GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
บทความ
Dark Souls ตำนานเนื้อเรื่องบทที่ 16 มังกรขาวจอมวิปลาส กับพลังอมตะ
ลงวันที่ 01/04/2021

         สวัสดีครับ! กระผมขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Lore และตำนานในเกม Dark Souls บทที่สิบหก ซึ่งเนื้อหาภายในบทนี้ จะเป็นช่วงที่ผู้เล่นสามารถเลือกเส้นทางไปปราบเหล่าบอส Lord Soul อันประกอบไปด้วยจ้าวแห่งความตาย Nito, แม่มดแห่งนคร Izalith, สี่ราชันแห่ง New Londo, และมังกรไร้เกล็ด Seath ทว่าในส่วนเนื้อเรื่องเสริมของ DLC Artorias of the Abyss ผมก็ได้วางแผนแล้วว่าจะใส่มาในบทถัดไป(บทที่สิบเจ็ด)

         เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมก็ขอนำทุกท่านเข้าสู่ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบหก “มังกรขาวจอมวิปลาส กับพลังอมตะ”

( ภาพประกอบ : ในโลกของ Dark Souls มีผู้โง่เขลาบางคนคิดว่าการเป็นอมตะคือทางออกของทุกสิ่ง... )

< ลิงค์บทความก่อนหน้า > 

บทที่หนึ่ง l บทที่สอง l บทที่สาม l บทที่สี่

บทที่ห้า l บทที่หก l บทที่เจ็ด l บทที่เเปด

บทที่เก้า l บทที่สิบ l บทที่สิบเอ็ด l บทที่สิบสอง

บทที่สิบสาม l บทที่สิบสี่ l บทที่สิบห้า

 

เปิดประตูสู่ Lord Soul

             หลังได้รับ Souls Vessel อันเป็นกุญแจของเหล่าทวยเทพ Undead นิรนามก็เดินทางกลับไปยัง Firelink Shrine เพื่อรับคำแนะนำจากอสรพิษจอมเจ้าเล่ห์ Frampt ทว่าทางด้านอัศวิน Solaire ได้ขอตัวอยู่เยี่ยมชมเมืองหลวง Anor Londo ต่อไป ทั้งสองจึงตัดสินใจแยกทางกันในที่สุด

         ระหว่างเดินทางกลับพระเอกของเราก็ไม่ลืมที่จะแวะทักทาย Darkmoon Knightess ซึ่งนางก็รู้สึกชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง(ก็แน่ละ! เพราะแมงเมาบินเข้ากองไฟแล้วนิ) โดยก่อนจะจากกัน Darkmoon Knightess ก็ได้แนะนำให้เขาไปปราบเจ้ามังกรไร้เกล็ด Seath เป็นอันดับแรก เนื่องจากมันอาศัยอยู่ในหอจดหมายเหตุ Duke's Archives ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก Anor Londo มากนัก 

( ภาพประกอบ : ภาพ Duke's Archives ในมุมสูงที่ได้มาจากการเเฮค )

         เวลาผ่านไปจนกระทั่ง Undead นิรนามกลับมาถึงยัง Firelink Shrien เขาก็ได้รับการต้อนรับจากบรรดาคนที่ยังเหลืออยู่ โดยจะขาดก็แต่พ่อมดเพลิง Laurentius ซึ่งเดินทางลงไปยัง Blighttown และเจ้า Crestfallen Warrior ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ...

         Undead นิรนามไม่ได้จนใจถ้อยคำสรรเสริญเยินยอถึงวีรกรรมของเขาแต่อย่างใด หากแต่ได้รีบปลีกตัวเดินไปยังห้องขังของ Anastacia และวางวิญญาณของนางลงยังจุดเดิมที่เคยถูกคร่าชีวิต ตอนนี้เขาได้ลงมือทำทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้แล้ว ต่อไปคงได้แต่สวดภาวนาขอให้ Anastacia กลับมาเกิดใหม่โดยเร็ว…

( ภาพประกอบ : หลัง Anastacia กลับมาเกิดใหม่ ผู้เล่นจะสามารถพูดคุยกับนางได้ ทว่านางกลับไม่ค่อยอยากพูดกับเรา )

         นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี ที่สายลมเย็น ๆ ได้พัดเอาความหวังกลับคืนสู่ดินแดน Lordran อีกครั้ง และมันก็ทำให้ Frampt เจ้างูยักษ์บรรพกาลรู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างมาก โดยได้มันกล่าวกับ Undead นิรนามว่า Soul Vessel จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อถูกนำไปวางไว้บนแท่นบูชาภายใน Firelink Altar เท่านั้น ซึ่งวิธีการเดินทางไปที่นั่น Undead นิรนามจะต้องยอมเข้าไปอยู่ในปากเน่า ๆ ของ Frampt เสียก่อน เเล้วมันจึงจะพาเขาไปส่งที่  Firelink Altar ได้

( ภาพประกอบ : บรรยากาศใน Firelink Altar )

 

         Frampt ขย้อน Undead นิรนามซึ่งกำลังอารมณ์เสียจากกลิ่นเหม็นลงสู่พื้นของสถานที่ปริศนาแห่งนี้   อันดูมีสภาพเป็นเหมือนกับวิหารร้างยุคโบราณ รอบด้านเต็มไปด้วยรากไม้ยักษ์ใหญ่ประหลาดชอนไชไต่ตามผนังทั่วไปหมด เเละหากจะให้สันนิษฐานตัวเขาก็คงคิดว่ากำลังอยู่ในใต้ดิน

         Frampt กล่าวว่าการวาง Lord Vessel ลงบนแท่นบูชา จะเป็นการปลดปล่อยพลังงานของ The First Flame เข้าสู่ Bonfire ทั่วทั้งโลกให้เชื่อมต่อถึงกัน อีกทั้งยังปลดผนึกม่านพลังที่ป้องกันดินเเดนของเหล่าบรรดาผู้ถือครอง Lord Soul อีกด้วย  ฉะนั่น Undead นิรนามควรจะรีบทำภารกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากตอนนี้อาจจะมีคนที่ไม่หวังดี ริอาจอยากช่วงชิง Lord Soul ตัดหน้าเขาก็เป็นได้

( ภาพประกอบ : การปลดผนึก Lord Vessel จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถวาปไปมาระหว่าง bonfire ได้ )

         หลังกลับมาจาก Firelink Altar พระเอกของเราก็ตัดสินใจค้างแรมสักหนึ่งคืนเพื่อเอาเเรง และได้ใช้ช่วงเวลายามราตรีเสวนากับผู้คนที่ยังอยู่ที่นั้น เขาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้พบพานรวมไปถึงการเลือกตัดสินใจว่าจะไปปราบ Lord Soul ตนไหนก่อนดี…

         เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าปราชญ์พ่อมด Big Hat Logan ก็มองเห็นโอกาสในการเข้าไปยัง Duke's Archives มันได้คะยั้นคะยอหาเหตุผลสารพัดสารเพมาจูงใจพระเอกของเรา อย่างเช่นการเอ่ยถึงนักบวชสาวที่มีชื่อว่า Rhea... เจ้า Logan เชื่อว่านางอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้ อีกทั้ง Duke's Archives ยังเป็นป้อมปราการอันเเสนสำคัญของบิดาแห่งเวทมนตร์ Seath ดังนั้นการที่มีเขาติดตัวไปด้วย ย่อมจะมีประโยชน์มากกว่าไปคนเดียวเป็นไหน ๆ… ซึ่งก็แน่นอนว่า Undead นิรนามก็ไม่ปฏิเสธ

( ภาพประกอบ : ภาพ concept art ของ Duke's Archives )

 

 

สวนสัตว์นรก

         หอจดหมายเหตุ คือสถานที่อันเป็นแหล่งเก็บเอกสารและข้อมูลความรู้มากมาย ตลอดรวมไปถึงบันทึกเเห่งประวัติศาสตร์(ประวัติศาสตร์ที่ Gwyn เขียน) Duke's Archives เคยถือกำเนิดมาด้วยแนวคิดข้างต้นมาก่อน... มันควรจะเป็นสถานที่ที่เหล่าบัณฑิตสมองเปรื่องทั่วล่าใฝ่ฝันจะมาเยี่ยมเยือน ด้วยหวังจะได้รับการศึกษาร่ำเรียนเวทมนตร์จากบิดาแห่ง Sorcerer ตัวต่อตัว

นับวัน Duke's Archives ก็ยิ่งเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเรื่อย ๆ มันพัฒนาซะจนมีกองทัพส่วนตัวที่รับใช้เฉพาะกับ Seath เท่านั้น แถมยังมีการสร้างโรงเรียนเวทมนตร์สาขาลูกตามอาณาจักรต่าง ๆ อีกมากมาย โดยที่เห็นจะมีชื่อมากที่สุดก็คงไม่พ้นโรงเรียนมังกรขาว Vinheim ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับมหานครทั้งเมืองกันเลยทีเดียว

         ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป จู่ ๆ Duke's Archives ก็หยุดรับผู้คนจากภายนอกอย่างไม่เเจ้งสาเหตุ นานนาน~ถึงจะมีพวกข้ารับใช้ Channeler ออกมาทำธุระให้กับ Seath อย่างเช่นการนำพิมพ์เขียวอาวุธเวทมนตร์ไปให้แก่ช่างตีเหล็กยักษ์แห่ง Anor Londo สร้าง

ภาพลักษณ์ของ Duke's Archives กลับยิ่งแย่หนักขึ้นไปอีก เมื่อเริ่มมีข่าวแพร่สะพัดถึงการจับมนุษย์ไปทดลอง (ช่วงเวลาก่อน Curse of Undead จะปรากฏตัวครั้งแรก และกลุ่มกบฏทมิฬกำลังวางแผน) ทำให้เหล่าบรรดาเทพเจ้าแห่ง Anor Londo ไม่สามารถไว้ใจ Seath ได้อีกต่อไป เเละหาข้ออ้างเพื่อปิดผนึก Seath เอาไว้ใน Duke's Archives… ทว่าพวกทวยเทพหารู้ไม่ว่านี่แหละคือสิ่งที่เจ้ามังกรวิปริตต้องการ มันอยากจะใช้ช่วงเวลาหลายพันปีเพื่อการทดลองอะไรบางอย่าง

( ภาพประกอบ : ใน comic เนื้อเรื่องเสริมของเกม Dark Souls ได้มีการบอกไว้ว่า Channeler เป็นพวกมีสติปัญญา เเละเที่ยวตระเวนจับผู้หญิงไปให้ Seath )

         กลับมายังปัจจุบัน Undead นิรนามและจอมเวทย์ Logan ต่างร่วมมือกันฝ่าฟันเหล่าทหารยาม Royal Sentinel กับหมูโลหะ Fang Boar พวกเขาพยายามดั้นด้นดิ้นรนจนเข้ามาถึงยังห้องโถงด้านหน้าของ Duke's Archives ได้สำเร็จ ซึ่งแม้สถานที่แห่งนี้จะไม่เปิดรับผู้คนมานานแล้ว เเต่ทว่าข้าวของภายในกลับยังคงสะอาดเอี่ยมอ่อง โดยเฉพาะกับชั้นหนังสือที่ถูกเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบทุกตารางนิ้ว ประหนึ่งกับว่ามีคนคอยปัดกวาดเช็ดถูมันอยู่ทุกวัน

         Logan สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์อันมหาศาลลอยตลบอบอวลไปทั่วอากาศ เขาเริ่มมีท่าทีกระสันไม่อยู่กับร่องกับลอยวิ่งเข้าหาชั้นหนังสือ พร้อมกับเปิดมันอ่านด้วยดวงตาอันแวววาวราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ Undead นิรนามพยามขานเรียกพร้อมกับวิ่งตามหลังเจ้าพ่อมดไปเเต่ก็หาวิ่งทันไม่ เขาค้นหาเจ้าพ่อมดตามมหาสมุทรชั้นหนังสืออยู่สักพัก ทว่าเขากลับบังเอิญได้พบกับยักษ์ Crystal Golem ซึ่งมันก็วิ่งจู่โจมใส่เขาทันทีตามสัญชาตญาณดุร้าย...ซึ่งแน่นอนว่าหาได้ระคายปลายดาบของ Undead นิรนามไม่ เขาสามารถจัดการมันลงได้ภายในดาบเดียว

( ภาพประกอบ : ห้องสมุดที่ควรจะผู้คนมากมาย บัดนี้กลับเหลือเพียงเเต่ความเงียบ )

         Crystal Golem ร่างระเบิดแตกสะลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยท่ามกลางกองเศษสากเรืองแสงนับพัน ๆ ชิ้น พระเอกของเราก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังบางสิ่งที่มองไม่เห็น พลังที่มอบความรู้สึกหอมหวนอันดูคุ้นเคยเมื่อนานมาเเล้ว... ใช่แล้วความรู้สึกเช่นนี้ก็คือตอนที่เขาได้พบกับกุลสตรี Dusk เป็นครั้งเเรก

         Undead นิรนามนั่งลงคุ้ยกองเศษซากคริสตัลชิ้นเเล้วชิ้นเล่า จนได้พบกับเครื่องรางปริศนา Broken Pendant เครื่องรางที่ทำให้เข้ามองเห็นภาพนิมิตใบหน้าของกุลสตรี Dusk ที่ตนเองเกือบจะลืมไปนานแล้ว

         พระเอกของเราเลิกสนใจตามหาเจ้าพ่อมด Logan ตัวยุ่ง เเละหันเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ Broken Pendant ภายในมือ พร้อมกับมุ่งหมายว่าหลังจากปราบ Seath เสร็จ ตัวคงจะเเวะเวียนไปทักทายเเม่นาง Dusk สักหน่อย 

( ภาพประกอบ : Crystal Golem ตัวนี้จะโผล่ออกมาก็ต่อเมื่อผู้เล่นครอบครอง DLC Artorias of the Abyss เท่านั้น )

         Undead นิรนามมุ่งหน้าขึ้นลิฟต์สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ  โดยระหว่างทางเขาก็ได้จัดการเหล่าลูกกระจ๊อก Undead Crystal ไปมากมาย จนกระทั่งมาถึงยังห้องซึ่งเต็มไปด้วยผลึกเเก้ว Crystal มากมาย ที่งอกเงยออกมาทั่วทั้งพื้น, กำแพง, และเพดาน พวกมันต่างเปล่งความสว่างไสวราวกับว่าเป็นทางช้างเผือกสีขาวนม เเต่กระนั้น ก็หาได้ขาวสว่างไปมากกว่าผิวสีเผือกของเจ้ามังกรที่อยู่ตรงไม่ เจ้ามังกรจอมวิปลาสซึ่งกำลังเฝ้ารอพระเองของเรา... Seath

( ภาพประกอบ : Undead Crystal ก็คือมนุษย์ที่ถูก Seath จับมาทดลองด้วยการยัดผลึก Crystal เข้าไปควบคุมร่างกาย )

         Seath หนึ่งในมังกรนิรันดรสายเลือดแท้ตนสุดท้าย ยืดคอสยายปีกสีรุ่งระยิบระยับชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังเเสง Crystal ตามด้วยการขยับรยางค์หางสามเส้นอันพิกลพิการไปมา ประหนึ่งราวกับว่ามันกำลังดีใจที่จะได้หนูทดลองเป็น Undead ผู้ถูกเลือก… มันอยากจะคว้านตับไตไส้พุงของ Undead คนนี้เพื่อดูว่าสิ่งใดกันที่ทำให้เขาพิเศษกว่า Undead คนอื่น ๆ

         ศึกต่อสู้ เริ่มต้นขึ้นด้วยพลังลมหายใจเวทมนต์จากฝั่งเจ้ามังกรวิปลาส อันมีฤทธิ์สามารถเปลี่ยนให้กายเนื้อกลายเป็นก้อนหินได้(สถานะ Curse) แต่ว่าพระเอกของเราก็ได้อาศัยความพลิ้วส่วนตัวหลบเลี่ยงไปอย่างสบาย ๆ โดยที่เขาไม่รู้ไม่ว่านี่อยู่ในการคำนวนของ Seath... 

ลมหายใจที่ Seath พ่นออกไปหาได้เป็นการโจมตีอันไร้ทิศไร้ทางไม่ มันค่อย ๆ สร้างผลึก Crystal งอกขึ้นมาตามพื้นที่ดังกล่าว เพื่อต้อนให้ Undead นิรนามจนมุมทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งพลาดท่าถูกอาบด้วยลำแสงเวทมนต์เเละตายลงในที่สุด

( ภาพประกอบ : ภายในเกม ผลึกเเก้วที่เกิดจาก Seath จะขว้างทางเดินผู้เล่นเอาไว้ชั่วคราว )

( ภาพประกอบ : Concept Art ดั่งเดิมของห้องโถงบนสุดใน Duke's Archives  )

         ช่วงเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ Undead นิรนามตื่นขึ้นมา และพบว่าตนเองจะกลับเกิดมาอยู่ในห้องขังแปลกประหลาดซึ่งทำจากชั้นหนังสือ เเทนที่จะไปเกิดใหม่ยัง Bonfire ล่าสุด

พระเอกของเราพอจะทราบมาก่อนว่าเจ้ามังกรขาวนั้นปราดเปรื่อง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเก่งจนสามารถแซกแทรงกระแสวิญญาณภายใน Bonfire ได้เพียงนี้… เห็นทีเขาคงดูถูก Seath มากไป

ดูเหมือนว่า Seath จะเข้าใจถึงจุดแข็งของพวก Undead ในเรื่องตายแล้วสามารถเกิดใหม่ ตัวมันจึงใช้ประโยชน์จากจุดนี้สร้างกับดักจับหนูทดลองขึ้นมาซะเลย เเถมยังเป็นการกีดกันไม่ให้ Undead กลับมาพยายามฆ่าตนซ้ำเเล้วซ้ำเล่า นับว่านี่เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวก็คงไม่ผิดนัก

 

( ภาพประกอบ : ภายในเกมผู้เล่นสามารถข้ามฉากการต่อสู้กับ Seath ในครั้งเเรกได้ โดยการกระโดดลงจากระเบียงลิฟต์ในตำเเหน่งดังภาพ  )

 

         สถานที่ซึ่ง Undead นิรนามถูกนำมาคุมขังก็คือคุกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากห้องสมุดอันเเสนสวยงาม มันคือคุกซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยชั้นตำราหนังสือที่ไม่มีประโยชน์ วางทับซ้อนกันชั้นเเล้วชั้นเล่าก่อตัวขึ้นเป็นหลุมวงกลมที่มีขนาดสูงกว่าร้อยเมตร ซึ่งจะมีเหล่า Man Serpent คอยเดินตรวจตราความสงบอยู่เป็นระยะ ๆ

( ภาพประกอบ : คุกที่ถูกาสร้างขึ้นจากชั้นหนังสือ )

         เมื่อได้สติพระเอกของเราก็ไม่รอช้ารีบหาทางหนีทันที เขาใช้เวลาสังเกตดู Man Serpent ตนหนึ่งซึ่งคอยทำหน้าที่เฝ้าระวังเขาเป็นพิเศษ เจ้า Man Serpent ตนนี้มันจะไม่ค่อยเดินห่างไปไหนมาไหนไกลจากห้องขังเขาเท่าไรนัก และมักจะวิ่งหน้าตั้งมาดูเสมอเมื่อเขาหายตัวลับหลบเข้ามุมห้อง ดังนั้นพระเอกของเราจึงได้อาศัยประโยชน์จากจุดนี้ ล่อให้มันเดินเข้ามาใกล้ลูกกรง จากนั้นก็จัดการยื่นมือออกบีบกระดูกคอมันจนเเหลกตายภายในเสี้ยววินาที

         กุญเเจห้องขังที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ ถูกล่วงออกมาจากศพเพื่อเปิดประตูลูกกรงหนี แต่ทว่าโชคร้ายเหล่าเวรยามเเถวนั้นดันพานพบเห็นพอดิบพอดี พวกมันจึงส่งสัญญาณลั่นแตรเตือนเหล่า Man Serpent ตนอื่น ๆ ร่วมไปถึงการปล่อยพวกสัตว์ทดลอง Pisaca ให้ออกมารุมไล่ล่านักโทษเหมือนกับหมาล่าเนื้อ

( ภาพประกอบ : เเตรสัญญาณภายในคุกห้องสมุด  )

( ภาพประกอบ : Concept Art ของ Pisaca… โดยมีคนตั้งทฤษฎีว่าพวกมันถูกฝึกให้เชื่อฟังเสียงเเตรสัญญาณ เพราะถ้าหากผู้ปิดมัน Pisaca โจมตีผู้เล่นก่อน  )

         แม้ว่าระดับพลังของ Undead นิรนามจะก้าวไกลไปกว่าพวกลูกสมุนของ Seath แต่ถ้าหากเสียงแตรสัญญายังคงร้องดังไม่หยุดเช่นนี้ เห็นทีอีกไม่นานจำนวนของศัตรูก็คงจะมากจนเกินรับมือ และถ้าหากพลาดท่าขึ้นมาครั้งต่อไปคงจะเเหกคุกได้ไม่ง่ายอีกเเล้ว Undead นิรนามจำต้องเสี่ยงลงไปยังก้นเหวของคุกเพื่อปิดแตรสัญญาเสียก่อน เเต่นั่นก็ทำให้เขาได้พบกับตาพ่อมด Logan อีกครั้ง 

เจ้าพ่อมดขอร้องให้ Undead นิรนามปล่อยตนเองจากที่คุมขัง ทว่าคร่านี้พระเอกของเรากลับปฏิเสธ โดยกล่าวว่าตราบใดที่ Logan ยังคงทำตัวปลิ้นปลอนตลบตะเเลงเเบบนี้ ตัวเขาก็คงมิอาจเชื่อใจได้

หลังได้ยินเช่นนั้นเจ้าพ่อมดก็คอตกด้วยความจนมุม มันจึงสารภาพว่าเหตุผลที่มาที่นี่ก็เพื่อศึกษาตำราความรู้เวทมนตร์ หาได้มาเพราะต้องการช่วย Undead นิรนามไม่… อย่างไรก็ตาม Logan ได้บอกอีกว่าตอนที่ตนถูกนำตัวมาคุมขัง บังเอิญสายตาดันไปมองเห็นผู้หญิงในชุดนักบวชสีขาวคนหนึ่ง ซึ่งนั่นอาจจะ Rhea ที่ Undead นิรนามกำลังตามหาอยู่ก็ได้ โดยถ้าหากยอมปล่อยเขาออกไป Logan ก็จะช่วยบอกทางให้เพื่อเป็นการเเลกเปลี่ยน

( ภาพประกอบ : ในคุกที่ Logan อาศัยอยู่ไม่มี Bonfire ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูง ว่ามันจงใจยอมให้จับเอง )

         Rhea คือชื่อนักบวชสาวเเสนอับโชคคนหนึ่ง เธอนั้นถูกลอบสังหารจนกลายเป็น Undead ด้วยเหตุผลทางการเมือง จากนั้นก็ถูกขับไล่มายังดินแดน Lordran เพื่อทำภารกิจซึ่งไม่มีวันสำเร็จ มิหนำซ้ำยังถูกหลอกลวงให้สิ้นหวังในความมืดอันโดดเดี่ยวจากพวกพ้อง นี่ถ้าหากไม่ได้ตัวของ Undead  นิรนามช่วยเอาไว้ เห็นที Rhea คงจะต้องกลายเป็น Hollow ไปแล้ว

         พระเอกของเรารีบวิ่งตรงปรี่ไปยังห้องขังตามที่เจ้า Logan บอกทันที โดยที่นั่นเขาก็ได้พบกับผู้หญิงในชุดสีขาวสกปรกคนหนึ่ง นั่งคดตัวกอดเขาหันหน้าเข้ามุมห้องขัง กลิ่นกายที่เคยหอมหวนบริสุทธิ์บัดนี้กลับเหม็นเน่าเปื่อยประหนึ่งซากสัตว์ ผิวพรรณอันเคยนิ่มนวลไร้รอยด่าง ปัจจุบันพลันเหือดแห้งเหี่ยวไร้หยดเลือดคอยหล่อเลี้ยง… แม้แต่คู่ดวงตาที่เคยส่องประกายบนใบหน้าตอนนี้ก็พาลเลือนลับดับหายไป เหลือเอาไว้ความดำมืดคล้ายกับรูโหว่จากนรก

         Rhea… คือคำพูดเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ซากศพร่างนี้หันหน้ากลับมามอง ศีรษะใต้ผ้าคลุมของมันสั่นเครือเหมือนกับคนที่กำลังร้องแต่ไม่มีน้ำตาไหลริน มันพยายามยกฝ่ามือที่มองเห็นเเต่กระดูกออกไปหาชายคนเดียวที่เคยช่วยมันเอาไว้

( ภาพประกอบ : ภาพด้านซ้ายก็คือ Rhea ตอนยังมีชีวิต ส่วนภาพด้านขวาเป็นเเค่ร่างไร้สติที่ปราศจากวิญญาณของเธอ... )

         Undead นิรนามโอบกอดร่างกายอันซีดเสียวของหญิงสาวไว้ใต้อ้อมอก ตัวเขาต้องการจะให้นางจดจำรอยยิ้มทั้งน้ำตาเเละความอบอุ่นนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้ายตราบนานเท่านาน เเม้ว่ารยางค์แขนขาเธอจะเริ่มไขว่คว้าไปมาเหมือนกับคนบ้า เเม้ว่าใบหน้าจะเริ่มบิดเบี้ยวร้องตะโกนไม่เป็นภาษา Undead นิรนามก็ยังคงไม่ปล่อยมือจากร่างของ Rhea ตัวเขาจะเป็นคนปลดปล่อยวิญญาณของเธอจากโลกอันโสมม...

 

( ภาพประกอบ : ภายในเกมหากผู้เล่นช่วยเธอออกมาจาก Tomb of Giants เเละได้ไว้ชีวิตพระนักรบ Petrus เธอจะถูกฆ่าตายตั้งเเต่อยู่ในโบสถ์ที่ Undead Burg )

         ความเจ็บปวดรวดร้าว ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ติดตาม Undead นิรนามออกมาจากห้องขัง การตายของ Rhea  ทำให้เขากล่าวโทษตนเองที่มัวแต่ทำตามคำทำนาย เเละเกลียดชัง Seath ที่บังอาจจับตัวคนสำคัญต่อเขามาทรมาน Undead นิรนามสาบานด้วยเลือดว่าเจ้ามังกรไร้เกล็ดจะต้องรับรู้ถึงความสูญเสียนี่เป็นสองเท่า!

เมื่อพลังโทสะเข้าครอบงำพวกลูกกระจ๊อกก็มิอาจต่อกรกับพระเอกของเราได้ เเม้เเต่เวทมนตร์ของพวก Channeler ที่อุตสาห์ขายวิญญาณความเป็นคนเพื่อร่ำเรียนมา ก็ถูกปัดป้องโดยง่ายราวกับเป็นแค่เศษใบไม้

( ภาพประกอบ : ไม่มีการยืนยันว่า Seath อ่านหนังสือได้ยังไงทั้งที่ตาบอด เเต่ทฤษฎีที่นิยมมากที่สุดก็คือพวก Channeler เป็นคนอ่านให้ฟัง )

         พระเอกของเราบุกเข้าไปห้องสมุดยักษ์ซึ่งบรรจุหนังสือเวทมนตร์ล่ำค่าไว้มากมาย...หลายเล่มเป็นคัมภีร์หายากที่มีเพียงหนึ่งเดียวบนโลก แต่ทว่า Undead นิรนามก็หาได้ลังไม่ที่จะทำลายพวกมัน! ศาสตร์ความรู้อันได้มาจากการทรมานผู้คนบริสุทธิ์แบบนี้ เป็นสิ่งที่ Undead นิรนามไม่สามารถยอมรับได้ นี่ถ้าหากว่าเขามีขบเพลิงอยู่ในมือก็คงจะเผาห้องสมุดแห่งนี้ไปแล้ว

         พระเอกของเราไล่ทำลายข้าวของเรื่อยมาจนเข้ามาถึงยังห้องลับแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเขาก็พบเจอเจ้าพ่อมด Logan อีกครั้ง โดยมันกำลังนั่งอ่านตำราปริศนาในมุมมืดของห้อง

         เจ้าพ่อมดกล่าวกับ Undead นิรนามอย่างดีใจว่าในที่สุด ตนก็ได้ค้นพบความลับของ Seath ถึงแก่นแท้แห่งความเป็นอมตะ เจ้ามังกรมิใช่เพียงเเค่มีร่างซึ่งปราศจากอายุขัย หากเเต่ผิวหนังยงคงเเข็งเเกร่งเเละสามารถฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บได้ในพริบตา เรียกง่าย ๆ ว่า Seath ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมังกรนิรันดรไปเเล้ว

( ภาพประกอบ :  Logan หลงใหลมัวเมาในเวทมนตร์เป็นอย่างมาก จนถึงกับกล่าวชม Seath ว่านี่แหละคือ Undead ของจริง... Undead ที่แปลว่าไม่มีทางตาย )

         หลังความลับของเจ้ามังกรถูกเปิดเผย Undead นิรนามก็ลงมือถาม Logan ต่อทันที ถึงวิธีในการคลายเวทมนตร์อมตะนี่ออก ทว่าเจ้า Logan กลับทำท่าทางลุกลี้ลุกลนและปฏิเสธว่าไม่มีทาง ทำให้ Undead นิรนามเลือดขึ้นหน้าเพราะเหลืออดต่อความหลงใหลวิชาของเจ้าพ่อมด เขาทราบดีว่า Seath กลายเป็นอมตะเพราะการทดลอง ฉะนั้นมันจะต้องมีวิธีทำให้เวทมนตร์เสื่อมหรือมีเครื่องรางอะไรสักอย่างซ่อนอยู่เป็นแน่

         พระเอกของเรากับเจ้าพ่อมดไม่สามารถตกลงกันได้เเละหวิดเกือบจะวางมวยกัน เเต่โชคดีที่ Undead นิรนามพลันนึกคิดวิธีเกลี้ยกล่อมเจ้าพ่อได้เสียก่อน เขาจึงงัดเอาเล่ห์กลปลายลิ้นออกมาเป่าหู Logan เเทน

         Undead นิรนามกล่าวว่าหากสิ่งที่ Logan ต้องการก็คือความรู้ในศาสตร์เวทมนตร์ แล้วเขาคิดจริง ๆ เหรอว่ามังกรนิสัยอย่าง Seath จะย่อมแบ่งปันความรู้ง่าย ๆ ลองดูพวก Channeler ซึ่งอยู่รายรอบสถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างก็ได้... Logan คงไม่มีวันเป็นไปได้มากกว่ากว่านั่นหรอก! Seath น่ะขึ้นชื่อในหลายเรื่องก็จริงแต่ความเอื้อเฟื้อไม่ใช่หนึ่งในนั้น หาก Logan อยากจะเรียนรู้เวทมนตร์จริง ๆ เขาก็ต้องถือไพ่เหนือกว่าหรือมีอะไรมาบีบบังคับให้ Seath ยอมทำตาม

( ภาพประกอบ : ภารกิจเสริมของ Big Hat Logan จะทำให้ผู้เล่นสามารถใช้เวทมนตร์ White Dragon Breath ได้...เเม้ว่ามันจะโจมตีเเรงเเต่ถ้าหากว่ากันตามตรง เวทมนตร์นี้ค่อนข้างห่วยในเรื่องการเล็งเป้าหมายเเบบสุด ๆ )

         หลังได้ยินดังนั้น Logan ก็เริ่มสงบจิตสงบใจลง เขาเงียบไปสักครู่ก่อนจะตัดสินใจบอกว่า Seath มีจุดอ่อนเป็น Primordial Crystal ผลึกวิเศษที่เก็บงำพลังอมตะของเจ้ามังกรเอาไว้ แต่แน่นอนว่าของล้ำค่าแบบนี้ไม่มีวันถูกเก็บไว้ในสถานที่ธรรมดา ๆ ตัวมันเองก็เคยลองพยายามเดินทางเข้าไปแล้วแต่ก็ล้มเหลว... นามของสถานที่นั้นก็คือ Crystal Cave หรือ ถ้ำผลึกแก้ว

( ภาพประกอบ : ภาพถ่ายที่อยู่ด้านซ้ายคือถ้ำคริสตัลของจริง ซึ่งเป็นเเรงบันดาลใจให้ภาพทางด้านขวาภายในเกม )

         หลังได้รับสิ่งที่ต้องการ Undead นิรนามก็เลิกสนใจอดีตสหายคนนี้ และมุ่งหน้าตรงไปยัง Crystal Cave  โดยระหว่างทางเขาก็บังเอิญไปพบกับ Crystal Golem สีทองตนหนึ่ง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ผนึกกุลสตรี Dusk เอาไว้ไม่มีผิด

         พระเอกของเราจัดการช่วยคนที่ติดอยู่ภายในออกมา ทว่าชุดเกราะของบุคคลนั้นกลับทำให้เขาคิดคำนึงถึงเจ้าอัศวินหัวหอม Siegmeyer เสียเหลือเกิน จะต่างกันก็แค่คนที่อยู่ข้างในชุดกลับเป็นผู้หญิงนามว่า Sieglinde โดยนางได้อธิบายว่าตนกำลังตามผู้เป็นพ่ออยู่ (ก็ลูกสาวของ Siegmeyer นั่นแหละ)

         Undead นิรนามแปลกใจนิดหน่อยว่าคนอย่าง Siegmeyer เนี่ยนะมีลูก?... แถมยังเป็นลูกสาวใจเด็ดเกินชายเสียอีก! เพราะคงมีไม่กี่คนนักที่เดินทางมายังดินแดน Lordran ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นคนเป็นเป็น(ยังไม่ตายกลายเป็น Undead) การสนทนาระหว่างสองชายหญิง จบลงด้วยการที่ Sieglinde เดินทางกลับไปยัง Firelink Shrine เพื่อตามรอยพ่อของเธอ และปล่อยให้พระเอกของเราลุยต่อเข้าไปใน Crystal Cave เพียงคนเดียว

( ภาพประกอบ : ในภาพนั่นก็คือ Sieglinde… ถ้าไม่มีเสียงพากย์ เราก็คงจะนึกไปเเล้วว่านี่คือ Siegmeyer )

         แสงอันวาววับราวกับพระอาทิตย์สีฟ้านับล้านดวง สาดส่องความสว่างใส่พระเอกของเราทันทีที่เขาเข้ามาถึง Crystal Cave ภายในนั้นมีสภาพเหมือนกับหุบที่ลึกมาก ๆ ทอดตัวยาวเข้าไปในถ้ำ ทว่าอย่าให้ความสวยงามของมันหลอกตาเอาได้ ก้อนผลึกเปล่งประกายพวกนี้ได้แผ่พลังงานเวทมนตร์มหาศาลออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุทำให้ฝูงผีเสื้อ Moonlight Butterfly  ที่เคยดักจู่โจมพระเอกของเรา มารวมตัวดูดกินพลังจากถ้ำนี้

( ภาพประกอบ : Moonlight Butterfly ที่ผู้เล่นเจอใน Darkroot Garden ก็หลุดมาจากที่นี่เนี่ยละ )

         Undead นิรนามนึกถึงคำพูดของเจ้า Logan ที่เคยกล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาก็เพิ่งจะเข้าใจความหมายเอาตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้วิธีห้องปิดตายเช่นนี้ หากบังเอิญมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับ Primordial Crystal อย่างฉับพลัน Seath เเละเหล่าบรรดาลูกน้องก็จะเข้าไปแก้ไขไม่ทันการ... ว่าง่าย ๆ คนที่ฉลาดอย่าง Seath น่าจะต้องสร้างกลไกหรือเครื่องมืออะไรสักอย่างในการข้ามไป

         พระเอกของเราหยิบก้อนผลึกเเก้วขึ้นมา เเล้วก็ปามันออกไปท่ามกลางหุบเหวอันอ้างว้าง เสียงผลึกที่แตกกระจายเมื่อตกกระทบกับก้นเหว ดังก้องขึ้นมาเหมือนกับการเคาะกำแพงเพื่อหาโพรง เขาโยนมันต่อไปซ้ำเเล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งบังเกิดเสียงหนึ่งที่ดังชัดถนัดหู!

ใช่แล้ว! Undead นิรนามอุทานพร้อมกับโยนหินอีกก้อนใส่ที่เดิมเพื่อพิสูจน์สมมติฐาน ปรากฎว่าหินก้อนนั้นกลับลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางอากาศราวกับมันลอยได้ โดยมันก็ทำให้เขารู้ว่าทีว่าที่นี่มีสะพานล่องหนถูกซ่อนเอาไว้

( ภาพประกอบ : ภายในเกมผู้เล่นสามารถทิ้งของไว้เป็นเครื่องบอกทางได้ หรือเดินตามข้อความที่ผู้เล่นใจดีคนอื่นทิ้งไว้ให้ หากเราอยู่ในโหมด Online )

         หลังความจริงเปิดเผย Undead นิรนามก็ไม่รอช้า รีบคลำทางข้ามไปเหมือนกับคนตาบอด เขาค่อย ๆ ข้ามสะพานล่องหนไปทีละนิด ทีละนิด จนเขาสามารถมองเห็นอุโมงค์ที่ส่องแสงแวววับอยู่ตรงหน้า

 ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะเป็นไปได้ด้วยดีอยู่เเล้วเชียว หากมิใช่จู่ ๆ ก็บังเกิดเสียงคำรามปริศนาดังสนั่นไล่มาจากข้างหลัง… Undead นิรนามแทบจะไม่ต้องหันกลับไปมองเลย จิตสำนึกของเขารับรู้ได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของตัวอะไร พระเอกของเราตัดสินใจเสี่ยงตายกระข้ามหุบเหวลึก เเล้ววิ่งตรงตัดผ่านพวกปีศาจ Man Eater Shell ที่อยู่รอบ ๆ ทางเข้าอุโมงค์ไป

         ภายในนั้น Undead นิรนามได้พบผลึกแก้ว  Primordial Crystal อันเป็นเเหล่งพลังอมตะของ Seath เเต่ทว่าแทนที่เขาจะทุบทำลายมันในทันที พระเอกของเรากลับยืนรอให้เจ้าของเสียงคำรามพุ่งตัวเข้ามาในอุโมงค์เสียก่อน... แต่ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าเขาต้องการให้เจ้ามังกรไร้เกล็ด ได้เป็นสักขีพยานในช่วงเวลาต่อจากนี้

( ภาพประกอบ : สูญเสียไปเท่าไรเพื่อให้ได้พลังมา... )

              ความเป็นอมตะคือสิ่งที่ Seath โหยหามาแต่ยุคสมัยยุคสมัยบรรพกาล สิ่งนี้คือปมด้อยที่คอยผลักดันให้เจ้ามังกรลงมือกระทำสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทรยศต่อเผ่าพันธุ์ของตนเอง หรือยอมทำสิ่งผิดศีลธรรม Seath ยอมเเลกทุกอย่างเพื่อที่จะทดแทนปมด้อยภายในใจจนสุดท้ายก็ได้มันมาครอบครอง...

         Undead นิรนามตะโกนเรียกชื่อเจ้ามังกรวิปลาสอย่างสุดเสียง เขารอให้มันหันใบหน้าสีซีดเสียวมาตรง ๆ แล้วจึงถีบผลึกแก้ว Primordial Crystal จนแตกกระจายต่อหน้า Seath

         เพียงเเค่เสียง… เเค่เสียงที่ดังเเสบหูคล้ายกับเเก้วเเตกลงพื้น เจ้ามังกรรู้สึกเจ็บปวดทันทีเหมือนกับมีคนเอาเข็มมาทิ่มหัวใจ ทั้งความเศร้าเเละความโกรธเกรี้ยวที่มิอาจบรรยายได้ คือสิ่งที่ Undead นิรนามต้องการให้ Seath รับรู้เช่นเดียวกับในยามที่เขาต้องมอง Rhea ตายลง

( ภาพประกอบ : ความจริง Seath จะหนีไปเพื่อตั้งหลักใหม่ก็ได้...เเต่ด้วยความโกรธทำให้มันบ้าจนลืมความรอบคอบ )

Seath เริ่มคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันเหวี่ยงหางที่พิกลพิการทั้งสามไปมั่วซั่ว คล้ายกับเด็กน้อยที่ร้องงอแงเมื่อของเล่นชิ้นโปรดถูกทำลาย เเต่ทว่านี่กลับทำให้พระเอกของเรารู้สึกซะใจมากยิ่งขึ้น เขาได้ลงมือวิ่งเข้าไปหั่นหางของเจ้ามังกรออกทีละชิ้น ทีละชิ้น เพื่อให้ Seath ซึมซับความเจ็บทุกอณูรูขุมขนเฉกเช่นเดียวกับเหล่าหนูทดลองที่เคยผ่านมือมัน

         เจ้ามังกรวิปลาสร้องลั่นเเละบิดตัวหมุนไปมา มันพยายามพ่นลมหายใจมังกรเข้าใส่ Undead นิรนาม ทว่าพระเอกของเราก็หลบได้ ประสบการณ์ได้สั่งให้เขาปีนขึ้นบนหลังเจ้ามังกร และจัดการเลื่อยปีกสีรุ้งของมันออกจนไม่เหลือ! 

         ความทรมานปิดฉากลงด้วยการที่ Undead นิรนามปักดาบเข้าใส่ท้องของเจ้ามังกร ตัวเขาไม่ลังเลเลยที่จะคว้านดาบไปรอบ ๆ ซี่โครงเพื่อค้นหา Lord Soul ในตับไตไส้พุง… เขาทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ เหมือนกับพ่อครัวที่กำลังคนเเกง แม้ว่าร่างเจ้ามังกรจะหยุดดิ้นไปแล้วก็ตาม

( ภาพประกอบ : หากผู้เล่นตัดหางของ Seath ในระหว่างการต่อสู้ เราก็จะได้ Moonlight Greatsword มาใช้งาน)

         ในท้ายที่สุด Undead นิรนามก็ดีใจเมื่อได้ค้นพบชิ้นส่วน Lord Soul จนได้! ทว่าความรู้สึกปลื้มปริ่มก็คงอยู่ได้แค่แป๊ปเดียว เพราะเมื่อเลือดแห่งความแค้นได้เลือนลับหายไปจากดวงตา ความเป็นจริงที่ว่านักบวชสาว Rhea จะไม่มีวันย้อนคืนกลับมาก็พลันเเล่นเข้ามาในหัว

โปรดอย่าเข้าใจผิด Seath มันสมควรตาย! แค่ทว่าดวงใจของ Undead นิรนามกลับมิได้รู้สึกหายจากอาการเศร้าสร้อยเลยเเม้เเต่น้อย... พลังอันมหาศาลจาก Lord Soul ภายในอุ้งมือ มีหรือจะสู้ความอบอุ่นจากปรายนิ้วของแม่นาง Rhea คนดีของเขาได้

 

 

ความอมตะที่แท้จริง

         หลังจาก Seath ได้ตายลงหอจดหมายเหตุ Duke's Archives ก็ถูกทิ้งร้างและไร้ซึ่งกฎระเบียบ เหล่า Channeler ทั้งหลายต่างเลิกรา เเละกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันได้นำตำรับตำราติดตัวไปด้วย ห้องสมุดอันสุดแสนอลังการที่ผู้คนมากมายเคยใฝ่ฝันจะมาเยี่ยมเยือน บัดนี้กลับเหลือเพียงแค่ชั้นวางหนังสือเปล่า ๆ กับใยเเมงมุม

         กระนั้น ก็ยังมีบุรุษผู้หนึ่งซึ่งยังคงปักหลักอยู่ใน Duke's Archives เขาคนนั้นพร่ำเพ้อร้องพูดไม่ได้ศัพท์ แถมยังเปลือยกายล่อนจ้อนเดินโทงเทงไปมาอยู่ในห้องโถงคริสตัล อันครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของ Seath… นามของเขาก็คือ Big Hat Logan

( ภาพประกอบ : Big Hat Logan ถอดเสื้อผ้าออกเพราะต้องการจะกลายร่างเป็นมังกร อันเป็นวิธีเดียวกับที่ Path of the Dragon ทำ )

         Logan บุคคลที่เคยเป็นถึงปรมาจารย์ระดับสูงของศาสตร์เวทมนตร์ เขาเคยมีลูกศิษย์ลูกหาเก่ง ๆ มากมายนับไม่ทวน แต่ว่าอะไรกันละ? อะไรเป็นสาเหตุทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้? คำตอบก็คงต้องย้อนกลับไปดูยังจุดเริ่มต้น

         อย่างที่รู้ ๆ กัน ว่าเจ้ามังกรวิปลาส Seath เป็นนักทดลองวิทยาศาสตร์ตัวยง เเละแน่นอนว่ามันต้องเผชิญกับความล้มเหลวหลายครั้งก่อนจะค้นพบ Primordial Crystal  โดยหนึ่งในบรรดาการทดลองที่ล้มเหลวนั้น ก็มีอยู่เวทมนตร์หนึ่งที่ให้ผลลัพธ์คล้ายครึ่งกับการเป็นอมตะ.... มันคือศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า “การย้ายจิต”

( ภาพประกอบ : ตำนานของ Logan ได้เเพร่กระจายออกไปสู่คนรุ่นเเล้วรุ่นเล่า เเละสร้างคนที่นับถือวิถีเฉกเช่นเขาไว้มากมาย )

         เวทมนต์ย้ายจิต ก็คือท่าไม้ตายก้นหีบที่ Seath ตระเตรียมไว้ก่อนที่จะได้ค้นพบ Primordial Crystal โดยมันได้แอบสอดไส้คำสาปนี้ลงไปในตำราเวทมนตร์ชั้นสูง เพื่อให้แน่ใจว่าใครก็ตามที่หลงไปอ่านมันจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถอยู่พอสมควร หรืออย่างน้อยขอแค่มีพลังมากพอที่ Seath จะควบควบร่างไปใช้ทำอย่างอื่นได้ตามประสงค์

         Big Hat Logan ก็คือเหยื่อคนเเรกแห่งความทะเยอทะยานนี้ เขาได้ถูกคำสาปเข้าครอบงำสมองจนหลงคิดว่าตนเองเป็น Seath และได้กำลังเตรียมการย้ายถิ่นฐานไปสู่ดินแดนอันห่างไกล ดินเเดนที่ติดกับชายฝั่งทะเลซึ่งต่อมาจะถูกเรียกว่า Drangleic

( ภาพประกอบ : วันหนึ่งในอนาคตผู้เล่นจะได้หวนกลับมาเจอกับ Seath อีกครั้ง... )

 

 

คุยกันหลังเรื่องเล่า

         ก็จบลงไปแล้วนะครับกับ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบหก “มังกรขาวจอมวิปลาส กับพลังอัมตะ” สำหรับผม บทนี้เป็นบทที่ค่อนข้างจะสนุกในการเขียนอยู่พอสมควร โดยเฉพาะกับเรื่องของเจ้า Logan และการตายของ Rhea... ซึ่งถ้าหากเรามาคิดกันดูดี ๆ NPC ทั้งสองต่างก็เป็นตัวละครที่ถูกเราช่วยเอาไว้ทั้งนั้น แต่สุดท้ายทั้งสองก็ต้องจบลงด้วยความเศร้าอย่างช่วยไม่ได้ (เหมือนว่าทางผู้พัฒนาต้องการจะสื่อว่าทุกคนถึงเวลาก็ต้องตาย)

         ในส่วนตอนท้ายบทความ ผมได้มีการทิ้งเชื้อไว้สำหรับ Dark Souls 2 นิดหน่อย…แต่คงอาจจะใช้เวลาอีกนานกว่าตัวผมจะเขียนไปถึงจุดนั้น อย่างไรก็ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ยังร่วมเดินทางไปด้วยกัน แม้หลายคนอาจจะรู้ตอนจบอยู่แล้วก็ตาม เอาละตอนนี้ก็สมควรแก่เวลาตัวผมต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

 

เกมมือถือแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 09/04/64
FINAL FANTASY VIII Remastered
SQUARE ENIX Co.,Ltd.
A Game of Thrones: The Board Game
Asmodee Digital
Agent Bon‪e
Ohayoo
Golazo!
Purple Tree
Cats in Tim‪e
PINE STUDIO
เกมพีซี/คอนโซลแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 09/04/64
Sea of Thieves
Rare Ltd
Oddworld: Soulstorm
Cozy Grove
Spry Fox LLC
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
Dark Souls ตำนานเนื้อเรื่องบทที่ 16 มังกรขาวจอมวิปลาส กับพลังอมตะ
01/04/2021

         สวัสดีครับ! กระผมขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ Lore และตำนานในเกม Dark Souls บทที่สิบหก ซึ่งเนื้อหาภายในบทนี้ จะเป็นช่วงที่ผู้เล่นสามารถเลือกเส้นทางไปปราบเหล่าบอส Lord Soul อันประกอบไปด้วยจ้าวแห่งความตาย Nito, แม่มดแห่งนคร Izalith, สี่ราชันแห่ง New Londo, และมังกรไร้เกล็ด Seath ทว่าในส่วนเนื้อเรื่องเสริมของ DLC Artorias of the Abyss ผมก็ได้วางแผนแล้วว่าจะใส่มาในบทถัดไป(บทที่สิบเจ็ด)

         เอาละเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมก็ขอนำทุกท่านเข้าสู่ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบหก “มังกรขาวจอมวิปลาส กับพลังอมตะ”

( ภาพประกอบ : ในโลกของ Dark Souls มีผู้โง่เขลาบางคนคิดว่าการเป็นอมตะคือทางออกของทุกสิ่ง... )

< ลิงค์บทความก่อนหน้า > 

บทที่หนึ่ง l บทที่สอง l บทที่สาม l บทที่สี่

บทที่ห้า l บทที่หก l บทที่เจ็ด l บทที่เเปด

บทที่เก้า l บทที่สิบ l บทที่สิบเอ็ด l บทที่สิบสอง

บทที่สิบสาม l บทที่สิบสี่ l บทที่สิบห้า

 

เปิดประตูสู่ Lord Soul

             หลังได้รับ Souls Vessel อันเป็นกุญแจของเหล่าทวยเทพ Undead นิรนามก็เดินทางกลับไปยัง Firelink Shrine เพื่อรับคำแนะนำจากอสรพิษจอมเจ้าเล่ห์ Frampt ทว่าทางด้านอัศวิน Solaire ได้ขอตัวอยู่เยี่ยมชมเมืองหลวง Anor Londo ต่อไป ทั้งสองจึงตัดสินใจแยกทางกันในที่สุด

         ระหว่างเดินทางกลับพระเอกของเราก็ไม่ลืมที่จะแวะทักทาย Darkmoon Knightess ซึ่งนางก็รู้สึกชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง(ก็แน่ละ! เพราะแมงเมาบินเข้ากองไฟแล้วนิ) โดยก่อนจะจากกัน Darkmoon Knightess ก็ได้แนะนำให้เขาไปปราบเจ้ามังกรไร้เกล็ด Seath เป็นอันดับแรก เนื่องจากมันอาศัยอยู่ในหอจดหมายเหตุ Duke's Archives ซึ่งอยู่ไม่ห่างจาก Anor Londo มากนัก 

( ภาพประกอบ : ภาพ Duke's Archives ในมุมสูงที่ได้มาจากการเเฮค )

         เวลาผ่านไปจนกระทั่ง Undead นิรนามกลับมาถึงยัง Firelink Shrien เขาก็ได้รับการต้อนรับจากบรรดาคนที่ยังเหลืออยู่ โดยจะขาดก็แต่พ่อมดเพลิง Laurentius ซึ่งเดินทางลงไปยัง Blighttown และเจ้า Crestfallen Warrior ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ...

         Undead นิรนามไม่ได้จนใจถ้อยคำสรรเสริญเยินยอถึงวีรกรรมของเขาแต่อย่างใด หากแต่ได้รีบปลีกตัวเดินไปยังห้องขังของ Anastacia และวางวิญญาณของนางลงยังจุดเดิมที่เคยถูกคร่าชีวิต ตอนนี้เขาได้ลงมือทำทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้แล้ว ต่อไปคงได้แต่สวดภาวนาขอให้ Anastacia กลับมาเกิดใหม่โดยเร็ว…

( ภาพประกอบ : หลัง Anastacia กลับมาเกิดใหม่ ผู้เล่นจะสามารถพูดคุยกับนางได้ ทว่านางกลับไม่ค่อยอยากพูดกับเรา )

         นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี ที่สายลมเย็น ๆ ได้พัดเอาความหวังกลับคืนสู่ดินแดน Lordran อีกครั้ง และมันก็ทำให้ Frampt เจ้างูยักษ์บรรพกาลรู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างมาก โดยได้มันกล่าวกับ Undead นิรนามว่า Soul Vessel จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อถูกนำไปวางไว้บนแท่นบูชาภายใน Firelink Altar เท่านั้น ซึ่งวิธีการเดินทางไปที่นั่น Undead นิรนามจะต้องยอมเข้าไปอยู่ในปากเน่า ๆ ของ Frampt เสียก่อน เเล้วมันจึงจะพาเขาไปส่งที่  Firelink Altar ได้

( ภาพประกอบ : บรรยากาศใน Firelink Altar )

 

         Frampt ขย้อน Undead นิรนามซึ่งกำลังอารมณ์เสียจากกลิ่นเหม็นลงสู่พื้นของสถานที่ปริศนาแห่งนี้   อันดูมีสภาพเป็นเหมือนกับวิหารร้างยุคโบราณ รอบด้านเต็มไปด้วยรากไม้ยักษ์ใหญ่ประหลาดชอนไชไต่ตามผนังทั่วไปหมด เเละหากจะให้สันนิษฐานตัวเขาก็คงคิดว่ากำลังอยู่ในใต้ดิน

         Frampt กล่าวว่าการวาง Lord Vessel ลงบนแท่นบูชา จะเป็นการปลดปล่อยพลังงานของ The First Flame เข้าสู่ Bonfire ทั่วทั้งโลกให้เชื่อมต่อถึงกัน อีกทั้งยังปลดผนึกม่านพลังที่ป้องกันดินเเดนของเหล่าบรรดาผู้ถือครอง Lord Soul อีกด้วย  ฉะนั่น Undead นิรนามควรจะรีบทำภารกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เนื่องจากตอนนี้อาจจะมีคนที่ไม่หวังดี ริอาจอยากช่วงชิง Lord Soul ตัดหน้าเขาก็เป็นได้

( ภาพประกอบ : การปลดผนึก Lord Vessel จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถวาปไปมาระหว่าง bonfire ได้ )

         หลังกลับมาจาก Firelink Altar พระเอกของเราก็ตัดสินใจค้างแรมสักหนึ่งคืนเพื่อเอาเเรง และได้ใช้ช่วงเวลายามราตรีเสวนากับผู้คนที่ยังอยู่ที่นั้น เขาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้พบพานรวมไปถึงการเลือกตัดสินใจว่าจะไปปราบ Lord Soul ตนไหนก่อนดี…

         เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าปราชญ์พ่อมด Big Hat Logan ก็มองเห็นโอกาสในการเข้าไปยัง Duke's Archives มันได้คะยั้นคะยอหาเหตุผลสารพัดสารเพมาจูงใจพระเอกของเรา อย่างเช่นการเอ่ยถึงนักบวชสาวที่มีชื่อว่า Rhea... เจ้า Logan เชื่อว่านางอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นได้ อีกทั้ง Duke's Archives ยังเป็นป้อมปราการอันเเสนสำคัญของบิดาแห่งเวทมนตร์ Seath ดังนั้นการที่มีเขาติดตัวไปด้วย ย่อมจะมีประโยชน์มากกว่าไปคนเดียวเป็นไหน ๆ… ซึ่งก็แน่นอนว่า Undead นิรนามก็ไม่ปฏิเสธ

( ภาพประกอบ : ภาพ concept art ของ Duke's Archives )

 

 

สวนสัตว์นรก

         หอจดหมายเหตุ คือสถานที่อันเป็นแหล่งเก็บเอกสารและข้อมูลความรู้มากมาย ตลอดรวมไปถึงบันทึกเเห่งประวัติศาสตร์(ประวัติศาสตร์ที่ Gwyn เขียน) Duke's Archives เคยถือกำเนิดมาด้วยแนวคิดข้างต้นมาก่อน... มันควรจะเป็นสถานที่ที่เหล่าบัณฑิตสมองเปรื่องทั่วล่าใฝ่ฝันจะมาเยี่ยมเยือน ด้วยหวังจะได้รับการศึกษาร่ำเรียนเวทมนตร์จากบิดาแห่ง Sorcerer ตัวต่อตัว

นับวัน Duke's Archives ก็ยิ่งเติบโตแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปเรื่อย ๆ มันพัฒนาซะจนมีกองทัพส่วนตัวที่รับใช้เฉพาะกับ Seath เท่านั้น แถมยังมีการสร้างโรงเรียนเวทมนตร์สาขาลูกตามอาณาจักรต่าง ๆ อีกมากมาย โดยที่เห็นจะมีชื่อมากที่สุดก็คงไม่พ้นโรงเรียนมังกรขาว Vinheim ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่ากับมหานครทั้งเมืองกันเลยทีเดียว

         ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป จู่ ๆ Duke's Archives ก็หยุดรับผู้คนจากภายนอกอย่างไม่เเจ้งสาเหตุ นานนาน~ถึงจะมีพวกข้ารับใช้ Channeler ออกมาทำธุระให้กับ Seath อย่างเช่นการนำพิมพ์เขียวอาวุธเวทมนตร์ไปให้แก่ช่างตีเหล็กยักษ์แห่ง Anor Londo สร้าง

ภาพลักษณ์ของ Duke's Archives กลับยิ่งแย่หนักขึ้นไปอีก เมื่อเริ่มมีข่าวแพร่สะพัดถึงการจับมนุษย์ไปทดลอง (ช่วงเวลาก่อน Curse of Undead จะปรากฏตัวครั้งแรก และกลุ่มกบฏทมิฬกำลังวางแผน) ทำให้เหล่าบรรดาเทพเจ้าแห่ง Anor Londo ไม่สามารถไว้ใจ Seath ได้อีกต่อไป เเละหาข้ออ้างเพื่อปิดผนึก Seath เอาไว้ใน Duke's Archives… ทว่าพวกทวยเทพหารู้ไม่ว่านี่แหละคือสิ่งที่เจ้ามังกรวิปริตต้องการ มันอยากจะใช้ช่วงเวลาหลายพันปีเพื่อการทดลองอะไรบางอย่าง

( ภาพประกอบ : ใน comic เนื้อเรื่องเสริมของเกม Dark Souls ได้มีการบอกไว้ว่า Channeler เป็นพวกมีสติปัญญา เเละเที่ยวตระเวนจับผู้หญิงไปให้ Seath )

         กลับมายังปัจจุบัน Undead นิรนามและจอมเวทย์ Logan ต่างร่วมมือกันฝ่าฟันเหล่าทหารยาม Royal Sentinel กับหมูโลหะ Fang Boar พวกเขาพยายามดั้นด้นดิ้นรนจนเข้ามาถึงยังห้องโถงด้านหน้าของ Duke's Archives ได้สำเร็จ ซึ่งแม้สถานที่แห่งนี้จะไม่เปิดรับผู้คนมานานแล้ว เเต่ทว่าข้าวของภายในกลับยังคงสะอาดเอี่ยมอ่อง โดยเฉพาะกับชั้นหนังสือที่ถูกเรียบเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบทุกตารางนิ้ว ประหนึ่งกับว่ามีคนคอยปัดกวาดเช็ดถูมันอยู่ทุกวัน

         Logan สามารถสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์อันมหาศาลลอยตลบอบอวลไปทั่วอากาศ เขาเริ่มมีท่าทีกระสันไม่อยู่กับร่องกับลอยวิ่งเข้าหาชั้นหนังสือ พร้อมกับเปิดมันอ่านด้วยดวงตาอันแวววาวราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ Undead นิรนามพยามขานเรียกพร้อมกับวิ่งตามหลังเจ้าพ่อมดไปเเต่ก็หาวิ่งทันไม่ เขาค้นหาเจ้าพ่อมดตามมหาสมุทรชั้นหนังสืออยู่สักพัก ทว่าเขากลับบังเอิญได้พบกับยักษ์ Crystal Golem ซึ่งมันก็วิ่งจู่โจมใส่เขาทันทีตามสัญชาตญาณดุร้าย...ซึ่งแน่นอนว่าหาได้ระคายปลายดาบของ Undead นิรนามไม่ เขาสามารถจัดการมันลงได้ภายในดาบเดียว

( ภาพประกอบ : ห้องสมุดที่ควรจะผู้คนมากมาย บัดนี้กลับเหลือเพียงเเต่ความเงียบ )

         Crystal Golem ร่างระเบิดแตกสะลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยท่ามกลางกองเศษสากเรืองแสงนับพัน ๆ ชิ้น พระเอกของเราก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังบางสิ่งที่มองไม่เห็น พลังที่มอบความรู้สึกหอมหวนอันดูคุ้นเคยเมื่อนานมาเเล้ว... ใช่แล้วความรู้สึกเช่นนี้ก็คือตอนที่เขาได้พบกับกุลสตรี Dusk เป็นครั้งเเรก

         Undead นิรนามนั่งลงคุ้ยกองเศษซากคริสตัลชิ้นเเล้วชิ้นเล่า จนได้พบกับเครื่องรางปริศนา Broken Pendant เครื่องรางที่ทำให้เข้ามองเห็นภาพนิมิตใบหน้าของกุลสตรี Dusk ที่ตนเองเกือบจะลืมไปนานแล้ว

         พระเอกของเราเลิกสนใจตามหาเจ้าพ่อมด Logan ตัวยุ่ง เเละหันเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ Broken Pendant ภายในมือ พร้อมกับมุ่งหมายว่าหลังจากปราบ Seath เสร็จ ตัวคงจะเเวะเวียนไปทักทายเเม่นาง Dusk สักหน่อย 

( ภาพประกอบ : Crystal Golem ตัวนี้จะโผล่ออกมาก็ต่อเมื่อผู้เล่นครอบครอง DLC Artorias of the Abyss เท่านั้น )

         Undead นิรนามมุ่งหน้าขึ้นลิฟต์สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ  โดยระหว่างทางเขาก็ได้จัดการเหล่าลูกกระจ๊อก Undead Crystal ไปมากมาย จนกระทั่งมาถึงยังห้องซึ่งเต็มไปด้วยผลึกเเก้ว Crystal มากมาย ที่งอกเงยออกมาทั่วทั้งพื้น, กำแพง, และเพดาน พวกมันต่างเปล่งความสว่างไสวราวกับว่าเป็นทางช้างเผือกสีขาวนม เเต่กระนั้น ก็หาได้ขาวสว่างไปมากกว่าผิวสีเผือกของเจ้ามังกรที่อยู่ตรงไม่ เจ้ามังกรจอมวิปลาสซึ่งกำลังเฝ้ารอพระเองของเรา... Seath

( ภาพประกอบ : Undead Crystal ก็คือมนุษย์ที่ถูก Seath จับมาทดลองด้วยการยัดผลึก Crystal เข้าไปควบคุมร่างกาย )

         Seath หนึ่งในมังกรนิรันดรสายเลือดแท้ตนสุดท้าย ยืดคอสยายปีกสีรุ่งระยิบระยับชี้ขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังเเสง Crystal ตามด้วยการขยับรยางค์หางสามเส้นอันพิกลพิการไปมา ประหนึ่งราวกับว่ามันกำลังดีใจที่จะได้หนูทดลองเป็น Undead ผู้ถูกเลือก… มันอยากจะคว้านตับไตไส้พุงของ Undead คนนี้เพื่อดูว่าสิ่งใดกันที่ทำให้เขาพิเศษกว่า Undead คนอื่น ๆ

         ศึกต่อสู้ เริ่มต้นขึ้นด้วยพลังลมหายใจเวทมนต์จากฝั่งเจ้ามังกรวิปลาส อันมีฤทธิ์สามารถเปลี่ยนให้กายเนื้อกลายเป็นก้อนหินได้(สถานะ Curse) แต่ว่าพระเอกของเราก็ได้อาศัยความพลิ้วส่วนตัวหลบเลี่ยงไปอย่างสบาย ๆ โดยที่เขาไม่รู้ไม่ว่านี่อยู่ในการคำนวนของ Seath... 

ลมหายใจที่ Seath พ่นออกไปหาได้เป็นการโจมตีอันไร้ทิศไร้ทางไม่ มันค่อย ๆ สร้างผลึก Crystal งอกขึ้นมาตามพื้นที่ดังกล่าว เพื่อต้อนให้ Undead นิรนามจนมุมทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งพลาดท่าถูกอาบด้วยลำแสงเวทมนต์เเละตายลงในที่สุด

( ภาพประกอบ : ภายในเกม ผลึกเเก้วที่เกิดจาก Seath จะขว้างทางเดินผู้เล่นเอาไว้ชั่วคราว )

( ภาพประกอบ : Concept Art ดั่งเดิมของห้องโถงบนสุดใน Duke's Archives  )

         ช่วงเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ Undead นิรนามตื่นขึ้นมา และพบว่าตนเองจะกลับเกิดมาอยู่ในห้องขังแปลกประหลาดซึ่งทำจากชั้นหนังสือ เเทนที่จะไปเกิดใหม่ยัง Bonfire ล่าสุด

พระเอกของเราพอจะทราบมาก่อนว่าเจ้ามังกรขาวนั้นปราดเปรื่อง แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเก่งจนสามารถแซกแทรงกระแสวิญญาณภายใน Bonfire ได้เพียงนี้… เห็นทีเขาคงดูถูก Seath มากไป

ดูเหมือนว่า Seath จะเข้าใจถึงจุดแข็งของพวก Undead ในเรื่องตายแล้วสามารถเกิดใหม่ ตัวมันจึงใช้ประโยชน์จากจุดนี้สร้างกับดักจับหนูทดลองขึ้นมาซะเลย เเถมยังเป็นการกีดกันไม่ให้ Undead กลับมาพยายามฆ่าตนซ้ำเเล้วซ้ำเล่า นับว่านี่เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวก็คงไม่ผิดนัก

 

( ภาพประกอบ : ภายในเกมผู้เล่นสามารถข้ามฉากการต่อสู้กับ Seath ในครั้งเเรกได้ โดยการกระโดดลงจากระเบียงลิฟต์ในตำเเหน่งดังภาพ  )

 

         สถานที่ซึ่ง Undead นิรนามถูกนำมาคุมขังก็คือคุกลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากห้องสมุดอันเเสนสวยงาม มันคือคุกซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยชั้นตำราหนังสือที่ไม่มีประโยชน์ วางทับซ้อนกันชั้นเเล้วชั้นเล่าก่อตัวขึ้นเป็นหลุมวงกลมที่มีขนาดสูงกว่าร้อยเมตร ซึ่งจะมีเหล่า Man Serpent คอยเดินตรวจตราความสงบอยู่เป็นระยะ ๆ

( ภาพประกอบ : คุกที่ถูกาสร้างขึ้นจากชั้นหนังสือ )

         เมื่อได้สติพระเอกของเราก็ไม่รอช้ารีบหาทางหนีทันที เขาใช้เวลาสังเกตดู Man Serpent ตนหนึ่งซึ่งคอยทำหน้าที่เฝ้าระวังเขาเป็นพิเศษ เจ้า Man Serpent ตนนี้มันจะไม่ค่อยเดินห่างไปไหนมาไหนไกลจากห้องขังเขาเท่าไรนัก และมักจะวิ่งหน้าตั้งมาดูเสมอเมื่อเขาหายตัวลับหลบเข้ามุมห้อง ดังนั้นพระเอกของเราจึงได้อาศัยประโยชน์จากจุดนี้ ล่อให้มันเดินเข้ามาใกล้ลูกกรง จากนั้นก็จัดการยื่นมือออกบีบกระดูกคอมันจนเเหลกตายภายในเสี้ยววินาที

         กุญเเจห้องขังที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ ถูกล่วงออกมาจากศพเพื่อเปิดประตูลูกกรงหนี แต่ทว่าโชคร้ายเหล่าเวรยามเเถวนั้นดันพานพบเห็นพอดิบพอดี พวกมันจึงส่งสัญญาณลั่นแตรเตือนเหล่า Man Serpent ตนอื่น ๆ ร่วมไปถึงการปล่อยพวกสัตว์ทดลอง Pisaca ให้ออกมารุมไล่ล่านักโทษเหมือนกับหมาล่าเนื้อ

( ภาพประกอบ : เเตรสัญญาณภายในคุกห้องสมุด  )

( ภาพประกอบ : Concept Art ของ Pisaca… โดยมีคนตั้งทฤษฎีว่าพวกมันถูกฝึกให้เชื่อฟังเสียงเเตรสัญญาณ เพราะถ้าหากผู้ปิดมัน Pisaca โจมตีผู้เล่นก่อน  )

         แม้ว่าระดับพลังของ Undead นิรนามจะก้าวไกลไปกว่าพวกลูกสมุนของ Seath แต่ถ้าหากเสียงแตรสัญญายังคงร้องดังไม่หยุดเช่นนี้ เห็นทีอีกไม่นานจำนวนของศัตรูก็คงจะมากจนเกินรับมือ และถ้าหากพลาดท่าขึ้นมาครั้งต่อไปคงจะเเหกคุกได้ไม่ง่ายอีกเเล้ว Undead นิรนามจำต้องเสี่ยงลงไปยังก้นเหวของคุกเพื่อปิดแตรสัญญาเสียก่อน เเต่นั่นก็ทำให้เขาได้พบกับตาพ่อมด Logan อีกครั้ง 

เจ้าพ่อมดขอร้องให้ Undead นิรนามปล่อยตนเองจากที่คุมขัง ทว่าคร่านี้พระเอกของเรากลับปฏิเสธ โดยกล่าวว่าตราบใดที่ Logan ยังคงทำตัวปลิ้นปลอนตลบตะเเลงเเบบนี้ ตัวเขาก็คงมิอาจเชื่อใจได้

หลังได้ยินเช่นนั้นเจ้าพ่อมดก็คอตกด้วยความจนมุม มันจึงสารภาพว่าเหตุผลที่มาที่นี่ก็เพื่อศึกษาตำราความรู้เวทมนตร์ หาได้มาเพราะต้องการช่วย Undead นิรนามไม่… อย่างไรก็ตาม Logan ได้บอกอีกว่าตอนที่ตนถูกนำตัวมาคุมขัง บังเอิญสายตาดันไปมองเห็นผู้หญิงในชุดนักบวชสีขาวคนหนึ่ง ซึ่งนั่นอาจจะ Rhea ที่ Undead นิรนามกำลังตามหาอยู่ก็ได้ โดยถ้าหากยอมปล่อยเขาออกไป Logan ก็จะช่วยบอกทางให้เพื่อเป็นการเเลกเปลี่ยน

( ภาพประกอบ : ในคุกที่ Logan อาศัยอยู่ไม่มี Bonfire ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูง ว่ามันจงใจยอมให้จับเอง )

         Rhea คือชื่อนักบวชสาวเเสนอับโชคคนหนึ่ง เธอนั้นถูกลอบสังหารจนกลายเป็น Undead ด้วยเหตุผลทางการเมือง จากนั้นก็ถูกขับไล่มายังดินแดน Lordran เพื่อทำภารกิจซึ่งไม่มีวันสำเร็จ มิหนำซ้ำยังถูกหลอกลวงให้สิ้นหวังในความมืดอันโดดเดี่ยวจากพวกพ้อง นี่ถ้าหากไม่ได้ตัวของ Undead  นิรนามช่วยเอาไว้ เห็นที Rhea คงจะต้องกลายเป็น Hollow ไปแล้ว

         พระเอกของเรารีบวิ่งตรงปรี่ไปยังห้องขังตามที่เจ้า Logan บอกทันที โดยที่นั่นเขาก็ได้พบกับผู้หญิงในชุดสีขาวสกปรกคนหนึ่ง นั่งคดตัวกอดเขาหันหน้าเข้ามุมห้องขัง กลิ่นกายที่เคยหอมหวนบริสุทธิ์บัดนี้กลับเหม็นเน่าเปื่อยประหนึ่งซากสัตว์ ผิวพรรณอันเคยนิ่มนวลไร้รอยด่าง ปัจจุบันพลันเหือดแห้งเหี่ยวไร้หยดเลือดคอยหล่อเลี้ยง… แม้แต่คู่ดวงตาที่เคยส่องประกายบนใบหน้าตอนนี้ก็พาลเลือนลับดับหายไป เหลือเอาไว้ความดำมืดคล้ายกับรูโหว่จากนรก

         Rhea… คือคำพูดเพียงอย่างเดียวที่ทำให้ซากศพร่างนี้หันหน้ากลับมามอง ศีรษะใต้ผ้าคลุมของมันสั่นเครือเหมือนกับคนที่กำลังร้องแต่ไม่มีน้ำตาไหลริน มันพยายามยกฝ่ามือที่มองเห็นเเต่กระดูกออกไปหาชายคนเดียวที่เคยช่วยมันเอาไว้

( ภาพประกอบ : ภาพด้านซ้ายก็คือ Rhea ตอนยังมีชีวิต ส่วนภาพด้านขวาเป็นเเค่ร่างไร้สติที่ปราศจากวิญญาณของเธอ... )

         Undead นิรนามโอบกอดร่างกายอันซีดเสียวของหญิงสาวไว้ใต้อ้อมอก ตัวเขาต้องการจะให้นางจดจำรอยยิ้มทั้งน้ำตาเเละความอบอุ่นนี้ไว้เป็นครั้งสุดท้ายตราบนานเท่านาน เเม้ว่ารยางค์แขนขาเธอจะเริ่มไขว่คว้าไปมาเหมือนกับคนบ้า เเม้ว่าใบหน้าจะเริ่มบิดเบี้ยวร้องตะโกนไม่เป็นภาษา Undead นิรนามก็ยังคงไม่ปล่อยมือจากร่างของ Rhea ตัวเขาจะเป็นคนปลดปล่อยวิญญาณของเธอจากโลกอันโสมม...

 

( ภาพประกอบ : ภายในเกมหากผู้เล่นช่วยเธอออกมาจาก Tomb of Giants เเละได้ไว้ชีวิตพระนักรบ Petrus เธอจะถูกฆ่าตายตั้งเเต่อยู่ในโบสถ์ที่ Undead Burg )

         ความเจ็บปวดรวดร้าว ไม่ใช่สิ่งเดียวที่ติดตาม Undead นิรนามออกมาจากห้องขัง การตายของ Rhea  ทำให้เขากล่าวโทษตนเองที่มัวแต่ทำตามคำทำนาย เเละเกลียดชัง Seath ที่บังอาจจับตัวคนสำคัญต่อเขามาทรมาน Undead นิรนามสาบานด้วยเลือดว่าเจ้ามังกรไร้เกล็ดจะต้องรับรู้ถึงความสูญเสียนี่เป็นสองเท่า!

เมื่อพลังโทสะเข้าครอบงำพวกลูกกระจ๊อกก็มิอาจต่อกรกับพระเอกของเราได้ เเม้เเต่เวทมนตร์ของพวก Channeler ที่อุตสาห์ขายวิญญาณความเป็นคนเพื่อร่ำเรียนมา ก็ถูกปัดป้องโดยง่ายราวกับเป็นแค่เศษใบไม้

( ภาพประกอบ : ไม่มีการยืนยันว่า Seath อ่านหนังสือได้ยังไงทั้งที่ตาบอด เเต่ทฤษฎีที่นิยมมากที่สุดก็คือพวก Channeler เป็นคนอ่านให้ฟัง )

         พระเอกของเราบุกเข้าไปห้องสมุดยักษ์ซึ่งบรรจุหนังสือเวทมนตร์ล่ำค่าไว้มากมาย...หลายเล่มเป็นคัมภีร์หายากที่มีเพียงหนึ่งเดียวบนโลก แต่ทว่า Undead นิรนามก็หาได้ลังไม่ที่จะทำลายพวกมัน! ศาสตร์ความรู้อันได้มาจากการทรมานผู้คนบริสุทธิ์แบบนี้ เป็นสิ่งที่ Undead นิรนามไม่สามารถยอมรับได้ นี่ถ้าหากว่าเขามีขบเพลิงอยู่ในมือก็คงจะเผาห้องสมุดแห่งนี้ไปแล้ว

         พระเอกของเราไล่ทำลายข้าวของเรื่อยมาจนเข้ามาถึงยังห้องลับแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นั่นเขาก็พบเจอเจ้าพ่อมด Logan อีกครั้ง โดยมันกำลังนั่งอ่านตำราปริศนาในมุมมืดของห้อง

         เจ้าพ่อมดกล่าวกับ Undead นิรนามอย่างดีใจว่าในที่สุด ตนก็ได้ค้นพบความลับของ Seath ถึงแก่นแท้แห่งความเป็นอมตะ เจ้ามังกรมิใช่เพียงเเค่มีร่างซึ่งปราศจากอายุขัย หากเเต่ผิวหนังยงคงเเข็งเเกร่งเเละสามารถฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บได้ในพริบตา เรียกง่าย ๆ ว่า Seath ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมังกรนิรันดรไปเเล้ว

( ภาพประกอบ :  Logan หลงใหลมัวเมาในเวทมนตร์เป็นอย่างมาก จนถึงกับกล่าวชม Seath ว่านี่แหละคือ Undead ของจริง... Undead ที่แปลว่าไม่มีทางตาย )

         หลังความลับของเจ้ามังกรถูกเปิดเผย Undead นิรนามก็ลงมือถาม Logan ต่อทันที ถึงวิธีในการคลายเวทมนตร์อมตะนี่ออก ทว่าเจ้า Logan กลับทำท่าทางลุกลี้ลุกลนและปฏิเสธว่าไม่มีทาง ทำให้ Undead นิรนามเลือดขึ้นหน้าเพราะเหลืออดต่อความหลงใหลวิชาของเจ้าพ่อมด เขาทราบดีว่า Seath กลายเป็นอมตะเพราะการทดลอง ฉะนั้นมันจะต้องมีวิธีทำให้เวทมนตร์เสื่อมหรือมีเครื่องรางอะไรสักอย่างซ่อนอยู่เป็นแน่

         พระเอกของเรากับเจ้าพ่อมดไม่สามารถตกลงกันได้เเละหวิดเกือบจะวางมวยกัน เเต่โชคดีที่ Undead นิรนามพลันนึกคิดวิธีเกลี้ยกล่อมเจ้าพ่อได้เสียก่อน เขาจึงงัดเอาเล่ห์กลปลายลิ้นออกมาเป่าหู Logan เเทน

         Undead นิรนามกล่าวว่าหากสิ่งที่ Logan ต้องการก็คือความรู้ในศาสตร์เวทมนตร์ แล้วเขาคิดจริง ๆ เหรอว่ามังกรนิสัยอย่าง Seath จะย่อมแบ่งปันความรู้ง่าย ๆ ลองดูพวก Channeler ซึ่งอยู่รายรอบสถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างก็ได้... Logan คงไม่มีวันเป็นไปได้มากกว่ากว่านั่นหรอก! Seath น่ะขึ้นชื่อในหลายเรื่องก็จริงแต่ความเอื้อเฟื้อไม่ใช่หนึ่งในนั้น หาก Logan อยากจะเรียนรู้เวทมนตร์จริง ๆ เขาก็ต้องถือไพ่เหนือกว่าหรือมีอะไรมาบีบบังคับให้ Seath ยอมทำตาม

( ภาพประกอบ : ภารกิจเสริมของ Big Hat Logan จะทำให้ผู้เล่นสามารถใช้เวทมนตร์ White Dragon Breath ได้...เเม้ว่ามันจะโจมตีเเรงเเต่ถ้าหากว่ากันตามตรง เวทมนตร์นี้ค่อนข้างห่วยในเรื่องการเล็งเป้าหมายเเบบสุด ๆ )

         หลังได้ยินดังนั้น Logan ก็เริ่มสงบจิตสงบใจลง เขาเงียบไปสักครู่ก่อนจะตัดสินใจบอกว่า Seath มีจุดอ่อนเป็น Primordial Crystal ผลึกวิเศษที่เก็บงำพลังอมตะของเจ้ามังกรเอาไว้ แต่แน่นอนว่าของล้ำค่าแบบนี้ไม่มีวันถูกเก็บไว้ในสถานที่ธรรมดา ๆ ตัวมันเองก็เคยลองพยายามเดินทางเข้าไปแล้วแต่ก็ล้มเหลว... นามของสถานที่นั้นก็คือ Crystal Cave หรือ ถ้ำผลึกแก้ว

( ภาพประกอบ : ภาพถ่ายที่อยู่ด้านซ้ายคือถ้ำคริสตัลของจริง ซึ่งเป็นเเรงบันดาลใจให้ภาพทางด้านขวาภายในเกม )

         หลังได้รับสิ่งที่ต้องการ Undead นิรนามก็เลิกสนใจอดีตสหายคนนี้ และมุ่งหน้าตรงไปยัง Crystal Cave  โดยระหว่างทางเขาก็บังเอิญไปพบกับ Crystal Golem สีทองตนหนึ่ง ซึ่งเป็นแบบเดียวกับที่ผนึกกุลสตรี Dusk เอาไว้ไม่มีผิด

         พระเอกของเราจัดการช่วยคนที่ติดอยู่ภายในออกมา ทว่าชุดเกราะของบุคคลนั้นกลับทำให้เขาคิดคำนึงถึงเจ้าอัศวินหัวหอม Siegmeyer เสียเหลือเกิน จะต่างกันก็แค่คนที่อยู่ข้างในชุดกลับเป็นผู้หญิงนามว่า Sieglinde โดยนางได้อธิบายว่าตนกำลังตามผู้เป็นพ่ออยู่ (ก็ลูกสาวของ Siegmeyer นั่นแหละ)

         Undead นิรนามแปลกใจนิดหน่อยว่าคนอย่าง Siegmeyer เนี่ยนะมีลูก?... แถมยังเป็นลูกสาวใจเด็ดเกินชายเสียอีก! เพราะคงมีไม่กี่คนนักที่เดินทางมายังดินแดน Lordran ทั้ง ๆ ที่ยังเป็นคนเป็นเป็น(ยังไม่ตายกลายเป็น Undead) การสนทนาระหว่างสองชายหญิง จบลงด้วยการที่ Sieglinde เดินทางกลับไปยัง Firelink Shrine เพื่อตามรอยพ่อของเธอ และปล่อยให้พระเอกของเราลุยต่อเข้าไปใน Crystal Cave เพียงคนเดียว

( ภาพประกอบ : ในภาพนั่นก็คือ Sieglinde… ถ้าไม่มีเสียงพากย์ เราก็คงจะนึกไปเเล้วว่านี่คือ Siegmeyer )

         แสงอันวาววับราวกับพระอาทิตย์สีฟ้านับล้านดวง สาดส่องความสว่างใส่พระเอกของเราทันทีที่เขาเข้ามาถึง Crystal Cave ภายในนั้นมีสภาพเหมือนกับหุบที่ลึกมาก ๆ ทอดตัวยาวเข้าไปในถ้ำ ทว่าอย่าให้ความสวยงามของมันหลอกตาเอาได้ ก้อนผลึกเปล่งประกายพวกนี้ได้แผ่พลังงานเวทมนตร์มหาศาลออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุทำให้ฝูงผีเสื้อ Moonlight Butterfly  ที่เคยดักจู่โจมพระเอกของเรา มารวมตัวดูดกินพลังจากถ้ำนี้

( ภาพประกอบ : Moonlight Butterfly ที่ผู้เล่นเจอใน Darkroot Garden ก็หลุดมาจากที่นี่เนี่ยละ )

         Undead นิรนามนึกถึงคำพูดของเจ้า Logan ที่เคยกล่าวว่ามันเป็นไปไม่ได้ เขาก็เพิ่งจะเข้าใจความหมายเอาตอนนี้ แต่อย่างไรก็ตามการใช้วิธีห้องปิดตายเช่นนี้ หากบังเอิญมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับ Primordial Crystal อย่างฉับพลัน Seath เเละเหล่าบรรดาลูกน้องก็จะเข้าไปแก้ไขไม่ทันการ... ว่าง่าย ๆ คนที่ฉลาดอย่าง Seath น่าจะต้องสร้างกลไกหรือเครื่องมืออะไรสักอย่างในการข้ามไป

         พระเอกของเราหยิบก้อนผลึกเเก้วขึ้นมา เเล้วก็ปามันออกไปท่ามกลางหุบเหวอันอ้างว้าง เสียงผลึกที่แตกกระจายเมื่อตกกระทบกับก้นเหว ดังก้องขึ้นมาเหมือนกับการเคาะกำแพงเพื่อหาโพรง เขาโยนมันต่อไปซ้ำเเล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งบังเกิดเสียงหนึ่งที่ดังชัดถนัดหู!

ใช่แล้ว! Undead นิรนามอุทานพร้อมกับโยนหินอีกก้อนใส่ที่เดิมเพื่อพิสูจน์สมมติฐาน ปรากฎว่าหินก้อนนั้นกลับลอยนิ่งอยู่ท่ามกลางอากาศราวกับมันลอยได้ โดยมันก็ทำให้เขารู้ว่าทีว่าที่นี่มีสะพานล่องหนถูกซ่อนเอาไว้

( ภาพประกอบ : ภายในเกมผู้เล่นสามารถทิ้งของไว้เป็นเครื่องบอกทางได้ หรือเดินตามข้อความที่ผู้เล่นใจดีคนอื่นทิ้งไว้ให้ หากเราอยู่ในโหมด Online )

         หลังความจริงเปิดเผย Undead นิรนามก็ไม่รอช้า รีบคลำทางข้ามไปเหมือนกับคนตาบอด เขาค่อย ๆ ข้ามสะพานล่องหนไปทีละนิด ทีละนิด จนเขาสามารถมองเห็นอุโมงค์ที่ส่องแสงแวววับอยู่ตรงหน้า

 ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนกำลังจะเป็นไปได้ด้วยดีอยู่เเล้วเชียว หากมิใช่จู่ ๆ ก็บังเกิดเสียงคำรามปริศนาดังสนั่นไล่มาจากข้างหลัง… Undead นิรนามแทบจะไม่ต้องหันกลับไปมองเลย จิตสำนึกของเขารับรู้ได้ทันทีว่านั่นคือเสียงของตัวอะไร พระเอกของเราตัดสินใจเสี่ยงตายกระข้ามหุบเหวลึก เเล้ววิ่งตรงตัดผ่านพวกปีศาจ Man Eater Shell ที่อยู่รอบ ๆ ทางเข้าอุโมงค์ไป

         ภายในนั้น Undead นิรนามได้พบผลึกแก้ว  Primordial Crystal อันเป็นเเหล่งพลังอมตะของ Seath เเต่ทว่าแทนที่เขาจะทุบทำลายมันในทันที พระเอกของเรากลับยืนรอให้เจ้าของเสียงคำรามพุ่งตัวเข้ามาในอุโมงค์เสียก่อน... แต่ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าเขาต้องการให้เจ้ามังกรไร้เกล็ด ได้เป็นสักขีพยานในช่วงเวลาต่อจากนี้

( ภาพประกอบ : สูญเสียไปเท่าไรเพื่อให้ได้พลังมา... )

              ความเป็นอมตะคือสิ่งที่ Seath โหยหามาแต่ยุคสมัยยุคสมัยบรรพกาล สิ่งนี้คือปมด้อยที่คอยผลักดันให้เจ้ามังกรลงมือกระทำสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะเป็นการทรยศต่อเผ่าพันธุ์ของตนเอง หรือยอมทำสิ่งผิดศีลธรรม Seath ยอมเเลกทุกอย่างเพื่อที่จะทดแทนปมด้อยภายในใจจนสุดท้ายก็ได้มันมาครอบครอง...

         Undead นิรนามตะโกนเรียกชื่อเจ้ามังกรวิปลาสอย่างสุดเสียง เขารอให้มันหันใบหน้าสีซีดเสียวมาตรง ๆ แล้วจึงถีบผลึกแก้ว Primordial Crystal จนแตกกระจายต่อหน้า Seath

         เพียงเเค่เสียง… เเค่เสียงที่ดังเเสบหูคล้ายกับเเก้วเเตกลงพื้น เจ้ามังกรรู้สึกเจ็บปวดทันทีเหมือนกับมีคนเอาเข็มมาทิ่มหัวใจ ทั้งความเศร้าเเละความโกรธเกรี้ยวที่มิอาจบรรยายได้ คือสิ่งที่ Undead นิรนามต้องการให้ Seath รับรู้เช่นเดียวกับในยามที่เขาต้องมอง Rhea ตายลง

( ภาพประกอบ : ความจริง Seath จะหนีไปเพื่อตั้งหลักใหม่ก็ได้...เเต่ด้วยความโกรธทำให้มันบ้าจนลืมความรอบคอบ )

Seath เริ่มคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันเหวี่ยงหางที่พิกลพิการทั้งสามไปมั่วซั่ว คล้ายกับเด็กน้อยที่ร้องงอแงเมื่อของเล่นชิ้นโปรดถูกทำลาย เเต่ทว่านี่กลับทำให้พระเอกของเรารู้สึกซะใจมากยิ่งขึ้น เขาได้ลงมือวิ่งเข้าไปหั่นหางของเจ้ามังกรออกทีละชิ้น ทีละชิ้น เพื่อให้ Seath ซึมซับความเจ็บทุกอณูรูขุมขนเฉกเช่นเดียวกับเหล่าหนูทดลองที่เคยผ่านมือมัน

         เจ้ามังกรวิปลาสร้องลั่นเเละบิดตัวหมุนไปมา มันพยายามพ่นลมหายใจมังกรเข้าใส่ Undead นิรนาม ทว่าพระเอกของเราก็หลบได้ ประสบการณ์ได้สั่งให้เขาปีนขึ้นบนหลังเจ้ามังกร และจัดการเลื่อยปีกสีรุ้งของมันออกจนไม่เหลือ! 

         ความทรมานปิดฉากลงด้วยการที่ Undead นิรนามปักดาบเข้าใส่ท้องของเจ้ามังกร ตัวเขาไม่ลังเลเลยที่จะคว้านดาบไปรอบ ๆ ซี่โครงเพื่อค้นหา Lord Soul ในตับไตไส้พุง… เขาทำแบบนั้นไปเรื่อย ๆ เหมือนกับพ่อครัวที่กำลังคนเเกง แม้ว่าร่างเจ้ามังกรจะหยุดดิ้นไปแล้วก็ตาม

( ภาพประกอบ : หากผู้เล่นตัดหางของ Seath ในระหว่างการต่อสู้ เราก็จะได้ Moonlight Greatsword มาใช้งาน)

         ในท้ายที่สุด Undead นิรนามก็ดีใจเมื่อได้ค้นพบชิ้นส่วน Lord Soul จนได้! ทว่าความรู้สึกปลื้มปริ่มก็คงอยู่ได้แค่แป๊ปเดียว เพราะเมื่อเลือดแห่งความแค้นได้เลือนลับหายไปจากดวงตา ความเป็นจริงที่ว่านักบวชสาว Rhea จะไม่มีวันย้อนคืนกลับมาก็พลันเเล่นเข้ามาในหัว

โปรดอย่าเข้าใจผิด Seath มันสมควรตาย! แค่ทว่าดวงใจของ Undead นิรนามกลับมิได้รู้สึกหายจากอาการเศร้าสร้อยเลยเเม้เเต่น้อย... พลังอันมหาศาลจาก Lord Soul ภายในอุ้งมือ มีหรือจะสู้ความอบอุ่นจากปรายนิ้วของแม่นาง Rhea คนดีของเขาได้

 

 

ความอมตะที่แท้จริง

         หลังจาก Seath ได้ตายลงหอจดหมายเหตุ Duke's Archives ก็ถูกทิ้งร้างและไร้ซึ่งกฎระเบียบ เหล่า Channeler ทั้งหลายต่างเลิกรา เเละกระจัดกระจายกันไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันได้นำตำรับตำราติดตัวไปด้วย ห้องสมุดอันสุดแสนอลังการที่ผู้คนมากมายเคยใฝ่ฝันจะมาเยี่ยมเยือน บัดนี้กลับเหลือเพียงแค่ชั้นวางหนังสือเปล่า ๆ กับใยเเมงมุม

         กระนั้น ก็ยังมีบุรุษผู้หนึ่งซึ่งยังคงปักหลักอยู่ใน Duke's Archives เขาคนนั้นพร่ำเพ้อร้องพูดไม่ได้ศัพท์ แถมยังเปลือยกายล่อนจ้อนเดินโทงเทงไปมาอยู่ในห้องโถงคริสตัล อันครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พำนักของ Seath… นามของเขาก็คือ Big Hat Logan

( ภาพประกอบ : Big Hat Logan ถอดเสื้อผ้าออกเพราะต้องการจะกลายร่างเป็นมังกร อันเป็นวิธีเดียวกับที่ Path of the Dragon ทำ )

         Logan บุคคลที่เคยเป็นถึงปรมาจารย์ระดับสูงของศาสตร์เวทมนตร์ เขาเคยมีลูกศิษย์ลูกหาเก่ง ๆ มากมายนับไม่ทวน แต่ว่าอะไรกันละ? อะไรเป็นสาเหตุทำให้เขากลายเป็นเช่นนี้? คำตอบก็คงต้องย้อนกลับไปดูยังจุดเริ่มต้น

         อย่างที่รู้ ๆ กัน ว่าเจ้ามังกรวิปลาส Seath เป็นนักทดลองวิทยาศาสตร์ตัวยง เเละแน่นอนว่ามันต้องเผชิญกับความล้มเหลวหลายครั้งก่อนจะค้นพบ Primordial Crystal  โดยหนึ่งในบรรดาการทดลองที่ล้มเหลวนั้น ก็มีอยู่เวทมนตร์หนึ่งที่ให้ผลลัพธ์คล้ายครึ่งกับการเป็นอมตะ.... มันคือศาสตร์ที่ถูกเรียกว่า “การย้ายจิต”

( ภาพประกอบ : ตำนานของ Logan ได้เเพร่กระจายออกไปสู่คนรุ่นเเล้วรุ่นเล่า เเละสร้างคนที่นับถือวิถีเฉกเช่นเขาไว้มากมาย )

         เวทมนต์ย้ายจิต ก็คือท่าไม้ตายก้นหีบที่ Seath ตระเตรียมไว้ก่อนที่จะได้ค้นพบ Primordial Crystal โดยมันได้แอบสอดไส้คำสาปนี้ลงไปในตำราเวทมนตร์ชั้นสูง เพื่อให้แน่ใจว่าใครก็ตามที่หลงไปอ่านมันจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถอยู่พอสมควร หรืออย่างน้อยขอแค่มีพลังมากพอที่ Seath จะควบควบร่างไปใช้ทำอย่างอื่นได้ตามประสงค์

         Big Hat Logan ก็คือเหยื่อคนเเรกแห่งความทะเยอทะยานนี้ เขาได้ถูกคำสาปเข้าครอบงำสมองจนหลงคิดว่าตนเองเป็น Seath และได้กำลังเตรียมการย้ายถิ่นฐานไปสู่ดินแดนอันห่างไกล ดินเเดนที่ติดกับชายฝั่งทะเลซึ่งต่อมาจะถูกเรียกว่า Drangleic

( ภาพประกอบ : วันหนึ่งในอนาคตผู้เล่นจะได้หวนกลับมาเจอกับ Seath อีกครั้ง... )

 

 

คุยกันหลังเรื่องเล่า

         ก็จบลงไปแล้วนะครับกับ Lore และตำนานภายในเกม Dark Souls บทที่สิบหก “มังกรขาวจอมวิปลาส กับพลังอัมตะ” สำหรับผม บทนี้เป็นบทที่ค่อนข้างจะสนุกในการเขียนอยู่พอสมควร โดยเฉพาะกับเรื่องของเจ้า Logan และการตายของ Rhea... ซึ่งถ้าหากเรามาคิดกันดูดี ๆ NPC ทั้งสองต่างก็เป็นตัวละครที่ถูกเราช่วยเอาไว้ทั้งนั้น แต่สุดท้ายทั้งสองก็ต้องจบลงด้วยความเศร้าอย่างช่วยไม่ได้ (เหมือนว่าทางผู้พัฒนาต้องการจะสื่อว่าทุกคนถึงเวลาก็ต้องตาย)

         ในส่วนตอนท้ายบทความ ผมได้มีการทิ้งเชื้อไว้สำหรับ Dark Souls 2 นิดหน่อย…แต่คงอาจจะใช้เวลาอีกนานกว่าตัวผมจะเขียนไปถึงจุดนั้น อย่างไรก็ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ยังร่วมเดินทางไปด้วยกัน แม้หลายคนอาจจะรู้ตอนจบอยู่แล้วก็ตาม เอาละตอนนี้ก็สมควรแก่เวลาตัวผมต้องขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

 

 

 

บทความที่คล้ายกัน
เกมมือถือแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 02/04/64
FINAL FANTASY VIII Remastered
SQUARE ENIX Co.,Ltd.
A Game of Thrones: The Board Game
Asmodee Digital
Agent Bon‪e
Ohayoo
Golazo!
Purple Tree
Cats in Tim‪e
PINE STUDIO
เกมพีซี/คอนโซลแนะนำ
อัพเดทล่าสุด วันที่ 02/04/64
Sea of Thieves
Rare Ltd
Oddworld: Soulstorm
Cozy Grove
Spry Fox LLC
Show header