GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ข่าวนอกเรื่อง
[Unbox & Review] Digimon X เครื่องเล่นดิจิมอนยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดให้มีความสนุกจนทุกคนสัมผัสมันได้
ลงวันที่ 29/08/2021

หลังจากที่เคยรีวิวเครื่องเล่น Digital Monster Pendulum Z หรือ Digimon Pendulum Z กันมาแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของเครื่องเล่นที่ผู้คนต่างรอคอย ( และทางนี้ก็รอคอยเหมือนกัน ) นั้นก็คือ Digital Monster X หรือ Digimon X นั้นเองซึ่งธีมของเครื่องเล่นนี้จะเกี่ยวข้องกับดิจิมอนร่าง X-Antibody โดยมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือมีภาษาอังกฤษด้วย

บทความนี้จะมาย้อนรอยของเล่นยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดจนมีลูกเล่นมากกว่าเดิมอย่าง Digimon X ที่ปัจจุบันได้ถูกอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเข้ามาแล้ว มาดูกันบ้างว่าข้างในมีอะไร และเมนูต่าง ๆ ของตัวเกมมีอะไรกันบ้าง

======================================

Unboxing


นี่คือหน้าตอแพคเกจของเครื่องเล่น Digimon X ซึ่งเป็นกล่องแพคเกจเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ กล่องใหญ่กว่าตัวเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอีก มีความคลาสิคแบบเด็ก 90 ที่กำลังจะได้จับของเล่นจริง ๆ โดยธีมของเครื่องเล่นนี้คือ Digimon-X อย่างที่กล่าวมา โดยมีเนื้อเรื่องถึงโลกดิจิตอลเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง (โลกคู่ขนานของดิจิมอนภาคอนิเมะหลัก) ซึ่งเมื่อโลกดิจิตอลมีประชากรดิจิมอนมากเกินไป ทำให้อิกดราซิลซึ่งเป็นผู้ปกครองเซิร์ฟเวอร์โลกดิจิตอลแห่งนี้ทำการปล่อยไวรัส X เพื่อลดประชากรจำนวนดิจิมอน แต่ว่าทำให้ดิจิมอนเกือบสูญพันธุ์และพวกที่เหลือรอดก็ได้กลายพันธุ์ทำให้แข็งแกร่งขึ้นจนมีชื่อเรียกเล่นว่า X-Antibody ทำให้อิกดราซิลสั่งให้อัศวินทั้ง 12 นำโดย Omegamon X (อัศวินทั้ง 12 จะได้รับ X-Antibody จากอิกดราซิลโดยตรง) เข้าไปกวาดล้างพวกกลายพันธุ์นี้ให้สิ้น แต่ว่าก็ทำให้เกิดความเคลือบแคลนสงสัยนำมาสู่จะเปลี่ยนของสงครามในที่สุด โดยปัจจุบันเนื้อเรื่องของดิจิมอนภาคนี้ ยังดำเนินต่อไปในรูปแบบนิยายและมังงะสั้นในชื่อ X Chronicle อาจจะหาดูหาอ่านยากหน่อย


แพคเกจด้านหลังก็บอกถึงฟีเจอร์ในการเล่นทั้งสามภาษา มีอังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปน


ภายในแพคเกจเมื่อแกะกล่องออกมาก็พบกับ....อื้อหือ กล่องใหญ่แต่ไซส์ของเล่นนิดเดียว โดยจะมีตัวเครื่องเล่น Digimon X พร้อมกับตัวห้อยกุญแจและคู่มือการเล่นสามภาษา อังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปน เหมือนเช่นกัน โดยจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือ ไม่มีแถมมังงะสั้นให้อ่าน ซึ่งเป็นอะไรที่เสียดายมาก น่าจะแถมมานะสำหรับสายเก็บเนื้อเรื่องอย่างเรา...


ส่วนเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะมีทั้งหมด 4 สีนั้นก็คือ ดำ-แดง, ม่วง-แดง, ขาว-น้ำเงิน และ เขียว-น้ำเงิน ซึ่งทางนี้ได้ซื้อสีม่วง-แดง และเขียว-น้ำเงินมา เพราะทั้งสองเวอร์ชั่นนี้จะมีดิจิมอนให้เลี้ยงที่แตกต่างกัน ส่วนดำ-แดง และ ขาว-น้ำเงินก็ไม่ได้ต่างกันนักนอกจากสี และทางนี้ชอบสีม่วงและสีเขียวมากกว่า

เวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่มักมีปัญหาสีตัว X หลุดลอกง่าย ก็ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชั่นอังกฤษด้วยการเคลือบสีทำให้หลุดล่อนออกยากมาก เอาเล็บขูดยังไม่ออกเลย ( แต่ไม่แนะนำให้ทำนะหากใครคิดจะซื้อมา มันคือการทดลองเฉย ๆ )


สภาพด้านหลังเครื่อง โดยตัวเครื่องใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 ซึ่งแถมมาให้ในเครื่อง ซึ่งตัวถ่านมีอายุการใช้งานร่วมเดือน หากถ่านหมด ก็สามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป


อันนี้คือมุมมองจากด้านบนเครื่อง ยังคงใช้ขั่ว Connection แบบ 2 หัวเหมือนเครื่อง Digimon ยุคแรก ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

เอาล่ะ การแกะเครื่องมาชมกันก็หมดแล้ว ก็มาถึงส่วนการรีวิวฟีเจอร์และเมนูต่าง ๆ ภายในเครื่องเล่น Digimon X กันบ้าง


Review & Feature


รีวิวรอบนี้จะขอโชว์เมนูและฟีเจอร์ต่าง ๆ เพียงเครื่องเดียวเพราะว่ามันเหมือนกันทุกประกาศ ต่างกันแค่ดิจิมอนที่เลี้ยง โดยรวม ๆ จะมีดิจิมอนในเครื่องรวมกันเกือบ 100 ตัวเลยทีเดียว แต่เลี้ยงได้จริง ๆ นั้น ไม่ถึง 40 ตัว ส่วนที่เหลือคือจะเจอในเมนู Battle ซึ่งจะกล่าวในส่วนต่อไป

ปุ่มต่าง ๆ ภายในเครื่องจะมี 4 ปุ่มดังนี้

  • ปุ่ม A ( ปุ่มบนสุด ) : ไว้กดสำหรับเลือกเมนูและหัวข้อต่าง ๆ ภายในเครื่อง, สามารถปรับชั่วโมงนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลา
  • ปุ่ม B ( ปุ่มกลาง ) : ไว้สำหรับกดตกลงเมนูหรือตกลงหัวข้อนั้น ๆ, กดเพื่อ Interact ในเมนู Battle, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่โหมดนาฬิกาและสามารถปรับนาทีของนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลา
  • ปุ่ม C ( ปุ่มล่างสุด ) : ไว้สำหรับยกเลิกคำสั่งเมนูหรือหัวข้อต่าง ๆ, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่หน้าสถานะของดิจิมอนแบบรวดเร็วพร้อมกับเช็คค่า XAI ไปในตัว และสามารถกดยืนยันการปรับเวลาหลังปรับเมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลา
  • ปุ่ม Restart ( ปุ่มเล็ก ) : ไว้สำหรับรีเซ็ตเครื่องเล่น สามารถเล่นต่อจากเซฟที่เคยเลี้ยงหรือเริ่มใหม่ทั้งหมดได้

ฟังก์ชั่นปุ่มต่าง ๆ ที่ควรรู้

  • ปุ่ม A+B กดใช้เมื่อดิจิมอนของเราตาย : เมื่อกดสองปุ่มพร้อมกันจะเป็นการฟักไข่เพื่อเริ่มใหม่
  • ปุ่ม A+C เมื่อไม่ได้เลือกเมนู : จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของเครื่องเล่น
  • ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าโหมดนาฬิกิา : จะเป็นการเข้าสู่โหมดปรับเวลา สามารถปรับชั่วโมงและนาทีได้
  • ปุ่ม Restart ค้างไว้ แล้วกด A + C : จะเป็นการเข้าสู่ Debut Mode สามารถทดลองเล่นดิจิมอนที่เราชอบได้ก่อนเริ่มเลี้ยงจริง ๆ

Menu ต่าง ๆ


เมนูแรก Status สามารถเข้าไปดูชื่อดิจิมอนที่เราเลี้ยง ( ในภาพคือ Sakuyamon X หรือซาคุยะมันจากอนิเมะดิจิมอนภาค Taimer หากใครเคยดูล่ะนะ ) รวมถึงเช็คค่าสถานะความหิว, ความแข็งแรง, ความพยายาม, น้ำหนัก, อายุ และร่างที่พัฒนารวมถึงเลเวลดิจิมอนด้วย ( เครื่อง Digimon X มีเลเวลให้เก็บนะเออ )


เมนูที่สองคือ Food เป็นเมนูที่เราจะเพิ่มค่าความหิวและความแข็งแรงให้เต็มได้ด้วยเมนูนี้ เราสามารถป้อนเนื้อหรือวิตามินได้ นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถให้ไอเท็มพิเศษที่หาได้จากเมนู Battle เพื่อเพิ่มสถานะพิเศษชั่วคราวได้อีกด้วย แต่อย่าให้ดิจิมอนกินเยอะจนน้ำหนักเกิน 99 g ล่ะ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะติดสถานะป่วยได้


หากอยากเพิ่มค่าความแข็งแรงโดยไม่อยากเพิ่มน้ำหนักด้วย ก็ขอแนะนำเมนู Training ซึ่งจะมีสองรูปแบบก็คือ Normal ฝึกแบบปกติ และแบบ Excite ซึ่งทั้งสองแบบจะช่วยลดน้ำหนักดิจิมอน, เพิ่มค่าความแข็งแรง และยังเพิ่มค่าความพยายามอีกด้วย โดยแบบ Excite จะเพิ่มค่าความพยายามได้สูงกว่า


โดยรูปแบบการฝึกนั้น เราจะต้องกดปุ่ม B เพื่อให้เข็มนั้นชี้ไปที่เกจที่พุ่งขึ้นสูงที่สุด โดยความเร็วของเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับค่า XAI หรือ X-Antibody Indicator หรือพูดง่าย ๆ มันคือระบบทอยลูกเต๋าที่จะถูกสุ่มเมื่อหลังดิจิมอนตื่นนอน ถ้าได้ค่ายิ่งสูง เกจวิ่งก็จะวิ่งช้าลงให้กดง่าย ส่งผลทำให้การฝึกฝนเพิ่มค่าความพยายามนั้นไวขึ้น และระบบ XAI จะส่งผลต่อเมนู Battle ด้วย เพราะมันใช้ระบบเดียวกันนั้นเอง


และนี่คือเมนู Battle ขอพูดง่าย ๆ ว่าโหมดตะลุยด่าน จะมีการ Battle อยู่สองรูปแบบคือ แบบแรกจะเป็นการตะลุยด่านปกติ โดยจะมีด่านให้เล่นถึง 30 + 1 ด่าน และแต่ละด่านจะเจอศัตรูเฉลี่ย 3 ถึง 7 ตัวด้วยกัน การเอาชนะบอสในด่านต่าง ๆ ได้สำเร็จ ก็จะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนเราด้วย ส่วนอีกหนึ่งด่านพิเศษ ต้องเอาเครื่อง Digimon X รุ่นเดียวกันอีกครั้ง โดยต้องเอาเครื่องที่มีรูปตัว X สีแดง และตัว X สีน้ำเงินมาเชื่อมต่อให้มาต่อสู้กันเท่านั้น อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก็จะเป็นการปลดล็อคด่านพิเศษให้เราไปพิชิตได้ทันที

ส่วนการ Battle อีกรูปแบบคือ การเจอศัตรูแบบสุ่ม หลังดิจิมอนตื่นนอน ระบบ XAI หรือระบบลูกเต๋าจะให้เราสุ่ม ซึ่งถ้าสุ่มได้คะแนนเยอะ ก็มีโอกาสเจอศัตรูบ่อย แต่ถ้าสุ่มได้หนึ่ง ก็แทบไม่มีโอกาสได้เจอเลย แต่ว่าไม่ว่าจะสุ่มได้เลขอะไร อย่างน้อย ๆ ก็มีโอกาสได้ไอเท็มแบบสุ่มเช่นกัน

ซึ้งทั้งสองอย่าง การชนะศัตรูจะได้ EXP ไว้อัพเลเวลดิจิมอนให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย โดยเลเวลสูงสุดอยู่ที่เลเวล 10 ซึ่งจะต้องเป็นดิจิมอนร่างสุดยอดหรือร่าง Mega เสียก่อน


เมนู Flush หรือเมนูล้างห้องน้ำ ซึ่งเมนูนี้ไม่มีอะไรมาก หากดิจิมอนเราเบ่งอุนจิออกมาก็ใช้เมนูนี้ทำความสะอาดเสียเพื่อสุขลักษณะที่ดีของดิจิมอนคุณเอง


เมนู Light จะเป็นการเปิดปิดไฟให้กับดิจิมอน หากดิจิมอนเริ่มง่วงนอน ก็ให้เราเข้าเมนูนี้เพื่อทำการปิดไฟให้ดิจิมอนหลับสบาย แต่หากกดปิดไฟตอนดิจิมอนยังตื่นอยู่ จะเป็นการเข้าสู่สถานะ Freeze Mode แทน ซึ่งนั้นก็คือการแช่แข็งดิจิมอน กรณีช่วงไหนเรายังไม่สะดวกเล่นเนื่องจากติดธุระ และมไ่มีเวลาดูแล ก็สามารถใช้ Freeze Mode นี้ได้เลย


เมนู Cure หรือการรักษา หากกรณีดิจิมอนเราเจ็บป่วยจากการไม่เก็บอุนจิจนเต็มจอหรือกินข้าวจนน้ำหนักตัวเกิน ก็จะเข้าสู่สถานะเจ็บป่วยหรือการต่อสู้แพ้มาก็มีโอกาสบาดเจ็บ จึงต้องรักษาดิจิมอนให้ตรงตามอาการว่า เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา สังเกตุได้จาก หากมีสถานะจุดสามสุด แสดงว่าป่วย แต่หากมีรูปหัวกะโหลก แสดงว่าบาดเจ็บมา หากไม่รักษาหรือปล่อยทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงขึ้นไป ดิจิมอนก็จะตาย


เมนู Library รูปหนังสือ จะเป็นการเข้าไปเพื่อ Back up ดิจิมอน และเลือกเล่นดิจิมอนตัวใหม่ โดยสามารถเก็บได้สูงสุดสามตัวภายในเครื่อง แต่ออกมาเล่นได้ทีละตัว ส่วน Library ก็จะเป็นการเก็บข้อมูลดิจิมอนที่เราพบเจอในเครื่อง ส่วนเมนูย่อยอีกอันคือ Record ซึ่งเป็นการบันทึกสถิติว่าแพ้ชนะกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว


เมนู Connect ซึ่งจะเป็นการเอา Digimon อีกเครื่องมาต่อกันเพื่อทำการต่อสู้ระหว่างเครื่อง โดยจะมีสองโหมดคือ โหมด X ซึ่งไว้สู้กับเครื่อง Digimon X ด้วยกัน หรือโหมด Other ไว้ต่อสู้กับเครื่องเล่นดิจิมอนหรือ Digivice รุ่นอื่น ๆ ที่รองรับได้


เมนูสุดท้ายคือ Notification หรือการแจ้งเตือน หากดิจิมอนเราหิว, หมดแรงหรือง่วงนอน สถานะมุมล่างขวานี้จะแสดงออกมาพร้อมส่งเสียง ซึ่งหากเราไม่จัดการให้ไวจนสัญลักษณ์นี้หายไปเอง ก็จะได้รับสถานะ Care Mistake หรือดูแลไม่ดี 1 ครั้ง โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนอีกด้วย

======================================

ทั้งหมดนี้คือการแกะกล่องและรีวิวฟีเจอร์ของเครื่องเล่น Digimon X เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งพูดตรง ๆ ว่ามันคือการอัพเดตของเล่นให้มีลูกเล่นอะไรมากขึ้น เลี้ยงง่ายขึ้น และใช้เวลาในการพัฒนาร่างไวขึ้น แถมมี Freeze Mode เหมือนรู้ใจวัยทำงานอย่างเราที่ไม่ค่อยว่างแต่ก็ยังอยากเป็น เด็ก ( โข่ง ) ที่ถูกเลือก แม้ว่ามันจะดูง่าย แต่ว่าก้มีความท้าท้ายในการทำเงื่อนไขการพัฒนาร่างอยู่โดยเฉพาะเมนู Battle ซึ่งไม่ยากไม่ง่ายเกินไป ทำให้รู้สึกมีเป้าหมายในการเลี้ยงดูและพัฒนาดิจิมอนให้เติบโตในแบบที่เราต้องการได้

สรุปคือสนุกและเล่นเพลิน เหมาะสำหรับคนรัก Digimon หรือที่คอนโดนเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็เลี้ยงเจ้า Digimon X นี้แทนได้ ตอนนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ ราคาอยู่ที่หลักพักต้น ๆ เท่านั้นต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะดูสูงไปนิด แต่สำหรับคนรัก Digimon ถือว่าคุ้มค่ามากเลยล่ะ! หากมีโอกาส จะรีวิวโหมด Online ให้ชมกันนะ!


บทความที่คล้ายกัน
ชื่อ :
อวตาล :





0 COMMENTS


TOP COMMENT

ล่าสุด
Epic War: Throne เปิดการเฉลิมฉลองครบรอบครึ่งปี อาวุธรบชั้นดีเสริมบารมีให้ท่านเป็นหนึ่ง
Streamer คนเดิมทำ Controller ฉบับดาบใหญ่เล่น Final Fantasy 7 Remake
wine2035
ลือ! Sonic the Hedgehog 2022 จะมีแผนที่ที่ทำให้นึกถึง Breath of the Wild
wine2035
Ubisoft เผยโปรแกรมยอดฮิตอย่าง Discord, หรือ Skype อาจทำให้เกมทำงานไม่ปกติ!
wine2035
Horizon Forbidden West จะมอบอิสระในการเคลื่อนที่ และต่อสู้มากกว่าภาคแรก
wine2035
Halo เตรียมยุติให้บริการ Online Service บน Xbox 360 ปีหน้า
wine2035
Editors' Choice
Genshin Imapct 2.2 ตอบคำถาม Polar Star เป็นธนูที่น่ากดหาขนาดไหน? พร้อมสถิติ และบทวิเคราะห์
wine2035
Blizzard เผย ปัญหาเซิร์ฟเวอร์ของ Diablo 2: Resurrected เกิดจาก Code ต้นฉบับที่เก่าเกินไป!
wine2035
Genshin Impact 2.2 วิธีเปิดเกาะ Tsurumi และวิธีเอาหมอกที่ปิดบังเกาะอยู่ออก
wine2035
รีวิวเกม Far Cry 6 "ใครว่าการปฏิวัติไม่ใช่เรื่องสนุก?"
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Unbox & Review] Digimon X เครื่องเล่นดิจิมอนยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดให้มีความสนุกจนทุกคนสัมผัสมันได้
29/08/2021

หลังจากที่เคยรีวิวเครื่องเล่น Digital Monster Pendulum Z หรือ Digimon Pendulum Z กันมาแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของเครื่องเล่นที่ผู้คนต่างรอคอย ( และทางนี้ก็รอคอยเหมือนกัน ) นั้นก็คือ Digital Monster X หรือ Digimon X นั้นเองซึ่งธีมของเครื่องเล่นนี้จะเกี่ยวข้องกับดิจิมอนร่าง X-Antibody โดยมีเนื้อเรื่องเป็นของตัวเองด้วยเช่นกัน ที่สำคัญคือมีภาษาอังกฤษด้วย

บทความนี้จะมาย้อนรอยของเล่นยุค 90 ที่ถูกอัพเกรดจนมีลูกเล่นมากกว่าเดิมอย่าง Digimon X ที่ปัจจุบันได้ถูกอัพเดตเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเข้ามาแล้ว มาดูกันบ้างว่าข้างในมีอะไร และเมนูต่าง ๆ ของตัวเกมมีอะไรกันบ้าง

======================================

Unboxing


นี่คือหน้าตอแพคเกจของเครื่องเล่น Digimon X ซึ่งเป็นกล่องแพคเกจเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ กล่องใหญ่กว่าตัวเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอีก มีความคลาสิคแบบเด็ก 90 ที่กำลังจะได้จับของเล่นจริง ๆ โดยธีมของเครื่องเล่นนี้คือ Digimon-X อย่างที่กล่าวมา โดยมีเนื้อเรื่องถึงโลกดิจิตอลเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง (โลกคู่ขนานของดิจิมอนภาคอนิเมะหลัก) ซึ่งเมื่อโลกดิจิตอลมีประชากรดิจิมอนมากเกินไป ทำให้อิกดราซิลซึ่งเป็นผู้ปกครองเซิร์ฟเวอร์โลกดิจิตอลแห่งนี้ทำการปล่อยไวรัส X เพื่อลดประชากรจำนวนดิจิมอน แต่ว่าทำให้ดิจิมอนเกือบสูญพันธุ์และพวกที่เหลือรอดก็ได้กลายพันธุ์ทำให้แข็งแกร่งขึ้นจนมีชื่อเรียกเล่นว่า X-Antibody ทำให้อิกดราซิลสั่งให้อัศวินทั้ง 12 นำโดย Omegamon X (อัศวินทั้ง 12 จะได้รับ X-Antibody จากอิกดราซิลโดยตรง) เข้าไปกวาดล้างพวกกลายพันธุ์นี้ให้สิ้น แต่ว่าก็ทำให้เกิดความเคลือบแคลนสงสัยนำมาสู่จะเปลี่ยนของสงครามในที่สุด โดยปัจจุบันเนื้อเรื่องของดิจิมอนภาคนี้ ยังดำเนินต่อไปในรูปแบบนิยายและมังงะสั้นในชื่อ X Chronicle อาจจะหาดูหาอ่านยากหน่อย


แพคเกจด้านหลังก็บอกถึงฟีเจอร์ในการเล่นทั้งสามภาษา มีอังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปน


ภายในแพคเกจเมื่อแกะกล่องออกมาก็พบกับ....อื้อหือ กล่องใหญ่แต่ไซส์ของเล่นนิดเดียว โดยจะมีตัวเครื่องเล่น Digimon X พร้อมกับตัวห้อยกุญแจและคู่มือการเล่นสามภาษา อังกฤษ, ฝรั่งเศสและสเปน เหมือนเช่นกัน โดยจะมีความแตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือ ไม่มีแถมมังงะสั้นให้อ่าน ซึ่งเป็นอะไรที่เสียดายมาก น่าจะแถมมานะสำหรับสายเก็บเนื้อเรื่องอย่างเรา...


ส่วนเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษจะมีทั้งหมด 4 สีนั้นก็คือ ดำ-แดง, ม่วง-แดง, ขาว-น้ำเงิน และ เขียว-น้ำเงิน ซึ่งทางนี้ได้ซื้อสีม่วง-แดง และเขียว-น้ำเงินมา เพราะทั้งสองเวอร์ชั่นนี้จะมีดิจิมอนให้เลี้ยงที่แตกต่างกัน ส่วนดำ-แดง และ ขาว-น้ำเงินก็ไม่ได้ต่างกันนักนอกจากสี และทางนี้ชอบสีม่วงและสีเขียวมากกว่า

เวอร์ชั่นญี่ปุ่นที่มักมีปัญหาสีตัว X หลุดลอกง่าย ก็ได้รับการแก้ไขในเวอร์ชั่นอังกฤษด้วยการเคลือบสีทำให้หลุดล่อนออกยากมาก เอาเล็บขูดยังไม่ออกเลย ( แต่ไม่แนะนำให้ทำนะหากใครคิดจะซื้อมา มันคือการทดลองเฉย ๆ )


สภาพด้านหลังเครื่อง โดยตัวเครื่องใช้ถ่านกระดุมแบบ CR2032 ซึ่งแถมมาให้ในเครื่อง ซึ่งตัวถ่านมีอายุการใช้งานร่วมเดือน หากถ่านหมด ก็สามารถหาได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป


อันนี้คือมุมมองจากด้านบนเครื่อง ยังคงใช้ขั่ว Connection แบบ 2 หัวเหมือนเครื่อง Digimon ยุคแรก ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

เอาล่ะ การแกะเครื่องมาชมกันก็หมดแล้ว ก็มาถึงส่วนการรีวิวฟีเจอร์และเมนูต่าง ๆ ภายในเครื่องเล่น Digimon X กันบ้าง


Review & Feature


รีวิวรอบนี้จะขอโชว์เมนูและฟีเจอร์ต่าง ๆ เพียงเครื่องเดียวเพราะว่ามันเหมือนกันทุกประกาศ ต่างกันแค่ดิจิมอนที่เลี้ยง โดยรวม ๆ จะมีดิจิมอนในเครื่องรวมกันเกือบ 100 ตัวเลยทีเดียว แต่เลี้ยงได้จริง ๆ นั้น ไม่ถึง 40 ตัว ส่วนที่เหลือคือจะเจอในเมนู Battle ซึ่งจะกล่าวในส่วนต่อไป

ปุ่มต่าง ๆ ภายในเครื่องจะมี 4 ปุ่มดังนี้

  • ปุ่ม A ( ปุ่มบนสุด ) : ไว้กดสำหรับเลือกเมนูและหัวข้อต่าง ๆ ภายในเครื่อง, สามารถปรับชั่วโมงนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลา
  • ปุ่ม B ( ปุ่มกลาง ) : ไว้สำหรับกดตกลงเมนูหรือตกลงหัวข้อนั้น ๆ, กดเพื่อ Interact ในเมนู Battle, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่โหมดนาฬิกาและสามารถปรับนาทีของนาฬิกาได้เมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลา
  • ปุ่ม C ( ปุ่มล่างสุด ) : ไว้สำหรับยกเลิกคำสั่งเมนูหรือหัวข้อต่าง ๆ, หากกดขณะไม่ได้เลือกเมนู จะเข้าสู่หน้าสถานะของดิจิมอนแบบรวดเร็วพร้อมกับเช็คค่า XAI ไปในตัว และสามารถกดยืนยันการปรับเวลาหลังปรับเมื่อเข้าสู่โหมดปรับเวลา
  • ปุ่ม Restart ( ปุ่มเล็ก ) : ไว้สำหรับรีเซ็ตเครื่องเล่น สามารถเล่นต่อจากเซฟที่เคยเลี้ยงหรือเริ่มใหม่ทั้งหมดได้

ฟังก์ชั่นปุ่มต่าง ๆ ที่ควรรู้

  • ปุ่ม A+B กดใช้เมื่อดิจิมอนของเราตาย : เมื่อกดสองปุ่มพร้อมกันจะเป็นการฟักไข่เพื่อเริ่มใหม่
  • ปุ่ม A+C เมื่อไม่ได้เลือกเมนู : จะเป็นการปิดหรือเปิดเสียงของเครื่องเล่น
  • ปุ่ม A+C เมื่ออยู่หน้าโหมดนาฬิกิา : จะเป็นการเข้าสู่โหมดปรับเวลา สามารถปรับชั่วโมงและนาทีได้
  • ปุ่ม Restart ค้างไว้ แล้วกด A + C : จะเป็นการเข้าสู่ Debut Mode สามารถทดลองเล่นดิจิมอนที่เราชอบได้ก่อนเริ่มเลี้ยงจริง ๆ

Menu ต่าง ๆ


เมนูแรก Status สามารถเข้าไปดูชื่อดิจิมอนที่เราเลี้ยง ( ในภาพคือ Sakuyamon X หรือซาคุยะมันจากอนิเมะดิจิมอนภาค Taimer หากใครเคยดูล่ะนะ ) รวมถึงเช็คค่าสถานะความหิว, ความแข็งแรง, ความพยายาม, น้ำหนัก, อายุ และร่างที่พัฒนารวมถึงเลเวลดิจิมอนด้วย ( เครื่อง Digimon X มีเลเวลให้เก็บนะเออ )


เมนูที่สองคือ Food เป็นเมนูที่เราจะเพิ่มค่าความหิวและความแข็งแรงให้เต็มได้ด้วยเมนูนี้ เราสามารถป้อนเนื้อหรือวิตามินได้ นอกเหนือจากนี้ ยังสามารถให้ไอเท็มพิเศษที่หาได้จากเมนู Battle เพื่อเพิ่มสถานะพิเศษชั่วคราวได้อีกด้วย แต่อย่าให้ดิจิมอนกินเยอะจนน้ำหนักเกิน 99 g ล่ะ ไม่เช่นนั้นพวกมันจะติดสถานะป่วยได้


หากอยากเพิ่มค่าความแข็งแรงโดยไม่อยากเพิ่มน้ำหนักด้วย ก็ขอแนะนำเมนู Training ซึ่งจะมีสองรูปแบบก็คือ Normal ฝึกแบบปกติ และแบบ Excite ซึ่งทั้งสองแบบจะช่วยลดน้ำหนักดิจิมอน, เพิ่มค่าความแข็งแรง และยังเพิ่มค่าความพยายามอีกด้วย โดยแบบ Excite จะเพิ่มค่าความพยายามได้สูงกว่า


โดยรูปแบบการฝึกนั้น เราจะต้องกดปุ่ม B เพื่อให้เข็มนั้นชี้ไปที่เกจที่พุ่งขึ้นสูงที่สุด โดยความเร็วของเข็มนั้นจะขึ้นอยู่กับค่า XAI หรือ X-Antibody Indicator หรือพูดง่าย ๆ มันคือระบบทอยลูกเต๋าที่จะถูกสุ่มเมื่อหลังดิจิมอนตื่นนอน ถ้าได้ค่ายิ่งสูง เกจวิ่งก็จะวิ่งช้าลงให้กดง่าย ส่งผลทำให้การฝึกฝนเพิ่มค่าความพยายามนั้นไวขึ้น และระบบ XAI จะส่งผลต่อเมนู Battle ด้วย เพราะมันใช้ระบบเดียวกันนั้นเอง


และนี่คือเมนู Battle ขอพูดง่าย ๆ ว่าโหมดตะลุยด่าน จะมีการ Battle อยู่สองรูปแบบคือ แบบแรกจะเป็นการตะลุยด่านปกติ โดยจะมีด่านให้เล่นถึง 30 + 1 ด่าน และแต่ละด่านจะเจอศัตรูเฉลี่ย 3 ถึง 7 ตัวด้วยกัน การเอาชนะบอสในด่านต่าง ๆ ได้สำเร็จ ก็จะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนเราด้วย ส่วนอีกหนึ่งด่านพิเศษ ต้องเอาเครื่อง Digimon X รุ่นเดียวกันอีกครั้ง โดยต้องเอาเครื่องที่มีรูปตัว X สีแดง และตัว X สีน้ำเงินมาเชื่อมต่อให้มาต่อสู้กันเท่านั้น อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ก็จะเป็นการปลดล็อคด่านพิเศษให้เราไปพิชิตได้ทันที

ส่วนการ Battle อีกรูปแบบคือ การเจอศัตรูแบบสุ่ม หลังดิจิมอนตื่นนอน ระบบ XAI หรือระบบลูกเต๋าจะให้เราสุ่ม ซึ่งถ้าสุ่มได้คะแนนเยอะ ก็มีโอกาสเจอศัตรูบ่อย แต่ถ้าสุ่มได้หนึ่ง ก็แทบไม่มีโอกาสได้เจอเลย แต่ว่าไม่ว่าจะสุ่มได้เลขอะไร อย่างน้อย ๆ ก็มีโอกาสได้ไอเท็มแบบสุ่มเช่นกัน

ซึ้งทั้งสองอย่าง การชนะศัตรูจะได้ EXP ไว้อัพเลเวลดิจิมอนให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย โดยเลเวลสูงสุดอยู่ที่เลเวล 10 ซึ่งจะต้องเป็นดิจิมอนร่างสุดยอดหรือร่าง Mega เสียก่อน


เมนู Flush หรือเมนูล้างห้องน้ำ ซึ่งเมนูนี้ไม่มีอะไรมาก หากดิจิมอนเราเบ่งอุนจิออกมาก็ใช้เมนูนี้ทำความสะอาดเสียเพื่อสุขลักษณะที่ดีของดิจิมอนคุณเอง


เมนู Light จะเป็นการเปิดปิดไฟให้กับดิจิมอน หากดิจิมอนเริ่มง่วงนอน ก็ให้เราเข้าเมนูนี้เพื่อทำการปิดไฟให้ดิจิมอนหลับสบาย แต่หากกดปิดไฟตอนดิจิมอนยังตื่นอยู่ จะเป็นการเข้าสู่สถานะ Freeze Mode แทน ซึ่งนั้นก็คือการแช่แข็งดิจิมอน กรณีช่วงไหนเรายังไม่สะดวกเล่นเนื่องจากติดธุระ และมไ่มีเวลาดูแล ก็สามารถใช้ Freeze Mode นี้ได้เลย


เมนู Cure หรือการรักษา หากกรณีดิจิมอนเราเจ็บป่วยจากการไม่เก็บอุนจิจนเต็มจอหรือกินข้าวจนน้ำหนักตัวเกิน ก็จะเข้าสู่สถานะเจ็บป่วยหรือการต่อสู้แพ้มาก็มีโอกาสบาดเจ็บ จึงต้องรักษาดิจิมอนให้ตรงตามอาการว่า เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บมา สังเกตุได้จาก หากมีสถานะจุดสามสุด แสดงว่าป่วย แต่หากมีรูปหัวกะโหลก แสดงว่าบาดเจ็บมา หากไม่รักษาหรือปล่อยทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงขึ้นไป ดิจิมอนก็จะตาย


เมนู Library รูปหนังสือ จะเป็นการเข้าไปเพื่อ Back up ดิจิมอน และเลือกเล่นดิจิมอนตัวใหม่ โดยสามารถเก็บได้สูงสุดสามตัวภายในเครื่อง แต่ออกมาเล่นได้ทีละตัว ส่วน Library ก็จะเป็นการเก็บข้อมูลดิจิมอนที่เราพบเจอในเครื่อง ส่วนเมนูย่อยอีกอันคือ Record ซึ่งเป็นการบันทึกสถิติว่าแพ้ชนะกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว


เมนู Connect ซึ่งจะเป็นการเอา Digimon อีกเครื่องมาต่อกันเพื่อทำการต่อสู้ระหว่างเครื่อง โดยจะมีสองโหมดคือ โหมด X ซึ่งไว้สู้กับเครื่อง Digimon X ด้วยกัน หรือโหมด Other ไว้ต่อสู้กับเครื่องเล่นดิจิมอนหรือ Digivice รุ่นอื่น ๆ ที่รองรับได้


เมนูสุดท้ายคือ Notification หรือการแจ้งเตือน หากดิจิมอนเราหิว, หมดแรงหรือง่วงนอน สถานะมุมล่างขวานี้จะแสดงออกมาพร้อมส่งเสียง ซึ่งหากเราไม่จัดการให้ไวจนสัญลักษณ์นี้หายไปเอง ก็จะได้รับสถานะ Care Mistake หรือดูแลไม่ดี 1 ครั้ง โดยจะมีผลต่อการพัฒนาร่างของดิจิมอนอีกด้วย

======================================

ทั้งหมดนี้คือการแกะกล่องและรีวิวฟีเจอร์ของเครื่องเล่น Digimon X เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ซึ่งพูดตรง ๆ ว่ามันคือการอัพเดตของเล่นให้มีลูกเล่นอะไรมากขึ้น เลี้ยงง่ายขึ้น และใช้เวลาในการพัฒนาร่างไวขึ้น แถมมี Freeze Mode เหมือนรู้ใจวัยทำงานอย่างเราที่ไม่ค่อยว่างแต่ก็ยังอยากเป็น เด็ก ( โข่ง ) ที่ถูกเลือก แม้ว่ามันจะดูง่าย แต่ว่าก้มีความท้าท้ายในการทำเงื่อนไขการพัฒนาร่างอยู่โดยเฉพาะเมนู Battle ซึ่งไม่ยากไม่ง่ายเกินไป ทำให้รู้สึกมีเป้าหมายในการเลี้ยงดูและพัฒนาดิจิมอนให้เติบโตในแบบที่เราต้องการได้

สรุปคือสนุกและเล่นเพลิน เหมาะสำหรับคนรัก Digimon หรือที่คอนโดนเขาไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ ก็เลี้ยงเจ้า Digimon X นี้แทนได้ ตอนนี้สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าออนไลน์ ราคาอยู่ที่หลักพักต้น ๆ เท่านั้นต่อเครื่อง ซึ่งราคาอาจจะดูสูงไปนิด แต่สำหรับคนรัก Digimon ถือว่าคุ้มค่ามากเลยล่ะ! หากมีโอกาส จะรีวิวโหมด Online ให้ชมกันนะ!



บทความที่คล้ายกัน
ล่าสุด
Epic War: Throne เปิดการเฉลิมฉลองครบรอบครึ่งปี อาวุธรบชั้นดีเสริมบารมีให้ท่านเป็นหนึ่ง
Streamer คนเดิมทำ Controller ฉบับดาบใหญ่เล่น Final Fantasy 7 Remake
wine2035
ลือ! Sonic the Hedgehog 2022 จะมีแผนที่ที่ทำให้นึกถึง Breath of the Wild
wine2035
Ubisoft เผยโปรแกรมยอดฮิตอย่าง Discord, หรือ Skype อาจทำให้เกมทำงานไม่ปกติ!
wine2035
Horizon Forbidden West จะมอบอิสระในการเคลื่อนที่ และต่อสู้มากกว่าภาคแรก
wine2035
Halo เตรียมยุติให้บริการ Online Service บน Xbox 360 ปีหน้า
wine2035
Editors' Choice
Genshin Imapct 2.2 ตอบคำถาม Polar Star เป็นธนูที่น่ากดหาขนาดไหน? พร้อมสถิติ และบทวิเคราะห์
wine2035
Blizzard เผย ปัญหาเซิร์ฟเวอร์ของ Diablo 2: Resurrected เกิดจาก Code ต้นฉบับที่เก่าเกินไป!
wine2035
Genshin Impact 2.2 วิธีเปิดเกาะ Tsurumi และวิธีเอาหมอกที่ปิดบังเกาะอยู่ออก
wine2035
รีวิวเกม Far Cry 6 "ใครว่าการปฏิวัติไม่ใช่เรื่องสนุก?"
OcelotBoy
Show header