อีสปอร์ต

ส่องแต้ม DPC – ทีม DOTA 2 ทีมไหน อยู่อันดับที่เท่าไหร่ของโลก?

หลังจากจบการแข่งขัน The International 2018 ทางผู้พัฒนาเกม DOTA 2 อย่าง Valve ก็ได้เปลี่ยนกฎการนับแต้ม Dota Pro Circuit (DPC) ที่เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าทีมไหนจะได้เข้าไปแข่งในทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแบบพลิกโฉมไปเลย ไม่เหมือนปีก่อนๆ ที่แจกให้กับผู้เล่นแล้ววัดแต้มของทีมจากการเอา DPC ที่มากที่สุดของผู้เล่นแต่ละคนในทีมมารวมกัน เพื่อป้องกันปัญหาเหมือนเหมือนดราม่า EG และ OG ที่การเปลี่ยนผู้เล่นที่มีแต้มมาก ทำให้ทีมอดไปแข่ง ต้องไปผ่านการคัดเลือกแบบเลือดตาแทบกระเด็นแทน

ครั้งนี้แต้มจะถูกแจกให้กับทีม ระหว่างซีซันแข่ง 2018-2019 หากทีมไหนที่เปลี่ยนผู้เล่นจะโดนหักแต้มของ DPC ที่ได้มา ถือว่าเป็นบทลงโทษที่โหดหินเอาการ GameFever จะมาอัพเดตให้ดูกันว่า ตอนนี้ทีมไหนอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ แล้วใกล้กับความฝันในการไปแข่ง DOTA 2 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้วหรือยัง

 

โฉมหน้า Top 12 ทีมหลังจบ The Chongqing Major

ตารางข้างล่างเป็นตาราง Ranking ของแต้ม DPC ที่ประกอบไปด้วยทีมที่อยู่ 12 อันดับแรก หากจบการแข่งเมเจอร์และไมเนอร์ทั้งหมด 12 ทีมนี้ยังรักษาที่มั่นเอาไว้ได้ก็มีสิทธิเข้าไปแข่ง TI ในฐานะทีมรับเชิญ ส่วนตารางช่องสุดท้าย คือคะแนนที่แต่ละทีมยังขาด (เกณฑ์ตอนนี้คือต้องมีอย่างน้อย 5,125 แต้ม)

No. ทีม แต้ม อีกไกลมั้ย?
1 7950 3000 4950 + 2825
2 7950 4950  3000 + 2825
3 4200 2100 2100 – 925
4 2250 900 1350  – 2875
5 1420 1350 70 – 3705
6 1350 450 900 – 3775
7 900 120 900 – 4225
8 900 450 450 – 4225
9 870 900 150 – 4255
10 270 150 150 – 4855
11 270 270 – 4855
12 225 150 75 – 4900

 

Team Secret และ Virtus.pro ได้เข้าแข่ง TI9 ชัวร์!

สองอันดับแรกของทีมที่มาแรงที่สุดคือ Team Secret และทีม Virtus.pro ที่โกยแต้มจากการที่ผลัดกันชนะทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ โดย VP เก็บ 4950 แต้มไปได้จากการเป็นที่หนึ่งใน The Kuala Lumpur Major ด้านทีมของกัปตัน Puppey ก็เพิ่งได้แชมป์จาก The Chongqing Major ที่เพิ่งจบไป ส่วนอีก 3000 แต้มของทั้งสองทีมก็มาจากการเป็นที่สองของทั้งสองเมเจอร์นั่นเอง เรียกได้ว่าการแข่ง 2 ครั้งที่ผ่านมา มีแค่ 2 ทีมนี้ที่เหมาเข้าไปชิงชัยกันเองในรอบ Grand Finals เก็บแต้มกันไปเพลินๆ การันตีว่ายังไงก็ได้เข้าไปแข่งใน The International 2019 แน่นอน

EG ราชันย์อันดับ 3

ด้าน Evil Geniuses ครองอันดับที่ 3 ในตารางแต้ม DPC สมกับฉายา King of Third หรือ ราชันย์อันดับสาม ที่ไม่ว่าจะไปแข่งงานไหนก็ล้วนแต่ได้อันดับที่ 3 ตลอดๆ ไม่ว่าจะเป็นอันดับที่ 3 ของ TI 8, อันดับที่ 3 ของ The Kuala Lumpur Major และอันดับที่ 3 ของ The Chongqing Major ด้วย

แต่ถึงแม้จะไม่ได้ชนะเมเจอร์ไหนเลย ทว่าการได้อันดับที่ 3 ของเมเจอร์นั้นก็ไม่ใช่หมูๆ แถมยังได้แต้ม DPC เยอะมากอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่า EG สามารถเก็บ 2100 แต้ม จากการเป็นที่ 3 ของทั้งสองเมเจอร์ไปได้ (รวมได้แต้ม 2100 x 2 = 4200) ทำให้ขาดคะแนนอีกแค่ 925 แต้ม ก็จะสามารถเข้าไปเล่นใน TI 9 ได้ ซึ่งยังเหลือการแข่งระดับเมเจอร์อีกถึง 3 ครั้ง แอบการันตีได้ว่ายังไงก็ผ่านไปเล่นใน TI 9 แน่นอน เพราะหากได้ที่ 3 อีกครั้งในการแข่งขันครั้งต่อไปก็จะมีแต้มเพียงพอแล้ว

Arteezy ผู้ไม่เคยได้อันดับ 1 หรือ 2 – Credit: Anomalina89

 

ทีมที่เหลือเป็นยังไงกันบ้าง?

แม้ว่าเริ่มต้นซีซันมา PSG.LGD จะยังไปไม่ถึงที่ 1 – 3 ของการแข่งเมเจอร์ไหนๆ เลย ทว่าทีมจีนดีกรีรองแชมป์ TI8 ก็ยังสามารถเกาะการแข่งเอาไว้ได้ กวาด 900 คะแนนจากการได้อันดับที่ 5 ของ KL Major และ 1350 จากการได้อันดับ 4 ของ CQ Major ขาดอีก 2875 คะแนน

ด้านทีมของกัปตัน Jabz ผู้เล่นชาวไทยครองอันดับที่ 6 ในตารางได้แต้มจากการแข่งเมเจอร์ทั้ง 2 ครั้ง โดยใน The Chongqing Major ก็ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจ โชว์ฟอร์มดุคว่ำทีมดีกรีแชมป์อย่าง Team Liquid ไปได้ จบอันดับที่ 5 – 6 ได้แต้มไป 900 คะแนน

ตอนนี้ Team Liquid กำลังขาดคะแนนอย่างหนัก อยู่อันดับที่ 11 เนื่องจากไม่ได้เข้าร่วมการแข่งในเมเจอร์แรก แล้วใน CQ Major ก็ยังได้แค่อันดับ 7-8 เป็นผลมาจากการขาดผู้เล่นแครี่หลักอย่าง Miracle- รวมถึง shadow ผู้เล่นที่เอามาเติมแทนก็ยังสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ ซึ่งส่งผลต่อการคอลไฟต์และกลยุทธ์อยู่ไม่น้อย แถมยังทำให้โดนหักแต้มไปอีก 20%

ที่ไม่เห็นวี่แวว และยังไม่แม้แต่จะอยู่ในอันดับ 1-20 เลยก็คือแชมป์ TI 8 ทีม OG ที่ไม่ผ่านการแข่งคัดเลือกไปเมเจอร์ รวมถึงมีแต้มแค่ 40 คะแนนจากการได้อันดับที่ 5 – 6 ของ The Bucharest Minor ดูเหมือนว่าการขาด Ana สมาชิกที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจของทีมจะส่งผลอย่างรุนแรงต่อฟอร์มการเล่น ต้องมาลุ้นว่าปีนี้ OG จะได้เข้าไปเล่นใน TI 9 หรือไม่ หากจบการแข่งขันเก็บคะแนน DPC แล้วยังไม่เห็นเงาของทีมแชมป์ ก็น่าจะต้องไปวัดดวงกันในรอบคัดเลือกที่ต้องแข่งแบบเลือดตาแทบกระเด็นแทน ที่สำคัญคือต้องรีบหาผู้เล่นใหม่ที่เล่นเข้าขากันมาให้ได้

 

กุญแจสำคัญของการได้แต้ม DPC

ทางที่จะทำให้ได้แต้ม DPC ได้เร็วที่สุด คือการผ่านรอบคัดเลือก และได้เข้าร่วมการแข่งที่ใหญ่ระดับเมเจอร์ ซึ่งจะมีทั้งหมด 5 ครั้งด้วยกัน แน่นอนว่าการแข่งไมเนอร์ก็อาจสำคัญสำหรับทีมที่ไม่สามารถผ่านการคัดเลือกไปแข่งเมเจอร์ได้ ทว่าการแข่งระดับไมเนอร์ให้คะแนนน้อยกว่ามากๆ อันดับที่ 1 ได้คะแนนเพียง 120 แต้ม ในขณะที่อันดับที่ 1 ของเมเจอร์ได้คะแนน 4950 แต้ม

ทั้งนี้ก็ไม่ได้แปลว่าการแข่งขันระดับไมเนอร์จะไม่สำคัญซะทีเดียว เพราะหากสามารถเป็นแชมป์ได้ จะได้โอกาสเข้าแข่งเมเจอร์ ถือเป็นโอกาสแก้ตัวครั้งที่ 2 เหมือนอย่างที่ทีมจีนแบบ EHOME ทำสำเร็จ ชนะ The Bucharest Minor แล้วได้เข้ามาแข่งใน The Chongqing Major ซึ่งก็กวาดคะแนนไปได้ 900 แต้ม

 

งานนี้ต้องดูกันยาวๆ ว่าจะมีทีมไหนสามารถเปลี่ยนฟอร์มการเล่น แล้วเก็บแต้มจากการชนะทัวร์นาเมนต์ได้หรือเปล่า ทั้งนี้ยังเหลือการแข่งอีก 3 เมเจอร์ และ 3 ไมเนอร์ให้ได้แก้ตัวกันอยู่ โดยทัวร์นาเมนต์ที่แจกแต้ม DPC ครั้งหน้าได้แก่ StarLadder ImbaTV Invitational Season 6 การแข่งระดับไมเนอร์ที่จะเริ่มแข่งกันในวันที่ 4 – 10 มีนาคมนี้

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

5 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับ JABZ ผู้เล่นไทยคนเดียวในงาน TI8

Chmura

Wings Gaming ชุดแชมป์ TI6 รวมทีมเฉพาะกิจ! แข่งโชวแมทช์ใน CQ Major

Chmura

EHOME และ OG ฟอร์มดุ! ขึ้นสู่สายบนของการแข่งขัน The Bucharest Minor

Chmura

Leave a Comment