บทความ

สรุปเนื้อเรื่อง Star Wars Jedi: Fallen Order

Star Wars ถือเป็นซีรีส์เก่าแก่ ที่มีแฟนๆ ทั่วโลกติดตามอย่างเหนียวแน่นมาเป็นเวลานาน โดยก่อนหน้านี้ค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง EA ได้รับลิขสิทธิ์มาทำเป็นเกม อย่าง Battle Front ภาคหนึ่ง และสอง แต่ด้วยปัญหามากมาย ทำให้เกมทั้งสองไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังของแฟนๆ ที่ต้องการจะเห็น Star Wars กลับมาผงาดในวงการเกมอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้กลับมาอีกครั้ง กับเกม Star Wars: Jedi Fallen Order เกมแอคชั่นจากผู้พัฒนา Respawn Entertainment (Titanfall, Apex Legends) ที่ได้รับคะแนนรีวิวชื่นชมอย่างถล่มทลาย และยังถูกยกให้เป็นเกมที่ตอบโจทย์แฟนๆ Star Wars มากที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว และเพื่อให้เพื่อนๆ สามารถเข้าถึงเนื้อหาของเกมได้มากที่สุด เราจึงสรุปเรื่องราวการผจญภัยของ Cal Kestis ตัวเอกจากเกมในจักรวาล Star Wars ภาคล่าสุดให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน จะได้ไม่พลาดเรื่องราวปฐมบทของตำนาน Star Wars บทใหม่นี้จ้า


การหลบหนีจากดาว Bracca

เรื่องราวของเกม Star Wars Jedi: Fallen Order เริ่มขึ้น 5 ปีหลังจากการสิ้นสุดของสงครามโคลน Clone Wars และจะติดตามตัวละคร Cal Kestis อดีตเจไดฝึกหัด ผู้ต้องหลบหนีจากการตามล่าของจักรวรรดิอวกาศอันชั่วร้าย และใช้ชีวิตในฐานะพนักงานแยกชิ้นส่วนยานอวกาศบนดาวเคราะห์ Bracca เพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงในฐานะเจได

จนมาวันหนึ่ง ในขณะที่ Cal กับ Prauf เพื่อนรักของเขากำลังอยู่ระหว่างการทำงาน ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น ทำให้เพื่อนของเขาพลัดตกจากซากยานลงไปยังพื้นด้านล่าง ทำให้ Cal ตัดสินใจใช้พลัง Force อีกครั้งเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนของเขาเอาไว้ แต่ด้วยความเคราะร้ายทำให้การกระทำทั้งหมด ถูกเห็นโดยหุ่นสังเกตการณ์ของจักรวรรดิ ซึ่งก็ไม่รอช้าที่จะเปิดเผยตัวตนของ cal ให้เหล่านักล่าเจไดหรือ Inquisitor รับทราบ

หลังจากเหตุการณ์นั้นไม่นาน จักรวรรดิก็ส่งนักล่าเจไดสองรายมายังดาว Bracca ที่ใช้ชื่อเพียงว่า Second Sister และ Ninth Sister โดยทั้งสองได้ยื่นข้อเสนอให้กับเหล่าคนงานที่ทำงานร่วมกับ Cal ให้เผยตัวเจได้ที่หลบซ่อนอยู่ในหมู่พวกเขาออกมา ไม่อย่างนั้นทุกคนจะโดนประหาร

เพื่อช่วยถ่วงเวลาให้กับเพื่อนรัก Prauf จึงทำทีเป็นพูดถ่วงเวลา Second Sister แต่ก็ไม่ได้ผล ทำให้เขาถูกดาบไลท์เซเบอร์ของ Second Sister แทงเข้าที่หัวใจ การตายของ Prauf ทำให้ Cal โกรธจนขาดสติชั่วขณะ และชักดาบไลท์เซเบอร์ของอาจารย์ที่เขาเก็บไว้ออกมาโจมตีเธอ แต่ Second Sister กับทรงพลังกว่าเขามาก ทำให้ Cal ตัดสินใจหนี เพื่อหาทางออกจากดาวเคราะห์และเอาตัวรอดให้ได้

แต่หนีไปได้ไม่ทันไร Second Sister ก็ตามเขามาจนทัน และทั้งสองก็ประดาบกันอีกครั้ง แต่เช่นเดียวกับครั้งก่อนหน้านี้ ฝีมือของ Second Sister ยังเหนือกว่า Cal หลายชั้น ทำให้เธอเอาชนะเอาได้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนที่เธอจะสามารถปลิดชีพเขาลงได้ Cal ก็ได้รับความช่วยเหลือจากอดีตเจได Cere Junda และคนขับยาน Greez Dritus ก่อนที่จะหนีออกไปจากดาวด้วยยาน Mantis ของทั้งสองนั่นเอง


ออกเดินทางเพื่อคืนชีพนิกายเจได

หลังจากที่เอาตัวรอดมาได้ Cal ก็ได้รับทราบจาก Cere ว่าเธอเป็นอดีตเจได แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดตัวเองจากพลัง Force โดยสิ้นเชิง แต่แม้ว่าเธอจะวางมือจากการเป็นเจได Cere ก็ยังมีจุดมุ่งหมายในการสร้างนิกายเจไดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยการตามหา Holocron (อ่านว่า โฮ-โล-ครอน) (หรือเครื่องมือที่ใช้บันทึกข้อมูล) ของอดีตอาจารย์ของเธอที่ชื่อว่า Eno Cordova (อีโน่ คอ-โด-ว่า) ซึ่งรวบรวมรายชื่อของเด็กที่มีพลัง Force ทั้งหมดในจักรวาลเอาไว้

เพื่อการนี้ เธอจึงพา Cal ไปยังดวงดาวที่ชื่อว่า Bogano (โบกาโน่) เพื่อตามหาร่องรอยของอาจารย์ Cordova อีกครั้ง โดย Cal ก็ได้พบกับหุ่นดรอยตัวน้อยนามว่า BD-1 ซึ่งเป็นอดีตหุ่นของ Cordova นั่นเอง โดยเจ้าหุ่น BD-1 ได้เปิดเผยข้อความจาก Cordova ต่อ Cal ถึงตัวตนของชนเผ่าโบราณเผ่าหนึ่ง ที่แก่กล้าในพลัง Force มากๆ ชื่อว่าเผ่า Zeffo (เซฟโฟ) โดยเผ่า Zeffo ได้สร้างวิหารลึกลับเอาไว้บนดาวเคราะห์ต่างๆ ทั่วทั้งจักรวาล และ Cal จะสามารถหา Holocron ที่เขาต้องการได้จากวิหาร Zeffo อันใดอันหนึ่ง ตราบใดที่เขาสามารถผ่านบททดสอบทั้งหมดของ Cordova ไปได้

จากการสืบสวนของ Cal บนดาว Bogano ทำให้เขาค้นพบตำแหน่งดาวบ้านเกิดของเผ่า Zeffo และยังค้นพบด้วยว่า Cordova เคยเดินทางไปยังดาวที่ชื่อว่า Dathomir (ดา-โธ-เมียร์) อีกด้วย Cal, Cere, และ Greez จึงตัดสินใจเดินทางไปยังดาวบ้านเกิด Zeffo เพื่อเริ่มตามหาเบาะแสของ Cordova


อดีตที่ถูกเปิดเผย

หลังจากที่เดินทางมาถึงดาว Zeffo นั้น Cal และผองเพื่อนก็พบว่ากองทัพจักรวรรดิได้เดินทางมาถึงก่อนแล้ว ทำให้เขาต้องต่อสู้กับทหาร Storm Trooper มากมายในระหว่างเดินทางไปสำรวจวิหาร Zeffo บนดาวนั่นเอง โดยภายในวิหารนั้น Cal ได้ค้นพบเข้ากับข้อความโฮโลแกรมที่ Cordova ทิ้งเอาไว้ ซึ่งเอ่ยถึงหัวหน้าเผ่า Wookie ที่มีชื่อว่า Tarfful ทำให้ Cal ตัดสินใจเดินทางไปยังดาว Kashyyyk บ้านเกิดของเหล่า Wookie เพื่อถามไถ่ความเป็นมาของ Cordova จาก Tarfful โดยตรง

เมื่อเดินทางมาถึงดาว Kashyyyk ได้ไม่ทันไร Cal และเพื่อนๆ ก็พบว่าดาวได้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของจักรวรรดิแล้วเช่นกัน แต่ที่น่าตกใจกว่า คือมีกองกำลังกบฏบนดาวกำลังทำสงคราม เพื่อยึดดาวคืนจากจักรวรรดิด้วย โดยเหล่ากบฏที่เรียกตัวเองว่า Partisans นั้นถูกนำโดยชายชื่อว่า Saw Gerrera ผู้เปิดเผยว่ากองทัพจักรวรรดิได้กักขังชาว Wookie จำนวนมากเอาไว้ในโรงงานใกล้เคียงเพื่อใช้เป็นแรงงานทาส Cal จึงตัดสินใจร่วมมือกับ Saw เพื่อช่วยเหลือพวกเขา โดยหวังว่าเหล่า Wookie ที่ถูกจับกุมจะสามารถนำทางเขาไปสู่ Tarrful ได้นั่นเอง

หลังจากที่ช่วยเหลือเหล่า Wookie ออกมาจากคุกได้สำเร็จ Cal ก็ต้องผิดหวัง เพราะเหล่า Wookie ที่ช่วยออกมาได้นั้น ไม่มีใครรู้ที่อยู๋ของ Tafful เลยซักคนเดียว Cal จึงตัดสินใจที่จะฝากให้เหล่า Wookie และกบฏ Partisans ช่วยเขาตามหา Tarfful ไปพลาง ก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังดาว Zeffo เพื่อสำรวจวิหารบนดาวอีกครั้ง

ระหว่างที่อยู่บนดาว Zeffo นั้น Cal ก็ต้องเผชิญหน้ากับนักล่าสาว Second Sister และเช่นเดียวกับครั้งที่แล้ว ฝีมือของเธอยังเหนือกว่า Cal มากนัก ทำให้เธอสามารถเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ก่อนที่เธอจะสามารถปลิดชีพ Cal ได้ หุ่น BD-1 ก็ช่วยเหลือเขาได้ทัน ด้วยการเปิดบาเรียขึ้นมากั้นระหว่างทั้งสอง ทำให้ Second Sister ตัดสินใจเปิดเผยตัวตนของตัวเอง ว่าแท้จริงแล้ว เธอเป็นอดีตเจไดที่ชื่อว่า Trilla Suduri และยังเป็นอดีตลูกศิษย์พาดาวันของ Cere อีกด้วย!

Trilla พยายามที่จะหลอกล่อให้ Cal ตกสู่ด้านมืด ด้วยการพยายามบอกเขาว่า Cere จะทรยศเขาแบบเดียวกับที่เธอทำเอาไว้กับ Trilla ซักวัน เพราะว่า Cere เคยถูกทรมานจนยอมเปิดเผยตำแหน่งของ Trilla ต่อจักรวรรดิ ทำให้เธอต้องถูกจับมาทรมาน และตกสู่ด้านมืดโดยฝีมือ Darth Vader ดังเช่นที่เป็นอยู่ ก่อนจะจากไป ทิ้งเอาไว้เพียงความสับสนในจิตใจของ Cal

หลังจากที่เอาตัวรอดจาก Trilla มาได้ Cal ก็ค้นพบว่าเขาจำเป็นต้องตามหาสมบัติโบราณของชาว Zeffo ที่เรียกว่า Astrium ในการเข้าสู่ชั้นในสุดของวิหาร แต่ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับไปยังยาน Mantis ได้สำเร็จ เขาก็ถูกลอบโจมตีโดยนักล่าค่าหัวจนหมดสติไป

เมื่อฟื้นขึ้นมา Cal ก็ค้นพบว่าเขาได้ถูกพาตัวมายังสนามประลองของหัวหน้าแก๊งโจรที่ชื่อว่า Sorc Tormo ทำให้เขาต้องต่อสู้เอาตัวรอดจากสัตว์ร้ายและนักล่าค่าหัวมากมายที่ถูกส่งลงมาเอาชีวิต ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจาก Cere และ Greez อีกครั้งนั่นเอง โดย Greez ก็เปิดเผยว่าแท้จริงแล้ว เขาติดเงิน Sorc Tormo อยู่เป็นจำนวนมหาศาล เป็นเหตุผลที่ทำให้หัวหน้าแก๊งตัดสินใจเล่นงาน Cal เพื่อเอาคืน

หลังนั้นไม่นาน พวก Cal ก็ได้รับข้อความจากทหารกบฏ Partisan บอกว่าหัวหน้า Tarfful ได้ตกลงจะเข้าพบกับ Cal แล้ว ทั้งสามจึงตัดสินใจมุ่งหน้ากลับไปยังดาว Kashyyyk อีกครั้ง โดยหัวหน้า Tarfful ได้บอกให้ Cal ปีนต้นไม้ขนาดยักษ์ที่เรียกว่าต้นไม้แห่งชีวิต เพื่อหาคำตอบที่เขาต้องการ

Cal เดินทางอย่างยากลำบากจนสามารถขึ้นมาถึงยอดของต้นไม้แห่งชีวิตได้ แต่ก่อนที่เขาจะหาข้อความของ Cordova พบ เขาก็ถูกโจมตีโดยนักล่าเจได Ninth Sister และถูกบังคับให้ต้องต่อสู้กับเธอ แต่ด้วยพลัง Force ที่ค่อยๆ พัฒนาขึ้นตลอดการเดินทาง ทำให้ Cal สามารถเอาชนะ Ninth Sister ลงจนได้ และค้นพบว่าเขาต้องเดินทางไปยังดาว Dathomir เพื่อตามหาเจ้า Astrium ต่อไป


บททดสอบแห่ง Dathomir

ทันทีที่ Cal และผองเพื่อนเดินทางมาถึงดาว Dathomir พวกเขาก็ถูกโจมตีโดยแม่มดสาวเผ่า Nightsister ที่ชื่อว่า Sister Merrin ผู้ซึ่งเชื่อว่าเหล่าเจไดมีส่วนทำให้ชนเผ่าของเธอต้องล่มสลายในสมัยสงคราม Clone Wars ทำให้ Cal ต้องฝ่าฟันเหล่าทหาร Nightbrother ที่ถูกปลุกขึ้นจากศพคนตาย

หลังจากที่เดินทางต่อไปได้ไม่นาน จิตของ Cal ก็ถูกส่งย้อนกลับไปในวันที่อาจารย์ของเขาหรือ Jaro Topal เสียชีวิตลง หลังจากที่คำสั่ง Order 66 ทำให้เหล่าทหารโคลนทรยศต่อเหล่าเจได เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในระหว่างที่ Cal กำลังฝึกฝนวิชา Force กับอาจารย์ของเขาบนยานรบ Star Destroyer ลำหนึ่งเหนือดาวเคราะห์ Bracca นั่นเอง หลังจากที่ทั้งสองโดนโจมตีโดยทหารโคลนบนยาน Cal และอาจารย์ของเขาจึงตัดสินใจสละยานทิ้ง โดย Jaro Topal ได้สั่งให้ Cal หลบหลีกทหารโคลนด้วยการหลบซ่อนในช่องระบายอากาศ ในขณะที่ตัวเขาเองทำลายเครื่องยนต์ของยาน แต่ก่อนทั้งคู่จะหลบหนีได้สำเร็จ พวกเขาก็ถูกโจมตีโดยทหารโคลนกลุ่มใหญ่ จนทำให้ Jaro Topal ต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้อง Cal ก่อนที่ Cal จะสามารถหนีลงไปบนดาว Bracca ด้วยตัวคนเดียวสำเร็จ ภายหลังจากที่เห็นภาพอดีต Cal ยังถูกสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นวิญญาณของอาจารย์มาจู่โจมซ้ำอีก จนทำให้ดาบไลท์เซเบอร์ของเขาถูกทำลาย

Cal สามารถเอาตัวรอดจากการต่อสู้กับวิญญาณของอาจารย์ได้ และพบกับอดีตอาจารย์เจไดอีกคน ที่ชื่อว่า Taron Malicos โดยอดีตเจไดเปิดเผยว่ายานของเขาได้ตกลงมายังดาว Dathomir ตั้งแต่ตอนที่คำสั่ง Order 66 ถูกเผยแพร่ และเขาได้ใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่บัดนั้นในการศึกษาวิชาเวทย์มนตร์ของเผ่า Nightsister และเสนอให้ Cal ลองใช้มนต์ดำนี้ เพื่อทำตามเป้าหมายของเขา แต่ Cal ก็ปฏิเสธ ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกโจมตีโดย Sister Merrin ทำให้ Cal ต้องหนีกลับไปยังยาน Mantis

เมื่อกลับมาถึงยาน Cere ก็เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับอดีตของเธอต่อ Cal โดยเธอกล่าวว่า เธอได้ถูกจับกุมโดยกองทัพจักรวรรดิ ในขณะที่พยายามล่อให้พวกเขาตามล่าเธอแทนลูกศิษย์ของเธอ แต่เธอดันถูกจับได้ และเธอก็ทนการทรมานไม่ไหวจนต้องยอมเปิดเผยตำแหน่งหลบซ่อนของ Trilla แม้ว่าเธอจะหนีออกมาได้ แต่เมื่อรู้ว่าลูกศิษย์ของตัวเองถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนักล่าเจได ความโกรธแค้นนั้นก็ทำให้เธอตกสู่ด้านมืดชั่วขณะ เธอจึงตัดสินใจตัดขาดตัวเองจากพลัง Force โดยสิ้นเชิง เพราะกลัวว่าตนเองจะตกสู่ด้านมืดอีกในอนาคต

หลังจากที่ทำความเข้าใจกันได้ Cere ก็แนะนำให้ Cal เดินทางไปยังดาว Ilum เพื่อตามหา Kyber Crystal มาประกอบดาบไลท์เซเบอร์ของเขาเองอีกครั้ง โดยเธอได้มอบด้ามดาบอันเก่าของตัวเองให้กับ Cal ซึ่งไม่มีคริสตัลอยู่ข้างใน (เพราะเธอนำไปขายเพื่อประทังชีวิตแล้ว) เมื่อทั้งสามเดินทางมาถึงดาว Ilum ก็พบว่าจักรวรรดิได้มาถึงดาวดวงนี้ก่อนแล้วเช่นกัน และกำลังอยู่ระหว่างการรวบรวม Kyber Crystal ทั้งหมดบนดาว เพื่อสร้างอาวุธบางอย่าง ทำให้ Cal ต้องต่อสู้กับทหารจักรวรรดิมากมายเพื่อเข้าไปเก็บคริสตัลของตัวเอง และก็ทำสำเร็จจนได้ เขาได้สร้างดาบเล่มใหม่โดยการใช้ด้ามดาบของ Cere และอาจารย์เก่า Jaro Topal มารวมกัน ทำให้ดาบของเขาสามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบดาบเดียว หรือดาบสองด้าน และสามารถถอดด้ามออกมาเป็นดาบคู่ได้ด้วย


กำเนิดอัศวินเจไดคนใหม่

เมื่อได้ดาบใหม่มาแล้ว Cal จึงเดินทางกลับมายังดาว Dathomir และเผชิญหน้ากับวิญญาณของอาจารย์ของเขาอีกครั้ง โดยคราวนี้ Cal ได้ค้นพบแล้วว่าวิธีเดียวที่จะเอาชนะวิญญาณของอาจารย์ได้คือการยอมรับข้อผิดพลาดในอดีตของเขาเอง เขาจึงตัดสินใจคุกเข่าลงต่อหน้าวิญญาณของ Jaro Topal จนทำให้ภาพหลอนหายไปจนได้ เมื่อสามารถเอาชนะอดีตอาจารย์ได้ Cal และ BD-1 จึงเดินทางต่อไปยังวิหาร Tomb of Kujit เพื่อหา Astrium ต่อไปได้

ระหว่างที่เดินทาง Cal ก็พบเข้ากับ Nightsister Merrin อีกครั้ง แต่คราวนี้เธอกลับยอมพูดคุยกับเขาดีๆ ทำให้ Cal ได้รู้ว่าเธออาจจะเป็นสมาชิกเผ่า Nightsister คนสุดท้าย ที่ยังมีชีวิตอยู่ในจักรวาล หลังจากที่เผ่าของเธอถูกโจมตีโดยกองทัพหุ่นดรอย ของแม่ทัพ Grevious ในสมัยสงครามโคลน นอกจากนี้ Merrin เองยังได้รับทราบความจริงเบื้องหลังคำสั่ง Order 66 เป็นครั้งแรก ทำให้เธอยอมให้อภัย Cal และเหล่าเจไดจนได้

หลังจากที่ทำความเข้าใจกันสำเร็จ Cal ก็เดินทางต่อไปยังวิหาร Tomb of Kujit เพื่อพบว่า Taron Malicos ได้มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว โดย Malicos พยายามจะโน้มน้าวให้ Cal ตกสู่ด้านมืดอีกครั้ง ก่อนที่จะเข้าโจมตี Cal อย่างดุดัน โดยฝีมือของเขาในฐานะอาจารย์เจได (Jedi Master) ทำให้เขาสามารถเอาชนะ Cal ได้ไม่ยาก แต่ก่อนที่จะสามารถเผด็จศึก Nightsister Merrin ก็ใช้มนต์ดำของเธอช่วยชีวิต Cal และร่วมมือกับเขาจนสามารถเอาชนะ Malicos จนได้

ต่อจากนั้น Cal และ Merrin ก็ร่วมมือกันตามหา Astrium จนเจอ Merrin เองก็ตัดสินใจจะร่วมเดินทางกับ Cal และเพื่อนๆ ของเขาด้วย เพื่อตามหาวิธีกอบกู้ชนเผ่า Nightsister ให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งสองจึงเดินทางกลับไปยังยาน Mantis และมุ่งหน้าสู่ดาว Bogano เพื่อใช้ Astrium เปิดวิหารบนดาวจนได้

เมื่อเดินทางมาถึง Bogano แล้ว Cal และ BD-1 ก็นำ Astrium ไปยังวิหาร จนพบกับเครื่อง Holocron ที่ตามหาอยู่จนได้ แต่ก่อนที่ Cal จะสามารถนำ Holocron กลับไปที่ยาน เขาก็ได้เห็นภาพนิมิต ภาพนั้นก็คือเหล่าเด็กๆ เจไดฝึกหัดตัวน้อยวิ่งเล่นกันอยู่ในวิหารเจไดใหม่ที่เขาสร้างขึ้น ก่อนที่จักรวรรดิจะหาพวกเขาพบ และเข่นฆ่าเหล่าเจไดจน Cal เองก็ตกสู่ด้านมืดในที่สุด

เมื่อเขาตื่นขึ้นจากภาพหลอน Cal ก็ค้นพบว่า Trilla ได้แกะรอยตามเขามาตลอด ทั้งสองจึงประดาบกันอีกครั้ง โดยคราวนี้ Cal สามารถต่อกรกับTrilla ได้อย่างถึงพริกถึงขิงต่างกับทุกครั้ง หลังจากที่สู้กันได้ซักพัก Cal ก็ใช้วิชา Force เพื่อดึงดาบของ Trilla มาไว้ในมือตัวเอง ทำให้เขามองเห็นภาพอดีตหรือ Force Echo จากดาบ ที่แสดงให้เขาเห็นถึงการทรมานที่ทั้ง Cere และ Trilla ต้องพบเจอในระหว่างที่ถูกจัรวรรดิจับกุม แต่เมื่อเขากลับสู่ปัจจุบันอีกครั้ง Trilla ก็ได้นำ Holocron ของ Cordova หนีไปซะแล้ว Cal และผองเพื่อนจึงตัดสินใจเดินทางไปยังดาวเคราะห์ Nur อันเป็นที่ตั้งของฐานทัพกลุ่ม Inquisitor เพื่อแย่งชิง Holocron กลับมา โดยก่อนออกเดินทาง Cere ยังได้เลื่อนขั้นให้ Cal เป็นอัศวินเจได (Jedi Knight) อย่างเป็นทางการอีกด้วย


การเผชิญหน้ากับ Darth Vader

เมื่อเดินทางมาถึงดาว Nur ได้สำเร็จ Cal และ Cere ก็ฝ่าฟันเหล่าทหาร Storm Trooper จนสามารถต่อสู้กับ Trilla ได้อีกครั้ง โดยที่ Cal สามารถเอาชนะเธอจนได้ ทำให้ Cere ประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวให้ Trilla กลับมาสู่ด้านสว่าง แต่ก่อนที่ทั้งสามจะได้มีโอกาสหายใจหายคอ Trilla ก็สัมผัสได้ ว่าเจ้าแห่งความมืด Darth Vader ได้เดินทางมาถึงแล้ว เธอขอให้ Cal และ Cere แก้แค้นให้กับเธอและเจไดทั้งหมดที่ถูกฆ่า ก่อนที่ตัวเองจะถูก Vader ปลิดชีพไปในที่สุด

การเห็นอดีตลูกศิษย์ถูกฆ่าอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตา ทำให้ Cere โกรธจนขาดสติ และใช้ดาบของ Trilla พุ่งเข้าใส่ Darth Vader ทันที แต่ด้วยพลังอันแก่กล้า ทำให้ Vader สามารถปัดเธอจนตกลงไปจากทางเดินที่ยืนอยู่อย่างง่ายดาย Cal เองก็รับรู้ได้ว่าพลังของเขายังไม่สามารถเทียบกับ Vader ได้เลยแม้แต่น้อย เขาจึงตัดสินใจหันหลังหนีอย่างสุดชีวิต

Cal ต้องฝ่าฟันผ่านกลุ่มทหาร Storm Trooper มากมาย ท่ามกลางฐานทัพ Inquisitorius ที่กำลังถล่มลงมารอบตัวจนเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ในที่สุด ก็สามารถเดินทางมาถึงลิฟต์ที่จะนำเขาออกไปจากฐานทัพได้สำเร็จ เมื่อลิฟต์เปิดขึ้น เขาก็พบว่า Vader ได้มารออยู่ก่อนแล้ว และเปิดฉากโจมตีเขาทันที่ แต่ก่อนที่ Vader จะปลิดชีพเขาได้นั้น BD-1 ก็ขัดขวางด้วยการช๊อตไฟฟ้าใส่ Vader จนเปิดช่องให้ Cal ใช้ดาบของตัวเองเสียบเข้าไปยังท้องของ Vader แต่ด้วยพลังที่แตกต่างกันเกินไป ทำให้ดาบของ Cal แทงเข้าไปไม่ลึกพอที่จะสร้างความเสียหายได้

ด้วยความโกรธ Vader จึงใช้พลัง Force Push ดัน Cal ออกไปจากตัวเอง และยังใช้ดาบของ Cal เอง แทงเข้าที่ท้องของเขาอีกด้วย แต่ก่อนที่จะสามารถปลิดชีพ Cal ได้ Cere ผู้ใช้ดาบของ Trilla ก็เข้าโจมตีจากด้านหลัง ทำให้ทั้งสองหันไปประดาบกันอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่พลังของ Vader ก็ยังมากเกินกว่าที่ Cere จะเทียบได้ จนเธอโมโหเกิดบันดาลโทสะและใช้พลัง Force ด้านมืดล๊อกตัว Vader เอาไว้

ฝั่ง Vader เอง เมื่อเห็นว่า Cere มีพลังด้านมืดอยู่ในตัว ก็พยายามโน้มน้าวให้ Cere ตกลงสู่ด้านมืดมากขึ้น แต่ก็ได้ Cal ช่วยพูดเตือนจน Cere กลับมามีสติอีกครั้ง ส่งผลให้พลังที่เธอใช้ล๊อกตัว Vader เลือนลางลง จน Vader สามารถใช้ดาบฟันเธอได้ แต่ Cere ยังต้านไว้ได้ทัน ก่อนที่ Cal จะทำลายกระจกรอบๆ ตัว ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่ฐานทัพใต้ทะเล จน Vader ต้องใช้พลัง Force ของตัวเองในการต้านกระแสน้ำ และเปิดโอกาสให้ Cal และ Cere สามารถหนีเอาตัวรอดออกมาได้สำเร็จ

Cal และ Cere นำเครื่อง Holocron กลับมายังยาน Mantis โดยเขาได้ตัดสินใจว่า Holocron นั้นสมควรถูกทำลายทิ้ง เพื่อไม่ให้จักรวรรดิสามารถใช้ข้อมูลภายในเพื่อตามหาเหล่าเด็กทารกที่มีพลัง Force มาใช้งานได้ในอนาคต โดยในตอนท้าย Cal ได้พูดว่า “There destiny should be trusted to the Force” ซึ่งความหมายก็คือ ให้พลัง Force เป็นตัวกำหนดโชคชะตาของพวกเขา ก่อนที่จะฟัน Holocron ทิ้ง แล้วหันมาถามเพื่อนๆ บนยานว่าอยากจะมุ่งหน้าไปที่ไหนกันต่อดี


และนี่ก็คือบทสรุปของเรื่องราวการผจญภัยในเกม Star wars Jedi : Fallen Order เพื่อนๆ คนไหนที่เล่นไปบ้างแล้วรู้สึกยังไง มีส่วนไหนที่ยังสงสัยอยู่ สามารถคอมเมนต์มาพูดคุยกับพวกเราได้ในคอมเมนต์เลยจ้า และขอให้พลังจงสถิตอยู่กับท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยนะจ๊ะ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

สุด Shock !! Activision หุ้นตกกว่า 10 เปอร์เซ็น Black Ops 4 ช่วยอะไรไม่ได้ !!

GameFever TH

ใครใช้ตัวละครสร้างเองเล่นออนไลน์ใน Soul Caliber VI ระวังโดนแบน!

GameFever TH

Google จะมีการเปิดตัวบริการ Game Streaming ในงาน GDC 2019

Lazefatboy

Leave a Comment