GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
รีวิวเกม
รีวิว Total War: ROME REMASTERED ย้อนความหลัง สงครามแผ่อำนาจจักรวรรดิโรมัน
ลงวันที่ 30/04/2021

ในเดือนมีนาคม 2021 ทางผู้พัฒนาเกม Total War ก็ได้ทำการเซอร์ไพรส์พวกเราออกมานั่นคือการประกาศนำเกม Total War: Rome เกมจำลองสงครามที่เคยวางจำหน่ายในปี 2004 มา Remastered ปัดฝุ่นกราฟิกใหม่ให้เรานั้นหวนคืนถึงวันวานอีกครั้ง โดยตัวเกมจะเล่าเรื่องราวในช่วงยุคกรีก โรมัน และเรานั้นจะได้เป็นผู้ชี้ชะตาและเปลี่ยนประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ซึ่งตัวเกมก็พึ่งจะวางจำหน่ายออกมาในวันที่ 29 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งทางเรา GameFever TH เองก็ได้ไปลองเล่นเกมนี้มาแล้วครับ และจะมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าเกมนี้เหมาะแก่การซื้อมาเล่นหรือไม่ ?

Total War: Rome Remastered เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างจากเวอร์ชันดั้งเดิม

แน่นอนอย่างที่เราเห็นชัดๆ ถึงความเปลี่ยนแปลงในภาคนี้เลยก็คือกราฟิกของเกมที่ผู้พัฒนาไม่ได้แค่ปรุงปรุงให้ชัดขึ้น แต่พวกเขานั้นแทบจะทำการปั้นโมเดล หรือวาดกราฟิกกันใหม่ยกชุดกันเลยก็ว่าได้ ตัวละคร อาคาร สิ่งของนั้นได้ถูกทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โอเคถึงแม้ว่ามันก็อาจจะไม่ได้สวยงามเท่ากับเกมภาคก่อนๆ หน้า แต่มันก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว รวมถึงภาคนี้ยังรอบรับรายละเอียดได้มากถึง 4K อีกด้วย และรองรับ Wild Screen ในเรื่องของมุมกล้องก็สามารถซูมออกได้กว้างขึ้น มี Heat Map และไอคอนหน้า Interface ใหม่ให้เหมาะแก่การเล่นที่ง่ายขึ้น และที่พิเศษเลยก็คือตัวเกมยังมีการปลดล็อคกองทัพให้มีมากถึง 38 Faction เลยทีเดียว

เกมเพลย์

สำหรับใครที่ไม่เคยเล่นเกม Total War หรือเกม 4X ใดๆ มาก่อนเลย ตัวผมเองก็ต้องแนะนำเลยว่า จริงๆ แล้ว Total War เป็นเกมที่ค่อนข้างเป็นมิตรสำหรับผู้เล่นใหม่อยู่พอสมควร ถึงแม้ว่าตัวเกมจะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่มันก็ถือว่ายังง่ายถ้าให้เทียบกับเกมอื่นๆ เพราะจุดประสงค์ของเกมนี้มีสิ่งเดียวเลยก็คือการไล่ยึดดินแดนต่างๆ และขยายอาณาจักรของเราไปเรื่อยๆ เพียงตัวเกมอาจจะมีรายละเอียดด้านในที่ต้องลงลึก หรือสิ่งที่เราจะต้องบริหารเกี่ยวกับบ้านเมืองด้วย


ในด้านโหมด Campaign นั้นในช่วงเริ่มเราจะได้เลือกเล่นเป็น 3 ตระกูลที่จะต้องปกป้องดินแดนโรม ซึ่งประกอบไปด้วย The House of Julli, The House of Brutii และ The House of Scipii ซึ่งทั้งสามตระกูลจะเป็นพันธมิตรกัน มีจุดที่ตั้งในแผนที่แตกต่างกัน และถ้าหากคุณคู่อริที่แตกต่างกัน โดยตัวเกมจะแบ่งการเล่นเป็น 2 แบบคือ Full Campaign คือเราจะต้องยึดดินแดนให้ได้อย่างน้อย 50 ดินแดน หรือท่านจะสามารถเล่นแบบ Short Campaign ที่เพียงแค่ยึดดืนแดนศัตรูคู่อริของเราก็จบเกมแล้ว อย่างเช่นตัวผู้เขียนนั้นเล่นเป็นตระกูล The House of Julli ซึ่งศัตรูโดยตรงนั่นก็คือฝ่าย Gaul นั่นเอง และถ้าหากเราสามารถจัดการศัตรูจนพ่ายได้แล้วนั้น เราจะสามารถเล่นเป็นฝ่ายนั้นได้ถ้าเริ่ม Campaign ใหม่ !!


นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบแม่ทัพที่เราสามารถเอาเขาไปนำทัพในการสู้ได้ (ทัพไหนมีแม่ทัพจะเก่งขึ้นเยอะ) ซึ่งระบบแม่ทัพก็จะเป็นระบบเครือญาติและแม่ทัพทุกคนจะมีอายุขัยเป็นของตัวเอง และก็จะสามารถแต่งงาน ออกลูกออกหลาน และก็ตายไป ยิ่งถ้าหากเราส่งแม่ทัพคนไหนออกรบบ่อยๆ เขาก็จะเก่งมากขึ้น หรือเราเองก็สามารถแต่งตั้งให้ใครเป็นรัชทายาทคนต่อไปก็ได้เช่นกัน


และหนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ก็คงจะเป็นการที่เราสามารถเข้าไปบังคับกองทัพในสงครามโดยตรงได้ ซึ่งมันจะทำให้เรานั้นสามารถคิดวิเคราะห์และหาความได้เปรียบในกรณีที่ทหารของเราเสียเปรียบได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนยอมรับว่าไม่ค่อยอินระบบนี้มากนัก เพราะเนื่องจากที่ตัวเองจะบังคับ คิดแผนการรบไม่เก่งแล้วนั้น มันก็ค่อนข้างเสียเวลาพอสมควร ส่วนใหญ่ตัวผู้เขียนจะใช้ระบบ Simulation จำลองและได้ผลลัพธ์ไปเลยเสียมากกว่า



ในระหว่างการเล่น เราก็เพียงต้องพยายามขยายดืนแดนไปเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าเราก็จะต้องเริ่มจากการไล่โจมตีศัตรูของเราไล่ยึดดินแดนของพวกเขาให้หมดสิ้น ซึ่งพอเรายึดดินแดนได้แล้วนั้น เราก็จะต้องกลายเป็นผู้บริหารและพัฒนาดินแดนแห่งนั้นแทน เราจะต้องสร้างฟาร์ม สร้างท่าเรือ เพื่อทำการค้า หรือจะสามารถสร้างฐานทัพทหารให้มีพลทหารหลากหลายขึ้น รวมถึงยังต้องสร้างทหารประจำการที่ควรจะต้องมีเอาไว้ในทุกๆ เมือง เผื่อศัตรูนั้นเข้ามาโจมตี นอกจากนี้เราจะต้องบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้พอเหมาะ ถ้าหากเรามีทหารมากเกินไป ค่าใช้จ่ายในแต่ละเทิร์นนั้นก็จะมากขึ้น (เราต้องหาข้าวหาน้ำให้พวกเขากิน) ซึ่งทุกท่านก็คงไม่อยากที่จะทำให้เงินติดลบ โดยวิธีแก้ไขก็คือการสร้างฐานที่จะเพิ่มผลผลิตให้กับเราให้ค่า Income นั้นมากขึ้น การไปตียึดหลายๆ เมืองก็อาจจะช่วยให้เราสามารถสร้างฐานเหล่านี้ได้มากขึ้นด้วย


และอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเกมนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นระบบ Agent ที่เราจะสามรารถสร้างตัวละครพิเศษไปทำบางสิ่งบางอย่างกับเมืองอื่นๆ ได้อย่างเช่นการมีทูตที่จะคอยไปเจรจากับเมืองต่างๆ เช่นเจรจาสัญญาการซื้อขาย เจรจาสัญญาสงบศึก เจรจาให้ช่วยเรารบ หรือเจรจาเรื่องการอนุญาตผ่านดินแดนเป็นต้น ซึ่งนอกจากที่เราจะต้องไปทำการเจรจากับคนอื่นแล้ว บางทีเหล่าดินแดนอื่นๆ ก็จะวิ่งที่เจรจากับเราโดยตรงก็มี อย่างเช่นตัวผู้เขียนเองกำลังตีเมือง Gaul ใกล้จะแตกพ่ายหมดแล้ว ทางศัตรูส่งทูตมาเจรจากับเราเพื่อขอสงบศึกโดยให้เงินเราจำนวนหนึ่งก็มี หรือท้ายๆ นี่มีการยกดินแดนให้เลยโดยแลกกับการที่เราจะต้องกลายเป็นผู้ปกครองของเขา

หรือจะเป็น Agent ทำการค้าขายที่เราจะสามารถส่งพ่อค้าไปยังเมืองต่างๆ เพื่อทำการค้าในเมืองนั้นๆ และเพิ่ม Income ให้กับเมือง หรือจะเป็น Agent อย่าง Spy ที่เขาสามารถเข้าไปแทรกซึมเมืองต่างๆ เพื่อให้เราได้เปรียบก่อนที่จะทำการโจมตีก็มีเช่นกัน



ความรู้สึก

พูดตามตรงถ้าหากใครที่ไม่เคยเล่น Total War สักภาค การเริ่มต้นเล่นเกม Total War: Rome Remastered ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ เพราะว่าตัวเกมเวอร์ชันนี้ค่อนข้างเล่นง่ายและมีรายละเอียดที่เข้าใจไม่ยากนัก (แต่ก็อาจจะต้องศึกษาอยู่ดี) แต่สำหรับคนที่เคยเล่นเกม Total War ภาคก่อนๆ มาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าระบบหลายๆ อย่างของเกมนี้มันก็อาจจะมีไม่เยอะเท่าเกมภาคก่อนๆ เสียเท่าไร ทำให้คนที่เคยเล่นอยู่แล้วอาจจะรู้สึกไม่สนุกกับมันมากนัก นอกเสียจากคุณจะเป็นแฟนนิยาย กรีก โรมันแท้ๆ แต่ถ้าหากคุณไม่ใช่ !! ท่านอาจจะกลับไปเล่นเกมภาคเก่าๆ อย่าง Troy, Three Kingdom หรือ Warhammer ดีกว่า แต่ถ้าหากคุณเป็นผู้เล่นใหม่อยากลองเล่น Total War จริงๆ การเริ่มที่ภาคนี้ก็ไม่เลวครับ

7
ข้อดี

เล่นง่าย

กราฟิกสวยงามกว่าเดิม

ข้อเสีย

ระบบอาจจะไม่ลึกซึ้งเท่า

กราฟิกอาจจะมีปัญหาเล็กน้อย โหลดช้า และเกมเด้งบางครั้ง

7
บทความที่คล้ายกัน
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
รีวิว Total War: ROME REMASTERED ย้อนความหลัง สงครามแผ่อำนาจจักรวรรดิโรมัน
30/04/2021

ในเดือนมีนาคม 2021 ทางผู้พัฒนาเกม Total War ก็ได้ทำการเซอร์ไพรส์พวกเราออกมานั่นคือการประกาศนำเกม Total War: Rome เกมจำลองสงครามที่เคยวางจำหน่ายในปี 2004 มา Remastered ปัดฝุ่นกราฟิกใหม่ให้เรานั้นหวนคืนถึงวันวานอีกครั้ง โดยตัวเกมจะเล่าเรื่องราวในช่วงยุคกรีก โรมัน และเรานั้นจะได้เป็นผู้ชี้ชะตาและเปลี่ยนประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ซึ่งตัวเกมก็พึ่งจะวางจำหน่ายออกมาในวันที่ 29 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา ซึ่งทางเรา GameFever TH เองก็ได้ไปลองเล่นเกมนี้มาแล้วครับ และจะมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าเกมนี้เหมาะแก่การซื้อมาเล่นหรือไม่ ?

Total War: Rome Remastered เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างจากเวอร์ชันดั้งเดิม

แน่นอนอย่างที่เราเห็นชัดๆ ถึงความเปลี่ยนแปลงในภาคนี้เลยก็คือกราฟิกของเกมที่ผู้พัฒนาไม่ได้แค่ปรุงปรุงให้ชัดขึ้น แต่พวกเขานั้นแทบจะทำการปั้นโมเดล หรือวาดกราฟิกกันใหม่ยกชุดกันเลยก็ว่าได้ ตัวละคร อาคาร สิ่งของนั้นได้ถูกทำขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โอเคถึงแม้ว่ามันก็อาจจะไม่ได้สวยงามเท่ากับเกมภาคก่อนๆ หน้า แต่มันก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว รวมถึงภาคนี้ยังรอบรับรายละเอียดได้มากถึง 4K อีกด้วย และรองรับ Wild Screen ในเรื่องของมุมกล้องก็สามารถซูมออกได้กว้างขึ้น มี Heat Map และไอคอนหน้า Interface ใหม่ให้เหมาะแก่การเล่นที่ง่ายขึ้น และที่พิเศษเลยก็คือตัวเกมยังมีการปลดล็อคกองทัพให้มีมากถึง 38 Faction เลยทีเดียว

เกมเพลย์

สำหรับใครที่ไม่เคยเล่นเกม Total War หรือเกม 4X ใดๆ มาก่อนเลย ตัวผมเองก็ต้องแนะนำเลยว่า จริงๆ แล้ว Total War เป็นเกมที่ค่อนข้างเป็นมิตรสำหรับผู้เล่นใหม่อยู่พอสมควร ถึงแม้ว่าตัวเกมจะมีรายละเอียดที่ค่อนข้างซับซ้อน แต่มันก็ถือว่ายังง่ายถ้าให้เทียบกับเกมอื่นๆ เพราะจุดประสงค์ของเกมนี้มีสิ่งเดียวเลยก็คือการไล่ยึดดินแดนต่างๆ และขยายอาณาจักรของเราไปเรื่อยๆ เพียงตัวเกมอาจจะมีรายละเอียดด้านในที่ต้องลงลึก หรือสิ่งที่เราจะต้องบริหารเกี่ยวกับบ้านเมืองด้วย


ในด้านโหมด Campaign นั้นในช่วงเริ่มเราจะได้เลือกเล่นเป็น 3 ตระกูลที่จะต้องปกป้องดินแดนโรม ซึ่งประกอบไปด้วย The House of Julli, The House of Brutii และ The House of Scipii ซึ่งทั้งสามตระกูลจะเป็นพันธมิตรกัน มีจุดที่ตั้งในแผนที่แตกต่างกัน และถ้าหากคุณคู่อริที่แตกต่างกัน โดยตัวเกมจะแบ่งการเล่นเป็น 2 แบบคือ Full Campaign คือเราจะต้องยึดดินแดนให้ได้อย่างน้อย 50 ดินแดน หรือท่านจะสามารถเล่นแบบ Short Campaign ที่เพียงแค่ยึดดืนแดนศัตรูคู่อริของเราก็จบเกมแล้ว อย่างเช่นตัวผู้เขียนนั้นเล่นเป็นตระกูล The House of Julli ซึ่งศัตรูโดยตรงนั่นก็คือฝ่าย Gaul นั่นเอง และถ้าหากเราสามารถจัดการศัตรูจนพ่ายได้แล้วนั้น เราจะสามารถเล่นเป็นฝ่ายนั้นได้ถ้าเริ่ม Campaign ใหม่ !!


นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบแม่ทัพที่เราสามารถเอาเขาไปนำทัพในการสู้ได้ (ทัพไหนมีแม่ทัพจะเก่งขึ้นเยอะ) ซึ่งระบบแม่ทัพก็จะเป็นระบบเครือญาติและแม่ทัพทุกคนจะมีอายุขัยเป็นของตัวเอง และก็จะสามารถแต่งงาน ออกลูกออกหลาน และก็ตายไป ยิ่งถ้าหากเราส่งแม่ทัพคนไหนออกรบบ่อยๆ เขาก็จะเก่งมากขึ้น หรือเราเองก็สามารถแต่งตั้งให้ใครเป็นรัชทายาทคนต่อไปก็ได้เช่นกัน


และหนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ก็คงจะเป็นการที่เราสามารถเข้าไปบังคับกองทัพในสงครามโดยตรงได้ ซึ่งมันจะทำให้เรานั้นสามารถคิดวิเคราะห์และหาความได้เปรียบในกรณีที่ทหารของเราเสียเปรียบได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนยอมรับว่าไม่ค่อยอินระบบนี้มากนัก เพราะเนื่องจากที่ตัวเองจะบังคับ คิดแผนการรบไม่เก่งแล้วนั้น มันก็ค่อนข้างเสียเวลาพอสมควร ส่วนใหญ่ตัวผู้เขียนจะใช้ระบบ Simulation จำลองและได้ผลลัพธ์ไปเลยเสียมากกว่า



ในระหว่างการเล่น เราก็เพียงต้องพยายามขยายดืนแดนไปเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าเราก็จะต้องเริ่มจากการไล่โจมตีศัตรูของเราไล่ยึดดินแดนของพวกเขาให้หมดสิ้น ซึ่งพอเรายึดดินแดนได้แล้วนั้น เราก็จะต้องกลายเป็นผู้บริหารและพัฒนาดินแดนแห่งนั้นแทน เราจะต้องสร้างฟาร์ม สร้างท่าเรือ เพื่อทำการค้า หรือจะสามารถสร้างฐานทัพทหารให้มีพลทหารหลากหลายขึ้น รวมถึงยังต้องสร้างทหารประจำการที่ควรจะต้องมีเอาไว้ในทุกๆ เมือง เผื่อศัตรูนั้นเข้ามาโจมตี นอกจากนี้เราจะต้องบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้พอเหมาะ ถ้าหากเรามีทหารมากเกินไป ค่าใช้จ่ายในแต่ละเทิร์นนั้นก็จะมากขึ้น (เราต้องหาข้าวหาน้ำให้พวกเขากิน) ซึ่งทุกท่านก็คงไม่อยากที่จะทำให้เงินติดลบ โดยวิธีแก้ไขก็คือการสร้างฐานที่จะเพิ่มผลผลิตให้กับเราให้ค่า Income นั้นมากขึ้น การไปตียึดหลายๆ เมืองก็อาจจะช่วยให้เราสามารถสร้างฐานเหล่านี้ได้มากขึ้นด้วย


และอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเกมนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นระบบ Agent ที่เราจะสามรารถสร้างตัวละครพิเศษไปทำบางสิ่งบางอย่างกับเมืองอื่นๆ ได้อย่างเช่นการมีทูตที่จะคอยไปเจรจากับเมืองต่างๆ เช่นเจรจาสัญญาการซื้อขาย เจรจาสัญญาสงบศึก เจรจาให้ช่วยเรารบ หรือเจรจาเรื่องการอนุญาตผ่านดินแดนเป็นต้น ซึ่งนอกจากที่เราจะต้องไปทำการเจรจากับคนอื่นแล้ว บางทีเหล่าดินแดนอื่นๆ ก็จะวิ่งที่เจรจากับเราโดยตรงก็มี อย่างเช่นตัวผู้เขียนเองกำลังตีเมือง Gaul ใกล้จะแตกพ่ายหมดแล้ว ทางศัตรูส่งทูตมาเจรจากับเราเพื่อขอสงบศึกโดยให้เงินเราจำนวนหนึ่งก็มี หรือท้ายๆ นี่มีการยกดินแดนให้เลยโดยแลกกับการที่เราจะต้องกลายเป็นผู้ปกครองของเขา

หรือจะเป็น Agent ทำการค้าขายที่เราจะสามารถส่งพ่อค้าไปยังเมืองต่างๆ เพื่อทำการค้าในเมืองนั้นๆ และเพิ่ม Income ให้กับเมือง หรือจะเป็น Agent อย่าง Spy ที่เขาสามารถเข้าไปแทรกซึมเมืองต่างๆ เพื่อให้เราได้เปรียบก่อนที่จะทำการโจมตีก็มีเช่นกัน



ความรู้สึก

พูดตามตรงถ้าหากใครที่ไม่เคยเล่น Total War สักภาค การเริ่มต้นเล่นเกม Total War: Rome Remastered ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ เพราะว่าตัวเกมเวอร์ชันนี้ค่อนข้างเล่นง่ายและมีรายละเอียดที่เข้าใจไม่ยากนัก (แต่ก็อาจจะต้องศึกษาอยู่ดี) แต่สำหรับคนที่เคยเล่นเกม Total War ภาคก่อนๆ มาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าระบบหลายๆ อย่างของเกมนี้มันก็อาจจะมีไม่เยอะเท่าเกมภาคก่อนๆ เสียเท่าไร ทำให้คนที่เคยเล่นอยู่แล้วอาจจะรู้สึกไม่สนุกกับมันมากนัก นอกเสียจากคุณจะเป็นแฟนนิยาย กรีก โรมันแท้ๆ แต่ถ้าหากคุณไม่ใช่ !! ท่านอาจจะกลับไปเล่นเกมภาคเก่าๆ อย่าง Troy, Three Kingdom หรือ Warhammer ดีกว่า แต่ถ้าหากคุณเป็นผู้เล่นใหม่อยากลองเล่น Total War จริงๆ การเริ่มที่ภาคนี้ก็ไม่เลวครับ


บทความที่คล้ายกัน
Show header