ไกด์เกม

ไกด์ Call of Duty: Mobile หลักสูตรเรียนรู้การยิง 5 Step สำหรับทหารหน้าใหม่

หลังจากตัวเกม Call of Duty: Mobile เปิดให้บริการกันมาราวๆ หนึ่งอาทิตย์ ก็มีผู้เล่นมาขึ้นเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย แม้ตัวเกมจะเป็นแนว Shooting สำหรับมือถือ แต่บางคนก็อาจจะมองว่ามันเล่นยากมากๆ แตกต่างจากเกมแนว Shooting อื่นๆ เพราะเกมมันค่อนขข้างรวดเร็ว เล็งสู้แทบไม่ทัน จนบางคนหัวร้อนปาโทรศัพท์ทิ้งก็มี ( ล่ะมั้ง ) วันนี้ทาง GameFever TH จะมาให้ตำราหลักสูตรทหารหน้าใหม่ ในเรื่องการฝึกการยิงปืนเบื้องต้น 5 Step เมื่อจบหลักสูตรนี้แล้วเชื่อเลยว่าความสามารถในการเล่นของเหล่าทหารทั้งหลายจะต้องสูงขึ้นและมั่นใจมากขึ้นอย่างแน่นอน

==================================================

บทเรียนที่ 1: แผงควบคุมการยิง

จุดนี้เราไม่ได้มาสอนหรือมาบอกว่า ปุ่มนั้นปุ่มนี้ใช้ทำอะไรได้บ้างเพราะตอนเริ่มเกมครั้งแรก จะมี Tutorial ฝึกสอนการใช้ปุ่มต่างๆ อยู่แล้ว แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้เลยคือ การควบคุมการยิให้แม่นยำนั้น จะต้องปรับและจัดตำแหน่งปุ่มต่างๆ ให้เข้ามือเรามากที่สุด สามารถเข้าไปปรับตำแหน่งปุ่มได้ที่เมนูตั้งค่า, การควบคุม และกดที่กรอบสีเหลืองคำว่าปรับแต่งปุ่ม ก็จะเข้าสู่โหมดปรับแต่งปุ่มตามภาพ

ยกอย่างเช่นปุ่มเล็งยิงที่ถูกเซ็ตไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม นิ้วโป้งผมมักชอบกดเหนือปุ่มยิงเสมอ ทำให้เสียจังหวะในการปะทะและทำให้เราตายเหมือนไก่ จึงได้ปรับตำแหน่งปุ่มยิงให้สูงงขึ้นและเฉียงออกทางซ้ายเล็กน้อย ผลคือทำให้เรารู้สึกควบคุมได้ดีขึ้นจนน่าตกใจ ส่วนปุ่มเล็งผมก็ขยับขึ้นมาให้สูงอีกนิดเพราะเวลาใช้นิ้วลากเปลี่ยนมุมมองซ้ายขวามักจะโดนปุ่มเล็งเสมอ ซึ่งอันนี้เป็นความถนัดของแต่ละบุคคล

บทเรียนที่ 2: Simple Fire และ Andvance Fire ดีคนละแบบ

บทเรียนแรกมันจะสั้นๆ ไปหน่อย แต่บทเรียนต่อไปจะเริ่มสู่ความเข้มข้นของหลักสูตรกันแล้ว  เมื่อกล่าวถึงรูปแบบการยิงในเกม Call of Duty: Mobile จะถูกแบ่งออกเป็นสองแบบคือแบบ Simple Fire หรือการยิงแบบง่ายๆ หรือ Advance Fire หรือการยิงแบบควบคุมการเล็งยิงด้วยตัวเอง

ระบบการยิงด้วยตัวเองนั้นจะมีข้อดีอย่างงหนึ่งคือ สามารถเลือกรูปแบบการยิงย่อยๆ ออกเป็นสองอย่างด้วยกันคือ ต้องกดปุ่มยิงจะยิงทันทีแบบ Hip fire หรือกดปุ่มยิงปุ่มเดียวจะเป็นการเล็งและยิงให้ซึ่งจุดนี้สามารถปรับแต่งและล็อคประเภทอาวุธปืนได้เลยว่าปืนแต่ละอย่างจะให้ยิงในรูปแบบไหน

มาพูดส่วนของการยิงแบบ Simple Fire ก่อน ซึ่งมันก็คือการลากนิ้วด้านขวาที่เป็นการหันมุมมองให้เป้าไปตรงกลางงตัวศัตรู แล้วมันจะขึ้นรูปเป้าสีเหลืองแสดงถึงการล็อคเป้า และสีแดงคือตัวเกมจะทำการยิงให้อัตโนมัติโดยไม่ต้องกดปุ่มยิง สังเกตุเลยว่าหากใช้รูปแบบการยิงแบบ Simple Fire ปุ่มยิงจะหายไป ซึ่งมันจะดูง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องงเสียเวลากดปุ่มเล็ง แต่ทว่าข้อเสียของการยิงแบบนี้เลยคือ ไม่เหมาะกับปืนที่ต้องการความแม่นยำสูงมากๆ และใช้เวลาในการยิงก็นานเกินไป คือหากเราต้องเล่นปืน Assault Rifle หรือ Sniper Rifle แล้วเราลากเป้าให้ตรงกลางศัตรู ระบบมันจะใช้เวลาประมาณ 1-1.5 วินาทีในการยิงออกไปซึ่งมองว่ามันนานเกินไป ยิงสู้ใครไม่ทันตายพอดี และข้อเสียร้ายแรงที่สำคัญเลยคือ หากเจอระเบิดควันแล้วศัตรูวิ่งผ่าน แม้ว่าเราจะเห็นหรือคิดว่าต้องยิงโดนแน่ๆ ในจุดนี้ ระบบมันจะไม่ยิงให้ซึ่งทำให้เราอาจจะโดนสวนกลายเป็นไก่ก็เป็นได้

แม้ว่าการยิงแบบ Simple Fire จะมีข้อเสียร้ายแรงมากๆ แต่มันก็มีข้อดีสำหรับคนทีเล่นปืน Shotgun หรือปืนลูกซอง เพราะระบบการยิงงให้อัตโนมัติในระยะประชิดจะทำให้ปืนนี้ได้เปรียบมากๆ เนื่องจากไม่ต้องการความแม่นยำนัก ขอให้เข้าในระยะหวังผลแล้วลากเป้าไปกลางตัวศัตรู จากนั้นก็ BANG!! ลงไปนอนแบบในภาพเลย

ส่วนระบบการยิงงแบบ Advance Fire จะเป็นการยิงที่ผู้เล่นต้องงควบคุมปุ่มยิงด้วยมือเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบการเล็งยิงในปุ่มเดียวหรือยิงทันทีแบบ Hip Fire ก็ตาม แน่นอนว่าการยิงแบบนี้ข้อเสียเลยคือมันไม่เอื้ออำนวยต่อทหารหน้าใหม่ที่เข้ามาเล่นเกมนี้แน่ๆ เพราะหากเราไม่คุ้นเคยหรือทำความเคยชินในเวลาคับขัน จะทำให้มือของเราลนและกดผิดปุ่มเป็นแน่แท้ แต่มันคือข้อดีที่ว่าหากฝึกจนคุ้นชิน เราจะสามารถยิงสู้, การตอบสนองได้ไวกว่าและสามารถควบคุมวิถีกระสุนได้ดีกว่าการยิงแบบ Simple Fire อีกด้วย

การยิงแบบ Advance Fire นั้นเหมาะสำหรับปืนทุกกระบอกและผู้เล่นที่เริ่มชำนาญ โดยเฉพาะการใช้ปืน Sniper Rifle ยิงแบบ Advance Fire ชนิดเล็งแล้วยิงในปุ่มเดียว ซึ่งคนเล่นเก่งๆ มักใช้การยิงแบบนี้ในการใช้ปืน Sniper Rifle เพราะสามารถตอบสนองและยิงตอบโต้ศัตรูในระยะกลางและใกล้เมื่อถูกบุกเข้ามา หรือจะวิ่งไปบู้ ยิงใส่แบบ Quick Scope ก็ทำได้ดีเช่นกัน

บทเรียนที่ 3: รู้จัก Patern Recoil ย่อมรู้จักปืน

แรง Recoil หรือแรงถีบของปืนแต่ละกระบอกไม่เหมือนกัน ย่อมส่งผลต่อวิธียิงต่างกันออกไป ฉะนั้นจะต้องเรียนรู้ Patern Recoil ปืนแต่ละกระบอก ก็จะเข้าใจโดยทันทีว่าปืนแต่ละกระบอกเวลายิงควรยิงสู้ในระยะไหน

ยกตัวอย่างปืน M4 ( ที่จริงคือ M4A1 เพราะ M4 ของจริงมันยิงแบบ Full Auto ไม่ได้ ) ในเกมนี้เมื่อเรายิงแบบอัตโนมัติจะสังเกตุว่า ปืนจะไม่ค่อยดีดขึ้น กลุ่มกระสุนเกาะกลุ่มได้ดีมาก แต่จะค่อนข้างเบี่ยงซ้ายขวานิดหน่อย ทำให้ปืนนี้เหมาะกับการต่อสู้เกือบทุกระยะ แต่ระยะไกลก็สู้ได้แต่อาจจะยิงโดนบ้างไม่โดนบ้าง หากยิงหยอดเป็นชุดๆ ก็ถือว่าแม่นยำพอที่จะยิงสวนพวกปืน Sniper Rifle ได้หากไม่โดนยิงงตายเสียก่อน

ยกตัวอย่างอีกกระบอกคือ AK-47 ปืนนี้แรงถีบสูงมาก แต่ยิงค่อนข้างตรง ไม่ค่อยเบี่ยงซ้ายขวาเท่ากับ M4 เราก็ใช้ปืนกระบอกนี้ไปสู้ในระยะใกล้และกลางเป็นหลัก ใช้ความรุนแรของงปืนกระบอกนี้จัดการศัตรูให้ตายภายในชุดเดียว และยิ่งเจอศัตรูในมุมหรือที่แคบหรือภายในอาคาร ปืนนี้จะแสดงความโหดเหี้ยมจนหลายคนไม่อยากเจอกับมันในระยะใกล้เลยด้วยซ้ำไป แต่การยิงสู้ระยะไกลไม่เหมาะเท่าไหร่นัก เพราะควบคุมยากมาก

บทเรียนที่ 4: เรียนรู้การใช้งาน Operator Skill ให้ชำนาญ

Operator Skill หรือ Signature Weapon มันคืออาวุธสุด OP โดยเงื่อไขที่จะใช้มันได้คือต้องสะสมเกจที่ได้จากการฆ่าหรือช่วยเหลือทีมในด้านต่างๆ จนเกจเต็มถึงสามารถเอาออกมาใช้ได้ ซึ่งแต่ละกระบอกจะมีความสามารถแตกต่างกันรวมถึงวิธีใช้งาน โดยขอยกตัวอย่าง War Machine ซึ่งเป็น Operator Skill ที่หน้าตาเหมือนกับเครื่องยิงลูกระเบิด M32 Grenade Launcher วิธีใช้งานก็คือ ยิงลูกระเบิดใส่ศัตรู และจะระเบิดทันทีเมื่อกระทบศัตรู, พื้นหรือวัตถุต่างๆ รัศมีระเบิดเทียบเท่า Frag Grenade ที่ใช้กันในเกม มีวิถีการยิงแบบโค้ง ระยะไม่ค่อยไกล และอันตรายมากหากยิงใส่ในระยะใกล้เพราะจะทำให้ผู้ใช้โดนแรงระเบิดตายไปด้วย

และที่สำคัญเลยก็คือ มันใช้ได้แค่รอบเดียว หากเราตายโดยไม่ได้ทันใช้หรือใช้กระสุนไม่หมด ปืน Operator Skill ก็จะหายไปและต้องสะสมเกจกันใหม่ ซึ่งในเกมมันจบค่อนข้างงไว ส่วนใหญ่มักใช้ได้แค่ครั้งงเดียว เราต้องระวังข้อนี้ไว้ให้ดีๆ เมื่อเรารู้จักปืน Operator Skill มันจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่พลิกเกมกลับมาให้ชนะก็ยังได้หากใช้ถูกจังหวะและรู้วิธีการใช้งานของมัน

บทเรียนที่ 5: Perk Agile ต้องมีติดไว้ทุกครั้ง

บทเรียนสุดท้ายสำหรับตำรานี้ หากใครยังรู้สึกวิ่งไปยิงศัตรูแล้วรู้สึกเล็งช้าเสียเหลือเกิน ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่า มันคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเหล่าทหารที่ชำนาญก็ดีหรือเหล่าหน้าใหม่ที่เรียนรู้ตำราทั้งสี่บทก่อนหน้าแล้ว นั้นก็คือ Perk ที่มีชื่อว่า Agile ซึ่งคุณสมบัติของมันก็คือ เวลาวิ่งอยู่นั้นจะทำให้เราเล็งปืนไว้ขึ้น 85 เปอร์เซ็นต์

โดยเงื่อนไขการปลดล็อค Perk นี้คือผู้เล่นจะต้องมีเลเวล 30 ขึ้นไปถึงจะใช้งานได้ แนะนำให้เป็น Perk ที่ควรใช้งานติดตัวเป็นหลัก แล้วจะทำให้เราวิ่งไปปะทะจะตอบสนองได้ฉับไวขึ้นจนเห็นได้ชัด เพราะการเผชิญหน้ากัน ความเร็วเสี้ยววินาทีชี้เป็นชี้ตายในเกมได้เลยทีเดียว

==================================================

และนี่คือทั้งหมดของตำราเบื้องต้น 5 Step สำหรับเหล่าทหารหน้าใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าจะยิงยังไงให้เทพ ซึ่งขอบอกก่อนว่าไม่จำเป็นต้องทำตามเป๊ะๆ เน้นดัดแปลงและปรับให้เข้ากับเราถือเป็นอันใช้ได้ เพราะทหารทุกนายนั้นมีความสามารถไม่เหมือนกัน บางคนถนัดบู๊ยิงแหลก หลบพริ้วๆ ทะลวงแนวหน้า หรือบางคนก็ยิงแม่นราวจับวาง เข้าทางปืนก็มีศพ ฉะนั้นหวังว่าตำรานี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย ขอให้โชคดีในสนามรบทุกท่าน Good Luck Soldier!

สำหรับใครที่สนใจอยากลองเล่น สามารถดาวน์โหลดกันได้เลยตามลิ้งก์ข้างล่าง

ดาวน์โหลดผ่าน ios: คลิ๊กที่นี่
ดาวน์โหลดผ่าน Android: คลิ๊กที่นี่

ติดตามข่าวสารเกมต่างๆ ได้ที่

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เกมดี ! เกมโดน !! รวมเกมมือถือน่าเล่นต้นเดือนตุลาคม 2019

Site Default

[Review] Call of Duty: Mobile เมื่อสมรภูมิถูกย่อลงมือถือ นี่คือความมันระดับพระกาฬ

HK 416

ไกด์ Call of Duty: Mobile เจาะลึกปืน PDW57 ปืนกลมือพันธุ์ดุ ลูกดก ยกเล็งมีตาย

HK 416

Leave a Comment