GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
ไกด์เกม
Diablo Immortal : ไกด์วิธีผ่าน / ฟาร์มดันเจี้ยน Cavern of Echoes
ลงวันที่ 29/11/2021

    Cavern of Echoes เป็นดันเจี้ยนที่ดีและควรค่าแก่การฟาร์มมากๆ โดยจะสามารถพบดันเจี้ยนนี้ได้บริเวณการเดินทางช่วงสุดท้ายในส่วนของ Frozen Tundra ซึ่งช่วงแรกนั้นผู้เล่นจะต้องจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดเพื่อไปสู้บอสตัวแรกอย่าง Blood Rime รวมถึงยังมีกับดักให้ผู้เล่นหลบระหว่างเล่นเพื่อมุ่งไปสู่ลาสบอสอย่าง Glacial Colossus ซึ่งบอกเลยว่าทั้งสนุก ท้าทาย และคุ้มค่ากับการฟาร์มทรัพยากรและ EXP อย่างมาก!


ป.ล. ข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากรอบทดสอบ Alpha ทำให้อาจแตกต่างออกไปในตอนนี้

รายละเอียดภาพรวมของดันเจี้ยน

  • Cavern of Echoes นี้จะตั้งอยู่บริเวณใจกลางของ Frozen Tundra
  • ต้องมีเลเวล 50 ขึ้นไปถึงจะเข้าร่วมดันเจี้ยนนี้ได้
  • ใช้เวลา 2 นาทีโดยประมาณ สำหรับการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้หนึ่งรอบ
  • ได้ EXP อย่างน้อย 9.7 ล้าน ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party
  • ได้ Gold อย่างน้อย 58K ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party
  • ได้ Scrap Materials อย่างน้อย 420 ชิ้น ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party
  • ได้ Enchanted Dust อย่างน้อย 36 อัน ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party (ได้เยอะที่สุด)
  • ได้ Glowing Shards อย่างน้อย 3 อัน ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party



แนวทางการเล่นแบบคนเดียว

    สำหรับดันเจี้ยนแห่งนี้จะมี 2 ชั้น โดยแต่ละแห่งจะมีมอนสเตอร์ประจำชั้นรอผู้เล่นอยู่ โดยชั้นแรกนั้นผู้เล่นจะพบกับพวก Yeti ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นมอนสเตอร์อย่าง Glacial Monstrositie ต่อจากนั้นถึงจะได้กับบอสตัวแรกอย่าง 'Blood Rime' โดยรายละเอียดต่างๆ สรุปได้ ดังนี้

  • Blood Rime จะมีรูปแบบการต่อสู้มี 2 เฟส สำหรับเฟสแรกมันจะเชื่องช้าและทำการโจมตีแบบทุบพื้น รวมถึงพยายามทำให้ผู้เล่นตกเหว เมื่อสู้ได้สักระยะ จนถึงเฟสที่ 2 มันจะเริ่มทำการกลิ้งไปกลิ้งมา พร้อมกับทำให้หยาดน้ำแข็งบนผนังดันเจี้ยนตกลงมาใส่ผู้เล่น *แนะนำให้ระวังอย่าโดนเพราะนอกจากจะมีดาเมจแล้ว มันยังสามารถหยุดการเคลื่อนที่ของผู้เล่นได้อีกด้วย
  • เมื่อผู้เล่นจัดการกับ Blood Rime เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ไปยังชั้นถัดไปได้เลย ซึ่งชั้นนี้จะมีบอสสุดโหดอย่าง Glacial Colossus รออยู่ท้ายฉาก แต่ต้องบอกก่อนว่า ณ ชั้นนี้ นอกจะมีมอนสเตอร์โถมใส่ผู้เล่นแล้ว มันยังมีหยาดน้ำแข็งถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้เล่นต้องระวังให้ดีๆ เพราะมีสิทธิ์ตายได้ และเมื่อมุ่งหน้าไปสักระยะหนึ่ง ผู้เล่นจะพบเสาน้ำแข็งตรงปลายทาง ตรงส่วนนี้เพียงแค่ทำการพังเสาให้กลายเป็นสะพานสู่เส้นทางของประตูห้องบอสได้เลย
  • *เสริม* ตรงจุดนี้ก่อนถึงสะพาน ทางซ้ายมือของแผนที่จะมีประตูบานใหญ่ใบหนึ่งปิดอยู่ ซึ่งว่ากันว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ประตูบานนี้จะเป็นห้องบอสอีกตัวที่จะอัพเดทในอนาคตอย่าง Helliquary หรืออาจจะเป็นเนื้อหาใหม่ๆ ก็เป็นได้
  • ในระหว่างทางของเส้นทางสู่ห้องบอสอย่าง Glacial Colossus จะมีประตูบานใหญ่ปิดอยู่ ซึ่งมันจะเปิดหลังจากที่ผู้เล่นจัดการพวกมอนสเตอร์ทั้งหมดในฉากจนหมด โดยตรงส่วนนี้ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่..กวาดให้เรียบ!
  • เมื่อมาถึงห้องลาสบอสได้แล้วจะพบกับแท่นอะไรบางอย่างที่มีก้อนน้ำแข็งลอยอยู่ตรงกลาง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเคลียร์มอนสเตอร์ทั้งหมดเช่นกัน และเมื่อบอส Glacial Colossus โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำแข็ง โดยเมื่อสู้ไประยะหนึ่งมันจะทำการมุดดินหนี พร้อมซัมมอนลูกสมุนออกมาประมาณ 2 เวฟ และยิงลำแสงน้ำแข็งออกมา 3 เส้น ซึ่งแนะนำให้หลบเพราะมันคือดาเมจต่อเนื่องที่พร้อมทำดาเมจแบบเลือดไหลเป็นน้ำ!
  • หลังจากนั้นมีโอกาสที่บอสจะทำการมุดน้ำแข็งอีกครั้ง หากผู้เล่นจัดการมันช้าเกินไป แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย เพียงทำตามคำแนะนำก่อนหน้า และเมื่อมันโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำแข็งอีกรอบ ก็ให้รีบโถมดาเมจใส่มัน ก็เป็นอันเคลียร์ดันเจี้นนแบบโซโล่ทันที


แนวทางการเล่นแบบ Party

     ต้องบอกเลยว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เหมาะสำหรับการแบบปาร์ตี้มากๆ  เพราะรูปแบบการเล่นไม่ได้ซับซ้อนใดๆ แถมยังสามารถจบการฟาร์มดันเจี้ยนได้ไวอีกด้วย (ดรอป Enchanted Dust เยอะมาก) อีกทั้งการต่อสู้กับลาสบอสอย่าง Glacial Colossus ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกันที่มากกว่าดันเจี้ยนอื่นๆ อย่างมาก และที่สำคัญของรางวัลต่างๆ ที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามากอีกด้วย!


ชั้นที่ 1 : การแบ่งหน้าที่

    สำหรับชั้นแรกนั้นให้ผู้เล่นมุ่งไปข้างหน้าด้วยการลากมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุดแล้วใช้สกิลสังหารหมู่รับโบนัสได้เลย จากนั้นก็มุ่งไปยังห้องของ Blood Rime เพื่อจัดการมันได้เลย ซึ่งหากแบ่งหน้าที่กันดีๆ พวกผู้เล่นอาจจะสามารถฆ่ามันได้ก่อนที่มันจะเข้าสู่เฟสที่ 2 ด้วยซ้ำ โดยให้ผู้เล่นแบ่งหน้าที่ ดังนี้

  • ผู้เล่นคนที่ 1 อยู่ด้านหลังค่อยๆ วิ่งตามเพื่อนไป พร้อมกับจัดการศัตรูที่เหลือระหว่างทางไปด้วย อย่างไรก็ตามไม่ให้ทิ้งห่างจากเพื่อนมากเกินไป จะได้เข้าไปช่วยจัดการบอสได้เร็ว
  • ผู้เล่นคนที่ 2 ผู้เล่นคนนี้สามารถทำได้ 2 หน้าที 1 คือวิ่งไปเข้าเร็วที่สุดเพื่อช่วยอีก 2 คนที่นำหน้าไปก่อนจัดการเปิดฉากให้ได้เร็วมากขึ้น หรืออยู่ช่วยผู้เล่นคนที่ 1 หากการปราบมอนสเตอร์ทั้งหมดเป็นเรื่องลำบากเกินไปสำหรับคนแรก
  • ผู้เล่นคนที่ 3 รีบมุ่งหน้าเลยไปตรงปากประตูบอส Blood Rime เพื่อจัดการ Glacial Monstrositie
  • ผู้เล่นคนที่ 4 ตามผู้เล่นคนที่ 3 ไปยังปากประตูบอส Blood Rime เพื่อจัดการ Glacial Monstrositie เช่นกัน และเตรียมตัวเข้าสู่ห้องบอสตัวแรกพร้อมกันได้เลย



ชั้นที่ 2 : การแบ่งหน้าที่

    หลังจากจัดการกับ Blood Rime เรียบร้อยแล้ว ให้มุ่งไปข้างหน้าโดยไวที่สุด ต่อด้วยพังเสาน้ำแข็งทำเป็นสะพาน เพื่อไปสู่ส่วนถัดไป จากนั้นก็เคลียร์มอนสเตอร์ระหว่างทางเรื่อยๆ พร้อมกับหลบหยาดน้ำแข็งที่ตกลงมา จนไปถึงประตูสุดท้ายสู้ห้องลาสบอสได้เลย โดยการแบ่งหน้าที่นั้น ดังนี้

  • ผู้เล่นคนที่ 1 ให้ทำเช่นเดียวกันนั่นคือเป็นคนนำทีมฝ่ามอนสเตอร์ไปเรื่อยๆ โดยอย่าทิ้งระยะห่างกับผู้เล่นที่เหลือมากเกินไป
  • ผู้เล่นคนที่ 2 ตามประกบช่วยเหลือผู้เล่นคนที่ 1 อยู่ด้านหน้าเขาเล็กน้อย พยายามฆ่ามอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่เหลือรอดระหว่างทางไปด้วย
  • ผู้เล่นคนที่ 3 มุ่งไปให้ถึงประตูลาสบอสโดยไวที่สุด เพื่อจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดในส่วนนั้น
  • ผู้เล่นคนที่ 4 ตามผู้เล่นคนที่ 3 เพื่อไปช่วยเหลือเขา ด้วยการจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดร่วมกัน 



ห้องบอส Glacial Colossus

    ในส่วนของแนวทางการจัดการบอส Glacial Colossus แบบเป็นปาร์ตี้นั้น พยายามให้ผู้เล่นทั้ง 4 คนกระจายไปในแต่ละทิศเพื่อจัดการพวกมอนสเตอร์ที่บอสซันมอนขึ้นมาเวลาที่บอสมุดพื้นน้ำแข็ง โดยแนะนำให้ช่วยกันจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดให้ไวที่สุด เพราะยิ่งเคลียร์ไว ก็จะทำให้บอสโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำแข็งได้ไวขึ้น ( บอสจะไม่โผล่ขึ้นมาจนกว่ามอนเตอร์ทั้งหมดที่มันซัมมอนจะตาย ) และหลังจากที่มันขึ้นมาให้ใช้ทุกอย่างที่มีโถมใส่มันอีกรอบ เพียงเท่านี้ก็เคลียร์ดันเจียนแบบเป็นทีมเวิร์คได้แล้ว!





    

 


ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
The Collectors เกมเก็บขยะพิทักษ์โลก ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้งบน iOS และ Android!
IHu
Airship: Kingdoms Adrift คว้ารางวัลเกม อินดี้อันดับ 1 ในงาน G-Star 2022
BASUP!
[ขุมทรัพย์ GF] มารู้จักกับ The Swordsmen X: Survival เกมเอาตัวรอดสไตล์จีน รับบทเป็นจอมยุทธ ท่องยุทธภพ
BASUP!
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
Diablo Immortal : ไกด์วิธีผ่าน / ฟาร์มดันเจี้ยน Cavern of Echoes
29/11/2021

    Cavern of Echoes เป็นดันเจี้ยนที่ดีและควรค่าแก่การฟาร์มมากๆ โดยจะสามารถพบดันเจี้ยนนี้ได้บริเวณการเดินทางช่วงสุดท้ายในส่วนของ Frozen Tundra ซึ่งช่วงแรกนั้นผู้เล่นจะต้องจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดเพื่อไปสู้บอสตัวแรกอย่าง Blood Rime รวมถึงยังมีกับดักให้ผู้เล่นหลบระหว่างเล่นเพื่อมุ่งไปสู่ลาสบอสอย่าง Glacial Colossus ซึ่งบอกเลยว่าทั้งสนุก ท้าทาย และคุ้มค่ากับการฟาร์มทรัพยากรและ EXP อย่างมาก!


ป.ล. ข้อมูลทั้งหมดนี้มาจากรอบทดสอบ Alpha ทำให้อาจแตกต่างออกไปในตอนนี้

รายละเอียดภาพรวมของดันเจี้ยน

  • Cavern of Echoes นี้จะตั้งอยู่บริเวณใจกลางของ Frozen Tundra
  • ต้องมีเลเวล 50 ขึ้นไปถึงจะเข้าร่วมดันเจี้ยนนี้ได้
  • ใช้เวลา 2 นาทีโดยประมาณ สำหรับการเคลียร์ดันเจี้ยนนี้หนึ่งรอบ
  • ได้ EXP อย่างน้อย 9.7 ล้าน ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party
  • ได้ Gold อย่างน้อย 58K ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party
  • ได้ Scrap Materials อย่างน้อย 420 ชิ้น ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party
  • ได้ Enchanted Dust อย่างน้อย 36 อัน ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party (ได้เยอะที่สุด)
  • ได้ Glowing Shards อย่างน้อย 3 อัน ต่อหนึ่งชั่วโมงหากจัดทีมฟาร์มแบบเป็น Party



แนวทางการเล่นแบบคนเดียว

    สำหรับดันเจี้ยนแห่งนี้จะมี 2 ชั้น โดยแต่ละแห่งจะมีมอนสเตอร์ประจำชั้นรอผู้เล่นอยู่ โดยชั้นแรกนั้นผู้เล่นจะพบกับพวก Yeti ส่วนชั้นที่ 2 จะเป็นมอนสเตอร์อย่าง Glacial Monstrositie ต่อจากนั้นถึงจะได้กับบอสตัวแรกอย่าง 'Blood Rime' โดยรายละเอียดต่างๆ สรุปได้ ดังนี้

  • Blood Rime จะมีรูปแบบการต่อสู้มี 2 เฟส สำหรับเฟสแรกมันจะเชื่องช้าและทำการโจมตีแบบทุบพื้น รวมถึงพยายามทำให้ผู้เล่นตกเหว เมื่อสู้ได้สักระยะ จนถึงเฟสที่ 2 มันจะเริ่มทำการกลิ้งไปกลิ้งมา พร้อมกับทำให้หยาดน้ำแข็งบนผนังดันเจี้ยนตกลงมาใส่ผู้เล่น *แนะนำให้ระวังอย่าโดนเพราะนอกจากจะมีดาเมจแล้ว มันยังสามารถหยุดการเคลื่อนที่ของผู้เล่นได้อีกด้วย
  • เมื่อผู้เล่นจัดการกับ Blood Rime เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ไปยังชั้นถัดไปได้เลย ซึ่งชั้นนี้จะมีบอสสุดโหดอย่าง Glacial Colossus รออยู่ท้ายฉาก แต่ต้องบอกก่อนว่า ณ ชั้นนี้ นอกจะมีมอนสเตอร์โถมใส่ผู้เล่นแล้ว มันยังมีหยาดน้ำแข็งถล่มลงมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้เล่นต้องระวังให้ดีๆ เพราะมีสิทธิ์ตายได้ และเมื่อมุ่งหน้าไปสักระยะหนึ่ง ผู้เล่นจะพบเสาน้ำแข็งตรงปลายทาง ตรงส่วนนี้เพียงแค่ทำการพังเสาให้กลายเป็นสะพานสู่เส้นทางของประตูห้องบอสได้เลย
  • *เสริม* ตรงจุดนี้ก่อนถึงสะพาน ทางซ้ายมือของแผนที่จะมีประตูบานใหญ่ใบหนึ่งปิดอยู่ ซึ่งว่ากันว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ประตูบานนี้จะเป็นห้องบอสอีกตัวที่จะอัพเดทในอนาคตอย่าง Helliquary หรืออาจจะเป็นเนื้อหาใหม่ๆ ก็เป็นได้
  • ในระหว่างทางของเส้นทางสู่ห้องบอสอย่าง Glacial Colossus จะมีประตูบานใหญ่ปิดอยู่ ซึ่งมันจะเปิดหลังจากที่ผู้เล่นจัดการพวกมอนสเตอร์ทั้งหมดในฉากจนหมด โดยตรงส่วนนี้ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่..กวาดให้เรียบ!
  • เมื่อมาถึงห้องลาสบอสได้แล้วจะพบกับแท่นอะไรบางอย่างที่มีก้อนน้ำแข็งลอยอยู่ตรงกลาง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเคลียร์มอนสเตอร์ทั้งหมดเช่นกัน และเมื่อบอส Glacial Colossus โผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำแข็ง โดยเมื่อสู้ไประยะหนึ่งมันจะทำการมุดดินหนี พร้อมซัมมอนลูกสมุนออกมาประมาณ 2 เวฟ และยิงลำแสงน้ำแข็งออกมา 3 เส้น ซึ่งแนะนำให้หลบเพราะมันคือดาเมจต่อเนื่องที่พร้อมทำดาเมจแบบเลือดไหลเป็นน้ำ!
  • หลังจากนั้นมีโอกาสที่บอสจะทำการมุดน้ำแข็งอีกครั้ง หากผู้เล่นจัดการมันช้าเกินไป แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมาย เพียงทำตามคำแนะนำก่อนหน้า และเมื่อมันโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำแข็งอีกรอบ ก็ให้รีบโถมดาเมจใส่มัน ก็เป็นอันเคลียร์ดันเจี้นนแบบโซโล่ทันที


แนวทางการเล่นแบบ Party

     ต้องบอกเลยว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เหมาะสำหรับการแบบปาร์ตี้มากๆ  เพราะรูปแบบการเล่นไม่ได้ซับซ้อนใดๆ แถมยังสามารถจบการฟาร์มดันเจี้ยนได้ไวอีกด้วย (ดรอป Enchanted Dust เยอะมาก) อีกทั้งการต่อสู้กับลาสบอสอย่าง Glacial Colossus ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกันที่มากกว่าดันเจี้ยนอื่นๆ อย่างมาก และที่สำคัญของรางวัลต่างๆ ที่ได้รับนั้นคุ้มค่ามากอีกด้วย!


ชั้นที่ 1 : การแบ่งหน้าที่

    สำหรับชั้นแรกนั้นให้ผู้เล่นมุ่งไปข้างหน้าด้วยการลากมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุดแล้วใช้สกิลสังหารหมู่รับโบนัสได้เลย จากนั้นก็มุ่งไปยังห้องของ Blood Rime เพื่อจัดการมันได้เลย ซึ่งหากแบ่งหน้าที่กันดีๆ พวกผู้เล่นอาจจะสามารถฆ่ามันได้ก่อนที่มันจะเข้าสู่เฟสที่ 2 ด้วยซ้ำ โดยให้ผู้เล่นแบ่งหน้าที่ ดังนี้

  • ผู้เล่นคนที่ 1 อยู่ด้านหลังค่อยๆ วิ่งตามเพื่อนไป พร้อมกับจัดการศัตรูที่เหลือระหว่างทางไปด้วย อย่างไรก็ตามไม่ให้ทิ้งห่างจากเพื่อนมากเกินไป จะได้เข้าไปช่วยจัดการบอสได้เร็ว
  • ผู้เล่นคนที่ 2 ผู้เล่นคนนี้สามารถทำได้ 2 หน้าที 1 คือวิ่งไปเข้าเร็วที่สุดเพื่อช่วยอีก 2 คนที่นำหน้าไปก่อนจัดการเปิดฉากให้ได้เร็วมากขึ้น หรืออยู่ช่วยผู้เล่นคนที่ 1 หากการปราบมอนสเตอร์ทั้งหมดเป็นเรื่องลำบากเกินไปสำหรับคนแรก
  • ผู้เล่นคนที่ 3 รีบมุ่งหน้าเลยไปตรงปากประตูบอส Blood Rime เพื่อจัดการ Glacial Monstrositie
  • ผู้เล่นคนที่ 4 ตามผู้เล่นคนที่ 3 ไปยังปากประตูบอส Blood Rime เพื่อจัดการ Glacial Monstrositie เช่นกัน และเตรียมตัวเข้าสู่ห้องบอสตัวแรกพร้อมกันได้เลย



ชั้นที่ 2 : การแบ่งหน้าที่

    หลังจากจัดการกับ Blood Rime เรียบร้อยแล้ว ให้มุ่งไปข้างหน้าโดยไวที่สุด ต่อด้วยพังเสาน้ำแข็งทำเป็นสะพาน เพื่อไปสู่ส่วนถัดไป จากนั้นก็เคลียร์มอนสเตอร์ระหว่างทางเรื่อยๆ พร้อมกับหลบหยาดน้ำแข็งที่ตกลงมา จนไปถึงประตูสุดท้ายสู้ห้องลาสบอสได้เลย โดยการแบ่งหน้าที่นั้น ดังนี้

  • ผู้เล่นคนที่ 1 ให้ทำเช่นเดียวกันนั่นคือเป็นคนนำทีมฝ่ามอนสเตอร์ไปเรื่อยๆ โดยอย่าทิ้งระยะห่างกับผู้เล่นที่เหลือมากเกินไป
  • ผู้เล่นคนที่ 2 ตามประกบช่วยเหลือผู้เล่นคนที่ 1 อยู่ด้านหน้าเขาเล็กน้อย พยายามฆ่ามอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่เหลือรอดระหว่างทางไปด้วย
  • ผู้เล่นคนที่ 3 มุ่งไปให้ถึงประตูลาสบอสโดยไวที่สุด เพื่อจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดในส่วนนั้น
  • ผู้เล่นคนที่ 4 ตามผู้เล่นคนที่ 3 เพื่อไปช่วยเหลือเขา ด้วยการจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดร่วมกัน 



ห้องบอส Glacial Colossus

    ในส่วนของแนวทางการจัดการบอส Glacial Colossus แบบเป็นปาร์ตี้นั้น พยายามให้ผู้เล่นทั้ง 4 คนกระจายไปในแต่ละทิศเพื่อจัดการพวกมอนสเตอร์ที่บอสซันมอนขึ้นมาเวลาที่บอสมุดพื้นน้ำแข็ง โดยแนะนำให้ช่วยกันจัดการมอนสเตอร์ทั้งหมดให้ไวที่สุด เพราะยิ่งเคลียร์ไว ก็จะทำให้บอสโผล่ขึ้นมาจากพื้นน้ำแข็งได้ไวขึ้น ( บอสจะไม่โผล่ขึ้นมาจนกว่ามอนเตอร์ทั้งหมดที่มันซัมมอนจะตาย ) และหลังจากที่มันขึ้นมาให้ใช้ทุกอย่างที่มีโถมใส่มันอีกรอบ เพียงเท่านี้ก็เคลียร์ดันเจียนแบบเป็นทีมเวิร์คได้แล้ว!





    

 


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
The Collectors เกมเก็บขยะพิทักษ์โลก ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ทั้งบน iOS และ Android!
IHu
Airship: Kingdoms Adrift คว้ารางวัลเกม อินดี้อันดับ 1 ในงาน G-Star 2022
BASUP!
[ขุมทรัพย์ GF] มารู้จักกับ The Swordsmen X: Survival เกมเอาตัวรอดสไตล์จีน รับบทเป็นจอมยุทธ ท่องยุทธภพ
BASUP!
[ขุมทรัพย์ GF] รู้จักกับ High On Life เกมภาพสวย FPS จากหนึ่งในผู้สร้างการ์ตูน Rick and Morty!
IHu
ทีมพัฒนา Gran Turismo 7 กำลังพิจารณานำเกมแข่งรถซีรี่ส์นี้มาวางขายบน PC!
IHu
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
Show header