Image default
รีวิว

รีวิว Need For Speed: Heat เมื่อ EA อยากจะปลุก NFS ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

Need For Speed : Underground 2 และ Need for Speed: Most Wanted (2005) ถือว่าเป็นสองเกมแข่งรถในดวงใจของผู้เขียนเลย โดยเฉพาะความทรงจำในวัยเด็กที่ดีมากๆ กับสองเกมนี้ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดตามตัวเกมอีกเลย แต่เมื่อทาง EA ประกาศทำเกม Need For Speed: Heat ที่จะเป็นการรวมเอาสองภาคที่กล่าวมาข้างต้นไว้ในเกมเดียวกันและเป็นการทำเกมซีรีส์ NFS ครั้งแรกในรอบเกือบๆ 3 ปี ทำให้ผู้เขียนเกิดความตื่นเต้นและอยากจะเล่นเกมนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งจะสมกับความ Hype ที่ตั้งไว้หรือเปล่าขอเชิญอ่านได้ในรีวิวนี้เลย

เนื้อเรื่อง

Palm City สวรรค์ของนักแข่งรถที่มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายทั่วทั้งเมืองในรูปแบบที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย แต่แล้วการมาถึงของร้อยโท Frank Mercer หัวหน้าคนใหม่ของสถานีตำรวจเมือง Palm City ที่พร้อมจะกวดขันกับเหล่านักแข่งรถทุกคนอย่างไร้ความปรานี เรา(ผู้เล่น) ในฐานะนักแข่งหน้าใหม่ที่ต้องการจะสร้างชื่อในเมืองนี้และได้พบเจอกับพี่น้อง Rivera เรื่องราวต่างๆ จึงได้เริ่มต้นขึ้น

Need For Speed: Heat ถือว่านำเสนอเนื้อเรื่องได้อย่างน่าสนใจ เราจะเรียนรู้ว่าการเป็นนักแข่งรถนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยเฉพาะการแข่งรถใต้ดิน เราจะได้เห็นถึงความกดดันต่าง ๆ การทะเลาะกันของสองพี่น้อง ทำให้ภาพรวมของเนื้อเรื่องทำออกมาโอเคเลย

ระบบการเล่น

การแข่งรถสุดมันส์ เร้าใจ

Need For Speed: Heat นำเสนอเกมการเล่นที่แบ่งเป็นสองส่วนใหญ่ๆ คือการแข่งกลางวันที่เป็นเหมือนกับการแข่งรถที่ถูกกฏหมาย โดยมีจุดเด่นในเรื่องของจำนวนเงินในแต่ละรอบที่สูงและในส่วนของการแข่งขันกลางคืนที่เป็นเหมือนกับการแข่งรถผิดกฏหมายที่จะให้ผลตอบแทนเป็นค่าชื่อเสียงที่จะใช้ในการปลดล็อกไอเทมต่างๆ ในการแต่งรถรวมไปจนถึงรถใหม่ๆ

การแข่งรถทั้งสองแบบจะให้ความรู้สึกต่างกัน ในการแข่งกลางวันเราจะรู้สึกว่าเราเป็นนักแข่งมืออาชีพที่ทุกวินาทีมีความหมายต่อเงินรางวัลที่ได้ ในขณะที่กลางแข่งกลางคืนจะท้าทายอย่างมาก เพราะนอกจากเราจะต้องแข่งกับคนอื่นๆ แล้วเหล่าจราจรของเกมนี้นับว่าโหดมาก หากเราสเต็ปไม่ดีจริงยังไงก็ไม่รอด โดยหากเราถูกจับได้เราจะเสียเงินค่าปรับและทำให้ระดับ Heat ของในคืนนั้นหายไปทันที เป็นกิจกรรมที่ความเสี่ยงสูง แต่ก็มีผลตอบแทนสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว

ในส่วนของการแข่งขันหลักๆ จะประกอบไปด้วย Circuit Race, Drift, Sprint Race, และ Time Trial ที่จะต้องใช้ความสามารถในการบังคับรถที่ต่างกัน รวมถึงประเภทของเราที่ใช้แข่งด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ ในเกมนี้เลยคือการ Drift (ดริฟต์) ที่เราจะต้องกดปุ่มเบรกพร้อมกับกดปุ่มคันเร่ง ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควรเลยในการฝึกฝนให้ชำนาญ

ในส่วนของโหมดออนไลน์ก็ทำออกได้สนุกและท้าทาย โดยเราสามารถใช้รถในโหมดเนื้อเรื่องไปแข่งกับผู้เล่นอื่นได้เพียงแต่ว่าเราจะต้องเข้าไปท้าผู้เล่นมาแข่งด้วย ซึ่งอันนี้ก็วัดดวงกันไปว่าจะมีใครมาตามคำเชิญเราหรือไม่ คำแนะนำสำหรับผู้เขียนก่อนจะเล่นโหมดนี้ควรเล่นโหมด Solo ให้คล่องๆ และมีรถแรงๆ ก่อนถึงจะพอเอาชนะคนอื่นได้

รถเยอะมาก ของแต่งรถก็เยอะเช่นกัน

EA ต้องการเรียกศรัทธาของแฟนๆ Need For Speed กลับมา จึงได้มีการนำรถเข้ามาในเกมมากถึง 127 คันให้เราได้เลือกใช้งาน โดยแต่ละคันจะมีความสามารถที่แตกต่างกัน บางคันแรงแต่บังคับยาก บางคันช้าแต่ว่าเข้าโค้งดีเป็นต้น ซึ่งรถจะปลดล็อกเมื่อเราเก็บค่าชื่อเสียงได้ถึงที่กำหนดไว้

ในส่วนของแต่งรถน่าจะถูกใจหลายๆ คนเพราะคุณสามารถที่จะแต่งรถได้อย่างละเอียดมากๆ จัดเต็มในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นสีของรถ อุปกรณ์เสริมทั้งหลาย  ไปจนถึงเสียงของท่อรถเรา สามารถที่จะออกแบบตามใจของเราเลย นอกจากนี้หากใครเป็นคนที่แต่งรถไม่เก่ง ตัวเกมก็มีระบบ Community ที่ให้เราสามารถลอกลายรถคนอื่นได้อีกด้วย

สำหรับส่วนของเครื่องยนต์ จะแยกออกไปต่างหาก โดยเครื่องยนต์แต่ละอย่างจะแบ่งออกเป็นระดับต่างๆ ซึ่งของเหล่านี้หากเราจะซื้อมาเสริมความแรงให้รถ เราจะต้องใช้ทั้งเงินและค่าชื่อเสียงในการซื้อ ยิ่งเลเวลสูงเท่าไหร่ของแต่งในส่วนนี้จะยิ่งดีเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรถที่เราซื้อมาด้วย เนื่องจากบางคันอาจจะมีเครื่องยนต์ที่มีระดับสูงอยู่แล้ว ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเสริมในส่วนนั้น เก็บเงินและชื่อเสียงไปเสริมในส่วนอื่นๆ ดีกว่า

แผนที่กว้างใหญ่และสวยงาม

แผนที่ของเกมนี้ถือว่าทำออกมาสวยงามมากๆ ในด้านของแสงและสี แม้ว่ารายละเอียดตัวเมืองอาจจะไม่ได้สวยเหมือนกับเกมแข่งรถอื่นๆ และดูโล่งไปหน่อย แต่มันก็ทดแทนด้วยไอเทมให้เราเก็บมากมาย รวมถึงกิจกรรมย่อยๆ อยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทำให้การออกสำรวจเมืองก็นับว่าสนุกไม่น้อย

กราฟิกและเสียงประกอบ

Palm City คือเมืองที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมือง Miami ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ฉากของเมืองนี้สวยมากๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน ยิ่งคุณปรับภาพในแบบ Ultra ยิ่งทำให้ภาพในเกมสวยขึ้นไปอีก โดยสเป็กที่ผู้เขียนใช้รีวิวเกมนี้คือ i5-9400F, RTX 2060, Ram 16 GB สามารถเล่นเกมนี้ได้อย่างลื่นไหลแม้จะปรับสุด หรือแม้จะทำการสตรีมไปด้วยก็ไม่ได้กินสเป็กเครื่องมากเท่าไหร่ ในส่วนของเสียงถือว่าเป็นพระเอกของเกมนี้เลย เสียงดนตรีประกอบ เสียงเครื่องยนต์ ทำออกมาได้ดีมากยิ่งคุณมีหูฟังดีๆ หรือลำโพงแจ่มๆ คุณจะเล่นเกมนี้ได้เพลินเป็นพิเศษ

สรุป

Need For Speed: Heat ถือว่าเป็นแนว Racing ที่เหมาะสำหรับเกมเมอร์ Causal ที่ต้องการเกมแข่งรถสนุกๆ ไม่ยากจนเกินไปหรือว่าสมจริงจนเครียด หรือหากคุณชอบเกมแช่งรถแบบแข่งไปเก่งไป เกมนี้ถือว่าตอบโจทย์คุณอย่างมาก แม้ว่าองค์ประกอบบางอย่างของเกมนี้ยังคงต้องได้รับการปรับปรุง แต่โดยภาพรวม Need For Speed: Heat คือเกมแข่งรถที่คุณควรลองเล่นสักครั้ง

Need For Speed: Heat เปิดให้เล่นแล้ววันนี้ใน Origin ทั้งในรูปแบบของเกมเต็มและ Origin Access Premier

ป.ล. ใครที่จะสตรีมเกมนี้ใน Facebook ให้ปิดเพลงในเกมมิฉะนั้นวิดีโอจะโดนบล็อคได้

ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

มาชมภาพคอนเซ็ปต์ PS5 ฝีมือนักออกแบบชาวฝรั่งเศส

GameFever TH

คุยกับคุณ Hunterace แชมป์โลกคนล่าสุดจากงาน Hearthstone Championship Tour 2019

OcelotBoy

Ubisoft เผยแนวคิดการออกแบบโลกของเกม Assassin’s Creed Odyssey

GameFever TH

Leave a Comment