GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
บทความ
รู้ก่อนซื้อ! PlayStation 5 เครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ซื้อรุ่นไหนและข้อมูลอัปเดตล่าสุด
ลงวันที่ 12/11/2020
อีกไม่กี่วันทาง Sony Interactive Entertainment ก็จะวางจำหน่ายเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง “PlayStation 5” ให้กลุ่มประเทศแรกกันแล้วค่ะ ซึ่งบ้านเราเองก็ได้แต่รอลุ้นว่าจะวางจำหน่ายตามกำหนดการณ์เดิมคือวันที่ 19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้หรือเปล่า แถมตอนนี้ก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยมีคำถามเกิดขึ้นว่า “สรุปแล้วเราจะต้องเลือกซื้อ PlayStation 5 รุ่นไหนดี!?” เพราะมีการผลิตออกมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน วันนี้เกวลินจะมาสรุปและวิเคราะห์ให้เพื่อน ๆ เข้าใจเพื่อได้ตัดสินใจถูกว่าควรซื้อรุ่นไหนดี


อัปเดตข่าวล่าสุดของ PlayStation 5 กันก่อน!


ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องสเปกและรายละเอียดต่าง ๆ ของเครื่อง PlayStation 5 เรามาพูดถึงข้อมูลล่าสุดกันก่อนค่ะ เพราะตอนนี้สื่อต่างประเทศรวมไปถึงยูทูปเบอร์ชื่อดังหลายคน ( ส่วนใหญ่ทั้งหมดจะเป็นของต่างประเทศ ) ได้ออกมารีวิวพูดถึงความรู้สึกแรกหลังจากที่แกะกล่อง แล้วได้ลองทดสอบในการเล่นเกมต่าง ๆ ผลที่ได้รับจากผู้ใช้ก็คือ “เทคโนโลยีใหม่ ๆ บนเครื่อง PlayStation 5 ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก” เพราะมันได้มอบประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีกว่าเครื่องเกมรุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัดเจนเลย



สิ่งที่พูดถึงมากที่สุดก็คือ “การโหลดเข้าเกม” ที่รวดเร็วภายในระยะไม่กี่วินาที ยกตัวอย่างเช่นเกม Marvel's Spider-Man: Miles Morales อันนี้เห็นได้ชัดเจนเลยว่าโหลดฉากตั้งแต่หน้าเมนูยันหน้าเข้าเกมใช้เวลาเพียงแค่แว่บเดียวจริง ๆ ถ้าย้อนไปสมัยก่อนกว่าจะเข้าเกมได้ต้องโหลดนั้น โหลดนี้ใช้เวลาร่วมนาทีเลยค่ะ 



อีกสิ่งที่ได้รับคำชมไม่แพ้กันก็คือ “DualSense Controller” เพราะเขาได้อธิบายเอาไว้ว่าตัวจอยมีขนาดใหญ่จับกระชับมือ อีกทั้งมันยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเล่นเกม เราจะสัมผัสถึงแรงต้านในการกดแต่ละระดับหรือที่เรียกว่า Adaptive Triggers และ ระบบการสั่น Haptic Feedback ที่เมื่ออยู่ในมือผู้ใช้งานจะรู้สึกถึงแรงสั่นที่ให้ความสมจริงตามอิริยาบถของตัวละครที่ปรากฎอยู่ภายในเกม แต่เมื่อมาเทสกับเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Marvel's Spider-Man: Miles Morales สองฟีเจอร์นี้ยังตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนระบบ 3D AudioTech ยังทำออกมาไม่ได้โดดเด่นมากนัก เพราะสื่อต่างประเทศก็บอกว่าตอนนี้ใช้งานได้ตอนเชื่อมต่อกับหูฟังเท่านั้น!



นอกจากเรื่องการโหลดเข้าเกมที่รวดเร็วถูกใจเกมเมอร์แล้ว “เสียงพัดลม” ตอนระบายความร้อนก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ซึ่งถ้านำไปเทียบกับเครื่อง PlayStation 4 Pro ตอนทำงานแบบปกติระดับเสียงจะอยู่ที่ 45 dB แล้วถ้าทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพเสียงจะดังสูงถึง 54 bB ตรงกันข้ามกับเครื่อง PlayStation 5 ที่แม้ว่าจะทำงานหนักแต่เสียงพัดลมดังแค่ 38 dB เท่านั้น!



แม้ว่าจะถูกชมมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เหมือนถูกพูดถึงมากที่สุดเลยก็คือ “SSD M.2” ที่ติดมากับตัวเครื่องที่ให้มา 825GB. แต่เมื่อมีการติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่เครื่องจำเป็นต้องใช้ก็จะเหลือเนื้อที่อยู่ประมาณ 667GB. ที่ดูน้อยไปหน่อย แถมตอนนี้ตัวเครื่องยังไม่รองรับ SSD M.2 ในช่องที่เครื่องมีให้ติดตั้ง อีกทั้งยังไม่สามารถนำเกมจากเครื่อง PlayStation 5 ไปติดตั้งอยู่ใน External HDD เพื่อใช้เก็บตัวเกม หรือ ใช้เล่นเหมือนสมัยเครื่อง PlayStation 4 ทั้งนี้ถ้าต้องการจะเล่นเกมจาก PlayStation 4 ที่มีอยู่ใน External HDD สามารถเล่นได้ตามปกติค่ะ


สเปกเครื่อง PlayStation 5 อย่างเป็นทางการ



  • CPU: AMD Zen 2-based CPU with 8 cores at 3.5GHz.

  • GPU: 10.28 TFLOPs, 36 CUs at 2.23GHz.

  • GPU Architecture: Custom RDNA 2

  • Memory Interface: 16GB. GDDR6 / 256-bit

  • Memory Bandwidth: 448GB/s

  • Internal Storage: Custom 825GB. SSD M.2

  • Usable Storage: 667.2GB.

  • IO Throughput: 5.5GB/s (Raw), typical 8-9GB/s (Compressed)

  • Expandable Storage: NVMe SSD Slot

  • External Storage: USB HDD Support แค่เกมจากแพลตฟอร์ม PlayStation 4 เท่านั้น

  • Optical Drive: 4K UHD Blu-ray Drive




เห็นสเปกเครื่องกันแล้วก็ต้องมาพูดให้เข้าใจกันก่อนว่าทาง Sony Interactive Entertainment วางจำหน่ายเครื่อง PlayStation 5 ทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันคือ รุ่นแบบมี 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ความแตกต่างมันมีส่วนไหนบ้าง!? คำตอบก็คือ “แตกต่างแค่มี 4K UHD Blu-ray Drive กับ ไม่มีเท่านั้นเองค่ะ!” เพราะสเปกภายในส่วนอื่น ๆ ทั้ง CPU, GPU และ Ram ไม่มีการปรับหรือลดสเปกเครื่องลงมาเหมือนกับ Xbox Series X กับ Xbox Series S ที่สเปกภายในแตกต่างกันพอสมควร



โดยรุ่น 4K UHD Blu-ray Drive เราสามารถใส่แผ่นเกมเข้าไปในเครื่อง PlayStation 5 หลังจากนั้นจะมีการติดตั้งเกมบางส่วนลงไปใน SSD M.2 ด้วยเพื่อลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดเข้าเกม ซึ่งเมื่อเราได้แกะตัวเครื่องออกจะมีช่องให้ติดตั้ง SSD M.2 เพิ่มได้อีก 1 ตัวแล้วจากข้อมูลที่ยืนยันแล้วก็คือ “จะต้องเป็น SSD M.2 Gen 4 เท่านั้น!” แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีรุ่นไหน แบรนด์ไหนบ้างที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งก็คงต้องรอทาง Sony ประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมอีกครั้งค่ะ



ตามมาด้วยรุ่น Digital Edition รุ่นนี้ได้ตัดเอาส่วน “4K UHD Blu-ray Drive” ออกไปทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่เล็กลงจากเดิมเล็กน้อย ( เล็กน้อยจริง ๆ ค่ะ ) แต่อย่างที่บอกไปว่าสเปกภายในเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องการจะเล่นเกมจะต้องซื้อเกมจาก PlayStation Store แล้วดาวน์โหลดมาติดตั้งใน SSD M.2 ที่อยู่ภายในเครื่องที่เหลือเนื้อที่อยู่ประมาณ 667GB. บางคนถามว่า “เพ่แล้วมันจะเพียงพอหรอ!?” ตอบเลยว่าถ้าไม่ใช่เกมที่มีขนาดใหญ่มันก็สามารถติดตั้งเกมได้มากถึง 5 - 6 เกมเลยนะคะ ไม่นับเกมที่กินทรัพยากรเครื่องอย่าง Call of Duty: Modern Warfare ที่กินไปมากกว่า 200GB. ก็อาจจะทำให้ติดตั้งเกมได้น้อยลง



สิ่งที่เกวลินเจอปัญหาก่อนหน้านี้ก็คือ “การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบ Wi-Fi” สมัยดาวน์โหลดเกมบนเครื่อง PlayStation 4 Pro ในรูปแบบ Wi-Fi แม้ว่าตัวเครื่องจะตั้งอยู่ใกล้กับเลาเตอร์เลยก็ตาม แต่รู้สึกว่าความเร็วที่ดาวน์โหลดเกมดูช้าผิดปกติ แถมตอนที่เรา Test Speed แล้วก็ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่นัก ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi ของเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง PlayStation 5 จะปรับปรุงการเชื่อมต่อสัญญาณให้ดีขึ้นเพื่อที่จะช่วยลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดเกมไม่มากก็น้อยค่ะ



เมื่อสเปกภายในเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ “ราคา”


ใช่ค่ะ ทาง Sony Interactive Entertainment ได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่าเครื่องเกม PlayStation 5 ทั้งรุ่น 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ออกมาเรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วย $499.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 15,300 บาท ( รุ่น 4K UHD Blu-ray Drive ) และ $399.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 12,240 บาท ( รุ่น Digital Edition ) โดยค่าเงินบาทอ้างอิงในปัจจุบัน 



แต่ก็ต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่าในวันที่เกวลินเขียนบทความนี้ทาง PlayStation Thailand และ Sony Thailand ก็ยังไม่มีการประกาศราคาของเครื่องศูนย์ไทยแต่อย่างใดนะคะ แต่ก็แอบได้ยินมานิด ๆ ว่า “ราคาเครื่องก็จะไม่ได้แตกต่างจากที่เปิดตัวอย่างแน่นอน!” แต่ถ้าราคาเครื่องหิ้วที่แอบไปส่อง ๆ มาก็เห็นว่าราคากระโดดสูงถึง 30,000 - 50,000 บาทแล้วแต่กรณีด้วยค่ะ ก็เอาเป็นว่าใครที่จะรอเครื่องศูนย์ไทยที่มีประกันก็ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ


สรุป


จากข้อมูลที่เกวลินหยิบยกมานี้ทั้งเครื่องสเปกเครื่อง, ราคา, ความแตกต่าง และ ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากสื่อต่างประเทศที่ได้สัมผัสเครื่อง PlayStation 5 มาเล่าสู่กันฟัง แล้วถ้าให้พูดว่าสรุปแล้วควรเลือกซื้อเครื่องรุ่นไหนดีระหว่าง 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ก็คงตอบว่า “แล้วแต่กำลังทรัพย์และรูปแบบไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลมากกว่า” เพราะบางคนอาจจะเป็นคนที่ชื่นชอบการสะสมแผ่นเกมก็มักจะใช้ซื้อเครื่องที่ช่องใส่แผ่น แต่ด้วยยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลายคนหันมาซื้อแบบดิจิตอลดาวน์โหลดมากยิ่งขึ้น



โดยตัวเกวลินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะจะซื้อเกมแบบดิจิตอลดาวน์โหลดมากกว่า มันสามารถเก็บไว้ในบัญชีของเราได้ ไม่มีวันหายแล้วก็สามารถนำไปใช้กับเครื่องอื่น ๆ ได้ตลอดเวลา แถมปัจจุบันก็มีการมีแอพพลิเคชั่น PlayStation App ที่ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับบัญชีของตนเอง จะสั่งซื้อเกม, อัปเดตข่าวสารใหม่ ๆ หรือ ดูว่าเพื่อน ๆ ของเราเล่นเกมอะไรอยู่ก็สะดวก สบายกว่าเมื่อก่อนมาก เลยคิดว่าเรื่องราคาและรูปแบบเครื่องไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่าค่ะ ถ้าให้เกวลินเลือกซื้อรุ่น Digital Edition แน่นอน! แล้วเพื่อน ๆ ละคะจะซื้อรุ่นไหนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้าค่ะ

เกมมือถือแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 26/10/63
Genshin Impact
miHoYo Limited
League of Legends: Wild Rift
Riot Games, Inc
Coin Master
Moon Active
Garena Free Fire
GARENA INTERNATIONAL I PRIVATE LIMITED
Banker
Rooster Games
เกมพีซี/คอนโซลแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 26/10/63
Genshin Impact
miHoYo Limited
Assassin's Creed Valhalla
Ubisoft
Watch Dogs: Legion
Ubisoft
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
รู้ก่อนซื้อ! PlayStation 5 เครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ซื้อรุ่นไหนและข้อมูลอัปเดตล่าสุด
12/11/2020
อีกไม่กี่วันทาง Sony Interactive Entertainment ก็จะวางจำหน่ายเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง “PlayStation 5” ให้กลุ่มประเทศแรกกันแล้วค่ะ ซึ่งบ้านเราเองก็ได้แต่รอลุ้นว่าจะวางจำหน่ายตามกำหนดการณ์เดิมคือวันที่ 19 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้หรือเปล่า แถมตอนนี้ก็มีเกมเมอร์จำนวนไม่น้อยมีคำถามเกิดขึ้นว่า “สรุปแล้วเราจะต้องเลือกซื้อ PlayStation 5 รุ่นไหนดี!?” เพราะมีการผลิตออกมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกัน วันนี้เกวลินจะมาสรุปและวิเคราะห์ให้เพื่อน ๆ เข้าใจเพื่อได้ตัดสินใจถูกว่าควรซื้อรุ่นไหนดี


อัปเดตข่าวล่าสุดของ PlayStation 5 กันก่อน!


ก่อนที่จะไปพูดถึงเรื่องสเปกและรายละเอียดต่าง ๆ ของเครื่อง PlayStation 5 เรามาพูดถึงข้อมูลล่าสุดกันก่อนค่ะ เพราะตอนนี้สื่อต่างประเทศรวมไปถึงยูทูปเบอร์ชื่อดังหลายคน ( ส่วนใหญ่ทั้งหมดจะเป็นของต่างประเทศ ) ได้ออกมารีวิวพูดถึงความรู้สึกแรกหลังจากที่แกะกล่อง แล้วได้ลองทดสอบในการเล่นเกมต่าง ๆ ผลที่ได้รับจากผู้ใช้ก็คือ “เทคโนโลยีใหม่ ๆ บนเครื่อง PlayStation 5 ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก” เพราะมันได้มอบประสบการณ์ในการเล่นเกมที่ดีกว่าเครื่องเกมรุ่นเก่าอย่างเห็นได้ชัดเจนเลย



สิ่งที่พูดถึงมากที่สุดก็คือ “การโหลดเข้าเกม” ที่รวดเร็วภายในระยะไม่กี่วินาที ยกตัวอย่างเช่นเกม Marvel's Spider-Man: Miles Morales อันนี้เห็นได้ชัดเจนเลยว่าโหลดฉากตั้งแต่หน้าเมนูยันหน้าเข้าเกมใช้เวลาเพียงแค่แว่บเดียวจริง ๆ ถ้าย้อนไปสมัยก่อนกว่าจะเข้าเกมได้ต้องโหลดนั้น โหลดนี้ใช้เวลาร่วมนาทีเลยค่ะ 



อีกสิ่งที่ได้รับคำชมไม่แพ้กันก็คือ “DualSense Controller” เพราะเขาได้อธิบายเอาไว้ว่าตัวจอยมีขนาดใหญ่จับกระชับมือ อีกทั้งมันยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเล่นเกม เราจะสัมผัสถึงแรงต้านในการกดแต่ละระดับหรือที่เรียกว่า Adaptive Triggers และ ระบบการสั่น Haptic Feedback ที่เมื่ออยู่ในมือผู้ใช้งานจะรู้สึกถึงแรงสั่นที่ให้ความสมจริงตามอิริยาบถของตัวละครที่ปรากฎอยู่ภายในเกม แต่เมื่อมาเทสกับเกมฟอร์มยักษ์อย่าง Marvel's Spider-Man: Miles Morales สองฟีเจอร์นี้ยังตอบสนองไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนระบบ 3D AudioTech ยังทำออกมาไม่ได้โดดเด่นมากนัก เพราะสื่อต่างประเทศก็บอกว่าตอนนี้ใช้งานได้ตอนเชื่อมต่อกับหูฟังเท่านั้น!



นอกจากเรื่องการโหลดเข้าเกมที่รวดเร็วถูกใจเกมเมอร์แล้ว “เสียงพัดลม” ตอนระบายความร้อนก็ทำออกมาได้ดีมาก ๆ ซึ่งถ้านำไปเทียบกับเครื่อง PlayStation 4 Pro ตอนทำงานแบบปกติระดับเสียงจะอยู่ที่ 45 dB แล้วถ้าทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพเสียงจะดังสูงถึง 54 bB ตรงกันข้ามกับเครื่อง PlayStation 5 ที่แม้ว่าจะทำงานหนักแต่เสียงพัดลมดังแค่ 38 dB เท่านั้น!



แม้ว่าจะถูกชมมากน้อยแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เหมือนถูกพูดถึงมากที่สุดเลยก็คือ “SSD M.2” ที่ติดมากับตัวเครื่องที่ให้มา 825GB. แต่เมื่อมีการติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่เครื่องจำเป็นต้องใช้ก็จะเหลือเนื้อที่อยู่ประมาณ 667GB. ที่ดูน้อยไปหน่อย แถมตอนนี้ตัวเครื่องยังไม่รองรับ SSD M.2 ในช่องที่เครื่องมีให้ติดตั้ง อีกทั้งยังไม่สามารถนำเกมจากเครื่อง PlayStation 5 ไปติดตั้งอยู่ใน External HDD เพื่อใช้เก็บตัวเกม หรือ ใช้เล่นเหมือนสมัยเครื่อง PlayStation 4 ทั้งนี้ถ้าต้องการจะเล่นเกมจาก PlayStation 4 ที่มีอยู่ใน External HDD สามารถเล่นได้ตามปกติค่ะ


สเปกเครื่อง PlayStation 5 อย่างเป็นทางการ



  • CPU: AMD Zen 2-based CPU with 8 cores at 3.5GHz.

  • GPU: 10.28 TFLOPs, 36 CUs at 2.23GHz.

  • GPU Architecture: Custom RDNA 2

  • Memory Interface: 16GB. GDDR6 / 256-bit

  • Memory Bandwidth: 448GB/s

  • Internal Storage: Custom 825GB. SSD M.2

  • Usable Storage: 667.2GB.

  • IO Throughput: 5.5GB/s (Raw), typical 8-9GB/s (Compressed)

  • Expandable Storage: NVMe SSD Slot

  • External Storage: USB HDD Support แค่เกมจากแพลตฟอร์ม PlayStation 4 เท่านั้น

  • Optical Drive: 4K UHD Blu-ray Drive




เห็นสเปกเครื่องกันแล้วก็ต้องมาพูดให้เข้าใจกันก่อนว่าทาง Sony Interactive Entertainment วางจำหน่ายเครื่อง PlayStation 5 ทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันคือ รุ่นแบบมี 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ความแตกต่างมันมีส่วนไหนบ้าง!? คำตอบก็คือ “แตกต่างแค่มี 4K UHD Blu-ray Drive กับ ไม่มีเท่านั้นเองค่ะ!” เพราะสเปกภายในส่วนอื่น ๆ ทั้ง CPU, GPU และ Ram ไม่มีการปรับหรือลดสเปกเครื่องลงมาเหมือนกับ Xbox Series X กับ Xbox Series S ที่สเปกภายในแตกต่างกันพอสมควร



โดยรุ่น 4K UHD Blu-ray Drive เราสามารถใส่แผ่นเกมเข้าไปในเครื่อง PlayStation 5 หลังจากนั้นจะมีการติดตั้งเกมบางส่วนลงไปใน SSD M.2 ด้วยเพื่อลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดเข้าเกม ซึ่งเมื่อเราได้แกะตัวเครื่องออกจะมีช่องให้ติดตั้ง SSD M.2 เพิ่มได้อีก 1 ตัวแล้วจากข้อมูลที่ยืนยันแล้วก็คือ “จะต้องเป็น SSD M.2 Gen 4 เท่านั้น!” แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีการเปิดเผยว่ามีรุ่นไหน แบรนด์ไหนบ้างที่สามารถใช้งานได้ ซึ่งก็คงต้องรอทาง Sony ประกาศอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมอีกครั้งค่ะ



ตามมาด้วยรุ่น Digital Edition รุ่นนี้ได้ตัดเอาส่วน “4K UHD Blu-ray Drive” ออกไปทำให้ตัวเครื่องมีขนาดที่เล็กลงจากเดิมเล็กน้อย ( เล็กน้อยจริง ๆ ค่ะ ) แต่อย่างที่บอกไปว่าสเปกภายในเหมือนกันทุกประการ เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องการจะเล่นเกมจะต้องซื้อเกมจาก PlayStation Store แล้วดาวน์โหลดมาติดตั้งใน SSD M.2 ที่อยู่ภายในเครื่องที่เหลือเนื้อที่อยู่ประมาณ 667GB. บางคนถามว่า “เพ่แล้วมันจะเพียงพอหรอ!?” ตอบเลยว่าถ้าไม่ใช่เกมที่มีขนาดใหญ่มันก็สามารถติดตั้งเกมได้มากถึง 5 - 6 เกมเลยนะคะ ไม่นับเกมที่กินทรัพยากรเครื่องอย่าง Call of Duty: Modern Warfare ที่กินไปมากกว่า 200GB. ก็อาจจะทำให้ติดตั้งเกมได้น้อยลง



สิ่งที่เกวลินเจอปัญหาก่อนหน้านี้ก็คือ “การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในรูปแบบ Wi-Fi” สมัยดาวน์โหลดเกมบนเครื่อง PlayStation 4 Pro ในรูปแบบ Wi-Fi แม้ว่าตัวเครื่องจะตั้งอยู่ใกล้กับเลาเตอร์เลยก็ตาม แต่รู้สึกว่าความเร็วที่ดาวน์โหลดเกมดูช้าผิดปกติ แถมตอนที่เรา Test Speed แล้วก็ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่นัก ตอนนี้ก็ได้แต่ลุ้นว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Wi-Fi ของเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง PlayStation 5 จะปรับปรุงการเชื่อมต่อสัญญาณให้ดีขึ้นเพื่อที่จะช่วยลดระยะเวลาในการดาวน์โหลดเกมไม่มากก็น้อยค่ะ



เมื่อสเปกภายในเหมือนกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือ “ราคา”


ใช่ค่ะ ทาง Sony Interactive Entertainment ได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่าเครื่องเกม PlayStation 5 ทั้งรุ่น 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ออกมาเรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วย $499.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 15,300 บาท ( รุ่น 4K UHD Blu-ray Drive ) และ $399.99 เหรียญสหรัฐฯ หรือตีเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 12,240 บาท ( รุ่น Digital Edition ) โดยค่าเงินบาทอ้างอิงในปัจจุบัน 



แต่ก็ต้องแจ้งให้ทราบก่อนว่าในวันที่เกวลินเขียนบทความนี้ทาง PlayStation Thailand และ Sony Thailand ก็ยังไม่มีการประกาศราคาของเครื่องศูนย์ไทยแต่อย่างใดนะคะ แต่ก็แอบได้ยินมานิด ๆ ว่า “ราคาเครื่องก็จะไม่ได้แตกต่างจากที่เปิดตัวอย่างแน่นอน!” แต่ถ้าราคาเครื่องหิ้วที่แอบไปส่อง ๆ มาก็เห็นว่าราคากระโดดสูงถึง 30,000 - 50,000 บาทแล้วแต่กรณีด้วยค่ะ ก็เอาเป็นว่าใครที่จะรอเครื่องศูนย์ไทยที่มีประกันก็ต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ


สรุป


จากข้อมูลที่เกวลินหยิบยกมานี้ทั้งเครื่องสเปกเครื่อง, ราคา, ความแตกต่าง และ ข้อมูลอัปเดตล่าสุดจากสื่อต่างประเทศที่ได้สัมผัสเครื่อง PlayStation 5 มาเล่าสู่กันฟัง แล้วถ้าให้พูดว่าสรุปแล้วควรเลือกซื้อเครื่องรุ่นไหนดีระหว่าง 4K UHD Blu-ray Drive และ Digital Edition ก็คงตอบว่า “แล้วแต่กำลังทรัพย์และรูปแบบไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลมากกว่า” เพราะบางคนอาจจะเป็นคนที่ชื่นชอบการสะสมแผ่นเกมก็มักจะใช้ซื้อเครื่องที่ช่องใส่แผ่น แต่ด้วยยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้หลายคนหันมาซื้อแบบดิจิตอลดาวน์โหลดมากยิ่งขึ้น



โดยตัวเกวลินเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเพราะจะซื้อเกมแบบดิจิตอลดาวน์โหลดมากกว่า มันสามารถเก็บไว้ในบัญชีของเราได้ ไม่มีวันหายแล้วก็สามารถนำไปใช้กับเครื่องอื่น ๆ ได้ตลอดเวลา แถมปัจจุบันก็มีการมีแอพพลิเคชั่น PlayStation App ที่ทำให้เราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับบัญชีของตนเอง จะสั่งซื้อเกม, อัปเดตข่าวสารใหม่ ๆ หรือ ดูว่าเพื่อน ๆ ของเราเล่นเกมอะไรอยู่ก็สะดวก สบายกว่าเมื่อก่อนมาก เลยคิดว่าเรื่องราคาและรูปแบบเครื่องไม่ใช่ปัจจัยสำคัญ เพราะสุดท้ายแล้วมันอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของเรามากกว่าค่ะ ถ้าให้เกวลินเลือกซื้อรุ่น Digital Edition แน่นอน! แล้วเพื่อน ๆ ละคะจะซื้อรุ่นไหนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะคะ แล้วพบกันใหม่กับบทความหน้าค่ะ

บทความที่คล้ายกัน
เกมมือถือแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 26/10/63
Genshin Impact
miHoYo Limited
League of Legends: Wild Rift
Riot Games, Inc
Coin Master
Moon Active
Garena Free Fire
GARENA INTERNATIONAL I PRIVATE LIMITED
Banker
Rooster Games
เกมพีซี/คอนโซลแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 26/10/63
Genshin Impact
miHoYo Limited
Assassin's Creed Valhalla
Ubisoft
Watch Dogs: Legion
Ubisoft
Show header