GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
บทความ
[เล่นแล้วเล่า Lore] สรุปเนื้อเรื่อง Hollow Knight อัศวินแมลงตัวจ้อย กับภาระอันยิ่งใหญ่เกินตัว
ลงวันที่ 20/06/2022

ในเกมตระกูล Soulslike นอกจากความยากที่ขึ้นชื่อแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กันก็คือสไตล์การเล่าเรื่องที่ไม่ได้เล่าออกมาแบบตรง ๆ แต่มักจะเป็นการบอกเล่าผ่านสิ่งต่าง ๆ ภายในเกม ทั้งบทสนทนาของ NPC คำอธิบายของไอเท็ม ไปจนถึงองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในฉากหลัง 


ซึ่งหากพูดกันตามตรง การเล่าเรื่องสไตล์นี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่เรียกว่าสุดโต่งกันทั้งคู่ เพราะถ้าคุณเป็นคนที่ชอบค้นหาความลับ ค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับโลกภายในเกม คุณน่าจะชอบการเล่าเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน กลับกัน ถ้าหากคุณเป็นประเภทที่ชอบเล่นเอามันส์ สนแต่ระบบเกมเพลย์ และไม่สนการต้องเดินไปคุยกับ NPC หรือการต้องเปิดช่องเก็บของเพื่อรื้อไอเท็มมาอ่าน ต่อให้คุณเล่นเกมนั้น ๆ จบไปเป็น 100 รอบ คุณก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เนื้อเรื่องของเกมนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่


และในบทความนี้ เราจะมาช่วยสรุปเนื้อเรื่องของเกมต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีการเล่าเรื่องกันแบบตรง ๆ หรือเกมประเภทที่มีเนื้อเรื่องชวนให้งงและสับสนกับคุณผู้อ่านเอง โดยเกมแรกที่เราจะไปสรุปให้อ่านกันก็คือ หนึ่งในเกมอินดี้ที่ทำผลงานเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม และเพิ่งจะเผยตัวอย่างใหม่ไปในงาน Summer Game Fest 2022 ที่ผ่านมา หรือ Hollow Knight นี่เอง!!


ยุคแห่งความมืดและแสงสว่าง




ย้อนกลับไปยังอดีตกาลที่ไกลแสนไกล ก่อนที่อาณาจักร Hollownest จะถือกำเนิดขึ้น ได้เคยมีอารยธรรมโบราณอยู่มาก่อนแล้วเป็นเวลาช้านาน โดยเหล่าแมลงในอารยธรรมนั้นต่างนิยมชมชอบบูชาในความมืดกันอย่างยิ่งยวดนัก ซึ่งในภายหลัง อารยธรรมนี้ก็ได้ล่มสลายไปโดยสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัด ทิ้งไว้เพียงแค่ความมืดที่ยังคงถูกกักเก็บไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ภายในก้นบึ้งของสถานที่ที่มีชื่อว่า The Abyss




แน่นอนว่าเมื่อมีความมืด ก็ย่อมต้องมีแสงสว่าง ในดินแดนแห่งความฝัน (Dream Realm) ได้มีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงถือกำเนิดขึ้นมา ร่างกายของมันแผ่ขยายประกายแสงสีทองออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เหล่าแมลงต่างเรียกขานสิ่งมีชีวิตที่เปรียบเสมือนกับพระเจ้านี้ภายใต้ชื่อว่า The Radiance


แม้ในยุคนั้นจะมีเผ่าแมลงโบราณอื่น ๆ อาศัยกันอยู่ก่อนแล้ว แต่พวกมันก็ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับ The Radiance ได้มากพอ จนกระทั่ง The Radiance ได้ตัดสินใจสร้าง Moth Tribe ขึ้นมา เพื่อรับใช้ เคารพและบูชาตัวของมันโดยเฉพาะ ซึ่ง Moth Tribe เหล่านี้ แม้จะมีกายหยาบอยู่ในโลกปกติ (Physical Realm) แต่พวกมันก็มีพลังที่สามารถติดต่อกับดินแดนแห่งความฝันได้อีกด้วย


การมาถึงของราชาสีซีด


กาลเวลาได้หมุนผ่านเลยไปอีกพักใหญ่ ก่อนเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า Wyrm จะเดินทางมาจนถึงชายแดนของอาณาจักร โดย Wyrm เป็นเผ่าที่มีความหลักแหลม และความรู้กว้างขวางมาก บ้างเชื่อว่าพวกมันมีความสามารถในการมองเห็นอนาคต แต่ถึงกระนั้น พวกมันก็ไม่สามารถหลีกหนีโชคชะตาแห่งการสูญพันธุ์ลงไปได้


ทว่ามี Wyrm ตนหนึ่ง ได้ใช้องค์ความรู้ทั้งหมดวิวัฒน์ตัวเองจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ที่มีขนาดหดเล็กลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งชื่อของสิ่งมีชีวิตตัวนั้น ถูกเรียกขานต่อกันไปในนามของ Pale King




Pale King นับเป็นสิ่งชีวิตชั้นสูงชนิดหนึ่ง แต่ถึงมันจะมีศักดิ์เทียบเท่ากับ The Radiance แต่ทั้งสองนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Pale King ได้คิดการใหญ่ หวังจะปกครองมวลแมลงทั้งหมดให้ผาสุกเรื่อยไปภายใต้การชี้นำของตนเอง เขาได้ริเริ่มเผยแพร่ และกระจายความรู้ของตนเองออกไปสู่แมลงเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนก็คือ ความเคารพ และการรับใช้จากแมลงเหล่านั้น


ถึงจะมีบางเผ่าที่ไม่แยแส แต่ก็มีบางเผ่าที่ยอมสวามิภักดิ์แก่ Pale King เช่นกัน ซึ่ง Moth Tribe ที่เคยรับใช้ The Radiance ก็เป็นหนึ่งในเผ่าที่ยอมถวายตัวรับใช้ Pale King ก็ได้แปรพักตร์ หักหลัง The Radiance ที่เป็นผู้สร้างพวกตนขึ้นมา และทิ้งให้เจ้าแห่งแสงสว่างต้องอยู่เพียงลำพังในดินแดนแห่งความฝัน


เมื่อมีคนติดตามมากพอแล้ว Pale King จึงได้เริ่มภารกิจที่หมายมั่นเอาไว้ นั่นคือการก่อตั้งอาณาจักร Hollownest ขึ้นมา เพื่อให้เป็นดั่งโอเอซิส ท่ามกลางโลกที่โหดร้ายของมวลแมลงดั่งเช่นปัจจุบัน โดย Pale King ตั้งตนขึ้นเป็นราชา ครองราชย์คู่กับราชินีที่มีนามว่า White Lady


แม้ Pale King อาจจะครองใจแมลงส่วนใหญ่ได้ แต่มันก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดของอาณาจักร Hollownest ณ เวลานั้น แมลงต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรถูกแบ่งง่าย ๆ ออกเป็น 3 ฝ่าย โดยมีทั้งฝ่ายที่เข้ามารับใช้ Pale King ด้วยความสมัครใจอย่าง Moth Tribe และ Mushroom Clan รวมถึงฝ่ายที่ไม่ได้ยอมสวามิภักดิ์ แต่ก็ยังให้ความร่วมมืออย่าง Mantis Tribe และฝ่ายที่ไม่คิดจะสุงสิงกับ Pale King อย่าง Spider Tribe ที่อาศัยอยู่ใน Deepnest ส่วนที่ลึกลงไปใน Hollownest กับเหล่า Bees ที่อาศัยอยู่ใน The Hive 


ถึงจะมีเหล่าแมลงที่ไม่ได้เข้าร่วมกับอาณาจักรของตนเองอยู่บ้าง แต่ Pale King ก็ใจกว้างพอที่จะอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ปล่อยให้ทุกตัวได้ใช้ชีวิต และทำหน้าของตนเองต่อไปตามความสมัครใจ


ภัยพิบัติ และโรคระบาด


หลังการก่อตั้งของอาณาจักร Hollownest สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี Pale King ก็คอยปกครองปวงประชาชาวแมลงด้วยความสงบสุขเรื่อยมา จนกระทั่งในวันหนึ่ง โรคร้ายประหลาดได้เกิดขึ้นกับแมลงบางส่วนในอาณาจักร แมลงที่ติดโรคเหล่านี้ จะถูกเรียกว่าผู้ติดเชื้อ (Infections) โดยสิ่งที่บ่งชี้อาการจะมีไปตั้งแต่ ตุ่มหนองสีส้มผุดขึ้นตามตัว พฤติกรรมที่ดุร้าย บ้าคลั่ง ไปจนถึงการเพ้อหาถึงแสงสว่างราวกับเสียสติ




ซึ่งสาเหตุของโรคนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่คือ The Radiance นั่นเอง เธอเลือกที่จะเข้าฝันประชากรแมลงของ Hollownest เพื่อไม่ให้ตัวตนของเธอถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ต่อให้มันจะต้องสร้างหายนะให้กับอาณาจักรก็ตาม


เมื่อ Pale King ทราบถึงข่าวสารของโรคระบาด ราชาสีซีดก็มิได้รอช้า เริ่มหาทางเยียวยาวเหล่าผู้ติดเชื้อ ทว่าโรคร้ายกลับรุนแรงมากกว่าที่คาดคิด แมลงที่ติดเชื้อไปแล้วที่ไม่หนทางที่จะรักษาหาย มีเพียงการปลิดชีวิตเท่านั้นที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้


Pale King จึงเริ่มคิดหาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหา จนกระทั่งเขาตระหนักได้ว่า การใช้พลังแห่งความมืดมาหักล้างแสงสว่างของ The Radiance เอาไว้ เป็นวิธีที่น่าจะเหมาะสมมากที่สุด


ราชาและราชินีได้ดำเนินการ สร้างภาชนะ (Vessel) ที่กลวงเปล่าขึ้นมามากมาย เป้าหมายของภาชนะเหล่านี้คือใช้กักเก็บความมืด และผนึก The Radiance เอาไว้ตลอดกาล พวกเขาผ่านความล้มเหลวหลายร้อยหลายพันครั้ง จนกระทั่งภาชนะที่มีความบริสุทธิ์ที่สุด (Pure Vessel) ก็ถือกำเนิดขึ้นมาจนได้


Pale King เรียกขานภาชนะอันแสนบริสุทธิ์นั่นว่า Hollow Knight แต่งตั้งให้เขาเป็นตัวแทนของอัศวินที่จะมากอบกู้อาณาจักร Hollownest ซึ่งตัว Hollow Knight ได้เข้าไปรับการฝึกฝน และเลี้ยงดูอยู่ใน The White Palace สถานที่พักพิงของ Pale King เพื่อให้มั่นใจว่า เขาจะสามารถทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ที่ต้องแบกรับชะตากรรมของทั้งอาณาจักรลุล่วงไปได้ด้วยดี




และด้วยความร่วมมือของ Moth Tribe เผ่าที่มีพลังในการเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝัน ในที่สุด Hollow Knight ก็สามารถปิดผนึก The Radiance ได้สำเร็จ คืนความสงบสุขกลับมาสู่อาณาจักร Hollownest อีกครา


ทว่าแม้แผนการจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ Pale King ก็ไม่ได้วางใจมากนัก เขาจึงคิดที่จะใช้ผนึกซ้อนผนึก เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน โดยผนึกชั้นที่สองนั้น จะพันธนาการ Hollow Knight เอาไว้ใน Temple of the Black Egg ปกป้องร่างสถิตของความมืดเอาไว้ในที่ที่ไม่มีแมลงทรราชตัวไหนจะสามารถบุกฝ่าเข้าไปได้


ความพิเศษของผนึกชั้นที่สองก็คือ การใช้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแมลงทั้ง 3 อย่าง Monomon the Teacher, Lurien the Watcher และ Herrah the Beast เข้าสู่สภาวะนอนหลับไปตลอดกาล ปกป้องผนึกจากในดินแดนแห่งฝัน

ซึ่งแน่นอนว่า หากไร้ความร่วมมือจาก Moth Tribe ที่จงรักภักดีต่อ Pale King แล้ว ก็ไม่มีทางที่จะสามารถทำลายผนึกชั้นที่สองลงได้เลย


ทั้ง Monomon และ Lurien ต่างตกปากรับคำอย่างว่าง่าย แต่ Herrah กลับมีเงื่อนไขบางอย่าง ก่อนที่เธอจะยอมหลับใหลไปในนิทราชั่วนิรันดร์ เธอร้องขอบุตรแก่ราชาสีซีด เนื่องด้วยอดีตคู่ครองของเธอจากไปก่อนที่จะมีทายาทด้วยกัน 

Pale King ไม่มีทางเลือก จึงได้ตกปากรับคำไป และให้กำเนิดเป็น Hornet ขึ้นมาในภายหลัง


เมื่อผนึกทั้งสองได้ทำงานอย่างสมบูรณ์แล้ว ประชาชนชาวแมลงก็ไร้วี่แววของการติดเชื้อ และกลับมาสู่ความสงบสุขเสียที


ภาชนะอันแสนบริสุทธิ์ที่แปดเปื้อน


เวลาได้ล่วงผ่านไปอีกนานแสนนาน นานจนกระทั่งข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนไม่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว




โรคระบาดของ The Radiance กลับมาอีกครั้ง เป็นเพราะ Hollow Knight ไม่สามารถต้านทานพลังของแสงสว่างเอาไว้ได้ตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งสาเหตุของปัญหาในครั้งนี้ มันมาจากความรักที่ Pale King มอบให้ในสมัยที่ Hollow Knight ยังเป็นเด็กนั่นเอง ด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดมีตัวตนขึ้นมาในภาชนะอันว่างเปล่า จึงทำให้ Hollow Knight ไม่ได้บริสุทธิ์สมชื่อของ Pure Vessel อีกต่อไป เกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้ The Radiance เล็ดลอดออกมาได้ และเริ่มแพร่กระจายความฝันเข้าสู่มวลแมลงอีกครา


เมื่อโรคระบาดหวนย้อนมาคราวนี้ Pale King กลับเลือกที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับ ทอดทิ้งประชาชน Hollownest ไว้เบื้องหลัง หมู่แมลงล้มตายกันจำนวนมาก บ้างก็อพยพย้ายออก บ้างก็กัดฟันสู้ต่อ มีทั้งผู้ที่ติดเชื้อ และผู้ที่สามารถต้านทาน ยื้อทน ฝืนกดอาการเอาไว้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้พ้นก็คือ การล่มสลายของอาณาจักร Hollownest อันเกรียงไกรนั่นเอง


อดีตผลงานล้มเหลว ที่ต้องมาแก้ไขปัญหา


แม้ผนึกที่กักขัง The Radiance จะพังทลายลงแล้ว แต่โชคยังดีที่ผนึกขั้นที่สองของเหล่า Dreamers ยังคงอยู่ ทำให้ตัว Hollow Knight ไม่สามารถออกมาอาละวาดข้างนอก Temple of the Black Egg ได้ง่าย ๆ และหากมองในมุมกลับกัน ก็คงไม่มีแมลงตัวไหนทื่จะสามารถเข้าไปจัดการกับต้นตอของโรคร้ายอย่าง The Radiance ได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน




สถานการณ์อันวิบัตินี้ได้ดำเนินไปอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนที่ตัวผู้เล่น หรือที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า The Knight จะโผล่มา


The Knight คือหนึ่งในภาชนะที่ล้มเหลว และเคยถูกทอดทิ้งเอาไว้ที่ก้นบึ้งของ The Abyss แต่ทว่าด้วยสาเหตุบางอย่าง The Knight และพรรคพวกบางส่วนที่เป็นภาชนะที่ล้มเหลวเหมือนกันกลับหลบหนีออกมาจาก The Abyss ได้ โดยที่ไม่ได้ผ่านทางประตูหน้าอย่างปกติทั่วไป


ตัวของ The Knight ได้ร่อนเร่ พเนจรไปเรื่อยในอาณาจักร Hollownest ที่ไม่ต่างจากเมืองร้าง จนไปพบเข้ากับ Hornet บุตรีของ Pale King กับ Herrah หนึ่งใน Dreamers ซึ่งก่อนที่จะเข้าสู่นิทราอันเป็นนิรันดร์นั้น Herrah ได้เคยฝากฝังให้ Hornet คอยปกป้องกุญแจที่จะใช้เปิดประตูของ The Abyss เอาไว้ เพื่อไม่ให้มีคนสามารถเข้าไปรบกวนเหล่าพี่น้องต่างแม่ของเธอที่หลับใหลอยู่ใน The Abyss ได้ง่าย ๆ


และถึงแม้ตัวอาณาจักร Hollownest จะได้ล่มสลายลงแล้ว แต่ Hornet ก็ยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ของเธอเป็นอย่างดี พร้อมกันนั้นเธอยังคอยช่วยขับไล่นักเดินทางที่หลงมายังอาณาจักรนี้ให้ออกห่างไปอีกด้วย เนื่องจากไม่ต้องการให้การติดเชื้อแพร่ไปสู่โลกภายนอกมากกว่านี้อีกแล้ว


ตัวของ The Knight กับ Hornet จะได้เข้าปะทะกันอยู่หลายต่อหลายครั้ง โดยเหตุผลที่เธอเลือกเข้ามาต่อสู้กับ The Knight นั้น ก็เพื่อทดสอบฝีมือ ว่าเราจะมีความสามารถมากพอที่จะรับช่วงต่อ ปิดผนึก The Radiance ต่อจาก Hollow Knight หรือไม่


โดยเมื่อผู้เล่นดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะได้รับ Dream Nail ที่ใช้เข้าสู่ความฝันมาจาก Moth Tribe ตนหนึ่งที่ชื่อว่า Seer โดย The Knight จะได้ใช้ Dream Nail นั้นในการเข้าสู่ความฝันของเหล่า Dreamers เพื่อทำลายผนึกของ Temple of the Black Egg ออก และเข้าไปจัดการกับ Hollow Knight ในที่สุด


ซึ่งฉากจบของเกมนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบ (ไม่รวม DLC อีก 2 แบบ ได้แก่)



1. The Knight สามารถเอาชนะ Hollow Knight ลงได้ และใช้ความมืดในตัวรับช่วงต่อปิดผนึก The Radiance สืบไป ภายใน Temple of the Black Egg



2. The Knight และ Hornet จะร่วมมือกันต่อสู้ จนสามารถเอาชนะ Hollow Knight ลงได้ ซึ่งหลังจากที่ The Knight ปิดผนึก The Radiance เสร็จแล้ว ตัวของ Hornet ก็จะถูกผนึกอยู่ใน Temple of the Black Egg ไปด้วยอีกคน



3. The Knight ได้ใช้ Dream Nail เข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันของ Hollow Knight เพื่อไปจัดการกับ The Radiance ที่ถูกผนึกอยู่ในนั้น โดยทั้ง The Knight กับ Hollow Knight ได้ร่วมมือกัน จนสามารถกำจัด The Radiance รวมไปถึงต้นตอของโรคร้ายได้สำเร็จ 


ในฉากจบแบบที่ 3 นั้น ตัวเกมจะแสดงให้เห็นถึง Hornet ที่ตื่นขึ้นมาจากอาการหมดสติ และเห็นเพียงแค่หน้ากากของ The Knight ที่มีรอยแตกร้าวหล่นอยู่ที่พื้นเท่านั้น จึงทำให้มีหลายคนตีความกันไปว่า The Knight น่าจะสละชีวิตของตนเองเพื่อหยุดยั้ง The Radiace เอาไว้


จากนั้นฉากจะตัดไปที่ภาพของเหล่าภาชนะที่ล้มเหลวที่เป็นความมืดอยู่ที่ก้นบึ้งของ The Abyss ซึ่ง หลังจากที่ The Radiance ถูกกำจัดไปแล้ว ภาชนะที่ล้มเหลวเหล่านั้นก็กลับสู่ความมืดตามเดิม คล้ายจะเป็นการบอกว่า ทุกคนได้บรรลุหน้าที่ของตัวเองสำเร็จไปแล้ว 


ดินแดนอันไกลโพ้น และแมลงผู้ตามหาเทพเจ้า


สำหรับฉากจบ 2 แบบจาก DLC Godmaster นั้น จะเป็นเหมือนการเสริมเนื้อเรื่องเข้าไปเล็กน้อย ผู้เล่นจะได้รู้จักกับตัวละครใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Godseeker 




Godseeker จะถูกพบอยู่ในบริเวณหลุมขยะของแผนที่โซน Royal Waterways ในสภาพที่ถูกกักขังอยู่ในโลงศพ ทว่าแม้ร่างกายจะถูกกักขัง แต่จิตใจของเธอกลับเป็นอิสระยิ่งกว่าใคร ๆ เธอได้สร้างโลกในจิตใจของเธอขึ้นมา โดยโลกนั้นมีชื่อเรียกว่า Godhome ซึ่งหน้าที่ของมันก็คือการเก็บรวบรวมแมลงที่แข็งแกร่งราวกับเทพเจ้าเอาไว้นั่นเอง 


Godseeker ยังได้บอกกับ The Knight อีกว่า เธอนั้นมาจากดินแดนที่ห่างไกลแสนไกลจาก Hollownest ดินแดนที่มีชื่อเรียกว่า Land of Storms ทว่าเทพเจ้าของดินแดนนั้นได้ทอดทิ้งพวกเธอไปแล้ว นั่นจึงทำให้เธอและสมาชิกของ Godseeker คนอื่น ๆ ต้องออกตามหาเทพเจ้า ระหกระเหิน ร่อนเร่ ไปยังดินแดนต่าง ๆ นั่นเอง


นอกจากนี้ Godseeker ยังบอกกับเราอีกว่า ภายใน Hollownest มีแมลงที่แข็งแกร่งอยู่เต็มไปหมด ซึ่งแมลงเหล่านั้น ช่างคู่ควรกับการเป็นเทพเจ้า และเก็บไว้ใน Godhome ของเธอเสียจริง


มาถึงจุดนี้ เราต้องทำความเข้าใจคำว่า เทพเจ้าของ Godseeker กันเสียหน่อย เพราะภายใน DLC Godmaster เราจะได้สู้กับเหล่าบอสแมลงที่เธอนับเป็นเทพเจ้ามากกว่า 40 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งหากจัดหมวดหมู่กันตามชนชั้นวรรณะแล้ว คงไม่มีทางที่จะมีเทพเจ้าอยู่ใน Hollownest มากมายขนาดนั้นแน่


ทว่าด้วยการแบ่งสไตล์ของ Godseeker ที่ยึดหลักกว้าง ๆ ว่า แมลงเหล่านั้น แข็งแกร่งพอไหม มีคนเคารพบูชาไหม มีความรู้ปราดเปรื่องไหม ด้วยการหว่านแหลักษณะนี้ จึงทำให้เธอได้พบกับแมลงที่เป็นดั่งเทพเจ้าในความคิดของเธอจำนวนมากมายมหาศาลนั่นเอง


สำหรับการได้รับฉากจบแบบที่ 4 และ 5 มานั้น ผู้เล่นจำเป็นจะต้องผ่านด่านการท้าทายที่เรียกว่า Pantheon of Hallownest ของ Godseeker ให้ได้เสียก่อน จึงจะได้ฉากจบเหล่านี้มา



โดยฉากจบในแบบที่ 4 จะเป็นเหตุการณ์ที่ The Knight ปลดปล่อย Void Entity ความมืดอันแสนลึกล้ำและเข้มข้นที่กักเก็บไว้ในตัวออกมาจัดการ The Radiance ได้สำเร็จ


หลังจากที่จัดการ The Radiance สำเร็จแล้ว ฉากจะตัดสลับไปยัง Godhome ที่กำลังมีฝนสีดำค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า พร้อมกันนั้น ก็ได้มีมือของ Void Entity ออกมาคว้าตัวของ Godseeker ในดินแดนแห่งจิตใจของเธอเอาไว้


ฉากในเกมจะสลับอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างกายภายนอกของตัว Godseeker ที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางเศษซากขยะในท่อระบายน้ำหลวงเช่นเดิม ทว่าตอนนี้ร่างกายของเธอกลับหลั่งของเหลวสีดำออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งตัวของเธอแหลกสลายไป


ฉากในเกมจะตัดสลับไปอีกครั้ง และพาเรามาเห็นด้านในของ Temple of the Black Egg ที่ที่ Hornet กำลังยืนมองผนึกของ Dreamers ค่อย ๆ ล่มสลายลงไปอยู่ ต่อมาในบริเวณมุมจอ จะแสดงให้เห็นถึงขาของแมลงบางตัวที่กำลังเดินเข้ามาหา Hornet ซึ่งแฟนเกมเชื่อว่า นั่นน่าจะเป็น Hollow Knight ที่รอดพ้นจากการผนึก The Radiance และได้รับอิสระเสียที



สำหรับฉากจบในแบบที่ 5 นั้น ผู้เล่นจะต้องผ่านการท้าทายทั้ง Pantheon of Hallownest รวมไปถึงมอบ Delicate Flower ให้แก่ Godseeker 


ซึ่งโดยรวมแล้ว ฉากต่าง ๆ แทบจะไม่มีความแตกต่างจากฉากจบที่ 4 เลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่จังหวะตอนที่ Godseeker กำลังจะกลายเป็นฝุ่นเท่านั้น ที่แสดงให้เห็นว่าตัว Godseeker กำลังถือ Delicate Flower ที่เรามอบให้เอาไว้อยู่


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเนื้อเรื่องภายในจักรวาลของ Hollow Knight ต้องบอกเลยว่า นอกจากเกมเพลย์แล้ว ในส่วนของเนื้อเรื่องก็มีความลึกลับซับซ้อนไม่ได้ด้อยไม่กว่ากันเลย ทั้งนี้ ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ข้อมูลอาจจะไม่ได้ตรงตามที่ทางผู้พัฒนาตั้งใจไว้ 100% เนื่องจากตัวเกมไม่ได้นำเสนอออกมาแบบตรง ๆ แต่จะขึ้นอยู่กับการตีความของผู้เล่นมากกว่า หากเพื่อน ๆ คนใดตีความเหตุการณ์ในทางที่ต่างไปจากผู้เขียน อย่าลืมคอมเมนต์มาแลกเปลี่ยนกันนะจ๊ะ ;)


อ้างอิง: https://youtu.be/lE_UyAsI-S4   

https://hollowknight.fandom.com/


ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ !! Thailand Game Show 2022 ประกาศขายบัตรวันแรก 15 สิงหาคมนี้
BASUP!
เกมเมอร์ชูป้ายในระหว่างดูมวยปล้ำ Matt Hardy และ Christian ผมเคยเล่นแมตช์นี้ตั้งแต่เกม WWF No Mercy แล้ว
BASUP!
สื่อญี่ปุ่นรายงาน Nintendo จะไม่ปล่อยฮาร์ดแวร์ใหม่ภายในต้นปีหน้า เพราะโฟกัสกับการผลิต Switch ให้เพียงพออยู่
12ooki3
Editors' Choice
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
[ไกด์เกม] Moonlight Blade Mobile แนะนำตัวละครทั้ง 6 คลาส อธิบายจุดเด่น และข้อดี ข้อเสีย
SKT
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[เล่นแล้วเล่า Lore] สรุปเนื้อเรื่อง Hollow Knight อัศวินแมลงตัวจ้อย กับภาระอันยิ่งใหญ่เกินตัว
20/06/2022

ในเกมตระกูล Soulslike นอกจากความยากที่ขึ้นชื่อแล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นที่มีเอกลักษณ์ไม่แพ้กันก็คือสไตล์การเล่าเรื่องที่ไม่ได้เล่าออกมาแบบตรง ๆ แต่มักจะเป็นการบอกเล่าผ่านสิ่งต่าง ๆ ภายในเกม ทั้งบทสนทนาของ NPC คำอธิบายของไอเท็ม ไปจนถึงองค์ประกอบของสิ่งต่าง ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในฉากหลัง 


ซึ่งหากพูดกันตามตรง การเล่าเรื่องสไตล์นี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่เรียกว่าสุดโต่งกันทั้งคู่ เพราะถ้าคุณเป็นคนที่ชอบค้นหาความลับ ค้นหาเรื่องราวเกี่ยวกับโลกภายในเกม คุณน่าจะชอบการเล่าเรื่องแบบนี้อย่างแน่นอน กลับกัน ถ้าหากคุณเป็นประเภทที่ชอบเล่นเอามันส์ สนแต่ระบบเกมเพลย์ และไม่สนการต้องเดินไปคุยกับ NPC หรือการต้องเปิดช่องเก็บของเพื่อรื้อไอเท็มมาอ่าน ต่อให้คุณเล่นเกมนั้น ๆ จบไปเป็น 100 รอบ คุณก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เนื้อเรื่องของเกมนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่


และในบทความนี้ เราจะมาช่วยสรุปเนื้อเรื่องของเกมต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีการเล่าเรื่องกันแบบตรง ๆ หรือเกมประเภทที่มีเนื้อเรื่องชวนให้งงและสับสนกับคุณผู้อ่านเอง โดยเกมแรกที่เราจะไปสรุปให้อ่านกันก็คือ หนึ่งในเกมอินดี้ที่ทำผลงานเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม และเพิ่งจะเผยตัวอย่างใหม่ไปในงาน Summer Game Fest 2022 ที่ผ่านมา หรือ Hollow Knight นี่เอง!!


ยุคแห่งความมืดและแสงสว่าง




ย้อนกลับไปยังอดีตกาลที่ไกลแสนไกล ก่อนที่อาณาจักร Hollownest จะถือกำเนิดขึ้น ได้เคยมีอารยธรรมโบราณอยู่มาก่อนแล้วเป็นเวลาช้านาน โดยเหล่าแมลงในอารยธรรมนั้นต่างนิยมชมชอบบูชาในความมืดกันอย่างยิ่งยวดนัก ซึ่งในภายหลัง อารยธรรมนี้ก็ได้ล่มสลายไปโดยสาเหตุที่ไม่ทราบแน่ชัด ทิ้งไว้เพียงแค่ความมืดที่ยังคงถูกกักเก็บไว้ในส่วนที่ลึกที่สุด ภายในก้นบึ้งของสถานที่ที่มีชื่อว่า The Abyss




แน่นอนว่าเมื่อมีความมืด ก็ย่อมต้องมีแสงสว่าง ในดินแดนแห่งความฝัน (Dream Realm) ได้มีสิ่งมีชีวิตชั้นสูงถือกำเนิดขึ้นมา ร่างกายของมันแผ่ขยายประกายแสงสีทองออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน เหล่าแมลงต่างเรียกขานสิ่งมีชีวิตที่เปรียบเสมือนกับพระเจ้านี้ภายใต้ชื่อว่า The Radiance


แม้ในยุคนั้นจะมีเผ่าแมลงโบราณอื่น ๆ อาศัยกันอยู่ก่อนแล้ว แต่พวกมันก็ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับ The Radiance ได้มากพอ จนกระทั่ง The Radiance ได้ตัดสินใจสร้าง Moth Tribe ขึ้นมา เพื่อรับใช้ เคารพและบูชาตัวของมันโดยเฉพาะ ซึ่ง Moth Tribe เหล่านี้ แม้จะมีกายหยาบอยู่ในโลกปกติ (Physical Realm) แต่พวกมันก็มีพลังที่สามารถติดต่อกับดินแดนแห่งความฝันได้อีกด้วย


การมาถึงของราชาสีซีด


กาลเวลาได้หมุนผ่านเลยไปอีกพักใหญ่ ก่อนเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า Wyrm จะเดินทางมาจนถึงชายแดนของอาณาจักร โดย Wyrm เป็นเผ่าที่มีความหลักแหลม และความรู้กว้างขวางมาก บ้างเชื่อว่าพวกมันมีความสามารถในการมองเห็นอนาคต แต่ถึงกระนั้น พวกมันก็ไม่สามารถหลีกหนีโชคชะตาแห่งการสูญพันธุ์ลงไปได้


ทว่ามี Wyrm ตนหนึ่ง ได้ใช้องค์ความรู้ทั้งหมดวิวัฒน์ตัวเองจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ที่มีขนาดหดเล็กลงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งชื่อของสิ่งมีชีวิตตัวนั้น ถูกเรียกขานต่อกันไปในนามของ Pale King




Pale King นับเป็นสิ่งชีวิตชั้นสูงชนิดหนึ่ง แต่ถึงมันจะมีศักดิ์เทียบเท่ากับ The Radiance แต่ทั้งสองนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง Pale King ได้คิดการใหญ่ หวังจะปกครองมวลแมลงทั้งหมดให้ผาสุกเรื่อยไปภายใต้การชี้นำของตนเอง เขาได้ริเริ่มเผยแพร่ และกระจายความรู้ของตนเองออกไปสู่แมลงเผ่าต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนก็คือ ความเคารพ และการรับใช้จากแมลงเหล่านั้น


ถึงจะมีบางเผ่าที่ไม่แยแส แต่ก็มีบางเผ่าที่ยอมสวามิภักดิ์แก่ Pale King เช่นกัน ซึ่ง Moth Tribe ที่เคยรับใช้ The Radiance ก็เป็นหนึ่งในเผ่าที่ยอมถวายตัวรับใช้ Pale King ก็ได้แปรพักตร์ หักหลัง The Radiance ที่เป็นผู้สร้างพวกตนขึ้นมา และทิ้งให้เจ้าแห่งแสงสว่างต้องอยู่เพียงลำพังในดินแดนแห่งความฝัน


เมื่อมีคนติดตามมากพอแล้ว Pale King จึงได้เริ่มภารกิจที่หมายมั่นเอาไว้ นั่นคือการก่อตั้งอาณาจักร Hollownest ขึ้นมา เพื่อให้เป็นดั่งโอเอซิส ท่ามกลางโลกที่โหดร้ายของมวลแมลงดั่งเช่นปัจจุบัน โดย Pale King ตั้งตนขึ้นเป็นราชา ครองราชย์คู่กับราชินีที่มีนามว่า White Lady


แม้ Pale King อาจจะครองใจแมลงส่วนใหญ่ได้ แต่มันก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดของอาณาจักร Hollownest ณ เวลานั้น แมลงต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในอาณาจักรถูกแบ่งง่าย ๆ ออกเป็น 3 ฝ่าย โดยมีทั้งฝ่ายที่เข้ามารับใช้ Pale King ด้วยความสมัครใจอย่าง Moth Tribe และ Mushroom Clan รวมถึงฝ่ายที่ไม่ได้ยอมสวามิภักดิ์ แต่ก็ยังให้ความร่วมมืออย่าง Mantis Tribe และฝ่ายที่ไม่คิดจะสุงสิงกับ Pale King อย่าง Spider Tribe ที่อาศัยอยู่ใน Deepnest ส่วนที่ลึกลงไปใน Hollownest กับเหล่า Bees ที่อาศัยอยู่ใน The Hive 


ถึงจะมีเหล่าแมลงที่ไม่ได้เข้าร่วมกับอาณาจักรของตนเองอยู่บ้าง แต่ Pale King ก็ใจกว้างพอที่จะอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ปล่อยให้ทุกตัวได้ใช้ชีวิต และทำหน้าของตนเองต่อไปตามความสมัครใจ


ภัยพิบัติ และโรคระบาด


หลังการก่อตั้งของอาณาจักร Hollownest สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี Pale King ก็คอยปกครองปวงประชาชาวแมลงด้วยความสงบสุขเรื่อยมา จนกระทั่งในวันหนึ่ง โรคร้ายประหลาดได้เกิดขึ้นกับแมลงบางส่วนในอาณาจักร แมลงที่ติดโรคเหล่านี้ จะถูกเรียกว่าผู้ติดเชื้อ (Infections) โดยสิ่งที่บ่งชี้อาการจะมีไปตั้งแต่ ตุ่มหนองสีส้มผุดขึ้นตามตัว พฤติกรรมที่ดุร้าย บ้าคลั่ง ไปจนถึงการเพ้อหาถึงแสงสว่างราวกับเสียสติ




ซึ่งสาเหตุของโรคนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนไกล แต่คือ The Radiance นั่นเอง เธอเลือกที่จะเข้าฝันประชากรแมลงของ Hollownest เพื่อไม่ให้ตัวตนของเธอถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา ต่อให้มันจะต้องสร้างหายนะให้กับอาณาจักรก็ตาม


เมื่อ Pale King ทราบถึงข่าวสารของโรคระบาด ราชาสีซีดก็มิได้รอช้า เริ่มหาทางเยียวยาวเหล่าผู้ติดเชื้อ ทว่าโรคร้ายกลับรุนแรงมากกว่าที่คาดคิด แมลงที่ติดเชื้อไปแล้วที่ไม่หนทางที่จะรักษาหาย มีเพียงการปลิดชีวิตเท่านั้นที่จะช่วยให้พ้นทุกข์ได้


Pale King จึงเริ่มคิดหาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหา จนกระทั่งเขาตระหนักได้ว่า การใช้พลังแห่งความมืดมาหักล้างแสงสว่างของ The Radiance เอาไว้ เป็นวิธีที่น่าจะเหมาะสมมากที่สุด


ราชาและราชินีได้ดำเนินการ สร้างภาชนะ (Vessel) ที่กลวงเปล่าขึ้นมามากมาย เป้าหมายของภาชนะเหล่านี้คือใช้กักเก็บความมืด และผนึก The Radiance เอาไว้ตลอดกาล พวกเขาผ่านความล้มเหลวหลายร้อยหลายพันครั้ง จนกระทั่งภาชนะที่มีความบริสุทธิ์ที่สุด (Pure Vessel) ก็ถือกำเนิดขึ้นมาจนได้


Pale King เรียกขานภาชนะอันแสนบริสุทธิ์นั่นว่า Hollow Knight แต่งตั้งให้เขาเป็นตัวแทนของอัศวินที่จะมากอบกู้อาณาจักร Hollownest ซึ่งตัว Hollow Knight ได้เข้าไปรับการฝึกฝน และเลี้ยงดูอยู่ใน The White Palace สถานที่พักพิงของ Pale King เพื่อให้มั่นใจว่า เขาจะสามารถทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ที่ต้องแบกรับชะตากรรมของทั้งอาณาจักรลุล่วงไปได้ด้วยดี




และด้วยความร่วมมือของ Moth Tribe เผ่าที่มีพลังในการเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝัน ในที่สุด Hollow Knight ก็สามารถปิดผนึก The Radiance ได้สำเร็จ คืนความสงบสุขกลับมาสู่อาณาจักร Hollownest อีกครา


ทว่าแม้แผนการจะดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ Pale King ก็ไม่ได้วางใจมากนัก เขาจึงคิดที่จะใช้ผนึกซ้อนผนึก เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน โดยผนึกชั้นที่สองนั้น จะพันธนาการ Hollow Knight เอาไว้ใน Temple of the Black Egg ปกป้องร่างสถิตของความมืดเอาไว้ในที่ที่ไม่มีแมลงทรราชตัวไหนจะสามารถบุกฝ่าเข้าไปได้


ความพิเศษของผนึกชั้นที่สองก็คือ การใช้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแมลงทั้ง 3 อย่าง Monomon the Teacher, Lurien the Watcher และ Herrah the Beast เข้าสู่สภาวะนอนหลับไปตลอดกาล ปกป้องผนึกจากในดินแดนแห่งฝัน

ซึ่งแน่นอนว่า หากไร้ความร่วมมือจาก Moth Tribe ที่จงรักภักดีต่อ Pale King แล้ว ก็ไม่มีทางที่จะสามารถทำลายผนึกชั้นที่สองลงได้เลย


ทั้ง Monomon และ Lurien ต่างตกปากรับคำอย่างว่าง่าย แต่ Herrah กลับมีเงื่อนไขบางอย่าง ก่อนที่เธอจะยอมหลับใหลไปในนิทราชั่วนิรันดร์ เธอร้องขอบุตรแก่ราชาสีซีด เนื่องด้วยอดีตคู่ครองของเธอจากไปก่อนที่จะมีทายาทด้วยกัน 

Pale King ไม่มีทางเลือก จึงได้ตกปากรับคำไป และให้กำเนิดเป็น Hornet ขึ้นมาในภายหลัง


เมื่อผนึกทั้งสองได้ทำงานอย่างสมบูรณ์แล้ว ประชาชนชาวแมลงก็ไร้วี่แววของการติดเชื้อ และกลับมาสู่ความสงบสุขเสียที


ภาชนะอันแสนบริสุทธิ์ที่แปดเปื้อน


เวลาได้ล่วงผ่านไปอีกนานแสนนาน นานจนกระทั่งข้อผิดพลาดเล็ก ๆ ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนไม่อาจจะย้อนกลับไปแก้ไขได้อีกแล้ว




โรคระบาดของ The Radiance กลับมาอีกครั้ง เป็นเพราะ Hollow Knight ไม่สามารถต้านทานพลังของแสงสว่างเอาไว้ได้ตามที่ตั้งใจเอาไว้ ซึ่งสาเหตุของปัญหาในครั้งนี้ มันมาจากความรักที่ Pale King มอบให้ในสมัยที่ Hollow Knight ยังเป็นเด็กนั่นเอง ด้วยอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดมีตัวตนขึ้นมาในภาชนะอันว่างเปล่า จึงทำให้ Hollow Knight ไม่ได้บริสุทธิ์สมชื่อของ Pure Vessel อีกต่อไป เกิดเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้ The Radiance เล็ดลอดออกมาได้ และเริ่มแพร่กระจายความฝันเข้าสู่มวลแมลงอีกครา


เมื่อโรคระบาดหวนย้อนมาคราวนี้ Pale King กลับเลือกที่จะหายตัวไปอย่างลึกลับ ทอดทิ้งประชาชน Hollownest ไว้เบื้องหลัง หมู่แมลงล้มตายกันจำนวนมาก บ้างก็อพยพย้ายออก บ้างก็กัดฟันสู้ต่อ มีทั้งผู้ที่ติดเชื้อ และผู้ที่สามารถต้านทาน ยื้อทน ฝืนกดอาการเอาไว้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้พ้นก็คือ การล่มสลายของอาณาจักร Hollownest อันเกรียงไกรนั่นเอง


อดีตผลงานล้มเหลว ที่ต้องมาแก้ไขปัญหา


แม้ผนึกที่กักขัง The Radiance จะพังทลายลงแล้ว แต่โชคยังดีที่ผนึกขั้นที่สองของเหล่า Dreamers ยังคงอยู่ ทำให้ตัว Hollow Knight ไม่สามารถออกมาอาละวาดข้างนอก Temple of the Black Egg ได้ง่าย ๆ และหากมองในมุมกลับกัน ก็คงไม่มีแมลงตัวไหนทื่จะสามารถเข้าไปจัดการกับต้นตอของโรคร้ายอย่าง The Radiance ได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน




สถานการณ์อันวิบัตินี้ได้ดำเนินไปอยู่อีกพักใหญ่ ก่อนที่ตัวผู้เล่น หรือที่เรียกกันอย่างไม่เป็นทางการว่า The Knight จะโผล่มา


The Knight คือหนึ่งในภาชนะที่ล้มเหลว และเคยถูกทอดทิ้งเอาไว้ที่ก้นบึ้งของ The Abyss แต่ทว่าด้วยสาเหตุบางอย่าง The Knight และพรรคพวกบางส่วนที่เป็นภาชนะที่ล้มเหลวเหมือนกันกลับหลบหนีออกมาจาก The Abyss ได้ โดยที่ไม่ได้ผ่านทางประตูหน้าอย่างปกติทั่วไป


ตัวของ The Knight ได้ร่อนเร่ พเนจรไปเรื่อยในอาณาจักร Hollownest ที่ไม่ต่างจากเมืองร้าง จนไปพบเข้ากับ Hornet บุตรีของ Pale King กับ Herrah หนึ่งใน Dreamers ซึ่งก่อนที่จะเข้าสู่นิทราอันเป็นนิรันดร์นั้น Herrah ได้เคยฝากฝังให้ Hornet คอยปกป้องกุญแจที่จะใช้เปิดประตูของ The Abyss เอาไว้ เพื่อไม่ให้มีคนสามารถเข้าไปรบกวนเหล่าพี่น้องต่างแม่ของเธอที่หลับใหลอยู่ใน The Abyss ได้ง่าย ๆ


และถึงแม้ตัวอาณาจักร Hollownest จะได้ล่มสลายลงแล้ว แต่ Hornet ก็ยังคงรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ของเธอเป็นอย่างดี พร้อมกันนั้นเธอยังคอยช่วยขับไล่นักเดินทางที่หลงมายังอาณาจักรนี้ให้ออกห่างไปอีกด้วย เนื่องจากไม่ต้องการให้การติดเชื้อแพร่ไปสู่โลกภายนอกมากกว่านี้อีกแล้ว


ตัวของ The Knight กับ Hornet จะได้เข้าปะทะกันอยู่หลายต่อหลายครั้ง โดยเหตุผลที่เธอเลือกเข้ามาต่อสู้กับ The Knight นั้น ก็เพื่อทดสอบฝีมือ ว่าเราจะมีความสามารถมากพอที่จะรับช่วงต่อ ปิดผนึก The Radiance ต่อจาก Hollow Knight หรือไม่


โดยเมื่อผู้เล่นดำเนินเนื้อเรื่องต่อไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะได้รับ Dream Nail ที่ใช้เข้าสู่ความฝันมาจาก Moth Tribe ตนหนึ่งที่ชื่อว่า Seer โดย The Knight จะได้ใช้ Dream Nail นั้นในการเข้าสู่ความฝันของเหล่า Dreamers เพื่อทำลายผนึกของ Temple of the Black Egg ออก และเข้าไปจัดการกับ Hollow Knight ในที่สุด


ซึ่งฉากจบของเกมนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 3 แบบ (ไม่รวม DLC อีก 2 แบบ ได้แก่)



1. The Knight สามารถเอาชนะ Hollow Knight ลงได้ และใช้ความมืดในตัวรับช่วงต่อปิดผนึก The Radiance สืบไป ภายใน Temple of the Black Egg



2. The Knight และ Hornet จะร่วมมือกันต่อสู้ จนสามารถเอาชนะ Hollow Knight ลงได้ ซึ่งหลังจากที่ The Knight ปิดผนึก The Radiance เสร็จแล้ว ตัวของ Hornet ก็จะถูกผนึกอยู่ใน Temple of the Black Egg ไปด้วยอีกคน



3. The Knight ได้ใช้ Dream Nail เข้าสู่ดินแดนแห่งความฝันของ Hollow Knight เพื่อไปจัดการกับ The Radiance ที่ถูกผนึกอยู่ในนั้น โดยทั้ง The Knight กับ Hollow Knight ได้ร่วมมือกัน จนสามารถกำจัด The Radiance รวมไปถึงต้นตอของโรคร้ายได้สำเร็จ 


ในฉากจบแบบที่ 3 นั้น ตัวเกมจะแสดงให้เห็นถึง Hornet ที่ตื่นขึ้นมาจากอาการหมดสติ และเห็นเพียงแค่หน้ากากของ The Knight ที่มีรอยแตกร้าวหล่นอยู่ที่พื้นเท่านั้น จึงทำให้มีหลายคนตีความกันไปว่า The Knight น่าจะสละชีวิตของตนเองเพื่อหยุดยั้ง The Radiace เอาไว้


จากนั้นฉากจะตัดไปที่ภาพของเหล่าภาชนะที่ล้มเหลวที่เป็นความมืดอยู่ที่ก้นบึ้งของ The Abyss ซึ่ง หลังจากที่ The Radiance ถูกกำจัดไปแล้ว ภาชนะที่ล้มเหลวเหล่านั้นก็กลับสู่ความมืดตามเดิม คล้ายจะเป็นการบอกว่า ทุกคนได้บรรลุหน้าที่ของตัวเองสำเร็จไปแล้ว 


ดินแดนอันไกลโพ้น และแมลงผู้ตามหาเทพเจ้า


สำหรับฉากจบ 2 แบบจาก DLC Godmaster นั้น จะเป็นเหมือนการเสริมเนื้อเรื่องเข้าไปเล็กน้อย ผู้เล่นจะได้รู้จักกับตัวละครใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Godseeker 




Godseeker จะถูกพบอยู่ในบริเวณหลุมขยะของแผนที่โซน Royal Waterways ในสภาพที่ถูกกักขังอยู่ในโลงศพ ทว่าแม้ร่างกายจะถูกกักขัง แต่จิตใจของเธอกลับเป็นอิสระยิ่งกว่าใคร ๆ เธอได้สร้างโลกในจิตใจของเธอขึ้นมา โดยโลกนั้นมีชื่อเรียกว่า Godhome ซึ่งหน้าที่ของมันก็คือการเก็บรวบรวมแมลงที่แข็งแกร่งราวกับเทพเจ้าเอาไว้นั่นเอง 


Godseeker ยังได้บอกกับ The Knight อีกว่า เธอนั้นมาจากดินแดนที่ห่างไกลแสนไกลจาก Hollownest ดินแดนที่มีชื่อเรียกว่า Land of Storms ทว่าเทพเจ้าของดินแดนนั้นได้ทอดทิ้งพวกเธอไปแล้ว นั่นจึงทำให้เธอและสมาชิกของ Godseeker คนอื่น ๆ ต้องออกตามหาเทพเจ้า ระหกระเหิน ร่อนเร่ ไปยังดินแดนต่าง ๆ นั่นเอง


นอกจากนี้ Godseeker ยังบอกกับเราอีกว่า ภายใน Hollownest มีแมลงที่แข็งแกร่งอยู่เต็มไปหมด ซึ่งแมลงเหล่านั้น ช่างคู่ควรกับการเป็นเทพเจ้า และเก็บไว้ใน Godhome ของเธอเสียจริง


มาถึงจุดนี้ เราต้องทำความเข้าใจคำว่า เทพเจ้าของ Godseeker กันเสียหน่อย เพราะภายใน DLC Godmaster เราจะได้สู้กับเหล่าบอสแมลงที่เธอนับเป็นเทพเจ้ามากกว่า 40 ตัวเลยทีเดียว ซึ่งหากจัดหมวดหมู่กันตามชนชั้นวรรณะแล้ว คงไม่มีทางที่จะมีเทพเจ้าอยู่ใน Hollownest มากมายขนาดนั้นแน่


ทว่าด้วยการแบ่งสไตล์ของ Godseeker ที่ยึดหลักกว้าง ๆ ว่า แมลงเหล่านั้น แข็งแกร่งพอไหม มีคนเคารพบูชาไหม มีความรู้ปราดเปรื่องไหม ด้วยการหว่านแหลักษณะนี้ จึงทำให้เธอได้พบกับแมลงที่เป็นดั่งเทพเจ้าในความคิดของเธอจำนวนมากมายมหาศาลนั่นเอง


สำหรับการได้รับฉากจบแบบที่ 4 และ 5 มานั้น ผู้เล่นจำเป็นจะต้องผ่านด่านการท้าทายที่เรียกว่า Pantheon of Hallownest ของ Godseeker ให้ได้เสียก่อน จึงจะได้ฉากจบเหล่านี้มา



โดยฉากจบในแบบที่ 4 จะเป็นเหตุการณ์ที่ The Knight ปลดปล่อย Void Entity ความมืดอันแสนลึกล้ำและเข้มข้นที่กักเก็บไว้ในตัวออกมาจัดการ The Radiance ได้สำเร็จ


หลังจากที่จัดการ The Radiance สำเร็จแล้ว ฉากจะตัดสลับไปยัง Godhome ที่กำลังมีฝนสีดำค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า พร้อมกันนั้น ก็ได้มีมือของ Void Entity ออกมาคว้าตัวของ Godseeker ในดินแดนแห่งจิตใจของเธอเอาไว้


ฉากในเกมจะสลับอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างกายภายนอกของตัว Godseeker ที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางเศษซากขยะในท่อระบายน้ำหลวงเช่นเดิม ทว่าตอนนี้ร่างกายของเธอกลับหลั่งของเหลวสีดำออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน จนกระทั่งตัวของเธอแหลกสลายไป


ฉากในเกมจะตัดสลับไปอีกครั้ง และพาเรามาเห็นด้านในของ Temple of the Black Egg ที่ที่ Hornet กำลังยืนมองผนึกของ Dreamers ค่อย ๆ ล่มสลายลงไปอยู่ ต่อมาในบริเวณมุมจอ จะแสดงให้เห็นถึงขาของแมลงบางตัวที่กำลังเดินเข้ามาหา Hornet ซึ่งแฟนเกมเชื่อว่า นั่นน่าจะเป็น Hollow Knight ที่รอดพ้นจากการผนึก The Radiance และได้รับอิสระเสียที



สำหรับฉากจบในแบบที่ 5 นั้น ผู้เล่นจะต้องผ่านการท้าทายทั้ง Pantheon of Hallownest รวมไปถึงมอบ Delicate Flower ให้แก่ Godseeker 


ซึ่งโดยรวมแล้ว ฉากต่าง ๆ แทบจะไม่มีความแตกต่างจากฉากจบที่ 4 เลยแม้แต่น้อย มีเพียงแค่จังหวะตอนที่ Godseeker กำลังจะกลายเป็นฝุ่นเท่านั้น ที่แสดงให้เห็นว่าตัว Godseeker กำลังถือ Delicate Flower ที่เรามอบให้เอาไว้อยู่


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับเนื้อเรื่องภายในจักรวาลของ Hollow Knight ต้องบอกเลยว่า นอกจากเกมเพลย์แล้ว ในส่วนของเนื้อเรื่องก็มีความลึกลับซับซ้อนไม่ได้ด้อยไม่กว่ากันเลย ทั้งนี้ ต้องขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า ข้อมูลอาจจะไม่ได้ตรงตามที่ทางผู้พัฒนาตั้งใจไว้ 100% เนื่องจากตัวเกมไม่ได้นำเสนอออกมาแบบตรง ๆ แต่จะขึ้นอยู่กับการตีความของผู้เล่นมากกว่า หากเพื่อน ๆ คนใดตีความเหตุการณ์ในทางที่ต่างไปจากผู้เขียน อย่าลืมคอมเมนต์มาแลกเปลี่ยนกันนะจ๊ะ ;)


อ้างอิง: https://youtu.be/lE_UyAsI-S4   

https://hollowknight.fandom.com/


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
กลับมาอย่างยิ่งใหญ่ !! Thailand Game Show 2022 ประกาศขายบัตรวันแรก 15 สิงหาคมนี้
BASUP!
เกมเมอร์ชูป้ายในระหว่างดูมวยปล้ำ Matt Hardy และ Christian ผมเคยเล่นแมตช์นี้ตั้งแต่เกม WWF No Mercy แล้ว
BASUP!
สื่อญี่ปุ่นรายงาน Nintendo จะไม่ปล่อยฮาร์ดแวร์ใหม่ภายในต้นปีหน้า เพราะโฟกัสกับการผลิต Switch ให้เพียงพออยู่
12ooki3
Yeeha Games แพลตฟอร์มเกมมิ่งที่สามารถระดมทุนได้ถึง 50 ล้านเหรียญ เล็งปล่อยเกมคุณภาพสูงสู่เกมเมอร์ทั่วโลก
BASUP!
ทะลวงลัทธิคลั่งในเนื้อหาเสริม Back 4 Blood : Children of the Worm ปล่อยตัว 30 สิงหาคมนี้
sLAUGHTER
Editors' Choice
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
[ไกด์เกม] Moonlight Blade Mobile แนะนำตัวละครทั้ง 6 คลาส อธิบายจุดเด่น และข้อดี ข้อเสีย
SKT
Show header