Image default
บทความ

8 เกมโลกเปิด สำหรับคนที่โหยหาการออกไปข้างนอก

ด้วยสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะคลี่คลายไปเร็วๆ นี้ ทำให้เกมเมอร์หลายคนจำเป็นต้องกักตัวอยู่ในบ้านตามมาตรการรับมือโรคระบาด ซึ่งแม้ว่าในเวลาปกติ การถูกบังคับให้กักตัวอยู่ในบ้านเช่นนี้อาจจะเป็นฝันที่เป็นจริงของเกมเมอร์ แต่ด้วยความตึงเครียดของสถานการณ์ บวกกับการที่ห้างร้านทั้งหลายพากันปิดตัวลงจนไม่มีทางเลือก คงไม่แปลกถ้าแม้แต่เหล่าเกมเมอร์เองจะเริ่มรู้สึกอึดอัดกับการติดอยู่ในบ้านหรือห้องพัก และโหยหาการออกเดินทางหรือการผจญภัยกับเขาบ้าง

ถือเป็นโชคดีของเกมเมอร์ ที่เรามีเกมโลกเปิดมากมาย ที่ปล่อยให้ผู้เล่นสามารถโลดแล่นไปบนโลกอันกว้างใหญ่ของเกมได้ ทำให้เกมเมอร์อย่างเราๆ มีหนทางที่จะปลดเปลื้องความรู้สึกอุดอู้ของการกักตัวได้บ้าง เราจึงรวบรวมรายชื่อเกม 8 เกมที่ผู้เขียนคิดว่าสามารถมอบความรู้สึกของ “การเดินทาง” ให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อชมธรรมชาติ ไปจนถึงการเดินทางชมเมืองต่างแดน เผื่อเพื่อนๆ คนไหนอยู่บ้านเปื่อยๆ จะได้ลองหามาเล่นกันดูบ้างจ้า!

เครดิตภาพ: u/BallShapedMan

Horizon Zero Dawn

สำหรับเกมแรกที่เราอยากพูดถึง เป็นเกม Exclusive (หรือเปล่า?) ของ PS4 อย่าง Horizon Zero Dawn นั่นเอง อย่างที่บอกไปว่าเราเลือกเกมที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินทางเป็นหลัก ซึ่ง HZD ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดีมาก เพราะเกมจะพาผู้เล่นเดินทางผ่านหุบเขาสูง ไปจนถึงป่าทึบ และซากปรักหักพังของอารยธรรมโบราณ แถมกราฟิคเกมยังทำออกมาสวยงาม มองเห็นไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เหมาะกับคนที่โหยหาการท่องเที่ยวธรรมชาติในสถานการณ์ถูกกักตัว การต่อสู้กับเหล่าสัตว์หุ่นยนต์ขนาดใหญ่ ยังช่วยเสริมอารมณ์ของเกม ทำให้โลกของเกมรู้สึกกว้างใหญ่ยิ่งขึ้นไปอีก

Red Dead Redemption 2

อีกหนึ่งเกมที่เหมาะสำหรับคนที่โหยหาธรรมชาติ ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยซื้อมาดองไว้ จากกระแสคำชื่นชมอันถล่มทลายในช่วงที่เกมวางจำหน่าย หรืออาจจะซื้อมาแล้ว แต่เล่นไม่จบเพราะความยาวของเกม ช่วงนี้ถือเป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะที่จะกลับไปควบม้าคู่ใจ ท่ามกลางวิวธรรมชาติที่หลากหลาย ตั้งแต่ป่าทึบ ทะเลทราย ภูเขาน้ำแข็ง ไปจนถึงบึง เพื่อสำรวจความลับที่มีอยู่มากมายของเกม เรียกว่ากักตัวไปอีกเดือนก็ยังมีอะไรให้ทำและค้นหาได้เรื่อยๆ เลย

ยิ่งไปกว่านั้น เกมยังมีโหมด Red Dead Online ให้เราได้เล่นพร้อมกับเพื่อนๆ อีกต่างหาก เรียกว่าเกมเดียวนอกจากจะตอบโจทย์เรื่องการเดินทางแล้ว ยังได้คลายเหงาอีกด้วย

The Witcher 3

 

เมื่อพูดถึงเกมใหญ่ๆ กว้างๆ แล้วละก็ จะไม่พูดถึง The Witcher 3 ก็กระไรอยู่ ในฐานะเกมโลกเปิดอันดับต้นๆ แห่งยุคนี้ โดนนอกจากจะมีแผนที่ขนาดใหญ่ให้สำรวจมากกว่า 1 แผนที่แล้ว เกมยังมีทั้งความลับและภารกิจเสริมมากมาย ที่ช่วยทำให้โลกของเกมมีเรื่องราวและชีวิตชีวา ซึ่งทั้งหมดก็ส่งผลให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังร่วมเดินทางไปกับตัวละครหลัก Geralt จริงๆ ก็ไม่ปาน

The Legend of Zelda: Breath of the Wild

เกมในบทความนี้ส่วนใหญ่ๆ จะเป็นเกมโลกเปิดที่เน้นความสมจริงเป็นหลัก แต่สำหรับคนที่ต้องการจะหลีกหนีจากโลกแห่งความจริงอันแสนมืดมนไปซะบ้าง (และมี Nintendo Switch อยู่กับตัว) ไม่ควรพลาดเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild แน่นอน ด้วยความกว้างใหญ่ของโลกในเกม ที่ไม่น้อยหน้าเกมอื่นๆ ในรายชื่อนี้ ไปจนถึงความอิสระที่เกมมอบให้ผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้เล่นสามารถปีนขึ้นไปสำรวจได้แทบทุกพื้นที่ของเกม หรือการแก้ปัญหาด้วยความสามารถพิเศษต่างๆ ที่เปิดทางให้กับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือกระทั่งเหล่าความลับและของสะสมนับพันชิ้นในเกม ที่หากันจนเบื่อก็ไม่หมด เกมนี้ถือเป็นเกมที่สร้างมาสำหรับคนที่โดนกักตัวอยู่อย่างแท้จริง

Assassin’s Creed: Odyssey

ถ้าคุณสนใจเกม The Legend of Zelda: Breath of the Wild แต่ไม่มีเครื่อง Nintendo Switch แล้วล่ะก็ ทางเลือกที่ดีเกมหนึ่งก็คือ Assassin’s Creed: Odyssey เกมภาคีนักฆ่าที่เปิดให้คุณเดินทางไปสำรวจแทบจะทุกซอกทุกมุมของอาณาจักรกรีกโบราณได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ ด้วยความที่เป็นเกม Assassin’s Creed หมายความว่าคุณจะสามารถปีนป่ายไปตามอาคารหรือภูเขาของเกมได้อย่างอิสระ แถมเกมยังมีภารกิจย่อยระหว่างทางให้ทำมากมาย ทำให้โลกของเกมมีเรื่องราวและชีวิตชีวาไม่ต่างจากในเกม The Witcher 3 อีกด้วย เหมาะกับคนที่โหยหาการผจญภัยในโลกกว้างเป็นที่สุด

Marvel’s Spider-man

สำหรับคนที่อาจจะไม่ได้โหยหาธรรมชาติ แต่คิดถึงการใช้ชีวิตในเมืองที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คน อาจจะลองไปสำรวจนคร New York ในเกม Marvel’s Spider-man ก็ได้ โดยแม้ว่าในเกมจะไม่ได้มีภารกิจย่อยให้ทำเยอะแยะเหมือนเกมอื่นๆ ในบทความ แต่โลกของ Marvel’s Spider-man ก็ยังมีความกว้างใหญ่ แถมยังมี NPC ชาวเมืองเดินกันขวักไขว่ ซึ่งเป็นภาพที่หลายคนอาจจะถวิลหากันอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ เกมเพลย์การโหนใยของไอ้แมงมุมยังช่วยแก้ไขความรู้สึกอุดอู้จากการอยู่บ้านไอ้ชงัดนัก ผู้เขียนเองบางทีแค่เปิดเกมมาโหนใยเล่นซัก 10 นาทีก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว

Yakuza Kiwami 2

หนึ่งในประเทศแรกๆ ที่โดนผลกระทบจากวิกฤติไวรัสในครั้งนี้ก็คือแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของคนไทยอย่างประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง ทำให้หลายคนที่อาจจะวางแผนการเที่ยวไว้ต้องน้ำตาตกไปตามๆ กัน แต่โชคดีที่เรายังมีเกมอย่าง Yakuza Kiwami 2 ที่ให้เราได้โลดแล่นในโลกที่จำลองมาจากย่านที่มีอยู่จริงในญี่ปุ่น ทั้ง Kamurocho (จำลองมาจากย่าน Kabukicho ในโตเกียว) และ Sotenbori (จำลองมาจากย่าน Dotonbori ในโอซาก้า) แถมเกมยังมีกิจกรรมเสริมที่อบอวนไปด้วยกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นมากมาย ตั้งแต่การร้องคาราโอเกะ การดูหนังกราเวียร์ การหวดเบสบอล การเข้าร้านเกม การจับตุ๊กตา และทุกความเป็นญี่ปุ่นที่คุณพอจะนึกออก ทั้งหมดอยู่ในเกมนี้แล้ว!

อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเป็นภาค Kiwami 2 เหตุผลเพราะภาคนี้เป็นภาคที่เปิดให้ผู้เล่นเดินทางระหว่าง Kamurocho และ Sotenbori ได้อย่างอิสระ แถมยังมีกิจกรรมย่อยเยอะที่สุดอีกด้วย จึงน่าจะตอบโจทย์ของเราได้เป็นอย่างดี แต่เอาเข้าจริงาคไหนๆ ก็ให้กลิ่นอายญี่ปุ่นเหมือนกันทั้งนั้นแหละ

Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age

เกมสุดท้ายในบทความนี้ ลองหนีจากเกมแอคชั่นมาเป็นเกม RPG สบายๆ กันบ้าง ซึ่งเกมที่น่าจะตอบโจทย์ของเราได้ดีก็คือ Dragon Quest XI: Echoes of an Elusive Age นั่นเอง ด้วยกราฟิคแบบการ์ตูน 3D บวกกับการเดินทางไปยังดินแดนแฟนตาซีต่างๆ ทำให้เกมเหมาะจะเล่นในช่วงที่ไปไหนไม่ได้แบบนี้มาก แถมเกมยังมีความยาวพอสมควร ทำให้เรามีอะไรเล่นต่อเนื่องกันสบายๆ ในกรณีที่โดนกักตัวนาน ยิ่งใครจัดเวอร์ชั่น Nintendo Switch ที่มีเนื้อหาเพิ่มเข้าไปอีก เล่นไปได้อีกครึ่งปีสบายๆ


ทั้งหมดนี้ก็คือเกมที่ผู้เขียนรู้สึกว่าช่วยบรรเทาอาการอุดอู้จากการอยู่บ้านได้เป็นอย่างดี เพื่อนๆ มีเกมไหนที่รู้สึกว่าเหมาะเอามาเล่นช่วงกักตัวแบบนี้ อย่าลืมคอมเม้นต์เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน แล้วรักษาสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ <3

ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

มือดีเปลี่ยน Fire Emblem: Three Houses ให้เป็นเกม Pixel Art แบบยุคเก่า!

wine2035

หลุด! สกินใหม่อีเว้นท์ครบรอบสองปี Overwatch

GameFever TH

Anthem เตรียมปล่อยเทรลเลอร์ใหม่วันที่ 9 มิถุนา

GameFever TH

Leave a Comment