บทความ

นักเขียนเกมกับการ Work From Home มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง (Lazefatboy)

สวัสดีครับขอแนะนำตัวหน่อยละกัน ผมบาส (Lazefatboy) นักเขียนประจำของทาง GameFever TH เป็นเวลากว่า 3 อาทิตย์แล้วสำหรับผมเองที่จะต้องทำงาน Work From Home คอยนั่งเขียนงานหรือตรวจงานทั้งวันโดยไม่ได้ออกไปไหน จึงทำให้ช่วงนี้ตัวผู้เขียนเองค่อนข้างมีเวลาเยอะมากสำหรับการได้นั่งเล่นเกมที่ไม่ได้จับมานานหรือนั่งเล่นเกมที่กำลังดองอยู่ และได้พบเจอประสบการณ์มากมายที่เราไม่ได้สัมผัสมานานตั้งแต่ทำงานมา 3-4 ปี ซึ่งในวันนี้ผมเองจะเล่าแบ่งปันประสบการณ์ให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ

Work From Home ทำให้มีเวลาบางอย่างเยอะขึ้น

ต้องบอกเลยว่าตั้งแต่เรียนมาผมเองมักจะมีเพื่อนภายในเกมที่คอยคุยเล่นกันอยู่ประมาน 10 คน ซึ่งจะเข้ามาคุยกันที่ Team Speak กันอยู่ทุกๆ วันเนื่องจากแต่ละคนบ้านค่อนข้างไกลกัน โดยพวกเราก็ชอบที่จะหาเกมมาเล่นด้วยกันเป็นประจำซึ่งมันก็เป็นแบบนี้มาจะ 10 ปีแล้วตั้งแต่เรียน แต่ผมเองหลังจากทำงานได้ 3-4 ปี ถึงแม้ว่าผมก็ยังเข้าไปคุยกับเพื่อนๆ อยู่ทุกวัน แต่นิสัยของตัวเองในตอนนี้ค่อนข้างเปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนเป็นอย่างมาก เพราะเวลาทำงานผมเองเป็นคนไม่ค่อยชอบกลับบ้านเร็ว หรือบางทีกลับมาก็ชอบที่จะดูซีรีส์หรือนั่งทำโปรเจกต์งานส่วนตัวของตัวเองไป ทำให้ช่วงนี้ก็อาจจะไม่ค่อยได้เล่นเกมกับเพื่อนเยอะเหมือนสมัยก่อนเลย

แต่พอสถานการณ์ COVID-19 เริ่มขึ้นมา นอกจากผมแล้วเพื่อนๆ ผมเองก็โดน Work From Home เช่นกัน ทำให้พวกเรามีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นเหมือนสมัยที่เรียนมหาลัยกันอยู่เลยทีเดียว ทำให้ผมเองนั้นได้เล่นเกมกับเพื่อนมากขึ้นหากิจกรรมทำด้วยกันมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะอยู่หน้าคอมก็เถอะนะ ซึ่งเกมที่เรากลับมาเล่นก็คือเกมนี้ครับ

10 เกม Steam ที่มีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดตลอดกาล

พอกลับไปเล่นอะไรต่างๆ มันเปลี่ยนไปเยอะเลยแหะ ทั้งไอเท็มป่า, ตัวละครใหม่ หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้การปรับจูนการเล่นค่อนข้างนานพอสมควร แรกๆ ปรับตัวแทบไม่ถูกเลย มีจุดยึดนุ่นนี่ยุ่งยากไปหมด ทำให้พอเข้าใจเลยว่าทำไมเกม Dota 2 แพตช์นี้ถึงมีคนไม่ชอบกันเยอะและเลิกเล่นทำให้เกม CS:GO ขึ้นมามีผู้เล่นเรียลไทม์แซงครั้งแรกตั้งแต่เปิดตัวมา เพราะตัวเกมมันค่อนข้างเปลี่ยนแปลงจนเยอะเกินไป แต่พอเล่นไปซักพักก็ชินเพราะเกมการเล่นพื้นฐานมันก็ยังเหมือนเดิมอยู่

แต่อย่างที่รู้ว่า Dota 2 เป็นเกมที่ค่อนข้างใช้เวลาเยอะมาก การเล่นมันกับเพื่อนก็ทำได้แค่ในเวลาหลังเลิกงานเท่านั้น แต่ตัวผมนั้น การทำงานบางทีมันก็จะมีช่วงพักผ่อนเล็กน้อยในระหว่างการรอรูปปกสวยๆ ที่ส่งให้ทางกราฟิกทำให้ หรือรออัปเดตการแก้งานจากฟรีแลนซ์ต่างๆ มันก็ทำให้ผมเองก็หาเกมที่มันจบง่ายๆ มาเล่น และสุดท้ายมันก็ไปจบกับเกมนี้ครับ

RoV เป็นเกมที่จะบอกว่าส่วนตัวเล่นไม่เป็นก็ว่าได้ เพราะเมื่อก่อนที่เกมออกใหม่ๆ ผมเองก็เล่นได้แค่ แรงค์ โกลด์ เท่านั้นเข้าขั้นกากเลยทีเดียว แต่พอมีเพื่อนมาชวนเล่นเนื่องจากว่างๆ และเราเองก็อยากหาเกมที่มันเล่นจบไวด้วย ก็เลยจับเกมนี้ขึ้นมาเล่นอีกครั้ง และคราวนี้เล่นเป็นบ้าเป็นหลังเลยครับ มีเวลาพักหน่อยเป็นไม่ได้ต้องหยิบมาเล่นตลอด จนสุดท้ายไต่มาถึง “แรงค์ไดมอน 1” ไม่สามารถขึ้น “แรงค์ คอมมานเดอร์” ได้เนื่องจากขี้เกียจในตอนสุดท้าย 555555 แต่ก็ถือว่าส่วนตัวพอใจนะ พอหลังจากผ่อนๆ RoV ก็มีอีกเกมที่น่าสนใจที่ผมนั้นอยากแนะนำเลยครับ เป็นเกมที่สามารถเล่นระหว่างการทำงานบนหน้าจอคอมไปด้วยได้แบบไม่เสียงานเลยทีเดียวนั่นคือเกม

The Seven Deadly Sins: Grand Cross เป็นเกมมือถือจากทางผู้พัฒนาสัญชาติเกาหลีอย่าง Netmarble ที่อ้างอิงจากเนื้อหาอนิเมะญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Nanatsu no Taizai หรือการ์ตูน 7 บาปที่ทุกคนรู้จักกัน ซึ่งส่วนตัวเองก็เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาบ้าง ซึ่งพอได้เข้าไปเล่นก็รู้เลยว่าตัวเกมนั้นถูกสร้างออกมาดีมากๆ และมีมาตรฐานที่สูงลิบลิ่วถ้าให้เปรียบเทียบกับเกมมือถือด้วยกัน เช่นการนำเสนอเรื่องราวเนื้อหาตามการ์ตูนเป๊ะๆ ผสมกับการเล่นที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้เล่นที่สายฟรีเป็นอย่างยิ่ง เพราะตัวเกมมีเพชรแจกตลอดเวลา และกลไกลของการพัฒนาตัวละครก็มาจากการฟาร์มเป็นหลัก ส่วนตัวละครกากๆ เราก็สามารถปั้นให้มันกลายเป็นตัวเทพได้นั่นเอง ซึ่งเกมนี้เหมาะมาก ทำงานไปก็เล่นไป

เอาจริงๆ ช่วงนี้ตัวผมเองค่อนข้างเล่นเกมมือถือเยอะเหมือนกันครับ แต่เกม Console เองก็เล่นอยู่บ้างนะ ช่วงนี้ก็หนีไปเล่น Red Dead Redemption 2 ที่ยังดองไว้บ้าง และก็ลองไปเล่นเกม Resident Evil Resistance ที่เปิด Open Beta มา และก็ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง เกมยังไม่มีสมดุลย์ที่ดีนัก การเล่นเป็น Survival ไม่ได้สนุกเท่ากับฝ่าย Mastermind เลย ซึ่งใครอยากฟังรีวิวเต็มๆ ดูที่นี่ LINK ถึงอย่างนั้นตอนนี้ส่วนตัวเองก็กำลังรอเล่นเกม Resident Evil 3 Remake อยู่ ซึ่งกว่าบทความนี้ปล่อยตัวผมเองก็น่าจะกำลังเล่นอยู่แล้วแหละ โดยผมนั้นจะเขียนรีวิวมาให้ท่านได้ชมกันไม่นานเกินรอ

Resident Evil 3 Remake release date: Launch time news for PS4 and ...

สรุปได้ว่าการ Work From Home และต้องกักตัวนั้น มันก็ทำให้เราค่อนข้างมีเวลาอยู่กับตัวเอง และเพื่อนๆ มากขึ้น (เพราะก็ต้องทำงานที่บ้านเช่นกัน) แต่เอาจริงๆ ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเลยอะ เพราะช่วงนี้หน้าร้อนอยู่บ้านก็ค่อนข้างเปลืองไฟจากการเปิดแอร์มากๆ 55555 รวมถึงการทำงานกับเพื่อนที่ทำงานหลายๆ คนมันกลับสนุกสนานมากกว่า เพราะถึงแม้ว่ามันอาจจะตัดในเรื่องของการเล่นเกมกับเพื่อน(ในเกม) น้อยลง แต่ยังไงผมเองก็คุยกับพวกเขาอยู่ตลอดเวลาอยู่ละ ไม่ติดเลย

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

5 ดาราหนังผู้ใหญ่ที่ผันตัวมาเป็น Streamer

Superbom001

10 ซอมบี้สุดสยองแห่งโลกวีดีโอเกม

noknoi

รู้จักกับระบบ Butterfly Effect ระบบยอดนิยมของเกมในปัจจุบัน

Superbom001

Leave a Comment