รีวิว

รีวิว Nioh 2 ภาคต่อของเกมสไตล์ Soul บนธีมของแดนปลาดิบ!

Nioh 2 เป็นเกม Action-Adventure สไตล์ Soul ใหม่จากทาง Koei Tecmo ซึ่งถึงแม้ว่าตัวเกมจะได้ใช้ชื่อว่าเป็นภาคที่ 2 แต่ตัวเนื้อเรื่องของภาคนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเกมภาคแรกเลย ทำให้ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเล่นเกมภาคแรกมาก่อนเลย ก็คงจะสามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างสนุกสนานเช่นกัน และถึงแม้ว่า Nioh 2 จะเป็นเกมสไตล์ Soul ที่ทุกคนเข้าใจว่า “มันต้องเป็นเกมที่ยากอย่างแน่นอน” แต่บอกเลยว่าจากประสบการณ์ของผู้เขียนที่เล่นมาหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น Dark Souls 1-3, Bloodborne, หรือ Sekiro เกมนี้ ยากกว่ามาก ครับ เอาล่ะอารัมภบทมามากพอแล้ว เกมนี้สนุกตรงไหน มีดียังไงบ้างไปดูกันเลยครับ!

◊ เนื้อเรื่อง ◊

เนื้อเรื่องจะกล่าวถึง Hide ผู้เป็นครึ่ง Yokai ที่อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ในป่า ช่วงยุค Sengoku (1232 – 1603) โดยอยู่มาวันหนึ่งช่วงกลางดึก เขาก็ได้ยินเสียงคนมาขอให้ช่วย และกำลังทุบประตูบ้านของเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย Hide เปิดประตูออกมาแล้วพบว่า ชายคนที่มาขอให้ช่วยนั้นโดน Yokai ไล่ตามมา Hide จึงได้ฟัน Yokai ตัวนั้นจนหัวขาด แต่ชาวบ้านคนที่มาขอให้ช่วย ดันไปเห็นสีตาที่เปลี่ยนไปของเขา จึงเกิดความกลัว และหนีไปในที่สุด Hide ปิดประตู้บ้าน หันหลังเพื่อที่จะกลับไปนอนอีกครั้ง แต่เขาก็พบกับจดหมายปริศนาที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ในบ้านของเขาได้อย่างไร จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Hide ต้องออกเดินทางไปยังจุดนัดพบที่ในจดหมายเขียนไว้ เพื่อดูว่าใครกันแน่ที่ส่งจดหมายฉบับนี้มาให้เขา แต่หลังจากมาถึงหมู่บ้านที่เป็นจุดนัดพบ Hide ก็พบว่าเหล่า Yokai และโจรจำนวนมากได้ยึดหมู่บ้านนี้ไปแล้ว

Hide ฝ่าฟันเหล่า Yokai และโจรจำนวนมาก จนสามารถเดินทางไปยังจุดนัดพบได้ แต่แทนที่จะได้พบกับคนที่ส่งจดหมายมาให้เขา Hide กลับพบกับปีศาจหัวม้าตัวใหญ่มากแทน เจ้าปีศาจตัวนี้พอเห็นการมาของ Hide มันก็เริ่มโจมตีเขาทันที ถึงจะใช้เวลาอยู่นาน แต่เขาก็สามารถปราบปีศาจม้าลงได้ แต่ตัวเขาเองก็ต้องใช้พลัง Yokai ที่มีอยู่ในร้างด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากที่ปราบปีศาจม้าได้ Hide กลับไม่สามารถควบคุมพลัง Yokai ของตนได้ ส่งผลให้เขาเริ่มเกิดอาการคลุ้มคลั่ง และอาละวาดเหมือนกับเหล่า Yokai ที่ขาดสติ โชคดีที่ Tokichiro ชายผู้ที่เป็นคนวางจดหมายปริศนาไว้ในบ้านของ Hide โผล่ออกมา และได้ใช้พลังของหิน Amrita ช่วยสยบพลัง Yokai ในตัวของ Hide จนส่งผลให้เขาคืนสติอีกครั้ง หลังจากนั้น Tokichiro ก็ได้ชวน Hide ให้เข้าร่วมกับเขา เพื่อทำตามความฝั่นที่สักวันจะได้เป็นใหญ่เป็นโต การเดินทางของ Hide และ Tokichiro จึงได้เริ่มต้นขึ้น ณ จุดนี้

เนื้อเรื่องของเกมนี้จะไม่ได้เล่าแบบต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่จะมาในลักษณะ Dialog ก่อนเริ่มด่าน และใช้ฉาก Cinematic ตอนจบด่านในการเล่าเรื่องมากกว่า โดยส่วนใหญ่แล้วเนื้อเรื่องของเกมนี้จะเป็นในลักษณะว่า Tokichiro ทราบข่าว หรือไม่ก็ได้รับภารกิจมาจากเหล่าผู้ใหญ่ เกี่ยวกับ Yokai จากนั้นก็เป็น Hide ที่ต้องไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อสืบสวน หรือไม่ก็แก้ไขสถานการณ์เกี่ยวกับ Yokai

ในเกม Nioh 2 นั้นมีการอ้างอิงบุคคลสำคัญทางประวัติศาตร์ของญี่ปุ่นมากมาย และให้พวกเขาเหล่านั้นมีบทบาทในเกมด้วย โดยต้องยอมรับว่าการทำแบบนี้ช่วยสร้างความรู้สึกร่วม ทั้งยังเพิ่มอรรถรสให้กับตัวเกมเป็นอย่างดีด้วยในเวลาเดียวกัน อีกทั้งปีศาจต่างๆ ที่เราได้เจอในเกม ก็ล่วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่ในตำนานของประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น ปีศาจวัว, ปีศาจงู หรือจิ้งจอกเก้าหาง ซึ่งถ้าใครทำเป็นคนชื่นชอบวัฒนธรรมของแดนปลาดิบอยู่แล้ว คงจะรู้สึกสนุกไปกับเนื้อเรื่องของเกมนี้ได้ไม่ยากครับ

◊ กราฟิก / การนำเสนอ ◊

Nioh 2 นั้นเป็นเกมที่มีธีมของเกมเป็น ประเทศญี่ปุ่นในยุคสงคราม ซึ่งเรียกได้ว่ามันเข้ากับการต่อสู้กับเหล่า Yokai ที่ส่วนใหญ่จะเป็นปิศาจในตำนานโบราณ หรือนิทานปรัมปราได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการเซ็ตติ้งของเกมไว้ให้อยู่ในยุคโบราณ ยังเป็นการชูความสวยงามของประเทศญี่ปุ่นออกมาได้มากที่สุดอีกด้วย คงเรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานที่ลงตัวเป็นอย่างมาก ต้องคารวะคนที่คิด Concept ของเกมจริงๆ ครับ

ในเรื่องของกราฟิก ก็คงต้องยอมรับว่า Nioh 2 นั้นเป็นเกมที่ภาพสวยมากเกมหนึ่งเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นโมเดลของปีศาจต่างๆ , ชุดเกราะของเหล่านักรบกับโรนิง ฉากในเกม, รวมไปจนถึงท่าทางการเคลื่อนไหวของตัวละคร ก็ล้วนแล้วแต่เก็บรายละเอียดได้เป็นอย่างดีทั้งสิ้น

ด้วยความที่ Nioh 2 นั้นเป็นเกมที่ถูกระบุว่าเป็นเกมสไตล์ Soul ไม่ต้องพูดก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเกมนี้จะมีความยากที่สูง อีกทั้งเกมนี้มี Action Speed ที่สูงกว่า Dark Soul อยู่มาก ดังนั้นอาจพูดได้ว่าเกมนี้มีความยากมากกว่า Dark Soul ซะอีกในเรื่องของการต่อสู้กับศัตรู ถ้าว่าหากเล่นแบบประมาทมากเกินไป หรือโลภมากเกินไป ก็สามารถตายได้ง่ายๆ เลย แต่ผู้เขียนก็รู้สึกว่าความยากของเกม มันก็เป็นเสน่ห์ของเกมเช่นเดียวกัน ด้วยเหตุผลว่าเกมมันยาก ถึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกอยากจะพยายามเพื่อเอาชนะให้ได้, ด้วยความที่เกมมันท้าทาย ถึงทำให้รู้สึกยินดีมากๆ ทุกครั้งที่เอาชนะได้นั้นเอง

Nioh 2 เป็นเกมที่ออกแบบมาให้เล่นเป็น Mission ซึ่งในจุดนี้เป็นอะไรที่ผู้เขียนรู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากสามารถทำเกมออกมาให้เป็นแบบ Open World ได้เลย คิดว่าคงจะทำให้เกมดูน่าสนใจกว่านี้มาก แต่เพราะว่าเป็นเกมที่เล่นเป็นแบบ Mission นี้แหละ เลยทำให้เครื่อง PS4 ไม่ต้องรับภาระที่หนักเกินไป และสามารถแสดงผล FPS สูงๆ ได้แทน ซึ่งมันทำให้การเกมเพลย์ของ Nioh 2 ลื่นไหลเป็นอย่างมาก เรียกว่าเสียหนึ่งอย่างไป ก็เลยได้อีกอย่างมาทดแทนครับ

หนึ่งในสิ่งที่พิเศษมาก ๆ เลยของเกมนี้ของอาวุธที่มีให้เลือกเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดาบคาตานะเดี่ยว, คาตานะคู่, ดาบยาว, หอก, ขวานคู่, ขวานใหญ่, เคียวยักษ์, ธนู, ปืน, เคียวโซ้ คือเรียกได้ว่ามีอาวุธให้เล่นเยอะจริง ๆ และสกิลของอาวุธแต่ละชนิดก็ถูกแบ่งออกจากกันอีกด้วย ซึ่งแต้มสกิลของอาวุธแต่ละชนิด จะขึ้นจากการเล่นอาวุธชิ้นนั้นเพียงอย่างเดียว นั้นจึงหมายความว่าถ้าหากอยากจะเป็นเจ้าแห่งศาสตราเกมนี้แล้วละก็ จำเป็นต้องใช้เวลาเล่นที่นานมาก ๆ เลยครับ

เกมนี้ใช้ระบบ Status ที่ต้องเลือกอัพด้วยตัวเองเหมือนกับเกมแนวนี้อื่น ๆ แต่ Nioh 2 มีระบบหนึ่งที่ผู้เขียนคิดว่าน่าสนใจมาก นั้นคือระบบที่บอกว่าถ้าหากสเตตัสของเราไม่ถึงที่ของชิ้นนั้นต้องการ เราจะไม่ได้รับโบนัสต่างๆ จากของที่สวมใส่เลย แปลให้เข้าใจง่ายๆ ว่ายังใส่เก่งๆ เพื่อรับค่า Def ที่มากกว่าได้ตามปกติ แต่พวกออฟชั่นเสริ่มต่างๆ ที่ทำให้ตีแรงขึ้น หรือใช้ Stamina น้อยลง ที่มากับชุดนั้นเราจะไม่ได้รับผลเลย ระบบนี้จึงทำให้ผู้เล่นมีตัวเลือกในการเล่นที่มากขึ้นสุดๆ เลยครับ

◊ เกมเพลย์ ◊

เกมเพลย์ของ Nioh 2 จะเป็นการเล่นแบบ Full Action ผู้เล่นสามารถควบคุมตัวละครของเราให้เดิน วิ่ง สำรวจได้อย่างอิสระ อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าเกมนี้ไม่ได้เปิดโลกให้ผู้เล่นสามารถเดินไปไหนมาไหนได้เองทั้งหมดแบบ Open World แต่จะเป็นการเข้าไปเล่น หรือทำภารกิจในแต่ละด่าน แต่สิ่งที่ถูกเพิ่มเข้าเพื่อทดแทน คือความลับมากมายที่มีอยู่ในแต่ละด่านครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้คุ้มครองต่างๆ หรือหีบที่ซ้อนอยู่ จึงทำให้ในแต่ละด่านหากต้องการจะเก็บให้ครบ 100% จำเป็นต้องใช้เวลาเล่น และการสำรวจที่นานมากครับ

การต่อสู้กับศัตรูในเกมนี้จะใช้ระบบทีคล้ายๆ กับเกม Sekiro คือแต่ละตัวจะมีหลอด Stamina อยู่ โดยในการกลิ้ง, ป้องกัน, หรือโจมตี ล่วนแล้วแต่ใช้ Stamina ทั้งสิ้น เมื่อหลอดดังกล่าวหมด ศัตรู หรือตัวละครเราจะอยู่ในสถานนะเหนื่อย หากอยู่ในสถานะเหนื่อยแล้วละก็จะสามารถใช้ท่าโจมตีปิดฉากที่มีความรุนแรงมากๆ ได้ ถึงแม้ว่าการโจมตีปิดฉากนั้นไม่ได้ทำให้ตายโดยทันที่ แต่ก็สร้างดาเมจที่รุนแรงมากๆ อยู่ดี การบริหาร Stamina ให้ดีจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากครับ

ในเกมนี้ผู้เล่นจะสามารถใช้ท่ายืนในการโจมตีได้ 3 แบบคือจรดสูง, จรดกลาง และจรดต่ำ(อ้างอิงตามท่าของเคนโด้) ซึ่งในท่ายืนแต่ละท่าจะมีความสามารถแตกต่างกันไปเช่น จรดสูงจะเป็นท่ายืนที่มีการโจมตีรุนแรง ทั้งยังมีระยะทีไกลสามารถลด Stamina ของตัวที่โดนได้เยอะ ในขณะที่จรดต่ำจะมีความเร็วในการโจมตีที่สูง แต่ก็ต้องแลกมากับดาเมจที่เบาแทบจะลดหลอด Stamina ของศัตรูไม่ได้เลย ส่วนท่าจรดกลางจะมีดาเมจ ระยะ กับความเร็วปานปลาง ทั้ง 3 ท่ายืนสามารถสลับไปมาได้ตลอดเวลา ส่งผลให้การต่อสู้ของเกม Nioh 2 มีมิติที่กว้างมาก บอกเลยว่าตอนเล่นสนุกสุดๆ ครับ

(สีแดงแสดงท่ายืนว่าตอนนี้อยู่ในท่าจรดสูง , สีเหลืองแสดงหลอด Stamina ของศัตรูที่หมดลง เลยทำให้โดนโจมตีปิดฉากได้)

เกม Nioh 2 นั้นมีศัตรูอยู่ 2 ประเภทคือ Yokai กับคน ซึ่งวิธีการต่อสู้กับคน จะแตกต่างจาก Yokai อยู่นิดหน่อย ในเมื่อเราสามารถใช้ท่ายืนได้ 3 แบบ ศัตรูบางตัวก็สามารถใช้ท่ายืนได้ 3 แบบ เช่นเดียวกันดังนั้น จำเป็นต้องคำนวน Stamina กับสังเกตุท่าทายืนของอีกฝ่ายเวลาที่สู้กับคนให้ดี เช่นถ้าหากอีกฝ่ายอยู่ในท่าจรดสูงจะฟันได้ช้า ถ้าเราเข้าประชิดแล้วใช้ท่าจรดต่ำยังไงก็ฟันได้ก่อนแน่นอน เป็นต้น

ในขณะที่การสู้กับ Yokai นั้นจะไม่ต้องระวังท่ายืนให้วุนวายเหมือนสู้กับคน แต่พวก Yokai จะมีการโจมตีที่ต่อเนื่อง และรวดเร็วกว่ามาก ท่าโดนเข้าไปจังๆ ครั้งเดียวก็อาจจะตายได้เลย อีกทั้งท่าโจมตีใหญ่ๆ ของพวก Yokai จะสร้างพื้นที่ ซึ่งทำให้ Stamina ของเราขึ้นได้ช้าหากอยู่ในนั้นด้วย การดูตำแหน่งยืนของตัวเอง และระวังเรื่องระยะห่างให้ดี จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการสู้กับเหล่า Yokai โดยส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า ผู้พัฒนาสามารถออกแบบ การต่อสู้ในเกมนี้ออกมาได้ดีมากครับ

(รูปแรกแสดงถึงการโจมตีของ Yokai ที่รุงแรงมาก, รูปสอง และสามแสดงถึงการโจมตีของคนที่ถึงจะไม่แรง แต่มีหลากหลายกว่า)

พูดถึงการต่อสู้กับศัตรูทั่วไปแล้ว มาพูดถึงการสู้กับบอสบ้างละกันครับ การสู้กับบอสในเกมนี้บอกเลยว่า อาจจะทำให้หัวร้อนได้มากกว่าเกมในตระกูล Dark Soul ซะอีก เพราะอย่างที่บอกแล้วว่า Yokai เกมนี้จะมีการโจมตีที่ต่อเนื่อง บอสส่วนใหญ่ในเกมนี้ก็เป็น Yokai เช่นกัน และด้วยความที่เกมนี้มีค่า FPS ที่ค่อนข้างสูง ทั้งยังมีรูปแบบเกมเพลย์ที่เร็ว ทำให้การสู้กับบอสในเกมนี้จำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจในบอสแต่ละตัวเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากว่าตัดสินใจหลบผิดวิธี และโดนการโจมตีทั้งชุดของบอสแล้วละก็ ตายได้ง่ายๆ เลยครับ

แน่นอนว่าเหมือนเกมแนวนี้อื่นๆ Nioh 2 เองก็สามารถเล่นแบบ Co-Op ได้เช่นเดียวกัน โดยการเล่นแบบนี้จะช่วยให้เราสามารถผ่านด่านยากๆ ได้ ด้วยการให้คนอื่นเข้ามาช่วย อีกทั้งการเล่นแบบ Co-Op ในเกมที่มีความยากแบบนี้ ก็ทำให้สนุกไปอีกแบบด้วยเช่นกัน  อยากให้ลองนึกถึงภาพเวลาที่เรากับเพื่อน พยายามด้วยกันเป็นสิบๆ รอบเพื่อที่จะเอาชนะบอสยากมากๆ ตัวหนึ่งให้ได้ เพราะหลังจากชนะแล้วมันเป็นอะไรที่รู้สึกดีมากๆ เลยครับ

◊ สรุป ◊

Nioh 2 เป็นเกม Action-Adventure สไตล์ Soul ที่สร้างเกมเพลย์ได้สนุกมาก ยิ่งระบบต่อสู้ในเกมนี้คือดีสุดๆ แน่นอนว่าเกมมีความยากที่สูงมาก บางครั้งก็ชวนหัวร้อนอยู่เหมือนกัน เพราะเล่นเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านสักที แต่ส่วนหนึ่งก็รู้สึกว่า เพราะว่ามันยากเนี่ยแหละเกมมันเลยสนุก ส่วนข้อเสียของเกมนี้ ผู้เขียนรู้สึกว่าไม่ได้มีอะไรที่เป็นข้อเสียร้ายแรงอะไรเลย จะมีก็แค่รู้สึกว่าท่าทำออกมาเป็น Open World ไปเลย อาจจะทำให้เกมน่าสนใจได้มากกว่านี้เท่านั้นเอง แต่โดยรวมแล้วคงสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า Nioh 2 คือเกมที่คุณควรหามาเล่นให้ได้ครับ

จากการที่เกมแทบจะไม่มีจุดไหนให้ตำหนิเลยเราจึงคิดว่า Nioh 2 ควรจะได้คะแนน 9 เต็ม 10 ไปเลย ส่วนเหตุผลที่ผู้เขียนยังไม่ได้คะแนนเกมนี้ถึง 10 เต็ม เป็นเพราะยังรู้สึกว่าเกมมันยังสามารถออกมาดีกว่านี้ได้อีก และความสนุกที่ได้จากเกมนี้เอง ก็อยู่ในระดับเดียวกับเกมต่างๆ ที่เราได้เคยให้ 9 คะแนนไว้ในอดีตด้วย จึงคิดว่า 9 คือตัวเลขที่เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับ Nioh 2 ครับ!

Image result for Nioh 2 all spirit

ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

 

 

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ไกด์! 5 Tips & Tricks ไม่ลับในการเล่น Nioh 2 ให้ผ่านในแต่ละด่าน!

wine2035

Nioh 2 ปล่อยวิดีโอ Gameplay ใหม่ โชว์การเล่นและการสู้กับบอส!

wine2035

Nioh มียอดขายมากกว่า 3 ล้านชุดแล้วทั่วโลก!

wine2035

Leave a Comment