GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
บทความ
เข้าสู่ระบบ
รีวิวเกม
รีวิว Resident Evil Village สานต่อความสยองขวัญ !! เรื่องราวน่าติดตามตั้งแต่ต้นยันจบ
ลงวันที่ 07/05/2021

หลังจากที่ทาง Capcom ได้พาแฟรนไชส์เกม Resident Evil ให้กลับมาสยองขวัญอีกครั้งใน Resident Evil 7: Biohazard ที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนมุมมองจากเกมแนวมุมมองบุคคลที่ 3 ให้กลายเป็นเกมแนวมุมมองบุคคลที่ 1 แทน ทำให้เรานั้นได้สัมผัสถึงความน่ากลัวของเกมได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับปูเรื่องราวให้กับตัวละครใหม่อย่าง Ethan Winters ที่เปรียบเหมือนเป็นตัวแทนของเราเหล่าผู้เล่นโดยตรง 


และภายในเกม Resident Evil Village ผู้พัฒนาก็เลือกที่จะสานต่อเรื่องราวความสยองขวัญของตัวละคร Ethan Winters อีกครั้ง !! แถมในภาคนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนกลิ่นอายของเกมจากความสยองขวัญในบ้านร้างหลังเดียว ขยายสเกลให้กลายเป็นความสยองขวัญของทั้งหมู่บ้านตามชื่อภาคของเกม เพราะทางผู้พัฒนาอยากที่จะพาเรากลับไปสัมผัสกลิ่นอายความสยองที่ไม่เหมือนใครในเกม Resident Evil 4 นั่นเอง ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH เองได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในการเล่นเกมนี้จนจบมาเรียบร้อย และจะมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับ สำหรับเกม Resident Evil Village จะมีความแตกต่างจากเกม Resident Evil 7 ที่วางจำหน่ายมาเมื่อปี 2017 มากน้อยขนาดไหน


กราฟิก / การนำเสนอ

ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวผมเองนั้นเล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 5 มันเลยทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับในการเล่นเกมนี้ค่อนข้างครบถ้วนเป็นอย่างมาก ตัวเครื่องสามารถรีดประสิทธิภาพของเกมนี้ออกมาได้อย่างครบถ้วนและสามารถรัน 60 FPS ได้อย่างสบายๆ แต่จากที่ได้ลองเล่นมานั้น ก็ต้องบอกตามตรงว่านอกจากเรื่องแสงเงา และ Ray Tracing ที่ใส่เข้ามาให้สวยขึ้น รายละเอียดโดยรวมก็อาจจะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเป็น Next Gen แบบเต็มตัวมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขายังต้องทำเกมลงให้กับ Console เจนเก่าด้วยนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นกราฟิกของเกมนี้ก็ยังอยู่ในระดับ AAA ถ้าให้เทียบกับเกมในสมัยนี้อยู่ดี 


รวมถึงตัวผมเองได้ลองสัมผัสเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 4 ในช่วงตอนที่เล่น DEMO ออกมาเหมือนกัน เอาจริงๆ การเล่นเกมนี้บนเครื่อง Console เจนเก่าก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าเคอะเขินแต่อย่างใด เพราะถึงแม้กราฟิกเรื่องแสงเงา อาจจะดูดรอปกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด หรือการที่ตัวเกมจะต้องลดรายละเอียดในฉากหลังเพื่อไม่ให้เกมกินสเปกเกินไปบ้าง แต่ตัวเกมก็ยังมอบประสบการณ์ที่ดีให้เราเหมือนเดิม เฟรมเรทที่ทำได้ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ 60 FPS นิ่งๆ แต่ก็ถือว่าเล่นได้ลื่นพอสมควร และไม่รู้สึกติดขัด


ส่วนเรื่องธีมและบรรยากาศของเกม ในตอนแรกหลายๆ คนก็คงจะคิดว่าการที่ตัวเกมเลือกที่จะเล่าบรรยากาศของหมู่บ้านเป็นหลัก ซึ่งมันจะน่ากลัวเท่ากับบรรยากาศในบ้านร้างหรือสถานีตำรวจในภาคก่อนๆ หรือไม่ ? แต่จากที่ตัวผมเองได้สัมผัสมา ถึงแม้ว่าความสยองขวัญในรูปแบบของเกม Resident Evil 7 เราอาจจะไม่ได้เห็นเยอะในภาคนี้ แต่ถ้าให้พูดถึงคอนเซ็ปต์ของคำว่า Resident Evil จริงๆ !! กับสถานที่ที่สุดจะวังเวง ไว้ใจไม่ได้ เราจะต้องกังวลอยู่ตลอดเวลาเพราะสิ่งมีชีวิตสุดน่าสะพรึงกลัวนั้นพร้อมที่จะออกมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงคอนเซ็ปต์นี้ ก็ต้องบอกเลยว่า Resident Evil Village สามารถนำเสนอได้อย่างไม่ผิดเพี๊ยน




เพราะในช่วงเวลาที่เกมดำเนินอยู่ในระแวกหมู่บ้าน ตัวผมเองก็จะรู้สึกระแวงตลอดเวลา ว่าจะมีเหล่า Lycan โผล่มาหาเราตอนไหน เพราะพวกมันมากันเยอะและค่อนข้างดุร้าย หรือจะพาเราไปพบเจอกับสัตว์ประหลาดที่โหดกว่าแบบไม่คาดคิดก็มี 


หรือบางทีตัวเกมจะให้ความรู้สึกหนีตายเพราะจะต้องหลบหนีสิ่งมีชีวิตสุดโหด ที่จ้องจะไล่ฆ่าเราตลอดเวลา อย่างในช่วงฉากที่อยู่ในปราสาท Dimitrescu  บางทีตัวเกมจะนำเสนอความเป็นบ้านผีสิง ความหลอนประสาท ลึกลับ คับแคบและน่าอึดอัด แต่ถามว่ามันก็อาจจะมีบางช่วงที่อาจจะไม่ได้รู้สึกน่ากลัวขนาดนั้นก็มีเช่นกันครับ



Story

สำหรับเรื่องราวของ Resident Evil Village นั้นต้องบอกว่ามันค่อนข้างอธิบายยากครับเพราะมันอาจจะเป็นการสปอยส์ แน่นอนเราก็จะยังได้รับบทเป็น Ethan Winters อย่างที่กล่าวไป ที่เขาเนี่ยจะต้องมาตามหาลูกสาวของเขา Rose ในหมู่บ้านลึกลับแห่งหนึ่ง ที่คาดว่าถูกลักพาตัวไปโดย Mother Miranda บุคคลลึกลับที่ดูเหมือนจะมีอิทธิพลมากๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นที่ศรัทธาของเหล่าผู้คนในหมู่บ้าน รวมถึงเธอยังมีขุนนางทั้ง 4 ที่คอยรับใช้เธออย่าง Alcina Dimitrescu แม่แวมไพร์สาว, Karl Heisenberg ชายแว่นดำลึกลับ, Salvatore Moreau และ Donna Beneviento รวมถึงเราเองก็ต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ตัว Mother Miranda นั้นเป็นใคร !! และต้องการตัวลูกสาวของ Ethan ไปทำไมครับ


โดยการเล่าเรื่องของ Resident Evil Village ต้องบอกว่าจริงๆ มันก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกันกับเกม Resident Evil 7 อยู่พอสมควร เพราะมันจะเริ่มจากที่ตัว Ethan เนี่ยแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งตัว Ethan เนี่ยมันเหมือนจะทำหน้าที่แทนตัวเราที่ไม่รู้ข้อมูล และเรื่องราวใดๆ เกี่ยวกับเกมสถานที่และเหตุผลต่างๆ เลย


รวมถึงเนื้อเรื่องจะค่อนข้างแบ่งออกเป็นพาร์ทๆ และก็ต้องต่อสู้กับเหล่า 4 ขุนนางทั้งหมดนี้ และก็ค่อยๆ หาคำตอบไปเรื่อยๆ ซึ่งการเล่าเรื่องแบบนี้ มันทำให้การดำเนินเนื้อเรื่องจะเต็มไปด้วยความสงสัยตลอดเวลา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นและค่อยไปเฉลยแบบจัดเต็มในช่วงท้ายเกม 


ซึ่งการที่พูดพัฒนาเลือกที่จะทำอะไรแบบนี้ มันก็เลยทำให้ตัวเนื้อเรื่องมีความน่าตื่นเต้นและน่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากตัว Ethan รู้เรื่องราวก่อนออกผจญภัย ผมว่าเนื้อเรื่องของมันอาจจะไม่ได้สนุกขนาดนี้ แต่มันก็อาจจะต้องแลกกับเรื่องความสมเหตุสมผลของบางตัวละครที่อาจจะแปลกๆ ไปนิด แต่มันก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้อยู่ ไม่ได้ลดทอนความน่าตื่นเต้นของเนื้อเรื่องไปอย่างใด




ส่วนในด้านความยาวของเนื้อเรื่องในภาคนี้ ตัวเกมจะมีความยาวที่มากกว่าเกมภาค 7 อยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งตัวผมเองได้เล่นเกมนี้ในระดับ Normal มีหลงทางบ้าง งงกับ Puzzle บ้าง ใช้เวลาเล่นจบอยู่ที่ประมาณ 8-10 ชั่วโมงได้ ซึ่งจะมากกว่าภาคก่อนๆ อยู่ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ และแน่นอนว่าเกมนี้มีทั้งเมนูภาษาไทย ซับไทยอย่างเป็นทางการ มันทำให้เราสามารถดูเนื้อเรื่องได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นด้วย


เกมเพลย์

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าว่าในตัวเนื้อเรือ่งนั้นจะแบ่งออกเป็นพาร์ทๆ ที่เราจะได้เจอกับเหล่าขุนนางของ Mother Miranda ทีละคนๆ ซึ่งในการพบเจอกับขุนนางแต่ละตัวนั้น ตัวเกมเพลย์จะค่อนข้างให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอยู่พอสมควรเลย


อย่างช่วงที่อยู่ในปราสาทตอนเจอกับเหล่า Lady Dimitrescu มันก็ให้อารมณ์เหมือนตอนเวลาเจอ Mr. X ใน Resident Evil 2 หรือให้อารมณ์เหมือนกับเจอลุง Jack Baker ในเกม Resident Evil 7 ที่เราจะต้องหนีจากการไล่ล่าไปด้วย และหาปริศนาไปด้วย




แต่ว่าผมเองอาจจะไม่ขอเล่าเรื่องของอีกสามคนที่เหลือและกันนะครับว่าขุนนางคนไหนมีทีเด็ดอะไร เพราะผมอยากให้ท่านไปเจอกันเองมากกว่า (ไม่อยากสปอยส์เยอะ แต่ที่อธิบายเกี่ยวกับ Lady Dimitrescu เพราะว่าผู้พัฒนาเผยมาตั้งแต่ Demo แล้ว)


ในด้านของระบบการต่อสู้ก็ยังมีความคล้ายคลึงกับเกม Resident Evil 7 ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของจังหวะการยิง ที่ต้องรอเป้าให้มันหุบก่อนถึงจะยิงแม่น หรือการยกมือขึ้นมาป้องกันดาเมจจากศัตรู โดยศัตรูใน Resident Evil Village จะมีความดุร้ายที่มากกว่าเกมภาคก่อนอยู่พอสมควร ยกตัวอย่างศัตรูอย่าง Lycan ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเหล่าลูกสมุน แต่พวกมันก็มีความคล่องตัวที่ค่อนข้างสูง โจมตีไว และก็ช่วงแรกๆ มันค่อนข้างถึกพอสมควรเลย คือเราต้องใช้กระสุนเยอะมากในการฆ่าแต่ละตัว หรือศัตรูบางตัวเราก็อาจจะต้องตีจุดอ่อนของมันอย่างเดียว ซึ่งมันอาจจะทำให้การฆ่าศัตรูชนิดนี้ค่อนข้างเปลืองกระสุนบ้าง 


แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมมันก็แลกมากับการที่ภายในฉากค่อนข้างมีกระสุน หรือยาให้เก็บและให้คราฟต์มากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากเลยครับ ถึงแม้ว่าศัตรูในแผนที่จะเยอะอย่างไร กระสุนที่มีให้เก็บนั้นมันก็เพียงพอต่อการที่คุณจะเอาตัวรอดแน่นอน 



และนอกจากนี้ Resident Evil Village ยังมีระบบใหม่ที่หายไปตั้งแต่เกม Resident Evil 4 เข้ามานั่นก็คือระบบขายของที่ในภาคนี้จะเรียกว่า The Duke โดยเราเนี่ยครับสามารถซื้อของ ขายของ หรืออัปเกรดอาวุธของตัวเองให้เก่งขึ้นด้วยการใช้บริการจากร้าน The Duke ครับ ซึ่งค่าบริการก็จะเป็นเครดิตที่เราสามารถหาของจากแผนที่ต่างๆ มาขาย หรือจะจัดการศัตรูก็จะมีเงินดรอป หรือของดรอปมาขายได้เช่นกัน แต่ทุกท่านก็ไม่ต้องกังวลว่าระบบนี้มันจะทำให้ Ethan เรามีกระสุนไม่จำกัดก็ไม่ใช่ เพราะในแต่พาร์ทของเกม ตัว The Duke จะจำกัดการซื้อกระสุนเราด้วยเช่นการซื้อกระสุนปืนพกไม่เกิน 15 นัด หรือกระสุนลูกซองไม่เกิน 5 นัดจนกว่าที่คุณจะผ่านด่านนั้นไปได้ ถึงจะมีการปลดล็อคให้ซื้อของเพิ่มได้ หรืออัปเกรดของเพิ่มได้ มันเลยทำให้เกมนี้ถึงแม้ว่ามันจะเปิดโอกาสให้เราได้เหนี่ยวไกสู้มากขึ้น แต่สุดท้ายเกมนี้ก็ยังเป็นเกมแนว Survival Horror อยู่ดี สุดท้ายกระสุนมันก็เพียงพอต่อการเอาตัวรอด แต่ไม่ได้มีให้ใช้แบบฟุ่มเฟือย รวมถึงระบบการล่าสัตว์ที่เราจะสามารถไปไล่ยิง ไล่ตีไก่ ตีปลาในหมู่บ่านและเอาเนื้อพวกมันมาทำอาหารเพื่อเพิ่มสเตตัสถาวรให้กับตัว Ethan ได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำให้เราถึกขึ้นเวลากดป้องกัน หรือเลือดเพิ่มช้าๆ เป็นต้น ทำให้ตัวคุณนั้นเก่งขึ้น เล่นง่ายขึ้น !! แต่ว่าผมเองเล่นโหมดระบบ Normal จบก็ไม่ได้ยุ่งกับโหมดนี้เท่าไรเลย ก็สามารถเล่นเกมนี้จบได้ แต่ก็อาจจะไปเหนื่อยในตอนเจอบอสหลังๆ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ






ส่วนในเรื่องปริศนาที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ ส่วนตัวมันก็มีปริศนาที่ให้คิดอยู่บ้าง มีปริศนาจากคำใบ้ หรือปริศนาที่จะต้องคิดและหาคำตอบภายในห้องๆ นั้น แต่เสียดายที่ปริศนาพวกนั้นไม่ได้มีให้เล่นเยอะครับ คือมันจะมีในช่วงแรกๆ ของเกมที่อยู่ในโซนปราสาทเท่านั้น พอออกมาก็ไม่ค่อยมีแล้ว




และระบบต่อมาที่จะพูดก็คือระบบ Treasure หรือว่าระบบสมบัติครับ ซึ่งระบบนี้จะมาช่วงประมาณกลางเกมเป็นต้นไปที่ตัวเกมจะเปิดโอกาสให้เราได้กลับมา Free Roam ในหมู่บ้านอีกครั้ง และตามบ้านแต่ละแห่งก็มักจะมีกล่องสมบัติที่คนในหมู่บ้านนั่นแหละเป็นคนทิ้งไว้ โดยของพวกนี้จะอยู่ในเส้นทางลับ เส้นทางพิเศษให้เราเข้าไป ซึ่งในนั้นมันก็มักจะมีของดีๆ ไม่ว่าจะเป็นปืนใหม่ๆ หรือจะเป็นกระสุนเป็นต้น แต่ว่าสมบัติบางอันก็หาง่าย ไปเอาได้เลย แต่บางอันเราก็อาจจะต้องใช้กุญแจ หรือของไปปลดล็อคก่อน ซึ่งเราก็ต้องไปสุ่มหากันเอาเองเป็นต้น 


และสุดท้ายก็คือเกมนี้ก็ยังกลับไปใช้ระบบ Save ด้วยพิมพ์ดีดเหมือนเกม Resident Evil 7 นะครับ ซึ่งมันก็จะมีอยู่ตามจุด ตามห้องต่างๆ เพียงแต่ว่าระบบคลังเก็บของที่มีในเกมภาคก่อนๆ ได้ถูกเอาออกไปครับ และเพิ่มระบบช่องเก็บของในตัว Ethan ที่สามารถเก็บของได้มากขึ้น หรือสามารถซื้อช่องเก็บของเพิ่มได้จาก The Duke อีกด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าเกมนี้เราจะต้องสู้เยอะใช้ของเยอะ การเอาของมาอย่างจำกัดอาจจะไม่พอนั่นเอง


ความรู้สึก

จากที่ได้ลองเล่นเกม Resident Evil Village มาจนจบ ส่วนตัวต้องชมในด้านเนื้อเรื่องของเกมนี้ค่อนข้างทำออกมาได้ดีพอสมควร ถึงแม้เรื่องราวบางอย่างอาจจะแถไปบ้าง แต่การที่ตัวเกมนำเสนอเรื่องราวความน่าตื่นเต้น และค่อยๆ เปิดเผยความจริงเราไปเรื่อยๆ ผ่านตัวละคร Ethan ทำให้เรารู้สึกอยากเล่นต่อเรื่อยๆ และอยากรู้ว่าเรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 




แต่ก็อาจจะมีติดในบางอย่างที่ตัวละครบางตัว อาจจะมีบทน้อยไปนิด หรือน่ากลัวน้อยไปนิด อาจจะเป็นเพราะว่าเราคาดหวังกับตัวละครนี้มากเกินไปหน่อย ส่วนในเรื่องของความน่ากลัว แน่นอนมันต้องน่ากลัวน้อยกว่าเกม Resident Evil 7 ที่มันอยู่ในบ้านร้างเล็กๆ แคบๆ แต่ผู้พัฒนาก็เลือกที่จะเล่นกับความน่ากลัวความโหดของสัตว์ประหลาด คือบางตัวรูปลักษณ์มันไม่ได้ดูน่ากลัว แต่ที่เรากลัวมันคือมันสามารถ One Shot Kill  เราได้ หรือตีเราทีเลือดแดงเลยอะไรแบบนี้ คือ Resident Evil Village กลิ่นอายส่วนใหญ่มันจะเป็นความน่ากลัวสไตล์แบบนี้มากกว่า คือความน่ากลัวแบบหลอนๆ มันก็ยังมีนะครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้เยอะเท่าที่ควร 




แต่ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่ไม่ชอบอย่างเดียวสำหรับเกมนี้ก็คงจะเป็นเรื่อง Puzzle ที่มันน้อยไปนิด ถึงแม้ว่าปริศนาแต่ละตัวที่ทำมาจะค่อนข้างดูดีเลย แต่มันก็ยังน้อย และดูธรรมดามากๆ ถ้าให้เทียบกับปริศนาต่างๆ ในเกม Resident Evil 7 ซึ่งถ้าใครที่ชอบปริศนาโดยเฉพาะก็อาจจะผิดหวัง


ส่วนในด้านเกมเพลย์ผมเองไม่ได้ติดนะครับที่ตัวเกมมันจะเปิดโอกาสให้เราได้ยิงเยอะกว่าเดิม เพราะศัตรูที่เกมเสิร์ฟมาให้ มันก็โหดใช้ได้ และมันก็หลากหลายมากกว่าภาคก่อนหน้าเยอะมาก รวมถึงมันก็เหมือนเป็นการเปลีย่นอารมณ์ของเกมบ้าง ให้มันมีความสดใหม่บ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก และก็ส่วนตัวมันก็ไม่ได้แอ็คชันขนาดในภาค 5 ภาค 6 เลย มันอยู่ระหว่างจุดกึ่งกลางของเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ และเกมเมอร์หน้าใหม่ด้วย

7
ข้อดี

เนื้อเรื่องเข้มข้น

เกมเพลย์สนุก

มีแปลไทย

ข้อเสีย

ปริศนาไม่ค่อยน่าสนใจ

8
บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
Tower of Fantasy ประกาศแจก Dark Crystal และ Gold nucleus ให้แก่ผู้เล่น เพื่อชดเชยตอนเซิร์ฟล่ม
BASUP!
Project Discovery เกมยิงตัวใหม่ !! จากอดีตผู้สร้าง Battlefield
BASUP!
Islets เกมแนว Action Side-Scrolling ผจญภัยบนดินแดนต่าง ๆ ต่อสู้กับสัตว์ร้าย และโจรสลัดอากาศ
BASUP!
Editors' Choice
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
[ไกด์เกม] Moonlight Blade Mobile แนะนำตัวละครทั้ง 6 คลาส อธิบายจุดเด่น และข้อดี ข้อเสีย
SKT
GameFever TH | เพราะเกมคือชีวิต
รีวิว Resident Evil Village สานต่อความสยองขวัญ !! เรื่องราวน่าติดตามตั้งแต่ต้นยันจบ
07/05/2021

หลังจากที่ทาง Capcom ได้พาแฟรนไชส์เกม Resident Evil ให้กลับมาสยองขวัญอีกครั้งใน Resident Evil 7: Biohazard ที่ได้ทำการปรับเปลี่ยนมุมมองจากเกมแนวมุมมองบุคคลที่ 3 ให้กลายเป็นเกมแนวมุมมองบุคคลที่ 1 แทน ทำให้เรานั้นได้สัมผัสถึงความน่ากลัวของเกมได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับปูเรื่องราวให้กับตัวละครใหม่อย่าง Ethan Winters ที่เปรียบเหมือนเป็นตัวแทนของเราเหล่าผู้เล่นโดยตรง 


และภายในเกม Resident Evil Village ผู้พัฒนาก็เลือกที่จะสานต่อเรื่องราวความสยองขวัญของตัวละคร Ethan Winters อีกครั้ง !! แถมในภาคนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนกลิ่นอายของเกมจากความสยองขวัญในบ้านร้างหลังเดียว ขยายสเกลให้กลายเป็นความสยองขวัญของทั้งหมู่บ้านตามชื่อภาคของเกม เพราะทางผู้พัฒนาอยากที่จะพาเรากลับไปสัมผัสกลิ่นอายความสยองที่ไม่เหมือนใครในเกม Resident Evil 4 นั่นเอง ซึ่งในวันนี้พวกเรา GameFever TH เองได้เข้าไปสัมผัสประสบการณ์ในการเล่นเกมนี้จนจบมาเรียบร้อย และจะมาเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับ สำหรับเกม Resident Evil Village จะมีความแตกต่างจากเกม Resident Evil 7 ที่วางจำหน่ายมาเมื่อปี 2017 มากน้อยขนาดไหน


กราฟิก / การนำเสนอ

ต้องบอกก่อนว่าส่วนตัวผมเองนั้นเล่นเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 5 มันเลยทำให้ประสบการณ์ที่ได้รับในการเล่นเกมนี้ค่อนข้างครบถ้วนเป็นอย่างมาก ตัวเครื่องสามารถรีดประสิทธิภาพของเกมนี้ออกมาได้อย่างครบถ้วนและสามารถรัน 60 FPS ได้อย่างสบายๆ แต่จากที่ได้ลองเล่นมานั้น ก็ต้องบอกตามตรงว่านอกจากเรื่องแสงเงา และ Ray Tracing ที่ใส่เข้ามาให้สวยขึ้น รายละเอียดโดยรวมก็อาจจะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเป็น Next Gen แบบเต็มตัวมากนัก อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขายังต้องทำเกมลงให้กับ Console เจนเก่าด้วยนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นกราฟิกของเกมนี้ก็ยังอยู่ในระดับ AAA ถ้าให้เทียบกับเกมในสมัยนี้อยู่ดี 


รวมถึงตัวผมเองได้ลองสัมผัสเกมนี้บนเครื่อง PlayStation 4 ในช่วงตอนที่เล่น DEMO ออกมาเหมือนกัน เอาจริงๆ การเล่นเกมนี้บนเครื่อง Console เจนเก่าก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่าเคอะเขินแต่อย่างใด เพราะถึงแม้กราฟิกเรื่องแสงเงา อาจจะดูดรอปกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด หรือการที่ตัวเกมจะต้องลดรายละเอียดในฉากหลังเพื่อไม่ให้เกมกินสเปกเกินไปบ้าง แต่ตัวเกมก็ยังมอบประสบการณ์ที่ดีให้เราเหมือนเดิม เฟรมเรทที่ทำได้ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ 60 FPS นิ่งๆ แต่ก็ถือว่าเล่นได้ลื่นพอสมควร และไม่รู้สึกติดขัด


ส่วนเรื่องธีมและบรรยากาศของเกม ในตอนแรกหลายๆ คนก็คงจะคิดว่าการที่ตัวเกมเลือกที่จะเล่าบรรยากาศของหมู่บ้านเป็นหลัก ซึ่งมันจะน่ากลัวเท่ากับบรรยากาศในบ้านร้างหรือสถานีตำรวจในภาคก่อนๆ หรือไม่ ? แต่จากที่ตัวผมเองได้สัมผัสมา ถึงแม้ว่าความสยองขวัญในรูปแบบของเกม Resident Evil 7 เราอาจจะไม่ได้เห็นเยอะในภาคนี้ แต่ถ้าให้พูดถึงคอนเซ็ปต์ของคำว่า Resident Evil จริงๆ !! กับสถานที่ที่สุดจะวังเวง ไว้ใจไม่ได้ เราจะต้องกังวลอยู่ตลอดเวลาเพราะสิ่งมีชีวิตสุดน่าสะพรึงกลัวนั้นพร้อมที่จะออกมาได้ทุกเมื่อ ซึ่งถ้าจะให้พูดถึงคอนเซ็ปต์นี้ ก็ต้องบอกเลยว่า Resident Evil Village สามารถนำเสนอได้อย่างไม่ผิดเพี๊ยน




เพราะในช่วงเวลาที่เกมดำเนินอยู่ในระแวกหมู่บ้าน ตัวผมเองก็จะรู้สึกระแวงตลอดเวลา ว่าจะมีเหล่า Lycan โผล่มาหาเราตอนไหน เพราะพวกมันมากันเยอะและค่อนข้างดุร้าย หรือจะพาเราไปพบเจอกับสัตว์ประหลาดที่โหดกว่าแบบไม่คาดคิดก็มี 


หรือบางทีตัวเกมจะให้ความรู้สึกหนีตายเพราะจะต้องหลบหนีสิ่งมีชีวิตสุดโหด ที่จ้องจะไล่ฆ่าเราตลอดเวลา อย่างในช่วงฉากที่อยู่ในปราสาท Dimitrescu  บางทีตัวเกมจะนำเสนอความเป็นบ้านผีสิง ความหลอนประสาท ลึกลับ คับแคบและน่าอึดอัด แต่ถามว่ามันก็อาจจะมีบางช่วงที่อาจจะไม่ได้รู้สึกน่ากลัวขนาดนั้นก็มีเช่นกันครับ



Story

สำหรับเรื่องราวของ Resident Evil Village นั้นต้องบอกว่ามันค่อนข้างอธิบายยากครับเพราะมันอาจจะเป็นการสปอยส์ แน่นอนเราก็จะยังได้รับบทเป็น Ethan Winters อย่างที่กล่าวไป ที่เขาเนี่ยจะต้องมาตามหาลูกสาวของเขา Rose ในหมู่บ้านลึกลับแห่งหนึ่ง ที่คาดว่าถูกลักพาตัวไปโดย Mother Miranda บุคคลลึกลับที่ดูเหมือนจะมีอิทธิพลมากๆ ในหมู่บ้านแห่งนี้ เป็นที่ศรัทธาของเหล่าผู้คนในหมู่บ้าน รวมถึงเธอยังมีขุนนางทั้ง 4 ที่คอยรับใช้เธออย่าง Alcina Dimitrescu แม่แวมไพร์สาว, Karl Heisenberg ชายแว่นดำลึกลับ, Salvatore Moreau และ Donna Beneviento รวมถึงเราเองก็ต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ตัว Mother Miranda นั้นเป็นใคร !! และต้องการตัวลูกสาวของ Ethan ไปทำไมครับ


โดยการเล่าเรื่องของ Resident Evil Village ต้องบอกว่าจริงๆ มันก็ค่อนข้างคล้ายคลึงกันกับเกม Resident Evil 7 อยู่พอสมควร เพราะมันจะเริ่มจากที่ตัว Ethan เนี่ยแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ ซึ่งตัว Ethan เนี่ยมันเหมือนจะทำหน้าที่แทนตัวเราที่ไม่รู้ข้อมูล และเรื่องราวใดๆ เกี่ยวกับเกมสถานที่และเหตุผลต่างๆ เลย


รวมถึงเนื้อเรื่องจะค่อนข้างแบ่งออกเป็นพาร์ทๆ และก็ต้องต่อสู้กับเหล่า 4 ขุนนางทั้งหมดนี้ และก็ค่อยๆ หาคำตอบไปเรื่อยๆ ซึ่งการเล่าเรื่องแบบนี้ มันทำให้การดำเนินเนื้อเรื่องจะเต็มไปด้วยความสงสัยตลอดเวลา ว่ามันเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นและค่อยไปเฉลยแบบจัดเต็มในช่วงท้ายเกม 


ซึ่งการที่พูดพัฒนาเลือกที่จะทำอะไรแบบนี้ มันก็เลยทำให้ตัวเนื้อเรื่องมีความน่าตื่นเต้นและน่าติดตามเป็นอย่างมาก เพราะถ้าหากตัว Ethan รู้เรื่องราวก่อนออกผจญภัย ผมว่าเนื้อเรื่องของมันอาจจะไม่ได้สนุกขนาดนี้ แต่มันก็อาจจะต้องแลกกับเรื่องความสมเหตุสมผลของบางตัวละครที่อาจจะแปลกๆ ไปนิด แต่มันก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้อยู่ ไม่ได้ลดทอนความน่าตื่นเต้นของเนื้อเรื่องไปอย่างใด




ส่วนในด้านความยาวของเนื้อเรื่องในภาคนี้ ตัวเกมจะมีความยาวที่มากกว่าเกมภาค 7 อยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งตัวผมเองได้เล่นเกมนี้ในระดับ Normal มีหลงทางบ้าง งงกับ Puzzle บ้าง ใช้เวลาเล่นจบอยู่ที่ประมาณ 8-10 ชั่วโมงได้ ซึ่งจะมากกว่าภาคก่อนๆ อยู่ราวๆ 2 ชั่วโมงครับ และแน่นอนว่าเกมนี้มีทั้งเมนูภาษาไทย ซับไทยอย่างเป็นทางการ มันทำให้เราสามารถดูเนื้อเรื่องได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นด้วย


เกมเพลย์

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้าว่าในตัวเนื้อเรือ่งนั้นจะแบ่งออกเป็นพาร์ทๆ ที่เราจะได้เจอกับเหล่าขุนนางของ Mother Miranda ทีละคนๆ ซึ่งในการพบเจอกับขุนนางแต่ละตัวนั้น ตัวเกมเพลย์จะค่อนข้างให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอยู่พอสมควรเลย


อย่างช่วงที่อยู่ในปราสาทตอนเจอกับเหล่า Lady Dimitrescu มันก็ให้อารมณ์เหมือนตอนเวลาเจอ Mr. X ใน Resident Evil 2 หรือให้อารมณ์เหมือนกับเจอลุง Jack Baker ในเกม Resident Evil 7 ที่เราจะต้องหนีจากการไล่ล่าไปด้วย และหาปริศนาไปด้วย




แต่ว่าผมเองอาจจะไม่ขอเล่าเรื่องของอีกสามคนที่เหลือและกันนะครับว่าขุนนางคนไหนมีทีเด็ดอะไร เพราะผมอยากให้ท่านไปเจอกันเองมากกว่า (ไม่อยากสปอยส์เยอะ แต่ที่อธิบายเกี่ยวกับ Lady Dimitrescu เพราะว่าผู้พัฒนาเผยมาตั้งแต่ Demo แล้ว)


ในด้านของระบบการต่อสู้ก็ยังมีความคล้ายคลึงกับเกม Resident Evil 7 ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของจังหวะการยิง ที่ต้องรอเป้าให้มันหุบก่อนถึงจะยิงแม่น หรือการยกมือขึ้นมาป้องกันดาเมจจากศัตรู โดยศัตรูใน Resident Evil Village จะมีความดุร้ายที่มากกว่าเกมภาคก่อนอยู่พอสมควร ยกตัวอย่างศัตรูอย่าง Lycan ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเหล่าลูกสมุน แต่พวกมันก็มีความคล่องตัวที่ค่อนข้างสูง โจมตีไว และก็ช่วงแรกๆ มันค่อนข้างถึกพอสมควรเลย คือเราต้องใช้กระสุนเยอะมากในการฆ่าแต่ละตัว หรือศัตรูบางตัวเราก็อาจจะต้องตีจุดอ่อนของมันอย่างเดียว ซึ่งมันอาจจะทำให้การฆ่าศัตรูชนิดนี้ค่อนข้างเปลืองกระสุนบ้าง 


แต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมมันก็แลกมากับการที่ภายในฉากค่อนข้างมีกระสุน หรือยาให้เก็บและให้คราฟต์มากขึ้นกว่าเดิมเยอะมากเลยครับ ถึงแม้ว่าศัตรูในแผนที่จะเยอะอย่างไร กระสุนที่มีให้เก็บนั้นมันก็เพียงพอต่อการที่คุณจะเอาตัวรอดแน่นอน 



และนอกจากนี้ Resident Evil Village ยังมีระบบใหม่ที่หายไปตั้งแต่เกม Resident Evil 4 เข้ามานั่นก็คือระบบขายของที่ในภาคนี้จะเรียกว่า The Duke โดยเราเนี่ยครับสามารถซื้อของ ขายของ หรืออัปเกรดอาวุธของตัวเองให้เก่งขึ้นด้วยการใช้บริการจากร้าน The Duke ครับ ซึ่งค่าบริการก็จะเป็นเครดิตที่เราสามารถหาของจากแผนที่ต่างๆ มาขาย หรือจะจัดการศัตรูก็จะมีเงินดรอป หรือของดรอปมาขายได้เช่นกัน แต่ทุกท่านก็ไม่ต้องกังวลว่าระบบนี้มันจะทำให้ Ethan เรามีกระสุนไม่จำกัดก็ไม่ใช่ เพราะในแต่พาร์ทของเกม ตัว The Duke จะจำกัดการซื้อกระสุนเราด้วยเช่นการซื้อกระสุนปืนพกไม่เกิน 15 นัด หรือกระสุนลูกซองไม่เกิน 5 นัดจนกว่าที่คุณจะผ่านด่านนั้นไปได้ ถึงจะมีการปลดล็อคให้ซื้อของเพิ่มได้ หรืออัปเกรดของเพิ่มได้ มันเลยทำให้เกมนี้ถึงแม้ว่ามันจะเปิดโอกาสให้เราได้เหนี่ยวไกสู้มากขึ้น แต่สุดท้ายเกมนี้ก็ยังเป็นเกมแนว Survival Horror อยู่ดี สุดท้ายกระสุนมันก็เพียงพอต่อการเอาตัวรอด แต่ไม่ได้มีให้ใช้แบบฟุ่มเฟือย รวมถึงระบบการล่าสัตว์ที่เราจะสามารถไปไล่ยิง ไล่ตีไก่ ตีปลาในหมู่บ่านและเอาเนื้อพวกมันมาทำอาหารเพื่อเพิ่มสเตตัสถาวรให้กับตัว Ethan ได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำให้เราถึกขึ้นเวลากดป้องกัน หรือเลือดเพิ่มช้าๆ เป็นต้น ทำให้ตัวคุณนั้นเก่งขึ้น เล่นง่ายขึ้น !! แต่ว่าผมเองเล่นโหมดระบบ Normal จบก็ไม่ได้ยุ่งกับโหมดนี้เท่าไรเลย ก็สามารถเล่นเกมนี้จบได้ แต่ก็อาจจะไปเหนื่อยในตอนเจอบอสหลังๆ ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ






ส่วนในเรื่องปริศนาที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ ส่วนตัวมันก็มีปริศนาที่ให้คิดอยู่บ้าง มีปริศนาจากคำใบ้ หรือปริศนาที่จะต้องคิดและหาคำตอบภายในห้องๆ นั้น แต่เสียดายที่ปริศนาพวกนั้นไม่ได้มีให้เล่นเยอะครับ คือมันจะมีในช่วงแรกๆ ของเกมที่อยู่ในโซนปราสาทเท่านั้น พอออกมาก็ไม่ค่อยมีแล้ว




และระบบต่อมาที่จะพูดก็คือระบบ Treasure หรือว่าระบบสมบัติครับ ซึ่งระบบนี้จะมาช่วงประมาณกลางเกมเป็นต้นไปที่ตัวเกมจะเปิดโอกาสให้เราได้กลับมา Free Roam ในหมู่บ้านอีกครั้ง และตามบ้านแต่ละแห่งก็มักจะมีกล่องสมบัติที่คนในหมู่บ้านนั่นแหละเป็นคนทิ้งไว้ โดยของพวกนี้จะอยู่ในเส้นทางลับ เส้นทางพิเศษให้เราเข้าไป ซึ่งในนั้นมันก็มักจะมีของดีๆ ไม่ว่าจะเป็นปืนใหม่ๆ หรือจะเป็นกระสุนเป็นต้น แต่ว่าสมบัติบางอันก็หาง่าย ไปเอาได้เลย แต่บางอันเราก็อาจจะต้องใช้กุญแจ หรือของไปปลดล็อคก่อน ซึ่งเราก็ต้องไปสุ่มหากันเอาเองเป็นต้น 


และสุดท้ายก็คือเกมนี้ก็ยังกลับไปใช้ระบบ Save ด้วยพิมพ์ดีดเหมือนเกม Resident Evil 7 นะครับ ซึ่งมันก็จะมีอยู่ตามจุด ตามห้องต่างๆ เพียงแต่ว่าระบบคลังเก็บของที่มีในเกมภาคก่อนๆ ได้ถูกเอาออกไปครับ และเพิ่มระบบช่องเก็บของในตัว Ethan ที่สามารถเก็บของได้มากขึ้น หรือสามารถซื้อช่องเก็บของเพิ่มได้จาก The Duke อีกด้วย อาจจะเป็นเพราะว่าเกมนี้เราจะต้องสู้เยอะใช้ของเยอะ การเอาของมาอย่างจำกัดอาจจะไม่พอนั่นเอง


ความรู้สึก

จากที่ได้ลองเล่นเกม Resident Evil Village มาจนจบ ส่วนตัวต้องชมในด้านเนื้อเรื่องของเกมนี้ค่อนข้างทำออกมาได้ดีพอสมควร ถึงแม้เรื่องราวบางอย่างอาจจะแถไปบ้าง แต่การที่ตัวเกมนำเสนอเรื่องราวความน่าตื่นเต้น และค่อยๆ เปิดเผยความจริงเราไปเรื่อยๆ ผ่านตัวละคร Ethan ทำให้เรารู้สึกอยากเล่นต่อเรื่อยๆ และอยากรู้ว่าเรื่องราวมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 




แต่ก็อาจจะมีติดในบางอย่างที่ตัวละครบางตัว อาจจะมีบทน้อยไปนิด หรือน่ากลัวน้อยไปนิด อาจจะเป็นเพราะว่าเราคาดหวังกับตัวละครนี้มากเกินไปหน่อย ส่วนในเรื่องของความน่ากลัว แน่นอนมันต้องน่ากลัวน้อยกว่าเกม Resident Evil 7 ที่มันอยู่ในบ้านร้างเล็กๆ แคบๆ แต่ผู้พัฒนาก็เลือกที่จะเล่นกับความน่ากลัวความโหดของสัตว์ประหลาด คือบางตัวรูปลักษณ์มันไม่ได้ดูน่ากลัว แต่ที่เรากลัวมันคือมันสามารถ One Shot Kill  เราได้ หรือตีเราทีเลือดแดงเลยอะไรแบบนี้ คือ Resident Evil Village กลิ่นอายส่วนใหญ่มันจะเป็นความน่ากลัวสไตล์แบบนี้มากกว่า คือความน่ากลัวแบบหลอนๆ มันก็ยังมีนะครับ แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้เยอะเท่าที่ควร 




แต่ถ้าให้พูดถึงสิ่งที่ไม่ชอบอย่างเดียวสำหรับเกมนี้ก็คงจะเป็นเรื่อง Puzzle ที่มันน้อยไปนิด ถึงแม้ว่าปริศนาแต่ละตัวที่ทำมาจะค่อนข้างดูดีเลย แต่มันก็ยังน้อย และดูธรรมดามากๆ ถ้าให้เทียบกับปริศนาต่างๆ ในเกม Resident Evil 7 ซึ่งถ้าใครที่ชอบปริศนาโดยเฉพาะก็อาจจะผิดหวัง


ส่วนในด้านเกมเพลย์ผมเองไม่ได้ติดนะครับที่ตัวเกมมันจะเปิดโอกาสให้เราได้ยิงเยอะกว่าเดิม เพราะศัตรูที่เกมเสิร์ฟมาให้ มันก็โหดใช้ได้ และมันก็หลากหลายมากกว่าภาคก่อนหน้าเยอะมาก รวมถึงมันก็เหมือนเป็นการเปลีย่นอารมณ์ของเกมบ้าง ให้มันมีความสดใหม่บ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก และก็ส่วนตัวมันก็ไม่ได้แอ็คชันขนาดในภาค 5 ภาค 6 เลย มันอยู่ระหว่างจุดกึ่งกลางของเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ และเกมเมอร์หน้าใหม่ด้วย


บทความที่คล้ายกัน

ล่าสุด
Diablo Immortal รวมไกด์เกมทั้งหมด หาได้ที่ลิงก์นี้ (อัปเดตเรื่อย ๆ)
Tower of Fantasy ประกาศแจก Dark Crystal และ Gold nucleus ให้แก่ผู้เล่น เพื่อชดเชยตอนเซิร์ฟล่ม
BASUP!
Project Discovery เกมยิงตัวใหม่ !! จากอดีตผู้สร้าง Battlefield
BASUP!
Islets เกมแนว Action Side-Scrolling ผจญภัยบนดินแดนต่าง ๆ ต่อสู้กับสัตว์ร้าย และโจรสลัดอากาศ
BASUP!
Avatar: Generations เกมมือถือ Turn-Based จากการ์ตูนดัง เตรียมเปิด Soft Launch เดือนนี้
BASUP!
ดูกันแบบจุใจ Kirby's Dream Buffet ปล่อยตัวอย่างยาวกว่า 3 นาที อวดภาพรวมของตัวเกมทั้งหมด
12ooki3
Editors' Choice
[บทความ] ทำความรู้จักกับ "The Callisto Protocol" เกมไซไฟสยองขวัญที่เกมเมอร์ทั่วโลกจับตามอง
Sonicman007
[Review] รีวิวเกม MADiSON (PS5) พกกล้องโพลารอยด์หลอน ไขปริศนาปีศาจคลั่ง
sLAUGHTER
[Review] รีวิวเกม Dinkum "แอนิมอลครอสซิ่ง สไตล์ออสซี่ ภาพน่ารักราคาสบายกระเป๋า"
payiizk
[ไกด์เกม] Moonlight Blade Mobile แนะนำตัวละครทั้ง 6 คลาส อธิบายจุดเด่น และข้อดี ข้อเสีย
SKT
Show header