GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
บทความ
[บทความ] Resident Evil 4: "สุดยอดเกมผีชีวะภาค ที่เตรียมคืนชีพอีกครั้งในไม่ช้านี้!"
ลงวันที่ 13/06/2022

Resident Evil หนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่ผู้พัฒนา Capcom หยิบมา Remake และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ภาค 2 เป็นต้นมา และในที่สุดก็ถึงคราวภาค 4 ที่ได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายแล้วว่า เป็นภาคที่สุดในบรรดา Resident Evil ที่เพิ่งมีการประกาศ Remake ออกมาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่คนไม่เคยเล่นอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมภาคนี้ถึงกลายเป็นตำนาน รวมไปถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่คนเล่นแล้วก็อาจจะต้องการเห็นการ Remake วันนี้เราจะพาทุกท่านมาย้อนดูหนึ่งใน Resident Evil ภาคที่เป็นตำนานที่สุดภาคหนึ่ง อย่าง Resident Evil 4 ว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน และทำไมบางส่วนถึงเหมาะสมกับการ Remake ที่สุด

Resident Evil 4 กับภาคที่มีไอเดียหลากหลายมากที่สุด


Resident Evil 4 ถือเป็นภาคที่มีไอเดียตั้งต้นในการพัฒนาหลากหลายมากที่สุด จริง ๆ แล้วมันมีแผนทำเกมภาคนี้กันตั้งแต่ปี 1999 นับตั้งแต่ช่วงภาค 3 วางจำหน่ายแล้ว แต่ไป ๆ มา ๆ ด้วยไอเดียมากมายหลายแบบที่ไปคนละทิศทาง ทำให้ Resident Evil 4 เคยมีการพัฒนาออกมาถึง 3 เวอร์ชั่น ก่อนที่จะเป็นเวอร์ชั่นที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าเราจะไล่ให้ดูกันทุกเวอร์ชั่นเลยเริ่มกันตั้งแต่

First Version. ในเวอร์ชั่นนี้ เป็นไอเดียตั้งต้นของ Shinji Mikaki โปรดิวเซอร์เกมผู้โด่งดัง ซึ่งเริ่มทำกันตั้งแต่ปี 1999 และเวอร์ชั่นนี้ได้ Hideki Kamiya (ผู้กำกับ RE1 และ 2 ภาคดั้งเดิม) มากำกับ ด้วยแนวคิดแรกเริ่มที่ว่าอยากจะทำให้มันเป็นเกม Action ที่เท่ และมีสไตล์ แต่ด้วยตัวละครต่าง ๆ ที่ปูมาในสามภาคแรกนั้น ทำให้คุณ Kamiya คิดว่ามันไม่เหมาะหรือไม่เข้ากันเลย และท้ายที่สุดเมื่อพัฒนาไป ๆ มา ๆ มันกลับขาดความเป็น Survival Horror และความสยองขวัญอย่างที่ควรจะเป็น ท้ายที่สุดเวอร์ชั่นแรกจึงก็โดนปัดตกไป และเริ่มพัฒนากันใหม่อีกหน ซึ่งไอเดียของคุณ Kamiya ในครั้งนี้ ก็ได้ถูกนำไปต่อยอดเป็นเกม Devil May Cry ในที่สุด


Fog Version. หลังจากเวอร์ชั่นแรกโดนปัดตกไป ตัวเกมใช้เวลาอีกกว่า 2 ปี จึงกลับมาเริ่มพัฒนากันต่ออีกครั้ง โดยเวอร์ชั่นนี้ถูกเรียกว่า Fog Version (หรือเวอร์ชั่นหมอก) ได้ Hiroshi Shibata มากำกับ โดยเป็นเรื่องราวของ Leon ที่แทรกซึมเข้าไปในปราสาทของ Oswell E. Spencer และติดเชื้อไวรัสต้นกำเนิด ทำให้ Leon มีพลังซ่อนอยู่ในตัวด้วย แต่สุดท้ายเวอร์ชั่นนี้ถูกยกเลิก เพราะเครื่องเกมในสมัยนั้นไม่ทรงพลังพอสำหรับแผนการณ์ที่ผู้พัฒนาวางไว้ในหัว ถึงกับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าแผนการณ์ที่ว่านี้มันเป็นอย่างไรกันแน่

Hallucination Version. นี่เป็นเวอร์ชั่นล้างไพ่ใหม่อีกรอบ โดยมีเป้าหมายทำให้ตัวเกมมันน่ากลัวขึ้น และเป็นเวอร์ชั่นที่ Leon จะเกิดอาการหลอนตลอดเวลา (ดังชื่อภาคที่แปลว่าภาพหลอนหรือภาพลวงตา) แต่มันก็มีปัญหาที่เครื่องเกมรับไม่ไหวอีกครั้ง เพราะเครื่องเกมจำเป็นต้อง Render 2 ฉากพร้อมกัน คือฉากปกติและฉากภาพหลอน ซึ่งเครื่อง GameCube ในสมัยนั้นรับไม่ไหว และท้ายที่สุดเวอร์ชั่นสุดท้ายที่ได้ Shinji Mikami ลงมาทำเลยก็คือ Final Version. ที่เราได้เห็นกัน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการควบรวมกันของแนวคิดในทั้ง 3 เวอร์ชั่นที่ผ่านมาอย่างลงตัว โดยแฟนเกมตัวยงน่าจะพอสังเกตได้ว่าแนวคิดของเกมภาคเก่า ๆ ได้ถูกดัดแปลงมาใช้ในเกมภาคที่วางจำหน่ายอย่างไรบ้าง

ความสนุกที่ทุกคนเข้าถึงได้ แม้จะเป็นหน้าใหม่


ก่อนหน้านี้ Resident Evil ทั้ง 3 ภาค ถูกมองว่าเป็นเกม Horror ที่มีความน่ากลัวอยู่สูงเลยทีเดียว (ในยุคนั้น) ดังนั้น คนที่กล้าเล่นจึงน้อยกว่าที่คนไม่กล้าแน่นอน ด้วยรูปแบบเกม การออกแบบศัตรู เสียง ความสยอง Resident Evil ถือว่าเป็นเบอร์ต้น ๆ ในช่วงนั้น

จนกระทั่งการมาถึงของภาค 4 ที่เรียกได้ว่า แค่การเปิดตัวก็ฉีกแนวไปจากความเป็น Resident Evil พอสมควรแล้ว กับฉษกเปิดตัวที่ให้ Leon นั่งรถมายังดินแดนชนบทพร้อมกับดนตรีสุดเพลิน ก่อนที่เราจะต้องค่อย ๆ เดินหน้าเข้าไปในหมู่บ้าน ไปเจอคนแปลก ๆ ที่เรายิงต่อสู้ และเอาชนะได้ในไม่กีนัด ก่อนที่เกมจะสเกลความโหดให้สูงมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณย่างเท้าเข้าสู่หมู่บ้าน ที่คุณจะเจอชาวบันนับสิบมารุมจนมือเป็นระวิงกันไปหมด


สิ่งที่เกมนำเสนอได้ดีในตรงนี้ คือมันไม่รีบโยนความโหด ความยาก ความท้าทายใส่ผู้เล่นตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ค่อย ๆ ไล่สเกลความโหด ความสนุก ความระทึกใจให้กับผู้เล่น จนหลายคนเห็นว่ามันสามารถเล่นได้ ผ่านได้ ก็ค่อย ๆ ทำให้เกมมีความโหดขึ้น สยองขึ้น ลุ้นระทึกขึ้น ภาคนี้จึงเป็นภาคที่ออกแบบ Learning Curve ของตัวเกมมาได้ดีมาก ๆ

จุดเด่นของ Resident Evil 4 และคอนเทนต์เกมที่อัดแน่นจนภาคใหม่ ๆ ยังต้องอาย


นอกจากระบบ Learning Curve และเกมเพลย์การเล่นที่สนุกแล้ว Resident Evil 4 ยังเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าจดจำอยู่อย่างมากมายเลยทีเดียว ชนิดที่ว่า หาได้จากภาคนี้ภาคเดียวเลยก็ว่าได้ เริ่มจากอย่างแรก คือ ระบบช่องเก็บของ (Inventory System) ที่ออกแบบมาได้น่าสนใจ จนแทบจะกลายเป็นมินิเกม และเป็นเกมจัดของไปจนได้ เพราะในภาคนี้ ผู้เล่นจะได้หมุน พลิก จัด ช่องเก็บของที่มีอยู่ ทำให้เก็บทรัพยากร และไอเทมได้เยอะที่สุด แถมกระเป๋านี้ยังสามารถอัปเกรดได้ด้วย / ศัตรูสุดสะพรึง Regenerator นับเป็นศัตรูอีกตัวที่เป็นสัญลักษณ์ประจำภาคนี้ และเป็นผลพวงมาจากการออกแบบ Leaning Curve ของเกมในทางที่ดี เพราะกว่าเราจะเจอเจ้า Regenerator นี้ ก็แทบจะเป็นช่วงท้ายเกมเข้าไปแล้ว เรามีอาวุธครบมือในการจัดการ แต่ด้วยดีไซน์ และการออกแบบศัตรูทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งศัตรูที่แฟน ๆ จดจำ


ระบบ Merchant หรือพ่อค้าฆ่าไม่ตาย อันนี้ก็ถือเป็น Iconic ของตัวเกมภาคนี้ด้วย เมื่อเราเล่นไปจนถึงจุดสำคัญ ๆ และเอาชนะมาได้ พ่อค้า หรือ Merchant จะปรากฎตัวขึ้นมา ให้เราซื้อขายไอเทมได้ ตั้งแต่กระเป๋าไปจนถึงกระสุนปืน สำหรับใครที่ผ่านภาค Village มา จะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่แท้จริงแล้วระบบนี้อยู่มาตั้งแต่ภาค 4 แล้ว ระบบ Quick Time Event เป็นอีกระบบหนึ่งที่เข้ามาทำให้เกมตื่นเต้นและเร้าใจมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าต้องมีแฟนเกมหลายคนเลยทีเดียว ที่โดนฆ่าตายขณะคิดว่ากำลังรับชมคัทซีนเพลิน ๆ ภาคนี้ใส่ระบบนี้เข้ามาได้ลงตัว และพอดีมาก ๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และท้ายที่สุดกับ Ashley Graham กับตัวละครสุดน่ารำคาญที่เราต้องคอยตามช่วยเหลือ และมาพร้อมวลีเด็ดอย่าง Leon Help! ที่มาพร้อมความน่ารำคาญ แต่ก็สร้างความระทึก และความสนุกให้กับตัวเกมได้เป็นอย่างดี


และตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น Resident Evil 4 ยังมาพร้อมคอนเทนต์ชนิดอัดแน่น และจัดเต็มที่พร้อมจะให้ผู้เล่นผลาญเวลาไปกับมันทีละหลายชั่วโมง นอกจากโหมดแคมเปญเนื้อเรื่องของเกมที่มีความยาวระดับ 15-20 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับผู้เล่น) แล้ว เกมยังมาพร้อม Alternate Story ที่เป็นเส้นเรื่องของ Ada Wong ที่ให้เราได้เล่นอีกหลายชั่วโมง หรือจะเป็นโหมดพิเศษต่าง ๆ ที่ตัวเกมมอบมาให้กับเรา ทั้งหมดนี้ทำให้ Resident Evil 4 แทบจะกลายเป็นมาสเตอร์พีซของวงการเกมในยุคนั้น และของ Resident Evil ด้วย

ความคาดหวังที่มีต่อการเปิดตัวเวอร์ชั่น Remake


หลังจากมีข่าวลือมาอย่างยาวนานว่า Capcom กำลังทำการ Remake ตัวเกมในภาคที่ 4 กันอยู่ และในที่สุด ข่าวนี้ก็เป็นความจริงจนได้ เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการในงาน State of Play เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า Resident Evil 4 Remake นั้น กำลังพัฒนากันอยู่จริง ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนเกม แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นกังวลว่า มันอาจจะถูกดัดแปลงหรือลดทอนคอนเทนต์ลงไปด้วย หลังจากที่เกิดขึ้นมาแล้วกับภาค 2 และภาค 3

สำหรับแฟนเกมแล้วนั้น เมื่อมีการประกาศ Remake สิ่งแรกที่สมควรจะได้รับการแก้ไขเป็นอย่างยิ่ง คือเรื่องของระบบการควบคุม ใครที่เคยเล่นภาคต้นฉบับมา จะทราบดีว่า Resident Evil 4 นั้น มีการควบคุมที่ค่อนข้างมึนงงเป็นอย่างมาก หากคุณเป็นคนที่เล่นเกมยุคนี้มาก่อน อย่างแรกเลยคือ การควบคุม ในภาค 4 แบบต้นฉบับนั้น ผู้เล่นไม่สามารถที่จะเล็งปืนไปและเดินยิงไปด้วยได้ หากจะเล็งปืนยิง ผู้เล่นต้องยืนอยู่กับที่เสียก่อน ซึ่งมันตกยุคไปมากกับความเป็นเกมยุคปัจจุบัน แต่จากตัวอย่างบางส่วนที่มีการปล่อยออกมา ก็ทำให้เราเชื่อได้ว่า Capcom ต้องปรับปรุงแก้ไขส่วนนี้อย่างแน่นอน


ต่อมา สิ่งที่เป็นที่ฮือฮาสำหรับแฟน ๆ เลยก็คือ ด้วยเทคโนโลยี RE Engine ทำให้สามารถใช้ใบหน้าของคนจริง ๆ มาเป็นต้นแบบในการสร้างตัวละครได้แล้ว ตัวละครที่หลายคนเกลียดมากในเวอร์ชั่นต้นฉบับ และหลงรักเข้าอย่างจังในเวอร์ชั่นใหม่นี้ ก็คงหนีไม่พ้นตัวละคร Ashley Graham ที่เป็นจุดเด่นและสัญลักษณ์ของตัวเกม Resident Evil 4 นี้ ที่ได้รับการปรับปรุงใบหน้าให้มีความน่ารักน่าชังมากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่มาเป็นต้นแบบใบหน้าให้กับ Ashley ก็คือนางแบบชาวดัตช์อย่าง Ella Freya 

น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้อมูลของเวอร์ชั่น Remake นั้น ยังไม่ได้ถูกปล่อยออกมามาก แม้กระทั่งในงาน Capcom Showcase ก็เผยให้เห็นเพียงลุคของ Leon ในแบบฉบับ Remake ที่สมจริงขึ้นเท่านั้น ยังไม่ได้เห็นเกมเพลย์หรือฉากสำคัญ ๆ ในเกม แต่ก็ยืนยันได้ว่า นี่จะเป็นการ Remake ที่แฟนเกมคาดหวังมากที่สุด แต่จะทำออกมาได้ดียอดเยี่ยมเท่าต้นฉบับหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่แฟนเกมต้องรอพิสูจน์พร้อมกันในวันที่ 24 มีนาคม 2023 


ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
ศาลสั่งให้ 2K Games จ่ายเงินกับช่างสักจำนวน 1.4 แสนบาท เหตุเอางานไปดัดแปลงลงเกมโดยไม่ขออนุญาต
BASUP!
God of War: Ragnarok จะมีฉากที่ Kratos ตัดหัวศัตรู และมีคำสบถมากมาย
BASUP!
Warhammer 40,000: Darktide ปล่อยคลิปตัวอย่างแนะนำตัวละครนักเทศน์สุดโหด Preacher
BASUP!
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[บทความ] Resident Evil 4: "สุดยอดเกมผีชีวะภาค ที่เตรียมคืนชีพอีกครั้งในไม่ช้านี้!"
13/06/2022

Resident Evil หนึ่งในแฟรนไชส์เกมที่ผู้พัฒนา Capcom หยิบมา Remake และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ภาค 2 เป็นต้นมา และในที่สุดก็ถึงคราวภาค 4 ที่ได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับกันอย่างแพร่หลายแล้วว่า เป็นภาคที่สุดในบรรดา Resident Evil ที่เพิ่งมีการประกาศ Remake ออกมาอย่างเป็นทางการ ในขณะที่คนไม่เคยเล่นอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมภาคนี้ถึงกลายเป็นตำนาน รวมไปถึงหลายสิ่งหลายอย่างที่คนเล่นแล้วก็อาจจะต้องการเห็นการ Remake วันนี้เราจะพาทุกท่านมาย้อนดูหนึ่งใน Resident Evil ภาคที่เป็นตำนานที่สุดภาคหนึ่ง อย่าง Resident Evil 4 ว่ามันยอดเยี่ยมแค่ไหน และทำไมบางส่วนถึงเหมาะสมกับการ Remake ที่สุด

Resident Evil 4 กับภาคที่มีไอเดียหลากหลายมากที่สุด


Resident Evil 4 ถือเป็นภาคที่มีไอเดียตั้งต้นในการพัฒนาหลากหลายมากที่สุด จริง ๆ แล้วมันมีแผนทำเกมภาคนี้กันตั้งแต่ปี 1999 นับตั้งแต่ช่วงภาค 3 วางจำหน่ายแล้ว แต่ไป ๆ มา ๆ ด้วยไอเดียมากมายหลายแบบที่ไปคนละทิศทาง ทำให้ Resident Evil 4 เคยมีการพัฒนาออกมาถึง 3 เวอร์ชั่น ก่อนที่จะเป็นเวอร์ชั่นที่เรารู้จักกันในปัจจุบันนี้ แน่นอนว่าเราจะไล่ให้ดูกันทุกเวอร์ชั่นเลยเริ่มกันตั้งแต่

First Version. ในเวอร์ชั่นนี้ เป็นไอเดียตั้งต้นของ Shinji Mikaki โปรดิวเซอร์เกมผู้โด่งดัง ซึ่งเริ่มทำกันตั้งแต่ปี 1999 และเวอร์ชั่นนี้ได้ Hideki Kamiya (ผู้กำกับ RE1 และ 2 ภาคดั้งเดิม) มากำกับ ด้วยแนวคิดแรกเริ่มที่ว่าอยากจะทำให้มันเป็นเกม Action ที่เท่ และมีสไตล์ แต่ด้วยตัวละครต่าง ๆ ที่ปูมาในสามภาคแรกนั้น ทำให้คุณ Kamiya คิดว่ามันไม่เหมาะหรือไม่เข้ากันเลย และท้ายที่สุดเมื่อพัฒนาไป ๆ มา ๆ มันกลับขาดความเป็น Survival Horror และความสยองขวัญอย่างที่ควรจะเป็น ท้ายที่สุดเวอร์ชั่นแรกจึงก็โดนปัดตกไป และเริ่มพัฒนากันใหม่อีกหน ซึ่งไอเดียของคุณ Kamiya ในครั้งนี้ ก็ได้ถูกนำไปต่อยอดเป็นเกม Devil May Cry ในที่สุด


Fog Version. หลังจากเวอร์ชั่นแรกโดนปัดตกไป ตัวเกมใช้เวลาอีกกว่า 2 ปี จึงกลับมาเริ่มพัฒนากันต่ออีกครั้ง โดยเวอร์ชั่นนี้ถูกเรียกว่า Fog Version (หรือเวอร์ชั่นหมอก) ได้ Hiroshi Shibata มากำกับ โดยเป็นเรื่องราวของ Leon ที่แทรกซึมเข้าไปในปราสาทของ Oswell E. Spencer และติดเชื้อไวรัสต้นกำเนิด ทำให้ Leon มีพลังซ่อนอยู่ในตัวด้วย แต่สุดท้ายเวอร์ชั่นนี้ถูกยกเลิก เพราะเครื่องเกมในสมัยนั้นไม่ทรงพลังพอสำหรับแผนการณ์ที่ผู้พัฒนาวางไว้ในหัว ถึงกับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าแผนการณ์ที่ว่านี้มันเป็นอย่างไรกันแน่

Hallucination Version. นี่เป็นเวอร์ชั่นล้างไพ่ใหม่อีกรอบ โดยมีเป้าหมายทำให้ตัวเกมมันน่ากลัวขึ้น และเป็นเวอร์ชั่นที่ Leon จะเกิดอาการหลอนตลอดเวลา (ดังชื่อภาคที่แปลว่าภาพหลอนหรือภาพลวงตา) แต่มันก็มีปัญหาที่เครื่องเกมรับไม่ไหวอีกครั้ง เพราะเครื่องเกมจำเป็นต้อง Render 2 ฉากพร้อมกัน คือฉากปกติและฉากภาพหลอน ซึ่งเครื่อง GameCube ในสมัยนั้นรับไม่ไหว และท้ายที่สุดเวอร์ชั่นสุดท้ายที่ได้ Shinji Mikami ลงมาทำเลยก็คือ Final Version. ที่เราได้เห็นกัน ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการควบรวมกันของแนวคิดในทั้ง 3 เวอร์ชั่นที่ผ่านมาอย่างลงตัว โดยแฟนเกมตัวยงน่าจะพอสังเกตได้ว่าแนวคิดของเกมภาคเก่า ๆ ได้ถูกดัดแปลงมาใช้ในเกมภาคที่วางจำหน่ายอย่างไรบ้าง

ความสนุกที่ทุกคนเข้าถึงได้ แม้จะเป็นหน้าใหม่


ก่อนหน้านี้ Resident Evil ทั้ง 3 ภาค ถูกมองว่าเป็นเกม Horror ที่มีความน่ากลัวอยู่สูงเลยทีเดียว (ในยุคนั้น) ดังนั้น คนที่กล้าเล่นจึงน้อยกว่าที่คนไม่กล้าแน่นอน ด้วยรูปแบบเกม การออกแบบศัตรู เสียง ความสยอง Resident Evil ถือว่าเป็นเบอร์ต้น ๆ ในช่วงนั้น

จนกระทั่งการมาถึงของภาค 4 ที่เรียกได้ว่า แค่การเปิดตัวก็ฉีกแนวไปจากความเป็น Resident Evil พอสมควรแล้ว กับฉษกเปิดตัวที่ให้ Leon นั่งรถมายังดินแดนชนบทพร้อมกับดนตรีสุดเพลิน ก่อนที่เราจะต้องค่อย ๆ เดินหน้าเข้าไปในหมู่บ้าน ไปเจอคนแปลก ๆ ที่เรายิงต่อสู้ และเอาชนะได้ในไม่กีนัด ก่อนที่เกมจะสเกลความโหดให้สูงมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณย่างเท้าเข้าสู่หมู่บ้าน ที่คุณจะเจอชาวบันนับสิบมารุมจนมือเป็นระวิงกันไปหมด


สิ่งที่เกมนำเสนอได้ดีในตรงนี้ คือมันไม่รีบโยนความโหด ความยาก ความท้าทายใส่ผู้เล่นตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ค่อย ๆ ไล่สเกลความโหด ความสนุก ความระทึกใจให้กับผู้เล่น จนหลายคนเห็นว่ามันสามารถเล่นได้ ผ่านได้ ก็ค่อย ๆ ทำให้เกมมีความโหดขึ้น สยองขึ้น ลุ้นระทึกขึ้น ภาคนี้จึงเป็นภาคที่ออกแบบ Learning Curve ของตัวเกมมาได้ดีมาก ๆ

จุดเด่นของ Resident Evil 4 และคอนเทนต์เกมที่อัดแน่นจนภาคใหม่ ๆ ยังต้องอาย


นอกจากระบบ Learning Curve และเกมเพลย์การเล่นที่สนุกแล้ว Resident Evil 4 ยังเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าจดจำอยู่อย่างมากมายเลยทีเดียว ชนิดที่ว่า หาได้จากภาคนี้ภาคเดียวเลยก็ว่าได้ เริ่มจากอย่างแรก คือ ระบบช่องเก็บของ (Inventory System) ที่ออกแบบมาได้น่าสนใจ จนแทบจะกลายเป็นมินิเกม และเป็นเกมจัดของไปจนได้ เพราะในภาคนี้ ผู้เล่นจะได้หมุน พลิก จัด ช่องเก็บของที่มีอยู่ ทำให้เก็บทรัพยากร และไอเทมได้เยอะที่สุด แถมกระเป๋านี้ยังสามารถอัปเกรดได้ด้วย / ศัตรูสุดสะพรึง Regenerator นับเป็นศัตรูอีกตัวที่เป็นสัญลักษณ์ประจำภาคนี้ และเป็นผลพวงมาจากการออกแบบ Leaning Curve ของเกมในทางที่ดี เพราะกว่าเราจะเจอเจ้า Regenerator นี้ ก็แทบจะเป็นช่วงท้ายเกมเข้าไปแล้ว เรามีอาวุธครบมือในการจัดการ แต่ด้วยดีไซน์ และการออกแบบศัตรูทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งศัตรูที่แฟน ๆ จดจำ


ระบบ Merchant หรือพ่อค้าฆ่าไม่ตาย อันนี้ก็ถือเป็น Iconic ของตัวเกมภาคนี้ด้วย เมื่อเราเล่นไปจนถึงจุดสำคัญ ๆ และเอาชนะมาได้ พ่อค้า หรือ Merchant จะปรากฎตัวขึ้นมา ให้เราซื้อขายไอเทมได้ ตั้งแต่กระเป๋าไปจนถึงกระสุนปืน สำหรับใครที่ผ่านภาค Village มา จะเข้าใจได้ไม่ยาก แต่แท้จริงแล้วระบบนี้อยู่มาตั้งแต่ภาค 4 แล้ว ระบบ Quick Time Event เป็นอีกระบบหนึ่งที่เข้ามาทำให้เกมตื่นเต้นและเร้าใจมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าต้องมีแฟนเกมหลายคนเลยทีเดียว ที่โดนฆ่าตายขณะคิดว่ากำลังรับชมคัทซีนเพลิน ๆ ภาคนี้ใส่ระบบนี้เข้ามาได้ลงตัว และพอดีมาก ๆ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และท้ายที่สุดกับ Ashley Graham กับตัวละครสุดน่ารำคาญที่เราต้องคอยตามช่วยเหลือ และมาพร้อมวลีเด็ดอย่าง Leon Help! ที่มาพร้อมความน่ารำคาญ แต่ก็สร้างความระทึก และความสนุกให้กับตัวเกมได้เป็นอย่างดี


และตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น Resident Evil 4 ยังมาพร้อมคอนเทนต์ชนิดอัดแน่น และจัดเต็มที่พร้อมจะให้ผู้เล่นผลาญเวลาไปกับมันทีละหลายชั่วโมง นอกจากโหมดแคมเปญเนื้อเรื่องของเกมที่มีความยาวระดับ 15-20 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับผู้เล่น) แล้ว เกมยังมาพร้อม Alternate Story ที่เป็นเส้นเรื่องของ Ada Wong ที่ให้เราได้เล่นอีกหลายชั่วโมง หรือจะเป็นโหมดพิเศษต่าง ๆ ที่ตัวเกมมอบมาให้กับเรา ทั้งหมดนี้ทำให้ Resident Evil 4 แทบจะกลายเป็นมาสเตอร์พีซของวงการเกมในยุคนั้น และของ Resident Evil ด้วย

ความคาดหวังที่มีต่อการเปิดตัวเวอร์ชั่น Remake


หลังจากมีข่าวลือมาอย่างยาวนานว่า Capcom กำลังทำการ Remake ตัวเกมในภาคที่ 4 กันอยู่ และในที่สุด ข่าวนี้ก็เป็นความจริงจนได้ เมื่อมีการประกาศอย่างเป็นทางการในงาน State of Play เมื่อวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ว่า Resident Evil 4 Remake นั้น กำลังพัฒนากันอยู่จริง ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนเกม แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็นกังวลว่า มันอาจจะถูกดัดแปลงหรือลดทอนคอนเทนต์ลงไปด้วย หลังจากที่เกิดขึ้นมาแล้วกับภาค 2 และภาค 3

สำหรับแฟนเกมแล้วนั้น เมื่อมีการประกาศ Remake สิ่งแรกที่สมควรจะได้รับการแก้ไขเป็นอย่างยิ่ง คือเรื่องของระบบการควบคุม ใครที่เคยเล่นภาคต้นฉบับมา จะทราบดีว่า Resident Evil 4 นั้น มีการควบคุมที่ค่อนข้างมึนงงเป็นอย่างมาก หากคุณเป็นคนที่เล่นเกมยุคนี้มาก่อน อย่างแรกเลยคือ การควบคุม ในภาค 4 แบบต้นฉบับนั้น ผู้เล่นไม่สามารถที่จะเล็งปืนไปและเดินยิงไปด้วยได้ หากจะเล็งปืนยิง ผู้เล่นต้องยืนอยู่กับที่เสียก่อน ซึ่งมันตกยุคไปมากกับความเป็นเกมยุคปัจจุบัน แต่จากตัวอย่างบางส่วนที่มีการปล่อยออกมา ก็ทำให้เราเชื่อได้ว่า Capcom ต้องปรับปรุงแก้ไขส่วนนี้อย่างแน่นอน


ต่อมา สิ่งที่เป็นที่ฮือฮาสำหรับแฟน ๆ เลยก็คือ ด้วยเทคโนโลยี RE Engine ทำให้สามารถใช้ใบหน้าของคนจริง ๆ มาเป็นต้นแบบในการสร้างตัวละครได้แล้ว ตัวละครที่หลายคนเกลียดมากในเวอร์ชั่นต้นฉบับ และหลงรักเข้าอย่างจังในเวอร์ชั่นใหม่นี้ ก็คงหนีไม่พ้นตัวละคร Ashley Graham ที่เป็นจุดเด่นและสัญลักษณ์ของตัวเกม Resident Evil 4 นี้ ที่ได้รับการปรับปรุงใบหน้าให้มีความน่ารักน่าชังมากยิ่งขึ้น โดยผู้ที่มาเป็นต้นแบบใบหน้าให้กับ Ashley ก็คือนางแบบชาวดัตช์อย่าง Ella Freya 

น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้อมูลของเวอร์ชั่น Remake นั้น ยังไม่ได้ถูกปล่อยออกมามาก แม้กระทั่งในงาน Capcom Showcase ก็เผยให้เห็นเพียงลุคของ Leon ในแบบฉบับ Remake ที่สมจริงขึ้นเท่านั้น ยังไม่ได้เห็นเกมเพลย์หรือฉากสำคัญ ๆ ในเกม แต่ก็ยืนยันได้ว่า นี่จะเป็นการ Remake ที่แฟนเกมคาดหวังมากที่สุด แต่จะทำออกมาได้ดียอดเยี่ยมเท่าต้นฉบับหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่แฟนเกมต้องรอพิสูจน์พร้อมกันในวันที่ 24 มีนาคม 2023 


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
ศาลสั่งให้ 2K Games จ่ายเงินกับช่างสักจำนวน 1.4 แสนบาท เหตุเอางานไปดัดแปลงลงเกมโดยไม่ขออนุญาต
BASUP!
God of War: Ragnarok จะมีฉากที่ Kratos ตัดหัวศัตรู และมีคำสบถมากมาย
BASUP!
Warhammer 40,000: Darktide ปล่อยคลิปตัวอย่างแนะนำตัวละครนักเทศน์สุดโหด Preacher
BASUP!
ขยี้เข้าไป !! Cyberpunk: Edgerunners ปล่อย MV เพลง I Really Want to Stay At Your House อย่างเป็นทางการ
BASUP!
Marauders เกมเล่นคล้าย Escape from Tarkov แต่ให้สวมบทสลัดอวกาศ เปิดให้เล่นแล้ววันนี้!
ihu25
Editors' Choice
การเผชิญหน้าสุดหอมหวานเริ่มแล้ว! Summoners War x Cookie Run: Kingdom สนุกไปกับคอลแลบฯ สุดพิเศษได้แล้ววันนี้
BASUP!
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
Show header