GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
[Review] รีวิว The Callisto Protocol (PS5) สยองขวัญในคุกอวกาศ จากทีมงานผู้สร้าง Dead Space
ลงวันที่ 12/12/2022

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ได้มีหนึ่งโปรเจกต์ที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากสำหรับเกม The Callisto Protocol ที่ตอนแรกตัวเกมนั้นถูกวางเอาไว้ว่าจะมีเรื่องราวที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันกับเกม PUBG เกมแนว Battle Royale ชื่อดังที่เรารู้จัก รวมถึงโปรเจกต์นี้ยังได้สตูดิโอใหม่อย่าง Striking Distance Studios นำทีมโดยคุณ Glen Schofield ครีเอเตอร์ผู้ที่เคยสร้างเกมสยองขวัญชื่อดังอย่าง Dead Space มาก่อน 

แต่พอหลังจากนั้นทางคุณ Glen Schofield ก็ได้ออกมาประกาศภายหลังว่าตัวเกม The Callisto Protocol จะไม่ได้มีเรื่องราวอยู่ในจักรวาล PUBG อีกต่อไป แน่นอนว่าสำหรับบางคนมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราจะไม่ได้รู้ว่าตัวเกมทั้งสองนั้นจะเชื่อมโยงยังไง แต่บางคนก็อาจจะคิดว่ามันดีแล้วเพราะทางผู้พัฒนาจะได้เล่าเรื่องของตัวเองได้เต็มที่ จนในที่สุดตัวเกม The Callisto Protocol ก็วางจำหน่ายออกมาให้เราได้เล่นกันแล้ว และในบทความนี้พวกเรา GameFever TH ก็จะมารีวิวตัวเกมให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าตัวเกมนี้น่าสนใจมากขนาดไหน และจะสามารถสร้างความสยองขวัญเหมือนที่เคยทำไว้ในเกม Dead Space หรือไม่ !?


กราฟิก / การนำเสนอ

ใครที่เคยเล่นเกม Dead Space มาก่อน ต้องยอมรับว่ากลื่นอายของเกม The Callisto Protocol ทั้งบรรยากาศความเป็นไซ-ไฟ ผสมผสานกับความสยองขวัญที่เต็มไปด้วยเลือด ความแหวะของอวัยวะ หรือจะเป็นความมืดในที่แคบ  และด้วยความที่ตัวเกม The Callisto Protocol ออกมาหลังกว่ามาก ทำให้ตัวเกมจำลองความสยองขวัญได้สมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย Unreal Engine 4 รวมถึงตัวเกมมีการสร้างบรรยากาศความน่ากลัวในเรื่องของเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเสียงศัตรูที่วิ่งอยู่ตามช่องแอร์ ศัตรูที่อยู่ในน้ำที่เราไม่รู้ว่ามันจะกระโดดพุ่งมาโจมตีเราเมื่อไร มีการสร้างบรรยากาศความไม่ไว้วางใจให้เราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องชมมาก ๆ ในด้านนี้ รวมถึงบรรยากาศโดยรวมของเกม The Callisto Protocol ค่อนข้างมีความมืดมากกว่า Dead Space ด้วยซ้ำ

ส่วนในด้าน Preformance ต้องบอกก่อนว่าตัวผู้เขียนนั้นเล่นเกมนี้ในเวอร์ชัน PlayStation 5 จึงอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรเหมือนกับที่คนเจอในเวอร์ชัน PC แต่ก็ต้องยอมรับว่าสำหรับบางฉากใน Cutscene ถึงแม้ว่าจะเล่นบนเครื่อง Console เจนใหม่ ผู้เขียนเองก็ยังเห็นอาการเฟรมเรทตกอยู่บ้าง


เนื้อเรื่อง

สำหรับในด้านเนื้อเรื่องของเกมจะเล่าถึงอาณานิคมใหม่บนดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ซึ่งในอาณานิคมนั้นจะมีคุกเอาไว้ขังนักโทษที่เรียกว่า Black Iron ซึ่งเราจะได้รับบทเป็น Jacob Lee นักขับเครื่องบินส่งของระหว่างคุกและดินแดนอาณานิคม แต่อยู่ดี ๆ เขานั้นก็ได้ถูกจับไปเป็นนักโทษในคุก หลังจากที่ยานโดนบุกคุกจนเครื่องตก และบังเอิญในตอนนั้นตัวคุกก็กำลังเกิดความกลหล เหล่านักโทษได้ติดเชื้อบางอย่างจนกลายพันธ์เป็นสิ่งมีชีวิตสุดสยองขวัญนามว่า Biophage ซึ่งตัวเรานั้นเหมือนเป็นคนนอกที่ไม่ทราบเหตุการณ์อะไรเลย จะต้องหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ และต้องหาทางออกจากคุกนรกนี้ให้ได้


ซึ่งเนื้อเรื่องของตัวเกม The Callisto Protocol มีพลอตที่ค่อนข้างใหญ่โต มีการวางโครงสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนมากมาย แต่ตัวเกมใช้วิธีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างฉลาด เป็นสไตล์การเล่าเรื่องของหนังไซ-ไฟยุคเก่า กับการที่จะให้เราได้เริ่มต้นไปพร้อมกับตัวละครเอก จากเริ่มต้นที่ไม่รู้อะไรเลย และค่อย ๆ สืบหาข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไปพีคในช่วงท้าย แน่นอนว่าการเล่าเรื่องสไตล์นี้อาจจะค่อนข้างดูเรียบง่ายมากเกิน แต่มันก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเราที่เป็นผู้เล่นที่ไม่จำเป็นต้องโดนอัดข้อมูลต่าง ๆ มากเกินไปจนล้น และให้เราได้ไปโฟกัสกับความสยองขวัญ การเอาตัวรอดต่าง ๆ มากกว่า และค่อยไปเล่นใหญ่ในเรื่องราวหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็น DLC หรือภาคต่อก็ยังได้

โดยเนื้อเรื่องก็คงจะเป็นที่เรื่องราวของเกมที่ใช้เวลาเพียงแค่ 8-10 ชั่วโมงเท่านั้น แน่นอนว่าข้อดีของมันก็คงจะเป็นการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างกระชับไม่ยืดยาดจนเกินไป แต่มันก็ดันมีบางช่วงของเนื้อเรื่องที่ส่วนตัวมองว่ามันค่อนข้างอืดอาดโดยเฉพาะช่วงต้นของเกม แต่โดยรวมเนื้อเรื่องก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ขี้เหร่มาก เพราะช่วงหลัง ๆ ก็ค่อนข้างมีความเข้มข้นอยู่


เกมเพลย์

สำหรับเกมเพลย์ของ The Callisto Protocol สไตล์การเล่นจะมีความคล้ายคลึงกับเกม Dead Space แบบเกือบจะเป๊ะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืนยิงที่อวัยวะศัตรูจุดไหน ก็จะทำให้อวัยวะเหล่านั้นขาด ตัวเกมมีปืนมากมายให้เราได้ใช้ไม่ว่าจะเป็นปืนพก ปืนลูกซอง ปืน Nail Gun หรือปืนอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นข้อเสียใหญ่ของระบบปืนก็คงจะเป็นแอนิเมชันในการเปลี่ยนปืนที่ค่อนข้างอืดอาดมาก ๆ เหตุเพราะเนื้อเรื่องของเกมนี้ การดีไซน์ปืนมันจะไม่ใช่การที่เราเปลี่ยนปืนเฉย ๆ ควักปืนเป็นสิบจากที่ไหนไม่รู้มา แต่เราจะต้องเอาของแต่งปืนอีกอันมาใส่กับวัสดุหลัก ทำให้การเปลี่ยนปืนแต่ละครั้งตัวละครจะต้องถอด และประกอบปืนใหม่ทุกครั้ง ทำให้เวลาเราจะควักปืนอื่นมาใช้ในระหว่างการต่อสู้กับศัตรูมากมาย มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย


ซึ่งการดีไซน์ระบบปืนที่มันอืดอาดแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าผู้พัฒนาจะไม่ได้มีเหตุผลใด ๆ เหตุเพราะว่าพวกเขาอยากจะดีไซน์ให้เรานั้นผสมผสานการต่อสู้ระหว่างอาวุธระยะไกลเช่นปืน และอาวุธระยะประชิดที่เป็นกระบองไฟฟ้าของเรานั่นเอง ซึ่งระบบการต่อสู้ระยะประชิดในเกมนี้ค่อนข้างโดดเด่นมาก ๆ และมันแทบจะเป็นการต่อสู้หลัก ๆ ของเกมเลยก็ว่าได้ เพราะต้องบอกก่อนว่าถึงแม้ว่าเราจะมีปืนที่มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นกระสุนที่เก็บได้มันก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะให้เราสามารถยิงศัตรูทั้งหมดนั่นเอง เราอาจจะต้องใช้กระบองมาหวดในระยะประชิดด้วย 

โดยระบบการต่อสู้ของอาวุธระยะประชิดก็ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเรานั้นสามารถทั้งบล็อคการโจมตี หรือหลบการโจมตีของศัตรูได้ ซึ่งมันก็ทำให้ตัวเกมมีความท้าทายมากขึ้น หรือบางครั้งเราอาจจะมีการคอมโบกับอาวุธระยะไกลด้วยอย่างเช่นเราทำการหวดศัตรูให้เซและทำการควักปืนแบบรวดเร็วเพื่อปิดดาเมจใส่ศัตรูได้ ซึ่งวิธีการนี้มันจะช่วยให้เรามีโอกาศเซฟเลือดได้มากขึ้น และประหยัดกระสุนด้วย


รวมถึงเกมนี้ยังมีอาวุธที่เรียกว่า GRP ซึ่งจะเป็นถุงมือที่จะทำให้เราสามารถดึงศัตรูเข้ามาใกล้ ๆ และกระแทกศัตรูให้ล้มได้ หรือจะจับศัตรูโยนไปที่เครื่องจักรกับดักต่าง ๆ เพื่อให้มันปั่นศัตรูให้แหลกก็ได้ แต่อาวุธตัวนี้ก็ใช่ว่าเราจะสามารถใช้ได้ตลอด แต่เราจะต้องไปเก็บพลังงานของอาวุธนี้เพื่อใช้งานด้วย ซึ่งมันก็สามารถช่วยเราได้ในระดับหนึ่งสำหรับบางฉากที่เราเจอศัตรูมากเกินไป เราใช้อาวุธนี้ในการฆ่าศัตรูทันที (จับศัตรูโยนไปที่เครื่องปั่น) เพื่อการประหยัดกระสุนและเลือดนั่นเอง


นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบค่าเงิน ที่เราสามารถหาได้จากการกดใช้เท้ากระทืบศัตรู ซึ่งมันก็จะมีโอกาสดรอปกระสุนปืน รวมถึงเงินเครดิตที่จะให้เราเอาไปอัพเกรดอาวุธต่าง ๆ ทั้งปืน อาวุธระยะประชิด หรือจะเป็นกระบองไฟฟ้าของเรา ซึ่งจะมีทั้งอัพเกรดความแรง อัพเกรดความนิ่งของอาวุธได้ หรือจะเอาเงินเครดิตไปซื้อกระสุนเพิ่มก็ได้เช่นกัน


และสิ่งที่ผู้พัฒนาเคยบอกไว้ก่อนที่เกมจะออกว่าตัวเกมนั้นถูกดีไซน์ออกมาให้เราจะต้องตาย และเรียนรู้การตายบ่อย ๆ ทางผู้พัฒนาไม่ได้พูดเกินเลยแต่อย่างใด เพราะศัตรูของเกมนี้ค่อนข้างโหดมาก ๆ สามารถฆ่าเราได้โดยการโจมตีเพียงไม่กี่ที ทำให้เรานั้นมีโอกาสได้เห็นฉากตายของตัวเองที่ค่อนข้างน่าสยดสยอง และถึงแม้ว่าคุณจะลองเล่นเกมนี้ในระดับง่าย แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ยังมีความยากที่จะทำให้คุณตายบ่อย ๆ อยู่ดี แน่นอนว่าคุณจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ


ความรู้สึกหลังเล่น

จากที่ได้ลองเล่นมาสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างรู้สึกชอบสำหรับ The Callisto Protocol ก็คงจะเป็นในด้านของบรรยากาศของเกมที่ทำออกมาได้สยองขวัญมาก ๆ มีการสร้างบรรยากาศทั้งงานด้านภาพและเสียงที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง รวมถึงในด้านเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างน่าติดตามถึงแม้ว่าจะไม่ได้ซับซ้อนมากขนาดนั้น แต่มันก็อยู่ในเกรดของหนังไซ-ไฟดูง่ายซักเรื่องที่ภาคแรก ๆ จะมีการจำกัดเรื่องราวอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ เปรียบเทียบกับหนัง Alien, Predator หรือแม้กระทั่งผีชีวะภาคแรก แต่ถึงอย่างนั้นความสั้นของตัวเกมก็อาจจะเป็นข้อเสียได้ เหตุเพราะตัวเกมเพลย์ไม่ได้มีเรื่องราวที่อาจจะทำให้เราอยากกลับมาเล่นอีกครั้งเสียเท่าไร พื้นที่ต่าง ๆ ในการเล่นก็ค่อนข้างเป็นเส้นตรงมาก ๆ พอเล่นจบแล้วก็ไม่อยากเล่นต่อแล้ว และมันก็จะรู้สึกว่าเกมมันจบไวเกินไปนั่นเอง จริง ๆ ในระหว่างการเล่นตัวเกมควรจะมีพื้นที่ให้เล่นมากกว่านี้เผื่อที่เราอาจจะอยากยื้อเวลาในการเล่นให้มากขึ้นนั่นเอง


สำหรับระบบการต่อสู้ตัวเกมค่อนข้างดีไซน์ออกมาได้ดี แต่หนึ่งในปัญหาใหญ่เลยก็คงจะเป็นระบบแอนิเมชันของเกมที่ค่อนข้างมีความอืดอาด ไม่ว่าจะเป็นการโจมตี การหลบหรืออะไรก็แล้วแต่ยกตัวอย่างตัวผู้เขียนจะทำการหลบการโจมตีจากศัตรู  แต่บางครั้งมันกลับหลบไม่ได้ เหตุเพราะเราอาจจะกำลังติดแอนิเมชันอื่น ๆ อยู่นั่นเอง ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่เสียเลือดในระหว่างการต่อสู้ รวมถึงมันยังมีเหตุการณ์ที่ค่อนข้างน่ารำคาญและรู้สึกไม่ค่อยแฟร์ในบางครั้ง อย่างเช่นจุดการอยู่ของศัตรูบางตัวที่มันไม่มีโอกาสให้เราได้หลบเลยยกตัวอย่างมันจะมีศัตรูตัวหนึ่งที่จะเป็นหัวคนหลบอยู่ในถุงเนื้อเยื่อ ซึ่งถ้าหากเราเข้าไปใกล้มันโดยไม่ระวัง มันอาจจะกระโดดมางับคอเราได้ซึ่งเราอาจจะต้องระวังศัตรูตัวนี้เป็นพิเศษ แต่มันก็มีบางจุดที่ศัตรูตัวนี้หลบมุมอยู่ในจุดที่เรามองไม่เห็น ซึ่งพอเราเดินไปเราแทบจะไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัวหรือหลบแต่อย่างใด และมันแทบจะทำให้เราต้องเปลืองเลือดไปฟรี ๆ แบบไม่ได้โต้ตอบ ซึ่งทางผู้พัฒนาอาจจะดีไซน์มาให้เราจะต้องระวังทุก ๆ ฝีก้าวที่เราเดิน แต่ส่วนตัวมองว่ามันน่ารำคาญมากกว่านะ


โดยรวมแล้ว The Callisto Protocol ก็ยังไม่ใช่เกมที่สร้างอะไรใหม่ ๆ ให้กับวงการเกม ระบบต่าง ๆ ของเกมก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ Dead Space อย่างมาก อาจจะมีระบบใหม่เข้ามาเล็กน้อยอย่างระบบอาวุธระยะประชิด แต่มันก็ไม่เพียงพอสำหรับเกมในสมัยนี้ที่เหล่าเกมเมอร์อยากให้มันมีลูกเล่นที่มากขึ้น สิ่งที่ทำให้เกมน่าสนใจก็อาจจะเป็นเนื้อเรื่องที่เราอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นในคุกแห่งนี้ แต่ด้วยความเป็นเส้นตรงของมันมากเกินไปในด้านเกมเพลย์ สคริปของ A.I ที่เหมือนเดิมทุกอย่าง มันเลยไม่ทำให้เรามีแรงจูงใจที่อยากจะกลับไปเล่นเกมรอบที่สอง และยิ่งเนื้อเรื่องของเกมที่สั้นในระดับหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกพาให้เกมมันดรอปลงไปอีก 

7
ข้อดี

เนื้อเรื่องน่าสนใจ เข้าใจง่ายและน่าติดตาม

งานด้านภาพทำออกมาดีมาก สยองขวัญและน่ากลัว

ข้อเสีย

ระบบไม่ได้แปลกใหม่อะไร 

มีความเส้นตรงมากเกินไปจนไม่อยากกลับมาเล่นรอบสอง

7
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
Apple Arcade ประกาศเตรียมเพิ่มเกมใหม่กว่า 4 เกม Castle Crumble, Riptide: GP Renegade+, Farmside และ Lifeline+
BASUP!
Remedy กล่าว !! Alan Wake 2 เป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ และทะเยอทะยานที่สุดของค่ายเลย
BASUP!
Thief Simulator เกมที่จะคุณสวมบทเป็นหัวขโมย ย่องเบาขโมยของในบ้าน ลดราคาหนักเหลือ 49 บาท
BASUP!
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
[Review] รีวิว The Callisto Protocol (PS5) สยองขวัญในคุกอวกาศ จากทีมงานผู้สร้าง Dead Space
12/12/2022

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2019 ได้มีหนึ่งโปรเจกต์ที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากสำหรับเกม The Callisto Protocol ที่ตอนแรกตัวเกมนั้นถูกวางเอาไว้ว่าจะมีเรื่องราวที่อยู่ในจักรวาลเดียวกันกับเกม PUBG เกมแนว Battle Royale ชื่อดังที่เรารู้จัก รวมถึงโปรเจกต์นี้ยังได้สตูดิโอใหม่อย่าง Striking Distance Studios นำทีมโดยคุณ Glen Schofield ครีเอเตอร์ผู้ที่เคยสร้างเกมสยองขวัญชื่อดังอย่าง Dead Space มาก่อน 

แต่พอหลังจากนั้นทางคุณ Glen Schofield ก็ได้ออกมาประกาศภายหลังว่าตัวเกม The Callisto Protocol จะไม่ได้มีเรื่องราวอยู่ในจักรวาล PUBG อีกต่อไป แน่นอนว่าสำหรับบางคนมันก็อาจจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่เราจะไม่ได้รู้ว่าตัวเกมทั้งสองนั้นจะเชื่อมโยงยังไง แต่บางคนก็อาจจะคิดว่ามันดีแล้วเพราะทางผู้พัฒนาจะได้เล่าเรื่องของตัวเองได้เต็มที่ จนในที่สุดตัวเกม The Callisto Protocol ก็วางจำหน่ายออกมาให้เราได้เล่นกันแล้ว และในบทความนี้พวกเรา GameFever TH ก็จะมารีวิวตัวเกมให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าตัวเกมนี้น่าสนใจมากขนาดไหน และจะสามารถสร้างความสยองขวัญเหมือนที่เคยทำไว้ในเกม Dead Space หรือไม่ !?


กราฟิก / การนำเสนอ

ใครที่เคยเล่นเกม Dead Space มาก่อน ต้องยอมรับว่ากลื่นอายของเกม The Callisto Protocol ทั้งบรรยากาศความเป็นไซ-ไฟ ผสมผสานกับความสยองขวัญที่เต็มไปด้วยเลือด ความแหวะของอวัยวะ หรือจะเป็นความมืดในที่แคบ  และด้วยความที่ตัวเกม The Callisto Protocol ออกมาหลังกว่ามาก ทำให้ตัวเกมจำลองความสยองขวัญได้สมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย Unreal Engine 4 รวมถึงตัวเกมมีการสร้างบรรยากาศความน่ากลัวในเรื่องของเสียงได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเสียงศัตรูที่วิ่งอยู่ตามช่องแอร์ ศัตรูที่อยู่ในน้ำที่เราไม่รู้ว่ามันจะกระโดดพุ่งมาโจมตีเราเมื่อไร มีการสร้างบรรยากาศความไม่ไว้วางใจให้เราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งต้องชมมาก ๆ ในด้านนี้ รวมถึงบรรยากาศโดยรวมของเกม The Callisto Protocol ค่อนข้างมีความมืดมากกว่า Dead Space ด้วยซ้ำ

ส่วนในด้าน Preformance ต้องบอกก่อนว่าตัวผู้เขียนนั้นเล่นเกมนี้ในเวอร์ชัน PlayStation 5 จึงอาจจะไม่ได้มีปัญหาอะไรเหมือนกับที่คนเจอในเวอร์ชัน PC แต่ก็ต้องยอมรับว่าสำหรับบางฉากใน Cutscene ถึงแม้ว่าจะเล่นบนเครื่อง Console เจนใหม่ ผู้เขียนเองก็ยังเห็นอาการเฟรมเรทตกอยู่บ้าง


เนื้อเรื่อง

สำหรับในด้านเนื้อเรื่องของเกมจะเล่าถึงอาณานิคมใหม่บนดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ซึ่งในอาณานิคมนั้นจะมีคุกเอาไว้ขังนักโทษที่เรียกว่า Black Iron ซึ่งเราจะได้รับบทเป็น Jacob Lee นักขับเครื่องบินส่งของระหว่างคุกและดินแดนอาณานิคม แต่อยู่ดี ๆ เขานั้นก็ได้ถูกจับไปเป็นนักโทษในคุก หลังจากที่ยานโดนบุกคุกจนเครื่องตก และบังเอิญในตอนนั้นตัวคุกก็กำลังเกิดความกลหล เหล่านักโทษได้ติดเชื้อบางอย่างจนกลายพันธ์เป็นสิ่งมีชีวิตสุดสยองขวัญนามว่า Biophage ซึ่งตัวเรานั้นเหมือนเป็นคนนอกที่ไม่ทราบเหตุการณ์อะไรเลย จะต้องหาคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ และต้องหาทางออกจากคุกนรกนี้ให้ได้


ซึ่งเนื้อเรื่องของตัวเกม The Callisto Protocol มีพลอตที่ค่อนข้างใหญ่โต มีการวางโครงสร้างเรื่องราวที่ซับซ้อนมากมาย แต่ตัวเกมใช้วิธีการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างฉลาด เป็นสไตล์การเล่าเรื่องของหนังไซ-ไฟยุคเก่า กับการที่จะให้เราได้เริ่มต้นไปพร้อมกับตัวละครเอก จากเริ่มต้นที่ไม่รู้อะไรเลย และค่อย ๆ สืบหาข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนไปพีคในช่วงท้าย แน่นอนว่าการเล่าเรื่องสไตล์นี้อาจจะค่อนข้างดูเรียบง่ายมากเกิน แต่มันก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเราที่เป็นผู้เล่นที่ไม่จำเป็นต้องโดนอัดข้อมูลต่าง ๆ มากเกินไปจนล้น และให้เราได้ไปโฟกัสกับความสยองขวัญ การเอาตัวรอดต่าง ๆ มากกว่า และค่อยไปเล่นใหญ่ในเรื่องราวหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็น DLC หรือภาคต่อก็ยังได้

โดยเนื้อเรื่องก็คงจะเป็นที่เรื่องราวของเกมที่ใช้เวลาเพียงแค่ 8-10 ชั่วโมงเท่านั้น แน่นอนว่าข้อดีของมันก็คงจะเป็นการเล่าเรื่องที่ค่อนข้างกระชับไม่ยืดยาดจนเกินไป แต่มันก็ดันมีบางช่วงของเนื้อเรื่องที่ส่วนตัวมองว่ามันค่อนข้างอืดอาดโดยเฉพาะช่วงต้นของเกม แต่โดยรวมเนื้อเรื่องก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ขี้เหร่มาก เพราะช่วงหลัง ๆ ก็ค่อนข้างมีความเข้มข้นอยู่


เกมเพลย์

สำหรับเกมเพลย์ของ The Callisto Protocol สไตล์การเล่นจะมีความคล้ายคลึงกับเกม Dead Space แบบเกือบจะเป๊ะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ปืนยิงที่อวัยวะศัตรูจุดไหน ก็จะทำให้อวัยวะเหล่านั้นขาด ตัวเกมมีปืนมากมายให้เราได้ใช้ไม่ว่าจะเป็นปืนพก ปืนลูกซอง ปืน Nail Gun หรือปืนอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นข้อเสียใหญ่ของระบบปืนก็คงจะเป็นแอนิเมชันในการเปลี่ยนปืนที่ค่อนข้างอืดอาดมาก ๆ เหตุเพราะเนื้อเรื่องของเกมนี้ การดีไซน์ปืนมันจะไม่ใช่การที่เราเปลี่ยนปืนเฉย ๆ ควักปืนเป็นสิบจากที่ไหนไม่รู้มา แต่เราจะต้องเอาของแต่งปืนอีกอันมาใส่กับวัสดุหลัก ทำให้การเปลี่ยนปืนแต่ละครั้งตัวละครจะต้องถอด และประกอบปืนใหม่ทุกครั้ง ทำให้เวลาเราจะควักปืนอื่นมาใช้ในระหว่างการต่อสู้กับศัตรูมากมาย มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย


ซึ่งการดีไซน์ระบบปืนที่มันอืดอาดแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าผู้พัฒนาจะไม่ได้มีเหตุผลใด ๆ เหตุเพราะว่าพวกเขาอยากจะดีไซน์ให้เรานั้นผสมผสานการต่อสู้ระหว่างอาวุธระยะไกลเช่นปืน และอาวุธระยะประชิดที่เป็นกระบองไฟฟ้าของเรานั่นเอง ซึ่งระบบการต่อสู้ระยะประชิดในเกมนี้ค่อนข้างโดดเด่นมาก ๆ และมันแทบจะเป็นการต่อสู้หลัก ๆ ของเกมเลยก็ว่าได้ เพราะต้องบอกก่อนว่าถึงแม้ว่าเราจะมีปืนที่มากมาย แต่ถึงอย่างนั้นกระสุนที่เก็บได้มันก็อาจจะไม่เพียงพอที่จะให้เราสามารถยิงศัตรูทั้งหมดนั่นเอง เราอาจจะต้องใช้กระบองมาหวดในระยะประชิดด้วย 

โดยระบบการต่อสู้ของอาวุธระยะประชิดก็ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะเรานั้นสามารถทั้งบล็อคการโจมตี หรือหลบการโจมตีของศัตรูได้ ซึ่งมันก็ทำให้ตัวเกมมีความท้าทายมากขึ้น หรือบางครั้งเราอาจจะมีการคอมโบกับอาวุธระยะไกลด้วยอย่างเช่นเราทำการหวดศัตรูให้เซและทำการควักปืนแบบรวดเร็วเพื่อปิดดาเมจใส่ศัตรูได้ ซึ่งวิธีการนี้มันจะช่วยให้เรามีโอกาศเซฟเลือดได้มากขึ้น และประหยัดกระสุนด้วย


รวมถึงเกมนี้ยังมีอาวุธที่เรียกว่า GRP ซึ่งจะเป็นถุงมือที่จะทำให้เราสามารถดึงศัตรูเข้ามาใกล้ ๆ และกระแทกศัตรูให้ล้มได้ หรือจะจับศัตรูโยนไปที่เครื่องจักรกับดักต่าง ๆ เพื่อให้มันปั่นศัตรูให้แหลกก็ได้ แต่อาวุธตัวนี้ก็ใช่ว่าเราจะสามารถใช้ได้ตลอด แต่เราจะต้องไปเก็บพลังงานของอาวุธนี้เพื่อใช้งานด้วย ซึ่งมันก็สามารถช่วยเราได้ในระดับหนึ่งสำหรับบางฉากที่เราเจอศัตรูมากเกินไป เราใช้อาวุธนี้ในการฆ่าศัตรูทันที (จับศัตรูโยนไปที่เครื่องปั่น) เพื่อการประหยัดกระสุนและเลือดนั่นเอง


นอกจากนี้ตัวเกมยังมีระบบค่าเงิน ที่เราสามารถหาได้จากการกดใช้เท้ากระทืบศัตรู ซึ่งมันก็จะมีโอกาสดรอปกระสุนปืน รวมถึงเงินเครดิตที่จะให้เราเอาไปอัพเกรดอาวุธต่าง ๆ ทั้งปืน อาวุธระยะประชิด หรือจะเป็นกระบองไฟฟ้าของเรา ซึ่งจะมีทั้งอัพเกรดความแรง อัพเกรดความนิ่งของอาวุธได้ หรือจะเอาเงินเครดิตไปซื้อกระสุนเพิ่มก็ได้เช่นกัน


และสิ่งที่ผู้พัฒนาเคยบอกไว้ก่อนที่เกมจะออกว่าตัวเกมนั้นถูกดีไซน์ออกมาให้เราจะต้องตาย และเรียนรู้การตายบ่อย ๆ ทางผู้พัฒนาไม่ได้พูดเกินเลยแต่อย่างใด เพราะศัตรูของเกมนี้ค่อนข้างโหดมาก ๆ สามารถฆ่าเราได้โดยการโจมตีเพียงไม่กี่ที ทำให้เรานั้นมีโอกาสได้เห็นฉากตายของตัวเองที่ค่อนข้างน่าสยดสยอง และถึงแม้ว่าคุณจะลองเล่นเกมนี้ในระดับง่าย แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็ยังมีความยากที่จะทำให้คุณตายบ่อย ๆ อยู่ดี แน่นอนว่าคุณจะต้องเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านี้ไปเรื่อย ๆ


ความรู้สึกหลังเล่น

จากที่ได้ลองเล่นมาสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างรู้สึกชอบสำหรับ The Callisto Protocol ก็คงจะเป็นในด้านของบรรยากาศของเกมที่ทำออกมาได้สยองขวัญมาก ๆ มีการสร้างบรรยากาศทั้งงานด้านภาพและเสียงที่ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง รวมถึงในด้านเนื้อเรื่องก็ค่อนข้างน่าติดตามถึงแม้ว่าจะไม่ได้ซับซ้อนมากขนาดนั้น แต่มันก็อยู่ในเกรดของหนังไซ-ไฟดูง่ายซักเรื่องที่ภาคแรก ๆ จะมีการจำกัดเรื่องราวอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ เปรียบเทียบกับหนัง Alien, Predator หรือแม้กระทั่งผีชีวะภาคแรก แต่ถึงอย่างนั้นความสั้นของตัวเกมก็อาจจะเป็นข้อเสียได้ เหตุเพราะตัวเกมเพลย์ไม่ได้มีเรื่องราวที่อาจจะทำให้เราอยากกลับมาเล่นอีกครั้งเสียเท่าไร พื้นที่ต่าง ๆ ในการเล่นก็ค่อนข้างเป็นเส้นตรงมาก ๆ พอเล่นจบแล้วก็ไม่อยากเล่นต่อแล้ว และมันก็จะรู้สึกว่าเกมมันจบไวเกินไปนั่นเอง จริง ๆ ในระหว่างการเล่นตัวเกมควรจะมีพื้นที่ให้เล่นมากกว่านี้เผื่อที่เราอาจจะอยากยื้อเวลาในการเล่นให้มากขึ้นนั่นเอง


สำหรับระบบการต่อสู้ตัวเกมค่อนข้างดีไซน์ออกมาได้ดี แต่หนึ่งในปัญหาใหญ่เลยก็คงจะเป็นระบบแอนิเมชันของเกมที่ค่อนข้างมีความอืดอาด ไม่ว่าจะเป็นการโจมตี การหลบหรืออะไรก็แล้วแต่ยกตัวอย่างตัวผู้เขียนจะทำการหลบการโจมตีจากศัตรู  แต่บางครั้งมันกลับหลบไม่ได้ เหตุเพราะเราอาจจะกำลังติดแอนิเมชันอื่น ๆ อยู่นั่นเอง ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่เสียเลือดในระหว่างการต่อสู้ รวมถึงมันยังมีเหตุการณ์ที่ค่อนข้างน่ารำคาญและรู้สึกไม่ค่อยแฟร์ในบางครั้ง อย่างเช่นจุดการอยู่ของศัตรูบางตัวที่มันไม่มีโอกาสให้เราได้หลบเลยยกตัวอย่างมันจะมีศัตรูตัวหนึ่งที่จะเป็นหัวคนหลบอยู่ในถุงเนื้อเยื่อ ซึ่งถ้าหากเราเข้าไปใกล้มันโดยไม่ระวัง มันอาจจะกระโดดมางับคอเราได้ซึ่งเราอาจจะต้องระวังศัตรูตัวนี้เป็นพิเศษ แต่มันก็มีบางจุดที่ศัตรูตัวนี้หลบมุมอยู่ในจุดที่เรามองไม่เห็น ซึ่งพอเราเดินไปเราแทบจะไม่มีโอกาสได้ป้องกันตัวหรือหลบแต่อย่างใด และมันแทบจะทำให้เราต้องเปลืองเลือดไปฟรี ๆ แบบไม่ได้โต้ตอบ ซึ่งทางผู้พัฒนาอาจจะดีไซน์มาให้เราจะต้องระวังทุก ๆ ฝีก้าวที่เราเดิน แต่ส่วนตัวมองว่ามันน่ารำคาญมากกว่านะ


โดยรวมแล้ว The Callisto Protocol ก็ยังไม่ใช่เกมที่สร้างอะไรใหม่ ๆ ให้กับวงการเกม ระบบต่าง ๆ ของเกมก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกับ Dead Space อย่างมาก อาจจะมีระบบใหม่เข้ามาเล็กน้อยอย่างระบบอาวุธระยะประชิด แต่มันก็ไม่เพียงพอสำหรับเกมในสมัยนี้ที่เหล่าเกมเมอร์อยากให้มันมีลูกเล่นที่มากขึ้น สิ่งที่ทำให้เกมน่าสนใจก็อาจจะเป็นเนื้อเรื่องที่เราอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นในคุกแห่งนี้ แต่ด้วยความเป็นเส้นตรงของมันมากเกินไปในด้านเกมเพลย์ สคริปของ A.I ที่เหมือนเดิมทุกอย่าง มันเลยไม่ทำให้เรามีแรงจูงใจที่อยากจะกลับไปเล่นเกมรอบที่สอง และยิ่งเนื้อเรื่องของเกมที่สั้นในระดับหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกพาให้เกมมันดรอปลงไปอีก 


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
AfreecaTV จัดทัวร์แข่งสุดมันส์ VALORANT SEA Invitational 2022 ทีมดังไทยเข้าร่วม 5 ทีม ชิงเงินรางวัลรวมเกือบล้านบาท
Apple Arcade ประกาศเตรียมเพิ่มเกมใหม่กว่า 4 เกม Castle Crumble, Riptide: GP Renegade+, Farmside และ Lifeline+
BASUP!
Remedy กล่าว !! Alan Wake 2 เป็นโปรเจกต์ที่ใหญ่ และทะเยอทะยานที่สุดของค่ายเลย
BASUP!
Thief Simulator เกมที่จะคุณสวมบทเป็นหัวขโมย ย่องเบาขโมยของในบ้าน ลดราคาหนักเหลือ 49 บาท
BASUP!
มีรายงานว่า EA สั่งยกเลิกโปรเจกต์เกม Single Player ที่อยู่ในจักรวาล Titanfall และ Apex Legends
BASUP!
Overwatch 2 ประกาศ Season 3 สามารถเล่นเกมและจะได้รับ Legacy Credits แล้ว
BASUP!
Editors' Choice
[G-STAR 2022] เล่นมาเล่า: ส่อง 3 โปรเจกต์ใหม่จากซีรีส์ Ragnarok ในงานเกมเกาหลี
BASUP!
[Review] Pokémon Scarlet & Violet ก้าวแรกสู่ Open-World แท้ของซีรีส์โปเกม่อน ที่อาจไม่สวยงาม แต่ยังสนุกตามสูตร
sLAUGHTER
[Review] รีวิว Gotham Knights เกม Open World Coop ที่ 4 ลูกศิษย์แบทแมนต้องมาดูแลเมือง และสู้วายร้ายแทน!
IHu
[บทความ] Dead Island ตำนานเกาะนรกแห่งความตราตรึง ที่กำลังจะมีภาค 2 หลังหายไป 8 ปี
Sonicman007
Show header