รีวิว

รีวิว Concrete Genie โลกสวยด้วยมือเรา

Platform : PlayStation 4
Release Date : 8 ตุลาคม 2019

Concrete Genie เกมแนว Action Adventure ที่ถูกพัฒนาโดย PixelOpus ซึ่งเป็นทีมผู้พัฒนาที่ทำงานภายใต้ Sony Interactive Entertainment โดยตรง ถือว่าเป็นอีกเกมหนึ่งที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างน่าสนใจ แตกต่างจากเกมระดับ AAA ในกระแสอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความสร้างสรรค์และสดใสจึงสามารถดึงดูดผู้เล่นทั่วไปได้ไม่ยาก จากการตีความฮีโร่ในมุมของศิลปินตัวน้อยที่ต้องตวัดปลายพู่กันแทนดาบเพื่อสร้างสีสันให้กับเมืองของเขา ซึ่งถูกความมืดกลืนกินให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง นอกจากนี้แล้วส่วนสำคัญอีกข้อที่ทำให้เกม Concrete Genie น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาวไทยอย่างเราๆ ก็คือ ตัวเกมรองรับภาษาไทย ทำให้คนที่ภาษาอังกฤษยังไม่แข็งนักสามารถเอ็นจอยไปกับเนื้อเรื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

เนื้อเรื่อง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในเมือง Denska เมืองท่าที่เคยสดใสและมีชีวิตชีวาเมื่อครั้งอดีต กลับกลายเป็นมืดมนและเสื่อมโทรมหลังจากที่เรือบรรทุกน้ำมันเกิดอุบัติเหตุชนโขดหิน ทำให้น้ำมันจำนวนมหาศาลไหลลงทะเล จนเกิดความมืดปริศนาเข้าเกาะกินตามส่วนต่างๆ ของเมือง ในรูปแบบของรากไม้ลึกลับ โดยเราจะได้รับบทเป็น Ash หนุ่มน้อยผู้มีศิลปะในจิตใจ ซึ่งมีไอเทมคู่กายเป็นสมุดสเก็ตซ์ภาพเล่มเล็ก เขามักจะวาดสิ่งต่างๆ ลงไปในนั้นตามแต่จะนึกคิด ไม่ว่าจะเป็นมอนสเตอร์รูปร่างน่าเกลียดน่าชัง พืชพรรณรูปทรงประหลาด และแน่นอน ภาพความทรงจำของเมือง Denska ก่อนที่จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

จนมาวันหนึ่ง ขณะที่ Ash กำลังนั่งวาดรูปอยู่บนรั้วไม้ริมทะเล ก็ถูกก่อกวนโดยแก๊งวัยรุ่นอันธพาลที่เข้ามาวุ่นวาย ถึงขั้นฉีกสมุดสเก็ตซ์โยนทิ้งด้วยความสนุกสนาน และส่งเขาขึ้นกระเช้าลอยฟ้ามุ่งหน้าสู่ภัตตาคารผีสิง นี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในเรื่องราวสุดแฟนตาซี ซึ่งเราจะต้องเป็นคนค้นหาข้อมูล เพื่อปะติดปะต่อเรื่องราวด้วยตนเอง รวมถึงสะสมหน้ากระดาษจากสมุดสเก็ตซ์ภาพที่หายไปตามจุดต่างๆ ของเมือง และแน่นอน การค้นพบพู่กันวิเศษที่สามารถสรรสร้างชีวิตให้กับสัตว์ประหลาดหน้าขนที่จะมาช่วยเราทำภารกิจยิ่งใหญ่อย่างการฟื้นฟูเมือง Denska ให้กลับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ว่ากันตามตรง พล็อตเรื่องก็ไม่ได้แปลกใหม่ซักเท่าไรนัก เพราะเมื่อเราเล่นไปจนถึงช่วงเวลานึง ก็จะรู้ได้ว่าเกมพยายามพูดถึงช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิตเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่ต้องการเพื่อน ต้องการการยอมรับ ต้องต่อสู้กับสังคมรอบตัวรวมถึงความรู้สึกภายในใจของตัวเอง ซึ่งถ้าใครเป็นคอหนังน่าจะได้สัมผัสเรื่องราวทำนองนี้มาบ้าง แต่สุดท้ายแล้วความลึกลับที่ปกคลุมเป็นฉากหลัง ก็สามารถผลักดันองค์ประกอบต่างๆ ให้มันไปในทิศทางของมันเองได้

กราฟิก

Concrete Genie ถูกนำเสนอด้วยภาพสไตล์ Animation 3D ที่ลายเส้นออกไปทางฝั่งตะวันตก ซึ่งโดยส่วนตัวของผู้เขียน การออกแบบตัวละครไม่ได้รู้สึกโดดเด่น หรือเป็นที่จดจำเท่าใดนัก กลับกันในส่วนของภาพวาดที่ถูกรังสรรค์โดยตัวละครของเราบนกำแพงต่างๆ นั้นทำได้สวยงามน่าประทับใจ เราจะได้เห็นอากัปกริยาน่ารักน่าชังของ “Genie” มอนสเตอร์หน้าขนที่จะวิ่งไปช่วยเราตามจุดต่างๆ เท่าที่กำแพงจะไปถึงราวสัตว์เลี้ยงแสนเชื่อง การเคลื่อนไหวของดอกไม้ใบหญ้า ละอองเรืองแสงที่ล่องลอยออกมาจากภาพวาดจากปลายพู่กันของเรา สิ่งเหล่านี้ เมื่อตัดกับดีไซน์ของเมืองที่ลงรายละเอียดได้ลึกลับดูน่าค้นหา ก็ช่วยสร้างบรรยากาศของการผจญภัยในโลกเหนือจริงได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังช่วยขับคอนเซ็ปต์ของเกมให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ถึงอย่างนั้นเกมก็ยังมีปัญหาสำคัญ คือการแสดงผลที่ไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร โดยเฉพาะจังหวะหมุนเปลี่ยนมุมกล้องที่แสดงอาการกระตุกอย่างเห็นได้ชัด ทั้งบนเครื่อง PS4 ธรรมดา และ PS4 Pro แม้ว่าตัวเกมจะวางจำหน่ายไปแล้ว ซึ่งทำให้ผู้เล่นเสียอรรถรสไปไม่น้อย ก็ต้องมารอดูกันว่าทาง Sony จะออกแพตช์แก้ออกมาในอนาคตหรือไม่

ระบบการเล่น

ระบบการเล่นหลักๆ ของเกมจะเป็นการแก้ปริศนาเพื่อเข้าไปสำรวจตามส่วนต่างๆ ของเมือง ซึ่งออกแบบมาค่อนข้างดี ไม่ยากและไม่ง่ายจนเกินไป มีการใช้ความสามารถของ Genie แต่ละประเภทในการผ่าน เช่น ธาตุไฟมีความสามารถในการเผา, ธาตุไฟฟ้าสามารถกระตุ้นอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ทำงาน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อสะสมชิ้นส่วนเรื่องราว รวมถึงปลดล็อค Genie และแพทเทิร์นการวาดรูปแบบใหม่ๆ ต่อไป

ลูกเล่นอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือระบบ “Motion Sensor” ซึ่งก็คล้ายๆ กับ Nintendo Switch โดยวิธีการวาดรูปบนกำแพงเราจำเป็นต้อง “โยก” หรือ “ลาก” คอนโทรลเลอร์ไปยังทิศทางที่ต้องการแทนที่จะกดแค่ปุ่มทิศทาง (D-pad) ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสดใหม่ดี เพียงแต่ตัวเกมไม่ได้ให้อิสระกับผู้เล่นในการวาดเต็มที่ขนาดนั้น แต่จะออกไปในทางจัดองค์ประกอบเสียมากกว่า ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการแต่งเติมสีสันบนกำแพงที่เปรียบเสมือนผ้าใบผืนยักษ์ และเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ที่เราวาดลงไปราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสว่างไสวให้กับเมือง Denska

ในระหว่างการดำเนินเนื้อเรื่อง เราต้องคอยหลบหลีกแก๊งอันธพาลที่จะเข้ามาก่อกวน หรือตะโกนหลอกล่อพวกนั้นออกจากจุดที่เราต้องการจะไป ซึ่งผู้เล่นสามารถหลบตามตัวตึก ปีนขึ้นไปบนหลังคา หรือโหนสายไฟไปยังบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียงก็ยังได้ แต่ถึงแม้ว่าตัวเกมจะถูกจัดอยู่ในหมวด Action Adventure พาร์ทต่อสู้กลับน้อยนิดจนน่าใจหาย เพราะกว่าที่เราจะได้หยิบพู่กันขึ้นมาฟาดกันจริงๆ ก็เป็นช่วงท้ายของเกมแล้ว อีกทั้งระบบการต่อสู้ยังขาดมิติ และความท้าทาย เนื่องจากไม่ว่าเราจะตายจากการตกจากที่สูง หรือจมน้ำ เกมจะให้เราเริ่มเล่นใหม่ตรงจุดเดิมทันที โดยไม่มีการสูญเสียอะไรทั้งสิ้น ตรงนี้สามารถบอกได้ว่า บางทีกลุ่มเป้าหมายของ PixelOpus อาจจะไม่ใช่ Hardcore Gamer แต่เป็นผู้เล่นทั่วไปที่ต้องการรับรสชาติใหม่ๆ นอกจากเกมเนื้อเรื่องหนักๆ หรือเกมที่เรียกร้องสกิลเพลย์ที่ค่อนข้างสูง

สรุป

ท้ายที่สุดแล้ว คงจะไม่แฟร์ซักเท่าไรหาก Concrete Genie จะต้องถูกยกไปเทียบกับเกมฟอร์มยักษ์ต่างๆ บนเครื่องคอนโซล เพราะจากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสตั้งแต่ต้นจนจบ เกมยังขาดองค์ประกอบอีกหลายอย่างที่จะทำให้ตัวเกมมีความสมบูรณ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเนื้อเรื่อง กราฟิก และเกมเพลย์ ไหนจะเพลงประกอบที่ยังไม่มีบทบาทเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับเกมแนวนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกเหนือจากข้อเสียจุดเล็กๆ ที่ได้กล่าวไป Concrete Genie ก็ยังถือว่าเป็นเกมดี เราได้เห็นความพยายามของทีม PixelOpus ในการหยิบจับไอเดียใหม่ๆ มาทำเป็นเกม ลำดับการเล่าเรื่องและกราฟิกที่ค่อนข้างสวยจนเหมือนได้นั่งดูแอนิเมชันเรื่องนึง แน่นอนด้วยซับไทย! ที่แปลได้อย่างไร้ที่ติ ไม่พบคำผิดหรือปัญหาสระลอย ถือว่าเป็นอีกเกมหนึ่งที่ซื้อเอามาเล่นแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี และหากจะให้นิยาม คำว่า “เรียบง่ายแต่งดงาม” ก็คงไม่เกินไปนัก

Leave a Comment