GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
บทความ
9 ข้อมูลเกี่ยวกับ Nintendo Switch OLED
ลงวันที่ 15/07/2021

    กำลังเป็นประเด็นร้อนๆ กันเลยทั้งเรื่องของข่าวลือ ทั้งข่าวดราม่าสำหรับการเปิดตัวของ Nintendo Switch OLED ที่หลังจากมีการเปิดเผยสเปคแล้วนั้น ก็เกิดเสียงสองด้านทั้งเรื่องการอัพเกรดปรับปรุงที่แฟนๆ พอใจ แต่ก็มีบางเรื่องที่แฟนๆ ผิดหวังกัน โดยพวกเราหวังว่าบทความในวันนี้จะช่วยให้การตัดสินใจซื้อหรือศึกษา Nintendo Switch OLED สำหรับทุกคนได้มากขึ้น เพราะในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะขอพาทุกคนมาพบกัน 9 ข้อมูลเกี่ยวกับ Nintendo Switch OLED ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย!

1.ขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น

    จุดขายที่ทำให้หลายๆ คนหันมาให้ความสนใจ Nintendo Switch OLED ข้อแรกเลยนั่นก็คือ ขนาดหน้าจอที่มาพร้อมกับความกว้าง 4 นิ้ว ยาว 9.5 นิ้ว และขนาดจออยู่ที่ 7 นิ้ว ในขณะที่รุ่นดั้งเดิมนั้นมีกว้าง 4 นิ้ว ยาว 9.4 นิ้วและขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.2 นิ้ว ดังนั้นรุ่น OLED จึงมีขนาดหน้าจอที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 0.8 นิ้ว และสามารถรันความละเอียดอยู่ที่ 1280x720 หรือก็คือ รองรับความละเอียด HD เช่นเดิมทั้งในโหมด Tabletop mode และ Handheld mode

*นอกจากนี้สำหรับข่าวที่บอกว่ารุ่น OLED สามารถรองรับความคมชัด 4K นั้นไม่เป็นความจริงอีกด้วย!


2.มาพร้อมหน้าจอ OLED

    สำหรับหน้าจอของรุ่นนี้ จะใช้หน้าจอ OLED ตามชื่อรุ่น ซึ่งคุณภาพของความสว่างรวมถึงสีสีนและการประหยัดพลังงานจะมีมากกว่า Nintendo Switch รุ่นคลาสสิค ที่ใช้หน้าจอ LCD อธิบายแบบเจาะลึกก็คือ OLED นั้นจะเป็นหน้าจอไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ ที่สร้างแสงด้วยการทับซ้อนจากพิกเซลสี หรือพิกเซลโมโนโครมจำนวนมากที่สามารถเปล่งแสงได้เอง ทำให้สีดำจะดูดำสนิท สีมีความสดรวมถึงใช้พลังงานน้อย ส่วนหน้าจอ LCD นั้นจะเป็นจอภาพผลึกเหลว ที่ใช้ไฟแบ็คไลท์สร้างแสงทำให้ทั้งหน้าจอมีความสว่างแทบจะเท่ากันหมด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานที่สูงกว่านั่นเอง


3.มีช่องเสียบสาย Lan

    จะมีช่วงหนึ่งในปี 2017 ที่ผู้ใช้ Nintendo Switch รุ่นคลาสสิคบ่นๆ กันนั่นคืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ในการเชื่อมต่อสาย Lan ที่ต้องซื้อเพิ่มเติมในราคาที่สูงตามคุณภาพของอุปกรณ์ ทั้งยังปัญหาการใช้ WIFI ไม่ได้หรือถูกตัดการเชื่อมต่อไปดื้อๆ แน่นอนว่าการบ่นๆ ของแฟนๆ ก็ไม่ทำให้ Nintendo นิ่งเฉย เพราะล่าสุดสำหรับ Nintendo Switch OLED นี้ได้เพิ่มพอร์ต หรือช่องสำหรับเสียบสาย Lan ทำให้ประสบการณ์ Online ของทุกคนดีขึ้น ดังนั้นปัญหา WIFI ต่างๆ จะหมดไปแน่นอน!


4.ไม่มีการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ใดๆ แต่ให้ความจุภายในที่มากขึ้นแทน

    หลายๆ คนคงจะได้ยินข่าวยืนยันจากที่นั่น ที่นู่นเกี่ยวกับเรื่องของ Nintendo Switch OLED นั้น ว่าจะมาพร้อมสเปคเครื่องที่ดีขึ้น โหดขึ้น แต่ผลสรุป ณ ตอนนี้คือรุ่นนี้เล่นบนความละเอียด 4K ไม่ได้! รวมถึงฮาร์ดแวร์ สเปคภายในต่างๆ ยังคงใช้ NVIDIA Custom Tegra เช่นเดิมและแบตเตอรี่ที่ไม่ได้ต่างกันมากนัก รวมถึงทีมมงานก็ยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่าพวกเขาไม่ได้อัพเกรด CPU อะไรใหม่ๆ จากรุ่นก่อนๆ เลย ที่เพิ่มมาก็คงจะเป็นเรื่องของความจุภายในจากเดิม 32 GB ตอนนี้สามารถรองรับได้สูงสุด 64 GB และตรงจุดนี้เองทำให้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโลกอินเทอร์เน็ต ในชุมชมชาวเกม ทำให้เป็นหนึ่งในปัญหาหลักๆ ที่หลายๆ คนยังลังเลว่าจะซื้อดีหรือไม่นั่นเอง. 


5.มีการแก้ไขปัญหาของขาตั้งเกม ( Kick-Stand )

    ปัญหาอีกเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะบ่นกันสำหรับ Nintendo Switch รุ่นดั้งเดิมนั่นคือขาตั้งเครื่องที่เล็กมากๆ และดูไม่แข็งแรง ( มีน้ำหนักเพียง 0.66 ปอนด์ )  ทำให้บางครั้งสมดุลระหว่างขาตั้งกับเครื่องเกมมันสวนทางกัน จนอาจมีเหตุทำให้เครื่องตกหล่นบ้าง  ดังนั้นทีมงานจึงแก้ไขปัญหาขาตั้งเกมในครั้งนี้ โดยสำหรับเครื่อง Nintendo Switch OLED นี้จะมาพร้อมขาตั้งเกมที่ครอบคลุมทั้งแผ่นหลังตัวเครื่องทำให้มีความสมดุลมากขึ้น แถมยังสามารถปรับองศาความเอียงได้หลากหลายขึ้นอีกด้วย!


6.มอบประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีขึ้น

    อีกหนึ่งเรื่องที่มีการประกาศและยืนยันได้แน่นอนแล้วนั่นคือ Nintendo Switch OLED รุ่นล่าสุดนี้จะมีการอัพเกรดปรับปรุงระบบเสียงที่ดีขึ้นสำหรับลำโพงของตัวเครื่อง ซึ่งจะไม่ได้มีผลกับการใส่หูฟัง หรือต่อลำโพง หมายความว่าหากเล่นผ่านลำโพงตัวเครื่องจะได้อรรถรสด้านเสียงที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะ Nintendo Switch OLED มาพร้อมกับลำโพงที่ใหญ่ขึ้น ยาวขึ้นในรูปแบบของลำโพงสเตอริโอออนบอร์ด 2 ตัว แต่ว่าจะใช้ลำโพงตัวไหน หรือรายละเอียดเจาะลึกเพิ่มเติมอื่นๆ จะต้องรอข่าวอัพเดทอีกครั้งในอนาคต


7.ปัญหาด้านหูฟังบลูทูธ

    ล่าสุดข่าวมีหน้าเสียดายมากๆ เพราะทางทีมงานออกมาบอกว่าสำหรับ Nintendo Switch OLED นี้ยังรองรับ Bluetooth เฉพาะการควบคุมจอยเกมอย่าง Joy-Con เท่านั้น นั่นหมายความว่า Nintendo Switch OLED หรือรุ่นใหม่ๆ ยังไม่สามารถรองรับหูฟังบลูทูธที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนี้ แถมลดปัญหาสายหูฟังที่พันกันมั่วจนน่ารำคาญ ข้อนี้จึงอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้หลายๆ คนที่มีรุ่นอื่นอยู่แล้วพิจารณาได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ แต่ Nintendo Switch OLED  ก็ยังมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังสเตอริโอ 4 ขั้ว 3.5 มม อยู่ ซึ่งหลายๆ คนก็บอกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะทีมงานยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องเสียงดีเลย์ได้ รวมถึงกลัวว่าการเชื่อมบลูทูธนั้นจะทำให้การเชื่อมต่อกับ Joy-Con อาจจะมีปัญหาได้


8.ราคาของ Nintendo Switch 

    หากให้พูดถึงราคาจริงๆ ของ Nintendo Switch OLED โดยเช็คผ่านเว็บไซต์ทางการเลยนั้น ไม่อิงจากร้านค้าปลีก หรือร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของ Nintendo ราคา ณ ตอนนี้จะอยู่ที่ 349.99 ดอลลาร์ ( ประมาณ 11,469 บาท ) นอกจากนี้หากไปสั่งจองล่วงหน้าที่ร้านค้าโซน UK สำหรับรุ่นนี้ ราคาจะอยู่ที่ 309.99 ปอนด์ ( ประมาณ 14,055 บาท ) อย่างไรก็ตามถึงราคาจะสูงขึ้นกว่าพวกรุ่นคลาสสิค หรือรุ่น Lite แต่ถ้าหัวข้อต่างๆ ที่พูดไปนี้ตอบโจทย์ ก็ขอบอกเลยว่าราคานี้ไม่ได้แพงอะไรเลย แต่หากพูดถึงความคุ้มค่ามันก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ซื้อด้วยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับมันบ้าง ยกตัวอย่างเช่น หากตอนนี้คุณใช้รุ่น LITE อยู่อยากจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นเราก็อาจจะเสียเงินเพิ่มสักหน่อย เพื่อได้รับรุ่นอัพเกรดอย่างรุ่น OLED มาเลย แต่หากใช้รุ่นคลาสสิคอยู๋แล้ว ถ้ายังเล่นได้อยู่เราก็อาจจะรอให้รุ่นให่มๆ ที่ตอบโจทย์กว่านี้แล้วค่อยซื้อก็ยังได้ เพราะจริงๆ แล้วการจะซื้อหรือไม่ซื้อมันอยู์ที่สิทธิส่วนบุคคลด้วยเช่นกัน.


9.วันวางจำหน่าย

    แน่นอนว่าอีกเรื่องที่หลายๆ คนอยากจะรู้กันนั่นก็คือ Nintendo Switch OLED มีวันวางจำหน่ายวันไหน คำตอบคือ จะเปิดวางจำหน่ายในวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2021 นี้ โดยวันเปิดตัวนั้นยืนยันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลายๆ คนก็บอกว่าที่ทาง Nintendo เลือกวางจำหน่ายในช่วงนั้น เพราะจะตรงกับวันวางจำหน่าย วันเปิดตัวของเกมใหม่ๆ หลายๆ เกมด้วย ทำให้โอกาสที่ Nintendo Switch OLED จะขายได้มีมากขึ้น แต่จะเลื่อนหรือไม่นั้นก็ต้องมารอลุ้นในตอนช่วงใกล้ๆ วันวางจำหน่ายอีกที


10.ตารางเปรียบเทียบเบื้องต้น Nintendo Switch รุ่นต่างๆ 

    

Credit : Gamerant

    


    



ชื่อ :
อวตาล :





0 COMMENTS


TOP COMMENT

ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
เจาะลึกแพทเทิร์นบอสใหม่จาก Inazuma
GunKC
Epic Games Store เตรียมแจก A Plague Tale: Innocence และ Speed Brawl วันที่ 5 สิงหาคมนี้
GunKC
Tips & Tricks ของ Kamisato Ayaka และความเก่งของเธอที่คุณควรรู้
GunKC
Ghost of Tsushima เผยความยาวบนเกาะ Iki พอๆ กับบทที่หนึ่งของเกมภาคหลัก
จูเนียร์ Lazy
Marvel's Avengers เตรียมอัปเดตเนื้อหาใหม่ Black Panther วันที่ 17 สิงหาคม
JinJan
Editors' Choice
วิเคราะห์แง่คิดที่แอบซ่อนอยู่ใน The Last Campfire
JinJan
[ Review ] Scarlet Nexus 'เกมแอคชั่นรสเก่า พร้อมน้ำจิ้มสไตล์อนิเมะอันจัดจ้าน'
OcelotBoy
รวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการใหม่ Windows 11
wine2035
Elden Ring วิเคราะห์ข้อมูลจาก Trailer พร้อมสรุปสิ่งที่เราน่าจะได้เห็นในเกม!
wine2035
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
9 ข้อมูลเกี่ยวกับ Nintendo Switch OLED
15/07/2021

    กำลังเป็นประเด็นร้อนๆ กันเลยทั้งเรื่องของข่าวลือ ทั้งข่าวดราม่าสำหรับการเปิดตัวของ Nintendo Switch OLED ที่หลังจากมีการเปิดเผยสเปคแล้วนั้น ก็เกิดเสียงสองด้านทั้งเรื่องการอัพเกรดปรับปรุงที่แฟนๆ พอใจ แต่ก็มีบางเรื่องที่แฟนๆ ผิดหวังกัน โดยพวกเราหวังว่าบทความในวันนี้จะช่วยให้การตัดสินใจซื้อหรือศึกษา Nintendo Switch OLED สำหรับทุกคนได้มากขึ้น เพราะในวันนี้พวกเรา GameFever TH จะขอพาทุกคนมาพบกัน 9 ข้อมูลเกี่ยวกับ Nintendo Switch OLED ถ้าพร้อมแล้วมาดูกันเลย!

1.ขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น

    จุดขายที่ทำให้หลายๆ คนหันมาให้ความสนใจ Nintendo Switch OLED ข้อแรกเลยนั่นก็คือ ขนาดหน้าจอที่มาพร้อมกับความกว้าง 4 นิ้ว ยาว 9.5 นิ้ว และขนาดจออยู่ที่ 7 นิ้ว ในขณะที่รุ่นดั้งเดิมนั้นมีกว้าง 4 นิ้ว ยาว 9.4 นิ้วและขนาดหน้าจออยู่ที่ 6.2 นิ้ว ดังนั้นรุ่น OLED จึงมีขนาดหน้าจอที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม 0.8 นิ้ว และสามารถรันความละเอียดอยู่ที่ 1280x720 หรือก็คือ รองรับความละเอียด HD เช่นเดิมทั้งในโหมด Tabletop mode และ Handheld mode

*นอกจากนี้สำหรับข่าวที่บอกว่ารุ่น OLED สามารถรองรับความคมชัด 4K นั้นไม่เป็นความจริงอีกด้วย!


2.มาพร้อมหน้าจอ OLED

    สำหรับหน้าจอของรุ่นนี้ จะใช้หน้าจอ OLED ตามชื่อรุ่น ซึ่งคุณภาพของความสว่างรวมถึงสีสีนและการประหยัดพลังงานจะมีมากกว่า Nintendo Switch รุ่นคลาสสิค ที่ใช้หน้าจอ LCD อธิบายแบบเจาะลึกก็คือ OLED นั้นจะเป็นหน้าจอไดโอดเปล่งแสงอินทรีย์ ที่สร้างแสงด้วยการทับซ้อนจากพิกเซลสี หรือพิกเซลโมโนโครมจำนวนมากที่สามารถเปล่งแสงได้เอง ทำให้สีดำจะดูดำสนิท สีมีความสดรวมถึงใช้พลังงานน้อย ส่วนหน้าจอ LCD นั้นจะเป็นจอภาพผลึกเหลว ที่ใช้ไฟแบ็คไลท์สร้างแสงทำให้ทั้งหน้าจอมีความสว่างแทบจะเท่ากันหมด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานที่สูงกว่านั่นเอง


3.มีช่องเสียบสาย Lan

    จะมีช่วงหนึ่งในปี 2017 ที่ผู้ใช้ Nintendo Switch รุ่นคลาสสิคบ่นๆ กันนั่นคืออุปกรณ์เสริมต่างๆ ในการเชื่อมต่อสาย Lan ที่ต้องซื้อเพิ่มเติมในราคาที่สูงตามคุณภาพของอุปกรณ์ ทั้งยังปัญหาการใช้ WIFI ไม่ได้หรือถูกตัดการเชื่อมต่อไปดื้อๆ แน่นอนว่าการบ่นๆ ของแฟนๆ ก็ไม่ทำให้ Nintendo นิ่งเฉย เพราะล่าสุดสำหรับ Nintendo Switch OLED นี้ได้เพิ่มพอร์ต หรือช่องสำหรับเสียบสาย Lan ทำให้ประสบการณ์ Online ของทุกคนดีขึ้น ดังนั้นปัญหา WIFI ต่างๆ จะหมดไปแน่นอน!


4.ไม่มีการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ใดๆ แต่ให้ความจุภายในที่มากขึ้นแทน

    หลายๆ คนคงจะได้ยินข่าวยืนยันจากที่นั่น ที่นู่นเกี่ยวกับเรื่องของ Nintendo Switch OLED นั้น ว่าจะมาพร้อมสเปคเครื่องที่ดีขึ้น โหดขึ้น แต่ผลสรุป ณ ตอนนี้คือรุ่นนี้เล่นบนความละเอียด 4K ไม่ได้! รวมถึงฮาร์ดแวร์ สเปคภายในต่างๆ ยังคงใช้ NVIDIA Custom Tegra เช่นเดิมและแบตเตอรี่ที่ไม่ได้ต่างกันมากนัก รวมถึงทีมมงานก็ยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่าพวกเขาไม่ได้อัพเกรด CPU อะไรใหม่ๆ จากรุ่นก่อนๆ เลย ที่เพิ่มมาก็คงจะเป็นเรื่องของความจุภายในจากเดิม 32 GB ตอนนี้สามารถรองรับได้สูงสุด 64 GB และตรงจุดนี้เองทำให้เป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในโลกอินเทอร์เน็ต ในชุมชมชาวเกม ทำให้เป็นหนึ่งในปัญหาหลักๆ ที่หลายๆ คนยังลังเลว่าจะซื้อดีหรือไม่นั่นเอง. 


5.มีการแก้ไขปัญหาของขาตั้งเกม ( Kick-Stand )

    ปัญหาอีกเรื่องที่หลายๆ คนอาจจะบ่นกันสำหรับ Nintendo Switch รุ่นดั้งเดิมนั่นคือขาตั้งเครื่องที่เล็กมากๆ และดูไม่แข็งแรง ( มีน้ำหนักเพียง 0.66 ปอนด์ )  ทำให้บางครั้งสมดุลระหว่างขาตั้งกับเครื่องเกมมันสวนทางกัน จนอาจมีเหตุทำให้เครื่องตกหล่นบ้าง  ดังนั้นทีมงานจึงแก้ไขปัญหาขาตั้งเกมในครั้งนี้ โดยสำหรับเครื่อง Nintendo Switch OLED นี้จะมาพร้อมขาตั้งเกมที่ครอบคลุมทั้งแผ่นหลังตัวเครื่องทำให้มีความสมดุลมากขึ้น แถมยังสามารถปรับองศาความเอียงได้หลากหลายขึ้นอีกด้วย!


6.มอบประสบการณ์ด้านเสียงที่ดีขึ้น

    อีกหนึ่งเรื่องที่มีการประกาศและยืนยันได้แน่นอนแล้วนั่นคือ Nintendo Switch OLED รุ่นล่าสุดนี้จะมีการอัพเกรดปรับปรุงระบบเสียงที่ดีขึ้นสำหรับลำโพงของตัวเครื่อง ซึ่งจะไม่ได้มีผลกับการใส่หูฟัง หรือต่อลำโพง หมายความว่าหากเล่นผ่านลำโพงตัวเครื่องจะได้อรรถรสด้านเสียงที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ เพราะ Nintendo Switch OLED มาพร้อมกับลำโพงที่ใหญ่ขึ้น ยาวขึ้นในรูปแบบของลำโพงสเตอริโอออนบอร์ด 2 ตัว แต่ว่าจะใช้ลำโพงตัวไหน หรือรายละเอียดเจาะลึกเพิ่มเติมอื่นๆ จะต้องรอข่าวอัพเดทอีกครั้งในอนาคต


7.ปัญหาด้านหูฟังบลูทูธ

    ล่าสุดข่าวมีหน้าเสียดายมากๆ เพราะทางทีมงานออกมาบอกว่าสำหรับ Nintendo Switch OLED นี้ยังรองรับ Bluetooth เฉพาะการควบคุมจอยเกมอย่าง Joy-Con เท่านั้น นั่นหมายความว่า Nintendo Switch OLED หรือรุ่นใหม่ๆ ยังไม่สามารถรองรับหูฟังบลูทูธที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนี้ แถมลดปัญหาสายหูฟังที่พันกันมั่วจนน่ารำคาญ ข้อนี้จึงอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้หลายๆ คนที่มีรุ่นอื่นอยู่แล้วพิจารณาได้ว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ แต่ Nintendo Switch OLED  ก็ยังมาพร้อมกับช่องเสียบหูฟังสเตอริโอ 4 ขั้ว 3.5 มม อยู่ ซึ่งหลายๆ คนก็บอกว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะทีมงานยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องเสียงดีเลย์ได้ รวมถึงกลัวว่าการเชื่อมบลูทูธนั้นจะทำให้การเชื่อมต่อกับ Joy-Con อาจจะมีปัญหาได้


8.ราคาของ Nintendo Switch 

    หากให้พูดถึงราคาจริงๆ ของ Nintendo Switch OLED โดยเช็คผ่านเว็บไซต์ทางการเลยนั้น ไม่อิงจากร้านค้าปลีก หรือร้านค้าออนไลน์ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของ Nintendo ราคา ณ ตอนนี้จะอยู่ที่ 349.99 ดอลลาร์ ( ประมาณ 11,469 บาท ) นอกจากนี้หากไปสั่งจองล่วงหน้าที่ร้านค้าโซน UK สำหรับรุ่นนี้ ราคาจะอยู่ที่ 309.99 ปอนด์ ( ประมาณ 14,055 บาท ) อย่างไรก็ตามถึงราคาจะสูงขึ้นกว่าพวกรุ่นคลาสสิค หรือรุ่น Lite แต่ถ้าหัวข้อต่างๆ ที่พูดไปนี้ตอบโจทย์ ก็ขอบอกเลยว่าราคานี้ไม่ได้แพงอะไรเลย แต่หากพูดถึงความคุ้มค่ามันก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้ซื้อด้วยว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับมันบ้าง ยกตัวอย่างเช่น หากตอนนี้คุณใช้รุ่น LITE อยู่อยากจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นเราก็อาจจะเสียเงินเพิ่มสักหน่อย เพื่อได้รับรุ่นอัพเกรดอย่างรุ่น OLED มาเลย แต่หากใช้รุ่นคลาสสิคอยู๋แล้ว ถ้ายังเล่นได้อยู่เราก็อาจจะรอให้รุ่นให่มๆ ที่ตอบโจทย์กว่านี้แล้วค่อยซื้อก็ยังได้ เพราะจริงๆ แล้วการจะซื้อหรือไม่ซื้อมันอยู์ที่สิทธิส่วนบุคคลด้วยเช่นกัน.


9.วันวางจำหน่าย

    แน่นอนว่าอีกเรื่องที่หลายๆ คนอยากจะรู้กันนั่นก็คือ Nintendo Switch OLED มีวันวางจำหน่ายวันไหน คำตอบคือ จะเปิดวางจำหน่ายในวันที่ 8 ตุลาคม ปี 2021 นี้ โดยวันเปิดตัวนั้นยืนยันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลายๆ คนก็บอกว่าที่ทาง Nintendo เลือกวางจำหน่ายในช่วงนั้น เพราะจะตรงกับวันวางจำหน่าย วันเปิดตัวของเกมใหม่ๆ หลายๆ เกมด้วย ทำให้โอกาสที่ Nintendo Switch OLED จะขายได้มีมากขึ้น แต่จะเลื่อนหรือไม่นั้นก็ต้องมารอลุ้นในตอนช่วงใกล้ๆ วันวางจำหน่ายอีกที


10.ตารางเปรียบเทียบเบื้องต้น Nintendo Switch รุ่นต่างๆ 

    

Credit : Gamerant

    


    




บทความที่คล้ายกัน
ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
เจาะลึกแพทเทิร์นบอสใหม่จาก Inazuma
GunKC
Epic Games Store เตรียมแจก A Plague Tale: Innocence และ Speed Brawl วันที่ 5 สิงหาคมนี้
GunKC
Tips & Tricks ของ Kamisato Ayaka และความเก่งของเธอที่คุณควรรู้
GunKC
Ghost of Tsushima เผยความยาวบนเกาะ Iki พอๆ กับบทที่หนึ่งของเกมภาคหลัก
จูเนียร์ Lazy
Marvel's Avengers เตรียมอัปเดตเนื้อหาใหม่ Black Panther วันที่ 17 สิงหาคม
JinJan
Editors' Choice
วิเคราะห์แง่คิดที่แอบซ่อนอยู่ใน The Last Campfire
JinJan
[ Review ] Scarlet Nexus 'เกมแอคชั่นรสเก่า พร้อมน้ำจิ้มสไตล์อนิเมะอันจัดจ้าน'
OcelotBoy
รวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการใหม่ Windows 11
wine2035
Elden Ring วิเคราะห์ข้อมูลจาก Trailer พร้อมสรุปสิ่งที่เราน่าจะได้เห็นในเกม!
wine2035
Show header