GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
[Review] รีวิว HyperX Cloud Alpha S หูฟังคุณภาพที่พึ่งพาได้ พร้อมระบบ 7.1 Surround ที่เสริมทุกประสบการณ์เกม
ลงวันที่ 07/10/2022

เมื่อพูดถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมประสบการณ์เล่นเกม สิ่งแรกที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของภาพ ส่งผลให้เมื่อเกมเมอร์ซักคนต้องการจะยกระดับประสบการณ์เล่นเกมของตัวเอง สินค้าอย่างจอมอนิเตอร์หรือการ์ดจอมักจะถูกให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ ในขณะที่สินค้าด้าน 'เสียง' อย่างหูฟังมักถูกเลือกแค่ให้ 'พอใช้ได้' เท่านั้น ทั้งที่การเลือกใช้หูฟังที่ดีก็อาจส่งผลต่อประสบการณ์เกมได้ไม่แพ้กัน

HyperX Cloud Alpha S ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของหูฟังคุณภาพที่สามารถเสริมประสบการณ์เล่นเกมของชาว PC เกมเมอร์ได้อย่างง่าย ๆ ด้วยระบบเสียงแบบ 7.1 Surround ที่ช่วยจำลองตำแหน่งของเสียงในการเล่นเกม ซึ่งนอกจากจะทำให้เกมเมอร์สาย FPS ต่าง ๆ สามารถบ่งบอกตำแหน่งของคู่แข่งจากเสียงได้ ยังสามารถช่วยเสริมบรรยากาศการเล่นเกม ให้เรารู้สึกราวกับว่าได้อยู่ในจุดเดียวกับตัวละครที่เห็นในจอจริง ๆ 

ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับวัสดุคุณภาพที่ทนทานและสวมใส่สบายตามมาตรฐานของ HyperX ส่งผลให้หูฟังรุ่น Cloud Alpha S เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะยกระดับคุณภาพด้านเสียงของเกมอย่างง่าย ๆ และเป็นการพัฒนาจากรุ่น Cloud Alpha ธรรมดาอย่างชัดเจน

ข้อมูล Spec + อุปกรณ์ในกล่อง

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ JIB)

ภายในกล่องประกอบด้วย:

  • หูฟัง HyperX Cloud Alpha S
  • ไม่โครโฟนแบบถอดได้
  • สายต่อหูฟังแบบถอดได้
  • เครื่องควบคุม Mixer เสียงแบบ USB
  • ที่ครอบหูผ้าสำหรับเปลี่ยน (หูฟังมาพร้อมที่ครอบหนัง)
  • กระเป๋าใส่หูฟังสำหรับพกพา


การออกแบบ + ใช้งาน

ในส่วนของความสบายในการสวมใส่ แม้ว่าหูฟัง Cloud Alpha S จะมีน้ำหนักอยู่บ้างเมื่อเทียบกับหูฟังเกมมิ่งแบบครอบหูที่ราคาถูกกว่า แต่ก็ไม่ได้หนักพอจะทำให้ไมาสบายเมื่อสวมใส่ลงไปบนหัวแล้ว แถมตัวหูฟังยังรัดหัวของเราแน่นในระดับที่พอดี ทำให้ไม่รู้สึกว่าหูฟังกดทับลงบนหัวหรือใบหู และทำให้สามารถสวมใส่ติดต่อกันได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกติดขัดอะไร โดยผู้เขียนพบว่าที่ครอบหูแบบหนังที่มาพร้อมกับหูฟังมีความหนานุ่มกำลังดี และสามารถระบายอากาศได้ดีพอจะไม่ทำให้รู้สึกร้อนเมื่อสวมใส่ แม้ใช้ในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์ก็ตาม

ในเรื่องของการออกแบบ หูฟังรุ่น Cloud Alpha S มีหน้าตาไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Cloud Alpha นัก นอกจากสีของโครงอลูมิเนียมที่ประดับอยู่ ซึ่งเป็นสีน้ำเงินแทนสีแดงของรุ่นก่อน แถมยังมีไมโครโฟนแบบ 3.5mm ที่ถอดออกได้เช่นเดียวกันอีกด้วย โดยแม้ว่าการออกแบบหูฟังของ HyperX จะไม่ได้มีหน้าตาหวือหวาไฮเทคเหมือนสินค้าคู่แข่งหลายยี่ห้อ แต่ในอีกมุมก็เป็นรูปทรงที่คลาสสิค เรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหูฟังที่เน้นใช้งานเป็นหลัก มั่นใจได้ว่าจะไม่มีส่วนเว้านูนใด ๆ มาเกะกะการสวมหรือถอดหูฟังของเราแน่นอน


(รุ่นที่ทีมงานได้รับมารีวิวเป็นรุ่นที่จับมือกับเกม Diablo Immortal ด้วย จึงมีโลโก้เกมประดับอยู่ตรงด้านนอกของที่ครอบหู แทนโลโก้ HyperX ในรุ่นปกติ)

ทั้งนี้ รายละเอียดหนึ่งที่ต่างไปจากรุ่น Cloud Alpha ปกติก็คือตัวเลื่อนปรับระดับเสียงเบสตรงบริเวณด้านหลังของที่ครอบหูทั้งสองข้าง ซึ่งให้เราปรับระดับเสียงเบสของหูทั้งสองข้างแยกกันได้ 3 ระดับ (สูง-กลาง-ต่ำ) โดยในจุดนี้ก็ส่งผลให้หูฟังสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ หรือกระทั่งสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากการเล่นเกม เช่นการดูหนัง/ซีรีส์ หรือฟังเพลง ซึ่งการที่ตัวปรับระดับนี้อยู่บนตัวหูฟังเอง แทนที่จะเชื่อมกับเจ้า USB Mixer ยังหมายความว่าเราสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้แม้สำหรับการเชื่อมต่อแบบ AUX 3.5mm อีกด้วย


พูดถึงเจ้า USB Mixer เอาเข้าจริง ๆ ไม่อยากจะเรียกว่าอุปกรณ์เสริมเลยด้วยซ้ำ เพราะการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับตัว Mixer คือวิธีเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญมากมายของเจ้า Cloud Alpha S เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง 7.1 Surround ไปจนถึงการปรับเพิ่ม/ลดเสียงของเกมและเสียงแชตแยกกันได้ ซึ่งมีความสะดวกอย่างมาก ที่สำคัญคือการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB นั้นให้ความเสถียรและคุณภาพเสียงสูงกว่าการเชื่อมต่อแบบ 3.5mm ปกติมาก แม้ว่าจะจำกัดให้หูฟัง Cloud Alpha S กลายเป็นหูฟังที่เหมาะกับการใช้กับ PC มากที่สุด เพราะการเชื่อมต่อผ่าน AUX ปกติจะทำให้เราพลาดฟีเจอร์เด็ดแทบทั้งหมดของหูฟังไปเลย (ยังไม่นับว่าสาย 3.5 ที่มากับหูฟังมีความยาวนิดเดียว เพราะต้องการให้เชื่อมกับตัว Mixer เป็นหลัก)


คุณภาพเสียง 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าระบบเสียง 7.1 Surround ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมของเราได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการสร้างบรรยากาศราวกับว่าผู้เล่นกำลังได้ยินเสียงรอบข้างจากจุดยืนของตัวละครจริง ๆ ซึ่งในจุดนี้หูฟัง Cloud Alpha S ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย อย่างน้อยก็ในแง่ของการระบุ 'ทิศทาง' ของเสียงว่ามาจากทางไหน ในขณะที่ 'ระดับ' หรือ 'ระยะห่าง' ของเสียงยังมักไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่นักในการเล่นเกม และหลายคนอาจจะไม่สังเกตด้วยซ้ำถ้าไม่ได้ลองใช้หูฟังที่มีระบบเสียง Surround มาเปรียบเทียบกันอย่างที่ผู้เขียนทำ


แต่แม้จะยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบ 7.1 Surround นี้สามารถยกระดับการเล่นเกมหลาย ๆ แนวได้จริง ๆ เช่นแนวสยองขวัญหรือแนวรถแข่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่อธิบายให้เข้าใจด้วยคำพูดค่อนข้างยาก เอาเป็นว่าเกมอะไรก็แล้วแต่ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศ หรือต้องใช้ความตื่นตัวมาก ๆ ย่อมถูกยกระดับจากระบบ Surround ที่ว่านี้

สรุป: ตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากยกระดับด้านเสียง

ด้วยราคาเต็มกว่า 3,990 บาท คงพูดได้ไม่เต็มปากนักว่า HyperX Cloud Alpha S เป็นหูฟังที่มีราคาถูก แต่เมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้กลับมาในแง่ของประสบการณ์ด้านเสียงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน รวมไปถึงวัสดุและการประกอบที่มีคุณภาพ ก็ต้องบอกว่า Cloud Alpha S ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับเหล่า PC เกมเมอร์ที่มองหาหูฟัง USB ในราคาที่สมเหตุสมผล

บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
Like a Dragon: Ishin! ปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์การต่อสู้ 4 สไตล์แตกต่างกัน
BASUP!
[ขุมทรัพย์ GF] รู้จักกับ Nightingale เกมออนไลน์ Survival ที่ให้ผจญภัยในต่างมิติ และสู้อสูรยักษ์กับเพื่อน!
IHu
CD Projekt Red ยืนยัน !! The Wicher ภาคแรกฉบับ Remake จะมาหลังจากเกม The Witcher ภาคต่อ
BASUP!
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Review] รีวิว HyperX Cloud Alpha S หูฟังคุณภาพที่พึ่งพาได้ พร้อมระบบ 7.1 Surround ที่เสริมทุกประสบการณ์เกม
07/10/2022

เมื่อพูดถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมประสบการณ์เล่นเกม สิ่งแรกที่หลายคนมักจะนึกถึงเป็นอันดับแรกย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของภาพ ส่งผลให้เมื่อเกมเมอร์ซักคนต้องการจะยกระดับประสบการณ์เล่นเกมของตัวเอง สินค้าอย่างจอมอนิเตอร์หรือการ์ดจอมักจะถูกให้ความสำคัญมากเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ ในขณะที่สินค้าด้าน 'เสียง' อย่างหูฟังมักถูกเลือกแค่ให้ 'พอใช้ได้' เท่านั้น ทั้งที่การเลือกใช้หูฟังที่ดีก็อาจส่งผลต่อประสบการณ์เกมได้ไม่แพ้กัน

HyperX Cloud Alpha S ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของหูฟังคุณภาพที่สามารถเสริมประสบการณ์เล่นเกมของชาว PC เกมเมอร์ได้อย่างง่าย ๆ ด้วยระบบเสียงแบบ 7.1 Surround ที่ช่วยจำลองตำแหน่งของเสียงในการเล่นเกม ซึ่งนอกจากจะทำให้เกมเมอร์สาย FPS ต่าง ๆ สามารถบ่งบอกตำแหน่งของคู่แข่งจากเสียงได้ ยังสามารถช่วยเสริมบรรยากาศการเล่นเกม ให้เรารู้สึกราวกับว่าได้อยู่ในจุดเดียวกับตัวละครที่เห็นในจอจริง ๆ 

ทั้งหมดนี้มาพร้อมกับวัสดุคุณภาพที่ทนทานและสวมใส่สบายตามมาตรฐานของ HyperX ส่งผลให้หูฟังรุ่น Cloud Alpha S เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะยกระดับคุณภาพด้านเสียงของเกมอย่างง่าย ๆ และเป็นการพัฒนาจากรุ่น Cloud Alpha ธรรมดาอย่างชัดเจน

ข้อมูล Spec + อุปกรณ์ในกล่อง

(ข้อมูลจากเว็บไซต์ JIB)

ภายในกล่องประกอบด้วย:

  • หูฟัง HyperX Cloud Alpha S
  • ไม่โครโฟนแบบถอดได้
  • สายต่อหูฟังแบบถอดได้
  • เครื่องควบคุม Mixer เสียงแบบ USB
  • ที่ครอบหูผ้าสำหรับเปลี่ยน (หูฟังมาพร้อมที่ครอบหนัง)
  • กระเป๋าใส่หูฟังสำหรับพกพา


การออกแบบ + ใช้งาน

ในส่วนของความสบายในการสวมใส่ แม้ว่าหูฟัง Cloud Alpha S จะมีน้ำหนักอยู่บ้างเมื่อเทียบกับหูฟังเกมมิ่งแบบครอบหูที่ราคาถูกกว่า แต่ก็ไม่ได้หนักพอจะทำให้ไมาสบายเมื่อสวมใส่ลงไปบนหัวแล้ว แถมตัวหูฟังยังรัดหัวของเราแน่นในระดับที่พอดี ทำให้ไม่รู้สึกว่าหูฟังกดทับลงบนหัวหรือใบหู และทำให้สามารถสวมใส่ติดต่อกันได้เป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกติดขัดอะไร โดยผู้เขียนพบว่าที่ครอบหูแบบหนังที่มาพร้อมกับหูฟังมีความหนานุ่มกำลังดี และสามารถระบายอากาศได้ดีพอจะไม่ทำให้รู้สึกร้อนเมื่อสวมใส่ แม้ใช้ในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์ก็ตาม

ในเรื่องของการออกแบบ หูฟังรุ่น Cloud Alpha S มีหน้าตาไม่ต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Cloud Alpha นัก นอกจากสีของโครงอลูมิเนียมที่ประดับอยู่ ซึ่งเป็นสีน้ำเงินแทนสีแดงของรุ่นก่อน แถมยังมีไมโครโฟนแบบ 3.5mm ที่ถอดออกได้เช่นเดียวกันอีกด้วย โดยแม้ว่าการออกแบบหูฟังของ HyperX จะไม่ได้มีหน้าตาหวือหวาไฮเทคเหมือนสินค้าคู่แข่งหลายยี่ห้อ แต่ในอีกมุมก็เป็นรูปทรงที่คลาสสิค เรียบง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหูฟังที่เน้นใช้งานเป็นหลัก มั่นใจได้ว่าจะไม่มีส่วนเว้านูนใด ๆ มาเกะกะการสวมหรือถอดหูฟังของเราแน่นอน


(รุ่นที่ทีมงานได้รับมารีวิวเป็นรุ่นที่จับมือกับเกม Diablo Immortal ด้วย จึงมีโลโก้เกมประดับอยู่ตรงด้านนอกของที่ครอบหู แทนโลโก้ HyperX ในรุ่นปกติ)

ทั้งนี้ รายละเอียดหนึ่งที่ต่างไปจากรุ่น Cloud Alpha ปกติก็คือตัวเลื่อนปรับระดับเสียงเบสตรงบริเวณด้านหลังของที่ครอบหูทั้งสองข้าง ซึ่งให้เราปรับระดับเสียงเบสของหูทั้งสองข้างแยกกันได้ 3 ระดับ (สูง-กลาง-ต่ำ) โดยในจุดนี้ก็ส่งผลให้หูฟังสามารถปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานได้หลากหลายสถานการณ์ หรือกระทั่งสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากการเล่นเกม เช่นการดูหนัง/ซีรีส์ หรือฟังเพลง ซึ่งการที่ตัวปรับระดับนี้อยู่บนตัวหูฟังเอง แทนที่จะเชื่อมกับเจ้า USB Mixer ยังหมายความว่าเราสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้แม้สำหรับการเชื่อมต่อแบบ AUX 3.5mm อีกด้วย


พูดถึงเจ้า USB Mixer เอาเข้าจริง ๆ ไม่อยากจะเรียกว่าอุปกรณ์เสริมเลยด้วยซ้ำ เพราะการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับตัว Mixer คือวิธีเข้าถึงฟีเจอร์สำคัญมากมายของเจ้า Cloud Alpha S เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียง 7.1 Surround ไปจนถึงการปรับเพิ่ม/ลดเสียงของเกมและเสียงแชตแยกกันได้ ซึ่งมีความสะดวกอย่างมาก ที่สำคัญคือการเชื่อมต่อหูฟังเข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB นั้นให้ความเสถียรและคุณภาพเสียงสูงกว่าการเชื่อมต่อแบบ 3.5mm ปกติมาก แม้ว่าจะจำกัดให้หูฟัง Cloud Alpha S กลายเป็นหูฟังที่เหมาะกับการใช้กับ PC มากที่สุด เพราะการเชื่อมต่อผ่าน AUX ปกติจะทำให้เราพลาดฟีเจอร์เด็ดแทบทั้งหมดของหูฟังไปเลย (ยังไม่นับว่าสาย 3.5 ที่มากับหูฟังมีความยาวนิดเดียว เพราะต้องการให้เชื่อมกับตัว Mixer เป็นหลัก)


คุณภาพเสียง 

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าระบบเสียง 7.1 Surround ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมของเราได้อย่างง่าย ๆ ด้วยการสร้างบรรยากาศราวกับว่าผู้เล่นกำลังได้ยินเสียงรอบข้างจากจุดยืนของตัวละครจริง ๆ ซึ่งในจุดนี้หูฟัง Cloud Alpha S ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย อย่างน้อยก็ในแง่ของการระบุ 'ทิศทาง' ของเสียงว่ามาจากทางไหน ในขณะที่ 'ระดับ' หรือ 'ระยะห่าง' ของเสียงยังมักไม่ค่อยสม่ำเสมอนัก ซึ่งเอาเข้าจริงก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่นักในการเล่นเกม และหลายคนอาจจะไม่สังเกตด้วยซ้ำถ้าไม่ได้ลองใช้หูฟังที่มีระบบเสียง Surround มาเปรียบเทียบกันอย่างที่ผู้เขียนทำ


แต่แม้จะยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบ 7.1 Surround นี้สามารถยกระดับการเล่นเกมหลาย ๆ แนวได้จริง ๆ เช่นแนวสยองขวัญหรือแนวรถแข่ง ซึ่งเป็นความรู้สึกที่อธิบายให้เข้าใจด้วยคำพูดค่อนข้างยาก เอาเป็นว่าเกมอะไรก็แล้วแต่ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศ หรือต้องใช้ความตื่นตัวมาก ๆ ย่อมถูกยกระดับจากระบบ Surround ที่ว่านี้

สรุป: ตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากยกระดับด้านเสียง

ด้วยราคาเต็มกว่า 3,990 บาท คงพูดได้ไม่เต็มปากนักว่า HyperX Cloud Alpha S เป็นหูฟังที่มีราคาถูก แต่เมื่อเทียบกับคุณค่าที่ได้กลับมาในแง่ของประสบการณ์ด้านเสียงที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน รวมไปถึงวัสดุและการประกอบที่มีคุณภาพ ก็ต้องบอกว่า Cloud Alpha S ยังคงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก ๆ โดยเฉพาะสำหรับเหล่า PC เกมเมอร์ที่มองหาหูฟัง USB ในราคาที่สมเหตุสมผล


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
Like a Dragon: Ishin! ปล่อยตัวอย่างเกมเพลย์การต่อสู้ 4 สไตล์แตกต่างกัน
BASUP!
[ขุมทรัพย์ GF] รู้จักกับ Nightingale เกมออนไลน์ Survival ที่ให้ผจญภัยในต่างมิติ และสู้อสูรยักษ์กับเพื่อน!
IHu
CD Projekt Red ยืนยัน !! The Wicher ภาคแรกฉบับ Remake จะมาหลังจากเกม The Witcher ภาคต่อ
BASUP!
Tekken 8 อาจจะถูกเปิดตัวในงาน The Game Awards 2022 วันที่ 9 ธันวาคมนี้ !!
BASUP!
พบข้อมูลว่าเกม Borderlands 3 กำลังจะบุกมาวางขายให้เล่นได้บน Nintendo Switch!
IHu
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
Show header