บทความ

มาจัดอันดับ ‘ฟูลคอร์ส’ เกมยอดเยี่ยมที่สุดของแต่ละคนกันดีกว่า

ลองจิตนาการตามนี้นะครับ สมมติว่าพรุ่งนี้เกิดเหตุการณ์ที่มีพลังทำลายล้างขนาดที่ทำให้คุณตกใจจนช็อคตายคาที่ได้ทันที อย่างเช่น Half-Life 3 ประกาศวางขายบน Steam ดาวน์โหลดเล่นได้ทันที หรือไวฟุนับสิบหลุดออกมาจากเกมกลายเป็นไวฟุของคุณจริงๆ

หลังจากตายแล้วคุณได้พบกับพระเจ้า พระเจ้าชวนคุณคุยเรื่องเกมที่คุณชอบที่สุดในแต่ละแนว ให้คุณเลือกมา 7 เกม 7 แนว เป็นเหมือนอาหารฟูลคอร์สที่ครบทุกรส เพราะพระเจ้าอยากรู้จักคุณมากขึ้นว่าคุณเป็นคนแบบไหน ถ้าพระเจ้าสัมผัสได้ว่าคุณเล่าถึงเกมที่คุณชอบจริงๆ ไม่อิงรีวิว พระเจ้าถึงจะส่งคุณกลับไปใช้ชีวิตบันเทิงเริงรมย์กับสิ่งที่คุณเพิ่งได้รับรู้ก่อนตาย ถ้าเป็นคุณจะเลือกเล่าถึงเกมไหน?

มาจัดอันดับเกมยอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละแนวของแต่ละคนกันดีกว่าครับ กติกาก็ง่ายๆ เลือกเกมที่ชอบที่สุดมา 7 เกม จะเป็นแนวอะไรก็ได้ ขออย่าให้แนวซ้ำกันก็พอ บอกเหตุผลด้วยก็ดี จะได้รู้จักกันมากขึ้น ไม่แน่ว่าพระเจ้าอาจจะชวนคุยเรื่องเกมจริงๆ ก็ได้

ส่วนนี่คือเกมที่ผมชอบที่สุดตลอดกาล

1. MMORPG — King of Kings

King of Kings เป็นเกมออนไลน์เกมแรกที่เปิดให้บริการในประเทศไทยครับ เป็นเกมที่ไม่เป็นมิตรกับผู้เล่นเลย ทั้งเควสที่ทำยากแสนยาก ระบบเกมที่เก่า จะคุยกับตัวละครในเกมต้องพิมพ์คำสั่งเอา (อย่างเช่น “ask kai about dragon”) แล้วต้องรู้ว่าจะถามตัวละครตัวนั้นเรื่องอะไร ไม่งั้นคำสั่งที่พิมพ์ไปก็ไม่มีผล บทลงโทษผู้เล่นก็โหดร้าย เวลาตายแต่ละทีค่าพลังที่เสียเวลาเก็บเลเวลมาหลายชั่วโมงหายวับไปกับตา ต้องเสียเวลามาอัพใหม่ เกมก็ไม่มีความสมดุล ถ้าให้รีวิวเกมตอนนี้คงให้ได้ไม่เกิน 6 คะแนนแน่นอน แต่ด้วยความยากของเกมนี่แหละที่ทำให้ ‘ชุมชน’ ในเกมนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ อย่างเช่นการต่อคิวทำเควสที่ทำได้จำกัดครั้งในแต่ละวัน โดยที่เกมไม่ได้มีระบบต่อคิวอะไร ผู้เล่นตกลงกันเอง และช่วยคนที่มาก่อนผ่านเควสด้วย หรือในขณะที่ความตายในเกมอื่นๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยบทลงโทษผู้เล่นที่โหดมาก การวิ่งหนีมอนสเตอร์ตัวนึงไปทั่วแผนที่จึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ และการที่มีผู้เล่นสักคนเข้ามาช่วยเหลือก็ทำให้เกิดมิตรภาพที่มีต่อไปจนเกมปิดตัวลงได้อย่างสบายๆ

สิ่งที่ทำให้ผมชอบมากในเกม King of Kings นอกจากชุมชนของเกมที่ดีมาก ก็คือระบบของเกมที่หลากหลายมาก แม้ระบบหลายๆ อย่างจะทำออกมาครึ่งๆ กลางๆ แต่ต้องนับถือความทะเยอทะยานของผู้พัฒนาที่ใส่ระบบทุกอย่างมาอย่างจัดเต็ม อย่างเช่น ระบบสร้างเมือง สร้างประเทศ สัตว์เลี้ยง แต่งงาน อาชีพขั้นสูงสุดที่มีมากถึง 27 อาชีพ ต้องเรียกว่าเกมที่ทำออกมาทีหลังหลายๆ เกมก็ยังมีระบบยิบย่อยไม่มากเท่าเกมนี้

และสิ่งที่แถมมากับความยากของเกมก็คือความสมจริง การที่เควสไม่ได้ทำง่ายๆ ทำให้เราต้องไปเดินวนเวียนแถวๆ ตัวละครในเกม รอให้ตัวละครบ่นอะไรออกมา แล้วก็เอาเรื่องที่ตัวละครนั้นบ่นไปถามตัวนั้น ถึงจะได้รู้ว่าตัวละครนั้นมีเควสให้ทำด้วย! ให้ความรู้สึกของการออกผจญภัยจริงๆ และยังมีอาชีพอย่างอัศวินมังกรที่พอเปลี่ยนอาชีพแล้วต้องไปทำเควสเพื่อรับไข่มังกร คอยให้อาหาร คอยเลี้ยงมังกรตามเวลาจริงเป็นเวลาหลายวันถึงจะขี่มังกรได้ ได้แต่มองสายอัศวินอาชีพอื่นๆ ขี่สัตว์ประจำสายตาปริบๆ

2. Simulation — Black and White

Black and White เป็นเกมแนวพระเจ้าที่ให้เราได้รับบทเป็นพระเจ้า บังคับฝ่ามือของตัวเองเพื่อจัดการกับสิ่งต่างๆ ในเกม ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ สร้างบ้าน โยนคนลงน้ำ จัดสรรหน้าที่ให้กับคนในเมือง และยังมีระบบความดีความชั่วที่เกิดจากวิธีเล่นเกมและการตัดสินใจของเรา ยิ่งเราทำชั่วมากฝ่ามือของเราก็จะเหมือนมือปีศาจมากขึ้นเรื่อยๆ เวทมนตร์ต่างๆ ที่เราร่ายออกมาก็จะแสดงออกถึงความชั่วร้ายมากขึ้น รวมถึงสัตว์ประหลาดยักษ์ที่เราเลี้ยงไว้ก็จะรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปเช่นกัน

เหตุผลหลักๆ ที่ทำให้ผมชอบเกมนี้ก็คือส่วนที่ให้เราได้เลี้ยงสัตว์ประหลาดของตัวเองนี่แหละครับ เกมจะให้เราเลือกสัตว์ยักษ์มา 3 ตัว น้องลิง น้องเสือ และน้องวัว และเราจะได้เลี้ยงและฝึกอบรมสัตว์ยักษ์นี่จากวัยเด็กที่ขนาดสูงกว่าบ้านคนนิดหน่อย จนกระทั่งตัวโตสูงเท่าภูเขากันเลยทีเดียว เราสามารถตบหน้าน้องเสือของเราเมื่อมันกินคน เพื่อบอกว่า “อย่ากินนะ เจ้าเสือเลว” หรือจะลูบหัวเพื่อชมว่า “ทำดีมาก ต่อไปนี้ก็กินคนบ่อยๆ นะ” ได้ตามที่เราอยากฝึกน้องเสือของเราเลย นอกจากนี้ยังสอนน้องเสือของเราให้ใช้เวทมนตร์ได้ หรือฝึกให้เดินถือหินจะได้กล้ามใหญ่ๆ และจุดสูงสุดก็คือเอาไปตบกับสัตว์ยักษ์ของคู่ต่อสู้ ดวลกันเลยว่าใครจะเป็นเทพเจ้าสูงสุด แล้วจะยึดเมืองด้วยการให้สัตว์ยักษ์เดินผ่านเมืองเก๋ๆ แสดงความน่าเลื่อมใส หรือจะบดขยี้เมืองจนเละแล้วค่อยสร้างใหม่ก็ย่อมได้

3. RPG — Arcanum: Of Steamworks and Magick Obscura

Arcanum เป็นเกม RPG เกมแรกที่ทำให้ผมได้สัมผัสอิสระในการเล่นเกมสวมบทบาทอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องของการสร้างสรรค์ตัวละครต่างๆ และทางเลือกในเกม ในเรื่องของการทำเควสที่สามารถเลือกว่าจะช่วยใคร หรือจะเลือกตลบหลังรับประโยชน์จากทั้งสองฝั่งก็ยังได้ถ้าเลวพอ (ฮ่าๆ )

สเน่ห์หลักๆ ของเกมที่ยังทำให้ผมประทับใจมาถึงทุกวันนี้จนยกให้เกมนี้มาแซงหลายๆ เกมที่ผมชอบในหมวดเกม RPG (ขอโทษด้วยนะ Persona 3) ก็คือเรื่องของธีมเกมที่อยู่ในโลกของ Stempunk โลกที่เวทมนตร์และเทคโนโลยีอยู่คู่กัน โลกที่เอลฟ์ถือดาบไฟกับออร์คถือปืนมาสู้กัน ซึ่งในสมัยที่เล่นเกมนี้ผมไม่เคยเจอเกมที่ใช้ฉากและเนื้อเรื่องในโลกแบบนี้มาก่อน ถ้าไม่ไฮเทคไปเลยก็แฟนตาซีไปเลย พอมาเจออะไรแบบนี้เข้าเลยประทับใจมาก จนถึงทุกวันนี้ Arcanum ก็ยังเป็นเกมที่ผมยกให้เป็นอันดับต้นๆ ในเรื่องของการสร้างโลกในเกมที่น่าหลงใหลมากอยู่

4. FPS — Counter-Strike

Counter-Strike ภาคคลาสสิกที่เป็น Mod ของ Half-Life ถือเป็นเกมที่ทำให้เด็กไทยหลายคนรู้จักร้านเกมคอมพิวเตอร์อย่างแท้จริง ด้วยความที่สมัยนั้นคนมีคอมพิวเตอร์ยังไม่มาก การเล่นผ่านเน็ตยังทำได้ยากกว่าการเล่นผ่าน LAN ข้างๆ กัน รวมถึงความรู้สึกของการได้เล่นเกมนี้ข้างๆ กันก็ไม่สามารถส่งผ่านอินเตอร์เน็ตได้ดีขนาดนั้นในตอนนั้น

ด้วยกราฟิกของเกมที่รู้สึกว่าสวยมาก ด้วยแนวเกมที่ไม่เคยเล่นมาก่อน บวกกับการที่เป็นไม่กี่เกมที่ให้โอกาสได้เล่นเป็นทีมหลายคนขนาดนี้ รวมถึงด่านที่เป็นที่จดจำ (de_dust, cs_assault, cs_untitled) เลยทำให้นี่เป็นเกม FPS ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใจ แม้ว่าถ้าจะให้จัดอันดับเกม FPS ยอดเยี่ยมตามคุณภาพเกมจริงๆ เกมนี้จะอยู่รั้งท้ายก็ตาม

5. Point and Click Adventure — The Secret of Monkey Island

เกมแนวนี้แทบจะไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว และยิ่งหาคนที่ชอบเกมแนวนี้ได้ยากขึ้นไปอีก เกมแนว Point and Click Adventure เป็นเกมผจญภัยเน้นเนื้อเรื่องที่ใช้การคลิกตามฉากเพื่อแก้ปริศนา อย่างเช่นคลิกเก็บของตามฉากได้ไก่มาเราก็ต้องลองเอาไก่ไปคลิกดูว่าไก่จะเอาไปใช้กับอะไรได้ ช่วยให้เราผ่านเนื้อเรื่องได้อย่างไร ซึ่งหลายๆ ครั้งก็หาเงื่อนงำได้จากการคุยกับตัวละครต่างๆ ความสนุกมาจากการที่เราเดาถูกว่าจะผ่านปริศนาได้อย่างไร และเนื้อเรื่องสนุกๆ ที่เกิดตามมาหลังจากนั้น (แม้ว่าหลายๆ ครั้งจะผ่านมาได้ด้วยการเอาไก่ไปไล่คลิกกับทุกอย่างในทุกฉากก็ตาม)

ผมได้เล่นเกมนี้ครั้งแรกนานหลายสิบปีหลังจากที่เกมออก จนทั้งกราฟิกและเกมแนวนี้กลายเป็นสิ่งล้าสมัยไปแล้ว แต่เกมนี้ก็ชนะเกม Point and Click Adventure ภาพทันสมัยหลายๆ เกมที่ผมเล่นมาก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุผลคล้ายๆ กับที่ผมชอบ Arcanum คือด้วยสเน่ห์ของเกมนี้ที่มาจากฉาก เนื้อเรื่อง และตัวละครต่างๆ

The Secret of Monkey Island โดดเด่นด้วยมุกตลกที่มีอยู่ตลอดทั้งเกม ทั้งในเนื้อเรื่อง บทสนทนา การแก้ปริศนา ด้วยตัวละครที่น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นพระเอกอย่าง Guybrush Threepwood จอมยียวน หรือ LeChuck โจรสลัดจอมซาดิสม์คู่ปรับตลอดการของ Guybrush และสุดท้ายคือโลกโจรสลัดที่เกมสร้างขึ้นมาที่พอบวกกับดนตรีประกอบแล้วต้องเรียกได้ว่าเป็นโลกโจรสลัดในโลกแฟนตาซีที่น่าจดจำเป็นอันดับต้นๆ เลย

6. Action Adventure — MetaI Gear Solid

Metal Gear Solid เป็นเกมที่ผมเล่นจนจบหลายรอบที่สุดตลอดกาล ในฐานะเกมที่ให้เราถือปืนบุกต่อสู้กับนินจาและหุ่นยักษ์ จนภายหลังถึงได้รู้ว่านี่คือเกมแนว Stealth เน้นการลอบเร้น!

สเน่ห์ของเกมในภาคนี้ที่ทำให้ผมชอบก็คือมุกตลกและความลับมากมายในเกม และบอสแต่ละตัวที่เท่สุดๆ แถมยังมีวิธีจัดการที่ต่างกัน และฉากจบยังมีหลายแบบอีกด้วย

Metal Gear Solid ผสมการเล่นที่สนุกเข้ากับบรรยากาศของภาพยนตร์และความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ในวันที่เกมนี้ออกมาให้เล่นกัน สายลับอย่าง Solid Snake ยังมีชื่อเสียงที่ห่างไกลจาก James Bond มาก แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีหนัง 007 ภาคไหนที่เราได้เห็นพระเอกมาดเข้มต่อกรกับทั้งผู้ร้าย รถถัง ไซบอร์กนินจา และหุ่นยักษ์ ได้สะใจเท่ากับในเกม Metal Gear Solid อีกแล้ว

7. City Building — Zeus: Master of Olympus

Zeus เป็นเกมแนวสร้างเมือง แนวเกมที่เคยฮิตมากในยุคก่อน ความพิเศษของเกมนี้ที่ต่างจากเกมสร้างเมืองเกมอื่นๆ ก็คือฉากของเกมที่นำมาจากตำนานกรีก นี่คือเกมที่เราจะได้เห็นคนงานวางอิฐทีละชิ้น สร้างวิหารเทพขนาดยักษ์ที่ใหญ่กว่าบ้านธรรมดาเป็นสิบเท่า นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าและฮีโร่ตัวเป็นๆ มาเดินเล่นในเมืองของเราด้วย

ด้วยความที่เกมยกเอาตำนานกรีกมา ภารกิจในโหมดเนื้อเรื่องจึงมีความหลากหลายกว่าเกมสร้างเมืองเกมอื่นๆ มาก นอกจากที่เราจะได้สร้างเมือง ผลิตผลผลิตให้ได้ตามที่เกมกำหนดแล้ว เรายังจะต้องส่งกองทัพไปทำสงคราม รวมถึงอัญเชิญฮีโร่มาปราบสัตว์ประหลาดในตำนานอย่างไฮดร้า คราเครน หรือมิโนทอร์ ที่เข้าบุกรุกเมืองของเราด้วย

กราฟิกในเกมยังทำได้อย่างสวยงามจนแค่สร้างเมืองเล่น ดูคนในเมืองล่าสัตว์ ตกปลา ปลูกพืช บ่มไวน์ แค่นี้ก็เพลินแล้ว ที่สำคัญเกมยังออกมาในยุคที่เกม PC ทำการแปลและพากย์ภาษาไทยแบบมีคุณภาพใส่เข้ามาในเกมด้วย

. . .

พอลองลิสต์ชื่อเกมยอดเยี่ยมของตัวเองแล้วก็พบว่ามีแต่เกมเก่าๆ ทั้งนั้นเลย ไม่ใช่ว่าเกมใหม่ๆ ไม่ดีนะครับ เกมใหม่ๆ หลายเกมดีกว่าเกมในสมัยก่อนอย่างเทียบกันไม่ได้ แต่เหตุผลที่เกมเหล่านี้ถูกยกขึ้นมาเป็นเกมแรกๆ ที่นึกถึงก็ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากเป็นความประทับใจแรกนั่นเองครับ และความประทับใจแรกก็เอาออกจากใจอยากซะด้วย ต่อให้เจอเกมที่ดีกว่าแล้วก็ตาม

สิ่งที่พบอีกอย่างก็คือหลายๆ เกมเป็นเกมที่ไม่ได้มีระบบดีเยี่ยมอะไรนัก แต่ที่ชอบเพราะว่าสเน่ห์หลายๆ อย่างของเกมที่ทำให้เกมมีเอกลักษณ์ มีกลิ่นอายที่เกมอื่นๆ ไม่มี หลังๆ มาที่ผมหันไปเลือกเกมเล่นจากคะแนนรีวิวเป็นหลักก็เลยทำให้พลาดเกมน่าสนุกหลายๆ เกมไปเหมือนกัน เพราะเกมที่ได้คะแนนดีๆ มักจะเป็นเกมคล้ายๆ กัน สร้างตามความนิยมของยุคสมัยซะเป็นส่วนมาก ยิ่งงบในการสร้างเกมเพิ่มมากขึ้น เราก็ยิ่งเห็นแต่แนวเกมที่การันตีว่าจะทำเงินได้แน่นอน เห็นทีจะต้องกลับไปเลือกเล่นเกมตามความรู้สึกบ้างซะแล้ว

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

Leave a Comment