GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
ไกด์เกม
Ragnarok X: Next Generation สายการเล่นของอาชีพ Priest ที่เกมเมอร์ควรรู้
ลงวันที่ 16/05/2021
สวัสดีค๊า! กลับมาพบกับเกวลินกันอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ก็นั่งเก็บข้อมูลมาให้เพื่อน ๆ ได้เสพย์ในเซิร์ฟเวอร์ไต้หวัน [TW] กันอยู่ โดยตัวเกม “Ragnarok X: Next Generation” ก็ใกล้เปิดให้บริการเข้าไปทุกที่ หลายคนก็คงเตรียมตัวกันอยู่ใช่ไหมคะ วันนี้อาเจ๊นัทจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักสายอาชีพสนับสนุนที่มีประโยชน์กับทีมเวลาจะลงดันเจี๊ยน, ล่าบอส หรือ กิลด์วอ นั้นก็อาชีพ ‘Priest’ นั่นเองค่ะ ปัจจุบันคลาส Class 2-2 ยังไม่เข้ามานะคะ ทำให้ตอนนี้มีเพียงแค่ตลาสนี้คลาสเดียวเท่านั้นค่ะ

 
ถ้าเป็นเกม Ragnarok Online ในเวอร์ชั่นอื่น ๆ ผู้เล่นจะต้องเลือกสายว่าจะอัปสกิลไปในทิศทางไหน แต่สำหรับ “Ragnarok X: Next Generation” รูปแบบการเล่นจะแตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งบอกเลยว่าเป็น Class ที่สามารถก้าวกระโดดในการเก็บเลเวลมากกว่าสายอื่น ๆ เพราะหลังจากเปลี่ยนอาชีพจาก Acolyte มาเป็น Priest ตอน Job 50 วันนี้เกวลินก็เลยจะมาแนะนำการอัปสกิลของสายอาชีพ ‘Priest’ เพราะตัวเกมเวอร์ชั่นนี้สามารถแบ่งสายการอัปได้ตามใจชอบเลย แต่หลัก ๆ สามารถสลับได้ 2 สายค่ะ เอาละไปดูสายที่จะแนะนำกันเลยค่ะ


 
ระบบ เพิ่มสายการเล่น คืออะไร!?
 
“เพิ่มสายการเล่น” เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตัวเกม “Ragnarok X: Next Generation” โดยเฉพาะค่ะ มันจะถูกปลดล็อคได้ต่อเมื่อผู้เล่นทำการเปลี่ยนสายเป็น Class 2 เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเกมจะมีไอคอนตัวเลขอยู่ด้านมุมขวาล่างสุดกดแล้วเลือกหัวข้อที่เขียนว่า “ดูรายละเอียด” จากนั้นเราจะเข้าสู่หน้าในส่วนที่เรียกว่า ‘Preset การต่อสู้’ ซึ่งในตอนแรกจะมีแค่ Preset การต่อสู้ 1 เท่านั้น ซึ่งเราสามารถปลดล็อค Preset ใหม่ได้ด้วยการกดปุ่มด้านล่าง โดย Preset การต่อสู้ 2 จะไม่เสียค่าใด ๆ ในการปลดล็อค แต่ถ้าต้องการจะปลดล็อคช่องเพิ่มเติมจะต้องใช้ค่าเงิน ‘Crystal’ ในการปลดล็อคค่ะ




หลังจากที่ผู้เล่นปลดล็อค ‘Preset การต่อสู้ 2’ ระบบจะทำการ Reset สเตตัสตัวละคร, Reset สกิล และ ปลดของที่สวมใส่ออกทั้งหมด ซึ่งผู้เล่นสามารถจัดสายที่ต้องการอยากจะเล่นใหม่ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทั้งสเตตัส, สกิล หรือ ของสวมใส่ ด้วยความที่ตัวเกมในภาคนี้อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่จะมีค่าสเตตัสที่แบ่งออกไปชัดเจนว่ามี 2 สายทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าต้องการที่จะเล่นสายไหนบ้าง แน่นอนว่าถ้าในอนาคตมีการอัปเดตระบบ Class ขั้นสูงเข้ามามันก็จะส่งผลทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงการเล่นอีกแน่นอน จึงไม่แปลกที่ “เพิ่มสายการเล่น” เราสามารถปลดล็อค Preset ช่องใหม่ได้ด้วย




 
‘Priest สาย Int ล้วน! ที่สามารถบู๊เพื่อเก็บเลเวลข้ามเลเวลได้!’
 
อันนี้เป็นสาวที่ตัวเกวลินเองเล่นตั้งแต่ตอนเป็น Acolyte เลยค่ะ เพราะเกมนี้การอัปสกิลมากเท่าไหร่มันจะเพิ่มระยะเวลาคูลดาวน์นานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้เล่นที่อยากจะเก็บเลเวลชิว ๆ คนเดียวสบาย ๆ โดยเฉพาะสายเวทมนตร์ไม่ใช่แค่อาชีพนี้อย่างเดียวนะคะ “การอัปสกิลเพื่อให้ระยะการร่ายและระยะคูลดาวน์น้อย” มันคือเทคนิคในการเก็บเลเวลชั้นดีเลย ที่สำคัญ! มันไม่ต้อง Reset สกิลตอนเปลี่ยนเป็น Priest สามารถนำไปใช้ต่อได้เลยค่ะ โอเคมาดูสกิลที่อัพตอนเป็น Acolyte ของเกวลินกันก่อนค่ะ
 
  • Heal - ในช่วงแรกให้อัปเอาไว้ที่ 2 - 3 เพียงพอในการฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเองและสมาชิกในทีมอยู่แล้ว
  • Signum Crucis - ให้อัปสัก 2 - 3 เพื่อให้ระยะคูลดาวน์ของสกิลน้อยที่สุดทำให้สามารถใช้ต่อเนื่องได้
  • Holy Light - ให้อัปในตอนแรกสัก 2 - 3 เช่นเดียวกันค่ะ เพื่อให้ระยะคูลดาวน์ของสกิลน้อยที่สุดทำให้เราใช้สกิลได้ต่อเนื่องนั่นเอง
  • Angel’s Blessing - พยายามอัปสกิลนี้ให้เต็ม 10 ไปเลยค่ะ เพราะมันช่วยเพิ่มค่าสเตตัส Str, Dex และ Int ให้กับทุกคนในทีม
  • Increase Agility - สกิลนี้ยังไงก็ต้องอัปเต็มค่ะ เพราะมันจะเพิ่มค่าสเตตัส Agi กับผู้ร่ายและสมาชิกในทีม
  • Heal - กลับมาอัปให้ขึ้นเป็นเลเวล 5 เพื่อที่เราจะได้อัปสกิลต่อไป
  • Soulmender - อัปสกิลนี้ให้เต็มเลยค่ะ เพราะมันจะเพิ่มประสิทธิภาพของสกิล Heal สูงสุด 30% เลยค่ะ
  • Signum Crucis - ในช่วงนี้อาจจะยังไม่ต้องอัปเพิ่ม เพราะถ้าอัปเป็นเลเวล 5 ระยะคูลดาวน์ของสกิลอาจจะเพิ่มขึ้นทำให้การเก็บเลเวลช้าลงเหมือน
  • Holy Light - เช่นเดียวกับสกิล Signum Crucis ยังคงไม่ต้องอัปสกิลเพิ่มเติมเพราะแค่นี้ก็ทำให้เราสามารถโจมตีมอนสเตอร์และเก็บจ๊อบได้เรื่อย ๆ จนถึง Job 50 จนสามารถเปลี่ยนอาชีพได้แล้วนั่นเองค่ะ



เมื่อเปลี่ยน Class เป็น Priest ให้อัปสกิลดังต่อไปนี้ค่ะ
 
  • Heal - อัปให้เต็มไปเลยค่ะ เพราะถึงเวลาที่เราจะต้องใช้ความแรงในการเก็บเลเวลแล้วละ
  • Sanctuary - สกิลหากินของ Priest สายนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ จริงอยู่ที่ยิ่งอัปความแรงจะเพิ่มขึ้น แต่อย่างที่บอกไปว่าถ้าเลเวลสูงมากเกินไประยะการร่ายและระยะคูลดาวน์จะสูงตามไปด้วย จากที่เล่นเอาแค่ 3 เพียงพอแล้วค่ะ เพราะมันสามารถทำให้เราร่ายได้ถึง 2 รอบในเวลาไล่เลี่ยกัน
  • Signum Crucis - อัปเดตให้สัก 5 ก็พอแล้วค่ะ เพราะจากที่ลองมันเพียงพอแล้วจริง ๆ มากกว่านี้ระยะคูลดาวน์ของสกิลกำลังดีสามารถใช้ต่อเนื่องได้
  • Holy Light - ในช่วงแรกอาจจะอัปเอาไว้สัก 5 กำลังดีในช่วงแรกค่ะ
  • Resurrection - อัปเอาไว้แค่ 1 ก็พอแล้วค่ะ เอาไว้ใช้ตอนลงดันเจี๊ยนเพื่อชุบชีวิตเพื่อน แต่อย่าตั้งค่าเอาไว้ใช้เก็บเลเวลนะคะ เพราะว่ามันจะร่ายใส่พวกศัตรูธาตุ Demon หรือ Undead ทุกครั้งที่เห็น ดังนั้นเปลี่ยนเป็นสกิลอื่นแทน
  • Magnificat - สกิลนี้ช่วงแรกอาจจะอัปสัก 5 แต่ถ้าแต้มเหลือ ๆ อัปให้เต็มไปเลยค่ะ เพราะว่ามันจะเพิ่ม Bonus Magical Damage ให้กับ Class ที่ใช้เวทมนตร์อีกด้วยค่ะ
  • Aspersio - ตอนแรกอัปแค่ 1 ก็ได้ค่ะ เพราะผลของสกิลมันให้กับผู้เล่นในปาร์ตี้ทุกคนที่อยู่ในระยะการร่าย
  • Ruwach - เป็นสกิลโจมตีธาตุ Holy รอบ ๆ ตัวที่แรงใช้ได้ แต่ว่าจะต้องระยะ 3 เมตร อัปเอาไว้สัก 1 ก็กำลังดีค่ะ
  • Holy Booster - ถ้าอัปสกิล Holy Light เป็นเลเวล 5 แล้ว แนะนำให้อัปสกิลจนเต็มเลย เพราะมันเพิ่มความแรงของสกิล Holy Light สูงสุด 30% และมีโอกาส 30% ที่จะโจมตีติด Crit และ Stun ด้วยนะ
  • Holy Light - เมื่อแต้มเหลือ ๆ อัปให้เต็มเลยค่ะ เพราะมันจะช่วยให้เราเก็บเลเวลได้หลากยาวมาก ๆ
  • Resurrection - จะอัปให้เต็มก็ได้นะคะ เพราะว่ามันจะทำให้เพื่อน ๆ ของเราหลังจากที่ชุบลุยหรือบู๊ต่อได้เลย ก็อย่าลืมนะคะ อย่าตั้งค่าเอาไว้ใช้เก็บเลเวลนะคะ เพราะว่ามันจะร่ายใส่พวกศัตรูธาตุ Demon หรือ Undead ทุกครั้งที่เห็น ดังนั้นเปลี่ยนเป็นสกิลอื่นแทน



‘Priest สาย Int ล้วน! สายสนับสนุนทีมเอาไว้ลงดันเจี๊ยนยาก ๆ หรือ ล่า Boss’
 
  • Heal - อัปให้เต็มไปเลยค่ะ
  • Soulmender - เช่นเดียวกันค่ะ สกิลนี้อัปให้เต็ม เพราะมันจะเพิ่มประสิทธิภาพของสกิล Heal สูงสุด 30% เลยค่ะ
  • Angel’s Blessing - อัปสกิลนี้ให้เต็ม 10 ไปเลยค่ะ เพราะมันช่วยเพิ่มค่าสเตตัส Str, Dex และ Int ให้กับทุกคนในทีม
  • Increase Agility - สกิลนี้ยังไงก็ต้องอัปเต็มค่ะ เพราะมันจะเพิ่มค่าสเตตัส Agi กับผู้ร่ายและสมาชิกในทีม
  • Sanctuary - สกิลนี้เกวลินมองว่าอัปสัก 3 - 5 กำลังดีค่ะ แต่ไม่แนะนำอัปจนเลเวล 10 นะคะ
  • Resurrection - ช่วงแรกอัปเอาไว้แค่เลเวล 1 พอค่ะ  เอาไว้ใช้ตอนลงดันเจี๊ยนเพื่อชุบชีวิตเพื่อน แต่อย่าตั้งค่าเอาไว้ใช้เก็บเลเวลนะคะ เพราะว่ามันจะร่ายใส่พวกศัตรูธาตุ Demon หรือ Undead ทุกครั้งที่เห็น ดังนั้นเปลี่ยนเป็นสกิลอื่นแทน
  • Magnificat - สกิลนี้ช่วงแรกอาจจะอัปสัก 5 แต่ถ้าแต้มเหลือ ๆ อัปให้เต็มไปเลยค่ะ เพราะว่ามันจะเพิ่ม Bonus Magical Damage ให้กับ Class ที่ใช้เวทมนตร์ทำให้เวลาใช้เวทต่าง ๆ แรงมากขึ้น
  • Impositio Manus - สกิลนี้ยังไงก็ต้องอัปเต็มค่ะ เพราะมันจะเพิ่มดาเมจทางกายภาพให้กับสมาชิกในทีม
  • Gloria - ในช่วงแรกอัปเอาไว้สักเลเวล 5 ก่อนค่ะ เพราะมันจะเพิ่มค่า Luk อยู่ที่ 25 แต้มและเพิ่มค่า Crit 25% อีกด้วยค่ะ
  • Aspersio - ตอนแรกอัปแค่ 1 ก็ได้ค่ะ เพราะผลของสกิลมันให้กับผู้เล่นในปาร์ตี้ทุกคนที่อยู่ในระยะการร่าย
  • Angelus - ถ้าแต้มสกิลเราเหลืออัปไปสักเลเวล 5 เพราะมันจะช่วยเพิ่มค่าป้องกันกายภาพ P.Def อยู่ที่ 50%
  • Assumptio - เป็นสกิลเสริมของ Angelus อัปไปสักเลเวล 5 เพราะมันจะช่วยเพิ่มค่าป้องกันเวทมนตร์ M.Def อยู่ที่ 50% 

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับไกด์ “แนะนำการเล่น Acolyte กับ Priest สาย Int ล้วน” ของเกม Ragnarok X: Next Generation ซึ่งความน่าสนใจของเกมนี้ก็อยู่ตรงที่เราสามารถเก็บแต้ม Job จาก Class แรกมาอัปใน Class สองได้จึงทำให้เราสามารถเลือกอัปสกิลในสายที่เราต้องการได้ เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ ยังไงก็เตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะ เพราะเซิร์ฟเวอร์ SEA ที่มีกำหนดการณ์เปิดให้บริการในวันที่ 18 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ส่วนใครที่อยากจะไปลองเล่น ลองเทสก็สามารถไปลองในเซิร์ฟเวอร์ไต้หวัน [TW] กันก่อนก็ได้นะคะ เพราะก็มีเพื่อน ๆ คนไทยไปลองเทสกันเพียบเลย 



สุดท้ายนี้ตัวเกม Ragnarok X: Next Generation ได้เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วทั้ง 2 แพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นทั้ง iOS และ Android หรือจะไปลงทะเบียนแล้วร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์หลักของเกมนี้ก็ได้เหมือนกัน โดยตัวเกมจะรองรับหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และสิงค์โปร์ ถ้าคุณเป็นแฟนเกมออนไลน์ระดับตำนานอย่าง Ragnarok Online ภาคนี้คือหนึ่งในภาคที่ดีและยอดเยี่ยมเลยค่ะ! แล้วพบกันใหม่กับไกด์ของเกมนี้ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ!


• ดาวน์โหลดตัวเกมและติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของเกมนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

.
► Official Instagram : >>> คลิกที่นี่ <<<

ชื่อ :
อวตาล :





0 COMMENTS


TOP COMMENT

ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
เจาะลึกแพทเทิร์นบอสใหม่จาก Inazuma
GunKC
Epic Games Store เตรียมแจก A Plague Tale: Innocence และ Speed Brawl วันที่ 5 สิงหาคมนี้
GunKC
Tips & Tricks ของ Kamisato Ayaka และความเก่งของเธอที่คุณควรรู้
GunKC
Ghost of Tsushima เผยความยาวบนเกาะ Iki พอๆ กับบทที่หนึ่งของเกมภาคหลัก
จูเนียร์ Lazy
Marvel's Avengers เตรียมอัปเดตเนื้อหาใหม่ Black Panther วันที่ 17 สิงหาคม
JinJan
Editors' Choice
วิเคราะห์แง่คิดที่แอบซ่อนอยู่ใน The Last Campfire
JinJan
[ Review ] Scarlet Nexus 'เกมแอคชั่นรสเก่า พร้อมน้ำจิ้มสไตล์อนิเมะอันจัดจ้าน'
OcelotBoy
รวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการใหม่ Windows 11
wine2035
Elden Ring วิเคราะห์ข้อมูลจาก Trailer พร้อมสรุปสิ่งที่เราน่าจะได้เห็นในเกม!
wine2035
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
Ragnarok X: Next Generation สายการเล่นของอาชีพ Priest ที่เกมเมอร์ควรรู้
16/05/2021
สวัสดีค๊า! กลับมาพบกับเกวลินกันอีกแล้วนะคะ ช่วงนี้ก็นั่งเก็บข้อมูลมาให้เพื่อน ๆ ได้เสพย์ในเซิร์ฟเวอร์ไต้หวัน [TW] กันอยู่ โดยตัวเกม “Ragnarok X: Next Generation” ก็ใกล้เปิดให้บริการเข้าไปทุกที่ หลายคนก็คงเตรียมตัวกันอยู่ใช่ไหมคะ วันนี้อาเจ๊นัทจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักสายอาชีพสนับสนุนที่มีประโยชน์กับทีมเวลาจะลงดันเจี๊ยน, ล่าบอส หรือ กิลด์วอ นั้นก็อาชีพ ‘Priest’ นั่นเองค่ะ ปัจจุบันคลาส Class 2-2 ยังไม่เข้ามานะคะ ทำให้ตอนนี้มีเพียงแค่ตลาสนี้คลาสเดียวเท่านั้นค่ะ

 
ถ้าเป็นเกม Ragnarok Online ในเวอร์ชั่นอื่น ๆ ผู้เล่นจะต้องเลือกสายว่าจะอัปสกิลไปในทิศทางไหน แต่สำหรับ “Ragnarok X: Next Generation” รูปแบบการเล่นจะแตกต่างจากเวอร์ชั่นอื่น ๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งบอกเลยว่าเป็น Class ที่สามารถก้าวกระโดดในการเก็บเลเวลมากกว่าสายอื่น ๆ เพราะหลังจากเปลี่ยนอาชีพจาก Acolyte มาเป็น Priest ตอน Job 50 วันนี้เกวลินก็เลยจะมาแนะนำการอัปสกิลของสายอาชีพ ‘Priest’ เพราะตัวเกมเวอร์ชั่นนี้สามารถแบ่งสายการอัปได้ตามใจชอบเลย แต่หลัก ๆ สามารถสลับได้ 2 สายค่ะ เอาละไปดูสายที่จะแนะนำกันเลยค่ะ


 
ระบบ เพิ่มสายการเล่น คืออะไร!?
 
“เพิ่มสายการเล่น” เป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตัวเกม “Ragnarok X: Next Generation” โดยเฉพาะค่ะ มันจะถูกปลดล็อคได้ต่อเมื่อผู้เล่นทำการเปลี่ยนสายเป็น Class 2 เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเกมจะมีไอคอนตัวเลขอยู่ด้านมุมขวาล่างสุดกดแล้วเลือกหัวข้อที่เขียนว่า “ดูรายละเอียด” จากนั้นเราจะเข้าสู่หน้าในส่วนที่เรียกว่า ‘Preset การต่อสู้’ ซึ่งในตอนแรกจะมีแค่ Preset การต่อสู้ 1 เท่านั้น ซึ่งเราสามารถปลดล็อค Preset ใหม่ได้ด้วยการกดปุ่มด้านล่าง โดย Preset การต่อสู้ 2 จะไม่เสียค่าใด ๆ ในการปลดล็อค แต่ถ้าต้องการจะปลดล็อคช่องเพิ่มเติมจะต้องใช้ค่าเงิน ‘Crystal’ ในการปลดล็อคค่ะ




หลังจากที่ผู้เล่นปลดล็อค ‘Preset การต่อสู้ 2’ ระบบจะทำการ Reset สเตตัสตัวละคร, Reset สกิล และ ปลดของที่สวมใส่ออกทั้งหมด ซึ่งผู้เล่นสามารถจัดสายที่ต้องการอยากจะเล่นใหม่ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทั้งสเตตัส, สกิล หรือ ของสวมใส่ ด้วยความที่ตัวเกมในภาคนี้อาวุธและอุปกรณ์สวมใส่จะมีค่าสเตตัสที่แบ่งออกไปชัดเจนว่ามี 2 สายทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกได้ว่าต้องการที่จะเล่นสายไหนบ้าง แน่นอนว่าถ้าในอนาคตมีการอัปเดตระบบ Class ขั้นสูงเข้ามามันก็จะส่งผลทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงการเล่นอีกแน่นอน จึงไม่แปลกที่ “เพิ่มสายการเล่น” เราสามารถปลดล็อค Preset ช่องใหม่ได้ด้วย




 
‘Priest สาย Int ล้วน! ที่สามารถบู๊เพื่อเก็บเลเวลข้ามเลเวลได้!’
 
อันนี้เป็นสาวที่ตัวเกวลินเองเล่นตั้งแต่ตอนเป็น Acolyte เลยค่ะ เพราะเกมนี้การอัปสกิลมากเท่าไหร่มันจะเพิ่มระยะเวลาคูลดาวน์นานมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้เล่นที่อยากจะเก็บเลเวลชิว ๆ คนเดียวสบาย ๆ โดยเฉพาะสายเวทมนตร์ไม่ใช่แค่อาชีพนี้อย่างเดียวนะคะ “การอัปสกิลเพื่อให้ระยะการร่ายและระยะคูลดาวน์น้อย” มันคือเทคนิคในการเก็บเลเวลชั้นดีเลย ที่สำคัญ! มันไม่ต้อง Reset สกิลตอนเปลี่ยนเป็น Priest สามารถนำไปใช้ต่อได้เลยค่ะ โอเคมาดูสกิลที่อัพตอนเป็น Acolyte ของเกวลินกันก่อนค่ะ
 
  • Heal - ในช่วงแรกให้อัปเอาไว้ที่ 2 - 3 เพียงพอในการฟื้นฟูพลังชีวิตของตัวเองและสมาชิกในทีมอยู่แล้ว
  • Signum Crucis - ให้อัปสัก 2 - 3 เพื่อให้ระยะคูลดาวน์ของสกิลน้อยที่สุดทำให้สามารถใช้ต่อเนื่องได้
  • Holy Light - ให้อัปในตอนแรกสัก 2 - 3 เช่นเดียวกันค่ะ เพื่อให้ระยะคูลดาวน์ของสกิลน้อยที่สุดทำให้เราใช้สกิลได้ต่อเนื่องนั่นเอง
  • Angel’s Blessing - พยายามอัปสกิลนี้ให้เต็ม 10 ไปเลยค่ะ เพราะมันช่วยเพิ่มค่าสเตตัส Str, Dex และ Int ให้กับทุกคนในทีม
  • Increase Agility - สกิลนี้ยังไงก็ต้องอัปเต็มค่ะ เพราะมันจะเพิ่มค่าสเตตัส Agi กับผู้ร่ายและสมาชิกในทีม
  • Heal - กลับมาอัปให้ขึ้นเป็นเลเวล 5 เพื่อที่เราจะได้อัปสกิลต่อไป
  • Soulmender - อัปสกิลนี้ให้เต็มเลยค่ะ เพราะมันจะเพิ่มประสิทธิภาพของสกิล Heal สูงสุด 30% เลยค่ะ
  • Signum Crucis - ในช่วงนี้อาจจะยังไม่ต้องอัปเพิ่ม เพราะถ้าอัปเป็นเลเวล 5 ระยะคูลดาวน์ของสกิลอาจจะเพิ่มขึ้นทำให้การเก็บเลเวลช้าลงเหมือน
  • Holy Light - เช่นเดียวกับสกิล Signum Crucis ยังคงไม่ต้องอัปสกิลเพิ่มเติมเพราะแค่นี้ก็ทำให้เราสามารถโจมตีมอนสเตอร์และเก็บจ๊อบได้เรื่อย ๆ จนถึง Job 50 จนสามารถเปลี่ยนอาชีพได้แล้วนั่นเองค่ะ



เมื่อเปลี่ยน Class เป็น Priest ให้อัปสกิลดังต่อไปนี้ค่ะ
 
  • Heal - อัปให้เต็มไปเลยค่ะ เพราะถึงเวลาที่เราจะต้องใช้ความแรงในการเก็บเลเวลแล้วละ
  • Sanctuary - สกิลหากินของ Priest สายนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ จริงอยู่ที่ยิ่งอัปความแรงจะเพิ่มขึ้น แต่อย่างที่บอกไปว่าถ้าเลเวลสูงมากเกินไประยะการร่ายและระยะคูลดาวน์จะสูงตามไปด้วย จากที่เล่นเอาแค่ 3 เพียงพอแล้วค่ะ เพราะมันสามารถทำให้เราร่ายได้ถึง 2 รอบในเวลาไล่เลี่ยกัน
  • Signum Crucis - อัปเดตให้สัก 5 ก็พอแล้วค่ะ เพราะจากที่ลองมันเพียงพอแล้วจริง ๆ มากกว่านี้ระยะคูลดาวน์ของสกิลกำลังดีสามารถใช้ต่อเนื่องได้
  • Holy Light - ในช่วงแรกอาจจะอัปเอาไว้สัก 5 กำลังดีในช่วงแรกค่ะ
  • Resurrection - อัปเอาไว้แค่ 1 ก็พอแล้วค่ะ เอาไว้ใช้ตอนลงดันเจี๊ยนเพื่อชุบชีวิตเพื่อน แต่อย่าตั้งค่าเอาไว้ใช้เก็บเลเวลนะคะ เพราะว่ามันจะร่ายใส่พวกศัตรูธาตุ Demon หรือ Undead ทุกครั้งที่เห็น ดังนั้นเปลี่ยนเป็นสกิลอื่นแทน
  • Magnificat - สกิลนี้ช่วงแรกอาจจะอัปสัก 5 แต่ถ้าแต้มเหลือ ๆ อัปให้เต็มไปเลยค่ะ เพราะว่ามันจะเพิ่ม Bonus Magical Damage ให้กับ Class ที่ใช้เวทมนตร์อีกด้วยค่ะ
  • Aspersio - ตอนแรกอัปแค่ 1 ก็ได้ค่ะ เพราะผลของสกิลมันให้กับผู้เล่นในปาร์ตี้ทุกคนที่อยู่ในระยะการร่าย
  • Ruwach - เป็นสกิลโจมตีธาตุ Holy รอบ ๆ ตัวที่แรงใช้ได้ แต่ว่าจะต้องระยะ 3 เมตร อัปเอาไว้สัก 1 ก็กำลังดีค่ะ
  • Holy Booster - ถ้าอัปสกิล Holy Light เป็นเลเวล 5 แล้ว แนะนำให้อัปสกิลจนเต็มเลย เพราะมันเพิ่มความแรงของสกิล Holy Light สูงสุด 30% และมีโอกาส 30% ที่จะโจมตีติด Crit และ Stun ด้วยนะ
  • Holy Light - เมื่อแต้มเหลือ ๆ อัปให้เต็มเลยค่ะ เพราะมันจะช่วยให้เราเก็บเลเวลได้หลากยาวมาก ๆ
  • Resurrection - จะอัปให้เต็มก็ได้นะคะ เพราะว่ามันจะทำให้เพื่อน ๆ ของเราหลังจากที่ชุบลุยหรือบู๊ต่อได้เลย ก็อย่าลืมนะคะ อย่าตั้งค่าเอาไว้ใช้เก็บเลเวลนะคะ เพราะว่ามันจะร่ายใส่พวกศัตรูธาตุ Demon หรือ Undead ทุกครั้งที่เห็น ดังนั้นเปลี่ยนเป็นสกิลอื่นแทน



‘Priest สาย Int ล้วน! สายสนับสนุนทีมเอาไว้ลงดันเจี๊ยนยาก ๆ หรือ ล่า Boss’
 
  • Heal - อัปให้เต็มไปเลยค่ะ
  • Soulmender - เช่นเดียวกันค่ะ สกิลนี้อัปให้เต็ม เพราะมันจะเพิ่มประสิทธิภาพของสกิล Heal สูงสุด 30% เลยค่ะ
  • Angel’s Blessing - อัปสกิลนี้ให้เต็ม 10 ไปเลยค่ะ เพราะมันช่วยเพิ่มค่าสเตตัส Str, Dex และ Int ให้กับทุกคนในทีม
  • Increase Agility - สกิลนี้ยังไงก็ต้องอัปเต็มค่ะ เพราะมันจะเพิ่มค่าสเตตัส Agi กับผู้ร่ายและสมาชิกในทีม
  • Sanctuary - สกิลนี้เกวลินมองว่าอัปสัก 3 - 5 กำลังดีค่ะ แต่ไม่แนะนำอัปจนเลเวล 10 นะคะ
  • Resurrection - ช่วงแรกอัปเอาไว้แค่เลเวล 1 พอค่ะ  เอาไว้ใช้ตอนลงดันเจี๊ยนเพื่อชุบชีวิตเพื่อน แต่อย่าตั้งค่าเอาไว้ใช้เก็บเลเวลนะคะ เพราะว่ามันจะร่ายใส่พวกศัตรูธาตุ Demon หรือ Undead ทุกครั้งที่เห็น ดังนั้นเปลี่ยนเป็นสกิลอื่นแทน
  • Magnificat - สกิลนี้ช่วงแรกอาจจะอัปสัก 5 แต่ถ้าแต้มเหลือ ๆ อัปให้เต็มไปเลยค่ะ เพราะว่ามันจะเพิ่ม Bonus Magical Damage ให้กับ Class ที่ใช้เวทมนตร์ทำให้เวลาใช้เวทต่าง ๆ แรงมากขึ้น
  • Impositio Manus - สกิลนี้ยังไงก็ต้องอัปเต็มค่ะ เพราะมันจะเพิ่มดาเมจทางกายภาพให้กับสมาชิกในทีม
  • Gloria - ในช่วงแรกอัปเอาไว้สักเลเวล 5 ก่อนค่ะ เพราะมันจะเพิ่มค่า Luk อยู่ที่ 25 แต้มและเพิ่มค่า Crit 25% อีกด้วยค่ะ
  • Aspersio - ตอนแรกอัปแค่ 1 ก็ได้ค่ะ เพราะผลของสกิลมันให้กับผู้เล่นในปาร์ตี้ทุกคนที่อยู่ในระยะการร่าย
  • Angelus - ถ้าแต้มสกิลเราเหลืออัปไปสักเลเวล 5 เพราะมันจะช่วยเพิ่มค่าป้องกันกายภาพ P.Def อยู่ที่ 50%
  • Assumptio - เป็นสกิลเสริมของ Angelus อัปไปสักเลเวล 5 เพราะมันจะช่วยเพิ่มค่าป้องกันเวทมนตร์ M.Def อยู่ที่ 50% 

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับไกด์ “แนะนำการเล่น Acolyte กับ Priest สาย Int ล้วน” ของเกม Ragnarok X: Next Generation ซึ่งความน่าสนใจของเกมนี้ก็อยู่ตรงที่เราสามารถเก็บแต้ม Job จาก Class แรกมาอัปใน Class สองได้จึงทำให้เราสามารถเลือกอัปสกิลในสายที่เราต้องการได้ เป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียวค่ะ ยังไงก็เตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะ เพราะเซิร์ฟเวอร์ SEA ที่มีกำหนดการณ์เปิดให้บริการในวันที่ 18 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ส่วนใครที่อยากจะไปลองเล่น ลองเทสก็สามารถไปลองในเซิร์ฟเวอร์ไต้หวัน [TW] กันก่อนก็ได้นะคะ เพราะก็มีเพื่อน ๆ คนไทยไปลองเทสกันเพียบเลย 



สุดท้ายนี้ตัวเกม Ragnarok X: Next Generation ได้เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วทั้ง 2 แพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็นทั้ง iOS และ Android หรือจะไปลงทะเบียนแล้วร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์หลักของเกมนี้ก็ได้เหมือนกัน โดยตัวเกมจะรองรับหลากหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และสิงค์โปร์ ถ้าคุณเป็นแฟนเกมออนไลน์ระดับตำนานอย่าง Ragnarok Online ภาคนี้คือหนึ่งในภาคที่ดีและยอดเยี่ยมเลยค่ะ! แล้วพบกันใหม่กับไกด์ของเกมนี้ครั้งหน้า สวัสดีค่ะ!


• ดาวน์โหลดตัวเกมและติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของเกมนี้ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

.
► Official Instagram : >>> คลิกที่นี่ <<<


บทความที่คล้ายกัน
ล่าสุด
รีวิว Riders of Icarus เกม MMORPG ขี่สัตว์ตะลุยดินแดนแฟนตาซี
เจาะลึกแพทเทิร์นบอสใหม่จาก Inazuma
GunKC
Epic Games Store เตรียมแจก A Plague Tale: Innocence และ Speed Brawl วันที่ 5 สิงหาคมนี้
GunKC
Tips & Tricks ของ Kamisato Ayaka และความเก่งของเธอที่คุณควรรู้
GunKC
Ghost of Tsushima เผยความยาวบนเกาะ Iki พอๆ กับบทที่หนึ่งของเกมภาคหลัก
จูเนียร์ Lazy
Marvel's Avengers เตรียมอัปเดตเนื้อหาใหม่ Black Panther วันที่ 17 สิงหาคม
JinJan
Editors' Choice
วิเคราะห์แง่คิดที่แอบซ่อนอยู่ใน The Last Campfire
JinJan
[ Review ] Scarlet Nexus 'เกมแอคชั่นรสเก่า พร้อมน้ำจิ้มสไตล์อนิเมะอันจัดจ้าน'
OcelotBoy
รวมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการใหม่ Windows 11
wine2035
Elden Ring วิเคราะห์ข้อมูลจาก Trailer พร้อมสรุปสิ่งที่เราน่าจะได้เห็นในเกม!
wine2035
Show header