รีวิว

รีวิว Days Gone หนึ่งในเกมซอมบี้ยอดเยี่ยมของปีนี้

Days Gone เกมแนวซอมบี้ Openworld จากทาง SIE Bend Studio ของ Sony ที่ได้กลิ่นอายการผสมผสานของซีรีส์ The Walking Dead และ Son of Anachy เข้าด้วยกัน (ผู้พัฒนาบอกว่าได้รับรางบรรดาลใจมาจากสองเรื่องนี้) โดยตัวเกมเปิดตัวมาตั้งแต่งาน E3 2016 แต่ตัวเกมก็อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเกมที่ล่าช้ากว่าปกติด้วยเหตุผลบางประการ จนแฟนๆ ต่างรอกันเหงือกแห้ง

แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมนี้ก็ออกมาให้เราเล่นสมใจอยากแล้ว และในบทความนี้เรา GamefeverTH จะมารีวิวเกม Days Gone ให้ทุกท่านได้ชมกัน ว่ามันยอดเยี่ยมหรือไม่!! ชอบหรือไม่ชอบยังไง และสมแก่การรอคอยอันเนิ่นนานกว่า 3 ปีไหม? ซึ่งเราก็ต้องขอขอบคุณทาง PlayStation ที่ได้ส่งเกมนี้มาให้ทางเรารีวิวด้วยครับ


เนื้อเรื่อง

**รูปภาพอาจจะมีสปอยส์เล็กๆ ในบางเนื้อหา**

เรื่องราวของเกมนี้จะตั้งอยู่ในโลกหลังจากเกิดซอมบี้ระบาดสองปี ทำให้ผู้คนแบ่งเป็นหลายกลุ่มการปกครอง โดยเราจะได้รับบทเป็น Deacon St. John นักล่าค่าหัว อดีตสมาชิกกลุ่ม Drifter (แก็งค์ช็อปเปอร์) ที่จะต้องใช้ชีวิตให้รอดอยู่ในดินแดนอันว่างเปล่านี้ พร้อมกับหาความลับและความจริงในเรื่องราวต่างๆ ที่เขาได้เข้าไปพบเจอ

โดยกลิ่นอายของเนื้อเรื่องก็ยังตามแบบฉบับของเกมในเครือ Sony แต่ที่พิเศษคือตัวเกมนั้นเปิดเรื่องมาไม่ได้ซับซ้อน ซึ่งถ้าจะให้เปรียบเทียบเนื้อเรื่องก็อาจจะคล้ายๆ กับซีรีส์ The Walking Dead ที่เน้นความสมจริง การอยู่รอดของกลุ่มคนต่างๆ มีการปฏิสัมพันธ์กับคนหลายรูปแบบ แต่เนื้อเรื่องก็จะพาให้เราเข้าใจเรื่องราวและรับรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้มากขึ้นเรื่อย

การดำเนินเนื้อเรื่องจะแบ่งเป็นเควส ซึ่งจะมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง แต่จะดำเนินภารกิจพร้อมๆ กันไปทุกๆ เควส โดยส่วนตัวต้องขอชมความไม่ซับซ้อนของเนื้อเรื่องเกมนี้ มันเลยทำให้เราเข้าใจเรื่องราวต่างๆ ได้ง่าย แต่มันก็อาจจะมีจุดเสียอยู่บ้าง เพราะบางทีมันก็เปิดเรื่องมาแบบงงๆ ไม่เล่าที่มาที่ไปมากนัก แต่เราก็จะค่อยๆ เข้าใจมันไปทีละนิด รวมถึงในบางเรื่องราว เนื้อหาบางประเด็นอาจจะเล่นไม่สุด !! จุดพีคต่างๆ ของบางเนื้อเรื่องอาจจะเค้นอารมณ์ไม่มากพอทั้งๆ ที่ปูมาดี แต่มันก็เป็นแค่เนื้อเรื่องบางส่วนเท่านั้น เพราะบางเนื้อเรื่องก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม


กราฟิก

ตัวกราฟิกของเกมนั้นก็ทำออกมาไม่ได้สวยกว่าเกมอื่นๆ เท่าไร แต่มันก็ยังสวยและดูทันสมัยกว่าในตัวอย่างที่เคยออกมา ฉากภายในเกมก็ทำรายละเอียดออกมาได้ดีเยี่ยม แต่ส่วนใหญ่ฉากของเกมก็จะเป็นป่าไปซะหมด ซึ่งเอาตามตรงมันก็จะมีกลิ่นอายคล้ายๆ กับเกม Far Cry อยู่หน่อยๆ เลยทำให้การขับรถกินลมชมวิว ไม่ค่อยอภิรมย์มากนัก

NPC ที่จะมี Interactive ตามฉากเราก็อาจจะไม่ได้เห็นมากนักเหมือนเกมอื่น ถึงอย่างนั้นมันก็จะมีอีเวนท์เหตุการณ์สุ่มมาบ้าง แต่ยอมรับตามตรงว่ามันก็ไม่ได้มีชีวิตชีวาเท่าเกมอื่น ที่มีผู้คนทำกิจกรรมภายในแผนที่มากมาย แต่ถ้าจะให้คิดอีกแบบ ที่ผู้พัฒนาทำแบบนี้มันอาจจะเป็นไปตามธีมของเนื้อเรื่องก็เป็นได้ ที่ว่าเกมนั้นเต็มไปด้วยซอมบี้ ผู้คนธรรมดาก็คงจะไม่อยากไปเดินเล่นให้ผีมันไล่กัดเอาก็ได้ 5555+

ส่วนตัวเคยทดสอบเกมนี้ทั้งจอ Full HD และ 4K มาแล้ว ยอมรับตามตรงว่าความสวยงามของทั้งสองจอนี่ห่างชั้นกันเยอะเลย ใครมีจอ 4K และมี PS4 Pro ส่วนตัวบอกเลยว่าคุณจะได้รับประสบการณ์อันเต็มเปี่ยมของเกมนี้แน่นอน และนอกจากภาพที่ให้อารมณ์มากกว่าแล้วนั้น ตัวเกมยังไม่หน่วงเหมือนบางเกมที่ดัน 4K แล้วเกมเฟรมเรทตก


เกมเพลย์

จากตัวอย่างในงาน E3 2016 ใครที่คิดว่าตัวเกมจะเน้นการยิงซอมบี้เป็นฝูง ผมเองก็อยากให้ทุกท่านคิดใหม่เลยครับ เพราะจากที่เล่นมา เกมนี้มีความเป็น Survival อยู่มากพอสมควร โดยเกมนี้ได้เอาระบบความเป็น RPG มาใช้ ในเริ่มต้นตัวเราจะไม่ได้มีอาวุธดีๆ กระสุนเป็นร้อยๆ นัดทันที !! สเตตัสต่างๆ ของตัวเราเองก็ไม่มากพอที่จะสู้กับศัตรูเหล่านั้นไหว เพราะ Freaker (ซอมบี้ในเกมนี้) หรือศัตรูอื่นๆ เนี่ย ตีเราแรงมากๆ ตบเรา 3-4 ทีก็ลงไปนอนแล้ว

เลยทำให้รูปแบบการเล่นเน้นไปในทางลอบเร้นจะดูเข้าท่าที่สุดในช่วงแรก เพราะประหยัดกระสุน และทรัพยากรอื่นๆ ได้มากที่สุด รวมถึงตัวช่วยในการรอบเร้นเองก็ทำออกมารองรับเราได้อย่างดี เช่นการใช้หินโยนสร้างความหันเหให้ศัตรูและค่อยๆ เก็บทีละตัว มีหน้าไม้ยิงเก็บเสียง หรือปืนต่างๆ ก็มีปอกเก็บเสียงให้เรารอบเร้นเข้าไป ซึ่งส่วนตัวชอบในระบบนี้นะ เพราะมันทำให้เรามีกลยุทธ์ในการเล่นมากกว่าการประจันหน้าไล่ยิงไล่ฟันซอมบี้เหมือนเกมอื่นๆ ตัวเกมยังสามารถทำให้เรากลัวศัตรูทุกตัวได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกกระจ๊อกก็เถอะ

แต่ถ้าหากใครที่อยากจะไฝว้กับ Freaker เป็นฝูง คุณเองก็สามารถทำได้ !! แต่ตัวละครของคุณนั้นจะต้องเก่งหรือว่ามีความสามารถระดับ End Game แล้วนั่นเอง ซึ่งมันก็อาจจะต้องใช้เวลาในการอัพเกรดความสามารถของตัวละครในระดับหนึ่ง และรับประกันเลยต่อให้คุณมีความสามารถที่จะบวกกับซอมบี้เป็นฝูงได้แล้ว แต่ด้วยความท้าทายและความโหดของซอมบี้ที่คุณได้สัมผัสมาก่อนหน้านี้ มันไม่มีทางที่จะทำให้คุณรู้สึกชิลๆ ในการต่อสู้แน่นอน

 

ศัตรูสุดโหด และอันตรายรอบด้าน

สิ่งที่เราจะต้องปะทะภายในเกมจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ชนิดนั่นคือ Freaker ซอมบี้ที่อยู่ทั่วทุกทิศทาง มีจำนวนเยอะแต่ข้อเสียคือความฉลาดจะน้อย, สัตว์ดุร้ายต่างๆ ที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกหมาป่า ซึ่งจะมีความเร็วในการไล่กวดเรามากสุด หูไวตาไวแต่เลือดน้อย (ยกเว้นหมี) และสุดท้ายคือมนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งจะหูไวตาไว มีการเดินหาเวลาเจอสิ่งที่ผิดสังเกตุ และสไนเปอร์ยิงเราร่วงจากรถได้ในระยะไกล

แต่ข้อเสียก็มีอยู่บ้างคือ A.I ของเกมนี้ก็อาจจะมีอาการเอ๋อๆ ให้พบเจอเหมือน ในบางจุดที่ควรจะเห็นเราก็ไม่เห็น ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีในการผ่านด่าน แต่ข้อเสียคือความท้าทายก็อาจจะลดลงไปนิดหน่อย เลยทำให้ความกดดันของเกมนี้จะอยู่ที่จำนวนของศัตรูในแผนที่ ที่มีมากในระดับหนึ่ง และความแรงในการโจมตีจนทำให้เราไม่อยากจะโดน

 

เน้นความ Survival และการสำรวจ

โดยเกมนี้ผู้พัฒนาน่าจะอยากให้เราสัมผัสความเป็น Survival มากพอสมควร เนื่องจากทรัพยากรต่างๆ ที่มีจำกัด อุปสรรค์ในเรื่องรถเป็นปัจจัยหลักของเกมนี้อีกด้วย เพราะส่วนใหญ่ตัวเราจะใช้เวลาอยู่บนรถช็อปเปอร์คู่ใจของเรา ซึ่งมันจะต้องเติมน้ำมันอยู่ตลอดเวลา โดยมันสามารถหาได้จากการเอาน้ำมันมาเติม ตามปั๊ม, สถานที่หรือแคมป์ต่างๆ รวมถึงตัวรถเองก็มีเลือดของมัน ซึ่งถ้าหากเราโดนศัตรูยิง, หรือขับชน ตัวรถของเราเองก็จะพังและวิ่งไม่ได้ ซึ่งเราก็สามารถไปซ่อมไปตามแคมป์ หรือหาเศษเหล็กตามแผนที่มาซ่อม

ขับรถมากก็ต้องเติมน้ำมัน ขับชนก็ต้องซ่อม ไม่งั้นรถวิ่งไม่ได้

การ Fast Travel ของเกมนี้เองก็ทำออกมาได้ไม่เหมือนเกมอื่น เพราะใช่ว่าเราจะสามารถวาร์ปไปไหนก็ได้ตลอดเวลา แต่เราจะต้องใช้น้ำมันในการวาร์ปด้วย อารมณ์เหมือนว่าการวาร์ปเราก็คือการขับรถข้ามเมืองโดยไม่ต้องขับเองนั่นแหละ และที่สำคัญคือ ถ้าหากเส้นทางของเราที่จะไปมันมีรังซอมบี้ขวางทางอยู่ในแผนที่ มันก็จะทำให้เราไม่สามารถวาร์ปได้นั่นเอง ซึ่งเราก็จะต้องไปไล่เผารังของพวกมันก่อนเพื่อจะสามารถ Fast Travel ได้ และลดความอันตรายของแผนที่ด้วย

Fast Travel ต้องใช้เวลา และน้ำมัน

เผารังซอมบี้เพื่อที่มันจะได้ไม่ต้องเกิดแถวนี้เยอะ

รวมถึงการสำรวจสถานที่ต่างๆ เองก็เป็นสิ่งที่เราห้ามละเลย เพราะทรัพยากรต่างๆ อย่างเช่นวัสดุที่จะเอามาคราฟของหรือยาต่างๆ นั้นจะต้องหาตามแผนที่ หรือเก็บเอาจากศพที่ฆ่าได้ พร้อมทั้งยังมีการไปสำรวจที่พักนักวิจัยซึ่งมันจะมีไอเท็มอัพเกรดตัวละครในนั้นคือการเพิ่มเลือด, เพิ่ม Stamina และเพิ่มความแม่นในการยิง (จะต้องเลือกเอาว่าจะอัพอะไร)

หาของคราฟ, ยา, กระสุน ตามบ้านและศพ
งัดรถเพื่อหาเศษเหล็กไว้ซ่อม
ระบบ Level

เวลาฆ่าศัตรูหรือทำเควสเสร็จ ตัวละครเรานั้นจะได้รับ XP มาด้วย ซึ่งถ้าหากเลเวลอัพเราก็จะได้แต้มเพื่อมาอัพความสามารถต่างๆ ได้ โดยจะแบ่งเป็นทั้งหมด 3 สายนั่นคือสายโจมตีระยะใกล้ (ใช้อาวุธระยะประชิด), สาย (สายใช้ปืน) และสายการเอาตัวรอด ซึ่งเราก็สามารถอัพข้ามสายไปมาได้ และแต่ละสายก็จะแบ่งเป็นระดับไป

แคมป์

ในการดำเนินเนื้อเรื่องไปสักพัก ตัวเราจะได้เข้าไปพักไปแคมป์ของผู้นำต่างๆ ที่ในนั้นจะมีไอเท็มขายเช่นยา, กระสุน, ปืน, ของแต่งมอเตอร์ไซต์ รวมถึงแหล่งซ่อมรถและเติมน้ำมันก็สามารถซื้อได้ในนี้ ซึ่งมันจะอำนวยความสะดวกเราได้มากมาย

แต่มันก็มีข้อเสียอยู่ที่ว่าตัวแคมป์จะใช้แต้มในการซื้อของ ซึ่งแต่ละแคมป์จะใช้แต้มแยกกัน ไม่สามารถใช้แต้มแคมป์หนึ่งอีกของอีกแคมป์หนึ่งได้ โดยแต้มต่างๆ ก็หาได้จากการทำเควสที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแคมป์นั้นๆ เช่นเควสเนื้อเรื่อง หรือเควสล่าค่าหัวนั่นเอง รวมถึงแต่ละแคมป์ก็จะต้องใช้ค่า Trust ที่แต่ละเลเวลของค่านี้จะทำให้เราซื้อของดีๆ ได้มากยิ่งขึ้น

และแน่นอนว่าค่านี้แต่ละแคมป์แยกกัน รวมถึงของดีๆ ที่จะซื้อได้ก็ต่างกันด้วย เช่นแคมป์นี้เด่นเรื่องของแต่งมอเตอร์ไซต์ แต่อีกแคมป์จะเด่นเรื่องอาวุธปืนเป็นต้น พร้อมทั้งเรายังสามารถพบเจออีเวนท์พิเศษอื่นๆ ได้ตามแผนที่ ซึ่งบางครั้งเราอาจจะไปช่วยคนแปลกหน้าและพาเขาไปอยู่ตามแคมป์ต่างๆ ซึ่งเราเองก็จะสามารถได้สิทธิพิเศษของแคมป์นั้นตอบแทนอีกด้วย


สรุป

Days Gone ก็ยังเป็นเกมที่คงมาตรฐานของเกมในเครือ Sony ได้อย่างดี รูปแบบเกมเพลย์เองก็ทำออกมาได้น่าสนใจ และสามารถทำให้ผู้เล่นนั้นติดพันได้ไม่ยาก เราสามารถจมปลักอยู่กับเกมนี้ได้มากกว่า 30 ชั่วโมงเฉพาะเนื้อเรื่องหลัก และสามารถบวกเวลาเพิ่มได้อีก ถ้าหากคุณเน้นอัพเกรดตัวละครหรือเปิดแผนที่ทำกิจกรรมให้ครบ ซึ่งมันก็จะดูดเวลาคุณเพิ่มขึ้นไปอีก

แต่มั่นใจได้ว่าบางคนก็อาจจะผิดหวังที่เราอาจจะไม่ได้เห็นการยิงซอมบี้เป็นฝูงเหมือนในตัวอย่างมากนัก แต่บอกเลยว่าตัวระบบลอบเร้นหรือระบบการต่อสู้ส่วนใหญ่นั้นทำออกมาได้ดีมากๆ และทำให้เรารู้ถึงความท้าทายมากกว่าเกมแนวฝูงซอมบี้ดั่งเกมอื่นๆ มันให้อารมณ์ความรู้สึกว่านี่แหละซอมบี้จริงๆ ที่ควรจะเป็นในเกมสไตล์นี้

และที่เด่นมากที่สุดนั่นคือตัวเนื้อเรื่องของมันที่ทำได้เข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย มีการเล่าเรื่องไม่ซับซ้อน ถึงแม้ว่าอาจจะเปิดตัวมาด้วยความไม่เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง แต่นี่มันเป็นความตั้งใจของผู้พัฒนาที่อยากให้เราเรียนรู้ความจริงไปพร้อมๆ กับตัวละครนั่นเอง เพราะเวลาคุณยิ่งรู้ความลับของเกมนี้เรื่อยๆ มันจะยิ่งทำให้คุณสนใจ และอยากรู้มันมากขึ้น

แต่เนื้อเรื่องก็จะมีจุดที่น่าเบื่อเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจในระบบเกม Openworld ที่เนื้อเรื่องไม่ได้มีแค่ประเด็นเดียว เลยทำให้ความต่อเนื่องและการเฉลี่ยเนื้อเรื่องอาจจะขาดไป ถึงอย่างนั้นโดยรวมๆ แล้วเนื้อเรื่องก็อยู่ในขั้นที่โอเค แต่อาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยมกระเทียมดองเหมือนเกม Sony อื่นๆ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

เจาะลึกเกม E3 2018: Red Dead Redemption 2

GameFever TH

ผู้พัฒนายัน Anthem ไม่ดีเลย์แน่นอน

GameFever TH

Kingdom Hearts 3 เผยตัวอย่างแนะนำระบบเกมเพลย์การต่อสู้

Lazefatboy

Leave a Comment