บทความ

5 วิดีโอเกมโดนแบนเยอะที่สุด

สำหรับผู้สร้างเกม การโดนแบนคงไม่ใช่สิ่งที่อยากให้เกิด แต่บางทีเมื่อสร้างเกมมาแล้ว ก็อาจจะไปกระทบกับส่วนใดส่วนหนึ่งในประเทศที่ผู้สร้างเองก็ไม่ได้ทันสังเกต ทำเมื่อวางจำหน่ายแล้วก็ไม่สามารถแก้ได้ ทำให้บางประเทศก็ไม่สามารถจำหน่ายได้ เพราะอาจจะมีผลกระทบกับจิตใจ ชุมชน หรือวัฒนธรรม ซึ่งบางเกมก็โดนแบนแค่ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง หรือประเทศใดประเทศหนึ่ง เท่านั้น แต่สำเร็จบางเกมแค่ชุมชนเดียวหรือประเทศเดียวมันเล็กไป ดังนั้น GameFever TH จะพามาดูว่ามีเกมไหนที่โดนแบนเยอะมากในหลายประเทศ แล้วแบนเพราะสาเหตุอะไร

Grand Theft Auto: San Andreas (บราซิล สหรัฐ และสหราชอาณาจักร)

            เริ่มต้นด้วยเกมขึ้นหิ้งของบริษัท Rockstar อย่าง GTA Sandreas สำหรับเกมนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มาก เพราะเป็นเกมที่ทุกคนรู้ๆกันอยู่เรื่องของความรุนแรง โดยภาคนี้เราจะได้รับบทเป็นCarl Johnson หรือ CJ สำหรับสาเหตุที่โดนแบนนอกจากเรื่องของความรุนแรง คำหยาบที่มากมายที่เป็นปกติอยู่แล้ว แต่การมาของMod สุดโด่งดังที่มีชื่อว่า Hot Coffee นั้นทำให้เกมนี้โดนแบนเละเข้าไปอีก โดย Mod นี้มีที่มาจากเมื่อ CJ ได้ชวนสาวไปเที่ยว แล้วพามาส่งบ้าน สาวก็ชวนไปกินกาแฟซึ่งหมายถึงไปเป่ากันนั่นเอง โดย Mod นี้จะทำให้เราได้เปลี่ยนเกมGTA เป็นเกม 20+ โดยเราสามารถเล่นมินิเกมในฉากนั้นได้จนจบ และเพราะMod นี้เองที่ทำให้ภาคนี้โดนแบนจากหลายประเทศและในประเทศสหรัฐ ก็ยกเลิกเกมนี้วางจำหน่ายบนชั้นวางของเลยทีเดียว เพราะถือว่ากลายเป็นเกม 20+ เต็มตัวนั่นเอง ทำให้ทางRockstar ต้องสร้างMod ที่แก้ Mod นี้ขึ้นมา และทำให้เกมนี้ที่วางจำหน่ายต่อๆไปก็สร้าง Mod นี้ขึ้นมาเหมือนกัน

Bully (ออสเตรเลีย และ สหรัฐอเมริกา)

ยังอยู่กับบริษัทเกม Rockstar โดยคราวนี้เป็นคิวของเกมที่มีความคล้ายเกม GTA แต่ใช้ชีวิตอยู่ในรั้วโรงเรียนแทนอย่าง Bully โดยเกมนี้วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2006 บนเครื่อง PS2 ซึ่งเกมเมอร์บางคนก็ยกให้เกมนี้ว่าเป็น GTA ฉบับโรงเรียนเลยทีเดียว ส่วนสาเหตุที่เกมนี้โดนแบนก็เพราะมันส่งเสริมความรุนแรงในโรงเรียน ถึงขนาดว่าองค์กรที่ต่อต้านความรุนแรงในโรงเรียนยกให้กมนี้เป็นเกม Columbine Simulator (โรงเรียนโคลัมไบน์ในสหรัฐ เคยเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่เมื่อปี1999) อีกทั้งหน้าปกของเกมก็ยังสื่อถึงการไม่เคารพครูบาอาจารย์อีกด้วย อีกทั้งในรัฐฟลอริดาเกมนี้ถูกห้ามขายตลอดกาล และในบราซิลใครขายเกมนี้มีโทษปรับถึงวันละ 1,000 ดอลลาร์เลยทีเดียว

Call of Duty series (ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บางพื้นที่ใน รัสเซีย และ คิวบา)

คราวนี้ข้ามมาแนว FPS กันบ้าง กับเกมที่ถ้าใครเป็นแฟนแนวนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักเกม Call Of Duty หรือ COD นั่นเอง เป็นเกมของค่าย Activision สำหรับสาเหตุที่เกมนี้โดนแบนมีจากหลายสาเหตุตามแต่ละประเทศ โดยซาอุดิอาราเบียแบนเพราะในภาค 4 มีการฆ่าทหารขอซาอุดิอาระเบียอย่างเลือดเย็น ส่วนในรัสเซียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แบนเพราะ ในภาค 2 มีภารกิจหนึ่งที่ชื่อว่า No Russian ซึ่งเป็นภารกิจที่ให้เราไปสังหารประชาชนบริสุทธิ์ของรัสเซียเป็นจำนวนมากบนสนามบิน ส่วนคิวบาภาค Black Ops โดนก็เพราะในเนื้อเรื่องพวกตัวเอกเราจะไปพยายามสังหารบุคคลสำคัญของที่นั่นตอนสมัยหนุ่มๆนั่นเอง เรียกได้ว่าถึงแม้เกมนี้จะสนุกขนาดไหนถ้าไปยุ่งกับประวัติศาสตร์มากเกินขอบเขตก็สร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่ายได้เหมือนกัน

Postal series (13 ประเทศ รวมทั้งออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสวีเดน)

เกมสุดเกรียนที่ไม่ต้องมีคำบรรยายอะไรมากมายเลยกับเกมนี้ สำหรับเกมนี้เป็นเกมของค่าย โดยเกมนี้มีทั้งหมดด้วยกัน 4 ภาค สำหรับเกมนี้เราสามารถทำอะไรก็ได้ อะไรก็ได้จริงๆนะ โดยอะไรก็ได้ในทีนี้คือเราสามารถหยิบแมวมาขว้างเล่น เสียบกับปืนเป็นปืนแมว เราสามารถเตะสัตว์แทบจะทุกชนิดได้ ปัสสาวะใส่ใครก็ได้ ถอดกางเกงเดินก็ยังทำได้ และแน่นอนว่าถ้าคุณมีอาวุธคุณก็สามารถทำร้ายใครก็ได้ นอกจากเรื่องสกปรก ความรุนแรง เกมนี้ยังมีเรื่องของการก่อการร้าย และยาเสพติดเข้ามาด้วย จึงไม่แปลกใจมากนักที่เกมนี้โดนแบนเยอะมากในหลายประเทศ

Manhunt series (มากกว่าเจ็ดประเทศรวมถึงเยอรมนี สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์)

สำหรับอันดับ 1 ก็ขอกลับมาที่เกมของบริษัทอย่าง Rockstar อีกเช่นเคย(เป็นค่ายที่เจ็บมาเยอะจริงๆ) ซึ่งเกมนี้เป็นเกมแนวลอบเร้น สำหรับเหตุผลที่เกมนี้โดนแบนในหลายประเทศก็เพราะว่าเกมมันมีฉากเลือดสาดเยอะมาก อีกทั้งอาวุธที่ใช้ก็เป็นของทั่วไปที่สามารถหาได้ ปากกา กระจก ถุงพลาสติก ชะแลงฯ ทำให้เหมือนเป็นการดูการฆาตกรรมอย่างใกล้ชิด เพราะอาวุธแต่ละชนิดจะมีความโหดร้ายทารุณตามสี โดยเรียงเป็น สีขาว เหลือง และแดง ซึ่งยิ่งฆ่าด้วยความโหดร้ายมากเท่าไรแต้มตอนสรุปก็ยิ่งได้เยอะมากเท่านั้น ทำให้เหมือนเป็นการส่งเสริมความรุนแรงเข้าไปอีก ถือว่าจะโดนแบนก็ไม่แปลกอะไร

ก็จบไปแล้วกับ 5 เกมโดนแบนเยอะสุด ผู้อ่านเคยเล่นเกมพวกนี้บ้างหรือเปล่า สำหรับผู้เขียน 4ใน 5 นี่เล่นหมดแล้ว และ 1 ในนั้นเป็นเกมโปรดด้วยหละ(หุหุ) สำหรับเกมที่โดนแบนพวกนี้เราไม่สามารถตัดสินได้ว่าที่จริงมันมีผลกระทบมากน้อยเพียงใด อาจจะแค่เป็นสิ่งที่คนบางกลุ่มคิดไปเอง แต่ถึงอย่างนั้นการควบคุมสื่ออย่างเกมก็ยังเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ต่อให้เป็นเกมที่จุดประสงค์หลักเล่นเพื่อคลายเครียด ก็ไม่ใช่ว่าจะทำอะไรก็ได้ไปซะทุกอย่าง ยังไงก็ต้องมีชอบเขตของตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็อาจะโดนกฎหมายเล่นงานเอาได้ถึงแม้ว่าคุณจะทำเกมออกมาได้ดีแค่ไหนก็ตาม

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

แผ่นรองเมาส์ อุปกรณ์สำคัญที่เกมเมอร์มักจะมองข้าม

Superbom001

สัมภาษณ์ Eaddy นักกีฬาอีสปอร์ตอายุน้อยที่สุดใน PUBG Pro League

Lazefatboy

เราควรเตรียมตัวอย่างไรในยุคที่เกมขนาด 100 GB เป็นเรื่องปกติ

Superbom001

Leave a Comment