Image default
บทความ

สรุปเนื้อเรื่องเกม Death Stranding เกี่ยวกับอะไรกันแน่? มาดู! (ตอน 1/2)

ออกมาให้เกมเมอร์ได้เชยชมกันมาซักพักแล้วกับเกม Death Stranding ผลงานชิ้นใหม่จากผู้สร้างเกมชื่อดังอย่าง ฮิเดโอะ โคจิม่า โดยแม้ว่าเกมจะสามารถทำยอดขายได้ในระดับที่น่าพอใจสำหรับผู้พัฒนา จนได้รับขนานนามว่าเป็นเกมซีรี่ส์ใหม่ที่ทำยอดขายได้ดีที่สุดตลอดทั้งปี 2019

แต่แม้ว่าเกมจะได้รับเสียงชมเชยมากมาย ทั้งจากผู้เล่นและสื่อมวลชนที่ได้รีวิวเกม สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เกี่ยวกับเกมคือความยากของเนื้อเรื่อง ที่เขียนบทมาได้ซับซ้อนมาก ทั้งในแง่ของธีมหรือสาส์นที่เกมต้องการจะสื่อ และคำศัพท์ภาษาอังกฤษยากๆ มากมาย ทำให้ผู้เล่นชาวไทยที่อาจจะไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษหลายคนติดตามเนื้อเรื่องได้ลำบาก

เพื่อช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงหนึ่งในเกมที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2019 ได้มากขึ้น ทางทีมงาน GameFever จึงอยากจะนำเนื้อเรื่องของ Death Stranding มาสรุปให้อ่านกันง่ายๆ จะได้เข้าใจกันซะทีว่าที่เราเดินส่งของกันข้ามทวีปไปทำไม!

***บทความนี้จะสปอยเหตุการณ์สำคัญในเนื้อเรื่องทั้งหมด จนถึงตอนจบของ Episode 5 ของเกม ใครที่ยังเล่นไม่ถึง หรืออยากเก็บความลับไว้เจอเอง ระวังกันด้วยนะจ๊ะ!!!***

จุดเริ่มต้นของจุดจบ: ปรากฏการณ์ Death Stranding

ก่อนจะเข้าถึงเนื้อเรื่องเกมจริงๆ เรามาพูดถึงปรากฏการณ์ Death Stranding อันเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างกันก่อนดีกว่า

ณ สหรัฐอเมรีกาในอนาคตอันใกล้ ได้เกิดปรากฏการณ์ปริศนาที่เรียกว่า Death Stranding ขึ้น ซึ่งส่งผลให้เหล่าวิญญาณของคนตาย (ที่เกมเรียกว่า Beached Things หรือ BT) ออกมาเพ่นพ่านทำร้ายผู้คน และทำให้เกิดการระเบิด Voidout ขึ้นมากมายทั่วทั้งประเทศ จนทุกอย่างในรัศมีระเบิดถูกเป่ากระจุยไปหมดสิ้น

นอกจากนี้ ปรากฏการณ์ Death Stranding ยังได้ให้กำเนิดสสารปริศนาที่เรียกว่า Chiralium ขึ้นมา และทำให้เกิดฝนเวลาหรือ Time Fall ที่จะเร่งเวลาของสิ่งที่โดนฝนให้เร็วขึ้น ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตที่โดนฝนสามารถแก่ตายไปได้ในพริบตาเลยทีเดียว แถมฝน Time Fall ยังมักจะนำพาเหล่า BT มายังบริเวณที่ฝนตกอีกด้วย ซึ่งก็นำไปสู่การเกิด Voidout ขึ้นอีกหลายครั้ง

ภัยพิบัติทั้งหมดที่มาพร้อมกับปรากฏการณ์ Death Stranding ทำให้เหล่ามนุษย์ที่เหลือรอดจำเป็นต้องแยกย้ายกันไปหลบภัยตามเมืองใต้ดินต่างๆ ทั่วประเทศ และทำให้ผู้คนจำเป็นต้องพึ่งพนักงานส่งของที่เรียกว่า ‘Porter’ เป็นหนทางเดียวในการลำเลียงสิ่งของจำเป็นจากแหล่งหลบภัยหนึ่งไปยังแหล่งหลบภัยอื่นๆ

ด้วยความที่ฝน Time Fall ได้ชำระล้างสิ่งปลูกสร้างและถนนหนทางที่สร้างเอาไว้จนหายไปหมดสิ้น ทำให้เหล่า Porter จำเป็นต้องเดินทางไปส่งของด้วยตัวเองเสมอ และต้องฝ่าฟันทั้ง BT และกลุ่มโจรต่างๆ ที่คอยดักปล้นระหว่างทางด้วย ทำให้ Porter เป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพจากผู้คนในโลกเสมอ

บทนำ: Porter ในตำนาน

เนื้อเรื่องของเกม Death Stranding จะเริ่มขึ้นระหว่างการเดินทางส่งของของตัวเอก Sam Bridges (นำแสดงโดย Norman Reedus) ผู้ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังเมือง Central Knot City เพื่อส่งพัสดุ โดยระหว่างทาง Sam ถูกบังคับให้ต้องหลบฝน Time Fall ในถ้ำระหว่างทาง และพบกับ Porter สาวปริศนา Fragile ผู้ซึ่งช่วยให้เขารอดพ้นจากกลุ่ม BT ที่อยู่ในถ้ำนั่นเอง หลังจากที่คุยกันซักพักจนฝนหยุดตก ทั้งสองก็แยกย้ายไปกันตามทางของแต่ละคน

หลังจากที่เดินทางถึงที่หมายและส่งพัสดุเรียบร้อย Sam ก็ได้รับทราบจากพนักงานขนศพของเมืองคนหนึ่งว่าเกิดเหตุคนฆ่าตัวตายขึ้น พนักงานขนศพจึงได้มอบหมายงานให้ Sam ช่วยเหลือเขาในการนำศพไปเผาที่เตาปฏิกรณ์นอกเมือง ก่อนที่ศพจะเริ่มเน่าและเกิดการ Voidout ขึ้น โดยพนักงานขนศพเผยว่าจำเป็นต้องนำศพไปเผาห่างจากตัวเมือง เพราะไม่งั้นสาร Chiralium ในศพจะตกค้างอยู่ในเมือง และทำให้เกิดฝน Time Fall และ BT ขึ้นในบริเวณเมืองนั่นเอง

ระหว่างที่กำลังเดินทางไปยังเตาปฏิกรณ์ รถบรรทุกที่ Sam นั่งอยู่ก็โดนจู่โจมโดย BT กลุ่มใหญ่จนพลิกคว่ำ ทำให้คนขับรถถูกทับ และถูก BT จู่โจมในที่สุด พนักงานขนศพที่ขอให้ Sam มาช่วยเห็นท่าว่าไม่รอดแน่ๆ จึงพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ก่อนที่จะทำสำเร็จ เขากลับถูก BT ตัวใหญ่ที่ควบคุมโดยชายปริศนาที่สวมหน้ากากสีทองกลืนเข้าไปเสียก่อน จนทำให้เกิดการระเบิด Voidout ขึ้น ส่งผลให้ Sam ผู้ซึ่งอยู่ในบริเวณโดนแรงระเบิดจนตายไปด้วย

แต่การตายครั้งนี้ยังไม่ใช่จุดจบของ Sam เพราะความเป็น ‘Repatriate’ ของเขา ซึ่งทำให้เขาสามารถกลับมาเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ทุกครั้งที่ถูกส่งไปยังโลกแห่งความตายนั่นเอง โดยนอกจาก Sam แล้ว ยังมีทารก BB ของพนักงานขนศพพ่วงติดมาเกิดใหม่ด้วย

Sam และ BB ตื่นขึ้นมาในโลกแห่งคนเป็นเพื่อพบว่าเมือง Central Knot City ได้ถูกระเบิด Voidout ทำลายไปหมดแล้ว ก่อนที่ทั้งสองจะหมดสติไปอีกครั้ง

บทที่ 1-2: การเดินทางเพื่อเชื่อมอเมรีกา

หลังจากที่หมดสติไป Sam ก็ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในห้องพักขององค์กร Bridges ในเมือง Capital Knot City และพบกับชายที่ใช้ชื่อว่า Deadman (อิงหน้าตาจาก Guillermo del Toro, ให้เสียงและแสดงโดย Jesse Corti) ผู้ทำหน้าที่แพทย์และนักวิจัยด้านชีววิทยาให้กับองค์กร Bridges นั่นเอง โดยหลังจากที่คุยกันซักพัก Deadman ก็ไหว้วานให้ Sam นำยามอร์ฟีนไปส่งให้กับประธานาธิบดี Bridget Strand (Lindsay Wagner/Emily O’Brien) ผู้ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของ Sam เพื่อดูใจเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตจากโรคมะเร็ง

นอกจากจะเป็นแม่บุญธรรมของ Sam แล้ว ประธานาธิบดี Bridget ยังเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกและคนสุดท้ายของอเมรีกา และเป็นผู้ก่อตั้งองค์กร Bridges ขึ้นมา ด้วยจุดประสงค์ในการเชื่อมต่ออเมรีกาให้เป็นปึกแผ่นอีกครั้ง โดยก่อนที่เธอจะเสียชีวิตลง เธอก็ได้พยายามที่จะฝากฝังภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้เอาไว้กับ Sam ผู้ซึ่งไม่ได้รู้สึกเชื่อในความฝันของเธอเท่าไหร่นัก

หลังจากที่ Bridget เสียชีวิตลง Sam ก็ตกลงที่จะนำศพของเธอไปเผาที่เตาปฏิกรณ์นอกเมืองด้วย โดยก่อนออกเดินทาง Deadman ยังได้ฝากให้ Sam นำ BB-2B หรือ BB ของพนักงานขนศพ ไปเผาพร้อมกันด้วย เพราะมองว่า BB ทำงานขัดข้องจนทำให้เจ้าของต้องตายและเกิด Voidout ขึ้น

Sam สามารถนำศพของผู้เป็นแม่ไปเผาได้อย่างไมมีปัญหา แต่ในขณะที่ Sam กำลังจะออกจากอาคารเพื่อเดินทางกลับเมืองนั้น ฝน Time Fall ก็ตกลงมาในบริเวณนั้นพอดี ส่งผลให้มี BT ออกมาด้วยเป็นจำนวนมาก แต่ Sam ก็สามารถเอาตัวรอดมาได้ด้วยความช่วยเหลือของ BB-2B ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่ทำลาย BB ทิ้งตามที่ Deadman สั่ง และเก็บ BB เอาไว้ใช้เองต่อไป

เมื่อเดินทางกลับมาถึงเมือง Capital Knot City ได้ Sam ก็ได้พบกับพี่สาวของเขาหรือ Amelie (Lindsay Wagner/Emily O’Brien เช่นกัน) ผู้ซึ่งพยายามโน้มนน้าวให้ Sam ทำตามเจตจำนงค์ของผู้เป็นแม่อีกครั้ง ด้วยการเดินทางข้ามทวีป และเชื่อมต่อแหล่งหลบภัยต่างๆ เข้าด้วยกันผ่านเครือข่าย Chiral Network และเพื่อช่วยเหลือ Amelie จากเงื้อมมือของกลุ่มผู้ก่อการร้าย Homo Demens ผู้จับเธอไว้เป็นตัวประกัน เพื่อเป็นหลักประกันว่าเมือง Edge Knot City อันเป็นฐานของกลุ่มจะไม่ถูกรุกรานโดย Bridges ในอนาคต แต่กระทั่งเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนใจ Sam ให้ตกลงรับภารกิจได้

คืนนั้น Sam ได้พบกับ Amelie อีกครั้งในความฝัน โดย Amelie พยายามพูดขอร้องให้ Sam พิจารณารับภารกิจอีกครั้ง จนสุดท้าย Sam ก็ใจอ่อนและตกลงรับจนได้ โดยเขายืนยันกับผู้ช่วยของ Bridget หรือ Die-hardman ว่าเขายอมตกลงเพราะต้องการช่วยเหลือพี่สาวบุญธรรมของเขาเท่านั้น ก่อนที่จะออกเดินทางเพื่อเชื่อมต่ออเมรีกาให้เป็นสหรัฐอีกครั้ง

บทที่ 3-4: Fragile Express

หลังจากที่ออกเดินทางเชื่อมต่อแหล่งหลบภัยไปได้ระยะหนึ่ง Sam ก็เดินทางมาถึงเมืองท่าเรือ Port Knot City เพื่อพบว่าชายปริศนาหน้ากากทองที่พบเจอก่อนหน้านี้รอเขาอยู่ก่อนแล้ว โดยชายคนดังกล่าวได้ออกมาพูดจาถากถาง Sam และความพยายามในการเชื่อมต่ออเมรีกาของเขา ก่อนที่จะปล่อย BT ตัวใหญ่ ซึ่งมีรูปร่างเหมือนปลาโลมาผสมกับปลาหมึก ออกมาโจมตี Sam

Sam สามารถเอาชนะปลาหมึก BT ลงได้ด้วยการใช้ระเบิดที่ผลิตขึ้นจากเลือดของเขา ซึ่งสามารถทำร้ายพวก BT ได้ ก่อนที่จะออกเดินทางข้ามทะเลสาบ เพื่อเดินทางไปยังแหล่งหลบภัยต่อไปนั่นเอง ระหว่างทางนั้น Sam ก็ได้พบกับ Fragile อีกครั้ง และได้เรียนรู้ว่า Fragile และ Higgs มีอดีตที่ลึกซึ้ง โดยทั้งสองเคยทำงานร่วมกันในฐานะ Porter แต่ Higgs กลับหักหลัง Fragile ด้วยการหลอกให้เธอนำระเบิดนิวเคลียร์ไปส่งยังเมือง Middle Knot City จนเมืองทั้งเมืองถูกระเบิดทำลายไป

Fragile เปิดเผยอีกด้วยว่า Higgs ยังพยายามหลอกให้เธอนำระเบิดไปส่งที่เมือง South Knot City อีกด้วย แต่เธอรู้ทันซะก่อน จึงพยายามจะนำระเบิดไปทิ้งนอกเมือง แต่กลับถูก Higgs แบะพวกจับได้ และถูกบังคับให้เลือกว่าจะวิ่งตากฝน Time Fall เพื่อนำระเบิดไปทิ้งและช่วยเมือง หรือจะช่วยตัวเองด้วยการนำระเบิดกลับไปส่งในเมืองอีกครั้ง แน่นอนว่า Fragile เลือกที่จะสละชีวิตตัวเอง จนส่งผลให้ร่างกายของเธอตั้งแต่คอลงไป ตากฝน Time Fall จนมีสภาพไม่ต่างจากคนแก่ใกล้ตายแล้วนั่นเอง

หลังจากที่เดินทางข้ามทะเลสาบสำเร็จ Sam ก็ได้รับมอบหมายให้นำพัสดุไปส่งที่เมือง South Knot City อีกครั้ง ซึ่ง Higgs เองก็พยายามหลอก Sam แบบเดียวกับที่เคยทำกับ Fragile ด้วยการแอบเอาระเบิดนิวเคลียร์รวมไปกับพัสดุอื่นๆ ที่ Sam ต้องนำไปส่งด้วย เดชะบุญที่ Sam ไหวตัวทันซะก่อน เขาจึงสามารถนำระเบิดไปโยนทิ้งในบ่อโคลนได้ทันเวลา

ระหว่างที่กำลังเดินทางต่อนั้น Sam ก็ถูกพายุปริศนาพัดลอยขึ้นไปบนฟ้า ก่อนที่จะส่งเขาไปยังสมรภูมิรบจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอย่างน่าพิศวง โดยในระหว่างที่อยู่บนสมรภูมิรบนั้น Sam ก็ได้พบกับชายปริศนา ที่ดูจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับ BB (เห็นได้จากภาพความทรงจำที่ Sam เห็นเมื่อเชื่อมต่อกับ BB) และพยายามจะแย่ง BB จาก Sam ด้วยการส่งทหารกระดูกมาโจมตี Sam เป็นระลอก แต่ Sam ก็สามารถต่อสู้จนเอาชนะชายปริศนาลงจนได้

หลังจากที่เอาชนะชายปริศนา Sam และ BB ก็ถูกส่งกลับมายังโลกคนเป็น และค้นพบว่าเวลาในโลกคนเป็นได้ผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที แม้ว่า Sam จะรู้สึกเหมือนใช้เวลาอยู่ที่สมรภูมิเป็นชั่วโมง

บทที่ 5: ตัดขาด เพื่อเชื่อมต่อ

หลังจากที่ Sam เดินทางมาถึงเมือง South Knot City เขาก็ได้รับทราบจาก Die-hardman ว่าเครื่อง Q-pid ของเขา ซึ่งใช้ในการเชื่อมต่อแหล่งหลบภัยต่างๆ เข้ากับเครือข่าย Chiral Network กำลังมีปัญหาอยู่ Die-hardman จึงมอบหมายให้ Sam เดินทางไปยังศูนย์วิจัยของผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของ Bridges หรือ Mama ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ กับเมือง South Knot City พอดี เพื่อซ่อมเครื่อง Q-pid ของเขา ก่อนที่จะเดินทางไปยังแหล่งหลบภัยต่อไป

เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์วิจัย Sam ก็ค้นพบความจริงว่า Mama ถูกเชื่อมต่อเข้ากับ BT เด็กทารกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นวิญญาณของลูกของเธอ ที่เกิดมาในตอนที่ปรากฏการณ์ Death Stranding พอดี ทำให้ลูกของ Mama ไม่สามารถเกิดออกมาในโลกของคนเป็นได้ แต่กลับเกิดเป็น BT อยู่ในโลกแห่งความตายแทน ปรากฏการณ์ Death Stranding ยังทำให้โรงพยาบาลที่ Mama พักอยู่ในตอนนั้นพังถล่มลงมาขังเธอเอาไว้ด้วย ทำให้เธอต้องเอาตัวรอดด้วยการกินน้ำจากฝน Time Fall โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ Mama และลูกของเธอไม่สามารถเดินทางออกไปจากบริเวณโรงพยาบาลได้ ศูนย์วิจัยของ Mama จึงตั้งอยู่ที่เดียวกับที่โรงพยาบาลเคยอยู๋นั่นเอง

Mama เปิดเผยต่อ Sam ว่าในขณะนี้ ระดับความหนาแน่นของสาร Chiralium ในอากาศกำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ เป็นผลจากการที่ Sam เชื่อมแหล่งหลบภัยต่างๆ เข้ากับเครือข่าย Chiral Network จนอาจจะนำไปสู่ปรากฏการณ์ Death Stranding อีกครั้งได้ ถ้ายังดัยทุรังใช้เครื่อง Q-pid อันเดิมในการเชื่อมต่อแหล่งหลบภัยต่อไป

เพื่อหลีกเลี่ยงปรากฏการณ์ Death Stranding ซ้ำซ้อน Mama จึงมอบเครื่อง Q-pid อันใหม่ให้กับ Sam แต่เครื่องดังกล่าวจะยังเปิดใช้ไม่ได้จนกว่า Sam จะนำเครื่องไปให้หญิงสาวชื่อ Lockne ตั้งค่าให้ซะก่อน Sam จึงออกเดินทางอีกครั้งเพื่อตามหา Lockne และซ่อมอุปกรณ์ของเขา

หลังจากที่เดินทางตามหาจนพบ Sam ก็ได้รู้ความจริงว่า Lockne คือฝาแฝดของ Mama (หรือชื่อจริง Malingen) นั่นเอง! แต่ Lockne กลับปฏิเสธที่จะช่วยเหลือ Sam ทำให้ Sam ตัดสินใจเดินทางกลับไปหา Mama เพื่อพาเธอมาเจอ Lockne ด้วยตัวเอง

Sam เดินทางกลับไปยังศูนย์วิจัยของ Mama อีกครั้ง และเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง Mama จึงตัดสินใจออกเดินทางไปกับ Sam และขอให้เขาตัดสายสะดือที่เชื่อมเธอและลูก BT ของเธอเอาไว้ด้วยกัน ก่อนที่จะพาเธอออกเดินทางไปหา Lockne นั่นเอง แต่ระหว่างทาง Sam กลับถูก Higgs ลอบโจมตีเข้าอีกครั้ง ด้วยการปล่อย BT ตัวใหญ่ที่รูปร่างเหมือนสิงโตออกมาโจมตี Sam และ Lockne

Sam สามารถเอาตัวรอดจาก BT สิงโต และเดินทางมาถึงแหล่งหลบภัยของ Lockne จนได้ แต่ก็สายไปเสียแล้ว เพราะ Mama ได้เสียชีวิตลงแล้วระหว่างการเดินทาง เป็นผลจากการที่ Sam ตัดสายสะดือที่เชื่อมเธอและลูกของเธอเอาไว้ด้วยกัน แต่แทนที่วิญญาณของ Mama จะเดินทางไปยังโลกแห่งความตาย วิญญาณของเธอกลับเลือกที่จะหลอมรวมตัวเองเข้ากับวิญญาณของแฝดเธอหรือ Lockne เพื่อที่ทั้งสองจะได้ไม่มีวันพรากจากกันไปอีก

Lockne ตกลงที่จะซ่อมเครื่อง Q-pid อันใหม่ของ Sam ทำให้การเดินทางของ Sam ดำเนินต่อไปได้อีกครั้ง

ติดตามต่อได้ในบทความต่อไป…

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เลือกซื้อเกมแบบไหนดีระหว่างแบบแผ่นกับแบบดิจิตอล

Superbom001

รีวิว Far Cry New Dawn ดีที่มีไอเดียใหม่ แต่เน้นเกินไปหรือเปล่า ?

Lazefatboy

เชฟแมวมาเอง! Capcom เปิดขายชุดอาหาร Chef’s Choice Platter ของจริงจาก Monster Hunter: World

GameFever TH

Leave a Comment