Image default
รีวิว

รีวิว Tom Clancy’s Ghost Recon: Breakpoint การกลับมาของหน่วยผี ในรูปแบบที่ไม่มีใครขอ…

อาจจะไม่ได้เป็นซีรี่ส์ที่คนคิดถึงเป็นอันดับแรกๆ เมื่อนึกถึงผู้พัฒนาขวัญใจมหาชนอย่าง Ubisoft ในยุคนี้ แต่ซีรี่ส์ Ghost Recon ครั้งหนึ่งก็เคยได้รับยกย่องเป็นหนึ่งในซีรี่ส์เกมยิงปืน Tactical Shooter ที่ดีอันดับต้นๆ ในช่วงที่วางจำหน่ายใหม่ๆ ส่งผลให้เกมได้รับภาคต่อมากมายตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Tom Clancy’s Ghost Recon: Breakpoint คือภาคล่าสุดของเกม Tactical Shooter ยอดนิยมนั้น ซึ่งต่อยอดระบบต่างๆ จากเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Wildlands กับการพัฒนากราฟฟิคและระบบการเล่นต่างๆ พร้อมกับการผสมผสานระบบเกมเพลย์แบบ RPG ที่พบได้ในเกมของ Ubisoft ที่วางจำหน่ายในช่วงหลังๆ มาอย่าง Assassin’s Creed: Odyssey และ The Division 2 อีกด้วย

แต่แม้ว่าเกม Assassin’s Creed และ The Division 2 จะได้รับคำชื่นชมมากมายจากการผสมผสานแนวเกมแบบ RPG เข้ากับเกมเพลย์ดั้งเดิมของซีรี่ส์ ระบบ RPG ดังกล่าวกลับกลายเป็นจุดอ่อนถึงตายของเกม Ghost Recon: Breakpoint เลยทีเดียว แม้ว่าเกมเพลย์การยิงปืนและลอบเร้นเบื้องต้นของเกมจะยังสนุกได้อยู่บ้าง แต่ระบบ RPG ของเกมกลับกลายเป็นสิ่งที่เข้ามาขัดขวางความสนุกมากกว่าเป็นการเสริมเกมในทางบวก ทำให้ Ghost Recon: Breakpoint กลายเป็นเกมที่ขาดแนวทางอันชัดเจน มีความครึ่งๆ กลางๆ อยู่ตลอดระยะเวลาการเล่น

สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นกับเพื่อนๆ ในเกมภาค Wildlands มาก่อนอาจจะสามารถหาความสนุกแบบเดียวกันได้อยู่ แต่ถ้ากล่าวในภาพรวมแล้วนั้น คงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า Ghost Recon: Breakpoint เป็นเกมที่มีปัญหาอยู่มากเช่นกัน


◊ เนื้อเรื่อง ◊

เนื้อเรื่องของ Ghost Recon: Breakpoint นั้นถือเป็นภาคต่อกลายๆ ของเกม Ghost Recon: Wildlands โดยเนื้อเรื่องในเกมจะติดตามตัวละครผู้เล่นที่ใช้ชื่อว่า Nomad ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้สืบหาเบาะแสการหายสาปสูญไปของเรือ USS Seay ในบริเวณหมู่เกาะ Auroa อันเป็นที่ตั้งของเกมนั่นเอง แต่ภารกิจเกือบจะล่มเสียตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่บรรทุก Nomad และสหายหน่วย Ghost อีกหลายชีวิตกลับถูกโจมตีโดยกลุ่มติดอาวุธปริศนาที่ใช้ชื่อว่า Wolves (หมาป่า) จนทำให้เหลือผู้รอดชีวิตเพียงหยิบมือเท่านั้น ผู้เล่นในฐานะ Nomad จึงต้องรวบรวมเหล่าสมาชิกหน่วย Ghost ผู้รอดชีวิตเพื่อร่วมมือกับชาวเกาะ Auroa ในการต่อสู้กับกลุ่ม Wolves ที่นำโดยอดีตทหารหน่วย Ghost อย่าง Cole D. Walker และสืบหาความจริงเบื้องหลังการทรยศครั้งนี้!

คนที่คุ้นเคยกับเกมแฟรนไชส์ Tom Clancy อยู่แล้วน่าจะพอนึกภาพออกว่าเนื้อเรื่องของ Ghost Recon: Breakpoint นั้นจะดำเนินไปอย่างไรบ้าง โดยเนื้อเรื่องของ Breakpoint นั้นว่ากันตามตรงว่าค่อนข้างตามสูตรของเกมที่มีเนื้อเรื่องแนวทหารส่วนใหญ่อยู่แล้ว ซึ่งในจุดนี้ก็แล้วแต่คนจะมองว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย สำหรับผู้เขียนแล้วไม่ได้รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ช่วยเสริมอรรถรสหรืออารมณ์ของเกมได้ขนาดนั้นเช่นกัน เหมือนเป็นเครื่องมือในการสร้างแรงขับให้ตัวละครเฉยๆ แต่ถึงไม่ได้ตั้งใจติดตามก็คงไม่ได้พลาดอะไรไปนัก

เหตุผลที่ผู้เขียนไม่ได้รู้สึกมีความสนใจในเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งมาจากวิธีการนำเสนอเนื้อเรื่องของเกมด้วย โดยเกมจะแบ่งย่อยภารกิจหลักต่างๆ รวมถึงภารกิจเนื้อเรื่องออกเป็น ‘ไฟล์การสืบสวน’ เมื่อผู้เล่นทำภารกิจย่อยๆ สำเร็จก็จะได้พบกับเนื้อเรื่องเพิ่ม ให้ความรู้สึกคล้ายกับการค่อยๆ คลี่คลายเงื่อนงำเพื่อเปิดเผยเส้นเรื่องของภารกิจนั้นๆ นั่นเอง ผู้เล่นจะสามารถเลือกได้ว่าจะทำภารกิจย่อยอันไหนก่อนหลังได้อย่างอิสระ ทำให้เส้นทางการดำเนินเรื่องของผู้เล่นแต่ละคนมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งในจุดนี้ก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียเช่นกัน เพราะในแง่หนึ่งการเปิดให้ผู้เล่นสามารถดำเนินเส้นเรื่องในแบบที่ตัวเองต้องการได้ก็ช่วยเสริมความอิสระอันเป็นจุดขายของเกมได้ดี แต่ในอีกแง่หนึ่ง การทำแบบนี้บางครั้งก็ทำให้จังหวะการดำเนินเรื่องแปลกๆ ไปได้เหมือนกัน เพราะเราอาจจะทำภารกิจย่อยข้อหนึ่งที่ถ้าดูตามเนื้อเรื่องควรจะเกิดขึ้นหลังอีกภารกิจหนึ่งที่เรายังไม่ได้ทำเป็นต้น แม้ว่าปัญหานี้จะสามารถแก้ได้ด้วยการเล่นเส้นเรื่องอันใดอันหนึ่งจนจบทีละเส้นเรื่องไป แต่การเล่นแบบนั้นก็ค่อนข้างยากสำหรับเกมลักษณะนี้ เพราะเราจะไม่ได้ปลดล๊อกอุปกรณ์เสริมหรืออาวุธใหม่ๆ ที่เป็นของรางวัลจากภารกิจเสริมเช่นกัน

อันที่จริงการดำเนินเรื่องในลักษณะนี้ก็อาจจะไม่ได้แตกต่างจากเกมอื่นๆ ของ Ubisoft อย่าง Assassin’s Creed Odyssey หรือเกมรุ่นพี่อย่าง Ghost Recon: Wildlands มากนัก ซึ่งคนที่เคยชินหรือชื่นชอบแนวทางการเล่าเรื่องของเกมเหล่านั้นอาจจะไม่ได้รู้สึกติดขัดกับการเล่าเรื่องของ Breakpoint แต่คนที่อยากติดตามเนื้อเรื่องของเกมอย่างจริงจังอาจจะต้องวางแผนการดำเนินภารกิจให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดการทำภารกิจข้ามเนื้อเรื่อง


◊ เกมเพลย์ ◊

ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมซีรี่ส์ Ghost Recon แน่นอนว่าเกมเพลย์ของ Breakpoint ย่อมเน้นไปที่การลอบเร้นและกำจัดศัตรูแบบเงียบๆ ด้วยปืนสไนเปอร์ระยะไกลหรือปืนใส่ที่เก็บเสียงต่างๆ ซึ่งในจุดนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Wildlands มากนัก นอกจากการปรับปรุงลูกเล่นต่างๆ เช่นการพรางตัวระหว่างที่หมอบคลานอยู่ การอีพเกรดปืน หรือการตัดรั้วเหล็กเพื่อเปิดทางลอบเข้าสู่ฐานทัพของศัตรูเป็นต้น คนที่ชื่นชอบเกมเพลย์ของ Wildlands อยู่แล้วน่าจะทำความเคยชินกับการควบคุมของเกมได้ไม่ยาก ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าการควบคุมของเกม Breakpoint อยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดี ทั้งระบบการยิงปืนที่มีการตอบสนองสมจริงและการลอบเร้นที่น่าตื่นเต้น แม้ว่าเมื่อมองในภาพรวมแล้วเกมเพลย์ของ Breakpoint จะยังมีปัญหาอยู่หลายจุดก็ตาม

สิ่งแรกที่เป็นปัญหามากๆ เกี่ยวกับเกมเพลย์ของ Breakpoint คือระบบ A.I. ของศัตรูที่ค่อนข้างซื่อบื้อและถูกเอาเปรียบได้ง่าย ซึ่งทำให้เกมเพลย์ที่ควรจะน่าตื่นเต้นของเกมรู้สึกง่ายขึ้นมาเลย ศัตรูในเกมมักจะตอบสนองต่อการพบศพของเพื่อนด้วยวิธีที่คาดเดาได้เสมอ ทำให้เราใช้ศพศัตรูเป็นตัวล่อให้ศัตรูตัวอื่นๆ เดินเข้ามาให้ยิงแบบเรียงตัวได้ตลอดเวลา แถมในกรณีที่ถูกจับได้ การจะหลบหลีกเหล่า A.I. เพื่อเริ่มการลอบเร้นใหม่ หรือกระทั่งการฆ่าล้างบางศัตรูก็ง่ายเหลือเกิน ทำให้ไม่ค่อยอินกับบทบาทนายทหารมือฉกาจที่ต้องต่อสู้กับศัตรูทั้งเกาะด้วยตัวคนเดียวที่เกมพยายามจะมอบให้เท่าไหร่ การปรับเกมให้เป็นโหมดยากก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานี้เท่าไหร่นักเพราะ A.I. ก็ไม่ได้ฉลาดขึ้นเท่าไหร่นัก

อย่างที่สองที่เป็นปัญหามากๆ คือระบบ Gear Score หรือค่าเฉลี่ยไอเทมของผู้เล่นแต่ละคน ซึ่งเป็นระบบ RPG ที่เกมยกมาจากเกมอื่นๆ ของ Ubisoft อย่าง Assassin’s Creed Odyssey และ The Division 2 แต่กลับไม่มีความจำเป็นเลยในเกม Ghost Recon ที่เน้นการลอบเร้นและการวางแผน เพราะศัตรูมนุษย์ทุกตัวในเกมจะยังพิชิตได้ด้วยการยิงเข้าที่หัวเพียงนัดเดียวอยู่ดี (อาจจะมากกว่านัดเดียวถ้าศัตรูใส่หมวก แต่ก็ไม่เกิน 2-3 นัดแน่นอน) แม้จะเอาปืนเริ่มต้นไปยิงศัตรูระดับสูงที่สุดก็ยังคงตายง่ายๆ ด้วยการยิงหัว ทำให้ระบบดังกล่าวไม่มีความจำเป็นเลยแม้แต่นิดเดียวในเกม Breakpoint นี้

สถานการณ์เดียวที่ Gear Score ของผู้เล่นจะมีความหมายขึ้นมาก็คือในการต่อสู้กับศัตรูชนิดหุ่นโดรนต่างๆ ในเกม ซึ่งจะต้องใช้ปืนที่มีค่าความแรงสูงๆ ถึงจะล้มลงได้ ซึ่งในจุดนี้ก็ต้องสงสัยว่าจำเป็นต้องมีระบบนี้จริงๆ ไหมถ้ามันจะต้องใช้ในสถานการณ์ที่จำกัดมากๆ แบบนี้ ยังไม่นับว่าการต่อสู้กับหุ่นโดรนทุกครั้งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมอย่าง The Division 2 อยู่มากกว่าเกม Ghost Recon ด้วยซ้ำ จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า Ubisoft มีเจตนาอะไรกันแน่ในการเพิ่มระบบนี้เข้ามาในเกมทั้งๆ ที่เกมเพลย์ดั้งเดิมของซีรี่ส์ไม่ได้เหมาะกับระบบ RPG แบบนี้เลย

อีกระบบ RPG ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกม Breakpoint คือระบบคลาสของเกม ที่ให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ 4 ชนิดด้วยกันคือ Assault (แนวหน้ากล้าบุก), Panther (สายลอบสังหาร), Sharpshooter (สายสไนเปอร์), และ Field Medic (หมอ) นั่นเอง ซึ่งแต่ละคลาสจะมีผังสกิลให้เลือกอัพเกรดได้คล้ายๆ กัน ต่างกันเพียงแค่แต่ละคลาสจะได้รับสกิลพิเศษเฉพาะของตัวเอง (เช่น Panther จะสามารถโยนระเบิดควันเพื่อพรางตัวได้ หรือ Sharpshooter จะมีเซนเซอร์ไว้จับตำแหน่งศัตรู) ซึ่งระบบนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งระบบที่น่าสงสัยว่าจะใส่มาทำไม เพราะความแตกต่างระหว่างแต่ละคลาสมีเพียงนิดเดียวเท่านั้น การจำกัดอุปกรณ์พิเศษอย่างระเบิดควันหรือกล่องปฐมพยาบาลตามคลาสจึงดูไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ น่าจะเปิดให้ผู้เล่นเลือกเปลี่ยนไปมาได้เหมือนในระบบ Specialization ของเกม The Division 2 เพื่อเสริมความหลากหลายในการเล่นมากกว่า

สิ่งที่น่างงมากพอๆ กับการเพิ่มระบบ RPG ที่ไม่จำเป็นเข้ามามากมายก็คือการถอดเอาระบบบางอย่างที่เป็นลายเซ็นของซีรี่ส์ Ghost Recon ออกไป อย่างระบบ Sync-Shot ที่แม้จะยังมีอยู่ แต่ถูกเปลี่ยนจากการร่วมกับ NPC เพื่อนร่วมทีมยิง กลายเป็นการปล่อยโดรนออกไปยิงตัวที่เราไม่ได้เล็งแทน หรือระบบ A.I. เพื่อนร่วมทีมโดยรวมที่หายไปเลย (ผู้เล่นจะต้องเล่นเกมคนเดียวตลอดยกเว้นจะมีคนอื่นมาเล่นด้วยทางออนไลน์) ทำให้ความเป็นหน่วยผี Ghost Recon ที่คุ้ยเคยจากเกมภาคก่อนๆ ต้องเปลี่ยนไป ซึ่งพอดูจากระบบอื่นๆ ก็ยังไม่มั่นใจว่าเป็นการแลกกันที่คุ้มค่าหรือไม่

กล่าวโดยสรุป แม้ว่าเกมเพลย์พื้นฐานอย่างการเคลื่อนที่หรือการยิงปืนของเกม Ghost Recon Breakpoint จะอยู่ในจุดที่ดีประมาณหนึ่ง แต่ระบบโดยรอบของเกมกลับไม่ได้ช่วยเสริมกันเองเท่าไหร่ จนในบางครั้งก็กลายเป็นปัญหาจุกจิกน่ารำคาญในการเล่นขึ้นมาจาก A.I. ศัตรูที่น่าผิดหวัง หรือการพะว้าพะวงกับตัวเลข Gear Score และไอเทมสวมใส่ทั้งๆ ที่มีผลต่อเกมน้อยมาก (แต่ก็ต้องทำเผื่อเจอหุ่นโดรนขึ้นมา) จน Ghost Recon Breakpoint รู้สึกเหมือนเป็นเกมที่พยายามรวบรวมระบบเกมเพลย์ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดของ Ubisoft มายำรวมกันเฉยๆ จนเสียตัวตนของตัวเองไปในหลายๆ จุด


◊ กราฟฟิค/การนำเสนอ ◊

ในระดับเบื้องต้น Ghost Recon Breakpoint ถือเป็นเกมที่มีกราฟฟิคค่อนข้างสวยทีเดียว ตั้งแต่หน้าตาของตัวละครสำคัญต่างๆ ในคัตซีนที่สมจริงยิ่งกว่าตอน Assassin’s Creed Odyssey ซะอีก ไปจนถึงการเคลื่อนที่ของต้นไม้ใบหญ้าที่พลิ้วไหวไปตามลม ทำให้การเดินทางไปบนเกาะ Auroa มีความเพลิดเพลินสบายตาอยู่พอสมควร ซึ่งถือเป็นข้อดีมากๆ เพราะผู้เล่นจะต้องเดินทางไปมาบนเกาะ Auroa เยอะมากๆ ตลอดทั้งเกม

ที่น่าชื่นชมอีกจุดคือสภาพแวดล้อมของเกาะ Auroa เอง ที่มีความหลากหลายมากกว่าภาค Wildlands พอสมควร ทั้งส่วนที่เป็นป่าทึบ ภูเขาหิมะขาวโพลน ไปจนถึงอาคารรูปร่างทันสมัยไฮเทคต่างๆ ช่วยทำให้เกาะรู้สึกเหมือนเป็นสถานที่จริงๆ มากกว่าจะเป็นแค่ฉากหลังให้ผู้เล่น

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือบทบรรยายภาษาไทยของเกม โดย Ghost Recon Breakpoint ถือเป็นเกมแรกจากผู้พัฒนา Ubisoft ที่ทำบทบรรยายไทยไว้ในเกมด้วย ซึ่งในจุดนี้ต้องยอมรับกันตามตรงว่าอาจจะด้วยความที่เป็นครั้งแรก แต่คุณภาพของบทบรรยายและการแปลนั้นยังไม่ค่อยดีนัก ภาษาที่ใช้ยังมีความแข็งๆ ทื่อๆ แถมยังมีแปลผิดอยู่พอสมควรเลย แต่บทบรรยายก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่พอปะติดปะต่อความหมายที่ตัวละครพูดออกมาได้อยู่ จึงถือว่า Ubisoft สอบผ่านสำหรับความพยายามทำซับไทยครั้งแรกนี้

ในด้านของความเสถียรของเกมนั้น ต้องขอชมว่า Ghost Recon Breakpoint ถือเป็นเกมที่มี Performance ค่อนข้างนิ่ง เฟรมเรตไม่ค่อยเหวี่ยง (ผู้เขียนรีวิวเกมบน PC การ์ดจอ 1050TI, 8GB RAM) แต่ก็มักจะพบบั๊คเช่นการ Clipping (เมื่อตัวละครในเกมเดินทะลุพื้นผิวที่ไม่ควรทะลุได้) หรือการที่สิ่งของบางอย่างโหลดช้ากว่าปกติ โดยปัญหาหนึ่งที่ผู้เขียนพบบ่อยคือการที่โหลดเข้าเกมแล้วแต่โมเดลปืนกลับโหลดตามมาทีหลัง ทำให้ตัวละครของผู้เขียนต้องถือปืนล่องหนอยู่เป็นนาที (จะเล็งก็ไม่ได้เพราะมองไม่เห็นทั้ง Scope และ Cross-hair หรือเป้าเล็ง) ก่อนที่จะสามารถมองเห็นปืนได้ ซึ่งก็ไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่ก็เกิดขึ้นบ่อยพอสมควรเช่นกัน


◊ สรุป ◊

ถ้าให้กล่าวโดยสรุป Ghost Recon Breakpoint เป็นเกมที่มีโครงดีอยู่แล้ว ด้วยเกมเพลย์พื้นฐานและการควบคุมที่ทำได้ค่อนข้างดี รวมไปถึงแนวเกมยิงปืนบุคคลที่สามแบบลอบเร้นที่เล่นกับเพื่อนได้ง่าย แต่เกมกลับทำพลาดอย่างมหันต์ด้วยการเพิ่มระบบ RPG ที่ขัดแย้งกับแนวทางดั้งเดิมของซีรี่ส์อย่างสิ้นเชิง จนทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในตัวตนของเกมว่าพยายามจะเป็นเกมแบบไหนกันแน่ ยังไม่นับรวม Microtransaction (ของที่ใช้เงินจริงซื้อ) ที่แลดูออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาความน่ารำคาญที่เกมสร้างขึ้นมาเองด้วย ทำให้ Ghost Recon Breakpoint เป็นเกมที่น่าผิดหวังที่สุดจากผู้พัฒนา Ubisoft ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

Code Vein เตรียมเผยวันวางจำหน่ายเร็วๆ นี้

GameFever TH

คาด !! ผู้พัฒนา Undertale อาจจะประกาศเกมใหม่พรุ่งนี้ !!

GameFever TH

รีวิว Resident Evil 2 Remake ว่าที่ “เกมแห่งปี” มันไม่ได้เวอร์วังเกินไปเลย

Lazefatboy

Leave a Comment