GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ผลการค้นหา : "รีวิว"
[Review] รีวิวเกม Marvel's Spider-man 2 "ภาคต่ออันน่าทึ่ง สนุกจนติดหนึบวางจอยไม่ลง"
ด้วยความสำเร็จของเกม Marvel’s Spider-man ภาคแรกในฐานะเกม Exclusive ยอดนิยมจากสมัย PlayStation 4 ที่ได้รับเสียงชมและคะแนนรีวิวสูงลิบลิ่วจากสื่อทั่วโลก ที่ยกย่องเกมให้เป็นทั้ง “เกมสไปเดอร์แมนที่ดีที่สุดที่เคยมีมา” และเป็นหนึ่งใน “เกมซุปเปอร์ฮีโร่ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์” แน่นอนว่าผู้พัฒนา Insomniac Games ย่อมต้องเผชิญกับโจทย์หินในการพัฒนาเกมภาคต่ออย่าง Marvel’s Spider-man 2 ที่ไม่เพียงต้องรักษามาตรฐานอันสูงลิบลิ่วของเกมภาคแรก แต่ยังต้องนำเสนอข้อปรับปรุงที่ใหญ่พอให้สมกับเป็นเกม Exclusive ของเครื่อง PlayStation 5 อีกต่างหาก หลังจากที่ใช้เวลาเล่นเกมมาไม่น้อยกว่า 40 ชม. ต้องบอกว่าเกม Marvel’s Spider-man 2 สามารถทำได้เหนือกว่าความคาดหวังของผู้เขียนในส่วนทีสำคัญที่สุดอย่างเกมเพลย์การต่อสู้และการเดินทาง/โหนใย ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้สนุกและอิสระกว่าเดิมเป็นอย่างมาก และทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมมีความลื่นไหลจนเล่นลืมเวลาทั้งวันไปได้ง่ายๆ เลยแม้ว่าเกมอาจต้องเสียสละในส่วนของกราฟิกและเนื้อเรื่องไปบ้าง แต่ถ้าคุณชื่นชอบเกมเพลย์ของซีรีส์นี้เป็นพิเศษ เกม Marvel’s Spider-man 2 จะตอบสนองความต้องการทุกอย่างของคุณได้อย่างแน่นอนเนื้อเรื่องเนื้อเรื่องของ Marvel’s Spider-man 2 จะเริ่มขึ้น 9 เดือนหลังตอนจบของเกมภาค Miles Morales และติดตามการต่อสู้ระหว่างเหล่าฮีโร่แมงมุมทั้งสองกับวายร้าย คราเวน เดอะ ฮันเตอร์ ผู้ซึ่งนำกองกำลังทหารขนาดใหญ่เข้ารุกรานมหานครนิวยอร์ค เพื่อจุดประสงค์ในการ “ล่า” เหล่ายอดมนุษย์มากมายที่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ซึ่งรวมถึงสไปเดอร์แมนทั้งสองอีกด้วย โดยผู้ที่ติดตามสื่อการตลาดของเกมมาน่าจะทราบดีว่าคู่ปรับอันโด่งดังของสไปเดอร์แมนอย่าง วีน่อม เองก็จะมีบทบาทในเนื้อเรื่องด้วย (แต่จะเกี่ยวอย่างไร ให้ไปติดตามกันเอาเอง!)หากมองในภาพรวม แม้ว่าเนื้อเรื่องหลักของเกม Marvel’s Spider-man 2 จะไม่ได้แย่เมื่อเทียบตามมาตรฐานของเกมทั่วไป แต่ผู้เขียนก็รู้สึกว่ามีความด้อยกว่าเนื้อเรื่องของเกมสองภาคที่ผ่านมาอย่างชัดเจน จากการที่เกมจำเป็นต้องแบ่งเวลาเพื่อเล่าปมเนื้อเรื่องของตัวเอกทั้งสองแยกกัน แตกต่างจากเกมสองภาคแรกที่เน้นเล่าเรื่องราวของตัวเอกคนใดคนหนึ่งอย่างเข้มข้น ซึ่งก็ทำให้เกมได้มีเวลาค่อยๆ เล่าหรือคลายปมในเนื้อเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ ผลของการแบ่งเวลาเช่นนี้ทำให้การเล่าเรื่องหลายๆ ส่วนในเกมรู้สึกรวบรัดเกินไปนิด ซึ่งก็ส่งผลให้ซีนอารมณ์ช่วงท้ายเกมหลายซีนรู้สึกเบาบางกว่าที่ควรจะเป็นไปด้วย ยังไม่นับรวมการที่เกมต้องพยายามวางปมให้กับตัวละครสมทบสำคัญๆ อย่าง แมรี่ เจน อีกด้วย ยิ่งดึงเวลาไปจากตัวเอกทั้งสองมากกว่าเดิมไปอีกที่สำคัญไม่แพ้ตัวเอกทั้งสองก็คือตัวร้ายใหญ่ที่มี 2 คนเช่นกันทั้ง คราเวน และ วีน่อม ซึ่งทั้งสองก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตัวเอกนั่นค่อไม่ไดรับการพัฒนาเท่าที่ควร โดยเฉพาะในแง่ของแรงจูงใจซึ่งมีความเป็นการ์ตูนขาว-ดำไปซะหน่อย ผลลัพธ์คือเนื้อเรื่องหลักที่แม้จะไม่ได้แย่อะไร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีน้ำหนักหรืออารมณ์เข้มข้นเท่าภาคก่อนๆ เช่นกันนอกจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว เกมยังมีเนื้อเรื่องย่อยๆ ที่ให้ผู้เล่นค้นหาจากกิจกรรมเสริมในเกม ซึ่งมักพาผู้เล่นไปเจอกับตัวละครหรือวายร้ายคนอื่นๆ ในจักรวาลของสไปเดอร์แมนที่อาจไม่ได้ปรากฏในเนื้อเรื่องหลัก ซึ่งน่าจะถูกใจแฟนๆ ของจักรวาลสไปเดอร์แมนไม่น้อย แต่ในอีกแง่หนึ่งก็อาจรู้สึกน่าขัดใจบ้างเมื่อเส้นเรื่องเหล่านี้มักให้ความรู้สึกเหมือนจบกลางคัน และหากจะตามให้จบก็คงต้องจ่ายเงินซื้อ DLC เพิ่มในอนาคตเท่านั้นเกมเพลย์ตอนที่รับชมตัวอย่างเกมเพลย์ของ Marvel’s Spider-man 2 ในช่วงที่เกมเปิดตัว บอกตามตรงว่าผู้เขียนไม่ได้คาดหวังให้ประสบการณ์เกมเพลย์โดยรวมแตกต่างจากเกมภาคก่อนๆ มากนัก ซึ่งก็ไม่ได้ผิดอะไรเพราะเกมเพลย์จากภาคเก่าๆ ก็ทำมาได้อย่างลงตัวมากๆ แล้วทั้งในแง่ของการต่อสู่และการโหนใยไปมา แต่เมื่อได้ลองเล่นเกมด้วยตัวเองจริงๆ แล้วจึงเข้าใจว่าข้อปรับปรุงทั้งหลายที่เห็นนั้นส่งผลต่อประสบการณ์โดยรวมมากขนาดไหนสิ่งแรกที่ผู้เขียนพบหลังจากที่เล่นเกมไปได้ไม่นาน คือ Spider-man 2 มีความ “ยาก” ขึ้นกว่าที่ผ่านมาพอสมควร ทั้งในแง่ของจำนวนศัตรูที่ต้องพบในแต่ละฉาก ชนิดของศัตรูอันหลากหลาย ไปจนถึงตัว A.I. ศัตรูที่ฉลาดขึ้น และมักใช้ประโยชน์จากความสามารถเฉพาะตัวของตัวเองในการจู่โจมผู้เล่นจากหลากหลายมุมพร้อมๆ กัน ศัตรูบางตัวยังสามารถโจมตีเป็นคอมโบด้วยการผสมผสานท่า “โจมตีหนัก” ที่ไม่สามารถหลบได้ (ต้องปัดป้องเอา) เข้ากับท่าโจมตีปกติ แถมบางตัวยังมีการดึงจังหวะให้เราหลบ/ปัดป้องพลาดเหมือนในเกม Souls อีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเจอกับตัวเองถึงจะเห็นภาพว่ามันเปลี่ยนความรู้สึกเวลาเล่นไปแค่ไหนการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ยังส่งเสริมแกมบังคับให้ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ทั้งแก๊ตเจตและความสามารถประจำตัวของสไปเดอร์แมนแต่ละคนอย่างฉลาดขึ้นเพื่อรับมือกับศัตรูไปด้วย ต่างจากในเกมภาคก่อนๆ ที่ผู้เขียนเองแทบไม่เคยใช้แก๊ตเจตใดๆ เลยด้วยซ้ำ โดยเกมยังมักจะมีศัตรูชนิดใหม่ๆ เข้ามาให้เราต้องรับมืออยู่เป็นระยะตลอดการดำเนินเนื้อเรื่อง ทำให้การต่อสู้ยังคงรู้สึกท้าทายอยู่เสมอแม้จะปลดล๊อกแก๊ตเจตและความสามารถจนครบแล้วก็ตามในส่วนของการโหนใย/เดินทางไปมา เกมได้เพิ่มข้อปรับปรุงที่สำคัญมากๆ เข้ามานั่นก็คือระบบ “เว็บวิง” หรือปีกที่ให้เราร่อนไปมาได้อย่างอิสระ ซึ่งทำให้การเดินทางในเกมมีความลื่นไหลมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ เพราะจุดอ่อนใหญ่ของระบบการเดินทางในเกมคือพื้นที่แบนๆ ที่ไม่มีตึกสูงให้โหนใย โดยปีกเว็บวิงเหล่านี้สามารถทำให้ผู้เล่นบินข้ามพื้นที่เหล่านี้ได้โดยไม่เสียความเร็ว และทำให้การเดินทางในเกมมีความราบรื่นขึ้นไปด้วยแน่นอนว่าระบบเว็บวิงนี้ยังสอดรับกับแผนที่มหานครนิวยอร์คของเกม ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าแผนที่ในเกมสองภาคที่ผ่านมารวมกันซะอีก แถมแต่ละเขตของเมืองนิวยอร์คยังมีส่วนสูงของอาคารที่อยู่ในพื้นที่และจุดสังเกตที่แตกต่างกันที่มักบังคับให้ผู้เล่นต้องเปลี่ยนวิธีหรือจังหวะในการโหนใยผ่าน ทำให้การเดินทางไม่รู้สึกซ้ำซากจำเจและมีความสนุกท้าทายในแบบของตัวเอง โดยภายในเมืองมักจะมีกระแสลมที่ช่วยพัดให้ผู้เล่นสามารถบินว่อนไปมาทั่วไปเมืองได้อย่างรวดเร็ว จนเมื่อเล่นคล่องๆ ก็สามารถเดินทางทั่วแผนที่โดยที่เท้าไม่แตะพื้นได้เลยจริงๆรอบๆ เมืองนิวยอร์คยังมีกิจกรรมย่อยและมินิเกมเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ ให้ผู้เล่นได้เลือกทำได้ในกรณีที่ต้องการพักจากการต่อสู้ โดยการทำกิจกรรมเหล่านี้มักจะปลดล๊อคเหรียญตราหลากหลายชนิดไว้เพื่อปลดล๊อคชุดตกแต่งตัวละครให้กับทั้งปีเตอร์และไมล์ รวมไปถึงนำเสนอแง่มุมวิถีชีวิตของชาวนิวยอร์คให้เราไปด้วย ซึ่งก็ช่วยเสริมชีวิตชีวาให้กับเกมได้พอสมควรกราฟิกในช่วงที่ได้รับโค้ดเกมมารีวิวแรกๆ ผู้พัฒนาได้แจ้งสื่อทุกสำนักเอาไว้ล่วงหน้าว่ากราฟิกในเกมขณะนั้นอาจจะยังไม่อยู่ในระดับสมบูรณ์ 100% และผู้พัฒนาจะทำการปล่อยอัพเดทเพื่อปรับปรุงกราฟิกในเกมครั้งสุดท้ายไม่กี่วันก่อนจะถึงกำหนดรีวิว โดยผู้เขียนได้ทดลองเล่นเกมทั้งก่อนและหลังอัพเดทดังกล่าวแล้วแต่แม้ว่ากราฟิกโดยรวมของเกม Marvel’s Spider-man 2 จะยังคงอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะในแง่ของแสงสีที่ได้เทคโนโลยี Ray Tracing เข้ามาเสริมให้รู้สึกสมจริงเป็นธรรมชาติมากขึ้น ผู้เขียนกลับรู้สึกว่ารายละเอียดบนใบหน้าตัวละครและพื้นผิวสิ่งของบางส่วนในเกมภาคใหม่นี้กลับดูไม่ละเอียดเท่าภาคเก่าอย่างน่าประหลาด ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นผลข้างเคียงจากการเพิ่ม Ray Tracing ที่ทำให้แสงเงาในเกมมีความนุ่มนวลขึ้นหรือเปล่า แต่ผู้เขียนรู้สึกว่าผิวหน้าตัวละครแทบทุกตัวในเกมมีความ “เนียน” เกินจริง ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่เคยรู้สึกในเกมภาคก่อนๆในอีกมุมหนึ่ง การที่เกมมีขนาดใหญ่กว่าเกมภาคก่อนๆ อย่างมหาศาลอย่างที่กล่าวไปข้างต้น รวมไปถึงการที่เกมทำให้ผู้เล่นสามารถเดินทางเข้า-ออกอาคารบางแห่งได้โดยไม่ต้องผ่านหน้าจอโหลดเกมเหมือนที่ผ่านมา ก็ทำให้รู้สึกยอมรับได้ถ้าเกมจะต้องปรับลดรายละเอียดบางส่วนลงมาบ้างเพื่อให้เกมยังคงรันได้อย่างลื่นไหล ซึ่งในจุดนั้นก็ถือว่าเกมยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม โดยผู้เขียนเล่นเกมในโหมด Performance ที่ให้เฟรมเรต 60 FPS อย่างเสถียรแทบจะตลอดทั้งเกม แม้ในขณะที่มีศัตรูและแสงสีเอฟเฟกต์ปลิวว่อนเต็มจอก็ตาม ซึ่งสำหรับผู้เขียนและเกมเมอร์หลายๆ คน น่าจะเป็นจุดที่สำคัญกว่าความละเอียดของผิวหน้าตัวละครคุณภาพซับไทยข่าวดีสำหรับแฟนๆ ชาวไทยก็คือการที่เกม Marvel's Spider-man 2 จะสนับสนุนภาษาไทยด้วย (ต้องเข้าไปตั้งค่าภาษาของเครื่อง PS5 เป็นไทยเท่านั้น เปลี่ยนในเกมไม่ได้) ซึ่งในภาพรวมก็ถือว่าทำได้ไม่แย่มาก แม้ว่าในแง่ของการใช้ภาษาอาจยังมีผิดๆ ถูกๆ และการแบ่งวรรคประโยคแปลกๆ ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ แต่ความหมายโดยรวมก็ครบถ้วนดี คำอธิบายต่างๆ ก็เข้าใจง่ายหากจะมีอะไรให้ตำหนิเป็นพิเศษ คงเป็นการที่ในบางช่วงคนแปลอาจไม่เข้าใจว่าตัวละครกำลังพูดกับใคร หรือพูดถึงใคร จึงมักใช้สรรพนามแปลกๆ เช่นเรียกบุคคลที่ไม่ควรเรียกว่า "มัน" หรือเรียกตัวละครผู้หญิงว่า "หมอนั่น" เป็นต้น แต่โดยรวมก็ไม่ได้เยอะมากจนรู้สึกว่าเป็นปัญหามากนักสรุปแม้จะมีรายละเอียดยิบย่อยให้จุกจิกอยู่บ้าง แต่ Marvel’s Spider-man 2 ก็ยังเป็นภาคต่ออันยอดเยี่ยมสำหรับหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของ PlayStation ซึ่งสามารถต่อยอดสูตรเกมเพลย์ของเกมดั้งเดิมได้มากกว่าที่ผู้เขียนคาดหวังเอาไว้ซะอีก แม้ว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาจะมีเกมวางจำหน่ายหลายเกม แต่ Marvel’s Spider-man 2 เป็นเกมเดียวจริงๆ ที่ผู้เขียนเล่นแล้วรู้สึกว่าติดหนึบจนวางจอยไม่ลงเลย
16 Oct 2023
[Review] รีวิวเกม Assassin's Creed Mirage: หวนสู่เกมเพลย์นักฆ่าสูตรต้นตำหรับที่หลายคนต้องการ
หลังจากที่ผันตัวไปสู่แนวเกม RPG มาหลายปี ในที่สุด Assassin’s Creed ก็หวนคืนสู่ตัวตนดั้งเดิมในฐานะเกมนักฆ่าสไตล์ลอบเร้นอีกครั้งใน Assassin’s Creed: Mirage ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ จำนวนไม่น้อย ที่รู้สึกว่าเกมภาค RPG ทั้งหลายดูจะตั้งใจหันหลังให้กับตัวตนที่ว่านี้ สำหรับผู้เขียน ในฐานะแฟนเดนตายที่ติดตามเล่นเกม Assassin’s Creed มาทุกภาคตั้งแต่ต้น ต้องยอมรับว่าในแง่หนึ่งผู้พัฒนามีความ “เข้าใจโจทย์” จริงๆ เพราะเกมให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนกลับไปเล่นเกมภาคเก่าๆ ที่หลายคนจดจำในฐานะ “ยุคทอง” ของ Assassin’s Creed ตามที่ผู้พัฒนารับปากไว้ แม้จะไม่ได้นำเสนออะไรที่ใหม่ หวือหวา หรือน่าจดจำเป็นพิเศษก็ตามทีเนื้อเรื่องเรื่องราวของเกม Assassin’s Creed: Mirage จะให้ผู้เล่นรับบทเป็นตัวละคร Basim Ibn Ishaq ซึ่งปรากฏตัวครั้งแรกในเกมภาค Valhalla ก่อนหน้านี้ และมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเนื้อเรื่อง โดยเกม Mirage จะติดตามเส้นทางชีวิตของ Basim จากจุดเริ่มต้นในฐานะโจรกระจอก ไปสู่ปรมาจารย์แห่งภาคีนักฆ่าที่เรารู้จัก โดยผู้ที่เล่นเกมภาค Valhalla มาก่อนน่าจะรู้ดีว่า Basim ยังมีบทบาทลับที่ยิ่งใหญ่บางอย่างอีกด้วยเมื่อพูดถึงเนื้อเรื่องของเกม Assassin’s Creed หลายภาคที่ผ่านมา ข้อตำหนิหนึ่งที่หลายคนเห็นตรงกันคือการที่เนื้อเรื่องเกมมีความยาวและซับซ้อนเกินจำเป็นไปมาก โดยเฉพาะในเกมภาค Valhalla ที่ให้ผู้เล่นต้องติดตามเนื้อเรื่องสงครามอันยุ่งเหยิงระหว่างแคว้นต่างๆ ทั่วแดนอังกฤษ ต่างจากเกมภาคเก่าๆ ที่เนื้อเรื่องมักโฟกัสอยู่กับเรื่องราวของตัวเอกเป็นหลัก การที่เกม Assassin’s Creed: Mirage จำกัดวงเนื้อเรื่องลงมาให้ติดตาม Basim อย่างใกล้ชิดจึงถือเป็นข้อดี ทำให้เนื้อเรื่องติดตามได้ง่ายขึ้นเป็นอย่างมากแต่แม้ว่าเนื้อเรื่องจะติดตามง่าย ผู้เขียนก็รู้สึกว่าตัวละคร Basim ไม่ค่อยจะมีเสน่ห์หรือบุคลิกอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองในแบบเดียวกับตัวเอก Assassin’s Creed ยอดนิยมอย่าง Ezio Connor หรือ Edward ซึ่งล้วนมีอุปนิสัย เป้าหมาย และแรงขับที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้ผู้เขียนรู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครเหล่านี้จนอยากจะติดตามเรื่องราวของพวกเขาต่อไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ ผู้เขียนไม่ได้ต้องการจะบอกว่าเนื้อเรื่องของ Mirage ไม่ดีหรืออย่างไร โดยแม้ว่าจะไม่ได้มีส่วนที่รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาจนรู้สึกติดขัดรำคาญใจเวลาเล่น และยังติดตามเป็นเรื่องเป็นราวง่ายกว่าเกมภาคที่ผ่านๆ มามาก  เกมเพลย์อย่างที่กล่าวไปข้างต้น เกมเมอร์ที่เรียกร้องหา “เกมเพลย์สไตล์ดั้งเดิม” ของซีรีส์ Assassin’s Creed ก็ต้องยอมรับว่า Mirage ได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในส่วนนี้ ผู้เขียนพูดได้เต็มปากเลยว่าการเล่นเกมนี้ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปเล่นเกม Assassin’s Creed ภาคเก่าๆ ที่คิดถึงเหล่านั้นมาก ด้วยเกมเพลย์ที่เน้นการลอบเร้นอย่างเข้มข้นมากขึ้นในทุกระดับ รวมถึงการถอดระบบ RPG ใหญ่ๆ จากภาค Origin/Odyssey/Valhalla ออกแทบทั้งหมด โดยยังเหลือร่องรอยของ RPG มากพอในส่วนของอาวุธ ชุดเกราะที่ให้โบนัสพิเศษต่างกันเล็กน้อย ให้เกมรู้สึกมีความหลากหลายอยู่บ้างในการปั้นตัวละครพัฒนาการที่สำคัญที่สุดของภาค Mirage คงหนีไม่พ้นระบบต่อสู้ของเกม ซึ่งยังมีอิทธิพลจากเกมภาค RPG ทั้งสามอยู่มากในแง่ของการควบคุม แต่ก็ถูกปรับจูนให้เน้นหนักไปที่การหลบหลีกและปัดป้องการโจมตีและรอสวนกลับมากกว่าการเป็นฝ่ายรุกเสียเอง เพื่อขับเน้นความรู้สึกว่าการต่อสู้เป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ เท่านั้น เข้ากับแฟนตาซีของการเป็นนักฆ่ามืออาชีพเป็นอย่างมาก ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ผู้เขียนรู้สึกเช่นนี้น่าจะเป็นตอนที่เล่นเกม Assassin’s Creed: Unity เมื่อเกือบ 10 ปีมาแล้ว แต่แม้ว่าระบบต่อสู้จะได้รับการพัฒนาขึ้น ผู้เขียนกลับรู้สึกว่าเกมเพลย์การลอบเร้นกลับไม่ได้รู้สึกมีพัฒนาการเท่าที่ควร และยังคงมีจุดอ่อนเดิมๆ ที่เราเคยเห็นมาแล้วในเกมทุกภาคที่ผ่านมา อย่าง A.I. ศัตรูที่ไม่ค่อยฉลาด การออกแบบจุดหลบซ่อนที่จำเจ หรืออุปกรณ์เดิมอย่างระเบิดควัน มีดบิน หรือประทัด ที่ทำงานเหมือนในเกม Assassin’s Creed 2 เป๊ะๆ ซึ่งก็อาจถูกใจผู้เล่นบางกลุ่ม แต่สำหรับบางกลุ่มก็อาจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกจำเจขึ้นมาบ้างจุดที่น่าสนใจที่สุดเกี่ยวกับระบบลอบเร้นของภาค Mirage คงเป็นระบบ Opportunity ที่ยืมมาจากภาค Unity ซึ่งมีลักษณะเป็นภารกิจย่อยๆ แทรกอยู่ในภารกิจใหญ่ที่มักเปิดโอกาสในการลอบสังหารเป้าหมายง่ายขึ้น เช่นการขโมยชุดยามเพื่อปลอมตัว หรือการสร้างความวุ่นวายรูปแบบต่างๆ เพื่อล่อเป้าหมายออกมาในที่แจ้ง ซึ่งก็ทำให้ภารกิจลอบสังหารรู้สึกน่าสนใจมากขึ้นเล็กน้อยในส่วนของการสำรวจ การที่เกมจำกัดแผนที่ลงมาให้ครอบคลุมอาณาเขตรอบๆ กรุงแบกแดด (Baghdad) ทำให้ผู้พัฒนาสามารถวางจุดสนใจต่างๆ ไว้ได้ใกล้กันมากขึ้น ทำให้ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลๆ ระหว่างจุดสนใจบนแผนที่ และช่วยให้ประสบการณ์เล่นเกมโดยรวมรู้สึกลื่นไหลมากขึ้นไปด้วย แม้ว่ากิจกรรมที่มีให้ทำจะไม่ได้หลากหลายเท่าไหร่ก็ตามทีกราฟิก/การนำเสนอจากการเล่นเกมในโหมด Performance บนเครื่อง PlayStation 5 หากจะมีองค์ประกอบใดของเกมที่ผู้เขียนรู้สึกว่าทำได้เกินกว่าที่คาดหมายเอาไว้ คงจะเป็นในส่วนของกราฟิกเกม ซึ่งแม้ในภาพรวมอาจดีขึ้นจาก Assassin’s Creed Valhalla ไม่มากนัก แต่กลับให้ความรู้สึก “เนี๊ยบ” กว่ากันอย่างรู้สึกได้ (อย่างน้อยก็บน PS5) โดยแทบไม่เห็นบั๊คยิบย่อยที่พบได้ทั่วไปใน Valhalla เลย แถมเกมยังรักษาเฟรมเรต 60FPS ได้ตลอดระยะเวลาที่ผู้เขียนเล่นด้วย (ยกเว้นในบางคัตซีนที่เหมือนจะถูกจำกัดเอาไว้ที่ 30FPS)หากจะมีอะไรให้ตำหนิ คงเป็นเรื่องที่ว่ากรุงแบกแดดของเกมไม่ค่อยมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นให้รู้สึกน่าค้นหาเท่าไหร่ โดยเมืองแทบไม่รู้สึกแตกต่างจากเมืองทะเลทรายหลายแห่งที่เราเคยสำรวจมาแล้วในเกม Assassin’s Creed ภาคอื่นๆ เลย เมื่อรวมกับกิจกรรมในเกมที่มีให้ทำอยู่ไม่กี่อย่างจึงไม่ค่อยมีแรงจูงใจให้ผู้เขียนสำรวจเมืองเท่าไหร่ และมักใช้ระบบ Fast Travel หรือระบบ Follow Road เพื่อขี่อูฐไปยังภารกิจถัดไปโดยอัตโนมัติแทนการวิ่งไปมาในเมืองสรุปทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เขียนรู้สึกว่าข้อเท็จจริงหนึ่งที่ลืมไปไม่ได้ในการวิจารณ์ Assassin’s Creed: Mirage คือการที่ครั้งหนึ่งเกมเคยถูกวางแผนให้เป็นส่วนเสริม (expansion) ของเกมภาค Valhalla ก่อนที่จะแยกมาเป็นเกมของตัวเอง ซึ่งก็คงส่งผลไม่มากก็น้อยต่อโครงสร้างหรือรูปแบบในการนำเสนอองค์ประกอบหลายๆ ส่วนของเกม ซึ่งในส่วนของเนื้อเรื่องดูจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดในช่วงปูพื้น/ประวัติของ Basim ที่รู้สึกรวบรัดรวดเร็วกว่าของตัวละครอื่นๆ มาก ราวกับว่าผู้พัฒนาคาดหวังให้ผู้เล่นรู้จักเขาอยู่แล้วตั้งแต่เริ่มเกม เช่นเดียวกับระบบเกมเพลย์หรือการออกแบบเมืองแบกแดด ที่อาจไม่ได้มีการวางแผนอย่างลึกซึ้งหรือจริงจังเท่าเกมภาคหลักอื่นๆเมื่อคำนึงถึงจุดนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับว่าแม้เกมจะไม่ได้นำเสนออะไรที่ใหม่หรือน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่เกมก็ยังประสบความสำเร็จในการมอบประสบการณ์ Assassin’s Creed สูตรต้นตำหรับที่หลายๆ คนน่าจะคิดถึงกัน ตามที่ผู้พัฒนา Ubisoft ว่าเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน สำหรับคนที่คาดหวังจะเห็นวิวัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงก้าวต่อไปของซีรีส์จริงๆ คงต้องไปรอลุ้นเอาในผลงาน Assassin’s Creed: Red หรือ Hexe ที่กำลังพัฒนาอยู่แทน
04 Oct 2023
[Review] รีวิวเกม My Hero Ultra Rumble เหล่านักเรียนยูเอเปิดศึก Battle Royale กับคุณภาพเกมที่สนุกกว่าที่คิด
จากการ์ตูนชื่อดังของ Shonen Jump อย่าง My Hero Academia สู่เกม Battle Royale ที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด มันมีอะไรที่น่าเล่นและแตกต่างกว่าเกมอื่น มาดูกันได้ในรีวิวนี้ของเราเกมออนไลน์เต็มรูปแบบ อีกหนึ่งความแปลกใหม่ของเกม Battle Royale สำหรับเกมนี้ แน่นอนชัดเจนว่าไม่มีโหมดเนื้อเรื่อง หรือ Single Player เป็นเกมออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยมีสไตล์เป็นเกม Battle Royale แบบจับทีม 3 คน ไม่มีโหมด Solo ดังนั้น การเจอคนนอกที่อาจจะเล่นได้เรื่องบ้าง หรือไม่ได้เรื่องบ้าง นับเป็นเรื่องปกติมาก ทางที่ดี ไหน ๆ ก็เป็นเกมฟรีอยู่แล้ว สามารถลองชวนเพื่อนให้โหลดมาเล่นด้วยกันครบทีมเลยก็ได้จะเวิร์คกว่า และนับตั้งแต่ PUBG จุดกระแสเกมแนว Battle Royale ตั้งแต่ปี 2017 เกมแนวนี้ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอมา และพยายามฉีกตัวเองออกไป จากหาปืนยิงกัน ไปเป็นการสู้กันด้วยวิธีอื่นเรื่อย ๆ My Hero Academia ก็จะเข้าข่ายการต่อสู้กันที่ผสมผสานกันทั้งระยะประชิดและระยะไกล ข้อดีคือวัตถุดิบที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว เพราะเกมนี้ตัวละครทุกตัวจะอิงตามการ์ตูน คือแต่ละคนจะมีสิ่งที่เรียกว่า "อัตลักษณ์" ให้ใช้งาน ซึ่งถ้าเป็นเกมอื่นมันก็เหมือนกับ Hero Shooter นั่นแหละ ดังนั้นรับรองว่าความสนุกไม่แพ้กับเกม Battle Royale อื่น ๆ แน่นอน โดยตัวเกมจะรองรับการเล่นแบบทีม 3 คนเท่านั้น แบ่งเป็น 8 ทีม รวมแล้ว 24 คนต่อเกม 1 รอบBattle Royale ยุคใหม่ เน้นเกมไว จบไว จัดเต็ม Live Services !นับตั้งแต่การมาถึงของ PUBG หลายคนอาจจะมองว่า PUBG เป็นเกม Battle Royale ที่ต้องใช้เวลาในการเล่นพอสมควร จะขยับตัวแต่ละทีก็ต้องวางแผน ป้องกันการส่งเสียง หรือกลัวศัตรูดัก แต่เกมสมัยใหม่จะเน้นให้ผู้เล่นเข้าปะทะกันมากกว่าที่จะมานั่งหลบ ๆ ซ่อน ๆ แน่นอนว่า My Hero Ultra Rumble เอง ด้วยฉากหลังที่เป็ฯโรงเรียนฮีโร่ จะมานั่งหลบ ๆ ซ่อน ๆ กันก็ใช่เรื่อง เกมนี้เขาเลยเน้นสาดพลัง สู้กันแบบเอาเป็นเอาตาย วัดกันไปเลยว่าใครเก่งกว่ากันสำหรับโหมดเกมตอนนี้จะมีอยู่เพียง 2 โหมด คือโหมด Unranked และ Ranked โดยเกมจะมีขั้นตอนการหาห้องที่ค่อนข้างแปลก นั่นคือเราจะต้อง Matchmaking หาสมาชิกร่วมทีมก่อน จากนั้นทุกคนจะต้องกด Ready เกมถึงจะเริ่มต้นค้นหาห้องการแข่งขันให้เรา โดยใน 1 ทีมจะมี 3 คน แต่เราไม่สามารถเลือกเล่นตัวละครตัวเดียวกันได้่ ต้องมีคนใดคนหนึ่งยอมเปลี่ยน และตามสไตล์เกม Battle Royale ยุคใหม่ นั่นคือเราไม่จำเป็นจะต้องโดดร่มลงไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ในช่วงเริ่ม เกมจะให้เราเลือกจุดที่จะ Landing ลงไป และเมื่อเวลานับถอยหลังหมดลง เราจะเกิดตรงนั้นทันที พร้อมกับเผยตำแหน่งทีมศัตรูอื่น ๆ ในเกมด้วย ทำให้เราสามารถเลือกได้เลยว่า จะหนีไปฟาร์มของก่อน หรือจะงัดนัวศัตรูเลย ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนของผู้เล่นเองฮีโร่แต่ละตัวจะมีการโจมตีทั้งหมด 4 รูปแบบ คือการโจมตีปกติหรือ Melee ที่ทุกตัวสามารถทำได้ นอกนั้นอีก 3 สกิลจะเป็นสกิลอัตลักษณ์ของตัวเองทั้งสิ้น อัตลักษณ์ของฮีโร่แต่ละคนจะสามารถอัปเกรดระหว่างเกมได้สูงสุดที่เลเวล 9 ทุก ๆ การอัปเกรดเลเวล 5 กับ 9 จะส่งผลให้ขนาดของการโจมตีและพลังโจมตีพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเราสามารถอัปเกรดสกิลได้จากการตามหา Power Card ในระหว่างเกมการเล่น โดยมักจะเปิดได้จากหีบสมบัติสีทองที่ต้องใช้เวลาในการเปิด โดยจะสุ่มดรอป 1-3 ใบ แล้วแต่ดวง หรือถ้าเป็นหีบสมบัติขนาดใหญ่ก็มีโอกาสได้ไอเทมหลากหลายอย่าง เปรียบเสมือน Supply Drop ของเกมนี้ หัวใจสำคัญของเกมนี้คือการอัปเกรด Power Card เพราะฝีมือดีแค่ไหน ก็ไม่อาจสู้การโจมตีที่รุนแรงและเหนือกว่าได้ หากเป็นเลเวลใกล้ ๆ กันยังพอว่า แต่ถ้าเป็นสกิลเลเวล 5 หรือ 9 ขึ้นไป ความแรงจะต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนั้นตัวละครแต่ละตัวในเกมนี้จะมีสกิลและความสามารถพิเศษเฉพาะ ซึ่งก็จะอิงจากในการ์ตูนด้วย เช่น อุรารากะ โอชาโกะ ที่มีความสามารถในการลดแรงโน้มถ่วงให้กับทีม ทำให้กระโดดลอยตัวได้ หรืออาซุยที่ใช้ลิ้นกบเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับตัวเองเป็นต้น ดังนั้นเราแนะนำว่า ศึกษาความสามารถของแต่ละตัวละครเอาไว้ให้ดีก่อนหยิบเลือกตัวอะไรก็ตามนอกจาก Power Card แล้ว ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Ability Card สำหรับ Ability Card นั้น จะมาในรูปแบบของการ์ดตัวละครตัวต่าง ๆ ทั้งหมดในเกม โดยหากเป็นการ์ดตัวละครตัวเดียวกับที่เราเล่นอยู่ การเก็บ Ability Card จะเป็นการเพิ่มสกิลอัตลักษณ์ของเราทันที แต่ถ้าเป็น Ability Card ของตัวละครอื่นนั้น จะเป็นการเพิ่มบัฟพิเศษแบบกดใช้ให้เรา ยกตัวอย่างเช่น หากเราเก็บการ์ดของอีดะ เท็นยะ มา จะได้ความสามารถความเร็วเคลื่อนที่ 10% เมื่อกดใช้ และหากเราเก็บการ์ดใบเดิมซ้ำอีก ก็จะเป็นการอัปเกรดขั้นให้กับความสามารถนั้น ๆ แต่เชื่อเถอะว่า โอกาสเก็บซ้ำได้นั้น น้อยมาก เพราะตัวละครเกมนี้ถือว่าเยอะพอตัว จึงมีโอกาสสุ่มได้การ์ดที่แตกต่างกันไป และ Ability Card นี้ เราสามารถติดตั้งลง Shortcut ได้ 3 อย่าง แต่ปกติแล้ว อีกช่องนึงเราจะเผื่อไว้ใส่ยาฟื้นพลังมากกว่า ก็นับเป็น 2 ช่องไป เมื่อถึงเวลาก็อย่าลืมกดใช้งานก็พอและด้วยความที่เราเป็นนักเรียนโรงเรียน U.A. สิ่งที่ต้องทำคือ การช่วยเหลือประชาชน เพราะเราเป็นฮีโร่ ตรงนี้เกมก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ต้องบอกว่า เข้าใจคิดสุด ๆ ในเกมนี้ บางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่อุบัติเหตุ อย่างเช่นโซนตึกถล่ม หรือตึกไฟไหม้ จะมีประชาชนทั่วไปที่บาดเจ็บ นอนโอดโอยอยู่ที่พื้น โดยหากเราเข้าไปช่วยเหลือจะได้รับไอเทมพิเศษ อย่างแรกคือ Potion ระดับเทพ Potion ที่ว่านี้ เมื่อเรากดใช้งาน ทั้งทีมจะได้ผลประโยชน์ไปด้วย ! แม้จะใช้เวลาในการใช้งานนานก็ตาม โดยจะเป็นการฟื้นค่าเกราะและพลังชีวิตแบบเต็ม 100% ดังนั้นต้องบอกว่า มีติดตัวไว้สักขวดสองขวด อุ่นใจแน่นอน หากใครสักคนบาดเจ็บระหว่างไฟท์ อีกคนสู้อยู่ เรากดใช้ เลือดเกราะเด้งเต็ม ยังไงก็ได้เปรียบกว่าเห็น ๆ ส่วนอีกอย่างที่ประชาชนจะมอบให้เราคือ Revive Card เจ้าการ์ดนี้เปรียบเสมือนเครื่องชุบชีวิตเพื่อนร่วมทีม โดย Revive Card จะมีสองแบบ สีดำกับสีชมพู ส่วนมากการช่วยประชาชนจะดรอปเป็นสีดำมาให้เป็นส่วนใหญ่ หากเราสะสมการ์ดสีดำได้ครบ 3 ใบ มันจะกลายเป็นสีชมพู 1 ใบทันที ซึ่งใบสีชมพูจะเป็นใบที่ใช้งานได้ อธิบายง่าย ๆ สีดำคือเศษนั่นแหละ สะสมครบก็ใช้งานได้แล้ว ส่วนของการชุบชีวิตเพื่อนที่ตายไปนั้นก็ทำได้ง่ายกว่าเกมอื่น ขอเพียงมี Revive Card สีชมพูติดตัวไว้ เราจะชุบชีวิตเพื่อนเราตรงไหนก็ได้ เป็นอะไรที่ดีมาก ๆ เพราะเราสามารถไปหลบเนียน แอบชุบตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ เป็นอีกระบบที่ทำออกมาได้ค่อนข้างดีในด้านภาพรวมของเกมการต่อสู้ ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีและสนุกเอาเรื่องเลย เพียงแต่ว่ามันมั่วเกินไปเท่านั้น และสกิลของแต่ละตัวละครก็ถือว่าทำออกมาได้เดือดมาก อย่างเช่นการโจมตีของบาคุโก ที่เป็นเหมือนการยิงปืนสไนเปอร์ที่แรงมากออกไป แต่เกมนี้การโจมตีปกติจะมีคูลดาวน์ของมันเหมือนกับการยิงอาวุธ ดังนั้นหากเราใส่มั่ว กดมั่ว รับรองว่าถึงเวลาสำคัญ ไม่มีสกิลใช้งานแน่ ๆ และ Movement การเคลื่อนไหวของตัวละครก็ถือว่าเร็ว โดยเฉพาะตัวละครสาย Rapid อย่างอีดะที่เคลื่อนไหวได้เร็วมาก ๆ เกมนี้ต้องใช้สกิลเพลย์ในด้านการเล็งและการยิงอยู่พอสมควรเลยนอกจากนั้นตัวเกมก็จัดเต็มความเป็นเกม Live Services ด้วยระบบอย่าง Battle Pass ที่มาในรูปแบบของ License ที่จะมีทั้งไอเทมต่าง ๆ ให้ปลดล็อครวมไปถึงตัวละครและฮโร่บางคนด้วย และมีระบบเติมเงิน เพื่อปลดล็อคของแต่งตัว หรือกล่องกาชาที่มีสกินระดับ Limited ให้ได้เก็บสะสมกัน แต่ปัญหาของเกมนี้เองก็มีเยอะเอาเรื่องอย่างแรกเลยคือเรื่องของสกิน เกมนี้ถือเป็นเกมที่มีการออกแบบสกินห่วยมาก สกินระดับ 3 ดาวคือสกินที่เอาตัวละครมาคลุกฝุ่น บาดเจ็บ ซึ่งมันไม่น่าเก็บสะสมเอาซะเลย แถมยังใช้คูปองสุ่มที่เยอะกว่เากมอื่น ๆ ถ้าเทียบกับเกมแนวเดียวกัน และที่สำคัญเลยคือ UX/UI ของเกมนี้ออกแบบมาได้ค่อนข้างแย่ กว่าจะรู้เรื่องว่าอะไรคืออะไร เมนูที่เราอยากรู้ อยากเห็น หรือจำเป็นต้องใช้ อยู่ส่วนไหน ก็ทำเอางงกันไม่น้อยเลย ซึ่งตัวเกมน่าจะต้องขัดเกลากันอีกพอสมควรยังมีเรื่องของสมดุลฮีโร่ที่เรียกได้ว่ามีปัญหาอย่างชัดเจน บางตัวก็โหดเกินหน้าเกินตาตัวอื่น ๆ มาก อย่างเช่นบาคุโก ที่ยิงแรงเกินใคร หรือบางตัวที่เล่นได้ยากมาก อย่างเช่นดาบิเป็นต้น บางตัวเป็นฮีโร่สายสนับสนุน ถือว่าเอาตัวรอดได้ยากมาก เวลาคลุกวงใน ดู ๆ แล้วเกมนี้ต้องขัดเกลากันอีกเยอะในด้านของ Balance ตัวละครแต่ถึงอย่างไรก็ตาม My Hero Ultra Rumble ถือเป็นเกมที่มี Potential ค่อนข้างสูงมาก ต่อจากนี้อยู่ที่ทีมพัฒนาแล้ว ว่าจะใส่คอนเทนต์อะไรใหม่ ๆ เข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน และประคองยอดผู้เล่นไปให้ไกลได้มากน้อยเพียงใด แต่ตอนนี้ใครอยากลองโหลดมาเล่น จัดได้เลย ทั้งบน PC และ Console
29 Sep 2023
[Review] รีวิวเกม Daymare: 1994 Sandcastle ไอเดียดีงาม แต่ดันตกม้าตายซะงั้น
ย้อนกลับไปหลายปีก่อนได้มีแฟนเกมกลุ่มนึงนามว่า Invader Studios ที่ได้ลองทำ Demo เกมสยองขวัญในอดีตชื่อดังอย่าง Resident Evil 2 ที่เป็นฉบับ Fanmade ซึ่งคลิปวิดีโอนั้นก็ทำให้ถูกพูดถึงไปทั่วโลก และสร้างกระแสอยากให้เกมนี้ออกมาจริง ๆ จนในที่สุดภายหลังทางผู้พัฒนาเกมอย่าง Capcom ก็ได้สั่งให้ทางสตูดิโอรายนี้ยุติการพัฒนาเพื่อที่ทางเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริงพัฒนาเกมเวอร์ชันจริงออกมา แต่ก็ยังให้ทาง Invader Studios ให้คำแนะนำจนในที่สุดตัวเกม Resident Evil 2 Remake ก็ได้วางจำหน่ายออกมาอย่างเป็นทางการในปี 2019 และมันก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นทาง Invader Studios ที่พัฒนาเกมตัวนี้มาระยะหนึ่ง พวกเขาก็ได้นำโปรเจกต์นี้เปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นเกมที่ชื่อว่า Daymare: 1998 และตัวเกมก็ค่อนข้างได้รับคะแนนวิจารณ์บนร้านค้า Steam ในแง่บวกอย่างมาก จนในปี 2023 ตัวเกมภาคต่อก็กลับมาอีกครั้งโดยใช้ชื่อว่า Daymare: 1994 Sandcastle โดยจะเล่าเรื่องราวก่อนหน้าของเกมภาคแรก และในวันนี้พวกเรา GameFever TH ก็จะมารีวิวเกมนี้ให้ท่านได้ทราบว่าตัวเกมนี้จะดีงามเท่าภาคแรกหรือไม่กราฟิกสำหรับตัวกราฟิกตัวเกมก็จะยังใช้ขุมพลังอย่าง Unreal Engine 4 ดั่งที่ใช้ในเกมภาคที่แล้ว ต้องยอมรับว่าตัวกราฟิกก็ยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงจากเดิมใด ๆ แต่สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเกมซีรีส์นี้ก็คือการเล่นกับความมืด ความน่ากลัว ด้านของเสียงที่พร้อมจะทำให้เราตกใจได้ทุกเมื่อ ซึ่งในภาคนี้ตัวเกมก็ยังคงสิ่งน่ากลัวเอาไว้ ส่วนสิ่งที่ทำได้ดีมากขึ้นจากเกมภาคก่อนก็คงจะเป็นด้านแอนิเมชันของศัตรูที่มันไม่ดูเก้ ๆ กัง ๆ เหมือนในภาคแรกแล้ว ศัตรูค่อนข้างมีแอนิเมชันที่สมจริงมากขึ้น และดูน่ากลัวมากขึ้นด้วยเนื้อเรื่องสำหรับเรื่องราวของเกมจะย้อนกลับไป 4 ปีของเกมภาคแรก ติดตามเรื่องราวของ Dalila Reyes เจ้าหน้าที่หน่วย H.A.D.E.S ที่ได้รับหน้าที่ในการเข้าไปยังพื้นที่ Area 51 ศูนย์วิจัยลับของอเมริกาที่เกิดเหตุบางอย่าง และพวกเขาจะต้องพบเจอกับสิ่งน่ากลัวสุดสยองที่นั่นโดยการดำเนินเรื่องของตัวเกมก็จะมีความเรียบง่ายที่เรานั้นจะได้รับภารกิจบางอย่าง พบเจอกับศัตรูสุดเซอร์ไพรส์ และเรื่องราวก็จะค่อย ๆ เข้มข้นไปเรื่อย ๆ และเราเองก็จะรู้ความจริงไปเรื่อย ๆ ซึ่งตัวเนื้อเรื่องเองก็ทำออกมาได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลย เกมเพลย์สำหรับเกมเพลย์ในภาคนี้ผู้พัฒนาทำการปรับเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างเยอะะมาก และแตกต่างจากเกมภาคแรกอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นศัตรูตัวใหม่ที่ในภาคนี้จะไม่ใช่ซอมบี้เหมือนในภาคที่แล้ว แต่จะเป็นเหมือนลูกไฟสายฟ้า ที่สามารถปลุกชีวิตศพให้เข้ามาโจมตีคุณได้ และศัตรูในภาคนี้ก็จะมีความดุร้ายมากกว่าเดิม ทั้งวิ่งเร็ว โจมตีเร็วจนเราแทบจะตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว หนึ่งในกลไกการต่อสู้ของเกมที่ถูกใส่เข้ามาเป็นฟีเจอร์หลักก็คืออุปกรณ์การพ่นไอเย็นแช่แข็งศัตรู อย่างที่กล่าวไปว่าศัตรูหลักของเกมนั้นคือลูกกลม ๆ สายฟ้า ที่มันนสามารถไปสิงศพให้ลุกมาไล่ตีเราได้ ซึ่งต่อให้เราจัดการศพเหล่านั้นได้ เจ้าลูกไฟฟ้าก็สามารถที่จะวิ่งไปสิงศพอื่นและเกิดขึ้นมาใหม่ได้เช่นกัน ทำให้จังหวะนั้นเราจำเป็นจะต้องใส่ไอเย็นในการโจมตีมันให้หายไปได้ด้วยนอกจากนี้ตัวลูกไฟฟ้าก็ยังมีตัวพิเศษที่จะเป็นไฟฟ้าสีแดง ซึ่งเราจะต้องใช้วิธีพืเศษในการจัดการกับพวกมัน เพราะศัตรูไฟฟ้าสีแดงจะทนทานต่อกระสุนต่าง ๆ ของเราถ้ายิงไปตรง ๆ แต่เราจะต้องใช้ไอเย็นในการแช่ให้ศัตรูแข็งเสียก่อน เราถึงจะสามารถจัดการมันได้นั่นเอง ทำให้การต่อสู้หลัก ๆ ของเกมนี้เราจะต้องผสมผสานการเล่นระหว่างการใช้อาวุธปืน และการใช้ที่แช่แข็งในการต่อสู้กับเหล่าศัตรูนอกจากนี้ตัวเกมก็ยังมีระบบการไขปริศนาต่าง ๆ ที่เราจะต้องไปหาอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนบางอย่างเพื่อทำการปลดล็อคพื้นที่ต่อไป หรือในระหว่างนั้นก็จะมีปริศนาให้เราได้ไข แก้ Puzzle บางอย่าง และมันก็ไม่ยากจนเกินไป ความรู้สึกหลังเล่นหลังจากที่เล่น Daymare: 1994 Sandcastle มาต้องยอมรับในด้านของบรรยากาศของเกมผู้พัฒนาทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลย ทั้งเสียงหลอดไฟระเบิดที่มันสามารถ Jump Scare เราได้ การเล่นกับความมืดที่ค่อนข้างดี แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็มีข้อเสียที่ค่อนข้างใหญ่มากก็คือแอนิเมชั่นของตัวละครที่ค่อนข้างเงอะงะ แถมศัตรูในเกมภาคนี้ก็ค่อนข้างที่จะวิ่งเร็ว จู่โจมเร็วกว่าเดิม ทำให้การเล่นต่าง ๆ มันค่อนข้างติดขัด ไม่สมูท และหงุดหงิดเป็นอย่างมาก จนทำให้ไอเดียเกมเพลย์เจ๋ง ๆ กลายเป็นแย่เลยทีเดียว
26 Sep 2023
[Review] รีวิวเกม Lies of P จักรกลผจญเมืองคลั่ง เกมโซลแต่เปี่ยมไปด้วยความเป็นตัวเองที่สนุกไม่แพ้กัน
หลังจากรอคอยกันมาอย่างยาวนาน เกม Souls-like ที่มีตัวเอกหน้าหล่อ แถมยังเป็นการหยิบเอาเรื่องราวของพินอคคิโอมาตีความใหม่แบบเข้มข้นขึ้นอย่าง Lies of P ก็ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และเกมนี้จะเป็นยังไง คุ้มค่ากับการรอคอยหรือไม่ มาดูกันได้ในรีวิวของเรา ภารกิจผจญเมืองคลั่งปกติแล้วเกมสไตล์โซลแบบนี้ มักจะมีเนื้อเรื่องแบบดารค์แฟนตาซียุคกลาง แต่ Lies of P ขอแหวกด้วยการหยิบยืมเอานวนิยายชื่อดังของโลกอย่าง The Adventures of Pinocchio ที่เล่าเรื่องราวของ Pinocchio หุ่นเชิดที่แตกต่างจากหุ่นเชิดตัวอื่น ๆ ในเกมนี้ เหล่าหุ่นเชิดถูกประดิษฐ์ขึ้นในเมือง Krat เมืองนี้ได้ค้นพบแหล่งพลังงานที่เรียกว่า Ergo และหุ่นเชิดก็ถูกใช้เป็นแรงงานเยี่ยงทาสเพื่อให้ทำงานให้กับมนุษย์ และเพื่อป้องกันสิ่งที่ไม่คาดคิด Geppetto จึงคอยสั่งสอนและโปรแกรมเหล่าหุ่นเชิด เพื่อไม่ให้โกหกหรือโจมตีพวกมนุษย์ แต่ท้ายที่สุดเหล่าหุ่นเชิดก็ก่อกบฎ เมือง Krat กลายเป็นนรกบนดิน ซ้ำร้ายยังเกิดโรคระบาดปริศนา ที่คนจะค่อย ๆ ตาบอด และกลายเป็นหิน แถมบางทีก็ทำให้กลายพันธุ์เป็นสัตว์ประหลาดสุดสะพรึงได้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Pinocchio ที่ตื่นมาบนขบวนรถไฟร้าง ตอนนี้ในเมือง Krat โดนพวกหุ่นเชิดก่อกบฎและยึดเมืองนี้เอาไว้แล้ว เราจะได้เดินทางไปถึงโรงแรม Krat และเจอกับหญิงสาวชื่อ Sophia และเราจะได้เริ่มต้นการผจญภัยครั้งนี้ หลัก ๆ เลยคือการตามหาผู้สร้างของเราอย่าง Geppetto และหาตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ก่อกบฎในครั้งนี้หากเทียบกับเกม Souls เกมอื่น ๆ หรือโดยเฉพาะกับต้นฉบับอย่าง FromSoftware นั้น Lies of P ถือว่าเป็นเกมที่มีเนื้อเรื่องชัดเจนและเป็นรูปเป็นร่างกว่ามาก แต่เราอาจจะต้องใช้เวลาในการตามหาเอกสาร อ่านบทสนทนา หรือพยายามออกสำรวจมุมเล็ก ๆ ต่าง ๆ ของเมือง จะมีไฟล์เอกสาร และข้อมูลต่าง ๆ ที่ช่วยบอกเล่าและขยายสถานการณ์ของตัวเกมและโลกในเกมเข้าไปให้ ดังนั้นขอแค่ผู้เล่นสำรวจ และอ่านให้เยอะ ยังไงก็รับรู้เรื่องราวของเกมแน่นอน ไม่ได้เหมือนเกมตระกูลโซลที่หลายอย่างจะปิดไว้ให้ผู้เล่นไปสำรวจ หรือตีความต่อเอาเอง และจังหวะการเล่าเรื่องของเกมนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี มีความสับสนน้อยกว่าเกมอื่น ๆ และเล่าเรื่องแบบเส้นตรงซะเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม การจะเล่นเกมนี้ให้ครบจบสมบูรณ์นั้น จำเป็นจะต้องเล่นไม่ต่ำกว่า 3 รอบด้วยกัน และแต่ละรอบ การตัดสินใจสำคัญ ๆ จะมีส่วนที่ส่งผลกับตอนจบ ซึ่งการตัดสินใจสำคัญ ๆ นั่นไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือความรากเลือดของเกมนี้ที่เอาเรื่องอยู่เหมือนกัน และนี่แหละคือระบบเกมเพลย์ของเกมนี้มนตร์เสน่ห์แห่งเมืองคลั่งที่ผสมความหลอนเอาไว้ได้อย่างลงตัวก่อนจะเข้าไปในเรื่องเกมเพลย์นั้น มีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือเรื่องของบรรยากาศและการนำเสนอของเกมนี้ นับตั้งแต่เกมเปิดตัว หลายคนก็นำเกมนี้ไปเทียบกับสุดยอดเกม Souls-like ในตำนาน ที่อายุอานามใกล้ 10 ปีเข้าไปแล้ว อย่าง Bloodborne เพราะความเป็น Dark Fantasy หรือ Gothic มืด ๆ หม่น ๆ เหมือนกัน จนกระทั่งเกมเต็มออกวางจำหน่าย เราก็รู้สึกว่า เกมนี้มีหลายอย่างที่ได้ Bloodborne เป็นแรงบันดาลใจจริง ๆ นับตั้งแต่บรรยากาศไปจนถึง NPC บางตัวเมือง Krat ที่เป็นเมืองสมมติขึ้นมา แต่ดูแล้วก็น่าจะได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากยุควิคตอเรียนของอังกฤษ ทั้งสถาปัตยกรรมรูปแบบต่าง ๆ สิ่งของ ตึก อาคาร เหมือนเราได้ย้อนไปเที่ยวอังกฤษยุคเก่ากันอีกครั้ง ซึ่งถือว่าทำออกมาได้ดีมาก ใครชอบเกมที่มีการดีไซน์ฉากหรือเมืองสวย ๆ รับรองว่าชอบเกมนี้ นอกจากนั้น แม้เกมนี้จะไม่มีระบบกลางวัน กลางคืนแบบ Fix แต่การไปในแต่ละสถานที่ อาจจะเกิดช่วงเวลาขึ้นแบบสุ่ม เช่นเป็นช่วงกลางคืนแบบเต็มตัว เป็นช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์กำลังโพล้เพล้ หรือเป็นช่วงกลางวันที่เมฆหมอกหนา ระบบนี้ทำให้การเล่นเกมของเรามีอรรถรสมากยิ่งขึ้น หรือเปลี่ยน Mood ของเกมกันไปเลย อย่างเช่นการไปเจอศัตรูสุดสยองในช่วงเวลากลางคืนก็แทบจะเปลี่ยนให้เกมกลายไปเป็นเกม Horror เลยก็ว่าได้ หรือถ้าไปเจอฝูงศัตรูหุ่นยนต์ตอนกลางวัน ก็อาจจะเปลี่ยนให้มันกลายเป็นเกมแอ็คชั่นทั่วไป ระบบนี้ถือว่าเวิร์คมาก และอาจจะมีค่ายอื่น ๆ หยิบไปสานต่อเพิ่มในภายหลังได้ การออกแบบและดีไซน์แผนที่ ใครที่เคยเล่นพวกเกมตระกูล Souls ก็น่าจะเข้าใจได้ดี มันจะเป็นทางเดียวไปต่อเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะไปเจอบอสหรือศัตรูระดับ Elite ซึ่งถ้าเราจัดการมันลงได้ อาจจะเป็นการปลดล็อค Shortcut หรือทางลัดให้เส้นทางเชื่อมต่อกันอย่างง่าย ๆ ตามสไตล์ของเกมแนว Souls-like และนอกจากนั้น บางฉากยังดีไซน์ฉากแบบแนวดิ่ง ผสมแพลตฟอร์ม คือผู้เล่นจะต้องค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นที่สูงไปเรื่อย ๆ เพื่อไปต่อ และมีอุปสรรคเป็นฉาก รวมไปถึงศัตรู บางทีขึ้นไปสูงมาก แต่โดนสกัดตกลงมาตาย หรือร่วงลงมาที่แรก ก็แทบจะกลายเป็นความพยายามอันไร้ค่า นอกเสียจากการเรียนรู้ ทำให้เกมนี้ หัวอุ่นกับศัตรูไม่พอ ยังต้องมาหัวอุ่นกับฉากอีกด้วย และเกมนี้ค่อนข้างจะท้าทายฝีมือผู้เล่นอยู่พอสมควร เพราะจุด Stargazer ที่เปรียบเสมือนกับ Bonfire หรือ Checkpoint นั้น จะค่อนข้างอยู๋ไกลจากจุดไปต่อมากพอสมควร ดังนั้นในเรื่องความยากและความท้าทายนั้น Lies of P ไม่เป็นสองรองใครเลยจริง ๆ และใครที่หลงทางง่าย อาจจะมีปัญหากับระบบแผนที่ในเกมนี้กันซะหน่อย นอกจากเกมนี้จะไม่มีแผนที่เพราะเป็นปกติของเกมแนวนี้อยู่แล้ว แต่ในช่วงกลางเกมขึ้นไป แผนที่จะค่อนข้างมีความซับซ้อนมาก เราจำเป็นจะต้องอาศัยความจำของตัวเอง เท่านั้นยังไม่พอ อุปสรรคระหว่างฉากก็ไม่ได้มีแค่ศัตรู เราอาจจะเจอกับดัก เจอบ่อพิษ เจอศัตรูปาระเบิดไฟใส่จนติดสถานะต่าง ๆ เรียกได้ว่า กว่าจะฝ่าจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่งได้ อาจรีดเอาพลังงานคนเล่นมาใช้จนหมดเลยทีเดียวแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ถือว่า Lies of P นั้น ออกแบบเกมมาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งในส่วนของบรรยากาศตัวเมือง และระบบการเล่น และส่วนต่อไปคือ Gameplay ที่ต้องบอกว่า ยอดเยี่ยมเกินความคาดหมายแรงบันดาลใจเต็มเปี่ยม แต่ก็ใส่ความเป็นตัวเองเอาไว้อย่างเต็มที่ปกติแล้ว เกมที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตระกูล Souls ส่วนมากจะหนีไม่พ้นเรื่องของความยากเป็นทุนเดิม และไม่ค่อยต่อยอดอะไรใหม่ ๆ เข้าไปมากนัก แต่ Lies of P สรรหาวิธีใหม่ ๆ ที่จะทำให้การเล่นของผู้เล่นสนุกขึ้น แต่ยังคงไว้ลายซึ่งความยากชนิดปาจอยทิ้งและชวนถอดใจอย่างมาก อย่างแรกที่ต้องเรียนรู้กันก่อนเลยก็คือ ระบบการป้องกันและการ Parry ของเกมนี้ ที่วัดฝีมือผู้เล่นอย่างมาก การกดป้องกันอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยให้ผู้เล่นรอดจากการโดนดาเมจ เพราะพลังชีวิตของเราจะลดลง และหลอดเลือดจะขึ้นเป็นสีเทา ๆ อยู่ ระบบนี้จะคล้าย ๆ กับ Bloodborne โดยหากเรารีบเข้าไปโจมตีคืนในช่วงที่หลอดพลังชีวิตเป็นสีเทา ๆ อยู่นั้น เราจะมีโอกาสได้พลังชีวิตคืน ดังนั้นหากคุณ Perfect Parry ไม่เก่ง หากโดนโจมตีแล้วก็ต้องรีบสวนคืนเพื่อชิงเอาพลังชีวิตคืนมาส่วนอีกแบบหนึ่งคือระบบ Perfect Parry การจะกดป้องกันด้วยระบบนี้ คือผู้เล่นจะต้องกดป้องกันในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ศัตรูโจมตีเข้ามาแบบเป๊ะ ๆ 100% ห้ามช้ากว่าหรือเร็วกว่า เสี้ยววินาทีก็ไม่ได้ หาก Perfect Parry ติดจะเกิดเป็นแสงและเสียงสีแดงที่เห็นได้ชัดเจนมาก การป้องกันประเภทนี้ผู้เล่นจะไม่ได้รับดาเมจใด ๆ เลย และมีโอกาสที่จะเป็นการทำลายอาวุธของศัตรูอีกด้วย แต่การ Perfect Parry นี้ก็ถือว่าทำได้ยากเอาเรื่อง สำหรับคนที่เป็นมือใหม่เกมตระกูลนี้ อาจจะต้องฝึกและเรียนรู้กันพอสมควร และเกมนี้ยังมีระบบหลากหลายอย่างที่เกมโซลเกมอื่นไม่มี ยกตัวอย่างเช่นระบบผสมอาวุธ โดยระหว่างการผจญภัย หากเราออกสำรวจหรือสังหารบอสลงได้ ก็มีโอกาสที่จะได้รับอาวุธเป็นเซ็ต โดยจะแบ่งเป็นส่วนของหัวอาวุธและด้ามอาวุธ เราสามารถสลับส่วนหัวและด้ามไปให้กับอาวุธชิ้นใดก็ได้แล้วแต่ความสะดวก แต่ก็ต้องดูเรื่องของการคำนวณค่าสเตตัสว่าเมื่อผสมอาวุธกันไปแล้ว จะยังสามารถใส่เพื่อใช้งานได้หรือไม่ ระบบนี้ทำให้เกิดความหลากหลายในการเล่นเป็นอย่างมาก โดยอาวุธก็จะมีหลายแบบ ทั้งแบบคม แบบทื่อ แบบใหญ่ แบบเล็ก การใช้อาวุธที่ต่างกันจะส่งผลต่อน้ำหนักตัวละคร รวมไปถึงการใช้ Stamina ในแต่ละครั้งที่เราโจมตีด้วย นอกเหนือไปจากนั้นเราสามารถพกของใน Extra Bag ไปได้อีก 4 ชิ้น โดยจะเป็นทั้งของขว้างระยะไกลที่จะช่วยให้เรากำจัดศัตรูที่เกินระยะการโจมตี หรือจะเป็นไอเทมน้ำยาบัฟ หรือลบล้างสถานะต่าง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นจะบริหารจัดการอย่างไรและเกมนี้เราจำเป็นจะต้องคอยซ่อมแซมอาวุธของตัวเองตลอดเวลา อย่าตีเพลินจนลืมดู เพราะถ้าอาวุธพังจนหลอดแดง เราจะไม่สามารถใช้เลื่อยยนต์ที่ติดตัวอยู่ซ่อมอาวุธได้ ต้องกลับไปซ่อมที่ Stargazer เท่านั้น แต่เราสามารถพกอาวุธติดตัวเอาไว้ได้ 2 ชิ้น และกดสลับได้ง่าย ๆ จากหน้าเมนูตัวละคร แต่ทางที่ดีอาวุธไหนใช้เป็นหลักก็พยายามอย่าให้มันพังระหว่างทางจะเล่นได้ง่ายกว่า และอีกทีเด็ดของเกมนี้คือระบบ Legion Arm หรืออาวุธแขนกลที่ติดอยู่ที่มือซ้ายของตัว Pinocchio โดย Legion Arm นี้จะมีหลายแบบให้เราได้เลือกใช้งาน และมันจะมีความสามารถที่ต่างกันออกไปด้วย ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ Arm ไหน โดย Arm แต่ละประเภทจะมีคุณสมบัติในการใช้งานไม่เหมือนกัน บางประเภทเน้นทำดาเมจ บางประเภทเน้นขัดจังหวะศัตรูและสร้างสถานะพิเศษ ดังนั้นการคอมโบระหว่างอาวุธที่เหมาะสมกับ Arm ที่ดี อาจจะทำให้เกมนี้เล่นได้สะดวกสบายมากขึ้น และแน่นอนว่าทั้งอาวุธและ Legion Arm และทั้งอาวุธและ Legion Arm นั้น สามารถเก็บ Ergo หน่วยเงินของเกมนี้มาอัปเกรดได้ทั้งหมดสิ่งแรกที่เราแนะนำในการเข้ามาเหยียบเกมนี้เลยคือ พยายามเรียนรู้ที่จะใช้ Perfect Parry หรือการตั้งการ์ดก่อน เพราะเกมนี้จะมีระบบที่ต่างไปจากเกมโซลเกมอื่น ๆ หากเราเอาหน้าไถโดยไม่รู้อะไรเลย รับรองว่ายังไงก็ไม่รอด บอสไฟท์แต่ละตัวยังมาพร้อมกับมหึมายิ่งใหญ่ตามสไตล์เกมประเภทนี้ แต่เกมก็ไม่ได้ใจร้าย การ Perfect Parry นั้น ถือว่าปรับปรุงมาได้ดีจากช่วง Demo รวมไปถึงมีจังหวะ i-Frame ให้ได้พักหายใจหายคอกันได้เยอะขึ้น แต่ยังคงต้องระวังค่าสถานะพิเศษที่มาจากแหล่งต่าง ๆ อย่างเช่นการ Overheat ที่มาจากการติดไฟ ที่จะลดพลังชีวิตเราไปเรื่อย ๆ หรือแสบมาก ๆ อย่าง Decay ที่เมื่อโดนจนเต็มหลอด มันจะกัดกร่อนความคงทนของอาวุธเราไปเรื่อย ๆ ดังนั้นก่อนออกรบจากจุด Checkpoint ที่ต้องเตรียมเลยคือพวกน้ำยาลบล้างสถานะต่าง ๆ เพราะถ้าโดนขึ้นมาแล้วไม่มียาแก้ เกมจะเล่นยากขึ้นอีกหลายเท่าลูกเล่นอื่น ๆ ที่ช่วยให้เราต่อสู้ได้ก็ยังมีทั้งการเคลือบธาตุอาวุธ โดยใช้ไอเทมพิเศษ ที่จะช่วยทำให้อาวุธของเราสามารถสร้างดีบัฟเอฟเฟกต์ให้กับศัตรูได้ด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นช็อตไฟฟ้า หรือเผาศัตรู ซึ่งสถานะส่วนมากก็จะเป็นแบบเดียวกับที่ศัตรูทำใส่เราได้ เพียงแต่พอเราทำใส่ศัตรูบ้าง ก็เหมือนโดนเนิร์ฟลงซะอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ระบบนี้เป็นการบอกเราว่า หนทางชนะไม่ได้มีแค่การเอาหน้าเข้าไปไถ ปะทะกับศัตรูโดยตรง เราสามารถใช้ทริค เทคนิค Legion Arm และสกิลต่าง ๆ ผสมผสานกันเป็นสุดยอดการโจมตีที่หลากหลายได้ส่วนระบบการอัปเกรดตัวละครนั้น ก็จะยังคงใช้แบบเดียวกันกับเกมโซล นั่นคือการเก็บสะสม Ergo หรือแต้มเงินประจำเกมนี้ เจ้า Ergo นี้ได้จากการต่อสู้กบัมอนสเตอร์ทุกระดับ ทุกประเภท และยังมีโอกาสได้มาในรูปแบบของก้อนพลังให้กดใช้แล้วจะได้ทีละจำนวนมาก ๆ โดยเราสามารถกลับมาที่โรงแรม Krat ที่เป็นเหมือนกับ HUB ของเกมนี้ เราจะได้เจอกับ NPC สำคัญ ๆ อย่างเช่น Sophia ที่เอาไว้อัปเลเวลตัวละคร และแบ่งค่าสเตตัสที่เราเลือกได้ว่าจะเล่นสายใด ตีแรง แบกของเยอะ พลังชีวิตเยอะ หรือหลอดท่าพิเศษเยอะขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากให้ Pinocchio ของเรานั้น โดดเด่นในด้านใด และนอกเหนือไปจากนี้ ใครที่ผ่านประสบการณ์เกมโซลมาเยอะ ๆ ก็น่าจะรู้วิธีสู้ วิธีเอาชนะกันหมดแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของผู้เล่นแต่ละคน ว่าจะยอมโดนเกมนี้นวดอีกกี่ยกถึงจะเข้ามือLies of P ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างผิดคาด จากที่หลายคนแอบเผื่อใจไว้ว่ามันจะแป้ก แต่ท้ายที่สุดมันก็ทำออกมาได้ดีในทุกแง่มุม ยิ่งดูเครดิตรายชื่อผู้สร้าง จะเห็นว่านี่คือผลงานของสตูดิโอชาวเกาหลีล้วน ยิ่งทำให้เห็นว่า อีกไม่นาน เกาหลีอาจจะผงาดขึ้นมาเป็นเบอร์ต้น ๆ ในวงการเกม เพราะเขารู้แล้วว่าอะไรคือจุดแข็ง อะไรคือจุดอ่อน และจะปรับยังไงให้มันสนุก และสมดุล งานนี้รอดูกันในอนาคตเลยว่า ทีมทำเกมจากเกาหลี หรือทีมนี้นี่แหละ จะมีงานอะไรเด่น ๆ ออกมาให้เราได้ว้าวกันอีกบ้าง
22 Sep 2023
[Review] รีวิวเกม Sea of stars ปัดฝุ่น Turn-Based ระบบเก่า ๆ มาปรับให้เล่นสนุกขึ้น แถมยังมี Style เป็นของตัวเอง
Sea of stars ของดีแห่งเดือนกันยายน จั่วมาแบบให้ความหวังกันเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ เอาฮะชีวิตคนเราต้องมีหวัง ผมได้เล่นเกมนี้จนจบไปแล้ว เล่นกันแบบที่ว่า Non Stop 3 วัน 3 คืน กันไปเลย (อันนี้ผมก็โม้เอาเท่ไปงั้น แต่ผมเท่จริ๊งงง ว้าวุ่นเลยทีนี้ 5555) เอาเป็นว่าผมก็ดำเนินเกมมาจนถึงจุดจบของมัน พลาดไอเทมในจุดลับบางอย่างไปบ้าง แต่ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายอยู่ในระดับที่ตัวผมเองพอใจ เนื่องจากผมไม่ได้เล่นเกมแนว RPG Turn-Based มานานเพราะเบื่อความซ้ำซากของเกมเพลย์ ต้องยืน ๆ ตี ๆ เลือก ๆ เมนูสกิลมั่ง ไอเทมมั่ง ฮีลมั่งอะไรมั่ง กว่าจะถึงเทิร์นตัวเมนของเรา แหม!!! มันช่างนานเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็เป็นเสน่ห์ของเกมแนวนี้ที่ผมคิดถึง เห็น Sea of stars เปิดวางจำหน่ายแบบตัวเต็มเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2023 ผมเลยกดลงคลัง แล้วเล่นแบบยิงยาวมาเลย ปะไปดูกันดีกว่าว่าเนื้อเรื่อง เกมเพลย์ คอนเทนต์ต่าง ๆ ในเกมมันจะแจ่มว้าวขนาดไหน แต่บอกเลยเตรียมเงินไว้ด้วยนะครับ เพราะผมจะป้ายยาแน่นอน อิอิอิอิเนื้อเรื่องแบบมีหลากหลายความรู้สึก มีมิติในทุกทุกโมเมนต์ (สัญญาว่าจะสปอยล์นิดเดียว)ผมจะขอตัดช่วง Intro แบบเกริ่นนำโดย ผู้เดินทางข้ามกาลเวลา เป็นอัมตะ เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ และเป็นนักเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างเดินทาง เอกสารสำคัญทางกาลเวลา เหตุการณ์ต่าง ๆ เขาคนนี้เป็นผู้เขียนและจัดเก็บไว้ทั้งหมด(เขาโม้มาแบบนั้นเลยนะ ฮ่า ๆ ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็แล้วแต่ แต่เขาจะเป็นผู้ร่วมทางกับเราในช่วงกลางเกมครับ) อะอะตัดออกไปก่อนเดียวจะสปอยล์ซะก่อน งั้นเดี๋ยวผมจะไปพูดถึงเหตุการณ์หลังจากนั้นสักหน่อย เรื่องราวของเด็กที่มีพลังพิเศษ 2 คน Zale และ Valare ที่ถูกจัดส่งมาโดยนกอินทรีย์ และเราจะต้องเล่นเป็นพวกเขาครับจุดเริ่มต้นของตัวละครผมจะเล่าต่อจากด้านบนเลยนะ ผมจะเล่าแบบรวบรัดเลย รวมรัดเกมนี้เชื่อผมเถอะครับว่ายาวแน่ ๆ เพราะเนื้อเรื่องเกมนี้สนุกครับ ตัวละครหลาย ๆ ตัวจะมีปูมหลังกันมาหมด เราจะพูดถึงไอ้เด็กห้าวเป้ง 3 คน ในช่วงคัตซีนหลัง Intro เท่านั้นมั้ง 55555 เรื่องราวจะเริ่มต้นที่เด็ก 3 คน ซึ่งเป็นเพื่อนกัน ได้แก่ Zale, Valare และ Garl Zale และ Valare เป็นเด็กที่มีพลังเวทมนตร์ หรือที่ในเกมเรียกว่า Children of the Solstice เด็ก ๆ เหล่านี้จะถูกส่งลงมาที่โลกของเราในทุก ๆ ศตวรรษ แต่ Zale และ Valare มีความแปลกกว่า Children of the Solstice คนอื่น ๆ ที่เคยถูกส่งลงมา เพราะพวกเขา 2 คน ถูกส่งมาภายในปีเดียวกันครับ เด็ก ๆ จะถูกตั้งชื่อโดยชาวเมือง และมีอาจารย์คอยฝึกเด็ก ๆ ให้เป็น Solstice Warriors เพื่อไปต่อสู้กับ The Fleshmancer และคอยสกัดกั้นทุกพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ The Fleshmancer ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (เราจะเลือกเล่นใครก็ได้ระหว่าง Zale หรือ Valere เพื่อที่จะให้เป็น Lead Party ครับ)ส่วน Garl เนี่ยเป็นเด็กธรรมดาในหมู่บ้านที่ Zale และ Valere อาศัยอยู่ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไร อารมณ์แบบตัวโจ๊กเลย ฮ่า ๆ เขาจะตัวติดกับ Zale และ Valere ตลอดเวลา ก่อนที่ Zale และ Valere จะถูกอาจารย์ใหญ่ Moraine เรียกไปฝึกแบบจริงจังบน Zenith Academy ไอ้ไอเดียของเพื่อน Garl จอมเบียวของเรานั้นก็ได้เร่งให้ทุกอย่างมันดำเนินไปเร็วขึ้น เพราะไอ้ต้าว Garl พลังบวกมันพูดปลุกใจ Zale และ Valere ให้ไป Forbidden Cavern เพื่อที่จะโชว์ออฟว่าเด็ก ๆ อย่างเราน่ะเก่งและสามารถผ่านไปอีกฝั่งของถ้ำได้โดยที่ไม่ต้องฝึกครับ มันจะชวนเพื่อนหนีนั่นแหละ ฮ่า ๆพอมาจริง ๆ นูบก็คือนูบครับ 5555 เด็กน้อยสามคนที่ยังไม่ได้ผ่านการฝึกอะไรใดใดทั้งสิ้น เวทมนตร์ที่มีอยู่ก็เบ่งออกมาใช้ได้เหมือนลมตด ก็เลยทำให้พอเจอมอนสเตอร์ในถ้ำทำให้เด็กทั้ง 3 คนนั้นเป็น Panic ไอ้เด็กที่มีเวทมนตร์น่ะมันชวนกลับตั้งแต่เข้าถ้ำมาแล้ว แต่ไอ้เด็กเบียวน่ะมันปลุกใจอยู่ อะแต่ยังดีนะพอเจอภัยจริง ๆ ไอ้ Garl จอมพลังของเรานี่แหละครับ ที่รับดาเมจจากมอนสเตอร์แทนเพื่อน ๆ หายซ่าตาบอดไปข้าง โดนจับแยกกับเพื่อนอีกเป็นปีปี เพราะเพื่อนต้องขึ้นไปบนโรงเรียนลอยฟ้าเพื่อฝึกวิทยายุทธ เด็กสามคนไม่ได้เจอกันนานแรมปี พอ Zale และ Valere ฝึกวิชาจนครบหมดทุกกระบวนท่าและพร้อมจะออกเดินทางแล้ว จอมเบียวของเรามันก็เก่งขึ้นแล้วเหมือนกัน มันข้ามไปรอเราที่อีกด้านหนึ่งของถ้ำก่อน Solstice Warriors อี๊ก เอาสิใจมันได้ การผจญภัยของเด็กหนุ่มธรรมดา 1 คน ที่ทำอาหารเก่งมว๊ากกก และ 2 Solstice Warriors ก็ได้เริ่มต้นขึ้นตรงนี้แหละครับ ส่วนที่เหลือผมเล่ามาขนาดนี้แล้ว กดซื้อได้แล้วม้างงงงงงงง ฮ่า ๆ ๆเอาจริง ๆ สำหรับผมในด้านเนื้อเรื่อง ใจหนึ่งก็แอบคิดว่าเบียวนิด ๆ แหละ ฮ่า ๆ ฟีลคล้าย ๆ แบบตอนอ่านวันพีชสมัยที่ผมยังเป็นเด็ก(จนตอนนี้จะ 40 อยู่แล้ว วันพีชยังไม่มีท่าทีจะจบสักที 5555) มิตรภาพดีงามพระรามแปด เพื่อพวกพ้อง ต้องร้องไห้ อะไรแบบนั้นเลยครับ แต่ก็ไม่ได้จะเบียวไปซะอย่างเดียว ยังมีจุดที่แบบเหมือนจะสวิตช์ความรู้สึกคนเล่นไป ๆ มา ๆ เพราะบางอย่างมันหักมุมจากที่เราคิด มันก็เลยทำให้สตอรีไลน์ในมุมคนเล่นอย่างผมนั้นได้เกิดการเซอร์ไพร์สอยู่บ่อย ๆ "อ้าว!!! สรุปใช้วิธีนี้ได้เหรอ? ไม่ต้องสู้ก็ได้เหรอ? อ้าว!!! ตีอยู่ตั้งนานเป็นสัตว์เลี้ยงมีหัวใจก็ไม่บอก สงสารน้อน 555"เดินเข้าห้องไปคุยกับ NPC บางทีเตรียมใจจะสู้ไว้แล้ว แต่ NPC ก็ยื่นไอเทมมาให้ง่าย ๆ ซะอย่างนั้นเลย บางทีมีมุกแบบเจ้าของบ้านเดือดดาลไล่ลูกน้องออกด้วย เพราะดันมาช่วยเรา (เจ้านายจ้างให้เฝ้าบ้าน แต่ดันมาช่วยผู้บุกรุกอย่างเราหน้าตาเฉย 5555) มุกอะไรต่าง ๆ ก็น่ารักทำให้อมยิ้มได้ โดยเฉพาะ Garl จอมเบียวของเรา ถึงแม้ว่าเขาจะดูรักพวกพ้องจนน่ามั่นไส้ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้าเราได้พินิจพิเคราะห์ตัวละครนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ เราจะเห็นว่าเขาเป็นคนรูปแบบหนึ่งที่ถ้ามีในโลกของเราเยอะ ๆ จะทำให้ผู้คนยิ้มได้ ไม่มีพิษมีภัย เป็นมิตรกับทุกสิ่ง พยายามมองปัญหาในแง่บวก และแก้ปัญหาแบบบวกบวก การมีความคิดสร้างสรรค์ในเชิงบวก ก็ทำให้เนื้อเรื่องของเกมนี้ดำเนินไปอย่างน่ารักจริง ๆเกมเพลย์บอกเลยว่าลืม RPG Turn-Based แบบง่วง ๆ ในอดีตไปซะอันนี้ดี อันนี้ชอบ อันนี้ปัง เป็นการเล่น Turn-Based ที่เพลย์เยอร์อย่างเราเราได้มีส่วนรวมในการต่อสู้ เนื้อเรื่องก็ไม่เนิบนาบ Puzzle ที่มีให้เล่นก็สนุก การซ่อนของต่าง ๆ ให้หาก็ไม่ได้ยากจนเกินไป มอนก็ไม่ได้ออกมาบังคับให้ต่อสู้จนน่ารำคาญ Movement ของตัวละครที่ไม่ได้ช้า และแมปต่าง ๆ ก็ไม่ได้กว้างมาก ทำให้การเล่นเกมเกิดความลงตัวและรู้สึกว่าแค่นี้แหละกำลังดี เดี๋ยวแยกเป็นหัวข้อให้อ่านกันเลย แต่อาจจะยกเอามาทั้งเกมไม่ได้ งั้นเดี๋ยวผมจะเอาอันที่เด่น ๆ และคอนเทนต์ที่ผมรู้สึกว่าดีกว่าเกมแนว Turn-Based ที่ผมเคยเล่นมาในอดีต เกมสุดท้ายที่ผมเล่นน่าจะเป็น Crono Cross ในเครื่อง PS1 นู่นเลยนะ นานจนจำอะไรไม่ได้แล้วว่าเนื้อเรื่องคืออะไร 55555 ซึ่งเกม Turn-Based ยุคเก่า ๆ มันก็จะมีความน่าเบื่อของมันอยู่ เดี๋ยวผมจะยกไปพูดรวมทีเดียวเลยในหัวข้อย่อยด้านล่างนะฮะ ถ้าใครอ่านแล้วมีไฟในใจแบบอยากเล่นแล้ว ไม่อยากอ่านต่อแล้ว ก็ไปซื้อเลยฮะ เกมโคตรดี ย้ำเลยว่าถึงจะเบียวแต่ดีครับ 55555ระบบการต่อสู้ - การต่อสู้ในรูปแบบของเกม Turn-Based โดยส่วนใหญ่ในทุก ๆ เกมที่ผมเล่นมานั้น จะแบ่งเป็นเทิร์น ๆ ให้ได้เล่น พอถึงเทิร์นตัวละครตัวไหนแล้ว ก็จะมีเมนูการต่อสู้มาให้เราเลือก ทำอยู่แบบนี้วน ๆ ไป น่าเบื่อมาก ๆ ไม่มีลูกเล่นอะไรให้ทำนอกจากนี้เลย ถึงจะมีเอฟเฟกต์ให้ดูท่าไม้ตาย หรือการซัมมอนสัตว์อสูร แรก ๆ ก็ตื่นเต้นดีและอลังการหลัง ๆ ก็เริ่มเบื่อละได้ดูบ่อยเกิ๊น แล้วกินระยะเวลาเนิ่นนาน บอสบางตัวตีกันเป็นหลัก 20 นาที โดยที่เราไม่มีส่วนร่วมอะไรกับตัวละครเลย กด เลือก รอการต่อสู้ วนลูปมันอยู่ร่ำไป แต่เกมนี้ครับ Dev ดูเหมือนหรืออาจจะรับทราบถึงความน่าเบื่อตรงนั้น อัปเกรดระบบการต่อสู้มาให้เข้ากับอุปนิสัยของคนรุ่นใหม่ เราจะต้องคอยสังเกตท่าของเราและมอนสเตอร์ในการต่อสู้อยู่ตลอดเวลา เพราะเราต้องคอยบล็อกการโจมตีของมอนสเตอร์ในระหว่างที่เราเป็นฝ่ายตั้งรับ และการบล็อกทุกครั้งเราก็จะได้รับเกจไปสะสมเอาไว้เพื่อใช้ท่าคอมโบกับเพื่อนในทีม รวมถึงการใช้ Skill ต่าง ๆ ก็ต้องกดให้ตรงจังหวะเมื่อตัวละครของเราออกท่าทางการต่อสู้ไปแล้ว เมื่อเรากดตรงจังหวะเราก็จะได้รับโบนัสเป็น Mana คืนมา หรือได้รับเกจในส่วนของท่า Ultimate มาสะสมไว้ด้วยความสนุกไม่ได้มีเท่านี้ครับ ลูกเล่นในการต่อสู้ที่ผมคิดว่าดีมาก ๆ ของเกมนี้ยังมีอีกอย่างก็คือ การที่เราสามารถเบรกการต่อสู้ของมอนสเตอร์ได้ โดยการสังเกตสัญลักษณ์เอฟเฟกต์ท่าการต่อสู้ที่ขึ้นมาบนหัวของมอนสเตอร์ เราจะได้คิดทุกครั้งว่าเราจะต้องใช้คอมโบไหนเพื่อที่จะให้ครบตามสัญลักษณ์ที่แสดงขึ้นมาภายในเทิร์นที่กำหนด หรือถ้าเราทำได้ไม่ครบเพราะเทิร์นมันค่อนข้างสั้นแต่สัญลักษณ์แสดงขึ้นมา 8 อย่าง (ส่วนใหญ่จะเจอแบบนี้กับบอสครับ) เราสามารถตีมอนสเตอร์ตามสัญลักษณ์ต่าง ๆ เท่าที่เราทำได้เพื่อลดดาเมจในการโจมตีของมอนสเตอร์ลงได้ครับ บอกเลยว่าเป็น Turn-Based ที่ต้องคิดอยู่ตลอด และมันสร้างประสบการณ์การเล่นเกมแนว Turn-Based ที่ดีให้กับผมมาก ๆ มันทำให้ผมไม่รู้สึกเบื่อหน่ายในการต่อสู้ระหว่างเทิร์นด้วยครับอีกส่วนที่ทำให้ผมประทับใจก็น่าจะเป็นในส่วนของ Relics หาซื้อได้ตามร้านค้าตามเมืองต่าง ๆ ที่เราไป มันคือของที่ระลึกแต่มีเอฟเฟกต์ให้เราใช้ในการต่อสู้นั่นแหละครับ อย่างในรูปด้านล่างตอนที่เรายังไม่มีมัน หลังการต่อสู้ทุกครั้งเราต้องตั้งแคมป์นอนพักเพื่อฟื้นฟู HP ของเรา แต่หลังจากที่ผมได้ Relics ชิ้นนี้มาแล้วและเปิดใช้ ทุกครั้งหลังการต่อสู้เลือดของผมจะถูกรีโดยอัตโนมัติโดยที่ไม่ต้องตั้งแคมป์ฟงแคมป์ไฟอะไรให้เสียเวลาอีกแล้ว และ Relics ที่เราหามาได้ทุกชิ้นสามารถเปิดใช้พร้อมกันได้ทั้งหมด แจ่มสุด ๆ มันช่วยลดความเสียเวลาให้เพลย์เยอร์ได้หลายสิ่งหลายอย่างเลยครับอีกอย่างที่ต้องชมก็เห็นจะเป็นเรื่องการอัปเลเวลของตัวละคร ซึ่งถึงแม้ตัวละครนั้นเราจะไม่ได้เลือกสลับลงไปร่วมสู้ด้วยเลย ก็ยังจะได้รับค่าเลเวลเหมือนเพื่อน ๆ อยู่ดี เวลาเลเวลอัปมันก็จะอัปพร้อมกันทุกตัวเลย ตรงนี้ผมมองว่าดี ไม่ต้องไปเสียเวลาปั้นตัวละคร บางทีก็นะมีตัวในใจไง มีเมนอยู่เลือกแต่ตัวเมนมาเล่นแหละ ตัวอื่นเลเวลไม่อัปกันเลย ฮ่า ๆ อันนี้ก็ได้ตัดเรื่องความลำเอียงตรงนั้นไป อัปมันให้หมดทุกตัวจะว่าไปก็ไม่ได้มีส่วนที่ผมชอบไปซะทั้งหมด มันก็มีจุดที่ผมไม่ชอบอยู่เหมือนกัน ในระบบปาร์ตี้ของเกมนี้เนี่ยเราจะมีเพื่อนร่วมเดินทางที่ต่อสู้กับเราได้เต็มที่คือ 5 คน แต่เวลาเราลงต่อสู้เนี่ย เกมนี้จะให้สู้ได้สูงสุดแค่ 3 คนครับ ซึ่งจะมีปุ่มให้สลับตัวละครไป ๆ มา ๆ เมืออยู่ในการต่อสู้ ซึ่งผมชอบระบบที่ปาร์ตี้แบบ 6-7 คนก็อัดกันลงมาได้เลยแบบใน Final Fantasy มากกว่า การพบเจอมอนสเตอร์ของเกมนี้ผมต้องขอลุกขึ้นยืนปรบมือให้เลยครับ ชอบมากกกกกกก ผมรู้สึกถึงการไม่บังคับให้สู้ มันยังเจอมอนนะ แต่ไม่ได้เจอเป็นวินาทีแบบหลาย ๆ เกมที่ผมเคยเล่นมา เอาแค่ตระกูล Final Fantasy เนี่ย เดินปุ๊บดึงเข้าสู้เลย โอเคมันกดหนีได้ถ้าไม่อยากสู้ แต่หลัง ๆ มันเบื่อจนหนีตลอดเลยอะ 5555 ส่วนใน Sea of stars ถ้าสู้หมดแล้วคือหมดเลย ไม่ต้องเจอมอนสเตอร์แล้ว จนกว่าจะเดินออกจากแมปนั้นไป แล้วกลับเข้ามาใหม่มอนถึงจะ Respawn กลับมา อันนี้ดี เกมเมื่อก่อนเนี่ยถ้าผมไม่มี Action Replay แล้วใส่โค้ดสูตร ไม่เจอมอน ขยับนิดหนึ่งมันก็ดึงเข้าไปสู้แล้วครับ สู้เสร็จเพิ่งออกมาจะเดินถึงเมืองอยู่แล้ว แหมมันวาร์ปให้เข้าไปสู้อีกละ ยังไม่ทันหายใจเลย เกมนี้คือดีผมไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้สู้ แล้วไม่ต้องสู้ถี่ให้ผู้เล่นอย่างผมมีเวลาวิ่งเล่นหาหงหาหีบบ้างอะไรบ้าง เพลิน ๆ ขอบพระคุณกับระบบนี้มาก ๆ ครับMovement - เป็นส่วนที่อยากจะกดไลก์หัวใจให้สัก 100 ดวง ตัวละครเกมนี้ไม่ได้เดินช้าอืดอาด อาจจะมีช้าบ้างตอนเดินอยู่ในแมปแบบ Bird eye view แต่พอเข้าฉากไปแล้วก็จะเดินแบบเอาใจสายซิ่งไปเลย จากเกมอื่น ๆ ที่เดินกันช้า ๆ กว่าจะเร็วขึ้นได้ต้องรอพาหนะก่อน อันนี้ไม่ต้องพอได้เรือมาแล้วก็ไว หลัง ๆ นี่แบบโดนใจวัยรุ่นไปเลย บินเองแม่งเลย 5555 แล้วบินไวด้วยนะ ผมนี่นึกว่า Miss Marvel พอบินได้ มันก็จะมีเกาะแก่งต่าง ๆ ในแผนที่เปิดให้เราเข้าไปเล่น Puzzle เพื่อหาของอี๊ก คือแบบเพื่อน ๆ ต้องซื้ออะ มีอะไรให้ทำเยอะมาก ๆ ขนาดว่าเนื้อเรื่องหลักจบไปแล้ว ก็มีประตูลับเปิดตอนเกมจบให้เล่นอีก 680 บาทสำหรับผมคือโคตรคุ้มค่าPuzzle & Mini Game - หีบสมบัติเยอะมากกกกก แค่หาหีบบอกเลยแก้ปริศนากันสนุกมาก ๆ แล้ว เพราะมีซ่อนให้เราได้เข้าไปค้นไปหาได้ทุกซอกทุกมุมจริง ๆ เอาเป็นว่าเมืองบาดาลอะเข้าทุกบ้านเจอทุกบ้าน 5555 ยังไม่นับการผ่านประตูบางอย่างที่จะต้องแก้ปริศนา ย้ายก้อนหินไป ๆ มา ๆ มีทั้งระดับง่าย ๆ แบบเด็กอนุบาลก็เล่นได้ ไปจนถึงระดับที่ว่าต้องนั่งดันหินกันเป็นนาทีก็มี บางอย่างผมก็ปล่อยผ่านเพราะหาทางเข้าไปเอาของไม่เจอจริง ๆ ผมเห็นนะว่าอยู่ตรงไหนเดินหาทั่วทั้งแมปแล้วก็ไม่รู้จะเข้าทางไหน ได้แต่โบกมือลา แล้วไปสอยของที่ดีกว่าในเนื้อเรื่องถัดไป แต่บางอย่างสถานการณ์บังคับ ยังไงเราก็ต้องพยายามแก้ปริศนาให้ผ่านเพราะเราจะได้รับสกิลคอมโบใหม่ ๆ ซึ่งถ้าเราพลาดแล้วเนี่ยก็จะไม่สามารถหาซื้อได้ครับ ฉะนั้นบาง Puzzle อย่าเดินหนี พยายามใช้หมองนั่งมาธิแล้วแก้ให้ผ่านด้วยครับเพื่อน ๆมินิเกมจะมีให้เราเล่นตาม Tavern (โรงเตี๊ยม) ที่เราไปนอนนั่นแหละครับ บอกเลยว่าแรก ๆ ผมเล่นก็ยังงง ๆ กับกติกาของเกม แต่พอเล่นไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะเอาตัวพิเศษ และเหรียญไปแข่งชิงแชมป์กับ อะผมลืมจริง ชื่ออะไรผมจำไม่ได้แล้ว แต่เขาอยู่บนหอนาฬิกาครับ เราต้องเล่นแบบชิงแชมป์ให้ชนะทุกคนก่อนถึงจะไปแข่งกับเขาได้ มินิเกมนี้มีชื่อว่า Wheels ครับ ซึ่งพอเล่นไปเรื่อย ๆ ตัวหมากของเรามีให้เลือกเล่นเยอะขึ้น ก็จะยิ่งสนุกขึ้นซึ่งแต่ละตัวก็จะมีความสามารถแตกต่างกันไป แต่บอกเลยว่าผมเล่นจนติดมาก ๆ ผมอยู่กับไอ้โต๊ะ Wheels นี่วันวันเป็นชั่วโมง ถ้าเพื่อน ๆ ซื้อเกมแล้วลองเข้าไปเล่นดูฮะ แรก ๆ ก็จะยากหน่อย พอเข้าใจแล้วก็จะง่ายขึ้นมาก และก็จะวางแผนรูปแบบในการชนะได้ดีมากขึ้นด้วยครับBoss Fight - บอสบางตัวมีหลายเฟส หลายฟอร์มให้ได้กระหน่ำใส่นัวกัน ช่วงแรก ๆ อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะยังไม่มี Ultimate พอช่วงหลัง ๆ เก็บเกจอัลติได้ การต่อสู้กับบอสก็จะหย่นเวลาลงครับ และคัตซีนของอัลติเมตก็สวยงามตระการตามาก ๆ บอสตายง่ายขึ้น บอสเนี่ยแม้แต่เนื้อเรื่องรอง หรือใน Puzzle ต่าง ๆ ก็มีโผล่มาให้เราได้สู้อยู่อย่างต่อเนื่องครับ แม้กระทั่งในอารีน่า(อันนี้ช่วงหลัง ๆ เวลาเราพักในโรงแรมให้เดินไปคุยกับ B'st ถ้าเขาพูดถึงอารีน่า ก็แสดงว่าอารีน่าเปิดแล้วให้ไปได้เลย) การตกปลา ที่ดูไม่ค่อยมีความจำเป็นเกมนี้เราสามารถตกปลาได้นะครับ เราจะได้เนื้อปลา เนื้อกุ้งมาไว้ใช้สำหรับทำอาหารให้เรา การตกปลาเกมนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร แค่โยนเบ็ด รอปลากินเหยื่อ แล้วก็ดึงขึ้นมาตามกระแสน้ำ โดยที่เราบังคับทิศทางของปลาไปซ้ายหรือขวาตามกระแสน้ำที่เห็นครับ จริง ๆ ระบบนี้ไม่ต้องมีก็ได้ แต่ผมเข้าใจว่าที่ Dev ต้องใส่ลงมาเพราะว่ามันมีระบบทำอาหารนี่แหละครับ ซึ่งสำหรับผมมันดูไม่จำเป็นทั้งสองอย่างนั่นแหละ เพราะว่าอาหารบางอย่างก็มีขายอยู่แล้ว แล้วเล่นมาทั้งเกมผมแทบจะไม่ได้แตะกับระบบพวกนี้เลย เพราะมีวัตถุดิบอย่างอื่นที่ใช้ทำอาหารแทนได้เช่นกัน และหาได้ง่ายกว่าปลา คือปลาเกมนี้เราต้องตั้งใจไปตกเท่านั้นเลย เพราะจะมีเป็นบ่อให้ตก ซึ่งถ้าตอนที่เรายังบินไม่ได้จะโคตรเสียเวลาเดินทางมาก ๆ ซึ่งพวกมะเขือเทศ มัน หรือหัวหอม มันหาได้ง่ายกว่าตามทาง และอาหารสามารถหาซื้อเอาได้ตามร้านค้าในเมือง ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะตกปลาไปทำไม นอกจากจะเก็บ Acheivement ใน Steamการเพิ่มเลือดด้วยอาหาร ถ้าเปลี่ยนเป็น Potion น่าจะดีกว่าที่ผมจั่วหัวมาแบบนี้มันก็มีเหตุผลนะครับ หลัก ๆ น่าจะเป็นที่ว่าอาหารเราจะได้สูตรมาตลอดการผจญภัยของเราเลย ไม่ว่าจะเป็นเปิดหีบ ซื้อจากร้านค้าในเมืองต่าง ๆ หรือได้รางวัลมา คือสูตรเยอะมาก แต่อาหารที่ทำมาไม่ว่าจะหลากหลายขนาดไหนมันก็เพิ่มให้เราได้แค่ HP และ MP เท่านั้นครับ คือสกิลที่ให้ใช้อะมันก็มีสกิลฮีลอยู่เกือบจะทุกตัวละครอยู่แล้ว ตั้งแต่เริ่มเล่นเกมจนจบเกม ผมกินอาหารน้อยมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็อัดสกิลเลย เพราะมันเพิ่มเลือดได้เยอะกว่ากินอาหารมาก ผมอยากให้อาหารไปเพิ่มค่าสเตตัสให้ในส่วนอื่น ๆ มากกว่า เช่น เพิ่มพลังโจมตี, เพิ่ม DEF, เพิ่ม M.ATK, โจมตีบอสแรงขึ้นไรเงี้ย แต่มันไม่ใช่ไงครับ มันเลยแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับผมเท่าไหร่ น่าเสียดายที่ทำคอนเทนต์ของระบบปรุงอาหารมาน่ารักมาก แต่ผมแทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากอาหารเท่าไหร่เลยเกมไซซ์เล็ก ๆ เครื่องไม่ต้องแรงก็เล่นได้ แถมใช้ Game Pad ได้อีกด้วยถ้าใครหาเกมที่แบบไม่ต้องใช้ Spec เครื่องสูง ๆ แล้วชอบเล่นเกมแนว Turn-Based ผมบอกเลยว่าเพื่อน ๆ เทใจมาที่เกมนี้ได้เลย ภาพน่ารักสีสันสดใส แล้วตอนใช้อัลติภาพก็สวยงามงานดีมาก ๆ ถึงแม้มันจะเป็นเกมภาพ 2D ก็ตาม ผมมองว่ามันเป็น Turn-Based สมัยใหม่ ที่ปรับปรุงมาให้เราได้สนุกกับเกมมากขึ้น ถ้าใครอยากใช้จอยเล่นแบบผม ผมก็แนะนำเลยว่าให้ซื้อที่มี Analog และพวกปุ่ม LS RS ด้วย ส่วนผมอยากจะแบบย้อนวันวานไง ใช้จอย Game Pad ของ 8Bitdo รุ่น ที่ทำเลียนแบบจอย Super Famicom แล้วคือปุ่มมันไม่สามารถใช้ได้ทุกฟังก์ชันของเกม ผมก็เลยต้องใช้ปุ่มบางอย่างจากคีย์บอร์ดด้วย 5555 ถ้าใครจะใช้ก็ซื้อแบบปุ่มครบ ๆ มาเลย จะได้ไม่เซ็งเหมือนผม อยากจะอินวันวนวันวาน แต่ไม่ยอมดูสังขารของจอยเลยว่าไม่แมตช์ แต่ใช้ Game Pad เล่นได้ฮะสำหรับเกมนี้ และได้อรรถรสด้วย ไม่ต้อง Setting ให้วุ่นวาย Connect จอยปุ๊บมันตั้งค่าให้เราเลย เล่นแล้วได้ฟีลดีกว่าคีย์บอร์ดมาก ๆ ครับ และเราไม่เมื่อยด้วย ย้ำอีกทีถ้าอยากจะอินให้ซื้อตัวที่มี Analog นะฮะอันนี้คือตัวที่ผมใช้ ฟีลได้มาก ๆ เหมือน Super Famicom เลยครับ แต่ปุ่มใช้งานไม่พอ 5555สรุปSea of stars สำหรับผมนั้นมันเป็นเกม RPG Turn-Based ที่สร้างมุมมองที่ดีให้ผมมองเกมแนวนี้เปลี่ยนไป คือต้องบอกตรง ๆ ว่าเมื่อก่อนตอนเล่นเกมแนว Turn-Based ใหม่ ๆ ตอนยุคผมเด็ก ๆ นั้น ผมก็สนุกกับมันอยู่ช่วงหนึ่งแหละ เพราะผมต้องเอาไปคุยโม้กับเพื่อนที่โรงเรียนว่าผมเล่นถึงไหนแล้วไง 5555 เด็ก ๆ ในยุคของผมนั้นเรียกเกมแนวนี้ว่าเกมภาษา สิ่งที่ทำหลังเกมออกก็คือรอซื้อบทสรุป พูดแล้วก็คิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นมาก ๆ ครับ (น้ำตาคลอเลย แอบเบียวเหมือน Garl ไปอี๊ก 55555) แต่เกม Turn-Based ในยุคนั้นคือมีให้เล่นเยอะมาก ๆ รูปแบบเกมมันก็จะวน ๆ ยิ่งตอนเจอมอนสเตอร์เนี่ย เจอถี่_ิบหาย มันจะถี่อะไรขนาดน้านนนน แบบโคตรน่าเบื่อ เกมนี้เนี่ยเหมือน Dev เกิดในยุคของผมอะ แล้วเป็นคนประเภทเดียวกัน ฉันเบื่ออะไรแบบนี้ พอมาทำเกมเอง Dev ได้แก้จุดบอดของเกมแนว Turn-Based เดิม ๆ ให้กลับมาเล่นได้สนุกขึ้น โดยการใส่ลูกเล่นระหว่างต่อสู้ มอนสเตอร์ที่ไม่ได้บังคับให้เราสู้อยู่ตลอดเวลา มันก็เลยทำให้การเล่นเกมดูผ่อนคลายขึ้น ถึงแม้เกมนี้จะไม่ได้แปลเป็นภาษาไทย แต่ภาษาอังกฤษที่ใช้ในเกมก็ไม่ได้ยากจนเกินไป บอกเลยว่าคุ้มค่ากับราคา 680 บาท ใครสนใจตามไปจิ้มมาเล่นเป็นเพื่อนผมได้เลยใน Steam คอนเทนต์ในเกมอัดมาให้เล่นแบบเยอะมาก แค่มินิเกมที่ชื่อว่า Wheel เนี่ยบอกเลยว่าเล่นเพลินได้เป็นชั่วโมง ถึงแม้ว่าการตกปลากับการทำอาหารที่ผมมองว่าไม่จำเป็นเท่าไหร่ เนื้อเรื่องและเกมเพลย์ของ Sea of stars ก็ทำให้ผมมองข้ามเรื่องความไม่สมเหตุสมผลของการทำอาหารและการหาปลาไปได้ ถึงแม้ว่าเนื้อเรื่องบางช่วงจะดูเบียว ๆ เหมือนตอนอ่านมังงะ อารมณ์ประมาณนั้นเลย 5555 แต่ผมเชื่อว่าคนเบียว ๆ แบบ Garl ถ้ามีอยู่ในโลกของเรียลลิตี้ก็คงน่ารักดี แต่ในมุมของผม อย่ารักคนอื่นมากกว่าตัวเองแบบ Garl เลยครับ รักตัวเองก๊อนนนนน เอาเป็นว่า Sea of stars ถ้าใครชอบเสพเนื้อเรื่อง ชอบเล่นเกมแนว Turn-Based เพื่อน ๆ มาลองเปิดใจกับเกมนี้ดู ผมรับประกันว่าจะไม่ผิดหวังครับ กดคืนเงินไม่ทันหรอก แค่ต้นเรื่องตอนเล่าเรื่องไอ้เด็กห้าว 3 คนก็อ่านเพลินจนหมดเวลารีฟันด์แล้ว เขาเอา Turn-Based ระบบเก่า ๆ มาปรับให้เล่นสนุกขึ้น แถมยังมี Style เป็นของตัวเอง ใจคอยังจะขอรีฟันด์กันอีกเหรอ จิตใจทำด้วยอะไรอะฮะ ฮ่า ๆ ๆ ๆสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1244090/Sea_of_Stars/ป้ายยาจอยเพื่อเติมช่องว่างในหัวใจใครสนใจเล่น Sea of Stars ผ่านจอยผมแนะนำรุ่นนี้เลย มี Analog 2 ข้าง มีปุ่ม L2 R2 ด้วย จับง่ายกระชับมือ แต่ถ้าสำหรับคนมือใหญ่ ๆ อาจจะรู้สึกค่อนข้างเล็กครับ Blutooth เชื่อมต่อง่าย ใช้ได้ทั้ง PC, มือถือ และ Nintendo Switch 8Bitdo ถ้าสั่งจากจีนมีของปลอมครับ ราคาถูกก็จริงแต่เราอาจจะโดนของปลอมได้ด้วย ใครอยากได้ตามไปตำร้านเดียวกับผมรับประกันว่าได้ของแท้แน่นอน เสียตังซื้อเกมมาแล้ว ซื้อจอยไปเอา Feeling ตอนเล่นเกมด้วย ถือว่าซื้อมาเล่นเป็นเพื่อนผมละกัน ป้ายยาเลยตัวนี้ ซื้อครั้งเดียวเล่นได้ทุกเกม เจ็บแต่จบ 5555สั่งซื้อจิ้มเลย 
07 Sep 2023
[Review] รีวิว Starfield เกม RPG ตะลุยอวกาศจาก Bethesda ที่สุดเจ๋งมากๆ แต่ต้องทนเล่นให้จบ 1 รอบก่อน!
หลังเปิดตัวนับตั้งแต่ปี 2018 ในที่สุดเกมใหม่แนว Open World RPG จากค่าย Bethesda อย่าง Starfield ก็ได้วางขายแล้วเสียที!!! โดยเกมนี้วางขายห่างจากเกมก่อนหน้าของค่ายอย่าง Fallout 4 นานมากถึง 8 ปีเลยทีเดียว ทำให้หลายๆ คนก็น่าจะคาดหวังความพัฒนา และสนุกขึ้นกว่า Fallout 4 จากเกมนี้กันเยอะมาก แต่มันจะเป็นแบบนั้นหรือแย่ลง ... วันนี้ทาง GameFever ก็จะขอรีวิวเกม Starfield มาให้ชมกัน!!! ดูกันได้ตามด้านล่างเลยคลิปตัวอย่างเกมโหมโรงStarfield คือเกมอะไร?Starfield เป็นเกมเน้นประสบการณ์ Open World RPG ในยุคที่มนุษย์มียานอวกาศให้ขับเดินทางไปดาวต่างๆ ได้แล้ว เกมจะเน้นให้ผู้เล่นมาเจอเควสสุดน่าติดตาม และให้มาใช้ชีวิตในโลกอีกใบหนึ่ง โดยหลักๆ ก็คือการต้องมาเก็บเลเวลปลดล็อกสกิล หรือสร้างบ้านออกมาให้สวยๆ พร้อมอัปเกรดหรือไปฟาร์มอาวุธ, ชุดเกราะ หรือยานอวกาศเทพๆ มาขับกัน ซึ่ง Bethesda ถือเป็นค่ายที่ทำเกมแนวนี้ออกมาได้ยอดเยี่ยมมาก และมักยังมีความเจ๋งด้าน Sandbox หรือให้ผู้เล่นได้ Roleplay รูปแบบการเล่นต่างๆ ได้หลากหลายสาย ทำให้มีแฟนหลายคนรอเล่นเกมนี้กันเยอะStoryเนื้อเรื่องเปิดมาแบบแสนง่ายมาก เพราะเริ่มเกมมาคุณนั้นคือ "นักขุดแร่ทีมงาน Argos Extractos" ที่กำลังมาทำงานขุดแร่บนดาวแห่งหนึ่ง แต่ชีวิตก็เล่นตลกอย่างรวดเร็ว เพราะอยู่ดีๆ คุณก็ได้ขุดไปเจอ "เศษวัตถุลึกลับ" ที่เมื่อจับก็ทำให้ตัวเองสลบ และเห็นภาพหลอนอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะมีคนจากองค์กรแห่งการไขปริศนาอวกาศ Constellation เดินทางมาซื้อเศษวัตถุลึกลับ และหลังเขาได้ทราบว่าคุณจับแล้วเห็นภาพหลอน ก็จึงทำให้เขาได้ส่งคุณมาร่วมองค์กรเพื่อไขปริศนาวัตถุลึกลับนี้ คุณจึงได้เปลี่ยนอาชีพกลายมาเป็นนักไขปริศนาแห่ง Constellation มีหน้าที่ผจญภัยเพื่อ "ตามหาเศษวัตถุลึกลับทุกชิ้นนำมาร่วมร่างกัน และไขปริศนาว่ามันคืออะไรกันแน่" โดยเป้าหมายนี้จะเป็นเควสหลักของคุณไปตลอดทั้งเกม แต่ระหว่างทางก็จะได้เจอสิ่งปริศนาที่มีทั้งน่าสนใจ และเป็นภัยร้ายสุดๆ... พร้อมกับจะได้พบเจอ NPC สุดพิสดารหลายคน หรือได้สร้างมิตรภาพร่วมกับ NPC บางคนจากองค์กร Constellation ที่เราสามารถให้เขาเป็นคู่หูเดินทางไปร่วมกับเราได้NPC คู่หูแต่ละคนจะมีความสามารถ และเนื้อเรื่องที่ต่างกันไป แถมเราสามารถจีบจนแต่งงานได้เลยทีเดียว!Starfield จะยังคงเป็นเกม RPG ที่ให้ผู้เล่นผจญภัยตามเนื้อเรื่องหลัก และระหว่างทางเราก็จะได้พบเนื้อเรื่องจากเควสเสริมในโลก Open World ที่มีเยอะไปหมดเช่นเคย แถมยังมีเนื้อหาแปลกใหม่น่าสนใจไม่เหมือนกันเยอะมาก และเกมนี้ก็จะยังให้ตัวเอก "มีเนื้อเรื่องก่อนเริ่มเกม" มากขึ้นด้วย เพราะเราสามารถเลือกได้ว่าตัวเอกนั้นมี Background กับ Traits แบบไหน โดย Background คือการให้เลือกว่าตัวเอกเคยทำงานอะไรมาก่อน ถ้าเลือก "นักล่าค่าหัว" ก็จะทำให้เรามีสกิลขับยานล่าศัตรูเก่งมาก และเวลาเจอเควสที่เกี่ยวกับนักล่าค่าหัว เกมก็จะมีบทสนทนาพิเศษมาให้เลือกตอบ NPC และทำให้เราได้ข้อดีกว่าการตอบแบบทั่วไป ส่วน Traits คือชีวิตเราเคยผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง ยกตัวอย่างถ้าเลือก "ยังมีครอบครัว" ก็ทำให้เรายังสามารถไปเจอหน้าพ่อแม่ได้ แต่ทุกอาทิตย์ในเกมเราจะต้องส่งเงินให้เขาใช้ด้วย ส่งผลให้เห็นได้ชัดว่าสิ่งพวกนี้ไม่ได้แค่ทำให้ตัวเอกมีมิติมากขึ้น แต่ยังทำให้เนื้อเรื่องในเกมมีความแตกต่างน่าสนใจต่อการเล่นแต่ละรอบไปอีกBackground กับ Traits ก็มีให้เลือกเยอะสุดๆ แต่หลายคนน่าจะชอบ Traits "ฮีโร่" เพราะมันจะทำให้เรานั้นเป็นคนดัง และจะมีแฟนๆ คอยมาให้ของขวัญหรือขอผจญภัยไปกับเราได้อย่างไรก็ตาม เนื้อเรื่องหลักภายในเกมนี้ก็กลับ "เบาบาง & ไม่น่าติดตาม" โดยเป็นเพราะเควสหลักช่วงแรกจนถึงกลางเกม ผู้พัฒนานั้นต้องการจะนำเสนอให้ผู้เล่นรู้สึก "อยากติดตามว่าไอ้วัตถุลึกลับนี้มันคืออะไร ทำให้ใช้วิธีการเล่าก็จะเแบบไร้ความชัดเจน ให้ผู้เล่นอยากรู้อยากเห็นแบบขั้นสุด" แต่ผู้เขียนนั้นกลับรู้สึกว่า "มันจืดชืดอ่ะ ไม่มีความอยากเล่นให้จบเพื่อรู้เลย แถมหลายเควสก็ไม่ได้มอบรางวัลดีๆ หรือทำให้รู้สึกคุ้มที่จบเควสนั้น" แม้ช่วงที่เราจะต้องไปตามหาวัตถุลึกลับแต่ละชิ้น เราจะได้พบกับ NPC ที่น่าสนใจ และการผจญภัยไปหลายๆ ดาวแล้วก็ตาม เหมือนกลับว่าผู้พัฒนา "ประสบความล้มเหลวที่จะเล่นมุขเนื้อเรื่องแบบนี้" แต่ยังดีที่ช่วงท้ายเกมมีการ "เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่องให้ชัดเจนขึ้น" ทำให้ผู้เล่นอยากเล่นจนจบเกมมากขึ้น แต่ท้ายที่สุดทุกเควสมันก็ "ไม่ได้ยอดเยี่ยมเหมือนของเกม RPG ก่อนๆ จาก Bethesda" เพราะงั้นถ้าใครจะเล่นเกมนี้แค่เฉพาะเนื้อเรื่องหลัก ผู้เขียนขอแนะนำว่ามันอาจจะเป็ความคิดที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ถ้าเล่นเอาเนื้อหาเควสเสริม หรือมีเวลาเล่น New Game Plus อันนี้ก็ถือว่าดีขึ้นมาหน่อย เพราะเนื้อหาช่วงเควสเสริมทำออกมาน่าติดตามกว่ามากPresentationStarfield เป็นเกมที่จะให้ผู้เล่นได้ผจญภัยทั้งบนภาคพื้นดิน และใช้ยานอวกาศขับเพื่อไปดาวต่างๆ ที่มีมากกว่า 1 พันดวง โดยการเล่นหลักๆ ก็ยังคงให้ผู้เล่นไปรับเควส และก็ออกผจญภัยเพื่อทำเควสให้สำเร็จ พร้อมกับตอนเข้าสถานที่ทำเควส (ดันเจี้ยน) เราก็ต้องจับอาวุธสู้กับศัตรูแบบสุดมันส์ หรือตอนขับยานอยู่ก็อาจมีโจรสลัดมาให้เราบินยานสู้กัน ซึ่งหลังสู้เสร็จเราก็จะได้เก็บของจากศัตรูเพื่อนำมาใช้ให้ตัวเองเก่งขึ้น หรือจะนำไปขายเพื่อได้เงินไปทำอย่างอื่น แถมแน่นอนว่านี่คือเกมที่คุณไปเหยียบดวงดาวได้ถึง 1 พันดวง เกมก็จะมีให้เราได้สำรวจบนดาวต่างๆ ว่ามีสถานลึกลับอะไร และเก็บทรัพยากรต่างๆ มาหา "สร้างที่พักอาศัยสักแห่งบนดาวดวงหนึ่ง" ที่คุณยังสร้างโต๊ะเพื่อปรับแต่งปืนหรือชุดเกราะหรืออื่นๆ ได้หลายรูปแบบ แถมถ้าคุณมีเงินเยอะๆ ก็เอาไปซื้อยานลำใหม่ที่มีความเก่งต่างกันได้หลายชนิด หรือจะไปหาปล้นจากชาวบ้านเขาเอาก็ได้ รวมทั้งยานก็ยังมีระบบปรับแต่งรูปลักษณ์ได้อิสระ หรืออัปเกรดให้แข็งแกร่งขึ้นไปได้อีกการปรับแต่งรูปลักษณ์ยานจะให้เอา Part ส่วนต่างๆ มาประกอบรวมร่างกันได้ตามใจชอบเลย ทำให้เรายังสร้างยานแบบใน Star Wars ก็ได้ด้วยอย่าลืมว่าเกมมีให้เก็บเลเวลด้วย และหลังเลเวลอัปจะได้แต้มมาเลือก 1 สกิล โดยเกมนี้ก็มีสกิลน่าสนใจให้เลือกอัปไปหมด ไม่ว่าจะสกิลสายต่อสู้, สายคราฟ, สายขับยาน, สายลอบเร้น หรือสายอื่นๆ อีกเพียบในด้าน Presentation สิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกว้าวมากๆ เกี่ยวกับเกมนี้เลยคือระบบ "New Game Plus" โดยของเกมนี้จะไม่เหมือนของเกมทั่วไป ซึ่งถ้าผู้เขียนบอกว่ามันเป็นยังไงก็อาจทำให้ "สปอย" แต่เอาเป็นว่า New Game Plus สามารถทำให้คุณเล่นเกมนี้ได้เพลินๆ จนจบไปได้อีกไม่ต่ำกว่า "10 รอบ" แล้วผู้เขียนก็มองว่า New Game Plus คือจุดที่ทำให้เกมนี้ยอดเยี่ยม และเป็นเอกลักษณ์ปฎิวัติวงการเกมสุดๆ แถมมันช่วยให้ทุกส่วนในเกม Starfield น่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก อีกส่วนที่ดีคือเกมนั้น "มีภารกิจสุ่มหรือกิจกรรมที่ให้ตัวเอก Roleplay ได้เป็นอย่างดี" ยกตัวอย่างในเมืองจะมีให้ผู้เล่นรับภารกิจสุ่มไปล่าค่าหัวอยู่ตลอด แถมการสุ่มภารกิจก็ทำออกมาได้ดีระดับหนึ่ง ส่งผลให้ใครเพิ่งได้ดูซีรี่ส์ Mandalorian พอมาเล่นเกมนี้ต่อก็จะอินมากถ้าคุณอยาก Roleplay เป็นทหารรับจ้าง, นักส่งของข้ามกาแล็กซี่, นักขุดแร่ขาย หรือนักค้าของเถื่อนแบบ Hans Solo เกมนี้ก็มีระบบ หรือภารกิจให้ทำแบบนั้นได้แน่นอน โดยอาจทำออกมาได้ไม่เจ๋งขนาดนั้น แต่ก็ช่วยตอบโจทย์ได้ดีเลยเกมนี้ยังจะเหมือนกับเกมก่อนอย่าง Skyrim ที่จะมีหลายๆ ฝ่ายให้ผู้เล่นไปเข้าร่วม และจะได้เจอภารกิจเนื้อเรื่องที่ต่างกันไปอีก ทำให้เรื่องเนื้อหาเกมนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะน้อยเท่าเกมหลัก Fallout 4 เยอะเท่าของ Skyrim แน่นอนแต่ถึงแม้ New Game Plus จะช่วยยกระดับให้เกมน่าสนใจมากขึ้น สิ่งที่ต้องแลกมาก็คือ "ในช่วงที่คุณเล่นเกมนี้ตอนรอบ 1 มันจะรู้สึกจืดสุดๆ" เพราะแม้เกมจะใส่ระบบเจ๋งๆ มาเยอะแยะไปหมด แต่ปัญหาก็คือระบบต่างๆ นั้นทำออกมาได้ไม่สุดหลายส่วนเลย ยกตัวอย่างระบบแต่งปืนของเกมนี้มันก็มีไว้ "ให้อัปเกรดความแข็งแกร่ง & ให้ดูเท่ขึ้นเฉยๆ" ขณะที่ถ้าของเกมก่อนอย่าง Fallout 4 มันยังสามารถทำสุดได้ระดับ "เปลี่ยนปืนพกเป็นปืนไรเฟิลได้" แล้วถ้าพูดถึงส่วนๆ อื่นจะรู้สึกได้เลยว่าทุกอย่างภายในเกมดูธรรมดาไปหมด ซึ่งผู้เขียนก็ถึงขั้นมองว่า "มันเหมือนเป็นเกม RPG ทั่วไปที่ผสมร่วมร่างกับเกม No Man's Sky ก็แค่นั้น" ส่งผลให้จุดนี้เป็นเรื่องที่ต้องเป็นบทเรียนให้ผู้พัฒนาเกมมากๆ เพราะเกมก่อนหน้าทั้งหมดมักจะต้องมีสักระบบที่ทำได้ดีสุด แต่ถ้าคุณสามารถทนเล่นได้ไปจนถึง New Game Plus ทุกส่วนในเกมก็จะเจ๋งขึ้นเอาเรื่องจริงๆ ขอแนะนำรีบโฟกัสเล่นเนื้อเรื่องหลักให้จบไวๆ เพื่อไป New Game Plus ไว้ก่อน แต่รวมๆ เกมนี้ก็อยู่ในขั้นที่ดีนะ ไม่ใช่เกมอยู่ในขั้นแย่ แต่ก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมประณีตแบบเกมก่อนๆ แล้วเควสหลักมีทั้งหมด 20 เควส ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 30 ชั่วโมง และช่วงหลังเควส 13 จะเล่นเพลินขึ้น เพราะภารกิจเริ่มมีเนื้อหาที่แปลกใหม่ตลอด แต่ก็ยังรู้สึกว่าทุกเควสมันจืดๆ ไม่ได้มีเนื้อหาน่าจดจำอยู่ดีGameplayStarfield จะเป็นเกมที่ให้ผู้เล่นได้ใช้เวลาเดินพื้นบนดวงดาวต่างๆ มากกว่าใช้เวลาขับยานอวกาศ เนื่องจากเกมนั้นต้องการเน้นให้ผู้เล่นได้สำรวจภาคพื้นดิน และพูดคุยกับ NPC โดยการสำรวจดาวต่างๆ ก็จะทำให้ผู้เล่นเจอสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนกัน และแต่ละดาวก็จะมีพืช, ทรัพยากร, เอเลี่ยน และสถานที่ลึกลับต่างกันไป ส่วน NPC หลายๆ คนก็จะมีให้ผู้เล่นเลือกตอบบทสนทนาได้หลายรูปแบบ แถมเกมนี้ยังมีระบบ Persuasion ให้ผู้เล่น "คุยโน้มน้าว NPC" แบบสุดเจ๋งกว่าเกมก่อนแบบสุดๆ เพราะก่อนจะโน้มน้าวผู้เล่นจะต้อง "สังเกตุนิสัย & ดูว่า NPC เป็นคนยังไงให้ดีๆ" แล้วเราต้องมาเลือกบทสนทนาที่มีโอกาสโน้มน้าว NPC ได้สำเร็จให้ได้แต้มครบตามที่กำหนด ถ้าผู้เล่นตอบผิดก็อาจทำให้โน้มน้าวไม่สำเร็จ หรือถ้าผู้เล่นดวงดีก็อาจโน้มน้าวเขาสำเร็จในคำตอบเดียว ซึ่งมันช่วยทำให้การ Persuasion สนุกขึ้นจากเกม Fallout 4 มากๆ เลยถ้าผู้เล่นไปหาเบาะแสจุดอ่อนของ NPC คนนั้นมาก่อนหน้า ตอนใช้ระบบ Persuasion ก็จะทำให้โอกาสสำเร็จง่ายขึ้นด้วย ส่งผลให้ผู้เล่นสายเจรจาจะฟินมากส่วนเรื่องระบบ "ต่อสู้" เกมนี้ก็ถือว่าทำออกมาได้ดีเหมือนของเกม Fallout 4 ไม่ว่าจะตอนสู้ด้วยปืนหรือตอนขับยาน โดยตอนขับยานผู้เล่นนั้นยังจะต้อง "บริหารพลังงานว่าจะไปเน้นที่ระบบไหนไปด้วย" สมมุติเราสามารถลดพลังงานความเร็วของยานให้บินช้าลง แล้วเอาพลังไปเพิ่มให้ปืนของยานโจมตีแรงขึ้นได้ หรือเราจะถอดพลังงานทุกระบบออก และใส่พลังงานความเร็วเพียงแค่ระดับ 1 เพื่อทำให้ยาน "ลอบเร้นไม่ให้ศัตรูตรวจพบเจอ" ก็ทำได้เช่นกัน แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างมากๆ คือ "เกมมีระบบให้ผู้เล่นต้องรับมือหลายอย่างมาก" ยกตัวอย่างถ้าเราไปเดินบนดาวที่ไม่มีอ็อกซิเจน เราก็สามารถค่อยๆ พลังชีวิตลดแล้วตายได้ ถ้าหากไม่ใส่หมวกให้อ็อกซิเจน หรือเราสามารถป่วยแล้วมีอาการ "ไอ" ทำให้ Stealth แตกง่าย และต้องไปหายามารักษา (พวกอาการป่วยในเกมนี้มีหลากหลายแบบมาก) โดยจุดนี้อาจไม่ทำให้เกมเพลย์ท้าทายขึ้นขนาดนั้น แต่มันช่วยให้ผู้เล่นได้อรรถรสมนุษย์ยุคอวกาศเอาเรื่องเลยในเกมนี้มีอาวุธประชิต และอาวุธปืนให้เลือกใช้เยอะมาก รวมทั้งอย่าลืมว่าสามารถปรับแต่งได้ แถมปืนยุคมนุษย์ยังอยู่แค่บนโลกก็มีให้ใช้นะระบบชุดเกราะในเกมนี้จะมีทั้งแบบ "ชุดธรรมดา" กับ "ชุดเกราะสามารถป้องกันพิษอันตรายต่อร่างกาย" เราสามารถตั้งให้เวลาที่ตัวเอกอยู่บนดาวไม่อันตรายจะไม่ต้องใส่ชุดป้องกัน แล้วตอนไปอยู่บนดาวมีพิษก็ให้ใส่อัตโนมัติก็ได้ ซึ่งมันช่วยเพิ่มอรรถรสมากแม้เกมเพลย์ของ Starfield จะฟังดูดีไปหมด แต่ในส่วนนี้ก็มีข้อเสียที่ร้ายแรงเหมือนกัน อย่างแรกคือ "การผจญภัยในเกมนี้ทำได้ไม่ดี" โดยหลักๆ เป็นเพราะระบบขับยานในเกมนี้ส่วนใหญ่จะให้ผู้เล่น "Fast Travel เพื่อลงจอดพื้นดาวหรือบินขึ้นอวกาศ รวมถึงตอนจะไปดาวดวงใหม่ๆ ก็ใช้วิธี Fast Travel" ซึ่งฟังเหมือนดูดีที่ทำให้ผู้เล่นได้ประหยัดเวลา แต่ผู้เล่นก็จะไม่รู้สึกได้ผจญภัยด้วยยานอวกาศเลย แถมยังทำให้ผู้เล่นต้องมาพบเจอหน้าคัทซีท & หน้าโหลดเยอะจนไม่ฟิน รวมทั้งแม้ผู้เขียนจะบอกว่าระบบต่อสู้ทำได้ดี แต่มันก็มีการ Downgrade จากเกม Fallout 4 ที่ทำให้ช่วงท้ายๆ เกมก็รู้สึกระบบต่อสู้น่าเบื่อได้เช่นกัน เพราะระบบต่อสู้นั้นจะมีแค่ให้ผู้เล่นยิงๆ ศัตรูจนพลังชีวิตหมดหลอดแบบไม่ค่อยมีลูกเล่นให้ใช้ลูกเล่นพิเศษอะไรมาช่วย แถมก็ยิงแขนขาศัตรูขาดตอนตายแบบเกม Fallout 4 ไม่ได้แล้วเวลาจะ Fast Travel ไปลงจอดบนดาวต่างๆ ยังต้องเข้าเมนูของเกมที่ไม่ลื่นไหลด้วย เรียกว่านอกจากไม่ทำให้อินก็ยังทำให้เสียอารมณ์อีกส่วนการผจญภัยภาคพื้นดินบนดาวต่างๆ แม้เราจะได้ไปเจอสภาพแวดล้อม, พืช, ธาตุ และเอเลี่ยนต่างกัน แต่มันก็งั้นๆ มาก แถมถ้าผู้เล่นจะสำรวจหาดันเจี้ยนหรือจุดลึกลับ ก็ต้องเดินไปแบบน่าเบื่อหลายร้อยเมตร แทบไม่เจอเซอร์ไพร์สอะไรตลอดทาง ส่งผลให้การผจญภัยเกมนี้ไม่ดีเท่าเกมก่อนๆ เช่นกันPerformance & GraphicStarfield ถือเป็นหนึ่งในเกมที่ก่อนวางขาย มีหลายคนนั้นกลัวมากๆ ว่า "เกมจะบั๊กเยอะ & เล่นไม่ลื่น" ตามสไตล์เกมก่อนๆ ของค่าย Bethesda แต่ทว่าเกมนี้ก็ถือว่าสร้างเซอร์ไพร์สมากๆ เพราะผู้เขียนนั้นแทบจะไม่พบเจอบั๊กในเกมเลย!!! ตั้งแต่เล่นมาเจอบั๊กที่ทำให้เล่นเควสต่อไม่ได้แค่ 1 ครั้งเท่านั้น ขณะที่พวกอาการ Crash หรือค้างบ่อยก็ไม่มีเลย สามารถเล่นได้ลื่นๆ อย่างมีความสุขบั๊กที่ผู้เขียนเจอคือกำลังจะไปคุยกับ NPC รับเควสหลัก แต่ NPC ดันบินขึ้นฟ้าหนีไปซะงั้น แต่แก้ไขได้ด้วยการโหลดก่อนมาเจอ NPC คนนี้นอกจากเกมจะลื่นๆ ปัญหาน้อย สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนถูกใจในเกมนี้มากๆ คือ "เกมมีการทำฉากได้สวยงานอลังจัดเต็ม" ไม่ว่าจะตอนที่ผู้เล่นไปลุยดันเจี้ยนต่างๆ หรือตอนเข้าไปในเมืองต่างๆ ตามหลายดาวของเกม ซึ่งในเมืองแรกนี่ก็จะเป็นเมืองใหญ่อลังมาก แต่ผู้เล่นยังเข้าไปสำรวจในพื้นที่ต่างๆ ได้เยอะด้วย แถมเกมยังมีการใส่ใจทำสถานที่ต่างๆ ออกมาให้ได้อรรถรส & พาผู้เล่นฟินสุดๆ ส่วนด้านกราฟิกเกมนี้ก็อาจไม่ได้สวยอันดับต้นๆ ของเกมยุคนี้ แต่พวก Texture นั้นก็ดูดี และเรื่องแสงภายในเกมก็ทำให้ภาพดูได้อลังเอาเรื่อง ส่งผลให้ด้าน Graphic นี่ถือว่าน่าประทับใจอยู่เช่นกันเมืองแรกสุดของเกม เชื่อว่าหลายคนต้องร้องว้าวแน่นอน แต่เกมก็ยังมีเมืองสวยอื่นๆ ให้เจออีกเพียบแต่ในด้าน Performance นั้นก็มีอย่างนึงคือเกมนั้น "กินสเปคการ์ดจอกับ CPU เอาเรื่องเลย" โดยผู้เขียนได้ใช้ซีพียู i5-12400f กับการ์ดจอ RTX 3070Ti สิ่งที่พบคือถ้าผู้เขียนจะเล่นลื่นๆ ที่ 40-60fps ก็ต้องปรับภาพกราฟิกอยู่ระดับ Medium ขณะที่ถ้าปรับ High หรือ Ultra ก็มีตกลงมาที่ 30fps เลยทีเดียว ซึ่งนี่ก็น่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมบน XBOX Series X l S ถึงล็อกที่ 30fps ด้วยนั่นเองเกมนี้ไม่มีระบบ Ray Tracing และมีระบบ AMD FSR2 ที่ช่วยลดขนาดจอภาพของเกมเพื่อให้เล่นลื่นขึ้น แต่ภาพตอนเล่นก็ยังสวยเหมือนปกติ โดยใช้ได้ทั้งชาวการ์ดจอ Nvidia หรือ AMD หรือ IntelสรุปStarfield เป็นเกมที่อยู่ในระดับดี แต่มันก็อาจไม่ได้ดีระดับยอดเยี่ยมเป็นถึงขั้นเกมแห่งปี เนื่องด้วยที่เกมนั้นทำเนื้อเรื่องมาได้ไม่น่าติดตามช่วงต้นถึงกลางเกม และระบบที่ใส่มาเพียบไปหมด แต่ดันทำได้ไม่สุดหลายส่วนจนทำให้คุณรู้สึกว่ามันเป็นเกมตะลุยอวกาศที่ไม่ได้มีความเจ๋งพิเศษ แต่ก็ด้วยความที่ในปัจจุบันมีเพียงเกม Starfield ที่ทำออกมาเป็นแนว Open World Action RPG ธีมยุคอวกาศ จึงส่งผลให้มันก็ยังถือเป็นเกมที่คุณไม่ควรพลาด หากเป็นคนชอบเล่นเกมแนว RPG หรือเกมที่ให้คุณได้เอาเวลาจำนวนมากไปใช้ชีวิตอยู่ในอีกโลกใบหนึ่ง รวมทั้งถ้าทนเล่นไปได้จนถึงช่วง New Game Plus คุณก็จะได้พบความเจ๋งที่ยังไม่เคยมีเกมไหนทำได้ขนาดนี้มาก่อน แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 20 ชั่วโมงนั่นเอง*ขอขอบคุณทาง Edelman Thailand ด้วยนะครับที่ส่งเกม Starfield มาให้พวกเราได้รีวิว*
05 Sep 2023
[Review] รีวิวเกม Atlas Fallen อีกหนึ่งความย่ำแย่ของผลงานวิดีโอเกมในปีนี้ ที่น่าผิดหวังในทุกภาคส่วน
ผลงานใหม่ของ Deck 13 เจ้าของผลงาน The Surge หันมาจับเกม Action RPG ทั่วไปกับเขาบ้าง เลยออกมาเป็น Atlas Fallen เกมนี้ แต่มันจะมีอะไรดี หรือน่าสนใจหรือไม่ วันนี้มาดูรีวิวของเรากันเรื่องราวแบบเหล้าเก่าในขวดใหม่อีกครั้ง ของคนไร้ชื่อที่บังเอิญได้กลายเป็นฮีโร่เรื่องราวของ Atlas Fallen เล่าถึงเทพผู้ต้องการพลังอย่าง The Essence ซึ่งพลังดังกล่าว ดันเติบโตและเก็บเกี่ยวได้บนโลกมนุษย์ เทพ Thelos เลยพยายามหาวิธีทำลายล้างโลกมนุษย์ด้วยการค่อย ๆ เก็บเกี่ยวพลังไปพร้อม ๆ กับวางแผนก่อการใหญ่ ในขณะที่ Nyaal วิญญาณลึกลับที่มีพลังได้สร้างถุงมือวิเศษขึ้นมา และขังตัวเองไว้ในนั้นจนกลายเป็นถุงมือพูดได้ (คุ้น ๆ ใช่หรือไม่ ?) และผู้ที่ได้พลังนั้นมาครอบครอง กลับเป็นตัวเอกไร้นาม (ที่ในเกมใช้ชื่อ The Unnamed) ที่กำลังเผชิญหน้ากับกองทหารรุกราน และต้องเอาตัวรอดจากไฟสงคราม แน่นอนว่าภารกิจครั้งนี้ ทั้งการเอาตัวรอดจากหายนะสงคราม และหายนะระดับโลกแดนดินจึงได้เริ่มต้นขึ้นอาจจะถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่ค่อนข้างพอเหมาะพอเจาะไปเสียหน่อย เมื่อ Atlas Fallen ดันมีพล็อตแบบถุงมือวิเศษพูดได้อย่าง The Gauntlet อยู่ในเกม เพราะเมื่อช่วงต้นปี เกมของ Square Enix อย่าง Forspoken ก็มีพล็อตจำพวกกำไลโบราณพูดมากแบบนี้อยู่ เพียงแต่ว่าถุงมือโบราณในเกมนี้ไม่ได้พูดมากน่ารำคาญเท่า และฉากหลังของเกมก็ไม่ได้พาผู้เล่นไป Isekai ต่างโลกแบบ Forspoken ด้วย ดังนั้นถ้าจะมีจุดเหมือนก็น่าจะแค่การมีวัตถุแปลก ๆ ปากมากในเลเวลที่ต่างกันเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม เนื้อหาที่ Atlas Fallen ตั้งใจจะนำเสนอมันก็ไม่ได้มีอะไรใหม่เลย มันยังคงเป็นเรื่องราวของคนไร้นามที่จับพลัดจับผลูกลายมาเป็นวีรบุรุษ หรืออาจจะเป็นตัวกำหนดโชคชะตาอะไรสักอย่าง ซึ่งในเกมนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องของบ้านเกิดเมืองนอน หรือแผ่นดินใหญ่อยู่ดี รวมไปถึงทางผู้สร้างเอง เขาก็ไม่ได้คิดที่จะพยายามนำเสนออะไรที่มันใหม่ไปมากกว่านี้ด้วย ด้วยรูปแบบการเล่าเรื่องที่ตรงแบบสุด ๆ บวกกับบทสนทนาที่เหมือนขาดการขัดเกลา ตลอดเวลาการเล่น เราจะเห็นบทสนทนาง่าย ๆ ไม่ลึก ไม่ซับซ้อน ไม่คมคาย อารมณ์เหมือนกับเขียนบทมาให้มันจบ ๆ ไป ซึ่งถามว่ามันดีไหม มันก็อยู่ในระดับที่สนุกไปกับมันได้ แต่ก็ไม่ใช่ของใหม่ที่เราจะต้องว้าวกันอย่างแน่นอน ทำให้เนื้อหาของ Atlas Fallen เป็นอีกครั้งที่เราต้องใช้คำว่า "เหล้าเก่าในขวดใหม่"ระบบการนำเสนอและเกมเพลย์การเล่นที่ตกยุคแบบสุด ๆน่าเสียดายสำหรับใครที่ผิดหวังในส่วนของเนื้อเรื่องและจะมาหวังกับ Gameplay เราขอดักคอไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยว่า น่าผิดหวังไม่ต่างกัน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมบางคนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าปีนี้มีเกมนี้ออกวางจำหน่ายด้วย สำหรับ Atlas Fallen นั้น ใช้เกมเพลย์แบบที่แฟน ๆ คุ้นเคยกันดีนั่นคือ Open World ผสมกับความเป็น Action RPG ที่แทบจะไม่มีอะไรใหม่ใส่เข้ามาด้วยเลย แต่การนำเสนอระบบแบบต่าง ๆ นั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงไป แต่ส่วนมากก็คือการหยิบเอาบางระบบนั่นแหละมาดัดแปลงใหม่ ใส่เป็นของตัวเอง ในแง่ของระบบเกมเพลย์การเล่น ใครที่เล่นเกม Action RPG มาเยอะ ๆ จับแปปเดียวก็น่าจะรู้เรื่อง มันคือเกมที่เราจะได้ออกลีลาวาดลวดลายต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์โดยเกมนี้เราจะได้ใช้ถุงมือที่มีพลังโบราณเป็นอาวุธ และมี Stance การต่อสู้ให้เลือกใช้สองแบบด้วยกันคือ Sandwhip และ Dunecleaver แต่เราสามารถสลับไปมาระหว่าง 2 Stance นี้ได้ง่าย ๆ ด้วยการคลิกซ้ายหรือคลิกขวาง่าย ๆ โดยแบบ Sandwhip จะมีความรวดเร็วและความคล่องตัวที่สูงกว่า ส่วนแบบ Dunecleaver จะมีพลังโจมตีสูงกว่าแต่ช้ากว่านอกจากนั้นตัวละครยังมีหลอด Momentum ที่เปรียบกับเกมอื่น ๆ แล้ว มันก็คือหลอดมานาสำหรับกดร่ายสกิลต่าง ๆ แต่สำหรับเกมนี้ก็ดูไม่มีค่าความสำคัญอะไรเลย นอกเสียจากการกดใช้เพื่อออกท่าโจมตีพิเศษที่มีความรุนแรงมากขึ้น โดยการเก็บหลอด Momentum นี้ก็ได้จากการโจมตีปกติทั่วไปตามสูตรเกมเดิม ๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ระบบการต่อสู้ของเกมนี้ นอกจากอาวุธสองโหมดแล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือระบบ Essence Stone การใส่หินนี้ให้กับตัวละคร จะทำให้การโจมตีรูปแบบต่าง ๆ ได้รับการอัปเกรด เช่นต่อยเป็นพายุหมัดทอร์นาโด หรือใช้ค้อนออกมาสองอันพร้อมกัน โดยหิน Essence Stone ก็ได้ทั้งจากการทำภารกิจหลัก และภารกิจรองต่าง ๆ และมันมีรูปแบบทั้งหมดที่เราสามารถเก็บได้ แต่เอาจริง ๆ ถึงเวลาเล่น เราก็จะเจอแบบที่ชอบอยู่แค่ไม่กี่อย่างเท่านั้นแหละ และบางสกิล ใส่ซ้อนกันก็ใช่ว่ามันจะทำงานพร้อมกันได้ดี สรุปก็คือแทบไม่มีความจำเป็นจะออกไปเก็บให้ครบ หาอันดี ๆ สักชุด แล้วอัปเกรดใช้งานไปเรื่อย ๆ ก็เพียงพอแล้วและเวลาต่อสู้กับมอนสเตอร์ ส่วนมากก็จะเป็นรูปแบบเดิม ๆ คือการพยายามหลบหลีกการโจมตีของศัตรูและสวนกลับเท่านั้น การจะหาหีบไอเทมที่เป็นวัตถุดิบสำหรับการอัปเกรดถุงมือหรือ Essence Stone ก็คล้ายกันหมด ทำให้เกมเพลย์นั้นรู้สึกซ้ำซากจำเจอย่างถึงที่สุด ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมสตูดิโอที่เคยสร้างเกมเจ๋ง ๆ อย่าง The Surge ถึงมามือตกเอา และดูเหมือนเป็นเกมที่ไม่ได้รับความใส่ใจในการพัฒนาเลยแม้แต่น้อยโลกของเกมถูกนำเสนอเป็นแบบ Open World ก็จริง แต่ก็ไม่ได้กว้างขวาง หรือมีพื้นที่อะไรให้เราสำรวจมากมายนัก แต่จุดที่ต้องขอชม และชื่นชอบเป็นการส่วนตัวคือเรื่องของการเดินทางภายในเกมที่มีความคล้าย Forspoken อยู่อีกส่วน โดยในเกมนี้ หากเหยียบอยู่บนพื้นดินปกติ ก็จะเป็นการเดินทางแบบทั่วไป แต่ถ้าเมื่อไรที่เราเหยียบไปบนพื้นทราย ตัวละครของเราจะเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวไปเป็นการขี่ทราย เหมือนกับการขี่เซิร์ฟบอร์ดบนน้ำทะเล เท่ใช้ได้ และที่สำคัญคือ เป็นการทำให้การเคลื่อนไหวของตัวละครค่อนข้างลื่นไหลกว่าที่คิด แต่ก็นั่นแหละ เพราะสุดท้ายมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรมาก หากเดินทางบ่อย ๆ ในระยะไกล การใช้ Fast Travel ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอยู่แล้วที่น่าปวดใจก็คือ เกมนี้ขายความเป็น Open World ในระดับหนึ่ง แต่โลกของเกมมันช่างอ้างว้าง เงียบเหงา ไร้ซึ่งความน่าสนใจใด ๆ ด้วยความที่อยากจะขายฉากหลังเป็นเมืองท่ามกลางทะเลทรายอยู่แล้ว นอกเสียจากซากปรักหักพัง และเมืองที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เกมก็ขาดความน่าสนใจในการออกสำรวจอย่างสิ้นเชิง ชนิดที่ว่าถ้าไม่มีเควสท์หรือภารกิจใด ๆ ให้ทำก็แทบจะไม่อยากออกสำรวจ อยากจะดิ่งเนื้อเรื่องให้มันจบ ๆ ไป แถมดีไม่ดี บางคนอาจจะเล่นไม่จบด้วยซ้ำถ้าให้มองหาข้อดีนั้น อาจจะพอบอกได้ว่า Movement และบางช่วงของเกมก็สนุกดี จากการออกแบบระบบการเคลื่อนที่บนทราย และความสามารถในการ Double Jump หรือ Air-Dash แต่เกมอื่นเขาก็มีระบบแบบนี้กันอยู่แล้ว เพียงแต่เกมนี้เอามาใช้และทำให้มันสนุกได้ในบางช่วง ซึ่งก็นั่นแหละครับ ทุกอย่างล้วนตกยุค ผิดที่ผิดทางไปหมด ยิ่งภารกิจเนื้อเรื่องนี่ยิ่งงงหนัก ว่าทำไมต้องให้เราทำอะไรซับซ้อน เช่นการไปหาเศษถุงมือมาอัปเกรด รวมไปถึงไม่บอกตำแหน่งที่ชัดเจนด้วย ปล่อยให้ผู้เล่นคลำหากันเอง รับรองว่าใครเบื่อง่าย เจอเส้นเรื่องภารกิจหลักเข้าไป โอกาสเลิกจากตรงนี้ สูงมาก ๆ..หากเกมนี้ได้รับการโปรโมทที่ดังกว่านี้ มันอาจจะโด่งดังขึ้นมาในฐานะเกมยอดแย่ก็ได้ ซึ่งก็ดีแล้วที่มันไม่ดัง และเราคงอยากบอกคุณผู้อ่านที่สนใจเกมนี้ว่า เก็บเงินไว้รอซื้อเกมอื่น ๆ ยังน่าจะดีกว่ากดเกมนี้มาเล่น ต่อให้ลดราคา เราก็ไม่แนะนำ..
02 Sep 2023
[Review] รีวิวเกม CORNUCOPIA เกมทำฟาร์มมุมมอง Side Scrolling น่ารักเล่นเพลิน
CORNUCOPIA เกมแนว 2.5D ที่มีบรรยากาศแบบชนบท มี NPC กว่า 50 ตัว, มีระบบนวัตกรรมการทำปุ๋ย, ระบบการ์ดที่ไม่เหมือนใคร และสูตรอาหารกว่า 200 สูตร เจอเพื่อนพบปะแต่งงานและมีลูกกับ NPC 31 คน (คอนเซ็ปต์ดูเป็นไอ้ต้าวคนเจ้าชู้มาก ๆ ฮ่า ๆ) ร่วมงานเฉลิมฉลอง, เทรดสัตว์ที่การประมูล, ตกปลา, สร้างของ, ทำการเกษตร และเล่นมินิเกมต่าง ๆ มากมาย เอาจริง ๆ ในตอนแรกแค่อ่านคอนเซ็ปต์ของเกมผมแค่เริ่ม ๆ สนใจเองนะ ยังไม่ได้อยากลองเล่นอะไรมากมายเท่าไหร่ แต่พอได้เห็นภาพของเกมเท่านั้นแหละกระเหี้ยนกระหือรือขึ้นมาเลย เลยไปจัดตัวทดลองมาวอร์ม ๆ ดูก่อน ภาพเกมคือแบบทำให้คิดถึงเกมระดับตำนานอย่าง Kunio มาก ๆ เป็นเกมทำฟาร์มที่มีแนวการเล่นที่ดูแปลกใหม่ แปลกตา ถ้าให้ดูจากภาพเผิน ๆ เหมือนจะเป็นการทำฟาร์มแบบ Side-scrolling น่าสนใจจุงเบย การตีหินตีไม้ก็มีค่าพลังขึ้นมาเหมือนเล่น Ragnarok ดูภาพตัวอย่างเกมไปก็ได้แต่ร้อง ว้าว ว้าว ว้าว ปะไปดูในเกมกันดีกว่าครับว่าจะบ้งไม่บ้ง มาฮะมา มาโดนผมป้ายยาซะดีดีเนื้อเรื่องแบบนี้หรือว่าเราจะเป็นกัปตัน? (ไม่สปอยล์ แค่เนื้อหาช่วง Intro)เราโดนพบเจอระหว่างที่โดนแช่แข็งอยู่ในเหมืองเก่า (นี่หรือเราจะเป็นกัปตันก้นสวย? 555) โดยคุณลุงชาวบ้านท่านหนึ่งชื่อว่า Rufus คุณลุงท่านนี้นี่แหละที่ไปตามคุณหมอ Andre มาดูอาการให้เรา คอยเป็นห่วงเป็นใยเราอยู่ตลอด ไม่มีใครคิดเลยครับว่าเราจะรอด จนคุณหมอได้ละลายน้ำแข็งและได้ยินเสียงหัวใจของเราเต้นครับ ทุกคนตกใจ ประหลาดใจ และดีใจมาก ๆ ที่เรารอด คุณลุงที่เป็นคนเจอเราได้พาเรานั่งรถเพื่อกลับเข้าเมืองเพื่อไปพักฟื้นที่บ้านของเขา ระหว่างทางก็จะมีอุปสรรคต่าง ๆ มาเป็น Toturial สอนเราใช้งานการบังคับปุ่มต่าง ๆ ภายในเกมครับ เมื่อถึงบ้านของคุณลุง เราจะได้รู้ว่าเขาเป็นเจ้าของฟาร์ม เขาจะให้เราพักอาศัยอยู่กับเขาไปก่อนจนกว่าความทรงจำของเราจะฟื้นกลับมา แหมเนื้อเรื่อง Intro มันมาดีเว้ยเกมนี้ ระบบการเล่นอะไรก็ดูดี และแปลกใหม่อยู่เหมือนกัน อันนี้ผมวัดจากที่ผมลองเล่นจาก Toturial นะฮะ ปะเราไปดูด้านเกมเพลย์กันต่อดีกว่าครับทุกคนนนนน ผมนี่ตื่นเต้นเหมือนจะได้เจอเพชรเม็ดงาม ฮ่า ๆเกมเพลย์ดูดีมีลูกเล่นบางอย่างที่แตกต่างจากเกมแนวเดียวกันคอนเทนต์ในเกม CORNUCOPIA นั้นทำให้ผมได้เห็นว่า ถึงจะเป็นเกมแนวเดียวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันก็ได้ เกมเพลย์ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเกมอื่นมากนักครับ เราจะได้ทำไร่ ทำฟาร์ม เลี้ยงสัตว์ แบบวนลูปอยู่ดี แต่ในเกมนี้นั้นผู้พัฒนาได้ใส่ลูกเล่น ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้เล่นอย่างเราได้สัมผัสกับประสบการณ์ในเกมที่แตกต่างจากเกมแนวนี้ในท้องตลาด ไม่ว่าจะเป็นการถอนหญ้าด้วยมือ การเด็ดดอกไม้ การดึงเห็ด มันเลยทำให้การเล่นเกมสนุกมากขึ้นสัตว์ต่าง ๆ ในฟาร์มของเราเราสามารถนำน้อง ๆ มาช่วยเราทำงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการทุบหิน กำจัดวัชพืช ตัดไม้ เออก็สร้างความสะดวกให้กับผู้เล่นดี และก็แปลกตาไปมาก ๆ จากเกมอื่น ๆ เควสต่าง ๆ จาก NPC ที่มาเพิ่มความสนุกให้กับการเล่นเกม ต้องหาของ ต้องไปรังลับ ไหนจะต้องไปลงดันเจี้ยนเพื่อตีมอนสเตอร์อีก ก็เป็นอะไรที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นได้ การทำอาหารที่ต้องใส่วัตถุดิบเอง ต้มเอง ใส่น้ำเอง เบาไฟอะไรเอง เออมันแอบสร้างแรงดึงดูดในเกมเล่นเกมอยู่นะทำเล่นไป ฮ่า ๆ ปะเดี๋ยวผมจะพาไปดูว่าในเกมมีอะไรน่าเล่นบ้าง เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างคอนเทนต์ในเกมมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันนะฮะ แต่ต้องขออภัยไว้ ณ ตรงนี้ด้วยว่า อาจจะป้ายยาทุกระบบในเกมไม่ได้ เพราะลูกเล่นของเกมนี้เขาเยอะเกินกว่าที่ผมจะขนมาเขียนให้เพื่อน ๆ อ่านในบทความนี้ได้ ฉะนั้นถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ไปซื้อมาเล่นเป็นเพื่อนกันอีกสักเกมก็คงไม่เป็นไรหรอกเนอะ ฮ่า ๆการทำฟาร์มมีลูกเล่นเป็นของตัวเองอยู่บ้างโดยทั่วไประบบการทำไร่ ไถนาของเกมนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรจากเกมอื่นมากนักครับ แต่เมล็ดพืชพรรณต่าง ๆ เนี่ยก็จะดรอปมาจากเวลาเราดึง เราฟัน หรือเราเด็ดวัชพืช เกมนี้ก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่ผมมองว่า เราเดินเก็บนู่นเก็บนี่โยนตลาด เราก็รวยแล้วครับ เพราะต้นไม้ต่าง ๆ ในเกม มันโตเร็วมาก อาจจะไม่เร็วขนาด Orange season แต่ก็ถือว่าเร็วสำหรับผม ผลผลิตเกมนี้เราสามารถใช้อุปกรณ์เก็บเกี่ยวก็ได้ ใช้มือถอนออกมาก็ได้ ซึ่งการถอนในเกมนี้เนี่ยก็จะทำให้เราได้ไอเทมต่าง ๆ เพิ่มขึ้นด้วย แต่แค่เราต้องเสียเวลากับการถอนมันทีละต้นครับการรดน้ำต้นไม้ ที่จะบอกว่าคือดี เกมนี้เราสามารถคราฟต์อุปกรณ์รดน้ำแบบออโต้ได้ตั้งแต่ต้นเกมเลยครับ แต่ใครจะใช้บัวรดน้ำก็ได้ มีมาให้ได้ใช้งานอยู่เหมือนกัน การรดก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากเกมอื่น ก็เดินรดมันไปเรื่อย ๆ จนครบ น้ำหมดก็เดินไปตักน้ำ ก็เป็นสไตล์เดิม ๆ ที่เพลย์เยอร์อย่างเราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วครับดินของเกม CORNUCOPIA นี่แหละครับ ที่ผมมองแล้วว่ามันดูแตกต่างจากเกมอื่น ๆ ให้สังเกตจากสีของดินเวลาเราขุดเพื่อที่จะปลูกผัก ดินที่มีแร่ธาตุเนี่ยก็จะแตกต่างจากสีดินปกติครับ เมื่อเราปลูกผักในบริเวณนั้น ๆ ก็จะทำให้เราได้ผลผลิตที่เยอะเป็นพิเศษ ยิ่งถ้าเราใส่ปุ๋ยเพิ่มลงไปอีกนะ เราก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี เก็บเกี่ยวได้ในจำนวนที่มากขึ้น เวลาเราเอาผักไปโยนขาย เราก็จะได้กำไรมากขึ้นด้วยครับการเลี้ยงสัตว์น่ารักจัง เดินตามได้ด้วยเราก็แค่เล่นเกมตามเนื้อเรื่องไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวเราจะได้สร้างฟาร์มครับ สัตว์ต่าง ๆ จะถูกเลี้ยงอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ตื่นเช้ามาก็ต้องแวะมาให้อาหาร คุยกับน้อนเพิ่มความรักความห่วงใยกันหน่อย เลี้ยงไปเรื่อย ๆ เราก็จะสามารถได้ผลผลิตจากน้อน ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็น นม ไข่ เราก็สามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นได้ จะเก็บไว้ทำอาหารเพื่อเพิ่มบัฟให้กับตัวเองก็ได้ หรือให้เป็นของขวัญกับชาวเมืองก็ได้อีกเช่นกันครับ แล้วความน่ารักไม่ได้จบแค่ที่ผมได้เล่ามา ถ้าเพื่อน ๆ มีสัตว์ตัวโปรด เราสามารถตั้งค่าน้อง ๆ ให้เดินตามเราได้ น้องจะช่วยงานเราครับ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ การช่วยเก็บผลผลิต การขุดดิน ฯลฯ แหม!!! มันน่ารักอย่างเดียวไม่พอ มันยังมีประโยชน์ให้กับเราอีกด้วยการต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์เกมนี้มีเลเวลตัวละครครับ เราสามารถมาฟาร์มมอนเพื่อเก็บค่าประสบการณ์ในเหมืองได้ด้วย ได้ทั้งแร่ ทั้งเลเวล มอนต่าง ๆ มีระดับเลเวลแตกต่างกันไปตามระดับความลึกของเหมือง ผมมองว่าการมาเข้าเหมือง เหมือนการเข้าดันเจี้ยนยังไงยังงั้นเลย เพราะมีบอสให้เราได้สู้ด้วย เราสามารถอัปสกิลต่าง ๆ ได้เมื่อเลเวลเราอัปครับ ถ้าเราอยากได้บัฟต่าง ๆ นั้น เราสามารถทำอาหารเพื่อเพิ่มความสามารถให้กับตัวละครของเราได้ แถมยังพาสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไปช่วยต่อสู้ได้ด้วย ผมลืมบอกไปว่ามอนสเตอร์นั้นไม่ได้มีอยู่แค่ในเหมืองเท่านั้นนะครับ เราสามารถเจอมอนได้ทุกที่ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา หรือแม้แต่บ้านของเรา ฮ่า ๆ และในเหมืองยังมีปริศนาต่าง ๆ ให้เราได้ไปแก้กันด้วยMinigameผมไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันว่ามินิเกม หรือการสุ่มดวงดี ฮ่า ๆ เมื่อเราทำฟาร์ม ทำเควส หรือทำอะไรก็แล้วแต่ที่ได้รางวัล บางทีเราจะได้รับ หวยขูด (เรียกงี้ได้ไหมอะ ฮ่า ๆ) เออก็เพลิน ๆ ดีนะ ได้มาหลายใบ มีหลากหลายรางวัล รางวัลก็จะแตกต่างกันไปตามลักษณะรูปภาพ สมมติว่าเป็นรูปอาหาร เมื่อเราขูดล็อตโต้แล้ว รางวัลในล็อตโต้ที่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวัตถุดิบอาหาร ซึ่งมันสนุกดีที่ได้ลุ้นตลอดว่าแจ็กพ็อตจะแตกไหม ซึ่งก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ชีวิตจริงหวยกินยังไง ในเกมก็โดนอย่างนั้นแหละ ฮ่า ๆสรุปถึงแม้ปัจจุบันจะอยู่ในสถานะ Early Access น่าเสียดายที่เป็นเกมอินดี้ที่คนไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เกมนี้ยังมีอะไรให้ทำอีกเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงหมาพูดได้, การทำเควส, การตกปลา และอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย ที่ผมไม่ได้ยกมาพูดถึงในบทความนี้ เพราะผมกลัวบทความจะยาวจนเกินไป ถ้าถามว่าควรซื้อไหม ผมก็มองว่าเกมนี้เนี่ยวัดดวงเลยครับ มันวัดดวงยังไง คือถ้าคนไม่ชอบเนี่ยก็คือจะไม่ชอบเลย ด้วยความที่มันเป็นการทำฟาร์มแบบ Side scrolling เดินซ้ายขวาบนล่างคล้าย ๆ กับเกม kunio แล้วแมปมันก็ไม่ได้กว้างและไม่ได้รวมกันอยู่ในพื้นที่เดียว เราต้องเดินเปลี่ยนฉากไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันทำให้ผมเกิด motion sickness อยู่บ่อยครั้ง ถ้าใครเมาเกมแบบผมผมบอกเลยว่า มันจะเกิดอาการเล่น ๆ หยุด ๆ อยู่บ่อยครั้ง ทำให้การเล่นเกมขาดตอนครับ ครั้นพอจะมาเล่นอีกก็กลัวจะปวดหัว ส่วนถ้าใครที่เล่นแล้วชอบเนี่ย แล้วทนทางต่อแรง G มากกว่าผม ผมบอกเลยว่าเพื่อน ๆ จะหลงรักเกมนี้แน่นอนครับ ด้วยความที่เกมเพลย์มันแปลกใหม่แตกต่างจากเกมทำฟาร์มเดิม ๆ มีเนื้อเรื่องที่สนุกน่าติดตามว่าเราเป็นใครมาจากไหน ทำไมโดนแช่แข็งอยู่ในเหมือง ตื่นมาพร้อมกับความทรงจำที่หายไป แล้วมันหายไปได้ยังไงกันล่ะ? เรานี่แหละครับที่ต้องไปตามหาปริศนาในเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวละครของเรา ในเกมมีมินิเกมให้เราได้แก้ Puzzle กันอีกหลายภาคส่วน ใครสนใจผมบอกเลยว่าเป็นเกมอินดี้ที่น่ามีสะสมเอาไว้ครับ ราคาไม่แรงสามารถสั่งซื้อได้ผ่าน Steam สนนราคาเพียง 495 บาทเท่านั้น! ใครกลัวไม่คุ้มแนะนำรอลดครับ ใกล้จะถึงช่วงลดกระหน่ำท้ายปีแล้ว มีหลากหลาย Sale ให้เราได้รอไปจับจ่ายใช้สอยกันไม่ว่าจะเป็น Halloween Sale ช่วงเดือนตุลา, Autumn Sale ลากยาวกันไปจนถึง Black Friday Sale ในช่วงเดือนพฤศจิกา, แล้วไปปิดท้ายที่ Winter Sale ยาวไปจนถึงช่วง New Year Sale ผมคิดว่าไปรอซื้อช่วง Sale ก็ไม่ได้เสียหายอะไร เราจะประหยัดเงินได้อีกหลายร้อยเลยสำหรับเกมนี้สั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1681600/Cornucopia/
24 Aug 2023
[Review] รีวิวเกม ORANGE SEASON เกมทำฟาร์มภาพ Pixel ที่กำลังสร้าง มองข้ามไปก่อนก็ได้
ORANGE SEASON เกมทำฟาร์ม เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ สไตล์ Stardew Valley ตัวภาพมีความน่ารักคิกขุอาโนเนะ เปิดวางขายบน Steam มาตั้งแต่ 22 เมษายน 2017 ผมได้แต่นั่งมองนอนมองว่าเมื่อไหร่มันจะลดสักที จริง ๆ มันลดไปหลายรอบแล้วแต่ด้วยความที่ดองเกมไว้เยอะมาก ๆ เลยได้แต่เมียงมองไว้ก่อน ฮ่า ๆ จนวันนี้... อาจจะไม่ใช่วันที่เพื่อน ๆ มาอ่านนะฮะ อาจจะเลยไปนานแล้ว ถ้ามาอ่านช้าไปก็รอมันลดรอบต่อไปละกันนะฮะเพื่อน ๆ อะอะมาว่ากันต่อจนวันนี้ผมนั่งไถ ๆ ดูเกมใน Wishlist แล้วก็ได้สะดุดกึ้ก!!! มือไม้สั่นรีบเติมเงินเข้า Steam เพราะ ORANGE SEASON ลดอยู่ 30% ราคากำลังน่ารักน่าชังเลยกดมาลงคลังไว้สักหน่อย เอาจริง ๆ ไม่อยากจะคาดเดาอะไรทั้งนั้น แต่แอบมีคิดในหัวอยู่เบาเบาเหมือนกันว่ามันจะสู้ Stardew ได้ไหมน้าาา อยากจะป้ายยาเพื่อน ๆ แต่ก็กลัวว่ามันจะไม่สนุกขนาดนั้นน่ะสิ งั้นเอางี้ผมรีวิวตามจริงเลยละกัน ห้ามงอนกันนะถ้าผมไม่ได้อวย ฮ่า ๆเนื้อเรื่องเริ่มมาแบบง่าย ๆ พุ่งเข้าประเด็น ไม่เท้าความเนิบนาบปกติเกมแนวนี้ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ น่าจะคุ้นเคยกันดี เนื้อเรื่องของเกมจะเริ่มมาเหมือน ๆ กันที่หนีชีวิตในเมือง หนีงาน หนีปัญหา มาทำไร่ ทำฟาร์ม เลี้ยงหมู เลี้ยงหมาไปวันวัน ได้รับมรดกจากโคตรเหง้าศักราช คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือแม้แต่คุณลุง ทั้งชวนมาอยู่ตอนมีชีวิตบ้าง จากโลกนี้ไปแล้วบ้าง ซ้ำซากจำเจวอแวอยู่กับเนื้อเรื่องแบบนี้กันมาทุกเกม แต่เกมนี้แตกต่างออกไป เริ่มเกมปุ๊บเข้าประเด็นปั๊บ...ตัวเอกที่เราบังคับเนี่ยซื้อฟาร์มมาครับ เราเนี่ยคิดว่าฟาร์มที่เราซื้อมาจะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ เพราะถูกทิ้งร้างและได้มาในราคาถูก เนื้อเรื่องเริ่มต้นมามีเพียงเท่านี้ และไม่ได้เท้าความอะไรให้เยอะแยะครับ เปิดตัวมาเราจะยืนคุยอยู่กับ Julia นายกเทศมนตรีของเมือง Orange Season และน้องชายของเธอชื่อ Benjamin คุยกันไปกันมาจูเลียจะต้องไปทำธุระต่อที่อื่นจึงมอบหมายให้เบนจี้น้องชายของเธอดูแลเราต่อ และคอยแนะนำสิ่งต่าง ๆ เบนจี้จะพาดูเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในฟาร์ม และสอนเราใช้งาน และเบนจี้จะมอบอุปกรณ์ทำฟาร์มเอาไว้ให้เรา ซึ่งเป็นของขวัญต้อนรับเราจากชาวเมืองครับ (เขาหุ้นกันซื้อมาให้เราเลยนะ) หลังจากนั้นเบนจี้ก็จะกลับไปและทิ้งเควสเอาไว้ให้เราฝึกฝีมือการเพาะปลูกเล็กน้อยไอ้รวบรัดอะมันก็ดี แต่นี่แทบไม่รู้เลยว่าตัวเอกเป็นใครมากจากไหน? ทำอะไรมา? ผมได้แต่นั่งงงว่าชาวเมืองเขาไม่อยากรู้หัวนอนปลายเท้าคนแปลกหน้าคนนี้เลยเหรอ? ฮ่า ๆ ในส่วนนี้ผมว่าดีตรงที่มันไม่ยืดยาดน่ารำคาญ คุยกันเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วได้เล่นเกมเลย แต่ในมุมกลับกันมันก็น่าจะมีมิติของสตอรีไลน์อะไรให้ลุ้นมากกว่านี้หน่อย ให้เราอินกับตัวละครสักนิด เออนายมีปูมหลังมาแบบนี้นะ ไม่ใช่จบที่ว่าเบนจี้แค่อยากเผือกนิดหน่อย มีบทสนทนาก่อนเบนจี้จะกลับบ้าน...Benjamin : เออก่อนผมจะกลับ ผมอยากรู้ว่าทำไมนายถึงเลือกจะมาซื้อฟาร์มแล้วทิ้งทุกอย่างมาอยู่ที่เมืองชายขอบแบบนี้ล่ะ?Me : เหตุผลง่าย ๆ นิดเดียวเลยครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกถึงการมีชีวิตชีวิตโหดร้ายขนาดไหนกันวะเนี่ยยยยยย ก่อนหน้านี้คือตายล้วน? หยอกหยอก ฮ่า ๆ ๆ สรุปพวกเราก็ยังไม่ได้รู้อะไรอยู่ดีครับ เอาน่าเล่นไปเรื่อย ๆ อาจจะค่อย ๆ คลายปม หลังจากนี้ผมและเพื่อน ๆ ต้องต่างคนต่างเล่นแล้วนะฮะ ถ้าอยากรู้เรื่องราวต่อไปปะไปซื้อเกมกัน ป้ายยา ป้ายยา ว่าแต่ยาไม่ค่อยแรงเลย ฮ่า ๆเกมเพลย์เล่นไปเล่นมาติด Bug จนท้อบอกเลยว่าสำหรับเกมเพลย์และคอนเทนต์ต่าง ๆ ของเกมนี้ สร้างความหงุดหงิดใจและความน่าเบื่อให้ผมเลยตั้งแต่ 5 นาทีแรกที่เริ่มเล่นเกม คอนเทนต์ที่หละหลวมและมีข้อบกพร่องให้พบเห็นค่อนข้างเยอะ Bug มากมายที่ไม่เป็นมิตรกับเพลย์เยอร์ เลยทำให้การเล่นเกมไม่มีความสมูตและลื่นไหล เสียดายที่ภาพของเกมทำออกมาได้น่ารักมาก ๆ แต่ผมต้องพยายามเล่นมัน ที่ผมใช้คำว่าพยายามคือพยายามจริง ๆ นะฮะ ฝ่าฟันกับอภิมหา Bug การ Interact กับสิ่งต่าง ๆ ก็ไม่รู้จะยากไปไหน ยากจนเศร้า คืออยากเล่นต่อ แต่กลายเป็นว่าต้องเล่นแบบฝืน ๆ เพราะอยากจะเอามารีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน เดี๋ยวผมจะแยกย่อยตามหัวข้อต่าง ๆ ให้เห็นเลยว่า เราจะติดบัคกันในทุกอิริยาบถ ของทุก ๆ คอนเทนต์ในเกม ฮ่า ๆ ๆ ก่อนเข้าเกมผมบอกเลยว่าผมกะมาอวยยศให้เขาเลย พอเล่นแล้วยิ้มแห้ง แอบเสียดายเงินนิดนุง 555555การทำไร่ที่คุ้นเคย แต่ไม่อยากจะเอ่ยถึงบัวรดน้ำการทำฟาร์มของเกม ORANGE SEASON นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากเกมอื่นมากนักครับ ใช้จอบขุดดิน โรยเมล็ดลงไป และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการรดน้ำ แต่ที่จั่วหัวมาว่าไม่อยากพูดถึงพี่บัวรดน้ำก็เพราะ "มัน Bug ครับ" ไอ้แหล่งน้ำเกมนี้ต้องชมเลยว่ามันมีบ่อน้ำใกล้ ๆ กับแปลงผักของเรา ซึ่งเราจะไม่ต้องเดินไปตักน้ำไกล ๆ ให้เสียเวลา แต่ แต่ แต่ ไอ้พี่บัวรดน้ำของเราเนี่ย บางทีก็กรอกน้ำได้ บางทีก็กรอกน้ำไม่ได้ เท่านั้นยังไม่พอ!!! ตอนเราเอาพี่เขามารดน้ำต้นไม้ น้ำมันดันไม่โดนต้นไม้เว้ยเพื่อน ๆ ขยับหามุมนิดหนึ่งยังไม่โดนต้นที่เราต้องการ รดจนน้ำหมด เดินไปกรอกน้ำใหม่ น้ำเข้าพี่บัวบ้างไม่เข้าพี่บัวบ้าง บางทีกดตักน้ำ แต่ไปยืนรดน้ำอยู่ตรงบ่อน้ำก็มี ฮ่า ๆ กลับมารดน้ำกันใหม่ ยืนเปลี่ยนมุมเปลี่ยนทิศทาง อห ได้สักที (อห ที่ไม่ได้แปลว่าโอ้โห ฮ่า ๆ) แค่เริ่มเกมมาทำเควสปลูกหัวไชเท้า ผมก็เซ็งแล้วฮะ ได้แต่นั่งทำตาปริบปริบ ว่า Dev ปล่อยออกมาขายแบบนี้ได้ยังไงกันฟระ ผ่าน QA Tester มาได้ยังไงก๊อนนนนน อะหรือไม่มี QA Tester ??? ผ่านไปแล้วกับการปลูกผัก นี่เพิ่งเริ่มเกมเองนะครับเพื่อน ๆ ไปครับไปนั่งงงเป็นเพื่อนผมกันต่อในหัวข้อถัดไปกันดีกว่าฉันนั่งตกปลาอยู่ริมตลิ่ง แปลกใจฉันจริงปลาไม่กินเหยื่อเอาจริง ๆ นะผมไม่แน่ใจเลยว่า Dev เขาอัประบบตกปลาเข้าเกมมาหรือยัง ? แต่มีเบ็ดให้นะ แล้วก็มีเหยื่อเป็นไส้เดือนให้เก็บด้วย แต่ แต่ แต่ สรุปว่าไม่มีช่องให้ใส่เหยื่อคือตกได้เลยโดยไม่ต้องใช้ไส้เดือนครับ แล้วไส้เดือนมีไว้ทำไม ขายทิ้ง? อะอะไม่เป็นไรใส่เหยื่อไม่ได้ไม่เป็นไร ไหนไหนลองกด Space Bar ตกเลยละกัน อุ๊ยปลากินเหยื่อแล้ว กด Space Bar อีกทีเพื่อดึงปลาขึ้นมา อ้าวปลาหนีไปแล้ว ตกอยู่เป็นสิบสิบรอบ รู้หมดว่าได้ปลาอะไร แต่แ_่งหนีหมดเลยเว้ยเพื่อน ๆ หนีเก่งเกิ๊นนนน ตกอยู่ 20 นาที ไม่ได้ปลาแ_่งสักตัว ฉันมาทำอะไรที่นี่ ฉันมาทำอะไรที่นี่ ♪♫♬♩ คิดในแง่ดี เราอาจจะเล่นไม่เป็นเองก็ได้ ตัวเกมมีสอนแต่อาจจะลืมดูก็ได้ว่าเขาให้กดอะไร ฮ่า ๆ ๆ มามาลองใหม่กันอีกสักตั้ง 10 นาทีต่อมา... ตกได้โคลน 55555 ล้อกันเล่นใช่ไหมครับเนี่ยยยยยยย อะไรกันครับเนี่ย TT จุดนี้ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าคอนเทนต์นี้มันยังไม่เปิดให้เล่น หรือว่าผมติดบัค แต่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่าเพราะว่ามันมีเบ็ดมาให้เราตั้งแต่ต้นเกมเลยปลาเกมนี้จะมีจุดตกปลา เราจะไม่สามารถหย่อนเบ็ดตรงไหนก็ได้เหมือนใน Stardew หรือ Harvestmoon มันก็เลยทำให้ฟีเจอร์นี้ค่อนข้างขาดอิสระอยู่พอสมควรครับ แม่น้ำมีรอบเมืองเลย แต่ต้องเดินมาที่จุดตกเท่านั้น แล้วเดินมาไกลปลาก็ตกยากมาก ๆ และไม่มีมินิเกมให้เล่นเกมตอนตกปลา เราแค่หย่อนเบ็ดดึงขึ้นแล้วลุ้นเอาว่าได้หรือไม่ได้ ไม่มีเกจอะไรให้ได้มีส่วนร่วมกับการตกปลาเหมือนใน Stardew เลยแม้แต่น้อย เล่ามาถึงตรงนี้ผมก็ยังตกอะไรไม่ได้เลยนอกจากโคลน ฮ่า ๆเก็บแค่ของป่าก็รวยแล้ว ไม่ต้องทำฟาร์มให้เสียเวลาคอนเทนต์นี้ผมบอกเลยว่ามันทำให้ผมเริ่มหมดความอดทนในการเล่นเกม คือแบบมันเสียสมดุลตั้งแต่เริ่มเล่นกันไปเลย ของป่าแบบมีเยอะมาก ๆ เต็มพื้นที่ไปหมดทั้งที่ร่วงอยู่บนพื้นและออกผลอยู่บนต้น แล้วแตงโมมันขายได้ลูกละ 100 กว่า $ (ค่าเงินในเกม) บางฤดูมีเห็ด แล้วมันจะ Respawn ในวันรุ่งขึ้นอีกเยอะมาก ๆ คือผมเดินเก็บได้ทุกวัน เก็บแตงโมเก็บเห็ดขายอย่างเดียว ผมไม่ตองทำไรแล้วนะ ผักก็ไม่ต้องปลูก สัตว์นี่เลี้ยงเอาฮาเฉย ๆ ก็ได้ จริง ๆ เก็บแล้วมันควรหมดไปเหมือนเกมอื่น ๆ ไม่ใช่มีให้เก็บเป็นรายวัน ควรมีเวลาให้ออกดอกออกผลสักหน่อย แล้วไม่ต้องมีต้นที่ให้ผลเรี่ยราดเต็มแผนที่ไปหมดขนาดนี้ก็ได้ เดินไปทางไหนก็เจอ ผมไม่ต้องปลูกอะไรเองในฟาร์มของผมเลยยังได้ เดินเก็บเอาตามทาง พอหมดก็รอวันใหม่ แล้วมาเก็บวน ๆ ไป ผมเจอความไม่บาลานซ์นี้ ผมไม่มีแรงดึงดูดอะไรให้เล่นเกมนี้อีกเลยรูปนี้ผมไม่ได้ยืนรดน้ำต้นไม้นะครับ ผมจะกดเก็บแอปเปิลก็อย่างที่เห็นเก็บยากเก็บเย็น ระบบ Interact ของเกมนี้ผมขออนุญาตใช้คำว่า อนาถมาก ฮ่า ๆ ๆ ๆระบบหนังสือ คอนเทนต์อะไรก็ยังไม่เปิดให้เล่นเกมแนวนี้เกือบทุกเกมเราจะมีหนังสือหรือระบบ Information ที่เอาไว้ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ เรามีไก่กี่ตัว, รู้จักใครในหมู่บ้านบ้างแล้ว, เราตกปลาชนิดไหนได้บ้าง อารมณ์เหมือนหนังสือสะสมความสำเร็จ หรือสะสม Achievment ต่าง ๆ ส่วนเกมนี้เราเปิดไปตรงไหน อยากตรวจเช็กอะไรก็จะมีข้อความขึ้นมาแต่ว่า "ตัวเลือกนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ" เฮ้ย!!! ผมเข้าใจนะว่าเกมอยู่ในช่วง Early Access แต่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2017 แล้วไง ผ่านมาแล้ว 6 ปี หัวข้อต่าง ๆ ในสมุดยังเป็น "อยู่ระหว่างดำเนินการ" คนซื้อแบบจ่ายเงินบอกตรง ๆ ว่าเสียความรู้สึกครับ ถ้าเทียบกับ Stardew ที่อัปเดตตลอดเวล่ำเวลาทั้ง ๆ ที่เป็นตัวเต็มแล้ว ส่วน Orange Season เดินไปทางไหนก็เจอแต่บัค สงสารตัวเองมาก ๆ ที่กดซื้อมาการ Interact ยากเหลือเกิน ไม่ว่ากับคน สัตว์ หรือสิ่งของอันนี้เป็นเรื่องที่ไม่เป็นมิตรกับเพลย์เยอร์เอาเสียเลย การเดินไปเก็บไอเทมต่าง ๆ, เก็บผลไม้ทั้งจากต้นหรือบนพื้น, การกดเพื่อพูดคุยกับคน, การกดให้อาหารสัตว์, การปลูกต้นไม้, การขุดดิน ฯลฯ เป็นอะไรที่ผมนั่งส่ายหัวอยู่หลายครั้ง เพราะมันทำได้ยากเหลือเกิน การเก็บผลไม้ต่าง ๆ และการพูดคุยกับชาวบ้าน บางครั้งต้องจิ้มเมาส์อยู่หลายทีกว่าจะเก็บผลผลิตหรือพูดคุยได้ ตอนแรกผมคิดว่าผมติด Bug และเป็นอยู่คนเดียว เลยเข้าไปอ่านคำวิจารณ์ใน Steam และค้นพบว่ามีเพื่อนผู้ประสบภัยมากมายที่เป็นเหมือนผมเต็มไปหมด ฮ่า ๆ ปัญหาและบัคเหล่านี้สร้างความเบื่อหน่ายในการเล่นเกมให้กับผม ทำให้ผมท้อหยุดเล่น และออกจากเกมมากด Refund เพื่อขอคืนเงิน กระบวนการเหล่านี้ผมแทบจะทำโดยไม่ต้องคิดอะไร เสียดายจริง ๆ ที่ตัวเกมน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ ภาพของเกมชวนเล่นมาก ๆ แต่ด้วยระบบ Interact แบบต้องคลิกหลายที มันก็ทำให้ผมค่อนข้างท้ออยู่พอสมควร ขอยกธงขาวครับ!!!ผมไม่ได้รดส้มนะครับ ผมกดเก็บไม่ได้ มันเลยรดน้ำอยู่แบบนั้น เพราะด้านขวาผมถือบัวรดน้ำอยู่ระบบขายของก็ทำให้มันยากเข้าไว้แหละบอกเลยว่าส่วนนี้เป็นส่วนที่แย่กว่าเกมอื่น ๆ อยู่มาก ฮ่า ๆ เกมนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่บอกผมได้แบบตะโกนเลยว่า "ถ้าเกมอื่นเขาทำระบบเอาไว้ดีอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องพยายามแตกต่าง" คือเวลาเราต้องการจะขายของแล้วไม่สามารถโยนของลงหีบได้ เราต้องมานั่งคอยกดขายทีละอัน ถึงแม้ว่าจะใส่จำนวนได้แต่เป็นอะไรที่ทำให้เสียเวลามากครับ นอกจากดับเบิลคลิกเพื่อขายไม่ได้แล้ว ก็ยังลากของไม่ได้อีกด้วย UI ต่าง ๆ ก็แทบจะไม่ได้อำนวยความสะดวกอะไรผู้เล่นอย่างผมเลย ระบบนี้ถ้าทำให้กด Enter ได้ผมมองว่ามันน่าจะสะดวกกับผู้เล่นมากขึ้น เพราะต้องเอาเมาส์จิ้มเพื่อคอนเฟิร์มการขายทุกออเดอร์ก็เป็นอะไรที่น่ารำคาญอยู่พอสมควร ผมขอทิ้งความเจ็บช้ำเหล่านี้ไว้ที่หัวข้อสุดท้ายนี้แล้วกันนะครับ ไม่ไหวจะบ่นแล้ว ฮ่า ๆสรุปผมย้ำอีกทีเลยว่าตอนกดซื้อเกมนี้มาผมนี่กะจะเข้ามาอวยยศอย่างเต็มเหนี่ยวเลย เพราะภาพของเกมสีสันสดใสและน่ารักมาก ๆ เป็นแนวที่ผมชอบเล่นด้วย ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาบลัฟว่ามันไม่ดีหรือทำให้เสียเครดิตอะไรใดใดทั้งสิ้น แบบตั้งใจมาป้ายยาเพื่อน ๆ เลย แต่แบบว่าเกมเปิดให้เล่นมาตั้งแต่ปี 2017 ณ ตอนนี้ยังเป็น Early Access อยู่เลย ระบบอะไรหลาย ๆ อย่างก็ยังไม่เปิดให้เล่น กดไปตรงไหนก็ Unavailable คือยังไงนะ? จะไม่ทำต่อแล้วใช่ป่าว? คือมันเกินไป และผมก็จำเป็นต้องรีวิวอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าอวยไปนี่เพื่อน ๆ ซื้อไปเล่น เพื่อน ๆ ก็จะรู้ได้เองว่าผมอะสตรอว์เบอร์รีอย่างแน่นอน ถ้าผมอวยนอกจากผมจะโป๊ะแล้วผมก็จะทำให้เพื่อน ๆ เสียเงินฟรี ๆ กับเกมที่ยังแทบจะไม่พร้อมอะไรสักอย่าง อัปเดตที่ค่อนข้างช้าแพตช์ล่าสุดที่อัปเดตเข้ามาคือวันที่ 9 มิถุนายน 2023 แล้วคือ Bug ยังมีให้เห็นอยู่เลยถ้าถามถึงความคุ้มค่าสำหรับผม ผมคิดว่าเกมแนวนี้มีให้เลือกเล่นอย่างมากมายมหาศาลเลยครับในท้องตลาด ไปเล่นเกมอื่นกันเถอะ ฮ่า ๆ ผมโกรธจริง Dev ดูไม่ใส่ใจอะไรเลย ตั้งแต่ปี 2017 แล้วนะครับพี่ ใครที่คิดจะซื้อเกมนี้ผมขอบอกเป็นคำคมเลยครับว่า "กำลังสร้าง มองข้ามไปก่อน" 55555 เกมนี้ทำให้ทุกอย่างมันดูยากสำหรับผู้เล่นไปหมด การที่จะมาเล่นเกมแก้เครียดแต่ผมดันเครียดกว่าเดิม เพราะระบบต่าง ๆ ที่มันควรจะอำนวยความสะดวกให้กับเพลย์เยอร์มันดันสร้างความลำบากให้กับเรานี่แหละ แล้ว Bug แบบวิ่งไปทางไหนก็เจอ กับราคา 319 บาท ถึงแม้ตอนนี้มันจะลด 30% ก็เถอะ ผมขอคืนเงินไปกดเกมอื่นมาเล่นดีกว่า ส่วนใครไม่เชื่อผมแล้วอยากลองของด้วยตัวเอง สามารถกดซื้อผ่าน Steam ได้เลยครับ อย่างที่ผมเคยบอกไว้เสมอจริตการเล่นเกมของคนเราไม่เหมือนกัน ผมมองว่าแย่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะแย่ในสายตาเพื่อน ๆ ฉะนั้นไปกดมาลองเล่นเองดูก่อนถ้าสมมติว่าเพื่อน ๆ อยากเล่นจริง ๆ ถ้าความรู้สึกตรงกันกับผมก็อย่าเล่นเกิน 2 ชั่วโมงนะฮะ จะได้รีฟันได้จบปิ้งผมเดินอยู่บนขอบหินเลย เพราะผมติดบัคครับ ฮ่า ๆสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/416000/Orange_Season/?snr=1_5_1100__1100
23 Aug 2023
[Review] รีวิวเกม I Am Future กับการเอาชีวิตรอดสุดชิลล์ เหมาะสำหรับคนชอบเกมง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่คุณภาพคับแก้ว
ปี 2023 แล้ว แต่เกม Survival หรือแนวเอาตัวรอดก็ยังเป็นที่นิยมอยู่เสมอ แถมเกมนี้มาแปลก ด้วยคอนเซปต์ Cozy Survival หรือเกมที่เน้นความสะดวกสบายเอาไว้ก่อน และหลังจากเราได้เล่นแล้ว ก็บอกเลยว่า นอกจากจะสะดวกสบายสมชื่อจริง ๆ แล้ว มันยังสนุกอีกด้วย ! เพราะอะไรเกมนี้ถึงถูกใจจนเราหยิบมาแนะนำ มาดูกันได้ในรีวิว I Am Futureเหมือนจะเล่นเอาสนุก แต่เนื้อเรื่องก็มีความลึกซ่อนเอาไว้เรื่องราวของตัวละครเอกที่ตื่นมาจากเครื่องหลับใหล แล้วก็พบว่าวันเวลาผ่านไปหลายปี เท่านั้นยังไม่พอ ยังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมโลก จนทั้งเมืองไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ แต่โชคดีที่เราอยู่บนดาดฟ้าตึกสูงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อเราตื่นขึ้นมาและพบว่าน้ำท่วมโลกไปแล้ว เราจึงต้องเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่ร่วมกับเหล่าหุ่นยนต์จิ๋ว และเหล่าหุ่นยนต์ที่เป็นอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่นตู้เย็น หรือโดรน และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมไปถึงหาคำตอบว่า ในระหว่างที่เราหลับลึกไปนานหลายปี เกิดอะไรขึ้นกันแน่ น้ำถึงได้ท่วมโลก เบาะแสต่าง ๆ จะอยู่ในทุกที่ที่เรากำลังไป และสำรวจ ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามในการใส่ Backstory และเนื้อหาลงไปในเกมได้ดีมาก แต่ผู้เล่นก็ต้องขยันอ่านหน่อย เพราะเกมนี้มาแบบเกมอินดี้ทั่วไปอีกครั้ง คือ Text ล้วน ไม่มีเสียงพากย์หรือคำบรรยายใด ๆ แต่ตัวหนังสือในเกมนี้ก็ไม่ได้เยอะเกินกว่าที่คุณจะอ่านแน่นอน และเนื้อเรื่องเกมนี้ก็ทำออกมาได้น่าสนใจมากด้วย แนะนำให้ลองอ่านกันไว้ดีกว่าแม้จะดูเหมือนว่าเนื้อเรื่องมันไม่ได้ลึกล้ำซับซ้อนอะไรมาก แต่ไม่แน่ว่าในการอัปเดตในอนาคต เราอาจจะได้เห็นความล้ำของเนื้อหาต่าง ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามา และนี่คือปัญหาของเกม Early Access ที่ต้องทำใจว่า เนื้อเรื่องของเกมในตอนนี้จะยังไม่ได้ไปไหนไกลนัก และอาจจะต้องทิ้งช่วงกันสักพัก ใครที่อยากอิน อยากอิ่มทีเดียวก็น่าจะต้องรอกันไปก่อน แล้วค่อยซื้อทีหลัง หรือจะซื้อมาเล่นเอาระบบเกมสนุก ๆ อย่างเดียวเลยก็ได้เหมือนกัน แต่เชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่เกมอัปเดตเนื้อเรื่องใหม่เข้ามา รับรองว่าน่าสนใจแน่ ๆเอาตัวรอดสุดชิลล์ แบบที่ฉีกจากเกมอื่นไปเลย แม้ปกตินั้น เกมการเอาตัวรอดในปัจจุบัน จะมาพร้อมกับการที่เราจะต้องเอาตัวรอดด้วยการหาน้ำ หาอาหาร และสร้างที่พักของเราให้อยู่รอดปลอดภัยจากอุปสรรคต่าง ๆ ภายในเกม และแม้ว่าเกมนี้จะมี Key Objective ที่เหมือนกัน แต่ความแตกต่างกันจะอยู่ที่ความชิลล์ ที่เกมนี้ใส่ไว้ในชื่อเกมเลย กับสโลแกน Cozy Apocalypse Survival Game นั่นคือเล่นได้แบบชิลล์ ๆ ไม่ต้องซีเรียสอะไรมากตัวละครหลักของเราจะติดตั้งแขนกลที่เป็นเลื่อยยนต์เอาไว้แทน โดยเราสามารถแยกชิ้นส่วนของทุกอย่างภายในเกมได้ ด้วยการเข้าไปกดตอบโต้กับสิ่งของต่าง ๆ แล้วเราจะสามารถย่อยสิ่งของต่าง ๆ ได้ เช่นถ้าไปตัดต้นไม้ก็จะได้ไม้ ตัดเศษเหล็กจะได้เหล็ก และหากเป็นวัตถุขนาดใหญ่ ก็จะได้วัตถุต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่นเสาไฟ ก็จะมีโอกาสได้หลอดไฟด้วย หรือถ้าเป็นพวกตู้กดน้ำอัตโนมัติก็จะมีโอกาสได้แผงวงจร หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เพิ่มเติม และไอเทมทั้งหลายจะเชื่อมโยงกันเป็นลูป และนำไปต่อยอดกับสิ่งของใหม่ ๆ ได้แทบจะทั้งหมดรวมไปถึงโต๊ะอุปกรณ์ต่าง ๆ เราสามารถอัปเกรดต่อยอดได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Campfire หรือกองไฟ ที่เมื่ออัปเกรดแล้วแทบจะกลายเป็นโต๊ะทำอาหารหรือเครื่องครัวขนาดย่อม หรือ Workbench โต๊ะสร้างอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เมื่ออัปเกรดจะสามารถคราฟท์สิ่งของใหม่ ๆ เพิ่มเติมขึ้นได้ แต่กว่าจะเราจะอัปเกรดได้ ก็ต้องใช้เวลาในการหาทรัพยากร รวมไปถึงอัปเกรดด้วย อย่างเช่นการสร้าง Panel Foam นั้น จำเป็นจะต้องใช้เครื่องสร้างระดับ 2 รวมไปถึงใช้เวลาผลิตอีกชิ้นละ 2 นาทีเป็นต้นสิ่งที่เป็นจุดเด่นและเป็นทั้งฟีเจอร์ของเกมนี้เลยก็คือการใช้พลังงานจากธรรมชาติเข้ามาช่วยผลิตสิ่งของจำเป็น โดยเมื่อเราปลดล็อคสูตรคราฟท์ของต่าง ๆ เราจะสามรรถผลิตสกุลเงินแบบดิจิทัลใช้เองได้ โดยในเกมนี้คือ U-Coin แต่การที่เราจะผลิต U-Coin ขึ้นมาได้ ก็จำเป็นจะต้องใช้เครื่องปั่นไฟเพื่อจ่ายพลังงาน และทรัพยากรที่สำคัญก็คือการนำเอาเศษใบไม้แห้งมาเป็นแหล่งพลังงานนั่นเอง เหมือนเป็นการนำเสนอให้นำเอาทรัพยากรขยะมารีไซเคิลใหม่ในอีกต่อหนึ่ง ซึ่งทรัพยากรขยะนั้นก็เป็นอะไรที่หาได้ง่ายมากในเกมอยู่แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า หากเป็นเกมแนวเอาชีวิตรอดในยุคที่น้ำท่วมโลก เหตุใดยังต้องใช้สกุลเงินดิจิทัลอย่าง U-Coin กันอยู่ นั่นเพราะมีสาเหตุจำเป็นบางอย่างที่โลกภายในเกมนี้ ยังมีผู้เหลือรอดชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก และล้วนแล้วต่างก็อาศัยอยู่บนดาดฟ้าตึกสูงด้วยกันทั้งสิ้น ในการแลกเปลี่ยนนั้น พวกเขาก็จะใช้สกุลเงิน U-Coin ในการแลกเปลี่ยน โดยการส่งเจ้าหุ่นโดรนจิ๋วบินไปแลกเปลี่ยนกันและกัน ถือเป็นระบบที่ครีเอทีฟในด้านการออกแบบ เพราะถ้ามองจริง ๆ แล้ว มันก็คือการนำเอาระบบซื้อขายมาใส่ไว้ในเกมนั่นเอง สิ่งต่าง ๆ ที่เราปลดล็อคได้ จะเริ่มตั้งแต่โต๊ะคราฟท์ของทั่วไป รวมไปถึงหัวใจสำคัญคือ Tower Station ระบบนี้จะเป็นเหมือนกับเสาส่งสัญญาณที่ทำให้เราสามารถส่งโดรนจิ๋วบินออกไปสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ได้ รวมไปถึงเป็นการปลดล็อคฟีเจอร์ใหม่ ๆ เพิ่มในเกมได้ด้วย เพราะในเกมนี้ เราจะไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยการทำเองทุกอย่าง เมื่อเล่นไปถึงจุดจุดหนึ่งแล้ว เราจะสามารถสร้างไอเทมขึ้นมาอำนวยความสะดวกให้กับเราได้มากมาย และหัวใจสำคัญเลยคือหุ่นยนต์ผู้ช่วย ที่จะมาช่วยเราเก็บทรัพยากรต่าง ๆ ซึ่งเราจะสามารถสร้างได้ก็ต่อเมื่อผ่านภารกิจไปสักช่วงหนึ่ง และใช้ทรัพยากรสำคัญจากการสำรวจด้วย Tower Stationเจ้าหุ่นยนต์ผู้ช่วยนี้จะมีความสามารถในการเก็บไอเทมทุกอย่างที่เราทำหล่นเอาไว้ หรือแม้แต่ทรัพยากรที่ตกอยู่ตามฉาก โดยที่เราสามารถตั้งค่าเจ้าหุ่นยนต์ตัวต่าง ๆ ได้ เช่นให้มันเก็บของตามที่เรากำหนด หรือเลือกเก็บบางชิ้น และยังเลือกได้ด้วยว่าจะให้เจ้าหุ่นของเราเอาของไปเก็บไว้ที่หีบเก็บของใบไหน และไม่ใช่แค่นี้ ยังมีอีกหลายอย่างที่มันทำให้เกมนี้กลายเป็นเรื่องของการบริหารจัดการไปเลย ยกตัวอย่างเช่น การวางแหล่งจ่ายพลังงาน เพราะเจ้าหุ่นยนต์จำเป็นจะต้องใช้แท่นชาร์จพลังงานด้วย การที่เราจะสร้างแท่นชาร์จพลังงานได้ ก็ต้องมีแหล่งจ่ายไฟที่เพียงพอ และหาทรัพยากรมาให้เพียงพอ รวมไปถึงอุปกรณ์ในระดับสูงนั้น ล้วนต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้า จึงเป็นหน้าที่ของผู้เล่นว่าจะวางแผนอย่างไร ทั้งเรื่องการบริหารพลังงาน และการจัดวางพื้นที่ยังมีภารกิจย่อย ๆ ที่เราสามารถรับได้จากพวกตู้อัตโนมัติ โดยส่วนมากจะเป็นการนำเอาของที่ตู้ต้องการกลับมาส่ง และจะเป็นการปลดล็อคคีย์ไอเทมที่ทำให้เราสามารถเล่นคอนเทนต์หลักของเกมต่อได้ เช่น การสร้างเครื่องปั๊มน้ำที่ทำให้เราสามารถเก็บน้ำได้เลยโดยไม่ต้องถ่อลงไปถึงจุดตกปลา และที่สำคัญคือเกมนี้มีสิ่งที่คุณต้องกังวลน้อยมาก ศัตรูส่วนใหญ่ก็เป็นแค่หนอนแมลง ที่เราสามารถคราฟท์สเปรย์มาฉีดไล่ได้ และอาจจะทำลายรังมันได้ทีหลัง ในเกมจะมีอยู่แค่สองหลอด คือหลอดพลังชีวิตที่ได้จากการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งหากเราไปจับหนอนแมลงหรือสารพิษเข้า พลังชีวิตก็จะลดลง แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการนอนหลับ ส่วนอีกค่าที่จำเป็นคือค่าความหิว ที่ได้จากการกินอาหารเท่านั้น ในช่วงแรกเราอาจจะหาอาหารลำบาก แต่พอถึงจุดที่ปั๊มน้ำได้ รับรองว่าเหลือเฟือ เป็นเกมที่มีระบบ Cozy สมชื่อจริง ๆแม้ภาพรวมในด้านเนื้อเรื่องนั้น I Am Future จะยังไม่ค่อยมีอะไรมาก เพราะยังคงเป็นเกม Early Access อยู่ แต่ในด้านระบบและเกมเพลย์การเล่น บอกเลยว่าเสียเงินหลักร้อย แต่เล่นได้หลายสิบชั่วโมงแน่นอน หรือใครที่อยากอัปเกรดของให้สุดทุกอย่างก็อาจจะเป็นร้อยชั่วโมงตามสไตล์เกมทำฟาร์มเลยก็ได้ ตอนนี้ซื้อมายังไงก็คุ้มแน่นอนสำหรับคนที่ชอบเกมสายนี้I Am Future วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน Steam
21 Aug 2023
[Review] รีวิวเกม Gravity Circuit แรงบันดาลใจจาก Mega Man แบบจัดเต็ม แต่ก็ยังมีความเป็นตัวเองที่โดดเด่นจนไม่ควรพลาด
Capcom มัวแต่ห่วงแฟรนไชส์อื่นจนหลายคนอาจจะคิดว่าลืม Mega Man ไปแล้ว แต่เกมเหล่านี้ การจะหาตัวแทนผู้สืบทอดจิตวิญญาณเอง ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หลังจาก 20xx และ 30xx เราอาจจะกำลังได้เกมแนวนี้ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ต้นฉบับ เกมนี้มีอะไรดี มาหาคำตอบกันในรีวิว Gravity Circuit  ภารกิจยับยั้งกองทัพไวรัส เนื้อเรื่องที่เห็นกันมาไม่รู้กี่รอบแล้วGravity Circuit ยังคงใช้ฉากหลังยอดนิยมของโลกวิดีโอเกม นั่นคือความเป็น post-Apocalypse หรือโลกหลังการล่มสลาย แต่โลกหลังการล่มสลายของเกมนี้จะเต็มไปด้วยเหล่าจักรกลที่มีความรู้สึกนึกคิดราวกับมนุษย์ โลกในตอนนี้ถูกคุกคามโดยศัตรูเก่าที่กองทัพ Guardian Cops เคยปราบไปในอดีต นั่นคือ Virus Army หรือกองทัพไวรัส ที่แสดงตัวตนอีกครั้ง โดยมาพร้อมเป้าหมายในการยึดครองโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์แบบ แต่เพราะ Guardian Cops เองก็อ่อนแอลงอย่างมาก ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากไปขอความช่วยเหลือจากวีรบุรุษสงครามจากการต่อสู้ครั้งก่อนอย่าง Kai ยอดนักสู้ที่ยังคงมีพลังในการควบคุมพลังเอาไว้ได้ ในฐานะที่เป็นวีรบุรุษคนสุดท้าย เขาจึงกลายเป็นความหวังเดียวของการต่อสู้ในครั้งนี้ต้องบอกว่า ใครที่เห็นสไตล์เกมภาพพิกเซลแบบนี้แล้วคาดหวังว่าจะมีเนื้อเรื่องล้ำ ๆ ก็อาจจะคิดผิด ทั้งรูปแบบการนำเสนอ ทั้งเนื้อหา ต่างทำให้เราหวนนึกถึงบรรยากาศเก่า ๆ สมัยเกม Arcade กำลังโด่งดัง เกมนี้ก็เน้นนำเสนอเรื่องราวที่เหมาะสมกันดี นั่นคือการมีเนื้อเรื่องที่เรียบง่าย ก็แค่มีตัวร้ายบุกโลก มีฝ่ายตัวดีที่มีฮีโร่ในตำนานและต้องออกโรงเอง เนื้อเรื่องของเกมนี้แทบไม่มีความซับซ้อนใด ๆ ดังนั้นใครที่คิดจะหาเนื้อเรื่องดี ๆ จากเกมนี้ ปล่อยจอยไปเกมอื่นได้เลยมนต์เสน่ห์แห่งเกมเก่า ที่เกมนี้รักษาเอาไว้ได้ครบถ้วนสิ่งแรกที่ต้องชมหลังได้สัมผัสเลยคือ ความทรงจำในวัยเด็กของใครหลายคนที่เคยสัมผัสเกมแนวนี้ น่าจะกลับมาแบบครบถ้วน และเกมได้แรงบันดาลใจอย่างหนักเลยทีเดียว จากเกมแอ็คชั่นแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Mega Man หรือร็อคแมนที่เรารู้จักกันดี เอามาแทบจะทุกส่วนเลยก็ว่าได้ แต่เดี๋ยวก่อน มันไม่ใช่เกมก๊อปปี้แบบที่คิด แม้เราจะบอกว่าเอามาแทบทุกส่วน แต่มันเป็นการหยิบเอามาต่อยอด และทำให้มันมีเอกลักษณ์หรือลายเซ็นเป็นของตัวเอง บางส่วนที่เหมือน ก็เอามาดัดแปลงจนดูไม่น่าเกลียดเกินไปนัก และเป็นอะไรที่ให้อภัยกันได้ บางส่วนที่เราอาจจะรำคาญจาก Mega Man ภาคเก่า ๆ เกมนี้ก็หยิบมาปรับปรุงแก้ไข แต่ก็มีบางอย่างที่ Mega Man เป็นอย่างไร เกมนี้ก็เป็นอย่างนั้นเช่นกันเริ่มจากระบบความสามารถของตัว Kai ที่ต่างไปจากตัว Mega Man อยู่บ้าง ตัว Mega Man นั้นจะใช้แขนปล่อยพลังโจมตีระยะไกล และชาร์จได้ ส่วนตัว Kai จะเป็นการเข้าไปต่อสู้ระยะประชิดด้วยหมัดติดตั้งอุปกรณ์ เอาแค่การโจมตีระยะประชิดนั้น ก็ทำให้รูปแบบเกมการเล่นต่างกันออกไปมากแล้ว แต่ก็ใช่ว่า Kai ของเราจะไม่มีอะไรเอาไว้ใช้เพิ่มระยะการต่อสู้เลย ตัวละคร Kai จะมีสาย Grappling Hook ที่เอาไว้ยึดเกี่ยวกับทุกสิ่ง รวมไปถึงตัว Kai เอง ยังสามารถกระโดดเกาะพื้นผิวต่าง ๆ ได้ ดังนั้นหมดปัญหาเรื่องตกเหว ถ้าคุณไวพอ ก็สามารถปีนกำแพงกลับขึ้นมาได้ด้วยการกระโดดเกาะกำแพงรัว ๆ ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกมการเล่นแตกต่างไปจาก Mega Manเพียงแต่หลายสิ่งหลายอย่าง มันเป็นการยืมเอาระบบ Mega Man มาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การท้าประลองกับเหล่าบอสต่าง ๆ ที่มาเหมือนกันเป๊ะ คือเมื่อถึงห้องบอสจะมีจุด Checkpoint รอเราอยู่ด้านหน้า ถ้าเป็นเกมโซลก็คือรู้เลยว่าเป็นห้องบอส แต่ปัญหาของเกมนี้จากที่ผู้เขียนได้ลองเล่นมาทั้งหมด น่าจะเป็นเรื่องของความยากที่แกว่งไปมาแบบเอาแน่เอานอนไม่ได้ แม้ว่าในตอนเลือกฉาก เกมจะมีหลอดบอกระดับอยู่สองแบบ คือแบบ MAP และ POW โดยเข้าใจได้ว่า Map น่าจะหมายถึงกลไกความยากของแผนที่ในฉากนั้น และ POW น่าจะเป็นเรื่องของความยากในการสู้บอส แต่เอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้รู้สึกมากขนาดนั้น ใครเก๋าเกมจริงก็เลือกตัวยาก ๆ แต่แรกเลยก็ได้ เกมมันไม่ได้ห้ามให้คุณสู้ข้ามขั้นอยู่แล้วนอกจากนั้น การดีไซน์ด่านยังมีการออกแบบฉากให้เข้ากับความสามารถของผู้เล่น เช่นการใช้ Grappling Hook ห้อยโหนตัวเพื่อหลบกับดักหนาม ซึ่งกับดักหนามนี้ถ้าเราโดน จะไม่ตายทันที แต่จะเสียพลังชีวิต และเราจะโดดดีดกลับไปยังจุด Checkpoint ใกล้ ๆ แทน และการดีไซน์ฉาก ยังมีความยากและท้าทายมาก ๆ เอาจริง ๆ แล้วมันอาจจะยิ่งกว่าการต่อสู้ด้วยซ้ำไป อย่างที่บอกไปว่า เราสามารถกระโดดเกาะกำแพง ยิงฮุคได้ ทำให้บางจุดเราจำเป็นจะต้องใช้ทักษะเหล่านี้ หรือบางจุดก็ต้องใช้แบบต่อเนื่องกันไปเลย ถึงจะเอาอยู่ ซึ่งบอกเลยว่าบางครั้งนี่ทำเอาปวดมือกันเลยทีเดียว เพราะต้องใช้ความรวดเร็วอย่างมากในการควบคุม ที่ผู้เขียนชอบ คือการออกแบบด่านที่โดดเด่นเป็นเอกเทศน์ของตัวเองมาก ๆ การที่คุณเล่นด่านก่อนหน้ามาอย่างคล่องแคล่ว ไปเจอด่านต่อไป คุณอาจจะตายกันรัว ๆ จนต้องพักการเล่นไปก่อนเลยก็ได้ เพราะแต่ละด่านถูกดีไซน์มาแบบเป็นเอกเทศ คุณไม่สามารถเอาความเชี่ยวชาญที่ได้จากด่านก่อนไปใช้กับด่านต่อไปได้ แถมการอัปเกรดพลังต่าง ๆ ก็ไม่ได้ทำให้เราเอาชนะบอสตัวใหม่ ๆ ได้เหมือน Mega Man ซะด้วย ซึ่งตรงนี้นี่แหละที่ทำให้ความยากแกว่ง บอสบางตัวจะมีรูปแบบการโจมตีสุดปวดหัว และรวดเร็ว กว่าเราจะจับทางได้ และเอาชนะ ก็อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่งมีบรรยากาศและกลิ่นอายเกมเก่าอยู่เต็มไปหมด ใครคิดถึงเกมคลาสสิคที่ต้องใช้ฝีมือและความอดทนในการเรียนรู้จริง ๆ น่าจะชอบเกมนี้ได้ไม่ยากเรื่องของกราฟิกอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับคนที่อยากลองเล่นเกมนี้ เพราะตัวเกมใช้การนำเสนอแบบเกม Retro ย้อนยุค กราฟิกจะถูกนำเสนอเป็นแบบพิกเซล 16 Bit และโทนสีจะไม่ได้มีมากเท่า ใครที่ชอบเกมสีสันจัดจ้าน อาจจะไม่ถูกใจเกมนี้ แต่นอกเหนือจากด้านการนำเสนอที่อาจเป็นเรื่องเฉพาะทางนั้น เกมนี้ถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน คือการนำเอาของเก่ากลับทำใหม่ และให้แฟนเกมยุคปัจจุบันสนุกไปกับมันได้ด้วยความที่เป็นเกมอินดี้ ขายคุณภาพ เกมนี้จึงไม่ค่อยมีความยาว หรือ Replayable Value ในการเล่นซ้ำมากขนาดนั้น รวมไปถึงราคาที่ค่อนข้างสูงในโซนไทย ทำให้มันอาจจะเป็นราคาที่ต้องพิจารณากันเสียหน่อย ว่าควรค่าที่จะซื้อมาเล่นหรือไม่ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบเกมเก่า หรือเกมย้อนยุค รับรองว่าคุณจะถูกใจตั้งแต่ฉากเปิดเกมเลยก็ว่าได้Gravity Circuit วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PC (Steam, GOG)
28 Jul 2023
[Review] รีวิวเกม Sun Haven เกมปลูกผักทำฟาร์มลูกผสม RPG ลากเพื่อนตัวดีไปบู๊ได้สูงสุดถึง 8 คน
Sun Haven เกมปลูกผักทำฟาร์มกึ่ง RPG ที่มีระบบเก็บเลเวลต่อสู้ สร้างฟาร์มและสานความสัมพันธ์กับชาวเมือง หรือลุยไปกับภารกิจแห่งเวทมนตร์ สัตว์ประหลาด และมังกร สาย Solo ผจญภัยคนเดียวก็เล่นได้สบาย ๆ สาย Party ลากเพื่อนไปร่วมวงตะลุมบอนมัน ๆ กับมอนสเตอร์ได้สูงสุดถึง 8 คน แค่คอนเซ็ปต์ของเกมผมบอกเลยว่าโคตรโดนใจ & น่าสนใจ ไหนจะมีสกิลให้อัป มีคลาสให้ปรับแต่ง แถมยังแต่งตัวละครได้ด้วย มีหรือผมจะพลาด เอาเงินผมไปเดี๋ยวนี้เล๊ยยยยยย!!!เกมนี้ลงวางจำหน่ายใน Steam มาตั้งแต่ 28 พ.ค. 2021 ในแบบ Early Access ดูจากผลตอบรับที่ค่อนข้างดี เพราะเป็นเกมใหม่มาแรงติดเทรนด์ใน Steam ณ ช่วงเวลานั้นครับ ผมกดเดย์วันมาเพราะตอนนั้นมันลดอยู่ 10% ด้วย แต่ก็ดองเอาไว้เพราะใจอยากรีวิวเกมอื่น ๆ ก่อน และแล้วตอนนี้ Sun Haven ได้มีการอัปเดตมาเป็นตัวเต็ม เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2023 ได้เวลาแล้วที่ผมจะเข้าไปวิ่งเล่นในเกม ดูตรงนู้นนิด ตรงนี้หน่อยเพื่อรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ จะได้โงหน้าออกจากเกมอีกทีเมื่อไหร่ ผมนี่แทบจะเดาไม่ได้เลย ดูดวิญญาณอีกแล้ว ชัวร์!!! ฮ่า ๆ ๆ ๆเนื้อเรื่องแค่เริ่มมาก็อบอุ่นหัวใจแล้ว สาวน้อยคนหนึ่งที่ต้องจากบ้านไปไกลแสนไกล (ไม่สปอยล์)เนื้อเรื่องเริ่มมาที่บทสนทนาของแม่ลูกคู่หนึ่ง Lynn ลูกสาวมีความกังวล เพราะเธอต้องเดินทางจากบ้านเกิดไปที่เมืองใหญ่เพียงคนเดียว เธอไม่อยากพลาดขบวนรถไฟ แม่ของเธอได้เห็นความผิดปกติของลูก เพราะดูกระวนกระวายและไม่เป็นตัวของตัวเอง จึงได้เอ่ยปากถามออกไปว่า...Mom : เกิดอะไรขึ้นเหรอ Lynn?Lynn : ถ้าหนูย้ายไปอยู่เมืองที่ไกลแสนไกลอย่าง Sun Haven ก็กลัวจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกMom : โอ้, ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวพวกเราจะเก็บเงินไว้เยอะ ๆ แล้วไปเยี่ยมลูกเองLynn : แม่ต้องทำงานหนัก และไม่ได้ฉลองวันเกิดก็เพราะหนูMom : ที่ Sun Haven น่ะนะ มี Blacksmith ที่เลื่องชื่อ หนูจะสบายมากถ้าได้ไปทำงานอยู่กับเขา นอกจากนั้นยังจะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายเลย หนูไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราเลยนะ ไปผจญภัยและพบเจอสิ่งใหม่ ๆ ซะ ใครจะไปรู้หนูอาจจะได้แต่งงานก็ได้!!!Lynn : แต่งงาน?Mom : ใช่ค่ะลูกกกก หนูจะไม่ได้โตขึ้นแค่ในด้านการเป็น Blacksmith เท่านั้นนะ แม่หมายถึงชีวิตในทุก ๆ ด้านของหนูก็จะโตขึ้นด้วย Sun Haven น่ะเป็นตำนาน เป็นเหตุผลที่คนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามาเพื่อไขว่คว้าสิ่งที่พวกเขาตามหาอยู่คุณแม่ได้เรียกเธอเข้าไปดูบางอย่าง ในเวลาต่อมา Lynn ได้รับของขวัญจากคุณแม่ของเธอเป็นเกราะอันเก่าของคุณยาย คุณแม่ของเธอให้เหตุผลกับเธอว่า...Mom : เมื่อลูกสวมใส่เกราะตัวนี้ลูกจะได้รู้ตัวเองเสมอว่าลูกเป็นใครมาจากไหน และลูกกำลังทำงานเพื่ออะไร ชุดนี้เปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น และตอนนี้มันก็เป็นของลูกแล้วนะคะLynn : พอดีเป๊ะเลยค่ะแม่ ขอบคุณค่ะ หนูจะจากไปโดยที่จะไม่ลืมทุก ๆ คนเลย คุณตา คุณยาย รวมถึงทุก ๆ คนในหมู่บ้านของเราด้วยค่ะMom : พวกเราทุกคนจะคิดถึงหนูเช่นกันจ่ะ อ่า!!! ได้เวลาแล้ว เราต้องไปกันแล้วนะคะลูกและเรื่องราวของเด็กสาวก็ได้ดำเนินต่อไป Lynn ได้ออกเดินทางขึ้นรถไฟจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ของเธอมุ่งหน้าสู่ Sun Haven ผมเชื่อว่าเมื่อเรื่องราวดำเนินมาจนถึงจุด ๆ นี้ เพื่อน ๆ ต้องอยากรู้อยากเห็นกันมากแน่ ๆ ว่าการเดินทางของ Lynn นั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป? แล้วเราจะได้รับบทเป็นใครในเกม? หมอกสีดำที่ปกคลุมพื้นที่รอบ ๆ Sun Haven คืออะไร? ผมต้องกราบเรียนให้เพื่อน ๆ ไปซื้อเกมมาเล่นเป็นเพื่อนผมเร็ว ๆ เลยฮะ เพราะถ้าเล่าหมด เดี๋ยวเพื่อน ๆ ไปเล่นเองแล้วจะอดลุ้นไปกับเรื่องราวของตัวละครว่ากว่าจะเป็น Lynn ที่แข่งแกร่ง น้องต้องเจอกับอะไรมาบ้าง!!! ใบ้ให้นิดหนึ่งว่าเธอกับเราจะเจอกันบนรถไฟขบวนนี้นี่แหละ แต่จะเป็นรถไฟขบวนสุดท้ายของเราทั้งสองคนอ๊ะเปล่า มาให้คุ้กกี้ทำนายกัน ผมเป็นปีศาจร้ายที่น่ารัก ระวังตัวไว้ละกันนะฮะสาวน้อย ฮ่า ๆด้วยแมปที่ใหญ่มาก ทำให้เกมเพลย์ดำเนินไปอย่างเนิบนาบเหลือเกินเอาเป็นว่าในช่วงแรก ๆ ที่เรายังอัปสกิลได้น้อยนิด ตัวละครของเราจะเดินช้าแบบช้าไปไหนก่อนนนน แม้ว่าเราจะซื้อ DLC ที่เพิ่มสัตว์ขี่เข้ามาด้วย ถึงมันจะเพิ่มความเร็วให้เราเพิ่มขึ้นมาอีก 30% นั่นก็ยังไม่สร้างความรู้สึกที่รวดเร็วขึ้นให้กับใจของผมเลย คือใจคนเล่นอะมันไปถึงที่หมายแล้วไง แต่ว่าในความเป็นจริงยังเดินอืด ๆ อยู่เลย ช่วงแรก ๆ คือถ้าใครใจร้อนบอกเลยว่าเกมนี้จะไม่เหมาะกับคุณอย่างรุนแรง ผมมองว่าแม้กระทั่งคนใจเย็นแบบผม ยังรู้สึกว่า Speed เริ่มแรกตัวละครของเรา ณ ช่วงเริ่มต้นของเกมนั้น มันดูจะสร้างความน่าเบื่อหน่ายให้กับการเล่นเกมของเราซะเหลือเกินครับ ด้วยแมปที่ใหญ่มากของเกมนี้ การเดินเปลี่ยนฉากตามแผนที่ ทุกอย่างมันดูเชื่องช้าไปหมด ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ๆ กับทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าเราจะอัป Speed ในขั้นที่ 5 ได้ นั่นหมายความว่าเราจะต้องใช้เวลาอืดอาดยืดยาดไปเรื่อย ๆ แม้เกมนี้จะมีอะไรให้ทำเยอะสิ่ง แต่ทุกกิจกรรมก็ต๊ะต่อนยอนมันไปซะหมดทุกอย่าง พิธีรีตรองมันทุกโมเมนต์ คัตซีนก็เยอะซะเหลือเกิน แทนที่จะผ่อนคลาย มันดันสร้างความอึดอัดให้กับผมอย่างบอกไม่ถูก เอาเป็นว่าถ้าคุณไม่ใช่ตัวสลอธผมบอกเลยว่าให้มองข้ามเกมนี้ไปได้เลย ไม่ถูกจริตกับคนใจซิ่งอย่างแน่นอน ผมขอนั่งยัน ยืนยัน นอนยัน การันตีเลยว่าเบื่อแน่ ๆ ฮ่า ๆสามารถเลือกเผ่าตัวละครได้ และแนวทางสกิลที่หลากหลายถ้าคุณไม่ได้ติดกับเรื่องความเนิบนาบ เกมนี้มีตัวละครให้เราเล่นถึง 8 เผ่า มันไปเลย ได้แก่Human : เผ่ามนุษย์นั้นเราจะได้สกิลติดตัวตอนเริ่มเกมมาคือ Expert Crafter Effect เหมาะสำหรับคนที่ชอบเล่นสายคราฟต์สิ่งของต่าง ๆ เพราะตัวละครของเราจะ Craft ทุกอย่างได้เร็วขึ้นกว่าเผ่าอื่น ๆ ครับElf : ถ้าเราเลือกที่จะเล่นเผ่าเอลฟ์เราจะได้รับ Elvan Eyes Effect จะทำให้การใช้ Crossbows ในการต่อสู้จะมีดาเมจที่แรงขึ้นกว่าเผ่าอื่น ๆ สายบู๊กับมอนสเตอร์ขอเรียนเชิญมาทางนี้Demon : เผ่าปีศาจจะมีเวทมนตร์ Shadow Rush Spell มาให้ใช้งานตั้งแต่เริ่มเกม คาถานี้ถ้าเรากดใช้จะช่วยเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ให้เราช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งแบบแป๊บเดียวมาก ๆ แป๊บจนเซ็งว่าช้าอีกแล้วเหรอ ฮ่า ๆAngel : เผ่าเทวดานางฟ้านางสวรรค์ ซึ่งจะมี Miracle Spell ติดตัวมาให้ใช้ ซึ่งช่วงแรก ๆ แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หลัง ๆ พอได้บู๊กับมอนสเตอร์ก็ได้เห็นถึงประโยชน์อันมหาศาลของมัน เพราะเราจะสามารถเพิ่มเลือดให้กับตัวเองและเพื่อนบริเวณรอบ ๆ ตัวเราได้ สายซัปนี่คือสิ่งที่คุณต้องเลือก เหล่านางฟ้าของโผมมมมAmari : ผมไม่แน่ใจว่ามันคือเผ่าอะไร แต่ถ้าให้เดาน่าจะเป็นเผ่าภูติ อารมณ์เหมือนจิ้งจอกเก้าหางอะไรแบบนั้นเลย แบบผูกจิตวิญญาณกับธรรมชาติ เผ่านี้เราจะได้รับ Primal Nature effect เป็นสกิลติดตัวมา คล้าย ๆ ฮีลลิงของเผ่า Angel แต่ต่างกันตรงที่อันนี้ต้องต่อสู้ก่อน ถึงจะได้รับเลือดกลับมาฟื้นฟู HP ของเรา มันก็คือสกิลดูดเลือดนั่นแหละ ตอนต้นเกมไม่มีประโยชน์อะไรเช่นกัน พอได้สู้ขึ้นมาน่ารักน่าเลิฟเลยทีเดียวElemental : เผ่าธาตุ ควรเน้นแต้มสกิลไปที่การอัปเกรดพลังโจมตีด้วยเวทมนตร์ คนเล่นจะได้ใช้สกิลเวทย์หนัก ๆ ในขณะต่อสู้ เพราะเป็นเผ่าที่เน้นการ Restore หรือ ฟื้นฟูมานาเป็นหลักครับ จะได้รับ Elemantal Tap Spell ติดตัวมา ในเกมจะมีให้อัปพวกสกิลเวทย์ของธาตุด้วย ไม่ว่าจะเป็นน้ำ หรือ ไฟ ใครเน้นต่อสู้ด้วยเวทมนตร์ให้มากองรวมกันตรงนี้ได้เลยครับNaga : เผ่านาคหรือเงือก ซึ่งก็แล้วแต่คนจะอ่านตำราหรือตำนานไหนมา เอาเป็นว่าแล้วแต่เพื่อน ๆ เลยละกัน แต่ผมขอเรียกนาคตามรากศัพท์ของคำว่า Naga แล้วกันนะครับ เราจะได้รับ Mermaid's Touch Effect เพิ่มความสามารถให้เราอย่างมากมายขณะตกปลา เพราะไม่ว่าเราจะไปตรงไหน เหยื่อเราจะหวานสำหรับปลาเสมอ ทำให้เผ่านี้สามารถตกปลาได้ดีกว่าเผ่าอื่น ๆ ใครชอบตกปลาเป็นหลัก เผ่านี้คือที่ของคุณบอกเลยว่าในส่วนนี้ก็ทำให้ใจเบิกบานได้อยู่บ้างทดแทนกับความ Slow Life ของเกมได้ดี มีระบบให้อัปสกิลไม่ว่าจะเป็น การสำรวจ, การทำฟาร์ม, การขุดเหมือง, การต่อสู้, และการตกปลา ส่วนผมเนี่ยหาทางอัปอะไรก็ได้ให้มันไปถึงการอัป Speed การเคลื่อนที่ให้ได้ก่อน ไม่งั้นไม่ไหว มันช้าไปหมดทุกกิจกรรมเลย ไม่ว่าจะการทำเหมือง การสะสมวัตถุโบราณให้กับพิพิธภัณฑ์ ด้วยความที่มันเป็น Openworld ด้วย แมปในเมืองว่าใหญ่แล้ว โอโห้ยังมีแมปรอบ ๆ เมืองให้เดินเปิดอีก คิดดูนะถ้าเราไม่อัป Speed ก่อน แล้วต้องเดินเปิดแผนที่ไปด้วยเนี่ย ผมบอกเลยว่าอึดอัดจนอ้วกแทบอยากพุ่งแน่ ๆ ฮ่า ๆ แต่สายของสกิลมีให้เลือกเล่นเยอะมาก ๆ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของเพื่อน ๆ เลยว่าอยากจะอัปมันไปในทิศทางไหน จะเด่นการต่อสู้, การทำฟาร์ม, การทำเหมือง, การตกปลา, ปลูกผลไม้, เลี้ยงสัตว์, ทำขนม หรือการสำรวจ ฯลฯ เพื่อน ๆ สามารถเลือกเส้นทางของตัวเองในเกมได้เลยครับ ตรงนี้ค่อนข้างอิสระและมีให้เลือกเล่นเยอะมากระบบแฟชั่นที่มากับ DLC เยอะจนไม่รู้จะใส่อะไรก่อนดีใครสายแฟชั่นแล้วเงินเหลือ ๆ เนี่ยผมแนะนำให้กด DLC มาได้เลยครับ บอกเลยว่ามีชุดให้เลือกใส่เยอะจนต้องคราฟต์กล่องเก็บของกันแบบเยอะแยะตั้งแต่ต้นเกม แล้วชุดที่ใส่ก็เป็นแค่แฟชั่นไม่ได้เพิ่มค่าสถานะอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น แล้วมันก็ไม่ได้สวยขนาดที่จำเป็นจะต้องเสียเงินซื้อ DLC คือใส่เอาสวยได้ครับ แต่ถ้าเป็นสาย Solo ชุดในเกมที่ NPC มันแจกตอนเราไปทำเควสหรืออะไรผมก็มองว่ามันก็เพียงพอแล้ว สัตว์ขี่ต่าง ๆ ที่แถมมากับ DLC หรือแม้แต่สัตว์ที่หาได้จากในเกม มันก็เพิ่มความเร็ว 30% เหมือนกัน ซึ่งพอเอามาใช้ก็เร็วกว่าเดินนิดเดียว มีไม่มีก็แทบไม่ต่างกันอยู่ดี แล้วช่วงแรกบ้านก็เล็กแต่งอะไรก็ไม่ได้ ของจึงนอนอยู่ในกล่องเก็บของซะส่วนใหญ่ ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรสักนิดเสียดายเงินมาก ๆ กับพวกแพ็ก DLC สัตว์เลี้ยงที่ไม่รู้ให้มาทำไมตั้งมากตั้งมาย ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ระบบความรักกับสัตว์แบบที่เพิ่มหัวจงหัวใจแบบเกมอื่น ๆ ก็ไม่มี เดินกันรกแ_่งเต็มบ้านไปหมด แต่ไม่เห็นประโยชน์อะไร ถ้าไม่ใช่คนเงินเหลือ ๆ ผมแนะนำว่าเก็บเงินเอาไว้ซื้อเกมอื่นเล่นดีกว่า จากใจเลยครับเกษตรกรแบบทำซ้ำทำซากทำทำไม?การทำฟาร์มของเกมนี้ไม่แตกต่างจากเกมอื่น ๆ มากนักครับ ในส่วนที่ดีก็มีอย่างเช่นการถางหญ้าวัชพืชต่าง ๆ นั้นเราสามารถฟันทิ้งเป็นหมู่คณะได้เลย ซึ่งตรงนี้ผมชอบที่มันทำให้ผู้เล่นไม่เสียเวลาดีมีเกจค่าพลังให้ดูว่าต้นไม้ต่าง ๆ มีพลังอยู่เท่าไหร่ไม่ต้องมานั่งนับเป็นครั้ง ๆ แบบเกมอื่น ๆ ส่วนการรดน้ำไม่ต้องพูดถึงยืดยาดแน่นอนครับ เพราะเราต้องเดินไปตักน้ำเวลาน้ำหมด เสร็จแล้วก็เดินรดมันไปทีละต้น ส่วนเกมนี้การขุดดินช่อง Cell ที่มันแบ่งดินจะค่อนข้างแปลกประหลาดจากเกมอื่น ๆ เหมือนเราต้องขุดดินช่องละ 2 ที อะอันนี้ยังพอเข้าใจได้ไม่เสียเวลาเท่าไหร่ แต่สิ่งที่ทำให้เสียเวลาผู้เล่นมาก ๆ คือหลังจากเราเก็บเกี่ยวผลผลิตนี่แหละครับ ซึ่งเราต้องขุดดินใหม่ทุกครั้งถ้าเราต้องการจะปลูกพืช โอโห้จะให้เล่นแบบนี้ไปตลอดทั้งเกมจริง ๆ บ่ หนิ? แล้วตัวละครเรามันเดินช้าไงครับ พอมันเดินช้ากิจกรรมทุกอย่างมันเลยพาน่าเวทนาไปหมด ฮ่า ๆ บอกเลยว่าใจเย็นจนเริ่มจะชา ด๊า ด๊า ดี ด่า ดาาาา  ♬ ♫ ♭  ♩ ♪ระบบพิพิธภัณฑ์ใช้งานไม่ยากแต่ไม่สะดวกสร้างความปวดหัวให้กับผมมาก ๆ เพราะต้องเดินหาตามแท่นวางว่าเราสามารถวางวัตถุโบราณที่เราเจอมาได้ที่แท่นไหนได้บ้าง คือของบางอย่างมันกำหนดหมวดหมู่ให้ไม่ได้และเราก็ไม่แน่ใจว่ามันควรอยู่ในหมวดหมู่ไหน เราก็ต้องเดินหาตามแท่นวางไปเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นอะไรที่โคตรจะทำให้เสียเวลาและสร้างความหงุดหงิดให้ผมขั้นสุด แทนที่เราจะคุยกับเจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์แล้วฝากวางได้เลยเหมือนเกมอื่น ๆ ก็ทำไม่ได้ คือมันไม่เป็นมิตรกับผู้เล่นเลยสักนิดเพราะมันไม่ได้มีแค่ห้องเดียว เราต้องเดินหามันทุกห้อง ไอเทมบางชิ้นที่เราได้มาก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าสามารถนำไปให้พิพิธภัณฑ์ได้ แต่พอเอามาจริง ๆ กลับไม่มีพื้นที่ให้แสดง ถึง Dev จะทำระบบแบบนี้เพื่อเอาใจสาย Collector แต่ผมเนี่ยก็สายนี้เหมือนกัน บอกกันตามตรงอะไรที่เกมอื่นเขาทำให้มันง่ายไว้อยู่แล้ว อย่าเอามาทำให้ยากนักเลยครับ มันเหนื่อย!!!เควสเยอะ แต่ระบบยังน้อยไม่เหมาะกับเกม Open world ยุคใหม่ผมชอบตรงที่มันมีเควสให้ทำเยอะมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นจากชาวเมือง หรือจากบอร์ดขอความช่วยเหลือ แต่ด้วยความที่เกมมันเป็น Open world แล้วแมปที่โคตรจะกว้างใหญ่ไพศาล แต่มันดันไม่มีระบบนำทางอะไรให้เลย ยิ่งเป็นเควสที่รับมาจากกระดานในหมู่บ้าน เราแทบจะต้องคลำเองมันไปทุกอย่าง ซึ่งเกมนี้ไม่มีภาษาไทยคนที่เล่นได้ ภาษาอังกฤษจะต้องพอได้ระดับหนึ่ง ไม่งั้นจะแทบหาอะไรไม่เจอเลย ออกเป็นแนว RPG โบราณที่ไม่มีการจับมือพาทำเควสอะไรทั้งนั้นเราจะต้องเดาปริศนาและตำแหน่งต่าง ๆ ด้วยตัวเองทั้งหมด เอาเป็นว่าถ้าใครคิดถึงเกมเก่า ๆ ก็คงจะสนุกไปกับการทำเควสของเกมนี้ แต่ผมแก่แล้ว อะไรที่มันช่วยหย่นระยะเวลาให้ผู้เล่นได้ก็ใส่มาเถอะครับ เวลาเล่นเกมผมมีน้อยระบบต่าง ๆ ภายในเกมSun Haven เป็นเกมทำฟาร์ม + RPG Open world ที่มีภาพแบบ Pixel Art 2D ที่มีความน่ารักแต่อาจจะไม่ถูกจริตสำหรับทุกคน ถ้าใครที่ชอบภาพแนวเกม AAA น่าจะไม่ชอบภาพสไตล์นี้ สามารถแต่งตัวให้กับตัวละครได้ มีเสื้อผ้าต่าง ๆ ให้สวมใส่มากมาย สายแฟชั่นน่าจะถูกใจกับสิ่งนี้แน่ ๆ ถึงแมปในเกมจะกว้างใหญ่ไพศาลสักแค่ไหน แต่เกมนี้เป็นเกมที่มีไซส์เล็ก ๆ เครื่องไม่ต้องแรงก็สามารถเล่นได้ เพียงแค่คุณต้องอดทนกับความอืดอาดยืดยาดของเกมได้ แล้วจะไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคในการเล่นเกมนี้สำหรับคุณระบบการบังคับปุ่มต่าง ๆ ก็ใช้เหมือนกับเกมแนวเดียวกันในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็นปุ่ม W,A,S,D ที่ใช้บังคับทิศทางการเดินของตัวละคร หรือเมาส์เอาไว้จิ้ม ๆ กดเลือกเมนูต่าง ๆ แต่ระบบหลาย ๆ อย่างก็ไม่เป็นมิตรกับ Users เท่าไหร่ เพราะใช้งานค่อนข้างยาก จริง ๆ มันควรง่ายเหมือนเกมอื่น ๆ แหละ แต่ผมก็ไม่เข้าใจ Dev เหมือนกันว่าจะทำให้ยากกว่าเกมอื่นทำไม? ส่วนระบบการสอนการใช้งานระบบต่าง ๆ ภายในเกมไม่ต้องพูดถึงเลยครับ มีแต่น้อยมาก เน้นคลำเองเป็นหลัก แต่เอาว่าไม่ได้ยากขนาดที่เข้าใจไม่ได้ แต่เขาไม่ได้สอนแบบจับมือทำครับUser interface ในส่วนนี้ก็แบ่งเป็นระบบใช้งานง่ายดีไม่ว่าจะหน้าต่างตัวละคร เวลาแต่งตัวอะไรก็ลากไอเทมชุดอาวุธไปใส่ได้เลย ตารางสกิลที่ดูง่าย ช่องคีย์ลัดที่เอาไว้ใส่อุปกรณ์การทำฟาร์มหรืออาวุธของเราก็อยู่ด้านหน้าและดูง่าย แต่สิ่งที่ดูจะไม่สะดวกก็คงจะเป็นสัตว์ขี่ที่กดเลขในคีย์ลัดแล้ว ก็ยังต้องกดคลิกเมาส์ซ้ายเพื่อที่จะขี่ด้วย เลยทำให้ตรงนี้ดูยุ่งยากและซับซ้อนอยู่บ้างครับสำหรับผมสรุปแอบเสียดายเงินเล็กน้อยไม่ว่าจะเป็น DLC หรือตัวเกม ผมมองว่าตัวผมค่อนข้างคาดหวังกับมันจนเกินไป แต่พอได้มาสัมผัสกับมันจริง ๆ แล้วความอืดอาดยืดยาดในการเคลื่อนที่ของตัวละครเป็นอะไรที่ทำให้ผมเบื่อเกมนี้อย่างรวดเร็วครับ ผมอาจจะไม่ได้เล่นจน Expert อะไรเลยสำหรับเกมนี้ เพราะผมรู้สึกอึดอัดในการเล่นจนไปต่อกับมันไม่ไหวจริง ๆ แต่ถ้าใครที่อดทนกับความเชื่องช้าของเกมนี้ได้ใจต้องรักมันจริง ๆ ด้วย ถ้าอยู่ได้เนื้อเรื่องเกมนี้ผมบอกเลยว่ามีอะไรให้น่าค้นหาติดตามอีกมาก ช่วงหลัง ๆ ของเกมก็มีอะไรให้เราทำและสนุกสนานกับระบบต่าง ๆ อีกเยอะ!!! ถ้าใครยังดึงดันจะเล่นต่อไปผมแนะนำให้อัป Movement Speed ไปให้ถึงขั้นที่ 5 เพราะถึงแม้เราจะเล่นเผ่า Demon สกิลที่ให้มาติดตัวนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่เพราะมันกดใช้งานได้แป๊บเดียวเท่านั้น หลังจากกดใช้งานไปแล้ว คูลดาวน์จะนานอะไรขนาดน้านนนนน ใครสนใจถ้าอยากไปสัมผัสการเล่นเกมแบบตัวสลอธสามารถไปกดซื้อได้ใน Steam เลย ราคาตอนนี้อยู่ที่ 319 บาท ซึ่งผมว่ากดบันเดิลคู่กับอีกเกมมาเลยจะคุ้มค่ากว่าเพราะมันลดราคาเพิ่มให้ด้วยอีก 10% ราคา Sun Haven + Sun Down Survivors Bundle จะอยู่ที่ 390.60 บาท เราจะได้เกมเนิบนาบมาเล่นถึง 2 เกมคุ้มค่าสุด ๆ ตกเกมละ 195.3 บาทเองครับ ถ้าใครจะทำตัวเชื่องช้าเหมือนเกมก็รอไปกดตอนลดราคาก็ได้ ตะโกนบอกกลับไปเลยว่าเราก็ไม่รีบ ฮ่า ๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมได้รีวิวมานั้นมันเป็นความไม่ชอบโดยส่วนใหญ่ของผม ซึ่งไม่จำเป็นว่าเพื่อน ๆ จะต้องรู้สึกแบบเดียวกับผมนะครับ อย่างไรแล้วผมก็อยากให้เพื่อน ๆ ไปกดเล่นดูก่อน ถ้าไม่ถูกจริตก็อย่าเล่นเกิน 2 ชั่วโมง จะได้กดคืนเงินได้ ใครที่อ่านบทความมาจนถึงตรงนี้ก็ขอกราบขอบพระคุณที่อ่านสิ่งที่ผมบ่นมาจนจบ ขอบพระคุณที่ตามอ่านกันมาตลอดครับ ด้วยรัก xoxoสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1432860/Sun_Haven/
23 Jul 2023
[Review] รีวิวเกม KINGDOMS AND CASTLES เกมสร้างเมืองเข้าถึงง่าย ระบบไม่ซับซ้อน เหมาะกับทุกเพศทุกวัย
KINGDOMS AND CASTLES เกมนี้เราจะได้รับบทเป็นราชาที่ต้องมาตั้งถิ่นฐานใหม่ ๆ ย้ายรกรากมาพร้อมกับลูกสมุนและไพร่พลจำนวนหนึ่ง เป็นเกมสร้างเมืองแบบยุคกลางที่มีสีสันสวยงามน่าสนใจมากสำหรับผมครับ เป็นเกมสร้างเมืองไซส์เล็ก ๆ ที่ผู้เขียนกดมาเพราะผมเห็นว่ามันลดราคาอยู่พอดิบพอดี เลยตัดสินใจได้ไม่ยาก เพราะราคาแค่ 143.40 บาทเท่านั้นเอง!!! ลงวางขายใน Steam มาตั้งแต่ 20 ก.ค. 2017 แต่คาดเดาด้วยสายตาแล้วว่ามันน่าจะไม่ต่างอะไรกับเกมอื่น ๆ มากนัก แต่ผมก็อยากจะลองเล่นมันดูจะได้รีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเพื่อตัดสินใจกันครับ ว่าลดราคารอบหน้าสายสร้างเมืองอย่างเรา ๆ จะซื้อมันมาสะสมลงคลังเอาไว้ดีไหม? เกมเพลย์หรือฟีเจอร์ต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร? ตามไปอ่านกันต่อดีกว่าครับเกมเพลย์เรียบง่าย แต่เล่นเพลินเกินราคาKINGDOMS AND CASTLES ผู้เขียนมองว่ามันเป็นเกมสร้างเมืองที่ค่อนข้างเล่นง่ายและไม่ซับซ้อน แค่เพียงคุณต้องบริหารและบาลานซ์ Demand & Supply ให้มันพอ ๆ กัน เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพได้ง่าย ๆ ขึ้นนะครับ เช่นทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรในเมืองของเราครับ การทำงานของประชากรของเราตามสถานที่ต่าง ๆ นั้น ตัวเกมจะส่งไปแบบอัตโนมัติ คือเราไม่ควรสร้างเมืองให้โตเร็วจนเกินไป ไม่เช่นนั้นเมืองจะโตกว่าคนครับ (อารมณ์คล้าย ๆ สมัยที่เซี่ยงไฮ้เจริญมาก ๆ เทคโนโลยีแบบโตเร็วแบบหยุดไม่อยู่ แต่คนหรือประชากรโตไม่ทันเมือง) บางสถานที่ที่เราสร้างมาจึงไม่มีคนไปทำงาน ผลผลิตก็จะไม่ได้ ประชากรเรามีแค่ไหน เราก็ควรดูจำนวนคนที่ว่างงานให้มันดูเยอะพอสมควรก่อน แล้วค่อยสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกชิ้นต่อไปครับ ส่วนถ้าเราสร้างบ้านเพื่อให้คนมาอาศัยเยอะเกินสิ่งปลูกสร้างเกินไป เกมนี้พื้นที่ต่าง ๆ นั้นจะถูกจำกัด เราไม่สามารถทำฟาร์มได้ทุกที่ที่เราต้องการ ผลผลิตทางด้านอาหารจึงมีจำกัด จึงทำให้อาหารไม่เพียงพอต่อประชากร และจำทำให้คนของเราล้มตายจากโรคภัยครับ นี่คือหัวใจหลักของเกมนี้เลย อารมณ์เหมือนว่าพวกสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ คือสิ่งสิ้นเปลือง ถ้าประชากรของเรายังไม่ร้องขอ เราก็ยังไม่จำเป็นตรงสร้างก็ได้ครับ  บอกเลยว่าแค่ผมนั่งวางแผนแค่เรื่องเหล่านี้ก็สร้างความเพลิดเพลินให้กับผมได้หลายชั่วโมง เล่นง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ต้องคิดอะไรระหว่างเล่น เอาจริง ๆ ผมมองว่าเหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองเล่นเกมสร้างเมือง เพราะ Ai ไม่ได้โหดอะไรขนาดนั้นครับระบบการป้องกันเมืองที่เหมือน Tower defense ทำให้เกมสนุกไปอีกแบบส่วนนี้เป็นส่วนที่ผู้เขียนชอบเป็นการส่วนตัวครับ การปกป้องเมืองที่เป็นแบบ Tower defense ในช่วงแรก ๆ ที่ไวกิ้ง หรือมังกรบุกเมือง บอกกันตามตรงเลยว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะป้องกันเมืองได้ยากมาก ๆ ด้วยตัวเกมบังคับให้ทุกอย่างต้องใช้ทรัพยากร และคนต้องทำงาน ตารางงานต่าง ๆ เราเลยต้องเป็นคนควบคุมเอง ซึ่งยังไงช่วงแรก ๆ เนี่ย เราจะยังไม่มีเงินอัปกำแพงเมือง หรืออัปกองกำลังทหารแน่ ๆ อยู่แล้ว เพราะไม่มีกำลังคน แล้วเราก็ไม่สามารถเดาได้ว่าฆ่าศึกหรือมังกรจะบุกมาจากทิศทางไหนด้วย ช่วงหลัง ๆ เมื่อเรามีเงินมีประชากรเพียงพอต่อการฝึกทหารได้แล้ว ก็สร้างป้อมยาว ๆ ล้อมเมืองเอาไว้ พอฆ่าศึกมาป้อมต่าง ๆ ก็จะเป็นคนยิงให้เอง เราไม่ต้องไปทำอะไรเลย ผู้เขียนมองว่าเรียบง่าย แต่ก็สนุกดีตรงที่ได้บริหารจัดการไพร่พลนี่แหละครับ ว่าจะให้ชาวเมืองหยุดกิจกรรมการทำงานอะไรก่อนเพื่อมาป้องกันประเทศ แต่ถ้าศัตรูไม่เดินผ่านตรงป้อมที่เราวางไว้ เมืองก็จะถูกตีเละเทะ และอาจจะสูญเสียทรัพยากรบางส่วนรวมถึงเงินทองของเราด้วยครับหัวใจหลักคือจำนวนประชากรอย่างที่ผู้เขียนได้บอกไปแล้วว่า เกมนี้หัวใจหลักของเราคือประชากร อยากได้คนเข้าเมืองมาเพิ่มก็ต้องสร้างบ้านเพิ่ม แล้วประชากรไม่ใช่มีแค่บ้านเพิ่มแล้วจะมีคนย้ายเข้ามา ค่าความสุขของประชากรในเมืองที่เราอยู่ก็ต้องเกิน 60 ขึ้นไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากอยู่ครับ เพราะเราต้องบริหารจัดการผู้คนให้ไปทำงานด้วย สภาพแวดล้อมรอบ ๆ บ้านก็ต้องดีด้วย คือเอาง่าย ๆ ว่าปัจจัย 4 ต้องครบ แต่มันยากตรงที่ว่าถ้าให้ทุกอย่างครบ และค่าความสุขเพิ่มขึ้นสิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นก็ต้องมีคนไปทำงาน ซึ่งมันสนุกตรงนี้นี่แหละครับ เพราะเราต้องคอยจัดคนให้พอดีกับงาน ผลผลิตยังได้รับปกติ คนของเราไม่อดตาย การต่อสู้ก็ต้องไม่ขาด แต่ถ้าช่วงไหนประชากรมีอยู่แค่เพียงหยิบมือ ก็คงต้องปล่อยตามมีตามเกิดไปก่อน ความยากอีกอย่างก็คือประชากรมีเกิดแล้วตาย ทั้งอุบัติเหตุ หมาป่ากัด มังกรบุก พวกไวกิ้งรุกราน หรือแม้แต่ตายตามธรรมชาติ พอมีการตายเกิดขึ้นปัญหาที่ตามมาคือ คนงานขาดแคลน ถ้าแพ้หรือมีคนตาย ค่าความสุขก็จะลดลงด้วย แล้วมันบุกกันมาบ่อยด้วย ฮ่า ๆ เอาจริง ๆ ระบบตรงนี้แรก ๆ ก็เพลินดี แต่หลัง ๆ พอสร้างเมืองจนครบ เราก็จะเจออะไรพวกนี้ซ้ำ ๆ ไม่มีอะไรแปลกใหม่ไปกว่านี้อีกแล้ว ผู้เขียนมองว่าตัวเกมยังมีจุดตันอยู่ พอเราเล่นไปเรื่อย ๆ มาถึงจุดหนึ่งเราก็จะเบื่อครับ แต่ก็มองว่ากว่าจะเบื่อก็เล่นเกินราคาเกมไปแล้วสิ่งปลูกสร้างไม่มีเปลี่ยนยุค และของอัปเกรดค่อนข้างน้อยสิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกว่าเกมนี้ยังมีน้อยเกินไปนั่นก็น่าจะเป็นระบบอัปเกรดของเกมครับ ของอัปเกรดมีค่อนข้างน้อย อันนี้ยังขอยืนยันเหมือนเดิมว่าผมยังชอบระบบอัปสิ่งปลูกสร้างตามยุคของเกม Foundation มากกว่า (ถ้าใครเคยอ่านรีวิวที่ผ่าน ๆ มาของผมมาบ้างแล้ว จะรู้ว่า Foundation คือนับบ้าวันในใจ ฮ่า ๆ) สิ่งที่ทำให้เกมค่อนข้างตันไวก็คงเป็นเพราะมันไม่มีอะไรมากมายให้อัปครับ แค่มีเงินก็สามารถสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ดีกว่าได้แล้ว เช่น ช่วงหลัง ๆ เราจะหาทรัพยากรต่าง ๆ ได้เยอะมาก เอาเป็นว่าเยอะจนชนิดที่ว่าล้นแล้วล้นอีก แต่คือเราก็ไม่สามารถอัปเกรด ยุ้งฉางและโรงเก็บของของของเราให้ใหญ่ขึ้นกว่าระดับ 2 ที่ตัวเกมมีให้สร้างได้ เอาง่าย ๆ ว่ามันมีแค่ให้เลือกระดับเล็กกับใหญ่ เราก็ต้องสร้างวน ๆ ไปจนแบบเยอะมาก ๆ ครับ ถ้ามีให้อัปเกรดเยอะกว่านี้อีกหน่อย เกมคงมีมิติมากขึ้นได้อีกระบบการค้าที่น้อยและยังไม่สุดระบบการซื้อขายของเกมนี้ มันไม่ซับซ้อนเลยและใช้งานง่ายมาก ๆ แต่มันติดนิดเดียวที่มันบังคับสินค้าที่ให้เราขายได้ค่อนข้างน้อย (อาจจะอิงมาจากเรื่องจริง เรื่องน้ำหนักของการเดินเรือ) แต่ผู้เขียนก็มองว่ามันน้อยกว่าเกมอื่น ๆ ไปมากครับ ของที่ขายได้ค่อนข้างน้อยทำให้การเงินของเรามีปัญหา และการขายสินค้าไม่สามารถช่วยให้สภาพคล่องทางการเงินของเราดีขึ้นได้ ส่วนระบบเทรดนี่ไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่มี เสียดายมาก ๆ ที่ไม่สามารถเทรดสินค้าที่เรามีมากจนล้นกับเมืองอื่น ๆ ได้ ถ้าเกมไหนเราเพิ่ม Ai เพื่อเล่นเป็นอีกเมือง เราสามารถนำเรือของเราไปซื้อขายกับเมืองของ Ai ได้ แต่ถ้ารอบไหนมันสุ่มมาให้แบบไม่มีอีกเมือง เรือสินค้าของเราก็ทำบ้าอะไรไม่ได้เลยครับ เพราะมีระบบกำหนดจุด Node เส้นทางการเดินเรือ แล้วไม่รู้จะไปปัก Node ไว้ที่เมืองไหน เลยงงว่ามีเรือสินค้าไว้ทำไม??? ระบบต่าง ๆ ภายในเกมKINGDOMS AND CASTLES เป็นเกม 3D ภาพเหลี่ยม ๆ ที่มีสีสันสดใสครับ เป็นเกมสร้างเมืองยุคกลาง ระบบการเล่นทั่ว ๆ ไปจะคล้าย ๆ กับเกม Banished เพลงประกอบคืองานดียังกับอยู่ใน Game of thrones ตึง ตือ ดือ ดือ ดึง ตือ ดือ ดือ ดึง (ฮัมเพลงเป็นตัวหนังสือให้เพื่อน ๆ อ่าน ได้ยินเสียงไหมฮะ ฮ่า ๆ) เป็นเกมสร้างเมืองไซส์เล็ก ๆ ที่ควรมีสะสมไว้ในคลังครับระบบการบังคับโดยทั่ว ๆ ไปแล้วเหมือนกับเกมสร้างเมืองอื่น ๆ ตามท้องตลาด แต่ที่ดูจะประหลาดกว่าชาวบ้านเขา และสร้างความสับสนในการเล่นให้กับผมอยู่พอสมควรก็น่าจะเป็นเรื่องซูมเข้าออกนี่แหละครับ เกมนี้จะสลับกับเกมอื่น ๆ คือถ้าเราหมุนลูกกลิ้งเมาส์เข้าตัวคือคือซูมออก และถ้าเราหมุนลูกกลิ้งเมาส์ออกคือซูมเข้า ผมงงอยู่พักใหญ่ ๆ ฮ่า ๆUser interface เกมนี้ผมว่าก็ตามราคาแหละครับ หน้า Manage การจัดการงานของประชากรอาจจะต้องใช้ความเข้าใจอยู่บ้าง เพราะเราต้องดูจุดสำคัญของงานว่าเราให้ความสำคัญกับงานไหนของชาวเมือง จะมีตัวเลขให้เรียงลำดับความสำคัญอยู่ เล่นไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวจะปรับตัวกับมันได้ส่วนเเรื่องระบบการสอนของเกมนี้ผมให้ไปในทางที่ค่อนข้างแย่มาก ๆ เพราะแทบจะไม่ได้สอนอะไรเลยครับ สอนแค่นิด ๆ หน่อย ๆ เอาเป็นว่าแค่มีบอกเฉย ๆ ว่าอันนี้วางตรงไหนได้หรือไม่ได้ ถ้าใครต้องการระบบสอนแบบจับมือทำให้มองข้ามเกมนี้ไปก่อนเลยครับ เพราะต้องใช้ความเข้าใจของตัวเองล้วน ๆ แต่เอาจริง ๆ มันไม่ได้ยากขนาดนั้นนะเพราะเกมมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเท่าไหร่อยู่แล้ว ผมมองว่าถ้าคนเล่นฃคลำ ๆ ไป เดี๋ยวจะเข้าใจได้เอง มือใหม่ก็เล่นได้ จริ๊งงงงงง!!!สรุปสำหรับผมแล้วมันเป็นเกมสร้างเมืองที่ดีเกมหนึ่งเลยครับ แม้ส่วนตัวจะคิดว่าถ้าเพิ่มอะไรมามากกว่านี้อาจจะทำให้เกมมีมิติกว่านี้ได้อีก แต่เท่านี้ก็ถือว่าดีเกินคาดจากบรรทัดฐานในใจของผมก่อนเล่นไปมาก ๆ แล้ว อาจจะด้วยระบบอัปเกรดที่ไม่เป็นอย่างใจ ระบบขายสินค้าที่คอนเทนต์ดูน้อยไปหน่อย ก็เลยทำให้เกมนี้เสียเปรียบเกมอื่น ๆ ที่มีวางขายอยู่มากมายหลากหลายรูปแบบในท้องตลาดยูนิตการต่อสู้ที่ไม่ซับซ้อนผมก็มองว่ามันต้องมีทั้งคนที่ชอบและคนที่ไม่ชอบ ส่วนตัวผมไม่ได้ชอบการทำสงครามมากมายอยู่แล้ว ส่วนใหญ่จะชอบสร้าง ๆ เมือง และบริหารทรัพยากรไปเรื่อย ๆ การที่มันเป็นระบบ Tower defense ผมก็เลยชอบตรงที่ผมไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับกองทหารมาก ถึงแม้เมืองจะพังไปก็สามารถซ่อมให้กลับมาใหม่ได้ หลัง ๆ มี Ai คอยสร้างแบบออโต้ให้อีก ส่วนตัวแล้วผมชอบฮะ ฮ่า ๆ แต่ถ้าอยากเล่นระบบการทหารที่มีมิติมากกว่านี้ เกมนี้น่าจะไม่ตอบโจทย์จริตของผู้เล่นบางคนเช่นกันครับแต่ยังไงผู้เขียนก็มองว่าด้วยราคาเกมที่ไม่แรง และระบบการเล่นที่สนุกแบบไม่ซับซ้อน ถ้าเป็นมือใหม่ที่หาเกมสร้างเมืองดีดีเล่นสักเกม จะเลือกเกมนี้เป็นเกมแรก ๆ น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีครับ หรือผู้ปกครองหาเกมให้ลูก ๆ หลาน ๆ เล่นฝึกทักษะการบริหารจัดการหรือวางผังเมือง ผมว่าเกมนี้น่าจะสนับสนุนพัฒนาการของน้อง ๆ หนูได้ไม่มากก็น้อย อีกทั้งราคาค่าตัวยังแค่ 239 บาทเท่านั้นเองครับ บอกเลยว่าเกมเพลย์ดีเกินราคาไปมาก มากแบบจึ้ง! เกมเล็กติ๊ดเดียว แต่คุณภาพยิ่งใหญ่เสียจริง (อวยอีกแล้ววววววว)สั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/569480/Kingdoms_and_Castles/
16 Jul 2023
[Review] รีวิวเกม HUMANKIND สร้างประวัติศาสตร์วัฒนธรรม อารยธรรม ศาสนา การเมือง ที่ชอบด้วยมือเรา
HUMANKIND เกมที่ว่าด้วยเรื่องราวของการเดินทางข้ามยุคของมนุษยชาติ ไล่ตั้งแต่ยุคหินยันยุคอวกาศ เปลี่ยนผ่านเปลี่ยนแปลง กำเนิดอารยธรรม วัฒนธรรม ความเป็นมาเป็นไปของมนุษย์ คอนเซ็ปต์ก็ฟังดูคุ้นเคย จนอดคิดถึงเกมที่มีมามากมายหลายภาคอย่างตระกูล Civilization ไม่ได้จริง ๆ ครับผู้เขียนเชื่อว่าถ้าเพื่อน ๆ ได้เริ่มเล่นเกมนี้เมื่อไหร่ จะต้องอดใจเอามันไปเปรียบเทียบกับเกมเก่าที่สร้างความประทับใจให้กับผู้เล่นเกมสาย Strategy อย่าง Civilization ไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะดูจากรูปเกมลักษณะการเล่นเกมเพลย์ต่าง ๆ นั้นผมเชื่อว่า HUMANKIND ต้องได้แรงบันดาลใจหรืออิทธิพลมาจาก Civilization ไม่มากก็น้อยนั่นแหละHUMANKIND ลงวางขายใน Steam เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2021 ตอนนี้มันลดราคาอยู่ 80% ผู้เขียนจิ้มมันลงคลังอย่างรวดเร็ว เพราะราคาเหลือแค่ 249.8 บาทเท่านั้นเอง และถึงแม้ว่าถ้าผมเล่นแล้วรู้สึกฟินไม่เท่า Civilization อย่างน้อย ๆ ผมก็ไม่เสียดายเงินแหละครับงานนี้ ฮ่า ๆ ไทม์ไลน์ของวัฒรธรรม อาจจะไม่ถูกจริตกับผู้เล่นทุกคนเกมมีวัฒนธรรมหรือ Culture ให้เลือกเล่นเยอะมาก แบ่งออกเป็น 6 ยุค โดยเริ่มจากยุคหินแล้ววิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ แต่ละ Culture จะมีบัปพิเศษ สิ่งก่อสร้างพิเศษและยูนิตพิเศษให้มาอย่างละ 1 อัน สิ่งที่ผู้เขียนไม่ชอบที่สุดในเกมนี้คือการที่เราไม่สามารถ Roleplay วัฒนธรรมเดียวไปได้เรื่อย ๆ จนจบเกมได้ ผมเลยมองว่ามันเหมาะกับคนที่เล่นแล้วชอบปรับตัวเองไปตามสถานการณ์ที่เกมสร้างขึ้นมาให้มากกว่า แต่สำหรับผมที่ชอบศึกษาประวัติศาสตร์เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเกมแบบยาว ๆ ว่าอารยธรรมนี้มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร อยากจะสวมบทบาทแบบอินจ๋า ๆ ไปกับวัฒนธรรมของชนเผ่านั้น ๆ เลยจนจบเกมสำหรับเกมนี้มันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะตัวเกมจะมีเหตุการณ์ให้เราเลือกเส้นทางของอารยธรรมอยู่ตลอดเวลา มันดีตรงยืดหยุ่น แต่จะไม่สนุกถ้ามาเทียบกับไทม์ไลน์ของประวัติศาสตร์จริง ๆ ของมนุษย์เราครับระบบแพร่ขยายทุกขั้วอำนาจ ยังสร้างมาให้เล่นเหมือนขอไปทีระบบการทูต อิทธิพล ศาสนา ยังออกแบบมาได้ตื้นเขินมากกกกกกกครับ เหมือนแค่ให้มีไว้ประดับเกมเฉย ๆ อยู่ใกล้ ๆ เดี๋ยวมันก็เป็นพวกเราเองแหละ (ฮ๊ะ!!! อิหยังวะ) แต่พอประเทศข้าง ๆ ซึมซับอิทธิพล หรือ ศาสนาของเราไปแล้วก็เหมือนจะไม่มีผลอะไรเลย นอกจากได้รับแต้ม Leverage หรือ Faith ที่สูงขึ้น เล่นยันจบเกมก็ยังไม่รู้ว่ามีเอาไว้ทำอะไรจริง ๆ (อ๋อ ประกาศสงครามได้บ่อยขึ้นนิดนุง ฮ่า ๆ) จริง ๆ ยังมีอีกเยอะที่ผู้เขียนไม่ชอบ แต่ถ้าบ่นจนหมดก็คงไม่ได้พูดถึงข้อดีหรือไปบ่นหัวข้ออื่น ๆ ต่อแล้วยูนิตในเกมหลากหลายและลื่นไหลยูนิตแต่ละอย่างภายในเกมจะมีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นยูนิตพิเศษของแต่วัฒนธรรม หรือยูนิตทั่วไปที่ปลดล็อกจากเทคโนโลยี ขนาดว่าข้ามยุคไปแล้วเรายังสามารถจ่ายเงินเพื่ออัปเกรดยูนิตได้ด้วย แล้วพวกยูนิตอย่าง Spy หรือ Settler สำหรับเกมนี้เราสามารถนำมาใช้งานอย่างอื่นนอกจากสู้รบได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นตัดไม้ Clear พื้นที่ เป็นต้น ซึ่งผมมองว่าตรงนี้แอบดูดีกว่า Civilization เพราะลื่นไหลและยืดหยุ่นกว่า เล่นสนุกกว่าโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าเดินไปเจอยูนิตของฝั่งศัตรูแล้วจะเป็นหง่อยทำอะไรเขาไม่ได้เลย สามารถต่อสู้ สามารถล่าสัตว์ต่าง ๆ ได้ เลยทำให้การเล่นยูนิต Scout เป็นอะไรที่ไม่ต้องคอยเดินหลบหลีก บางครั้งถ้ามั่นใจเราสามารถเข้าไปบวกกับสัตว์ป่าได้เลย เลยทำให้ตรงนี้สำหรับผมค่อนข้างสนุกกับการเล่นเกมอยู่ครับเปลี่ยนยุคไวจัด การวิจัยก็ดีไม่สุดเกมมันข้ามยุคเร็วมาก ต่อให้เลือก Pace ของเกมให้ช้าที่สุดแต่ก็รู้สึกมันเร็วเกินไปอยู่ดี บางทีเราวิจัยปลดล็อคยูนิตพิเศษยังไม่เสร็จเลย หืม!!! พร้อมให้ขึ้นยุคใหม่แล้วจริง บ่ หนิ? ฮ่า ๆ บางคนอยากจะเอ็นจอยกับยุคโบราณหรือยุคกลางให้นาน ๆ สักหน่อย แต่ถ้าไม่รีบขึ้นยุคใหม่เดี๋ยวโดนฝ่ายอื่นแย่ง Culture ดี ๆ ไปหมดอีก ระบบ Tech สายวิทยาศาตร์ส่วนตัวผมมองว่ายังน้อย คือมันมีให้เลือกเล่นแหละ แต่ผมว่ามันยังน้อยเกินไปมากถ้าเทียบกับ Civilization เลยทำให้เกมดูเล่นง่ายไปหมด ดูเป็นเส้นตรงแปลก ๆ มันเลยทำให้เกมตรงนี้ดูขาดมิติไปเยอะมาก ๆ ครับอีเวนต์ของเกมสร้างฟีลลิ่งที่หลากหลายยังกับขั้วตรงข้ามผมค่อนข้างชอบระบบอีเวนต์ของเกมนี้มาก ถ้าเราได้ตามอ่านเนื้อหาจะยิ่งรู้สึกอินกับเกมมากขึ้น บางอีเวนต์ก็จะเกิดจากสิ่งที่เราทำลงไปด้วย เช่น อีเวนท์วาฬใกล้สูญพันธ์ เพราะเราสร้างสิ่งก่อสร้างท่าเรือล่าวาฬมากเกินไป หรืออีเวนต์ฝุ่นควัน PM 2.5 ปกคลุมเมืองเพราะเราสร้างโรงงานมากเกินไป (แล้วไอ้เมืองที่ผมเจออีเวนต์เนี่ยคือ Bangkok ซะด้วย ฮ่า ๆ)มลพิษทางอากาศ (Pollution) ถือเป็นเงื่อนไขจบเกมอย่างนึง ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อทุกฝ่ายปล่อยควันมากเกินไปจนโลกอยู่ไม่ได้ แต่เราไม่รู้เลยว่ามลพิษมันเกิดจากจุดไหนบ้างและมีสูตรคำนวณยังไง เพราะไอ้หน้าต่าง UI มันแทบไม่บอกอะไรอีกแล้ว แถมดูแล้วไม่มีทางแก้ไขปัญหามลพิษได้ด้วย ต่อให้ปลูกป่าเยอะแค่ไหนก็ไม่เห็นมันจะยืดเวลาโลกแตกออกไปได้เลย คือใจคอจะให้ตายกันหมดโลกอยู่ดีว่างั้น ที่เห็นทางแก้ชั่วคราวมีแค่เทคโนโลยีอันสุดท้ายที่ลดปริมาณปล่อยมลพิษลงครึ่งหนึ่งแค่นั้น งงไปหมด ฮ่า ๆระบบต่าง ๆ ภายในเกมHUMANKIND เป็นเกมสร้างเมือง strategy ทีมีระบบภาพ และโมเดลที่สวยงามมาก ๆ ครับ ถ้าใครเครื่องเทพ ๆ ลองปรับภาพสูงสุดตอนช่วงท้ายเกมดูจะได้ร้องว้าวววววววว ผู้พัฒนาเก็บรายละเอียดสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ได้ดี เมืองต่าง ๆ เชื่อมกันหมดด้วยถนน สามารถซูมดูความสวยงามตอนคนเดินไปเดินมาได้ ยิ่งถ้าเมืองมี Wonder แลนด์มาร์กอย่างพีระมิดหรือสิ่งมหัศจรรย์ของโลกจะสวยงามตระการตามาก ๆ ครับการบังคับของเกมนี้ไม่ได้สร้างความยุ่งยากให้กับเราครับ ถ้าใครเคยเล่น Civilization จะปรับตัวกับเกมนี้ได้เลย แต่สิ่งที่ผมมองว่ามันสร้างความวุ่นวายให้กับเราน่าจะเป็นระบบการสอนของเกมที่โคตรเข้าใจยาก เพราะจะเป็นตัวหนังสือเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีการสาธิตให้ดู หรือจับมือเราทำเท่าไหร่นักครับ UI เกมนี้ค่อนข้างซับซ้อนและใช้งานยากสำหรับผู้เล่น ถ้ามือใหม่มาเล่นนี่บอกเลยว่ากลับไปเล่น Civilization ดีกว่าครับ การดูข้อมูลต่าง ๆ ที่ยากเกินไป แล้วก็ผลรวมบัปต่าง ๆ ที่เรามีก็ดูไม่ได้อีก ต้องไปเปิดย้อนดูเอาแต่ละยุคแทนว่าแจกบัปอะไรไว้บ้าง ต้องใช้ความเข้าใจกับมันเยอะมาก ๆ มากขนาดที่ว่าอาจจะต้องไปเปิดดูใน Google ช่วยอะครับ ว่าส่วนไหนเอาไว้ทำอะไรสรุปHUMANKIND ทางด้านเกมเพลย์ถือว่าเล่นสนุกใช้ได้เลย เราสามารถมีส่วนร่วมกับเกมได้เยอะดี จับยุคนั้นยุคนี้มาผสมผเสปนเปกัน แต่คอนเซ็ปต์ของเกมก็ถือว่าเป็นดาบสองคม เพราะไม่ใช่ทุกคนที่อยากจะเดินหน้าไปพร้อมกับความยืดหยุ่นของเกมในการแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า และเปลี่ยนวัฒนธรรมแบบฉีกมันไปเลย เลยทำให้เกมนี้มันไม่เหมาะสำหรับการเล่นแบบ Roleplay และอินไปกับบทบาททางวัฒนธรรม แถมมาด้วยระบบที่ทำร้ายผู้ใช้งานอย่าง UI ที่ไม่รู้ว่าจะต้องงมคลำขนาดไหน เพื่อที่จะหารายละเอียดต่าง ๆ ให้เจอ แต่ถึงแม้ว่าทางผู้พัฒนาค่อนข้าง Active เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ตอนนี้ตั้งแต่เกมออกวางจำหน่ายผ่านมาแล้วถึง 2 ปี ถ้าระบบยังคงเป็นแบบนี้อยู่ ถ้าอยากจะขึ้นมาเทียบชั้นกับ Civilization ผู้เขียนมองว่ายังคงเป็นไปไม่ได้สำหรับ ณ ช่วงเวลาปัจจุบันใครที่สนใจสั่งซื้อ HUMANKIND ผู้เขียนแนะนำว่าให้รอช่วงลดราคาวนกลับมาอีกรอบจะดีกว่าฮะ เพราะถ้าเพื่อน ๆ จะซื้อราคาเต็มที่ 1249 บาท ผมมองว่าจะไม่คุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าของเราเท่าไหร่ และอย่างน้อย ๆ ถ้าใครได้ราคาตอนลดราคา 80% มาเหมือนผมสิ่งที่ดีของเกมนี้ก็คือ เราสามารถสร้างประวัติศาสตร์ทางวัฒธรรม อารยธรรม ศาสนา หรือการเมืองได้เลย โดยที่ไม่ต้องสิ้นหวังกับ สว. 250 คนสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1124300/HUMANKIND/
13 Jul 2023
[Review] รีวิวเกม Park Beyond รับบทเป็นผู้บริหารสวนสนุกสุดแนว กับไอเดียการสร้างรถไฟเหาะที่ไร้ขีดจำกัด
ถ้าให้พูดถึงเกมแนวบริหารธุรกิจ หนึ่งในเกมแนวบริหารสวนสนุกก็มักจะเป็นเกมยอดนิยมอย่างมากต่อเหล่าเกมเมอร์ที่เรานั้นจะได้สร้างสวนสนุก ออกไอเดียรถไฟเหาะตีลังกาที่เราต้องการได้ และภายในปี 2023 นี้ก็ได้มีเกมแนวบริหารกิจการสวนสนุกตัวหนึ่งที่ถือว่าน่าจับตามองกับเกมอย่าง Park Beyond พัฒนาโดยทาง Limbic Entertainment และจัดจำหน่ายโดย Bandai Namco Europe S.A.S.ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกมนี้น่าสนใจมาก ๆ ก็คือการที่ตัวเกมจะเพิ่มความแฟนตาซีของเกมเข้าไป กับการเปิดโอกาสให้เรามีไอเดียในการสร้างสวนสนุกในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร มีเครื่องเล่นไอเดียสุดล้ำที่ชีวิตจริงไม่น่าจะทำได้ หรือเราจะสามารถสร้างเส้นทางสุดเจ๋งที่ไม่มีใครเคยทำก็ได้เช่นกัน และในวันนี้พวกเรา GameFever TH ก็จะมาแนะนำตัวเกมนี้ให้ทุกท่านได้รู้จักกัน ว่าตัวเกมมีอะไรน่าสนใจบ้าง รวมถึงสิ่งที่ชอบและไม่ชอบมีอะไรบ้างระบบการเล่นที่เข้าใจง่าย มีโหมดแคมเปญที่ค่อย ๆ สอนเราสำหรับเกมแนว Simulation ปัญหาหลัก ๆ ของหลาย ๆ เกมที่เราเจอนั้นก็คงจะเป็นความซับซ้อนของเกมที่มากจนเกินไป ทำให้ผู้เล่นใหม่นั้นจะต้องค่อย ๆ คลำหาระบบต่าง ๆ อยู่หลายชั่วโมง แต่ผิดกับเกม Park Beyond ซึ่งจะมีระบบการเล่นที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้เล่นใหม่อยู่ในระดับหนึ่ง ทั้งความเข้าใจง่าย การที่ตัวเกมมีระบบ Tutorial หรือการสร้างเครื่องเล่นบางอย่างตัวเกมก็จะมีบอกเลยว่าเราจะเปิดให้บริการเครื่องเล่นนี้จะต้องทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอง สาม สี่ ซึ่งถ้าหากใครไม่เข้าใจจริง ๆ ตัวเกมก็จะมีโหมดแคมเปญให้เราเข้าไปเล่นได้ ซึ่งตัวแคมเปญก็จะค่อย ๆ สอนระบบต่าง ๆ ให้เราเข้าใจ และจะค่อย ๆ เปิดระบบต่าง ๆ ให้เราเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ จนเราสามารถไปเล่นโหมด Sandbox ที่จะเปิดระบบทุกอย่างเต็มที่ออกแบบรถไฟเหาะสุดล้ำ สุดเกินจริงจุดเด่นของเกม Park Beyond ก็คงจะเป็นการออกแบบรถไฟเหาะที่เราสามารถทำได้อย่างอิสระ ที่เราสามารถออกแบบการเดินของรางรถไฟได้ตั้งแต่เมตรแรก ว่าเราจะให้มันวิ่งไปแบบไหน อยากให้มีการทำมุมโค้งแบบไหน หรือมีการตีลังกากี่ตลบก็ทำได้ รวมถึงเราสามารถวางตำแหน่งของรางให้สามารถลอดใต้อุโมง หรือจะทะลุใต้ดืนลงไป 50 เมตร 100 เมตรก็ยังสามารถทำได้ ตัวเกมค่อนข้างให้อิสระของคุณอย่างหนักมาก ๆ (หรือจะใช้แบบ Preset ของเกมที่มีให้ก็ได้)รวมถึงยังมีการวางจุดประสงค์ของเครื่องเล่นว่าอยากให้สร้างมารองรับผู้เล่นกลุ่มใด ถ้าเน้นครอบครัวก็อาจจะต้องเป็นเครื่องเล่นที่ไม่รุนแรงมาก หรือจะเหมาะสมกับวัยรุ่นก็จะต้องเน้นความเร็วและผาดโผน โดยการออกแบบทุกอย่างเราจะต้องทำตั้งแต่เริ่ม นอกจากนี้ตัวเกมยังมีดีไซน์รถไฟเหาะสุดแฟนตาซีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยิงปืนใหญ่แคนนอนที่เราสามารถยิงผู้เล่นไปยังจุดหนึ่งได้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเป็นของจริงคงไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ สามารถสร้างหอไฟเหาะสุดโหดสุดมันส์ เท่าที่คุณจะสามารถคิดได้เลย ก็ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ยังมีหลักของความเป็นจริงอยู่บ้าง ยังไงซะคุณเองก็จะต้องออกแบบรางรถไฟที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้เล่น หรือการทำทางโค้งที่ไม่หักมากเกินไปจนรถไฟตกรางสร้างและบริหารสวนสนุกในฝันแน่นอนว่านี่คือเกมบริหารสวนสนุก คุณก็จะได้รับบทเป็นผู้บริหารสวนสนุกที่จะได้เข้ามาออกแบบและดูแลสวนสนุกในฝันแห่งนี้ให้กลับมามีคนสนใจอีกครั้ง โดยเราจะเริ่มตั้งแต่การวางแผนออกแบบว่าเราอยากให้สวนสนุกแห่งนี้เป็นแบบใด มีธีมแบบใด หรือแม้กระทั่งการวางกลยุทธ์ ออกแบบว่าเครื่องเล่นของคุณนั้นจะเหมาะกับผู้เล่นกลุ่มใด (โดยจะแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือครอบครัว วัยรุ่น และผู้ใหญ่) โดยในระหว่างการเล่นตัวเกมก็จะมีเควสตามฉากเพื่อให้เราปลด หรือก็จะมีเควสเล็ก ๆ ให้เราทำเพื่อผ่านเควสด้วย มีการวางจุดการขายของเพื่อทำยอดขายให้กับสวนสนุกของเรามากขึ้น หรือจะเป็นการดึงดูดผู้เล่นให้สนใจเครื่องเล่นบางตัวโดยการลดราคาค่าตั๋วเล่นลงมาก็ทำได้ นอกจากนี้เรายังมีการตรวจค่าความสนุกของเหล่าผู้มาเที่ยวว่าความรู้สึกของลูกค้าตอนนี้เป็นอย่างไร ที่พักเพียงพอหรือไม่ ร้านขายน้ำ ขายอาหารมากเพียงพอหรือไม่ หรือแม้กระทั่งมีเครื่องเล่นที่สามารถรองรับผู้เล่นบางกลุ่มได้หรือไม่ ? โดยเราจะต้องบริหารกำไร ทำยอดขายไม่ให้ล้มละลาย โดยการที่สวนสนุกของคุณมีผู้เข้ามาเล่นเยอะ มันก็จะทำให้คุณจะปลดเลเวลของสวนสนุกได้ โดยเลเวลก็จะนำไปวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้เราสามารถเปิดกิจการร้านค้าใหม่ ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านน้ำ เราสามารถเปิดกิจการเครื่องเล่นใหม่ ๆ หรือรถไฟเหาะไอเดียใหม่ ๆ ได้เช่นกันนอกจากนี้ตัวเกมยังเปิดโอกาสให้เราได้ปรับแต่งภูมิทัศน์ของฉากได้อย่างอิสระ อย่างสร้างภูเขา สร้างแม่น้ำ ออกแบบสิ่งต่าง ๆ ให้สวนสนุกของคุณนั้นสวยงามมากขึ้น ก็สามารถทำได้เช่นกันความรู้สึกหลังเล่นต้องยอมรับว่าส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ได้เล่นเกมแนวนี้เยอะนัก (แต่ก็มีเล่นบ้าง) ยอมรับเลยว่า Park Beyond เป็นเกมที่ค่อนข้างเปิดโอกาสให้เรามีไอเดียสุดล้ำในการสร้างสวนสนุกได้มากมาย เราจะสามารถสร้างรถไฟเหาะตีลังกาด้วยท่วงท่าไหนก็สามารถทำได้ รวมถึงยังมีไอเดียสุดล้ำเกินจริงใส่เข้ามาเพื่อเพิ่มความหรรษาให้กับเกมด้วย นอกจากนี้ด้วยความที่เกมค่อนข้างเข้าใจง่าย เป็นเกมที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากลองเล่นเกมแนวนี้อย่างมาก เพราะตัวเกมเข้าใจง่าย ไม่ต้องศึกษาอะไรมากมายให้ซับซ้อนเลยแต่ถึงอย่างนั้นด้วยความที่ตัวเกมเข้าใจง่าย มันก็อาจจะเป็นหนึ่งในข้อเสียด้วย เหตุเพราะว่าแฟนเกมแนวนี้ที่เล่นเกมบริหารสวนสนุกมาอย่างช่ำชองก็อาจจะคิดว่าตัวเกมค่อนข้างมีความตื้นมากเกินไป ในบางระบบที่ตัวเกมใส่เข้ามาก็แทบไม่ได้ส่งผลใด ๆ ต่อเกมมากนัก การบริหารสิ่งต่าง ๆ ก็ค่อนข้างง่าย และแก้ไขปัญหาง่าย ซึ่งมันก็อาจจะทำให้ความท้าทายลดหายไปเยอะ ซึ่งพอเล่นไปนาน ๆ ก็อาจจะเกิดอาการเบื่อได้และอีกสิ่งที่อาจจะต้องติก็คงจะเป็นบัคจุกจิกของเกมที่พอมีให้เห็นบ้าง ดีหน่อยสำหรับผู้เล่นที่เล่นเกมนี้หลังจากเดย์วันทำให้ผู้เขียนไม่พบเจอบัคเท่าไร แต่ก็มีให้พบเห็นการขยับปากของตัวละครที่ผิดเพี๊ยนไม่สอดคล้องกับคำที่พูด หรือบัควางสร้างสิ่งปลูกสร้างบางอย่าง ที่อยู่ดี ๆ มันก็ซ้อนทับกันได้เฉย และต้องมาแก้กันใหม่แค่นั้น โดยรวมแล้วตัวเกมถือว่าทำออกมาไม่เลวเลย แต่มันก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมถ้าหากคุณเคยเล่นเกมแนวนี้มาเยอะแล้ว
03 Jul 2023
[Review] รีวิว Asus ROG Strix SCAR 18 โน้ตบุ๊คราคาหลักแสน เล่นเกมใหม่ลื่นๆ ได้อีกหลายปี!
ถ้าคุณกำลังมองหาโน้ตบุ๊คเกมมิ่งที่มีประสิทธิภาพสูง และมีดีไซน์พรีเมี่ยมดูแพงสุดๆ พร้อมไฟ RGB เพียบ Asus ROG Strix Scar 18 (2023) G834 อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคุณ และวันนี้ GameFever จะพามาดูรายละเอียดของเครื่องนี้กัน แต่แจ้งไว้ก่อนว่าใครจะจัดเครื่องนี้ต้องมีงบหลัก 1 แสน+ ขึ้นไปนะ!!!สเปคหน้าจอ: 18 นิ้ว, QHD+, 240Hz, 3msซีพียู: Intel Core i9-13980HXการ์ดจอ: Nvidia RTX 4090 VRAM 16GBRAM: 64GB DDR5ที่เก็บข้อมูล: SSD NVMe PCIe 4.0 2TBระบบเสียง: DTS:X Ultraการเชื่อมต่อ: Wi-Fi 6E, Bluetooth 5.2, USB-C, USB-A, HDMI, DisplayPortความน่าประทับใจ: สเปคของ ROG Strix Scar 18 นี้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจมาก ด้วยการ์ดจอ RTX 4090 และซีพียู Intel Core i9 ที่อยู่อันดับต้นๆ ฮาร์ดแวร์ ทำให้มันดีกว่ารุ่นอื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหนักหรือเล่นเกม สเปคนี้สามารถรับมือได้ทุกสถานการณ์ ไม่ต้องกลัวว่าจะแรงสู้ตัวอื่นไม่ได้ พร้อม VRAM ที่มีมากถึง 16GB ก็การันตีว่าใช้เล่นเกมได้อีกนานหลายปีแน่นอน (ปัจจุบันควรมี VRAM 12GB อยู่เลย)การออกแบบ และวัสดุวัสดุ: โลหะอลูมิเนียมพร้อมลายเลเซอร์สวยงามคีย์บอร์ด: RGB Per-Key ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบระบบระบายความร้อน: Liquid Metal และพัดลม AeroBlade 3Dน้ำหนัก: 2.9 กิโลกรัมการออกแบบของ ROG Strix Scar 18 นี้สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ด้วยวัสดุโลหะอลูมิเนียมที่คงทน และลายเลเซอร์ที่สวยงาม ทำให้เครื่องดูหรูและทันสมัยการออกแบบของ ROG Strix Scar 18 นี้ไม่เพียงแต่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เท่านั้น แต่ยังทำให้ผมรู้สึกว่ามันเหมือนมาจากโลกอนาคต ด้วยไฟ RGB ที่ประกอบตัวเครื่อง สร้างความสวยงามและดุจริเล่นได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสีของคีย์บอร์ดหรือไฟที่ตัวเครื่อง ทุกอย่างดูเป็นระบบที่เชื่อมต่อกันได้สมบูรณ์แบบ (ไฟ RGB มีที่ด้านล่างตัวเครื่องเป็นแถบยาวๆ และตรงโลโก้บนเครื่องด้วย) อีกหนึ่งส่วนที่น่าชมมากคือตัวกล่องดีไซน์อลังการ ตอน Unbox จึงทำให้ฟินมาก ถ้าจะมีข้อเสียก็คงเรื่องดีไซน์นั้นทำให้ตัวเครื่องก็หนักมาก พกพาได้ยากการใช้งานระบบปฏิบัติการ: Windows 11 Proแบตเตอรี่: แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมงซอฟต์แวร์พิเศษ: Armoury Crate สำหรับการปรับแต่งและติดตามสถานะของเครื่องการใช้งานของ ROG Strix Scar 18 นี้ลื่นไหล และซอฟต์แวร์ Armoury Crate มีหน้าตาที่ดี และใช้งานปรับไฟ RGB ได้ง่าย ทำให้การปรับแต่งเครื่องสะดวกสบายหลังจากที่ผู้เขียนได้ใช้งาน ROG Strix Scar 18 นี้ระยะหนึ่ง รู้สึกประทับใจในทุกด้านที่มันสามารถนำมาใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือการเล่นเกม ทุกอย่างดูลื่นไหล จนรู้สึกดีไม่ไหว ยกตัวอย่างเช่น การเปิดแอปพลิเคชันหลากหลายตัวพร้อมกัน หรือการโหลดเกมขนาดใหญ่ ทุกอย่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วและไม่มีสะดุด แถม Armoury Crate ก็เป็นโปรแกรมปรับแต่งที่หน้าตาดี และให้ความพรีเมี่ยมสูง พร้อมมีการปรับแต่งที่หลากหลายลูกเล่นมาก ทำให้การใช้งานได้ใจไปทุกด้าน (ควรเปิดโหมดพัดลมใช้งานแบบปกติ ถ้าเปิดโหมดเงียบทำให้เครื่องร้อนโหดมาก) อาจมีแอบขัดใจหน่อยคือแบตเตอรี่ไม่ได้ทนขนาดนั้นถ้าหากเล่นเกมแรงๆ ส่งผลให้ต้องเน้นเสียบปลั๊กเล่นมากกว่าการเล่นเกมประสิทธิภาพ: สามารถเล่นเกม AAA ในการตั้งค่า Ultra ได้แบบลื่นไหลระบบระบายความร้อน: มีประสิทธิภาพสูง ไม่มีปัญหาเรื่อง Overheating แม้ในการเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงการแสดงผล: จอ QHD+ ทำให้ภาพเกมดูสวยงามและคมชัดการเล่นเกมบน ROG Strix Scar 18 นี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม สามารถเล่นเกม Cyberpunk 2077 ได้ภาพสวยระดับสูงสุด และเฟรมเรทสูง ทำให้การเล่นเกมเป็นเรื่องที่สนุกสนาน นอกจากการที่ผมได้ลองเล่นเกม Cyberpunk 2077 ผู้เขียนยังได้ใช้ Notebook ตัวนี้ไปลองเล่นเกม Hogwarts Legacy และ Resident Evil 4 Remake ด้วย และผลลัพธ์ที่ได้ก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เล่นลื่นไหล ไม่มีสะดุด และภาพกราฟิกที่สวยงาม ทำให้ผู้เขียนจุ่มจิ้มในโลกของเกมได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจโลกวิเศษใน Hogwarts Legacy หรือการต่อสู้กับซอมบี้ใน Resident Evil 4 Remake ทุกสถานการณ์ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลงตัว ทำให้การเล่นเกมบนเครื่องนี้เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาด (ตอนเล่นเกมไม่แนะนำให้เปิดโหมด Silence ใน Armoury Crate ไม่งั้นเครื่องร้อนโหดมาก ถ้าเล่นเกมก็ปล่อยให้พัดลมดังไปปกติดีกว่า)สรุปผ่านการใช้งานและการทดสอบจากผม สรุปได้ว่า Asus ROG Strix Scar 18 (2023) G834 นี้เป็นเครื่องที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การใช้งาน หรือการเล่นเกม ทุกอย่างถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานที่หลากหลาย และมีราคาที่เหมาะสมกับสิ่งที่ได้รับ แน่นอนว่ามันคือตัวเลือกที่ดีสำหรับทุกคนที่ต้องการ Notebook ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีคุณภาพในการใช้งานแบบครบวงจร แต่ก็ด้วยราคาหลักแสนนั้นก็ทำให้เข้าถึงได้ยากหน่อย ขณะที่ใครเงินถึงก็ฟินไปหลายปีแน่นอน..............................พบเกม PC ลดราคาแรงตลอดปีที่ร้าน 2gameซื้อผ่านลิงก์ https://2game.com?ref=gamefeverth และใส่รหัสคูปอง Gamefever เพื่อรับส่วนลดเพิ่ม!
23 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Levistone Story ตั้งค่ายตะลุยดันเจี้ยนสุดแฟนตาซีบนมือถือภาพ Pixel สไตล์ Roguelike
คงไม่มีการผจญภัยไหนน่าตื่นเต้นไปกว่าพื้นที่ลึกลับ ยากจะเข้าถึง และเต็มไปด้วยความมืดรอบตัวอย่างใน "ดันเจี้ยน" จึงไม่น่าแปลกที่ช่วงหลังมานี้จะมีเกมที่สร้างพื้นที่ดันเจี้ยนขึ้นมาเป็น Gimmik หลักของการผจญภัยมากมายเช่นเดียวกับ Levistone story เกมผจญภัยแนว Roguelike บนมือถือ ที่มีพื้นที่สำรวจหลักก็ถือหุบเหวลึก แต่ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ เพราะกราฟฟิคของเขามาในแบบ Pixel สุดน่ารัก พร้อมฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากมาย ตัวเกมจะเป็นอย่างไรบ้าง? มีระบบอะไรให้เล่น? ในบทความนี้เราจะเล่าให้ฟังเอง!เนื้อเรื่อง  เป็นเวลากว่าพันปีแล้วที่ Prometheus พระเจ้าสูงสุดได้นำ Levistone มาให้ชาว Triberians ผู้ที่เชี่ยวชาญในการใช้ความสามารถของ Levistone พวกเขาสามารถใช้คริสตัลชิ้นนี้ร่ายเวทย์ทุกรูปแบบ แต่ไม่กี่ปีมานี้ Prometheus ได้หายไปใน Abyss โดยไม่ทราบสาเหตุ Central Council ได้ค้นพบความผิดปกติใน Triberias นี้ จึงได้ส่ง Levistone pillar มายังโลก  จากนั้น จึงได้มีการตั้งค่ายหน้า Abyss เพื่อทำภารกิจเคลียร์ดันเจี้ยนและค้นหาทรัพยากรจำเป็นในการดำรงชีพ จัดกำลังพลให้พร้อมแล้วออกไปผจญภัยกันเลย!รูปแบบการเล่น    ก่อนที่จะเริ่มผจญภัย เราก็ต้องมีทีมสำรวจกันก่อน โดยเราสามารถจ้างฮีโร่มาร่วมทีมได้ 3 คน โดยฮีโร่จะแบ่งเป็นการโจมตี 3 รูปแบบ คือ ระยะประชิด, ธนู และเวทย์ และแต่ละตัวก็จะมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันไป เช่น อบอุ่น, ใจร้อน, เย็นชา, ว่องไว, บอบบาง หรือสามัญธรรมดา เป็นต้น รวมประมาณ 36 แบบ ซึ่งนิสัยแต่ละแบบจะส่งผลต่อค่าสถานะความสามารถของตัวละครด้วย และยิ่งฮีโร่มีระดับที่สูงขึ้น จากสีเทา > เขียว > ม่วง > ส้ม > แดง ก็จะยิ่งเก่งและเป็นกำลังหลักที่ดีให้กับทีมอีกด้วย    เมื่อเราลงมาใน Abyss หรือที่เราน่าจะคุ้นปากว่า "ดันเจี้ยน" จะได้พบกับเหล่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ในโลกใต้หุบเหวนี้ หน้าที่ของเหล่าฮีโร่คือกำจัดพวกมันเพื่อไปสำรวจห้องอื่นและลงไปยังชั้นถัดไป    ใน Abyss เราสามารถเก็บรวบรวมทรัพยากรเพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นและอัปเกรดต่าง ๆ ภายในค่ายได้ รวมถึงเราสามารถหาอุปกรณ์สวมใส่รวมถึงยาฟื้นฟูได้จากภายในเหวลึกแห่งนี้ด้วย และพิเศษ หาเราเจอแท่นพลัง เราสามารถกดค้างเพื่อรับค่าความสามารถพิเศษต่าง ๆ เพื่อให้เราผ่าน Abyss ภายใน Terminal แต่ละรอบได้ง่ายขึ้นด้วยอีกระบบหลักที่หลายคนอาจชอบใจก็คือ "ค่าย" ซึ่งเป็นสถานที่ที่เราสามารถรับผลประโยชน์ต่าง ๆ จากระบบ Idel ของเกม ใช้คลังเก็บของ ว่าจ้างฮีโร่ ซื้อของจากร้านค้า และพบปะนักผจญภัยท่านอื่น เรียกได้ว่าทุกอย่างรวมไว้ในสถานที่พักผ่อนสุดสุขใจแห่งนี้ที่เดียวเลย  ระบบและฟังก์ชั่นพิเศษต่าง ๆ    นอกจากการสำรวจ Abyss และอัปเกรดค่ายแล้ว ในเกม Levistone Story ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกหลากหลาย เพื่อความเพลิดเพลินและผ่อนคลายจากการผจญภัยอันเหนื่อยล้า ได้แก่...ปลูกผัก ทำอาหาร - มีค่ายแล้วก็ต้องมีอาหารยังชีพ โดยเราจะสามารถทำฟาร์มเพื่อปลูกผักภายในค่ายได้ และผลผลิตจากฟาร์มยังสามารถนำมาปรุงอาหารเพิ่มค่าประสบการณ์ให้ฮีโร่ของเราได้ด้วยภารกิจประจำวัน - ถ้าการลงดันเจี้ยนมันสูบพลังเกินไป ลองผจญภัยเล็ก ๆ ในภารกิจพิเศษซึ่งใช้เวลาทำไม่นาน โดยสามารถทำได้วันละ 4 ครั้ง ทำครบรับโบนัสพิเศษไปได้เลยWorld map - หากเราเข้าสู่ World Map เราจะได้พบพื้นที่ในการทำกิจกรรมมากขึ้น ทั้งผจญภัยในเหมือง หาแร่ ตกปลา และ Mirage Tower ที่เราสามารถทำภารกิจ co-op ร่วมกับเพื่อนได้สัตว์เลี้ยง - หนึ่งในของแจกที่เกมให้มาไม่อั้นก็คือ "ไข่สัตว์เลี้ยง" ที่เราสามารถนำไปฟักได้ในค่าย แล้วรอลุ้นว่าจะได้ตัวอะไร นา่รักแค่ไหน และมีความสามารถอย่างไร หากถูกใจสามารถให้น้องร่วมทีมกับเหล่าฮีโร่ในการผจญภัยและทำภารกิจต่าง ๆ ได้========================================================และทั้งหมดนี้ก็คือบรรยากาศภายในเกม จะเห็นได้ว่าต่อให้เราเปิดกราฟฟิคสูงสุดก็สามารถเล่นเกมได้อย่างไหลลื่น เพราะกราฟฟิคแบบ Pixel bit ที่ไม่เปลืองทรัพยากรเครื่องมากจนเกินไป การ Performance จึงตอบสนองได้ดีมากด้วยอีกหนึ่งความพิเศษที่มาคู่กับภาพ Pixel ก็คือเพลง 16 Bit ที่พาเราย้อนเวลาให้คิดถึงเกมเครื่อง Playstation รุ่นแรก หรือเกม PC ยุคบุกเบิก นับเป็นการประยุกต์งานศิลป์ที่เข้ากันดีมาก ๆ อีกทั้งเสียเอฟเฟคที่ไม่หวือหวามากเกินไป ทำให้ไม่รู้สึกว่ามีเสียงรบกวนจากการสั่งการต่าง ๆ ภายในเกมก็ขอแนะนำเลย โดยเฉพาะสาวกเกมคอนโซลยุคเก่า หากใครอยากตามไปลองเล่น ก็สามารถโหลดได้แล้วทั้งบน Google Play และ App Store เลยจ้า~
22 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Final Fantasy XVI: "ความพยายามเล่นใหญ่ ที่อาจแพ้ภัยความคาดหวัง"
ขอบคุณ SIE Singapore และ Square Enix สำหรับโค้ดรีวิว)***รีวิวนี้จะไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องเกมอย่างเฉพาะเจาะจง แต่อาจมีการออกความเห็นที่ผู้อ่านบางท่านถือเป็นการสปอยได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน***เมือลองย้อนดูบทสัมภาษณ์มากมายจากทีมผู้พัฒนาเกม Final Fantasy XVI ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา คิดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะสัมผัสได้ถึง “ความคาดหวัง” ที่ทีมงานมีให้กับเกม Final Fantasy XVI ในฐานะวิวัฒนาการใหม่ของซีรีส์ โดยโปรดิวเซอร์ใหญ่ประจำเกมอย่างคุณ Naoki Yoshida ได้เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่าต้องการให้เกมสามารถ “ยกระดับซีรีส์ Final Fantasy ให้กลายเป็นแฟรนไชส์ RPG ระดับแนวหน้าอีกครั้ง” หลังจากที่ความนิยมของซีรีส์ดูจะเสื่อมไปในหมู่เกมเมอร์ยุคใหม่คำสัมภาษณ์อันใหญ่โตมากมาย บวกกับเดโมสั้นของเกมที่ได้รับความนิยมล้นหลามจากทุกสารทิศ ก็ยิ่งทำให้ “ความคาดหวัง” ของกลุ่มผู้เล่นพุ่งกระโจนสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเกมเพลย์แอคชันอันดุเดือด ฉากคัตซีนการต่อสู้ระหว่างเหล่า Eikon ร่างยักษ์ ไปจนถึงเนื้อเรื่องสไตล์ผู้ใหญ่ที่ดูจะเล่นกับประเด็นหนัก ๆ อย่างการเมือง แรงงานทาส การเหยียดชาติพันธุ์ ไปจนถึงความโหดร้ายของสงคราม ที่ล้วนแล้วแต่บ่งชี้ว่า Final Fantasy XVI จะสามารถตอบโจทย์ความคาดหวังอันใหญ่หลวงของผู้พัฒนาได้จริง ซึ่งผู้เขียนเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คิดเช่นนั้นด้วยจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ต้องรายงานว่าแม้เกม Final Fantasy XVI จะยังมีจุดแข็งอยู่ไม่น้อยในฐานะเกมแอคชัน และการนำเสนอแสง สี เสียง แต่ก็ยังมีจุดอ่อนใหญ่ ๆ อีกมากมายที่ฉุดรั้งเกมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องและตัวละครที่น่าสับสน ความแห้งแล้งของโลกในเกม ไปจนถึงระบบ RPG ที่เบาบางมากจนอดสงสัยไม่ได้ว่าจะยังนับเกมนี้เป็น RPG ได้จริงหรือไม่…?“ไฟนอล DMC กับความเป็น RPG ที่หล่นหาย”สำหรับคนที่เล่นเดโมเกมมาแล้ว หรือได้ติดตามตัวอย่างเกมเพลย์มากมายที่ปล่อยออกมา น่าจะทราบกันดีว่าเกมเพลย์ของ Final Fantasy XVI มีความเป็นเกมแอคชันสูงมาก โดยหลาย ๆ คนเปรียบกับระบบต่อสู้ของ Devil May Cry หรือ Bayonetta (ซึ่งไม่น่าแปลกเพราะ FFXVI มีอดีตผู้พัฒนา DMC ร่วมทีมอยู่ด้วย) ที่ผสมผสานทักษะการโจมตีทั้งระยะประชิดและระยะไกล เข้ากับสกิลเวทมนต์ Eikon ทั้งหลายเพื่อประกอบกันเป็นคอมโบยาว ๆ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวที่เร็วไฟลุก ตามความตั้งใจของผู้พัฒนาที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาพจำแบบเทิร์นเบสของซีรีส์ Final Fantasy ที่สำหรับหลาย ๆ คนหากจะวัดกันในเรื่องของ “คุณภาพ” ล้วน ๆ ผู้เขียนพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าระบบการต่อสู้ของ Final Fantasy XVI ถือเป็นระบบแอคชันที่ยอดเยี่ยม มีการควบคุมที่ไม่ยากจนเกินไป ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นที่อาจจะเล่นเกมแอคชันสไตล์ DMC ไม่ค่อยคล่อง (อย่างผู้เขียน) ยังสามารถเรียนรู้ที่จะร้อยเรียงคอมโบต่าง ๆ ได้ในระดับที่รู้สึกน่าพอใจ โดยที่ไม่รู้สึกง่ายจนน่าเบื่อในเวลาเดียวกัน ยิ่งในการต่อสู้กับศัตรูระดับบอสที่มีระบบ Stagger เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้เรามีช่องว่างในการทำคอมโบแบบจัดเต็มได้อย่างหนำใจสำหรับคนที่ชื่นชอบเกมเพลย์สไตล์นี้ ยังไม่นับการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเอฟเฟกต์พิเศษเวลาที่หลบการโจมตีศัตรูได้ในวินาทีสุดท้าย (Precision Dodge) ที่ทำให้การต่อสู้รู้สึกรวดเร็ว ดุเดือด มีน้ำหนักเสมอแต่ถึง Final Fantasy XVI จะเป็น “เกมแอคชันที่ดี” อย่างไม่ต้องสงสัย ผู้เขียนกลับรู้สึกว่าเกมอาจไม่ใช่ “แอคชัน RPG” ที่ดีนัก โดยแม้ว่าเกมจะมีระบบ RPG อย่างการอัพสกิล การสวมใส่อาวุธ/ชุดเกราะ/เครื่องประดับ รวมถึงการอัพเลเวล แต่ระบบเหล่านี้กลับมีอยู่ในระดับที่ผิวเผินที่สุดเท่านั้น แถมบางระบบยังส่งผลน้อยมาก ๆ จนแทบไม่สังเกตเลยด้วยซ้ำหากนึกถึงเกมแอคชัน RPG อันเป็นแรงบันดาลใจของเกมนี้อย่าง The Witcher จะเห็นว่าแม้เกมจะมีระบบต่อสู้ที่เน้นแอคชันคล้าย ๆ กัน แต่ผู้เล่นกลับมีตัวเลือกในการ “ปั้น” Geralt ของตัวเองได้หลากหลายพอสมควร บางคนอาจจะเน้นอัพสายฉาบพิษบนดาบ บางคนก็เน้นสายโด๊บยา ในขณะที่บางคนก็อัพสายควงดาบโต้ง ๆ ซึ่งทั้ง 3 สายล้วนมีสไตล์การเล่นรวมถึงสกิลและของสวมใส่ที่สนับสนุนแต่ละสายที่เลือกโดยตรง ยังไม่นับรวมเวทมนต์ที่อัพเกรดได้หลากหลาย จนบางครั้งเปลี่ยนวิธีการทำงานของเวทมนต์นั้น ๆ ไปเลยในทางกลับกัน ระบบต่าง ๆ ของเกม Final Fantasy XVI ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้คิดหรือตัดสินใจเท่าไหร่นัก เช่นระบบอาวุธชุดเกราะ ที่มีลักษณะเป็นการอัพเกรดตัวเลขเท่านั้น โดยดาบและของสวมใส่ทุกชิ้นที่ตัวละครได้รับในเกมจะไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษใด ๆ ที่อาจจะส่งผลต่อการเล่นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ในขณะที่ระบบเครื่องประดับแต่ละชิ้นก็มักจะส่งผลต่อสกิล Eikon เพียงสกิลเดียวเท่านั้น และส่งผลในระดับที่เล็กมาก ๆ เช่นการเพิ่มดาเมจ 10% หรือการลดคูลดาวน์ 2 วินาที มีน้อยชิ้นมาก ๆ ที่จะส่งผลต่อการเล่น (เช่นชิ้นหนึ่งที่ทำให้ตัวละครชาร์จเวทมนต์โดยอัตโนมัติตลอดเวลา เป็นต้น) แม้แต่ระบบการอัพสกิล Eikon ที่อาจจะดูเป็นระบบที่ RPG ที่สุดก็ไม่ได้ลึกไปกว่า “เลือกอัพสกิลที่ชอบที่สุดจนเต็มเพื่อให้แรง/ใหญ่ขึ้น” เท่านั้น ไม่ได้มีการปรับแต่งเพื่อเสริมเอฟเฟกต์พิเศษให้ผู้เล่นได้ “ปั้น” ตัวละครอย่างหลากหลายอีกจุดที่ควรพูดถึงเกี่ยวกับ Final Fantasy XVI คือการที่เกมไม่มีอะไรให้ทำเลยนอกจากการต่อสู้ แม้ว่าเกมจะมีระบบไซด์เควสอยู่ แต่เควส “ทั้งหมด” ในเกมมีลักษณะเป็น Fetch Quest ที่มักให้ผู้เล่นวิ่งไปมาเพื่อคุยกับ NPC เป็นหลัก และอาจมีการต่อสู้เพียงประปรายกับศัตรูชนิดเดิม ๆ ไม่กี่ชนิดที่มีอยู่ในเกม ซึ่งการทำเควสเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็มีรางวัลให้เป็นเพียงเงิน (ซึ่งนอกจากเติม Potion แล้วก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร มีเหลือเฟือมาก) หรือทรัพยากรณ์สำหรับคราฟของ (ซึ่งก็ไม่รู้จะคราฟอะไรอีก) โดยมีเพียงหยิบมือหนึ่งที่อาจให้รางวัลที่น่าสนใจจริง ๆ เช่นการเพิ่มปริมาณ Potion ที่เราถือ หรือปลดล๊อคน้องนก Chocobo มาขี่ในขณะเดียวกัน แผนที่เกมส่วนใหญ่ก็มีลักษณะเป็นทางเดินแคบ ๆ ต่อ ๆ กันเป็นแผนที่ใหญ่ โดยที่ไม่มีอะไรให้สำรวจเลย ไม่มีดันเจี้ยนหรือเมืองลับให้หา จะมีก็เพียงศัตรูบอสเสริมจากระบบ Hunt Board เท่านั้นที่เกมจะให้พื้นที่กว้าง ๆ มาให้เราวิ่งหาเอาเอง แต่ด้วยความจำกัดของแผนที่ ทำให้บ่อยครั้งเพียงแค่เปิดแผนที่ใหญ่ขึ้นมาดูก็แทบจะเห็นได้ทันทีว่าบอสน่าจะอยู่ตรงไหน เพราะเกมมักมีทางเดินแยกไปสู่ห้องทรงกลมใหญ่ ๆ อยู่ประปรายในแทบทุกแผนที่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อตำหนิเกมเฉย ๆ แต่เพื่อบ่งชี้ให้เห็นว่าเกมยังขาดระบบหลายอย่างที่เรานึกถึงกันเวลาพูดถึงเกมแอคชัน RPG (หรือเกม RPG ทั่วไป) ซึ่งถ้ามองในฐานะเกมแอคชันเพียว ๆ แล้วเกมก็นับว่าสนุกสะใจตลอดทางตั้งแต่ต้นจนจบอยู่เหมือนกัน“เนื้อเรื่องดี ๆ ดันไปอยู่ที่เควสเสริม แต่…”เมื่อพูดถึงเนื้อเรื่องของเกม FFXVI อาจเป็นจุดที่น่าผิดหวังมากที่สุดสำหรับผู้เขียนเลยก็เป็นได้ เพราะแม้ว่าโทนความเป็นผู้ใหญ่และพล๊อตสไตล์การเมืองของเกมจะดูน่าตื่นเต้นในช่วงแรก แต่ท้ายที่สุดแล้วเนื้อเรื่องของเกมก็ยังคงดำเนินไปตามสูตรของ JRPG ที่เราคุ้นเคยกันดี และยังคงติดกับดักต่าง ๆ ที่เป็นจุดอ่อนของเกมแนวนี้มาตลอดอีกด้วยอย่างแรก ผู้เขียนรู้สึกว่าผู้พัฒนามีความ “เล่นใหญ่” เกินจำเป็นด้วยการวางฐานเรื่องราวสงครามระหว่างอาณาจักรมากมายที่มาตัวละครและภูมิหลังของตัวเอง ซึ่งเมื่อรวมกับจังหวะการเล่าเรื่องที่มีการโดดไปโดดมาระหว่างสถานที่หลายแห่ง มีคู่ขัดแย้งหลายฝ่าย ทำให้การเล่าเรื่องในเกมบ่อยครั้งตามยากว่าสรุปใครเป็นใคร ใครเป็นพวกกับใคร ใครหักหลังใครอยู่ ฯลฯ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ส่วนใหญ่ ๆ มักเกิดขึ้น “นอกจอ” ในขณะที่ผู้เล่นกำลังติดตามตัวเอก Clive อยู่อีกด้วย และแม้จะมีระบบตัวช่วยอย่าง Active Time Lore มาเพื่ออธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ อยู่บ้าง (รวมถึง NPC อีกบางคนที่ช่วยอธิบายอีกทาง) แต่ถ้าผู้เล่นไม่เปิดขึ้นมาอ่านเอง (หรือเดินไปคุยกับ NPC) ก็ยากจะเข้าใจ “ภาพรวม” ของเนื้อเรื่อง ซึ่งก็ไม่ใช่วิธีการเล่าเรื่องที่สะดวกเท่าไหร่นักสำหรับคนเล่นอีกจุดที่อาจทำให้เนื้อเรื่องติดตามยากขึ้นไปอีกสำหรับผู้เล่นชาวไทยหลายคนคือการที่เกมเลือกใช้ภาษาอังกฤษแบบสำบัดสำนวนสุดขีด แถมยังใช้คำแสลงหรือศัพท์โบราณอีกเพียบ จนขนาดที่มีซัพ (ภาษาอังกฤษ) ให้อ่านแล้วก็ยังงงไปหลายจังหวะเหมือนกันการ “เล่นใหญ่” ของเกมยังนำไปสู่จุดอ่อนอีกข้อ คือการที่เกมมีตัวละครเยอะเกินไปจนไม่มีเวลามากพอจะพัฒนาตัวละครตัวไหนได้จริง ๆ เพราะเกมไม่อยู่ที่ใดที่หนึ่งนานพอเพราะต้องดำเนินเส้นเรื่องหลักอยู่เสมอ ซึ่งก็ทำให้การตัดสินใจของตัวละครหลาย ๆ ตัวในเนื้อเรื่องมีความรู้สึกไร้เหตุผลหรือไร้น้ำหนัก มีแต่ตัวละครมิติเดียวที่ไม่ค่อยน่าจดจำ ซึ่งรวมถึงตัวร้ายหลักด้วย ทำให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องรู้สึกขาดน้ำหนักไปด้วยโดยปริยายในอีกมุมหนึ่ง ใช่ว่าเกมจะสอบตกไปหมดในด้านเนื้อเรื่อง โดยผู้เขียนพบว่าเนื้อเรื่องส่วนที่น่าจดจำที่สุดในเกมมักถูกซ่อนอยู่ในเควสเสริม ซึ่งมีทั้งเควสสั้น ๆ ไปจนถึงเควสยาวที่เนื้อเรื่องติดต่อกัน ที่มักเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจแนวคิดผู้ใหญ่ที่เกมปูพื้นมา โดยเฉพาะประเด็นการเมืองอย่างสงครามและชาติพันธุ์ ถึงขนาดที่ทำเอาผู้เขียนเสียน้ำตาได้เลยในบางครั้ง แต่ก็ยังติดข้อเท็จจริงที่ว่าเกมเพลย์ของเควสเสริมเหล่านี้ไม่ได้น่าสนุกเท่าไหร่ แถมของรางวัลก็ไม่ได้ดีนัก ซึ่งก็อาจทำให้ผู้เล่นหลายคนเลือกที่จะข้ามเควสเหล่านี้ไปในที่สุด“ภาพและเสียงอลังการงานสร้างสมราคาคุย”หากจะมีองค์ประกอบใดที่รู้สึกว่าต้องชื่มชมเกมเป็นพิเศษ น่าจะเป็นงานกราฟิกและงานเสียงส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุดที่คิดว่าน่าจดจำมากที่สุด และประสบความสำเร็จมาก ๆ ในการปกปิดหรือกลบเกลื่อนจุดอ่อนบางประการที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ในส่วนของงานภาพ เกมดูจะใช้ฐานกราฟิกเดียวกับผลงานของทีมพัฒนา Creative Business Unit 3 อย่าง Final Fantasy XIV (14) ซึ่งแม้จะทำให้อนิเมชันตัวละครนอกคัตซีนมีความแข็ง ๆ อยู่บ้าง แต่ก็ทำให้เกมสามารถสร้างฉากหลังที่ยิ่งใหญ่ตระการตาได้ อย่างเช่นฉากเมืองหลวงของจักรวรรดิ Sanbreque ที่มีลักษณะเป็นปราสาทสูงตระหง่านฟ้า และมีฉากหลังเป็นคริสตัลสีน้ำเงินขนาดมหึมา ซึ่งการออกแบบฉากหลังเช่นนี้ส่งผลให้โลกของเกมรู้สึก “กว้างใหญ่” กว่าที่เป็นจริงอีกด้วยการใช้เอนจิ้นของเกมภาค 14 ในการพัฒนาเกมภาค 16 ยังส่งผลให้เกมสามารถใส่รายละเอียดลงไปในโมเดลตัวละครมอนส์เตอร์ได้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งก็ช่วยในการเสริมชีวิตชีวาให้โลกของเกมขึ้นมาได้บ้าง และทำให้โลกของเกมมีเอกลักษณ์ของ Final Fantasy อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ากราฟิกสุดตระการตานี้ก็อาจจะมีราคาที่ต้องจ่ายเล็กน้อย โดยแม้ว่าผู้เขียนเล่นเกมในโหมด Frame Rate ที่แสดงผล 60FPS ก็ยังพบว่ามีอาการเฟรมตกจนสังเกตได้อยู่บ้าง แต่ก็ไม่บ่อยจนรู้สึกรำคาญ แถมผู้เขียนยังไม่พบบั๊กใด ๆ เลยด้วยระหว่างการเล่น ในแง่ของ Performance จึงไม่ได้รู้สึกว่ามีปัญหานัก แต่ผู้พัฒนาก็บอกว่าจะมีแพทช์ Day One ออกมาเพื่อปรับปรุงจุดนี้อยู่แล้วด้วยในฝั่งของเสียง เกมได้รับการแต่งเพลงโดยคุณ Masayoshi Soken ผู้ซึ่งมีผลงานแต่งเพลงให้กับเกม Final Fantasy XIV มาช้านาน ซึ่งเป็นภาคที่ได้รับคำชมเรื่องเพลงประกอบหนาหูมาตลอดเช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของเพลงฉากต่อสู้ต่าง ๆ ที่เร้าใจมาก ยิ่งพวกฉาก Eikonic Battle ที่มีตัวละครแปลงร่างเป็นเทพ Eikon ขนาดยักษ์มาสู้ก่อนนี่บอกเลยว่าน่าโหลดมาเก็บไว้หลายเพลงทีเดียวเกมมีเสียงพากย์ให้กับคัตซีนเกือบทั้งหมด จึงเป็นเรื่องน่าชมที่เกมสามารถรักษามาตรฐานของเสียงพากย์อันยอดเยี่ยมเอาไว้ได้สำหรับตัวละครแทบทุกตัวในเกม โดยการที่เกมใช้สำเนียงภาษาอังกฤษหลากหลายก็ช่วยทำให้ตัวละครรู้สึกมีเอกลักษณ์มากขึ้น สามารถแยกตัวละครจากพื้นเพต่าง ๆ กันได้อีกทางหนึ่ง และเสริมอรรถรสแนวแฟนตาซีของเกมได้ด้วย แม้ว่าอาจจะฟังยากไปซะหน่อยในบางกรณี “ความคาดหวังที่น่าตั้งคำถามของ Square Enix”ตลอดระยะเวลาที่เล่นเกม Final Fantasy XVI ผู้เขียนมักนึกย้อนกลับไปถึงความตั้งใจและคำให้สัมภาษณ์ของผู้พัฒนาที่กล่าวไปในช่วงต้น ที่ต้องการให้เกมภาค XVI นี้ทำให้ Final Fantasy กลายเป็นที่กล่าวขานในฐานะสุดยอดซีรีส์ RPG อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ยิ่งทำให้รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจการตัดสินใจและการออกแบบองค์ประกอบหลาย ๆ ส่วนของเกม ที่แลดูต้องการจะตีตัวออกห่างจากนิยามของความเป็น RPG ในแบบที่คนทั่วไปเข้าใจกัน จนอาจจะทำให้ความคาดหวังของผู้เล่นกลุ่มใหญ่ ๆ คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงที่เกมเป็นอย่างมากสุดท้ายนี้ สำหรับคนที่ลังเลว่าเกม Final Fantasy XVI จะเหมาะกับคุณหรือไม่ คำถามที่ควรถามอาจไม่ใช่ว่า “คุณชอบเกม Final Fantasy แค่ไหน” แต่เป็น “คุณชอบเกม Character Action อย่าง Devil May Cry หรือ Bayonetta แค่ไหน” มากกว่า
21 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Everdream Valley เกมทำฟาร์มแบบ Open World กิจกรรมเยอะ สัตว์เลี้ยงเพียบ
Everdream Valley เกมทำฟาร์มสุดน่ารัก ที่จะพาเราผจญภัยในโลกของเกมทำไร่ทำสวนในรูปแบบ Open World ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติในเกม ลงวางขายใน Steam เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2023 ผู้เขียนกดลงคลังไว้ตั้งแต่วันแรกเหมือนเดิม ตามดูตัวอย่างเกมมาสักพักผมก็คิดว่ามันต้องมีอะไรในเกมให้เราทำเยอะแน่ ๆ เลยตัดสินใจเอาเกมนี้มาเขียนรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ความน่ารักเนี่ยผมบอกเลยผมให้เต็ม 10 ส่วนระบบต่าง ๆ เกมเพลย์ ฟีลการเล่นจะเป็นยังไงนั้น ตามมาอ่านกันต่อที่ด้านล่างได้เลย ฝากให้เธอเลี้ยงดู ให้อยู่กับเธอแล้วกัน (เนื้อเรื่องคร่าว ๆ)เราจะได้รับบทเป็นเด็กคนหนึ่ง (เลือกเพศได้) ที่พ่อและแม่ของเรามีงานเข้า ประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงวันหยุดของเราพอดี และไม่สามารถทิ้งให้เราอยู่บ้านคนเดียวได้ คุณแม่เลยพาเรามาฝากไว้ที่บ้านไร่ของคุณตาและคุณยายครับ คุณตาและคุณยายตบปากรับคำคุณแม่ไปว่า"ไม่ต้องห่วงนะ นี่จะเป็นวันหยุดที่สนุกของเราแน่นอน"และแล้วคุณแม่ก็กลับไป เหลืออยู่แค่เราและคุณตาคุณยายครับ ไอ้เราเนี่ยอยากให้พ่อกับแม่ของเรามารับบทชาวสวนชาวไร่ด้วย แต่พ่อแม่ของเรามาด้วยไม่ได้ ช่วงแรก ๆ หน้าก็เลยจะบูด ๆ ให้คุณตาถามตลอดว่า "ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ" ฮ่า ๆ แต่จุดเริ่มต้นความสนุกของเด็กน้อยอย่างเราก็จะเริ่มต้นขึ้นตรงนี้แหละฮะ คุณตาและคุณยายจะหาอะไรให้เราทำอยู่ตลอดเวลานับตั้งแต่จากนี้ไปมีระบบให้แต่งตัวด้วยอาจจะไม่ได้มีระบบการแต่งตัวอะไรให้เราเลือกมากนักนะครับ ก่อนเข้าเกมเราจะได้เลือกชุดเสื้อผ้า เลือกหน้าเลือกตาอยู่บ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่ตัวเกมใส่มาให้ แต่เมื่อเล่นเกมไปเรื่อย ๆ ถ้าเราทำเควสผ่าน หรือแม้แต่นอนเพื่อผ่านวัน อุปกรณ์การแต่งกายก็จะปลดล็อกออกมาเรื่อย ๆ จะมีข้อความแจ้งในเกม สามารถซื้อชุดสวมใส่ได้ที่คุณลุงพ่อค้า โดยการเอาผลผลิตจากฟาร์มของเราไปขายแลกเป็นเงิน แล้วนำเงินไปซื้อเสื้อผ้าได้ครับ เสียดายมีทรงผมให้เลือกน้อยไปหน่อยการเลี้ยงสัตว์ แบบคิวต์คิวต์ (สัตว์ที่ให้วัตถุดิบ)กุ๊กไก่ - เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดแรกที่เราจะได้เลี้ยงในฟาร์มครับ คุณตาของเราจะให้ภารกิจไปตามไล่จับน้อน ๆ ที่หนีออกไปซุกซนอยู่ด้านนอกของฟาร์ม เพราะคุณตาไม่ได้เลี้ยงไว้นานแล้ว จะมีเล้าไก่พัง ๆ เราก็ต้องเป็นคนไปซ่อม ที่กกไข่ต่าง ๆ เรานี่แหละที่ต้องเป็นคนคราฟต์มันขึ้นมา ระบบตรงนี้คือน่ารักมาก ๆ ตัวเกมจะให้เราวิ่งไปหากุ๊กไก่ที่ซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้ต่าง ๆ สอนให้เราดูแผนที่ ตรงไหนเป็นจุดเควสก็จะมีวงบอก อารมณ์เหมือนเล่นเกม MMORPG ในแบบทำฟาร์มเลยครับไก่เกมนี้จะมีทั้งตัวเมียตัวผู้นะครับ ตรงนี้จะมีเครื่องฟักไข่ให้เราเอาไข่ไก่มาวางไว้ได้ (เล่นตามเควสไปเรื่อย ๆ จะได้เครื่องฟักมาครับ) เราสามารถเก็บไข่เพื่อเอาไปขายหรือทำอาหารได้ แต่ไก่เกมนี้ไม่ได้ไข่ทุกวัน หรือไม่แน่ใจว่าไข่ทุกวันไหมเพราะระบบตรงนี้ก็ยังค่อนข้างให้ความกำกวมกับผมอยู่ ไก่หรือสัตว์อื่น ๆ ต้องกินข้าว แต่ตัวเกมไม่ได้สอนครับว่าสัตว์แต่ละชนิดกินอาหารอะไร ตรงนี้ผมงมอยู่นานมาก และยังหาคำตอบไม่ได้ ก็เลยมองว่าระบบตรงนี้ค่อนข้างสร้างความสับสนให้ผู้เล่นอยู่พอสมควรพี่วัว - อันนี้จะอยู่ในเนื้อเรื่องที่คุณตาจะให้เราไปทำภารกิจเหมือนกัน พี่วัวชื่อ Willow เป็นวัวตัวโปรดของคุณยายที่หายไป คือแบบน่ารักมาก ที่ให้เด็กน้อยไปเป็นนักสืบกับเจ้าหมาคู่ใจ ตามหาพี่วัวที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว ผู้เขียนมองว่าเออเกมนี้มันมีฟีเจอร์อะไรต่าง ๆ เป็นกิมมิกเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้เล่นอย่างเราได้มีส่วนร่วมกับเกม แต่ผมก็ยังแอบไม่ชอบตรงที่มันสอนไม่ค่อยละเอียดนี่แหละ ว่าต้องเอาไอเทมไหนให้หมาก่อนหมาถึงจะรับคำสั่งจากเรา แล้วเดินออกตามหาพี่วัว ผมหาวิธีด้วยตัวเองอยู่สักพักเพราะระบบ Hint ก็หายากและบอกรายละเอียดที่ค่อนข้างสับสนครับวัวจะผลิตนมให้เรา ซึ่งก็ไม่ได้ให้นมทุกวันเหมือนกัน อันนี้ค่อนข้างแน่ใจว่ากินฟางแน่ ๆ มีระบบให้คราฟต์ฟางให้พี่วัวกินครับ ซึ่งแตกต่างจากไก่ ที่ผมไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าน้องกินอะไร การได้รับนมวัวจากเกมนี้เราต้องมีอุปกรณ์ที่เรียกว่าเหยือก หาได้ตามฟาร์มนั่นแหละมีให้เก็บอยู่หลายจุด พอมีสัญลักษณ์เป็นป็อปอัปรูปเหยือกที่หัวพี่วัวเมื่อไหร่ เราก็สามารถเอาเหยือกไปใส่นมที่เต้านมของพี่วัวได้ จะมีมินิเกมเล็ก ๆ ให้เรารีดนมวัวใส่เหยือกของเรา บอกเลยว่าน่ารักและสนุกมาก ๆ เพราะสร้างความสมจริงให้กับตัวเกม ว่าการรีดนมวัวจริง ๆ มันก็จะประมาณนี้แหละจ้าาาาาา บอกเลยว่าเป็นเกมที่สอนวิธีการใช้ชีวิตในฟาร์มได้ดีมาก ๆแกะและอัลปาก้า - ผู้เขียนขออนุญาตเอาสัตว์ทั้ง 2 ชนิดมาใส่รวมกันไว้เลยนะครับ เพราะให้วัตถุดิบชนิดเดียวกันนั่นก็คือขน ตอนเราเจอแกะเราจะได้รับเควสจากคุณตาเพื่อไปฝึกน้องหมาของเราในการต้อนแกะ บอกเลยว่าการใช้หมาต้อนสัตว์ต่าง ๆ กลับฟาร์มในช่วงแรก ๆ นั้นยากมาก ๆ ในการบังคับ แต่พอจับจุดได้มันก็จะเข้าใจไปเอง แต่ผมมองว่ามันก็ยากเกินไปมาก ๆ ที่ต้องคอยชี้เป้าให้หมาของเราวิ่ง สุดท้ายพอถึงฟาร์มก็ต้องไปคอยลูบ ๆ ตัวแกะแล้วพาเขาคอกอยู่ดีครับส่วนอัลปาก้านั้น ผู้เขียนไปเจอเข้าด้วยความบังเอิญตอนไปสำรวจแผนที่ แล้วเจอว่าน้องมีสัญลักษณ์แปลก ๆ เป็นรูปปรอทอยู่ที่บนหัว หลังจากพากลับมาอยู่ที่ฟาร์มจึงได้รู้จากคุณยายว่านั่นคือสัตว์ป่วยครับ คุณยายจะสอนวิธีคราฟต์ยาให้กับเราและสอนว่าทำไมสัตว์ต่าง ๆ ถึงป่วย ส่วนคุณตาก็จะสอนวิธีสร้างเพิงเพื่อที่จะให้สัตว์ไม่โดนฝน เมื่อไม่ต้องอยู่กลางฝนสัตว์ก็จะมีที่พักพิงและไม่ป่วย สนุกและได้ความรู้เหมาะให้ลูก ๆ หลาน ๆ มาเล่นมว๊ากกกก ยังมีระบบอีกเยอะแยะมาก ๆ บทความยาวแน่ ๆ อย่าเพิ่งเบื่อกันไปก่อนนะครับทุกคน สัตว์เลี้ยงที่ต้องคลุกคลีอยู่กับเราตลอด (สัตว์ใช้งาน)ในบทความนี้ผู้เขียนจะขอพูดถึงแค่น้องหมาและน้องแมวเท่านั้นนะครับ เพราะไม่งั้นบทความนี้จะยาวมาก ๆแมวส้ม - เจ้าแงวตัวนี้กับเราจะได้พบกันตั้งแต่ย่างเท่าเข้ามาในฟาร์มเลยครับ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ยังมีอยู่และไม่ได้หนีหายไปของคุณตาคุณยาย ถ้าเราอยากใช้งานเจ้าเหมียว เราต้องไปตีซี้ทำตัวสนิทสนมกับน้องซะก่อน โดยการฝึกน้องเล่นลอดห่วงบ้าง หรือลูบเนื้อลูบตัวน้องไปเรื่อย ๆ เมื่อค่าการเรียนรู้ของเจ้าเหมียวเต็มแล้ว น้องจะวิ่งตามเราไปตลอด คอยช่วยจับหนูจับแมลงให้ครับระบบนี้แรก ๆ สำหรับผู้เขียนก็สร้างความตื่นเต้นได้นิด ๆ หน่อย ๆ เพราะเล่นไปเรื่อย ๆ ระบบการสอนสัตว์ก็ค่อนข้างจำเจไม่มีอะไรให้ทำ ผมไม่ชอบที่เกจการเรียนรู้ หรือความสนิทสนมสามารถลดได้ และเราต้องคอยฝึกน้องเรื่อย ๆ ถึงฝึกจนเต็มแล้วถึงแม้จะจับแมลงจับหนูให้เราบ่อยขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์น้องอีกว่าจะจับหรือไม่จับ แล้วก็วิ่งค่อนข้างมั่วไม่ได้ตามเราตลอดน้องหมา - เจ้าตูบตัวนี้เราจะได้มาจากลุงพ่อค้า เราสามารถเลือกสายพันธุ์ในการเลี้ยงได้ การฝึกน้องหมาบอกเลยว่าแทบจะไม่มีอะไรให้ทำ เราทำได้แต่นั่งลูบตัวน้องไปเรื่อย ๆ รอจนกว่าค่าความสนิทจะเต็ม คือตรงนี้จะไม่มีกิจกรรมมินิเกมให้เราเล่นเหมือนกับน้องแมว ลูบหัวลูบตัวหมาวน ๆ ไป ประโยชน์ก็แค่เอาไว้ใช้ตามรอยสัตว์ต่าง ๆ ที่หายไปจากฟาร์ม กับต้อนสัตว์ต่าง ๆ กลับฟาร์ม เอาจริง ๆ พอหลัง ๆ อยู่ดีดีก็ไม่มีอะไรให้ตามหา แล้วน้องหมาก็ดูจะมีประโยชน์น้อยกว่าน้องแมวไปซะอย่างนั้น หลัง ๆ ก็วิ่งตามเราอย่างเดียวแทบไม่มีอะไรให้เรียกใช้บริการน้องเลยระบบคราฟต์จริง ๆ ยังมีสัตว์ให้เลี้ยงอีกเยอะมาก ๆ ที่ผู้เขียนยังไม่ได้พูดถึง ไม่ว่าจะเป็น เป็ด, ห่าน, หมู, ม้า, ผึ้ง, กวาง หรือแพะ ฯลฯ แต่ลักษณะการเลี้ยงก็จะคล้าย ๆ กันหมด ถ้าพูดถึงทุกชนิดเดี๋ยวเราจะไม่ได้พูดถึงหัวข้ออื่น ๆ กันเลย เพราะระบบเกมนี้มันมีอีกเยอะมาก ๆ ผู้เขียนเลยจะหยิบเอาตรงนั้นมานิด ตรงนี้มาหน่อย อยากให้ผู้อ่านเห็นภาพรวม ๆ ของความน่ารักของเกมนี้ครับการคราฟต์ของเกมนี้ไม่ได้แตกต่างจากเกมอื่น ๆ เลย มีโต๊ะคราฟต์เหมือนกัน แต่เราต้องซ่อมมันให้เรียบร้อยก่อนมันถึงจะใช้ได้ และไม่ใช่ว่าซ่อมแล้วเราจะสามารถคราฟต์ได้ทุกอย่าง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราสามารถคราฟต์ได้นั้นจะปลดล็อกตามการสอนงานของคุณตาและคุณยาย ก็คือต้องรอคุณตาคุณยายอนุญาตและให้ความรู้กับเราก่อนนั่นแหละครับ ระบบใช้งานง่ายครับจะแจ้งหมดว่าเราต้องใช้วัตถุดิบอะไร จำนวนเท่าไหร่ การคราฟต์บางอย่างอาจจะต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อที่จะได้รับวัตถุดิบอย่างเช่น ไม้กระดาน เราต้องเอาท่อนซุงไปเลื่อยที่โต๊ะเลื่อย ซึ่งก็จะมีมินิเกมให้เราเล่น โดยการเลื่อนไปมาให้ตรงจังหวะ จะมีขีดให้เราดูว่าเราจะต้องเลื่อนไปทางไหน ช่วงแรก ๆ ก็เพลินดี แต่ช่วงหลังรู้สึกเสียเวลา เพราะเราต้องใช้วัตถุดิบที่ค่อนข้างเยอะครับ แต่ตัวเกมก็มีระบบรองรับให้กด E แล้วจะได้รับไม้กระดานเลย แต่จำนวนที่ได้จะได้น้อยกว่าเราเลื่อยเอง หลัง ๆ ผมก็กด E รัว ๆ ไป ไม่สนแล้วครับว่าจะได้ไม้มากหรือน้อยกว่า เซฟเวลา ฮ่า ๆระบบการทำอาหารแรก ๆ ดูดี เวลาเล่นทำอาหารจะมีมินิเกมให้ทำ อาหารต่าง ๆ ให้ค่า Energy กับเราเวลาเราใช้พลังงานจนหมด เมื่อพลังงานหมดจะทำให้เราเดินช้า เราก็สามารถอัดอาหารที่ทำมาเพื่อฟื้นฟูเกจ Energy ของเราได้เลย และอาหารสามารถนำไปขายที่ลุงพ่อค้าได้ค่อนข้างได้ราคาดี แต่พอเล่นไปเรื่อย ๆ หลังจากหมดแพชชันกับมันแล้ว จะรู้สึกเสียเวลากับการทำอาหารมาก ๆ เพราะเราก็ต้องทำวน ๆ อยู่แบบนั้น ไม่มีออปชันให้เลือกว่าจะทำกี่ชิ้น คือเราต้องทำมันไปทีละชิ้นเท่านั้น กด E เพื่อรับวัตถุดิบเลยแบบอุปกรณ์อื่น ๆ ก็ไม่ได้ บอกเลยว่ายืดยาดมาก ๆ ครับ อุปกรณ์การใช้งานต่าง ๆ ภายในฟาร์มทุกอย่างในฟาร์มเราสามารถเคลื่อนย้ายได้แบบอิสระเสรี อยากตบแต่งความสวยงามยังไง อยากให้โซนไหนอยู่ตรงไหน เราสามารถสร้างเองได้หมดครับ แต่ช่วงแรก ๆ ค่อนข้างมีความจำกัดเพราะวัตถุดิบของเราจะมีน้อย ส่วนใหญ่ผู้เขียนก็จะวางสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ที่เดิมของมันก่อน เพราะถ้าจะให้เริ่มมาสวยงามเลยสำหรับเกมนี้ผมมองว่ายากครับเพราะแมป หรือพื้นที่ของฟาร์มเราค่อนข้างใหญ่ หลัง ๆ จะมีบ้านต้นไม้ให้เราตบแต่งได้แบบเพลิน ๆ อยู่ครับผจญภัยความฝันถ้าเราเลือกนอนหลับเพื่อผ่านวัน หลังจากเราสร้างหุ่นไล่กาแล้ว เราจะมีความฝันแปลก ๆ ในทุก ๆ ครั้งที่เราเข้านอนครับ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับสัตว์ในฟาร์ม เราจะได้เบาะแสต่าง ๆ มากมายว่าเราจะหาสัตว์อะไรได้จากตรงไหน ได้คุยกับหุ่นไล่กา ได้เล่นมินิเกมต่าง ๆ ตื่นขึ้นมาก็จะได้รับรางวัลจากในฝันด้วย ผมมองว่าตัวเกมยัดเยียดมินิเกมให้ผู้เล่น เล่นจนเยอะเกินไป ผมชอบนะที่มีเนื้อเรื่องจากการฝันด้วย แบบได้ไปสืบเสาะเรื่องราวว่าสัตว์บางชนิดอยู่ตรงไหน แต่ไม่ค่อยชอบมินิเกมที่ดูพร่ำเพรื่อมาก ๆ มีอยู่แทบจะทุกอริยาบทในเกมการทำฟาร์มปลูกผักต่าง ๆ เหมือนเกมอื่น ๆ นั่นแหละครับ แต่เมล็ดพืชต่าง ๆ ไม่ต้องไปหาซื้อ แต่เราต้องไปหาผักจากในป่าเพื่อนำกลับมาปลูกที่บ้านของเรา มีรดน้ำ ขุดดินใส่ปุ๋ย เหมือนเกมแนวนี้ทั่ว ๆ ไปครับ แต่หลัง ๆ ตัวเกมบังคับให้เราติดสปริงเกอร์เพื่อรดน้ำต้นไม้แทน ผมก็ไม่ชอบเท่าไหร่ที่เดินสายยากมาก ต้องหาสายยางมาเดินสายให้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติถูกปั๊มขึ้นมาเพื่อรดน้ำในฟาร์ม คือบอกเลยว่าเก็บเงินซื้อของแต่ละอย่างเหนื่อยมาก ๆ เทศกาลงานรื่นเริงผู้เขียนแทบไม่เห็นการเปลี่ยนฤดูกาลของเกมนี้เลย เลยคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นเกมที่ไม่มีฤดู เพราะว่าเด็กน้อยในเกมคุณแม่แค่มาฝากคุณตาคุณยายเลี้ยงแค่ในช่วงวันหยุดยาว งานสำคัญตั้งแต่ที่ผมเล่นมานั้นมีงานเดียวให้ได้เห็นน่าจะเป็นวันเกิดคุณยายครับระบบต่าง ๆ ภายในเกมเป็นเกมทำฟาร์มสไตล์ Open World แมปกว้างมากสำหรับเกมทำฟาร์ม วิ่งเปิดแผนที่กันวน ๆ ไป เกมไม่ต้องใช้คอมระดับเทพก็เล่นได้ครับ ส่วนคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ ก็สามารถเล่นได้เพียงแต่อาจจะต้องปรับต่ำทั้งหมดเพื่อไม่ให้ภาพกระตุกจนเกินไปเฉกเช่นเครื่องผมเองระบบการบังคับก็เหมือนเกม MMORPG อื่น ๆ ทั่วไป แต่ปุ่ม Interact สิ่งของค่อนข้างสร้างความสับสนให้กับผู้เล่นอยู่พอสมควร ไอ้เรื่องปุ่ม F เก็บของ หรือ E ใช้งานอุปกรณ์ แล้วไอ้ตัวรื้อถอนวัตถุที่ก่อสร้างเข้ากระเป๋า หรือเติมของเข้าเครื่องอุปกรณ์มันดันอยู่ปุ่ม F เหมือนกัน บางทีเผลอกด F ติด ๆ กันอุปกรณ์ก็ถูกเก็บเข้ากระเป๋า ค่าต่าง ๆ ที่ตั้งเอาไว้ก็โดนยกเลิกหมด สร้างความเบื่อหน่ายให้กับผมมาก ตรงนี้ผมคิดว่า Dev ควรแยกปุ่มการใช้งานไปเลยส่วน UI ของเกมก็ออกแบบมาได้ดีน่ารัก ดูง่าย ช่องเก็บของต่าง ๆ ใช้งานได้ไม่ซับซ้อน มีเควสคอยสอนการใช้งานระบบต่าง ๆ ภายในเกม แต่ถ้าต้องการกลับไปดูวิธีการเล่นต่าง ๆ หา Guide หรือ How to ในเกมยากมาก ๆ ครับ จะขึ้นมาให้เราดูครั้งเดียวเวลาเราเจออะไรใหม่ ๆ การสอนของเกมนี้ค่อนข้างจะไม่ Clear บางอย่างเล่นไปสักพักแล้วก็ยังไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร หรือใช้งานอย่างไร ต้องงมอยู่เยอะพอสมควร ค่อนข้างเป็นอุปสรรคในการเล่นเกมในช่วงแรก ๆ อยู่บ้างครับสรุปEverdream Valley เป็นเกมที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก ๆ แต่ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกว่า หลาย ๆ อย่างก็ดูเกินความจำเป็นมากเกินไป มินิเกมที่เยอะแยะมากมายแม้ขณะนอนหลับ หรือบางอย่างที่ขาด ๆ เกิน ๆ อย่างระบบของน้องหมาที่อยู่ดีดีความสามารถช่วงต้นเกมก็แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร ที่น่าเบื่ออีกอย่างคือการฝึกแล้วฝึกอีกฝึกมันอยู่นั่น แล้วก็เดินสะเปะสะปะจับแมลงให้บ้าง ไม่จับให้บ้าง และมันเป็นเกมที่เล่นมาสักพักแล้ว แต่เราก็ยังใช้งานอุปกรณ์บางอย่างไม่เป็น (หรือว่าเป็นที่ผมเอง ฮ่า ๆ) อย่างการให้น้องหมาหาของในช่วงแรก ๆ กว่าจะรู้ว่าต้องกดไอเทมชิ้นนี้ก่อน แล้วเอาชิ้นปริศนาให้น้องหมาดม ก็ใช้เวลาอยู่นานมาก ๆแต่เกมนี้สำหรับผมก็ยังเป็นเกมที่น่ารักมาก ๆ อยู่ดี เนื้อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ น่าติดตาม การมีสัตว์ให้ตามช่วยเยอะ ถึงแม้ว่าตอนพาสัตว์กลับฟาร์มจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ๆ เพราะมันค่อนข้างที่จะต้องเดินทางไกล แต่ถ้าถามผมว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะซื้อไหมผมก็บอกเลยว่าผมจะซื้ออยู่ดี ใครที่ชอบความน่ารักเหมือนผมสามารถหาซื้อได้จากหลายแพลตฟอร์มเลยนะฮะ ไม่ว่าจะเป็น Epic Store, GOG.COM และ PS4-5 ส่วนผู้เขียนกดผ่าน Steam มาในราคา 495 บาท แค่เดินให้ครบในแผนที่ผมบอกเลยว่าเกินราคาไปแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าระบบอื่น ๆ ที่ผู้เขียนไม่ได้นำมาพูดถึงในบทความนี้มีอะไรอีกบ้างไปซื้อมาเล่นเป็นเพื่อนผมได้ เพราะผมบอกเลยยังมีอะไรให้ผู้เล่นอย่างเราทำอีกเพียบ สิ่งที่ผมเอามารีวิววันนี้เป็นเพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น!สั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1403650/Everdream_Valley/
15 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Godlike Burger เปิดร้านอาหารสุดจิต เบอร์เกอร์รสเนื้อมนุษย์ต่างดาว
Godlike Burger คุณจะเปิดร้านอาหารบ้าคลั่งที่สุดในกาแล็กซี! ทำให้ลูกค้ามึนงง วางยา และฆ่าให้ตายด้วยวิธีมากมาย… แล้วเปลี่ยนเป็นเนื้อเบอร์เกอร์! ไม่ต้องกังวลไป เหล่าเอเลี่ยนจะเข้ามาเรื่อย ๆ หากคุณวางแผนอย่างชาญฉลาด ใครจะไปรู้ว่าการกินเนื้อเผ่าพันธุ์ตัวเองจะอร่อยถึงเพียงนี้!!!คอนเซ็ปต์เกมแบบอ่านแล้วยังไงก็ต้องซื้อ เพราะมันยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร เบอร์เกอร์มาก ๆ ที่เราจะต้องขายเบอร์เกอร์ไปด้วย ดักทุบลูกค้าไปด้วย เกมนี้ลงวางขายใน Steam มาตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย. 2022 ผู้เขียนเห็นตัว Supporter Bundle ลดราคาอยู่ 5% เลยกดซื้อมาเลย เพราะจะเอามาลองเล่นและเขียนรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน ตัวผมเนี่ยยังไม่รู้เหมือนกันว่าเกมเพลย์ หรือฟีเจอร์ต่าง ๆ ในเกมนั้นเป็นยังไง เดี๋ยวเราไปสัมผัสบรรยากาศในเกมพร้อมกันดีกว่าครับทุกอย่างมีที่มาที่ไป จากปมในหัวใจของชายคนหนึ่ง (เนื้อเรื่องแบบสปอลย์)เกมทำเบอร์เกอร์เบอร์ใจ ของคนหัวใจเฮิร์ต ๆ ที่ลุกขึ้นต่อสู้กับวันหมอง ๆ กับชีวิตที่สุดแสนจะเฮงซวย อยู่ดีดีก็ตกงาน เกิดอุบัติเหตุขาขาด ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ โดนรังแกมาตลอด แม่ก็ดันมาตายจากโรคหัวใจอีก (เป็นเรื่องที่ทำให้เขาเศร้าใจเป็นที่สุด) ก่อนคุณแม่จะตาย คุณแม่ของเขาเปิดร้านเบอร์เกอร์ที่โด่งดังไปทั่วทั้งกาแล็กซี เอเลี่ยนทั้งหลายต่างเคยแวะเวียนมาลิ้มรสชาติเบอร์เกอร์ร้านคุณแม่ของเขาทั้งนั้น แต่เมื่อคุณแม่ตายร้านนั้นก็ได้ปิดกิจการไปวันหนึ่งเขามีความตั้งใจที่แน่วแน่อยากจะกลับมาฟื้นฟูร้านเบอร์เกอร์ในตำนานของคุณแม่ให้กลับมาโชติช่วงชัชวาลอีกครั้ง แต่ด้วยความที่เขาไม่เคยมีความรู้ด้านการทำเบอร์เกอร์เลย รสชาติช่วงแรกที่ทำออกมานั้นเลยโคตรห่วยแตก แบบแหลกไม่ได้ ทำให้ลูกค้าชาวเอเลี่ยนต่าง ๆ ที่คาดหวังว่าเบอร์เกอร์ของเขาจะต้องรสชาติเหมือนฝีมือคุณแม่นั้น ต่างผิดหวัง และพากันมารุมประณามเขาและแล้วก็ตู้มมมมมม!!!! God of galaxy ก็ปรากฎร่างขึ้นมา ฟาดงวงฟาดงาไล่ลูกค้าของเขาออกจากร้าน แล้วจับตัวเขาไว้ ถามความอยากจากก้นบึ้งของหัวใจ ของชายขายเบอร์เกอร์"นายอยากได้อะไรระหว่างความตาย และสูตรเบอร์เกอร์ขั้นเทพ?"เขาเลือกเบอร์เกอร์อย่างไม่ต้องคิด เขาฟื้นขึ้นมาพร้อมใบแจ้งหนี้มากมายและวัตถุดิบในร้านก็เน่าเสียหมดแล้วรวมถึงเงินของเขาด้วย เหลือแต่เพียงซากศพของเอเลี่ยนมากมายที่นอนตายอยู่ในร้านของเขา ปิ๊ง!!! ไอเดียก็ผุดขึ้นมาจากความกดดันต่าง ๆ มากมาย ซากศพเหล่านั้นเป็นเพียงทางออกทางเดียวของเขาที่จะทำให้ร้านอยู่รอดต่อไปได้ จุดเริ่มต้นหยอง ๆ ของเบอร์เกอร์เนื้อเอเลี่ยนที่อร่อยที่สุดในกาแล็กซี!!!ไม่ได้ง่ายเหมือนภาพที่เห็น เกมเพลย์โหดหินกว่าที่คิดมากเห็นภาพเกมน่ารัก ๆ แบบนี้ เกมเพลย์จริง ๆ นั้นค่อนข้างต้องใช้ความเข้าใจสูงมาก ๆ ครับ อาจจะเพราะเนื้อหาต่าง ๆ แม้แต่เนื้อเรื่องคงไม่ได้ออกแบบมาให้เด็ก ๆ เล่น ระบบต่าง ๆ ที่ค่อนข้างกดดันกับเรื่องเวลา เรื่องผู้บริโภคจะหนีออกจากร้าน เงินอัปเกรดเพื่อเปลี่ยนด่าน หรือต้องทำเควสให้ผ่านทั้งหมดถึงจะเปลี่ยนไปเล่นด่านอื่น ๆ ได้ บอกเลยว่าเกมนี้มีทั้งความสนุกและความเครียดอยู่ในเกมเดียวกันเกมโหดถึงขนาดที่ว่าถ้าตัวละครตายเราจะต้องกลับไปเริ่มใหม่กันตั้งแต่ด่านแรกเลย ไม่ว่าเราจะเล่นไปได้ไกลแค่ไหนแล้วก็ตาม บอกเลยว่าไม่เหมาะกับคนหัวร้อนเป็นอย่างยิ่ง ช่วงแรก ๆ ที่เริ่มเกมผมยอมรับตรงนี้เลยว่าเป็นเกมที่ผมรีเซ็ตเพื่อเริ่มใหม่ตั้งแต่ด่านแรกบ่อยที่สุดตั้งแต่เคยเล่นเกมมา เพราะต้องการทำความเข้าใจกับระบบของเกมจริง ๆ การบังคับที่ต้องใช้คีย์บอร์ดมันก็ทำให้หลาย ๆ อย่างยากสำหรับเราคนเล่นด้วย บอกแบบตะโกนเลยครับว่ายากอิ๊บอ่าย ฮ่าๆ ส่วนรายละเอียดและฟีเจอร์ต่าง ๆ ของเกมนั้นมีอะไรบ้าง เดี๋ยวผมจะจำแนกแยกย่อยให้ได้อ่านกัน ตามมาฮะอาหารจานร้อน ร้อนมายันใจการทำอาหารของเกมนี้ถ้าใครเคยเล่น Diner Dash คงจะทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะลูกค้าจะเดินมาสั่งออเดอร์เอาไว้ก่อน เราก็ทำอาหารตามออเดอร์ทางด้านซ้ายมือของจอ อาหารสามารถเสียได้ถ้าเราไปทำภารกิจฆ่ามนุษย์ต่างดาวเพื่อเอาเนื้อไว้ขายต่อ ถ้าเราย่างเนื้อทิ้งไว้บอกเลยว่ามันจะไหม้ แล้วการเสียของเนื้อเกมนี้จะเป็นอะไรที่น่าเสียดายมาก ๆ เพราะเราต้องไปฆ่ามนุษย์ต่างดาวตัวอื่น รอเนื้อถูกชำแหละ จะมีเกจบอกเราว่ากระบวนการตอนนี้ไปถึงไหนแล้วสิ่งที่สร้างความหัวร้อนให้เราไม่ใช่แค่ความกดดันที่ลูกค้ากำลังจะหมดความอดทน หรือที่ต้องทำอาหารแข่งกับเวลา แต่เกมนี้มันมีระบบอุปกรณ์เครื่องใช้ที่สามารถเสียได้และมันเสียแบบโคตรบ่อย ตอนที่เสียแบบได้จังหวะนี่ดีมาก ๆ อย่างช่วงที่เราแว๊บไปแอบหลอยมนุษย์ต่างดาวเพื่อเอาเนื้อ การซ่อมก็ไม่ได้ยากฮะแค่เตะอุปกรณ์ที่เสียไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็จะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมไอ้ตรงระบบการทำอาหารตรงนี้ช่วงแรกผู้เขียนมองว่ามันยังไม่ยากเท่าไหร่ครับ มันจะไปยากเมื่อเราเปลี่ยนด่านนี่แหละเพราะด่านแรกมนุษย์ต่างดาวมีชนิดเดียว พอด่านหลัง ๆ มันมีสปีชีส์ของเอเลียนที่มากขึ้น การกินเนื้อที่หลากหลายมากขึ้น บอกเลยว่าการเล่นเกมของผู้เล่นเนี่ยจะสะดุดไปเลยครับ ความกดดันที่เวลาเราตายจะเริ่มเกมใหม่ทันที พอเริ่มใหม่ซ้ำ ๆ ก็ทำให้เกมหมดสนุกไปเลยสำหรับผม ถึงแม้ว่าจะอยากรู้ว่าด่านหลัง ๆ มีอะไรใหม่ ๆ ให้เล่นบ้าง แต่ใจมันก็ไม่สู้แล้ว ฮ่า ๆไม่ทำเควส ก็ไม่ได้ไปไหนเงื่อนไขการผ่านด่านอีก 1 อย่าง ที่ผมรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ทุกครั้ง ที่เปิดดูหลังจากตายมากแล้ว ฮ่า ๆ คือบางอันมันยากมากกกกก และจะทำให้การผ่านด่านของเราช้ามากยิ่งขึ้น แล้วด้วยความที่เกมนี้มันรีเซ็ตไม่ได้ ทางเลือกของผมก็มีแค่ 2 ข้อ คือเดินไปทุบลูกค้า 1 ทีแล้วให้ลูกค้าฆ่าผมซะเพื่อที่จะเริ่มเกมใหม่ ซึ่งมุกนี้จะใช้ได้แค่ด่านแรกเท่านั้น ถ้าเราไปใช้ที่ด่านหลัง ๆ มันก็จะวนกลับมาที่ด่านแรกใหม่ ทางเลือกที่สองของผมก็คือทนเล่นไปจนจบแล้วไปเสีย 2$ เพื่อรีเซ็ตเกมใหม่ทั้งหมด ซึ่งผมลองแล้วมันก็ทำได้แค่ด่านแรกเท่านั้น เพราะมันจะเริ่มใหม่ทั้งหมด คือเข้าใจนะครับว่าอยากให้เล่นแบบชาเลนจ์ตัวเอง แต่แบบถ้ามันต้องวนกลับมาเล่นด่านแรกบ่อย ๆ มันก็ทำให้เกิดความน่าเบื่อหน่ายได้ ไอ้ที่เคยอยากรู้ พอเริ่มใหม่บ่อย ๆ ก็ไม่อยากรู้แล้วครับกลับมาพูดถึงเรื่องเควสกันต่อดีกว่าครับ เควสที่เราได้รับมาจะเป็นแบบสุ่ม ถ้าเราตายเควสก็จะรันมาใหม่ทันทีเลือกไม่ได้ เควสมีให้ทำหลากหลาย บางอันสนุกบางอันบ้งก็แล้วแต่ดวงของเราจะสุ่มได้มา แต่สำหรับผมผมชอบนะมันทำให้เราไม่ผ่านด่านเร็วจนเกินไปมีเวลาเก็บเงิน เพราะเราต้องมีค่าชื่อเสียงที่ถึงเป้าหมายด้วย และต้องทำให้เควสผ่านไปด้วย เราก็จะได้ทำความเข้าใจกับเกมได้มากขึ้นครับ แต่มันก็จะติดเหมือนเดิมนี่แหละถ้าเราตายบ่อย ๆ ทุกอย่างจะถูกรีเซ็ตไปที่ด่านแรก นี่แค่คิดก็เป็นเศร้าแล้วครับ ฮ่า ๆค่าชื่อเสียง สอดคล้องกับเควส เรื่องเควสเราได้คุยกันไปแล้ว ทีนี้มาถึงเรื่องค่าชื่อเสียงกันบ้าง ถ้าเราทำได้ไม่ถึงเป้าหมายของดาวดวงที่เราต้องการย้ายไปขายเบอร์เกอร์ เราก็จะไม่สามารถย้ายไปได้ ซึ่งค่าชื่อเสียงเนี่ยเราจะได้รับต่อเมื่อเอเลียนที่มากินเบอร์เกอร์ที่ร้านเรารอดจากการฆาตกรรมของเราออกวาร์ปไปได้แบบทุกอย่างต้องปกติ คือไม่โดนเราทำร้ายร่างกาย, ได้รับออเดอร์ที่ถูกต้อง, กินอาหารจนหมด, จ่ายเงิน และเดินออกวาร์ปไป ถ้ามีการตายเกิดขึ้นเราจะไม่ได้รับค่าชื่อเสียงครับระบบนี้ผมว่าสนุกดี เพราะเราจะไม่ได้สนใจมันเท่าไหร่จนกว่าเราจะอยากย้ายเมือง ผมอยากจะอยู่เล่นด่านแรกเก็บเงินอัปเกรดร้านของผมไปเรื่อย ๆ ก็ได้ พอเราพร้อมย้ายเมืองแล้วเราก็ไม่ต้องฆ่าลูกค้าของเรา แล้วขายของยาว ๆ ไปอย่างเดียว เราก็จะได้รับค่าชื่อเสียงแบบรัว ๆ เลย ผมชอบที่มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเรานี่แหละ ว่าจะให้รูปเกมเป็นอย่างไร ณ ตอนนั้นการหลอยเอเลี่ยนอันนี้สนุกดีฮะ มีให้ทำหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นวางกับดักหรือจะฆ่าด้วยตัวเองกับดัก - มีให้เลือกมากมาย ลูกเล่นหลากหลาย ทั้งสตั๊นเหยื่อ ปลิดชีพเหยื่อ บางครั้งการจะให้เอเลี่ยนเดินไปที่กับดักของเรา เราอาจจะต้องวางยาในอาหารที่พวกเขาออเดอร์ไว้ ทำเสร็จเมื่อเอเลี่ยนทานอาหารของพวกเขาแล้ว พวกเขาจะเดินไปตามบริเวณสรรพคุณของยาที่เราวางครับ เช่น ยาอยากบุหรี่ หรือยาถ่าย เป็นต้น เริ่มแรกจะมีแค่ปืนลูกซองให้ฟรีมา 1 กระบอก สามารถอัปเกรดความแรง ระบบออโต้ และระบบทำลายหลักฐานอัตโนมัติ (พอฆ่าเหยื่อเสร็จเหยื่อจะถูกวาร์ปไปเลยเราไม่ต้องเป็นคนไปจัดการเอง) อัปเกรดได้ที่ฐานลับของเราครับ ส่วนกับดักอื่น ๆ เราจะต้องไปซื้อเพิ่มเอาเอง ซื้อได้ที่ฐานลับของเราเช่นเคย หลังจากใช้กับดักจะมีเวลานับถอยหลังบอกเราอยู่ว่ากับดักจะพร้อมใช้อีกเมื่อไหร่การฆ่าเหยื่อด้วยตัวเอง - อีโต้ในมือของเรานั่นแหละคืออาวุธสังหารเอเลียนผู้เคราะห์ร้าย คนไหนดวงขาดเราก็จะเอาอีโต้นั่นแหละสับลงไปที่หัวของเอเลียน ค่าความทนทานหรือ HP ของแต่ละสปีชีส์นั้นก็ไม่เท่ากัน บางตัวฟาด 2 ที บางตัวฟาด 3 ที บางตัวก็ฆ่าด้วยอีโต้ไม่ได้ ต้องวางกับดักเท่านั้น ยิ่งด่านหลัง ๆ ก็จะต้องใช้ไหวพริบที่มากขึ้น สร้างความเพลิดเพลินให้กับผมเป็นอย่างมาก แต่ที่ยังไม่ชอบเหมือนเดิมก็คือถ้าเราพลาดท่าให้กับเหยื่อ หรือมีพยานเห็นเหตุการณ์ (บางสปีชีส์มารุมสู้เรา บางสปีชีส์โทรแจ้งตำรวจ) จะทำให้เราเล่นยากทันที เพราะถ้าตายคือกลับไปเริ่มใหม่ แล้วช่วงแรกเราสามารถทุบเหยื่อได้ 2 ที ถ้าทุบพลาดต้องวิ่งหนีจนกว่าพลังการต่อสู้จะถูกชาร์จจนเต็ม แล้วถึงวิ่งกลับมาทุบใหม่ได้ ก็ต้องคอยล้างเลือดที่เลอะตัวทุกครั้งไม่งั้นถ้ามีคนเห็นจะโดนแจ้งตำรวจหรือพวกเอเลียนจะพุ่งเข้าทำร้ายเราเพราะรู้ว่าเราทำร้ายเพื่อนพวกเขาครับฐานทัพลับ ๆ ของร้านเบอร์เกอร์นี่คือศูนย์รวมทุกสิ่งจำเป็นของเราเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น การจ่ายบิล, การอัปเกรดร้าน, การซื้อวัตถุดิบ, ตู้เซฟสำหรับเก็บเงิน (เพราะตายแล้วเงินหายทั้งหมด), ผลิตยาพิษ, และการย้ายร้านไปขายที่ดาวดวงอื่นการจ่ายบิล - อันนี้จะพูดถึงช่วงด่านแรก ๆ นะครับ เพราะผมพยายามแล้วแต่เล่นไปด่านลึก ๆ ไม่ได้สักที เริ่มใหม่ตลอดไม่รู้จะยากไปไหน ที่เห็นหลัก ๆ จะมีบิลอยู่ 2 ประเภท คือ บิลค่าเช่า (จ่ายพวกค่าน้ำค่าไฟค่าแก๊ส) และจ่ายบิลค่าปรับให้คุณตำรวจ (มีพยานในเหตุการณ์เจอศพหรือตัวคุณเปื้อนเลือดแล้วไปห้ามคนปากโป้งไม่ทัน)การอัปเกรดร้าน - อัปเกรดได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น เพิ่มเตา, เพิ่มที่วางออเดอร์, เพิ่มความไวของเรา, เพิ่มความไวของการทำอาหาร, เพิ่มช่องสำหรับชำแหละวัตถุดิบ, เพิ่ม Status ให้เรา (HP, Stamina, Energy) เป็นต้น จริง ๆ มีเยอะกว่านี้นะครับ ที่เหลือเพื่อน ๆ ไปเล่นกันเองบ้างการซื้อวัตถุดิบ - พวกเนื้อต่าง ๆ ที่นี่จะไม่สามารถซื้อได้ เราต้องไปหาเนื้อเบอร์เกอร์เอาเองจากการฆ่าเหยื่อ ในส่วนนี้เราจะซื้อพวกขนมปังเบอร์เกอร์, ผัก, ชีส และพวกซอสต่าง ๆ ก็คือการซื้อวัตถุดิบในการทำเบอร์เกอร์นั่นแหละครับ สามารถหาซื้อได้จากตรงนี้ ส่วนนี้เราต้องคำนวณดีดี เราต้องพอจะคาดเดาได้บ้างว่าร้านจะคนเข้าเยอะไหม ถ้าของหมดตอนเปิดร้านเราจะซื้อใหม่ไม่ได้ เราต้องฆ่าลูกค้าทั้งหมดร้านนั่นแหละ เพราะไม่มีของให้ขายการย้ายดาว - ผู้เขียนจะไม่พูดถึงทุกอย่างทั้งหมดในฐานลับของเรานะครับ อันนี้จะเป็นหัวข้อสุดท้ายที่จะมาพูดถึงกัน การย้ายดาวเราจะต้อง มีค่าชื่อเสียงที่ถึงเป้าหมายตามที่เกมกำหนด บวกกับการทำเควสทั้ง 2 เควสให้ผ่านทั้งหมด และมียอดเงินที่ถึงกำหนดด้วยเช่นกัน เพราะเราต้องใช้เงินในการย้าย เมื่อย้ายไปแล้วก็ทำเหมือนเดิม ขายเบอร์เกอร์ เก็บเงิน ทำเควสให้ผ่าน และมีค่าชื่อเสียงที่ถึงเกณฑ์ ทำมันวน ๆ ไปจนถึงด่านสุดท้ายนั่นแหละ แต่ผมไปไม่ถึงนะ ขออนุญาตยกธงขาวไว้ ณ จุด ๆ นี้เหยื่อของเรานี่คือเรื่องสุดท้ายที่เราจะพูดถึงในบทความนี้ ช่วงแรก ๆ จะง่ายเนื่องจากดาวดวงแรกมีเหยื่อแค่ชนิดเดียวและชอบกินเนื้อพวกเดียวกันเองครับ แต่ดาวหลัง ๆ นั้นจะมีเหยื่อหลายรูปแบบมาก ๆ และชอบกินเนื้อคนละชนิดกัน เราต้องคอยจำว่าสปีชีส์ไหนชอบกินเนื้อของสปีชีส์ไหน ถึงแม้ตัวเกมจะมีระบบให้เรากดจดจำความชอบของเอเลียน หรือเอเลียนสปีชีส์นี้ฆ่าได้ง่ายด้วยวิธีไหน ถึงกระนั้นมันก็สร้างความเสียเวลาในการเปิดดูให้เราอยู่ดี ซึ่งสำหรับผมการจดจำไว้ในหัวของเรา น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ จะมาเปิดดูข้อมูลจริง ๆ ในกรณีที่นึกยังไงก็นึกไม่ออก พูดง่าย ๆ คือลืมนั่นแหละครับ ฮ่า ๆระบบต่าง ๆ ภายในเกมGodlike Burger เป็นเกมแนว เสิร์ฟอาหาร เป็นเกมตลกร้ายที่มีการฆาตกรรมแล้วให้กินเนื้อพวกเดียวกันเอง มีภาพน่ารักแนวการ์ตูน แต่เนื้อหาไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ เกมไซส์เล็กเครื่องไม่แรงก็เล่นได้ครับการบังคับของเกมนี้นั้นใช้คีย์บอร์ดอย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้เมาส์ได้เลย ถามว่ายากไหมก็บางครั้งกดไม่ค่อยติด หรือต้องกดเลือกคำสั่งของกับดัก ก็ทำให้การเล่นเกมล่าช้าไปบ้าง แต่พอเล่น ๆ ไปเดี๋ยวก็จะคุ้นเคยกับมันครับUI น่ารักดีใช้งานง่าย ช่วงแรก ๆ จะมีสอนการเล่นเกม จะกด Skip โหมดฝึกสอน ไปหัดเอาเองในเกมเลยก็ได้ ถ้าเคยเล่นพวก Diner Dash มาแล้ว เพราะคล้ายกันเลยฮะ แต่ถ้ามือใหม่ผมแนะนำว่าอย่าเพิ่ง Skip ให้ฝึกจากใน Toturial ไปก่อนสรุปGodlike Burger เธอจะยากไปไหน ฮ่า ๆ ถึงแม้ว่าช่วงหลัง ๆ จะซื้อตัวได้ หรือได้รับพรจาก God Of Galaxy แต่กว่าจะไปถึงตรงนั้น ก็ตายเริ่มใหม่ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ผู้เขียนบอกเลยว่าถ้าใครหัวร้อนง่ายแนะนำให้ข้ามเกมนี้ไปเลยไม่ต้องซื้อมาเล่นครับ ขนาดผู้เขียนเป็นคนใจเย็น ผมยังเลิกเล่นแล้วเลยเพราะไม่สามารถดันตัวเองไปได้ไกลกว่านี้ เนื้อเรื่องที่เคยอยากรู้พอตายบ่อย ๆ ก็หมดอารมณ์อยากรู้ไปซะดื้อ ๆ เลยส่วนใครที่คิดว่าเกมนี้ภาพน่ารักมีเอเลียนเอใจอยากซื้อให้ลูกเล่น ผมจะตีผู้ปกครองให้ด้วยนะ นี่แหนะ ๆ ฮ่า ๆ เนื้อหาไม่น่ารักสำหรับเยาวชนนะฮะผมบอกเลย 18+ มาก ๆ มีการฆ่า มีเลือด มีการวางกับดัก เอาเนื้อเอเลียนสปีชีส์เดียวกันมาขายให้สปีชีส์เดียวกันเองกิน ถ้าใจคอจะให้ลูกเล่นผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วนะ จริงงงงง ฮ่า ๆแต่ผมว่าถ้าเล่นไปได้เรื่อย ๆ แบบตอนที่ผมยังไม่ตาย เกมนี้เป็นเกมที่สนุกมาก เพลิน สามารถฆ่าเวลาได้ดี ถึงจะเป็นเกมที่จำเจ แต่ก็เป็นเกมที่มีกิมมิก ให้เราจดจำว่าเอเลียนตัวไหนชอบหรือไม่ชอบอะไร ต้องฆ่าแบบไหน หรือจะหลอกยังไงให้ไปยืนในที่ ๆ เราอยากให้ไปยืนเพื่อลอบฆ่าด้วยกับดัก คอนเซ็ปต์เกมคือดีมาก ๆ ไม่ได้เป็นฆาตกรรมที่อึดอัดขนาดนั้นเพราะเป็นเรื่องของชาวต่างดาว ถ้าใครหัวใจเย็นยะเยือกเป็นน้ำแข็งแนะนำให้กดมาเล่นเลยครับ ใน Steam สนนราคาอยู่ที่ 339 บาทเท่านั้นเอง!!!สั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1432910/Godlike_Burger/
14 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Kingdoms Reborn สร้างอารยธรรมสู่ยุครุ่งเรือง เกมสร้างเมืองฝีมือคนไทย
Kingdoms Reborn พอผู้เขียนได้ยินมาว่ามันเป็นเกมของคนไทย ที่พัฒนาเกมนี้มา 3 ปี มิหนำซ้ำยังสร้างเกมนี้ขึ้นมาเพียงคนเดียว ผู้เขียนก็ตัดสินใจซื้อเกมนี้มาในทันทีแบบไม่ลังเลเลยครับ เพราะผมอยากจะสนับสนุนคนไทยด้วยกัน Kingdoms Reborn ลงวางขายใน Steam ในรูปแบบ Early Access มาตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2020 แล้วผมดองเกมนี้เอาไว้ในคลังอยู่นานมาก ๆ เพราะเกมสร้างเมืองใน Account ผมมันช่างเยอะซะเหลือเกิน เลยยังไม่มีโอกาสได้เล่น Kingdoms Reborn สักที วันนี้ปัดฝุ่นเคลียร์คลังเช็กดูว่าเกมไหนยังไม่เคยแตะเคยเล่นบ้าง ก็หยิบมาเล่นดูเสียหน่อย เจอเกมเข้าท่าเข้าทีที่พัฒนาโดยคนไทยอย่าง Kingdoms Reborn ผู้เขียนก็เลยคิดว่า "เออ เอาเกมนี้แหละ"เผื่อมีคนมาตามอ่านบทความของผมแล้วสนใจเกมของคนไทยด้วยกัน จะได้ตามไปช่วย Dev อุดหนุนกันเยอะ ๆ ว่าแล้วอย่าเสียเวลาอารัมภบทให้ยืดยาว ตามไปอ่านเนื้อหาของเกมเพลย์ด้านล่างกันได้เลยยยย!!!เกมเพลย์ช่วงแรกเล่นโคตรเพลิน เลือกได้หมดว่าอยากเล่นอารยธรรมไหนเนื้อเรื่องของเกม Kingdoms Reborn มีเพียงนิดเดียวเท่านั้น คือ เราจะเป็นกลุ่มผู้รอดชีวิตจากยุคน้ำแข็งที่จะต้องมาลงหลักปักฐาน และเราจะต้องมาสร้างอารยธรรมของเราภายในเกมให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้งครับ ตอนนี้ตัวเกมมีให้เลือกเล่น 4 อารยธรรมด้วยกัน ได้แก่ ดัชชี, เอมิเรตส์, นอร์สเม็น และสุดท้ายคือโชกุน ความยากง่ายของแมปในการเล่น โบนัสในเกม หรือทรัพยากร จะแตกต่างกันออกไปครับ ซึ่ง เอมิเรตส์ และนอร์สเม็นระดับความยากจะมากกว่าโชกุนและดัชชี ด้วยสภาพแวดล้อมของแมปไม่เอื้ออำนวยต่อการอยู่อาศัย เพราะเอมิเรตส์เป็นพื้นที่ที่มีแต่ทะเลทราย ส่วนนอร์สเม็นมีแต่น้ำแข็งและหิมะก็เลยทำให้การเล่นเกมของเราเกิดความท้าทายมากขึ้น ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ เดี๋ยวผมจะเขียนแยกเป็นหัวข้อให้ได้อ่านกันนะครับ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นการสร้างเมืองแบบมีเงื่อนไข - ในช่วงเริ่มเกมแรก ๆ นั้นสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของเราจะเป็นเลเวล 1 ทั้งหมด ถ้าเราอยากให้เมืองก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเราจะต้องเก็บเกี่ยวค่าการเรียนรู้ของชาวเมืองครับ ในส่วนนี้เดี๋ยวผู้เขียนจะเก็บไว้พูดในหัวข้อการวิจัย ตอนนี้เรากลับมาพูดถึงสิ่งปลูกสร้างกันก่อนแล้วการสร้างเมืองแบบมีเงื่อนไขในเกมนี้ก็คือ สิ่งปลูกสร้างแบบอยู่อาศัยจะแบ่งเป็น Tier ครับ มันจะอัปเกรดให้เราเองเมื่อเปลี่ยนยุคสมัย แต่มันจะไม่อัปให้เราเลยถ้าสิ่งของหรือทรัพยากรยังไม่ตรงตามเงื่อนไขความต้องการครับ ซึ่งบ้านเลเวล 6 ขึ้นไปค่อนข้างยากมาก ๆ เพราะเราต้องสามารถเก็บเกี่ยวของมีค่าระดับ 3 ได้ 3 ชนิดขึ้นไป ถ้าเราทำไม่ได้ติดต่อกันไปนาน ๆ บ้านจะโดนดาวน์เกรดลงมาแต่ทั้งหมดทั้งมวลผู้เขียนดูแล้วว่ามันก็ไม่ใช่ความผิดของเราไปซะทั้งหมดครับ เหมือนจะเป็นบัคของตัวเกมด้วย เมื่อประชากรเริ่มเยอะ เครื่องมือต่าง ๆ ของเรา Ai มันไม่ยอมเดินเข้าไปทำงานทั้ง ๆ ที่ค่าความสุขสูงมาก ๆ และหลัง ๆ มันแทบจะไม่สร้างสิ่งก่อสร้างอะไรให้เราเลย และนั่นก็สร้างความเบื่อหน่ายให้กับผมมาก ๆ ทรัพยากรต่าง ๆ พอ Ai มันไม่ทำงาน ก็หามาสร้างได้ไม่พอ บัคตรงนี้หรือระบบ Ai ที่เพี้ยน ๆ ก็ทำให้การเล่นเกมค่อนข้างลำบากมาก ๆ ในช่วงกลาง ๆ เกมครับระบบการ์ดที่มีทำไม? - เป็นระบบที่ช่วงต้นเกมสร้างสีสันและความสนุกให้กับผู้เขียนได้ดีทีเดียว แต่พอเล่น ๆ ไปแล้วระบบการ์ดนี่ก็สร้างความรำคาญให้กับผู้เขียนมาก ๆ เนื่องจากช่วงหลังการมีอยู่ของระบบนี้แทบจะไม่เกิดประโยชน์อะไรต่อการเล่นเกมแล้ว ยังสร้างความล่าช้าให้แก่ผู้เล่นด้วย เพราะไอ้ระบบไวลด์การ์ดเนี่ยพอกดใช้การ์ดทุกใบที่เราวิจัยมาแล้วจะขึ้นมาให้เราเลือกทั้งหมด แต่ถึงจะมีระบบให้เสิร์ชหาการ์ดใบที่เราต้องการก็จริงแต่บางทีจำชื่อไม่ได้ไงครับ การ์ดมีเป็นสิบ ๆ ใบ จะให้จำชื่อทั้งหมดบางทีเหนื่อย และมีการพิเศษที่จะเพิ่มค่าโบนัสต่าง ๆ ให้แก่สิ่งปลูกสร้างของเรา โดยเอาการ์ดที่มีไปวางใน Slot Card ของสิ่งปลูกสร้าง เอาจริง ๆ นะ ทำเป็นอัปเกรดให้เลยดีกว่า ใช้การ์ดแบบนี้มันโคตรจะเสียเวลาที่ผู้เล่นต้องเอาการ์ดมาใส่ทีละใบทีละใบ แล้วหลัง ๆ สิ่งปลูกสร้างเยอะมาก ส่วนช่วงแรกก็ลุ้นหน่อยว่าเงินจะพอให้กดซื้อการ์ดใบที่เล็งเอาไว้ได้หรือไม่ ส่วนช่วงหลัง ๆ ก็มีเยอะจนใช้ไม่ทัน เพราะเงินเริ่มหาง่าย ระบบใช้การ์ดเผาเงินที่จะช่วยให้เกมบาลานซ์ นอกจากไม่ช่วยเรื่องเงินแบบที่ Dev ตั้งใจแล้ว มันยังสร้างความน่ารำคาญให้กับผู้เล่นโดยไม่จำเป็นด้วยครับระบบอัปเกรดที่เกือบดี - เอาจริง ๆ ผู้เขียนก็มองว่าระบบอัปเกรดของเกมนี้ไม่ได้แย่นะฮะ แต่รู้สึกว่าถ้าไม่ติดว่าบางอย่างต้องอัปเกรดโดยกดอัปที่สิ่งปลูกสร้างของเราโดยใช้ทรัพยากรบางส่วน เปลี่ยนไปให้มันอัปเกรดแบบออโต้โดยใช้เงื่อนไขว่าเมืองต้องมีอะไรเท่าไหร่แบบการอัปเกรดบ้าน (บ้านของชาวเมืองสามารถอัปเกรดได้เองตาม Tier ทรัพยากรที่เราหาได้) ผมมองว่ามันทำให้ผู้เล่นไม่ต้องตามเปิดดูสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เพื่อคอยอัปเกรดครับ เพราะช่วงหลัง ๆ สิ่งปลูกสร้างชนิดเดียวกันจะเริ่มเยอะมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะกด Shift เพื่ออัปเกรดสิ่งปลูกสร้างชนิดเดียวกันแบบ All ได้ แต่ทรัพยากรที่หามาได้มันก็จะไม่พออยู่ดี ผู้เขียนมองว่าถ้าให้ Ai มันอัปเกรดได้เองแบบตามยุคของเมืองที่เราทำการวิจัยมาแล้ว มันน่าจะสะดวกกับผู้เล่นมากกว่า แต่ระบบนี้ก็โอเคครับเข้าใจได้ว่าอยากให้เกมบาลานซ์ ได้นำทรัพยากรที่มันล้น ๆ มาใช้งาน ถือว่ายังไม่แย่ แต่ผมมองว่ามันทำให้ดีกว่านี้ได้อีกระบบการวิจัย - เป็นระบบที่เราจะเก็บ Point ต่าง ๆ มาจากการเติบโตของเมือง เพื่อวิจัยให้เราก้าวสู่ยุคของโลกที่เจริญรุ่งเรืองมากขึ้น ในส่วนนี้ผู้เขียนมองว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากเกมสร้างเมืองอื่น ๆ มากนัก ถ้าเพื่อน ๆ ได้มาเล่นก็อาจจะทำความคุ้นเคยกับมันได้ไม่ยากครับ เราสามารถเลือกได้ว่าเราอยากให้เมืองของเราเด่นไปทิศทางไหน อุตสาหกรรม, เกษตรกรรม, ทุนนิยม, คอมมิวนิสต์, หรืออุตสาหกรรมเหมือง เราสามารถเลือกได้จากตรงนี้ครับเมื่อเราวิจัยมาจนถึงยุคเปลี่ยนผ่านจากเมืองยุคกลาง ไปเมืองยุคใหม่ ไปเมืองยุคอุตสาหกรรม ทุกการเปลี่ยนผ่านตรงนี้เราจะได้แต้มโบนัสพิเศษไปบรรจุเอาไว้ที่ศาลากลางของเมืองเราครับ ว่าเราอยากปกครองเมืองนี้ให้ไปในเส้นทางไหน แต่รูปแบบการปกครองของเมืองนี้ผู้เขียนมองว่ายังค่อนข้างน้อย เลยทำให้ความหลากหลายในการเล่น หรือกฎหมายต่าง ๆ ไม่มีให้เลือกเล่นมากเท่าที่ควรครับระบบการซื้อขายแลกเปลี่ยน - เศร้ามาก ๆ ในช่วงที่ทรัพยากรของเราเยอะมาก ๆ ครับ เพราะมันไม่สามารถระบายสินค้าได้ทันอย่างที่ใจเราหวังเลย เพราะมีการกำหนดจำนวนสินค้าในแต่ละรอบ ถ้าเรามีระบบการค้าขายแบบอัตโนมัติทุกอย่างจะถูกกำหนดเอาไว้ว่ารอบหนึ่งการส่งออก นำเข้า ต่อเดือนนั้น จะได้กี่ชิ้น ซึ่งที่ผู้เขียนเล่นมานั้นสามารถทำได้แค่หลักร้อยต่อโรงเรือนเท่านั้นครับ ถ้าอยากได้อีกก็มีความจำเป็นต้องสร้างติด ๆ กันเอาไว้ ซึ่งผมมองว่าอะไรที่ควรมีระบบอัปเกรดเพื่อเพิ่มจำนวนได้ก็ไม่มีครับ ฮ่า ๆ มันเลยทำให้สินค้าในเมืองผมค่อนข้างล้น แม้ผมจะสร้างเอาไว้ 5 แห่งแล้วแต่โชคยังดีที่มีระบบการค้าแบบอื่นอีกที่เราสามารถระบายสินค้าของเราได้บ่อยขึ้นหน่อยในระบบแมนนวล ซึ่งเราต้องสร้างท่าเรือสินค้าที่เอาไว้ซื้อขายแลกเปลี่ยนกับตลาดโลก สามารถอัปเกรดให้ส่งสินค้าได้มากขึ้นตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงครับ และช่วงหลัง ๆ เราก็ไปเชื่อมสัมพันธ์กับเมืองรอบข้างเพื่อเปิดเส้นทางการค้า ชีวิตความเป็นอยู่ทางการเงิน และการระบายสินค้าของเราก็จะลื่นไหลมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สมเหตุสมผลอยู่ดีที่จะต้องมาคอยเปิดขายเองอยู่ตลอดการยึดเมือง - เราต้องสร้างการ์ดทหารที่ Town Hall ของเมืองก่อน ยิ่ง Tier ของทาวน์ฮอลล์เราสูงขึ้นมากเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะผลิตการ์ดทหารยิ่งเยอะมากขึ้นเท่านั้นครับ อย่างเช่นช่วง Tier 1 เราอาจจะสร้างการ์ดทหารได้เต็มที่ 6/6 เมื่อสร้างเสร็จแล้วเราสามารถไปกดที่เมืองที่เราต้องการจะเข้ายึดหรือโจมตี เราต้องสู้กับชาวบ้าน 2 รอบด้วยกัน รอบแรกจะเป็นการรุกรานเมืองเล็ก ๆ ที่เราต้องการจะให้เป็นอาณานิคมของเรา แต่เราจะไม่สามารถสร้างอะไรในบริเวณนั้นได้ ต้องพาทหารไปตีเมืองอีกรอบเพื่อไล่ชาวบ้านให้ออกไป ถ้าไม่อยากยึดก็สามารถสานสัมพันธไมตรีได้ ด้วยการให้เงิน ระบบก็ไม่มีอะไรมากแค่นั่งรอให้ทหารของเราสู้กับชาวบ้าน แล้วก็จะมีเลขนับถอยหลังให้ดูว่าเหลือชาวบ้านกี่คนแล้ว แค่นั้นเลยผู้เขียนมองว่าเหงาเกินไปมากสำหรับระบบนี้ เหมือนเอาส่วนดีของเกมอื่น ๆ มาใส่รวม ๆ กันไว้ให้มีอะไรทำระบบต่าง ๆ ภายในเกมเป็นเกม 3D แนวสร้างเมืองที่มีมุมมองจากด้านบนลงมา ที่สำคัญสร้างโดยคนไทยและมีภาษาไทยด้วยครับ ตัวเกมเป็นเกมไซส์เล็ก ๆ ที่ไม่กินเนื้อที่ของเครื่องเรามาก แต่ว่าพอเล่นไปจนเมืองใหญ่มาก ๆ แล้วสำหรับคนที่คอมไม่แรงมาก อาจจะเซ็ง ๆ หน่อยเรื่อง FPS ที่ค่อนข้างตก และทำให้การเล่นเกมมีความกระตุกอยู่เป็นระยะการบังคับและระบบควบคุมต่าง ๆ ถ้าเคยเล่นเกมแนวนี้มาแล้วไม่ต้องกังวลเลยครับ เหมือนเกมอื่นเด๊ะ ๆ ไม่ว่าจะเป็น W,A,S,D ใช้เลื่อนขึ้นลงซ้ายขวา Q,E ที่ใช้หมุนมุมกล้อง ลูกกลิ้งเมาส์ที่ใช้ซูมภาพเข้าออก แต่ผมก็ยังพบว่าการซูมภาพเข้าออกของเกมนี้ จะทำให้เกมในเครื่องของผมนั้นค้างไปเลยสักระยะหนึ่ง แต่ถ้าไม่ซูมก็สามารถเล่นได้ปกติ ตรงนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นบัคของตัวเกมไหม ถ้าใครเล่นแล้วก็ระวังตรงนี้นิดหนึ่งนะครับUI นั้นโอเคครับ สร้างมาให้ใช้งานง่าย แต่น่าเสียดายที่ตารางงานของชาวเมืองไม่ละเอียดอะไรมากนัก เราต้องไปกดที่ศูนย์หางานหรือทาวน์ฮอลล์ ซึ่งฟีเจอร์ตรงศูนย์หางานนี่แหละที่ค่อนข้างสร้างความสับสนและงงมาก คือเราไม่สามารถกดให้ชาวบ้านไปทำงานตรงไหนก็ได้ เหมือนมีเลขให้เราดูและจัดลำดับความสำคัญของงานที่จะให้ Ai เดินจากบ้านไปทำเท่านั้น แล้วช่วงหลัง ๆ บอกเลยว่า มันแทบจะไม่ทำงานเลยครับ ถึงแม้ว่าจะสร้างบ้านให้ใกล้กับอุตสาหกรรมที่เราต้องการให้ Ai ไปทำงานแค่ไหนมันก็ไม่ไปทำ ถึงแม้ว่าเราจะกด Favorite ว่าตรงนี้ต้องการแรงงานอย่างมาก มันก็ไม่ไปทำ ซึ่งบัคตรงนี้ก็ทำให้การเล่นเกมในช่วงหลังหมดความสนุกไปเยอะเลยสรุปKingdoms Reborn สำหรับผู้เขียนนั้นมองว่าเป็นเกมที่สนุกในช่วงแรก ๆ ที่เล่น และสร้างความน่าเบื่อหน่ายในช่วงหลัง ๆ ครับ ยิ่งยุคอุตสาหกรรมนี่ผมไม่สามารถดันเมืองไปให้ไกลกว่านี้ได้แล้ว เพราะ Ai แทบจะไม่ไปทำงานในส่วนที่ผมต้องการให้มันไปทำ หลัง ๆ ให้ไปสร้างบ้านขนาดว่าใส่คนก่อสร้างเอาไว้ 20 คน มันก็ไม่สร้างให้แล้ว แต่ช่วงหลัง ๆ เราสามารถใช้เงินกดสร้างอัตโนมัติได้เลยโดยการทำการวิจัยระบบสร้างอัตโนมัติ แต่ถึงยังไงเกมแนวนี้ผมก็อยากให้ประชากรในเมืองเป็นคนสร้างสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อยู่ดี ไม่ใช่ว่าแก้ด้วยการเพิ่มระบบอัตโนมัติเข้ามาในการวิจัยแล้วระบบตารางงานต่าง ๆ ที่ไม่อำนวยความสะดวกให้กับผู้เล่นอย่างเราเลย พอคนยิ่งเยอะผู้เขียนแทบจะไม่รู้แล้วว่า Ai ทำงานอยู่ตรงไหน และตรงไหนมันไม่ทำงาน แต่กดดูส่วนใหญ่มันแทบจะไม่ไปทำงานให้เราเลยด้วยซ้ำ จะเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อตอนอาหารขาดแคลน ทั้ง ๆ ที่มีฟาร์มหมูอยู่เต็มเมืองไปหมด แต่กดไปดูอีกที อ้าว...ไม่มีคนมาทำงานซะแล้ว ระบบเทรดก็ระบายของที่ผลิตได้ไม่ทัน ถึงแม้จะมีระบบเทรดให้อัตโนมัติ แต่เทรดได้เต็มที่แค่ 240/240 แต่ของมีเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ที่เก็บของก็เต็มแล้วเต็มอีก และน่าเบื่อตรงที่ต้องนั่งกดขายของอยู่ตลอดเวลา ด้วยการสร้างท่าเรือเพื่อขายของไว้เป็นสิบ ๆ แห่ง มันโคตรจะแปลกเลยครับถ้าเทียบกับเกมอื่น ๆ ที่เขาให้อัปเกรดเอาระบบการวิจัยช่วงยุคท้าย ๆ ก็มีแต่อะไรที่ไม่จำเป็น เพิ่มค่าเงิน เพิ่มอิทธิพล ของแต่งเมืองแบบมีทำไม ฮ่า ๆ ซึ่งตอนหลัง ๆ แค่เดินยึดเมืองนี่ก็รวยไม่ไหวแล้วครับ ช่วงสุดท้ายการวิจัยพวกนี้ผมก็เลยยังไม่เห็นประโยชน์ของมันเลย แล้วการเกษตรบางอย่างก็ไม่สมเหตุสมผล เช่น พวกระบบแปรรูปต่าง ๆ ที่เราทำการเกษตรมาตั้งแต่ต้นเกม แต่มาแปรรูปได้ช่วงท้ายเกม แล้วเรื่อง Ai ไม่ทำงานมันก็ส่งผลกระทบกับ Tier ของบ้าน พอคนงานไม่ทำงานบ้านก็จะถูกลดระดับลงมา แล้วหลัง ๆ เมืองก็จะไปไหนไม่ได้วนลูปอยู่แบบนี้ ผู้เขียนแอบเสียดายที่เกมตอนเล่นแรก ๆ ดูดีกว่านี้มาก ๆ อาจจะเพราะ Dev ทำงานคนเดียวทั้งหมด อาจจะต้องค่อย ๆ แก้กันไป ตรงนี้ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาบลัฟหรืออะไร ผมอยากเขียนรีวิวอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ Dev เห็นจุดผิดพลาด แล้วนำไปแก้ไขให้เกมดียิ่งยิ่งขึ้นไป เพราะผมมองว่าเกมนี้เป็นเกมที่ดีมาก ๆ แต่มันยังดูไม่สุดกับอะไรสักทาง และผู้เขียนจะเป็นกำลังใจให้ Dev ด้วยการรอสนับสนุน DLC ที่อาจจะมีออกมาในอนาคตนะครับ ใครสนใจอยากตามไปสนับสนุนคนไทยด้วยกัน สามารถสั่งซื้อเกมได้ใน Steam ราคา 369 บาท เท่านั้นเอง ผมเชื่อว่าเกมนี้จะไปได้ไกลกว่านี้ครับ สู้ ๆ ครับ Devสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1307890/Kingdoms_Reborn/?l=thai
10 Jun 2023
[Review] รีวิว Diablo 4 ตำนานเกมถล่มปีศาจนรก Action RPG ที่ภาคนี้ทำได้ยอดเยี่ยมถูกใจแฟนๆ สักที!
วางขายแล้วสักทีสำหรับเกม Diablo 4 โดยภาคนี้คนทั่วไปอาจรู้สึกว่ามันไม่ได้ต้องรอพัฒนานานขนาดนั้น แต่สำหรับแฟนๆ เดนตายเชื่อได้เลยว่าพวกเขา 'ต้องรอกันนานมาก' เนื่องจากตอนเกมภาค 3 ก็ทำด้าน Gameplay ได้ไม่ถูกใจแฟนๆ หลายอย่าง (แฟนๆ เขาชอบ Gameplay แบบเกมภาค 2 แต่ภาค 3 นี่เปลี่ยนไปเกือบเป็นคนละเกม) และหลังภาค 3 ทางค่าย Blizzard ก็ดันไปจับมือ Netease เอาเวลาไปทำเกมมือถือ Diablo Immortals จนแฟนๆ ไม่พอใจกลายเป็นเรื่องราวดราม่าสุดใหญ่โต ซึ่งส่งผลให้ทาง Blizzard จึงได้รีบเข็นเกมภาค 4 มาวางขาย และเกมภาคนี้ก็จึงเป็นความหวังว่ามันจะกลับไปสนุกยอดเยี่ยมแบบภาค 2 มากที่สุด แต่มันจะทำได้ และคุ้มค่ากับการรอคอยมานานขนาดนี้หรือไม่ วันนี้ทาง GameFever จึงขอมารีวิวเกม Diablo 4 ให้รับชมกัน!!! สามารถดูเต็มๆ ได้ที่ด้านล่างเลยคลิปตัวอย่างเกมโหมโรงDiablo 4 คือเกมอะไร?เกมนี้เป็นแนว Isometric Action RPG โดยจะมีมุมมองอยู่ด้านบนตัวละคร และให้ผู้เล่นเลือกอาชีพ จากนั้นก็ต้องไปถล่มเหล่าฝูงมอนสเตอร์แบบสุดมันส์ ซึ่งผู้เล่นก็จะต้องเก็บเลเวลเพื่อมาอัปสกิลต่างๆ ได้หลายสาย รวมทั้งก็ต้องฟาร์มอาวุธกับชุดเกราะหรืออื่นๆ ให้ตัวละครสวมใส่แข็งแกร่งขึ้นตลอดเวลา ส่งผลให้เกมนี้จะเน้นความสนุกด้าน RPG ให้ฟาร์มเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนเพื่อปั้นตัวละครให้แข็งแกร่ง รวมทั้งภาคนี้จะเป็นเกมออนไลน์ Live Service เต็มตัว ทำให้ผู้เล่นจะมีอะไรทำเรื่อยๆ ช่วงท้ายเกมพร้อมมีอัปเดตบ่อยๆ ในอนาคต รวมทั้งก็เจอเพื่อนกับผู้เล่นอื่นได้ตลอดเวลา Storyเกม Diablo 4 จะเล่าเรื่องต่อมาจากของเกมภาค 3 ที่แผ่นดิน Sanctuary ได้กลับมาเกิดความวุ่นวายเพราะปีศาจอีกครั้ง เนื่องจากปีศาจ Lilith ลูกสาวของ 1 ใน 3 ราชาปีศาจ Mephisto ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากการถูกจองจำ โดย Lilith นั้นยังเรียนรู้ว่าถ้าเอาแต่ใช้กำลังเข้ายึดครอง Sanctuary จะส่งผลให้เธอนั้นต้องมีจุดจบเหมือน 3 ราชาปีศาจแน่นอน เธอจึงเปลี่ยนมาใช้แผน 'เจ้าเล่ห์ & ปลุกปลั่น' จากที่ทุกทีจะต้องไปทำลายพวกมนุษย์หรือฝั่งสวรรค์ ก็เปลี่ยนเป็นไปทำให้พวกมนุษย์หลงผิดมาเข้าข้างฝั่งตัวเอง และทำให้พวกฝั่งสวรรค์มาติดกับดักสังหาร ซึ่งด้วยวิธีนี้ก็ทำให้แผ่นดิน Sanctuary นั้นเละกว่าเดิมแบบไร้อนาคตกว่าทุกที ส่วนคุณนั้นก็จะได้สวมบทเป็นคนโนเนมที่ตอนต้นเกมก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเพราะพายุหิมะ แต่กลับมีสิ่งลึกลับตนหนึ่งได้ช่วยชีวิตคุณไว้ เพราะคุณนั้นถูกมองว่ามีชะตาให้เป็นคนฆ่า Lilith ให้โลกกลับมาสงบสุขได้เกมจะเริ่มมาในตอนที่ Lilith เริ่มป่วน Sanctuary จนเกือบเละไปแล้วทำให้การเปิดเรื่องเกมภาคนี้ทำมาได้แบบอารมณ์สิ้นหวังสุดๆ แต่ก็ยังมีหวังประมาณ 5 - 10%ในเกม Diablo ทุกภาค เราจะเห็นได้เลยว่าเกมก็มีเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม และเข้มข้นอยู่ตลอด แม้เกมๆ นี้จะไม่ได้เน้นให้เสพเนื้อเรื่อง แต่ยังไงในเกมทุกภาคมันก็จะมีความ 'ย่อยง่าย' ในรูปแบบที่เราจะได้เป็นผู้วิเศษแห่งโลก Sanctuary ออกผจญภัยไปกระทืบปีศาจทุกตัวให้ตาย พร้อมกับมีชาวเมืองคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ขณะที่พอมาเป็นเกมภาค 4 เนื้อเรื่องจะมี 'ความซับซ้อน & พลิกแพลงไปมาบ่อยๆ & ชวนให้รู้สึกหดหู่แทน' เพราะแม้คุณจะคือผู้ถูกมองว่ามีชะตาให้เป็นคนฆ่า Lilith แต่เส้นทางจะไปปราบ Lilith ในภาคนี้มันช่างเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง และหดหู่อย่างมาก เนื่องจากอย่างที่บอกไปว่าดินแดน Sanctuary นั้นได้เละไร้อนาคต แถม Lilith ก็ใช้วิธียึดครองโลกแบบใหม่สุดจีเนียสกว่าเดิม จึงส่งผลให้เราต้องเผชิญกับ 'กลุ่มที่ให้ความช่วยเหลือคุณไม่ได้ & ต้องการจะปราบคุณแทน' ทำให้ภาคนี้คุณแทบจะไม่รู้สึกว่าจะมีทางไปปราบ Llith ได้ง่ายๆ เลย แล้วยังมีเหตุการณ์ชวนทำตัวไม่ถูกให้เจอหลายรอบอีก แต่ท้ายที่สุดในจุดนี้ก็ถือว่า 'เป็นการนำเสนอเนื้อเรื่องที่มีเสน่ห์มาก' โดยถึงแม้มันอาจไม่ใช่ไอเดียเนื้อเรื่องแปลกใหม่ แต่พอเอามาใช้กับเกม Diablo ก็ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่า 'ทำไมไม่นำเสนอเนื้อเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนภาค 1' เพราะมันเข้ากับจักรวาลเกมนี้ และทำให้น่าติดตามกว่าเดิมมากเลย ส่งผลให้นี่จะไม่ใช่เกมเน้นให้เสพเนื้อเรื่อง แต่มันก็ทำส่วนนี้ได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ในตัวเนื้อเรื่องก็อาจไม่ได้น่าสนใจ หรือรู้สึกเยี่ยมตลอดเวลาแต่ด้วยไอเดียการนำเสนอที่เข้ากับเกม Diablo แบบนี้ ก็จะทำให้คุณอยากติดตามเนื้อเรื่องไปจนจบแน่นอนอีกส่วนหนึ่งที่น่าชมในเนื้อเรื่องคือ 'เกมจะมีการเล่นมุมกล้องผ่านฉากคัทซีน'บางทีก็เป็นฉาก One Take สวยๆ จนคุณรู้สึกว่านอกจากน่าติดตามก็ยังรู้สึกมันเล่าเรื่องได้เจ๋งแปลกใหม่ดีอย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้เขียนนั้นเคยเล่นเกม Diablo มาแล้วทุกภาค สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนกลับรู้สึกถึงข้อเสียได้ในเนื้อเรื่องภาคที่ 4 คือ 'มันเล่าเรื่องได้ไม่กระชับเหมือนภาคก่อน' โดยมันอาจเป็นเพราะเกมภาคนี้เน้นให้เป็นเกมออนไลน์เต็มตัว และผู้เล่นต้องมาฟาร์มเลเวลให้ตันที่ 100 จึงส่งผลให้เกมพยายามทำเนื้อเรื่องยืดเยื้อมากๆ จนบางทีคุณอาจหงุดหงิดว่าทำไมเหตุการณ์นี้มันยาวนานจังกว่าจะจบ ถ้าไม่หาอะไรทำไปด้วยก็อาจเบื่อหรือหลับก่อนได้เลย แล้วอีกส่วนหนึ่งที่หายไปคือ 'ภาคนี้ไม่มีเนื้อเรื่องต่างกันของแต่ละอาชีพ' เพราะในภาค 3 ถ้าผู้เล่นเลือกอาชีพอาชีพหนึ่งก็จะมีบุคลิกต่างกันชัดเจน หรือมีที่มาก่อนเริ่มเกมต่างกันยังไง รวมทั้งเวลาเจอเหตุการณ์บางส่วนก็มีบทพูดต่างกัน ซึ่งมันช่วยให้ตัวละครเรามีความน่าติดตามขึ้นมาก แต่เกมภาคนี้เหมือน 'ทำไม่ทัน' เลยได้ตัดออกไป ถือเป็นส่วนที่น่าเสียดาย แต่ผู้เขียนก็ยังมองว่าเนื้อเรื่องภาค 4 ก็ทำออกมาอยู่ในระดับดี รวมทั้งเกมแบบนี้ เขาไม่ได้ให้เน้นเสพเนื้อเรื่องสักหน่อยนี่!!!Graphic / Soundในด้านภาพกราฟิก หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าแฟนๆ Diablo จะชอบแบบของเกมภาค 2 อย่างมาก เนื่องจากมันจะให้อารมณ์มืดๆ มัวหมองแฟนตาซี เหมือนเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยปีศาจ และไม่มีแสงสว่างให้โลกนี้จะอยู่อย่างมีความสุขได้ แต่พอมาเป็นเกมภาค 3 เกมก็กลับกลายเป็นภาพในรูปแบบ 'ฉากสว่างๆ เน้นสวย' จนแฟนเกมนั้นแอบรู้สึกว่าเอกลักษณ์มันหายไป (หนึ่งในเหตุผลให้คนไม่ชอบเกมภาค 3) ขณะที่เกมภาค 4 จะมีการทำฉากออกแนวมืดๆ มัวหมองเหมือนตอนภาค 2 แล้วนะ รวมทั้งนี่คือเกมฟอร์มยักษ์ที่วางขายตอนปี 2023 จึงทำให้มีภาพกราฟิกที่สวยคมอย่างมาก!!! เราจะได้เห็นดีเทลเล็กน้อยในฉากต่างๆ จนคุณจะรู้สึกฟินอยู่บ่อยๆ แถมรายละเอียดตัวละครก็ดูเหมือนคนจริงๆ เลย แต่แอบน่าเสียดายนิดๆ ที่ในเกมจะไม่ค่อยใส่สถานที่อลังๆ มาให้เห็นบ่อยครั้ง แถมพวกฉากในเมืองใหญ่ก็จะรู้สึกธรรมดาไม่ได้อลังอะไร ส่งผลให้แอบรู้สึกเสียดายที่ภาพมันสวยมากแต่ไม่ค่อยได้เห็นสถานที่อลังให้รู้สึกฟินขั้นสุด ผู้เขียนเห็นรีวิวเกมนี้หลายเจ้าก่อนวางขายชมว่า 'โลกในเกมนี้มันสวยงามมาก'โดยผู้เขียนก็เห็นด้วย แต่มันคงจะยอดเยี่ยมกว่านี้ถ้ามีฉากอลังสวยๆ ให้เห็นบ่อยส่วนด้านเสียง ต้องบอกเลยว่าภาคนี้ออกแบบได้ดีทุกส่วน ไม่ว่าจะเรื่องเสียงประกอบหรือเสียงจากการต่อสู้ ตอนผู้เล่นใช้สกิลสายฟ้าลงมาโจมตีศัตรู เสียงของมันจะมีความทรงพลังหนักแน่นจนอยากใช้สกิลนี้อยู่ตลอดเวลาเป็นต้น ขณะที่พวกเสียงพากย์ตัวละครต่างๆ ก็ชวนได้อารมณ์หนังยุคกลางแฟนตาซี ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเล่นหรือคัทซีน แถมเพลงประกอบภาคนี้ก็กลับมาทำเหมือนภาค 2 ที่จะให้ผู้เล่นรู้สึกหลอนๆ ผสมกับการกระตุ้นให้เราอยากผจญภัย ทำให้งานด้านศิลป์ของเกม Diablo 4 เรียกว่าอยู่ในระดับดีอันดับต้นๆ กลับไปเหมือนภาค 2 แน่นอนเสียงพากย์แต่ละตัวละครจะมีเสน่ห์ และพาจดจำตัวละครต่างๆ ที่บทอาจไม่เยอะได้ง่ายเลยPresentation เมื่อเริ่มเกม Diablo 4 เราจะได้เลือกเล่นเป็นอาชีพต่างๆ ทั้งหมดดังนี้Barbarian นักรบคนเถื่อน ชำนาญการใช้อาวุธประชิตทุกชนิด และยังถึกยืนแท้งค์ได้Rogue จอมโจรมีดคู่กับธนู เน้นเข้าโจมตีอย่างว่องไว เป็นอาชีพแห่งการตบบอสSorcerer จอมเวทย์ 3 ธาตุ เก่งด้านแก้ทางศัตรูทุกชนิดจากระยะไกลNecromancer จอมเวทย์ด้านความตาย เน้นปลุกปีศาจมาช่วยสู้ หรือใช้พลังเวทย์คำสาป Druid จอมเวทย์โบราณ แปลงร่างเป็นสัตว์เพื่อเข้าต่อสู้ระยะประชิต หรือเรียกพลังธรรมชาติมาโจมตีทั้ง 5 อาชีพ จะให้ผู้เล่นปรับแต่งหน้าตาตัวละครได้ โดยอาจปรับแต่งได้ไม่เยอะ แต่ก็ถือว่าทำให้ผู้เล่นมีอิสระสร้างตัวละครในฝันพอสมควร จากนั้นเราก็จะได้เข้าสู่การเริ่มเนื้อเรื่อง และช่วงเก็บเลเวล ซึ่งเราจะได้พบว่าเกมนั้นก็จะแนวๆ รับเควสตามเนื้อเรื่องแบบเกม RPG ทั่วไปเลย แต่จะมีแผนที่ในรูปแบบ Open World ที่พอซูมออกมาจะรู้สึกว่ามัน 'กว้างใหญ่มาก' แล้วพอเลเวลอัปก็จะได้พบกับระบบอัปสกิล Skill Tree ที่ 'มีความหลากหลายให้เลือกอัปเอาเรื่อง' แถมผู้เล่นใหม่ก็จะไม่รู้สึกปวดหัว เนื่องจาก Skill Tree นั้นทำออกมาอธิบายให้ผู้เล่นเข้าใจง่ายมาก และมันก็ไม่ซับซ้อนที่จะเลือกอัป แล้วยังรีฟันตอนไหนก็ได้อีกด้วย!!! (ถ้าช่วงหลังๆ การรีฟันจะต้องเสียเงิน แต่ก็ไม่เยอะให้รู้สึกต้องระแวงว่าเลือกอัปอันไหนดี)Skill Tree จะคล้ายๆ ของภาค 3 ที่มีการแบ่งหมวดเป็นสกิลโจมตีปกติ, สกิลหลัก, สกิลป้องกัน หรือสกิลไม้ตายแต่ผู้เล่นต้องเลือกอัปเองด้วยแต้มที่จำกัด และแต่ละสกิลยังมีให้อัปด้านย่อยๆ ไปได้ 2 รูปแบบเมื่อเล่นไปได้สักพักประมาณเลเวล 15 ผู้เล่นก็จะพบว่าเกมจะยังมีอีก 1 ระบบสกิลในชื่อ Specialization ที่ระบบสกิลตรงนี้จะ 'ต่างกันไปตามแต่ละอาชีพ' ยกตัวอย่างของอาชีพ Druid จะเป็นระบบสกิลติดตัวพิเศษที่ได้จากการฆ่ามอนแล้วนำวิญญาณไปถวายเทพสัตว์ทั้ง 4 ขณะที่ของ Barbarian จะเป็นสกิลติดตัวเพิ่มความแข็งแกร่งให้อาวุธประชิตต่างๆ จากการใช้อาวุธประชิตชนิดนั้นๆ จนเลเวลอัป หรือของ Sorcerer ก็จะเป็นระบบให้เอาสกิลกดใช้งานมาแปลงเป็นสกิลติดตัว ถ้าเป็นสกิลใช้งานเรียกฟ้าผ่าก็จะกลายเป็นสุ่มเรียกฟ้าผ่าลงมาใส่ศัตรูแทน โดยตรงนี้ช่วยให้การเล่นแต่ละอาชีพนั้นมีความหลากหลายมากขึ้นไปอีก แถมแค่นั้นยังไม่พอนะ เพราะตอนเลเวล 50 ผู้เล่นก็จะได้ปลดล็อกระบบสกิลที่มีชื่อว่า Paragon ที่จะให้ผู้เล่นมาเลือกอัปสกิลติดตัวยาวเป็นแถวในกระดานจนกว่าจะถึงเลเวล 100 แต่ถ้าผู้เล่นอัปครบเงื่อนไขของ Paragon กระดานที่ 1 เกมก็ยังมี 'สกิล Paragon กระดานที่ 2' ให้ผู้เล่นได้เลือกด้วยว่าอยากได้สกิลติดตัวแนวๆ ไหน ส่งผลให้เห็นได้ชัดเลยว่าระบบสกิลภาคนี้มันจัดเต็มมาก และทำให้ผู้เล่นอยากฟาร์มมาปลดสกิลใหม่เรื่อยๆ Paragon กระดานที่ 2 ต่อ 1 อาชีพจะมีประมาณ 7 รูปแบบส่งผลให้ภาคนี้ปั้นตัวละครได้หลายสายเอาเรื่องจริงๆส่วนในโลก Open World นอกจากผู้เล่นจะได้ผจญภัยเพื่อทำภารกิจหลัก เกมก็ยังมีพวก 'เควสเสริม' จำนวนมากเหมือนเกม Open World RPG เน้นเนื้อเรื่องอีกต่างหาก แถมหลายๆ เควสก็ทำเนื้อหาออกมาได้น่าสนใจมาก แล้วในโลก Open World ก็ยังมีกิจกรรมให้ผู้เล่นไปสำรวจหาดันเจี้ยนลับ หรือไปหาทรัพยากรมาอัปเกรดไอเทมหรือขวดยาเพิ่มเลือดหรือสร้างขวดยาไว้ใช้บัฟตัวละครหลายสถานการณ์ แล้วช่วงคอนเทนต์ท้ายเกม Endgame ก็จะมีเควสสุ่มให้ผู้เล่นไปตามหาแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลเรื่อยๆ รวมทั้งยังมีให้ไปหาวิธีปลดล็อก 'ดันเจี้ยนระดับยากสุด' แถมยิ่งเก็บเลเวลไปถึงระดับหนึ่งก็มีการให้ปลดล็อก World Tier เพิ่มความยากให้ตัวเกมรวมๆ ได้มากขึ้นถึงระดับ 4 แล้วยิ่งระดับสูงขึ้นก็จะทำให้ 'ไอเทมระดับสีสูงสุดในเกมมีโอกาสตกมาให้ผู้เล่น' ส่งผลให้เห็นได้ชัดเลยว่าเกมภาคนี้จัดเต็มด้านคอนเทนต์เอามากๆ อย่างกับเกมภาค 3 ที่มีการใส่คอนเทนต์ภาคเสริมมาให้แล้ว ไม่ต้องกลัวว่าช่วงท้ายเกมจะไม่มีอะไรทำเลย!แผนที่ Open World ตอนซูมครั้งแรกสุดจะไม่รู้ว่าพื้นที่มีความใหญ่ยังไงบ้าง (เพราะมีหมอกบังอยู่)แต่ก็สัมผัสได้เลยว่ามันใหญ่สุดๆ ไม่รู้จะสำรวจครบตอนเล่นไปกี่ชั่วโมงเกมยังมีกิจกรรมยิบย่อยอีกเพียบนะ ไม่ว่าจะ World Event ให้ไปทำเควสสุ่มร่วมกับผู้เล่นอื่นหรือเควส World Boss ให้ไปร่วมมือกับผู้เล่นอื่นตบบอสสุดท้าย แล้วไหนเกมจะมีระบบ Clan อีกรวมทั้งระบบ Battle Pass ที่ให้ฟาร์มแต่ละซีซั่นปลดของตกแต่งยาวๆ ไปอย่างไรก็ตาม แม้คอนเทนต์เกมนี้จะดูมีเยอะมาก แต่ด้วยความที่เกมนี้มีเควสเสริม ผู้เขียนก็รู้สึกว่ามันไปทำให้เควสหลักดู "สั้น" แล้วทำให้เนื้อเรื่องหลักนั้นดูไม่สุดอยู่เช่นกัน (แล้วก็อย่างที่บอกปว่าเควสหลักมันยืดเยื้ออีก กว่าจะจบแต่ละเหตุการณ์) และแม้ขนาดแผนที่จะใหญ่มหึมา แต่ว่าความใหญ่มันก็ไม่ได้สำคัญอะไรให้รู้สึกดีขนาดนั้น เหมือนทำใหญ่เพื่อให้ผู้เล่นต้องใช้เวลาเดินทางไปดันเจี้ยนต่างๆ ที่มีหลายแห่งเฉยๆ (แล้วสถานที่สวยๆ ก็ไม่ค่อยมีให้พบอย่างที่บอกไป) ซึ่งถึงแม้ในบางพื้นที่จะมีสภาพแวดล้อมหรือชนิดศัตรูที่ต่างกันเยอะมาก แต่ผู้เขียนก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ต่างแปลกใหม่อะไรขนาดนั้น แถมหลายดันเจี้ยนก็ไม่ได้มีความต่างอะไรกันเยอะอีกนอกจากรูปลักษณ์สถานที่ ส่งผลให้บางทีผู้เล่นก็จะรู้สึกว่าเกมมันมีความกว้างใหญ่กิจกรรมให้ทำเยอะ แต่ 'คุณภาพความยอดเยี่ยมไม่ได้มีเยอะตาม' (ที่จะสื่อคือถ้าเกมย่อขนาดแผนที่ให้เล็กลง ลดจำนวนดันเจี้ยนให้น้อยลง มันอาจดูดีกว่านี้)อีกส่วนที่น่าพูดถึงคือระบบต่างๆ แม้จะดูทำออกมาดี แต่ถ้าเทียบกับเกมคู่แข่งอื่นๆ ก็อาจดูธรรมดาไปหน่อยทำให้คนที่ผ่านเกมคู่แข่งอื่นๆ มาเยอะ ก็อาจไม่ชอบเกมนี้ หรือเล่นได้แปปๆ ก็ไปเล่นเกมคู่แข่งอื่นGameplayจริงๆ ตอนช่วง Beta ผู้เขียนรู้สึกว่าเกมภาคนี้มีระบบต่อสู้ที่ 'อืด' จนอาชีพอย่าง Barbarian หรือ Druid นี่คือเล่นไม่ไหวเลย เนื่องจากมันทั้งเดินช้าแล้วสกิลก็โจมตีช้าจนจะหลับ แต่มาในตัวเกมที่วางขายจริงๆ ระบบต่อสู้นั้นได้มีปรับความรวดเร็วไม่อืดได้อารมณ์แบบภาค 3 แล้ว!!! ทำให้ผู้เขียนนั้นได้หยิบ Druid มาเล่นเป็นตัวแรกเสียเลย แล้วก็พบว่าอาชีพนี้เล่นมันส์มาก ไม่ว่าจะตอนกดโจมตีหรือตอนใช้สกิล โดยผู้เขียนได้ลองเน้นปั้น Druid ทั้งสายเรียกไฟฟ้ามาโจมตี, เรียกก้อนหินมาโจมตี, แปลงร่างเป็นหมาป่า และแปลงร่างเป็นหมี ผลปรากฎว่าการเล่นทุกสายนั้นมีความแตกต่าง และได้อรรถรสเอาเรื่อง เพราะอย่างสายเรียกไฟฟ้ามาโจมตี มันก็มีกลไกที่ผู้เล่นต้องทำตามแต่ละสกิลเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุด (ยกตัวอย่างต้องทำให้ศัตรูติดสถานะเปราะบาง เวลาผ่าจะได้ฟื้นฟูพลังชีวิต) และเวลาได้ยินเสียงฟ้าผ่าลงมามันก็สะใจ แต่พอไปเล่นสายหมี มันก็มีกลไกที่ต้องทำตามเพื่อให้ได้ค่าสถานะ 'ลดความรุนแรงจากการถูกโจมตี' แล้วเวลาใช้หมีกดสกิลทุบพื้นก็ได้อารมณ์มันส์สะใจ ทำให้ใครเคยเล่นช่วง Beta แล้วรู้สึกระบบต่อสู้น่าเบื่อ ผู้เขียนอยากแนะนำให้ลองเปิดใจใหม่ เพราะตอนแรกผู้เขียนก็คิดแบบนั้นแต่พอได้เล่นจริงกลับมันส์กว่าเดิมมากสายต่างๆ ของแต่ละอาชีพก็ไม่ได้มีความตายตัวนะเพราะเกมจะมีสกิลให้เล่นเป็นสายผสม ส่งผลให้ผู้เล่นสามารถสร้างสรรค์สายแปลกๆ ได้อยู่ส่วนในช่วงผจญภัยโลก Open World ตอนช่วงแรกๆ ผู้เขียนนี่แอบรู้สึกเบื่อการผจญภัยเลย เพราะด้วยความที่แผนที่มันใหญ่มาก แต่เกมกลับให้ผู้เล่น 'ผจญภัยด้วยการเดินเท้าอย่างเดียว' จนกว่าจะถึงแต่ละสถานที่ ขณะที่พอเล่นเนื้อเรื่องหลักไปช่วงกลางๆ เกมจะมีการให้ 'ม้า' ไว้ใช้เดินทางอย่างรวดเร็ว โดยตรงนี้ก็ขอแนะนำให้ทุกคนเล่นเนื้อเรื่องมาถึงตรงนี้ก่อน ไม่งั้นจะเหนื่อยมากเวลาผจญภัย รวมทั้งในช่วงก่อนจะถึงเลเวล 50 ผู้เล่นนั้นจะสามารถเลือกความยาก World Tier ได้เพียง 2 ระดับเท่านั้น โดยระดับ 1 นั้นจะเล่นได้ชิลๆ ระดับนึง แต่ระดับ 2 นั้นจะยากระดับที่ผู้เล่นต้องพยายามหลบการโจมตีที่รุนแรงด้วยการกดสกิล Dodge แล้วสกิลนี้เวลากดใช้ 1 ครั้งก็จะมีคูลดาวน์ประมาณ 5 วินาที ทำให้ผู้เล่นต้องหาจังหวะใช้ให้ดีๆ และตรงนี้เป็นการนำแนวเกม Souls-like มาประยุกต์ใช้กับเกมแนวนี้ได้ดีมาก แต่ด้วยความที่เกมดีไซน์มาแบบนี้ ผู้เขียนกลับรู้สึกพวกอาชีพที่โจมตีระยะไกลจะเหนื่อยน้อยกว่าอาชีพที่โจมตีระยะใกล้สุดๆ แถมผู้เขียนก็รู้สึกว่าความสมดุลของเกมนี้ก็แปลกๆ เนื่องจากผู้เขียนลองปั้น Druid ทุกสายแบบให้ดีสุดในช่วงเวลานั้น แต่พอเอาไปสู้บอส World Tier 2 ก็กลับแพ้แบบราบคาบ ขณะที่คนเล่น Sorcerer หรือ Rogue นั้นกลับโซโล่บอสต้อง Coop ระดับสูงๆ ได้อย่างสบายใจ เห็นได้ชัดเลยว่าบางอาชีพในเกมนี้อ่อนแอเกินเหตุแม้เป็นคอนเทนต์ PvE!เกมภาคนี้ยังมีบอสให้สู้เพียบด้วย มีเกิน 10 ตัวแน่นอน แล้วยังมีมินิบอสอีกเพียบแต่ว่ามันมีแค่บอสกับมินิบอสบางตัวเท่านั้นที่สู้สนุก และน่าจดจำ ใส่มาเยอะแต่คุณภาพไม่เยอะตามอีกแล้วPerformanceถ้าใครยังจำกันได้ ผู้เขียนได้บอกไปว่า Diablo 4 นั้นถือเป็นเกมที่ภาพสวยสมยุค 2023 แล้วพวกดีเทลก็ยังทำออกมาดีอีก แต่ในส่วนนี้ก็ยังมีเรื่องให้น่าชมเพิ่มด้วย เนื่องจากเกมนั้นจะไม่กินเสปค PC แบบเห็นได้ชัด ผู้เขียนได้ลองทั้งคอมพิวเตอร์แรงระดับกลางๆ อย่างซีพียู i5-12400f กับการ์ดจอ GTX 3070 Ti ผลปรากฎว่าสามารถปรับภาพระดับ Ultra ได้อย่างสบายๆ ที่ 1440p60fps แล้วก็ได้ลองใช้คอมที่เกือบอยู่ระดับล่างๆ ซีพียู Ryzen 9 6900HS กับการ์ดจอ GTX 3050 Laptop GPU ก็ยังสามารถปรับที่ Medium เล่นได้สบายๆ ที่ 1080p60fps เช่นกัน แถมเกมก็มีการรองรับปรับกราฟิกได้หลายแบบระดับหนึ่ง และก็มี DLSS หรือ Freesync ให้ใช้งานอีกต่างหาก ส่วนคอมที่เสปคต่ำกว่านี้ ผู้เขียนมองว่าสามารถเล่นได้ลื่นๆ ที่ 30fps อยู่แน่นอนอย่างไรก็ตาม แม้เกมจะทำมาให้เล่นลื่นมากๆ แต่ตอนนี้ปัญหา Performance ที่ผู้เขียนพบเจอขั้นรุนแรงคือ 'Video Memory Leak' หรือก็คือเกมจัดการ VRAM ของ PC ผู้เล่นได้ไม่ดี และจะมีการกินเกินความจำเป็น ทำให้ผู้เขียนถ้าจะเล่นเกมนี้นานๆ ก็จะปรับ High หรือ Ultra ไม่ได้เลย เพราะการ์ดจอ GTX 3070 Ti มี VRAM เพียง 8GB เท่านั้น แต่เกมก็กินเกิน 8GB บ่อยมาก (ถ้า VRAM 12GB อาจไม่มีปัญหาในเรื่องนี้) ส่งผลให้ต้องปรับลงมาที่ Medium ถึงเล่นได้ยาวๆ ไม่งั้นเกมจะกระตุกเล่นไม่ไหวเลย หรืออีกวิธีนึงคือผู้เขียนต้องกด Reset การตั้งค่ากราฟิกบ่อยๆ เพื่อให้ VRAM เลิกกินเกิน แถมปัญหานี้ผู้เขียนก็รอมาเกิน 1 อาทิตย์แต่เกมก็ยังไม่มีการแก้ไขให้ดีขึ้น ส่งผลให้ก็เป็นเรื่องน่าขัดใจอยู่เหมือนกันสรุปเห็นได้ชัดเลยว่าในที่สุด Diablo 4 นี่คือภาคที่สร้างมาตอบโจทย์แฟนๆ แล้วสักที แถมยังมีความเจ๋งเพิ่มคือด้านเนื้อเรื่อง และคอนเทนต์ที่มีให้ไปเล่นยาวๆ เยอะมาก แถมยังเล่นลื่นกับ PC ในสเปคหลายรูปแบบอีก โดยแม้คอนเทนต์จะเยอะแล้วคุณภาพไม่ค่อยมี รวมทั้งระบบต่างๆ มันอาจดูธรรมดาไปหน่อยถ้าเทียบกับเกมคู่แข่ง แต่ Diablo 4 ก็คือหนึ่งในเกมที่ 'ยอดเยี่ยมผสมเล่นเพลิน' ของใครหลายคนแน่นอน ใครที่เป็นสาย RPG ยังไงก็ควรซื้อไปเล่นยาวๆ แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่สาย RPG ก็ไม่ต้องกลัว เพราะเกมภาคนี้ออกแบบมาให้เล่นง่ายกว่าเกมอื่นๆ ถ้ามาเริ่มที่เกมนี้ก็อาจกลายเป็นสาย RPG ก็เป็นได้!
07 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Ravenous Devils เปิดร้านธุรกิจเชือด ล้วง ลับ ลวง พราง อาจจะเป็นรสชาติของคนคุ้นเคย
Ravenous Devils เกมฆาตกรรมอำพราง เอาเนื้อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายมาทำอาหารขาย อารมณ์บรรยากาศของเกมเหมือนหนังเรื่อง Sweeney Todd The Demon Barber of Fleet Street ของ ทิม เบอร์ตัน ผู้กำกับคู่บุญของป๋า จอห์นนี เดปป์ เกมนี้บางฉากผู้เขียนขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าไม่เหมาะกับคนขวัญอ่อนและน้อง ๆ หนู ๆ ที่ยังไม่สามารถคิดวิเคราะห์แยกแยะได้เป็นอย่างยิ่ง มีฉากฆาตรกรรมที่รุนแรง และค่อนข้างน่าสะอิดสะเอียน ไม่ว่าจะเป็น ฉากการฆ่า การเชือด การหั่นศพ การบดศพ การปั่นศพ สารพัดวิธี คิดซะว่ามันเป็น Diner Dash เวอร์ชันเลือดสาดละกัน ฮ่า ๆ เกมนี้ลงวางขายใน Steam เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2022 ผู้เขียนดองเอาไว้ในคลังมาเป็นปีปี บวกกับไม่ค่อยชอบเล่นเกมแนวนี้เท่าไหร่ เพราะผมรู้สึกว่าต้องทำเหมือนว่ามันปกติ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ปกติ ถึงแม้เรื่องราวต่าง ๆ จะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น และเป็นแค่เกมที่นำมาสร้างอรรถรสในการเล่นให้เราเพียงเท่านั้น แต่ยังไงมันค่อนข้างสร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับผมอยู่ดี ผมเลยอยู่แต่กับเกมสร้างบ้านสร้างเมืองบริหารจัดการมาโดยตลอด งั้นวันนี้ขอลองเปลี่ยนแนวมาเป็นไอ้ต้าวคนโรคจิตดูบ้าง และจะรีวิวอย่างเป็นกลางที่สุดสัญญาครับ ฮ่า ๆเนื้อเรื่องของคนโรคจิตกับคนโรคจิตกว่า (สปอยล์นิดหน่อย)Ravenous Devils เนื้อเรื่องเล่าถึงตัวละครหลักที่เป็นคู่สามีภรรยา ตัวสามีนั้นมีนามว่าเพอร์ซิวาล และภรรยาสุดที่รักของเขานามว่าฮิลเดรด ย้ายมาอยู่ที่เมือง Londoned (ชื่อเมืองในเกม) ตัวสามีนั้นเปิดร้านขายเสื้อและเป็นช่างตัดเสื้อ และจะเป็นคนที่คอยเชือดเหยื่อเพื่อส่งศพไปให้ภรรยาของเขาทำอาหารที่ห้องครัวด้านล่าง ส่วนเสื้อผ้าของศพนั้นเพอร์ซิวาลก็จะเอามาตัดเย็บใหม่เพื่อขายในร้านเสื้อผ้าของเขาครับ ส่วนฮิลเดรดเมื่อได้เนื้อมา นางก็จะเอามาทำอาหารเพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้าของนางในส่วนของร้านอาหารด้านล่างเนื้อเรื่องไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่สองสามีภรรยานั้นหาเงินด้วยการฆ่าคน ยังมีโรคจิตอีกคนที่มี AKA ว่า J เขาชอบลิ้มลองเนื้อมนุษย์เป็นที่สุดแบบหาจุดหยุดไม่ได้ จึงคอยส่งจดหมายแบล็กเมลมาเร้าหรือข่มขู่สองผัวเมีย อีกทั้งยังคอยส่งเหยื่อมาให้เพอร์ซิวาลเชือดเพราะต้องการกินเนื้อคนเหล่านั้นแต่ตัวเองดั๊นไม่ต้องการมือเปื้อนเลือดเพราะเป็นคนมีชื่อเสียงในเมือง และเหยื่อที่เขาส่งมาให้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นคนรู้จักหรือเพื่อนเขาเกือบทั้งสิ้น ยังมีเนื้อเรื่องยิบย่อยของเกมที่จะทำให้เราตกตะลึงเกี่ยวกับตรรกะต่าง ๆ ของคนจิต ๆ ที่มีชุดความคิดป่วย ๆ อีกเยอะแยะมากมายครับ แต่ผู้เขียนจะขอหยุดไว้ ณ ตรงนี้ก่อนเพราะไม่งั้นได้สปอยล์เนื้อเรื่องจนจบแน่เกมเพลย์คือดี แต่บางทีแอบคิดว่าไม่สุดในมุมมองของใครหลาย ๆ คนเกมนี้เป็นเกมที่สร้างความเพลินและฆ่าเวลาได้ดีมาก ๆ จากที่ผมได้ตามอ่านรีวิวต่าง ๆ ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็มีความคิดไปในทิศทางนี้เหมือนกันครับในช่วงแรกที่เล่นเกม แต่เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ด้วยความที่เราต้องทำอะไรจำเจ เนื้อเรื่องสั้น การ interact ที่อืดอาด และบัคที่เยอะมาก ๆ ค่อนข้างสร้างความหัวเสียให้ผู้เขียนระดับที่คิดว่า"เออไม่เล่นแล้วก็ได้" ตัวเกมเพลย์คล้าย ๆ เกมตระกูล Diner Dash แต่การบังคับตัวละคร หรือการ Interact กับสิ่งของในเกมบอกเลยว่ายังสู้เขาไม่ได้ เดี๋ยวผมจะจำแนกหัวข้อต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านและเห็นภาพชัดมากยิ่งขึ้นครับการแบ่งหน้าที่กันระหว่างสองผัวเมียบอกเลยว่าเป็นคู่รักที่ศีลเสมอกันแบบไม่มีอะไรมากั้น เป็น Bad Romantic ที่ลงตัว ระหว่างฮิลเดรดและเพอร์ซิวาล มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานตามความถนัดของคนทั้งคู่ แต่ความหลงไหลหลักของทั้งสองคนก็คือการฆ่า ศพ และเงิน งั้นเราจะให้เกียรติด้วยการพูดถึงฝ่ายหญิงก่อนละกัน (Lady First)Hildred (ฮิลเดรด) - ตัวภรรยามือวางอันดับ 1 ด้านการทำอาหารจากเนื้อคน เพราะคู่แข่งส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นปุ๋ยหรืออาหารไปแล้ว คนปกติเขาก็คงไม่มาแข่งอะไรแบบนี้ด้วย ฮ่า ๆ ส่วนใหญ่ถ้าเราสวิตช์มาเล่นฮิลเดรดเราจะอยู่ในห้องครัวที่ชั้นใต้ดินเป็นหลัก รอสามีของนางหลอกเหยื่อมาสังหารจากชั้นบน และคอยโยนศพลงมาให้ภรรยาทำการแล่เนื้อและปรุงอาหารที่ชั้นล่าง อุปกรณ์ในช่วงแรก ๆ นั้นจะมีแค่เครื่องบดเนื้อ เตาอบ และแป้ง ถ้าอยากได้มากกว่านี้เราต้องคอยอัปเกรดไปเรื่อย ๆ โดยใช้เงินจากการขายอาหารและเสื้อผ้าครับหลังจากฮิลเดรดทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องกดเดินเพื่อขึ้นไปที่ชั้น 2 ส่วนนี้จะเป็นร้านอาหาร เราต้องเอาอาหารที่เราทำไปจัดใส่ชั้นวางอาหารให้เรียบร้อย ช่วงแรก ๆ เราสามารถวางได้แค่ 3 ชิ้นเท่านั้น เมื่ออัปเกรดไปจนสุดจะสามารถวางได้ 12 ชิ้นครับห้องครัว - มีอุปกรณ์หลัก ๆ คือ    • เตาอบ - สามารถอัปเกรดให้อบอาหารเร็วขึ้นได้ และซื้อเพิ่มได้เต็มที่ 3 เตา    • เครื่องบดเนื้อ - สามารถนำศพมาบดได้ อัปเกรดให้บดเร็วขึ้นได้ สามารถบดและเก็บไว้ได้เต็มที่ 10/10    • เครื่องทำไส้กรอก - สามารถเอาศพมาแปรรูปเป็นไส้กรอก สามารถแปรรูปและเก็บไว้ได้เต็มที่ 10/10    • เครื่องหั่น - สยดสยองที่สุดในบรรดาอุปกรณ์ทั้งหมด จะเห็นการหั่น การควัก การล้วงศพชัดเจนที่สุด ผลิตเนื้อแดงไว้สำหรับทำอาหาร ผลิตและเก็บไว้ได้เต็มที่ 10/10    • แมว - เป็นทาสในชีวิตจริงไม่พอ ต้องตามมาเป็นทาสมันในเกมด้วย ฮ่า ๆ สามารถสั่งให้ไปจับหนูมาทำอาหารให้ได้แบบไม่จำกัด    • ลิฟต์ - หลังจากเล่นตามเนื้อเรื่องไป จนมีเด็กรับใช้มาคอยช่วยเหลือเราแล้ว ระบบลิฟต์จะเปิดให้ใช้งานครับ ทีนี้เราก็จะขลุกอยู่แต่ในห้องครัว และส่งอาหารขึ้นไปให้เด็กรับใช้ของเราจัดการเสิร์ฟ และจัดเรียงเข้าชั้นวางได้เลย เด็กรับใช้ราคา 70 ปอนด์    • วัตถุดิบในการทำอาหารที่ไม่ใช้เนื้อ - ผู้เขียนเห็นมันมีอยู่ด้วยกันหลัก ๆ 5 อย่าง ได้แก่ แป้ง (มีไม่จำกัด), หอม (10/10), มะเขือเทศ (10/10), มันฝรั่ง (10/10) และไข่ (10/10) หอม มะเขือเทศ มันฝรั่ง หลังจากที่เราปลดล็อกในหน้าต่างอัปเกรดแล้ว เพอร์ซิวาลจะขึ้นไปใช้ห้องเรือนกระจกที่ดาดฟ้าเพื่อปลูกผักสวนครัวครับ แล้วคอยส่งวัตถุดิบที่เก็บเกี่ยวมาให้ฮิลเดรดผ่านทางลิฟต์ส่งของ ส่วนไข่นั้นอยู่ที่โรงเพาะปลูกเหมือนกัน จากที่อ่านดูน่าจะเป็นไข่นกพิราบ แต่ผมไม่แน่ใจว่ามันบัคหรือเปล่า ผมอัปเกรดบ้านนกแล้วด้วย แต่ก็ไม่มีนกมาอาศัยหรือวางไข่เลย เป็นเศร้า TTร้านอาหาร - ร้านของเราจะอยู่ที่ชั้น 2 ของตัวบ้านครับ ช่วงแรก ๆ จะเป็นร้านแบบ Take away (ซื้อกลับบ้าน) เท่านั้น ลูกค้าจะเดินเข้าร้านจ่ายเงินแล้วหยิบอาหารของเราออกไป เราต้องคอยทำอาหารมาเติมที่ชั้นวางเรื่อย ๆ ไม่ให้ขาด เพราะถ้าไม่มีอาหารแล้วลูกค้ายืนรอเป็นเวลานาน ๆ ลูกค้าจะไม่พอใจแล้วเดินออกจากร้านไป แล้วค่าความนิยมของร้านเราจะติดลบครับ เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ พอเรามีเงินซื้อโต๊ะมาจัดร้านแล้ว บอกเลยว่าฉุดทุกอย่างให้ช้าไปหมด เพราะต้องทำอาหารตามออเดอร์ ลูกค้าจะมีค่าความอดทน ในช่วงแรกตอนที่เรายังไม่ได้อัปเกรดของตบแต่งร้านเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้กับลูกค้า หรือเสิร์ฟเหล้าจินเพื่อช่วยทำให้ลูกค้าอารมณ์ดี บอกเลยว่าหลอดความอดทนลดไวมาก ๆ ไวจนผู้เขียนกดรีเกมใหม่ซื้อแค่โต๊ะเดียวก่อน สูตรทำอาหาร - สูตรอาหารในหนังสือจะถูกเพิ่มเข้ามาเมื่อเราอัปเกรดอุปกรณ์ เช่น ถ้าเราซื้อเครื่องทำไส้กรอก หลังจากเปิดดูในหนังสือ Recipe (สูตรอาหาร) ทางด้านซ้ายมือบนของจอ จะมีอาหารเกี่ยวกับไส้กรอกเพิ่มเป็นสูตรเข้ามาให้เราดูว่าเวลาจะทำต้องใช้วัตถุดิบอะไรบ้าง ถ้าทำอาหารโดยที่ยังไม่ได้รับสูตรมาอาหารจะเน่าและใช้ไม่ได้Percival (เพอร์ซิวาล) - สามีแห่งชาติรักเมียมาก เมียแซะก็งอนบ้างไรบ้าง แล้วเดี๋ยวก็ไปง้อเองอะไรเอง ฮ่า ๆ ๆ ๆ และคิดว่าตัวเองไม่ได้เป็นโรคจิต มีกรรไกรคู่ใจที่ใช้เป็นอาวุธในการสังหารเหยื่อ ลับคมอยู่ตลอด เพอร์ซิวาลนั้นจะสิงอยู่ที่ชั้น 3 เป็นส่วนใหญ่เพราะเป็นช่างตัดเสื้อ เปิดร้านตัดเสื้ออยู่ด้านบนร้านอาหารของฮิลเดรด ถ้าเราสวิตช์ไปเล่นเพอร์ซิวาลนั้นเราจะต้องคอยหาเหยื่อเพื่อโยนไปให้ฮิลเดรดทำอาหาร เหยื่อจะเดินเข้ามาที่ห้องวัดตัวของเพอร์ซิวาลเองครับ จังหวะที่เพอร์ซิวาลทำท่าทีวัดสัดส่วนให้ลูกค้านี่แหละ ก็หยิบกรรไกรขึ้นมา ยุบ ย่อ ชิด ยก จิ้ม จ้วง แทงสวบเข้าให้ เพอร์ซิวาลจะทำลายหลักฐานของเหยื่อแม้กระทั่งเสื้อผ้า ปลดออกมาจากศพแล้วตัดเย็บใหม่นำไปใส่หุ่นตั้งขายที่หน้าร้าน ได้ทั้งขึ้นทั้งร่องสนองนี๊ดการอยากฆ่าคนอื่นของตัวเอง แถมยังได้เงินมาใช้อีก แล้วหลักฐานอะไรก็ไม่เหลือเพราะอยู่ในท้องของลูกค้าร้านอาหารไปหมดแล้วนอกจากหน้าที่การตัดเย็บเสื้อผ้า ฆ่าเหยื่อ และหาเนื้อสดให้ฮิลเดรดทำอาหารแล้ว หน้าที่ของเพอร์ซิวาลอีกอย่างก็คือ ต้องคอยปลูกผักที่โรงเพาะปลูกบนดาดฟ้า โดยใช้ศพนี่แหละครับไปทำเป็นปุ๋ยโรยต้นไม้ของเรา หลังจากได้ผลผลิตแล้วก็ส่งให้ฮิลเดรดทางลิฟต์ห้องวัดตัว - มีอุปกรณ์หลัก ๆ คือ     • จุดเชือด - จะอยู่บริเวณกระจก เพอร์ซิวาลจะใช้กรรไกรแทงเหยื่อ    • กองผ้า - เมื่อฆ่าเหยื่อแล้วเพอร์ซิวาลจะปลดเสื้อผ้าของเหยื่อออก แล้วโยนไปไว้ที่กองผ้า ช่วงแรก ๆ จะได้แค่ 1 ชิ้น / 1 ศพ เมื่ออัปเกรดจนสุดแล้วจะปลดได้ผ้า 3 ชิ้น / 1ศพ สามารถปลดและเก็บไว้ได้เต็มที่ 10/10    • จักรเย็บผ้า - นำผ้าจากกองผ้าไปเย็บ มีเกจเวลาบอก เมื่อเย็บเสร็จแล้วสามารถนำเสื้อที่เย็บเสร็จไปสวมที่หุ่นโชว์    • ไม้ถูพื้น - ต้องนำมาเช็ดเลือดของเหยื่อบริเวณพื้น ถ้าเราไม่เช็ดเหยื่อใหม่จะไม่เดินเข้ามาในห้องห้องขายเสื้อ - เราสามารถนำเสื้อที่ตัดเย็บเสร็จแล้วมาสวมหุ่นโชว์ได้เลย ในช่วงแรกนั้นจะมีหุ่นแค่ตัวเดียวเท่านั้น หลังจากที่เราเล่นไปเรื่อย ๆ เราสามารถนำเงินไปซื้อหุ่นโชว์เพิ่มได้อีก สามารถเพิ่มได้เต็มที่คือ 4/4 โรงเพาะปลูก - มีอุปกรณ์หลัก ๆ คือ    • มะเขือเทศ - จะมีกระบะให้เราปลูก ต้องซื้อที่หน้าต่างอัปเกรดก่อนถึงจะสามารถปลูกได้ หลังจากซื้อมะเขือเทศแล้วจะปลดล็อกผัดสวนครัวอีก 2 ชนิด คือ หอม และ มันฝรั่ง    • หอม - จะสามารถซื้อได้หลังจากซื้อมะเขือเทศมาปลูก จะมีกระบะสำหรับปลูกหอม ปลูกได้ไม่จำกำกัดตราบใดที่ปุ๋ยยังเหลือ    • มันฝรั่ง - เหมือนหอมทุกอย่าง มาหลังมะเขือเทศ มีกระบะเป็นของตัวเอง ถ้าปุ๋ยยังเหลือก็ปลูกได้    • บ้านนก - ผู้เขียนติดบัค นกไม่มาและไม่มีไข่ให้เก็บ แต่จากที่อ่านรายละเอียดสิ่งที่เกมจะให้เราเลี้ยงมันคือนกพิราบครับ เลี้ยงเพื่อเอาไข่ สามารถเก็บเกี่ยวแล้วเอาใส่ลิฟต์ส่งให้ฮิลเดรดทำอาหารขายได้    • อ่างปุ๋ย - เป็นอ่างอาบน้ำ ที่เราจะเอาศพมาหมักเป็นปุ๋ยไว้ครับ เก็บปุ๋ยได้เต็มที่ 10/10    • ต้นไม้ประหลาด - เพอร์ซิวาลเจอเมล็ดที่ลูกค้าทำตกไว้ เลยเอามาลองปลูก มีเนื้อเรื่องในส่วนนี้แต่ผมยังให้ปุ๋ยมันไม่โตสักทีเลยยังไม่มีโอกาสได้คุยกับต้นไม้ครับสรุปRavenous Devils บอกเลยว่าการทำอาหาร การแบกศพ การจัดการกับศพ การปลูกต้นไม้ การตัดเสื้อผ้า การฆ่าเหยื่อ เอเวอร์รี่ติง จิงเกอเบล ที่เราจะต้องทำในเกม สร้างความอึดอัดใจให้กับผมมาก ไม่ใช่ว่าภาพมีความน่าสะอิดสะเอียนหรือสยดสยอง เพราะมันก็ไม่ได้น่ากลัวอะไรขนาดนั้นครับ แต่สิ่งที่สร้างความอึดอัดให้กับผมก็คือความล่าช้าในการทำขั้นตอนต่าง ๆ ภายในเกม (ไม่มีให้เร่งให้ความเร็วของเกมด้วย) หรือการ Interact กับสิ่งของ บางทีก็กดได้บ้างกดไม่ติดบ้าง ต้องกดหลาย ๆ ครั้ง และอีกทั้งมันยังไม่สามารถกดแบบต่อเนื่องเป็น To do list ไว้ก่อนได้ แบบ Diner Dash มันก็เลยสร้างความล่าช้าในการทำสิ่งต่าง ๆ และถึงแม้ว่าบางอย่างจะอัปเกรดได้ แต่ความเร็วดูแทบจะไม่ได้กระดิกเพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่ ส่วนตัวละครไม่ต้องพูดถึงครับอัปเกรดอะไรไม่ได้ มีแต่สกินเสื้อผ้าให้เปลี่ยนเล่น ๆ เท่านั้นเอง เดินช้ายังไง ก็ช้าอย่างนั้น มือมีตั้ง สองมือแต่ถือวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ทีละชิ้น อห ที่แปลว่า โอโห้ นั่นแหละครับ ฮ่า ๆ โคตรเสียเวลาจัด ๆ กว่าจะทำอาหารได้แต่ละที ถ้าเป็นเรื่องจริงคนคงไปหมดร้านแล้ว ไหนจะต้องคอยสลับไปบังคับตัวละครอีกตัวด้วย ช่วงหลัง ๆ ก็ยังดีหน่อย ยังจ้างเด็กรับใช้มาช่วยงานได้ด้วยเงิน 70 ปอนด์ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก คอยเสิร์ฟอาหาร จัดอาหารเข้าชั้นให้ แลกกับการห้ามไปหาใบสะระแหน่ที่ชั้นอื่น ๆ (อยู่ได้แค่ตรงเคาน์เตอร์เท่านั้น) Bug ที่มีก็เป็น Critical Bug แบบตะโกนเลย แต่ผู้พัฒนาก็ไม่แก้ไขมัน หลังจากจบเกม จริง ๆ จะต้องมีเนื้อเรื่องต่อไปอีกนิดหน่อย พอจบ End credit ปุ๊บ ฮิลเดรดของผมตัวแข็งปั๊บ ขยับไม่ได้ ยืนค้าง ๆ อยู่หลังเคาน์เตอร์ขายอาหารนั่นแหละไม่ขยับเขยื้อน พอฮิลเดรดติด Bug ก็ทำอาหารไม่ได้ เกมก็ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ผมพยายามแก้ดูแล้ว ทำยังไง๊ยังไงก็แก้ไม่ได้ ผมเลยตัดใจปิดเกมและนอนหลับแบบหัวอุ่น ๆ เพราะเนื้อเรื่องเกมนี้บอกเลยว่าน่าติดตามมาก ๆ ผมเซ็งที่ไม่ได้รู้ว่าเนื้อเรื่องที่มีมาต่อหลัง End credit เฉลยปมต่าง ๆ แบบไหน ครั้นจะให้เล่นใหม่ตั้งแต่ต้นก็กลัวว่าสุดท้ายก็จะมาค้างมันที่เดิมอยู่ดี เดี๋ยวจะเกรี้ยวกราดไปกันใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ ๆ แต่ถึงผู้เขียนจะบ่นมาซะเยอะแยะแต่เกมเพลย์โดยรวมของเกมนี้สนุก ถ้าตัดความล่าช้าต่าง ๆ และความจำเจออกไป ก็ถือว่าเป็นเกมที่เล่นเพลิน ๆ เกมหนึ่งเลยฮะ ไม่ว่าจะเป็นด้านเนื้อเรื่องที่มีปมเข้มข้นน่าติดตาม แถมอ่านแล้วยังเข้าใจได้อย่างแจ่มชัดแจ่มแจ๋วเพราะตัวเกมมีภาษาไทย แต่บอกเลยว่าเกมนี้ไม่เหมาะกับเด็ก ๆ แบบตะโกนเลยครับ เพราะภาพในเกมไม่ค่อยน่าดู ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงของเนื้อเรื่อง ความโรคจิตของตัวละครต่าง ๆ การใช้กำลัง มีศพมากมาย การที่เด็กคนหนึ่งแม่หายไปแล้วกลับมาตามหาที่ร้านแล้วต้องมากินเนื้อแม่ตัวเองนี่คงไม่จรรโลงใจวัยเยาว์เท่าไหร่นักนะครับ (ผู้ปกครองแสกนนิดหนึ่ง) ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราเรา ก่อนเล่นเกมใช้วิจารณญาณเยอะ ๆ เลยฮะในการเล่น ใครสนใจตัวเกมวางขายอยู่ใน Steam ราคาแบบจับต้องได้ 99 บาท เท่านั้นเอง!!! ราคาแบบสะกดจิตสะกดใจ เล่นแล้วอย่าเอาตรรกะของเพอร์ซิวาลมาใช้นะฮะ เสพแค่เนื้อเรื่องก็พอ ฮ่า ๆสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1615290/Ravenous_Devils/
02 Jun 2023
[Review] รีวิวเกม Street Fighter 6 เกมต่อสู้รุ่นใหญ่ ที่ปูพรมต้อนรับเหล่านักสู้หน้าใหม่อย่างเต็มที่
เมื่อพูดถึงเกมแนวต่อสู้ (Fighting) แม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่น่าจะเห็นด้วยตรงกันว่าเป็นแนวเกมที่ใคร ๆ เล่นสนุกได้ไม่ยาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่เหล่านั้นมักเล่นเกมโดยไม่ได้คิดถึง "วิธีเล่น" เกมเหล่านั้นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเทคนิคและระบบ (Mechanic) ต่าง ๆ หรือแม้แค่กระทั่งการจำวิธีปล่อยท่าก็อาจเป็นสิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจนัก ซึ่งก็ทำให้กลุ่ม "ผู้เล่นเกมต่อสู้" ที่ใส่ใจต่อระบบในเกมอย่างจริงจังมีเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เสมอมา โดยการดึงดูดผู้เล่นใหม่ ๆ ให้เกิดความสนใจในการเรียนรู้ "วิธีเล่น" ของเกม จึงเป็นโจทย์ที่นักพัฒนาเกมต่อสู้แทบทุกค่ายต่างพยายามแก้กัน หลังจากที่ได้ใช้เวลาระยะหนึ่งกับสุดยอดเกมต่อสู้ระดับเรือธงของ Capcom อย่าง Street Fighter 6 ซึ่งกลับมาอย่างยิ่งใหญ่และน่าสนใจกว่าเดิม ด้วยระบบเนื้อเรื่องและ "ปุ่มลัด" มากมายที่ออกแบบมาให้ผู้เล่นมือใหม่สามารถเข้าถึงความลึกล้ำของระบบต่อสู้ของเกมได้ง่ายขึ้น ทำให้เกม Street Fighter 6 เป็นเกมต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ สำหรับคนที่ต้องการจะเข้าสู่สังเวียนเป็นครั้งแรกขอขอบคุณทาง SICOM AMUSEMENT ตัวแทนจำหน่ายเกมในเครือของ Capcom อย่างเป็นทางการ ที่ส่งเกมนี้ให้เรารีวิวครับโลกของนักสู้สายเลือดใหม่ ที่ทำออกมาได้ดีแต่แผลยังเยอะอยู่เนื้อเรื่องในภาคนี้ แทบจะไม่เกี่ยวข้องกับภาคเดิม ๆ ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้เลย จะกล่าวว่านี่เป็น Soft Reboot ของซีรีส์ก็ได้ แต่ตัวละครต่าง ๆ ที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาจะกลับมาอย่างครบถ้วน อย่าง Luke ที่เป็นตัวละครใน DLC ของภาค 5 มาภาคนี้เขาก็ถูกดันให้เป็นตัวละครหลักบนปกเกม และจะคอยมาเป็นพี่เลี้ยงของเราด้วย สำหรับเนื้อหาในภาคนี้ เราจะรับบทเป็นตัวละครที่เราสร้างขึ้นมาเอง เป้าหมายก็คือฝึกฝนวิชาต่อสู้เพื่อแสวงหาคำตอบของคำว่า 'แข็งแกร่ง' เราจะได้เข้าไปยังคอร์สอบรมการต่อสู้ของ Luke และพาให้เราออกเดินทางไปทั่วโลก ค้นหาความหมายของความแข็งแกร่ง ผ่านการต่อสู้กับเหล่านักสู้คนต่าง ๆ และตัวละครที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี จะกลายเป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ในโซนพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้เราได้สัมผัสการเล่าเรื่องของ Street Fighter ในแบบที่ไม่มีภาคไหนทำได้มาก่อน ระหว่างการผจญภัยในโหมดเนื้อเรื่อง เราจะได้พบเจอกับเรื่องราวต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่ตลกขำขันไปจนถึงซีเรียสจริงจัง ซึ่งถือว่าเป็นรสชาติใหม่ที่แฟน ๆ Street Fighter ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า เพียงแต่ว่าการมีรสชาติใหม่ก็ใช่ว่ามันจะดี ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า มันเป็นการเริ่มต้นหาอะไรใหม่ ๆ ให้แฟรนไชส์ได้ยอดเยี่ยม และทำออกมาดีใช้ได้เลย แต่หลายอย่างมันก็ยังผิดแปลกไปซะหน่อย เหมือนทีมสร้างยังหาจุดลงตัวไม่เจอ ว่าจะทำให้เกม Fighting มีเนื้อเรื่องยังไง เล่าเรื่องแบบไหน และทำยังไงให้มันเหมาะสมกับความเป็นแนวเกมต่อสู้ของตัวเอง ซึ่งตรงนี้ผู้เขียนมองว่าเขายังทำได้ไม่ดีมากเท่าไรนัก จากตื่นเต้นช่วงแรก ๆ เล่นไปนาน ๆ จะเริ่มน่าเบื่อและดรอปความสนุกลงไปเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันเป็นจุดเริ่มต้นไอเดียที่ดี ซึ่งหาก Street Fighter เขาจะทำเนื้อเรื่องเพิ่มในเกมภาคต่อไป ก็อยากให้เอาไอเดียหลายอย่างในภาคนี้ไปขัดเกลาเพิ่ม ไม่แน่ว่าเกมต่อสู้เกมอื่น ๆ อาจใช้ Street Fighter 6 เป็นมาตรฐานใหม่ของการมี Story Mode ก็เป็นได้อัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ แถมปูพรมต้อนรับมือใหม่อย่างเต็มที่ปกติแล้ว เกมแนว Fighting มักจะขึ้นชื่อว่าจะเน้นหนักไปที่โหมดออนไลน์ซะเป็นส่วนใหญ่ แถมยิ่งเป็นแนวเกมต่อสู้ โอกาสที่จะดึงดูดแฟนเกมหน้าใหม่มานั้นถือว่ายาก แต่ Street Fighter 6 กำลังจะหาจุดตรงกลางที่พอดี ด้วยการ Launch ตัวเกมให้มีคอนเทนต์ที่อัดแน่นเพียงพอทั้งโหมดออนไลน์และออฟไลน์ โดยสำหรับโหมด World Tour หรือโหมดเนื้อเรื่องของเกมนี้ เราจะได้ใช้เวลาไปกับตัวละครที่เราเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง ออกผจญภัยไปในแผนที่กึ่งโลกเปิด คือมันไม่ได้กว้างใหญ่อะไรขนาดนั้น แต่ก็ยังพอมีพื้นที่ และซอกซอยให้เราแวะไปสำรวจอยู่บ้าง และการออกสำรวจก็ค่อนข้างจะสำคัญเสียด้วย เพราะในโหมดเนื้อเรื่อง มันได้เปลี่ยนเกม Street Fighter ให้กลายเป็นเกม Fighting RPG ไปเลย มีการเก็บเลเวล อัปเกรดสกิล กินอาหารบัฟ แต่งตัว และบอกเลยว่าเนื้อหาของโหมดเนื้อเรื่องนั้น มีความยาวชนิดที่ว่าอิ่มจุใจ คุ้มค่าแน่นอน แต่รายละเอียดตา่ง ๆ อาจมีปํญหาไปหน่อย ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อถัดไปต่อมาคือคอนเทนต์หลักที่ทำให้เกมมีอายุยืนยาวอย่างโหมดออนไลน์ที่ภาคนี้จัดเต็มมาให้แบบครอบคลุมมาก ไม่ว่าคุณจะอยาก Matchmaking อยากออกไปหาคู๋แข่งตามเซิร์ฟเวอร์ด้วยตัวเองผ่านระบบ Battle Hub หรือแม้แต่ต่อจอยสองเพิ่มเพื่อสนุกกับคนใกล้ชิด เกมนี้ออกแบบมาให้ครบ สำหรับระบบ Battle Hub ในภาคนี้ จะเป็นการที่เราจะเข้าไปยังพื้นที่ศูนย์กลางของเซิร์ฟเวอร์เกม โดยใช้ตัวละคร Avatar ของเรา ไปเล่นร่วมกับคนอื่นโดยการท้าประลองกันผ่านตู้ Arcade ถือว่าเป็นอะไรที่ครีเอทใช้ได้ แต่ปัญหาคือสำหรับการเล่นโหมดออนไลน์ในตอนนี้ ฟีเจอร์ Custom Room หรือสร้างห้องเล่นกันเองนั้น ยังไม่รองรับซะอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่ Casual Match สามารถใช้วิธี Matchmaking กันได้ปกติ แต่การสร้างห้องตอนนี้ ยังต้องรอไปก่อน ซึ่งหากรองรับการเล่นแบบ Custom Room เราสามารถตั้งปาร์ตี้กับเพื่อนแล้วไปลุยกับทีมอืนได้ น่าจะสนุกขึ้นอีกเยอะ สรุปคือตอนนี้คอนเทนต์ทั้งโหมดเนื้อเรื่องก็ยาวจุใจ โหมดออนไลน์ แม้จะไม่มี Custom Room แต่ความสนุกก็ไม่ได้ลดลง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงพีค หาห้องแปปเดียวก็เจอแล้ว หรือถ้าจะเอาชัวร์ ๆ เลยคือเข้า Battle Hub ในเซิร์ฟเวอร์ที่คนเยอะ ๆ ก็จะเจอคนให้ท้าประลองด้วยอย่างแน่นอน แต่ข้อเสียเดียวที่ผู้เขียนมองเห็นในตอนนี้คือตัวละครที่ยังมีน้อยมาก ๆ ณ เวลาที่เขียนรีวิวตัวนี้ Street Fighter 6 มีตัวละครให้เลือกเล่นเพียง 16 ตัวละครเท่านั้น แน่นอนว่าอนาคตตัวละครใหม่ ๆ มันมาแน่ ๆ แหละ แต่ก็หนีไม่พ้น DLC เสียเงินแน่นอน ใครที่ชอบความหลากหลายของตัวละครอาจจะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อไปหน่อย แต่สำหรับฮาร์ดคอร์แฟนที่อยากจะลองฝึกเล่นสักตัวให้เก่ง ก็อาจจะรู้สึกว่ามันเพียงพอแล้วก็ได้เกมเพลย์ที่พยายามเข้าถึงผู้เล่นทุกคนให้ได้มากที่สุดก่อนจะเริ่มเขียนรีวิวตัวนี้ หลายสื่อจากต่างประเทศต่างก็ชมว่า นี่คือเกมต่อสู้ที่เป็นมิตรกับหน้าใหม่มากที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่ทิ้งผู้เล่นเก่า ก่อนจะไปในส่วนของโหมดการต่อสู้ เรามาดูที่โหมด World Tour หรือว่าโหมดเนื้อเรื่องกันก่อน สำหรับโหมดเนื้อเรื่องนี้ เราจะได้สร้างและออกแบบตัวละครของตัวเองขึ้นมา ซึ่งปรับแต่งได้ค่อนข้างละเอียดมาก แถมความยาวของแขนและขาจะส่งผลในการต่อสู้จริงด้วย เช่นถ้าแขนยาวก็มีระยะการโจมตีที่มากกว่าศัตรูนั่นเอง สำหรับโหมดเนื้อเรื่อง จะเป็นการพาเราไปยังพื้นที่เปิดต่าง ๆ เราสามารถเดินทาง ออกสำรวจ และทำตามภารกิจหลักเนื้อเรื่อง หรือบางช่วงก็จะมีภารกิจย่อยเข้ามา โหมดเนื้อเรื่องจะใส่ความเป็นเกม RPG เข้ามาในตัวเองเลย คือมีระบบเลเวล ค่าประสบการณ์ ไอเทมบัฟ และผังทักษะหรือ Skill Tree วิธีการเพิ่มเลเวลก็คือออกไปทำาภรกิจเนื้อเรื่อง หรือภารกิจรอง และท้าสู้กับเหล่านักสู้ข้างทาง ต้องบอกเลยว่าเกมนี้นี่ทุกคนมีเลือดนักสู้กันเยอะมาก ท้าสู้ได้เกือบจะทุกคน และนักสู้แต่ละคนจะมีเงื่อนไขพิเศษ ถ้าทำได้ก็มีรางวัลเพิ่มให้อีกด้วย และ Skill Tree หรือผังทักษะนั้น เราไม่สามารถอัปเกรดทุกสกิลได้ แต่จะเลือกได้เพียง 1 สกิล และปลดล็อคขึ้นไปสูงขึ้น ๆ จนถึงระดับสูงสุดก็จะปลดสกิลชุดใหม่มาให้และในเมื่อเราเป็นตัวละครสร้างเอง กระบวนท่าต่อสู้ของเราในช่วงแรกก็จะเหมือนกับพวกนักสู้ข้างถนน จนเราได้เจอกับเหล่าตัวละครที่เป็นปรมาจารย์ในการต่อสู้ ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นแต่ก็เป็นพวกตัวละครหลักในเกม Street Fighter นี่แหละ อย่างเช่นช่วงแรก เราก็จะเป็นลูกศิษย์ของ Luke เราก็จะสามารถใช้ท่าของ Luke ในการต่อสู้ได้ แต่ถ้าเราเล่นไปเรื่อย ๆ เจออาจารย์คนใหม่เรื่อย ๆ ก็จะสามารถสลับสับเปลี่ยนเอาท่าตัวละครนั้น ๆ มาใช้ โดยการใช้ท่าของอาจารย์คนไหน เมื่อชนะการต่อสู้ได้ ก็จะได้ค่าประสบการณ์ของอาจารย์คนนั้น ๆ ช่วยทำให้เราปลดล็อคท่าใหม่ ๆ ได้ และหากเราเก็บไอเทมพิเศษมา ก็สามารถนำไปมอบเป็นของขวัญให้อาจารย์คนนั้น และปลดล็อคสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วยนอกจากนั้นตัวละครของเรายังสามารถแต่งองค์ทรงเครื่องได้ และไม่ใช่แค่แต่งเอาสวยเอาหล่อเท่านั้น เพราะเครื่องแต่งกายต่าง ๆ จะบวกค่าสเตตัสบางอย่างให้สูงขึ้น เช่นเตะแรงขึ้น ต่อยแรงขึ้น โดยเครื่องแต่งกายต่าง ๆ ก็มีวิธีการได้รับที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำภารกิจเนื้อเรื่อง ภารกิจรอง หรือใช้เงินซื้อจากร้านค้าโดยตรง แต่ช่วงแรกชุดแต่งตัวเราจะน้อยมาก ๆ จนดูเหมือนจะแต่งตัวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ต้องใช้เวลาในการเล่นเพื่อปลดล็อคไปก่อน ซึ่งก็ไม่แน่ว่ามันจะมาในรูปแบบของ DLC ด้วยหรือไม่ด้วยความที่เป็นเกมแบบ Open Area มีพื้นที่ให้สำรวจ จะให้ทั้งเมืองมีแต่ประชาชนทั่วไปที่เข้าไปท้าสู้ได้ก็ออกจะน่าเบื่อไปหน่อย เกมนี้เลยมีพวก Mad Gear หรือแก๊งตัวร้ายอยู่ในเมืองนี้ด้วย และใช่แล้ว หากใครเคยเล่นเกมค่าย Capcom มา จะคุ้นชื่อแก๊งนี้ เพราะมันเป็นแก๊งในเกม Final Fight นั่นเอง พวก Mad Gear จะเป็นเหมือนกับศัตรูประเภท Aggressive ที่จะโจมตีเราก่อน เราจะวิ่งหนีก็ได้ หรือจะสู้กับมันไปเลยเพื่อเก็บเลเวลก็ทำได้ แต่บอกเลยว่าหลัง ๆ มันจะเยอะจนน่ารำคาญเลยทีเดียว โดยทุกครั้งหากเราเริ่มการต่อสู้กับใครก็ตาม จากการเล่นแบบเกม Open World มุมมอง TPS ทั่วไป เกมจะตัดฉากเข้าสู่รูปแบบเกม Fighting ทันที ซึ่งตอนแรกมันก็ว้าว แต่หลัง ๆ มาไอ้พวก Mad Gear นี่มันเยอะมาก เยอะจนเกินไปด้วยซ้ำ ทำให้การโดนโจมตี หรือถูกบังคับให้เข้าโจมตีแบบนี้เสียเวลาในการเล่นไปไม่ใช่น้อยพื้นที่ภารกิจเนื้อเรื่องเองก็ไม่ได้มีแค่เมืองเดียว เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ จะมีการ Fast Travel หรือออกเดินทางไปที่อื่น ซึ่งเป็นประเทศสำคัญ ๆ ต่าง ๆ ในโลกได้ด้วย ทำให้โดยรวมแล้ว คอนเทนต์ของ Street Fighter 6 ในโหมดเนื้อเรื่องนั้น ถือว่าคุ้มค่าและเต็มอิ่มมาก เพียงแต่ว่าระบบหลายอย่างมันยังดูแปลก ๆ เช่นการสนทนาหรือคัทซีนที่ชวนง่วง ภารกิจดีไซน์เดิม ๆ ที่เน้นการวิ่งคุยกลับไปกลับมา ใครเบื่อง่าย อาจจะเล่นไม่จบเอาก็ได้ แต่อย่างที่บอกว่าภาคนี้เขาวางโครงระบบไว้ดีมาก ก็หวังว่าภาคแรกเราจะได้เห็นการปรับปรุงและพัฒนาในส่วนของเนื้อเรื่องให้ดีมากกว่านี้ทีนี้ข้ามมาดูโหมดไฮไลท์ของเกมกันบ้าง กับโหมดออนไลน์ ต้องบอกว่าโหมดออนไลน์กับเนื้อเรื่องนั้น จะมีการยืมระบบมาใช้กันเล็กน้อย แต่สบายใจได้ ไม่ใช่ระบบ RPG ระบบที่ว่าก็คือระบบใหม่แกะกล่องของภาคนี้อย่างระบบ Drive Gauge โดยระบบนี้จะเป็นหลอดพลังพิเศษที่อยู่ใต้พลังชีวิตของเรา และเป็นหลอดที่เป็นหัวใจสำคัญในเกมภาคนี้ ทุกครั้งที่เราโจมตี หลอดนี้จะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าป้องกันหลอดนี้จะลดลง และเมื่อหลอดนี้โดนเบิร์นจนหมดอาจจะทำให้ตัวละครเข้าสู่สภาวะ Burnout หรือสูญเสียการป้องกันชั่วคราว แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเกมต่อสู้เอาซะเลย ดังนั้นระบบการต่อสู้ของเกมภาคนี้จึงเป็นการเชิญชวนให้ผู้เล่นเดินหน้าเข้าปะทะกันมากกว่าที่จะเล่นเชิง ตั้งแง่หรือกดป้องกันรอสวนอย่างเดียว และ Drive Gauge เองนี่แหละที่จะมาช่วยในเรื่องของการโจมตีพิเศษที่มีสองแบบคือ Special Moves - Special Moves นี้จะเป็นคอมโบต่อเนื่องอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่วนอีกรูปแบบคือ Super Arts ที่จำเป็นจะต้องใช้เกจพลังสะสมที่อยู่ด้านล่างจอ การใช้ Special Moves จะอิงจากหลอด Drive Gauge ทำให้เราต้องบริหารให้ดี จะรับหรือจะรุก จะบล็อคหรือป้องกัน หรือสวนไปเลย เพราะท่า Special Moves สามารถทะลวงการป้องกันไปเบิร์นหลอด Drive Gauge ฝั่งศัตรูได้ด้วย แต่ถ้าอีกฝั่ง Parry ได้ก็มีโอกาสโดนสวนกลับเช่นกัน ยิ่งเป็นการเชื้อเชิญให้ผู้เล่นเข้ามาแลกหมัดแลกเท้ากันมากขึ้นกว่าเดิมทีนี้มาดูที่ระบบปุ่มทั้งสองแบบ คือแบบ Modern และแบบ Classic ซึ่งเป็นชุดควบคุมที่ถูกออกแบบมาให้กับทั้งสองฐานผู้เล่น แบบ Modern นั้นจะมีความซับซ้อนในการคอมโบและโจมตีที่น้อยกว่า กดง่ายกว่า ส่วนแบบ Classic จะเป็นแบบปกติที่แฟน ๆ Street Fighter เล่นกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ความแตกต่างก็คือ พวกท่า Special Moves หรือ Super Arts ต่าง ๆ คนที่ใช้แบบ Modern จะกดติดง่ายก็จริง แต่ความแรงจะไม่เท่ากับคนที่ใช้ปุ่มแบบ Classic ซึ่งก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม กดติดง่ายกว่า แต่เบากว่า อีกฝั่งกดติดยากกว่า ก็แลกมากับความแรงเป็นธรรมดา แต่มันก็ไม่ได้แรงถึงขั้นเสียสมดุลไปเลย ด้วยระบบนี้ผสมผสานกับ Drive Gauge ทำให้ภาคนี้เป็นการผสมผสานและเชื้อเชิญให้ผู้เล่นหน้าเก่า หน้าใหม่มาลองสู้กัน และหาวิธีการเก่งขึ้นในแบบฉบับของตัวเอง จะฝึกกับคนจริง ๆ แพ้ซ้ำ ๆ หรือจะเข้าไปฝึกเองในห้องเทรนก็สามารถทำได้ เรียกได้ว่าภาคนี้ เขาทำให้เกมมันเข้าถึงได้กับทุกคนจริง ๆสำหรับโหมด PvP หรือโหมดออนไลน์ของเกมนี้ ต้องบอกว่านอกจากการออนไลน์ไปสู้กับคนอื่นและการไต่แรงค์ในตอนนี้ยังแทบไม่มีอะไรที่น่าสนใจเท่าไร และมันเป็นการหยิบเอาอะไรเดิม ๆ มาขัดเกลา ปรับปรุง ต่อยอด และปรับให้คนเล่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น อนาคตคอนเทนต์ของโหมดออนไลน์อาจจะต้องรอดูกันที่ตัวละครใหม่ ระบบฤดูกาลหรือซีซั่นที่จะเพิ่มเข้ามาในระยะยาว แต่เอาแค่ตอนนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว และสำหรับมือใหม่ที่ลังเล อยากลองก้าวขาเข้ามาสู่วงการเกมต่อสู้ เกมนี้ถือเป็นเกมรับน้องที่ดี แต่อย่าลืมว่า การฝึกปรือก็สำคัญเช่นกัน ลองล้มลุกคลุกคลานกับเกมนี้ดู สนุก ไม่เสียหายแน่นอนStreet Fighter 6 ถือเป็นเกมที่ยังคงทำให้ชื่อของ Capcom นั้น อยู่ในอันดับค่ายเกมคุณภาพเบอร์ต้น ๆ และมันน่าจะดึงดูดฐานแฟนหน้าใหม่เข้ามาได้อีกมาก จนกว่าจะมีภาคใหม่ตามออกมาดูรายชื่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเกมได้ ที่นี่
02 Jun 2023
[Review] รีวิว Etrian Odyssey Origins Collection ตำนานเกม JRPG สวมบทหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยฉบับ Remaster จากผู้พัฒนาเกม Persona
เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะไม่รู้จักเกมซีรี่ส์นี้ แต่นี่ก็เป็นหนึ่งในเกมจากทีมพัฒนา Atlus เจ้าของผลงานซีรี่ส์เกมชื่อดังอย่าง Persona เลยนะ!!! โดยจริงๆ เกม Etrian Odyssey นั้นได้วางขายครั้งแรกไปแล้วนับตั้งแต่ปี 2007 บนเครื่องคอนโซลพกพา Nintendo DS แต่ทางค่ายผู้จัดจำหน่าย SEGA ได้กำลังจะนำเกม Etrian Odyssey ภาค 1-3 กลับมา HD Remaster มัดรวมวางขายใหม่ในชื่อ 'Etrian Odyssey Origins Collection' ในวันที่ 1 มิถุนายน 2023 บน PC กับ Nintendo Switch ใครที่อยากรู้ว่าเกมนี้สนุกยังไง และการ Remastered จะทำให้เกมดีขึ้นยังไงบ้าง วันนี้ทางเรา GameFever ก็ขอมารีวิวเกมทั้ง 3 ภาคฉบับ Remaster มาให้ชมกันหลังจากได้เล่นก่อนไปหลายชั่วโมง!!! ดูรีวิวเต็มๆ กันได้ที่ด้านล่างเลยคลิปตัวอย่างดูก่อนโหมโรงEtrian Odyssey คือเกมอะไรเกมซีรี่ส์นี้จะเป็นแนว Simulation ผสม Turn-Based RPG โดยจุดเด่นหลักของเกมนี้ก็คือการที่เราต้องมา 'สร้างกิลด์นักผจญภัย' พร้อมต้องเกณฑ์คนเข้ากิลด์ และปั้นให้พวกเขาแข็งแกร่ง เพื่อไปรับเควสผจญภัยสุดอันตรายต่างๆ ที่อาจต้องไปเจอมอนสเตอร์โหดๆ ซึ่งความสนุกเกมนี้ก็คือการที่นักผจญภัยของกิลด์เราจะมีได้หลายอาชีพ และเราก็อัปเลเวลปั้นพวกเขาให้เก่งได้หลายสาย พร้อมกับเวลาผจญภัยจะเป็นแนว Dungeon Crawler Classic แบบตำนานเกมเกมอย่าง Wizardy อีกต่างหาก เชื่อว่าหลายคนคงเกิดไม่ทันมาเล่นตำนานเกมอย่าง Wizardyแต่ใครที่อยากรู้ว่า Dungeon Crawler Classic มันเป็นแนวยังไง ให้ดูตามคลิปตัวอย่างด้านล่างส่วนใน Etrian Odyssey Origins Collection จะมีเกมภาคที่นำมา HD Remaster ประกอบไปด้วยดังนี้Etrian Odyssey ภาค 1 วางขายครั้งแรกตอนปี 2007 บน Nintendo DSEtrian Odyssey ภาค 2 วางขายครั้งแรกตอนปี 2008 บน Nintendo DSEtrian Odyssey ภาค 3 วางขายครั้งแรกตอนปี 2010 บน Nintendo DS* จริงๆ เกมยังมีภาค 4-6 แล้วก็มีเกมภาค 1-2 ฉบับ Remake อีกต่างหาก ทำให้อนาคตน่าจะมีการ Remaster มัดรวมมาขายเพิ่มStory + Presentation + Gamepalyต้องขอบอกก่อนว่าเกม Etrian Odyssey ทั้ง 3 ภาคแรก นั้นจะไม่ใช่เกมเน้นเนื้อเรื่องนะ โดยถ้าเป็นภาคอื่นๆ จะมีการเน้นเนื้อเรื่องหลักเข้ามาด้วย แต่เกมทั้ง 3 ภาคแรกเริ่มมาผู้เล่นจะได้ "ตั้งชื่อกิลด์" แล้วทำการไปเกณฑ์นักผจญภัย และพาออกไปทำเควสทันที ไม่ได้มีเนื้อเรื่องหลักมาผลักดันว่าผู้เล่นจะตั้งกิลด์ไปทำไม หรือนักผจญภัยที่เราเอาเข้ากิลด์ก็ไม่ได้มีเบื้องหลังเนื้อเรื่องอะไรเช่นกัน แต่เกมนั้นก็จะมี 'เนื้อเรื่องเสริม' ที่แอบเล่าเนียนๆ ให้เราอินกับจักรวาล หรือการผจญภัยในดันเจี้ยนต่างๆ อยู่ด้วย รวมทั้งในเกมภาค 3 พวกเนื้อเรื่องเสริมตรงนี้ก็จะให้ผู้เล่น 'สามารถจบเกมได้หลายรูปแบบ' แต่ท้ายที่สุดแล้วซีรี่ส์เกมนี้ก็ไม่ได้มีเนื้อเรื่องเด็ดระดับเกม Persona เพราะงั้นใครจะเล่นเกมนี้ก็ควรจะคาดหวังไปที่ 'ระบบการเล่น + เกมเพลย์' เสียมากกว่านะทั้ง 3 ภาค จะมี NPC ให้พบเจอหลากหลายคนอย่างมาก และทุกคนจะมีประโยชน์กับเราต่างกัน แต่พวกเขาก็ไม่ได้มีเสน่ห์ผ่านเนื้อเรื่องหรือบทสนทนาให้ผูกพันธ์อะไรขนาดนั้นหลังจากผู้เล่นตั้งชื่อกิลด์เรียบร้อย ผู้เล่นจะได้เกณฑ์นักผจญภัยมาร่วมกิลด์ได้แบบตามใจชอบมาก เพราะเกมจะให้เราเลือกได้ฟรีๆ เลยว่าจะเอานักผจญภัยอาชีพอะไร และมีหน้าตายังไงบ้าง โดยระบบตรงนี้จะเหมือนกับระบบ 'สร้างตัวละคร + เลือกอาชีพ' แบบในเกม RPG ทั่วไปเสียมากกว่า แต่ว่าการเลือกหน้าตาตัวละครจะเป็นเพียงภาพ Portrait เท่านั้น (ไม่มีเป็นโมเดล 3 มิติให้เห็นเลย) และกิลด์นึงจะมีนักผจญภัยได้สูงสุด 30 คน ขณะที่เวลาผจญภัยจะพาไปได้สูงสุดรอบละ 5 คน และหลังจากนั้นเราจะได้ 'จัดตำแหน่งทีม' ว่าจะเอาใครอยู่ตำแหน่งด้านหน้า (เพื่อให้เป็นแท้งค์หรือใช้อาวุธระยะใกล้) หรือตำแหน่งด้านหลัง (เพื่อโจมตีหรือสร้างประโยชน์จากระยะไกล) รวมทั้งต้องเอาเงินทุนตอนแรกไปซื้อ 'อาวุธ, อุปกรณ์ และไอเทม' ให้นักผจญภัยอาชีพต่างๆ จากนั้นเราก็จะได้รับภารกิจ และออกผจญภัยดันเจี้ยนต่างๆ นั่นเองแต่ละอาชีพจะมี Stat ความเก่งตัวละครต่างกัน และมีอาวุธกับชุดเกราะที่ใช้ต่างกัน รวมทั้งแต่ละอาชีพก็มีสกิลหรือสายการเล่นต่างกันไป แล้วเราก็ต้องจัดทีมที่มีอาชีพต่างกัน นำมาให้ต่อสู้ได้ทีมเวิร์คกัน แถมเกมภาค 1 ก็มีมากถึง 9 อาชีพแล้วในช่วงออกผจญภัยดันเจี้ยน เราจะต้องควบคุมนักผจญภัยทั้ง 5 คนออกเดินทางไปตามจุดต่างๆ แบบเกมแนว Dungeon Crawler Classic โดยตอนแรกเราจะไม่รู้เลยว่าต้องไปจุดไหน เนื่องจากในแผนที่จะไม่ขึ้นบอกว่ามีพื้นที่อยู่ตรงไหนบ้าง ทำให้เราต้องออกสำรวจว่ามีพื้นที่ตรงไหนที่ไปได้ และตรงไหนคือจุดที่เราจะทำเควสได้สำเร็จ แถมเกมยังมีระบบ 'วาดแผนที่' ที่ทำให้เราต้องมาวาดว่าทางแยกของพื้นที่ต่างๆ มีจุดไหนบ้าง หรือตรงไหนที่เป็นทางตันหรือมีสมบัติ ส่งผลให้มันช่วยเพิ่มอรรถรสการผจญภัยมากๆ เลยระบบการวาดแผนที่ จริงๆ มันถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายๆ ผ่านระบบ Touchscreen ของ Nintendo DS แต่พอมามีการปรับเปลี่ยนให้ใช้งานบน PC ผู้เขียนรู้สึกว่ามันใช้งานยากลำบากมาก แม้จะใช้ด้วยเม้าส์ก็ตาม แถมถ้าใช้จอยเล่นนี่คืออนาจเลย ถ้าบน Nintendo Switch ไม่มี Touchscreen ก็น่าทำหลายคนปวดหัวกับระบบนี้น่าดูส่วนระบบต่อสู้ Turn Based RPG อันนี้ก็เหมือนเกม JRPG ทั่วไปที่เราต้องผลัดกันโจมตีกับศัตรู และวางแผนว่าจะโจมตีปกติ, ใช้สกิล หรือหนี ขณะที่ 1 อาชีพก็มีสกิลให้เลือกอัปเยอะมากหลายสายตามที่ได้บอกไป โดยผู้เล่นต้องปลดล็อก 1 เลเวลแล้วมาปลดได้ 1 สกิล ซึ่งสกิลยังมีให้อัปเกรดความแข็งแกร่ง หรืออัปเกรดเพื่อให้ปลดล็อกสกิลที่แข็งแกร่งกว่าอีกหนึ่งส่วนที่น่าพูดถึงมากๆ คือนี่เป็นเกมบน Nintendo DS แล้วพอมา Remaster ก็ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนอะไรนอกจากทำให้เล่นบน PC หรือ Nintendo Switch ได้ดีขึ้น ขณะที่เกมบน Nintendo DS มันก็ไม่ได้มีรายละเอียดอะไรเยอะ เนื่องจากข้อจำกัดของ Hardware หรือการจุไฟล์ได้ไม่เกิน 256mb ส่งผลให้เกมจะไม่ได้มีรายละเอียดเล็กน้อยให้พบเจอประทับใจสู้เกมก่อนที่ Remaster แล้วมีรายละเอียดเล็กน้อยให้ประทับใจกว่าสมัยนี้หลังจากเราผจญภัยจนนักผจญภัยทั้ง 5 คนมีพลังชีวิตหรือมานา TP น้อยจนไม่น่าไปต่อไหว สิ่งที่เราควรทำก็คือเดินทางกลับสู่เมือง เพื่อพานักผจญภัยทั้ง 5 ไปนอนพักผ่อนเติมพลังได้ แต่ก็อย่าลืมว่าตอนเราเดินทางกลับจะมีโอกาสเจอมอนเข้าโจมตีด้วย ทำให้เราต้องวางแผนให้ดีๆ ซึ่งนี่ก็คือทั้งหมดของการเล่นหลักๆ เกม Etrian Odyssey และมันก็ทำให้เราเห็นได้เลยว่าเกมนี้มีระบบการเล่นที่ยังแตกต่างจาก RPG หลายๆ เกม แถมทั้ง 3 ภาคก็มีให้เราพบเจอการผจญภัยที่สนุก, ท้าทาย และเพลินเล่นติดไปหลายวันสุดๆ จนผ่านไป 1 เดือนคุณก็อาจยังไม่หยุด เนื่องจากเกมแต่ละภาคที่ออกแบบเกมมาแบบนี้ ก็ยังให้ผู้เล่นเล่นซ้ำไปซ้ำมาได้ไม่น่าเบื่ออีกความแตกต่างทั้ง 3 ภาคในเกม Etrian Odyssey ภาค 1 - ตัวเกม และระบบการเล่นต่างๆ จะเหมือนตามที่ผู้เขียนได้อธิบายไว้ทั้งหมดตามด้านบนเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้เล่นควรเตรียมใจตอนได้เริ่มเล่นภาคนี้คือเกมจะ "ดำเนินอย่างเชื่องช้า" ในช่วงแรกของการเล่น เนื่องจากเกมพยายามจะสอนคนเล่นให้เข้าใจระบบแบบ 100% แต่มันก็เป็นเกมภาคเดียวที่ผู้เขียนมองว่ามอบอรรถรสการผจญภัยได้ดีที่สุดแล้ว ทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ JRPG ก็ควรมาเริ่มเล่นภาคนี้ก่อนได้เลยเกมภาคนี้มีทั้งหมด 9 อาชีพ และแต่ละอาชีพจะเล่นต่างกันเป็นสายๆ ได้นิดหน่อย แต่นั่นก็เพียงพอให้กิลด์เราอยากมีนักผจญภัยอาชีพซ้ำกัน และไปมีสายการเล่นต่างกันส่วนในเกม Etrian Odyssey ภาค 2 - ตัวเกมจะมีหลายอย่างที่ไม่ต่างจากภาคแรก แต่เกมก็จะมีการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ให้ระบบต่อสู้หรือการผจญภัยสนุกกว่าเดิม ยกตัวอย่างการเพิ่มระบบ 'สกิลไม้ตาย' ให้แต่ละอาชีพต้องทำหน้าที่ให้ดีสุดๆ เพื่อใช้สกิลสุดโหดของแต่ลอาชีพ และมีการปรับให้เวลาผจญภัยไม่ดำเนินอย่างเชื่องช้าแล้ว แต่ผู้เขียนมองว่ายังไงผู้เล่นก็ควรไปเริ่มที่ภาค 1 มาก่อนจะดีกว่าเกมภาคนี้มีทั้งหมด 12 อาชีพ โดยอาชีพจากภาคก่อนก็ยังมีอยู่ครบ แต่ด้าน Portrait ตัวละครต่างๆ จะดูสวยหล่อกว่าเดิม รวมทั้งทำให้ผู้เล่นอยากอัปสกิลต่างๆ ที่ได้ส่งผลต่อไม้ตายด้วยในเกม Etrian Odyssey ภาค 3 - ตัวเกมจะยังเล่นเหมือน 2 ภาคแรก แต่รอบนี้จะมีการอัปเกรดระบบต่างๆ และเปลี่ยนการนำเสนอไปหลายส่วนเลย โดยหลักๆ คืออาชีพจะมีการเปลี่ยนไปทั้งหมด และยังใส่ระบบให้อารมณ์ 'อาชีพเสริม' ให้แต่ละอาชีพมีการเล่นต่างกันได้หลายสายมากขึ้นไปอีก รวมทั้งภาคนี้จะมีการผจญภัยรูปแบบ 'ใช้เรือ' ที่ผู้เล่นต้องใช้ไปผจญภัยที่เกาะต่างๆ หรือไปสู้กับเรือลำอื่น ทำให้การเล่นจะแปลกใหม่ไปเยอะเลยเกมภาคนี้มีทั้งหมด 12 อาชีพ แต่อาชีพจะไม่เหมือนภาค 1 กับ 2 และไม่ได้เป็นอาชีพตรงตัวด้วย ยกตัวอย่างภาคก่อนจะเป็นอาชีพตรงตัวแบบ 'คุณหมอ' ที่เป็นสายฮีลล้วนๆ แต่ภาคนี้จะเป็นอาชีพ 'พระ' ที่เราเล่นสายฮีลหรือสายโจมตีหรือสายผสมก็ได้Performanceถ้าให้ย้อนวันวานไปตอนสมัย Nintendo DS ผู้เขียนจำได้เลยว่า Etrian Odyssey ถือเป็นเกมที่เล่นได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดมาก โดยนั่นก็คงเป็นเพราะภาพในเกมมันไม่ค่อยมีอะไรเป็น 3 มิติสวยๆ แถมส่วนใหญ่ก็ใช้ภาพ 2 มิติมาประกอบเสียมากกว่า แต่สิ่งที่ผู้เขียนกลัวก่อนรีวิวมากๆ คือถ้าลองมองเกมจากฝั่งญี่ปุ่นที่เอามาวางขาย PC ใหม่อีกรอบ ส่วนใหญ่มักจะเป็นเกมที่ปรับภาพกราฟิกได้ไม่เยอะ หรือมีปัญหาทางเทคนิคของการพอร์ทลง PC แต่สำหรับเกม Etrian Odyssey ทั้ง 3 ภาคนั้นจะมีตัวเลือกให้ปรับภาพกราฟิกบน PC ได้ระดับหนึ่งสำหรับคนคอมไม่แรง หรือคนคอมแรงเลย แถมเกมก็ยังให้ใช้ FPS Limit ได้สูงกว่า 60fps ได้ด้วย!!! รวมทั้งการได้เห็นฉากต่างๆ ก็รู้สึกได้เลยว่ามันคมชัดกว่าตอน Nintendo DS แต่ท้ายที่สุดมันก็ไม่ใช่เกมภาพสวยอะไร แต่การที่มันเล่นได้ลื่นเหมือนตอน Nintendo DS ก็ถือว่าน่าดีใจแล้วของเกมภาค 1 กับ 2 จะไม่ค่อยได้ให้เราเห็นฉากสวยๆ แต่ตอนภาค 3 จะมีฉากที่ดูดีหรือมีรายละเอียดที่เพิ่มอรรถรสการเล่นอยู่สรุปEtrian Odyssey ถือเป็นเกมที่แฟน JRPG ควรหามาเล่นมากจริงๆ เพราะผ่านมาหลายปี เกมก็ยังสดใหม่เล่นได้สนุกอยู่เลย และก็แน่นอนว่าด้วยตัวเกมที่ทำมาแบบนี้ก็ทำให้เล่นวนๆ ซ้ำทั้ง 3 ภาคได้หลายรอบมาก แถมก็ทำมาเล่นได้ลื่นรองรับกับ PC หลายรูปแบบ อาจมีให้ขัดใจหน่อยคือเรื่องการวาดแผนที่ไม่ลื่นไหลเหมือนตอน Nintendo DS แต่ปัญหาใหญ่ก็แน่นอนคือเกมสมัยนี้หรือเกม JRPG นั้นมีให้เราเลือกเล่นในยุคนี้เยอะมากๆ แถมมันก็มีภาพสวยหรือระบบการเล่นที่ก็แปลกน่าโดนใจเหมือนกัน ทำให้ชุดรวม Etrian Odyssey Origins Collection ที่จะขายราคาใกล้ๆ กับเกมฟอร์มยักษ์สมัยนี้ จึงทำให้หลายคนอาจอยากซื้อเกมนี้มาเล่นตอนไม่มีเกมอะไรจะเล่นแล้วนั่นเอง (ยกเว้นคุณจะเป็นแฟนเกม JRPG จริงๆ ถึงคงอยากซื้อมาเล่น เพราะยังไงก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเกมนี้คุณภาพเยี่ยมมาก)
30 May 2023
[Review] รีวิวเกม Crime Boss: Rockay City เกมแอ็คชั่นรวมดาราดัง ที่มาผิดที่ผิดเวลาแบบสุด ๆ
Crime Boss: Rockay City เป็นเกมแนว FPS Shooting จากทาง INGAME STUDIOS ที่เปิดตัวอย่างน่าสนใจ เพราะเป็นอีกหนึ่งเกมที่ขนพลังดารายุค 90 มาใช้อย่างจัดหนักจัดเต็ม แต่พอหลังจากที่เกมวางจำหน่าย ต่อให้มีพลังดารามหาศาล มันกลับไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร เพราะอะไรรีวิว Crime Boss: Rockay City ของเรา GameFever TH มีคำตอบเนื้อเรื่องผิดยุคผิดสมัย แถมเล่าได้น่าเบื่อสุด ๆเรื่องราวของ Crime Boss: Rockay City จะว่าด้วยตัวละคร Travis Baker หัวหน้าแก๊งที่หวังจะโค่นเจ้าพ่อทั้งหมดในเมือง Rockay เพื่อขึ้นเป็นใหญ่ในวงการอาชญากรรมแทน ทำให้เขาค่อย ๆ เริ่มออกปล้นเล็กน้อย หาเงินไปซื้อตัวสมาชิกแก๊งเพิ่ม และค่อย ๆ ก่อการใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีสองสมาชิกร่วมอย่าง Casey ที่รับหน้าที่ช่วยเป็ฯเลขาและจัดการบัญชีแก๊ง กับ Nasara ที่มาเป็นคนคอยช่วยเหลือการวางแผนด้วย แต่การจะไต่เต้าขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งในเมืองนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากแก๊งต่าง ๆ จะมีขุมกำลังเป็นของตัวเองที่ยากจะต่อกรด้วยแล้ว เมืองนี้ยังมีสุดยอดนายอำเภออย่าง Norris ที่พร้อมจะเด็ดหัวทุกแก๊งที่ก่อความไม่สงบอยู่ด้วย ภารกิจของ Travis Baker จึงไม่หมูอย่างที่คิดไว้ ต้องบอกว่านี่เป็นเกมที่มีดาราฮอลลีวูดมาร่วมแสดงกันอย่างคับคั่ง ทั้งใบหน้าแบบ Motion Capture และการให้เสียงพากย์ แต่ที่น่าเสียดายก็คือ เหมือนเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับส่วนของเนื้อเรื่องในเกมนี้เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ Core Story ที่เบาบางมาก ๆ เอาง่าย ๆ มันคือเส้นทางการไต่เต้าขึ้นเป็นสุดยอดอาชญากรรมเบอร์หนึ่ง ที่เน้นการเล่าเรื่องแบบเส้นตรง นอกจากนั้นก็คือการใส่บทสนทนาสุด Cringe ที่ไม่ควรจะเห็นในยุคนี้แล้ว แต่ถ้าเอามันไปไว้ในช่วงปี 90 หรือปี 2000 คิดว่าน่าจะยังเหมาะสม แต่กับปัจจุบันก็คงได้แต่ส่ายหน้าหรือไม่ก็แค่หัวเราะเบา ๆ เท่านั้น คงไม่มีใครแก้ปัญหาด้วยกันหยิบปืนมาไล่ยิงกันกลางเมืองแบบนี้อีกแล้ว ทั้งส่วนของการทำคัทซีน ตัดสลับไปมาแบบงง ๆ ฉากนึงมีตัวละครสองตัวคุยอยู่ ตัดไปอีกฉาก ก็เป็นสองตัวเดิม แค่เปลี่ยนสถานที่ คือดูแล้วสัมผัสได้ว่า ทีมสร้างเกมนี้เขาไม่ได้อยากจะทำเนื้อเรื่องเลยแม้แต่น้อย เลยทำมาแบบสุกเอาเผากินเท่านั้น ใครหวังจะได้เห็นเกม Gangster ดุ ๆ บอกเลย ผิดหวังแน่ ๆ จุดขายคือเหล่าดารานักแสดงอันโด่งดัง (ในอดีต) จนน่าจะหมดงบไปกับส่วนนี้ไม่ใช่น้อยสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผู้เขียนมีความสุข คือการได้เห็นเหล่าดาราชื่อดังกลับมารวมทีมอยู่ในเกมนี้กันเป็นจำนวนมาก แต่ต้องบอกว่าเป็นอดีตซะเป็นส่วนมาก เพราะในปัจจุบัน แม้ดาราเหล่านี้จะยังคงมีผลงานการแสดงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อาจฮิตระเบิด เทียบเท่านักแสดงรุ่นใหม่แล้ว อย่างตัวเอกของเกมนี้อย่าง Travis Baker ก็ได้ Michael Madsen นักแสดงคู่บุญของ Quentin Tarantino มาแสดงนำ / Kim Basinger นักแสดงสาวรุ่นใหญ่ ที่มาในเกมนี้ก็ถูกลดอายุจนเป็นตัวละครสาวทรงเสน่ห์ที่เป็นผู้ช่วยของ Travis และเกมยังมีนักแสดงอีกมาก ไม่ว่าจะเป็น Michael Rooker (ยอนดู จาก Guardians of the Galaxy) Danny Trejoi (มาเชเต้) Danny Glover (Lethal Weapon) รวมไปถึงไฮไลท์เลยคือนักแสดงที่เป็นมีมระดับตำนานอย่าง Chuck Norris ที่มารับบทนายอำเภอ Norris งานนี้ไม่รู้คนสร้างเกมไปทาบทามอีท่าไหน เขาถึงตอบรับงานนี้ เพราะ Chuck Norris แทบไม่รับงานแสดงเลย นับตั้งแต่ The Expendables 2 เมื่อปี 2012 อยู๋ดี ๆ มารับเชิญทั้งให้เสียงพากย์และโมชั่นแคปเจอร์เกมนี้เฉยแต่ก็นั่นแหละ ด้วยความที่นักแสดงคับเกมขนาดนี้ เชื่อเหลือเกินว่าทีมพัฒนาเกมน่าจะหมดงบส่วนหนึ่งไปกับการจ้างเหล่าดารามาอยู่ในเกมมากมาย ส่งผลให้ส่วนอื่น ๆ ภายในเกมมันดูแปลกพิกลไปแทบจะทั้งหมด สำหรับคอนเทนต์หลักของเกมนี้จะมีทั้งโหมด Campaign ที่เป็นเนื้อเรื่องหลักที่เล่าถึงการขยายอำนาจของแก๊ง Travis Baker ที่จะเล่าเรื่องราวแบบเป็นเส้นตรง สลับกับพาไปดูมุมมองจากตัวละครอื่น ๆ บ้าง โดยโหมดเนื้อเรื่องนี้ยังรองรับการ Co-op ด้วยการชวนผู้เล่นอื่นเข้ามาแจมด้วยได้ นอกจากนั้นยังมีโหมดออนไลน์แยกโดยเฉพาะ ให้เราได้ตั้งทีมปล้นกับเพื่อน ออกไปปล้นแก๊งศัตรูหรือตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งบอกเลยว่ามันเหมือนกับ Payday แทบจะทุกกระเบียด แต่อยู่ในบริบทที่ย่ำแย่กว่าในทุก ๆ ด้านในด้านกราฟิกของเกม อันนี้ต้องชื่นชมเลยว่าทำออกมาได้ค่อนข้างดีมาก อย่าลืมว่านี่ไม่ใช่เกมทุนสูง แต่กราฟิกของเกมและคัทซีนนั้น ถือว่าทำมาได้ดีสมราคามาก อย่างน้อยตอนนี้ถ้าเอไปเทียบกับเกมอย่าง Redfall กราฟิกของ Crime Boss ยังถือว่าชนะขาด รวมไปถึงใบหน้าและโมเดลของตัวละครก็ทำออกมาได้ดี ภาพรวมของ Crime Boss: Rockay City จึงเป็นเหมือนผลงานสร้างเอามันส์ สร้างนองนีดใครก็ตามที่ชื่นชอบดารายุคเก่า จึงจับเอาพวกเขาและเธอมารวมตัวกันกลายเป็นเกมนี้ มันอาจจะโอเคในแง่ของพลังดารา แต่ในความเป็นเกมนั้นถือว่ามีปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะกับเกมเพลย์ที่วางการออกแบบมาดี แต่มีบาดแผลเยอะเหลือเกิน ซึ่งเรากำลังจะบอกทั้งหมดในหัวข้อถัดไปออกแบบระบบเกมดี แต่เกมเพลย์ดันหลงทิศหลงทางไปหมดมันน่าเสียดายจริง ๆ ที่ Crime Boss: Rockay City นั้น ออกแบบระบบเกมการเล่นมาได้น่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเราจะเล่าให้ฟังทีละอย่าง อย่างที่บอกไว้ในส่วนของเนื้อเรื่อง เกมนี้เป้าหมายของเราคือการขยายอาณาเขตแก๊งให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยตอนแรกเราจะมีพื้นที่อยู่เพียงหยิบมือ การจะขยายพื้นที่ได้ เราจำเป็นจะต้องส่งสมาชิกแก๊งออกไปลุย ซึ่งในแผนที่หลัก เราจะได้เห็นว่าพื้นที่นั้น มีสมาชิกแก๊งใดครอบครองอยู่ และจะมีภารกิจขึ้นมาให้เราทำ แต่ละภารกิจก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น เปิดวอร์กับแก๊งศัตรู ขโมยของ ปล้นของ หรือไล่ถล่มแก๊งศัตรูจนพื้นที่ตรงนั้นไม่มีใครควบคุม เราก็นำกองกำลังแก๊งเราเข้าไปยึดพื้นที่ และรับเงินแบบ Passive Income ต่อวันซะเองเกมนี้จะมีความเป็นเกมกาชา + บริหารจัดการทรัพยากรอยู่ กาชาที่ว่าก็คือ การที่เราจะหาสมาชิกแก๊งที่มีประสิทธิภาพสูง เราจะสามารถหาได้จากการสุ่มด้วยเงินทุนที่เรามี เมื่อเราสุ่มเจอสมาชิกที่ชอบ มีค่าสเตตัสที่โอเค เราก็ค่อยจ้างเข้ามาอยู่ในแก๊งเรา โดยสมาชิกแก๊งแต่ละคนจะมีอาวุธประชิดและอาวุธปืนติดตัว รวมไปถึงหากนำไปออกลุยบ่อย ๆ เราจะสามารถเลื่อนขั้นให้สมาชิกแก๊งคนนั้นได้ด้วย เงื่อนไขก็คือสมาชิกแก๊งแต่ละคน จะออกไปทำภารกิจได้เพียง 1 ครั้งต่อวัน และต้องพักผ่อนจึงจะใช้ได้ใหม่อีกรอบ นั่นหมายความว่าเราต้องบริหารจัดการให้ดี ภารกิจไหนยาก ๆ ก็ต้องเอาตัวที่มีความสามารถสูง ๆ ไป หรือด่านไหนที่จำเป็นจะต้องใช้คนเยอะ ๆ ถึงจะเอาพวกที่มีความสามารถกลาง ๆ รวมทีมกันไปลุยรูปแบบภารกิจต่าง ๆ จะมีตั้งแต่การลักลอบเข้าไปปล้นของแบบเงียบ ๆ ซึ่งตรงนี้ผู้เล่นจะซุ่มเงียบแบบ Payday ก็ทำได้ เพราะเกมสามารถสั่งการบอทร่วมทีมได้อย่างเต็มรูปแบบในกรณีที่เราไม่มีเพื่อนเล่นด้วย เราสามารถสั่งให้ตัวประกันคุกเข่า ใช้เคเบิลไทด์มัดมือ และหลีกเลี่ยงกล้องวงจรปิด ทุบตู้กระจก เครื่องคิดเงิน แล้วขโมยเงินหรือของมีค่าก่อนหลบหนีออกไปเงียบ ๆ หรือเราจะไม่สนใจ ชักปืนยิงโป้ง หรือตะโกนบอกว่า ข้ามาปล้น ก็ได้ แต่ตำรวจจะเริ่มแห่แหนเข้ามาจนเรารับมือไม่ไหว ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจทำอะไรก็ลองคิดให้ดี ทั้งตอนที่เล่นกับบอทหรือตอนที่เล่นกับเพื่อนด้วยกันเอง อีกภารกิจที่ค่อนข้างชอบ คือภารกิจชิงพื้นที่ โดยอันนี้เกมจะเปลี่ยนโหมดไปเป็นแบบ Team Deathmatch กันเลยทีเดียว ก่อนเริ่มภารกิจนี้เราจำเป็นจะต้องมีสมาชิกแก๊งที่มากเพียงพอก่อน แล้วตั้งเป็น Army (กองกำลัง) จากนั้นเลือกพื้นที่ที่เราจะไปบุกยึด เราก็บุกยิงแก๊งตรงข้ามให้หมด ถ้าสำเร็จก็จะยึดพื้นที่นั้นได้ และเราสามารถทำเงินแบบ Daily Income จากพื้นที่ที่เรายึดมาได้ด้วย ส่วนบางภารกิจก็จะเป็นการบุกไปป่วน ปล้น ทำลายของ และอื่น ๆ ที่จะทำให้เราขยายพื้นที่เข้ายึดครองได้ฟังดูเหมือนจะดี แต่อย่างที่บอกว่าระบบเกมดี แต่เกมเพลย์มันหมดสีสันสุด ๆ เพราะนอกจากการยิงแล้ว เกมเพลย์ก็แทบไม่มีอะไรเลย แถมการดีไซน์ต่าง ๆ ยังดูซ้ำซากอย่างเหลือเชื่อ อย่างเช่นฉากหลังของภารกิจที่บางฉากนั้น ซ้ำกันให้เห็นแบบโต้ง ๆ กันเลยทีเดียว รวมไปถึงกลไกการปรับแต่งทั้งตัวละครสมาชิกแก๊ง และอาวุธของเราก็มีน้อยมาก ๆ เรียกได้ว่าแทบจะ Fix กันแบบตายตัวเลยว่าตัวนี้ใช้อาวุธนี้เท่านั้น ทำให้ความหลากหลายของมันมีน้อยมาก เล่นได้ไม่นานก็รู้สึกว่าเราเจอแต่อะไรเดิม ๆ ไปหมดแล้ว ทำให้น่าเสียดายที่มีการวางระบบของเกมมาดี แต่ซ้ำซากเร็วไปมาก สไตล์การเล่นหลาย ๆ อย่างก็จะมีความคล้ายคลึงกับ Payday แทบจะหมด ไม่ว่าจะเป็นการเจาะสว่าน การโกยของมีค่า หรือเงินเข้ากระเป๋าและหลบหนี แต่เหมือนทุกอย่างถูกดาวน์เกรดลงมาให้ทำกันได้ง่าย ๆ โกยของ ขึ้นรถ หนี ไม่มีคัทซีน บางทีตำรวจยิงถล่มอยู่ด้านหลัง เราก็วิ่งหนีขึน้รถ จบภารกิจได้ง่าย ๆ ซะอย่างนั้น ระบบการหาเงินแบบ Daily Income หรือการทำธุรกิจผิดกฎหมาย แค่เห็นเกมนี้ก็พอจะเข้าใจได้ว่า เขาวางคอนเซปต์เกมมาดี แต่มือไม่ถึงที่จะทำ มันเลยกลายเป็นเหมือนระบบเกมมือถือง่าย ๆ ธรรมดา ๆ ทั่วไป ลากเมาส์ขายของ หาเงินเข้าตัวเองจบ นอกจากนั้นเกมยังมีโหมดออนไลน์ แต่ถือว่าเป็นโหมดออนไลน์ที่จืดชืดมาก ผู้เล่นจะได้ร่วมมือกับคนอื่น ๆ ในการทำภารกิจที่มีเงื่อนไขแบบเดียวกันกับโหมดเนื้อเรื่อง ยิ่งทำให้เกมการเล่นจบไวมาก เรียกได้ว่าหาห้องนานกว่าเล่นซะอีก เพราะหากสุ่มเข้าไปเจอคนเล่นเป็นงาน หรือรู้เส้นทาง อาจจะจบเกมได้ภายในเวลา 2-3 นาทีด้วยซ้ำไป หรือบางห้องก็ไม่สนใจทำตาม Objective เน้นชักปืนมายิงแหลก ทำให้อรรถรสของโหมดเกมบางเกมหายไปซะดื้อ ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็โทษคนเล่นไม่ได้ เพราะตัวเกมไม่มีระบบอะไรมารองรับเลยว่าถ้าทำนอกกติกาแล้วรางวัลจะลดลง ทำให้คนเล่นส่วนใหญ่ ชักปืนยิงแหลกมากกว่าลอบเร้นจนได้ฟีลแก๊งโจร เพราะสุดท้ายของรางวัลมันก็เท่ากันอยู่ดี เนื้อเรื่องที่ไม่ค่อยจะดี มาเจอกับเกมเพลย์ที่อยู่ในระดับกลาง ๆ อย่างน้อยก็ทำให้ประสบการณ์ของ Crime Boss: Rockay City ไม่ใช่อะไรที่เลวร้ายจนเกินไปนัก แต่หากมองถึงมาตรฐานเกมปี 2023 เกมนี้ก็ถือว่าทำได้ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไร ซึ่งก็น่าจะเป็นผลจากการที่ทีมพัฒนาเอางบไปลงกับทีมนักแสดงจนเกือบหมดนั่นแหละ น่าเสียดายตรงจุดจุดนี้แทนมาก ๆ ประสิทธิภาพเกมที่ลื่นไหลเกินกว่าที่คาดไว้เหนือสิ่งอืนใดที่ดูเหมือนว่าเกมนี้จะทำได้ดีกว่าเกมอื่น ๆ ดันเป็นเรื่องของประสิทธิภาพในการรันเกม นอกจากกราฟิกที่ไม่ได้แย่อะไรแล้ว เกมยังสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลมาก ๆ มากชนิดที่ว่าไม่คิดว่าจะทำได้ดีขนาดนี้ แต่ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเกมนี้ไม่ได้มีฉากเป็นโลกเปิดกว้าง แต่เป็นฉากพื้นที่ปิดธรรมดา ทำให้สามารถจัดการปรับปรุงและขัดเกลาให้ตัวเกมลื่นไหลได้ ในขณะเดียวกันตัวเกมก็ใส่การปรับปรุงและการตั้งค่ารูปแบบต่าง ๆ เข้ามาได้เยอะพอสมควร ดังนั้นใครที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านสเปคขั้นต่ำก็น่าจะเล่นเกมนี้ได้อย่างสบาย ๆ แม้ว่าหน้าเกมจะดูไม่น่าสนใจ แต่หลังจากได้ลองเล่นมาแล้ว ตัวเกมมีการวางโครงสร้างและระบบที่ดีมาก ซึ่งก็ย่าเสียดายอีกยกที่เกมเพลย์มันถูกออกแบบมาอย่างตื่นเขิน ซึ่งน่าจะเอาทุนไปลงกับนักแสดงและกราฟิกซะหมด งานนี้ก็ถือว่าน่าจับตามอง หากสตูดิโอนี้จะมีผลงานใหม่ออกมาในอนาคต เพราะถ้ามีทุน มีเวลาให้มากกว่านี้ ทีมนี้อาจทำผลงานคุณภาพออกมาเลยก็ได้
25 May 2023
[Review] รีวิวเกม Havendock สร้างชุมชนกลางน้ำสุดหรรษา สวรรค์แห่งใหม่สำหรับยุคน้ำท่วมโลก
Havendock เป็นเกมที่ผู้เขียนต้องใช้เวลาศึกษาระบบต่าง ๆ ของตัวเกมอยู่นานมาก ๆ เพราะระบบเยอะ กิจกรรมแน่น กว่าจะได้มาเขียนรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน ก็ล่วงเลยมาหลายเดือนแล้วนับตั้งแต่วันที่เกมลงวางขายใน Steam เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2023 นี่ขนาดว่าเป็นช่วง Early Access เท่านั้นนะครับ ผมก็ประเมินดูแล้วว่าไม่น่าจะสามารถยกทุกระบบของเกมมารีวิวในบทความนี้ได้ เพราะจะทำให้บทความนี้ยาวจนเกินไป จึงกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย บอกเลยว่าชุมชนสวรรค์กลางน้ำของเรา สำหรับผู้เล่นมันคือนรกดีดีนี่เอง ฮ่า ๆเนื้อเรื่องคร่าว ๆ แบบไม่สปอยล์ เพราะมีแค่ที่บอกนี้จริง ๆเรารับบทเป็นผู้ประสบภัยท่านหนึ่งที่เรือแตกหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลก ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงงบนเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่ามันจะเรียกเกาะได้ไหม ? น่าจะเป็นกองทรายมากกว่า กะด้วยสายตาแล้วว่า "อ่า...มันอยู่ได้คนเดียวเท่านั้นครับ"เมื่อได้สติเต็มที่ก็ได้มองไปยังพื้นที่รอบ ๆ เราจะพบว่าเราอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แต่มองไปก็จะเห็นเกาะอื่น ๆ ที่มีผู้คนอาศัยอยู่ หรือแม้แต่ติดเกาะอยู่อย่างเหงา ๆ อยู่กับความเดียวดายยยเรื่องราวของเราจะเริ่มต้นขึ้นจากตรงนี้ครับ ตัวเกมจะเริ่มสอนให้เราสร้างชุมชนกลางน้ำของเราเองขึ้นมาโดยหยิบสิ่งของต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวที่ลอยมาเกยตื้น เราก็หยิบวัตถุดิบเหล่านั้นนั่นแหละครับมาเริ่มสร้างไปเรื่อย ๆ ตามเควสที่ตัวเกมคอยป้อนมาให้ จบแล้วครับสำหรับเนื้อเรื่องอันเล็กน้อยของเรา ฮ่า ๆ มีระบบสร้างตัวละครด้วยนะเธอตัวละครที่เราสร้างในเกมนี้เราสามารถเลือกเพศได้นะครับ และสามารถตบแต่งหน้าตาได้ แต่สำหรับตอนนี้ผู้เขียนมองว่า ชุดต่าง ๆ ยังมีให้เลือกใส่น้อยมาก ๆ หน้าตาของตัวละครก็ยังมีให้เลือกไม่สะใจเท่าไหร่ และยังมีไอเทมพิเศษให้สวมใส่ จะเพิ่มค่าสถานะต่าง ๆ ให้เราเล็กน้อยครับระบบในส่วนนี้เราสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ก่อนเล่นเกมได้ ไม่ว่าจะเป็น ผู้อาศัยสามารถตายได้ หรือสามารถไล่ผู้อาศัยได้ ซึ่งตัวผมก็เลือกเล่นเกมตามค่าเริ่มต้นของมันเลย ซึ่งจะไม่มีคนตายและไม่สามารถไล่คนบนชุมชนกลางน้ำของเราออกไปได้ครับวุ่นวายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว มันจะเรือแตกอะไรกันเยอะแยะ (เกมเพลย์)ตัวเกมจากที่ผู้เขียนได้ลองเล่น เส้นทางของเกมหนักไปทาง Manage (การจัดการ) เพราะเราจะมี คน สัตว์ หรือแม้แต่หุ่นยนต์มาช่วยเราทำงานบนท่าเรือแห่งนี้ ยิ่งรับคนมาเยอะทรัพยากรพวกน้ำหรืออาหาร ก็ต้องใช้เยอะขึ้น แล้วผมบอกเลยว่าคนยิ่งเยอะชีวิตของเราก็ยิ่งวุ่นวาย ด้วยความที่มันยังเป็น Early Access เลยทำให้ระบบการจัดการบางอย่างมันไม่ค่อยสมเหตุสมผล เดี๋ยวผู้เขียนจะจำแนกหัวข้อต่าง ๆ ออกไปให้เพื่อน ๆ ได้เห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของระบบต่าง ๆ ได้มากขึ้นนะครับการเอาตัวรอดขั้นเริ่มต้น - เราต้องเก็บไอเทมที่ลอยตามน้ำมา ไม่ว่าจะเป็น ไม้, ใบไม้, ปลา หรือแม้แต่กล่องซัปพลาย ซึ่งในกล่องจะมีไอเทมเป็นจำนวนมากกว่าที่เราเก็บเองทีละชิ้นครับ และไอเทมบางอย่างในช่วงแรก ๆ เนี่ยเราจะยังผลิตมันไม่ได้ ก็อาศัยจากเจ้ากล่องซัปพลายเนี่ยแหละครับ ที่ทำให้เราอยู่รอดได้ในช่วงแรก ๆ ของทุกอย่างใช้จำนวนของวัตถุดิบในการสร้าง และบางอย่างต้องใช้ไอเทมผสมกันเพื่อสร้าง เช่น ปั๊มดูดน้ำทะเล และหม้อเปลี่ยนน้ำเค็มเป็นน้ำจืด ทั้ง 2 อย่างที่ผมพูดถึงนั้นเป็นไอเทมสำคัญในช่วงแรก ๆ ที่เราจำเป็นต้องสร้างเลยครับ เพราะตัวละครของเรามีเกจการกระหาย และเกจค่าความหิวเราต้องนำไม้มาสร้างพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย จะมีเป็น Cell ให้เราวาง ในส่วนของบางพื้นที่ที่สร้างเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเกาะ เราจำเป็นต้องใช้ Iron ในการสร้างสะพาน ซึ่งช่วงแรกเราจะได้ Iron จากการเก็บไม้ที่ลอยน้ำมา และได้จากกล่องซัปพลายครับ ถ้าเราต้องการหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง เราจะต้องสร้างโต๊ะ Workshop เพื่อ Research (วิจัย) ก่อนการวิจัยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า - นี่คือหัวใจหลักของเกมนี้เลย เพราะสิ่งปลูกสร้างหรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ในชุมชนคนเราจะต้องเริ่มต้นที่โต๊ะตัวนี้ครับ ตัวเกมจะแนะนำให้เราสร้างโต๊ะ Workshop ฮะ เมื่อเราสร้างเรียบร้อยแล้ว จะมี Tree diagram (แผนภูมิต้นไม้) ใช้ไอเทมวัตถุดิบต่าง ๆ จากการแปรรูปจากอุปกรณ์ที่เรามีครับ การวิจัยจะถูกยกระดับขึ้นเรื่อย ๆ จากระยะเวลาในการเล่นเกม เพราะไอเทมบางอย่างต้องรอ Trader หรือพ่อค้าต่าง ๆ ที่แวะเวียนกันมาขายไอเทมให้กับเรา พ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนจะมีคีย์ไอเทมที่นำมาขายแตกต่างกันไป และไอเทมที่เราต้องนำมาใช้ในการวิจัยบอกเลยฮะว่าแต่ละชิ้นนี่ราคาสร้างบ้านมาก ๆ ฮ่า ๆหลังจากวิจัยไปเรื่อย ๆ นอกจากเราจะได้อุปกรณ์เครื่องมือบนบกที่สามารถผลิตวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ช่วยให้เราและผู้อาศัยเอาตัวรอดดำเนินไปจนถึงจุดหนึ่งของเกมได้แล้ว เราจะสามารถวิจัยเรือดำน้ำได้ครับ และเราจะไปทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ ต่อที่ใต้ทะเลกัน (มีงานให้ทำเพิ่มมากขึ้น) ในโลกใต้ทะเลนี้จะมีไอเทมที่สำคัญมาก ๆ เป็นคีย์ไอเทมที่จะช่วยให้เราวิจัยเครื่องมือในขั้นที่สูงขึ้นได้ และยังมีไอเทมอีกเยอะแยะมากมายที่เราจะต้องค้นคว้าเพื่อปลดล็อกกันต่อไป และในส่วนนี้เพื่อน ๆ ต้องไปเล่นเพื่อเสพความสนุกกันเอง ถ้าผู้เขียนบอกหมดจะเล่นไม่สนุกแล้วนะฮะการซื้อขายแลกเปลี่ยน - เราต้องสร้างชุมชนกลางน้ำของเราไปเรื่อย ๆ ไปจนถึงในส่วนที่เราสามารถจะสร้างประภาคารได้ซึ่งมันก็ไม่อยากเย็นอะไรนักครับ ในช่วงแรก ๆ ของเกมถ้าเราสะสมวัตถุดิบต่าง ๆ จากท้องทะเลได้มากพอ เราจะสามารถสร้างประภาคารได้ไวมาก ๆ หลังจากเราสร้างประภาคารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีพ่อค้าแม่ค้ามาติดต่อซื้อขายกับเราอยู่ตลอดครับ เมื่อเทรดเดอร์เดินทางมาถึงจะมีเสียงแตรและข้อความ Pop-Up แจ้งเตือนขึ้นมาครับ บอกขนาดที่ว่าพ่อค้าหรือแม่ค้าคนไหนที่เดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับเรา ถ้าเราไม่ต้องการซื้อของกับคนไหน เราก็ทำงานของเราต่อไปได้ เพราะว่าพ่อค้าแม่ค้าแต่ละคนจะมีเวลานับถอยหลัง เมื่อหมดเวลาพวกเขาก็จะแล่นเรือจากเราไปเองครับ แต่ไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะไปแล้วไปเลยนะฮะ เขาวกกลับมาขายให้เราอยู่เรื่อย ๆ นั่นแหละ ส่วนของที่ใช้แลกเปลี่ยนก็คือไอเทมต่าง ๆ ที่เราฟาร์มมาจากอุตสาหกรรมบนชุมชนกลางน้ำของเรานั่นแหละครับ จะมีราคาแลกเปลี่ยนบอกหมดเลยว่าอะไรเท่าไหร่ และจะมีไอเทมคีย์ที่เราจะเป็นต้องนำมาใช้เพื่อการวิจัย เราจำเป็นต้องผูกมิตรกับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสนิทของหัวใจครับ โดยการอัดสิ่งแลกเปลี่ยนของเราให้เยอะกว่าราคาขาย เงินเท่านั้นที่ Knock everything ฮ่า ๆการรับผู้รอดชีวิต - นี่จะเป็นหัวข้อสุดท้ายที่ผู้เขียนจะพูดถึงนะครับ เพราะว่าระบบต่าง ๆ ของเกมนี้ยังมียิบย่อยอีกเยอะมาก ๆ นี่ขนาดแค่ช่วง Ealry Access เองนะเนี่ย ยังมีอะไรให้ทำจนแทบจะไม่ได้นอนกันเลย ผู้รอดชีวิตจะนั่งแพมาขอเราอาศัยอยู่บนชุมชนกลางน้ำของเราด้วยหลังจากที่เราได้ทำการสร้างท่าจอดเรือเรียบร้อยแล้วฮะหลังจากเรารับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ มาอยู่บนชุมชนกลางน้ำของเราแล้วชีวิตของเราจะดีขึ้นเป็นอย่างมากกกก เพราะมีคนคอยช่วยงานเราแล้วครับ เย้!!! ผู้มาขออาศัยบางคนจะมีสกิลติดตัวมาด้วยไม่ว่าจะเป็น ดำน้ำเก่งกว่าชาวบ้าน, กินน้อยกว่า, ทำอาหารเก่งกว่า, เป็นนักชงน้ำที่สุดยอดแห่งท้องทะเล, เป็นนักรบ หรือแม้แต่เป็นกัปตันที่เชี่ยวชาญการขับเรือเป็นที่สุด ตรงนี้เราก็ต้อง Manage หน้าที่ต่าง ๆ ให้เหมาะสมสำหรับผู้อาศัยครับ และเรายังสามารถเพิ่มไอเทมสวมใส่เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับผู้อยู่อาศัยของเราได้อีกด้วย!ส่วนหน้าที่ต่าง ๆ เราสามารถตั้งค่าให้ผู้รอดชีวิตคนไหนทำ หรือไม่ทำอะไรก็ได้จะมีตารางให้เราจัดการตารางงานของคนในชุมชนของเราครับ แต่ผมก็ให้ทำมันทุกอย่างนั่นแหละ และที่สำคัญเราต้องสร้างบ้านให้พอดีกับจำนวนผู้รอดชีวิตของเราด้วยครับระบบต่าง ๆ ภายในเกมHavendock มีงานอาร์ตเป็นภาพ 3D ที่น่ารักมาก ๆ เป็นเกมบริหารจัดการสร้างชุมชนกลางน้ำให้กับผู้ที่รอดชีวิตหลังโลกประสบปัญหาน้ำท่วมโลก มีมุมมองจากด้านบนลงมา หมุนภาพได้ 360 องศา ตัวเกมใช้พื้นที่ของเครื่องไม่เยอะเป็นเกมไซส์เล็ก ๆ ที่อาจจะพบปัญหาการกระตุกหน่อย ๆ ถ้าเครื่องของเราไม่แรงมากครับ แต่ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดถ้าเราปรับทุกอย่างให้ต่ำสุด เราก็จะเล่นเกมนี้ได้แบบไม่ตะกุกตะกักการบังคับต่าง ๆ ทำให้เราได้เล่นเกมอย่างลื่นไหล แทบจะไม่ต้องปรับตัวกับปุ่มต่าง ๆ เพราะมันเหมือนเกมอื่น ๆ ที่เราเคยเล่นมาเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น W,A,S,D ที่ใช้บังคับทิศทางในการเดินของตัวละคร Q,E หมุนมุมกล้อง ลูกกลิ้งซูมภาพเข้าออก และผู้เขียนมองว่าถ้าเลือกเกมนี้ให้ลูก ๆ หลาน ๆ เล่นก็สามารถเข้าใจกับเกมเพลย์และการควบคุมได้ไม่อยากเลยครับ เพราะมีเควสคอยสอนระบบการใช้งานต่าง ๆ ให้อย่างครบครันUI ต่าง ๆ ออกแบบมาให้ผู้เล่นใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นการ Manage กระจายงานให้กับคนในชุมชน ก็มีตารางและรูปภาพบอกเลยว่าอยากให้ใครไปทำอะไรหรือไม่ทำอะไรครับ มีปุ่ม ALL ให้ปิดไปทั้งหมดก่อน เพื่อสะดวกในการเลือกงานให้กับผู้รอดชีวิต แต่สิ่งที่ผมค่อนข้างไม่จอยเท่าไหร่น่าจะเป็นระบบของอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถเพิ่มคนให้ทำงานได้ แต่บางอย่างเพิ่มไม่ได้ ซึ่งผมงงมากว่าทำไมถึงไม่ให้ทุกอย่างสามารถเพิ่มคนทำงานได้สรุปHavendock สำหรับผู้เขียนนั้นบอกเลยว่าเป็นเกมที่มีอะไรให้ทำเยอะมาก ๆ สนุกสนานและน่าสนใจ ปลุกความอยากรู้อยากเห็นในตัวคุณ "เกาะตรงนั้นมีไรอะ?" "อุ๊ยแล้วเกาะด้านนู้นเราไปได้ไหมนะ พายเรือไปดีกว่า" พายมาจนถึงสุดท้ายเข้าไม่ได้ ฮ่า ๆ เพราะเลเวลเรือของเรานั้น Noob กว่าเกาะที่อยากขึ้นไปครับ เนี่ยมันมีอะไรแบบนี้ซ่อนเอาไว้ให้ทำเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นไอเทมคีย์ต่าง ๆ ที่มีขายในร้านค้าของเหล่าเทรดเดอร์ที่ปรารถนาเวียนวน อยากจะนำเสนอของมาขายให้เราอยู่ตลอดเวล่ำเวลา ใครที่ยังลังเลว่าจะซื้อดีหรือไม่ซื้อดีบอกเลยไปซื้อเลยครับ ตอนนี้ลด 10% เหลือ 314.1 บาทเท่านั้นเอง !!! แต่ถึงจะเป็นราคาเต็ม 349 บาท ก็ไม่ถือว่าเป็นราคาที่รุนแรงอะไรเหมาะสมกับคุณภาพของเกมมาก ๆ ฮะ แถมเกมนี้ยังเหมาะกับผู้เล่นทุกเพศทุกวัย ถ้าอยากซื้อให้น้อง ๆ หนู ๆ ที่เป็นลูก ๆ หลาน ๆ ของเราเล่นผมมองว่าจะสามารถฝึกจินตนาการให้เด็ก ๆ ได้ และยังได้ความรู้เกี่ยวกับบริหารจัดการอีกด้วย และที่สำคัญมันมีภาษาไทยด้วยครับทุกคนนนนนส่วนด้านไม่ดีของเกมนี้ที่ผู้เขียนมองเห็นหลัก ๆ สำหรับผมนั้นก็คือ Bug ที่ค่อนข้างเยอะมาก ๆ แต่ Dev ก็ไม่เคยนิ่งนอนใจ ตามอัปแพตช์แก้ไขให้อยู่ตลอดจนผมสงสัยว่า เขานอนบ้างหรือเปล่า? ฮ่า ๆ และการจัดสรรคนไปทำงานกับอุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถทำได้ ทั้ง ๆ ที่มันควรจะทำได้เหมือนกันในทุกอุปกรณ์ อันนี้ก็สร้างความรำคาญใจให้กับผมอยู่พอสมควร เพราะอุปกรณ์ไหนที่เรา Assign แรงงานเข้าไปไม่ได้ เราต้องเดินมาทำเองอยู่ตลอดเวลา บางครั้งก็ทำให้การผลิตต่าง ๆ ของเราหยุดชะงักหากเราลืมบ่อย ๆ ครับ และการสร้างห้องเล่นกับเพื่อนนั้นก็หลุดบ่อยจนคิดว่า "โอเค๊เล่นคนเดียวก็ได้"สั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/2020710/Havendock/
22 May 2023
[Review] รีวิว The Legend of Zelda: Tears of the Kingdom เกมภาคล่าสุดที่สนุก ยอดเยี่ยม และยกระดับความเจ๋งด้วยของเล่นใหม่!
The Legend of Zelda: Tears of the Kingdom เป็นเกมภาคล่าสุดที่มีเนื้อหาต่อมาจากภาค Breath of the Wild ที่เขย่าวงการเกมอย่างมากตอนปี 2017 โดยที่เกมภาคล่าสุดนี้ก็ยังคงมีให้เล่นบนแพลตฟอร์ม Nintendo Switch เหมือนเดิม และก็ยังคงเป็นเกมแนว Action Open World เน้นการให้แก้ปริศนาแบบเพลินๆ เช่นกัน ซึ่งใครที่อยากรู้ว่าเกมภาคใหม่นี้จะมีความเจ๋ง และยอดเยี่ยมเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมอย่างไรบ้าง วันนี้ทางพวกเรา GameFever ก็ได้มารีวิวให้ชมกันแล้ว!!! รับชมเต็มๆ กันได้ที่ด้านล่างเลยคลิปตัวอย่างเกมให้ดูโหมโรงStoryในเกม The Legend of Zelda ภาค Tears of the Kingdom นั้นจะเล่าเรื่องหลังฉากจบของเกมภาค Breath of the Wild เป็นเวลา 'ผ่านไปแล้วหลายปี' โดยก็เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนได้กลับมาใช้ชีวิตสงบสุข และกำลังบูรณะดินแดง Hyrule ให้กลับมาน่าอยู่อีกครั้ง เนื่องจากไม่มีปีศาจตัวฉกาจของเกมทุกภาคอย่าง Ganon ที่ป่วนโลกมาเป็นเวลาถึง 100 ปีอีกแล้ว ขณะที่เจ้าหญิง Zelda กับตัวเอก Link ก็ได้ออกผจญภัยตามหาความลับต่างๆ เกี่ยวกับดินแดน Hyrule จนดันไปเผลอเจอเข้ากับ 'ร่างของราชาปีศาจ Ganondorf' ที่เหมือนจะกำลังหลับไหลอยู่ และ Zelda ก็ดันเผลอไปทำให้ร่างปีศาจนี้ตื่นขึ้นกลับมาสร้างความวายป่วนให้โลกอีกครั้งซะงั้น รวมทั้งเหตุการณ์นี้ก็ทำให้ Link นั้นต้องสูญเสียพลังทุกอย่างรวมไปถึงการต้องพลัดพรากจาก Zelda อีกแล้ว ทำให้ Link นั้นจะต้องมาวนลูปตามหาเจ้าหญิง Zelda และหาวิธีปราบ Ganondorf ให้สำเร็จเพื่อให้โลกกลับมาสงบสุขเหมือนทุกภาคจริงๆ เกมทุกภาคก็เป็นการให้ Link ต้องตามหา Zelda และไปปราบ Ganondorf เป็นเอกลักษณ์อยู่แล้ว แต่ภาคนี้ผู้เขียนแอบขัดใจการปูเนื้อเรื่องช่วงต้นเกม อารมณ์เหมือนเกมควรจะปูด้วยเหตุผลที่น่าสนใจหรือยิ่งใหญ่กว่านี้ แต่นี่ก็หมายถึงช่วงต้นเกมก่อนเริ่มผจญภัยเท่านั้นนะ รวมทั้งทางเราจะไม่เล่าอะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่องเพิ่มเติมแล้ว ไม่งั้นเป็นการสปอยหนักมากการดำเนินเรื่องของเกมภาค Tears of the Kingdom จะมีความคล้ายคลึงกับของเกม Breath of the Wild นั่นก็คือการเล่าแบบตัวเอก Link ที่ตื่นขึ้นมาแบบไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ต้องออกผจญภัยตามหาเจ้าหญิง Zelda และช่วงผจญภัยก็จะได้พบเนื้อเรื่องเจ๋งๆ มากมายที่ไม่ได้มีอยู่แค่ในเนื้อเรื่องหลัก โดยคนที่เคยเล่นภาค Breath of the Wild จะรู้สึกได้เลยว่าช่วงแรก 'มันดำเนินคล้ายคลึงกับของภาคก่อนมากไปหรือเปล่า' แต่หลังจากเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่ามันก็มีการใช้มุกใหม่ๆ อย่างน่าสนใจ และทำให้คนเล่นผูกพันธ์กับดินแดน Hyrule มากขึ้นไปอีก แถมเมื่อเราเล่นไปจนถึงช่วงกลางเกม เราก็จะได้พบการเล่าเนื้อเรื่องแบบใหม่ที่ "เจ๋งมากๆ ตามชื่อเกมภาคนี้" ก่อนที่เราจะได้ไปเจอฉากจบของเกมที่ "ยอดเยี่ยมอลังการกว่าเดิม" และอีกจุดเจ๋งหนึ่งคือภาคนี้ก็ยังคง 'เล่าเรื่องแบบทำให้การผจญภัยโลก Open World น่าสนใจมากขึ้นด้วย' แถมนอกจากฉากจบของเกมจะยอดเยี่ยมอลังการกว่าเดิม เกมก็ยังมีการปั้นเนื้อเรื่องเนียนๆ ตั้งแต่ช่วงแรกของเกมเพื่อให้คนเล่นอินกับฉากจบมากขึ้นไปอีก เพราะงั้นในด้านเนื้อเรื่องยังไงมันก็ยังคงความเป็น Masterpiece ของเกมสไตล์ Zelda และทำให้รู้ด้วยว่าผู้พัฒนานั้นยังใส่ใจทำเกมแต่ละภาคออกมาให้ยอดเยี่ยม ไม่ได้ทำมาลวกๆเกมภาคนี้ยังให้โอกาสผู้เล่นสามารถจบแบบ 'ไปตีบอสตัวสุดท้ายตั้งแต่ช่วงต้นเกม' ได้เหมือนเดิม แต่ก็ต้องเตือนไว้เลยว่าช่วงบอสฉากจบภาคนี้สู้เหนื่อยกว่าของภาค Breath of the Wild มากๆ เตรียมใจกันให้ดีส่วน NPC เกมภาคนี้ที่เราจะได้พบเจอ ส่วนใหญ่จะเป็น NPC ที่มีตัวตนอยู่ในภาคก่อน และบางคนที่บทในภาคก่อนไม่ได้เยอะ มาในภาคนี้อาจกลายเป็นตัวละครสำคัญในเนื้อเรื่องหลักด้วยGraphic & Musicใครที่เคยซื้อเกมภาค Breath of the Wild มาเล่นตอนเครื่อง Nintendo Switch วางขายใหม่ๆ ก็น่าจะจำกันได้ว่านี่เป็นเกมที่มีฉากสวยๆ เยอะมาก และก็มีการทำเสียงประกอบหรือดนตรีได้ดี จนเป็นหนึ่งในเหตุผลให้หลายคนต้องตกหลุมรักเครื่องเกม Nintendo Switch แต่หลังจากนั้นชาวนินก็ได้มาพบว่าเราแทบไม่ค่อยได้เห็นเกมทำฉากสวยๆ แบบนี้อีกเลย เนื่องจากเกมค่ายแบบ Third Party ส่วนใหญ่ที่พอร์ทเกมมาลงก็มีเรื่องข้อจำกัดด้านภาพสวย หรือเกมค่าย Nintendo ส่วนใหญ่ก็ไปเน้นเรื่อง Gameplay มากกว่าจะทำฉากสวยๆ แบบนี้ แต่ The Legend of Zelda: Tears of the Kingdom จะเป็นเกมที่พาคุณกลับมารู้สึกอะไรแบบนี้อีกครั้งแล้วนะ! เพราะแทบหลายฉากภายในเกมนี้ สิ่งที่เราจะสัมผัสได้เลยคือมันสวยอลังมากๆ จนบางคนอาจลืมไปแล้วว่าเครื่อง Nintendo Switch นั้นก็ทำเกมภาพสวยแบบนี้ได้นอกจากนี้ เกมภาค Tears of the Kingdom ก็จะมีให้เราได้ 'เหาะเหินบนอากาศ' หรือ 'ผจญภัยบนเกาะลอยฟ้า' อยู่บ่อยครั้งมากๆ จึงทำให้เราจะได้เห็นวิวที่สวยไปอีกแบบหนึ่ง แถมพวกงานเสียงกับดนตรีนั้นก็ยังทำมา 'รู้สึกผ่อนคลายชิลๆ' อย่างเป็นเอกลักษณ์น่าจดจำเหมือนเดิม ถ้าจะให้ติเตียนก็คือเรื่องที่แม้เกมจะทำฉากได้สวยๆ แต่ก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าภาพกราฟิกภาคนี้มันมีการลดคุณภาพ "ความละเอียดคมชัด" ลงจากภาค Breath of the Wild จนทำให้ถ้าเราตั้งใจดูที่ภาพดีๆ จะรู้สึกเบลอหรือรู้สึกภาพหยักๆ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าเกมมีการใส่พื้นที่ใหม่ๆ หรือใส่เอฟเฟ็กต์กราฟิกที่กินเสปคเครื่องกว่าเดิม เพราะในเกมภาค Tears of the Kingdom หลายๆ ฉากมันดูมีดีเทลเยอะกว่าของภาค Breath of the WildPresentationจากที่ได้บอกไปว่าเกมภาคนี้จะดำเนินเรื่องคล้ายคลึงของภาค Breath of the Wild จึงทำให้แน่นอนว่าการนำเสนอในเกมภาคนี้ก็จะเหมือนกันด้วย เพราะเราจะเริ่มมาแบบเป็น 0 ทุกด้าน และก็ต้องออกไปผจญภัยในโลก Open World เพื่อหาทำกิจกรรมให้ตัวละครเก่งขึ้น และหาคุยกับ NPC เรื่อยๆ เพื่อรู้ว่าต้องทำอะไรเป็นสิ่งต่อไปจนกว่าจะจบเกม โดยกิจกรรมในภาคนี้ก็ไม่ต่างกันด้วย อย่างการที่เกมจะมีดันเจี้ยนให้ไปแก้ปริศนาจำนวนมาก หรือการต้องไปตามหาเจ้า Korok เพื่อได้ของไปแลกเป็นกระเป๋าเก็บของได้เพิ่มเติม รวมทั้งตามพื้นที่ต่างๆ ในเกมก็จะมีเจ้ามอนสเตอร์ที่จะขวางทางเรา หรือเราอยากไปฆ่ามันเพื่อหาไอเทมดีๆ แถมแผนที่ในเกมภาคนี้จริงๆ ก็ยกมาจากของภาค Breath of the Wild เลยด้วย แต่ก็จะมีการเปลี่ยนกับเพิ่มสถานที่ใหม่ๆ อย่างพวกเกาะลอยฟ้าตามที่ได้บอกไป สถานที่ที่เป็นเอกลักษณ์ ยกตัวอย่างเมืองใหญ่ทั้ง 4 ก็จะมีรูปลักษณ์ที่เหมือนกับของภาค Breath of the Wild หลายส่วนเลย หรือพวกมอนสเตอร์ตามทางก็คล้ายคลึงกับของภาค Breath of the Wild แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะซ้ำซาก สิ่งพวกนี้จะมีเซอร์ไพร์สให้รู้สึกแตกต่างแน่นอนส่วนหลายระบบกิจกรรมแม้จะมีวิธีการต้องทำแบบเดิมๆ แต่บางกิจกรรมก็มีการต่อยอดมาเป็นภารกิจใหม่ๆ หรือเป็นภารกิจแนวใหม่อยู่พอสมควรด้วย ทำให้ถ้าจะเล่นเกมนี้จบ 100% ก็ต้องใช้เวลายิ่งกว่าภาค Breath of the Wildจากด้านบน เห็นได้ชัดเลยการนำเสนอเกมภาคนี้จะดูไม่ได้แค่คล้ายคลึง แต่เหมือนแอบยกของภาคก่อนมาให้เล่นต่อกันเลยแบบเห็นได้ชัด โดยสำหรับแฟน Zelda ก็คงไม่รู้สึกกังวลอะไร เพราะเกมเพลย์แบบเดิมมันก็สนุกมากๆ อย่างไม่น่าเบื่ออยู่แล้ว ขณะที่คนไม่ใช่แฟน Zelda ก็จะกังวลว่าเกมเหมือนภาค Breath of the Wild มากไปจนดูเป็นเกมภาคเสริมมากกว่าหรือเปล่า ซึ่งท้ายที่สุดผู้เขียนก็ขอบอกเลยว่าแม้จะคล้ายกันขนาดนี้ แต่ตอนได้เล่นยังไงก็ไม่รู้สึกเหมือนกัน แถมเกมยังใส่ลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามาเยอะจนคุณรู้สึกถึงความแปลกใหม่ และยกระดับความยอดเยี่ยมของเกมมากไปอีก โดยเฉพาะระบบสกิล "Ultrahand" ที่จะให้ผู้เล่นเอาวัตถุต่างๆ มาประกอบรวมร่างกันจนเป็นสิ่งประดิษฐ์เจ๋งๆ หรือยานพาหนะสุดมีประโยชน์ได้ แถมเกมก็ให้อิสระผู้เล่นสร้างสรรค์ขึ้นมาได้เยอะระดับนึงเลย จนตอนนี้ก็มีคนทำคลิปอวดยานพาหนะเดือดๆ อย่างรถถังหรือหุ่นยนต์ยักษ์ถล่มฝูงมอนให้ชมกัน แต่เกมก็ยังมีระบบ "Fuse" ที่ให้เอาอาวุธกับอุปกรณ์รวมร่างกันจนสร้างประโยชน์แปลกๆ ได้ด้วยนะ ยกตัวอย่างโล่ + จรวดก็จะทำให้เราได้ Jetpack เอาไว้ขึ้นที่สูงได้ไวๆ เร็วๆ หรือเอาบูมเมอแรง + ป้อมปืนพ่นไฟ เวลาปาบูมเมอแรงก็จะพ่นไฟออกมาเผาฝูงศัตรูแบบสุดโหดระบบ Ultrahand นั้นถือว่าช่วยเพิ่มความสนุกในการเล่นทุกรูปแบบมากจริงๆ ไม่ว่าจะด้านการให้เราสร้างอะไรมากำจัดศัตรูง่ายๆ หรือช่วยให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ยกตัวอย่างถ้าเรากำลังทำเควสหาปลาล่องหนมาคราฟชุดเกราะล่องหน ในเมื่อเรามองไม่เห็นปลาก็สร้างแพ + ป้อมปืนช็อตไฟฟ้าฆ่าปลาทั้งบ่อน้ำนั้นไปเลยสิ!เกมยังมีระบบสกิล Autobuild ที่พอเราสร้างสิ่งประดิษฐ์หรือยานพาหนะอะไรขึ้นมา ก็สามารถเซฟเอาไว้ไปสร้างตอนหลังๆ แบบให้อัตโนมัติได้ แถมตอนสร้างนั้นก็เข้าใจง่าย และไม่ยุ่งยากอะไร ส่งผลให้คนเล่นเกมไม่เก่งก็จะสร้างอะไรเจ๋งๆ ขึ้นมาได้แน่นอนอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องพูดถึงคือระบบสกิล Recall ที่ให้ผู้เล่นสามารถย้อนเวลาวัตถุต่างๆ กลับไปได้ระยะหนึ่ง ยกตัวอย่างถ้ากดใส่ลูกตุ้มที่กำลังตกเขา เราก็สามารถใช้ Recall ให้มันกลับขึ้นไปบนเขาได้ และสิ่งนี้พอผสมกับระบบ Ultrahand ก็ทำให้ผู้เล่นสร้างสรรค์อะไรบางอย่างเพิ่มได้อีก แถมยังมีระบบสกิลอื่นๆ อย่าง Ascend หรืออย่างอื่นที่เจ๋งๆ แบบนี้ด้วยอย่างไรก็ตาม การใส่ระบบ Ultrahand กับ Fuse หรือสกิลอื่นๆ เข้ามาก็ทำให้เกมถอดสกิลจากภาค Breath of the Wild ออกไปบางส่วน ยกตัวอย่างสกิลสร้างระเบิดมาสแปมใส่ศัตรู หรือสกิลสร้างแท่งน้ำแข็งบนพื้นน้ำได้ ทำให้แอบรู้สึกได้อย่างเสียอย่างนิดๆ รวมทั้งเกมภาคนี้ยังมีระบบลูกเล่นใหม่ๆ ที่ถ้าเราบอกจะเป็นการสปอย แต่ระบบลูกเล่นนั้นก็จะแลกกับลูกเล่นภาคก่อนเช่นกันGameplayตอนเกมภาค Breath of the Wild เราจะเห็นได้ชัดเลยว่าจุดสนุกหลักๆ ของเกมซีรี่ส์ The Legend of Zelda คือการแก้ปริศนาเพลินๆ เป็นซักส่วนใหญ่ แม้แต่การสู้บอสก็จะเน้นให้เราไปใช้เวลาแก้ปริศนา หรือหาวิธีเอาชนะอย่างชาญฉลาดเสียมากกว่า ขณะที่เกมภาค Tears of the Kingdom ก็ยังคงเป็นแบบนั้น แต่กลับทำได้ดีกว่าเดิมทั้งระบบแก้ปริศนาและระบบต่อสู้ด้วย เพราะอย่างที่บอกไปว่าเกมภาคนี้มีของเล่นใหม่ทั้ง Ultrahand หรือ Recall เป็นต้น การแก้ปริศนาในเกมนี้จึงมีความหลากหลายมากกว่าเดิม และเราก็ใช้วิธีได้มากกว่าเดิมต่อ 1 ปริศนาด้วย ส่วนระบบการต่อสู้ที่เรานั้นจะสร้างยานพาหนะโหดๆ หรืออาวุธสุดเถื่อนได้ บางทีมอนสเตอร์จึงจะมาเป็นฝูงพร้อมมินิบอส หรือบางมอนก็โจมตีเราโหดมากๆ ทำให้เกมนั้นจะมีให้เราอยากควักความเจ๋งของเกมไปใช้สู้อย่างเต็มอิ่มบ่อยๆ ซึ่งมันยกระดับจากภาค Breath of the Wild มากจนต้องยกนิ้วให้เลยดันเจี้ยนปริศนาในเกมภาคนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่าเราไม่ได้มีแค่ 1 ทางในการแก้ปริศนา ยกตัวอย่างดันเจี้ยนที่ให้เราต้องหาวิธีข้ามไปที่อีกฝั่งนึง เราก็อาจจะสร้างเครื่องบินเพื่อข้าม หรือใช้จรวดติดโล่พุ่งตัวเองขึ้นที่สูง และจากนั้นค่อยใช้เครื่องร่อนบินมาข้ามฝั่งก็ได้เป็นต้นนอกจากศัตรูบางทีจะมาเป็นฝูง หรือโจมตีได้รุนแรงอย่างมาก บางทีมันก็จะมาพร้อมยานพาหนะขนาดยักษ์เหมือนกัน ทำให้เราก็ต้องสร้างยานพาหนะไปต่อสู้ด้วยนั่นเองอีกส่วนหนึ่งที่น่าพูดชมมากๆ ในด้านเกมเพลย์คือ 'การทำให้เราสนุกที่จะผจญภัยในโลก Open World อย่างมาก' เพราะจากด้านบนทั้งหมดที่พูดมา การที่เราจะสร้างยานพาหนะหรืออาวุธเจ๋งๆ ก็จะต้องมีการไปตามหาวัสดุในพื้นที่ต่างๆ เสียก่อน โดยเกมก็จะยังมีลูกเล่นให้การตามหานั้นสนุกขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างบางวัสดุนั้นเราจะต้องหาของไปเปิดจาก 'ตู้กาชา' เพื่อสุ่มให้ได้วัสดุนั้นๆ (ไม่มีให้เติมเงินจริงๆ เพื่อเปิดนะ ไม่ต้องกลัว) แล้วพอมันมาบวกกับพวกกิจกรรมที่เกมมีอยู่แบบภาคก่อนๆ ก็ทำให้เกมน่าผจญภัย และได้ใช้เวลาออกสำรวจโลกแบบไม่น่าเบื่อมากขึ้นไปอีก แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วเกมภาคนี้ก็ไม่ได้จะเจาะตลาดผู้เล่น Casual มากขึ้นนะ เพราะระหว่างเล่นเกมก็จะมีการ 'ไม่บอกจุดเควสตรงๆ' เพื่อให้เราไปตามหาวิธีผ่านเควสเอาเอง หรือต้องใช้เวลาเยอะมากๆ ในการจะทำสิ่งต่างๆ เพราะงั้นถ้าคุณเคยเล่นภาค Breath of the Wild แล้วรู้สึกไม่ชอบหรือไม่ไหวกับอะไรแบบนี้ ภาคนี้ก็อาจทำให้คุณรู้สึกแบบนั้นเหมือนเดิมนอกจากเรื่องวัสดุ หรือระบบกาชา การที่เราจะใช้สิ่งประดิษฐ์หรือยานพาหนะก็ยังจำเป็นต้อง 'ใช้งานแบตเตอรี่' โดยเกมจะมีไอเทมให้หาเก็บเพื่อเติมแบตเตอรี่ และทำให้หลอดแบตเตอรี่ยาวขึ้นได้ ซึ่งตรงนี้ก็แน่นอนว่าเราจะมีกิจกรรมให้ทำเพิ่มยาวๆ อีกเช่นกันอีกเรื่องที่น่าพูดถึงคือเกมภาคนี้ไม่มีให้ปีนหอคอยเปิดหมอกแผนที่แล้วนะ แต่จะมีให้ตามหอคอยที่จะยิงเราขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อเปิดหมอกแผนที่แทน และเรายังใช้ประโยชน์ตอนบินบนฟ้าด้วยการเดินทางไปที่ไหนไวๆ ได้ ส่งผลให้เห็นได้ชัดว่าเกมก็สนใจปรับปรุงเรื่อง QoL แบบเจ๋งมากๆPerformanceตอนเกมภาค Breath of the Wild วางขายใหม่ๆ หลายคนในเวลานั้นจะไม่ได้ว้าวกันเท่าไหร่ที่เกมสามารถเล่นได้ลื่นที่ช่วงเฟรมเรท 30FPS อยู่บ่อยๆ แต่มาในภาคนี้ที่มีการใส่สถานที่ใหม่ๆ แบบอลังกว่าเดิมมาก โดยเฉพาะเกาะลอยฟ้าขนาดใหญ่เป็นต้น ผู้เขียนมองว่าเราควรจะว้าวกับเรื่องนี้ได้แล้ว เพราะเกมนั้นก็ยังสามารถเล่นได้ที่ช่วงเฟรมเรท 30FPS อยู่บ่อยๆ เหมือนเดิมเลย!!! จะมีเฟรมตกแค่ช่วงเอฟเฟ็กต์เยอะๆ อย่างการที่เราใช้ป้อมปืนไฟเผาศัตรูจำนวนมาก หรือตอนที่อยู่ใกล้กับเมืองใหญ่ๆ แถมตลอดการเล่นก็ไม่มีอาการค้างหรือปัญหาของเครื่อง Nintendo Switch ให้พบเจอเลย แล้วอย่าลืมว่าเกมนั้นก็ทำฉากสวยๆ มาให้เจอบ่อยมากเลยนะ เพราะงั้นนอกจากคุณภาพของเกมที่ดีมากๆ ทางผู้พัฒนาก็ยังคงใส่ใจ่เรื่องให้เล่นลื่นเหมือนเดิมเกมภาคนี้ตอนต่อ Docked จะเป็นแบบ Dynamic 900p ส่วนแบบ Handheld จะเป็นแบบ 720p ซึ่งทั้ง 2 แบบจะมีแค่โหมด 30fps ถ้าเล่นตอนต่อ Docked จะทำให้เฟรมเรทเสถียรมากขึ้น ถ้าตกมากสุดจะอยู่ที่ต้นๆ 20fpsสรุปThe Legend of Zelda: Tears of the Kingdom คือเกมภาคที่สมการรอคอยมากๆ มันคือภาคที่ทำให้คนเล่นรู้สึกว่า "อัปเกรด" ความยอดเยี่ยมไปเยอะขึ้นสุดๆ เลย แม้จะมีการถอดระบบหรือลูกเล่นบางส่วนจากภาคก่อน โดยภาคนี้อาจไม่ถึงขั้นเขย่าวงการเกมแบบ Breath of the Wild เพราะการดำเนินเรื่องหรือการนำเสนอก็ไม่ได้ต่างกันเยอะ แต่ใครที่ตกหลุมรักเกมภาคก่อน หรืออยากเล่นเกมที่สามารถทำให้เล่นบน Nintendo Switch ได้ดีที่สุด ยังไงก็ไม่ควรพลาดเด็ดขาดเลยจริงๆ แถมของเล่นใหมอย่าง Ultrahand กับ Fuse ก็สามารถทำให้คุณเล่นวนซ้ำๆ ได้นานกว่าภาคก่อนง่ายๆ เลย* ขอขอบคุณผู้ใจดีที่ส่งเกมนี้มาให้พวกเราได้รีวิวกันด้วยนะครับ *
20 May 2023
[Review] รีวิวเกม SD Shin Kamen Rider Rumble เกมสำหรับแฟน ๆ คาเมนไรเดอร์ที่ทำออกมาได้ดีเกินคาด
มาสค์ไรเดอร์ หรือคาเมนไรเดอร์ สุดยอดฮีโร่ประจำประเทศญี่ปุ่นที่ชาวไทยรู้จักกันดี และแม้ว่าจะได้ดูกันช้าไปหน่อย แต่ประเทศไทยเรากำลังจะได้สัมผัสกับ Shin Kamen Rider ผลงานตีความใหม่ของ Anno Hideaki กันแล้ว และจริง ๆ แล้ว นอกจากตัวภาพยนตร์ที่เข้าฉายไปในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2022 มันก็มีวิดีโอเกมตามออกมาด้วยเพื่อส่งเสริมกันและกัน นั่นคือ SD Shin Kamen Rider Rumble แต่ตัวเกมนี้จะเป็นยังไง คุ้มค่าที่จะลองเล่นหรือไม่ หรือแค่ทำมาโปรโมทหนังเฉย ๆ วันนี้เรามีคำตอบในรีวิวตัวนี้เนื้อหาสปอยล์ตัวหนังอย่างเต็มพิกัดจริง ๆ แค่ข้อแรก เราก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำยังไงดี แต่เราคงบอกได้ว่า หากคิดจะไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ในโรง ก็อย่าเพิ่งรีบซื้อเกมนี้มาเล่น เพราะเนื้อหาของ SD Shin Kamen Rider Rumble จะเป็นการหยิบยกเอาเนื้อเรื่องหลักของหนัง Shin Kamen Rider มานำเสนอเป็นเนื้อเรื่องหลักในวิดีโอเกม สำหรับคนที่ไม่รู้จัก Kamen Rider คือตัวละครแนวซเปอร์ฮีโร่ชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น ว่าด้วยเรื่องราวของฮอนโก ทาเคชิ นักแข่งมอเตอร์ไซค์ที่ถูกองค์กรก่อการร้ายอย่าง Shocker พาไปดัดแปลงร่างกาย เพื่อหวังจะให้กลายเป็นขุมกำลังขององค์กร แต่การผ่าตัดเกิดผิดพลาด ทำให้เขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตแบบมนุษย์ดัดแปลง หรือคาเมนไรเดอร์ และเขาเลือกที่จะใช้พลังนั้นในการปกป้องโลกสำหรับเนื้อหาในเกมกับหนังนั้น แทบจะตรงกันแบบเป๊ะ ๆ และเป็นแบบเดียวกับที่กล่าวมาด้านบน แต่ระหว่างทางของตัวเกมและตัวหนังจะเป็นยังไง ชาวไทยก็รอติดตามกันได้ในโรงภาพยนตร์ ดังนั้นเอาเป็นว่าทั้งหนังและเกม ใช้เนื้อเรื่องแบบเดียวกัน แค่เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอเป็นคนละสื่อนั่นก็คือเกมและหนังนั่นเอง ซึ่งวันที่บทความรีวิวตัวนี้ลง เชื่อว่าแฟน ๆ คาเมนไรเดอร์ก็คงได้ไปสัมผัสกับประสบการณ์ Shin Kamen Rider กันในโรงมาแล้วการนำเสนอในรูปแบบ SD ตัวการ์ตูนสุดน่ารักตัวหนังมาอย่างโหด แต่ตัวเกมมาแบบน่ารักมาก เพราะเกมนี้ใช้กราฟิกและการนำเสนอแบบ SD หรือ Super Deformed หรือจะเรียกว่า Chibi ก็ได้ ทำให้มันเป็นรูปแบบการนำเสนอที่ต่างไปจากตัวหนังโดยสิ้นเชิง แต่ก็ถือว่าทำให้บุกตลาดได้ง่ายขึ้นมาหน่อย เพราะกราฟิกและภาพที่น่ารัก ยังไงก็ดึงคนได้แน่ ๆ แม้แต่คนที่ไม่สนใจคาเมนไรเดอร์ก็ตาม สำหรับเกมนี้จะเป็นแบบ Single Player ที่มีแต่โหมดเนื้อเรื่องเท่านั้น รูปแบบของเกมการเล่นจะเป็น Beat 'em up เดินหน้าซัดแหลก ตะลุยด่านไปเรื่อย ๆ โดยฉากต่าง ๆ ก็จะอิงมาจากหนัง Shin Kamen Rider ตามที่ได้บอกไปแล้ว ดังนั้นความยาวของเกมนี้จึงมีไม่มากเท่าที่ควร หลัก ๆ แล้วถ้าคุณเล่นเก่ง ๆ 4-5 ชั่วโมงก็อาจจะจบเกมได้ แต่แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ทำให้มันง่ายจนถอดสมองเล่นได้ขนาดนั้นเหมือนกันและที่เจ๋งมาก ๆ คือเรื่องของดนตรีประกอบ ใน SD Shin Kamen Rider Rumble ก็จะใช้เพลงประกอบธีมเดียวกันกับหนัง และคาเมนไรเดอร์ในช่วงยุคโชวะ เอาแค่หน้าเข้าเกมนี่แฟน ๆ ไรเดอร์ก็คงฟินกันตาแตกแล้ว อย่างผู้เขียนนี่คือนั่งฟังเพลงจนเต็มอิ่มก่อนแล้วค่อยกดเริ่มเกม และพวกฉากคัทซีน หรือบทสนทนาต่าง ๆ เขาก็เอาใจแฟน ๆ สายโชวะไรเดอร์กันอย่างเต็มที่ ประโยคที่คุ้นหู คุ้นตา สู้ต่อไปทาเคชิ สู้ต่อไป คาเมนไรเดอร์ จะมีมาให้เราได้เห็นกันตลอดทั้งเกม ไม่ว่าจะตอนลุย หรือตอนที่เราพ่ายแพ้จนเกมโอเวอร์ก็ตามแต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ด้วยความที่เกมมันก็ไม่ได้ยาวอะไรมาก บวกกับระบบของเกมที่ตรงไปตรงมาอย่างถึงที่สุด หากคุณไม่ใช่แฟนของคาเมนไรเดอร์ หรือ Shin Kamen Rider ตัวเกมในราคา 790 บาทก็ถือว่าเป็นราคาที่ตึงมืออยู่เหมือนกัน อาจจะรอลดราคาเอาก็ได้ ไม่ว่ากัน แต่ลองมาดูหัวข้อเกมเพลย์เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเพิ่มเกมเพลย์แบบ Beat 'em up ที่อีกนิดก็น่าจะเลยเถิดไปเป็น Musouเกมเพลย์ของ SD Shin Kamen Rider Rumble นั้นต้องบอกเลยว่าง่ายแสนง่ายอย่างที่สุด มันคือการเดินหน้าลุยแหลก กระทืบเหล่ากีกี้และตัวหัวหน้าจากองค์กรช็อคเกอร์ให้ราบคาบ โดยเกมเพลย์จะเป็นรูปแบบเกมสมัยเก่า คือ Action Side Scrolling ที่เราจะเดินจากซ้ายไปขวา และกำจัดศัตรูให้หมดไปเรื่อย ๆ จนถึงบอสเป็นอันจบฉาก โดยระหว่างทางเราก็จะมีไอเทมช่วยเหลือ มีเงินให้เก็บ มีแต้ม Skill Point ให้เอากลับไปอัปเกรดที่ฐานทัพของเรา แต่ตามปกติแล้วตัวเกมในสไตล์ Beat 'em up นั้น จะมาในรูปแบบที่พอเหมาะ ให้เราได้สู้กันแบบสนุกสนาน แต่กับเกมนี้ เรียกได้ว่าอีกนิดก็เลยเถิดไปเป็นเกม Musou แล้ว เพราะปริมาณศัตรูที่อัดเข้ามาในหน้าจอนั้น เพียงพอต่อการรัวคอมโบได้ถึง 300-400 คอมโบเลยทีเดียว ถ้าเราไม่พลาดท่าทำคอมโบหลุดซะเอง และการทำคอมโบจะส่งผลต่อ Ranking Score ที่อยู่มุมขวาบนของหน้าจอด้วย ยิ่งทำ Ranking Score ได้ดี ผลตอบแทน รางวัลที่ได้ก็จะยิ่งสูงขึ้น แต่จำนวนศัตรูที่มากขนาดนี้ การจะเลี้ยงคอมโบไม่ให้หลุดเลยก็ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายใช่เล่นตัวละครคาเมนไรเดอร์ของเรานั้นจะมีท่าโจมตีอยู่สองแบบ แต่ผสมผสานกับท่วงท่าอื่น ๆ ได้อีกมากมาย คือการโจมตีหนักและเบา ทั้งสองแบบจะสามารถผสมผสานกับการจับทุ่มศัตรู การกระโดดโจมตี ที่หากกดเบาก็จะออกอีกท่า กดหนักก็จะเป็นอีกท่า ท่าโจมตีแบบพิเศษเองก็จะไม่เหมือนกันด้วย ซึ่งมันส่งผลกับระยะการโจมตี แต่ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับดาเมจสักเท่าไร เอาแบบตรง ๆ เลยคือ จะกดอะไรก็กดไปเถอะ ค่าเท่ากัน แต่ส่วนตัวผู้เขียนรู้สึกว่า ท่ากระโดดต่อย กับกระโดดเหยียบหัว มันทำให้จังหวะเราเสียหลายครั้งมาก ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง คอมโบหลุดเพราะจังหวะพลาดหลายทีแล้ว ทีนี้มันไม่ใช่แค่เกม Beat 'em up ทั่วไป แต่เกมยังใส่ความแปลกใหม่อย่าง Roguelite เข้ามาในเกมด้วย (แปลกใหม่ในฐานะที่ญี่ปุ่นเป็นคนทำเกมนี้ เพราะปกติเขาจะเน้นทำง่าย ขายง่ายไว้ก่อน) แต่ระบบ Roguelite ของเกมนี้จะไม่ใช่การสุ่มฉากหรือศัตรู แต่จะเป็นการสุ่มไอเทมที่ได้ในแต่ละฉากแทน ในทุก ๆ ครั้งที่เราเคลียร์ฉากได้ ระบบจะสุ่มอาหารเข้ามาให้เราเลือกกิน เลือกดื่มกัน โดยส่วนมากเมนูอาหารก็จะเป็นพวกอาหารที่คนญี่ปุ่นกินกันนั่นแหละ โดยจะมีบัฟที่ต่างกันหลายแบบ เช่นการโจมตีด้วยท่านี้แรงขึ้น โจมตีใส่ศัตรูที่มีเกราะแรงขึ้น หรือฟื้นพลังมากขึ้นเป็นต้น เราอยากจะได้บัฟแบบไหนก็เลือกเอาเลย และหลังจากเลือกบัฟแล้ว ก็จะมีทางไปต่อให้เลือก 2 ทางคือบนกับล่าง เราก็ดูที่ป้ายว่า รางวัลในด่านหน้าจะเป็นอะไร ก็เลือกเข้าได้เลย แต่บางทีก็มาแบบวัดดวง เป็นเครื่องหมายปริศนาทั้งสองทาง งานนี้ก็ลุ้นดวงเอาอย่างเดียวในช่วงท้ายฉากก่อนเปลี่ยนด่าน จะยังมีตัวช่วยเข้ามาเพิ่ม เช่นตู้เอทีเอ็มที่เอาไว้ฝากเงินทั้งหมดที่เราหามาได้ เพราะเกมนี้หากเราพลาดท่าตาย ถือเงินอยู่ก็อาจจะดรอปหายไปด้วย บางฉากจะเป็น Vending Machine หรือตู้ขายสินค้าอัตโนมัติที่จะขายไอเทมแบบสุ่ม 3 ชิ้นให้เรา อาจจะเป็นเครื่องดื่มฟื้นพลัง หรือบัฟชั่วคราว เราจะยอมเสียเงินซื้ออะไรก็แล้วแต่เลย หรือจะฝากเงินทั้งหมดไว้ในตู้เอทีเอ็มก็ได้ เพราะเกมนี้การจะอัปเกรดสกิล จำเป็นจะต้องใช้ทั้งอัญมณี Skill Point และเงินด้วยนั่นเอง และเห็นว่าศัตรูมาเยอะ สู้ง่าย อย่าคิดว่ามันจะง่ายยันจบเกม เพราะจากที่ลองเล่นมา แม้จะเลือกโหมดง่ายสุด แต่สิ่งที่ทำให้ใครหลายคนอาจจะสะดุดได้นั่นก็คือบอส บอสไฟท์ของเกมนี้ก็๗ะมีรูปแบบการโจมตีที่ค่อนข้างหลากหลาย และกวนประสาทมาก แต่ถึงอย่างนั้น การโจมตีของมันก็จะมีจังหวะที่ชัดเจน และมีแพทเทิร์นวนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ไม่กี่แบบ วิธีรับมือคือสติเท่านั้น และระหว่างการต่อสู้ บอสเกือบทุกตัวจะเรียกลูกน้องออกมากวนเราเรื่อย ๆ ดังนั้นถ้าสติไม่แน่นพอ ดังนั้นเชื่อว่าคนเล่นทุกคน ถ้าไม่เซียนจริง อย่างน้อยก็น่าจะตายก่อน 1 รอบถึงจะพอจับทางทั้งหมดได้ทีนี้มาดูระบบการอัปเกรดกันบ้าง สำหรับเกมนี้จะมีการอัปเกรดอยู่สองอย่าง คือตัวละคร และมอเตอร์ไซค์ แน่นอนว่าไม่มีความซับซ้อน การอัปเกรดก็จะบอกถึงสิ่งที่จะได้โดยตรง นั่นคือโจมตีแรงขึ้น พลังชีวิตเยอะขึ้น พลังป้องกันสูงขึ้น แต่ใครไม่รู้จะอัปอะไรก่อน ก็กดออโต้ไปเลย ระบบจะคำนวณให้เองว่าแต้มสกิลเท่านี้ เงินเท่านี้ อัปเกรดอะไรถึงจะเวิร์คที่สุด ส่วนของมอเตอร์ไซค์นั้น ตอนแรกก็งงว่าเกมมีให้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยหรือ แต่คำตอบก็คือ มันจะช่วยเป็นค่าสเตตัสแฝงให้กับตัวละครเรา และที่สำคัญคือมันสามารถใช้ลัดฉากได้ เช่น หากเราผ่าน Stage 1 ของเกมไปแล้วพลาดท่าตายขึ้นมา ถ้าอัปเกรดมอเตอร์ไซค์ไว้ ก็จะไปเริ่มที่ Stage 2 ได้เลย แถมได้โบนัสเพิ่มอีก เห็นแบบนี้แล้ว ยิ่งทำให้เห็นว่าการอัปเกรดมอเตอร์ไซค์ของเกมนี้ สำคัญจริง ๆทั้งหมดทั้งมวลนี้ ถูกออกแบบมาให้เกมการเล่นนั้น สนุกสนานได้เรื่อย ๆ โดยเฉพาะแฟน ๆ คาเมนไรเดอร์ ที่นาน ๆ ที จะมีเกมที่ไม่ได้ทำออกมาลวก ๆ ให้ได้เล่นกัน แม้จะไม่ใช่เกม AAA ฟอร์มใหญ่อะไรแต่ก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว ส่วนเรื่องของราคาก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะสะดวกจ่ายหรือไม่เท่านั้นถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใจพอสมควร ที่คราวนี้ไม่ได้ทำเกมออกมาลวก ๆ เพื่อโปรโมทหนัง อาจจะมีข้อเสียตรงที่เกมมันสั้นไป แถม Replayble Value นั้น น้อยมาก ๆ แตุ่ถ้าคุณเป็นแฟนคาเมนไรเดอร์ ก็จัดเลยครับ สนุกแน่นอน
18 May 2023
[Review] รีวิวเกม FABLEDOM มาสร้างดินแดนเทพนิยายในฝันกันเถอะ !
FABLEDOM เป็นเกมสร้างเมืองที่มีเกมเพลย์ที่น่ารักฟรุ้งฟริ้ง แบบที่เราจะเข้าไปท่องอยู่บนโลกแห่งเทพนิยายปรัมปรา แค่คอนเซปต์ของเกมผู้เขียนก็วาดฝันไว้ในใจเลยว่ามันต้องน่ารักตะมุตะมิแน่ ๆ สายแบ๊วจะต้องไม่ผิดหวัง ไปแอบดูภาพตัวอย่างของเกมมาเล็กน้อย แล้วกดลงคลังมาดองรอเล่นเอาไว้ก่อน ที่ผู้เขียนยังไม่รีบเพราะตัวเกมนั้นเป็นแบบ Early Access ลงวางจำหน่ายใน Steam เมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2023 (ขนาดบอกว่าไม่รีบผมก็ยังกดซื้อมันมาตั้งแต่ Day One) ตัวเกมยังไม่ปล่อยฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้เล่นแบบเต็มสูบเท่าไหร่นัก ยังมีระบบต่าง ๆ อีกเยอะแยะมากมายก่ายกองที่ยังกั๊กรอปล่อยอัปเดตตาม Roadmap อยู่ครับ แต่ดูจากภาพของเกมและแผนการอัปเดตของ Dev ผมบอกเลยว่าต้องมาลองกันก่อนที่มันจะปล่อยตัวเต็มสักหน่อย (ความน่ารักมันดึงดูดอย่างรุนแรง)"ปะ ไปดูบรรยากาศภายในเกมกันดีกว่าครับ"เนื้อเรื่องแบบพอให้เห็นภาพเนื้อเรื่องเกมนี้สั้น กระชับ ฉับไว คือเราเป็นเจ้าชาย หรือ เจ้าหญิง (เลือกเพศได้) เกิดมาชีวิตดีเลย มีพ่อเป็นคิงส์แม่เป็นควีนส์ เส้นทางดูโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็นะ...ในเทพนิยายในท้ายที่สุดแล้วมันจะไม่มีอะไรราบรื่นหรอกฮะ ถึงเวลาที่ตัวเอกอย่างเราต้องถูกพ่อและแม่ส่งไปสำรวจดินแดนใหม่ ออกไปต่อสู้ดิ้นรนเจอทั้งทุกข์และสุขด้วยตัวเองและผู้บรรยายในนิทานบอกเราว่า เราสามารถสร้างเรื่องราวของเราเองได้ ไม่ว่าจะครองรักกับเจ้าหญิง มีซัมติงกับเจ้าชาย หรือแม้แต่จะเป็นบ้าระรานอาณาจักรอื่น ๆ ก็สุดแล้วแต่กมลสันดานของเรา ตัวเกมจะไปจบที่ตรงไหนคุณนั่นแหละเป็นผู้สร้าง นิทานเรื่องนี้เป็นของคุณ! (ทำเสียงเป็นผู้วิเศษแบบในเกมด้วยครับจะได้เห็นภาพ ฮ่า ๆ)เหมือนหลุดมาจากนิทานได้บริหารสร้างเมืองสไตล์เจ้าหญิงเจ้าชาย จะเริศ จะเชิด ก็ได้ (เกมเพลย์)FABLEDOM จะมี 2 โหมดให้เราเลือกเล่นนะครับ ได้แก่Standard Mode - บริหารจัดการและสร้างเมืองไปตามเนื้อเรื่องของเกมครับ จะมีเสียงกระซิบจากผู้วิเศษคนหนึ่งที่คอยบอกเราตลอดทั้งเกม มีเควสให้ทำ และสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ปลดล็อกตามค่า milestone ในเกมCreative Mode - โหมดนี้ให้ความอิสระกับเรามาก ๆ สิ่งปลูกสร้างทุกอย่างที่มีในเกมจะปลดล็อกให้เราหมดแล้ว เหมือนเราเล่นเพื่อมาเน้นสร้างความสวยงามมากกว่าแผนที่ต่าง ๆ - มีให้เลือกเล่นหลากหลายมากครับ เราสามารถกดสุ่มภูมิประเทศไปเรื่อย ๆ เพื่อหาสถานที่ที่ถูกใจที่สุดได้ เมื่อได้จุดภูมิศาสตร์ที่ถูกใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรต่าง ๆ, จุดที่ตั้ง, หรือสภาพแวดล้อม เราก็กดเลือกว่าเรากำลังมองหาอะไร เจ้าชาย หรือเจ้าหญิง หรือจะหามันทั้งหมดนั่นแหละก็ได้ เพราะตัวเกมเปิดกว้างเรื่องทางเพศครับการเอาชีวิตรอด - เมื่อได้ตำแหน่งที่ต้องการแล้ว ตัวเกมจะมีกลุ่มคนมาให้เรากลุ่มหนึ่งครับ เราต้องสร้าง Workplace และจัดสรรประชากร 2 คน ให้เป็นคนงาน เพื่อที่จะสร้างสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนด (ตอนแรกจะมีให้ Cell เดียว ต้องเล่นไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาเงินมาขยายพื้นที่)ที่อยู่อาศัย - เมื่อสร้างเกมไปเรื่อย ๆ ตัวเกมจะเริ่มมีสิ่งที่คนรักความเท่าเทียมจะไม่ค่อยอินเท่าไหร่ นั่นก็คือระบบแบ่งชนชั้นครับ งานบางอย่างต้องชนชั้นแรงงานเท่านั้นถึงจะทำได้ เช่น งานปศุสัตว์ หรืองานทำฟาร์ม ส่วนงานในโรงพยาบาลนั้นต้องเป็นชนชั้นกลางขึ้นไปเท่านั้นถึงจะทำได้ เป็นต้น (ซึ่งในเกมตอนนี้มีแค่ 2 ชนชั้นนะครับ)แม้แต่ที่อยู่อาศัยก็มีการเหยียดชนชั้นกันอย่างชัดเจน คอนโดมิเนียมชนชั้นกลางเท่านั้นถึงจะอยู่ได้ และบ้านของชนชั้นล่างต้องสร้างให้ห่างจากคอนโดมิเนียมของชนชั้นกลางด้วยนะ เพราะไม่งั้นจะอยู่ไม่ได้ไม่มีความสุข (ก็คนเหมือนกันจะยี้ไรหนักหนา ฮ่า ๆ) ส่วนอุตสาหกรรมต่าง ๆ ถ้ามีเสียงดังไม่ใช่ว่าสร้างในระแวกที่อยู่อาศัยไม่ได้ แต่ว่าไม่ควรสร้างเพราะจะสร้างเสียงรบกวนให้ประชากรของเรา และทำให้ค่าความนิยมของเราลดลงครับ เมื่อลดลงตัวเกมก็จะไม่พาเราไปจุดที่ผ่าน Milestone อุปกรณ์ในลำดับต่อไปก็จะไม่ปลดล็อก แล้วก็จะเกิดปัญหาเรื่องการหาทรัพยากรต่าง ๆ ตามมาครับ ซึ่งผมมองว่าตรงนี้ตัวเกมก็มีความบาลานซ์ดี แต่ไม่ชอบเรื่องการอัปเกรดสิ่งปลูกสร้างไม่ได้นี่แหละครับ ชนชั้นล่างก็จนมันอยู่แบบนั้นไม่ได้ขึ้นมาลำดับกลางสักที หึ!การผลิตอาหาร - ยิ่งคนเยอะยิ่งมีปัญหา เนื่องจากเกมนี้ระบบต่าง ๆ ยังอัปเดตมาค่อนข้างน้อย การหาอาหารให้เพียงพอต่อประชากรในเมืองก็ค่อนข้างมีปัญหาในช่วงหลังเอามาก ๆ ครับ เพราะทรัพยากรไม่พอ ทั้ง ๆ ที่มีฟาร์ม และมีโรงทำขนมปังเยอะมาก ๆ แต่ด้วยความที่มันดันอัปเกรดอะไรไม่ได้เลย จึงทำให้การทำงานของโรงงานบางอย่างผลิตวัตถุดิบให้เราได้ช้าลง และไม่เพียงพอเช่น โรงงานทำขนมปังของเราจะสามารถจ้างลูกจ้างได้แค่คนเดียว และทำขนมปังได้แค่ 1 ชิ้น ถ้าอยากได้ไวไวก็ต้องสร้างโรงงานขนมปังเพิ่มไปเรื่อย ๆ ซึ่งบางทีพื้นที่ว่างหรือแรงงานเราไม่พอ ก็จะมีไซด์เอฟเฟกต์ให้ได้เห็นทันทีในช่วงฤดูหนาว เพราะเราจะทำการเกษตรไม่ได้เลย ถ้าของในคลังที่เราเก็บเกี่ยวไว้มีไม่พอ (ซึ่งมันจะไม่พอแน่ ๆ ครับเพราะระบบเทรดยังไม่มา) ประชากรของผู้เขียนจะอดข้าวตายเป็นเบือเลยฮะในช่วงฤดูหนาวถ้าบอกว่าจะหวังจากการทำปศุสัตว์ บอกเลยว่ายิ่งหนักกันเข้าไปใหญ่ เพราะเกมนี้ไม่ใช่ว่าตรงพื้นที่นั้น ๆ มีสัตว์แล้วเราจะออกไปล่าเอาเนื้อมากินได้ตลอด 1 ฝูงสัตว์จะเท่ากับว่าเราจะสร้างคอกสำหรับเลี้ยงได้ 1 คอก ซึ่งต้องเปิดพื้นที่หาสัตว์ไปเรื่อย ๆ ถ้าเจอในพื้นที่ถัดไปเราถึงจะสามารถสร้างได้อีกคอก และสามารถสร้างติดกับคอกเดิมได้ ระบบตรงนี้สร้างความอึดอัดให้ผมอยู่พอสมควร เพราะสัตว์มีน้อยมาก ๆ และอาหารก็จะขาดแคลนอยู่ดี มีหรือไม่มีแทบไม่ต่างกัน เป็นเศร้าการทำเควส - เควสจะอยู่ในช่วงแรก ๆ ของเกมเท่านั้นครับ เล่นไปเรื่อย ๆ พอทำเควสจนหมดแล้ว ก็แทบจะไม่มีอะไรให้ทำเลย ผู้เขียนเลยมองว่า น่าจะมีเพื่อเอาไว้สอนการเล่นเกมมากกว่า รางวัลที่ได้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเงินและทรัพยากรต่าง ๆ ในเกมครับ นอกจากเควสของระบบก็ยังมีเควสของตัวเกมที่จะเด้งผ่านมาตามจดหมายหรือการแจ้งเตือนต่าง ๆ อันนี้จะเป็นเควสวน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูกมีปัญหาเราจะแก้ไขอย่างไร (ตรงนี้มีตัวเลือกให้เราเลือก)ในอนาคตผู้เขียนก็แอบหวังว่าถ้าตัวเกมมีการอัปเดต Dev อาจจะใส่เควสต่าง ๆ มาให้เพื่อสร้างความท้าทายและเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมของเราให้มากขึ้น ผมคาดหวังไว้หนัก ๆ เลย เพราะตอนนี้ถ้าให้ตอบตามจริงเลยคือเควสมันน้อยไปมากกกกกก พอไม่มีเป้าหมายก็แอบเคว้งอยู่เหมือนกันครับคำสาป - ผมบอกเลยว่าส่วนนี้ยังมาไม่สุด ฮ่า ๆ ขาดไปเยอะเลยครับ ตรงนี้ผู้เขียนมองว่าน่ารักดีที่ผู้พัฒนาหยิบกิมมิกตรงนี้จากนิทานหรือเทพนิยายมาใช้ครับ เพราะโลกของหนังสือที่เริ่มต้นด้วย Once upon a time... มักต้องอยู่คู่เคียงเบียดกันมากับแม่มดจอมอิจฉาริษยา แต่เกมนี้มีเพียงนางเดียวเท่านั้นแล้วสาปแบบเดิมตลอด คือสาปให้ชาวเมืองของเราเป็นโครงกระดูกเดินได้ แต่ไม่กี่วันก็หายไป อาจจะส่งผลกระทบกับค่าความเชื่อมั่นของชาวเมือง แต่เอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้มากมายอะไร และแทบจะไม่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเลยนอกเสียจากประชาชนของเราไม่มีผิวหนัง ผมก็ยังคาดหวังเหมือนเดิมว่าในอนาคตขอให้ Dev สาปชุดใหญ่ ๆ มาเลย ไม่ครณามือหรอก!นี่มันหาพันธมิตรหรือเกมเกมหาคู่ - อ่านไม่ผิดหรอกครับ ฮ่า ๆ มันรวม 2 อย่างเอาไว้ด้วยกันนั่นแหละ เราสามารถที่จะทำการปรองดองกับพื้นที่หรือเมืองใกล้ ๆ เราได้ครับ พอเราส่งทูตของเราไปเจริญสัมพันธไมตรีแล้ว ถ้าเราสนใจเจ้าหญิงหรือเจ้าชายจากเมืองไหน เราสามารถให้ของขวัญเพื่อจีบได้ แต่ถ้าเราไปให้ของขวัญเมืองข้าง ๆ ด้วย เจ้าเมืองที่เราเคยไปเต๊าะเอาไว้จะโกรธทันทีและหัวใจก็จะลดลงไปถึงขีดสีแดง และสามารถสร้างความบาดหมางในอนาคตได้ และลุกลามไปจนถึงขั้นเปิดศึกสงครามที่มาจากความหึงหวงครับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ (หล่อไม่ไหว)ส่วนถ้านิสัยเราเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงที่อันธพาลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เราจะชักศึกเข้าบ้านมันตั้งแต่เริ่มเลยก็ได้ โดยการส่งจดหมายไปกวนบาทาเจ้าเมืองต่าง ๆ ได้เลย ไม่นานเกินรอได้รบกันจริง แต่ช่วงแรก ๆ เราจะไม่มีทหารไว้สู้กับเขาสักคน ฮ่า ๆ ๆ ๆ ในส่วนนี้ของเกมผมมองว่าน่ารักดีต่างจากเกมอื่น ๆ มีให้จีบกันได้ เจ้าหญิงหรือเจ้าชายจะมีท่าทีเคอะเขินให้เรามั่นไส้อยู่บ่อย ๆ ผมเบะปากให้กับจริตของท่านชายและท่านหญิงในเกมอยู่บ่อยครั้ง ระบบต่าง ๆ ภายในเกมเป็นเกมสร้างเมืองแนวเทพนิยายที่มีภาพเป็นตัวการ์ตูน 3D น่ารัก ๆ แถมมาด้วยสีสันที่สดใสเล่นแล้วใจฟูเวรีมัช มีมุมมองจากด้านบนลงมา ใช้พื้นที่ในเครื่องไม่มากมายตัวเกมไซส์เล็ก ๆ เครื่องไม่ต้องแรงก็เล่นได้ครับส่วนการบังคับของเกมนี้ไม่ซับซ้อนอะไร เหมือนเกมสร้างเมืองทั่ว ๆ ไป ใครเคยเล่นเกมแนวนี้มาแล้วอาจจะไม่ต้องปรับตัวมากนักครับ ใช้ W,A,S,D ในการเคลื่อนย้ายมุมกล้อง ใช้ลูกกลิ้งเมาส์ซูมเข้าออก Q,E หมุนภาพซ้ายขวา เป็นต้น ส่วนใครที่เป็นมือใหม่กับเกมแนวนี้ หรือผู้ปกครองอยากหาเกมดีดีให้เด็ก ๆ เล่น ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเล่นไม่เป็นฮะ ตัวเกมมีเควสคอยสอนอยู่ตลอดว่าให้กดปุ่มไหนหรือทำอะไร รับรองว่าถ้าเล่นตามเควสไปยังไงก็เล่นได้แน่นอนUI ของเกมนี้ออกแบบมาน่ารักเหมือนภาพของเกมนั่นแหละครับ ใช้งานง่าย ตัวการ์ตูนน่ารักไม่รกตา และไม่ซับซ้อนอะไรเลย การเพิ่มคนงานลดคนงาน ย้ายจากอีกจุดไปอีกจุดก็มีหน้าต่างแยกออกมาให้ทำเลย เพราะช่วงหลัง ๆ ประชากรในเมืองเราจะเยอะ และค่อนข้างดูยากตัวเกมก็ใส่ตรงนี้มาเป็น Shortcut ให้เรา และอยู่ในจุดที่หาง่ายด้วยครับสรุปFABLEDOM สำหรับผมแล้วบอกเลยว่าเป็นเกมที่ดูดีมีอนาคตมาก ๆ ใครที่ต้องการเล่นเกมสร้างเมืองที่มันไม่เครียดจนเกินไป ผมมองว่าเกมนี้ก็สร้างความเพลิดเพลินให้ได้ระดับหนึ่งเลย ด้วยความที่ธีมของเกมเป็นโลกเทพนิยายแฟนตาซี ผู้เขียนมองว่าเกมนี้จะต่อยอดได้อีกไกลครับ ไม่ว่าจะเป็นแฟร์รี พิกซี โทรลล์ โกเลม แม่มด หรือแม้แต่ยักษ์ ก็สามารถยัดลงมาเป็นคอนเทนต์ให้กับเกมนี้ได้มันยังมีอะไรให้ต่อยอดไปอีกเยอะมาก แล้วยังมีกิมมิกเล็ก ๆ อย่างเสียงคนบรรยายที่มีลักษณะเสียงเป็นผู้วิเศษที่คอยไกด์เราอยู่ข้างหู มีมุกต่าง ๆ ในการพูดเล่นกับเราอยู่ตลอด ประกอบกับเสียงเพลงที่ไม่สร้างความรำคาญให้กับผมเลย (ปกติผู้เขียนจะชอบปิดเสียงเพลง) เลยทำให้การเล่นเกมไม่อึดอัดและสร้างเมืองไปได้เรื่อย ๆ ชิล ๆ มองนาฬิกาอีกทีก็เช้าแล้ว และเกมนี้ผู้เขียนมองว่าถ้าจะซื้อให้เด็ก ๆ เล่นฝึกทักษะการวางแผน บริหารจัดการ วางผังเมือง ผมมองว่าก็เป็นอีกเกมหนึ่งที่เหมาะให้ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราได้เริ่มต้นครับ อาจจะฝึกทักษะบางอย่างให้น้อง ๆ ได้เจอตัวเอง (เริ่มจากเป็นสถาปนิกตัวน้อย ๆ ในเกมไปก่อน)พูดถึงข้อดึไปเยอะแล้ว มาดูในส่วนที่ผมไม่ค่อยชอบกันบ้างดีกว่า ด้วยความที่มันเป็น Early Access ตัวเกมจบคอนเทนต์ไปค่อนข้างไวมาก ๆ ครับ ไวจนรู้สึกว่าใส่อะไรมาให้อีกหน่อยก่อนได้ไหม อีกสักนิดก็ยังดี ฮ่า ๆ แต่ดูจาก Roadmap มีบอกช่วงเวลาจะอัปเดตสิ่งต่าง ๆ เอาไว้ ผมก็หวังว่า Dev จะทำได้ตาม Roadmap เพราะผมมองว่าถ้าอัปเดตมาจนสุดได้เล่นกันเพลินกว่านี้แน่ ๆ ส่วนอีกเรื่องที่ผมมองว่าตอนนี้ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นั่นก็คือการอัปเดตสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ตรงนี้แอบสร้างความน่าเบื่อเล็กน้อยให้กับการเล่นเกมอยู่เหมือนกันฮะ เช่น ถนน สมมติถ้าเราใช้ถนนเป็นทางดินธรรมดาแล้วเราต้องการอัปเกรดให้เป็นถนนหินซึ่งเราปูทับที่เดิมไม่ได้ เราต้องลบถนนเดิมแล้วสร้างใหม่ ตรงนี้ผมมองว่ามันค่อนข้างเสียเวลาอยู่ครับ สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ก็อัปเกรดไม่ได้ อยากได้เพิ่มก็ต้องสร้างเพิ่ม ซึ่งทำให้ค่อนข้างกินเนื้อที่ ตอนนี้เราก็คงทำได้แค่นั่งรออัปเดตในอนาคตฮะ และก็ราคา 445 บาท ก็ยังถือว่าแอบแรงไปนิด แต่ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็ยอมจ่าย เพราะถือว่าเกมดูจะไปได้อีกไกล ผมประทับใจคอนเซปต์ของเกมนี้มาก ที่จะมาสร้างเทพนิยายด้วยตัวผมเองเนี่ย ใครสนใจตามไปกดได้ใน Steam เลยครับสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1651560/Fabledom/
17 May 2023
[Review] รีวิวเกม Terra Nil ให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน
Terra Nil เป็นเกมจากผู้พัฒนาเดียวกันกับ The Wandering Village เกมที่เคยโด่งดังอยู่พักหนึ่งในช่วงเดือนกันยายน 2022 ที่ผ่านมาครับ ที่เราจะต้องไปสร้างเมืองกันบนหลังไคจูตัวยักษ์ที่เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ไปโลดเล่นในเกมกันมาบ้างแล้ว วันนี้เราจะมาพูดถึงเกมใหม่ล่าสุดจากค่ายนี้กันครับหลังจากเกมลงวางขายเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2023 ผู้เขียนกดซื้อมันมาเลยอย่างไม่รีรอ เพราะผมตามเสพตัวอย่าง trailer ของเกมจากช่องทางต่าง ๆ มาสักพักหนึ่งแล้ว วันนี้มีโอกาสได้เล่นมันสักที เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ของเกมเพลย์ที่ผมได้สัมผัสให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันครับ (ที่สำคัญตัวเกมมีภาษาไทยด้วยนะฮะทุกคน)ฟื้นฟูระบบนิเวศ จากปัญหาสิ่งแวดล้อมในหลากหลายพื้นที่ ที่มีความแตกต่างกันทางชีวภาพ (เกมเพลย์)Terra Nil ไม่ได้มีโหมดเนื้อเรื่องที่จริงจังมากนักครับ ตัวเกมจะปูทางให้เราได้ทราบว่า โลกเราเดินทางมาถึงจุดที่ว่าสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้อีกแล้ว เราคนเล่นเนี่ยต้องรับบทเป็นผู้รอดชีวิตและเข้ามารับหน้าที่ฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมในจุดต่าง ๆ ให้สามารถกลับมาอาศัยอยู่ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการนำสัตว์ต่าง ๆ กลับมาในพื้นที่, ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว, การกำจัดสารพิษ, สร้างสภาพอากาศให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย รวมไปถึงการรีไซเคิลสิ่งต่าง ๆ ที่จะสร้างมลพิษให้เราลำบากใจในอนาคต Terra Nil มาในรูปแบบของเกมวางแผนกึ่ง Puzzle ที่เราจะต้องจัดวางสัดส่วนต่าง ๆ ให้ได้เปอร์เซ็นต์ตามพื้นที่สีเหลี่ยมที่ตัวเกมกำหนดครับ สร้างอะไรมากไปก็ไม่ได้เพราะพื้นที่อาจจะไม่พอยิ่งช่วงหลัง ๆ ความยากของเกมจะถูกยกระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ แอบต้องรีสตาร์ตเกมด่านนั้น ๆ เล่นกันใหม่อยู่บ่อย ๆ สักแผนที่ที่ 3 ถ้าใครเล่นความยากระดับกลาง (นักนิเทศวิทยา) ขึ้นไปก็เริ่มจะท้อแล้วฮะ บอกเลยว่าเดือดเหมือนลาวาในแมปนั้นนั่นแหละเกมนี้แบ่งออกเป็น 3 ระดับให้เราได้เลือกเล่นครับ ได้แก่ชาวสวน (Easy Mode) - เล่นง่าย ๆ เพลินๆ เพราะให้ทรัพยากรเริ่มต้นมาเยอะแยะ เล่นแป๊บ ๆ ก็ผ่าน เหมาะกับผู้เล่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นเกมด้านนี้มาก่อนนักนิเทศวิทยา (Normal Mode) - ทรัพยากรเริ่มต้นมีให้เราน้อยลง ต้องเริ่มวางแผนในการใช้งานมากขึ้นกว่าโหมดชาวสวน ถึงแม้ผู้เขียนจะมีประสบการณ์กับเกมแนวนี้มาบ้าง แต่นับจากแผนที่ที่ 3 เป็นต้นไป ก็ไม่ค่อยได้พักสมองอีกเลย ฮ่า ๆวิศกรสิ่งแวดล้อม (Hard Mode) - เหมาะสำหรับผู้เล่นที่เก่งเกินมนุษย์มนา เกิดมามีความอัจฉริยะในการวางแผนจัดสรรทรัพยากร ทรัพยากรเริ่มต้นที่ให้มามีน้อยที่สุดในบรรดาทุกโหมด เลยต้องวางแผนในการใช้งานครับ***หมายเหตุ : เราสามารถเปลี่ยนระดับความยากง่ายไปมาภายในเกมได้เลยนะครับ ถ้ารู้สึกว่าเริ่มง่ายไปละ อยากจะเป็นวิศกรสิ่งแวดล้อม เราสามารถตั้งค่าได้เลยในเมนูตัวเลือกครับ***การเริ่มฟื้นฟูธรรมชาติTerra Nil เป็นเกมที่ไม่มีอะไรซับซ้อน มีแมปให้เล่นเพียง 4 แมปเท่านั้น หลังเล่นจบมีแมปเสริมปลดล็อกหลัง End Credit อีก 4 แมป ทั้งเกมมีให้เราเล่นแค่เพียงเท่านี้เลยครับ สร้างวนลูปจนครบทุกอย่างที่เควสในเกมมอบหมายให้เราทำ และเกมเพลย์ค่อนข้างจบเร็วมาก เร็วจนผมงง เพราะแอบรู้สึกไม่คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปเท่าไหร่ เดี๋ยวผู้เขียนจะแยกวังวนของเกมนี้ ขยายความแยกย่อยให้เพื่อน ๆ ได้เห็นภาพว่าหลักการเล่นมันประมาณไหนนะครับไฟฟ้า - การเริ่มต้นในทุก ๆ แมปที่เราเข้าไปเล่นนั้น จะต้องเริ่มจากการสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น พลังงานลม (กังหัน), พลังงานน้ำ (กังหันน้ำ) และพลังงานนิวเคลียร์ ที่ใช้งานแตกต่างกันไปตามพื้นที่ แต่ผลลัพธ์เหมือนกันครับ ตัวเกมจะกำหนดจุดสำหรับวางสิ่งปลูกสร้างประเภทนี้ไว้ให้ เราไม่สามารถวางตามใจเราได้ และมีระยะทางการจ่ายไฟครับ กำจัดสารพิษ - หลังจากได้พลังงานไฟฟ้ามาแล้ว สิ่งที่ต้องทำอันดับต่อไปสำหรับเกมนี้ก็คือ การกำจัดสารพิษตกค้างในพื้นดินบริเวณรอบ ๆ ครับ จริง ๆ มันตกค้างทั้งแมปเลยนั่นแหละ แต่จุดที่เคลียร์ได้มันค่อนข้างจำกัด เพราะไอ้ตัวกำเนิดไฟของเรามันสามารถวางได้เป็นจุด ๆ  และจำกัด 1 เครื่องกำเนิดไฟสามารถวางสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เต็มที่ได้เพียง 6 หรือ 8 ชิ้นเท่านั้น (แล้วแต่แมป และการกำหนดกติกาของด่านนั้น ๆ) แถมมันยังวางติด ๆ กันไม่ได้อีก นี่แหละครับ เลยทำให้การเล่นเกมค่อนข้างต้องวางแผน เพราะเราจำเป็นต้องทำให้ที่ตรงนั้นถูกเคลียร์ให้ได้เยอะที่สุด เพื่อขั้นตอนถัดไปครับ เพราะทุกอย่างในเกมนี้คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ บางทีถ้าช่องว่างเหลือเยอะ ๆ ก็อาจจะทำให้ปูพื้นที่สีเขียวได้ไม่ครบตามจำนวนที่เกมต้องการ และเราจะผ่านไปเล่นในขั้นตอนต่อไปไม่ได้ครับ ปูพื้นที่สีเขียว - หลังจากกำจัดสารพิษในพื้นดินแล้ว ทีนี้เราก็จะมาวุ่นวายกับการปูหน้าดินครับ ไอ้ตรงนี้แหละก็เป็นส่วนสำคัญมาก ๆ เพราะเราจะได้ทรัพยากรใบไม้ในเกมมาใช้ซื้อของได้ ในเกมจะมีเปอร์เซ็นต์ให้ดูว่าเราปูพื้นที่ไปได้ถึงกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ครบ 100 เมื่อไหร่ ตัวเกมก็จะมีภารกิจการปลูกต้นไม้หรือสร้างสิ่งแวดล้อมประจำภูมิภาคนั้น ๆ ครับ บางแมปอาจจะไม่ใช่แค่การปูพื้นที่สีเขียวอย่างเดียว แมปหลัง ๆ เราอาจจะต้องเคลียร์สภาพน้ำให้สะอาดควบคู่ไปกับการปูหน้าดินด้วย เราถึงจะสามารถบรรลุภารกิจได้ครับการสร้างระบบนิเวศประจำถิ่น - เราจะมาเตรียมพื้นที่ให้เหมาะกับสภาพอากาศในโซนที่เราเล่นครับ ตรงนี้จะมีตารางเปอร์เซ็นต์ให้เราดูอยู่ทางด้านขวามือในเกม ว่าเราจะต้องเพิ่มอุหณภูมิหรือลดอุณหภูมิให้อยู่ที่เท่าไหร่, ในพื้นที่ควรมีป่าแบบไหนบ้าง, ควรมีบึงหรือมีป่าชายเลน ตัวเกมจะบอกเราหมดครับว่าต้องสร้างอะไรเป็นจำนวนเท่าไหร่ จะมีเกจบอกอยู่ว่าเราสร้างพื้นที่ป่าชนิดนี้เพียงพอแล้ว หลังจากทำครบทีนี้ตัวเกมจะให้เราไปพาสิ่งมีชีวิตมาอยู่อาศัยในพื้นที่ครับการส่องสัตว์ - เป็นระบบที่สนุกดีครับ คือเราจะต้องสร้างหอสังเกตการณ์สัตว์ขึ้นมาก่อน แล้วก็ต้องตามส่องมันในระบบนิเวศที่เราเพิ่งฟื้นฟูกลับขึ้นมาครบ 100% ตัวเกมจะมีรูปปริศนาพร้อมคำใบ้ครับ ว่าเจ้าสัตว์น้อยน่ารักพวกนี้มันชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน เมื่อเราพอจะรู้แล้วก็เอาเมาส์ไปจิ้มบริเวณที่เราเดาว่าสัตว์ชนิดนั้นจะอาศัยอยู่ได้เลย ถ้าเราเดาถูกทั้งหมดสัตว์พวกนั้นก็จะปรากฎขึ้นมาบนแผนที่ในบริเวณที่เราจิ้มไปครับ ใน 1 การทาย ต้องทายให้ถูกครบทั้งหมด จะ 2 หรือ 3 อย่างก็ขึ้นอยู่แต่ละชนิดของสัตว์ครับ เช่นผู้เขียนอยากหาหมีขั้วโลก เริ่มต้นมานั้นผมยังไม่รู้หรอกว่าหมีขั้วโลกต้องอยู่แบบไหน ผมก็จะเดา ๆ จากคำใบ้ ว่ามันต้องมีลานหิมะนะยู เท่านั้นยังไม่พอต้องติดกับน้ำแข็งด้วย แถมให้ด้วยอะตรงนั้นต้องมีกวางเรนเดียร์ด้วย เพราะต้องเป็นอาหารพี่หมี อันดับแรกเลยแสดงว่าเราต้องหากวางให้เจอก่อนครับ แล้วเราก็ไปสร้างลานหิมะ แถว ๆ ตรงที่มันมีลานน้ำแข็ง ที่พูดมานี่เหมือนจะง่ายแต่ไม่ง่ายนะฮะ สัตว์บางชนิดถ้าวางแผนการสร้างตั้งแต่เริ่มต้นมาไม่ดี บอกเลยบางทีได้กดเริ่มเล่นใหม่กันเลยครับแต่ถ้าเพื่อน ๆ ไม่ได้เป็นสายสะสมแบบผู้เขียนที่จะต้องเก็บสัตว์ให้ครบทุกชนิด จริง ๆ ตัวเกมมันให้หาแค่ 3 ตัว เราก็สามารถผ่านภารกิจได้แล้วครับการรีไซเคิล - อันนี้เป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนจะผ่านไปแมปต่อไปครับ เราแค่รื้อทุกสิ่งที่เราสร้างมาออก โดยการใช้เรือ รถไฟ หรือโดรนสำหรับรีไซเคิลครับ สิ่งปลูกสร้างของเราต่าง ๆ เราจะต้องเอาออกให้หมดก่อนถีงจะสามารถผ่านไปได้ ขั้นตอนนี้เราต้องสร้างญาณสำหรับย้ายที่รอไว้ด้วยครับ ไม่เช่นนั้นเราจะสร้างโรงรีไซเคิลไม่ได้ พอเก็บทุกอย่างออกจากระบบนิเวศที่เราฟื้นฟูกลับมาจนครบทุกชิ้น จะมีปุ่มสีแดงให้กด กดเมื่อไหร่ยานเราจะออกสตาร์ตไปด่านต่อไปทันทีครับระบบต่าง ๆ ภายในเกมTerra Nil เป็นเกมวางแผนการบริหารทรัพยากร ภาพ 2.5 มิติ น่ารักตะมุตะมิ มีมุมมองจากด้านบนลงมา หมุนภาพไม่ได้ และสามารถเล่นได้คนเดียว ระบบการบังคับต่าง ๆ ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยครับ เพราะใช้เมาส์เป็นหลัก เมาส์แบบออนลี ไม่มีคีย์บอร์ดมาเป็นแสตนด์อินใด ๆ นอกจากว่าเราจะอยากใช้ครับ ฮ่า ๆ ระบบ Toturial มีแทรกสอนอยู่ในเกมตลอดในช่วงแรกUI ต่าง ๆ ใช้งานง่ายครับ มีบางอย่างอาจจะน่ารำคาญไปบ้าง อย่างระบบส่องสัตว์ เพราะตอนส่องปิดเมนูไม่ได้ เลยทำให้มันบดบังทัศนียภาพในการหาสัตว์อยู่พอสมควรครับสรุปTerra Nil สำหรับผมนั้นมันยังไม่ใช่เกมสร้างเมืองในช่วงหลังโลกล่มสลายอย่างที่ผมวาดภาพในหัวเอาไว้ แต่มันเป็นเกมแนวบริหารทรัพยากรที่ต้องใช้หัวคิดอยู่พอสมควรครับ เกมไม่ได้ยากหรือง่ายเกินไป แต่ถามว่าตึงไหม มันจะเริ่มไปตึง ๆ แบบต้องกดเริ่มเกมใหม่อยู่บ่อย ๆ ตั้งแต่แมป 3 เป็นต้นไป ผู้เขียนจัดวางระบบนิเวศบางส่วนไม่ดีจึงทำให้เปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ มันขาดอยู่บ่อยครั้งครับ เกมยังมีบัคต่าง ๆ ให้ได้พบชวนงงอยู่บ้าง หรือผู้เขียนไม่แน่ใจว่า Dev เขาตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้หรือเปล่า สมมติถ้าเราเลือกเล่นโหมด Easy และเราได้ทรัพยากรเริ่มต้นมา 1000 แล้วเราปรับเป็น Hard ในเกม ตัวเกมก็จะยังให้ทรัพยากรเรา 1000 ไม่ได้ลดลงไปอยู่ที่ 500 เหมือนที่มันควรจะเป็น ตรงนี้ผมว่ามันก็ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ราคาเกม 549 บาท กับ 4 แมป + อีก 4 แมปที่ปลดล็อกหลังจบเกม ผมมองว่ามันยังดูว่ามันแพงเกินไป เล่นไปจนถึงแมป 4 ก็คิดว่ามันจะต้องมีแมป 5 สรุปว่า End Credit ขึ้นมา ผมนี่ ห๊ะ!!! จบแล้วเหรอ??? เพราะผมรู้สึกว่าเพิ่งเล่นได้แป๊บเดียวเอง จบซะละ  ฮ่า ๆ แต่ไม่เป็นไรครับ เกมนี้เขาแบ่ง 8% จากยอดขายไปบริจาคให้กับองค์กรปกป้องถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า ที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาด้วย เอองั้นโอเคผมยอมก็ได้ ถือว่าช่วยน้อน ๆ สัตว์ป่า และก็ถือว่ามันเป็นเกมที่เล่นได้เพลิน ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเลยด้วย ให้อภัยก็ได้ (แต่จบไวไปหน่อยอะมุแง้)สั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1593030/Terra_Nil/
08 May 2023
[Review] รีวิวเกม Big Ambitions สวมวิญญาณ CEO บริหารธุรกิจแบบสมจริง
Big Ambitions เป็นเกมที่เราจะต้องมารับบทเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในเมืองใหญ่ครับ เริ่มตั้งแต่ทำงานเล็ก ๆ ตามร้านค้าทั่วไป ทำงานหาเงินในเกมจนขยับขยายชีวิตตัวเองไปจนถึงจุดที่ว่าเราจะกลายเป็นนักธุรกิจท่านหนึ่ง ตัวเกมจะให้เราสวมบทบาทเล่นตามเนื้อเรื่องที่สมมติขึ้นมาเพื่อจำลองให้เราได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ของการมีชีวิต ให้ได้รู้กันไปเลยว่ากว่าจะประสบผลสำเร็จได้มันต้องประกอบไปด้วยตัวแปรอะไรบ้าง นี่แค่ไปดูข้อมูลมานิด ๆ หน่อย ๆ ก่อนเล่นก็ได้แต่ร้องว้าวซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัว ฮ่า ๆ วันนี้ผมตั้งใจเลยว่าจะต้องเล่นมันให้ได้ แต่ไม่รู้ว่าเกมเพลย์จะเป็นอย่างที่ใจหวังไว้ไหมBig Ambitions ลงวางขายใน Steam แบบ Early Access เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2023 เกมเพิ่งออกมาได้ไม่กี่เดือนเองฮะ มาดูกันดีกว่าว่าถ้าได้ไปเล่นมันด้วยตัวเอง มันจะดึงดูดผู้เขียนได้สักแค่ไหนกันเชียว (คาดหวัง ๆ)เกมเพลย์ต้องว่างจริง ๆ ถึงเล่นได้Big Ambitions เป็นเกม Life Sims แบบ RPG ผู้เขียนเลือกเล่นแบบ Story Mode นะครับ เพราะ Custom Mode นั้นไม่เหมาะสำหรับผู้เล่นใหม่ เริ่มต้นมาเราจะได้เล่นเป็นเด็กหนุ่ม / เด็กสาว (แล้วแต่เราจะเลือกสร้างตัวละครครับ) อายุ 18 คนหนึ่ง ที่คุณย่าของเขาได้จากไป และในงานศพนั้นจะมีลุงของเขายื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือเด็กหนุ่มที่หลงทางอย่างเรา ว่าจะต้องเริ่มทำธุรกิจอย่างไร ช่วงแรกลุงจะเป็นคนแนะนำและไกด์ให้เราทุกอย่างเลยครับ ตั้งแต่ให้เริ่มไปสมัครงานก่อน เพื่อที่จะได้มีรายได้ที่สม่ำเสมอ และยื่นกู้กับธนาคารได้ เล่นมาถึงตรงนี้ผมนี่ว้าวเลยฮะ ทุกอย่างสมจริงเป็นอย่างมาก มีการสร้างสเตทมง เสตทเมนต์ ฮ่า ๆ หลังจากกู้เงินผ่านแล้วจะต้องทำอะไรบ้าง ลุงแกก็สอนเราแบบไม่หวงวิชาเลยสักนิด เดี๋ยวผมจะแยกย่อยให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันว่าหลังจากเรากู้เงินธนาคารมาแล้ว เราสามารถเอาชีวิตรอดไปกับโลกทุนนิยมของเกมได้ไหม ตามไปอ่านต่อกันได้เลย(เรากับลุงไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เด็กหนุ่มเลือกที่จะไว้วางใจลุงของเขา เพราะยังไงก็คือญาติกัน และเขาต้องการยืนด้วยลำแข้งของตัวเองครับ)ที่อยู่อาศัย - เริ่มแรกเราต้องเช่าห้องพักสำหรับอยู่อาศัยครับ ในเริ่มต้นนั้นเราจะได้เงินสำหรับการตั้งตัวมา 10,000$ หลังจากนั้นเราต้องเปิดแผนที่ตามที่ลุงสอน และเลือกห้องพักที่ถูกใจ (ตรงนี้ทำตามเควสไปเรื่อย ๆ ได้เลยครับ)ในห้องพักเราจำเป็นต้องมีตู้เย็นเอาไว้ใส่อาหารครับ เพื่อที่จะได้มีข้าวกินสำหรับเพิ่มพลังงาน (ลุงจะแนะนำให้เราไปซื้อ) ในส่วนนี้เราสามารถตบแต่งห้องของเราได้ แต่เราต้องไปซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก่อนครับ (อุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ได้ถูกขายอยู่ในร้านเดียวกัน ตรงนี้เดี๋ยวลุงจะสอนเราว่าร้านไหนขายอะไรบ้าง)เช่น อย่างตู้เย็นเราอาจจะต้องไปซื้อที่ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า, โต๊ะเก้าอี้เราอาจจะต้องไปซื้อที่ร้านอุปกรณ์ออฟฟิซ ซึ่งบอกเลยว่าเกมนี้เราจะหมดเวลาไปกับการเดิน เดิน และเดิน เอาง่าย ๆ ว่าเดินจนเบื่อจะเล่นอะครับ ฮ่า ๆ เตียงนอนนั้นจะมีมาให้เราอยู่แล้ว เอาไว้มานอนเวลาเราต้องการจะ Skip เวลาในเกมให้มันไวขึ้นครับ สามารถตั้งปลุกไปในช่วงเวลาที่เราต้องการในวันถัดไปได้ และก็เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับตัวละครของเราด้วยเราสามารถโยกย้ายที่พักอาศัยได้ตามกำลังทรัพย์ และความสะดวกในพื้นที่ เอาเป็นว่าถ้าเราเริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเองแล้ว ควรเช่าตึกสำหรับทำธุรกิจของเราให้อยู่ใกล้ ๆ กับที่พักอาศัย ไม่เช่นนั้นเราจะเบื่อเกมนี้เร็วมาก ๆ เดินกันให้มันเป็นเส้นเลือดขอดไปเล้ยยยยการซื้อของ การสต็อกของ - ผมรวมเอามาไว้ด้วยกันเลย เพราะทำทุกอย่างเหมือนกันครับ การซื้อของใส่ตู้เย็นเพื่อเก็บเอาไว้กินนั้นเราสามารถหาซื้อได้ที่ร้าน Supermarket หรือ มินิมาร์ต เมื่อเข้าร้านไปอย่างแรกที่ต้องทำเลยคือหยิบตระกร้า เพราะยังไงเราต้องซื้อมากกว่า 1 ชิ้นอยู่แล้ว ถ้าเราจะถือของในมือ มันจะจำกัดแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นครับ เมื่อได้ของแล้วก็ถือถุงเดินกลับบ้าน หรือจะเรียกแท็กซี่กลับบ้านก็ได้ แต่เสียเงินและต้องรอแท็กซี่ผ่านมาครับส่วนการซื้อของไปทำธุรกิจนั้นก็ต้องไปตามร้านขายส่งต่าง ๆ ซื้อตู้เย็นสำหรับขายโซดา, เตาเบอร์เกอร์, ตู้สำหรับวางเครื่องคิดเงิน, เครื่องคิดเงิน, ชั้นขายของ, และอุปกรณ์การทำความสะอาด การสต็อกของเราก็นำของที่ซื้อเดินไปใกล้ ๆ กับอุปกรณ์ครับ เช่นตู้น้ำโซดา - เอาโซดาแล้วเดินไปกดที่ตู้ โซดาทั้งหมดที่ซื้อมาจะถูกสต็อกอยู่ภายในตู้ให้ลูกค้าซื้อ หลังจากหมดแล้วเราต้องไปซื้อของมาเติมใส่ตู้ใหม่ ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ หลัง ๆ จะสะดวกขึ้นมาหน่อยตอนเรามี Warehouse แล้วของจะถูกเติมให้เองแบบอัตโนมัติเตาเบอร์เกอร์ เตาไส้กรอก ชั้นวางของสำหรับขายของขวัญ เราก็ทำเหมือนกับตู้โซดาได้เลยครับพาหนะ - เล่นไปเรื่อย ๆ ลุงของเราจะให้รถคันเก่าของเขามาใช้ครับ บอกเลยว่าไม่ค่อยปลื้มระบบขับรถเท่าไหร่ เพราะสมจริงมาก ๆ มันทำให้การเล่นเกมโคตรจะเสียเวลา ตอนแรกก็คิดว่าจะช่วยให้เร็วขึ้นครับ แต่นั่งแท็กซี่บอกเลยว่าไวกว่าเยอะ จอดไม่ดีก็เสียค่าปรับ ชนอะไรก็ไม่ได้เพราะค่าซ่อมแพงมาก ๆ ถึงแม้จะฝ่าไฟแดงได้เพราะในตอนนี้ยังไม่โดนใบสั่งจากการทำผิดกฎจราจร แต่ถ้าโดนรถคันอื่นชนขึ้นมาก็ไม่คุ้มกับค่าซ่อมอยู่ดีครับ บางทีรถติด เราก็ต้องติดอยู่กับมันแบบนั้นด้วย ในชีวิตจริงก็เบื่อแย่แล้วเรื่องรถติด ต้องตามมาเจอในเกมอีก สมจริงสุด ๆ ถึงแม้รถของเราจะขนของได้เยอะ แต่เราก็ต้องเดินมาขนออกจากรถทีละกล่อง ทีละกล่อง ซึ่งมันเป็นอะไรที่เสียเวลาชีวิตมากครับ แท็กซี่จึงตอบโจทย์ผู้เขียนมากกกกกกสำหรับเกมนี้ คือดีตรงที่ว่าเราสามารถเข็นรถเข็นออกมาจากร้านค้าต่าง ๆ ได้เลย แล้วเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งตามจุดที่เราต้องการ พอลงรถรถเข็นก็จะมากับเราด้วย (ซึ่งตรงนี้ไม่รู้ว่าเป็นบัคหรืออะไร) เข็นรถเข้าไปในร้านของเราได้เลย แล้วก็ค่อย ๆ หยิบกล่องสินค้าที่เราซื้อมาทีละกล่องไปลงสต็อกในร้านของเรา บอกเลยว่าแท็กซี่สะดวกกว่าขับเองเป็นอย่างมาก แต่แค่ต้องเสียค่าโดยสารอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมก็เลือกใช้วิธีเดินบ้าง เรียกแท็กซี่บ้างตามสถานการณ์การเงินในตอนนั้นครับการจ้างพนักงาน - เราจะต้องไปเรียนหลักสูตรการจัดการขั้นพื้นฐานจนจบหลักสูตรครบ 100% เสียก่อน ในส่วนนี้ถึงจะปลดล็อกครับ หลังจากเรียนจบแล้วให้ไปที่ศูนย์จัดหางาน แจ้งความจำนงค์ต่อเจ้าหน้าที่ไปครับว่าเราต้องการพนักงานอะไรบ้าง เพื่อไปทำงานที่ร้านไหนของเรา เจ้าหน้าที่เขาจะขอเวลาหาคนครับ เมื่อหาได้แล้วจะมี SMS แจ้งเราเข้ามาทางโทรศัพท์ ในครั้งแรกเราจะต้องไปพบกับเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์จัดหางานก่อนครับ หลังจากนั้นถ้าเราต้องการรับสมัครพนักงานเพิ่ม เพื่อไปทำงานร้านอื่น ๆ ของเรา ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านมือถือของเราได้เลยครับระบบต่าง ๆ ภายในเกมBig Ambitions เป็นเกมแนว Life Sims บริหารจัดการแบบ RPG ได้เดินผจญภัยไปตามเมืองแมนฮัตตัน (ในเกมมีเขียนว่าเป็นย่านนั้นนะครับ) มีมุมมองจากด้านบนลงมา หมุนได้ 360 องศา ภาพเป็นการ์ตูน 3D บังคับตัวละครได้อิสระการบังคับในเกมใช้เมาส์ในการบังคับตัวละครครับ จิ้มให้เดินไปตามทิศทางที่ต้องการ ส่วนถ้าตอนเราขับรถจะใช้ปุ่ม W,A,S,D ในการบังคับทิศทาง ซึ่งสร้างความสับสนให้ผมตลอดทั้งเกม ระบบ Toturial มีสอนระบบต่าง ๆ ให้เราอยู่ตลอด โดยลุงของเราเองUI ต่าง ๆ สวยงามดีครับ ใช้งานง่ายไม่ว่าจะเป็นระบบเปิดปิดร้าน จัดตารางเวลาลูกจ้าง การขายอสังหาริมทรพย์ แผนที่อะไรต่าง ๆ ออกแบบมาให้ใช้งานไม่ยาก และดูไม่รกตาครับสรุปBig Ambitions สำหรับผู้เขียนนั้นต้องขอบอกกันตามตรงว่าเป็นเกมที่น่าเบื่อมาก ๆ เหมือนเกมโฟกัสไปในจุดที่ไม่ควรโฟกัส เพราะด้วยความที่มันไม่สุดไปสักทาง จะเป็น Life Sims ก็ครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะมีระบบให้ตบแต่งห้องนอน ร้านค้าต่าง ๆ ของเราก็จริง แต่ก็ไม่รู้จะแต่งไปทำไม ตัวเลือกของตบแต่งก็มีน้อย ทำอะไรกับตัวละครก็ไม่ได้ ได้แค่กินกับเดินไปเดินมา เอาจริง ๆ ผมไปเล่นเดอะซิมส์ยังได้ฟีลลิงที่ดีกว่า ถ้าบอกว่าเกมนี้ไม่ใช่เดอะซิมส์แต่เป็นเกมทำธุรกิจ ก็เป็นธุรกิจที่ไม่ได้เจาะลึกอะไรมากมาย เล่นง่าย ๆ เหมือนเด็กเล่นขายของ ถึงจะเปิดร้านที่เป็นธุรกิจคนละประเภทกัน แต่การทำธุรกิจซื้อของอะไรต่าง ๆ เข้าร้าน มันดันทำออกมาเป็นแนวเดียวกันเลย การเรียนรู้เกี่ยวกับธุรกิจก็ไม่ลึกมาก สร้างความเบื่อหน่ายเวลาไปซื้อของมาสต็อก ซึ่งช่วงหลัง ๆ อาจจะดีขึ้นหน่อยตรงที่มี Warehouse ซึ่งของเติมให้เองการสต็อกของน่าเบื่อเกิดจากอะไร เกิดจากการที่ต้องขับรถถูกกฎจราจร ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ที่จะต้องตรงเป๊ะตลอดเวลาในเกม ชีวิตจริงรถติดก็เครียดจะตายอยู่แล้ว นี่ยังจะต้องมาเจอในเกมอีก ต้องกังวลว่าจะชนเพราะค่าซ่อมแพง ต้องจอดให้ดีเพราะโดนค่าปรับ แต่ยังดียังมีแท็กซี่ให้เรียก ช่วงได้รถมาใหม่ ๆ ผมนี่เดินล้วนครับไม่ไหวจะซ่อม ฮ่า ๆเอาเป็นว่านี่เป็นแค่ระบบในเกมส่วนหนึ่งที่ผมเอามายกตัวอย่างเพื่อเขียนรีวิวให้เพื่อน ๆ ได้คัดกรองเกี่ยวกับเกมนี้เบื้องต้นว่าควรซื้อดีหรือไม่ซื้อดี ในส่วนนี้มันเป็นแค่ความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น เพื่อน ๆ ไปเล่นอาจจะมองอีกมุมมองหนึ่งก็ได้ คนเราชอบไม่เหมือนกันครับ ถามว่าเกมแย่ไหมก็ไม่ได้แย่แค่มันไม่ถูกกับจริตของผมเท่านั้นเอง ใครสนใจสามารถไปสั่งซื้อใน Steam ได้ 455.39 บาท แต่ผมว่าราคาแอบแรงไปหน่อย ใครรอได้ไปรอซื้อตอนลดราคาดีกว่าครับ อาจจะเพราะด้วยความที่มันเป็น Early Access ตัวเกมมันก็อาจจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์ ถ้า Dev Update ต่าง ๆ ได้ตาม Roadmap ที่วางไว้ หรือแก้ไขส่วนที่ไม่สมเหตุสมผลบางอย่าง ในอนาคตเกมนี้อาจจะเป็นเกมที่สนุกกว่านี้ก็ได้ครับสำหรับผมสั่งซื้อhttps://store.steampowered.com/app/1331550/Big_Ambitions/
05 May 2023
[พรีวิว] XDefiant เกมยิงเล่นฟรี ความหวังใหม่ของเกมออนไลน์จากค่าย Ubisoft
ต้องบอกว่าทาง Ubisoft ไม่เคยย่อท้อในการผลักดันเกมออนไลน์ประเภท Live Services หลังจากล้มเหลวไปแล้วกับ Hyper Scape เมื่อปี 2021 ตอนนี้ Ubisoft กลับมาอีกครั้งกับ XDefiant เกมยิงเล่นฟรีที่มาในสไตล์ Call of Duty แถมได้กระแสตอบรับที่ดีซะด้วย หลังจากเปิดทดสอบไปแล้ว ตัวเกมจะเป็นยังไง มาดูพรีวิวจากทางเรากันก่อนจะมาเป็น 'XDefiant'ย้อนไปเมื่อช่วงกลางปี 2021 ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันกับที่ Hyper Scape เปิดตัว Ubisoft ได้ประกาศเปิดตัว Tom Clancy's XDefiant ซึ่งมีคอนเซปต์เป็นการนำเอากลุ่ม Factions ต่าง ๆ จากเกมซีรีส์ Tom Clancy มารวมกันเป็นเกมยิงแบบ Team Base Shooter แน่นอนว่าตัวเกมได้รับกระแสตอบรับที่ไปในแง่ลบซะส่วนมาก พร้อมโดนติติงว่า เหมือนเอาชื่อ Tom Clancy มาหากินเฉย ๆ ทำให้ทาง Ubisoft ตัดสินใจเลื่อนการเปิดทดสอบออกไป และหายเข้ากลีบเมฆไปยาวกว่า 1 ปีเต็มในปี 2022 Ubisoft ประกาศสั่งยกเลิกเกมหลายเกมในโครงการไปเพียบ แต่หนึ่งในเกมที่ยังอยู่รอดก็คือ XDefiant โดยประกาศว่าตัวเกมจะเปลี่ยนชื่อเกมใหม่ โดยตัด Tom Clancy ออก เหลือไว้เพียงคำว่า XDefiant ก่อนจะประกาศว่าจะมีการทดสอบภายใน ในช่วงต้นปี 2023 และเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา XDefiant ก็พร้อมเปิดให้เล่นช่วง Beta Test โดยแจกโค้ดเข้าร่วมทดสอบตามสื่อต่าง ๆ และที่น่าเหลือเชื่อคือตัวเกมได้รับกระแสตอบรับที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียวความมุ่งมั่นจะเป็นเกม Live Services และกลิ่นอาย Call of DutyXDefiant เป็นผลงานเกมที่ได้สองผู้กำกับมากฝีมือมากำกับ คนแรกคือ Mark Rubin อดีตทีมงานของ Infinity Ward ที่เคยทำเกมดัง ๆ อย่าง Call of Duty: Modern Warfare ต้นฉบับทั้งสองภาค และอีกคนคือ Jason Schroeder ดังนั้นอย่าแปลกใจ ถ้าใครที่เคยผ่านไปเห็นเกมเพลย์แล้วมีความรู้สึกว่ามันช่างคล้ายคลึงกับ Call of Duty เสียเหลือเกิน เหมือนเดิมกับที่ Ubisoft หมายมั่นปั้นมือไว้ ก็คือพวกเขาพยายามจะหาเกมสักเกมที่สามารถขายได้ในระยะยาวผ่านการอัปเดตเป็นฤดูกาล แต่อย่างที่เรารู้กัน สมัยนี้เกม Live Services ตัวโหดก็ยึดบัลลังก์ไว้แทบหมด ไม่ว่าจะเป็น PUBG, Apex Legends, Fortnite และนี่อาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ Hyper Scape มันล้มเหลวในตอนแรก ทำให้คราวนี้ พวกเขาเลือกที่จะทำให้เกมเข้าถึงง่ายด้วยเกมเพลย์แบบ Old School เน้นยิงกันมัน ตายกันไว เกิดก็ไว ให้ผู้เล่นเอ็นจอยกับตัวเกมได้ง่ายที่สุด และเป็นสิ่งที่ Call of Duty ภาค Modern Ware ทั้งสองภาคทำได้ ก็คือเกมเพลย์ที่เข้าถึงง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน ให้ผู้เล่นสนุกไปกับตัวเกม ใครที่ได้ลองช่วงทดสอบมาแล้วจะรู้เลยว่า นี่คือกลิ่นอายของ Call of Duty ภาคเก่า ๆ จริง ๆ  แต่น่าแปลกใจที่แม้เกมจะเปิดต้วช้ามาก เรียกได้ว่ากว่าจะได้เล่นกันจริง ๆ ก็เกือบสองปีจากประกาศแรก แต่ฟีดแบคจากผู้เล่นนั้น ค่อนข้างไปในทางที่ดี ซึ่งเราจะเล่าประสบการณ์เกมเพลย์ในช่วงเบต้าให้ได้ดูกันโหมดเกมสุดคลาสสิค ระบบการเล่นสุดคลาสสิคและร่วมสมัยในเวลาเดียวกันในขณะที่เกม Shooter สมัยใหม่ พยายามจะแหวกแนวด้วยอะไรก็ตาม Ubisoft เลือกที่จะนำความ Old School กลับสู่เกมนี้ ด้วยกลิ่นอายความคลาสสิคทั้งระบบและโหมดเกมเพลย์การเล่น แต่ใส่ความร่วมสมัยเข้าไป อย่างเช่น Role ของตัวละคร โดยเกมนี้แบ่งออกเป็น 5 หน่วยรบ อ้างอิงจากหน่วยรบต่าง ๆ ในจักรวาลเกมของ Ubisoft ได้แก่ กองกำลัง Libertad จากเกม Far Cry 6 / หน่วยรบ Phantoms จาก Ghost Recon / หน่วย Echolon จาก Splinter Cell / Cleaners จาก The Division และ DedSec จาก Watch Dogs โดยหน่วย DedSec ไม่ได้เปิดให้เล่นในช่วงทดลองนี้ แต่ละหน่วยเองก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป เช่น Libertad จะมีความสามารถในการฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับทีม หรือ Phantoms สามารถสร้างโล่และเสริมความแข็งแกร่งชั่วคราวได้ ทำให้หากอธิบายภาพรวมให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น มันก็คือเกม Call of Duty ที่มีสกิลให้กดใช้งาน และรุกรับพลิกผันกันด้วยจังหวะการใช้สกิลด้วย แต่หลัก ๆ แล้ว ใครยิงคมกว่าก็ได้เปรียบอยู่ดี เพียงแต่ในเกมนี้ ปัจจุบันยังไม่มีระบบกดคนเล่นใหม่ซะยับเยินแบบ Killstreak หรือ Scorestreakในด้านโหมดการเล่น ในช่วงทดสอบหลัก ๆ จะมีให้เล่นกันอยู่ 4 โหมดคือ Escort โหมดการคุ้มกันหุ่นยนต์ไปให้ถึงที่หมาย คล้าย ๆ การดัน Payload ใน Overwatch / Zone Control โหมดยึดพื้นที่คล้าย ๆ โหมด Domination แต่จะมีพื้นที่ทั้งหมด 5 จุดให้ยึด / โหมด Domination อันนี้แฟนเกม Call of Duty ทุกคนต้องเคยเล่นกันอยู่แล้ว และ Occupy ที่คล้าย Domination แต่จะมีจุดเดียวให้ยึด สลับกันไปเรื่อย ๆ ซึ่งยังมีโหมดแยกย่อยที่หมุนเปลี่ยนเวียนมาให้ได้เล่นกันอย่างต่อเนื่อง ใครอยากเล่นโหมดไหนก็ไปทางโหมดนั้นได้เลยสำหรับเกมเพลย์การเล่น ก็จะเป็นการแบ่งทีมแล้วสู้กันตามเงื่อนไขของโหมดนั้น ๆ ในด้านของ Gunplay ต้องบอกเลยว่า ใครเล่น Call of Duty มาก่อน จะปรับตัวได้ไม่ยาก แต่ในด้าน Movement และการเคลื่อนไหวนั้น จะค่อนข้างใช้ของเกมยุคเก่า ยังมีการสไลด์ตัวอยู่ ตัวละครแต่ละตัวจะมีสกิลและความสามารถให้กดใช้ รวมไปถึงท่าไม้ตายประจำคลาสนั้น ๆ การจะเร่งใช้ท่าไม้ตายหรือสกิล คือการยิงกำจัดศัตรู ทำให้ระบบตรงนี้มีความคล้ายคลึงกับ Scorestreak อยู่บ้าง แต่ความสามารถของเราจะไม่โกงขนาดนั้น แค่การใช้สกิลได้บ่อยขึ้น ไม่ได้ทำให้เราเก่งขึ้น เพราะสกิลของแต่ละหน่วยมีความสามารถไม่เหมือนกัน แต่จากการเล่นรอบทดสอบ บอกได้เลยว่า หลายสิ่งหลายอย่าง อาจจะต้องมีการปรับสมดุลและบาลานซ์กันพอสมควร โดยเฉพาะการฟื้นฟูพลังชีวิตของหน่วย Libertad ที่เลือดเด้งได้แบบโหดมาก ยิงไม่ตาย เอากันไม่ลงสักทีภาพรวมของ XDefiant นั้น ถือว่าออกแบบ Gunplay มาได้ค่อนข้างสนุก ด้วย TTK (Time to Kill) ที่ค่อนข้างต่ำมาก ยิงตายกันไวเป็นใบไม้ร่วง แต่ก็เกิดใหม่กันไวมาก ไม่มีจังหวะไหนที่รู้สึกว่าสะดุดเลย แต่ใครที่ไม่ชินกับเกมเพลย์เร็ว ๆ อาจจะต้องปรับตัวกันสักหน่อย เกมนี้ความเร็วในการยิงปะทะกันนั้น ระดับน้อง ๆ Call of Duty เลยก็ว่าได้ระบบ Progression ของตัวปืนในแบบของ Call of Dutyก็สมกับที่เป็นอดีตคนทำ Call of Duty มาทำเกมใหม่ทั้งที นอกจากเกมเพลย์จะมีความเหมือนกันแล้ว ระบบ Progression หรือแม้กระทั่งความคืบหน้าเองก็ยังเอาของ Call of Duty มาต่อยอดด้วย นั่นคือระบบที่จะทำให้คุณ Grinding กันแบบยับ ๆ เพื่อปลดล็อค Attachment ของปืนกระบอกนั้น ๆ โดยวิธีการอัปเลเวลปืน ก็คือการเอาปืนกระบอกนั้นไปใช้งานด้วยการยิงคน ทำสกอร์เยอะ ๆ เบื้องต้นเกมไม่ได้ระบุชัดเจนว่า การทำ Objective นั้น ได้คะแนนเสริมด้วยหรือไม่ แต่หลัก ๆ คือการใช้ปืนนั้น เอาไปเล่นให้บ่อย เมื่อเลเวลปืนอัปแล้ว เราจะสามารถเข้าถึง Attachment หรือของแต่งปืนใหม่ ๆ ได้มากมาย ซึ่งจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้เล่นอยากแต่งปืนของตัวเองให้ออกมาเป็นแบบไหน แต่แน่นอนว่าในตอนนี้ ของแต่งปืน และอุปกรณ์ทั้งหลาย ยังไม่เทียบเท่ากับอื่น ๆ แน่นอน เพราะอยู่ในช่วงทดสอบ และคาดว่าระบบนี้น่าจะมีการปรับปรุงกันอีกเยอะพอสมควรเลยทีเดียว เพราะลำพังแค่การปลดล็อคอาวุธอาจไม่มีแรงจูงใจพอให้คนอยู่กับมันได้นาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เกมนี้เหมือนเป็นการโคลนนิ่งระบบต่าง ๆ ของเกอื่น ๆ มาแทบจะทั้งหมด ทำให้เกิดข้อเสียที่คิดไม่ถึงเลยคือ เราเหมือนไม่ได้เล่นเกมใหม่เลย เหมือนเหล้าเก่าในขวดใหม่มากกว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องรอดูกันไปว่า ในช่วงเปิดให้บริการจริงของ XDefiant นั้น จะออกมาเป็นยังไง แต่อย่างน้อยฟีดแบคของเกมนี้ก็ออกมาในทางที่ดี ซึ่งอาจจะทำให้ Ubisoft ชื่นใจขึ้นมาบ้าง หลังจากผลงานในยุคหลังโดนคำครหาไปเยอะพอสมควร เอาไว้ตอนเกมเปิดจริง ๆ เรามารอดูกันอีกทีว่าเกมนี้จะเป็นยังไงในอนาคต
29 Apr 2023
[Review] รีวิวเกม Star Wars Jedi: Survivor ภาคต่อเกมเจได Souls Like ถึงไม่ใหม่ แต่เร้าใจไม่แพ้เก่า
ถ้าให้ยกหนึ่งในเกมจากแฟรนไชส์ Star Wars ที่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมาก ๆ ชื่ออันดับต้น ๆ ในลิสต์ก็คงจะเป็น Star Wars Jedi: Fallen Order เกมแนว Action Adventure จากทาง Respawn Entertainment ค่ายเกมดังที่สร้าง Titanfall และ Apex Legends จัดจำหน่ายโดยทาง EA ซึ่งอ้างอิงจากทางร้านค้า Steam ตัวเกมได้คะแนนคำวิจารณ์ในทางบวกสูงถึง 85% เหตุผลก็เพราะว่าตัวเกมได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมเพลย์ใส่กลิ่นอายของความเป็นเกมแนว Souls Like เข้าไปและมันกลับกลายเป็นดีอย่างมาก เพราะเราจะต้องเรียนรู้การโจมตีของศัตรู ต้องใช้ไหวพริบในการต่อสู้มากกว่าเกมก่อน ๆ ของแฟรนไชส์ที่เน้นการฟัน ๆ แบบ Hack and Slash และในปี 2023 ทางผู้พัฒนาก็ได้ต่อยอดความสำเร็จสร้างเกมภาคต่อในชื่อว่า Star Wars Jedi: Survivor ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH ก็ได้มีโอกาสทดลองเล่นเกมนี้จนจบแล้วและจะมีรีวิวตัวเกมนี้ว่ามันจะยอดเยี่ยมเท่ากับเกมภาคแรกหรือไม่กราฟิก / การนำเสนอสำหรับตัวกราฟิก ในภาคนี้ก็จะยังใช้โมเดลเดิมดั่งในภาคแรก แน่นอนว่าพอดูด้วยตาเปล่าก็อาจจะ แต่ผู้พัฒนาก็ได้ใส่รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งในแง่ของแสงเงาที่มากขึ้น รายละเอียดที่มากขึ้น ยิ่งในช่วงของฉาก Cutscene เหล่าตัวละครนี่แทบจะเป็นเหมือนคนจริง ๆ แล้ว อีกสิ่งทีน่าสนใจก็คงจะเป็นในด้านแอนิเมชั่นของตัวละครที่การขยับตัวท่าทางต่าง ๆ จะมีรายละเอียดที่มากขึ้นด้วยรวมถึงขนาดของแผนที่ที่ใหญ่มากกว่าเดิมถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ Open World แต่ตัวแผนที่จะมีโซนพื้นที่กว้างให้เราสำรวจได้เยอะมาก ๆ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คงจะเป็นการ Optimise ตัวเกม ซึ่งผู้เขียนนั้นเล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 5 เป็นคอนโซลรุ่นปัจจุบัน แต่ตัวเกมไม่สามารถรันเฟรมเรทนิ่ง ๆ 60 FPS ได้เลย ยิ่งในเวลาที่อยู่ในพื้นที่กว้างเราจะเห็นการกระตุกอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันค่อนข้างส่งผลต่อการเล่นพอสมควร เพราะว่าเกมที่มีกลิ่นอาย Souls Like ถ้ากระตุก หรือบังคับไม่ได้ดั่งใจนิดเดียว มันอาจจะส่งผลทำให้เราตายได้เลย เนื้อเรื่องสำหรับเนื้อเรื่องของเกม Star Wars Jedi: Survivor จะเล่าเรื่องราวหลังจาก 5 ปีของเกมภาคแรก ซึ่งไทม์ไลน์จะอยู่ระหว่างภาพยนตร์ภาค 3 และ 4 ยังติตตามตัวละครเดิมอย่าง Cal Kestis เจไดหนุ่มที่ยังทำหน้าที่ในการต่อสู้กับเหล่า Empire มาตลอด แต่ในภาคนี้พวกเขานั้นก็ได้มีจุดหมายใหม่ในการค้นหาดวงดาวใหม่อย่าง Tannalor ที่อาจจะเป็นความหวังของการอยู่รอดของเหล่าเจไดจากที่ได้ลองเล่นมาเนื้อเรื่องหลักของเกมมากกว่า 70% จะเป็นการตามล่าหาเข็มทิศที่เป็นอุปกรณ์ในการไปยังดวงดาวแห่งนี้ ซึ่งยอมรับตามตรงว่าตัวเนื้อเรื่องทำออกมาได้ค่อนข้างจืดชืดเป็นอย่างมาก การผจญภัยต่าง ๆ ก็ดูค่อนข้างรวบรัดมากเกินไป สิ่งเดียวที่น่าสนใจก็คงจะเป็นมิติของตัวร้ายที่ทำออกมาได้ไม่แย่เลย พวกเขานั้นมีอุดมการณ์และมีเหตุผลในสิ่งที่ทำ ถึงแม้ว่าบทของบางตัวละครจะมีไม่เยอะมากก็เถอะแต่พอเกมดำเนินเรื่องราวมาถึงช่วง 3-4 ชั่วโมงท้าย กราฟต์ความสนุกและความเข้มข้นของเกมก็พุ่งสูงปรี๊ดดดดด และสุดท้ายก็ทำให้เราเข้าใจถึงแง่ประเด็นจริง ๆ ที่ผู้พัฒนาต้องการจะเล่า ที่จะพูดถึงการอยู่รอดของเหล่าเจไดจากการตามไล่ล่าของ Empire ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีการของตัวเอง หรือเหตุผลของตัวเองแตกต่างกันไป นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเกมภาคนี้ถึงใช้ชื่อว่า Star Wars Jedi: Survivor จากตอนแรกที่รู้สึกผิดหวังกับเนื้อเรื่อง กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ทำเนื้อเรื่องออกมาได้ไม่เลวเลยเกมเพลย์ระบบการต่อสู้สำหรับใครที่เคยเล่นเกมภาคแรก ตัวเกมไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมแต่ใดเลย กับสไตล์เกมเพลย์ที่ผสมผสานความเป็น Souls Like เข้ามา การต่อสู้แต่ละครั้งตัวเรานั้นจะต้องจับจังหวะการโจมตีของศัตรู เราจะต้องใช้ดาบบล็อคการโจมตี หรือแดชหลบ การต่อสู้แต่ละครั้งเราจะต้องตั้งสติและพยายามให้ตัวเองเสียเลือดน้อยที่สุด ถือว่าเป็นแฟรนไชส์ที่ยากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ผู้พัฒนาเองก็ไม่ได้ใจร้ายกับคนที่เล่นเกมแนวนี้ไม่เก่งนะครับ เพราะตัวเกมยังมีระดับตัวเลือกความยากให้เรานั้นสามารถเข้าไปสนุกกับเนื้อเรื่อง รวมถึงยังสามารถสนุกกับเกมในโหมดที่ง่ายขึ้นได้ รวมถึงทางผู้พัฒนายังมีระบบตัวเลือกใหม่อย่าง Jedi Padawan ซึ่งจะเป็นระดับที่ต่ำกว่า Jedi Knight ที่ภาคที่แล้วเป็นระดับความง่ายรองลงมาจาก Story Mode เพราะผู้พัฒนาเผยว่ามีหลายคนที่ได้เล่นโหมดนี้แล้วยังยากเกินไปนั่นเองสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาอีกก็คือรูปแบบของ Lightsaber ที่ในภาคนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 5 รูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีท่วงท่าการต่อสู้ ประสิทธิภาพแตกต่างกันไป Single Blade ดาบสไตล์ปกติที่จะมีประสิทธิภาพอยู่ระหว่างกลางในทุกอย่าง, Dual Blade ดาบคู่เป็นอาวุธที่เน้นโจมตีแบบรวดเร็ว, Double Bladed ดาบปลายหัวท้ายที่จะเน้นโจมตีแบบหมู่, Cross Guard Blade จะเป็นอาวุธที่ตีช้า แต่รุนแรงมาก และ Bluster and Blade เป็นการผสมผสานระหว่างการใช้ดาบและปืน ซึ่งจะสามารถทำดาเมจได้ไกล แต่จะทำดาเมจเบา โดยเราจะสามารถเลือกรูปแบบดาบไปใช้ในการต่อสู้ได้เพียงแค่ 2 รูปแบบเท่านั้น แต่ถ้าเจอจุดเซฟเราก็สามารถเปลี่ยนตรงนั้นได้เลย รวมถึงตัวเกมยังมีระบบการอัพเกรดที่เราสามารถอัพเกรดท่าต่าง ๆ ของรูปแบบขออาวุธที่เราอยากเล่นได้ด้วยและระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในเกมนี้ก็คือระบบ Companions ที่ในบางฉากตัวเราจะมีเพื่อนร่วมทางที่จะมาช่วยเราต่อสู้ด้วย และความสามารถของตัวละครเพื่อนนั้นไม่ได้ขี้เหร่เบน พวกเขาสามารถทำดาเมจใส่ศัตรูได้เยอะมาก ๆ และที่สำคัญก็คือเราสามารถสั่งให้เพื่อนให้สกิลพิเศษที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการให้เพื่อนวางระเบิดสตั๊นให้เราเวลาเจอกับศัตรูที่ถึกได้เป็นต้นฉากสำรวจภายในเกมนี้ ตัวเกมจะยังพาเราไปผจญภัยตามดวงดาวต่าง ๆ เช่นเดิม โดยดวงดาวหลัก ๆ ที่เราจะได้ไปผจญภัยนั้นจะมีอยู่ด้วยกันราว ๆ 2 - 3 ดาว (ไม่รวมดาวอื่น ๆ ที่อาจจะมีภารกิจเดียว) แต่แน่นอนอย่างที่กล่าวไปว่าขนาดของแผนที่นั้นจะมีความกว้างใหญ่มากยิ่งขึ้น ซึ่งใหญ่ขึ้นราว ๆ 2 - 3 เท่าของภาคที่แล้ว และจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ๆ แต่สำหรับบางพื้นที่เราอาจจะยังไปไม่ได้ในตอนแรก เพราะข้อจำกัดในความสามารถบางอย่างของตัวละครเราที่อาจจะต้องเล่นเนื้อเรื่องไปจุดหนึ่งก่อนถึงจะปลดล็อคไปยังพื้นที่ใหม่นอกจากนี้ตัวเกมยังมีดวงดาวที่เป็นศูนย์กลาง ซึ่งภายในนั้นก็จะมีอะไรให้เราทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปรับแต่งทรงผม หนวดเคราของตัวละคร ซื้อของที่จำเป็น การทำสวน หรือแม้กระทั่งการรับภารกิจเสริม (เรียกว่า Rumour) ที่จะให้เราได้ไปทำภารกิจต่าง ๆ อย่างเช่นการล่าค่าหัว การไปยังพื้นที่นอกเหนือจากเนื้อเรื่อง ซึ่งจะทำให้เราได้ของรางวัลพิเศษมา อีกหนึ่งจุดเด่นนอกจากระบบการต่อสู้นั่นก็คือการสำรวจ ที่เราจะต้องเข้าไปยังดินแดนลับ หรือดินแดนต้องห้ามต่าง ๆ แน่นอนว่าระบบการปีนป่าย ไต่กำแพงต่าง ๆ ที่เคยมีอยู่ในภาคที่แล้วก็ยังมีอยู่เช่นเคย แต่ในภาคนี้ทางผู้พัฒนาก็ได้ใส่ลูกเล่นอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เราไม่เกิดความรู้สึกจำเจ ซึ่งตัวไอเดียก็มีเยอะมากไม่ว่าจะเป็นการขี่นกร่อนไปบนอากาศ การวาร์ปทะลุกำแพงเลเซอร์ การกระโดดขึ้นบอลลูนเพื่อส่งแรงกระโดดให้สูงขึ้นเป็นต้น ความรู้สึกหลังเล่นเริ่มจากตัวเกมเพลย์ แน่นอนว่ารูปแบบโดยรวมนี่ก็ยังเป็นเกม Star Wars Jedi: Fallen Order ที่ตัวเกมยังมีความท้าทายเช่นเดิม ซึ่งใครที่ชอบเล่นเกมแนวนี้อยู่แล้วก็ไม่น่าจะติดใจอะไร แต่การที่เรามีรูปแบบดาบไลท์เซเบอร์ให้เลือกเล่นถึง 5 แบบก็ทำให้เกมเพลย์มีความไม่จำเจมากยิ่งขึ้นไปด้วย และสิ่งที่ผู้เล่นไม่ชอบเกมภาคที่แล้วมาก ๆ ก็คือการที่เราจะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าสัตว์ภายในโลกมากเกินไป ลองคิดว่าเราเองนั้นเป็นแฟนเกมสตาร์วอรส์เราเองก็อยากต่อสู้กับเหล่า Stormtrooper หรือหุ่นยนต์ Droids มากกว่า แต่ในภาคนี้เราจะมีโอกาสได้ต่อสู้กับศัตรูเหล่านี้มากขึ้น บอกเลยว่าประทับใจจริง ๆและอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าตั้งแต่ช่วงแรกของเกม เลยไปจนถึงกลางเกม ตัวเนื้อเรื่องนั้นค่อนข้างมีความจืดชืดมาก ๆ ตัวเกมจะนำเสนอเรื่องการผจญภัย ตามหาของต่าง ๆ แน่นอนว่าเกมเพลย์ที่สนุกก็สามารถทดแทนกันได้ แต่พอเข้าถึงจุดไคล์แม็ก ตัวเนื้อเรื่องนั้นกลับเข้มข้น เล่าประเด็นที่อยากเล่าอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าสุดท้ายตัวเนื้อเรื่องจะยังคงสูตรสำเร็จไว้ แต่ก็มีบางประเด็นที่น่าสนใจ และทำให้เราอยากติดตามแฟรนไชส์นี้ต่อไปในอนาคตอีกด้วย แถมสุดท้ายตัวเกมก็ยังมีซีนเซอร์วิสให้แฟน ๆ สตาร์วอส์ แถมยังเป็นเซอร์วิสที่ใกล้ชิดมากกว่าเซอร์วิสของภาคแรกด้วยแหละแต่สิ่งที่ไม่โอเคเลยกับเกมนี้ก็คงจะเป็นปัญหาด้าน Optimise ที่ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร ขนา่ดคอนโซลเจนใหม่ยังไม่สามารถเล่นเกมนี้แบบ 60 FPS ได้ เวลาที่ตัวเกมต้องเรนเดอร์ฉากที่มีขนาดใหญ่ ทำให้อรรธรสในการเล่นน้อยลงเยอะ แต่ก็ต้องรอดูในอนาคตว่าผู้พัฒนาอาจจะมีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็ได้
26 Apr 2023
[Review] รีวิวเกม Tchia ผจญภัยสุดหรรษา บนเกาะทะเลใต้ที่อ้างอิงมาจากประเทศ New Caledonia
อากาศร้อนๆ แบบนี้อยากเที่ยวเกาะเที่ยวทะเลเสียเหลือเกิน และดูเหมือนว่าจะมีเกมหนึ่งที่เพิ่งปล่อยมาไม่นานนี้สามารถมอบประสบการณ์ดังกล่าวได้นั่นก็คือ Tchia นั่นเอง ซึ่งเป็นเกมที่ออกตัวอย่างชัดเจนเลยว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศที่มีอยู่จริงอย่าง New Caledonia แม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักนักแต่ลักษณะภูมิประเทศของที่นี่ถือว่าสวยงามและน่าจดจำ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราจะได้พบเห็นในเกมนี้ด้วย แค่เห็นก็อยากล่องเรือและโดดลงน้ำทะเลแล้ว รีรออะไรกันเล่ารีบไปผจญภัยกับน้อง Tchia กันดีกว่า!แรงบันดาลใจที่หล่อหลอมออกมาเป็นเกมนี้เมื่อเรากดเริ่มเกม เราจะได้อ่านข้อความจากทีมพัฒนาว่า เกมดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศ New Caledonia ไม่ว่าจะเรื่องภูมิประเทศ พืชกับสัตว์ต่างๆ วัฒนธรรม อาหาร ดนตรี ภาษา หรือแม้แต่เรื่องเล่าพื้นบ้าน การได้เล่นเกมนี้เหมือนได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศนี้คร่าวๆ เลยทีเดียว (ถึงกระนั้นเกมก็มีการปรุงเสริมเติมแต่งตามจินตนาการด้วยเพื่อความสนุกสนานในการเล่น)ซึ่ง Tchia เป็นเกมที่สวยมาก ไม่ว่าจะใต้ผืนน้ำ หาดทราย ภูเขา ป่าไม้ แค่ได้เดินทอดน่องชมวิวไปเรื่อยๆ หัวใจก็ได้รับการเยียวยาโดยธรรมชาติแล้วTchia สาวน้อยกับพลังเหนือธรรมชาติเราจะไม่สปอยล์ว่าน้องมีพลังนี้ได้อย่างไร แต่นี่คือพลังที่เราจะได้รับมาก่อนที่จะออกผจญภัยนั่นก็คือ Soul jumping เป็นความสามารถที่เราจะสามารถสิ่งสู่สัตว์ต่างๆ หรือแม้แต่สิ่งของ เช่น สิงนกเพื่อบินบนฟ้า สิงปลาเพื่อว่ายน้ำได้เร็วขึ้น เป็นต้น ทำให้เราสามาถเดินเหินไปทั่วเกาะทั้งสองได้อย่างสนุกสนานนอกเหนือไปจากการใช้สองเท้า ผ้าร่อนและล่องเรือ ซึ่งสัตว์แต่ละชนิดก็มีความสามารถเฉพาะด้วยที่สามารถช่วยแก้ Puzzle ต่างๆ ในเกมได้อีกด้วยนอกจากตัวเธอเอง เครื่องดนตรีอูคูเลเล่คู่ใจเธอนั้น นอกจากจะสามารถเล่นตรีได้ตามปกติแล้วยังสามารถบรรเลงบทเพลง Soul-Melodies ที่มีพลังพิเศษหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนช่วงเวลาของวัน การเรียกกับหยุดฝน หรืออัญเชิญสัตว์ต่างๆ มาให้เราใช้งาน (ไม่เช่นนั้นคงต้องเดินหากันจนเหนื่อย) ซึ่งบทเพลงพวกนี้จะได้มาจากการตั้งสมดุลหิน เป็นหนึ่งในมินิเกมที่เราจะได้พบเจอในโลกอันกว้างใหญ่โลก Open World ที่แสนอิสระในโลกของ Tchia จะมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ให้เราได้สำรวจ จะปีนขึ้นยอดเขาหรือดำลงไปใต้น้ำก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบทำเนื้อเรื่องหลักเพราะข้างนอกนั่นมีอะไรให้ทำเยอะมาก ไม่ว่าจะมินิเกมอย่างการยิงเป้า วิ่งเข้าเส้นชัยก่อนหมดเวลาหรือกระโดดน้ำ การไล่เก็บของต่างๆ อย่างผลไม้เพิ่มสตามิน่า หอยมุก ปลาตะเพียน (เป็นเกมที่มีอะไรให้เก็บเยอะเหลือเกิน)แนะนำว่าการเปิด Viewpoint เป็นสิ่งแรกๆ ที่ควรทำเพราะจะทำให้เราเห็นของต่างๆ บนแผนที่ เช่นเดียวกับท่าเรือที่ทำให้เราสามารถ Fast Travel ระหว่างท่าได้กิจกรรมเยอะแยะมากมายจริงๆระบบแผนที่ที่เหมือนเราลงไปเดินทางด้วยตัวเองเกมนี้มีเพียงแผนที่และเข็มทิศเท่านั้นที่ทำให้เรารู้ว่าเราอยู่ที่แห่งใด เพราะเราไม่สามารถรู้ตำแหน่งปัจจุบันได้โดยทันทีด้วยการเปิดแผนที่ ถึงกระนั้นเราสามารถใช้ความช่วยเหลือของ Tchia ให้เธอบอกขอบเขตที่เราอยู่อย่างคร่าวๆ ได้ หากเจอป้ายบอกทางก็จะทำให้พอรู้ด้วยว่าอยู่ตรงไหน ชวนให้นึกถึงเมื่อก่อนที่เรายังไม่มี Google Map เลยทีเดียว แอบให้ความรู้สึกแปลกใหม่ (ทั้งที่เป็นสิ่งที่เก่าในชิวิตจริง) ยังไงชอบกลแฟชั่นที่แต่งได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า อูคูเลเล่ไปจนถึงเรือความสวยงามน่ะเรื่องใหญ่! และเกมนี้ก็จัดเต็มเรื่องชุดที่เราสามารถจับ Tchia แต่งตัวได้ ซึ่งของ Cosmetic จะได้มาจากการเปิดกล่องเก็บของ อยู่บนเกาะบ้างอยู่ในทะเลบ้าง รวมถึงการทลายแคมป์ด้วยการใช้วัตถุระเบิด ...อะไรนะ? ใช่ ได้ยินถูกต้องแล้ว เพราะเกมนี้มีระบบการต่อสู้นั่นก็คือการเผาเจ้าวายร้ายเศษผ้าให้สลายกลายเป็นจุณเกมนี้ไม่ใช่เกมสำหรับเด็กสักเท่าไหร่ แต่ก็อบอุ่นและน่าประทับใจแม้ภาพจะดูสดใสและตัวเอกเป็นเด็กสาวตัวน้อย ทว่าเพียงไม่กี่นาทีแรกที่เราเล่นเกมนี้ก็พอจะทำให้รู้ว่าเกมนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับเด็ก (และยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะยิ่งเห็นความจริงข้อนี้)ถึงกระนั้น เนื้อเรื่องก็ถือว่าน่าสนใจ เราจะได้พบเจอกับคนอื่นๆ เพื่อผูกมิตรช่วยเหลือกันและกัน ได้รับรู้ความจริงทีละนิดละน้อยเกี่ยวกับพลังของ Tchia และครอบครัวของเธอ ซึ่งจะเป็นอย่างไรนั้น.. คงต้องให้ทุกท่านได้ลองเล่นเกมนี้ด้วยตัวเองเป็นเด็กเป็นเล็กหัดเล่นระเบิดนะสรุป: เป็นประสบการณ์การเล่นที่ชวนอินไปกับโลกของเกม Tchia แต่ก็ยังแอบตื้นเขินในบางจุดด้วยความที่ตัวเกมได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศที่มีอยู่จริง สิ่งที่หล่อหลอมตัวเกมขึ้นมาจึงทำให้เรารู้สึกว่าตนกำลังอยู่ในโลกนี้จริงๆ ได้ไม่ยากเลย พวกมินิเกมหรือสิ่งต่างๆ ที่เราสามารถทำได้ในโลก Open World ก็ถือว่าเยอะและหลากหลายแต่ด้วยความที่ระบบเกมไม่ได้ลึกนัก เราจึงแอบเสียดายระบบ Soul jumping ที่น่าจะทำอะไรได้มากกว่าการสิงเพื่อกระทำบางสิ่งแล้วจบ บทบาทในพัซเซิลก็มีบ้างแต่น้อยนิดนัก ส่วนมากระบบนี้จึงถูกใช้ในการเดินทางในโลกอันกว้างใหญ่เสียมากกว่า เกมมีบัคบ้างประปรายจนเสียอรรถรสในบางจังหวะในส่วนของเนื้อเรื่องบางจุดค่อนข้างจะเบาและนำเสนอแบบเล่นง่ายไปหน่อย ตัวละครบางตัวมีบทบาทน้อยแบบผ่านมาแล้วก็ผ่านไปจนไม่เป็นที่จดจำสักเท่าใด แต่โดยรวมแล้วทุกอย่างล้วนคลี่คลายในตอนจบได้กลมกล่อมดีไม่มีอะไรค้างคาค่ะโดยรวมแล้ว Tchia เป็นเกมโลกเปิดที่ถือว่าสนุกและมีอะไรให้ทำเพลินๆ แบบมากมายก่ายกอง หากใครกำลังมองหาเกมที่ไม่ยากมากเพื่อผ่อนคลายจากวันอันเหนื่อยล้าไปกับโลกเกาะทะเลใต้อันแสนงดงาม เกมนี้ก็เป็นเกมที่แนะนำค่ะ ผู้เขียนใช้เวลาราวๆ 8 ชั่วโมงในการจบเนื้อเรื่องหลัก (ขนาดมีเถลไถลบ้างแล้วนะ) และ 16 ชั่วโมงในการเก็บ 100% หากใครสมัคร PlayStation Plus ระดับ Extra สามารถโหลดเกมนี้มาลองได้ค่ะแพลตฟอร์มเกม: PlayStation 5, PlayStation 4, Microsoft Windows (Exclusive Epic Games Store)
22 Apr 2023
[Review] รีวิว Acer Nitro 5 โน๊ตบุ๊คสุดคุ้มที่เล่นเกมใหม่ๆ ได้ และยังมีไฟ RGB สวยหลากสี!
ถ้าคุณกำลังตามหาโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งที่เล่นเกมใหม่ๆ ออกวางขายในช่วงปี 2023 หรือหลังจากนี้ลื่นแบบ 'เน้นประหยัดคุ้มราคากำลังดี' และขอดีไซน์สวยๆ กับมีไฟ RGB งามสะใจ ACER Nitro 5 จะถือว่าตอบโจทย์ตรงใจคุณอย่างมาก และวันนี้ทางเราขอมารีวิวให้ชมกันว่าเจ้าโน๊ตบุ๊คตัวนี้มีข้อดีหรือข้อเสียยังไงบ้าง รับชมได้ที่ด้านล่างเลย!สเปคตัวที่เรานำมารีวิวคือ Acer Nitro 5 AN515-46-R8TG ที่วางขายครั้งแรกช่วงปี 2022 มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 50,990 บาท โดยตัวนี้ดูเหมือนว่าจะทำมาตอบโจทย์เกมเมอร์ที่อยากเล่นเกมยุคปี 2023 ได้ลื่นแบบ 'ราคาประหยัดคุ้มที่สุด' และต้องการโน๊ตบุ๊คมีไฟ RGB สวยๆ ให้รู้สึกฟิน ซึ่งสเปคจะมีแบบสรุปได้ดังนี้ซีพียูตัวท็อปอย่าง AMD Ryzen 7 6800H ส่วนการ์ดจอตัวระดับกลางอย่าง Nvidia RTX 3060VRAM อาจมีเพียง 6GB แต่ RAM นั้นมีถึง 16GB และเป็น DDR5 อีกต่างหาก แถมใส่แรมเพิ่มได้เป็น 32GBSSD M.2 PCle ขนาด 512GB และยังมี SSD M.2 PCle อีกช่องให้ใส่เพิ่มได้จอ IPS ที่รองรับสูงถึง 165 Hz และยังตอบสนองเร็ว 3ms มี FreeSync Premiumช่องเสียบ USB 3.2 Type A มากถึง 3 ช่อง และช่อง USB 3.2 Type C 1 ช่อง รวมทั้งต่อออก HDMI ได้ 1 ช่องเช่นเคยรองรับ Bluetooth 5.2 และ Wi-Fi 6Eจากด้านบน จะเห็นได้เลยว่าเจ้าโน้ตบุ๊กตัวนี้มีความคุ้มราคามาก เนื่องจากถ้าเทียบตัวอื่นในราคาใกล้ๆ กันจะไม่ได้จอ Hz สูงขนาดนี้ แต่ ACER Nitro 5 จะยกให้คุณไปเลยถึง 165 Hz ช่วยให้การเล่นเกมได้อรรถรสลื่นไหลมากขึ้นไปอีก และผู้เขียนเชื่อว่างบระดับนี้ ใครๆ ก็คงเล็ง ACER Nitro 5 เพราะระดับ Hz ที่สูงกว่าชาวบ้านเนี่ยแหละ แต่ถ้าจะให้ติก็คงเรื่องซื้อโน๊ตบุ๊คตัวนี้แล้วคุณจะยังไม่รู้สึกจบ เนื่องจากผู้เขียนเชื่อว่า SSD เพียง 512GB นั้นไม่พอสำหรับใครหลายๆ คนแน่นอน และ RAM 16GB กับเกมใหม่ๆ นั้นก็เริ่มจะไม่ดีแล้ว ส่งผลให้คุณจะรู้สึกอยากควักเงินเพิ่มนั่นเองการออกแบบ และวัสดุนอกจากเสปคที่สุดจะคุ้ม อีกสิ่งหนึ่งที่น่าประทับใจมากคือ ACER Nitro 5 มีการดีไซน์โน๊ตบุ๊คมาให้ฝุ่นเข้ายากมาก และมันก็ยังส่งผลให้ตัวเครื่องนั้นดูสวยงามล้ำยุคอารมณ์แบบ Modern Gaming ทำนองนี้ด้วย อาจมีขัดใจอยู่นิดนึงคือดีไซน์ขอบจอนั้นทำมาดูบ้านๆ เหมือนพวกโน๊ตบุ๊คสายทำงาน หรือตรงขอบด้านหลังตัวเครื่องก็จะใช้ลวดลายสีแดงเข้มที่ทำให้คนชอบสีดำกลมกลืนไปเลยจะรู้สึกแปลกๆ แต่หลังจากที่คุณเปิดใช้งาน ACER Nitro 5 แล้วเจอเข้ากับ 'ไฟ RGB ของปุ่มคีย์บอร์ด' คุณจะลืมอะไรที่ขัดใจทิ้งทันที เพราะไฟ RGB นั้นทำมาสวยอลังหลากสีมาก และก็ยังปรับให้เป็นสีรุ้งเปลี่ยนกันไปมาอย่างสง่างาม แม้ตัวแป้นจะไม่ได้ดูพรีเมี่ยมกว่าโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งตัวอื่นๆ เพราะงั้นถ้าใครที่ไม่ได้คิดจะมองโน๊ตบุ๊คนอกจากจอภาพ และตรงไฟคีย์บอร์ดเป็นหลัก ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยส่วนพวกวัสดุอันนี้ก็ดูแข็งแรง ไม่ว่าจะส่วนต่างๆ และส่วนตัวยึดจอให้พับขึ้นลงได้ และด้านหลังตัวเครื่องยังมี 'ที่รองพื้น' ช่วยกันฝุ่นให้เข้าจากทางด้านล่างไปอีก ส่งผลให้ดีต่อใจจริงๆ โดยเราลองเอาโน้ตบุ๊คตัวนี้ไปลุยฝุ่นมาด้วย ผลปรากฎว่าฝุ่นหรือสิ่งสกปรกจะติดที่ด้านหลังของจอ หรือแค่ที่วางขาด้านหลังของตัวเครื่องเท่านั้น ส่วนอื่นรอดฝุ่นสบายๆสายชาร์จ 180W ออกแบบมาสวยด้วยเช่นกัน และด้วย USB ที่เสียบชาร์จอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ทำให้ไม่เกะกะอย่างมากสำหรับใครที่จะอัปเกรด RAM กับ SSD ด้วยตัวเอง ด้านภายในตัวเครื่องก็สามารถทำให้ใส่ได้อย่างไม่ยุ่งยากนะ ส่วนอันนี้คือรูปด้านข้างสำหรับช่อง USB ที่มีให้เสียบการใช้งานหลังจากเปิดเครื่องขึ้นมา และว้าวกับเรื่องไฟ RGB กันไปแล้ว เราจะพบว่าเจ้าเครื่องตัวนี้จะมีการติดตั้ง Software น่าสนใจประกอบไปด้วยดังนี้AMD Adrenalin เอาไว้ใช้ปรับลูกเล่นต่างๆ ให้เล่นเกมได้ลื่นไหลขึ้นDTS ช่วยให้เสียงมีมิติมากขึ้นNitroSense โปรแกรมเฉพาะของ ACER Nitroสำหรับ NitroSense จะเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์เยอะมากๆ โดยเมื่อคุณเข้ามาจะพบว่ามันเอาไว้เช็คการทำงานของ CPU & GPU และยังสามารถเลือกปรับแต่งพัดลมการทำงานได้หลายรูปแบบอีกต่างหาก แล้วเจ้าโปรแกรมตัวนี้ยังให้เราปรับพวกไฟ RGB บนคีย์บอร์ดได้ตามใจชอบ ยกตัวอย่างปรับให้เป็นสีฟ้าล้วนๆ หรือปรับเป็นคลื่นสายรุ้ง รวมทั้งเจ้าโปรแกรมนี้ก็ใช้งานได้ไม่ยาก ส่งผลให้นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจของโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งจาก ACER Nitroเจ้าโน้ตบุ๊คตัวนี้ก็ยังคงมีลำโพงติดเครื่องมาด้วยเช่นเคย และเสียงของมันก็คุณภาพดี ไม่รู้สึกเสียงแตกอะไรแบบนั้นปรับความสว่างของจอได้สว่างจ้ามาก ถ้าเล่นนอกสถานที่ถือว่ามองเห็นชัดอยู่ รวมทั้งตอนในสถานที่ บางทีผู้เขียนต้องปรับแสงที่ 0% ไม่งั้นแสบตาส่วนการใช้งานทั่วไปผ่าน Windows 11 ตัวเครื่องก็ลื่นไหลไม่มีปัญหาให้ต้องไปตั้งค่าอะไรก่อนเลยการเล่นเกมพูดตรงๆ การ์ดจอ GTX 3060 แม้จะขึ้นชื่อเรื่องความแรงในระดับภาพ 1080p แต่ปัจจุบันก็ไม่สามารถใช้ปรับภาพสูงๆ ในเกมใหม่ๆ ได้ไหวแล้ว แต่ก็ด้วยเจ้าโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้มีการจูนปรับแต่งการกินไฟได้ดีมากๆ บางเกมนั้นจะกลับรีด FPS ได้สูงกว่าการเล่นเกมด้วยการ์ดจอ GTX 3060 ปกติ ยกตัวอย่างเกม Hogwarts Legacy ก็สามารถปรับ High แล้วเล่นได้ FPS ที่ไม่แย่เลย ส่งผลให้การเล่นเกมปี 2023 นั้นก็อยู่ในระดับลื่นอยู่ แต่ก็มีเรื่องให้ติอย่างหนักเหมือนกันคือ VRAM ที่จะทำให้คุณต้องเลือกปรับที่ Low หรือ Medium ในเกมใหม่ๆ ช่วงปี 2023 เนื่องจากปีนี้ VRAM 8GB ก็อยู่ในระดับที่แทบไม่พอแล้ว แต่เจ้า ACER Nitro 5 จะมี VRAM เพียง 6GB เท่านั้น ถ้าอย่างเกม The Last of Us Part 1 นี่แทบจะเล่นแบบ Low อย่างยากลำบากเลย เพราะเกมกิน VRAM สูงมากๆ ส่งผลให้คุณต้องไปนั่งหาวิธีปรับภาพให้ดีสุด ก็ถือว่าเป็นจุดน่าคิดว่าคุณชอบไหมว่าถ้าปรับเกมใหม่ๆ ได้แค่ Low หรือ Medium กับต้องมานั่งปรับเพื่อให้เล่นลื่นแต่ถ้าเกมฟอร์มยักษ์ต่ำกว่าปี 2023 เป็นต้นไป อันนี้ถือว่าเล่นลื่นทุกเกม ถ้าเกมอย่าง Forza Horizon 5 ปรับ Ultra เล่นได้สบายเลย แล้วยังได้ FPS เยอะแบบไม่น่าเชื่อถ้าคุณซื้อมาเล่นเกมออนไลน์สายแข่ง PvP หรือเกม Eposrts อันนี้ถือว่าเล่นลื่นสบายไปอีกหลายปีแน่นอน เนื่องจากเสปคนี้จะสูงกว่าที่เกมเหล่านั้นต้องการอยู่หลายเท่า รวมทั้งจอที่มี Refresh Rate สูงมากๆ จึงทำให้เล่นได้ภาพลื่นไหลเอาชนะอีกฝั่งง่ายๆ ยกตัวอย่างเกม Dota 2 กับ Valorant อันนี้สบายลื่นไหลสุดๆสรุปเห็นได้ชัดๆ ว่า ACER Nitro 5 ไม่ใช่โน้ตบุ๊กระดับเทพ ซื้อแล้วเล่นเกมฟอร์มยักษ์ AAA ยุคนี้หรือในอนาคตไปได้อีกยาวสบายๆ อะไรทำนองนั้น แต่มันคือโน๊ตบุ๊คสำหรับสายที่อยากเล่นเกมยุคนี้ได้ไหวอยู่ในราคาถูกที่สุด หรือสายที่ชอบเล่นเกมสายแข่ง PvP หรือเกม Esports เพราะเจ้าเครื่องนี้นอกจากจะเล่นได้ภาพสวยๆ ก็ยังมี Refresh Rate ที่สูงจนทำให้ภาพลื่นสะใจอย่างมากเหมือนพวกมอนิเตอร์ตั้งโต๊ะ ส่งผลถ้าใครอยากเล่นเกมฟอร์มยักษ์ AAA ได้ภาพระดับ High หรือ Ultra รวมทั้งซื้อแล้วรู้สึกจบเลย อันนี้ทางเราก็ขอแนะนำให้ต้องขยับงบขึ้นไปสัก 70,000 - 100,000 จะดีกว่า แต่ถ้าใครมองว่า Low หรือ Medium ก็ไม่ได้มีปัญหาจริงๆ ก็สามารถไปหาจัดกันได้เลยในราคา 50,990 บาท* ขอขอบคุณทาง ACER ที่ให้เราได้รีวิวโน๊ตบุ๊คดีๆ แบบนี้ด้วยนะครับ *
20 Apr 2023
[Review] รีวิวเกม DREDGE มาเป็นชาวประมง ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องปลาปลา
DREDGE เป็นเกมตกปลาที่ผู้เขียนอย่างผมกด Wishlist รอเอาไว้มาอย่างยาวนาน และเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2023 ที่ผ่านมา DREDGE ได้ลงวางขายใน Steam อย่างเป็นทางการครับ ผมได้มีโอกาสดูตัวอย่างของเกมนี้ที่สะดุดตาด้วยภาพออกแนวการ์ตูนน่ารัก ๆ ที่เต็มไปด้วยความลึกลับและแอบน่ากลัวนิด ๆ DREDGE เป็นเกมแนว Horror ที่เราจะต้องมารับบทเป็นชาวประมงดวงซวยที่มาติดแหง็กอยู่ที่เมือง Greater Marrow แค่ตัวอย่างของเกมก็ทำให้ผมนั้นเนื้อเต้นจนต้องกด Wishlish มารอเอาไว้ สงกรานต์คนอื่นได้หยุดแต่ไม่ผมไม่ได้หยุด และในตอนนี้ผมก็มีโอกาสได้หยุดยาวกับเขาสักทีผมจะเสพเกมนี้ให้ชุ่มในหัวใจไปเลยฮะ มาดูกันว่าบทบาทที่ได้รับ เนื้อเรื่อง เกมเพลย์ของเกมนี้นั้นจะพาเราท่องโลกท้องทะเลตกปลาไปด้วย และแอบมีเรื่องลึกลับให้ได้สืบเสาะกันด้วยนั้นมันจะเป็นยังไง ตามผมมาเล่นเกมไปด้วยกันเลย ทาด๊าาาาาาเนื้อเรื่องหยอง ๆ ที่เกินสองบรรทัดเราจะได้รับบทเป็นชายชาวประมงคนหนึ่งที่เรืออับปางเพราะขับเรือชนโขดหินแถว ๆ ประภาคารเพราะไม่รู้ว่าใจลอยมาจากไหน เราจะมาฟื้นที่ท่าเรือของเมือง Greater Marrow และได้ของแถมมาเป็นโรคความจำเสื่อม (เล่นเกมไหนเขาก็พากันความจำเสื่อมไปหมดเลย ฮ่า ๆ)หลังจากเราลืมตาตื่นขึ้นมาจะมีนายกเทศมนตรีของเมืองมายืนรอต้อนรับเรา และบอกเราว่า"ไอ้หนุ่มเรือนายชนแถว ๆ ประภาคาร และโชคดีของนายจริง ๆ ที่ตอนนี้หมู่บ้านเรากำลังขาดคนหาปลาอยู่พอดี ตำแหน่งนี้ว่าง นายก็รับงานนี้ไปเลยละกันนะ เพราะเรือนายพังไปแล้ว เรามีเรือเก่า ๆ ให้ใช้งาน แล้วค่อยมาคุยรายละเอียดกันทีหลังเกี่ยวกับเรือลำนี้ (สุดท้ายแล้วนายกเทศมนตรีก็จะบอกเราว่าเรือของเราที่เอาไปชนมานั้นได้รับความเสียหายมากเกินกว่าจะซ่อมได้ ก็นั่นแหละฮะท่านผู้อ่าน ก็ตามคาดเอาเรือลำใหม่ไปและก็ทำงานใช้หนี้ให้เขาซะ!) ""แล้วย้ำเลยนะไอ้หนุ่ม นายต้องกลับเข้าเมืองก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ก่อนที่หมอกจะลง ไม่งั้นล่ะสยองแน่ ๆ"แหม...ขู่ขนาดนี้ ไม่อยากทำก็ไม่ได้โดนมัดมือชก ฮ่า ๆนายกเทศมนตรีน่ะ เขาบอกครับ แต่...เขาบอกไม่หมด! เขาบอกแค่ให้กลับก่อนพระอาทิตย์ตก ไม่งั้นจะเจอเรื่องไม่ดี แต่ที่จริงแล้วมันมีเรื่องลึกลับที่ซ่อนอยู่มากกว่านั้น อย่างแรกเลยนายกเทศมนตรีหมกเม็ดเรื่องราวของชาวประมงคนก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ และอย่างที่ 2 3 4 5 6 นั้นนายกเทศมนตรีก็ไม่ได้บอกว่าถ้าเรากลับไม่ทันพระอาทิตย์ตกดินจะเจอกับเรื่องราวแปลกประหลาดชวนมะลึกกึกกึ๋ย อย่างเช่น มีเรือประหลาดเมื่อเราขับไปใกล้ ๆ ก็จะหายไปดื้อ ๆ, โขดหินที่อยู่ดีดีนึกจะโผล่ก็โผล่ขึ้นมาให้เราเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ แม้แต่เรือที่อยู่ดีดีกลายเป็นปลายักษ์ที่พยายามจะหลอกกินเรา ความลี้ลับ สิ่งปริศนาต่าง ๆ เหล่านี้ มันจะค่อย ๆ ถูกยกระดับขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามช่วงจังหวะของเกมที่เราเล่น เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อนั้นเพื่อน ๆ ต้องไปเล่นกันเองแล้วแหละครับ เล่าหมดนี่ไม่ต้องเล่นเองกันแล้ว ฮ่า ๆเกมเพลย์มีอะไรให้ทำเยอะ เล่นเพลิน ๆ ดูดเวลาชีวิตเอาง่าย ๆ ว่าตั้งแต่เราเรือชนแล้วลืมตาฟื้นขึ้นมาเนี่ย ก็ไม่มีเวลาให้เราได้พักหายใจกันเลยครับ นายกเทศมนตรีจะมอบเควสแรกให้เราทำ และมีเควสอื่น ๆ มากมายต่อแถวรอจากชาวเมืองคนอื่น ๆ อีกเพียบ เวลากลางคืนถึงแม้ว่ามันจะน่ากลัวและนายกเทศมนตรีเตือนเราเอาไว้แล้วว่าไม่ควรออกทะเล แต่บางภารกิจ มินิพัซเซิล หรือแม้แต่ปลาบางชนิด เราก็มีความจำเป็นต้องออกเรือเพื่อไปในเวลากลางคืนเท่านั้นครับ เกมเพลย์สำคัญ ๆ ของเกมนี้มีอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวผมจะแยกย่อยให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกันการหาปลา - เกมนี้อุปกรณ์ตกปลาจะแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ Coastal, Shallow, Oceanic, Abyssal,Hadal, Volcanic และ Mangraove ส่วน Dredge นั้นจะเป็นเกี่ยวกับการหาสมบัติหรือวัตถุดิบต่าง ๆ ในทะเลครับ (จะได้รับ Dredge เมื่อเราทำเควสไปเรื่อย ๆ) ในช่วงแรก ๆ อุปกรณ์ตกปลาของเรานั้นจะยังไม่สามารถหาปลาได้หลากหลายมากนัก เราจะหาได้เพียง Coastal และ Shallow เท่านั้น เต็มที่ถ้าอัปเกรดเรือไวไว ก็จะได้เบ็ดที่สามารถตกปลาประเภท Oceanic (เราสามารถสังเกตว่าตอนนี้เราสามารถตกปลาประเภทไหนได้บ้าง ได้ที่หมวด Cargo ครับ)เมื่อเราเล่นไปเรื่อย ๆ ตัวเกมจะพาไปเจอ NPC ในต่างพื้นที่ และปลาในต่างพื้นที่ก็จะแตกต่างกันออกไปครับ พวกปลาน้ำลึกอย่าง Abyssal และ Hadal นั้นเราจะต้องเล่นไปเรื่อย ๆ และทำเควสให้ผ่านและเราจะได้รับรางวัลมาเป็นเบ็ดที่ใช้ตกปลาประเภท Abyssal และถ้าเรามีเฟืองสำหรับวิจัยอุปกรณ์ตกปลาเหลือ ก็สามารถทำการวิจัยสำหรับเบ็ดประเภท Abyssal+Hadal เพราะใช้เฟืองแค่เพียง 1 อันเท่านั้น เราก็จะสามารถซื้อเบ็ดที่สามารถตกปลาประเภท Abyssal+Hadal ได้ (ทุกครั้งที่ทำการวิจัย อุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกเพิ่มลงร้านค้าของ NPC ในเมือง เราสามารถซื้ออุปกรณ์ได้ที่ NPC)เมื่อถึงเวลาต้องออกเรือไปตกปลา เกมนี้ไม่ได้มีระบบการตกปลาที่ซับซ้อนอะไร ตัวเกมแยกปลาเป็นประเภทเหมือนที่ผมได้อธิบายเอาไว้แล้วด้านบน เราแค่ต้องอัปเกรดเรือ และหาเบ็ดตามประเภทปลาเพื่อมาตกครับ ตอนตกเราก็แค่แล่นเรือไปจอดตรงที่มีปลาแล้วกด F เล่นมินิเกมที่มีขึ้นมา หลังจากนั้นก็จัดวางปลาตามช่องที่มี ถ้าช่องเต็มก็เอาปลากลับไปขายที่เมืองก่อน ง่าย ๆ แค่นี้เลยครับ และช่วงหลัง ๆ จะมีอวนให้เราใช้งาน แต่จำกัดเป็นวันพอครบวันแล้วต้องเอาไปซ่อม ส่วนปลาจะสุ่มจับขึ้นมาให้ ผมว่าตกเองสนุกกว่าระบบอัปเกรด - หลัก ๆ แล้วก็จะเป็นการเพิ่มคุณภาพให้เรือเราครับ โดยใช้วัตถุดิบที่เราดึงขึ้นมาจากทะเล ไม่ว่าจะเป็นไม้ แผ่นเหล็ก ผ้า หรือโลหะวัตถุต่าง ๆ เราต้องเล่นเกมทำเควสไปเรื่อย ๆ ก่อนเราถึงจะได้รับเครื่องมือที่ใช้ในการดึงของจากทะเลขึ้นมา เมื่อได้มาแล้วสถานะใน Cargo จะมีขึ้นมาว่า Dredge แสดงว่าเราสามารถ ลากวัตถุดิบที่เราเจอในทะเลขึ้นมาได้แล้วครับ อันนี้รวมไปถึงพวกสมบัติหรือของมีค่าต่าง ๆ ที่จมอยู่ในทะเลด้วย การอัปเกรดจะเพิ่มช่องต่าง ๆ ให้เรือของเรา ไม่ว่าจะเป็นช่องการติดตั้งเบ็ด, เครื่องยนต์, ไฟส่องทาง และขยายช่องเก็บของ (เราสามารถขนปลากลับมาได้เยอะขึ้น) เราเพียงแค่เอาชิ้นส่วนต่าง ๆ มาใส่ตามช่องให้ตรงกับเงา เมื่อครบแล้วก็กดจ่ายเงิน ช่องต่าง ๆ ก็จะอัปเกรดให้เราเลยแบบอัตโนมัติ ในส่วนนี้สำหรับผมก็ไม่มีอะไรยุ่งยากและไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรกับมันมากนัก ซึ่งความไม่ซับซ้อนของเกมนี้นี่แหละ ที่ทำให้มันดูมีเสน่ห์เอามาก ๆระบบการวิจัย - เป็นการวิจัยอุปกรณ์ตบแต่งเพื่อเพิ่มสมรรถนะให้กับเรือของเราครับ เราจะสามารถอัปเกรดได้เมื่อเราได้รับไอเทมที่เป็นเฟือง แต่ละอุปกรณ์จะใช้เฟืองในการอัปไม่เท่ากัน ยิ่งความสามารถของอุปกรณ์ดีเท่าไหร่ เราก็ต้องใช้เฟืองในการวิจัยมากขึ้นครับเฟืองสามารถหาได้จากการกู้ซากในทะเล การทำเควสต่าง ๆ บางครั้ง NPC ก็จะให้มันเป็นรางวัลกับเรา การไปค้นซากเรืออับปางที่มาเกยตื้นตามเกาะต่าง ๆ หรือจากที่อยู่อาศัยที่ร้างไปแล้วเมื่อหาเฟืองมาวิจัยได้ครบตามเป้าหมายที่ต้องการแล้ว ไอเทมต่าง ๆ จะถูกนำไปขายในร้านของ NPC โดยอัตโนมัติครับ เราสามารถใช้เงินที่ขายปลามา นำมาซื้ออุปกรณ์ที่เราต้องการได้เลย อุปกรณ์บางอย่างค่อนข้างแพง ผู้เขียนแนะนำให้หาเงินไว้ก่อน โดยการจับปลาไปขายรอไว้เลยครับการต่อสู้กับสัตว์ร้ายในท้องทะเล - ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าเราสามารถตอบโต้สัตว์ร้ายเหล่านั้นกลับได้ไหม แต่ที่ผมเล่นมาผมไม่สามารถสู้มันกลับได้ครับ อาศัยขับเรือหลบหนีเอาเพราะหลัง ๆ นั้นเรือของผมถูกอัปเกรดจนความไวเข้าขั้นว่าตามตัวจับผมยากแล้ว ฮ่า ๆ แต่พวกโขดหินที่โผล่มาแบบลึกลับในตอนกลางคืนก็เป็นเรื่องที่นักซิ่งอย