บทความ

รายละเอียดข้อมูลเกม Ori and the Will of the Wisps

ยังจำเกมแนวมาริโอ้ได้มั้ยครับ แนวเกมนั้นถ้าให้ผมคิดนำมาต่อยอด ก็คิดไม่ออก แต่ในปี 2015 ทางค่าย Moon Studios ได้ทำเกมอินดี้อย่าง Ori and the Blind Forest ซึ่งได้ต่อยอดในหลายๆจุด ทั้งภาพ เสียง เกมเพลย์ จนได้รับรางวัล Best Art Direction และ Best Artistic Achievement หลังจากได้ผลตอบรับที่ดี ทางค่ายก็ได้ประกาศสร้างภาคต่อโดยมีชื่อว่า Ori and the Will of the Wisps วันนี้เรามาดูกันครับว่าภาคต่อของเกมนี้จะน่าเล่นแค่ไหน และคุณจะสามารถสืบทอดจิตวิญญาณแห่งป่า เพื่อฟื้นฟูความสุมดุลได้หรือไม่ เรามาดูข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมก่อนวันเกมเปิดให้เล่นกันครับ!!!

Ori and the Will of the Wisps คืออะไร? เป็นเกมแนวไหน?

เกมนี้เป็นเกมแนว metroidvania ถ้าเรียกยาวๆ คือการรวมเกมแนว  Adventuer / Action / Platform / indy เข้าด้วยกัน  โดยรูปแบบการเล่นจะเป็น 2D Side Scrolling วิ่งซ้าย-ขวา กระโดดขึ้น-ลง โดยส่วนมากเกมแนวนี้จะกินสเปคน้อยทางค่ายจึงจัดเต็มในด้านภาพเชิงมิติศิลปะ เสียง และเพลงประกอบ  โดยเนื้อเรื่องคร่าวๆ คือ เราจะได้เล่นเป็น Ori สิ่งมีชีวิตลึกลับเรืองแสงสีขาว ที่ตกจากต้นไม้แห่งชีวิต และได้สัตว์คล้ายกอริลล่า นามว่า Neru ช่วยไว้และเลี้ยงจนเติบโต และพอ Ori โตขึ้นต้นไม้แห่งชีวิตได้ตายลง เขาจึงต้องเดินทางเพื่อสืบทอดจิตวิญญาณแห่งป่าเพื่อฟื้นฟูความสุมดุล ในภาคนี้ก็จะเป็นการเดินทางไปในดินแดนใหม่ๆเพื่อให้ Ori ทำการฟื้นฟูสมดุลธรรมชาติต่อไป.

Ori มีตัวเลือกการต่อสู้ในป่ามากขึ้น

จากภาคเดิมบอกเลยนะครับว่าดูเผินๆ เราแค่วิ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว แต่เกมนี้จะมีมอนส์เตอร์ให้เราจัดการ และเรื่องปุ่มท่าทางในช่วงหลังๆ พอเราปล็ดล็อคได้เยอะมากๆ โดยสิ่งที่ผู้เล่นหลายๆคน ต้องทำกันคือ กดมั่วๆครับ ทางค่ายพัฒนาเล็งเห็นปัญหานี้ จึงได้แนวคิดจากเกม Dark Soul คือเราจะต้องสังเกตว่า มอนส์เตอร์จะโจมตีจังหวะไหนเราคอยหลบ และสวนไปยังจุดอ่อนของมัน ช่วยลดการใช้ท่าทางโจมตีที่มั่วซํ่วได้ครับ555.

อาวุธที่เยอะขึ้น ทักษะที่มากขึ้น

-จะเพิ่มเป็น 3 อาวุธให้เราสลับใช้ได้ตลอดเวลาคือ 1.ดาบวิญญาณ 2.ค้อนยักษ์ 3.ธนู และสามารถยิงพลังวิญญาณใส่มอนส์เตอร์ได้อีกด้วย โดยอาวุธเหล่านี้ก็สามารถอัพเกรดเพิ่มได้เช่นกัน เช่น ธนูจากที่ยิงได้ทีละนัดอาจอัพเกรดให้ยิงได้ ทีละ 2-3 นัด โดยคาดว่าการเก็บเลเวล / ทักษะจะเหมือนภาคแรก คือ ได้มาจากการจัดการมอนส์เตอร์และเก็บตามจุดต่างๆ ที่เกมทำการซ่อนไว้ 

-ในภาคก่อนเราจะได้เห็น Ori หลังจากอัพเกรดความสามารถทำให้เขาสามารถกระโดดได้ 2 ขั้น แต่นั่นยังไม่พอ!!! ในภาคนี้มีการเพิ่มตะขอเกี่ยวมาให้เราใช้ ไว้ช่วยพาเราไปยังจุดที่กระโดดไปไม่ถึง ยังมีทักษะใหม่ๆ อีกมากที่ยังไม่เปิดเผยและรอคุณไปพิสูจน์นะครับ.

คุณสามารถปรับแต่งการสร้างตัวละครของคุณโดยการหา”Shards

ทั่วพื้นที่ของเกมจะมีสิ่งที่เรียกว่า “shards” เป็นเศษที่จะให้คุณนำไปอัพเกรดความสามารถต่างๆ เช่น ทำให้กระโดดได้ 2 ขั้น อัพเกรดท่าทางคอมโบ ทั้งยังเป็นตัวนำทางเราไปยังเป้าหมายต่อไปอีกด้วย.

ความยาก!!!

หนึ่งในจุดขาดของเกมนี้เลยครับ เพราะมันเล่นยากจริงๆ ตั้งแต่ภาคแรกแล้ว มีความคล้ายๆ Dark Soul คือถ้าคุณเจอมอนส์เตอร์ แต่สู้ไม่ได้ ตายแล้วตายอีกคุณก็ค่อยกลับมาก็ได้ หนีไปฟาร์มเลเวล พัฒนาฝีมือ ไปสำรวจที่อื่นๆก่อน และถ้าพร้อมค่อยกลับมาจัดการพื้นที่ส่วนนั้นทีหลัง.

ยังคงเป็นรูปแบบ 2D Side Scrolling แต่มีความเป็น 3D มากกว่าเดิม

ในภาคต่อนี้จะมีภาพที่สวยกว่าภาคแรก สไตล์ศิลปะนั้นอาจเหมือนกัน คือ ป่าเขียวชอุ่ม และแสงไฟที่เป็นเอกลักษ์ แต่มันจะดูเป็นสามมิติมากกว่าเดิม ศัตรูตัวใหญ่จะดูมีมิติมากขึ้น และค่ายพัฒนาได้สร้างแสงสว่างแบบฟิสิกส์พื้นฐานเพื่อให้โลกดูเป็นชั้น ๆ ดูมีมิติมากกว่าเดิม และงดงามกว่าเดิม.

อาจมีระบบเวลาอะซิงโครนัส ( Ssynchronous Multiplayer Time )

อธิบายแบบเข้าใจง่ายครับ คือในแต่ละพื้นที่ระบบจะมีการบันทึกว่า เราใช้เวลาเท่าไหร่ในการจัดการมอนส์เตอร์ หรือใช้เวลาเท่าไหร่ในการวิ่งผ่านส่วนนั้นๆ และจะนำตรงนี้แหละครับมาเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆว่าใครทำเวลาได้ดีกว่า เป็นการแข่งขันกันอีกรูปแบบนึง ช่วยให้เรารู้สึกว่าไม่ได้เล่นคนเดียว แต่มีเพื่อนๆกำลังฝ่าฟันตรงนี้เหมือนกันนะ กำลังโดนมอนส์ตีตายเหมือนกันนะ555.

วันวางจำหน่าย และแพลตฟอร์ม

ในส่วนนี้ก็อีกไม่นานแล้วครับเพราะประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะเปิดให้เล่นกันได้ในวันที่ 11 มีนาคม 2020 และลงให้กับเครื่อง Xbox One / Pc ส่วนในแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็ต้องรอฟังข่าวไปก่อนนะครับ เพราะขนาดภาคก่อนกว่าจะลงให้ Nintendo Switch ก็ผ่านไป 4 ปี แต่ผมคาดว่าภาคนี้อาจจะได้รับการแฟลตลง NDS ไวขึ้นเพราะภาคแรกแฟนๆ ตอบรับกันด้วยดี ยังไงก็รอลุ้นกันนะครับ.

 

Leave a Comment