บทความ รีวิว

รีวิว Call of Duty: Warzone เกม Battle Royale สุดโหด ไม่เดือดจริงอยู่ไม่ได้

จุดเริ่มต้นกระแสเกมแนว Battle Royale ต้องย้อนกลับไปในช่วงราวๆ 4 ปีที่แล้ว นับตั้งแต่ PUBG ยลโฉมให้เล่นกัน แม้จะไม่ใช่เกม Battle Royale เกมนี้ ( เกมแรกที่คนคุ้นเคยจริงๆ คือ ArmA 2: Battle Royale mod ) แต่ก็ทำให้ทั่วโลกต่างสนใจและเกิดเป็นกระแส Fever จนค่ายเกมหลายๆ เจ้าเริ่มทำเกมแนว Battle Royale เป็นของตัวเองกันบ้าง

ล่าสุดทาง Infinity Ward ก็ไม่น้อยหน้าเอาเกม Call of Duty: Modern Warfare ภาคล่าสุดที่เป็นกระแสไม่ดีสุดๆ ก็แย่แบบสุดโต่งในแง่การเมืองระหว่างประเทศ เพราะสำหรับชาวตะวันตกถือว่าละเอียดอ่อนมาก จับมาเพิ่มโหมด Battle Royale ภายใต้ชื่อว่า Warzone ซึ่งเป็นโหมดที่แยก Standalone ออกมาจากตัวเกมหลักและเล่นฟรีไม่คิดเงิน แถมคนเข้ามาเล่นกันจนแน่นเซิร์ฟเวอร์ภายในเวลาไม่ถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ทาง GameFever TH ก็ได้เห็นความมันและอลังการงานสร้างของโหมดนี้แล้วก็ชักจะพิสูจน์แล้วว่ามันจะสนุกมากน้อยเพียงไหน เอาล่ะคงไม่ต้องสาธยายให้ยาวมาก ไปดูกันเลยดีกว่าว่าความรู้สึกหลังจากได้เล่นโหมด Warzone ร่วมๆ 15 ชั่วโมงแล้วเป็นอย่างไรกันบ้าง

==================================================

Call of Duty กับภาพลักษณ์ Battle Royale สุดโหด

ตั้งแต่เข้าดู Trailer จนกระทั่งเข้าเกมมา แน่นอนว่าตัวเกมจะบังคับให้เราเล่น Tutorial ซึ่งบอกเลยว่าสำคัญมาก ใครคิดจะ Skip คิดว่าเกมแนว Battle Royale มันก็เหมือนๆ กันหรือออกเข้าเกมใหม่หวังจะเล่นเกมไวๆ ล่ะก็ ตัวเกมไม่อนุญาตจนกว่าเรียนรู้ Tutorial อย่างเข้มข้มให้เรียบร้อย ถือว่าเป็น First Impression ที่ชอบนะ คือคุณอยากเล่น คุณก็ต้องเรียนรู้ ถ้าคุณไม่เรียนรู้ คุณก็จะกลายเป็นไก่ ขนาดตัวเองมีเกม Modern Warfare ตัวเต็มก็ยังไม่ละเว้นที่ต้องเรียนรู้ Tutorial ก่อน ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า Warzone น่ะมีอะไรที่แตกต่าง ถือว่าควรค่าแก่การยอมสละเวลาสักนิดเพื่อศึกษาระบบโลกของ Battle Royale เกมนี้ดีกว่าไปลงสนามแบบไม่รู้อะไรเลย

ส่วนหน้า Interface ก็ไม่มีอะไรมาก ด้านซ้ายจะมีโหมดให้เลือกเล่นได้แก่

  • โหมด Battle Royale: เป็นโหมดที่เรากับผู้เล่นอีกสองคน ร่วมฝ่าฝันและสังหารผู้เล่นคนอื่นๆ จำนวน 150 คน เข้าลงสมรภูมิ Verdansk ดินแดนสมมุติของประเทศรัสเซีย ( แต่ในเกมจะใช้ชื่อประเทศแบบเลี่ยงๆ กันดราม่านั้นแหละ ) ภารกิจคือ หลบหนีเข้ามายังเซฟโซนที่มีแก๊ซพิษไล่หลังเราเรื่อยๆ และอยู่รอดจนเป็นคนสุดท้ายหรือทีมสุดท้าย เป็นโหมดที่เน้นทักษะการเอาตัวรอดอย่างถึงที่สุดเพื่ออยู่รอดให้นานที่สุด
  • โหมด Plunder: โหมดนี้จัดได้ว่าค่อนข้างแหวกแนวหน่อยๆ โดยเรากับเพื่อนร่วมทีมอีกสองคน โดดร่มลงพื้นที่ Verdansk แล้วทำทุกวิธีทางเพื่อให้ได้เงินมาแล้วส่งเงินขึ้นเฮลิคอปเตอร์หรือบอลลูนฉุกเฉินแย่งกับผู้เล่นคนอื่นๆ อีก 150 คน โดยเราสามารถตายและเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ตลอดเวลา ทีมไหนที่ส่งเงินได้ครบหนึ่งล้านดอลล่าห์หรือมีเงินสะสมมากที่สุดในทีมก็จะเป็นผู้ชนะ ถือว่าเป็นโหมดที่เน้นเอาสะใจมากกว่าเอาตัวรอดแบบปกติ
  • โหมด Pratice: เป็นโหมดฝึกซ้อม หากใครผ่าน Tutorial ครั้งแรก็สามารถกลับมาเล่นซ้ำเพื่อทบทวนและฝึกฝนได้
  • Squad Fill: เราสามารถเลือกที่จะเติมคนนอกเข้ามาร่วมทีมแบบอัตโนมัติหรือไม่ แต่หากใครที่ชอบ Solo หรือแกร่งกล้าพอก็สามารถปิด Squad Fill ได้เช่นกัน

ส่วนด้านขวาก็จะเป็นเควสต์ที่เป็นเควสต์ประจำวันและภารกิจที่อยู่ตลอดจนกว่าเราจะทำเสร็จ ซึ่งก็มีการแจกอุปกรณ์ตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษนัก

Loadout, อาวุธปืนและ Perk ที่มีความสำคัญกับผู้เล่น

อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญมากๆ ทั้งคนที่มีตัวเกม Call of Duty: Modern Warfare หรือยังไม่มีขอเล่นฟรีก่อน สำหรับ Loadout ผู้เล่นสามารถปรับแต่งปืนแล้วสร้างเป็น Loadout ของตัวเองได้ โดยมันจะถูกใช้ตอนเราเรียก Loadout Package ตอนเล่นและเมื่อเปิดกล่องก็จะเป็นการเรียก Loadout ที่เราเซ็ตไว้แต่แรก ( พูดง่ายๆ ก็คือเรียกกล่องลงมานั้นแหละแล้วจะได้อาวุธที่เราตั้งค่าไว้ ) โดยผู้เล่นที่มีตัวเกมจะได้เปรียบอยู่นิดหน่อยเพราะส่วนใหญ่เล่นมานาน อาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ ก็ปลดล็อคเกือบหมดแล้วจึงสามารถปรับแต่งอะไรได้มากกว่าในช่วงนี้ แต่สำหรับผู้เล่นฟรีไม่ต้องกังวลเพราะเกมนี้อาวุธทุกกระบอกมีความสำคัญพอๆ กัน และปืนกระบอกเดิมๆ แบบไม่แต่งก็ยังมีความสามารถที่จะหยุดยั้งศัตรูได้มากพอหากมีฝีมือ

และสิ่งที่สายฟรีต้องพยายามมากกว่าคนที่มีตัวเกมเต็มก็คือ เกม Call of Duty: Modern Warfare นอกจากมีระบบเลเวลผู้เล่นแล้ว ก็ยังมีระบบเลเวลของปืนด้วย ซึ่งการที่จะเพิ่มเลเวลของปืนใน Warzone ก็คือการเรียก Loadout Package เลือกอาวุธที่เราตั้งค่าไว้แล้วให้ไปไล่ยิงศัตรูหรือทำเควสต์ตามทางให้ได้ ซึ่งทุกเลเวลของปืนจะปลดล็อคอุปกรณ์เสริมเพิ่มความสามารถของตัวปืนให้อีกด้วย คนเล่นเกมแนว Battle Royale เป็นประจำจะเข้าใจจุดนี้ดี อีกทั้ง Perk ต่างๆ ที่เป็นสกิลส่วนตัวช่วยเสริมความสามารถของผู้เล่นจะปลดล็อคตามเลเวลของผู้เล่นเอง  แต่อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น แม้จะปืนเดิมๆ แต่ก็แทบไม่ได้ส่งผลอะไรกับการสู้มากนักหากมีฝีมือมากพอ

Operator ไม่ได้มีส่วนช่วยทำให้ผู้เล่นได้เปรียบ

หลายคนอาจจะคิดว่า “เฮ้ย คนมีเกมตัวเต็ม ปลดล็อค Operator หลายตัวย่อมได้เปรียบกว่าสายฟรีแน่ๆ” แต่ขอให้คิดใหม่สักนิดเพราะทาง Infinity Ward ก็ออกมายืนยันแล้วว่า Operator แค่ทำให้ตัวเองดูหล่อเท่ตอนลงบวกกันในสนามเท่านั้น แต่หากสายฟรีอยากปลดล็อค Operator ใหม่ๆ ก็สามารถทำได้ด้วยการซื้อ Skin Operator ตัวนั้นๆ ที่จะวนขายในเมนู Shop หรือจะซื้อตัวเต็มแล้วทำเควสต์ปลดล็อคก็ได้ไม่ผิดกติกาอะไร

และตัว Operator ใน Warzone จะไม่สามารถแต่งตัวเลือกเป็นชิ้นๆ เช่นเสื้อผ้า หน้าผมแบบเกมแนว Battle Royale อื่นๆ แต่จะมีเป็นชุดเซ็ต ชุดเสื้อผ้าให้เลือกใส่แทน ถ้านึกภาพไม่ออกก็เหมือนกับ skin ของเกม Rainbow six: Siege อะไรแบบนั้นก็ได้ ซึ่งก็ต้องหาซื้อใน Shop หรือทำเควสต์ถึงจะได้ชุดมาสวมใส่เล่นหากเบื่อรูปลักษณ์ Operator เดิมๆ ล่ะนะ

ฉะนั้นผู้เล่นสายฟรีสบายใจได้เลยว่า Operator ไม่ได้ Over Power แต่อย่างใด แถมตัว Operator เดิมๆ ที่สายฟรีมีนั้นมันก็เท่บาดใจอยู่แล้ว แต่ Operator อื่นๆ แค่มันดูหล่อเท่แบบ 300% เฉยๆ

การ Cross-Flatform ใช่ว่าผู้เล่นสาย Console จะสู้ไม่ได้

จากนี้ก็จะเริ่มมีคำถามขึ้นมาแล้วว่า “เฮ้ย แล้วผู้เล่นสาย Console มาเล่นโหมดนี้ร่วมกับผู้เล่นบน PC จะไปรอดเหรอ ?” ขอบอกเลยว่ารอดและพวกเขาเล่นเก่งมากๆ ด้วยซ้ำ ขอยกตัวอย่างบุคคลที่ 1 ในตารางนี้ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นน้องและถนัดการเล่นเกม CoD บน PlayStation 4 แต่ไหนแต่ไรแล้ว ซึ่งเก่งกว่าคนเขียนรีวิวเสียอีก จึงอุ่นใจมากๆ และมั่นใจว่าทีมจะชนะแน่ๆ เมื่อได้เล่นกับเขาคนนี้ ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าคนเล่นสายจอยจะไม่เก่ง เพราะบางทีเขาก็อาจจะยิงแม่นกว่าคุณก็เป็นได้

เราไม่ได้มาแค่ 100 คน แต่เรามาถึง 150 คน!

เมื่อเราลองเริ่มเล่น โดยขอประเดิมโหมด Battle Royale กันก่อน ซึ่งระบบ Matmaking นี่ทำออกมาโอเคเลยนะ หาห้องค่อนข้างไวดี ไม่เกิน 1 – 2 นาทีก็พร้อมเล่นได้แล้ว แต่อาจจะเพราะตัวเกมเพิ่งเปิดโหมดนี้ใหม่และให้เล่นฟรี คนอาจจะตามเพราะกระแสก็เป็นไปได้

ช่วงระหว่างเตรียมตัวโดดร่มในภาพนี้ก็มีการให้ยิงเล่นกันก่อน ฝึกมือฝึกความเคยชินสักครู่ก่อนโดดร่มกันจริงๆ จังๆ หากผู้ในแง่คนที่เล่นเกม CoD: MW ก็อาจจะชินกับวิธีกระสุนของเกมนี้ แต่สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเล่นก็จะขอกบอกก่อนว่า ปืนเกือบทุกกระบอกจะมี Patern Recoil ที่กระสุนจะออกเบี่ยงไปทางขวา แต่จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปืนแต่ละกระบอก แต่ก็ไม่ใช่ทุกกระบอกที่จะเบี่ยงขวาฉะนั้นก็ระหว่างที่รอโดดร่มก็ศึกษาปืนที่ละปืนที่สุ่มให้ลองยิงเล่นให้เรียบร้อย โดยยิงใส่ชาวบ้านอีก 150 ชีวิตเนี่ยแหละ ซึ่งถือว่าเยอะมาก

มีฉากคัตซีนตอนโดดร่มร่วมกับเพื่อนอีกสองคน “อย่างเท่!”

การโดดร่มของที่นี่ ต้องมีศิลปะนิดหนึ่ง

Call of Duty: Warzone ในช่วงที่เราเลือกตำแหน่งและโดดร่มลงมา เราสามารถเลือกที่จะสลัดร่มและกางร่มระหว่างที่เราร่วงลงมาได้ตลอดเวลาจนกว่าขาแตะพื้น ซึ่งมันสามารถทำให้เราควบคุมตำแหน่งการลงของเราที่ห่างจากตำแหน่งเครื่องบินตอนโดดร่มลงมาได้ไกลมากขึ้น โดยใช้วิธีกางร่มสลับสลัดร่มออกเพื่อให้ร่อนกลางอากาศได้นานและพุ่งไปหาตำแหน่งที่เราเลือกได้รวดเร็วในเวลาเดียวกัน

ร่อนลงมาอย่างหล่อๆ แต่ว่าการร่อนลงมาถึงพื้นนั้นค่อนข้างช้าและไถลไปข้างหน้าค่อนข้างไว้ ฉะนั้นกะตำแหน่งลงล่วงหน้าก่อนขาแตะพื้นสักนิดก็เป็นอันใช้ได้ ไม่งั้นจะเป็นเหมือนในภาพที่พยายามจะลงไปในสนามหญ้าแต่ดันลงกลางถนน สุ่มเสี่ยงต่อการโดนยิงมากๆ

ระบบการเล่นที่ต้อง “คิด วิเคราะห์ แยกแยะ” ตลอดเวลา

แน่นอนว่าพอสัมผัสการเข้ามาเล่นครั้งแรกก็ให้ความรู้สึกมีความเป็น Apex Legend อยู่อย่างมาก ต้องเรียกว่าแทบไม่ได้ฉีกออกจากเกม Apex Legend เลยด้วยซ้ำ ทั้งระบบการ Ping ที่ทำออกมาคล้ายๆ กันแต่ใช้งานง่ายกว่าในปุ่มเดียว, การสไลด์แม้จะไม่ได้ไถยาวแบบ Apex Legend แต่ก็เป็นการสไลด์สั้นๆ ที่เน้นเข้ากำบังให้ไวหรือหลบกระสุนศัตรูให้ยิงโดนเรายากขึ้นเท่านั้น ( ที่จริงในตัวเกมเต็มก็มีการไลด์แบบนี้เหมือนกัน ) และมีกลิ่นอายของ PUBG ผสมอยู่นิดหน่อย แต่กลับมีเอกลักษณ์ความเป็น Call of Duty อยู่เต็มเปี่ยม และสิ่งที่ดูแตกต่างไปจากเกมแนว Battle Royale อื่นๆ เลยก็คือ เราจะมีปืนพกติดตัวทันทีหนึ่งกระบอกซึ่งเกมอื่นๆ อาจจะเป็นแค่ตัวเปล่า ทำให้กลายเป็นว่าใครที่ลงถึงพื้นก่อนย่อมได้เปรียบในการยิงใส่ศัตรูที่ลงพื้นช้าทันที แถมยังมีผู้เล่นร่วมอีก 150 ชีวิตพร้อมโถมบวกใส่คุณทุกเวลา ฉะนั้นเมื่อลงถึงพื้น ” รีบยิงศัตรูให้ไวก่อนที่เขาจะยิงใส่คุณ แล้วเอาตัวรอดให้ได้ซะ”

ระหว่างนี้เราสามารถเข้าสำรวจพื้นที่ต่างๆ เพื่อรูทของตามกล่องต่างๆ ที่ถูกสุ่มเพื่อค้นหาอาวุธ เสบียงต่างๆ และอุปกรณ์เสริมที่ต้องใช้ โดยไม่ต้องห่วงว่าจะต้องใช้ช่องเก็บของเยอะแยะ เพราะ Warzone เราสามารถเก็บอาวุธได้แค่สองช่องเท่านั้น และจะไม่มีอุปกรณ์แต่งปืนดรอปตามทาง จะมีแต่ปืนที่ถูกแต่งมาเรียบร้อยแล้วดรอปให้เท่านั้น แต่หากรู้สึกไม่ถูกใจกับปืนที่ได้ ก็สามารถเรียก Loadout Package เพื่อใช้ปืนที่เราแต่งไว้ตั้งแต่แรกก็ได้โดยต้องหา Shop Station และใช้เงินแลกซื้อมันมา

แม้เลือดจะ Regen เองได้ แต่ตัวละครเราตายง่ายเช่นกัน

แม้ความไวในการเล่น Call of Duty: Warzone จะค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับ Apex Legend แต่ว่าตัวเกมก็ใช้ระบบพลังชีวิตแบบฟื้นฟูเลือดอัตโนมัติเหมือนตัวเกมเต็ม คือหากเราไม่ตายแล้วหลบไปหาที่กำบังสักพัก เลือดก็จะกลับมาฟื้นฟูจนเต็ม แต่ตามสไตล์ของเกม CoD คือโดนยิง 3-4 นัดก็ลงไปนอนง่ายๆ ด้วยเช่นกัน ปืนเกือบทุกกระบอกฆ่าศัตรูได้เพียงไม่กี่นัด แม้ว่าเราจะสวมเกราะจนเต็มหลอดแต่ก็โดยิงร่วงตายง่ายๆ เช่นกัน โดยเฉพาะปืนซุ่มยิงหากยิงใส่แล้วเราไม่มีเกราะ เรามีสิทธิ์ลงไปนอนภายในนัดเดียว ต่อให้มีเกราะก็ไม่เกินสองนัด หากใครคิดจะปะทะแล้วใช้วิถีวิ่งเข้าไปบวกแบบไวๆ ล่ะก็คิดผิด หากยิงไม่แม่นโดนสวนก็ลงไปนอนง่ายๆ เพียงไม่กี่อึดใจ แม้เกมจะช้า แต่ตัวก็ตายไวจงวางแผนร่วมกับทีมดีๆ ยิงให้แม่นๆ เพื่อชัยชนะของเรา

Gulag, Welcome to the Gulag!

และสิ่งที่มองว่าเป็นหนึ่งในสอง Signature ของเกมนี้เลยก็คือ หากใครตายโดยเพื่อนเข้าไปช่วยตอนล้มไม่ทันโดนยิงซ้ำตายครั้งแรก เราจะถูกส่งเข้าไปในคุก Gulag ซึ่งเป็นคุกอันมีชื่อเสียงด้านความโหดร้ายในรัสเซียตั้งแต่สมัยยุคสหภาพโซเวียต และเคยปรากฎในเกม Call of Duty: Modern Warfare 2 ในภารกิจช่วย Captain Price ออกมาจากคุกด้วย และทางนี้ชื่นชอบคัตซีนเป็นพิเศษทำให้รู้สึกว่าเกมโหมดนี้โคตรใส่ใจ

โดยระหว่างที่เราอยู่ในคุก Gulag เราก็ต้องมานั่งดูผู้เล่นที่โดนฆ่าตายรอบแรก ต้องดวลกันแบบ 1 ต่อ 1 ด้วยอาวุธที่ถูกสุ่มมาให้ในห้องน้ำของคุก ( ฉากนี้คุ้นๆ ไหมล่ะ ) โดยเราต้องรอคิวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงคิวเรา ระหว่างนี้เราสามารถเกรียนใส่คนดวลกันด้วยการปาก้อนหินเล่นได้ ชั่วร้ายมาก ฮ่าๆๆๆ!!

และเมื่อถึงตาเรา เราก็จะถูกวาร์ปลงมาห้องน้ำพร้อมอาวุธที่สุ่มบนมือ เป็นการดวลแบบ 1 ต่อ 1 กับผู้เล่นที่โดนฆ่าตายรอบแรก สิ่งที่เราทำก็คือ “ฆ่ามันซะแล้วเราจะได้รับโอกาสที่สอง” โดยการดวลครั้งนี้เราต้องมีฝีมือและทักษะอย่างมาก อย่าลืมว่าเราโดนยิง 2-3 นัดก็ลงไปนอนตายแล้ว ฉะนั้นหากแม่นพอให้เล็งที่หัวซะ นัดเดียวรู้เรื่อง และหายังฆ่ากันไมไ่ด้ ก็จะมีธงโผล่ออกมากลางห้องน้ำให้เราไปยึดก่อนหมดเวลา หากเราชนะไม่ว่าการฆ่าศัตรูได้ก่อน, ยึดธงได้หรือหมดเวลาการดวลแล้วเรามีเลือดเยอะกว่าอีกฝ่าย เราก็จะถูกส่งกลับไปลงสนาม Battle Royale ต่อ แต่หากเราแพ้การดวล ตัวเกมจะนับว่าเราตายจริงๆ ซึ่งต้องรอเพื่อนใช้พลุส่งสัญญาณชุบชีวิตเราอีกรอบ

หลังจากเราได้โอกาสที่สองแล้ว หากเราตายอีก เราจะต้องรอเพื่อนเรียกพลุส่งสัญญาณชุบชีวิตอย่างเดียว

ระบบ Shop ที่จะทำให้เราพลิกกลับมาได้เปรียบทันที

Signature ของเกมนี้อีกอย่างหนึ่งที่กำลังจะกล่าวเลยก็คือระบบ Shop โดยตัวเกมจะมี Shop Station กระจายไปตามจุดต่างๆ ในแผนที่ Verdansk โดยเราจะต้องใช้เงินในการซื้อของต่างๆ ภายใน Shop ไม่ว่าจะเป็น Killstreak ที่สามารถเรียก UAV ดูตำแหน่งศัตรู, Precision Airstrike เรียกเครื่องบิน A-10 ให้ใช้ปืนใหญ่ GAU-8 Canon ยิงกราดลงพื้นใส่ศัตรูเป็นแนวยาว หรือใช้ Cluster Strike เรียกระดมระเบิดถล่มในตำแหน่งที่เราระบุไว้ด้วยรัศมีที่กว้างเอาเรื่อง และยังสามารถใช้เงินเพื่อซื้อ Loadout Package เรียกกล่องลงมาเพื่อเปลี่ยนอาวุธเป็นแบบที่เราเซ็ตไว้ได้ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น อีกทั้งหากมีเพื่อนตายรอชุบก็สามารถใช้เงินเพื่อยิงพลุส่งสัญญาณ เรียกเพื่อนที่ตายกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

แล้วเงินที่ว่านี่หาจากไหนกัน ?

สำหรับเงินใน Warzone จะสามารถหาได้ด้วยกันสามวิธีคือ

  • หาได้จากตามซอกมุมของสถานที่และจากกล่อง Root ต่างๆ: วิธีนี้หาได้ค่อนข้างง่ายและไว แต่จะได้เงินทีละประมาณ 200 – 500 ดอลล่าห์ในเกมซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย แต่ก็ปลอดภัยและมีโอกาสพบเจออาวุธไว้ป้องกันตัวระหว่างทาง
  • จากการฆ่าศัตรู: เมื่อเราเริ่มเกมมาเราจะมีเงินติดตัวเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งการฆ่าศัตรูก็คงไม่ต้องอธิบายเยอะ หากฆ่าได้ก็จะได้เงินมา และหา่ศัตรูดองเงินในตัวไว้เยอะแล้วโดนโดนเราฆ่า เราก็จะกลายเป็นคนรวยในทันที
  • จากการรับ Intel Quest แบบสุ่ม: ในแผนที่จะมีสัญลักษณ์เควสต์ขึ้นมาให้เราไปเก็บ Intel ขึ้นมาแล้วเควสต์จะปรากฎว่าให้เราทำอะไร หลักๆ ก็จะมีเควสต์ล่าค่าหัว, ยึดพื้นที่และสำรวจกล่อง Root เมื่อทำสำเร็จเราจะได้เงินจำนวนมาก และยิ่งทำเควสต์ต่อเรื่อง เงินรางวัลก็จะคูณเป็นเปอร์เซ็ต์เข้าไปทำให้เราได้เยอะกว่าเดิม แต่ข้อเสียคือ ทุกครั้งที่เราถึงจุดหมายของเควสตืที่กำหนด จะมีการยิงพลุส่งสัญญาณอัตโนมัติให้ศัตรูรู้ตำแหน่งของเรา

เมื่อเรารู้วิธีแหล่งฟาร์มเงินแล้ว ก็สามารถเอาเงินไปยัง Shop Station เพื่อแลกซื้อของที่เราต้องใช้ในการเอาชนะในศึกครั้งนี้

แล้วโหมด Plunder ล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง ?

ส่วนในโหมด Plunder จากที่ลองเล่นมา นับได้ว่าเป็นโหมด Battle Royale สำหรับคนที่ไม่ชอบเน้นการเอาตัวรอด แต่เน้นเอาสะใจเป็นหลักมากกว่า เพราะภารกิจก็คือ หาเงินให้มากที่สุดไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม ทั้งจากการ Root, การฆ่าศัตรูหรือทำเควสต์ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น

และการเริ่มเกมเราไม่จำเป็นต้องไล่หาอาวุธปืน เราจะสวมใส่อาวุธและ Perk ต่างๆ จาก Loadout ที่เราเซ็ตไว้ก่อนเริ่มเกมทันที ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาอาวุธมากมายนัก จากนั้นเราก็ลงมาทำมาหากิน สะสมเงินได้เลย

แต่ข้อควรระวังไว้บางอย่างก็คือ หากเราดองเงินไว้กับตัวมากจนเกินไป เราจะถูกระบุตำแหน่งให้ศัตรูไล่ล่าเราทันที

เมื่อศัตรูไล่ล่าเรา ฉะนั้นจงต้องระวังตัวไว้เป็นพิเศษ เพราะหาเราตาย เงินก็จะตกทันที แต่ไม่ต้องห่วง เพราะหากเราตาย เราก็จะเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ โดยการโดดร่มลงมา

เมื่อเรามีเงินมากพอแล้ว เราสามารถหาบอลลูเพื่อเอาเงินที่เราสะสมปล่อยขึ้นฟ้าแต่เราจะฝากเงินได้ไม่เยอะนัก หรือเราจะเรียกเฮลิคอปเตอร์เพื่อเอาเงินที่เราได้ทั้งหมดส่งให้ทีเดียวแต่ก็จะเป็นจุดเด่นให้ศัตรูเห็นและไล่ฆ่าเราด้วยเช่นกัน

เกมนี้จบค่อนข้างไว ใครที่สะสมเงินได้ครบหนึ่งล้านดอลล่าห์ก่อนหรือจบเกมมีเงินสะสมรวมมากที่สุดก็เป็นผู้ชนะทันที มันจึงเป็นโหมดที่สำหรับเน้นเอาฆ่าเอาสะใจ ไม่เครียดแบบ Battle Royale ปกติ

==================================================

โดยสรุปแล้ว Call of Duty: Warzone หากพูดได้เต็มปากว่าก็แทบไม่ได้แตกต่างไปจาก Battle Royale ทั่วไป แถมออกไปทาง Apex Legend เสียด้วยซ้ำ เพียงแค่ไม่ได้มีสกิลประจำตัวต่างๆ มีเพียงแค่ฝีมือกับเงินไปแลกของเพื่อพลิกเกมเท่านั้น แต่ถึงจะอย่างนั้นแต่กลับมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ Call of Duty อย่างเต็มเปี่ยมทั้งระบบ Shop และระบบโอกาสที่สองที่เราต้องเข้าไปติดคุกใน Gulag กับระบบการเล่นที่ตายง่าย ทำให้เราตระหนักถึงทรัพยากรทุกๆ อย่างที่เราต้องเสียไปว่าควรใช้อย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุดโดยเราต้องรอด และสิ่งที่ทำให้ประทับใจสุดๆ คือ ฉากคัตซีนตอนเราชนะหรือขึ้นที่หนึ่ง “เป็นอะไรที่โคตรน่าจดจำและรู้สึกเราคือผู้ชนะจากก้นลึกของหัวใจจริงๆ” คืออินเนอร์มาเต็ม มีขึ้นรายชื่อผู้เล่นที่เสียชีวิตจากโหมด Battle Royale ทั้งหมดเหมือนกำลังดูฉากจบหล่อๆ ของหนังแอคชั่นระดับคุณภาพสักเรื่อง รู้สึกว่าเราได้ถึงจุดที่ลำบากที่สุดแล้วรอดมาเป็นคนสุดท้าย มันอินมากกว่าเกมอื่นๆ อีกนะ มันทำให้รู้ว่า Infinity Ward ทุ่มเทกับโหมดนี้แบบจริงจังมากเลยล่ะ

บอกเลยว่าหากมีโอกาสแล้วล่ะก็ “ต้องเล่น Call of Duty: Warzone” ให้ได้อย่างน้อยสักครั้ง แล้วคุณจะได้สัมผัสว่า เวลาชนะโหมด Battle Royale แบบโคตรเท่ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Arknights รีวิว Operator ที่โลกลืม น้องแมงป่องสุดจืดจาง Manticore

HK 416

รีวิว PUBG Project Thai ระเบิดภูเขาเผากระท่อมไปกับพับจีเพื่อคนไทย

Chmura

รีวิวเกมมือถือ Magia Record สานตำนานสาวน้อยเวทมนตร์ Madoka

HK 416

Leave a Comment