in-animal-crossing-version-2-0-brewster-kappn-cooking-gyroids-new-shops-more-inclines/ https://animalcrossingworld.com/2021/10/new-series-5-animal-crossing-amiibo-cards-for-new-horizons-are-coming-soon/ https://www.nintendolife.com/guides/animal-crossing-new-horizons-everything-we-know-about-the-happy-home-paradise-dlc https://animalcrossingworld.com/2021/10/meet-all-16-new-villagers-coming-to-animal-crossing-new-horizons-in-version-2-0/
18 Oct 2021
Genshin Imapct 2.2 ตอบคำถาม Polar Star เป็นธนูที่น่ากดหาขนาดไหน? พร้อมสถิติ และบทวิเคราะห์
ในอัปเดต 2.2 ของเกม Genshin Impact นอกจาก Tsurumi Island เกาะใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้สำรวจในดินแดน Inazuma แล้ว ยังเป็นการรีรันตู้กาชา Tartaglia ให้ผู้ที่อยากได้แล้วยังไม่มีได้กดหาเขามาเข้าร่วมทีมอีกครั้ง พร้อมกับเพิ่มธนูระดับ 5 ดาวใหม่ Polar Star เข้ามาในเกม ซึ่งโดยปกติแล้วในช่วงหลัง Genshin Impact มักจะเพิ่มอาวุธใหม่ซึ่งเหมาะสมกับตัวละคร ในตู้กาชาพิเศษ จึงทำให้หลายคนน่าจะตั้งคำถามกันว่า Polar Star คืออาวุธที่เหมาะกับ Tartaglia ที่สุดใช่หรือเปล่า?อาวุธที่ดีที่สุดสำหรับ Tartaglia เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานมาก และขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆ ถามใคร จึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเมื่อมีการเพิ่มอาวุธใหม่ที่ดูจะเหมาะสมกับ Tartaglia มากที่สุดเข้ามาในแพตช์นี้ แต่ Polar Star เป็นธนูที่เหมาะกับ Tartaglia จริงรึเปล่า? วันนี้ผู้เขียนจะนำข้อมูลที่มีมาวิเคราะห์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันความสามารถของ Polar Starธนู Polar Star เป็นอาวุธระดับ 5 ดาวใหม่ ที่มาพร้อมกับความสามารถรองเพิ่ม Crit-Rate ให้กับผู้ถือ พร้อมกับเพิ่มดาเมจให้กับ Elemental Skill (ปุ่ม E) และ Elemental Burst (ปุ่ม Q) เพิ่มอีก 12 - 24% (ขึ้นอยู่กับว่า Refine เท่าไหร่) พร้อมทั้งให้ผู้ถือสามารถเก็บ Stack ที่ชื่อว่า Ashen Nightstar ได้สูงสุด 4 อัน ซึ่งแต่ละ Stack จะสามารถเก็บได้จากการ Normal Attack, Charged Attack, Elemental Skill or Elemental Burst โดน ซึ่ง Stack ดังกล่าวจะเพิ่มค่า ATK ให้กับผู้ใช้อีก 10/20/30/48% - 20/40/60/96% (ขึ้นอยู่กับว่า Refine เท่าไหร่) กล่าวคือธนูนี้จะมอบความสามารถในการทำดาเมจให้กับสกิล E และ Q ของตัวละครที่ถืออีก 12 - 24% พร้อมทั้งเพิ่มค่า ATK ของผู้ถืออีกเยอะมากหลังจากทำการ Normal Attack, Charged Attack, Elemental Skill or Elemental Burst โดน ซึ่งตัวละครที่ทำตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ง่ายที่สุดก็คือ Tartaglia นั้นเองPolar x Tartaglia เก่งขนาดไหน?หน้าที่หลักของ Tartaglia ในปาร์ตี้ของเพื่อนๆ ทุกคนเชื่อว่าคือการเป็นหนึ่งในตัวทำดาเมจใส่ศัตรู ดังนั้นดาเมจที่สามารถทำได้ จึงเป็นตัวแปลสำคัญที่สุดในการคิดส่วนนี้ ดังนั้นในส่วนของการวิเคราะห์นี้ผู้เขียนจะขอแบ่งออกเป็นการทำดาเมจ 2 แบบ 1.) คือการทำดาเมจผ่านการโจมตีธรรมดาในร่างมีด (หลังกดสกิล E) กับ 2.) การทำดาเมจแรงสุดแบบฮิตเดียวในร่างมีด (กด Q ตอนอยู่ในร่างมีด)1.) การทำดาเมจโจมตีธรรมดาในโหมดมีดในส่วนของการทำดาเมจในโหมดมีด ผู้เขียนจะขอนับว่าการถือธนู 4 ดาว Rust แบบ R1 เป็นฐานดาเมจที่ Tartaglia ทำได้ ซึ่งเมื่อรวบรวมข้อมูลดาเมจที่ทำได้เมื่อถือธนูต่างๆ ที่มีในเกมแล้ว ด้วยการโจมตีแบบเดียวกัน เราจะได้กราฟต์ข้างล่างนี้มา (ขอบคุณผู้เล่น modeus#7018 สำหรับข้อมูลสถิติ)ป.ล. เนื่องจากการทำให้ค่าสถานะต่างๆ ของตัวละครเท่ากันเมื่อสลับอาวุธเป็นไปไม่ได้ สถิติข้างล่างนี้จึงทำให้สเตตัสใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยดาเมจดังกล่าวเกิดจากผลรวมของดาเมจที่โจมตีด้วยการ Rotation: VV -> Bennett EQ -> Childe rQ -> Support EQ -> Childe stance change -> Childe melee 12CA * 3 -> Childe melee 123CA * 2 -> Childe rCA * 3และRotation with Rust: VV -> Bennett EQ -> Childe rQ -> Support EQ -> Childe stance change -> Childe melee 12345CA * 3 -> Childe rCA * 3 (ใช้กับการถือธนู Rust เท่านั้น)(ป.ล E = กด E, Q = กด Q, CA = Charge Attack, rQ = กด Q ในร่างธนู, rCA = Charge Attack ในร่างธนู)จากสถิติข้างบนจะเห็นได้ว่าอาวุธ 3 ที่ระดับ R1 อย่างที่ทำดาเมจได้แรงสุด เมื่อใช้งานร่วมกับ Tartaglia คือ Thundering Pulse  (468,736 ดาเมจ), Polar Star (468,520 ดาเมจ) และ Skyward Harp (455,289 ดาเมจ) ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่าที่อาวุธระดับ R1 ธนู Polar Star ไม่ใช่อาวุธที่โจมตีได้แรงที่สุดเมื่อใช้งานร่วมกับ Tartaglia แต่หากวัดในระดับ R2 ขึ้นไป Polar Star กลายจะเป็นอาวุธที่โจมตีได้แรงที่สุดทันที (ดูกราฟอย่างละเอียดด้วยตัวเอง)2.) การทำดาเมจแบบแรงสุดครั้งเดียวโดยปกติแล้วการทำดาเมจให้แรงที่สุดเพียงครั้งเดียว มักจะต้องอาศัยการบัฟจากตัวละคร Support อื่นๆ ภายในทีม ซึ่งในส่วนนี้จัดได้หลากหลายมาก แต่ถ้าหากจะให้ยกตัวอย่างทั้งหมดบทความนี้น่าจะยาวเกินไป ดังนั้นผู้เขียนจึงขอยกตัวอย่างเพียง 2 ทีม ที่น่าจะได้รับความนิยมมากที่สุด คือKazuha + BennettKakuha + Bennett + Mona จาก 2 รูปข้างบนจะเห็นได้ว่า Polar Star ที่เก็บ Stack เพิ่มค่า ATK จน 3 แล้ว จะสามารถทำดาเมนได้แรงที่สุด ตามมาด้วย Skyward Harp ที่บวกดาเมจจากความสามารถของอาวุธแล้ว และมี Thundering Pulse ปิดท้ายเป็นอันดับ 3 (ดูกราฟดาเมจที่ทำได้กับทีมที่จัดด้วยตัวละครอื่นๆ)จากข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่า Polar Star คือหนึ่งในธนูที่ดีมากเมื่อใช้งานร่วมกับ Tartaglia ธนูนี้จะทำให้เขาสามารถทำดาเมจแบบครั้งเดียวได้แรงมากที่สุด ดังนั้นถ้าเอาแค่ดาเมจที่ทำได้ สามารถพูดได้ว่า Polar Star คือธนูดีที่สุด เมื่อใช้งานร่วมกับ Tartaglia แต่จะน่ากดหามาใช้รึเปล่า? นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งความน่ากดหา Polar Star มาให้ Tartaglia ใช้ จะขึ้นอยู่กับว่าการตอบคำถาม 2 ข้อต่อไปนี้ของแต่ละคนต้องการเล่น Tartaglia เป็นตัวโจมตีหลักของทีมเพื่อนๆ ใช่หรือไม่?เพื่อนมีธนู 5 ดาวอื่นๆ โดยเฉพาะ Skyward Harp หรือ Thundering Pulse รึเปล่า?เนื่องจากการที่ดาเมจของ Skyward Harp, Thunder Pulse และ Polar Star ถือว่าแตกต่างกันน้อยมากจริงๆ เมื่อใช้งานร่วมกับ Tartaglia ดังนั้นมันดูไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นักหากจะกดหาธนู 5 ดาวอันใหม่มา แต่ไม่ได้ทำให้ Tartaglia ของเราตีแรงขึ้นขนาดนั้น กล่าวง่ายๆ คือมันดูเป็นการเอาเพชรไปโยนทิ้งมากๆ หากมี Skyward Harp กับ Thunder Pulse อยู่แล้ว ในความคิดของผู้เขียน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อนๆ ตัดสินใจในการกดหาอาวุธ Polar Star ได้ง่ายขึ้นครับ
15 Oct 2021
[บทความ] หลากหลายวิธีทำเงินจากการ "เล่นเกม" ในแต่ละยุคสมัย
แม้ว่า 'เกม' จะเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งที่สร้างมาเพื่อให้ความบันเทิงแก่ผู้ใช้บริการ จนทำให้เกิดทัศนคติที่ว่า "การเล่นเกมคือเรื่องที่ไร้สาระและเสียเวลา" แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ คงไม่ค่อยมีใครคิดเช่นนั้น เพราะรู้ตัวอีกทีก็เกิดตลาดเก็งกำไรจากไอเท็มในเกมจนเกมเมอร์บางส่วนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ บวกกับเวลาที่ผ่านไป ทำให้การเล่นเกมถูกยอมรับมากขึ้นและเริ่มมีหนทางในการสร้างรายได้มากขึ้น บางคนอาจถึงขั้นสร้างเนื้อสร้างตัวกันได้เลยทีเดียวในบทความนี้เาจะมาพูดถึงวิธีที่เกมเมอร์หลายๆ คนใช้ในการทำเงินจากเกมในแต่ละยุคสมัยกัน เพื่อให้เ็นถึงวิวัฒนาการของการ "เล่นเกมเป็นอาชีพ"1. ซื้อ-ขาย ไอเทม, ไอดีเกม และเงินเอ็มยุคบุกเบิกของการทำธุรกิจในเกม ก็ต้องยกให้วงการ MMORPG เขาล่ะ! โดยความหัวใสก็บังเกิดมาจากการที่ไอเทมบางชนิดในเกมนั้นหายากมาก จนบางคนที่ต้องการจริงๆ ยอมจ่ายด้วยเงินสดแทนเงินในเกมกันเลยทีเดียว อาจจะเป็นการเอาเงินจริงไปแลกเงินในเกมเพื่อดึงไอเทมชิ้นนั้น หรือไปเจรจากับคนที่มีไอเทมโดยตรงและโอนกันตรงนั้นเลย ซึ่งบางกรณีก็ซื้อขายกันถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว อย่างเช่น การ์ดซาร่าจากเกม Ragnarok ที่ต้องไปหาใน instance dungeon เท่านั้น แถมโอกาสดรอปก็ยากสุดๆ ซึ่งก็แลกมากับคุณสมบัติที่จะทำให้ผู้เล่นไม่ตายแม้จะโดนดาเมจที่สูงกว่าค่า HP ของตัวเอง ซึ่งมีมูลค่าที่ 2 ล้านบาทเลยล่ะ โห~ ราคาโหดสุดๆกลับกันผู้เล่นบางคนไม่ได้มีดวงในการหาของแรร์แต่มีความขยันอันล้นเหลือ ทำให้เขาถือเงินในเกมอยู่หลายล้านและนำเงินเหล่านี้มาขายแลกกับเงินบาท หรือที่เรารู้จักในรูปแบบ การซื้อขายเอ็ม (เอ็ม มาจากคำว่า Million หรือหลักล้านนั่นเอง) ส่วนจะเอ็มละกี่บาทก็ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและความเฟ้อของค่าเงินในเซิฟเวอร์ ซึ่งใครที่มาเริ่มเล่นช้าแต่อยากเก่งเร็วก็ยินยอมควักเงินบาทแลกเงินเอ็มมาจับจ่ายซื้อไอเทมขั้นสูงๆมาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องรอให้เก่งก่อนค่อยไปฟาร์มของทีหลังและอีกกรณีคือคนที่คิดจะเลิกเล่นแต่ตัวละครเก่งและมีของแรร์อยู่เยอะ ก็ใช้วิธีการขายยกไอดีกันไปเลย โดยราคาจะแรงแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและของในตัวเลย ซึ่งวิธีนี้ไม่จำกัดแค่ในวงการ MMORPG นะคะ เป็นได้ทุกเกม! ยิ่งในยุคนี้ เกมมือถือที่มีกาชาใหม่ๆอัปเดตถี่ทุกสัปดาห์ ทำให้มีของบางชิ้นที่หมดช่วงกิจกรรมไปแล้วแต่ยังมีคนอยากได้อยู่ แต่มันซื้อขายระหว่างผู้เล่นหรือลง Marketplace (ตลาดกลาง) แบบพวก MMORPG ไม่ได้นี่สิ ถ้าอย่างนั้นก็ขายไปทั้งไอดีเลยแล้วกัน อย่างเช่นไอดีเกม PUBG Mobile ที่มีของระดับสีแดงครบทุกชิ้นตั้งแต่เปิดเซิฟเวอร์ ก็ถูกส่งต่อที่ราคา 7 หลักเลยทีเดียว นับว่าสูงคุ้มค่ากาชา (ละมั้ง)อย่างไรก็ดี การซื้อขายด้วยเงินจริงนั้นเป็นสิ่งที่ทางผู้พัฒนา 'ไม่สนับสนุน' ให้ทำนะคะ เพราะมีโอกาสเกิดการโกงกันได้ง่าย และทางผู้พัฒนาจะไม่รับผิดชอบด้วยถ้าเกิดกรณีเหล่านั้นขึ้น ถ้าจะให้ปลอดภัยก็เลือกเกมที่มีตลาดกลางอย่างเช่น CS:GO ที่เราสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสกินอาวุธผ่านระบบ Steam ได้เลย ซึ่งก็เคยมีคนไทยเปิดกล่องสุ่มสกินมีสีรุ้งที่มีมูลค่าสูง 120,000 บาทและลงขายด้วยราคานี้ใน Marketplace กันมาแล้ว ปลอดภัยหายห่วงได้รับเงินชัวร์ๆ 2. รับจ้างช่วยเล่นเกมคอนเทนต์บางส่วนของเกม เราอาจจะไม่มีความสามารถพอจะผ่านเองได้ เช่น Guild war, Party Mission, Dungeon ที่ต้องลงเป็นปาร์ตี้ ไปจนถึงภารกิจสุดหินที่ต้องอาศัยเทคนิคพิเศษ เหล่านี้ก็เป็นช่องทางให้คนที่ทำภารกิจเป็นหรือเป็นสมาชิกทีมในส่วนที่ขาดได้ยื่นมือเข้ามาช่วย... แบบไม่ฟรี! โดยอาจจะแลกเป็นเงินเอ็มหรือไอเทมในเกม แต่ในหลายๆครั้งก็จ้างกันด้วยเงินจริงไปเลยตามแต่ละ mission แล้วแต่จะตกลงกัน เช่น มาช่วยลง Guild war ครั้งละ 10m หรือจ่ายเงินจริง 150 บาทต่อครั้ง เป็นต้นซึ่งพูดถึงการช่วยเล่น มีอีกงานรับจ้างหนึ่งที่เรียกได้ว่ากลายเป็นอาชีพไปเลยนั่นก็คือ "นักบิน" หรือ "นักรับปั้นตัวละคร" นั่นเอง โดยจะคิดเหมาๆกันไปเลยว่าจะให้ปั้นกี่เลเวล เลเวลเท่าไหร่ถึงเท่าไหร่ รวมค่ายาหรือไอเทมอะไรบ้าง เป็นเงินกี่บาท โดยจุดกำเนิดก็มาจากเกม MMORPG นี่แหละ โดยเฉพาะเกมยุคเก่าที่กว่าจะเก่งหรือเลเวลตันได้ต้องใช้เวลานานมาก และใช่ว่าทุกคนจะมีเวลาอยู่หน้าจอเกมตลอดเวลา ถ้าอย่างนั้นก็ยกหน้าที่ให้กับคนที่พร้อมจะเล่นเกม Full-Time พร้อมจ่ายค่าตอบแทนเพื่อเป็นค่าข้าวค่าน้ำให้เขายังไงล่ะ!  เช่น รับปั้นตัวละคร เลเวล 1-40 พร้อมทำเควสหลัก ราคา 400 บาท ภายในเวลา 3 วัน เป็นไง! ใช้เงินแก้ปัญหาสะดวกมากเลยใช่ไหมล่ะ?3. E-sportเมื่อเกมสักเกมหนึ่งเติบโตมาในระดับที่ได้รับการยอมรับ สิ่งที่ตามมาคือการจัด Tournament แข่งขัน ซึ่งเป็นทั้งการโปรโมตตัวเกมและสนับสนุนผู้เล่นที่มีฝีมือด้วย ทำให้เหล่า "จริงจังเกมเมอร์" ได้งัดความสามารถทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชนะในรายการแข่งขันเหล่านี้และยกฐานะตัวเองขึ้นเป็น "นักกีฬา E-Sport" และสร้างรายได้จากเงินรางวัลในการแข่งขัน ซึ่งแต่ละ Tournament ก็ไม่ใช่น้อยๆนะ อย่างล่าสุดในการแข่ง Dota2 ชิงแชมป์โลก TI10 ถ้าได้แชมป์ก็รับไปเลย 18.2 ล้านเหรียญ เทียบเป็นเงินไทยก็มากกว่า 600 ล้านบาทเลยทีเดียวต่อมา เมื่อการจัดแข่งเกมเริ่มมีมากขึ้นจนถูกบรรจุเป็นกีฬาประเภทหนึ่งไปแล้ว สิ่งที่ตามมาคือการรวมตัวก่อตั้งของสมาคม E-Sport รวมถึงสังกัดทีมนักกีฬามืออาชีพ ที่จะคอยช่วยประสานงานในการจัดงาน หานักแข่งหรือส่งนักกีฬาลงแข่ง และเดินหน้าจัดระเบียบการแข่งขันให้มีมาตรฐานสากลทัดเทียมกับกีฬาประเภทอื่น นับเป็นสัญญาณที่ดีของอุตสาหกรรมวงการเกม ที่สร้างรายได้ให้ทั้งฝั่ง Developer และ Gamer ที่ไม่จำกัดเพียงแค่นักกีฬา แต่ในสายงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องก็ได้รับอานิสงค์ไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน Organizer, Manager, Marketing, IT แม้แต่สายแพทย์อย่าง Trainer หรือนักโภชนาการ ก็เข้ามามีบทบาทในการดูแลนักกีฬา E-Sport ไม่ต่างจากสโมสรกีฬาชนิดอื่นเลย4. Game Caster / Streamer/ Influencerกับผู้เล่นบางส่วนที่ไม่ได้เก่งถึงขั้นนักแข่ง แต่รักในการเล่นเกมและมี Skill ด้าน Entertain คนรอบข้าง ก็ต้องมาสายเล่นเกมโชว์เลย ซึ่งวิธีหาเงินในส่วนนี้ก็ทำได้หลากหลายเลย โดยที่คนที่ชอบบันทึกเทคนิคการเล่นไปจนถึงชอตเด็ดมันๆจากในเกมมาแชร์ให้ชาวโลกได้ดู ก็จะไปทาง Game Caster หรือจะเรียกว่า Content Creater ก็ได้ ส่วนใหญ่ก็เน้นไปที่การแนะนำเกมกับขายวิธีการเล่าเรื่องของตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ กับอีกขั้วตรงข้ามที่ไม่ชอบตัดคลิป ไม่ชอบคิดวางสคริปต์อะไรมากมาย ก็ Live สดกันไปเลย สำหรับ Streamer จะเน้นปล่อยเล่นเกมไปเรื่อยๆผสมกับการพูดคุยกับคนดูแบบ real time แทนอย่างไรก็ดี เราสามารถเรียกรวมพวกเขาเหล่านี้ว่า Influencer ก็ได้ และเมื่อสังคม Influencer โตขึ้นก็ได้เกิดการรวมตัวกันและสร้างสังกัดขึ้นมาไม่ต่างจากนักกีฬา E-sport เลย โดยนอกจากจะรับรายได้จากแพลตฟอร์มอย่าง Youtube Twitch หรือ Facebook Gaming แล้ว ยังมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนจาก Sponsor ในการเป็น Presenter ให้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆด้วย อย่าง Influencer ในไทยหลายคนที่คลิปมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก เราจะเห็นได้ว่าพวกเขาสร้างตัว ซื้อบ้าน ซื้อรถ ไปเที่ยวต่างประเทศกันได้หมดแล้ว นับเป็นอาชีพที่ทั้งสนุกและมีรายได้หลายทางด้วยล่ะ5. NFTs Gameและระบบการหาเงินใหม่ล่าสุดที่กำลังเติบโต ณ ขณะนี้ อย่าง NFTs Game นับเป็นอีกช่องทางสำหรับคนที่เล่นเกมจริงจังแต่ พูดไม่เก่ง, ฝีมือไม่สูงเวอร์, มีเวลาพอประมาณ และไม่อยากเสี่ยงขายของอย่างผิดกฎกติกาของเกม วิธีนี้คือทางออกที่น่าสนใจแถมปลอดภัยหายห่วงด้วยนะโดยตัวเกมสไตล์นี้ถูพัฒนาและให้รันบน Blockchain ซึ่งเป็นระบบเดียวกับสกุลเงินดิจิตอล (Cryptocurrency) ทำให้สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นเงินดิจิตอลก่อนจะแลกออกมาเป็นเงินจริงอีกทีได้ ส่วนการได้เงินมาก็มีหลากหลายวิธีเช่นการสร้างเหรียญจากทรัพยากรภายในเกม การนำไอเทมไปขาย ไปจนถึงการขายตัวละครในเกมก็ทำได้เช่นกัน อ้าว! มันเหมือนการทำเงินในยุคแรกๆเลยนี่ แต่เป็นการค้าขายที่ตัวเกมเปิดโอกาสให้เราทำได้อย่างถูกต้องและมีระบบที่สามารถตรวจสอบได้รองรับอยู่นั่นเองแต่อย่างไรก็ดี ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง เราไม่แนะนำให้คุณหาเงินด้วยวิธีนี้หากยังไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับคริปโต, NFT และเกมที่ให้บริการดีพอ ไม่เช่นนั้นอาจมีแต่เสียกับเสียแทนได้นะจ๊ะส่งท้ายจะว่าไปทีมงาน GameFever เองก็นับเป็นหนึ่งในอาชีพที่เล่นเกมจนได้ตังเหมือนกันนี่เนอะ ในฐานะของสื่อเกี่ยวกับเกม ทำให้เห็นว่าการเล่นเกมหรือทำกิจกรรมใดๆก็ตาม หากเรารู้จักนำประโยชน์ของสิ่งเหล่านั้นมาต่อยอดก็อาจกลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เราได้อีกทางเช่นกัน
12 Oct 2021
เเนะนำเกม Factorio สร้างสรรค์โรงงานในฝันด้วยไอเดียของคุณ
ถ้าคุณกำลังตามหาเกมแนวสร้างโรงงารที่คุณเป็นคนออกแบบเองได้ทั้งหมด คุณจะต้องชอบเกมอย่าง Factorio อย่างแน่นอนเพราะเกมนี้จะเปิดโอกาศให้คุณได้รับบทเป็น engineer ที่จรวดได้ตกลงมาบนดาวดวงหนึ่งและคุณจะต้องหาทางออกจากดาวด้วยนี้ด้วยการวิวัยของไปเรื่อยๆจนออกไปได้นั้นเองและคุณไม่ได้ดูบนดาวแค่คนเดี่ยวยังมีพวกมอนเตอร์ที่จะเข้ามาทำลายโรงงานของคุณด้วยนั้นเองและ Factorio ถูกพัตนาขึ้นจากทีมงาน Wube Software LTD. จัดจำหน่วยโดย Wube Software LTD. ถูกปล่อยออกมา 14 สิงหาคม. 2020 ที่ผ่านมานั้นเองและหาเล่นได้บนในแพลตฟอร์ม PC สามารถหาชื้อทาง Steam นั้นเองครับFactorio คือเกมแนวอะไรFactorio คือเกมแนวการสร้างโรงงานที่คุณจะต้องเป็นคนวางแบบแผนของโรงงานของคุณทั้งหมดด้วยตัวคุณเองและระบบหลักๆของเกมนี้คือการที่คุณจะต้องทำโรงงานที่ทำงานด้วยตัวมันเองที่คุณจะได้ไปทำอย่างอื่นได้และยังมีมอสเจอร์ที่ถ้าคุณใช้พลังงานเยอะๆพวกมันจะไม่ชอบคุณและจะเข้ามาทำลายโรงงานของคุณนั้นเองสร้างโรงงานอัตโนมัติในแบบของคุณเรียกได้ว่านี้คือจุดขายของเกมนี้เลยก็ว่าได้คุณต้องทำโรงงานอัตโนมัติที่สามารถทำงานได้เรื่อยๆแบบไม่หยุดยั้งเพื่อที่จะให้คุณได้ไปทำอย่างอื่นได้อย่างสบายใจนั้นเองและในช่วงแรกของการเล่นของเรานั้นเราจะต้องทำการขุดแร่เพื่อเอามาทำเป็นของต่างๆแต่เกมนี้นั้นจะให้คุณสร้างที่ขุดแร่แล้วคุณก็ต้องมานั่งคิดต่อว่าเพื่อที่จะให้การขุดแร่นั้นทำได้อย่างอันโนมัตคุณจะต้องเอาอะไรมาเข้าเครื่องขุดบางและเมื่อขุดแร่เสร็จมันจะไปไหนต่อนั้นเองนี้เป็นแค่จุดเริ่มต้นเล็กๆของเกมนี้นั้นเองสร้างของป้องกันฐานของคุณเมื่อคุณได้โรงงานไปสักพักพวกมอสเตอร์ที่ได้กลิ่นโรงงานของคุณหรือว่าได้ยินเสียงของโรงงานของคุณจะทำให้พวกมันไม่ชอบโรงงานของคุณนั้นเองทำให้พวกมันจะมาทำลายโรงงานของคุณเรื่อยๆทำให้คุณจะต้องสร้างปืนมาป้องกันฐานของคุณนั้นเองและยังมีสร้างรถถังไปทำลายรังของพวกมันเลยก็ได้ตามสไตรการเล่นของคุณเลยนั้นเองและอย่าลืมว่าคุณไปทำลายรังของมันพวกมันจะเก่งขึ้นเรื่อยๆรูปเเบบเกมเพลย์ที่น่าสนใจนั้นคือการบริหารโรงงานที่คุณจะต้องเป็นคนวางระบบพื้นฐานด้วยตัวเองเช่นการที่คุณจะทำให้ที่ขุดแร่อันหนึ่งทำงานจะต้องใช้ถ่านและแขนใส่ของคุณจะต้องวางแผนว่าจะวางพวกนี้เป็นยังไงและจะทำยังไงกับแร่ที่ได้รับต่อนั้นเองและยังมีการต้องป้องกันฐานของคุฯที่จะโดนพวกมอนเตอร์จะมาบุกโจมตีนั้นเองทำไมถึงต้องเล่นเกมนี้ถ้าคุณกำลังตามหาเกมที่เล่นเพลิน ๆ ขายเวลาไปกับเพื่อนคุณจะต้องชอบ Factorio อย่างแน่นอนครับและยังมีการวางโรงงานที่จะทำให้เรานั้นฝึกคิดเป็นระบบด้วยนั้นเองและยังมีการวางลางรถไฟและยังมีของเล่นอย่างโดรนสร้างของที่คุณแค่วางแบบแผนไว้ให้มันแล้วมันจะมาสร้างให้คุณเองนั้นเอง และเกมนี้เหมาะกับคนที่ชอบเล่นอะไรเพลินๆและฆ่าเวลานั้นเองถ้าคุณคิดว่าเวลาในชีวิตมีเยอะมากจนไม่รู้จะกับมันยังไงดีแนะนำเกมนี้ให้เลยและยังมีป้องกันฐานจากกพวกมอสเตอร์ที่จะมาทำลายโรงงานของคุณอีกด้วยและแค่ขนาดนั้นไม่พอคุณจะต้องจัดการบริหารโรงงานของคุณให้ทำงานให้ดีมากกว่าของอันเก่านั้นเองถ้าคุณกำลังตามหาเกมที่สามารถเล่นได้เพลินๆและปวดหัวว่าทำอะไรผิดตรงไหนกับโรงงานของคุณคุณจะต้องชอบเกมอย่างแน่นอนและหาเล่นได้บนในแพลตฟอร์ม PC สามารถหาชื้อทาง Steam นั้นเองครับ
07 Oct 2021
แนะนำเกม Magic The Gathering Arena เกมที่สร้างจากการ์ดเกมที่เก่าแก่ที่สุดของโลก
Trading Card Game (TCG) หรืออีกชื่อ Collectible Card Game (CCG) หมายถึงการ์ดเกมที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อ ใช้ในการแลกเปลี่ยน สะสม และจัดเป็นสำหรับ (Deck) เพื่อใช้แข่งขันระหว่างผู้สะสมด้วยกัน ถูกนำเสนอครั้งแรกในปี 1993 โดย Wizards of the Coast ในการ์ดเกม Magic The Gathering และถือได้ว่าเป็นบิดาของการ์ดเกมทั้งหมดในโลกยุคสมัยได้ผ่านเลยมา โลกได้รู้จักกับการ์ดเกมในธีมอื่นๆ อีกมากมายทั้งในรูปแบบจับต้อง (Yu-Gi-Oh, Cardfight Vanguard, ฯลฯ) และรูปแบบ Digital (Hearthstone, Shadowverse, Gwen, ฯลฯ) โดยในยุคหลังๆ เราจะเห็นได้ว่าการ์ดเกมชื่อดังที่เป็นแบบจับต้องได้ ก็เริ่มถูกทำออกมาให้เล่นในรูปแบบ Digital มากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งนั้นรวมถึงการ์ดเกมที่เก่าแก่ที่สุดด้วยในชื่อ Magic The Gathering Arena วันนี้ผมจึงอยากพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับการ์ดเกมที่เก่าแก่ที่สุดของโลกกันเหมือน และแตกต่างรูปแบบการเล่นโดยรวมของ Magic The Gathering จะไม่ต่างจากการ์ดเกมอื่นๆ ที่เราเห็นในตลาด คือจะเป็นการเล่นแบบสลับเทิร์นเล่นระหว่าง เรากับคู่ต่อสู้ จ่ายค่าคอสต์เพื่อลงการ์ดจากมือไปบนสนาม และใช้การ์ดบนสนามในการต่อสู้กัน มีการ์ดเวทตร์มนสำหรับร้ายในเทิร์น รวมถึงที่ใช้ในการร้ายเพื่อขัดการกระทำของอีกฝ่ายได้ อันนี้คือจุดที่เหมือนกับการ์ดเกมทั่วๆ ไปเกมนี้มีเควสประจำวันให้ทันเพื่อรับเป็นเงิน หรือซองสำหรับเปิดรุ่นการ์ดใหม่ๆ เช่นเดียวกับเกมอื่นๆ มีระบบจัดอันดับแบ่งออกเป็นขั้นๆ เหมือนกับเกมอื่นๆ และเมื่อจบแต่ละ Season ก็จะมีของรางวัลให้กับคนที่ได้อันดับสูงๆ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นในการไต่อันดับ รวมไปจนถึงระบบ Battle Pass ที่เพิ่มคอนเทนต์ กับชาเลนจ์เข้ามาให้ได้ท้าทายเพื่อรับของรางวัลที่มากขึ้น นอกจากยังมีโหมด Draft ที่ต้องทำ Deck ขึ้นมาใหม่จากการ์ดที่เปิดซองได้ตอนนั้น กล่าวคือระบบทั่วๆ ไปที่เห็นในเกมการ์ดแบบออนไลน์ทั้งหมดสามารถหาได้ในเกมนี้เช่นเดียวกันที่นี่มาพูดถึงจุดที่แตกต่างบ้าง หลักๆ จะมี 2 อย่าง คือ ผู้เล่นจะเลือกตีไปที่ตัวละครบนสนามของอีกฝ่ายไม่ได้ ทำได้แค่ตีไปที่หน้าของอีกฝ่ายเท่านั้น Resource ที่ใช้ในการเล่นการ์ดต่างๆ จะเป็นการ์ดที่ชื่อว่า Land และต้องใส่เข้าไปใน Deck ด้วยรูปแบบการต่อสู้ใน Magic The Gathering จะเป็นแบบ เมื่อฝั่ง A สั่งโจมตี ผู้เล่น A จะต้องเลือกว่าจะให้ตัวไหนโจมตีบ้าง พอเลือกเสร็จ จะเป็น ตาของฝั่ง B ว่าจะเลือกตัวในสนามตัวไหนไปบล็อกการโจมตี ซึ่งในจุดนี้ตัวที่ไม่ถูกบล็อกจะโจมตีเข้าหน้าของผู้เล่นโดยตรง ส่วนที่บล็อกก็จะไปคำนวนดาเมจกันต่อ แบบเดียวกับการ์ดเกมอื่นๆ ด้วยระบบการต่อสู้นี้ จึงทำให้ผู้เล่นสามารถเก็บตัวบนสนามไว้ตี หรือทำคอมโบได้หลากหลายกว่านั้นเอง (ถ้าเคยเล่น Runeterra มันคือระบบ โจมตี / ป้องกัน แบบเดียวกัน) แต่ในส่วนของความแตกต่างที่ 2 อันนี้บอกเลยว่าทำให้การ์ดเกมนี้แตกต่างจากการ์ดเกมอื่นโดยสมบูรณ์ใน Magic The Gathering จะมีการ์ดประเภทหนึ่งเรียกว่า Land โดยความสามารถของ Land ก็คือการให้มานาสำหรับร้ายการ์ดประเภทอื่นๆ โดย Land ในการ์ดเกมนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 6 สีคือ แดง, ฟ้า, เขียว, ดำ, ขาว, ใส่ ซึ่ง Land แต่ละสีจะให้มานาได้สีเดียวเท่านั้น และแต่ละเทิร์นผู้เล่นจะลง Land ได้เพียงแค่ใบเดียวเท่านั้น กล่าวคือ Land จัดว่าเป็นการ์ดสำคัญมากๆ เพราะถ้าหากไม่มี Land ก็จะไม่สามารถร้ายการ์ดประเภทอื่นๆ ได้เลย อัตราส่วนของการ์ด Land ภายใน Deck จึงเป็นอะไรที่จัดได้หลากหลายมากๆ และได้ทำให้การ์ดเกมนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสนุกในการจัด Deck ด้วย เนื่องจากเกมนี้ใส่การ์ดได้สูงสุดถึง 60 ใบคอนเซ็ปต์ และธีมที่หลากหลายหนึ่งในจุดเด่นของ Magic The Gathering คือการที่เป็นการ์ดเกมซึ่งมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง แตกต่างจากการ์ดเกมอื่นที่ อาจเอาเนื้อเรื่องมาจากการ์ตูน หรือเกมดัง Magic จะกล่าวถึงโลกหลายๆ ใบ ที่สามารถเดินทางไปมาได้ด้วยเวทมนตร์ และเหล่านักเดินทางข้ามโลกที่ถูกเรียกว่า Planeswalker โดยในโลกต่างๆ ของ Magic ก็จะมีความ Fantasy แตกต่างกันออกไป เช่นโลกของมนุษย์หมาป่ากับแวมไพร์ โลกของอาณาจักรในดินแดนทะเลทราย โลกของเหล่านางฟ้า โลกที่เต็มไปพงไพรกับสรรพสัตว์ แต่ละโลกจะมีเรื่องราวของตัวเอง มีความพิเศษเป็นของตัวเอง ส่งผลให้ Magic The Gathering ถือได้ว่าเป็นการ์ดที่ความหลากหลายสูงมากๆ  ทั้งหมดนี้จึงทำให้ Magic เป็นการ์ดเกมที่จะจัดตามสี หรือจัดตาม ธีม / คอนเซ็ปต์ ก็ได้ ซึ่งในแต่ละ ธีม / คอนเซ็ปต์ ก็จะมีแมคคานิคการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่นชุดการ์ดใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางขายไปได้ไม่นาน INNISTRAD: MIDNIGHT HUNT ที่มาในธีมมนุษย์หมาป่ากับแวมไพร์ ก็จะมีรูปแบบการเล่นพิเศษเรียกว่า กลางวัน / กลางคืน ที่จะเปลี่ยนความสามารถของการ์ดตัวละครเราไปตามช่วงเวลาของสนาม ซึ่งไม่ใช่ความสามารถอย่างเดียวนะที่เปลี่ยนไป แต่รูปภาพบนการ์ดก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาด้วย ให้ลองนึกภาพการ์ดที่ตอนแรกเป็นรูปชาวนาคนหนึ่ง แต่พอพริกด้านการ์ดเป็นตอนกลางคืนแล้ว รูปเปลี่ยนเป็นมนุษย์หมาป่า แล้วมีพลังโจมตี พลังป้องกันมากขึ้น มันเจ๋งมากเลยใช่ไหมละ?Standard Format VS Commander Formatเชื่อว่าเพื่อนชาว GameFever Th โดยเฉพาะคนที่เล่น Heartstone และ Shadowverse มา น่าจะเคยได้ยินคำว่า "Standard Format" , "Rotation Format" หรือไม่ก็ภาษาไทย "ตกไทป์" ซึ่งเป็นระบบที่จำกัดให้ใช้การ์ดแค่ 4 - 5 ชุดล่าสุดในการเจ็ด Deck ได้เท่านั้น เพื่อป้องกันรูปแบบการเล่นที่หลากหลายจน ผู้เล่นรับมือได้ยากในการแข่งขัน ซึ่งการ์ดเกมที่คิดค้นระบบนี้ขึ้นมาเป็นเจ้าแรกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน Magic The Gathering เนี่ยแหละครับ โดยในการ์ดเกมนี้จะมีอีกที่นิยมเรียกโดยผู้เล่นว่า Type 2 (อ่านว่า "ไทป์ทู" ) และแน่นอนว่ามีรูปแบบการเล่นที่ไม่จำกัดความเก่าของการ์ดเรียกว่า Commander Format เหมือนกับการ์ดอื่นๆ แต่จะแตกต่างกันอยู่นิดหน่อยเนื่องจาก Magic The Gathering เป็นการ์ดเกมที่มีอายุมากกว่า 25 ปี จึงทำให้รูปแบบการ์ดมีเยอะมาก (มากกว่า 20,000 แบบ) จึงทำให้ Commander Format มีกฏว่าการ์ดในหนึ่ง Deck ต้องมีเท่ากับ 100 ใบห้ามน้อย หรือมากกว่า และ จะใส่การ์ดได้เพียงแบบละ 1 ใบ เท่านั้น (ยกเว้น Basic Land จะใส่กี่ใบก็ได้) นอกจากนี้จำเป็นต้องเลือกการ์ด Legendary Creature จำนวน 1 ใบ มาเป็น หัวหน้าของ Deck ซึ่งสีของการ์ดใน Deck จะต้องเป็นสีเดียวกัน หรือสีใดสีหนึ่งที่หัวหน้ามี และห้ามใส่การ์ดที่มีสีอื่นอยู่ในการ์ดเข้ามาใน Deck ยกตัวอย่างเช่น หากหัวหน้าของ Deck ใช้ สีฟ้า กับ สีดำ ในการเรียก การ์ดทุกใบใน Deck จะต้องเป็นการ์ดที่มี สีฟ้า หรือ สีดำ เท่านั้น ไม่สามารถใส่การ์ดสี แดง, ขาว, เขียว เข้ามาใน Deck ได้ รวมถึง Land ด้วย และหนึ่งวงการเล่นจะมีผู้เล่นได้สูงสุดถึง 6 คน (ตีกันแบบมั่วสุดๆ ใช้กา