บทความ

6 เหตุผลที่คุณควรลองเล่นเกม The Witcher 3: Wild Hunt

The Witcher 3 เกมแนว Action/RPG ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อของนักเขียนโปแลนด์นามว่า Andrzej Sapkowski ภายใต้การพัฒนาของทีมงาน CD Projekt Red ตัวเกมทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากในทุก ๆ ด้านและคว้ารางวัล Game of The Years ในปี 2015 มาครอบครอง

ในปี 2019 นี้ตัวเกม The Witcher 3 ได้ถูกพอร์ทมาสู่เครื่อเล่นเกมพกพาอย่าง Nintendo Switch เรียบร้อยแล้ว ทำให้หลาย ๆ คนเล็กที่จะซื้อเกมนี้มาเล่น แต่หากคุณยังไม่เคยเล่นเกมนี้หรือว่ายังตัดสินใจที่จะซื้อเกมนี้ไม่ได้ วันนี้เรามีบทความแนะนำว่าทำไมเกม The Witcher 3 ถึงเป็นเกมที่ควรค่าแก่การหามา

โลกของเกมที่แสนจะกว้างใหญ่

Witcher 3 นำคุณเข้าไปยังดินแดนอันแสนกว้างใหญ่ระหว่าง Velen และ Novicgrad ที่มีขนาดใหญ่มากถึง 52 ตารางไมล์ ซึ่งแผนที่ของเกมนี้จะไม่เหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่มีแต่ความว่างเปล่า แต่แผนที่ของ Witcher จะเต็มไปด้วยรายละเอียด ทั้งในด้านของสภาพภูมิอากาศ บ้านเรือน วัฒนธรรมประเพณี สถาปัตยกรรม ไปจนถึงนโยบายทางการเมืองอีกด้วย ทำให้รู้สึกสนุกและอยากที่จะออกไปสำรวจโลกใบนี้ รวมถึงตัวเกมมีระบบความเป็น RPG สูงมาก ซึ่งผู้เล่นจะได้สำรวจ ฟาร์มไอเท็ม หรือทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างอิสระ

เนื้อหาในเกมที่เป็นสีเทาไม่มีถูกหรือผิด

จุดเด่นที่สุดของเกม The Witcher 3 คือเนื้อเรื่องของเกม โดยตัวเกมจะเล่าผ่านตัวละครของผู้เล่นนามว่า Geralt of Rivia ในฐานะของ Witcher ที่ต้องออกตามหา Ciri หญิงสาวผู้เป็นเหมือนกับลูกของเขา หลังจากที่เขาฝันเห็นว่าเหล่า Wild Hunt กำลังที่จะตามล่าเธอ

เนื้อเรื่องของเกมจะค่อย ๆ เล่าให้เรารู้ทีละนิด ผ่านการทำภารกิจต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ตัวเกมพยายามใส่ปมต่าง ๆ มาให้เราได้คิดเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดสินใจที่เกมนี้ ที่จะไม่มีเกณฑ์วัดว่าอะไรถูกหรือผิดอยู่ที่เราจะคิดเองว่าเหมาะสมหรือไม่ ตัวเกมมีความเทาๆ ที่แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเองที่จะทำเช่นกัน รวมถึงการเลือกตอบของเราเอง ซึ่งมันก็จะมีผลในตอนท้ายที่เราจะต้องเผชิญกับมัน

นอกจากนี้สิ่งที่เด่นพอ ๆ กับเนื้อเรื่องของตัวเกมคือเควสเสริมต่าง ๆ หรือ Side Mission ที่ทำออกมาได้อย่างดี ซึ่งมีตั้งแต่ฮาจนปวดท้อง ไปจนถึงดราม่าจนน้ำตาไหล

กราฟิกที่สวยงาม

The Witcher 3 แม้จะเป็นเกมอายุเกือบ ๆ 4 ปีแล้ว แต่ว่ากราฟิกของตัวเกมยังคงสวยงาม รายละเอียดต่าง ๆ ของตัวเกมทำออกมาได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแสงเงา รวมถึงรายละเอียดของตัวละครและภูมิทัศน์ต่าง ๆ ก็ทำออกมาได้ดี ซึ่งผู้เขียนเองว่าง ๆ หากไม่มีอะไรทำก็ชอบขี่ม้าเสพกราฟิกภายในเกม รวมถึง Performance ภายในเกมนี้ที่ในการ Free Roam จะไม่มีการ Loading Screen ใดๆ ทั้งสิ้นต่อให้คุณจะเดินไปที่ไหน เข้าอาคารไหน คุณจะได้เสพบรรยากาศและกราฟิกของเกมโดยไม่มีอะไรมากวนใจ

เล่นได้ยาว ๆ คุ้มค่าคุ้มราคา

นอกจากเรื่องเกมนี้เข้มข้นน่าติดตามแล้ว เกมนี้ยังสามารถเล่นได้ยาว ๆ เนื่องจากเนื้อหาในเกมที่มีอยู่อย่างมากมายให้ผู้เล่นได้ออกสำรวจ รวมถึงมินิเกมอย่าง Gwent ที่ทำออกมาได้สนุกมาก ๆ จนบางครั้งเนื้อเรื่องในเกมไม่เดินก็เพราะ Gwent นี่แหละ โดยตัวเกมมีเนื้อหาความยาวไม่ต่ำกว่า 50 ชั่วโมงในเนื้อเรือง และอาจจะบวกอีกให้เป็นร้อยๆ ชั่วโมง กับ DLC อีกสองตัวที่จะเพิ่มเนื้อหาเข้าไปในเกม ที่มีความยาวไม่ต่ำกว่า 15 ชั่วโมงต่ออัน ทำให้ใครซื้อเกมนี้เพื่อเล่นระยะยาวบอกเลยว่า “คุ้ม”

เสียงดนตรีในเกมที่ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

รูปภาพจาก Pcgamer

ปิดท้ายด้วยเสียงดนตรีของเกม The Witcher 3  ทำออกมาได้อย่างดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเพลงในระหว่างขี่ม้า เพลงตอนต่อสู้หรือแม้กระทั่งเพลงระหว่างเมนูก่อนกดเริ่มเกม ล้วนทำออกมาได้อย่างประทับใจแนะนำว่าก่อนจะเล่นเกมนี้ ไหนจะเป็นบางเควสที่จะมีเพลงเพราะๆ ให้เราฟังมากมาย ลองหาหูฟังดีๆ ซักตัวแล้วคุณจะมีความสุขในการเล่นเกมมากกว่าเดิม

เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา

เกม Witcher 3 ปัจจุบันกำลังจะมีเวอร์ชัน Nintendo Switch ทำให้เราไม่จำเป็นที่จะต้องเล่นกับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกม Console อีกต่อไป ถึงแม้กราฟิกของเวอร์ชั่นนี้จะถูกลดทอนไปบ้าง เนื่องจากข้อจำกัดในเรื่องของเครื่องเกม แต่มันแลกมาด้วยการที่มันทำให้เราสามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ตัวเกมยังเล่นได้แบบ 30 fps นิ่ง ๆ อีกด้วย แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

The Wither 3 วางจำหน่ายแล้วใน Steam , GOG , Origin , Xbox One , PlayStation 4 หรือหากใครจะรอเล่นในเครื่อง Nintendo Switch ที่กำลังจะวางจำหน่ายในวันที่ 19 ตุลาคมที่กำลังจะถึงนี้ก็ย่อมได้เช่นกัน

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

10 เกม PC/Console น่าเล่นประจำเดือนตุลาคม 2019

Superbom001

ไกด์ The Witcher 3: Wildhunt สถานที่เก็บชุดเกราะ Wolven Witcher Gear

Superbom001

5 สุดยอดการพอร์ทเกมลงเครื่อง Nintendo Switch

Superbom001

Leave a Comment