บทความ อีสปอร์ต

เปิดประวัติ Ceb ผู้เล่นที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา กาลเวลาทำอะไรเขาไม่ได้

“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น” ประโยคนี้ถือว่าเป็นประโยคคลาสสิคที่อยู่คู่กับทุกวงการ แม้แต่วงการ Esports คำนี้ก็ยังคงทรงอิทธิพลอยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะเกมเมอร์หลาย ๆ คนที่อยากจะเป็นผู้เล่นระดับโปรเพลเยอร์ แต่ก็มีหลายคนที่เลิกศรัทธากับคำนี้ไปแล้ว

แต่คุณเชื่อหรือไม่ !! มีผู้เล่น Dota 2 ท่านหนึ่งต้องใช่เวลามากถึง 6 ปีในความพยายามที่จะเป็นหนึ่งในวงการ Dota 2 เขาลงแข่งหลายครั้ง ถอดใจไปแล้วก็หลายครั้งเปลี่ยนแนวการเล่นมาแล้วหลายรอบ แต่ด้วยความรักที่มีกับเกมนี้และความเชื่อมั่นที่เขามี ในวันนี้เขาคือหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่ง Offlane ที่เก่งที่สุดในโลก คนนั้นคือ “Ceeeeeeeeeeeeeeeeeeeb”

Ceb กับเส้นทางของโปรเพลเยอร์ที่ยากลำบาก

Ceb มีชื่อจริงว่า Sébastien Debs เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมปี 1992 เขาเป็นคนประเทศฝรั่งเศสและชอบเล่นเกมมาตั้งแต่เด็ก โดยเขาเริ่มเข้าสู่วงการ Dota 2 ในปี 2011 พร้อมชื่อในเกมว่า 7ckngMad กับทีม Shakira ในตำแหน่ง Support 4 หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ย้ายไปยังทีม Western Wolves เล่นได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องย้ายทีมอีกครั้งสู่ทีม mTw ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถไต่ MMR ได้ถึง 7000 โดยการเล่นเพียงแค่ Suuport

หลังจากเข้าทีมนี้ไม่นานเขาก็ได้สัมผัส TI เป็นครั้งแรกแต่ก็ตกรอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้สมาชิกในทีมต้องย้ายทีมอีกครั้งไปสู่ทีม DD.Dota 2 หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปมาหลายทีม ซึ่งในช่วงเวลาในเป็นโปรเพลเยอร์นั้น ระหว่างปี 2012-2014 เขาย้ายทีมไปถึง 7 ทีมเลยเดียว ระหว่างนี้เขาเอง !! หากว่างก็ยังรับหน้าที่เป็นนักวิเคราะห์ให้กับทัวร์นาเมนต์ต่างๆ อีกด้วย

โดยผลงานในช่วงนี้เรียกได้ว่าล้มเหลวก็ว่าได้เพราะเขาไม่สามารถที่จะเข้าแข่งขันรายการ The International ได้เลยนับตั้งแต่ปี 2013-2014 นอกจากนี้ในปี 2014 ถึง 2016 เขาก็ได้พยายามหลายครั้งกับเพื่อนร่วมทีมหลาย ๆ คน แต่สุดท้ายหลังจากที่เล่นเป็นตำแหน่ง Support ให้กับทีม Kaipi แล้วไม่ประสบความสำเร็จเขาจึงต้องเปลี่ยนสายแทน

Ceb กับชีวิตการเป็นโค้ชทีม OG

รูปจากเว็บไซต์ Joindota

โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเขา หลังจากที่ออกจากทีมไม่นานเขาก็รับงานเป็นโค้ชให้กับทีม OG โดยจุดเด่นของเขาคือการที่ประสบการณ์ต่าง ๆ ของเขาที่ผ่านมาในการผลักดันทีม OG ซึ่งหนึ่งในวิธีที่เขานิยมใช้คือการปลุกใจกับสมาชิกในทีม ที่นอกจากจะลดความกดดันในการแข่งแล้ว ยังสร้างความมั่นใจให้กับพวกเขาอีกด้วย

ผลงานการเป็นโค้ชของเขานับว่าไม่เลวเลยสามารถนำทีม OG เป็นแชมป์ Major ได้ถึง 4 สมัยและได้แชมป์รายการเล็ก ๆ อีกหลายรายการ แต่สำหรับรายการใหญ่ที่สุดในปีอย่าง The International พวกเขากับทำผลงานออกมาได้ไม่ดีนัก อีกทั้งเขาเองไม่มีบารมีมากพอในการรั้งสมาชิกในทีม ทำให้ OG ต้องเสียยอดฝีมือไปหลายคน

เมื่อโชคชะตาเขียนให้เขาเป็นแชมป์

ในปี 2018 ทีม OG ไม่สามารถที่จะได้รับการรับเชิญเข้าแข่งขันรายการ The International ประจำปี เหมือนเดิมทำให้ FLY และ s4 ตัดสินใจออกจากทีม เขาในฐานะของโค้ชก็ต้องรับบทเป็นผู้เล่นจำเป็นในฐานะของ Midlane ก่อนที่เขาจะปรึกษากับ N0tail ในการชวน Topson มาเล่นตำแหน่งนี้แทน ส่วนเขาได้เล่นตำแหน่งที่ไม่ได้แตะมานานอย่าง Offlane

7ckngMad จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น Ceb ในการลุยรายการ Ti8 ด้วยการที่เขาเป็นโค้ชมาก่อนรวมถึงมีประสบการณ์เล่นอย่างยาวนาน ทำให้เขาสามารถอ่านเกมได้ดีกว่า Offlane คนอื่น ๆ โดยเขาจะเป็นคนทำทุกอย่างให้กับทีม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพื้นที่ให้ Carry การยืนค้ำให้กับเพื่อนร่วมทีม หรือการเปิด Team Fight เขาล้วนทำออกมาได้ดี

สำหรับรอบชิงชนะเลิศถือว่าเป็นการดึงเอาความสามารถของเขามาใช้อย่างเต็มที่ โดยในเกมที่ 4 เขาได้สร้างจังหวะที่เป็นตำนานของการแข่งในชื่อ Ceeeeeeb call of his life จนทำให้ทีมสามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้ในที่สุด ซึ่งบทบาทของ Ceb นั้นนอกเหนือจากการเป็นผู้เล่นแล้วนั้น เขาก็ยังมีหน้าที่เพื่อที่จะปลุกใจเพื่อนๆ เปรียบเสมือนเป็นผู้เล่นและโค้ชไปด้วย ดูได้จากคลิปด้านล่างที่ทาง OG เจอกับ PSG.LGD ในรอบชิง ที่ Ceb มีบทบาทมากๆ ที่ทำให้ทีมมีกำลังใจมากขึ้น

TI9 กับ Ceb ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม

ก่อนการแข่งขัน TI9 ไม่นาน Ceb ต้องเจอกับประเด็นการเหยียดเชื้อชาติอย่างรุนแรง ซึ่งเขาก็ยอมรับผิดและเดินต่อไป ในวงการ Dota 2 ซึ่ง OG เป็นหนึ่งทีมที่ไม่ค่อยจริงจังกับการแข่งขันรายการอื่นมากนัก นอกจากรายการ The International โดยพวกเขาเน้นแข่งเพียงเพื่อมีแต้มเพียงพอที่จะได้รับการรับเชิญเท่านั้น

ใน TI9 เขาได้แสดงให้เกมเมอร์หลาย ๆ คนเห็นแล้วว่า เกมเมอร์อายุ 27 ยังคงสามารถอยู่ในวงการ Esports ได้ หากคุณมีความพยายามมากพอ ซึ่งการแข่งขันในปีนี้เขาฝีมือคงเส้นคงวามากกว่าที่ผ่านมา อีกทั้งยังประสานกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้นกว่า TI8 หลายเท่า รวมถึงเป็นแกนกลางสำคัญในการคุมจังหวะให้กับทีมอีกด้วย จนทำให้ทีมสามารถคว้าแชมป์ได้ในที่สุด ซึ่งเขาได้รับเกียรติจากเพื่อนร่วมทีมในการชูถ้วย Aegis เป็นคนแรกของทีม

สรุป

Ceb จากผู้เล่น Dota 2 ที่ล้มเหลวมาตลอด 6 ปีของการเล่นอาชีพ ในตอนนี้เขากลับมาติดอันดับผู้เล่นที่เงินสูงสุดประจำเกมนี้ไปแล้ว พร้อมกับประโยคคำว่า “Ceeeeeeeeeeeeeeeb” ที่เราจะได้ยินไปอีกนาน

สิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่นั้นคือการที่ เขาไม่เคยที่จะยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่าง ๆ รวมถึงมีทัศนคติที่ดีซึ่งเขาได้รับมาจากการที่ได้อยู่กับ N0tail และจุดสำคัญที่สุดคือ “ประสบการณ์“ ในการเล่นของเขา ที่ทำให้เขาสามารถมองผู้เล่นแต่ละคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง โดยเฉพาะการดึงเอาผู้เล่นเก่ง ๆ เข้ามาในทีมแล้วดึงศักยภาพของพวกเขาออกมาอย่าง Miracle , ana, Topson ซึ่งเดิมทีเขาก็เป็นผู้เล่นธรรมดา แต่เมื่อเข้าสู่ทีม OG แล้วต่างเก่งขึ้นแบบทันตาเห็น

หากเพื่อน ๆ คิดว่าทุกวันนี้การทำไมเราถึงไม่ประสบความสำเร็จเสียที หรือเล่นมากี่ปีก็ไม่เก่งขึ้นเลย อาจจะลองเพิ่มความพยายามในการเล่นมากขึ้น ไม่แน่เราอาจจะประสบความสำเร็จในอนาคตเหมือน Ceb ก็ได้

อ้างอิง : Liquidpedia
N0tail interview with Ceb TI9 

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ส่องแต้ม DPC – ทีม DOTA 2 ทีมไหน อยู่อันดับที่เท่าไหร่ของโลก?

Chmura

ใครอยู่ ใครไป? สรุป The Chongqing Major รอบ Playoffs วันที่ 1

Chmura

EternaLEnVy โปร Dota 2 โดนแบนหลังจากที่ Valve ปรับปรุงระบบ MMR ใหม่

Superbom001

Leave a Comment