บทความ

League of Legend VS DOTA 2 ความเหมือนที่แตกต่าง

ประเด็นนี้ได้ไอเดียวมาจากดราม่าที่มีโปรเพลเยอร์เกม LOL นาม Doublelift อยู่ ๆ ก็ได้ออกมากล่าวเชิงขิงที่กระทบจิตใจผู้เล่นเกม DOTA 2 อย่างแรง โดยได้กล่าวเอาไว้ว่า “ผมคิดว่า DOTA 2 ยากกว่า LOL ในเรื่องของความหลากหลายในการเล่น, การ Draft ฮีโร่ , และการควบคุมในแผนที่ แต่ถ้าเป็นเรื่องของทักษะสกิล ๆ ต่าง ๆ ในการเล่น ละก็ LOL กินขาด เพราะ DOTA 2 มี Movement ของฮีโร่ที่ค่อนข้างแปลก รวมไปถึงการใช้ Skillshot ต่างๆ ที่ยังดูไม่ต่อเนื่อง แถม DOTA 2 ยังมีสกิลประเภทเล็งเป้าหมายอยู่เยอะมาก แม้ผู้เล่นจะมีปุ่มต่าง ๆ ให้กดมากขึ้น แต่ตัวเกมก็ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะในการใช้สกิลมากขนาดนั้นเมือเทียบกับการใช้สกิลในเกม LOL

หลังจากมีกระแสไปซักพัก พ่อใหญ่ของชาว DOTA 2 อย่าง Johan “N0tail” Sundstein ก็ลงมาพูดถึงเรื่องนี้ด้วยตัวเอง โดยโพสใน Twitter ถึง 2 ครั้ง โดยในครั้งแรก ได้กล่าวว่า “ตอนผมเล่น LoL ครั้งแรกใน Pub Match ผมก็ชนะแบบถล่มทลายเหมือนกัน พูดเรื่องจริงจังกัน สมมุติผมเล่นในระดับโปรลีคไป 20-30 นาที แต่ Score ฆ่ารวมทั้งสองทีมมีแค่ 4-5 ตัว ผมก็สงสัยว่าเป้าหมายของเกมนั้นคืออะไรกันแน่ ใช่การเล่น Laning Phase ที่เอาแต่ Last Hit หรือ ป่วนเลนกันไปมา”

ต่อด้วยโพสต์ที่ 2 ที่มีการแท็กปรึกษาเพื่อนรัก โดยสรุปได้ว่า “ผมมีไอเดีย : ผมกับ Ceb จะไปพบกับผู้เล่น LoL ระดับมืออาชีพ และพวกเราจะนั่งคุยกันในเรื่องข้อดีข้อเสียของ Dota 2 กับ LoL แล้วคุยเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเกมที่พวกเราเล่น แน่นอนว่าทั้งสองเกมเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม ผมสงสัยเลยว่ามุมมองไหนที่จะทำให้มันยากกว่ากัน”

เมื่อเรื่องนี้ไปถึง Sébastien “Ceb” Debs ผู้มีความคิดเชิงบวกและมีปรัชญาที่ลึกซึ้ง เขาก็ได้ออกมาพูดเป็นคลิปสั้น ๆ ลงใน Twitter อีกเช่นกัน โดยมีใจความโดยสรุปว่า “ตอนนี้ทุกคนพูดถึงว่า Dota 2 กับ League of Legends เกมไหนดีกว่ากัน มันเป็นคำถามที่ไม่ใครรู้ พูดกันยังไงก็ไม่จบ แต่วันนี้ผมจะหาข้อสรุปให้ Dota 2 เป็นจักรยาน 3 ล้อ ที่สร้างจากความตั้งใจ ไม่ใช่ผลงานยิ่งใหญ่ แต่ก็ขับเคลื่อนด้วยความเป็นศิลปะล้วน ๆ แต่ถ้าให้พูดถึง League of Legends เปรียบเสมือนจักรยาน ปี 1996 อย่างดีที่มาพร้อมอะไหล่ครบครัน แต่รู้มั้ย ถ้านายปั่นจักรยานเจ๋ง ๆ เอาชนะสามล้อในการแข่งระยะ 6 เมตรได้ คงไม่มีใครสนใจนาย จักรยาน LoL นั้นรวดเร็ววองไวและปลอดภัย แต่การปั่นจักรยานสามล้อ เองก็มีความซับซ้อนไม่แพ้กัน ดังนั้น ขอบอกกับแฟน Dota 2 และ LoL ทั้งหลาย พวกนายจะขี่จักรยานอะไรก็ขี่ไป ไม่ต้องเอามาอวดคนอื่นหรอก”

และก็มีอีกหลายคนออกมาพูดในแนวนี้ ทำให้เรื่องนี้จบไปในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา แต่ทางเรา GameFever Th ยังไม่จบแค่นั้น! ยังไม่จบในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าาจะไปทะเลาะกับเขาแต่อย่างใด เพราะจากประเด็นนี้ ก็ทำให้เราสงสัยเป็นอย่างมากว่า ทั้ง 2 เกมนั้นมีอะไรที่เหมือน และแตกต่างกันบ้าง? ด้วยความอยากรู้ทางเราก็ได้รวบรวมความคิดเห็นหลาย ๆ เรื่องในโลกออนไลน์ กับความคิดของผู้เขียนเองว่า สรุป LOL VS DOTA2 มีความเหมือนที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยครับ

ความเหมือน

ทั้ง 2 เกม เป็นประเภทของเกมที่เรียกว่า MOBA (โมบา) ย่อมาจาก Multiplayer Online Battle Arena ซึ่งถ้าให้พูดทั้งหมดว่าเหมือนยังไงบ้างมันคงยาวจนน่าเบื่อ โดยเราจะสรุปเป็ข้อ ๆ ไว้ดังนี้

  • มีผู้เล่น 2 ทีม แต่ละทีมมี 5 คน
  • แผนที่คลายกันในภาพรวม
  • มีการชนะได้โดยไปทำลายฐานทัพอีกฝ่าย
  • ใช้มุมมอง Top view ในการเล่น
  • มีลูกสมุนวิ่งออกไปรบกันอยู่ตลอดเวลา

จุดที่แตกต่างกัน

โดยเราจะเริ่มจากสิ่งที่ LOL มี แต่ DOTA2 ไม่มี กันก่อนครับ

  • Inhibitor (Barrack) สามารถถือกำเนิดใหม่ได้
  • ผู้เล่นทุกคนจะสามารถเลือก Summoner’s Spell ได้ 2 อย่าง
  • การอัพเกรดค่าสถานะเพิ่มเติมก่อนเริ่มเกม จาก Runes
  • มีพุ่มไม้
  • แชมเปียนส์ส่วนใหญ่มีทั้งหมด 5 สกิล ซึ่งเป็นสกิลติดตัว (Passive) 1 สกิล และสกิลทั่วไปอีก 4 สกิล
  • หากแชมเปียนส์เราตาย จะไม่เสียทอง
  • Objective เฉพาะตัว (ปู , บลู , เรด , มังกร , บารอน)
  • Recall ฟรีแต่สามารถโดนหยุดได้ง่าย เเละจะ Teleport ได้จาก Summoner’s Spell เท่านั้น
  • มีการซื้อตัวละคร (DOTA2 ให้ฟรีทุกตัว)
  • มีตำแหน่ง Jungle ที่ชัดเจน (DOTA2 ถึงจะสามรถเล่นแบบ Jungle ได้ แต่ไม่แนะนำ)

และเรามาดูสิ่งที่ DOTA2 มี แต่ LOL ไม่มี กัน

  • การ Stack Jungle (คือการทำให้ครีปป่าเกิดซ้ำโดยที่ครีปชุดเก่ายังไม่ตายทั้งหมด)
  • การ Block Creep (เพื่อให้ Creep เดินไปช้ากว่าปกติเพื่อความได้เปรียบในเลน)(โดย Creep = Minion )
  • สัตว์ส่งของ (Courier)
  • Black King Bar ไอเทมที่ป้องกันเวทโดยสมบูรณ์ (ป้องกัน AP อย่างสมบูรณ์)
  • Blink Dagger ที่ต้องซื้อ (คล้ายกับ Summoners Flash ที่เลือกได้ฟรีแต่ระยะการใช้ต่างกันมาก)
  • มีการซื้อเกิด (ใช้เงินเพื่อให้ตัวเองเกิดทันที)
  • Objective เฉพาะตัว (Roshan , Aegis , Cheese , Refresher Shard , Aghanim Blessing)
  • ระบบ Talent
  • เกิดของ Rune ทุก ๆ 2 นาที และ Bounty Rune ทุก ๆ 5 นาที
  • ครีปป่าดรอปไอเท็มได้หลังจากฆ่า

Image result for dota2

ยังมีอีกในระดับการแข่งขันที่เกม LOL จะจัดการแข่งขันเป็นลีค แต่ DOTA 2 จะจัดเป็นทัว ,ใน LOL ตัวที่ใช้สกิลสามารถเก่งได้หรือสกิลแรงขึ้นได้ในขณะที่ DOTA 2 ทำไม่ได้ แต่ DOTA 2 มีสิ่งที่โดดเด่นมากกว่าในเรื่องความหลากหลายของไอเทมที่แก้ทางได้ทุกตัวจริง ๆ , DOTA 2 เป็นเกมที่มีรายระเอียดเยอะมาก ๆ ในแผนที่ จนทำให้ดูไม่ต้อนรับผู้เล่นใหม่ ส่วน LOL สิ่งที่ดูยากคือการฝึกสกิลในการเล่น ที่ต้องกดสกิลเร็วมาก ๆ เช่น lee sin insect move นี้ก็บอกได้เลยว่าไม่ใช่ง่าย ๆ

ยังไงทั้ง 2 เกมก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูงทั้งคู่มีภาพที่เป็นสไตล์ของตัวเอง โดยแค่มีพื้นฐานที่เป็นเกม MOBA เหมือนกันเท่านั้นเอง ส่วนรูปแบบการเล่น แผนการ ฮีโร่ ไม่สามารถเอามาเทียบกันได้ทั้งหมด เพราะความแตกต่างในเรื้องของรายละเอียดนี้ล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นสร้างสรรค์การเล่นที่หลากหลายออกมาได้ จนทำให้เกิดความแตกต่างให้แก่เกมแต่ละเกม (ถ้าทุกเกมเหมือนกันหมดก็ไม่รู้จะเล่นไปทำไม) ผู้เขียนคิดว่านี้ละคือจุดประสงค์ที่ตัวผู้สร้างเกม ผู้พัฒนาเกมอยากให้มันเกิดขึ้น ผู้อ่านคิดว่ามีตรงใหนที่ต่างกันนอกจากที่เขียนมา สามารถมาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยนะ

Related image

Leave a Comment