GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
[Review] รีวิวเกม Vampire Masquerade: Bloodhunt "สมรภูมิเลือดสุดเดือดสไตล์ Battle Royale"
ลงวันที่ 29/04/2022

ด้วยคู่แข่งระดับยักษ์ใหญ่แห่งวงการทั้งหลายอย่าง Call of Duty: Warzone, Fortnite, และ Apex Legends ทำให้เกม Battle Royale หน้าใหม่ต้องต่อสู้เพื่อหาพื้นที่และขยันโปรโมทเกมของตัวเองกันอย่างขันแข็ง การจะทำเกมแนวนี้ออกมาซักเกม ถ้าไม่มีจุดขายที่ชัดเจนก็คงดึงดูดความสนใจของผู้เล่นยากหน่อย

แต่วันนี้ยังมีผู้หาญกล้า เปิดตัวเกมแนว BR น้องใหม่ล่าสุดออกมาเพิ่ม ซึ่งอาศัยบารมีชื่อแฟรนไชส์อมตะอย่าง Vampire: The Masquerade มาใช้ด้วย กับ Bloodhunt สงคราม Battle Royale ของเหล่าแวมไพร์กระหายเลือด ที่เปิดให้เล่นฟรีแล้ววันนี้ทาง PC และคอนโซล ซึ่งมาพร้อมกับองค์ประกอบและระบบการเล่นเฉพาะตัวอันน่าสนใจมากมาย แต่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกับตัวท๊อปของวงการได้หรือไม่?

เรื่องราวเบื้องหลังของตัวเกม


กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ที่นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่ามนุษย์ทั่วไปแล้ว ภายใต้เงามืดและตรอกซอกซอยยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ชุมนุมของเหล่าแวมไพร์กระหายเลือดกลุ่มต่าง ๆ ที่ก่อสงครามกันเพื่อครอบครองเมืองนี้  โดยการต่อสู้ของเหล่าแวมไพร์ก็ส่งผลให้ทางรัฐบาลส่งหน่วยล่าแวมไพร์ฝีมือดีเข้ามาปิดตายตัวเมืองนี้ด้วย ในขณะที่พวกแวมไพร์ต่อสู้กันเองเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง หน่วยล่าแวมไพร์ก็ออกล่าพวกเขาไปด้วย ส่งผลให้กรุงปรากไม่ใช่พื้นที่สงบสุขอีกต่อไป กลายเป็นที่มาของสมรภูมิ Battle Royale ท่ามกลางค่ำคืนสุดสะพรึง

ต่อยอดจักรวาลของ Vampire: The Masquerade


แม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมออนไลน์แบบ Battle Royale แต่เนื้อหาและเรื่องราวในโลกของเกมนี้ถือว่าเยอะและละเอียดเอาซะมาก ๆ ทีเดียว สำหรับผู้เล่นทั่วไปอาจจะไม่ได้อินเท่าไร แต่หากคุณเป็นแฟนเกมซีรีส์ Vampire: The Masquerade อยู่แล้ว เกมนี้ถือว่าซ่อนอะไรไว้มากมายให้คุณได้ค้นหา แต่เชื่อว่าสำหรับแฟนเกมทั่วไปแล้ว ก็คงจะเข้ามาเล่นเพราะมันเป็นเกม Battle Royale มากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือพลาดอะไรไปหากคุณจะเมินส่วนของเนื้อเรื่องของเกมนี้ไปเลย

Hero Shooter ในแบบฉบับของเหล่าแวมไพร์


จุดเด่นอย่างแรกของ Bloodhunt คือเรื่องของตัวละคร หรือ Archetype เกมนี้จะมีรูปแบบการเล่นเป็น Hero Shooter คล้าย ๆ กับ Apex Legends นั่นคือ ตัวละครแต่ละตัวจะมีหลากหลายรูปแบบ และมีสกิลกับความสามารถที่ต่างกันออกไป สำหรับ Bloodhunt จะมีทั้งหมด 4 เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์ละ 2 ตัว (ยกเว้นเผ่าพันธุ์ใหม่ Ventrue ที่จะมีเพียงตัวละครเดียว) ในแต่ละตัวละครนั้นจะมีสกิลทั้งหมด 3 สกิลด้วยกัน นั่นคือสกิลประจำเผ่าพันธุ์ 1 สกิล สกิลกดใช้งานอีก 2 สกิลที่แบ่งเป็น Passive Power และ Archetype Power ด้วยตัวละครและสกิลความสามารถที่ต่างกันหลายแบบ ทำให้การเลือกตัวละครแต่ละตัวมาเล่นจะส่งผลต่อเกมการเล่นนั้น ๆ อย่างชัดเจน 


และไม่ต้องกลัวว่าการมีเผ่าพันธุ์แบบล็อคตายตัวแบบนี้จะทำให้เจอแต่ตัวละครหน้าซ้ำกันไปมา เพราะเกมนี้มีระบบปรับแต่งตัวละครที่ค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่ร่างกาย ทรงผม ดวงตา ไปจนถึงเครื่องสำอางและรอยสัก แถมยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายได้ด้วย ซึ่งเครื่องแต่งกายจะได้มาจากการนำเงินในเกมไปซื้อหรือเติมเงิน และได้จากของจำพวก Battle Pass ยิ่งเกรดสีเครื่องแต่งกายสูง มันก็ยิ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์เราให้แปลก แหวกแนวมากขึ้น

เกมเพลย์ที่ไม่ว่าจะมาจากเกมไหน คุณก็ต้อง "เรียนรู้"


มาเริ่มในส่วนของเกมเพลย์กันเลย สิ่งแรกที่คุณต้องเข้าใจและรู้ไว้ก่อนจะเล่น คือนี่ถือเป็นเกม Battle Royale ที่มีระบบการควบคุมและการยิงที่ 'ยาก' มาก ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือโปร มือเก๋ามาจากเกมไหน มาเจอเกมนี้เข้าไป ถ้าไม่คิดจะเรียนรู้ หรือ ข้ามโหมดฝึกสอนโดยหวังจะไปศึกษาเอาจากเกมจริง รับประกันได้ว่าคุณอาจจะตายรัว ๆ ต้องเริ่มเกมใหม่จนเบื่อไปก่อนที่จะได้สนุกกับตัวเกมซะอีก เพราะ Bloodhunt ถือเป็นเกม Battle Royale ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และทำความเข้าใจสูงมากเลยทีเดียว 

เริ่มกันที่ระบบการกระโดดลงพื้น ตามปกติแล้วเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ จะต้องโดดร่มลงมาจากบนอากาศ และหาพื้นที่ลง่ที่เหมาะสมในการเล่นแต่ละรอบ จากนั้นเริ่มต้นหาอาวุธ ยา ชุดเกราะ แต่กับ Bloodhunt ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องโดดร่มแบบเกมอื่น เพราะเราสามารถเลือกจุดเกิดเองได้เลยตั้งแต่ช่วงเริ่มเกมแต่ละรอบ เราจะได้เห็นแผนที่ในการเล่นทั้งเกมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และเห็นด้วยว่าจุดไหนเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเก็บของ การเล่นในรอบนั้น ๆ จึงสามารถเริ่มต้นคิดกันได้ตั้งแต่ช่วงแรกเลยว่าจะเล่นแบบไหน 


ส่วนของการเก็บไอเทมที่ต้องรู้และสำคัญมากคือเกมนี้จะมีระบบ "ตาทิพย์" ที่เมื่อกดใช้งานแล้ว ระบบจะทำการสแกนสิ่งของรอบตัวและเผยตำแหน่งจุดที่ไอเทมอยู่ให้เป็นแสงสีฟ้า ๆ (แบบในรูปด้านล่าง) นั่นหมายถึงตรงนั้นมีไอเทมให้เราไปเก็บ อาจจะเป็นอาวุธ ชุดเกราะ ยา หรือถ้าเป็นสีทองก็อาจจะเป็นกล่องอาวุธ หรือกล่องอุปกรณ์ระดับสูง นอกจากนั้นยังสามารถใช้ระบุตำแหน่งศัตรูได้ (หากเข้าเงื่อนไข) ซึ่งแน่นอนว่าระบบนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องวิ่งไปหาของมั่ว ๆ แต่อย่าลืมว่าทุกคน รวมไปถึงทีมศัตรูก็ใช้ความสามารถนี้ได้ ทำให้ระบบนี้เอื้อให้เราเจอกับศัตรูและเน้นปะทะกันมากขึ้น ดีไม่ดีก็อาจจะเป็นตั้งแต่ช่วงต้นเกมเลยก็ได้ ซึ่งก็ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินตามหาศัตรู ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดในเกม BR เกมไหนก็ตาม


กรุงปราก และค่ำคืนแห่งการไล่ล่า

สำหรับพื้นที่ในการเล่น เราเกริ่นไปแล้วในช่วงเนื้อเรื่องว่านี่คือกรุงปราก สนามต่อสู้ในเกมนี้จะเป็นเมืองหลวงที่รายล้อมไปด้วยตึกสูง ทำให้เราต้องรับมือกับการต่อสู้ทั้งภาคพื้นดินและบนอาคารสูง ส่งผลให้ระบบเกมเพลย์การต่อสู้คลับคล้ายคลับคลาเกม Battle Royale ของ Ubisoft อย่าง Hyper Scape ซึ่งให้อารมณ์และความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากตัวละครที่เราใช้เล่นในเกมนี้จะเป็นเหล่าแวมไพร์ที่มีพลังเหนือมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถกระโดดสูง ปีนตึก ไต่กำแพงได้อย่างอิสระ ยิ่งมีสกิลให้กดใช้ ยิ่งทำให้เกมการเล่นมีสีสันมากยิ่งขึ้น


พื้นที่การต่อสู้ภายในเกมนี้ก็จะมีของดรอปให้เหมือนกับเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ ทั่วไป อาวุธก็จะมีการแบ่งเกรดสี เหมือนกันกับเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ แต่สิ่งที่ระบบของเกมนี้แตกต่างจากคนอื่น คือการที่เราเป็นแวมไพร์ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำคือการดื่มเลือด เกมเลยหยิบเอาจุดนี้เข้ามาเป็นระบบภายในเกมซะเลย ในเกมการเล่นแต่ละรอบนั้น เราจะพบกับชาวเมืองในเกมที่แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แบบแรกคือพวกชาวเมืองที่เราเข้าไปกัด ดูดเลือดแล้วจะได้อัปเกรดสกิลติดตัวที่มีอยู่ คนพวกนี้เวลากดสแกนเราจะเห็นเป็นสีเลย ส่วนอีกพวกคือประชาชนธรรมดา ที่วิ่งหนีไปมา หรืออยู่เฉย ๆ หากเราไปยิงปืนใส่ หรือฆ่าคนธรรมดา เราอาจจะโดนหมายหัวเอาได้ และเป็นการเปิดเผยตำแหน่งให้กับทีมอื่น ๆ รู้ อันนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก ถ้าเล่นคนเดียวก็เตรียมหนีตาย แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนอาจจะซวย ต้องช่วยกันแบก เพราะการโดนไล่ล่าของเกมนี้ จะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วมาก เราต้องไม่ลืมเด็ดขาดว่านี่คือโลกของแวมไพร์นักล่า


ความสำคัญของการดูดเลือดคือการอัปเลเวลสกิล ที่จะเพิ่มความสามารถของสกิลในตัวละครนั้น ๆ ที่แตกต่างกันออกไป เช่นอัปเกรดให้ตีระยะประชิดแรงขึ้น ฟื้นพลังชีวิตได้มากขึ้น แต่ใช่ว่าเราจะไล่ดูดเลือดอัปเกรดสกิลจนเป้นระดับสูงสุดได้ง่าย ๆ เพราะในระดับสูงสุด เราจะไม่สามารถอัปเกรดสกิลด้วยวิธีดูดเลือดคนได้ แต่ต้องไปทำการจับผู้เล่นจริง ๆ ที่เรายิงล้มเพื่อดูดเลือด หรือก็คือระบบ Finisher หรือท่าปลิดชีพของเกมนี้แทน ยากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียวกับการอัปเกรดสกิลขั้นสูงสุด

ในเกมจะมีไอเทมต่าง ๆ ให้เราได้เก็บหรือกดใช้ หลัก ๆ จะเป็นยาและเกราะ และไอเทมช่วยเหลืออื่น ๆ แม้ว่าอาวุธ กระสุนทั่วไป อาจดรอปได้ตามฉากแบบสุ่ม แต่หากคุณอยากได้ไอเทมตายตัวก็ต้องเสี่ยงกันหน่อย สำหรับเกมนี้จะมีร้านค้าอยู่สองอย่าง คือร้านขายยาและร้านขายอุปกรณ์ โดยมันจะระบุอยู่ในแผนที่อย่างชัดเจน เมื่อเราไปถึง เราสามารถกดเปิดประตูเข้าไปในร้านได้ แต่มันจะเป็นการเปิดระบบเตือนภัย ซึ่งอาจจะเป็นการล่อให้ทีมอื่นหันมารุมทึ้งคุณได้ แต่ข้อดีของการเข้าร้านพวกนี้ คือไปร้านยาก็เจอยาเพียบ ไปร้านอุปกรณ์ ก็เจออาวุธ ชุดเกราะ เพียบ มันเป็นการการันตีว่าคุณจะได้ไอเทมประเภทนั้นแน่นอน แต่ก็เสี่ยงเหมือนกัน เพราะในเกมนี้มีเหล่าทหารนักล่าอยู่ด้วย มันจะเป็นพวก A.I. ที่พร้อมเปิดฉากยิงเราทันที ถ้าเราเฉียดกรายเข้าไปใกล้ แต่ A.I. เหล่านี้มักจะอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ถ้าเรารู้ตำแหน่งของมันก็อย่าไปยุ่งจะดีกว่า


ทีนี้มาดูส่วนของเกมเพลย์การต่อสู้กันอย่างจริง ๆ จัง ๆ บาง เกมนี้มีความเป็น Hero Shooter และมีการไต่ตึก ปีนกำแพง เหาะเหินเดินอากาศกัน ทำให้เกมเพลย์ของเกมนี้ "ยาก" มาก อย่างที่บอกไปว่าไม่ว่าคุณจะเป็นโปรเพลเยอร์มาจากเกมอะไร มาเกมนี้ ถ้ายังปรับตัวไม่ทัน มีแต่ตายกับตายแน่นอน จังหวะเวลาในการฆ่ากันของเกมนี้นั้น ช้ามาก ๆ ด้วยตัวละครที่มีพลังชีวิตสูงถึง 200 หน่วย แถมใส่เกราะได้อีก และความเร็วของเกมที่สูงในระดับนึง ตัวละครสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ปีนตึกได้ หรือสกิลของบางตัวละครก็วาร์ปไปวาร์ปมาได้อีก การจะยิงปิดจ๊อบศัตรูให้ได้ด้วยกระสุนแม็กเดียว ถ้าไม่แม่นจริงก็แทบจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป


ดังนั้นมันจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า โดนแจม บ่อยมาก เพราะเมื่อเปิดฉากยิงแล้ว ไม่รีบปิดจ๊อบให้ทัน หรืออีกฝ่ายสับขาหลอกเก่ง โดนยิงก็วิ่งหนี กระโดดหนี สไลด์หนี ไล่ล่ากันไปมา Third Party หรือปาร์ตี้อื่น ๆ ก็อาจจะเข้ามาเสริมทัพได้ง่าย ๆ กลายเป็น Battle Royale ที่ชุลมุนที่สุดแล้ว มันไม่ใช่เกมที่ยิงตายกันไว ทำให้ถ้าไม่รีบจัดการให้จบ หรือใช้วิธีเล็งยิงใส่ตัวเดียวกัน ก็แทบจะทำให้เกมนี้ใช้เวลาในการฆ่ากันนานพอสมควรเลยทีเดียว 

ปัญหาของ Balance และ Content ในอนาคต


และในเรื่องของควาสมดุลนั้น ก็ต้องบอกว่ามีบ้างที่หลายอย่างดูยังไม่สมดุลนัก อย่างเช่นสาย Melee ที่มีการอัปเกรดให้การโจมตีระยะประชิดแรงขึ้นได้ แต่ฝั่งปืนไม่ค่อยมี (อาจจะเพราะว่ามันเน้นระยะไกลอยู่แล้ว) แต่มันกลับมีตัวละครที่มีความสามารถในการล่องหนได้ และหากเราโดนล่องหนเข้ามาตีประชิดพร้อมสกิลที่อัปเกรดมาแล้ว นอกจากปล่อยเมาส์รอเพื่อนมาชุบก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย หรือปืนบางประเภทก็ยังไม่สมดุลดีนัก อาจจะต้องมีการปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ไม่ได้หนักถึงขั้นเล่นไม่ได้

ส่วนของคอนเทนต์ตัวเกมนั้น ก็ถือว่ามีครบเครื่องทุกอย่างที่เกมออนไลน์เกมนึงจะมีได้ เริ่มตั้งแต่ระบบยอดนิยมอย่าง Battle Pass ที่ตอนนี้ตัวเกมเข้าสู่ช่วง Season 1 แล้ว ของรางวัลภายในเกมก็จะเป็นพวกสกินแต่งสวยแต่งหล่อที่หาได้จากระบบนี้เท่านั้น และพิเศษกว่าเกมอื่นคือ การปลดล็อค Battle Pass จะให้โบนัส XP 10% กับเราด้วย ทำให้อัปเลเวลได้ไวขึ้น มีระบบ Daily Challenge และ Seasonal Challenge ให้ทำ หากจะมีข้อเสียนิดหน่อยก็ตรงที่ คอนเทนต์เกมคือ Battle Royale แบบเพียว ๆ เท่านั้น ไม่มีโหมดอื่นเพิ่มเสริมแต่อย่างใด หรือแม้แต่ห้องฝึก เอาไว้ลองสกิลที่ควรจะมีก็ไม่มี ใครใจร้อน ข้ามโหมดฝึก ไปตายเอาดาบหน้าก็ต้องไปเรียนรู้กันเอาภายในเกมล้วน ๆ ซึ่งไม่เวิร์คเอาซะเลย


ภาพรวมของ Bloodhunt คือเป็นเกม Battle Royale ที่ระทึก ตื่นเต้นตลอดเวลา บรรยากาศของโลกแวมไพร์ที่ไล่ล่ากันก็ทำออกมาได้ดี แม้จะแฟนตาซีหลุดโลก แต่เราก็ยังระทึกทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องรับมือกับผู้เล่นอื่นที่ไม่รู้จะว่าคอมโบสกิลหรือมาไม้ไหนกันบ้าง เป็นประสบการณ์เกม Battle Royale ที่แปลกใหม่กว่าเกมอื่น ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วปัญหาเดียวของเกมแนวนี้คือ จะรักษามาตรฐานผู้เล่นเอาไว้ยังไงให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจจะมีจุดจบเหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่มาทีหลัง และไม่สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่ได้ Bloodhunt ถือเป็นเกมที่มีความเป็นตัวเองสูงมาก แต่มันจะชนะใจผู้เล่นได้หรือไม่ ต้องให้เหล่าเกมเมอร์เป็นคนตัดสิน และเราขอแนะนำให้คุณไปลองเล่นดูสักครั้งนึง จะได้ตัดสินใจได้ว่า มันดีหรือไม่ดี 

7
ข้อดี

เกมเพลย์แนว Battle Royale ที่น่าสนใจ

เกมเอื้อให้ผู้เล่นมาเจอกันง่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินหานาน

ระบบสกิลและตัวละครน่าสนใจ เพิ่มความหลากหลายในการเล่น

เนื้อเรื่องเยอะกว่าที่คิดสำหรับแฟนซีรีส์

เล่นฟรี

ข้อเสีย

มีปัญหาด้านสมดุลตัวละครเล็กน้อย

การควบคุมและระบบการเล่นซับซ้อน ต้องใช้เวลาเรียนรู้

8
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
[ไกด์เกม] Ni no Kuni: Cross Worlds วิธีโหลดตัวเกมเล่นบน PC
BASUP!
ลือ !! ส่วนเสริม Cyberpunk 2077 จะมีภารกิจกว่า 7 ตัว และ Johnny Silverhands บทบาทน้อยลง
BASUP!
Fishing Paradiso เกมตกปลาพร้อมเนื้อเรื่องอบอุ่นหัวใจ ประกาศลง PC และ Switch พร้อมขาย 6 มิ.ย. นี้
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Review] รีวิวเกม Vampire Masquerade: Bloodhunt "สมรภูมิเลือดสุดเดือดสไตล์ Battle Royale"
29/04/2022

ด้วยคู่แข่งระดับยักษ์ใหญ่แห่งวงการทั้งหลายอย่าง Call of Duty: Warzone, Fortnite, และ Apex Legends ทำให้เกม Battle Royale หน้าใหม่ต้องต่อสู้เพื่อหาพื้นที่และขยันโปรโมทเกมของตัวเองกันอย่างขันแข็ง การจะทำเกมแนวนี้ออกมาซักเกม ถ้าไม่มีจุดขายที่ชัดเจนก็คงดึงดูดความสนใจของผู้เล่นยากหน่อย

แต่วันนี้ยังมีผู้หาญกล้า เปิดตัวเกมแนว BR น้องใหม่ล่าสุดออกมาเพิ่ม ซึ่งอาศัยบารมีชื่อแฟรนไชส์อมตะอย่าง Vampire: The Masquerade มาใช้ด้วย กับ Bloodhunt สงคราม Battle Royale ของเหล่าแวมไพร์กระหายเลือด ที่เปิดให้เล่นฟรีแล้ววันนี้ทาง PC และคอนโซล ซึ่งมาพร้อมกับองค์ประกอบและระบบการเล่นเฉพาะตัวอันน่าสนใจมากมาย แต่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกับตัวท๊อปของวงการได้หรือไม่?

เรื่องราวเบื้องหลังของตัวเกม


กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ก ที่นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่ามนุษย์ทั่วไปแล้ว ภายใต้เงามืดและตรอกซอกซอยยามค่ำคืน เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ชุมนุมของเหล่าแวมไพร์กระหายเลือดกลุ่มต่าง ๆ ที่ก่อสงครามกันเพื่อครอบครองเมืองนี้  โดยการต่อสู้ของเหล่าแวมไพร์ก็ส่งผลให้ทางรัฐบาลส่งหน่วยล่าแวมไพร์ฝีมือดีเข้ามาปิดตายตัวเมืองนี้ด้วย ในขณะที่พวกแวมไพร์ต่อสู้กันเองเพื่อช่วงชิงความเป็นหนึ่ง หน่วยล่าแวมไพร์ก็ออกล่าพวกเขาไปด้วย ส่งผลให้กรุงปรากไม่ใช่พื้นที่สงบสุขอีกต่อไป กลายเป็นที่มาของสมรภูมิ Battle Royale ท่ามกลางค่ำคืนสุดสะพรึง

ต่อยอดจักรวาลของ Vampire: The Masquerade


แม้ว่าเกมนี้จะเป็นเกมออนไลน์แบบ Battle Royale แต่เนื้อหาและเรื่องราวในโลกของเกมนี้ถือว่าเยอะและละเอียดเอาซะมาก ๆ ทีเดียว สำหรับผู้เล่นทั่วไปอาจจะไม่ได้อินเท่าไร แต่หากคุณเป็นแฟนเกมซีรีส์ Vampire: The Masquerade อยู่แล้ว เกมนี้ถือว่าซ่อนอะไรไว้มากมายให้คุณได้ค้นหา แต่เชื่อว่าสำหรับแฟนเกมทั่วไปแล้ว ก็คงจะเข้ามาเล่นเพราะมันเป็นเกม Battle Royale มากกว่าอยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรือพลาดอะไรไปหากคุณจะเมินส่วนของเนื้อเรื่องของเกมนี้ไปเลย

Hero Shooter ในแบบฉบับของเหล่าแวมไพร์


จุดเด่นอย่างแรกของ Bloodhunt คือเรื่องของตัวละคร หรือ Archetype เกมนี้จะมีรูปแบบการเล่นเป็น Hero Shooter คล้าย ๆ กับ Apex Legends นั่นคือ ตัวละครแต่ละตัวจะมีหลากหลายรูปแบบ และมีสกิลกับความสามารถที่ต่างกันออกไป สำหรับ Bloodhunt จะมีทั้งหมด 4 เผ่าพันธุ์ เผ่าพันธุ์ละ 2 ตัว (ยกเว้นเผ่าพันธุ์ใหม่ Ventrue ที่จะมีเพียงตัวละครเดียว) ในแต่ละตัวละครนั้นจะมีสกิลทั้งหมด 3 สกิลด้วยกัน นั่นคือสกิลประจำเผ่าพันธุ์ 1 สกิล สกิลกดใช้งานอีก 2 สกิลที่แบ่งเป็น Passive Power และ Archetype Power ด้วยตัวละครและสกิลความสามารถที่ต่างกันหลายแบบ ทำให้การเลือกตัวละครแต่ละตัวมาเล่นจะส่งผลต่อเกมการเล่นนั้น ๆ อย่างชัดเจน 


และไม่ต้องกลัวว่าการมีเผ่าพันธุ์แบบล็อคตายตัวแบบนี้จะทำให้เจอแต่ตัวละครหน้าซ้ำกันไปมา เพราะเกมนี้มีระบบปรับแต่งตัวละครที่ค่อนข้างละเอียด ตั้งแต่ร่างกาย ทรงผม ดวงตา ไปจนถึงเครื่องสำอางและรอยสัก แถมยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายได้ด้วย ซึ่งเครื่องแต่งกายจะได้มาจากการนำเงินในเกมไปซื้อหรือเติมเงิน และได้จากของจำพวก Battle Pass ยิ่งเกรดสีเครื่องแต่งกายสูง มันก็ยิ่งเปลี่ยนรูปลักษณ์เราให้แปลก แหวกแนวมากขึ้น

เกมเพลย์ที่ไม่ว่าจะมาจากเกมไหน คุณก็ต้อง "เรียนรู้"


มาเริ่มในส่วนของเกมเพลย์กันเลย สิ่งแรกที่คุณต้องเข้าใจและรู้ไว้ก่อนจะเล่น คือนี่ถือเป็นเกม Battle Royale ที่มีระบบการควบคุมและการยิงที่ 'ยาก' มาก ๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือโปร มือเก๋ามาจากเกมไหน มาเจอเกมนี้เข้าไป ถ้าไม่คิดจะเรียนรู้ หรือ ข้ามโหมดฝึกสอนโดยหวังจะไปศึกษาเอาจากเกมจริง รับประกันได้ว่าคุณอาจจะตายรัว ๆ ต้องเริ่มเกมใหม่จนเบื่อไปก่อนที่จะได้สนุกกับตัวเกมซะอีก เพราะ Bloodhunt ถือเป็นเกม Battle Royale ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้และทำความเข้าใจสูงมากเลยทีเดียว 

เริ่มกันที่ระบบการกระโดดลงพื้น ตามปกติแล้วเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ จะต้องโดดร่มลงมาจากบนอากาศ และหาพื้นที่ลง่ที่เหมาะสมในการเล่นแต่ละรอบ จากนั้นเริ่มต้นหาอาวุธ ยา ชุดเกราะ แต่กับ Bloodhunt ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องโดดร่มแบบเกมอื่น เพราะเราสามารถเลือกจุดเกิดเองได้เลยตั้งแต่ช่วงเริ่มเกมแต่ละรอบ เราจะได้เห็นแผนที่ในการเล่นทั้งเกมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น และเห็นด้วยว่าจุดไหนเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการเก็บของ การเล่นในรอบนั้น ๆ จึงสามารถเริ่มต้นคิดกันได้ตั้งแต่ช่วงแรกเลยว่าจะเล่นแบบไหน 


ส่วนของการเก็บไอเทมที่ต้องรู้และสำคัญมากคือเกมนี้จะมีระบบ "ตาทิพย์" ที่เมื่อกดใช้งานแล้ว ระบบจะทำการสแกนสิ่งของรอบตัวและเผยตำแหน่งจุดที่ไอเทมอยู่ให้เป็นแสงสีฟ้า ๆ (แบบในรูปด้านล่าง) นั่นหมายถึงตรงนั้นมีไอเทมให้เราไปเก็บ อาจจะเป็นอาวุธ ชุดเกราะ ยา หรือถ้าเป็นสีทองก็อาจจะเป็นกล่องอาวุธ หรือกล่องอุปกรณ์ระดับสูง นอกจากนั้นยังสามารถใช้ระบุตำแหน่งศัตรูได้ (หากเข้าเงื่อนไข) ซึ่งแน่นอนว่าระบบนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราไม่ต้องวิ่งไปหาของมั่ว ๆ แต่อย่าลืมว่าทุกคน รวมไปถึงทีมศัตรูก็ใช้ความสามารถนี้ได้ ทำให้ระบบนี้เอื้อให้เราเจอกับศัตรูและเน้นปะทะกันมากขึ้น ดีไม่ดีก็อาจจะเป็นตั้งแต่ช่วงต้นเกมเลยก็ได้ ซึ่งก็ช่วยร่นระยะเวลาในการเดินตามหาศัตรู ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อที่สุดในเกม BR เกมไหนก็ตาม


กรุงปราก และค่ำคืนแห่งการไล่ล่า

สำหรับพื้นที่ในการเล่น เราเกริ่นไปแล้วในช่วงเนื้อเรื่องว่านี่คือกรุงปราก สนามต่อสู้ในเกมนี้จะเป็นเมืองหลวงที่รายล้อมไปด้วยตึกสูง ทำให้เราต้องรับมือกับการต่อสู้ทั้งภาคพื้นดินและบนอาคารสูง ส่งผลให้ระบบเกมเพลย์การต่อสู้คลับคล้ายคลับคลาเกม Battle Royale ของ Ubisoft อย่าง Hyper Scape ซึ่งให้อารมณ์และความรู้สึกที่ใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากตัวละครที่เราใช้เล่นในเกมนี้จะเป็นเหล่าแวมไพร์ที่มีพลังเหนือมนุษย์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้เราสามารถกระโดดสูง ปีนตึก ไต่กำแพงได้อย่างอิสระ ยิ่งมีสกิลให้กดใช้ ยิ่งทำให้เกมการเล่นมีสีสันมากยิ่งขึ้น


พื้นที่การต่อสู้ภายในเกมนี้ก็จะมีของดรอปให้เหมือนกับเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ ทั่วไป อาวุธก็จะมีการแบ่งเกรดสี เหมือนกันกับเกม Battle Royale เกมอื่น ๆ แต่สิ่งที่ระบบของเกมนี้แตกต่างจากคนอื่น คือการที่เราเป็นแวมไพร์ แน่นอนว่าสิ่งที่ต้องทำคือการดื่มเลือด เกมเลยหยิบเอาจุดนี้เข้ามาเป็นระบบภายในเกมซะเลย ในเกมการเล่นแต่ละรอบนั้น เราจะพบกับชาวเมืองในเกมที่แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แบบแรกคือพวกชาวเมืองที่เราเข้าไปกัด ดูดเลือดแล้วจะได้อัปเกรดสกิลติดตัวที่มีอยู่ คนพวกนี้เวลากดสแกนเราจะเห็นเป็นสีเลย ส่วนอีกพวกคือประชาชนธรรมดา ที่วิ่งหนีไปมา หรืออยู่เฉย ๆ หากเราไปยิงปืนใส่ หรือฆ่าคนธรรมดา เราอาจจะโดนหมายหัวเอาได้ และเป็นการเปิดเผยตำแหน่งให้กับทีมอื่น ๆ รู้ อันนี้ต้องระวังเป็นอย่างมาก ถ้าเล่นคนเดียวก็เตรียมหนีตาย แต่ถ้าเล่นกับเพื่อนอาจจะซวย ต้องช่วยกันแบก เพราะการโดนไล่ล่าของเกมนี้ จะเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วมาก เราต้องไม่ลืมเด็ดขาดว่านี่คือโลกของแวมไพร์นักล่า


ความสำคัญของการดูดเลือดคือการอัปเลเวลสกิล ที่จะเพิ่มความสามารถของสกิลในตัวละครนั้น ๆ ที่แตกต่างกันออกไป เช่นอัปเกรดให้ตีระยะประชิดแรงขึ้น ฟื้นพลังชีวิตได้มากขึ้น แต่ใช่ว่าเราจะไล่ดูดเลือดอัปเกรดสกิลจนเป้นระดับสูงสุดได้ง่าย ๆ เพราะในระดับสูงสุด เราจะไม่สามารถอัปเกรดสกิลด้วยวิธีดูดเลือดคนได้ แต่ต้องไปทำการจับผู้เล่นจริง ๆ ที่เรายิงล้มเพื่อดูดเลือด หรือก็คือระบบ Finisher หรือท่าปลิดชีพของเกมนี้แทน ยากไม่ใช่เล่นเลยทีเดียวกับการอัปเกรดสกิลขั้นสูงสุด

ในเกมจะมีไอเทมต่าง ๆ ให้เราได้เก็บหรือกดใช้ หลัก ๆ จะเป็นยาและเกราะ และไอเทมช่วยเหลืออื่น ๆ แม้ว่าอาวุธ กระสุนทั่วไป อาจดรอปได้ตามฉากแบบสุ่ม แต่หากคุณอยากได้ไอเทมตายตัวก็ต้องเสี่ยงกันหน่อย สำหรับเกมนี้จะมีร้านค้าอยู่สองอย่าง คือร้านขายยาและร้านขายอุปกรณ์ โดยมันจะระบุอยู่ในแผนที่อย่างชัดเจน เมื่อเราไปถึง เราสามารถกดเปิดประตูเข้าไปในร้านได้ แต่มันจะเป็นการเปิดระบบเตือนภัย ซึ่งอาจจะเป็นการล่อให้ทีมอื่นหันมารุมทึ้งคุณได้ แต่ข้อดีของการเข้าร้านพวกนี้ คือไปร้านยาก็เจอยาเพียบ ไปร้านอุปกรณ์ ก็เจออาวุธ ชุดเกราะ เพียบ มันเป็นการการันตีว่าคุณจะได้ไอเทมประเภทนั้นแน่นอน แต่ก็เสี่ยงเหมือนกัน เพราะในเกมนี้มีเหล่าทหารนักล่าอยู่ด้วย มันจะเป็นพวก A.I. ที่พร้อมเปิดฉากยิงเราทันที ถ้าเราเฉียดกรายเข้าไปใกล้ แต่ A.I. เหล่านี้มักจะอยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ถ้าเรารู้ตำแหน่งของมันก็อย่าไปยุ่งจะดีกว่า


ทีนี้มาดูส่วนของเกมเพลย์การต่อสู้กันอย่างจริง ๆ จัง ๆ บาง เกมนี้มีความเป็น Hero Shooter และมีการไต่ตึก ปีนกำแพง เหาะเหินเดินอากาศกัน ทำให้เกมเพลย์ของเกมนี้ "ยาก" มาก อย่างที่บอกไปว่าไม่ว่าคุณจะเป็นโปรเพลเยอร์มาจากเกมอะไร มาเกมนี้ ถ้ายังปรับตัวไม่ทัน มีแต่ตายกับตายแน่นอน จังหวะเวลาในการฆ่ากันของเกมนี้นั้น ช้ามาก ๆ ด้วยตัวละครที่มีพลังชีวิตสูงถึง 200 หน่วย แถมใส่เกราะได้อีก และความเร็วของเกมที่สูงในระดับนึง ตัวละครสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ปีนตึกได้ หรือสกิลของบางตัวละครก็วาร์ปไปวาร์ปมาได้อีก การจะยิงปิดจ๊อบศัตรูให้ได้ด้วยกระสุนแม็กเดียว ถ้าไม่แม่นจริงก็แทบจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป


ดังนั้นมันจึงเกิดสิ่งที่เรียกว่า โดนแจม บ่อยมาก เพราะเมื่อเปิดฉากยิงแล้ว ไม่รีบปิดจ๊อบให้ทัน หรืออีกฝ่ายสับขาหลอกเก่ง โดนยิงก็วิ่งหนี กระโดดหนี สไลด์หนี ไล่ล่ากันไปมา Third Party หรือปาร์ตี้อื่น ๆ ก็อาจจะเข้ามาเสริมทัพได้ง่าย ๆ กลายเป็น Battle Royale ที่ชุลมุนที่สุดแล้ว มันไม่ใช่เกมที่ยิงตายกันไว ทำให้ถ้าไม่รีบจัดการให้จบ หรือใช้วิธีเล็งยิงใส่ตัวเดียวกัน ก็แทบจะทำให้เกมนี้ใช้เวลาในการฆ่ากันนานพอสมควรเลยทีเดียว 

ปัญหาของ Balance และ Content ในอนาคต


และในเรื่องของควาสมดุลนั้น ก็ต้องบอกว่ามีบ้างที่หลายอย่างดูยังไม่สมดุลนัก อย่างเช่นสาย Melee ที่มีการอัปเกรดให้การโจมตีระยะประชิดแรงขึ้นได้ แต่ฝั่งปืนไม่ค่อยมี (อาจจะเพราะว่ามันเน้นระยะไกลอยู่แล้ว) แต่มันกลับมีตัวละครที่มีความสามารถในการล่องหนได้ และหากเราโดนล่องหนเข้ามาตีประชิดพร้อมสกิลที่อัปเกรดมาแล้ว นอกจากปล่อยเมาส์รอเพื่อนมาชุบก็แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย หรือปืนบางประเภทก็ยังไม่สมดุลดีนัก อาจจะต้องมีการปรับอะไรหลาย ๆ อย่าง แต่ก็ไม่ได้หนักถึงขั้นเล่นไม่ได้

ส่วนของคอนเทนต์ตัวเกมนั้น ก็ถือว่ามีครบเครื่องทุกอย่างที่เกมออนไลน์เกมนึงจะมีได้ เริ่มตั้งแต่ระบบยอดนิยมอย่าง Battle Pass ที่ตอนนี้ตัวเกมเข้าสู่ช่วง Season 1 แล้ว ของรางวัลภายในเกมก็จะเป็นพวกสกินแต่งสวยแต่งหล่อที่หาได้จากระบบนี้เท่านั้น และพิเศษกว่าเกมอื่นคือ การปลดล็อค Battle Pass จะให้โบนัส XP 10% กับเราด้วย ทำให้อัปเลเวลได้ไวขึ้น มีระบบ Daily Challenge และ Seasonal Challenge ให้ทำ หากจะมีข้อเสียนิดหน่อยก็ตรงที่ คอนเทนต์เกมคือ Battle Royale แบบเพียว ๆ เท่านั้น ไม่มีโหมดอื่นเพิ่มเสริมแต่อย่างใด หรือแม้แต่ห้องฝึก เอาไว้ลองสกิลที่ควรจะมีก็ไม่มี ใครใจร้อน ข้ามโหมดฝึก ไปตายเอาดาบหน้าก็ต้องไปเรียนรู้กันเอาภายในเกมล้วน ๆ ซึ่งไม่เวิร์คเอาซะเลย


ภาพรวมของ Bloodhunt คือเป็นเกม Battle Royale ที่ระทึก ตื่นเต้นตลอดเวลา บรรยากาศของโลกแวมไพร์ที่ไล่ล่ากันก็ทำออกมาได้ดี แม้จะแฟนตาซีหลุดโลก แต่เราก็ยังระทึกทุกครั้งที่รู้ว่าจะต้องรับมือกับผู้เล่นอื่นที่ไม่รู้จะว่าคอมโบสกิลหรือมาไม้ไหนกันบ้าง เป็นประสบการณ์เกม Battle Royale ที่แปลกใหม่กว่าเกมอื่น ๆ แต่ท้ายที่สุดแล้วปัญหาเดียวของเกมแนวนี้คือ จะรักษามาตรฐานผู้เล่นเอาไว้ยังไงให้ได้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจจะมีจุดจบเหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่มาทีหลัง และไม่สามารถเอาชนะยักษ์ใหญ่ได้ Bloodhunt ถือเป็นเกมที่มีความเป็นตัวเองสูงมาก แต่มันจะชนะใจผู้เล่นได้หรือไม่ ต้องให้เหล่าเกมเมอร์เป็นคนตัดสิน และเราขอแนะนำให้คุณไปลองเล่นดูสักครั้งนึง จะได้ตัดสินใจได้ว่า มันดีหรือไม่ดี 


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
เกมการ์ด RPG ลิขสิทธิ์แท้ ’DC Worlds Collide’ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ 28 เมษายนนี้
[ไกด์เกม] Ni no Kuni: Cross Worlds วิธีโหลดตัวเกมเล่นบน PC
BASUP!
ลือ !! ส่วนเสริม Cyberpunk 2077 จะมีภารกิจกว่า 7 ตัว และ Johnny Silverhands บทบาทน้อยลง
BASUP!
Fishing Paradiso เกมตกปลาพร้อมเนื้อเรื่องอบอุ่นหัวใจ ประกาศลง PC และ Switch พร้อมขาย 6 มิ.ย. นี้
12ooki3
Sony ยืนยันแล้ว! พร้อมดัดแปลง God of War, Horizon และ Gran Turismo ไปเป็นซีรีส์
12ooki3
นักแสดงวัยเก๋า Ray Liotta ผู้พากย์เสียง Tommy Vercetti ใน GTA: Vice City เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 67 ปี
12ooki3
Editors' Choice
[ไกด์เกม] Apex Legend Mobile รายละเอียดข้อมูล Perk ของแต่ละตัวละคร
SKT
[ไกด์เกม] Apex Legends Mobile แนะนำตัวละครทั้งหมด ความสามารถ และจุดเด่น จุดด้อย
SKT
[Review] รีวิวเกม Evil Dead: The Game "เกมผีอมตะแนว PvP รสชาติใหม่สุดดุเดือด เลือดสาด สมใจแฟนภาพยนตร์"
Sonicman007
[แนะนำเกม] Prey ประสบการณ์เกม Survival / Action Horror ม้ามืดแห่งปี 2017 ที่คุณไม่ควรพลาด
Sonicman007
Show header