GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
[Review] Tiny Tina's Wonderlands เกมถอดสมองเดินหน้ายิง ที่พกความกาวและเกรียนมาเต็มรังเพลิง
ลงวันที่ 22/03/2022

แฟรนไชส์ Borderlands เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์หลาย ๆ อย่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นภาพกราฟิกในลักษณะการ์ตูนคอมิก ระบบของ Loot Shooter ที่น้อยเกมจะทำตาม ไปจนถึงเนื้อเรื่องสุดเกรียนที่พร้อมเสิร์ฟความฮาให้คนเล่น 

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตัวซีรีส์มักถูกนำไปสร้างเป็นภาคต่อ รวมไปถึงสร้างเกม Spin-off แยกออกมามากมาย


ซึ่ง Tiny Tina ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน จากแต่เดิมที่เคยปรากฎตัวแบบ DLC ในชื่อ Tiny Tina's Assault on Dragon Keep มาในคราวนี้ Tiny Tina ได้รับเกมแยกของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อ Tiny Tina's Wonderlands กันเลยทีเดียว


ส่วนเรื่องความสนุก ความเกรียน ความฮา และความมันส์ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่? รีวิวนี้มีคำตอบ!


เนื้อเรื่องสุดจืด แต่ชดเชยด้วยบทพูดสุดปั่น


เนื้อเรื่องของ Tiny Tina's Wonderlands นั้น จะเป็นการนำพาผู้เล่นให้รับบทเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมโต๊ะ นั่งเล่นบอร์ดเกมกับบรรดาตัวละครคุ้นหน้าคุ้นตาจากแฟรนไชส์ Borderlands ไม่ว่าจะเป็น Tiny Tina, Valentine ไปจนถึง Frette 

ตัวผู้เล่นจะเข้าร่วมเกมในฐานะตัวละครที่เรียกขานกันว่า Fatemaker ซึ่งเป้าหมายนั้นก็ง่ายมาก นั่นคือจัดการตัวร้าย Dragon Lord ลงให้จงได้


หากพูดกันตามตรง เนื้อเรื่องของ Tiny Tina's Wonderlands ค่อนข้างจะน่าเบื่อเสียด้วยซ้ำ พล็อตตัวร้ายอยากจะยึดครองโลก และมีพระเอกมาจัดการยับยั้งแผนชั่วเนี่ย มันเชยจนไม่รู้จะเชยยังไงแล้ว แต่จุดแข็งของซีรีส์ Borderlands มันไม่ได้อยู่ที่พล็อตหลักอยู่แล้วน่ะสิ


เพราะตลอดทั้งการเล่น พวกบทสนทนาระหว่างตัวละครที่มีการจิกกัดกันอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงปมดราม่าที่ช่วยเปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึกเบื้องหลังของบรรดาตัวละคร ทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้การติดตามอ่านเนื้อเรื่องในเกม สามารถทำได้จนตลอดรอดฝั่ง แม้ตัวแนวคิดหลักของเรื่องอาจจะจืดชืดก็ตาม




และอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นี่คือโลกภายในบอร์ดเกม ดังนั้นผู้เล่นภายนอกอย่าง Tina จะเสริมเติมแต่งกฎแบบไหนเข้าไปก็ได้ นี่จึงช่วยทำให้เนื้อเรื่องภายใน Wonderlands แห่งนี้ ยิ่งทวีความบ้าบอเข้าไปอีกขั้น จนถึงขนาดที่ไม่ต้องไปหาเหตุผลมารองรับกันให้เมื่อยเลย 


เพราะฉะนั้นคำแนะนำในการเล่นเกมนี้ก็คือ ถอดสมองทิ้งเอาไว้ก่อน และเพลิดเพลินกับระบบการยิงสุดมันส์ของตัวเกมกันได้เลย


ระบบคลาส และการเล่นที่ออกแบบมาขัดกันเอง


ความเป็น RPG ผสมผสานกับความเป็น First Person Shooter เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของซีรีส์ Borderlands ซึ่งแน่นอนว่า Tiny Tina's Wonderlands ก็ได้รับสืบทอดมันมาเช่นกัน แต่ช่างน่าเสียดายที่เสน่ห์ที่สืบทอดกันมานี้ กลับกลายเป็นตัวปิดกั้นแนวทางใหม่ ๆ ที่ซีรีส์ควรจะบุกเบิกไปได้ซะอย่างนั้น


ภายในเกมจะเริ่มต้นให้ผู้เล่นเลือกคลาสได้มากถึง 6 สาย ได้แก่ ได้แก่ Brr-Zerker, Clawbringer, Graveborn, Spellshot, Spore Warden และ Stabbomancer

แถมตัวเกมยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเลือกคลาสรองได้เมื่อเลเวลถึงจุดที่กำหนดอีกด้วย ซึ่งหากอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงคิดว่ามันก็ดูดีนี่นา แนวทางการเล่นก็น่าจะหลากหลายเพิ่มขึ้นไม่ใช่เหรอ?




ทว่าทุกอย่างที่เกมทำมานั้น กลับต้องกลายเป็นหมันทันทีเมื่อเข้าสู่เกมเพลย์จริง ๆ 

เพราะสายอาวุธระยะประชิดอย่าง Brr-Zerker หรือ Stabbomancer นั้น กลับทำดาเมจได้ค่อนข้างช้าหากคิดจะใช้อาวุธ Melee ฟาดเพียว ๆ เรียกได้ว่า เอาปืนยิงตามปกติ ศัตรูยังตายไวกว่า

แถมความเสี่ยงในการควงอาวุธตีใกล้เข้าไปฟาดหน้าศัตรูท่ามกลางวงล้อม มันก็มีมากเสียจนทำให้ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมอยู่ เกิดอาการวูบกันง่าย ๆ เลยทีเดียว


ด้วยเหตุนี้นี่เอง จึงทำให้คลาสของเกมที่อุตส่าห์ทำมาให้เลือกถึง 6 สาย แถมยังเลือกคลาสรองมาผสมได้อีก 5 สายในภายหลัง ช่างดูไร้ความหมายเสียเหลือเกิน เมื่อต้องมาเจอกับระบบปืนที่ยังคงทรงพลังมากกว่าอาวุธระยะใกล้ในแบบที่ตัวเกมเลือกนำเสนอ


การรัวปืนที่ยังคงสนุก รวดเร็ว และเล่นเพลินจนติดพัน


ถึงทางผู้เขียนจะติในเรื่องการออกแบบคลาสที่ขัดกันกับเกมเพลย์หลักเอาไว้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ระบบต่อสู้ของเกมนี้จะไม่สนุก

เพราะ Tiny Tina's Wonderlands นั้น ยังคงรักษามาตรฐาน Gun Play ของซีรีส์ Borderlands เอาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม อันที่จริงมันสามารถก้าวล้ำ นำหน้าตัวเกมหลักไปเสียด้วยซ้ำ


เนื่องจากภายในเกมนี้ ลูกระเบิดที่ผู้เล่นพกพาได้ จะถูกเปลี่ยนไปเป็นช่องใส่ Spell แทน ซึ่งแต่ละ Spell ก็มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ดาเมจที่กระทำ รูปแบบ ไปจนถึงการแพ้ทางและชนะทางศัตรูในประเภทต่าง ๆ ช่วยให้ฉากการต่อสู้ภายในเกมนี้ยิ่งทวีความบ้าคลั่งขึ้นไปอีก 

แถมความรู้สึกในการใช้ Spell มันก็ดูดีกว่าการขว้างลูกระเบิดโง่ ๆ ออกไปตรงหน้าเป็นไหน ๆ 

ทำเอาอยากเชียร์ให้ทางผู้พัฒนาอย่าง Gearbox นำระบบนี้ ไปใส่แทนระบบปาระเบิดในซีรีส์หลักแทนเลยทีเดียว




และในส่วนของศัตรู ไปจนถึงความท้าทายนั้น Tiny Tina's Wonderlands ก็ให้รสชาติในแบบที่กำลังพอดี 

เกมไม่ได้ง่ายจนน่าเบื่อ และก็ไม่ได้ยากจนชวนหัวร้อน

คุณสามารถเล่นได้ทั้งแบบใจเย็น ที่ค่อย ๆ หลบหลังกำบัง พร้อมกับโผล่หัวขึ้นมาสอยศัตรูทีละตัว หรือจะเล่นแบบ Run & Gun ควงปืนเต้นรำท่ามกลางดงกระสุนก็ได้ทั้งนั้น

 

เพราะต่อให้ผู้เล่นพลาดท่าจนพลังชีวิตหมด Tiny Tina's Wonderlands ก็ได้ให้โอกาสครั้งที่สองแก่ผู้เล่น โดยในช่วงที่ผู้กำลังอยู่ในสถานะ Down นั้น หากผู้เล่นสังหารศัตรูได้ทัน ก็จะสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับคืนมาจำนวนหนึ่งนั่นเอง


ในส่วนของการออกแบบฉากต่อสู้กับบอส ก็ต้องยอมรับว่าสร้างสรรค์ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นขึ้นหิ้งจนน่าจดจำ 

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การประเคนยัดกระสุนใส่หน้าบอสให้แหกกันไปข้าง ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอยู่ดี


โลกเปิดกว้างครั้งแรกของซีรีส์


ถึงจะไม่ได้เป็นโลกเปิดแบบ 100% แต่ตัวเกม Tiny Tina’s Wonderlands ก็มีบางพื้นที่ที่ให้ผู้เล่นได้เลือกว่าควรจะไปตรงไหนก่อน 

โดยพื้นที่นั้นจะมีชื่อเรียกว่า Wonderlands Overworld 

สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมก็คือ การออกแบบที่คงสไตล์บอร์ดเกมเอาไว้ แถมยังกลมกลืนกับเนื้อเรื่องพื้นหลังอีกด้วย


เราจะได้เห็นบรรดาซากของกิน ของใช้ ไปจนถึงขยะต่าง ๆ ตามประสาเด็กของตัวละคร Tina เช่น ฝาขวดน้ำอัดลม กระป๋องน้ำ ไปจนถึงเศษขนมที่กินหกขวางทางผู้เล่นเอาไว้อยู่ ซึ่งในการจะเคลียร์เส้นทางได้นั้น ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการเควสต์ให้สำเร็จเสียก่อน ตัวเกมถึงจะมาปลดล็อกให้ในภายหลัง 

การออกแบบฉากที่เพิ่มลูกเล่นให้กลับมาสำรวจซ้ำได้ค่อนข้างน่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว 




และถึงตัวเกมจะมีระบบเลเวลแบบเกม RPG เข้ามา คนเล่นก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะตลอดการเล่น (ยกเว้นเนื้อเรื่อง) ศัตรูจะทำการปรับเลเวลตามตัวของผู้เล่นอยู่เสมอ ช่วยให้ความท้าทายไม่ได้ถดถอยลงเลย แม้ผู้เล่นจะแอบไปฟาร์มมาจนเลเวลเยอะแล้วก็ตาม


การออกแบบเควสต์ที่รีดเค้นจุดเด่นของเกมออกมาจากสุดตัว


แม้ตัวเกมจะมีส่วนที่เป็น Open World เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจได้ตามใจชอบ แต่การออกแบบเควสต์กลับซ้ำซากจนเหลือเชื่อ 




ทั้งนี้ เชื่อว่าทางผู้พัฒนาน่าจะตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เพราะไม่ว่าผู้เล่นจะทำเควสต์อะไรก็ตาม บทสรุปสุดท้ายก็คือการสาดกระสุน และจัดการศัตรูทุกตัวให้หมอบอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น เควสต์ง้อแฟนสาว เควสต์ตามหาสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเควสต์ช่วยนักโบราณคดีเจรจากับชนเผ่าพื้นถิ่น

ต้องยอมรับในความใจกล้าของทีมงานเลยจริง ๆ ที่เลือกนำเสนอจุดเด่นของเกมกันแบบสุดโต่ง แทนที่จะเลือกใส่เควสต์น่าเบื่ออย่างการคุ้มกัน NPC หรือการเดินคุยไปมาระหว่างเมือง เพื่อช่วยเพิ่มความหลากหลายเข้ามาแทนที่


สำหรับคนที่ชอบยิงแหลก ไม่สน 4 สน 8 ก็น่าจะถูกใจกับการออกแบบเควสต์สไตล์นี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ เพราะนอกจากจะได้ทันเพลินกับเกมเพลย์แล้ว ยังได้ฟาร์มไปในตัวอีกด้วย


งานภาพที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ แถมไม่กินแรงเครื่อง


หากจะบอกว่า ภาพกราฟิกสไตล์คอมิก เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ Borderlands ก็คงไม่ผิดนัก

ซึ่งงานภาพลวดลายแบบนี้ มันยิ่งช่วยขับความเกรียนและความกาวของตัวเกมออกมาได้ดียิ่งขึ้นเข้าไปอีก แถมยังไม่ค่อนกินแรงเครื่องมากอีกด้วย แม้จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือคอนโซลรุ่นเก่า ก็น่าจะเล่นเกมนี้ด้วย 60 FPS ได้แบบไร้ปัญหา 




ด้านประสิทธิภาพที่ตัวเกมทำออกมาได้นั้น ก็ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว เพราะขนาดฉากต่อสู้กับบอสตัวสุดท้ายที่เอฟเฟกต์สกิล แสง สี จัดเต็ม ตัวเกมก็ไม่มีอาการเฟรมตกให้เห็นแม้แต่วินาทีเดียว ทำให้คนเล่นสามารถเพลิดเพลินกับฉากการต่อสู้สุดนัว ในความเร็วสูงได้กันแบบฟิน ๆ 


ซับไทยแปลได้ตามมาตรฐาน


หากใครได้พอติดตามข่าวสารมาบ้าง น่าจะทราบว่าตัวเกม Tiny Tina’s Wonderlands นั้นมีตัวเลือกซับไตเติ้ลภาษาไทย เอาใจเกมเมอร์ชาวไทยกันอีกด้วย


ซึ่งสำหรับคำแปลที่ตัวเกมได้แปลออกมานั้นก็นับว่าอยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แม้จะมีบางช่วงที่แอบติดขัดเล็กน้อย อย่างเช่น ซับไตเติ้ลไม่ขึ้นบ้าง หรือมีจุดที่แปลงง ๆ บ้าง ไปจนถึงการใช้ชื่อคนหรือสถานที่แบบเขียนด้วยภาษาอังกฤษไปเลย แทนที่จะเลือกใช้คำทับศัพท์แบบเวลาเกมอื่น ๆ แปลกัน แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อการรับรู้เนื้อเรื่องภาพรวมแต่อย่างใด


และทั้งนี้ ต้องแจ้งไว้ก่อนว่า ตัวเกมที่ทางทีมงานได้มานั้นยังเป็นเวอร์ชัน Preview อีกด้วย ดังนั้นคงจะมีบางส่วนที่ยังแปลไม่เสร็จสมบูรณ์ดีก็เป็นได้


คุ้มค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม?


แม้ Tiny Tina’s Wonderlands อาจจะมีเนื้อเรื่องที่อ่อนแอ พล็อตที่น่าเบื่อ ไปจนถึงการออกแบบเควสต์ที่ซ้ำซาก แต่เสน่ห์ของเกมแฟรนไชส์ Borderlands ยังคงอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม

ไม่ว่าจะด้วยฉากเปิดตัวแบบเท่ ๆ ฉากยิงปืนสุดมันส์ที่ศัตรูดาหน้าเข้ามาแบบไม่กลัวตาย ไปจนถึงระบบ Loot ของจากศัตรู และรางวัลผ่านฉากที่มีความ RNG อยู่เต็มเปี่ยม จนเกมอื่นยากที่จะเลียนแบบ


ด้วยเสน่ห์เดิม ๆ ของ Borderlands บวกกับการนำเสนอเรื่องราวที่ทวีความกาวเข้าไปอีกขั้น เพราะเป็นโลกในจินตนาการของสาวน้อย Tiny Tina

แค่สองอย่างนี้ก็คงเพียงพอที่จะทำให้แฟนเกมแนว Loot Shooter พร้อมที่จะเสียเงินในกระเป๋าให้กับเกม Tiny Tina’s Wonderlands แล้วล่ะครับ


Image


สำหรับใครที่อยากหาเกมเบา ๆ ผ่อนคลายสมอง นอนเอนหลังเล่นในวันพักผ่อนจากวันทำงานหนัก เกมนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลย


แฟน Borderlands ห้ามพลาด! แฟน Loot Shooter ห้ามพลาด! แฟนเกม FPS ที่ชื่นชอบฉากปะทะนัว ๆ ห้ามพลาด! และคนที่อยากถอดสมองเล่นเกมยิงแบบไม่ต้องคิดอะไรให้หนักหัว ก็ห้ามพลาดเช่นกัน!


7
ข้อดี

สืบทอดเอกลักษณ์ของ Borderlands เอาไว้ได้เป็นอย่างดี

พัฒนาเกมเพลย์เหนือไปอีกขั้นด้วย Spell

การออกแบบฉากโลกเปิดที่ดูสร้างสรรค์

เล่นเพลินติดพันจนไม่อยากรีบออก

ข้อเสีย

บางส่วนของการออกแบบยังมีขัดกันเองบ้าง

เนื้อเรื่อง และแนวคิดหลักบางเบา

7
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
[ไกด์เกม] Ni no Kuni: Cross Worlds วิธีโหลดตัวเกมเล่นบน PC
BASUP!
ลือ !! ส่วนเสริม Cyberpunk 2077 จะมีภารกิจกว่า 7 ตัว และ Johnny Silverhands บทบาทน้อยลง
BASUP!
Fishing Paradiso เกมตกปลาพร้อมเนื้อเรื่องอบอุ่นหัวใจ ประกาศลง PC และ Switch พร้อมขาย 6 มิ.ย. นี้
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Review] Tiny Tina's Wonderlands เกมถอดสมองเดินหน้ายิง ที่พกความกาวและเกรียนมาเต็มรังเพลิง
22/03/2022

แฟรนไชส์ Borderlands เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ด้วยเอกลักษณ์หลาย ๆ อย่างที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นภาพกราฟิกในลักษณะการ์ตูนคอมิก ระบบของ Loot Shooter ที่น้อยเกมจะทำตาม ไปจนถึงเนื้อเรื่องสุดเกรียนที่พร้อมเสิร์ฟความฮาให้คนเล่น 

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ตัวซีรีส์มักถูกนำไปสร้างเป็นภาคต่อ รวมไปถึงสร้างเกม Spin-off แยกออกมามากมาย


ซึ่ง Tiny Tina ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน จากแต่เดิมที่เคยปรากฎตัวแบบ DLC ในชื่อ Tiny Tina's Assault on Dragon Keep มาในคราวนี้ Tiny Tina ได้รับเกมแยกของตัวเองอย่างเป็นทางการในชื่อ Tiny Tina's Wonderlands กันเลยทีเดียว


ส่วนเรื่องความสนุก ความเกรียน ความฮา และความมันส์ยังคงเหมือนเดิมหรือไม่? รีวิวนี้มีคำตอบ!


เนื้อเรื่องสุดจืด แต่ชดเชยด้วยบทพูดสุดปั่น


เนื้อเรื่องของ Tiny Tina's Wonderlands นั้น จะเป็นการนำพาผู้เล่นให้รับบทเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมโต๊ะ นั่งเล่นบอร์ดเกมกับบรรดาตัวละครคุ้นหน้าคุ้นตาจากแฟรนไชส์ Borderlands ไม่ว่าจะเป็น Tiny Tina, Valentine ไปจนถึง Frette 

ตัวผู้เล่นจะเข้าร่วมเกมในฐานะตัวละครที่เรียกขานกันว่า Fatemaker ซึ่งเป้าหมายนั้นก็ง่ายมาก นั่นคือจัดการตัวร้าย Dragon Lord ลงให้จงได้


หากพูดกันตามตรง เนื้อเรื่องของ Tiny Tina's Wonderlands ค่อนข้างจะน่าเบื่อเสียด้วยซ้ำ พล็อตตัวร้ายอยากจะยึดครองโลก และมีพระเอกมาจัดการยับยั้งแผนชั่วเนี่ย มันเชยจนไม่รู้จะเชยยังไงแล้ว แต่จุดแข็งของซีรีส์ Borderlands มันไม่ได้อยู่ที่พล็อตหลักอยู่แล้วน่ะสิ


เพราะตลอดทั้งการเล่น พวกบทสนทนาระหว่างตัวละครที่มีการจิกกัดกันอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงปมดราม่าที่ช่วยเปิดเผยความรู้สึกเบื้องลึกเบื้องหลังของบรรดาตัวละคร ทั้งหมดนี้จะช่วยทำให้การติดตามอ่านเนื้อเรื่องในเกม สามารถทำได้จนตลอดรอดฝั่ง แม้ตัวแนวคิดหลักของเรื่องอาจจะจืดชืดก็ตาม




และอย่างที่กล่าวไปข้างต้น นี่คือโลกภายในบอร์ดเกม ดังนั้นผู้เล่นภายนอกอย่าง Tina จะเสริมเติมแต่งกฎแบบไหนเข้าไปก็ได้ นี่จึงช่วยทำให้เนื้อเรื่องภายใน Wonderlands แห่งนี้ ยิ่งทวีความบ้าบอเข้าไปอีกขั้น จนถึงขนาดที่ไม่ต้องไปหาเหตุผลมารองรับกันให้เมื่อยเลย 


เพราะฉะนั้นคำแนะนำในการเล่นเกมนี้ก็คือ ถอดสมองทิ้งเอาไว้ก่อน และเพลิดเพลินกับระบบการยิงสุดมันส์ของตัวเกมกันได้เลย


ระบบคลาส และการเล่นที่ออกแบบมาขัดกันเอง


ความเป็น RPG ผสมผสานกับความเป็น First Person Shooter เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของซีรีส์ Borderlands ซึ่งแน่นอนว่า Tiny Tina's Wonderlands ก็ได้รับสืบทอดมันมาเช่นกัน แต่ช่างน่าเสียดายที่เสน่ห์ที่สืบทอดกันมานี้ กลับกลายเป็นตัวปิดกั้นแนวทางใหม่ ๆ ที่ซีรีส์ควรจะบุกเบิกไปได้ซะอย่างนั้น


ภายในเกมจะเริ่มต้นให้ผู้เล่นเลือกคลาสได้มากถึง 6 สาย ได้แก่ ได้แก่ Brr-Zerker, Clawbringer, Graveborn, Spellshot, Spore Warden และ Stabbomancer

แถมตัวเกมยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถเลือกคลาสรองได้เมื่อเลเวลถึงจุดที่กำหนดอีกด้วย ซึ่งหากอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนก็คงคิดว่ามันก็ดูดีนี่นา แนวทางการเล่นก็น่าจะหลากหลายเพิ่มขึ้นไม่ใช่เหรอ?




ทว่าทุกอย่างที่เกมทำมานั้น กลับต้องกลายเป็นหมันทันทีเมื่อเข้าสู่เกมเพลย์จริง ๆ 

เพราะสายอาวุธระยะประชิดอย่าง Brr-Zerker หรือ Stabbomancer นั้น กลับทำดาเมจได้ค่อนข้างช้าหากคิดจะใช้อาวุธ Melee ฟาดเพียว ๆ เรียกได้ว่า เอาปืนยิงตามปกติ ศัตรูยังตายไวกว่า

แถมความเสี่ยงในการควงอาวุธตีใกล้เข้าไปฟาดหน้าศัตรูท่ามกลางวงล้อม มันก็มีมากเสียจนทำให้ตัวละครที่ผู้เล่นควบคุมอยู่ เกิดอาการวูบกันง่าย ๆ เลยทีเดียว


ด้วยเหตุนี้นี่เอง จึงทำให้คลาสของเกมที่อุตส่าห์ทำมาให้เลือกถึง 6 สาย แถมยังเลือกคลาสรองมาผสมได้อีก 5 สายในภายหลัง ช่างดูไร้ความหมายเสียเหลือเกิน เมื่อต้องมาเจอกับระบบปืนที่ยังคงทรงพลังมากกว่าอาวุธระยะใกล้ในแบบที่ตัวเกมเลือกนำเสนอ


การรัวปืนที่ยังคงสนุก รวดเร็ว และเล่นเพลินจนติดพัน


ถึงทางผู้เขียนจะติในเรื่องการออกแบบคลาสที่ขัดกันกับเกมเพลย์หลักเอาไว้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ระบบต่อสู้ของเกมนี้จะไม่สนุก

เพราะ Tiny Tina's Wonderlands นั้น ยังคงรักษามาตรฐาน Gun Play ของซีรีส์ Borderlands เอาไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม อันที่จริงมันสามารถก้าวล้ำ นำหน้าตัวเกมหลักไปเสียด้วยซ้ำ


เนื่องจากภายในเกมนี้ ลูกระเบิดที่ผู้เล่นพกพาได้ จะถูกเปลี่ยนไปเป็นช่องใส่ Spell แทน ซึ่งแต่ละ Spell ก็มีความแตกต่างกัน ตั้งแต่ดาเมจที่กระทำ รูปแบบ ไปจนถึงการแพ้ทางและชนะทางศัตรูในประเภทต่าง ๆ ช่วยให้ฉากการต่อสู้ภายในเกมนี้ยิ่งทวีความบ้าคลั่งขึ้นไปอีก 

แถมความรู้สึกในการใช้ Spell มันก็ดูดีกว่าการขว้างลูกระเบิดโง่ ๆ ออกไปตรงหน้าเป็นไหน ๆ 

ทำเอาอยากเชียร์ให้ทางผู้พัฒนาอย่าง Gearbox นำระบบนี้ ไปใส่แทนระบบปาระเบิดในซีรีส์หลักแทนเลยทีเดียว




และในส่วนของศัตรู ไปจนถึงความท้าทายนั้น Tiny Tina's Wonderlands ก็ให้รสชาติในแบบที่กำลังพอดี 

เกมไม่ได้ง่ายจนน่าเบื่อ และก็ไม่ได้ยากจนชวนหัวร้อน

คุณสามารถเล่นได้ทั้งแบบใจเย็น ที่ค่อย ๆ หลบหลังกำบัง พร้อมกับโผล่หัวขึ้นมาสอยศัตรูทีละตัว หรือจะเล่นแบบ Run & Gun ควงปืนเต้นรำท่ามกลางดงกระสุนก็ได้ทั้งนั้น

 

เพราะต่อให้ผู้เล่นพลาดท่าจนพลังชีวิตหมด Tiny Tina's Wonderlands ก็ได้ให้โอกาสครั้งที่สองแก่ผู้เล่น โดยในช่วงที่ผู้กำลังอยู่ในสถานะ Down นั้น หากผู้เล่นสังหารศัตรูได้ทัน ก็จะสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับคืนมาจำนวนหนึ่งนั่นเอง


ในส่วนของการออกแบบฉากต่อสู้กับบอส ก็ต้องยอมรับว่าสร้างสรรค์ในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นขึ้นหิ้งจนน่าจดจำ 

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การประเคนยัดกระสุนใส่หน้าบอสให้แหกกันไปข้าง ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอยู่ดี


โลกเปิดกว้างครั้งแรกของซีรีส์


ถึงจะไม่ได้เป็นโลกเปิดแบบ 100% แต่ตัวเกม Tiny Tina’s Wonderlands ก็มีบางพื้นที่ที่ให้ผู้เล่นได้เลือกว่าควรจะไปตรงไหนก่อน 

โดยพื้นที่นั้นจะมีชื่อเรียกว่า Wonderlands Overworld 

สิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมก็คือ การออกแบบที่คงสไตล์บอร์ดเกมเอาไว้ แถมยังกลมกลืนกับเนื้อเรื่องพื้นหลังอีกด้วย


เราจะได้เห็นบรรดาซากของกิน ของใช้ ไปจนถึงขยะต่าง ๆ ตามประสาเด็กของตัวละคร Tina เช่น ฝาขวดน้ำอัดลม กระป๋องน้ำ ไปจนถึงเศษขนมที่กินหกขวางทางผู้เล่นเอาไว้อยู่ ซึ่งในการจะเคลียร์เส้นทางได้นั้น ผู้เล่นจำเป็นที่จะต้องไปดำเนินการเควสต์ให้สำเร็จเสียก่อน ตัวเกมถึงจะมาปลดล็อกให้ในภายหลัง 

การออกแบบฉากที่เพิ่มลูกเล่นให้กลับมาสำรวจซ้ำได้ค่อนข้างน่าประทับใจไม่น้อยเลยทีเดียว 




และถึงตัวเกมจะมีระบบเลเวลแบบเกม RPG เข้ามา คนเล่นก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะตลอดการเล่น (ยกเว้นเนื้อเรื่อง) ศัตรูจะทำการปรับเลเวลตามตัวของผู้เล่นอยู่เสมอ ช่วยให้ความท้าทายไม่ได้ถดถอยลงเลย แม้ผู้เล่นจะแอบไปฟาร์มมาจนเลเวลเยอะแล้วก็ตาม


การออกแบบเควสต์ที่รีดเค้นจุดเด่นของเกมออกมาจากสุดตัว


แม้ตัวเกมจะมีส่วนที่เป็น Open World เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจได้ตามใจชอบ แต่การออกแบบเควสต์กลับซ้ำซากจนเหลือเชื่อ 




ทั้งนี้ เชื่อว่าทางผู้พัฒนาน่าจะตั้งใจให้มันออกมาเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก เพราะไม่ว่าผู้เล่นจะทำเควสต์อะไรก็ตาม บทสรุปสุดท้ายก็คือการสาดกระสุน และจัดการศัตรูทุกตัวให้หมอบอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็น เควสต์ง้อแฟนสาว เควสต์ตามหาสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงเควสต์ช่วยนักโบราณคดีเจรจากับชนเผ่าพื้นถิ่น

ต้องยอมรับในความใจกล้าของทีมงานเลยจริง ๆ ที่เลือกนำเสนอจุดเด่นของเกมกันแบบสุดโต่ง แทนที่จะเลือกใส่เควสต์น่าเบื่ออย่างการคุ้มกัน NPC หรือการเดินคุยไปมาระหว่างเมือง เพื่อช่วยเพิ่มความหลากหลายเข้ามาแทนที่


สำหรับคนที่ชอบยิงแหลก ไม่สน 4 สน 8 ก็น่าจะถูกใจกับการออกแบบเควสต์สไตล์นี้ไม่น้อยเลยล่ะครับ เพราะนอกจากจะได้ทันเพลินกับเกมเพลย์แล้ว ยังได้ฟาร์มไปในตัวอีกด้วย


งานภาพที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ แถมไม่กินแรงเครื่อง


หากจะบอกว่า ภาพกราฟิกสไตล์คอมิก เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของ Borderlands ก็คงไม่ผิดนัก

ซึ่งงานภาพลวดลายแบบนี้ มันยิ่งช่วยขับความเกรียนและความกาวของตัวเกมออกมาได้ดียิ่งขึ้นเข้าไปอีก แถมยังไม่ค่อนกินแรงเครื่องมากอีกด้วย แม้จะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์หรือคอนโซลรุ่นเก่า ก็น่าจะเล่นเกมนี้ด้วย 60 FPS ได้แบบไร้ปัญหา 




ด้านประสิทธิภาพที่ตัวเกมทำออกมาได้นั้น ก็ค่อนข้างน่าประทับใจเลยทีเดียว เพราะขนาดฉากต่อสู้กับบอสตัวสุดท้ายที่เอฟเฟกต์สกิล แสง สี จัดเต็ม ตัวเกมก็ไม่มีอาการเฟรมตกให้เห็นแม้แต่วินาทีเดียว ทำให้คนเล่นสามารถเพลิดเพลินกับฉากการต่อสู้สุดนัว ในความเร็วสูงได้กันแบบฟิน ๆ 


ซับไทยแปลได้ตามมาตรฐาน


หากใครได้พอติดตามข่าวสารมาบ้าง น่าจะทราบว่าตัวเกม Tiny Tina’s Wonderlands นั้นมีตัวเลือกซับไตเติ้ลภาษาไทย เอาใจเกมเมอร์ชาวไทยกันอีกด้วย


ซึ่งสำหรับคำแปลที่ตัวเกมได้แปลออกมานั้นก็นับว่าอยู่ในมาตรฐานที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

แม้จะมีบางช่วงที่แอบติดขัดเล็กน้อย อย่างเช่น ซับไตเติ้ลไม่ขึ้นบ้าง หรือมีจุดที่แปลงง ๆ บ้าง ไปจนถึงการใช้ชื่อคนหรือสถานที่แบบเขียนด้วยภาษาอังกฤษไปเลย แทนที่จะเลือกใช้คำทับศัพท์แบบเวลาเกมอื่น ๆ แปลกัน แต่มันก็เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อการรับรู้เนื้อเรื่องภาพรวมแต่อย่างใด


และทั้งนี้ ต้องแจ้งไว้ก่อนว่า ตัวเกมที่ทางทีมงานได้มานั้นยังเป็นเวอร์ชัน Preview อีกด้วย ดังนั้นคงจะมีบางส่วนที่ยังแปลไม่เสร็จสมบูรณ์ดีก็เป็นได้


คุ้มค่าแก่การสละเวลาเล่นไหม?


แม้ Tiny Tina’s Wonderlands อาจจะมีเนื้อเรื่องที่อ่อนแอ พล็อตที่น่าเบื่อ ไปจนถึงการออกแบบเควสต์ที่ซ้ำซาก แต่เสน่ห์ของเกมแฟรนไชส์ Borderlands ยังคงอัดแน่นอยู่เต็มเปี่ยม

ไม่ว่าจะด้วยฉากเปิดตัวแบบเท่ ๆ ฉากยิงปืนสุดมันส์ที่ศัตรูดาหน้าเข้ามาแบบไม่กลัวตาย ไปจนถึงระบบ Loot ของจากศัตรู และรางวัลผ่านฉากที่มีความ RNG อยู่เต็มเปี่ยม จนเกมอื่นยากที่จะเลียนแบบ


ด้วยเสน่ห์เดิม ๆ ของ Borderlands บวกกับการนำเสนอเรื่องราวที่ทวีความกาวเข้าไปอีกขั้น เพราะเป็นโลกในจินตนาการของสาวน้อย Tiny Tina

แค่สองอย่างนี้ก็คงเพียงพอที่จะทำให้แฟนเกมแนว Loot Shooter พร้อมที่จะเสียเงินในกระเป๋าให้กับเกม Tiny Tina’s Wonderlands แล้วล่ะครับ


Image


สำหรับใครที่อยากหาเกมเบา ๆ ผ่อนคลายสมอง นอนเอนหลังเล่นในวันพักผ่อนจากวันทำงานหนัก เกมนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่เลวเลย


แฟน Borderlands ห้ามพลาด! แฟน Loot Shooter ห้ามพลาด! แฟนเกม FPS ที่ชื่นชอบฉากปะทะนัว ๆ ห้ามพลาด! และคนที่อยากถอดสมองเล่นเกมยิงแบบไม่ต้องคิดอะไรให้หนักหัว ก็ห้ามพลาดเช่นกัน!



บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
[ไกด์เกม] Ni no Kuni: Cross Worlds วิธีโหลดตัวเกมเล่นบน PC
BASUP!
ลือ !! ส่วนเสริม Cyberpunk 2077 จะมีภารกิจกว่า 7 ตัว และ Johnny Silverhands บทบาทน้อยลง
BASUP!
Fishing Paradiso เกมตกปลาพร้อมเนื้อเรื่องอบอุ่นหัวใจ ประกาศลง PC และ Switch พร้อมขาย 6 มิ.ย. นี้
12ooki3
Sony ยืนยันแล้ว! พร้อมดัดแปลง God of War, Horizon และ Gran Turismo ไปเป็นซีรีส์
12ooki3
นักแสดงวัยเก๋า Ray Liotta ผู้พากย์เสียง Tommy Vercetti ใน GTA: Vice City เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 67 ปี
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
Show header