บทความ

7 เคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนเล่น Death Stranding

วางจำหน่ายกันแล้ววันนี้กับเกม Death Stranding เกมแอคชั่นผจญภัยสุดติสต์จากตัวพ่อแห่งวงการพัฒนาเกมคุณ ฮิเดโอะ โคจิม่า (อ่านรีวิวของ GameFever ได้ ที่นี่) ที่มีผู้เล่นทั่วโลกเฝ้าจับตาอย่างจดจ่อ เพื่อที่จะได้เข้าไปไขปริศนาเบื้องหลังเกมเพลย์และเนื้อเรื่องอันแสนพิศวงของเกมด้วยตัวเอง

มาถึงจุดนี้ บางคนอาจจะทราบมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อยว่าเกม Death Stranding เป็นเกมที่มีระบบเกมเพลย์ที่ค่อนข้างลึกซึ้ง ซึ่งแม้ว่าเกมจะอธิบายวิธีการเล่นได้ค่อนข้างดี แต่ก็ยังมีความตื่นลึกหนาบางมากมายในแต่ละระบบที่เกมอาจจะไม่ได้บอกตรงๆ หรืออาจจะไม่ได้บอกเลยก็ได้

เพื่อให้ทุกคนสามารถก้าวเข้าไปรับบทบุรุษไปรษณีย์ในตำนานอย่างตัวละครหลัก Sam Bridges ได้อย่างมั่นใจหมดห่วง ทางทีมงาน GameFever จึงได้รวบรวมเอาเคล็ดลับและคำแนะนำต่างๆ ที่เป็นประโยชน์มาแบ่งปันให้ผู้เล่นได้ลองอ่านกันจ้า! จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย!


เตรียมตัวให้ดีก่อนเดินทาง!

ถึงจุดนี้เชื่อว่าทุกคนคงรู็แล้วว่าเกมเพลย์ของ Death Stranding นั้นจะวนเวียนอยู่กับการขนพัสดุจากจุดหนึ่งไปส่งอีกจุดหนึ่งนั่นเอง ฟังดูแล้วอาจจะไม่เห็นมีอะไรยุ่งยาก แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่รู้คือจริงๆ แล้วเกมมีระบบยิบย่อยที่ต้องคอยคำนึงถึงมากมายไปหมดในการส่งของแต่ละครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้การเดินทางของเรามีความยากลำบากหรือสบายมากขึ้น

อย่างแรกที่ต้องคำนึงถึงคือข้อจำกัดต่างๆ ของพัสดุ เช่นพัสดุบางชนิดอาจจะเปราะบาง (Fragile) มาก และมีกำหนดว่าพัสดุจะรับความเสียหายได้กี่ % ก่อนที่จะเสียหายจนไม่สามารถส่งได้เป็นต้น ซึ่งข้อจำกัดเหล่านี้อาจจะส่งผลต่อการเลือกเส้นทางที่เราจะใช้เพื่อไปถึงจุดหมาย ไปจนถึงอุปกรณ์ที่เราจะพกติดตัวไปใช้ระหว่างทางได้ด้วย

เมื่อรับพัสดุมาแล้ว สิ่งต่อไปก็คือการวางเส้นทางที่เราจะใช้เพื่อไปถึงเป้าหมาย ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการเปิดแผนที่และกดปุ่มสี่เหลี่ยมค้างเอาไว้เพื่อปักหมุด ก่อนที่จะใช้อนาล๊อคซ้ายลากเส้นทางที่เราจะใช้จากหมุดที่ปักไปยังมุดต่อไป ไปจนถึงจุดหมายนั่นเอง ซึ่งการทำอย่างนี้จะทำให้มีเส้นนำทางปรากฏขึ้นบนจอให้ผู้เล่นเดินตาม ซึ่งนอกจากจะทำให้ไม่หลงทางแล้ว ยังส่งผลให้เราไม่ต้องหยุดเปิดแผนที่ดูเรื่อยๆ ด้วย

การวางเว้นทางนี้จะส่งผลให้เราสามารถคาดเดาได้ว่าน่าจะต้องพกอุปกรณ์อะไรติดตัวไปด้วยบ้าง ถ้าเส้นทางที่เราตั้งไว้จะต้องข้ามภูเขาชัน ก็อาจจะเลือกพกบันไดพับกับเชือกปีนเขาไปด้วย ในขณะที่ถ้าเห็นว่าเส้นทางจะพาเราตัดผ่านฐานทัพของกลุ่มโจร ก็อาจจะเตรียมอาวุธไปสู้หรือยานพาหนะไปหนีด้วยเป็นต้น ซึ่งการเตรียมตัวขั้นนี้จะทำให้เราสามารถพกของไปได้แต่พอดี ช่วยลดน้ำหนักของที่ตา Sam ต้องแบก ซึ่งก็ช่วยลดโอกาสที่จะเสียหลักล้มไปได้มาก

อีกหนึ่งเคล็ดลับเล็กๆ ที่หลายคนอาจจะพลาดคือระบบการจัดของบนกระเป๋าสะพายโดยอัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยการกดปุ่มสามเหลี่ยมเมื่ออยู่ในหน้าจอการจัดของ (Cargo Management) โดยระบบนี้จะสามารถจัดวางพัสดุต่างๆ ที่ Sam แบกอยู่บนหลังให้อยู่ในสภาพที่มั่นคงที่สุดโดยอัตโนมัติ ทำให้การเกลี่ยน้ำหนักของบนร่างกายทำได้อย่างง่ายดาย


ยานพาหนะ: เครื่องทุ่นแรงชั้นยอด…เมื่อใช้ให้ถูกเวลา

เมื่อเล่นไปถึงจุดหนึ่ง ผู้เล่นจะได้รับความสามารถในการสร้างยานพาหนะอย่างมอเตอร์ไซค์หรือรถตู้ได้ รวมไปถึงสามารถใช้ยานพาหนะที่ผู้เล่นคนอื่นๆ ทิ้งเอาไว้ตามแหล่งหลบภัยแต่ละแห่งอีกด้วย ซึ่งผู้เล่นหลายคนอาจจะคิดว่า “ก็ดีสิ! จะได้ไม่ต้องเดินไปไหนมาไหนอีก!”

ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่ายานพาหนะจะสามารถย่นระยะเวลาในการเดินทางของผู้เล่นลงไปได้ และยังสามารถใช้เก็บพัสดุได้มากกว่าที่ตา Sam จะแบกเองไหว แต่ในหลายๆ ครั้งภูมิประเทศของเกมกลับเป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับยานพาหนะทุกชนิด จนทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าแบกของเดินไปเองน่าจะง่ายกว่าพยายามขับรถหลบหินเล็กหินน้อยตามทาง แถมจุดหมายหลายแห่งที่ต้องเดินทางไปตามเนื้อเรื่องยังเอายานพาหนะขึ้นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ทำให้ผู้เล่นมีโอกาสน้อยมากๆ ที่จะสามารถใช้ยานพาหนะเหล่านี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แล้วแบบนี้ยานพาหนะมีประโยชน์อย่างไร? สำหรับผู้เขียนมองว่ายานพาหนะจะมีประโยชน์มากกว่าสำหรับการออกเดินทางเพื่อเก็บสะสมทรัพยากรเพื่อใช้สร้างอุปกรณ์ที่ฐาน หรือเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างเช่นถนนหรือบ้านพักระหว่างทาง เพราะเราจะสามารถเก็บกล่องทรัพยากรเหล่านี้ไว้บนรถได้ทีละเยอะๆ และสามารถขับไปส่งของได้พร้อมกันทั้งหมดเลยอีกด้วย


รถเข็นลอยได้: เพื่อนซี้ที่ควรมีติดตัวตลอดเวลา

หนึ่งในอุปกรณ์ที่เราจะสามารถสร้างมาใช้ได้ในช่วงต้นเกมก็คือเจ้ารถเข็นลอยได้หรือ Floating Carrier ซึ่งจะมีลักษณะเป็นเหมือนตะกร้าเหล็กที่มีเครื่องย่นอยู่ข้างใต้ สามารถใช้วางของและลากตามหลังตัวละครหลักไปได้ทุกที่นั่นเอง ซึ่งประโยชน์หลักของมันอยู่ที่การแบ่งเบาภาระของตัวละคร Sam ให้ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้บนตัว แถมยังสามารถใช้เก็บพัสดุหรือทรัพยากรที่เราเจอระหว่างทางแบบเดียวกับยานพาหนะอื่นๆ ได้ด้วย (แม้จะแบกได้ไม่เยอะเท่า)

แน่นอนว่านอกจากจะมีผลในการช่วยผ่อนน้ำหนักบนตัวของ Sam แล้ว เจ้ารถเข็นนี่ยังสามารถช่วยรักษาสภาพของพัสดุได้ เพราะเจ้ารถเข็นนี่จะลอยตัวขึ้นจากพื้นตลอดเวลาแม้กระทั่งตอนที่เราล้ม ทำให้พัสดุบนรถเข็นไม่ได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะพัสดุที่ห้ามลงน้ำ รถเข็นจะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำเสมอเวลาเราจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ทำให้สินค้าไม่โดนน้ำแน่นอนไม่ว่าแม่น้ำจะลึกขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าเผลอล้มระหว่างข้ามแม่น้ำก็ทำให้เชือกที่ผูกรถเข็นไว้กับตัวขาดได้เหมือนกัน

นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถขึ้นไปขี่รถเข็นเหมือนเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งได้ด้วย ซึ่งช่วยทุ่นแรงและเวลาได้เยอะมากเวลาต้องเดินทางลงเนิน แต่ต้องเอาของที่ใส่ไว้ออกมาก่อนถึงจะขี่ได้นะ

สิ่งที่ควรระวังเกี่ยวกับรถเข็นคือเชือกที่ใช้ผูกรถเอาไว้กับตัว Sam ซึ่งสามารถตัดขาดได้ถ้าเราออกห่างจากรถเข็นมากเกินไป หรือในบางจังหวะที่พยายามปีนขึ้น-ลงบันไดหรือเชือกปีนเขา (ในจุดนี้เอาเข้าจริงไม่มั่นใจว่าเป็นบั๊คของเกมหรือเปล่า เพราะบางครั้งก็ลากรถเข็นขึ้น-ลงบันไดและเชือกได้ แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้) แต่ผู้เล่นสามารถแก้ไข้ได้ด้วยการนำสิ่งของบนรถเข็น (รวมถึงตัวรถเข็นเองด้วย) ทั้งหมดมาแบกไว้เองชั่วคราว แล้วจึงค่อยนำออกมาวางไว้อีกครั้งหลังจากที่ปีนบันไดหรือเชือกเสร็จแล้ว เพราะน้ำหนักที่แบกจะไม่ส่งผลต่อความสามารถในการปีน

นอกจากนี้ รถเข็นยังจำเป็นต้องใช้ Chiral Crystal เป็นเชื้อเพลิงตลอดเวลาด้วย ซึ่งเจ้า Crystal นี้สามารถหาเก็บได้ตลอดเวลาระหว่างทาง จึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเชื้อเพลิงนัก


อย่าเสียดายอุปกรณ์

ในระหว่างการเดินทางของ Sam จะต้องฝ่าฟันภูมิประเทศและภัยอันตรายต่างๆ มากมาย ซึ่งก็จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หลากหลายชนิดเพื่อเอาตัวรอด โดยผู้เล่นจะสามารถใช้ทรัพยากรที่เก็บได้ตามทางอย่าง เหล็ก กระเบื้อง สารเคมี และอื่นๆ เพื่อสร้างอุปกรณ์เหล่านี้ที่แหล่งหลบภัยต่างๆ

ด้วยทรัพยากรที่จำกัด ผู้เล่นหลายคนอาจจะรู้สึกว่าควรจะต้องพยายามประหยัดอุปกรณ์เหล่านี้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะทำให้การเล่นเกมมีความลำบากมากกว่าที่ควรจะเป็นได้ ผู้เล่นจึงไม่ควรรู้สึกว่าต้องประหยัดสิ่งของเกินจำเป็น เพราะเรายังสามารถหาอุปกรณ์เหล่านี้ระหว่างทางได้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบอุปกรณ์ที่ผู้เล่นอื่นทำหล่นไว้ หรือของที่อยู่ในฐานทัพโจรเป็นต้น ทำให้ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็สามารถหาอุปกรณ์ใช้ได้ไม่ยากเย็นนัก

นอกจากนี้ อุปกรณ์ที่เราใช้จะถูกส่งไปสร้างประโยชน์ให้กับผู้เล่นอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นบันได เชือกปีนเขา หรือสิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ อย่างบ้านพักหรือสะพาน ก็จะส่งไปยังเกมของผู้เล่นอื่นๆ ทั้งหมดเลย ซึ่งเราเองก็จะได้ประโยชน์ในรูปแบบของการกด “Like” โดยผู้เล่นอื่น ซึ่งจะสามารถนำไปเพิ่มขีดความสามารถของ Sam ให้เหนื่อยช้าลง หรือแบกของหนักได้มากขึ้น ทำให้อุปกรณ์ที่เราใช้สามารถสร้างประโยชน์ให้เราได้ตลอดแม้จะใช้ไปแล้ว และยิ่งใช้เยอะก็ยิ่งมีของให้คนมากด “Like” เยอะ ฉะนั้นอย่าลังเลที่จะใช้อุปกรณ์ในเวลาที่รู้สึกว่าจำเป็นเด้อ!


ร่วมกันเราอยู่

ดังที่คุณโคจิม่าพูดอยู่เสมอๆ ว่าเกม Death Stranding ต้องการจะพูดถึงประเด็นเรื่องความสัมพันธ์และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมนุษย์ ซึ่งในจุดนี้ก็สื่อออกมาได้ดีผ่านตัวเกม ที่สนับสนุนให้ผู้เล่นร่วมมือการทั้งในทางตรงและทางอ้อมเพื่อผ่านอุปสรรคต่างๆ ของเกมไปได้

ด้วยประการฉะนี้เอง ผู้เล่นจึงควรใส่ใจสิ่งปลูกสร้างใหญ่ๆ ที่ผู้เล่นคนอื่นสร้างค้างเอาไว้ระหว่างทางเสมอ และหาทรัพยากรมาใส่เท่าที่หาได้ เพื่อช่วยให้สิ่งปลูกสร้างเหล่านั้นสำเร็จโดยเร็ว เพราะสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงกับผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นถนน ที่ทำให้เราสามารถเดินทางระยะไกลๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากขึ้น เผลอๆ ถนนอาจจะพาเราข้ามหรือหลบหลีกฐานโจรหรือรัง BT ไปได้เลยด้วยซ้ำ หรืออาจจะเป็นบ้านพัก ที่ให้เราสามารถพักเพื่อฝื้นฟูค่าพลังต่างๆ และสร้างอุปกรณ์และยานพาหนะที่ต้องการได้เป็นต้น เราจึงควรพยายามสร้างสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดทุกครั้งที่มีโอกาส


ศัตรูโจรไม่น่ากลัวเท่าที่คิด

เหล่าศัตรูประเภทแก๊งโจรน่าจะเป็นหนึ่งในอุปสรรคที่น่ารำคาญที่สุดในช่วงต้นเกม เพราะผู้เล่นยังไม่มีอาวุธหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นในการต่อสู้กับเหล่าโจรตรงๆ ได้ แถมเซ็นเซอร์จับตำแหน่งพัสดุที่เหล่าโจรใช้ยังมีระยะและพื้นที่การแสดงผลที่กว้างมากๆ ทำให้การอ้อมหลบหรือย่องผ่านอย่างเงียบๆ ทำได้ค่อนข้างยาก และในหลายๆ ครั้งก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเข้าปะทะเพื่อเอาตัวรอด

เหล่าโจรจะมีความสามารถต่างๆ ที่สร้างความลำบากให้เรา ดังนี้:

  • เมื่อผู้เล่นเดินเข้าสู่เขตของแก๊งโจร (สังเกติจากเสาติดไฟสีส้มๆ เป็นตัวแบ่งเขต) จะทำให้มีเซนเซอร์สีส้มๆ วิ่งออกมา โดยเจ้าเซนเซอร์นี้จะบอกตำแหน่งของพัสดุให้เหล่าโจรรู้ ก่อนที่โจรในบริเวณจะกรูกันเข้ามาตรวจสอบ ทำให้การลอบเร้นบางครั้งก็ยากเพราะศัตรูจะรู้ตำแหน่งของเราได้เป็นระยะๆ
  • สิ่งสำคัญที่ต้องจำเอาไว้คือเซนเซอร์ดังกล่าวจะจับตำแหน่งของพัสดุ แต่ไม่ใช่ของ Sam หมายความว่าผู้เล่นสามารถวางพัสดุทิ้งเอาไว้นอกเขตเซนเซอร์ และลอบเร้นเข้าไปจัดการกับโจรซะก่อนก็ได้ โดยที่เหล่าโจรจะไม่สามารถจับตำแหน่งของ Sam ได้จนกว่าจะถูกเจอตัวเข้า โดย Sam จะมีอุปกรณ์เป็นเชือกที่ชื่อว่า ‘Strand’ ซึ่งสามารถใช้จับศัตรูมัดได้
  • เหล่าโจรจะสามารถปาหอกไฟฟ้าใส่เราได้ ซึ่งต่อให้หลบได้ครั้งแรก แต่หอกก็ยังสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมารอบๆ ได้ด้วย เราจึงควรวิ่งหลบซ้ายทีขวาทีตลอดเวลาที่เจอโจรโยนหอกใส่
  • ผู้เล่นสามารถใช้การเตะ-ต่อยเพื่อสู้กับโจร หรือจะใช้พัสดุเป็นอาวุธจำเป็นไปพลางก็ได้ ซึ่งในช่วงแรกๆ ที่ยังมีของใช้น้อยนั้น การจะหนีโจรให้พ้นหลังจากที่โดนเจอเป็นเรื่องยากมาก การต่อสู้กับโจรจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเอาตัวรอดให้ได้ แถมเชือก Strand ยังสามารถใช้เพื่อเคาน์เตอร์การโจมตีของศัตรูได้ด้วย ซึ่งถ้ากะเวลาถูกจะทำให้ศัตรูเหล่านั้นโดนจับมัดไปเลยในครั้งเดียว
  • อีกหนึ่งทริคสำคัญในการสู้กับโจรคือการใช้ยานพาหนะเป็นอาวุธนั่นเอง! เมื่อผู้เล่นได้รับอนุญาติให้สร้างยานพาหนะชนิดรถตู้ได้แล้ว ผู้เล่นจะสามารถกำจัดโจรด้วยการขับรถตู้ชนได้ จะส่งผลให้เหล่าโจรสลบไปเลยทันที (เหมือนโดนเตะ-ต่อย) ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการจัดการกับโจรที่ง่ายและเร็วที่สุดแล้ว แถมยังใช้รถขนของในฐานโจรออกมาทั้งหมดเลยได้ด้วย แต่ต้องระวังหอกไฟฟ้าของโจรให้ดี เพราะถ้ารถโดนกระแสไฟฟ้าจะทำให้หยุดทำงานชั่วขณะ
  • ด้วยเหตุผลด้านเนื้อเรื่อง (ที่เราจะไม่สปอย) ทำให้มนุษย์ในโลกของ Death Stranding ไม่สามารถฆ่ากันได้ หมายความว่าเหล่าโจรเองก็จะไม่ฆ่าเรา แต่จะอัดเราให้สลบแล้วขโมยของทั้งหมดไปไว้ในฐาน ก่อนจะนำร่างเราไปทิ้งไว้นอกเขตของแก๊ง ซึ่งผู้เล่นจะสามารถลอบเข้าไปขโมยของคืนทีหลังได้ การโดนโจรจับจึงยังไม่ใช่จุดจบซะทีเดียว

อย่าไปพยายามสู้ผี BT

ผี BT ในเกม Death Stranding นั้นจะไม่ได้เป็นศัตรูในลักษณะเดียวกับเหล่าโจร เพราะ BT จะไม่สนใจผู้เล่นเลยจนกว่าผู้เล่นจะเข้าใกล้ตัวพวกมันมากเกินไป หรือส่งเสียงดังจนพวกมันรู้ตัวนั่นเอง และเมื่อโดนจับได้ เหล่า BT ก็ไม่ได้เข้ามาโจมตีผู้เล่นด้วยตัวเอง แต่จะใช้วิธีลากผู้เล่นลงสู่มิติคู่ขนาน ก่อนที่จะส่งบอสตัวใหญ่ออกมาจัดการกับผู้เล่นอีกที ทำให้การพบเจอกับ BT ในช่วงแรกมีความตึงเครียดมาก เพราะไม่มีวิธีใดๆ จะต่อกรกับพวกมันได้เลย

เมื่อเล่นไปซักระยะ ผู้เล่นจะได้รับอาวุธที่สามารถใช้ต่อสู้กับ BT ได้ เป็นปืนและระเบิด ซึ่งผู้เล่นหลายคนพอมาถึงจุดนี้อาจจะรู้สึกสบายใจว่าต่อไปคงไม่ต้องกลัว BT แล้ว แต่ผู้เขียนจะบอกว่าต่อให้มีอาวุธเหล่านี้ผู้เล่นก็ยังไม่ควรโจมตีเหล่า BT อยู่ดีนอกจากจะจำเป็นจริงๆ เหตุผลก็เพราะว่าอาวุธเหล่านี้จะต้องใช้เลือดของ Sam แทนกระสุน หมายความว่ายิ่งเราต่อสู้เยอะก็ยิ่งทำให้ตัวเราเองเจ็บหนักไปพร้อมๆ กัน แม้ว่าผู้เล่นจะสามารถพกถุงเลือดเพื่อเติมได้ แต่พวก BT ก็มักโผล่มาในปริมาณที่จะกำจัดให้หมดได้ยาก (ยกเว้นว่าจะแบกปืน ระเบิด และถุงเลือดไปเต็มตัว) การต่อสู้จึงเป็นวิธีที่สร้างความยากลำบากให้ผู้เล่นมากกว่าที่คิดไว้ แถม BT ยังกำจัดถาวรไม่ได้ ต่อให้กำจัดจนหมดบริเวณ พอฝนตกครั้งต่อไปมันก็จะกลับมาหมดอยู่ดี การพยายามกำจัด BT ให้หมดจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยคุ้มค่านัก

นอกจากนี้ การยิงปืนกำจัด BT ยังทำให้เกิดเสียงดัง ทำให้ BT ในบริเวณใกล้ๆ อาจจะรู้ตัวและเริ่มเล่นงานเราพร้อมกันหลายตัว ซึ่งสุดท้ายจะเหนื่อยกับตัวผู้เล่นเองในการเอาตัวรอดให้ได้

ในกรณีที่โดนลากลงไปและต้องสู้บอส ผู้เล่นจะมีทางเลือกในการเอาตัวรอดอยู่สองวิธี วิธีแรกและเป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุด คือการพยายามล้มบอสลงให้ได้ เคล็ดลับหลักๆ ในการสู้บอสก็คือพยายามอย่าอยู่ในน้ำสีดำ ให้พยายามปีนขึ้นที่สูงตลอดเวลา จะสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีส่วนใหญ่ของเหล่าบอสได้ และในการสู้บอสหลายๆ ครั้ง เกมมักจะส่ง ‘วิญญาณ’ ของผู้เล่นอื่นเข้ามา ซึ่งวิญญาณเหล่านี้ก็จะคอยโยนอุปกรณ์ที่ใช้สู้บอสออกมาให้เราเก็บเรื่อยๆ ด้วย (ต้องต่อเน็ตนะถึงจะมี) ฉะนั้นก็จงมองหาให้ดีๆ หรืออาจจะใช้ตัว Odradek Scanner ช่วยอีกทาง โดยถ้าเราสามารถเอาชนะบอสลงได้ จะทำให้ฝน Time Fall ในพื้นที่หยุดตกไประยะหนึ่ง (BT ก็จะหายไปด้วย) และศพบอสจะกลายเป็นทรัพยากร Chiral Crystal จำนวนมากให้เราเก็บ

อีกวิธีหนึ่ง ซึ่งใช้ได้กับบอสบางตัวเท่านั้น* คือการพยายามมองหาจุดสิ้นสุดของบ่อน้ำสีดำที่ซึมขึ้นมารอบๆ ข้าง เพราะเหล่าบอสจะสามารถเคลื่อนที่ได้ในบริเวณที่มีน้ำสีดำเท่านั้น ถ้าเราสามารถหนีออกไปนอกเขตน้ำได้จะทำให้บอสตามเราไม่ได้ และเกมจะพาเรากลับสู่โลกจริงโดยอัตโนมัติ แต่วิธีนี้จะไม่ท

*ยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าทำไมบอสบางตัวถึงให้หนีได้ บางตัวถึงหนีไม่ได้ อาจจะขึ้นอยู่กับชนิดของบอสที่เจอ หรือขึ้นอยู่กับสถานที่ที่เจอ แต่ตอบชัดๆ ไม่ได้*

อาบน้ำและ/หรือปลดทุกข์ทุกครั้งเมื่อเข้าบ้านพัก

เมื่ออยู่ในบ้านพัก ผู้เล่นจะได้รับทางเลือกให้สามารถอาบน้ำหรือปลดทุกข์ให้ Sam ได้ โดยของเสียทั้งหมดที่ออกมาจากตัว Sam จะสามารถใช้ต่อสู้กับ BT ได้เช่นเดียวกับเลือดของเขานั่นเอง ซึ่งการอาบน้ำ ถ่ายเบา และถ่ายหนัก จะทำให้ผู้เล่นได้รับระเบิด EX Grenade ตั้งแต่หมายเชข 0-2 ซึ่งจะมีผลต่างกันดังนี้:

EX Grenade No. 0: ได้มาจากการอาบน้ำ โดยระเบิดจะทำให้เราสามารถมองเห็น BT ที่โดนได้ และจะส่งผลให้ BT ในรัศมีระเบิดขยับตัวหนีด้วย ทำให้ผู้เล่นสามารถลอบเร้นผ่านไปได้ง่ายขึ้น

EX Grenade No. 1: ได้มาจากการปัสสาวะ (ฉรี่) โดยจะส่งผลแบบเดียวกับระเบิด EX Grenade No. 0 แต่จะมีรัศมีกว้างกว่า

EX Grenade No. 2: ได้มาจากการอุจจาระ (ขรี้) และจะมีรัศมีกว้างที่สุดในหมู่ระเบิด EX Grenade ทั้งสามชนิด

ผู้เล่นสามารถเพิ่มจำนวน EX Grenade ที่ได้รับจากการปลดทุกข์ได้ด้วย ถ้าอยากได้ No. 1 เยอะๆ ก็ให้กินน้ำ Monster Energy Drink จากกระติกน้ำเยอะๆ จะได้ฉี่ออกมาทีละมากๆ สำหรับระเบิด No. 2 นั้นสามารถเพิ่มปริมาณได้ด้วยการกิน Cryptobiote เยอะๆ ยิ่งกินเยอะก็จะยิ่งมีอาหารให้ถ่ายเยอะนั่นเอง…


ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Death Stranding ฉลองเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ จัดทัวร์อีเว้นท์ทั่วโลก!

wine2035

เทรลเลอร์เปิดตัว Nioh 2 (PS4)

GameFever TH

มันช่างจ้าเหลือเกิน! มาชมวีดีโอแกะกล่องการ์ดจอ GeForce RTX 2080

GameFever TH

Leave a Comment