รีวิว

รีวิว Monkey King Hero is Back มาเป็น ซุนหงอคง กันเถอะ!

Monkey King Hero is Back คือเกมที่สร้างมาจาก Animation ที่ถูกฉายครั้งแรกในปี 2015 ตัวเกมจะกล่าวถึงหนึ่งในตำนานชื่อดังที่โลกรู้จัก ตำนานของ ราชาวานร ซุน หงอคง (Sun Wukong) ตัวเกมจะเป็นแนว Action Adventure มุมมอง Third Person ซึ่งเกมนี้ไม่ได้มีความยาวมากมายอะไรนัก (ประมาณ 6-8 ชั่วโมง เท่านั้น) ต้องบอกก่อนเลยว่าเวอร์ชั่นที่เป็นเกมนี้ ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่เหมือนกับเวอร์ชั่น Anime แบบ 100%  ไม่ใช้การเดินไปชมพูทวีปกับพระถังซัมจั๋งและผองเพื่อนเหมือนที่มักจะได้ยินบ่อยๆ แต่จะเป็นเนื้อที่เพิ่มเติ่มจากฉบับ Animation อีกนิดหน่อยนั้นเอง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยครับ

◊ เนื้อเรื่อง ◊

เนื้อเรื่องจะกล่าวถึง ราชาของเหล่าวานรตัวหนึ่งที่มีความทะเยอทะยานอย่างมาก จึงได้ไปฝึกวิชากับผู้วิเศษแห่งอมรโคยานทวีป ด้วยความเอ็นดูผู้วิเศษก็ได้ตั้งชื่อให้กับ ราชาวานรว่า ซุนหงอคง (Sun Wukong) หลังจากฝึกวิชาจนสำเร็จ ราชาวานรก็ได้เข้าท้าทายกับราชามังกรทั้ง 4 หลังจากปราบเหล่ามังกรลง  ซุนหงอคงก็ได้รับกระบองวิเศษกับชุดเกราะวิเศษมาเป็นของรางวัล แต่เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้นราชาวานรได้เข้าท้าทายกับเหล่าเทพเจ้า ซึ่งแม้แต่เทพที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด ก็ไม่สามารถเอาชนะราชาวานรได้ จนกระทั้งซุนหงอคงเข้าท้าทายกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเหล่าเทพเจ้า “พระพุทธเจ้า (Buddha)” นั้นเอง แต่ไม่ว่า ราวานรจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่สามารถเอาชนะ พระพุทธเจ้าได้ หลังจากจบการต่อสู้ พระพุทธเจ้าได้กักขังราชาวานรไว้ในหินผลึก และซ้อนไว้ในถ่ำแห่งหนึ่งเป็นเวลา 500 ปี

เนื้อเรื่องของเกม จะเริ่มต้นเมื่อหลังจากผ่านไป 500 ปี แล้ว เมื่อมีเณรน้อยนามว่า ลัว(Liuer) ได้หลงทางเข้ามาในถ่ำที่ผนึกราชาวานรไว้ และได้ปลดปล่อย ดาชอง(Dasheng) หรือราชาวานรที่ถูกผนึกมาเป็นเวลานานให้เป็นอิสระ แต่ดาชองที่ตื่นจากการจองจับกว่า 500 ปี นั้น กลับไม่สามารถใช้พลังได้เหมือนกับแต่ก่อน จากนั้นพระพุทธเจ้าก็ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมบอกกับดาชองว่า “วิธีเดียวที่จะได้รับพลังทั้งหมดคืนมาก็คือ การทำความดีเท่านั้น” ดาชองเลยจำเป็นต้องออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ กับลัว เพื่อให้ได้พลังของตนกลับคืนมา อีกครั้ง

เนื่อเรื่องของเกมจะไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรมากมายนัก แต่จะค่อนข้างเป็นเส้นตรงมากกว่า เราจะต้องเล่นเป็น ดาชองเดินทางไปตามเมืองต่างๆ คอยช่วยเหลือผู้คน ทำให้เนื้อเรื่องของเกมนี้ถึงแม้จะไม่ค้อยมีอะไร แต่ด้วยความที่เนื้อเรื่องของเกมมันอ่านง่าย เข้าใจง่าย มันทำให้เล่นได้แบบสบายๆ ไม่ต้องทำความเข้าใจอะไรมากมายนัก ไม่ต้องปวดหัวกับคำศัพท์ ยากๆ เอาไว้เล่นแก้เบื่อได้เป็นอย่างดีครับ

ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่เนื้อเรื่องของเกมค่อนข้างจะเป็นเส้นตรง ทำให้เรามักจะคาดเดาเนื้อเรื่องได้ไม่ยาก บวกกับจุดที่พีคของเนื้อเรื่องเองก็ไม่ค้อยมีให้เห็นเท่าไหร่ ถ้าเล่นตอนที่ง่วงนี้ก็อาจจะหลับได้อยู่เหมือนกัน และยังมีเนื้อเรื่องที่สั่นมากๆ ถ้าเล่นจริงๆ อาจจะใช้เวลาแค่เพียง 6-7 ชั่วโมง ก้สามารถเคลียร์เกมนี้ได้แล้ว ทำให้ไม่รู้สึกว่าไม่คุ้มกับเงิน 1,200 บาทค่าเกมเท่าไหร่ครับ

◊ กราฟิก / การนำเสนอ ◊

กราฟิกของเกมนี้ ถึงแม้จะเล่นในเครื่อง PS4 Pro แล้ว ก็ไม่ได้มีกราฟิกที่สวยงามสมจริงอะไร แต่เกมนี้จะมีกราฟิกที่การ์ตูนมากๆ แทน ทำให้ตอนเล่นรู้สึกสบายตา รู้สึกว่าจะสามารถเล่นได้เรื่อยๆ ทางด้านอนิเมชั่นกับการเคลื่อนไหวของตัวละคร ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีเช่นกัน มีความลื่นไหล มีเอฟเฟคเบาๆ เวลาตัวละครแลกหมัดกัน ก็เรียกได้ว่าถึงแม้จะไม่ได้สวยสมจริงอะไร แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดเล่นแล้วรู้สึกสะดุดเช่นกันครับ

ด้านการนำเสนอ เกมนี้ฉาก Cut Scene กับเกมเพลย์แทบจะเป็นอันเดียวกันเลย ทำให้ตอนเล่นเราจะรู้สึกเหมือนว่า ดูการ์ตูนอยู่ตลอดเวลา พูดตรงๆ ก็เป็นเสน่ห์ อย่างหนึ่งของเกมนี้ ทางด้านการแสดงสีหน้าของตัวละครต่างๆ ก็ดีพอสมควร ถ้าจะมีข้อเสีย อาจจะเป็นเรื่องที่หน้าตาของศัตรู มันดูเหมือนกันไปจนหมด แค่เปลี่ยนสีนิดหน่อย ทำให้รู้สึกน่าเบือเล็กๆ  เพราะเจอแต่ตัวหน้าตาเดิมๆ

ทางด้านเสียงเพลงประกอบ กับ เสียงพากย์ของตัวละคร ก็ล้วนแล้วแต่ธรรมดามากๆ ไม่ได้แย่จนรู้สึกขัดหูเวลาที่ฟังนานๆ แต่ก็ไม่ได้ ดีมากจนสื่ออารมร์ของตัวละครออกมาได้ทั้งหมดเช่นกัน เอาเป็นว่าธรรมดาสุดๆ ทีมพัฒนาเกมที่ไหนก็คงจะสร้างเสียงประมาณนี้ออกมาได้เหมือนกันนั้นแหละครับ

◊ เกมเพลย์ ◊

รูปแบบการเล่นของเกมนี้จะเป็นแบบ Action-Adventure โดยใช้การควบคุมง่ายๆ ใครก็เล่นได้ มีต่อยหนัก, มีต่อยเบา, และกระโดด เดินหน้าต่อสู่กับพวกสัปหลาดตัวเล็กๆ ที่มักจะโผล่ออกมาก่อกวนเราอยู่เป็นระยะๆ และมีสัปหลาดตัวใหญ่โผล่มาให้สู้บ้างบางครั้ง นอกจากนี้ผู้เล่นสามารถใช้สิ่งของต่างๆ เช่น เก้าอี้ , หิน หรือ ไม้กระบอง ที่ตกอยู่ตามฉากต่างๆ เพื่อทุนแรงในการต่อสู้ได้ ด้วยความที่การเล่นมันง่าย รวมถึงมีภาพออกไปทางการ์ตูน ทำให้เกมนี้ดูจะเหมาะกับผู้เล่นทุกเพศทุกวัยด้วยนั้นเอง

เกมนี้จะให้ผู้เล่นสามารถเลือกอัพเกรดความสามารถของ ดาชองได้ โดยการอัพเกรดจะแบ้งออกเป็น 2 แบบ คือ อัพเกรดสกิลกดใช้ หรือ อัพเกรด Passive ซึ่งจะใช้คนละ Point กันในการอัพ ด้านสกิลกดจะใช้ Red Soul ที่ได้จากการกำจัดศัตรูต่างๆ มากน้อยตามความยากง่ายของตัวที่เราสู้ ในขณะที่ Passive จะใช้ Earth God ที่มักจะซ่อนอยู่ตามจุดต่างๆ ของแมพ โดยสามารถสังเกตุได้ง่ายๆ เพราะจุดที่ Earth God ซ้อนอยู่มันจะเป็นภูเขาดินเด่นๆ เลยในฉาก

โดยรวมแล้ววิธีการเล่นของเกมนี้ค่อนข้างจะเข้าใจง่าย ขนาดตอนเริ่มเล่นไม่ต้องศึกษาอะไรมาก ก็สามารถเล่นได้เลย อีกทั้งความยาวเนื้อเรื่องเกมนี้เป็นการทำขึ้นมาใหม่ ไม่ใช้การเดินไปชมพูทวีปเหมือนที่เรามักจะได้ยินเกี่ยวกับตำนาน Sun Wukong (ไม่งั้นเล่นทั้งชาติก็คงไม่จบ) แต่จะเป็นเนื้อเรื่องสั่นๆ เพียง 6-8 ชั่วโมงเท่านั้น การเล่นเกมนี้จึงเป็นอะไรที่ เบาสมองสามารถเล่นเพื่อคลายเครียดได้เป็นอย่างดี

ด้วยความที่เรียบง่าย ทำให้มิติของการเล่นเกมนี้ มันค้อนข่างน้อยด้วยเช่นกัน ไม่ได้มีการผสมท่าโจมตีต่างๆ จนเป็น Combo ได้เมามันเหมือน DMC และก็ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่ดีมากเข้มข้นเหมือนกับ Death Stranding อีกด้วย แต่ราคาของเกมนี้มันก็ยังอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาทเลย ทำให้ตอนเล่นจนจบ ก็ยังไม่ณไม่รู้สึกว่าคุ้มเลยซักนิด เสียดายตังมากกว่าครับ

◊ สรุป ◊

Monkey King Hero is Back เป็นเกม Action Adventure ที่มีกราฟิกและภาพออกไปทางการ์ตูน เกมเพลย์เข้าใจง่าย ใครก็สามารถเล่นจนเก่งได้ มีความลับอีกเล็กน้อยให้ตามหาในเกม ใช้เวลาในการเล่นจนเคลียร์ไม่นาน แต่ก็เป็นเกมที่ไม่ว่าจะเป็นด้าน เนื้อเรื่อง เกมเพลย์ หรือ ความสวยงามของกราฟิก ก็ธรรมดามากๆ คือไม่ได้มีจุดไหนเลยของเกมที่จะทำให้รู้สึกว่า “ว้าว” มีความรู้สึกไม่คุ้มเงิน 1,200 บาทที่เสียไปมากกว่าครับ

ถ้าจะให้คะแนนเกมนี้ เราคงให้อยู่ที่ 5 เต็ม 10 เท่านั้น เพราะการเล่นที่มันธรรมดาโคตรๆ ไม่ได้มีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจหรือน่าติดตามด้วย ถ้าใครที่คาดหวังว่าซื้อเกมมาแล้วต้องเล่นได้นานๆ มีอะไรให้ทำเยอะๆ แนะนำให้ข้ามเกมนี้ไปได้เลยครับ

ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

 

 

 

 

Leave a Comment