GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "Digivice"
[Unbox & Review] Digimon X เครื่องเล่นดิจิมอนยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดให้มีความสนุกจนทุกคนสัมผัสมันได้
หลังจากที่เคยรีวิวเครื่องเล่น Digital Monster Pendulum Z หรือ Digimon Pendulum Z กันมาแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของเครื่องเล่นที่ผู้คนต่างรอคอย ( และทางนี้ก็รอคอยเหมือนกัน ) นั้นก็คือ Digital Monster X หรือ Digimon X นั้นเองซึ่งธีมของเครื่องเล่นนี้จะเกี่ยวข้องกับดิจิมอนร่าง X-Antibody โดยมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือมีภาษาอังกฤษด้วยบทความนี้จะมาย้อนรอยของเล่นยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดจนมีลูกเล่นมากกว่าเดิมอย่าง Digimon X ที่ปัจจุบันได้ถูกอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเข้ามาแล้ว มาดูกันบ้างว่าข้างในมีอะไร และเมนูต่าง ๆ ของตัวเกมมีอะไรกันบ้าง======================================Unboxingนี่คือหน้าตอแพคเกจของเครื่องเล่น Digimon X ซึ่งเป็นกล่องแพคเกจเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ กล่องใหญ่กว่าตัวเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอีก มีความคลาสิคแบบเด็ก 90 ที่กำลังจะได้จับของเล่นจริง ๆ โดยธีมของเครื่องเล่นนี้คือ Digimon-X อย่างที่กล่าวมา โดยมีเนื้อเรื่องถึงโลกดิจิตอลเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง (โลกคู่ขนานของดิจิมอนภาคอนิเมะหลัก) ซึ่งเมื่อโลกดิจิตอลมีประชากรดิจิมอนมากเกินไป ทำให้อิกดราซิลซึ่งเป็นผู้ปกครองเซิร์ฟเวอร์โลกดิจิตอลแห่งนี้ทำการปล่อยไวรัส X เพื่อลดประชากรจำนวนดิจิมอน แต่ว่าทำให้ดิจิมอนเกือบสูญพันธุ์และพวกที่เหลือรอดก็ได้กลายพันธุ์ทำให้แข็งแกร่งขึ้นจนมีชื่อเรียกเล่นว่า X-Antibody ทำให้อิกดราซิลสั่งให้อัศวินทั้ง 12 นำโดย Omegamon X (อัศวินทั้ง 12 จะได้รับ X-Antibody จากอิกดราซิลโดยตรง) เข้าไปกวาดล้างพวกกลายพันธุ์นี้ให้สิ้น แต่ว่าก็ทำให้เกิดความเคลือบแคลนสงสัยนำมาสู่จะเปลี่ยนของสงครามในที่สุด โดยปัจจุบันเนื้อเรื่องของดิจิมอนภาคนี้ ยังดำเนินต่อไปในรูปแบบนิยายและมังงะสั้นในชื่อ X Chronicle อาจจะหาดูหาอ่านยากหน่อยแพคเกจด้านหลังก็บอกถึงฟีเจอร์ในการเล่นทั้งสามภาษา มีอังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปนภายในแพคเกจเมื่อแกะกล่องออกมาก็พบกับ....อื้อหือ กล่องใหญ่แต่ไซส์ของเล่นนิดเดียว โดยจะมีตัวเครื่องเล่น Digimon X พร้อมกับตัวห้อยกุญแจและคู่มือการเล่นสามภาษา อังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปน เหมือนเช่นกัน โดยจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือ ไม่มีแถมมังงะสั้นให้อ่าน ซึ่งเป็นอะไรที่เสียดายมาก น่าจะแถมมานะสำหรับสายเก็บเนื้อเรื่องอย่างเรา...ส่วนเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะมีทั้งหมด 4 สีนั้นก็คือ ดำ-แดง, ม่วง-แดง, ขาว-น้ำเงิน และ เขียว-น้ำเงิน ซึ่งทางนี้ได้ซื้อสีม่วง-แดง และเขียว-น้ำเงินมา เพราะทั้งสองเวอร์ชั่นนี้จะมีดิจิมอนให้เลี้ยงที่แตกต่างกัน ส่วนดำ-แดง และ ขาว-น้ำเงินก็ไม่ได้ต่างกันนักนอกจากสี และทางนี้ชอบสีม่วงและสีเขียวมากกว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่มักมีปัญหาสีตัว X หลุดลอกง่าย ก็ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชั่นอังกฤษด้วยการเคลือบสีทำให้หลุดล่อนออกยากมาก เอาเล็บขูดยังไม่ออกเลย ( แต่ไม่แนะนำให้ทำนะหากใครคิดจะซื้อมา มันคือการทดลองเฉย ๆ )สภาพด้านหลังเครื่อง โดยตัวเครื่องใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 ซึ่งแถมมาให้ในเครื่อง ซึ่งตัวถ่านมีอายุการใช้งานร่วมเดือน หากถ่านหมด ก็สามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปอันนี้คือมุมมองจากด้านบนเครื่อง ยังคงใช้ขั่ว Connection แบบ 2 หัวเหมือนเครื่อง Digimon ยุคแรก ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงเอาล่ะ การแกะเครื่องมาชมกันก็หมดแล้ว ก็มาถึงส่วนการรีวิวฟีเจอร์และเมนูต่าง ๆ ภายในเครื่องเล่น Digimon X กันบ้างReview & Featureรีวิวรอบนี้จะขอโชว์เมนูและฟีเจอร์ต่าง ๆ เพียงเครื่องเดียวเพราะว่ามันเหมือนกันทุกประกาศ ต่างกันแค่ดิจิมอนที่เลี้ยง โดยรวม ๆ จะมีดิจิมอนในเครื่องรวมกันเกือบ 100 ตัวเลยทีเดียว แต่เลี้ยงได้จริง ๆ นั้น ไม่ถึง 40 ตัว ส่วนที่เหลือคือจะเจอในเมนู Battle ซึ่งจะกล่าวในส่วนต่อไปปุ่มต่าง ๆ ภายในเครื่องจะมี 4 ปุ่มดังนี้ปุ่ม A ( ปุ่มบนสุด ) : ไว้กดสำหรับเลือกเมนูและหัวข้อต่าง ๆ ภายในเครื่อง, สามารถปรับชั่วโมงนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลาปุ่ม B ( ปุ่มกลาง ) : ไว้สำหรับกดตกลงเมนูหรือตกลงหัวข้อนั้น ๆ, กดเพื่อ Interact ในเมนู Battle, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่โหมดนาฬิกาและสามารถปรับนาทีของนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลาปุ่ม C ( ปุ่มล่างสุด ) : ไว้สำหรับยกเลิกคำสั่งเมนูหรือหัวข้อต่าง ๆ, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่หน้าสถานะของดิจิมอนแบบรวดเร็วพร้อมกับเช็คค่า XAI ไปในตัว และสามารถกดยืนยันการปรับเวลาหลังปรับเมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลาปุ่ม Restart ( ปุ่มเล็ก ) : ไว้สำหรับรีเซ็ตเครื่องเล่น สามารถเล่นต่อจากเซฟที่เคยเลี้ยงหรือเริ่มใหม่ทั้งหมดได้ฟังก์ชั่นปุ่มต่าง ๆ ที่ควรรู้ปุ่ม A+B กดใช้เมื่อดิจิมอนของเราตาย : เมื่อกดสองปุ่มพร้อมกันจะเป็นการฟักไข่เพื่อเริ่มใหม่ปุ่ม A+C เมื่อไม่ได้เลือกเมนู : จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของเครื่องเล่นปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าโหมดนาฬิกิา : จะเป็นการเข้าสู่โหมดปรับเวลา สามารถปรับชั่วโมงและนาทีได้ปุ่ม Restart ค้างไว้ แล้วกด A + C : จะเป็นการเข้าสู่ Debut Mode สามารถทดลองเล่นดิจิมอนที่เราชอบได้ก่อนเริ่มเลี้ยงจริง ๆMenu ต่าง ๆเมนูแรก Status สามารถเข้าไปดูชื่อดิจิมอนที่เราเลี้ยง ( ในภาพคือ Sakuyamon X หรือซาคุยะมันจากอนิเมะดิจิมอนภาค Taimer หากใครเคยดูล่ะนะ ) รวมถึงเช็คค่าสถานะความหิว, ความแข็งแรง, ความพยายาม, น้ำหนัก, อายุ และร่างที่พัฒนารวมถึงเลเวลดิจิมอนด้วย ( เครื่อง Digimon X มีเลเวลให้เก็บนะเออ )เมนูที่สองคือ Food เป็นเมนูที่เราจะเพิ่มค่าความหิวและความแข็งแรงให้เต็มได้ด้วยเมนูนี้ เราสามารถป้อนเนื้อหรือวิตามินได้ นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถให้ไอเท็มพิเศษที่หาได้จากเมนู Battle เพื่อเพิ่มสถานะพิเศษชั่วคราวได้อีกด้วย แต่อย่าให้ดิจิมอนกินเยอะจนน้ำหนักเกิน 99 g ล่ะ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะติดสถานะป่วยได้หากอยากเพิ่มค่าความแข็งแรงโดยไม่อยากเพิ่มน้ำหนักด้วย ก็ขอแนะนำเมนู Training ซึ่งจะมีสองรูปแบบก็คือ Normal ฝึกแบบปกติ และแบบ Excite ซึ่งทั้งสองแบบจะช่วยลดน้ำหนักดิจิมอน, เพิ่มค่าความแข็งแรง และยังเพิ่มค่าความพยายามอีกด้วย โดยแบบ Excite จะเพิ่มค่าความพยายามได้สูงกว่าโดยรูปแบบการฝึกนั้น เราจะต้องกดปุ่ม B เพื่อให้เข็มนั้นชี้ไปที่เกจที่พุ่งขึ้นสูงที่สุด โดยความเร็วของเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับค่า XAI หรือ X-Antibody Indicator หรือพูดง่าย ๆ มันคือระบบทอยลูกเต๋าที่จะถูกสุ่มเมื่อหลังดิจิมอนตื่นนอน ถ้าได้ค่ายิ่งสูง เกจวิ่งก็จะวิ่งช้าลงให้กดง่าย ส่งผลทำให้การฝึกฝนเพิ่มค่าความพยายามนั้นไวขึ้น และระบบ XAI จะส่งผลต่อเมนู Battle ด้วย เพราะมันใช้ระบบเดียวกันนั้นเองและนี่คือเมนู Battle ขอพูดง่าย ๆ ว่าโหมดตะลุยด่าน จะมีการ Battle อยู่สองรูปแบบคือ แบบแรกจะเป็นการตะลุยด่านปกติ โดยจะมีด่านให้เล่นถึง 30 + 1 ด่าน และแต่ละด่านจะเจอศัตรูเฉลี่ย 3 ถึง 7 ตัวด้วยกัน การเอาชนะบอสในด่านต่าง ๆ ได้สำเร็จ ก็จะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนเราด้วย ส่วนอีกหนึ่งด่านพิเศษ ต้องเอาเครื่อง Digimon X รุ่นเดียวกันอีกครั้ง โดยต้องเอาเครื่องที่มีรูปตัว X สีแดง และตัว X สีน้ำเงินมาเชื่อมต่อให้มาต่อสู้กันเท่านั้น อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก็จะเป็นการปลดล็อคด่านพิเศษให้เราไปพิชิตได้ทันทีส่วนการ Battle อีกรูปแบบคือ การเจอศัตรูแบบสุ่ม หลังดิจิมอนตื่นนอน ระบบ XAI หรือระบบลูกเต๋าจะให้เราสุ่ม ซึ่งถ้าสุ่มได้คะแนนเยอะ ก็มีโอกาสเจอศัตรูบ่อย แต่ถ้าสุ่มได้หนึ่ง ก็แทบไม่มีโอกาสได้เจอเลย แต่ว่าไม่ว่าจะสุ่มได้เลขอะไร อย่างน้อย ๆ ก็มีโอกาสได้ไอเท็มแบบสุ่มเช่นกันซึ้งทั้งสองอย่าง การชนะศัตรูจะได้ EXP ไว้อัพเลเวลดิจิมอนให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย โดยเลเวลสูงสุดอยู่ที่เลเวล 10 ซึ่งจะต้องเป็นดิจิมอนร่างสุดยอดหรือร่าง Mega เสียก่อนเมนู Flush หรือเมนูล้างห้องน้ำ ซึ่งเมนูนี้ไม่มีอะไรมาก หากดิจิมอนเราเบ่งอุนจิออกมาก็ใช้เมนูนี้ทำความสะอาดเสียเพื่อสุขลักษณะที่ดีของดิจิมอนคุณเองเมนู Light จะเป็นการเปิดปิดไฟให้กับดิจิมอน หากดิจิมอนเริ่มง่วงนอน ก็ให้เราเข้าเมนูนี้เพื่อทำการปิดไฟให้ดิจิมอนหลับสบาย แต่หากกดปิดไฟตอนดิจิมอนยังตื่นอยู่ จะเป็นการเข้าสู่สถานะ Freeze Mode แทน ซึ่งนั้นก็คือการแช่แข็งดิจิมอน กรณีช่วงไหนเรายังไม่สะดวกเล่นเนื่องจากติดธุระ และมไ่มีเวลาดูแล ก็สามารถใช้ Freeze Mode นี้ได้เลยเมนู Cure หรือการรักษา หากกรณีดิจิมอนเราเจ็บป่วยจากการไม่เก็บอุนจิจนเต็มจอหรือกินข้าวจนน้ำหนักตัวเกิน ก็จะเข้าสู่สถานะเจ็บป่วยหรือการต่อสู้แพ้มาก็มีโอกาสบาดเจ็บ จึงต้องรักษาดิจิมอนให้ตรงตามอาการว่า เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา สังเกตุได้จาก หากมีสถานะจุดสามสุด แสดงว่าป่วย แต่หากมีรูปหัวกะโหลก แสดงว่าบาดเจ็บมา หากไม่รักษาหรือปล่อยทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงขึ้นไป ดิจิมอนก็จะตายเมนู Library รูปหนังสือ จะเป็นการเข้าไปเพื่อ Back up ดิจิมอน และเลือกเล่นดิจิมอนตัวใหม่ โดยสามารถเก็บได้สูงสุดสามตัวภายในเครื่อง แต่ออกมาเล่นได้ทีละตัว ส่วน Library ก็จะเป็นการเก็บข้อมูลดิจิมอนที่เราพบเจอในเครื่อง ส่วนเมนูย่อยอีกอันคือ Record ซึ่งเป็นการบันทึกสถิติว่าแพ้ชนะกี่เปอร์เซ็นต์แล้วเมนู Connect ซึ่งจะเป็นการเอา Digimon อีกเครื่องมาต่อกันเพื่อทำการต่อสู้ระหว่างเครื่อง โดยจะมีสองโหมดคือ โหมด X ซึ่งไว้สู้กับเครื่อง Digimon X ด้วยกัน หรือโหมด Other ไว้ต่อสู้กับเครื่องเล่นดิจิมอนหรือ Digivice รุ่นอื่น ๆ ที่รองรับได้เมนูสุดท้ายคือ Notification หรือการแจ้งเตือน หากดิจิมอนเราหิว, หมดแรงหรือง่วงนอน สถานะมุมล่างขวานี้จะแสดงออกมาพร้อมส่งเสียง ซึ่งหากเราไม่จัดการให้ไวจนสัญลักษณ์นี้หายไปเอง ก็จะได้รับสถานะ Care Mistake หรือดูแลไม่ดี 1 ครั้ง โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนอีกด้วย======================================ทั้งหมดนี้คือการแกะกล่องและรีวิวฟีเจอร์ของเครื่องเล่น Digimon X เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งพูดตรง ๆ ว่ามันคือการอัพเดตของเล่นให้มีลูกเล่นอะไรมากขึ้น เลี้ยงง่ายขึ้น และใช้เวลาในการพัฒนาร่างไวขึ้น แถมมี Freeze Mode เหมือนรู้ใจวัยทำงานอย่างเราที่ไม่ค่อยว่างแต่ก็ยังอยากเป็น เด็ก ( โข่ง ) ที่ถูกเลือก แม้ว่ามันจะดูง่าย แต่ว่าก้มีความท้าท้ายในการทำเงื่อนไขการพัฒนาร่างอยู่โดยเฉพาะเมนู Battle ซึ่งไม่ยากไม่ง่ายเกินไป ทำให้รู้สึกมีเป้าหมายในการเลี้ยงดูและพัฒนาดิจิมอนให้เติบโตในแบบที่เราต้องการได้สรุปคือสนุกและเล่นเพลิน เหมาะสำหรับคนรัก Digimon หรือที่คอนโดนเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็เลี้ยงเจ้า Digimon X นี้แทนได้ ตอนนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ ราคาอยู่ที่หลักพักต้น ๆ เท่านั้นต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะดูสูงไปนิด แต่สำหรับคนรัก Digimon ถือว่าคุ้มค่ามากเลยล่ะ! หากมีโอกาส จะรีวิวโหมด Online ให้ชมกันนะ!
29 Aug 2021
[Guide] รวมข้อมูล Boss ทั้ง 12 ด่านใน Digivice รุ่น 2020
หลังจากที่ได้เคยทำบทความ Unbox และ Review เครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 จากอนิเมชั่นเรื่อง Digimon Adventure: Reboot กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงช่วงบทความที่มีคนอยากให้ทำเพิ่มอีกสักนิดนั้นก็คือ Guide บอสประจำด่านต่างๆ ให้เป็นข้อมูลกัน คำเตือน: หากใครดูอนิเมชั่น Digimon Adventure: Reboot อยู่แล้วล่ะก็ เนื้อหาเกี่ยวข้อมูล Boss ทั้งสิบสองด่าน อาจจะมีการ Spoil เนื้อหา หากใครยังไม่อยากโดน Spoil หรือยังเล่น Digivice เครื่องนี้ไม่จบแล้วอยากลุ้นเอาเอง แนะนำให้เก็บบทความนี้ไว้แล้วสามารถไปอ่านทีหลังได้ตามต้องการเลยจ้า ================================================== 1st Stage Boss: Argomon (Mega Form) ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทกลายพันธุ์ ( Mutant ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Jungle Troopers, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Argomon ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 1 จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก เป็น Boss ประจำด่านแรกที่เปิดตัวมาก็อลังการแล้ว และในอนิเมะเปิดตัวมาก็เอาซะไทจิกับยามาโตะแทบจะย่ำแย่ โชคดีที่พลังแห่งปาฎิหาริย์ได้ทำให้ Agumon และ Gabumon ทำการรวมร่าง Jogress กลายเป็น Omegamon และปราบศัตรูลงไปได้ชั่วพริบตา 2nd Stage Boss: Gesomon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างโตเต็มวัย ( Champion ) ประเภท Digimon: ประเภทกหอย ( Mullusk ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Deep Savers พัฒนาร่างมาจาก: Syakomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 7 จำนวนพลังชีวิต: 10 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก เป็นบอสที่หน้าตาจะเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว เพราะเจอกันตั้งแต่สมัยอนิเมะเวอร์ชั่นปี 1999 และในอนิเมะภาค Reboot นี้ก็จะได้เจอมันในตอนที่ 7 ที่ Gomamon ได้เตือนสติโจ คู่หูของเขาจนสามารถก้าวข้ามความกลัว และพัฒนาร่างจนกลายเป็น Ikkakumon จนสามารถปราบ Gesomon ได้ในที่สุด 3rd Stage Boss: MetalTyrannomon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทกจักรกล ( Cyborg ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Metal Empire, Dragons Roar พัฒนาร่างมาจาก: Tyrannomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 9 จำนวนพลังชีวิต: 11 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก MetalTyrannomon ปรากฎตัวในอนิเมะตอนที่ 9 ที่ทำให้พวกเด็กที่ถูกเลือกสะบัดสะบอมกันไป แต่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งของไทจิ และความที่เขาไม่ยอมแพ้เพื่อสิ่งที่ต้องปกป้อง ทำให้ Greymon ได้พัฒนาร่างเป็น MetalGreymon ในตอนที่ 10 จนสามารถเอาชนะได้ด้วยท่าไม้ตายในตำนาน Giga Destroyer 4th Stage Boss: Mammothmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทกสัตว์ดึกดำบรรพ์ ( Acient Animal ) คุณลักษณะ Digimon: แบบวัคซีน ( Vaccine ) สายพันธุ์ Digimon: Nature Spirits, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Boarmon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 15 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก ในอนิเมะ เราจะได้เจอ Mammothmon ในตอนที่ 15 เป็นฉากที่โจวได้ตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นตัวล่อ ดึงความสนใจตามแผนการที่พาโซระซึ่งกำลังบาดเจ็บจากสภาวะถูกน้ำแข็งกัด และเป็นการซื้อเวลาให้หลบหนีได้ง่ายขึ้น แต่พวกมันตามอย่างไม่ลดละ และด้วยความแน่วแน่ของโจว ด้วยสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างเขากับ Gomamon ที่กำลังแปลงร่างเป็น Ikkakumon ในขณะนั้น ได้พัฒนาร่างเป็น Zudomon ซึ่งเป็นร่างสมบูรณ์และสามารถหยุด Mammothmon ได้ในที่สุด 5th Stage Boss: Nidhoggmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทกมังกรปีศาจ ( Demon Dragon ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nature Spirits พัฒนาร่างมาจาก: Orichimon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 18 จำนวนพลังชีวิต: 13 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก นับได้ว่าเป็น Digimon ตัวใหม่ที่ไม่เคยปรากฎภาคไหนมาก่อนนอกจากในเครื่อง Digivice รุ่น 2020 และอนิเมะภาค Reboot ซึ่งปรากฎตัวครั้งแรกในตอนที่ 18 ช่วงที่พวกไทจิถูกจับอยู่ในเมืองโตเกียวจำลองและ Nidhoggmon ได้ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับนับถอยหลังเวลาที่โลกอีกฝั่งกำลังจะพิศาจ พวกเด็กที่ถูกเลือกกำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง แต่ก็ยังมีไทจิและยามาโตะที่ไม่ยอมแพ้ ได้มอบพลังให้ Agumon และ Gabumon ทำการ Jogress กลายเป็น Omegamon อีกครั้ง จนในที่สุดก็สามารถปราบ Nidhoggmon ได้ก่อนเมืองโตเกียวจริงๆ จะระเบิดด้วยผลกระทบจากพลังแห่งความมืดแบบเส้นยาแดงผ่าแปด 6th Stage Boss: SkullKnightmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างโตเต็มวัย ( Champion ) ประเภท Digimon: ประเภทกอมรณา ( Undead ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nightmare Soldier พัฒนาร่างมาจาก: ไม่มี ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 21 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก เป็นอีกหนึ่ง Digimon ที่น่าจดจำทั้งในฐานะบอสด่านที่ 6 ของ Digivice 2020 และเป็น Digimon ที่โหดเอาเรื่องในอนิเมะภาค Reboot ปรากฎตัวครั้งแรกในตอนที่ 21 แต่ก็ยังไม่มีบทอะไรจนกระทั่งตอนที่ 22 ที่สามารถต่อสู้กับ Greymon และ Garurumon ตบซะยับอย่างง่ายดายจนไทจิและยามาโตะต้องให้ Digimon คู่หูแปลงร่างเป็นร่างสมบูรณ์ถึงสามารถโต้กลับได้ จนทำให้ SkullKnightmon ต้องแปลงร่างเป็น DarkKnightmon เข้าสู้ แต่สุดท้ายก็ยังเพลี้ยพล้ำกับพลังมิตรภาพของเด็กที่ถูกเลือกอยู่ดีและล่าถอยในที่สุด 7th Stage Boss: DoneDevimon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภททูตตกสวรรค์ ( Fallen Angel ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nightmare Soldier พัฒนาร่างมาจาก: NeoDevimon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 24 จำนวนพลังชีวิต: 13 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก DoneDevimon จัดได้ว่าเป็น Digimon ร่างใหม่ให้กับ Devimon ผู้ชั่วร้าย ปรากฎอยู่ในตอนที่ 24 ที่บอกเลยว่าเป็น Digimon วายร้ายที่ประทับใจมาก มันมีทั้งความบ้า และความสามารถจัดได้ว่าโหดสุดๆ เล่นเอาซะทำให้ MetalGreymon สติแตกเพราะเห็นไทจิโดน DoneDevimon กลืนเข้าปากไปจนคุ้มคลั่งกลายร่างเป็น Mugendramon แม้จะสู้ได้แต่ก็คุ้มคลั่งทำร้ายพวกเดียวกันด้วยแบบไม่เลือกหน้า แต่ได้ทาเครุและดิจิมอนศักดิ์สิทธิ์อย่าง Patamon ใช้ม่านแห่งแสงและพลังแห่งแสงสว่างเรียกสติกลับมาได้จนสามารถพลิกกำจัด DoneDevimon ได้ในที่สุด 8th Stage Boss: WaruSeadramon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทสัตว์น้ำ ( Aquatic ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Deep Savers, Dragons Roar พัฒนาร่างมาจาก: Seadramon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 26 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก WaruSeadramon เป็น Digimon สัตว์ป่าที่เป็นนักล่าอยู่รวมกันเป็นฝูง กินข้อมูล Digimon ตัวอื่นๆ เป็นอาหาร บอกเลยว่าถึงจะเป็นร่างสมบูรณ์แต่เมื่อทำงานล่ากันเป็นทีม ทำให้ไทจิ ยามาโตะและทาเครุทีเพิ่งจะหนีตายตั้งแต่ Mamemon ก็ถึงกับหืดขึ้นคอเมื่ออยู่กลางทะเลกับพวก Seadramon แต่ยังโชคดีที่ โซระ มีมี่ โจและโคจิโร่ พร้อมกับ Digimon คู่หูเข้ามาช่วยได้ทันเวลาและสามารถปราบ WaruSeadramon ลงได้ในที่สุด 9th Stage Boss: Parrotmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทสัตว์ปีก ( Bird ) คุณลักษณะ Digimon: แบบวัคซีน ( Vaccine ) สายพันธุ์ Digimon: Wing Guardians พัฒนาร่างมาจาก: Tokomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 30 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก จัดได้ว่า Parrotmon เป็นสัญลักษณ์ของซีรี่ส์ Digimon อีกหนึ่งตัว และในเวอร์ชั่น Reboot ก็ปรากฎตัวชัดๆ ครั้งแรกในตอนที่ 30 ซึ่งได้ทำการโจมตี WarGreymon จนอ่วมหนักมาก อีกทั้งแปลงร่างเป็น Crossmon จนเกือบสิ้นสภาพ แต่ด้วยความพลังแห่งความกล้าและได้ใช้ตัวเองซื้อเวลาให้โซระและพวก Woodmon หนีจากการต่อสู้นี้ ด้วยพลังแห่งความกล้านั้นทำให้พลังตราสัญลักษณ์ตอบรับเขา จนสามารถพัฒนาร่างสุดยอดกลายเป็น WarGreymon และเอาชนะอย่างง่ายดาย 10th Stage Boss: Moon=Millenniummon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทเทพปีศาจ ( Evil God ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Millenniummon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 30 จำนวนพลังชีวิต: 14 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก เป็น Digimon ลึกลับที่ปรากฎตัวในอนิเมะตอนที่ 30 ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจบตอน ปัจจุบันอนิเมะภาค Reboot ยังไม่เปิดเผยตัวตนเต็มๆ ว่าพวกเด็กที่ถูกเลือกจะได้เจอกันตอนไหน 11th Stage Boss: Millenniummon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทหลากหลาย ( Composition ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Kimeramon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: ยังไม่ปรากฎแน่ชัด จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก ที่จริงแล้ว Milleniummon จะต้องเป็นร่างที่ต่อยอดไปยัง Moon=Milleniummon แต่ทำไม Digivice 2020 เรียงลำดับบอสแปลกๆ แต่ถึงอย่างนั้นกลับโหดกว่ามากๆ ยิงนัดเดียวสร้างความเสียหายสูง แม้ว่าในอนิเมะภาค Reboot จะยังไม่ปรากฎตัวก็ตาม ก็ต้องรอดูกันต่อไป Final Stage Boss: Unknows ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ไม่ระบุ ( Unknow ) ประเภท Digimon: ไม่ระบุ ( Unknow ) คุณลักษณะ Digimon: แบบอิสระ ( Free ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area พัฒนาร่างมาจาก: ไม่ระบุ ( Unknow ) ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: ยังไม่ปรากฎแน่ชัด จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 5 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก [ เงื่อไขการปลดล็อคด่านสุดท้าย ]: เอาชนะ Boss ด่าน 11 ให้ครบ 10 รอบ และบอสตัวสุดท้ายในเครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกเลยว่าเป็นบอสที่ยากและหัวร้อนที่สุดแล้ว เมื่อทำการปลดเงื่อนไขตบบอสด่าน 11 ครบ 10 ครั้งแล้ว จะปรากฎด่านลับซึ่งเป็นด่านที่ 12 ออกมา โดยในอนิเมะยังไม่ปรากฎตัวให้เห็น แต่คาดว่าน่าจะท้ายๆ ของเรื่อง หากเราเอาชนะบอสตัวนี้แล้วก็ถือว่าคุณได้เคลียร์เกม Digivice รุ่น 2020 อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับปลดล็อค Omegamon Alter S อีกด้วย ================================================== เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Guide ข้อมูลบอสทั้ง 12 ด่านของ Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกเลยว่าเห็นแบบนี้ด่านไม่ใช่น้อยๆ และทางนี้เองใช้เวลาเล่นมากกว่า 1 อาทิตย์ถึงจะสามารถเคลียร์เกมได้สำเร็จ และที่หัวร้อนเพราะการใช้ระบบวัดดวงเข้ามาต่อสู้ ต่างจากเครื่องรุ่นเก่าๆ ที่ใช้ทั้งการเขย่าและการกดซึ่งโอเคกว่า แต่อย่างไรก็ตามถือได้ว่าเล่นสนุกและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปสำหรับแฟนๆ Digimon หวังว่าคงจะได้ทำบทความเกี่ยวกับ V-Pet และ Digivice ในโอกาสต่อไปน้า
19 Jan 2021
[Unbox & Review] Pendulum Z เครื่อง V-Pet รุ่นใหม่กับความลับของโลก Digimon ที่ซ่อนไว้
ความเป็นมาของเครื่องเล่น V-Pet มีจุดเริ่มต้นมาจากตัวเครื่อง Tamagotchi คิดค้นโดยคุณ Maita Aki เจ้าหน้าที่ฝ่ายครีเอทของบริษัท Bandai เรียกว่าเป็นผู้ให้กำเนิด V-Pet ที่ส่งต่อให้กับเครื่องเล่น V-Pet รุ่นใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ และ Tamagotchi ก็แตกลายต่อยอดกลายเป็น V-Pet อีกสายที่เรียกว่า Digital Monster หรือ Digimon ที่เรารู้จักกัน ซึ่งซีรี่ส์ Digimon นี่แหละทำให้เด็กๆ และผู้คนเมื่อ 23 ปีที่แล้วรู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน V-Pet ของซีรี่ส์ Digimon ก็ออกมาหลายรุ่นมาตลอดช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดก็ได้ออก V-Pet รุ่นใหม่ส่งท้ายปี 2020 ที่มีชื่อว่า Digimon Pendulum Z โดยบทความนี้เราจะมาแกะกล่องและรีวิวเครื่องเล่นเจ้า Pendulum Z ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรและมีลูกเล่นอะไรบ้าง ไปดูกัน ================================================== เริ่มแกะกล่องและทำความรู้จักกับ Pendulum Z เครื่องเล่น Pendulum เป็นเครื่องเล่นประเภท V-Pet ของซีรี่ส์ Digimon ผลิตครั้งแรกในปี 1998 ต่อยอดมาจากเครื่ง Digimon V-Pet โดยเพิ่มลูกเล่นการเขย่าที่จะเป็นหัวใจหลักในการต่อสู้ และระบบ Jogress ซึ่งมาจากคำว่า Joint กับ Progress เข้าด้วยกัน มันคือระบบที่ใช้รวมร่าง Digimon และเกิดสายวิวัฒนาการใหม่นั้นเอง และในช่วงเวลาต่อมาก็มี Line การผลิตของ Digimon Pendulum ออกมาหลายรุ่นอย่างเช่น Pendulum Progress, Pendulum X, Pendulum รุ่นครบรอบ 20 ปี และล่าสุดก็มาเป็น Pendulum Z โดยตัว Pendulum Z จะออกวางจำหน่ายทั้งหมด 6 สี 6 สายด้วยกัน แบ่งออกเป็น 2 Wave ซึ่ง Wave แรกได้วางจำหน่ายช่วงสิ้นปี 2020 และ Wave ที่ 2 จะวางจำหน่ายเดือนเมษายน 2564 แน่นอนว่า Concept ของเครื่อง Pendulum Z จะเป็นการรวม Digimon หลายชนิดที่ไม่เคยปรากฎในเครื่องเล่น V-Pet รุ่นอื่นๆ หรือปรากฎในซีรี่ส์อนิเมะภาคไหนมาก่อน และเจ้าตัว Pendulum Z ก็มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง แตกต่างจากเครื่องเล่น Pendulum รุ่นที่ผ่านๆ มาที่ไม่มีเนื้อเรื่องให้เสพเลย ส่วนเนื้อเรื่องของซีรี่ส์นี้ โดยมีใจความคร่าวๆ ที่ว่า มีการค้นพบ Digimon ชนิดใหม่ๆ ที่เรียกว่า Folder Islands หากมีโอกาสได้เล่า จะขอเล่าในโอกาสหน้าอย่างละเอียดแน่นอน แต่เอาจริงๆ พอแกะกล่องไปรษณีย์แล้วเห็นลายของมันครั้งแรก ตัวลายเครื่องมันเหมือน Creeper จาก Minecraft จริงๆ นะ มันจะบึ้มใส่มือหรือเปล่า ??? ( ล้อเล่นนะ ) สำรวจตัว Package มุมต่างๆ ก่อนทดลองเล่นจริง ตัว Package จะค่อนข้างเล็ก ตามสไตล์เครื่องเล่น V-Pet แต่ตัวกล่องนั้นกลับรู้สึกดู Premium หรูหรามากกว่าเครื่องเล่น V-Pet Digimon X ที่วางจำหน่ายไปช่วงปีที่แล้วอย่างมาก และลวดลายตัวเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ เป็นลวดลาย Glitch หรือแถวบ้านที่เรียกว่า ลายภาพไม่มีสัญญาณ พร้อมกับตัว Digimon ใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎในซีรี่ส์ไหน ถูกโปรโมตบนหน้ากล่อง พร้อมลูกเล่นหลักอย่างระบบการเขย่า ซึ่งหากไม่มีแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ใช่ Pendulum อย่างแน่นอน ส่วนของที่จะมาแกะกล่องจะเป็นของจาก Wave แรกทั้งหมด โดยจะมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเขียว - Nature Spirits: จะเป็น Digimon ที่เน้นจำพวกสัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและแมลงเป็นหลัก สีฟ้า - Deep Savers: จะเป็น Digimon ประเภทสัตว์น้ำและจำพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเป็นหลัก สีน้ำตาล/แดง - Nightmare Soldiers: จะเป็น Digimon ที่มีพลังความมืดหรือ Digimon สายภูติผีปีศาจเป็นหลัก แน่นอนว่า ทั้ง 3 เครื่อง จะมี Digimon ประจำเครื่องที่แตกต่างกันเสียส่วนใหญ่ พอพลิกไปด้านข้างก็ได้พูดถึงระบบ Jogress ซึ่งเป็นระบบหลักของ Pendulum ที่จะทำให้เราได้ Digimon สายพันธุ์ใหม่ๆ โดยทาง Bandai ระบุว่า ตัว Pendulum Z จะมี Digimon ให้ได้เลี้ยงมากกว่า 100 ตัว ซึ่งถือว่าเยอะเอาเรื่องเลย แต่จริงๆ แล้วเขาหมายถึงเครื่อง Pendulum Z ทั้ง 3 เครื่องตอนนี้และอีก 3 เครื่องใน Wave ที่ 2 รวมกันมากกว่า จึงพอสรุปได้ว่า เครื่องหนึ่งอาจจะมี Digimon ให้เลี้ยงราวๆ 30 ชนิดเป็นอย่างน้อย พอพลิกตัวกล่องไปอีกข้าง ก็จะพูดถึงกับลูกเล่นทั่วไปที่มีอย่างเช่น การให้อาหาร, การเก็บกวาดอุนจิและระบบการต่อสู้ โดยเป็นการแสดงภาพ Digimon ตัวใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Pixel ให้เห็นเสมือนเป็นพรีเซ็นเตอร์ ด้านหลังตัวกล่องก็ได้โชคข้อมูล Digimon ตัวใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎที่ไหนเป็นตัวหลักประจำเครื่องได้แก่ Marine Chimairamon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีฟ้าหรือ Deep Savers Gogmamon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีเขียวหรือ Nature Spirits Ghostmon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีน้ำตาล/แดง หรือ Nightmare Soldiers และก็มี QR Code ให้สามารถ Scan เพื่อไปอ่านเนื้อเรื่องของ Pendulum Z ได้ โดยจะกล่าวถึง Digimon สายพันธุ์ใหม่บนเกาะ Folder ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า พอแกะฝากล่องก็มีลวดลายของ Gogmamon แบบ Pixel และตัวอักษรที่เขียนว่า "NATURE SPIRITS: DIGIMON PENDULUM Z"  พร้อมกับฝากล่องที่เป็นลวดลาย Glitch สีเขียวให้เห็น ซึ่งหลังจากนี้จะทำการ Unbox ด้วยเครื่องตัวสีเขียวหรือ Nature Spirits เป็นหลัก เพราะหน้าตาและการเล่นแทบจะเหมือนกัน ต่างกันแค่ Digimon ประจำตัวเครื่องและสีแค่นั้น เมื่อทำการแกะกล่องออกมาทั้งหมดแล้ว จะมี สามส่วนหลักๆ ได้แก่ ตัวกล่องภายนอกสีเขียว, ตัวกล่องภายในสีดำ มีคู่มือการใช้งานแบบย่อซึ่งมี QR Code ให้สแกนไปดูวิธีการเล่นแบบฉบับเต็มบนไฟล์ PDF ได้ มันก็สะดวกดีนะและเป็นการตลาดที่ฉลาดด้วยที่ลดการสิ้นเปลืองของกระดาษ และส่วนสุดท้ายก็คือส่วนตัวเครื่องที่มีพลาสติกแข็งหุ้มตัวเครื่องไว้ ซึ่งตัวพลาสติกแข็งนั้นก็จะมีฝาครอบอีกชั้นหนึ่งกันกระแทก ดูใส่ใจเป็นอย่างดีมากๆ เพราะมันแข็งและกันกระแทกได้ดีใช้ได้เลยล่ะ แถมเก็บสายพวงกุญแจไว้เรียบร้อย ไม่ดูเกะแกะด้วย ตัวเครื่องแบบชัดๆ หลังจากดึงที่ขั้นถ่านแล้ว ตัวอักษรก็เด้งขึ้นข้อความว่า "Pendulum Z" เด่นมาๆ แถมเสียงตัวเครื่องดังใช้ได้เลย และหากสังเกตุดีๆ จะมีประกายกริตเตอร์วิ้งวับสะท้อนแสงตลอดทั้งตัวเครื่อง รู้สึกมีความหรูหรามากขึ้นเมื่อจับขึ้นมาเล่นบนมือตัวเอง ด้านหลังจะเป็นตรงที่ใส่ถ่านโดยต้องขันน็อตหัวสี่แฉกเพื่อเปิดฝา และตัวเครื่อง Pendulum Z จะใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 จำนวนหนึ่งก้อน สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปได้เลย หาซื้อไม่ยาก ที่ฝาปิดฐานก็จะระบุถึงวันที่เริ่มผลิตและหมายเลขประจำตัวเครื่องที่เขียนไว้ ซึ่งการันตีว่าของแท้แน่นอน ส่วนด้านบนก็เป็นหัวต่อ Connecter แบบ 2 หัวสำหรับเชื่อมต่อการต่อสู้หรือการ Jogress ถือเป็นสิ่งที่เครื่อง V-Pet Digimon ต้องควรมี ปุ่มกดต่างๆ และคำสั่งใช้งานเบื้องต้น ปุ่มกดและคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในเครื่องของ Pendulum Z จะมีดังนี้ ปุ่ม A: เป็นปุ่มสำหรับเลือกเมนูต่างๆ ทั้ง 9 เมนูและเลื่อนหัวข้อคำสั่งต่างๆ ปุ่ม B: เป็นปุ่มตกลงหรือเลือกเมนูนั้นๆ / เป็นปุ่มกดดูเวลาเมื่ออยู่หน้าจอหลัก ปุ่ม C: เป็นปุ่มยกเลิกคำสั่งหรือออกจากหน้าเมนูนั้น / เป็นปุ่มเช็คสถานะ Digimon แบบย่อเมื่ออยู่หน้าจอหลัก ปุ่ม Reset: เป็นปุ่มสำหรับ Reset เครื่องเพื่อเริ่มเล่นใหม่ นอกจากนี้จะมีคำสั่งที่กดมากกว่า 1 ปุ่มหรือ Combo Command มีคำสั่งดังนี้ ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าจอหลัก: จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของตัวเครื่อง ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าเวลา: จะเป็นการตั้งนาฬิกา โดยกด A จะเป็นการตั้งชั่วโมง กด B เป็นการตั้งนาที และกด C เมื่อตั้งเวลาเสร็จสิ้นแล้ว ปุ่ม A+B เมื่อ Digimon ตายหรือกลายเป็น Computer: จะเป็นการฟักไข่ใบใหม่หลัง Digimon ไม่อยู่กับเราแล้ว ปุ่ม A+C+Reset ค้างไว้: จะเป็นการเข้าสู่โหมด Library เพื่อทดลองเล่น Digimon ภายในเครื่อง แต่จะไม่สามารถเล่นได้อย่างปกติได้ 100% เพราะจะมีบัคแบบจงใจเพื่อไม่ให้เราลักไก่นั้นเอง เมนูต่างๆ และ Feature ที่น่าสนใจ เมนูแรก Status ( รูปตราชั่ง ): จะเป็นการเช็คสถานะของ Digimon ที่เราเลี้ยงแบบละเอียดทั้งชื่อดิจิมอน, ความหิว, ความแข็งแรง และอื่นๆ อีกมากมาย เมนูที่สอง Food ( รูปเนื้อ ): เป็นการให้อาหาร Digimon โดยมีการให้เนื้อกับวิตามิน นอกจากนี้ยังมี Item ชิ้นอื่นๆ ที่สามารถให้ Digimon ได้กินและเพิ่มความสามารถพิเศษบางอย่างด้วย เมนูที่สาม Training ( รูปยกน้ำหนัก ): เป็นการฝึกซ้อม Digimon เพิ่มค่า Effort หรือค่าความพยายามให้สูงขึ้น มีผลต่อการต่อสู้ของ Digimon ด้วย วิธีการฝึกจะใช้การเขย่าให้ตรงกับจำนวนของลูกศร ซึ่งหากตรง ก็จะทำให้การฝึกของ Digimon ส่งผลมากขึ้น เมนูที่สี่ Colosseum ( รูปถ้วยรางวัล ): เมนูนี้จะเป็นเมนูสำหรับต่อสู้ตะลุยด่านของ Digimon ที่เราเลี้ยง โดยจะมีด่านให้เล่นทั้งหมด 50 ด่าน เมื่อชนะศัตรูจะได้รับ EXP ไว้เพิ่ม Level โดยมันจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งด้วย เมนูที่ห้า Clean Waste ( รูปอุนจิ ): เมื่อ Digimon อยู่กับเราไปสักช่วงหนึ่ง พวกเขาก็ต้องการขับถ่าย พอขับถ่ายออกมาก็จะเป็นอุนจิอย่างที่เห็น เมนูนี้จึงเป็นเมนูทำความสะอาด เก็บอุนจิให้ Digimon ของเราเพื่อสุขอนามัยที่ดี เมนูที่หก Light ( รูปไฟ ): เมื่อ Digimon ถึงเวลานอน สามารถเข้าไปที่เมนูรูปไฟ เพื่อปิดไฟได้ แต่หาก Digimon ไม่ถึงเวลานอนแล้วกดปิดไฟ จะเป็นการ Freeze Digimon เอาไว้ กรณีที่เราไม่ว่างเล่นนั้นเอง เมนูที่เจ็ด Heal ( รูปผ้าปิดแผล ): กรณีที่ Digimon ของเราป่วยหรือบาดเจ็บ สามารถเข้าเมนูรักษา เพื่อรักษาตามอาการได้โดยสัญลักษณ์กล่องคำพูดไว้รักษาอาการป่วย และรูปหัวกะโหลก ไว้รักษาอาการบาดเจ็บหลังพ่ายแพ้การต่อสู้ เมนูที่แปด Album ( รูปหนังสือ ): เมนูนี้จะเป็นเมนูที่ดู Digimon ต่างๆ ที่เราเคยเลี้ยงมารวมถึงสามารถเอา Digimon มาเก็บ Back up ไว้สำรองได้สูงสุด 2 ตัว เท่ากับว่าเราสองรองได้สอง และเลี้ยงได้ 1 รวมเป็น 3 ตัว หากอยากกลับมาเล่นตัวเก่าก็สลับตัวจากเมนูนี้ได้ รวมถึงเช็ค Win rate การต่อสู้ได้ด้วย เมนูที่เก้า Connect ( รูปหัวลูกศรชนกัน ): จะเป็นเมนูไว้สำหรับเชื่อมต่อกับ Digimon V-pet อีกเครื่องหนึ่งไว้สำหรับต่อสู้หรือเชื่อมต่อกับ Pendulum Z ด้วยกันเพื่อทำการ Jogress ซึ่งเมนู Jogress สามารถทำการรวมร่าง Digimon ภายในเครื่องก็ได้หรือจะต่อกับอีกเครื่องก็ได้ เมนูที่สิบ Call ( รูป Digimon ร้อง ): เมนูนี้จะเรียกว่าเมนูก็ไม่ใช่ เพราะมันคือ Icon แจ้งเตือนซึ่งมันจะปรากฎขึ้นพร้อมส่งเสียงเมื่อ Digimon มีค่าความหิวเป็นศูนย์, ความแข็งแรงเป็นศูนย์ หรือถึงเวลานอนของ Digimon เป็นการเตือนให้เราเอาใจใส่ Digimon ของตัวเอง หากปล่อยละเลยจนไฟดับไปเอง จะนับว่าเป็น Care Mistake หรือค่าการละเลยความใสใจเป็นหนึ่งทันที โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของ Digimon ในอนาคตด้วย ================================================== ทั้งหมดนี้ก็เป็นการ Unbox & Review เจ้าเครื่องเล่น Digimon Pendulum Z ซึ่งโดยรวมแล้วหากใครชื่นชอบ Digimon และชอบการเลี้ยงแบบ V-Pet หรือเลี้ยงแบบ Tamagotchi ก็ขอบอกเลยว่าเครื่องนี้เลี้ยงง่าย พัฒนาได้ค่อนข้างไวเพราะมีระบบ Jogress เข้ามา แต่ก็จะมีจุดที่เสียดายที่ว่า จะไม่ค่อยมี Digimon เท่ๆ ให้ได้เห็น มันจะเป็น Digimon สายพันธุ์ใหม่เสียส่วนใหญ่ อีกทั้งหลายคนอาจจะไม่ชอบที่ลายเหมือน Creeper จากเกม Minecraft เพราะมันไม่สวย ( แต่ทางนี้ชอบนะ ) ซึ่งตอนนี้ก็ได้วางจำหน่ายแล้ว สามารถหาซื้อได้ตามกลุ่มคนรัก Digimon ราคาจะอยู่ช่วง 1,6XX ต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะแรงนิดหนึ่ง แต่สำหรับคนรัก Digimon และชอบเลี้ยงสัตว์ V-Pet ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การสะสมและเลี้ยงมันจ้า  
06 Jan 2021
[Unbox & Review] Digivice 2020 เปิดจักรวาลใหม่ อุปกรณ์ของเด็กที่ถูกเลือก
เครื่องเล่นพกพาแบบ Pixel ในตัวก็มีทำอยู่แค่สองซีรี่ส์หลักๆ ที่รู้จักกันคือ Tamagotchi และ Digimon ซึ่งทั้งคู่เป็นเครื่องเล่นประเภท Vitual Pet หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า V-Pet มันยังคงได้รับความนิยมที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มในสมัยก่อน เพราะยังไงซะมันก็อาจจะสู้เครื่องเล่นพกพายุคใหม่ๆ ที่เป็นจอสีหรือมือถือที่มีเกมมากมายให้เล่น แต่ทว่าทางบริษัท Bandai ผู้พัฒนาของเล่นและสร้างซีรื่ย์ Digimon ได้ดำเนินรุกการตลาดให้เข้าถึงเด็กรุ่นใหม่และรุ่นเดอะอย่างคนเขียนมากขึ้น ด้วยการนำเสนอเครื่องเล่นที่ผสมผสานแสงสีเสียงที่เรียกว่า Digivice รุ่นปี 2020 พร้อมกับทำอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure: Reboot 2020 ควบคู่กัน ทำให้กระแสคนรักดิจิมอนกลับมาอย่างคึกคักและดึงดูดผู้สนใจดิจิมอนหน้าใหม่มาเพียบ และในอนาคต ก็จะมี V-pet รุ่นใหม่อย่าง Pendulum Z และ Vital Bracelet ที่จะเป็นการผสมผสานระหว่าง Smart band แบบจอสีและการเลี้ยง Digimon เข้าด้วยกัน และบทความนี้เราไม่ได้มารีวิวเกม แต่มารีวิวตอบรับกระแสด้วยการ Unboxing และรีวิวเครื่องเล่นเกม Digivice รุ่น 2020 ให้คุณผู้ชมได้รับชมกันว่า เครื่องเล่นพกพานี้มันมีความน่าเล่นในยุคปัจจุบันมากขนาดไหนกัน ================================================== เริ่มแกะกล่องและทำความรู้จักกับ Digivice เสียก่อน ซึ่งขออธิบายในส่วนนี้ก่อนว่าเครื่องเล่นพกพาซีรี่ย์ Digimon จะมีสองประเภทนั้นก็คือ V-Pet ซึ่งเน้นพักไข่, เลี้ยงดูและเอาไปต่อสู้ ซึ่งรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบเควสต์หรือโคลอสเซี่ยมให้ต่อสู้เพื่อเอาชนะ, เก็บ Level และปลดล็อคเงื่อนไขลับภายในเครื่อง ส่วนอีกประเภทจะเรียกว่า Digivice ซึ่งดีไซน์จะมาจาก Digivice ภายในอนิเมะชั่น Digimon ภาคนั้นๆ โดยจะมีลูกเล่นที่เน้นการผจญภัยตามเนื้อเรื่องอนิเมะ และ Easter Egg ให้ไขความลับภายในเครื่อง ไม่เน้นการเลี้ยงดูและไม่มีวันหมดอายุขัยหรือตายแบบ V-Pet และส่วนที่รีวิวอันนี้คือ Digivice รุ่นปี 2020 ที่มีลูกเล่นเน้นการผจญภัยตะลุยด่านตามเนื้อเรื่องของอนิเมะ Digimon Adventure ภาค Reboot 2020 อันนี้คือตัว Package ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาเลย แบบห่อกระดาษไขป้องกันรอยและสิ่งสกปรก ซึ่งพอแกะกระดาษสาออกไปก็จะเป็นกล่องสีขาวกันกระแทกอีกที ไม่ใช่ตัวกล่องของ Digivice จริงๆ หรือพูดง่ายๆ นี่แค่เป็นกล่องชั้นนอกสำหรับกันกระแทกเท่านั้น แต่พอแกะกระดาษสาและเปิด Package ชั้นนอกเท่านั้นแหละถึงกับอุทานว่า "ลุง Bandai จะห่อเยอะไปไหน" เพราะคุณจะได้เห็นตัวกล่องใส่ Digivice รุ่น 2020 จริงๆ ที่มีกระดาษสาห่ออีกชั้นข้างใน นับถือตัวลุงแกเลยว่าใส่ใจเรื่องการป้องกันการเป็นรอยระหว่างขนส่งจริงๆ พอแกะกระดาษสารอบที่สองออก คุณก็จะได้พบกับความ Premium ของตัว Package อย่างแท้จริง ลายบนกล่องเป็นเจ้าตัว Agumon ซึ่งเป็นมาสคอตของซีรี่ย์ Digimon ไม่ว่าจะภาคอนิเมะหรือในเกมก็ตาม ถอดมาก็เป็นตัวอักษรสีเงินสะท้อนแสงเขียนว่า "DIGIMON ADVENTURE" ดูเรียบหรูสุดๆ ส่วนข้างล่างก็เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "DIGIVICE" ภายในกล่องที่เห็นก็มีตัว Digivice ที่เป็นสีขาว ดูเหมือนไม่มีปุ่มอะไรให้กดเลย และฝ่าหลังที่โชว์ให้เห็น ดูจากสายตาแล้วมันมีขนาดใหญ่น่าจะทำออกมาในอัตราส่วน 1 : 1 แน่ๆ ใหญ๋กว่า Digivce รุ่น D-2 เสียอีก ด้านตัวกล่องทั้งสองข้างก็เขียนคำว่า "DIGIMON ADVENTURE" และคำว่า "DIGIVICE" เป็นสีเงินสะท้อนแสงสวยงาม และใต้ฝากล่องก็พบกับ Easter Egg อย่างแรกของตัว Package เลยนั้นก็คือ ภาพเหล่า Digimon คู่หูของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคนเป็นลวดลาย Pixel สีขาว ทำให้เรานึกถึงวัยเด็กที่ได้เล่น Digivice รุ่น D-2 เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ก่อนจะดูตัวเครื่อง Digivice เราก็ขอยกตัวพลาสติคกันกระแทกของตัวเครื่องออกเสียก่อน ใต้กล่องก็จะพบกับคู่มือการเปิดเครื่องเบื้องตน ซึ่งคราวนี้มาแปลกเพราะว่ามันเป็นคู่มือแบบย่อเท่านั้น ให้รู้ว่าตัวเครื่องใส่ถ่าน AAA จำนวนสามก้อน และสัญญาณแบตเตอร์รี่อ่อนว่าเป็นอย่างไร และควรเปลี่ยนตอนไหน ส่วนคู่มือวืธีเล่นตัวเต็มต้องใชมือถือ Scan QR Code อีกทีหนึ่ง ซึ่งเอาจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องไปดูก็ได้ ใช้วิธีงมโข่งเล่นเอาหลังเปิดเครื่องไปเลย ด้านข้างของใต้กล่องก็มี Easter Egg อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือ ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคน เห็นแล้วทำให้เราคิดถึงอนิเมะชั่นภาคแรกที่เคยดูมากันเลย คราวนี้ก็ถือคอร์สหลักสักทีก็คือ ตัวเครื่องนั้นเอง หลักๆ จะมีสองส่วนด้วยกันคือ ตัวเครื่อง Digivice สีขาว มีรอบวงแหวนสีน้ำเงิน เขียนอักษรภาษา Digital World สีทองบนตัววงสีน้ำเงิน พร้อมจอแบบ Pixel ที่คุ้นเคยและฝ่าหลังปิดถ่านโดยใช้น็อตหัวสี่แฉกเป็นตัวยึด ส่วนแบตเตอร์รี่ที่ใช้ จะใช้ถ่านขนาด AAA ทั้งหมดสามก้อน หลังจากใส่ครั้งแรกให้กดปุ่ม Reset อยู่ตรงรูเล็กๆ เยื้องทางขวาของหลังเครื่อง ที่ต้องใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเข้าไปรูตรงนั้น ลองได้สัมผัสตัวเครื่องครั้งแรกก็เป็นอย่างที่คิด ตัว Digivice ใหญ่เต็มไม้เต็มมือมากเหมือนขนาด 1 : 1 จากในอนิเมะเลย และพอลองได้เปิดเครื่อง ก็มีไฟ LED แปดสี ซึ่งเป็นสีประจำตัวของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคนสว่างรอบตัวเครื่องพร้อมตรา BANDAI เด่นขึ้นมากลางจอ Pixel ส่วนปุ่มกดนั้นดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีปุ่ม แต่จริงๆ แล้วมีปุ่มให้กดสี่ปุ่ม ด้านซ้ายและขวามีอย่างละสองปุ่ม ตำแหน่งแถวเยื้องข้างบนและข้างล่าง ทั้งสองข้าง โดยเมื่อเรากดปุ่มใดก็ได้ เริ่มต้นจะมี Digimon ให้เลือกเล่นสองตัวระหว่าง Agumon และ Gabumon ซึ่งไม่ว่าเลือกตัวไหนก่อน เราก็จะได้เล่นทั้งสองตัวตั้งแต่แรก ไม่มีผลต่อการเล่นช่วงต้นเกมแต่อย่างใด คำสั่งปุ่มทั่วไปและเมนูต่างๆ Digivice รุ่น 2020 นี้อย่างที่บอกข้างต้นว่าดูเหมือนจะไม่มีปุ่ม แต่จริงๆ แล้วปุ่มกดจะมีทั้งหมดสี่ตำแหน่งตามหมายเลขที่ระบุไว้ ซึ่งปุ่มสัมผัมเป็นพลาสติคแข็งๆ และเมื่อกดลงไปมันมีเสียงคลิ๊กเด้งมือมากๆ ราวกับกดปุ่ม Machanical Keyboard แบบจังหวะเดียว ให้ความรู้สึกแตกต่างจากปุ่มยางที่เคยใช้ใน Digivice หรือ V-Pet รุ่นอื่นๆ โดยคำสั่งปุ่มต่างๆ มีฟังก์ชั่นการใช้งานดังนี้ ปุ่มที่ 1: ปุ่มเลื่อนขึ้นบนคำสั่งทั่วไปและย้อนหลังในเมนูบางอย่าง ปุ่มที่ 2: ปุ่มเลื่อนลงบนคำสั่งทั่วไปและหน้าถัดไปในเมนูบางอย่าง ปุ่มที่ 3: เป็นปุ่มสำหรับกดตกลงและเข้าหน้าเมนู ( จริงๆ ปุ่ม 1 2 และ 3 สามารถกดเข้าเมนูได้หมดบนหน้าหลัก ) ปุ่มที่ 4: เป็นปุ่มสำหรับยกเลิกเมนูและกดดู Emotion เล็กๆ ของ Digimon ทั้งสองตัวเมื่ออยู่หน้าหลักแบบสุ่มอารมณ์ เมื่อเข้าหน้าเมนู เมนูแรกที่จะเจอนั้นก็คือเมนู Status ซึ่งเป็นเมนูที่สามารถเข้าไปเช็คสถานะข้อมูลของ Digimon คู่หูของเราว่าเป็น Digimon ประเภทอะไร ลักษณะของสายเป็นแบบไหน ซึ่งปกติมีสามสายคือ Data, Virus และ Vaccine ซึ่งมีการแพ้ทางกันและกัน รวมไปถึงเช็คสถานะจำนวนที่ Digimon คู่หูตัวนั้นๆ ว่าชนะไปกี่ครั้ง ไปถึงระดับไหนแล้วซึ่งมีผลต่อการปลดระดับพัฒนาร่างในเมนู Quest ด้วย ถัดมาเป็นเมนู Quest ซึ่งมันคือโหมดตะลุยด่านอ้างอิงจากอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure: Reboot 2020 เลย โดยจะมีด่านให้เล่นทั้งหมด 11 Stage และมี Stage ลับขอปลดล็อคอยู่อีก เมื่อเข้าไปในแต่ละ Stage จะมีด่านย่อยๆ ให้เล่นสิบด่านซึ่งด่านย่อนที่สิบจะเป็น Boss ประจำ Stage นั้นๆ หากเอาชนะได้ก็จะสามารถไป Stage ต่อไปได้นั้นเอง ส่วนวิธีการต่อสู้นั้น จะใช้วิธีการต่อสู้แบบ Roulette หรือหมุนวงล้อให้เกจพลังขึ้นสูงที่สุด ซึ่งหากทำได้ก็มีโอกาสชนะศัตรูได้มาก และมีโอกาสได้เจอ Cutscene ที่ Digimon คู่หูจะใช้ท่า Burst โจมตีศัตรูตายภายในครั้งเดียวและต้องกดปุ่มที่ 3 รัวๆ ให้เกจเต็มก่อนหมดเวลา ส่วนรายละเอียดการเล่นนั้น หากมีโอกาสได้ทำ Guide จะได้พูดถึงระบบนี้แบบละเอียดอย่างแน่นอน เมนูสุดท้ายของเครื่องนั้นก็คือ Setting ซึ่งไม่มีอะไรมากนอกจากให้เราสามารถเลือกปิดหรือเปิดลูกเล่นไฟ LED และเสียงของตัวเครื่องสามารถปรับให้ปิดหรือเปิดได้เช่นกัน เหมาะกับกรณีไม่ชอบไฟที่แสบตาเกินไปหรือเสียงดังจนรบกวนคนอื่น Feature ต่างๆ ที่เป็นหัวใจของเครื่องนี้ Digivice รุ่น 2020 นี้ได้ตัดระบบการเขย่านับก้าวเดินที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของ Digivice ออกไป ซึ่งฟังแล้วน่าเสียดายมากๆ แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบเมนู Quest ที่มีด่านให้เล่นเยอะมากๆ ฉะนั้นเมื่อเราปล่อยจอเข้าสู่หน้าหลัก Digimon คู่หูของเราจะทำการขยับและเดินเล่นไปมาแบบนั้นพร้อมแสดงท่าทางดีใจให้เราเห็นด้วย เมื่อเรากดปุ่มที่ 4 หรือปุ่มยกเลิกเมื่ออยู่หน้าจอหลัก จะเป็นการแสดง Animation เล็กๆ ระหว่าง Digimon คู่หูทั้งสองตัวแบบสุ่ม จะเป็นทั้งดีใจด้วยกัน โกรธกัน หรือหลับด้วยกันซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากให้เรากดดูเพลินๆ และ Digivice รุ่น 2020 นี้ไม่มีปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง ดังนั้นจึงใช้ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้เล่นช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยสังเกตจากการปล่อยเครื่องสักพัก Digimon คู่หูเราจะนอนหลับ และหลังจากนั้นไม่นาน เครื่องจะปิดหน้าจออัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานของแบตเตอร์รี่ และนี่คือทีเด็ดของ Digivice รุ่นนี้เลยก็คือ เมื่อเราทำการวิวัฒนาการตอนต่อสู้ จะมีไฟ LED สว่างขึ้นมาโดยการพัฒนาแต่ละร่างจะมีการไล่ไฟเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน และ Digimon คู่หูแต่ละตัวเมื่อพัฒนาร่างก็จะมีสีไฟที่ไม่เหมือนกันอีก โดยสีไฟจะแสดงเป็นสีต่างๆ ตามสีประจำตัวของ Digimon คู่หูตัวนั้นๆ ที่สำคัญเลยก็คือ หากพัฒนาร่างสุดยอดด้วยการ Jogress ระหว่าง WarGreymon และ MetalGarurumon จะเป็นไฟ LED วิ่งวนสองสีที่ดูสวยงามสุดๆ แต่แอบใช้เวลาแปลงร่างนานไปหน่อยนะ ยังไงก็ตามแลกกับความสวยงามของไฟถือว่ายินดีเลย หากไม่รู้สึกแสบตาไปเสียก่อนเพราะไฟมันสว่างมาก และอีก Feature หนึ่งที่เรียกว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเลยก็คือ ระบบ Emergency Enemy หรือระบบสุ่มเจอศัตรู โดยมีโอกาสสุ่มเจอเมื่อเราเอาชนะ Boss ประจำ Stage นั้นๆ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ ตื่นเต้นมากๆ และจะได้เจอศัตรูที่เราเห็นแล้วจะต้องร้องพระเจ้าซึ่งหากชนะศัตรูพวกนี้ เราจะได้พวกเขามาเป็นพวก แต่หากแพ้ก็ต้องรอสุ่มกันต่อไป ส่วนข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับคนที่อยู่ๆ มาเจออะไรแบบนี้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว อาจจะทำให้หงุดหงิดได้เช่นกัน ================================================== และนี่คือทั้งหมดของการ Unboxing และ Review ของเครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า ดีต่อใจมากๆ สำหรับคนรักและสะสม Digimon หรือถึงแฟนบอยของ Digimon ที่ควรค่าแก่การสะสมเป็นอย่างยิ่ง ทำไฟ LED ที่มีลูกเล่นไล่ไฟตอนพัฒนาร่าง รวมถึงระบบ Quest ที่เข้ามาแทนที่การเขย่านับก้าวเดิน ก็เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นด้วยเหมือนกัน อีกทั้งด้วยสัดส่วนขนาดแบบ 1 : 1 และมีไฟตามแบบฉบับอนิเมะ ถ้าหากในแง่สะสมถือว่าคุ้มค่าอย่างมากหรือหากเอามาเล่นจริงจังให้เคลียร์เกมก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มกับเงินที่จ่ายไปราวๆ 3,XXX บาทเช่นกัน เพราะระดับความยากถือว่าทำเอาคนเขียนบทความหัวอุ่นใช้ได้เหมือนกัน แต่ก็มีจุดที่น่าเสียดายคือ การที่เอาระบบเขย่าออก มันทำให้เสน่ห์ของมันหายไปเยอะพอสมควร และไฟที่สว่างมากๆ บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะแสบตาหรือไวต่อแสง และราคาค่อนข้างสูง หากเป็นคนที่ไม่ใช่แฟนบอยอาจจะมองว่าแพงก็ได้ หากใครชอบบทความนี้ สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้เยอะๆ เลยนะ และหากมีโอกาสได้ทำบทความ Digivice 2020 อีก ก็จะทำ Guide ระบบการเล่นระบบ Quest ให้อ่านกันนะ
06 Jan 2021
ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
The Callisto Protocol ปล่อยตัวอย่างใหม่ ยืนยันแล้ว Karen Fukuhara จะร่วมแสดงในเกมด้วย
BASUP!
ข่าวลือ Microsoft กำลังจ้องจะตกลงสัญญาเข้าซื้อผู้จัดจำหน่ายสัญชาติญี่ปุ่นทั้งรายใหญ่และเล็ก
sLAUGHTER
Pokemon Scarlet and Violet ปล่อยตัวอย่างเผยโปเกมอนตัวใหม่ Wiglett
BASUP!
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
ผลการค้นหา : "Digivice"
[Unbox & Review] Digimon X เครื่องเล่นดิจิมอนยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดให้มีความสนุกจนทุกคนสัมผัสมันได้
หลังจากที่เคยรีวิวเครื่องเล่น Digital Monster Pendulum Z หรือ Digimon Pendulum Z กันมาแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของเครื่องเล่นที่ผู้คนต่างรอคอย ( และทางนี้ก็รอคอยเหมือนกัน ) นั้นก็คือ Digital Monster X หรือ Digimon X นั้นเองซึ่งธีมของเครื่องเล่นนี้จะเกี่ยวข้องกับดิจิมอนร่าง X-Antibody โดยมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือมีภาษาอังกฤษด้วยบทความนี้จะมาย้อนรอยของเล่นยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดจนมีลูกเล่นมากกว่าเดิมอย่าง Digimon X ที่ปัจจุบันได้ถูกอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเข้ามาแล้ว มาดูกันบ้างว่าข้างในมีอะไร และเมนูต่าง ๆ ของตัวเกมมีอะไรกันบ้าง======================================Unboxingนี่คือหน้าตอแพคเกจของเครื่องเล่น Digimon X ซึ่งเป็นกล่องแพคเกจเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ กล่องใหญ่กว่าตัวเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอีก มีความคลาสิคแบบเด็ก 90 ที่กำลังจะได้จับของเล่นจริง ๆ โดยธีมของเครื่องเล่นนี้คือ Digimon-X อย่างที่กล่าวมา โดยมีเนื้อเรื่องถึงโลกดิจิตอลเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง (โลกคู่ขนานของดิจิมอนภาคอนิเมะหลัก) ซึ่งเมื่อโลกดิจิตอลมีประชากรดิจิมอนมากเกินไป ทำให้อิกดราซิลซึ่งเป็นผู้ปกครองเซิร์ฟเวอร์โลกดิจิตอลแห่งนี้ทำการปล่อยไวรัส X เพื่อลดประชากรจำนวนดิจิมอน แต่ว่าทำให้ดิจิมอนเกือบสูญพันธุ์และพวกที่เหลือรอดก็ได้กลายพันธุ์ทำให้แข็งแกร่งขึ้นจนมีชื่อเรียกเล่นว่า X-Antibody ทำให้อิกดราซิลสั่งให้อัศวินทั้ง 12 นำโดย Omegamon X (อัศวินทั้ง 12 จะได้รับ X-Antibody จากอิกดราซิลโดยตรง) เข้าไปกวาดล้างพวกกลายพันธุ์นี้ให้สิ้น แต่ว่าก็ทำให้เกิดความเคลือบแคลนสงสัยนำมาสู่จะเปลี่ยนของสงครามในที่สุด โดยปัจจุบันเนื้อเรื่องของดิจิมอนภาคนี้ ยังดำเนินต่อไปในรูปแบบนิยายและมังงะสั้นในชื่อ X Chronicle อาจจะหาดูหาอ่านยากหน่อยแพคเกจด้านหลังก็บอกถึงฟีเจอร์ในการเล่นทั้งสามภาษา มีอังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปนภายในแพคเกจเมื่อแกะกล่องออกมาก็พบกับ....อื้อหือ กล่องใหญ่แต่ไซส์ของเล่นนิดเดียว โดยจะมีตัวเครื่องเล่น Digimon X พร้อมกับตัวห้อยกุญแจและคู่มือการเล่นสามภาษา อังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปน เหมือนเช่นกัน โดยจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือ ไม่มีแถมมังงะสั้นให้อ่าน ซึ่งเป็นอะไรที่เสียดายมาก น่าจะแถมมานะสำหรับสายเก็บเนื้อเรื่องอย่างเรา...ส่วนเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะมีทั้งหมด 4 สีนั้นก็คือ ดำ-แดง, ม่วง-แดง, ขาว-น้ำเงิน และ เขียว-น้ำเงิน ซึ่งทางนี้ได้ซื้อสีม่วง-แดง และเขียว-น้ำเงินมา เพราะทั้งสองเวอร์ชั่นนี้จะมีดิจิมอนให้เลี้ยงที่แตกต่างกัน ส่วนดำ-แดง และ ขาว-น้ำเงินก็ไม่ได้ต่างกันนักนอกจากสี และทางนี้ชอบสีม่วงและสีเขียวมากกว่าเวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่มักมีปัญหาสีตัว X หลุดลอกง่าย ก็ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชั่นอังกฤษด้วยการเคลือบสีทำให้หลุดล่อนออกยากมาก เอาเล็บขูดยังไม่ออกเลย ( แต่ไม่แนะนำให้ทำนะหากใครคิดจะซื้อมา มันคือการทดลองเฉย ๆ )สภาพด้านหลังเครื่อง โดยตัวเครื่องใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 ซึ่งแถมมาให้ในเครื่อง ซึ่งตัวถ่านมีอายุการใช้งานร่วมเดือน หากถ่านหมด ก็สามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไปอันนี้คือมุมมองจากด้านบนเครื่อง ยังคงใช้ขั่ว Connection แบบ 2 หัวเหมือนเครื่อง Digimon ยุคแรก ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงเอาล่ะ การแกะเครื่องมาชมกันก็หมดแล้ว ก็มาถึงส่วนการรีวิวฟีเจอร์และเมนูต่าง ๆ ภายในเครื่องเล่น Digimon X กันบ้างReview & Featureรีวิวรอบนี้จะขอโชว์เมนูและฟีเจอร์ต่าง ๆ เพียงเครื่องเดียวเพราะว่ามันเหมือนกันทุกประกาศ ต่างกันแค่ดิจิมอนที่เลี้ยง โดยรวม ๆ จะมีดิจิมอนในเครื่องรวมกันเกือบ 100 ตัวเลยทีเดียว แต่เลี้ยงได้จริง ๆ นั้น ไม่ถึง 40 ตัว ส่วนที่เหลือคือจะเจอในเมนู Battle ซึ่งจะกล่าวในส่วนต่อไปปุ่มต่าง ๆ ภายในเครื่องจะมี 4 ปุ่มดังนี้ปุ่ม A ( ปุ่มบนสุด ) : ไว้กดสำหรับเลือกเมนูและหัวข้อต่าง ๆ ภายในเครื่อง, สามารถปรับชั่วโมงนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลาปุ่ม B ( ปุ่มกลาง ) : ไว้สำหรับกดตกลงเมนูหรือตกลงหัวข้อนั้น ๆ, กดเพื่อ Interact ในเมนู Battle, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่โหมดนาฬิกาและสามารถปรับนาทีของนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลาปุ่ม C ( ปุ่มล่างสุด ) : ไว้สำหรับยกเลิกคำสั่งเมนูหรือหัวข้อต่าง ๆ, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่หน้าสถานะของดิจิมอนแบบรวดเร็วพร้อมกับเช็คค่า XAI ไปในตัว และสามารถกดยืนยันการปรับเวลาหลังปรับเมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลาปุ่ม Restart ( ปุ่มเล็ก ) : ไว้สำหรับรีเซ็ตเครื่องเล่น สามารถเล่นต่อจากเซฟที่เคยเลี้ยงหรือเริ่มใหม่ทั้งหมดได้ฟังก์ชั่นปุ่มต่าง ๆ ที่ควรรู้ปุ่ม A+B กดใช้เมื่อดิจิมอนของเราตาย : เมื่อกดสองปุ่มพร้อมกันจะเป็นการฟักไข่เพื่อเริ่มใหม่ปุ่ม A+C เมื่อไม่ได้เลือกเมนู : จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของเครื่องเล่นปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าโหมดนาฬิกิา : จะเป็นการเข้าสู่โหมดปรับเวลา สามารถปรับชั่วโมงและนาทีได้ปุ่ม Restart ค้างไว้ แล้วกด A + C : จะเป็นการเข้าสู่ Debut Mode สามารถทดลองเล่นดิจิมอนที่เราชอบได้ก่อนเริ่มเลี้ยงจริง ๆMenu ต่าง ๆเมนูแรก Status สามารถเข้าไปดูชื่อดิจิมอนที่เราเลี้ยง ( ในภาพคือ Sakuyamon X หรือซาคุยะมันจากอนิเมะดิจิมอนภาค Taimer หากใครเคยดูล่ะนะ ) รวมถึงเช็คค่าสถานะความหิว, ความแข็งแรง, ความพยายาม, น้ำหนัก, อายุ และร่างที่พัฒนารวมถึงเลเวลดิจิมอนด้วย ( เครื่อง Digimon X มีเลเวลให้เก็บนะเออ )เมนูที่สองคือ Food เป็นเมนูที่เราจะเพิ่มค่าความหิวและความแข็งแรงให้เต็มได้ด้วยเมนูนี้ เราสามารถป้อนเนื้อหรือวิตามินได้ นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถให้ไอเท็มพิเศษที่หาได้จากเมนู Battle เพื่อเพิ่มสถานะพิเศษชั่วคราวได้อีกด้วย แต่อย่าให้ดิจิมอนกินเยอะจนน้ำหนักเกิน 99 g ล่ะ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะติดสถานะป่วยได้หากอยากเพิ่มค่าความแข็งแรงโดยไม่อยากเพิ่มน้ำหนักด้วย ก็ขอแนะนำเมนู Training ซึ่งจะมีสองรูปแบบก็คือ Normal ฝึกแบบปกติ และแบบ Excite ซึ่งทั้งสองแบบจะช่วยลดน้ำหนักดิจิมอน, เพิ่มค่าความแข็งแรง และยังเพิ่มค่าความพยายามอีกด้วย โดยแบบ Excite จะเพิ่มค่าความพยายามได้สูงกว่าโดยรูปแบบการฝึกนั้น เราจะต้องกดปุ่ม B เพื่อให้เข็มนั้นชี้ไปที่เกจที่พุ่งขึ้นสูงที่สุด โดยความเร็วของเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับค่า XAI หรือ X-Antibody Indicator หรือพูดง่าย ๆ มันคือระบบทอยลูกเต๋าที่จะถูกสุ่มเมื่อหลังดิจิมอนตื่นนอน ถ้าได้ค่ายิ่งสูง เกจวิ่งก็จะวิ่งช้าลงให้กดง่าย ส่งผลทำให้การฝึกฝนเพิ่มค่าความพยายามนั้นไวขึ้น และระบบ XAI จะส่งผลต่อเมนู Battle ด้วย เพราะมันใช้ระบบเดียวกันนั้นเองและนี่คือเมนู Battle ขอพูดง่าย ๆ ว่าโหมดตะลุยด่าน จะมีการ Battle อยู่สองรูปแบบคือ แบบแรกจะเป็นการตะลุยด่านปกติ โดยจะมีด่านให้เล่นถึง 30 + 1 ด่าน และแต่ละด่านจะเจอศัตรูเฉลี่ย 3 ถึง 7 ตัวด้วยกัน การเอาชนะบอสในด่านต่าง ๆ ได้สำเร็จ ก็จะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนเราด้วย ส่วนอีกหนึ่งด่านพิเศษ ต้องเอาเครื่อง Digimon X รุ่นเดียวกันอีกครั้ง โดยต้องเอาเครื่องที่มีรูปตัว X สีแดง และตัว X สีน้ำเงินมาเชื่อมต่อให้มาต่อสู้กันเท่านั้น อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก็จะเป็นการปลดล็อคด่านพิเศษให้เราไปพิชิตได้ทันทีส่วนการ Battle อีกรูปแบบคือ การเจอศัตรูแบบสุ่ม หลังดิจิมอนตื่นนอน ระบบ XAI หรือระบบลูกเต๋าจะให้เราสุ่ม ซึ่งถ้าสุ่มได้คะแนนเยอะ ก็มีโอกาสเจอศัตรูบ่อย แต่ถ้าสุ่มได้หนึ่ง ก็แทบไม่มีโอกาสได้เจอเลย แต่ว่าไม่ว่าจะสุ่มได้เลขอะไร อย่างน้อย ๆ ก็มีโอกาสได้ไอเท็มแบบสุ่มเช่นกันซึ้งทั้งสองอย่าง การชนะศัตรูจะได้ EXP ไว้อัพเลเวลดิจิมอนให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย โดยเลเวลสูงสุดอยู่ที่เลเวล 10 ซึ่งจะต้องเป็นดิจิมอนร่างสุดยอดหรือร่าง Mega เสียก่อนเมนู Flush หรือเมนูล้างห้องน้ำ ซึ่งเมนูนี้ไม่มีอะไรมาก หากดิจิมอนเราเบ่งอุนจิออกมาก็ใช้เมนูนี้ทำความสะอาดเสียเพื่อสุขลักษณะที่ดีของดิจิมอนคุณเองเมนู Light จะเป็นการเปิดปิดไฟให้กับดิจิมอน หากดิจิมอนเริ่มง่วงนอน ก็ให้เราเข้าเมนูนี้เพื่อทำการปิดไฟให้ดิจิมอนหลับสบาย แต่หากกดปิดไฟตอนดิจิมอนยังตื่นอยู่ จะเป็นการเข้าสู่สถานะ Freeze Mode แทน ซึ่งนั้นก็คือการแช่แข็งดิจิมอน กรณีช่วงไหนเรายังไม่สะดวกเล่นเนื่องจากติดธุระ และมไ่มีเวลาดูแล ก็สามารถใช้ Freeze Mode นี้ได้เลยเมนู Cure หรือการรักษา หากกรณีดิจิมอนเราเจ็บป่วยจากการไม่เก็บอุนจิจนเต็มจอหรือกินข้าวจนน้ำหนักตัวเกิน ก็จะเข้าสู่สถานะเจ็บป่วยหรือการต่อสู้แพ้มาก็มีโอกาสบาดเจ็บ จึงต้องรักษาดิจิมอนให้ตรงตามอาการว่า เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา สังเกตุได้จาก หากมีสถานะจุดสามสุด แสดงว่าป่วย แต่หากมีรูปหัวกะโหลก แสดงว่าบาดเจ็บมา หากไม่รักษาหรือปล่อยทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงขึ้นไป ดิจิมอนก็จะตายเมนู Library รูปหนังสือ จะเป็นการเข้าไปเพื่อ Back up ดิจิมอน และเลือกเล่นดิจิมอนตัวใหม่ โดยสามารถเก็บได้สูงสุดสามตัวภายในเครื่อง แต่ออกมาเล่นได้ทีละตัว ส่วน Library ก็จะเป็นการเก็บข้อมูลดิจิมอนที่เราพบเจอในเครื่อง ส่วนเมนูย่อยอีกอันคือ Record ซึ่งเป็นการบันทึกสถิติว่าแพ้ชนะกี่เปอร์เซ็นต์แล้วเมนู Connect ซึ่งจะเป็นการเอา Digimon อีกเครื่องมาต่อกันเพื่อทำการต่อสู้ระหว่างเครื่อง โดยจะมีสองโหมดคือ โหมด X ซึ่งไว้สู้กับเครื่อง Digimon X ด้วยกัน หรือโหมด Other ไว้ต่อสู้กับเครื่องเล่นดิจิมอนหรือ Digivice รุ่นอื่น ๆ ที่รองรับได้เมนูสุดท้ายคือ Notification หรือการแจ้งเตือน หากดิจิมอนเราหิว, หมดแรงหรือง่วงนอน สถานะมุมล่างขวานี้จะแสดงออกมาพร้อมส่งเสียง ซึ่งหากเราไม่จัดการให้ไวจนสัญลักษณ์นี้หายไปเอง ก็จะได้รับสถานะ Care Mistake หรือดูแลไม่ดี 1 ครั้ง โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนอีกด้วย======================================ทั้งหมดนี้คือการแกะกล่องและรีวิวฟีเจอร์ของเครื่องเล่น Digimon X เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งพูดตรง ๆ ว่ามันคือการอัพเดตของเล่นให้มีลูกเล่นอะไรมากขึ้น เลี้ยงง่ายขึ้น และใช้เวลาในการพัฒนาร่างไวขึ้น แถมมี Freeze Mode เหมือนรู้ใจวัยทำงานอย่างเราที่ไม่ค่อยว่างแต่ก็ยังอยากเป็น เด็ก ( โข่ง ) ที่ถูกเลือก แม้ว่ามันจะดูง่าย แต่ว่าก้มีความท้าท้ายในการทำเงื่อนไขการพัฒนาร่างอยู่โดยเฉพาะเมนู Battle ซึ่งไม่ยากไม่ง่ายเกินไป ทำให้รู้สึกมีเป้าหมายในการเลี้ยงดูและพัฒนาดิจิมอนให้เติบโตในแบบที่เราต้องการได้สรุปคือสนุกและเล่นเพลิน เหมาะสำหรับคนรัก Digimon หรือที่คอนโดนเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็เลี้ยงเจ้า Digimon X นี้แทนได้ ตอนนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ ราคาอยู่ที่หลักพักต้น ๆ เท่านั้นต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะดูสูงไปนิด แต่สำหรับคนรัก Digimon ถือว่าคุ้มค่ามากเลยล่ะ! หากมีโอกาส จะรีวิวโหมด Online ให้ชมกันนะ!
29 Aug 2021
[Guide] รวมข้อมูล Boss ทั้ง 12 ด่านใน Digivice รุ่น 2020
หลังจากที่ได้เคยทำบทความ Unbox และ Review เครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 จากอนิเมชั่นเรื่อง Digimon Adventure: Reboot กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงช่วงบทความที่มีคนอยากให้ทำเพิ่มอีกสักนิดนั้นก็คือ Guide บอสประจำด่านต่างๆ ให้เป็นข้อมูลกัน คำเตือน: หากใครดูอนิเมชั่น Digimon Adventure: Reboot อยู่แล้วล่ะก็ เนื้อหาเกี่ยวข้อมูล Boss ทั้งสิบสองด่าน อาจจะมีการ Spoil เนื้อหา หากใครยังไม่อยากโดน Spoil หรือยังเล่น Digivice เครื่องนี้ไม่จบแล้วอยากลุ้นเอาเอง แนะนำให้เก็บบทความนี้ไว้แล้วสามารถไปอ่านทีหลังได้ตามต้องการเลยจ้า ================================================== 1st Stage Boss: Argomon (Mega Form) ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทกลายพันธุ์ ( Mutant ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Jungle Troopers, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Argomon ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 1 จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก เป็น Boss ประจำด่านแรกที่เปิดตัวมาก็อลังการแล้ว และในอนิเมะเปิดตัวมาก็เอาซะไทจิกับยามาโตะแทบจะย่ำแย่ โชคดีที่พลังแห่งปาฎิหาริย์ได้ทำให้ Agumon และ Gabumon ทำการรวมร่าง Jogress กลายเป็น Omegamon และปราบศัตรูลงไปได้ชั่วพริบตา 2nd Stage Boss: Gesomon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างโตเต็มวัย ( Champion ) ประเภท Digimon: ประเภทกหอย ( Mullusk ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Deep Savers พัฒนาร่างมาจาก: Syakomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 7 จำนวนพลังชีวิต: 10 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก เป็นบอสที่หน้าตาจะเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว เพราะเจอกันตั้งแต่สมัยอนิเมะเวอร์ชั่นปี 1999 และในอนิเมะภาค Reboot นี้ก็จะได้เจอมันในตอนที่ 7 ที่ Gomamon ได้เตือนสติโจ คู่หูของเขาจนสามารถก้าวข้ามความกลัว และพัฒนาร่างจนกลายเป็น Ikkakumon จนสามารถปราบ Gesomon ได้ในที่สุด 3rd Stage Boss: MetalTyrannomon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทกจักรกล ( Cyborg ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Metal Empire, Dragons Roar พัฒนาร่างมาจาก: Tyrannomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 9 จำนวนพลังชีวิต: 11 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก MetalTyrannomon ปรากฎตัวในอนิเมะตอนที่ 9 ที่ทำให้พวกเด็กที่ถูกเลือกสะบัดสะบอมกันไป แต่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งของไทจิ และความที่เขาไม่ยอมแพ้เพื่อสิ่งที่ต้องปกป้อง ทำให้ Greymon ได้พัฒนาร่างเป็น MetalGreymon ในตอนที่ 10 จนสามารถเอาชนะได้ด้วยท่าไม้ตายในตำนาน Giga Destroyer 4th Stage Boss: Mammothmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทกสัตว์ดึกดำบรรพ์ ( Acient Animal ) คุณลักษณะ Digimon: แบบวัคซีน ( Vaccine ) สายพันธุ์ Digimon: Nature Spirits, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Boarmon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 15 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก ในอนิเมะ เราจะได้เจอ Mammothmon ในตอนที่ 15 เป็นฉากที่โจวได้ตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นตัวล่อ ดึงความสนใจตามแผนการที่พาโซระซึ่งกำลังบาดเจ็บจากสภาวะถูกน้ำแข็งกัด และเป็นการซื้อเวลาให้หลบหนีได้ง่ายขึ้น แต่พวกมันตามอย่างไม่ลดละ และด้วยความแน่วแน่ของโจว ด้วยสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างเขากับ Gomamon ที่กำลังแปลงร่างเป็น Ikkakumon ในขณะนั้น ได้พัฒนาร่างเป็น Zudomon ซึ่งเป็นร่างสมบูรณ์และสามารถหยุด Mammothmon ได้ในที่สุด 5th Stage Boss: Nidhoggmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทกมังกรปีศาจ ( Demon Dragon ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nature Spirits พัฒนาร่างมาจาก: Orichimon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 18 จำนวนพลังชีวิต: 13 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก นับได้ว่าเป็น Digimon ตัวใหม่ที่ไม่เคยปรากฎภาคไหนมาก่อนนอกจากในเครื่อง Digivice รุ่น 2020 และอนิเมะภาค Reboot ซึ่งปรากฎตัวครั้งแรกในตอนที่ 18 ช่วงที่พวกไทจิถูกจับอยู่ในเมืองโตเกียวจำลองและ Nidhoggmon ได้ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับนับถอยหลังเวลาที่โลกอีกฝั่งกำลังจะพิศาจ พวกเด็กที่ถูกเลือกกำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง แต่ก็ยังมีไทจิและยามาโตะที่ไม่ยอมแพ้ ได้มอบพลังให้ Agumon และ Gabumon ทำการ Jogress กลายเป็น Omegamon อีกครั้ง จนในที่สุดก็สามารถปราบ Nidhoggmon ได้ก่อนเมืองโตเกียวจริงๆ จะระเบิดด้วยผลกระทบจากพลังแห่งความมืดแบบเส้นยาแดงผ่าแปด 6th Stage Boss: SkullKnightmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างโตเต็มวัย ( Champion ) ประเภท Digimon: ประเภทกอมรณา ( Undead ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nightmare Soldier พัฒนาร่างมาจาก: ไม่มี ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 21 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก เป็นอีกหนึ่ง Digimon ที่น่าจดจำทั้งในฐานะบอสด่านที่ 6 ของ Digivice 2020 และเป็น Digimon ที่โหดเอาเรื่องในอนิเมะภาค Reboot ปรากฎตัวครั้งแรกในตอนที่ 21 แต่ก็ยังไม่มีบทอะไรจนกระทั่งตอนที่ 22 ที่สามารถต่อสู้กับ Greymon และ Garurumon ตบซะยับอย่างง่ายดายจนไทจิและยามาโตะต้องให้ Digimon คู่หูแปลงร่างเป็นร่างสมบูรณ์ถึงสามารถโต้กลับได้ จนทำให้ SkullKnightmon ต้องแปลงร่างเป็น DarkKnightmon เข้าสู้ แต่สุดท้ายก็ยังเพลี้ยพล้ำกับพลังมิตรภาพของเด็กที่ถูกเลือกอยู่ดีและล่าถอยในที่สุด 7th Stage Boss: DoneDevimon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภททูตตกสวรรค์ ( Fallen Angel ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nightmare Soldier พัฒนาร่างมาจาก: NeoDevimon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 24 จำนวนพลังชีวิต: 13 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก DoneDevimon จัดได้ว่าเป็น Digimon ร่างใหม่ให้กับ Devimon ผู้ชั่วร้าย ปรากฎอยู่ในตอนที่ 24 ที่บอกเลยว่าเป็น Digimon วายร้ายที่ประทับใจมาก มันมีทั้งความบ้า และความสามารถจัดได้ว่าโหดสุดๆ เล่นเอาซะทำให้ MetalGreymon สติแตกเพราะเห็นไทจิโดน DoneDevimon กลืนเข้าปากไปจนคุ้มคลั่งกลายร่างเป็น Mugendramon แม้จะสู้ได้แต่ก็คุ้มคลั่งทำร้ายพวกเดียวกันด้วยแบบไม่เลือกหน้า แต่ได้ทาเครุและดิจิมอนศักดิ์สิทธิ์อย่าง Patamon ใช้ม่านแห่งแสงและพลังแห่งแสงสว่างเรียกสติกลับมาได้จนสามารถพลิกกำจัด DoneDevimon ได้ในที่สุด 8th Stage Boss: WaruSeadramon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทสัตว์น้ำ ( Aquatic ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Deep Savers, Dragons Roar พัฒนาร่างมาจาก: Seadramon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 26 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก WaruSeadramon เป็น Digimon สัตว์ป่าที่เป็นนักล่าอยู่รวมกันเป็นฝูง กินข้อมูล Digimon ตัวอื่นๆ เป็นอาหาร บอกเลยว่าถึงจะเป็นร่างสมบูรณ์แต่เมื่อทำงานล่ากันเป็นทีม ทำให้ไทจิ ยามาโตะและทาเครุทีเพิ่งจะหนีตายตั้งแต่ Mamemon ก็ถึงกับหืดขึ้นคอเมื่ออยู่กลางทะเลกับพวก Seadramon แต่ยังโชคดีที่ โซระ มีมี่ โจและโคจิโร่ พร้อมกับ Digimon คู่หูเข้ามาช่วยได้ทันเวลาและสามารถปราบ WaruSeadramon ลงได้ในที่สุด 9th Stage Boss: Parrotmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทสัตว์ปีก ( Bird ) คุณลักษณะ Digimon: แบบวัคซีน ( Vaccine ) สายพันธุ์ Digimon: Wing Guardians พัฒนาร่างมาจาก: Tokomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 30 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก จัดได้ว่า Parrotmon เป็นสัญลักษณ์ของซีรี่ส์ Digimon อีกหนึ่งตัว และในเวอร์ชั่น Reboot ก็ปรากฎตัวชัดๆ ครั้งแรกในตอนที่ 30 ซึ่งได้ทำการโจมตี WarGreymon จนอ่วมหนักมาก อีกทั้งแปลงร่างเป็น Crossmon จนเกือบสิ้นสภาพ แต่ด้วยความพลังแห่งความกล้าและได้ใช้ตัวเองซื้อเวลาให้โซระและพวก Woodmon หนีจากการต่อสู้นี้ ด้วยพลังแห่งความกล้านั้นทำให้พลังตราสัญลักษณ์ตอบรับเขา จนสามารถพัฒนาร่างสุดยอดกลายเป็น WarGreymon และเอาชนะอย่างง่ายดาย 10th Stage Boss: Moon=Millenniummon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทเทพปีศาจ ( Evil God ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Millenniummon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 30 จำนวนพลังชีวิต: 14 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก เป็น Digimon ลึกลับที่ปรากฎตัวในอนิเมะตอนที่ 30 ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจบตอน ปัจจุบันอนิเมะภาค Reboot ยังไม่เปิดเผยตัวตนเต็มๆ ว่าพวกเด็กที่ถูกเลือกจะได้เจอกันตอนไหน 11th Stage Boss: Millenniummon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทหลากหลาย ( Composition ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Kimeramon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: ยังไม่ปรากฎแน่ชัด จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก ที่จริงแล้ว Milleniummon จะต้องเป็นร่างที่ต่อยอดไปยัง Moon=Milleniummon แต่ทำไม Digivice 2020 เรียงลำดับบอสแปลกๆ แต่ถึงอย่างนั้นกลับโหดกว่ามากๆ ยิงนัดเดียวสร้างความเสียหายสูง แม้ว่าในอนิเมะภาค Reboot จะยังไม่ปรากฎตัวก็ตาม ก็ต้องรอดูกันต่อไป Final Stage Boss: Unknows ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ไม่ระบุ ( Unknow ) ประเภท Digimon: ไม่ระบุ ( Unknow ) คุณลักษณะ Digimon: แบบอิสระ ( Free ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area พัฒนาร่างมาจาก: ไม่ระบุ ( Unknow ) ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: ยังไม่ปรากฎแน่ชัด จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 5 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก [ เงื่อไขการปลดล็อคด่านสุดท้าย ]: เอาชนะ Boss ด่าน 11 ให้ครบ 10 รอบ และบอสตัวสุดท้ายในเครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกเลยว่าเป็นบอสที่ยากและหัวร้อนที่สุดแล้ว เมื่อทำการปลดเงื่อนไขตบบอสด่าน 11 ครบ 10 ครั้งแล้ว จะปรากฎด่านลับซึ่งเป็นด่านที่ 12 ออกมา โดยในอนิเมะยังไม่ปรากฎตัวให้เห็น แต่คาดว่าน่าจะท้ายๆ ของเรื่อง หากเราเอาชนะบอสตัวนี้แล้วก็ถือว่าคุณได้เคลียร์เกม Digivice รุ่น 2020 อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับปลดล็อค Omegamon Alter S อีกด้วย ================================================== เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Guide ข้อมูลบอสทั้ง 12 ด่านของ Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกเลยว่าเห็นแบบนี้ด่านไม่ใช่น้อยๆ และทางนี้เองใช้เวลาเล่นมากกว่า 1 อาทิตย์ถึงจะสามารถเคลียร์เกมได้สำเร็จ และที่หัวร้อนเพราะการใช้ระบบวัดดวงเข้ามาต่อสู้ ต่างจากเครื่องรุ่นเก่าๆ ที่ใช้ทั้งการเขย่าและการกดซึ่งโอเคกว่า แต่อย่างไรก็ตามถือได้ว่าเล่นสนุกและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปสำหรับแฟนๆ Digimon หวังว่าคงจะได้ทำบทความเกี่ยวกับ V-Pet และ Digivice ในโอกาสต่อไปน้า
19 Jan 2021
[Unbox & Review] Pendulum Z เครื่อง V-Pet รุ่นใหม่กับความลับของโลก Digimon ที่ซ่อนไว้
ความเป็นมาของเครื่องเล่น V-Pet มีจุดเริ่มต้นมาจากตัวเครื่อง Tamagotchi คิดค้นโดยคุณ Maita Aki เจ้าหน้าที่ฝ่ายครีเอทของบริษัท Bandai เรียกว่าเป็นผู้ให้กำเนิด V-Pet ที่ส่งต่อให้กับเครื่องเล่น V-Pet รุ่นใหม่ๆ ไปเรื่อยๆ และ Tamagotchi ก็แตกลายต่อยอดกลายเป็น V-Pet อีกสายที่เรียกว่า Digital Monster หรือ Digimon ที่เรารู้จักกัน ซึ่งซีรี่ส์ Digimon นี่แหละทำให้เด็กๆ และผู้คนเมื่อ 23 ปีที่แล้วรู้จักและโด่งดังไปทั่วโลก ปัจจุบัน V-Pet ของซีรี่ส์ Digimon ก็ออกมาหลายรุ่นมาตลอดช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดก็ได้ออก V-Pet รุ่นใหม่ส่งท้ายปี 2020 ที่มีชื่อว่า Digimon Pendulum Z โดยบทความนี้เราจะมาแกะกล่องและรีวิวเครื่องเล่นเจ้า Pendulum Z ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรและมีลูกเล่นอะไรบ้าง ไปดูกัน ================================================== เริ่มแกะกล่องและทำความรู้จักกับ Pendulum Z เครื่องเล่น Pendulum เป็นเครื่องเล่นประเภท V-Pet ของซีรี่ส์ Digimon ผลิตครั้งแรกในปี 1998 ต่อยอดมาจากเครื่ง Digimon V-Pet โดยเพิ่มลูกเล่นการเขย่าที่จะเป็นหัวใจหลักในการต่อสู้ และระบบ Jogress ซึ่งมาจากคำว่า Joint กับ Progress เข้าด้วยกัน มันคือระบบที่ใช้รวมร่าง Digimon และเกิดสายวิวัฒนาการใหม่นั้นเอง และในช่วงเวลาต่อมาก็มี Line การผลิตของ Digimon Pendulum ออกมาหลายรุ่นอย่างเช่น Pendulum Progress, Pendulum X, Pendulum รุ่นครบรอบ 20 ปี และล่าสุดก็มาเป็น Pendulum Z โดยตัว Pendulum Z จะออกวางจำหน่ายทั้งหมด 6 สี 6 สายด้วยกัน แบ่งออกเป็น 2 Wave ซึ่ง Wave แรกได้วางจำหน่ายช่วงสิ้นปี 2020 และ Wave ที่ 2 จะวางจำหน่ายเดือนเมษายน 2564 แน่นอนว่า Concept ของเครื่อง Pendulum Z จะเป็นการรวม Digimon หลายชนิดที่ไม่เคยปรากฎในเครื่องเล่น V-Pet รุ่นอื่นๆ หรือปรากฎในซีรี่ส์อนิเมะภาคไหนมาก่อน และเจ้าตัว Pendulum Z ก็มีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเอง แตกต่างจากเครื่องเล่น Pendulum รุ่นที่ผ่านๆ มาที่ไม่มีเนื้อเรื่องให้เสพเลย ส่วนเนื้อเรื่องของซีรี่ส์นี้ โดยมีใจความคร่าวๆ ที่ว่า มีการค้นพบ Digimon ชนิดใหม่ๆ ที่เรียกว่า Folder Islands หากมีโอกาสได้เล่า จะขอเล่าในโอกาสหน้าอย่างละเอียดแน่นอน แต่เอาจริงๆ พอแกะกล่องไปรษณีย์แล้วเห็นลายของมันครั้งแรก ตัวลายเครื่องมันเหมือน Creeper จาก Minecraft จริงๆ นะ มันจะบึ้มใส่มือหรือเปล่า ??? ( ล้อเล่นนะ ) สำรวจตัว Package มุมต่างๆ ก่อนทดลองเล่นจริง ตัว Package จะค่อนข้างเล็ก ตามสไตล์เครื่องเล่น V-Pet แต่ตัวกล่องนั้นกลับรู้สึกดู Premium หรูหรามากกว่าเครื่องเล่น V-Pet Digimon X ที่วางจำหน่ายไปช่วงปีที่แล้วอย่างมาก และลวดลายตัวเครื่องที่เป็นเอกลักษณ์มากๆ เป็นลวดลาย Glitch หรือแถวบ้านที่เรียกว่า ลายภาพไม่มีสัญญาณ พร้อมกับตัว Digimon ใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎในซีรี่ส์ไหน ถูกโปรโมตบนหน้ากล่อง พร้อมลูกเล่นหลักอย่างระบบการเขย่า ซึ่งหากไม่มีแล้วล่ะก็ มันก็ไม่ใช่ Pendulum อย่างแน่นอน ส่วนของที่จะมาแกะกล่องจะเป็นของจาก Wave แรกทั้งหมด โดยจะมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเขียว - Nature Spirits: จะเป็น Digimon ที่เน้นจำพวกสัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและแมลงเป็นหลัก สีฟ้า - Deep Savers: จะเป็น Digimon ประเภทสัตว์น้ำและจำพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเป็นหลัก สีน้ำตาล/แดง - Nightmare Soldiers: จะเป็น Digimon ที่มีพลังความมืดหรือ Digimon สายภูติผีปีศาจเป็นหลัก แน่นอนว่า ทั้ง 3 เครื่อง จะมี Digimon ประจำเครื่องที่แตกต่างกันเสียส่วนใหญ่ พอพลิกไปด้านข้างก็ได้พูดถึงระบบ Jogress ซึ่งเป็นระบบหลักของ Pendulum ที่จะทำให้เราได้ Digimon สายพันธุ์ใหม่ๆ โดยทาง Bandai ระบุว่า ตัว Pendulum Z จะมี Digimon ให้ได้เลี้ยงมากกว่า 100 ตัว ซึ่งถือว่าเยอะเอาเรื่องเลย แต่จริงๆ แล้วเขาหมายถึงเครื่อง Pendulum Z ทั้ง 3 เครื่องตอนนี้และอีก 3 เครื่องใน Wave ที่ 2 รวมกันมากกว่า จึงพอสรุปได้ว่า เครื่องหนึ่งอาจจะมี Digimon ให้เลี้ยงราวๆ 30 ชนิดเป็นอย่างน้อย พอพลิกตัวกล่องไปอีกข้าง ก็จะพูดถึงกับลูกเล่นทั่วไปที่มีอย่างเช่น การให้อาหาร, การเก็บกวาดอุนจิและระบบการต่อสู้ โดยเป็นการแสดงภาพ Digimon ตัวใหม่ล่าสุดในรูปแบบ Pixel ให้เห็นเสมือนเป็นพรีเซ็นเตอร์ ด้านหลังตัวกล่องก็ได้โชคข้อมูล Digimon ตัวใหม่ๆ ที่ไม่เคยปรากฎที่ไหนเป็นตัวหลักประจำเครื่องได้แก่ Marine Chimairamon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีฟ้าหรือ Deep Savers Gogmamon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีเขียวหรือ Nature Spirits Ghostmon: เป็น Digimon หลักประจำเครื่องสีน้ำตาล/แดง หรือ Nightmare Soldiers และก็มี QR Code ให้สามารถ Scan เพื่อไปอ่านเนื้อเรื่องของ Pendulum Z ได้ โดยจะกล่าวถึง Digimon สายพันธุ์ใหม่บนเกาะ Folder ตามที่กล่าวไว้ก่อนหน้า พอแกะฝากล่องก็มีลวดลายของ Gogmamon แบบ Pixel และตัวอักษรที่เขียนว่า "NATURE SPIRITS: DIGIMON PENDULUM Z"  พร้อมกับฝากล่องที่เป็นลวดลาย Glitch สีเขียวให้เห็น ซึ่งหลังจากนี้จะทำการ Unbox ด้วยเครื่องตัวสีเขียวหรือ Nature Spirits เป็นหลัก เพราะหน้าตาและการเล่นแทบจะเหมือนกัน ต่างกันแค่ Digimon ประจำตัวเครื่องและสีแค่นั้น เมื่อทำการแกะกล่องออกมาทั้งหมดแล้ว จะมี สามส่วนหลักๆ ได้แก่ ตัวกล่องภายนอกสีเขียว, ตัวกล่องภายในสีดำ มีคู่มือการใช้งานแบบย่อซึ่งมี QR Code ให้สแกนไปดูวิธีการเล่นแบบฉบับเต็มบนไฟล์ PDF ได้ มันก็สะดวกดีนะและเป็นการตลาดที่ฉลาดด้วยที่ลดการสิ้นเปลืองของกระดาษ และส่วนสุดท้ายก็คือส่วนตัวเครื่องที่มีพลาสติกแข็งหุ้มตัวเครื่องไว้ ซึ่งตัวพลาสติกแข็งนั้นก็จะมีฝาครอบอีกชั้นหนึ่งกันกระแทก ดูใส่ใจเป็นอย่างดีมากๆ เพราะมันแข็งและกันกระแทกได้ดีใช้ได้เลยล่ะ แถมเก็บสายพวงกุญแจไว้เรียบร้อย ไม่ดูเกะแกะด้วย ตัวเครื่องแบบชัดๆ หลังจากดึงที่ขั้นถ่านแล้ว ตัวอักษรก็เด้งขึ้นข้อความว่า "Pendulum Z" เด่นมาๆ แถมเสียงตัวเครื่องดังใช้ได้เลย และหากสังเกตุดีๆ จะมีประกายกริตเตอร์วิ้งวับสะท้อนแสงตลอดทั้งตัวเครื่อง รู้สึกมีความหรูหรามากขึ้นเมื่อจับขึ้นมาเล่นบนมือตัวเอง ด้านหลังจะเป็นตรงที่ใส่ถ่านโดยต้องขันน็อตหัวสี่แฉกเพื่อเปิดฝา และตัวเครื่อง Pendulum Z จะใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 จำนวนหนึ่งก้อน สามารถหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปได้เลย หาซื้อไม่ยาก ที่ฝาปิดฐานก็จะระบุถึงวันที่เริ่มผลิตและหมายเลขประจำตัวเครื่องที่เขียนไว้ ซึ่งการันตีว่าของแท้แน่นอน ส่วนด้านบนก็เป็นหัวต่อ Connecter แบบ 2 หัวสำหรับเชื่อมต่อการต่อสู้หรือการ Jogress ถือเป็นสิ่งที่เครื่อง V-Pet Digimon ต้องควรมี ปุ่มกดต่างๆ และคำสั่งใช้งานเบื้องต้น ปุ่มกดและคำสั่งต่างๆ ที่ใช้ในเครื่องของ Pendulum Z จะมีดังนี้ ปุ่ม A: เป็นปุ่มสำหรับเลือกเมนูต่างๆ ทั้ง 9 เมนูและเลื่อนหัวข้อคำสั่งต่างๆ ปุ่ม B: เป็นปุ่มตกลงหรือเลือกเมนูนั้นๆ / เป็นปุ่มกดดูเวลาเมื่ออยู่หน้าจอหลัก ปุ่ม C: เป็นปุ่มยกเลิกคำสั่งหรือออกจากหน้าเมนูนั้น / เป็นปุ่มเช็คสถานะ Digimon แบบย่อเมื่ออยู่หน้าจอหลัก ปุ่ม Reset: เป็นปุ่มสำหรับ Reset เครื่องเพื่อเริ่มเล่นใหม่ นอกจากนี้จะมีคำสั่งที่กดมากกว่า 1 ปุ่มหรือ Combo Command มีคำสั่งดังนี้ ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าจอหลัก: จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของตัวเครื่อง ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าเวลา: จะเป็นการตั้งนาฬิกา โดยกด A จะเป็นการตั้งชั่วโมง กด B เป็นการตั้งนาที และกด C เมื่อตั้งเวลาเสร็จสิ้นแล้ว ปุ่ม A+B เมื่อ Digimon ตายหรือกลายเป็น Computer: จะเป็นการฟักไข่ใบใหม่หลัง Digimon ไม่อยู่กับเราแล้ว ปุ่ม A+C+Reset ค้างไว้: จะเป็นการเข้าสู่โหมด Library เพื่อทดลองเล่น Digimon ภายในเครื่อง แต่จะไม่สามารถเล่นได้อย่างปกติได้ 100% เพราะจะมีบัคแบบจงใจเพื่อไม่ให้เราลักไก่นั้นเอง เมนูต่างๆ และ Feature ที่น่าสนใจ เมนูแรก Status ( รูปตราชั่ง ): จะเป็นการเช็คสถานะของ Digimon ที่เราเลี้ยงแบบละเอียดทั้งชื่อดิจิมอน, ความหิว, ความแข็งแรง และอื่นๆ อีกมากมาย เมนูที่สอง Food ( รูปเนื้อ ): เป็นการให้อาหาร Digimon โดยมีการให้เนื้อกับวิตามิน นอกจากนี้ยังมี Item ชิ้นอื่นๆ ที่สามารถให้ Digimon ได้กินและเพิ่มความสามารถพิเศษบางอย่างด้วย เมนูที่สาม Training ( รูปยกน้ำหนัก ): เป็นการฝึกซ้อม Digimon เพิ่มค่า Effort หรือค่าความพยายามให้สูงขึ้น มีผลต่อการต่อสู้ของ Digimon ด้วย วิธีการฝึกจะใช้การเขย่าให้ตรงกับจำนวนของลูกศร ซึ่งหากตรง ก็จะทำให้การฝึกของ Digimon ส่งผลมากขึ้น เมนูที่สี่ Colosseum ( รูปถ้วยรางวัล ): เมนูนี้จะเป็นเมนูสำหรับต่อสู้ตะลุยด่านของ Digimon ที่เราเลี้ยง โดยจะมีด่านให้เล่นทั้งหมด 50 ด่าน เมื่อชนะศัตรูจะได้รับ EXP ไว้เพิ่ม Level โดยมันจะส่งผลต่อความแข็งแกร่งด้วย เมนูที่ห้า Clean Waste ( รูปอุนจิ ): เมื่อ Digimon อยู่กับเราไปสักช่วงหนึ่ง พวกเขาก็ต้องการขับถ่าย พอขับถ่ายออกมาก็จะเป็นอุนจิอย่างที่เห็น เมนูนี้จึงเป็นเมนูทำความสะอาด เก็บอุนจิให้ Digimon ของเราเพื่อสุขอนามัยที่ดี เมนูที่หก Light ( รูปไฟ ): เมื่อ Digimon ถึงเวลานอน สามารถเข้าไปที่เมนูรูปไฟ เพื่อปิดไฟได้ แต่หาก Digimon ไม่ถึงเวลานอนแล้วกดปิดไฟ จะเป็นการ Freeze Digimon เอาไว้ กรณีที่เราไม่ว่างเล่นนั้นเอง เมนูที่เจ็ด Heal ( รูปผ้าปิดแผล ): กรณีที่ Digimon ของเราป่วยหรือบาดเจ็บ สามารถเข้าเมนูรักษา เพื่อรักษาตามอาการได้โดยสัญลักษณ์กล่องคำพูดไว้รักษาอาการป่วย และรูปหัวกะโหลก ไว้รักษาอาการบาดเจ็บหลังพ่ายแพ้การต่อสู้ เมนูที่แปด Album ( รูปหนังสือ ): เมนูนี้จะเป็นเมนูที่ดู Digimon ต่างๆ ที่เราเคยเลี้ยงมารวมถึงสามารถเอา Digimon มาเก็บ Back up ไว้สำรองได้สูงสุด 2 ตัว เท่ากับว่าเราสองรองได้สอง และเลี้ยงได้ 1 รวมเป็น 3 ตัว หากอยากกลับมาเล่นตัวเก่าก็สลับตัวจากเมนูนี้ได้ รวมถึงเช็ค Win rate การต่อสู้ได้ด้วย เมนูที่เก้า Connect ( รูปหัวลูกศรชนกัน ): จะเป็นเมนูไว้สำหรับเชื่อมต่อกับ Digimon V-pet อีกเครื่องหนึ่งไว้สำหรับต่อสู้หรือเชื่อมต่อกับ Pendulum Z ด้วยกันเพื่อทำการ Jogress ซึ่งเมนู Jogress สามารถทำการรวมร่าง Digimon ภายในเครื่องก็ได้หรือจะต่อกับอีกเครื่องก็ได้ เมนูที่สิบ Call ( รูป Digimon ร้อง ): เมนูนี้จะเรียกว่าเมนูก็ไม่ใช่ เพราะมันคือ Icon แจ้งเตือนซึ่งมันจะปรากฎขึ้นพร้อมส่งเสียงเมื่อ Digimon มีค่าความหิวเป็นศูนย์, ความแข็งแรงเป็นศูนย์ หรือถึงเวลานอนของ Digimon เป็นการเตือนให้เราเอาใจใส่ Digimon ของตัวเอง หากปล่อยละเลยจนไฟดับไปเอง จะนับว่าเป็น Care Mistake หรือค่าการละเลยความใสใจเป็นหนึ่งทันที โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของ Digimon ในอนาคตด้วย ================================================== ทั้งหมดนี้ก็เป็นการ Unbox & Review เจ้าเครื่องเล่น Digimon Pendulum Z ซึ่งโดยรวมแล้วหากใครชื่นชอบ Digimon และชอบการเลี้ยงแบบ V-Pet หรือเลี้ยงแบบ Tamagotchi ก็ขอบอกเลยว่าเครื่องนี้เลี้ยงง่าย พัฒนาได้ค่อนข้างไวเพราะมีระบบ Jogress เข้ามา แต่ก็จะมีจุดที่เสียดายที่ว่า จะไม่ค่อยมี Digimon เท่ๆ ให้ได้เห็น มันจะเป็น Digimon สายพันธุ์ใหม่เสียส่วนใหญ่ อีกทั้งหลายคนอาจจะไม่ชอบที่ลายเหมือน Creeper จากเกม Minecraft เพราะมันไม่สวย ( แต่ทางนี้ชอบนะ ) ซึ่งตอนนี้ก็ได้วางจำหน่ายแล้ว สามารถหาซื้อได้ตามกลุ่มคนรัก Digimon ราคาจะอยู่ช่วง 1,6XX ต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะแรงนิดหนึ่ง แต่สำหรับคนรัก Digimon และชอบเลี้ยงสัตว์ V-Pet ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การสะสมและเลี้ยงมันจ้า  
06 Jan 2021
[Unbox & Review] Digivice 2020 เปิดจักรวาลใหม่ อุปกรณ์ของเด็กที่ถูกเลือก
เครื่องเล่นพกพาแบบ Pixel ในตัวก็มีทำอยู่แค่สองซีรี่ส์หลักๆ ที่รู้จักกันคือ Tamagotchi และ Digimon ซึ่งทั้งคู่เป็นเครื่องเล่นประเภท Vitual Pet หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า V-Pet มันยังคงได้รับความนิยมที่ค่อนข้างเฉพาะกลุ่มในสมัยก่อน เพราะยังไงซะมันก็อาจจะสู้เครื่องเล่นพกพายุคใหม่ๆ ที่เป็นจอสีหรือมือถือที่มีเกมมากมายให้เล่น แต่ทว่าทางบริษัท Bandai ผู้พัฒนาของเล่นและสร้างซีรื่ย์ Digimon ได้ดำเนินรุกการตลาดให้เข้าถึงเด็กรุ่นใหม่และรุ่นเดอะอย่างคนเขียนมากขึ้น ด้วยการนำเสนอเครื่องเล่นที่ผสมผสานแสงสีเสียงที่เรียกว่า Digivice รุ่นปี 2020 พร้อมกับทำอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure: Reboot 2020 ควบคู่กัน ทำให้กระแสคนรักดิจิมอนกลับมาอย่างคึกคักและดึงดูดผู้สนใจดิจิมอนหน้าใหม่มาเพียบ และในอนาคต ก็จะมี V-pet รุ่นใหม่อย่าง Pendulum Z และ Vital Bracelet ที่จะเป็นการผสมผสานระหว่าง Smart band แบบจอสีและการเลี้ยง Digimon เข้าด้วยกัน และบทความนี้เราไม่ได้มารีวิวเกม แต่มารีวิวตอบรับกระแสด้วยการ Unboxing และรีวิวเครื่องเล่นเกม Digivice รุ่น 2020 ให้คุณผู้ชมได้รับชมกันว่า เครื่องเล่นพกพานี้มันมีความน่าเล่นในยุคปัจจุบันมากขนาดไหนกัน ================================================== เริ่มแกะกล่องและทำความรู้จักกับ Digivice เสียก่อน ซึ่งขออธิบายในส่วนนี้ก่อนว่าเครื่องเล่นพกพาซีรี่ย์ Digimon จะมีสองประเภทนั้นก็คือ V-Pet ซึ่งเน้นพักไข่, เลี้ยงดูและเอาไปต่อสู้ ซึ่งรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบเควสต์หรือโคลอสเซี่ยมให้ต่อสู้เพื่อเอาชนะ, เก็บ Level และปลดล็อคเงื่อนไขลับภายในเครื่อง ส่วนอีกประเภทจะเรียกว่า Digivice ซึ่งดีไซน์จะมาจาก Digivice ภายในอนิเมะชั่น Digimon ภาคนั้นๆ โดยจะมีลูกเล่นที่เน้นการผจญภัยตามเนื้อเรื่องอนิเมะ และ Easter Egg ให้ไขความลับภายในเครื่อง ไม่เน้นการเลี้ยงดูและไม่มีวันหมดอายุขัยหรือตายแบบ V-Pet และส่วนที่รีวิวอันนี้คือ Digivice รุ่นปี 2020 ที่มีลูกเล่นเน้นการผจญภัยตะลุยด่านตามเนื้อเรื่องของอนิเมะ Digimon Adventure ภาค Reboot 2020 อันนี้คือตัว Package ที่ส่งตรงจากญี่ปุ่นมาเลย แบบห่อกระดาษไขป้องกันรอยและสิ่งสกปรก ซึ่งพอแกะกระดาษสาออกไปก็จะเป็นกล่องสีขาวกันกระแทกอีกที ไม่ใช่ตัวกล่องของ Digivice จริงๆ หรือพูดง่ายๆ นี่แค่เป็นกล่องชั้นนอกสำหรับกันกระแทกเท่านั้น แต่พอแกะกระดาษสาและเปิด Package ชั้นนอกเท่านั้นแหละถึงกับอุทานว่า "ลุง Bandai จะห่อเยอะไปไหน" เพราะคุณจะได้เห็นตัวกล่องใส่ Digivice รุ่น 2020 จริงๆ ที่มีกระดาษสาห่ออีกชั้นข้างใน นับถือตัวลุงแกเลยว่าใส่ใจเรื่องการป้องกันการเป็นรอยระหว่างขนส่งจริงๆ พอแกะกระดาษสารอบที่สองออก คุณก็จะได้พบกับความ Premium ของตัว Package อย่างแท้จริง ลายบนกล่องเป็นเจ้าตัว Agumon ซึ่งเป็นมาสคอตของซีรี่ย์ Digimon ไม่ว่าจะภาคอนิเมะหรือในเกมก็ตาม ถอดมาก็เป็นตัวอักษรสีเงินสะท้อนแสงเขียนว่า "DIGIMON ADVENTURE" ดูเรียบหรูสุดๆ ส่วนข้างล่างก็เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "DIGIVICE" ภายในกล่องที่เห็นก็มีตัว Digivice ที่เป็นสีขาว ดูเหมือนไม่มีปุ่มอะไรให้กดเลย และฝ่าหลังที่โชว์ให้เห็น ดูจากสายตาแล้วมันมีขนาดใหญ่น่าจะทำออกมาในอัตราส่วน 1 : 1 แน่ๆ ใหญ๋กว่า Digivce รุ่น D-2 เสียอีก ด้านตัวกล่องทั้งสองข้างก็เขียนคำว่า "DIGIMON ADVENTURE" และคำว่า "DIGIVICE" เป็นสีเงินสะท้อนแสงสวยงาม และใต้ฝากล่องก็พบกับ Easter Egg อย่างแรกของตัว Package เลยนั้นก็คือ ภาพเหล่า Digimon คู่หูของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคนเป็นลวดลาย Pixel สีขาว ทำให้เรานึกถึงวัยเด็กที่ได้เล่น Digivice รุ่น D-2 เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ก่อนจะดูตัวเครื่อง Digivice เราก็ขอยกตัวพลาสติคกันกระแทกของตัวเครื่องออกเสียก่อน ใต้กล่องก็จะพบกับคู่มือการเปิดเครื่องเบื้องตน ซึ่งคราวนี้มาแปลกเพราะว่ามันเป็นคู่มือแบบย่อเท่านั้น ให้รู้ว่าตัวเครื่องใส่ถ่าน AAA จำนวนสามก้อน และสัญญาณแบตเตอร์รี่อ่อนว่าเป็นอย่างไร และควรเปลี่ยนตอนไหน ส่วนคู่มือวืธีเล่นตัวเต็มต้องใชมือถือ Scan QR Code อีกทีหนึ่ง ซึ่งเอาจริงๆ เราไม่จำเป็นต้องไปดูก็ได้ ใช้วิธีงมโข่งเล่นเอาหลังเปิดเครื่องไปเลย ด้านข้างของใต้กล่องก็มี Easter Egg อีกส่วนหนึ่งนั้นก็คือ ตราสัญลักษณ์ประจำตัวของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคน เห็นแล้วทำให้เราคิดถึงอนิเมะชั่นภาคแรกที่เคยดูมากันเลย คราวนี้ก็ถือคอร์สหลักสักทีก็คือ ตัวเครื่องนั้นเอง หลักๆ จะมีสองส่วนด้วยกันคือ ตัวเครื่อง Digivice สีขาว มีรอบวงแหวนสีน้ำเงิน เขียนอักษรภาษา Digital World สีทองบนตัววงสีน้ำเงิน พร้อมจอแบบ Pixel ที่คุ้นเคยและฝ่าหลังปิดถ่านโดยใช้น็อตหัวสี่แฉกเป็นตัวยึด ส่วนแบตเตอร์รี่ที่ใช้ จะใช้ถ่านขนาด AAA ทั้งหมดสามก้อน หลังจากใส่ครั้งแรกให้กดปุ่ม Reset อยู่ตรงรูเล็กๆ เยื้องทางขวาของหลังเครื่อง ที่ต้องใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มเข้าไปรูตรงนั้น ลองได้สัมผัสตัวเครื่องครั้งแรกก็เป็นอย่างที่คิด ตัว Digivice ใหญ่เต็มไม้เต็มมือมากเหมือนขนาด 1 : 1 จากในอนิเมะเลย และพอลองได้เปิดเครื่อง ก็มีไฟ LED แปดสี ซึ่งเป็นสีประจำตัวของเด็กที่ถูกเลือกทั้งแปดคนสว่างรอบตัวเครื่องพร้อมตรา BANDAI เด่นขึ้นมากลางจอ Pixel ส่วนปุ่มกดนั้นดูเผินๆ เหมือนจะไม่มีปุ่ม แต่จริงๆ แล้วมีปุ่มให้กดสี่ปุ่ม ด้านซ้ายและขวามีอย่างละสองปุ่ม ตำแหน่งแถวเยื้องข้างบนและข้างล่าง ทั้งสองข้าง โดยเมื่อเรากดปุ่มใดก็ได้ เริ่มต้นจะมี Digimon ให้เลือกเล่นสองตัวระหว่าง Agumon และ Gabumon ซึ่งไม่ว่าเลือกตัวไหนก่อน เราก็จะได้เล่นทั้งสองตัวตั้งแต่แรก ไม่มีผลต่อการเล่นช่วงต้นเกมแต่อย่างใด คำสั่งปุ่มทั่วไปและเมนูต่างๆ Digivice รุ่น 2020 นี้อย่างที่บอกข้างต้นว่าดูเหมือนจะไม่มีปุ่ม แต่จริงๆ แล้วปุ่มกดจะมีทั้งหมดสี่ตำแหน่งตามหมายเลขที่ระบุไว้ ซึ่งปุ่มสัมผัมเป็นพลาสติคแข็งๆ และเมื่อกดลงไปมันมีเสียงคลิ๊กเด้งมือมากๆ ราวกับกดปุ่ม Machanical Keyboard แบบจังหวะเดียว ให้ความรู้สึกแตกต่างจากปุ่มยางที่เคยใช้ใน Digivice หรือ V-Pet รุ่นอื่นๆ โดยคำสั่งปุ่มต่างๆ มีฟังก์ชั่นการใช้งานดังนี้ ปุ่มที่ 1: ปุ่มเลื่อนขึ้นบนคำสั่งทั่วไปและย้อนหลังในเมนูบางอย่าง ปุ่มที่ 2: ปุ่มเลื่อนลงบนคำสั่งทั่วไปและหน้าถัดไปในเมนูบางอย่าง ปุ่มที่ 3: เป็นปุ่มสำหรับกดตกลงและเข้าหน้าเมนู ( จริงๆ ปุ่ม 1 2 และ 3 สามารถกดเข้าเมนูได้หมดบนหน้าหลัก ) ปุ่มที่ 4: เป็นปุ่มสำหรับยกเลิกเมนูและกดดู Emotion เล็กๆ ของ Digimon ทั้งสองตัวเมื่ออยู่หน้าหลักแบบสุ่มอารมณ์ เมื่อเข้าหน้าเมนู เมนูแรกที่จะเจอนั้นก็คือเมนู Status ซึ่งเป็นเมนูที่สามารถเข้าไปเช็คสถานะข้อมูลของ Digimon คู่หูของเราว่าเป็น Digimon ประเภทอะไร ลักษณะของสายเป็นแบบไหน ซึ่งปกติมีสามสายคือ Data, Virus และ Vaccine ซึ่งมีการแพ้ทางกันและกัน รวมไปถึงเช็คสถานะจำนวนที่ Digimon คู่หูตัวนั้นๆ ว่าชนะไปกี่ครั้ง ไปถึงระดับไหนแล้วซึ่งมีผลต่อการปลดระดับพัฒนาร่างในเมนู Quest ด้วย ถัดมาเป็นเมนู Quest ซึ่งมันคือโหมดตะลุยด่านอ้างอิงจากอนิเมะเรื่อง Digimon Adventure: Reboot 2020 เลย โดยจะมีด่านให้เล่นทั้งหมด 11 Stage และมี Stage ลับขอปลดล็อคอยู่อีก เมื่อเข้าไปในแต่ละ Stage จะมีด่านย่อยๆ ให้เล่นสิบด่านซึ่งด่านย่อนที่สิบจะเป็น Boss ประจำ Stage นั้นๆ หากเอาชนะได้ก็จะสามารถไป Stage ต่อไปได้นั้นเอง ส่วนวิธีการต่อสู้นั้น จะใช้วิธีการต่อสู้แบบ Roulette หรือหมุนวงล้อให้เกจพลังขึ้นสูงที่สุด ซึ่งหากทำได้ก็มีโอกาสชนะศัตรูได้มาก และมีโอกาสได้เจอ Cutscene ที่ Digimon คู่หูจะใช้ท่า Burst โจมตีศัตรูตายภายในครั้งเดียวและต้องกดปุ่มที่ 3 รัวๆ ให้เกจเต็มก่อนหมดเวลา ส่วนรายละเอียดการเล่นนั้น หากมีโอกาสได้ทำ Guide จะได้พูดถึงระบบนี้แบบละเอียดอย่างแน่นอน เมนูสุดท้ายของเครื่องนั้นก็คือ Setting ซึ่งไม่มีอะไรมากนอกจากให้เราสามารถเลือกปิดหรือเปิดลูกเล่นไฟ LED และเสียงของตัวเครื่องสามารถปรับให้ปิดหรือเปิดได้เช่นกัน เหมาะกับกรณีไม่ชอบไฟที่แสบตาเกินไปหรือเสียงดังจนรบกวนคนอื่น Feature ต่างๆ ที่เป็นหัวใจของเครื่องนี้ Digivice รุ่น 2020 นี้ได้ตัดระบบการเขย่านับก้าวเดินที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของ Digivice ออกไป ซึ่งฟังแล้วน่าเสียดายมากๆ แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยระบบเมนู Quest ที่มีด่านให้เล่นเยอะมากๆ ฉะนั้นเมื่อเราปล่อยจอเข้าสู่หน้าหลัก Digimon คู่หูของเราจะทำการขยับและเดินเล่นไปมาแบบนั้นพร้อมแสดงท่าทางดีใจให้เราเห็นด้วย เมื่อเรากดปุ่มที่ 4 หรือปุ่มยกเลิกเมื่ออยู่หน้าจอหลัก จะเป็นการแสดง Animation เล็กๆ ระหว่าง Digimon คู่หูทั้งสองตัวแบบสุ่ม จะเป็นทั้งดีใจด้วยกัน โกรธกัน หรือหลับด้วยกันซึ่งไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากให้เรากดดูเพลินๆ และ Digivice รุ่น 2020 นี้ไม่มีปุ่มกดเปิด/ปิดเครื่อง ดังนั้นจึงใช้ระบบปิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อไม่ได้เล่นช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยสังเกตจากการปล่อยเครื่องสักพัก Digimon คู่หูเราจะนอนหลับ และหลังจากนั้นไม่นาน เครื่องจะปิดหน้าจออัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงานของแบตเตอร์รี่ และนี่คือทีเด็ดของ Digivice รุ่นนี้เลยก็คือ เมื่อเราทำการวิวัฒนาการตอนต่อสู้ จะมีไฟ LED สว่างขึ้นมาโดยการพัฒนาแต่ละร่างจะมีการไล่ไฟเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ไม่เหมือนกัน และ Digimon คู่หูแต่ละตัวเมื่อพัฒนาร่างก็จะมีสีไฟที่ไม่เหมือนกันอีก โดยสีไฟจะแสดงเป็นสีต่างๆ ตามสีประจำตัวของ Digimon คู่หูตัวนั้นๆ ที่สำคัญเลยก็คือ หากพัฒนาร่างสุดยอดด้วยการ Jogress ระหว่าง WarGreymon และ MetalGarurumon จะเป็นไฟ LED วิ่งวนสองสีที่ดูสวยงามสุดๆ แต่แอบใช้เวลาแปลงร่างนานไปหน่อยนะ ยังไงก็ตามแลกกับความสวยงามของไฟถือว่ายินดีเลย หากไม่รู้สึกแสบตาไปเสียก่อนเพราะไฟมันสว่างมาก และอีก Feature หนึ่งที่เรียกว่าเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเลยก็คือ ระบบ Emergency Enemy หรือระบบสุ่มเจอศัตรู โดยมีโอกาสสุ่มเจอเมื่อเราเอาชนะ Boss ประจำ Stage นั้นๆ ซึ่งข้อดีของมันก็คือ ตื่นเต้นมากๆ และจะได้เจอศัตรูที่เราเห็นแล้วจะต้องร้องพระเจ้าซึ่งหากชนะศัตรูพวกนี้ เราจะได้พวกเขามาเป็นพวก แต่หากแพ้ก็ต้องรอสุ่มกันต่อไป ส่วนข้อเสียคือ ไม่เหมาะกับคนที่อยู่ๆ มาเจออะไรแบบนี้โดยไม่ทันได้ตั้งตัว อาจจะทำให้หงุดหงิดได้เช่นกัน ================================================== และนี่คือทั้งหมดของการ Unboxing และ Review ของเครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกตามตรงเลยว่า ดีต่อใจมากๆ สำหรับคนรักและสะสม Digimon หรือถึงแฟนบอยของ Digimon ที่ควรค่าแก่การสะสมเป็นอย่างยิ่ง ทำไฟ LED ที่มีลูกเล่นไล่ไฟตอนพัฒนาร่าง รวมถึงระบบ Quest ที่เข้ามาแทนที่การเขย่านับก้าวเดิน ก็เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาเล่นด้วยเหมือนกัน อีกทั้งด้วยสัดส่วนขนาดแบบ 1 : 1 และมีไฟตามแบบฉบับอนิเมะ ถ้าหากในแง่สะสมถือว่าคุ้มค่าอย่างมากหรือหากเอามาเล่นจริงจังให้เคลียร์เกมก็ถือว่าค่อนข้างคุ้มกับเงินที่จ่ายไปราวๆ 3,XXX บาทเช่นกัน เพราะระดับความยากถือว่าทำเอาคนเขียนบทความหัวอุ่นใช้ได้เหมือนกัน แต่ก็มีจุดที่น่าเสียดายคือ การที่เอาระบบเขย่าออก มันทำให้เสน่ห์ของมันหายไปเยอะพอสมควร และไฟที่สว่างมากๆ บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะแสบตาหรือไวต่อแสง และราคาค่อนข้างสูง หากเป็นคนที่ไม่ใช่แฟนบอยอาจจะมองว่าแพงก็ได้ หากใครชอบบทความนี้ สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้เยอะๆ เลยนะ และหากมีโอกาสได้ทำบทความ Digivice 2020 อีก ก็จะทำ Guide ระบบการเล่นระบบ Quest ให้อ่านกันนะ
06 Jan 2021