GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
ผลการค้นหา : "ไกด์เกม"
ไกด์เกม Godfall อธิบายเครื่องประดับที่มีอยู่ทั้งหมดภายในเกม
หายไปพักใหญ่เลยนะคะ กราบขออภัยกันด้วยสำหรับไกด์ของเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software ก่อนหน้านี้เราได้พูดถึงรายละเอียดค่าสเตตัสต่าง ๆ, เหล่าชุดเกราะแห่งทวยเทพ และ อาวุธภายในเกมกันไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงเครื่องประดับแต่ละชนิดภายในเกมนี้กันว่ามีรูปแบบไหนบ้าง มีออฟชั่นอะไรที่จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวละครแข็งแกร่งมากกว่าเดิม เมื่อพร้อมกันแล้วไปติดตามกันเลยค่ะ   สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเป็นอันดับแรก! เครื่องประดับภายในเกม Godfall ก็มีความคล้ายคลึงกับอาวุธของเกมนี้ที่แบ่งออกไปทั้งหมด 5 ระดับด้วยกันประกอบไปด้วย Common [สีขาว], Uncommon [สีเขียว], Rare [สีฟ้า], Epic [สีม่วง] และ Legendary [สีทอง] ในแต่ละระดับก็จะมีออฟชั่นติดมาให้ด้วย ซึ่งจะแบ่งออกไปทั้งหมด 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Primary Effect” คือสิ่งที่ติดมากับเครื่องประดับชิ้นนั้น ๆ เลย และ “Secondary Effect” จะเป็นคุณสมบัติพิเศษที่จะทำการสุ่มขึ้นมาใครที่อยากได้ให้เข้ากับตัวละครของตนเองก็ต้องอาศัยความสามารถในการค้นหาพอตัวเลยค่ะ นอกจากนี้เรายังสามารถอัปเกรดเพื่อเพิ่มระดับของไอเทมให้สูงขึ้นอีกทั้งมันจะช่วยในการปลดล็อคคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาด้วยนะคะ เครื่องประดับประเภทสร้อยคอ [Amulets] Mark of the Chosen - เป็นสร้อยคอระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Mistwalker's Amulet - เป็นสร้อยคอระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายแบบ Soulshatter Buildup ( ลดหลอดเลือดแบบสีขาว ) คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ว่าจะได้มาเท่าไหร่ Dawn's Eye Amulet - เป็นสร้อยคอระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วให้กับสกิล Archon Fury Whiterbone Pendant - เป็นสร้อยคอระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูพลังชีวิตให้ตัวละคร Moonshield Amulet - เป็นสร้อยคอระดับ Rare [สีฟ้า] - ได้รับพลังชีวิตพิเศษ [Overhealth] ตามจำนวนที่ระบุเอาไว้ทุกครั้งเมื่อเราทำลายศัตรูด้วยสถานะ Breach Dreamstar Amulet - เป็นสร้อยคอระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มการชาร์จของสกิล Archon Fury ทุกครั้งที่เราโจมตีศัตรูด้วย Soulshatter Mark of the Duelist - เป็นสร้อยคอระดับ Rare [สีฟ้า] - ได้รับพลังชีวิตตามจำนวนที่ระบุเอาไว้ทุกครั้งเมื่อโจมตีศัตรูติดคริติคอล [Critical Hit] Pendant of the Servant - เป็นสร้อยคอระดับ Rare [สีฟ้า] - การฟื้นฟูพลังของ Life Stone จะถูกเปลี่ยนมาเป็น Overhealth แทนการเพิ่มพลังชีวิตโดยตรง Grandmaster's Station - เป็นสร้อยคอระดับ Epic [สีม่วง] - ได้รับตราสัญลักษณ์ “Mark of Weakness” ทุกครั้งที่โจมตีติดสถานะธาตุ Chill Heartsong Amulet - เป็นสร้อยคอระดับ Epic [สีม่วง] - เพิ่มความเสียหายแบบ Soulshatter Buildup ( ลดหลอดเลือดแบบสีขาว ) ทุกครั้งที่โจมตีในรูปแบบ Rampage Pendant of the Four Winds - เป็นสร้อยคอระดับ Epic [สีม่วง] - โจมตีใส่ศัตรูที่มีพลังชีวิตเต็มอยู่อย่างรุนแรงเมื่อจู่โจมตีในรูปแบบสถานะ Breach โดยความแรงจะนำเป็นเปอร์เซ็นต์ ( มีระยะคูลดาวน์ 30 วินาที ) Amulet of the Betrayer - เป็นสร้อยคอระดับ Legendary [สีทอง] - หากผู้เล่นพลังชีวิตลดลงเหลือ 0 เราจะได้รับสถานะพิเศษทำให้มีพลังชีวิตคงที่ 1 แต้มทำให้เป็นอมตะ 5 วินาที ( มีระยะคูลดาวน์ 30 วินาที ) เครื่องประดับประเภทเครื่องราง [Charms] Lunar Token - เป็นเครื่องรางระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล [Critical Hit] Token of Harmony - เป็นเครื่องรางระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการใช้แบนเนอร์ [Banner ] Hawk Charm - เป็นเครื่องรางระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อเราโจมตีติดสถานะ Ignite จะทำให้ได้รับบัฟ Blessing of Power ( เพิ่มโจมตี ) หรือ เมื่อเราโจมตีติดสถานะ Chill จะทำให้ได้รับบัฟ Blessing of Luck ( เพิ่มอัตราการโจมตีติดคริติคอล ) Moth Charm - เป็นเครื่องรางระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จ Archon Fury ทุกครั้งที่เราเอาชนะศัตรูด้วยการปาโล่โจมตีใส่ศัตรู Peacock Charm - เป็นเครื่องรางระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อเราใช้งาน Life Stone จะทำให้ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ ติดสถานะผิดปกติตาบอดทุกครั้ง Phoenix Talisman - เป็นเครื่องรางระดับ Epic [สีม่วง] - ได้รับตราสัญลักษณ์ “Mark of Weakness” ทุกครั้งที่โจมตีติดสถานะธาตุ Poison  War Talisman - เป็นเครื่องรางระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ก็ตามที่เราโจมตีจุดอ่อนของศัตรูจะคืนค่าพลังชีวิตจำนวนหนึ่งให้กับผู้เล่นและสมาชิกในทีมที่อยู่ใกล้เคียง Ash Meteorite - เป็นเครื่องรางระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ก็ตามที่เราโจมตีจุดอ่อนของศัตรูจะมีการปล่อยกระสุนออกไปโจมตีสร้างความเสียหายในรูปแบบกายภาพ เครื่องประดับประเภทหินแห่งการฟื้นคืนพลัง [Life Stones] Bead of Hardened Aetherium - เป็นหินแห่งการฟื้นคืนพลังระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสสร้างความเสียหายในรูปแบบ Ailments Spirit Pumice - เป็นหินแห่งการฟื้นคืนพลังระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายกับศัตรูที่ถูกโจมตีด้วย “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรู Obsidian Star - เป็นหินแห่งการฟื้นคืนพลังระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพสูงสุด 43% Vitriolic Kravenstone - เป็นหินแห่งการฟื้นคืนพลังระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพสูงสุด 43% Restorative Sundrop - เป็นหินแห่งการฟื้นคืนพลังระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีด้วยธาตุไฟ เครื่องประดับประเภทแบนเนอร์ [Banners] Valorian Herald's Flag - เป็นแบนเนอร์ระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Carapace Banner - เป็นแบนเนอร์ระดับ Uncommon [สีเขียว] - ได้รับความเสียหายจากการถูกโจมตีลดลง Wolfshead Banner - เป็นแบนเนอร์ระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายในการโจมตีให้รุนแรงมากกว่าเดิม Vampiric Pennant - เป็นแบนเนอร์ระดับ Rare [สีฟ้า] - พื้นฟูพลังชีวิตจำนวนหนึ่งเมื่อคุณถูกศัตรูโจมตี Mesa's Banderole - เป็นแบนเนอร์ระดับ Epic [สีม่วง] - เพิ่มโอกาสโจมตีติดคริติคอล [Critical Hit] และ เพิ่มพลังโจมตีเมื่อติดสถานะคริติคอล [Critical Hit]  Standard of the Golden Lion - เป็นแบนเนอร์ระดับ Legendary [สีทอง] - เพิ่มความเร็วในการใช้ท่าพิเศษ [Weapon Technique], เพิ่มความเร็วในการใช้โล่ และ เพิ่มความเร็วในการใช้สกิล Archon Fury เครื่องประดับประเภทแหวน [Rings] Knight's Ring - เป็นแหวนระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ True Strike Ring - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพ Sparking Circuit - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Shock Ring of Embers - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Ignite Sanguine Ring - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Bleed Brute Rings - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีศัตรูด้วยการจับทุ่ม [Takedown] Journeyman's Mark - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีศัตรูด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] Fiona's Ring - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อน Alabaster Ring - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีด้วยธาตุน้ำ Lifebond Ring - เป็นแหวนระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเสียหายเมื่อโจมตีด้วยธาตุไฟ Ring of Noxious Power - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - ได้รับตราสัญลักษณ์ “Mark of Weakness” ทุกครั้งที่โจมตีด้วยการปาโล่ [Shield Throw] Ring of the First Sword - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับพลังชีวิตพิเศษ [Overhealth] ทุกครั้งที่โจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู Vermillion Band - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - ฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับตัวเองทุกครั้งที่สังหารศัตรูด้วยการจับทุ่ม [Takedown] Gilden Rose Band - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - ได้รับตราสัญลักษณ์ “Mark of Weakness” ทุกครั้งที่โจมตีด้วยรูปแบบ Polarity Attack หรือการเก็บหลอดพลังแล้วสลับอาวุธ Furium - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Archon Fury มากยิ่งขึ้นในทุก ๆ ครั้งที่โจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู Guardian Ring - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - พลังของโล่จะเพิ่มให้ทุกครั้งที่เราป้องกันการโจมตีจากศัตรูแบบ Parry ได้สำเร็จ Enigmatic Circle - เป็นแหวนระดับ Rare [สีฟ้า] - พลังของ Polarity Attack จะถูกเพิ่มทุกครั้งเมื่อเราเอาชนะศัตรูที่ถูกสาปได้ Adamantite Band - เป็นแหวนระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสามารถป้องกันการโจมตีจากศัตรูแบบ Parry ได้สำเร็จจะเพิ่มความเร็วในการชาร์จหลอด Weapon Technique เป็นระยะเวลา 10 วินาที แล้วการโจมตีด้วยรูปแบบ Polarity Attack หรือการเก็บหลอดพลังแล้วสลับอาวุธจะสร้างความเสียหายเพิ่มมากขึ้น Emerald Band - เป็นแหวนระดับ Epic [สีม่วง] - ถ้าผู้เล่นมีค่าสเตตัส Vitality มากกว่าสเตตัสอื่น ๆ จะทำให้การฟื้นฟูพลังชีวิตเพิ่มขึ้นมาจำนวนหนึ่งทุกครั้งที่เราโจมตีด้วยรูปแบบ Soulshatter Godsmith's Ring - เป็นแหวนระดับ Epic [สีม่วง] - ทำให้ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ ติดสถานะผิดปกติตาบอดทุกครั้งที่โจมตีด้วยการปาโล่ จบไปอีกหนึ่งไกด์สำหรับเกม Godfall ก็ได้แต่คาดหวังว่ามันจะช่วยเพื่อน ๆ ทั้งผู้เล่นหน้าเก่า หรือ ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ซื้อเกมนี้มาเล่นไม่มากกน้อยนะคะ สำหรับใครที่หาเพื่อนเล่นเกมนี้อยู่ก็มีกลุ่มคนไทยที่เล่นเกมนี้เหมือนกันนะคะ เข้าไปพูดคุยหาเพื่อนเล่นออนไลน์กันได้ค่ะ คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ ไกด์เกม Godfall อธิบายรายละเอียดค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลตัวละครทั้งหมด ไกด์เกม Godfall อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี ไกด์เกม Godfall อธิบายอาวุธภายในเกมทั้งหมดพร้อมลูกเล่นของแต่ละชนิด อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
19 Jan 2021
[Guide] รวมข้อมูล Boss ทั้ง 12 ด่านใน Digivice รุ่น 2020
หลังจากที่ได้เคยทำบทความ Unbox และ Review เครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 จากอนิเมชั่นเรื่อง Digimon Adventure: Reboot กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงช่วงบทความที่มีคนอยากให้ทำเพิ่มอีกสักนิดนั้นก็คือ Guide บอสประจำด่านต่างๆ ให้เป็นข้อมูลกัน คำเตือน: หากใครดูอนิเมชั่น Digimon Adventure: Reboot อยู่แล้วล่ะก็ เนื้อหาเกี่ยวข้อมูล Boss ทั้งสิบสองด่าน อาจจะมีการ Spoil เนื้อหา หากใครยังไม่อยากโดน Spoil หรือยังเล่น Digivice เครื่องนี้ไม่จบแล้วอยากลุ้นเอาเอง แนะนำให้เก็บบทความนี้ไว้แล้วสามารถไปอ่านทีหลังได้ตามต้องการเลยจ้า ================================================== 1st Stage Boss: Argomon (Mega Form) ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทกลายพันธุ์ ( Mutant ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Jungle Troopers, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Argomon ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 1 จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก เป็น Boss ประจำด่านแรกที่เปิดตัวมาก็อลังการแล้ว และในอนิเมะเปิดตัวมาก็เอาซะไทจิกับยามาโตะแทบจะย่ำแย่ โชคดีที่พลังแห่งปาฎิหาริย์ได้ทำให้ Agumon และ Gabumon ทำการรวมร่าง Jogress กลายเป็น Omegamon และปราบศัตรูลงไปได้ชั่วพริบตา 2nd Stage Boss: Gesomon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างโตเต็มวัย ( Champion ) ประเภท Digimon: ประเภทกหอย ( Mullusk ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Deep Savers พัฒนาร่างมาจาก: Syakomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 7 จำนวนพลังชีวิต: 10 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก เป็นบอสที่หน้าตาจะเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว เพราะเจอกันตั้งแต่สมัยอนิเมะเวอร์ชั่นปี 1999 และในอนิเมะภาค Reboot นี้ก็จะได้เจอมันในตอนที่ 7 ที่ Gomamon ได้เตือนสติโจ คู่หูของเขาจนสามารถก้าวข้ามความกลัว และพัฒนาร่างจนกลายเป็น Ikkakumon จนสามารถปราบ Gesomon ได้ในที่สุด 3rd Stage Boss: MetalTyrannomon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทกจักรกล ( Cyborg ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Metal Empire, Dragon's Roar พัฒนาร่างมาจาก: Tyrannomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 9 จำนวนพลังชีวิต: 11 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก MetalTyrannomon ปรากฎตัวในอนิเมะตอนที่ 9 ที่ทำให้พวกเด็กที่ถูกเลือกสะบัดสะบอมกันไป แต่ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งของไทจิ และความที่เขาไม่ยอมแพ้เพื่อสิ่งที่ต้องปกป้อง ทำให้ Greymon ได้พัฒนาร่างเป็น MetalGreymon ในตอนที่ 10 จนสามารถเอาชนะได้ด้วยท่าไม้ตายในตำนาน Giga Destroyer 4th Stage Boss: Mammothmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทกสัตว์ดึกดำบรรพ์ ( Acient Animal ) คุณลักษณะ Digimon: แบบวัคซีน ( Vaccine ) สายพันธุ์ Digimon: Nature Spirits, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Boarmon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 15 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก ในอนิเมะ เราจะได้เจอ Mammothmon ในตอนที่ 15 เป็นฉากที่โจวได้ตัดสินใจใช้ตัวเองเป็นตัวล่อ ดึงความสนใจตามแผนการที่พาโซระซึ่งกำลังบาดเจ็บจากสภาวะถูกน้ำแข็งกัด และเป็นการซื้อเวลาให้หลบหนีได้ง่ายขึ้น แต่พวกมันตามอย่างไม่ลดละ และด้วยความแน่วแน่ของโจว ด้วยสายสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างเขากับ Gomamon ที่กำลังแปลงร่างเป็น Ikkakumon ในขณะนั้น ได้พัฒนาร่างเป็น Zudomon ซึ่งเป็นร่างสมบูรณ์และสามารถหยุด Mammothmon ได้ในที่สุด 5th Stage Boss: Nidhoggmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทกมังกรปีศาจ ( Demon Dragon ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nature Spirits พัฒนาร่างมาจาก: Orichimon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 18 จำนวนพลังชีวิต: 13 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก นับได้ว่าเป็น Digimon ตัวใหม่ที่ไม่เคยปรากฎภาคไหนมาก่อนนอกจากในเครื่อง Digivice รุ่น 2020 และอนิเมะภาค Reboot ซึ่งปรากฎตัวครั้งแรกในตอนที่ 18 ช่วงที่พวกไทจิถูกจับอยู่ในเมืองโตเกียวจำลองและ Nidhoggmon ได้ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับนับถอยหลังเวลาที่โลกอีกฝั่งกำลังจะพิศาจ พวกเด็กที่ถูกเลือกกำลังตกอยู่ในความสิ้นหวัง แต่ก็ยังมีไทจิและยามาโตะที่ไม่ยอมแพ้ ได้มอบพลังให้ Agumon และ Gabumon ทำการ Jogress กลายเป็น Omegamon อีกครั้ง จนในที่สุดก็สามารถปราบ Nidhoggmon ได้ก่อนเมืองโตเกียวจริงๆ จะระเบิดด้วยผลกระทบจากพลังแห่งความมืดแบบเส้นยาแดงผ่าแปด 6th Stage Boss: SkullKnightmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างโตเต็มวัย ( Champion ) ประเภท Digimon: ประเภทกอมรณา ( Undead ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nightmare Soldier พัฒนาร่างมาจาก: ไม่มี ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 21 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 2 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก เป็นอีกหนึ่ง Digimon ที่น่าจดจำทั้งในฐานะบอสด่านที่ 6 ของ Digivice 2020 และเป็น Digimon ที่โหดเอาเรื่องในอนิเมะภาค Reboot ปรากฎตัวครั้งแรกในตอนที่ 21 แต่ก็ยังไม่มีบทอะไรจนกระทั่งตอนที่ 22 ที่สามารถต่อสู้กับ Greymon และ Garurumon ตบซะยับอย่างง่ายดายจนไทจิและยามาโตะต้องให้ Digimon คู่หูแปลงร่างเป็นร่างสมบูรณ์ถึงสามารถโต้กลับได้ จนทำให้ SkullKnightmon ต้องแปลงร่างเป็น DarkKnightmon เข้าสู้ แต่สุดท้ายก็ยังเพลี้ยพล้ำกับพลังมิตรภาพของเด็กที่ถูกเลือกอยู่ดีและล่าถอยในที่สุด 7th Stage Boss: DoneDevimon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภททูตตกสวรรค์ ( Fallen Angel ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Nightmare Soldier พัฒนาร่างมาจาก: NeoDevimon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 24 จำนวนพลังชีวิต: 13 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก DoneDevimon จัดได้ว่าเป็น Digimon ร่างใหม่ให้กับ Devimon ผู้ชั่วร้าย ปรากฎอยู่ในตอนที่ 24 ที่บอกเลยว่าเป็น Digimon วายร้ายที่ประทับใจมาก มันมีทั้งความบ้า และความสามารถจัดได้ว่าโหดสุดๆ เล่นเอาซะทำให้ MetalGreymon สติแตกเพราะเห็นไทจิโดน DoneDevimon กลืนเข้าปากไปจนคุ้มคลั่งกลายร่างเป็น Mugendramon แม้จะสู้ได้แต่ก็คุ้มคลั่งทำร้ายพวกเดียวกันด้วยแบบไม่เลือกหน้า แต่ได้ทาเครุและดิจิมอนศักดิ์สิทธิ์อย่าง Patamon ใช้ม่านแห่งแสงและพลังแห่งแสงสว่างเรียกสติกลับมาได้จนสามารถพลิกกำจัด DoneDevimon ได้ในที่สุด 8th Stage Boss: WaruSeadramon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทสัตว์น้ำ ( Aquatic ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Deep Savers, Dragon's Roar พัฒนาร่างมาจาก: Seadramon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 26 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก WaruSeadramon เป็น Digimon สัตว์ป่าที่เป็นนักล่าอยู่รวมกันเป็นฝูง กินข้อมูล Digimon ตัวอื่นๆ เป็นอาหาร บอกเลยว่าถึงจะเป็นร่างสมบูรณ์แต่เมื่อทำงานล่ากันเป็นทีม ทำให้ไทจิ ยามาโตะและทาเครุทีเพิ่งจะหนีตายตั้งแต่ Mamemon ก็ถึงกับหืดขึ้นคอเมื่ออยู่กลางทะเลกับพวก Seadramon แต่ยังโชคดีที่ โซระ มีมี่ โจและโคจิโร่ พร้อมกับ Digimon คู่หูเข้ามาช่วยได้ทันเวลาและสามารถปราบ WaruSeadramon ลงได้ในที่สุด 9th Stage Boss: Parrotmon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสมบูรณ์ ( Ultimate ) ประเภท Digimon: ประเภทสัตว์ปีก ( Bird ) คุณลักษณะ Digimon: แบบวัคซีน ( Vaccine ) สายพันธุ์ Digimon: Wing Guardians พัฒนาร่างมาจาก: Tokomon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 30 จำนวนพลังชีวิต: 12 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก จัดได้ว่า Parrotmon เป็นสัญลักษณ์ของซีรี่ส์ Digimon อีกหนึ่งตัว และในเวอร์ชั่น Reboot ก็ปรากฎตัวชัดๆ ครั้งแรกในตอนที่ 30 ซึ่งได้ทำการโจมตี WarGreymon จนอ่วมหนักมาก อีกทั้งแปลงร่างเป็น Crossmon จนเกือบสิ้นสภาพ แต่ด้วยความพลังแห่งความกล้าและได้ใช้ตัวเองซื้อเวลาให้โซระและพวก Woodmon หนีจากการต่อสู้นี้ ด้วยพลังแห่งความกล้านั้นทำให้พลังตราสัญลักษณ์ตอบรับเขา จนสามารถพัฒนาร่างสุดยอดกลายเป็น WarGreymon และเอาชนะอย่างง่ายดาย 10th Stage Boss: Moon=Millenniummon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทเทพปีศาจ ( Evil God ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Millenniummon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: Episode ที่ 30 จำนวนพลังชีวิต: 14 HP พลังการโจมตี: 3 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก เป็น Digimon ลึกลับที่ปรากฎตัวในอนิเมะตอนที่ 30 ช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนจบตอน ปัจจุบันอนิเมะภาค Reboot ยังไม่เปิดเผยตัวตนเต็มๆ ว่าพวกเด็กที่ถูกเลือกจะได้เจอกันตอนไหน 11th Stage Boss: Millenniummon ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ร่างสุดยอด ( Mega ) ประเภท Digimon: ประเภทหลากหลาย ( Composition ) คุณลักษณะ Digimon: แบบไวรัส ( Virus ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area, Nightmare Soldiers พัฒนาร่างมาจาก: Kimeramon ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: ยังไม่ปรากฎแน่ชัด จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก ที่จริงแล้ว Milleniummon จะต้องเป็นร่างที่ต่อยอดไปยัง Moon=Milleniummon แต่ทำไม Digivice 2020 เรียงลำดับบอสแปลกๆ แต่ถึงอย่างนั้นกลับโหดกว่ามากๆ ยิงนัดเดียวสร้างความเสียหายสูง แม้ว่าในอนิเมะภาค Reboot จะยังไม่ปรากฎตัวก็ตาม ก็ต้องรอดูกันต่อไป Final Stage Boss: Unknows ข้อมูลของ Boss: ระดับร่าง Digimon: ไม่ระบุ ( Unknow ) ประเภท Digimon: ไม่ระบุ ( Unknow ) คุณลักษณะ Digimon: แบบอิสระ ( Free ) สายพันธุ์ Digimon: Dark Area พัฒนาร่างมาจาก: ไม่ระบุ ( Unknow ) ช่วงปรากฎตัวในอนิเมะครั้งแรก: ยังไม่ปรากฎแน่ชัด จำนวนพลังชีวิต: 15 HP พลังการโจมตี: 4 AP ต่อการปล่อยพลัง 1 ลูก / 5 AP ต่อการปล่อยพลัง 2 ลูก [ เงื่อไขการปลดล็อคด่านสุดท้าย ]: เอาชนะ Boss ด่าน 11 ให้ครบ 10 รอบ และบอสตัวสุดท้ายในเครื่องเล่น Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกเลยว่าเป็นบอสที่ยากและหัวร้อนที่สุดแล้ว เมื่อทำการปลดเงื่อนไขตบบอสด่าน 11 ครบ 10 ครั้งแล้ว จะปรากฎด่านลับซึ่งเป็นด่านที่ 12 ออกมา โดยในอนิเมะยังไม่ปรากฎตัวให้เห็น แต่คาดว่าน่าจะท้ายๆ ของเรื่อง หากเราเอาชนะบอสตัวนี้แล้วก็ถือว่าคุณได้เคลียร์เกม Digivice รุ่น 2020 อย่างสมบูรณ์ พร้อมกับปลดล็อค Omegamon Alter S อีกด้วย ================================================== เป็นอย่างไรกันบ้างกับ Guide ข้อมูลบอสทั้ง 12 ด่านของ Digivice รุ่น 2020 ซึ่งบอกเลยว่าเห็นแบบนี้ด่านไม่ใช่น้อยๆ และทางนี้เองใช้เวลาเล่นมากกว่า 1 อาทิตย์ถึงจะสามารถเคลียร์เกมได้สำเร็จ และที่หัวร้อนเพราะการใช้ระบบวัดดวงเข้ามาต่อสู้ ต่างจากเครื่องรุ่นเก่าๆ ที่ใช้ทั้งการเขย่าและการกดซึ่งโอเคกว่า แต่อย่างไรก็ตามถือได้ว่าเล่นสนุกและคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปสำหรับแฟนๆ Digimon หวังว่าคงจะได้ทำบทความเกี่ยวกับ V-Pet และ Digivice ในโอกาสต่อไปน้า
19 Jan 2021
Birdie Crush แนะนำการอัพเกรดอุปกรณ์ สเตตัสไหนเพิ่มอะไรบ้าง
ด้วยความเป็นเกมง่ายๆ คลายเครียดได้ดีเกมกอล์ฟจึงยังคงเป็นเกมที่มีคนเล่นจำนวนมาก อย่าง Birdie Crush ที่กำลังจะเข้าไทยเร็วๆ นี้ ก็มีหลายคนตั้งหน้าตั้งตารออย่างใจจดใจจ่ออยู่ วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาทำความรู้จักกับการอัปเกรดอุปกรณ์ในเกมนี้กัน ซึ่งมันไม่ได้มีแค่ไม้กอล์ฟอย่างเดียวเท่านั้น จะมีอะไรบ้างไปดูกันดีกว่า เข้าไปอัปเกรดยังไง? วิธีการกดเข้าไปอัปเกรดอุปกรณ์นั้นมีด้วยกันดังนี้ กดที่รูปตารางสีเหลี่ยมมุมบนขวาแล้วเลือกไปที่ถุงใส่ไม้กอลฟ์หรือ Equipment จะทำให้เข้าสู่หน้าอุปกรณ์โดยตรง กดที่ Charactor หรือตัวละครที่แถบด้านขวาล่าง จะทำให้เราเข้าสู่หน้าต่างตัวละคร หลังจากนั้นเลือกไปที่ Equipment ทางนี้จะเป็นการดูและเลือกตัวละครที่เราต้องการจะอัปเกรดอุปกรณ์ของเขา วิธีการอัปเกรดอุปกรณ์ เราสามารถอัปเกรดอุปกรณ์ได้ตั้งแต่ ไม้กอล์ฟ ปลอกไม้กอล์ฟ ถุงกอล์ฟ และลูกกอล์ฟ ส่วนวิธีการอัปเกรดอุปกรณ์นั้นง่ายมากกกก เพียงแค่เราจิ้มๆ ก็สามารถอัปเกรดได้แล้ว แต่เราต้องมีไอเทมที่เรียกว่า Power-Up Stone และ Gold ซะก่อนนะ วิธีการอัปเกรด ให้เราจิ้มไปที่อุปกรณ์ที่เราจะทำการอัปเกรด หลังจากนั้นให้กด Power-up เมื่อกด Power-up แล้วก็จะขึ้นหน้าต่างรายละเอียดแบบนี้ หลังจากนั้นให้เรากด Power-up อีกครั้ง เมื่อขึ้นหน้าต่างแบบนี้มาก็เป็นอันว่าการอัปเกรดเสร็จสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่ได้หลังการอัปเกรด หลังอัปเกรดอุปกรณ์เสร็จจะเพิ่มค่าสเตตัสหลังอัปเกรดต่างกันออกไปซึ่งค่าสเตตัสมี 3 อย่าง ดังนี้ Driving Distance ระยะของการตีในแต่ละไม้ของเรา ลูกกอล์ฟจะตีไปไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการอัปเกรด Driving Distance ส่วนมากจะได้จากการอัปเกรดไม้กอล์ฟ Accuracy ความแม่นยำของจุดที่ลูกกอล์ฟเราจะไปตกในที่ที่เราเล็งไว้ ยิ่งเยอะยิ่งแม่น ส่วนมากจะได้จากการอัปเกรดลูกกอล์ฟ Swing Zone ความกว้างของแถบ Perfact หรือจะเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ก็จุดที่กดแล้วติดปัง ส่วนมากจะได้รับจากการอัปเกรดถุงกอล์ฟ
15 Jan 2021
5 ตัวละคร SS น่าใช้ใน FAIRY TAIL: Force Unite!
ตัวละครระดับ SS นับว่าเป็นคีย์หลักของการจัดทีมใน "FAIRY TAIL: Force Unite!" เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังการโจมตีที่รุนแรงหรือความถึกก็ตามมันทำให้ทีมของเราต่อสู้ได้ง่ายขึ้น วันนี้เลยอยากจะมาแนะนำตัวละคร SS น่าใช้และน่ามีอยู่ในทีม แต่ละตัวมีความแตกต่างและดาเมจที่รุนแรงเหมาะกับทุกสไตล์การเล่นเลยแหละ เอลซ่า วิธีได้รับ : กิจกรรมลงทะเบียนล่วงหน้า จุดเด่น : ถึก สกิลเด่น : กงล้อสวรรค์ ดาบทรินิตี้ เอลซ่า ตัวละครที่เราได้มาฟรีจากกิจกรรมยอดผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าถึง 5 แสนคน ความดีงามของเอลซ่าคือเธอเป็นตัวละครที่ถึกมาก แม้สกิลโจมตีจะไม่รุนแรงเท่า SS ตัวอื่นแต่ก็มีสกิลอย่าง "กงล้อสวรรค์ ดาบทรินิตี้" ที่แรงพอจะเก็บศัตรูได้ และสกิลแบบหมู "กงล้อสวรรค์ บลูเมนแบลท" เป็นสกิลที่ศัตรูไม่สามารถป้องกันได้ เธอเหมาะกับทุกรูปแบบทีม สกิลที่ใช้โจมตีมีทั้งแบบหมู่และเดี่ยวถึงจะบอกว่าสกิลไม่แรงเท่าตัว SS ตัวอื่นแต่ก็แรงกว่าจอมเวทย์ระดับต่ำกว่าแน่นอน แถมยังเป็นตัวฟรีที่ได้มาตั้งแต่เวลแรกๆ ช่วยให้เราทำเควสได้ง่ายขึ้นเยอะ ลัคซัส วิธีได้รับ: ล็อคอินครบ 3 วัน จุดเด่น: สกิลแบบหมู่แรง สกิลเด่น: มังกรสายฟ้าคำราม ตัวละคร SS อีกตัวที่ได้มาจากกิจกรรมล็อคอินครบ 3 วัน เป็นตัวที่มาตอนเวลแรกๆ เช่นเดียวกับเอลซ่า ลัคซัสเป็นจอมเวทย์ที่โจมตีแรงและมี SPD สูง ทำให้เวลาเริ่มต่อสู้เขาจะเป็นคนแรกในทีมที่ออกท่าโจมตีก่อน สกิลของลัคซัสส่วนใหญ่จะเป็นแบบหมู่และแรงมาก โจมตีทีหายกันทั้งแถบ เหมาะกับทุกรูปแบบทีม นอกจากสกิล "มังกรสายฟ้าคำราม" ที่ลัคซัสมักจะให้บ่อยๆ แล้ว สกิล "เรจจิ้งโบลท์" ก็แรงไม่แพ้กัน แถมยังมีสกิลแบบเดี่ยวที่โคตรจะแรงอย่าง "ง้าวมังกรสายฟ้าทะยานนภา" เอาไว้เก็บตัวบอสได้สบา่ย นับว่าเป็นตัวที่มีความครบครันเลยทีเดียว เจราล วิธีได้รับ: กิจกรรมเมจิกเฮ้าส์ จุดเด่น: มีสกิลหยุดและโจมตีแรง สกิลเด่น: เวทแห่งท้องฟ้า-สวรรค์ทมิฬ 1 ใน 10 จอมเวทย์ผู้แข็งแกร่งและยังเป็น 1 ในสภาจอมเวทย์ ผู้อยู่เบื้องหลังหอคอยสวรรค์ เจราล ในเกมนี้ก็โหดไม่แพ้ในการ์ตูนเลยด้วยสกิลอย่าง "โบน์เนค" ที่สามารถหยุดศัตรูไม่ให้โจมตีได้เมื่อใช้ "โกสต์ฟลิค" นับว่าเป็นประโยชน์มากในการหยิบไปล่าบอส และสกิล "เวทแห่งท้องฟ้า-สวรรค์ทมิฬ" และ "ดาบเจ็ดดารา" สกิลโจมตีแบบหมู่ที่สร้างความเสียหาย 140% ของพลังเวทแก่ศัตรู 5 คน ใช้ทีหายทั้งกระดานเลยล่ะ กิลดาซ วิธีได้รับ: ซื้อได้ที่ร้านค้า ร้านแฟรี่ สินค้าหายาก จุดเด่น: โจมตีแรงและมีสกิลสลายเวทของศัตรู สกิลเด่น: ทลาย จอมเวทย์ระดับ S จากแฟรี่เทล กิลดาซ ชายผู้ทำลายทุกอย่างที่เขาจับ ในเกมนี้ก็เช่นกันตัวละคร SS กิลดาซ เหมาะสำหรับสายเปย์เป็นที่สุด เขามีสกิล "ทลาย" ที่โคตรจะรุนแรงแถมยังทำดาเมจกับศัตรู 5 คนด้วยความเสียหาย 120% ของพลังโจมตีที่สำสำคัญศัตรูไม่สามารถโต้กลับสกิลนี้ได้ ไม่ใช่แค่สกิลหมู่ที่แรงสกิลเดี่ยวอย่าง "สวรรค์พุ่งชมปีศาจ-ประจักษ์ความจริงพินาศ" ที่สร้างความเสียหาย 300% ของพลังโจมตี แค่นั้นยังไม่พอนอกจากสกิลโจมตีที่รุนแรงตัวกิลดาซยังมีบัฟในการสลายเวทของศัตรูเมื่อโจมตีอีกด้วย อุลเทีย วิธีได้รับ: กิจกรรมในเกม จุดเด่น: ฮีลแรง ชุบเพื่อนทั้งทีมได้ สกิลเด่น: ลาสต์เอจิส ปิดท้ายด้วยตัวละครสายซัพพอร์ต อุลเทีย ลูกสาวสุดสวยของจอมเวทย์น้ำแข็ง อุล เธอไม่ได้เก่งแค่ในการ์ตูนเท่านั้นเพราะในเกมเธอเป็นซัพที่ฮีลโคตรแรงอย่าง "อาร์คแห่งเวลา" ที่ฟื้น HP ให้คนในทีมถึง 4 คน บวกด้วยบัฟจาก "ลอสต์ไทม์" ที่ช่วยให้ Heal Crit เพิ่มขึ้น 3% ไม่เพียงแต่ฮีลเท่านั้นที่เป็นประโยชน์กับทีมเธอยังมีสกิล "ลาสต์เอจิส" ที่สามารถชุบชีวิตเพื่อนในทีมได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสกิลโจมตีที่ได้มาจากแม่ของเธออย่าง "ไอซ์เมก-โรเซนครานว์" ที่สร้างความเสียหายแบบหมู่ 110% ของพลังเวทอีกด้วย ก็จบลงไปแล้วสำหรับ 5 ตัวละคร SS น่าใช้ใน FAIRY TAIL: Force Unite! เพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ลองเอาไปจัดทีมกันได้แต่ละตัวมีประโยชน์มากเลยแหละ แต่ในเกมยังมีตัวละคร SS ที่แข็งแกร่งอีกเยอะไม่ว่าจะเป็นปู่มาคาลอฟ เจ้าชายแห่งเอโดลาสมิสกัน หรือตัวร้ายอย่างมิเนอว่าก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ยังไงลองไปเล่นกันได้นะ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ในการจัดทีมของเพื่อนๆ ครับ
13 Jan 2021
รวมตัวละคร "Unison Raid" ที่คุณต้องมีใน FAIRY TAIL: Forces Unite!
Unison Raid หรือสกิลเวทผสานที่ใช้ได้เฉพาะจอมเวทย์ที่รู้ใจกันเท่านั้น ถ้าใครเคยดูเมะแฟรี่เทลละก็ต้องเคยเห็นฉากที่ เกรย์และจูเบียใช้เวทผสานในการปราบดราโกนอยด์ มังกรที่กินนัตสึเข้า ซึ่งใน FAIRY TAIL: Forces Unite! เวทผสานก็เป็นแบบนั้นเช่นกัน สกิลผสานเวทเหมาะที่จะนำมาใช้เคลียร์ศัตรูทีเดียวหมดกอง วันนี้เราจะมาดูกันว่าแต่ละคู่นั้นจะเหมาะกับใคร แล้วแต่ละคู่สกิลเวทผสานเป็นอย่างไร ไปดูกัน เกรย์ + จูเบีย เกรย์ : ได้จากเนื้อเรื่อง จูเบีย : รับได้จากเนื้อเรื่อง มาเริ่มที่คู่แรกจอมเวทย์น้ำแข็ง เกรย์ และจอมเวทย์น้ำ จูเบีย ในเมะเราจะได้เห็นพวกหวานแหวว(?) กันมากๆ คอยตามจีบกันตลอด พอมาในเกมนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นคู่ที่โหดจัดแถมยังเป็นตัวฟรีทั้งคู่อีกด้วย สกิลเวทผสานของคู่นี้คือ "ไอซ์เวฟ" มีเกรย์เป็นผู้ใช้เหมาะสำหรับสายฟรีและผู้เล่นเริ่มต้น เวทผสาน: ไอซ์เวฟ ไอซ์เวฟ สกิล สร้างความเสียหายกายภาพแก่ศัตรูทั้งหมด มีโอกาสลดความเร็วของผู้ที่เข้ามาโจมตี นาน 3 เทิร์น สกิลมีโอกาสใช้ในเทิร์นที่ 3 และสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้ คู่หู บัฟ เมื่อเกรย์และจูเบียต่อสู้ร่วมกัน ATK, DEF และ SPD ของจูเบียจะเพิ่มขึ้น   เอลฟ์แมน + เอเวอร์กรีน เอล์ฟแมน : ได้จากเนื้อเรื่อง เอเวอร์กรีน : ได้จากเส้นทางค่ายฝึก ด่านที่ 15 คู่รักสายซึนเอลฟ์แมนและเอเวอร์กรีนที่มีเวทผสาน พายุระเบิดภูต มีเอลฟ์แมนเป็นผู้ใช้ สกิลนี้เป็นทั้งการโจมตีและบัฟเพิ่มพลังอีกด้วย เรียกว่าใช้ 1 ได้ถึง 2 เลยทีเดียว เวทผสานนี้อาจเกิดมาเพื่อตัวเอลฟ์แมนโดยเฉพาะ เพราะเมื่อใช้เสร็จมันทำให้เขาถึกมากขึ้นจากที่ถึกอยู่แล้ว นี่สินะ ลูกผู้ชาย!! คู่นี้เหมาะกับทีมที่ต้องการตัวแทงค์ เช่น ตัวละครเวทอักขระหรือเวทฟื้นฟู เวทผสาน: พายุระเบิดภูต พายุระเบิดภูต สกิล สร้างความเสียหายกายภาพแก่ศัตรูทั้งหมด หลังใช้พลังโจมตี พลังป้องกัน  และความเร็วของเอลฟ์แมนจะเพิ่มขึ้นนาน 3 เทิร์น สกิลมีโอกาสใช้ในเทิร์นที่ 3 และสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้ คู่หู บัฟ เมื่อเอลฟ์แมนและเอเวอร์กรีนต่อสู้ร่วมกัน พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็วของเอเวอร์กรีนจะเพิ่มขึ้น   ลัคซัส + ฟรีด ลัคซัส : ได้จากกิจกรรมล็อกอินสะสมครบ 3 วัน ฟรีด : ได้จากเมจิกเฮาส์ มาถึงคู่หูเพื่อนรักอย่างลัคซัสและฟรีดที่มีเวทผสาน สายฟ้าเดียวดาย โดยลัคซัสเป็นผู้ใช้ บอกเลยว่าโคตรจะโกงด้วยความที่ลัคซัสเป็นตัวที่โจมตีแรงมากและยังมาพร้อมกับเวทผนึกของฟรีดอีกใช้ทีคือทั้งแรงและโจมตีกลับไม่ได้ (โกงจริ๊งง) คู่นี้เหมาะกับการไปล่าศัตรูที่มีดาเมจแรงๆ และศัตรูที่มีฮีลเยอะๆ เวทผสาน: สายฟ้าเดียวดาย สายฟ้าเดียวดาย สกิล สร้างความเสียหายเวทแก่ศัตรูทุกคนและมีโอกาสติดสถานะอักขระมืด: หวาดกลัว สกิลมีโอกาสใช้ในเทิร์นที่ 3 และสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้ คู่หู บัฟ เมื่อลัคซัสและฟรีดต่อสู้ร่วมกัน พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็วของฟรีดจะเพิ่มขึ้น   กาซิล + เรวี่ กาซิล : ได้จากแฟรี่พาสแบบเติม เรวี่ : ได้จากแบบทดสอบค่ายฝึก รอบที่ 2 ด่านที่ 9 มาถึงคู่แอบรักอีกคู่กาซิลและเรวี่ที่มีเวทผสาน เคล็ดวิชามังกร-ลูกข่างเหล็กควงสว่าน โดยมีกาซิลเป็นผู้ใช้ เวทผสานนี้เพิ่มความเถื่อนของกาซิลไปอีก 100 เท่า เพราะมันเป็นสกิลที่เจาะเกราะศัตรู 15% เยอะมากๆ อีกฝ่ายที่โดนจะต้องร้องกรี๊ดอย่างแน่นอน เหมาะสำหรับการจัดทีมไปเจอกับทีมที่มีตัวถึกหรือพลังป้องกันสูง เวทผสาน: เคล็ดวิชามังกร-ลูกข่างเหล็กควงสว่าน เคล็ดวิชามังกร-ลูกข่างเหล็กควงสว่าน สกิล สร้างความเสียหายกายภาพแก่ศัตรูทั้งหมดซึ่งจะมองข้ามพลังป้องกัน 15% ของเป้าหมาย สกิลมีโอกาสใช้ในเทิร์นที่ 3 และสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้ คู่หู บัฟ เมื่อกาซิลและเรวี่ต่อสู้ร่วมกัน พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็วของเรวี่จะเพิ่มขึ้น   ริซาน่า + มิร่าเจน ริซาน่า : ซื้อได้ในร้านค้าหรือรับฟรีจากเส้นทางค่ายฝึก ด่านที่ 10 มิร่าเจน : ได้จากเนื้อเรื่อง ปิดท้ายด้วยคู่พี่น้องสุดสวยอย่างริซาน่าและมิร่าเจนที่มีเวทผสาน มิลเลี่ยนอีวิลสตอร์ม โดยริซาน่าเป็นคนใช้เวทนี้ เห็นพวกเธอทั้งสองหน้าตาแบ๊วแบบนี้สกิลไม่แบ๊วตามนะ หวดทีมีหงายหลัง เพราะเวทผสานของคู่นี้เพิ่มคริติคอล +10% มหาศาลมาก เหมาะกับทีมที่เน้นพลังโจมตี เวทผสาน: มิลเลี่ยนอีวิลสตอร์ม มิลเลี่ยนอีวิลสตอร์ม สกิล สร้างความเสียหายกายภาพแก่ศัตรูทั้งหมดและสกิลนี้มีอัตราเพิ่มคริติคอล 10% สกิลมีโอกาสใช้ในเทิร์นที่ 3 และสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวในการต่อสู้ คู่หู บัฟ เมื่อมิร่าเจนและริซาน่าต่อสู้ร่วมกัน พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็วของมิราน่าจะเพิ่มขึ้น
13 Jan 2021
แนะนำรูปแบบทีมสุดสำคัญแห่งเกม FAIRY TAIL: Force Unite!
ในเกม FAIRY TAIL: Force Unite! รูปแบบทีมนับว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันคือการได้เปรียบและเสียเปรียบในการต่อสู้ ถ้ารูปแบบทีมได้เปรียบก็มีโอกาสทำให้เราชนะได้ในไฟต์นั้น แต่ถ้ารุปแบบทีมเสียเปรียบก็อาจจะบวกไปสู้อีกฝ่ายก็เป็นได้ วันนี้เราเลยจะมาเรียนรู้เรื่องระบบรูปแบบทีมใน FAIRY TAIL: Force Unite! กันครับ รูปแบบทีมคืออะไร? เป็นรูปแบบการวางตำแหน่งกลยุทธ์หรือตำแหน่งการยืนตัวละคร ในเกมนี้มีรูปแบบทีมให้เราเลือกถึง 10 แบบ สามารถปลดล็อกโดยใช้เงิน 1,000,000 จีเวล และสามารถอัปเกรดเพื่อเพิ่มค่าสเตตัสได้ แต่ละรูปแบบทีมจะมีการเพิ่มค่าสเตตัสที่แตกต่างกันออกไป เรามาดูกันว่าแต่ละรูปแบบทีมและสเตตัสจะเหมาะกับสไตล์การเล่นของแต่ละคนไหม รูปแบบทีมทะลวง จุดเด่น : เพิ่ม DMG +0.6% ให้ทุกทุกตำแหน่ง จุดด้อย : ลด SPD -0.3% ชนะทาง : แยกเงา กลยุทธ์ พริบตา แพ้ทาง : ปิดล้อม ปีกราชา หลุมพราง เป็นรูปแบบแรกที่ตัวเกมแจกให้เมื่อทำเควสสำเร็จ มีจุดเด่นคือการเพิ่มดาเมจ +0.6% ให้ทุกตำแหน่ง แต่ลดความเร็ว -0.3% ทุกตำแหน่งเช่นกัน รูปแบบทีมทะลวงเป็นรูปแบบที่เพิ่มดาเมจสูงสุดในเกม ถ้าอัปเกรดจนถึงเลเวลสูงสุดจะเพิ่ม DMG ให้ถึง 12% เลย เหมาะคนที่มีจอมเวทย์พลังโจมตีหนักๆ รูปแบบทีมปีกราชา จุดเด่น : เพิ่มพลังป้องกันโจมตีปกติ พลังเวท SPD, Heal และลด DMG จุดด้อย : ลด SPD ในตำแหน่งที่ 1 และลด Seal Resist ตำแหน่งที่ 2 ชนะทาง : กลยุทธ์ ทะลวง ผจญภัย แพ้ทาง : ปิดล้อม แยกเงา หลุมพราง เป็นรูปแบบทีมที่เพิ่มความถึกให้กับทีมของเราแต่ก็ต้องแลกกับตำแหน่งที่ 1 และ 2 จะถูกลด SPD และ Seal Resist และยังเพิ่ม SPD, Heal พร้อมกับลด DMG ด้วย ทีมปีกราชาเหมาะสำหรับผู้เล่นที่มีจอมเวทย์ตัวเปราะๆ อย่างเช่น เกรย์ ลัคซัส หรือเวนดี้ รูปแบบทีมพริบตา จุดเด่น : เพิ่ม Heal เป็นจำนวนมาก จุดด้อย : ลด M.Resist และ DMG ชนะทาง : ปิดล้อม แยกเงา ผจญภัย แพ้ทาง : กลยุทธ์ เสมอภาค ทะลวง เป็นรูปแบบทีมที่เหมาะกับคนเล่นตัวละครเวทฟื้นฟูหรือเวทยามากๆ เพราะจุดเด่นของรูปแบบทีมนี้คือการเพิ่ม Heal หรือจะเป็นตัวละครที่เกราะน้อยๆ แล้วใส่จอมเวทย์ที่ทำดาเมจสูงไว้ในตำแหน่งที่เพิ่มดาเมจแค่นี้ก็เป็นทีมที่เฟอร์เฟ็กต์แล้ว จอมเวทย์แนะนำที่เหมาะกับรูปแบบทีมนี้คือ ลัคซัส เกรย์ เอลซ่า และมิร่าเจน รูปแบบทีมแยกเงา จุดเด่น : เพิ่มพลังโจมตีเวท M.ATK อย่างมากให้กับตัวละครผู้เล่น จุดด้อย : ลด SPD -0.3% ชนะทาง : โยกย้าย ปีกราชา ปิดล้อม แพ้ทาง : ทะลวง หลุมพราง พริบตา เป็นรูปแบบที่เพิ่มค่า M.DMG ให้กับตัวละครของเราแต่ละลด DMG แทน เหมาะกับตัวละครที่ใช้ M.DMG เป็นหลัก เช่น สายเวทฟื้นฟู  เวทหิมะ นอกจากนั้นแล้วยังเพิ่ม DMG ให้กับจอมเวทย์ในทีมอีก 2 ตำแหน่ง เป็นรูปแบบที่แน้นการโจมตีหนักๆ เลย รูปแบบทีมเสมอภาค จุดเด่น : เพิ่ม P.DMG ให้ตัวละครเรา จุดด้อย : ลด DMG ของเรา ชนะทาง : หลุมพราง โยกย้าย พริบตา แพ้ทาง : กลยุทธ์ ปิดล้อม ผจญภัย รูปแบบทีมกลางๆ ที่สามารถใช้ได้กับทุกสาย โดยทีมเสมอภาคจะเน้นไปที่การเพิ่ม P.DMG ให้กับตัวละครเราและจอมเวทย์อีก 1 คน ทั้งยังเพิ่ม DMG, Heal และ Seal Resist อีกด้วย เหมาะกับตัวละครสายเวทปืน แล้วก็พกจอมเวทย์ฮีลอย่างเวนดี้ไว้คอยช่วยเหลือ และอย่าลืมพกจอมเวทย์ที่โจมตีแรงไปด้วยสัก 2-3 คนล่ะ อาจจะเป็นเกรย์หรือลัคซัสที่ได้มาฟรีก็ได้ รูปแบบทีมกลยุทธ์ จุดเด่น : เพิ่มพลังป้องกัน จุดด้อย : เพิ่มค่าสเตตัสต่างๆ น้อย ชนะทาง : พริบตา โยกย้าย เสมอภาค แพ้ทาง : ปีกราชา ทะลวง ผจญภัย เป็นรูปแบบที่เน้นการเพิ่มพลังป้องกันซะส่วนใหญ่เหมาะกับสายโจมตีที่พลังป้องกันน้อย แต่ไม่ค่อยแนะนำรูปแบบทีมนี้เท่าไรถึงแม้จะมีการเพิ่มดาเมจให้กับบางตำแหน่งแต่ก็เพิ่มน้อยมาก ถ้าใช้รูปแบบทีมอื่น เช่น ทีมปีกราชา จะคุ้มกว่าถ้าจะเน้นไปทางทีมป้องกัน รูปแบบทีมโยกย้าย จุดเด่น : เพิ่มความเร็ว SPD เยอะ จุดด้อย : ลดพลังป้องกันทั้ง P.ATK และ M.ATK ชนะทาง : ผจญภัย หลุมพราง ปิดล้อม แพ้ทาง : แยกเงา เสมอภาค กลยุทธ์ หรือจะเรียกรูปแบบทีมนี้ว่า "จู๊ค" ดี เพราะมันเพิ่มค่า SPD หรือโจมตีเร็วให้กับตัวละครเราและจอมเวทย์อีก 1 ตำแหน่งเป็นอย่างมาก เหมาะสำหรับตัวดาเมจที่ต้องการจะปิดจ็อบไวๆ แต่อย่าลืมว่ารูปแบบทีมนี้ลดพลังป้องกันด้วย เพราะฉะนั้นอย่าลืมพกจอมเวทย์ฟื้นฟูติดไปสักคนในทีมนะ รูปแบบทีมผจญภัย จุดเด่น : เพิ่มความเร็ว SPD จุดด้อย : ลดพลังป้องกัน M.Resist ชนะทาง : หลุมพราง เสมอภาค กลยุทธ์ แพ้ทาง : โยกย้าย ปีกราชา พริบตา นี่อาจจะเป็นรูปแบบทีมที่โอเคที่สุดเท่าที่เล่นมา รูปแบบทีมนี้เหมาะกับการเอาไปเก็บเลเวลกับพวกกิจกรรมมากๆ เพราะเพิ่ม SPD ให้ถึง 3 ตำแหน่งด้วยกัน แนะนำให้หยิบจอมเวทย์ที่โจมตีแรงๆ แต่ SPD น้อยไป อย่างเช่น เกรย์ และอย่าลืมพกจอมเวทย์ฟื้นฟูไปด้วยเพราะรูปแบบทีมนี้ลดค่าพลังป้องกันควรมีตัวช่วยไว้เพิ่มเกราะ รูปแบบทีมปิดล้อม จุดเด่น : เพิ่มค่า Seal (ผนึก) จุดด้อย : ลด P.Resist ชนะทาง : ปีกราชา ทะลวง เสมอภาค แพ้ทาง : พริบตา แยกเงา โยกย้าย เป็นรูปแบบทีมที่เพิ่มค่า Seal เป็นจำนวนมาก เหมาะสายเวทผนึก เช่น มิเรียน่า คาน่า ตัวฟรีที่เหมาะกับรูปแบบทีมนี้ นอกจากค่า Seal แล้ว ยังเพิ่ม SPD ให้กับตัวละครหลักของเราเยอะมาก และเพิ่ม DMG ให้กับ 2 ตำแหน่ง และลดการได้รับ DMG อีก 1 ตำแหน่ง นับว่าเป็นอีกรุปแบบที่ครบครัน รูปแบบทีมหลุมพราง จุดเด่น : เพิ่มค่าต้านทาน Seal จุดด้อย : ไม่เพิ่มดาเมจ ชนะทาง : ปีกราชา ทะลวง แยกเงา แพ้ทาง : ผจญภัย เสมอภาค โยกย้าย รูปแบบสุดท้ายสำหรับ หลุมพราง รูปแบบนี้เหมาะกับการเอาไปสู้กับศัตรูที่มีสกิลผนึก เช่น ศัตรูในกิจกรรมต่อต้านกิลด์แห่งความมืด เพราะเพิ่มค่าต้านทาน Seal ถึง 3 ตำแหน่งรวมตัวละครของเรา แนะนำให้เอาตัวทำดาเมจใส่ไว้ในตำแหน่งที่เพิ่มต้านทาน Seal จะได้ไม่ถูกหยุดเวลาร่ายสกิลหรือโจมตี ทำให้ไม่เสียเทิร์นนั้นไปเปล่าๆ เช่นเคยอย่าลืมพกจอมเวทย์ที่สามารถบัฟดาเมจได้ไปด้วย เพราะรูปแบบทีมนี้ไม่มีการเพิ่ม DMG นั่นเอง
13 Jan 2021
"มิสกัน" จอมเวทย์สายผนึกที่เก่งที่สุดแห่ง FAIRY TAIL: Forces Unite!
พึ่งเข้าสู่เมจิกเฮ้าส์มาหมาดๆ สำหรับตัวคร "มิสกัน" จอมเวทย์สุดโหดทั้งในเมะและในเกม FAIRY TAIL: Forces Unite!  วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเขา พร้อมกับวิเคราะห์ว่าความเก่งนี้มันมาได้อย่างไร และมันเหมาะกับการจัดทีมแบบไหน ไปดูกันเลย มิสกันคือใคร? เขาเป็นหนึ่งในจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในแฟรี่เทล แต่จริงๆ แล้วเขาคือ เจราล เจ้าชายแห่งเอโดราสหรือโลกคู่ขนานของเอิร์ธแลนด์ เขาได้มายังเอิร์ธแลนด์เพื่อที่จะมาปิดอนิม่าสิ่งที่จะดูดพลังเวทย์จากเอิรธ์แลนด์ไปยังเอโดราสนั่นเอง นี่จึงเป็นที่มาที่ทำให้เขาต้องปกปิดตัวเอง (ก็ดันหน้าตาไปเหมือนเจราลนิ) ถ้าใครเคยดูแฟรี่เทลก็จะรู้ว่าคนที่เอโดราสนั้นไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ด้วยพลังของตัวเองแต่มาจากอุปกรณ์เวทย์มนตร์แทน ซึ่ง "มิสกัน" ก็ไม่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ด้วยตัวเองเช่นกัน เราจึงเห็นอุปกรณ์เวทมนตร์ที่เป็นไม้เท้าหรือคทาอะไรก็ไม่รู้เต็มหลังเขาไปหมด นี่ขนาดใช้เวทมนตร์เองไม่ได้ยังเก่งขนาดนี้ ถ้าใช้ได้จะเก่งขนาดไหน สกิลของมิสกัน มิสกันในเกมนั้นเป็นจอมเวทย์ผนึกที่เก่งที่สุดในเกม ณ ตอนนี้และอาจจะเป็นตัวที่โคตรคุ้มค่าเลย คงเกิดคำถามแล้วว่ามันจะสู้ฟรีดได้ยังไง? คำตอบคือ มิสกันสามารถทำได้มากกว่าการผนึกศัตรูเฉยๆ เพราะ 1 คน สามารถลดดาเมจศัตรู ผนึก และติดสถานะวุ่นวาย เรียกว่าโคตรโกง และด้วยความเป็นจอมเวทย์ SS จึงทำให้พี่แกมีสเตตัสที่โกงเช่นกัน ณ ตอนนี้พี่แกยืนหนึ่งจริงๆ สกิล ตึกระฟ้า ใช้ MP 111 สร้างภาพมายาและมอยสถานะวุ่นวายแก่ศัตรู 1 คน เป้าหมายจะสามารถโจมตีปกติได้เท่านั้นและจะสุ่มโจมตีแบบไม่เลือกฝ่าย มีผล 3 เทิร์น วงเวทห้าชั้นระบำบวงสรวงเทพเจ้า ใช้ MP 74 มิสกันจะใช้ลำแสงจากกลเวทที่ซ้อนกัน 5 อันผนึกศัตรู ทำให้ศัตรู 1 คน ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ 3 เทิร์น โอกาสผนึกพื้นฐานเท่ากับ 30% โฮไร จิน ใช้ MP 74 มิสกันควบคุมไม้เท้า 3 แท่งเป็นพายุหมุนเข้าโจมตีศัตรู สร้างความเสียหายแก่ศัตรู 5 คน ความเสียหายพื้นฐานเท่ากับ 120% ของพลังเวท วอยด์ ขณะที่ใช้โฮไร จิน จะเพิ่มผลลดพลังโจมตีแก่เป้าหมายตามโอกาสผนึกของตัวเอง พลังโจมตีลดลง 40%   เวทสะกดจิต เพิ่มจำนวนเป้าหมายของสกิล "วงเวทห้าชั้นระบำบวงสรวงเทพเจ้า" 1 คน   ลวงตา หลังจากเริ่มต้นเทิร์น หากศัตรูไม่มีตัวทราถูกผนึก โอกาสผนึกของมิสกันจะเพิ่มขึ้น 5 %   เพิ่มพลังผนึก หลังเข้าสู่การต่อสู้จะเพิ่ม Seal Hit 5%   เพิ่มความเร็ว หลังเข้าสู่การต่อสู้จะเพิ่ม SPD 3%   สเตตัสเบื้องต้น HP                  21251 Seal Hit          1080 P.DEF              732 M.DEF             855 SPD                 916 Seal Resist     1001 MP                         1717 P.Crit Resist          0% M.Crit Resist         0% P.Block                   0% M.Block                  0% M.ATK                    664 จุดเด่น มิสกันเป็นตัวละครที่มี SPD สูงสุดในเกม โดย SPD เริ่มต้นอยู่ที่ 916 และเมื่อเริ่มต่อสู้ก็จะบวกเพิ่มให้อีก 3% สูงกว่าจอมเวทย์ SS ด้วยกันซะอีกซึ่งก็น่าจะมีไว้เพื่อใช้เวทผนึกกับศัตรูตอนเริ่มเกม ตอนนี้พี่แกยังเป็นท้อปเซิร์ฟเวอร์ในการ PvP อีกด้วย แล้วถ้าผนึกไม่ติดล่ะ? ก็บอกเลยว่าแค่ลดดาเมจศัตรูได้ก็คุ้มแล้ว ด้วยเมต้าเกมในปัจจุบันตัวที่มีเวทผนึกจำเป็นมากๆ กับการทำเควสกิจกรรม เช่น การไปลงหอคอยสวรรค์ในด่านที่ต้องเจอกับมิเรียน่าถ้าหยุดเธอได้ก่อนก็จะได้เปรียบเป็นอย่างมาก เพราะเธอก็เป็นจอมเวทผนึกเช่นกัน (แถมโคตรป่วนเลย) หรือจะเป็นเควสต่อต้านสมาพันธ์บาลามที่ต้องไปเจอกับคอบบร้าที่โคตรจะเป็นตัวสู้ยาก การหยุดเขาได้ก่อนจะทำให้เราได้เปรียบมากเช่นกัน สรุป ด้วยความเป็นจอมเวทย์ SS ที่ครบเครื่องมากทั้งการผนึก ลดดาเมจ แจกสถานะวุ่นวายให้ศัตรูอีกแค่นี้ก็นับว่าโหดจัดในเกมแล้ว ถ้าจะถามว่ามิสกันเหมาะกับทีมประเภทไหนก็ต้องบอกเลยว่าแทบจะทุกรูปแบบทีม ไม่ว่าเราจะหยิบไปกับตัวละครเวทฟื้นฟู ตัวละครเวทปืน หรือจะเป็นเวทอักขระ ก็สามารถไปได้หมด เพราะนอกจากสกิลผนึกที่มีแล้วดาเมจเขาก็รุนแรงไม่แพ้กัน แนะนำว่าควรจัดทีมไปกับจอมเวทย์ที่ตัวถึกอย่าง เอลซ่า ตัวสกิลแรงอย่างลัคซัส และเหน็บจอมเวทย์ฟื้นฟูไปสักคนก็จะช่วยให้ทีมของเราออโต้วินแล้ว หรือใครจะหยิบเป็นทีม SS ทั้งหมดก็ไม่ว่ากัน
13 Jan 2021
FAIRY TAIL: Force Unite! ใน 1 วันควรทำอะไรบ้าง
สำหรับเกมอย่าง FAIRY TAIL: Force Unite! เกม RPG บนมือถือที่เน้นการเล่นทุกวันแน่นอนหลายคนคงจะงงว่าควรจะทำอะไรบ้างใน 1 วัน เพื่อให้คุ้มกับการเก็บเลเวลมากที่สุด วันนี้พวกเรา GameFever TH เลยจะมาแนะนำว่าใน 1 วันควรทำอะไรบ้าง ไปดูกันเลย ทำเควสหลัก-รอง เป็นสิ่งแรกๆ ที่ต้องทำในแต่ละวันเลย ยิ่งช่วงเลเวลแรกๆ ยิ่งควรทำเพราะเมื่ออัปเลเวลจะทำให้ปลดล็อคเควสประจำวันตามเลเวลได้ แต่เควสหลักบางครั้งอาจจะยากเกินไปถ้าเราไม่มีทีมประจำมาช่วยตี แนะนำให้ไปทำเควสรองหรือเควสประจำวันก่อน ซึ่งเควสรองจะง่ายกว่าเควสหลักมากและได้ EXP ใกล้ๆ กัน ทำเควสประจำวัน เป็นสิ่งที่มีให้เลือกทำอย่างหลากหลายและยังให้ EXP เยอะมากกกก เหมาะกับสายเก็บเลเวลเป็นที่สุด ที่สำคัญเควสประจำวันยังทำให้เราได้จัดทีมกับคนอื่นสร้างความสัมพันธ์เผื่อจะได้ช่วยกันในเควสหลัีกอีกด้วย เควสประจำวันมีทั้งแบบทีมและแบบเดี่ยวให้เลือกทำ ยิ่งเราเลเวลสูงเท่าไรยิ่งปลดล็อคเควสประจำวันมาให้ทำมากขึ้น และยังให้ของรางวัลเมื่อแต้มกิจกรรมถึงอีกด้วย ซึ่งเควสประจำวันมีให้ทำดังนี้ ภารกิจปราบปีศาจ - ภารกิจที่จะให้เราไปปราบปีศาจจะทำเดี่ยวหรือไปกับทีมก็ได้หมด ภารกิจนี้สามารถทำได้ตลอดทั้งวันแต่จะได้ EXP แค่ 20 ครั้งแรกที่ทำเท่านั้น ขับไล่อสูรร้าย - คล้ายๆ กับปราบปีศาจ แต่เควสนี้ให้เราทำได้แค่วันละ 5 ครั้ง และจะได้ EXP กับเงินจีเวลเมื่อทำเสร็จ ต่อต้านสมาพันธ์บาลาม - เควสนี้จะให้เราไปต่อสู้กับสมาพันธ์บาลามหรือพวกกิลด์แห่งความมืดทั้งหลาย สามารถทำได้ 15 ครั้งต่อวัน เมื่อจบแต่ละด่านจะได้รับ EXP และเงินจีเวล ท้าทายเจราล - เควสที่จะให้เราไปต่อสู้ที่หอคอยสวรรค์ ซึ่งเราจะได้เจอกับลูกน้องของเจราลก่อนที่จะเข้าไปบวกกับเจ้าตัว (เควสนี้หินมากๆ แนะนำให้ไปเป็นทีม) มีทั้งหมด 6 ด่านเมื่อจบแต่ละด่านจะได้รับ EXP และเงินจีเวล แบบทดสอบค่ายฝึก - แบบทดสอบที่จะให้เราต่อสู้กับทีมหัวหน้าเวทพลังต่างๆ มีให้เราตะลุย 10 ด่านด้วยกัน บทเรียนเวทประจำวัน - ตามชื่อเลยเควสนี้จะให้เราเรียนรู้เวทพลังที่เราเลือกมาและนำไปสอนต่อให้กับเด็กๆ ในกิลด์ เป็นเควสที่ปล่อยวิ่งอัตโนมัติได้เลย เมื่อจบจะได้รับ EXP และเงินจีเวล คุ้มกันนักข่าว - เควสนี้ทำแล้วจะไม่ได้ EXP แต่จะได้เป็นเงินจีเวลแทน ทำได้วันละ 3 ครั้ง กดรับรางวัลออนไลน์ เมื่อเราออนไลน์ตามเวลาครบจะมีรางวัลให้เรากดรับตามระยะเวลาที่ออนไลน์ ซึ่งรางวัลแต่ละชิ้นจำเป็นในการอัปความสามารถของเราและทีม รางวัลออนไลน์จะรีเซ็ตทุก 00.00 น. เพราะฉะนั้นอย่าลืมกดทุกวันนะ กู้คืนรางวัลกิจกรรม เมื่อทำเควสหรือกิจกรรมประจำวันเส็จแล้ว อย่าลืมมากดกู้คืนรางวัลกิจกรรมด้วย เพราะนี้คือหนทางที่ทำให้เลเวลพุ่งแบบขั้นสุด ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ มันก็เหมือนการที่เราทำเควสนั้นอีกครั้ง ซึ่งกู้คืนกิจกรรมก็มีให้เราเลือกทั้งแบบฟรี ใช้ Gold และใช้ Diamond แต่ละอย่างจะได้ EXP ตามการเงินที่เราเสียไป ถ้าใช้ Diamond ก็จะได้เยอะกว่าชาวบ้านหน่อย ใครสายเปย์ก็แนะนำเลยเลเวลพุ่งฉิวแน่นอน ภารกิจกิลด์ ถ้ามีกิลด์ล่ะก็อย่าลืมที่จะเข้าไปเช็กอินและทำภารกิจกิลด์เพื่อเอาแต้มอุทิศกิลด์มาอัปเกรดตัวเองหรือจะเอาไว้ซื้อของในร้านค้ากิลด์ก็ได้ ภารกิจกิลด์ก็จะมีการยกย่องมาสเตอร์ของกิลด์ การช่วยกิลเดอร์หาของและต่อสู้กับมอนสเตอร์ หรือจะเป็นการประกวดมิสกิลด์ ภารกิจกิลด์จะรีเซ็ตทุกวันเวลา 00.00 น. อย่าลืมไปทำกันนะโดนเตะออกจากกิลด์จะหาว่าไม่เตือน การอัปเกรด เมื่อเราทำภารกิจต่างๆ ที่บอกมาข้างบนแล้ว อย่าลืมเช็กการอัปเกรดของเราด้วย ซึ่งในเกมก็มีการอัปเกรดเยอะมากกกกและทุกอย่างจะเสริมพลังให้กับเรา การอัปเกรดมีตั้งแต่ อัปเกรดสกิลของตัวเราเองโดยใช้เงินวีเวล อัปเกรดจอมเวทในทีมโดยใช้การ์ดของจอมเวทย์นั้นๆ อัปเกรดสกิลทั่วไป เช่น HP, MP ปรุงอาหาร ทำยา โดยใช้เงินและค่าอุทิศกิลด์ อัปเกรดพลังเวทของเราโดยใช้บัตรฝึกพลังเวท อัปเกรดพลังเวทของจอมเวทย์ในทีมโดยใช้บัตรฝึกฝนพวกพ้อง
13 Jan 2021
Cyberpunk 2077 รวมฉากจบทั้งหมดของเกม
Cyberpunk 2077 ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ให้ความสำคัญกับระบบการตัดสินใจของผู้เล่นมากๆ เพราะทุกๆ ตัวเลือก ทุกๆ การกระทำจะมีผลกับเหตุการณ์ในอนาคตและยังรวมถึงฉากจบของเกมด้วย! ซึ่งในเกมนี้ขอบอกเลยว่าฉากจบนั้นทางผู้พัฒนาใส่มาให้เยอะมากๆ ในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมาตอบคำถามเกี่ยวกับตอบจบของเกม และรวมทุกฉากจบทั้งหมดมาไว้ในบทความนี้แล้วถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย 1.Cyberpunk 2077 มีกี่ฉากจบ? สำหรับเนื้อหาของฉากจบในเกม Cyberpunk 2077 นั้นจะมีทั้งหมด 5 ฉากจบหลัก และมีอีก 2 ฉากจบลับที่ซ่อนอยู่ในเกมซึ่งฉากจบลับนั้นจะมีทั้งแบบ Good Ending และแบบ Bad Eeding ถ้าอยากรู้ว่าเนื้อหาของทั้ง 5 ฉากจบหลัก และ 2 ฉากจบลับเป็นอย่างไร? แนะนำให้ดูในหัวข้อต่อๆ ไปได้เลย. 2.ถ้าจะเล่นทุกฉากต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่จบหรือไม่? จริงๆ แล้วผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเสียเวลา 35-45 ชั่วโมงในการเริ่มเล่นเกมใหม่เพื่อที่จะเล่นทุกๆ ฉากจบ เพียงแค่ขอให้ทำ 2 สิ่งสำคัญต่อไปนี้ให้ครบ นั่นคือ ต้องทำเควสหลักทีมีทั้งหมดให้สำเร็จ -พยายามเก็บรายละเอียดของภารกิจหลักให้ครบ โดยเฉพาะภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ Panam และ Rogue เพราะถ้าเราละเลยจุดๆ นี้ฉากจบก็จะเหลือให้เลือกน้อยลง ต้องช่วยเหลือตัวละคร NPC ก่อนที่พวกเขาจะตายแบบไม่มีวันหวนกลับมา - ในระว่างที่เรากำลังดำเนินเรื่องตามบทของเกมนั้นพยายามช่วยเหลือ NPC บางคนในระหว่างทางเพราะการทำเช่นนี้จะมีผลกับฉากจบ *หากในบางกรณีที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันฉากจบ 1 ฉากอาจจะหายไปทันที. สรุปคือ เมื่อทำทุกอย่างได้ตาม 2 ข้อข้างต้นเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ผู้เล่นจะเข้าสู่ช่วงฉากจบของเกมนั้น แนะนำให้ปิด " Auto Save " และทำการเซฟเกมไว้ก่อน จากนั้นเมื่อเราเล่นฉากจบหนึ่งฉากแล้ว ก็สามารถโหลดเซฟย้อนกลับมาในเนื้อเรื่องก่อนเข้าฉากจบและทำการเลือกตัวเลือกอื่นๆ ที่มีผลให้เราพบกับฉากจบที่เหลือได้ ดังนั้นนี่ถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้เราไม่ต้องกลับไปเริ่มเล่นเกมใหม่สำหรับการปลดล็อคฉากจบทุกฉากให้เสียเวลา.   3.การเลือกฉากจบอยู่ในช่วงไหน? หลายๆ คนอาจจะตั้งข้อสงสัยว่าแล้วจะสังเกตได้อย่างไรว่าจุดไหนคือจุดก่อนเข้าสู่ช่วงฉากจบ เพราะถ้าเราเข้าสู้ช่วงนั้นแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับมาเพื่อสำรวจ Night City หรือทำเควสอื่นๆ ได้อีกเลย จุดที่ว่านั่นคือ -จุดที่ผู้เล่นต้องไปยังร้านอาหาร Embers เพื่อพบกับฮานาโกะ ขอแนะนำว่าถ้ายังไม่พร้อมหรือยังคิดว่าทำภารกิจสำคัญยังไม่เคลียร์อย่าเพิ่งเข้าไปในร้านอาหาร.   4.การเลือกฝ่ายของตัวละครในช่วงเริ่มเกมมีผลกับตอนจบหรือไม่ ไม่มีผลกับฉากจบใดๆ ทั้งสิ้นเพราะฉากจบหลักทั้ง 5 และฉากจบลับทั้ง 2 นั้นจะมีผลกับภารกิจหลักและการช่วยชีวิตตัวละครสำคัญๆ ไว้ได้เท่านั้น ดังนั้นผู้เล่นไม่ต้องกังวลว่าการเลือกฝ่ายจะมีผลกลับฉากจบ ขอแค่ให้เราโฟกันกับเนื้อเรื่องต่างๆ โดยให้ความสำคัญกับทุกฉากจะได้ไม่พลาดจุดสำคัญไป *หลังจากนี้จะเป็นการสปอยด์ฉากจบทั้งหมดในเกมใครที่ยังไม่อยากรู้ขอแนะนำให้จบที่หัวข้อที่ 4 นี้นะครับ ส่วนใครที่อยากรู้รายละเอียดข้อมูลของทุกฉากจบก็มาดูกันเลย   5.รวมฉากจบทั้งหมดในเกม จะมีตัวเลือกเกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เล่นเข้าไปในร้านอาหาร Embers และทำการสนทนากับฮานาโกะ แล้วจากนั้น V จะต้องกลับไปที่คลินิกของวิกเตอร์ ระหว่างนี้ผู้เล่นจะได้รับตัวเลือกของบทสนทนาต่างๆ ที่ทุกคำตอบล้วนมีผลกับฉากจบทั้งหมด ดังนี้ : ฉากจบหลัก 1 - V เป็นพันธมิตรกับ Arasaka Corporation ฉากนี้สามารถปลดล็อคได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องเก็บรายละเอียดของภารกิจเนื้อเรื่องอื่นๆ ซึ่ง V จะยอมรับข้อเสนอของฮานาโกะและอยู่เคียงข้าง The Corporation ฉากจบหลัก 2 - V ฆ่าตัวตาย นี่ถือเป็นอีกหนึ่ง Bad Ending ทีไม่ต้องทำอะไรให้มากมายด้วยเช่นกัน โดยหลังจากที่ผู้เล่นได้สนทนากับ Misty และเลือกที่จะทำลายยาเม็ดด้วยการโยนทิ้งจากบนตึกสูง และจากนั้นเขาก็จะทำการฆ่าตัวตาย โดยฉากจบหลัก 2 นี้ถือเป็นฉากจบที่เร็วที่สุดเพราะหลังจาก V ฆ่าตัวตายก็ไม่มีฉากเพิ่มเติมใดๆ อีก. ฉากจบหลัก 3 - V ออกจาก Night City พร้อมกับเหล่า Nomad แต่ไม่มี Johnny Silverhand ในตอนจบนี้จะอยู่ในการดำเนินตอนจบในทางของ Rogue หรือ Panam ก็ได้ (แต่ต้องมีค่าความสัมพันธ์กับพวก Panam ด้วย) โดยตัวเกมจะมีตัวเลือกให้เราออกจากเมืองไปพร้อมกับเหล่า Nomad ฉากจบหลัก 4 -  V ยังคงอยู่ในเมือง Night City แต่ไม่มี Johnny Silverhand เช่นกันฉากนี้สามารถปลดล็อคตอนจบได้หากทำภารกิจทั้งหมดของ Panam / Rogue จนสำเร็จ และในช่วงท้ายเราจะสามารถเลือกให้ Johnny คืนร่างให้แก่เราและเขาจะเข้าไปอยู่ในโลก Cyberspace เช่นเดิม รวมถึงเราจะได้ขึ้นไปอยู่ในจุดสูงสุดของเมือง ตอนจบหลัก 5 - V ให้ Silverhand ยึดร่างกาย และ V จะไปอยู่ใน Cyberspace ในตอนจบนี้จะอยู่ในการดำเนินตอนจบในทางของ Rogue หรือ Panam ก็ได้ ซึ่งในช่วงท้าย Johnny จะเป็นจะเข้ามาควบคุมร่าง V (โดยผ่านการเลือกของเรา) ฉากจบที่ลับ ฉากที่ 1 และ 2 - โจมตีหอคอยอาราซากะเพียงลำพัง สำหรับฉากจบลับนี้สามารถปลดล็อคได้ด้วยวิธีการรอในหน้าตัดสินใจหลังจากคุยกับ Misty โดย Johnny จะเข้ามาคุยกับ V และบอกแผนการโจมตีหอคอยอาราซากะโดยที่จะไม่มีกำลังสนับสนุนใดๆ และทั้งสองฉากจะมีทั้ง Good Ending และ Bad Ending ดังนี้ V จัดการโจมตี Arasaka Tower - ถ้าผู้เล่นมีความสามารถมากๆ และสามารถถล่มหอคอยได้จะได้รับฉากจบลับแบบ Good Enging V เสียชีวิตในระหว่างการโจมตีหอคอยอาราซากะ - ขอเตือนว่าถ้าผู้เล่นเลือกฉากจบลับอันนี้แล้วเข้าไปถล่มหอคอย ห้ามตายในระหว่างที่ต่อสู้อยู่เด็ดขาด เพราะตัวเกมจะไม่มีการย้อนกลับมาโหลดเริ่มใหม่ให้เราได้แก้ตัว นั่นจะถือเป็นการจบแบบ Bad Ending ไปแบบเลี่ยงไม่ได้ * แต่ถ้าอยากจบแบบฉากจบลับ 2 แนะนำให้เซฟไว้ในช่วงการสนทนากับ Johnny แล้วค่อยโหลดกลับมาเล่นหากเราตายในระหว่างทาง. Credit : Gamepressure
21 Dec 2020
ไกด์เกม Godfall อธิบายอาวุธภายในเกมทั้งหมดพร้อมลูกเล่นของแต่ละชนิด
เกวลินเองได้นำเสนอไกด์ของเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software เกี่ยวกับค่าสเตตัสต่าง ๆ และสกิลทั้งหมดของตัวละครภายในเกม กับ อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี ไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ วันนี้มาถึงคิวในเรื่องของอาวุธแต่ละชนิดภายในเกมกันค่ะ ว่ามีรูปแบบไหน มีออฟชั่นอะไรกันบ้างเราจะได้เลือกใช้งานได้ถูกนั่นเองค่ะ เมื่อพร้อมกันแล้วไปลุยกันเลย สิ่งที่ต้องรู้ก่อนเป็นอันดับแรก! อาวุธภายในเกม Godfall จะมีให้เลือกใช้ทั้งหมด 5 ประเภทด้วยกัน ซึ่งจะมีรูปแบบการโจมตีและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป แล้วภายในเกมก็จะมีการแบ่งระดับอาวุธออกไปทั้งหมด 5 ระดับด้วยกันประกอบไปด้วย Common [สีขาว], Uncommon [สีเขียว], Rare [สีฟ้า], Epic [สีม่วง] และ Legendary [สีทอง] แต่ละระดับก็จะมีออฟชั่นติดมาให้ด้วยเหมือนกัน โดยออฟชั่นของอาวุธจะแบ่งออกไปอีก 2 แบบนั้นก็คือ “Primary Effect” ที่จะติดกับอาวุธประเภทนั้น ๆ เลย และ “Secondary Effect” จะเป็นคุณสมบัติพิเศษที่จะทำการสุ่มขึ้นมา งานนี้บอกได้คำเดียวจะได้เข้ากับอาวุธของเราหรือเปล่าอยู่ที่ดวงล้วน ๆ สุดท้ายอาวุธทุกชิ้นสามารถอัปเกรดเพื่อเพิ่มดาเมจให้กับอาวุธชิ้นนั้นรวมไปถึงยังปลดล็อคคุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วยค่ะ อธิบายอาวุธประเภทดาบคู่ [Dual Blades] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการโจมตีที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก การทำคอมโบก็ง่ายเป็นอย่างมากค่ะ แถมมีระยะการโจมตีที่กว้างเหมือนกันถ้าปิดด้วยคอมโบของอาวุธชนิดนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกมาด้วยพลังโจมตีที่ไม่ได้สูงมากนัก โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Inner Focus” จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวละครสามารถสร้างความเสียหายมากกว่าปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และ “Mortal Coil” ผู้เล่นจะโยนใบมีดไปหาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้วดึงศัตรูเข้ามาหาเรา โดยเราจะดึงได้แค่ศัตรูทั่วไป แต่ศัตรูประเภท Boss จะดึงเราเข้าไปหา Boss แทน โดยท่าพิเศษนี้ไม่ต้องใช้ค่าพลังงานเหมือนกับท่า Dual Blades โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Conviction - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Hope's Lament - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จ Polarity Attacks ท่าพิเศษที่ผู้เล่นจะต้องเก็บหลอดของอาวุธชิ้นที่ 2 Duskblades - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการโจมตีรูปแบบ Rampage Jade Slivers - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Blades of Cruelty - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อเราโจมตีด้วย Polarity Attacks ท่าพิเศษที่ผู้เล่นจะต้องเก็บหลอดของอาวุธชิ้นที่ 2 จะทำให้ติดสถานะเลือดไหล [Bleed] Mercy - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] มันจะเพิ่มเปอร์เซ็นต์ของ Soulshatter ให้มากยิ่งขึ้น Brimtide Cleavers - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] จะเพิ่มการ์ชาร์จคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อโจมตีติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง [Chill] Witherweaves - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราจะใช้ Mark of Leechning ทุกครั้งที่เราถูกศัตรูโจมตี Obsidian Blades - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะ Critical Hit จะทำให้หลอดท่าพิเศษ Polarity Attacks เพิ่มเร็วขึ้น โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Stormflayers - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อใช้ท่าพิเศษ “Inner Focus” แล้วสร้างความเสียหายแบบ Soulshatter Buildup ( ลดหลอดเลือดแบบสีขาว ) มันจะส่งผลกระทบต่อศัตรูที่อยู่ข้าง ๆ แล้วการโจมตีของเราทั้งหมดจะเป็นรูปแบบ Soulshatter อธิบายอาวุธประเภทดาบใหญ่ [Greatswords] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการโจมตีที่หนักแน่น การโจมตีอาจจะช้าดังนั้นผู้เล่นจะคอยดูการโจมตีของศัตรูด้วย เพราะถ้าหากจะทำคอมโบเพื่อปิดการโจมตี โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Whirlwind” เราจะถือดาบใหญ่จากนั้นหมุนเป็นพายุแล้วโจมตีศัตรูที่อยู่ในรอบ ๆ ระยะการโจมตี และ “Great Throw” เราจะโยนดาบใหญ่ออกไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงแล้วแล้วมันก็จะกลับมาหาผู้เล่น ซึ่งดาเมจจะสร้างไปทั้งตอนปาไปและตอนมันกลับมา โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Slate - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Knightblade - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสติดสถานะไฟไหม้คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Serenity - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Harmonic Blade - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีด้วยรูปแบบ Takedown คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Solace - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Power เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้ Gildenblade - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าพิเศษ [Weapon Technique] คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Spine Cleaver - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Overhealth ทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายในรูปแบบ Soulshatter ต่อศัตรู Silverbane - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อเราใช้ท่าพิเศษ “Whirlwind” [Northern Technique] มีโอกาสติดสถานะไฟไหม้คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ White Asp - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - สร้างความเสียหาย Rushing Strike กับศัตรูที่มีพลังชีวิตเต็ม โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Shoku - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มพลังโจมตีให้กับท่าพิเศษ “Whirlwind” [Northern Technique] โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Carapace Blade - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อเราโจมตีด้วยท่าพิเศษของอาวุธไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ตามศัตรูจะได้รับ Apply the Mark Oceana - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีด้วยรูปแบบ Takedown จะยิงพลังออกไป 2 ลูกจะสร้างความเสียหายเป็นรูปแบบธาตุน้ำ 516 แต้มให้กับศัตรู Summertide - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราจัดการศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้มันจะระเบิดออกมาสร้างความเสียหานเป็นรูปแบบธาตุไฟ 534 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่รอบ ๆ Vengeance - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีด้วยรูปแบบ Takedown จะได้รับค่าพลัง Archon Fury 2% แล้วเพิ่มความเร็วในการชาร์จ Archon Fury โดยจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ในระยะเวลา 10 วินาที Alazkilic, The Fire of Hate - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราจัดการศัตรูที่ติดสถานะไฟไหม้มันจะระเบิดออกมาสร้างความเสียหานเป็นรูปแบบธาตุไฟ 534 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่รอบ ๆ แล้วศัตรูยังมีโอกาสติดสถานะไฟไหม้ โดยจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ อธิบายอาวุธประเภทดาบยาว [Longswords] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบที่รวดเร็ว หนักแน่น และ มีพลังทำลายล้างอยู่ในระดับกลาง ๆ ทำให้เป็นอาวุธที่ใช้งานง่ายสามารถสร้างคอมโบได้ง่ายกว่าอาวุธประเภทอื่น ๆ ทำให้มันเป็นหนึ่งในอาวุธที่หลายคนเลือกใช้งาน โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Spectral Flurry” เมื่อเรากดใช้งานจะวาร์ปไปยังตำแหน่งของศัตรูแล้วโจมตีต่อเนื่องให้กับศัตรูที่อยู่โดยรอบ และ “Spiral Technique” เมื่อกดใช้งานเราจะใช้ดาบยาวฟาดใส่ศัตรูเป็นรูปแบบเส้นตรงแล้วท่านี้จะทำให้เราอยู่ด้านหลังของศัตรูอีกด้วย โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Needle - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Chisel - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Falcius Longsword - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าพิเศษ [Weapon Technique] โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Vendetta - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Argent - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มพลังโจมตีให้กับท่าพิเศษ “Spiral Technique” [Southern Technique] โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Stinger - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] -  เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล เมื่อโจมตีในรูปแบบ Charged Heavy Attack โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Hacker - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Power เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะเลือดไหล Windbleeder - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู จะปล่อยคลื่นพลังออกมาสร้างความเสียหาย 272 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของคุณ Dragoncoil - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะ Critical Hit จะทำให้ค่าของหลอดในการใช้สกิลของโล่เพิ่มขึ้น โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์  Rosary - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีท่าพิเศษ “Spiral Technique” [Southern Technique] จะช่วยเร่งทำให้หลอดท่าพิเศษ “Spectral Flurry” [Northern Technique] เพิ่มเร็วขึ้น โดยคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์  Sword of Courage - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะเลือดไหลจะยิงพลังออกไป 2 ลูกแล้วสร้างความเสียหายแก่ศัตรู Zero - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะเลือดไหลจะยิงพลังออกไป 2 ลูกแล้วสร้างความเสียหายแก่ศัตรู อธิบายอาวุธประเภทหอกยาว [Polearms] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการโจมตีที่มีระยะกว้างและมีความเร็วในการโจมตีที่อยู่ในระดับน่าพึ่งพอใจ ส่วนด้านพลังทำลายล้างก็อยู่ในระดับกลาง เป็นอาวุธที่เราฝึกฝนก็จะทำให้การใช้งานคล่องตัวกว่าที่เราคิดไว้เยอะเลยค่ะ โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Polearm Slam” เราจะกระโดดเข้าไปหาศัตรูแล้วสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อศัตรูที่อยู่โดยรอบ และ “Javelin Throw” เราจะยกหอกขึ้นเพื่อเล็งที่จะปาหอกออกไปจากระยะไกลสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงแถมทำให้ศัตรูติดสถานะตาบอดอีกด้วย โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Grit - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Silver Storm - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะช็อก โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Prickle - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Starcaller - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะคำสาป โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Wergeld - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Overhealth ทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายในรูปแบบ Deathblow ต่อศัตรู Shadow's Light - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Endurance เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะคำสาป Faithful - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราจะใช้ Mark of Fragility ทุกครั้งที่เราถูกศัตรูโจมตี Gildenbolt - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะช็อกจะปล่อยคลื่นพลังออกมาสร้างความเสียหาย 214 แต้มให้กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของคุณ Windstopper - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะช็อก หากโจมตีด้วยท่าพิเศษ “Polearm Slam” [Northern Technique] โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Gift from the Masters - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - พื้นฟูพลังชีวิตทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายในรูปแบบ Soulshatter ต่อศัตรู Packhunter's Talon - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงเราจะเห็นจุดอ่อนของศัตรู Renzai The Man-Catcher - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีเข้าไปยังบริเวณจุดอ่อนของศัตรู ศัตรูที่อยู่โดยรอบจะติดสถานะตาบอดทุกครั้ง Spirit Reaper - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Endurance เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะคำสาป The Wolf's Boon - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีติดสถานะ Deathblow มีโอกาสที่จะอัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมาช่วยต่อสู้ด้วย โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ อธิบายอาวุธประเภทค้อนยักษ์ [Warhammers] อาวุธประเภทนี้มีรูปแบบการต่อสู้ที่ใกล้เคียงกับดาบใหญ่ [Greatswords] แต่มันจะมีอานุภาพที่รุนแรงกว่าอาวุธที่มาอยู่ในตอนนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ การโจมตีเชื่องช้านั้นคือสิ่งที่ผู้เล่นจะต้องรู้เมื่อใช้อาวุธนี้ในการเล่น โดยสกิลของอาวุธชนิดนี้มี 2 แบบด้วยกันประกอบไปด้วย “Concussive Smash” ผู้เล่นจะถือค้อนแล้วฟาดลงพื้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรงแถมทำให้ศัตรูติดสถานะสตั๊นชั่วขณะหนึ่งด้วย และ “Unstoppable Force” ผู้เล่นจะถือค้อนแล้วฟาดลงพื้นอย่างรุนแรงปล่อยคลื่นขนาดใหญ่ออกไปข้างหน้า ศัตรูที่อยู่ในระยะการโจมตีจะได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยอาวุธแต่ละชนิดของดาบคู่มีดังต่อไปนี้ค่ะ Tremor - เป็นอาวุธระดับ Common [สีขาว] - ไม่มี Effect ออฟชั่นใด ๆ Shatterplate - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มพลังโจมตีเมื่อโจมตีศัตรูด้วย “Breach” สร้างความเสียหายทำให้ค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ลดลงมากกว่าปกติ โดยดาเมจจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Blind Justice - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มความเร็วในการชาร์จท่าพิเศษ [Weapon Technique] คิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Earth Hammer - เป็นอาวุธระดับ Uncommon [สีเขียว] - เพิ่มโอกาสโจมตีแล้วติดสถานะพิษ โอกาสติดจะคิดตามเป็นเปอร์เซ็นต์ Tormentor - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - จะได้รับ Overhealth ทุกครั้งที่เราสร้างความเสียหายเมื่อใช้ท่าพิเศษ Weapon Technique ทุกแบบ The Gavel - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - เพิ่มโอกาสคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เราจะใช้ Mark of Leechning ทุกครั้งที่เราถูกศัตรูโจมตี Resonant Sledgehammer - เป็นอาวุธระดับ Rare [สีฟ้า] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Endurance เมื่อสังหารศัตรูที่ติดสถานะพิษ Azurite Silencer - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - พื้นฟูพลังชีวิตทุกครั้งที่เราจัดการศัตรูที่ติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง Verdant Crusade - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Infusion เมื่อทำลายศัตรูที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ Wailing Fury - เป็นอาวุธระดับ Epic [สีม่วง] - มีโอกาสได้รับ Blessing of Infusion เมื่อทำลายศัตรูที่แข็งแกร่งได้สำเร็จ Mountainborn Breaker - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อไหร่ที่เราโจมตีในรูปแบบ Soulshatter ใส่ศัตรูมันจะเกิดร่างระเบิดสร้างความเสียหายเป็นรูปแบบธาตุดินแก่ศัตรูที่อยู่รอบ ๆ Twin Omen - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] - เมื่อเราโจมตีเบามีโอกาสที่เราจะเรียก Earth Orb ออกมา แล้วเมื่อไหร่ที่คุณหรือเพื่อนร่วมทีมโจมตี Earth Orb ด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] ทุกรูปแบบ หรือ หลบเข้าไปอยู่ใน Earth Orb มันจะระเบิดออกมาทันทีสร้างความเสียหาย 513 แต้ม Darkstar Crusher - เป็นอาวุธระดับ Legendary [สีทอง] -  เมื่อไหร่ที่เราโจมตีท่าพิเศษ [Weapon Technique] ทุกรูปแบบจะสร้าง Time Bubble ขึ้นมาทำให้ศัตรูติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง 30% มีระยะคูลดาวน์ 120 วินาที จบไปกับอีกหนึ่งไกด์แนะนำเกม Godfall ซึ่งเกวลินเองก็ได้แต่คาดหวังว่ามันจะช่วยเพื่อน ๆ ที่เล่นเกมนี้ได้ไม่มากก็น้อยค่ะ สำหรับใครที่หาเพื่อนเล่นเกมนี้อยู่ก็มีกลุ่มคนไทยที่เล่นเกมนี้เหมือนกันนะคะ เข้าไปพูดคุยหาเพื่อนเล่นออนไลน์กันได้ค่ะ คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ ไกด์เกม Godfall อธิบายรายละเอียดค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลตัวละครทั้งหมด ไกด์เกม Godfall อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
17 Dec 2020
Cyberpunk 2077 วิธีรับอาวุธ Mono Wire ฟรี !! ไม่ต้องเสียเงินซื้อ
Mono Wire เป็นไอเท็ม Cyberware ที่เป็นอาวุธลับระยะประชิด เป็นแส้ที่เอาไว้ฟาดฟันศัตรูได้ แต่ทว่าอาวุธชิ้นนี้ในระดับ Legendary นั้นมีราคาที่ค่อนข้างแพงมากๆ (เป็นแสน) ซึ่งกว่าจะเก็บเงินมาได้แต่ละครั้งนั้นมันต้องใช้เวลาพอสมควร (ถึงแม้จะฟาร์มเงินได้ก็เถอะนะ) แต่เรามีวิธีที่ท่านจะได้รับไอเท็มนี้ไปใช้งานฟรีๆ โดยไม่ต้องซื้อเลยทีเดียว วิธีรับ ให้ท่านเดินทางมาที่เขตวัตสัน (Watson) และเดินทางมาที่ย่าน คาบูกิครับ ซึ่งตำแหน่งให้ท่านมาที่จุด Mark สีเขียวตามรูปด้านล่างได้เลย พอมาตามจุดตรงรูปด้านบนแล้วนั้น ท่านจะพบกับตรอกนี้พอดีครับ (ตามรูปด้านล่าง) ให้ท่านเดินตรงมาสุดทาง (ระวังศัตรู) เดินมาตรงร้านป้าย Pharmaceuticals และเดินเลี้ยวซ้ายมาได้เลยครับ พอเดินมาสุดทางเลี้ยวซ้ายทันทีครับและให้เดินมาสุดทางอีกครั้งทำการเลี้ยวขวา ซึ่งท่านจะเห็นโกดังอยู่ข้างๆ พอดี ให้ท่านทำการเปิดโกดังได้เลยครับ ซึ่งท่านจะเห็นกล่องใบหนึ่งอยู่ด้านใน ซึ่งภายในกล่องนั้นจะมี Mono Wire อยู่ครับ (ถ้าไม่มีให้ทำการโหลดเซฟใหม่) พอรับของเสร็จแล้วให้ท่านไปหาร้าน ริปเปอร์ดอค (ร้านติดตั้ง Cyberware ร้านไหนก็ได้) และทำการติดตั้ง Mono Wire (ชิ้นส่วนแขน) ได้เลยครับ
17 Dec 2020
Genshin Impact: รวมแหล่งตามหาสูตรอาหาร
การจะออกไปล่ามอนทำเควสใน Genshin Impact มันก็ต้องใช้พละกำลังกันหน่อย และถ้าหากเรามีอาหารที่สามารถบัฟพลังหรือฟื้นฟูพลังชีวิตได้ล่ะก็คงจะดีไม่น้อย (กองทัพมันต้องเดินด้วยท้อง) วันนี้เราจึงได้รวมแหล่งตามหาสูตรอาหารต่าง ๆ ที่มีในเกม โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ อาหารฟื้นฟูพลังชีวิต, อาหารที่ใช้เพิ่ม Status, อาหารที่ลดการใช้ Stamina และอาหารชุบชีวิต ไปดูสูตรกันเลยครับ อาหารฟื้นฟูพลังชีวิต อาหารที่กินแล้วจะทำให้พลังชีวิตของตัวละครที่เราเลือกเพิ่มขึ้นพร้อมเพิ่มเกจความอิ่ม หากเกจเต็มจะทำให้กินเพิ่มไม่ได้ ต้องรอให้หิวก่อน Black-Back Perch Stew หาซื้อได้ที่ Wanmin Restaurant (AR 30) Chicken-Mushroom Skewer ปลดล็อคตั้งแต่แรก Crystal Shrimp หาซื้อได้ที่ Wanmin Restaurant (AR 25) Flaming Red Bolognese หาซื้อได้ที่ Good Hunter (AR 20) Grilled Tiger Fish หาซื้อได้ที่ Wanmin Restaurant (AR 15) Matsutake Meat Roll ได้จากเควส Custodian of Clouds Mondstadt Hash Brown ได้จาก Domain Temple of the Wolf Mushroom Pizza ได้จากค่ายของพวก Hilichurl เป็นหีบสีทองตัวหีบจะอยู่บนแท่นไม้ในค่าย Radish Veggie Soup ปลดล็อคตั้งแต่แรก Squirrel Fish หาซื้อได้ที่ Wanmin Restaurant (AR 35) Sweet Madame ปลดล็อคตั้งแต่แรก   อาหารเพิ่ม Status อาหารที่กินแล้วจะเพิ่มค่าสเตตัสต่าง ๆ เช่น คริติคอล พลังโจมตี ฯ Adeptus’ Temptation ได้จากการเควส Qingyun Peak Almond Tofu ได้จากครัว Wangshu Inn อยู่ชั้น 2 ของโรมแรม Calla Lily Seafood Soup หาซื้อได้ที่ Good Hunter (AR 30) Cold Cut Platter ได้จาก Domain Eagle's Gate Come and Get It หาซื้อได้ที่ Wanmin Restaurant (AR 40) Fisherman’s Toast ปลดล็อคตั้งแต่แรก Fried Radish Balls ปลดล็อคตั้งแต่แรก Golden Crab ได้จากเควสเนื้อเรื่องของ Mona Jade Parcel ได้จากเควสการแข่งทำอาหารของ Xiangling Jewelry Soup ได้จากเควสหลัก Custodian of Clouds Jueyun Chili Chicken หาซื้อได้ที่ Wanmin Restaurant (AR 40) Pile ‘Em Up หาซื้อได้ที่ Good Hunter (AR 40) Qingce Stir Fry ซื้อจาก Ms. Bai ที่ Qingce Village Satisfying Salad ปลดล็อคตั้งแต่แรก Sauteed Matsutake หาซื้อได้ที่ Good Hunter (AR 35)   อาหารที่เพิ่มและลดการใช้ Stamina อาหารในกลุ่มนี้มี 2 แบบคือ กินแล้วจะช่วยลดการใช้ค่า Stamina ให้น้อยลง และใช้เติมค่า Stamina แม้จะช่วยเพิ่มและลดการใช้ Stamina แต่มันก็แลกมาด้วยคูลดานว์ที่แสนจะยาวนาน Barbatos Ratarouille ได้จากการคุยกับ Vint ที่หน้าผาในเขต Mondstadt Cream Stew หาซื้อได้ที่ Good Hunter (AR 25) Lotus Seed and Bird Egg Soup หาซื้อได้ที่ Bubu's Pharmacy Noodles with Mountain Delicacies ซื้อจาก Ms. Bai ที่ Qingce Village Northern Smoked Chicken ได้จากกล่องนำทาง Seelie ไปที่แท่น ในเขตรังมังกร Sticky Honey Roast ได้จากเควสเนื้อเรื่องของ Jean Zhongyuan Chop Suey ได้จากเควสของ Mr. Zhu   อาหารชุบชีวิต อาหารที่กินแล้วจะช่วยชุบชีวิตตัวละครของเราที่ตายไป อย่าตายบ่อยล่ะสงสารน้องๆ Crab, Ham, and Veggie Bake ได้จากเควส Commission (สุ่ม) Golden Shrimp Balls ได้จากเควส Commission (สุ่ม) Mondstadt Grilled Fish ปลดล็อคตั้งแต่แรก Mora Meat ได้จากเควสหลัก Custodian of Clouds Steak ปลดล็อคตั้งแต่แรก Stir-Fried Filet สุ่มจากการเปิดหีบสีทองในเขตพื้นที่ของ Liyue Tea Break Pancake หาซื้อได้ที่ Good Hunter (AR 15) Teyvat Fried Egg ปลดล็อคตั้งแต่แรก ก็จบลงไปแล้วครับสำหรับแหล่งหาอาหารพร้อมเควสทำอาหารทั้งหมด หวังว่าไกด์นี้จะเป็นประโยชน์กับสาวก Genshin Impact นะครับ ต่อไปจะมีไกด์อะไรมาให้อ่านอีกรอติดตามได้เลยครับ
17 Dec 2020
Cyberpunk 2077: แหล่งเก็บอาวุธระดับ Iconic ทั้งหมดในเกม
ในเกม Cyberpunk 2077 จะมีอาวุธปืนให้เราเก็บได้หลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็มีระดับความหายากที่แตกต่างกันไป ทำให้มีความสามารถติดตัวไม่เหมือนกัน แม้ว่าในการยิงจริงๆ ส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันเท่าไหร่ก็ตามที แต่จะมีอาวุธอีกระดับหนึ่งที่เรียกว่า "Iconic" (เป็นเอกลักษณ์) ที่นอกจากจะมีให้เก็บแค่ชิ้นเดียวในเกมแล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่หาไม่ได้ในปืนรุ่นเดียวกันทั้งหมดอีกด้วย อาวุธ Iconic หลายชิ้นจะสามารถเก็บได้ในช่วงเวลาที่จำกัดมากๆ เช่นระหว่างภารกิจเนื้อเรื่องบางอัน และถ้าพลาดไปแล้วก็จะพลาดไปเลยได้ เพื่อให้ทุกคนสามารถหาอาวุธเหล่านี้มาประดับคลังแสงแบบครบๆ เราจึงรวบรวมรายชื่ออาวุธระดับ Iconic ทั้งหมดที่พอหาได้ พร้อมกับเงื่อนไขในการได้มาซึ่งแต่ละชิ้นด้วย โดยจะแบ่งตามชนิดของอาวุธนั้นๆ ปืน Iconic บางกระบอกจะถูกแสดงเอาไว้บนกำแพงในห้องเก็บปืนของ V ที่อพาร์ตเมนต์ของเขาอีกด้วย ปืนเหล่านี้จะมีเส้นขีดใต้ชื่อ *คำเตือน: อาวุธหลายๆ ชิ้นจะสามารถเก็บได้ในช่วงฉากจบบางฉากเท่านั้น โดยรายละเอียดของอาวุธเหล่านี้จะถูกใส่ไว้ท้ายสุด พร้อมกับจะมีคำเตือนก่อนอีกที* *คำเตือน 2: ในส่วนตัวผู้เขียนเองยังไม่มีโอกาสได้ทดลองหาอาวุธทุกชิ้นในบทความนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาดต้องขออภัยล่วงหน้า และสามารถคอมเมนต์เข้ามาแก้ไขได้ครับ* ปืนพก Dying Night โมเดลตั้งต้น: m-10AF Lexington (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความเร็วในการเติมกระสุนและความเสียหายจากการยิงเข้าหัว 50% ปืนประจำตัวของ V ที่สามารถเก็บได้ทันทีหลังจากที่เล่นฉากแนะนำ Lifepath จบ เมื่อเราตื่นขึ้นมาในห้องพักของ V หลังจากคัตซีน ให้เดินลงบันใดมาทางที่มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ที่จะออกจากตึก แต่ให้แวะร้านขายปืนฝั่งตรงข้ามซะก่อน โดยเราจะสามารถกดรับปืน Dying Night นี้จากพ่อค้าได้ฟรี (กดเหมือนซื้อจากร้านค้าปกติ แต่ราคา 0) หากเราไม่ได้รับปืนก่อนจะทำภารกิจ "การปล้น / The Heist" จะได้รับเป็นของรางวัลจากการผ่านภารกิจแข่งยิงปืนที่ร้านปืนเดียวกันได้ในภายหลัง (ต้องชนะเลิศเท่านั้น) Chaos โมเดลตั้งต้น: JKE-X2 Kenshin (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สุ่มเพิ่มโอกาสติดสถานะ Burn หรือ Poison หรือ Stun ทุกครั้งที่กดเติมกระสุน ปืนประจำตัวของนาย Royce หัวหน้าแก๊ง Maelstrom ที่เราสามารถพบได้ตามภารกิจเนื้อเรื่องนั่นเอง โดยเงื่อนไขในการได้ปืนนี้มาก็เพียงแค่ต้องฆ่า Royce ให้ได้เสียก่อนเท่านั้น ซึ่งจะฆ่าอย่างไรก็แล้วแต่ จะเลือกตัวเลือกบทสนทนาแล้วเป่าหัวมันไปแต่แรกเลยก็ได้ หรือจะรอสู้มันในฐานะบอสทีหลังก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าเลือกเข้าข้างฝั่ง Royce (เช่นการแก้ไวรัสบนชิปเงินของ Militech) จะทำให้อดได้ปืนนี้มา Kongou โมเดลตั้งต้น: Liberty (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ทำให้สามารถชิ่งกระสุนได้ไม่ว่าจะใส่ Cyberware อยู่หรือไม่ก็ตาม ปืนประจำตัวของ โยริโนบุ อาราซากะ สามารถเก็บได้จากชั้นวางของข้างเตียงในห้องของเขาระหว่างที่เล่นภารกิจ "การปล้น / The Heist" โดยถ้าพลาดไม่ได้เก็บไปแล้ว ก็จะพลาดไปเลยและไม่สามารถกลับมาเก็บได้อีก Plan B โมเดลตั้งต้น: Liberty (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงออกมาเป็นเงิน Eddies แทนกระสุน และมีสิทธิ์ทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดออก หลังจากที่จบภารกิจ "การปล้น / The Heist" และสามารถเลือกตัวละครได้อีกครั้ง ให้เดินทางไปที่กองขยะที่เราพบกับทาเคมูระอีกครั้ง บริเวณด้านล่างๆ ของเมือง (สามารถ Fast Travel ลงไปที่จุดชื่อ Medeski Fuel Station) เมื่อไปถึงแล้วให้ตามหาศพของ Dexter จนพบ จะสามารถเก็บปืนจากศพของเขาได้ Lizzie โมเดลตั้งต้น: Omaha (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ปืน Tech Pistol ที่สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟ มีสิทธิ์สูงที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะไฟใหม้ และเมื่อชาร์จยิงจะปล่อยกระสุนออกไปมากกว่าปกติหนึ่งนัด คุณสามารถพบปืนนี้ได้ในตอนที่ไปหาตัวละครจูดี้เป็นครั้งแรกหลังจากที่จบภารกิจ "การปล้น / The Heist" (ไปตามภารกิจเนื้อเรื่องที่ให้ตามหา Evelyn Parker) โดยเมื่อเดินลงไปถึงชั้นใต้ดินของบาร์ Lizzie's ก่อนที่จะเข้าไปถึงห้องของจูดี้ ให้เราลองสำรวจพื้นที่ใกล้ๆ ตีนบันได จะพบปืนกระบอกนี้วางอยู่บนโต๊ะแถวนั้น (หากหาไม่เจอลงกดแสกนเพื่อมองหาได้) Apparition (Corpo เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: JKE-X2 Kenshin (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เมื่อพลังชีวิตเหลือน้อย จะได้รับความเร็วในการยิง / ความเร็วในการเติมกระสุน / ทำความเสียหายเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสียหายจากการชาร์จยิง 2 เท่า ปืนกระบอกนี้จะสามารถหาได้จากภารกิจเสริม War Pigs ซึ่งเป็นภารกิจเฉพาะของ Lifepath Corpo เท่านั้น เราสามารถเก็บปืนนี้ได้จากศพของตัวละคร Frank ระหว่างภารกิจ Genjiroh โมเดลตั้งต้น: HJKE-11 Yukimura (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: บรรจุกระสุนได้มากกว่าปกติ และกระสุนนำวิถีเร็วกว่าปกติ สามารถล๊อคเป้าหมายได้พร้อมกัน 6 เป้าหมายและยิงกระสุนนำวิถีพร้อมกันทีละ 4 นัด สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟฟ้า (มีสิทธิ์ทำให้ติดสถานะ Stun) สามารถเก็บได้ระหว่างทำภารกิจ "Play It Safe" ช่วงท้ายๆ เกม ในบริเวณที่เราต้องต่อสู้กับเหล่าศัตรูสไนเปอร์ โดยจะซ่อนอยู่หลังประตูที่ต้องใช้ค่า Technical Ability สูงจึงจะเปิดได้ La Chingona Dorada โมเดลตั้งต้น: Nue (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: มีช่องใส่ Mod มากกว่าปกติหนึ่งช่อง และเติมกระสุนเร็วกว่าปกติ มีสิทธิ์ทำให้ศัตรูติดสถานะ Burn และ Stun ปืนประจำตัวของ Jackie สามารถเก็บได้ในภารกิจเสริม Heroes โดยปืนจะวางอยู่บนโต๊ะพร้อมของที่ระลึกถึง Jackie ภารกิจนี้จะปลดล๊อคต่อเมื่อเราเลือกตัวเลือกให้รถ เดลาเมน พาศพ Jackie ไปส่งครอบครัวหรือบอกให้รอเราอยู่ข้างนอกเท่านั้น หากเลือกให้รถไปส่งศพที่คลินิคหมอ Viktor จะไม่สามารถรับปืนนี้ได้ Malorian Arms 3516 โมเดลตั้งต้น: ไม่มี (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: มีช่อง Mod สี่ช่อง เปลี่ยนท่าโจมตีระยะประชิดให้กลายเป็นการปล่อยไฟออกมาด้านหน้าแทนการฟาดด้วยด้ามปืนตามปกติ และยังสามารถยิงทะลุกำแพงราวกับเป็นปืน Tech Pistol ได้ด้วย (จริงๆ ปืนเป็น Power Pistol) ผู้เล่นทุกคนน่าจะเคยได้ลิ้มลองความโหดของปืนประจำตัวของ Johnny Silverhand กระบอกนี้มาแล้วตามเนื้อเรื่อง เราสามารถได้รับปืนนี้มาใช้ได้จริงๆ ในภารกิจเสริม Chippin' In ที่จะปลดล๊อคหลังจากที่ทำภารกิจเนื้อเรื่องที่เกี่ยวข้องกับแก๊ง Voodoo Boys ไปแล้ว โดยเราจะต้องยอมให้ Johnny เข้าครอบงำร่างชั่วขณะในระหว่างที่ทำภารกิจนี้ และเมื่อทำภารกิจไปเรื่อยๆ จะมีโอกาสให้เราเก็บปืนนี้มาใช้เอง (ภารกิจนี้ยังมีสิทธิ์มอบรถประจำตัวของ Johnny ให้เราได้ด้วย) Skippy โมเดลตั้งต้น: HJKE-11 Yukimura (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: จะเพื่มความสามารถขึ้นเรื่อยๆ ตามผู้เล่น และจะพูดคุยกับผู้เล่นตลอดเวลา สำหรับเจ้าปืนช่างจ้อกระบอกนี้ สามารถเก็บได้จากภารกิจของมันเองที่รับได้จากบริเวณ College Street ในเขต Heywood, Vista Del Rey โดยแค่ทำเควสจบก็จะได้มาใช้แล้ว ปืนลูกโม่ Archangel โมเดลตั้งต้น: Overture (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ลดแรงถีบลงกว่าปกติ สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟฟ้า มีสิทธิ์ทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun ปืนประจำตัวของ Kerry Eurodyne อดีตเพื่อนร่วมวงของ Johnny Silverhand นั่นเอง โดยเราจะสามารถได้รับปืนลูกโม่กระบอกนี้มาเมื่อเล่นเควสเสริมทั้งหมดของ Kerry จบ (เควสแรกชื่อ Holdin' On) Comrade's Hammer (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: RT-46 Burya (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายธาตุไฟสูงกว่าปกติมากๆ แต่จะเติมกระสุนช้ากว่าปกติเช่นกัน ต้องเก็บมาในรูปแบบ Crafting Spec จากศัตรูที่พบในกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Arroyo ทางฝั่งตะวันออกของ Red Dirt Bar Crash โมเดลตั้งต้น: Overture (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สามารถลั่นไกค้างเพื่อยิงรัวแบบ Full Auto ได้ ปืนประจำตัวของตัวละคร River ที่ได้รับจากการทำเส้นภารกิจเสริมของเขาจบทั้งหมด Doom Doom โมเดลตั้งต้น: DR5 Nova (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนทีละ 4 นัดต่อการเหนี่ยวไกหนึ่งครั้ง ปืนจะยิงแรงและเร็วกว่าปกติ แลกกับการถีบของปืนและการกระจายตัวของกระสุนที่เพิ่มขึ้น ปืนประจำตัวของตัวละคร Dum Dum (ลิ่วล้อ Maelstrom คนที่ทักทายเราคนแรกในเควส) โดยการจะได้มานั้น จะต้องทำให้ Dum Dum รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในเควสช่วงต้นเกม (คือต้องไว้ชีวิต Royce และพลาดปืน Chaos) เพื่อปลดล๊อคเควสเสริม Second Conflict ซึ่งเราจะสามารถฆ่าเขาและเอาปืนนี้มาได้ในเควสนี้ ปืน Sub Machine Gun Buzzsaw (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: DS1 Pulsar (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนจะสามารถทะลุตัวศัตรูและที่กำบังบางชนิดได้ สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Northside ทางเหนือของถนน Pershing Street Fenrir โมเดลตั้งต้น: M221 Saratoga (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟ พร้อมมีสิทธิ์มทำให้ศัตรูติด Burn ปืนจะมีการกระจายตัวของกระสุนน้อยลง และกระสุนจะมีโอกาสตัดแขนขาศัตรูมากขึ้น แลกกับการถีบแรงขึ้นด้วย เก็บได้ใกล้ๆ หลวงพระที่เจอในภารกิจเสริม Losing My Religion ในเขต Northside Problem Solver โมเดลตั้งต้น: M221 Saratoga (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความจุกระสุนและอัตราการยิงมากกว่าปกติ เก็บได้จากศัตรูที่พบในช่วงที่บุกถล่มฐานศัตรูในภารกิจเสริม Riders On the Storm โดยจะเป็นศัตรูตัวใหญ่ๆ ที่ยืนเฝ้าประตูทางเข้าอยู่ Prototype Shingen: Mark V โมเดลตั้งต้น: TKI-20 Shingen (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนระเบิดนำวิถี สามารถล๊อคเป้าศัตรูได้พร้อมกัน 3 ตัว พบได้ในโกดังเก็บของในภารกิจเนื้อเรื่อง Gimme Danger (สามารถกลับไปเก็บทีหลังได้) ปืนจะอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ตั้งอยู่ท้ายรถกระบะคันหนึ่ง โดยตู้ดังกล่าวจะเปิดอยู่ แต่จะมีกับดักวางเอาไว้ด้านในด้วยเช่นกัน ตอนจะเก็บต้องระวังให้ดี Yinglong (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: G-58 Dian (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนแต่ละนัดจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเป็นธาตุไฟฟ้า (ไม่ได้เปลี่ยนธาตุไปเลย) และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะสร้างระเบิด EMP ใส่ศัตรูที่โดนยิง สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต The Glen แถวๆ ส่วนตัดถนน Ventura และ Skyline ปืน Assault Rifle Divided We Stand โมเดลตั้งต้น: D5 Sidewinder (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สามารถล๊อคเป้าศัตรูได้พร้อมกันทีละ 5 ตัว สร้างความเสียหายธาตุเคมีพร้อมโอกาสทำให้ติดสถานะ Poison สามารถได้ปืนนี้มาจากภารกิจเสริม Stadium Love โดยเราต้องคว้าตำแหน่งชนะเลิศในการแข่งยิงปืนระหว่างภารกิจ หรือจะเล่นสายโหดแล้วฆ่าทุกคนในงานเพื่อเอาปืนมาก็ได้ Moron Labe (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: M251s Ajax (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มอัตราการยิงและโอกาสที่กระสุนจะตัดแขนขาศัตรู สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต West Wind Estate Psalm 11:6 (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: D5 Copperhead (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายเป็นธาตุไฟ มีโอกาสทำให้ศัตรูติดสถานะ Burn สูง สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Northside Widow Maker โมเดลตั้งต้น: M-179 Achilles (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนเพิ่มขึ้น 2 นัดทุกครั้งที่ลั่นไก สร้างความเสียหายธาตุเคมีพร้อมโอกาสติดสถานะ Poison และเพิ่มความเสียหายจากการชาร์จยิง ปืนประจำตัวของตัวละคร Nash ซึ่งเป็นศัตรูที่พบได้ในภารกิจเนื้อเรื่อง Ghost Town แค่ฆ่ามันให้ตายแล้วก็เก็บมา จบ! ปืนลูกซอง Mox โมเดลตั้งต้น: Carnage (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ลดการกระจายตัวของกระสุนเมื่อกดเล็ง แต่ลดความเร็วในการเติมกระสุนลงด้วย ได้จากจูดี้ทันทีหากเราจีบเธอสำเร็จ หรือเมื่อเล่นภารกิจเสริมของเธอจบทั้งหมด Sovereign (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: DB-4 Igla (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ลดการกระจายตัวของกระสุนแลกกับการเติมกระสุนช้าลง ยิงกระสุนทีละสองนัด สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Japantown The Headsman (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: M2038 Tactician (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มจำนวนเม็ด Projectile ที่ปล่อยออกมาเป็นสองเท่าของปกติและเติมกระสุนเร็วขึ้น พร้อมเพิ่มโอกาสทำให้ติดสถานะเลือดออกและโอกาสตัดแขนขาศัตรู แต่มีการกระจายตัวของกระสุนเพิ่มขึ้น ยิงช้าลง และความจุกระสุนน้อยลง สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Northoak   ปืนสไนเปอร์ Breakthrough (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: Nekomata (Tech Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนของปืนนี้สามารถชิ่งกำแพงได้เหมือนปืน Power (แต่ยังยิงทะลุกำแพงแบบปืน Tech อยู่นะ) สามารถหาสูตรคราฟต์ได้จากกิจกรรม Suspected Crime Activity ในเขต Rancho Coronado O'Five โมเดลตั้งต้น: SPT32 Grad (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนหัวระเบิดแบบเฉพาะ ในภารกิจ Beat the Brat: Arroyo เราจะมีสิทธิ์เลือกปืนนี้เป็นของเดิมพันจากคู่ต่อสู้ Overwatch โมเดลตั้งต้น: SPT32 Grad (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: มีที่เก็บเสียงเฉพาะตัว (ถอดไม่ได้) และมีความเร็วในการเติมกระสุนเพิ่มขึ้น ได้เป็นของรางวัลจากการช่วยชีวิต Saul ในภารกิจ Riders on the Storm ตามเส้นเรื่องของ Panam ดาบคาตะนะ Satori โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ลดความเสียหายปกติ แต่เพิ่มโอกาสติดคริติคอลอย่างมาก และเพิ่มความเสียหายจากการติดคริติคอลขึ้น 500% เช่นเดียวกับปืน Kongou ดาบ Satori จะสามารถเก็บได้ระหว่างที่เล่นภารกิจ "การปล้น / The Heist" เท่านั้น และจะไม่สามารถกลับมาเก็บได้อีกหากพลาดไปแล้ว โดยหลังจากที่ตัวละคร T-Bug สั่งให้ผู้เล่นหนีออกจากห้องทางหน้าต่าง แทนที่จะวิ่งออกไปตามทางที่เกมนำ ให้เรามองหาบันไดในห้องแล้วเดินตามขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า จะพบกับรถบินได้ของ ซาบุโร่ อาราซากะ ซึ่งภายในจะมีดาบ Satori วางอยู่ด้วย Cocktail Stick โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ สามารถเก็บได้ในบริเวณห้องแต่งตัวของเหล่าโสเภณีที่ Clouds ระหว่างที่เล่นภารกิจเนื้อเรื่อง Automatic Love Jinchu-maru โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: เมื่ออยู่ใต้ผลของ Cyberware Kerenzikov จะเพิ่มโอกาสคริติคอลเป็น 100% เพิ่มความเสียหายเป็นสองเท่าให้กับการโจมตีครั้งสุดท้ายในคอมโบดาบ และทำความเสียหายเป็นสองเท่าในกรณีที่ศัตรูมีพลังชีวิตมากกว่าเราเท่าตัว ได้มาจากบอส Oda ที่ต้องต่อสู้ด้วยในภารกิจเนื้อเรื่อง Play It Safe Scalpel โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุไฟฟ้า เมื่ออยู่ใต้ผลของ Cyberware Sandevistan จะทำให้ได้รับโอกาสคริติคอลเพิ่ม และทำให้การโจมตีมีโอกาสสูงที่จะมอบสถานะ Bleeding ใส่ศัตรู ได้มาเป็นรางวัลจากภารกิจเสริม Big in Japan ที่รับได้จาก NPC ที่ใส่แว่นและสูทสีเหลืองๆ ในผับ Afterlife (ใกล้ๆ กับเวิ้งที่ Rogue นั่งอยู่) Tsumetogi โมเดลตั้งต้น: ดาบคาตะนะ คุณสมบัติพิเศษ: ได้รับโบนัสความเสียหายธาตุไฟฟ้า และทำให้ศัตรูมีโอกาสติดสถานะ Shock และเพิ่มแรงต้านทานธาตุไฟฟ้าด้วย ภายในภารกิจ Pisces ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเสริมของจูดี้ ในห้องที่เจอกับเหล่าหัวหน้าแก๊ง Tyger Claws โดยจะวางอยู่บนโต๊ะไม่งั้นก็เสียบคาเอาไว้ในศพใดซักศพหนึ่งในนั้น อาวุธระยะประชิดอื่นๆ Cottonmouth โมเดลตั้งต้น: กระบอง คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายธาตุเคมีและไฟฟ้า พร้อมกับมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ติดสถานะ Poison เก็บได้จากห้องส่วนตัวของหมอ Ripperdoc ที่ชื่อว่า Fingers ที่เราพบได้ในภารกิจเนื้อเรื่อง The Space in Between (หรือจะมาเก็บทีหลังก็ได้) Gold-Plated Baseball Bat โมเดลตั้งต้น: ไม้เบสบอล คุณสมบัติพิเศษ: มีโอกาสสูงที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดออก และมีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ติดสถานะ Stun เก็บได้ในระหว่างภารกิจเสริม Second Conflict โดยจะอยู่ในบ่อซีเมนต์ Sir John Phallustiff โมเดลตั้งต้น: กระบอง (ดิลโด้?) คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ ได้มาจากภารกิจเสริม Venus in Furs โดยเราจะต้องเลือกใช้ชิปของ Militech ที่ได้จาก Meredith Stout จ่ายเงินให้ Royce โดยไม่ได้เตือนว่าชิปมีไวรัส หลังจากนั้นซักพัก Meredith Stout จะติดต่อมาชวนเราไปนัดยิ้มในโรงแรม และเมื่อเสร็จกิจกันแล้วจะสามารถเก็บอาวุธนี้ได้จากบนเตียง Stinger โมเดลตั้งต้น: มีดสั้น คุณสมบัติพิเศษ: สร้างความเสียหายธาตุเคมีเพิ่มเติม (ไม่ได้เปลี่ยนธาตุไปเลย) และมีโอกาสมอบสถานะ Poison ให้ศัตรู เป็นของรางวัลจากภารกิจเสริม I'll Fly Away ซึ่งจะเปิดให้ทำได้หลังจากที่เสร็จภารกิจ Riders on the Storm ในเส้นเรื่องของ Panam Tinker Bell โมเดลตั้งต้น: กระบอง คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นต่ำ แต่มีโอกาสสูงที่จะน๊อคศัตรูในการโจมตีครั้งเดียวด้วยท่าโจมตีหนัก หาได้จากภารกิจ The Hunt ในเส้นเรื่องของ River โดยจะวางอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งในฟาร์ม Edgewood ระเบิดพก Ozob's Nose โมเดลตั้งต้น: ระเบิดพก คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ ได้รับเป็นของรางวัลสำหรับภารกิจเสริม Send in the Clowns โดยเราจะสามารถคราฟต์ระเบิดนี้ได้หลายลูกเหมือนระเบิดปกติ *****สปอย***** นอกจากอาวุธที่กล่าวมา ยังมีอาวุธอีกหลายชิ้นที่มีเงื่อนไขผูกพันธ์กับตอนจบที่ผู้เล่นเลือกด้วย ดังนี้: Pride โมเดลตั้งต้น: Liberty (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มโอกาสติดคริติคอลและความเสียหายจากการยิงหัว มีโอกาสเล็กน้อยที่จะทำให้ศัตรูติดสถานะ Stun ได้มาจากเควสเนื้อเรื่องช่วงสุดท้าย หลังจากที่เลือกเข้าร่วมกับพวกของ Rogue เท่านั้น โดยสามารถพบได้ใกล้ๆ กับจุดที่เจอ Adam Smasher Amnesty โมเดลตั้งต้น: Overture (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงแรงและใช้ง่ายกว่าปกติ ปืนที่เก็บได้ในฉากจบของ Panam เมื่อเลือกเข้าร่วมกับเธอและกลุ่ม Aldecaldos Prejudice โมเดลตั้งต้น: HJSH-18 Masamune (Power Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: กระสุนสามารถทะลุร่างกายศัตรูได้ เก็บได้จากด้านหลังบาร์ Afterlife เมื่อเลือกเข้าร่วมกับพวก Rogue ในช่วงท้ายของเรื่องในภารกิจเนื้อเรื่อง To Whom the Bell Tolls (เก็บไว้ใช้หลังจบเกมไม่ได้) Ba Xing Chong (ได้จากการคราฟต์เท่านั้น) โมเดลตั้งต้น: L-69 Zhuo (Smart Weapon) คุณสมบัติพิเศษ: ยิงกระสุนระเบิดแทนกระสุนปกติ เก็บสูตรการคราฟต์ได้จากกรุของ Adam Smasher บนยาน Ebunike โดยต้องเก็บกุญแจ Access Token จากศพของ Adam Smasher เสียก่อน The Caretaker's CyberSpade โมเดลตั้งต้น: ค้อนสองมือ คุณสมบัติพิเศษ: มีความเสียหายตั้งต้นสูงกว่าปกติ ในระหว่างที่เล่นภารกิจหลัก Knockin' On Heaven's Door จะสามารถพบอาวุธนี้วางพิงต้นไม้อยู่ใกล้ๆ โต๊ะประชุมตัวหนึ่งในฉาก โดยจะต้องเลือกตอนจบของ Rogue เท่านั้น Credit: Gamespot Eurogamer RPGSite
15 Dec 2020
Cyberpunk 2077 คุณควรเลือกอะไรระหว่าง Nomad / Streetkid หรือ Corpo
ในที่สุดเกมที่หลายๆ คนรอคอยอย่าง Cyberpunk 2077 ก็มาถึงมือพวกเราเรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะที่เราเริ่มต้นเกมนั้นผู้เล่นอาจจะต้องมาสะดุดกับตอนต้นของเกมเพราะมันมีการให้เราเลือกข้างจาก 1 ใน 3 ฝ่าย ได้แก่ Nomad / Streetkid และ Corpo ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมารู้ข้อมูลเบื้องต้นของทั้ง 3 ฝ่ายนี้และมาหาคำตอบกันว่า คุณควรเลือกอะไรระหว่าง Nomad / Streetkid หรือ Corpo ใน Cyberpunk 2077 นี้! ฝ่าย Nomad สำหรับฝ่ายแรกนี้จะพาผู้เล่นไปสู่เส้นทางชีวิตของกลุ่มคนที่เห็นถึงความวุ่นวายและความขัดแย้งในเมือง Night City จึงได้แยกตัวออกมาสร้างเมืองอยู่นอกเขตบริเวณเขตทะเลทรายแห้งแล้ง ซึ่งฝ่ายนี้จะมีการปกครองกันเองแยกออกเป็นชุมชนมากมายซึ่งมีความเป็นระบบมากกว่าฝ่าย Streetkid เรียกได้ว่าพวกเขาเป็นกลุ่มคนที่อยู่นอกกฏหมายของ Night City และพวกเขาจะเดินทางด้วยรถคู่ใจสุดเท่ ( ให้เราลองนึกภาพรถแบบภาพยนต์เรื่อง Mad Max จะได้ฟิลแบบนั้นเลย ) ดังนั้นเวลาที่ผู้เล่นเจอกลุ่มคนจากฝ่ายอื่นหรือผู้คนเห็นเราใน Night City จะถูกมองเป็นตัวอันตรายและไม่ค่อยมีใครอยากผู้มิตรด้วยสักเท่าไหร่ ซึ่งถ้าผู้เล่นเลือกฝ่ายนี้ตัวเกมจะพาไปรู้จักกับ Jackie Welles บุคคลลึกลับที่ต้องการให้ V ( ตัวเอกที่เราเล่น ) ช่วยลักลอบขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน Night City สรุปได้ว่าถ้าใครชอบรถ ชอบการเดินทางอยู่ฝ่ายนี้จะตอบโจทย์มากๆ   ฝ่าย Streetkid ก่อนอื่นต้องพูดถึงเมือง Night City นั้นเป็นเมืองที่ล่มสลายจนมีการแบ่งแยกชนชั้นอย่างชัดเจนนั่นคือ ชนชั้นสูงและชนชั้นล่าง ทำให้ส่วนใหญ่ผู้คนในเมืองนี้จะมีชนชั้นล่างเยอะมากและพวกเขาก็มีแก็งค์อยู่มากมายที่เมืองแห่งนี้ ซึ่งถ้าผู้เล่นเลือกที่จะเล่นฝ่าย Streetkid เราจะถูกผู้คนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อใจและเป็นที่รู้จักมีมิตรสหายอยู่ทั่วเมืองบนท้องถนนแห่งเมือง Night City ดังนั้นเวลาที่เราเดินไปตามท้องถนนเราไม่ต้องกลัวใครที่จะมาทำร้ายเราเลยเพราะทุกคนคือครอบครัวแห่งชาวแก็งค์ โดยผู้เล่นจะได้เริ่มต้นเรื่องในบาร์ที่เคิร์กซึ่งผู้เล่นจะได้รับงานง่ายๆ คือการขโมยรถของเป้าหมาย ซึ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่ระหว่างที่กำลังออกจากคลับนั้น เราจะถูกปาเดร ( หนึ่งในหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมแห่งเมือง Night City ) ลากตัวขึ้นไปบนรถเขา ซึ่งเราจะได้รับมอบหมายให้ขับรถให้เขาและระหว่างนี้ผู้เล่นต้องโชว์ฝีไม่ลายมือบนท้องถนนและแสดงความเป็นชาว Streetkid ให้เขาได้เห็น ซึ่งหลังจากจบทัวร์ของเปรโดนเราจะต้องไปทำการขโมยรถต่อ แต่ระหว่างนี้ผู้เล่นจะได้พบกับ Jackie Welles หลังจากนี้ความมันส์ก็จะเริ่มขึ้น สรุปง่ายๆ ว่าถ้าเราต้องการเป็นหนึ่งในบุคคลที่สามารถโลดแล่นอยู่ในเมือง Night City อย่างสบายใจ แนะนำให้เลือกฝ่ายนี้เพราะทุกคนและทุกแก็งค์นั้นล้วนเป็นพันธมิตรที่คอยช่วยเหลือเราบนท้องถนนแห่งนี้!   ฝ่าย Corpo สำหรับฝ่าย Corpo นั้นผู้เล่นจะเริ่มต้นด้วย Cotpo-Rat ซึ่งเป็นชื่อของภารกิจเบื้องต้นของ Corpo บอกเลยว่าน่าสนใจมาก โดยสำหรับผู้เล่นที่อยู่ฝ่าย Corpo นั้นจะเป็นคนที่มีไหวพริบต้องคอยตอบคำถามต่างๆ ที่ต้องอาศัยข้อมูลระดับสูง และฝ่ายนี้จะเหมือนกับว่าผู้เล่นอยู่ในการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา มิตรในอนาคตอาจกลายเป็นศัตรู ศัตรูในตอนนี้ในภายภาคหน้าก็อาจเป็นมิตรได้ไม่มีอะไรแน่นอน จะมีการบังคับให้ผู้เล่นเห็นถึงความเล่ห์เหลี่ยมของฝ่ายนี้เพราะจากที่ผู้เล่นเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงกลับถูกทรยศทำให้ต้องเริ่มนับใหม่จาก 0 ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องหาทางไต่เต้าเพื่อกลับไปยืนอยู่ ณ จุดนั้นเพื่อแสดงความเป็นที่ 1 หรือจะขึ้นไปเพื่อหาทางแก้แค้นนั่นก็ขึ้นอยู่กับทางเลือกการตัดสินใจของผู้เล่น แต่ในขณะเดียวกันเบื้องบนก็คอยดูเราอยู่ ในขณะที่เรากำลังปฏิบัติภารกิจอยู่ตามที่ต่างๆ เราอาจจะต้องคอยระวังหลังหรือระวังเพื่อนร่วมทีมเพราะในตอนนี้เราไม่สามารถไว้ใจใครได้เต็มที่ สรุปก็คือ ถ้าผู้เล่นชอบการรับบทเป็นหน่วยงาน หน่วยสังหาร มีความรอบคอบในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ต้องมาเล่นฝ่ายนี้เพราะถึงแม้เราอาจจะรู้สึกเดียวดาย แต่ในตัวท่านนั้นเต็มไปด้วยข้อมูลที่ฝ่ายอื่นๆ อย่าง Nomad และ Streekid ไม่มี! การเลือกฝ่ายนั้นจะมีผลกระทบในระยะยาวหรือไม่? หัวข้อนี้ถือเป็นคำถามที่หลายๆ คนกำลังสงสัยกัน ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าเส้นทางชีวิตการเลือกฝ่ายนั้นผู้เล่นจะใช้เวลาประมาณ 20 นาทีในการดำเนินเรื่องราวของฝ่ายที่เลือก นั้นหมายความว่าเราจะไม่ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเลือกฝ่ายนี้ แล้วเรื่องราวหลักจากนี้จะเป็นอย่างไร? คำตอบบทสรุปคือ ถ้าหากเราเลือกฝ่าย Nomad เราจะเป็นผู้ชำนาญการในเรื่องของเครื่องยนต์และการเดินทางที่ Badlands ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในบางภารกิจและยังมีการเจรจาหนึ่งในทางเลือกพิเศษที่จะช่วยให้เรารอดพ้นในสถานการณ์ยากลำบากได้ ถ้าหากเราเลือกฝ่าย Streetkid เราจะเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับแก็งค์ต่างๆ / เจ้าถิ่น และผู้คนมากมายบนท้องถนน Night City นี้ซึ่งหมายความว่าเมื่อผู้เล่นเข้าไปคุยกับบุคคลที่น่าสงสัย เราจะสามารถแยกแยะได้ทันทีว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นจริงหรือเท็จ และสามารถเข้าถึงเครือข่ายแก็งค์ได้อย่างทั่วถึง ถ้าหากเราเลือกฝ่าย Corpo ผู้เล่นจะรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับ และ NCPD เราจะรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นในเมือง Night City จะมีความรู้ในเรื่องเรื่องของเทคโนโลยีไซเบอร์เนติกระดับไฮเอนด์ และมีความสามารถชำนาญการในการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้ดีมากๆ ท้ายที่สุดแล้วความแตกต่างกันเหล่านี้ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องหลักของเกม Cyberpunk 2077 มากเกินไป เพียงแต่อย่างน้อยผู้เล่นก็มีส่วนร่วมในการรับรู้ประวัติภูมิหลังของตัวกเอกที่เราเล่นทำให้เรารู้สึกมีอารมณ์ร่วมในการเล่นเกมมากขึ้น แต่ไม่ว่าเราจะเลือกเส้นทางไหนก็สามารถที่ส่วนร่วมกับเมือง Night City แห่งนี้ได้เต็มที่ และถ้าหากเรานึกเปลี่ยนใจอยากเปลี่ยนฝ่ายเราก็สามารถเริ่มเกมใหม่เพื่อกลับไปเลือกฝ่ายที่สนใจก็ได้! Credit : Thegamer
14 Dec 2020
Cyberpunk 2077 แนะนำ Cyberware สำหรับสายการเล่นต่างๆ
Cyberware ถือเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สำคัญในเกม Cyberpunk 2077 เพราะมันเป็นเหมือนอุปกรณ์ปรับแต่เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวละครของเรา ซึ่งในเกมนี้มีไซเบอร์แวร์เยอะมากมายให้เราเลือกใช้ ดังนั้นผู้เล่นจึงสามารถนำมาเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การเล่นของตัวเองได้ โดยสายของผู้เล่นนั้นสามารถสรุปออกมาได้ทั้งหมด 8 สาย ในวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะพาทุกคนมาดูว่าไซเบอร์แวร์อะไรบ้างที่เหมาะกับสายและสไตล์ไหนของเกมเมอร์ทุกท่าน ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย! 1.สายยิงระยะไกล (สไนเปอร์) Sharpshooters คือ นักแม่นปืนนักซุ่มยิงที่เน้นการต่อสู้จากระยะไกล เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้ใช้ไซเบอร์แวร์ที่จะเสริมประสิทธิภาพและลำกล้องของปืนผู้เล่นเป็นหลัก รวมถึงไซเบอร์แวร์ที่จะช่วยเราจากการอยู่ในระยะไกล ดังนี้ อาวุธ - ปืนสไนเปอร์ Bioplastic Blood Vessels - ช่วยเพิ่มพลังชีวิตสูงสุดได้ 50% / วินาทีเมื่ออยู่นอกการระยะต่อสู้ เพราะว่าโดยปกติแล้วนักแม่นปืนนั้นจะเว้นระยะห่างของตัวเองกับศัตรู เน้นการอยู่ไกลๆ จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ในระยะใกล้ดังนั้น การมีไซเบอร์แวร์นี้จึงจะช่วยให้เราสามารถหลบหนีออกจาการต่อสู้ชั่วครู่เพื่อให้ HP ได้รับการฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งได้. Kiroshi Optics - สามารถเปิดใช้งานการซูมเลนกล้องแบบพิเศษ และเพิ่มช่อง Mod ไว้ปรับแต่งปืนได้สูงสุด 3 ช่อง Bionic Joints - ช่วยลดแรงถีบของอาวุธระยะไกลได้ 25% นอกจากนี้ยังมีไซเบอร์แวร์อื่นๆ ที่มีความสามารถคล้ายคลึงกันที่เหมาะสำหรับนักแม่นปืน ซึ่งจะมาช่วยในเรื่องของการลดแรงถีบและการส่ายของกระสุน ดังนี้ : Moore Tech Berserk Zetatech Berserk Biodyne Berserk Militech Berserk 2.Gunslingers Gunslingers นั้นก็คือ นักแม่นปืนเช่นกันแต่จะเป็นมือปืนที่เน้นระยะใกล้และระยะกลางมากกว่า ซึ่งสายนี้จะเน้นการใช้อาวุธเป็นหลัก ดังนั้นการใช้ไซเบอร์แวร์เหล่านี้สามารถช่วยผู้เล่นให้เล่นสายนี้ได้ ดังนี้ อาวุธ - ปืนพก ปืนลูกซอง Feedback Circuit - ช่วยให้ผู้เล่นได้รับ 10% ของพลังชีวิตสูงสุดหลังจากการยิงกระสุนปืนที่ชาร์จเต็มแล้ว นั่นหมายความว่าสามารถใช้ได้กับพวกอาวุธเทคโนโลยีที่ต้องชาร์จในการยิงเท่านั้น. Kerenzikov - สามารถเข้าสู่โหมดสโลโมชั่นด้วยการลดเวลาลง 90% เป็นเวลา 3.5 วินาที ในขณะที่เคลื่อนตัว Fortified Ankles - ช่วยให้สามารถกระโดดได้แบบ Hover Jump ได้และยังช่วยลดความเสียหายจากการตกจากที่สูงได้ 15% Zetatech Sandevistan - สามารถสโลโมชั่นด้วยการชะลอเวลาลง 50% เป็นเวลา 15 วินาที คูลดาวน์ 30 วินาที และเมื่ออยู่ในสถานะนี้มีโอกาสที่จะโจมตีติดคริติคอล 20% Dynalar Sandevistan - สามารถสโลโมชั่นด้วยการชะลอเวลาลง 70% เป็นเวลา 16 วินาที คูลดาวน์ 30 วินาที และเมื่ออยู่ในสถานะนี้มีโอกาสที่จะเพิ่มดาเมจและโจมตีติดคริติคอล 15% Maneuvering System - สามารถพุ่งหลบขณะที่อยู่กลางอากาศได้และสามารถใช้คอมโบกับ Fortified Ankles ได้อีกด้วย 3. Samurai Samurai คือสายที่เน้นต่อสู้ด้วยความรวดเร็วและเน้นระยะประชิด โดยใช้แนวคิดว่าต้องสร้างความเสียหายให้ได้มากที่สุดในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่ง จะขอแนะนำไซเบอร์แวร์ที่เน้นการเอาตัวรอดในดงศัตรู ดังนี้ อาวุธ -Mantis Blades - อาวุธระยะประชิดที่หายากเพราะสามารถใช้  Mod ตกแต่งอาวุธได้มากถึง 3 ช่อง Self-ICE - ป้องกันไม่ให้ Netrunners ของศัตรูแฮ็คเราได้เมื่อเข้าต่อสู้ในระยะประชิด โดยหลังจากใช้จะมีคูลดาวน์ 45 วินาที และจะต้องมีค่าสถานะ Intelligence เท่ากับ 10 เพื่อใช้งาน Limbic System Enhancement - เพิ่มโอกาสในการโจมตีคริติคอลของผู้เล่น 25% Visual Cortex Support- เพิ่มความเสียหายคริติคอลได้สูงสุด  45% Heal-On-Kill - สามารถฟื้นฟู HP 10% หลักจากทำการสังหารสำเร็จทุกครั้ง Monowire -  อาวุธที่มีระยะไกลกว่า Mantis Blades และสามารถชาร์จเพื่อโจมตีได้ โดยความเสียหายจะรุนแรงน้อย-มากตามระยะเวลาการชาร์จ Reflex Tuner - ทำให้เวลาช้าลง 80% เป็นเวลา 4 วินาทีเมื่อ HP ลดลงต่ำกว่า 25% Microrotors - เพิ่มความเร็วในการโจมตีระยะประชิด 25% Microvibration Generator - เพิ่มความเสียหายระยะประชิด 15% Giant Sandevistan - ทำให้เวลาช้าลง 90% เป็นเวลา 8 วินาทีในระหว่างนี้จะเพิ่มความเสียหายเพิ่มขึ้น 15%  โอกาสในการโจมตีคริติคอลเพิ่มขึ้น 10% และความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลจะเพิ่มขึ้น 50% Neofiber - เพิ่มการหลบหลีกโดยรวม 15% 4.Bruisers (หมัดเดียวจอด) Bruisers คือนักสู้ที้เน้นต่อสู่ด้วยความเสียหายหนักๆ เน้นประจัญหน้ากับศัตรูในระยะประชิด ซึ่งจะเชื่องช้ากว่าสายซามูไร ดังนั้นไซเบอร์แวร์ที่แนะนำนั้นจะมุ่งไปที่การเสริมความแข็งแกร่งและการฟื้นฟู HP ที่จะช่วยให้สามารถอยู่รอดในดงศัตรูในนานยื่งขึ้น ดังนี้ : อาวุธ Gorilla Arms - เปลี่ยนมือเปล่าของผู้เล่นให้กลายเป็นหมัดเหล็กยักษ์ ซึ่งสามารถใส่ Mod ปรับแต่งได้ 3 ช่อง Syn-Lungs -  เพิ่มอัตราการฟื้นฟู Stamina +25% Blood Pump - ฟื้นฟูพลังชีวิจสูงสุด 90% ในการต่อสู้ คูลดาวน์ 30 วินาที Biomonitor - ฟื้นฟูค่า HP 100% ให้แก่ผู้เล่นเมื่องมี HP ที่ลดลงต่ำกว่า 15% คูลดาวน์ 2 นาที Adrenaline Booster - คืนค่า Stamina 50% ขอผู้เล่นทุกครั้งที่สามารถจัดการศัตรูได้. Inductor - ถ้าหากโดน EMP ของศัตรูจะทำให้ได้รับเกราะ 50% Pain Editor - ลดความเสียหายที่ได้รับทั้งหมด 10% Shock-n-Awe - มีโอกาส 10% ที่จะปล่อยระเบิดไฟฟ้าที่สร้างความเสียหายเท่ากับ 20% ของ HP ของศัตรูทุกครั้งที่เราโจมตี Endoskeleton - เพิ่มพลังชีวิตสูงสุด 60% Bionic Lungs - เพิ่มความแข็งแกร่งสูงสุด 60% Dense Marrow - เพิ่มความเสียหายระยะประชิด 25% แต่การโจมตีจะใช้ Stamina เพิ่มขึ้น 10% Subdermal Armor - เพิ่มระดับเกราะขึ้น 200 points 5.Assault Assault คือสายจู่โจมไฮบริดที่เน้นอาวุธหนักในการเข้าปะทะ โดยสามารถนำไซเบอร์แวร์ของมือปืนทั้งสองสายด้านบนมาเสริมได้ และต่อไปนี้คือไซเบอร์แวร์ที่แนะนำ : อาวุธ - ปืนกล Microgenerator -  เมื่อพลังชีวิตลดลงต่ำกว่า 15% ผู้เล่นจะปล่อย EMP ที่สร้างความเสียหายให้กับศัตรูทั้งหมดในบริเวณใกล้เคียง 50% ของ HP สูงสุด Ballistic Coprocessor - ทำให้กระสุนสามารถที่จะแฉลบเด้งออกจากพื้นผิวที่แข็งได้ 2 ครั้ง Smart Link - เพิ่มโอกาสในการได้รับกระสุนคืนเมื่อใช้ Smart Weapons 15% และเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล 25% Projectile Launch System - ติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธที่ทรงพลังซึ่งมีช่อง Mod ปรับแต่ง สิ่งนี้จะติดตั้งเครื่องยิงขีปนาวุธที่ทรงพลังซึ่งมีช่อง mod สามช่องหากไซเบอร์แวร์เป็นตำนาน 3 ช่อง   6.Hackers Hacker คือสายที่ต้องเน้นการเจาะการเล่นเลห์เล่นเหลี่ยมเน้นความรวดเร็ว ซึ่งไซเบอร์แวร์จึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ของสายนี้มากๆ ดังนี้ : Bioconductor - ลดคูลดาวน์ไซเบอร์แวร์อื่น ๆ ทั้งหมดลง 30% Tyrosine Injector - ลดระยะเวลาของมินิเกม Breach Protocol ลง 100% ซึ่งทำให้ Quickhacking ง่ายขึ้น. Ex-Disk - เพิ่ม RAM สูงสุด 5 หน่วยช่วยเพิ่มศักยภาพในการ Quickhack ของคุณได้อย่างมาก ( RAM ในเกมนี้คล้ายๆ กับ MP ในเกมอื่นๆ ) RAM Upgrade - เพิ่มอัตราการกู้คืน RAM 0.3 / วินาที Memory Boost - ช่วยให้สามารถเพิ่ม RAM 4 หน่วยจากศัตรูทุกตัวที่ผู้เล่นจัดการได้ ซึ่งทำให้การเชื่อมต่อ Quickhack มีประสิทธิภาพมากขึ้น Camillo RAM Management - ทุก ๆ สี่นาทีจะช่วยให้ได้รับ 30% ของความจุ RAM สูงสุดของคุณทันทีเมื่อจำนวนของคุณลดลงเหลือสองหน่วย   7.Stealth Stealth คือสายลอบเร้นที่ไม่ค่อยจะใช้ไซเบอร์แวร์มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังมีไซเบอร์แวร์บางตัวที่สามารถช่วยให้ผู้เล่นถูกศัตรพบตัวได้ยาก และยังสามารถที่จะนำไซเบอร์แวร์ของ Hacker มาปรับใช้ได้ ดังนี้ : Synaptic Accelerator - ทำให้เวลาช้าลง 50% เป็นเวลา 4 วินาที Lynx Paws - ลดเสียงขณะเคลื่อนที่ลง 50% Optical Camo - เปิดใช้งานทำให้ผู้เล่นสามารถพรางตัวได้เป็นเวลา 15 วินาที 8.Cyberware อื่นๆ ที่ควรมี มีไซเบอร์แวร์บางตัวใน Cyberpunk 2077 ที่ดีมากจนสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกับสายอื่นๆ  และนี่คือตัวอย่างที่ดีที่สุดบางส่วน : Second Heart - ฟื้นฟู HP จนเต็ม เมื่อมี HP เหลือน้อย มีคูลดาวน์ 2 นาที Mechatronic Core - เพิ่มความเสียหายหุ่นยนต์โดรนและหุ่นยนต์สูงสุด 50% Detoxifier - มีภูมิคุ้มกันต่อพิษทั้งหมด Metabolic Editor - ความเสียหายจากพิษจะถูกเปลี่ยนเป็น HP และค่อยๆ ฟื้นฟู 12% ต่อวินาที Heat Converter  - การโจมตีที่ปกติจะทำให้เผาไหม้ศัตรูเพิ่มความเสียหายขึ้น 10% Cataresist  - เพิ่มความต้านทานทั้งหมดขึ้น 35% Titanium Bones - เพิ่มขีดความสามารถของคุณ 60% Reinforced Tendons - สามารถกระโดดได้สองครั้ง Fireproof Coating - มีภูมิคุ้มกันจากการเผาไหม้ Grounding Plating - มีภูมิคุ้มกันต่อความเสียหายไฟฟ้า Supra-Dermal Weave - มีภูมิคุ้มกันจากสถานะเลือกไหล Militech Falcon Sandevistan - ทำให้เวลาช้าลง 70% เป็นเวลา 20 วินาที ในระหว่างนี้จะเพิ่มความเสียหายที่ทำได้ 15% โอกาสในการโจมตีคริติคอล 20% และความเสียหายจากการโจมตีคริติคอล 35% Synaptic Signal Optimizer - เพิ่มระยะเวลาของเอฟเฟกต์ไซเบอร์แวร์ Sandevistan และ Kerenzikov ทั้งหมด 2 วินาที Credit : Thegamer
14 Dec 2020
Cyberpunk 2077: ไกด์เบื้องต้น เคล็ดลับสำคัญที่เกมอาจไม่ได้บอกคุณ
ด้วยความเป็น RPG โลกเปิดของ Cyberpunk 2077 ทำให้เกมมีระบบการเล่นและระบบที่ซับซ้อนมากมาย ซึ่งในหลายๆ ครั้งก็ดูเหมือนจะสื่อสารออกมาให้ผู้เล่นเข้าใจได้ไม่ค่อยดีนัก มีหลายๆ เรื่องที่ตัวผู้เขียนเองมารู้หลังจากเล่นเกมจบไปแล้วรอบหนึ่ง ที่ถ้ารู้มาก่อนก็คงทำให้เล่นเกมได้ง่ายหรือสนุกขึ้นกว่านี้อีกเยอะ เพื่อให้เพื่อนๆ สามารถก้าวเข้าสู่เมือง Night City ได้อย่างมั่นใจ เราจึงอยากเสนอข้อแนะนำเบื้องต้นที่จะอธิบายระบบการเล่นต่างๆ ที่เกมอาจไมได้บอกคุณ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมในแบบที่คุณต้องการ! เปลี่ยนทรงผม / รอยสัก / หน้าตาอย่างไร? คำตอบสั้นๆ คือเปลี่ยนไม่ได้จ้า! ซึ่งเอาจริงๆ ก็เป็นเรื่องน่าแปลกแหละที่เกมแบบนี้จะไม่มีระบบการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาใดๆ กระทั่งเปลี่ยนทรงผมยังไม่ได้เลย แต่คิดอีกแง่มันก็เป็นเกมมุมมองบุคคลที่ 1 อ่ะเนอะ ถึงเปลี่ยนไม่ได้ก็ใช่ว่าจะได้เห็นหน้าตาตัวละครให้ขัดใจบ่อยๆ อยู่ดี เอาเป็นว่าเลือกเล็บมือให้ดีๆ ละกัน เพราะน่าจะเป็นอวัยวะส่วนที่มองเห็นได้บ่อยสุดแล้ว! รีเซ็ตสกิลได้ไหม? อย่างไร? สำหรับการรีเซ็ตตัวละครเพื่ออัพใหม่นั้น จะไม่สามารถรีเซ็ตแต้ม Attribute เช่น Body / ร่างกาย, Reflexes / การตอบสนอง ฯลฯ ได้ (อัพแล้วอัพเลย) แต่สามารถรีเซ็ตแต้มทักษะแฝง / Perk (ที่อัพสกิลเป็นช่องๆ ตามสาย) ได้ด้วยการซื้อไอเทม Tabula - E - Rasa (แท๊บบูล่า อี-ราซ่า) จากเหล่าร้านค้าหมอ Ripperdoc ทุกสาขาในราคาชิ้นละ $100,000 และกดใช้จากหน้าต่างกระเป๋า (Backpack) ใครจะรีเซ็ตก็คิดวางแผนให้ดีก่อนนะจ๊ะ เพราะเงินแสนในเกมนี้ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ อัพ Attribute อย่างไรดี? ในเมื่อค่า Attribute มันอัพแล้วอัพเลย แล้วเราจะอัพมันอย่างไรดี? แน่นอนว่ามันไม่มีคำตอบตายตัวอยู่แล้วว่าจะอัพอย่างไรถึงจะดีที่สุด แต่แนวทางเบื้องต้นที่เราแนะนำคือการเลือกอัพค่า Attribute ที่ตรงตามสายหลักที่เราเล่น (เช่นถ้าสายดาบก็อัพการตอบสนอง สายลอบเร้นอัพใจเย็น สายปืนกลอัพร่างกาย ฯลฯ) ให้ถึง 15 ภายในระดับชื่อเสียง / Street Cred 25 เพื่อให้เราสามารถสวมใส่ Cyberware ระดับสูงตามสายของตัวเองได้เร็วที่สุด เพราะจะทำให้การต่อสู้รู้สึกสนุกขึ้นมาก นอกจากนั้นก็สามารถเลือกอัพได้ตามต้องการ หากเป็นคนที่เล่นสายบู๊ๆ ไม่ว่าจะด้วยอาวุธอะไร แน่นอนว่าสามารถใช้ประโยชน์จากค่าร่างกาย / Body ได้อยู่แล้ว หรือถ้าอยากเน้นสายคราฟติ้งเพื่อปลดล๊อคอาวุธระดับสูงได้เร็วๆ ก็หันไปเน้นฝั่ง Tech Ability แทนก็ได้ แต่เพื่อให้เราสามารถใช้ Cyberware สนุกๆ ประจำสายอย่าง Mantis Blade หรือ Gorilla Arms ได้เร็วๆ ก็แนะนำตามนี้จ้า อาวุธเดียวก็เสียวได้...ด้วยการอัพเกรด เมื่อเล่นเกมไปเรื่อยๆ เชื่อว่าผู้เล่นทุกคนจะต้องพบกับความรู้สึกเสียดายเมื่ออาวุธที่เราชอบและใช้เข้ามือมาตลอดเริ่มตามเลเวลของเราไม่ไหว ทำให้เราจำใจต้องเปลี่ยนไปใช้อาวุธที่เลเวลสูงกว่าอย่างช่วยไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าเราสามารถอัพเกรดอาวุธที่ชอบไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มสมรรถภาพของมัน แลกกับทรัพยากรณ์เล็กน้อยเท่านั้น และยิ่งถ้าลงทุนอัพ Perk สายคราฟติ้งด้วยจะทำให้ใช้ของน้อยและได้ผลเพิ่มขึ้นไปอีก ลองเช๊กของในร้านค้าใหม่ๆ เสมอ ภายในเมือง Night City จะมีร้านค้ามากมายที่จำหน่ายทั้งเสื้อผ้า อาวุธ ไปจนถึงคลินิคผ่านตัดเพื่อสวมใส่ Cyberware โดยร้านค้าทั้งหมดในเกมจะมีสินค้าที่วางจำหน่ายไม่เหมือนกัน ในขณะที่คลินิคหมอ Ripperdoc ในเขตหนึ่งจะมีเพียง Mantis Blade ระดับสีฟ้า แต่ถ้าไปอีกเขตหนึ่งอาจมี Mantis Blade ระดับสีม่วงให้ซื้อก็ได้ ฉะนั้นการสำรวจดูและจดเอาไว้ซักแห่งว่าร้านค้าแต่ละร้านมีอะไรเด็ดๆ ขายบ้าง จะช่วยให้เราไม่หลังหักจากการซื้อของแพงๆ มาแล้วปรากฏว่าไปเจอเวอร์ชั่นที่ดีกว่า โดยเฉพาะสำหรับ Cyberware ทั้งหลายที่ซื้อมาแล้วขายคืนร้านไม่ได้ นอกจากนี้ เมื่อเพิ่มค่าชื่อเสียง / Street Cred ไปเรื่อยๆ จะทำให้ร้านค้าเอาของมาขายมากขึ้นอีกด้วย ฉะนั้นเราจึงควรหมั่นแวะเข้าไปดูของเป็นระยะ เลือก Cyberware เพื่อปลดล๊อคความสามารถแฝงของอาวุธ คนที่เล่นเกม Cyberpunk 2077 อาจจะเคยสังเกติว่าปืนบางชนิดในเกมดูจะมาพร้อมกับความสามารถพิเศษ เช่นปืนชนิด Power ที่สามารถยิงกระสุ่นชิ่งกำแพงได้ หรือปืน Smart Gun ที่มีกระสุนนำวิถีติดตามตัวศัตรู แต่พอลองใช้จริงๆ ในเกมกลับไม่สามารถทำได้แบบนั้นจริง สำหรับปืน Power Weapon ทุกกระบอก จะมีโอกาสที่กระสุนจะชิ่งเอง 5% เมื่อยิงโดนพื้นผิวแข็ง แต่เราสามารถเพิ่มโอกาสในการชิ่งด้วยการใส่ Cyberware Ballistic Co-processor ระดับต่างๆ (เราจะได้ระดับสีฟ้าหรือ Rare มาฟรีตามเนื้อเรื่อง) และสามารถเพิ่มเส้นบอกวิถีชิ่งด้วยการใส่ Mod Trajectory Generator เข้าไปใน Cyberware ลูกตา (หาซื้อได้จากหมอ Viktor หลังจากที่ใช้หนี้ไปแล้ว) สำหรับอาวุธชนิด Smart Weapon ก็จะคล้ายๆ กันตรงเราจะต้องมี Cyberware ชนิด Smart Link เสียก่อนจึงจะใช้ได้ โดยเราจะสามารถรับได้ฟรีจากเควส The Gig ที่ได้รับจาก NPC Wakako Okada ตั้งแต่ต้นเกม แต่ด้วยความที่ความแม่นยำของกระสุนนำวิถีจะขึ้นอยู่กับระดับของ Cyberware ทำให้ในช่วงแรกๆ ปืน Smart Gun มีความแม่นยำต่ำมากๆ ต้องใช้กระสุนเยอะกว่าจะฆ่าศัตรูได้ซักตัว (ยิงไป 10 อาจโดนซัก 3-4) และอาจไม่ค่อยน่าใช้จนกว่าจะสามารถซื้ออัพเกรด Smart Link อย่างน้อยระดับสีฟ้าขึ้นไปมาได้เสียก่อน เปลี่ยน Cyberdeck โดยเร็วที่สุด! สำหรับคนที่ได้อ่านรีวิวเกมของเรามาบ้าง เราได้วิจารณ์ระบบการต่อสู้และลอบเร้นของเกมในช่วงต้นๆ เอาไว้ว่าค่อนข้างจำกัดและไม่ได้น่าสนใจเป็นพิเศษ ซึ่งสาเหตุเป็นเพราะว่าเราไม่ได้เปลี่ยน Cyberdeck ยังไงล่ะ! ส่วนเสริม Cyberdeck นั้นเปรียบเสมือนตัวคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในหัวของตัวละคร ที่ใช้ในการแฮ๊คศัตรูและสิ่งของในสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าตัว Cyberdeck เริ่มต้นของเราจะมีความสามารถค่อนข้างจำกัดมาก ทำได้แค่เปิด/ปิดกล้องหรือสั่งให้เครื่องจักรดึงดูดความสนใจศัตรูในระยะแคบๆ แถมยังมีช่องให้ใส่สกิล Quickhack ได้เพียงแค่สองช่องด้วย การเปลี่ยน Cyberdeck เป็นรุ่นที่ดีขึ้นจะทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น (เช่นสั่งให้ถังแก๊ซระเบิดได้ หรือเข้าควบคุมป้อมปืนได้เป็นต้น) และยังทำให้เราสามารถสวมใส่สกิล Quickhack ได้มากขึ้นอีกด้วย และยิ่งอัพเกรด Cyberdeck ระดับสูงเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีลูกเล่นเหล่านี้เพิ่มให้เราใช้มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน การได้ลูกเล่นเพิ่มเติมเหล่านี้ย่อมมีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการเล่นสายแฮ๊คกิ้งหรือลอบเร้นเป็นหลัก เพราะทำให้เรามีทางเลือกในการจัดการกับศัตรูมากขึ้น โดยผู้เล่นสายบู๊ทั้งหลายอาจไม่ได้จำเป็นต้องใช้ Cyberdeck มากขนาดนั้น และอาจเก็บช่องอวัยวะไว้ใส่อุปกรณ์อย่าง Sandevistan แทน แถม: พลาดแล้วพลาดเลย อาวุธประจำตัวของของพ่อลูก Arasaka ในช่วงต้นเกม ระหว่างที่ทำภารกิจ The Heist / การปล้น ผู้เล่นจะมีโอกาสในการเก็บอาวุธพิเศษระดับ Iconic ได้ถึงสองชิ้น ซึ่งทั้งสองเป็นอาวุธของพ่อลูกตระกูลอาราซากะที่ถ้าพลาดแล้วจะไม่สามารถเก็บได้อีกเลยอีกด้วย! สำหรับอาวุธชิ้นแรกคือปืนพก Kongou ของโยริโนบุ ซึ่งเป็นปืนพก Liberty ชนิดพิเศษที่สามารถชิ่งกระสุนได้ตลอดเวลาไม่ว่าคุณจะใส่ Cyberware ที่ถูกต้องอยู่หรือไม่ โดยสามารถเก็บได้จากชั้นข้างเตียงในห้องนอนของเขาทันทีที่เข้าไปถึงเลย สำหรับอีกชิ้นจะพลาดง่ายกว่ามาก นั่นก็คือดาบคาตานะ Satori ของนายซาบูโร่ ซึ่งแม้จะมีค่าความเสียหายตั้งต้นค่อนข้างเบา แต่ก็และมากับโอกาสในการโจมตีติดคริติคอลที่เพิ่มขึ้น และยังเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีติดคริติคอลขึ้นถึง 500% เลยทีเดียว โดยเราสามารถเก็บดาบนี้ได้ตอนที่ตัวละคร T-Bug บอกให้เราหนีออกจากห้องทางหน้าต่าง แต่แทนที่จะออกไปตามทางที่เกมนำไป ให้เราเดินขึ้นบันใดในห้องไปบนดาดฟ้า จะพบกับรถบินได้ของซาบุโร่ที่มีดาบวางเอาไว้ภายใน แล้วเพื่อนๆ ที่เล่นมาแล้ว มีทริคอะไรที่อยากส่งต่อให้คนที่เริ่มเล่นทีหลังบ้างไหมเอ่ย? คอมเมนต์มาบอกกันนะ! ติดตามข่าวสารและข้อมูลเนื้อเรื่องและไกด์เกม Cyberpunk 2077 คลิ๊กเลย!
14 Dec 2020
Genshin Impact: แนวทางการเล่นตัวละคร Diona
Diona - Tier A Diona น้อนเหมียวสุดน่ารัก เธอเป็นบาร์เทนเดอร์ชื่อดังของโรงเตี๊ยม Cat's Tail เธอได้รับสายเลือดของครึ่งคนครึ่งสัตว์มาทำให้ร่างกายของเธอมีหูและหางของแมว จุดเด่น สามารถสร้างโล่และฮีลเพื่อนร่วมทีมได้ Elemental Burst เป็นวงกว้างที่ทำได้ทั้งโจมตีศัตรูและฮีลไปพร้อมกัน Passive Skill ของเธอสามารถทำอาหารที่เพิ่มการฟื้นฟูได้ จุดด้อย พลังชีวิตและการป้องกันต่ำ ต้องใช้ปฏิกิริยาของธาตุอื่นเพื่อเพิ่มความเสียหายสูงสุด สกิล Katzlein Style Normal Attack Normal Attack โจมตีด้วยธนู 5 ครั้งติดต่อกัน Charged Attack เมื่อทำการเล็งและชาร์จจะเพิ่ม DMG ในขณะที่เล็งอยู่จะมีน้ำแข็งที่หัวลูกศร เมื่อชาร์จจนเต็มจะสร้างความเสียหาย Cryo (ธาตุน้ำแข็ง) Plunging Attack ยิงลูกศรออกมากลางอากาศก่อนที่จะตกลงมากระแทกพื้นสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างเมื่อถึงพื้น Icy Paws Elemental Skill ยิง Icy Paw ใส่ฝ่ายตรงข้ามและสร้างโล่เมื่อโจมตี โล่จะทำดูดซับความเสียหายและปรับเป็นพลังป้องกันตาม Max HP ของ Diona ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับจำนวนศัตรูที่ Icy Paws ยิงโดน Press ยิง Icy Paws ออกไปอย่างรวดเร็ว 2 ครั้ง Hold ถอยกลับไปอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยิง Icy Paws อออกมาพร้อมกัน 5 ครั้ง โล่ที่สร้างด้วยการโจมตีแบบกดค้างจะได้รับโบนัสการดูดซับความเสียหาย 75% การดูดซับความเสียหายของโล่จะเพิ่มโบนัส Cryo DMG 250% และจะทำให้ตัวละครที่ใช้งานอยู่ของคุณได้รับผลกระทบจาก Cryo เป็นระยะเวลาสั้น ๆ Signature Mix Elemental Burst โยนถังเบียร์เย็น ๆ ออกไปพร้อมสร้างความเสียหาย Cryo DMG เป็นวงกว้าง และสร้าง Drunken Mist ในพื้นที่ Drunken Mist สร้างความเสียหาย Cryo อย่างต่อเนื่องให้กับฝ่ายตรงข้ามเป็นวงกว้าง พร้อมกับฟื้นฟู HP ของตัวละครและเพื่อนร่วมทีมภายในวงนั้น Passive Cat's Tail Secret Menu Unlocked at Ascension 1 ตัวละครที่ได้รับการป้องกันโดย Icy Paws จะมีความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 10% และลดการใช้ Stamina ของพวกเขาลง 10% Drunkard's Farce Unlocked at Ascension 4 ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในระยะการโจมตีของ Signature Mix จะถูกลด ATK ลง 10% เป็นเวลา 15 วินาที Complimentary Bar Food Unlocked Automatically เมื่อทำอาหารประเภทฟื้นฟูออกมาสมบูรณ์แบบจะมีโอกาส 12% ที่จะได้รับอาหารเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า โบนัสกลุ่มดาว 1. A Lingering Flavor Constellation Lv. 1 ฟื้นฟู 15 Energy สำหรับ Diona หลังจากผลของ Signature Mix สิ้นสุดลง 2. Shaken, Not Purred Constellation Lv. 2 เพิ่มความเสียหายของ Icy Paws 15% และเพิ่มการดูดซับความเสียหายของโล่ 15% นอกจากนี้เมื่อ Icy Paws โดนเป้าหมายจะสร้างโล่ให้กับตัวละครอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ด้วยการดูดกลืนความเสียหาย 50% ของโล่ Icy Paws เป็นเวลา 5 วินาที 3. A-Another Round? Constellation Lv. 3 เพิ่มเลเวลของสกิล Signature Mix ขึ้น 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 4. Wine Industry Slayer Constellation Lv. 4 ภายในรัศมีของ Signature Mix เวลาในการชาร์จของ Diona สำหรับการเล็งยิงจะลดลง 60% 5. Double Shot, On The Rocks Constellation Lv. 5 เพิ่มเลเวลของสกิล Icy Paws ขึ้น 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 6. Cat's Tail Closing Time Constellation Lv. 6 ตัวละครที่อยู่ในรัศมีของ Signature Mix จะได้รับผลกระทบต่อไปนี้ตามจำนวน HP เพิ่มโบนัสการรักษา 30% เมื่อ HP ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 50% Elemental Mastery จะเพิ่มขึ้น 200 เมื่อ HP สูงกว่า 50% เทคนิคการเล่น Diona Diona สามารถใช้โล่ลดความเสียหายและเพิ่มการฟื้นฟูบางส่วนสำหรับตัวละครที่ได้รับการป้องกัน Elemental Burst ของเธอสามารถสร้างความเสียหายจาก Cryo ได้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ สกิลของเธอส่วนมากเป็นการซัพพอร์ตเพื่อนร่วมทีมมากกว่าเป็นตัวทำดาเมจฃ สามารถเลือกใช้สกิลได้ 2 ทาง คือ หากกดสกิล Katzlein Style จะทำให้ศัตรูติดสถานะเย็น ทำให้เราสามารถโจมตีคอมโบกับธาตุอื่นได้แรงขึ้น แต่ถ้ากดค้างจะทำให้โล่อยู่นานขึ้น ควรวางแผนการใช้สกิลนี้กับศัตรูดี ๆ ควรหยิบไปคู่กับตัวละครธาตุไฟอย่าง Klee เพราะจะทำให้คอมโบสกิลแรงยิ่งขึ้น แนะนำอาวุธ/เซ็ต Artifact ของ Diona Diona เป็นตัวเปิดคอมโบที่ดีเยี่ยมและมีพลังป้องกันดาเมจทางกายภาพ เช่น Razor ได้ดี นอกจากนี้เธอยังสามารถใช้เพื่อทำปฏิกิริยาการละลายกับตัวละครธาตุไฟทั้งหลาย Weapon Sacrificial Bow Energy Recharge หลังจากสร้างความเสียหายแก่คู่ต่อสู้ด้วยธาตุแล้ว มีโอกาส 40/50/60/70/80% ที่จะลดคูลดาวน์ของตัวเอง สามารถเกิดขึ้นได้หนึ่งครั้งในทุก ๆ 30/26/22/18/14 วินาที     Favonius Warbow Energy Recharge การโจมตี CRIT มีโอกาส 60/70/80/90/100% ในการสร้าง 1 Elemental Orb ซึ่งจะสร้าง 6 Energy ให้กับตัวละคร สามารถเกิดขึ้นได้หนึ่งครั้งในทุกๆ 12 / 10.5 / 9 / 7.5 / 6s Artifact Sets Maiden Beloved Energy Recharge / HP% / Healing Bonus ประสิทธิภาพการรักษาตัวละคร  +15% การใช้สกิล Elemental หรือ Burst จะเพิ่มการรักษาที่ได้รับจากสมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมด 20% เป็นเวลา 10 วินาที   Noblesse Oblige Energy Recharge / HP% / Healing Bonus ความเสียหายของ Elemental Burst +20% การใช้ Elemental Burst จะเพิ่ม ATK ของสมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมด 20% เป็นเวลา 12 วินาที เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถซ้อนทับกันได้
04 Dec 2020
Genshin Impact: แนวทางการเล่นตัวละคร Jean
Jean - Tier S Jean ได้อุทิศตนให้กับการเป็นอัศวินของ Dandelion ที่ปกป้องสันติสุขของ Mondstady เธอเป็นอัศวินชั้น Grandmaster เธอได้จับตามองภัยอันตรายและเตรียมพร้อมอยู่นานก่อนที่จะมีการโจมตีของ Stormterror เกิดขึ้นและเธอยินดีที่จะปกป้อง Mondstadt ไว้ด้วยชีวิตของเธอ จุดเด่น มีดาเมจที่รุนแรงเมื่อถืออาวุธหลัก Wind Element สามารถคอมโบเพื่อสร้าง Elemental Reactions ได้อย่างง่ายดาย สามารถดึงศัตรูเข้ามาใกล้และกำจัดได้ง่าย จุดด้อย คูลดาวน์สกิลนาน เมื่อทำคอมโบจะผลักศัตรูออกไป ดาเมจพื้นฐานต่ำ สกิล Favonius Bladework Normal Attack Normal Attack โจมตี 5 ครั้งติดต่อกัน Charged Attack ใช้ Stamina จำนวนหนึ่งเพื่อยิงศัตรูโดยใช้ธาตุลม ศัตรูที่โดนจะค่อย ๆ ตกลงสู่พื้น Plunging Attack พุ่งจากกลางอากาศลงมากระแทกพื้นสร้างความเสียหายให้กับศัตรูที่โดนและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างเมื่อตกถึงพื้น Gale Blade Elemental Skill ปล่อยลมที่ไร้รูปทรงรอบดาบ Jean จะปล่อยพายุขนาดเล็กทำให้ศัตรูปลิวไปในทิศทางที่เล็งสร้าง Anemo DMG จำนวนมาก Hold ใช้ Stamina อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พายุหมุนดึงศัตรูที่อยู่รอบ ๆ มาด้านหน้าของเธอ สามารถปรับทิศทางได้ตัวละครจะไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ตอนใช้สกิลนี้ Dandelion Breeze Elemental Burst สร้างทุ่งดอก Dandelion ขึ้นมาเพื่อพัดศัตรูรอบตัวทั้งหมดขึ้นไป สร้างความเสียหาย Anemo และช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับสมาชิกทุกคนในปาร์ตี้ ผลของการฟื้นฟูขึ้นกับพลังโจมตี Dandelion Field: ฟื้นฟูพลังชีวิตของสมาชิกทุกคนในปาร์ตี้และเพิ่ม Anemo ให้ศัตรูที่อยู่ในทุ่งนี้จะได้รับความเสียหายธาตุลม สกิลติดตัว Wind Companion Unlocked at Ascension 1 การโจมตีปกติมีโอกาส 50% ในการฟื้นฟู HP เท่ากับ 15% ของ ATK ให้สมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมด Let the Wind Lead Unlocked at Ascension 4 การใช้ Dandelion Breeze จะฟื้นฟู Energy 20% Guiding Breeze Unlocked Automatically เมื่อทำอาหารประเภทฟื้นฟูออกมาสมบูรณ์แบบจะมีโอกาส 12% ที่จะได้รับอาหารเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า   โบนัสกลุ่มดาว Spiraling Tempest Constellation Lv. 1 เพิ่มความเร็วในการดึงของ Gale Blade หลังจากกดค้างนานกว่า 1 วินาที และเพิ่มความเสียหาย 40% People's Aegis Constellation Lv. 2 เมื่อ Jean หยิบ Elemental Orb/Particle ขึ้นมาสมาชิกปาร์ตี้ทุกคนจะได้รับ Movement SPD และ ATK SPD เพิ่มขึ้น 15% เป็นเวลา 15 วินาที When the West Wind Arises Constellation Lv. 3 เพิ่มเลเวลของ Dandelion Breeze 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 Lands of Dandelion Constellation Lv. 4 ภายในทุ่ง Dandelion Breeze, Anemo RES ของศัตรูทั้งหมดจะลดลง 40% Outbursting Gust Constellation Lv. 5 เพิ่มเลเวลของสกิล Gale Blade ขึ้น 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 Lion's Fang, Fair Protector of Mondstadt Constellation Lv. 6 ลดความเสียหายที่ได้รับภายในทุ่ง Dandelion Breeze ลง 35% เมื่อออกจาก Dandelion Field เอฟเฟกต์นี้จะอยู่เป็นเวลา 3 - 10 วินาที เทคนิคการเล่น Jean เมื่อใช้ Elemental Skill ของ Jean จะทำให้ศัตรูออกจากสนามหรือลงน้ำและจบการต่อสู้ได้อย่างรวดเร็ว สกิลนี้สามารถระเบิดศัตรูที่เข้ามาใกล้ได้ และยังสามารถควบคุมทิศทางของศัตรูได้ในระดับหนึ่ง ภายในดันเจี้ยน เช่น Temples and Domains มักจะมีหลุมเยอะ Jean สามารถใช้ทักษะนี้เพื่อกำจัดศัตรูออกจากแผนที่และหลีกเลี่ยงการเสีย HP ในการต่อสู้ที่ยาวนาน Elemental Burst ของ Jean "Dandelion Breeze" ช่วยให้เธอสร้างความเสียหายอย่างหนักพร้อมกับฟื้น HP ให้ทั้งปาร์ตี้ การโจมตีนี้สร้างความเสียหาย Anemo ให้กับศัตรูภายในระยะหนึ่งและความสามารถในการสร้างความเสียหายอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องเล็งเป้าหมาย ในตอนท้ายของการรักษา Dandelion Breeze ไม่เพียงแค่ฟื้นฟู HP ให้กับปาร์ตี้ของคุณเท่านั้น แต่ยังฟื้น HP เมื่อเวลาผ่านไปให้กับตัวละครในพื้นที่ทำให้ Jean เป็นได้ทั้งซัพพอร์ตและเล่นแบบโซโล่ แนะนำอาวุธ/เซ็ต Artifact ของ Jean เซ็ตนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถของ Elemental Burst เพื่อเพิ่มการรักษาของ Jean ในขณะเดียวกันก็ลดความต้านทานธาตุของศัตรูไปด้วย Weapon Skyward Blade Energy Recharge CRIT Rate เพิ่มขึ้น 4% ได้รับ Skypiercing Might เมื่อใช้ Elemental Burst เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 10% เพิ่ม ATK SPD 10% เพิ่มความเสียหายของการโจมตีปกติและการโจมตีแบบชาร์จ 20% เป็นเวลา 12 วินาที   Favonius Sword Energy Recharge การโจมตี CRIT มีโอกาส 60/70/80/90/100% ในการสร้าง 1 Elemental Orb ซึ่งจะเพิ่ม 6 Energy ให้กับตัวละคร คูลดาวน์ 12 / 10.5 / 9 / 7.5 / 6s Artifact Sets Noblesse Oblige Energy Recharge / HP% / Healing Bonus ความเสียหายของ Elemental Burst +20% การใช้ Elemental Burst จะเพิ่ม ATK ของสมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมด 20% เป็นเวลา 12 วินาที เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถซ้อนทับกันได้   Viridescent Venerer ATK% / ATK% / Healing Bonus ได้โบนัส Anemo DMG 15% เพิ่ม Swirl DMG 60% ลด Elemental RES ของคู่ต่อสู้ลง 40% เป็นเวลา 10 วินาที
04 Dec 2020
Genshin Impact: แนวทางการเล่นตัวละคร Tartaglia
Tartaglia - Tier S Tartaglia หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ Childe ผู้บริหารอันดับที่ 11 ของ Fatui ชื่อของเขาเป็นที่น่าเกรงขามอย่างมากในสนามรบ จุดเด่น สามารถเปลี่ยนการโจมจากระยะประชิดเป็นระยะไกลได้ Elemental Burst จะเปลี่ยนแปลงไปตามท่าทางการต่อสู้ การโจมตีระยะประชิดจะใช้ Hydro สกิล Cutting Torrent Normal Attack Normal Attack โจมตีด้วยธนู 6 นัดติดต่อกัน Charged Attack การใช้ Aimed Shot จะเพิ่มพลังการโจมตี ในขณะเล็งพลังของ Hydro จะสะสมที่หัวลูกศร ลูกศรที่ชาร์จเต็มจะสร้างความเสียหาย Hydro และติดสถานะ Riptide ฝ่ายตรงข้ามติดสถานะ Riptide จะได้รับผลกระทบจากความเสียหาย Hydro เป็นวงกว้าง เมื่อถูกโจมตีโดย Tartaglia ในรูปแบบต่างๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะถือเป็นการโจมตีปกติ Riptide Flash เมื่อชาร์จการโจมตีใส่ศัตรู Riptide จะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง คูลดาวน์ 0.7 วินาที Riptide Burst เมื่อฆ่าศัตรูได้ Riptide จะระเบิดรอบตัวเป็นวงกว้าง 1 ครั้ง พร้อมทำให้ตัวที่โดนระเบิดติดมาร์ค Plunging Attack ยิงลูกศรออกมากลางอากาศก่อนที่จะตกลงมากระแทกพื้นสร้างความเสียหายวงกว้างเมื่อตกถึงพื้น เมื่อ Tartaglia อยู่ในการโจมตีระยะประชิดเขาจะไม่สามารถทำการโจมตีแบบรวดเร็วได้ Foul Legacy: Raging Tide Elemental Skill ปลดปล่อยอาวุธที่ทำจากน้ำ สร้างตวามเสียหาย Hydro ให้กับฝ่ายตรงข้ามและเข้าสู่ท่าประชิดตัว ในท่านี้การโจมตีปกติและการโจมตีแบบชาร์จของ Tartaglia จะเปลี่ยนไปดังนี้: Normal Attack ทำการโจมตีด้วย Hydro สูงสุด 6 ครั้งติดต่อกัน Charged Attack ใช้ Stamina จำนวนหนึ่งเพื่อสร้างดาเมจ Hydro Riptide Slash โจมตีใส่ศัตรูที่ติดมาร์คจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง 1 ครั้ง ใช้ได้ทุก 1.5 วินาที การโจมตีจะถูกนับเป็นดาเมจธาตุ หลังจากผ่านไป 30 วินาที จะสลับกลับไปใช้ธนูพร้อมติดคูลดาวน์ หากปล่อยอยู่ในโหมดระยะประชิดนานเกินไปจะมีสัญลักษณ์แจ้งเตือนก่อนจะกลับไปเป็นธนูอัตโนมัติพร้อมติดคูลดาวน์สูงสุด 45 วินาที ยิ่งปล่อยไว้นานคูลดาวน์จะยิ่งเยอะ Havor: Obliteration Elemental Burst ท่าไม้ตายของ Tartaglia จะมี 2 แบบ คือ การโจมตีระยะไกล: Flash of Havoc ยิงลูกศรเวทย์มนต์ Hydro ออกไปอย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายธาตุน้ำเป็นวงกว้าง และติดสถานะ Riptide  การโจมตีระยะประชิด: Light Obliteration ทำการโจมตีเป็นวงกว้างความเสียหาย Hydro จำนวนมากไปยังคู่ต่อสู้ที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งจะทำให้เกิด Riptide Blast Riptide Blast เมื่อมาร์คถูกลบล้างไปโดนฝ่ายตรงข้ามที่ได้รับผลกระทบจาก Riptide มันจะล้างสถานะ Riptide และเรียก Hydro Explosion ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง การโจมตีนี้ถือเป็นความเสียหาย Elemental Burst สกิลติดตัว Never Ending Unlocked at Ascension 1 ขยายระยะเวลา Riptide ได้ 8 วินาที Sword of Torrents Unlocked at Ascension 4 เมื่อ Tartaglia อยู่ในการโจมตีระยะประชิดหรือหากการโจมตีปกติและท่าชาร์จของเขาจะทำ CRIT DMG ศัตรูที่โดนจะติดสถานะ Riptide Master of Weaponry Unlocked Automatically เพิ่มพลังการโจมตีปกติ 1 ของสมาชิกในปาร์ตี้ โบนัสกลุ่มดาว 1. Foul Legacy: Tide Withholder Constellation Lv. 1 ลดคูลดาวน์ของ Foul Legacy: Raging Tide 20% 2. Foul Legacy: Understream Constellation Lv. 2 เมื่อฝ่ายตรงข้ามติดสถานะ Riptide,  Tartaglia จะสร้างธาตุใหม่ขึ้นมา 4 ธาตุ 3. Abyssal Mayhem: Vortex of Turmoil Constellation Lv. 3 เพิ่มเลเวลของ Foul Legacy: Raging Tide 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 4. Abyssal Mayhem: Hydrospout Constellation Lv. 4 เมื่อศัตรูติดสถานะ Riptide เมื่อ Tartaglia อยู่ในการโจมตีระยะปนะชิด จะทำให้เกิดระเบิดสร้างความเสียหาย Hydro เป็นวงกว้างทุก ๆ 4 วินาที ผลของ Passive นี้จะไม่ทับคูลดาวน์กับ Riptide Flash และ Riptide Slash และจะไม่มีผลกับ Riptide ของท่าไม้ตาย 5. Havoc: Formless Blade Constellation Lv. 5 เพิ่มเลเวลของสกิล Havoc: Obliteration ขึ้น 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 6. Havoc: Annihilation Constellation Lv. 6 เมื่อใช้ Havoc: Obliteration ในท่าโจมตีระยะประชิดจะรีเซ็ต Foul Legacy: Raging Tide เอฟเฟกต์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อ Tartaglia กลับสู่การโจมตีระยะไกลเท่านั้น เทคนิคการเล่น Tartaglia Tartaglia เป็นผู้ใช้ธนูที่มีความสามารถในการใช้ดีบัฟกับศัตรูด้วย Elemental Burst ของเขา ซึ่งการเปลี่ยนท่า Elemental Burst ของ Tartaglia จะเป็นการเปลี่ยนระยะไกลเป็นระยะประชิดและสามารถใช้ Hydro กับการโจมตีของเขาในระยะเวลาสั้น ๆ ในขณะที่อยู่ในการโจมตีระยะประชิด Tartaglia สามารถเข้าประชิดตัวได้ทำให้มีสไตล์การเล่นแบบไฮบริดที่เป็นเอกลักษณ์ แนะนำอาวุธ/เซ็ต Artifact ของ Tartaglia ด้วยตัวคูณสกิล Elemental Burst ที่มีดาเมจสูงสุดในเกม Tartaglia เป็นตัวดาเมจธาตุน้ำที่แข็งแกร่งที่สุด เช่นเดียวกับ Diluc หากในทีมมี Noelle หรือ Geo ให้ลองเปลี่ยนไปใช้เซ็ต Retracing Bolide แทน Weapon Skyward Harp CRIT Rate เพิ่ม CRIT DMG ขึ้น 20/25/30/35/40% การโจมตีมีโอกาส 60/70/80/90/100% ที่จะสร้างความเสียหายทางกายภาพ 100% สามารถเกิดขึ้นได้หนึ่งครั้งในทุกๆ 4 วินาทีเท่านั้น   Rust ATK เพิ่มความเสียหายในการโจมตีปกติ 40/50/60/70/80% แต่ลด Aimed Shot DMG 8/9/10/11/12%   Artifact Sets Gladiator's Finale ATK% / Hydro DMG / CRIT Rate ATK +18%     Noblesse Oblige Energy Recharge / HP% / Healing Bonus ความเสียหายของ Elemental Burst +20% การใช้ Elemental Burst จะเพิ่ม ATK ของสมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมด 20% เป็นเวลา 12 วินาที เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถซ้อนทับกันได้ Wanderer's Troupe ATK% / Hydro DMG / CRIT Rate Elemental Mastery +80 การชาร์จเพิ่มดาเมจขึ้น 35% หากตัวละครใช้ Catalyst หรือ Bow
04 Dec 2020
Genshin Impact เตรียมตัวยังไงก่อนขึ้น World 5
การอัพ Rank เพื่อเลื่อนขั้นนักผจญภัยใน Genshin Impact นอกจากจะได้รับรางวัลจำนวนมากต่อการเลื่อนขั้นคุณจะได้พบกับมอนเตอร์ที่เก่งขึ้นตามระดับ Rank ที่เพิ่มขึ้นและมี Artifact ใหม่ๆในระดับที่สูงขึ้น และเควสการผจญภัยใหม่ๆที่มีความท้าทายมากขึ้น แต่การจะขึ้นไป World 5 นั้นคุณควรจะเตรียมตัวก่อนสักหน่อยเพื่อให้ตัวละครสามารถสู้กับมอนเตอร์ได้ เพราะมอนเตอร์จะมีความอึดขึ้น ตีแรงขึ้น ถ้าไม่ได้เตรียมตัวมาให้ดีอาจจะโดนตีครั้งเดียวตายได้ การเตรียมตัวต้องเตรียมอะไรบ้าง ตัวละครเลเวล 50 ขึ้นไป สำหรับตัว Support และ DPS เลเวล 60 อาวุธ 3-5 ดาว เลเวล 50 ขึ้นไป รู้จักการจัดทีมในเมต้านี้ตำแหน่งที่นิยมคือ Support 3 Damage 1 ตัว สกิลพรสวรรค์ทีมหลักเลเวล 3 ขึ้นไป โดยเฉพาะ DPS สกิลที่ทำดาเมจ หรือการโจมตีควรอัพขึ้นไป 4 - 6 จะดีมากๆ การหา Artifact ที่ตรงสายกับการใช้งานเบื้องต้น ควรจะมีทีมหลักและทีมรองในการลง Spiral Abyss การเตรียมตัวละคร การเตรียมตัวละครเป็นอะไรที่ยากมาก อาจจะเรียกได้ว่าแทบจะเล่นใหม่หมดเลย เพราะตัวละครไอดีคนส่วนมากจะเล่นแต่ตัวที่ชอบโดยไม่ได้จัดโรลมาแต่แรกในช่วงตั้งแต่ World 1-3 เพราะใส่อะไรก็สามารถสู้มอนเตอร์ได้ ทำให้ต้องมารื้อและอัพใหม่กันหมด และ หา Artifact ที่ตรงสายในการใส่ ค่าพลังที่สำคัญในการเพิ่มดาเมจสำหรับตัว DPS : ค่าพลังโจมตีจากอาวุธ , อัตราคริติคอล , คริติคอลดาเมจ , พลังโจมตี% ค่าพลังที่สำคัญสำหรับตัว Support : MaxHp%, การฟื้นฟู , ความชำนาญธาตุ , เอฟเฟคอาวุธและ Artifact เลเวลตัวละครทำไมถึงแนะนำที่เลเวล 50 : เพราะการอัพเลเวลจะทำให้เราได้ทั้งค่าพลังชีวิต ดาเมจ และ ค่าพลังป้องกัน ทำให้เราไม่ได้มอนเตอร์ตีทีเดียวตายได้ครับเราแค่กดสลับมันออกมาวางสกิลเฉยๆ การจัดทีม การจัดทีมใน World นี้ควรจัดให้สามารถใช้คอมโบธาตุด้วยกันได้และแยก หน้าที่ตัวละครแต่ละตัวเพื่อจะทำดาเมจได้สูงสุดและง่ายต่อการเล่น ทีมที่แนะนำคือ ทีม 1 Damage 3 Support โดยตัว DPS จะเป็นตัวทำดาเมจทั้งกายภาพและสกิลหลังจาก Support ช่วยวางสกิลให้หมดแล้ว ยกตัวอย่างทีมที่ผมยังทำไม่เสร็จนะครับ จะเป็น DPS 1 ตัวและ Support 3 ตัวโดยตัว Support อาจจะไม่มีดาเมจก็ได้แต่ไปเน้นเรื่องความชำนาญธาตุแทนเพื่อไว้คอมโบกับตัว DPS การปลดพรสวรรค์ : การปลดพรสวรรค์สำหรับตัว DPS ควรไปให้สุดในสกิลที่ใช้งานบ่อยๆในการทำดาเมจก่อนแล้วค่อยไปไล่อัพตัว Support ต่างๆเพื่อไว้คอมโบสกิลธาตุได้รุนแรงขึ้น Child : ตัว DPS ผมเน้นการใช้สกิล E ในการฟันก็เลยอัพเฉพาะสกิล E ให้สุดเท่าที่จะอัพได้ก่อนเพื่อมาโกยดาเมจ การหา Artifact ในเรื่อง Artifact ควรหาตรงสายแบบที่ใส่ได้ไปก่อนตั้งแต่ World 3 เลยครับ ให้หา Artifact ระดับ 3 ดาวใส่ไปก่อน และค่อยมาหา Artifact ระดับ 4 - 5 ดาวสีม่วงและสีทองในระดับ World 5 แล้วนำไปตีบวกให้ได้สักระดับ 8 - 12 หรือถ้าใครเงินถึงของถึงก็ตีบวกให้เต็มได้เลย ในการลงดันหา Artifact ถ้าลงคนเดียวไม่ไหวแนะนำให้เล่นเป็น Support และไปเล่นในโหมดผู้เล่นหลายคนในการลงดันจะช่วยให้ง่ายขึ้นเยอะไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนลงนะครับเพราะมีระบบจับคู่คอยช่วยผู้เล่นหาปาร์ตี้ได้ง่ายขึ้น ในดันเจี้ยนของ World 5 จะเริ่มมี Artifact สีทองตกแล้ว ส่วนของ World 6 จะการันตี ทอง 1 ชิ้นต่อการลงจากที่ได้ลองลงไปแล้วก็หาไม่ได้ยากครับ 2-3 ดรอบ 1 ครั้งสำหรับ World 5 Option ที่คุณสามารถสุ่มได้จากการดรอบของ Artifact ทั้ง 6 ชิ้น ดอกไม้ : HP ขนนก : ATK นาฬิกา : ATK / ATK% / DEF / DEF% / HP / HP% / การฟื้นฟูพลังงาน / ความชำนาญธาตุ ถ้วย : ATK% / DEF% / HP% / ความชำนาญธาตุ / เพิ่มดาเมจธาตุ DMG% (Electro, Hydro, etc) หมวก : ATK% / DEF% / HP% / อันตราคริติคอล / คริติคอลดาเมจ / ความชำนาญธาตุ / เพิ่มอัตราการรักษา Set Artifact ต่างๆของแต่ละสาย Set Item Support : Instructor / Maiden Beloved / Noblesse Oblige / Wanderer's Troupe / Traveling Doctor / The Exile / Scholar Set Item Element Damage : Thundering Fury / Archaic Petra / Crimson Witch of Flames / Viridescent Venerer / Gambler Set Item DPS : Brave Heart / Gladiator's Finale / Bloodstained Chivalry / Resolution of Sojourner / Berserker นอกจากการแบ่ง Set แบบนี้ยังมีการใส่ ข้าม set หรือใส่เอาออฟชั่นแค่ 2 ชิ้นผสมกันตามโอกาสและตัวละครตามแต่ผู้เล่นจะผสมเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์นั้นๆในการต่อสู้ อาวุธที่ควรอัพเกรด อาวุธที่ใช้ในการขึ้นระดับ World 5 ควรมีระดับเลเวล 50 - 70 ระดับ 3 - 5 ดาว ถ้ามีอาวุธ 5 ดาวจะดีมากเพราะจะมีดาเมจที่สูงกว่าไอเทม 3 - 4 ดาว ไม่งั้นเราจะแทบตีมอนเตอร์ในระดับนี้ไม่เข้าเลยครับ ถึงจะตีทีละพันก็ไม่รู้สึกว่าแรงหรือสามารถ one-shot มอนเตอร์ได้เหมือนระดับ world 3 วิธีการดูอาวุธสาย Damage หรือ Support ไอเทมสาย Damage : จะมีออฟชั่นติดมากับไอเทม คือ เพิ่มพลังโจมตี เพิ่มอัตราคริติคอล ไอเทมสาย Support : จะมีออฟชั่นติดมากับไอเทม คือ การเพิ่มความชำนาญธาตุ เพิ่มการฟื้นฟูพลังงาน เพิ่มอัตราการรักษา จุดนี้ทำให้คนส่วนมากตีบวกไอเทมมากผิดครับทำให้ตีบวกไปมากขนาดไหนก็ตีไม่แรงเท่าสายโจมตี ถ้าหาไอเทมสายโจมตีไม่ได้แนะนำให้ทำ Battle Pass หรือ Bp ที่สามารถเลือกรับไอเทมสายโจมตีได้ระดับ 4 ดาวมันก็แรงอยู่นะครับถ้าเป็นของ BP เพราะออฟชั่นที่ติดมาแต่ละอันบวกดาเมจเยอะมากๆ Tip : ไอเทม DPS เมต้านี้คือ คริติคอลเรทและคริติคอลดาเมจ ยิ่งทำให้สองค่านี้ใกล้กันมากดาเมจก็จะยิ่งมากขึ้นครับเช่น คริติคอลเรท 50 คริติคอลดาเมจ 70 ก็จะแรงกว่าคริติคอลเรท 30 คริติคอลดาเมจ 110 ครับ เควสเนื้อเรื่อง เควสเนื้อเรื่องในระดับ World  5 เราควรทำเควสไปถึงอย่างน้อยก็คือเมือง Liyue ครับจากนั้นก็ปลดเควสไปเรื่อยๆตามลำดับ Level Rank และอย่าลืมทำดันเจี้ยนที่ลงครั้งเดียวต่างๆให้เรียบร้อยด้วยเพราะถึงไป World ไหนก็ไม่ทำการ Reset ตัวผู้เขียนเองใช้เวลาประมาณ 1 อาทิตย์ในการเตรียมทีมจาก World 3 ไป 5 โดยการทำทุกอย่างทั้งอัพตัวละคร ทำอาวุธ อัพสกิล และลงดันเจี้ยน เพื่อหาไอเทมต่างๆ ถ้าจริงๆหาแนวทางตัวเองไม่ได้แนะนำให้ทำตามเควส BP ดูเพราะทุกอย่างจัดไว้เพื่อการพัฒนาตัวละคร
04 Dec 2020
Genshin Impact: 8 สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับระบบชื่อเสียงเมือง The City Reputation
หลังจากล่าสุดที่เกม Genshin Impact นั้นได้ทำการอัพเดทแพทช์ 1.1 ที่มีการเพิ่มเติมตัวละคร เนื้อเรื่อง และปรับปรุงเพิ่มเติมระบบต่างๆ ในเกมหนึ่งในนั้นก็มีระบบหนึ่งที่น่าสนใจนั่นคือ "ระบบ The City Reputation หรือระบบชื่อเสียงเกมนั่นเอง ซึ่งนี้ถือเป็นการช่วยกระตุ้นให้ผู้เล่นต้องเข้าถึงทุกจุดและสนทนาเพื่อหาข้อมูลในเกมมากขึ้น ซึ่งวันนี้พวกเรา GameFeverTH จะขอพาทุกคนมาพบกับ 8 สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับระบบชื่อเสียงเมือง The City Reputation พร้อมแล้วไปกันเลย! 1.ปลดล็อกเมื่อใด? ผู้เล่นจะไม่สามารถเข้าถึงเควสหรือระบบ City Reputation ได้จนกว่าจะเล่นเนื้อเรื่องหลักไปได้ในระยะหนึ่ง นอกจากนั้นผู้เล่นยังต้องมีแรงค์ผจญภัยอยู่ในระดับ 25 ก่อนถึงจะสามารถเข้าถึงเควสเหล่านี้ได้ และถ้าอยากแน่ใจว่าเราสามารถเข้าถึงระบบนี้ได้อย่างแน่นอนแล้วขอแนะนำให้เล่นถึงส่วนของ Act II of Farewell, Archaic Lord ก่อนนะครับ. 2.ระบบที่แตกต่างกันของพื้นที่ต่างๆ ระบบชื่อเสียงเมืองนี้จะไม่ปลดล็อกอัตโนมัติสำหรับพื้นที่ Liyue และ Mondstade นอกจากนั้นระบบภายในของ Liyue และ Mondstadt ก็ยังแตกต่างกันไปอีก ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำเควสสนทนาพูดคุยกับ NPC ทั้งสองคนของแต่ละเมืองก่อนนั่นคือ Hertha ที่เมือง Mondstadt และ Ms. Yu ที่เมือง Liyue ซึ่งทั้งสองคนนี้เราสามารถพบพวกเขาได้ที่บริเวณถัดไปจากป้ายประกาศใหญ่.   3.วิธีการได้รับชื่อเสียง ระบบชื่อเสียงนี้ได้เพิ่มวิธ๊ใหม่ในการให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่ทำเควสเล็กๆ และค้นหาหีบสมบัติ โดยที่ผู้เล่นจะเริ่มต้นระบบชื่อเสียงที่ระดับ 2 และเราจะต้องทำสิ่งต่างๆ ทั้งการที่ส่วนร่วมอีเวนท์พิเศษหรือภารกิจประจำสัปดาห์เพื่อไต่ชื่อเสียงเมืองให้ถึงระดับสูงสุดซึ่งล่าสุดนั้นคือระดับ 8 ให้ได้ในแต่ละพื้นที่.   4.สามารถได้รับชื่อเสียงจากการสำรวจ ปกติการสำรวจก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจอยู่แล้ว แต่การสำรวจในแพทช์นี้จะยิ่งสำคัญเข้าไปอีกเพราะมันจะมีผลกับระบบชื่อเสียงเมืองอีกด้วย โดยผู้เล่นจะสามารถดูเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่แต่ละส่วนได้อีกด้วยว่าทำการสำรวจไปมากน้อยแค่ไหนแล้ว ซึ่งเปอร์เซ็นการสำรวจในแต่ละพื้นที่นั้นจะแยกออกจากกันเพื่อให้สามารถแยกออกได้ง่ายขึ้นอีกด้วย.   5.ภารกิจเงินรางวัล ภารกิจนั้นจะมีรางวัลมากหรือน้อยก็แล้วแต่ระดับของชื่อเสียงและการสุ่มขึ้นมาของแต่ละพื้นที่ด้วย ซึ่งในแต่ละพื้นที่นั้นผู้เล่นสามารถรับภารกิจได้ทุกสัปดาห์ๆ ละ 3 ภารกิจ แต่ภารกิจต่างๆ นั้นจะไม่เหมือนกันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยหลักๆ ภารกิจจะเป็นการมอบหมายให้เราไปจัดการกับมอนสเตอร์เพื่อรับคะแนนพิเศษ.   6.คำขอจากชาวบ้าน ผู้เล่นสามารถเดินไปยังที่ต่างๆ ของเมืองนั้นๆ ซึ่งจะพบเจอชาวบ้าน NPC มากมายซึ่งบางคนจะมีคำขอร้องให้เราช่วยด้วยการมอบหมายภารกิจต่าวๆ ให้ผู้เล่นไปทำคล้ายๆ ภารกิจประจำวัน โดยภารกิจเควสนั้นจะแตกต่างกันไปมีตั้งแต่การหาไอเทมไปจนถึงการจัดการมอสเตอร์.   7.เควสโลก นอกเหนือจากการทำภารกิจเสริมต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว การทำเควสเนื้อเรื่องของตัวละครหรือภารกิจปกติที่อยู่ในเขตพื้นที่นั้นๆ ก็จะได้รับ Exp. จากระบบชื่อเสียงเมืองด้วย นี้คือหนึ่งในเหตุผลที่ผู้เล่นบางคนเมื่อเปิดใช้งานระบบนี้ก็เลเวลอัพพุ่งสูงขึ้นไปแบบงงๆ ดังนั้นยิ่งเราทำเควสมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งได้เลเวลสูงขึ้นมากเท่านั้น และที่สำคัญมันแยกกันตามส่วนต่างๆ ด้วยนะครับ!   8.ระดับรางวัล จำที่บอกไปกันได้ไหมครับว่าในแต่ละเมืองนั้นจะมีระบบชื่อเสียงอยู่ที่ระดับ 8 ดังนั้นรางวัลที่ผู้เล่นจะได้รับในแต่ละเมืองในแต่ละระดับจะไม่เหมือนกัน โดยรางวัลนั้นจะไม่ขอบอกเยอะเดี๋ยวไม่ลุ้น เช่น สูงอาหารพิเศษ / ปีกพิเศษ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรอีกก็ขยันกันอัพระดับชื่อเสียงเมืองกันนะครับ ขอใบ้ให้ลุ้นอีกนิดว่าในแต่ละเมืองนั้นมีรางวัลสุดพิเศษรออยู่และมีประโยชน์มากๆ ทั้งในการเดินทางและการต่อสู้ดังนั้นอย่ารอช้ารีบลุกขึ้นและออกเดินทางกันได้แล้ว! Credit : THEGAMER
04 Dec 2020
Genshin Impact: แนวทางการเล่นตัวละคร Diluc
Diluc - Tier SS Diluc ชายผู้สง่างามและมั่งคั่งที่สุดใน Mondstadt เขามักจะเป็นตัวอย่างของความเพอร์เฟกต์อยู่เสมอ แต่เบื้องหลังความสง่างามนั้นกลับซ่อนไว้ด้วยจิตวิญญาณของนักรบผู้แข็งแกร่งที่พร้อมจะอุทิศตัวปกป้อง Mondstadt อย่างเต็มเต็มกำลัง เพราะเหตุนี้ทำให้เขาสามารถที่จะลงมือกับใครก็ตามที่กล้าจะย่างกลายเข้ามาทำลายเมืองนี้ จุดเด่น การโจมตีด้วย Fire Elemental นั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาธาตุไฟ Elemental Burst สามารถโจมตีได้อย่างรุนแรงในครั้งเดียวและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง Charged attacks มีพลังการโจมตีที่รุนแรง จุดด้อย เป็นผู้ชาย สกิล Tempered Sword Normal Attack Normal Attack การโจมตีปกติจะโจมตีต่อเนื่อง 4 ครั้ง Charged Attack เสียค่า Stamina เพื่อโจมตีต่อเนื่องและการโจมตีครั้งสุดท้ายจะรุนแรงที่สุด Plunging Attack พุ่งจากกลางอากาศมากระแทกพื้นสร้างความเสียหายแก่ศัตรูและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างเมื่อถึงพื้น Searing Onslaught Elemental Skill ฟันดาบไปข้างหน้าเพื่อสร้างความเสียหาย Pyro (ธาตุไฟ) สามารถใช้ได้ 3 ครั้งติดต่อกัน และจะคูลดาวน์ หากไม่ได้ใช้สกิลนี้อีกครั้งภายในช่วงเวลาสั้น ๆ Dawn Elemental Burst สร้างเปลวไฟที่รุนแรงขึ้นมารอบตัว เพื่อสร้างความเสียหายแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ ๆ ให้กระเด็นออกไป จากนั้นเปลวไฟจะรวมตัวกันเป็นอาวุธเพื่อเรียกนกฟีนิกซ์ออกมาและสร้างความเสียหายมหาศาลแก่ศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทางของมัน นกฟีนิกซ์จะระเบิดเมื่อไปถึงจุดหมายปลายทางทำให้เกิดความเสียหายวงกว้างแบบ Pyro DMG จำนวนมาก เปลวไฟที่ส่องลงมาที่ดาบของเขาทำให้การโจมตีปกติและการโจมตีแบบชาร์จของ Diluc สร้างความเสียหาย Pyro ชั่วขณะ สกิลติดตัว Relentless Unlocked at Ascension 1 การชาร์จโจมตีของ Diluc จะใช้ค่า Stamina น้อยลง 50% และมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น 3 วินาที Blessing of Phoenix Unlocked at Ascension 4 หลังจากใช้สกิล Dawn จะได้บัฟที่เพิ่มโบนัสความเสียหาย Pyro Enchantment 20% ทำให้การโจมตีปกติและชาร์จกลายเป็นธาตุไฟ Tradition of the Dawn Knight Unlocked Automatically เมื่อสร้างอาวุธประเภทดาบใหญ่จะมีโอกาส 15% ได้รับแร่ที่ใช้สร้างคืนมา   โบนัสกลุ่มดาว Conviction Constellation Lv. 1 Diluc สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 15% แก่ศัตรูที่มี HP สูงกว่า 50% Searing Ember Constellation Lv. 2 เมื่อ Diluc ได้รับดาเมตจ จะเพิ่มพลังโจมตีพื้นฐาน 10% และเพิ่มความเร็วในการโจมตี 5% เป็นเวลา 10 วินาที เอฟเฟกต์นี้สามารถซ้อนกันได้สูงสุด 3 ครั้ง คูลดาวน์ 1.5 วินาที Steel and Fire Constellation Lv. 3 เพิ่มเลเวลของสกิล Searing Onslaught ขึ้น 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 Flowing Flame Constellation Lv. 4 เมื่อใช้สกิล Searing Onslaught ภายใน 2 วินาทีจะเพิ่มความเสียหา และสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 40% เมื่อใช้สกิลนี้ในคอมโบ Phoenix, Harbinger of Dawn Constellation Lv. 5 เพิ่มเลเวลของ Dawn ขึ้น 3 เลเวล สูงสุดที่เลเวล 15 Flaming Sword, Nemesis of Dark Constellation Lv. 6 หลังใช้สกิล Searing Onslaught การโจมตีปกติ 2 ครั้งถัดไปภายใน 6 วินาทีจะมี DMG และ ATK SPD เพิ่มขึ้น 30% นอกจากนี้ Searing Onslaught จะไม่ขัดจังหวะคอมโบการโจมตีปกติ เทคนิคการเล่น Diluc Diluc เป็นคัวละครที่สามารถจัดการกับศัตรูที่ถือโล่ได้อย่างง่ายดาย ศัตรูที่มีโล่ป้องกันและกระสุนมักจะเป็นปัญหากับหลายคน แต่การโจมตีของ Diluc สามารถสร้างความเสียหายต่อศัตรูที่มีโล่ป้องกัน ด้วยสกิล Searing Onslaught ทำให้เขาสามารถโจมตีด้วย Pyro Element (ธาตุไฟ) 3 ครั้งติดกัน ทำลายโล่ไม้และเปลือกของมอนสเตอร์ที่เป็นน้ำแข็งได้อย่างหมดจด ศัตรูที่มีโล่ที่ทำจากหินหรือวัตถุแข็งอื่น ๆ สามารถจัดการได้อย่างง่ายดายด้วยดาบ Claymore ของเขา แม้ในกรณีที่ธาตุบของศัตรูไม่ได้แพ้ทาง Diluc เขาก็สามารถจัดการศัตรูได้ด้วยพลังโจมตีที่สูง ทำให้เขาเป็นนักสู้ที่โหดเหี้ยมเหมาะกับศัตรูเกือบทุกชนิด ความสามารถของ Diluc ที่ทำให้เขาเก่งกาจมาก ๆ นั้น คือ ความสามารถในการล้มศัตรูด้วยดาบเล่มใหญ่ จากนั้นใช้การโจมตีซ้ำ ๆ พร้อมกับป้องกันไม่ให้ศัตรูตุ๋ยหลัง เมื่อเทียบกับศัตรูทั่วไปการเฉือนด้วยดาบยังสามารถยกเลิกการโจมตีปกติได้ การเค้าเตอร์การโจมตีด้วยวิธีนี้จะทำให้ Stamina ของ Diluc ลดลง แต่ก็ไม่อาจลดความแกร่งของเขาได้อยู่ดี เพื่อรักษา Stamina วิธีที่ดีที่สุดคือรอให้ศัตรูล้มลง จากนั้นใช้โอกาสนี้โจมตีซ้ำ ๆ ต้องบอกไว้ก่อนว่าบอสที่ตัวใหญ่กว่าไม่สามารถทำให้มันล้มลงได้ด้วยดาบนะครับ ดังนั้นเราจะต้องระมัดระวังมากขึ้นในการต่อสู้กับบอสและจะต้องปรับกลยุทธ์ในการต่อสู้ให้เหมาะสมกับศัตรูแต่ละตัว Elemental Burst ของ Diluc จะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในเปลวไฟเพื่อทำการโจมตีครั้งใหญ่ เมื่อต่อสู้ใน Time Trial ที่จะต้องเอาชนะศัตรูหลายตัวภายเวลาที่กำหนด การโจมตีนี้สามารถเปลี่ยนเกมได้ในครั้งเดียว Time Trials สามารถทำได้ใน Daily Quests ดังนั้นหัดใช้สกิลนี้เป็นประจำเพื่อให้สามารถจัดการกับศัตรูเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายเมื่อพวกมันปรากฏขึ้น แนะนำอาวุธ/เซ็ต Artifact ของ Diluc เซ็ตนี้สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องมีโบนัสกลุ่มดาว แต่จะส่องแสงจริงๆ เมื่อคุณมีครบทั้ง 6 ในกลุ่มดาวระดับ 6 Diluc เซ็ตนี้จะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารสร้างความเสียหายจากธาตุไฟที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ โดยจะทำการโจมตีปกติ 2 ครั้งระหว่างการโจมตีนั้นจะใช้ Searing Onslaught ทุกครั้ง Weapon Wolf's Gravestone ATK เพิ่ม ATK พื้นฐานขึ้น 20/25/30/35/40% เมื่อโจมตีโจมตีศัตรูที่มี HP น้อยกว่า 30% จะเพิ่ม Base ATK ของสมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมด 40/50/60/70/80% เป็นเวลา 12 วินาที คูลดาวน์ 30 วินาที     Prototype Aminus ATK เมื่อโจมตีโจมตีปกติหรือชาร์จจะมีโอกาส 50% ที่จะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 240/300/360/420/480% ให้กับศัตรูที่อยู่ในรัศมี คูลดาวน์ 15 วินาที Artifact Sets Crimson Witch of Flames ATK% / Pyro DMG / CRIT DMG ได้รับโบนัสการโจมตีธาตุไฟ 15% เพิ่มความเสียหายและการเผาไหม้ 40% เพิ่ม Vaporize และ Melt DMG ขึ้น 15% การใช้ Elemental Skill จะเพิ่มความเสียหายขึ้น 50% เป็นเวลา 10 วินาที สูงสุด 3 ครั้ง   Gladiator's Finale ATK% / Pyro DMG / CRIT DMG ATK + 18% หากผู้ใช้ Artifact นี้ถืออาวุธประเภท Sword, Claymore หรือ Polearm จะเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีปกติ 35%
26 Nov 2020
ไกด์เกม Godfall อธิบายชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate ทั้ง 12 จักรราศี
ก่อนหน้านี้เกวลินได้นำเสนอไกด์แนะนำเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software เกี่ยวกับค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลทั้งหมดของตัวละครภายในเกม ใครที่กำลังเตรียมเล่นเกมนี้ก็สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่ คลิกที่นี่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักเกี่ยวกับ “ชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate” ซึ่งมันคือไฮไลท์หลักของเกมนี้เลยก็ว่าได้ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักชุดเกราะเหล่านี้กันว่า มันมีคุณสมบัตพิเศษอะไรบ้าง! อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn   ก่อนที่เราจะไปรู้จัก “ชุดเกราะนักรบแห่งทวยเทพ Valorplate” ทั้ง 12 ชุดเรามาดูเรื่องราวความเป็นมาของชุดเกราะนี้กันหน่อยค่ะ ภายในเกม Godfall จะพูดถึงผู้เล่นที่เป็นอัศวินวาลอเรียนกลุ่มสุดท้ายที่จะต้องสวมชุดเกราะในตำนานที่เรียกว่า “Valorplate” ส่งผลทำให้นักรบที่ปกติก็แข็งแกร่งอยู่แล้วกลายเป็นนักรบที่มีพลังดุจเทียบเท่าพระเจ้ากันเลยค่ะ โดยแต่ละชุดเกราะก็จะอ้างอิงจาก 12 จักรราศีทำให้แต่ละชุดมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกันออกไป แล้วชุดเกราะแต่ละชิ้นเราจะต้องรวบรวมวัตถุดิบตามที่ชุดเกราะต้องการก่อนถึงจะสามารถสร้างขึ้นมาเพื่อสวมใส่ได้ ซึ่งรายละเอียดแต่ละชุดเกราะมีดังต่อไปนี้ค่ะ ชุดเกราะ Silvermane ชุดเกราะชนิดนี้เป็นชุดเกราะตั้งแต่เริ่มต้นของเกมนี้ เป็นชุดเกราะที่เหมาะอย่างมากในช่วงเริ่มเกมสำหรับคนที่ลังเลว่าจะใช้ชุดเกราะไหนดีนะแบบตั้งแต่ต้นเนื้อเรื่องจนจบเนื้อเรื่องหลัก เกวลินมองว่าชุดเกราะนี้ดูจะสมเหตุ สมผลมากที่สุด สาเหตุเป็นเพราะคุณสมบัติพิเศษของชุดเกราะนี้นั่นเองค่ะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มความเร็ว 10% ในการชาร์จท่าพิเศษของอาวุธแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques, Shield และ Polarity Attacks คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - อัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมา 3 ตนเพื่อช่วยเราโจมตีศัตรูชั่วคราว ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มความเร็ว 300% ในการชาร์จท่าพิเศษของอาวุธแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques, Shield และ Polarity Attacks แล้วก็เพิ่มพลังโจมตี 30% ให้กับรูปแบบการโจมตี Weapon Techniques, Shield Abilities และ Polarity Attacks วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ไม่ต้องใช้เพราะปลดล็อคให้ตั้งแต่เริ่มเกม ชุดเกราะ Phoenix ชุดเกราะชนิดนี้เราจะเห็นว่าเธอปรากฎตัวอยู่ในตัวอย่างเกมคู่กับ Silvermanew ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ชุดเกราะของเธอผู้ที่สวมใส่จะได้รับพลังแห่งไฟที่จะทำให้ทุกครั้งที่เราโจมตีศัตรูมีโอกาสที่จะติดสถานะไฟไหม้ที่จะค่อย ๆ ลดพลังชีวิตของศัตรูทีละนิด ๆ  คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะไฟไหม้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจด้วยธาตุไฟ 30 แต้ม ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะไฟไหม้, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะไฟไหม้ และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุไฟ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Greyhawk ชุดเกราะชนิดนี้เราจะเห็นว่าเขาปรากฎตัวอยู่คู่กับ Silvermanew และ Phoenix เป็น 3 อัศวินที่จะต้องปกป้องดินแดนของตน ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ความพิเศษของชุดเกราะนี้จะอยู่ตรงที่ความสามารถพิเศษที่สร้างความเสียหายที่น่ากลัวเป็นอย่างมากค่ะ เพราะมันสามารถลดพลังชีวิตในความสามารถที่ภายในเกมเรียกว่า “Soulshatter” คือถ้าเราตีปกติหลอดเลือดสีแดงจะมีแถบสีขาวขึ้น แล้วถ้าเราคลิกเมาส์ขวาเพื่อโจมตีเราจะลดพลังชีวิตในแทบสีขาวนั้นทั้งหมด ทำให้ชุดเกราะนี้ถ้าเราจัดออฟชั่นดี ๆ จะกลายเป็นหนึ่งในชุดเกราะที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก! คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มความเสียหาย 10% เพื่อให้หลอดแถบสีขาวยาวขึ้น คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจแบบ Soulshatter ทำให้หลอดแถบสีขาวเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มความเสียหาย 100% เพื่อให้หลอดแถบสีขาวยาวขึ้น และ ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวส่งผลทำให้ศัตรูตัวอื่น ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ได้รับผลดาเมจแบบ Soulshatter ด้วยเช่นกัน วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Armistice ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะนี้จะทำให้เขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ทำให้การโจมตีศัตรูแต่ละครั้งดาเมจในรูปแบบ “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรูเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อหลอดนี้เต็มก็จะทำให้ศัตรูชะงักชั่วขณะแล้วเราก็สามารถสร้างดาเมจได้อย่างต่อเนื่อง คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มพลังโจมตี 10% ในรูปแบบ Breach คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจเล็กน้อย แล้วก็ส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรูเพิ่มขึ้นจำนวนหนึ่ง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มพลังโจมตี 50% ในรูปแบบ Breach, สร้างความเสียหาย 100% ให้กับศัตรูที่ถูกทำลายเกราะป้องกัน, สร้างความเสียหาย 100% เมื่อโจมตีในสถานะ Takedown และ เพิ่มความเสียหาย 50% ทุกครั้งที่คุณสามารถทำลายเกราะป้องกัน หรือ โจมตีในสถานะ Takedown วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Crystalline Tear 50 ชิ้น ชุดเกราะ Typhon เมื่อเรามีชุดเกราะ Phoenix ที่เปรียบเสมือนพลังแห่งไฟแล้ว มันก็ต้องมีชุดเกราะที่มีพลังแห่งน้ำสิงสถิตด้วยเช่นกัน ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะแห่งนี้จะสัมผัสถึงความนิ่งสงบในจิตใจ สามารถทำให้ศัตรูเมื่อได้รับการโจมตีจะเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นอีกหนึ่งชุดเกราะที่มีประสิทธิภาพสูงถ้าใช้อย่างถูกที่ถูกเวลา คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงทั้งการเคลื่อนที่และการโจมตี คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวพร้อมอัญเชิญเสาแห่งธาตุน้ำออกมา 3 เสาพร้อมยิงลำแสงสร้างความเสียหายต่อเนื่องจนกว่าพลังจะหมดลง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลงทั้งการเคลื่อนที่และการโจมตี, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะหนาวเย็น และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุน้ำ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Crystalline Tear 50 ชิ้น ชุดเกราะ Bulwark จะเรียกว่าเป็นชุดเกราะที่ออกแบบมาเพื่อคนที่ชื่นชอบการโจมตีแบบไร้ธาตุโดยเฉพาะเลยค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา โดยผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะนี้เมื่อถืออาวุธที่ไม่มีธาตุเขาสามารถฟาดอาวุธนั้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนทำให้ศัตรูติดสถานะเลือดไหล แถมการดีไซน์ชุดเกราะก็ดูเท่และดุดันถูกใจเกมเมอร์อย่างแน่นอนค่ะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวพร้อมอัญเชิญเสาที่โจมตีแบบไร้ธาตุออกมา 3 เสาพร้อมยิงลำแสงสร้างความเสียหายต่อเนื่องจนกว่าพลังจะหมดลง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะเลือดไหล, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะเลือดไหล และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นไร้ธาตุ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Moebius ชุดเกราะนี้เปรียบเสมือนชุดเกราะแห่งความมืดเพราะดีไซน์ที่มีรูปลักษณ์เหมือนปีศาจที่มีสีหน้าดุดัน ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา เมื่อเราสวมชุดเกราะนี้จะมอบพลังแห่งความมืดให้กับเรา ส่งผลทำให้การโจมตีใส่ศัตรูมันก็จะติดสถานะคำสาป แล้วก็ยังทำให้ติดสถานะจากพลังแห่งความมืดไปครอบงําจิตใจของพวกมันอีกด้วย คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะคำสาป คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวพร้อมอัญเชิญเสาที่โจมตีแบบธาตุความมืดออกมา 3 เสาพร้อมยิงลำแสงสร้างความเสียหายต่อเนื่องจนกว่าพลังจะหมดลง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะคำสาป, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะคำสาป และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีธาตุความมืด วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Aetheric Filament 50 ชิ้น ชุดเกราะ Vertigo เป็นชุดเกราะที่มีการดีไซน์ที่แปลกตาพอสมควรเพราะเหมือนเป็นแมลงปีกแข็งขนาดใหญ่ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมชุดเกราะนี้จะได้พลังแห่งสายฟ้ามาอยู่ในกายแถมยังสามารถโจมตีใส่ศัตรูด้วยธาตุลม ทำให้ชุดเกราะนี้มีลูกเล่นที่ไม่เหมือนกับชุดเกราะอื่น ๆ ที่มีแค่ธาตุใด ธาตุหนึ่ง  คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะช็อก ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจด้วยธาตุลม 30 แต้ม ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะช็อก, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะตกใจจากเสียงลมและเสียงฟ้าผ่า และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุลม ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Crystalline Tear 50 ชิ้น ชุดเกราะ Aegishorn ถ้าใครที่มองหาชุดเกราะที่แข็งแกร่งเพื่อใช้ในการยืนชนกับศัตรูที่มีพละกำลังที่สูง เกวลินก็ขอแนะนำชุดเกราะชุดนี้เลยค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่ชุดเกราะนี้จะได้รับพลังลึกลับบางอย่างที่จะช่วยในเรื่องการลดความเสียหายที่ได้รับจากการโจมตีของศัตรูได้มากกว่าชุดเกราะประเภทอื่น ๆ มันทำให้เขากลายเป็นรถถังเคลื่อนที่เลยก็ว่าได้ค่ะ แถมการดีไซน์ชุดเกราะก็เท่ใช้ได้เลย คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - ลดความเสียหายจากการได้รับดาเมจทุกอย่างลง 5% คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - อัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมา 3 ตนเพื่อช่วยเราโจมตีศัตรูชั่วคราว ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - ทำให้ผู้เล่นและสมาชิกในทีมได้รับพรพิเศษที่ทำให้ลดความเสียหายจากการได้รับดาเมจทุกอย่างลง 30% และ เมื่อไหร่ก็ตามที่อยู่ในสถานะนี้อยู่แล้วถูกโจมตีเราจะปล่อยกระสุนออกไปโจมตีใส่ศัตรูแถมยังสร้างความเสียหายรอบ ๆ ตัวของศัตรูที่ถูกกระสุนที่เราปล่อยออกไปด้วย วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Aetheric Filament 50 ชิ้น ชุดเกราะ Illumina เป็นหนึ่งในชุดเกราะที่เกวลินชอบมาก ๆ ทั้งชื่อ และ การดีไซน์ของชุดเกราะทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียว ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมใส่จะได้รับพลังที่จะทำให้เราสามารถโจมตีศัตรูเข้าถึงจุดอ่อนได้มากกว่าชุดเกราะอื่น ๆ แถมยังมีพลังที่มองเห็นจุดอ่อนของศัตรูแล้วโจมตีบริเวณดังกล่าวเพื่อสร้างความเสียหายเพิ่มเติมได้อีกด้วย คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มความเสียหาย 15% เข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวสร้างดาเมจเล็กน้อย พร้อมเผยจุดอ่อนของศัตรูที่ได้รับผลกระทบของคลื่นพลัง ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวในทุก ๆ 2 วินาทีพร้อมเผยจุดอ่อนของศัตรูที่ได้รับผลกระทบของคลื่นพลัง, เพิ่มความเสียหาย 40% เข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู และ เมื่อเราฆ่าศัตรูด้วยการโจมตีไปบริเวณจุดอ่อนความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 40% วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Aetheric Filament 50 ชิ้น ชุดเกราะ Mesa เป็นหนึ่งในชุดเกราะที่บอกเลยว่าหน้าตาการออกแบบดีไซน์ชุดเท่ซะไม่มีจริง ๆ ค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ผู้ที่สวมชุดเกราะนี้จะได้รับพลังแห่งธาตุดินแถมยังมีโอกาสที่ศัตรูจะติดสถานะพิษทำให้ลดพลังชีวิตศัตรูอย่างรวดเร็วอีกด้วย  คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - มีโอกาส 10% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะพิษ ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - ปล่อยคลื่นพลังไปรอบ ๆ ตัวแล้วก็ทำให้ติดสถานะพิษพร้อมสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - มีโอกาส 90% ที่จะทำให้โจมตีแล้วติดสถานะพิษ, เพิ่มความเสียหาย 100% เมื่อศัตรูติดสถานะพิษ และ การโจมตีของเราเมื่ออยู่ในท่าพิเศษจะโจมตีเป็นธาตุดิน ซึ่งจะสร้างความเสียหายอย่างต่อเนื่องเมื่อศัตรูติดสถานะ วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - ต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Infused Jasper 50 ชิ้น ชุดเกราะ Hinterclaw มาถึงชุดเกราะสุดท้ายของเกมนี้กันค่ะ ชุดเกราะชนิดนี้เราจะได้จากการรวบรวมไอเทมแล้วสร้างขึ้นมา ชุดเกราะนี้เราจะไม่สามารถสร้างได้ในช่วงแรกจนกว่าผู้เล่นจะเล่นจบเนื้อเรื่อง ซึ่งไอเทมที่ใช้ในการสร้างจะอยู่ในช่วง End Game เป็นหลัก ด้วยความที่เป็นชุดเกราะสุดท้ายมันเลยมีความแข็งแกร่งทำให้ผู้ที่สวมใส่สามารถสร้างความเสียหายต่อศัตรูได้อย่างรุนแรง คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อสวมใส่ - เพิ่มโอกาส 5% ที่จะโจมตีติดสถานะ Critical Hit คุณสมบัติพิเศษที่จะแสดงผลเมื่อใช้ท่าพิเศษ Archon Fury - อัญเชิญจิตวิญญาณนักรบออกมา 3 ตนเพื่อช่วยเราโจมตีศัตรูชั่วคราว ผลลัพธ์เมื่ออยู่ในสถานะท่าพิเศษ Archon Fury - เพิ่มโอกาส 30% ที่จะโจมตีติดสถานะ Critical Hit และ เพิ่มความเสียหาย 15% เมื่อสังหารศัตรูด้วยการโจมตีติดสถานะ Critical Hit สามารถทำได้สูงสุด 150% วัตถุดิบในการสร้างชุดเกราะ - จะต้องจบเนื้อเรื่องก่อนถึงจะสามารถสร้างได้ โดยต้องการ Valorplate Core 5 ชิ้น และ Orb of Oblivion 5 ชิ้น จบกันไปกับไกด์อีกหนึ่งตัวของเกม Godfall เกวลินก็หวังว่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ หลังจากที่มีคนสงสัยกันเข้ามาเยอะว่าแต่ละชุดเกราะมันมีความสามารถอะไรซ่อนเอาไว้อยู่บ้าง สำหรับใครที่กำลังลังเลว่าจะซื้อเกมมาเล่นดีไหมก็สามารถอ่านบทความรีวิวของเกมนี้ได้ที่ คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
24 Nov 2020
ไกด์เกม Godfall อธิบายรายละเอียดค่าสเตตัสต่าง ๆ และ สกิลตัวละครทั้งหมด
หลังจากที่เกวลินได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับเกม “Godfall” เกมแนว Action Hack and Slash ผลงานจาก Counterplay Games หนึ่งในทีมผู้พัฒนาเกมที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Gearbox Software หนึ่งในเกมชูโรงเครื่อง PlayStation 5 แล้วก็ยังได้รับสิทธิ์เป็นเกมเอ็กซ์คลูซีฟบนแพลตฟอร์ม PC [Epic Games Store] กินระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่จะไปวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ในอนาคต งานนี้เกวลินก็เลนจะทำไกด์เกมนี้ออกมาให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันค่ะ โดยไกด์ตัวแรกที่จะพูดถึงในวันนี้ก็คือเรื่อง “รายละเอียดค่าสเตตัสต่างๆ และ สกิลทั้งหมด” ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันค่ะ อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn   Attributes Character [ค่าสเตตัสต่าง ๆ ของตัวละคร] Might - คือค่าพลังโจมตีที่มีผลทางกายภาพเป็นหลัก ยิ่งมีค่านี้มากเท่าไหร่ก็จะทำให้การโจมตีธรรมดา หรือ การกดคอมโบต่าง ๆ ด้วยการใช้คลิกซ้ายแล้วผสมกับการคลิกขวา ถ้าเล่นผ่านคอนโทรลเลอร์คือการกดปุ่ม R1 กับ R2 รวมไปถึงค่านี้ยังส่งผลต่อความเสียหายใส่ศัตรูด้วยการโจมตีด้วยการปาโล่ หรือ ท่าสังหารที่ใช้โล่ Spirit - คือค่าพลังโจมตีที่มีผลต่อเมื่อผู้เล่นใช้ท่าพิเศษของอาวุธทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques ท่าพิเศษของอาวุธชิ้นนั้นๆ Shield Abilities ท่าพิเศษของสายโล่ และ Polarity Attacks ท่าพิเศษที่ผู้เล่นจะต้องเก็บหลอดของอาวุธชิ้นที่ 2 ให้เต็มก่อนแล้วเมื่อสลับไปจะสร้างความเสียหายรอบ ๆ ตัว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตจากการเก็บ Life Stones ให้มากกว่าเดิม และ ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการได้รับ Overhealth เมื่อใช้ Banners Vitality - คือค่าพลัง Max Health ของตัวละคร และ เพิ่มดาเมจในการโจมตีด้วยรูปแบบ Siphon Combat [สถานะการโจมตีต่าง ๆ] Critical Hit Chance - โอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit Critical Hit Bonus Damage - ค่าความเสียหายสูงสุดเมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Weakpoint Bonus Damage - ค่าความเสียหายสูงสุดเมื่อโจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรู Ailment Chance [เพิ่มโอกาสติดสถานะต่าง ๆ] Bleed - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะเลือดไหล Ignite - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะไฟไหม้ Chill - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะเคลื่อนไหวช้าลง Shock - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะช็อก Poison - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะพิษ Curse - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะคำสาป สกิลของตัวละครและความสามารถทั้งหมด [Skills] ชื่อสกิล: Weapon Techniques Level 1 - กด E ค้างแล้วคลิกเมาส์ซ้ายจะเป็นการใช้ท่าโจมตีพิเศษ กับ กด E ค้างแล้วคลิกเมาส์ขวาจะเป็นการโจมตีท่าพิเศษ ถ้าเล่นผ่านคอนโทรลเลอร์คือการกดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1 ก็จะเป็นการใช้ท่าพิเศษ หรือ L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2 ก็จะเป็นท่าพิเศษ Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% เมื่อใช้ท่าพิเศษของอาวุธ Level 3 - เพิ่มความเร็ว 5% ในการใช้ท่าพิเศษ  Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 15% เมื่อใช้ท่าพิเศษของอาวุธ Level 5 - เพิ่มความเร็ว 10% ในการใช้ท่าพิเศษ คุณสมบัติของอาวุธแต่ละชนิดที่ใช้ท่าพิเศษต่าง ๆ Dual Blades [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - เมื่อเปิดใช้งานท่าพิเศษ “Inner Focus” จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวละครสามารถสร้างความเสียหายมากกว่าปกติในช่วงระยะเวลาหนึ่ง Dual Blades [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - ท่าพิเศษ “Mortal Coil” ผู้เล่นจะโยนใบมีดไปหาศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้วดึงศัตรูเข้ามาหาเรา โดยเราจะดึงได้แค่ศัตรูทั่วไป แต่ศัตรูประเภท Boss จะดึงเราเข้าไปหา Boss แทน โดยท่าพิเศษนี้ไม่ต้องใช้ค่าพลังงานเหมือนกับท่า Dual Blades Greatswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - ท่าพิเศษ “Whirlwind” ถือดาบใหญ่แล้วหมุนเป็นเป็นพายุโจมตีศัตรูรอบ ๆ ระยะการโจมตี Greatswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - ท่าพิเศษ “Great Throw” เราจะโยนดาบใหญ่ของคุณไปข้างหน้าสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงแล้วถ้าศัตรูยังอยู่ด้านหน้าก็จะได้รับดาเมจเพิ่มเติมเมื่อดาบกลับมาหาเรา Longswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - ท่าพิเศษ “Spectral Flurry” เมื่อเรากดใช้เราจะวาร์ปไปหายังตำแหน่งของศัตรูแล้วโจมตีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งศัตรูที่อยู่รอบ ๆ ก็จะได้รับดาเมจด้วยเช่นกัน Longswords [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - ท่าพิเศษ “Spiral Technique” เมื่อเรากดใช้ท่านี้เราจะใช้ดาบยาวของตัวเองฟาดฟันศัตรูในรูปแบบเส้นตรง เมื่อใช้ท่านี้เราจะไปอยู่ด้านหลังของศัตรูเพื่อทำคอมโบอื่น ๆ ต่อได้ด้วย Polearms [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - เมื่อเรากดใช้ท่าพิเศษ “Polearm Slam” เราจะกระโดดเข้าไปหาใส่ศัตรูพร้อมสร้างแรงกระแทกสร้างความเสียหายต่อศัตรูที่อยู่รอบ ๆ Polearms [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - เมื่อเรากดใช้ท่าพิเศษ “Javelin Throw” เราจะยกหอกขึ้นเพื่อเล็งจากนั้นก็ปาออกไปด้วยความรุนแรง สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงพร้อมกับทำให้ศัตรูติดสถานะตาบอดชั่วขณะหนึ่ง Warhammers [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกซ้าย หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R1] - เมื่อเรากดใช้ท่าพิเศษ “Concussive Smash” เราจะถือค้อนฟาดลงพื้นที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรงแล้วก็ทำให้ศัตรูติดสถานะสตั๊นชั่วขณะหนึ่งด้วย Warhammers [ท่าพิเศษแบบกดปุ่ม E แล้วคลิกขวา หรือ กดปุ่ม L2 ค้างแล้วกดปุ่ม R2] - กดใช้ท่าพิเศษ “Unstoppable Force” แล้วใช้ค้อนฟาดลงพื้นสร้างคลื่นขนาดใหญ่พุ่งไปข้างหน้า ทำให้ศัตรูที่อยู่เส้นเดียวกับระยะโจมตีได้รับความเสียหายทั้งหมด ชื่อสกิล: Weapon Timing Level 1 - ปลดล็อคการโจมตีในรูปแบบ “Weapon Timing Attack” เมื่อโจมตีด้วยการคลิกเมาส์ซ้าย หรือ กดปุ่ม R1 แล้วเว้นระยะเพื่อให้เกิดแสงขึ้นแล้วเรากดโจมตีเป็นรูปแบบคอมโบได้ Level 2 - ปลดล็อคการโจมตีในรูปแบบ “Heavy Timing Attack” ด้วยการคลิกเมาส์ขวาค้าง หรือกดปุ่ม R2 ค้าง แต่ถ้าโจมตีแบบปกติแล้วเว้นระยะเพื่อให้เกิดแสงจากนั้นกดคลิกเมาส์ขวา หรือ กดปุ่ม R2 ก็จะสร้างความเสียหายมากถึง 500% Level 3 - เมื่ออยู่ในระหว่าง Timing แล้วกดปุ่ม Q เพื่อใช้โล่ในการป้องกัน แล้วถ้าป้องกันได้สำเร็จจะสร้างความเสียหายได้สูงสุด 100% แล้วโล่ก็ยังจะกลับมาใช้งานได้ปกติอีกด้วย Level 4 - เราสามารถกดปุ่ม Q เพื่อปัดป้องกันการโจมตีแล้วทำได้สำเร็จจะสร้างดาเมจกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าได้ Level 5 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้กับ Timing Attack ทุกรูปแบบ ชื่อสกิล: Might Level 1 - เพิ่มค่า Might 20 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Might 40 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Might 60 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Might 4% Level 5 - เพิ่มค่า Might 8% ชื่อสกิล: Rampage Level 1 - มีผลกับอาวุธทุกประเภทเมื่อโจมตีไปเรื่อย ๆ มีโอกาสที่เราจะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 20% ถ้าหากผู้เล่นไม่โดนศัตรูโจมตีทุก ๆ 10 วินาที Level 2 - เพิ่มโอกาส 5% ติดสถานะ Rampage Level 3 - เพิ่มระยะเวลา 25% เมื่อติดสถานะ Rampage Level 4 - เพิ่มโอกาส 10% ติดสถานะ Rampage Level 5 - เพิ่มความเสึยหาย 10% เมื่อติดสถานะ Rampage ชื่อสกิล: Polarity Attacks Level 1 - เราสามารถสะสมพลังให้กับอาวุธอีกชนิด เมื่อสะสมจนเต็มแล้วถ้าสลับอาวุธมันจะปลดปล่อยคลื่นพลังกระแทกศัตรูที่อยู่โดยรอบ และ เพิ่มความเสียหายให้กับอาวุธชิ้นนั้น 20% เป็นระยะเวลา 30 วินาที Level 2 - เพิ่มความเสึยหาย 10% ให้กับ Polarity Attacks Level 3 - เพิ่มความเร็ว 5% ในการสะสมพลัง Polarity Attacks Level 4 - เพิ่มความเสึยหาย 15% ให้กับ Polarity Attacks Level 5 - เพิ่มความเร็ว 10% ในการสะสมพลัง Polarity Attacks ชื่อสกิล: Soulshatter Level 1 - 5% Soulshatter Buildup Level 2 - 5% Soulshatter Buildup Level 3 - 7% Soulshatter Buildup Level 4 - 10% Soulshatter Buildup Level 5 - ปล่อยคลื่น Soulshatter กระแทกศัตรู ชื่อสกิล: Sundering Slam Level 1 - เมื่อกดปุ่ม E + C หรือกดปุ่ม L2 + O จะทำการปล่อย Sundering Slam แล้วถ้าเราชาร์จจนเต็มแล้วปล่อยออกไปจะทำให้ศัตรูที่อยู่รอบ ๆ ได้รับโบนัสความเสียหายมากถึง 20% เป็นระยะเวลา 30 วินาที Level 2 - ศัตรูที่โดน Sundering Slam จะได้รับโบนัสความเสียหายมากถึง 20% เป็นระยะเวลา 30 วินาที Level 3 - เมื่อศัตรูได้รับลำแสง Sundering Slam รอบ ๆ ตัวจะติดสถานะตาบอด  Level 4 - ลดระยะการชาร์จท่าลำแสง Sundering Slam ลง 25% Level 5 - เมื่อปลดปล่อยลำแสง Sundering Slam เมื่อผู้เล่นปักเสา Banner จะเพิ่มความเสียหายให้กับผู้เล่นและสมาชิกในทีม 15% ชื่อสกิล: Critical Hit Damage Level 1 - เพิ่มความเสึยหาย 5% เมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Level 2 - เพิ่มความเสึยหาย 10% เมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Level 3 - มีโอกาส 10% ที่ศัตรูจะมีร่างกายเปราะบางทุกครั้งที่ผู้เล่นโจมตีติด Critical Hit Level 4 - เพิ่มความเสึยหาย 15% เมื่อโจมตีติดสถานะ Critical Hit Level 5 - มีโอกาส 10% ที่ศัตรูจะมีร่างกายเปราะบางทุกครั้งที่ผู้เล่นโจมตีติด Critical Hit ชื่อสกิล: Siphon Level 1 - เมื่อกดปุ่ม E + R หรือกดปุ่ม L1 + X ค้างไว้เราจะทำการดูดพลังชีวิตของศัตรู โดยความเสียหายจะขึ้นอยู่กับค่าสเตตัส Vitality  Level 2 - ลดระยะเวลาในการดูดพลังชีวิตของศัตรู 25% Level 3 - หาจัดการศัตรูด้วยการดูดพลังชีวิตจะได้รับค่าพลัง Shield Charge 25% และ ค่าพลัง Archon Fury 10% Level 4 - ลดระยะเวลาในการดูดพลังชีวิตของศัตรู 25% Level 5 - สามารถดูดพลังชีวิตของศัตรูพร้อมกันได้สูงสุด 3 ตัวในเวลาเดียวกัน ชื่อสกิล: Breach Level 1 - ใช้ท่า Leaping Shield Bash จะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 50% หากศัตรูที่ใช้อาวุธระยะไกลมีพลังชีวิตเต็ม Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้กับศัตรูที่ถูกโจมตีด้วย “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรู Level 3 - เพิ่มความเสียหาย 25 แต้มด้วยการโจมตีแบบ “Breach” ที่จะส่งผลต่อค่าเกราะป้องกัน ( หลอดสีเหลือง ) ที่อยู่ใต้พลังชีวิตของศัตรูเพิ่มมากขึ้น Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 15% ให้กับศัตรูที่ถูกทำลายเกราะป้องกัน Level 5 - เมื่อโจมตีศัตรูติดสถานะ Takedown ( ด้วยการกดปุ่ม F หรือกดปุ่ม R3 ) ศัตรูที่ถูกทำลายเกาะป้องกัน การโจมตีครั้งต่อไปด้วยท่า Charged Heavy Attack ( ด้วยการกดปุ่มคลิกขวาค้าง หรือกดปุ่ม R2 ค้าง ) ที่อาวุธของเราจะโจมตีเป็นแสงสีแดง ตรงนี้จะสร้างดาเมจเพิ่มขึ้นอีก 100% ชื่อสกิล: Vitality Level 1 - เพิ่มค่า Vitality 20 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Vitality 40 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Vitality 60 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Vitality 4% Level 5 - เพิ่มค่า Vitality 8% ชื่อสกิล: Critical Hit Chance Level 1 - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit 2.5% Level 2 - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit 2.5% Level 3 - มีโอกาส 10% ที่จะได้รับ Blessing of Luck ที่จะเพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit มากขึ้น Level 4 - เพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit 4% Level 5 - มีโอกาส 10% ที่จะได้รับ Blessing of Luck ที่จะเพิ่มโอกาสโจมตีติดสถานะ Critical Hit มากขึ้น ชื่อสกิล: Archon Fury Level 1 - เพิ่มระยะเวลาของท่าพิเศษ Archon Fury 5% Level 2 - เพิ่มระยะเวลาของท่าพิเศษ Archon Fury 5% Level 3 - เพิ่มความเร็วเพื่อให้ท่าพิเศษ Archon Fury 5% Level 4 - เพิ่มระยะเวลาของท่าพิเศษ Archon Fury 10% Level 5 - เพิ่มความเร็วเพื่อให้ท่าพิเศษ Archon Fury 10% ชื่อสกิล: Ailments Level 1 - เพิ่มโอกาส 2% ติดสถานะ Ailments เมื่อโจมตีศัตรู Level 2 - เพิ่มโอกาส 2% ติดสถานะ Ailments เมื่อโจมตีศัตรู Level 3 - เพิ่มความเสียหาย 15% กับศัตรูที่ติดสถานะ Ailments Level 4 - เพิ่มโอกาส 4% ติดสถานะ Ailments เมื่อโจมตีศัตรู Level 5 - เพิ่มความเสียหาย 20% กับศัตรูที่ติดสถานะ Ailments ชื่อสกิล: All Stats Level 1 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 10 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 15 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 20 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 2% แต้ม Level 5 - เพิ่มค่า Might, Spirit และ Vitality 4% แต้ม ชื่อสกิล: Shield Attacks Level 1 - กดปุ่ม Q + Space หรือกดปุ่ม L1 + X เราจะกระโดดพุ่งเข้าไปหาศัตรูพร้อมโล่แล้วทุบลงพื้นสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้การใช้โล่โจมตี Level 3 - กดปุ่ม Q + คลิกขวา หรือกดปุ่ม L1 + R2 จะใช้โล่กระแทกใส่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้าแล้วทำให้ศัตรูติดสถานะล้มด้วย Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้การใช้โล่โจมตี Level 5 - กดปุ่ม Q สองครั้ง หรือกดปุ่ม L1 สองครั้งเพื่อทำการยกโล่ขึ้นมาแล้วกระแทกใส่ศัตรู รวมไปถึงยังขัดขวางการโจมตีของศัตรูที่เป็นพลังสีแดงได้ด้วย ชื่อสกิล: Shield Prime Level 1 - หากผู้เล่นยกโล่เพื่อยกป้องกัน หรือ สวนการโจมตี โล่ของเราจะกลายเป็นสถานะ Prime เป็นระยะเวลา 40 วินาที แต่ถ้าสวนการโจมตีได้สำเร็จจะสะท้อนความเสียหาย 25% ไปยังศัตรูที่อยู่ตรงหน้า Level 2 - โล่ของเราที่อยู่ในสถานะ Prime จะได้รับเวลาเพิ่ม 20 วินาที, เพิ่มความเร็วในการชาร์จ 25% และ เพิ่มความเสียหายจากการสะท้อน 50% Level 3 - กดปุ่ม Q + คลิกซ้าย หรือกดปุ่ม L1 + R2 จะเป็นการปาโล่ หรือ ชาร์จ ถ้าโล่นั้นติดสถานะ Prime จะทำดาเมจของโล่มากถึง 100% Level 4 - หากโล่ของเราติดสถานะ Prime แล้วกดเรา Q หรือ L1 จะกระแทกใส่ด้วยพลังที่มีอยู่ทันที Level 5 - กดปุ่ม Q + Shift จะทำให้โล่ของเราติดสถานะ Prime ชื่อสกิล: Resistance Level 1 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 2%  Level 2 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 2%  Level 3 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 3%  Level 4 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 3%  Level 5 - เพิ่มค่าการต้านทานต่าง ๆ 5%  ชื่อสกิล: Recovery Level 1 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 3% Level 2 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 3% Level 3 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 5% Level 4 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 5% Level 5 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิต 10% ชื่อสกิล: Takedowns Level 1 - หากผู้เล่นยกโล่เพื่อป้องกันการโจมตีได้พอดีจะสามารถจับทุ่มมอนสเตอร์ประเภทเล็ก ๆ ได้ทันที Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 5% ในการจับทุ่ม Level 3 - หากผู้เล่นยกโล่เพื่อป้องกันการโจมตีได้พอดีจะสามารถจับทุ่มมอนสเตอร์ประเภทใหญ่ได้ทันทีหากพลังชีวิตต่ำกว่า 40% Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 10% ในการจับทุ่ม Level 5 - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษ [Weapon Technique] ไม่ว่าจะเป็นท่า Northern หรือ Southern เี่จะมีเวลา 30 วินาทีที่สามารถใช้สกิลพิเศษ Spectral Takedown ด้วยการกด E ค้างไว้ หรือ กด F ที่ศัตรูเพื่อใช้ท่านี้ได้ ชื่อสกิล: Shield Throw Level 1 - กดปุ่ม Q + C หรือกดปุ่ม L1 + O จะทำการปาโล่ออกไปเป็นวงกลมโจมตีศัตรูทั้งหมดที่อยู่ในวิถีของมัน Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% ให้การใช้โล่โจมตี Level 3 - กดปุ่ม Q + คลิกขวา หรือกดปุ่ม L1 + R2 เพื่อปาโล่ออกไปโจมตีศัตรูเมื่อโล่กลับมาถึงตัวเราสามารถกดยกโล่ขึ้นมาอีกครั้งเพื่อปล่อยคลื่นพลังออกไปโจมตีศัตรูที่อยู่ด้านหน้า Level 4 - เพิ่มความเร็วในการชาร์จโล่ 5% Level 5 - กด Q + คลิกขวาเพื่อปาโล่ไปเมื่อโล่กระทบกับศัตรูแล้วกด Q อีกครั้งเราจะพุ่งเข้าไปหาศัตรูจากระยะไกลเพื่อทำการโจมตีซ้ำได้อีกด้วย ชื่อสกิล: Banners Level 1 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดพิเศษ 5% เมื่อปักเสา Banners Level 2 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดพิเศษ 7% เมื่อปักเสา Banners Level 3 - เพิ่มความเร็ว 5% ให้กับของหลอดใช้ท่าปักเสา Banners Level 4 - เพิ่มการฟื้นฟูพลังชีวิตหลอดพิเศษ 10% เมื่อปักเสา Banners Level 5 - เพิ่มระยะเวลา 10% เมื่อเราปักเสา Banners ชื่อสกิล: Spirit Level 1 - เพิ่มค่า Spirit 20 แต้ม Level 2 - เพิ่มค่า Spirit 40 แต้ม Level 3 - เพิ่มค่า Spirit 60 แต้ม Level 4 - เพิ่มค่า Spirit 4% Level 5 - เพิ่มค่า Spirit 8% ชื่อสกิล: Weakpoints Level 1 - เมื่อโจมตีใส่ศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรูจะปล่อยคลื่นพลังสร้างความเสียหายออกจากด้านหลังของศัตรู Level 2 - เพิ่มความเสียหาย 10% เมื่อโจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อน Level 3 - เมื่อโจมตีใส่ศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อนด้วย Heavy Attack จะสร้างความเสียหายเพิ่มอีก 50% Level 4 - เพิ่มความเสียหาย 15% เมื่อโจมตีเข้าบริเวณจุดอ่อน Level 5 - เมื่อโจมตีใส่ศัตรูเข้าบริเวณจุดอ่อนของศัตรูจะปล่อยคลื่นพลังสร้างความเสียหายออกจากด้านหลังของศัตรู ชื่อสกิล: Finesse Level 1 - กดปุ่ม Space Bar เพื่อทำให้เราสามารถหลบหลีกการโจมตีของศัตรูและมีความคล่องตัวในการหลบมากขึ้น Level 2 - หลอดปัดป้องกันแบบ Parry จะยาวขึ้น 10% Level 3 - กดปุ่ม X หรือกดปุ่มเครื่องหมายลูกศรลง เราจะปากริชออกไปใส่ศัตรูที่อยู่ด้านหลังได้ถึง 2 ตัวแถมยังทำให้ศัตรูเสียการส่งตัวช่วงระยะหนึ่ง Level 4 - หลอดปัดป้องกันแบบ Parry จะยาวขึ้น 10% Level 5 - เมื่อโจมตีด้วยท่าพิเศษของอาวุธแต่ละชนิดไม่ว่าจะเป็น Weapon Techniques, Shield Abilities และ Polarity Attacks ความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 50% หากศัตรูมีพลังชีวิตเต็ม เป็นยังไงกันบ้างคะกับไกด์ตัวแรกของเกม Godfall เกวลินก็หวังว่าจะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ สำหรับใครที่ยังลังเลก็มีการเขียนบทความรีวิวของเกมนี้ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันแล้ว คลิกที่นี่ สุดท้ายใครที่สนใจอยากจะเล่นเกมนี้แพลตฟอร์ม PC สั่งซื้อได้แล้วที่ Epic Games ส่วนแพลตฟอร์ม PlayStation 5 ก็วางจำหน่ายบน PlayStation Store ได้แล้ววันนี้ค่ะ อ่านรีวิวตัวเต็ม Godfall ได้ที่นี่ - https://gamefever.co/review-godfall-by-kaelyn
24 Nov 2020
A3: Still Alive แนวทางการเล่น Battle Royale
จุดขายที่น่าจับตามองของเกม A3: Still Alive ที่ฉีกจากโลกของ MMORPG ไปเลยอย่าง Battle Royale ที่ให้ผู้เข้าร่วมได้ต่อสู้ในสนามประลอง 30 คน และยืนหยัดเป็นคนสุดท้ายให้ได้ ซึ่งเราสามารถเข้าสู่การประลองนี้ได้ทันทีที่เสร็จสิ้นโหมดฝึกและเริ่มเข้าสู่การผจญภัยในโลกของ A3 วันนี้ พวกเรา Game Fever จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับโหมดการเล่นนี้ให้มากขึ้น ใครที่สนใจเกมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพิเศษของ Battle Royale ล่ะก็ อย่ามัวรอช้า รีบไปดูกันดีกว่าค่ะ~   ==============================================================   Battle Royale อยู่ตรงไหน? วิธีเข้าโหมด Battle Royale นั้นง่ายแสนง่ายเลยจ้า เพียงแค่กดไอคอนด้านขวามือ เราก็จะเข้าสู่ล็อบบี้ของโหมด Battle Royale แล้ว อู้ว~ รวดเร็วทันใจ! และถ้าเพิ่งเข้ามาครั้งแรกเราจะเข้าสู่โหมดฝึกหัดแบบอัตโนมัติทันที   หน้าล็อบบี้ มีอะไรบ้าง? เมื่อเข้ามาในหน้าล็อบบี้หลายคนอาจจะตะลึง เพราะมีอะไรให้กดเยอะแยะไปหมด ไม่แพ้หน้าเมนูในโหมด MMORPG เลย ถ้าอย่างนั้นเราจะขอเริ่มที่ช่องใหญ่ตรงกลางก่อน ในส่วนนี้ จะเป็นการเลือกว่าเราต้องการเข้าสู่ Battle Royale แบบลุยเดี่ยวหรือจับทีม 3 คน และด้านล่างจะมีของรางวัลแสดงให้เราดูว่าจะได้อะไรจากการเล่นในแต่ละแบบบ้าง ซึ่งทั้ง 2 แบบเราจะได้โกลด์ Exp และผลึกไฮเรนสำหรับใช้จ่ายในร้านค้า Battle Royale ที่อยู่ช่องที่ 2 (นับจากข้างบน) ทางขวามือนั่นเอง มาดูทางซ้ายกันบ้าง ส่วนนี้จะเป็นการจัดซีซั่นของ Battle Royale โห... เหมือนเกม Battle Royale อื่นเลย ซึ่งแน่นอนว่าจะมีทั้งการจัดเก็บสถิติผลงานของเรา การจัดอันดับ และแจกรางวัลของซีซั่นด้วย ทางขวามือ กรอบบนสุดคือ Battle Pass ซึ่งมาคู่กับการจัดซีซั่นนั่นเอง เมื่อเลเวลแบทเทิลของเรายิ่งสูงก็ยิ่งมีโอกาสได้ของรางวัลที่ดียิ่งขึ้น และถ้าอยากได้ของแบบจุใจก็เติมเงินเพื่อปลดล็อคแบทเทิลพาสได้ในราคา 329฿ นะจ๊ะ ต่อมา ด้านล่างร้านค้า จะเป็นคู่มืออาวุธให้เราลองเข้าไปอ่านก่อน ซึ่งจะมีข้อมูลว่าเรามีอาวุธอะไรให้ใช้บ้าง แต่ละชิ้นมีคุณสมบัติและสกิลอย่างไร อ้อ~ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวเลื่อนลงไปข้างล่างเราจะมาอธิบายให้ฟังเพิ่มเติมจ้า ส่วนแถบด้านบนจะประกอบด้วย โหมดฝึกหัด - จะแนะนำโหมด Battle Royale เช่นเดียวกับตอนที่เราเข้ามาครั้งแรก สถิติ - ที่บันทึกผลงานการเล่นของเรา วีดีโอไกด์ - คลิปโปรโมทการเล่น Battle Royale (ที่หลายคนน่าจะเคยเห็นแล้ว) แข่งขันฝึกซ้อม - เข้าไปเล่นกับ AI แบบ Fullplay โดยไม่มีผลต่อสถิติ แบทเทิลมิชชั่น - ตรวจสอบและรับรางวัลจากการทำผลงานตามที่ซีซั่นกำหนดให้ แมทช์กำหนดเอง - หรือโหมดสร้างห้อง ที่เราสามารถเล่นกับเพื่อนๆ ได้ แต่อย่าลืมว่าต้องตั๋วสร้างนะถึงจะทำได้ และสุดท้าย มุมล่างขวา จะเป็นปุ่มจับคู่แบทเทิลรอยัล หรือปุ่ม เข้าร่วมทันที นั่นเอง   ประเภทของอาวุธ ก่อนเริ่ม Battle Royale ระบบจะให้เราทำการเลือกอาาวุธที่จะใช้ก่อน โดยอาวุธแต่ละประเภทจะมีวิธีการใช้ ความพิเศษ และสกิลที่ใช้ได้ต่างกันไป โดยจะมีอาวุธให้เลือกทั้งหมด 11 ชิ้น แต่ละชิ้นจะมีเซ็ทสกิล 7 อย่าง ให้เราเลือกใช้ได้ 4 สกิลต่อเกม สามารถเลือกและลองสกิลจากอาวุธแต่ละประเภทได้ระหว่างรอเริ่มเกม เราลองมาส่องกันดีกว่าว่าอาวุธแบบไหน เหมาะกับสไตล์การเล่นและตัวละครที่เราใช้บ้างเอ่ย [caption id="attachment_73148" align="aligncenter" width="1334"] อาวุธระยะประชิดที่โจมตีด้วยพลังไฟอันรุนแรง เป็นอาวุธพื้นฐานที่ได้ตั้งแต่เริ่มเกม[/caption] [caption id="attachment_73149" align="aligncenter" width="1334"] หอกน้ำแข็งสุดแข็งแกร่ง เป็นอาวุธพื้นฐานที่ได้ตั้งแต่เริ่มเกม[/caption] [caption id="attachment_73150" align="aligncenter" width="1334"] ธนูแห่งสายลมที่ทำการโจมตีได้ดีทั้งเป้าหมายเดี่ยวและแบบหมู่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการตีระยะไกล เป็นอาวุธพื้นฐานที่ได้ตั้งแต่เริ่มเกม[/caption] [caption id="attachment_73151" align="aligncenter" width="1334"] อาวุธระยะประชิดที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความมืด มีการโจมตีที่ดุดันและยังมีสกิลที่ช่วยในการลอบสังหารด้วย เป็นอาวุธพื้นฐานที่ได้ตั้งแต่เริ่มเกม[/caption] [caption id="attachment_73152" align="aligncenter" width="1334"] อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เปี่ยมทั้งพลังโจมตีและพลังฟื้นฟู ปลดล็อคเมื่อเลเวล 20 หรือเล่น Battle Royale ครบ 5 ครั้ง[/caption] [caption id="attachment_73153" align="aligncenter" width="1334"] ไม้เท้าพลังสายฟ้า โดดเด่นในการโจมตีเป็นหมู่และทำให้ศัตรูติดสถานะ ปลดล็อคเมื่อเลเวล 30 หรือเล่น Battle Royale ครบ 10 ครั้ง[/caption] [caption id="attachment_73154" align="aligncenter" width="1334"] อาวุธสุดประชิด ที่มีพลังในการควบคุมศัตรูได้ ปลดล็อคเมื่อเคลียร์ประภาคารทมิฬได้ 12 ชั้น หรือติด Top 10 ใน Battle Royale 3 ครั้ง[/caption] [caption id="attachment_73155" align="aligncenter" width="1334"] อาวุธที่โดดเด่นที่สุดในด้านพลังป้องกัน ปลดล็อคเมื่อเช็คชื่อสะสมครบ 50 วัน หรือกำจัดมอนเตอร์สเบียง 42 ครั้ง[/caption] [caption id="attachment_73156" align="aligncenter" width="1334"] โจมตีศัตรูด้วยพลังแห่งเสียงเพลง มีพลังในการควบคุมและฟื้นฟูที่หลากหลาย ปลดล็อคเมื่อเคลียร์สมุดภาพมอนเตอร์ในพื้นที่แอลเดิร์น หรือได้รับผลึกแห่งไฮเรน 28,000 ชิ้น[/caption] [caption id="attachment_73157" align="aligncenter" width="1334"] อีกหนึ่งอาวุธสายลอบสังหาร สามารถสร้างหมอกเพื่อช่วยพรางตัวได้ ปลดล็อคเมื่อบรรลุการอัปเกรดอุปกรณ์เลเวล 10 หรือชนะ Battle Royale 20 ครั้ง[/caption] [caption id="attachment_73158" align="aligncenter" width="1334"] มีพลังโจมตีระยะไกลที่มหาศาล อาจทำลายศัตรูทั้งหมดที่ขวางหน้าได้ในพริบตา ปลดล็อคเมื่อซื้อ Battle Pass[/caption] การฟาร์มใน Battle Royale อย่างที่ทราบว่าการเล่น Battle Royale ทุกคนจะเริ่มที่ 0 เท่ากัน เลเวลหรือสเตตัสที่ปั้นไว้ตอนเล่น MMORPG จะไม่ถูกนำมานับรวม ฉะนั้นเมื่อเริ่มเกมพวกเราต้อง ฟาร์ม! ด้วยตัวเอง ก่อนอื่นให้สังเกตด้านบนหัวของเรา จะมีหลอดเลือด ด้าหน้าคือเลขของเลเวลตัวละคร ส่วนเลขด้านหลังคือเลเวลอาวุธ เลเวลตัวละคร - จะช่วยเพิ่มค่าโจมตีและป้องกันรวมถึงจำนวน HP ด้วย ซึ่งก็มาจากค่าประสบการณ์ในการตีมอนเตอร์หรือผู้เล่นนั่นเอง ยิ่งตีเยอะตีไวเลเวลก็จะยิ่งเพิ่มตามนะจ๊ะ เลเวลอาวุธ - ทุกครั้งที่เลเวลอาวุธเพิ่มขึ้น สกิลจะปลดล็อคมาให้เราเลือกใช้มากขึ้น โดยเราต้องเก็บหินอัปเกรดอาวุธเพื่อทำการอัพเลเวล โดยไอเทมจะตกหลังจากเราปลิดชีพเหล่ามอนเตอร์ นั่นหมายความว่ายิ่งเราตีได้มาก โอกาสอัปเกรดก็ยิ่งมากตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์และไอเทมกดใช้ต่างๆ ตกให้เราเก็บด้วยนะ โดยในตัวเราสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ได้ 2 ชิ้นและเก็บไอเทมได้ 2 ชิ้นเท่านั้น   การดูแผนที่ อย่างที่ทุกท่านทราบว่าการอ่านแผนที่สำคัญมากกับโหมด Battle Royale เพราะเราจะสามารถเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวและหาวิธีการตั้งรับได้ เช่นกันกับใน A3: Still Alive แต่ข้อดีคือเราจะสามารถเห็นได้ทั่วทุกตาราง โดยเริ่มต้นเราจะอยู่ที่วงนอกสุด และจะเห็นได้ว่าในเซคเตอร์ที่เรากำลังยืนอยู่มียามรักษาการณ์และดวงไฟแห่งอินนิสอยู่ตรงไหนบ้าง ในช่วงที่ประตูเซคเตอร์ถัดไปเปิด เสบียงจะถูกส่งมายังเซคเตอร์ปัจจุบัน ซึ่งจะมีแจ้งในมินิแมพด้วยเช่นกัน รวมถึงจุดที่สามารถเปิดประตูเข้าสู่เซคเตอร์ถัดไปก็จะแสดงขึ้นในช่วงเวลานี้ด้วยเช่นกัน อย่าลืมรีบวิ่งเข้าให้ทันเวลานะ ถ้าหมดเวลาเปิดประตูเมื่อไหร่เท่ากับตายทันทีเลยจ้า   เคล็ดลับการ Last Stand 1. ปรับกราฟฟิคจัดเต็ม - เพื่อให้ตัวเกมสเถียรที่สุดรวมถึงเห็นภาพรวมที่ชัดเจนทุกมุม การปรับกราฟฟิคจะช่วยได้มากในจุดนี้ โดยเฉพาะเฟรมเรทควรปรับให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 2. กดที่ศัตรูเพื่อล็อคเป้าหมาย - โดยปกติเวลากดโจมตีระบบจะเลือกเป้าหมายให้เราโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจจะทำให้เลือกเป้าหมายมั่วซั่ว ฉะนั้นถ้าเจอคนก็คลิ๊กที่ตัวแล้วโจมตีก่อนเลย 3. ฟาร์มในเซคเตอร์แรกให้อิ่ม - เซคเตอร์แรกจะมีพื้นที่กว้างและมอนเตอร์จำนวนค่อนข้างเยอะ เหมาะกับการรีบอัพเลเวลตัวละครและอาวุธ หากเข้าสู่เซคเตอร์ที่ 2 แล้วเราจะมีโอกาสเจอคนได้ง่ายขึ้น ฉะนั้นควรเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนย้ายเซคเตอร์จะปลอดภัยที่สุด 4. สำคัญที่การมองเห็น - อย่างที่ทราบว่าระยะการมองเห็นตั้งแต่เริ่มเกมถือว่าแคบมาก ถ้ามีโอกาสให้รีบไปตีมอนเตอร์พิเศษเพื่อหาไอเทมโคมและยึดครองดวงไฟแห่งอินนิสให้ได้เพื่อเปิดการมองเห็น แล้วจะทำให้เราได้เปรียบศัตรูคนอื่นๆ ในเกมทันที 5. สังเกตุมินิแมพและเครื่องหมายเตือนอยู่เสมอ - ข้อดีของ Battle Royale ในเกม A3 คือ... ต่อให้เราไม่มีหูฟังก็สามารถรู้ทิศทางของศัตรูได้ โดยจะขึ้นรูปเท้าและตัวบอกระยะตามทิศทางที่ศัตรูกำลังเข้ามา ถ้ายังไม่ใกล้มากก็ยังสามารถตั้งรับได้อย่างแม่นยำ ดีเลยใช่ไหมล่ะ   ==============================================================   เป็นไงกันบ้างเอ่ย? น่าสนใจขึ้นมากันแล้วใช่ไหมล่ะ เห็นไหมว่าเล่นไม่ยากเลยแถมยังเต็มไปด้วยความสนุกและตื่นเต้นอีกด้วย ใครยังไม่ได้ลองต้องลองแล้วล่ะ!
23 Nov 2020
A3: STILL ALIVE สรุปจุดเด่นทั้ง 5 อาชีพ
สำหรับเกมในตำนานอย่าง A3 ที่ได้กลับมาจุติบนมือถือในโฉมใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม หลายคนอาจจะเคยเล่น บางอาจจะเคยได้ยินชื่อผ่านๆ บ้างในสมัยก่อน แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะลืมไปแล้วว่าเกมนี้เคยเป็น MMORPG บน PC มาก่อน อย่างไรก็ดี ตอนนี้สามารถพูดได้ว่าในเวอร์ชั่นมือถือทุกคนคงเริ่มที่ศูนย์ไม่ต่างกันมาก เอาล่ะ! เรามาเริ่มที่จุดเริ่มสำคัญของเกม นั่นคือ การเลือกตัวละครนั่นเอง สำหรับการเปิดตัวเกมในช่วงนี้จะมีตัวละครให้เลือก 5 อาชีพ ซึ่งทุกอาชีพต่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างชัดเจน ในบทความนี้ Game Fever จะขอสรุปอาชีพทั้ง 5 ในแบบฉบับพกพา เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกเล่นสำหรับทุกคนจ้า~   ============================================================   เบอร์เซอร์เกอร์ นักรบผู้ใช้ขวาน มีพลังโจมตีระยะใกล้และโจมตีเป็นหมู่ได้อย่างแข็งแกร่ง สามารถกวาดล้างมอนเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว มีส่วนให้เควสและการเก็บเลเวลไปได้ไว เหมาะกับผู้เริ่มเล่นทุกคน ปล่อยบอทได้แบบสบายหายห่วง ที่สำคัญคือ ใครที่ชอบเข้าปะทะ ไม่ว่าจะกับมอนเตอร์ บอส หรือผู้เล่น อาชีพนี้ถือว่าเล่นง่ายและเหมาะมากๆ ความน่าสนใจของอาชีพนี้ - พลังโจมตี พลังป้องกัน พลังชีวิตสูง - เป็นสายโจมตีระยะใกล้ เล่นง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น - ฟาร์มไวทั้งในโหมด MMORPG และ Battle Royale - มีสกิลลดพลังป้องกันและดีบัฟศัตรู - เหมาะใช้เล่นได้ทุกรูปแบบ ทุกสถานการณ์   เทมพลาร์ นักรบศักดิ์สิทธิ์ผู้ใช้ค้อนและโล่ สุดยอดสายแทงค์ของเกมผู้แข็งแกร่งและพร้อมเข้าปะทะกับทุกสิ่งที่ขวางหน้า เป็นหนึ่งในคลาสยอดนิยมของผู้เริ่มเล่นเกม A3: Still Alive แม้จะมีพลังโจมตีที่ด้อยกว่าเบอร์เซอร์เกอร์ แต่ความเร็วโจมตีและทักษะการโจมตีหมู่นั้นไม่น้อยหน้าเลย ปล่อยบอทก็ดี คุมมือยิ่งเก่ง ความน่าสนใจของอาชีพนี้ - พลังป้องกันและพลังชีวิตสูงที่สุดในเกม เหมาะกับบทบาทแทงค์ของทีม - มีสกิลให้เลือกใช้เยอะมาก ที่สำคัญคือ มีสกิลที่สามารถดึงศัตรูเข้าหาตัวได้ด้วย - เล่นง่าย ฟาร์มไวในช่วงต้นเกม ทั้งในโหมด MMORPG และ Battle Royale - มีบทบาทชัดเจนในทีม ทำให้สามารถวางแผนการเล่นกิลด์วอร์ PK หรือ Battle Royale แบบทีมได้ง่าย   วิซาร์ด นักเวทย์ผู้ใช้วงแหวน ตัวละครยอดฮิตที่ครองใจผู้เล่น A3: Still Alive ได้ด้วยความสวยและความสามารถ คลาสนี้สามารถอัญเชิญธาตุเพื่อทำการโจมตีได้หลากหลายรูปแบบ โดดเด่นในด้านการทำคอมโบ สามารถโจมตีได้ดีเยี่ยมทั้งแบบหมู่และเป้าหมายเดียว แต่ทั้งหมดนี้ต้องแลกมาด้วยความตัวบางในระดับที่เข้าใกล้ศัตรูไม่ได้เลย ความน่าสนใจของอาชีพนี้ - พลังโจมตีและอัตราคริติคอลสูงมาก - มีสกิลหลากหลาย ปรับรูปแบบการเล่นได้อย่างยืดหยุ่น - เปราะบางมาก ทำให้การเล่นคนเดียวหรือเข้าปะทะระยะใกล้เป็นไปได้ยากมาก - ในโหมด Battle Royale เหมาะกับเล่นแบบทีมมากกว่าลุยเดี่ยว - ในโหมด MMORPG ต้องเลือกใช้ Soul Linker ที่โจมตีระยะใกล้และมีพลังชีวิตสูงมาช่วยเป็นโล่กำบัง   แอสซาซิน สายตีใกล้ใครว่าต้องเอาตัวไปเสี่ยงอย่างเดียว แอสซาซินนักฆ่าผู้เข้าปลิดชีวิตศัตรูด้วยมีดสั้นอย่างรวดเร็ว มีสเต็ปการเล่นที่แพรวพราว และยังทำให้ศัตรูอ่อนกำลังได้อย่างง่ายดายด้วย จึงเป็นคลาสที่น่ากลัวจนยากจะโค่น แต่ก็ยากที่จะเล่นให้เทพเช่นกัน ความน่าสนใจของอาชีพนี้ - สามารถพุ่งเข้าหาศัตรูได้และทำการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว - มีสกิลและสเต็ปการเล่นที่หลากหลาย จึงควรฝึกเล่นมือควบคู่ไปด้วย - โค่นยากมากใน PvP - สามารถ Stealth ได้ด้วยนะ   อาร์เชอร์ นักธนูสาวผู้สามารถโจมตีได้อย่างรวดเร็วแม่นยำ จนศัตรูไม่ทันตั้งตัว ใครที่ชอบสายโจมตีไกลๆ ปลิดชีพมอนเตอร์ได้แม้จะอยู่ขอบหน้าจอ ก็แนะนำเลย แถมยังเป็นอาชีพที่ปล่อยบอกทำเควสหาของได้ดีมากคลาสหนึ่งเลย แต่ต้องระวังการถูกโจมตีด้วย เพราะมีพลังป้องกันที่ค่อนข้างต่ำ ฉะนั้นในโหมดต่อสู้กับคน จึงจำเป็นต้องมีทีมหรือฝึกสเต็ปสักหน่อย ความน่าสนใจของอาชีพนี้ - เล่นง่าย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเล่นอาชีพตีไกล - สามารถปรับการเล่นได้ทั้งแบบเดี่ยวและทีม - พลังป้องกันและพลังชีวิตต่ำ - ประสิทธิภาพอาจลดลงในโหมด Battle Royale (Solo) ด้วยระยะการมองเห็นที่แคบ จึงจำเป็นต้องยึดครอง "ดวงไฟแห่งอินนิส" ทุกครั้ง หรือหาไอเทมเพิ่มวิสัยทัศน์ให้ได้   ============================================================   ครบแล้วจ้า~ วู้ว~ ใครถนัดสไตล์ไหนน่าจะเลือกอาชีพที่เหมาะกับตัวเองได้ไม่ยากเนอะ ไหน? ใครเลือกอาชีพอะไรลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะคะ แต่ไม่ว่าจะเล่นตัวไหนความเก่งก็บาลานซ์กันหมดนะเออ หมดห่วงว่าจะสู้ใครไม่ได้เพราะแพ้ทางกัน แค่เราศึกษาสกิลและฝึกสเต็ปให้แม่นๆ ก็สูสีกับทุกคนแล้ว ไว้พวกเราจะมาเจาะลึกสกิลและแนวทางการเล่นในแต่ละอาชีพให้ในโอกาสต่อไปนะคะ สำหรับวันนี้ก็ต้องขอลาไปเล่น A3: Still Alive ต่อก่อนละจ้า สวัสดีค่ะ~~  
23 Nov 2020
รีวิว A3: STILL ALIVE | MMORPG มาเจอกับ Battle Royale ได้ไงเนี่ย!?
สัปดาห์นี้ นับเป็นสัปดาห์ที่เกม MMORPG บนมือถือแข่งขันกันดุเดือดจนแฟนเกมเลือกเล่นกันไม่ถูกเลยทีเดียว และหนึ่งในเกมที่น่าจับตามอง และเปิดตัวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นั่นคือ A3: STILL ALIVE ที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามหลังเปิดตัวในเกาหลีใต้   ==========================================   จาก A3: Project สู่ A3: Still Alive อย่างที่ทราบกันว่านี่คือหนึ่งในเกม MMORPG ระดับตำนานในอดีตที่อวตารมาลงเกมมือถือในยุคเฟื่องฟูของ Mobile MMORPG ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับต้นกำเนิดของ A3: Still Alive กันสักหน่อย A3: Project เปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2002 ที่ประเทศเกาหลีใต้ และเข้าไทยในปี 2005 นับเป็นเกม MMORPG แบบ Full 3D เกมแรกๆ และเป็นเกมที่ได้รับคำชมในเรื่องระบบกราฟฟิคและ motion ตัวละครอย่างล้นหลามมากในยุคนั้น ตามความหมายของ A3 ที่มาจาก Art, Alive, Attraction แถมยังเป็น MMORPG ที่มี cut scene อีกด้วย แหม... เป็นไงล่ะ เจ๋งล้ำหน้าชาวบ้าน (ในยุคนั้น) เลยนะ นอกจากด้านภาพแล้ว ด้านเสียงก็ไม่แพ้กัน ถึงขนาดว่ามี CD เพลงประกอบเกมทำออกมาโดยเฉพาะเลย ของไทยเองก็ได้ศิลปินระดับแนวหน้ามาร้องเวอร์ชันไทยและวางจำหน่ายโดยแกรมมี่ เห็นไหมว่าเขาเล่นใหญ่จริงๆ แต่เสียดายที่สุดท้ายเปิดได้เพียง 12 ปีก็ต้องปิดตัวไป แต่!!!! ในที่สุด A3 ก็เกิดใหม่อีกครั้งบนมือถือ ดำเนินการโดยค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Netmarble ในชื่อ A3: Still Alive ซึ่งได้เปิดบริการในประเทศเกาหลีไปเมื่อเดือนมีนาคม และเปิดเซิฟ Global ในเดือนพฤศจิกายนนี้เอง ลงมือถือแล้วเวิร์คไหม? หลายคนอาจจะลุ้นว่า เกมดีๆ บนคอมเอามาลงมือถือแล้วจะต้องโดนดรอปนู่นนี่นั่น ไม่ก็อะไรสักอย่างแน่ๆ เลย แต่สำหรับเกม A3 นี้ ด้วยความที่เป็น Data เกมที่ค่อนข้างเก่า การ Develop ลงมือถือด้วย Unreal 4 จึงไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เอาจริงๆ ส่วนตัวเราว่า ภาพดีกว่าสมัย PC เสียอีก ทั้งลายเส้นและการเคลื่อนไหวดู Smooth ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ฉากในเกมก็ยังคงรักษาความสมบูรณ์ของภาพสามมิติไว้ได้อย่างครบถ้วน จะเสียดายก็แต่ ปรับมุมกล้อง ไม่ได้นี่แหละ เลยทำให้ดื่มด่ำกับตัวเกมไม่ค่อยเต็มที่เลย ในส่วนของเสียงเองก็ยังทำดีไม่มีตก บางครั้งเปิดจอทิ้งไว้แล้วได้ยินเสียงฟ้าผ่าในเกมยังตกใจนึกว่าฝนตกจริงเลย สมจริงมากๆ และที่น่าจะถูกใจหลายคนก็คือ เสียงพากษ์ ที่สามารถปรับเลือกแบบภาษาอังกฤษหรืออยากได้เสียงแบบอนิเมะก็เลือกภาษาญี่ปุ่นได้ ที่น่าตกใจกว่าคือ ระหว่างคอมโบสกิล เสียงเอฟเฟคสามารถแสดงผลได้ดีไม่มีตกเลยแม้จะโจมตีแบบถี่ยิบก็ตาม รับรองว่าอรรถรสมาเต็มจ้า อ้อ~ แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเกมนี้จะยก PC มาลงมือถือเฉยๆ นะ เพราะไหนๆ ก็เกิดใหม่ทั้งที ก็ต้องมีของใหม่ให้ตื่นเต้นใช่ไหม? และเกม A3 เขาก็เคลมตัวเองว่าเป็นเกม MMORPG แนวใหม่ ที่ผสมระบบ Battle Royale เข้ามาด้วย เอ๊ะ! แล้วมันจะไปด้วยกันรอดหรือเนี่ย? ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกับเกมนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า   ==========================================   MMORPG ในระบบนี้ หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะเกมแนวนี้ทั้งเกมใหม่และเกมที่ Remaster จาก PC ลงมือถือในปัจจุบันมีหลากหลายมาก และสำหรับ A3: STILL ALIVE ก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าเป็นเกมสวมบทบาทที่มีครบรสจริงๆ เริ่มต้นเนื้อเรื่องมาก็เข้มข้นไม่แพ้ใน PC เลย (แนะนำว่าอย่ากดข้ามอินโทรเกมเลยนะ ดูเพลินแถมทำให้อินกับเกมมาก) เราจะถูกส่งมาในอดีตด้วยพลังของเรเดียนหลังการออกสำรวจจอกศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเริ่มต้นเตรียมตัวรับมือกับการรุกรานแห่งเงามืดใหม่อีกครั้ง โดยตัวเกมก็จะให้เราเริ่มเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพื้นที่ต่างๆ ภายในเกม รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยเสริมความแกร่งให้เราด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฟาร์มของ อัพเกรดอุปกรณ์ ปลดล็อคสกิล ระบบกิลด์ ไปจนถึงคู่หูอย่างโซลลิงเกอร์ ที่จะทำให้การผจญภัยของเราสนุกยิ่งขึ้น! ถ้าใครเข้ามาใน A3 เพราะเป็นเกม MMORPG ล่ะก็ การเดินเควสสตอรี่ในเกมมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะระบบส่วนใหญ่จะมาตามเควสหลัก ซึ่งในช่วงที่เราลองเล่นแรกๆ ด้วยความที่เบื่อรอตีมอน คุย NPC และถึงจะออโต้เควสแต่ก็ต้องกด "ตกลง" เองนะจ๊ะ เราก็เลยดองเควสรัวๆ ทุกครั้งที่เข้าหน้าต่างเมนูก็.. เอ๊ะ!... ทำไมมันติดดำ (ล็อคระบบ) หมดเลยหว่า? จนมีเวลามาเดินเควสต่อ เท่านั้นแหละ อ้าว! ตีบวกได้แล้ว ล่าบอสได้แล้ว อ้าว!? นึกว่าปลดล็อคตามเลเวลอย่างเดียว ฮ่าๆๆ ติ๊งต๊องมาก เรียกได้ว่า พอเควสต่อแล้วก็มีอะไรให้ทำเยอะจนบางอันก็จำไม่ได้ว่า.. เอ่อ... อันนี้ต้องทำยังไงหยอ? กล้าพูดเลยว่าถ้ามีเวลาให้เกมนี้นะ เราจะมีอะไรให้ทำจนลืมเวลาเลย ต่อให้ออกเกมไปกลับมาก็มีของแจกไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นลำบากเลย แล้วในช่วงเปิดเกมนี้ ขอกระซิบบอกเลยว่าทางเกมใจป้ำแจกแหลกจริง แค่เข้าเกมทุกวันก็ได้รับของทีละหลายสิบอย่าง สามารถนำไปอัปเกรดอุปกรณ์ โซลลิงเกอร์ ฯลฯ ได้ทันที สายฟรีอยู่ได้สบาย หายห่วงจ้า     Battle Royale สำหรับใครที่เป็นสายชอบการต่อสู้ ไม่อยากเสียเวลารอเควสสตอรี่เพื่อให้เก่งขึ้น และชอบการแข่งขันแบบเท่าเทียม แนะนำให้กดที่ไอคอนขวามือได้เลย! ในโหมด Battle Royale คือศึกชิงความเป็นที่ 1 จากผู้เล่น 30 คน ด้วยการมีชีวิตรอดเป็นคนสุดท้ายให้ได้ ซึ่งวิธีการเล่นแบบเจาะลึก เราจะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดยิบในบทความหน้านะจ๊ะ ในโหมด Battle Royale เราสามารถเริ่มเล่นได้ทันทีหลังจบโหมดฝึกฝนในต้นเกม และจะบอกว่าการเล่นโหมดนี้จะช่วยเพิ่มเลเวลให้เราได้ด้วย! ดีเลยใช่ไหมล่ะ และทุกครั้งที่ทำผลงานได้ จะได้ทั้งรางวัลภารกิจประจำวัน แบทเทิลมิชชั่นและยังมีรางวัลใหญ่จาก Battle Pass ด้วย ยิ่งเล่นมาก ยิ่งมีสิทธิ์ได้ของมาก ไม่ต้องเหนื่อยฟาร์มเลย และในแต่ละซีซั่น จะมีการจัดอันดับและมีรางวัลคอสตูม ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษทำให้ความสามารถของเราโดดเด่นขึ้นมาด้วย แรร์สุดๆ เลยนะ~ พอมี Battle Royale เข้ามาด้วย เกมนี้เลยกลายเป็น Perfect Combination ของเกมหลากหลายแนว ทั้ง RPG, Moba, RTS, Action คือถ้าเทียบกับการ PVP นั้นเราต้องเตรียมฟาร์มเลเวลฟาร์มของให้เต็มที่จนมั่นใจว่ามีพลังมากพอ ที่เหลือคือฝึกสเต็ปแล้วบุกทะลวงได้ แต่ช้าก่อน...! เมื่อเป็นการประลอง Battle Royale ทุกคนจะเริ่มที่ 0 เหมือนกัน เราต้องฟาร์มให้ตัวเองเก่งพอภายในเวลาที่จำกัด ต้องคอยสังเกตทั้งแผนที่และสภาพแวดล้อมรอบตัวตลอดเวลา ต้องมีแผนสำรอง และถ้ามอนเตอร์แถวนั้นไม่มีให้ฟาร์ม แถมบังเอิญเจอคนอีก ก็ปล่อยจอรอออกห้องเถอะ~ เรียกได้ว่าการวางแผนก็ต้องใช้ ดวงก็ต้องมา เราเคยเข้าไปเซคเตอร์ในๆ แล้วซวยโดนรุม คือหล่อน!! ตรงนั้นก็มีกันตั้งหลายคน ทำไมต้องพร้อมใจกันมาตีฉันคนเดียวไม่ทราบ! ก็นั่นแหละค่ะ หัวร้อนเฉยเลย ฮ่าๆ แต่แก้เบื่อได้ดีเลยค่ะ ถ้าวันไหนไม่มีเวลาเล่นก็จะขอแวะไปวิ่งเล่นในโหมดนี้หลังรับของกิจกรรมประจำวันสักหน่อย จนกลายเป็น 1 ในมิชชั่นประจำวันสำหรับเกมนี้ไปซะแล้ว >.<   ==========================================   ถึงจะมี Battle Royale แบบนี้แล้ว ระบบ PK ที่เป็นจุดขายแต่ดั้งเดิมของแฟรนไชน์ A3 ก็ยังคงมีอยู่ รวมถึงสงครามกิลด์ และสงครามระหว่างเซิฟ ก็ยังมีให้ตะลุมบอนกันอยู่นะ ด้วยรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย ตอบสนองทุกสไตล์การเล่นของเกมมือถือ จึงไม่น่าแปลกใจที่เกมนี้จะสามารถครองใจผู้เล่นทั่วเกาหลีได้ และสำหรับคนไทยเองก็ชอบทุกสไตล์ที่มีในเกมนี้อยู่แล้วด้วย ใครที่ไม่เคยเล่นแบบใดแบบหนึ่งก็สามารถทดลองเล่นได้เลยนะ ระบบเข้าใจง่ายแป๊บเดียวก็เก่งแล้วล่ะ  
23 Nov 2020
Cabal M สอนวิธีคราฟไอเทมและทำกิจกรรมแลกของ
ระบบคราฟไอเทม คือเสน่ห์อย่างหนึ่งในเกมคาบาล เพื่อทำของตามออฟชั่นหรือสุ่มรูในแบบที่เราต้องการแต่การจะทำแบบนั้นได้ก็ต้องแลกมาด้วยต้นทุนมหาศาลเช่นกัน วันนี้เราจะไปเจาะลึกระบบนี้ในเกมรวมถึงวิธีทำกิจกรรมในช่วงนี้กันครับ ระบบการคราฟไอเทม หน้าต่างกับการคราฟไอเทม สล็อต = เลือกไอเทมที่เราต้องการคราฟ ไอเทม = หน้าต่างโชว์รายละเอียดไอเทมที่เราคราฟ วัสดุที่เราต้องใช้ = วัสดุที่ต้องใช้ในการคราฟ ความจุของพลังงาน = พลังงานที่เรามีในการคราฟ เกมในตอนนี้จำกัดการคราฟต่อวัน ตั้งค่าออฟชั่น = การตั้งค่าออฟชั่นและระดับไอเทมที่เราต้องการคราฟ พลังงานที่ต้องการ = พลังงานที่ต้องใช้ในการคราฟ Mastery Up = ค่านี้จะเป็นค่าที่คล้ายกับการสะสมแต้มในการตีบวก ยิ่งสะสมมากอัตราสำเร็จในการคราฟยิ่งเพิ่มขึ้น ไอเทม Material = ส่วนนี้จะเป็นไอเทมเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ใช้ในการคราฟจะโผล่หน้าต่างนี้ขึ้นมาตอนเลือกสล็อต *ไอเทมเพิ่มเติมได้จากการทำเควสจาก NPC Chole*  เริ่มต้นทำเควสเพื่อปลด Token ใช้ในการคราฟ เริ่มต้นการคราฟให้เราไปทำเควสกับ Npc Chole ที่เมือง Port Lux ครับ Npc ตัวนี้จะทำหน้าที่อีก 2 อย่างนอกจากให้เควส สามารถช่วยเราคราฟไอเทมได้ ขายวัสดุที่ใช้ในการคราฟไอเทมบางชนิด ต่อวันเราสามารถมารับ Token ได้ 1 ครั้ง โดยกดรับเควสจากเธอ รายละเอียดหน้าต่างเมื่อเราให้ Npc ช่วยคราฟไอเทมให้ หัวใจแสดงคะแนนเมื่อคะแนนสูงขึ้นเราสามารถลงทะเบียนลงทะเบียนไอเทมที่เราจะคราฟได้มากขึ้น คะแนนที่แสดงถึงไอเทมที่เราสามารถคราฟได้ หน้าต่างแสดงไอเทมที่กำลังคราฟอยู่และระยะเวลาในการคราฟ เก็บไอเทมที่คราฟเสร็จแล้วทั้งหมด หน้าต่างการซื้อขายวัสดุกับ Npc วัสดุที่ใช้ในเป็นส่วนประกอบรองในการคราฟต่างๆสามารถหาได้ในนี้นอกจาก Material ที่เราต้องบดไอเทมต่างๆเพื่อนำมาใช้ไม่จำเป็นต้องไปวิ่งเก็บวิ่งหาแบบเวอร์ชั่น PC กิจกรรม Supporting Craft หลังจากเราทำความเข้าใจในการคราฟและวิธีคราฟกันแล้ว เรามาทำกิจกรรมดีๆที่เราสามารถได้รับไอเทมจากวัสดุเหลือใช้ที่เรานำมาบดแล้ว นำไปคราฟเป็นไอเทมเพื่อไปแลกของกิจกรรมในเมือง Bloody Ice ที่ Npc Yul โดยของที่ใช้แลกจะมี 2 ชนิดคือ Sword Damage Amplifier และ Magic Damage Amplifier ไอเทมทั้ง 2 ชิ้นสามารถคราฟได้ที่เมือง Port Lux ที่ Npc Chole ไอเทมที่ต้องใช้การ Craft Sword Damage Amplifier Material Core (Titanium) < ได้จากการบดไทเทเนียม Mixture Level 1 < ซื้อได้จากในร้าน เงินที่ใช้ในการลงทะเบียนการคราฟ และ ซื้อ Mixtuer 1.8m Alz ถ้าเรื่องเงินไม่ต้องห่วงนะครับถ้าเปิดได้ไอเทม Potion of Luck ที่กดใช้แล้วจะได้เงินคืน 1m ก็คืนทุนได้ทันที ไอเทมที่ต้องใช้การ Craft Magic Damage Amplifier Quartz Core (Pherystin) < ได้จากการ Orb และ ธนู Mixture Level 1 < ซื้อได้จากในร้าน เงินที่ใช้ในการลงทะเบียนการคราฟ และ ซื้อ Mixtuer 1.8m Alz ผมแนะนำให้ทำแค่ Sword Damage Aplifier เพราะไอเทมไทเทเนียมหาได้ง่ายกว่า ในกรณีที่หาไอเทมไม่ได้ให้หาซื้อร้านหรือตลาดกลางได้ การคราฟ 1 ชุดหรือ 100 อันต่อกองสามารถแลกได้ 1 กล่อง ไอเทมในกล่องก็มีตั้งแต่ ยารี status ต่างๆ พวกน้ำยา และของใช้ต่างๆ ที่มีราคา สามารถเก็บไว้ใช้หรือขายได้ในอนาคต ถือว่าเป็นหนึ่งกิจกรรมที่น่าทำมากๆ ขอให้ทุกคนโชคดีได้ไอเทมดีๆกันนะครับ  
23 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Lee Sin " พร้อมสอนวิธี Combo
สวัสดีชาวซัมมอมเนอร์อีกครั้งพบกันอีกแล้วใน League of Legends: Wild Rift วันนี้พวกเรา GameFeverTH มีอีกหนึ่งแชมเปี้ยนสายฟาร์มสุดเท่มาแนะนำกับทุกคน นั่นคือ " Lee Sin " แชมเปี้ยนที่มีโมเดลสุดเท่แล้ว อนิเมชั่นสกิลที่หลากหลายและโหดด้วย ในวันนี้พวกเราจะจึงมาแนะนำตั้งแต่ข้อมูลเบื้องต้นไปจนถึงคอมโบระบบโปรกันเลย พร้อมแล้วอย่ารอช้าไปดูกันเลย! ชื่อ : Lee Sin สาย :    Assassin ตำแหน่ง :  Jungle ระยะการโจมตี : ใกล้ / ใกล ระดับความยาก : 4/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Flurry CD :  0 วินาที มอบ 50%  ความเร็วในการโจมตีกับการโจมตี 2 ครั้งถัดไปภายใน 3 วินาที การโจมตีครั้งแรกจะเติม 20 Energry และการโจมตีครั้งที่สองจะเติม Energry ครึ่งหนึ่งของครั้งแรก สกิลที่ Sonic Wave CD : 10ิ วินาที พลังงาน 50 ปล่อยคลื่นพลังงานที่สร้างความเสียหายกายภาพ 60 หน่วย แก่ศัตรู และเปิดเผนตำแหน่งของพวกมัน ถ้าสกิลนี้โดนศัตรูจะสามารถใช้ได้อีกครั้งเพื่อพุ่งเข้าหาศัตรู. สกิลที่ 2 Safeguard CD :  15 วินาที พลังงาน 50 พุ่งไปยังตำแหน่งเป้าหมาย หากมีศัตรูอยู่ใกล้ๆ เมื่อไปถึง Leesin จะสร้างโล่ป้องกันให้กับตัวเองดูดซับความเสียหาย 80 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาที และสามารถใช้ Iron Will ตามได้ภายใน 3 วินาที *คูลดาวน์ของสกิลนี้จะลดลง 1 วินาทีต่อการโจมตีในแต่ละครั้ง Iron Will : เสริมพลังให้การโจมตีครั้งถัดไปสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่มเติม 55 หน่วย สกิลที่ 3 Tempest CD :  10 วินาที หลังงาน 50 สร้างความเสียหายเวทย์ 90 หน่วย แก่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง และเปิดเผยตำแหน่งของพวกมัน ถ้าสกิลนี้โดนศัตรูจะสามารถใช้ Cripple ตามไปได้ภายใน 3 วินาที Cripple : สโลว์ศัตรูที่ถูกโจมตีด้วย Tempest 30% โดยผลจะค่อยๆ ลดลงภายใน 4 วินาที. สกิลอัลติเมท Dragon's Rage CD : 80 วินาที พลังงาน 0 เตะแชมเปี้ยนศัตรู สร้างความเสียหายกายภาพ 150 หน่วย และกระแทกให้กระเด็นออกไป สร้างความเสียหายเท่ากับ 150 หน่วย บวกด้วย 12% ของโบนัสพลังชีวิตของแชมเปี้ยนที่ถูกเตะ แก่ศัตรูมี่โดนชนด้วยแชมเปี้ยนที่กระเด็น และยกให้ลอยขึ้นเป็นเวลา 1 วินาที   คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 2 ก่อนเพราะจะถึกขึ้น และเพิ่มดาเมจในการโจมตีครั้งถัดไป อัพสกิล 1เพื่อช่วยให้ฟาร์มได้ไวขึ้น อัพสกิล 3 เพื่อเผามอนสเตอร์ป่าได้ไวขึ้น กลับมาย้ำสกิล 1 เพราะจะเน้นในการพุ่งเข้าหาศัตรูในเวลาไฟต์ อัพสกิล Ultimate และเตรียมเปิดจังหวะไฟต์ให้ทีม แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Black Cleaver +350 พลังชีวิตสูงสุด +30 พลังโจมตี +20% ลดคูลดาวน์ Sunder : การสร้างความเสียหายกายภาพแก่แชมเปี้ยนจะลดเกราะเป้าหมายลง 4 % เป็นเวลา 6 วินาที ผลนี้สามารถทับซ้อนได้สูงสุด 24% Rage : การสร้างความเสียหายกายภาพจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วยและการสังหารศัตรูได้จะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 60 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาทีโดยผลทั้ง 2 จะไม่ซ้อนทับกัน 2.Duskblad of Draktharr +50 พลังโจมตี +10 ลดคูลดาวน์ Razor : +เจาะเกราะ 15% Nightstalker : เมื่อไม่ถูกพบตัวเป็นเวลา 1 วินาทีจะทำให้การโจมตีครั้งถัดไปสร้างโบนัสความเสียหายกายภาพ 20-125 หน่วย และสโลว์เป้าหมาย 99% เป็นเวลา 0.25 วินาที 3.Ionian Protobelt Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Lucidty : ลดคูลดาวน์ +10% Summoned : ลดคูลดาวน์เวทย์ลง 10% Protobelt ( กดใช้) : พุ่งไปข้างหน้าแล้วปล่อยมิสไซส์ในพื้นที่รูปกรวย สร้างความเสียหายเวท 75-145 หน่วย ถ้าแชมเปี้ยนหรือมอนสเตอร์โดนมิสไซส์มากกว่า 1 ลูกลูกอื่นๆ จะสร้างความเสียหายเพียง 10% เท่านั้น ( CD 60 วินาที ) *จะช่วยในกรณีที่เข้าไม่ถึงทำให้สามารถช่วยร่นระยะในการเข้าหาอีกฝ่ายได้ง่ายขึ้น หรือใช้เพื่อหนีก็ยังได้ 4.Yoummu's Ghostblade +50 พลังโจมตี +10% ลดคูลดาวน์ Slice : เจาะเกราะ 10% Momentum : การเคลื่อนที่จะสะสม Momentum มอบความเร็วเคลื่อนที่สูงสุด 50 หน่วยและเมื่อจะสะสมครบ 100 หน่วย การโจมตีครั้งถัดไปจะใช้ Momentum ทั้งหมดเพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับจำนวน Momentum ที่สะสมมา Spectral Haste : การโจมตีที่ใช้ Momentum ขั้นสูงสุดจะมอบความเร็วโจมตี +25% เป็นเวลา 4 วินาที 5.Mortal Reminder +45 พลังโจมตี Last Whisper : เจาะเกราะ +35% Excutiomer's Calling : ความเสียหายกายภาพจะมอบสถานะบาดแผล Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัครูเป็นเวลา 5 วินาที   6.Guardian Angel +45 พลังโจมตี +40 เกราะ Resurrect : เมื่อได้รับความเสียหายจนถึงตายจะฟื้นฟูพลังชีวิตพื้นฐาน 50% และมานา 30% หลังอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง Stasis 4 วินาที ( CD 180 วินาที ) Spell ที่แนะนำ Smite : ช่วยให้ฟาร์มมอนสเตอร์ป่าได้ไวขึ้นและสามารถใช้เผาหรือสโลว์ศัตรูได้. Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Jungle สำหรับ Lee Sin นั้นเรียกได้ว่าเป็นแชมเปียนที่มีประโยชน์มากๆ ทั้งในการ Solo และเข้าทีมไฟต์ไม่ว่าจะเรื่องของการเปิดไฟต์หรือเซฟเพื่อนร่วมทีม ( เตะศัตรูให้กระเด็นถอยจากเพื่อน ) เขาสามารถทำได้หมด แต่แชมเปี้ยนตัวนี้ถือว่าจัดอยู่ในเกณฑ์ระดับยากในการเล่น ต้องฝึกจนชำนาญก่อนถึงจะแนะนำให้ลงแรงค์ได้ ซึ่งถ้าเล่นเก่งๆ บอกเลยว่าพริ้วไหวดั่งสายน้ำแน่นอน สำหรับ Lee Sin นั้นยังสามารถเข้าได้ทั้งจังหวะแรกเพื่อเปิดใฟต์และเตะมาให้เพื่อนรุมหรือตามได้ หรือจะเข้าจังหวะ 2 เพื่อปิดดาเมจจากไฟต์แรกของเพื่อนร่วมทีมก็ได้ *ข้อควรระวังการจะ Ultimate เตะศัตรูในแต่ละครั้ง ต้องคำนวณดาเมจให้ดีเพราะถ้าฆ่าด้วย Ultimate ไม่ตายอาจจะเป็นกานช่วยเหลือฝั่งตรงข้ามซึ่งผมก็เคยโดนช่วยและเคยทำแบบนี้มาแล้ว555. คอมโบการเล่น   สกิล 1 + สกิล 1 + สกิล 2 + สกิล 2 + โจมตีธรรมดา + สกิล 3 + สกิล 3 + Ultimate กดสกิล 1 ให้โดนศัตรู กดสกิล 1 อีกครั้ง เพื่อพุ่งเข้าหาศัตรู กดสกิล 2 พุ่งเข้าหาศัตรูเพื่อรับโล่ดูดซับดาเมจและกดสกิล 2 อีกรอบเพื่อให้การโจมตีครั้งถัดไปสร้างดาเมจได้แรงขึ้น กดสกิล 3 2 ครั้งเพื่อสร้างดาเมจและสโลว์เป้าหมาย ตามด้วย Ultimate ถ้าคิดว่าดาเมจเพียงพอที่จะปิดสกอร์ให้กดใช้ได้เลย แต่ถ้าคิดว่าไม่น่าจะตายให้เตะมาทางเพื่อนร่วมทีมให้เพื่อนช่วยรุมต่อได้. สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  ทำจังหวะให้ทีมได้หลายรูปแบบ สามารถเตะศัตรูให้แยกจากไฟต์และรุมจัดการกับเพื่อนร่วมทีมได้ เป็นแชมเปี้ยนที่พริ้วมากๆ มีสกิลที่เยอะเพราะสกิล 1-3 สามารถใช้ได้ 2 ครั้งและมีเอฟเฟคที่แตกต่างกัน ข้อเสีย เล่นยากในระดับนึง Ultimate ถ้าคำนวณดาเมจไม่ดีอาจจะเป็นการช่วยเหลือฝั่งตรงข้ามให้รอดได้ สกิล 1 พุ่งได้ไกลเพื่อนร่วมทีมอาจตามไม่ทัน ค่อนข้างบาง
23 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Evelynn " พร้อมสอนวิธี Combo
กลับมาเจอกันอีกแล้วใน League of Legends: Wild Rift วันนี้ขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับแชมเปี้ยนสาวสายฟาร์มและยังเป็นหนึ่งในสมาชิกของวง K/DA อีกด้วย ลองเดาดูว่าใคร? เธอคือ.." Evelynn " นั่นเอง! วันนี้เราจะพามาดูความสวยไม่ใช่! เราจะพาทุกคนมาเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้น / ข้อมูลสกิล / การออกไอเทม ไปจนถึงเทคนิคการคอมโบกัน ถ้าพร้อมแล้วมาดูพร้อมกันเลย. ชื่อ : Evelynn สาย :  Assassin / AD ตำแหน่ง :  Jungle ระยะการโจมตี : ใกล้ ระดับความยาก : 3/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Demon Shade CD :  1.5 วินาที เข้าสู้โหมด Demon Shade หลังจากไม่ได้โจมตีหรือใช้สกิลใดๆ เป็นเวลา 4 วินาที การรับความเสียหายจากแชมเปี้ยนศัตรูหรืป้อมปราการจะทำให้สกิลติดตัวติดคูลดาวน์ 1.5 วินาที เมื่อ Evelynn อยู่ในโหมดนี้เธอจะฟื้นฟูพลังชีวิต 17 หน่วยทุกวินาทีเมื่อเธอมีพลังชีวิตต่ำกว่า 320 หน่วย และหลังจากที่เธอเลเวล 5 Demon Shade จะมอบทักษะพรางตัวให้แก่เธอ สกิลที่ 1 Hate Spike CD :  4 วินาที มานา 25 หน่วย ปล่อยหนามแหลมออกมาสองแถว สร้างความเสียหายเวทย์ 45 หน่วยแก่ศัตรูทั้งหมดที่โดน สามารถใช้อีกครั้งได้ภายใน 4 วินาที สกิลที่ 2 Allure CD :  14 วินาที มานา 70 หน่วย สาปแชมเปี้ยนหรือมอนสเตอร์เป้าหมายเป็นเวลา 5 วินาที การโจมตีหรือการใช้สกิลครั้งถัดไปของเธอจะลบล้างคำสาปและสโลว์เป้าหมาย 65% เป็นเวลา 1.25 วินาที หากคำสาปสามารถคงอยู่บนตัวเป้าหมายเป็นเวลาอย่างน้อย 2 วินาที การลบล้างคำสาปจะทำให้เป้าหมายติดสถานะหลงใหลเป็นเวลา 1.25 วินาที หากเป้าหมายเป็นแชมเปี้ยนจลดความต้านทานเวทย์เป้าหมายลง 20% เป็นเวลา 4 วินาที ถ้าเป้าหมายเป็นมอนส์เตอร์จะสร้างโบนัสความเสียหายเวทย์ เพิ่มเติม 300 หน่วย *การใช้สกิลนี้จะไม่ทำให้ Evelynn ออกจากโหมด Demon Shade สกิลที่ 3 Whiplash CD :  8 วินาที มานา 45 วินาที ฟาดเป้าหมายด้วยใบมีด มอบผลพิเศษเมื่อโจมตีและสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับ 55 บวกด้วย 3% ของพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมาย หลังจากนั้นจะได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 30% เป็นเวลา 2 วินาที การเข้าสู่โหมด Demon Shade จะเสริมพลังให้การใช้สกิลครั้งถัดไป ดึงตัว Evelynn เข้าหาเป้าหมาย สร้างดาเมจเวทย์เพิ่มขึ้น 75 บวกด้วย 5% ของพลังชีวิตสูงสุดแก่เป้าหมายทั้งหมดที่อยู่ในเส้นทาง สกิลอัลติเมท  Last Caress CD : 100 วินาที มานา 100 หน่วย Evelynn ไม่ตกเป็นเป้าหมายใดๆ ครู่หนึ่ง สร้างความเสียหายรุนแรงบริเวณด้านหน้าของเธอ จากนั้นเธอจะวาร์ปตัวเองไปข้างหลัง สร้างดาเมจเวม 120 หน่วยเพิ่มสูงสุด 250% แก่ศัตรูที่มีพลังชีวิตต่ำกว่า 35%   คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 1 ก่อนเพราะว่าสามารถทำดาเมจกับมอสเตอร์ป่าได้ต่อเนื่องและคูลดาวน์ไว อัพสกิล 2 และใช้ใส่มอนสเตอร์ป่าจากนั้นรอ 2 วินาทีค่อยโจมตี เพื่อสร้างดาเมจที่รุนแรงขึ้น อัพสกิล 3 เพื่อเพิ่มดาเมจในการฟาร์มได้ไวขึ้น กลับมาย้ำอัพสกิล 1 อัพสกิล Ultimate และเตรียมตัวหาจังหวะไฟต์ได้เลย แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Infinity Orb +200 พลังชีวิตสูงสุด +60 พลังเวทย์ Destiny : +5% ความเร็วโจมตี Balance +15 เจาะเกราะเวทย์ Inevitable Denmise : สกิลและการโจมตีแบบเสริมพลังจะติดคริติคอลเป็นความเสียหายโบนัสจำนวน 20% ต่อศัตรูที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 35% 2.Rabadon's Deathcap       +130 พลังเวทย์ Overkill : เพิ่มพลังเวทย์ 40% 3.Ionian Stasis Footwear : +40% ความเร็วโจมตี Lucidity : +10% ลดคูลดาวน์ Sommoned : +10% ลดคูลดาวน์เวทย์ Stasis ( กดใช้ ) : เป็นอมตะและไม่ตกเป็นเป้าหมายเป็นเวลา 2.5 วินาที แต่จะไม่สามารถเคลื่อนที่ โจมตี ใช้สกิล หรือใช้ไอเทมใดๆ ได้ ( CD 120 วินาที ) 4.Lich Bane +80 พลังเวทย์ +300 มานาสูงสุด +10% ลดคูลดาวน์ Spellblade : การใช้สกิลจะทำให้การโจมตีครั้งถัดไปภายใน 10 วินาทีสร้างโบนัสความเสียหายเวทย์เท่ากับ 75% พื้นฐาน + 50% พลังเวทย์ ( CD 1.5 วินาที ) แต่จะสร้าวความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างลดลง Bane : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ 5.Morellonnomicon Death Touch : เจาะเกราะเวทย์ +15 Cursed : ความเสียหายเวทย์มอบ Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัตรูเป็นเวลา 3 วินาที   6.Void Staff +70 พลังเวทย์ Dissolve : +40%  เจาะเกราะเวทย์   Spell ที่แนะนำ Smite - Spell สำหรับฟาร์มช่วยให้ฟาร์มได้ไวขึ้น และสามารถใช้สโลว์หรือเผาศัตรูได้อีกด้วย. Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Jungle ในช่วงต้นเกมนั้นให้ดูแชมเปี้ยนอีกฝ่ายว่าเล่นตัวไหน เพราะว่า Evelynn นั้นสามารถเริ่มฟาร์มที่บัฟแดงหรือฟ้าก่อนก็ได้ เช่น ถ้าเล่น ADC ฝั่งตรงข้ามเป็น Ezreal เพื่อนร่วมทีมอาจโดนกดได้ ให้เราฟาร์มบัฟจากเลนบารอนก่อนเพื่อมาจบเลนมังกร ถ้ายังไม่มีจังหวะบวกก็ฟาร์มไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้เลเวล 5 จะสามารถพรางตัวได้ ในช่วงต้นเกมนั้นเราสามารถที่จะเปิดไฟต์ให้เพื่อนตามได้ แต่ขอแนะนำว่าในช่วงกลางเกม-ท้ายเกมให้เพื่อนเป็นคนเปิด และเราคอยเข้าจังหวะ 2 ในการเก็บงาน ยกเว้นกรณีที่ AD หรือ ADC ยืนแหลมหลุดเดี่ยว . คอมโบการเล่น สกิล 2 ( แนะนำให้รอ 2 วินาที ) + สกิล 3 + สกิล 1 + Ultimate กดสกิล 2 และรอ 2 วินาทีเพราะจะทำให้การใช้สกิลครั้งต่อไปที่โดนศัตรูจะติดสถานะหลงใหล กดสกิล 3 ในขณะที่ยังอยู่ในผลของสกิลติดตัวเธอจะทำการพุ่งเข้าหาศัตรูเป้าหมายและทำดามเมจแรงขึ้น กดสกิล 1 ใส่เรื่อยๆ กด Ultimate เพื่อเก็บงาน. สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  ฟาร์มไว สามารถทำจังหวะให้ทีมได้ ป่วนทีมไฟต์ทำให้แนวหลังต้องระวังมากขึ้น เพราะทักษะพรางตัว Ultimate สามารถพลิกเกมได้ ข้อเสีย สกิลหนีน้อย Ultimate คูลดาวน์ค่อยข้างนาน ถ้าถูกมองเห็นในช่วงท้ายเกมมีสิทธ์รอดยาก สกิล 2 ต้องรอเวลาถึง 2 วินาทีถึงจะทำให้ศัตรูติดสถานะหลงใหลได้ ( จะทำให้ศัตรูรู้ตัวและเดินหาที่ปลอดภัยก่อน )
17 Nov 2020
Cabal M เจาะลึกระบบตีบวก และ เทคนิคการตีบวก
ระบบการตีบวกไอเทมในเกม Cabal เพื่อนๆอาจจะคุ้นเคยมาบ้างกับการเล่น Pc แต่สำหรับผู้เล่นใหม่ที่พึ่งมาเล่นในมือถืออาจจะมีงงกันบ้างเพราะมีหินหลายแบบให้เลือกใช้เหลือเกิน วันนี้เราจะพาไปดูวิธีใช้ วิธีหา และ เทคนิคที่เกี่ยวกับการใช้ระบบแต้มสะสมในการตีบวกกันครับ รู้จักกับหินตีบวก หรือ Upgrade Core หินตีบวกในเกมจะมีอยู่หลายระดับแยกกันตามระดับไอเทมและวิธีใช้ครับ Upgrade Core - ใช้ในการตีบวกปกติ Enchanced Core - ใช้ทำหิน Superior จาก Upgrade Core สามารถหาได้จากในร้านค้าและกิจกรรม Superior Core - ตีบวกติด 100%ตั้งแต่ระดับ 1-5 และ มีโอกาสตีติดแบบ +2 หินยังเพิ่มโอกาสในการตีบวกในระดับที่สูงขึ้น Perfect Core - ตีบวกติด 100%   Upgrade Core ระดับ หาได้จาก หินเหลือง Upgrade Core (Low) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Shadowsteel แผนที่ : Bloody Ice, Desert Scream, Green Despair, Weakened Lake in Dusk, Weakened Ruina Station, Chaos Arena Lv 1 หินส้ม Upgrade Core (Medium) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Shadow Titanium แผนที่ : Bloody Ice, Desert Scream, Green Despair, Port Lux, Fort Ruina ดันเจี้ยน : Lake in Dusk, Ruina Station, Tower of the Dead (B1F), Weakened Ruina Station, Weakened Tower of the Dead (B1F), Chaos Arena Lv 1-2 หินแดง Upgrade Core (High) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Osmium แผนที่ : Bloody Ice, Desert Scream, Green Despair, Lakeside, Undead Ground, Forgotten Ruin, Mutant Forest, Pontus Ferrum, Porta Inferno ดันเจี้ยน : Lake in Dusk, Ruina Station, Tower of the Dead (B1F), Volcanic Citadel, Tower of the Dead (B2F), Forgotten Temple (B1F), Forgotten Temple (B2F), Forbidden Island, Altar of Siena (B1F), Altar of Siena (B2F), Illusion Castle Underworld, Illusion Castle Radiant Hall, Maquinas Outpost, Chaos Arena Lv 2-4 DX ดันเจี้ยน : All DX Dungeons หินขาว Upgrade Core (Highest) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Mythril แผนที่ : Lakeside, Mutant Forest, Pontus Ferrum, Porta Inferno ดันเจี้ยน : Forgotten Temple (B1F), Forgotten Temple (B2F), Forbidden Island, Altar of Siena (B1F), Altar of Siena (B2F), Illusion Castle Underworld, Illusion Castle Radiant Hall, Maquinas Outpost, Chaos Arena Lv 3-6 DX ดันเจี้ยน : All DX Dungeons Superior Core ตีบวกติด 100%ตั้งแต่ระดับ 1-5 และ มีโอกาสตีติดแบบ +2 หินยังเพิ่มโอกาสในการตีบวกในระดับที่สูงขึ้น สามารถหาได้จากในร้านค้าหรือใช้ Enchanced Core เคลือบ Upgrade Core Perfect Core หินที่บวกได้แบบ 100% หาได้ยากมาก จากการดรอบนอกจากจะรอกิจกรรมการเปย์ อาจจะแทบไม่ค่อยได้เห็นเลยครับ เป็นหินที่มีมูลค่าสูงมากๆ Perfect Core ระดับ หาได้จาก Perfect Core (Low) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Shadowsteel ดันเจี้ยน : Chaos Arena Lv 1 Perfect Core (Medium) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Shadow Titanium ดันเจี้ยน : Chaos Arena Lv 1-2 Perfect Core (High) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Osmium ดันเจี้ยน : Chaos Arena Lv 2-6 Perfect Core (Highest) ตีบวกไอเทมถึงระดับ Mythril ดันเจี้ยน : Chaos Arena Lv 3-6 หิน Core Enhancer เป็นไอเทมที่ใช้ในการสร้าง Superior Core เพื่อยกระดับให้กับหินตีบวกทำให้มีโอกาสสำเร็จมากขึ้นและสามารถตีบวกข้ามขั้นได้ สามารถหาได้จากกิจกรรมในเกมและ Cash Shop Core Enchancer ระดับ ใช้กับ Core Enhancer (Low) Upgrade Core (Low) Core Enhancer (Medium) Upgrade Core (Medium) Core Enhancer (High) Upgrade Core (High) Core Enhancer (Highest) Upgrade Core (Highest)   หินอัพเกรดและ Core Enchancer สามารถหาได้จากการเปย์เพชรใน Shop หรือ กิจกรรมต่างๆในเกม วิธีการใช้งานหินทั้งสองแบบ อย่างแรกเมื่อเรามีหิน Upgrade Core และ Enchancer ในระดับที่ตรงกันให้เปิดหน้าต่างไอเทมและกดใช้ที่ หิน Echancer จากนั้นเลือกจำนวนหินที่เราอยากจะ Enchancer แล้วกด ตกลง เท่านี้เราก็จะได้หิน Enchanced Core มาใช้ในการอัพเกรด เทคนิคการตีบวก ระบบการตีบวกในตอนนี้จะใช้ระบบคะแนนตีบวกแบบสะสมเมื่อเราตีบวกแตกจะได้รับคะแนนสะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการตีบวกครั้งต่อไป เทคนิคคือให้เราทำการเปลี่ยนไอเทมที่จะนำมาตีบวกในช่วง 5-6 แล้วตีให้แตกดองแต้มไว้สำหรับการตีบวกครั้งหน้าคะแนนแต่ละช่วงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการตีบวกมากขึ้น คะแนน 700 ขึ้น 20% คะแนน 1200 ขึ้น 45% คะแนน 2500-2900 ขึ้น 75% คะแนน 3000-4500 UP 95-99%
13 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Fizz" พร้อมสอนวิธี Combo
สวัสดีเหล่าชาวซัมมอนเนอร์แห่งเกม League of Legends: Wild Rift ทุกท่าน วันนี้ขอแนะนำแชมเปี้ยนสาบเลนกลางที่ดูน่ารัก แต่สกิลสุดแสนจะร้ายกาจและพริ้วไหวดั่งสายน้ำ นั่นคือ " Fizz " ในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักข้อมูลเบื้องต้นของแชมเปี้ยนตัวนี้ การออกไอเทม และสอนเทคนิคการใช้คอมโบสุดโหด มาดูกันเลย. ชื่อ : Fizz สาย :  AD / Assassin ตำแหน่ง :  Mid lane ระยะการโจมตี : ใกล้ ระดับความยาก : 3/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Seastone Trident CD :  0 วินาที การโจมตีจะสร้างดาเมจเวทย์ 22 หน่วยเพิ่มเติม ในช่วงเวลา 3 วินาที   สกิลที่ 1 Uechin Strike CD : 8 วินาที มานา 50 พุ่งผ่านศัตรูเป้าหมาย สร้างความเสียหายเวทย์ 10 หน่วย บวกด้วยดาเมจกายภาพ 58 หน่วย และมอบผลพิเศษของการโจมตี สกิลที่ 2 Rendind Wave CD :  10 วินาที มานา 30 เสริมพลังให้การโจมตีครังถัดไปสร้างโบนัสความเสียหายเวทย์ 50 หน่วย การโจมตีเพิ่มเติมภายใน 5 วินาทีสร้างโบนัสความเสียหาย 10 หน่วย *การสังหารยูนิตด้วยสกิลนี้จะลดคูลดาวน์ของสกิลนี้ให้เหลือ 1 วินาที สกิลที่ 3 Playful / Trickster CD :  16 วินาที มานา 95 ทะยานไปยังพื้นที่เป้าหมาย โดยจะไม่ตกเป็นเป้าหมายในขณะที่ทรงตัวอยู่บนตรีศูล หลังจากนั้น 1.2 วินาที Fizz จะกระโดดลงมาพร้อมกับคลื่นน้ำขนาดใหญ่ที่สร้างดาเมจเวทย์ 70 หน่วย และสโลว์ศัตรูที่ถูกโจมตี 40%  เป็นเวลา 2 วินาที *กดอีกครั้ง : กระโดดลงมาก่อนเวลาอันควรไปยังทิศทางที่กำหนด แต่การสร้างดาเมจเวลทด้วยคลื่นน้ำที่เล็กกว่าจะไม่ทำการสโลว์ศัตรู สกิลอัลติเมท Chum The Waters CD : 65 วินาที มานา 100 ปล่อยปลาให้ว่ายไปยังทิศทางเป้าหมาย มันจะติดอยู่กับแชมเปี้ยนที่โดน และเผยตำแหน่งของเป้าหมาย หลังจากผ่านไป 2 วินาที ปลาจะดึงดูดฉลามให้พุ่งขึ้นมากระแทกเป้าหมายให้ลอยและผลักศัตรูรอบๆ ให้กระเด็นออกไป ยิ่งปลาว่ายไปไกลเท่าไหร่ขนาดของฉลาดก็จะใหญ่ขึ้นเท่านั้น ฉลามนั้นจะสร้างดาเมจเวทย์ 150 - 350 หน่วย และสโลว์ศัตรูที่โดน 40%  - 80%  โดยขึ้นอยู่กับขนาดของฉลาม *หากปลาไม่ได้อยู่ติดกับแชมเปี้ยน มันจะดิ้นบนพื้นและดึงดูดฉลามไปยังตำแหน่งนั้น. คำแนะนำการอัพสกิล การอัพสกิลของ Fizz นั้นทำได้หลายแบบตามสไตล์ของแต่ละคน แต่ขอแนะนำตามนี้เพราะมีผลในช่วงต้นเกมดีมากๆ อัพสกิล 2 เพื่อใช้ในการลาสครีปได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าสังหารครีปได้สกิลจะลดคูลดาวน์เหลือ 1 วินาที ตามด้วยอัพสกิล 3 ไว้ใช้ป้องการการโจมตีและตอดศัตรูได้เพราะสามารถใช้ได้ 2 ครั้ง อัพสกิล 1 เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าไฟต์ กลับมาย้ำสกิล 2 เพื่อเน้นให้ดาเมจการโจมตีรุนแรงขึ้น อัพสกิล Ultimate เตรียมเข้าจังหวะปะทะได้ทันที. แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Lich Bane +80 พลังเวทย์ +300 มานาสูงสุด +10% ลดคูลดาวน์ Spellblade : การใช้สกิลจะทำให้การโจมตีครั้งถัดไปภายใน 10 วินาทีสร้างโบนัสความเสียหายเวทย์เท่ากับ 75% พื้นฐาน + 50% พลังเวทย์ ( CD 1.5 วินาที ) แต่จะสร้าวความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างลดลง Bane : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ 2.Morellonnomicon Death Touch : เจาะเกราะเวทย์ +15 Cursed : ความเสียหายเวทย์มอบ Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัตรูเป็นเวลา 3 วินาที 3.Ionian Stasis Footwear : +40% ความเร็วโจมตี Lucidity : +10% ลดคูลดาวน์ Sommoned : +10% ลดคูลดาวน์เวทย์ Stasis ( กดใช้ ) : เป็นอมตะและไม่ตกเป็นเป้าหมายเป็นเวลา 2.5 วินาที แต่จะไม่สามารถเคลื่อนที่ โจมตี ใช้สกิล หรือใช้ไอเทมใดๆ ได้ ( CD 120 วินาที )   4.Hextech Gunblade +30 พลังโจมตี +60 พลังเวทย์ Enrtgry Drain :+15% ดูดเลือดเวทย์ Life Drain : 15% ดูดเลือดกายภาพ Hextech Bolt : การโจมตีแชมเปี้ยนศัตรูด้วยการโจมตีหรือสกิลจะช็อตเป้าหมายสร้างความเสียหสยเวทย์ 100-200 หน่วย และสโลว์ 40% เป็นเวลา 2 วินาที ( CD 30 วินาที ) 5.Rabadon's Deathcap       +130 พลังเวทย์ Overkill : เพิ่มพลังเวทย์ 40% 6.Void Staff +70 พลังเวทย์ Dissolve : +40%  เจาะเกราะเวทย์ Spell ที่แนะนำ Ignite - สามารถใช้เพื่อเผาลด HP ศัตรูทดแทนดาเมจที่ขาดและเผาเลือดศัตรูที่กำลังหนีให้ตายได้. Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Mid Lane สำหรับ Fizz นั้นเป็นแชมเปี้ยนที่มีดาเมจที่แรงระดับนึงเลยตั้งแต่ต้นเกมแต่เขาก็เป็นสาย AD ที่ต้องพึ่งสกิลในระดับนึงดีงนั้นจะเข้าไฟต์แต่ละครั้งต้องใจเย็นๆ ซึ่งในช่วงต้นเกมนั้นให้พยายามลาสครีปด้วยการโจมตีปกติ หรือสกิล 2 จากนั้นพยายามเข้าไปตอด HP อีกฝ่ายด้วยสกิล 1 / 2 และให้ใช้สกิล 3 แดชออกมา ส่วนในท้ายเกมนั้น Fizz สามารถเป็นตัวเปิดไฟต์ได้ และเข้าจังหวะ 2 ก็ได้ แต่แนะนำว่าอย่าเข้าตัวแทงค์หรือซัพนะ พยายามเข้าพวก ADC / AD หรือถ้าตัวไหนหลงก็จัดคอมไปใส่ได้เลย ซึ่งคอมโบสามารถดูได้จากหัวข้อถัดไป. คอมโบการเล่น สำหรับ Fizz นั้นมีคอมโบมากมายหลายรูปแบบเช่นกัน แต่ในที่นี้ขอบอกเทคนิคแบบเน้นใช่ทุกสกิลและสังหารศัตรูได้ทันที สกิล 1 + Ultimate + โจมตีธรรมดา + สกิล 3 + สกิล2 + โจมตีธรรมดา กดสกิล 1 เพื่อเข้าไปประชิดศัตรู จากนั้นรีบกด Ultimate เพราะเราได้ล็อคเป้าด้วยสกิล 1 ไว้แล้ว ( ในช่วงนี้สกิลอัลติเมทกำลังทำงานให้ใช้คอมโบต่อไปได้เลย ) กดโจมตีธรรมดา 1-2 ครั้ง และกดสกิล 3 เพื่อทำให้ตัวเองไม่ตกเป็นเป้าหมาย ในระหว่างนี้ปลาฉลามจะลอยขึ้นมาทำให้ศัตรูลอยขึ้น จากกดกดสกิล 2 เพื่อเสริมดาเมจและตีธรรมดาได้เลย ปิดสกอร์ได้ชัวๆ สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  ดาเมจแรงตั้งแต้ต้นเกม เล่นไม่ยาก สามารถเปิดไฟต์หรือเข้าจังหวะสองได้ทำให้มีรูปแบบการเล่นที่หลายหลาย มีสกิลที่ใช้หนีและไม่ตกเป็นเป้าหมายศัตรู ข้อเสีย เน้นสกิลเป็นหลัก ต้องเอาตัวเข้าแลก เป็นแชมเปี้ยนที่ค่อนข้างบาง Ultimate อาจจะผลักฝั่งตรงข้ามทำให้เพื่อนร่วมทางที่กำลังใช้สกิลพลาดได้ เช่น Lux / Ashe
12 Nov 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Venti
Venti: Support, Tier S เทพลมขี้เมาแห่งนคร Monstadt ผู้ซึ่งปรากฏกายในคราบวณิพกหนุ่มน้อยหน้าหวาน ที่รับตำแหน่งตัวละครแบบ Limited ตัวแรกของเกม แน่นอนว่าด้วยความเป็นตัวละคร 5 ดาวของเขา ทำให้ Venti มีท่าไม้ตายที่ดีที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเกมที่ทำความเสียหายได้สูงลิบ แถมยังสามารถล๊อคศัตรูทั้งกลุ่มเอาไว้กับที่ ซึ่งเป็นความสามารถที่มีตัวละครน้อยตัวจะทำได้ และความเป็นตัวละครธาตุลมของเขายังทำให้เราสามารถเสริมคอมโบธาตุของตัวละครอื่นๆ ในปาร์ตี้ได้ด้วย จุดเด่น สกิลไม้ตายที่รุนแรง แถมยังสามารถล๊อคศัตรูให้อยู่กับที่ทั้งกลุ่มได้ สกิล Elemental Skill และความสามารถติดตัวมีประโยชน์มากในการสำรวจโลก เป็นธาตุลมทำให้สามารถเสริมตัวละครอื่นได้ทุกธาตุ จัดลงทีมได้หลากหลาย สกิล Elemental Skill [E / R2]: Skyward Sonnet ถ้ากดใช้: จะเรียกกระแสลมออกมาข้างใต้ศัตรู สร้างความเสียหายธาตุลมเป็นรัศมี ถ้ากดค้าง: สร้างกระแสลมขึ้นรอบตัว Venti พร้อมกับลอยขึ้นไปบนอากาศ เมื่อปลดล๊อค Ascension ได้จะทิ้งกระแสลมไว้ใช้บินขึ้นไปบนฟ้าได้ (เหมือนกระแสลมที่พบได้ตามแผนที่) แม้จะไม่ได้ทำความเสียหายได้รุนแรงเป็นพิเศษ แต่ข้อดีของสกิลนี้ (อย่างน้อยเมื่อกดใช้ธรรมดา) คือคูลดาวน์ที่รวดเร็วเพียง 6 วินาทีเท่านั้น ทำให้เราสามารถกดสกิลนี้ได้บ่อยมากๆ และยิ่งถ้าใช้ตัวละครในปาร์ตี้ติดธาตุใส่ศัตรูก่อน ยิ่งทำให้สร้างความเสียหายเพิ่มขึ้นไปอีก แต่ประโยชน์อันดับ 1 ที่หลายคนน่าจะคิดถึงมากกว่า คือความสามารถในการสร้างกระแสลมเพื่อพาเราบินขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งมีประโยชน์สารพัดในการสำรวจโลกของเกม แถมยังสามารถใช้หลบการโจมตีของบอสหลายๆ ตัวได้อีก โดย Venti เป็นตัวละครเดียวที่มีความสามารถนี้ Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Wind's Grand Ode สร้างพายุลมหมุนขนาดใหญ่ ที่จะดึงดูดศัตรูในรัศมีกว้างๆ เข้าหาตัวเอง พร้อมสร้างความเสียหายธาตุลมใส่ศัตรูในรัศมี โดยพายุยังสามารถดูดพลังธาตุอื่นๆ เข้ามาเสริมกำลังเพื่อเพิ่มความเสียหายได้อีก และจะลดความต้านทานธาตุที่ดูดเข้ามาอีกด้วย สกิลไม้ตายที่เก่งอันดับต้นๆ ของเกมเลยทีเดียว จากรัศมีการแสดงผลที่กว้างมากๆ แถมยังสามารถดูดศัตรูจากระยะไกลเข้ามาหาตัวเองได้อีก ซึ่งนอกจากจะทำความเสียหายได้เยอะแล้ว ยังทำให้เราสามารถสลับตัว DPS เข้ามาโจมตีศัตรูทีเดียวทั้งกลุ่มได้ฟรีๆ ตลอดระยะเวลาแสดงผลของไม้ตายอีกด้วย แถมถ้าสามารถผสมธาตุของ DPS เข้าไปในพายุได้ ยังสามารถทำให้ DPS เก่งขึ้นไปอีก เพราะศัตรูจะโดนลดพลังป้องกันธาตุที่ดูดเข้าไป ทำให้ DPS ของเราทำความเสียหายได้มากขึ้นไปด้วย แน่นอนว่าในการใช้จริงมันต้องมีข้อจำกัดกันบ้าง อย่างแรกคือการที่เราเล็งตำแหน่งของไม้ตายค่อนข้างลำบากเพราะไม่สามารถกดค้างเอาไว้เพื่อเล็งเหมือนสกิลของตัวละครอื่นๆ ได้ (เช่นท่าเรียกนกของ Fischl) โดย Venti จะทำการยิงพายุใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุดแทน และบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่ศัตรูที่เราอยากเล็งใส่ หรือไม่ใช่ตำแหน่งที่เราอยากปล่อยพายุ ทำให้เราอาจจะต้องใส่ใจในตำแหน่งยืนของ Venti เองเพื่อให้สามารถควบคุมตำแหน่งของพายุได้บ้าง ข้อจำกัดอีกอย่างคือการที่พายุมักจะพัดให้ศัตรูที่อยู่ตรงกลางลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ตัวละครสายประชิดหลายๆ ตัวตีไม่ถึงศัตรู แต่ถ้ามีตัวละครที่เป็นนักเวทย์หรือธนู (เช่น Klee / Ningguang / Fischl เป็นต้น) จะสามารถกลบจุดอ่อนตรงนี้ไปได้ทั้งหมดเลย Ascension Level 1: Embrace of Winds สกิล Skyward Sonnet แบบกดค้างจะทิ้งกระแสลมเอาไว้บนพื้น 20 นาที (สามารถใช้เพื่อลอยตัวขึ้นบนอากาศได้) อย่างที่อธิบายไปแล้วด้านบน ทำให้ Venti กลายเป็นตัวละครที่ช่วยในการสำรวจได้อย่างดีเยี่ยม Ascension Level 4: Stormeye เมื่อผลของสกิล Wind's Grand Ode สิ้นสุดลง จะเพิ่ม Elemental Energy ให้กับ Venti 15 หน่วย และถ้าพายุดูดธาตุอื่นเข้าไปผสมด้วย จะมอบ Elemental Energy ธาตุนั้นให้เพิ่มอีก 15 หน่วย ทำให้ Venti สามารถปล่อยไม้ตายได้รัวๆ จนเรียกว่าแทบจะใช้ได้ตลอดเวลาเลยทีเดียว แถมผลการเพิ่มพลังงานธาตุที่ผสมเข้าไปด้วยยังทำให้สกิลนี้มีประโยชน์ในการซัพพอร์ตตัวละครอื่นๆ ในทีมได้อีกทางด้วย ความสามารถติดตัว: Windrider ทำให้การร่อนใช้พลังงาน Stamina น้อยลง -20% เมื่อ Venti อยู่ในปาร์ตี้ เหมือนกับสกิลของ Amber เป๊ะๆ และเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ Venti เป็นตัวละครทีมสำรวจระดับท๊อป โบนัสกลุ่มดาว Splitting Gale: ทำให้ Venti ปล่อยลูกธนูออกไปพร้อมกัน 3 ดอกเมื่อใช้ท่าเล็งโจมตี สร้างความเสียหาย 33% ของลูกศรหลัก Breeze of Reminiscence: ศัตรูที่ได้รับความเสียหายจากสกิล Skyward Sonnet จะลดแรงต้านทานธาตุลม -12% นาน 10 วินาที และถ้าศัตรูถูกพัดจนลอยขึ้น จะโดนลดแรงต้านทานธาตุลมและกายภาพเพิ่มขึ้นอีก -12% ตราบใดที่ลอยอยู่ในอากาศ Ode to Thousand Winds: เพิ่มเลเวลของสกิล Wind's Grand Ode ขึ้น +3 (เต็ม +15) Hurricane of Freedom: เมื่อ Venti ได้รับ Elemental Orb หรือ Elemental Particle เขาจะได้รับโบนัสความเสียหายธาตุลม +25% เป็นเวลา 10 วินาที Conceirto dal Cielo: เพิ่มเลเวลของสกิล Skyward Sonnet ขึ้น +3 (เต็ม +15) Storm of Defiance: ศัตรูที่ได้รับความเสียหายจากสกิล Wind's Grand Ode จะสูญเสียพลังต้านทานธาตุลม -20% และถ้าสามารถผสมธาตุอื่นเข้าไปได้ จะลดพลังต้านทานธาตุนั้นๆ ลง -20% ด้วยเช่นกัน วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม อย่างที่น่าจะพอเดาได้ ความเก่งหลักๆ ของ Venti ในการต่อสู้จะมาจากท่าไม้ตายของเขาซะเกือบทั้งหมดเลย ซึ่งอาจจะฟังดูจำกัดไปซะหน่อย แต่เอาเข้าจริงแล้วสกิลนี้มีคูลดาวน์ค่อนข้างต่ำ และยังใช้ Energy น้อยมากๆ จนแทบจะสามารถใช้ได้ตลอดเวลาเลย คนที่เคยเล่น Venti หรือเคยลงโดเมนแล้วเจอ Venti น่าจะยืนยันได้ว่าแค่ในระยะเวลา 2-3 นาทีที่ใช้เคลียร์ดันแต่ละครั้ง เขาสามารถปล่อยไม้ตายได้ไม่ต่ำกว่า 4-5 รอบเลยทีเดียว ด้วยความเป็นธาตุลมของเขา ทำให้ Venti สามารถสนับสนุนการทำคอมโบธาตุได้ทุกแบบเท่าๆ กัน เพราะธาตุลมของเขาจะส่งผลกระจายสถานะธาตุไปยังศัตรูรอบๆ ได้ง่าย แต่ในทางกลับกัน ความเป็นธาตุลมของเขาก็ทำให้ในการต่อสู้เขาจะมีสถานะเป็นเหมือน "ตัวแถม" ในทีมมากกว่าจะเป็นตัวซัพพอร์ตหลัก (เพราะทำคอมโบธาตุได้แค่ Swirl) และทำให้บางครั้งก็หาที่ลงยากเพราะจะไปขัดโบนัสการสั่นพ้องของธาตุได้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็นคนที่มีตัว DPS และซัพพอร์ตคู่หลักอยู่แล้ว Venti เป็นทางเลือกที่ดีในการดันความเสียหายของคอมโบหลักของเราขึ้นไปอีกขั้น ในการออกของสำหรับ Venti อาจจะรู้สึกว่าควรเน้นไปที่ค่า "ความชำนาญธาตุ" เพื่อเพิ่มพลังโจมตีของปฏิกิริยา Swirl แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว พลังโจมตีที่เพิ่มมาจากค่าความชำนาญธาตุนั้นยังเทียบไม่ได้กับการเพิ่มค่า ATK โดยตรงเพื่อเพิ่มพลังโจมตีตั้งต้นของสกิล หรือการเพิ่มโอกาส +ความแรงคริติคอล แต่ด้วยความที่ความเสียหายเกือบทั้งหมดของเขาจะมาจากสกิลและไม้ตาย ทำให้จำเป็นต้องมีของเพิ่มความเสียหายธาตุลมด้วย การออกของให้ Venti จึงมีความแปลกๆ เมื่อเทียบกับตัวละครส่วนใหญ่ เพราะต้องใช้ Stat หลายอย่างรวมกันถึงจะเก่ง ในเบื้องต้นนั้น แนะนำว่าควรเน้น Artifact ที่ให้ค่า ATK% / Crit% หรือ Crit DMG ขึ้นอยู่กับอาวุธและออพชั่นรอง / Anemo DMG Bonus (โบนัสความเสียหายธาตุลม) เป็นหลัก แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ในการเลือกอาวุธ ธนูที่น่าจะดีที่สุดสำหรับ Venti (เอาจริงๆ น่าจะดีที่สุดในเกมแล้ว) ก็คือธนู 5 ดาว Skyward Harp นั่นเอง จากความสามารถในการเพิ่มทั้ง Crit Rate และ DMG พร้อมกัน แต่ถ้าไม่มีธนูนี้ เราก็ควรคำนึงถึงหน้าที่ที่เราอยากจะให้ Venti ทำเสียก่อน ถ้าหากอยากจะให้เป็นซัพพอร์ตเต็มตัว เน้นใช้ไม้ตายไว้ล๊อคศัตรูเฉยๆ โดยไม่ได้คาดหวังความเสียหาย อาจจะสามารถใช้ธนู Favonius Warbow เพื่อให้สามารถฟื้นฟูพลังงานไม้ตายได้อย่างรวดเร็ว หรือถ้าต้องการให้เขาเป็นตัวซัพพอร์ตที่ยังสามารถทำความเสียหายมากพอจะแบกทีมได้ ก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ธนูอย่าง The Stringless หรือ Blackcliff Warbow ก็ได้เช่นกัน Skyward Harp (5 ดาว): เพิ่ม Crit DMG สูงสุด +40% การโจมตีธรรมดาทุกครั้งจะมีโอกาสสูงสุด 100% ที่จะสร้างความเสียหายกายภาพเทียบเท่ากับ 100% ของค่า ATK เป็นวงกว้าง (มีคูลดาวน์ 4 วินาที) The Stringless (4 ดาว): เพิ่มความเสียหายของสกิล Elemental Skill และ Elemental Burst สูงสุด +48% Favonius Warbow (4 ดาว): เมื่อโจมตีติดคริติคอล จะมีโอกาสสูงสุด 100% ที่จะมอบพลังงานไม้ตายให้ตัวละคร 6 หน่วย ดูลดาวน์ต่ำสุด (เมื่อขัดเกลาเต็ม) 6 วินาที เซ็ต Artifact ที่แนะนำ Viridescent Venerer: (2) เพิ่มพลังโจมตีธาตุลม (Anemo) ขึ้น +15% (4) เพิ่มความเสียหายของ Reaction Swirl ขึ้น 60% และลดพลังป้องกันธาตุที่ถูก Swirl ลง 40% เป็นเวลา 10 วินาที Noblesse Oblige: (2) เพิ่มความเสียหายจากสกิล Elemental Burst +20% (4) เมื่อใช้สกิล Elemental Burst จะเพิ่มค่า ATK ของตัวละครในปาร์ตี้ +20% (ไม่สามารถซ้อนทับกันได้) อ้างอิงข้อมูล: Genshin.gg Game8 GachaGamer
11 Nov 2020
Dragon Blaz ฟาร์ร่าห์ นัต ปรากฏกาย! เหล่าพรรคพวกปฐมกาลแห่ต้อนรับ 2 พรรคพวกใหม่พร้อมไอเท็มฟรีสุดกร้าวใจ!
Dragon Blaze เกม RPG แนวแฟนตาซีจากค่ายพี่ใหญ่สัญชาติเกาหลี GAMEVIL ที่ได้เร่งการอัปเดตให้ทันเซิร์ฟเวอร์เกาหลี (ใกล้แล้วววว) ได้อัปเดต 2 พรรคพวกปฐมกาลตนใหม่ ฟาร์ร่าห์ (นักบวช) และ นัต (นักธนู)  พร้อมทั้งอัปเดตแผนที่ใหม่ “ปราสาทคราวน์” และกิจกรรมอื่นๆฉลองอัปเดต เพียบ! พรรคพวก 2 ตนใหม่ “ฟาร์ร่าห์” ผู้สืบทอดแห่งเอเดน และ “นัต” ผู้บุกเบิกน่านฟ้า ในร่างปฐมกาลที่แข็งแกร่งขึ้น ได้จุติที่ Dragon Blaze แล้ว ไปดูประวัติของทั้ง 2 ตน จะได้ตัดสินใจว่าควรมีตนไหนในครอบครองกันเลย! พร้อมกันนี้ทาง Dragon Blaze ยังจัดกิจกรรมที่น่าสนใจต่างๆ ให้ผู้เล่นได้ทำ แบบไม่มีวันเบื่อ อย่าง      “กิจกรรมลูกแก้วดวงดาว” ที่ผู้เล่นจะต้องลงดันเจี้ยนธรรมดาและผู้ท้าชิงเพื่อที่จะได้รับลูกเต๋า (สุ่มดร็อป) และนำไปทอยในกิจกรรมเพื่อลุ้นรับรางวัลต่างๆ รวมถึงรางวัลโบนัสสุดพิเศษ! นอกจากนี้ยังมีการอัปเดตแพคเกจ และกิจกรรมเสริมอื่นๆอีกมากมาย :) สามารถติดตามรายละเอียดกันได้ที่ : https://smarturl.it/DBpatchdetail  รางวัลพิเศษ <<ซัมม่อนอินฟินิตี้ฟรี 9 ครั้ง x2>> สำหรับอัปเดตนี้ รีบกดกันเลยย (ตามเซิร์ฟเวอร์นะจ๊ะ) ตั้งแต่ 30 ต.ค. - 6 พ.ย. 63  SEA : http://withhive.me/466/3hepy2k46 US : http://withhive.me/466/axn7jg8wu  กดไลก์เฟสบุคเพจ เพื่อติดตามอัปเดตข่าวสารก่อนใคร : https://smarturl.it/DragonBlazeSeason7PR  ดาวน์โหลดเกม Dragon Blaze มาเล่นเลย! : https://smarturl.it/DragonBlazeDownload   
10 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift : แนวทางการเล่น " Akali " พร้อมสอนวิธี Combo
หลังจาก League of Legends: Wild Rift ได้ทำการอัพเดทครั้งล่าสุดหลังจากที่ตัวเกมเปิดเป็น Open Beta ทางผู้พัฒนาอย่าง Riot ก็ได้ใส่ตัวละครที่เคยถูกนำมาทดสอบในช่วง Close Beta อยู่หลายตัว ในวันนี้พวกเรา GamrFeverTH ขอแนะนำแนวทางการเล่นพื้นฐานรวมไปถึงวิธีการคอมโบในการเล่นของแชมเปี้ยนที่ถูกอัพเดทเข้ามาใหม่ที่ลุคก็ดูเท่และโดนใจใครหลายๆ คนอย่าง " Akali "  นั่นเอง ชื่อ : Akali สาย :  Assassin ตำแหน่ง :  Mid lane / Top lane ระยะการโจมตี : ใกล้ ระดับความยาก : 4/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Assassin's Mask CD :  0 วินาที สร้างดาเมจจากสกิลแก่แชมเปี้ยนจะเปิดเผยวงแหวนเป็นเวลา 4 วินาที การข้ามวงแหวนนั้นจะเสริมพลังให้กับการโจมตีครั้งถัดไปของ Akali โดยจะได้รับรัศมีการโจมตี 100 หน่วยเพิ่มขึ้นและสร้างดาเมจเวทย์ 40 หน่วยเพิ่มเติมและฟื้นฟู Energy 15 หน่วย *รับความเร็วในการเคลื่อนที่ 40% ในขณะที่กำลังมุ่งเข้าหาวงแหวน เมื่อก้าวข้ามวงแหวนจะได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 40% ในขณะที่พุ่งเข้าหาแชมเปี้ยนศัตรูเป็นเวลา 2 วินาที สกิลที่ 1 Five Point Strike CD :  1.5 วินาที พลังงาน 95 โยนมีดคุไนห้าเล่ม สร้างความเสียหายเวทย์ 67 หน่วย ศัตรูที่โดนมีคุไนในปลายระยะจะถูกสโลว์ 50% เป็นเวลา 0.5 วินาที สกิลที่ 2  Twilight Shroud CD :  20 วินาที พลังงาน 0 สร้างม่านควันที่ขยายพื้นที่เป็นเวลา 5.5 วินาที และฟื้นฟูพลังงาน 80 หน่วย Akali จะล่องหนและได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 25% ในม่านควัน *เมื่อโจมตีจะยกเลิกสถานะล่องหนเป็นเวลา 0.8 วินาที สกิลที่ 3  Shuriken Flip CD :  15 วินาที พลังงาน 30 หน่วย ตีลังกากลับหลังและปามีดดาวกระจายไปด้านหน้า สร้างความเสียหายเวทย์ 62 หน่วย และทำให้ศัตรูติดเครื่องหมายเป็นเวลา 3 วินาที กดสกิลซ้ำ : พุ่งไปหาเป้าหมายที่ถูกติดเครื่องหมาย และสร้างดาเมจเวทย์ 63 หน่วย สกิลอัลติเมท Perfect Execution CD : 90 วินาที พลังงาน 90 หน่วย ใช้ครั้งแรก : พุ่งเข้าหาแชมเปี้ยนศัตรู สร้างดาเมจกายภาพ 85 หน่วย สามารถใช้ได้อีกครั้งหลังจากผ่านไป 2.5 วินาที ใช้ครั้งที่สอง : พุ่งไปยังทิศทางเป้าหมาย สร้างดาเมจเวทย์ 85 หน่วย และเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 300% ขึ้นอยู่กับพลังชีวิตที่เสียไปของเป้าหมาย *สร้างดาเมจได้สูงสุดแก่เป้าหมายที่มีพลังชีวิตต่ำกว่า 35%   คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 1 ก่อนเพราะมีคูลดาวน์ที่น้อยทั้งยังสามารถใช้ในการตอดแชมเปี้ยนศัตรูและลาสครีปได้อีกด้วย อัพสกิล 3 เพื่อนช่วยในการเข้าประชิดศัตรูได้ในกรณีที่อีกฝ่ายจะตายหรือมี HP ต่ำกว่า 40% อัพสกิล 2 เพื่อใช้ในการปดบังวิสัยทัศน์ของศัตรู กลับมาย้ำที่สกิล 1 อัพสกิลอัลติเมทเตรียมใช้คอมโบแบบชุดเดียวตาย ( รายละเอียดคอมโบอยู่ในหัวข้อท้ายๆ ) แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น   1.Hextech Gunblade +30 พลังโจมตี +60 พลังเวทย์ Enrtgry Drain :+15% ดูดเลือดเวทย์ Life Drain : 15% ดูดเลือดกายภาพ Hextech Bolt : การโจมตีแชมเปี้ยนศัตรูด้วยการโจมตีหรือสกิลจะช็อตเป้าหมายสร้างความเสียหสยเวทย์ 100-200 หน่วย และสโลว์ 40% เป็นเวลา 2 วินาที ( CD 30 วินาที ) 2.Infinity Orb +200 พลังชีวิตสูงสุด +60 พลังเวทย์ Destiny : +5% ความเร็วโจมตี Balance +15 เจาะเกราะเวทย์ Inevitable Denmise : สกิลและการโจมตีแบบเสริมพลังจะติดคริติคอลเป็นความเสียหายโบนัสจำนวน 20% ต่อศัตรูที่มีพลังชีวิตน้อยกว่า 35%   3.Ionian Stasis Footwear : +40% ความเร็วโจมตี Lucidity : +10% ลดคูลดาวน์ Sommoned : +10% ลดคูลดาวน์เวทย์ Stasis ( กดใช้ ) : เป็นอมตะและไม่ตกเป็นเป้าหมายเป็นเวลา 2.5 วินาที แต่จะไม่สามารถเคลื่อนที่ โจมตี ใช้สกิล หรือใช้ไอเทมใดๆ ได้ ( CD 120 วินาที )   4.Rabadon's Deathcap       +130 พลังเวทย์ Overkill : เพิ่มพลังเวทย์ 40% 5.Morellonnomicon Death Touch : เจาะเกราะเวทย์ +15 Cursed : ความเสียหายเวทย์มอบ Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัตรูเป็นเวลา 3 วินาที   6.Void Staff +70 พลังเวทย์ Dissolve : +40%  เจาะเกราะเวทย์   Spell ที่แนะนำ Ignite - ใช้ใส่ศัตรูที่กำลังสู้อยู่เพื่อช่วยเผาสร้างดาเมจที่ขาดหายไปหรือใช้กับแชมเปี้ยนที่กำลังหนีก็ได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Mid lane / Top lane แนะนำว่าให้ Akali อยู่ในตำแหน่ง Mid lane จะดีที่สุดเพราะว่าจะสามารถชนะเลนได้ง่ายกว่า Top ( ในกรณีที่เลนกลางเป็นแชมเปี้ยนที่บาง ) นอกจากนี้ยังสามารถไปเดินแก๊งค์เลนอื่นๆ ได้ง่ายกว่าอีกด้วย เพราะเธอเป็นแชมเปียนที่มีสกิลเข้า สกิลเอาตัวรอด และดาเมจที่จัดจ้านมากๆ สำหรับต้นเกมพยายามใช้สกิล 1 ในการลาสครีปและตอด HP อีกฝ่ายไปก่อน ค่อยเข้าในจังหวะที่ศัตรูมีเลือดน้อยกว่าครึ่งหนึ่งด้วยสกิล 3 และถ้าเข้าแล้วอย่าลืมว่าสกิล 2 นั้นมีประโยชน์มากๆ เพราะมันจะทำให้ศัตรูเสียการมองเห็น แต่เพื่อนร่วมทีมของเราสามารถเห็นศัตรูที่อยู่ในม่านควันได้ *สำหรับ Akali ถ้าศัตรูหลงมาให้เข้าจังหวะแรกได้เลย แต่ถ้าศัตรูมีเยอะอย่าเป็นตัวเปิดรอเข้าจังหวะสองจะดีที่สุด คอมโบการเล่น ถ้า Akali มีไอเทมครบเซ็ตใช้แค่ 2 สกิลกับการโจมตีธรรมดาไม่กี่ครั้งพวกตัวบางๆ ก็ตายแล้ว แต่ในวันนี้จะมาขอแนะนำคอมโบแบบใช้ทุกสกิล แต่ฆ่าได้ชัวๆ ตามนี้เลย   สกิล 3 + สกิล 3 + โจมตีธรรมดา + สกิล 2 + สกิล 1 + Ultimate + โจมตีธรรมดา +  Ultimate กดสกิล 3 ให้โดดศัตรูและในระหว่างที่ Akali พุ่งถอยหลังเธอจะออกนอกวงสกิลติดตัวพอดีทำให้การโจมตีครั้งถัดไปแรงขึ้น กดสกิล 3 อีกครั้งหนึ่งและทำการโจมตีธรรมดา กดสกิล 2 เพื่อสร้างม่านควันให้ศัตรูโจมตีสวนเรากลับมาไม่ได้ กดสกิล 1 เพื่อสโลว์ จากนั้นกดสกิล Ultimate เพื่อเข้าประชิดตัว โจมตีธรรมดาเพราะการใช้ Ultimate ครั้งแรกจะทำให้สกิลติดตัวทำงานด้วย เมื่อระยะเวลาผ่านไปให้กดสกิล Ultimate อีกครั้ง *พยายามใช้ใส่แชมเปี้ยนที่เลือดน้อยๆ เพราะจะสร้างดาเมจที่รุนแรง สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  มีดาเมจที่รุนแรงตั้งแต่ต้นเกม มีสกิลเข้า และมีสกิลเอาตัวรอดในวงไฟต์ เป็นตัวล้วงที่ ADC / AD เกลียดอีกตัวหนึ่ง ( จะทำให้อีกฝ่ายเล่นเสี่ยงมากไม่ได้เพราะมีตัวล้วง ) สกิลม่านควันนอกจากจะทำให้ศัตรูมองไม่เห็น แต่เพื่อนร่วมทีมสามารถเห็นศัตรูในม่านควันได้ ข้อเสีย เล่นยากมาก ค่อยข้างบางต้องเข้าแล้วออก แพ้ CC แพ้แชมเปี้ยนที่มีพริ้วๆ หรือเข้าไม่ถึงตัวเช่น Vayne
06 Nov 2020
Dark Story: Origin เกมในตำนานกลับมาแล้ว !! พร้อมประกาศเปิด CBT และไอเทมสุดพิเศษ
กลับมาอีกครั้งกับผู้ให้บริการอย่าง Pangsky เป็นบริษัท Publisher ที่มีชื่อเสียงระดับโลกซึ่งก่อตั้งในเกาหลีใต้ในเดือนตุลาคม 2555 เผยแพร่เกมมือถือ [Master 고수] ที่ดัดแปลงมาจาก IP Top3 Webtoon ของเกาหลีใต้และเกม Fortress ที่เป็นที่รู้จักซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 10 ล้านคน Dark Story: Origin เกม MMORPG แนวจอมยุทธ์ เกมนี้ไม่มีอาชีพให้เลือก เราสามารถเลือกใช้อาวุธได้อย่างอิสระ อาวุธมีทั้งหมด 6 ชนิด กระบี่ ดาบ หมัด ทวน ธนู อาวุธลับ และเลือกฝึกวรยุทธ์ตามที่ต้องการเกม จอมยุทธ์สุดคลาสสิคที่ทุกคนคุ้นเคย โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าในวันที่ 5/11/2020 นี้ และ จะเปิด CBT ในวันที่ 12/11/2020 นี้  จนถึง 19/11/2020 โดยมีไอเทมมากมายๆ สำหรับผู้ลงทะเบียนล่วงหน้า รางวัลลงทะเบียน : บุกเบิกหมอหุน 1 ชิ้น คำภีร์ย้ายสถานที่ (10/30วัน) 1 ชิ้น หินจดจำสถานที่ 10 ชิ้น ยันต์ฝึกฝน (Lv.1~50) (3วัน) 1 ชิ้น ตั๋วแลก500ตำลึงเงิน 1 ชิ้น ระบบหลักของเกม การเลือกใช้อาวุธ และเลือกเรียนสกิลได้อย่างอิสระ PK ได้อย่างอิสระ (ในชาแนล PK โดยชาแนล PK จะได้รับ EXP & Drop เพิ่มขึ้น 20%) ตั้งค่า AI ในการใช้สกิลโจมตีอัตโนมัติ ระบบตั้งร้าน ขายของ และ รับซื้อของ ระบบเทรดของกับผู้เล่นด้วยกัน ปาร์ตี้กับเพื่อนๆเพื่อแชร์ค่าประสบการณ์ ระบบกิล รวบรวมยอดฝีมือเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง ชุดแฟชั่นหลากหลาย จอมยุทธ์ , นักรบ , นักฆ่า , พรรคกระยาจก และอื่นๆอีกมากมายกว่า 60 ชุด สัตว์เลี้ยง ที่เพิ่มความสามารถพิเศษให้กับตัวละคร บอสโลก สุดแกร่ง ที่ต้องรวมพลมาพิชิต ลงทะเบียนที่ : https://dso.panggame.com/home?fbclid=IwAR1jXcyA5RfXt8QFHZepLNElFdXMbcGYUplvG8fiKvyk7UuZtmBeE5RJszk Facebook : https://www.facebook.com/Dark-Story-Origin-104726468091212
05 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Draven "
เกม League of Legends: Wild Rift ในช่วงนี้ก็ใกล้จะถึงวัน Open Beta แล้ว ทางด้านผู้พัฒนาก็ได้นำแชมเปียนตัวใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ โดยหนึ่งในนั้นมีแชมเปี้ยนตัวโปรดของใครหลายๆ คนและเป็นตัวโปรดของสตรีมเมอร์ชื่อดังอย่าง  Tyler1 อีกด้วยนั่นคือ Draven ในวันนี้เราจะมาดูมีข้อมูลเบื่องต้น /การออกไอเทม / การจัดรูน / การแนะนำต่างๆ ไปจนถึงวิธีความโบของแชมเปี้ยนตัวนี้มาดูกันเลย! ชื่อ : Draven สาย :  ADC ตำแหน่ง : Dragon lane ระยะการโจมตี : กลาง / ไกล ระดับความยาก : 4/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว League of Draven CD :  0 วินาที การสังหารยูนิตหรือรับขวานจาก Spinning Axe จะมอบ Adoration หนึ่งขึ้น การสังหารสังหารแชมเปี้ยนจะมอบโบนัส 50 ทอง บวกด้วย 4 ต่อ Adoration หนึ่งขั้น *หาก Draven ตายจะสูญเสีย Adoration ที่สะสมไว้ครึ่งหนึ่ง สกิลที่ 1 Spinning Axe CD : 10 วินาที มานา 45 ได้รับ Spinning Axe ส่งผลให้การโจมตีครั้งถัดไปของเขาภายใน 6 วินาทีสร้างความเสียหายกายภาพเพิ่มเติม 55 หน่วย Spinning Axe จะกระเด็นออกจากเป้าหมาย เปิดโอกาสให้ Draven รับขวานคืน Draven สามารถถือควงขวานด้วยสกิลนี้ได้สองอันพร้อมกัน   สกิลที่ 2 Blood Rush CD : 12 วินาที มานา 40 ได้รับความเร็วโจมตี 20%  และความเร็วเคลื่อนที่ 40%  ซึ่งจะค่อยๆ ลดลงภายใน 1.5 วินาที *ถ้ารับ Spinning Axe ได้จะรีเฟรชคูลดาวน์ของ Blood Rush สกิลที่ 3 Stand Aside CD : 18 วินาที มานา 70 ขว้างขวานของเขา สร้างความเสียหายกายภาพ 75 หน่วย และผลักศัตรูให้กระเด็นออกไปด้านข้าง สโลว์พวกมัน 25%  เป็นเวลา 2 วินาที สกิลอัลติเมท Whirling Death CD : 80 วินาที มานา 100 เหวี่ยงขวานยักษ์ทั้งสอง สร้างความเสียหายกายภาพ 200 หน่วย และขวานจะพุ่งกลับมาหา Draven เมื่อพวกมันพุ่งไปถึงขอบแผนที่ / เมื่อโดนแชมเปี้ยน หรือเมื่อกดอีกครั้ง *สกิลนี้จะสร้างความเสียหายน้อยลงเมื่อโดนเป้าหมายหลายตัว ลดจนเหลือน้อยสุดที่ 40%  และเมื่อขวานย้อนกลับมาจะสร้างความเสียหายเต็มดาเมจเช่นเดิม   คำแนะนำการอัพสกิล แนะนำให้อัพสกิล 1 ก่อนเพราะว่าสามารถทำดาเมจได้แรงแม้จะช่วงต้นเกมและยังสามารถเก็บขวานที่กระเด็นเพื่อทำดาเมจต่อเนื่องได้ อัพสกิล 2 เพราะจะทำให้วิ่งเร็ว โจมตีเร็วและเมื่อคอมโบกับสกิล 1 ยังสามารถรีเซ็ตคูลดาวน์ได้อีกด้วย อัพสกิล 3 เพื่อสโลว์ศัตรูและสามารถผลักศัตรูที่เข้าประชิดเราให้กระเด็นออกได้ เลเวล 4 ให้กลับมาอัพสกิล 1 อีกรอบ *พยายามเน้นที่สกิล 1 เพราะช่วงกลาง - ท้ายเกมจะสร้างดาเมจได้มหาศาลมาก อัพสกิลอัลติเมทได้เลย แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Bloodthirster +65 พลังโจมตี Bloody : +15% ดูดเลือดกายภาพ Bloodsworn : ผลดูดเลือดกายภาพสามารถฟื้นฟูเกินพลังชีวิตสูงสุดและกลายเป็นโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 40-320 หน่วย โล่ป้องกันนั้นจะลดลงเรื่อยๆ หลังจากออกจากการต่อสู้มากว่า 10 วินาที 2.Infinity Edge +55% พลังโจมตี +25% อัตราคริติคอล Infinity : การโจมตีคริติคอลสร้างความเสียหาย +230% จากปกติที่เป็น 200% 3.Gluttonous Quicksilver Footwear : +40 % ความเร็วเคลื่อนที่ Seconds : +8% ดูดเลือดกายภาพ Thirds : +8% ดูดเลือดเวทย์ Quicksilver ( เอฟเฟคกดใช้ ) : ลบล้างสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับในขณะนั้นและได้รับความเร็วเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอีก 50% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( คูลดาวน์ 60 วินาที )   4.Rapid Firecannon +25% อัตราคริติคอล +35% ความเร็วโจมตี Hunter's Swiftness : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Energized : การเคลื่อนที่และการโจมตีจะสะสม Energry โดยเมื่อจะสมจนถึงระดับสูงสุด การโจมตีครั้งถัดไปจะสร้างโบนัสความเสียเวทย์ 50-120 หน่วย และกระตุ้นการทำงานของเอฟเฟค Energized ทั้งหมดออกมา Firecannon Barrel : สะสม Energry เร็วขึ้น 25% และการโจมตี Energized จะมีโบนัสจากระยะการโจมตี +150 หน่วย 5.Phantom Dancer +25% อัตรคริติคอล +35% ความเร็วโจมตี Spectral waltz : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Lifeline : ความเสียหายที่ทำให้เหลือ HP ต่ำกว่า 35% จะทำให้ผู้สวมใส่ได้รับโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 240-590 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ( คูลดาวน์ 90 วินาที )   6.Mortal Reminder +45 พลังโจมตี Last Whisper : เจาะเกราะ +35% Excutiomer's Calling : ความเสียหายกายภาพจะมอบสถานะบาดแผล Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัครูเป็นเวลา 5 วินาที Spell ที่แนะนำ Heal - สามารถใชฺ้ฮีลเพื่อนร่วมทีมและฮีลในสถานการณ์คับขันได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Dragon lane ช่วงต้นเกมนั้นพยายามอย่าแหลมเกินไปและเราสามารถบู๊ตให้ Draven เกิดไวๆ ได้เพราะเขามีสกิลติดตัวที่เพิ่มโบนัสเงินดังนั้นพยายามลาสครีปให้ได้มากทีสุด อีกข้อที่อย่าลืมว่าเขาเป็นแชมเปี้ยนที่เน้นสกิล 1 ในเป็นดาเมจหลักดังนั้นพยายามอย่าให้ขวานหมดคูลดาวน์ด้วยการโจมตีอะไรสักย่างจะครีปหรือแชมเปี้ยนศัตรูก็ได้ ในระหว่างนั้นถ้าอย่างเกิดไวๆ แนะนำให้อย่าตายเพราะจะทำให้เสียผลสกิลติดตัวที่สะสมไว้ครึ่งหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเกมท้ายเกมบอกเลยว่า Draven นี่แหละคือแครี่ดาเมจหลักของทีม ถึงจะเป็นแบบนั้นก็อย่าแหลมอย่าเดินนำเพื่อนเพราะเขาไม่มีสกิลหนึออกมาพยายามให้ซัพพอร์ตคอยเซฟเราอยู่ตลอดเวลาขอบอกเลยว่า โหดแน่นอน คอมโบการเล่น สำหรับคอมโบของ Draven นั้นไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก แต่ผู้เล่นต้องอาศัยสมาธิด้วยเพราะเมื่อปาขวานออกไปเราต้องตามไปเก็บขวาน ในขณะเดียวกันต้องระวังศัตรูโจมตีใส่ด้วย คอมโบนั้นดังนี้ : สกิล 1 + สกิล 2 + โจมตีธรรมดาและไปเก็บขวาน + สกิล 3 + โจมตีธรรมดาและไปเก็บขวาน + Ultimate ให้กดสกิล 1 เพื่อควงขวานเตรียมโจมตี กดสกิล 2 เพื่อเพิ่มความเร็วเคลื่อนที่และความเร็วโจมตี กดโจมตีธรรมดาเพื่อปาขวานออกไป จากนั้นเดินไปยังตำแหน่งที่ขวานกระเด็น กดสกิล 3 เพื่อผลักศัตรูและสโลว์ ปาขวานออกไปและเก็บขวานที่กระเด็น *โดยปกติแล้วเพียงเท่านี้ก็สามารถจัดการศัตรูได้แล้วแต่ถ้าจะทำดาเมจให้สูงสุดหรือไล่เก็บศัตรูที่หนีแนะนำให้กด Ultimate กดสกิล Ultimate เพื่อปาขวานปิดดาเมจศัตรูที่กำลังหนีหรือใช้อัดหน้าเลยก็ได้   สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  มีสกิลติดตัวที่เพิ่มเงินทำให้เกิดได้ไวขึ้น มีดาเมจที่แรงตั้งแต่ต้นเกม สามารถเป็นดาเมจหลักของทีมได้ Ultimate ใช้ได้ทั่วแผนที่ สกิล 2 สามารถใช้ได้แทบจะตลอดเวลาถ้าเก็บขวานที่กระเด็นออกมาได้ ข้อเสีย เล่นยากถึงยากมาก ไม่ค่อยมี CC มากนัก แพ้ทางแชมเปี้ยนที่มี CC เยอะๆ ต้องเตรียมสกิล 1 และเก็บขวานอยู่บ่อยๆ อาจโดนศัตรูใช้สกิลไปยังตำแหน่งที่ขวานกระเด็นได้
03 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Vayne " พร้อมสอนวิธี Combo
ก่อนอื่นต้องขออัพเดทก่อนเลยว่า League of Legends: Wild Rift ในตอนนี้ได้เปิดให้บริการแบบ Open Beta เรียบร้อยแล้วดังนั้นใครที่ยังไม่ได้เล่นรีบไปโหลดมาเล่นด่วนๆ ทีนี้กลับมาเข้าเรื่องก่อนเพราะวันนี้พวกเรา GameFeverTH มีแชมเปี้ยนสาย ADC ที่บางทีก็กลายเป็น Assassin ไปไล่ฆ่าไล่ตบศัตรูอย่าง Vayne มาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักโดยจะพาไปดูตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน วิธีออกไอเทม แนวทางการอัพสกิล และคอมโบสุดโหดของเธอกัน ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงมาพร้อมกันเลย! ชื่อ : Vayne สาย :  ADC / Assassin ตำแหน่ง :  Dragon lane ระยะการโจมตี : ไกล ระดับความยาก : 3/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Night Hunter CD :  0 วินาที ได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 30 หน่วยเมื่อเคลื่อนที่เข้าหาแชมเปี้ยนของศัตรู Final Hour : ได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 90 หน่วยแทน สกิลที่ 1 Tumble CD :  3.5 วินาที มานา 30 พุ่งไปข้างหน้าและเสริมพลังให้การโจมตีครั้งถัดไปของเธอสร้างความเสียหายกายภาพเพิ่มเติม 24 หน่วย Final Hour : เข้าสู่สถานะล่องหนเป็นเวลา 1 วินาทีเมื่อกดใช้สกิล *สกิลนี้ไม่สามารถพุ่งทะลุกำแพงหรือยูนิตต่างๆ ได้ สกิลที่ 2 Silver Bolts CD : 16 วินาที มานา 45 ติดตัว : ทุกการโจมตีหรือการใช้สกิลติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 กับเป้าหมายตัวเดิมจะสร้างความเสียหายจริงเพิ่มเติมเท่ากับ 3% ของพลังชีวิตสูงสุดของศัตรู กดใช้ : ได้รับความเร็วโจมตี 40% สำหรับการโจมตี 3 ครั้งถัดไปภายใน 5 วินาทีและฟื้นฟูพลังชีวิตเท่ากับ 60% ของความเสียหายที่สกิลนี้ทำได้ สกิลที่ 3  Condemn CD :  18 วินาที มานา 90 ยิงลูกธนูที่สร้างความเสียหายกายภาพ 50 หน่วยพร้อมผลักศัตรูออกไปยังทิศทางที่ยิง หากศัตรูกระเด็นไปที่กำแพง พวกเขาจะได้รับดาเมจกายภาพ 75 หน่วยเพิ่มเติมและสตั๊นเป็นเวลา 1.5 วินาที สกิลอัลติเมท Final Houe CD : 100 วินาที มานา 80 ได้รับพลังโจมตี 20 หน่วยและเพิ่มประสิทธิภาพของ Night Hunter เป็นเวลา 8 วินาที *เมื่อแชมเปี้ยนที่ได้รับความเสียหายจาก Vayne ตายภายใน 3 วินาทีระยะเวลาของ Final Hour จะเพิ่มขึ้นเป็นเวลา 4 วินาที โดยเพิ่มได้สูงสุด 8 วินาที คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 1 ก่อนเพื่อช่วยให้สามารถหลบหลีกการโจมตีของศัตรูหรือพุ่งเข้าไปทำดาเมจได้ อัพสกิล 2 ต่อไปเลยเพราะจะได้รับผลติดตัวที่การโจมตีเป้าหมายเดิมครั้งที่ 3 จะมีดาเมจที่รุนแรงขึ้น อัพสกิล 3 เพื่อใช้ในการผลักศัตรูออกหรือผลักใส่กำแพงให้สตั๊น กลับมาย้ำที่สกิล 2 เพื่อให้การโจมตีครั้งที่ 3 รุนแรงขึ้น อัพสกิลอัลติเมททำให้สามารถกดสกิล 1 เพือรับเอฟเฟคล่องหนได้อีกด้วย แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Blade of The Ruined King +30 พลังโจมตีกายภาพ +30%  ความเร็วโจมตี Thirst : ดูดเลือดกายภาพ +10% Ruined Strikes : การโจมตีจะสร้างโบนัสความเสียหายจำนวน 6% ของ HP ปัจจุบันของศัตรู และจะสร้างความเสียหายแก่มอนส์เตอร์เป็นจำนวน 15-60 หน่วย Drain : การโจมตีปกติหรือสกิลใส่แชมเปี้ยนครบ 3 ครั้งจะสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่ม 30-100 หน่วย และขโมย 25%  ของความเร็วเคลื่อนที่จากเป้าหมายเป็นเวลา 3 วินาที ( CD 60 วินาที ) 2.Phantom Dancer +25% อัตรคริติคอล +35% ความเร็วโจมตี Spectral waltz : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Lifeline : ความเสียหายที่ทำให้เหลือ HP ต่ำกว่า 35% จะทำให้ผู้สวมใส่ได้รับโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 240-590 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ( คูลดาวน์ 90 วินาที ) 3.Gluttonous Quicksilver Footwear : +40 % ความเร็วเคลื่อนที่ Seconds : +8% ดูดเลือดกายภาพ Thirds : +8% ดูดเลือดเวทย์ Quicksilver ( เอฟเฟคกดใช้ ) : ลบล้างสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับในขณะนั้นและได้รับความเร็วเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอีก 50% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( คูลดาวน์ 60 วินาที ) 4.Infinity Edge +55% พลังโจมตี +25% อัตราคริติคอล Infinity : การโจมตีคริติคอลสร้างความเสียหาย +230% จากปกติที่เป็น 200% 5.Rapid Firecannon +25% อัตราคริติคอล +35% ความเร็วโจมตี Hunter's Swiftness : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Energized : การเคลื่อนที่และการโจมตีจะสะสม Energry โดยเมื่อจะสมจนถึงระดับสูงสุด การโจมตีครั้งถัดไปจะสร้างโบนัสความเสียเวทย์ 50-120 หน่วย และกระตุ้นการทำงานของเอฟเฟค Energized ทั้งหมดออกมา 6.Guardian Angel +45 พลังโจมตี +40 เกราะ Resurrect : เมื่อได้รับความเสียหายจนถึงตายจะฟื้นฟูพลังชีวิตพื้นฐาน 50% และมานา 30% หลังอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง Stasis 4 วินาที ( CD 180 วินาที Spell ที่แนะนำ Heal - สามารถใชฺ้ฮีลเพื่อนร่วมทีมและฮีลในสถานการณ์คับขันได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Dragon lane ในช่วงต้นเกมนั้นบอกได้เลยว่า Vayne มีดาเมจที่น้อยกว่าแชมเปี้ยนสาย ADC ส่วนใหญ่มากๆ ดังนั้นพยายามใจเย็นๆ รอไอเทมประมาณ 2 - 3 ชิ้นก่อนถึงค่อยเล่นแบบเสี่ยงๆ ได้ ขอแนะนำว่าเวลาใช้สกิล 1 ก่อนพุ่งนั้นอย่าพุ่งสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าพุ่งผิดจะไม่มีสกิลหนี และสกิล 3 พยายามใช้ให้ศัตรูถูกผลักชนกำแพงเพราะถ้าผลักออกไปด้านหน้ามันอาจจะกลายเป็นการช่วยให้ศัตรูหนีไปก็ได้  อีกข้อที่สำคัญที่สุดในการเล่นแชมเปี้ยนตัวนี้ก็คือพยายามล็อคยิงเป้าหมายตัวเดิมเพราะอย่าลืมว่าในการโจมตีครั้งที่ 3 นั้นจะเพิ่มดาเมจที่รุนแรงยิ่งถ้าเป็นช่วงเลทๆ เกมบอกเลยว่าศัตรูที่ถูกโจมตีเพียง 3 ครั้งเลือดก็เกือบหมดหลอดแล้ว คอมโบการเล่น จริงๆ แล้วคอมโบของ Vayne นั้นมีหลายแบบมากๆ แต่ขอแนะนำคอมโบชุดนี้ที่จะเน้นสังหารศัตรูได้แน่นอน สกิล 2 +   สกิล 1 + โจมตีธรรมดา + สกิล 3  +  Ultimate + โจมตีธรรมดา + สกิล 1 กดสกิล 2 เพื่อเพิ่มความเร็วในการโจมตี กดสกิล 1 เพื่อพุ่งเข้าหาศัตรูเพื่อเพิ่มดาเมจในการโจมตีครั้งถัดไป และเราจะวิ่งไวขึ้นเพราะผลของสกิลติดตัว ( พยายามพุ่งแนวทแยงอย่าพุ่งตรงๆ เพราะมีสิทธิ์โดนสวนได้ ) จากนั้นโจมตีธรรมดา 1 ครั้ง และกดสกิล 3 ให้ศัตรูถูกผลักชนกับกำแพงจนสตั๊น จากนั้นกด Ultimate เพิ่มดาเมจ และยิงศัตรู ( ตรงจุดนี้ศัตรูจะได้รับดาเมจจริงด้วยเพราะมีผลติดตัวของสกิล 2 )เพื่อสังหารจะทำให้สกิลมีผลนานขึ้น และใช้สกิล 1 เพื่อล่องหน *จากตรงจุดนี้จะสู้ต่อหรือหนีออกมาจากวงไฟต์ก็ได้ สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  เป็น ADC ที่สามารถเอาตัวรอดได้ มีสกิลผลักศัตรูที่เข้ามาล้วง ถ้าพริ้วๆ เลทเกมสามารถ 1-1 กับแชมเปี้ยนศัตรูได้เก่งมาก พยายามอย่าเพิ่งรอไอเทมประมาณ 2-3 ชิ้นดังนั้นในช่วงต้นเกมใจเย็นๆ นะครับ ข้อเสีย ต้นเกมมีดาเมจที่น้อยมากๆ เล่นยากในระดับนึง แพ้ CC และค่อนข้างบาง สกิล 1 ไม่สามารถใช้พุ่งทะลุกำแพงได้ บางที่ก็พริ้วเกินจนซัพพอร์ตทีมตัวเองตามไม่ทัน 555
03 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Ezreal " พร้อมสอนวิธี Combo
สวัสดีเหล่าชาวซัมมอนเนอร์ทุกคนวันนี้กลับมาเจอกันอีกครั้งใน League of Legends: Wild Rift พวกเรา GameFeverTH นั้นได้ทำการรวบรวมข้อมูลข่าวสารรวมถึงไกด์ต่างๆ ภายในเกมมากมายเพื่อทุกคน และในวันนี้ขอแนะนำแนวทางการเล่นแชมเปี้ยนตำแหน่ง ADC / AD สุดเท่ สุดหล่อและสุดโหดสำหรับใครหลายๆ คนอย่าง Ezreal เราจะพามาดูตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานไปจนแนวทางการเล่นคอมโบของตัวละครนี้ มาดูกันเลย! ชื่อ : Ezreal สาย : ADC / AD ตำแหน่ง : Dragon lane / Mid lane ระยะการโจมตี : ไกล ระดับความยาก : 2/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Rising Spell Force CD : 0 วินาที ได้รับความเร็วโจมตี 12.5% เป็นเวลา 8 วินาที เมื่อใช้สกิลโดนเป้าหมาย ผลติดตัวนี้สามารถซ้อนทับกันได้สูงสุด 4 ขั้น สกิลที่ 1 Mystic Shot CD : 5.3 วินาที มานา 25 ยิงศรพลัง สร้างความเสียหายกายภาพ 100 หน่วย *ถ้าสกิลนี้้โดนเป้าหมาย จะลดคูลดาวน์ของสกิลอื่นๆ ลง 1.5 วินาที **สกิลนี้สามารถทำดาเมจพิเศษของการโจมตีได้ สกิลที่ 2 Essence Flux CD : 12 วินาที มานา 50 ยิงลูกพลังที่จะติดกับแชมเปี้ยน มอนเตอร์ระดับสูงและสิ่งก่อสร้างเป็นเวลา 4 วินาที *การโจมตีเป้าหมายด้วยการโจมตีปกติหรือสกิลจะทำให้ลูกพลังระเบิดสร้างความเสียหายเวทย์ 80 หน่วย และได้รับมานา 60 หน่วยคืน สกิลที่ 3  Arcane Shift CD : 19 วินาที มานา 90 วาร์ปไปยังตำแหน่งเป้าหมายและยิงลูกศรพลัง สร้างความเสียหายเวทย์ 80 หน่วย *จะเล็งศัตรูที่โดนสกิล 2 ก่อนเสมอ   สกิลอัลติเมท  Tureshot Barrage CD : 80 วินาที มานา 100 ยิงคลื่นพลังงานสร้างความเสียหายเวทย์ 350 หน่วย และสร้างความเสียหายลดลง 50% แก่มินเนี่ยนและมอนสเตอร์ระดับต่ำ   คำแนะนำการอัพสกิล ให้อัพสกิล 1 ก่อนเพราะมีคูลดาวน์ที่ไวและยังสามารถใช้เพื่อลดคูลดาวน์สกิลอื่นๆ ได้ อัพสกิล 2 เพื่อเพิ่มดาเมจในการโจมตีธรรมดาหรือใช้สกิล อัพสกิล 3 เพื่อคอมโบกับสกิล 2 กลับไปย้ำที่สกิล 1 อัพอัลติเมทได้เลย แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Manamune +25 พลังโจมตี +300 มานาสูงสุด +10% ลดคูวดาวน์ Awe : ได้รับพลังโจมตีเท่ากับ 1% ของมานาสูงสุด และคืน 15 % ของมานาทั้งหมดที่ใช้ไป Mana Charge : เพิ่มมานาสูงสุด 8 หน่วยทุกครั้งที่โจมตีหรือใช้มานา จำกัดสูงสุดที่ 700 หน่วย และแปลง Manamune ให้กลายเป็น Muramana ทำงานสูงสุด 3 ครั้งทุกๆ 12 วินาที คุณสามารถมีไอเทม Tear of the Goddess ได้ครั้งละหนึ่งชิ้นเท่านั้น   2.Trinity Force +200 พลังชีวิตสูงสุด +20 พลังโจมตี +40% ความเร็วโจมตี +300 มานาสูงสุด +20% ลดคูลดาวน์ Fervor : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Spellblade : การใช้สกิลจะทำให้การโจมตีปกติครั้งถัดไปสร้างโบนัสความเสียหายกายภาพ +200% พลังโจมตีพื้นฐาน ( CD 1.5 วินาที ) Rage : การโจมตีจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วย และการสังหารศัตรูจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 60 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาทีโดยผลทั้ง 2 จะไม่ซ้อนทับกัน 3.Gluttonous Quicksilver Footwear : +40 % ความเร็วเคลื่อนที่ Seconds : +8% ดูดเลือดกายภาพ Thirds : +8% ดูดเลือดเวทย์ Quicksilver ( เอฟเฟคกดใช้ ) : ลบล้างสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับในขณะนั้นและได้รับความเร็วเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอีก 50% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( คูลดาวน์ 60 วินาที ) 4.Blade of The Ruined King +30 พลังโจมตีกายภาพ +30%  ความเร็วโจมตี Thirst : ดูดเลือดกายภาพ +10% Ruined Strikes : การโจมตีจะสร้างโบนัสความเสียหายจำนวน 6% ของ HP ปัจจุบันของศัตรู และจะสร้างความเสียหายแก่มอนส์เตอร์เป็นจำนวน 15-60 หน่วย Drain : การโจมตีปกติหรือสกิลใส่แชมเปี้ยนครบ 3 ครั้งจะสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่ม 30-100 หน่วย และขโมย 25%  ของความเร็วเคลื่อนที่จากเป้าหมายเป็นเวลา 3 วินาที ( CD 60 วินาที ) 5.Death's Dance +300 พลังชีวิตสูงสุด +35 พลังโจมตี +10% อัตรการลดคูลดาวน์ Dance : +10% ดูดเลือดกายภาพ Cauterize : 30% ของความเสียหายที่ศัตรูได้รับจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานะเลือดไหลที่มีระยะเวลา 3 วินาที 6.Mortal Reminder +45 พลังโจมตี Last Whisper : เจาะเกราะ +35% Excutiomer's Calling : ความเสียหายกายภาพจะมอบสถานะบาดแผล Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัครูเป็นเวลา 5 วินาที   Spell ที่แนะนำ Heal - สามารถใชฺ้ฮีลเพื่อนร่วมทีมและฮีลในสถานการณ์คับขันได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Dragon lane ในช่วงต้นเกมนั้นพยายามอย่าไปในโซนลึกของเลนอีกฝั่งมากนักเพราะสำหรับ Ezreal นั้นอาจจะต้องอาศัยสกิลและไอเทมในระดับนึงดังนั้นพยายามยิงลาสครีปและตอดเลือดของศัตรูไปก่อน และเมื่อถึงช่วงที่มีอัลติหรือมีไอเทมให้เราใส่คอมโบได้เต็มที่ แต่ข้อควรระวังคือสกิล 3 ที่ใช้ในการวาร์ปเข้าถึงตัวของศัตรูพยายามอย่าวาร์ปไปใกล้ศัตรูจนเกินไป หรือวาร์ปจนเราอยู่ไกลจากเพื่อนร่วมทีมเพราะจากที่กำลังไล่ตีอีกฝ่ายอาจจะกลายเป็นการโดนสวนกลับและโดนฆ่าได้เพราะ Ezreal นั้นก็บางในระดับนึงเลย. คอมโบการเล่น สกิล 2 + สกิล 1 + สกิล 3 + โจมตีธรรมดา  + Ultimate สกิล 2 เพื่อเพิ่มดาเมจในการโจมตีครั้งต่อไป แนะนำให้ใช้สกิล 1 ต่อเพราะถ้าใช้สกิล 3 อาจจะโดนสวนได้ แต่ถ้าแน่ใจว่าเข้าได้หรืออีกฝ่ายไม่สวนแน่นอนให้สกิล 3 ก่อนก็ได้เพราะสกิลนี้จะโจมตีแบบล็อคเป้าหมายที่โดนสกิล 2 มาร์กไว้ กดสกิล 3 เพื่อเข้าถึงศัตรูได้ง่ายขึ้น ( หรือกดสกิล 1 ถ้ากดสกิล 3 ก่อน ) โจมตีธรรมดาโดยรักษาระยะห่าง ใช้ Ultimate เพื่อจัดการศัตรูที่กำลังหนี สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  มีดาเมจคอมโบที่รุนแรง ต้องรอไอเทมประมาณ 2-3 ชิ้น เป็น ADC ที่มีสกิลหนี อัลติเมทสามารถใช้ได้ทั่วทั้งแมพ ข้อเสีย ไม่มี CC ค่อนข้างบางในระดับนึง ถ้าเจอแชมเปี้ยนที่มีสกิลแบบไม่ตกเป็นเป้าหมาย เช่น Master Yi อาจจะเสียเปรียบได้
03 Nov 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Darius "
หลังจาก League of Legends: Wild Rift มีอัพเดทใหญ่และนำแชมเปี้ยนใหม่ๆ จากในเวอร์ชั่น PC เข้ามาสร้างเสียงถูกใจให้กับแฟนๆ ของแชมเปี้ยนแต่ละตัวเป็นอย่างมาก และหนี่งในนั้นคือ " Darius " จอมสับขวัญใจใครหลายๆ คนวันนี้พวกเราได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์และลองเล่นมาแล้ว จึงขอนำข้อมูลพื้นฐาน การออกไปเทม แนวทางการยืนเลย และคอมโบแบบละเอียดมาของแชมเปี้ยนตัวนี้กันมาดูกันเลย ชื่อ : Darius สาย :  Fighter ตำแหน่ง : Top lane ระยะการโจมตี : ใกล้ ระดับความยาก : 4/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Hemorrhage CD : 0 วินาที การโจมตีปกติทำให้ศัตรูเสียเลือด สร้างความเสียหายกายภาพ 12 หน่วย เป็นเวลา 5 วินาที สามารถสะสมได้สูงสุด 5 ขั้น เมื่อศัตรูสะสม Hemorrhage จนถึงขั้นสูงสุด Darius จะได้รับ Noxian Might เป็นเวลา 5 วินาที ระหว่างนี้เขาจะได้รับพลังโจมตี 29 หน่วยและการโจมตีจะทำให้ศัตรูติด Hemorrhage ขั้นสูงสุดจากปกติเพิ่มแค่ 1 ขั้น สกิลที่ 1 Decimate CD : 9.5 วินาที มานา 35 ควงขวานของเขาหลังจากการดีเลย์ สร้างดาเมจกายภาพ 39 หน่วย โจมตีศัตรูด้วยใบมีดของขวานจะสร้างดาเมจกายภาพ 110 หน่วย และฮีลตัวเองเป็นจำนวน 12%  ของจำนวน HP ที่เสียไปของแชมเปี้ยนแต่ละตัวที่โจมตี ( สูงสุด 36%  ) และส่งผลแก่ Hemorrhage ด้วย สกิลที่ 2 Crippling Strike CD : 6.5 วินาที มานา 30 เพิ่มพลังให้การโจมตีครั้งถัดไปของเขาเป็นเวลา 8 วินาทีเพื่อสร้างดาเมจกายภาพ 21 หน่วยเพิ่มเติมและสโลว์ 90%  เป็นเวลา 1 วินาที สกิลที่ 3  Apprehend CD : 18 วินาที มานา 45 Passive : รับ 15%  เจาะเกราะ กดใช้ : ดึงศัตรูที่อยู่ข้างหน้าเข้ามา และสโลว์พวกเขาลง 40%  เป็นเวลา 1 วินาที สกิลอัลติเมท Noxian Guillotine CD : 80 วินาที มานา 100 กระโจนเพื่อสังหารแชมเปี้ยน สร้างดาเมจจริง 100 หน่วยเพิ่มขึ้น 20%  ต่อการสะสมในแต่ละครั้งของ Hemorrhage และส่งผล Hemorrhage ถ้าสามารถใช้สกิลนี้สังหารศัตรูได้จะรีเฟรชคูลดาวน์และมอบผล Noxian Might เป็นเวลา 5 วินาทีและส่งผลให้มินเนี่ยนและมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้เคียงหนีออกไปเป็นเวลา 1.5 วินาที   คำแนะนำการอัพสกิล ให้อัพสกิล 1 ก่อนเพราะสามารถสร้างดาเมจและเด้งเลือดให้กับ Darius ได้ อัพสกิล 2 เพื่อเพิ่มดาเมจและสโลว์ศัตรูทำให้ใช้สกิล 1 ได้ง่ายขึ้น ตามด้วยสกิล 3 เพื่อดึงศัตรูเข้ามา กลับมาย้ำสกิล 1 สำหรับ Darius แนะนำให้ย้ำที่สกิล 1 อัพสกิล Ultimate ได้เลย. แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น   1.Black Cleaver +350 พลังชีวิตสูงสุด +30 พลังโจมตี +20% ลดคูลดาวน์ Sunder : การสร้างความเสียหายกายภาพแก่แชมเปี้ยนจะลดเกราะเป้าหมายลง 4 % เป็นเวลา 6 วินาที ผลนี้สามารถทับซ้อนได้สูงสุด 24% Rage : การสร้างความเสียหายกายภาพจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วยและการสังหารศัตรูได้จะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 60 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาทีโดยผลทั้ง 2 จะไม่ซ้อนทับกัน 2.Death's Dance +300 พลังชีวิตสูงสุด +35 พลังโจมตี +10% อัตรการลดคูลดาวน์ Dance : +10% ดูดเลือดกายภาพ Cauterize : 30% ของความเสียหายที่ศัตรูได้รับจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานะเลือดไหลที่มีระยะเวลา 3 วินาที 3.Ionian Protobelt Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Lucidty : ลดคูลดาวน์ +10% Summoned : ลดคูลดาวน์เวทย์ลง 10% Protobelt ( กดใช้) : พุ่งไปข้างหน้าแล้วปล่อยมิสไซส์ในพื้นที่รูปกรวย สร้างความเสียหายเวท 75-145 หน่วย ถ้าแชมเปี้ยนหรือมอนสเตอร์โดนมิสไซส์มากกว่า 1 ลูกลูกอื่นๆ จะสร้างความเสียหายเพียง 10% เท่านั้น ( CD 60 วินาที ) 4.Maw of Malmortius +45 พลังโจมตี +35 ต้านทานเวทย์ 10% ลดคูลดาวน์ Lifeline : ความเสียหายเวทย์ที่ทำให้เหลือพลังชีวิตต่ำกว่า 35% จะทำให้คุณได้รับโล่ป้องกันความเสียหายเวทย์ 350 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ( คูลดาวน์ 90 วินาที ) Lifegrip : เมื่อ Lifeline ทำงานจะมอบพลังโจมตี 30 หน่วยพร้อมกับดูดเลือดกายภาพ 10% และดูดเลือดเวทย์ 10% จนกว่าจะออกจากการต่อสู้ 5.Bloodthirster +65 พลังโจมตี Bloody : +15% ดูดเลือดกายภาพ Bloodsworn : ผลดูดเลือดกายภาพสามารถฟื้นฟูเกินพลังชีวิตสูงสุดและกลายเป็นโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 40-320 หน่วย โล่ป้องกันนั้นจะลดลงเรื่อยๆ หลังจากออกจากการต่อสู้มากว่า 10 วินาที 6.Guardian Angel +45 พลังโจมตี +40 เกราะ Resurrect : เมื่อได้รับความเสียหายจนถึงตายจะฟื้นฟูพลังชีวิตพื้นฐาน 50% และมานา 30% หลังอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง Stasis 4 วินาที ( CD 180 วินาที Spell ที่แนะนำ Heal - สามารถใชฺ้ฮีลเพื่อนร่วมทีมและฮีลในสถานการณ์คับขันได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Top lane สำหรับ Darius นั้นถือได้ว่าเป็นแชมเปี้ยนอันดับต้นๆ ที่ยืนในตำแหน่ง Top lane แข็งและโหดมากๆ แต่ผู้เล่นต้องมีจังหวะและชั้นเชิงสักหน่อย อย่างเช่น สกิล 1 นั้นมีดีเลย์ถ้าเรารีบใช้หรือใช้ช้าไปก็อาจจะไม่โดนศัตรูได้ หรือสกิล 2 ที่เพิ่มดาเมจถ้าเข้าไม่ถึงตัวตีศัตรูไม่ได้ผลสกิลหมดก็จบ ดังนั้นขอแนะนำเลยว่าพยายามเข้าประชิดตัวศัตรูให้ได้มากที่สุดเพื่อสามารถใช้สกิลต่างๆ ได้ และยังสามารถใช้สกิล 3 เพื่อดึงศัตรูเข้ามาประชิดตัวได้อีกด้วย และแชมเปี้ยนอย่าง Darius นั้นขอแนะนำถ้าเกมตามอย่าเข้าจังหวะแรกถ้าเจอ ADC ที่ยืนดีๆ ไม่ทันถึงตัวเราแตกก่อนแน่ ให้เข้าจังหวะ 2 ที่ ADC หรือตัวบางๆ หมดสกิลหนีแล้วให้เราเข้าประชิดคอมโบต่างๆ และสับด้วย Ultimate บอกเลยว่า โหด! คอมโบการเล่น สกิล 3  + โจมตีธรรมดา + สกิล 2 + โจมตีธรรมดา + สกิล 1 +โจมตีธรรมดา 2 ครั้ง + Ultimate ให้ใช้สกิล 3 เพื่อดึงศัตรูมาประชิดตัวและโจมตีธรรมดาเพื่อรับผลสกิลติดตัว 1 ขั้น กดสกิล 2 เพื่อบัพดาเมจพร้อมกับสโลว์ศัตรูและโจมตีธรรมดาอีก 1 ครั้ง กดสกิล 1 เพื่อหมุนขวานและรับผลสกิลติดตัวอีก 1 ขั้น จากนั้นโจมตีธรรมดาอีก 2 ครั้ง กด Ultimate ได้เลยดาเมจจะเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนผลของสกิลติดตัวที่สะสมได้ในแต่ละขั้น สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  เป็นแชมเปี้ยนที่ยืนเลยแข็ง สามารถทำดาเมจได้มหาศาล ถ้าเกมนำฟาร์มจนเกิดสามารถสู้ 5 - 1 ได้ Ultimate ถ้าสังหารได้จะรีคูลดาวน์สามารถใช้ต่อได้เลย เป็นแชมเปี้ยนพลิกเกมอีกหนึ่งตัว ข้อเสีย มี Movement การเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าแชมเปี้ยนส่วนใหญ่ เกมตามอาจจะเล่นยาก ถ้ากดสกิล Q ไวไปอาจจะทำดาเมจไม่ทันและเลือดไม่เด้งอาจตายได้ ถ้าเพื่อนลาสตอนจะอัลติอาจจะทำให้ไม่ได้รับการรีคูลดาวน์จะทำให้ดาเมจหายไปจำนวนมาก
03 Nov 2020
Genshin Impact: รายละเอียดและข้อมูลการอัพเดทแพทช์ 1.1 ที่คุณควรรู้!
สวัสดีเหล่านักผจญภัยในเกม Genshin Impact ทุกท่าน วันนี้พวกเรา GameFeverTH ได้นำข้อมูลเกี่ยวกับการอัพเดทแพทช์ 1.1 ที่จะปูทางไปสู่การอัพเดทครั้งยิ่งใหญ่ในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ ซึ่งในวันนั้นจะมีการเพิ่มโซนใหม่อย่าง Dragonspine Mountains พร้อมกับกิจกรรมใหม่ ๆ ในเกม แต่สำหรับบทความนี้ขอนำข้อมูลของแพทช์ 1.1 ที่กำลังจะมาถึงมือทุกคนในเร็วๆ นี้ เพื่อให้ทุกคนได้รู้และเตรียมพร้อมกับการอัพเดทครั้งนี้ ขอบอกเลยว่าไม่ควรพลาด! 1.Genshin Impact Update 1.1 จะปล่อยตอนไหน? สำหรับ Genshin Impact แพทช์ 1.1 นั้นจะเริ่มปล่อยในวันที่ 13 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ แต่ทางผู้พัฒนาอย่าง MiHoYo ยังไม่ได้เผยว่ากระบวนการขั้นตอนจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด หรือในเวลาไหน แต่จากหลายๆ แหล่งข่างก็คาดการณ์ไว้ว่าในช่วงอัพเดทตัวเกมจะออฟไลน์เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง ซึ่งถ้ามีข้อมูลใหม่ๆ ทางพวกเราจะรีบนำมาอัพเดทให้ทุกคนทันที.   2.เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ -สำหรับการอัพเดทแพทช์ 1.1 นั้นจะไม่มีการเพิ่มโซนใหม่ๆ หรือส่วนของเนื้อเรื่องเข้ามา แต่จะนำคุณสมบัติเล็กๆ น้อยๆ มากมายที่แสดงให้เห็นได้ชัดว่าผู้พัฒนานั้นใส่ใจเอามากๆ และในแง่ของเควสเนื้อเรื่องนั้นการอัพเดท 1.1 จะมีการปิดท้ายบทที่ 1 โดยจะจบลงด้วยการต่อสู้กับบอสตัวใหม่กับตัวละครอย่าง Childe ซึ่งเป็น NPC ในเกม ( ข่าวดีคือเขาจะกลายเป็นตัวละครที่สามารถเลือกเล่นได้ในแพทช์ 1.1 นี้ ) โดยผู้เล่นสามารถพบกับเขาครั้งแรกได้ในขณะที่ทำเควสเนื้อเรื่องของ Liyue -ต่อด้วยคุณสมบัติที่น่าตื่นเต้นสำหรับใครหลายๆ คนนั่นคือระบบชื่อเสียงที่จากเดิมมีแค่ Liyue และ Mondstadt แต่ในครั้งนี้จะมีในทุกพื้นที่ของเกม โดยแต่ละภูมิภาคจะมีระดับชื่อเสียงของตัวเองที่เพิ่มขึ้นเมื่อผู้เล่นทำเควสเสริมและทำกิจกรรมรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า รางวัล / คำขอร้อง แต่รางวัลสำหรับทั้งสองกิจกรรมนี้ยังคงเป็นความลับอยู่. -ระบบ Inventory ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยผู้เล่นจะสามารถที่จะล็อคไอเท็มบางอย่างที่เราจะเก็บไว้ได้ เพื่อป้องการไม่ให้ถูกลบ / ถูกขายหรือใช้ในการอัพเกรดไอเทมอื่นๆ ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ และทางผู้พัฒนาก็ได้ออกมายืนยันว่าหลังจากอัพเดทระบบนี้จะมีชุดฟิลเตอร์รูปแบบใหม่เพื่อให้ผู้เล่นสามารถที่จะจัดระเบียบสิ่งต่างๆ ที่สวมใส่ได้รวดเร็วและง่ายขึ้น.    ยังมีการอัพเดทเล็กๆ น้อยๆ ที่จะมาในแพทช์ 1.1 ที่ต้องนำมาบอกทุกคนตามนี้เลย : ตารางสรุปข้อมูลแบบใหม่ที่จะแสดงรายการของมอนสเตอร์และทรัพยากรที่เราสามารถพบได้รอบๆ เมือง Teyvat ตัวเลือกมุมกล้องที่ดีกว่าเดิมที่จะเข้ามาช่วยลดการซูมเข้าซูมออกมากเกินไป ตัวละครที่ออกไปสำรวจยังคงใช้ในปาร์ตี้ได้ เมื่อเลเวลตัวละครหรืออาวุธมีค่า Exp. ที่เป็นส่วนเกินทางระบบจะคืนส่วนเหล่านั้นให้แก่ผู้เล่นกลับมาในรูปแบบของทรัพยากรต่างๆ ตามความเหมาะสม เพิ่มอาวุธระดับ 5 ดาวใหม่ทั้งหมดอย่างละ 1 ชิ้นให้อาวุธแต่ละประเภท *จากข้อมูลที่ได้รู้มาจาก Reddit อาวุธระดับ 5 ทั้งหมดนั้นจะมีความสามารถเหมือนกันดังนี้ : "เพิ่มความแข็งแกร่งของโล่ขึ้น 20 % เป็นเวลา 8 วินาทีหลังจากใช้งานโล่ เมื่อโจมตีจะเพิ่มการโจมตี 4% สูงสุด 5 สแต็คเป็นเวลา 0.3 วินาที และเมื่อได้รับการปกป้องด้วยโล่จะเพิ่มเอฟเฟกต์บัฟโจมตีข้างต้น 100 % " เพิ่มเครื่องเทเลพอร์ตแบบพกพาที่ผู้เล่นสามารถวางไว้ตรงส่วนไหนของโลกก็ได้ และจะสามารถใช้งานมันได้เป็นเวลา 7 วัน เพิ่มขวด Anemo Bottle ช่วยให้ผู้เล่นสามารถจับวิญญาณแห่งสายลมและจะปล่อยเมื่อใดก็ได้เพื่อกระตุ้นในเกิดลมกระโชกพาเราลอยสูงขึ้นไปร่อนได้ เพิ่มปุ่มลัดสำหรับรายการอาหารเพื่อให้ผู้เล่นสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องเปิดกระเป๋าให้เสียเวลา เพิ่มหม้อทำอาหารแบบพกพาเพื่อให้สามารถเตรียมสูตรและทำอาหารได้ทุกที่ เพิ่มไอเทมที่ช่วยให้ง่ายต่อการตามหาหีบที่ยังไม่เปิดและช่วยค้นหา Anemoculi หรือ Geoculi ที่ซ่อนอยู่ 3.เพิ่มตัวละครใหม่ ในระยะเวลาต่อจากนี้ในอนาคตคาดว่า Genshin Impact นั้นจะทำการเพิ่มตัวละครใหม่ๆ อีกหลายสิบตัว เพราะจริงๆ แล้วทางทีมงาน MiHoYo ได้มีการทดสอบตัวละครใหม่ๆ ในระบบ Close Beta มากมายและยังมีตัวละครที่เป็น NPC ที่ในอนาคตผู้เล่นก็จะสามารถเล่นได้เช่นกัน แต่สำหรับแพทช์ 1.1 นี้ เราได้รับข่าวลือมาว่าทางทีมงานจะเพิ่มตัวละครใหม่เข้ามา 4-5 ตัว : Xiao ตัวละครธาตุ Anemo ( ธาตุลม ) ผู้ใช้หอกมีสามารถในการแปลงร่างเป็นปีศาจที่จะเพิ่มค่าสเตตัสต่างๆ ให้สูงขึ้น แต่ต้องแลกกันจำนวน HP ที่ลดลงเรื่อยๆ Zhongli ตัวละครธาตุ Geo ( ธาตุดิน ) ผู้ใช้หอกมีความสามารถในการทำลายวัตถุ Geo รอบๆ ตัวเขาและเรียกดาวตกที่สามารถทำให้ศัตรูกลายเป็นหินไปชั่วระยะเวลาหนึ่งได้. Childe ตัวละครธาตุ Hydro ( ธาตุน้ำ ) ผู้ใช้ธนูมีความสามารถในการเปลี่ยนธนูให้กลายเป็นอาวุธระยะประชิดได้ด้วยทักษะธาตุของเขา ทำให้เขาเป็นตัวละครที่สามารถสลับการต่อสู้ 2 รูปแบบได้อย่างรวดเร็ว. Xinyan ตัวละครธาตุ Pyro ( ธาตุไฟ ) ผู้ใช้เคลย์มอร์ส มีความสามารถในการใช้กีตาร์ของเธอเพื่อทำให้ศัตรูลุกเป็นไฟ ผู้ใช้ Pyro Diona  ตัวละครธาตุ Cryo ( ธาตุนำแข็ง ) ผู้ใช้ธนูมีความสามารถในการขว้างค็อกเทลใส่ศัตรูซึ่งจะสร้างความเสียหายตลอดเวลาและสามารถรักษาพันธมิตรที่ยืนอยู่ในพื่นที่ที่สร้างวงสกิล 4.เรซิ่นมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่? สำหรับ Resin นั้นเป็นหนึ่งในระบบของเกมที่มีการโต้เถียงการมาที่สุดตั้งแต่เกม Genshin Impact เปิดตัว เพราะว่ามันมีจำกัดในการใช้งาน ซึ่งล่าสุดทางผู้พัฒนาอย่าง MiHoYo ได้ประกาศว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ผู้เล่นสามารถจัดเก็บมันได้มากถึง 160 ชิ้น ( จากเดิมเก็บได้ที่ 120 ชิ้น ) และภารกิจต่อสู้แบบรายอาทิตย์ที่ให้รางวัลแก่ผู้เล่นนั้นจะลดการใช้เรซิยลงจำนวนหนึ่งให้เหลือ 1,200 ชิ้นแทน และล่าสุดยังมีข่าวดีที่หลายๆ คนน่าจะต้องชอบเพราะข่าวการอัพเดทที่รั่วไหลมานั้นระบุว่าเรซิ่นจะสามารถเก็บไว้ในขวดได้ ดังนั้นถ้าผู้เล่นไม่มีเวลาเล่นสักสองสามวันก็สามารถเก็บมันไว้ในขวดได้ และนอกจากนี้ยังมีข่าวลือเกี่ยวกับระบบใหม่ที่ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะจ่าย Resin เป็น 2 เท่าเพื่อให้เราได้รับรางวัลเป็น 2 เท่าเช่นกัน.   5.มีกิจกรรมใหม่ๆ ? -นอกจากข้อมูลต่างๆ ที่ได้บอกไว้ในหัวข้ออื่นๆ ยังมีข่าวลือเกิดขึ้นในช่วงนี้อีกมากมาย ในช่วงอัพเดทใหม่ๆ ทางระบบก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ที่จะเชิญชวนให้ผู้เล่นต้องเผลอใจไปสุ่มกาชากับระบบไมโครทรานแซคชั่น lootbox ของ Genshin Impact แน่นอน และยังมีระบบแนะนำเพื่อนที่ทางทีมงานใส่เข้ามาอีกด้วยโดยผู้เล่นที่ถูกใส่ไว้ในชื่อของผู้แนะนำจะได้รับ Primogems โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเล่นให้ Adventure Rank อยู่ที่ระดับ 15 ก่อน    -นอกจากนี้ยังมีอีเวนท์เล็กๆ มี่จะเกิดขึ้นอีก 2 เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงแพทช์1.1 และ 1.2 ก่อนถึงวันที่ 23 ธันวาคมโดยทีกิจกรรมดังนี้ : กิจกรรมที่ผู้เล่นจะต้องทำอาหารและส่งอาหารบางประเภทให้กับตัวละครต่างๆ เพื่อที่จะได้รับ Primogems กิจกรรมการแข่งขันเครื่องร่อนเจ็ทรอบเมือง Teyvat โดยผู้เล่นจะได้รับรางวัลจากการเอาชนะแต่ละรอบ
03 Nov 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Qiqi
Qiqi : Healer , Tier S วันนี้พวกเรา GameFever TH ขอแนะนำตัวละครที่น่ารักและมีความสามารถชนิดที่เรียกได้ว่าสารพัดประโยชน์กับเพื่อนร่วมทีมในปาร์ตี้มากๆ ซึ่งเธอก็คือ " Qiqi " สาวน้อยธาตุ Cyro ที่ใครเห็นก็ละลายและที่สำคัญเธอมีความสามารถอยู่ที่เทียร์ S เลย วันนี้เราจะมาพามาดูข้อมูลสกิล ข้อมูลต่างๆ รวมไปจนถึงความสามารถและการจัดปาร์ตี้ที่เหมาะสมกับเธอที่สุด พร้อมกันแล้วก็ไปกันเลย!   จุดเด่น สามารถฮีลเพื่อนร่วมทีมทั้งหมดในปาร์ตี้ได้พร้อมกัน สามารถนำดาเมจที่สร้างมาฮีลให้กับผู้โจมตีได้ สามารถชุบชีวิตเพื่อนที่ตายไปแล้วได้ สามารถลดดาเมจของมอนสเตอร์ได้ สามารถคอมโบกับตัวละครได้หลายตัว สกิล Elemental Skill [E / R2]: Herald of Frost Qiqi จะทำการเรียกลูกแล้ววิญญาณออกมาหมุนรอบตัวของเธอและจะทำดาเมจความเสียหายน้ำแข็งแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ ( สกิลจะไม่หายไปถึงแม้ว่าผู้เล่นจะสลับตัวละคร ) เมื่อเธอทำการโจมตีปกติ โจมตีคอมโบ หรือชาร์จโจมตีดาเมจที่ทำไปจะถูกนำมาฟื้นฟู HP ให้กับตัวเธอและสมาชิกในปาร์ตี้ ในกรณีที่ไม่โจมตีลูกแล้วจะทำการฟื้นฟูให้เพียงตัวละครที่ผู้เล่นใช้งานอยู่ในขณะนั้นเท่านั้น   Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Preserver of Fortune Qiqi จะปลดปล่อยพลังธาตุน้ำแข็งที่ถูกปิดผนึกไว้ในตัวเธอออกมาซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ศัตรูรอบๆ อย่างรุนแรง และจะทำให้ศัตรูทั้งหมดที่โดนดาเมจจากสกิลนี้ถูกติดไว้ด้วยยันต์ Fortune-Preserved Talisman ซึ่งถ้าตัวละครไหนก็ตามทำดาเมจใส่ศัตรูเหล่านั้นในแต่ละครั้งจะได้รับการฟื้นฟู HP กลับมาด้วย.   Ascension Level 1: Life-Prolonging Methods ในกรณีที่ตัวละครที่ใช้งานอยู่นั้นมีลูกแก้ววิญญาณของสกิล Herald of Frost และระหว่างนั้นผู้เล่นได้ทำปฏิกิริยาผสมคอมโบกับธาตุต่างๆ การทำแบบนั้นจะช่วยเพิ่มผลของการฟื้นฟู 20% เป็นเวลา 8 วินาที Ascension Level 4: [ติดตัว] A Glimpse into Arcanum เมื่อ Qiqi ทำการโจมตีมอสเตอร์ด้วยการโจมตีปกติหรือแบบชาร์จ เธอจะมีโอกาส 50% ที่จะสามารถทำให้เป้าหมายติดยันต์ Fortune-Preserves Talisman เป็นเวลา 6 วินาที เอฟเฟคนี้สามารถใช้งานได้ในทุกๆ 30 วินาทีเท่านั้น เมื่อ Qiqi โจมตีศัตรูด้วยการโจมตีปกติและการโจมตีแบบชาร์จของเธอเธอมีโอกาส 50% ที่จะใช้ Fortune-Preserves Talisman เป็นเวลา 6 วินาที ( CD 30 วินาที ) ความสามารถประจำตัว: Former Life Memories แสดงตำแหน่งทรัพยากรในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับ Liyue บน Mini-Map โบนัสกลุ่มดาว 1.Ascetics of Frost : เมื่อลูกแก้ววิญญาณของสกิล Herald of Frost โจมตีโดนศัตรูที่ติดยันต์ Fortune-Preserving Talisman จะฟื้นฟูพลังงานให้แก่ Qiqi 2 Energy 2.Frozen to the Bone : เพิ่มความเสียหาย 15% แก่มอนสเตอร์ที่ติดสถานะธาตุน้ำแข็ง 3.Ascendant Praise : เพิ่มระดับของสกิล Preserver of Fortune ขึ้น 3 ระดับ ( สูงสุด 15 ระดับ ) 4.Divine Suppression : มอนสเตอร์ที่ติดยันต์ Fortune-Preserving Talisman จะถูกเนิฟพลังโจมตีลง 20 % 5.Crimson Lotus Bloom : เพิ่มระดับของสกิล  Herald of Frost ขึ้น 3 ระดับ ( สูงสุด 15 ระดับ ) 6.Rite of Resurrection : การใช้สกิล Preserve of Fortune จะทำให้ตัวละครในปาร์ตี่ที่เสียชีวิตถูกชุบชีวิตขึ้นมาทั้งหมดและฟื้นฟู HP 50% ( CD 15 วินาที ) วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม สำหรับ Qiqi นี้บอกได้เลยว่าใครมีน้องอยู่ในทีมต่อให้เป็น Boss หน้าไหนก็ใส่เดี่ยวได้หมดเพราะเธอมีความสามารถที่มีประโยชน์แบบที่ตัวละครอื่นไม่มีเพราะเธอสามารถฮีลเพื่อนร่วมทีมและยังสามารถลดดาเมจศัตรูได้อีก ยังไม่พอถ้าผู้เล่นปลดล็อคกลุ่มดาวได้ถึงเลเวล 6 เธอจะสามารถที่จะชุบเพื่อนร่วมทีมที่ตายไปแล้วมาได้อีกด้วย ส่วนสำหรับเรื่องการจัดทีมนั้นผมขอแนะนำให้ใส่ตัวละครที่สามารถคอมโบธาตุกับเธอได้เพราะจะช่วยให้เขาฮีลได้นานขึ้น และขอกระซิบว่าถ้าอัพเดทรอบหน้าและผู้เล่นสุ่มเปิดได้ตัวละครใหม่อย่าง Xiao ที่มีความสามารถในการแปลงร่างแต่จะต้องแลกกับการใช้ HP ของตนเองซึ่งจะค่อยๆ ลดลง แต่ถ้าเรานำมาคอมโบกับ Qiqi ล่ะ? บอกเลยว่าแปลงร่างได้นานขึ้นและทำดาเมจให้ปาร์ตีได้ดีมากแน่นอน. แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ตัวอย่างอาวุธ Skyward Blade เพิ่มอัตราคริติคอล 4 % เมื่แใช้สกิลจะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 10% เพิ่มความเร็วใจการโจมตี 10% และเพิ่มความเสียหายในการโจมตีปกติและแบบชาร์จ 20% ( CD 12 วินาที )   Artifact Sets : The Exile (2) ฟื้นฟูพลังงาน + 20% (4) การใช้สกิลจะสร้างพลังงาน 2 หน่วยให้กับสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆ ทุกๆ 2 วินาทีเป็นเวลา 6 วินาที เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถซ้อนกันได้ Credit  : Genshin.gg   Game8
02 Nov 2020
Black Desert Mobile เปิดตัว ‘เส้นทางศักดิ์ศรี ซีซั่น 2’  
วันที่ 28 ตุลาคม 2563 ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ — บริษัท Pearl Abyss ได้ประกาศเปิดตัว ‘เส้นทางศักดิ์ศรี ซีซั่น 2’ อย่างเป็นทางการ ในเกม Black Desert Mobile โดยเหล่านักผจญภัยจะสามารถเพิ่มคะแนนให้กับตระกูลของตนเองได้ จากการต่อสู้อันดุเดือดกับเหล่ามอนสเตอร์ ‘เส้นทางศักดิ์ศรี’ ในครั้งนี้ ได้กลับมาพร้อมกับลักษณะใหม่ๆ อย่าง ‘รอยแยกที่ 8’, ‘ตราสัญลักษณ์ ซีซั่น 2’ และ ‘หลักฐานแห่งศักดิ์ศรี’ ซึ่งนักผจญภัยจะสามารถเข้าร่วมต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ โดยการใช้ตัวละครจากตระกูลของตนได้ สูงสุดถึง 6 ตัวละคร และสามารถใช้ ‘ตราสัญลักษณ์’ ที่ได้รับเป็นรางวัล เพื่อเพิ่มพลังโจมตี และพลังป้องกันให้กับเหล่าตัวละครในตระกูลได้ อีกทั้งยังสามารถนำ ‘หลักฐานแห่งศักดิ์ศรี’ และ ‘ตราสัญลักษณ์’ จากซีซั่น 1 มาสืบทอด หรือเสริมประสิทธิภาพให้กับไอเทมจากซีซั่นใหม่ได้อีกด้วย ในขณะเดียวกัน เทศกาลฮาโลวีนก็ได้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทางทีมงานจึงได้มีการจัดกิจกรรมพิเศษมากมาย เพื่อเป็นการต้อนรับเทศกาลดังกล่าว เริ่มต้นที่ภารกิจสุดพิเศษจาก ‘GM สปู๊ค’ ที่จะคอยทำการสุ่มมอบภารกิจพิเศษต่างๆ พร้อมกับรางวัลสุดพิเศษ ให้กับเหล่านักผจญภัย จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 นี้ ต่อด้วย ‘กิจกรรม เรียงภาพปริศนาฮาโลวีน’ ที่มาพร้อมกับรางวัลพิเศษมากมาย รวมไปถึงไอเทมลิมิเต็ด อย่าง ‘[เกราะม้า] โครงกระดูก’ รวมไปถึงบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลฮาโลวีน ที่จะถูกจัดขึ้นภายในเกมตลอดช่วงสัปดาห์นี้ ไม่เพียงเท่านั้น ทางทีมงานยังได้มีการอัพเดทสิ่งต่างๆ มากมายภายในตัวเกม เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่านักผจญภัย ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเอง อย่างเช่น ‘ฮาดุม คจาคาร์’, ‘ซากหักพังโบราณ ระดับ 12’ และพื้นที่ใหม่ ‘สวนของราชาปราสาทครอน’ อีกด้วย ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับ Black Desert Mobile เพิ่มได้ที่ เว็บไซต์ทางการ
29 Oct 2020
เทคนิคหนีผีใน Phasmophobia ทำตามนี้มีแต่รอด!
คุณเล่น Phasmophobia แล้วโดนผีขย้ำไปกี่รอบแล้วเอ่ย? แน่นอนว่าตายบ่อยๆ มันก็เซ็งนะ ยิ่งไม่รู้ประเภทของผีด้วยก็วิ่งหน้าตั้งอย่างเดียว ไม่รู้จะซ่อนดีไหม หรือใช้อะไรไล่ดี วันนี้เรา GameFever TH จึงรวบรวมทริคการหนีผีจากแหล่งต่างๆ มาไว้ในบทความนี้ รับรองว่าได้ออกไปอย่างปลอดภัยแน่นอน ================================================== วิธีที่ 1 พกอุปกรณ์ไล่ผีไปให้ครบทุกแบบ ธูป เกลือ ไม้กางเขน ต้องครบ! เพราะแน่นอนว่าเราไม่ชัวร์ว่าในบ้านนั้นจะเป็นผีประเภทใด ถ้าพอเดาได้ว่าผีอยู่ตำแหน่งไหนรีบโยนไม้กางเขนและจุดธูปไว้ใกล้ๆ เลย หรือถ้ายังหาไม่เจอ ลองโรยเกลือไว้บนพื้นแล้วจะช่วยให้เห็นรอยเท้าผี ซึ่งจะช่วยให้เรามีเวลาในการหาเบาะแสะอย่างปลอดภัยได้   วิธีที่ 2 มองหาและจดจำเส้นทาง ถ้าเล่นบ่อยก็อาจไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าไม่คุ้นด่านให้พยายามจำว่าตอนนี้เราเดินมาจากทางไหน เส้นทางภายในแผนที่เป็นอย่างไร เพื่อที่เวลาผีออกไล่ล่าเราจะได้มีเส้นทางการหนีที่ชัดเจน ดีกว่าวิ่งวนในแมพเรื่อยๆ จนค่าสติเหลือ 0 อันนี้คืออันตรายถึงชีวิตเลยนะ!   วิธีที่ 3 มองหาที่ซ่อน เข้ามาในพื้นที่ปุ๊บรีบมองหาเลย "ตู้อยู่ไหน!!!" ทุกห้องที่พอจะมีจุดซ่อนตัวให้เราจำคู่กับเส้นทางเดินไปเลย เพราะอย่างที่บอกไปว่าในช่วงที่ผีเริ่มโจมตี การมีเส้นทางที่แน่นอนช่วยประหยัดเวลาให้มากกว่าอยู่แล้ว ยิ่งเราหนีได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น   วิธีที่ 4 ถอดประตู การหนีผีที่ดีที่สุดคือการหนีออกไปด้านนอก เพราะถ้านอกเขตพื้นที่ผีจะไม่สามารถตามเรามาได้ แต่ก็มีใช่ไหมล่ะ ที่ผีจะแกล้งปิดและล็อคประตูหน้าไม่ให้เราออก แล้วเราก็โดนหักคอ แอ๊ะ! ไปตรงหน้าประตูนั่นเลย วิธีแก้คือ ให้หาทางถอดประตูหน้าออกมาเลย เท่านี้ผีก็จะเล่นตลกกับเราไม่ได้แล้ว   วิธีที่ 5 รีบกลับ สายลุยกับสายทำเควสคงจะไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ เมื่อเราสามารถระบุ (หรือเดา) ชนิดของผีได้ พวก Objective ให้ทิ้งและรีบกลับได้เลยก่อนที่ผีจะโจมตีหรือไล่ล่าแบบฮาร์ดคอร์ขึ้น เพราะถือว่าเควสหลักสำเร็จแล้ว ในบางครั้งเพื่อการทำ Objective ทำให้เราจำเป็นต้องเรียก "ชื่อจริง" ของผีบ่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผีทุกตัวใน Phasmophbia ไม่ชอบ และอาจไปกระตุ้นให้มันอยากฆ่าเรามากขึ้น แทนที่จะจบเกมรับเงิน อาจจะต้องตายฟรีโดยไม่รู้ตัวก็ได้เน้อ~
26 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Alistar " พร้อมสอนวิธี Combo
League of Legends: Wild Rift ในวันนี้เราจะมาแนะนำแชมเปี้ยนสายแทงค์ที่เก่งและมีประโยชน์อันดับต้นๆ ของเกมนี้เลยครับนั่นคือ Alistar แชมเปี้ยนสายเปิด สายชน สายกระแทกครบ! สำหรับใครที่ชอบเปิดทีมไฟต์ทำจังหวะให้เพื่อนขอบอกเลยว่าแชมเปี้ยนตัวนี้แหละตอบโจทย์ ซึ่งในวันนี้เราจะมาดูข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลสกิล ไอเทม และวิธีการใช้คอมโบมาดูพร้อมๆ กันเลย! ชื่อ : Alistar สาย : Tank / Support ตำแหน่ง : Dragon lane ระยะการโจมตี : .ใกล้ ระดับความยาก : 2/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Triumphant Roar CD : 40 วินาที เมื่อ Alistar ได้รับความเสียหาย เขาจะฟื้นฟูพลังชีวิตตนเอง 20 หน่วยและฟื้นฟูพลังชีวิตของพันธมิตรที่อยู่ใกล้เคียง 40 หน่วย ถ้าแชมเปี้ยนศัตรูลอยหรือสตั๊นด้วยสกิลของเขา จะลดคูลดาวน์ของสกิลติดตัวนี้ลง 8 วินาที สกิลที่ 1  Pulverize CD : 15  วินาที มานา 65 สร้างความเสียหายเวทย์ 60 หน่วยแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงและทำให้ลอยขึ้นเป็นเวลา 1 วินาที   สกิลที่ 2 Headbutt CD : 13 วินาที มานา 65 พุ่งเข้าหาศัตรู สร้างความเสียหายเวทย์ 55 หน่วยและกระแทกให้กระเด็น *สามารถเล็งป้อมปราการเป็นเป้าหมายเพื่อสร้างโบนัสความเสียหาย 150% สกิลที่ 3  Trample CD : 11.5 วินาที มานา 50 สร้างดาเมจเวทย์ 100 หน่วยใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงเป็นเวลา 5 วินาที หากสกิลนี้สามารถสร้างดาเมจแก่แชมเปี้ยนศัตรู 5 ครั้ง การโจมตีครั้งถัดไปของเขาภายใน 5 วินาทีจะเพิ่งดาเมจเวทย์พิเศษ 40 หน่วยและสตั๊นเป็นเวลา 1 วินาที สกิลอัลติเมท Unbreakabla Will CD :  90 วินาที มานา 100 ลบล้างสถานะผิดปกติและได้รับความเสียหายลดลง 55%  เป็นเวลา 7 วินาที   คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 1 ก่อนเพื่อใช้ในการทำศัตรูให้ลอย ต่อด้วยสกิล 2 เพื่อกระแทกศัตรูเข้ามาในโซนฝั่งเราหรือผลักออกก็ได้ อัพสกิล 3 ตามลำดับซึ่งจะทำให้เราได้ CC เพิ่มมาอีกหนึ่งนั่นคือ สตั๊น กลับมาอัพสกิล 1 อัพสกิลอัลติเมทได้เลย   แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น   1.Zeke's Convergence +40 เกราะ +40 ต้านทานเวทย์ +150 มานาสูงสุด +10% ลดคูลดาวน์ Harbinger: เมื่อใช้อัลติเมทจะมีพายุหิมะล้อมรอบตัวและทำให้การโจมตีของพันธมิตรที่อยู่ใกล้เคียงลุกติดไฟเป็นเวลา 10 วินาที พายุหิมะที่เกิดขึ้นนั้นจะสโลว์ศัตรู 20% และการโจมตีของพันธมิตรจะเผาใหม้ศัตรู สร้างความเสียหายเวทย์ 30% เป็นเวลา 2 วินาที *กรณีที่มีพันธมิตรอยู่ใกล้เคียง 2 ตัวขึ้นไปผลเอฟเฟ็คจะส่งให้กับแชมเปี้ยนที่มีพลังโจมตีสูงสุด Frostfire Covenant : พายุหิมะดังกล่าวจะจุดไฟใส่ศัตรูเพิ่มเติม เมื่อสโลว์ศัตรูที่กำลังลุกไหม้อยู่ส ร้างความเสียหายเวทย์ 40 หน่วยต่อวินาที และสโลว์ 40% เป็นเวลา 3 ว 2.Protector's Vow +350 พลังชีวิตสูงสุด +40 เกราะ +10% ลดคูลดาวน์ Protector: ยกโล่ขึ้นมาเมื่ออยู่ใกล้แชมเปี้ยนพันธมิตรหนึ่งคน หากเราหรือพันธมิตรได้รับความเสียหายจากแชมเปี้ยนศัตรู มอนเตอร์ หรือป้อมปราการทั้งเราและพันธมิตรจะได้รับโล่ป้องกัน 125 หน่วย +20% HP Max และความเร็วเคลื่อนที่ 20% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( CD 30 วินาที ) 3.lonian Locket Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Summoned : ลดคูลดาวน์เวทย์ลง 10% Locket ( กดใช้ ) : สร้างโล่ป้องกันให้ตัวเองและแชมเปี้ยนพันธมิตรที่อยู่ใกล้เคียงทั้งหมดซึ่งจะดูดซับความเสียหาย 140-420 หน่วยเป็นเวลา 2.5 วินาที ( CD 60 วินาที ) 4.Dead Man's Plate +300 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Momentum : การเคลื่อนที่จะสะสม Momentum มอบความเร็วเคลื่อนที่สูงสุด 50 หน่วยและเมื่อจะสะสมครบ 100 หน่วย การโจมตีครั้งถัดไปจะใช้ Momentum ทั้งหมดเพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับจำนวน Momentum ที่สะสมมา Crushing Blow : การโจมตีระยะประชิดที่ใช้ Momentom ขั้นสูงสุดจะสโลว์เป้าหมาย 50% เป็นเวลา 1 วินาที 5.Abyssal Mask +300 พลังชีวิตสูงสุด +40 ต้านทางเวทย์ +300 มานาสูงสุด +10% ลดคูลดาวน์ Eternity : ฟื้นฟูมานาเท่ากับ 15% ของความเสียหายที่ได้รับจากแชมเปี้ยน ฟื้นฟูพลังชีวิตเท่ากับ 20% ของมานาที่ใช้ไป จำกัดพลังชีวิตที่ฟื้นฟูสูงสุด 25 หน่วยต่อการใช้สกิล 1 ครั้ง Abyssal : แชมเปี้ยนศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงจะได้รับโบนัสความเสียหายเวทย์ 15%   6.Randuin's Omen +400 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Armored : ลดความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลลง 15% Cold Steel : ลดความเร็วโจมตีของศัตรูลง 15% เป็นเวลา 1.5 วินาทีเมื่อถูกโจมตี.   Spell ที่แนะนำ Exhaust : Spell นี้สามารถใช้สโลว์แชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีหรือกำลังเข้ามาล้วงเพื่อนร่วมทีมได้ และนอกจากความเร็วจะลดลงแล้วดาเมจของแชมเปี้ยนที่โดนก็ลดลงอีกด้วย. Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Dragon lane ต้นเกม สำหรับ Alistar นั้นในช่วงแรกเขายังไม่ได้มีความสามารถอะไรมาก ดังนั้นก็พยายามเดินเช็คเดินป่วน ADC ไปเรื่อยๆ ก่อนและอย่าลืมปักวาร์ดในจุดเสี่ยงโดนดักด้วย และถ้ามีโอกาสพยายามใช้สกิล 1 ยก ADC อีกฝ่ายให้เพื่อนเรายิงฟรี พยายามทำแบบนี้เรื่อยๆ เพื่อให้อีกฝ่ายไม่กล้าที่จะเข้ามายิงครีปในโซนที่ลึก การทำแบบนี้จะทำให้ ADC ฝ่ายเราได้เปรียบ กลางเกม - ท้ายเกม หลังจากมีสกิลอัลติเมทแล้วบอกเลยว่า Alistar ถือเป็นอีกหนึ่งแชมเปี้ยนที่สามารถเปิดไฟต์ได้ดีมากๆ เพราะทุกสกิลของเราล้วนแต่มี CC ทั้งนั้นและยังมีอัลติเมทที่สามารถลบล้างสถานะผิดปกติและป้องกันดาเมจลงได้เกินกว่าครึ่งอีกต่างหาก ดังนั้นพยายามใช้สกิลให้ศัตรูอีกฝ่ายถูกป่วนมากที่สุด ทำจังหวะให้ทีมากที่สุด และกฏเหล็กของแทงค์ ของซัพพอร์ตนั่นคือ ถ้าสามารถตายแทนเพื่อนได้ก็ต้องทำ! คอมโบการเล่น สกิล 2 + สกิล 1 + สกิล 3 + Ultimate กดสกิล 2 เพื่อเข้าไปกระแทกศัตรู ในจังหวะที่กดสกิล 2 ไปนั้นให้กดสกิล 1 รัวๆ เพราะการทำเช่นนี้การใช้สกิล 2 จะไม่ทำให้ศัตรูกระเด็นไปไกล แต่จะเป็นการทำให้ลอยขึ้นนานกว่าเดิม กดสกิล 3 และไล่ตีศัตรูไปเรื่อยๆ เมื่อครบ 5 ครั้งให้โจมตีเพื่อทำการสตั๊นศัตรู กดสกิล Ultimate เพื่อลบล้างสถานะผิดปกติและรับดาเมจเบาลงยืนให้เพื่อนร่วมทีมสบายๆ *สกิล 2 สามารถใช้เพื่อผลักอีกฝ่ายให้เข้ามาโดนตะลุมบอนได้ และยังสามารถช่วยผลักศัตรูที่กำลังล้วง ADC ของเราให้กระเด็นไปไกลๆ ได้อีกด้วย สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  สกิลมี CC เยอะ อัลติเมททำให้รับดาเมจเบาลงยืนได้นานขึ้น มีสกิลเปิดไฟต์ เล่นง่าย สามารถคอมโบกับแชมเปี้ยนได้หลายตัวเช่น Yasuo ข้อเสีย ถ้าเปิดสกิลผิดอาจทำให้เกมเปลี่ยนได้ เช่น กดสกิล 2 ผลักศัตรูไปผิดทาง มีดาเมจที่ค่อนข้างน้อย แพ้ทางแชมเปี้ยนที่ล้าง CC ได้หรือมีไอเทมล้าง CC ไม่มีสกิลหนีดังนั้นถ้าเปิดแล้วเพื่อนไม่ตามหรือสื่อสารกันผิดพลาดมีสิทธิ์เข้าไปตายฟรีได้
26 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Dr.Mundo "
League of Legends: Wild Rift วันนี้เรามาพูดถึงแชมเปี้ยนสายชนสายลุยกันบ้างหลังจากพูดถึงสายซัพพอร์ตมาเยอะพอสมควรแล้ว โดยพระเอกของเราในวันนี้นั่นคือ " Dr.Mundo " แชมเปี้ยนอีกหนึ่งตัวที่เป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนเพราะนอกจากจะถึกแล้ว ยังมีดาเมจที่รุนแรงเช่นกัน โดยในวันนี้พวกเราจะมาขอบอกข้อมูลเบื้องต้นไปจนถึงข้อมูลเชิงลึกและการคอมโบของแชมเปี้ยนตัวนี้กัน. ชื่อ : Dr.Mundo สาย : Fighter / Tank ตำแหน่ง : Top lane ระยะการโจมตี : ใกล้ ระดับความยาก : 2/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Adrenaline Rush CD :  วินาที ฟื้นฟูพลังชีวิต 1% จากพลังชีวิตที่หายไปทุกวินาที สกิลที่ 1  Infected Cleaver CD : 4 วินาที HP 45 หน่วย ขว้างมีดปังตอออกไปสร้างความเสียหาย 15 % ของพลังชีวิตปัจจุบันของเป้าหมายเป็นความเสียหายเวทย์ ( ความเสียหายขั้นต่ำจะอยู่ที่ 70 หน่วย ) และสโลว์ 40% เป็นเวลา 2 วินาที *ถ้ามีดปังตอโดนเป้าหมายจะคืน 50% ของพลังชีวิตที่ใช้ไป ( คืน 100% ถ้าสามารถถ้ามีดปังตอสามารถสังหารศัตรูได้ ) สกิลที่ 2 Burning Agony CD : 4 วินาที HP 10 / วินาที กดเปิด / ปิด : Dr.mundo สร้างไฟขึ้นมารอบตัว สร้างความเสียหายเวทย์ 40 หน้วยแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงทุกวินาที *ในขณะที่อยู่ในเปลวไฟ ระยะเวลาของสถานะผิดปกติต่างๆ ที่ Dr.Mundo ได้รับจะลดลง 12% สกิลที่ 3  Masochism CD : วินาที HP 20 ติดตัว : เมื่อ Dr.Mundo ได้รับดาเมจเวทย์ หรือจ่ายพลังชีวิตของเขาเพื่อใช้สกิลค่าต้านทานเวทย์ของเขาจะเพิ่มขึ่น 3% เป็นเวลา 2 วินาที เพิ่มได้สูงสุด 15% กดใช้ : รับดาเมจการโจมตีสูงสุด 60 เป็นเวลา 5 วินาทีขึ้นอยู่กับค่าพลังชีวิตที่หยไป จะเพิ่มพลังการโจมตีครั้งถัดไปสร้างความเสียหายกายภาพ 21 หน่วยเพิ่มเติมโดยจะต้องใช้ค่าพลังชีวิต 25 หน่วย   สกิลอัลติเมท  Sadism CD : 70 วินาที HP 25% ฟืื้นฟูพลังชีวิต 345 หน่วย เป็นเวลา 10 วินาทีและได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 15% ตลอดระยะเวลานั้น.     คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 1 เพื่อใช้ในการตอดเลือดศัตรู อัพสกิล 2 เพื่อใช้ในการเผาครีปและศัตรู อัพสกิล 3 เพื่อรับผลติดตัวทำให้ถึกขึ้น กลับมาอัพสกิล 1 เพื่อรีดดาเมจให้แรงขึ้น อัพสกิล Ultimate เพื่อเตรียมพร้อมไฟต์ แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น   1.Sunfire Cape +400 พลังชีวิตสูงสุด +40 เกราะ Immolate : สร้างความเสียหายเวท 25-40 หน่วยต่อวินาทีแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง สร้างความเสียหาย 50% แก่มินเนี่ยนและมอนสเตอร์ป่า   2.Spirit Visage +350 พลังชีวิตสูงสุด +100% อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต +45 ต้านทานเวทย์ +10% ลดคูลดาวน์ Blessed : เพิ่มผลการฟื้นฟูอัตราฟื้นฟูและผลดูดเลือดทั้งหมด +30% 3.Mercury's Stoneplate Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Enhanced : +10 ต้านทานเวทย์ Tenacity : ลดระยะเวลาของสตั๊น สโลว์ ยั่วยุ หวาดกลัว ใบ้ ตาบอด และผลหยุดการเคลื่อนที่ลง 30% Stoneplate ( กดใช้ ) : เพิ่มพลังชีวิตของแชมเปี้ยน 40% พร้อมลดความเสียหายที่ทำได้ 60% เป็นเวลา 4 วินาที ถ้ามีแชมเปี้ยนศัตรูมากกว่า 3 ตัวขึ้นไปจะเพิ่มพลังชีวิต 100% แทน ( CD 45 วินาที ) 4.Warmog's Armor +650 พลังชีวิตสูงสุด +200% อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต +10% ลดคูลดาวน์ Warmong's Heart : หากมีพลังชีวิตสูงสุด 2,500 เป็นอย่างน้อย จะได้รับการฟื้นฟู 5% ของพลังชีวิตสูงสุดต่อวินาที 5.Randuin's Omen +400 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Armored : ลดความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลลง 15% Cold Steel : ลดความเร็วโจมตีของศัตรูลง 15% เป็นเวลา 1.5 วินาทีเมื่อถูกโจมตี. 6.Adaptive Helm +300 พลังชีวิตสูงสุด +100% อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต +60 ต้านทางเวทย์ Adative : เมื่อได้รับความเสียหายเวทย์จะลดความเสียหายเวทย์ที่ได้รับจากสกิลหรือความสามารถเดิมลง 15% เป็นเวลา 4 วินาที Spell ที่แนะนำ Ignite : สามารถใช้เพื่อช่วยเสริมดาเมจที่ขาดไปหรือใช้เผาเลือดใส่ศัตรูใกล้ตายที่กำลังหนีได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Top lane ในช่วงต้นเกมนั้น Dr.Mundo จะยังไม่ค่อยโหดหรือมีบทบาทอะไรมากนักดังนั้นพยายามใช้สกิล 1 ในการตอดเลือดศัตรูให้ได้มากที่สุด และพยายามลาสครีปและดึงศัตรูออกมาจากระยะป้อมของเขาให้ได้มากที่สุดเพราะตัว Dr.Mundo นั้นจะถนัดในการประชิดถึงตัวศัตรูดังนั้นถ้ามีเวลาได้ในการไล่ตีมากๆ จะถือว่าดีที่สุด แนะนำว่าให้เข้าเป็นตัวเปิดได้เลยเพราะเขามีทั้งอัลติเมทที่เด้งเลือดและถ้าเขาไปในพื้นที่ๆ มีศัตรูเยอะๆ ไอเทมรองเท้ายังสามารถที่จะฟื้นฟูเลือดให้เขาได้อีกด้วย. คอมโบการเล่น สกิล 1 + สกิล 2  + Ultimate + สกิล 3 + โจมตีธรรมดา + สกิล 1 ใช้สกิล 1 ปามีดเพื่อสโลว์ศัตรู กดสกิล 2 และเข้าไปประชิดตัวศัตรู ในจังหวะนี้ให้ศัตรูโจมตีเราสักหน่อย กด Ultimate เพื่อฟื้นฟูเลือดและเพิ่มความเร็ว เมื่อเสียเลือดไประดับหนึ่งให้กดสกิล 3 เพื่อเรียกดาเมจของเราให้มากขึ้น วิ่งไปไล่ทุบไล่ตีธรรมดา ถ้าศัตรูกำลังหนีและเลือดเหลือน้อยสามารถกดสกิล 1 เพื่อปามีดไปได้ สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  เล่นง่าย เป็นตัวค้ำหน้าให้ทีมได้ดี สกิลคูลดาวน์ค่อนข้างไว เป็นได้ทั้งตัวเปิดและตัวซ้อน สามารถทำให้สถานะต่างๆ มีผลสั้นลง ข้อเสีย แพ้ทางแชมเปี้ยนที่พริ้วๆ ไม่ค่อยมี CC ให้ทีม ใช้ HP ในการใช้สกิลอาจจะลำบากในช่วงต้นเกม ถ้าเข้าไม่ถึงตัวศัตรูก็จะทำอะไรไม่ค่อยได้
26 Oct 2020
Genshin Impact: แนะนำจุดเก็บแร่ทั้งหมดในเกม
สวัสดีชาว Genshin Impact วันนี้gik GameFever TH จะพาไปดูจุดเก็บแร่ทำเลทองทั้งหมดที่คุณควรจะแวะเพื่อฟาร์มเก็บแร่ไว้ใช้ในการทำอาวุธ เพื่อทำการสกัดเพิ่มพลังโจมตีหรือใช้ในการอัพตัวละครต่างๆ รวมถึงใช้ในการคราฟยาเพิ่มพลังธาตุในการต่อสู้ แร่ในเกมนี้จะกระจัดกระจายอยู่ทั่วแผนที่ ถ้าคุณไม่มีตัวละคร Ningguang ที่สามารถระบุก้อนแร่บนเรดาร์คุณอาจจะต้องวิ่งหาจุดที่ดีในการเก็บแร่หลายชั่วโมงในการเก็บและเปลืองเวลามากๆ ทำให้ไปกระทบต่อกิจกรรมอื่นๆในการฟาร์ม แร่ในเกม Genshin Impact แร่ในเกมในตอนนี้จะมีทั้งหมด 2 ประเภท ประเภทที่ 1 คือแร่ที่ใช้ในการทำอาวุธ       Iron Chunk แร่เหล็กเป็นแร่ที่พบได้ทั่วไปจะ Respawns หลังจากการขุด 24 ชั่วโมง แร่นี้ใช้ในการทำคริสตัลอัพเกรด       White Iron Chunk แร่นี้จะหายากกว่า Iron Chunck สามารถพบได้แค่บางจุดจะ respawns หลังจากการขุด 48 ชั่วโมงหินนี้จะใช้ในการอัพเกรดอาวุธต่างๆ       Crystal Chunk แร่ที่หายากที่สุด แร่นี้จะกระจัดกระจายกันอยู่บริเวณ Storm Terror's Lair และตามจุดต่างๆจะไม่มีจุดเก็บใหญ่ๆในแม๊พมากนักจะ respawns หลังจากการขุด 72 ชั่วโมง หินนี้จะใช้ในการอัพเกรดอาวุธต่างๆ ประเภทที่ 2 แร่ที่ใช้ในการทำยาและอัพตัวละคร       Electro Crystal แร่นี้ปัจจุบันยังใช้แค่การคราฟยาเพิ่มพลังโจมตีธาตุไฟฟ้าเท่านั้นยังไม่มีตัวละครที่ใช้แร่นี้ในการอัพ         Stone Amber แร่นี้ใช้ในการอัพตัวละครอย่าง Chongyun,Keqing และยังใช้คราฟยาเพิ่มพลังโจมตีธาตุดิน         Noctilucous Jade แร่นี้ใช้ในการอัพตัวละคร Beidou ยังไม่มีการนำคราฟเป็นไอเทมอื่นๆในตอนนี้   ทำเลในการหาแร่ต่างๆในแต่ละ Zone สำหรับผู้เล่นใหม่อาจจะเริ่มที่เมือง Monstadt ใกล้ๆก่อนแล้วค่อยไปเปิดแผนที่ไปโซนต่างๆระหว่างทางอาจจะเก็บกล่องหรือแวะทำเควสประจำวันไปด้วย ถ้าผู้เล่นเก่าเปิดเสาเทเลพอร์ตไว้หมดแล้วก็จะสบายในการวิ่งเก็บมากๆ บริเวณเมือง Monstadt จุดที่อยู่ในวงสีแดงจะเป็นจุดที่ดีมากในการเก็บแร่บริเวณนี้จะมีแร่ White Iron Chunk อยู่เป็นจำนวนมากและใกล้จุดเทเลพอร์ตทำให้สามารถวิ่งเก็บได้รวดเร็วส่วนจุดที่ไม่ได้วงไว้อาจจะเก็บเป็นทางเลือกในการเก็บถ้าไม่มีเวลาแนะนำให้ไปแค่วงสีแดงก็พอครับแค่นี้ก็จะได้แร่จำนวนมากต่อรอบ บริเวณหุบเขา Wuwang Hill จุดนี้นอกจากจุดที่วงไว้ที่เป็นจุดเก็บคริสตัล และ มีเหมืองแร่สำหรับเก็บคริสตัลอื่นๆ จุดเก็บแร่อื่นๆที่รวมแร่ไว้อย่างละนิดละหน่อย จะมีทั้ง Noctilucous Jade,Stone Amber,White Iron Chunck จุดเก็บแร่ที่ดีที่สุดในเกม Qingyun Peak นอกจากทิวทัศน์ที่ยอดเยี่ยมแล้วยังเป็นจุดที่มีแร่กระจายตัวอยู่มากที่สุดในเกมโดยเฉพาะบริเวณเขา Mt.Aozang ที่ภูเขาเกือบทั้งลูกจะมีแร่ White Iron กระจัดกระจายกันอยู่ตามจุดต่างๆและยังมีถ้ำคริสตัลอยู่ข้างใต้เขาบริเวณจุดที่ผมวงไว้ ถ้ำใต้เขาที่มีคริสตัลจำนวนมากแต่ก็ต้องระวังนิดนึงเพราะหน้าทางเข้าและในถ้ำมีมอนเตอร์ด้วย อีกจุดนึงที่น่าสนใจของทำเลนี้คือจุดที่จะมีคริสตัลเรียงกันตรงบริเวณน้ำตก ถ้ำเหมืองแร่บนเกาะ Dihua Marsh และ Mingyun Village จุดนี้จะมีถ้ำเก็บแร่ White Iron Chuck อยู่สองที่อยู่บริเวณเกาะตรง Dihua Marsh และ Mingyun Village สองจุดนี้จะให้ White Iron Chuck จำนวนมากถ้าใครจะมาเก็บ Crytal ผ่านจุดนี้ไปได้เลยครับ ถ้ำที่ Dihua Marsh ถ้าจะเก็บ Iron ในจุดนี้ต้องเคลียร์มอนเตอร์ออกก่อน เหมืองบนเกาะ Mingyun Village เหมืองนี้จะอยู่แถวๆขอบแผนที่ จุดเก็บคริสตัลที่ดีที่สุดในเกม ท่าเรือ Liyue เมือง Liyue ที่เต็มไปด้วยคริสตัล คริสตัลธาตุต่างๆเป็นจำนวนมากกระจายอยู่ตามถ้ำและพื้นที่ต่างๆแต่เรารวบรวมจุดที่ดีในการไปเก็บไว้ตามจุดด้านบนที่วงไว้เลยครับ ส่วนจุดอื่นๆสามารถวิ่งไปเก็บเป็นจุดเสริมได้กรณีต้องใช้ธาตุเป็นจำนวนมากจริงๆเพราะอาจจะต้องเสียเวลาสู้กับมอนเตอร์และเดินทางมากกว่าจุดที่วงไว้ ถ้ำคริสตัลจุดที 1 จุดเทเลพอร์ตบริเวณ Liyue Sea Of Clouds จุดสังเกตุถ้ำนี้คือ มีบันไดวางอยู่และสไลม์ธาตุดิน ถ้ำเก็บคริสตัลจุดที่ 2 จะอยู่บริเวณซากปรักหักพังให้บินลงไปตามโลเคชั่นจะเห็นทางเข้าที่มีมอนเตอร์เฝ้าอยู่ จุดเก็บคริสตัลที่อยู่ข้างๆ ถ้ำคริสตัลจุดที่ 2 ตรงนี้สามารถบินมาหลังจากเก็บในถ้ำได้ จุดเก็บคริสตัลจุดที่ 3 จุดนี้แค่เทเลพอร์ตบินมาก็จะเจอกับคริสตัลเลยครับเป็นจุดเก็บที่ง่ายมากๆ จุดเก็บคริสตัลจุดที่ 4 เป็นถ้ำใต้น้ำตกที่มีก้อนธาตุอยู่จำนวนมาก ทางเข้าสามารถบินจากจุดเทเลพอร์ตมาได้เลยครับ จุดนี้จะมีมอนเตอร์เฝ้าอยู่ 1 ตัวต้องระวังหน่อยครับแนะนำให้เอาฮีโร่ธาตุไฟมาตีบาเรียมันให้แตกและทำให้มันตกน้ำไป จุดเก็บคริสตัลจุดที่ 5 ก็ยังอยู่กับน้ำตกอยู่นะครับ >.< แต่คราวนี้เป็นถ้ำใกล้ๆน้ำตก ถ้ำนี้จะมีมอนเตอร์เฝ้าอยู่ 1 ตัวแนะนำให้ตีมันให้ตายคาถ้ำไปเลยครับเพราะถ้าดีดมันออกมาตกน้ำอาจจะยากนิดนึง จุดที่เรารวบรวมมาทั้งหมดเป็นจุดที่เก็บได้ง่ายและมีแร่จำนวนมากนะครับ เพื่อนๆสามารถแวะเก็บข้างทางเพิ่มได้นอกเหนือจากจุดที่เราวงไว้ให้ตามแล้วแต่สะดวกครับ จากการเก็บแร่ Iron White Chunk รอบนึงผมได้ประมาณ 150 - 170 ก้อน และได้คริสตัลประมาณ 70 - 90 แล้วแต่ดวงครับ เทนนิคการเก็บแร่สำหรับมือใหม่ คุณสามารถเข้าไปเก็บแร่ใน Word ของเพื่อนได้อาจจะแลกกับการช่วยทำเควสหรือแอบเข้าไปดื้อๆ >.< ควรเก็บให้ครบจุดที่สำคัญต่อวันทำให้จำเวลา respawns ของแร่ในแต่ละจุดที่เก็บไป
26 Oct 2020
แนะนำเหล่าผีที่เราต้องไปตวจสอบใน Phasmophobia
รู้สึกว่าเจ้าเกมนี้ปล่อยและได้กระแสถูกช่วงจริงๆ กับเกม Phasmobhobia เกมสยองขวัญแบบ Co-op หลอนไปพร้อมกันยกแก๊งค์ ตัวชื่อเกมก็เอามาจากชื่อของอาการ "ฟาสโมโฟเบีย" หรืออาการกลัวผีขั้นรุนแรง ซึ่งกลุ่มผู้ที่มีอาการไม่เพียงแค่กลัวผี กลัวภาพสยอง หรือกลัว Jump Scare เท่านั้น แต่อะไรก็ตามที่ทำให้จินตนาการได้ว่า "มีแน่ๆ" เช่น ตู้เสื้อผ้าแง้มไว้ หรือเสียงเพลงที่มีโน้ตสูงลากยาวๆ (ที่มักใช้ในฉากก่อนเจอผี) ก็ทำให้คนเหล่านี้กลัวจนสติแตกได้หมดจ้า เกม Phasmophobia เองก็ได้สร้างขึ้นเพื่อให้คนเล่นหลอนนั่นแหละ โดยผู้เล่นต้องรับบทเป็นทีมสำรวจผี เพื่อระบุตัวตนและส่งรายงานให้กับทีมกำจัดผี แน่นอนว่าถึงจะเข้าไปอย่างสงบ แต่ถ้าเจอผีดุก็อาจโดนหักคอได้เช่นกัน ยิ่งใครที่คิดว่าแน่ไม่กลัวผีหรอก เกมนี้เขาก็รองรับระบบ VR ด้วยนะ ไปโดนกันได้ แล้วเกมนี้เขาสร้างผีแบบไหนไว้บ้างน๊า? ก็ต้องขอบอกว่าแค่ early access ก็มีมาให้ถึง 12 แบบ! จะมีแบบไหนบ้าง แล้วผีแต่ละแบบมีที่มาที่ไปอย่างไร ไปชมกันเลยจ้า~ หมายเหตุ: รูปร่างผีที่ปรากฏในเกมจะไม่ตรงกับลักษณะที่แท้จริงของผีเหล่านี้แบบ 100% เน้อ เพื่อให้คนเล่นเดาได้ยากขึ้นนั่นเอง   Spirit ตามตำนาน: ตรงๆ เลยคือวิญญาณคนตายทั่วไปนี่แหละ โดยอาจจะปรากฎตัวให้คนเห็นหรือมาในรูปแบบคล้ายสสารบางอย่างเพื่อสื่อสารกับคนเป็น ลักษณะในเกม: ผีธรรมด๊าธรรมดาแต่ก็มีพลังและความอันตราย จุดอ่อนของพวกมันคือจะเคลื่อนที่ช้าลงเมื่อผู้เล่นใช้ Smudge Sticks และหยุดการโจมตีไปชั่วระยะหนึ่ง เบาะแสที่ช่วยระบุตัวตนคือโต้ตอบ (Spirit Box) มีรอยนิ้วมือ (Fingerprints)  และเขียนหนังสือได้ (Ghost Writing)   Wraith ตามตำนาน: ในเรื่องเล่าของสกอตแลนด์ Wraith เกิดขึ้นจากวิญญาณของคนที่เพิ่งเสียชีวิต มีภาพจำเป็นโครงกระดูกถูกห่อด้วยผ้าที่ขาด (หรือคล้ายพวกยมทูต) ที่ยังมีภาระค้างคาบนโลกคนเป็น ในความเชื่อสมัยใหม่ Wraith สามารถโจมตีผู้คนโดยไม่ต้องมีแรงจูงใจด้วยล่ะ ลักษณะในเกม: เป็นผีที่อันตรายมากชนิดหนึ่ง สามารถลอยตัวได้ซึ่งทำให้เราอาจไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า แถมยังทะลุกำแพงได้ด้วย เราจึงต้องหาเบาะแสที่รอยนิ้วมือ (Fingerprints) ส่วนอย่างอื่นที่พอทำให้เดาได้อีกคือ Spirit Box และอากาศที่เย็กยะเยือก (Freezing Temperature) พวกมันเกลียดเกลือ เพราะฉะนั้นให้พกเกลือไว้เพื่อป้องกันการโจมตีจาก Wraith ด้วยเน้อ   Phantom ตามตำนาน: เชื่อว่าเป็นวิญญาณที่มักจะเข้าหาคนด้วยภาพมายาหรือการแปลงกายเป็นคนหรือสัตว์ ด้วยพลังที่มากกว่าวิญญาณแบบทั่วไป จึงมักจะออกมาปรากฎตัวให้คนเห็นได้ไม่ยาก และไม่ใช่วิญญาณที่โหดร้ายหรือทำร้ายมนุษย์ด้วยนะ ลักษณะในเกม: เป็นวิญญาณที่สามารถครอบงำผู้คนได้ สามารถเรียกให้ออกมาได้ด้วยกระดาน Ouija ถ้าเรามองไปที่ Phantom ค่าสติเราจะลดฮวบๆ ทันที แต่ถ้าเราถ่ายรูปมัน แชะ! พวกมันจะหายไป ถ้าเจอก็ลองดู ถ้าถ่ายไม่ติดก็แสดงว่าชัดเลย ส่วนหลักญานในการระบุตัวตนเพิ่มเติมคือ ค่า EMF Level 5, แสงหิ่งห้อย (Ghost Orb) และอากาศเย็นจัด (Freezing Temperature)   Poltergeist ตามตำนาน: ถ้าเราหลอนกับวิญญาณที่มองไม่เห็นแต่ป่วน ยก ย้าย และปาของรอบตัวเป็นว่าเล่น และบางครั้งก็เล่นจนถึงขั้นบาดเจ็บได้ก็มี นั่นคือ Poltergeist ที่จริงชื่อนี้มาจากปรากฎการณ์ชนิดหนึ่งที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์ไม่ได้ จึงทำให้เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือผีนั่นแหละ ลักษณะในเกม: ผีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดจนได้ชื่อว่าเป็น "ผีที่น่ารำคาญ" มีจุดแข็งตรงที่สามารถปาของได้เพื่อทำให้ผู้เล่นกลัวหรือบาดเจ็บ สามารถโต้ตอบ (Spirit Box) ทิ้งรอยนิ้วมือไว้ (Fingerprints) และตรวจสอบได้จากหิ่งห้อย (Ghost Orb) ถ้าเข้าไปกวนผีเยอะๆ แล้วมันโยนของใส่ก็แสดงว่าใช่ล่ะ วิธีป้องกันคือให้เข้าไปยังห้องโล่งๆ แล้วมันจะทำอะไรเราไม่ได้   Banshee ตามตำนาน: เป็นวิญญาณหญิงสาวที่จะออกมาร่ำไห้เป็นลางบอกเหตุว่ากำลังจะมีคนตาย ตามความเชื่อของชาวไอร์แลนด์ มักจะร้องไห้คร่ำครวญและกรีดร้อง นับเป็นลางร้ายแบบหนึ่งเลยล่ะ ลักษณะในเกม: เป็นผีนักล่าโดยธรรมชาติ Banshee จะกลัวไม้กางเขนมาก หากเราวางหรือถือไว้ก็ช่วยได้ แต่ถ้าหากมันเริ่มไล่ล่าใครก็ตามที่เข้ามาและจะตามติดคนนั้นไปเพียงคนเดียวเรื่อยๆ จนกว่าจะฆ่าสำเร็จ ถ้าเจออากาศติดลบ (Freezing Temperature) เจอรอยนิ้วมือ (Fingerprints) แถม EMF ยังขึ้นไปถึง Level 5 อีกก็ชัดเลย วิ่งเซ่!!~    Jinn ตามตำนาน: เป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติชนิดหนึ่งในความเชื่อของชาวอาหรับ แต่เมื่อศาสนาอิสลามเข้าสู่ดินแดนอาหรับ "ญิน" ก็ได้ถูกจำกัดความให้เป็นวิญญาณชั่วร้ายที่มีพลังอำนาจมาก ส่งผลให้เกิดโชคร้ายและโรคภัย สามารถหลอกล่อหรือหลอกลวงมนุษย์ให้หลงผิดไปได้ด้วย ลักษณะในเกม: เป็นผีหวงที่ ถ้าถูกคุกคามเมื่อไหร่ก็อาละวาดได้ทันที สังเกตได้จากการโต้ตอบ Spirit Box แสงหิ่งห้อย Ghost Orb และค่า EMF Level 5 ถ้า Jinn เข้าสู่โหมดไล่ล่าจะเป็นผีที่มีความเร็วสูงมาก วิธีแก้คือให้ปิดแหล่งพลังงานในบริเวณนั้นแล้วมันจะทำอะไรเราไม่ได้   Mare ตามตำนาน: เป็นวิญญาณร้ายที่มักจะนั่งทับบนอกคนเวลานอนพร้อมบันดาลให้เกิดฝันร้าย อาจทำให้คนที่ถูกหลอกรู้สึกหายใจไม่ออก (ผีอำนั่นแหละ) ได้ มีต้นกำเนิดจากความเชื่อในแถบเยอรมัน ลักษณะในเกม: เป็นตัวกำเนิดฝันร้าย ยิ่งอยู่ในที่มืดยิ่งมีพลังสูง ฉะนั้นให้เปิดไฟรัวๆ อยู่แต่ในที่สว่างหากเราได้เบาะแสว่ามันคุยด้วย (Spirit Box) มีแสงหิ่งห้อย (Ghost Orb) และอากาศหนาวจัด (Freezing Temperatures)   Revenant ตามตำนาน: เป็นประเภทวิญญาณที่ตายแล้วยังอยู่ไม่สุข เป็นผีที่เต็มไปด้วยความแค้น โดยก่อนตายก็ได้ทำความชั่วร้ายไว้ เมื่อตายไปก็พยายามฟื้นคืนชีพให้กับร่างตัวเอง วิญญาณประเภทนี้จะออกมาหลอกหลอนคนรู้จัก ตามล่าคนที่ยังมีชีวิต ไปจนถึงแพร่ความโกรธแค้น อย่างไรก็ดี Revenant จะมีพลังเฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น ลักษณะในเกม: เป็นผีที่โจมตีแบบไม่เจาะจงเป้าหมาย และเมื่อได้ล่ามันจะดุร้ายและไวมากๆ แต่ถ้าเราไปซ่อนจนมันหาไม่เจอก็จะเคลื่อนที่ช้าลงมากๆ ฉะนั้นให้ระวังเมื่อค่า EMF Level 5 เจอรอยนิ้วมือ (Fingerprints) และมันเขียนหนังสือได้ (Ghost Writing) ก็แสดงว่าชัวร์   Shade ตามตำนาน: ถ้าในผีในอุดมคติของคนทั่วไปคือวิญญาณรางๆ แว๊บมาให้เห็นแล้วหายไป นั่นแหละคือ Shade ว่ากันว่าวิญญาณเหล่านี้ถูกพิพากษาไม่ให้ขึ้นสวรรค์และติดอยู่ในยมโลก ลักษณะในเกม: ได้ชื่อว่าเป็น "ผีขี้อาย" ถ้ามีคนอยู่เยอะๆ มันจะหยุดทุกการกระทำและซ่อนตัว ทำให้ผู้เล่นหาไม่เจอและเสียเวลาสุดๆ แต่จะเข้าโจมตีเมื่อเจอผู้เล่นเดินโดดเดี่ยวอยู่ โดยสามารถระบุตัวตนได้จาก EMF Level 5, Fingerprints และ Ghost Writing   Demon ตามตำนาน: นี่ก็เป็นวิญญาณแต่จัดอยู่ในขั้นที่เรียกได้ว่าดุร้ายมาก เนื่องจากเป็นวิญญาณที่สะสมแต่ความชั่วไว้ในตัว จึงมักถูกนำมาใช้เป็นคติถึงคนที่ทำชั่วในทางศาสนาต่างๆ ลักษณะในเกม: เป็นผีชนิดที่มีความร้ายกาจที่สุดที่จะเจอได้ในเกม พวกมันจะโจมตีอย่างรุนแรงและไร้เหตุผล ทำให้อัตราที่จะเกิดการไล่ล่านั้นมีบ่อยมาก ทั้งนี้ถ้าพกไม้กางเขนมาก็พอช่วยได้บ้าง แต่ถ้าหากคุยกับมันดีๆ ผ่าน Ouija Board จะทำให้ค่าสติไม่ลดได้นะ สามารถระบุตัวตนได้จาก Spirit Box, Ghost Writing และ Freezing Temperatures    Yurei ตามตำนาน: คือผีที่ตายโดยที่จิตยังไม่ดับ หรือง่ายๆ ก็ผีตายโหงของบ้านเรานี่เอง ในความเชื่อของญี่ปุ่น เราสามารถเจอวิญญาณประเภทนี้ได้ตามโรงพยาบาล หรือถนน ด้วยความที่ตายแบบไม่ได้ตั้งตัวนี่เอง ทำให้ยูเรมีความพยาบาทหรือสิ่งติดค้างในใจ แทนที่จะไปที่ชอบ ก็มาวนเวียนให้ผู้คนเห็นแทน ลักษณะในเกม: ผีที่กลับสู่โลกคนเป็นด้วยความแค้นและความเกลียดชัง เป็นผีอีกตัวที่ลดค่าสติเราได้อย่างรวดเร็ว ตรวจสอบได้จาก Ghost Orb, Ghost Writing และ Freezing Temperatures การจุดธูปจะช่วยให้ Yurei หยุดการเคลื่อนไหวได้   Oni ตามตำนาน: ชื่อนี้แฟนการ์ตูนญี่ปุ่นน่าจะคุ้นกันดี โอนิหรือยักษ์ในลัทธิชินโต เป็นต้นเหตุของโชคร้ายและโอนิจะมาขโมยวิญญาณของคนตายอีกด้วย ฉะนั้นในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิจึงได้จัดเทศกาลเซะสึบงขึ้น เพื่อปาถั่วเหลือขับไล่โอนินั่นเอง แต่ปัจจุบันความเชื่อได้ถูกดัดแปลงให้โอนิกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์ไปแล้ว ลักษณะในเกม: เป็นผีที่แข็งแกร่งพอๆ กับ Demon และยิ่งมีผู้เล่นหรือเหยื่ออยู่ใกล้ๆ มันจะยิ่งกระตือรือร้นเป็นพิเศษ ถ้าเจอ EMF Level 5 ลองคุยดูถ้าโต้ตอบ Spirit Box และยอมเขียนหนังสือ Ghost Writing ก็เดาได้ว่าใช่ แต่ที่จริงถ้าเรายิ่งเกาะกลุ่มมันก็ยิ่งออกมาง่ายขึ้น อยากถ่ายรูปยังไงก็ติดจ้า
22 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Braum " พร้อมสอนวิธี Combo
League of Legends: Wild Rift ในวันนี้เราจะมาแนะนำแชมเปี้ยนสายแทงค์ที่มีทุกสกิลเพื่อเพื่อนร่วมทีมและถึกมากๆ อีกตัวหนึ่งนั่นคือ ชายผู้ดูแลฝูงแกะ Braum โดยในวันนี้พวกเรา GameFeverTH มีข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลสกิล ไปจนถึงข้อมูลการวิเคราะห์การแล้วในตำแหน่งและคอมโบมาบอกทุกๆ คนด้วย มาดูกันเลย. ชื่อ : Braum สาย : Tank / Support ตำแหน่ง : Dragon lane ระยะการโจมตี : .ใกล้ ระดับความยาก : 2/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Concussive Blows CD : 0 วินาที  การโจมตีของ Braum จะทำให้เป้าหมายติด Concussive Blows เป็นเวลา 4 วินาที หลังจากที่ศัตรูติดสถานะนี้แล้ว การโจมตีของแชมเปี้ยนพันธนิตรจะช่วยเพิ่ม Concussive Blows ขึ้นด้วยเช่นกัน และเมื่อติดสถานะนี้ครบ 4 ขั้น ศัตรูจะสตั๊นเป็ยเวลา 1.24 วินาที และได้รับความเสียหายเวทย์ 32 หน่วย สกิลที่ 1  Winter's Bite CD : 10 วินาที มานา 55 ยิงน้ำแข็งที่สร้างความเสียหายเวทย์ 91 หน่วย และสโลว์ศัตรูที่โดน 70% เป็นเวลา 2 วินาที   สกิลที่ 2 Stand Behind me CD :  13 วินาที มานา 55 กระโดดไปหาพันธมิตร ทั้งตัว Braum และพันธมิตรจะได้รับเกราะ 10 หน่วยและเกราะต้านทานเวทย์ 10 หน่วย เป็นเวลา 3 วินาที สกิลที่ 3 Unbreakable CD : 16 วินาที มานา 15 ยกโล่ของเขาขึ้นมาเพื่อป้องกันการโจมตีระยะไกลเป็นเวลา 5 วินาที ซึ่ง Braum จะลบล้างความเสียหายระยะไกลครั้งแรกจากทิศทางที่เขาหันไปและรับความเสียหายลดลง 28% จากดาเมจที่เหลือ Braum จะได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 10% ในขณะที่ยกโล่ สกิลอัลติเมท Glacial Fissure CD : 90 วินาที มานา 100 กระแทกพื้นดินให้แผ่นดินแยก สร้างความเสียหายเวทย์ 150 หน่วย และทำให้ศัตรูลอยขึ้นเป็นเวลา 1 วินาที รอยแยกจะทำให้ศัตรูสโลว์ 40% และคงอยู่เป็นเวลา 4 วินาที *หลังจากโดนศัตรูตัวแรก ศัตรูที่เหลือจะลอยขึ้น 0.75 วินาที   คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 1 ก่อนเพื่อใช้ในการก่อกวน ADC อีกฝ่าย อัพสกิล 3 เพื่อป้องกัน ADC ของทีมเราและสามารถใช้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลาสครีปได้ อัพสกิล 2 เพื่อกระโดดมาซ้อนช่วยเพื่อนได้ จะเน้นที่สกิล 1 หรือ 3 ก็ได้ อัพสกิลอัลติเมทพร้อมเปิดไฟต์   แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น   1.Zeke's Convergence +40 เกราะ +40 ต้านทานเวทย์ +150 มานาสูงสุด +10% ลดคูลดาวน์ Harbinger: เมื่อใช้อัลติเมทจะมีพายุหิมะล้อมรอบตัวและทำให้การโจมตีของพันธมิตรที่อยู่ใกล้เคียงลุกติดไฟเป็นเวลา 10 วินาที พายุหิมะที่เกิดขึ้นนั้นจะสโลว์ศัตรู 20% และการโจมตีของพันธมิตรจะเผาใหม้ศัตรู สร้างความเสียหายเวทย์ 30% เป็นเวลา 2 วินาที *กรณีที่มีพันธมิตรอยู่ใกล้เคียง 2 ตัวขึ้นไปผลเอฟเฟ็คจะส่งให้กับแชมเปี้ยนที่มีพลังโจมตีสูงสุด Frostfire Covenant : พายุหิมะดังกล่าวจะจุดไฟใส่ศัตรูเพิ่มเติม เมื่อสโลว์ศัตรูที่กำลังลุกไหม้อยู่ส ร้างความเสียหายเวทย์ 40 หน่วยต่อวินาที และสโลว์ 40% เป็นเวลา 3 ว 2.Protector's Vow +350 พลังชีวิตสูงสุด +40 เกราะ +10% ลดคูลดาวน์ Protector: ยกโล่ขึ้นมาเมื่ออยู่ใกล้แชมเปี้ยนพันธมิตรหนึ่งคน หากเราหรือพันธมิตรได้รับความเสียหายจากแชมเปี้ยนศัตรู มอนเตอร์ หรือป้อมปราการทั้งเราและพันธมิตรจะได้รับโล่ป้องกัน 125 หน่วย +20% HP Max และความเร็วเคลื่อนที่ 20% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( CD 30 วินาที ) 3.lonian Locket Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Summoned : ลดคูลดาวน์เวทย์ลง 10% Locket ( กดใช้ ) : สร้างโล่ป้องกันให้ตัวเองและแชมเปี้ยนพันธมิตรที่อยู่ใกล้เคียงทั้งหมดซึ่งจะดูดซับความเสียหาย 140-420 หน่วยเป็นเวลา 2.5 วินาที ( CD 60 วินาที ) 4.Dead Man's Plate +300 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Momentum : การเคลื่อนที่จะสะสม Momentum มอบความเร็วเคลื่อนที่สูงสุด 50 หน่วยและเมื่อจะสะสมครบ 100 หน่วย การโจมตีครั้งถัดไปจะใช้ Momentum ทั้งหมดเพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับจำนวน Momentum ที่สะสมมา Crushing Blow : การโจมตีระยะประชิดที่ใช้ Momentom ขั้นสูงสุดจะสโลว์เป้าหมาย 50% เป็นเวลา 1 วินาที 5.Abyssal Mask +300 พลังชีวิตสูงสุด +40 ต้านทางเวทย์ +300 มานาสูงสุด +10% ลดคูลดาวน์ Eternity : ฟื้นฟูมานาเท่ากับ 15% ของความเสียหายที่ได้รับจากแชมเปี้ยน ฟื้นฟูพลังชีวิตเท่ากับ 20% ของมานาที่ใช้ไป จำกัดพลังชีวิตที่ฟื้นฟูสูงสุด 25 หน่วยต่อการใช้สกิล 1 ครั้ง Abyssal : แชมเปี้ยนศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงจะได้รับโบนัสความเสียหายเวทย์ 15%   6.Randuin's Omen +400 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Armored : ลดความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลลง 15% Cold Steel : ลดความเร็วโจมตีของศัตรูลง 15% เป็นเวลา 1.5 วินาทีเมื่อถูกโจมตี.   Spell ที่แนะนำ Exhaust : Spell นี้สามารถใช้สโลว์แชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีหรือกำลังเข้ามาล้วงเพื่อนร่วมทีมได้ และนอกจากความเร็วจะลดลงแล้วดาเมจของแชมเปี้ยนที่โดนก็ลดลงอีกด้วย. Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Dragon lane ต้นเกม ในช่วงต้นเกมนั้นผู้เล่นต้องอย่าหยุดนิ่งต้องทำหน้าที่ซัพให้สมบูรณ์ตั้งแต่การปักวาร์ด เช็คพุ่มรวมถึงห้ามลาสครีป รวมถึงพยายามใช้สกิล 1 ในการตอดเลือดป่วน ADC ของอีกฝ่ายและใช้สกิล 2 ในการใช้โล่ปกป้อง ADC ของเราหรือไม่ก็ใช้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายลาสครีปรถถังของเราทำให้เขาจะได้เงินน้อย สิ่งเหล่านี้ในต้นเกมนี่แหละจะช่วยให้ ADC ของเราได้เปรียบในเลนมากๆ และเรายังสามารถใช้สกิล 1 ใส่ศัตรูและให้ ADC ของเรายิงเพื่อใช้งานสตั๊นจากสกิลติดตัวของ Bruam ได้อีกด้วย กลางเกม - ท้ายเกม จะช่วงไหนๆ สำหรับ Bruam ก็ควรพยายามที่จะปกป้อง ADC ของทีมเราให้ปลอดภัยที่สุด ให้เขาได้ยิงฟรีมากที่สุด และพยายามอยู่ข้างหน้ารับดาเมจให้เพื่อนในทีมมากที่สุด ให้สมกับที่เขาเป็นเหมือคนเลี้ยงแกะผู้ปกป้องฝูงแกะของเขา ดังนั้นถ้าจำเป็นจริงๆ ตายแทนได้ก็ต้องยอม ( แต่พยายามอย่าตายฟรีอย่างน้อยให้เพื่อนรอด หรือสามารถแลกด้วยการสังหารศัตรู ADC หรือจัดการแชมเปี้ยนศัตรูได้ 2 ตัวขึ้นไปถึงจะคุ้ม ) ส่วนในเรื่องของการเปิดไฟต์ทำจังหวะนั้นผมได้มีทริคแนะนำคอมโบสุดโหดมาให้ในหัวข้อด้านล่างนี่เลย   คอมโบการเล่น สกิล 2 + สกิล 3 + Flash + Untimate + สกิล1 กดสกิล 2 เพื่อกระโดดไปที่เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ใกล้กับแชมเปี้ยนศัตรูที่สุด กดสกิล 3 ตั้งโล่เพื่อป้องกันการโจมตีระยะไกลที่อาจจะทำให้เราติดสตั๊นและอาจเสียจังหวะได้ กด Flash พุ่งไปทิศทางที่แชมเปี้ยนอยู่ กดสกิล Untimate ทำให้ศัตรูลอย กดสกิล 1 เพื่อสโลว์ศัตรูที่กำลังหนี   สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  มี CC เยอะ ป้องกันดาเมจให้เพื่อนร่วมทีมได้ สามารถให้เพื่อใช้งานสกิลติดตัวของตนได้ เป็นแชมเปี้ยนที่เปิดไฟต์ได้ดีมากๆ ข้อเสีย มีดาเมจค่อนข้างน้อง สกิล 3 ป้องกันได้เพียงดาเมจจากทิศที่หันไปเท่านั้น แพ้พวกแชมเปี้ยนที่ล้าง CC ได้ หรือมีไอเทมล้าง CC แพ้ทางแชมเปี้ยนที่ว่องไว
22 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Varus " พร้อมสอนวิธี Combo
สำหรับ League of Legents : Wild Rift ใกล้จะถึงวัน Open Beta แล้วนะครับ สำหรับวันนี้ขอพวกเรามีแชมเปี้ยน ADC ที่มีคอมโบสกิลรุนแรงนั่นคือ " Varus " มาแนะนำให้กับทุกคนโดยเราจะให้ทุกคนได้รู้จักตั้งแต่พื้นฐานเบื้องตน แนวทางการออกไอเทม และจะวิเคราะห์การเล่นตำแหน่งของตนเอง + สอนคอมโบอีกด้วย! ชื่อ : Varus สาย :  ADC / AD ตำแหน่ง : Dragon lane ระยะการโจมตี : ไกล / กลาง ระดับความยาก : 2/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Living Vengeance   CD : 0 วินาที  รับ 40% ความเร็วโจมตี เป็นเวลา 5 วินาที เมื่อสังหารหรือช่วยเหลือและรับ 20% เมื่อไม่ได้สังหาร สกิลที่ 1  Piercing Arrow CD : 18 วินาที มานา 75 กดค้าง : ง้างสายธนูเพื่อเพิ่มระยะโจมตี และความเสียหายสำหรับการยิงครั้งถัดไป โดยความเร็วในการเคลื่อนที่จะลดลง 20% ในขณะง้างสายธนู ปล่อย: ยิงธนูออกไป สร้างความเสียหายกายภาพ 74-111 หน่วย ลงลง 15% ต่อศัตรูที่โดนโจมตี *คูลดาวน์ของสกิลนี้จะลดลง 4 วินาทีหากธนูระเบิดใส่ Blight ที่สะสมแต้มบนแชมเปี้ยนศัตรูอย่างน้อยหนึ่งแต้ม การใช้สกิลจะถูกยกเลิกหากไม่ยิงภายใน 4 วินาที แต่ละคืนมานากลับมาให้ 50%   สกิลที่ 2 Blighted Quiver CD :  30 วินาที มานา 0 ติดตัว : การโจมตีจะสร้างโบนัสความเสียหายเวทย์ 8 หน่วยและมอบ Blight เป็นเวลา 6 วินาที ( สะสมได้ 3 ครั้ง ) โดยสกิลอื่นๆ ของ Varus จะสามารถระเบิด Blight ได้โดยจะสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับ 3% จากค่าพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมายต่อแต้มที่สะสม กดใช้ : เพิ่มโบนัสความเสียหายเป็น 2 เท่าจากสกิลติดตัวของสกิลนี้เป็นเวลา 4 วินาที และการโจมตีด้วยสกิลของ Piercing Arrow จะสร้างโบนัสความเสียหายเวทย์ 7 - 10% จากค่าพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมายเพิ่มขึ้นอีก 0 - 50% ( ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการชาร์จของสกิล 1 ) สกิลที่ 3 Hail of Arrows CD : 16 วินาที มานา 80 ยิงฝนธนู สร้างความเสียหายกายภาพ 70 หน่วย และทำลายพื้นเป็นระยะเวลา 4 วินาที โดยพื้นที่ดังกล่าวจะสโลว์ศัตรูลง 25% และมอบผล Grievous Wound ( ลดเอฟเฟกต์ฟื้นฟูลง 50% ) สกิลอัลติเมท Chain of Corruption CD : 70 วินาที มานา 100 โยนเถาวัลย์ไปมัดศัตรู และสร้างความเสียหายเวท 150 หน่วย พร้อมกับหยุดการเคลื่อนไหวศัตรูคนแรกที่โดนทันทีเป็นเวลา 2 วินาที *เถาวัลย์จะกระจายออกต่อไปเข้าหาศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงและจะหยุดการเคลื่อนไหวของพวกเขาถ้าหากเข้าไปโดนเถาวัลย์ **ผู้ที่โดนเถาวัลย์หยุดการเคลื่อนไหวจะได้รับแต้มสะสม Blight ทันทีเป็นช่วงเวลา 3 วินาที   คำแนะนำการอัพสกิล อัพสกิล 2 เพื่อเพิ่มดาเมจในการโจมตีปกติทำให้สามารถลาสครีปได้ง่ายขึ้น อัพสกิล 1 ก่อนเพื่อใช้ในการรักษาระยะพร้อมทั้งสามารถตอดศัตรูจากระยะไกลได้ อัพสกิล 3 เพื่อช่วยทั้งในเกมรุกและรับ กลับมาย้ำที่สกิล 1 เพื่อรีดดาเมจให้แรงขึ้น อัพสกิลอัลติเมทเพื่อเตรียมการใช้คอมโบตามหัวข้อที่ข้างล่างได้ที่ผมจะบอกต่อไปได้เลย.   แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.Blade of The Ruined King +30 พลังโจมตีกายภาพ +30%  ความเร็วโจมตี Thirst : ดูดเลือดกายภาพ +10% Ruined Strikes : การโจมตีจะสร้างโบนัสความเสียหายจำนวน 6% ของ HP ปัจจุบันของศัตรู และจะสร้างความเสียหายแก่มอนส์เตอร์เป็นจำนวน 15-60 หน่วย Drain : การโจมตีปกติหรือสกิลใส่แชมเปี้ยนครบ 3 ครั้งจะสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่ม 30-100 หน่วย และขโมย 25%  ของความเร็วเคลื่อนที่จากเป้าหมายเป็นเวลา 3 วินาที ( CD 60 วินาที ) 2.Runaan's Hurricane +25% อัตรคริติคอล +45% ความเร็วโจมตี Wind's Furry : การโจมตีจะโจมตีศัตรูที่อยู่ใกล้เคียงเพิ่มอีกตัว 2 ตัว โดยแต่ละตัวจะได้รับความเสียหาย 40% การโจมตีเหล่านี้สามารถติดคริติคอลและมอบผลพิเศษเมื่อโจมตี 3.Gluttonous Quicksilver Footwear : +40 % ความเร็วเคลื่อนที่ Seconds : +8% ดูดเลือดกายภาพ Thirds : +8% ดูดเลือดเวทย์ Quicksilver ( เอฟเฟคกดใช้ ) : ลบล้างสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับในขณะนั้นและได้รับความเร็วเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอีก 50% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( คูลดาวน์ 60 วินาที ) 4.Infinity Edge +55% พลังโจมตี +25% อัตราคริติคอล Infinity : การโจมตีคริติคอลสร้างความเสียหาย +230% จากปกติที่เป็น 200% 5.Rapid Firecannon +25% อัตราคริติคอล +35% ความเร็วโจมตี Hunter's Swiftness : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Energized : การเคลื่อนที่และการโจมตีจะสะสม Energry โดยเมื่อจะสมจนถึงระดับสูงสุด การโจมตีครั้งถัดไปจะสร้างโบนัสความเสียเวทย์ 50-120 หน่วย และกระตุ้นการทำงานของเอฟเฟค Energized ทั้งหมดออกมา Firecannon Barrel : สะสม Energry เร็วขึ้น 25% และการโจมตี Energized จะมีโบนัสจากระยะการโจมตี +150 หน่วย 6.Mortal Reminder +45 พลังโจมตี Last Whisper : เจาะเกราะ +35% Excutiomer's Calling : ความเสียหายกายภาพจะมอบสถานะบาดแผล Grievous Wounds แก่แชมเปี้ยนศัครูเป็นเวลา 5 วินาที Spell ที่แนะนำ Heal - ใช้ฮีลตนเองและเพื่อนร่วมทีมทำให้ช่วยในจังหวะสำคัญๆ ได้ Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. รูน วิเคราะห์การเล่น Dragon lane ต้นเกม สำหรับการเล่น Varus นั้นง่ายในระดับนึง โดยในช่วงแรกผู้เล่นต้องใจเย็นพยายามลาสครีปเก็บเลเวลเก็บเงินไปก่อน และอย่างลืมที่จะปักวาร์ดอยู่สม่ำเสมอด้วย จากนั้นถ้ามีโอกาสแนะนำให้ตอดเลือดอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุดเพื่อชิงความได้เปรียบในเลนของตนเอง กลางเกม - ท้ายเกม หลังจากมีไอเทมประมาณ 2-3 ชิ้นและมีอัลติเมทแล้ว ขอรับประกันได้เลยว่าสามารถคิลได้แบบแทบจะ 100% เลย แต่ให้เรายืนอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัยอยู่หลังเพื่อนๆ ไว้ดีที่สุด อย่าหิวหรือห้าวนำหน้าเพื่อนร่วมทีม และพยายามเข้าในทุกจังหวะทั้งจังหวะเปิดไฟต์และจังหวะ 2 เพราะ Varus นั้นการทำดาเมจต่อเนื่องได้ถือว่าเป็นประโยชน์กับทีมมากๆ คอมโบการเล่น คอมโบนี้เป็นคอมโบสำหรับเน้นไปที่อัลติและสกิลติดตัวจากสกิล 2ขั้นตอนมีดังนี้ Untimate + สกิล 3 + สกิล 2 + ตีธรรมดา 3 ครั้ง + สกิล 1 ชาร์จ ให้เรากดอัลติเมทใส่ศัตรูเพราะเมื่อโดนศัตรจะถูกตรึงไว้และได้รับ Blight 3 แต้มทันทีเป็นเวลา 3 วินาที จากนั้นกดสกิล 3 เพื่อทำให้ Blight เหล่านั้นระเบิดทำดาเมจ เมื่อศัตรูเดินเข้าหาเราหรือเดินหนีมันจะสโลว์เพราะผลของสกิลนี้ ต่อไปให้เราทำการกดสกิล 2 ( จะกดหรือไม่กดก็ได้ ) จากนั้นกดตีธรรมดาให้ครบ 3 ครั้งเพื่อสะสม Blight 3 แต้ม กดสกิล 1 *แนะนำให้ชาร์จเพื่อเพิ่มดาเมจและระยะทาง ทำตามขั้นตอนนี้รับประกันศัตรูตายแน่นอน.   สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  เล่นงาย คอมโบโหดมาก สามารถเป็นดาเมจหลักของทีมได้ อัลติเมททำ CC หมู่ได้ ข้อเสีย แพ้แชมเปี้ยนที่มีความรวดเร็ว แพ้ทางไอเทมล้าง CC แพ้ทางแชมเปี้ยน ADC บางตัวที่มีระยะในการยิงไกลกว่า ระยะการยิงสั้นกว่าแชมเปี้ยน ADC หลายๆ ตัว ไม่มีสกิลหนี
22 Oct 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Xiangling
Xiangling: Support / DPS, Tier A แม่ครัวเลือดร้อนในตำนานแห่ง Liyue และผู้ใช้อาวุธหอกเพียงหนึ่งเดียวในเกมขณะนี้ ทำให้ Xiangling มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากตัวละครอื่นๆ ในเกมประมาณหนึ่ง เธอมีความสามารถมากมายที่ทำให้เธอเหมาะจะเป็นทั้ง DPS และ Support ขึ้นอยู่กับการใช้งานของผู้เล่น แถมด้วยความที่เป็นตัวละคร Rate Up ในตู้กาชาตู้แรก และเป็นตัวละครที่แจกฟรีตามกิจกรรม ทำให้ผู้เล่นหลายๆ คนมีเธออยู่ในทีมอยู่แล้วอีกด้วย จุดเด่น สกิลใช้งานง่าย ทำความเสียหายสูง และสามารถเซ็ตธาตุให้เพื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ปลดล๊อคหมู่ดาวง่ายเพราะเป็นตัวแจกตามกิยกรรม + ตัวเรทอัพ (กระทั่งในตู้น้อง Klee ที่มาใหม่เธอก็ยังเรทอัพอยู่) ความสามารถติดตัวทำให้ประหยัดวัตถุดิบทำอาหาร สกิล Elemental Skill [E / R2]: Guoba Attack เรียกตุ๊กตาหมีออกมา โดยตุ๊กตาจะทำการพ่นไฟโจมตีศัตรูในระยะสกิลโดยอัตโนมัติ เช่นเดียวกับน้อง Fischl ที่สามารถเรียกนกกามาช่วยโจมตี Xiangling ก็มีตุ๊กตาคู่ใจของเธอ ที่สามารถเรียกออกมาช่วยโจมตีด้วยเช่นกัน โดยการที่สกิลนี้จะทำการโจมตีหลายครั้งต่อเนื่องกันตลอดระยะเวลาสกิล ทำให้ Xiangling สามารถเรียกหมีออกมาทำความเสียหายในระหว่างที่กำลังหลบหนีการโจมตีของศัตรูก็ได้ หรือจะเปลี่ยนตัวละครเพื่อมาทำคอมโบกับเจ้าหมีก็ได้ ทำให้เธอสามารถรับตำแหน่ง Support ได้ไม่แย่ไปกว่าการเป็น DPS แถมเจ้าหมียังสามารถพ่นไฟเพื่อจุดคบเพลิงหรือเผาเถาวัลย์ หรือกระทั่งจุดไฟเพื่อทำอาหารก็ได้ ถือเป็นสกิลสารพัดประโยชน์เลย จุดสังเกติอย่างหนึ่งที่อาจจะเรียกว่าเป็นข้อเสียของสกิลก็ได้ คือการที่เจ้าตุ๊กตาหมีดูจะสามารถใช้เพื่อแก้พัซเซิ่ลที่ต้องขึ้นไปยืนบนแท่นได้ ต่างกับตุ๊กตากระต่ายของ Amber ฉะนั้นในแง่ของการสำรวจ Amber อาจจะยังใช้ง่ายกว่าในหลายกรณี Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Pyronado เรียกหอกไฟออกมาลอยวนรอบตัว คอยโจมตีศัตรูทุกตัวในรัศมีสกิล เช่นเดียวกับสกิลตุ๊กตาหมี นอกจากจะสร้างความเสียหายได้ค่อนข้างสูงแล้ว สกิลไม้ตายของ Xiangling ยังสามารถทำให้ศัตรูรอบตัวในรัศมีค่อนข้างกว้าง ติดสถานะไฟเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง แถมสกิลนี้จะยังคงแสดงผลอยู่แม้เราสลับตัว Xiangling ออกด้วย ทำให้เราสามารถใช้สกิลนี้ในการซัพพอร์ตตัว DPS หลักได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อจับเธอมาคอมโบกับตัว DPS ไฟอีกตัว เพราะเธอจะได้รับความสามารถที่ช่วยเสริมความเสียหายธาตุไฟมากมายเมื่อปลดกลุ่มดาวได้ (แนะนำทริคเล็กๆ สำหรับคนที่ต่อสู้กับบอสลูกบาศก์ธาตุไฟฟ้า ที่ให้เราต้องทำลายเพชรสายฟ้าทั้งสามเพื่อฆ่าบอส เราสามารถทำลายเพชรทั้งสามได้อย่างรวดเร็วด้วยการกดสกิลนี้เพียงสกิลเดียวได้เลย) Ascension Level 1: Crossfire [ติดตัว] เพิ่มระยะการโจมตีของ Guoba ขึ้น 20% ค่อนข้างตรงตัวกับสกิลนี้ ไม่น่าจะต้องอธิบายอะไรมาก ระยะไกลขึ้นก็โจมตีศัตรูได้ดีขึ้น และทำให้มีโอกาสพ่นไฟใส่ศัตรูได้ทีละหลายตัวมากขึ้นด้วย Ascension Level 4: Beware, It's Super Hot! [ติดตัว] เมื่อสกิล Guoba Attack แสดงผลจนหมดระยะเวลา จะทิ้งพริกขี้หนูเอาไว้ตรงตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ โดยเมื่อเก็บพริกจะทำให้ตัวละครได้รับ ATK +10% เป็นเวลา 10 วินาที การบัฟพลังโจมตีย่อมมีประโยชน์แน่นอนอยู่แล้ว โดยแม้ว่าการที่สกิลมีลักษณะเป็นการทิ้งไอเทมไว้ให้เก็บจะทำให้เราพลาดไปได้เหมือนกัน แต่ในอีกแง่เราก็สามารถเลือกได้เองประมาณหนึ่งว่าจะเลือกเปิดบัฟนี้เมื่อไหร่ เช่นในขณะที่สู้บอส เราอาจจะทิ้งพริกไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะที่จะสามารถตีบอสได้ (เช่นบอสลูกบาศก์ทั้งหลาย หรือบอสมังกร) จะได้ใช้เวลาของบัฟได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ความสามารถประจำตัว: Chef de Cuisine เมื่อทำอาหารที่ให้ผลเพิ่มพลังโจมตี จะมีโอกาส 12% ที่จะได้รับอาหารเป็นสองเท่า (คือทำชิ้นเดียวได้สองชิ้น) เช่นเดียวกับความสามารถติดตัวแนวทำอาหารทั้งหมด สกิลนี้จะช่วยให้เราสามารถประหยัดวัตถุดิบได้ในระยะยาว ยิ่งในช่วงท้ายเกมที่อาหารเริ่มใช้วัตถุดิบเยอะขึ้นกว่าเดิมมากๆ และอาหารก็มีความสำคัญมากขึ้นไปด้วย โบนัสกลุ่มดาว Crispy Outside, Tender Inside: ศัตรูที่โดน Guoba พ่นไฟใส่จะโดนลดพลังต้านทานธาตุไฟ (Pyro) ลง -15% เป็นเวลา 6 วินาที Oil Meets Fire: ทำให้การโจมตีครั้งสุดท้ายในคอมโบโจมตีธรรมดามอบสถานะ "Implode" ให้กับศัตรู ซึ่งจะทำให้เกิดระเบิดเป็นความเสียหายธาตุไฟขึ้นเท่ากับ 75% -ของค่า ATK หลังจากที่เวลาผ่านไป 2 วินาที Deepfry: เพิ่มเลเวลของสกิล Pyronado ขึ้น +3 (เต็ม +15) Slowbake: เพิ่มระยะเวลาแสดงผลของสกิล Pyronado ขึ้น +40% Guoba Mad: เพิ่มเลเวลของสกิล Guoba Attack ขึ้น +3 (เต็ม +15) Condensed Pyronado: เมื่อกดใช้สกิล Pyronado จะมอบโบนัสความเสียหายธาตุไฟให้กับตัวละครทั้งหมดในปาร์ตี้ +15% ตลอดระยะเวลาของสกิล วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม อย่างที่กล่าวไปบ้างแล้ว ด้วยลักษณะสกิลของเธอที่สามารถทำความเสียหายธาตุไฟได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าตัวเธอเองจะไม่ได้ยืนอยู่บนสนาม ทำให้ Xiangling สามารถรับหน้าที่ซัพพอร์ตธาตุไฟได้เป็นอย่างดี แม้ว่าการที่สกิล Guoba Attack จะแอบยุ่งยากอยู่บ้าง แต่ถ้าใช้คู่กับตัวละครที่มีความสามารถในการดึงรวบศัตรูมาไว้ในจุดเดียว (เช่นตัวเอกลม / Venti / Jean / Sucrose) ก็จะสามารถกลบจุดอ่อนนี้ไปได้ และถ้าสามารถตรึงศัตรูให้โดนหมีพ่นไฟได้หลายครั้งจะทำความเสียหายได้เยอะมากๆ แถมการที่สกิลทั้งหลายของเธอเพิ่มความรุนแรงโดยอ้างอิงจากค่าพลังโจมตี ทำให้เธอมักจะมีพลังโจมตีสูงพอจะรับบท DPS จำเป็นขึ้นมาได้เช่นกัน อย่างที่อธิบายไปก่อนหน้านี้ ด้วยความที่ความเสียหายของสกิล (รวมไปถึงความเสียหายจาก Reaction ของธาตุไฟเกือบทั้งหมด) จะคำนวนความเสียหายจากค่า ATK ของตัวละครเป็นหลัก เราจึงควรเน้นปั้น Xiangling ให้มีค่า ATK สูงๆ ไว้ก่อน โดยอาจจะพยายามเล็งใช้อาติแฟก ATK% สองชิ้นกับ Pyro DMG Bonus อีกชิ้นในกรณีที่จะใช้เป็นซัพพอร์ตเต็มตัว (สามารถแทน ATK% ด้วย Elemental Recharge ได้ในกรณีที่อยากปั๊มไม้ตายบ่อยๆ) แต่ถ้าจะใช้เธอเป็น DPS อาจจะเปลี่ยนจาก Pyro เป็น Physical DMG แทน ควบคู่กับ Crit Chance และ Crit DMG ตามสูตร ในแง่ของการจัดทีม Xiangling มีความสามารถติดตัวหลายอย่างที่จะช่วยเพิ่มความเสียหายธาตุไฟให้กับเพื่อนในปาร์ตี้ หมายความว่าเธออาจจะสามารถรับหน้าที่เป็นซัพพอร์ตตัวรองให้กับทีมธาตุไฟได้เป็นอย่างดี หรือถ้าอยากเล่นเธอเป็น DPS ควรพิจารณาหาซัพพอร์ตที่มีความสามารถในการรวบศัตรูเอาไว้กับที่อย่างที่กล่าวไป แค่ท่า Elemental Skill ของตัวเอกลมก็ใช้คู่กับ Guoba ได้เป็นอย่างดีแล้ว แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ในส่วนของอาวุธ เราสามารถเลือกใช้อาวุธจากช่างตีเหล็กได้ทั้งสองชิ้น โดย Prototype Grudge จะมอบค่าสถานะ Energy Recharge ให้เราเมื่ออัปเกรดไปเรื่อยๆ ในขณะที่ Crescent Pike จะช่วยเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีธรรมดา แถมยังให้ค่าสถานะ Bonus Physical DMG มาด้วย ทำให้พลังโจมตีของ Xiangling สามารถเพิ่มได้อย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว ในกรณีที่ไม่อยากคราฟของหรือยังไม่มีวัตถุดิบ สามารถใช้หอกสามดาวที่มอบค่าสถานะเดียวกันกับหอกทั้งสองด้านบนแทนไปก่อนได้เลยตามสายที่ต้องการ Prototype Grudge (4 ดาว): เมื่อใช้สกิล Elemental Skill จะทำให้การโจมตีธรรมดาได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น 8% เป็นระยะเวลา 12 วินาที โดยสามารถซ้อนทับกันได้ 2 Stack (รวมเป็น 16%) Crescent Pike (4 ดาว): เมื่อเก็บลูกแก้ว Elemental Particle ได้ จะทำให้การโจมตีธรรมดาและการชาร์จโจมตีสร้างความเสียหายเพิ่มเติมเป็น 20% ของค่า ATK เซ็ต Artifact ที่แนะนำ Gladiator's Finale: (2) ได้รับ ATK +18% (4) ถ้าตัวละครที่สวมใส่ใช้อาวุธดาบ ดาบใหญ่ หรือหอก จะทำให้การโจมตีธรรมดาทำความเสียหายเพิ่มขึ้น 35% Crimson Witch of Flames: (2) เพิ่มความเสียหายธาตุไฟ +15% (4) เพิ่มความเสียหายจาก Reaction Overload, Burning +40% และ Reaction Vaporize และ Melt +15% และเมื่อใช้ Elemental Skill จะทำให้โบนัสความเสียหายธาตุไฟที่ได้รับจากการใส่เซ็ต 2 ชิ้นเพิ่มขึ้นอีก +50% โดยสามารถซ้อนทับกันได้ 3 ครั้ง (รวมทั้งหมดเป็น +165%) Noblesse Oblige: (2) เพิ่มความเสียหายจากสกิล Elemental Burst +20% (4) เมื่อใช้สกิล Elemental Burst จะเพิ่มค่า ATK ของตัวละครในปาร์ตี้ +20% (ไม่สามารถซ้อนทับกันได้) อ้างอิงข้อมูล: Genshin.gg Game8 GachaGamer
21 Oct 2020
Genshin Impact คู่มือโหมด Co-op การผจญภัยกับผู้เล่นคนอื่นๆ
สวัสดีเหล่านักเดินทางทุกคนนะครับ วันนี้เราได้กลับมาพบกันในเกม Genshin Impact อีกครั้ง ซึ่งผมเชื่อว่ามีหลายๆ คนที่เข้ามาเล่นเกมนี้นอกจากจะต้องการผจญภัยในโลกกว้างแล้ว ยังต้องการที่จะเล่นเกมนี้กับผองเพื่อนอีกด้วย แต่...ทำไมเล่นกับเพื่อนไม่ได้สักทีล่ะ? เล่นกับเพื่อนต้องทำยังไง? ซึ่งผมเชื่อว่าความคิดความสงสัยเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้เล่นมากมาย ดังนั้นวันนี้ทาง GameFever TH ขอพาทุกคนมาดูขั้นตอนทั้งหมดในกรปลดล็อคฌใหมด Co-op กับเพื่อนๆ รวมถึงข้อจำกัดต่างๆ มาดูกันเลยครับ. 1.Genshin Impact : วิธีปลดล็อค co-op ปกตินั้นเกมทั่วๆ ไปเมื่อเล่นไปได้ระยะหนึ่งจะสามารถเข้าถึงโหมด Online หรือ Co-op กับเพื่อนได้ในทันที แต่นั่นไม่ใช่สำหรับ Genshin Impact เพราะผู้เล่นต้องเคลียร์โหมดเนื้อเรื่องและดำเนินเกมซึ่งจะใช้ระยะเวลานานเรียกว่านานมากก็ได้ และขอให้เราแยกส่วนในเรื่องของระดับดังนี้ เลเวลโดยรวมที่ได้รับจากการมีส่วนร่วมต่างๆ ในเกมเรียกว่า ระบบ Adventure Rank (AR) หรือแรงค์ผจญภัย เลเวลของตัวละครแต่ละตัวสามารถเพิ่มได้จากการใช้ไอเทมหรือการต่อสู่ สำหรับเกมนี้ผู้เล่นจะต้องหาทางอัพ AR เพื่อปลดล็อคฟีลเจอร์ต่างๆ เช่น เควสสำรวจรายวัน / ดันเจียน และอื่นๆ อีกมากมายรวมถึงโหมด Co-op ด้วย. 2.การปลดล็อคโหมด Co-op ต้องมี Adventure Rank 16 การอัพเลเวลให้ถึงตรงนี้อาจจะใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่รับรองว่าไม่มีคำว่าน่าเบื่อแน่นอนเพราะทุกสิ่งที่ผู้เล่นกระทำในเกมจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มแรงค์ผจญภัยของเรา ไม่ว่าจะเป็นเควสหลัก / เควสเสริม / การเปิดหีบ / การไขปริศนา หรือแม้แต่การต่อสู้กับบอสทุกอย่างจะมีผลต่อแรงค์เราหมดทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าผู้เล่นมีใจรักในเกมแนวนีัรับรองว่าจะเป็นเกมที่ทำให้เพลิดเพลินจนลืมดูเวลาไปเลยทีเดียว และหลังจากที่ AP ของผู้เล่นสามารถอัพถึงเลเวล 16 ได้แล้ว โหมด Co-op นั้นจะทำการปลดล็อคให้เราอัตโนมัติ โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เมนูหลัก จากนั้นก็สามารถเข้าไปเล่นกับเพื่อนๆ และผู้เล่นคนอื่นๆ อย่างเมามันส์กันได้เลย! 3.แล้วโหมด Co-op ของ Genshin Impact ทำงานอย่างไร ? เมื่อผู้เล่นปลดล็อคโหมดนี้แล้ว จะสามารถเข้าไปร่วมเล่นเกมในโลกของผู้เล่นอื่นหรือให้ผู้เล่นอื่นมายังโลกของเราได้สูงสุด 3 คน โดยจะต้องมีเจ้าของห้อง เจ้าของโลก หรือโฮสต์หนึ่งคนแล้วแต่เราจะเรียก ซึ่งผู้เล่นทุกคนจะมีอิสระในการเดินทางสำรวจตามที่ต่างๆ หรือทำกิจกรรมลงดันตีบอสด้วยกัน แต่...มันจะมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้! โดยปกติแล้วผู้เล่นสามารถสลับสับเปลี่ยนตัวละครได้สูงสุด 4 ตัว แต่เมื่อผู้เล่นทำการเข้าเล่นโหมดนี้จะพบได้ทันทีว่าขนาดปาร์ตี้ของผู้เล่นจะลดลงตามจำนวนผู้เล่นที่เข้ามาในโหมด Co-op อธิบายแบบเข้าใจง่ายดังนี้ เมื่อมีผู้เล่นอื่น 1 คนเข้ามาจะสามารถมีตัวละครในปาร์ตี้ได้แค่คนละ 2 ตัวละครเท่านั้น! เมื่อมีผู้เล่นอื่นเข้ามา 2 คน มีเพียงเจ้าของห้องที่สามารถมีตัวละครไว้สลับสับเปลี่ยนได้ 2 ตัว ส่วนอีก 2 คนที่เหลือจะได้แค่ตัวละครเดียว ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะไม่มีตัวละครให้สับเปลี่ยนระหว่างการต่อสู้นั่นเอง และเมื่อมีผู้เล่นครบปาร์ตี้ 4 คน ผู้เล่นทุกคนรวมถึงเจ้าของห้องจะได้รับตัวละครแค่คนละหนึ่งตัวเท่านั้น *และในกรณีที่อยู่บนโลก Open-World ผู้เล่นสามารถใช้ตัวละครที่ซ้ำกันได้ แต่ถ้าเข้าดันเจี้ยนระบบจะไม่อนุญาตให้ผู้เล่นใช้ตัวละครที่ซ้ำกัน. สำหรับตรงจุดนี้ที่ทั้ง 4 คนมีตัวละครคนละ 1 ตัวนั้นผู้เขียนเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีและท้าทายในระดับหนึ่งเลย เพราะุถ้าเราสื่อสาร พูดคุยและวางแผนกับเพื่อนแล้วทำคอมโบหรือเข้า-ออกด้วยจังหวะการต่อสู้ที่เพอเฟ็คต์มันจะเป็นอะไรที่เท่มากๆ เลยครับ ใครเคยทำคอมโบอะไรกับเพื่อนมาแล้วบ้างก็อย่าลืมมาแชร์ประสบการณ์ด้วยกันนะครับ. 4.โหมด Co-op เล่นข้ามแพลตฟอร์มได้หรือไม่? แต่ละคนแต่ละผู้เล่นนั้นอาจจะมีทักษะความถนัดแตกต่างกัน โดยบางคนถนัดใช้จอย บางคนชอบใช้คีย์บอร์ด-เมาส์ หรือบางคนชอบเล่นในมือถือ เมื่อเป็นแบบนี้จะสามารถเล่นด้วยกันไหม? ขอไขข้อสงสัยนี้ให้เลยครับว่า ได้! เพราะ Genshin Impact นั้นสนับสนุนระบบ Crossplay ให้แก่ผู้ที่เล่นผ่านทุกแพลตฟอร์มดังนั้นใครที่เลเวลยังไม่ถึงรีบๆ มาเล่นโหมด Co-op ด้วยกันนะครับ. 5.บทสรุปโดยย่อเกี่ยวกับสิ่งที่ทำได้และไม่ได้ในโหมด Co-op สิ่งที่คุณทำได้มีดังนี้ ดันเจี้ยนตะลุมบอน Domains and Ley Line Outcrops ( เฉพาะแบบในเปิด Open-World ) เควสรายวัน ล่ามอนสเตอร์และบอสที่พบในพื้นที่โลกเปิด สิ่งที่คุณทำไม่ได้มีดังนี้ เควสเรื่องราวทั้งหมดจะหยุดชั่วคราวเมื่อเริ่มเล่นโหมด Co-op ไม่สามารถลง Spiral Abyss ดันเจี้ยนพิเศษร่วมกันได้ ( จะปลดล็อกที่ AR20 ) การเปิดใช้งานระบบร้านค้า ในขณะที่บนโลกของผู้เล่นอื่นเราจะไม่สามารถเก็บ Amenoculus หรือ Geoculus ( ของสะสมที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง ) / เปิดหีบหรือถวายสักการะรูปปั้นได้ มีเพียจผู้เล่นที่เป็นโฮสต์เท่านั้นที่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด
19 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Jarvan IV "
กลับมาเจอกันอีกครั้งนะสำหรับเกม League of Legends: Wild Rift ในวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าชายผู้เป็นรัชทายาทบัลลังก์แห่งเดมาเซียนั่นคือ " Jarvan IV " แค่ชื่อและประวัติโดยย่อก็เท่แล้วแต่ในเรื่องของการแอ็คชั่นก็เท่ไม่แพ้กัน ดังนั้นในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะพาทุกคนมารู้ข้อมูลเบื้องต้น ข้อมูลสกิล ข้อมูลการออกไปเทมไปจนถึงการเจาะลึกในการเล่นตำแหน่งต่างๆ ของ Jarvan IV กัน. ชื่อ :  Jarvan IV สาย : ไฟต์เตอร์ / แทงค์ ตำแหน่ง : Jungle / Top lane ระยะการโจมตี :   ใกล้ / กลาง ระดับความยาก : 2/5 รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Martial Cadence CD : 6 วินาที / ศัตรู 1 ตัว การโจมตีครั้งแรกจะสร้างโบนัสความเสียหายกายภาพ เป็นจำนวน 8% ของ Hp สูงสุดของเป้าหมาย สกิลที่ 1  Dragon Strike CD :  9 วินาที มานา 50 Jarvan IV แทงหอกของเขาไปในทิศทางที่กำหนด จะสร้างดาเมจกายภาพ 90 หน่วย และลดเกราะของศัตรูที่ถูกโจมตีลงเป็นเวลา 3 วินาที *หากแทงหอกไปโดนธงสกิล 3 จะพุ่งไปข้างหน้าและทำให้ศัตรูติดสถานะลอยขึ้น 0.75 วินาที สกิลที่ 2 Golden Aegis CD :  12 วินาที มานา 30 ปลดปล่อยออร่าที่ทำให้ศัตรูโดยรอบติดสถานะสโลว์ 20% เป็นเวลา 2 วินาที และได้รับโล่ที่ดูดซับความเสียหาย 65 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที *โล่ดูดซับความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 12.82 หน่วย ตามจำนวนแชมเปี้ยนศัตรูแต่ละตัวที่อยู่ในรัศมีสกิล สกิลที่ 3 Demacian Standard CD :  11 วินาที มานา 55 ติดตัว : ได้รับความเร็วโจมตี 15% กดใช้ : ขว้างธง Demacian ที่จะสร้างความเสียหายเวทย์ 80 หน่วย และคงอยู่ทันทีเป็นเวลา 8 วินาที ซึ่งจะมอบความเร็วโจมตี 15% แก่พันธมิตรที่อยู่ใกล้เคียง *แตะสกิลนี้อีกครั้งเมื่ออยู่ใก้ลธง เพื่อใช้สกิล 1 พุ่งไปในทิศทางของธง สกิลอัลติเมท Cataclysm CD : 90 วินาที มานา 100 กระโจนเข้าหาแชมเปี้ยนศัตรูอย่างกล้าหาญ โดยสร้างความเสียหายกายภาพ 200 หน่วยแก่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง และสร้างพื้นที่ล้อมรอบศัตรูด้วยกำแพงที่ไม่่มีใครสามารถผ่านเข้า-ออกได้เป็นเวลา 3.5 วินาที *กดอีกครั้งเพื่อทำลายกำแพง   คำแนะนำการอัพสกิล สำหรับการอัพสกิลนั้นในแต่ละตำแหน่งอาจะมีลำดับการอัพแต่ละสกิลแต่ละเลเวลที่แตกต่างกันดังนี้: Jungle อัพสกิล 3 ก่อนเพราะจะได้สถานตีไว และธงยังเพิ่มความเร็วโจมตีพร้อมกับทำความเสียหายเวทย์ อัพสกิล 1 เพื่อคอมโบร่วมกับสกิล 3 อัพสกิล 2 เพื่อเพิ่มเกราะให้หนาขึ้น กลับมาย้ำสกิล 1 เมื่อเลเวล 5 ให้อัพสกิลอัลติเมทเตรียมเปิดหรือเข้าจังหวะ 2 ได้เลย Top lane ให้อัพสกิล 1 ก่อนเพราะจะช่วยในการแทงหอกลาสครีปหรือตอดเลือดศัตรูในระยะกลางได้ อัพสกิล 3 เพื่อคอมโบกับสกิล 1 อัพสกิล 2 เพื่อทำให้สามารถยืนไฟต์ได้นานขึ้น กลับมาอัพสกิล 1 เช่นเดิม อัพอัลติเมทจะเลือกเข้าปะทะที่ Top lane เลยก็ได้ หรือจะเก็บไว้รอจังหวะสวยๆ อยู่ที่ผู้เล่นตัดสินใจ.   แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น 1.เซ็ตแรกเหมาะสำหรับกรณีที่อีกฝ่ายมีตัวดาเมจมากกว่าแทงค์หรือในทีมขาดแชมเปี้ยนตัวหนาๆ เราก็สามารถใช้เซ็ตนี้มาช่วยทีมในเรื่องของการยืนได้ 1.Black Cleaver +350 พลังชีวิตสูงสุด +30 พลังโจมตี +20% ลดคูลดาวน์ Sunder : การสร้างความเสียหายกายภาพแก่แชมเปี้ยนจะลดเกราะเป้าหมายลง 4 % เป็นเวลา 6 วินาที ผลนี้สามารถทับซ้อนได้สูงสุด 24% Rage : การสร้างความเสียหายกายภาพจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วยและการสังหารศัตรูได้จะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 60 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาทีโดยผลทั้ง 2 จะไม่ซ้อนทับกัน 2.Sterak's Gage +400 พลังชีวิตสูงสุด Heavy Handed : +50% พลังโจมตีพื้นฐาน *ใช้ได้กับแชมเปี้ยนระยะประชิดเท่านั้น Lifeline : ความเสียหายที่ทำให้เหลือ HP ต่ำกว่า 35% จะทำให้ผู้สวมใส่ได้รับโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 240-590 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ( คูลดาวน์ 90 วินาที ) Sterak's Fury : เมื่อ Liftline ทำงานจะเพิ่มขนาดตัวและมอบ Tenacity 30% เป็นเวลา 8 วินาที 3.Mercury's Glory Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Enhanced : +10 ต้านทานเวทย์ Tenacity : ลดระยะเวลาของสตั๊น สโลว์ ยั่วยุ หวาดกลัว ใบ้ ตาบอด และผลหยุดการเคลื่อนที่ลง 30% Glory ( กดใช้ ) : ได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 15% เป็นเวลา 4 วินาที เพิ่มเป็น 60% เมื่อเคลื่อนที่เข้าหาแชมเปี้ยนศัตรูหรือป้อมปราการ หลังจากผ่านไป 4 วินาที หรือเมื่อเข้าใกล้แชมเปี้ยนศัตรูจะปล่อยคลื่นสไลว์ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง 50% เป็นเวลา 2 วินาที ( CD 45 วินาที ) 4.Dead Man's Plate +300 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Momentum : การเคลื่อนที่จะสะสม Momentum มอบความเร็วเคลื่อนที่สูงสุด 50 หน่วยและเมื่อจะสะสมครบ 100 หน่วย การโจมตีครั้งถัดไปจะใช้ Momentum ทั้งหมดเพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับจำนวน Momentum ที่สะสมมา Crushing Blow : การโจมตีระยะประชิดที่ใช้ Momentom ขั้นสูงสุดจะสโลว์เป้าหมาย 50% เป็นเวลา 1 วินาที 5.Spirit Visage +350 พลังชีวิตสูงสุด +100% อัตราฟื้นฟูพลังชีวิต +45 ต้านทานเวทย์ +10% ลดคูลดาวน์ Blessed : เพิ่มผลการฟื้นฟูอัตราฟื้นฟูและผลดูดเลือดทั้งหมด +30% 6.Randuin's Omen +400 พลังชีวิตสูงสุด +50 เกราะ Armored : ลดความเสียหายจากการโจมตีคริติคอลลง 15% Cold Steel : ลดความเร็วโจมตีของศัตรูลง 15% เป็นเวลา 1.5 วินาทีเมื่อถูกโจมตี.   2.เซ็ตที่ 2 เหมาะสำหรับกรณีที่ในทีมมีตัวหนาเยอะแล้ว ผู้เล่นควรที่จะเรียกดาเมจของแชมเปี้ยนออกมาให้ได้มากที่สุดเพื่อสังหารพวก ADC / AD ด้วยการเข้าคอมโบเดียว. 1.Black Cleaver +350 พลังชีวิตสูงสุด +30 พลังโจมตี +20% ลดคูลดาวน์ Sunder : การสร้างความเสียหายกายภาพแก่แชมเปี้ยนจะลดเกราะเป้าหมายลง 4 % เป็นเวลา 6 วินาที ผลนี้สามารถทับซ้อนได้สูงสุด 24% Rage : การสร้างความเสียหายกายภาพจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วยและการสังหารศัตรูได้จะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 60 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาทีโดยผลทั้ง 2 จะไม่ซ้อนทับกัน 2.Yoummu's Ghostblade +50 พลังโจมตี +10% ลดคูลดาวน์ Slice : เจาะเกราะ 10% Momentum : การเคลื่อนที่จะสะสม Momentum มอบความเร็วเคลื่อนที่สูงสุด 50 หน่วยและเมื่อจะสะสมครบ 100 หน่วย การโจมตีครั้งถัดไปจะใช้ Momentum ทั้งหมดเพื่อสร้างความเสียหายเวทย์เท่ากับจำนวน Momentum ที่สะสมมา Spectral Haste : การโจมตีที่ใช้ Momentum ขั้นสูงสุดจะมอบความเร็วโจมตี +25% เป็นเวลา 4 วินาที 3.Mercury's Glory Footwear : +40% ความเร็วเคลื่อนที่ Enhanced : +10 ต้านทานเวทย์ Tenacity : ลดระยะเวลาของสตั๊น สโลว์ ยั่วยุ หวาดกลัว ใบ้ ตาบอด และผลหยุดการเคลื่อนที่ลง 30% Glory ( กดใช้ ) : ได้รับความเร็วเคลื่อนที่ 15% เป็นเวลา 4 วินาที เพิ่มเป็น 60% เมื่อเคลื่อนที่เข้าหาแชมเปี้ยนศัตรูหรือป้อมปราการ หลังจากผ่านไป 4 วินาที หรือเมื่อเข้าใกล้แชมเปี้ยนศัตรูจะปล่อยคลื่นสไลว์ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง 50% เป็นเวลา 2 วินาที ( CD 45 วินาที ) 4.Death's Dance +300 พลังชีวิตสูงสุด +35 พลังโจมตี +10% อัตรการลดคูลดาวน์ Dance : +10% ดูดเลือดกายภาพ Cauterize : 30% ของความเสียหายที่ศัตรูได้รับจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานะเลือดไหลที่มีระยะเวลา 3 วินาที 5.Guardian Angel +45 พลังโจมตี +40 เกราะ Resurrect : เมื่อได้รับความเสียหายจนถึงตายจะฟื้นฟูพลังชีวิตพื้นฐาน 50% และมานา 30% หลังอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง Stasis 4 วินาที ( CD 180 วินาที ) 6.Sterak's Gage +400 พลังชีวิตสูงสุด Heavy Handed : +50% พลังโจมตีพื้นฐาน *ใช้ได้กับแชมเปี้ยนระยะประชิดเท่านั้น Lifeline : ความเสียหายที่ทำให้เหลือ HP ต่ำกว่า 35% จะทำให้ผู้สวมใส่ได้รับโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 240-590 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ( คูลดาวน์ 90 วินาที ) Sterak's Fury : เมื่อ Liftline ทำงานจะเพิ่มขนาดตัวและมอบ Tenacity 30% เป็นเวลา 8 วินาที Spell ที่แนะนำ Smite - ช่วยเพิ่มดาเมจในการโจมตีมอนสเตอร์ป่าและฮีลเลือด. Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้. *Ignite - ถ้าเล่น Top lane สามารถที่จะใช้แทน Smite และยังเป็นดาเมจเพิ่มเติมทำใช้สังหารแชมเปี้ยนที่หนีได้ รูน วิเคราะห์การเล่น Jungle / Top lane Jungle ให้เริ่มจากการฟาร์มฝูงหมาป่าเมื่อเลเวล 2 ก็เข้าไปตีบัฟฟ้าจากนั้นจะเลือกไปช่วยเพื่อนร่วมทีมไฟต์หรือลงมาฟาร์มบัฟแดงและจบเลน ADC หรือตรงกลางก็ได้ตามแต่ผู้เล่นจะตัดสินใจในสถานการณ์นั้นๆ แต่ว่าพยายามเป็นตัวเปิดให้เพื่อนร่วมทีมเพราะว่าสกิลของ Jarvan IV นั้นมีประโยชน์กับเพื่อนร่วมทีมมากๆ Top land ขอบอกเลยว่าในเรื่องของการสู่ 1-1 นั้น Jarvan IV ก็ไม่แพ้ใครเช่นกัน แต่อย่าเพิ่งห้าวหรือใจร้อนไปไล่ฟัดฝั่งตรงข้ามนะครับ ถ้าผู้เล่นเลือกให้ Jarvan IV ให้มาอยู่ในตำแหน่ง Top lane อาจจะต้องรอของนิดหน่อยและพยายามสู้ให้ชนะเลน และอย่าลืมการปักวาร์ดตามจุดเสี่ยงต่างๆ ด้วยนะครับ ส่วนอีกข้อที่อยากให้ทำถ้าทำได้พยายามล่อตีนให้ได้มากที่สุดเพราะถ้า Top lane ชนะเลนได้ อีกฝ่ายจะต้องให้เพื่อนมาช่วยเติมแน่นอน ถ้าเราเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้อีกนั้นจะเท่ากับว่าเราสามารถช่วยให้เลนอื่นเล่นได้ง่ายขึ้น คอมโบการเล่น สกิล 3 + สกิล 1  + สกิล 2 + กดตีธรรมดา 2-3 ครั้ง + Ultimate การคอมโบของ Jarvan IV นั้นขอบอกเลยว่าไม่ยากและโหดมาก สำหรับคอมโบนั้นก็ตามนี้เลย ข้วางธงสกิล 3 ออกไปตรงจุดที่ศัตรูอยู่หรือขว้างให้เลยไปข้างหน้าสักหน่อยก็ได้ จากนั้นให้ใช้สกิล 1 ขว้างหอกออกไปในทิศทางที่ธงปักอยู่เพื่อสร้างดาเมจและทำให้ศัตรูลอยขึ้น กดสกิล 2 เพื่อเพิ่มความถึกและสโลว์ศัตรู แนะนำให้กดในกรณีที่ศัตรูมีมากกว่า 2 ตัวเพราะจะทำให้เขาถึกขึ้นมากๆ ไล่ตีด้วยการโจมตีปกติ 2-3 ครั้ง กดสกิลอัลติเมทเพื่อสร้างดาเมจแก่ศัตรูรอบๆ พร้อมๆ กับขังพวกมันนึกภาพดูว่าถ้าอีกฝ่ายชอบอยู่รวมกลุ่มกันจนน่ารำคาญ แต่หากมาเจอสกิลอัลติเมลของ Javan IV เข้าไปบอกเลยว่ามีสิทธิ์เสียเปรียบ *สำหรับสกิลอัลติเมทนั้นจะใช้ตอนเปิดไฟต์หรือตอนที่ศัตรูกำลังหนีก็ได้ **สามารถใช้คอมโบสกิล 1 และ 3 ในการหนีได้อีกด้วย สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  เล่นง่าย สามารถล้วง ADC / AD ได้สบายๆ มีสกิลที่เปิดไฟต์ได้และสามา่รถใช้หนีในบางสถานการณ์ได้ อัลติเมทสามารถพลิกไฟต์ได้ ข้อเสีย เป็นแชมเปี้ยนกลางเกม - ท้ายเกม อัลติเมทจะแพ้ทางแชมเปี้ยนที่มีสกิลพุ่งหรือวาร์ป แพ้ CC
19 Oct 2020
อีเวนต์คอลแลบระหว่าง “Bleach: Brave Souls” และ BURN THE WITCH เริ่มแล้ว! ร่วมลุ้นรับตัวละครไม่เหมือนใคร!
บริษัท KLab Inc. ผู้นำด้านเกมมือถือจากญี่ปุ่นประกาศว่า “Bleach: Brave Souls” เกมแนวแอคชั่น 3 มิติสุดเร้าใจ จะจัดงานอีเวนต์คอลแลบร่วมกับตัวละคร นีนี่ สแปงเคิล และ นีฮาชิ โนเอล จากซีรีย์ “BURN THE WITCH” ในกาชา และยังมีเควสท์อีเวนต์ที่เริ่มวันนี้อีกด้วย มาดูการรวมตัวระหว่างซีรีย์เรื่องใหม่ “BURN THE WITCH” โดย Tite Kubo เจ้าของผลงานเดียวกับ “Bleach” และ Bleach: Brave Souls! นอกเหนือจากนี้ แคมเปญการคอลแลบกับ BURN THE WITCH จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันนี้ ทุกท่านสามารถเข้าร่วมสนุกได้โดยผ่านสามกิจกรรม โดยสามารถที่จะเลือกร่วมเพียงกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งก็ได้เพื่อลุ้นของรางวัล ซึ่งเป็นสินค้าออริจินอลจากคอลแลบระหว่าง Brave Souls และ BURN THE WITCH  ยิ่งร่วมสนุกมากเท่าใด ยิ่งมีโอกาสลุ้นรับของรางวัลมากขึ้นเท่านั้น! แคมเปญคอลแลบ BURN THE WITCH เริ่มแล้ววันนี้ ! ตั้งแต่วันนี้วันที่ 16 ตุลาคม 2563  สองแม่มดจากซีรีย์แอคชั่นแนวแฟนตาซี  BURN THE WITCH นีนี่ สแปงเคิล และ นีฮาชี โนแอล จะมาปรากฏตัวในแคมเปญคอลแลบ  “BURN THE WITCH” ซึ่งเป็นมังงะเรื่องล่าสุดของ Tite Kubo ที่ได้ตีพิมพ์ในนิตยสารรายสัปดาห์ Shonen Jump ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2563  และต่อมาได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเมะที่ทุกคนตั้งตารอกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งได้เข้าฉายแล้วในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา เชิญมาพบกับตัวละครที่น่าตื่นใจและโลกของ BURN THE WITCH ได้ในระหว่างอีเวนต์คอลแลบ Brave Souls นี้ แคมเปญคอลแลบ BURN THE WITCH  การคอลแลบกาชาร่วมกับ BURN THE WITCH Pipers ระยะเวลากิจกรรม: วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม จนถึงวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม (เวลาญี่ปุ่น) กาชาคอลแลบซึ่งมีตัวละคร นีนี่ สแปงเคิล และ นีฮาชิ โนแอล ได้เริ่มขึ้นแล้ว !   หมุนกาชาต่อเนื่อง 10 ครั้งเพื่อลุ้นรับตัวละคร BURN THE WITCH Pipers ซึ่งอัตราการออกตัวละคร 5★ในแต่ละ step จะแตกต่างกันไป นอกเหนือจากนี้ทุก Step จะมีไอเท็มโบนัสและจะการันตีตัวละคร 5★ 1 ตัวทุก ๆ 5 Step จนถึง Step 30 ! ในกาชาคอลแลบ BURN THE WITCH Pipers 5★ นี้ ผู้เล่นจะมีโอกาสได้รับตัวละครพิเศษอยู่ที่ 6% พร้อมกับรับจิตเสริมพลัง 3★ ฟรี กิจกรรม BURN THE WITCH: The Beginning ระยะเวลากิจกรรม: วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ถึงเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 (เวลาญี่ปุ่น) เควสท์อีเวนต์ BURN THE WITCH: The Beginning  มาแล้ว! มาสนุกกับเรื่องราว One-shot ของ BURN THE WITCH  ที่ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร Weekly Shonen Jump เล่มที่ 33 ในปี 2561 ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นมีโอกาสลุ้นรับตัวละครปุจิทามะโอซุชิจัง สัตว์ประจำตัวแม่มดแสนน่ารักที่ปรากฏใน  BURN THE WITCH เป็นของรางวัลจากอีเวนต์ สะสมไอเทมสำหรับฝึกฝนจากรางวัลแต้มสะสมอีเวนต์และรางวัลจากการสุ่มแล้วเดินทางไปพร้อมกับโอซุชิจังกันเถอะ! ภายในเกมจะมีโบนัสจากการล็อคอินและซื้อแพ็กเกจพิเศษ ผู้เล่นสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากประกาศในเกม !  *ขอเรียนให้ทราบว่ารายละเอียดการร่วมสนุกอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า *รายละเอียดแคมเปญสามารถเช็คได้จากประกาศในแอปพลิเคชั่น ลุ้นรับของที่ระลึกจากคอลแลบ Brave Souls x BURN THE WITCH! เพื่อเป็นการฉลองการคอลแลบ Brave Souls x BURN THE WITCH จะมีแคมเปญพิเศษเริ่มตั้งแต่วันนี้วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 ไม่ว่าจะเลือกร่วมสนุกกับกิจกรรมที่ #1, #2 หรือ #3 ก็ได้สิทธิ์ลุ้นรับของรางวัล!  ยิ่งสมัครมากก็ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกจาก Brave Souls x BURN THE WITCH มากขึ้น! ลุ้นรับของที่ระลึกจากคอลแลบ Brave Souls x BURN THE WITCH รวมทั้งหมด 150 รางวัล! ยิ่งเข้าร่วมกิจกรรมบ่อยก็ยิ่งมีโอกาสลุ้นรับรางวัลสินค้าจากคอลแลบ Brave Souls x BURN THE WITCH ตรวจสอบเวลาเข้าร่วมกิจกรรมในระยะเวลาที่กำหนดและมาดูกันว่าคอลแลบ Brave Souls x BURN THE WITCH เตรียมอะไรไว้ผู้เล่นบ้าง! สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมในการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์พิเศษ Bleach: Brave Souls x BURN THE WITCH ได้ กิจกรรมคอลแลบ BURN THE WITCH ระยะเวลากิจกรรม: ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 ถึง วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2563 เวลา 23.59 น. (เวลาญี่ปุ่น) เว็บไซต์ทางการของการคอลแลบ: https://www.bleach-bravesouls.com/th/campaign/btw/ ข้อมูลของรางวัล: ・กระเป๋าผ้าคอลแลบ BTW 50 รางวัล ・เซ็ตที่รองแก้วอะคริลิคคอลแลบ BTW มี 2 แบบ 100 รางวัล #1 กิจกรรม Follow & Retweet ร่วมสนุกโดย Retweet ทวีตที่กำหนดไว้ใน Twitter ทางการของ Brave Souls! วิธีร่วมสนุก Follow Twitter ทางการภาษาอังกฤษของ "Bleach: Brave Souls" (@Bleachbrs_en) Retweet ทวีตที่กำหนด #2 กิจกรรมเลือกระหว่าง "#Ninny หรือ #Noel"! ระหว่างนีนี่และโนเอล คุณชอบใคร? โพสต์โดยติดแฮชแท็กตัวละครที่คุณชื่นชอบกันเถอะ! วิธีร่วมสนุก Follow Twitter ทางการภาษาอังกฤษของ "Bleach: Brave Souls" (@Bleachbrs_en) หรือ Follow Instagram ทางการของ Brave Souls (@bleachbravesouls_official) ทวีตโดยติดแฮชแท็กที่กำหนดคือ #Ninny หรือ #Noel ! #3 ทวีตผลกาชาและติด #SummonsResults! ร่วมกิจกรรมโพสต์รูปผลสุ่ม "กาชาร่วมกับ BURN THE WITCH Pipers" ของคุณพร้อมติดแฮชแท็ก #SummonsResults ! วิธีร่วมสนุก Follow Twitter ทางการภาษาอังกฤษของ "Bleach: Brave Souls" (@Bleachbrs_en) หรือ Follow Instagram ทางการของ Brave Souls (@bleachbravesouls_official) ทวีตโดยติดแฮชแท็กที่กำหนดคือ #SummonsResults ! *ขอเรียนให้ทราบว่ารายละเอียดการร่วมสนุกอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า *รายละเอียดแคมเปญสามารถเช็คได้จากประกาศในแอปพลิเคชั่น เกี่ยวกับ BURN THE WITCH ซีรีย์มังงะเรื่องล่าสุดจาก Tite Kubo ผู้แต่ง Bleach เทพมรณะ  เรื่องราวเกิดขึ้นใน หรือ  Reverse London หรือโลกลึกลับที่อยู่เบื้องหลังของลอนดอน พบกับแม่มดสองคนชื่อว่าโนเอลและนีนี่ ต่อสู้กับมังกรในเมืองแฟนตาซี มังงะเรื่องนี้ ตีพิมพ์ ในนิตยสารรายสัปดาห์ Weekly Shonen Jump ตั้งแต่หน้าร้อนปี 2020 และถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์อนิเมะครั้งแรกในฤดูใบไม้ร่วงปี 2020 โปรเจคยิ่งใหญ่นี้ได้เริ่มในปี 2020 และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่แฟน ๆ การ์ตูนและอนิเมะ เกี่ยวกับ Bleach เกมนี้มาจากมังงะแนวต่อสู้ชื่อดังของญี่ปุ่นเรื่อง “Bleach เทพมรณะ” ตีพิมพ์ในนิตยสาร “Shonen Jump รายสัปดาห์” โดยสำนักพิมพ์ชูเอย์ฉะมายาวนานจนถึงเล่มที่ 38 ประจำปี 2016  ตั้งแต่เริ่มตีพิมพ์ในปี 2001 ก็กลายเป็นที่จับตามองจากแฟนๆ มีหนังสือการ์ตูนรวมเล่มทั้งหมด 74 เล่มและมียอดขายทั้งซีรี่ย์ทั่วโลกแล้วกว่า 120 ล้านเล่ม สำหรับทีวีอนิเมชั่นได้ออกอากาศตั้งแต่ปี 2004 จนถึงเดือนมีนาคม 2012 และมีภาพยนตร์ออกฉายแล้วรวมทั้งหมด 4 ภาค นอกจากนี้ในปี 2020 ก็ได้ครบรอบ 20 ปีสำหรับซีรี่ย์นี้ และกำลังมี “โปรเจ็กต์ BLEACH 20th Anniversary” ด้วย เป็นมังงะที่ได้รับความนิยมสูงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ และกำลังคงความนิยมนี้อย่างต่อเนื่อง ดาวน์โหลดได้แล้วที่นี่! iOS - LINK Android - LINK Steam - LINK
16 Oct 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Beidou
Beidou : DPS / Support , Tier C หญิงแกร่งผู้นำกองเรือติดอาวุธแห่งท่าเรือ Liyue หนึ่งในตัวละครสาวสุดเท่จาก Genshin Impact ที่ใครเห็นแล้วก็แทบอยากได้เธอมาอยู่ในทีม ซึ่งเธอนั้นสามารถทำดาเมจที่อยู่ในระดับปานกลาง มีพลังป้องกันที่สูงและมีความสามารถพิเศษในการสวนกลับอีกด้วย ดังนั้นใครกำลังมองหาตัวละครสายค้ำสายยืนรับหน้าในทีม Beidou นี่แหละ! ถือเป็นตัวละครอันดับต้นๆ ที่ควรเลือกเลย! จุดเด่น มีพลังป้องกันที่สูง สร้าง CC ให้กับทีมได้ สามารถเปลี่ยนดาเมจที่ได้รับเป็นการโจมตีสวนกลับได้ สกิล Elemental Skill [E / R2]: Tidecaller แตะครั้งเดียว : รวบรวมพลังไฟฟ้าและฟันออกไปข้างหน้าด้วยความรุนแรงด้วยอาวุธขนาดใหญ่สร้างความเสียหายธาตุไฟฟ้า แตะค้าง : ยกอาวุธขึ้นมาเป็นเกราะป้องกันโดยปริมาณการดูดซํบความเสียหายจะขึ้นอยู่กับพลังชีวิตสูงสุดของ Beidou เมื่อปลดสกิลออกหรือหมดช่วงเวลาการป้องกัน เธอจะทำการโจมตีด้วยอาวุธขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพลังงานที่รวบรวมไว้เพื่อสร้างความเสียหายไฟไฟ้า ซึ่งความรุนแรงของความเสียหายที่สร้างจะขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งการโจมตีที่ได้รับขณะป้องกันด้วยสกิลนี้ ซึ่งโล่ป้องกันจะมีเอฟเฟกต์ดังนี้ : มีเอฟเฟกต์การดูดซับความเสียหายไฟฟ้า 250% ทันทีที่ปลดปล่อยพลังออกไปจะเพิ่มการติดสถานะธาตุไฟฟ้าให้แก่ Beidou *ฺตรงส่วนนี้ทำให้เธอพิเศษเพราะตัวละครส่วนใหญ่ เมื่อศัตรูโจมตีมานั้นจะต้องพุ่งหลบ แต่สำหรับเธอสามารถป้องกันและโจมตีสวนกับไปได้ ตรงจุดนี้ขอเตือนว่าถ้าเจอพวก Boss อย่าป้องกันนานเกินไปเพราะดาเมจของมันอาจจะมากกว่าพลังป้องกันและจะทำให้เธอบาดเจ็บได้   Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Stormbreaker เรียกความแข็งแกร่งดุจอสูรและพลังแห่งสายฟ้าออกมาสร้าง Thunderbeast's Targe ล้อมรอบตัวเองและสร้างความเสียหายไฟฟ้าแก่ศํตรูโดยรอบ *สกิลนี้ถือเป็นสกิลที่ช่วยทดแทนดาเมจในส่วนที่ขาดไปและสามารถใช้เป็นคอมโบกับสกิล Tidecaller ได้อีกด้วย.  Thunderbeast's Targe : เมื่อโจมตีปกติหรือชาร์จโจมตีถูกเป้าหมายและทำให้เกิดไฟฟ้าวิ่งผ่านศัตรูหลายตัวจะสร้างความเสียหายไฟฟ้าและเพิ่มความสามารถให้การต้านทานสถานะหยุดชะงักของตัวละครและลดความเสียหายที่ได้รับลง   Ascension Level 1: Retribution  เมื่อสวยการโจมตีกลับด้วยสกิล Tidecaller จะสร้างโบนัสความเสียหายสูงสุด   Ascension Level 4: [ติดตัว] Lightning Storm  หลังจากปล่อยสกิล Tidecaller ที่มีโบนัสสูงสุด ภายใน 10 วินาที จะได้รับเอฟเฟกต์ดังนี้ : การโจมตีปกติหรือชาร์จโจมตีจะสร้างความเสียหายเพิ่มขึ้น 15% ลดระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเตรียมชาร์จลง   ความสามารถประจำตัว: Conqueror of Tides ลดการใช้พลังกายในการว่ายน้ำของตัวละครทั้งหมดลง 20% โบนัสกลุ่มดาว 1.Ichthyosayr Slayer : เมื่อใช้ Stormbreaker จะสร้างโล่ที่สามารถดูดซับความเสียหายได้ 16% ของพลังชีวิตสูงสุด เป็นเวลา 15 วินาที *โล่ป้องกันนี้จะมีเอฟเฟกต์ในการดูดซับความเสียหายธาตุไฟฟ้า 150% 2.Upon the Turbulent Sea,the Thunder Ariser : สายฟ้าของ Stormbreaker สามารถดีดศัตรูได้เพิ่มอีก 2 ตัว 3.Summomer of Storm : เพิ่มเลเวลของสกิล Tidecaller ขี้น 3 ระดับ สูงสุด 15 ระดับ 4.Stunning Revange : ภายใน 10 วินาทีหลังจาถูกโจมตี การโจมตีปกติของ Beidou จะเพิ่มความเสียหายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 20% 5.Crimson Tidewalker : เพิ่มเลเวลของสกิล Stormbreaker ขี้น 3 ระดับ สูงสุด 15 ระดับ 6.Bane of the Evil : ช่วงเวลาของสกิล Stormbreaker จะทำให้การต้านทานไฟฟ้าของศัตรูลดลง 15% วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม สำหรับ Buidou นั้นถือเป็นตัวละครที่มีความสามารถอยู่ในระดับปานกลางเพราะผลสกิลอาจจะไม่ได้ส่งผลส่วนรวมให้กับเพื่อนทีมมากเท่าไหร่นัก แต่ข้อดีหลักๆ ของเธอเลยนั่นคือพลังป้องกันที่สูงจนสามารถยืนค้ำรับดาเมจได้ถึกสุดๆ และข้อสำคัญจนทำให้เธอมีความพิเศษ นั่นคือเธอยังสามารถ..โจมตีสวนกลับไปได้ด้วย! เรียกได้ว่าสามารถที่จะรับและรุกได้พร้อมกันในเวลาเดียว สำหรับการจัดทีมนั้นเนื่องจากเธออาจจะไม่ใช่ตัวละครที่มีสกิลในการช่วยบัฟให้กับทีม ผู้เล่นก็แก้ปัญหาด้วยการเพิ่มตัวละครอื่นที่บัฟพลังให้ทีมได้มาใส่ไว้ทดแทนส่วนที่หายไปได้ และพยายามใส่ตัวละครที่มีธาตุในการคอมโบเพื่อเพิ่มเอฟเฟกต์หรือดาเมจของเธอให้รุนแรงขึ้น! แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ตัวอย่างอาวุธ  Wolf's Gravestone เพิ่มพลังโจมตีฐานจาก 20/25/30/35/40% เมื่อโจมตี และเมื่อโจมตีศัตรูที่มี HP น้อยกว่า 30% จะเพิ่ม Base ATK ให้กับสมาชิกในปาร์ตี้ทั้งหมด 40/50/60/70/80% เป็นเวลา 12 วินาที สามารถเกิดใช้เอฟเฟกต์นี้ได้หนึ่งครั้งในทุกๆ 30 วินาที Artifact Sets : Gladiator's Finale (2) ATK + 18% (4) หากผู้ถืออาวุธชุดนี้ใช้ดาบเคลย์มอร์หรือโพลอาร์มจะเพิ่มความเสียหายจากการโจมตีปกติ 35% Credit  : Genshin.gg                Game8                GachaGamer
15 Oct 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Fischl
Fisch : Support , Tier S เจ้าหญิงแห่งการลงทัณฑ์ผู้ทำพันธสัญญากับอีกาดำ อีกตัวละครจากเกม Genshin Impact ที่ได้รับจากการสุ่มกาชาและเป็นที่ต้องการของใครหลายๆ คนซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีผู้เขียนด้วย โดยเธอถือว่าเป็นตัวละครที่มีประโยชน์มากๆ เพราะสามารถเรียกอีกาออกมาช่วยโจมตีศัตรูในจุดบอดได้ ทั้งยังมีอัลติเมทในการเข้าไปกลางดงศัตรูได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสาย Support ที่มีดาเมจเกินหน้าเกินตามาก. จุดเด่น มีดาเมจที่รุนแรงทั้งการโจมตีธรรมดาและผลสกิล คอมโบสกิลรุนแรงมาก สามารถเข้าไปเปิดไฟต์กลางวงได้ สกิล Elemental Skill [E / R2]: Nightrider เรียก Oz ออกมาโดยเมื่ออีกาดำซึ่งประกอบไปด้วยเงามืดและสายฟ้าลงมายังโลกแล้วจะทำให้เกิดความเสียหายไฟฟ้าภายในพื้นที่เล็กๆ ภายในช่วงเวลาที่คงอยู่ Oz จะโจมตีศัตรูที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยการยิง Freikugel อย่างต่อเนื่อง. *การกดปุ่มสกิลค้างจะเป็นการปรับตำแหน่งที่จะเกิดเอฟเฟกต์ของสกิล และสามารถกดปุ่มสกิลอีกครั้งในช่วงที่ Oz ถูกเรียกออกมาแล้ว เพื่อเป็นการเรียกให้มันกลับมาอยู่ข้างกายอีกครั้ง. Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Midnight Phantasmagoria เรียก OZ ออกมา เพื่อกางปีกที่ทอด้วยราตรีอันบริสุทธิ์ และปกป้อง Fischl โดยช่วงเวลาที่ใช้สกิลนี้จะมีผลของเอฟเฟกต์ดังนี้ : เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงในรูปแบบของ Oz ปล่อยสายฟ้าฟาดลงมาใส่ศัตรูที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสร้างความเสียหายไฟฟ้า ซึ่งศัตรูแต่ละตัวจะได้รับความเสียหายสายฟ้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น : เมื่อเอฟเฟกต์สกิลนี้สิ้นสุดลง OZ จะยังคงอยู่ในการต่อสู้เพื่อปกป้องเจ้านายของมัน และถ้าหากว่า Oz อยู่ในการต่อสู้ด้วยสกิล Nightrider อยู่แล้ว ก็จะเป็นการรีเซ็ตช่วงเวลาการคงอยู่ของ Oz อีกด้วย *สกิลนี้แนะนำให้ใช้ในกลางวงของศัตรู และพยายามรักษาระยะห่างในกรณีที่เรากดค้างเพื่อเลือกวางตำแหน่งสกิล ซึ่งในระหว่างนั้นเราก็ใช้ตัวละครเล็งไปที่จุดอ่อนของศัตรูเพื่อสร้างดาเมจเพิ่มเติมได้. **สกิลนี้เมื่อใช้แล้วแม้จะเปลี่ยนไปใช้ตัวละครอื่นอีกาก็ยังคงอยู่ช่วยในการโจมตี. Ascension Level 1: Stellar Predator [ติดตัว] เมื่อ Fishl ยิงธนูสายฟ้าไปถูกตัว Oz ด้วยการเล็งชาร์จแล้ว Oz จะสร้างสายฟ้าศักดิ์ศิทธิ์ลงมาโจมตีศัตรูที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเกิดเป็นความเสียหายไฟฟ้าวงกว้าง ซึ่งความเสียหายจะเท่ากับ 152.7% ของธนูสายฟ้า *สำหรับสกิลนี้สามารถคอมโบกับสกิลแรกได้ และยังสามารถใช้เป็นสกิลสำหรับหนีออกมาเวลาถูกล้อมได้อีกด้วย สกิลนี้ถึงแม้ว่าจะรุนแรงนั้น แต่ในเรื่องของการควบคุมไม่ได้ง่ายขนาดนั้นดังนั้นผู้เล่นควรฝึกให้ชำนาญ Ascension Level 4: Lightning Smite[ติดตัว] เมื่อ Oz อยู่ในการต่อสู้ระหว่างที่ตัวละครโจมตีศัตรูจะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟฟ้าจะสร้างสายฟ้าศักสิทธิ์ลงมาฟาดใส่ศัตรูซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายไฟฟ้าเพิ่มเติมเป็น 80% ของพลังโจมตีของ Fischl ความสามารถประจำตัว: Evernight Raven เมื่อทำคำขอการออกสำรวจของ Mondstadt เวลาที่ใช้จะลดลง 25% โบนัสกลุ่มดาว 1.Gaze of the Deep : ช่วงที่ Oz ไม่อยู่ในการต่อสู้นั้นจะยังคงคอยเฝ้ามอง Fischl ผ่านทางดวงตาของอีกา โดยเมื่อ Fischl ทำการโจมตีใส่ศัตรูแล้ว Oz จะช่วยเสริมการโจมตีผ่านทางดวงตาอีกาสร้างความเสียหาย 22% ของพลังโจมตี. 2.Devourer of All-Sins : เมื่อใช้ Nightrider จะสามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมอีก 200% ของพลังโจมตีและเพิ่มพื้นที่ที่ได้รับผลสกิลกว้างขึ้น 50% 3.Wings of Nightmare : เพิ่มเลเวลให้กับสกิล Nightrider เพิ่มขึ้น 3 ระดับ เพิ่มได้สูงสุด 15 ระดับ 4.Her Pilgrimage of Bleak : เมื่อใช้ Midnight Phantasmagoria จะสร้างความเสียหายไฟฟ้าแก่ศัตรูโดยรอบเป็น 222% ของพลังโจมตี  *Fischl จะได้รับการฟื้นฟูพลังชีวิต 20% เมื่อเอฟเฟกต์ของสกิลหมดลง 5.Against the Fleeing Light :เพิ่มเลเวลให้กับสกิล Midnight Phantasmagoria เพิ่มขึ้น 3 ระดับ เพิ่มได้สูงสุด 15 ระดับ 6.Evernight Raven : เพิ่มระยะเวลาการคงอยู่ของ Oz ขึ้นเป็นเวลา 2 วินาที โดย Oz จะทำการโจมตีร่วมกันกับตัวละครในขณะนั้นและสร้างความเสียหายไฟฟ้าเป็น 30% ของพลังโจมตีของ Fischl. วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม -สำหรับ Fischl นั้้นถือเป็นตัวละครโจมตีระยะไกลที่มีพลังโจมตีรุนแรงทั้งด้านการโจมตีปกติและคอมโบสกิล ซึ่งเธออาจจะไม่สามารถทำลายโล่ของมอนสเตอร์ได้แบบรวดเร็วอย่างตัวละครธาตุไฟ แต่ผู้เล่นสามารถที่จะลากสกิล E ไปวางไว้หลังศัตรูได้ ด้วยการทำแบบนี้ในขณะที่ศัตรูกำลังหันโล่เดินเข้าหาเรา อีกาดำที่ถูกอัญเชิญไปอยู่ข้างหลังจะโจมตีสร้างดาเมจใส่ศัตรูเรื่อยๆ และในกรณีสกิล Q นั้นสามารถใช้เพื่อเข้าไปกลางวงศัตรูแล้วเปลี่ยนเป็นตัวละครอื่นโจมตีแบบคอมโบต่อได้เลย  หรือจะใช้ออกจากวงล้อมก็ได้ -ในส่วนของการจัดทีมนั้นควรมีตัวละครที่ช่วยสร้างคอมโบเอฟเฟกต์พิเศษได้ เช่น ผลโอเวอร์โหลด และควรมีตัวละครที่สามารถเอาชนะธาตุไฟฟ้าได้เพราะการโจมตีมอนส์เตอร์ที่มีธาตุเดียวกับเรานั้นจะทำให้ติดสถานะต้านทานได้. แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ตัวอย่างอาวุธ  -เพิ่มความรุนแรงของทักษะธาตุและสกิล Elemental Burst เป็น 24/30/36/42/ 48 % Artifact Sets : Gambler -(2) Elemental Skill DMG เพิ่มขึ้น 20% / Thundering Fury (2) โบนัสความเสียหายไฟฟ้า + 15% Credit  : Genshin.gg                Game8                GachaGamer
15 Oct 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Xingqiu
Xingqiu : Support , Tier B นักดาบแห่งสายฝน ตัวละครระดับสี่ดาวที่สามารถได้รับจากการสุ่มกาชาในเกม Genshin Impact นั่นคือ Xingqiu ซึ่งความสามารถของตัวละครนี้ก็ไม่แพ้ใคร ถึงแม้ว่าจะมีพลังโจมตีและพลังป้องกันไม่สูงมากนัก แต่เขานั้นทีความสมดุลให้กับเพื่อนร่วมทีมมากๆ เพราะมีทั้งบัพในการเพิ่มดาเมจ บัพลดความเสียหายที่ได้รับ และยังมีบัพที่จะฟื้นฟู้ HP ให้เพื่อนร่วมทีมอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นตัวละครสาย Support ที่มีทุกอย่างครบเครื่องเลยทีเดียว. จุดเด่น เป็นตัวละครที่มีทั้งสกิลเพิ่มดาเมจ /ลดความเสียหายที่ได้รับ / ฮีล HP สารพัดประโยชน์มากๆ สามารถคอมโบสกิลได้โดยไม่ต้องสลับตัวละครไปมาบ่อยๆ ช่วยให้ประหยัดทรัพยาการในการสร้างวัสดุพรสวรรค์ สกิล Elemental Skill [E / R2]: Gusua Sword - Fatal Eainscreen Xingqiu โจมตีด้วยการฟันดาบต่อเนื่องสองครั้งและสร้างความเสียหายน้ำแก่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งในขณะเดียวกันสกิลนี้จะสร้าง Rain Sword ( ดาบน้ำรอบๆ ตัว ) ในปริมาณสูงสุดขึ้นมารอบๆ ตัวของเขา โดยจะมีเอฟเฟ็คพิเศษดังนี้: จะหายไปเมื่อตัวละครได้รับความเสียหายและลดความเสียหายที่ได้รับสูงสุด 24 % เพิ่มความสามารถในการต้านทานการหยุดชะงักของตัวละคร 20 % *จำนวนมากที่สุดของ Rain Sword คือ 3 เล่ม และเมื่อใช้สกิลจะเพิ่มสถานะเปียกชุ่มให้แก่ศัตรู. สกิลของ Xingqiu นี้ถือว่ามีไว้เพื่อช่วยเพื่อนร่วมทีมในการเสริมความถึกและยังเพิ่มสถานะเปียกชุ่มให้สามารถคอมโบกับธาตุอื่นได้อีกด้วย และสกิลนี้นั้นมีผลกับตัวละครอื่นที่เราเปลี่ยนด้วย   Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Gusua Sword - Raincutter เปิดใช้ดาบน้ำ Rainbow Bladework ต่อสู้โดยใช้ภาพมายาของฝนดาบและสร้าง Rain Sword ในปริมาณสูงสุดขึ้นมา ผลของ Rainbow Bladework เมื่อโจมตีปกติจะทำการโจมตีด้วยฝนดาบอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นความเสียหายน้ำ จำนวนของ Rain Sword จะอยู่ในปริมาณสูงสุดตั้งแต่ต้นจนจบ และผลสกิลนั้นสามารถใช้ได้ตัวละครอื่นๆ จะเห็นได้ชัดว่าสกิลนี้มีประโยชน์ในเรื่องของคอมโบมากๆ เพราะเมื่อใช้สกิลแล้วเปลี่ยนไปใช้ตัวละครธาตุอื่นๆ เช่น ไฟฟ้า น้ำแข็ง จะสามารถคอมโบได้ทันทีแบบไม่ต้องสลับตัวละครไปมา เพราะเหมือนเราสามารถใช้ 2 สกิลได้ด้วยตัวละครเดียว และนอกจากนั้นผู้เล่นยังสามารถปลดล็อคกลุ่มดาวเพื่อเพิ่มจำนวนของ Rain Sword และระยะเวลาการใช้งานได้อีกด้วย *สำหรับคอมโบสกิลนี้นั้นขอแนะนำให้เราเปลี่ยนเป็นตัวละครที่สามารถโจมตีปกติได้รวดเร็วเพื่อใช้ Rain Sword ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด Ascension Level 1: Hydropathic [ติดตัว] เมื่อ Rain Sword ถูกทำลายหรือหมดเวลาจะฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวละครในขณะนั้นโดยจะมีปริมาณเท่ากับ 6 % ของพลังชีวิตสูงสุดของ Xingqiu เรียกได้ว่าหัวใจ Support ที่แท้ทรูในกรณีที่มีตัวละครในทีมของเราบาดเจ็บเราสามารถใช้สกิลเรียก Rain Sword จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นตัวละครดังกล่าวเพื่อฟื้นฟูเลือดให้ได้เช่นกัน Ascension Level 4: Blades Amidst Raindrops [ติดตัว] Xingqiu ได้รับโบนัสความเสียหายน้ำเพิ่ม 20 % ความสามารถประจำตัว: Flash of Genius เมื่อสร้างวัสดุพรสวรรค์ของตัวละครจะมีโอกาส 25 % ที่จะได้รับวัสดุส่วนหนึ่งที่ใช้ไปคืน. โบนัสกลุ่มดาว 1.The Scent Remained -จำนวนสูงสุดของ Rain Sword เพิ่มขึ้น 1 เล่ม 2.Rainbow Upom the Azure Sky - ระยะเวลาคงอยู่ของ Guhua Sword - Raincutter นานขึ้นเป็นเวลา 3 วินาที นกจากนี้ศัตรูที่ถูกโจมตีด้วยดาบน้ำจะถูกลดความต้านทานน้ำลง 15 % เป็นเวลา 4 วินาที 3.Weaver of Verses -เพิ่มเลเวลสกิลของ Guhua Sword - Raincutter ขึ้น 3 ระดับ สามารถเพิ่มได้สูงสุด 15 ระดับ 4.Evilsoother -ในระยะเวลาคงอยู่ของ Guhua Sword - Raincutter ความเสียหายที่สร้างขึ้นจาก Guhua Sword - Fatal Rainsceen เพิ่มขึ้น 50 % 5.Embrace of Rain - เพิ่มเลเวลสกิลของ Guhua Sword - Fatal Rainsceen ขึ้น 3 ระดับ เพิ่มได้สูงสุด 15 ระดับ 6.Hence , Call Them My Own Verses -ทุกครั้งที่ปล่อยการโจมตีด้วยฝนดาบ 2 ครั้ง Guhua Sword - Raincutter จะเพิ่มความเสียหายของฝนดาบครั้งต่อไปให้รุนแรงมากขึ้น และฟื้นฟูพลังงานธาตุของ Xingqiu ขึ้น 3 หน่วยในขณะที่โจมตีโดนศัครู วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม สำหรับ Xingqiu นั้นถ้าเจาะลึกไปถึงค่าสถานะแต่ละอย่างจะพบได้ว่าเขามีพลังโจมตีระดับกลาง แต่มีพลังป้องกันที่สูงในเกณฑ์ต้นๆ เลยก็ว่าได้ ดังนั้นเขาจึงเหมาะที่จะเป็นตัวชนให้กับเพื่อนในทีม และเขายังสามารถสร้างฝนดาบที่จะช่วยลดความเสียหายที่ได้รับทั้งยังสามารถฟื้นฟูเลือดให้เพื่อนหรือตัวเองได้่อีกด้วย นอกจากนั้นเขายังสามารถบัฟดาเมจคอมโบการโจมตีให้กับทุกคนได้ โดยฝนดาบนั้นยังสามารถมีมากกว่า 3 เล่มด้วยการเปิดโบนัสกลุ่มดาว สำหรับข้อเสียของ Xingqiu มีไม่มากนัก เช่น เขาไม่มีสกิลในการตรึงศัตรู และการโจมตีส่วนใหญ่ต้องพึ่งสกิลต่างๆ เป็นหลัก แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาถ้าผู้เล่นจะกลบจุดอ่อนนั้นด้วยการเพิ่มตัวละครที่มีสกิลในการตรึงศัตรู เช่น Kaeya ก็ได้. แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ตัวอย่างอาวุธ  Fillet Blade เมื่อโจมตีมีโอกาส 50% ที่จะสร้าง 240/280/320/360/400% ATK DMG ให้กับศัตรูตัวเดียว สามารถเกิดขึ้นหนึ่งครั้งทุก15/14/13/12 / 11s *เพราะสกิลฝนดาบนั้นจะโจมตีต่อไปเรื่อยๆ ถ้าผู้เล่นโจมตีปกติหรือทำการโจมตีแบบคอมโบดังนั้นเอฟเฟ็คสกิลดาบนี้จึงมีส่วนสำคัญในการเติมเต็มดาเมจที่ขาดไปนั้นได้ดีมากๆ Noblesse Oblige  (2) ความเสียหายของ Elemental Burst + 20% (4) การใช้ Elemental Burst จะเพิ่ม ATK ของสมาชิกในปาร์ตี้ทั้งหมด 20% เป็นเวลา 12 วินาที เอฟเฟกต์นี้ไม่สามารถซ้อนกันได้. Credit  : Genshin.gg               Game8               GachaGamer
15 Oct 2020
Phasmophobia ไกด์การใช้อุปกรณ์ตรวจจับผีรู้ไว้ไม่ Noob
Phasmophobia คือเกมล่าท้าผีที่กำลังเป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆ โดยตัวเกมจะให้รับบทเป็นผู้ค้นหาวิญญาณและระบุตัวตน เหมือนรายการล่าท้าผีคุณจะได้รับบทเป็นพี่ป๋องเอ้ยตัวละครสมมุติที่ได้รับงานจากสถานที่ต่างๆเพื่อให้เข้าไปตรวจสอบเรื่องราวเหนือธรรมชาติ โดยแต่ละด่านจะมีความยากง่ายต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาดสถานที่และวิธีการเล่นของผู้เล่น แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในเกมนี้คืออุปกรณ์ในการล่าท้าผี อุปกรณ์ในเกมนี้มีเยอะซะจนมือใหม่ต้องปวดหัวกันเลย วันนี้เรามาไกด์เรื่องอุปกรณ์ต่างๆในเกมว่าใช้งานยังไงอย่างไรกันบ้าง 1.EMF Reader เครื่องใช้ตรวจสนามแม่เหล็กไฟฟ้า วิธีใช้เครื่องนี้คือเมื่อมีผีอยู่ใกล้หรือปรากฏตัวใกล้ๆเราจะสามารถวัดคลื่นได้ โดยการวัดมีทั้งหมด 5 ระดับ ในบางครั้งการตรวจหาผี อาจจะขึ้นมาแค่ 2 เท่านั้นการเจอ EMF ระดับ 5 ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอมีโอกาสน้อยมากอาจจะต้องกระตุ่นให้ผีปรากฏตัวหรือเข้ามาใกล้มากขึ้นในการรวบรวมเป็นหลักฐานในการเดาประเภทผี ผีที่มีปฎิกริยากับ EMF จะมี Jinn , Phantom , Poltergeist , Wraith หน้าตาของเครื่อง EMF จะมีสีขาวคล้ายรีโมตแอร์มันจะร้องเตือนตั้งแต่ระดับ 4-5 2.Photo Camera กล้องถ่ายรูปไว้ใช้เก็บภาพ ปรากฏการณ์ประหลาด เพื่อให้เราได้เงินเพิ่มหลังจบภาระกิจ สิ่งที่เราสามารถถ่ายเก็บไว้ได้ รอยมือบนประตู รอยเท้า สวิชเปิดปิดไฟ  น้ำสกปรก ผี ตุ๊กตาvoodoo(เฉพาะด่านฟาร์มที่มี) เศษกระดูก และ Ouija Board แม้กระทั่งศพเพื่อนที่เสียชีวิจขณะทำภาระกิจ ผีที่มีปฎิกริยากับ Photo Camera จะมี Poltergeist ที่จะกลัวกล่องถ่ายรูปเวลาถ่าย กล้องถ่ายรูปสามารถถ่ายได้ 5 ครั้ง 3.Lighter ไฟแช็คจะใช้จุดเทียนหรือธูปในเกมนี้ได้ วิธีใช้เมื่อหยิบไฟแช็คและธูปให้ ถือธูปหรือเทียนไว้แล้วกด F เพื่อจุด 4.Candle เทียนใช้วางส่องสว่างในในบางจุด หรือ ถ้าจุดในบ้านหรือเดินถือเข้าไปในห้องที่มีผีอยู่ผีอาจจะเป่าเทียบเราดับได้ครับ เทียนวางยากมากในตอนนี้อาจจะมีอัพเดทในอนาคต 5.UV Light ไฟฉาย UV ไว้ส่องหารอยเท้าบนพื้น รอยมือบนประตู และสวิชไฟ มันให้แสงสว่างไม่มาก แนะนำให้ควรไปกับเพื่อนที่ถือไฟฉายธรรมดาเพื่อจะได้หาร่องรอยได้ง่ายขึ้น อย่าลืมพกกล้องถ่ายรูปไปด้วยเพื่อถ่ายร่องรอยที่พบ 6.Crucifix ไม้กางเขนใช้ป้องกันผี ไม้กางเขนมีรัศมีในการป้องกันประมาณ 3-4 เมตร ถ้าเป็น Banshee จะป้องกันได้ 5 เมตร ไม้กางเขนจะช่วยให้ผีไม่เข้าสู่โหมดไล่ล่า โดยการวางไว้ในห้องหรือถือไว้ แต่ถ้าผีเข้าสู่โหมดไล่ล่าก็โกยเถอะครับหรือหาที่ซ่อนเพราะมันจะไม่ช่วยอะไรคุณ ผมไม่มั่นว่ามันสามารถป้องกันได้ 2 ครั้งจริงหรือเปล่าเพราะมันไม่มีอะบอกว่าป้องกันครบ 2 ครั้งหรือยัง ผีที่สามารถใช้ป้องกันได้ 7.Video Camera (and Tripod) ไว้ใช้สำหรับตั้งกล้องให้เราได้มุมมองที่สูงขึ้น เราจะใช้ขาตั้งส่วนมากกับการตรวจ Ghost Orb หรือ สังเกตุการผีในห้องเพราะบางมุมที่เราวางกล้องในในห้องเราไม่สามารถวางได้เห็นมุมมองกว้างๆได้ 8.Salt เกลือไม่ได้จากการเปิดกาชาแต่เป็นเกลือที่ใช้ในการวางเพื่อหารอยเท้าผี ที่เดินผ่านเกลือเข้ามาแต่ต้องระวังผีที่ลอยมาเช่น Wraith 9.Smudge Sticks ธูป สามารถใช้ไล่ผีหรือทำให้ผีสงบลงได้จะมีภาระกิจให้ใช้ธูปไล่ผีให้ราทำโดยการจุดแล้วเดินรอบห้องหรือโยนเข้าไปในห้องถ้ารู้สึกเสี่ยงเกินไป ดมแล้วไม่ก้าวร้าวนะโอ๋ๆ (ผมรอด) 10.Motion Sensor เครื่องใช้ตรวจจับการเคลื่อนไหว สามารถจับการเคลื่อนไหวในห้องได้เมื่อเราแปะไว้สามารถดูการเคลื่อนไหวที่แผนที่ในรถ หากมีการเคลื่อนไหวผ่านเครื่อง ไฟบนหน้าเครื่องจะเป็นสีเขียว ส่วนแผนที่จะแสดงเป็นช่องเขียวๆขึ้นมา เครื่องนี้ใช้จับผีที่ชอบเดินไปเดินมาในบ้านได้ดีมากๆ หรือใช้ดูว่าผีมีการย้ายห้องหรือเปล่าใช้ได้ดีกับ Wraith , Revenant และ Oni 11.Sound Sensor เครื่องตรวจจับเสียงเครื่องนี้จะใช้แปะไว้กับผนังเพื่อตรวจจับเสียงในห้องต่างๆ เมื่อแปะไว้แล้วเราสามารถดูเสียงที่เกิดขึ้นในบ้านได้ที่มอนิเตอร์บนรถ เหมาะสำหรับผีที่ชอบโยนข้าวของเช่น Oni และ Poltergeist แค่กด F แปะไว้บนกำแพงห้องก็สามารถกลับมาดูที่รถได้เลยครับ เมื่อแปะไว้แล้วเราสามารถกลับมาดูได้ที่จอ Sound Sensors บนรถ 12.Thermometer เครื่องใช้วัดอุณภูมิเพื่อหาเบาะแสในบริเวณใกล้ๆเรา เครื่องนี้จำเป็นมากๆในการตรวจหาผี ถ้าเป็นมือใหม่สามารถกดและวิ่งตามห้องพร้อมเพื่อนๆที่ใช้ EMF เพื่อเพิ่มการตรวจจับที่แม่นยำมากขึ้น ถ้าห้องไหนมีผีอยู่จะมีอุณภูมิต่ำ หรือ ติดลบ อุณภูมิติดลบ มีวิธีสังเกตุสองอย่างคือเครื่องอุณภูมิ หรือ การหายใจของตัวละครจะหายใจเป็นไอเย็นออกมา ติดลบแบบนี้คืออยู่ใกล้มากๆอาจจะยืนตรงหน้าเราเลยครับ 13.Sanity Pills เป็นยาที่ช่วยเพิ่มค่า Sanity ของตัวละคร ถ้าค่า Sanity เราหมดผีจะออกมาบ่อยมากๆ ข้อควรระวังไม่ให้ค่า Sanity หมดเร็วคืออย่าอยู่ในที่มืดนานเกินไป อ่านบนกระดานตอนเริ่มเกมทุกครั้งว่าผีจะโจมตีหมู่หรือเดี่ยว ผีบางตัวสามารถลดค่า Sanity ของเหยื่อได้ครั้งละ 20-30% อย่างรวดเร็วเพื่อเข้าสู่โหมดไล่ล่า มียาก็ไม่ได้ช่วยให้รอดนะครับ เพราะในเกมนี้ถ้าผีเข้าประชิดตัวเราจะโดนหักคอตายทันที 14.Ghost Writing Book หนังสือสำหรับให้ผีเขียนเป็นเบาะแสอันนึงที่ทำให้ระบุตัวตนผีได้ บางครั้งแค่เราเดินถือไปใกล้ๆผีมันก็อาจจะเขียนขณะที่หนังสืออยู่บนมือเราได้เลยครับ สยองมาก ผีอาจจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษหรือสัญลักษณ์ต่างๆก็ถือว่าเขียนแล้วเหมือนกัน 15.Infrared Light Sensors เครื่องตรวจจับใช้งานเหมือน Motion Sensors แต่มีราคาถูกกว่าและไม่มีการส่งข้อมูลไปที่รถครับแค่จะไฟสว่างขึ้นเมื่อเดินผ่าน พอช่วยตรวจจับได้บ้างแต่ส่วนตัวคิดว่าใช้ตัว Motion ดีกว่า 16.Parabolic Microphone ไอเทมชิ้นนี้ลักษณะคล้ายจานดาวเทียมสีดำไว้ตรวจจับหาเสียงดังในระยะทางไกล แค่เปิดเครื่องหันไปทิศทางรอบๆถ้ามีเสียงก็จะมีตัวเลขขึ้นมา ใช้สำหรับตรวจผีที่ชอบโยนข้าวของอย่าง Oni และ Poltergeist 17.Glowstick แท่งไฟไว้สำหรับเชียร์ไอดอล ไม่ใช่ละ แท่งไฟ UV ที่มีคุณสมบัติเหมือนไฟฉาย UV แต่อันนี้จะเป็นแบบวางลงบนพื้นแทน ไว้วางไว้ตามทางเดินเพื่อตรวจหารอยเท้าผีได้ 18.Head Mounted Camera กล้อง Video Camera สำหรับติดหัวใช้สำหรับเดินตรวจสอบ Ghost Orb และเดินตามห้องพื้นที่กว้างๆแต่ต้องมีคนดูบนรถตลอดเวลา 19.Spirit Box ใช้สำหรับสื่อสารกับผีตัวเครื่องจะเปลี่ยนสัญญาณไปเรื่อยๆ เพื่อหาสัญญาณที่ผีตอบกลับมาได้ ฟังให้ดีๆตอนเรียกอาจจะเว้นวรรคประโยคละ 1 วินาที ประโยคที่ผีตอบรับในเกม What do you want? Why are you here? Do you want to hurt us? Are you angry? Do you want us here? Shall we leave? Should we leave? Do you want us to leave? What should we do? Can we help? Are you friendly? What are you? Are you close? Can you show yourself? Give us a sign. Let us know you are here. Show yourself. Can you talk? Speak to us. Are you here? Are you with us? Anybody with us? Is anyone here? Anybody in the room? Anybody here? Is there a spirit here? Is there a Ghost here? Are you a girl? Are you a boy? Are you male? Are you female? Who are you? What are you? Who is this? Who are we talking to? Who am I talking to? Hello? What is your name? Can you give me your name? How old are you? How young are you? What is your age? When were you born? Are you a child? Are you old? Are you young? What is your location? What is your gender? Are you male or female? Are you a woman? ช้อตวรระวัง : ถ้าผีตอบกลับมาว่า Attack Kill Death ให้ระวังการเข้าโหมดล่า ของผีไว้ด้วยรีบถือไอเทมใช้ป้องกันผีหรือจุดธูปทันที และ หาที่หลบ นอกจากการตอบวิทยุผีอาจจะทำไฟกระพริบ เปิดประตู หรือ ดันของตก ก่อนจะตอบหรือปรากฏตัวเข้าสู่โหมดล่า 20.Ouija Board บอร์ดนี้ทำให้เราสามารถสื่อสาร ถามข้อมูลจากผี และ หาตำแหน่งห้องที่ผีอยู่ได้ครับ แต่เวลาเล่นจะกินค่า Sanity อย่างมากมันจะลดเร็วมากๆจนต้องมีคนดู ค่า Sanity ในรถไว้ให้ในตอนเล่นเพื่อไม่ให้ค่า Sanity เหลือ 0 ประโยคคำถามเมื่อเปิด Ouija Board Are you old? Are you young? Are you alone? Are we alone? Are you here? Are you close? Are there any spirits? Did you murder? How old are you? How long have you been here? How long ago did you die? How many are in this room? How many ghosts are in this room? How many ghosts are in here? When did you die? What is your room? What is the name of the person you killed? What is the name of the person you murdered? What is your age? Where are you? Who did you kill? Who is your victim? Who did you murder? Who died? Who is here? Who is in this room? การเล่น Ouija Board ควรมีของป้องกันหรือตรวจจับใกล้ๆด้วยนะครับเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม 21.Voodoo Doll ตุ๊กตา Voodoo สามารถพบได้ในด่านฟาร์มเท่านั้นการใช้งานของมันคือ ถ้าใครที่ถือไว้จะดึงดูดผีเป็นพิเศษ แต่เงื่อนไขการใช้งานในเกมยังไม่มีอะไรชัดเจน ต้องรอการอัพเดทในอนาคตว่าจะทำอะไรเพิ่มได้อีกไหม ถ้าตายจะเกิดอะไรกับไอเทมบ้าง ? การตายในเกมนี้ถือว่าคุณไม่ผ่านและต้องเสียไอเทมทุกอย่างไปในเกมแต่จะได้รับกลับมาในรูปแบบของเงินแทน แต่ละระดับ ในการเล่นระดับ Amateur : คุณจะได้รับ 50% ของมูลค่าไอเทมทั้งหมด ในการเล่นระดับ Intermediate : คุณจะได้รับ 25% ของมูลค่าไอเทมทั้งหมด ในการเล่นระดับ Professional : จะไม่ได้รับอะไรกลับมาเลยเมื่อเสียชีวิต ผู้เล่นใหม่ควรพกอะไรไปบ้าง ? ในตอนเริ่มต้นเกมยังของไม่เยอะมากอาจจะซื้อของไปอย่างละอันหรือแบ่งกันซื้อ ของที่สำคัญจริงๆในการตรวจหาร่องรอย Thermometer - ใช้ตรวจวัดอุณภูมิ Video Camera (and Tripod) - ใช้ตรวจหา Ghost Orb UV Light - ใช้ตรวจหา Fringer Print (รอยนิ้วมือ) EMF Reader - ใช้ตรวจหาค่าแม่เหล็กไฟฟ้า Ghost Writing Book - เป็นเบาะแสหนึ่งที่ใช้ระบุตัวตนผี ไอเทมป้องกันที่ควรพกไปบ้าง ? Sanity Pills - ยาช่วยเพิ่มค่า Sanity Smudge Sticks and Lighter - ธูปช่วยกันผีและไฟแช็คสำหรับจุด Crucifix - กางเขนช่วยป้องกันผี
14 Oct 2020
Genshin Impact: แนวทางเล่นตัวละคร Barbara
Barbara: Healer, Tier A น้องแม่ชีไอดอลคนสวยกระจำเมือง Monstadt และตัวฮีลสายเลือดแท้เพียงตัวเดียวในเกม Genshin Impact นั่นเอง! ด้วยสกิลไม้ตายที่ฮีลเพื่อนๆ ในทีมโดยตรงเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงเป็นตัวฮีลตัวเดียวที่สามารถโจมตีระยะไกลได้อีกด้วย นอกจากนี้ Barbara ยังเป็นตัวละครไม่กี่ตัวที่แจกฟรีในเกมด้วย (ได้รับเมื่อถึง Adventure Rank / แรงค์นักผจญภัย 20) จึงเชื่อว่าทุกคนน่าจะมีใช้กันอยู่แล้ว จุดเด่น เป็นตัวฮีลที่ใช้ง่าย ฮีลแรง แถมยังถึกอีกต่างหาก อาวุธหนังสือเวทย์ทำให้ Barbara เซ็ตคอมโบธาตุด้วยการโจมตีธรรมดาได้ ปั้นง่ายเพราะไม่จำเป็นต้องอัพเกรดอาวุธเพื่อเอาพลังโจมตี สกิล Elemental Skill [E / R2]: Let the Show Begin เรียกก้อนน้ำออกมารอบตัว สร้างความเสียหายธาตุน้ำใส่ศัตรูรอบตัว พร้อมมอบบัฟให้ Barbara ดังต่อไปนี้: การโจมตีปกติของ Barbara จะฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับเพื่อนในปาร์ตี้ (รวมถึงตัวละครของผู้เล่นอื่นด้วย) โดยปริมาณที่ฮีลอิงจาก Max HP ของ Barbara ท่าชาร์จโจมตีของ Barbara จะฟื้นฟูพลังชีวิตเป็นจำนวน 4 เท่าของปกติ ทำให้ตัวละครที่ควบคุมอยู่ในขณะที่บัฟแสดงผลค่อยๆ ฟื้นฟูพลังชีวิตเรื่อยๆ เป็น % ของ Max HP ตัวเอง ทำให้ตัวละครที่ควบคุมอยู่ และศัตรูที่เข้ามาในระยะประชิดติดสถานะ Wet ตลอดเวลา สกิลฮีลหลักของ Barbara ที่ทำให้เธอสามารถเพิ่มเลือดให้เพื่อนๆ ในทีมได้อย่างรวดเร็ว โดยสิ่งที่ทำให้สกิลนี้มีประโยชน์มากเมื่อเทียบกับสกิลฮีลของตัวละครอื่นๆ มีอยู่หลายประการ อย่างแรกคือนี่เป็นสกิลฮีลที่มีโอกาสติด 100% (และไม่ใช่ไม้ตาย) ต่างจากสกิลของ Noelle หรือ Jean (โอกาสฮีล 50%) และด้วยการที่สกิลนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพตามค่า HP ของ Barbara ทำให้เธอมีความถึกตามธรรมชาติอยู่แล้วประมาณหนึ่งด้วย นอกจากนี้ สกิลนี้ยังจะฮีลตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมอยู่เป็นระยะด้วย ทำให้สามารถเรียก Barbara ออกมาเปิดสกิล และรีบสับเอาตัวที่ต้องการจะฮีลจริงๆ ออกมา ก็จะทำให้ตัวละครนั้นเพิ่มเลือดตัวเองเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาของสกิลนั่นเอง ข้อเสียของสกิลนี้ (ซึ่งเอาจริงเป็นข้อเสียโดยรวมของ Barbara เลยก็ว่าได้) คือมันแทบจะไม่มีส่วนช่วยในเรื่องของการทำความเสียหายของทีมเลย (จนกว่าจะปลดกลุ่มดาวขั้น 2) ในขณะที่ตัวฮีลตัวอย่าง Jean หรือ Qiqi หรือกระทั่ง Noelle จะสามารถช่วยทำความเสียหายได้ไม่มากก็น้อย Barbara แทบจะทำไม่ได้เลย เพราะครั้นจะลด HP ไปโปะ ATK ก็จะทำให้ฮีลเบาลงไปด้วย อีกอย่างคือเมื่อกดใช้สกิลนี้อยู่ จะทำให้ตัวละครของเราติดสถานะ Wet (เปียก) ตลอดเวลา ทำให้ต้องระวังศัตรูธาตุน้ำแข็งและสายฟ้าเป็นพิเศษเพราะจะทำให้เราติด Reaction น่าปวดหัวได้ Elemental Burst [Q / สามเหลี่ยม]: Shining Miracle Barbara จะทำการฮีลเพื่อนในทีมทั้งหมดเป็นปริมาณมากทันที โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพตามค่า HP ของตัวละคร สกิลฮีลตรงๆ ตัวเพียงสกิลเดียวในเกม Genshin Impact และเหตุผลที่ทำให้ Barbara เปรียบเสมือนตัวฮีลสายเลือดแท้ตัวเดียวในเกมด้วย โดยแม้ว่าสกิลนี้จะไม่ได้มีเอฟเฟกต์พิเศษอะไรเลยนอกจากการฮีลป้าบเดียวแรงๆ แต่การฮีลป้าบเดียวนั้นมั่นใจได้ว่าฮีลไม่ต่ำกว่าครึ่งหลอดของตัวละครทุกตัวแน่นอน และถ้าปั๊ม HP ของเธอขึ้นไปสูงๆ ก็แทบจะเรียกว่าฮีลทีเดียวเลือดแดงๆ เต็มหลอดได้เลยเช่นกัน แต่เช่นเดียวกับสกิล Elemental Skill ของเธอนั้น สกิล Shining Miracle ไม่ได้มอบประโยชน์อะไรให้กับทีมนอกเหนือไปจากการฮีล เพราะสกิลนี้จะไม่สร้างความเสียหายหรือมอบสถานะธาตุใดๆ แก่ศัตรูเลย Ascension Level 1: Glorious Season [ติดตัว] ทำให้ตัวละครที่อยู่ในวงสกิลของ Let the Show Begin ใช้ Stamina น้อยลง 12% นับว่าเป็นสกิลที่มีประโยชน์มากๆ การที่ใช้ Stamina น้อยลงทำให้ Barbara สามารถกดใช้ท่าชาร์จโจมตีได้บ่อยขึ้น ซึ่งท่าชาร์จโจมตีแต่ละครั้งจะทำให้ฮีลแรงกว่าการโจมตีปกติถึง 4 เท่าเลยทีเดียว หรือจะเปิดสกิลแล้วสลับเอาตัวดาบใหญ่เข้ามาชาร์จฟันก็ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้สกิลในการสำรวจได้ด้วย เช่นการร่อนระยะไกลจากที่สูง การว่ายน้ำ หรือการปีนเขา ล้วนสามารถใช้ประโยชน์จากการใช้ Stamina น้อยลงทั้งสิ้น Ascension Level 4: Encore [ติดตัว] เมื่อตัวละครในทีมได้รับก้อนพลัง Elemental Particle / Elemental Orb จะทำให้ระยะเวลาของสกิล Let the Show Begin เพิ่มขึ้น 1 วินาที (เพิ่มได้เต็มที่ 5 วินาที) แน่นอนว่าการเพิ่มระยะเวลาของสกิลขึ้น ก็หมายความว่าเราก็จะฮีลได้นานขึ้น/มากขึ้นนั่นเอง แต่ข้อเสียของสกิลติดตัวนี้คือการที่ Barbara เองมีความสามารถในการสร้างลูกแก้ว Elemental Particle / Orb น้อยมาก (นอกจากจะปลดกลุ่มดาวได้ไกลๆ) สกิลนี้จึงอาจจะมีประโยชน์จริงๆ เฉพาะเมื่อเราเปิดสกิลแล้วสลับเอาตัวละครอื่นมาเล่นแทนมากกว่า ความสามารถประจำตัว: With my Whole Heart สำหรับผู้เขียน สกิลนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Barbara กลายเป็นตัวละครระดับ S Class ที่ทุกคนควรมีไว้ประดับไอดี เพราะจะทำให้ประหยัดของใช้ในการทำอาหารฟื้นฟู HP ไปได้มาก และประหยัดเวลาเราเองในการวิ่งล่าหมูล่านกมาทำอาหาร ต่อให้เราไม่ได้ปั้น Barbara มาใช้เป็นตัวหลักในทีมก็ยังใช้ประโยชน์จากสกิลนี้ได้มากมาย โบนัสกลุ่มดาว Gleeful Songs: ทำให้ Barbara ฟื้นฟู Energy ด้วยตัวเอง 1 หน่วยทุกๆ 10 วินาที Vitality Burst: ลดเวลาคูลดาวน์ของสกิล Let the Show Begin -15% และทำให้ตัวละครที่ควบคุมอยู่สร้างความเสียหายเพิ่มเป็นธาตุน้ำ +15% Star of Tomorrow: เพิ่มเลเวลของสกิล Shining Miracle ขึ้น +3 (เต็ม +15) Attentiveness be My Power: Barbara จะได้รับ Elemental Energy 1 หน่วยต่อจำนวนศัตรูที่ได้รับความเสียหายจากท่าชาร์จโจมตีของเธอ (สามารถฟื้นฟูได้มากที่สุด 5 Energy ต่อการชาร์จโจมตีหนึ่งครั้ง) The Purest Companionship: เพิ่มเลเวลของสกิล Let the Show Begin ขึ้น +3 (เต็ม +15) Dedicating Everything to You: เมื่อ Barbara อยู่ในปาร์ตี้ (แต่ไม่ได้อยู่ในสนาม) และมีตัวละครตาย จะทำการชุบชีวิตตัวละครตัวนั้นพร้อมฟื้นฟู HP 100% ทันที (มีคูลดาวน์ 15 นาที) วิเคราะห์ความสามารถ + การจัดทีม ในแง่ของความสามารถ แม้ว่า Barbara จะไม่สามารถควบตำแหน่ง DPS ได้เหมือนตัวฮีลตัวอื่นๆ จากการที่ไม่มีสกิลโจมตีเลย และการโจมตีธรรมดาก็เบาหวิวอีกด้วย แต่เธอก็ทดแทนด้วยการทำหน้าที่ตัวฮีลแบบเข้มข้นกว่าตัวละครอื่นทั้งหมดในเกม ด้วยสกิลการฮีลแบบตรงตัวสองสกิล และยังมีความสามารถติดตัวที่ช่วยเสริมความสามารถของทีมในหลายๆ แง่เมื่อปลดดาวแล้ว ยิ่งถ้าปลดดาวได้ครบ เธอจะสามารถชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีมได้ด้วย ซึ่งมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะในการผ่านกิจกรรมท้ายเกมเช่น Spiral Abyss ข้อดีอย่างหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปเมื่อพูดถึง Barbara คือความง่ายในการปั้นเธอให้เก่ง ด้วยความที่เธอไม่จำเป็นต้องใช้พลังโจมตีเลยในการฮีล แปลว่าเราอาจจะไม่จำเป็นต้องอัปขั้นอาวุธของเธอเลย และไม่จำเป็นต้องอัปเกรดการโจมตีธรรมดาของเธอเลยด้วยเช่นกัน โดยในการใส่ของ ควรเน้นปั้น HP น้ำแน่นอนเพื่อความแรงในการฮีล โดยเราสามารถพิจารณาใส่ค่าสถานะ "โบนัสการฟื้นฟู" (Healing Bonus) ด้วยเพื่อทำให้ฮีลแรงขึ้น และค่าสถานะ "การฟื้นฟูพลังงาน" (Energy Recharge) เพื่อให้ใช้สกิลไม้ตายได้บ่อยขึ้นด้วย สามารถเรียงลำดับความสำคัญได้ตามนี้เลย: HP > Healing Bonus > Recharge ในการจัดทีม ด้วยความที่สกิลของ Barbara ไม่ค่อยจะส่งผลอะไรต่อศัตรูหรือเพื่อนในทีมมากนัก (นอกเหนือไปจากการฮีล) ทำให้เธอไม่ได้มีทีมที่จะใช้งานเธอได้ดีเป็นพิเศษ แต่ความเป็นธาตุน้ำของเธอก็ทำให้เธอสามารถทำปฏิกิริยาดีๆ อย่าง Electro-shock (ไฟช๊อต) หรือ Freeze (แช่แข็ง) ได้ด้วยการเปิดสกิล Let the Show Begin เพื่อทำให้ศัตรูรอบตัวติดสถานะเปียก และให้ DPS หรือซัพพอร์ตตัวหลักเข้ามาทำคอมโบได้อยู่ แต่ด้วยคูลดาวน์ที่ค่อนข้างนานของสกิล Let the Show Begin ทำให้เราอาจจะใช้สกิลนี้ไม่ได้บ่อยนัก และคงไม่สามารถใช้เป็นสกิลซัพพอร์ตหลักในทีมได้แน่นอน แนะนำอาวุธ / เซ็ต Artifact ในส่วนของอาวุธ อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Barbara ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธที่อัปเลเวลเลย (นอกจากว่าอาวุธจะให้ค่า Stat ที่มีประโยชน์จริงๆ)  เพราะเราไม่ได้คาดหวังจะเอาความเสียหายจากเธออยู่แล้ว การเลือกอาวุธสำหรับเธอจึงควรคำนึงถึงผลพิเศษ เช่นอาวุธที่ช่วยเสริมความสามารถของตัวอื่นๆ ในทีม หรืออาวุธที่เสริมความเร็วในการ Energy Recharge ของเธอ โดยเราแนะนำอาวุธ Prototype Malice ซึ่งให้ผลเพิ่ม Energy และ HP ทุกครั้งที่เราใช้สกิลไม้ตาย หรือถ้าไม่อยากคราฟอาวุธ จะใช้ Thrilling Tales of Dragon Slayers (3 ดาว) แทนก็ได้ เพราะนอกจากจะอัปเกรดง่ายแล้ว เมื่อขัดเกลาจนเต็มยังทำให้ตัวละครที่สลับออกมาต่อจาก Barbara ได้รับโบนัสความเสียหายถึง +48% เลยทีเดียว ตัวอย่างอาวุธ Prototype Malice (4 ดาว): เมื่อใช้สกิลไม้ตาย (Elemental Burst) จะทำให้ตัวละครได้รับ Energy 6 หน่วยทุก 2 วิ และทำให้เพื่อนในปาร์ตี้ได้รับการฟื้นฟู HP 6% ทุกสองวินาทีเป็นเวลารวม 6 วินาที (รวมทั้งหมดได้ Energy 18 หน่วย / HP 18%) Thrilling Tales of Dragon Slayers (3 ดาว): เมื่อสลับตัวละครลงสนาม ตัวละครที่เข้าสู่สนามต่อจากผู้ใช้อาวุธนี้จะได้รับ ATK เพิ่มขึ้นสูงสุด +48% เป็นเวลา 10 วินาที (มีคูลดาวน์ 20 วินาที) เซ็ต Artifact ที่แนะนำ Maiden Beloved: (2) เพิ่มโบนัสการฮีล +15% (4) เมื่อใช้สกิล (Elemental Skill และ Burst) จะทำให้ตัวละครทั้งหมดในปาร์ตี้ได้รับผลการฟื้นฟู HP +20% อ้างอิงข้อมูล: Genshin.gg Game8 GachaGamer
13 Oct 2020
Genshin Impact สถานที่เก็บ Geoculus ทั้ง 131 จุด
Genshin Impact ในวันนี้เราจะพาทุกคน ไปค้นหา Geoculus ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับ Anemoculus ในพื้นที่ Mondstadt แต่สำหรับ Geoculus นั้นจะพบได้ในพื้นที่ Liyue แทน โดยสามารถพบได้ในป่าและโดยการสำรวจเช่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งนี้มีไว้ใช้เพื่อเพิ่มเลเวลให้ Statues of the Seven ในพื้นที่ Liyue เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและรับรางวัลพิเศษ เอาล่ะครับถ้าพร้อมแล้วเราไปค้นหาพร้อมๆ กันเลย. * Geoculus มีทั้งหมด 130 รายการให้ค้นหาและรวบรวม แผนที่โซนที่ 1 1.อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำใกล้น้ำตก เมื่อทำเควส "The Chi of Guyun" สำเร็จ ผู้เล่นจะสามารถเข้าถึงถ้ำนี้ได้ 2.เมื่อเข้าไปในถ้ำใกล้น้ำตกมันจะอยู่บนหิ้งเหนือศัตรู กำแพงสามารถปีนได้ 3.ปีนขึ้นต้นไม้ไปเพื่อไปเก็บ 4.ในโพรงเล็ก ๆ ทางด้านข้างของน้ำตก เพียงแค่เข้าใกล้เพื่อรับมัน 5.ลอยอยู่เหนือน้ำ ปีนขึ้นไปบนฐานในภาพและใช้ทักษะภูมิศาสตร์ของนักเดินทางสร้างเส้นทางเพื่อไปให้ถึง 6.อยู่บนหลังคาบ้าน สามารถที่จะปีนขึ้นไปเพื่อเก็บได้ 7.อยู่บนอากาศ สามารถปีนขึ้นไปบนหน้าผาที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อร่อน หรือใช้ทักษะ Geo Skill ของนักเดินทางเพื่อสร้างเส้นทางไปเก็บ Geoculus 8.ลอยอยู่บนอากาศ ดังนั้นให้ปีนขึ้นไปบนหน้าผาสูงที่อยู่ใกล้ ๆ หรือใช้ทักษะ Geo ของนักเดินเพื่อสร้างฐานไปเก็บได้. 9.ลอยอยู่ใกล้ๆ บ้าน ให้ปีนขึ้นบนบ้านแล้วกระโดดไปเก็บ 10.อยู่ด้านบนของตอเสากลางน้ำ ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างฐานให้สูงขึ้นเพื่อขึ้นไปเก็บ 11.เหนือก้อนหินใกล้ริมน้ำ เข้าไปใกล้เพื่อเก็บ 12.ลอยอยู่บนอากาศ ให้ปีนขึ้นไปบนหน้าผาที่อยู่ใกล้ ๆ แล้วกระโดดร่อนเพื่อไปรับเก็บ 13.อยู่บนต้นไผ่สูงให้ปีนขึ้นไปเก็บ. 14.อยู่บนหลังคาบ้านที่มีกังหันน้ำอยู่ใกล้ ๆ ให้มุ่งหน้าไปบนหลังคาของบ้านหลังอื่นที่อยู่ใกล้เคียง และใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางเพื่อสร้างทางเดินให้ไปเก็บ 15.อยู่สูงขึ้นไปบนฟ้า ให้ปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใกล้ ๆ แล้วกระโดดร่อนลงไปเพื่อเก็บ. 16.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างฐานให้สูงขึ้นไปเก็บ 17.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างฐานให้สูงขึ้นไปเก็บ 18.ลอยอยู่อยู่ตรงกลาง ในวัตถุหิน เพียงแค่เดินขึ้นไปเก็บ แต่จุดนี้จะมีศัตรูที่แข็งแกร่งอยู่ในพื้นที่ดังนั้นระวังตัวและจัดการมันหรือจะหลีกเลี่ยงก็ได้. 19.ลอยอยู่ในอากาศ ปีนขึ้นไปบนโขดหินสูงใกล้ๆ แล้วกระโดดร่อนลงไปเพื่อเก็บ 20.ปีนขึ้นไปเก็บภายในหอคอยได้เลย. 21.เข้าไปหาได้ทันทีเพราะซ่อนอยู่ในซากปรักหักพัง 22.ลอยอยู่ในอากาศ กระโดดไปเก็บได้ด้วยการร่อนจากริมหน้าผาที่อยู่ใกล้ ๆ 23.อยู่บนยอดของโขดหิน ให้ปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 24.ลอยอยู่ในอากาศเหนือก้อนหิน ให้ร่อนลงจากหน้าผาใกล้ ๆ 25.ว่ายน้ำไปเก็บได้ที่ใต้สะพาน 26.อยู่เหนือก้อนหิน ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างฐานสูงเพื่อไปเก็บ 27.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางเพื่อสร้างทางขึ้นไปเก็บ. 28.ตรงจุดนีัจะมีกำแพงลม จึงปีนขึ้นไปบนขอบผาด้านบนแล้วร่อนเข้าไปจากด้านบนเพื่อรับ Geoculus 29.ลอยอยู่เหนืออาคาร ให้ปีนขึ้นไปเก็บได้ทันที 30.อยู่บนเขาสามารถเดินขึ้นไปเก็บได้ทันที. 31.อยู่บนต้นไม้ ให้ปีนขึ้นไปเพื่อเก็บได้ทันที. 32.ลอยอยู่เหนือน้ำ ซึ่งจะมีศัตรูเฝ้าอยู่ ให้เราใช้ตัวละครธาตุน้ำแข็งสร้างทางเดินน้ำแข็งเพื่อเข้าไปเก็บ. 33.อยู่ใต้อาคารให้ร่อนลงไปโดยกระโดดจากอาคารด้านบน 34.อยู่บนหลังคาบ้าน ให้ปีนขึ้นไปบนส่วนที่สูงที่สุดของอาคารเพื่อเก็บ 35.ลอยอยู่เหนือพื้นดิน ให้ใช้ความสามารถของตัวละครธาตุลมเพื่อเปิดช่องอากาศ และสร้างกระแสลมเพื่อบินขึ้นไปเก็บ. 36.ลอยอยู่ใต้สะพาน ให้ขึ้นไปบนสะพานแล้วกระโดดร่อนลงมาเก็บ. 37.เดินไปภายในเหมืองเพื่อเก็บได้ทันที 38.อยู่บนต้นไม้สามารถปีนขึ้นไปเก็บได้ทันที 39.ซ่อนอยู่ใต้ซุ้มหิน ให้เดินเข้าไปเก็บได้เลย 40.ลอยอยู่บนท้องฟ้า ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างทางขึ้นไปเก็บ 41.อยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้า ให้เปิดใช้งานกระแสลมโดยใช้เวทมนตร์ลมบนแท่นอุปกรณ์ใกล้เคียงเพื่อลอยไปเก็บ. 42.อยู่บนหลังคาปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 43.ลอยอยู่ใต้สะพาน ให้ขึ้นไปบนสะพานแล้วกระโดดร่อนลงมาเก็บ. 44.ให้ร่อนอยู่ข้างหน้าผาประมาณครึ่งทาง จากนั้นก็ปันขึ้นไปบนหน้าผาเพื่อไปเก็บได้ทันที 45.อยู่บนหน้าผาให้สามารถปีนขึ้นไปเก็บได้ 46.อยู่บนก้อนหินในซากปรักหักพังให้เข้าไปเก็บได้เลย. 47.อยู่บนเสาหินสามารถขึ้นไปเก็บได้ทันที. 48.อยู่ด้านบนของกลุ่มแนวหิน ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างทางขึ้นไปเก็บ. 49.อยู่บนยอดโขดหินริมชายหาด ปีนขึ้นไปเก็บได้ทันที 50.ลอยอยู่เหนือน้ำ ให้ปีนขึ้นไปยังก้อนหินในบริเวณใกล้เคียงและร่อนไปยัง Geoculus     แผนที่โซนที่ 2 51.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้เวทมนตร์ Geo ของ Traveler เพื่อสร้างฐานเพิ่มระดับให้เก็บได้ 52.อยู่บนต้นไม้ให้ปีนขึ้นไปเก็บได้ทันที 53.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้เวทมนตร์ Geo ของ Traveler เพื่อสร้างฐานเพิ่มระดับให้เก็บได้ 54.อยู่กลางน้ำให้เปิดใช้งานช่องลมเพื่อบินไปเก็บ 55.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้เวทมนตร์ Geo ของ Traveler เพื่อสร้างฐานเพิ่มระดับให้เก็บได้ 56.อยู่บนกลางขอบหน้าผาให้ปีนไปเก็บได้ทันที 57.ลอยอยู่บนอากาศ แต่สามารถขึ้นไปที่ต้นไม้ใกล้ๆ เพื่อกระโดดเก็บได้. 58.ลอยอยู่บนโขดหิน ให้ขึ้นไปเก็บได้เลย 59.จะอยู่ในถ้ำเล็ก ๆ บริเวณทะเลสาบ ให้ใช้เวทย์มนต์ Geo ของนักเดินทางเพื่อสร้างฐานขึ้นไปรับ แต่บริเวณนี้จะมีมอนสเตอร์อยู่บ้างดังนั้นต้องระวังด้วย. 60.ซ่อนอยู่ระหว่างโขดหินใต้หน้าผาให้เดินเข้าไปเก็บได้เลย 61.ปีนโขดหินเพื่อขึ้นไปเก็บ 62.อยู่บนยอดเขาริมหน้าผา สามารถเข้าไปเก็บได้เลย 63.อยู่บนยอดเขาสามารถขึ้นไปเก็บได้ทันที 64.ลอยอยู่เหนือภูเขา ให้สร้างกระแสลมโดยเปิดแท่นลมด้วยสกิลธาตุลม และใช้กระแสลมนั้นเพื่อขึ้นไปเก็บ Geoculus 65.ลอยอยู่บนอากาศ ให้สร้างกระแสลมโดยเปิดแท่นลมด้วยสกิลธาตุลม และใช้กระแสลมนั้นเพื่อขึ้นไปเก็บ Geoculus 66.ให้หาที่สูงๆ แล้วร่อนลงมาเพื่อเก็บ 67.ลอยอยู่กลางอากาศ ให้ร่อนจากที่สูงเพื่อไปเก็บ 68.อยู่บนเกาะลอยฟ้าบนยอดเขา โดยให้ปรับรูปปั้นนกกระเรียนให้อยู่ในบริเวณที่หันหน้าเข้าหาเกาะแห่งนี้ จากนั้นให้เปิดใข้งานแล้วขึ้นไปเก็บ 69.อยู่ใต้สะพานสามารถว่ายน้ำไปเก็บได้เลย. 70.อยู่ที่แอ่งน้ำใต้น้ำตก ให้ร่อนจากที่สูงเพื่อไปเก็บ 71.อยู่ในน้ำ *เปิดใช้งานแท่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ ๆ เพื่อระบายน้ำและเข้าไปเก็บ 72.สามารถขึ้นไปที่สูงเพื่อร่อนลงมาเก็บได้ 73.ลอยอยู่ในอากาศ ให้ใช้เวทมนตร์ Geo ของ Traveler เพื่อสร้างฐานเพิ่มระดับให้เก็บได้ 74.อยู่ในพื้นที่ที่สามารถเข้าถึงได้โดยการเข้าไปในโพรงด้านข้างหิน 75.ปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อเก็บได้เลย 76.ลอยอยู่บนชายหาด ให้ใช้สกิล Geo สร้างฐานยกระดับขึ้นไปเก็บ. 77.ด้านล่างหน้าผา จะมีกระแสลมที่ช่วยร่อนขึ้นฟ้าได้ ให้กดยกเลิกเอฟเฟกต์ของเครื่องร่อนกลางคันเพื่อรับ Geoculus นี้ 78.อยู่บนหลังคา สามารถขึ้นไปได้ด้วยการร่อนจากหน้าผาสูง 79.ขึ้นไปบนต้นไม้ล้ม ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างทางให้สูงขึ้น. 80.อยู่บนอากาศ ให้ขึ้นไปบนผาและร่อนลงมาเก็บ 81.อยู่ในช่องแยกระหว่างหน้าผาร่อนลงเก็บได้เลย. 82.อยู่บนหลังคา สามารถขึ้นไปได้ด้วยการร่อนจากหน้าผาสูง 83.อยู่บนหลังคาปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 84.อยู่บนยอดเขาสามารถขึ้นไปเก็บได้เลย 85.ขึ้นหน้าผาสูงๆ เพื่อร่อนมาเก็บได้เลย 86.อยู่บนภูเขา สามารถขึ้นไปเก็บได้ทันที 87.อยู่บนฟ้า ให้ขึ้นไปที่สูงแล้วร่อนลงไปเก็บได้ทันที 88.ลอยอยู่ใกล้ซากสะพาน ให้ใช้ทักษะ Geo ของนักเดินทางสร้างฐานยกระดับเพื่อให้สามารถเก็บได้ 89.อยู่บนเสาหิน สามารถปีนขึ้นไปหรือร่อนลงมาเก็บได้ 90.ลอยอยู่บนอากาศให้เปิดแท่นลมเพื่อใช้ในการลอยขึ้นไปเก็บ 91.อยู่ใกล้ซากปรักหักพัง ให้ใช้สกิล Geo เพื่อสร้างฐานยกระดับขึ้นไปเก็บ 92.อยู่บนต้นไม้บนยอดเขา สามารถปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 93.อยู่ตรงกลางซากสะพาน สามารถขึ้นที่สูงเพื่อขึ้นไปเก็บได้ 94.อยู่ในโบราณสถานหิน สามารถปีนไปเก็บได้ 95.อยู่ใกล้ต้นไม้สามารถเดินไปเก็บได้เลย 96.อยู่บนโขดหิน สามารถขึ้นไปเก็บได้เลย 97.ลงบันไดมาจะเจอในห้อง โดยประตูห้องจะเปิดขึ้นเมื่อเอาชนะศัตรูที่คุ้มครองสถานที่นี้ได้. 98.อยู่บนโขดหิน สามารถปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 99.อยู่ตรงท่าเรือให้ใช้สกิล Geo สร้างฐานขึ้นไปเก็บ 100.อยู่บนอาคารหิน สามารถปีนขึ้นไปเก็บได้ 101.อยู่ในส่วนด้านในของซากหอคอยหิน ให้ปีนขึ้นไปข้างในจัดการมอนสเตอร์ในนั้นเพื่อเก็บ 102.เหนือน้ำจะมีคบเพลิง 5 อันให้ใช้พลัง Geo ให้เชื้อเพลิงจนครบเพื่อทำให้น้ำหายไป หลังจากนั้นต้องจัดการมอสเตอร์อีก 3 ตัว และเข้าไปเก็บได้เลย 103.ลอยอยู่เหนือเสาหิน ปีนขึ้นไปยังผาสูงที่อยู่ใกล้ ๆ และร่อนลงมาเก็บ 104.อยู่บนอากาศ เปิดใช้แท่นลมเพื่อบินขึ้นไปเก็บ 105.ลอยอยู่บนอากาศ ให้ใช้เวทย์มนตร์ Pyro โดยการกดปุ่มสกิล และลอยขึ้นไปเก็บ 106.อยู่บนหลังคาติดกับหน้าผาให้ปีนหน้าผาเพื่อกระโดดขึ้นไปเก็บ. 107.อยู่ตรงริมหน้าผา สามารถเข้าไปเก็บได้เลย. 108.อยู่บนอากาศ ให้ใช้สกิล Geo ในการสร้างฐานขึ้นไปเก็บ 109.ลอยอยู่เหนือน้ำ สามารถเก็บได้ด้วยการร่อนจากที่สูงหรือใช้สกิลสร้างทางเดินน้ำแข็ง. 110.อยู่บนเสาสามารถปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 111.อยู่บนเสาสามารถปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 112.อยู่ริมหน้าผาสามารถปีนขึ้นไปเก็บได้เลย 113.อยู่ภายในกระท่อม สามารถเดินเข้าไปเก็บได้เลย 114.ภายในอาคารหินสามารถเข้าได้จากการปีนขึ้นไปข้างบน 115.เปิดใช้งานแท่งลม เพื่อสร้างช่องอากาศและบินไปเก็บได้ทันที 116.อยู่บนเครนสามารถปีนขึ้นไปได้ 117.ลอยอยู่บนฟ้า ให้ปีนขึ้นไปที่สูงๆ และร่อนลงมา 118.อยู่ในช่องภูเขาสามารถร่อนหรือปีนลงมาเก็บได้เลย 119.อยู่ด้านบนอาคารหิน สามารถปีนขึ้นไปเก็บได้ทันที 120.อยู่บนหลังคากระท่อมสามารถปีนขึ้นไปเก็บได้ทันที 121.ลอยอยู่บนอากาศ ให้ใช้สกิล Geo ในการสร้างฐานเพิ่มระดับเพื่อขึ้นไปเก็บ 122.อยู่ในช่องหิน สามารถเข้าได้ทางช่องด้านบน 123.อยู่ในห้องใต้ดินด้านล่างรูปปั้นหิน โดยสามารถปีนลงมาที่นี่ผ่านรูที่ด้านหน้าของรูปปั้น 124.บนหลังคาอาคารท่าเรือแถวๆ ทะเล สามารถเก็บได้ด้วยการปีนขึ้นไปบนภูเขาใกล้ ๆ แล้วร่อนไปเก็บ 125.ว่ายขึ้นไปบนหินกลางน้ำเพื่อรับได้ทันที แผนที่โซนที่ 3 126.อยู่บนเกาะกลางทะเล ดังนั้นสามารถใช้สกิล Cryo ของ Kaeya เพื่อสร้างทางน้ำแข็งเดินไปเก็บได้ 127.อยู่บนก้อนหินริมน้ำตื้น เดินไปเก็บได้เลย 128.ปีนไปบนยอดเขาเพื่อเก็บได้เลย 129.ปีนไปบนยอดเขาเพื่อเก็บได้เลย 130.ปีนไปบนยอดเขา แต่ต้องใช้่สกิล Geo เพื่อสร้างฐานให้สูงขึ้นถึงจะเก็บได้. 131.บนเสากระโดงเรือ ปีนขึ้นไปบนภูเขาของเกาะใกล้ ๆ แล้วร่อนไปที่เรือ Credit: Gamewith
13 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Fiora "
ในเกม League of Legends: Wild Rift พวกเราได้ทดลองเล่นแชมเปี้ยนหลายๆ ตัวและได้พบกับแชมเปี้ยนตัวหนึ่งที่ระดับความเล่นยากพอๆ กับ Yasuo แต่ถ้าเล่นเป็นนั้นจะมีประโยชน์กับเพื่อนร่วมทีมมากๆ นั่นคือ " Fiora " วันนี้พวกเราจะพาทุกคนไปวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน แนวทางการออกไอเทมและรวมถึงคอมโบสกิล เรามาดูกันเลยครับ. ชื่อ : Fiora สาย : Fighter ( นักสู้ ) / Assassin ( นักฆ่า ) ตำแหน่ง : Jungle ระยะการโจมตี : ระยะไกล้ ระดับความยาก : 5/5 ดาว รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Duelist's Dance CD : 0 วินาที เปิดเผยจุดสำคัญของแชมเปี้ยนศัตรู โจมตีจุดสำคัญ สร้างดาเมจ 2.5%  ของพลังชีวิตสูงสุดของเป้าหมายเป็นดาเมจจริง ฮีลให้ Fiora เป็นจำนวน 45 หน่วย และมอบความเร็วในการเคลื่อนที่ 30%  ให้กับเธอโดยจะลดลงในช่วงเวลา 1.75 วินาที *จุดสำคัญจุดใหม่จะถูกเปิดเผยหลังจากโจมตีไปหนึ่งครั้ง หรือหลังจาก 16.75 วินาที สกิลที่ 1 Lunfe CD :  14 วินาที มานา 20 พุ่งแทงศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง สร้างความเสียหายกายภาพ 85 หน่วย ในพื้นที่ ถ้าสกิลโดนศัตรูจะลดคูลดาวน์ลง 60% *สกิลนี้ จะเล็งที่จุดตายและศัตรูที่สกิลจะสังหารได้ก่อนอีกทั้งยังสามารถมอบผลพิเศษเมื่อโจมตีโดแก่เป้าหมายหลักอีกด้วย สกิลที่ 2  Riposte CD : 13 วินาที มานา 50 ปัดความเสียหายและดีบัฟทั้งหมดที่จะได้รับเป็นเวลา 0.75 วินที จากนั้นแทงไปในทิศทางเป้าหมาย สร้างความเสียหายเวทย์ 120 หน่วยแก่แชมเปี้ยนศัตรูที่โดนตัวแรก ลดความเร็วเคลื่อนที่และความเร็วโจมตี 50%  เป็นเวลา 1.5 วินาที *สกิลนี้จะสตั๊นศัตรูแทนการสโลว์ถ้าสามารถปัดเอฟเฟคที่ส่งผลหยุดการโจมตี. สกิลที่ 3  Bladework CD :  11 วินาที  มานา 40 เสริมพลังให้การโจมตี 2 ครั้งถัดไปได้ความเร็วโจมตี 60%  การโจมตีครั้งแรกทำให้สโลว์ 30%  เป็นเวลา 1 วินาที แต่จะไม่สามารถติดคริติคอลได้ และการโจมตีครั้งที่ 2 จะติดคริติคอลเสมอ สร้างความเสียหายกายภาพ 170% สกิลอัลติเมท Grand Challenge CD :  80 วินาที มานา 100 แสดง 4 จุดสำคัญ บนตัวแชมเปี้ยนศัตรูเป็นเวลา 8 วินาที และมอบความเร็วในการเคลื่อนที่ของสกิลติดตัวเมื่ออยู่ใกล้ศัตรู ถ้าสามารถโจมตีจุดสำคัญทั้งหมดในเวลา 8 วินาที หรือหากเป้าหมายถูกกำจัดหลังการโจมตี จะทำให้ Fiora ฮีลตนเองและพันธมิตรใกล้เคียงเป็นจำนวน 80 ในทุกวินาที การฮีลจะมีผล 2-5 วินาที ขึ้นอยู่กับปริมาณของจุดสำคัญที่โจมตี *การโจมตี 4 จุดสำคัญทั้งหมด สร้าง 10%  ของพลังชีวิตสูงสุดเป็นความเสียหายจริง. คำแนะนำการอัพสกิล ขั้นแรกให้อัพสกิล 1 ที่เป็นดาเมจหมู่ก่อน จากนั้นให้อัพสกิล 3 เพื่อเพิ่มดาเมจในการฟาร๋มไวขึ้น และอัพสกิล 2 ใช้กะจังหวะที่ศัตรูโจมตีแล้วปัดดาเมจได้ และเมื่อ 4 ขอแนะนำให้กลับมาอัพสกิล 3 สุดท้ายเมื่อเลเวล 5 ให้อัพสกิลอัลติเมทพร้อมไฟต์ 1-1 ได้เลย *อีกข้อแนะนำนั่นคือให้อัพสกิล 3 ให้สุดเพราะนั่นจะเป็นสกิลที่ทำดาเมจหลักๆ ให้ผู้เล่น. แนวทางการออกไอเทม / แนวทางการเล่น   1.Trinity Force +200 พลังชีวิตสูงสุด +20 พลังโจมตี +40% ความเร็วโจมตี +300 มานาสูงสุด +20% ลดคูลดาวน์ Fervor : +5% ความเร็วเคลื่อนที่ Spellblade : การใช้สกิลจะทำให้การโจมตีปกติครั้งถัดไปสร้างโบนัสความเสียหายกายภาพ +200% พลังโจมตีพื้นฐาน ( CD 1.5 วินาที ) Rage : การโจมตีจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 20 หน่วย และการสังหารศัตรูจะมอบความเร็วเคลื่อนที่ 60 หน่วยเป็นเวลา 2 วินาทีโดยผลทั้ง 2 จะไม่ซ้อนทับกัน 2.Blade of The Ruined King +30 พลังโจมตีกายภาพ +30%  ความเร็วโจมตี Thirst : +ดูดเลือดกายภาพ +10% Ruined Strikes : การโจมตีจะสร้างโบนัสความเสียหายจำนวน 6% ของ HP ปัจจุบันของศัตรู และจะสร้างความเสียหายแก่มอนส์เตอร์เป็นจำนวน 15-60 หน่วย Drain : การโจมตีปกติหรือสกิลใส่แชมเปี้ยนครบ 3 ครั้งจะสร้างความเสียหายเวทย์เพิ่ม 30-100 หน่วย และขโมย 25%  ของความเร็วเคลื่อนที่จากเป้าหมายเป็นเวลา 3 วินาที ( CD 60 วินาที ) 3.Gluttonous Quicksilver Footwear : +40 % ความเร็วเคลื่อนที่ Seconds : +8% ดูดเลือดกายภาพ Thirds : +8% ดูดเลือดเวทย์ Quicksilver ( เอฟเฟคกดใช้ ) : ลบล้างสถานะผิดปกติทั้งหมดที่ได้รับในขณะนั้นและได้รับความเร็วเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นอีก 50% เป็นเวลา 1.5 วินาที ( คูลดาวน์ 60 วินาที )   4.Sterak's Gage +400 พลังชีวิตสูงสุด Heavy Handed : +50% พลังโจมตีพื้นฐาน *ใช้ได้กับแชมเปี้ยนระยะประชิดเท่านั้น Lifeline : ความเสียหายที่ทำให้เหลือ HP ต่ำกว่า 35% จะทำให้ผู้สวมใส่ได้รับโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหาย 240-590 หน่วยเป็นเวลา 5 วินาที ( คูลดาวน์ 90 วินาที ) Sterak's Fury : เมื่อ Liftline ทำงานจะเพิ่มขนาดตัวและมอบ Tenacity 30% เป็นเวลา 8 วินาที 5.Guardian Angel +45 พลังโจมตี +40 เกราะ Resurrect : เมื่อได้รับความเสียหายจนถึงตายจะฟื้นฟูพลังชีวิตพื้นฐาน 50% และมานา 30% หลังอยู่ในสภาวะหยุดนิ่ง Stasis 4 วินาที ( CD 180 วินาที ) 6.Death's Dance +300 พลังชีวิตสูงสุด +35 พลังโจมตี +10% อัตรการลดคูลดาวน์ Dance : +10% ดูดเลือดกายภาพ Cauterize : 30% ของความเสียหายที่ศัตรูได้รับจะถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานะเลือดไหลที่มีระยะเวลา 3 วินาที สรุปไอเทม จะเห็นได้ว่าไอเทมของ Fiora นั้นไม่ได้เป็นดาเมจล้วนๆ แต่จะมีไอเทมที่เสริมถึกให้ยืนได้นานขึ้นเพราะอย่าลืมว่าแชมเปี้ยนแบบเธอไม่ใช่สายที่เข้าชุดเดียวหายต้องเขาไปคอมโบที่ใช้เวลาระยะหนึ่งถึงจะจัดการศัตรูลงได้ อีกข้อที่เราไม่เห็นไอเทมคริติคอลนั้นเพราะว่าเธอมีสกิลที่ทำให้ติดคริติคอลแน่นอนดังนั้นจึงเสริมไอเทมที่รีดดาเมจดีกว่า. Spell ที่แนะนำ Smite - เอามาช่วยให้แชมเปี้ยนสามารถฟาร์มป่าได้ไวขึ้นและสามารถทำดาเมจกับครีปป่าได้แรงขึ้น Flash - สามารถใช้เพื่อหนีออกจากวงไฟท์ หรือเอาไว้ไล่ตามพวกแชมเปี้ยนศัตรูที่กำลังหนีได้.   รูน   วิเคราะห์การเล่น Jungle เวลาเข้าป่าในช่วงแรกให้อัพสกิล 1 ที่จะทำดาเมจหมู่เพื่อไปจัดการกับฝูงมอนสเตอร์หมาป่าอีกทั้งถ้าใช้โดนยังลดคูลดาวน์ลง 60 % อีกด้วย จากนั้นอัพสกิล 3 เพื่อเพิ่มดาเมจในการจัดการกับบัฟฟ้าได้ไวขึ้น และเมื่อได้เลเวล 3 ผู้เล่นสามารถกดสกิล 2 เพื่อกันดาเมจส่วนหนึ่งจากมอนส์ป่าได้เช่นกัน และเมื่อฟาร์มครบทั้งสองฝั่งแล้วก็สามารถไปช่วยทีมไฟต์ได้เลย. คอมโบการเล่น Ultimate + สกิล 3 + สกิล 1 + โจมตีธรรมดา 2 ครั้ง + สกิล 2 วิธีคอมโบของ Fiora นั้นไม่ได้ยากอะไรเลยเพียงแต่ต้องอาศัยจังหวะและเวลาการใช้ให้ถูกต้องนั่นคือ ให้กดสกิลอัลติเมทใส่เป้าหมายที่เราคิดว่าจัดการง่ายที่สุด จากนั้นกดสกิล 3 เตรียมพร้อมให้ดาเมจสองครั้งถัดไปมีสโลว์และติดคริติคอล ตามด้วยกดสกิล 1 เพื่อพุ่งเข้าไปหาแชมเปี้ยนศัตรู ทำการตีธรรมจนครบสองครั้ง จากนั้นให้กดสกิล 2 เพื่อปัดป้องดาเมจทั้งหมด ( ถ้าสามารถปัดสกิลสตั๊นหรือหยุดการเคลื่อนไหวจะดีมากเพราะเธอจะทำการแทงดาบให้ศัตรูที่โดนสตั๊นอีกด้วย ) ทีนี้บอกเลยว่าสามารถไหลได้ยาวๆ แน่นอน. สรุป ข้อดี / ข้อแนะนำ  1-1 โหดมาก สามารถปัดสกิลและดาเมจต่างๆ ได้ อัลติเมื่อสังหารศัตรูลงได้จะฮีลทั้งตัว Fiora และเพื่อนร่วมทีมอีกด้วย คอมโบสามารถไหลได้เรื่อยๆ เป็นตัวเปิดและตัวล้วงได้ทั้ง 2 จังหวะ ข้อเสีย เล่นยากในระดับนึงพอๆ กับ Yasuo ถ้าไม่เกิดคือไม่เกิดเลย แพ้ผู้เล่นที่รู้จังหวะสกิลที่ปัดผลต่างๆ เพราะพวกเขาจะรอเราใช้สกิลนั้นก่อนแล้วค่อยทำ CC ใส่เรา ถ้าเจอ ADC หรือ AP ที่ยืนเก่งๆ ก็อาจจะโดนยิงฟรีหรือล้วงไม่ถึงและตายก่อนได้.
08 Oct 2020
League of Legends: Wild Rift แนวทางการเล่น " Zed "
League of Legends: Wild Rift  บอกเลยว่าในช่วงนี้เกมนี้กำลังมาแรงไม่แพ้เกมอื่นๆ เลย ซึ่งพวกเราก็เชื่อว่ามีหลายๆ คนได้เข้าไปลองเล่นแล้วและได้ลองแชมเปี้ยนกันเยอะพอสมควรซึ่งหนึ่งในนั้นจะมีแชมเปี้ยนตัวหนี่งที่ดูเท่ น่าเล่น แต่พอเล่นแล้วมันยากเหลือเกิน แชมเปี้ยนตัวนั่นคือ " Zed " ดังนั้นในวันนี้พวกเราจะมาแนะนำพื้นฐานการเล่นและเทคนิดต่างๆ ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจแชมเปี้ยนตัวนี้และเล่นได้ชำนาญมากขี้น มาดูกันเลย! ชื่อ : Zed ( เซ็ด ) สาย : Assasasin ( นักฆ่าตัวล้วง ) ตำแหน่ง : Mid lane / Top lane ระยะการโจมตี : ระยะประชิด ระดับความยาก : 4/5 ดาว รายละเอียดสกิล สกิลติดตัว Contempt For The Weak CD :  10 วินาที  การโจมตีของ Zed ต่อศัตรูที่มีพลังชีวิตต่ำกว่า 50 % จะสร้างโบนัสความเสียหายเวทเท่ากับ 7% ของพลังชีวิตสูงสุด ( CD 10 วินาทีต่อศัตรูแต่ละตัว ) สกิลที่ 1 Razor Shuriken CD : 6 วินาที พลังงาน 70 หน่วย zed และเงาของเขาจะปาดาวกระจายออกไปแต่ละอันสร้างความเสียหายกายภาพ 80 หน่วยแก่ศัตรูตัวแรกที่โดน และสร้างความเสียกาพภาพ 48 หน่วย แก่ศัตรูตัวอื่นที่อยู่ในเส้นทาง สกิลที่ 2 Living Shadow CD : 20 วินาที พลังงาน 35 หน่วย ติดตัว : เมื่อได้ก็ตามที่สกิลของ Zed โดนศัตรูตัวเดียวกันสองครั้ง เขาจะได้รับพลังงานคืนมาครึ่งหนึ่งจากที่ใช้ไป กดใช้ : ปล่อยร่างเงาของ Zed พุ่งไปข้างหน้า และจะอยุ๋ในตำแหน่งนั้นเป็นเวลา 4.5 วินาที สามารถกดอีกครั้งเพื่อสลับตำแหน่งกับเงาของเขาได้. สกิลที่ 3 Shadow Slash CD : 5 วินาที พลังงาน 50 หน่วย Zed และเงาของเขาฟันรอบตัวพร้อมกัน แต่ละร่างจะสร้างความเสียหายกายภาพ 70 หน่วย แก่ศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง และสโลว์พวกมัน 25% เป็นเวลา 2 วินาที   สกิลอัลติเมท  Death Mark CD : 90 วินาที พลังงาน 0 Zed จะไม่ตกเป็นเป้าหมายชั่วขณะและเขาจะพุ่งเข้าหาแชมเปี้ยนศัต