บทความ

Yennefer vs Triss เลือกใครดีและเหตุผลที่ไม่ควรเก็บเธอไว้ทั้งสองคน

The Witcher 3 : Wildhunt ถือว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากกระแสของซีรีส์ The Witcher ฉบับ Netflix ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนหยิบเกมนี้ขึ้นมาเล่นอีกครั้งหนึ่ง ตัวเกมแม้จะเก่าแล้วแต่ก็มีความยอดเยี่ยมในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านของเนื้อเรื่องที่ผลกระทบของเหตุการณ์ต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจากการเลือกของผู้เล่น ทำให้หลาย ๆ คนลงทุนรีเซฟหรือว่าบางครั้งถึงกับเล่นใหม่เพื่อเปลี่ยนการตัดสินใจเลยก็มี และหนึ่งในตัวเลือกที่ยากที่สุดในเกมจนกลายเป็นประเด็นเล็ก ๆ ไปจนถึงการโต้วาทีคือ “Yennefer กับ Triss เลือกใครดี” ปล.บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของเกม

Yennefer กับ Triss รักสามเส้าของ Garalt

หากใครที่ยังไม่เคยเล่นเกม The Witcher 3 หรืออ่านนิยายมาอาจจะไม่ค่อยเข้าใจว่าสามคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกัน หากจะนิยามสั้น ๆ คือ ทั้งสามคนนี้มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน โดย Yennefer และ Triss เป็นสองจอมเวทย์แห่งโลก The Witcher ที่เผอิญต้องมีชะตาเกี่ยวข้องกับ Garalt อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดย Yennefer ถือว่าเป็นคนรักเก่าของเขาที่อยู่ด้วยกันมานาน ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในวันที่ 25 กันยายน 1268 เมื่อในเมือง Rivia ได้เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ขึ้น Garalt ที่ออกมาปกป้องคนแคระกับเหล่า Elf ถูกทำร้ายอย่างหนักจนเขาเสียความทรงจำ Yenneferเองก็ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเช่นกันเนื่องจากเธอได้ช่วยรักษาบาดแผลให้กับเขา หลังจากเหตุการณ์นั้น Garalt ได้เสียความทรงจำ ทำให้เขาไปเจอกับจอมเวทย์หญิงอีกคนอย่าง Triss แทนและทั้งสองก็รักกันเรื่อยมาจนกระทั่ง Garalt ได้ความทรงจำกลับคืนมาและออกตามหา Yennefer จึงทำให้เกิดเรื่องวุ่น ๆ นี้

จุดเด่นของทั้งสองคน

สำหรับใครที่ยังไม่เลือกใครดีผู้เขียนจะขอแนะนำตัวของทั้งสองคนแบบย่อ ๆ ให้เหล่าเกมเมอร์ได้นำไปพิจารณากัน โดย Yennefer แม้ว่าหน้าของเธอจะเหมือนกับหญิงสาวอายุ 20 กว่า ๆ แต่ว่าในความเป็นจริงเธอมีอายุเกือบจะ 100 กว่าปีแล้ว ทำให้เธอเป็นจอมเวทที่ทรงพลังมาก ในขณะเดียวกันการที่เธอผ่านอะไรมาเยอะทำให้เธอมีความเย็นชา พร้อมกับนิสัยของประพูดประชดประชัน ที่ทำเอา Garalt ต้องปวดหัวไปตาม ๆ กัน

ในขณะที่ Triss ก็เป็นจอมเวทหญิงอีกคนที่ทรงพลังมากเช่นกันและมีจุดเด่นคือเวทไฟที่ใครเห็นแล้วต้องหวาดกลัว โดย Triss เนื่องจากที่เธอเป็นจอมเวทหญิงที่มีอายุน้อยที่สุด ทำให้เธอมักจะใช้อารมณ์ในบางครั้งประมาณว่า หากเธออารมณ์ดีเธอจะกลายเป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็หลงรัก แต่หากเธอโมโหละก็ตัวใครตัวมัน

ซึ่งทั้งสองก็เป็นเสมือนกับตัวแทนของผู้หญิงที่เราชอบ ชอบใครก็เลือกคนนั้น

ผลกระทบของการเลือกและไม่เลือก

ในเกม The Witcher 3 เราจะมีภารกิจที่ต้องเกี่ยวข้องกับทั้งสองคนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งภารกิจเสริมและภารกิจหลัก โดยเมื่อเราเล่นไปถึงจุดหนึ่งเราสามารถที่จะบอกรักตัวละครทั้งสองได้ และมีกิจกรรมร่วมกันได้ ซึ่งผู้เขียนไม่สามารถบอกได้เนื่องจากจะทำให้เว็บ Gamefever ของเราโดนแบนได้(ฮา) โดยผลกระทบจากการเลือกของเรานั้นจะไปส่งผลกับสามเควสหลักและฉากจบของเกม

เควส Something Ends, Something Begins

สำหรับเควสนี้เป็นเควสหลักก่อนจบเกม โดยหากเราเลือกคนใดคนหนึ่งและจบแบบ Good ending คนที่เราเลือกจะมาอยู่กับเราในบ้านหลังเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ในขณะเดียวกันหากเราไม่เลือกใครเลยเราจะกลายเป็น Witcher ผู้แสนโดดเดี่ยว

เควส It Takes Three to Tango

หากคุณเป็นคนเจ้าชู้เลือกทั้งสองคนคุณจะได้เควสนี้ โดยสองสาวจะหลอกให้คุณไปเตรียมไวน์มาเนื่องจากจะมีกิจกรรมพิเศษบางอย่าง แต่แล้วคุณก็ถูกสาวสองนี้เอาคืนอย่างเจ็บแสบ

เควส Be It Ever So Humble… (DLC Blood and Wine)

รูปภาพจาก witcher.fandom.com

ในเควสสุดท้ายของ DLC : Blood and Wine เมื่อเรากลับไปถึงบ้านหากเราเลือกรักคนไหน หญิงสาวคนนั้นจะมาอยู่รอเราที่บ้าน หากคุณไม่เลือกใครและจบแบบ Good Ending คุณจะเจอกับ Ciri แทน แต่ถ้าไม่เลือกใครและจบแบบ Bad Ending เราจะเจอกับ Dandelion รวมถึงการเล่นแบบเลือก DLC นี้อย่างเดียวตั้งแต่เริ่มเกมก็จะเจอเขาเช่นกัน

สรุป

Yennefer และ Triss เปรียบเสมือนกับการที่ทาง CD Projekt ใส่เข้ามาเพื่อที่จะทดสอบเหล่าเกมเมอร์ว่า ในยามที่เราจะต้องเลือกใครสักคนและเราต้องตัดใจจากอีกคนคุณจะรับมือได้ไหม ซึ่งในชีวิตจริงของเราก็เช่นกันการจับปลาสองมือไม่ได้ทำให้แสดงให้เห็นถึงความรัก แต่มันเป็นการแสดงให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของคุณที่ยอมทำร้ายจิตใจของคนสองคนเพื่อตัวคุณคนเดียว

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

The Witcher 3: Wild Hunt กับ MOD ที่ไม่ควรพลาด

Hawaii

The Witcher กับ 10 ข้อแตกต่างระหว่างซีรีส์และในเกม

Hawaii

10 เกมดังที่มาจากนิยายชั้นยอด

Superbom001

Leave a Comment