GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
รีวิวเกม
พรีวิว Diablo II: Resurrected กลับมาอีกครั้งกับเกมในตำนาน ด้วยกราฟิกทันสมัย
ลงวันที่ 16/08/2021

เมื่อช่วงต้นปีทาง Blizzard Entertainment ก็ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการ Remastered เกมในตำนานอย่าง Diablo II โดยใช้ชื่อว่า Diablo II: Resurrected ที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกราฟิกของเกมยกชุด รวมถึงยังทำการเพิ่มระบบใหม่ๆ เข้าไปอีกด้วย ซึ่งล่าสุดทางผู้พัฒนาก็ได้ทำการเปิดทดสอบช่วง Early Beta Access ที่จะปล่อยให้เราได้เข้าไปทดลองเล่นตัวเกมจำนวน 2 บทแรกของเกม โดยเรา GameFever TH ได้ทำการไปทดลองเล่นมาเรียบร้อยและจะมาพรีวิวเกมนี้คร่าวๆ ว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ส่วนตัวอาจจะไม่ได้ขอลงเรื่องรายละเอียดเกมเพลย์ของเกมเสียเท่าไรนัก เพราะถ้าหากใครที่เคยเล่นเกม Diablo II มาก่อน ระบบเกมเพลย์หรือเนื้อเรื่องก็จะเหมือนกันเกือบทั้งหมดนั่นคือการเดินเปิดแผนที่ผจญภัยพร้อมกับทำเควสที่ได้รับมาไปด้วย เพียงแต่ในภาคนี้ทางผู้พัฒนาจะรวมคอนเทนต์ทั้งหมดทั้งภาคหลัก และภาคเสริมอย่าง Lord of Destruction เอาไว้ ส่วนในช่วงการทดสอบนี้ทางผู้พัฒนาเปิดให้เล่นเพียงแค่ 5 คลาสเท่านั้น (เปิดให้เล่นทั้งหมดยกเว้น Assassin และ Necromancer) ซึ่งการเล่นแต่ละบทจะใช้เวลาราวๆ 4-5 ชั่วโมงต่อหนึ่งบท 


รวมถึงในภาคนี้ระบบใหม่ที่ถูกนำใส่เข้ามาก็คือระบบ Stash คลังเก็บของรวมที่เราสามารถโอนถ่ายของต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะในภาคเก่าๆ ระบบคลังของแต่ละตัวละครจะไม่เชื่อมกัน ทำให้เราจะต้องทำการทิ้งของและให้อีกตัวมาเก็บ หรือถ้าเล่นร้านเกมก็ต้องใช้ระบบ Lan ฝากเพื่อนไว้ แต่สำหรับในภาคนี้เราสามารถฝากของได้ตลอดเวลา

กราฟิกสุดสวยงาม แต่ก็ปรับไปเล่นแบบเก่าได้ตลอดเวลา

แต่ส่วนที่ต้องพูดเยอะหน่อยก็คงจะเป็นในเรื่องของกราฟิกที่ถือว่าทางผู้พัฒนาไม่ได้มาเล่นๆ เลย เพราะตัวเกมทำการยกเครื่องกราฟิกใหม่เกือบทั้งหมด ปกติถ้าขึ้นชื่อว่าแค่ Remastered ผู้พัฒนามักจะใช้โมเดลเดิม แต่เพิ่มความสวยงามกับความละเอียดเท่านั้น แต่นี่ทั้งในเรื่องของการปั้นโมเดลหรือ Effect ของสกิลมีการทำใหม่ทั้งหมดให้เทียบเท่ากับความสวยประมาณ Diablo III เลยทีเดียว

และสิ่งที่พิเศษไปว่านั้นก็คงจะเป็นการเอาใจแฟนเกมดั้งเดิมที่ถ้าหากคุณอยากกลับไปเล่นกราฟิกในสมัยก่อน คุณก็สามารถกดปุ่มเพื่อสลับภาพกลับไปเล่นแบบเวอร์ชัน Original ได้ทันที พร้อมปรับความละเอียดให้กลายเป็น 4:3 ซึ่งในตอนที่ผู้เขียนเล่นกดเพียงแค่ปุ่ม G ก็จะสลับกราฟิกทันทีได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งต้องรับว่ามันเป็นอะไรที่อเมซิ่งมากๆ เพราะถ้าให้เปรียบเทียบกราฟิกเก่าและใหม่ มันแทบจะเป็นคนละเกมเลยก็ว่าได้ และมันก็สามารถเอาไปใช้ได้กับทั้งโหมดเล่นคนเดียวกับโหมดเล่นหลายคนได้ โดยทั้งสองเวอร์ชันถึงแม้ระบบต่างๆ จะเหมือนกัน แต่มันก็ให้อารมณที่ต่างกันอยู่พอสมควร

Multiplayer

มาถึงอีกหนึ่งฟีเจอร์หลักของเกมที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามาใน Diablo II: Resurrected ที่ในภาคนี้เราสามารถเล่นกับเพื่อนได้พร้อมกันถึง 8 คนในโหมดออนไลน์ (หรือถ้า Local เล่นได้ 16 คน) ซึ่งตัวเกมได้ใส่ระบบที่เรียกว่า Lobby โดยจะเป็นห้องที่เอาไว้ให้เราสร้าง หรือเข้าร่วมไปเล่นกับคนอื่นได้อย่างอิสระ แถมมันยังมีการบอกให้ทราบอีกด้วยว่าห้องนี้ถูกสร้างมาแล้วกี่นาที ถ้าเราเข้าห้องไปมันก็ทำให้สามารถคาดคะเนคร่าวๆ ได้ว่าคนในห้องผจญภัยไปประมาณไหนแล้ว รวมถึงน่าจะส่งผลทำให้เกมนี้มีระบบซื้อขายของจากผู้เล่นได้เช่นกัน เพราะเราสามารถโยนของให้กันได้อย่างอิสระ


แต่ถึงอย่างนั้นระบบนี้ก็อาจจะต้องถูกพัฒนาให้มากขึ้นกว่านี้หน่อย เพราะเกม Diablo II: Resurrected เอาไม่มีระบบ Voice Chat ทำให้การสื่อสารต้องทำผ่าน Text เท่านั้น ซึ่งสำหรับแฟนๆ Diablo หรือแฟนเกม RPG อื่นๆ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ผู้เล่นใหม่ๆ ที่ไม่ชินการพิมพ์ก็คงจะรู้สึกติดขัดไม่น้อย รวมถึงตัวเกมเองก็ไม่ได้มีระบบติดตามเพื่อนเวลากำลังผจญภัยอยู่นอกเสียจากเพื่อนในห้องจะทำการเปิด Portal เพื่อให้เราเข้าไป ทำให้บางครั้งเวลาเข้าเกมมาก็เหมือนเดินเล่นอยู่คนเดียวทุกที แต่ถ้าเจอคนเป็นงานหน่อยก็โอเค รวมถึงการเล่นถึงแม้จะเล่นคนเดียว ตัวเกมก็จะบังคับให้เราต่อ Internet เพื่อล็อคอิน Battle.Net ตลอดเวลา ทำให้ตัวเกมจะมีปัญหาเรื่องปิง เวลาเดินวาร์ปกลับมาที่เดิม หรือปั๊มเลือดช้าบ้าง


บังคับด้วย Controller สะดวกกว่า เมาส์/คีย์บอร์ด อีก

ส่วนระบบสุดท้ายที่เราจะพูดถึงก็คือระบบการบังคับเกมด้วย Controller (เพราะว่าเกมนี้ลงเครื่อง Console ด้วย) ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปลองมาต้องบอกเลยว่ามันค่อนข้างทำออกมาได้ดีพอสมควร และดูเหมือนจะใช้งานง่ายกว่าเมาส์และคีย์บอร์ดด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นหน้า Interface ของ Controller จะมีช่องใส่สกิลมาให้เราเห็นทันที ต่างจากการบังคับด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดที่เราจะต้องกด S เพื่อสลับสกิลเอาเอง รวมถึงระบบการล็อคเป้าที่ค่อนข้างทำได้ง่าย และตัวเกมจะทำการ Auto Loot เงินบนพื้นให้อัตโนมัติต่างจากการให้เมาส์และคีย์บอร์ดที่เราจะต้องทำเองทั้งหมด


ความรู้สึกหลังเล่น

จากที่ได้เข้าไปทดสอบเกมนี้มาราวเกือบๆ 10 ชั่วโมง ก็ต้องบอกว่าในด้านเกมเพลย์ต่างๆ ของเกมก็ยังไม่ได้แปลกใหม่อะไร มันก็อาจจะไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว้าวมากนักในเรื่องนี้ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ยังเป็นเกมเพลย์จากภาคเก่า ใครที่เคย Diablo III หรือเกมแนวนี้อื่นๆ มาก่อนก็คงเฉยๆ กับ Diablo II: Resurrected แต่ถ้าหากใครที่ไม่ได้เล่นเกมแนวนี้มานาน อยากที่จะกลับมารำลึกความหลังจากที่ไม่ได้แตะเกมนี้มาหลายสิบปี นี่มันก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่คุณจะได้เข้าไปลองเล่นมันอีกครั้ง กับกราฟิกที่อลังการงานสร้างมากกว่าเดิม โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 23 กันยายน 2021 บนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo Switch สนนราคา 40$ ( LINK )

บทความที่คล้ายกัน
ชื่อ :
อวตาล :





0 COMMENTS


TOP COMMENT

ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
ผู้พัฒนาเผย Sherlock Holmes: Chapter One ไม่มีการทำงานแบบโหมหนักในบริษัทเลย
BASUP!
NARAKA: BLADEPOINT จัดอีเวนต์ Showmatch ดึง Influencer ชื่อดังร่วมสงครามวิทยายุทธกว่า 36 ชีวิต
BASUP!
Battlefield 2042 เวอร์ชัน Gold/Ultimate จะได้เล่นก่อน 7 วัน
BASUP!
Dying Light 2 Stay Human จะมีอาวุธให้เล่นกว่า 200 ชิ้น
BASUP!
Tales of Arise Review "๋มือปืนปากร้ายกับนายหน้ากากเหล็ก"
OcelotBoy
Editors' Choice
DokeV เกมจากผู้สร้าง Black Desert ปล่อยตัวอย่างใหม่ โชว์เกมเพลย์และโลกสุดน่ารัก
BASUP!
รวมคะแนนรีวิว Aliens: Fireteam Elite จากสื่อชื่อดังของต่างประเทศ
GunKC
5 เหตุผลที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด เดอะวิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า
JinJan
[Review] Ghost of Tsushima: Director's Cut 'เกมที่ภาพสวยที่สุดบน PlayStation 5'
OcelotBoy
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
พรีวิว Diablo II: Resurrected กลับมาอีกครั้งกับเกมในตำนาน ด้วยกราฟิกทันสมัย
16/08/2021

เมื่อช่วงต้นปีทาง Blizzard Entertainment ก็ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการ Remastered เกมในตำนานอย่าง Diablo II โดยใช้ชื่อว่า Diablo II: Resurrected ที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างกราฟิกของเกมยกชุด รวมถึงยังทำการเพิ่มระบบใหม่ๆ เข้าไปอีกด้วย ซึ่งล่าสุดทางผู้พัฒนาก็ได้ทำการเปิดทดสอบช่วง Early Beta Access ที่จะปล่อยให้เราได้เข้าไปทดลองเล่นตัวเกมจำนวน 2 บทแรกของเกม โดยเรา GameFever TH ได้ทำการไปทดลองเล่นมาเรียบร้อยและจะมาพรีวิวเกมนี้คร่าวๆ ว่ามันมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง

ส่วนตัวอาจจะไม่ได้ขอลงเรื่องรายละเอียดเกมเพลย์ของเกมเสียเท่าไรนัก เพราะถ้าหากใครที่เคยเล่นเกม Diablo II มาก่อน ระบบเกมเพลย์หรือเนื้อเรื่องก็จะเหมือนกันเกือบทั้งหมดนั่นคือการเดินเปิดแผนที่ผจญภัยพร้อมกับทำเควสที่ได้รับมาไปด้วย เพียงแต่ในภาคนี้ทางผู้พัฒนาจะรวมคอนเทนต์ทั้งหมดทั้งภาคหลัก และภาคเสริมอย่าง Lord of Destruction เอาไว้ ส่วนในช่วงการทดสอบนี้ทางผู้พัฒนาเปิดให้เล่นเพียงแค่ 5 คลาสเท่านั้น (เปิดให้เล่นทั้งหมดยกเว้น Assassin และ Necromancer) ซึ่งการเล่นแต่ละบทจะใช้เวลาราวๆ 4-5 ชั่วโมงต่อหนึ่งบท 


รวมถึงในภาคนี้ระบบใหม่ที่ถูกนำใส่เข้ามาก็คือระบบ Stash คลังเก็บของรวมที่เราสามารถโอนถ่ายของต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะในภาคเก่าๆ ระบบคลังของแต่ละตัวละครจะไม่เชื่อมกัน ทำให้เราจะต้องทำการทิ้งของและให้อีกตัวมาเก็บ หรือถ้าเล่นร้านเกมก็ต้องใช้ระบบ Lan ฝากเพื่อนไว้ แต่สำหรับในภาคนี้เราสามารถฝากของได้ตลอดเวลา

กราฟิกสุดสวยงาม แต่ก็ปรับไปเล่นแบบเก่าได้ตลอดเวลา

แต่ส่วนที่ต้องพูดเยอะหน่อยก็คงจะเป็นในเรื่องของกราฟิกที่ถือว่าทางผู้พัฒนาไม่ได้มาเล่นๆ เลย เพราะตัวเกมทำการยกเครื่องกราฟิกใหม่เกือบทั้งหมด ปกติถ้าขึ้นชื่อว่าแค่ Remastered ผู้พัฒนามักจะใช้โมเดลเดิม แต่เพิ่มความสวยงามกับความละเอียดเท่านั้น แต่นี่ทั้งในเรื่องของการปั้นโมเดลหรือ Effect ของสกิลมีการทำใหม่ทั้งหมดให้เทียบเท่ากับความสวยประมาณ Diablo III เลยทีเดียว

และสิ่งที่พิเศษไปว่านั้นก็คงจะเป็นการเอาใจแฟนเกมดั้งเดิมที่ถ้าหากคุณอยากกลับไปเล่นกราฟิกในสมัยก่อน คุณก็สามารถกดปุ่มเพื่อสลับภาพกลับไปเล่นแบบเวอร์ชัน Original ได้ทันที พร้อมปรับความละเอียดให้กลายเป็น 4:3 ซึ่งในตอนที่ผู้เขียนเล่นกดเพียงแค่ปุ่ม G ก็จะสลับกราฟิกทันทีได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งต้องรับว่ามันเป็นอะไรที่อเมซิ่งมากๆ เพราะถ้าให้เปรียบเทียบกราฟิกเก่าและใหม่ มันแทบจะเป็นคนละเกมเลยก็ว่าได้ และมันก็สามารถเอาไปใช้ได้กับทั้งโหมดเล่นคนเดียวกับโหมดเล่นหลายคนได้ โดยทั้งสองเวอร์ชันถึงแม้ระบบต่างๆ จะเหมือนกัน แต่มันก็ให้อารมณที่ต่างกันอยู่พอสมควร

Multiplayer

มาถึงอีกหนึ่งฟีเจอร์หลักของเกมที่ถูกใส่เพิ่มเข้ามาใน Diablo II: Resurrected ที่ในภาคนี้เราสามารถเล่นกับเพื่อนได้พร้อมกันถึง 8 คนในโหมดออนไลน์ (หรือถ้า Local เล่นได้ 16 คน) ซึ่งตัวเกมได้ใส่ระบบที่เรียกว่า Lobby โดยจะเป็นห้องที่เอาไว้ให้เราสร้าง หรือเข้าร่วมไปเล่นกับคนอื่นได้อย่างอิสระ แถมมันยังมีการบอกให้ทราบอีกด้วยว่าห้องนี้ถูกสร้างมาแล้วกี่นาที ถ้าเราเข้าห้องไปมันก็ทำให้สามารถคาดคะเนคร่าวๆ ได้ว่าคนในห้องผจญภัยไปประมาณไหนแล้ว รวมถึงน่าจะส่งผลทำให้เกมนี้มีระบบซื้อขายของจากผู้เล่นได้เช่นกัน เพราะเราสามารถโยนของให้กันได้อย่างอิสระ


แต่ถึงอย่างนั้นระบบนี้ก็อาจจะต้องถูกพัฒนาให้มากขึ้นกว่านี้หน่อย เพราะเกม Diablo II: Resurrected เอาไม่มีระบบ Voice Chat ทำให้การสื่อสารต้องทำผ่าน Text เท่านั้น ซึ่งสำหรับแฟนๆ Diablo หรือแฟนเกม RPG อื่นๆ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ผู้เล่นใหม่ๆ ที่ไม่ชินการพิมพ์ก็คงจะรู้สึกติดขัดไม่น้อย รวมถึงตัวเกมเองก็ไม่ได้มีระบบติดตามเพื่อนเวลากำลังผจญภัยอยู่นอกเสียจากเพื่อนในห้องจะทำการเปิด Portal เพื่อให้เราเข้าไป ทำให้บางครั้งเวลาเข้าเกมมาก็เหมือนเดินเล่นอยู่คนเดียวทุกที แต่ถ้าเจอคนเป็นงานหน่อยก็โอเค รวมถึงการเล่นถึงแม้จะเล่นคนเดียว ตัวเกมก็จะบังคับให้เราต่อ Internet เพื่อล็อคอิน Battle.Net ตลอดเวลา ทำให้ตัวเกมจะมีปัญหาเรื่องปิง เวลาเดินวาร์ปกลับมาที่เดิม หรือปั๊มเลือดช้าบ้าง


บังคับด้วย Controller สะดวกกว่า เมาส์/คีย์บอร์ด อีก

ส่วนระบบสุดท้ายที่เราจะพูดถึงก็คือระบบการบังคับเกมด้วย Controller (เพราะว่าเกมนี้ลงเครื่อง Console ด้วย) ซึ่งหลังจากที่ได้เข้าไปลองมาต้องบอกเลยว่ามันค่อนข้างทำออกมาได้ดีพอสมควร และดูเหมือนจะใช้งานง่ายกว่าเมาส์และคีย์บอร์ดด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างเช่นหน้า Interface ของ Controller จะมีช่องใส่สกิลมาให้เราเห็นทันที ต่างจากการบังคับด้วยเมาส์และคีย์บอร์ดที่เราจะต้องกด S เพื่อสลับสกิลเอาเอง รวมถึงระบบการล็อคเป้าที่ค่อนข้างทำได้ง่าย และตัวเกมจะทำการ Auto Loot เงินบนพื้นให้อัตโนมัติต่างจากการให้เมาส์และคีย์บอร์ดที่เราจะต้องทำเองทั้งหมด


ความรู้สึกหลังเล่น

จากที่ได้เข้าไปทดสอบเกมนี้มาราวเกือบๆ 10 ชั่วโมง ก็ต้องบอกว่าในด้านเกมเพลย์ต่างๆ ของเกมก็ยังไม่ได้แปลกใหม่อะไร มันก็อาจจะไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกว้าวมากนักในเรื่องนี้ เพราะสุดท้ายแล้วมันก็ยังเป็นเกมเพลย์จากภาคเก่า ใครที่เคย Diablo III หรือเกมแนวนี้อื่นๆ มาก่อนก็คงเฉยๆ กับ Diablo II: Resurrected แต่ถ้าหากใครที่ไม่ได้เล่นเกมแนวนี้มานาน อยากที่จะกลับมารำลึกความหลังจากที่ไม่ได้แตะเกมนี้มาหลายสิบปี นี่มันก็เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่คุณจะได้เข้าไปลองเล่นมันอีกครั้ง กับกราฟิกที่อลังการงานสร้างมากกว่าเดิม โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 23 กันยายน 2021 บนเครื่อง PC, PS4, PS5, Xbox One, Xbox Series X/S และ Nintendo Switch สนนราคา 40$ ( LINK )


บทความที่คล้ายกัน
ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
ผู้พัฒนาเผย Sherlock Holmes: Chapter One ไม่มีการทำงานแบบโหมหนักในบริษัทเลย
BASUP!
NARAKA: BLADEPOINT จัดอีเวนต์ Showmatch ดึง Influencer ชื่อดังร่วมสงครามวิทยายุทธกว่า 36 ชีวิต
BASUP!
Battlefield 2042 เวอร์ชัน Gold/Ultimate จะได้เล่นก่อน 7 วัน
BASUP!
Dying Light 2 Stay Human จะมีอาวุธให้เล่นกว่า 200 ชิ้น
BASUP!
Tales of Arise Review "๋มือปืนปากร้ายกับนายหน้ากากเหล็ก"
OcelotBoy
Editors' Choice
DokeV เกมจากผู้สร้าง Black Desert ปล่อยตัวอย่างใหม่ โชว์เกมเพลย์และโลกสุดน่ารัก
BASUP!
รวมคะแนนรีวิว Aliens: Fireteam Elite จากสื่อชื่อดังของต่างประเทศ
GunKC
5 เหตุผลที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด เดอะวิทเชอร์ นักล่าจอมอสูร: ตำนานหมาป่า
JinJan
[Review] Ghost of Tsushima: Director's Cut 'เกมที่ภาพสวยที่สุดบน PlayStation 5'
OcelotBoy
Show header